The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 6 เรขาคณิตสองมิติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sorfeeyah Uma, 2022-01-23 11:07:27

หน่วยที่ 6 เรขาคณิตสองมิติ

หน่วยที่ 6 เรขาคณิตสองมิติ

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ

กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรื่อง เรขาคณิตสองมติ ิ หนวยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหลี่ยม

นักเรียนมวี ธิ ใี นการหาพ้ืนทีข่ องรูปส่เี หลย่ี มรปู วา
ตัดใหเปนรูปสามเหลีย่ มแลวนาํ รูปสามเหล่ีย

FA

B 1E 3

2
GC

เลอื่ นพ้ืนทร่ี ปู สามเหล่ียมรปู ที่ 1 มาทับพนื้ ที่บรเิ
ทับบริเวณรูปท่ี 4 F A

BE

๒๘๕ GC

รเรยี นรทู ี่ ๒๖ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
าว ABCD ไดอยา งไร
ยมดา นบนลงมาตอ กบั ดา นลา งดงั น้ี

I

D
4

H

เวณรูปท่ี 2 และเลอ่ื นรปู สามเหลีย่ มรปู ที่ 3 มา

I

D

H

๒๘๖ แผนการจดั กา

กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรอื่ ง เรขาคณติ สองมติ ิ หนว ยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลยี่ ม

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ จากรูป พนื้ ที่ของรปู สเี่ หล่ียมรปู วาว ABCD เท
BDHG EC เปน สวนสงู ซึ่งเทาAกBับCD21 AC
พน้ื ท่ีรูปส่เี หลยี่ มรปู วา ว =E
ดังนัน้ พื้นทร่ี ปู สเ่ี หลี่ยมรปู วา ว ABCD =
4.2 ครแู นะนํานักเรียนวา ถา เราจะเล่ือนรูปส่เี หล

FA

1 3
B 4

2

GC

ารเรียนรูที่ ๒๖ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ช่วั โมง
ทากบั พนื้ ที่ของรูปส่ีเหล่ยี มใด ( BDHG)
C และ GH ยาว เทา กับ BD
Eล21Cย่ี ม××รผปูGลวHคา วูณ=ใหขอเ21ปง×นคสวAาเ่ี Cหมลย×ี่ยาวมBขดDอางนเขสนนาทนแไยดงอ มยมุ า งไร

I
5

D

H

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ

กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลย่ี ม

FA

1 3
B 4

2

GC

เลอื่ นพื้นที่รูปสามเหลีย่ มรปู ท่ี 4 มาทับพน้ื ที่บริเ
รปู ที่ 2 มาทบั บรเิ วณรปู ที่ 6
- จากรูป พ้นื ที่ของรูปส่เี หล่ยี มรูปวาว ABCD เท
- ABDE เปน รปู อะไร (รปู สเ่ี หลี่ยมดา นขนาน)
- ฐานและสว นสงู คอื อะไร (BD และ DI)
- ความยาวของ DI กับ AC เปน อยางไร (DI มคี
- รปู สเ่ี หลย่ี มดา นขนาน ABDE มพี ื้นทีเ่ ทาใด
(พืน้ ที่รูปส่เี หล่ียมดา นขนาน ABDE = BD
= BD
จะได พืน้ ทีร่ ปู สีเ่ หลีย่ มรูปวา ว ABCD = 1212 ×
๒๘๗ ดังนน้ั พื้นทรี่ ปู สเ่ี หลยี่ มรปู วาว ABCD = ×

รเรยี นรูท ่ี ๒๖ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
IE
56

D

H

เวณรูปท่ี 5 และเลอ่ื นรปู สามเหลยี่ ม
ทา กบั พื้นที่ของรปู สเี่ หล่ียมใด ( ABDE)
)
ความยาวเปน ครึ่งหนึง่ ของ AC)
× DI
××B(D12×xAACC) = 12 × BD × AC
× ผลคณู ของความยาวของเสน ทแยงมุม

๒๘๘ แผนการจัดกา

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เร่อื ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนว ยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม

5. ครใู หนกั เรียนทาํ แบบฝก หัด 6.26

ขนั้ สรปุ

6. ครูใชก ารถามตอบเพ่ือใหน ักเรียนรว มกันสรุป
1) การหาพ้นื ท่ีของรปู สเี่ หลี่ยมรูปวาว นักเร
(สูตรพ้ืนที่ของรปู สี่เหล่ยี มรปู วา ว ตอ งท
2) สตู รพ้นื ท่ขี องรูปสีเ่ หล่ียมรปู วาว คอื อะไร
(พน้ื ทร่ี ูปสี่เหลีย่ มรปู วาว = 12 × ผลคูณ

ารเรยี นรูที่ ๒๖ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
ปสิ่งทไ่ี ดจ ากการเรียนรู ดังนี้
รยี นจะตองทราบอะไรบา ง
ทราบความยาวของเสน ทแยงมุม)

ณของความยาวของเสนทแยงมุม)

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดก

แนวการจัดกจิ

ข้ันนาํ แจกรูปส่เี หลี่ยมหลายประ

ข้นั สอน - ครูนํารูปสี่เหลี่ยมมาแจกใหนัก
ขั้นสรุป รูปสามเหลี่ยม แลว หาพ้ืนที่ของรูป
การวดั และประเมนิ ผล - ทาํ แบบฝกหดั 6.27

ครใู หน กั เรียนสรปุ การหา
หาไดจา

- ประเมนิ จากการตอบคาํ ถาม และ
- ประเมนิ ทกั ษะและกระบวนการท
ทางคณติ ศาสตร

๒๘๙

การเรียนรูท่ี ๒๗

จกรรมการเรียนรู

ะเภท ใหน กั เรียนพิจารณาวา รปู ใดบางมีเสน ทแยงมุมตดั กัน
และตั้งฉากซงึ่ กันและกัน

กเรียนกลุมละ 1 รูปใหนักเรียนชวยกันหาพื้นที่โดยแบงเปน
ปสามเหลี่ยมแตล ะรปู แลว นาํ มารวมกัน เพื่อหาพน้ื ทีร่ ูปสี่เหลยี่ ม

าพืน้ ท่ีของรูปสีเ่ หล่ยี มที่มเี สนทแยงมุมตดั กนั และตงั้ ฉากกัน
าก 12 x ผลคูณของความยาวเสน ทแยงมุม
ะการทาํ แบบฝก หดั
ทางคณิตศาสตรดา นการใหเ หตผุ ลและการส่ือสาร ส่อื ความหมาย

๒๙๐ แผนการจดั การ

กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เร่ือง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ขอบเขตเนือ้ หา กจิ กรรมการเรยี นรู

การหาพื้นที่ของ ขนั้ นํา
รูปสีเ่ หลี่ยมท่มี ีเสนทแยงมุม
ตขง้อั ฉงาคกวกานัมไยดาจ วาขกองเ21สน ×ทแผลยคงมณู มุ 1. ครูแจกรูปสี่เหลย่ี มชนิดตางๆ ใหนักเรยี นแยก
กนั โดยครูใหน ักเรียนลากเสน ทแยงมุม และนาํ เสน
สาระสําคัญ
B F
1. เสน ทแยงมมุ ของ A CE
รปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั รปู สเ่ี หลย่ี ม G
รปู วาว รปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปย ก
ปนู และรปู สเ่ี หลย่ี มใดๆ D HF
ท่ีเสนทแยงมมุ ตัดกันเปน
มมุ ฉาก สามารถหาพื้นท่ีของ J
รูปส่ีเหลี่ยมเหลานัน้ ไดจ าก IL
ข12องคเสณู นทผแลยคงณู มขุมองความยาว
K

JK L

- รูปที่มีเสนทแยงมุมตัดกันและตั้งฉากกันไดแก
EFGH เปนรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน , MNO

รูปสีเ่ หลี่ยมคางหมู, BCDEเปน รปู สีเ่ หล่ียมคางห

รเรยี นรูที่ ๒๗ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง

กรปู ส่ีเหลีย่ มทีม่ ีเสน ทแยงมมุ ตดั กนั และตั้งฉาก สอ่ื /แหลงเรยี นรู
นอพรอ มใหเหตผุ ล
1. รูปสีเ่ หล่ียมชนดิ ตาง ๆ
GH M 2. แบบฝกหัด 6.27

NP การประเมิน

F I C 1. วิธีการ
O 1.1 สังเกตพฤตกิ รรม
M การเรียนรู
E D 1.2 ตรวจผลงานจาก
แบบฝก หดั
B
2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบฝก หดั 2.67
2.2 แบบประเมินทกั ษะ
และกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร

กรูปใดบาง ( ABCD เปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส,
OP เปนรูปสี่เหลี่ยมรูปวาว, KLMJ เปน
หมู)

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดกา

กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนว ยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลย่ี ม

จุดประสงคก ารเรยี นรู A B F
RC
ดานความรู QG
เพ่ือใหนกั เรยี นสามารถ E HF
D
หาพ้ืนทร่ี ปู สีเ่ หลีย่ มท่ีเสน
ทแยงมุมตัดกนั เปนมมุ ฉาก

ดานทักษะและกระบวนการ J
ทางคณิตศาสตร IL

เพือ่ ใหน กั เรียนสามารถ KN
1. ใหเ หตผุ ล
2. สื่อสาร สือ่ ความหมาย JK L

ทางคณติ ศาสตร 2. ครใู หนักเรยี นสังเกตเสน ทแยงมุมของรูปส่ีเหล
ลกั ษณะเปนอยางไร
- ลกั ษณะของเสนทแยงมมุ ของรปู สเ่ี หลี่ยมจตั ุร
ต้ังฉากแบง ครึง่ ซ่งึ กันและกัน)
- ลกั ษณะของเสน ทแยงมุมของรูปส่เี หลย่ี มขนม
(เสน ทแยงมมุ แบงครงึ่ และตั้งฉากซึง่ กนั และก

๒๙๑

ารเรยี นรูท่ี ๒๗ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ช่วั โมง
GH M P
O NS 3. เกณฑ
3.1 ผลงานมีความถกู ตอง
F I ไมน อ ยกวา รอยละ 80
3.2 นักเรยี นไดคะแนน
M O C รวมทักษะและ
E D กระบวนการทาง
คณิตศาสตรไม
G นอ ยกวารอยละ 60

B

ลยี่ มจตั รุ สั และรูปส่ีเหลยี่ มขนมเปยกปนู วามี

รัสเปนอยา งไร (มคี วามยาวเทา กัน ตดั กนั และ

มเปยกปูนเปนอยา งไร
กัน)

๒๙๒ แผนการจดั การ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหลีย่ ม

ขั้นสอน

3. ครูแบงนักเรยี นเปนกลมุ และแจกรปู ส่เี หลี่ยม
ความยาวสว นตา ง ๆ ดังรปู ใหนักเรยี นแตล ะกลุมล

6 ซม.
C

เมอ่ื นกั เรยี นแตล ะกลมุ อภปิ รายเสรจ็ แลว ครใู หน กั
ในท่นี ี้จะหาพื้นท่รี ูปสเ่ี หลยี่ ม ABCD = พ้ืนท
-พน้ื 9ทร่ี คปู ือสคี่เหวาลมีย่ ยมาวAขBอCงDสวนของเสน ตรงใด===(ค(21ว2112า×××
- 6 คอื ความยาวของสว นของเสน ตรงใด (ควา

พ้นื ที่ ABCD เทา กบั 12 × BD × AC

รเรียนรทู ี่ ๒๗ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง

ม ABCD ท่ีเสนทแยงมุมตัดกันเปนมุมฉากซึ่งมี
ลองอภิปรายถงึ วธิ ีทจี่ ะหาพื้นท่ีของรปู สเี่ หลยี่ มนี้

BA

2 ซม. 3 ซม.
G
4 ซม.

D

กเรยี นทง้ั หมดรว มกนั อภปิ รายพรอ มกบั ครดู งั น้ี
ท่ี ∆ABD + พนื้ ที่ ∆BCD
× 6 × 3) + (621) × 6 × 6) ตร.ซม.
× 6 × (3 + ตร.ซม.
×6×9 ตร.ซม.
ามยาวของเสนทแยงมุม AC)
ามยาวของเสนทแยงมุม BD)

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดกา

๒๙๓ กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เร่อื ง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลีย่ ม

ดังน้ัน การหาพืน้ ท่ขี องรูปส่ีเหลย่ี มที่เสนทแยงม
เสนทแยงมมุ หาพน้ื ทไ่ี ดจ าก 12 × ผลคณู ของความย
4. รปู สเ่ี หลีย่ ม KJML ที่มเี สน ทแยงมุมตัดกันเปน มมุ

J
1 ซม.

K 2 ซม.
4 ซม.

L

ในท่นี จี้ ะหา พื้นทร่ี ูปส่เี หลย่ี ม KJML = พน้ื ที่ ∆K
อภิปราย

- พ6น้ื คทือี่รคูปวสาเี่ มหยลา่ียวมขอKJงMสว Lนของ===เสน(212112ตร×××งใ666ด×××(ค1(5ว1
- 5 คือความยาวของสว นของเสนตรงใด (ค

ารเรยี นรูท่ี ๒๗ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
มมุ ตดั กันเปนมุมฉากเม่อื กําหนดความยาวของ
ยาวของเสน ทแยงมมุ
มฉาก

.
4 ซม. M
.

KJM + พนื้ ที่ ∆KLM ซึ่งครแู ละนักเรียนรว มกนั

1) ++4()12 × 6 × 4) ตร.ซม.
1 ตร.ซม.
5 ตร.ซม.
วามยาวของเสน ทแยงมมุ KM)
ความยาวของเสนทแยงมมุ JL)

๒๙๔ แผนการจดั การ

กลุม สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรือ่ ง เรขาคณติ สองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลยี่ ม

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ พน้ื ที่ กาKรJหMาLพน้ื =ท่ขี12อxงรKปู Mสเี่xหJลL่ยี มท่ีเสนทแยงม
ดงั นั้น
เสนทแยงมมุ หาพน้ื ทไ่ี ดจ าก 12 x ผลคณู ของความย

5. ครใู หน กั เรยี นทําแบบฝก หัด 6.27

ขัน้ สรปุ

6. ครใู ชการถามตอบเพ่อื ใหน ักเรียนรว มกันสรปุ ส่งิ
การหาพื้นท่ีของรปู สีเ่ หลย่ี มท่เี สน ทแยงมมุ ตัดกนั
ทแยงมมุ จะหาไดอ ยา งไร ( 12 x ผลคูณของความ

รเรยี นรูท่ี ๒๗ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
มมุ ตัดกันเปน มมุ ฉาก เม่อื กาํ หนดความยาวของ
ยาวของเสน ทแยงมมุ

งท่ไี ดจากการเรยี นรู ดงั นี้
นเปน มุมฉาก เม่ือทราบความยาวของเสน
มยาวของเสน ทแยงมุม)

แผนการจดั กา

แนวการจัดกจิ ก

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ ทบทวนรปู สี่เหลยี่ มทเ่ี สนทแยง
ข้ันนาํ ถาตอ งการหาพนื้ ทขี่ อ

ตองทร

๒๙๕ ข้ันสอน - ติดรูปส่เี หลี่ยมขนมเปย กปูน ใหน กั เ
ข้นั สรปุ รวมกนั และ ใหน ักเรียนแบงใหเ ปนรปู
การวดั และประเมนิ ผล คํานวณหาพืน้ ท่ี
- ทําแบบฝก หัด 6.28
- ครใู หนักเรยี นสรุปการหาพื้นทขี่ อง
จะหาไดจ ากการนําความยาวฐาน คูณ
จ- ะรหปู าสไดีเ่ หจลาย่ีกม12ทมี่×เี สผน ลทคแณู ยขงอมงมุ คตวัดากมนั ยแา
รปู สเี่ หลย่ี มขนมเปย กปูน รปู สี่เหลยี่ ม
- ประเมนิ จากการตอบคาํ ถาม และก
- ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทาง
ทางคณติ ศาสตร

ารเรยี นรทู ่ี ๒๘

กรรมการเรียนรู

งมมุ ตัดกนั และต้ังฉากซง่ึ กันและกัน มรี ูปสี่เหลี่ยมชนิดใดบา ง
องรูปสเี่ หลยี่ มรูปวา วและรปู สเ่ี หล่ียมขนมเปยกปูน
ราบอะไรบาง และหาพน้ื ท่ีไดอยา งไร
เรยี นแบงเปนรูปสามเหล่ยี ม หาพ้นื ทแี่ ตละสวนแลวนาํ พื้นทีม่ า
ปสามเหลีย่ มแลว นํามาตอกันใหเ ปนรปู สเ่ี หลีย่ มผนื ผา เพอ่ื จะ

งรูปสีเ่ หล่ยี มขนมเปยกปนู ถา ทราบความยาวฐาน และความสูง
ณ ความสูง หรือ ถา ทราบความยาวของเสนทแยงมุม
าวของเสนทแยงมมุ
และตัง้ ฉากซ่งึ กันและกนั ไดแก รปู ส่ีเหลย่ี มมุมฉาก
มรปู วาว
การทําแบบฝกหัด
งคณติ ศาสตรด านการใหเ หตุผลและการส่อื สาร สอ่ื ความหมาย

๒๙๖ แผนการจดั การ

กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เรอ่ื ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลยี่ ม

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ขอบเขตเน้อื หา กิจกรรมการเรียนรู
การหาพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยม
ขนมเปยกปูนไดจาก า21ว ข × ขน้ั นาํ
ผ ล คู ณ ข อ ง ค ว า ม ย อง
เสน ทแยงมมุ 1. ครทู บทวนรปู สเ่ี หลีย่ มท่มี เี สน ทแยงมมุ ตัดกัน
- รปู สเี่ หล่ียมใดบางที่เสน ทแยงมุมตัดกนั และ
สาระสําคัญ รูปส่เี หลีย่ มขนมเปย กปูน และรปู ส่เี หล่ยี มร
- รปู สเ่ี หลี่ยมรูปวา วเมื่อทราบความยาวของเ
1 . เ ส น ท แ ย ง มุ ม ข อ ง รู ป - (สพตู ้นื รทน่รี้ไี ดูปมสาเ่ี หอลยายี่ งมไรรูป(วโดาวยก=าร21แบ×งรผูปลสค่ีเณูหลขย่ีอ
ส่ีเหลี่ยมจัตุรัส รูปสี่เหล่ียม ของรูปสามเหลี่ยมทั้งสองรปู มารวมกนั )
รูปวาว รปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปย ก - ความสงู ของรูปสามเหลีย่ มมคี วามยาวเทา ก
ปูนเสนทแยงมุมตัดกันและ เทากับครง่ึ หน่ึงของความยาวเสน ทแยงมุมท
ตัง้ ฉากกนั - ฐานของรูปสามเหลีย่ มมคี วามยาวเทากบั เท
ความยาวของเสน ทแยงมุมอีกเสน หน่ึง)
2. การหาพ้ืนท่ีของรูป
ส่ีเหล่ียมจัตุรัส รูปส่ีเหลี่ยม
รูปวาว และรูปส่ีเหลี่ยมขนม
เปยกปูน อาจหาไดจาก
ขอ12งเส×น ทผแลยคงูณมขุมองความยาว

รเรยี นรูท ่ี ๒๘ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
นและตัง้ ฉากซ่งึ กนั และกัน ดงั ตอไปน้ี ส่ือ/แหลง เรียนรู
ะต้ังฉากซงึ่ กนั และกัน (รปู สเี่ หล่ียมจตั รุ สั
รปู วาว) 1. รูปสี่เหลย่ี มจตั รสั
เสนทแยงมุมจะหาพื้นทีโ่ ดยใชส ูตรใด 2. รูปสเ่ี หลีย่ มขนมเปยกปนู
องความยาวของเสน ทแยงมมุ ) 3. แบบฝกหดั 6.28
ยมรปู วาวเปนรูปสามเหล่ียมสองรูป แลวหาพนื้ ที่
กบั เทา ใด (ความสงู ของรูปสามเหลี่ยมยาว การประเมนิ
ท่ถี ูกแบง ครงึ่ )
ทา ใด (ฐานของรูปสามเหลี่ยมยาวเทา กบั 1. วิธกี าร
1.1 สังเกตพฤติกรรม
การเรียนรู
1.2 ตรวจผลงานจาก
แบบฝกหัด

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบฝกหัด 6.28
2.2 แบบประเมินทักษะ
และกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรอื่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม

จุดประสงคก ารเรียนรู ขัน้ สอน

ดา นความรู 2. ครตู ิดรปู ส่ีเหลี่ยมขนมเปย กปูนและสนทนากบั น
เพื่อใหนักเรียนสามารถ
A
หาพน้ื ทร่ี ปู สเี่ หลย่ี มขนมเปย ก
ปูนได

ดานทักษะและกระบวนการ BE C
ทางคณติ ศาสตร
- จากรปู นกั เรยี นจะหาพ้นื ท่ขี องรูปสี่เหลี่ยมขน
เพอ่ื ใหนกั เรียนสามารถ (นักเรียนอาจตอบไดวา หาไดโ ดยใชก ารตดั แล
1. ใหเหตุผล จากรูปสี่เหล่ยี มมุมฉาก ไดจ ากนาํ ความกวา งค
2. ส่อื สาร สอื่ ความหมาย คอื สวนสงู ของรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปนู จึงไ
เทากับความยาวของฐานคูณความสงู )
ทางคณติ ศาสตร

๒๙๗

ารเรียนรูท ี่ ๒๘ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชวั่ โมง

นักเรียนโดยใชก ารถาม - ตอบ ดังน้ี 3. เกณฑ
3.1 ผลงานมคี วามถูกตอ ง
D ไมนอยกวารอ ยละ 80
3.2 นักเรียนไดคะแนน
นมเปยกปูนไดอยางไร รวมทกั ษะและ
ลวไปตอใหเ ปน รปู สเี่ หลีย่ มมุมฉาก แลว หาพืน้ ที่ กระบวนการทาง
คูณความยาว ซ่ึงดานหน่ึงคือฐาน อกี ดานหนงึ่ คณิตศาสตรไ ม
ไดสตู รการหาพ้ืนทข่ี องรูปสเี่ หลี่ยมขนมเปย กปูน นอยกวารอยละ 60

๒๙๘ แผนการจัดการ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เร่ือง เรขาคณิตสองมติ ิ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลีย่ ม

3. ครูแจกรูปส่ีเหลีย่ มขนมเปย กปูน ท่ที ราบความ
FH = 4 หนวย และ EG = 8 หนวย ดังรปู

F

E

H

ครแู ละนักเรียนพจิ ารณารว มกนั โดยใชก ารถาม-ต
- เสนทแยงมมุ ของรปู สีเ่ หลยี่ มขนมเปย กปนู มีล

เปน มมุ ฉากและแบงครึ่งซึง่ กันและกนั )
- นกั เรยี นจะหาพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปย กป

หาพน้ื ท่ี โดยแบง รปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปย กปนู EFG
EHG แลว หาพ้ืนท่ขี องรูปสามเหล่ียมแตละรูป

รเรียนรทู ี่ ๒๘ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
มยาวของเสน ทแยงมุม กําหนดให

G

ตอบ ดงั นี้
ลักษณะอยางไร (เสน ทแยงมมุ ทัง้ สองเสน ตัดกัน
ปนู EFGH นไ้ี ดอ ยา งไร (นกั เรยี นอาจตอบวา
GH เปน รปู สามเหลย่ี ม EFG และรปู สามเหลย่ี ม
ปแลวนํามารวมกัน)

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม

F
EA

H

- สูตรพื้นทขี่ องรปู สามเหลีย่ มวาอยางไร
(พืน้ ท่ขี องรูปสามเหลีย่ ม = 21 × ความยาวขอ

- รปู สามเหลีย่ ม EFG มีฐานยาวเทาใด (8 หนว
- รูปสามเหลยี่ ม EHG มีฐานยาวเทาใด (8 หนว
ครแู ละนกั เรยี นรวมกันหาพ้นื ทีข่ องรปู สี่เหลยี่
พนื้ ทีข่ อง EFGH = พื้นท่ีของ ∆E
= ( 21112126×××888×××2(4
=
=
=
ดงั น้ัน รปู สเี่ หล่ยี ม EFGH มีพน้ื ที่ 16 ตารางห

๒๙๙

ารเรียนรูท่ี ๒๘ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง

G

องฐาน × ความสูง)
วย) และมีความสูงเทาใด (2 หนว ย)
วย) และมีความสูงเทา ใด (2 หนวย)
ยมขนมเปย กปนู EFGH ดังนี้
EFG + พ้ืนทข่ี อง ∆EHG
2)+ ( 122)× 8 × 2) ตารางหนวย
(2 + ตารางหนวย
4 ตารางหนวย
ตารางหนวย
หนว ย

๓๐๐ แผนการจดั การ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรอ่ื ง เรขาคณติ สองมติ ิ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลย่ี ม

4. ครูติดรูปสเี่ หลย่ี มจัตุรสั ABCD ทเี่ สน ทแยงมมุ
ดังรูป

D

A

ครแู ละนักเรยี นพิจารณารว มกนั โดยใชก ารถาม -
- เสน ทแยงมมุ ของรูปสี่เหลีย่ มจัตรุ ัสมีลักษณะอ

ตัดกันเปนมุมฉาก และแบง คร่งึ ซงึ่ กันและกนั
- นกั เรยี นจะหาพื้นท่ีรปู ส่เี หลย่ี มจตั ุรัส ABCD น

โดยแบง รูปส่เี หลี่ยมจตั ุรสั ABCD เปน รปู สาม
พ้ืนทร่ี ปู สามเหลีย่ มแตล ะรูปแลว นํามารวมกนั
- สตู รพนื้ ทีข่ องรูปสามเหลีย่ มวาอยา งไร
(พนื้ ทข่ี องรปู สามเหล่ยี ม = 12 × ความยาวข
- รูปสามเหล่ียม ABC มฐี านยาวเทาใด (4.24 ห
- รูปสามเหล่ยี ม ACD มีฐานยาวเทา ใด (4.24 ห

รเรยี นรูที่ ๒๘ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
มแตละเสนยาว 4.24 หนวย

C

B

- ตอบ ดังนี้
อยา งไร (เสน ทแยงมุมท้งั สองเสนยาวเทากัน
น)
นไ้ี ดอ ยางไร (นักเรยี นอาจตอบวา หาพื้นท่ี
มเหล่ียม ABC และรปู สามเหล่ียม ACD แลวหา
น)
ของฐาน × ความสงู )
หนวย) และมีความสูงเทา ใด (2.12 หนวย)
หนวย) และมีความสงู เทา ใด (2.12 หนว ย)

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลีย่ ม

ครแู ละนกั เรยี นรว มกันหาพื้นทขี่ องรปู สเ่ี หลีย่
พ้ืนที่ของ ABCD = พน้ื ท่ขี อง ∆ABC + พ
= ( 221112 × 4.24 × 2.12)
= × 4.24 × (2.12
= × 4.24 × 4.24

≈ 8.99
ดังน้นั รปู ส่เี หล่ียมจัตรุ สั ABCD มีพื้นท่ีประมา

5. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม ใหแตละกลุมออ
รปู ส่ีเหล่ียมขนมเปยกปูนกลุมละ 1 ขอ ดงั นี้

1)

D
E

A

กาํ หนดให AC = 8 ซม. BD = 6 ซม

๓๐๑

ารเรยี นรูท ี่ ๒๘ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง

ยมจัตรุ สั ABCD ดังน้ี
พืน้ ท่ีของ ∆ACD
+ (212.1×2)4.24 × 2.12) ตารางหนว ย
+ ตารางหนว ย
ตารางหนวย
าณ 8.99 ตารางหนว ย ตารางหนวย

อกมาสุมหยิบโจทยเกี่ยวกับการหาพื้นที่ของ

C

B

ม. หาพ้นื ทข่ี องรูปสี่เหล่ียม ABCD

๓๐๒ แผนการจัดการ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลุม สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรอื่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลีย่ ม

2)

D
H

E

กาํ หนดให DF = 9 ซม. EG = 6 ซ
เมอ่ื นกั เรยี นทาํ เสรจ็ แลว ใหน าํ ออกมาตดิ บนกระด
กรณีท่ไี มถกู ตองครแู ละนกั เรียนชวยกันแกไขใหถ ูก

รเรียนรูที่ ๒๘ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
G

F

ซม. หาพ้ืนท่ขี องรูปส่เี หลยี่ ม DEFG
ดาน ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั พจิ ารณาความถกู ตอ ง
กตอ ง ครแู ละนกั เรยี นเฉลยรวมกัน ดังน้ี

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรอ่ื ง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม

1) หาพื้นทีข่ องรูปสเี่ หลยี่ ม ABCD โดยแบงเปนร
หาพื้นที่ของรูปสามเหลยี่ มทง้ั สองรูปแลว นาํ มารวม

D
E

A

พ้ืนทขี่ อง ABCD = พนื้ ท่ีของ
= 2(2211124 ×8×
= ×8×(
= ×8×6
=
ดงั นั้น พ้นื ทีข่ อง ABCD เทา กับ 24 ตาร
นักเรียนอาจหาพน้ื ทข่ี องรปู สีเ่ หล่ียม ABCD ไดจ
ของรูปสามเหล่ียม BCD ซงึ่ จะไดพ ้ืนท่ีของรูปสเ่ี หล

๓๐๓

ารเรียนรทู ี่ ๒๘ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง

รูปสามเหลย่ี ม ABC และรูปสามเหล่ยี ม ACD
มกนั จะไดพ น้ื ทีข่ องรูปสี่เหลี่ยม ABCD

C

B

∆ABC + พื้นทขี่ อง ∆ACD
(33)++3()12 × 8 × 3) ตารางหนวย
ตารางหนวย
6 ตารางหนว ย
ตารางหนวย
รางหนว ย
จากพนื้ ท่ขี องรปู สามเหลี่ยม ABD รวมกบั พ้นื ท่ี
ลย่ี ม ABCD เทา กบั 24 ตารางหนว ย

๓๐๔ แผนการจัดการ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เรอ่ื ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนวยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม

2) หาพืน้ ทีข่ องรปู ส่เี หล่ยี ม DEFG โดยแบงเปน ร
หาพื้นทีข่ องรปู สามเหล่ียมทง้ั สองรปู แลวนาํ ม

D

H

E

พนื้ ทข่ี อง DEFG = พ้นื ทขี่ อง ∆DEF + พ
= ( 12222117××× 9 × 3) +( 21
= 9 × (3 + 3)
= 9 × 6
=
ดงั นน้ั พนื้ ท่ขี อง DEFG เทา กับ 27 ตารา
นกั เรียนอาจหาพน้ื ทีข่ องรูปส่ีเหลีย่ ม DEFG ไดจ
ของรูปสามเหลย่ี ม FEG ซ่งึ จะไดพ น้ื ท่ขี องรปู สีเ่ หล
เมื่อนักเรียนทํากิจกรรมเสร็จแลว ครูสนทนาก
ขนมเปย กปูน โดยครใู หนกั เรยี นสงั เกตวิธีคดิ ตั้งแตต
จะเหน็ วธิ หี าพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปย กปนู กอ นจ

รเรียนรูที่ ๒๘ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
รปู สามเหลีย่ ม DEF และรูปสามเหล่ยี ม DGF
มารวมกันจะไดพนื้ ทขี่ องรปู สเ่ี หลี่ยม DEFG

G

F

พน้ื ท่ีของ ∆DGF
21 × 9 × 3) ตารางเซนตเิ มตร
ตารางเซนติเมตร
ตารางเซนติเมตร
ตารางเซนติเมตร
างเซนติเมตร
จากพน้ื ทขี่ องรูปสามเหลี่ยม DEG รวมกับพื้นที่
ล่ยี ม DEFG เทากับ 27 ตารางเซนติเมตร
กับนักเรียนเกี่ยวการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม
ตัวอยา งของครูและวิธีคิดของนักเรียนทง้ั 2 ขอ
จะไดค าํ ตอบของแตล ะรปู ครใู ชก ารถามตอบ ดงั น้ี

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลี่ยม

- พน้ื ทีข่ อง ABCD (=เป12น ค×วา8มย×า6วข
8 เปน ความยาวของเสนใด
เสน ใด (เปน ความยาวของเสนทแยงมุม BD
พื้นทีข่ อง DEFG = 21 × 9 × 6
- 9 เปน ความยาวของเสนใด (เปน ความยาวข
เสนใด (เปน ความยาวของเสน ทแยงมุม EG
ครูและนกั เรยี นรวมกนั สรุปวา การหาพื้นท่ขี องร
ของเสนทแยงมุมทั้งสองเสน จะหาไดจาก
พ้นื ทีร่ ปู สีเ่ หลย่ี มขนมเปยกปูน = 12 × ผลคูณ

5. กําหนดรปู สีเ่ หลีย่ มขนมเปยกปนู ABCD มี AC =
ของรูปส่ีเหลี่ยม ABCD ใหนกั เรียนหาพืน้ ท่โี ดยใชส

C

D

๓๐๕ A

ารเรียนรูท่ี ๒๘ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
ตารางหนว ย
ของเสนทแยงมุม AC) และ 6 เปน ความยาวของ
D)
ตารางเซนตเิ มตร
ของเสนทแยงมุม DF) และ 6 เปน ความยาวของ
G)
รปู ส่เี หลยี่ มขนมเปย กปูนเมอ่ื ทราบความยาว
ณของความยาวของเสน ทแยงมมุ
= 12 ซม. BD = 4.4 ซม. ใหน กั เรียนหาพ้ืนท่ี
สูตร

B

๓๐๖ แผนการจัดการ

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เร่อื ง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหล่ียม

นักเรียนสามารถแสดงวิธีทําได ดงั น้ี
วธิ ที ํา พ้นื ที่ของรปู ส่ีเหลี่ยมขนมเปย กปนู =

พืน้ ทีร่ ปู สเ่ี หลี่ยมขนมเปยกปนู ABCD =
=

ดังนน้ั พ้นื ทีข่ องรปู สีเ่ หลย่ี มขนมเปยกปนู A
ตอบ ๒๖.๔ ตารางเซนติเมตร
6. ครูใหน กั เรยี นทาํ แบบฝก หัด 6.28 เปนการบาน

ขั้นสรุป

7. ครใู ชการถามตอบเพ่ือใหนกั เรยี นรวมกนั สรปุ ส
1) รปู ส่เี หล่ียมจตั ุรัสทท่ี ราบความยาวของเสน
(หาไดจากสตู ร พ้ืนท่รี ปู สี่เหลีย่ มจตั รุ ัส
2) รปู ส่ีเหลย่ี มขนมเปยกปนู ทที่ ราบความยาวข
(หาไดจ ากสตู ร พน้ื ทรี่ ปู ส่ีเหลย่ี มขนมเปย กป

รเรยี นรทู ี่ ๒๘ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
221126××.4(ผต1ล2าครxณูาง4ขเซ.อ4นง)คตวิเตมาาตมรรยาางวเซขนองตเเิสมน ตทรแยงมมุ
ABCD เทา กบั 26.4 ตารางเซนตเิ มตร

สงิ่ ที่ไดจากการเรยี นรู ดังนี้
นทแยงมมุ สามารถหาพน้ื ที่ไดอยางไร
ข=องเ12สน×ทแผยลงคมณู ุมขสอางมคาวราถมหยาาพว้ืนขทอ่ีไงดเสอน ยทางแไยรงมุม)
ปูน = 21 × ผลคูณของความยาวของเสนทแยงมมุ )

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

แนวการจัดกจิ ก

แจกรปู สีเ่ หลีย่ มใหนกั เรียนลากเ
ข้ันนํา รูปส่ีเหลีย่ มออกเปนรูปส

ดา

ขน้ั สอน - แจกรปู ส่เี หลย่ี มใหนักเรียนแตละกล
ขน้ั สรปุ นักเรียนหาพื้นทขี่ องรปู สามเหล่ียมแ
การวดั และประเมนิ ผล - แบบฝด หดั 6.29
การหาพื้นทร่ี ูปสเ่ี หลย่ี มดานไมเ ทา แ
ในการหาพืน้ ทข่ี องรปู สามเหลยี่ ม นกั
- ประเมนิ จากการตอบคําถาม และก
- ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทา
ทางคณติ ศาสตร

๓๐๗

ารเรียนรทู ี่ ๒๙

กรรมการเรยี นรู

เสน ทแยงมุม 1 เสน แลวใหพ จิ ารณาวา เสนทแยงมุมแบงพืน้ ที่
สามเหลี่ยมจาํ นวนกร่ี ปู และสํารวจดา นทเี่ ปนฐานและ
านทเี่ ปนสวนสูงของรปู สามเหลย่ี ม
ลุม ลากเสนทแยงมุมเพ่ือแบงพน้ื ท่เี ปนรูปสามเหลี่ยม และให
แตล ะรปู แลว นาํ มารวมกัน

แบง เปนรปู สามเหลีย่ ม แลว นําพนื้ ที่ท่ีไดจ ากการแบง มารวมกนั และ
กเรียนจะตองทราบความยาวฐานและความสงู ของรปู สามเหล่ียม
การทําแบบฝก หดั
างคณติ ศาสตรดา นการใหเหตผุ ลและการสือ่ สาร สอื่ ความหมาย

๓๐๘ แผนการจัดการ

กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลยี่ ม

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ขอบเขตเนือ้ หา กจิ กรรมการเรยี นรู

การหาพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี ม ขั้นนาํ
ดานไมเทา
1. ครูแจกรูปส่ีเหลี่ยมดา นไมเทา ใหนกั เรยี นกลมุ

สาระสําคัญ B
C
1. การหาพน้ื ทข่ี อง
รปู สี่เหลีย่ มอาจทําไดโดย A
ลากเสน ทแยงมมุ 1 เสน แบง
รปู สเ่ี หลย่ี มเปน รปู สามเหลย่ี ม ครูใหน ักเรยี นลากเสน ทแยงมุม 1 เสน และล
2. การหาพื้นที่ของรูป ฉากกับเสนทแยงมมุ พรอมกาํ หนดชื่อของสวนของเ
สามเหล่ียมท้ัง 2 รปู แลว นํา
พืน้ ท่ีของรูปสามเหล่ยี มท้งั รูปสีเ่ หลย่ี ม ABCD เม่อื ลากเสน ทแยงมมุ 1 เส
สองมารวมกัน
B
จดุ ประสงคก ารเรียนรู IC

ดา นความรู J
เพื่อใหน ักเรียนสามารถ A DA

ห า พ้ื น ท่ี ข อ ง รู ป ส่ี เ ห ลี่ ย ม

รเรียนรูท่ี ๒๙ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
มละ 1 แผน สื่อ/แหลง เรยี นรู

F 1. รูปสีเ่ หลีย่ ม
2. แบบฝก หดั 6.29
G
E การประเมิน

DH 1. วิธกี าร
1.1 สงั เกตพฤติกรรม
ลากสวนของเสนตรงจากจดุ ยอดท่ีเหลอื มาต้ัง การเรียนรู
เสน ตรงนัน้ 1.2 ตรวจผลงานจาก
สนแลวนกั เรียนจะได 2 แบบ ดงั น้ี แบบฝกหดั

B CN R 2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝกหดั 6.29
M D 2.2 แบบประเมินทกั ษะ
A และกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร

3.เกณฑ
3.1 ผลงานมคี วามถกู ตอ ง
ไมนอยกวา รอยละ 80

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั กา

กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลยี่ ม

จากการหาผลรวมของพ้ืนท่ี จากนัน้ ครูใชการถาม - ตอบประกอบรปู ทนี่ กั เรยี
รูปสามเหล่ียม
ดานทักษะและกระบวนการ B
ทางคณติ ศาสตร I

เพอื่ ใหน ักเรียนสามารถ A
1. ใหเ หตผุ ล
2. สือ่ สาร ส่ือความหมาย กรณที ี่ ลากเสนทแยงมุม BD
ลากเสน ทแยงมมุ BD แบง รปู สเ่ี หลย่ี มออก
ทางคณิตศาสตร และรูปสามเหลยี่ ม BCD)
จากรปู สามเหลย่ี มแตล ะรูปมสี ว นของเส
รปู สามเหลยี่ มแตล ะรูปมสี ว นของเสนตร
เปนสวนสูง และรูปสามเหล่ียม BCD มี

๓๐๙

ารเรียนรูที่ ๒๙ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชวั่ โมง
ยนสรางข้นึ มา ดังน้ี
3.2 นกั เรยี นไดคะแนน
C รวมทักษะและ
J กระบวนการทาง
คณิตศาสตรไ ม
D นอยกวารอ ยละ 60

กเปน รปู สามเหลย่ี มใดบา ง (รปู สามเหลย่ี ม ABD
สน ตรงใดเปน ฐาน (BD เปน ฐาน)
รงใดเปน สว นสงู (รูปสามเหลยี่ ม ABD มี AI

CJ เปน สวนสงู )


Click to View FlipBook Version