๒๖๐ แผนการจดั กา
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมติ ิ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม
- แบงแลว ไดพื้นทีใ่ ดบา ง (พนื้ ที่ ABD และ
- ABD มีฐานคืออะไรและยาวเทา ใด (AB =
DC
AE
- สว นสงู หาไดอยา งไร (ลากเสน ตงั้ ฉากจากจุด
- DE ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วามยาว
- พนื้ ที่ ABD เปนเทา ใด
(พื้นท่ี ABD = 1212 × AB × DE
= × 6×2=6 ตา
BCD ฐานคอื อะไรและยาวเทาใด (DC =
DC
AE
ความสูงหาไดอ ยางไร (ตอ DC ออกไปถงึ จ
BG ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วามยาว
ารเรียนรทู ่ี ๒๔ ชนั้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
ะพน้ื ที่ BCD )
= 6 หนวย)
B
ด D มาตง้ั ฉากกับ AB ทจ่ี ดุ E)
2 หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
ารางหนว ย)
= 2 หนวย)
G F
B
จุด F และลาก BG ตัง้ ฉากกับ DF ทจ่ี ุด G)
ว 2 หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
หนวยท่ี ๖ เร่ือง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลีย่ ม
- พื้นที่ BCD เปน เทา ใด
- พ(พืน้ น้ื ททรี่ ่ี ูปสB่ีเหCลD่ยี มคา==งหม2121ู AB××CD2DC×เท×2า Bก=Gบั 2เทตาาใ
(พ้นื ท่ี ABCD = พืน้ ท่ี ABD + พื้นท
ครอู าจแนะนํานกั เรียนเพิม่ เตมิ วา นกั เรียนสาม
เปนรปู สามเหล่ียมและรปู ส่เี หล่ียม โดยกําหนดให A
ไดด ังนี้
- นักเรียนจะหาพ้ืนทขี่ องรูปสี่เหล่ยี มคางหมู AB
(แบงพ้นื ท่ีออกเปน พืน้ ทีร่ ปู สามเหลีย่ มมุมฉาก
- แบง พ้ืนท่ีโดยทําอยางไร (ลากเสนตัง้ ฉากจาก
ตามลาํ ดับ)
D C
AE F
๒๖๑ - เม่อื แบงแลวนกั เรยี นจะไดเ ปนรปู อะไรบา ง (
- ฐานและสว นสูงของ ADE คือสวนของเสน ต
ความยาว 1 หนวย และ 2 หนวยตามลําดบั )
รเรียนรูที่ ๒๔ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
ารางหนวย)
ใด
ท่ี BCD = 6 + 2 = 8 ตารางหนว ย)
มารถหาพนื้ ทข่ี องรูปสเ่ี หลี่ยมคางหมโู ดยแบง
AE = 1 หนว ย EF = 2 หนว ย FB = 3 หนว ย
BCD โดยจะเร่มิ ตนอยางไร
กและรปู สเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก)
กจดุ D และจุด C มาตง้ั ฉากกับ AB ทจี่ ุด E , F
B
ADE , CDEF , BCF)
ตรงใด และมคี วามยาวเทาใด (AE และ DE มี
๒๖๒ แผนการจดั กา
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เร่อื ง เรขาคณติ สองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลย่ี ม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ - ฐานและสว นสงู ของ BCFคอื สว นของเสน ตรง
3 หนวย และ 2 หนว ยตามลําดบั )
- ดา นกวา งและดา นยาวของ CDEF คอื สว นขอ
และ 2 หนวย ตามลาํ ดับ)
- พน้ื ท่ีรปู ส่เี หล่ยี มคางหมู ABCD เทา กับเทา ใด
( พ้ืนที่ ABCD = พ้นื ท่ี ADE + พน้ื ท่ี
= (121 × 1 × 2) + (2 × 2) +
= + 4 + 3 =8 ตาร
3. ครแู บงนกั เรยี นเปน กลมุ และแจกรูปสีเ่ หลยี่ มคา
และนําเสนอหนาชนั้ เรยี น
3.1 ครแู จกรูปส่เี หลยี่ มคางหมู ABCD กําหนด
ระหวางเสน ขนาน 2 หนวย
A
D
- นกั เรียนจะหาพน้ื ที่ของรปู ส่เี หล่ยี มคางหมู A
(แบงพืน้ ท่อี อกเปนพนื้ ที่รูปสามเหลย่ี ม)
ารเรียนรทู ่ี ๒๔ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ช่วั โมง
งใด และมคี วามยาวเทา ใด (FB และ CF มคี วามยาว
ของเสน ตรงใด (DE และ EF มคี วามยาว 2 หนว ย
ด
CDEF + พนื้ ที่ BCF
ร+าง(ห21น×ว ย3 × 2 ตารางหนวย
างหมใู หน ักเรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกันหาพื้นที่
AB = 2 หนวย DC = 3 หนวย และระยะหาง
B
C
ABCD โดยจะเริ่มตน อยา งไร
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ
กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม
- แบงพ้ืนที่โดยทําอยางไร (ลาก BD) B
A
D
- เม่อื ลากเสน แลวนกั เรยี นจะไดเปนรูปอะ
- ฐานของ BDC คอื อะไร และมีความยา
- ความสูงหาไดอยางไร (ลาก BE ตงั้ ฉากก
AB
D
- BE ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วาEมยาว
- พ้นื ท่ี BDC เปน เทา ใด
(พื้นท่ี BDC = 2121 × DC x BE
= × 3×2=3 ตาร
๒๖๓
รเรยี นรูท่ี ๒๔ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
C
ะไรบาง ( ABD , BDC )
าวเทาใด (DC = 3 หนว ย)
กบั DC ทจ่ี ดุ E)
C
ว 2 หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
รางหนวย)
๒๖๔ แผนการจดั กา
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมิติ หนว ยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม
- ฐานของ ∆ABD คอื อะไร และมีความยาวเท
- ความสงู หาไดอยา งไร (ลาก DF ตั้งฉากกับ A
A FB
D
- DF ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วามยาว 2
- พน้ื ท่ี ∆ABD เปนเทาใด
(พน้ื ท่ี ∆ABD = A2121BC××DA2เBท×า×ก2บัD=เFท2า ใตดา
- =
พ้ืนทีร่ ปู สีเ่ หลี่ยมคางหมู
(พ้ืนท่ี ABCD = พนื้ ท่ี ∆BDC + พ้ืนท
ารเรียนรูท่ี ๒๔ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
ทา ใด (AB = 2 หนวย)
AB ทจ่ี ดุ F)
C
หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
ารางหนวย)
ด
ท่ี ∆ABD = 3 + 2 = 5 ตารางหนวย)
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
๒๖๕ กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรือ่ ง เรขาคณติ สองมิติ หนว ยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม
3.2 ครูแจกรปู ส่ีเหลย่ี มคางหมู ABCD กาํ หนด A
ระหวา งเสนขนาน 2 หนวย
D
A
- นกั เรยี นจะหาพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มคางหมู A
พน้ื ทร่ี ปู สามเหลย่ี ม)
- แบงพน้ื ทีโ่ ดยทาํ อยางไร (ลาก BD)
D
A
- เมอ่ื ลากเสนแลวนกั เรยี นจะไดเ ปน รูปอะไรบ
- ฐานของ ∆BDC คอื สวนของเสนตรงใด แล
รเรียนรทู ่ี ๒๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
AB = 5 หนวย DC = 3 หนว ย และระยะหา ง
C
B
ABCD โดยจะเรม่ิ ตน อยา งไร (แบง พน้ื ทอ่ี อกเปน
C
B
บา ง (∆ABD , ∆BDC)
ละมีความยาวเทาใด (DC ยาว 3 หนว ย)
๒๖๖ แผนการจดั กา
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลยี่ ม
- สว นสงู หาไดอ ยา งไร (ลาก BF ต้ังฉากกบั CE
D
A
- BF ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วามยาว 2
- พน้ื ท่ี ∆BDC เปน เทาใด
- ฐ(พาน้ืนทขอี่ ∆งB∆DACBD==คือ2112สว×น×Dข3อCง××เสน2BFต=รง3ใดตาแรลาะง
- ความสูงหาไดอ ยา งไร (ลาก DE ตั้งฉากกับ A
D
AE
ารเรียนรูท่ี ๒๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
E ทจ่ี ดุ F) FE
C
B
หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
งหนว ย)
ะมคี วามยาวเทา ใด (AB ยาว 5 หนว ย)
AB ท่จี ุด E)
C
B
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
กลุมสาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหล่ียม
- DE ยาวเทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (มคี วามยาว 2
- พน้ื ที่ ∆ABD เปนเทา ใด
(พพน้ื ้นื ทท่รี ี่ ปู∆สA่ีเBหDลีย่ มคา==งห1212มู × AB x DE
- × 5 × 2 = 5 ตาร
ABCD เทา กบั เทาใ
(พน้ื ที่ ABCD = พืน้ ที่ ∆BDC + พนื้ ท
4. ครใู หน ักเรยี นทาํ แบบฝก หัด 6.24
ข้นั สรปุ
5. ครใู ชก ารถามตอบเพอ่ื ใหน กั เรียนรว มกนั สรปุ สิง่
1) นกั เรยี นจะหาพืน้ ที่ของรูปสี่เหลยี่ มคางหมไู ดอ
1.1) จากการแบง พน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มคางหมเู ป
และหาพื้นท่ขี องรปู ทุกรูปแลวนาํ มารวมก
1.2) แบง รูปสีเ่ หลี่ยมคางหมูเปนรูปสามเหล่ียม
รูปสามเหล่ียมทงั้ สองแลว นํามารวมกัน
2) สวนของเสน ตรงที่ต้ังฉากกบั ดา นที่ขนานกันข
คขู นานหรอื เรียกวาความสูงของรูปสี่เหลี่ยมค
๒๖๗
รเรียนรทู ี่ ๒๔ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
2 หนว ยเพราะเปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
รางหนว ย)
ใด
ท่ี ∆ABD = 3 + 5 = 8 ตารางหนว ย)
งท่ีไดจ ากการเรียนรู ดงั นี้
อยางไร
ปน รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากและรปู สามเหลย่ี มมมุ ฉาก
กนั
มสองรปู โดยลากเสน ทแยงมมุ และหาพ้ืนที่ของ
ของรปู สเ่ี หล่ียมคางหมู คอื ระยะหา งระหวา งดา น
คางหมู
๒๖๘
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ แผนการจัดกา
แนวการจดั กจิ ก
ขัน้ นํา นํารปู สีเ่ หลีย่ มคางหม
แลวต้งั คาํ ถามกับน
ข้นั สอน - ติดรปู สเ่ี หลย่ี มคางหมู ใหน กั เรียน
รวมกันใชส มบัติการแจกแจง เพื่อนาํ
ขน้ั สรุป ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จาํ นวนกลมุ ละ 2
การวัดและประเมนิ ผล รปู สเ่ี หลย่ี มคางหมทู ไ่ี ดจ ากการตอ รปู ส
- ทาํ แบบฝก หดั 6.25
การหาพน้ื ทร่ี ปู สเ่ี หลย่ี มคางห
- ประเมนิ จากการตอบคําถาม และก
- ประเมนิ ทักษะและกระบวนการทา
คณิตศาสตร
ารเรยี นรูที่ ๒๕
กรรมการเรยี นรู
มกู รณที ไี่ มส ามารถแบง เปน รูปสามเหล่ียมมมุ ฉากได
นักเรียนถงึ วิธีการหาพืน้ ท่ขี องรูปสี่เหลีย่ มคางหมู
นแบง พืน้ ท่ีเปน รปู สามเหลี่ยมมมุ ฉาก 2 รปู แลว นําพ้นื ท่ีทัง้ สองมา
าไปสสู ูตร จากนน้ั นํารูปส่ีเหลย่ี มคางหมูทีเ่ ทา กันทุกประการมาแจก
รปู ใหน กั เรยี นนาํ มาตอ ใหเ ปน รปู สเ่ี หลย่ี มดา นขนาน และหาพน้ื ทข่ี อง
สเ่ี หลย่ี มดา นขนาน
หมเู ทา กบั 21 × ความสงู × ผลบวกของความยาวดา นคขู นาน
การทาํ แบบฝก หัด
างคณติ ศาสตรดา นการใหเ หตุผล การสื่อสาร สอ่ื ความหมายทาง
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ
กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เร่ือง เรขาคณติ สองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลย่ี ม
ขอบเขตเนื้อหา กจิ กรรมการเรียนรู
การหาพน้ื ทร่ี ปู สเ่ี หลย่ี ม ขั้นนํา
คางหมูโดยใชสูตร พื้นที่
รูปสี่เหลี่ยมคางหมู 1. ครูตดิ รูปสเ่ี หลีย่ มคางหมู ABCD ใหนกั เรยี นพจิ า
=ของ21ควา×มคยาววาขมอสงูงด×า นผคลขู บนาวนก
D
สาระสาํ คัญ AB
พื้นที่รปู ของรปู สเี่ หลย่ี ม - จากรปู เปนรูปสี่เหล่ียมชนดิ ใด (รปู ส่เี หลย่ี มค
คางหมหู าไดจ าก - ทราบไดอ ยา งไร (มีดานขนานกัน 1 ค)ู
ค12วาม×ยคาววาขมอสงงูดาxนผคลขู บนวากนของ ครกู าํ หนดระยะหางระหวางดานคูขนานยาว 3 ห
และตัง้ คาํ ถามกบั นกั เรียนวา
จุดประสงคการเรียนรู - จากรปู นักเรียนมีวิธีแบงพนื้ ที่เพื่อหาพื้นที่รูปส
ดานความรู สามเหล่ียมจํานวน 2 รปู )
เพอ่ื ใหนกั เรยี นสามารถ - แบงอยา งไร (ลาก BD หรือ AC)
- เม่ือลาก BD ไดร ปู สามเหลย่ี มใดบาง (∆ABD,
หาพ้ืนทขี่ องรูปสี่เหลย่ี ม
คางหมู
๒๖๙
รเรยี นรทู ี่ ๒๕ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
ารณา ส่ือ/แหลง เรียนรู
C 1. รปู ส่ีเหล่ียมคางหมูแบบ
ตาง ๆ
คางหม)ู
หนวย และ AB = 2 หนว ย, DC = 6 หนวย 2. แบบฝกหดั 6.25
สี่เหลย่ี มคางหมูไดอ ยา งไร (แบงพนื้ ท่เี ปนรูป
, ∆BCD) การประเมิน
1. วธิ กี าร
1.1 สงั เกตพฤติกรรม
การเรียนรู
1.2 ตรวจผลงานจาก
แบบฝกหดั
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบฝกหัด 6.25
2.2 แบบประเมินทกั ษะ
และกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร
๒๗๐ แผนการจดั กา
กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนวยท่ี ๖ เรอื่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ดานทักษะและกระบวนการ D
ทางคณติ ศาสตร
AB
เพ่อื ใหน ักเรยี นสามารถ
1. ใหเ หตุผล - ฐานของรูป ∆ABD และ ∆BCD คือ สว นขอ
2. ส่ือสาร สื่อความหมาย - ความสงู ของรปู สามเหลย่ี มทง้ั สองเทา กนั หรอื ไม
- หาพ้นื ที่ของรูปสเ่ี หล่ียมคางหมู ABCD ไดอ ยา
ทางคณิตศาสตร
มารวมกนั )
ารเรยี นรทู ี่ ๒๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
C 3. เกณฑ
3.1 ผลงานมคี วามถกู ตอ ง
องเสน ตรงใด (AB และ DC ตามลําดบั ) ไมนอ ยกวารอยละ 80
ม (เทา กนั เพราะเปน ระยะหา งระหวา งดา นคขู นาน) 3.2 นกั เรียนไดคะแนน
างไร (นาํ พื้นทรี่ ูปสามเหล่ยี ม ∆ABD, ∆BCD รวมทักษะและ
กระบวนการทาง
คณิตศาสตรไม
นอ ยกวา รอ ยละ 60
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
๒๗๑ กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมติ ิ หนวยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม
ขน้ั สอน
2. ครูติดรูปสเี่ หล่ยี มคางหมู กาํ หนดระยะหางระห
AB = 2 หนวย, DC = 6 หนว ย และต้ังคําถาม
D
AB
- นกั เรียนจะแบงรปู สี่เหล่ียมคางหมูใหเปน รูปส
DF
A EB
รเรยี นรทู ี่ ๒๕ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
หวางดา นคูขนานยาว 3 หนว ย และ
มกบั นักเรยี นวา
C
สามเหลยี่ มโดยลากสวนของเสนตรงใด (BD)
C
๒๗๒ แผนการจัดกา
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ยี ม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ - เมื่อแบง แลวจะไดร ูปอะไรบา ง (∆ABD, ∆B
- ∆ABD มคี วามยาวฐานเทาใด (AB = 2 หน
- ∆ABD มคี วามสงู เทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (D
- หาพื้นทขี่ อง ∆ABD ไดหรอื ยัง
- (∆พB้นื CทD่ี ∆มAีคBวDามยาวฐ==าน2121เท××าใA2ดB×(D×3CD==E36ตหานร
- ∆BCD มคี วามสงู เทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (BF
- หาพื้นทขี่ อง ∆BCD ไดห รือยงั
- (พพน้ื น้ื ทที่ขี่ อ∆งรBูปCสD่เี หลย่ี ==มค2112างห××มD6ู AC×B×C3DB=Fห9าไตดาอร
(พน้ื ที่ ABCD = พน้ื ที่ ∆ABD + พ้ืน
พท3ั้งน้ื คสทอื อ่ี งรวะงยเAะลBหบ็ Cา มงDอีขะอไงร==อทะ((เ่ีไ1122หรม×แ×ือล3นะ2)ก(เร2×ันยี +ก3(ว)126า +)อxตะ(3าไ12รร)า(×
-
-
- 2 + 6 คืออะไร (ผลบวกของความยาวของด
- การหาพื้นทีข่ องรปู สเ่ี หล่ยี ม ABCD หาไดอ
ารเรยี นรูท ่ี ๒๕ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
BCD)
นวย)
DE = 3 หนว ย เปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
รางหนว ย)
นว ย)
F = 3 หนว ย เปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
รางหนว ย)
อยางไร
นท่ี ∆BCD
× 6 × 3) ตารางหนวย
างหนว ย
(ระยะหา งของดา นคขู นาน เรยี กวา ความสงู )
ดา นคูขนาน)
อยา งไร
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เรอื่ ง เรขาคณติ สองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลย่ี ม
(พ้นื ที่รูปสเี่ หลยี่ มคางหมู = 1122 × ควา
พ้นื ทรี่ ูปสี่เหลี่ยม ABCD = ×3×8
3. ครแู บง นกั เรยี นเปนกลุม และครูแจกรปู ส่เี หลี่ยม
สามเหลี่ยม 2 รูป ใหแตล ะกลุม สงั เกตและไดข อ
พนื้ ทร่ี ปู ส่เี หลย่ี มคางหมู = 21 × ความสงู × ผล
B C
A
- แบง รูปสี่เหล่ยี มคางหมูใหเปน รปู สามเหล่ียมโ
B FC
๒๗๓ AE
- เม่อื แบงแลวจะไดรูปอะไรบาง (∆ABC, ∆ACD
∆ABC มคี วามยาวฐานเทาใด (BC = 2 เซนต
รเรยี นรทู ่ี ๒๕ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
ามสงู × ผลบวกของความยาวของดา นคขู นาน
8 = 12 ตารางหนว ย)
มคางหมูใหน ักเรียนหาพน้ื ที่ โดยแบงเปน รูป
อสรุปเหมอื นกับครหู รือไมว า
ลบวกของความยาวของดา นคขู นาน
D
โดยลากสว นของเสน ตรงใด (AC)
D
D)
ตเิ มตร)
๒๗๔ แผนการจัดกา
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เร่อื ง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหล่ียม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ - ∆ABC มคี วามสงู เทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (AF
- หาพื้นทข่ี อง ∆ABC ไดหรือยงั
- (พ้นื ที่ ∆มคีAวBาCมยาวฐ==านเ1212ท××าใดB2C(×A×D3A==F63
- ∆ACD ตา
ซน
- ∆ACD มคี วามสงู เทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (CE
- หาพนื้ ท่ขี อง ∆ACD ไดหรือยัง
(พ้ืนท่ี ∆ACD = 1221 × AD × CE
= × 6×3=9 ตา
- พน้ื ท่ขี องรปู ส่เี หลี่ยมคางหมู ABCD หาไดอ
(พืน้ ที่ ABCD = พืน้ ที่ ∆ABC + พ้นื ท
พท3ั้งนื้ คสทอื อ่ี งรวะงยAเะBลหC็บาDมงอีขะอไงร==อทะ(เ่ีไ(ห12ร21ม×แือ×ล2นะ3กเ×ร)นั (ยี 23ก)(+ว12+า 6อ×()ะ21ไต3รา)×(ร
-
-
- 2 + 6 คอื อะไร (ผลบวกของความยาวของด
- การหาพ้ืนทขี่ องรูปส่ีเหลย่ี ม ABCD หาไดจ
(พ้ืนท่รี ูปสีเ่ หลี่ยมคางหมู = 1221 × ความ
พน้ื ทีร่ ปู สีเ่ หลยี่ ม ABCD = ×3×8
ารเรียนรทู ่ี ๒๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
F = 3 เซนตเิ มตร เปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
ารางเซนตเิ มตร)
นตเิ มตร)
E = 3 เซนตเิ มตร เปน ระยะหา งระหวา งเสน ขนาน)
ารางเซนตเิ มตร)
อยางไร
ท่ี ∆ACD
× 6 ×3 ) ตารางเซนติเมตร)
รางเซนติเมตร
(ระยะหา งของดา นคขู นาน เรยี กวา ความสงู )
ดา นคูขนาน)
จากอะไร
มสงู x ผลบวกของความยาวของดานคขู นาน
8 = 12 ตารางเซนตเิ มตร)
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เรอื่ ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม
4. กิจกรรมเพอ่ื นําไปสูก ารหาพ้นื ทีข่ องรปู สเ่ี หล่ีย
ครูแจกรูปสีเ่ หล่ียมคางหมทู เี่ ทากันทกุ ประกา
ของดา นคขู นานและระยะหางระหวา งดานคูข
3 หEนวย
B CJ
3 หนวย
AF
6 หนว ย
- นาํ รปู ทงั้ สองมาตอ กันเปนรูปสี่เหลยี่ มดานขน
โดยนาํ CD ชิด JL หรอื นาํ AB ชิด IK ใน
- ตอ งทาํ อยา งไร (หมนุ รปู สเ่ี หลย่ี มคางหมู ใหด า นข
B 3 หEนวย C J
๒๗๕ 3 หนวย
A 6 หFนวย
รเรียนรทู ่ี ๒๕ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
ยมคางหมู
ารใหนักเรียนกลุม ละ 2 รปู โดยครูบอกความยาว
ขนานใหด งั น้ี
K
6 หGนวย
3 หนวย
DL H I
3 หนว ย
นานไดอ ยา งไร (ครแู นะนักเรียนทาํ ได 2 แบบ
นทน่ี ีเ้ ราจะใช CD ชิด JL)
ขนานของทง้ั สองรปู ขนานกนั แลว นาํ มาวางชดิ กนั )
6 หนวย
G K
3 หนวย
D L 3 Hหนวย I NM
๒๗๖ แผนการจดั กา
กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เร่อื ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ - รปู สเ่ี หล่ยี มดา นขนานทไี่ ดม ีช่ืออะไร ( AIK
- ฐานของรูปสี่เหลย่ี มดา นขนานคอื (AI)
- มีความยาวเทาใด (6 + 3 = 9 หนว ย)
- สตู รพน้ื ทีข่ องรูปสี่เหล่ยี มดา นขนานวา อยาง
- พืน้ ทีข่ องรปู สีเ่ หล่ยี มดา นขนานเปน เทา ใด (
- พืน้ ที่ของรูปสเ่ี หลีย่ มคางหมูโดยคิดจากพ้ืนท
- (พพน้ื น้ื ททข่ี ร่ีอูปงรสปู ี่เหสเ่ีลหย่ี ลมย่ี คมาคงาหงหมมู =มู คี 21วาม×ส(มั 6พ+นั ธ3ก )บั ×
รปู สเ่ี หลย่ี มคางหมเู ปน 12 เทา ของพน้ื ทข่ี องร
× ความสงู )
- ความยาวฐานของรปู สเ่ี หลย่ี มดา นขนานเกย่ี ว
รูปสี่เหลี่ยมคางหมอู ยางไร (ความยาวฐานข
ความยาวของดานคูข นานของรูปสีเ่ หลย่ี มค
ดงั นน้ั พืน้ ทีร่ ูปสีเ่ หล่ยี มคางหมู = 2112 × (ผ
พื้นทีร่ ปู สเี่ หล่ยี มคางหมู = × (6
5. ครูใหนักเรียนทาํ แบบฝกหัด 6.25
ารเรยี นรทู ี่ ๒๕ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
KB)
งไร (ความยาวของดา นฐาน x ความสูง)
(6 + 3) × 3 = 27 ตารางหนว ย)
ที่ของรูปส่ีเหล่ียมดานขนานเปนเทา ใด
บ×พน้ื 3ท=ข่ี อ2ง27รปู สตเ่ี หารลาย่ี งมหดนา นว ยขน) านอยา งไร (พน้ื ท่ี
รปู สเ่ี หลย่ี มดา นขนาน = 21 × ความยาวฐาน
วขอ งกบั ความยาวของดา นคขู นานของ
ของรูปส่เี หลยี่ มดา นขนานเทากับผลบวกของ
คางหม)ู
ผลบวกของความยาวของดา นคขู นาน) × ความสงู
6 + 3) × 3 = 227 ตารางหนว ย
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เรื่อง เรขาคณติ สองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รปู หลายเหลี่ยม
ขั้นสรปุ
6. ครูใชก ารถามตอบเพื่อใหน ักเรยี นรวมกันสรปุ สิ่ง
1) ความสงู ของรูปสีเ่ หลยี่ มคางหมูคืออะไร (ระ
คางหมู)
2) นักเรยี นหาพ้ืนทขี่ องรูปสเี่ หลี่ยมคางหมูตอง
และความสงู )
3) นักเรยี นทราบทีม่ าของสตู รการหาพืน้ ทข่ี อง
- สูตรการหาพ้นื ทีข่ องรปู สเ่ี หลย่ี มคางหมหู
แลว หาพนื้ ที่ของรูปสามเหลย่ี มทงั้ 2 รูป
- สูตรการหาพน้ื ที่ของรปู สี่เหล่ียมคางหมู
นาํ มาตอ กันเปน รปู สเ่ี หล่ียมดา นขนาน แ
4) สตู พรพน้ื ื้นททีร่ ปูี่ขสอเ่ีงหรลปู ย่ีสม่เี หคลาี่ยงหมมคูเาทงหา กมบั ูวา อ21ยขางอไงรพ
(พืน้ ทข่ี องรูปสี่เหล่ยี มคางหมู = 12 × ควา
๒๗๗
รเรยี นรทู ่ี ๒๕ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชัว่ โมง
งทไี่ ดจ ากการเรยี นรู ดงั นี้
ะยะหา งระหวางดา นคูข นานของรปู สเี่ หลี่ยม
งทราบอะไรบา ง (ความยาวของดานคูขนาน
งรปู สี่เหลีย่ มคางหมูไดอ ยา งไร
หาไดจากการแบง เปน รูปสามเหลยี่ ม 2 รปู
แลวนํามารวมกนั
หาไดจ ากการนาํ รปู ส่เี หลย่ี มคางหมู 2 รปู ทม่ี ี
และ หาพื้นที่รูปส่เี หลีย่ มดานขนานจะไดว า
พน้ื ท่รี ปู ส่เี หลี่ยมดา นขนาน
ามสงู × ผลบวกของความยาวของดานคูขนาน)
๒๗๘
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ แผนการจัดกา
แนวการจดั กิจก
ขั้นนํา ตดิ รปู ส่ีเหลีย่ มหลายประเ
ขัน้ สอน - ลากเสน ทแยงมุมของรูปสี่เหล่ียมรปู
ข้ันสรปุ สามเหลย่ี มทง้ั สองรปู แลว นาํ พ้ืนที่ทั้ง
การวดั และประเมนิ ผล สามเหลย่ี ม แลวนํามาประกอบกนั เป
รปู สเี่ หลย่ี มน้นั
- ทําแบบฝก หดั 6.26
การหาพ้ืนท่ีของรูปสีเ่ หล่ยี มรูป
21 × ผ
- ประเมินจากการตอบคําถาม และก
- ประเมินทกั ษะและกระบวนการทา
คณิตศาสตร
ารเรียนรทู ี่ ๒๖
กรรมการเรียนรู
เภท ใหน กั เรียนพจิ ารณาวา รปู ใดเปนรปู ส่ีเหลี่ยมรูปวาว
ปวาว เพือ่ แบงเปนรูปสามเหลี่ยม 2 รูป และหาพน้ื ที่ของรปู
งสองมารวมกัน และใหน กั เรียนแบง รปู ส่ีเหลยี่ มรูปวา วเปน รปู
ปน รปู สี่เหลี่ยมดานขนานหรือรปู ส่ีเหลีย่ มมุมฉากแลวหาพ้ืนที่ของ
ปวาวเมอ่ื ทราบความยาวของเสน ทแยงมุม สามารถหาไดจ าก
ผลคณู ของความยาวของเสนทแยงมมุ
การทาํ แบบฝกหัด
างคณติ ศาสตรดา นการใหเหตผุ ล การสื่อสาร สื่อความหมายทาง
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนว ยท่ี ๖ เรือ่ ง เรขาคณิตสองมติ ิ หนวยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลยี่ ม
ขอบเขตเนอ้ื หา กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนาํ
การหาพ้ืนท่ขี องรปู ส่ีเหลีย่ ม
รูปวาว 1. ครตู ดิ รูปสเ่ี หล่ียมชนดิ ตางๆ แลว ใหนกั เรยี นพ
สาระสาํ คัญ F
B
การหาพื้นท่ีของรปู สีเ่ หลยี่ ม
รูปวาว หาไดจาก 21 x ผลคูณ A CE
ของความยาวของเสน ทแยงมมุ
จุดประสงคการเรียนรู D H
รูปที่
ดา นความรู รูปท่ี 1 OQ
เพือ่ ใหน ักเรียนสามารถ N
หาพ้นื ทขี่ องรปู ส่เี หลี่ยม
รูปวาว
M P R
รปู ที่ 4 รูปท่ี 5
๒๗๙
รเรียนรทู ี่ ๒๖ ช้ัน ป. ๖
เวลา ๑ ชั่วโมง
พจิ ารณาวา รูปส่ีเหลย่ี มใดเปน รปู สเี่ หลยี่ มรปู วาว สือ่ /แหลงเรียนรู
I 1. รูปสีเ่ หล่ยี มชนิดตา งๆ
2. แบบฝกหดั 6.26
JL
G การประเมิน
K Z 1. วิธีการ
2 รูปท่ี 3 1.1 สงั เกตพฤตกิ รรม
การเรียนรู
TU 1.2 ตรวจผลงานจาก
แบบฝกหัด
SV W
2.เครือ่ งมอื
5 รูปท่ี 6
2.1 แบบฝก หดั 6.26
2.2 แบบประเมนิ ทกั ษะ
และกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร
3. เกณฑ
3.1 ผลงานมีความถูกตอ ง
ไมน อยกวารอ ยละ 80
๒๘๐ แผนการจัดกา
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
หนวยที่ ๖ เร่ือง เรขาคณติ สองมติ ิ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหลย่ี ม
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ดา นทักษะและกระบวนการ - รปู ที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 และ 6 เปนรปู อะไร เพ
ทางคณติ ศาสตร (รูปที่ 1 คอื รูปส่ีเหลยี่ มจัตรุ สั เพราะวดั ความ
มมุ ฉาก
เพื่อใหนักเรียนสามารถ รูปที่ 2 คือ รปู สี่เหล่ยี มขนมเปย กปนู เพราะว
1. ใหเหตผุ ล และมุมไมเ ปน มมุ ฉาก
2. สื่อสาร สอื่ ความหมาย รปู ท่ี 3 คอื รปู สเ่ี หลย่ี มรปู วา ว เพราะเปน รปู ส
รูปที่ 4 คอื รูปสีเ่ หล่ียมดา นขนาน เพราะมีด
ทางคณติ ศาสตร รูปที่ 5 คอื รปู ส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส เพราะวัดความ
มมุ ฉาก
รปู ที่ 6 คือ รูปสี่เหล่ยี มผนื ผา เพราะมีดานท่ขี
ยาวเทากัน 2 คู และมมุ ทุกมุมเป
เม่อื นกั เรียนจําแนกไดแ ลว ครตู ้งั คาํ ถามวา “ร
(รปู ส่ีเหล่ียมทีไ่ มมีดา นใดขนานกันและมดี านประช
ข้นั สอน
2. ครตู ิดรปู ส่เี หล่ียมรปู วาว ABCD และลากเสน
อะไรบาง (BD, AC ตดั กนั เปนมมุ ฉาก ท่จี ดุ E ทําให
B
AE
D
ารเรียนรูท่ี ๒๖ ชน้ั ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
พราะเหตใุ ด
มยาวดา นทกุ ดา นยาวเทา กนั และมุมทกุ มมุ เปน 3.2 นกั เรยี นไดค ะแนน
วดั ความยาวแลวดา นทกุ ดา นยาวเทากนั รวมทักษะและ
สเ่ี หลย่ี มทม่ี ดี า นประชดิ กนั มคี วามยาวเทา กนั 2 คู กระบวนการทาง
ดา นท่ีขนานกนั มี 2 คู คณิตศาสตรไม
มยาวดานทุกดา นยาวเทา กัน และมมุ ทุกมุมเปน นอยกวารอยละ 60
ขนานกนั 2 คู วัดความยาวแลว ดา นตรงขา ม
ปน มมุ ฉาก
รปู สี่เหลีย่ มรูปวา ว มลี ักษณะอยา งไร
ชิดกันมีความยาวเทา กัน 2 คู)
นทแยงมมุ พรอ มกบั ถามนกั เรยี นวา สงั เกตเห็น
ห BE = ED)
C
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจัดการ
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
หนวยที่ ๖ เรอ่ื ง เรขาคณติ สองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รปู หลายเหล่ยี ม
- หาพ้นื ท่ขี องรูปส่ีเหล่ียมรูปวา ว ABCD ไดอยา
ท้งั สองมารวมกัน)
- ∆ABC และ ∆ADC มพี นื้ ทเี่ ทา กนั หรอื ไม เพร
ความสงู ED เทา กนั พน้ื ท่ขี องรูปสามเหลี่ยมท
กาํ หนดให ABCD ทีม่ ีเสน ทแยงมมุ AC = 6 ซม
B
A
D
- เราจะหาพ้ืนที่ ABCD ไดอ ยางไร (แบง เปนร
- ∆ABC มีความสงู เทา ใด ทราบไดอยา งไร (∆A
เปนมมุ ฉากเสน ทแยงมุมเสนหน่ึงจะแบง ครง่ึ เ
- ∆ADC มคี วามสงู เทา ใด ทราบไดอ ยา งไร (∆AD
เปน มมุ ฉากเสน ทแยงมุมเสนหนง่ึ จะแบง ครง่ึ เ
- หาพน้ื ท่ีของรูปส่ีเหลย่ี มรปู วาว ABCD ไดอ ยา
∆ADC)
๒๘๑
รเรียนรทู ี่ ๒๖ ชั้น ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
างไร (แบงเปน รปู สามเหลี่ยม 2 รปู แลวนําพ้ืนที่
ราะเหตใุ ด (มฐี าน AC เดยี วกนั และความสงู BE
ทั้งสองรูปเทากัน)
ม. และ BD= 4 ซม. ดังรปู
C
รูปสามเหลีย่ ม 2 รูป ∆ABC,∆ADC)
ABC มีความสูง 2 ซม. เพราะเสนทแยงมมุ ตดั กัน
เสน ทแยงมมุ อกี เสนหน่ึง)
DC มคี วามสงู 2 ซม. เพราะเสน ทแยงมมุ ตดั กนั
เสน ทแยงมมุ อีกเสน หนงึ่ )
างไร (พื้นท่ี ABCD= พื้นท่ี ∆ABC + พ้ืนที่
๒๘๒ แผนการจัดกา
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลุม สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรือ่ ง เรขาคณติ สองมติ ิ หนว ยยอ ย ๖.๒ รูปหลายเหลี่ยม
ครนู ําอภปิ รายและหาคาํ ตอบไดด ังนี้
- 4พพคน้ืนื้ ือททอี่ี่ ะไรAAขBBอCCงรDDปู ==สี่เ((ห2211ล××ยี่ ม66รปู(×2ว2า+)ว2+(ค)(ว=12าม×21ย×6าว6×ข
- 6 คอื อะไรของรปู ส่ีเหล่ียมรูปวาว (ความยาวข
- หาพ้นื ทข่ี องรปู สเ่ี หลี่ยมรูปวาวไดอยางไร (พน้ื
3. ครดูแบังนง ้นันกั พเรืน้ ยี ทน่รี เูปปสน ี่เกหลลมุ ่ยี มแรลูปะวแาจวกร=ูปส12่ีเหล×ี่ยมผรลูปค
และเสน ทแยงมุม BD ยาว 6 ซม. ใหนักเรียนชวยก
ครแู ละนักเรียนรวมกันตรวจสอบความถูกตองโด
B
A
D
- นกั เรยี นแบงรปู ส่เี หลี่ยมใหเ ปนรปู สามเหล่ยี ม
- ไดร ูปสามเหลย่ี มอะไร (∆ABC, ∆ADC)
ารเรียนรูที่ ๒๖ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ช่ัวโมง
×2)
6×4
ของเสน ทแยงมมุ BD)
ของเสน ทแยงมุม AC)
นท่ีรูปสเ่ี หล่ยี มรูปวาว = 21 × AC × BD)
คณู ของความยาวของเสนทแยงมุม
ปวาว ABCD ซงึ่ มเี สนทแยงมุม AC ยาว 8 ซม.
กนั หาพ้ืนท่ี และนาํ เสนอ
ดยการอภิปรายรวมกนั
C
มสองรปู ที่เทากนั ไดอยางไร (ลาก AC)
ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั ครผู ูสอน) กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ แผนการจดั การ
กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรอ่ื ง เรขาคณิตสองมิติ หนว ยยอย ๖.๒ รูปหลายเหล่ียม
B
AE
D
- ความยาวของฐานของรปู สามเหล่ียมทง้ั สองร
- นกั เรียนทราบความสงู ของรปู สามเหลีย่ มทง้ั ส
กําหนดให AC เปนฐานของรูปสามเหลย่ี มท้งั 2 รปู
สวนสงู ของรูปสามเหลีย่ มทัง้ 2 รูป คือ BE, ED)
- ครกู ําหนด BD = 6 ซ.ม. และ AC = 8 และ
- นกั เรียนจะหาพน้ื ที่ ∆ABC และพืน้ ที∆่ ADC
พนื้ ((ทพพี่ขืนืน้้ อททง่่ีีรูป∆∆สAAเ่ี BDหCCลี่ย==มรปู 2121วา××ว88A××BC33D==เป11น22เทตตราร
พื้นท่ี ABCD = ( 2211 × 88)××3()3++(321) ×
= ( × =
๒๘๓
รเรียนรูท่ี ๒๖ ช้นั ป. ๖
เวลา ๑ ชวั่ โมง
C
รปู คอื (AC)
สองรูปหรือยงั ถา ยงั จะตองทาํ อยา งไร (จากการ
ป ลาก BD ตัดและตั้งฉากกับ AC ทจี่ ุด E จะได
AE = 6 ซ.ม.
ไดอยา งไร
ร.ซม.)
ร.ซม.)
าใด
8 × 3)
= ( 21 × 8) × (6) = 24 ตร.ซม.
๒๘๔ แผนการจดั กา
ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับครผู ูส อน) กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
หนว ยที่ ๖ เรอ่ื ง เรขาคณิตสองมิติ หนวยยอ ย ๖.๒ รปู หลายเหลย่ี ม
- 6 คืออะไรของรปู สเ่ี หลย่ี มรปู วาว (ความยา
- 8 คอื อะไรของรปู สเ่ี หล่ยี มรูปวาว (ความยา
- หาพืน้ ท่ีของรปู สีเ่ หลี่ยมรปู วา วไดอ ยางไร (พ
จากตัวอยา งและกิจกรรม ครูและนักเรยี นร
การหาพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มรปู วา วหาไดจ าก
4. ครใู หนักเรียนหาพน้ื ท่ขี องรปู สี่เหลีย่ มรูปวาว
รูปสเ่ี หล่ียมดานขนาน หรอื รูปสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก
4.1 ครูตดิ รูปสเี่ หลี่ยมรูปวาว และนกั เรียนรวม
B
A
D
ารเรียนรูที่ ๒๖ ชัน้ ป. ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง
าวของเสนทแยงมุม BD)
าวของเสนทแยงมุม AC)
พรว น้ื มทกร่ี ันปู อสภี่เหปิ ลรา่ียยมจรนูปไวดา ขวอ =สรปุ21ว×า AC × BD)
= 12 × ผลคณู ของความยาวของเสน ทแยงมมุ
โดยตัดรูปสเี่ หล่ียมรปู วา ว แลวนํามาตอ กนั เปน
มกนั พิจารณา
C