The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร
ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ)
โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thongtank, 2022-09-22 03:02:41

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร
ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ)
โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

คูม ือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู

(สาํ หรบั ครผู ูส อน)

เพอ่ื การจัดการเรยี นรูโดยใชก ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทียม

กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
(ฉบับปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๒)

โครงการสวนพระองคส มเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
มูลนิธิการศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน

คูม ือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู

(สาํ หรบั ครผู ูส อน)

เพอ่ื การจัดการเรยี นรูโดยใชก ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทียม

กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
(ฉบับปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๒)

โครงการสวนพระองคส มเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
มูลนิธิการศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน



คาํ นํา

ดวยพระบรมราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๑๐ ทรงมุงหมายใหการศึกษา
บม เพาะสมรรถนะใหแกผ ูเรยี น เพื่อสรา งคุณลักษณะสําคัญ ๔ ประการใหก ับคนไทย อนั ไดแ ก ๑) มที ัศนคติที่ดี
และถูกตอง ๒) มีพื้นฐานชีวิตท่ีม่ันคงเขมแข็ง ๓) มีอาชีพ มีงานทํา ๔) เปนพลเมืองดี มีระเบียบวินัย และ
พระราชปณิธานใน การสืบสาน รักษา พัฒนาตอยอด โครงการในพระราชดําริของพระราชบิดา จึงทรงพัฒนา
การศึกษาทางไกลผานดาวเทียม หรือ NEW DLTV ในทุกดาน อาทิ ระบบออกอากาศ อุปกรณเทคโนโลยี
บุคลากร และกระบวนการจัดการศึกษา เพ่ือแกปญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก สรางโอกาส
การเขาถึงการเรียนรูตลอดชีวิตของประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย ผานการศึกษาทางไกลผานดาวเทียมจํานวน
๑๕ ชองสัญญาณ ไปยังโรงเรียนตาง ๆ และผูสนใจทั่วประเทศ เพื่อใหประเทศไทยเปนสังคมแหงปญญามีจิต
อาสาในการสรรคสรา งและพฒั นาประเทศใหม น่ั คง

การสอนออกอากาศทางไกลผานดาวเทียม ระดับประถมศึกษา ต้ังแตปการศึกษา ๒๕๖๑
เปนตนมา เปนการสอนออกอากาศในแนวใหม บันทึกเทปการสอนจากหองเรียนตนทางของโรงเรียนวังไกล
กังวล ในพระบรมราชูปถัมภ ครูปลายทางสามารถดูเทปการสอนผานทางเว็บไซต www.dltv.ac.th และ
Application on mobile DLTV ของมลู นธิ ิ และมคี มู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรรู ายชวั่ โมงครบทง้ั ๘ กลุม
สาระการเรียนรู ซง่ึ ครูปลายทางสามารถปรับกจิ กรรมการเรยี นรใู หเหมาะสมกบั ชุมชน ทอ งถ่ิน วัฒนธรรม และ
บริบทของแตล ะโรงเรียน

คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู โดยใชการศึกษาทางไกลผานดาวเทยี ม ระดับประถมศกึ ษา
ภาคเรียนท่ี ๑ ฉบับน้ี เปนการปรับปรุงคร้ังที่ ๒ ซึ่งดําเนินการโดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม
ในพระบรมราชูปถมั ภ โดยความรวมมือจากคณะทํางาน ประกอบดว ย สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้น
พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คณาจารยจากมหาวิทยาลัย ศึกษานิเทศก และครูผูเชี่ยวชาญ ท้ัง ๘ กลุมสาระ
การเรียนรู เพ่ือใหครูปลายทางใชในการเตรียมการสอนลวงหนา รวมท้ังสามารถจัดเตรียมเอกสาร ไดแก
ใบงาน ใบความรู แบบฝกหัด เพื่อใหการจัดการเรียนการสอนเกิดประสิทธิผล นําไปสูการพัฒนาคุณภาพ
การจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นประถมศึกษาขนาดเล็กตอไป

นับเปนพระมหากรุณาธิคุณอยางหาท่ีสุดมิได ที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ทรงมุงมั่นพัฒนา
ยกระดับคุณภาพการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม เพ่ือพัฒนาสังคมไทยและยกระดับคุณภาพของคนไทยให
เขม แข็ง สมดัง พระราชปณธิ าน “...การศึกษาคอื ความมั่นคงของประเทศ...” ขอพระองคท รงพระเจริญ

มูลนธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทยี ม ในพระบรมราชปู ถมั ภ



สารบญั ค

คาํ นาํ ก

หนงั สือรบั รองความรวมมอื การพฒั นาคมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ข
เพ่ือการสอนออกอากาศทางไกลผานดาวเทียม ค

สารบญั
1
คาํ ชแ้ี จงการรบั ชมรายการออกอากาศดวยระบบทางไกลผา นดาวเทยี ม
2
ตอนท่ี 1 วิชาสังคมศกึ ษา 11
12
คาํ ชแ้ี จงรายวชิ าสงั คมศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ 13

คาํ อธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 15
19
มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวดั 31
42
โครงสรางรายวชิ าสังคมศกึ ษา ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ ๑ 51
62
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ เร่ือง สินคาและบรกิ าร 75
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑ เรอ่ื ง การผลติ สนิ คา และบรกิ าร 88
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง บทบาทของผูผลิต 99
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง บทบาทผูบ ริโภค 111
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๔ เรอื่ ง ปจ จยั การผลิต 124
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๕ เรอ่ื ง ปจ จยั กําหนดความตองการในการซ้อื สนิ คา 134
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๖ เรอ่ื ง ปจจยั กําหนดความตองการในการขายสนิ คา 146
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง ตลาด 158
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๘ เรอ่ื ง เคร่อื งหมายรับรองคณุ ภาพสินคา 167
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๙ เรอ่ื ง การเพิ่มมูลคาในสินคา และบรกิ าร 179
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรอ่ื ง ลักษณะสนิ คาและบริการของไทย
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑๑ เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพียง 180
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑๒ เร่ือง ความหมายและประโยชนข องทรพั ยากร 184
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑๓ เรื่อง ประเภทของทรพั ยากร 197
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๑๔ เรื่อง หลักการและวธิ ใี ชทรพั ยากรใหเกิดประโยชนสงู สุด 206
แบบประเมนิ ตนเอง หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ 217

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ความสัมพนั ธท างเศรษฐกิจ
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๑ เรอื่ ง หนว ยเศรษฐกิจ
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๒ เรอื่ ง ความสมั พนั ธร ะหวา งหนวยเศรษฐกจิ
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง ภาษี
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ประเภทของภาษี

ง 226
237
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๕ เรอ่ื ง หนวยงานท่เี ก็บภาษี 249
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๖ เรอ่ื ง สิทธิของผูบริโภค 258
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง หนวยงานคุมครองผบู ริโภค 267
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๘ เรอ่ื ง สิทธขิ องผใู ชแ รงงานในประเทศไทย 289
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๙ เรอื่ ง การรวมกลมุ ทางเศรษฐกจิ ภายในทองถิ่น 288
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑๐ เรอื่ ง กลมุ ออมทรพั ย 300
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๑๑ เร่ือง กลุมแมบ า น 312
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๒ เรื่อง กองทนุ หมูบาน 324
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๑๓ เร่อื ง วสิ าหกิจชุมชน 337
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑๔ เร่อื ง สหกรณ
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรียนรทู ี่ 2 338
342
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง ตน กลาคนดี 356
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม 367
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๒ เรอื่ ง ประเภทของวฒั นธรรม 379
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงของวฒั นธรรม 388
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 4 เรอื่ ง มารยาทไทย 1 397
แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 เรอื่ ง มารยาทไทย 2 408
แผนการจดั การเรียนรูที่ 6 เรอ่ื ง วัฒนธรรมไทยภาคเหนือ 420
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 7 เรอ่ื ง วัฒนธรรมไทยภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 431
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 8 เรอื่ ง วฒั นธรรมไทยภาคกลาง 442
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 9 เรอื่ ง วัฒนธรรมไทยภาคใต 453
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 10 เร่อื ง แนวทางรักษาวฒั นธรรมไทย 464
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 11 เรอื่ ง ขอ มูลขาวสารจากแหลง ตาง ๆ 477
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 12 เรอื่ ง หลกั การเลอื กรับขอมูลขา วสารจากสอื ตา ง ๆ 478
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรียนรทู ่ี 3
บันทกึ การเรยี นรู (Learning Logs) 479
483
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง สทิ ธเิ ดก็ ไทย 496
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑ เรอ่ื ง ความหมายและความสําคัญของกฎหมาย 508
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๒ เรอ่ื ง กฎหมายจราจร 520
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๓ เรอื่ ง กฎหมายทะเบยี นราษฎร 532
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 4 เรอ่ื ง กฎหมายสารเสพติดใหโทษ 544
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 5 เรอ่ื ง กฎหมายทองถ่ิน 553
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 6 เรอื่ ง กฎหมายการหมนั้ และสมรส
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 7 เรอ่ื ง กฎหมายมรดกและพนิ ยั กรรม

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 8 เรอื่ ง กฎหมายเก่ยี วกับบัตรประจาํ ตวั ประชาชน จ
และการรบั ราชการทหาร
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 565
576
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕ เรอื่ ง วิถปี ระชาธปิ ไตย
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง การปกครองสวนทอ งถิ่นไทย 577
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง บทบาทหนา ทขี่ ององคกรปกครองสวนทอ งถิ่น 581
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๓ เรอ่ื ง บทบาทหนาที่ของรฐั บาล 592
แผนการจดั การเรียนรูที่ 4 เรอื่ ง การบริหารราชการแผน ดนิ 603
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5 เรอื่ ง รูปแบบการปกครองในยคุ ปจจบุ นั 613
แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 เรอื่ ง กจิ กรรมสง เสริมประชาธปิ ไตยในทอ งถิ่นและประเทศ 622
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 เรอื่ ง การเลอื กตั้ง 1 633
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 8 เรอื่ ง การเลอื กตั้ง 2 645
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 9 เรอ่ื ง การเลือกตงั้ 3 657
แบบประเมินตนเอง หนวยการเรียนรทู ่ี 5 667
บันทกึ การเรียนรู (Learning Logs) 679
680
บรรณานกุ รม 681
682
ภาคผนวก ก. แบบประเมินรวม (สงั คมศกึ ษา)
687
ตอนท่ี 2 วชิ าประวตั ศิ าสตร
688
คาํ ชแี้ จงรายวชิ าประวตั ศิ าสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ ๑ 697
698
คาํ อธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 6 699

มาตรฐานการเรียนรู/ ตวั ชวี้ ดั 700
704
โครงสรางรายวชิ าประวตั ศิ าสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นที่ ๑ 723
742
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑ เรอื่ ง ยอ นรอยไทย 765
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 1 เรอ่ื ง วธิ กี ารทางประวัติศาสตร 785
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 2 เรอ่ื ง การสืบคนขอมลู โดยใชวิธกี ารทางประวัติศาสตร 804
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 เรอื่ ง ขอ มูลหลักฐานทางประวัติศาสตร 822
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 5 เรอ่ื ง แหลง ขอ มลู หลักฐานทางประวตั ิศาสตร
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 เรอ่ื ง ความเปนมาของทอ งถิน่
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 เรอื่ ง สบื คนความเปน มาของทองถิน่

ฉ 835
855
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 8 เรอ่ื ง การสบื คนและการนําเสนอความเปน มาของทองถน่ิ 856
แบบประเมินตนเอง หนวยท่ี 1
บันทึกการเรียนรู (Learning Logs) 857

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่อื ง เพ่ือนบา นของเรา 861
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 1 เรอ่ื ง พัฒนาการประวตั ศิ าสตรของประเทศเพอื่ นบาน
(สาธารณรัฐแหง สหภาพเมยี นมา) 882
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 2 เรอ่ื ง พฒั นาการประวตั ศิ าสตรของประเทศเพอ่ื นบา น
(สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว) 904
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3 เรอ่ื ง พฒั นาการประวัตศิ าสตรของประเทศเพอ่ื นบาน
(ราชอาณาจักรกัมพชู า) 926
แผนการจดั การเรียนรูที่ 4 เรอ่ื ง พัฒนาการประวัตศิ าสตรของประเทศเพ่อื นบาน 947
(สหพนั ธร ฐั มาเลเซีย) 971
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 5 เรอื่ ง ความเหมอื นและความแตกตา งของประเทศเพื่อนบา น 991
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 6 เรอื่ ง ความเปนมาของกลุมอาเซียน 1012
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 7 เรอื่ ง สมาชิกอาเซยี นในปจ จุบนั 1 1034
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 เรอ่ื ง สมาชกิ อาเซียนในปจจุบนั 2 1050
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 9 เรอื่ ง ความสัมพันธของสมาคมอาเซยี น 1072
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 10 เร่อื ง อาเซยี นสัมพันธ 1073
แบบประเมินตนเอง หนว ยที่ 2
บนั ทึกการเรียนรู (Learning Logs) 1074
1075
บรรณานกุ รม 1084
1093
ภาคผนวก ก. แบบประเมินรวม (ประวตั ศิ าสตร)
1101
ภาคผนวก ข. แผนผงั ความคดิ (Graphic Organizers)
1104
ภาคผนวก ค. แบบบนั ทกึ การเรยี นรู ( Learning Logs)

คณะผูจดั ทาํ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ประถมศกึ ษา
(ครง้ั ที่ 1 พ.ศ. 2561)

คณะกรรมการปรบั ปรุงคมู อื ครูและแผนการจดั การเรยี นรู
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ประถมศกึ ษา
(ฉบบั ปรบั ปรงุ ครัง้ ท่ี 2 พ.ศ. 2563)



คาํ ชี้แจง

การรบั ชมรายการออกอากาศดว ยระบบทางไกลผา นดาวเทยี ม

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทยี ม ในพระบรมราชูปถัมภ ใหบรกิ ารการจดั การเรยี นการสอน
จากสถานีวิทยุโทรทัศนการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม จํานวน ๑๕ ชองรายการ ท้ังรายการสด (Live) และ
รายการยอ นหลัง (On demand) สามารถรบั ชมผานชอ งทาง ตอ ไปน้ี

๑. www.dltv.ac.th

๒. Application on mobile DLTV
- ระบบ Android เขาที่ Play Store/Google Play พมิ พคาํ วา DLTV
- ระบบ iOS เขาที่ App Store พมิ พค ําวา DLTV

หมายเลขชองออกอากาศสถานวี ทิ ยุโทรทศั นก ารศกึ ษาทางไกลผา นดาวเทยี ม 15 ชอ งรายการ

ชอง ชอ ง รายการในเวลาเรยี น รายการนอกเวลา
(ชว งเวลา ๑๔.๓๐– ๐๘.๓๐ น.)
(DLTV) (TRUE) (ชว งเวลา ๐๘.๓๐–๑๔.๓๐ น.)
สถาบันพระมหากษัตริย
DLTV 1 ชอ ง 186 รายการสอนชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 1

DLTV 2 ชอง 187 รายการสอนชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 2 ความรรู อบตัว

DLTV 3 ชอง 188 รายการสอนชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 3 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

DLTV 4 ชอ ง 189 รายการสอนชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

DLTV 5 ชอง 190 รายการสอนชน้ั ประถมศึกษาปที่ 5 ศลิ ปวฒั นธรรมไทย

DLTV 6 ชอง 191 รายการสอนช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 6 หนา ทพี่ ลเมอื ง

DLTV 7 ชอ ง 192 รายการสอนชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1 ภาษาอังกฤษเพอื่ การสือ่ สาร

DLTV 8 ชอ ง 193 รายการสอนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาษาตางประเทศ

DLTV 9 ชอ ง 194 รายการสอนชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 3 การเกษตร

DLTV 10 ชอ ง 195 รายการสอนชน้ั อนบุ าลปท ี่ 1 รายการสําหรบั เดก็ -การเลีย้ งดูลกู

DLTV 11 ชอง 196 รายการสอนชนั้ อนุบาลปท ี่ 2 สขุ ภาพ การแพทย

DLTV 12 ชอง 197 รายการสอนชน้ั อนุบาลปที่ 3 รายการสําหรับผูสูงวยั

DLTV 13 ชอง 19๘ รายการของการอาชีพวังไกลกังวล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

DLTV 14 ชอง 199 รายการของมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช

DLTV 15 ชอง 200 รายการพฒั นาวชิ าชีพครู

*หมายเหตุ : รายการสอนออกอากาศในเวลาเรยี นระดบั ช้ันปฐมวยั ชวงเวลา ๐๘.๓๐–๑๑.๓๐ น.



การตดิ ตอรบั ขอ มลู ขา วสาร
๑. มลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผานดาวเทยี ม ในพระบรมราชปู ถัมภ
เลขท่ี 214 ถนนนครสวรรค แขวงวัดโสมนสั เขตปอมปราบศตั รูพาย กรุงเทพมหานคร
โทร ๐ ๒๒๘๒ ๖๗๓๔
โทรสาร ๐ ๒๒๘๒ ๖๗๓๕
๒. สถานวี ทิ ยุโทรทศั นก ารศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม
ซอยหวั หนิ ๓๕ ถนนเพชรเกษม ตําบลหัวหนิ อาํ เภอหัวหิน จังหวดั ประจวบคีรีขนั ธ ๗๗๑๑๐
โทร ๐๓๒ ๕๑๕๔๕๗–๘
โทรสาร ๐๓๒ ๕๑๕๙๕๑
[email protected] (ตดิ ตอเรอ่ื งเว็บไซต)
[email protected] (ตดิ ตอเรอื่ งทว่ั ไป)
๓. โรงเรยี นวังไกลกังวล ในพระบรมราชปู ถมั ภ
อาํ เภอหัวหนิ จังหวัดประจวบครี ีขนั ธ ๗๗๑๑๐
โทร 032 522 347, 032 520 478 โทรสาร 032 520 478

Facebook : โรงเรียนวังไกลกงั วล ในพระบรมราชปู ถัมภ

Website : http://www.kkws.ac.th

๔. ชอ งทางการตดิ ตามขาวสาร

Facebook : มลู นธิ ิการศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม
ในพระบรมราชปู ถัมภ DLTV

Website : http://www.dltv.ac.th

ตอนท่ี 1 วชิ าสงั คมศึกษา กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑

ตอนที่ 1
วชิ าสังคมศกึ ษา

๒ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

คาํ ช้แี จง

รายวชิ าสงั คมศึกษา กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

๑. แนวคดิ หลัก
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กําหนดสาระการเรียนรู จํานวน

๘ กลุมสาระการเรียนรู ครูผูสอนตองจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนโดยนําความรูด านเนื้อหาวิชามาจัดกจิ กรรม
การเรียนการสอนโดยการฝกทักษะใหผูเรียนเกิดความรู ความเขาใจ และเกิดสมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๕ ประการ และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ๘ ประการ ดังน้ี

สมรรถนะสําคัญของผูเรียน ๕ ประการ
๑) ความสามารถในการส่อื สารเปนความสามารถในการรับสารและสื่อสารมีวฒั นธรรมในการใชภ าษา
๒) ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดอยาง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ การคิดอยางเปนระบบเพื่อนําไปสูการสรางองคความรูหรือสารสนเทศ
เพอื่ ใชในการตดั สินใจเกี่ยวกับตนเอง สังคมไดอยา งเหมาะสม
๓) ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ท่ีเผชิญได
อยางถูกตอง เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธและ
การเปลีย่ นแปลงของเหตุการณต า ง ๆ ในสงั คม
๔) ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการเขาใจและเคารพตนเอง สามารถนํา
กระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรูดวยตนเองการเรียนรูอยางตอเน่ือง
การทํางาน และการอยูรวมกันในสังคมดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหา
และความขัดแยงตา ง ๆ อยา งเหมาะสม
๕) ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใชเ ทคโนโลยี การแกปญ หา
อยางสรางสรรคถูกตองเหมาะสม มีคุณธรรมดานตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ
การพัฒนาตนเอง สงั คมในดานการเรยี นรู การสื่อสาร การทํางาน
คุณลักษณะอันพึงประสงค ๘ ประการ เพื่อใหสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมอยางมีความสุข ใน
ฐานะเปนพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ดังน้ี

๑) รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
๒) ซื่อสตั ย สุจรติ
๓) มวี นิ ัย
๔) ใฝเรยี นรู
๕) อยูอ ยางพอเพียง
๖) มุงมน่ั ในการทาํ งาน
๗) รักความเปน ไทย
๘) มีจติ สาธารณะ
กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวาดวยการอยูร วมกนั ในสงั คมทม่ี ีความเชอ่ื ม
สัมพันธกัน และมีความแตกตางอยางหลากหลาย เพื่อชวยใหสามารถปรับตนเองกบั บริบทสภาพแวดลอม เปน

คาํ ชแ้ี จง รายวิชาสังคมศึกษา กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๓

พลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู ทักษะ คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสม เปนวิชาที่ประกอบดวยหลาย
แขนงสาระ ทําใหมีลักษณะเปนสหวิทยาการ เปนการนําวิชาตาง ๆ ในสาขาวิชาสังคมศาสตรเขาดวยกัน ไดแก
ภูมิศาสตร ประวตั ิศาสตร นิตศิ าสตร เศรษฐศาสตร รัฐศาสตร เปน ตน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรมประกอบดว ย ๒ รายวชิ า คือ วชิ าสังคมศึกษาและวชิ าประวตั ิศาสตร

วิชาสังคมศึกษากําหนดสาระตาง ๆ ดังนี้ ๑) ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ๒) หนาที่พลเมือง
วัฒนธรรม และการดําเนินชีวิตในสังคม ๓) เศรษฐศาสตร ๔) ภูมิศาสตร ซ่ึงชวยใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ
การดํารงชีวิตของมนุษย ท้ังในฐานะปจเจกบุคคลและการอยูรวมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดลอม
การจัดการทรัพยากรท่ีมีอยูอยางจํากัด มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับอิทธิพลของสภาพแวดลอม ท่ีมีผลตอ
การดํารงชีวิต การอยูรวมกันในสังคม การเปลี่ยนแปลงตามเหตุปจ จัยตาง ๆ เกิดความเขาใจในตนเองและผอู ่ืน
ปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปนพลเมืองที่รับผิดชอบ มีความสามารถทางสังคม มีความรู มี
ทักษะ และมีคุณธรรม มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกตาง และเพ่ือเกิดคานยิ มทเี่ หมาะสม มุงหวัง
ใหผูเรียนเกิดความเจริญงอกงามดานความรู โดยการใหความรูแกผูเรียนดานเนื้อหาสาระ ความคิดรวบยอด
และหลักการสําคัญในสาขาตาง ๆ สามารถนําความรูไปปรับใชในการดําเนินชีวิต เปนกําลังของชาติ
เปน พลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

หลักการออกแบบกิจกรรมมีการบูรณาการดานคุณลักษณะ ในแผนการจัดการเรียนรูที่คํานึงถึง
คุณลักษณะที่มุงเนนใหผูเรียนเกิดการเรียนรูมีทักษะการพัฒนาคานิยมและเจตคติที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตน
ใหเหมาะสมและสอดคลองกับความตองการของสังคมหลังการเรียนรู สอดคลองตามเปาหมายของหนวย
การเรียนรู มีเจตคติที่ดีตอสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย และมีจิตอาสา ครูผูสอนควรปลูกฝง
คุณลักษณะอนั พึงประสงคใหแ กผูเรียนทุกแผนการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเกดิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
และเปน คนดีของสังคม

๒. กระบวนการจดั การเรยี นรู
แนวคดิ สําคัญของการจดั ศกึ ษา ทเี่ นนผูเ รยี นเปนสาํ คญั คอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูท เ่ี ปดโอกาสให

ผูเรียนคิดและลงมือปฏิบัติดวยกระบวนการที่หลากหลาย เพ่ือเกิดการเรียนรูและพัฒนาตนเองเต็มตาม
ศกั ยภาพ การประเมนิ การเรียนรูจ ึงมีความสําคัญและจําเปนอยางย่ิง ตอการจดั กิจกรรมการเรียนรใู นหองเรียน
เพราะสามารถทาํ ใหผ ูสอนประเมินระดบั พฒั นาการเรยี นรูข องผเู รียน

การจัดการศกึ ษาตองยึดหลักวา ผเู รียนทกุ คนมีความสามารถเรียนรแู ละพัฒนา ตนเองได และถือวา
ผูเรียนมีความสําคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาตอง สงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ
เต็มตามศักยภาพ ใหความสําคัญ ของการบูรณาการความรูคุณธรรม กระบวนการเรียนรูตามความเหมาะสม
ของระดับการศึกษา ไดระบใุ หผ ูทเ่ี ก่ียวของดาํ เนนิ การ ดังน้ี

๑) สถานศกึ ษาและหนว ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ ง
(๑) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของผูเรียน โดย

คาํ นึงถึงความแตกตา งระหวา งบคุ คล
(๒) ฝกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ และการประยุกตความรู

มาใชเ พอ่ื ปองกนั และแกไขปญ หา
(๓) จัดกิจกรรมใหผูเรียนไดเรียนรูจากประสบการณจริง ฝกการปฏิบัติ ใหทําไดคิดเปนทํา

เปน รกั การอา น และเกดิ การใฝรอู ยา งตอเนอื่ ง

๔ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

(๔) จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสานสาระความรูดานตาง ๆ อยางไดสัดสวนสมดุลกัน
รวมท้ังปลูกฝง คณุ ธรรม คา นิยมทดี่ ีงาม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคไ วใ นทุกวิชา

(๕) สงเสริมสนับสนุนใหผูสอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียน และ
อํานวยความสะดวกเพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและมีความรอบรู รวมท้ังสามารถใชการวิจัยใหเปนสวนหน่ึง
ของกระบวนการเรียนรู ท้ังนี้ผูสอนและผูเรียนอาจเรียนรูไปพรอมกันจากส่ือการเรียน การสอน และแหลง
วทิ ยาการประเภทตาง ๆ

(๖) จัดการเรียนรูใหเกิดขึ้นไดทุกเวลา ทุกสถานท่ี มีการประสานความรวมมือกับพอแม
ผูปกครอง และบคุ คลในชมุ ชนทุกฝาย เพื่อรว มกันพฒั นาผเู รียนตามศักยภาพ

๒) การจดั สภาพแวดลอมสงเสริมการเรยี นรู
(๑) จัดสภาพแวดลอม หองเรียน หรือภายนอกหองเรียน ใหเอ้ือตอการเรียนรู สะอาด

มีความเปนระเบียบ ตกแตงหองเรียนใหนาอยู มีมุมตาง ๆ ในหองเรียน มีท่ีเก็บวัสดุอุปกรณ และงายตอ
การนํามาใช มีปายนิเทศใหความรู ภายนอกหองเรียนจัดบรรยากาศใหเปนธรรมชาตินาอยู รมร่ืน และเหมาะ
กบั กิจกรรมการเรียนรู ถกู สุขลกั ษณะและปลอดภยั

(๒) จัดสภาพแวดลอ มหรอื หองใหผเู รยี นไดฝก ปฏิบัตกิ าร
(๓) จัดสือ่ อปุ กรณ ท่เี กี่ยวกับการเรยี นรูอ ยา งเพียงพอ เหมาะสม
(๔) จัดหาเคร่ืองมือแสวงหาความรู หรือชองทางเสนอขาวสารตาง ๆ เพื่อใหผูเรียนไดรับรู
ขอ มลู ขาวสารทที่ นั สมัยปจ จุบนั อยเู สมอ

๓) ครูผูสอน
การจัดการเรียนรูตามแนวดังกลาว จําเปนตองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนการสอนทั้ง

ของผูเรยี นและผสู อน กลาวคอื ลดบทบาทของครูผสู อน จากการเปนผบู อกเลา บรรยาย สาธิต เปนการวางแผน
จัดกิจกรรมใหนักเรียนเกิดการเรียนรู กิจกรรมตาง ๆ จะตองเนนท่ีบทบาทของผูเรียนตั้งแตเริ่ม คือ รวม
วางแผนการเรียน การวดั ผล ประเมนิ ผล และตองคาํ นงึ วากจิ กรรมการเรยี นนัน้ เนนการพัฒนากระบวนการคิด
วางแผน ลงมือปฏิบัติศึกษา คนควา รวบรวมขอมูล ดวยวิธีการตาง ๆ จากแหลงเรียนรูหลากหลาย ตรวจสอบ
วิเคราะห การแกปญหา การมีปฏิสัมพันธซึ่งกันและกัน การสรางคําอธิบายเกี่ยวกับขอมูลที่สืบคนได เพื่อ
นําไปสูคําตอบของปญหาหรือคําถามตาง ๆ และสรางองคความรู ทั้งน้ีกิจกรรมการเรียนรูเหลาน้ีตองพัฒนา
ผเู รียนใหม ีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย ท้งั ทางรางกาย อารมณ สงั คม และสตปิ ญ ญา

หลักการจัดกระบวนการเรียนรูวิชาสังคมศึกษา มุงพัฒนาสมรรถนะของผูเรียนใหสามารถ
เรียนรูการดําเนินชีวิตอยูในสังคมและการอยูรวมกับบุคคลอื่นไดอยางมีความสุข ตลอดจนสามารถนําเอา
ความรู ความเขาใจนั้นไปปรบั ใชใหเขา กับสภาพสังคมที่แปรเปล่ียนไดอยางเหมาะสม สมดุล และยั่งยืน มุงเนน
ใหผูเรียนไดมีทักษะตาง ๆ เชน ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการตัดสินใจ และทักษะการแกปญหา ที่
ใชในการดําเนินชีวิตของผูเรียน ใหสอดคลองกับความตองการของสังคม ในการสรางพลเมืองดีของประเทศ
อันเปนรากฐานของพลโลกตอไป ดังน้ัน การจัดการเรียนรูวิชาสังคมศึกษาจึงตองใชวิธีการเรียนรูทจี่ ะชวยสรา ง
เสรมิ เตมิ เตม็ ประสบการณใ หผูเรียนไดใชส ติปญญา ความรู ความคิด ความสามารถ ทกั ษะ คานิยม และเจตคติ
ท่ีดี ตลอดจนตองจัดใหเหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผูเรียน ใหผูเรียนมีสวนจัดการเรียนรูของตนเอง
พัฒนาและขยายความคดิ ของตนเองจากความรูที่เรยี น

คําชีแ้ จง รายวิชาสังคมศึกษา กลุม สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕

กระบวนการเรียนรูวชิ าสังคมศกึ ษา
๑. การพัฒนาทักษะทางปญญา เปนกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุงใหผูเรียนมีทักษะ

ดานความรูความเขาใจในเนื้อหาสาระของวิชา อันประกอบดวยเครื่องมือชวยคิด กระบวนการคิด เชน การคิด
วิเคราะห คิดสรางสรรค คิดอยางมีวิจารณญาณ คิดแกปญหาและคิดสรางสรรค ตลอดจนความรูท่ีไดจาก
การบูรณาการท่ีเชอ่ื มโยงเปนสาระเรื่องราวตาง ๆ จากสภาพแวดลอม

๒. การพัฒนาทักษะทางสังคม เปนกระบวนการจัดการเรียนรูที่มุงใหผูเรียนมีทักษะที่เนน
การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ เพ่ือสรางผูเรียนใหม ที กั ษะชวี ิตพ้นื ฐาน เชน ทักษะการรูจ ักตนเอง ทักษะการคดิ การตัดสนิ ใจ
และการแกปญหา ทักษะการแสวงหาขอมูล ขาวสาร ความรู ทักษะการปรับตัว ทักษะการส่ือสารและสราง
สมั พันธภาพ ทักษะการวางแผนและการจัดการ และทกั ษะการทาํ งานเปน ทมี

๓. การพัฒนาเจตพิสัยและคุณลักษณะ เปนกระบวนการจัดการเรียนรูที่มุงใหผูเรียนมีทักษะ
การพัฒนาคานิยมและเจตคติที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนใหเหมาะสมและสอดคลองกับความตองการของ
สังคม เชน ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย อดทน โดยยึดหลักธรรมมาใชเปนแนวทางในการดําเนินชีวิตของ
ผูเรยี น

การออกแบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรูวิชาสังคมจะตองคํานึงถึงองคประกอบท้ังความรู
ทักษะและเจตคติเพ่ือใชในการปลูกฝงและสงเสริมใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดหรือมีวิธีการคิด ดังนั้น
การจัดการเรียนรูตองเนนผูเรียนเปนสําคัญ และสงเสริมการจัดแหลงเรียนรูท่ีหลากหลายอันเปนพ้ืนฐานของ
การเสริมสรางความรู ความคิด ประสบการณ และปลูกฝง เจตคติทด่ี ใี นสังคมอยางมคี ณุ ภาพ

เรียนรูจากแหลงเรียนรู ไดแก การศึกษาคนควาดวยตนเอง ทัศนศึกษานอกสถานที่
การเรียนรูจากหองสมุด แหลงเรียนรูจากภูมิปญญาทองถ่ิน ปราชญชาวบาน งานวิเคราะหจากการศึกษา
ภาคสนาม พิเคราะหแหลงขอมูล การสอนแบบใหผูเรียนเรียนรูโดยอิสระจากศูนยการเรียนรูและการเรียนรู
ตามความสนใจ การสอนวชิ าสงั คมไมควรจาํ เจอยใู นหอ งเรยี นอยา งเดยี ว

การเรียนรูโดยผูเรียนลงมือปฏิบัติ ไดแก เกม การศึกษาสถานการณจําลอง กรณีตัวอยาง
บทบาทสมมุติ โครงงาน การทดลอง ศิลปสรางสรรคการสอน การเรียนการสอนท่ีเนนกระบวนการกลุม
ประกอบดวย การอภิปรายกลุมยอย การแกปญหากลุม สืบคนความรู กลุมสัมพันธ การเรียนรูแบบรวมมือ
การอภปิ ราย

การเรียนรผู า นกระบวนการคดิ ไดแก การแกสถานการณ การถามตอบ การสบื สอบ ความคิด
รวบยอด การพัฒนากระบวนการคิด การใชทักษะกระบวนการ การสอนโดยใชวิธีการต้ังคําถามผูเรียน
การเรียนการสอนเนนความจํา การเรียนการสอนโดยใชแผนผังความคิด (Graphic Organizers) การเรียนการ
สอนกระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ การสอนกระบวนการคิด ๑๐ มิติ การคิดเปรียบเทียบ การคิด
สังเคราะห การคิดประยุกต การคิดสรางสรรค การคิดวิเคราะห การคิดกลยุทธ การคิดบูรณาการ การคิด
มโนทศั น การคิดอนาคต การคิดวพิ ากษ

การเรยี นรผู า นสอ่ื เทคโนโลยี ไดแ ก โปรแกรมสาํ เรจ็ รูป ชดุ การสอน ชุดการสอนรายบคุ คล
ชุดการสอนสําหรับการเรียนเปนกลุมยอย ชุดการสอนประกอบคําบรรยายของครู คอมพิวเตอรชวยสอน และ
การนาํ เสนอโดยวดี ิทัศน

๖ คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

นอกจากน้ัน ครูผูสอนตองจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย โดย
การรวมมือระหวางครูกับผูเรียน ผูเรียนกับผูเรียน ครูตองลดบทบาทในการสอนโดยเปนผูช้ีแนะ กระตุนให
ผูเรยี นกระตือรอื รน ทีจ่ ะเรยี นรู และปฏิบัตกิ จิ กรรมตาง ๆ มากขึ้นและอยางหลากหลาย ดงั น้ี

๑) ควรใหนักเรียนทุกคนมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูตลอดเวลาดวยการกระตุนให
นักเรียนลงมือปฏิบัติและอภิปรายผล เชน แบงกลุมใหอภิปราย แสดงบทบาทสมมุติ จัดนิทรรศการดวยตนเอง
โดยใชเทคนคิ ตา ง ๆ ของการสอน เชน การนาํ เขา สบู ทเรยี น การใชค าํ ถาม การเสริมพลงั มาใชใ หเปนประโยชน
ทีจ่ ะทําใหการเรียนการสอนนา สนใจและมชี ีวิตชวี า

๒) ครูควรมีการวางแผนการใชคําถามอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อจะนํานักเรียนเขาสูบทเรียน
และลงขอสรปุ ไดโ ดยท่ไี มใ ชเ วลานานเกนิ ไป ครคู วรเลือกใชค าํ ถามท่มี คี วามยากงายพอเหมาะกับความสามารถ
ของนักเรยี น

๓) เม่ือนักเรียนถาม อยาบอกคําตอบทันที ควรใหคําแนะนําที่จะชวยใหนักเรียนหาคําตอบ
ไดเอง ครูควรใหความสนใจตอคําถามของนักเรียนทุก ๆ คน แมวาคําถามนั้นอาจจะไมเก่ียวกับเรื่องท่ีกําลัง
เรียนอยูก็ตาม ครูควรจะชี้แจงใหทราบและเบนความสนใจของนักเรียนกลับมาสูเรื่องที่กําลังอภิปรายอยู
สําหรบั ปญ หาทน่ี กั เรยี นถามมานน้ั ควรจะไดห ยบิ ยกมาอภิปรายในภายหลัง

๔) การสํารวจตรวจสอบซํ้า เปนส่ิงจําเปนเพื่อใหไดขอมูลที่นาเชื่อถือ ดังน้ัน ในการจัด
การเรียนรคู รคู วรยํา้ ใหน กั เรยี นไดส าํ รวจตรวจสอบซา้ํ เพือ่ นําไปสูขอ สรุปท่ีถูกตองและเช่อื ถอื ได

ครูควรเลือกเหตุการณท่ีเกิดข้ึนจริงหรือกําลังเกิดขึ้นกับสังคมมาเปนตัวอยางในการสอนวิชา
สังคม นักเรยี นจะไดเ ขาใจอยางถอ งแทถ ึงเหตุการณของคนท่วั ไปมาเกรนิ่ นําเพ่ือโยงสมั พนั ธก ับเร่อื งทส่ี อน หรอื
นําเหตุการณที่เกิดขึ้นมาอภิปราย รวมกันกําหนดหัวขอใหครอบคลุมเร่ืองที่สอน นักเรียนไดปฏิบัติจริงหรือ
สรา งสถานการณจาํ ลองใหท ดลองปฏบิ ัติ

๓. ส่ือการจดั การเรียนรู/ แหลงเรียนรู
สื่อการจัดการเรยี นรู เปนเคร่ืองมือสงเสริมสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรใู หน ักเรียนไดร บั

ความรู ทักษะกระบวนการไดงายในระยะเวลาสั้นและชวยใหเกิดความคิดรวบยอดอยางถูกตองและรวดเร็ว
ส่อื ทปี่ รากฏในแผนการจดั การเรียนรูม ดี ังนี้

๑) ใบความรู ใบงาน แผนภาพนาํ เสนอขอ มูล
๒) บตั รภาพ
๓) เกม/เพลง/นิทาน
๔) คลิป/วดี ทิ ศั น/ ภาพขา วสถานการณปจจบุ ัน
๕) สถานการณส มมุติ
๖) สื่อบุคคล

แหลงเรียนรู เปนเครอ่ื งมือสรางคุณลักษณะการใฝเรียนรทู ี่ทุกคนตองใฝรูตลอดชวี ติ ดงั นี้
๑) แหลงเรียนรูภายในโรงเรียน
๒) แหลงเรียนรูภายนอกโรงเรียน ไดแก ชุมชน ทองถิ่น พิพิธภัณฑ หนวยงานท่ีเก่ียวของ
หอ งสมดุ ประชาชน หอ งสมดุ แหงชาติ
หองสมุดเปนแหลงเรียนรูท่ีสําคัญและเปนหัวใจสําคัญของผูเรียนในการศึกษาคนควา โรงเรียน
ควรจัดหองสมุดกลาง หองสมุดหมวดวิชา มุมหนังสือในหองเรียน หองสมุดเคลื่อนที่ รถเคล่ือนที่ หองสมุด

คําช้แี จง รายวชิ าสงั คมศกึ ษา กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๗

ประชาชนลวนเปนแหลงเรียนรูจะทําใหผูเรียนไดเรียนรูและปลูกฝงลักษณะนิสัยที่ดีในการสงเสริมนิสัยรัก
การอา น

๓) แหลงเรียนรอู อนไลน
- สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
- สาํ นกั หอสมุด มหาวทิ ยาลยั ตาง ๆ
- กระทรวงวัฒนธรรม
ฯลฯ

๔. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู
จุดประสงคสําคัญของการประเมนิ การเรียนรูคอื การชวยใหผ ูเรียนเกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงค ที่

ผูสอนหรือหลักสูตรวางไว ปญหาที่พบในปจจุบันก็คือ ผูบริหาร ผูสอน ตลอดจนผูปกครองเปนจํานวนมาก
ยังใหความสําคัญการเรียนรูแบบทองจําเพ่ือสอบ หรือการเรียนรูเพ่ือแขงขัน ซึ่งถือเปนการเรียนรูแบบผิวเผิน
มากกวาการประเมินการเรียนรูร ะหวางเรยี นการเรียนรูเพอ่ื พัฒนาตนเองซ่ึงผลลัพธของการเรยี นรูจะยั่งยืนกวา
(กศุ ลนิ มสุ ิกุล, ๒๕๕๕; ขจรศกั ด,ิ์ เพ็ญจนั ทร และวรรณทพิ า รอดแรงคา , ๒๕๔๘)

ในการจัดการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะดานตาง ๆ ของผูเรียนน้ันจําเปนตองมีการประเมิน
การเรียนรูอยางตอเน่ือง ต้ังแตเริ่มตนระหวางและส้ินสุดกระบวนการเรียนรู โดยใชการประเมินในรูปแบบท่ี
หลากหลายสอดคลองตามวัตถุประสงคของการเรียนรู รูปแบบการประเมินการเรียนรู ไดแก การประเมิน
การเรียนรูระหวางเรียน (Formative Assessment) การประเมินการเรียนรูสรุปรวม (Summative
Assessment) และการประเมินการเรียนรูตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ในการประเมินเพ่ือ
พัฒนาการเรียนรูและการประเมินตามสภาพจริงนั้น ผูสอนจําเปนตองสะทอนการประเมิน ใหผูเรียนรับทราบ
เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาตนเอง และผูสอนตองนําผลการประเมินมาพิจารณาเพ่ือทบทวนและปรับแผนการจัด
การเรียนรูเพ่ือใหสามารถดําเนินการแกไข ชวยเหลือ หรือหาวิธีการตาง ๆ เพื่อชวยใหผูเรียนแตละคนเกิด
การเรียนรูและพัฒนาตนเองไดตามแตละจุดประสงคการเรียนรูหรือเปาหมายของตัวชี้วัดตาง ๆ (กุศลิน
มสุ กิ ุล, ๒๕๕๕ )

การวัดและประเมินผลการเรียนรูของผูเรียนตองอยูบนหลักการพื้นฐาน 2 ประการ คือ
การประเมินเพ่ือพัฒนาผูเรียนและเพื่อการตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียนให
ประสบความสําเร็จน้ัน ผูเรียนจะตองไดรับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัด เพ่ือใหบรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู สะทอนสมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียน ซึ่งเปนเปาหมายหลักในการวัด
และประเมนิ การเรยี นรูในทุกระดบั (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, ๒๕๕๒)

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูท่ีปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู ใหความสําคัญของการประเมนิ
พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิ ดังนี้

๑) วธิ กี ารประเมิน
(๑) การวัดและประเมินกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความพรอมและความรูเดิมของผูเรียน

(ผสมผสานในกิจกรรมการเรียนรูขัน้ นาํ )
(๒) การวัดและประเมินระหวางเรียน ไดแก ดานความรู ทักษะการปฏิบัติ และคุณลักษณะ

โดยวิธีการสังเกตพฤติกรรม ถามตอบพรอมแสดงเหตุผล ตรวจช้ินงาน การนําเสนอ (ผสมผสานในกิจกรรม
การเรยี นรขู น้ั สอน) จดุ มงุ หมายของการประเมินระหวา งเรยี น มดี งั นี้

๘ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

(๒.๑) เพื่อคนหาและวินิจฉัยวาผูเรียนมีความรูความเขาใจเนื้อหา มีทักษะความชํานาญ
รวมถึงมีเจตคติทางการเรียนรูอยางไรและในระดับใด เพื่อเปนแนวทางใหผูสอนสามารถวางแผนการจัด
กิจกรรมการเรยี นรไู ดอยา งเหมาะสม เพื่อพัฒนาการเรยี นรขู องผเู รยี นไดอ ยา งเตม็ ศกั ยภาพ

(๒.๒) เพอ่ื ใชเปนขอ มลู ปอ นกลับใหกับผเู รยี นวา มผี ลการเรยี นรูอยางไร
(๒.๓) เพื่อใชเปนขอมูลในการสรุปผลการเรียนรูและเปรียบเทียบระดับพัฒนาการดาน
การเรียนรูข องผูเ รยี นแตล ะคน
(๓) การวัดและประเมินหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความสําเร็จตามจุดประสงครายแผน เปน
การพัฒนาในจุดท่ีผูเรียนอาจจะเขาใจคลาดเคลื่อนหรือปฏิบัติไมถูกตอง (ผสมผสานในกิจกรรมขั้นสรุป) และ
เพ่ือตัดสินผลการจัดการเรียนรู เปนการประเมินหลังจากผูเรียนไดเรียนไปแลว ผลจากการประเมินประเภทนี้
ใชป ระกอบการตดั สินผลการจดั การเรียนการสอน หรอื ตัดสนิ ใจวา ผเู รยี นคนใดควรจะไดร บั ระดบั คะแนนใด
(๔) ประเมินรวบยอดเมือ่ สิน้ สดุ หนวยการเรยี นรู ดําเนินการดงั นี้
การประเมินโดยครูผสู อน เพ่ือตรวจสอบคณุ ภาพผูเรียนวาบรรลเุ ปาหมายของหนวยการเรียนรู
ตามมาตรฐาน ตัวช้ีวัด สมรรถนะ คุณลักษณะ และเจตคติ หรือไม เชน การทําโครงงาน การนําความรูไปใช
เพอื่ พฒั นาสงั คมในรูปแบบตาง ๆ
การประเมินโดยผูเรียนแตละคน โดยการทําแบบบันทึกการเรียนรู (Learning log) ควรให
ผูเรียนไดประเมินการเรียนรูของตนเอง เพื่อเปดโอกาสไดสะทอนคิดส่ิงท่ีเรียนรูทั้งท่ีทําไดดีและยังตองพัฒนา
(ตัวอยางแบบบันทึกการเรียนรู ดูภาคผนวก ค) ควรใหผูเรียนไดประเมินการเรียนรูยอยหลังจบการเรียนรูแต
ละหนวยการเรียนรู และประเมินการเรียนรูรวมในชวงกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน โดยครูสามารถ
เลือกใชชุดคําถามและจํานวนขอใหเหมาะสมกับบริบทของผูเรียน ชวงเวลาและธรรมชาติของแตละวิชา ทั้งน้ี
ในครั้งแรกครูควรทํารวมกับนักเรียนเพื่อแนะนําวิธีการเขียนแบบสะทอนคิด และควรอานสิ่งท่ีนักเรียนบันทึก
พรอมใหขอมูลยอนกลับ เสนอแนะในเชิงบวกและสรางสรรค รวมท้ังใชประโยชนจากขอมูลในแบบบันทึกเพ่ือ
พฒั นาการสอนของตัวเองและชว ยเหลอื นักเรียนเปน รายบคุ คลตอ ไป

๒) ผปู ระเมนิ ไดแก เพอ่ื นประเมนิ เพ่อื น ครูประเมินผูเ รียน ผเู รยี นประเมนิ ตนเอง และผปู กครอง
รวมประเมนิ

๕. คาํ แนะนาํ บทบาทครปู ลายทางในการจัดการเรยี นรู
ครูปลายทางควรมีบทบาทการสอนคูขนานกับครูตนทางในการกํากับดูแลชวยเหลือนักเรียนในทุก

ข้ันตอนการสอน ดังน้ี

๑) ขัน้ เตรียมตัวกอ นสอน
(๑) ศึกษาทําความเขาใจคําชี้แจงและทําความเขาใจเชื่อมโยง ทั้งเปาหมาย กิจกรรม และ

การวัดผลและประเมินผลระหวางหนวยการเรยี นรกู ับแผนการจดั การเรียนรรู ายชว่ั โมง
(๒) ศึกษาคนควาความรูเพ่ิมเติม จากแหลงเรียนรู หนวยงาน องคกรที่ใหความรูที่เช่ือถือได

รวมทง้ั เทคนคิ การจัดการเรียนรูเพอ่ื พัฒนาความสามารถของผเู รยี นอยางรอบดาน
(๓) ปรบั /ประยกุ ตห รอื เพิม่ เปาหมายทัง้ เนอ้ื หา ทักษะกระบวนการ คณุ ลักษณะท่เี ปนจุดเนน

และที่เปนปจจุบันตามบริบทของหองเรียน โรงเรียน ชุมชน รวมถึงการวัดประเมินทักษะกระบวนการเรียนรู
ตามศกั ยภาพของผเู รียน และตามสภาพจรงิ

คาํ ช้ีแจง รายวิชาสังคมศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๙

(๔) ศึกษาคลิปบทเรียนที่มีการอัปโหลดลวงหนาเพื่อทําความเขาใจการจัดกิจกรรม
PowerPoint และส่ือตาง ๆที่ครูใชประกอบการสอน โดยเฉพาะแนวการจัดกิจกรรมในข้ันตอนชวงการปฏิบัติ
ท้ังดานวิธีการ ส่ือท่ีใช และชวงเวลาของการทําแตละกิจกรรมเพ่ือนํามาวิเคราะหและหาแนวทางเตรียม
นักเรียน/ชวยเหลือ สงเสริม/อํานวยความสะดวกนักเรียนตามบริบทของหองเรียนของตนใหสามารถเรียนรูได
อยางมปี ระสิทธภิ าพและเตม็ ตามศักยภาพ

(๕) เตรียมใบงาน (ท่ีคัดเลือกสําหรับมอบหมายใหนักเรียนไดทําตามเห็นควรและเหมาะสม)
รวมทัง้ การเตรียมอุปกรณตามระบใุ นแผนฯ และ/หรอื ทีป่ รากฏในคลปิ (ในกรณีมกี ารปรบั เปล่ียนเพม่ิ เติม)

(๖) ติดตามขอมูลรายละเอียดการจัดกิจกรรมในชวงการปฏิบัติตามกําหนดการสอนท่ีมี
รายละเอียดของส่ือการสอน ใบงาน ใบความรู บนเว็บไซต www.dltv.ac.th

๒) ข้นั การจดั การเรยี นรู
(๑) สรางการมีสวนรวมของนักเรียนในการทํากิจกรรม เชน กระตุนใหนักเรียนคิด ตอบ

คําถามของครูตนทาง ฟงเฉลย และชวยเสริม/อธิบาย/ในสิ่งที่นักเรียนยังไมเขาใจ ชมเชย/ใหกําลังใจหาก
นักเรยี นทําไดดี

(๒) ใหความชว ยเหลือนักเรียนที่ตามไมทนั เชน อธิบายเพ่มิ เติมเพอื่ ใหนักเรยี นสามารถเรียนรู
ตอ ไปอยางมีประสิทธิภาพ

(๓) กํากับดูแลใหมีวินัยในการเรียน เชน ไมเลนหรือพูดคุยกัน ปฏิบัติตามคําสั่งในการทํา
กจิ กรรม ฯลฯ

(๔) อาํ นวยความสะดวกในการเรียนรู เชน จัดเตรยี มส่อื การเรยี นรู/อปุ กรณ
(๕) สังเกตพฤติกรรมนักเรียน เชน คุณลักษณะผูเรียน สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
การจัดการเรียนรู/การปฏิบัติงาน ความรูในบทเรียน และบันทึกขอมูลตามแนวทางประเมินที่แนะนําไวใน
แผนการจัดการเรียนรู เพื่อนําขอมูลไปพัฒนานักเรียนและใหความชวยเหลือนักเรียนท้ังช้ัน/กลุม/รายบุคคล
ตามกรณี

๓) ขัน้ การปฏบิ ัติ
(๑) ทบทวนขั้นตอนการทํากิจกรรมตามที่ครูตนทางแนะนํา และตามขอแนะนําการปฏิบัติท่ี

ระบใุ น PowerPoint ตรวจสอบความเขา ใจ และเตรยี มนักเรยี นกอ นทาํ กจิ กรรม (การแบงกลมุ ฯลฯ)
(๒) กํากับใหการทาํ กจิ กรรมเปนไปตามลาํ ดับเวลาตามแนวทางท่รี ะบบุ น PowerPoint
(๓) ใหความชว ยเหลือนักเรียนในระหวางการทาํ กจิ กรรม
(๔) เตรียมพรอมนักเรียนสําหรับกิจกรรมในขั้นตอนสรุปการเรียน (ถามี) เชน การสรุปผล

ปฏบิ ตั ิงานเพอ่ื เทียบเคียงกบั ผลงานท่นี ักเรยี นตน ทางจะนาํ เสนอ เปนตน

๔) ขนั้ สรปุ
(๑) กํากับนกั เรียนใหมีสว นรว มในการเฉลยใบงาน/สรปุ ผลการทาํ กจิ กรรม ฯลฯ
(๒) ทบทวนประเด็นสําคัญที่มีการสรุปทายชั่วโมง และงาน/ใบงานท่ีครูตนทางมอบหมายให

ทําเปนการบาน/หรอื ใบงานท่คี รปู ลายทางไดเลือกมาใชกบั ช้นั เรยี นของตน
(๓) จัดใหนักเรียนไดทําแบบประเมินตามระบุในหัวขอ การวัดและประเมินผลการเรียนรู

(เฉพาะหลงั จบแตล ะหนวยการเรียนรแู ละคร่งึ /ปลายภาคเรยี น)

๑๐ คูม อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

๕) การบันทึกผลหลงั สอน
(๑) บันทึกการจดั การเรยี นรูของตนเอง โดยใชขอมลู จากแบบสงั เกตพฤตกิ รรมผูเ รียนระหวาง

เรยี น และแบบประเมินตนเอง บนั ทกึ การเรยี นรูของนักเรียนเพือ่ วิเคราะหเทคนิค หรือวิธกี ารใด ท่ที ําใหผ เู รยี น
มีสวนรวม มคี วามรู มีทักษะ และคุณลักษณะตามจุดประสงค

(๒) บันทึกสาเหตุของความสําเร็จ อุปสรรค และ/หรือขอจํากัดที่เกิดข้ึน เชน เทคนิค หรือ
วิธีการใด การบริหารจัดการชั้นเรียน การจัดบรรยากาศ ส่ิงแวดลอมอยางไร ฯลฯ ท่ีทําใหผูเรียนมีสวนรวม มี
ความรู มีทกั ษะ และคุณลกั ษณะตามจุดประสงค โดยใชค าํ ถามท่ีใหไ วใน “คาํ ถามบนั ทึกผลหลังสอนสําหรับครู
ปลายทาง” (ดูภาคผนวก ค) เปนแนวทางในการยอนคิด ไตรตรองส่ิงที่เกิดขึ้นและนําไปบันทึกผลหลังสอนของ
ชว่ั โมงนัน้ ๆ

(๓) วิเคราะหและสรุปผลจากขอมูลตามปญหา/ความสําเร็จที่เกิดข้ึน และเสนอแนวทาง
การปรับปรุง เพื่อนํามาพัฒนาการจัดการเรียนรู และชวยเหลือ/สงเสริมนักเรียนในการจัดการเรียนรูในคร้ัง
ตอ ไป รวมท้ังนําไปใชเ ปน ขอ มูลเพอ่ื พฒั นาเปน งานวิจยั ในชั้นเรยี นตอ ไป

คําอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 11

คําอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ส16101 รายวชิ าสงั คมศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง

ศึกษาความสําคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือในฐานะที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม
และหลักในการพัฒนาชาติไทย พุทธประวัติตั้งแตเสด็จกรุงกบิลพัสดุจนถึงพุทธกิจสําคัญหรือประวัติศาสดาท่ี
ตนนับถือ แบบอยางการดําเนินชีวิตและขอคิดจากประวัติสาวก ชาดก ศาสนิกชนตัวอยาง องคประกอบและ
ความสําคัญของพระไตรปฎกหรือคัมภีรของศาสนาที่ตนนับถือ การแสดงความเคารพพระรัตนตรัยและปฏิบัติ
ตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ การสวดมนต
แผเมตตา มีสติท่ีเปนพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนาหรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตน
นับถือตามที่กําหนด หลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือเพื่อการพัฒนาตนเองและส่ิงแวดลอม จัดพิธีกรรมตาม
ศาสนาที่ตนนับถืออยางเรียบงาย มีประโยชนในศาสนพิธีพิธีกรรมและวันสําคัญทางศาสนาที่กําหนด และ
ประโยชนที่ไดรับจากการเขารวมกิจกรรม มรรยาทของความเปนศาสนิกชนที่ดีสถานภาพ บทบาท สิทธิ
เสรีภาพและหนาท่ีในฐานะพลเมืองดี วิธีการปกปองคุมครองตนเองหรือผูอ่ืนจากการละเมิดสิทธิเด็ก
วัฒนธรรมไทยท่ีมีผลตอการดําเนินชีวิตในสังคมไทยในการอนุรักษและเผยแพรภูมิปญญาทองถ่ินของชุมชน
โครงสรางอํานาจ หนาท่ี และความสําคัญของการปกครองสวนทองถ่ิน บทบาทหนาท่ีและวิธีการเขาดํารง
ตําแหนงของผูบริหารทองถ่ิน ประโยชนท่ีชุมชนจะไดรับจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น ปจจัยการผลิตสินคา
และบริการแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการทํากิจกรรมตาง ๆ ในครอบครัว โรงเรียน และ
ชุมชน หลักการสําคัญและประโยชนของสหกรณ บทบาทหนาที่เบ้ืองตนของธนาคาร ผลดีผลเสียของการกูยืม
ตําแหนง (พิกัดภูมิศาสตรล ะติจูด ลองจิจูด) ระยะ ทิศทางของภูมิภาคของตนเอง ลักษณะภูมลิ ักษณท ่ีสําคญั ใน
ภูมิภาคของตนเองในแผนที่ความสัมพันธของลักษณะทางกายภาพกับลักษณะทางสังคมในภูมิภาคของตนเอง
สภาพแวดลอมทางกายภาพท่ีมีอิทธิพลตอลักษณะการต้ังถิ่นฐานและยายถิ่นของประชากรในภูมิภาคอิทธิพล
ของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติท่ีกอใหเกิดวิถีชีวิตและการสรางสรรควัฒนธรรมในภูมิภาค ผลจากการรักษาและ
การทาํ ลายสภาพแวดลอมและการรกั ษาสภาพแวดลอมในภมู ภิ าค

โดยใชกระบวนการสืบสอบทางสังคม การฝกดานทักษะ กระบวนการคิดการแกปญหาการเรียนรู
การจดั การและการปฏิบัติการสืบคน กระบวนการกลมุ การอภปิ ราย บทบาทสมมุติ

เพื่อใหผูเรียนเกิดความรูความคิดเรียนรูอยางมีความสุขและเห็นคุณคาของการนําความรูไปใช
ประโยชนใ นการดาํ เนนิ ชีวติ เปน พลเมืองดีของประเทศชาตแิ ละสงั คมโลก มวี ินัย ซ่ือสตั ยส ุจริต
รหสั ตวั ช้วี ัด

ส 1.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3, ป. 6/4, ป. 6/5, ป. 6/6, ป. 6/7, ป. 6/8, ป. 6/9
ส 1.2 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3, ป. 6/4
ส 2.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3, ป. 6/4, ป. 6/5
ส 2.2 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3
ส 3.1 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3
ส 3.2 ป. 6/1, ป. 6/2
ส 5.1 ป. 6/1, ป. 6/2
ส 5.2 ป. 6/1, ป. 6/2, ป. 6/3

รวมทั้งหมด 31 ตัวชว้ี ดั

12 คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชี้วดั รายวิชาสงั คมศกึ ษา
ภาคเรียนท่ี ๑
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส16101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 6

สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส 3.1 เขาใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใชทรัพยากรท่ี

มีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมทั้งเขาใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อการดํารงชวี ิตอยา งมีดลุ ยภาพ
ตวั ชว้ี ดั ป.๖/1 อธิบายบทบาทของผูผลิตทีม่ คี วามรับผิดชอบ
ป.๖/2 อธิบายบทบาทของผูบริโภคทร่ี เู ทา ทัน
ป.๖/3 บอกวธิ ีและประโยชนของการใชท รัพยากรอยางย่ังยนื

มาตรฐาน ส 3.2 เขาใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตาง ๆ ความสัมพันธทางเศรษฐกิจ และความ
จําเปนของการรวมมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตวั ช้วี ัด ป.๖/1 อธบิ ายความสมั พันธร ะหวา งผผู ลิต ผูบริโภค ธนาคาร และรัฐบาล
ป.๖/2 ยกตวั อยางการรวมกลมุ ทางเศรษฐกจิ ภายในทองถิน่

สาระที่ 2 หนาท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาํ เนนิ ชีวติ ในสงั คม
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา

ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดาํ รงชวี ติ อยรู วมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยา งสันติสุข
ตัวช้วี ัด ป.6/1 ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ งกับชวี ิตประจําวันของครอบครัวและชมุ ชน

ป.6/2 วเิ คราะหการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาและธาํ รงรักษาวฒั นธรรมอนั ดีงาม
ป.6/3 แสดงออกถึงมารยาทไทยไดเ หมาะสม ถกู กาลเทศะ
ป.6/4 อธบิ ายคุณคา ทางวัฒนธรรมท่ีแตกตา งกนั ระหวา งกลมุ คนในสังคมไทย
ป.6/5 ติดตามขอ มูล ขา วสาร เหตกุ ารณตาง ๆ ในชีวิตประจาํ วัน เลอื กรบั และใชขอ มูล ขาวสาร

ในการเรยี นรไู ดเหมาะสม

มาตรฐาน ส 2.2 เขา ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยดึ มั่น ศรทั ธา และธํารงรกั ษาไวซ่ึง
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปนประมขุ
ตวั ชี้วัด ป.6/1 เปรียบเทียบบทบาท หนา ทขี่ ององคกรปกครองสว นทองถน่ิ และรัฐบาล
ป.6/2 มีสวนรวมในกิจกรรมตาง ๆ ทสี่ งเสริม ประชาธิปไตยในทอ งถ่ินและประเทศ
ป.6/3 อภปิ รายบทบาท ความสําคัญในการใชส ิทธอิ อกเสยี งเลือกต้งั ตามระบอบประชาธปิ ไตย

โครงสรางรายวชิ าสงั คมศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 13

โครงสรางรายวิชาสงั คมศึกษา

รหสั วชิ า ส16101 รายวชิ าสงั คมศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1

รวมเวลา ๕๗ ช่วั โมง

หนว ยที่ ชื่อหนว ย มาตรฐาน/ สาระสาํ คญั / เวลา นาํ้ หนัก
การเรยี นรู ตวั ช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน

1 สินคา และ ส 3.1 : ป.6/1 ผูผลติ และผูบรโิ ภคตอ ง 1๔ 1๒
ป.6/๒ คาํ นงึ ถึงบทบาทหนาท่ีใน
บรกิ าร ป.6/๓ การผลติ เพอ่ื ผูบรโิ ภคทีค่ วร 14 1๒
คํานงึ ถึงการผลติ สินคา ทมี่ ี
๒ ค ว า ม สั ม พั น ธ ส 3.2 : ป.6/1 คณุ ภาพและประโยชนใ ช
สอย ทจ่ี ะสง ผลกระทบตอ
ทางเศรษฐกิจ ป.6/๒ สง่ิ แวดลอ มและสังคม ซ่งึ มี
ทรพั ยากรอยางจํากัด
การสรางจติ สาํ นึกในการใช
ทรัพยากรอยา งย่ังยนื

ผูผลิต ผบู ริโภค ธนาคาร
รัฐบาล การเกบ็ ภาษมี ี
ความสมั พันธก ันตองพ่งึ พา
อาศยั กันในการพัฒนา
เศรษฐกจิ ผบู รโิ ภคจะไดรับ
สทิ ธิคมุ ครองในการบรโิ ภค
สนิ คาและบรกิ าร ผใู ช
แรงงานจะไดร ับสทิ ธิคมุ ครอง
ในการใชแ รงงานเพ่ือใหไดร ับ
ความเปนธรรมและปลอดภยั

๓ ตนกลา คนดี ส 2.1 : ป.6/๒ วัฒนธรรมไทยและภมู ิ 1๒ ๑๑
ป.6/3 ปญ ญาทอ งถิน่ มีความสาํ คัญ
ป.6/๔ ตอการดําเนินชวี ติ ใน
ป.6/๕ สังคมไทย ดังนน้ั ทกุ คนจึง
ควรมีการอนรุ ักษเ ผยแพร
วัฒนธรรมและภูมปิ ญญา
ทอ งถนิ่ รวมถงึ การเลือกรบั
การใชขอมูลขา วสารในการ
เรยี นรไู ดอ ยางเหมาะสม

14 คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

หนว ยท่ี ชื่อหนว ย มาตรฐาน/ สาระสาํ คญั / เวลา นาํ้ หนกั
การเรยี นรู ตวั ชวี้ ดั ความคดิ รวบยอด (ชัว่ โมง) คะแนน

๔ สทิ ธเิ ด็กไทย ส 2.1 : ป.6/1 กฎหมายหรือขอบังคบั ของ 8 7
รัฐซง่ึ บัญญตั ขิ นึ้ เพอื่ ใชก าร
ควบคุมพฤตกิ รรมบคุ คล
พลเมืองดีจะตองปฏิบตั ิตาม
กฎหมายเพื่อใหส ามารถใช
ชีวติ ในสังคมไดอ ยา งมี
ความสขุ

๕ วิถปี ระชาธปิ ไตย ส 2.๒ : ป.6/1 ประเทศไทยปกครองดวย 9 8
ป.6/๒ ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
ป.6/3 พระมหากษตั รยิ ทรงเปน
ประมุข การปฏบิ ัติตนเปน
พลเมืองดีทาํ ใหช ุมชนและ
ประเทศชาตเิ จริญกาวหนา
อยูรวมกนั อยา งมีความสุข
องคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ
หรอื รฐั บาลตา งกม็ ีบทบาท
เปน ของตนเอง ประชาชน
สามารถมีสวนรวมใน
กิจกรรมประชาธปิ ไตย ทัง้ ใน
ระดับทอ งถิน่ และ
ระดับประเทศ

รวมตลอดภาคเรียน ๕๗ 50

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 เรอ่ื ง สนิ คาและบรกิ าร 15

หนวยการเรียนรูท ่ี 1
สินคา และบรกิ าร

16 คูม ือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑

ช่อื หนว ยการเรียนรู เร่ือง สนิ คา และบริการ

รหสั วิชา ส๑๖๑๐๑ รายวิชาสงั คมศกึ ษา กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑๔ ช่วั โมง

๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 3.1 เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากร

ท่ีมีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมท้ังเขาใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพ่อื การดาํ รงชวี ติ อยา งมดี ลุ ยภาพ
ตวั ชี้วัด ป.1/1 อธิบายบทบาทของผผู ลิตทม่ี ีความรบั ผดิ ชอบ
ป.1/2 อธบิ ายบทบาทของผูบรโิ ภคที่รูเ ทา ทนั
ป.1/3 บอกวิธแี ละประโยชนของการใชทรพั ยากรอยา งย่ังยนื

๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
ผูผลิต เปนผูท่ีทําหนาที่ในการเปล่ียนแปลงทรัพยากรใหเ ปนสนิ คาและบริการ ผูบริโภคเปนบคุ คลหรอื

กลุมบุคคลซ่ึงเปนผูใชสินคาและบริการเพื่อตอบสนองความตองการ อีกทั้งทรัพยากรมีปริมาณจํากัด ควรใช
อยา งประหยดั ใหเ กิดประโยชนสูงสุด และมีผลกระทบตอส่ิงแวดลอ มนอยที่สุด

๓. สาระการเรียนรู
ความรู
๑. การผลติ สนิ คาและบริการ
๒. บทบาทของผผู ลติ และผบู รโิ ภค
๓. สินคา และบริการ
๔. ทรพั ยากร
5. เศรษฐกจิ พอเพยี ง

ทักษะ/กระบวนการ
๑. วิเคราะหปจ จยั การผลติ บทบาทของผูผ ลติ ผูบริโภค ประโยชนข องการผลิตสินคา บรกิ ารผบู ริโภค
๒. แบง ประเภทของตลาดทางเศรษฐศาสตรไ ด
3. แยกแยะประเภทของทรัพยากร หลักการ และวิธีใชท รัพยากรใหเกิดประโยชน
4. วเิ คราะหหลกั การของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

เจตคติ
๑. เห็นคุณคา ความสาํ คัญและประโยชนของการใชสนิ คาท่ีมีการผลิตไดค ณุ ภาพ
๒. เห็นความสาํ คัญคุณคาและประโยชนของหลักการของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. เหน็ ความสาํ คัญและประโยชนข องการใชท รพั ยากรอยางยง่ั ยืน

หนวยการเรยี นรูท ี่ 1 เรือ่ ง สนิ คา และบริการ 17

๔. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชช วี ิต
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

๕. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รักชาติ ศาสน กษตั ริย
๒. ซอื่ สตั ย
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ รยี นรู
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
๖. มจี ติ สาธารณะ

๖. การประเมนิ ผลรวบยอด
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
1. ใบงานท่ี 1 เร่อื ง บทบาทของผูผลิตท่มี ีคุณภาพ
2. ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง ผลติ ภัณฑข องฉัน
3. ใบงานท่ี 3 เรื่อง ปจ จัยกาํ หนดความตอ งการในการซ้ือสินคา
4. ใบงานที่ 4 เรื่อง ปจจยั กําหนดความตอ งการในการขายสินคา
5. ใบงานที่ 5 เรื่อง ตลาด
6. ใบงานท่ี 6 เรื่อง เครอื่ งหมายรับรองคุณภาพสินคา
7. ใบงานที่ 7 เร่อื ง การเพิ่มมูลคาในสินคา และบริการ
8. ใบงานที่ 8 เรอ่ื ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง
9. ใบงานที่ 9 เรอ่ื ง ความหมายและประโยชนของทรัพยากร
10. ใบงานที่ 10 เรอื่ ง หลกั การและวธิ ใี ชท รัพยากรใหเกดิ ประโยชนสงู สดุ

18 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
เกณฑก ารประเมนิ ผลชน้ิ งานหรอื ภาระงาน

ประเดน็ การ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง)
๑. การบรรยาย
จุดประสงค บรรยายเก่ยี วกับ บรรยายเกยี่ วกบั บรรยายเก่ียวกับ บรรยายเกี่ยวกบั

๒. รปู แบบ จุดประสงคใ นการ จดุ ประสงคใ นการ จดุ ประสงคใ นการ จดุ ประสงคใ นการ

๓. เนื้อหา สรางสรรคผ ลงานได สรา งสรรคผ ลงานได สรา งสรรคผ ลงานได สรา งสรรคผ ลงานได

๔. การนําเสนอ ถูกตอง ชดั เจน ถูกตองเปน สว นใหญ ถกู ตองเปนบางสวน ถูกตอ งเพียงสวน

๕. ความตรงตอ นอ ย
เวลา
สวยงามมคี วามคดิ สวยงามมีความคิด สวยงามมคี วามคดิ สวยงามมคี วามคดิ

สรา งสรรคดมี าก สรางสรรคด ี ทาํ งาน สรา งสรรคพอใช สรา งสรรค ควร

ทาํ งานสะอาด สะอาดเรียบรอยดี ทาํ งานสะอาด ปรับปรุง ทํางาน

เรียบรอยดีมาก เรยี บรอ ยพอใช สะอาดเรียบรอ ย

ควรปรับปรุง

เขยี นเนอ้ื หาได เขียนเน้อื หาได เขียนเนื้อหาได เขียนเนอื้ หาไม

ชัดเจนถกู ตอ งดมี าก ชดั เจนถูกตอ งดี ชดั เจนถูกตอ งพอใช ถกู ตอ งพอใช

ภาพกับเนอ้ื หา ภาพกบั เน้อื หา ภาพกบั เนือ้ หา ภาพกบั เน้ือหา

สอดคลองกนั ดีมาก สอดคลองกันดี สอดคลองพอใช ไมสอดคลองกัน

นําเสนอผลงาน นาํ เสนอผลงาน นําเสนอผลงาน นําเสนอผลงาน

เน้อื หาถกู ตอ ง เนือ้ หาถกู ตอ ง เนอื้ หาไมส มบูรณ เนือ้ หาไมถ ูกตอ ง

ชดั เจนครบถว น ชดั เจนครบถวน สรางสรรคงานดี ภาษาไมถ ูกตอง

สรางสรรคง านดี สรางสรรคงานดี มาก ภาษาไม อยใู นระดบั ปรบั ปรุง

มาก ภาษาถกู ตอ ง ภาษาถูกตอ งอยูใน ถกู ตอ ง อยูใ นระดบั

อยูในระดับดีมาก ระดับดี พอใช

สงงานครบถวนตรง สงงานครบถวนชา สงงานครบถวนชา สง งานครบถวนตรง

ตามเวลาทกี่ ําหนด กวา ตามเวลาท่ี กวา ตามเวลาท่ี ตามเวลาทก่ี ําหนด

กาํ หนด ๑-๒ วนั กาํ หนด ๓-๔ วนั ๕ วนั ข้นึ ไป

เกณฑก ารตัดสิน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๑๖-๒๐ หมายถึง ดี
คะแนน ๑๓-๑๕ หมายถงึ พอใช
คะแนน ๑๐-๑๒ หมายถงึ ปรับปรงุ
คะแนน ๙-๑๐

เกณฑก ารผาน ตั้งแตระดบั พอใช

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 เรือ่ ง สินคาและบรกิ าร 19

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑ เรอื่ ง การผลติ สินคาและบริการ

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรอื่ ง สนิ คา และบริการ เวลา ๑ ชว่ั โมง

กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู

มาตรฐาน ส 3.1 เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากร

ที่มีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมท้ังเขาใจหลักการของเศรษฐกิจ

พอเพยี ง เพื่อการดํารงชีวติ อยา งมดี ุลยภาพ

ตวั ชี้วดั ป.๖/1 อธิบายบทบาทของผูผลิตทม่ี คี วามรับผิดชอบ

๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
ผูผลิต เปนผูที่ทําหนา ที่ในการเปล่ยี นแปลงทรัพยากรใหเปนสินคา และบริการ ผูบริโภคเปนบุคคลหรือ

กลุมบุคคลซ่ึงเปนผูใชสินคาและบริการเพื่อตอบสนองความตองการ อีกทั้งทรัพยากรมีปริมาณจํากัด ควรใช
อยา งประหยดั ใหเกิดประโยชนสูงสุด และมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอ มนอยทีส่ ดุ

๓. จุดประสงค
๓.๑ ความรู
- อธบิ ายความหมายของการผลติ สินคาหรอื บรกิ ารได
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหขน้ั ตอนการผลิตสินคาหรือบริการได
๓.๓ เจตคติ
- ตระหนักถงึ การใชทรัพยากรท่นี าํ มาผลติ เปนสนิ คาหรือบรกิ าร

๔. สาระการเรียนรู
๑. ความหมายการผลิตสินคา หรอื บริการ
๒. ขั้นตอนการผลติ สนคาหรอื บริการ

๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา

๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. มวี ินัย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มงุ มั่นในการทํางาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู

20 คมู อื

การจดั การเรียนรู ชน้ั
แผนจดั การเรยี นรทู ่ี ๑ เรื่อง

รายวิชาสงั คมศกึ ษา

ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรียนรู ข้นั ตอนการ เวลาที่ แ
จดั การเรยี นรู ใช กจิ กรรมคร

๑. 1. อธบิ ายความหมาย ข้นั นาํ ๑๐ ๑. ครูใหน กั เรยี นด

ของการผลิตสนิ คาหรือ นาที และวิดีโอ เกยี่ วกบั

บรกิ ารได เชน

- ภาพการทาํ ปลาต

- ภาพการผลติ มะม

- ภาพการใชบ ริกา

เสริมสวย

- วดิ โี อชาวสวนกบั

ผลไม

- วดิ ีโออุตสาหกรร

การผลติ เคร่อื งดื่มอ

การผลิตรถยนต

๒. ครูสอบถามโดย
คําถามดังนี้
- ภาพดงั กลา วเปน
อะไร

อครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ง การผลติ สนิ คาและบรกิ าร
า จาํ นวน ๑ ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมิน
การเรยี นรู
รู กจิ กรรมนกั เรยี น
- ภาพการทาํ ปลาตาก - แบบประเมนิ
ดภู าพ ๑. นกั เรียนดภู าพการผลิต แหง การสงั เกต
บผผู ลิต หรือบริการ - ภาพการผลติ มะมวง พฤตกิ รรม
กวน นักเรียน
ตากแหง - ภาพการใชบรกิ ารรา น รายบคุ คล
มว งกวน เสริมสวย
ารราน - วดิ โี อชาวสวนกับ
ผลผลิตผลไม
บผลผลิต - วดิ โี ออตุ สาหกรรม
การผลิตเครื่องดมื่
รม อาหาร การผลติ รถยนต
อาหาร

ยใช ๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถาม
(กระบวนการผลิต)

นภาพ (การนําเอาปจ จยั การผลิต
ตา ง ๆ ไปผา นแปรรูป

หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เรือ่ ง สนิ คาและบรกิ าร

ลําดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรียนรู ข้นั ตอนการ เวลาที่ แ
จัดการเรยี นรู ใช กิจกรรมคร

- เราเรียกระบวนก
เหลานีว้ า อะไร

2. 2. วิเคราะหข น้ั ตอน ข้ันสอน ๒๕ ๓. ครนู ําภาพการผ
การผลติ สินคาหรอื นาที สินคามา ๒ ชนิด ค
บริการได
เกษตรกรปลูกสับป
3. ตระหนักถึงการใช และภาพการบรรจ
ทรัพยากรท่นี ํามาผลติ สับปะรดกระปอง ใ
เปนสินคาหรอื บริการ นกั เรียนสงั เกต

๔. ครูใหน กั เรยี น
เปรยี บเทียบภาพก
สินคา ๒ ชนดิ
โดยใชคาํ ถามดงั นี้
- การผลติ สนิ คา ข
ชนดิ นีม้ ีความยากง
ตางกันไหม
- กรณผี ลติ สับปะร
กระปองใบสัปปะร
นําไปทําอะไร หรือ
โรงงานผลติ นาํ ขอ

แผนการจดั การเรยี นรู ส่ือการเรียนรู 21

รู กจิ กรรมนกั เรยี น การประเมนิ
การ ออกมาเปนสินคาหรอื การเรยี นรู

บริการ) - ภาพเกษตรกรปลกู
สบั ปะรด และภาพการ
ผลิต ๓. นกั เรียนสงั เกตภาพ บรรจสุ ับปะรดกระปอ ง
คอื การผลิตสนิ คา ๒ ชนดิ
ปะรด
จุ
ให

การผลติ ๔. นกั เรยี นตอบคําถาม
(๒ ภาพมกี ารผลิตที่มคี วาม
ของ ๒ ยุงยาก ใชเ ครื่องมอื ที่
งาย ตา งกัน)

รด (ใบสบั ปะรด สามารถนําไป
รดเกษตร ทํากระดาษ หรอื สว น
อ เปลือกสามารถนาํ ไปเปน
องทเ่ี หลือ อาหารสัตวได)

22 คูมอื

ลําดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลาที่ แ
จัดการเรียนรู ใช กจิ กรรมคร

จากสบั ปะรดไปทํา
อีกบา ง

๕. ครแู บงกลมุ นกั เ
ศกึ ษา เรื่อง ขนั้ ตอ
การผลิต เพือ่ นาํ มา
วิเคราะหกิจกรรมว
ขน้ั ตอนการผลติ ขัน้

3. 4. วเิ คราะหข้นั ตอน ข้นั ปฏบิ ตั ิ ๑๐ ๖. ครูแจกบตั รคําข
การผลิตสนิ คา หรือ นาที การผลติ เพือ่ ใหนัก
บรกิ ารได
เลมเกมทายขนั้ ตอน
การผลิต โดยครจู ะ
กิจกรรมทางเศรษฐ
- การธนาคาร
- ทาํ ไรข า วโพด
- ผลติ ปลากระปอง
- นวดแผนไทย
แลวใหนักเรยี นยกบ
เพอื่ ตอบคาํ ถาม

อครูและแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แผนการจดั การเรยี นรู ส่อื การเรียนรู การประเมิน
การเรียนรู
รู กจิ กรรมนกั เรยี น
าอะไรได

เรยี นให ๕. นกั เรียนแบง กลมุ แลว - ใบความรทู ่ี 1 เร่อื ง
อนของ ศึกษา เร่อื ง ขน้ั ตอน ขน้ั ตอนการผลติ สนิ คา
า การผลติ
วา อยใู น
นไหน

ข้นั ตอน ๖. นกั เรียนเลน เกมทาย - บตั รคาํ
กเรียน ขั้นตอนการผลติ - ภาพกิจกรรมทาง
น เศรษฐกิจ
ะขึ้นภาพ
ฐกจิ เชน


บัตรคํา

หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เรอ่ื ง สนิ คา และบริการ

ลําดบั ที่ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขัน้ ตอนการ เวลาที่ แ
จัดการเรยี นรู ใช กิจกรรมคร

4. ขนั้ สรปุ 5 นาที ๗. ครแู ละนักเรยี น
สรุปเร่อื ง ข้ันตอนก
และ ยกตัวอยางขา
ตวั อยางการผลติ ทใี่
ทรพั ยากรอยา งสนิ้
เชน การกอ สรา ง ส
ทีไ่ มส ําเร็จ ถกู ทง้ิ รา
อาหารที่เหลอื จากง
เลย้ี ง

แผนการจดั การเรียนรู ส่อื การเรยี นรู 23
- ภาพขาว
รู กิจกรรมนกั เรยี น การประเมนิ
การเรยี นรู
นรวมกัน ๗. นกั เรียนรว มกันสรุปกบั
การผลติ ครู
าว (ข้นั ตอนการผลิตมี
ใช กระบวนการผลติ จากงา ย
นเปลือง ไปยากซ่งึ แบง ออกเปน ๓
สถานที่ ขน้ั ตอน ดงั น้ี ขนั้ ปฐมภมู ิ
างหรือ ขั้นทุติยภูมิ ขนั้ ตติยภูมิ)
งาน

24 คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

๘. สอ่ื การเรยี นรู/แหลง การเรียนรู
๑. บัตรภาพ
- ภาพการสขี าว - ภาพการทําปลาตากแหง - ภาพการผลติ มะมว งกวน - ภาพการใชบริการราน
เสริมสวย
- ภาพกิจกรรมทางเศรษฐกจิ - ภาพขาว - ภาพเกษตรกรปลกู สับปะรด - ภาพการบรรจสุ บั ปะรด
กระปอง
๒. บัตรคาํ
๓. PowerPoint
๔. ใบความรูท่ี 1 เรอ่ื ง ขนั้ ตอนการผลิตสินคา

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด

สิ่งทต่ี อ งการวดั / วธิ ีการ เครอ่ื งมือทใ่ี ช เกณฑ
ประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน - ผานเกณฑรอ ยละ ๖๐
ดา นความรู นักเรยี นรายบุคคล พฤตกิ รรมนักเรยี น - ผา นเกณฑรอ ยละ ๖๐
- การตอบคําถาม รายบุคคล
ดา นทักษะกระบวนการ - สังเกตการเกมทาย - เกมทายขั้นตอน
ขน้ั ตอนการผลติ
การผลติ

ดา นเจตคติ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม - ผา นเกณฑป ระเมนิ
นกั เรียนรายบคุ คล นกั เรียนรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพพอใชขน้ึ
- การตอบคําถาม
ไป

สมรรถนะสาํ คญั ของ - ประเมินความสามารถ - แบบประเมินสมรรถนะ - ผานเกณฑประเมนิ
ผเู รียน ในการสื่อสาร สาํ คญั ของผเู รยี น ระดบั คุณภาพพอใชข น้ึ
ความสามารถในการคิด ไป
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ความสามารถในการ - แบบประเมนิ
ประสงค แกป ญหา คณุ ลกั ษณะ - ผานเกณฑป ระเมนิ
อนั พงึ ประสงค ระดับคุณภาพพอใชขนึ้
- ประเมนิ การมวี นิ ยั ไป
ใฝเรยี นรู และมงุ มน่ั ใน
การทาํ งาน

หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เรือ่ ง สนิ คา และบริการ 25
๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน

OJviwnmwumwroonnsaomow.hn.....................ผ.........ล......ก......า......ร......จ......21...ดั ......ก........า......ร...ñ...เ...Ñร...n...ยี......n...นB......&ก......e...าc......ร...ww...ส......อ......ÉFน............oo............oc......H...ra............A:...............R...9...8......0M...0...............A...............DN8............ih...m.........r......o0.........n......m...............i......n.........0...............s............b............&...............n............w...............b............M..................n............9............u............M...................................................

ÑnÑcwFmsrw◦nÑwnobnrÑmTwM%pw6u............ค....ว....า....ม......ส....ํา....2เ..1ร......จ็............Ñ..........n......F........c......w..........I..o........ñ........n......f....o......T......o......ʰ......e......r....o........o......o........a......ñ........&........%............n......v........a......9........n......T......w..........o........B........9..o..u....a..i..f..l..oa......ro....f....br.........M..........N....................

.............................O...s..h..o....K...e..r..n...>...T....a....i..l.o.....r.........................................................................................................

gator............ป......ญ ......ห....า....แ......ล..1..ะ.....อ....8..ุป8....ส....Éb..ร....ร..nn..ค....v....w..T......o..o....w....w......a......nt....o....E....a......n........n....B..w....u......Fn......ko....s....n......%..........k........m..........w..........o......................l....o........t................u........Ñ..........T........o......,..........................................................

..............................................................................................................................................................................

............ข....อ......จ....ํา....ก....ัด..1....ก.....าe....ร8..u..ใ..ช..mr....oแ....ผ..si..nน......กB..9..า....ร8..e..จ....vs..ดั ....ก....า....ร..D..เ....ร....ยีL....น..T....ร....ูV..แ....ล..G....ะ....ข....อ....เ....ส....น......อa....แ..n..น....t..ะo..../..w..แ....น....n..ว....vท....uา....ง..o..ก....r..า..n..ร....ปo....ร..w..ับ......ปn....ร..o..ุง....nแ......กs....ไ..o..ข....s......r........B........a....r....r....o....w..........D......o......o......m........

..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......I................................................ผูสอน

(.......น....า..ย...พ..ั..น...ช.ั..ย....ป....ร..ะ..ส...ม....เ.พ....ช...ร.....)
วนั ท่ี ..1..7...... เดือน ....N....n...n........... พ.ศ. ...9...5..6...5..

๑๑. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของผูบ รหิ ารหรอื ผูท่ีไดร บั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................... ผูตรวจ
(.........น...า...ง..ก.ั..ญ....ล...ด...า....แ...ส...ง...ม...ณ..ี..........)

วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

26 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

ใบความรูที่ 1 เร่ือง ข้ันตอนการผลิตสินคา

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑ เรอื่ ง สินคาและบรกิ าร
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เรือ่ ง การผลติ สินคา และบรกิ าร
รายวิชาสงั คมศึกษา รหสั วชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6

การผลติ

หมายถึง ผูกระบวนการแปรสภาพทรัพยากร (ปจจัยการผลิต) ที่มีอยูอยางจํากัด เชน ท่ีดิน ทุน
แรงงาน ผปู ระกอบการ แปรรปู ใหเปน สินคา และบรกิ ารท่ีมปี ระโยชนทางเศรษฐกจิ ขนึ้ มาใหม

กระบวนการผลติ

เปนการท่ีนําวัตถุดิบจากธรรมชาติมาแปรรูปเปนผลผลิต เชน โรงสีขาว นําขาวเปลือกชาวนามาสีเปน
ขาวสาร แลวบรรจุวางจําหนายตามรานคาทั่วไป กระบวนการผลิตน้ีจะตองอาศัยความรูดานเทคนิคและ
อปุ กรณม ากบา งนอ ยบาง ตามความทันสมยั ของหนว ยการผลติ และประเภทของสินคา และบริการ

ประเภทของการผลติ สนิ คาและบรกิ าร ที่มาของภาพ : accesstrade,in.th
1. การผลิตข้ันแรกหรือขั้นปฐมภูมิ เปนการผลิตท่ีใชประโยชน ที่มาของภาพ : sites.goodle.com

จากธรรมชาติโดยตรง วิธีการผลิตงายไมยุงยากซับซอน ใชเคร่ืองมือหรือ
อุปกรณในการผลิตเพียงเล็กนอย ผลผลิตที่ไดสวนใหญไมสามารถสนอง
ความตอ งการไดท ันที ตอ งนาํ ไปแปรสภาพกอนจึงจะสนองความตองการได
ตั ว อ ย า ง ข อ ง กิ จ ก ร ร ม ท่ี จั ด เ ป น ก า ร ผ ลิ ต ขั้ น ป ฐ ม ภู มิ ห รื อ ข้ั น แ ร ก คื อ
การเกษตรกรรม ไดแ ก การเพาะปลกู ทาํ นา ทําไร เลี้ยงสตั ว ประมง ปา ไม

2. การผลิตขั้นที่สองหรือขั้นทุติยภูมิ เปนการผลิตท่ีตองอาศัย
ผลผลติ อน่ื มาเปน วัตถุดบิ ในการผลิต กรรมวธิ กี ารผลติ มคี วามยุง ยากซบั ซอน
มากข้ึน ตองใชเคร่ืองมือ และอุปกรณเพ่ือประกอบการผลิตมากขึ้น สวน
ใหญเปนการผลิตในดานอุตสาหกรรม เชน การผลิต อาหารกระปองตาง ๆ
การผลิตเหล็กเสน เหล็กแผน การตอเรือ การสรางอาคารที่อยูอาศัย ฯลฯ
กิจการบางอยางจะใหผลผลิตท่ีสามารถสนองความตองการของผูใชไดทันที
เชน โตะ เกาอ้ี เตียง อาหารกระปอ ง

3. การผลิตขั้นท่ีสามหรอื ขั้นตติยภูมิ เปนการผลิตในลักษณะการ ทม่ี าของภาพ : kaohoon.com
ใหบริการดานการขนสง การคาสง การคาปลีก การประกันภัย การธนาคาร
โดยมีวัตถุประสงคเพื่อชวยใหผลผลิตเคลื่อนยายจากการผลิตข้ันท่ีหน่ึงไป
ข้นั ที่สอง และไปสผู ูบริโภคไดสะดวก รวดเรว็ มคี ุณภาพ และมีประสทิ ธิภาพ
ดีขน้ึ

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 เรอ่ื ง สินคาและบริการ 27

แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบคุ คล
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู วนั ที่.......................เดือน.........................................พ.ศ..................................

เกณฑก ารใหค ะแนน

ลําดบั ที่ ชื่อ–สกลุ ความต้ังใจในการเ ีรยน รวม ระดบั
(4) (16) คณุ ภาพ

ความสนใจและการ
ซักถาม (4)

การตอบ ํคาถาม
(4)

ีมสวนรวมในกิจกรรม (4)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ลงชือ่ ................................................................ผปู ระเมนิ

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมนิ ในการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดังนี้

ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมนิ
13-16 ดีมาก นักเรยี นที่ไดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข ึน้ ไป ถือวา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรับปรุง

28 คมู ือครูและแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
เกณฑก ารวดั และประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)

ประเดน็ การ ดมี าก (4) เกณฑก ารใหค ะแนน
ประเมนิ ดี (3) พอใช (2) ตอ งปรบั ปรุง (1)

1. ความต้งั ใจใน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น ไมสนใจใน
การเรียน
ไมคยุ หรอื เลนกัน คยุ กนั เล็กนอย คุยกันและเลน กัน การเรียน คุยและ
2. ความสนใจและ
การซักถาม ในขณะเรยี น ในขณะเรยี น ในขณะเรยี นเปน เลน กันในขณะ

3. การตอบคําถาม บางครง้ั เรยี น

4. มีสวนรว มใน มกี ารถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ มีการถามในหวั ขอ ไมถามในหวั ขอ ท่ี
กิจกรรม
ทีต่ นไมเ ขา ใจทกุ ทต่ี นไมเ ขา ใจเปน ท่ตี นไมเขาใจเปน ตนไมเ ขา ใจและไม

เรื่องและกลา สว นมากและกลา บางคร้ังและไม กลาแสดงออก

แสดงออก แสดงออก คอยกลา

แสดงออก

รว มตอบคําถามใน รว มตอบคาํ ถามใน รว มตอบคําถามใน ไมต อบคาํ ถาม

เร่อื งที่ครูถามและ เรอ่ื งท่ีครถู ามและ เรือ่ งท่คี รถู ามเปน

ตอบคําถามถกู ทกุ ตอบคําถาม บางคร้ังและตอบ

ขอ สว นมากถูก คําถามถูกเปน

บางครง้ั

รวมมอื และ รว มมือและ รวมมอื และ ไมมคี วามรว มมือ

ชวยเหลือเพ่อื นใน ชว ยเหลอื เพ่อื น ชวยเหลอื เพือ่ นใน ในขณะทาํ

การทํากจิ กรรม เปนสวนใหญใ น การทาํ กจิ กรรม กจิ กรรม

การทาํ กิจกรรม เปนบางคร้งั

หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 เรอ่ื ง สินคา และบรกิ าร 29

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

คําชแี้ จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี นแลว ขีด ลงในชองที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน

รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑

๑. มวี นิ ยั ๑.1 ปฏิบตั ติ ามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบงั คับของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มีความตรงตอ เวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรมตาง ๆ ใน
๒. ใฝเ รยี นรู ชีวติ ประจําวันมีความรบั ผดิ ชอบ
2.1 ตง้ั ใจเรียน
3. มงุ มน่ั ใน
การทาํ งาน 2.2 เอาใจใสในการเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการเรียน

2.3 เขารว มกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ
2.4 ศึกษาคนควา หาความรจู ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พิมพ สือ่
เทคโนโลยตี าง ๆ แหลง การเรียนรูท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
และเลอื กใชสอ่ื ไดอ ยา งเหมาะสม
2.5 บนั ทกึ ความรู วเิ คราะห ตรวจสอบบางสงิ่ ท่เี รียนรู สรุปเปน องค
ความรู
2.6 แลกเปล่ยี นความรู ดวยวธิ ีการตาง ๆ และนาํ ไปใชใ น
ชีวิตประจาํ วัน
3.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทาํ งานท่ีไดรบั มอบหมาย

3.2 มีความอดทนและไมท อแทต อ อุปสรรคเพ่อื ใหงานสําเรจ็

เกณฑก ารใหค ะแนน ลงช่อื ................................................................ผปู ระเมิน
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมาํ่ เสมอ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครงั้
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ดังนี้

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรุปผลการประเมนิ
19-27 ดี นกั เรยี นทีไ่ ดร ะดบั คุณภาพพอใชข้ึนไป ถือวา ผาน
10-18
1-9 พอใช
ปรับปรงุ

30 คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน

คาํ ชแี้ จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี นแลว ขดี ลงในชองที่
ตรงกับระดบั คะแนน

รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑

๑. ความสามารถ ๑.1 มีความสามารถในการรบั –สงสาร

ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา ยทอดความรู ความคดิ ความเขาใจ

ของตนเอง โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม

2. ความสามารถ 2.1 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยางสรา งสรรค

ในการคดิ 2.2 มีความสามารถในการคดิ อยา งมีระบบ

3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลมุ รวมกบั ผอู ่นื ได

ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สนิ ใจไดเ หมาะสมตามวัย

ลงชื่อ................................................................ผปู ระเมิน

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนน

๓ คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมาํ่ เสมอ

๒ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครัง้

๑ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ดงั นี้

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมนิ
13-18 ดี นกั เรยี นที่ไดร ะดบั คุณภาพพอใชข นึ้ ไป ถือวา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรบั ปรงุ

หนวยการเรยี นรูที่ 1 เรือ่ ง สนิ คาและบรกิ าร 31

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๒ เรอ่ื ง บทบาทของผผู ลติ

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรือ่ ง สนิ คา และบรกิ าร เวลา ๑ ชัว่ โมง

กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส 3.1 เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากร

ท่ีมีอยูจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมท้ังเขาใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เพือ่ การดํารงชวี ติ อยา งมดี ลุ ยภาพ

ตวั ช้วี ดั ป.๖/1 อธิบายบทบาทของผูผลติ ท่ีมคี วามรับผดิ ชอบ

๒. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
ผูผลิต เปนผูท่ีทําหนา ที่ในการเปลีย่ นแปลงทรัพยากรใหเปนสนิ คา และบริการ ผูบริโภคเปนบุคคลหรือ

กลุมบุคคลซ่ึงเปนผูใชสินคาและบริการเพ่ือตอบสนองความตองการ อีกทั้งทรัพยากรมีปริมาณจํากัด ควรใช
อยา งประหยดั ใหเ กดิ ประโยชนส ูงสดุ และมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอ ยท่ีสดุ

๓.จดุ ประสงค
๓.๑ ความรู
- อธิบายความหมาย ของผูผลิตสินคา หรอื บริการได
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
- วเิ คราะหบทบาทของผูผ ลติ สนิ คา หรอื บรกิ ารท่ีมีคณุ ภาพได
๓.๓ เจตคติ
- เหน็ ความสําคัญและประโยชนข องการใชสนิ คาทีม่ ีการผลติ ไดค ณุ ภาพและมาตรฐาน

๔. สาระการเรยี นรู
๑. ความหมายของผูผลติ
๒. บทบาทของผูผลติ ท่ีมคี ณุ ภาพ

๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา

๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มุงมน่ั ในการทํางาน

๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

32 คมู

การจดั การเรียนรู ช้นั
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ ๒

รายวชิ าสังคมศึกษา

ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรยี นรู ขัน้ ตอนการ เวลา แผ
จัดการเรียนรู ทใ่ี ช กจิ กรรมครู
๑. 1. อธบิ ายความหมาย
ของผูผลติ สนิ คา หรือ ข้นั นาํ ๑๐ ๑. ครูใหน กั เรยี นนาํ
บริการได นาที ผลิตภณั ฑส ินคา ตาง ๆ ค

๑ ช้ิน

๒. ครูสอบถามโดยใชค ํา
ดังน้ี
- สนิ คาช่ือวา อะไร
- ใชท ําอะไรไดบาง

๓. ครยู กตวั อยางสนิ คา
ขาวสารบรรจถุ งุ และรถข
เลน โดยมีตวั แทนจาํ หนา
มาขายใหนักเรยี นสอบถ
โดยใชค าํ ถามดงั น้ี
- ใครเปนคนทาํ สนิ คา ช

มอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

นประถมศึกษาปท ี่ ๖
๒ เรอ่ื ง บทบาทผผู ลติ
า จํานวน ๑ ชัว่ โมง

ผนการจดั การเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู การประเมินการ
เรยี นรู
กจิ กรรมนกั เรยี น - ผลิตภณั ฑ
ตา ง ๆ - แบบประเมิน
๑. นักเรยี นนาํ ผลติ ภัณฑสนิ คา มา การสงั เกต
คนละ คนละ ๑ ชนิ้ จะเปน อะไรก็ได พฤติกรรมนกั เรยี น
รายบุคคล
เชน ขนมขบเคย้ี ว ของเลน
หนงั สอื ผลิตภณั ฑต า ง ๆ

าถาม ๒. นักเรียนตอบคาํ ถาม
(ขนม ใชส าํ หรบั รับประทาน
สบู ใชส ําหรับทาํ ความสะอาด
รางกาย)

๓. นกั เรยี นตอบคําถาม - ภาพขา วสาร
ของ (ชาวนา, เจา ของกิจการ บรรจถุ ุง
าย โรงงานผลติ ) - รถของเลน
ถาม (เปน ผผู ลิตสนิ คา ผูท ่ที าํ หนา ที่

แปรรูปทรัพยากรใหเปน สนิ คา
ช้ินนี้ หรือบรกิ าร)

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 เรื่อง สินคา และบรกิ าร

ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา แผ
จดั การเรียนรู ทใี่ ช กจิ กรรมครู
2. 2. เหน็ ความสาํ คญั และ
ประโยชนของการใช ขัน้ สอน - บคุ คลเหลา นี้ เขาเรียก
สนิ คาทมี่ กี ารผลิตได อะไร
คณุ ภาพและมาตรฐาน ขั้นปฏบิ ตั ิ ๒๐ ๔. ครอู ภิปราย เร่ือง บท
ข้ันสรปุ นาที ผผู ลิตทม่ี คี ณุ ภาพ เพือ่ น
3. 3. วเิ คราะหบ ทบาทของ วิเคราะหส ถานการณ
ผูผลติ สนิ คา หรอื บรกิ ารที่ ตวั อยางทคี่ รูกําหนดให
มคี ุณภาพได ๑๐ ๕. ครูใหน กั เรยี นทําใบงา
นาที เรือ่ ง บทบาทผผู ลิตทม่ี ี
4. คณุ ภาพ
๑๐ ๖. ครใู หนกั เรยี นออกมา
นาที เฉลยและนาํ เสนอใบงาน

๗. ครูและนักเรียนรว มก
สรปุ เรื่อง บทบาทผผู ลิต

33

ผนการจดั การเรียนรู ส่อื การเรียนรู การประเมนิ การ
กิจกรรมนกั เรยี น เรยี นรู

กวา

ทบาท ๔. นักเรยี นอภปิ รายเร่ือง บทบาท - สื่อ
นาํ มา ผผู ลติ ทม่ี คี ณุ ภาพกับนกั เรยี น PowerPoint

าน ๕. นกั เรยี นทําใบงานเรื่อง - ใบงานเรอื่ ง

บทบาทผูผลติ ทีม่ คี ุณภาพ บทบาทผูผลิตที่

มคี ณุ ภาพ

า ๖. นกั เรยี นเฉลยใบงานพรอม - ใบงานเรือ่ ง

น นําเสนอใบงาน บทบาทผูผลิตท่ี

มีคณุ ภาพ

กัน ๗. นักเรียนสรปุ เรือ่ ง บทบาท

ผผู ลติ

(ผูผลติ ทม่ี ีคณุ ภาพ คือ ผผู ลติ ท่มี ี

คณุ ธรรม ผลิตสนิ คาและบรกิ ารที่

มปี ระโยชน มคี วามปลอดภัยตอ

ผูบรโิ ภค

34 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

๘. สือ่ การเรียนรู/แหลง การเรียนรู
๑. ผลิตภณั ฑต า ง ๆ
๒. ภาพขาวสารบรรจุถุง
๓. PowerPoint
4. ใบงานท่ี 1 เรื่อง บทบาทผผู ลติ ท่มี คี ณุ ภาพ

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด

สิง่ ทต่ี องการวดั / วธิ กี าร เครื่องมือทใ่ี ช เกณฑ
ประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ผานเกณฑร อยละ ๖๐
ดา นความรู นกั เรยี นรายบุคคล นักเรียนรายบคุ คล ผานเกณฑร อยละ ๖๐
- การตอบคาํ ถาม
ดา นทกั ษะ ใบงานที่ 1 เรอื่ ง บทบาท
กระบวนการ ตรวจใบงานเรื่อง บทบาท ผูผลติ ทมี่ คี ุณภาพ
ผูผลติ ทม่ี คี ณุ ภาพ

ดานเจตคติ - สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ผานเกณฑป ระเมนิ ระดบั
นกั เรียนรายบคุ คล
- การตอบคาํ ถาม นกั เรยี นรายบคุ คล คุณภาพพอใชขน้ึ ไป

สมรรถนะสาํ คญั ของ ประเมนิ ความสามารถใน แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา นเกณฑป ระเมนิ ระดบั
ผูเ รียน การสอ่ื สาร ความสามารถ สําคญั ของผเู รยี น คณุ ภาพพอใชข้นึ ไป
ในการคิด ความสามารถ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ในการแกปญ หา ผานเกณฑป ระเมนิ ระดบั
ประสงค คณุ ภาพพอใชขน้ึ ไป
ประเมิน ความมีวนิ ยั แบบประเมินคุณลกั ษณะ
ใฝเรยี นรู และมุง ม่นั ใน อันพึงประสงค
การทํางาน


Click to View FlipBook Version