หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่ือง ความสัมพันธท างเศรษฐกจิ
การจดั การเรียนรู ชนั้
แผนจดั การเรยี นรทู
รายวิชาสงั คมศึกษา
ลําดบั ที่ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา
๑. จดั การเรยี นรู ท่ีใช กิจกรรม
ข้ันนาํ ๑๐ ๑. ครนู ําภาพกา
นาที สหกรณใหน กั เรยี
๒. ครูใหน กั เรยี น
แสดงความคิดเห
ใชคาํ ถาม ดงั นี้
- ในชุมชนหรอื โร
ของนกั เรยี น มกี
สหกรณห รอื ไม
- นักเรยี นเคยสม
สมาชกิ ของสหก
2. 1. อธิบายความหมาย ข้ันสอน ๒๐ ๓. ครูอภปิ รายค
หลกั การและประโยชน นาที หลักการ และปร
ของสหกรณได
ของสหกรณร ว ม
นักเรยี น
325
นประถมศึกษาปท ี่ ๖
ท่ี ๑๔ เรอื่ ง สหกรณ
า จาํ นวน ๑ ช่วั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ การ
เรยี นรู
มครู กจิ กรรมนกั เรยี น - ภาพการ
ารรวมกลุม ๑.นักเรียนดภู าพการกลุม รวมกลุมสหกรณ - แบบประเมนิ
ยนดู สหกรณ การสงั เกต
พฤตกิ รรมนกั เรียน
นชวยกนั ๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถาม รายบุคคล
ห็นวา โดย (ม/ี ไมม )ี
(เคย/ไมเคย)
รงเรียน
การจัดต้ัง
มัครเปน
กรณหรือไม
ความหมาย ๓. นกั เรยี นอภิปรายรวมกบั - ส่อื
ระโยชน ครู PowerPoint
มกับ
326 คูม
ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรียนรู ข้นั ตอนการ เวลา
3. 2. จําแนกประเภทของ จดั การเรยี นรู ท่ีใช กิจกรรม
สหกรณไ ด
3. เห็นความสาํ คญั ของ ขนั้ ปฏบิ ตั ิ ๑๐ ๔. ครใู หน กั เรยี น
การจดั ต้ังสหกรณ นาที ชวยกันศึกษาปร
4. สหกรณจากใบค
เร่อื งสหกรณ
ข้ันสรปุ ๕. ครใู หนกั เรยี น
จบั คปู ระเภทขอ
ใหถ กู ตอ งลงในใ
เร่ือง สหกรณ
๑๐ ๖. ครใู หน กั เรยี น
นาที นาํ เสนอ โดยวิธกี
๗. ครใู หนกั เรยี น
สหกรณแ ละสอบ
นกั เรียนเพมิ่ เตมิ
ประเด็น ดังนี้
สหกรณมีประโย
นกั เรยี นเปน สมา
สหกรณอะไรบา
มือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แผนการจดั การเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ การ
มครู กิจกรรมนกั เรยี น เรยี นรู
นจับกลมุ ๔. นักเรียนจบั กลมุ คึกษา - ใบความรทู ่ี 7
ระเภทของ ประเภทของสหกรณจาก เรื่อง สหกรณ
ความรูท่ี 7 ใบความรูท่ี 7 เร่ือง สหกรณ
นโยงเสน ๕. นกั เรียนโยงเสน จับคู - ใบงานที่ 9 เรื่อง
องสหกรณ ประเภทของสหกรณให สหกรณ
ใบงานที่ 9 ถกู ตองลงในใบงานที่ 9
เร่ือง สหกรณ
นออกมา ๖. นักเรียนออกมานําเสนอ - ใบงานที่ 9 เรอื่ ง
การสมุ ผลงานตัวเอง สหกรณ
นสรปุ เร่ือง ๗. นกั เรยี นสรุปบทเรยี น
บถาม (สหกรณ หมายถึงกลมุ
มใน บุคคลที่มีการจดทะเบียน
ตามกฎหมาย ต้ังแต ๑๐ คน
ยชนอยา งไร ขึน้ ไปดว ยความสมคั รใจเพือ่
าชิกของ ดําเนินการทางเศรษฐกจิ )
าง
หนวยการเรียนรูท ี่ 2 เร่อื ง ความสัมพันธท างเศรษฐกจิ 327
๘. ส่อื การเรียนรู/แหลงการเรยี นรู เกณฑ
๑. ภาพการรวมกลุมสหกรณ ผา นเกณฑร อ ยละ ๖๐
๒. Power point ผานเกณฑรอ ยละ ๖๐
๓. ใบความรูที่ 7 เร่ือง สหกรณ
4. ใบงานท่ี 9 เรอ่ื ง สหกรณ
๙. การประเมนิ ผลรวบยอด
สิง่ ทต่ี อ งการวดั /ประเมิน วธิ กี าร เครื่องมือทใ่ี ช
ดา นความรู
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ
ดานทกั ษะกระบวนการ นักเรียนรายบคุ คล พฤติกรรมนกั เรยี น
- การตอบคําถาม รายบคุ คล
ตรวจใบงานท่ี 9 เร่ือง - ใบงานที่ 9 เรื่อง
สหกรณ สหกรณ
ดา นเจตคติ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผานเกณฑป ระเมิน
นักเรียนรายบคุ คล พฤติกรรมนักเรยี น ระดบั คุณภาพพอใชขน้ึ
- การตอบคําถาม รายบุคคล ไป
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น - ประเมินความสามารถ - แบบประเมิน ผา นเกณฑป ระเมิน
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ระดบั คณุ ภาพพอใชข ึ้น
ในการสือ่ สาร สมรรถนะสําคญั ของ ไป
ความสามารถในการคดิ ผูเ รียน ผานเกณฑประเมนิ
ระดับคณุ ภาพพอใชขึ้น
ความสามารถในการ ไป
แกปญ หา
- ประเมิน ความมวี นิ ยั - แบบประเมิน
ใฝเรยี นรู และมงุ มั่นใน คณุ ลกั ษณะ
การทาํ งาน อนั พึงประสงค
328 คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
๑๐. บนั ทกึ ผลหลงั สอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
.........น..ั.ก...เ..ร.ี.ย....น...อ...ธ.ิ.บ....า..ย...ค....ว..า...ม...ห...ม...า...ย...แ...ล...ะ..ห...ล..ั.ก...ก...า...ร..ร...ว..ม...ถ..ึ.ง...ป...ร..ะ...โ..ย...ช...น..์.ข...อ...ง...ส...ห...ก...ร..ณ..์..ไ...ด.้........................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ความสาํ เรจ็
.........น..ั.ก...เ..ร.ี.ย....น...ร.้.อ...ย...ล...ะ....9...0.....ส...า...ม...า...ร..ถ...จ...ำ..แ...น...ก...ป....ร..ะ..เ..ภ...ท....ข..อ...ง...ส...ห...ก...ร..ณ..์...ไ..ด.้..................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญหาและอปุ สรรค
........ย..ั.ง...ม.ี..น..ั.ก...เ..ร.ี.ย...น...ร..้.อ...ย...ล...ะ....1...0.....ท.ี.่.ไ..ม..่..เ.ห..็.น...ค....ว..า...ม...ส...ำ...ค.ั..ญ....ข...อ...ง..ส...ห...ก...ร...ณ..์......................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ จาํ กดั การใชแ ผนการจดั การเรยี นรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไข
............ย...ก...ต.ั..ว...อ...ย.่..า..ง...ส...ห...ก...ร..ณ..์..ท.ี..่.ม.ี..ค...ว...า..ม...ส...ำ...ค..ั.ญ....ใ...น...ช..ุ.ม...ช...น..............................................................................
..............................................................................................................................................................................
it..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................ผูสอน
(......น...า..ย....พ.ั..น...ช..ั.ย.....ป...ร..ะ...ส...ม...เ..พ...ช...ร.......)
วนั ที่ ..2...3..... เดือน ...T.....h.............. พ.ศ. ...6.....5.....
๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผทู ่ไี ดร บั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...................................................... ผตู รวจ
(..........น...า...ง..ก..ั.ญ....ล...ด....า....แ...ส...ง..ม...ณ..ี.........)
วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .......
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 เรือ่ ง ความสมั พันธท างเศรษฐกิจ 329
ใบความรูท่ี 7 เรือ่ ง สหกรณ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง ความสัมพนั ธท างเศรษฐกจิ
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑๔ เรือ่ ง สหกรณ
รายวิชาสงั คมศกึ ษา รหสั วชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖
สหกรณ
สหกรณ คือ “องคกร องคกร หนึ่ง ที่เกิดข้ึนจากการรวมกลุมกันดวยความสมัครใจ เพ่ือ
ดําเนินงานท้ังในดานความคิด ระบบบริหารจัดการผลผลิต และบุคคลโดยใชหลักประชาธิปไตย เพ่ือสนอง
ความตองการ (อนั จําเปน) ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม” แบงออกเปน 7 ประเภท
1. สหกรณก ารเกษตร
สหกรณที่จัดตั้งข้ึนในหมู ผูมีอาชีพทางการเกษตร รวมกันจัดต้ังข้ึนและจดทะเบียนเปนนิติบุคคล
โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือใหสมาชิกดําเนินกิจการรวมกันและชวยเหลือซ่ึงกันและกัน เพ่ือแกไขความเดือดรอนใน
การประกอบอาชีพของสมาชิก และชวยยกฐานะความเปนอยูของสมาชิกใหดีขึ้น ความเปนมา สหกรณ
การเกษตรแหงแรกไดจัดต้ังข้ึนในป พ.ศ. 2459 ชื่อวา สหกรณวัดจันทร ไมจํากัดสินใช ในจังหวัดพิษณุโลก
เปน สหกรณการเกษตรชนิดไมจํากัด มขี นาดเลก็ ในระดบั หมบู า นตัง้ ขึ้นในหมเู กษตรกรทมี่ ีรายไดต ํา่ และมีหนี้สิน
มาก
2. สหกรณอ อมทรพั ย
สถาบันการเงินแบบหนึ่งท่ีมีสมาชิกเปนบุคคลซึ่งมีอาชีพอยางเดียวกันหรือท่ีอาศัยอยูในชุมชน
เดียวกัน มีวัตถุประสงคเพ่ือสงเสริมใหสมาชิกรูจักการออมทรัพย และใหกูยืมเมื่อเกิดความจําเปนหรือเพ่ือ
กอใหเกิดประโยชนงอกเงย สามารถกูยืมเงินไดเมื่อเกิดความจําเปนตามหลักการชวยตนเอง และชวยเหลือซึ่ง
กนั และกนั
3. สหกรณป ระมง
สหกรณท่ีจัดตั้งข้ึนในหมูชาวประมง เพื่อแกไขปญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ซึ่ง
ชาวประมงแตล ะคนไมสามารถแกไ ขใหลลุ ว งไปไดตามลาํ พัง บุคคลเหลานี้จงึ รวมกนั โดยยึดหลักการชวยตนเอง
และชวยเหลอื ซง่ึ กันและกนั
4. สหกรณร านคา
สหกรณท่ีมีผูบริโภครวมกันจัดต้ังข้ึนเพื่อจัดหาสินคา เครื่องอุปโภคบริโภคมาจําหนายแกสมาชิก
และบุคคลทั่วไป โดยจดทะเบียนตามกฎหมายสหกรณในประเภท สหกรณรานคา มีสภาพเปนนิติบุคคลซ่ึง
สมาชิกผูถือหุนทุกคนเปนเจาของ สมาชิกลงทุนรวมกันในสหกรณดวยความสมัครใจเพ่ือแกไขความเดือดรอน
ในการซือ้ เครอื่ งอุปโภคบริโภคและเพอ่ื ผดุงฐานะทางเศรษฐกิจของตนและหมคู ณะ
330 คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
5. สหกรณน คิ ม
สหกรณการเกษตรในรูปแบบหน่ึง ท่ีมีการดําเนินการจัดสรรท่ีดินทํากินใหราษฎร การจัดสราง
ปจจัยพื้นฐาน และส่ิงอํานวยความสะดวกใหผูท่ีอยูอาศัยควบคูไปกับการดําเนินการจัดหาสินเช่ือ ปจจัยการ
ผลิตและส่ิงของท่ีจําเปน การแปรรูปการเกษตร การสงเสริมอาชีพ รวมท้ังกิจการใหบริการสาธารณูปโภคแก
สมาชกิ
6. สหกรณบ รกิ าร
สหกรณที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ โดยมีประชาชนไมนอยกวา 10 คน ที่มีอาชีพ
อยางเดียวกัน ไดรับความเดือดรอนในเร่ืองเดียวกันรวมตัวกันโดยยึดหลักการประหยัด การชวยตนเองและ
ชวยเหลือซ่งึ กันและกัน เพือ่ แกปญหาตาง ๆ รวมทั้งการสงเสริมใหเกดิ ความมัน่ คงในอาชีพตอ ไป
7. สหกรณเ ครดติ ยเู นยี น
สหกรณอเนกประสงค ต้ังขึ้นโดยความสมัครใจของสมาชิกท่ีอยูในวงสัมพันธเดียวกัน เชน อาศัย
ในชุมชนเดียวกัน ประกอบอาชีพเดียวกัน หรือในสถานทเ่ี ดียวกัน หรือมีกิจกรรมรวมกันเพื่อการรูจกั ชวยเหลอื
ตนเองอยางตอเนื่อง โดยมุงเนนใหสมาชิกประหยัดและออม เพ่ือการรูจักชวยตนเองเปนเบ้ืองตนและเปน
พน้ื ฐานในการสรางความม่ันคงแกต นเองและครอบครวั
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่อื ง ความสมั พันธทางเศรษฐกจิ 331
ใบงานท่ี 9 เรื่อง สหกรณ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรื่อง ความสัมพนั ธท างเศรษฐกิจ
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๔ เรือ่ ง สหกรณ
รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
คําชแี้ จง ใหนกั เรยี นโยงเสนจับคูประเภทของสหกรณใหถกู ตอง
สหกรณก ารเกษตร สหกรณการเกษตรท่มี กี ารดําเนินการจัดสรรที่ดินทํากิน
ใหราษฎร
สหกรณป ระมง สหกรณท สี่ มาชิกเปน บุคคลซง่ึ มอี าชพี อยางเดยี วกัน
สหกรณนคิ ม หรือท่อี าศัยอยใู นชมุ ชนเดียวกัน เพือ่ รจู กั การออม
ทรัพย
สหกรณทม่ี จี าํ นวนไมนอ ยกวา 10 คนขึน้ ไป ท่ีมีอาชีพ
อยา งเดียวกนั หรือที่ไดรับความเดอื ดรอ นเรื่องเดียวกัน
สหกรณอ อมทรัพย สหกรณท ่จี ดั ตง้ั ขึ้นในหมูผ มู อี าชพี ทางการเกษตร
สหกรณรานคา สหกรณอ เนกประสงค ตั้งขน้ึ โดยความสมัครใจของ
สหกรณบริการ สมาชกิ ทอ่ี ยใู นวงสัมพันธเดยี วกนั
สหกรณท่ีจดั ตง้ั ข้นึ ในหมชู าวประมง
สหกรณเครดิตยูเนียน สหกรณท ม่ี ผี ูบรโิ ภครวมกนั จัดตั้งข้นึ เพ่ือจัดหาสนิ คา
เคร่อื งอุปโภคบรโิ ภคมาจาํ หนา ยแกส มาชิก
ชือ่ -นามสกุล………………………………………………………..…………………………………..ชน้ั ……………..เลขที่ ……………..
332 คมู อื ครูและแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
เฉลยใบงานที่ 9 เร่ือง สหกรณ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง ความสัมพนั ธท างเศรษฐกิจ
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑๔ เร่ือง สหกรณ
รายวิชาสงั คมศึกษา รหสั วชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรียนโยงเสนจับคูประเภทของสหกรณใหถกู ตอ ง
สหกรณก ารเกษตร สหกรณทม่ี ีการดาํ เนินการจดั สรรทีด่ นิ ทํากนิ ใหราษฎร
สหกรณประมง สหกรณท สี่ มาชิกเปน บุคคลซงึ่ มีอาชพี อยา งเดียวกนั
สหกรณนคิ ม หรือทอ่ี าศยั อยใู นชุมชนเดยี วกนั เพอ่ื รจู กั การออม
สหกรณอ อมทรพั ย
ทรพั ย
สหกรณทมี่ จี ํานวนไมนอ ยกวา 10 คนขนึ้ ไป ที่มอี าชพี
อยางเดียวกนั หรอื ทีไ่ ดร ับความเดอื ดรอ นเรื่องเดยี วกัน
สหกรณท่ีจดั ตงั้ ข้นึ ในหมผู มู อี าชีพทางการเกษตร
สหกรณร า นคา สหกรณอ เนกประสงค ตง้ั ขน้ึ โดยความสมัครใจของ
สหกรณบรกิ าร สมาชกิ ท่ีอยใู นวงสมั พันธเดยี วกัน
สหกรณท ่ีจัดตงั้ ขึน้ ในหมชู าวประมง
สหกรณเครดติ ยูเนยี น สหกรณทมี่ ีผูบรโิ ภครวมกนั จัดตงั้ ขึ้นเพอ่ื จัดหาสินคา
เครือ่ งอุปโภคบรโิ ภคมาจําหนายแกสมาชกิ
หนวยการเรยี นรูท ่ี 2 เรือ่ ง ความสมั พนั ธทางเศรษฐกจิ 333
แบบประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู วนั ที.่ ......................เดือน..........................................พ.ศ..................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
ลําดบั ท่ี ชือ่ –สกลุ ความต้ังใจในการเ ีรยน รวม ระดบั
(4) (16) คณุ ภาพ
ความสนใจและการ
ซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม
(4)
ีมสวนรวมในกิจกรรม (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงชอ่ื ................................................................ผปู ระเมนิ
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินในการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล ดังนี้
ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมนิ
13-16 ดีมาก นกั เรียนทไ่ี ดร ะดบั คุณภาพพอใชข ้ึนไป ถือวา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรับปรุง
334 คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก ารใหค ะแนน ตองปรบั ปรุง (1)
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช (2)
1. ความตั้งใจใน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น ไมส นใจใน
การเรียน
ไมค ยุ หรือเลน กนั คยุ กันเล็กนอ ย คยุ กนั และเลนกัน การเรียน คุยและ
2. ความสนใจและ
การซกั ถาม ในขณะเรยี น ในขณะเรยี น ในขณะเรียนเปน เลน กันในขณะ
3. การตอบคําถาม บางคร้งั เรยี น
4. มสี ว นรว มใน มีการถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ มีการถามในหวั ขอ ไมถามในหวั ขอ ท่ี
กิจกรรม
ท่ีตนไมเขา ใจทกุ ที่ตนไมเ ขาใจเปน ทีต่ นไมเขา ใจเปน ตนไมเ ขา ใจและไม
เร่ืองและกลา สว นมากและกลา บางครงั้ และไม กลา แสดงออก
แสดงออก แสดงออก คอยกลาแสดงออก
รวมตอบคาํ ถามใน รวมตอบคาํ ถามใน รว มตอบคาํ ถามใน ไมต อบคาํ ถาม
เรอื่ งทคี่ รูถามและ เร่อื งที่ครูถามและ เรอื่ งทค่ี รูถามเปน
ตอบคําถามถกู ทกุ ตอบคําถาม บางครั้งและตอบ
ขอ สวนมากถกู คาํ ถามถูกเปน
บางคร้ัง
รว มมอื และ รวมมือและ รวมมอื และ ไมมคี วามรว มมือ
ชวยเหลอื เพ่ือนใน ชวยเหลือเพ่อื น ชว ยเหลือเพื่อนใน ในขณะทาํ
การทํากิจกรรม เปนสวนใหญใ น การทาํ กจิ กรรม กจิ กรรม
การทาํ กิจกรรม เปน บางคร้ัง
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 เร่ือง ความสมั พนั ธท างเศรษฐกจิ 335
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
คําชแี้ จง ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียนแลว ขดี ลงในชอ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑
๑. มวี นิ ยั ๑.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบงั คับของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรยี น มีความตรงตอเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตาง ๆ ใน
๒. ใฝเ รยี นรู ชวี ติ ประจําวนั มคี วามรบั ผิดชอบ
2.1 ตั้งใจเรียน
3. มงุ มัน่ ใน
การทาํ งาน 2.2 เอาใจใสในการเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการเรียน
2.3 เขารวมกจิ กรรมการเรียนรตู าง ๆ
2.4 ศกึ ษาคนควา หาความรจู ากหนงั สอื เอกสาร สิง่ พมิ พ สือ่
เทคโนโลยีตาง ๆ แหลงการเรยี นรูทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
และเลือกใชส อื่ ไดอยา งเหมาะสม
2.5 บันทึกความรู วเิ คราะห ตรวจสอบบางส่ิงท่เี รยี นรู สรุปเปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลีย่ นความรู ดวยวธิ ีการตา ง ๆ และนาํ ไปใชใ น
ชวี ติ ประจําวนั
3.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทํางานทีไ่ ดรบั มอบหมาย
3.2 มีความอดทนและไมทอ แทตอ อปุ สรรคเพ่อื ใหง านสาํ เร็จ
เกณฑก ารใหค ะแนน ลงช่ือ................................................................ผปู ระเมิน
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมํา่ เสมอ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ ยครั้ง
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ดงั น้ี
ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ เกณฑก ารสรุปผลการประเมิน
19-27 ดี นักเรยี นทไ่ี ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข ึ้นไป ถือวา ผา น
10-18
1-9 พอใช
ปรบั ปรงุ
336 คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
คําชแ้ี จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียนแลว ขีด ลงในชอ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑
๑. ความสามารถ ๑.1 มคี วามสามารถในการรบั –สงสาร
ในการสือ่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถายทอดความรู ความคิด ความเขาใจ
ของตนเอง โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม
2. ความสามารถ 2.1 มที กั ษะในการคิดนอกกรอบอยา งสรางสรรค
ในการคดิ 2.2 มคี วามสามารถในการคดิ อยางมีระบบ
3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลุมรว มกบั ผอู ่นื ได
ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สนิ ใจไดเหมาะสมตามวัย
ลงชื่อ................................................................ผูประเมิน
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสมํ่าเสมอ
๒ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ ยครงั้
๑ คะแนน หมายถึง ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ดงั นี้
ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมิน
13-18 ดี นักเรยี นทไี่ ดร ะดับคณุ ภาพพอใชขึ้นไป ถอื วา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรบั ปรงุ
หนว ยการเรียนรูท่ี 2 เร่อื ง ความสัมพนั ธทางเศรษฐกิจ 337
แบบประเมินตนเอง
ชอ่ื : __________________สกุล : _________________วนั ____ เดอื น____________ พ.ศ. _____
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง ความสมั พันธท างเศรษฐกิจ
๑. ประเมนิ การเรียนรขู องตนเอง
กาเครือ่ งหมาย / ในชองระดบั ความสามารถของแตล ะกจิ กรรมทนี่ กั เรียนคดิ วาทาํ ไดใ นระดบั การประเมนิ
เหลา น้ี ระดบั ความสามารถ : ดีมาก คอนขา งดี ดี พอใช ปรบั ปรงุ
ท่ี รายการ ระดับความสามารถ
ดีมาก คอ นขา งดี ดี พอใช ปรับปรุง
๑. จําแนกประเภทของหนวยเศรษฐกจิ ได
๒. จําแนกความสมั พนั ธทางเศรษฐกจิ ระหวาง
ผผู ลิต ผบู รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาลได
๓. ยกตวั อยา งการรวมกลมุ ทางเศรษฐกจิ ภายใน
ทองถนิ่
2. สงิ่ ทีฉ่ นั ยังไมเขาใจ/ยงั ทาํ ไมไดด คี ือ.......... (อาจตอบไดมากกวา ๑ อยาง)
……………………………………………......................................................................................................
..............................................................................................................................................................
……………………………………………....................................................................................................
............................................................................................................................................................
3. สิ่งทฉ่ี นั จะทาํ ใหด ขี นึ้ ในการเรยี นหนวยตอ ไป (อาจตอบไดมากกวา ๑ อยาง)
……………………………………………......................................................................................................
..............................................................................................................................................................
……………………………………………....................................................................................................
............................................................................................................................................................
338 คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 3
ตน กลา คนดี
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เร่ือง ตนกลาคนดี 339
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
ชื่อหนวยการเรียนรู เรื่อง ตน กลาคนดี
รหสั วิชา ส๑๖๑๐๑ รายวิชาสงั คมศึกษา กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑2 ช่วั โมง
๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วดั
สาระท่ี 2 หนา ทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาํ เนนิ ชวี ิตในสังคม
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธํารงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติ
สุข
ตัวช้ีวดั ป.6/2 วิเคราะหการเปลย่ี นแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาและธํารงรกั ษาวัฒนธรรมอนั ดงี าม
ป.6/3 แสดงออกถงึ มารยาทไทยไดเหมาะสม ถกู กาลเทศะ
ป.6/4 อธบิ ายคณุ คา ทางวฒั นธรรมทแ่ี ตกตางกันระหวางกลมุ คนในสงั คมไทย
ป.6/5 ติดตามขอมลู ขาวสาร เหตุการณตา ง ๆ ในชีวติ ประจําวนั เลือกรับและใชข อมูล ขา วสาร
ในการเรยี นรูไดเ หมาะสม
๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ที่แสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ
ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยที่แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และ
การติดตามขอ มลู ขา วสาร เหตุการณใ นชวี ิตประจําวนั จากแหลงขอ มลู ขาวสารตา ง ๆ การเลือกรบั และใชข อ มลู
ขา วสารในการเรียนรูไ ดเ หมาะสม ทาํ ใหเ กดิ การพฒั นาตนเองและสังคม
๓. สาระการเรยี นรู
ความรู
๑. วัฒนธรรมของสงั คมไทย
๒. การเปลี่ยนแปลงของวฒั นธรรมตามกาลเวลา
๓. มารยาทไทย
๔. ขอมูลขา วสารจากแหลง ตา ง ๆ
๕. ประโยชนข องการตดิ ตามขอมูลขา วสาร
ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. บอกแนวทางการรักษาวัฒนธรรมไทยได
๒. ปฏิบัตติ นเปน ผมู ีมารยาทถูกตองเหมาะสม
๓. ปฏิบัตติ นไดถ ูกตองเหมาะสมตามวัฒนธรรมของภาคตา ง ๆ ในสงั คมไทย
๔. เลอื กรับและใชประโยชนขอ มลู ขา วสารในการเรียนรไู ดเหมาะสม
340 คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
เจตคติ
๑. แสดงความชนื่ ชมผทู ี่ปฏบิ ัติตนไดเหมาะสมและถูกตองตามวฒั นธรรมไทย
๒. ตระหนักและเหน็ คณุ คา ของวฒั นธรรมท่ีมีความหลากหลาย
๓. เหน็ ความสาํ คญั และประโยชนข องการใชทรัพยากรอยา งย่งั ยนื
๔. ตระหนกั และเห็นความสําคัญของการเลือกรบั และใชข อมลู ขาวสาร
๔. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๕. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มวี ินยั
๒. ใฝเรียนรู
๓. รกั ความเปนไทย
๖. การประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรือภาระงาน
1. ใบงานท่ี 1 เรื่อง ความหมายและความสําคญั ของวัฒนธรรม
2. ใบงานที่ 2 เร่ือง ประเภทวัฒนธรรม
3. ใบงานที่ 3 เรื่อง สาเหตุการเปล่ยี นแปลงทางวัฒนธรรม
4. ใบงานที่ 4 เรอ่ื ง วฒั นธรรมไทยภาคเหนือ
5. ใบงานท่ี 5 เรือ่ ง วฒั นธรรมไทยภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
6. ใบงานที่ 6 เรอื่ ง วัฒนธรรมไทยภาคกลาง
7. ใบงานที่ 7 เร่อื ง วฒั นธรรมไทยภาคใต
8. ใบงานท่ี 8 เร่ือง แนวทางการรกั ษาวัฒนธรรมไทย
9. ใบงานที่ 9 เรือ่ ง ขอ มูลขาวสารจากแหลง ตา ง ๆ
10. ใบงานท่ี 10 เรอื่ ง หลกั การเลือกรับขอมลู ขาวสารจากสื่อตาง ๆ
หนวยการเรยี นรูท ่ี 3 เรื่อง ตนกลาคนดี 341
เกณฑก ารประเมนิ ผลชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
ประเดน็ การ ๔ (ดมี าก) ระดบั คณุ ภาพ ๑ (ปรบั ปรงุ )
ประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช)
๑. การบรรยาย บรรยายเกย่ี วกบั บรรยายเก่ียวกบั บรรยายเกย่ี วกับ บรรยายเกย่ี วกบั
จดุ ประสงค
จดุ ประสงคใ นการ จุดประสงคในการ จดุ ประสงคในการ จดุ ประสงคใ นการ
๒. รปู แบบ
สรา งสรรคผ ลงานได สรา งสรรคผ ลงานได สรา งสรรคผลงานได สรางสรรคผ ลงานได
๓. เนือ้ หา
ถกู ตอง ชัดเจน ถกู ตองเปนสว น ถูกตอ งเปน บางสวน ถกู ตองเพียงสวน
๔. การนาํ เสนอ
ใหญ นอ ย
๕. ความตรงตอ
เวลา สวยงาม มีความคดิ สวยงาม มคี วามคิด สวยงาม มีความคดิ สวยงาม มคี วามคดิ
สรา งสรรคดมี าก สรา งสรรคดี ทาํ งาน สรา งสรรคพ อใช สรางสรรคควร
ทํางานสะอาด สะอาดเรยี บรอ ยดี ทาํ งานสะอาด ปรบั ปรงุ ทํางาน
เรียบรอยดีมาก เรยี บรอยพอใช สะอาดเรยี บรอย
ควรปรบั ปรงุ
เขียนเนอ้ื หาได เขียนเนอ้ื หาได เขียนเน้อื หาได เขียนเน้อื หาไม
ชดั เจนถูกตอ งดมี าก ชัดเจนถกู ตองดี ชดั เจนถกู ตองพอใช ถูกตอ งพอใช
ภาพกับเน้อื หา ภาพกับเนอ้ื หา ภาพกับเนอ้ื หา ภาพกบั เนอ้ื หาไม
สอดคลองกันดมี าก สอดคลอ งกันดี สอดคลอ งพอใช สอดคลอ งกนั
นาํ เสนอผลงาน นาํ เสนอผลงาน นาํ เสนอผลงาน นําเสนอผลงาน
เนือ้ หาถกู ตอง เน้อื หาถกู ตอง เนือ้ หาไมสมบูรณ เน้อื หาไมถูกตอง
ชัดเจนครบถวน ชดั เจนครบถว น สรา งสรรคง านดี ภาษาไมถ ูกตองอยู
สรางสรรคงานดี สรา งสรรคง านดี มาก ภาษาไม ในระดบั ปรบั ปรงุ
มาก ภาษาถูกตอ ง ภาษาถกู ตอ งอยใู น ถกู ตองอยใู นระดับ
อยใู นระดับดมี าก ระดับดี พอใช
สงงานครบถว นตรง สงงานครบถว นชา สงงานครบถวนชา สง งานครบถวนตรง
ตามเวลาท่กี าํ หนด กวาตามเวลาที่ กวา ตามเวลาท่ี ตามเวลาทกี่ ําหนด
กาํ หนด ๑-๒ วนั กาํ หนด ๓-๔ วนั ๕ วนั ข้ึนไป
เกณฑการตัดสิน ดีมาก
คะแนน ๑๖-๒๐ หมายถงึ ดี
คะแนน 11-15 หมายถงึ พอใช
คะแนน 6-๑0 หมายถึง ปรบั ปรุง
คะแนน 1-5 หมายถงึ
เกณฑการผาน ต้งั แตร ะดบั พอใช
342 คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑ เร่ือง ความหมายและความสาํ คญั ของวัฒนธรรม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 เรือ่ ง ตนกลา คนดี เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยาง
สันตสิ ขุ
ตวั ชวี้ ัด ป.6/2 วเิ คราะหก ารเปลยี่ นแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาและธาํ รงรกั ษาวฒั นธรรมอนั ดีงาม
๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ที่แสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ
ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยท่ีแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และ
การติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจําวันจากแหลงขอมูลขาวสารตาง ๆ การเลือกรับและใชข อ มูล
ขา วสารในการเรียนรไู ดเหมาะสม ทําใหเกิดการพัฒนาตนเองและสังคม
๓. จดุ ประสงค
๓.๑ ความรู
- อธบิ ายความหมายของวฒั นธรรมได
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหความสาํ คญั ของวัฒนธรรมได
๓.๓ เจตคติ
- แสดงความช่ืนชมผูที่ปฏิบตั ติ นไดเ หมาะสมและถกู ตอ งตามวัฒนธรรมไทย
๔. สาระการเรียนรู
ความหมาย ความสําคัญของวัฒนธรรม
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเรียนรู
๓. รักความเปนไทย
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู
หนวยการเรียนรูท ี่ 3 เรอื่ ง ตนกลาคนดี
การจดั การเรียนรู ชัน้
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรอื่ ง ความห
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา
ลําดบั ท่ี จดุ ประสงค ขั้นตอนการจดั การ เวลา
๑. การเรียนรู
เรียนรู ท่ใี ช กิจกรรมค
ขั้นนาํ ๑๐ ๑. ครนู ําภาพเกยี่ วก
นาที วฒั นธรรมใหน กั เรยี
รวมสนทนา โดยมีภ
วฒั นธรรมตามภูมภิ
- ภาพวัฒนธรรมปร
ภาคเหนอื
- ภาพวฒั นธรรมปร
อสี าน
- ภาพวฒั นธรรมปร
กลาง
- ภาพวฒั นธรรมปร
ภาคใต
๒. ครูสอบถามโดยใ
ดงั น้ี
343
นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
หมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
จาํ นวน ๑ ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู ส่อื การเรยี นรู การประเมิน
ครู กจิ กรรมนกั เรยี น การเรยี นรู
กับ ๑. นักเรียนดภู าพวฒั นธรรมแต - ภาพวฒั นธรรม - แบบประเมนิ
การสังเกต
ยนดูและ ละภมู ภิ าค แตล ะภมู ิภาค พฤติกรรม
นกั เรียน
ภาพ รายบุคคล
ภาค ดงั นี้
ระเพณี
ระเพณภี าค
ระเพณภี าค
ระเพณี
ใชคาํ ถาม ๒. นักเรียนรว มสนทนากับครู
- เคยเขารวม/ไมเ คยเขารวม
344 คมู
ลาํ ดบั ที่ จุดประสงค ข้นั ตอนการจดั การ เวลา
การเรียนรู
เรียนรู ท่ีใช กิจกรรมค
- นักเรียนเคยเขา รว
วัฒนธรรมประเพณ
มาหรือไม
- ประเพณีท่ีนกั เรียน
รว ม มีแนวปฏบิ ัติอย
2. 1. อธิบาย ข้นั สอน ๑๕ ๓. ครูอภิปรายความ
ความหมายของ
วฒั นธรรมได นาที ของวัฒนธรรมรว มก
3. 2. วเิ คราะห ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ๑๕ ๔. ครใู หนกั เรยี นจบั
ความสาํ คญั ของ นาที ชว ยกนั ศกึ ษาความส
วัฒนธรรมได
วฒั นธรรมจากใบคว
3. แสดงความชนื่ ความหมายและควา
ชมผทู ่ีปฏบิ ัติตนได ของวัฒนธรรม
เหมาะสมและ
ถูกตองตาม ๕. ครใู หน กั เรยี นทํา
วัฒนธรรมไทย 1 เรื่อง ความหมาย
ความสําคัญของวฒั
4. ข้นั สรปุ ๑๐ ๖. ครูใหน กั เรยี นออ
นาที นําเสนอ โดยวธิ กี า
มือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แผนการจดั การเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู การประเมนิ
การเรยี นรู
ครู กจิ กรรมนกั เรยี น
วม
ณดี งั ท่กี ลา ว
นเคยเขา ๓. นักเรียนอภปิ รายรวมกับครู - สอ่ื PowerPoint
ยางไร
มหมาย
กันกบั ครู
บกลมุ ๔. นักเรยี นจบั กลมุ คึกษา - ใบความรทู ี่ 1
สําคัญของ ความสําคญั ของวฒั นธรรมจาก เร่อื ง ความหมาย
วามรูเรอ่ื ง ใบความรทู ่ี 1 เรอ่ื งความหมาย และความสําคญั
ามสาํ คญั และความสําคญั ของวัฒนธรรม ของวัฒนธรรม
าใบงานที่ ๕. นักเรยี นทาํ ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง - ใบงานที่ 1 เรือ่ ง
ยและ
ฒนธรรม ความหมายและความสําคญั ความหมายและ
อกมา ของวัฒนธรรม ความสําคัญของ
ารสมุ
วัฒนธรรม
๖. นกั เรียนออกมานําเสนอ - ใบงานท่ี 1 เร่อื ง
ผลงานตัวเอง ความสาํ คัญของ
วัฒนธรรม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 เรื่อง ตน กลา คนดี
ลาํ ดบั ที่ จุดประสงค ขนั้ ตอนการจดั การ เวลา
การเรยี นรู
เรียนรู ท่ใี ช กิจกรรมค
๗. ครูใหนกั เรยี นสร
ความหมายและควา
ของวัฒนธรรมและส
นักเรียนเพมิ่ เติมในป
ดงั น้ี
ถา ไมมวี ฒั นธรรมสัง
อยา งไร
345
แผนการจดั การเรียนรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน
การเรยี นรู
ครู กิจกรรมนกั เรยี น
รปุ เรอ่ื ง ๗. นักเรียนสรุปบทเรยี น
ามสาํ คัญ (วัฒนธรรมเปน แบบแผนในการ
สอบถาม ดําเนินชีวิตของคนในสังคม
ประเด็น วฒั นธรรมในแตละทองถนิ่ ที่มี
ความแตกตางกนั และจะมกี าร
งคมจะเปน เปลีย่ นแปลงไปตามกาลเวลา)
346 คมู ือครูและแผนการจดั การเรยี นรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
๘. สื่อการเรียนรู/แหลงการเรยี นรู
๑. ภาพวฒั นธรรมแตล ะภูมิภาค
๒. PowerPoint
๓. ใบความรูที่ 1 เรือ่ ง ความหมายและความสาํ คัญของวฒั นธรรม
4. ใบงานที่ 1 เรื่อง ความหมายและความสาํ คัญของวัฒนธรรม
๙. การประเมนิ ผลรวบยอด
สงิ่ ทตี่ อ งการวดั /ประเมิน วิธกี าร เครือ่ งมือทใ่ี ช เกณฑ
ดานความรู ผานเกณฑรอ ยละ ๖๐
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน
ดานทกั ษะกระบวนการ ผานเกณฑร อ ยละ ๖๐
นักเรียนรายบคุ คล พฤตกิ รรมนักเรยี น
ผา นเกณฑประเมนิ
- การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล ระดับคุณภาพพอใชขึ้น
ไป
- ตรวจใบงานที่ 1 เร่ือง - ใบงานที่ 1 เรือ่ ง
ความหมายและ ความหมายและ
ความสําคญั ของ ความสําคัญของ
วัฒนธรรม วัฒนธรรม
ดานเจตคติ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ
นักเรยี นรายบคุ คล พฤติกรรมนักเรยี น
- การตอบคําถาม รายบคุ คล
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น - ประเมินความสามารถ - แบบประเมนิ ผานเกณฑประเมิน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค ระดบั คณุ ภาพพอใชข ้ึน
ในการส่อื สาร สมรรถนะสําคญั ของ ไป
ความสามารถในการคิด ผเู รียน ผา นเกณฑประเมนิ
ระดบั คณุ ภาพพอใชขึ้น
ความสามารถใน ไป
การแกปญหา
- ประเมิน ความมีวนิ ัย - แบบประเมิน
ใฝเรียนรู และมุงม่นั ใน คณุ ลกั ษณะ
การทํางาน อนั พงึ ประสงค
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง ตน กลาคนดี 347
๑๐. บนั ทึกผลหลงั สอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน
...........น..ั.ก...เ..ร.ี.ย...น....อ..ธ..ิ.บ....า..ย...ค...ว...า...ม...ห...ม...า...ย...ข...อ...ง..ว.ั..ฒ....น...ธ...ร..ร...ม...ไ..ด..้...........................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ความสาํ เรจ็
............น..ั..ก...เ.ร.ี..ย...น...เ.ห..็..น...ค...ว...า..ม...ส...ำ...ค..ั.ญ....ข...อ...ง..ว..ั.ฒ....น...ธ...ร...ร..ม.......................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญ หาและอุปสรรค
..............น.ั..ก...เ.ร..ี.ย...น...ร.้.อ...ย...ล...ะ....1....0.....ย.ั..ง..ไ..ม..่.เ..ห..็.น...ค....ว..า...ม...ส...ำ...ค.ั..ญ....แ...ล...ะ..ไ..ม..่.ม..ี..ค...ว..า...ม...ภ..ู.ม..ิ..ใ..จ...ใ...น...ว.ั..ฒ....น...ธ...ร..ร...ม...ข...อ...ง..ช..ุมชน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอจํากดั การใชแ ผนการจดั การเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไข
จ.ั.ด....ก...า..ร...เ.ร.ี..ย...น...ก...า..ร...ส...อ...น...เ.พ..ิ.่.ม...เ..ต.ิ..ม...ร..ว...ม...ถ..ึ.ง...ม...อ...ง..แ...ล...ะ..ส...อ...น...ใ...ห..้.น..ั.ก...เ..ร.ี.ย...น....เ.ห..็.น....ค...ว..า...ม...ส...ำ...ค.ั..ญ....ข...อ...ง..ว..ั.ฒ....น...ธ...ร..รมไทย
ท.ี.่.ม.ี..ผ...ล...เ..ช.ื.่.อ..ม....โ..ย...ง...ก.ั..บ...เ..ศ...ร..ษ...ฐ...ก..ิ.จ.........................................................................................................................
M...............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................ผูสอน
(......น...า..ย....พ.ั..น...ช..ั.ย.....ป...ร..ะ...ส...ม...เ..พ...ช...ร.......)
วนั ที่ ...2..9..... เดือน ....M.....A............. พ.ศ. ..6....5.......
๑๑. ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของผบู รหิ ารหรอื ผทู ไ่ี ดร บั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...................................................... ผูตรวจ
(.......น...า...ง..ก..ั.ญ....ล...ด....า....แ...ส...ง..ม...ณ..ี............)
วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .......
348 คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
ใบความรทู ่ี 1 เรื่อง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรอื่ ง ตน กลา คนดี
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรอื่ ง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
รายวิชาสงั คมศกึ ษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
วัฒนธรรม หมายถึง แบบแผนในการดําเนินชีวิตของมนุษยซึ่งเกิดจากการท่ีมนุษยสรา งขึ้น ส่ังสม
ถายทอดสบื กันมา และยดึ ถือปฏิบัตจิ นถึงปจ จุบนั
ทม่ี าของภาพ : event.sanook.com
ความสําคญั ของวัฒนธรรมไทย
1. วัฒนธรรมเปนเคร่ืองสรางระเบียบแกสังคมมนุษย วัฒนธรรมไทยเปนเคร่ืองกําหนด
พฤติกรรมของสมาชิกในสังคมไทย ใหมีระเบียบแบบแผนที่ชัดเจนรวมถึงผลของการแสดงพฤติกรรมตลอด
จนถึงการสรา งแบบแผนของความคิด ความเชอ่ื และคานิยมของสมาชิกใหอยูในรปู แบบเดียวกนั
2. วัฒนธรรมทําใหเกิดความสามัคคีความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน สังคมท่ีมีวัฒนธรรมเดียวกัน
ยอมจะมีความรูสึกผูกพนั เดยี วกัน เกดิ ความเปนปก แผน จงรกั ภกั ดแี ละอุทศิ ตนใหก ับสังคมทําใหสังคมอยรู อด
3. วัฒนธรรมเปนตัวกําหนดรูปแบบของสถาบัน เชน รูปแบบของครอบครัวจะเห็นไดวา
ลักษณะของครอบครัวแตละสังคมตางกันไป ทั้งนี้เน่ืองจากวัฒนธรรมในสังคมเปนตัวกําหนดรูปแบบ เชน
วัฒนธรรมไทยกําหนดเปนแบบสามีภรรยาเดียว ในอีกสังคมหนึ่งกําหนดวาชายอาจมีภรรยาไดหลายคน หรือ
หญิงอาจมีสามีไดห ลายคน ความสมั พนั ธท างเพศกอ นแตง งานเปน สง่ิ ทีด่ หี รอื เปน เรอื่ งขดั ตอศีลธรรม
4. วัฒนธรรมเปนเครื่องมือชวยแกปญหา และสนองความตองการของมนุษย มนุษยไมสามารถ
ดํารงชีวิตภายใตส่ิงแวดลอมไดอยางสมบูรณ ดังนั้น มนุษยตองแสวงหาความรูจากประสบการณท่ีตนไดรับ
การประดิษฐคิดคนวิธีการใชทรัพยากรนั้นใหเกิดประโยชนตอชีวิตและถายทอดจากสมาชิกรุนหนึ่งไปสูสมาชิก
รนุ ตอไปไดโดยวฒั นธรรมของสังคม
หนวยการเรียนรูที่ 3 เร่ือง ตนกลา คนดี 349
5. วัฒนธรรมชวยใหประเทศชาติเจริญกาวหนา หากสังคมใดมีวัฒนธรรมที่ดีงามเหมาะสม เชน
ความมีระเบียบวินัย ขยัน ประหยัด อดทน การเห็นประโยชนสวนรวมมากกวาสวนตัว เปนตน สังคมน้ัน
ยอมจะเจรญิ กาวหนาไดอ ยา งรวดเรว็
6. วัฒนธรรมเปนเครือ่ งแสดงเอกลกั ษณของชาติ คาํ วา เอกลักษณ หมายถงึ ลักษณะพิเศษหรอื
ลักษณะเดนของบุคคลหรือสังคม ที่แสดงวาสังคมหนึ่งแตกตางไปจากอีกสังคมหนึ่ง เชน วัฒนธรรมการพบปะ
กันในสงั คมไทย จะมีการยกมอื ไหวกันแตในสังคมญ่ีปุนใชก ารคาํ นับกนั เปนตน
350 คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
ใบงานที่ 1 เรอื่ ง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง ตน กลาคนดี
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เรื่อง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา รหัส ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6
คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรยี นเขียนแผนผังความคิดความสําคัญของวฒั นธรรม
ความสาํ คญั ของวัฒนธรรม
ชื่อ-นามสกุล………………………………………………………..…………………………………..ช้นั ……………..เลขที่ ……………..
หนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง ตนกลา คนดี 351
เฉลยใบงานท่ี 1 เรื่อง ความหมายและความสําคญั ของวฒั นธรรม
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ เรือ่ ง ตน กลา คนดี
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรอื่ ง ความหมายและความสาํ คญั ของวฒั นธรรม
รายวิชาสังคมศกึ ษา รหัส ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรยี นเขียนแผนผังความคิดความสําคญั ของวฒั นธรรม
ความสาํ คญั ของวัฒนธรรม
(คาํ ตอบของนักเรยี น ตามดลุ พนิ จิ ของคร)ู
352 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู วันท.่ี ......................เดอื น..........................................พ.ศ..................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
ลาํ ดบั ที่ ชือ่ –สกลุ ความต้ังใจ รวม ระดบั
ในการเรียน (4) (16) คณุ ภาพ
ความสนใจ
และการซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม (4)
ีม สวนรวม
ในกิจกรรม (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงชอื่ ................................................................ผปู ระเมิน
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินในการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดงั น้ี
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมิน
13-16 ดีมาก นักเรยี นทไี่ ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข ้ึนไป ถอื วา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรบั ปรงุ
หนวยการเรียนรูที่ 3 เร่ือง ตน กลา คนดี 353
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก ารใหค ะแนน ตอ งปรบั ปรงุ (1)
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช (2)
1. ความตั้งใจใน สนใจในการเรียน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรียน ไมสนใจใน
การเรียน ไมคุยหรือเลนกัน คุยกนั เล็กนอย คยุ กนั และเลน กนั การเรยี น คุยและ
ในขณะเรยี น ในขณะเรียน ในขณะเรียนเปน เลนกนั ในขณะ
2. ความสนใจและ บางครั้ง เรยี น
การซักถาม มีการถามในหวั ขอ มีการถามในหวั ขอ ไมถามในหัวขอ ท่ี
ทีต่ นไมเขาใจทกุ ที่ตนไมเ ขาใจเปน มกี ารถามในหวั ขอ ตนไมเ ขา ใจและไม
3. การตอบคาํ ถาม เรื่องและกลา สว นมากและกลา ทีต่ นไมเ ขา ใจเปน กลาแสดงออก
แสดงออก แสดงออก บางครัง้ และไม
4. มสี ว นรวมใน รว มตอบคําถามใน รวมตอบคําถามใน คอยกลา แสดงออก ไมตอบคําถาม
กจิ กรรม เรอื่ งที่ครูถามและ เรือ่ งทค่ี รูถามและ
ตอบคําถามถูกทกุ ตอบคาํ ถาม รว มตอบคําถามใน ไมมีความรวมมือ
ขอ สว นมากถูก เร่อื งที่ครูถามเปน ในขณะทํากิจกรรม
บางครงั้ และตอบ
รว มมอื และ รว มมือและ คาํ ถามถกู เปน
ชว ยเหลือเพ่อื นใน ชวยเหลือเพอ่ื น บางคร้งั
การทาํ กจิ กรรม เปนสวนใหญใ น
การทํากิจกรรม รวมมือและ
ชว ยเหลือเพือ่ นใน
การทาํ กิจกรรม
เปนบางครั้ง
354 คูม อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
คําชแี้ จง ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียนแลว ขดี ลงในชอ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑
๑. มีวินัย ๑.1 ปฏิบตั ิตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบงั คับของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มีความตรงตอ เวลาในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตาง ๆ ใน
๒. ใฝเรยี นรู ชีวิตประจาํ วัน มีความรบั ผิดชอบ
2.1 ตัง้ ใจเรยี น
3. รกั ความ
เปนไทย 2.2 เอาใจใสใ นการเรียนและมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
2.3 เขา รวมกิจกรรมการเรยี นรูตา ง ๆ
2.4 ศึกษาคนควา หาความรูจากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ สื่อ
เทคโนโลยีตาง ๆ แหลง การเรยี นรทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน
และเลือกใชสอ่ื ไดอ ยา งเหมาะสม
2.5 บันทึกความรู วิเคราะห ตรวจสอบบางสิ่งทเ่ี รียนรู สรุปเปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลี่ยนความรู ดวยวธิ กี ารตาง ๆ และนาํ ไปใชใน
ชวี ติ ประจําวนั
3.1 มจี ิตสํานึกในการอนรุ ักษวฒั นธรรมและภมู ปิ ญญาไทย
3.2 เห็นคุณคาและปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
เกณฑก ารใหค ะแนน ลงชือ่ ................................................................ผูป ระเมนิ
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ําเสมอ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอยครัง้
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ดงั นี้
ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรุปผลการประเมนิ
19-27 ดี นกั เรยี นท่ีไดร ะดบั คุณภาพพอใชข ้ึนไป ถือวา ผา น
10-18
1-9 พอใช
ปรบั ปรงุ
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 เรือ่ ง ตน กลาคนดี 355
แบบประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
คําชแ้ี จง ใหผ ูส อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรียนแลวขีด ลงในชองที่
ตรงกับระดบั คะแนน
รายการประเมิน พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑
๑. ความสามารถ ๑.1 มีความสามารถในการรบั –สง สาร
ในการสอ่ื สาร 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคดิ ความเขาใจ
ของตนเอง โดยใชภาษาอยางเหมาะสม
2. ความสามารถ 2.1 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา งสรา งสรรค
ในการคดิ 2.2 มีความสามารถในการคดิ อยางมีระบบ
3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลุมรวมกับผอู ื่นได
ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สนิ ใจไดเหมาะสมตามวยั
ลงชือ่ ................................................................ผปู ระเมิน
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสม่ําเสมอ
๒ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอยครง้ั
๑ คะแนน หมายถงึ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน ดงั น้ี
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมนิ
13-18 ดี นกั เรยี นท่ีไดร ะดับคุณภาพพอใชข น้ึ ไป ถอื วา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรับปรงุ
356 คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒ เรอ่ื ง ประเภทของวัฒนธรรม
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 เรื่อง ตนกลาคนดี เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติ
สขุ
ตวั ชว้ี ดั ป.6/2 วิเคราะหก ารเปลี่ยนแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาและธาํ รงรักษาวฒั นธรรมอนั ดีงาม
๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ที่แสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ
ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยท่ีแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และการ
ติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจําวันจากแหลงขอมูลขาวสารตาง ๆ การเลือกรับและใชขอมูล
ขา วสารในการเรียนรไู ดเ หมาะสม ทําใหเกิดการพฒั นาตนเองและสังคม
๓. จุดประสงค
๓.๑ ความรู
- อธบิ ายประเภทของวฒั นธรรมได
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหลกั ษณะวัฒนธรรมแตละประเภทได
๓.๓ เจตคติ
- แสดงความชน่ื ชมผทู ปี่ ฏิบตั ติ นไดเ หมาะสมและถกู ตอ งตามวัฒนธรรมไทย
๔. สาระการเรยี นรู
ประเภทของวัฒนธรรม
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. มวี ินัย
๒. ใฝเรียนรู
๓. รักความเปน ไทย
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 เรอ่ื ง ตน กลา คนดี
การจดั การเรยี นรู ชัน้
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เรือ่
รายวชิ าสงั คมศึกษา
ลาํ ดบั ที่ จุดประสงคก ารเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลา แ
จดั การเรียนรู ทใ่ี ช กิจกรรมครู
๑. ขัน้ นาํ ๑๐ ๑. ครนู ําภาพเก่ียวกบั
นาที วัฒนธรรมทีห่ ลากกห
นกั เรยี นดู ดังน้ี
- ภาพบา นเรือนทีอ่
- ภาพอาหารการกนิ
- ภาพจารตี ประเพณ
2. 1. อธิบายประเภท ขั้นสอน ๒. ครสู อบถามโดยใช
ของวฒั นธรรมได ดังน้ี
- ภาพดังกลาวเปนภ
อะไร และครูอธิบายเ
วา จากภาพดังกลา ว
เห็นไดว า วฒั นธรรมน
หลากหลายประเภท
๒๕ ๓. ครูอภิปรายประเภ
นาที วัฒนธรรมรว มกับนกั
ดังนี้
357
นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
อง ประเภทของวฒั นธรรม
า จํานวน ๑ ชว่ั โมง
ผนการจดั การเรียนรู ส่ือการเรียนรู การประเมิน
การเรียนรู
กิจกรรมนกั เรยี น - ภาพบานเรือนที่
อยอู าศยั - แบบประเมิน
บ 1. นักเรยี นดูภาพบานเรอื นที่ - ภาพอาหารการ การสังเกต
หลายให อยอู าศัย ภาพอาหารการกนิ กิน พฤตกิ รรม
- ภาพจารตี นักเรยี น
ภาพจารีตประเพณี ประเพณี รายบคุ คล
อยูอาศัย
น
ณี
ชค ําถาม ๒.นกั เรยี นตอบคาํ ถาม
(เปนภาพวฒั นธรรมบา นเรอื น
ภาพ อาหารการกิน และจารีต
เพ่ิมเติม ประเพณี)
เราจะ
นั้นมี
ภทของ ๓. นักเรยี นอภปิ รายรวมกับ - สอื่ PowerPoint
กเรยี น ครู
358 คูม
ลําดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรยี นรู ขัน้ ตอนการ เวลา แ
จัดการเรียนรู ทใี่ ช กจิ กรรมครู
2. แสดงความชืน่ ชมผู - คติธรรม เชน ความ
ทีป่ ฏิบตั ติ นได เสยี สละ ความขยนั ห
เหมาะสมและถกู ตอง เพียร การประหยัด
- นติ ธิ รรม เชน กฎหม
- สหธรรม เชน มารย
ตามวฒั นธรรมไทย การรับประทานอาหา
มารยาทในการตดิ ตอ
บคุ คลตาง ๆ
- วัตถุธรรม เชน
เครือ่ งนงุ หม ยารกั ษา
บา นเรือน
3. 3. วเิ คราะหลักษณะ ขนั้ ปฏบิ ตั ิ ๑๐ ๔. ครใู หนกั เรยี นทําใ
วฒั นธรรมแตล ะ นาที เร่อื ง ประเภทของวัฒ
ประเภทได
4. ขั้นสรปุ ๕ ๕. ครใู หนกั เรยี นออก
นาที นําเสนอ โดยวิธีการส
๖. ครูใหนกั เรยี นสรปุ
ประเภทของวัฒนธรร
มือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
ผนการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน
การเรียนรู
กิจกรรมนกั เรยี น
ม
หมน่ั
มาย
ยาทใน
าร
อกบั
าโรค
ใบงาน ๔. นกั เรยี นทาํ ใบงานที่ 2 - ใบงานที่ 2 เร่ือง
ฒนธรรม เรื่อง ประเภทของวัฒนธรรม ประเภทของ
วฒั นธรรม
กมา ๕.นักเรยี นออกมานาํ เสนอ
สมุ ผลงานตัวเอง - ใบงานที่ 2 เรอ่ื ง
ประเภทของ
ปเร่ือง ๖. นกั เรียนสรปุ บทเรียน วฒั นธรรม
รม (วฒั นธรรมแบง เปน ๔
ประเภท คอื คติธรรม วัตถุ
ธรรม นิตธิ รรม สหธรรม)
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง ตน กลา คนดี 359
๘. ส่อื การเรียนรู/แหลง การเรียนรู
๑. ภาพบา นเรือนทอ่ี ยูอาศยั ภาพอาหารการกิน ภาพจารีตประเพณี
๒. PowerPoint
๙. การประเมนิ ผลรวบยอด
ส่ิงทต่ี อ งการวดั /ประเมิน วิธีการ เครือ่ งมอื ทใ่ี ช เกณฑ
ดา นความรู ผา นเกณฑร อยละ ๖๐
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ
ดานทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นรายบุคคล พฤตกิ รรมนักเรยี น ผา นเกณฑร อ ยละ ๖๐
- การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล
- ตรวจใบงานท่ี 2 เรอื่ ง - ใบงานที่ 2 เรื่อง
ประเภทของวัฒนธรรม ประเภทของวัฒนธรรม
ดานเจตคติ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน ผานเกณฑป ระเมนิ
นกั เรยี นรายบคุ คล พฤตกิ รรมนกั เรียน ระดับคณุ ภาพพอใชข ึ้น
- การตอบคาํ ถาม รายบุคคล ไป
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น - ประเมนิ ความสามารถ - แบบประเมนิ ผา นเกณฑประเมิน
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ระดับคณุ ภาพพอใชขึน้
ในการส่อื สาร สมรรถนะสาํ คญั ของ ไป
ความสามารถในการคดิ ผเู รยี น ผานเกณฑป ระเมิน
ระดับคณุ ภาพพอใชข ึ้น
ความสามารถในการ ไป
แกปญหา
- ประเมนิ ความมีวินยั - แบบประเมนิ
ใฝเ รยี นรู และมงุ มน่ั ใน คณุ ลักษณะ
การทํางาน อนั พึงประสงค
360 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
........น..ั..ก...เ.ร.ี..ย...น...อ...ธ.ิ..บ...า..ย....ป...ร..ะ..เ..ภ...ท....ข..อ...ง...ว.ั.ฒ.....น...ธ...ร..ร..ม....ต.่..า..ง...ๆ...ไ..ด..้..........................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ความสําเรจ็
............น.ั..ก...เ..ร.ี.ย...น...ร.้..อ...ย...ล...ะ...9....0.....ส...า..ม....า..ร...ถ...อ...ธ.ิ.บ....า..ย...ล..ั.ก...ษ....ณ....ะ..ข...อ...ง..ว.ั..ฒ....น...ธ...ร..ร...ม...แ...ต.่..ล...ะ..ป...ร...ะ..เ..ท...ศ...ไ..ด..้...............
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญ หาและอุปสรรค
ย.ั..ง..ม..ี.น..ั.ก...เ..ร.ี.ย....น...อ.ี..ก...ร.้.อ...ย...ล...ะ....1...0.....ท.ี.่..ย.ั..ง..ไ..ม..่.ส...า...ม...า...ร..ถ...แ...ย...ก...แ...ย...ะ..ว..ั.ฒ....น...ธ...ร...ร..ม...แ...ล...ะ..ไ..ม..่..ช.ื.่.น...ช...ม...ว.ั.ฒ.....น...ธ...ร..ร..ม....ข...อ. งไทย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ จํากดั การใชแผนการจดั การเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไ ข
..............................................................................................................................................................................
....ย...ก...ต..ั.ว...อ...ย.่..า..ง...ว.ั.ฒ.....น...ธ...ร..ร..ม....ท.ี.่.ส...ำ..ค..ั..ญ....แ...ล...ะ..ใ...ห.้..น.ั..ก...เ..ร.ี.ย...น...ท.ี.่.ย..ั..ง..ไ..ม..่.เ..ข.้..า..ใ...จ...ล...อ...ง..ท...ด...ล...อ...ง...แ...บ.่..ง..ว..ั.ฒ....น...ธ...ร...ร..ม...ต. ามที่สอน
..............................................................................................................................................................................
II.ลงชอ่ื ......................................................ผูส อน
(....น...า..ย...พ..ั..น...ช.ั..ย.....ป...ร..ะ...ส...ม...เ.พ....ช...ร.........)
วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ...a....s......
๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอเสนอแนะของผูบ รหิ ารหรอื ผูที่ไดร ับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................... ผูตรวจ
(.........น...า...ง..ก..ั.ญ.....ล..ด....า....แ...ส...ง..ม...ณ...ี.........)
วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .......
หนวยการเรียนรูท่ี 3 เร่ือง ตนกลาคนดี 361
ใบงานที่ 2 เรือ่ ง ประเภทของวฒั นธรรม
หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เร่ือง ตนกลาคนดี
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ประเภทของวัฒนธรรม
รายวิชาสงั คมศกึ ษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖
ประเภทของวัฒนธรรม แบงออกเปน ๔ ประเภท
๑. คติธรรม หมายถงึ ๒. วัตถธุ รรม หมายถงึ
.................................................................... ....................................................................
.................................................................... ....................................................................
เชน ............................................................. เชน .............................................................
.................................................................... ....................................................................
๓. นิติธรรม หมายถึง ๔. สหธรรม หมายถึง
.................................................................... ....................................................................
.................................................................... ....................................................................
เชน ............................................................. เชน .............................................................
.................................................................... ....................................................................
ตอบคาํ ถาม..........
๑. การปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย เปน วัฒนธรรมประเภท.........................................................................
๒. นักเรียนบรจิ าคเงนิ และส่ิงของชวยเหลอื ผูป ระสบภัยดนิ โคลนถลม
เปนวฒั นธรรมประเภท................................................................................................................
๓. การผลิตคอมพวิ เตอรอ อกมาใช เปนวฒั นธรรมประเภท..............................................................
๔. เมื่อไดย ินเสยี งเพลงชาติ เรากย็ นื ตรง เปนวฒั นธรรมประเภท.....................................................
๕. แกว เปนเด็กมคี วามกตญั ูเปนวัฒนธรรมประเภท......................................................................
....................................................................
ช่อื -นามสกุล……………………………………………………………………………………………..……..ชัน้ ……….……..เลขที่………
362 คูม ือครูและแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
เฉลยใบงานที่ 2 เร่ือง ประเภทของวัฒนธรรม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เร่ือง ตน กลาคนดี
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เร่ือง ประเภทของวัฒนธรรม
รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ประเภทของวัฒนธรรม แบง ออกเปน ๔ ประเภท
๑. คตธิ รรม หมายถงึ สง่ิ ท่ีสมาชิกในสังคม ๒. วตั ถุธรรม หมายถึง สิ่งประดษิ ฐท ่ี
ถือเปน หลกั ในการดาํ เนนิ ชีวิต เชน ความ คดิ คน ขึน้ มาเพอ่ื นาํ ใชในชีวติ ประจาํ วัน เชน
ซอ่ื สัตย ความสามัคคี ความเมตตากรณุ า ท่ีอยอู าศัย เครอื่ งมือ เคร่อื งใชตา ง ๆ ใน
ความกตญั ู ชวี ติ ประจําวัน ไดแ ก บา น รถยนต เส้ือผา
เปนตน
๓. นิติธรรม หมายถึง สิ่งทีเ่ กิดขน้ึ เพือ่ ใช ๔. สหธรรม หมายถึง แนวทางปฏบิ ตั ิทใี่ ห
ขดั เกลาใหเกิดความเปนระเบียบของสงั คม คนในสงั คมอยรู วมกันอยา งมคี วามสขุ เชน
เชน เคารพกฎหมาย กฎระเบยี บตา ง ๆ มารยาททางสงั คม จารีต ประเพณี
และขอ บังคับของสงั คม
ตอบคําถาม..........
๑. การปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย เปน วัฒนธรรมประเภท....นติ ิธรรม........................................................
๒. นักเรยี นบรจิ าคเงินและส่งิ ของชว ยเหลอื ผูประสบภยั ดินโคลนถลม
เปน วฒั นธรรมประเภท.......คตธิ รรม............................................................................................
๓. การผลติ คอมพวิ เตอรออกมาใช เปน วัฒนธรรมประเภท.........วัตถธุ รรม......................................
๔. เม่อื ไดยินเสยี งเพลงชาติ เรากย็ นื ตรง เปน วฒั นธรรมประเภท.........สหธรรม...............................
๕. แกว เปนเดก็ มีความกตญั ูเปนวฒั นธรรมประเภท........คติธรรม.................................................
....................................................................
หนวยการเรียนรูท ่ี 3 เรอื่ ง ตน กลา คนดี 363
แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายบคุ คล
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู วนั ท.่ี ......................เดอื น..........................................พ.ศ..................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
ลําดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ ความต้ังใจ รวม ระดบั
ในการเรียน (4) (16) คณุ ภาพ
ความสนใจ
และการซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม (4)
ีม สวนรวม
ในกิจกรรม (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงชอ่ื ................................................................ผปู ระเมนิ
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินในการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดังนี้
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมิน
13-16 ดมี าก นกั เรียนทไ่ี ดร ะดบั คุณภาพพอใชข ้ึนไป ถอื วา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรบั ปรงุ
364 คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
เกณฑก ารวดั และประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก ารใหค ะแนน ตองปรบั ปรงุ (1)
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช (2)
1. ความตงั้ ใจใน สนใจในการเรียน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น ไมส นใจใน
การเรยี น
ไมคยุ หรอื เลน กัน คยุ กนั เล็กนอ ย คุยกนั และเลนกัน การเรยี น คยุ และ
2. ความสนใจและ
การซักถาม ในขณะเรียน ในขณะเรียน ในขณะเรยี นเปน เลน กันในขณะ
3. การตอบคาํ ถาม บางครัง้ เรยี น
4. มสี ว นรวมใน มกี ารถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ มีการถามในหวั ขอ ไมถามในหัวขอ ที่
กจิ กรรม
ทต่ี นไมเ ขาใจทกุ ทต่ี นไมเ ขาใจเปน ทต่ี นไมเขาใจเปน ตนไมเ ขา ใจและไม
เรื่องและกลา สวนมากและกลา บางครงั้ และไม กลา แสดงออก
แสดงออก แสดงออก คอยกลา แสดงออก
รวมตอบคําถามใน รวมตอบคาํ ถามใน รว มตอบคําถามใน ไมตอบคาํ ถาม
เรอื่ งทค่ี รูถามและ เร่อื งทคี่ รถู ามและ เร่อื งทคี่ รถู ามเปน
ตอบคําถามถกู ทุก ตอบคําถาม บางครง้ั และตอบ
ขอ สวนมากถกู คาํ ถามถกู เปน
บางคร้งั
รว มมอื และ รว มมือและ รว มมอื และ ไมม ีความรว มมอื
ชวยเหลอื เพือ่ นใน ชวยเหลือเพอื่ น ชว ยเหลอื เพอื่ นใน ในขณะทํา
การทาํ กจิ กรรม เปน สว นใหญใ น การทํากจิ กรรม กิจกรรม
การทาํ กจิ กรรม เปนบางคร้งั
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 เรือ่ ง ตน กลาคนดี 365
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
คาํ ชแ้ี จง ใหผ ูส อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี นแลว ขีด ลงในชอ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑
๑. มวี ินยั ๑.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบงั คับของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มคี วามตรงตอ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตาง ๆ ใน
๒. ใฝเ รยี นรู ชวี ติ ประจําวัน มคี วามรับผิดชอบ
2.1 ตง้ั ใจเรียน
3. รักความ
เปน ไทย 2.2 เอาใจใสในการเรียนและมีความเพยี รพยายามในการเรียน
2.3 เขารวมกจิ กรรมการเรยี นรตู าง ๆ
2.4 ศกึ ษาคน ควา หาความรูจากหนงั สือ เอกสาร สงิ่ พิมพ สอ่ื
เทคโนโลยตี าง ๆ แหลงการเรียนรูท งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
และเลอื กใชสอ่ื ไดอยา งเหมาะสม
2.5 บันทกึ ความรู วิเคราะห ตรวจสอบบางสิง่ ที่เรียนรู สรุปเปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลี่ยนความรู ดวยวธิ ีการตาง ๆ และนาํ ไปใชใ น
ชีวติ ประจําวนั
3.1 มจี ติ สาํ นกึ ในการอนรุ ักษวัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
3.2 เหน็ คณุ คาและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
เกณฑก ารใหค ะแนน ลงชือ่ ................................................................ผปู ระเมนิ
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา งสม่าํ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ ยคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ดังน้ี
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรุปผลการประเมนิ
19-27 ดี นกั เรยี นทไ่ี ดร ะดบั คุณภาพพอใชขึน้ ไป ถอื วา ผาน
10-18
1-9 พอใช
ปรับปรงุ
366 คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
แบบประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
คําชแี้ จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี นแลวขดี ลงในชองที่
ตรงกับระดบั คะแนน
รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑
๑. ความสามารถ ๑.1 มคี วามสามารถในการรบั –สงสาร
ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคดิ ความเขา ใจ
ของตนเอง โดยใชภ าษาอยางเหมาะสม
2. ความสามารถ 2.1 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา งสรางสรรค
ในการคดิ 2.2 มคี วามสามารถในการคดิ อยางมรี ะบบ
3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลมุ รว มกบั ผอู ่นื ได
ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สินใจไดเ หมาะสมตามวยั
ลงช่ือ................................................................ผปู ระเมนิ
...................../..................../...................
เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสมํ่าเสมอ
๒ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอยคร้งั
๑ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ดงั นี้
ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรุปผลการประเมิน
13-18 ดี นักเรยี นทไี่ ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ึนไป ถือวา ผา น
7-12
1-6 พอใช
ปรบั ปรงุ
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 เรือ่ ง ตน กลาคนดี 367
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓ เร่ือง การเปลยี่ นแปลงของวัฒนธรรม
หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เรื่อง ตนกลา คนดี เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธํารงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติ
สุข
ตวั ชว้ี ดั ป.6/2 วิเคราะหการเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาและธํารงรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม
๒. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ท่ีแสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ
ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยที่แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และ
การติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจําวันจากแหลงขอ มูลขา วสารตาง ๆ การเลือกรับและใชข อ มลู
ขาวสารในการเรยี นรไู ดเ หมาะสม ทําใหเกิดการพัฒนาตนเองและสังคม
๓. จุดประสงค
๓.๑ ความรู
- อธิบายเกี่ยวกบั การเปล่ียนแปลงของวัฒนธรรมได
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหส าเหตกุ ารเปล่ียนแปลงของวัฒนธรรมได
๓.๓ เจตคติ
- ตระหนกั ถงึ วัฒนธรรมท่มี กี ารเปลี่ยนแปลง
๔. สาระการเรียนรู
การเปล่ียนแปลงของวฒั นธรรม
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. รกั ความเปน ไทย
๗. กิจกรรมการเรียนรู