The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร
ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ)
โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thongtank, 2022-09-22 03:02:41

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565

แผนการสอนสังคมศึกษา ชั้น ป.6 ภาคเรียนที่ 1/2565 โดย นายพันชัย ประสมเพชร
ตำแหน่ง ครู (ไม่มีวิทยฐานะ)
โรงเรียนโนนสูงโนนโฮมวิทยา

หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เร่ือง ตน กลาคนดี 451

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

คําชแี้ จง ใหผ ูส อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียนแลวขดี ลงในชอ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน

รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑

๑. มวี ินยั ๑.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอ บังคบั ของครอบครวั
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรยี น มีความตรงตอเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา ง ๆ ใน
๒. ใฝเ รียนรู ชีวิตประจําวัน มีความรบั ผดิ ชอบ
2.1 ตง้ั ใจเรียน
3. รกั ความ
เปนไทย 2.2 เอาใจใสในการเรียนและมีความเพียรพยายามในการเรยี น

2.3 เขา รวมกิจกรรมการเรยี นรูตา ง ๆ
2.4 ศึกษาคน ควา หาความรจู ากหนังสอื เอกสาร ส่ิงพิมพ สื่อ
เทคโนโลยตี าง ๆ แหลงการเรียนรูทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
และเลือกใชสอ่ื ไดอ ยางเหมาะสม
2.5 บันทกึ ความรู วิเคราะห ตรวจสอบบางส่ิงที่เรียนรู สรปุ เปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลย่ี นความรู ดว ยวธิ กี ารตาง ๆ และนาํ ไปใชใน
ชีวิตประจําวนั
3.1 มจี ติ สาํ นึกในการอนรุ ักษวัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย

3.2 เหน็ คุณคาและปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย

เกณฑก ารใหค ะแนน ลงชื่อ................................................................ผปู ระเมนิ
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา งสม่ําเสมอ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอยคร้งั
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ดังนี้

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมิน
19-27 ดี นกั เรยี นทไี่ ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข ึน้ ไป ถอื วา ผา น
10-18
1-9 พอใช
ปรบั ปรงุ

452 คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แบบประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น

คําชแี้ จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียนแลว ขดี ลงในชอ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน

รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑

๑. ความสามารถ ๑.1 มีความสามารถในการรบั –สงสาร

ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคิด ความเขาใจ

ของตนเอง โดยใชภาษาอยางเหมาะสม

2. ความสามารถ 2.1 มที กั ษะในการคดิ นอกกรอบอยา งสรางสรรค

ในการคดิ 2.2 มีความสามารถในการคดิ อยางมีระบบ

3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลมุ รว มกบั ผอู ่นื ได

ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สนิ ใจไดเ หมาะสมตามวัย

ลงชื่อ................................................................ผปู ระเมนิ

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถึง ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสมํ่าเสมอ
๒ คะแนน หมายถงึ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ ยครงั้
๑ คะแนน หมายถึง ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ดงั นี้

ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมิน
13-18 ดี นักเรยี นทไี่ ดร ะดับคณุ ภาพพอใชขน้ึ ไป ถอื วา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรบั ปรงุ

หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เร่อื ง ตนกลาคนดี 453

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรอื่ ง ขอ มลู ขา วสารจากแหลงตา ง ๆ

หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 เร่อื ง ตน กลาคนดี เวลา ๑ ชวั่ โมง

กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑.มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ดั

มาตรฐานการเรยี นรู

มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยาง

สนั ติสุข

ตัวชี้วดั ป.6/5 ติดตามขอ มลู ขาวสาร เหตกุ ารณต าง ๆ ในชวี ิตประจาํ วนั เลือกรบั และใชขอ มูล ขา วสาร

ในการเรียนรูไดเ หมาะสม

๒. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ท่ีแสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ

ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยที่แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และ
การติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจําวันจากแหลงขอ มูลขา วสารตาง ๆ การเลือกรับและใชข อมลู
ขาวสารในการเรียนรูไ ดเ หมาะสม ทําใหเ กดิ การพฒั นาตนเองและสงั คม

๓.จดุ ประสงค
๓.๑ ความรู
- บอกแหลง ขอ มูลขา วสารในชวี ติ ประจาํ วันได
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหแหลง ขอ มลู ขา วสารในชวี ติ ประจําวนั ได
๓.๓ เจตคติ
- เหน็ ความสาํ คญั ในการติดตามขอ มลู ขา วสาร

๔. สาระการเรียนรู
ขอ มูลขาวสารจากแหลงตาง ๆ

๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา

๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. มวี ินยั
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มงุ มัน่ ในการทํางาน

๗. กจิ กรรมการเรียนรู

454 คูม

การจดั การเรยี นรู ชนั้
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๑ เรอื่ ง ข

รายวิชาสงั คมศึกษา

ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ข้ันตอนการ เวลา กิจกรรมค
๑. จัดการเรยี นรู ที่ใช

ข้นั นาํ ๑๐ ๑. ครูนาํ ภาพเกยี่ ว
นาที สถานการณ Covid
นักเรยี นดู

๒. ครูสมุ สอบถามน

ประเดน็ ดงั นี้

- นักเรยี นเคยไดร บั

เก่ยี วกับสถานการณ

๑๙ หรอื ไม

- ถาเคยไดรับรขู าว

สถานการณ Covid

นกั เรยี นไดรับขา วส

แหลง ใด

2. 1. บอกแหลงขอมลู ขาวสาร ข้ันสอน ๒๕ ๓. ครูอภปิ รายแหล

ในชวี ิตประจําวนั ได นาที นกั เรียนสามารถติด

ขอ มูลขา วสารไดก บั

มือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

นประถมศึกษาปท ่ี ๖
ขอ มลู ขาวสารจากแหลงตาง ๆ
า จํานวน ๑ ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ
ครู กิจกรรมนกั เรยี น การเรยี นรู

วกบั ๑. นักเรยี นดูภาพสถานการณ - ภาพ - แบบประเมนิ
การสงั เกต
d ๑๙ ให Covid ๑๙ สถานการณ พฤติกรรมนกั เรียน
รายบุคคล
Covid ๑๙

นกั เรียนใน ๒. นกั เรียนชว ยกนั ตอบ
คําถาม

บรขู าว (เคยไดรบั ขา วสถานการณ
ณ Covid Covid ๑๙)

(จากแหลง
วเก่ียวกบั ขา วในโทรทัศน วทิ ยุ ขาวใน
d ๑๙ facebook หนงั สือพิมพ ครู
สารจาก ประชาสมั พนั ธ)

ลง ขาวท่ี ๓. นักเรียนอภิปรายพรอมกับ - สอ่ื

ดตาม ครู PowerPoint

บนักเรยี น

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 เรือ่ ง ตนกลา คนดี

ลาํ ดบั ที่ จุดประสงคก ารเรียนรู ขั้นตอนการ เวลา กจิ กรรมค
จัดการเรียนรู ทีใ่ ช

3. 2. วิเคราะหแ หลงขอมลู ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ๑๐ ๔. ครูใหน กั เรยี นท

ขา วสารในชีวิตประจาํ วันได นาที 9 เรือ่ ง ขอ มลู ขาว

แหลงตาง ๆ

3. เห็นความสาํ คญั ในการ
ติดตามขอ มลู ขา วสาร

4. ขน้ั สรปุ ๕ ๕. ครูใหนกั เรยี นส
นาที แหลง ขอ มูลขาวสา

ชีวิตประจําวนั และ
เราควรใชวจิ ารณญ

วิเคราะห กอนท่จี ะ
ขา วสาร

455

แผนการจดั การเรียนรู ส่อื การเรยี นรู การประเมนิ
การเรียนรู
ครู กิจกรรมนกั เรยี น - ใบงานท่ี 9
เรือ่ ง ขอ มูล
ทาํ ใบงานท่ี ๔. นกั เรยี นทาํ ใบงานที่ 9 ขาวสารจาก
วสารจาก เรือ่ ง ขอมูลขาวสารจากแหลง แหลงตา ง ๆ
ตาง ๆ

สรุป ๕. นักเรียนสรุปแหลงขอมูล
ารใน ขา วสารในชีวิตประจําวัน
ะเพม่ิ เติม (แหลงขอ มลู ขา วสารมีหลาย
ญาณ คิด ประเภทควรเลอื กเรยี นรูจาก
ะเลอื กรับ แหลงขอ มูลขาวสารท่ใี ห
ประโยชนและประหยดั มาก
ที่สดุ )

456 คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

๘. ส่ือการเรียนรู/แหลงการเรยี นรู
๑. ภาพสถานการณ Covid ๑๙
๒. PowerPoint

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด

สงิ่ ทต่ี องการวดั /ประเมิน วิธีการ เคร่อื งมือทใี่ ช เกณฑ
ดานความรู ผานเกณฑรอยละ ๖๐
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ
ดา นทกั ษะกระบวนการ นักเรียนรายบุคคล พฤตกิ รรมนกั เรียน ผา นเกณฑรอยละ ๖๐
- การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล
- ตรวจใบงานที่ 9 เร่ือง - ใบงานท่ี 9 เรื่อง
ขอมูลขาวสารจากแหลง ขอมลู ขาวสารจากแหลง
ตา ง ๆ ตาง ๆ

ดานเจตคติ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ผา นเกณฑป ระเมนิ ระดบั
นักเรียนรายบุคคล พฤติกรรมนักเรยี น คุณภาพพอใชข้นึ ไป
- การตอบคําถาม รายบุคคล

สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน - ประเมนิ ความสามารถ - แบบประเมิน ผานเกณฑป ระเมินระดับ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ในการส่ือสาร สมรรถนะสาํ คญั ของ คุณภาพพอใชขึ้นไป
ความสามารถในการคดิ ผเู รยี น
ความสามารถใน ผา นเกณฑประเมนิ ระดบั
การแกปญหา แบบประเมิน คณุ ภาพพอใชขน้ึ ไป
คณุ ลักษณะ
- ประเมิน ความมีวนิ ยั อนั พงึ ประสงค
ใฝเรียนรู และมุงม่นั ใน
การทาํ งาน

หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 เรื่อง ตน กลาคนดี 457

๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ความสาํ เรจ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญ หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอ จํากดั การใชแ ผนการจดั การเรียนรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ......................................................ผูสอน
(..........................................................)

วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๑. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผูท่ีไดร ับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...................................................... ผูต รวจ
(..........................................................)

วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ......

458 คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

ใบงานท่ี 9 เรื่อง ขอมลู ขา วสารจากแหลงตาง ๆ

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง ตน กลาคนดี
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๑ เร่ือง ขอมลู ขา วสารจากแหลง ตาง ๆ
รายวชิ าสังคมศกึ ษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖

คําชแ้ี จง ใหน กั เรียนยกตัวอยางขาวและวิเคราะหป ระเภทขา ว

หัวขอ ขาว .......................................................................................................................................................
ประเภทของขา ว ....………………………………………………………………………………………………………………………..
แหลง ทมี่ าของขา ว .............................……………………………………………………………………………………….………..
เนื้อขา ว .………………………………………………………………………………………………………………………..……………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………..……………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………...…………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………......
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชื่อ-นามสกลุ ………………………………………………………..…………………………………..ชั้น……………..เลขที่ ……………..

หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรื่อง ตนกลา คนดี 459

เฉลยใบงานท่ี 9 เรอ่ื ง ขอ มูลขาวสารจากแหลง ตา ง ๆ

หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เรอ่ื ง ตน กลา คนดี
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ขอ มลู ขา วสารจากแหลง ตา ง ๆ
รายวชิ าสงั คมศึกษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

คําชแ้ี จง ใหนกั เรยี นยกตวั อยา งขา วและวิเคราะหประเภทขาว

หัวขอ ขา ว .......................................................................................................................................................
ประเภทของขา ว ....………………………………………………………………………………………………………………………..
แหลงท่มี าของขา ว .............................……………………………………………………………………………………….………..
เน้ือขา ว .………………………………………………………………………………………………………………………..……………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………..……………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………...…………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………......
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(คาํ ตอบของนักเรียน ตามดุลพนิ ิจของคร)ู

460 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู วันท.่ี ......................เดอื น..........................................พ.ศ..................................

เกณฑก ารใหค ะแนน

ลาํ ดบั ที่ ชือ่ –สกลุ ความต้ังใจ รวม ระดบั
ในการเรียน (4) (16) คณุ ภาพ

ความสนใจ
และการซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม (4)

ีม สวนรวม
ในกิจกรรม (4)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ลงชอื่ ................................................................ผปู ระเมิน

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินในการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดงั น้ี

ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมิน
13-16 ดีมาก นักเรยี นทไี่ ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชข ้ึนไป ถอื วา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรบั ปรงุ

หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรื่อง ตนกลา คนดี 461
เกณฑก ารวดั และประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก ารใหค ะแนน
1. ความต้ังใจใน
การเรยี น ดมี าก (4) ดี (3) พอใช (2) ตองปรบั ปรงุ (1)
ไมส นใจใน
2. ความสนใจและ สนใจในการเรียน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น การเรยี น คยุ และ
การซกั ถาม ไมค ุยหรือเลนกัน เลน กนั ในขณะ
ในขณะเรยี น คุยกนั เลก็ นอ ย คยุ กันและเลน กัน เรยี น
3. การตอบคําถาม ไมถ ามในหัวขอ ที่
มกี ารถามในหวั ขอ ในขณะเรียน ในขณะเรียนเปน ตนไมเ ขาใจและไม
4. มีสวนรว มใน ทตี่ นไมเขา ใจทกุ กลาแสดงออก
กิจกรรม เรื่องและกลา บางครั้ง
แสดงออก ไมต อบคําถาม
รว มตอบคาํ ถามใน มกี ารถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ
เรื่องท่ีครถู ามและ ไมม คี วามรวมมอื
ตอบคาํ ถามถูกทุก ท่ตี นไมเขา ใจเปน ทต่ี นไมเ ขาใจเปน ในขณะทํากิจกรรม
ขอ
สว นมากและกลา บางคร้ังและไม
รวมมือและ
ชว ยเหลอื เพ่อื นใน แสดงออก คอ ยกลา แสดงออก
การทํากจิ กรรม
รว มตอบคําถามใน รว มตอบคาํ ถามใน

เรือ่ งทีค่ รถู ามและ เรือ่ งที่ครถู ามเปน

ตอบคําถาม บางคร้ังและตอบ

สวนมากถกู คําถามถกู เปน

บางคร้งั

รว มมือและ รว มมอื และ

ชวยเหลอื เพือ่ น ชว ยเหลอื เพอ่ื นใน

เปนสวนใหญใ น การทาํ กิจกรรม

การทํากิจกรรม เปน บางครั้ง

462 คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

คาํ ชแี้ จง ใหผ ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี นแลว ขีด ลงในชองท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน

รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑

๑. มวี นิ ยั ๑.1 ปฏิบตั ติ ามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอ บงั คบั ของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มีความตรงตอ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตาง ๆ ใน
๒. ใฝเรยี นรู ชีวติ ประจําวนั มีความรบั ผดิ ชอบ
2.1 ตั้งใจเรียน
3. มุงม่นั ใน
การทาํ งาน 2.2 เอาใจใสใ นการเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการเรียน

2.3 เขารว มกจิ กรรมการเรียนรูตาง ๆ
2.4 ศึกษาคนควา หาความรจู ากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พิมพ ส่อื
เทคโนโลยีตา ง ๆ แหลงการเรยี นรูทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
และเลือกใชสอ่ื ไดอ ยางเหมาะสม
2.5 บันทกึ ความรู วิเคราะห ตรวจสอบบางสิง่ ทเ่ี รยี นรู สรปุ เปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลีย่ นความรู ดว ยวิธกี ารตาง ๆ และนาํ ไปใชใน
ชวี ติ ประจําวัน
3.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทํางานทไ่ี ดรับมอบหมาย

3.2 มีความอดทนและไมท อแทตอ อุปสรรคเพอ่ื ใหง านสาํ เร็จ

เกณฑก ารใหค ะแนน ลงชือ่ ................................................................ผูประเมนิ
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมํา่ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอยคร้ัง
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ดังน้ี

ชว งคะแนน ระดับคณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมนิ
19-27 ดี นกั เรยี นท่ีไดร ะดับคณุ ภาพพอใชข ึ้นไป ถอื วา ผาน
10-18
1-9 พอใช
ปรับปรงุ

หนวยการเรียนรูท ่ี 3 เร่ือง ตนกลาคนดี 463

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น

คาํ ชแ้ี จง ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรียนแลว ขดี ลงในชอ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน

รายการประเมิน พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั
การปฏบิ ตั ิ

๓๒๑

๑. ความสามารถ ๑.1 มคี วามสามารถในการรบั –สง สาร

ในการส่ือสาร 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคดิ ความเขา ใจ

ของตนเอง โดยใชภ าษาอยา งเหมาะสม

2. ความสามารถ 2.1 มีทกั ษะในการคดิ นอกกรอบอยางสรา งสรรค

ในการคดิ 2.2 มคี วามสามารถในการคดิ อยา งมรี ะบบ

3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลุมรว มกับผอู ืน่ ได

ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สินใจไดเ หมาะสมตามวัย

ลงชือ่ ................................................................ผปู ระเมนิ

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถึง ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา งสมาํ่ เสมอ
๒ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ ยครง้ั
๑ คะแนน หมายถึง ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทาย
เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ดงั นี้

ชว งคะแนน ระดับคณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมิน
13-18 ดี นักเรยี นท่ไี ดร ะดบั คณุ ภาพพอใชขึ้นไป ถือวา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรับปรงุ

464 คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑๒ เรอ่ื ง หลักการเลือกรับขอมลู ขา วสารจากสือ่ ตาง ๆ

หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 เรอ่ื ง ตน กลาคนดี เวลา ๑ ชวั่ โมง

กลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑.มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชว้ี ดั

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยาง

สนั ตสิ ขุ

ตัวชี้วัด ป.6/5 ตดิ ตามขอมูล ขาวสาร เหตุการณต าง ๆ ในชวี ติ ประจําวัน เลือกรบั และใชข อ มูล ขา วสาร

ในการเรยี นรูไดเ หมาะสม

๒. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
วัฒนธรรมเปนมรดกทางสังคม ที่แสดงความเปนเอกลักษณของสังคมและชาติ ความเปนชาติไทยจะ

ดํารงอยูไดเพราะคนไทยเห็นคุณคาของวัฒนธรรมไทยท่ีแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณของความเปนไทย และ
การติดตามขอ มูลขา วสาร เหตุการณในชวี ติ ประจําวนั จากแหลง ขอมูลขาวสารตาง ๆ การเลือกรับและใชขอมลู
ขา วสารในการเรยี นรูไ ดเ หมาะสม ทําใหเกิดการพฒั นาตนเองและสังคม

๓. จุดประสงค
๓.๑ ความรู
- บอกหลกั การเลือกรบั ขอ มูลขาวสารจากส่อื ตา ง ๆ ได
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหหลกั การเลือกรับขอมูลขา วสารจากสอ่ื ตา ง ๆ ได
๓.๓ เจตคติ
- เห็นความสาํ คญั ในการเลอื กรบั ขอมูลขาวสารจากสือ่ ตาง ๆ

๔. สาระการเรยี นรู
หลักการเลอื กรบั ขอ มลู ขา วสารจากสอ่ื ตาง ๆ

๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด

๓. ความสามารถในการแกป ญ หา

๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มงุ มัน่ ในการทํางาน

๗. กจิ กรรมการเรียนรู

หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรือ่ ง ตน กลาคนดี

การจดั การเรยี นรู ช้นั
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๒ เรอ่ื ง หลกั กา

รายวิชาสงั คมศึกษา

ลําดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรยี นรู ข้ันตอนการ เวลา
๑. จดั การเรยี นรู ทใ่ี ช กจิ กรรม

ขนั้ นาํ ๑๐ ๑. ครูใหนกั เรยี น
นาที ความรเู ดมิ เรอื่ งข

ขา วสารจากแหล

๒. ครูยกตัวอยา
ทํานายเกยี่ วกับโ
นักเรยี นดแู ลว สมุ
นักเรียนในประเ
- นักเรียนคิดวา ข
นา เช่ือถอื หรอื ไม
อะไร

2. 1. บอกหลักการเลอื กรบั ขน้ั สอน ๒๐ ๓. ครอู ภิปรายห
ขอมูลขาวสารจากสือ่ นาที เลือกรับขอมลู ขา
ตา ง ๆ ได
ส่อื ตาง ๆ รวมกบั

465

นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
ารเลอื กรบั ขอมูลขา วสารจากสอ่ื ตาง ๆ
า จํานวน ๑ ช่วั โมง

แผนการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน
- สอื่ การเรยี นรู
มครู กจิ กรรมนกั เรยี น PowerPoint
- แบบประเมนิ
นทบทวน ๑. นักเรยี นทบทวนความรู - ขา วทาํ นาย การสังเกต
ขอ มลู เดมิ เรือ่ งขอ มลู ขา วสารจาก เก่ียวกบั โลกแตก พฤตกิ รรมนกั เรียน
ลง ตาง ๆ แหลง ตาง ๆ รายบุคคล

างขา ว ๒. นักเรียนชวยกันตอบ
โลกแตกให คําถาม
มสอบถาม (เชอื่ ถอื /ไมเ ช่ือถือ)
เดน็ ดงั นี้
ขาวน้ี
ม เพราะ

หลกั การ ๓. นักเรยี นรว มอภปิ รายกับ - สอื่

าวสารจาก ครู PowerPoint

บนักเรยี น

466 คมู

ลําดบั ท่ี จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ข้นั ตอนการ เวลา
จัดการเรยี นรู ทใี่ ช กิจกรรม
3. 2. วิเคราะหห ลกั การ ขั้นปฏบิ ตั ิ ๑๐ ๔. ครใู หน กั เรยี น
เลอื กรบั ขอมูลขาวสาร นาที เร่อื ง หลกั การเล
จากสอื่ ตา ง ๆ ได ข้นั สรปุ
ขอ มลู ขา วสารจา
3. เหน็ ความสาํ คัญในการ ตาง ๆ
เลอื กรบั ขอมลู ขาวสาร
จากส่อื ตาง ๆ ๑๐ ๕. ครูใหนกั เรยี น
4. นาที นําเสนอ โดยวิธกี

๖. ครูใหน กั เรยี น
หลักการเลือกรับ
ขา วสารจากส่อื ต
เพ่มิ เตมิ ประเด็น
วจิ ารณญาณ คดิ
กอ นทจี่ ะเลือกรับ
และอยา ตัดสนิ ใค
เราเหน็ เพยี งดาน

มือครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

แผนการจดั การเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ
การเรียนรู
มครู กจิ กรรมนกั เรยี น - ใบงานท่ี 10
นทําใบงาน ๔. นักเรยี นทําใบงานที่ 10 เรื่อง หลกั การ
ลือกรับ เรอื่ ง หลักการเลอื กรับ เลือกรับขอมูล
ากสื่อ ขอมูลขาวสารจากส่อื ตาง ๆ ขาวสารจากสือ่
ตาง ๆ

นออกมา ๕. นักเรียนออกมานําเสนอ
การสุม ผลงานตวั เอง

นสรปุ ๖. นักเรียนสรุปแหลงขอมูล
บขอ มลู ขา วสารในชวี ิตประจําวนั
ตา ง ๆ ครู (แหลง ขอ มลู ขา วสารมีหลาย
น เราควรใช ประเภทควรเลอื กใชถ กู ตอ ง
ดวิเคราะห และเหมาะสม เพือ่ ปองกนั
บขาวสาร การผดิ พลาด)
ครจากสง่ิ ที่
นเดียว

หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง ตนกลา คนดี 467

๘. สือ่ การเรยี นรู/แหลง การเรียนรู
๑. ขาวทํานายเก่ียวกบั โลกแตก
๒. PowerPoint

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด

สิ่งทตี่ อ งการวดั /ประเมนิ วธิ กี าร เครอ่ื งมอื ทใี่ ช เกณฑ
ดา นความรู ผานเกณฑร อยละ ๖๐
ดานทกั ษะกระบวนการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ
นกั เรียนรายบุคคล พฤติกรรมนักเรียน ผา นเกณฑรอยละ ๖๐
ดานเจตคติ - การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล
- ตรวจใบงานท่ี 10 - ใบงานที่ 10 เร่ือง
เรอื่ ง หลักการเลอื กรบั หลักการเลือกรบั ขอมลู
ขอ มูลขา วสารจากสือ่ ขาวสารจากส่ือตาง ๆ
ตาง ๆ
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผา นเกณฑป ระเมนิ
นกั เรยี นรายบุคคล พฤตกิ รรมนักเรียน ระดบั คณุ ภาพพอใชข ึ้น
- การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล ไป

สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น - ประเมิน - แบบประเมนิ ผานเกณฑป ระเมิน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ระดบั คุณภาพพอใชข ้ึน
ความสามารถใน สมรรถนะสาํ คญั ของ ไป

การสอื่ สาร ผเู รยี น ผานเกณฑประเมนิ
ระดับคณุ ภาพพอใชขึ้น
ความสามารถในการคดิ ไป

ความสามารถใน

การแกป ญ หา

- ประเมิน ความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ

ใฝเ รยี นรู และมงุ มัน่ ใน คุณลักษณะ

การทํางาน อนั พงึ ประสงค

468 คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรยี นรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

๑๐. บนั ทึกผลหลงั สอน
ผลการจดั การเรยี นการสอน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ความสําเรจ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญหาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอจํากดั การใชแผนการจดั การเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................ผสู อน
(..........................................................)

วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอเสนอแนะของผบู รหิ ารหรอื ผูท ี่ไดร ับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ...................................................... ผูตรวจ
(..........................................................)

วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ......

หนว ยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง ตน กลา คนดี 469

ใบงานที่ 10 เร่ือง หลกั การเลอื กรบั ขอมลู ขา วสารจากสอ่ื ตา ง ๆ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เรือ่ ง ตน กลา คนดี

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๒ เรือ่ ง หลักการเลือกรบั ขอ มลู ขา วสารจากสอ่ื ตาง ๆ
รายวชิ าสงั คมศึกษา รหสั วชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

คําชแ้ี จง ใหนกั เรียนวิเคราะหข าวดังตอ ไปนี้
คาํ ทาํ นายเดก็ ชายปลาบู ถงึ ภัยพบิ ตั ใิ หญใ นไทย ป 2555 ปเ ดยี วกบั วนั สน้ิ โลก

ท่มี าของภาพ : selaphumpit605.blogspot.com

เปนเรอื่ งท่ถี ูกสงตอ และวิพากษวิจารณก ันอยางมากมายในสงั คมออนไลน หลังมขี อ ความและคลปิ
คําทํานายเด็กชายปลาบู หรือสุทัศน คําสี ถึงภัยพิบัติใหญในไทย ในเว็บไซตยูทูป เม่ือวันท่ี 4 ต.ค. 2554 โดย
ขอความในคลิประบุวา เปนสารคดีตามรอยพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว ผานเด็กชายระลึกชาติไดชื่อปลาบู
(สุทศั น คาํ สี) โดย เด็กชายปลาบู เปนเดก็ ทเี่ ฉลียวฉลาด รูปรางหนา ตาดี ใครเหน็ ใครกร็ กั ตอนอายุไดประมาณ
3-4 ขวบ เร่ิมระลึกชาติได มีตาทิพย หูทิพย สามารถพูดไดหลายภาษาโดยไมไดรํ่าเรียนจากตําราหรือครู
อาจารยที่ไหนเลย สาเหตุท่ีมาเกิดเพราะตองการใหพอ (ทองใบ คําสี) เปน “ส่ือ” ใหมีการแกไขปญหาเร่ือง
เข่ือนพังจากแรงแผนดินไหวและอื่น ๆ ในปท่ี 38 หลังจากตนเองเสียชีวิต โดยอยากใหพอชวยเปนทูตทาง
วิญญาณบอกใหทานทราบ จะไดปองกันไวกอนท่ีเข่ือนจะพังเพราะแรงแผนดินไหว “แผนดินแยก เขื่อนแตก
ขาด” เขอื่ นกกั เกบ็ นา้ํ ทจ่ี งั หวัดตาก (เข่ือนภมู พิ ล) จะพงั เสยี กอนจะแกไ ขไมได โดยการเอาเหล็กรางรถไฟไปหุม
ใหแ ข็งแรงเปน เขือ่ นเหล็ก จะไดพังไมม าก จากหนกั จะไดเปน เบา

“หนูมองเห็นความเสียหาย มีคนตายมากมาย อําเภอสามเงา ตาก นครสวรรค อโยธยา ปทุมธานี นนทบุรี
โรงพยาบาลศริ ิราช ทา เรือคลองเตย เครือ่ งบนิ โดยสารไอพนจมนํ้าดวย”

470 คูมอื ครูและแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
๑. จากกรณีศกึ ษาท่ีกําหนดให เปนเร่อื งเก่ยี วกบั อะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒. จากกรณีศกึ ษาท่กี าํ หนดให นักเรยี นคดิ วาเนื้อหาของขา วมีความเปนไปไดห รือไม อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๓. นักเรยี นจะนําขาวดังกลา วไปเผยแพรใ หก ับผอู ืน่ ไดรบั รูดวยหรอื ไม อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ชื่อ-นามสกลุ ………………………………………………………..…………………………………..ชนั้ ……………..เลขท่ี ……………..

หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรอื่ ง ตนกลา คนดี 471

เฉลยใบงานท่ี 10 เรอ่ื ง หลกั การเลอื กรบั ขอมูลขา วสารจากสื่อตา ง ๆ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เร่ือง ตน กลา คนดี

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๒ เรอ่ื ง หลักการเลอื กรบั ขอ มูลขา วสารจากสอ่ื ตา ง ๆ
รายวิชาสงั คมศกึ ษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖

คําชแ้ี จง ใหน กั เรียนวิเคราะหข าวดงั ตอไปนี้
คาํ ทาํ นายเดก็ ชายปลาบู ถึงภัยพบิ ตั ใิ หญใ นไทย ป 2555 ปเ ดยี วกบั วนั สน้ิ โลก

ท่ีมาของภาพ : selaphumpit605.blogspot.com

เปนเรื่องทถ่ี ูกสง ตอและวพิ ากษว ิจารณกันอยางมากมายในสังคมออนไลน หลงั มีขอความและคลปิ
คําทํานายเด็กชายปลาบู หรือสุทัศน คําสี ถึงภัยพิบัติใหญในไทย ในเว็บไซตยูทูป เม่ือวันท่ี 4 ต.ค. 2554 โดย
ขอความในคลิประบุวา เปนสารคดีตามรอยพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว ผานเด็กชายระลึกชาติไดช่ือปลาบู
(สทุ ัศน คาํ สี) โดย เดก็ ชายปลาบู เปน เดก็ ทเ่ี ฉลยี วฉลาด รปู รา งหนาตาดี ใครเหน็ ใครกร็ กั ตอนอายไุ ดประมาณ
3-4 ขวบ เริ่มระลึกชาติได มีตาทิพย หูทิพย สามารถพูดไดหลายภาษาโดยไมไดรํ่าเรียนจากตําราหรือครู
อาจารยที่ไหนเลย สาเหตุที่มาเกิดเพราะตองการใหพอ (ทองใบ คําสี) เปน “ส่ือ” ใหมีการแกไขปญหาเรื่อง
เข่ือนพังจากแรงแผนดินไหวและอื่น ๆ ในปท่ี 38 หลังจากตนเองเสียชีวิต โดยอยากใหพอชวยเปนทูตทาง
วิญญาณบอกใหทานทราบ จะไดปองกันไวกอนที่เขื่อนจะพังเพราะแรงแผนดินไหว “แผนดินแยก เข่ือนแตก
ขาด” เขอ่ื นกักเกบ็ นา้ํ ท่ีจงั หวดั ตาก (เขือ่ นภูมิพล) จะพังเสยี กอ นจะแกไขไมไ ด โดยการเอาเหลก็ รางรถไฟไปหุม
ใหแ ขง็ แรงเปน เขอื่ นเหลก็ จะไดพ งั ไมมาก จากหนกั จะไดเปน เบา

“หนูมองเห็นความเสียหาย มีคนตายมากมาย อําเภอสามเงา ตาก นครสวรรค อโยธยา ปทุมธานี นนทบุรี
โรงพยาบาลศิริราช ทา เรอื คลองเตย เครือ่ งบนิ โดยสารไอพน จมน้ําดว ย”

472 คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)
๑. จากกรณีศกึ ษาที่กําหนดให เปนเร่ืองเก่ยี วกบั อะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒. จากกรณศี กึ ษาทก่ี ําหนดให นกั เรียนคิดวาเนื้อหาของขา วมีความเปน ไปไดห รอื ไม อยา งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๓. นักเรียนจะนาํ ขาวดงั กลาวไปเผยแพรใหก ับผูอ่ืนไดรบั รูดวยหรอื ไม อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(คําตอบของนักเรียน ตามดุลพินจิ ของคร)ู

หนวยการเรียนรูท ่ี 3 เรอื่ ง ตน กลา คนดี 473

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายบคุ คล
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖

สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู วนั ท.่ี ......................เดอื น..........................................พ.ศ..................................

เกณฑก ารใหค ะแนน

ลําดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ ความต้ังใจ รวม ระดบั
ในการเรียน (4) (16) คณุ ภาพ

ความสนใจ
และการซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม (4)

ีม สวนรวม
ในกิจกรรม (4)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ลงชอ่ื ................................................................ผปู ระเมนิ

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินในการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดังนี้

ชว งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมิน
13-16 ดมี าก นกั เรียนทไ่ี ดร ะดบั คุณภาพพอใชข ้ึนไป ถอื วา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรบั ปรงุ

474 คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก ารใหค ะแนน ตองปรบั ปรงุ (1)
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช (2)

1. ความตั้งใจใน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น สนใจในการเรียน ไมส นใจใน
การเรียน
ไมคุยหรอื เลน กัน คุยกันเลก็ นอ ย คุยกันและเลนกัน การเรยี น คยุ และ
2. ความสนใจและ
การซกั ถาม ในขณะเรยี น ในขณะเรยี น ในขณะเรียนเปน เลนกันในขณะ

3. การตอบคาํ ถาม บางคร้งั เรยี น

4. มสี ว นรว มใน มีการถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ ไมถามในหวั ขอ ท่ี
กิจกรรม
ที่ตนไมเ ขาใจทกุ ท่ตี นไมเ ขาใจเปน ทตี่ นไมเ ขาใจเปน ตนไมเ ขาใจและไม

เรือ่ งและกลา สว นมากและกลา บางครง้ั และไม กลา แสดงออก

แสดงออก แสดงออก คอ ยกลาแสดงออก

รว มตอบคําถามใน รวมตอบคาํ ถามใน รวมตอบคาํ ถามใน ไมตอบคาํ ถาม

เรื่องทค่ี รูถามและ เร่อื งที่ครูถามและ เรอ่ื งทีค่ รถู ามเปน

ตอบคาํ ถามถูกทกุ ตอบคําถาม บางครัง้ และตอบ

ขอ สวนมากถกู คาํ ถามถูกเปน

บางครง้ั

รวมมอื และ รวมมือและ รว มมอื และ ไมมคี วามรวมมอื

ชวยเหลอื เพื่อนใน ชวยเหลือเพื่อน ชว ยเหลอื เพ่อื นใน ในขณะทาํ

การทํากิจกรรม เปนสวนใหญใ น การทาํ กิจกรรม กิจกรรม

การทาํ กจิ กรรม เปน บางครงั้

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 เรือ่ ง ตน กลา คนดี 475

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค

คําชแ้ี จง ใหผ ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียนแลว ขีด ลงในชองที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน

รายการ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ๓๒๑

๑. มีวินัย ๑.1 ปฏบิ ัตติ ามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบงั คบั ของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มคี วามตรงตอเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา ง ๆ ใน
๒. ใฝเรยี นรู ชวี ิตประจําวัน มคี วามรบั ผดิ ชอบ
2.1 ตง้ั ใจเรียน
3. มุงมัน่ ใน
การทาํ งาน 2.2 เอาใจใสใ นการเรียนและมีความเพยี รพยายามในการเรียน

2.3 เขา รวมกจิ กรรมการเรียนรูตาง ๆ
2.4 ศึกษาคน ควา หาความรูจ ากหนงั สือ เอกสาร ส่งิ พมิ พ ส่ือ
เทคโนโลยีตา ง ๆ แหลงการเรียนรทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
และเลือกใชส อื่ ไดอยา งเหมาะสม
2.5 บนั ทึกความรู วิเคราะห ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู สรปุ เปน องค
ความรู
2.6 แลกเปลีย่ นความรู ดว ยวิธกี ารตาง ๆ และนาํ ไปใชใน
ชีวติ ประจําวนั
3.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทํางานทไี่ ดร ับมอบหมาย

3.2 มคี วามอดทนและไมทอแทต อ อุปสรรคเพ่ือใหงานสําเร็จ

เกณฑก ารใหค ะแนน ลงชื่อ................................................................ผปู ระเมิน
๓ คะแนน หมายถงึ
๒ คะแนน หมายถงึ ...................../..................../...................
๑ คะแนน หมายถงึ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยางสมาํ่ เสมอ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง

เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ดงั นี้

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรปุ ผลการประเมนิ
19-27 ดี นกั เรยี นท่ไี ดร ะดบั คุณภาพพอใชขนึ้ ไป ถอื วา ผาน
10-18
1-9 พอใช
ปรบั ปรงุ

476 คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น

คาํ ชแ้ี จง ใหผ สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรยี นแลวขดี ลงในชอ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน

รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั การปฏบิ ตั ิ
๓๒๑

๑. ความสามารถ ๑.1 มคี วามสามารถในการรบั –สง สาร

ในการส่อื สาร 1.2 มีความสามารถในการถา ยทอดความรู ความคดิ ความเขาใจ

ของตนเอง โดยใชภ าษาอยา งเหมาะสม

2. ความสามารถ 2.1 มีทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยางสรางสรรค

ในการคดิ 2.2 มคี วามสามารถในการคดิ อยา งมรี ะบบ

3. ความสามารถ 3.1 สามารถทาํ งานกลุม รวมกับผอู ่นื ได

ในการแกป ญ หา 3.2 สามารถตดั สินใจไดเ หมาะสมตามวัย

ลงชือ่ ................................................................ผปู ระเมนิ

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนน
๓ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสมาํ่ เสมอ
๒ คะแนน หมายถงึ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอยครั้ง
๑ คะแนน หมายถึง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั

เกณฑก ารใหค ะแนนดังตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ดงั น้ี

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก ารสรุปผลการประเมิน
13-18 ดี นกั เรยี นท่ไี ดร ะดับคณุ ภาพพอใชข้นึ ไป ถอื วา ผาน
7-12
1-6 พอใช
ปรับปรงุ

หนวยการเรยี นรูท่ี 3 เร่อื ง ตน กลา คนดี 477

แบบประเมินตนเอง

ชื่อ : __________________สกุล : _________________วัน____ เดอื น____________ พ.ศ. _____
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรือ่ ง ตน กลา คนดี

๑. ประเมนิ การเรยี นรูของตนเอง

กาเครื่องหมาย / ในชองระดับความสามารถของแตละกิจกรรมทนี่ ักเรียนคดิ วาทาํ ไดในระดับการประเมนิ
เหลา นี้ ระดบั ความสามารถ : ดมี าก คอ นขา งดี ดี พอใช ปรบั ปรงุ

ที่ รายการ ระดบั ความสามารถ
ดมี าก คอ นขา งดี ดี พอใช ปรับปรงุ

๑. ปฏบิ ัตติ นเปน ผมู มี ารยาทถกู ตอ งเหมาะสม

๒. ปฏบิ ัตติ นไดถ ูกตอ งเหมาะสมตามวัฒนธรรม

ของภาคตา ง ๆ ในสังคมไทย

๓. ตดิ ตามขอมลู ขาวสาร เหตุการณตาง ๆ ใน

ชีวิตประจาํ วัน เลือกรับและใชข อมลู ขาวสาร

ในการเรยี นรไู ดเหมาะสม

2. ส่ิงท่ีฉันยังไมเขาใจ/ยังทาํ ไมไดด ีคือ.......... (อาจตอบไดมากกวา ๑ อยา ง)

 ……………………………………………......................................................................................................
..............................................................................................................................................................
 ……………………………………………....................................................................................................
............................................................................................................................................................

3. ส่ิงท่ฉี นั จะทาํ ใหด ีขนึ้ ในการเรยี นหนว ยตอไป (อาจตอบไดม ากกวา ๑ อยาง)

 ……………………………………………......................................................................................................
..............................................................................................................................................................
 ……………………………………………....................................................................................................
............................................................................................................................................................

478 คูมือครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

บันทกึ การเรียนรู (Learning logs)

ช่อื : ____________________ สกลุ : ___________________วนั ____ เดอื น___________ พ.ศ. _____

ส่งิ หน่ึงทฉี่ ันไดเรยี นรจู ากการเรียนวชิ านี้ในครึ่งภาคเรยี น คือ ...............................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................

ฉนั นา จะเรยี นรไู ดด กี วานห้ี าก ............................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................

สิง่ ท่ฉี ันอยากจะบอกคุณครู คือ ..........................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
ส่งิ ทีฉ่ นั ควรปรับปรงุ ตวั เองใหดขี ึน้ คอื ...............................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................

ปญหาในการเรยี นของฉนั คือ ...........................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................

หนว ยการเรียนรูท่ี 4 เร่อื ง สทิ ธเิ ดก็ ไทย 479

หนวยการเรยี นรูท่ี 4
สทิ ธิเด็กไทย

480 คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4

ช่ือหนวยการเรียนรู เร่ือง สทิ ธิเดก็ ไทย

รหสั วิชา ส๑๖๑๐๑ รายวิชาสังคมศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 8 ช่ัวโมง

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ช้ีวัด
สาระท่ี 2 หนา ท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดําเนินชีวติ ในสังคม
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรักษา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยาง
สนั ติสุข
ตวั ชี้วัด ป.6/1 ปฏบิ ัตติ ามกฎหมายท่เี กย่ี วของกับชีวติ ประจําวันของครอบครวั และชุมชน

๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
กฎหมายเปนขอบังคับ กติกาของรัฐกําหนดข้ึนเพ่ือใชบังคับควบคุมความประพฤติของบุคคลในสังคม

ใหป ฏิบัตติ ามเพื่อความสงบสขุ ของสังคมสว นรวม

๓. สาระการเรยี นรู
ความรู
๑. ความหมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
๒. กฎหมายจราจร
๓. กฎหมายทะเบยี นราษฎร
๔. กฎหมายสารเสพตดิ ใหโ ทษ
๕. กฎหมายทอ งถนิ่
6. กฎหมายสมรสและการหมัน้
7. กฎหมายมรดกและพินัยกรรม
8. กฎหมายบัตรประจาํ ตวั ประชาชนและกฎหมายทหาร
ทักษะ/กระบวนการ
๑. วเิ คราะหประโยชนของการปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายทะเบยี นราษฎรได
๒. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเพื่อใหครอบครวั ปลอดจากสารเสพตดิ ใหโทษได
๓. ปฏบิ ัติตนตามขอบญั ญตั ขิ ององคการบริหารสวนจงั หวดั องคการบรหิ ารสวนตาํ บลและเทศบญั ญตั ิ
เจตคติ
ช่นื ชมผปู ฏิบตั ิตนตามกฎหมายไดถ ูกตอ ง

๔. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ

หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เรอื่ ง สทิ ธิเดก็ ไทย 481

๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชช ีวิต
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

๕. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. มีวินยั
๒. ใฝเรียนรู
๓. มงุ ม่ันในการทํางาน

๖. การประเมินผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
1. สมุดเลม เลก็ เกีย่ วกฎหมายในชีวติ ประจําวนั
2. ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง ความหมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
3. ใบงานท่ี 2 เรื่อง กฎหมายจราจร
4. ใบงานที่ 3 เรื่อง กฎหมายทะเบยี นราษฎร
5. ใบงานที่ 4 เรือง เรือ่ งกฎหมายสารเสพตดิ ใหโทษ
6. ใบงานที่ 5 เรอื ง กฎหมายทอ งถน่ิ
7. ใบงานที่ 6 เรอื ง กฎหมายมรดกและพินยั กรรม
8. ใบงานท่ี 7 เรอื ง กฎหมายเกย่ี วกับบตั รประจําตัวประชาชนและการรับราชการทหาร

482 คมู ือครูและแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

เกณฑก ารประเมินชน้ิ งานสมุดเลม เลก็ เก่ียวกฎหมายในชวี ิตประจาํ วนั

ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ

การประเมิน ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง)

๑. การบรรยาย บรรยายเก่ียวกบั บรรยายเกีย่ วกบั บรรยายเกย่ี วกบั บรรยายเกี่ยวกบั

จดุ ประสงค จดุ ประสงคใน จุดประสงคใน จุดประสงคใ น จดุ ประสงคใน

การสรา งสรรค การสรางสรรค การสรางสรรค การสรางสรรค

ผลงานไดถูกตอง ผลงานไดถ ูกตอง ผลงานไดถ กู ตอง ผลงานไดถ กู ตอ ง

ชดั เจน เปนสว นใหญ เปน บางสวน เพียงสวนนอ ย

๒. รปู แบบ สวยงาม มคี วามคดิ สวยงาม มีความคดิ สวยงาม มคี วามคดิ สวยงาม มีความคิด

สรา งสรรคด มี าก สรางสรรคดี ทาํ งาน สรางสรรคพ อใช สรางสรรคควร

ทํางานสะอาด สะอาดเรียบรอยดี ทาํ งานสะอาด ปรบั ปรุง ทาํ งาน

เรียบรอยดีมาก เรยี บรอยพอใช สะอาดเรยี บรอย

ควรปรับปรงุ

๓. เน้ือหา เขียนเน้ือหาได เขยี นเน้ือหาได เขยี นเนอ้ื หาได เขียนเน้ือหาไม

ชดั เจนถกู ตองดมี าก ชดั เจนถูกตอ งดี ชดั เจนถูกตองพอใช ถูกตอ งพอใช ภาพ

ภาพกับเน้ือหา ภาพกบั เนอื้ หา ภาพกับเนื้อหา กบั เน้ือหาไม

สอดคลองกันดีมาก สอดคลองกันดี สอดคลองพอใช สอดคลอ งกนั

๔. การนําเสนอ นําเสนอผลงาน นาํ เสนอผลงาน นาํ เสนอผลงาน นําเสนอผลงาน

เน้ือหาถกู ตอ ง เนื้อหาถูกตอง เนื้อหาไมส มบรู ณ เนอ้ื หาไมถกู ตอ ง

ชดั เจนครบถว น ชดั เจนครบถว น สรางสรรคงานดี ภาษาไมถูกตองอยู

สรางสรรคง านดี สรางสรรคงานดี มาก ภาษาไม ในระดับปรับปรุง

มาก ภาษาถูกตอง ภาษาถูกตอ งอยูใน ถกู ตองอยใู นระดบั

อยใู นระดับดมี าก ระดบั ดี พอใช

๕. ความตรงตอ สงงานครบถว นตรง สงงานครบถว นชา สง งานครบถวนชา สง งานครบถว นตรง

เวลา ตามเวลาท่ีกาํ หนด กวา ตามเวลาท่ี กวาตามเวลาท่ี ตามเวลาทีก่ ําหนด

กาํ หนด ๑-๒ วนั กําหนด ๓-๔ วนั ๕ วันขน้ึ ไป

เกณฑการตัดสิน
คะแนน ๑๖-๒๐ หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๑1-๑๕ หมายถึง ดี
คะแนน 6-๑0 หมายถึง พอใช
คะแนน 1-5 หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑการผาน ตงั้ แตร ะดับ พอใช

หนวยการเรยี นรูที่ 4 เร่อื ง สิทธิเด็กไทย 483

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง ความหมายและความสําคญั ของกฎหมาย

หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 เรอื่ ง สทิ ธเิ ด็กไทย เวลา ๑ ช่ัวโมง

กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธํารงรักษา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอยาง
สนั ติสขุ

ตวั ชี้วดั ป.6/1 ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายท่เี ก่ียวขอ งกับชวี ติ ประจําวนั ของครอบครวั และชุมชน

๒. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
กฎหมายเปนขอบงั คบั ใหสมาชิกในสงั คมปฏบิ ัติ หรอื ละเวน การปฏิบตั ิ ซ่ึงการปฏิบัตติ นตามบทบัญญัติ

ของกฎหมายจราจร กฎหมายยาเสพติดใหโทษ กฎหมายทะเบียนราษฎร เทศบัญญัติ ขอบัญญัติ อบต. อบจ.
ยอ มเปนสิง่ สําคญั ประการหน่งึ ทส่ี งผลใหสามารถอยรู ว มกันในสงั คมดวยความสงบเรียบรอย

๓. จุดประสงค
3.1 ความรู
- อธบิ ายความหมายของกฎหมายได
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ
- วิเคราะหความสําคัญของกฎหมายได
3.3 เจตคติ
- เหน็ ความสาํ คญั ของการปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย

๔. สาระการเรยี นรู
ความหมายและความสําคญั ของกฎหมาย

๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. มีวินยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มุงมนั่ ในการทาํ งาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู

484 คมู

การจดั การเรียนรู ช้นั
แผนจดั การเรยี นรทู ่ี ๑ เรื่อง ความห

รายวิชาสังคมศกึ ษา

ลาํ ดบั ท่ี จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ขั้นตอนการ เวลา
๑. จดั การเรียนรู ที่ใช กิจกรรม

ขน้ั นาํ ๑๐ ๑. ครรู วมสนทน
นาที นักเรยี น ดังน้ี

- เหตุผลทมี่ นษุ ย
รว มกันเปนสังคม
- เมือ่ อยรู วมกนั เ
โอกาสท่ีจะมีควา
ยอมจะเกิดขึน้ ได
มนุษยจะมวี ิธแี ก

๒. ครูนาํ ภาพคน
มอเตอรไ ซคไมส
กนั น็อก ใหนกั เร
รวมสนทนากับน
ดังน้ี
-จากภาพดังกลา
กระทาํ ในภาพใด

มอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
หมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
า จํานวน ๑ ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรียนรู สือ่ การเรียนรู การประเมนิ
การเรียนรู
มครู กิจกรรมนกั เรยี น - สอื่
PowerPoint - แบบประเมนิ
นากบั ๑. นกั เรียนรวมสนทนากับ การสงั เกต
ครู พฤติกรรมนักเรยี น
ยต อ งอยู (มนุษยเ ปนสตั วส งั คม มีการ รายบคุ คล
ม ชวยเหลอื กนั ตอ งมกี ฎ
เปนสังคม ขอ ตกลง)
ามขดั แยง
ด
กไขอยา งไร

นข่ี ๒. นกั เรียนดภู าพคนขี่ - ภาพคนข่ี
สวมหมวก มอเตอรไซคไมส วมหมวกกนั มอเตอรไ ซคไม
รยี นดแู ละ น็อก สวมหมวกกนั น็อก
นักเรียน
(ผดิ กระทาํ ไมได)
าว การ (สงิ่ ทใ่ี ชใ นการตดั สินวาผดิ
ดเปน หรอื ไมผ ิด คือกฎหมาย)

หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เรอื่ ง สทิ ธิเดก็ ไทย

ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงคก ารเรียนรู ขน้ั ตอนการ เวลา
จดั การเรียนรู ท่ใี ช กิจกรรม
2. 1. อธิบายความหมาย
ของกฎหมายได ขนั้ สอน การกระทําท่ีไมถ
ขนั้ ปฏบิ ตั ิ หรือไมส ามารถก
3. 2. วเิ คราะหความสาํ คัญ ไดในสงั คม
ของกฎหมาย - นักเรยี นคดิ วา ส
3. เห็นความสาํ คัญของ ในการตัดสินวา ก
การปฏิบัตติ นตาม ตาง ๆ เหลาน้ีส
กฎหมาย ไดห รือไมไ ดใ นส
๒๐ ๓. ครูอภิปรายค
นาที ของกฎหมายแล
กฎหมายกบั นกั เ
๑๐ ๔. ครูใหนกั เรยี น
นาที ชว ยกนั ศึกษาคว
ของกฎหมายจา
ที่ 1 เรอ่ื งความส
กฎหมาย

๕. ครูใหนกั เรยี น
ท่ี 1 เรอ่ื ง ความ
กฎหมาย

แผนการจดั การเรยี นรู สื่อการเรยี นรู 485

มครู กิจกรรมนกั เรยี น การประเมิน
การเรยี นรู
ถกู ตอง
กระทาํ

สิ่งใดทใ่ี ช - สอื่
การกระทํา PowerPoint
สามารถทํา
สงั คม - ใบความรทู ี่ 1
เรอ่ื ง ความสาํ คัญ
ความหมาย ๓. นักเรยี นรว มอภปิ รายกับ ของกฎหมาย
ละประเภท ครู
เรียน

นจบั กลมุ ๔. นักเรียนจบั กลมุ คึกษา
วามสําคัญ ความสาํ คญั ของกฎหมาย
ากใบความรู จากใบความรูท่ี 1 เรอื่ ง
สําคญั ของ ความสําคัญของกฎหมาย

นทาํ ใบงาน ๕. นักเรียนทําใบงานที่ 1 - ใบงานที่ 1 เร่อื ง
มสําคัญของ เร่อื ง ความสาํ คญั ของ ความสาํ คญั ของ
กฎหมาย
กฎหมาย

486 คูม

ลําดบั ที่ จดุ ประสงคก ารเรียนรู ขนั้ ตอนการ เวลา
4. จัดการเรยี นรู ทีใ่ ช กจิ กรรม

ข้ันสรปุ ๑๐ ๖. ครูใหน กั เรยี น
นาที นาํ เสนอ โดยวิธีก

๗. ครูใหน กั เรยี น
ความสาํ คญั ของ

มือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แผนการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู การประเมนิ
การเรียนรู
มครู กจิ กรรมนกั เรยี น - ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง
ความสาํ คัญของ
นออกมา ๖. นกั เรียนออกมานําเสนอ กฎหมาย
การสุม ผลงานตวั เอง

นสรุปเร่อื ง ๗. นักเรยี นสรปุ บทเรียน
งกฎหมาย (กฎหมายมคี วามสําคัญเปน
อยา งยง่ิ ตอสงั คม เพราะ
กฎหมายทําใหเ กิดความ
สงบเรยี บรอยในบานเมือง
ทําใหป ระชาชนรจู ักหนาที่
ของตนตามกฎหมาย)

หนวยการเรยี นรูท ี่ 4 เร่อื ง สิทธเิ ด็กไทย 487

๘. สอ่ื การเรียนรู/แหลงการเรยี นรู
๑. ภาพคนข่มี อเตอรไซคไมส วมหมวกกันน็อก
๒. PowerPoint
๓. ใบความรูท่ี 1 เร่ือง ความสําคัญของกฎหมาย

๙. การประเมนิ ผลรวบยอด

สิ่งทต่ี อ งการวดั /ประเมิน วิธีการ เครอื่ งมือทใี่ ช เกณฑ

ดานความรู - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมิน ผา นเกณฑรอยละ ๖๐
ดา นทกั ษะกระบวนการ
นักเรยี นรายบคุ คล พฤติกรรมนักเรยี น

- การตอบคาํ ถาม รายบคุ คล

- ตรวจใบงานท่ี 1 เรื่อง - ใบงานที่ 1 เรื่อง ผา นเกณฑร อ ยละ ๖๐

ความสําคญั ของกฎหมาย ความสาํ คญั ของกฎหมาย

ดา นเจตคติ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน ผานเกณฑประเมินระดบั
นักเรียนรายบคุ คล พฤตกิ รรมนกั เรียน คณุ ภาพพอใชขนึ้ ไป
- การตอบคาํ ถาม รายบุคคล

สมรรถนะสาํ คญั ของ - ประเมนิ ความสามารถ - แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา นเกณฑป ระเมินระดับ
ผูเรียน ในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ สําคญั ของผูเรยี น คณุ ภาพพอใชขนึ้ ไป
คณุ ลักษณะอนั พึง ความสามารถใน
ประสงค การแกป ญหา - แบบประเมิน ผานเกณฑประเมินระดบั
คณุ ลกั ษณะ คุณภาพพอใชข้นึ ไป
- ประเมิน ความมีวินยั อนั พึงประสงค
ใฝเรียนรู และมุงมั่นใน
การทํางาน

488 คูมือครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ความสําเรจ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอจํากดั การใชแ ผนการจดั การเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................ผูสอน
(..........................................................)

วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๑๑. ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบ รหิ ารหรอื ผูท่ไี ดร ับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...................................................... ผูตรวจ
(..........................................................)

วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .......

หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 เรื่อง สิทธเิ ด็กไทย 489

ใบความรทู ่ี 1 เรื่อง ความสาํ คญั ของกฎหมาย
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่ือง สทิ ธเิ ดก็ ไทย

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เร่ือง ความหมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖

ความสาํ คญั ของกฎหมาย

1. กฎหมายสรางความเปนระเบียบเรัยบรอยแกสังคมและประเทศชาติ เมื่อทุกคนรูและปฏิบัติ
ตามกฎหมายอยางถูกตองแลวยอมไมเกิดปญหาและขอพิพาทระหวางกัน สังคมยอมเปนระเบียบและมี
ความสขุ อนั จะเปน ผลดตี อประเทศสืบตอไป

2. การบริหารราชการแผนดินและการปกครองบานเมืองเปนไปดวยความเรียบรอย ประเทศใด
ประชาชนสวนใหญเขาใจและปฏิบัติตามกฎหมายอยางเครงครัดก็จะทําใหการบริหารประเทศเปนไปดวยดี
และมสี ว นทําใหมีการพฒั นาเปนไปอยา งรวดเรว็ ดังตัวอยา งเชน เมื่อประชาชนมคี วามรูเ ก่ยี วกับสทิ ธิหนาที่ของ
ตนท่ีมีตอประเทศชาติก็จะสามารถปฏิบัติหนาที่ของตนไดอยางครบถวน เชน หนาท่ีในการปองกันประเทศ
หนาท่ใี นการเสยี ภาษี หนาทีใ่ นการเปน ทหารรับใชช าติ เปน ตน

3. สังคมจะสงบสุขเม่ือทุกคนปฏิบัติติตามกฎหมายและรูวาตนมีสิทธิของตนอยูเพียงไร ไมไป
ลวงล้ําสิทธิของผูอ่ืน ถาทุกคนปฏิบัติตามขอบเขตของกฎหมาย ก็จะไมการทะเลาะวิวาทกัน เชน ทุกคนมีสิทธิ
เสรีภาพในการพูด การเขียน แตตองปฏิบัติตนอยูในขอบเขต ไมดูหมินเหยียดหยามผูอ่ืนเพราะอาจทําใหเกิด
การกระทบกระทง่ั กันได

4. กฎหมายสรางความเทาเทียมในความเปนมนุษย เพราะกฎหมายจะมีขอบังคับแกทุกคน
ดังนั้นไมวา ใครก็ตามท่ีประพฤติผิดกฎหมาย หรือถูกผูอื่นเอาเปรียบ ไมวาบุคคลน้ันจะมีฐานะร่ํารวย ฐานะ
ยากจน หรือเปนผูที่มีตําแหนงหนาที่การงานระดับสูงเพียงใดก็ตามไมสามารถที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายได ตอง
รับโทษตามความผดิ

5. กฎหมายเปนกฎเกณฑที่สําคัญ เพื่อกอใหเกิดความยุติธรรมในกรณีที่เกิดการกระทบกระท่ัง
กันข้ึน มีการฟองรองคดีกัน เพื่อขอความยุติธรรมจากศาล ศาลก็ตองตัดสินโดยยึดตัวบทกฎหมายเปนหลักใน
การพิจารณาคดี เพ่อื ใหทกุ คนไดรบั ความยตุ ิธรรมเทาเทยี มกัน

490 คูมือครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี 1 (สงั คมศึกษา ป.6)

ใบงานที่ 1 เรือ่ ง ความสาํ คัญของกฎหมาย

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เรือ่ ง สทิ ธเิ ดก็ ไทย
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เร่อื ง ความหมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
รายวิชาสงั คมศึกษา รหสั วชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
คําช้แี จง ใหนกั เรียนเขียนแผนผงั ความคิดเกีย่ วกบั ความสําคัญของกฎหมาย

ความสาํ คญั ของกฎหมาย

ชอ่ื -นามสกุล………………………………………………………..…………………………………..ช้นั ……………..เลขท่ี ……………..

หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 เร่อื ง สิทธิเด็กไทย 491

เฉลยใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง ความสําคญั ของกฎหมาย

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรือ่ ง สทิ ธเิ ดก็ ไทย
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑ เรอื่ ง ความหมายและความสาํ คญั ของกฎหมาย
รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖

คาํ ช้แี จง ใหนกั เรยี นเขยี นแผนผังความคิดเกย่ี วกับความสําคญั ของกฎหมาย

ความสาํ คญั ของกฎหมาย
(คาํ ตอบของนักเรยี น ตามดลุ พนิ จิ ของครู)

492 คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 1 (สงั คมศกึ ษา ป.6)

แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖

สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู วนั ที่.......................เดือน..........................................พ.ศ..................................

เกณฑก ารใหค ะแนน

ลาํ ดบั ที่ ชือ่ –สกลุ ความต้ังใจ รวม ระดบั
ในการเรียน (4) (16) คณุ ภาพ

ความสนใจ
และการซักถาม (4)
การตอบ ํคาถาม (4)

ีม สวนรวม
ในกิจกรรม (4)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ลงชอื่ ................................................................ผปู ระเมิน

...................../..................../...................

เกณฑก ารใหค ะแนนดงั ตารางแนบทา ย
เกณฑก ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียนรายบคุ คล ดังน้ี

ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑการสรปุ ผลการประเมิน
13-16 ดีมาก นกั เรียนทีไ่ ดร ะดับคุณภาพพอใชข ึ้นไป ถอื วา ผา น
9-12 ดี
5-8 พอใช
1-4 ปรับปรงุ

หนวยการเรียนรทู ่ี 4 เร่ือง สิทธิเดก็ ไทย 493
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล (Rubric)

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก ารใหค ะแนน
ดี (3) พอใช (2) ตองปรบั ปรงุ (1)
ดมี าก (4)

1. ความตั้งใจใน สนใจในการเรียน สนใจในการเรยี น สนใจในการเรยี น ไมสนใจใน
การเรียน
ไมคุยหรอื เลน กัน คยุ กนั เลก็ นอ ย คุยกันและเลน กนั การเรยี น คุยและ
2. ความสนใจและ
การซักถาม ในขณะเรยี น ในขณะเรียน ในขณะเรียนเปน เลน กนั ในขณะ

3. การตอบคาํ ถาม บางครั้ง เรยี น

4. มีสว นรวมใน มีการถามในหวั ขอ มกี ารถามในหวั ขอ มีการถามในหวั ขอ ไมถ ามในหวั ขอ ที่
กิจกรรม
ท่ตี นไมเ ขาใจทกุ ที่ตนไมเ ขา ใจเปน ที่ตนไมเขา ใจเปน ตนไมเ ขา ใจและไม

เร่ืองและกลา สว นมากและกลา บางครงั้ และไม กลา แสดงออก

แสดงออก แสดงออก คอยกลาแสดงออก

รว มตอบคําถามใน รวมตอบคาํ ถามใน รว มตอบคําถามใน ไมต อบคําถาม

เร่อื งทค่ี รถู ามและ เรอื่ งทคี่ รถู ามและ เร่อื งทค่ี รถู ามเปน

ตอบคําถามถกู ทกุ ตอบคําถาม บางครัง้ และตอบ

ขอ สว นมากถูก คําถามถูกเปน

บางครั้ง

รวมมือและ รว มมือและ รวมมอื และ ไมมคี วามรวมมือ

ชว ยเหลือเพ่อื นใน ชวยเหลอื เพอื่ น ชว ยเหลือเพ่ือนใน ในขณะทาํ

การทาํ กจิ กรรม เปน สวนใหญใ น การทํากจิ กรรม กิจกรรม

การทํากจิ กรรม เปน บางครั้ง


Click to View FlipBook Version