คำนำ
ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการ ไดป้ ระกาศใช้มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้
สถานศึกษานำไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา วางแผนการจัดการเรียนการสอน
และจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม
เป้าหมายของหลักสตู ร ตลอดจนใหเ้ กิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ดังนัน้ ข้ันตอนการ
นำหลักสูตรสถานศึกษาไปปฏบิ ตั ิจริงในช้นั เรียนของครูผ้สู อน จึงจดั เปน็ หัวใจสำคญั ในการพฒั นาผู้เรียน
ข้าพเจ้าจึงได้จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาพื้นฐานสงั คมศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ขนึ้ โดยศึกษาแหล่งอ้างอิงจากแผนฯ ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด เพ่ือใช้เป็นแนวทางวางแผน
จัดการเรียนรู้แก่ผูเ้ รียน โดยจัดทำเป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้โดยเน้น
กิจกรรมแบบ Active Learning อันจะช่วยให้ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพ
การศึกษา สามารถมั่นใจในผลการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนท่ีมีหลักฐานตรวจสอบผลการเรียนรู้อย่าง
เปน็ ระบบ โดยออกแบบการเรียนรู้ (Instructional Design) ตามหลักการสำคัญ คอื
1. หลกั การจดั การเรียนรูอ้ ิงมาตรฐาน
หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย จะกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้เป็นเป้าหมายใน
การจดั การเรยี นการสอน ผู้สอนจะตอ้ งศึกษาและวิเคราะหร์ ายละเอียดของมาตรฐานตัวชี้วดั ทุกขอ้ ว่า ระบุ
ใหผ้ ู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั เรอ่ื งอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิบตั ิอะไรได้บา้ ง และผลการ
เรยี นรู้ทเ่ี กิดข้นึ กบั ผู้เรียนตามมาตรฐานตัวชี้วัดน้จี ะนำไปสู่การเสรมิ สร้างสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ดา้ นใดแก่ผเู้ รยี น
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั ผูเ้ รยี นรูอ้ ะไร
นำไปสู่ ผูเ้ รยี นทำอะไรได้
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
2. หลกั การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ทู เ่ี น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ
เมื่อผู้สอนวิเคราะห์รายละเอยี ดของมาตรฐานตัวชี้วัดและได้กำหนดเป้าหมายการจัดการเรียน
การสอนเรียบรอ้ ยแล้ว จึงกำหนดขอบขา่ ยสาระการเรียนรู้และแนวทางการจดั การเรียนการสอนใหผ้ ู้เรยี น
ลงมือปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนของกิจกรรมการเรยี นรู้ทอ่ี อกแบบไวจ้ นบรรลตุ วั ชีว้ ดั ทุกข้อ
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั เป้ำหมำย หลกั การจดั การเรยี นรู้
กำรเรียนรู้ เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และกำร สนองควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งบคุ คล
เนน้ พฒั นำกำรทำงสมอง
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฒั นำ กระตนุ้ กำรคดิ
ของผเู้ รยี น คณุ ภำพ เน้นควำมรคู้ คู่ ณุ ธรรม
ของผ้เู รียน
3. หลกั การบรู ณาการกระบวนการเรยี นร้สู มู่ าตรฐานตัวชีว้ ัด
เมื่อผู้สอนกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้ และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้
แล้ว จึงกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ท่ีจะฝึกฝนผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
บรรลุผลตามมาตรฐานตัวช้ีวัด โดยเลือกใช้กระบวนการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนร้ทู ่ีเป็น
เป้าหมายในหน่วยน้ันๆ เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์
จริง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
กระบวนการทางสังคม ฯลฯ กระบวนการเรียนรู้ที่มอบหมายให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัตินั้นจะต้องนำไปสู่การ
เสริมสร้างสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามสาระการเรียนรทู้ ่ีกำหนดไว้ใน
แตล่ ะหนว่ ยการเรียนรู้
4. หลักการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยผู้สอนต้องกำหนด
ขนั้ ตอนและวิธีปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือฝึกฝนและฝึกปฏิบัติมากท่ีสุด ตามแนวคิดและ
วธิ ีการสำคัญ คอื
1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญาท่ีผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองคิดและทำความ
เข้าใจในส่ิงตา่ งๆ ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ด้วย
ตนเอง และสามารถนำเสนอผลงาน แสดงองค์ความรูท้ ี่เกิดขึ้นในแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้ได้
2) การสอน เป็นการเลือกวิธีการหรือกิจกรรมที่เหมาะสมกับการเรียนรใู้ นหน่วยนั้นๆ และที่
สำคัญ คือต้องเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับสภาพผู้เรียน ผู้สอนจึงต้องเลือกใช้วิธีการสอน
เทคนิคการสอน และรูปแบบการสอนอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม
การเรยี นรไู้ ดอ้ ย่างราบรน่ื จนบรรลตุ วั ช้วี ัดทุกข้อ
3) รูปแบบการสอน ควรเป็นวิธีการและขั้นตอนฝึกปฏิบัติท่ีส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้เรียน
สามารถคิดอย่างเปน็ ระบบ เช่น กระบวนการทางภูมิศาสตร์ รูปแบบการสอนตามวัฏจักร
การสร้างความรู้แบบ 5E รูปแบบการสอนโดยใช้การคิดแบบโยนิโสมนสิการ รูปแบบการ
สอนแบบ CIPPA Model รูปแบบ การเรียน การสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้แบบ 4MAT
รปู แบบการเรียนการสอนแบบร่วมมือเทคนคิ JIGSAW, STAD, TAI, TGT เป็นตน้
4) วิธีการสอน ควรเลือกใช้วิธีการสอนท่ีสอดคล้องกับเนื้อหาของบทเรียน ความถนัด ความ
สนใจ และสภาพปัญหาของผู้เรียน วิธีสอนท่ีดีจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุผลการเรียนรู้ตาม
ตัวช้ีวัดในระดับผลสัมฤทธิ์ที่สูง เช่น วิธีการสอนแบบบรรยาย การสาธิต การทดลอง การ
อภิปรายกลุ่มย่อย การแสดงบทบาทสมมุติ การใช้กรณีตวั อย่าง การใช้สถานการณ์จำลอง
การใช้ศนู ย์การเรยี น การใช้บทเรยี นแบบโปรแกรม เป็นตน้
5) เทคนิคการสอน ควรเลือกใชเ้ ทคนิคการสอนท่สี อดคล้องกบั วิธีการสอน และช่วยใหผ้ ู้เรยี น
เข้าใจเนือ้ หาในบทเรยี นได้ง่ายข้นึ สามารถกระตุ้นความสนใจและจงู ใจใหผ้ ้เู รยี นร่วมปฏิบัติ
กิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เทคนิคการใช้ผังก ราฟิก (Graphic
Organizers) เทคนิคการใช้คำถาม เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม การใช้ตัวอย่าง
กระตุ้นความคดิ การใช้ส่ือการเรยี นรทู้ น่ี ่าสนใจ เป็นตน้
6) สื่อการเรยี นการสอน ควรเลือกใช้สื่อหลากหลายกระตุ้นความสนใจ และทำความกระจ่าง
ในเนื้อหาสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
บรรลุตัวชี้วัดอย่างราบรื่น เช่น ส่ือสิ่งพิมพ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวีดิทัศน์ แผ่น
สไลด์ คอมพิวเตอร์ VCD LCD Visualizer เป็นต้น ควรเตรียมส่ือให้ครอบคลุมท้ังสื่อการ
สอนของครแู ละสือ่ การเรยี นรูข้ องผเู้ รียน
5. หลักการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบย้อนกลบั ตรวจสอบ
เมื่อผู้สอนวางแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้ รวมถึงกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้
เรียบร้อยแล้วจึงนำเทคนิควิธีการสอน วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และส่ือการเรียนรู้ไปลงมือจัดการเรียน
การสอน ซึ่งจะนำผู้เรียนไปสู่การสร้างชนิ้ งานหรือภาระงาน เกิดทักษะกระบวนการและสมรรถนะสำคัญ
ตามธรรมชาติวิชา รวมท้ังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีเป็น
เปา้ หมายของหนว่ ยการเรียนรู้ ตามลำดบั ขั้นตอนการเรียนรู้ทก่ี ำหนดไว้ ดงั น้ี
จำกเป้ำหมำยและหลกั ฐำน เป้ำหมำยกำรเรียนร้ขู องหน่วย
คิดยอ้ นกลบั สจู่ ดุ เร่ิมต้น
ของกิจกรรมกำรเรียนรู้ หลกั ฐานชน้ิ งาน/ภาระงาน
แสดงผลการเรยี นรูข้ องหน่วย
4. กจิ กรรม คาถามชวนคดิ
3. กจิ กรรม คาถามชวนคดิ
2. กจิ กรรม คาถามชวนคดิ จำกกิจกรรมกำรเรียนรู้
1. กจิ กรรม คาถามชวนคดิ ทีละขนั้ บนั ไดสู่หลกั ฐำน
และเป้ำหมำยกำรเรียนรู้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ
จริงแล้ว จะต้องฝึกฝนกระบวนการคิดทุกข้ันตอน โดยใช้เทคนิคการต้ังคำถามกระตุ้นความคิด และใช้
ระดับคำถามให้สัมพันธ์กับเนื้อหาการเรียนรู้ต้ังแต่ระดับความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การ
วิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินคา่ นอกจากจะช่วยให้ผู้เรยี นเกดิ ความเข้าใจบทเรยี นอย่างลึกซ้ึง
แล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการทดสอบระดับชาติท่ีเน้นกระบวนการคิดระดับวิเคราะห์
สังเคราะห์ด้วย ในแต่ละแผนการเรียนรู้จึงมีการระบุคำถามเพ่ือกระตุ้นความคิดของผู้เรียนไว้ด้วยทุก
กิจกรรม
ทั้งนี้การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยจะครอบคลุมกิจกรรมการเรียนรู้
และการประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ด้านทักษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ (A) ตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชี้วัด สาระภูมิศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) กล่มุ สาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 พร้อมทั้งออกแบบเคร่ืองมือการวัดและประเมินผล รวมทั้งแบบบันทึกผลการเรียนรู้ด้านต่างๆ ไว้
ครบถ้วน สอดคลอ้ งกับมาตรฐานดา้ นคณุ ภาพผู้เรยี น และตวั บ่งชี้ท่ีตอ้ งรับการประเมินภายนอกจาก สมศ.
เชน่ แบบบันทึกผลด้านการคิดวิเคราะห์ ด้านการอา่ นและแสวงหาความรู้ ดา้ นสมรรถนะและคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ตามหลักสูตร เป็นต้น ผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้
ประกอบการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Reports) จึงมั่นใจอย่างย่ิงว่า การนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับน้ีไปเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน จะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนของนักเรียนให้สูงขึน้ ตามมาตรฐานการศกึ ษาและการประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษาทุกประการ
นายปฏิภาณ พ่งึ เกษม
สำรบญั
สรปุ หลักสตู รฯ ภูมศิ าสตร์ Geography หน้า
ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พเิ ศษ 1
คำอธบิ ายรายวิชา สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2 พเิ ศษ 5
พเิ ศษ 20
โครงสรา้ งรายวชิ า สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2 พิเศษ 21
Pedagogy วชิ า สังคมศกึ ษาฯ พเิ ศษ 24
พเิ ศษ 25
โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2 พเิ ศษ 34
องคป์ ระกอบของหนว่ ยการจัดการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
1
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนาของเรา 31
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรยี นรศู้ าสนา : พระพทุ ธศาสนาเปน็ เอกลกั ษณข์ องชาตไิ ทย 44
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรียนรศู้ าสนา : ศาสนาในประเทศไทย (พระพทุ ธศาสนา) 58
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เรียนรูศ้ าสนา : ศาสนาในประเทศไทย (ศาสนาอ่ืนๆ) 72
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 หลักธรรมนำความสขุ : การไมท่ ำความชวั่ 82
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 หลักธรรมนำความสุข : การทำความดี 96
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 หลักธรรมนำความสขุ : กตญั ญูและมงคล 38 108
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 หลักธรรมนำความสขุ : การทำจติ ใจใหผ้ อ่ งใสบริสุทธ์ิ 116
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 หลักธรรมนำความสขุ : ศรทั ธาในพระรตั นตรยั 125
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 หลักธรรมนำความสขุ : พทุ ธศาสนสภุ าษิต 138
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 เราทำความดี : แบบอยา่ งการทำความดี (ประวัตพิ ุทธสาวก) 149
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เราทำความดี : แบบอย่างการทำความดี (ชาดก) 161
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เราทำความดี : แบบอยา่ งการทำความดี (ชาวพทุ ธตวั อย่าง)
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13 เราทำความดี : การทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครวั 172
และบุคคลในโรงเรียน 185
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 14 ชาวพุทธทด่ี ี : การฝึกปฏิบัติตามมรรยาทชาวพทุ ธ 196
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 15 ชาวพทุ ธทด่ี ี : การปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรม และวนั สำคญั ทางศาสนา 207
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 16 ชาวพทุ ธท่ดี ี : การฝึกสตแิ ละสมาธิ
218
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 คนดีของชุมชน 240
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 กฎของการอยูร่ ว่ มกัน : ขอ้ ตกลงของครอบครัว
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 กฎของการอยรู่ ว่ มกนั : กฎระเบยี บในโรงเรียน 254
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 กฎของการอยรู่ ่วมกนั : กฎระเบียบในการใชส้ ถานทส่ี าธารณะ 267
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4 กฎของการอยรู่ ่วมกนั : หนา้ ท่ที ต่ี ้องปฎบิ ตั ใิ นชวี ิตประจำวัน 280
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 กฎของการอยู่ร่วมกนั : สทิ ธแิ ละเสรภี าพของตนเองและผู้อน่ื 290
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 กฎของการอยรู่ ่วมกัน : การยอมรบั ความแตกต่างของคนในสังคม 304
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7 เดก็ ดีมมี รรยาท : การแสดงความเคารพ 318
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 เด็กดมี มี รรยาท : การเดนิ การยนื การนง่ั การทักทาย และการพูด 327
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9 เด็กดมี ีมรรยาท : การแต่งกาย 337
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 10 ชมุ ชนของเรา : ชุมชนและการมีสว่ นร่วม 353
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 11 ชมุ ชนของเรา : การมสี ่วนร่วมในชมุ ชนของฉนั 368
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12 ชมุ ชนของเรา : ผู้มบี ทบาท อำนาจในการตัดสนิ ใจในโรงเรียน 381
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 13 ชมุ ชนของเรา : ผมู้ ีบทบาท อำนาจในการตัดสนิ ใจในชุมชน 393
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ 406
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 สินค้าและบรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม : ทรพั ยากรทีน่ ำมาผลติ สินค้า
และบริการในชีวิตประจำวนั 427
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 สินค้าและบรกิ ารกบั การใช้จ่ายอย่างเหมาะสม : ผลของการใชท้ รพั ยากร
ในการผลติ ท่ีหลากหลาย 448
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 สินคา้ และบรกิ ารกบั การใช้จ่ายอย่างเหมาะสม : การประกอบอาชพี ทีส่ จุ รติ
ของครอบครัว 464
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 สินค้าและบริการกบั การใชจ้ า่ ยอย่างเหมาะสม : รายรบั และรายจ่าย
ของครอบครวั และตนเอง 476
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 สินค้าและบริการกบั การใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม : การใชจ้ า่ ยท่ีเหมาะสม
และไม่เหมาะสม และผลดขี องการใช้จา่ ยที่เหมาะสม 488
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 สนิ คา้ และบริการกบั การใช้จ่ายอย่างเหมาะสม : การทำบญั ชี
รายรบั -รายจ่ายของตนเอง 512
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 สนิ ค้าและบริการกบั การใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม : การออมเงนิ 528
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 8 การแลกเปลี่ยนสนิ ค้าและบริการ : การแลกเปลีย่ นสนิ คา้ และบรกิ าร
โดยไม่ใช้เงนิ เป็นสื่อกลาง 543
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 การแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบริการ : การแลกเปล่ียนสนิ คา้ และบริการ
โดยใช้เงนิ เปน็ สื่อกลาง 556
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 การแลกเปลี่ยนสนิ คา้ และบริการ : ผู้ซอ้ื กับผขู้ าย 568
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 11 การแลกเปลี่ยนสนิ คา้ และบรกิ าร : ความสมั พนั ธร์ ะหว่างผซู้ ้อื กบั ผู้ขาย 582
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 รอบรู้ภูมศิ าสตร์ 598
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 ส่งิ แวดล้อมรอบตวั : สิ่งแวดล้อมซ่ึงปรากฏระหวา่ งบา้ นกบั โรงเรียน 617
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตัว : ความสำคญั ของสิง่ แวดลอ้ มต่อการดำเนินชวี ิต 630
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 สิ่งแวดล้อมรอบตวั : ทรัพยากรธรรมชาติ 642
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 สง่ิ แวดล้อมรอบตัว : การมีส่วนรว่ มจัดการส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรียน 656
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ : แผนผัง 676
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ : แผนที่ ลกู โลก และรูปถ่าย 688
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 ความสมั พันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ : ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก
ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ กบั ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 709
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 8 ความสัมพันธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์ : ความสมั พันธ์
ระหวา่ งฤดกู าลกบั การดำเนินชีวติ ของมนษุ ย์ 721
สรุปหลักสตู ร
ภูมศิ าสตร์
Geography
ปัจจุบันประเทศไทย และพื้นทตี่ ่าง ๆ ของโลกเกิดภาวะวกิ ฤตด้านกายภาพ ด้านส่ิงแวดล้อม และมีผลกระทบ
อย่างรุนแรงมากขึ้นเรือ่ ย ๆ นอกจากน้นั กระแสโลกาภวิ ัตน์ ความทันสมัยของวิทยาการและเครื่องมอื ทางภูมิศาสตร์ที่
เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มีมากขึ้น ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือการ
สร้างความย่ังยืน ซ่ึงการเรียนรู้เพียงสาระสำคัญของสาระภูมิศาสตร์ไม่เพียงพอต่อการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว และบางครั้งเกิดข้ึนโดยคาดการณ์ไม่ได้ ผู้เรียนจึงต้องมีทกั ษะ กระบวนการ และความสามารถทางภูมิศาสตร์
เพ่อื เปน็ เครอ่ื งมอื ในการเรยี นรู้ประกอบกนั ดงั นน้ั จึงจำเป็นทจ่ี ะตอ้ งมีการทบทวนและปรบั ปรงุ สาระภูมศิ าสตร์
สาระภูมิศาสตร์ ในกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ยังคงยึดหลักการ พัฒนาการเรียนรู้ตามธรรมชาติของกลุ่ม
สาระและพัฒนาการในการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน ซ่ึงได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีสอดคล้องกับระดับ
ความรู้ความสามารถของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศึกษา ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รียนรูจ้ ากส่ิงใกลต้ ัวไปไกลตวั
สาระภูมิศาสตร์ ช่วยให้ผู้เรยี นเข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับส่ิงแวดล้อมท่ี
ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วิถีการดำเนินชีวิต เพ่ือให้รู้เท่าทัน ปรับตัวตามการเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อม ตลอดจน
สามารถใช้ทักษะ กระบวนการ ความสามารถทางภูมิศาสตร์ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์จัดการทรัพยากรและ
ส่ิงแวดลอ้ มตามสาเหตุและปัจจยั อันจะนำไปสกู่ ารปรับใช้ในการดำเนนิ ชวี ติ *
* สรุปและลดทอนจาก สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ, ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลาง สาระภมู ิศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560), หนา้ 2.
พเิ ศษ 1
พเิ ศษ 2
พเิ ศษ 3
การเปรยี บเทียบมาตรฐานการเรยี นรู้ภมู ศิ าสตร์ ชั้น ป.2
มาตรฐาน 5.1
พ.ศ. 2551 ปรับปรุง พ.ศ. 2560
1. ระบสุ ง่ิ ตา่ งๆ ทเี่ ปน็ ธรรมชาตกิ บั ทมี่ นษุ ย์สร้างขึน้ 1. ระบุสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติกับทม่ี นุษยส์ รา้ งข้นึ
ซง่ึ ปรากฏระหว่างโรงเรยี นกบั บ้าน ซึ่งปรากฏระหว่างบา้ นกบั โรงเรยี น
2. ระบตุ ำแหน่งอยา่ งง่ายและลักษณะทางกายภาพของ 2. ระบุตำแหนง่ และลกั ษณะทางกายภาพของสง่ิ ต่างๆ
สิง่ ต่างๆ ที่ปรากฏในลูกโลก แผนท่ี แผนผงั และรูปถา่ ย ทปี่ รากฏในแผนผงั แผนที่ รปู ถ่าย และลกู โลก
3. อธิบายความสมั พันธข์ องปรากฏการณร์ ะหวา่ งโลก 3. สงั เกตและแสดงความสัมพันธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์ และดวงจนั ทร์ ทีท่ ำใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์
มาตรฐาน 5.2
พ.ศ. 2551 ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
1. อธิบายความสำคญั และคุณคา่ ของสงิ่ แวดล้อมทาง 1. อธิบายความสำคัญของสงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติและท่ี
ธรรมชาติและทางสงั คม มนุษยส์ ร้างขนึ้
2. แยกแยะและใชท้ รพั ยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ช้แลว้ ไมห่ มดไป และ 2. จำแนกและใชท้ รพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีใช้แล้วไมห่ มดไป
ทีใ่ ช้แลว้ หมดไปได้อย่างคุม้ คา่ ที่ใชแ้ ล้วหมดไป และสร้างทดแทนขนึ้ ใหมไ่ ดอ้ ย่างคุ้มคา่
3. อธบิ ายความสัมพันธ์ของฤดูกาลกับการดำเนินชีวิตของ 3. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างฤดูกาลกับการดำเนนิ ชีวิตของ
มนษุ ย์ มนุษย์
4. มสี ว่ นร่วมในการฟืน้ ฟู ปรบั ปรุงส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี นและ 4. มีส่วนรว่ มในการจดั การส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น
ชุมชน
พเิ ศษ 4
ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ ป.2
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนบั ถือและศาสนาอนื่ มีศรัทธาท่ถี ูกตอ้ ง ยึดมัน่ และ
ปฏิบัติตามหลกั ธรรมเพื่ออยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ติสขุ
ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 1. บอกความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ • พระพุทธศาสนาเปน็ เอกลักษณข์ องชาติไทย
2. สรปุ พทุ ธประวตั ติ ั้งแตป่ ระสตู ิจนถึงการออกผนวชหรือประวตั ิศาสดาทีต่ นนับถือ • สรุปพุทธประวัติ
ตามทีก่ ำหนด ประสูติ
- เหตุการณห์ ลงั ประสูติ - แรกนาขวัญ
- การอภเิ ษกสมรส - เทวทตู 4 - การศกึ ษา
- การออกผนวช
3. ชน่ื ชมและบอกแบบอย่างการดำเนินชวี ิตและข้อคิดจากประวัตสิ าวก ชาดก/ • พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา ⧫ สามเณรราหุล
เรอ่ื งเลา่ และศาสนิกชนตัวอยา่ งตามที่กำหนด
• ชาดก
วรุณชาดก วานรนิ ทชาดก
• ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง
สมเดจ็ พระญาณสงั วร (ศุข ไกเ่ ถือ่ น)
สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สวุ ฑฺฒโน)
4. บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลกั ธรรม • พระรตั นตรัย
โอวาท 3 ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามทกี่ ำหนด ⧫ ศรทั ธา
พิเศษ 5
ช้ัน ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
5. ชืน่ ชมการทำความดีของตนเอง บคุ คลในครอบครัวและในโรงเรยี นตามหลัก • โอวาท 3
ศาสนา
⧫ ไมท่ ำช่วั
- เบญจศีล
⧫ ทำความดี
- เบญจธรรม - หริ ิ-โอตตัปปะ
- สงั คหวัตถุ 4 - ฆราวาสธรรม 4
- กตญั ญกู ตเวทีต่อครู อาจารย์ และโรงเรยี น
- มงคล 38
กตญั ญู สงเคราะหญ์ าตพิ นี่ ้อง
ทำจิตให้บรสิ ุทธ์ิ (บริหารจติ และเจริญปญั ญา)
• พทุ ธศาสนสุภาษติ
• นิมติ ฺตํ สาธุรูปานํ กตญญฺ กตเวทติ า ความกตัญญกตเวทีเป็น
เครื่องหมาย ของคนดี
• พรฺ หฺมาติ มาตาปิตโร มารดาบิดาเป็นพรหมของบตุ ร
• ตัวอย่างการกระทำความดีของตนเองและบุคคลในครอบครวั และใน
โรงเรยี น (ตามสาระในข้อ 4)
พิเศษ 6
ชัน้ ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
6. เหน็ คณุ ค่าและสวดมนต์ แผเ่ มตตา มีสติท่เี ป็นพ้ืนฐานของสมาธใิ นพระพุทธ- • ฝึกสวดมนต์ไหว้พระและแผเ่ มตตา
ศาสนา หรอื การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถอื ตามทกี่ ำหนด รคู้ วามหมายและประโยชนข์ องสติและสมาธิ
ฝกึ สมาธเิ บื้องต้น
7. บอกชื่อศาสนา ศาสดา และความสำคญั ของคมั ภรี ข์ องศาสนาที่ตนนับถือและ ฝึกสติเบื้องต้นด้วยกิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ
ศาสนาอื่นๆ ฝกึ ใหม้ ีสมาธิในการฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน
• ชอื่ ศาสนา ศาสดา และคัมภรี ข์ องศาสนาตา่ ง ๆ
พระพทุ ธศาสนา
- ศาสดา : พระพทุ ธเจา้ - คมั ภีร์ : พระไตรปฎิ ก
ศาสนาอิสลาม
- ศาสดา : มฮุ ัมมัด - คัมภรี ์ : อลั กุรอาน
ครสิ ตศ์ าสนา
- ศาสดา : พระเยซู - คมั ภีร์ : ไบเบลิ
⧫ ศาสนาฮินดู
- ศาสดา : ไม่มศี าสดา
- คัมภรี ์ : พระเวท พราหมณะ อุปนิษัท อารัณยกะ
พิเศษ 7
สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเป็นศาสนิกชนทด่ี ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทตี่ นนับถือ
ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 1. ปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามทีก่ ำหนดไดถ้ กู ต้อง • การฝกึ ปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพุทธ
การพนมมอื ⧫ การไหว้ ⧫การกราบ
การน่งั
⧫ การยนื การเดิน
2. ปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรม และวันสำคัญทางศาสนาตามท่ีกำหนดได้ • การเข้าร่วมกจิ กรรมและพิธกี รรม ทีเ่ ก่ียวเน่อื งกบั วนั สำคญั ทาง
ถกู ต้อง พระพุทธศาสนา
ระเบยี บพิธกี ารบชู าพระรตั นตรยั ⧫ การทำบุญตกั บาตร
สาระที่ 2 หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ิตในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ัตติ นตามหน้าท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ีดีงามและธำรงรักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ิตอย่รู ่วมกันในสังคมไทย
และสงั คมโลกอย่างสันติสขุ
ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.2 1. ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บและหน้าท่ที ี่ตอ้ งปฏบิ ตั ิใน • ขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ หนา้ ทีท่ ่ีตอ้ งปฏบิ ัตใิ นครอบครัว โรงเรยี น
ชวี ติ ประจำวัน สถานท่ีสาธารณะ เช่น โรงภาพยนต์ โบราณสถาน ฯลฯ
พเิ ศษ 8
ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
2. ปฏบิ ัตติ นตนตามมารยาทไทย • กริ ยิ ามารยาทไทยเกย่ี วกบั การแสดงความเคารพ การยนื การเดนิ การนั่ง
การพดู การทกั ทาย การแตง่ กาย
3. แสดงพฤติกรรมในการยอมรับความคดิ ความเชอ่ื และการปฏบิ ัติของบุคคลอนื่ • การยอมรบั ความแตกตา่ งของคนในสงั คม ในเรือ่ งความคดิ ความเชอื่
ท่ีแตกต่างกันโดยปราศจากอคติ ความสามารถ และการปฏบิ ัติตนของบุคคลอื่นทีแ่ ตกตา่ งกนั เชน่
- บคุ คลย่อมมีความคิดที่มีเหตุผล
4. เคารพในสทิ ธิเสรภี าพของผู้อื่น - การปฏบิ ัติตนตามพิธีกรรมตามความเชื่อของบุคคล
- บุคคลย่อมมีความสามารถแตกต่างกนั
- ไม่พูดหรือแสดงอาการดูถกู รังเกยี จผอู้ ่นื ในเรอื่ งของรูปร่างหน้าตา
สีผม สีผิวทแี่ ตกตา่ งกนั
• สิทธิและเสรีภาพของตนเองและผูอ้ ืน่ เชน่
- เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- สิทธิและเสรภี าพในชีวติ และร่างกาย
- สทิ ธใิ นทรัพยส์ นิ
พเิ ศษ 9
สาระท่ี 2 หนา้ ท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไวซ้ ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์
ทรงเป็นประมุข
ช้นั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.2 1. อธิบายความสมั พันธ์ของตนเอง และสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็นส่วนหนงึ่ • ความสัมพันธข์ องตนเอง และสมาชิกในครอบครวั กับชุมชน เช่น การ
ของชมุ ชน ชว่ ยเหลือ กจิ กรรมของชมุ ชน
2. ระบผุ ู้มีบทบาท อำนาจในการตดั สินใจในโรงเรยี น และชมุ ชน • ผมู้ บี ทบาท อำนาจในการตัดสนิ ใจในโรงเรยี น และชมุ ชน เช่น ผูบ้ รหิ าร
สถานศกึ ษา ผู้นำท้องถนิ่ กำนัน ผใู้ หญบ่ ้าน
พเิ ศษ 10
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใชท้ รพั ยากรท่ีมีอย่จู ำกดั ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทงั้ เข้าใจ
หลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพือ่ การดำรงชีวิตอย่างมีดลุ ยภาพ
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.2 1. ระบทุ รพั ยากรท่นี ำมาผลติ สินคา้ และบรกิ ารที่ใช้ในชวี ิตประจำวัน • ทรัพยากรท่ีนำมาใช้ในการผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารที่ใช้ในครอบครวั และ
โรงเรยี น เช่น ดนิ สอ และกระดาษท่ีผลิตจากไม้ รวมทัง้ เคร่ืองจกั รและ
แรงงานการผลติ
• ผลของการใช้ทรพั ยากรในการผลติ ท่หี ลากหลายที่มีตอ่ ราคา คุณคา่ และ
ประโยชน์ของสินคา้ และบรกิ าร รวมท้งั สง่ิ แวดล้อม
2. บอกที่มาของรายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเองและครอบครวั • การประกอบอาชีพของครอบครวั
• การแสวงหารายได้ทสี่ จุ รติ และเหมาะสม
• รายได้และรายจา่ ยในภาพรวมของครอบครัว
• รายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเอง
3. บนั ทึกรายรับรายจา่ ยของตนเอง • วิธีการทำบัญชีรายรบั รายจ่ายของตนเองอย่างง่าย ๆ
4. สรปุ ผลดีของการใช้จ่ายท่ีเหมาะสมกับรายไดแ้ ละการออม • รายการของรายรบั ท่ีเปน็ รายได้ทีเ่ หมาะสม และไม่เหมาะสม
• รายการของรายจา่ ยทเ่ี หมาะสมและไมเ่ หมาะสม
• ท่ีมาของรายได้ที่สจุ ริต
พเิ ศษ 11
ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
• การใชจ้ า่ ยทีเ่ หมาะสม
• ผลดขี องการใช้จา่ ยท่เี หมาะสมกับรายได้
• การออมและผลดีของการออม
• การนำเงินทีเ่ หลอื มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การชว่ ยเหลือสาธารณกุศล
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ชัน้ ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 1. อธิบายการแลกเปลยี่ นสินค้าและบริการโดยวิธตี ่าง ๆ • ความหมายและความสำคญั ของการแลกเปล่ยี นสินคา้ และบรกิ าร
2. บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างผู้ซ้ือและผูข้ าย • ลักษณะของการแลกเปลี่ยนสนิ ค้าและบริการโดยไมใ่ ชเ้ งิน รวมทง้ั การ
แบง่ ปันการชว่ ยเหลอื
• ลกั ษณะการแลกเปล่ียนสนิ ค้าและบรกิ ารโดยการใช้เงนิ
• ความหมายและบทบาทของผู้ซอื้ และผู้ขาย ผ้ผู ลติ และผ้บู รโิ ภคพอสังเขป
• ความสมั พนั ธร์ ะหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการกำหนดราคาสนิ คา้ และบรกิ าร
• ความสัมพันธ์ระหวา่ งผู้ซ้อื และผู้ขายทำใหส้ ังคมสงบสขุ และประเทศ
ม่นั คง
พเิ ศษ 12
สาระที่ 4 ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ
อยา่ งเปน็ ระบบ
ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.2 1. ใช้คำระบเุ วลาทีแ่ สดงเหตุการณใ์ นอดตี ปัจจุบนั และอนาคต • คำที่แสดงชว่ งเวลาในอดีต ปจั จบุ นั และอนาคต เช่น วันนี้ เมอ่ื วานน้ี
พร่งุ นี้ เดือนน้ี เดือนหนา้ เดอื นกอ่ น
• วนั สำคัญทีป่ รากฏในปฏทิ ินทแ่ี สดงเหตุการณ์สำคัญในอดีตและปจั จุบัน
• ใชค้ ำบอกช่วงเวลา อดีต ปัจจบุ ัน อนาคต แสดงเหตุการณ์ได้
2. ลำดับเหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขน้ึ ในครอบครัวหรือในชวี ติ ของตนเองโดยใช้หลกั ฐาน • วิธีการสบื ค้นเหตกุ ารณ์ท่ีผา่ นมาแล้วที่เกิดข้นึ กบั ตนเองและครอบครวั
ที่เกยี่ วขอ้ ง โดยใช้ หลกั ฐานท่เี กยี่ วขอ้ ง เช่น ภาพถา่ ย สูติบัตร ทะเบียนบา้ น
• ใช้คำทบ่ี อกช่วงเวลาแสดงเหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ขนึ้ ในครอบครวั หรอื ในชีวติ
ตนเอง เช่น เดือนทีแ่ ล้วเกิดอะไรขนึ้ กบั ตัวเราหรือครอบครัว
• ใช้เสน้ เวลา (Time Line) ลำดบั เหตุการณ์ที่เกดิ ข้ึนได้
พิเศษ 13
สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถงึ ปัจจุบนั ในด้านความสมั พนั ธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตระหนกั ถึง
ความสำคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้น
ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ป.2 1. สบื คน้ ถงึ การเปลย่ี นแปลงในวิถีชีวติ ประจำวันของคนในชมุ ชนของตนจากอดีตถงึ • วิธกี ารสืบค้นขอ้ มูลอยา่ งงา่ ย ๆ เช่น การสอบถามพอ่ แม่ ผู้รู้ในชมุ ชน
ปัจจบุ นั • วิถชี ีวิตของคนในชุมชน เชน่ การประกอบอาชพี การแต่งกาย การสื่อสาร
ประเพณีใน ชมุ ชนจากอดตี ถึงปัจจุบนั
• สาเหตุของการเปลีย่ นแปลงวถิ ชี ีวติ ของคนในชมุ ชน
2. อธิบายผลกระทบของการเปลยี่ นแปลง ทีม่ ีตอ่ วถิ ีชวี ิตของคนในชมุ ชน • การเปลย่ี นแปลงของวิถีชวี ิตของคนในชุมชนทางด้านตา่ ง ๆ
• ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีตอ่ วถิ ีชีวิตของคนในชมุ ชน
พเิ ศษ 14
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรกั ความภูมิใจและธำรงความเปน็ ไทย
ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.2 1. ระบบุ คุ คลทที่ ำประโยชน์ตอ่ ท้องถนิ่ หรือประเทศชาติ • บคุ คลในทอ้ งถิน่ ที่ทำคุณประโยชนต์ ่อการสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม และความ
ม่นั คงขอทอ้ งถนิ่ และประเทศชาตใิ นอดตี ทีค่ วรนำเป็นแบบอย่าง
• ผลงานของบคุ คลในท้องถน่ิ ทนี่ า่ ภาคภูมิใจ
2. ยกตัวอยา่ งวฒั นธรรม ประเพณี และภมู ปิ ญั ญาไทยท่ีภาคภมู ใิ จและควร • ตัวอยา่ งของวฒั นธรรมประเพณไี ทย เชน่ การทำความเคารพ อาหารไทย
อนรุ ักษไ์ ว้ ภาษาไทย ประเพณีสงกรานต์ ฯลฯ
• คณุ ค่าของวฒั นธรรม และประเพณไี ทยทม่ี ีตอ่ สังคมไทย
• ภมู ิปญั ญาของคนไทยในทอ้ งถิน่ ของนักเรียน
พเิ ศษ 15
ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง และการรู้เรื่องภูมศิ าสตร์ (geo – literacy)
สาระท่ี 5 ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพนั ธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมผี ลต่อกันและกนั ใช้แผนท่ีและเครือ่ งมือทางภมู ิศาสตร์ในการค้นหา
วเิ คราะห์ และสรปุ ขอ้ มูลตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้ มโนทัศนส์ ำคัญ คำถามสำคัญ geo – literacy
แกนกลาง ความสามารถ กระบวนการ ทกั ษะ
ป.2 1. ระบสุ ิ่งแวดลอ้ มทาง • สิ่งแวดลอ้ มทาง สิ่งแวดล้อมระหวา่ ง ส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาติ ความเข้าใจระบบ - 1. การสงั เกต
2. การแปลความ
ธรรมชาติและท่ี ธรรมชาตแิ ละที่มนษุ ย์ บ้านกบั โรงเรยี น และท่มี นุษยส์ ร้างขนึ้ ซ่งึ ธรรมชาติและ ข้อมลู ทาง
ภูมิศาสตร์
มนุษย์สรา้ งขน้ึ ซงึ่ สร้างขน้ึ ซง่ึ ปรากฏ ประกอบดว้ ยสงิ่ แวด ปรากฏระหว่างบา้ นกบั มนษุ ย์
- 1. การแปลความ
ปรากฏระหว่างบ้าน ระหว่างบา้ นกับ ล้อมทางธรรมชาติ โรงเรียนมีอะไรบา้ ง ขอ้ มลู ทาง
ภูมศิ าสตร์
กบั โรงเรียน โรงเรยี น และมนษุ ยส์ รา้ งขน้ึ
2. การใช้เทคนิคและ
2. ระบตุ ำแหน่งและ • ตำแหนง่ และลักษณะ ลูกโลก แผนผัง ลักษณะทางกายภาพของ - เครือ่ งมือทาง
ลักษณะทางกายภาพ ทางกายภาพของสิง่ แผนท่ี และรูปถา่ ย สง่ิ ตา่ งๆ ทีป่ รากฏใน ภูมศิ าสตร์
ของสิ่งตา่ งๆท่ีปรากฏ ตา่ งๆ ที่ปรากฏในลูก สามารถใชแ้ สดง ลูกโลก แผนผัง แผนที่
ในลูกโลก แผนผัง โลก แผนผัง แผนท่ี ตำแหน่งลกั ษณะทาง และรปู ถา่ ย อยูใ่ นตำแหน่ง
แผนท่ี และรปู ถ่าย และรุปถ่าย เช่น ภูเขา กายภาพของสิ่งตา่ งๆ ใด และมีลกั ษณะอยา่ งไร
ท่รี าบ แม่น้ำ ตน้ ไม้
พเิ ศษ 16
ช้ัน ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้ มโนทัศนส์ ำคัญ คำถามสำคัญ geo – literacy
แกนกลาง ความสามารถ กระบวนการ ทกั ษะ
3. สงั เกตและแสดง • ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ความสมั พนั ธ์ระหว่าง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโลก 1. ความเขา้ ใจ - 1. การสงั เกต
โลก ดวงอาทติ ย์และ ดวงอาทิตยแ์ ละ ระบบ 2. การแปลความ
ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง โลก ดวงอาทิตย์และ ดวงจนั ทร์ ทท่ี ำให้ ดวงจันทร์ทำให้เกดิ ธรรมชาตแิ ละ ข้อมูลทางภมู ิศาสตร์
เกดิ ปรากฏการณ์ทาง ปรากฏการณใ์ ดบ้าง มนุษย์ 3. การใช้เทคนิคและ
โลก ดวงอาทิตย์และ ดวงจันทร์ ทที่ ำให้เกิด ธรรมชาตทิ ีม่ อี ทิ ธิพล เครื่องมอื ทาง
ดวงจันทร์ ทีท่ ำให้ ปรากฏการณ์ เชน่ ตอ่ การดำรงชวี ติ 2. การให้เหตุผล ภูมศิ าสตร์
เกดิ ปรากฏการณ์ ข้างขึน้ ข้างแรม ทางภูมิศาสตร์
ฤดกู าลต่างๆ
สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ มั พันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิง่ แวดล้อมทางกายภาพที่กอ่ ใหเ้ กิดการสรา้ งสรรคว์ ถิ ีการดำเนินชีวติ มีจติ สำนึกและมีส่วน
รว่ มในการจัดการทรัพยากร และสิง่ แวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ยี ่งั ยนื
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้ มโนทัศน์สำคัญ คำถามสำคัญ geo – literacy
แกนกลาง ความสามารถ กระบวนการ ทักษะ
ป.2 1. อธิบายความสำคัญของ • ความสำคัญของ สิง่ แวดลอ้ มทาง สิ่งแวดลอ้ มทาง 1. ความเขา้ ใจ - 1. การสังเกต
ธรรมชาติและทม่ี นษุ ย์ ระบบธรรมชาติ
ส่งิ แวดล้อมทาง สิ่งแวดลอ้ มทาง ธรรมชาติและท่ี สร้างขนึ้ มผี ลต่อการ และมนุษย์ 2. การแปลความ
ดำเนินชีวติ อยา่ งไร ขอ้ มลู ทาง
ธรรมชาตแิ ละที่มนษุ ย์ ธรรมชาตแิ ละท่ีมนษุ ย์ มนษุ ย์สรา้ งข้นึ มีผล 2. การใหเ้ หตุผล ภมู ิศาสตร์
ทางภมู ศิ าสตร์
สรา้ งขน้ึ สร้างขึ้นในการดำเนนิ ตอ่ การดำเนินชีวติ
ชวี ิต
พเิ ศษ 17
ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้ มโนทศั นส์ ำคัญ คำถามสำคัญ geo – literacy
แกนกลาง
ความสามารถ กระบวนการ ทักษะ
2. จำแนกและใช้ • ประเภททรัพยากร มนุษยต์ ้องใช้ • ทรพั ยากรธรรม 1. ความเขา้ ใจ - 1. การสังเกต
ระบบธรรมชาติ
ทรพั ยากรธรรมชาติท่ี ธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ ชาตทิ ่ีใช้แล้วไม่ และมนุษย์ 2. การแปลความ
ข้อมูลทาง
ใช้แล้วไม่หมดไป ที่ใช้ ใชแ้ ลว้ ไม่หมดไป อยา่ งคุ้มค่า เนอ่ื งจาก หมดไป ท่ีใช้แลว้ 2. การใหเ้ หตุผล ภูมิศาสตร์
ทางภมู ิศาสตร์
แล้วหมดไป และสร้าง เชน่ อากาศ มอี ยู่อยา่ งจำกดั หมดไป และสร้าง
ทดแทนข้ึนใหมไ่ ด้อย่าง แสงอาทติ ย์ ทดแทนข้นึ ใหมไ่ ด้
คุม้ คา่ ใชแ้ ลว้ หมดไป แตกตา่ งกนั อย่างไร
เช่น แร่ ถ่านหิน • การใช้ทรพั ยากร
ธรรมชาตใิ หค้ ุ้มค่ามี
น้ำมัน ก๊าซ
ลักษณะอยา่ งไร
ธรรมชาติ
สรา้ งข้ึนใหม่
ทดแทนได้ เช่น
น้ำ ดนิ ปา่ ไม้
สัตวป์ า่
• การใชท้ รพั ยากรธร
ธรรมชาติอย่างคมุ้ ค่า
พิเศษ 18
ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ มโนทศั น์สำคัญ คำถามสำคัญ geo – literacy
แกนกลาง ความสามารถ กระบวนการ ทกั ษะ
3. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ • ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ฤดกู าลที่แตกต่างกัน ฤดูกาลทแี่ ตกตา่ งกนั 1. ความเขา้ ใจ - 1. การสังเกต
ระบบธรรมชาติ
ระหว่างฤดูกาลกบั การ ฤดกู าลกบั การดำเนนิ สง่ ผลตอ่ การ สง่ ผลต่อการดำรงชีวิต และมนษุ ย์ 2. การแปลความ
ขอ้ มูลทาง
ดำเนนิ ชวี ติ ของมนุษย์ ชวี ติ ของมนษุ ย์ ดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ ของมนษุ ย์อยา่ งไร 2. การให้เหตุผล ภมู ศิ าสตร์
ทางภูมศิ าสตร์
4. มีส่วนร่วมในการ • ผลกระทบของการการ การมีส่วนร่วมในการ นักเรียนมีสว่ นร่วมในการ 1. ความเขา้ ใจ - 1. การสังเกต
จดั การส่งิ แวดลอ้ มใน เปลี่ยนแปลง จดั การสง่ิ แวดลอ้ มใน
โรงเรียน สงิ่ แวดลอ้ มท่มี ีตอ่ โรงเรยี นเป็นหน้าท่ี จัดการสิ่งแวดล้อมใน ระบบธรรมชาติ 2. การแปลความ
โรงเรยี น ของทุกคน ข้อมลู ทาง
โรงเรียนอยา่ งไร และมนษุ ย์ ภมู ิศาสตร์
• การรักษาและฟน้ื ฟู
สิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียน 2. การให้เหตุผล
ทางภมู ศิ าสตร์
3. การตัดสนิ ใจ
อยา่ งเป็นระบบ
พเิ ศษ 19
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาพนื้ ฐาน สังคมศึกษาฯ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 เวลา 80 ชว่ั โมง/ปี
ศึกษา ความหมาย ความสำคัญของพระพุทธศาสนา ศาสดา คัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ เคารพในพระรัตนตรัยและ
ปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมของศาสนา มรรยาทของชาวพุทธ ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมและวันสำคญั ทางศาสนา ชื่นชมการทำความดีของ
ตนเอง บุคคลในครอบครวั และในโรงเรียนตามหลักศาสนา รวมทง้ั เห็นคุณคา่ ของการสวดมนต์แผเ่ มตตา พัฒนาจิตตามแนวทาง
ของศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าที่ท่ีต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มารยาทไทย
ยอมรับความคิด ความเชื่อ การปฏิบัติของผู้อ่ืนท่ีแตกต่างโดยปราศจากอคคิ เคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น ศึกษา
ความสัมพันธ์ของตนเองละสมาชิกในครอบคัวในฐานะเป็นส่วนหน่ึงของชุมชน บทบาท อำนาจในการตัดสินใจในโรงเรียนและ
ชุมชน ทรัพยากรที่นำมาผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารท่ใี ชใ้ นชีวิตประจำวัน ท่มี าของรายได้และรายจา่ ยของตนเองและครอบครัว การ
แลกเปล่ยี นสินคา้ และบรกิ ารโดยวธิ ีต่างๆ ความสมั พันธ์ระหว่างผซู้ อื้ และผู้ขาย บันทกึ รายรบั รายจา่ ยของตนเอง รวมท้ังสรปุ ผลดี
ของการใช้จ่ายทีเ่ หมาะสมกับรายไดแ้ ละการออม ระบุส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาติและทมี่ นุษย์สร้างขึน้ ตำแหน่งและลักษณะทาง
กายภาพของสิ่งต่างๆ สังเกตและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ท่ีทำให้เกิดปรากฏการณ์ อธิบาย
ความสำคัญของสง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขน้ึ ความสัมพันธ์ระหว่างฤดูกาลกับการดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ มีส่วน
รว่ มในการจัดการส่ิงแวดล้อมในโรงเรียน พร้อมท้ังจำแนกและใช้ทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้แล้วไม่หมดไป ท่ีใช้แล้วหมดไปและ
สร้างทดแทนข้นึ ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และใช้เคร่ืองมือทางภูมิศษสตร์ในการสืบค้นและสรุปข้อมูลตาม
กระบวนการทางภมู ิศาสตร์
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ มคี วามสามารถทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร์ ทกั ษะทางภมู ศิ าสตร์ ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 คณุ ธรรมจรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ในดา้ นรกั ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ มีหลกั ธรรมในการดำเนินชีวิต รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ และสามารถดำเนนิ ชีวติ ในสงั คมได้อย่างสนั ติ
สุข
ตัวช้ีวัด
ส 1.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7
ส 1.2 ป.2/1 ป.2/2
ส 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ส 2.2 ป.2/1 ป.2/2
ส 3.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ส 3.2 ป.2/1 ป.2/2
ส 5.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3
ส 5.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
รวม 28 ตัวชีว้ ัด
พิเศษ 20
โครงสรา้ งรายวิชา สังคมศกึ ษาฯ ป.2
ลำดับ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้/ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี บทท่ี เรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
1 ศาสนาของเรา ส 1.1 ป.2/1 ศาสนาทุกศาสนาลว้ นแต่มีความสำคัญ 3
บทที่ 1 เรียนรู้ ป.2/2 แ ล ะ เป็ น เค รื่ อ ง ยึ ด เห นี่ ย ว จิ ต ใจ ให้ 8
ศาสนา กระทำความดี ซึ่งศาสนิกชนทุกคนพึง 4
ป.2/7 ศึกษาประวัติศาสดาของศาสนาที่ตน 5
นับถือและนำแบบอย่างที่ดีไปเป็นแนว 8
2 ศาสนาของเรา ส 1.1 ป.2/4 ปฏบิ ัติตน
บทที่ 2 หลกั ธรรมนำ การเคารพพระรตั นตรัย ปฏบิ ตั ติ าม
ความสุข หลักธรรมโอวาท 3 ดว้ ยการไม่ทำช่ัว
ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใสบริสทุ ธิ์
3 ศาสนาของเรา ส 1.1 ป.2/3 ยอ่ มทำให้ผูป้ ฏบิ ตั ิดำเนนิ ชีวิตไปในทาง
ทถี่ ูกต้อง
บทที่ 3 เราทำความดี ป.2/5 การปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอน
ของศาสนาท่ีตนนับถือ และการศึกษา
4 ศาสนาของเรา ส 1.1 ป.2/6 การทำความดีของบุคคลจากตัวอย่าง
บทท่ี 4 ชาวพทุ ธที่ดี ส 1.2 ป.2/1 ต่างๆ รวมท้ังเห็นคุณค่าของการทำ
ป.2/2 ความดีเหล่าน้ัน ช่วยให้พัฒนาตนเพ่ือ
การอยรู่ ่วมกันไดอ้ ย่างสงบสุขในสังคม
5 คนดีของชมุ ชน ส 2.1 ป.2/1 ชาวพุทธท่ีดีพึงปฏิบัติตนตามมรรยาท
ชาวพุทธ ศาสนพิธี พีธีกรรม และวัน
บทที่ 1 กฎของการ ป.2/3 สำคัญทางศาสนาได้ถูกต้อง และสวด-
มนต์ แผ่เมตตา มีสติท่ีเป็นพ้ืนฐานของ
อยรู่ ว่ มกนั ป.2/4 สมาธิ
ขอ้ ตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นสิ่ง
ที่ ก ำห น ด ขึ้ น เป็ น ข้ อ ป ฏิ บั ติ ห รือ
ข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน เพ่ือให้คน
จำนวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้โดย
พิเศษ 21
ลำดับ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้/ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี บทที่ เรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
6 คนดขี องชุมชน ส 2.1 ป.2/2 ไม่ขัดแย้งกัน โดยจะต้องยอมรับ 6
บทที่ 2 เด็กดมี ี ความคิด ความเช่อื และการปฏิบตั ิของ 6
มรรยาท บุคคลอื่นที่แตกต่างกันโดยปราศจาก 14
อคติ ตลอดทั้งต้องเคารพ ใน สิทธิ
7 คนดขี องชมุ ชน ส 2.2 ป.2/1 เสรภี าพของตนเองและผ้อู นื่ 6
การปฏิบตั ติ นตามมรรยาทไทยเกย่ี วกับ 8
บทที่ 3 ชุมชนของ ป.2/2 ความเคารพ การยืน การเดิน การฟัง
การทักทาย การพูด การแต่งกายอย่าง
เรา เหมาะสม ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีบุคลิก-
ภาพท่ดี ี เปน็ ท่ียอมรับของสังคม
8 เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้ ส 3.1 ป.2/1 สมาชิกทุกคนในชุมชนมีความสัมพันธ์
ท่ีดีต่อกัน มีการช่วยเหลือในกิจกรรม
บทที่ 1 สนิ ค้าและ ป.2/2 ของชุมชน การดำเนินงานในโรงเรียน
และชุมชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิ-
บริการกับการใชจ้ า่ ย ป.2/3 ภาพ โดยผู้มอี ำนาจในการตัดสินใจ
สินคา้ และบริการล้วนมาจากทรัพยากร
อย่างเหมาะสม ป.2/4 จึงควรใช้ให้เกิดประโยชน์ท่ีคุ้มค่ามาก
ท่ีสุด การรู้ท่ีมาของรายได้และรู้จัก
9 เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ ส 3.2 ป.2/1 บั น ทึ ก ร าย รับ แ ล ะ ร าย จ่ าย ข อ ง
ครอบครัว ทำให้วางแผนการใช้จ่ายได้
บทที่ 2 การ ป.2/2 อย่างเหมาะสมกับรายได้ รวมทั้ง
สามารถเก็บออมเงินเพ่ือใช้จ่ายในยาม
แลกเปลยี่ นสนิ ค้า จำเป็น
การแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ
และบรกิ าร สามารถทำได้ทั้งใช้เงินเป็นส่ือกลาง
และไม่ใช้เงิน ท้ังผู้ซอ้ื และผู้ขายต่างก็มี
10 รอบรูภ้ มู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.2/1 บทบาทสำคัญ และมีความสมั พันธ์กัน
สิ่งแวดล้อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน
บทที่ 1 สง่ิ แวดลอ้ ม ส 5.2 ป.2/1 ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม ท า ง
พิเศษ 22
ลำดบั ชือ่ หน่วยการเรียนรู้/ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี บทที่ เรียนรู้ / ตัวช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
รอบตวั ป.2/2 ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มท่ีมนษุ ย์สรา้ ง
ป.2/4 ข้ึน ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมท่ีมนุษย์สร้างขึ้นมีผลต่อ
11 รอบรูภ้ ูมศิ าสตร์ ส 5.1 ป.2/2 การดำเนินชีวิตของมนษุ ย์ 6
บทที่ 2 เครือ่ งมอื ทาง มนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ภมู ิศาสตร์ อย่างคุ้มคา่ เน่ืองจากมอี ย่อู ยา่ งจำกดั
ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใน ก า ร จั ด ก า ร
12 รอบรภู้ ูมิศาสตร์ ส 5.1 ป.2/3 ส่ิงแวดล้อมในโรงเรียนเป็นหน้าท่ีของ
บทที่ 3 ความสัมพันธ์ ส 5.2 ป.2/3 ทุกคน
ระหวา่ งโลก ดวง ลูกโลก แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่าย
อาทิตย์ และ สามารถใช้แสดงตำแหน่งและลักษณะ
ดวงจันทร์ ทางกายภาพของสิง่ ต่างๆ ได้
โลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทรม์ ีความ 6
สัมพันธก์ ันทำให้เกดิ ปรากฏการณ์ทาง
ธรรมชาติต่างๆ เชน่ กลางวัน-กลางคืน
ข้างข้ึน-ข้างแรม น้ำขึน้ -นำ้ ลง ฤดกู าล
เปน็ ต้น ซ่ึงปรากฏการณด์ งั กล่าวลว้ นมี
ผลตอ่ การดำเนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์
หมายเหตุ : หากสถานศกึ ษาใดเลอื กใช้หนังสอื เรยี น วิชาพระพทุ ธศาสนา (สาระที่ 1) ฉบบั แยกเลม่ ใหผ้ สู้ อนลดจำนวนชว่ั โมง
ของวิชาสงั คมศึกษาฯ ลงเหลอื 60 ชว่ั โมง ทง้ั น้ี ผสู้ อนสามารถปรับชวั่ โมงการเรียนไดต้ ามความเหมาะสม
พิเศษ 23
พเิ ศษ 24
โครงสรา้ งแผนฯ สังคมศกึ ษาฯ ป.2
เวลา 80 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ วิธสี อน/กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ทกั ษะการคิด เวลา
(ชว่ั โมง)
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 1. เรียนรู้ศาสนา : พระพุทธศาสนาเปน็ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบ - ทกั ษะการสำรวจค้นหา
เรยี นร้ศู าสนา เอกลักษณ์ของชาติไทย รว่ มมอื : เทคนคิ เลา่ เร่ืองรอบวง 1
1. ทกั ษะการสรุปย่อ
2. เรียนร้ศู าสนา : ศาสนาในประเทศไทย - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบ 2. ทักษะการสรปุ ลงความเห็น 1
(พระพุทธศาสนา) ร่วมมือ : เทคนิคคคู่ ดิ สส่ี หาย - ทกั ษะการทำใหก้ ระจา่ ง
1
3. เรยี นรศู้ าสนา : ศาสนาอืน่ ๆ - วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นรแู้ บบ 1. ทักษะการตคี วาม
ร่วมมือ : เทคนิครว่ มกันคดิ 2. ทักษะการแปลความ 1
4. หลักธรรมนำความสุข : การไม่ทำความ 1. ทักษะการตคี วาม
ช่วั - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ 2. ทักษะการแปลความ 2
: กระบวนการสรา้ งความตระหนัก 1. ทักษะการตคี วาม
5. หลกั ธรรมนำความสุข : การทำความดี 2. ทักษะการแปลความ 2
- วิธสี อนแบบธรรมสากจั ฉา 1. ทักษะการตีความ
6. หลกั ธรรมนำความสขุ : กตัญญแู ละมงคล 2. ทกั ษะการแปลความ 1
38 - วิธีสอนแบบธรรมสากจั ฉา
7. หลักธรรมนำความสุข : การทำจิตใจให้ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ
ผอ่ งใสบรสิ ุทธ์ิ : กระบวนการปฏบิ ัติ
พิเศษ 25
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ วิธสี อน/กระบวนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการคิด เวลา
(ชัว่ โมง)
8. หลกั ธรรมนำความสขุ : ศรทั ธาในพระ - วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนร้แู บบ 1. ทกั ษะการให้คำจำกดั ความ
2. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้ 1
รัตนตรยั รว่ มมอื : เทคนคิ คคู่ ิดส่สี หาย 1. ทักษะการตคี วาม
2. ทักษะการแปลความ 1
9. หลกั ธรรมนำความสขุ : พุทธศาสนสุภาษติ - วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ - ทักษะการหาแบบแผน
1
(5Es Instructional Model) - ทกั ษะการหาแบบแผน
1
10. เราทำความดี : แบบอยา่ งของการทำ - วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบ - ทักษะการหาแบบแผน
1
ความดี (ประวัตพิ ทุ ธสาวก) รว่ มมอื : เทคนคิ คู่คดิ ส่สี หาย 1. ทักษะการหาความเชอ่ื พ้นื ฐาน
2. ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ 1
11. เราทำความดี : แบบอย่างของการทำ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรียนรู้แบบ - ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
2
ความดี (ชาดก) ร่วมมือ : เทคนคิ เลา่ เร่อื งรอบวง - ทักษะการนำความรู้ไปใช้
2
12. เราทำความดี : แบบอย่างของการทำ - วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบ - ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
1
ความดี (ชาวพทุ ธตัวอยา่ ง) ร่วมมือ : เทคนิคการเรียนร่วมกัน
13. เราทำความดี : การทำความดีของตนเอง - วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
บคุ คลในครอบครัวและบุคคลในโรงเรียน (5Es Instructional Model)
14. ชาวพุทธทีด่ ี : การฝึกปฏิบัตติ ามมรรยาท - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ
ชาวพทุ ธ : กระบวนการปฏบิ ัติ
15. ชาวพุทธที่ดี : การปฏิบัติในศาสนพิธี - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ
พธิ ีกรรม และวันสำคัญทางศาสนา : กระบวนการปฏิบัติ
16. ชาวพทุ ธทีด่ ี : การฝกึ สตแิ ละสมาธิ - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ
: กระบวนการปฏิบัติ
พิเศษ 26
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ ีสอน/กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ทกั ษะการคิด เวลา
(ชวั่ โมง)
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 1. กฎของการอยู่รว่ มกัน : ขอ้ ตกลงของ - วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบ - ทกั ษะการสำรวจ
คนดีของชมุ ชน ครอบครวั ร่วมมอื : เทคนคิ เลา่ เรือ่ งรอบวง - ทกั ษะการวิเคราห์ 1
- ทักษะการใหเ้ หตผุ ล
2. กฎของการอย่รู ว่ มกัน : กฎระเบยี บใน - วิธสี อนโดยใช้ทักษะกระบวนการ - ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล 2
- ทกั ษะการสรปุ ความ
โรงเรยี น เผชิญสถานการณ์ - ทกั ษะการสำรวจ 1
- ทักษะการวเิ คราห์
3. กฎของการอยู่ร่วมกนั : กฎระเบียบในการ - วิธสี อนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบ - ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล 1
- ทักษะการสรุปความ
ใชส้ ถานทสี่ าธารณะ ร่วมมือ : เทคนิคเลา่ เรอื่ งรอบวง - ทกั ษะการสำรวจ 2
- ทกั ษะการใหเ้ หตุผล
4. กฎของการอย่รู ว่ มกนั : หน้าท่ีทตี่ ้อง - วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบ - ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
ปฏบิ ตั ใิ นชีวติ ประจำวัน รว่ มมอื : เทคนคิ โตะ๊ กลม - ทกั ษะการสรุปความ
- ทกั ษะการสำรวจ
5. กฎของการอย่รู ว่ มกัน : สทิ ธิและเสรภี าพ - วธิ สี อนโดยใชท้ ักษะกระบวนการ - ทักษะการให้เหตุผล
- ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
ของตนเองและผู้อนื่ เผชิญสถานการณ์ - ทกั ษะการสรปุ ความ
1. ทักษะการพสิ ูจน์ความจรงิ
2. ทักษะการสรปุ ความ
พิเศษ 27
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ สี อน/กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ทักษะการคิด เวลา
1. ทักษะการวิเคราะห์ (ชั่วโมง)
6. กฎของการอยรู่ ่วมกนั : การยอมรบั ความ - วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 2. ทักษะการรวบรวมข้อมูล
3. ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 1
แตกต่างของคนในสังคม (5Es Instructional Model) - ทักษะการสงั เกต
2
7. เดก็ ดีมมี รรยาท : การแสดงความเคารพ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ - ทักษะการสังเกต 2
: กระบวนการปฏิบัติ
8. เดก็ ดีมีมรรยาท : - ทกั ษะการสังเกต 2
การยนื การเดิน การน่ัง - วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 2
การทักทาย และการพดู : กระบวนการปฏิบัติ 1. ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
2. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2
9. เดก็ ดมี ีมรรยาท : การแตง่ กาย - วธิ สี อนโดยใชท้ ักษะกระบวนการ 3. ทกั ษะการหารแบบแผน
เผชญิ สถานการณ์ 1. ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล 1
10. ชุมชนของเรา : ชมุ ชนและการมสี ว่ นร่วม 2. ทักษะการวเิ คราะห์ 1
- วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 3. ทักษะการหารแบบแผน
(5Es Instructional Model) - ทกั ษะการใหค้ ำจำกดั ความ
11. ชมุ ชนของเรา : การมสี ่วนรว่ มในชุมชน - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ - ทกั ษะการให้คำจำกดั ความ
ของฉนั (5Es Instructional Model)
12. ชุมชนของเรา : ผมู้ ีบทบาท อำนาจในการ - วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบ
ตัดสนิ ในโรงเรยี น ร่วมมอื : เทคนิคคู่คิดส่ีสหาย
13. ชุมชนของเรา : ผมู้ ีบทบาท อำนาจในการ - วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบ
พิเศษ 28
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธสี อน/กระบวนการจัดการเรียนรู้ ทักษะการคิด เวลา
ตัดสนิ ในชุมชน ร่วมมือ : เทคนิคช่วยกนั เรยี น (ช่วั โมง)
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 1. สินค้าและบรกิ ารกบั การใชจ้ า่ ยอย่าง - วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ - ทักษะการสำรวจคน้ หา 2
เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้ เหมาะสม : ทรัพยากรท่นี ำมาผลติ สินค้า (5Es Instructional Model) 2
และบริการ ในชีวติ ประจำวัน - ทกั ษะการสำรวจค้นหา 2
- วธิ สี อนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA 2
2. สนิ คา้ และบรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่าง Model) 1. ทกั ษะการสำรวจคน้ หา 2
เหมาะสม : ผลของการใชท้ รัพยากรใน 2. ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล
การผลิตท่ีหลากหลาย - วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบ 1. ทักษะการสำรวจค้นหา 2
รว่ มมือ : เทคนิคเล่าเรือ่ งรอบวง 2. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
3. สินค้าและบรกิ ารกับการใช้จ่ายอย่าง - ทักษะการเช่อื มโยง
เหมาะสม : การประกอบอาชีพทสี่ ุจรติ - วิธีสอนโดยการจัดการเรยี นรแู้ บบ
ของครอบครัว ร่วมมือ : เทคนคิ เล่าเรื่องรอบวง - ทกั ษะการวิเคราะห์
4. สินคา้ และบริการกับการใชจ้ ่ายอย่าง - วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA
เหมาะสม : รายรับและรายจ่ายของ Model)
ครอบครัวและตนเอง
- วธิ ีสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการ
5. สินคา้ และบริการกับการใชจ้ ่ายอย่าง พิเศษ 29
เหมาะสม : การใชจ้ ่ายทเ่ี หมาะสมและไม่
เหมาะสมและผลดีของการใชจ้ ่ายที่
เหมาะสม
6. สินคา้ และบรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่าง
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ สี อน/กระบวนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการคิด เวลา
(ช่ัวโมง)
เหมาะสม : การทำบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย เผชิญสถานการณ์
2
ของตนเอง 1
7. สินค้าและบรกิ ารกับการใช้จ่ายอย่าง - วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ - ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2
- ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
เหมาะสม : การออมเงนิ (5Es Instructional Model) 1
- ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล
8. การแลกเปลี่ยนสนิ คา้ และบรกิ าร : - วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 2
- ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
การแลกเปล่ยี นสินค้าและบรกิ ารโดยไมใ่ ช้ : กระบวนการกลุ่ม
1. ทกั ษะการจดั กลุม่
เงนิ เป็นสอ่ื กลาง 2. ทักษะการเช่อื มโยง
9. การแลกเปลีย่ นสินคา้ และบริการ : - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้
การแลกเปลีย่ นสนิ ค้าและบริการโดยใช้ (5Es Instructional Model)
เงินเป็นสอ่ื กลาง
10. การแลกเปลย่ี นสินค้าและบริการ : - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ
ผซู้ ื้อกับผ้ขู าย : กระบวนการเรยี นความร้คู วาม
เขา้ ใจ
11. การแลกเปลย่ี นสนิ ค้าและบรกิ าร : - วธิ สี อนแบบแสดงบทบาทสมมตุ ิ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผ้ซู ้อื กบั ผ้ขู าย
พเิ ศษ 30
หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วิธสี อน/วิธกี ารจดั การ การรเู้ รอ่ื งภมู ศิ าสตร์ (Geo - Literacy) เวลา
กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ช่วั โมง)
กระบวนการทาง ความสามารถ กระบวนการ ทักษะ
ภมู ศิ าสตร์ 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1. สิ่งแวดล้อมรอบตวั : (Geographic Inquiry ความเขา้ ใจระบบ 1. การต้ังคำถามเชงิ 1. การสงั เกต
4 รอบรู้ภมู ศิ าสตร์ สงิ่ แวดล้อมซงึ่ ปรากฏ Process) 2
ระหว่างบา้ นกบั ธรรมชาตแิ ละมนุษย์ ภมู ิศาสตร์ 2. การแปลความ
โรงเรียน - วิธีสอนแบบสบื 2
เสาะหาความรู้ 2. การรวบรวมขอ้ มลู ขอ้ มูลทางภมู ิศาสตร์
(5Es Instructional
Model) 3. การจดั การขอ้ มลู
กระบวนการทาง 4. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ภมู ศิ าสตร์
(Geographic Inquiry 5. การสรุปเพื่อตอบ
Process)
คำถาม
2. สงิ่ แวดล้อมรอบตัว : 1. ความเขา้ ใจระบบ - 1. การสงั เกต
ความสำคญั ของ
ส่งิ แวดลอ้ มต่อการ ธรรมชาติและมนษุ ย์ 2. การแปลความ
ดำเนนิ ชีวิต
2. การใชเ้ หตุผลทาง ข้อมลู ทางภูมศิ าสตร์
3. ส่งิ แวดล้อมรอบตวั :
ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมศิ าสตร์
และ
ส่ิงแวดล้อม 1. ความเขา้ ใจระบบ 1. การตงั้ คำถามเชิง 1. การสงั เกต
ธรรมชาติ และมนษุ ย์ ภูมศิ าสตร์ 2. การแปลความ
2. การใชเ้ หตุผลทาง 2. การรวบรวมข้อมลู ขอ้ มูลทางภมู ิศาสตร์
ภมู ิศาสตร์ 3. การจัดการขอ้ มลู
4. การวิเคราะหข์ อ้ มูล
5. การสรปุ เพื่อตอบ
พิเศษ 31
หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ ีการจัดการ การรู้เรอ่ื งภูมศิ าสตร์ (Geo - Literacy) เวลา
กิจกรรมการเรยี นรู้ (ชั่วโมง)
4. ส่ิงแวดล้อมรอบตวั : ความสามารถ กระบวนการ ทกั ษะ
การมีสว่ นร่วมจดั การ - วิธีสอนแบบสืบ 2
ส่ิงแวดล้อมในโรงเรยี น เสาะหาความรู้ คำถาม
(5Es Instructional 3
5. เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตร์ Model) 1. ความเขา้ ใจระบบ - ธรรมชาติแล1ะ. มกนารษุ สยงั ์เกต
: แผนผงั 3
กระบวนการทาง 2. การใช้เหตผุ ลทาง ภมู ิศาสตร์ 2. การแปลความขอ้ มูล
6. เครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์ ภมู ศิ าสตร์
: ลกู โลก แผนที่ (Geographic Inquiry 3. การตดั สนิ ใจอย่าง ทางภูมิศาสตร์
และรปู ถา่ ย Process)
เปน็ ระบบ
กระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร์ 1. ความเข้าใจระบบ 1. การตง้ั คำถามเชิง 1. การสังเกต
(Geographic Inquiry ธรรมชาติและมนษุ ย์ ภมู ศิ าสตร์ 2. การแปลความขอ้ มูล
Process)
2. การใชเ้ หตุผลทาง 2. การรวบรวมข้อมลู ทางภูมศิ าสตร์
ภูมิศาสตร์ 3. การจดั การขอ้ มลู 3. การใช้เทคนิคและ
4. การวิเคราะห์ข้อมลู
1. ความเขา้ ใจระบบ 5. การสรุปเพื่อตอบ เครอ่ื งมือทาง
ธรรมชาตแิ ละมนุษย์ ภูมิศาสตร์
คำถาม
2. การใชเ้ หตุผลทาง 1. การตง้ั คำถามเชงิ 1. การสังเกต
ภมู ิศาสตร์ 2. การแปลความข้อมลู
ภูมิศาสตร์
2. การรวบรวมข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์
3. การจดั การข้อมลู 3. การใช้เทคนคิ และ
4. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
5. การสรุปเพอื่ ตอบ เคร่ืองมอื ทาง
ภูมศิ าสตร์
พิเศษ 32
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วิธสี อน/วธิ กี ารจดั การ การรูเ้ ร่ืองภูมศิ าสตร์ (Geo - Literacy) เวลา
กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ชวั่ โมง)
7. ความสมั พันธร์ ะหว่าง ความสามารถ กระบวนการ ทกั ษะ
โลก ดวงอาทติ ย์ และ - วธิ ีสอนแบบสืบ 3
ดวงจันทร์ : เสาะหาความรู้ คำถาม
ความสัมพันธ์ระหวา่ ง (5Es Instructional
โลก ดวงอาทติ ย์ และ Model) 1. ความเข้าใจระบบ - 1. การสังเกต
ดวงจันทร์ กับ
ปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาตแิ ละมนษุ ย์ 2. การแปลความข้อมูล
ธรรมชาติ
2. การใช้เหตุผลทาง ทางภูมศิ าสตร์
8. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
โลก ดวงอาทิตย์ และ ภูมศิ าสตร์ 3. การใช้เทคนิคและ
ดวงจันทร์ :
ความสัมพนั ธ์ระหว่าง เครื่องมือทาง
ฤดกู าลกบั การดำเนิน
ชีวิตของมนุษย์ ภมู ิศาสตร์
- วธิ สี อนแบบสบื 1. ความเข้าใจระบบ - 1. การสังเกต 3
เสาะหาความรู้ ธรรมชาตแิ ละมนุษย์ 2. การแปลความขอ้ มูล
(5Es Instructional 2. การใช้เหตุผลทาง ทางภมู ศิ าสตร์
Model) ภูมศิ าสตร์
พเิ ศษ 33
องค์ประกอบของหน่วยการเรยี นรู้ / แผนการจดั การเรียนรู้ ชั่วโมง
องค์ประกอบของหน่วยการเรยี นรู้ องิ มาตรฐาน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี
กลุม่ สาระการเรียนรู้
ชน้ั เวลาเรยี น
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้วี ดั
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น (ถา้ มี)
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
7. การวดั และการประเมินผล
7.1 การประเมินก่อนเรยี น
(ทำแบบทดสอบก่อนเรียน ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้...)
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
7.3 การประเมนิ หลังเรยี น
(ทำแบบทดสอบหลงั เรียน ประจำหน่วยการเรียนร้.ู ..)
7.4 การประเมนิ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
9. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
พิเศษ 34
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ช้ัน ชั่วโมง
เร่ือง เวลาเรยี น
1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
2. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่ (ถ้ามี)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คำถามกระต้นุ ความคิด
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนและขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม
7. การวดั และการประเมนิ ผล
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
พเิ ศษ 35
องคป์ ระกอบของหนว่ ยการเรยี นรู้ ภมู ศิ าสตร์ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี
เวลาเรียน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
2. สาระการเรียนรู้
2.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
2.2 สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน (ถา้ ม)ี ทกั ษะทางภมู ิศาสตร์
3. มโนทัศน์สำคัญ
4. คำถามหลกั
5. การรูเ้ รอ่ื งภูมศิ าสตร์ (Geo – Literacy)
ความสามารถทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
7. ชนิ้ งาน / ภาระงาน (รวบยอด)
8. การวดั และการประเมนิ ผล วธิ ีวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
รายการวดั
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
10. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
พเิ ศษ 36
องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ภมู ศิ าสตร์
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ เวลาเรียน ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น สาระการเรียนรู้จากสือ่
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
4. มโนทศั น์สำคัญ
5. คำถามหลัก ทกั ษะทางภูมิศาสตร์
6. การรู้เร่ืองภูมศิ าสตร์ (Geo – Literacy)
ความสามารถทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์
7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
9. การวดั และการประเมนิ ผล วธิ วี ดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
รายการวัด
10. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
พเิ ศษ 37
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 ศาสนาของเรา
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนาของเรา
เวลา 20 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชีว้ ดั
ส 1.1 ป.2/1 บอกความสำคญั ของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ
ป.2/2 สรุปพุทธประวตั ิตงั้ แต่ประสูตจิ นถึงการออกผนวชหรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามท่กี ำหนด
ป.2/3 ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดำเนินชีวิตและขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เร่อื งเลา่
และศาสนิกชนตวั อย่างตามที่กำหนด
ป. 2/4 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3 ใน
พระพทุ ธศาสนาหรือหลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนับถือตามทก่ี ำหนด
ป.2/5 ชน่ื ชมการทำความดขี องตนเอง บคุ คลในครอบครัวและในโรงเรยี นตามหลกั ศาสนา
ป.2/6 เห็นคุณคา่ และสวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ติท่ีเป็นพื้นฐานของสมาธใิ นพระพุทธศาสนาหรือการ
พฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ตามท่กี ำหนด
ป.2/7 บอกช่ือศาสนา ศาสดา และความสำคญั ของคัมภรี ์ของศาสนาท่ีตนนบั ถือและศาสนาอ่นื ๆ
ส 1.2 ป.2/1 ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาท่ตี นนับถอื ตามทีก่ ำหนดได้ถูกตอ้ ง
ป.2/2 ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธี พิธกี รรม และวันสำคัญทางศาสนาตามทก่ี ำหนดไดถ้ กู ต้อง
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ศาสนาทกุ ศาสนาล้วนแตม่ คี วามสำคัญ และเป็นเครอ่ื งยึดเหนย่ี วจิตใจให้กระทำความดี ซงึ่ ศาสนกิ ชนทกุ คน
พงึ ศกึ ษาประวตั ิศาสดาของศาสนาท่ีตนนับถอื และนำแบบอย่างที่ดไี ปเปน็ แนวปฏิบตั ติ น
การเคารพพระรตั นตรัย ปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3 ดว้ ยการไม่ทำชว่ั ทำความดี ทำจิตใจให้ผอ่ งใส
บรสิ ทุ ธ์ิ ซง่ึ ทำให้ผ้ปู ฏบิ ัติดำเนินชวี ติ ไปในทางที่ถูกต้อง
การปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาทต่ี นนับถอื และการศกึ ษาการทำความดขี องบคุ คลจาก
ตวั อยา่ งตา่ งๆ รวมทง้ั เหน็ คณุ ค่าของการทำความดีเหล่าน้นั ช่วยให้พัฒนาตนเพื่อการอยู่รว่ มกันไดอ้ ย่างสงบสขุ
ชาวพทุ ธทด่ี พี ึงปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาทชาวพุทธ ศาสนพิธี พีธกี รรม และวันสำคัญทางศาสนาไดถ้ ูกตอ้ ง และ
สวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ติที่เป็นพืน้ ฐานของสมาธิ
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) พระพุทธศาสนาเป็นเอกลักษณข์ องชาตไิ ทย
2) สรุปพทุ ธประวัติ
- ประสูติ - เหตุการณ์หลงั ประสตู ิ - แรกนาขวญั
- เทวทตู 4
- การศกึ ษา - การอภเิ ษกสมรส
- การออกผนวช
1 สงั คมศกึ ษาฯ ป.2
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ศาสนาของเรา
3) ชอ่ื ศาสนา ศาสดา และคัมภรี ข์ องศาสนาต่างๆ
(1) พระพทุ ธศาสนา
- ศาสดา : พระพุทธเจา้ - คมั ภีร์ : พระไตรปิฎก
(2) ศาสนาอิสลาม
- ศาสดา : มฮุ มั มดั - คัมภรี ์ : อัลกรุ อาน
(3) ศรสิ ตศ์ าสนา
- ศาสดา : พระเยซู - คัมภรี ์ : ไบเบลิ
(4) ศาสนาฮนิ ดู
- ศาสดา : ไมม่ ศี าสดา - คมั ภีร์ : พระเวท พราหมณะ อุปนิษัท อารัณยกะ
4) พระรตั นตรยั
- ศรัทธา
5) โอวาท
(1) ไม่ทำชั่ว
- เบญจศีล
(2) ทำความดี
- เบญจธรรม - หริ ิ-โอตตัปปะ - สังคหวตั ถุ 4
- ฆราวาสธรรม 4 - กตัญญกู ตเวทีต่อครู อาจารย์ และโรงเรียน
- มงคล 38
⚫ ความกตัญญู ⚫ สงเคราะห์ญาตพิ ่นี อ้ ง
(3) ทำจิตให้ผอ่ งใสบรสิ ทุ ธ์ิ (บรหิ ารจิตและเจริญปัญญา)
6) พทุ ธศาสนสภุ าษิต
(1) นิมิตฺตํ สาธรุ ปู านํ กตญฺญูกตเวทิตา : ความกตัญญูกตเวที เปน็ เครอ่ื งหมายของคนดี
(2) พฺรหมฺ าติ มาตาปิตโร : มารดาบิดาเป็นพรหมของบตุ ร
7) พุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า
- สามเณรราหุล
8) ชาดก
- วรุณชาดก - วานรินทชาดก
9) ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง
- สมเดจ็ พระอริยวงษญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ศุข ไก่เถ่ือน)
- สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก (เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน)
10) ตัวอยา่ งการกระทำความดขี องตนเอง และบุคคลในครอบครวั และในโรงเรียน
2 สงั คมศกึ ษาฯ ป.2
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 ศาสนาของเรา
11) ฝึกสวดมนตไ์ หว้พระและแผเ่ มตตา
- ร้คู วามหมายและประโยชน์ของสตแิ ละสมาธิ
- ฝึกสมาธิเบอื้ งตน้
- ฝกึ สติเบอ้ื งต้นดว้ ยกจิ กรรมการเคลอื่ นไหวอยา่ งมีสติ
- ฝึกให้มีสมาธิในการฟงั การอา่ น การคดิ การถาม และการเขยี น
12) การฝึกปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพุทธ
- การพนมมอื - การไหว้
- การกราบ - การนัง่
- การยนื การเดิน
13) การเข้ารว่ มกจิ กรรมและพิธกี รรมทเี่ ก่ยี วเน่ืองกับวนั สำคญั ทางพุทธศาสนา
- ระเบียบพธิ ีการบูชาพระรตั นตรัย
- การทำบุญตกั บาตร
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
2) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
3) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
4) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
5) ทกั ษะการตคี วาม
6) ทักษะการแปลความ
7) ทักษะการหาแบบแผน
8) ทักษะการหาความเชื่อพน้ื ฐาน
9) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
10) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
4.2 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1. มีวินยั 4. รกั ความเปน็ ไทย
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
3 สงั คมศกึ ษาฯ ป.2
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 ศาสนาของเรา
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
1. สมุดบนั ทกึ ความรู้ เรอ่ื ง ศาสนาท่ีฉันนับถือ (ช้ินงานท่ี 1)
2. รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา (ชน้ิ งานที่ 2)
3. แผ่นพบั เรอื่ ง เราต้องทำดี (ช้นิ งานท่ี 3)
4. การสาธติ การปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาทชาวพุทธ (ชนิ้ งานท่ี 4)
5. การสาธติ การปฏิบตั ิตนในศาสนพิธีในโอกาสท่ีเหมาะสม (ชิน้ งานที่ 5)
6. การฝกึ สติและทำสมาธิเบ้ืองตน้ (ช้ินงานท่ี 6)
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 การประเมินก่อนเรยี น
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรอ่ื ง ศาสนาของเรา (K)
7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1) ตรวจใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา (K, A, P)
2) ตรวจใบงานที่ 1.2 เรื่อง สรุปพทุ ธประวตั ิ (K, P,A)
3) ตรวจใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ศาสนาอนื่ ๆ (K)
4) ตรวจใบงานที่ 1.4 เรอ่ื ง การละเวน้ ความชว่ั (K, P)
5) ตรวจใบงานที่ 1.5 เรอ่ื ง การทำความดี (K, P)
6) ตรวจใบงานท่ี 1.6 เรอ่ื ง ความกตัญญูและสงเคราะหญ์ าติ (P)
7) ตรวจใบงานท่ี 1.7 เรื่อง พระรตั นตรัย (K)
8) ตรวจใบงานที่ 1.8 เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต (P)
9) ตรวจใบงานที่ 1.9 เรื่อง สามเณรราหุล (K, P)
10) ตรวจใบงานที่ 1.10 เร่อื ง ชาดก (P)
11) ตรวจใบงานท่ี 1.11 เรื่อง ชาวพทุ ธตวั อย่าง (K, P)
12) ตรวจใบงานท่ี 1.12 เรอื่ ง การทำความดี (P, A)
13) ประเมินการนำเสนอผลงาน (P, A)
14) สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล (P, A)
15) สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ (P, A)
16) สังเกตคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
7.3 การประเมนิ หลงั เรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง ศาสนาของเรา (K)
7.4 การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
1) ตรวจสมุดบนั ทึกความรู้ เร่อื ง ศาสนาที่ฉันนบั ถอื (ช้ินงานท่ี 1) (K, P)
2) ตรวจรายงานผลการปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา (ช้ินงานที่ 2) (P, A)
4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.2