แผน
การจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
ครูผู้สอน นางสาวกฤตพร กองบุญ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑ เรื่อง จากผาแตม้ ...สูอ่ ยี ิปต์ เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรอ่ื ง เรียนร้คู ำ ค่คู วามหมาย
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรยี นและนำไปใช้ให้ถกู ต้อง ถอื เป็นการพัฒนา
ทกั ษะทางภาษาท่ีผู้เรียนควรได้รบั การฝึกฝน เพ่ือพัฒนาทักษะให้ถูกตอ้ ง จึงจะทำให้การเรยี นรู้ภาษาเป็นไปด้วยดี
และเกิดการพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนำไป
สาระท่ี ๑ การอ่าน ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความทเ่ี ป็นโวหาร
ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๒
๓. จุดระสงค์การเรยี นรู้
- อ่านและอธบิ ายความหมายของคำในบทเรยี นได้
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอา่ นคำและความหมายของคำ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุง่ มนั่ การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- เขียนคำศัพท์และความหมายลงในสมุดบันทึก
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครูและนกั เรียนสนทนาเก่ียวกับกิจกรรมการเดนิ ทางไปทอ่ งเที่ยวตามสถานทต่ี ่าง ๆ ใหน้ ักเรียน
ยกตัวอย่างแหล่งท่องเท่ยี วที่รู้จัก แล้วใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาเลา่ ประสบการณท์ ปี่ ระทับใจ
ข้ันสอน
๒. ครใู ช้ส่ือ PowerPoint นำภาพต่าง ๆ เชน่ ภาพพีระมิด ศลิ าจารึก มัคคุเทศก์ กฐนิ แลว้ ต้ังคำถาม
นกั เรยี นรูค้ วามหมายของคำเหลา่ น้หี รือไม่
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถ และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกประธาน
รองประธานและเลขานุการกลุ่ม โดยครูแนะนำบทบาทหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มให้นักเรียนเข้าใจ
บทบาทหน้าท่ขี องตนเอง
๔. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียนเรื่อง “จากผาแต้ม…สู่อียิปต์” เพื่อสำรวจคำยากและคำที่ไม่
เขา้ ใจความหมาย ให้เลือกคำไว้ ๑๐ คำ แลว้ นำไปติดบนกระดานดำ คดั เลือกคำท่ีซำ้ กันออก
๕. หลังจากได้คำศัพท์ที่คัดเลือกคำซ้ำออกไปแล้วน้ัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาความหมายจาก
พจนานุกรม แลว้ เขยี นลงในบัตรความหมาย นำไปติดหลังบัตรคำบนกระดานดำ
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลย
๗. นักเรียนท้ังช้ันฝึกอ่านคำศัพท์และความหมายของคำตามบัตรคำและบัตรความหมายที่ติดไว้บน
กระดาน
๘. นักเรยี นแตล่ ะคนเขียนคำศพั ท์และความหมายลงในสมดุ บันทึก
ขั้นสรปุ
๙. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ถึงประโยชน์ของการอา่ นคำศัพท์และเข้าใจความหมายของคำศัพท์
๙. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. PowerPoint: ภาพจากผาแต้มสอู่ ียิปต.์ pptx
๓. พจนานุกรม
๔. บัตรคำและบัตรความหมาย
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธีการ
แบบสังเกตการอ่านคำและ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
สงั เกตการอ่านคำและความหมายของคำ
ความหมายของคำ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม
ในกจิ กรรมกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
และม่งุ มนั่ การทำงาน ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
อันพึงประสงค์ ระดบั พอใช้
เกณฑ์การประเมินการอ่านคำและความหมายของคำ
๑. อา่ นคำและอา่ นความหมายของคำถูกต้องทุกคำ ไดค้ ำละ ๑ คะแนน
๒. อ่านคำและอ่านความหมายของคำ ผิด ๑ คำ หักคำละ ๑ คะแนน
๑๑. บันทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................ ........
........................................................................................................................... .......................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................ ............................................
....................................................................................... ...........................................................................
ลงชือ่ .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
สือ่ การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง จากผาแต้ม...สูอ่ ยี ิปต์
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรือ่ ง เรียนรู้คำ คคู่ วามหมาย
PowerPoint | ภาพจากผาแต้มสูอ่ ียปิ ต์.pptx
อปุ กรณ์ | บัตรคำและบัตรความหมาย
บตั รคำ บตั รความหมาย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ เร่ือง จากผาแตม้ ...สอู่ ยี ิปต์ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่อื ง อ่านคิดพินิจเร่ืองราว
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเข้าใจชัดเจนลึกซึ้งจะต้องอ่านแล้วสามารถตั้งคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย
แสดงความคิดเหน็ เน้ือเรอื่ ง ลำดับเหตกุ ารณ์ และสรปุ ใจความสำคญั ของเร่ืองได้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปตดั สินใจ
สาระที่ ๑ การอา่ น แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเร่ืองทอ่ี า่ น
มมี ารยาทในการอ่าน
ตวั ชีว้ ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙
๓. จดุ ระสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นในใจแล้วตัง้ คำถาม ตอบคำถามจากเร่อื งในบทเรยี นได้
๒. สรุปใจความสำคญั ของเรื่องทอี่ า่ นได้
๓. มมี ารยาทในการอา่ น
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. หลักการอ่านจับใจความ
๒. มารยาทในการอ่าน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นจบั ใจความ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุง่ ม่นั การทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง ต้งั คำถาม-คน้ หาคำตอบ จากผาแตม้ สู่อยี ปิ ต์
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู ห้นักเรยี นดูภาพจากบทเรียนเรอ่ื ง “จากผาแต้ม...ส่อู ยี ิปต์” แลว้ สนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั
ภาพทเี่ ห็นเปน็ อะไร บุคคลในภาพกำลงั ทำอะไร แลว้ นักเรยี นคิดว่าเนอื้ เร่ืองกลา่ วถึงอะไรบา้ ง
๒. ครูเช่ือมโยงเขา้ สบู่ ทเรียน
ข้นั สอน
๓. นักเรียนอ่านชื่อบทเรียนเร่ือง “จากผาแต้ม...สู่อียิปต์” แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายชื่อเร่ืองใน
หัวขอ้ ต่อไปนี้
- ผาแตม้ : แหล่งทอ่ งเท่ียว อยูท่ ่ีอำเภอโขงเจยี ม จังหวัดอบุ ลราชธานี มีลักษณะเป็นหนา้ ผามี
ภาพเขียนแต้มสีเป็นภาพ อายุราว ๓,๐๐๐ ปี เป็นภาพสที ี่มีความเก่าแก่ทีส่ ุดในประเทศไทย
- พรี ะมิด อยี ิปต์ : เปน็ พีระมิดท่ีใหญ่ทส่ี ดุ แห่งเมอื งกซิ า ประเทศอยี ิปต์ มีภาพและตัวอกั ษร
อายุราว ๕,๐๐๐ ปี
๔. นักเรียนทบทวนหลักการอ่านในใจ การสรุปใจความสำคัญ มารยาทในการอ่าน จากใบความรู้
เรื่อง หลกั การอา่ นในใจและมารยาทในการอา่ น
๕. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกันบอกถึงจดุ มุ่งหมายของการอ่านในใจ เชน่
- อ่านในใจแล้วสามารถตงั้ คำถาม ตอบคำถามได้
- อภิปรายแสดงความคิดเหน็ เรื่องได้
- สามารถลำดบั เหตกุ ารณ์ของเร่ืองได้
- สรุปใจความสำคญั ของเรอื่ งได้
๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิมแต่เลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
กลมุ่ ใหม่ ไม่ซ้ำเดมิ
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจเน้ือหาบทเรียนและตั้งคำถาม จากเรื่องที่อ่านและวงเล็บคำตอบท่ีถูก
ที่สุดไว้ด้านหลังด้วยคำถามง่าย ๆ ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นว่า ใคร อะไร ท่ีไหน เม่ือไร อย่างไร ทำไม เป็น
คำถามที่มีคำตอบอยู่ในบทเรียน หลังจากน้ันนำคำถามและคำตอบเขียนลงในใบงาน เรื่อง ตั้งคำถาม-ค้นหา
คำตอบ จากผาแตม้ สอู่ ียิปต์
๘. เม่ือแต่ละกลุ่มทำใบงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครตู ้ังคำถามจากการอ่านในใจนักเรียนต้ังคำถาม-ตอบ
คำถามไดจ้ ำนวนกข่ี อ้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยใบงาน
๙. ครูสรุปผลการตั้งคำถามและตอบคำถาม
๑๐. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ลำดบั เหตุการณ์สำคญั ของเรื่องคนละประโยคหรือมากกว่านน้ั จนจบ
เรอ่ื ง หลังจากนนั้ สมาชิกทกุ คนชว่ ยกนั สรุปใจความสำคญั ของเร่อื งแล้วบนั ทกึ ไว้ในสมดุ
๑๑. ตัวแทนแต่ละกลมุ่ นำเสนอใจความสำคัญของเร่ือง “จากผาแต้มสูอ่ ียปิ ต์”หน้าชนั้ เรยี น
ขน้ั สรปุ
๑๒. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เรือ่ ง แนวปฏบิ ัติในการอ่านในใจทถี่ กู ต้องและมารยาทในการอา่ น
และสรุปใจความสำคญั “จากผาแตม้ สอู่ ยี ิปต์”
๑๓. ครูให้นักเรียนบอกถึงสถานที่สำคัญในท้องถ่ินของตนเองมีอะไรบ้าง และแหล่งท่องเที่ยวทาง
ประวตั ศิ าสตร์ทน่ี กั เรียนรู้จักมอี ะไรบา้ งและมีความเป็นมาอยา่ งไร เขยี นลงสมดุ บนั ทกึ
๙. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบความรู้ เร่อื ง หลักการอ่านในใจและมารยาทในการอ่าน
๓. ใบงาน เร่อื ง ตั้งคำถาม-คน้ หาคำตอบ จากผาแตม้ สู่อียปิ ต์
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบประเมินการอ่านจบั ใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เร่อื ง ตง้ั คำถาม-คน้ หา
คำตอบ จากผาแต้มสู่อียปิ ต์ แบบประเมินใบงานเรื่อง ตั้งคำถาม- รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม คน้ หาคำตอบ จากผาแตม้ ส่อู ียปิ ต์ ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
และมุ่งมั่นการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ขึ้นไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบญุ )
วนั ท่ี............เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง จากผาแต้ม...สู่อยี ิปต์
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๒ เร่อื ง อา่ นคดิ พนิ ิจเรอ่ื งราว
การอ่าน เปน็ ทักษะอย่างดยี ่ิงของการเรยี นรู้ เราสามารถทจ่ี ะเรยี นรู้ผ่านการอา่ นได้เป็น
อย่างดี ในแตล่ ะวันเราต้องใชท้ กั ษะในการอ่านเกือบตลอดเวลา ดังนั้นควรที่จะมีการฝึกทักษะ
ในการอ่านให้อา่ นได้ ดีย่งิ ขน้ึ นอกจากท่จี ะอ่านได้แล้ว สงิ่ ทีส่ ำคญั อีกอย่างคอื การอ่านเป็น
เพราะการอ่านเปน็ จะเปน็ การจับประเดน็ ของเรื่องที่อา่ น การวิเคราะห์ การประเมินคา่ ของเรอ่ื ง
ที่อ่าน นอกจากนั้นยังสามารถที่นำประโยชน์ที่ได้จากการอา่ น นำไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ใน
ชวี ิตประจำวนั จึงจะถือว่าเป็นผทู้ ่ีอ่านเป็น
การอ่านจะแบง่ ออกเปน็ ๒ ชนิด คือ การอา่ นในใจ กบั การอา่ นออกเสียง
การอ่านในใจ
การอ่านในใจ เป็นการอ่านที่ไมต่ ้องออกเสียงในขณะท่ีอ่าน ผู้อ่านจะอ่านข้อความ เก็บ
ความและแปลความตามความเข้าใจของผู้อ่าน นิยมใช้เพื่อต้องการเก็บความรู้จากเร่ืองท่ีอ่าน
ซึ่งการอ่านในใจนี้ผู้อ่านไม่ต้องกังวลว่าจะตรงตามฉันทลักษณ์ของเรื่องที่อ่าน เพราะเป็นการ
อา่ นเพื่อความเข้าใจด้วยตัวเองเท่านั้น การอ่านในใจไม่นิยมใช้ในการอ่านเพื่อความบันเทิง เช่น
การร้องเพลง การขบั ร้องทำนองเสนาะ เพราะเราจะไม่ได้อรรถรสของเรื่องท่ีอา่ น
หลกั การอา่ นในใจ
๑. มีสมาธิในการอา่ น เพอ่ื ให้การอา่ นเกดิ ประสทิ ธิภาพมากที่สดุ กำหนดจุดมุ่งหมายใน
การอ่าน น้นั กค็ อื วา่ ก่อนอ่านตอ้ งกำหนดวา่ จะอ่านไปเพ่ืออะไร เช่น อา่ นเพ่ือให้ร้โู ครงสร้างของ
เรื่องที่กำลังจะอ่าน ควรอ่านแบบคราวๆ ไม่จำเป็นต้องอ่านโดยละเอียด หรือ การอ่านเพื่อ
ความรู้ ควรอ่านแล้วทำความเข้าใจในเร่ืองที่อ่านและต้องอ่านโดยละเอียด การอ่านเพื่อความ
บนั เทงิ ไม่จำเปน็ ต้องอา่ นเร่อื งทัง้ หมด ใหอ้ ่านแค่เพียงให้รู้สึกว่าสนุกสนานผ่อนคล้ายเทา่ นัน้
๒. ในขณะอา่ นควรเปล่ยี นบรรทดั ใหแ้ มน่ ยำเพ่ือไมใ่ ห้ขา้ มเน้ือหา
๓. มีประสบการณ์เก่ียวกับเร่ืองที่อ่าน เพราะการอ่านที่จะได้ผลดี ผู้อ่านควรมีความรู้
เบื้องต้นเกี่ยวกับเร่ืองที่จะอ่านมาก่อน เช่น ต้องการจะอ่านเรื่อง สงครามโลกคร้ังท่ีสองท่ีมี
ผลกระทบกับประเทศไทย ผู้อ่านควรมีความรู้เกี่ยวกับ ประวัติของผู้แต่งหนังสือ มีความรู้
เกย่ี วกับ แผนท่ีประเทศไทย ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยทอี่ ยูใ่ นชว่ งน้ัน เพื่อให้มองเห็นภาพ
โดยรวม
๔. เข้าใจความหมายของคำศัพท์หรือสำนวน เพราะการแต่งหนังสือ ผู้แต่งจะมีความรู้
และประสบการณ์ต่างจากผู้อ่าน ดังนั้นการนำเสนอเน้ือหาจึงเป็นไปโดยประสบการณ์ของ
ผูเ้ ขียน บางครัง้ ศัพท์หรือสำนวนผู้อ่านจะไมเ่ ขา้ ใจตรงกับผเู้ ขียน
๕. จับใจความสำคญั ของเรื่องทีอ่ า่ นได้ เชน่ ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมื่อไร อยา่ งไร
๖. จดจำ บนั ทกึ ความร้คู วามเขา้ ใจในรปู แบบของตนเองเพื่อประโยชนใ์ นโอกาสตอ่ ไป
การอา่ นจับใจความ
เปน็ เร่ืองท่ีสำคญั อยา่ งหน่ึงของกระบวนการอ่าน เพราะการจับใจความสำคัญ แสดงให้
เหน็ ว่าผู้อา่ นมีความเข้าใจเนอ้ื เรือ่ ง ไดด้ ีแคไ่ หน และเข้าใจจดุ ม่งุ หมายของผเู้ ขยี นได้ดแี ค่ไหน
หลักการ อา่ นจบั ใจความ
๑. อ่านต้ังแต่ต้นจนจบ โดยให้ทำการอ่านคร่าวๆ ๑ ครั้งเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาโดยรวม
จากนนั้ จงึ อา่ นใหมอ่ กี ๑ ครัง้ เพือ่ เกบ็ รายละเอยี ดของเน้ือหา
๒. จับใจความสำคญั ท่ลี ะ ๑ ยอ่ หนา้
การจับใจความสำคัญจะแบง่ ออกเป็น ๒ แบบ
๑. ใจความหลัก คือประโยคที่เป็นเนื้อหาสำคัญของย่อหน้านั้นๆ อาจวางอยู่บริเวณใด
ของเน้อื หากไ็ ด้ แตใ่ นสว่ นน้ีจะไม่สามารถตัดเน้ือหาทิ้งได้ แต่สามารถที่จะนำมายอ่ ความใหม่ได้
๒. ใจความรอง เป็นเนื้อหาในส่วนท่ีมาขยายส่วนของใจความหลักให้มีความสมบูรณ์
มากยง่ิ ขึน้ เชน่ การยกตวั อย่าง การอธบิ าย การเปรยี บเทียบ การแสดงความคดิ เห็น
๓. นำเนอื้ หามาเรยี บเรยี งใหม่ ด้วยรปู แบบของผูอ้ า่ นเอง
มารยาทในการอา่ น
๑. เลือกอ่านหนังสอื ท่ีมีประโยชน์
๒. ไมอ่ า่ นเสียงดงั รบกวนผ้อู ื่น
๓. อา่ นอยา่ งมีวิจารณญาณ ไม่มีอคติในการอ่าน
๔. อา่ นออกเสยี งและเว้นวรรคตอนอยา่ งถูกต้อง
๕. ระวังไม่ให้หนงั สอื เกิดความเสียหาย แต่ถา้ ทำเสียหายต้องซ่อมหนงั สอื ใหถ้ ูกต้องตาม
วธิ ีการซ่อมหนงั สือ
๖. การนำเรอ่ื งทอี่ ่านไปอ้างอิงในงานเขียนต้องอ้างอิงให้ถูกต้องตามหลักการ
สมาชิก เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นตัง้ คำถามพร้อมคำตอบจากการอ่านจบั ใจความจากเรื่อง
“จากผาแต้มสอู่ ยี ปิ ต์”
ตวั อย่างคำถามและคำตอบ
คำถาม : ครอบครัวของอินและเอื้อง ไปทันเหน็ พระอาทติ ย์ขึ้นหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
คำตอบ : ไปทัน เพราะเขาบรรยายว่าเหน็ ปา่ ไม้ เทือกเขา กระแสน้ำ และอากาศเยน็
คำถาม คำตอบ
คำถาม คำตอบ
รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการตง้ั คำถามและตอบคำถาม
เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑.ลักษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒.ความมเี หตุผล
๓. ความคิดสร้างสรรค์ ตงั้ คำถามเพ่ือค้นควา้ หา ตงั้ คำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ
๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพ่มิ เตมิ ต่อไปได้ ความรเู้ พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ติ ประจำวนั
๕.ลักษณะคำตอบ ได้อีก
สามารถแสดงความคิดเหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล
อย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง
คำถามมคี วามคดิ รเิ รม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
แปลก ทันสมัย ไม่ซำ้ แบบ ความทันสมยั บา้ ง
ใคร
แสดงถงึ คำถามท่ีมีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้
ความรมู้ าประยุกต์ใช้ใน ประยกุ ต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั ไดม้ าก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย
ตั้งคำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย
คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไมว่ กวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ
วกวน วกวน
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ
ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. บุคลกิ ในการอา่ น
นัง่ ตัวตรง วางและเปิด ๒๑
หนงั สอื ถกู ตอ้ ง นงั่ ตัวตรง วางหรือเปิด นั่งตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสือไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถกู ต้อง
๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาไดถ้ ูกต้อง รวดเรว็
และต่อเน่ือง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแตช่ า้ มาก
ต่อเนือ่ ง และไม่ตอ่ เนื่อง
๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ีตามตัวอักษร ใช้มือชี้ตามตัวอักษร ใช้มอื ช้ีตามตัวอักษร
ขณะที่อา่ นตลอดทง้ั เรือ่ ง ๒ คร้ัง ขณะทอ่ี า่ น มากกว่า ๒ คร้ัง ขณะท่ี
ตั้งแตต่ ้นจนจบ อ่าน
๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมา ๒ คร้งั สา่ ยหนา้ ไปมา มากกว่า
ขณะที่อา่ น อา่ นตลอดท้ังเรอื่ งตง้ั แต่ ในขณะอา่ น ๒ คร้ัง ในขณะอ่าน
ต้นจนจบ
๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์
เรือ่ งท่ีอ่าน สถานที่ เวลา และผลท่ี
เกดิ ข้นึ โดยเรียงลำดบั สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลที่
๖. การต้ังคำถามและตอบ เหตกุ ารณไ์ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง
คำถามจากเร่ือง เหมาะสม เกดิ ข้ึนได้ แตเ่ รยี งลำดับ เกิดขึน้ ได้ แตเ่ รียงลำดับ
ต้ังคำถามและตอบ เหตุการณผ์ ิด ๑ ตำแหนง่ เหตุการณ์ผดิ ๒ ตำแหนง่
คำถามจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
ถกู ต้องทุกเรอ่ื ง ทกุ ขึน้ ไป
ประเดน็
ตงั้ คำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ืองที่อ่าน ไม่ คำถามจากเรื่องท่ีอา่ น ไม่
ถกู ต้อง ๑ ข้อ ถูกต้อง ๒ ขอ้ ขน้ึ ไป
๗. การสรปุ เรือ่ ง แนวคิด สรุปเรือ่ ง แนวคดิ และ สรปุ เรอ่ื งได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคิด
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่อื งไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ข้อคดิ อย่างใด และข้อคิดไมได้
สมบรู ณ์ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง จากผาแตม้ ...สอู่ ียิปต์ เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอ่ื ง คิดวเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเรอื่ ง
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง จะช่วยใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจเรื่องและจำเรอ่ื งทอ่ี ่านได้แม่นยำยังเป็นการช่วย
ฝึกทักษะ และพัฒนาในด้านการเขียน การพดู ต่อไป
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพ่ือนำไปตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี น
เรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรสู้ กึ ในโอกาสต่างๆอย่างมวี ิจารณญาณและ
สรา้ งสรรค์
ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรอื่ งทีอ่ า่ น
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนำความรูแ้ ละความคดิ จากเร่ืองที่อ่านไปตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวิต
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนา
งานเขียน
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองที่ฟังและดู
๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. อธิบายวิธีการเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งได้
๒. เขยี นแผนภาพโครงเรื่องจากเรอ่ื งที่อ่านได้
๓. เลา่ เรอ่ื งตามแผนภาพโครงเรื่องได้
๔. มมี ารยาทในการเขยี น
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. เขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
๒. เลา่ เรื่องตามแผนภาพโครงเร่ือง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุง่ มน่ั การทำงาน
๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครขู ออาสาสมัครบอกถึงสถานที่สำคัญในท้องถิ่นมีอะไรบา้ ง และแหลง่ ท่องเท่ียวทางประวัติศาสตร์
ที่นักเรียนรู้จกั
๒. นักเรยี นเลน่ เกม “เรยี งร้อยต่อเรือ่ งราว”
ขนั้ สอน
๓. ครแู ละนักเรยี นสนทนาทบทวนเรอ่ื ง “จากผาแตม้ ...สู่อียปิ ต์” โดยใชภ้ าพจาก บทเรียนประกอบ
๔. นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายวิเคราะหโ์ ครงเรือ่ ง ลำดับเหตุการณ์ของเรอื่ งและบอกประเด็นสำคัญ
๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ ห้ซ้ำเดมิ
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เร่ือง หลักการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง และมารยาทในการ
เขียน
๗. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ อา่ นในใจ“จากผาแต้ม...สอู่ ียิปต์” จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษา
ปีท่ี ๖ แลว้ ร่วมกนั ทำใบงาน เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง ตอนท่ี ๑
๘. ครสู ุ่มตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนภาพโครงเร่ือง และใหน้ ักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถูกต้องและเพมิ่ เติมให้สมบูรณ์
๙. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแก้ไขใหส้ มบรู ณ์
๑๐. นักเรียนแตล่ ะคนทำใบงาน การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ตอนที่ ๒ แล้วนำสง่ ครูเพื่อประเมนิ ผล
ข้นั สรุป
๑๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ บทเรียน เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง และแนวทางปฏิบัติที่
ถกู ต้องในการเล่าเร่ือง
๙. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. เกม “เรียงร้อยต่อเรือ่ งราว”
๓. ใบความรู้ หลักการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและมารยาทในการเขียน
๔. ใบงาน เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๑๐. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมนิ การเขยี นแผนภาพ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
โครงเรอ่ื ง ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม
ในกจิ กรรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อันพึงประสงค์ ขน้ึ ไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ เรื่อง จากผาแต้ม...สู่อยี ิปต์
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๓ เรอ่ื ง คิดวเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่ือง
เกม “เรียงร้อยต่อเร่อื งราว”
อปุ กรณ์
๑. บตั รขอ้ ความ เป็นเหตุการณ์ในเรือ่ ง เดียวกัน มีเน้ือเร่ืองต่อเนือ่ งกนั แต่ได้จดั คละกนั ไว้ จัดทำไว้
เป็น ๒ ชดุ
๒. นกหวีด
๓. นาฬิกาจบั เวลา
อีกา คาบเนอ้ื อยใู่ นปาก หลงเช่ือคำพดู ของ สุนขั จ้ิงจอก ท่ชี มวา่
อกี า
ชน้ิ เน้ือที่ มเี สียงไพเราะ จึงอา้ ปากร้องเพลงให้ สนุ ัขจง้ิ จอก ฟัง
อกี า คาบมาหล่นออกจากปาก สุนขั จ้ิงจอก คาบเน้ือไปกินแทน
วธิ กี ารเลน่ เกม มีดังนี้
๑. แบง่ นักเรียนออกเปน็ ๒ กลมุ่
๒. ครูอธิบายกตกิ าการเลน่ โดย
- ใหแ้ ต่ละกลุ่มมารับข้อความซึ่งเป็นขอ้ ความชนิดเดียวกัน กล่มุ ละ ๑ ชุด
- ครูจะให้เวลาเล่นเกมประมาณ ๑๐ นาที โดยจะใหส้ ัญญาณเรม่ิ เล่นด้วยการเป่านกหวีด และให้
สัญญาณหยดุ เล่นดว้ ยการเป่านกหวีดเช่นกนั
- เมื่อได้ยนิ สญั ญาณใหน้ กั เรยี นเรม่ิ เลน่ เกมทันที โดยการจดั ลำดับข้อความท่ีไดร้ บั ใหเ้ นือ้ ความ
ตอ่ เน่ืองกันจากข้อความที่นกั เรยี นคดิ ว่านา่ จะอยอู่ ันดบั แรก หรือเร่ิมตน้ ไปจนถึงข้อความที่คิด
ว่าน่าจะอยู่สุดท้าย
- ให้นักเรยี นชว่ ยกนั เขยี นเร่ืองราวเพ่มิ เติมจากข้อความแรกจนถงึ ข้อความสดุ ท้าย ให้เปน็
เรอ่ื งราวทสี่ มั พันธ์ต่อเนื่องกัน
- เมอื่ ได้ยินสัญญาณหมดเวลา ให้ตัวแทนของกล่มุ มาจับสลากกันออกมารายงาน โดยเล่าเร่ืองให้
เพ่อื น ๆ ฟัง
- ให้แต่ละกลุ่มตดิ ข้อความที่ได้รับและสว่ นทไ่ี ดต้ ่อเติมแต่งต่อเรือ่ งราวเสรจ็ ไวบ้ นกระดานดำให้
เพ่ือนดู
จากน้นั ครูนำข้อความมาเฉลยใหน้ ักเรยี นดู แลว้ พจิ ารณาวา่ กล่มุ ใดลำดบั เรื่องไดถ้ ูก และต่อเติมได้ดี
สมบูรณ์เหมาะสม เปน็ ฝ่ายชนะ
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง เป็นการเขียนที่แสดงให้เห็นโครงเร่ืองโดยรวมทั้ง
เรื่องทำใหจ้ ับใจความสำคญั ของเร่ืองที่อา่ นได้ดีย่งิ ขนึ้
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ต้องอาศัยการต้ังคำถามและตอบคำถามจากเร่ือง
ที่อ่านว่าตัวละครในเร่ืองมีใครบ้าง สถานที่เกิดเหตุการณ์คือท่ีไหน มีเหตุการณ์อะไรเกิดข้ึน
และผลของเหตุการณน์ ั้นคอื อะไร แล้วจงึ เขียนเปน็ แผนภาพโครงเรื่อง
ตัวอย่าง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง เรอ่ื ง กากบั สุนัขจิง้ จอกเจา้ เลห่ ์
อีกาตวั หนงึ่ กำลงั หวิ มนั จึงบนิ ออกหาอาหาร มันเหลอื บไปเหน็ เนอ้ื ช้ินหนึ่งหลน่ อยู่ มันจงึ ใช้ปาก
คาบเนื้อช้ินน้ันขึ้นมา แล้วบินไปเกาะที่ไม้ต้นหน่ึง สุนัขจิ้งจอกตัวหน่ึงเดินผ่านมาเห็นอีกาคาบเน้ืออยู่ใน
ปาก มนั อยากกินเน้อื ช้นิ นัน้ มนั จึงเอย่ ปากทกั อีกาว่า
“สวสั ดคี รับคุณกา คุณชา่ งสงา่ งามอะไรอยา่ งนี้ ขนของคุณก็ดสู วยงามมาก” อีการ้สู ึก
ชอบใจมาก มันมองดูของของตวั เองอยา่ งภูมใิ จ สนุ ขั จงิ้ จอกจงึ พูดตอ่ ไปว่า
“คุณคงมเี สยี งทีไ่ พเราะมาก คณุ คงร้องเพลงเพราะด้วยใชไ่ หม” อีกา รบี ผงกหวั รับ
“ถา้ อยา่ งน้ันคุณชว่ ยรอ้ งเพลงให้ผมฟงั สักหนอ่ ยเถิดครับ” อกี า จงึ อ้าปากจะร้องเพลง
พอมันอา้ ปาก เนื้อกห็ ลุดจากปากตกลงท่พี น้ื สุนัขจ้ิงจอกจึงรีบคาบเนอื้ ชิน้ นนั้ แลว้ วงิ่ หนีไป
แผนภาพโครงเรื่อง ของนิทานเร่ืองกากบั สนุ ัขจ้ิงจอกเจ้าเล่ห์
ตัวละครในเร่ือง อีกา และสุนขั จ้ิงจอก
สถานที่ ตน้ ไมต้ ้นหน่ึง
เหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ข้ึน อีกาซึ่งกำลงั คาบเน้ืออยใู่ นปาก หลงเชื่อคำพดู ของ
สนุ ขั จง้ิ จอกทชี่ มวา่ อีกามีเสียงไพเราะ จงึ อา้ ปากจะร้องเพลงให้
สนุ ัขจิ้งจอกฟัง
ผลของเหตุการณ์ ทำให้ชิน้ เนื้อที่อกี าควบมาหล่นออกจากปากสุนัขจิ้งจอกจึงมาคาบเน้ือ
ไปกินแทน
มารยาทในการเขยี น
๑. เขียนดว้ ยลายมือท่ีอ่านง่าย สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ไมข่ ดี ฆ่าขูดลบ
๒. ใชก้ ระดาษที่เหมาะสม สภุ าพ
๓. ใช้ปากกาท่ีเหมาะสม เช่น ไม่ควรใช้สีแดง เปน็ ตน้
๔. ใชถ้ อ้ ยคำภาษาทีส่ ร้างสรรค์ ไมก่ ลา่ วร้ายผู้อ่ืน
๕. ใช้ถอ้ ยคำทสี่ ุภาพ เหมาะสมแก่กาลเทศะและบุคคล
๖. เขยี นให้ถูกอักขรวิธี (สะกดการันตถ์ กู ต้อง)
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………
ตอนท่ี ๑ ใหน้ กั เรยี นเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง “เรื่อง จากผาแตม้ ...สอู่ ยี ปิ ต์
ตวั ละครสำคัญ ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เร่ืองเกดิ ขนึ้ ทไ่ี หน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญั หาท่ีเกิดข้ึนในเร่อื ง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณ์ท…่ี .. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ชื่อ – สกลุ .................................................................................................เลขที.่ .............
ตอนท่ี ๒ ให้นักเรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่อง จากเนื้อเร่ืองต่อไปนี้
นายกล่ำ รู้จักคุ้นเคยกับพระยาขจัดฯ ซึ่งเป็นข้าราชการช้ันผู้ใหญ่ที่มีคนนับหน้า
ถือตามากท่ีสุดคนหน่ึง เมื่อนายกล่ำจะประกอบพิธีงานมงคลท่ีบ้านของตน จึงได้พยายามไป
หาพระยาขจดั ฯ ขอเชิญท่านใหม้ าในงานน้เี พื่อเปน็ เกยี รติ และศริ มิ งคลแก่ตัวเขา
พระยาขจัดฯ ก็รบั ปากว่าจะมาอยา่ งแข็งแรง จึงเตรียมการเป็นการใหญ่ เพื่อต้อนรับ
พระยาขจัดฯ และออกการด์ เชิญบรรดาแขกเหรื่อใหม้ าในงานน้ีกันคับค่งั พร้อมท้ังแจ้งบรรดา
แขกอื่นๆ ที่มาในงานรู้ว่า พระยาขจัดฯ จะมาในงานน้ีอย่างแน่นอนแขกเหร่ือทุกคนทุกคน
ก็คอยรับพระยาขจัดฯ แต่เม่ือถึงเวลาเร่ิมพิธีมงคลแล้ว พระยาขจัดก็ยังไม่มารอกันอยู่
จนกระทง่ั ล่วงเลยเวลา เกอื บจะหมดฤกษ์ กย็ ังไม่ปรากฏตัวพระยาขจดั ฯเลย
ปัญหาอยู่ท่ีว่า เมื่อพระยาขจัดฯ ผิดนัดงานเช่นนี้ นายกล่ำควรทำอย่างไรกับ
แขกเหรอ่ื ทมี่ าในงาน
แหลง่ อา้ งอิง: ฝึกสมองทดลองภมู ปิ ญั ญาของคุณหนู ๆ โดยนายปญั ญา รอบรู้ เอกลักษณ์หนังสอื ดี
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
- เฉลย -
ตอนท่ี ๑ ให้นกั เรยี นเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง “เร่อื ง จากผาแต้ม...สู่อยี ิปต์
ตวั ละครสำคัญ อนิ และเอื้อง
ตวั ละครประกอบ พอ่ และแม่
เร่ืองเกิดขน้ึ ที่ไหน ครอบครวั ไปเทย่ี ว
ปัญหาท่ีเกดิ ขน้ึ ในเรอ่ื ง การไปเทย่ี วท่ีผาแตม้
เหตกุ ารณท์ ี่ ๑ พ่อ แม่ อิน และเอ้ืองไปทอดกฐินที่จังหวัดอุบลราชธานีและไป
เทย่ี วผาแตม้
สถานท่ี ผาแตม้ อำเภอโขมเจียม จงั หวดั อบุ ลราชธานี
ตวั ละคร อินและเออื้ ง พ่อและแม่
การกระทำ อินและเอ้ือง พ่อและแม่ หลังจากทำบุญกฐินแล้วเดินทางไป
ไปเท่ียว อำเภอโขมเจียม จงั หวดั อุบลราชธานี ซง่ึ สามารถมองเห็น
ทุ่งนาและภูเจาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ
ได้ไปชมผาแต้มซึ่งมีภาพคนสมัยโบราณบันทึกชีวิตความเป็นอยู่
และวัฒนธรรมไว้บนหินอยา่ งสวยงาม
ผลของการกระทำ อนิ และเอ้ือง ไดร้ ับความรูจ้ ากพ่อและแม่ เรอื่ งผาแตม้
เหตกุ ารณ์ท่ี ๒ เปิดภาคเรียน อินเล่าเรื่องความมหัศจรรย์ของผาแต้มให้เพื่อน ๆ
ฟัง และณภัทรเล่าความมหัศจรรยข์ องประเทศอียิปต์
สถานท่ี โรงเรียน
ตวั ละคร อนิ และณภัทร
การกระทำ อินและณภัทร เปิดเรยี นอินได้เลา่ เร่ืองการไปเทย่ี วผาแต้มให้
เพื่อน ๆ ในห้องฟัง ณภัทรซึ่งได้ติดตามพ่อแม่ไปเท่ียงท่ีประเทศ
อียิปต์ ได้เล่าถึงพีระมิดซ่ึงเป็น ๗ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ได้ไปชม
พีระมิดกูฟูแห่งกีซา มีการแกะสลักรูปภาพต่างๆตามผนัง จะมี
ลักษณะคล้ายผาแต้ม เป็นการส่ือสารด้วยภาพประมาณ ๕๐๐๐
มาแลว้ ผาแต้มจะมที ี่หลังอยี ิปต์ เพ่ือนๆในหอ้ งได้ดภู าพถ่ายจาก
ทง้ั อินและณภทั ร
ข้อคดิ การไปเทย่ี วจะไดท้ ั้งความรู้และความสนกุ สนาน
ตอนท่ี ๒ ตามดุลยพนิ ิจครผู ้สู อน โดยใช้แบบประเมนิ การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑
๒
๑. ลำดบั ความคดิ ลำดบั ความคดิ ลำดบั ลำดบั ความคิด ลำดบั ลำดับความคิด ลำดบั
เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนอ่ื ง วกวน
เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอ่ื ง เหตกุ ารณ์ได้อย่าง เหตุการณ์ไมต่ ่อเน่ือง
ตอ่ เน่อื ง เหมาะสม บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง บกพร่องเกนิ
๒ ตำแหน่ง
๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเรอ่ื ง จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ือง
เร่อื งได้ถกู ต้อง เร่ืองได้ถูกต้อง ได้ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไมถ่ ูกต้อง
๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชับ การใชภ้ าษา กระชับ การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชดั เจน สุภาพถูกตอ้ ง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชัดเจน สภุ าพถูกตอ้ งเป็น ชดั เจน ไม่สภุ าพ และไม่
เหมาะสมตลอดทง้ั เร่อื ง บางส่วน ถกู ต้อง
๔. การเขียนคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถูกต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวธิ ี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป
อกั ขรวิธีตลอดทัง้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง
๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเร่ือง ไมถ่ ูกต้อง ๒ ตำแหน่ง ถกู ต้องเกนิ ๓ ตำแหน่ง
ขน้ึ ไป
๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไม่เปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไมเ่ ป็นระเบยี บ
สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเปน็ ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหน่ง ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เรือ่ ง ขึ้นไป
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๔ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เร่ือง จากผาแตม้ ...สู่อียิปต์ เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอื่ ง การอ่านออกเสียง
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง ฉะน้ันผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ
ออกเสียงให้ถกู ต้องชดั เจน จึงจะสื่อความหมายได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปตดั สินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
๓. จุดระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสียงได้
๒. อา่ นออกเสียงเรอื่ งในบทเรียนไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอา่ น
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอา่ นออกเสยี ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความร้เู พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขียน การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ ม่ันการทำงาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. การอ่านออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เรอ่ื ง การอ่านคำและข้อความ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
๑. ครใู ห้นกั เรียนชมวดี ที ัศน์ เร่ือง หลักพื้นฐานการอ่านภาษาไทย (ใช้เวลา ๑๓ นาที)
๒. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสาระสำคัญท่ีไดจ้ ากการชมวดี ีทัศน์
ขน้ั สอน
๓. ครูให้นักเรียนอ่านคำศัพท์ในบทเรียน ดังนี้ กฐิน กระดาษสา โกฏิ ปโกฏิ พีระมิด แมลงกุดจ่ี
แมลงสคารบั ศิลาจารึก สังขยา สีน้ำหมาก
๔. ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยการอ่านคำศัพท์
๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลมุ่ ใหม่ ไม่ใหซ้ ำ้ เดมิ
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงบทเรียน เร่ือง จากผาแต้ม...สู่อียิปต์ โดยอ่านทั้งข้อความ
บรรยายและข้อความทีเ่ ปน็ คำพูดของตัวละคร โดยอ่านออกเสียงพรอ้ มกัน และฝึกอ่านออกเสียงเป็นรายบุคคล
โดยศึกษาจากใบความรู้ การอ่านออกเสียง
๗. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำที่นักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน
เพือ่ ประเมินผลการอ่านของนักเรยี น นักเรยี นฝกึ อ่านคำทีอ่ ่านผดิ ทคี่ รูเขียนไวบ้ นกระดานอีกครง้ั
๘. นักเรยี นแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง การอา่ นคำและข้อความ แลว้ นำส่งครเู พ่ือประเมินผล
ขั้นสรปุ
๙. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปหลกั เกณฑก์ ารอา่ นออกเสยี งทด่ี ี แลว้ บนั ทึกลงสมุดบนั ทกึ
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. วีดที ศั น์ เรือ่ ง หลักพ้ืนฐานการอา่ นภาษาไทย
๓. ใบความรู้ เร่อื ง การอ่านออกเสียง
๔. ใบงาน เรอ่ื ง การอ่านคำและข้อความ
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร
ใบงาน เรือ่ ง การอา่ นคำและ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงาน เรื่อง การอ่านคำและ
ขอ้ ความ ขอ้ ความ ผ่านเกณฑ์
สังเกตการอ่านออกเสยี งรายบุคคล
แบบประเมินการอ่านออกเสยี ง ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม
ในกจิ กรรมกลุม่ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั การทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดบั พอใช้
อนั พงึ ประสงค์ ขึ้นไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เรือ่ ง จากผาแตม้ ...ส่อู ยี ิปต์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรือ่ ง การอ่านออกเสยี ง
ตัวอย่าง วีดที ศั น์ | หลกั พื้นฐานการอา่ นภาษาไทย
หลักพน้ื ฐานการอา่ นภาษาไทย ความยาว ประมาณ ๑๒ นาที
ที่มา www.youtube.com/watch?v=a0rz01EgjzI
การอ่านออกเสียง เป็นการอา่ นให้เกิดเสียงดัง คือ เปล่งเสียงตามตัวอักษร
ถ้อยคำ และเครอ่ื งหมายต่างๆ ที่เขยี นออกมาให้ถูกตอ้ งชัดถ้อยชัดคำ และเป็นทเ่ี ขา้ ใจ
แก่ผู้ฟงั การอ่านออกเสียงผู้อ่านตอ้ งอาศยั การทำงานท่ีสัมพันธ์กันระหว่างสายตา สมอง
และอวัยวะในการออกเสียง กลา่ วคอื ผู้อ่านต้องใช้สายตากวาดไปบนตัวอักษรคร้งั ละหนึ่ง
วรรค และต้องแบง่ ใจความไว้แปลงความคิดเปน็ เสียง แลว้ จงึ เปลง่ เสยี งออกมาใหต้ รงตาม
ความหมายของถ้อยคำ เพื่อให้ผฟู้ ังเขา้ ใจข้อความที่ได้ยนิ ผู้อา่ นเปลง่ เสียงออกมา
หลกั ท่ัวไปในการอา่ นออกเสียง
การอ่านออกเสียงนั้นมุ่งให้ผู้อา่ นอ่านให้ชัดเจน ถกู ต้อง และมีผลทำให้ผูฟ้ ังเข้าใจ
เรื่องได้ตรงตามท่ีผู้เขียนต้องการ การอ่านออกเสียงแบ่งออกได้ออกไปเป็น ๒ อย่าง
ตามลักษณะของข้อความท่ีอ่าน คือ อ่านเรือ่ งท่ีเป็นร้อยแก้ว กับเรื่องท่ีเป็นบทร้อยกรอง
สิ่งท่ผี ูอ้ ่านควรคำนึงถงึ ในการอา่ นออกเสยี งมีดังนี้
๑. ความชัดเจน ความชัดเจน หมายถึง การอ่านออกเสยี งไดช้ ัดถ้อยชัดคำ ทั้ง
เสียงสระ เสียงพยัญชนะ เสียงวรรณยุกต์ และพยัญชนะควบกล้ำ รวมทั้งออกเสียงตัว
ร ล ให้ชัดเจน ไม่สับเสียงจากเสียง ร เป็น ล น้ำเสียงท่ีเปล่งออกมาต้องดัง ฟังชัด
ไม่ดงั มากหรือค่อยเกนิ ไปเพื่อให้ผู้ได้ยินทว่ั ถงึ กนั
๒. ความถูกต้อง คือ ผู้อ่านสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามอักขรวิธีของ
ไทยหรือ ตามอักขรวิธีของภาษาอื่นท่ีไทยนำมาใช้ รวมท้ังการอ่านถูกต้องตามความนิยม
ด้วย ซึ่งผู้อ่าน จะต้องศกึ ษาหลักการอ่านที่ถูกต้องจากหนังสือตำราหลักภาษาไทย และ
หม่ันสังเกตศึกษารวบรวมคำ และคำอา่ นทถี่ ูกต้องอยา่ งสม่ำเสมอ เมื่อสงสัยคำอ่านใดให้
ยึด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นหลัก เช่น การอ่าน
คำพ้องรูป อักษรนำ อักษรควบ คำสมาส การอ่านคำที่มีตัว ฤ ฑ การอ่านตาม
ความนิยม การอ่านไมย้ มก และการอ่านเครอ่ื งหมาย วรรคตอน อ่นื ๆ
๓. ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความคล่องตัวในการอ่านออกเสียงได้
ต่อเน่ืองกัน ไม่ติดขัดหรือเสียจังหวะในการอ่านออกเสียง ความคล่องแคล่วนี้จะเกิดได้
จากการฝึกฝนทักษะการอ่านออกเสียง รวมทั้งการฝึกทักษะการใช้สายตากวาดไปบน
ตัวอกั ษรให้ไดจ้ งั หวะและความเรว็ สิง่ เหลา่ นีผ้ ู้อ่านจะตอ้ งฝึกปฏบิ ัติโดยสม่ำเสมอและฝึก
บ่อย ๆ ก็จะเกิดทักษะในการอ่าน แล้วก็จะเกิดความคล่องแคล่วในการอ่านได้ และ
สามารถแบ่งวรรคตอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
๔. การใช้น้ำเสียงไดต้ ามเนื้อเรอ่ื ง หรืออ่านถูกต้องตามลักษณะของคำประพนั ธ์
(อ่านร้อยกรอง) เช่น คำครุลหุในคำฉันท์ อ่านออกเสียงโท เสียงเอก ตามคำโคลงส่ี
สุภาพมี การเอ้ือนเสียงระหว่างวรรค การอ่านทั้งร้อยแก้ว และร้อยกรองมีการอ่าน
จังหวะทอดเสยี งโดยเวน้ จังหวะ มนี ำ้ เสยี งหนกั เบาเพ่ือใหเ้ กดิ ความไพเราะ
๕. การเว้นจังหวะวรรคตอน การเว้นจังหวะวรรคตอน เป็นส่ิงสำคญั มากในการ
อ่านออกเสียง เพราะถ้าผู้อ่านเว้นจังหวะวรรคตอนที่ผิดท่ี เชน่ เว้นวรรคตรงกลางประโยค
หรือกลางข้อความ หรือรวบคำจากวรรคแรกมาควบกับคำต้นของวรรคถัดไป ก็อาจจะ
ทำให้ความหมายผิดไปจากสารเดิม ทำให้ผู้ฟังเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อนผิดไปจาก
ความหมายท่ีแท้จริง หรือไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้อง ผู้อ่านจึงควรได้ทดลองอ่านทำ
ความเข้าใจข้อความ ให้ดีก่อนว่า ควรจะเว้นวรรคตอนท่ีได อย่างไร จึงจะไม่ทำให้
ความหมายผดิ ไปจากสารเดิม
ช่อื – สกุล .................................................................................................เลขท่.ี .....................
คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นอา่ นคำและเขียนคำอ่าน ให้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
คำ คำอา่ น
ตัวอยา่ ง นักปราชญ์ นัก – ปราด
๑. ปาปริ สุ
๒. อียปิ ต์
๓. ทิวทศั น์
๔. เทศกาล
๕. ธรรมชาติ
๖. ทวีป
๗. ปโกฏิ
๘. มัคคเุ ทศก์
๙. ศิลาจารึก
๑๐. แมลงสคารับ
- เฉลย -
ช่อื – สกุล ...................................................................................เลขที.่ ........................
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นอา่ นคำและเขยี นคำอ่าน ให้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
คำ คำอ่าน
ตัวอยา่ ง นักปราชญ์ นัก – ปราด
๑. ปาปริ สุ ปา – ปิ – รุส
๒. อียิปต์ อี – หยบิ
๓. ทวิ ทัศน์ ทวิ – ทัด
๔. เทศกาล เทด – สะ – กาน
๕. ธรรมชาติ ทำ – มะ – ชาด
๖. ทวปี ทะ – วีบ
๗. ปโกฏิ ปะ – โกด
๘. มคั คุเทศก์ มกั – คุ – เทด
๙. ศลิ าจารกึ สิ – ลา – จา – รึก
๑๐. แมลงสคารบั มะ – แลง – สะ – คา – รับ
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒
๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง
๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจับหนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง
๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง
๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น
๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ
ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ
๒ ตำแหนง่
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ เรื่อง จากผาแตม้ ...สอู่ ยี ิปต์ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรือ่ ง ตวั เลขไทย
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การรู้หลักเกณฑ์ทางภาษา เรื่องการใช้เลขไทยให้ถูกต้องตามความหมายและถูกต้องตามหน้าที่ของ
ประโยค ชว่ ยใหใ้ ช้ภาษาในการส่ือสารได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพแต่ละประเทศ แตล่ ะชาตภิ าษาจะมีตวั เลขใช้เป็น
ของตัวเองเปน็ สว่ นใหญ่ เลขไทยมีใช้มาตั้งแตก่ ำเนิดตวั อักษรไทยสมยั พ่อขนุ รามคำแหงมหาราช ใช้แทนจำนวน
ใช้แทนวันแตล่ ะวนั ในสปั ดาห์ แทนเดือนในแตล่ ะเดอื นในรอบปี
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นำไปตดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนิน ชีวติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว้
เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๖/ ๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็นโวหาร
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่อี ่าน
ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใชค้ ำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
๓. จดุ ระสงค์การเรียนรู้
๑. อานและจบั ใจความสําคญั ของบทรอยกรองได
๒. อ่านและเขยี นตัวเลขไทยได้
๓. อ่านและเขียนวนั เดือนปแี บบไทยได้
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บทอ่านเสริม ตัวเลขไทย
๒. หลกั การอา่ นวนั เดือนปแี บบไทย
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. อ่านจับใจความ
๒. อ่านวันเดอื นปีแบบไทย
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มงุ่ มนั่ การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง การอ่าน วนั เดอื น ปี แบบไทย
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใชก้ ลุ่มเดมิ แต่เลอื กประธาน รองประธาน เลขานกุ ารกลุ่มใหม่
ไม่ซ้ำเดิม
๒. ครแู นะนำบทเรียน เรือ่ ง ตวั เลขไทย
ข้นั สอน
๓. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ อ่านบทเรยี นเสริม เรือ่ ง ตัวเลขไทย หนา้ ๙ แลว้ สรปุ ใจความสำคญั
๔. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้องและอธิบายเพิ่มเตมิ
๕. ครูตรวจสอบความรขู้ องนักเรียน โดยตั้งคำถามแลว้ ใหน้ ักเรียนตอบคำถามดังน้ี
- ตวั เลขไทย มีมาตงั้ แตส่ มยั ใด (สมยั สุโขทัย)
- จงบอกตวั เลขไทยในอดีต ( ๑ – เอก ๒ – โท ๓ – ตรี ๔ – จัตวา
๕ – เบญจ ๖ – ฉ ๗ – สัป,สตั ตะ ๘ – อฐั ๙ – นพ )
๖. ครขู ออาสาสมัคร เขียนตัวเลขไทยบนกระดานดำหน้า โดยนกั เรียนในช้นั เรยี นเป็นผู้ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
๗. ครใู ห้นักเรยี นร่วมตอบคำถามวันใดคือวันแรกในสัปดาห์
๘. ครเู ฉลยคำตอบวนั อาทิตย์ แล้วอธบิ ายการเรยี งลำดบั วันของคนไทยจะนบั วนั อาทติ ยเ์ ป็นวันแรก
๙. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มตอบคำถาม เดอื นแรกของปี คอื เดือนอะไร
๑๐. ครูเฉลยคำตอบเดือนแรกของปี คือ เดือน มกราคม ตามหลักตามสากล หากเป็นการนับเดือน
แบบไทย เดือนแรกของปีเรียกว่า เดือนอ้าย เดือนกุมภาพันธ์ คือ เดือนย่ี เดือนมีนาคมคือ เดือนสาม ครู
อธบิ ายเกย่ี วกบั การใชต้ วั เลขไทยในการอา่ นวนั เดือน ปี อนั เปน็ เอกลักษณข์ องไทย
๑๑. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่องจากใบความรู้ เร่ือง ตัวเลขไทย
๑๒. ครเู ขยี นวนั เดอื น ปี แบบไทย ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อ่าน เพื่อตรวจสอบความรขู้ องนักเรียนที่ได้จาก
การศึกษาใบความรู้
๘ ๖ ๕ฯ ๓ ๔ ฯ๔ ๒
๔ฯ๑
๑๓. นกั เรียนแตล่ ะคนทำใบงาน เรื่อง ตัวเลขไทย
๑๔. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
ข้นั สรุป
๑๕. ครสู รปุ ถงึ การใชต้ ัวเลขไทยและให้นกั เรียนใช้ตัวเลขไทยเพือ่ เปน็ การสรา้ งจติ สำนกึ และอนุรักษ์
ความเปน็ ไทยใหค้ งอยู่ต่อไป
๙. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. ใบความรู้ เรอื่ ง ตัวเลขไทย
๓. ใบงาน เรอ่ื ง การอา่ น วัน เดือน ปี แบบไทย
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ ใบงาน เร่อื ง การอ่าน วนั เดือน ปี ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
แบบไทย ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การอา่ น วัน เดือน ปี แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
แบบไทย อนั พึงประสงค์ ข้นึ ไป
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
........................................................................................................................... ...................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบญุ )
วันที่............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
สือ่ การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรอื่ ง จากผาแต้ม...สู่อยี ิปต์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕ เรอ่ื ง ตวั เลขไทย