The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sopitnapa_pronthip, 2021-09-26 14:23:42

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ ม่ันการทำงาน

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน ความหมายตรง ความหมายแฝง

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
๑. ครูยกตัวอย่างประโยค “เขาฝึกโดดร่ม” กับ “อาร์ท วันน้ีเราโดดร่มไปเท่ียวเดอะมอลล์กันดีกว่า”

ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เหน็ คำว่า โดดรม่ จากทัง้ สองประโยคนี้ต่างกนั อย่างไร
๒. ครูอธิบาย “เขาฝึกโดดร่วม” โดดร่ม เป็นคำกริยาตัวลงจากเคร่ืองบินโดยมีร่มชูชีพ แต่ “อาร์ท

วนั น้ีเราโดดรม่ ไปเท่ยี วเดอะมอลลก์ ันดีกว่า” โดดร่ม หมายถึง หนีงาน
๓. ครูเช่อื มโยงเข้าสู่บทเรียน คำ ประกอบด้วย รปู เสียง และความหมาย ในส่วนของความหมายของ

คำน้นั จะมีอยู่ ๒ แบบ ความหมายตรง และความหมายเปรียบเทียบ

ขั้นสอน
๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
กล่มุ ใหม่ ไม่ใหซ้ ้ำเดมิ
๕. นักเรียนแต่ละกล่มุ หาความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบของคำต่อไปนี้ และแต่งประโยค
ประกอบ โดยศึกษาจากหนังสือเรียน ภาษาพาที และใบความรู้ เรื่อง ความหมายตรง ความหมายแฝงและคำ
ไวพจน์

จูงจมูก คอยฝน ก้นบาตร
ขา้ วแดงแกงรอ้ น สีซอใหค้ วายฟัง

๖. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน โดยครูและนักเรียนช่วยกันสรุป อภิปราย แสดงความ
คิดเห็นจากสมาชกิ ของกลุ่มทอ่ี อกมานำเสนอรายงานหน้าชัน้ เรยี น และเตมิ เตม็ ในสว่ นทีไ่ มส่ มบรู ณ์

๗. ครูอธิบายความหมายของคำไวพจน์ (คำพ้องความ) คือ คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่มีรูป
ตา่ งกันเช่น

น้ำ - ชล วารี นทีสาคร คงคา ชลาลัย ชลธาร ชลธี อุทก ธารา
พระอาทิตย์ - สุรยิ า สุริยะ ทพิ ากร ทินกร รวี ตะวัน สรุ ิยน
คำพดู - วาจา วจี พจนา ถ้อย
๘. ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมในการใช้คำไวพจน์ ตอ้ งใชใ้ ห้เหมาะกับกาลเทศะและบุคคลเชน่
- พระอาทติ ย์ส่องแสงใหค้ วามสวา่ งแก่ผืนโลก (ใช้ในภาษาทั่วไป)
- ทนิ กรรอ้ นแรงสาดแสงจา้ (ใช้ในคำประพันธ์)
๙. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรยี นได้ซักถามข้อสงสัย
๑๐. นักเรียนแตล่ ะคนทำใบงาน เรอื่ ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคำไวพจน์

ขัน้ สรุป
๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน เรื่อง คำท่ีมีความหมายตรง ความหมายแฝง และคำไวพจน์
เนน้ ให้นักเรยี นนำไปใช้ในใหถ้ ูกตอ้ งในชีวติ ประจำวนั

๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบความรู้ เรอ่ื ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคำไวพจน์
๓. ใบงาน เร่อื ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคำไวพจน์

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ กี าร แบบประเมนิ ใบงานคำทมี่ ี รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
ความหมายตรง ความหมายแฝง ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานคำท่ีมีความหมายตรง และคำไวพจน์
ความหมายแฝง และคำไวพจน์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา่ น
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ ม
ในกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ ม่ันการทำงาน แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อันพงึ ประสงค์ ข้นึ ไป

๑๑. บันทกึ ผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรอ่ื ง ควาย ข้าวและชาวนา

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๘ เรือ่ ง ความหมายของคำ

คำ ประกอบด้วยเสียง และความหมาย เม่ือพิจารณาด้านความหมายพบว่า
ความหมายของคำมีอยู่ ๒ แบบ คือ ความหมายตรง และความหมายเปรียบเทียบหรือ
ความหมายแฝง

ความหมายตรง ความหมายเปรียบเทยี บ
(แฝง)
เสอื เสอื เป็นสตั วก์ ินเนอ้ื อาศยั อยู่ในปา่
ดาว คืนน้ีไม่มีเมฆฝน เรามองเห็นดาว เสือใบเปน็ โจรทดี่ ุรา้ ย
เธอเป็นดาวเด่นของโรงเรียน
สกุ สว่างในทอ้ งฟา้
ซูโม่ ผมชอบดูการแขง่ ขนั ของซูโม่ พีช่ ายของฉนั ตวั อว้ นใหญ่เปน็ ซโู ม่

คำบางคำเขยี นตา่ งกัน แตม่ ีความหมายเหมือนกนั หรอื ใกล้เคียงกนั มาก เชน่

คน - มนุษย์
พระจันทร์ - ศศิธร
ตาย - เสียชวี ิต
กนิ - รบั ประทาน
คำพดู - วจี

คำเหล่านี้เรียกว่า คำพ้องความ หรือคำไวพจน์ เมื่อจะใช้คำเหล่านี้ควรเลือกใช้ให้

เหมาะกบั กาลเทสะ และบคุ คล โดยพจิ ารณากลุม่ คำขา้ งเคียง หรอื บริบทในประโยค

เชน่

พระจนั ทร์มีแสงนวลเย็นตา (ใชใ้ นภาษาทว่ั ไป)

ศศธิ รแจ่มกระจ่างกลางนภา (ใช้ในคำประพนั ธ์)

เจา้ พระยาเปน็ ชือ่ แม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย (ใช้ในภาษาทวั่ ไป)

หากตราบใดสายนทยี ังร่ไี หล (ใชใ้ นคำประพนั ธ์)

เด็กๆกำลงั กนิ ข้าวท่โี รงอาหาร (ใช้ในภาษาพูดท่ัวไป)

วนั นี้คณุ ย่ารบั ประทานอาหารได้มาก (ใช้ในภาษาสภุ าพ)

ชอ่ื – สกุล ………………………………………………………………… เลขที่ ……………….

ตอนท่ี ๑ ให้นกั เรยี นบอกความหมายตรง ความหมายแฝงและแต่งประโยคให้สมบูรณ์

คำ ความหมายตรง ความหมายแฝง
มอื ขวา มอื ข้างขวา ลกู นอ้ งคนสำคญั ทเ่ี จานายไวใจให้
ทำงานสำคัญแทน
ประโยค มดถกู มดี บาดมือขวา คมกฤชเปน็ มือชวาของกำนนั

๑. จบั มือ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๒. แม่พมิ พ์ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๓. นางฟ้า …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

คำ ความหมายตรง ความหมายแฝง

๔. เขา้ หู …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๕. ปลาซิว …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นนำคำพ้องท่ีกำหนดจบั กลุ่มใหถ้ ูกต้อง

๑. นที นที ไพรี ภูผา ผกา
๒. ไพรี บหุ งา คีรี พนาวนั คงคา
๓. ภูผา วารี ไพรสณั ฑ์ บรรพต บุษบา
๔. ผกา มาลา สงิ ขร พนา ชลธาร
สาคร พงพี ไศล มาลี

- เฉลย -

ชอ่ื – สกลุ ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นบอกความหมายตรง ความหมายแฝงและแต่งประโยคให้สมบูรณ์

คำ ดุลยพินจิ ครูผสู้ อน
มือขวา
ความหมายตรง ความหมายแฝง
ประโยค
มอื ข้างขวา ลกู นอ้ งคนสำคญั ท่เี จานายไวใจให้

ทำงานสำคญั แทน

มดถกู มดี บาดมือขวา คมกฤชเป็นมือชวาของกำนัน

๑. จบั มอื …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๒. แมพ่ ิมพ์ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๓. นางฟา้ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

คำ ความหมายตรง ความหมายแฝง

๔. เข้าหู …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๕. ปลาซวิ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ตอนที่ ๒ ให้นกั เรียนนำคำพ้องที่กำหนดจบั กลมุ่ ใหถ้ ูกต้อง

๑. นที นที ไพรี ภูผา ผกา
๒. ไพรี บุหงา คีรี พนาวนั คงคา
๓. ภูผา วารี ไพรสณั ฑ์ บรรพต บุษบา
๔. ผกา มาลา สงิ ขร พนา ชลธาร
สาคร พงพี ไศล มาลี

คงคา วารี ชลธาร สาคร
พนาวนั ไพรสัณฑ์ พนา พงพี
ครี ี บรรพต สิงขร ไศล
บุหงา บษุ บา มาลา มาลี

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๙ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ เรื่อง ควาย ข้าว และชาวนา เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรื่อง การเขียนส่ือสาร

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนเพื่อส่ือสารความรู ความคิด ความเข้าใจ และความต้องการ ผู้เขียนควรรูจักการเลือกใช้

ภาษาและรูปแบบของการเขยี นท่ีสอดคลองเหมาะสมกับจุดประสงคก์ ารเขียน การใช้ภาษาน้ันตอ้ งใชค้ ำถูกตอ้ ง
ตรงตามความหมาย เหมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี น
เรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวช้วี ดั ท ๒.๑ ป.๖/๒ เขยี นสอื่ สารโดยใชค้ ำไดถ้ ูกต้องชัดเจน และเหมาะสม

๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกหลักการเขียนสื่อสารได
๒. เลอื กใชค้ ำได้ถูกต้องเหมาะสม

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- การเขียนส่ือสาร
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- การเลอื กใชภ้ าษาเพื่อการสอ่ื สาร
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ มัน่ การทำงาน

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง การเขยี นส่ือสาร
๒. ใบงาน เรอ่ื ง คำขวัญ

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ คน โดยใช้กลมุ่ เดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ

กลุม่ ใหม่ ไม่ให้ซำ้ เดมิ

ข้ันสอน
๒. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำใบงาน เรอื่ ง การเขยี นส่ือสาร โดยบอกถึงจดุ ประสงค์ การใชภ้ าษาและ
รปู แบบการเขียน โดยศึกษาความรจู้ ากหนงั สอื เรียน

ยกตัวอย่างเชน่ ตวั อย่างรปู แบบงานเขียน
จุดประสงค์ เขยี นบอกถึง เว็บไซต์ sanook
สามารถตรวจสอบผลแอดมชิ ชน่ั ได้
การใชภ้ าษา กระชบั เข้าใจงา่ ย
รปู แบบการเขยี น โฆษณาเชญิ ชวน

๓. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลงาน โดยครเู ปน็ ผตู้ รวจสอบและอธิบายเพิม่ เติม
๔. ครยู กตวั อย่างคำขวญั วันเดก็ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี
ใหไ้ ว้เน่อื งในวันเด็กแห่งชาติ ๒๕๕๙ วา่ “เด็กดี หมัน่ เพยี ร เรยี นรู้ สอู่ นาคต”
๕. ครูให้นักเรยี นร่วมกันบอกถงึ ลักษณะของคำขวัญ
๖. ครูอธิบายเพิ่มเติม คำขวัญ คือข้อความที่เรียบเรียงข้ึนด้วยสำนวนภาษา ที่กะทัดรัด เพ่ือ
เสริมสรา้ งกำลังใจหรือชี้แนะใหเ้ ห็นสง่ิ ท่ถี กู ตอ้ ง ดีงามเพ่ือให้ผ้อู ่านได้ปฏบิ ตั ิตามในคำเชิญชวนนัน้ ๆ
๗. นักเรียนแต่งคำขวัญรณรงค์ลดภาวะลดโลกร้อน ลงในใบงาน เรื่อง คำขวัญ แล้วนำเสนอหน้าช้ัน
เรียน

ข้นั สรปุ
๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเร่ืองการเขียนสื่อสาร เพื่อให้ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคลและ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ถูกต้องเหมาะสม และการเขียนคำขวัญ เป็นการเขียนสื่อสารโดยใช้ ถ้อยคำหรือ
ข้อความ ท่ีแต่งขึ้นเพ่ือเป็นเคร่ืองเตือนใจ แสดงอุดมคติ หรือเป้าหมายของกลุ่มหรือองค์กรน้ันๆ เช่น คำขวัญ
วันเด็ก คำขวัญประจำโรงเรียน เป็นต้น หรือถ้อยคำหรือข้อความ ท่ีแต่งขึ้นมาเพ่ือบ่งบอกถึงเอกลักษณ์
คุณสมบัติ ความโดดเด่น เช่น คำขวญั ประจำจังหวัด

๙. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖
๒. ใบงาน เรื่อง การเขียนส่ือสาร
๓. ใบงาน เรื่อง คำขวญั สอื่ สาร

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วิธกี าร
ใบงาน เรอ่ื ง การเขียนสื่อสาร ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
ตรวจใบงาน เรอื่ ง การเขยี นสื่อสาร
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานา เร่ือง คำขวัญ
แบบประเมนิ คำขวญั เพ่ือการสอ่ื สาร รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป

ผ่านเกณฑ์

แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อนั พึงประสงค์ ข้ึนไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เร่ือง จากผาแต้ม...สอู่ ยี ิปต์

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๙ เร่อื ง การเขียนสื่อสาร

สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นบอกถงึ จุดประสงค์ การใช้ภาษาและรปู แบบการเขียน จากตัวอย่าง
งานเขียนท่ีกำหนดให้

จุดประสงค์ เขยี นบอกถงึ เว็บไซต์ sanook ตรวจสอบผลแอดมชิ ชน่ั ได้
การใชภ้ าษา กระชบั เขา้ ใจง่าย
รูปแบบการเขียน โฆษณาเชิญชวน

๑.

จุดประสงค์ ……………….…………............................................................................
การใชภ้ าษา …………….…………............................................................................
รูปแบบการเขียน …………….…………..............................................................................

...

๒.

จุดประสงค์ ……………….…………............................................................................
การใชภ้ าษา …………….…………............................................................................
รูปแบบการเขียน …………….…………..............................................................................

...

๓.

จุดประสงค์ ……………….…………............................................................................
การใชภ้ าษา …………….…………............................................................................
รูปแบบการเขยี น …………….…………..............................................................................

...

ช่ือ – สกลุ ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

คำชีแ้ จง ให้นักเรียนแต่งคำขวัญเขยี นรณรงค์ลดภาวะลดโลกรอ้ น

- เฉลย -

สมาชิก เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนบอกถึงจุดประสงค์ การใช้ภาษาและรูปแบบการเขยี น จากตวั อยา่ ง
งานเขยี นที่กำหนดให้

จดุ ประสงค์ เขียนบอกถึงเวบ็ ไซต์ sanook ตรวจสอบผลแอดมชิ ชั่นได้
การใช้ภาษา กระชับเข้าใจง่าย
รูปแบบการเขยี น โฆษณาเชญิ ชวน

๑.

จุดประสงค์ เขยี นบอกถึงการเร่ิมต้นฤดูฝน ปี ๒๕๕๘.
การใชภ้ าษา ภาษาทางการสอดคลอ้ งกบั ประกาศราชการ
รูปแบบการเขยี น ประกาศราชการ

๒.

จดุ ประสงค์ เขียนเลา่ เรื่องเมนอู าหารสำหรับเด็กทีร่ ับประทานอาหารยาก
การใชภ้ าษา ใชภ้ าษาไมเ่ ป็นทางการ
รูปแบบการเขยี น บทความ...

๓.

จุดประสงค์ เขียนให้ความร้ผู ลงานวจิ ัยการใช้แบบฝกึ ทักษะ ป.๕
การใช้ภาษา ภาษาทางการ
รูปแบบการเขียน บทความวชิ าการ

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการเขียนคำขวัญเพอื่ การสอ่ื สาร

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๑. เนือ้ หาสาระ
๒. การใชภ้ าษา ๓ ๒๑
๓. อักขรวธิ ี ถกู ต้องชดั เจนนา่ สนใจมาก
๔. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ใช้ภาษาถ้อยคำได้ถูกต้อง ถกู ต้องชดั เจนน่าสนใจพอใช้ ไมช่ ดั เจนและน่าสนใจ
ตามหลักวชิ าการ
๕. ความสะอาดเรยี บร้อย ถกู ต้องตามอักขรวิธที กุ คำ ใชภ้ าษาถอ้ ยคำไดถ้ ูกต้องแต่ ใช้ภาษาถ้อยคำบกพร่อง

มคี วามคิดสรา้ งสรรคใ์ นการ ไมเ่ ป็นไปตามหลกั วิชาการ อย่บู า้ ง
อ่านท่แี ปลกใหม่ไมเ่ หมือน
ใคร ไมถ่ ูกตอ้ งตามอกั ขรวิธี ไม่ถูกต้องตามอกั ขรวิธี

สะอาดไม่มีรอยขูด ขีดฆ่า ๑-๒ คำ ๓ คำข้ึนไป
และรอบคอบ
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ในการ มีการปรับปรุงการอ่าน

อา่ นแตกต่างจากคนท่ัวไป จากการอา่ นทั่วไป และ

สร้างสรรคเ์ พมิ่ เติมให้ดีขน้ึ

เล็กน้อย

สะอาดไม่มรี อยขีดฆา่ มรี อย สะอาดไมม่ ีรอยขีดฆา่

ลบ ๑ - ๒ แหง่ มรี อยลบมากกวา่ ๒ แห่ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ เร่ือง อา่ นปา้ ยไดส้ าระ เวลา ๑ ชวั่ โมง
เร่อื ง เรยี นรู้คำ คู่ความหมาย

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรียนและนำไปใช้ให้ถูกต้อง ถือเป็นการ

พัฒนาทักษะทางภาษาที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพื่อพัฒนาทักษะให้ถูกต้อง จึงจะทำให้การเรียนรู้ภาษา
เป็นไปด้วยดีและเกิดการพัฒนาตามมา

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ดั ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปตัดสินใจ
สาระที่ ๑ การอ่าน แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความทีเ่ ปน็ โวหาร

ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๒

๓. จุดระสงคก์ ารเรยี นรู้
- อ่านและอธบิ ายความหมายของคำในบทเรียนได้

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอ่านคำและความหมายของคำ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำ

เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร

๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์

๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งม่นั การทำงาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- เขยี นคำศัพท์และความหมายลงในสมดุ บนั ทกึ

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. นักเรยี นเลน่ เกม “ตอ่ ความยาว” การคดิ คำตอ่ จากคำทก่ี ำหนด โดยมีคำทีก่ ำหนดปรากฏอยู่ด้วย

เชน่ นำ้ นำ้ มอื นำ้ ใจ น้ำคำ นำ้ ลาย น้ำมนต์
๒. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเน้ือหาสาระท่ีได้จากการเลน่ เกม

ขน้ั สอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถ และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน รองประธานและเลขานุการกลุ่ม โดยครูแนะนำบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มให้
นักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าทข่ี องตนเอง
๔. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มอา่ นบทเรียนเรือ่ ง “อ่านปา้ ยได้สาระ” เพื่อสำรวจคำยากและคำทีไ่ ม่เขา้ ใจ
ความหมาย ให้เลอื กคำไว้ ๑๐ คำ แล้วนำไปตดิ บนกระดานดำคดั เลือกคำท่ซี ้ำกันออก
๕. หลังจากได้คำศัพท์ท่ีคัดเลือกคำซ้ำออกไปแล้วน้ัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาความหมายจาก
พจนานุกรม แลว้ เขียนลงในบัตรความหมาย นำไปตดิ หลังบัตรคำบนกระดานดำ
๖. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลย
๗. นักเรียนทั้งช้ันฝึกอ่านคำศัพท์และความหมายของคำตามบัตรคำและบัตรความหมายท่ีติดไว้บน
กระดาน เนน้ การมีมารยาทในการอา่ น
๘. นักเรียนแตล่ ะคนเขยี นคำศัพท์และความหมายลงในสมุดบันทึก

ข้ันสรปุ
๙. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ถงึ ประโยชนข์ องการอ่านคำศัพท์และเข้าใจความหมายของคำศัพท์

๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. เกม “ต่อความยาว”
๓. พจนานกุ รม
๔. บตั รคำและบัตรความหมาย

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบสังเกตการอา่ นคำและ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตการอ่านคำและความหมายของคำ
ความหมายของคำ ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม
ในกิจกรรมกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา่ น
สังเกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ ม่ันการทำงาน เกณฑ์

แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อนั พงึ ประสงค์ ขึน้ ไป

เกณฑก์ ารประเมินการอา่ นคำและความหมายของคำ
๑. อ่านคำและอ่านความหมายของคำถูกต้องทุกคำ ได้คำละ ๑ คะแนน
๒. อ่านคำและอา่ นความหมายของคำ ผิด ๑ คำ หกั คำละ ๑ คะแนน

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เร่อื ง เรยี นรคู้ ำ คคู่ วามหมาย

เกม “ตอ่ ความยาว”

วธิ ีการ
๑. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนคิดคำ ๑ พยางคข์ ้ึนมา
๒. แต่ละคนต่อคำจากท่ีคิดข้ึนมาน้ันเพยี ง ๑ พยางค์

ตัวอยา่ ง เชน่ น้ำ : นำ้ ใจ นำ้ คำ นำ้ มือ น้ำไหล น้ำใส นำ้ ครำ่

อปุ กรณ์ | บตั รคำและบัตรความหมาย
บตั รคำ บัตรความหมาย



แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ เร่อื ง อ่านป้ายไดส้ าระ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง อา่ นคิดพนิ ิจเรือ่ งราว

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชัดเจนลกึ ซง้ึ จะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถตั้งคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย

แสดงความคิดเหน็ เนอ้ื เร่ือง ลำดับเหตกุ ารณ์ และสรปุ ใจความสำคญั ของเรือ่ งได้

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพื่อนำไปตดั สินใจ
สาระที่ ๑ การอ่าน แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรือ่ งท่ีอา่ น
มมี ารยาทในการอา่ น
ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙

๓. จดุ ระสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นในใจแล้วต้งั คำถาม ตอบคำถามจากเรอื่ งในบทเรียนได้
๒. สรปุ ใจความสำคญั ของเรอ่ื งท่อี ่านได้
๓. มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. หลกั การอ่านจบั ใจความ
๒. มารยาทในการอ่าน
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นจบั ใจความ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุง่ มน่ั การทำงาน

๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง ตงั้ คำถาม-ค้นหาคำตอบ เร่ือง อา่ นปา้ ยได้สาระ

๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ
๑. ครูทบทวนจดุ มุ่งหมายในการอ่านในใจ โดยตกลงการเรียนรู้ร่วมกันว่า เมื่ออ่านในใจแล้วสามารถ

สรปุ ใจความสำคัญ และขอ้ คิดได้ สามารถตัง้ คำถาม ตอบคำถามได้ สามารถลำดบั เหตกุ ารณ์ของเรื่องได้

ขนั้ สอน
๒. ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ยี วกับปา้ ยโฆษณาในชุมชนของนักเรยี นโดยทว่ั ไป เช่น

- ในชมุ ชนของนักเรียนมปี า้ ยอะไรบา้ ง
- ใครบ้างท่เี คยอา่ นปา้ ยโฆษณาในชุมชนของนักเรยี น
- อาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวน มลี ักษณะที่แตกต่างกนั อย่างไร
- กฎจราจรท่ีนักเรียนรู้จกั ไดแ้ ก่อะไรบ้าง
- การอา่ นปา้ ยได้สาระอย่างไร และมีประโยชนต์ อ่ นกั เรียน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ หซ้ ้ำเดิม
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจเนื้อหาบทเรียนและต้ังคำถาม จากเร่ืองท่ีอ่านและวงเล็บคำตอบที่ถูก
ที่สุดไว้ด้านหลังด้วยคำถามง่าย ๆ ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นว่า ใคร อะไร ท่ีไหน เม่ือไร อย่างไร ทำไม เป็น

คำถามที่มีคำตอบอยู่ในบทเรียน หลังจากน้ันนำคำถามและคำตอบเขียนลงในใบงาน เรื่อง ตั้งคำถาม-ค้นหา
คำตอบ เรื่อง อา่ นป้ายได้สาระ

๕. เมื่อแต่ละกลุ่มทำใบงานเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว ครูต้ังคำถามจากการอ่านในใจนักเรียนต้ังคำถาม-ตอบ
คำถามไดจ้ ำนวนกข่ี อ้ ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน

๖. ครสู รุปผลการตัง้ คำถามและตอบคำถาม
๗. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ช่วยกนั ลำดับเหตกุ ารณส์ ำคญั ของเร่ืองคนละประโยคหรือมากกว่านั้นจนจบ
เร่อื ง หลงั จากน้ันสมาชิกทกุ คนช่วยกันสรปุ ใจความสำคญั ของเรื่องแล้วบนั ทึกไวใ้ นสมดุ
๘. ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอใจความสำคัญของเรื่อง “อ่านป้ายไดส้ าระ”หน้าช้นั เรียน

ขัน้ สรปุ
๙. นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายสรุปบทเรยี น ด้วยการสรุปใจความสำคัญ การต้งั คำถามและตอบ
คำถามจากเนื้อเร่ือง การลำดับเหตุการณ์ เป็นไปตามข้ันตอนไม่สับสน และรวมทั้งการมีลักษณะนิสัยที่ดีใน
การอา่ น

๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรอ่ื ง ตั้งคำถาม-ค้นหาคำตอบ เรื่อง อ่านป้ายไดส้ าระ

๑๐. การวัดและการประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วิธีการ
แบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรื่อง ตงั้ คำถาม-ค้นหา
คำตอบ เรื่อง อา่ นป้ายไดส้ าระ แบบประเมนิ ใบงาน เรื่อง ตง้ั คำถาม- รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ ค้นหาคำตอบ เรื่อง อา่ นปา้ ยไดส้ าระ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป

ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดบั พอใช้

อนั พึงประสงค์ ขึ้นไป

๑๑. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่ือง อ่านป้ายไดส้ าระ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง อ่านคิดพนิ ิจเรื่องราว

สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นต้งั คำถามพร้อมคำตอบจากการอ่านจบั ใจความจากเรือ่ ง
“อา่ นป้ายไดส้ าระ”

คำถาม คำตอบ

คำถาม คำตอบ

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการตง้ั คำถามและตอบคำถาม

เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑.ลักษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒.ความมเี หตุผล
๓. ความคิดสร้างสรรค์ ตงั้ คำถามเพ่ือค้นควา้ หา ตงั้ คำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ

๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพ่มิ เตมิ ต่อไปได้ ความรเู้ พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ติ ประจำวนั
๕.ลักษณะคำตอบ ได้อีก

สามารถแสดงความคิดเหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล

อย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง

คำถามมคี วามคดิ รเิ รม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ

สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์

แปลก ทันสมัย ไม่ซำ้ แบบ ความทันสมยั บา้ ง

ใคร

แสดงถงึ คำถามท่ีมีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้

ความรมู้ าประยุกต์ใช้ใน ประยกุ ต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น

ชวี ติ ประจำวนั ไดม้ าก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย

ตั้งคำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย

คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไมว่ กวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ

วกวน วกวน

รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ

ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. บุคลกิ ในการอา่ น
นัง่ ตัวตรง วางและเปิด ๒๑
หนงั สอื ถกู ตอ้ ง นงั่ ตัวตรง วางหรือเปิด นั่งตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสือไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถกู ต้อง

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาไดถ้ ูกต้อง รวดเรว็
และต่อเน่ือง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแต่ชา้ มาก

ต่อเนือ่ ง และไม่ตอ่ เนื่อง

๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ีตามตัวอักษร ใช้มือชี้ตามตัวอักษร ใช้มอื ช้ีตามตัวอักษร
ขณะที่อา่ นตลอดทง้ั เรือ่ ง ๒ คร้ัง ขณะทอ่ี า่ น มากกว่า ๒ ครงั้ ขณะที่
ตั้งแตต่ ้นจนจบ อ่าน

๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมา ๒ คร้งั สา่ ยหนา้ ไปมา มากกวา่
ขณะที่อา่ น อา่ นตลอดท้ังเรอื่ งตง้ั แต่ ในขณะอา่ น ๒ คร้ัง ในขณะอา่ น
ต้นจนจบ

๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์
เรือ่ งท่ีอ่าน สถานที่ เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลท่ี
เกดิ ข้นึ โดยเรียงลำดบั เกิดข้ึนได้ แตเ่ รยี งลำดับ เกิดขึน้ ได้ แตเ่ รียงลำดบั
เหตกุ ารณไ์ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เหตุการณผ์ ิด ๑ ตำแหนง่ เหตุการณ์ผดิ ๒ ตำแหนง่
เหมาะสม ขึน้ ไป

๖. การต้ังคำถามและตอบ ต้ังคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ือง คำถามจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
ถกู ต้องทุกเรอ่ื ง ทกุ คำถามจากเร่ืองที่อ่าน ไม่ คำถามจากเรื่องที่อ่าน ไม่
ประเดน็
ถกู ต้อง ๑ ข้อ ถูกต้อง ๒ ขอ้ ขน้ึ ไป

๗. การสรปุ เรือ่ ง แนวคิด สรุปเรือ่ ง แนวคดิ และ สรปุ เรอ่ื งได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคดิ
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่อื งไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ข้อคดิ อย่างใด และข้อคิดไมได้
สมบรู ณ์ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑ ช่วั โมง
เรอ่ื ง คดิ วิเคราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเรอื่ ง

๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง จะชว่ ยใหน้ ักเรียนเข้าใจเรื่องและจำเร่อื งท่ีอ่านได้แม่นยำยังเป็นการชว่ ย

ฝึกทักษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพดู ตอ่ ไป

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปตัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี น
เร่ืองราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณและพดู แสดงความรู้
ความคิด และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆอย่างมีวิจารณญาณและ
สร้างสรรค์
ตัวชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนำความรู้และความคดิ จากเร่ืองที่อ่านไปตัดสนิ ใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนา
งานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองทฟ่ี ังและดู

๓. จดุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อธบิ ายวิธกี ารเขียนแผนภาพโครงเร่ืองได้
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองจากเรอ่ื งที่อา่ นได้

๓. เล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเร่ืองได้
๔. มมี ารยาทในการเขยี น

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลักการเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มุง่ ม่นั การทำงาน

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
๑. ครใู หน้ กั เรยี นน่งั ประจำตามกลุ่มเดิมช่วั โมงเรยี นท่ีผา่ นมา

๒. ครูแจ้งกิจกรรมให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาข่าวอุบัติเหตุจากหนังสือพิมพ์ที่ได้จัดเตรียมไว้ อภิปราย
สรปุ สาระสำคญั และแนวทางแก้ไขเพ่ือลดอบุ ตั เิ หตุ แลว้ ส่งตวั แทนกลมุ่ นำเสนอหน้าช้นั เรยี น กลุ่มละ ๕ นาที

ขน้ั สอน
๓. ครูชมเชยทุกคนในการมีสว่ นรว่ มและเน้นย้ำให้ระมัดระวังการข้ามถนน การคาดเข็มขัดนิรภยั หรือ
การสวมใส่หมวกนริ ภัย
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจบทเรียนเร่ือง “อ่านป้ายได้สาระ” แล้วร่วมกันทำใบงาน เร่ือง การ
เขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
๕. ครูสุ่มตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนภาพโครงเร่ือง และให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้องและเพิม่ เตมิ ให้สมบูรณ์
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแก้ไขให้สมบูรณ์
๗. นักเรียนแต่ละคนตอบคำถามลงในสมดุ บนั ทึก ดงั น้ี

๑) “รักเมืองไทย ร่วมใจทำดี” ทำดีหมายความว่าอย่างไร ได้แก่ การกระทำอะไรบ้างที่นักเรียน
สามารถทำได้

๒) อาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ มลี ักษณะแตกตา่ งกันอย่างไร
๓) กฎจราจรท่นี กั เรียนรู้จกั ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง
๔) ถ้าครอบครัวของนักเรียนซื้อรถคันใหม่ ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง แล้วนำส่งครูเพ่ือประเมินผลใน

ชว่ั โมงตอ่ ไป

ข้ันสรุป
๘. ครสู รปุ ถงึ ประโยชนข์ องการเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองวา่ จะทำใหเ้ ข้าใจเรื่องราวและเล่าเร่ืองได้
อยา่ งชัดเจน

๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. ใบงานเรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง

๑๐. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมนิ การเขยี นแผนภาพ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
โครงเรอ่ื ง ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม
ในกจิ กรรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อันพึงประสงค์ ขน้ึ ไป

๑๑. บนั ทกึ ผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชือ่ .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ที่............เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๓ เรือ่ ง อา่ นปา้ ยไดส้ าระ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง คดิ วิเคราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเร่ือง

สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “อ่านปา้ ยไดส้ าระ”

ตัวละครสำคัญ ………………………………………………………………………………………….….

ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….

เรอ่ื งเกดิ ขน้ึ ทไ่ี หน ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

ปัญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในเร่ือง ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

เหตุการณท์ …่ี .. ………………………………………………………………………………………….….

………………………………………………………………………………………….….

สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….

ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….

การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

- เฉลย -

คำช้แี จง ให้นักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง “อ่านปา้ ยไดส้ าระ”

ตวั ละครสำคญั เจ้าโกรง่ รถกระบะของคุณปู่

ตัวละครประกอบ คณุ ปู่ พอ่ แม่ น้องแป้งหอม พี่ชายของแป้งหอมชอื่ แหลม

เร่ืองเกิดขึ้นทไ่ี หน การไปชมงานมหกรรมยานยนตท์ ีศ่ ูนยแ์ สดงสินคา้

ปัญหาทีเ่ กดิ ขน้ึ ในเรอื่ ง รถกระบะท่ที ุกคนน่งั ไปน้ันเป็นรถยนต์เก่าแกห่ ลายปแี ตส่ ภาพรถยนต์ยงั ดีอยู่

เหตกุ ารณท์ ่ี ๑

สถานท่ี ขณะนั่งรถ

ตัวละคร คณุ ปู่ พ่อ แม่ แป้งหอมและพ่ชี าย คือแหลม

การกระทำ การแข่งขนั อ่านป้ายทะเบยี นรถยนต์ บวกเลขทะเบียนและอ่านป้ายขา้ งทาง

ผลของการกระทำ อา่ นป้ายบอกเส้นทาง ป้ายบอกหมูบ่ ้าน ตำบล จังหวัด ทางแยก ปา้ ยชอื่

วดั สถานทที่ ำการ ช่ือรา้ นค้างตา่ งๆ และปา้ ยหลกั กโิ ลเมตร เมื่อเล่นเกม

ในขณะเดนิ ทางแล้วเด็ก ๆ ได้ความร้ดู า้ นภาษาและการรู้กฎจราจร

เหตกุ ารณ์ที่ ๒ สถานที่งานแสดงมหกรรมยานยนต์
สถานท่ี คณุ ปู่ คุณพ่อ และพช่ี ายของแป้งหอม
ตัวละคร การแสดงสินค้าทบี่ ริษทั ตา่ ง ๆ นำรถยนตท์ ีผ่ ลิตในประเทศไทยและนำเข้าจาก
การกระทำ ตา่ งประเทศมาแสดง ทำใหเ้ ห็นความกา้ วหนา้ ทางอุตสาหกรรมยานยนต์
พีช่ ายของแป้งหอมสนใจจะทำโครงงานท่ีเก่ยี วกบั รถยนต์ พฤติกรรมการขบั
ผลของการกระทำ รถยนต์ ปา้ ยขอ้ ความท้ายรถยนตก์ ับความหมาย ป้ายจราจรและปา้ ย
หน่วยงานต่าง ๆ ส่งคณุ ครู
ขอ้ คิดจากเรือ่ ง การเรียนรู้อยู่ที่ใดกส็ ามารถทำได้


Click to View FlipBook Version