The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sopitnapa_pronthip, 2021-09-26 14:23:42

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

๑๑. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

สือ่ การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรอ่ื ง ไมง้ ามในสวนแก้ว
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ เร่อื ง คดิ วเิ คราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเร่ือง

สมาชิก เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง “ไมง้ ามในสวนแกว้ ”

ตัวละครสำคัญ ………………………………………………………………………………………….….

ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….

เรอ่ื งเกดิ ขน้ึ ทไ่ี หน ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

ปัญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในเร่ือง ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

เหตุการณท์ …่ี .. ………………………………………………………………………………………….….

………………………………………………………………………………………….….

สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….

ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….

การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

- เฉลย -

คำช้แี จง ให้นักเรียนเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง “ไม้งามในสวนแก้ว”

ตวั ละครสำคัญ ขวญั ขา้ ว
ตวั ละครประกอบ แมข่ องขวญั ข้าว และ นางฟ้า
เรอื่ งเกดิ ขึ้นท่ีไหน กลางคืน บา้ นของขวญั ข้าว
ปัญหาทเี่ กดิ ขึน้ ในเรื่อง ครใู ห้นักเรียนเขยี นรายงานท่ีมีทงั้ วิชาการและคำประพันธ์
เหตกุ ารณท์ ่ี ๑
สถานที่ กลางคนื บ้านของขวญั ข้าว
ตวั ละคร ขวัญข้าว
การกระทำ ขวญั ข้าวไดร้ ับงานจากครูใหเ้ ขียนรายงาน ทม่ี ีทั้งวชิ าการและคำ
ประพนั ธ์ทำใหข้ วัญข้าวมีความกงั วล แม่จึงแนะนำให้ขวญั ขา้ วนง่ั
ผลของการกระทำ สงบๆ สกั พกั หนึ่ง เม่ือมีสมาธสิ มองก็โปร่งทำใหค้ ดิ ออก ขวัญข้าวคิด
จนหลับไปและฝนั เห็นนางฟ้าพาไปเท่ียวชมสวนดอกไม้ ซง่ึ รปู รา่ ง
ข้อคิดจากเรื่อง ลกั ษณะของดอกไม้ก็เหมอื นดอกไม้ทั่วไป เพยี งแต่ทีส่ วนแก้วน้ที ำ
ดว้ ยแก้ว สวนแหง่ นคี้ ือ สวนแกว้
ขวญั ขา้ วสามารถเขยี นรายงานไดส้ ำเร็จจากความฝนั และต้งั ชอ่ื
รายงานว่าเรื่อง ไม้งามในสวนแกว้
ความสงบและมสี ติ ทำให้มสี มาธทิ ดี่ ี

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑
ลำดบั ความคดิ ลำดบั ๒ ลำดับความคิด ลำดบั
๑. ลำดบั ความคดิ เหตกุ ารณ์ได้อย่าง เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนอ่ื ง วกวน
เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตอ่ เน่อื ง เหมาะสม ลำดบั ความคิด ลำดบั บกพร่องเกนิ
เหตุการณ์ไมต่ ่อเน่ือง ๒ ตำแหน่ง
บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง

๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเรอ่ื ง จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ือง

เร่อื งได้ถกู ต้อง เร่ืองได้ถูกต้อง ได้ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไมถ่ ูกต้อง

๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชับ การใชภ้ าษา กระชับ การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชดั เจน สุภาพถูกตอ้ ง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชัดเจน สภุ าพถูกตอ้ งเป็น ชดั เจน ไม่สภุ าพ และไม่
เหมาะสมตลอดทง้ั เร่อื ง บางส่วน ถกู ต้อง

๔. การเขียนคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถูกต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวธิ ี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป

อกั ขรวิธีตลอดทัง้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง

๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเร่ือง ไมถ่ ูกต้อง ๒ ตำแหน่ง ถกู ต้องเกนิ ๓ ตำแหน่ง
ขน้ึ ไป

๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไม่เปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไมเ่ ป็นระเบยี บ
สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเปน็ ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหน่ง ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เรือ่ ง ขึ้นไป

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง ไมง้ ามในสวนแก้ว เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรือ่ ง การอา่ นออกเสียง

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง ฉะน้ันผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ

ออกเสียงให้ถกู ต้องชดั เจน จึงจะส่อื ความหมายไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพ่อื นำไปตดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสยั รกั การอ่าน
ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน

๓. จุดระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกหลักการอ่านออกเสียงได้
๒. อ่านออกเสยี งเร่ืองในบทเรยี นไดถ้ ูกต้องชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอา่ นออกเสยี ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มุ่งมน่ั การทำงาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. การอา่ นออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เรอ่ื ง การอา่ นคำและข้อความ

๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
๑. ครใู ห้นักเรยี นรว่ มบอกหลักเกณฑ์การอา่ นออกเสยี งทด่ี ี เชน่ อา่ นคลอ่ ง อ่านถูกต้องชดั เจน เว้น

วรรคตอนถูกตอ้ ง ใชน้ ำ้ เสียงสอดคล้องกับอารมณข์ องตัวละคร

ขัน้ สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ หซ้ ำ้ เดิม
๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมการอ่านวรรคเว้นวรรค โดยเขียนประโยคบนกระดานดำ แล้วให้นักเรียนอ่าน
พรอ้ มกนั

“ยานก้ี ินแลว้ แข็งแรงไม่มีโรคภัยเบยี ดเบียน”
ครูเฉลย “ยาน้ี/กนิ แลว้ แขง็ แรง/ไมม่ โี รคภัยเบยี ดเบยี น”
ครูยกตัวอย่างกรณีอ่านเว้นวรรคผิด ยาน้ีกิน / แล้วแข็ง / แรงไม่มี / โรคภัยเบียดเบียน
ความหมายของสารเดมิ เปลีย่ นไป

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงบทเรียน เร่ือง ไม้งามในสวนแก้ว โดยอ่านท้ังข้อความบรรยาย
และข้อความทีเ่ ปน็ คำพดู ของตัวละคร โดยอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกัน และฝึกอ่านออกเสียงเป็นรายบุคคล

๕. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำที่นักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน
เพ่อื ประเมนิ ผลการอา่ นของนักเรยี น นกั เรยี นฝึกอ่านคำทอี่ ่านผิดทคี่ รูเขียนไวบ้ นกระดานอีกครงั้

๖. นักเรียนแต่ละคนทำใบงาน เร่ือง การอ่านคำและข้อความ
๗. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยใบงาน และให้นักเรียนแก้ไข เพมิ่ เตมิ ให้ถูกตอ้ งสมบรู ณ์

ขน้ั สรปุ
๘. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปหลกั เกณฑ์การอ่านออกเสียงทดี่ ี

๙. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖
๒. ใบงาน เรื่อง การอา่ นคำและข้อความ

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วิธีการ
ใบงาน เรือ่ ง การอ่านคำและ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การอ่านคำและ
ขอ้ ความ ขอ้ ความ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตการอา่ นออกเสียงรายบุคคล
แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
และมุง่ ม่นั การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป

ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อันพงึ ประสงค์ ขึน้ ไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ เร่ือง ไมง้ ามในสวนแกว้

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔ เร่ือง การอา่ นออกเสียง

ช่อื – สกุล .................................................................................................เลขที่......................
ตอนที่ ๑ ให้นกั เรียนเขียนคำอ่านจากคำท่ีกำหนดให้อย่างถกู ต้อง

๑. ทรามวัย
๒. พรรณราย
๓. อัศจรรย์
๔. ศีรษะ
๕. ขจร
๖. ไสว
๗. สมาธิ
๘. สลา้ ง
๙. บัณฑิต
๑๐. สกณุ า

ตอนที่ ๒ ใหน้ ักเรียนอ่านคำและขดี เวน้ วรรคตอนการอา่ น ใหถ้ ูกต้องตามหลักการอ่าน

ตวั อยา่ ง ภาพเขยี นท่ีผาแต้มและภาพเขียนทีอ่ ยี ิปตแ์ ม้จะเกดิ ในถิ่นที่หา่ งไกลกันแต่ผู้
คำตอบ สร้างสรรค์มีความนึกคดิ ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่ามหัศจรรย์
ภาพเขียนทผี่ าแตม้ และภาพเขียนที่อยี ิปต์/แมจ้ ะเกดิ ในถน่ิ ท่ีหา่ งไกลกัน/แตผ่ ู้
สรา้ งสรรคม์ ีความนึกคิดที่คล้ายคลงึ กันอยา่ งน่ามหัศจรรย์

๑. ความสำคัญของผาแต้ม:เป็นแหล่งท่องเท่ียวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ที่อำเภอโขง
เจียมจังหวัดอุบลราชธานีมีลักษณะเป็นหน้าผามีภาพเขียนแต้มสีเป็นภาพอายุราว
๓,๐๐๐ ปเี ป็นภาพสที ม่ี คี วามเกา่ แกท่ สี่ ดุ ในประเทศไทย

๒. “ประชาคมอาเซียน”เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อ
เพิม่ อำนาจต่อรองและขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียนในเวทีระหวา่ งประเทศใน
ทุกด้านรวมถึงความ สามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ๆในระดับโลกท่ีส่งผลกระทบ
มาถงึ ภมู ภิ าคอาเซยี น

๓. กำเนิดอาเซียนและวัตถุประสงค์การจัดต้ังเม่ือวันที่๘สิงหาคม๒๕๑๐ณวังสราญรมย์
(ท่ีต้ังของกระทรวงการต่างประเทศไทย ในขณะนั้น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
ต่างประเทศของ๕ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่อินโดนีเซียมาเลเซีย
ฟิลิปปินส์สิงคโปร์และไทยได้ลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพฯ”เพื่อจัดต้ังสมาคมความ
ร่วมมือในระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ช่ือ“สมาคม
ประชาชาติแหง่ เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้”หรอื “อาเซียน”

๔. สญั ลักษณ์ของอาเซียนคือรูปรวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาวและ
สีน้ำเงินรวงข้าว๑๐ต้นหมายถึงประเทศสมาชิก๑๐ประเทศรวมกันเพื่อมิตรภาพและ
ความเป็นน้ำหน่ึงใจเดียวกันอยู่ในพื้นที่วงกลมสีแดงสีขาวและสีน้ำเงินซึ่งแสดงถึงความ
เป็นเอกภาพมีตัวอักษร“ASEAN”สีน้ำเงินอยู่ใต้ภาพซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นท่ีจะทำงาน
ร่วมกันเพ่อื ความม่ันคงสนั ติภาพเอกภาพและความก้าวหนา้ ของสมาชิกอาเซยี น

- เฉลย -

ชอ่ื – สกุล ...................................................................................เลขที.่ ........................
ตอนท่ี ๑ ให้นักเรยี นเขยี นคำอ่านจากคำที่กำหนดให้อยา่ งถูกต้อง

๑. ทรามวยั ซาม - วยั
๒. พรรณราย พนั – นะ – ราย
๓. อัศจรรย์ อัด – สะ - จัน
๔. ศีรษะ
๕. ขจร สี – สะ
๖. ไสว ขะ – จอน
๗. สมาธิ สะ – ไหว
๘. สล้าง สะ – มา – ทิ
๙. บัณฑิต สะ – ลา่ ง
๑๐. สกณุ า บัน - ดดิ
สะ –กนุ – นา

- เฉลย -

ตอนที่ ๒ ให้นกั เรยี นอา่ นคำและขดี เว้นวรรคตอนการอา่ น ใหถ้ ูกต้องตามหลักการอ่าน

ตวั อยา่ ง ภาพเขยี นท่ผี าแต้มและภาพเขียนท่ีอียิปต์แม้จะเกิดในถ่ินที่ห่างไกลกันแตผ่ ู้
คำตอบ สรา้ งสรรค์มีความนึกคิดท่ีคล้ายคลึงกันอยา่ งนา่ มหัศจรรย์
ภาพเขยี นทีผ่ าแตม้ และภาพเขียนที่อียปิ ต์/แมจ้ ะเกดิ ในถน่ิ ท่หี ่างไกลกัน/แตผ่ ู้
สร้างสรรค์มคี วามนึกคดิ ท่ีคล้ายคลึงกนั อย่างน่ามหัศจรรย์

๑. ความสำคัญของผาแต้ม:/เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์/อยู่ที่อำเภอโขง
เจียม/จังหวัดอุบลราชธานี/มีลักษณะเป็นหน้าผา/มีภาพเขียนแต้มสีเป็นภาพอายุราว
๓,๐๐๐ ปี/เป็นภาพสีที่มีความเก่าแก่ทสี่ ดุ ในประเทศไทย

๒. “ประชาคมอาเซียน”/เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน/เพื่อ
เพ่ิมอำนาจต่อรอง/และขดี ความสามารถการแข่งขันของอาเซียน/ในเวทีระหว่างประเทศ
ในทุกดา้ น/รวมถึงความสามารถในการรับมอื กับปญั หาใหม่ๆในระดบั โลก/ทสี่ ง่ ผลกระทบ
มาถงึ ภมู ิภาคอาเซียน

๓. กำเนิดอาเซียน/และวัตถุประสงค์การจัดต้ัง/เม่ือวันท่ี/๘/สิงหาคม/๒๕๑๐/ณ/วังสราญ
รมย์/ (ที่ตงั้ ของกระทรวงการต่างประเทศไทยในขณะนั้น) /รฐั มนตรีว่าการกระทรวงการ
ต่างประเทศ/ของ๕ประเทศ/ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้/ได้แก่/อินโดนีเซีย/
มาเลเซีย/ฟิลิปปินส์/สิงคโปร์/และไทย/ได้ลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพฯ”เพ่ือจัดตั้ง
สมาคมความร่วมมือในระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ /
ภายใต้ชอื่ “สมาคมประชาชาตแิ หง่ เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้”/หรือ“อาเซียน”

๔. สัญลักษณ์ของอาเซียน/คือ/รูปรวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีแดง/ล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาว
และสีน้ำเงิน/รวงขา้ ว๑๐ต้น/หมายถึง/ประเทศสมาชิก๑๐ประเทศรวมกัน/เพื่อมิตรภาพ
และความเป็นนำ้ หน่ึงใจเดียวกันอยู่ในพ้ืนที่วงกลมสีแดง/สีขาว/และสนี ้ำเงิน/ซึ่งแสดงถึง
ความเป็นเอกภาพ/มีตัวอักษร“ASEAN”สีน้ำเงินอยู่ใต้ภาพ/ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นท่ีจะ
ทำงานร่วมกัน/เพ่ือความม่ันคงสันติภาพ/เอกภาพ/และความก้าวหน้าของสมาชิก
อาเซยี น

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑

๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง

๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะท่าทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจบั หนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง

๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่

๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง

๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น

๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มีการเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ

ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ

๒ ตำแหนง่

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๘ เร่ือง ไมง้ ามในสวนแกว้ เวลา ๑ ช่วั โมง
เร่ือง ประโยครวมและประโยคซอ้ น

๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การรู้หลักเกณฑ์ทางภาษา เรื่องประโยครวม ประโยคซ้อน ได้ถูกต้องตามความหมาย รู้จกั ใช้คำให้

ถูกต้องตามความหมายและถกู ต้องตามหนา้ ท่ีของประโยค ชว่ ยใหใ้ ช้ภาษาในการสอ่ื สารได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนำไปตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณและ
สรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความทเ่ี ปน็ โวหาร
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องท่ฟี ังและดู
ท ๔.๑ ป.๖/๔ ระบลุ ักษณะของประโยค

๓. จุดระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกลักษณะและสว่ นประกอบของประโยครวมได้
๒. บอกลักษณะและสว่ นประกอบของประโยคซ้อนได้
๓. แต่งประโยคท่ีใช้ในการส่ือสารได้

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. ประโยครวม
๒. ประโยคซอ้ ม
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. ใช้และแยกประเภทประโยครวม ประโยคซอ้ น
๒. เลือกใช้ประโยครวม ประโยคซ้อน ได้ถูกต้องตามความหมาย
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ

๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. ม่งุ มั่นการทำงาน

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง เรียนร้เู ร่ืองประโยค

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
๑. ครูยกตัวอย่างประโยค ก้องกินข้าว กับประโยค พ่ีเล่นชิงช้าแต่น้องเล่นกองทราย แล้วให้นักเรียน

แสดงความคิดเห็น ท้ังสองประโยคที่ยกตวั อย่างมานน้ั มลี ักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

ข้ันสอน
๒. ครูอธิบาย ประโยค แบ่งเป็น ๓ ชนิด คือ ประโยคสามัญ ประโยครวมและประโยคซ้อน โดย
ยกตวั อย่างประกอบ

- ก้องกินข้าว : ประโยคความเดยี ว
- แกะและแพะอย่บู นเกาะร้าง : ประโยครวม
- พเ่ี ลน่ ชงิ ช้าแต่น้องเลน่ กองทราย : ประโยครวม
- นักเรยี นทตี่ ้ังใจเรยี นจะทำขอ้ สอบได้ : ประโยคซอ้ น
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุม่ ใหม่ ไมซ่ ้ำเดิม
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มหาประโยคท่ีเป็นประโยครวม จำนวน ๓ ประโยค และประโยคซ้อน จำนวน ๓
ประโยค แลว้ นำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน พร้อมอธิบายคำเชอื่ มท่ีใช้
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึกแตง่ ประโยคความเดียว ประโยครวม และประโยคซ้อน จากภาพท่ีกำหนดให้
โดยศึกษาจากหนงั สือเรียนภาษาพาที และใบความรู้ เรอ่ื ง เรียนร้เู รอื่ งประโยค
๖. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น โดยครแู ละนักเรียนเปน็ ผูต้ รวจสอบความถูกตอ้ ง
๗. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง เรียนรู้เรื่องประโยค ตอนท่ี ๑ บอกลักษณะของประโยค
และตอนที่ ๒ การแตง่ ประโยคจากคำที่กำหนด
๘. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยใบงาน ตอนที่ ๑ นักเรียนแก้ไขให้ถูกต้องสมบูรณ์ แล้วนำส่งใบงาน
เพอ่ื ให้ครูประเมินผล ตอนที่ ๒

ขั้นสรปุ
๙. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปลักษณะของประโยครวม ประโยคซอ้ น

๙. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. บตั รภาพ
๒. ใบความรู้ เร่อื ง เรียนรูเ้ รื่องประโยค
๓. ใบงาน เรอื่ ง แต่งประโยค

๑๐. การวัดและการประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธีการ
ใบงาน เร่ือง เรยี นร้เู ร่ืองประโยค ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงานเร่อื ง เรียนรู้เรื่องประโยค
ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม
ในกจิ กรรมกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อนั พึงประสงค์ ข้นึ ไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สอื่ การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๘ เรื่อง ไมง้ ามในสวนแกว้
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรื่อง ประโยครวมและ

ประโยคซ้อน

บตั รภาพ
จดุ ประสงค์ ใหน้ กั เรยี นฝกึ แต่งประโยค



ประโยค คือ กลมุ่ คำท่มี ีใจความสมบูรณว์ ่า ใคร ทำอะไร ทไี่ หน อย่างไร
แบง่ เปน็ ๓ ชนดิ ดังนี้

๑. ประโยคสามัญ คือ ประโยคท่ีมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว ประกอบด้วย
ภาคประธานและภาคแสดง

อา่ นและสังเกตประโยคสามญั ตอ่ ไปน้ี

นทกี ินก๋วยเตี๋ยว นัทคุยกบั นดิ

๒. ประโยครวม คือ ประโยคที่มีประโยคสามัญต้ังแต่ ๒ ประโยคข้ึนไปมารวมกัน โดยมี
คำสันธานเช่ือมประโยค โดยอาจละภาคแสดงของประโยคกไ็ ด้

อา่ นและสังเกตประโยครวมต่อไปนี้

พเ่ี ล่นฟุตบอลแตน่ ้องเล่นต๊กุ ตา พเ่ี ลน่ ฟตุ บอล แต่
นอ้ งเล่นตุ๊กตา

ก้องและกบอย่ใู นห้องเรยี น ก้องอย่ใู นห้องเรยี น และ
กบอยใู่ นห้องเรยี น

๓. ประโยคความซ้อน คือ ประโยคที่มีประโยคสามัญเป็นหลักแล้วมีประโยคย่อยขยาย
ความ โดยมคี ำเชื่อม เช่น ที่ ซึง่ อนั ว่า เพอ่ื ตัง้ แต่ เพราะ เปน็ ตน้

อ่านและสงั เกตประโยคความซอ้ นต่อไปนี้

นกั เรยี นทตี่ ั้งใจเรียนจะทำข้อสอบได้ ครูสอนพวกเราวา่ ทุกคนควรทำความดี

• นักเรียนตั้งใจเรยี น ท่ี • ครูสอนพวกเรา วา่
• ทุกคนควรทำความดี
• นักเรยี นจะทำข้อสอบได้

ช่อื – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..

ตอนที่ ๑ บอกลกั ษณะประโยคที่กำหนดโดยเขียนพยัญชนะ ก. – ค. ลงใน
ท้ายประโยค

ก. ประโยคสามัญ ข. ประโยครวม ค. ประโยคซอ้ น

๑ เด็กคนนัน้ กินข้าวจุ
๒ ฉันและน้องชอบเลน่ ปงิ ปอง
๓. น้องเสยี ใจทแ่ี มวตัวโปรดตาย
๔. นิดชอบกินพซิ ซ่า แต่นวลชอบกนิ ข้าวผัด
๕. นักเรยี นทีต่ ั้งใจเรียนจะทำขอ้ สอบได้ดี
๖. นัทอยากจะเปน็ นักรอ้ งหรืออยากจะเป็นนักกีฬา
๗. ปลาทองว่ายน้ำอยู่ในตู้ปลา
๘. เขาเรยี นเกง่ เพราะตัง้ ใจเรียน
๙. นดิ หัวเราะ
๑๐. ก้องคุยกบั นิด

ตอนที่ ๒ แตง่ ประโยคโดยใช้คำทีก่ ำหนดใหป้ ระกอบตามหวั ขอ้ ทกี่ ำหนด
หวั ขอ้ ละ ๓ ประโยค

แต่ หอม นางฟ้า เธอ ขนม
ใคร พี่ชาย รกั สวย นกยูง
ความดี

ประโยครวม

๑ ………………………………………………………………………………………………………………………..
๒ ……………………………………………………………………………………………………………………….
๓ …………………………………………………………………………………………………………………………

ประโยคซ้อน

๔ ………………………………………………………………………………………………………………………..
๕ ……………………………………………………………………………………………………………………….
๖ …………………………………………………………………………………………………………………………

- เฉลย -

ช่อื – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

ตอนท่ี ๑ บอกลักษณะประโยคทกี่ ำหนดโดยเขียนพยัญชนะ ก. – ค. ลงใน
ทา้ ยประโยค

ก. ประโยคสามัญ ข. ประโยครวม ค. ประโยคซอ้ น

๑ เด็กคนนัน้ กนิ ข้าวจุ ก
๒ ฉนั และน้องชอบเล่นปงิ ปอง ข
๓. นอ้ งเสียใจท่ีแมวตวั โปรดตาย ค
๔. นิดชอบกนิ พิซซ่า แตน่ วลชอบกินข้าวผดั ข
๕. นกั เรียนทต่ี งั้ ใจเรยี นจะทำขอ้ สอบได้ดี ค
๖. นัทอยากจะเป็นนักรอ้ งหรืออยากจะเป็นนักกีฬา ข
๗. ปลาทองวา่ ยนำ้ อย่ใู นตปู้ ลา ก
๘. เขาเรียนเกง่ เพราะตั้งใจเรยี น ค
๙. นดิ หวั เราะ ก
๑๐. กอ้ งคุยกบั นดิ ก

ตอนที่ ๒ แตง่ ประโยคโดยใช้คำทีก่ ำหนดใหป้ ระกอบตามหัวข้อท่กี ำหนด
หวั ข้อละ ๓ ประโยค

แต่ หอม นางฟ้า เธอ ขนม
ใคร พ่ชี าย รกั สวย นกยูง
ความดี

ประโยครวม
๑ ………………………………………………………………………………………………………………………..
๒ ……………………………………………………………………………………………………………………….
๓ …………………………………………………………………………………………………………………………

ประโยคซ้อน
๔ ………………………………………………………………………………………………………………………..
๕ ……………………………………………………………………………………………………………………….
๖ …………………………………………………………………………………………………………………………

ดลุ ยพนิ จิ ครูผู้สอน

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๘ เรื่อง ไม้งามในสวนแก้ว เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่ือง คำประพนั ธป์ ระเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การนำถ้อยคำมาเรียบเรียงให้เป็นข้อความที่สละสลวย ด้วยการคัดสรรคำและสำนวนมาใช้อย่าง

เหมาะสมทำให้ผู้อ่านเกิดความรูสึกคล้อยตามหรือเกิดจินตนาการตามจุดประสงค์ของผู้เขียน เรียกว่า คำ
ประพันธ์ประเภทร้อยแก้ว คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง เป็นการนำคำคลองจองมาร้อยเรียงตามลักษณะ
บังคบั ของคำประพนั ธ์รูปแบบตา่ ง ๆ ซงึ่ กำหนดจำนวนคำในวรรคและสัมผัส

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิดเพอื่ นำไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอ่าน
ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๘ อา่ นหนังสอื ตามความสนใจ และอธบิ ายคุณคา่ ท่ีไดร้ ับ

๓. จดุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกความแตกตา่ งของคำประพันธป์ ระเภทร้อยแกว้ และร้อยกรองได
๒. บอกฉันทลกั ษณ์บทรอ้ ยกรองได้

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง
๒. คำประพนั ธ์ประเภทร้อยแก้ว
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. แยกประเภทคำประพนั ธร์ ้อยแกว้ และร้อยกรอง
๒. อา่ นบทร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองได้ตามหลักการอ่าน
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มงุ่ ม่นั การทำงาน

๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- อ่านบทร้อยแกว้ และร้อยกรอง

๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูนำตัวอย่างหนังสือคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง แล้วให้นักเรียนบอกว่าหนังสือ

เป็นคำประพันธ์ชนิดใด
๒. ครูเช่อื มโยงเข้าส่บู ทเรียน

ข้ันสอน
๓. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน ตามความสมัครใจ
๔. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ศึกษาลักษณะคำประพันธ์ภายในกลุ่มจากหนังสือเรียน ภาษาพาที และ
ให้แบง่ สมาชกิ เปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ๒ กลมุ่ กล่มุ ละ ๓ คน มหี น้าท่ีดงั น้ี

- กลมุ่ ยอ่ ยที่ ๑ ศกึ ษาลักษณะคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้ว
- กลุม่ ย่อยท่ี ๒ ศกึ ษาลักษณะคำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง
หลงั จากนั้นอธบิ ายความรทู้ ไี่ ด้จากการศึกษาให้สมาชกิ ในกล่มุ ฟงั
๕. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเร่อื ง การอ่านคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง แล้วให้นักเรียนชมวีดีทัศน์การอ่าน
คำประพนั ธแ์ บบธรรมดาและแบบทำนองเสนาะ

๖. ครูให้นักเรียนอ่านบทร้อยแก้วและร้อยกรองจากบทเรียนภายในกลุ่ม แล้วคัดเลือกสมาชิกที่อ่าน
ร้อยแก้วและรอ้ ยกรองได้ดที ีส่ ุดอย่างละ ๑ คน เปน็ ตัวแทนกล่มุ เพือ่ แข่งขนั การอา่ น

๗. เม่ือได้ตัวแทนกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ทำการแข่งขันการอ่านร้อยแก้วและร้อยกรองจากบทเรียน โดย
นักเรยี นเป็นผปู้ ระเมนิ ใครอา่ นไดถ้ ูกต้องและดที ่ีสุด

ขนั้ สรุป
๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง รวมทั้งหลักการ
อ่านคำประพนั ธ์

๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๒. ตวั อยา่ งหนงั สือ
๓. วีดที ัศน์ “วิธกี ารอา่ นกลอน (ประถม-ม.ตน้ ) ”

๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธกี าร
แบบประเมินการอ่านบทร้อยแก้ว รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สังเกตการอ่านบทร้อยแกว้
ผ่านเกณฑ์
สังเกตการอา่ นบทร้อยกรอง
แบบประเมนิ การอา่ นบทร้องกรอง ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม
ในกจิ กรรมกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ มน่ั การทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป

ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้

อนั พงึ ประสงค์ ขึ้นไป

๑๑. บนั ทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท.ี่ ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๘ เร่อื ง ไม้งามในสวนแกว้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๖ เรื่อง คำประพันธ์ประเภทรอ้ ยแก้ว

และรอ้ ยกรอง

วดี ีทศั น์
ตวั อยา่ ง วดี ที ศั น์ (สิน้ สดุ ท่ี ๕.๔๐ นาที จากความยาวทัง้ หมด ๑๑ นาท)ี

รายละเอียดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอา่ นรอ้ ยแก้ว

ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑ์การให้คะแนน ๑

๑. การจับหนงั สือ/พลกิ ลกั ษณะทา่ ทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ท่าทางในการ การวางและการจับ ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกตอ้ ง หนงั สือถกู ต้อง และการจับหนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อย่าง

๑. การจับหนงั สอื /พลกิ ลกั ษณะทา่ ทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
และการจบั หนงั สือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อยา่ ง และการจับหนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกตอ้ ง หนังสือถกู ตอ้ ง

๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกตอ้ งตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชัดเจน กลำ้ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหนง่ เกนิ ๒ ตำแหนง่

๓. การเว้นวรรคตอน อ่านเว้นวรรคตอนได้ อ่านเวน้ วรรคตอนผิด อ่านเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดทั้งเร่ือง ๒ ครงั้ เกิน ๒ ครงั้
ต้ังแตต่ น้ จนจบเร่อื ง

๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน อา่ นเสียงดงั ชัดเจน แต่ อา่ นเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสยี งเหมาะสมกับเร่ือง น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง น้ำเสียงไมเ่ หมาะสมกับ น้ำเสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ทอ่ี า่ น เรอื่ งที่อ่าน เรื่องที่อา่ น

๕. ไมอ่ า่ นข้าม/อ่านเพ่ิม อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชดั เจนทุกคำ ทุกข้อความ ชดั เจน มีการเพม่ิ คำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ

ทุกประโยค ตู่คำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ

๒ ตำแหนง่

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านบทรอ้ ยกรอง

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การใหค้ ะแนน

๑. อ่านออกเสียง ร ล อา่ นออกเสียง ร ล และ ๒๑
และ คำควบกลำ้ ร ล ว คำควบกล้ำ ร ล ว
ถูกต้อง ถูกต้องชดั เจน อ่านออกเสียง ร ล และคำ อ่านออกเสียง ร ล และ
ควบกล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง ๒ คำควบกล้ำ ร ล ว ไม่
ครง้ั ถกู ต้องเกนิ ๒ ครั้ง

๒. การเอือ้ น การ การเอื้อน การทอดเสียง การเอ้ือน การทอดเสียงหรือ การเอ้ือน การทอดเสียง
ทอดเสียงถกู ต้อง ตาม ถกู ต้องตามจังหวะ จงั หวะทำนองตามประเภท หรือ จงั หวะทำนองตาม
ประเภทของคำ ทำนองถูกต้อง ตาม ของคำประพนั ธ์ ผิด ๒ ครง้ั ประเภทของคำประพันธ์
ประพนั ธ์ ประเภทของคำประพันธ์ ผดิ เกิน ๒ คร้งั

๓. การเว้นวรรคตอน อา่ นเว้นวรรคตอนได้ อา่ นเว้นวรรคตอนไมถ่ ูกต้อง อา่ นเวน้ วรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องชดั เจน ๒ ครั้ง ถกู ต้องเกิน ๒ ครัง้

๔. นำ้ เสยี ง ไพเราะ อา่ นเสียงดังชัดเจน อ่านเสยี งดัง ชดั เจน นำ้ เสียง อ่านเสียง ไมช่ ดั เจน
สละสลวยและลลี า นำ้ เสยี งและลีลา แตล่ ีลาท่าทางไม่เหมาะสม น้ำเสยี ง และลลี าท่าทาง
ทา่ ทางในการอา่ น เหมาะสมกบั กับบทร้อยกรองท่ีอา่ น ไมเ่ หมาะสม
เหมาะสม
บทร้อยกรองท่ีอ่าน

๕. ไมอ่ ่านขา้ ม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถูกต้อง อา่ นออกเสียงไม่ถกู ต้อง
ชดั เจน มกี ารอ่านตู่คำ
/ต่คู ำ ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชดั เจน มกี ารอ่านตู่คำ และเพิ่มคำ เกนิ ๒ คำ

ทุกประโยค หรือเพมิ่ คำ ๒ คำ

๖. ความคล่องแคลว่ อ่านออกเสียงบท อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง อ่านออกเสยี ง
และแมน่ ยำ ร้อยกรองดว้ ยความ ไมค่ ล่องแคลว่ ไม่แม่นยำ บทร้อยกรองไม่
คลอ่ งแคล่ว และ ขาดความม่นั ใจ ๒ ครงั้ คล่องแคลว่ และไม่
แมน่ ยำ ไม่มคี วามม่นั ใจ
แม่นยำ มีความมัน่ ใจสูง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๗ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๘ เร่ือง ไมง้ ามในสวนแก้ว เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอื่ ง ประเภทของกลอน

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ประเภทของกลอน แบ่งตามการขับรอ้ ง เช่น กลอนเสภา กลอนบทละคร เป็นต้น แบ่งตามจำนวนคำ

ในวรรค เชน่ กลอน ๔ กลอน ๖ กลอน ๘ หรือ กลอนสภุ าพ เปน็ วฒั นธรรมทางภาษาอย่างหน่งึ ของไทย

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพ่อื นำไปตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ัยรักการอ่าน
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๔.๑ ป.๖/๕ แตง่ บทร้อยกรอง

๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกประเภทของกลอนได
๒. บอกฉนั ทลักษณ์ของกลอนสุภาพได้
๓. แต่งกลอนสภุ าพได้ถกู ต้องตามฉันทลักษณ์

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. ประเภทของกลอน
๒. ฉนั ทลักษณก์ ลอนสุภาพ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- แตง่ กลอนสุภาพ (กลอน ๘)

เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความร้เู พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มุ่งม่ันการทำงาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง กลอนสภุ าพ (กลอน ๘)

๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูใหน้ ักเรยี นอ่านคำประพนั ธ์รอ้ ยกรอง หนา้ ๑๑๗ หนังสือเรียน ภาษาพาที พร้อมกนั

ขนั้ สอน
๒. ครูให้นักเรียนสังเกตแต่ละวรรคมกี ี่คำ (วรรคละ ๖ คำ) ซึ่งเรียกวา่ กลอน ๖ ครูอธิบายเพิ่มเติมบท
กลอนจะเรียกช่ือตามจำนวนคำในวรรค และกลอนหนึ่งบทจะมี ๔ วรรค วรรคสดับ วรรครับ วรรครองและ
วรรคส่ง จากบทกลอนท่ีไดอ้ า่ นไปน้ันมีทงั้ หมดกบ่ี ท (๔ บท)
๓. ครูให้นกั เรยี นสงั เกตและบอกคำคลอ้ งจอง กลอน ๒ บทแรก ดงั น้ี

- มีคำไหนบ้างในวรรคสดับ คล้องจองกับ วรรครบั (ฟา้ – ภา)
- มีคำไหนบ้างในวรรครับ คลอ้ งจองกบั วรรครอง (ใส – ใย)

- มีคำไหนบ้างในวรรครอง คลอ้ งจองกบั วรรคสง่ (ใย – ใจ)
- คำทีค่ ล้องจองกนั นน้ั มีส่ิงใดท่เี หมอื นกนั (สระ)
- ระหวา่ งกลอนบทท่ี ๑ และบทท่ี ๒ มีคำไหนบ้างท่ีคลอ้ งจองกัน (กาย-วาย สมั ผัสระหว่างบท)
ครูอธิบายเพิ่มเติม คำสัมผัส คือ คำคล้องจองกัน สัมผัสที่ใช้ต้องเป็นสระเดียวกัน ถ้ามีตัวสะกดก็
ต้องอยใู่ นมาตราเดียวกนั หรอื ท่เี รยี กว่า สัมผัสสระ
๔. ครูให้นกั เรยี นลากเส้นคำสัมผัสของแตล่ ะวรรค สัมผัสระหวา่ งบทลงในหนงั สือเรียน
๕. ครูใช้ส่อื PowerPoint เฉลยลากเส้นสัมผัสของบทกลอน พร้อมอธิบายลักษณะบังคับของการแต่ง
กลอน สัมผัสสระที่ลากเส้นแต่ละวรรคน้ันเรียกว่า สัมผัสนอก เป็นสัมผสั สระบังคับ และมีข้อบงั คับการใช้เสียง
วรรณยกุ ต์
๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน ตามความสมัครใจ ศึกษาประเภทของกลอนภายในกลุ่มจาก
หนังสอื เรยี น ภาษาพาที และใหแ้ บง่ สมาชกิ เปน็ กลมุ่ ย่อย ๒ กล่มุ กลมุ่ ละ ๓ คน มหี นา้ ที่ดังน้ี
- กลุม่ ย่อยที่ ๑ อา่ นบทกลอน ดอกไมเ้ ทศ หน้า ๑๑๙ แลว้ ลากเส้นคำสมั ผสั
- กล่มุ ย่อยที่ ๒ อ่านบทกลอน ดอกรัก หน้า ๑๒๐ แลว้ ลากเสน้ คำสมั ผัส
หลงั จากนั้นผลัดกนั อธบิ ายลกั ษณะบังคับของบทกลอนท่ีกลุ่มยอ่ ยตนเองได้อา่ น
๗. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น โดยครเู ป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
๘. ครูอธิบายเพม่ิ เติม การเลือกใช้คำให้หลากหลายเพื่อใหเ้ กิดความไพเราะและช่วยในการรับส่งสมั ผัส
หากใชค้ ำหน่งึ แลว้ ไม่สัมผสั กันได้ให้ใช้อกี คำหนง่ึ เช่น โกรธ – โกรธา โมโห เปน็ ต้น
๙. ครูให้นักเรียนหาคำท่ีมีความหมายเดียวกับดอกไม้ให้ได้มากที่สุด โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง
๑๐. นักเรียนแต่ละคนแต่งกลอนแปด หัวข้อ “ดอกไม้ของฉัน” จำนวน ๒ บท พร้อมวาดรูปหรือติด
รูปประกอบ ลงในใบงาน เร่ือง กลอนสุภาพ (กลอน ๘) เป็นการบ้านแล้วนำส่งครูเพ่ือประเมินผลในชั่วโมง
ตอ่ ไป

ขนั้ สรุป
๑๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเร่ืองประเภทบทกลอน กลอนสุภาพ และการแต่งกลอน ๘ แผนภูมิ
กลอน ๘ แลว้ เขียนลงในสมดุ

๙. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. PowerPoint : ประเภทของกลอน.pptx

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงาน เรื่อง กลอนสภุ าพ (กลอน ๘) แบบประเมินการแต่งกลอนสุภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป

(กลอน ๘) ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป

ในกิจกรรมกลมุ่ ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้

และมงุ่ มนั่ การทำงาน อันพึงประสงค์ ขนึ้ ไป

๑๑. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

สือ่ การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๘ เรือ่ ง ไมง้ ามในสวนแกว้

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗ เรือ่ ง ประเภทของกลอน

PowerPoint | ประเภทของกลอน



ช่อื – สกุล …………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนแตง่ กลอนสภุ าพ (กลอน ๘) จำนวน ๒ บท หวั “ดอกไม้ท่ฉี นั
ชอบ” พร้อมวาดรปู หรือติดรูปประกอบ

……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การแตง่ กลอนสภุ าพ (กลอน ๘)

ประเด็นการประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๑. เน้อื หาในการแต่ง ๒ เนื้อหาบกพร่องไมม่ คี วาม
เน้อื หาครบถว้ นสมบูรณใ์ น สมบูรณ์
๒. สมั ผสั คล้องจอง การการโน้มน้าว เชญิ ชวน เนือ้ หาปกพร่องบางส่วน
ตรงประเดน็ กบั หวั ขอ้ สมั ผัสคลอ้ งจองผิดพลาด
สัมผสั คล้องจองถูกต้องตาม สมั ผัสคลอ้ งจองผดิ พลาด มากกว่า ๒ ตำแหน่ง
ฉนั ทลกั ษณ์ทุกตำแหน่ง ๑ -๒ ตำแหน่ง

๓. อกั ขรวธิ ี เขยี นอักขรถูกต้องสมบูรณ์ เขียนอักขรผดิ ๑ - ๓ คำ เขยี นอักขรผดิ มากว่า
๔. โวหารการเขยี น ทุกคำ ๓ คำ

ใช้โวหารในการเขยี นตง้ั แต่ ใช้โวหารในการเขยี น ไมใ่ ช้โวหารในการเขยี น

๓ โวหาร ๑ – ๒ โวหาร

๕. รูปประกอบ/รูปวาด รูปประกอบ หรือรูปวาดตรง รูปประกอบ หรือรปู วาดตรง รูปประกอบ หรอื รูปวาด

ตามเน้อื หาในการแต่งและ ตามเนอ้ื หาในการแต่ง ไม่ตรงตามเนอ้ื หาในการ

สวยงาม แต่ง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๘ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๘ เร่ือง ไมง้ ามในสวนแก้ว เวลา ๑ ชวั่ โมง
เร่ือง การอา่ นเสรมิ บทเรียน

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียน ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ ความบันเทิงและข้อคิดจากการอ่าน และสามารถ

เลือกหนังสืออ่านได้ตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ที่สำคัญ คือสามารถนำความรู้ที่ไดร้ ับจากการอา่ นมาปรับ
ใชใ้ ห้เป็นประโยชน์ในชวี ติ ประจำวันได้

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพือ่ นำไปตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความรู้และความคดิ จากเร่ืองทอ่ี ่านไปตดั สินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนินชวี ิต
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอ่าน

๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. อา่ นและจับใจความสำคัญของบทรอ้ ยกรองได้
๒. คิดวเิ คราะหส์ รปุ บทร้อยกรองท่ีอ่านได้

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- บทอ่านเสริม เรื่อง “ดอกบวั ดอกรัก ดอกไมในแจกนั ”
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- สรุปใจความสำคัญการอ่านได้
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ

๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุ่งมั่นการทำงาน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน คำถามท้ายบท เรอื่ ง “ดอกบัว ดอกรัก ดอกไมในแจกัน”

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. ครูใหน้ ักเรียนส่งใบงาน เรื่อง การแต่งกลอนสุภาพ (กลอน ๘)
๒. ครใู ห้นักเรยี นบอกช่อื ดอกไมไ้ ทย จากรปู บนสื่อ PowerPoint โดยครเู ป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง

ขั้นสอน
๓. ครูให้นักเรียนบอกช่ือดอกไม้ประจำชาติอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ เพ่ือเช่ือมโยงความรูเกี่ยวกับ
อาเซยี น ครูเฉลยโดยใชอ้ ินเทอร์เน็ต
๔. นักเรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ ๖ คน ตามความสมคั รใจ
๕. นักเรียนอ่านในใจบทอ่านเสริม “ดอกบัว ดอกรัก ดอกไมในแจกัน” แล้วร่วมกันอภิปราย ซักถาม
เนอื้ หาสาระการเรียนรู้ ภายในกล่มุ
๖. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำใบงาน เร่ือง คำถามท้ายบท เรอ่ื ง “ดอกบวั ดอกรกั ดอกไมในแจกัน”
๗. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน

ข้นั สรปุ
๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะสาระสำคัญจากการอ่านเสริม เรื่อง “ดอกบัว ดอกรัก ดอกไม
ในแจกนั ”

๙. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. PowerPoint : ดอกไม้.pptx
๓. ใบงานกลมุ่ คำถามทา้ ยบท เรื่อง “ดอกบัว ดอกรกั ดอกไมในแจกนั ”

แหล่งการเรียนรู้
- ดอกไมป้ ระจำชาตอิ าเซียน ๑๐ ประเทศ มีอะไรบา้ ง...มาดูกนั
(http://aec.kapook.com/view50379.html)

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
ใบงาน เรอื่ ง เรยี นรเู้ ร่ืองประโยค ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ตรวจใบงานเรื่อง เรยี นรเู้ รื่องประโยค
ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้
และม่งุ มนั่ การทำงาน ผ่านเกณฑ์

แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อันพึงประสงค์ ขึ้นไป


Click to View FlipBook Version