- เฉลย -
สมาชิก เลขที่ ……..
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๖. ………………………………………………………………………
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ อ่านเน้ือเพลง แล้วเขยี นขดี เสน้ ใต้คำสรรพนาม
ความคดิ
เนือ้ รอ้ ง / ทำนอง : อภวิ ัฒน์ เออื้ ถาวรสุข
ยังเดินผ่านทุกวัน ท่ีทเ่ี ราพบกันเมื่อก่อน ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกลับมีใครมาหมุน
ย้อนเวลาแต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว ยืนอยู่ตรงที่
เดิม แตไ่ มม่ ีวแี่ ววเธอจากไปแลว้ และคงไมย่ อ้ นคืนมาหา
ได้แตฝ่ ากความคิดของฉันเอาไว้ เผอ่ื วนั ไหนเธอผ่านมา เหน็ ทีเ่ ดียวกันน้ี เธอจะนึกขึ้น
ได้ว่าเคยมีคนหนึ่งยนื ข้างเธอ อย่ตู รงนี้เสมอตลอดมา
ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันท้ิงไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดิน
และทอ้ งฟา้ มันเปน็ ความคิดทก่ี ระซบิ วา่ ฉนั ยงั รกั เธอ
อยากเจอเธอเหลือเกิน เพราะก่อนท่ีเราต้องเดินแยกทาง ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง
หลายอย่างเหลือเกิน ที่ฉันไม่ได้พูดไป แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลาน้ี ในเวลาท่ีเธอเดินจากฉัน
ไปแสนไกล หากเธอน้ันยังอยู่ จะกอดเธอให้ช่ืนใจ และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน
- เฉลย -
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ อา่ นนิทานพ้นื บ้าน เรอ่ื ง กำเนิดกบแลว้ ตอบคำถาม
กำเนดิ กบ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายผู้เกียจคร้านมากคนหน่ึง ในแต่ละวันเขาจะอยู่ในบ้าน
กินๆนอนๆ ทั้งวัน เม่ือเป็นเช่นน้ันภรรยาของเขาต้องทำหน้าที่หาเลย้ี งสามีผู้เกียจคร้านเอง โดย
เธอจะออกไปปลกู ผกั นำไปขายท่ีตลาด
ฝ่ายสามีไม่ยอมทำอะไรเอาแต่กินจนพุงป่อง ทำให้มือเท้าผอมลีบเพราะไม่ค่อยได้
เคล่ือนไหว ต่างจากภรรยาของเขา เธอเป็นคนขยันขันแข็ง ทำให้ร่างกายแข็งแรง ในทุกๆวัน
หลังจากตื่นนอนตอนเช้าตรู่ เธอจะรีบออกไปท่ีสวน เพ่ือพรวนดินใส่ปุ๋ย รดน้ำผัก ทำให้ผักงอก
งามเตม็ แปลง จากนน้ั เธอกจ็ ะใช้จอบขุดดนิ ทำแปลงผกั เพ่ือขยายพืน้ ที่ปลูกผักให้มากขนึ้ หรอื ไม่
ก็ปลูกใหมท่ ดแทนผักท่ขี ายไป
วันไหนที่เธอต้องไปขายผัก เธอจะต่ืนนอนเร็วกว่าปกติ เธอหาบผักท่ีตัดเตรียมใส่
ตะกร้าขนาดใหญ่ไปขายท่ีตลาด เมื่อขายผักหมด เธอจะซ้ืออาหารเพื่อนำมาทำกับข้าวให้สามีผู้
เกียจคร้านกิน อยู่มาวันหน่ึงสามีภรรยาคู่น้ีได้รับเชิญไปงานเลี้ยงในเมือง ชายผู้เป็นสามีกิน
อาหารในงานเลี้ยงด้วยความเอร็ดอร่อย เขากิน กิน และก็กิน จนเขาลุกไม่ข้ึน เดินกลับบ้าน
ไม่ได้ เมื่อเห็นเช่นน้ัน ภรรยาก็ช่วยเอาสามีใส่ในรถเข็นผัก แล้วเธอก็เข็นสามีกลับบ้าน ซ่ึงใน
ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามสะพานไม้เล็กๆ ด้วยเหตุท่ีสามีของเธอกินจนตัวใหญ่หนักมาก
ทำใหร้ ถเขน็ ผักตกจากสะพานลงไปในแม่น้ำ
เม่ือชายพุงป่องตกลงไปในน้ำ เขาโกรธภรรยาของเขามาก เขาตะโกนดุด่าภรรยา ด้วย
เสียงอันดัง แต่เสียงท่ีเขาพูดด่าออกมากลายเป็นเสียง ” อ๊บ อ๊บ อ๊บ “ เขามองดตู ัวเองก็พบว่า
ตั ว เอ ง ก ล า ย เป็ น ก บ เสี ย แ ล้ ว ท ำ ให้ เข า ต้ อ งว่ า ย น้ ำ ห นี ไป ด้ ว ย ค ว าม อั บ อ า ย
นทิ านฟลิ ปิ ปนิ ส์ : ส.พลายน้อย
ตอบคำถาม
๑. จากเรื่องมคี ำกรยิ าคำวา่ อะไรบา้ ง และเป็นคำกริยาชนิดใด
กนิ นอน เล้ยี ง ตืน่ รีบ พรวน รดนำ้ ขุด ปลกู ขาย หาบ ซื้อ ใส่ เขน็ ตก โกรธ
จะ กลาย ด่า ว่ายน้ำ
๒. คำกรยิ าที่ไดจ้ ากข้อ ๑ ทำหน้าที่ใดบ้าง
อกรรมกรยิ า : นอน ตนื่ รบี โกรธ วา่ ยน้ำ ดา่
สกรรมกริยา : กิน เลีย้ ง พรวน รดนำ้ ขุด ปลูก ขาย หาบ ซือ้ ใส่ เข็น ตก
วกิ ตรรถกรยิ า : กลาย
กรยิ านุเคราะห์ : จะ
- เฉลย -
สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนแต่งประโยค พร้อมระบุวา่ คำใดในประโยคเป็น คำนาม คำสรรพนาม
คำกรยิ าและบอกชนดิ ยอ่ ยของคำนัน้ จำนวน ๕ ประโยค
๑. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกรยิ า
๒. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกรยิ า
๓. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา
๔. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา
๕. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา
ดลุ ยพนิ จิ ครูผ้สู อน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๕ เร่อื ง ละครย้อนคิด เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง เรยี นรคู้ ำ คูค่ วามหมาย
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรียนและนำไปใช้ให้ถูกต้อง ถือเป็นการ
พัฒนาทักษะทางภาษาท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพื่อพัฒนาทักษะให้ถูกต้อง จึงจะทำให้การเรียนรู้ภาษา
เปน็ ไปดว้ ยดแี ละเกิดการพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นำไปตัดสินใจ
สาระท่ี ๑ การอา่ น แกป้ ญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความทเ่ี ป็นโวหาร
ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๒
๓. จุดระสงคก์ ารเรียนรู้
- อ่านและอธบิ ายความหมายของคำในบทเรยี นได้
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอา่ นคำและความหมายของคำ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มงุ่ มน่ั การทำงาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- เขยี นคำศัพท์และความหมายลงในสมดุ บันทกึ
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูใช้บัตรภาพ โขน ละครหุ่น แล้วตั้งคำถามว่าภาพน้ีคือส่ิงใด นักเรยี นรู้จักหรือไม่ โดยให้นักเรียน
ร่วมแสดงความคิดเหน็
๒. ครูเฉลยภาพท่ีนำมาให้นักเรียนดูนั้น เป็นการแสดงเรียกว่า มหรสพ ก่อนที่จะอ่านจับใจความ
สำคัญของเรอ่ื ง นักเรียนจำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งรคู้ วามหมายของคำยาก ในบทเรยี น
ขนั้ สอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถ และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน รองประธานและเลขานุการกลุ่ม โดยครูแนะนำบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มให้
นักเรยี นเขา้ ใจบทบาทหนา้ ทข่ี องตนเอง
๔. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มอ่านบทเรยี นเร่ือง “ละครย้อนคิด” เพ่ือสำรวจคำยากและคำท่ไี มเ่ ขา้ ใจ
ความหมาย ให้เลอื กคำไว้ ๑๐ คำ แล้วนำไปตดิ บนกระดานดำคัดเลอื กคำที่ซำ้ กันออก
๕. หลังจากได้คำศัพท์ที่คัดเลือกคำซ้ำออกไปแล้วนั้น ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาความหมายจาก
พจนานุกรม แลว้ เขยี นลงในบัตรความหมาย นำไปตดิ หลังบตั รคำบนกระดานดำ
๖. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลย
๗. นักเรียนทั้งช้ันฝึกอ่านคำศัพท์และความหมายของคำตามบัตรคำและบัตรความหมายที่ติดไว้บน
กระดาน
๘. นกั เรยี นแตล่ ะคนเขยี นคำศัพท์และความหมายลงในสมดุ บนั ทึก
ขนั้ สรปุ
๙. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ถงึ ประโยชน์ของการอ่านคำศัพท์และเข้าใจความหมายของคำศพั ท์
๙. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. บตั รภาพ
๓. พจนานกุ รม
๔. บัตรคำและบัตรความหมาย
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบสงั เกตการอา่ นคำและ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตการอา่ นคำและความหมายของคำ
ความหมายของคำ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้
และมุ่งม่ันการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดบั พอใช้
อันพงึ ประสงค์ ขนึ้ ไป
เกณฑก์ ารประเมนิ การอา่ นคำและความหมายของคำ
๑. อา่ นคำและอา่ นความหมายของคำถกู ต้องทุกคำ ได้คำละ ๑ คะแนน
๒. อา่ นคำและอา่ นความหมายของคำ ผดิ ๑ คำ หักคำละ ๑ คะแนน
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ เรือ่ ง ละครย้อนคิด
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง เรียนรู้คำ ค่คู วามหมาย
บตั รภาพ
อปุ กรณ์ | บตั รคำและบัตรความหมาย
บตั รคำ บัตรความหมาย
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชัว่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ เร่ือง ละครยอ้ นคิด เวลา ๑ ช่วั โมง
เรอ่ื ง อา่ นคิดพนิ จิ เรอ่ื งราว
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซงึ้ จะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้ังคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย
แสดงความคิดเหน็ เนือ้ เรื่อง ลำดับเหตุการณ์ และสรุปใจความสำคญั ของเรอ่ื งได้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปตดั สินใจ
สาระท่ี ๑ การอ่าน แก้ปัญหาในการดำเนิน ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอา่ น
มมี ารยาทในการอ่าน
ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙
๓. จดุ ระสงค์การเรียนรู้
๑. อ่านในใจแลว้ ตัง้ คำถาม ตอบคำถามจากเรื่องในบทเรียนได้
๒. สรุปใจความสำคัญของเรือ่ งทอี่ า่ นได้
๓. มมี ารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. หลักการอ่านจับใจความ
๒. มารยาทในการอา่ น
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นจบั ใจความ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มงุ่ ม่ันการทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง ต้งั คำถาม คน้ หาคำตอบ “ละครย้อนคิด”
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำ
๑. ครเู ปดิ เพลง “สรรเสรญิ พระบารมี” ใหน้ ักเรียนฟังรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกับความสำคัญและโอกาสท่ี
ใช้เพลงบรรเลงน้ี
๒. ครูอธิบายเพลงสรรเสริญบารมีใช้กับพิธีการอันเกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ของไทย นอกจากนี้ในการ
มหรสพต่างๆ เช่น การฉายภาพยนตร์หรือการแสดงดนตรี มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนเริ่มทำ
การแสดงเสมอ
ขนั้ สอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ ห้ซำ้ เดมิ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจเนื้อหาบทเรียนและตั้งคำถาม จากเรื่องที่อ่านและวงเล็บคำตอบที่ถูก
ที่สุดไว้ด้านหลังด้วยคำถามง่าย ๆ ได้แก่ คำถามท่ีข้ึนต้นว่า ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำไม เป็น
คำถามท่ีมีคำตอบอยู่ในบทเรียน หลังจากนั้นนำคำถามและคำตอบเขียนลงในใบงาน เรื่อง ตั้งคำถาม ค้นหา
คำตอบ “ละครยอ้ นคดิ ”
๕. เมื่อแต่ละกลุ่มทำใบงานเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว ครตู ้ังคำถามจากการอ่านในใจนักเรียนต้ังคำถาม-ตอบ
คำถามไดจ้ ำนวนก่ีขอ้ ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน
๖. ครูสรุปผลการตัง้ คำถามและตอบคำถาม
๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันลำดับเหตุการณ์สำคัญของเร่ืองคนละประโยคหรือมากกว่าน้ันจนจบ
เรื่อง หลงั จากนนั้ สมาชิกทกุ คนชว่ ยกันสรปุ ใจความสำคัญของเร่อื งแลว้ บันทกึ ไว้ในสมดุ
๘. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมบอกถึงความแตกตา่ งระหว่าง สูจบิ ัตร แตกตา่ ง สูตบิ ตั ร อย่างไร
ขน้ั สรปุ
๙. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายสรุปบทเรียน ด้วยการสรุปใจความสำคัญ การตง้ั คำถามและตอบ
คำถามจากเนื้อเรื่อง การลำดับเหตุการณ์ เป็นไปตามขั้นตอนไม่สับสน และรวมทั้งการมีลักษณะนิสัยท่ีดีใน
การอ่าน
๙. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. เพลงสรรเสริญพระบารมี
๓. ใบงาน เรอื่ ง ต้งั คำถาม ค้นหาคำตอบ “ละครย้อนคดิ ”
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เร่ือง ต้งั คำถาม คน้ หา
คำตอบ “ละครย้อนคดิ ” แบบประเมนิ ใบงาน ต้งั คำถาม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลุ่ม ค้นหาคำตอบ “ละครยอ้ นคิด” ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ ม่นั การทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อนั พงึ ประสงค์ ขนึ้ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ เรื่อง ละครย้อนคดิ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่อื ง อ่านคิดพินิจเรื่องราว
เพลงสรรเสรญิ พระบารมี
คำรอ้ ง : สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดตวิ งศ์
ทำนอง : พระเจนดุรยิ างวงค์ (ปิติ วาทยะกร)
ข้าวรพทุ ธเจา้ เอามโนและศริ ะกราน
นบพระภมู บิ าลบุญดิเรก เอกบรมจกั รนิ
พระสยามนิ ทร์พระยศยงิ่ ยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบนั ดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดด์ิ ัง
หวังวรหฤทยั ดจุ ถวายชัย ชโย
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………
คำชี้แจง ให้นกั เรียนตั้งคำถามพร้อมคำตอบจากการอ่านจบั ใจความจากเรื่อง
“ละครย้อนคดิ ”
คำถาม คำตอบ
คำถาม คำตอบ
รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการตง้ั คำถามและตอบคำถาม
เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑.ลักษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒.ความมเี หตุผล
๓. ความคิดสร้างสรรค์ ตงั้ คำถามเพ่ือค้นควา้ หา ตงั้ คำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ
๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพ่มิ เตมิ ต่อไปได้ ความรเู้ พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ติ ประจำวนั
๕.ลักษณะคำตอบ ได้อีก
สามารถแสดงความคิดเหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล
อย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง
คำถามมคี วามคดิ รเิ รม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
แปลก ทันสมัย ไม่ซำ้ แบบ ความทันสมยั บา้ ง
ใคร
แสดงถงึ คำถามท่ีมีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้
ความรมู้ าประยุกต์ใช้ใน ประยกุ ต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั ไดม้ าก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย
ตั้งคำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย
คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไมว่ กวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ
วกวน วกวน
รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการอ่านจบั ใจความ
ประเด็นการประเมิน ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๑. บุคลิกในการอา่ น
นงั่ ตัวตรง วางและเปดิ ๒๑
หนังสอื ถกู ต้อง นัง่ ตัวตรง วางหรือเปิด น่ังตัวไมต่ รง วางและเปดิ
หนังสอื ไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถูกต้อง
๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาได้ถูกต้อง รวดเร็ว
และตอ่ เนื่อง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแตช่ ้ามาก
ตอ่ เนอ่ื ง และไม่ตอ่ เน่ือง
๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอักษร ไมใ่ ชม้ ือชตี้ ามตวั อักษร ใชม้ อื ชี้ตามตวั อักษร ใช้มือช้ีตามตัวอกั ษร
ขณะที่อ่านตลอดทง้ั เรอื่ ง ๒ คร้ัง ขณะที่อ่าน มากกวา่ ๒ ครงั้ ขณะที่
ตง้ั แตต่ ้นจนจบ อ่าน
๔. ไม่ส่ายหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ ส่ายหนา้ ไปมา ๒ ครง้ั ส่ายหน้าไปมา มากกวา่
ขณะทอ่ี า่ น อ่านตลอดทัง้ เร่ืองตัง้ แต่ ในขณะอา่ น ๒ ครง้ั ในขณะอ่าน
ต้นจนจบ
๕. จบั ใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบตุ ัวละคร เหตุการณ์ ระบตุ วั ละคร เหตกุ ารณ์
เร่ืองที่อ่าน สถานท่ี เวลา และผลที่ สถานที่ เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลที่
เกดิ ขน้ึ โดยเรียงลำดบั เกดิ ขน้ึ ได้ แต่เรียงลำดบั เกิดขึ้นได้ แตเ่ รยี งลำดับ
เหตกุ ารณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เหตกุ ารณผ์ ิด ๑ ตำแหน่ง เหตกุ ารณ์ผิด ๒ ตำแหน่ง
เหมาะสม ขนึ้ ไป
๖. การตั้งคำถามและตอบ ตั้งคำถามและตอบคำถาม ตัง้ คำถามและตอบคำถาม ตง้ั คำถามและตอบคำถาม
คำถามจากเรื่อง จากเรื่องทอ่ี า่ นได้ถูกต้อง จากเร่อื งทีอ่ ่าน ไม่ถูกต้อง จากเรอ่ื งท่อี ่าน ไม่ถกู ต้อง
ทกุ เร่อื ง ทุกประเด็น ๑ ขอ้ ๒ ข้อขน้ึ ไป
๗. การสรุปเรื่อง แนวคดิ และ สรปุ เร่อื ง แนวคิด และ สรปุ เรอ่ื งได้ แตบ่ อก สรปุ เร่ือง บอกแนวคดิ
แนวคิด หรือขอ้ คดิ อย่างใด และข้อคดิ ไมได้
ข้อคดิ ของเรือ่ ง ข้อคดิ ของเรอื่ งไดค้ รบ อย่างหนึ่งไม่ได้
สมบรู ณ์
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๓ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เร่ือง ละครย้อนคดิ เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรื่อง คิดวิเคราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเรื่อง
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง จะช่วยใหน้ ักเรยี นเข้าใจเร่ืองและจำเร่อื งท่ีอ่านได้แม่นยำยังเป็นการชว่ ย
ฝกึ ทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพูดต่อไป
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี น
เรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆอย่างมีวิจารณญาณและ
สร้างสรรค์
ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความรู้และความคดิ จากเร่ืองทอ่ี ่านไปตัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนา
งานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟังและดู
๓. จุดระสงค์การเรียนรู้
๑. อธบิ ายวิธีการเขียนแผนภาพโครงเร่อื งได้
๒. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองจากเรอ่ื งที่อ่านได้
๓. เล่าเรือ่ งตามแผนภาพโครงเรื่องได้
๔. มมี ารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลักการเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มงุ่ ม่ันการทำงาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครทู บทวนโดยให้นกั เรยี นตอบคำถาม ดงั น้ี
- ตวั ละครในเร่ืองน้ี มีใครบ้าง ?
- คณุ ยายพาหลาน ไปไหน และไปทำอะไร
- บรรยากาศในโรงละครแห่งชาตเิ ปน็ อย่างไร
- นักเรยี นคิดวา่ ทำไมเขาจงึ ไมอ่ นุญาตให้ถา่ ยภาพการแสดงละคร
- นกั เรียนบอกแนวปฏิบัติและมารยาทในการชมการแสดงละคร
ขั้นสอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลมุ่ ใหม่ ไมใ่ หซ้ ำ้ เดมิ
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจ แล้วร่วมกนั ทำใบงาน เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง ตามหัวข้อ
ดงั น้ี
- ตวั ละครสำคัญ
- ตัวละครประกอบ
- สถานท่ีเกดิ เร่ือง
- สาระสำคญั ในเร่ือง/ขอ้ คดิ
- จุดจบของเร่ือง
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันลำดับเหตุการณ์แล้วเติมข้อความในแผนภาพโครงเร่ือง และช่วยกัน
ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแก้ไขใหส้ มบูรณ์
๕. ครูสุ่มกลุ่มตัวอย่างออกมาเล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเร่ือง โดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
๖. นกั เรียนแต่ละคนตอบคำถามลงในสมดุ บันทกึ ดังนี้
๑) วนั หยุดสุดสัปดาห์ นกั เรยี นมีกจิ กรรมเพิ่มพูนความสุขกายสขุ ใจอะไรบ้าง
๒) ผทู้ ี่มีวฒั นธรรมจะแตง่ กายในท่สี าธารณะอยา่ งไร
๓) นักเรียนร้จู กั เพลงไทยเดมิ อะไรบา้ ง และแตกตา่ งจากเพลงไทยสากลอย่างไร
๔) กอ่ นเร่มิ การแสดงทำไมต้องประกาศเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ขั้นสรปุ
๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถงึ ประโยชน์ของการเขยี นแผนภาพโครงเรื่องวา่ จะทำให้เข้าใจเรื่องราว
และเล่าเรื่องไดอ้ ยา่ งชดั เจน
๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงานเรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธกี าร
แบบประเมนิ การเขียนแผนภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง
โครงเรอ่ื ง ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
และมุง่ ม่ันการทำงาน ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ขึ้นไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
........................................................................................................................... ...................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ.................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันที่............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๕ เรือ่ ง ละครย้อนคดิ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง คิดวเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่ือง
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “ละครยอ้ นคดิ ”
ตัวละครสำคัญ ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เรอื่ งเกิดข้นึ ที่ไหน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปัญหาที่เกดิ ขึ้นในเรอื่ ง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณ์ท…่ี .. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
- เฉลย -
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “ละครย้อนคดิ ”
ตัวละครสำคัญ คณุ ยาย
ตัวละครประกอบ โอม
เรือ่ งเกิดขึ้นทไ่ี หน โรงละครแห่งชาติ
ปัญหาทีเ่ กิดขน้ึ ในเร่อื ง -
เหตุการณ์ คณุ ยายและโอมโรงละครแห่งชาติ
ตวั ละคร คณุ ยาย โอม
สถานท่ี โรงละครแห่งชาติ
ปัญหา -
การกระทำ คณุ ยายได้พา โอม ไปชมละครนอกท่โี รงละครแห่งชาตซิ ่ึงจะมสี ูจบิ ตั รแจก
การชมต้องมมี ารยาทในการเขา้ ชม ไดแ้ ก่ การรกั ษาความสะอาด การไม่
ผลของการกระทำ นำอาหารมารบั ประทาน ห้ามถา่ ยภาพ การแสดงนน้ั เปน็ ไปอยา่ ง
ขอ้ คิด สนุกสนาน ตื่นเตน้ และเร้าใจ
ทำให้โอมอยากเรียนตีกลองมโนราห์
ภาคภมู ใิ จในความเป็นคนไทย ชาตไิ ทยมวี ฒั นธรรมทีง่ ดงาม
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑
ลำดบั ความคดิ ลำดบั ๒ ลำดับความคิด ลำดบั
๑. ลำดบั ความคดิ เหตกุ ารณ์ได้อย่าง เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนอ่ื ง วกวน
เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตอ่ เน่อื ง เหมาะสม ลำดบั ความคิด ลำดบั บกพร่องเกนิ
เหตุการณ์ไมต่ ่อเน่ือง ๒ ตำแหน่ง
บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง
๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเรอ่ื ง จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ือง
เร่อื งได้ถกู ต้อง เร่ืองได้ถูกต้อง ได้ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไมถ่ ูกต้อง
๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชับ การใชภ้ าษา กระชับ การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชดั เจน สุภาพถูกตอ้ ง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชัดเจน สภุ าพถูกตอ้ งเป็น ชดั เจน ไม่สภุ าพ และไม่
เหมาะสมตลอดทง้ั เร่อื ง บางส่วน ถกู ต้อง
๔. การเขียนคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถูกต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวธิ ี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป
อกั ขรวิธีตลอดทัง้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง
๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเร่ือง ไมถ่ ูกต้อง ๒ ตำแหน่ง ถกู ต้องเกนิ ๓ ตำแหน่ง
ขน้ึ ไป
๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไม่เปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไมเ่ ป็นระเบยี บ
สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเปน็ ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหน่ง ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เรือ่ ง ขึ้นไป
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๕ เรื่อง ละครยอ้ นคดิ เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสยี ง
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง ฉะนั้นผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ
ออกเสียงใหถ้ ูกต้องชัดเจน จงึ จะส่อื ความหมายได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนำไปตดั สินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสยั รกั การอ่าน
ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา่ น
๓. จุดระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสยี งได้
๒. อา่ นออกเสียงเร่อื งในบทเรียนไดถ้ ูกต้องชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอา่ น
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอา่ นออกเสียง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุ่งมั่นการทำงาน
๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๑. การอ่านออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เรือ่ ง การอา่ นคำและขอ้ ความ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
๑. ครใู หน้ ักเรียนอา่ นคำศัพทต์ ามบตั รคำ โดยครูเป็นผตู้ รวจสอบและแก้ไขให้นักเรยี นอา่ นออกเสียงได้
ถกู ต้อง
ขน้ั สอน
๒. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ ๖ คน โดยใช้กลมุ่ เดมิ แตเ่ ลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุม่ ใหม่ ไม่ให้ซำ้ เดมิ
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝกึ อ่านออกเสียงบทเรยี น เรื่อง ละครย้อนคิด โดยอา่ นทั้งขอ้ ความบรรยายและ
ขอ้ ความทีเ่ ปน็ คำพูดของตวั ละคร โดยอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกัน และฝกึ อา่ นออกเสยี งเป็นรายบคุ คล
๔. ครทู ดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความคน
ละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำท่ีนักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคนเพ่ือ
ประเมินผลการอ่านของนักเรยี น นกั เรียนฝึกอา่ นคำที่อา่ นผิดท่คี รูเขยี นไวบ้ นกระดานอีกครั้ง
๕. นกั เรยี นทกุ คน ทำ ใบงาน เร่ือง การอา่ นคำและขอ้ ความ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลงานก่อน
ส่งครู
ขนั้ สรปุ
๖. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปหลกั เกณฑก์ ารอา่ นออกเสียงที่ดี
๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรื่อง การอ่านคำและขอ้ ความ
๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วิธกี าร
ใบงาน เรื่อง การอ่านคำและ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
ตรวจใบงาน เรอื่ ง การอา่ นคำและ
ข้อความ ข้อความ ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการอ่านออกเสยี งรายบุคคล
แบบประเมินการอา่ นออกเสยี ง รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อันพงึ ประสงค์ ข้นึ ไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
สอ่ื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ เรอื่ ง ละครยอ้ นคิด
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๔ เรื่อง การอา่ นออกเสยี ง
ช่ือ – สกลุ .................................................................................................เลขที.่ .....................
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนคำอา่ นจากคำท่กี ำหนดให้อยา่ งถกู ต้อง
๑. ปรกติ
๒. สาธารณะ
๓. วฒั นธรรม
๔. ประดิษฐาน
๕. ฤๅษี
๖. มหรสพ
๗. อรรถรส
๘. จินตนาการ
๙. เจรจา
๑๐. อยุธยา
- เฉลย -
ช่อื – สกลุ .................................................................................................เลขที.่ .....................
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนเขียนคำอ่านจากคำทก่ี ำหนดให้อย่างถูกต้อง
๑. ปรกติ ปรก – กะ – ติ
๒. สาธารณะ สา-ทา-ระ-นะ
๓. วฒั นธรรม วัด-ทะ-นะ-ทำ
๔. ประดษิ ฐาน ปฺระ-ดดิ -สะ-ถาน
๕. ฤๅษี
๖. มหรสพ รอื – สี
๗. อรรถรส มะ-หอ-ระ-สบ
๘. จินตนาการ อดั -ถะ-รด
๙. เจรจา จิน – ตะ – นา – การ
๑๐. อยธุ ยา เจน-ระ-จา
อะ-ยุด-ทะ-ยา
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒
๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง
๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะท่าทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจบั หนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง
๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง
๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น
๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มีการเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ
ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ
๒ ตำแหนง่
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๙ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๕ เร่ือง ละครยอ้ นคดิ เวลา ๒ ชั่วโมง
เรอื่ ง คำวิเศษณ์และคำบพุ บท
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้เร่ืองหลักเกณฑ์ทางภาษา เรื่อง คำ และชนิดของคำ การรู้จักใช้คำให้ถูกต้องตามชนิด
และหน้าที่ จะชว่ ยให้ใช้ภาษาในการสื่อสารได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะหช์ นดิ และหน้าที่ของคำในประโยค
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกความหมายและชนดิ ของคำวิเศษณ์และคำบพุ บทได
๒. ใช้คำวิเศษณ์และคำบุพบทในการสือ่ สารได้ถูกต้อง
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. คำวิเศษณ์
๒. คำบพุ บท
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. ใช้และแยกประเภทของคำวเิ ศษณแ์ ละคำบุพบท
๒. เลอื กใช้คำวิเศษณ์และคำบพุ บทได้ถูกต้องตามชนิดและหน้าที่
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุ่งม่นั การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่ือง คำวเิ ศษณ์
๒. ใบงาน เรื่อง คำบุพบท
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๘.๑ ชว่ั โมงที่ ๑
ขัน้ นำ
๑. ครยู กตัวอย่างประโยค วนั น้ีฝนตก กับ วนั นฝี้ นตกหนกั ให้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ ทั้งสอง
ประโยคแตกต่างกันอย่างไร
๒. คำวา่ หนกั ทำหนา้ ท่ีขยายกริยา ตก ครเู ชือ่ มโยงเขา้ สู่บทเรียน เรื่อง คำวิเศษณ์
ขั้นสอน
๓. ครูอธบิ ายชนิดและหน้าทข่ี องคำวิเศษณ์
- ชนิดของคำวิเศษณ์ แบ่งเป็น ๑๐ ชนิด ได้แก่ คำวิเศษณ์บอกลักษณะ บอกจำนวน บอกเวลา
บอกสถานท่ี บอกความชี้เฉพาะ บอกความไม่ช้ีเฉพาะ บอกคำถาม บอกปฏิเสธ บอกคำขาน
รับและเชือ่ มคำ
- หน้าท่ีของคำวิเศษณ์ คำท่ีใช้ประกอบหรือขยายคำนาม สรรพนาม คำกริยา หรือคำวิเศษณ์
เพือ่ ให้ได้ใจความชดั เจนและละเอยี ดมากข้นึ คำวเิ ศษณ์มักอยูห่ ลงั คำที่นำมาขยาย
๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ คน โดยใชก้ ลุ่มเดมิ แตเ่ ลอื กประธาน รองประธาน เลขานุการกล่มุ
ใหม่ ไม่ซ้ำเดิม
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงาน เรื่อง คำวิเศษณ์ โดยนำความรู้ที่ได้จากการบรรยายของครูผู้สอน
ศึกษาความรู้จากหนังสือเรยี น ภาษาพาที และใบความรู้ เรื่อง เรยี นร้เู ร่ืองคำวเิ ศษณ์
๖. ครใู หน้ กั เรียนแข่งขนั การตอบคำถาม โดยครูอา่ นคำถาม กลมุ่ ใดยกมือก่อนมีสิทธิได้ตอบก่อน
กรณตี อบถกู ได้คะแนน กลมุ่ ใดไดค้ ะแนนสูงสดุ เปน็ กลมุ่ ทช่ี นะ โดยครูเป็นผูต้ รวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ สรปุ
๗. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความหมาย ชนิดและหนา้ ที่ของคำวิเศษณ์
๘.๒ ชั่วโมงท่ี ๒
ขั้นนำ
๑. ครูยกตัวอย่างรูปภาพและประโยค “ลูกๆ น่ังอยู่ระหว่างพ่อกับแม่” ครูตั้งคำถามกระตุ้นให้
นักเรียนแสดงความคิดเห็น ให้นกั เรยี นหาคำนามในประโยค คำกริยา และ ระหว่าง ทำหนา้ ท่ีอะไรในประโยค
ขน้ั สอน
๒. ครอู ธบิ ายหนา้ ท่ีและชนิดของคำบพุ บท
- หน้าท่ีของคำบุพบท ทำหน้าที่แสดงความสัมพันธ์กับคำนาม หรือคำสรรพนามในประโยค ซ่ึง
จะอยูข่ า้ งหนา้ คำนาม หรอื คำสรรพนาม
- ชนิดของบุพบท แบ่งเป็น ๔ ชนิด ได้แก่ คำบุพบทบอกสถานที่ บอกความเป็นเจ้าของ บอก
ความเกี่ยวข้อง และบอกเวลา
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แตเ่ ลือกประธาน รองประธาน เลขานุการกลมุ่
ใหม่ ไมซ่ ้ำเดมิ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงาน เรื่อง คำบุพบท โดยนำความรู้ที่ได้จากการบรรยายของครูผู้สอน
ศึกษาความร้จู ากหนังสอื เรยี น ภาษาพาที และใบความรู้ เร่ือง เรียนรูเ้ ร่อื งคำบพุ บท
๕. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลย
๖. ครูให้นกั เรยี นเล่มเกม “ฉันหา เธอทำ” เช่น กลุ่มท่ี ๑ หาคำวิเศษณ์ จำนวน ๒ คำ เพื่อให้กลุ่มท่ี
๒ แตง่ ประโยค กล่มุ ท่ี ๒ หาคำบุพบท จำนวน ๒ คำ และกลุ่มที่ ๑ แตง่ ประโยค เป็นตน้
ขัน้ สรปุ
๗. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุป เรื่อง คำบุพบท
๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. หนงั สือเรยี น หลกั ภาษาไทยเพอื่ การศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ สำนกั พิมพ์ อจท.
๓. เกม “ฉนั หา เธอทำ”
๔. ใบความรู้ เรอื่ ง เรยี นรู้คำวิเศษณ์
๕. ใบความรู้ เรือ่ ง เรยี นรู้คำบุพบท
๖. ใบงาน เรอ่ื ง คำวิเศษณ์
๗. ใบงาน เร่อื ง คำบุพบท
๑๐. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
วธิ ีการ
ใบงาน เร่ือง คำวเิ ศษณ์ ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงานเรื่อง คำวเิ ศษณ์
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานเรอื่ ง คำบุพบท
ใบงาน เรื่อง คำบพุ บท รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มัน่ การทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดบั พอใช้
อนั พึงประสงค์ ขน้ึ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เร่ือง ละครยอ้ นคดิ
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๕ เรอื่ ง คำวิเศษณ์และคำบุพบท
เกม | ฉนั หา เธอทำ
อปุ กรณ์ ๑. บัตรคำ และ บัตรแตง่ ประโยค
๒. สลากและกล่องใสส่ ลาก
บัตรคำ
บัตร ประโยค
วิธกี าร ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน
๒. ครูเตรยี มสลาก เขียนเลขตามจำนวนกลุม่ แล้วให้ตวั แทนกลุ่มออกมาจบั สลาก
๓. กลุ่มทจี่ บั ได้คกู่ นั เช่น กลุม่ ๑ จบั สลากได้ กลมุ่ ๒
- กลุ่มที่ ๑ ตอ้ งทำหนา้ ทห่ี าคำวเิ ศษณ์ จำนวน ๒ คำ
- กลมุ่ ที่ ๒ ต้องแตง่ ประโยคจากคำท่ีกลุ่มที่ ๑
- กลมุ่ ที่ ๒ ต้องทำหนา้ ท่หี า คำบุพบท จำนวน ๒ คำ
- กลุ่มท่ี ๑ ตอ้ งแต่งประโยคจากคำท่ีกลมุ่ ที่ ๒
หมายเหตุ ค้นหาคำวเิ ศษณแ์ ละคำบุพบท จากบทเรยี นละครยอ้ นคิด หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
คำวิเศษณ์ คือ คำท่ใี ช้ประกอบหรอื ขยายคำนาม สรรพนาม คำกรยิ า หรือคำวเิ ศษณ์
เพือ่ ให้ไดใ้ จความชัดเจนและละเอยี ดมากขึ้น เชน่
คนอ้วนกนิ จุ
อว้ น เป็นคำวเิ ศษณ์ทขี่ ยายคำนาม “คน”
จุ เป็นคำวเิ ศษณ์ทข่ี ยายคำกริยา “กนิ ”
เขาร้องเพลงได้ไพเราะ
ไพเราะ เป็นคำวเิ ศษณ์ท่ขี ยายคำกรยิ า “ร้องเพลง”
เขารอ้ งเพลงได้ไพเราะมาก
มาก เปน็ คำวิเศษณ์ที่ขยายคำวิเศษณ์ “ไพเราะ”
คำวเิ ศษณแ์ บ่งออกเปน็ ๑๐ ชนดิ ดงั นี้
๑. คำวเิ ศษณ์บอกลักษณะ บอกชนิด สี ขนาด สัณฐาน กลิ่น รส บอกความรสู้ ึก เชน่
ดี ช่ัว ใหญ่ ขาว รอ้ น เย็น หอม หวาน กลม แบน เปน็ ต้น
ตวั อยา่ งประโยค - นำ้ ร้อนอยู่ในกระติกสขี าว
- จานใบใหญร่ าคาแพงกวา่ จานใบเลก็
๒. คำวเิ ศษณ์บอกเวลา เชน่ เชา้ สาย บ่าย เยน็ อดีต อนาคต เปน็ ต้น
ตัวอย่างประโยค - พรุ่งน้ีเป็นวันเกดิ ของคุณแม่
- เขามาโรงเรยี นสาย
๓. คำวเิ ศษณ์บอกสถานท่ี เช่น ใกล้ ไกล บน ล่าง เหนอื ใต้ ซา้ ย ขวา เปน็ ต้น
ตัวอย่างประโยค - บ้านฉนั อยู่ไกลตลาด
๔. คำวิเศษณ์บอกจำนวน หรือปริมาณ เชน่ หน่ึง สอง สาม มาก น้อย บ่อย หลาย
บรรดา ตา่ ง บา้ ง เปน็ ต้น
ตัวอย่างประโยค - เขามเี งนิ หา้ บาท
- เขามาหาฉนั บ่อยๆ
๕. คำวเิ ศษณ์ทแี่ สดงความปฏเิ สธ หรอื ไม่ยอมรบั เช่น ไม่ ไม่ใช่ มิ มใิ ช่ ไม่ได้ หามิได้
ตวั อยา่ งประโยค - เขามไิ ด้มาคนเดียว
- ของน้ีไมใ่ ชข่ องฉัน ฉันจงึ รับไว้ไม่ได้
๖. คำวิเศษณท์ ่ีใช้แสดงการขานรบั หรอื โต้ตอบ เชน่ ครับ ขอรับ ค่ะ เปน็ ต้น
ตัวอยา่ งประโยค - คณุ ครบั มคี นมาหาขอรับ
- คณุ ครูขา สวัสดีค่ะ
๗. คำวิเศษณ์ทบ่ี อกความชเ้ี ฉพาะ เชน่ นี้ นั่น โน่น ทั้งนี้ ทั้งนนั้ แนน่ อน เปน็ ตน้
ตัวอยา่ งประโยค - บา้ นน้นั ไม่มใี ครอยู่
๘. คำวิเศษณท์ บ่ี อกความไม่ช้ีเฉพาะ เช่น ใด อืน่ ไหน อะไร ใคร ฉนั ใด เป็นต้น
ตัวอย่างประโยค - เธอจะมาเวลาใดก็ได้
- คุณจะนั่งเก้าอ้ีตวั ไหนกไ็ ด้
๙. คำวิเศษณ์แสดงคำถาม หรอื แสดงความสงสัย เชน่ ใด ไร ไหน อะไร สงิ่ ใด ทำไม
ตวั อยา่ งประโยค - เส้อื ตัวนี้ราคาเท่าไร
- เขาจะมาเมื่อไร
๑๐. คำวิเศษณ์ที่ทำหนา้ ท่เี ช่ือมคำหรอื ประโยคให้มคี วามเกี่ยวข้องกนั เช่นคำวา่ ที่
ซ่ึง อนั อยา่ ง ทวี่ า่ เพื่อวา่ ให้ เปน็ ตน้
ตัวอยา่ งประโยค - เขาทำงานหนักเพอ่ื ว่าเขาจะไดม้ ีเงนิ มาก
คำบพุ บท คือ คำท่ปี รากฏหน้าคำนามหรือคำสรรพนาม โดยทำหน้าที่ตา่ งๆดังน้ี
๑. คำบุพบทบอกตำแหนง่ หรือสถานท่ี เชน่ ตาม แถว หน้า รมิ บน ใกล้ ใต้ ท่ี ขา้ ง
เขา้ เดินไปตามถนน
ฉันนงั่ อ่านหนงั สืออยู่ริมหน้าต่าง
๒. คำบพุ บทบอกเวลา เช่น เมื่อ ตัง้ แต่ ก่อน จนกระทั่ง ฯลฯ
พอ่ ไปประชมุ ตั้งแต่อาทติ ยท์ แ่ี ลว้
แพนมาถงึ โรงเรยี นก่อนใครๆ
๓. คำบุพบทบอกสิ่งที่คาดหวัง เช่น เพื่อ สำหรบั โดย ฯลฯ
เดก็ ควรหม่ันเลา่ เรียนเพ่ืออนาคตที่สดใส
แมเ่ ตรียมอาหารไว้สำหรับแขกของคุณพ่อ
๔. คำบพุ บทบอกความเปน็ เจ้าของ เช่น ของ แหง่ ฯลฯ
จิตสาธารณะควรเกดิ ขึ้นในจิตใจของคนไทยมากขน้ึ
๕. คำบพุ บทบอกสาเหตุ เช่น เพราะ ฯลฯ
ฉนั สอบผ่านไดเ้ พราะเธอแท้ๆ
๖. คำบุพบทบอกผู้รับประโยชน์ เช่น แด่ แก่ ตอ่ ฯลฯ
อาจารยใ์ หญ่มอบทนุ การศึกษาแก่นักเรียน