The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sopitnapa_pronthip, 2021-09-26 14:23:42

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนต้ังคำถามพร้อมคำตอบจากการอ่านจับใจความจาก
เรอื่ ง “กทลตี านี”

คำถาม คำตอบ

คำถาม คำตอบ

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการตง้ั คำถามและตอบคำถาม

เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑.ลักษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒.ความมเี หตุผล
๓. ความคิดสร้างสรรค์ ตงั้ คำถามเพ่ือค้นควา้ หา ตงั้ คำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ

๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพ่มิ เตมิ ต่อไปได้ ความรเู้ พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ติ ประจำวนั
๕.ลักษณะคำตอบ ได้อีก

สามารถแสดงความคิดเหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล

อย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง

คำถามมคี วามคดิ รเิ รม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ

สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์

แปลก ทันสมัย ไม่ซำ้ แบบ ความทันสมยั บา้ ง

ใคร

แสดงถงึ คำถามท่ีมีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้

ความรมู้ าประยุกต์ใช้ใน ประยกุ ต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น

ชวี ติ ประจำวนั ไดม้ าก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย

ตั้งคำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย

คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไมว่ กวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ

วกวน วกวน

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการอ่านจับใจความ

ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๑. บุคลกิ ในการอา่ น
น่ังตัวตรง วางและเปดิ ๒๑
หนงั สือถูกตอ้ ง น่งั ตวั ตรง วางหรอื เปดิ น่ังตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสอื ไม่ถูกต้อง ๑ อย่าง หนงั สอื ไม่ถูกต้อง

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป

ขวาได้ถูกต้อง รวดเร็ว ขวาไดถ้ ูกต้อง แต่ช้าและ ขวาได้ถูกต้องแตช่ ้ามาก

และต่อเนื่อง ตอ่ เน่ือง และไมต่ ่อเนื่อง

๓. ไมใ่ ช้มอื ช้ีตามตัวอกั ษร ไม่ใชม้ ือชี้ตามตวั อักษร ใช้มือชี้ตามตัวอกั ษร ใช้มอื ชต้ี ามตวั อักษร
ขณะท่ีอา่ นตลอดท้ังเร่อื ง ๒ ครงั้ ขณะที่อา่ น มากกว่า ๒ ครงั้ ขณะที่
ตงั้ แตต่ ้นจนจบ อา่ น

๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ ส่ายหนา้ ไปมา ๒ ครั้ง ส่ายหน้าไปมา มากกวา่
ขณะท่อี า่ น อ่านตลอดท้ังเร่ืองตั้งแต่ ในขณะอ่าน ๒ คร้ัง ในขณะอา่ น
ต้นจนจบ

๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์
เรอ่ื งที่อ่าน สถานที่ เวลา และผลที่ สถานท่ี เวลา และผลที่ สถานที่ เวลา และผลที่
เกดิ ขนึ้ โดยเรยี งลำดบั เกิดข้ึนได้ แต่เรยี งลำดบั เกิดขึ้นได้ แต่เรยี งลำดับ
เหตกุ ารณไ์ ด้อยา่ งต่อเน่อื ง เหตุการณ์ผดิ ๑ ตำแหนง่ เหตกุ ารณผ์ ิด ๒ ตำแหน่ง
เหมาะสม ขน้ึ ไป

๖. การต้ังคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ ตั้งคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ือง คำถามจากเร่ืองที่อา่ นได้ คำถามจากเรื่องที่อา่ น คำถามจากเรื่องที่อา่ น
ถูกต้องทุกเร่อื ง ทกุ ไมถ่ ูกต้อง ๑ ข้อ ไม่ถูกตอ้ ง ๒ ข้อขึ้นไป
ประเด็น

๗. การสรปุ เร่อื ง แนวคดิ สรปุ เร่ือง แนวคดิ และ สรุปเรือ่ งได้ แตบ่ อก สรปุ เร่ือง บอกแนวคดิ
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่ืองไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ขอ้ คดิ อยา่ งใด และข้อคิดไมได้
สมบูรณ์ อยา่ งหน่ึงไม่ได้

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๔ เร่ือง กทลตี านี เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอื่ ง คดิ วเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่อื ง

๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง จะชว่ ยใหน้ ักเรียนเข้าใจเรื่องและจำเรอื่ งท่อี ่านได้แมน่ ยำยังเป็นการชว่ ย

ฝกึ ทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขยี น การพดู ต่อไป

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นำไปตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี น
เรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้
ความคดิ และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆอย่างมวี ิจารณญาณและ
สร้างสรรค์
ตวั ช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความรู้และความคดิ จากเรื่องทอ่ี า่ นไปตัดสนิ ใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนา
งานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองทฟี่ ังและดู

๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. อธบิ ายวธิ กี ารเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองได้
๒. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองจากเรอื่ งท่ีอา่ นได้

๓. เลา่ เรือ่ งตามแผนภาพโครงเร่ืองได้
๔. มีมารยาทในการเขยี น

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรู้เพ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุง่ ม่ันการทำงาน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. ครูต้ังคำถามให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็น “ถ้าเห็นคำว่า โรงเรียน” นักเรียนจะนึกถึงคำ

อะไรบา้ ง (ครู นกั เรยี น หอ้ งสมดุ กระดานดำ เป็นตน้ )
๒. ครเู ช่อื มโยงเขา้ สูบ่ ทเรียน การเขยี นผงั ความคดิ

ขั้นสอน
๓. ครูเขียนคำว่า “สุนัข” บนกระดาน แล้วขออาสาสมัครออกไปเขียนคำสำคัญ เม่ือกล่าวถึงสุนัข
นกั เรียนจะถึงอะไร ครูเขยี นเป็นตวั อยา่ ง ลักษณะ ขนส้ัน ขนยาว

๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ หซ้ ้ำเดิม

๕. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ อา่ นในใจ เรือ่ ง กทลตี านี แลว้ ร่วมกนั ทำใบงาน เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพโครง
เรอ่ื ง

๖. ครูสมุ่ ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนภาพโครงเรอ่ื ง และใหน้ ักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งและเพมิ่ เติมใหส้ มบูรณ์

๗. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรื่องและแก้ไขใหส้ มบูรณ์
๘. นักเรยี นแต่ละคนตอบคำถามลงในสมุดบนั ทึก ดงั นี้

๑) การใสบ่ าตรมีวิธีการเตรยี มตวั และปฏบิ ัติตนอย่างไร
๒) ต้นกล้วยมีหลากหลายพนั ธ์ุ กล้วยชนดิ ใดนยิ มมาทำอาหารคาวหวานอะไรได้บา้ ง
๓) “เจ้าหมอผปี านดำ” ในบทเรียนหมายถึงอะไร ให้อธบิ าย
๔) “โลกนจี้ ะมีท่ีอยสู่ ำหรับคนคดิ ดี ทำดเี ทา่ น้นั ” นักเรยี นมีความเข้าใจวา่ อยา่ งไร

ข้ันสรปุ
๙. ครูสรุปถึงประโยชน์ของการเขยี นแผนภาพโครงเรื่องว่าจะทำให้เข้าใจเร่ืองราวและเล่าเร่ืองได้
อย่างชัดเจน

๙. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. ใบงานเรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง

๑๐. การวดั และการประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
วธิ กี าร แบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
ในกิจกรรมกลุม่ อนั พึงประสงค์ ขึ้นไป
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ ม่นั การทำงาน

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สือ่ การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔ เรื่อง กทลตี านี
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ เร่อื ง คิดวเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่ือง

สมาชกิ เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………

คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง “กทลตี านี”

ตวั ละครสำคญั ………………………………………………………………………………………….….

ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….

เร่อื งเกิดข้นึ ท่ไี หน ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

ปญั หาที่เกิดขึ้นในเร่ือง ………………………………………………………………………………………….….

……………………………………………………………………………………………

เหตุการณ์ท…ี่ .. ………………………………………………………………………………………….….

………………………………………………………………………………………….….

สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….

ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….

การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑
ลำดบั ความคดิ ลำดบั ลำดับความคิด ลำดบั
๑. ลำดบั ความคดิ เหตกุ ารณ์ได้อย่าง ๒ เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนอ่ื ง วกวน
เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตอ่ เน่อื ง เหมาะสม ลำดบั ความคิด ลำดบั บกพร่องเกนิ
เหตุการณ์ไมต่ ่อเน่ือง ๒ ตำแหน่ง
บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง

๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเรอ่ื ง จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ือง

เร่อื งได้ถกู ต้อง เร่ืองได้ถูกต้อง ได้ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไมถ่ ูกต้อง

๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชับ การใชภ้ าษา กระชับ การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชดั เจน สุภาพถูกตอ้ ง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชัดเจน สภุ าพถูกตอ้ งเป็น ชดั เจน ไม่สภุ าพ และไม่
เหมาะสมตลอดทง้ั เร่อื ง บางส่วน ถกู ต้อง

๔. การเขียนคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถูกต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวธิ ี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป

อกั ขรวิธีตลอดทัง้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง

๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเร่ือง ไมถ่ ูกต้อง ๒ ตำแหน่ง ถกู ต้องเกนิ ๓ ตำแหน่ง
ขน้ึ ไป

๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไม่เปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไมเ่ ป็นระเบยี บ
สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเปน็ ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหน่ง ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เรือ่ ง ขึ้นไป

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔ เร่ือง กทลตี านี เวลา ๑ ชั่วโมง
เรือ่ ง การอ่านออกเสยี ง

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง ฉะน้ันผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ

ออกเสียงให้ถกู ตอ้ งชัดเจน จึงจะสอื่ ความหมายไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นำไปตดั สินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอ่าน

๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสยี งได้
๒. อ่านออกเสียงเรื่องในบทเรยี นไดถ้ ูกต้องชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอ่าน

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอา่ นออกเสยี ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสยี ง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรู้เพ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุ่งมัน่ การทำงาน

๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- การอ่านออกเสียงรายบุคคล
- ใบงาน เร่อื ง การอ่านคำ

๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ
๑. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมบอกหลักเกณฑ์การอา่ นออกเสยี งท่ีดี เชน่ อา่ นคล่อง อ่านถูกต้องชดั เจน เว้น

วรรคตอนถูกตอ้ ง ใช้นำ้ เสียงสอดคล้องกบั อารมณข์ องตวั ละคร

ขัน้ สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ หซ้ ้ำเดิม
๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมความคล่องแคล่วในการอ่าน คือ ความคล่องตัวในการอ่านออกเสียงได้
ต่อเน่ืองกัน ไม่ติดขัดหรือเสียจังหวะในการอ่านออกเสียง ความคล่องแคล่วน้ีจะเกิดได้จากการฝึกฝนทักษะ
การอ่านออกเสยี ง รวมทั้งการฝึกทักษะการใชส้ ายตากวาดไปบนตัวอกั ษรให้ไดจ้ ังหวะและความเร็ว สิ่งเหล่านี้
ผอู้ า่ นจะตอ้ งฝกึ ปฏิบัติโดยสม่ำเสมอและฝึกบอ่ ย ๆ ก็จะเกิดทักษะในการอ่าน แลว้ ก็จะเกิดความคล่องแคล่วใน
การอา่ นได้ และสามารถแบง่ วรรคตอนได้อย่างเหมาะสม
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงบทเรียน เร่ือง กทลีตานี โดยอ่านทั้งข้อความบรรยายและ
ขอ้ ความทเี่ ปน็ คำพูดของตัวละคร โดยอ่านออกเสียงพรอ้ มกัน และฝกึ อา่ นออกเสยี งเป็นรายบคุ คล

๕. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำท่ีนักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน
เพื่อประเมินผลการอ่านของนกั เรียน นักเรียนฝกึ อ่านคำท่ีอา่ นผดิ ท่คี รูเขยี นไวบ้ นกระดานอีกครัง้

๖. นักเรียนแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง การอ่านคำและขอ้ ความ
๗. ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยใบงาน และให้นักเรยี นแก้ไข เพ่ิมเติมใหถ้ ูกต้องสมบูรณ์

ขนั้ สรปุ
๘. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปหลักเกณฑก์ ารอา่ นออกเสยี งทีด่ ี

๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง การอา่ นคำ

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
ใบงาน เร่ือง การอ่านคำ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา่ น
ตรวจใบงาน เรือ่ ง การอ่านคำ
เกณฑ์
สงั เกตการอ่านออกเสยี งรายบุคคล
แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม
ในกจิ กรรมกลุ่ม เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผ่าน

เกณฑ์

แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้

อนั พงึ ประสงค์ ข้ึนไป

๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔ เร่ือง กทลีตานี

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๔ เรอ่ื ง การอา่ นออกเสยี ง

ชือ่ – สกุล .................................................................................................เลขที่......................
คำช้แี จง ให้นักเรียนเขยี นคำอา่ นจากคำทก่ี ำหนดให้อยา่ งถูกต้อง

๑. สไบ
๒. อันตราย
๓. สยอง
๔. กทลี
๕. สมาธิ
๖. เศรษฐี
๗. บาตร
๘. ธรรมชาติ
๙. เมล็ด
๑๐. บณิ ฑบาต

- เฉลย -

ชื่อ – สกลุ .................................................................................................เลขท.่ี .....................
คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนเขียนคำอา่ นจากคำทก่ี ำหนดให้อยา่ งถกู ต้อง

๑. สไบ สะ – ไบ
๒. อันตราย อนั – ตะ – ราย
๓. สยอง
๔. กทลี สะ – หยอง
๕. สมาธิ กะ – ทะ – ลี
๖. เศรษฐี สะ – มา – ทิ
๗. บาตร
๘. ธรรมชาติ เสด – ถี
๙. เมล็ด บาด
๑๐. บณิ ฑบาต ทำ – มะ – ชาด
มะ-เลด็
บิน-ทะ-บาด

รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑

๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง

๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจับหนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง

๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่

๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง

๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น

๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ

ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ

๒ ตำแหนง่

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๔ เรื่อง กทลีตานี เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การอ่านเสรมิ บทเรยี น

๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียน ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ ความบันเทิงและข้อคิดจากการอ่าน และสามารถ

เลอื กหนังสืออ่านได้ตรงตามความต้องการ นอกจากน้ีทส่ี ำคญั คือสามารถนำความรู้ท่ีได้รับจากการอา่ นมาปรับ
ใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนำไปตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิตและมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี น
เรือ่ งราวในรูปแบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน
การศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอ่ื งที่อา่ น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นา
งานเขยี น

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อ่านและจับใจความสำคญั ของเรื่องท่ีอ่านได้
๒. วเิ คราะหส์ รปุ เน้อื หาจากเร่อื งท่ีอา่ นได้
๓. เขยี นแผนภาพความคิดได้
๔. มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- การอ่านบทเรยี นเสริมเรอ่ื ง กลว้ ยตานี

ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. สรุปใจความสำคัญเน้ือหา
๒. เขียนแผนภาพความคดิ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความร้เู พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุ่งมั่นการทำงาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง แผนภาพความคิด “กลว้ ยตานี”

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู หน้ กั เรยี นบอกประโยชน์ของกลว้ ยตานี เชน่ ผลกล้วย ใบตอง นำไปทำอะไรได้บ้าง เปน็ ต้น

ข้ันสอน
๒. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ คน โดยใช้กลุม่ เดมิ แต่เลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
กลมุ่ ใหม่ ไมใ่ ห้ซ้ำเดิม

๓. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านในใจบทอ่านเสริม “กล้วยตานี” หน้า ๕๙ แล้วต้ังคำถาม คำตอบ อภิปราย
แล้วสรุปใจความสำคัญท่ีได้จากการอา่ น และแสดงความคิดเห็น “ต้นกล้วยตานี มีนางตานีสิงอยู่ เป็นหญิงสาว
สวย ผมยาว นุ่งผา้ สเี ขยี ว ห่มสไบสตี องออ่ น”

๔. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น โดยครูเปน็ ผู้ตรวจสอบและแนะนำ
๕. นกั เรยี นแตล่ ะคนเขยี นแผนภาพความคดิ เรอ่ื ง กล้วยตานี ลงในใบงาน

ข้ันสรปุ
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคญั จากการอ่าน “กลว้ ยตานี” และประโยชนต์ า่ ง ๆ มากมาย
จากผลกลว้ ย กา้ นกล้วย ใบตอง ลำต้น

๙. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรอื่ ง แผนภาพความคิด “กล้วยตานี”

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมินแผนภาพความคิด รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง แผนภาพความคดิ
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
“กล้วยตานี”
ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ ม่ันการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ข้ึนไป

๑๑. บนั ทกึ ผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ที.่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เรื่อง กทลตี านี

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๕ เรอื่ ง การอ่านเสริมบทเรยี น

ชอื่ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นแผนภาพความคดิ จาก เรื่อง กล้วยตานี

เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพความคดิ

ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๑. เน้ือหา เนอื้ หาถูกตอ้ งตรง ๒๑
ประเด็นชดั เจน
เน้อื หาถูกต้องตรง เน้อื หาไม่ถกู ตอ้ ง
ประเด็นบางส่วน

๒. รูปแบบ มรี ายละเอยี ดลำดบั มีรายละเอยี ดข้นั ตอน รายละเอยี ดไมเ่ ป็นไป
๓. ความเปน็ ระเบยี นเรียบร้อย ขน้ั ตอนครบถ้วน ถกู ต้องบางสว่ น ตามลำดับขน้ั ตอน
๔. ความคิดสร้างสรรค์ ถกู ต้อง
การจัดทำมีความเป็น การจดั ทำสะอาด การทำไม่สะอาด
๕. เวลา ระเบียบสะอาด เรียบรอ้ ยบางส่วน เรียบร้อย
เรยี บรอ้ ย
ออกแบบแผนผงั ออกแบบแผนผงั ออกแบบแผนผัง
ความคิดมีรูปแบบ ความคิดได้ ความคิดได้
สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์พอใช้ สรา้ งสรรค์พอใช้
สวยงาม ตกแต่งสี ตกแตง่ เพยี ง ๓ สี แต่ไม่มสี ีสัน
ไมต่ ำ่ กวา่ ๓ สี
งานเสร็จตาม งานเสร็จไม่ทันตาม งานเสร็จไมท่ นั ตาม
กำหนดเวลาและมี
คณุ ภาพ กำหนดเวลาแตง่ านมี กำหนดเวลาและงาน

คุณภาพ ไม่มีคุณภาพ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๔ เรื่อง กทลตี านี เวลา ๒ ช่วั โมง
เร่ือง คำนาม คำสรรพนามและคำกรยิ า

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้เรื่องหลักเกณฑ์ทางภาษา เร่ือง คำ และชนิดของคำ การรู้จักใช้คำให้ถูกต้องตามชนิด

และหนา้ ท่ี จะชว่ ยให้ใช้ภาษาในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัด ท ๔.๑ ป.๖/๑ วิเคราะห์ชนดิ และหนา้ ทขี่ องคำในประโยค

๓. จุดระสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกความหมายและชนิดของคำนาม คำสรรพนามและคำกรยิ าได้
๒. ใช้คำนาม คำสรรพนามและคำกริยาในการส่อื สารได้ถกู ต้อง

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. คำนาม
๒. คำสรรพนาม
๓. คำกรยิ า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. ใชแ้ ละแยกประเภทของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา
๒. เลือกใชค้ ำนาม คำสรรพนามและคำกรยิ า ได้ถกู ต้องตามชนดิ และหนา้ ที่
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ มัน่ การทำงาน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรอ่ื ง คำนาม
๒. ใบงาน เรอื่ ง คำสรรพนาม
๓. ใบงาน เร่อื ง คำกรยิ า
๔. ใบงาน เรื่อง คำนาม คำสรรพนาม และคำกรยิ า

๘. กิจกรรมการเรียนรู้
๘.๑ ชวั่ โมงที่ ๑
ขั้นนำ
๑. ครทู บทวนความรู้เดิมของนกั เรียน โดยให้นกั เรียนบอกถึงความหมายของคำนาม
๒. ครูตรวจสอบความถูกต้อง คำนาม เป็นคำที่ใช้เรียกคน สัตว์ พืช สิ่งของ สถานท่ี สภาพกิริยา

อาการและความรู้สกึ
๓. ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สู่บทเรียน โดยต้ังคำถามนกั เรยี นรู้หรือไม่ คำนาม แบง่ ออกเป็นก่ีประเภท

ข้ันสอน
๔. ครยู กตวั อย่าง นักเรียน กับ ด.ช. กฤษฎา , นกั เรียน ๒ คน กบั นกั เรียน ๒ กลุม่ , อ่าน กับ การ
อา่ น แตกต่างกันอย่างไร ให้นักเรยี นรว่ มกันตอบคำถาม หลงั จากนัน้ ครูเฉลยพรอ้ มอธิบาย ชนิดของคำนาม
แบ่งเปน็ ๕ ประเภท และหน้าที่ของคำนาม โดยใชส้ ื่อ PowerPoint

๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน แต่งประโยค โดยเลือกบัตรคำ จำนวน ๑ บัตร (บัตรคำ จะ
ประกอบด้วยคำนาม จำนวน ๔ คำ) แล้วเลือกคำนาม จำนวน ๒ คำ นำไปแต่งประโยค คำละ ๑ ประโยคแล้ว
นำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น โดยครเู ปน็ ผ้ตู รวจสอบ

โรงเรยี น ครู เลม่ ชิ้น กลมุ่ หมู่
ละคร ห้องสมดุ ตัว แทง่ ฝงู คณะ

การอ่าน ความดี พระอภยั มณี สดุ สาคร
ความรกั การแสดง มา้ นิลมังกร ชเี ปลือย

๖. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคน ทำใบงาน เรื่อง คำนาม
๗. ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
๘. ครูยกตัวอย่างประโยค แดงกำลังออกกำลังกาย กับ เขากำลังออกกำลังกาย คำว่า “เขา” นัก
เรียนรู้หรือไม่คำว่า เขา คือคำชนิดใด ครูเฉลย เขา แทน แดง เป็น คำที่ใช้แทนคำนาม หลังจากนั้นครูอธิบาย
ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำสรรพนาม โดยใชส้ ่อื PowerPoint
๙. ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลมุ่ ให้ได้จำนวน ๖ กลมุ่ แล้วทำใบงานเรอื่ ง คำสรรพนาม โดยแต่ละกลุ่มหาคำ
สรรพนามชนิดตา่ ง ๆ จากเนอ้ื เพลง
๑๐. ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอหนา้ ช้นั เรียน โดยครูเปน็ ผ้ตู รวจสอบและให้แต่ละกลุ่มเขียนสรรพนาม
แต่ละชนิดลงในใบงาน ตามท่เี ฉลยใหถ้ ูกต้องและสมบูรณ์
๑๑. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดซ้ กั ถามขอ้ สงสัย

ขนั้ สรุป
๑๒. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เรอื่ ง คำนามและสรรพนาม

๘.๒ ชัว่ โมงที่ ๒
ขน้ั นำ
๑. ครใู หน้ กั เรียนบอกความหมายของคำวา่ กรยิ า
๒. ครูตรวจสอบความถูกต้อง คำกริยา เป็นคำท่ีแสดงอาการ หรือการกระทำของคำนาม หรือคำ

สรรพนามเพอื่ ให้ร้วู า่ คำนามหรอื คำสรรพนามนน้ั ๆ ทำอะไร หรือเปน็ อะไร

ขน้ั สอน
๓. ครอู ธิบายชนิดและหน้าทขี่ องคำกริยา โดยใชส้ ่ือ PowerPoint
๔. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ ๖ คน ตามความสมคั รใจ เลือกประธาน รองประธาน เลขานกุ าร

๕. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำใบงาน เรือ่ ง คำกริยา
๖. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยใบงาน เรอ่ื ง คำกริยา
๗. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทำใบงาน เรอ่ื ง คำนาม คำสรรพนามและคำกริยา โดยแต่งประโยคแล้วบอกว่า
ประโยคท่ีแต่งนนั้ คำใดเปน็ คำนาม คำสรรพนามและบอกชนดิ ยอ่ ยของคำนัน้ ด้วย

ข้นั สรปุ
๘. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปบทเรียน เรื่อง ความหมายและชนิดของคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา
และการนำไปใชใ้ นการส่ือสาร

๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. หนงั สอื เรียน หลักภาษาไทย เพอ่ื การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 สำนกั พิมพ์ อจท.
๓. PowerPoint : คำนาม คำสรรพนาม และคำกริยา.pptx
๔. บตั รคำ
๕. ใบความรู้ เรือ่ ง เรยี นรูเ้ ร่ืองคำนาม
๖. ใบความรู้ เรื่อง เรยี นรู้คำสรรพนาม
๗. ใบความรู้ เรอื่ ง เรยี นรู้คำกริยา
๘. ใบงาน เรือ่ ง คำนาม
๙. ใบงาน เรอื่ ง คำสรรพนาม
๑๐. ใบงาน เรื่อง คำกรยิ า
๑๑. ใบงาน เรื่อง คำนาม คำสรรพนามและคำกริยา

แหล่งการเรยี นรู้
- แหลง่ การเรยี นรู้ คลังส่อื การเรียนรู้ (DLIT Resources)

๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
วิธีการ
ใบงาน เรือ่ ง คำนาม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานเร่ือง คำนาม
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานเรื่อง คำสรรพนาม
ใบงาน เร่ือง คำสรรพนาม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานเรอ่ื ง คำกรยิ า
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานเร่ือง คำนาม คำสรรพนาม
และคำกรยิ า ใบงาน เรอ่ื ง คำกริยา รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมุ่งม่นั การทำงาน ใบงานเรื่อง คำนาม คำสรรพนาม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป

และคำกริยา ผา่ นเกณฑ์

แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป

ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดับพอใช้

อันพึงประสงค์ ข้ึนไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๔ เรื่อง กทลตี านี

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๖ เรื่อง คำนาม คำสรรพนามและคำกรยิ า

บตั รคำ
บัตรคำ ประกอบการสอนเร่อื งคำนาม เพ่ือใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มแตง่ ประโยค

โรงเรยี น ครู เลม่ ชนิ้ กลุ่ม หมู่
ละคร ห้องสมุด ตวั แท่ง ฝงู คณะ

การอ่าน ความดี พระอภัยมณี สดุ สาคร
ความรกั การแสดง มา้ นลิ มงั กร ชเี ปลือย

PowerPoint | คำนาม สรรพนามและคำกรยิ า.pptx







คำนาม คำนามสามัญ
หรอื สามานยนาม ใช้เรียกชื่อทัว่ ไป
เชน่ มะนาว บา้ น ตลาด แม่ เสือ ปากกา เป็นตน้

คำนามวสิ ามัญ
หรือ วสิ ามานยนาม ใชเ้ รียกช่ือเฉพาะ
เช่น ด.ญ. นติ ยา วดั พระแก้ว เป็นต้น

คำนามบอกอาการ
หรือ อาการนาม เปน็ คำแสดงอาการ
มคี ำวา่ การ ความ นำหนา้
เช่น การอา่ น ความดี เป็นตน้

คำนามบอกลกั ษณะ
หรอื ลกั ษณนาม ใชบ้ อกลักษณะของคำนามสามัญ
เช่น คน เลม่ ชิ้น อัน ตวั แทง่ เป็นต้น

คำนามบอกหมวดหมู่
หรือ สมหุ นาม ใช้บอกหมวดหมขู่ องคำนามสามัญ
เช่น กล่มุ หมู่ แฝง เป็นตน้

ทวิดาอ่านวรรณคดเี รอ่ื งขุนชา้ งขนุ แผน

ทวดิ า เป็นคำวิสามานยนาม วรรณคดี เป็นคำสามานยนาม ขุนชา้ งขนุ แผน เป็นคำวิสามานยนาม

ทำหน้าท่เี ป็น ประธานของประโยค ทำหนา้ ที่เปน็ กรรมของประโยค ทำหน้าทเ่ี ป็น ขยายคำ คอื วรรณคดี

คำสรรพนามแทนบุคคล
หรอื บรุ ุษสรรพนาม เปน็ คำที่ใชแ้ ทนผ้พู ดู ผู้ฟงั ผ้ทู ี่ถูกกล่าวถงึ
เช่น ฉัน เธอ เขา ท่าน เป็นต้น

คำสรรพนามแยกฝ่าย
หรอื วภิ าคสรรพนาม เปน็ คำทใ่ี ช้แยกคำนาม
เช่น บ้าง ต่าง กัน เปน็ ตน้

คำสรรพนาม คำสรรพนามเชือ่ ม
หรือ ประพนั ธสรรพนาม เปน็ คำเช่ือม ไดแ้ ก่ ที่ ซึง่ อัน

คำสรรพนามช้ีเฉพาะ
หรือ นิยมสรรพนาม เปน็ คำที่บอกความเฉพาะ
เช่น น่นั น่ี โน่น เปน็ ต้น

คำสรรพนามไม่ช้ีเฉพาะ
หรอื อนิยมสรรพนาม เป็นคำทไี่ มเ่ ฉพาะเจาะจง
เชน่ ใด ๆ ใคร ๆ อะไร เปน็ ต้น

คำสรรพนามถาม
หรอื ปฤจฉาสรรพนาม เป็นคำท่ีใช้เป็นคำถาม
เช่น ใคร อะไร ไหน เป็นต้น

ตวั อยา่ งคำบุรุษสรรพนาม ฉัน ผม หนู กระผม ดิฉัน ขา้ พเจา้
บรุ ษุ ที่ ๑ แทนผูพ้ ดู ทา่ น คุณ เธอ แก ใตเ้ ทา้ ฝ่าพระบาท พระคุณเจ้า
บุรุษที่ ๒ แทนผ้ฟู ัง เขา พวกเขา มัน ทา่ น พระองค์
บุรุษที่ ๓ แทนผูท้ ่ีกลา่ วถึง

คำกรยิ า อกรรมกรยิ า
เปน็ คำทมี่ ีความสมบูรณ์ไมต่ ้องมีกรรมมารบั
เช่น ตก ถลม่ วิง่ เปน็ ตน้

สกรรมกรยิ า
เป็นคำท่ตี ้องมีกรรมมารับ จึงไดใ้ จความสมบูรณ์
เช่น ซื้อ ปรุง กิน เป็นต้น

วิกตรรถกรยิ า
เปน็ คำที่ต้องอาศัยคำนาม คำสรรพนาม หรือคำ
วเิ ศษณม์ าขยาย จงึ จะมีความหมาย

เช่น เป็น เหมอื น คล้าย เป็นตน้

กรยิ านุเคราะห์
เป็นคำทชี่ ่วยคำกริยาอ่นื ให้มคี วามหมายชัดเจน
ยิ่งขึน้ เช่น จะ อาจ ตอ้ ง ควร เปน็ ต้น

ตวั อยา่ งอกรรมกริยา ตัวอย่างสกรรมกริยา
ฝนตก ฉนั กนิ ขนม

พระอาทิตย์ข้นึ เขาสอนภาษาไทย
ลูก ๆ กังวล นอ้ งอา่ นหนังสือ
นาฬิกาตาย ชาวนาเกี่ยวข้าว
เด็กหัวเราะ แมใ่ หเ้ งินลกู
พ่อฟังขา่ ว
รถจอด พปี่ อ้ นขา้ วนอ้ ง
เราเสยี ใจ

ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

คำชแี้ จง เขยี นบอกชนดิ ของคำนามที่พิมพด์ ้วยตัวหนาในประโยค
ตัวอยา่ ง
ชา้ งชอบกนิ กลว้ ย คำนามสามัญ หรอื สามานยนาม ใ

๑. วันน้ีมดแดงรสู้ ึกมีความสขุ มาก
๒. วดั พระเชตุพนวมิ ลมังคลารามมเี จดีย์หลายองค์
๓. นักกฬี าของโรงเรียนเราได้รับรางวัยนกั กีฬาดีเด่น
๔. ครูโรงเรยี นประสาทพรไปประชุม
๕. ปากกาวางอยบู่ นโตะ๊
๖. แปง้ หยิบขลยุ่ ๓ เลาไปท่อี าคารเรียน
๗. เก่งกาจชอบวิชาภาษาไทยมาก
๘. การออกกำลังกายทำให้รา่ งกายแขง็ แรง
๙. ฝงู นกบินออกจากป่า
๑๐. นก ๒ ฝงู บนิ ไปทางเหนือ

สมาชิก เลขท่ี ……..
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
๖. ………………………………………………………………………

คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อ่านเนื้อเพลง แล้วเขียนขดี เสน้ ใต้คำสรรพนาม

ความคิด

เนอื้ รอ้ ง / ทำนอง : อภิวัฒน์ เออื้ ถาวรสุข

ยังเดินผ่านทุกวนั ที่ท่เี ราพบกันเม่ือก่อน ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกลับมีใครมาหมุน
ย้อนเวลาแต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว ยืนอยู่ตรงท่ี
เดิม แตไ่ มม่ วี แ่ี ววเธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคนื มาหา

ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผ่ือวนั ไหนเธอผ่านมา เห็นทเ่ี ดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้น
ได้วา่ เคยมีคนหนึ่งยืนขา้ งเธอ อยตู่ รงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันท้ิงไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดิน
และทอ้ งฟา้ มนั เป็นความคิดท่ีกระซบิ วา่ ฉนั ยงั รกั เธอ

อยากเจอเธอเหลือเกิน เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง
หลายอย่างเหลือเกิน ท่ีฉันไม่ได้พูดไป แต่กลับมานึกข้ึนได้ในเวลาน้ี ในเวลาที่เธอเดินจากฉัน
ไปแสนไกล หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ช่ืนใจ และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

สมาชิก เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………

คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มอา่ นนิทานพืน้ บา้ น เรอ่ื ง กำเนิดกบแล้วตอบคำถาม

กำเนดิ กบ

กาลครั้งหน่ึงนานมาแล้ว มีชายผู้เกียจคร้านมากคนหน่ึง ในแต่ละวันเขาจะอยู่ในบ้าน
กินๆนอนๆ ท้ังวัน เมื่อเป็นเช่นนั้นภรรยาของเขาต้องทำหนา้ ท่หี าเลี้ยงสามีผู้เกียจคร้านเอง โดย
เธอจะออกไปปลกู ผักนำไปขายทต่ี ลาด

ฝ่ายสามีไม่ยอมทำอะไรเอาแต่กินจนพุงป่อง ทำให้มือเท้าผอมลีบเพราะไม่ค่อยได้
เคล่ือนไหว ต่างจากภรรยาของเขา เธอเป็นคนขยันขันแข็ง ทำให้ร่างกายแข็งแรง ในทุกๆวัน
หลังจากต่ืนนอนตอนเช้าตรู่ เธอจะรีบออกไปท่ีสวน เพ่ือพรวนดินใส่ปุ๋ย รดน้ำผัก ทำให้ผักงอก
งามเตม็ แปลง จากนั้นเธอกจ็ ะใช้จอบขุดดินทำแปลงผกั เพือ่ ขยายพ้นื ที่ปลูกผักให้มากขึ้น หรอื ไม่
ก็ปลกู ใหม่ทดแทนผกั ทข่ี ายไป

วันไหนท่ีเธอต้องไปขายผัก เธอจะตื่นนอนเร็วกว่าปกติ เธอหาบผักท่ีตัดเตรียมใส่
ตะกร้าขนาดใหญ่ไปขายท่ีตลาด เมื่อขายผักหมด เธอจะซื้ออาหารเพื่อนำมาทำกับข้าวให้สามีผู้
เกียจคร้านกิน อยู่มาวันหน่ึงสามีภรรยาคู่นี้ได้รับเชิญไปงานเลี้ยงในเมือง ชายผู้เป็นสามีกิน
อาหารในงานเล้ียงด้วยความเอร็ดอร่อย เขากิน กิน และก็กิน จนเขาลุกไม่ข้ึน เดินกลับบ้าน
ไม่ได้ เม่ือเห็นเช่นนั้น ภรรยาก็ช่วยเอาสามีใส่ในรถเข็นผัก แล้วเธอก็เข็นสามีกลับบ้าน ซึ่งใน
ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามสะพานไม้เล็กๆ ด้วยเหตุท่ีสามีของเธอกินจนตัวใหญ่หนักมาก
ทำให้รถเข็นผักตกจากสะพานลงไปในแม่น้ำ

เม่ือชายพุงป่องตกลงไปในน้ำ เขาโกรธภรรยาของเขามาก เขาตะโกนดุด่าภรรยา ด้วย
เสียงอันดัง แต่เสียงท่ีเขาพูดด่าออกมากลายเป็นเสียง ” อ๊บ อ๊บ อ๊บ “ เขามองดูตัวเองก็พบว่า
ตั ว เอ ง ก ล า ย เป็ น ก บ เสี ย แ ล้ ว ท ำ ให้ เข า ต้ อ งว่ า ย น้ ำ ห นี ไป ด้ ว ย ค ว าม อั บ อ า ย

นทิ านฟิลปิ ปนิ ส์ : ส.พลายนอ้ ย

ตอบคำถาม
๑. จากเรื่องมีคำกรยิ าคำว่าอะไรบา้ ง และเป็นคำกรยิ าชนิดใด

๒. คำกริยาที่ไดจ้ ากข้อ ๑ ทำหน้าทใ่ี ดบา้ ง

สมาชกิ เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นแตง่ ประโยค พร้อมระบุวา่ คำใดในประโยคเปน็ คำนาม คำสรรพนาม
คำกริยาและบอกชนดิ ยอ่ ยของคำน้นั จำนวน ๕ ประโยค

๑. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา

๒. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกรยิ า

๓. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา

๔. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกรยิ า

๕. ประโยค
คำนาม
คำสรรพนาม
คำกริยา

- เฉลย -

ชอ่ื – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

คำชี้แจง เขียนบอกชนดิ ของคำนามท่ีพิมพด์ ้วยตวั หนาในประโยค
ตวั อยา่ ง
ช้างชอบกินกลว้ ย คำนามสามัญ หรอื สามานยนาม ใ

๑. วนั นม้ี ดแดงรู้สึกมีความสุขมาก คำนามบอกอาการ หรือ อาการนาม

๒. วัดพระเชตพุ นวิมลมงั คลารามมีเจดยี ์หลายองค์ คำนามวิสามญั หรอื วิสามานยนาม

๓. นกั กีฬาของโรงเรยี นเราได้รับรางวัยนักกีฬาดเี ด่น คำนามสามญั หรือ สามานยนาม

๔. ครโู รงเรยี นประสาทพรไปประชุม คำนามวิสามญั หรือ วิสามานยนาม

๕. ปากกาวางอยู่บนโตะ๊ คำนามสามญั หรือ สามานยนาม

๖. แปง้ หยบิ ขลยุ่ ๓ เลาไปท่ีอาคารเรียน คำนามบอกลักษณะ หรอื ลกั ษณนาม
๗. เกง่ กาจชอบวิชาภาษาไทยมาก คำนามวสิ ามัญ หรือ วิสามานยนาม

๘. การออกกำลังกายทำให้รา่ งกายแข็งแรง คำนามบอกอาการ หรือ อาการนาม

๙. ฝงู นกบนิ ออกจากปา่ คำนามบอกหมวดหมู่ หรอื สมหุ นาม

๑๐. นก ๒ ฝงู บินไปทางเหนือ คำนามบอกลกั ษณะ หรือ ลักษณนาม


Click to View FlipBook Version