ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เรอ่ื ง นกั สบื ทองอนิ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔ เร่อื ง การเขียนนิทานสร้างสรรค์
นิทานเรื่อง ปอู วดเก่ง
คร้ังหนง่ึ มปี ูตัวหนง่ึ อาศัยอยใู่ นรู อย่มู าวนั หนึง่ มีชา้ งปา่ ตวั หนงึ่ เดินผ่านมา ปูรสู้ ึกว่าแผ่นดินสะเทือน
จงึ ข้ึนมาจากรู บังเอิญชา้ งเหยยี บลงไปท่รี ูปซู ง่ึ เป็นดนิ เหลว ปูจึงจมลงไปในดินเหลว เมือ่ ชา้ งถอนเท้าขน้ึ มาจาก
ดินเหลวแลว้ ปรู บี ว่งิ ไปหาช้างและพูดวา่
“ หยุดก่อน ” ช้างได้ยินเสียงปูรอ้ งเรียก จงึ หันมาดูปู เห็นปเู อาก้ามชขู น้ึ ชา้ งจงึ ถามวา่
“ เจ้ามีธรุ ะอะไรกบั เราหรือ ” ปจู งึ ตอบว่า “ ท่านบังอาจเหยยี บเราจมดนิ ” ชา้ งจึงตอบวา่
“ เราไม่ได้บังอาจเหยียบเจ้าหรอก เราไม่เห็นเจ้าจริง ๆ เราขอโทษด้วย ” ปูได้ยินช้างพูดก็ย่ิง
โกรธเป็นกำลัง ตรงเข้าใช้ก้ามหนีบขาช้าง ช้างจึงยกขาสลัดปูออกไป ปูกระเด็นไปกระทบหินกระดองแตก
ตาย
นทิ านเร่อื งนีช้ ้ใี ห้เหน็ วา่ ความโกรธมโี ทษมาก อาจเปน็ อันตรายต่อตวั เองได้
การเขียนนิทาน เป็นการเขียนเร่อื งสมมตุ ิใหผ้ ู้อื่นอ่าน ตอ้ งเขียนใหส้ นกุ บรรยายให้
นา่ สนใจ ใหเ้ หมอื นกับผ้เู ขยี นไดม้ าเลา่ เรื่องให้ผู้อ่นื ฟัง มีหลกั ในการเขียนดังนี้
1. สรา้ งโครงเร่อื ง
2. กำหนดตวั ละครและสถานทที่ ี่เกดิ เหตุ
3. ลำดับเหตุการณ์
4. ดำเนินเรือ่ งให้นา่ สนใจ มีความขัดแยง้ ในการกระทำของตวั ละคร
5. ใช้ภาษาในการดำเนนิ เรื่องใหส้ มจริงสมจงั
6. เขียนเรือ่ งให้มแี นวคิดและใหเ้ ขยี นผลการกระทำของตวั ละคร
ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
คำชี้แจง ให้นักเรียนแต่งนิทานแนวแนวสืบสวนตามความถนัดและความสนใจ
นิทาน เรอื่ ง …………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………….....
รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการเขียนเลา่ เรอื่ งตามความสนใจ
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
๑. ตรงประเดน็
๓๒๑
๒. สะกดคำถูกตอ้ ง
เขยี นส่ือสารได้ตรง เขียนสอ่ื สารได้ตรง เขียนเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่
๓. ความสะอาดเป็น
ระเบยี บ ประเด็น มใี จความสำคัญ ประเด็น ใจความสำคัญ ตรงประเด็น
สอดคล้องกบั หัวข้อท่ี ไม่ครบตามหัวขอ้ ท่ีเขยี น
เขยี น แตย่ งั ส่อื สารในประเด็น
ได้
เขยี นสะกดคำได้ถูกตอ้ ง เขียนสะกดคำได้ถูกตอ้ ง เขยี นสะกดคำได้ถูกตอ้ ง
ร้อยละ ๙๐ ของคำ มากว่าร้อยละ ๖๐ น้อย นอ้ ยวา่ ร้อยละ ๖๐ ของ
ท้งั หมดขนึ้ ไป กว่ารอ้ ยละ ๙๐ ของคำ คำทั้งหมดขึ้นไป
ท้ังหมดขนึ้ ไป
เขียนสมำ่ เสมอ เป็น เขยี นไม่สม่ำเสมอ แต่เปน็ เขยี นไมส่ ม่ำเสมอ มีรอย
ระเบียบสะอาด มีการ ระเบยี บสะอาด มีการ แก้ไขคำผิดไม่สะอาด
แก้ไขคำผดิ ทำไดส้ ะอาด แกไ้ ขคำผดิ ไม่สะอาดบ้าง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๕ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เรอ่ื ง นกั สืบทองอิน เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรือ่ ง การแสดงความคดิ เห็นในบทเรียน
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
๑. การคิดวิเคราะห์บทเรยี นอย่างมเี หตผุ ล เป็นเคร่ืองบ่งชถ้ี ึงการมีทักษะในการฟัง
๒. การฝึกคิดและออกมาพูดอภิปราย แสดงความคิดเห็นของเราให้คนอื่นฟัง ถือว่าเป็นคนที่มี
ความสามารถและแสดงออกอย่างถูกต้อง
๓. การมที ักษะในการเขยี น ทำให้คดั ลายมือได้ถูกต้อง รวดเรว็ และสวยงาม
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี น
เร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณและพดู แสดงความรู้
ความคดิ และความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและ
สรา้ งสรรค์
ตวั ชว้ี ัด ท ๒.๑ ป.๖/๑ คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และคร่งึ บรรทัด
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พูดแสดงความรูค้ วามเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องทฟี่ งั และดู
ท ๓.๑ ป.๖/๒ ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจากเรอ่ื งที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๖/๓ วเิ คราะห์ความนา่ เชอื่ ถือจากการฟงั และดูสื่อโฆษณาอยา่ งมีเหตผุ ล
๓. จดุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจในจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟงั
๒. แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับบทเรยี นและสรุปเป็นข้อคิดเหน็
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- ทกั ษะการพูด
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อภปิ รายแสดงความคิดเห็น
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. ม่งุ ม่นั การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง อา่ นนากพระโขนง
๒. ใบงาน เรื่อง แสดงความคิดเห็น “นายทองอิน”
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. สนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเร่ือง นักสืบทองอิน ว่าเราได้รับความรู้อะไรบ้าง ให้นักเรียนแสดง
ความคิดเห็น
ขั้นสอน
๒. ครอู ่านบทร้อยกรอง เรือ่ ง อา่ นนากพระโขนงทสี่ องใหน้ ักเรียนฟัง แล้วใหน้ ักเรยี นสรปุ ความเรยี งลง
ในใบงาน เรือ่ ง อา่ นนากพระโขนงทสี่ อง
๓. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอ สรุปบทร้อยกรอง เรื่อง อ่านนากพระโขนง โดยให้นักเรียน
ตรวจสอบและเพมิ่ เตมิ ใหส้ มบรู ณ์ แล้วนำส่งใบงานเพ่อื ใหค้ รูประเมนิ ผล
๔. นักเรียนแต่ละคนทำใบงาน เรอ่ื ง แสดงความคิดเห็น เรือ่ ง นายทองอิน ตอนท่ี ๑ และ ๒
๕. ครูขออาสาสมัครให้นักเรียนนำผลงานใบงาน โดยให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วย
หรือมีความคดิ เหน็ แตกต่างอยา่ งไร
๖. ครูให้นักเรียนจาละคนทำใบงาน เร่ือง แสดงความคิดเห็น เรื่อง นายทองอิน ตอนที่ ๓ แล้วนำส่ง
ครูในชั่วโมงต่อไป
ข้ันสรปุ
๗. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ขอ้ วิเคราะหท์ ไ่ี ดจ้ ากความคิดเหน็ ของนักเรียนทงั้ หมด
๘. ให้นักเรยี นไปอ่านหนงั สือนิทานเพ่มิ ตมิ นอกเวลา แล้วบันทึกลงในแบบบนั ทึก
๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ วรรณคดีลำนำ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรือ่ ง อ่านนากพระโขนงทส่ี อง
๓. ใบงาน เรือ่ ง แสดงความคิดเห็น “นายทองอนิ ”
๑๐. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานเร่ือง อ่านนากพระโขนงทส่ี อง ใบงานเรือ่ ง อ่านนากพระโขนงทส่ี อง รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานเร่อื ง แสดงความคดิ เหน็ ใบงาน เรื่อง แสดงความคิดเห็น รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
“นายทองอิน” “นายทองอิน” ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ในกิจกรรมกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้
และมุง่ มน่ั การทำงาน อันพึงประสงค์ ขึ้นไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๐ เร่อื ง นักสืบทองอนิ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕ เรอื่ ง การแสดงความคิดเห็นในบทเรยี น
ช่ือ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำช้แี จง บทร้อยกรอง “อา่ นนากพระโขนงท่ีสอง” แลว้ สรปุ เป็นความเรียง
อ่านนากพระโขนงทสี่ อง
อา่ นนากพระโขนงที่สอง ชใี้ หไ้ ตร่ตรอง
ใครเชือ่ ง่าย งา่ ยไม่พ้น เป็นเหยือ่ ถูกคนหลอกลวง
“นกั สืบทองอนิ ” รอบคอบ ไหวพรบิ ประกอบแก้บ่วง
ปรศิ นาผหี ลอกยอกทรวง ชาวบ้านทั้งปวงหวน่ั ไหว
ขาดการสงั เกตเหตุผล หลงกล “เจ้าชม” หัวใส
หลวงพ่อรวงชนทั่วไป ขู่ไว้ “เมียใหม่อย่ามี”
คนปลอมเปน็ ผหี ลอกคน ความกลัวหลอกตนเห็นผี
บณั ฑติ ย่อมไมร่ าคี คดิ ดสี ติมั่นปัญญา
หากเราเป็นเหมือน “ทองอนิ ” ถวลิ คล่ีคลายปญั หา
สงั คมพ้นภยั บีฑา “ปีศาจ”นานาสนิ้ ฤทธ์ิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชือ่ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นรว่ มแสดงความคดิ เหน็
๑. หากนักเรียนต้องการเปน็ นักสืบเหมือนนายทองอิน นักเรยี นจะตอ้ งเปน็ คนที่มคี ุณลักษณะ
อย่างไรบ้าง ลองชว่ ยกนั อภิปรายและแสดงเหตผุ ลวา่ ทำไมตอ้ งมีคณุ ลักษณะเชน่ น้นั
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
๒. การเปน็ นักสบื จะช่วยบคุ คลใด หรือช่วยสังคมในแง่ใดไดบ้ ้าง
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
๓. นกั เรียนเคยอ่านเร่อื งนกั สบื หรอื เรอื่ งแนวสบื สวนสอบสวนมาบา้ งหรือไม่ ถ้าเคยอา่ นลอง
นำมาเลา่ ใหเ้ พื่อน ๆ ฟงั
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
ช่ือ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๒ นักเรยี นเขียนแสดงความคิดเหน็ ในหวั ข้อต่อไปน้ี
วา่ ถ้านักเรยี นเปน็ ………….นกั เรยี นจะ………..(ทำอยา่ งไร)……
“ถ้านักเรยี นไดเ้ ป็นนักสบื นกั เรียนจะทำอยา่ งไรบ้าง”
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
…….…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……….………………………………………………………………………………………
………….……………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………
……………….………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
ช่อื – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๓ ให้นกั เรยี นเลอื กข้อความจากบทเรียนตอนใดตอนหน่งึ ทนี่ กั เรียนชอบ
แล้วนำมาคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ๑ จบ และครง่ึ บรรทดั ๑ จบ
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
…….…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……….………………………………………………………………………………………
………….……………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………
……………….………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………….
- เฉลย -
ชื่อ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำชแี้ จง บทรอ้ ยกรอง “อ่านนากพระโขนงทีส่ อง” แลว้ สรปุ เปน็ ความเรยี ง
อา่ นนากพระโขนงท่สี อง
อา่ นนากพระโขนงทส่ี อง ชใ้ี หไ้ ตรต่ รอง
ใครเช่อื งา่ ย ง่ายไม่พน้ เป็นเหยอ่ื ถูกคนหลอกลวง
“นักสบื ทองอิน” รอบคอบ ไหวพริบประกอบแกบ้ ว่ ง
ปรศิ นาผีหลอกยอกทรวง ชาวบา้ นทั้งปวงหวนั่ ไหว
ขาดการสังเกตเหตุผล หลงกล “เจ้าชม” หวั ใส
หลวงพอ่ รวงชนทว่ั ไป ขูไ่ ว้ “เมยี ใหม่อย่ามี”
คนปลอมเป็นผีหลอกคน ความกลวั หลอกตนเหน็ ผี
บณั ฑิตย่อมไม่ราคี คดิ ดสี ติมั่นปญั ญา
หากเราเป็นเหมือน “ทองอนิ ” ถวลิ คลี่คลายปัญหา
สังคมพ้นภัยบีฑา “ปศี าจ”นานาส้นิ ฤทธิ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………..…ดลุ ยพินิจครูผสู้ อน……………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
- เฉลย -
ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรียนรว่ มแสดงความคิดเห็น
๑. หากนกั เรียนต้องการเปน็ นักสืบเหมือนนายทองอิน นักเรียนจะตอ้ งเปน็ คนที่มีคุณลักษณะ
อย่างไรบ้าง ลองช่วยกันอภิปรายและแสดงเหตผุ ลวา่ ทำไมต้องมีคุณลักษณะเชน่ นนั้
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
๒. การเปน็ นักสบื จะช่วยบคุ คลใด หรือช่วยสงั คมในแง่ใดได้บ้าง
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นเคยอ่านเรือ่ งนกั สบื หรอื เร่ืองแนวสบื สวนสอบสวนมาบา้ งหรือไม่ ถ้าเคยอา่ นลอง
นำมาเลา่ ใหเ้ พ่ือน ๆ ฟัง
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………
……………………………...…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...……………………………………………………………………
ดุลยพนิ ิจครูผู้สอน
ช่ือ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๒ นกั เรยี นเขียนแสดงความคดิ เหน็ ในหัวข้อต่อไปนี้
วา่ ถ้านกั เรยี นเปน็ ………….นกั เรยี นจะ………..(ทำอย่างไร)……
“ถา้ นักเรยี นไดเ้ ปน็ นกั สบื นักเรยี นจะทำอยา่ งไรบา้ ง”
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
…….…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……….………………………………………………………………………………………
………….……………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………
……………….………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
ดลุ ยพนิ ิจครูผสู้ อน
ช่ือ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๓ ใหน้ กั เรยี นเลอื กข้อความจากบทเรยี นตอนใดตอนหนึง่ ท่นี กั เรยี นชอบ
แล้วนำมาคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั ๑ จบ และครึ่งบรรทัด ๑ จบ
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
….……………………………………………………………………………………………
…….…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……….………………………………………………………………………………………
………….……………………………………………………………………………………
…………….…………………………………………………………………………………
……………….………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………….
ดุลยพินจิ ครูผูส้ อน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑๑ เรื่อง การเดินทางของพลายน้อย เวลา ๑ ช่ัวโมง
เร่ือง เรียนรู้คำ ค่คู วามหมาย
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรียนและนำไปใช้ให้ถูกต้อง ถือเป็นการ
พัฒนาทักษะทางภาษาท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพ่ือพัฒนาทักษะให้ถูกต้อง จึงจะทำให้การเรียนรู้ภาษา
เป็นไปด้วยดแี ละเกิดการพฒั นาตามมา
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนำไปตัดสินใจ
สาระท่ี ๑ การอ่าน แกป้ ัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑
ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และ
สาระที่ ๒ การเขียน เขียนเร่อื งราวในรปู แบบตา่ งๆเขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ รายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ
อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความทีเ่ ปน็ โวหาร
ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๒ มีมารยาทในการเขียน
ท ๒.๑ ป.๖/๙
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อา่ นและอธบิ ายความหมายของคำในบทเรียนได้
๒. เขยี นตามคำบอกท่ีกำหนดให้ได้
๓. มีมารยาทในการเขยี น
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอา่ นคำและความหมายของคำ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- การอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำในบทเรยี น
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความร้เู พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มงุ่ มน่ั การทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง เขียนคลอ่ ง อ่านถกู
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ
๑. ครูแนะนำช่ือบทเรียน บทที่ ๓ การเดนิ ทางของพลายนอ้ ย กอ่ นท่ีนักเรียนจะอา่ นจับใจความสำคัญ
นักเรยี นควรรคู้ วามหมายของคำยาก หรือคำที่ไม่เข้าใจความหมาย
ข้นั สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน รองประธานและเลขานุการกลุ่ม โดยครแู นะนำบทบาทหน้าที่ของสมาชกิ แต่ละคนในกลุม่ ให้นักเรียน
เขา้ ใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง
๓. ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ อา่ นบทเรยี นเรอ่ื ง “การเดนิ ทางของพลายน้อย” เพอื่ สำรวจคำยากและคำท่ี
ไมเ่ ขา้ ใจความหมาย ให้เลือกคำไว้ ๑๐ คำ เขียนลงในบตั รคำแลว้ นำไปติดบนกระดานดำ เพ่ือคดั เลอื กคำท่ีซ้ำ
กนั ออก
๔. หลังจากได้คำศัพท์ท่ีคัดเลือกคำซ้ำออกไปแล้วน้ัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาความหมายจาก
พจนานุกรม แลว้ เขยี นลงในบตั รความหมาย
๕. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขนั โดยครูอ่านคำศัพท์ตามบัตรคำท่ีติดไว้บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี น
แต่ละกลุ่มยกมือ กลุ่มใดยกมือก่อนให้นำบัตรความหมายออกมาติดบนกระดานดำ ครูและนักเรียนทุกกลุ่ม
ตรวจสอบ กรณีตอบถูกกลุ่มนนั้ จะได้คะแนน
๖. ครูให้นกั เรยี นคดั ลอกคำศพั ทแ์ ละความหมาย ลงในสมดุ
๗. ครูให้นักเรียนอ่านคำศัพท์และความหมายท่ีนักเรียนได้คัดลอกลงสมุดพร้อม ๆ กัน โดยครูเป็นผู้
ตรวจสอบการอา่ นออกเสียง พรอ้ มแกไ้ ขคำทีน่ ักเรยี นอา่ นผดิ ให้ถูกต้อง
๘. นักเรยี นแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง เขยี นคล่อง อ่านถูก โดยเขียนคำศัพท์ตามทค่ี รูบอก
๙. นักเรียนอ่านคำศัพทต์ ามใบงาน พร้อมกัน โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งและแก้ไขข้อบกพร่องจาก
การอ่าน
ขั้นสรุป
๑๐. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงประโยชน์ของการอ่านคำศัพท์และเข้าใจความหมายของคำศัพท์
จะทำให้อ่านบทเรียนได้เข้าใจยงิ่ ข้นึ
๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต วรรณคดลี ำนำ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. พจนานกุ รม
๓. บัตรคำและบัตรความหมาย
๔. ใบงาน เรือ่ ง เขียนคล่อง อา่ นถกู
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ กี าร
ใบงาน เรอื่ ง เขยี นคล่อง อา่ นถูก ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง เขียนคลอ่ ง อา่ นถกู
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มนั่ การทำงาน เกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านระดบั พอใช้ข้นึ ไป
อนั พงึ ประสงค์
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑๑ เรื่อง การเดนิ ทางของพลายนอ้ ย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรือ่ ง เรยี นรู้คำ คู่ความหมาย
อปุ กรณ์ | บตั รคำและบัตรความหมาย
บตั รคำ บัตรความหมาย
ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำช้แี จง ให้นกั เรียนเขยี นตามคำบอกลงในชอ่ งว่างดว้ ยตัวบรรจงครง่ึ บรรทดั
- เฉลย -
ช่ือ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขียนตามคำบอกลงในช่องว่างดว้ ยตัวบรรจงครง่ึ บรรทัด
สปั คบั ลูกครอก ศรีสวสั ดิ์
วิญญาณ ทินกร ไถ้
สำเหนียก อาภัพ อตุ ริ
คลาดแคล้ว ไฉน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๑ เรือ่ ง การเดินทางของพลายนอ้ ย เวลา ๒ ช่วั โมง
เรื่อง อ่านคดิ พินิจเร่ืองราว
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเข้าใจชัดเจนลึกซ้ึงจะต้องอ่านแล้วสามารถต้ังคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย
แสดงความคดิ เหน็ เน้ือเรอื่ ง ลำดับเหตุการณ์ และสรุปใจความสำคญั ของเรื่องได้
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อ่ืนฟัง ฉะน้ันผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ
ออกเสยี งใหถ้ กู ต้องชัดเจน จึงจะสื่อความหมายได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนำไปตดั สินใจ
สาระท่ี ๑ การอา่ น แก้ปัญหาในการดำเนิน ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็ จากเร่อื งท่ีอา่ น
ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นในใจแลว้ ตั้งคำถาม ตอบคำถามจากเรือ่ งในบทเรียนได้
๒. สรุปใจความสำคญั ของเร่อื งท่อี า่ นได้
๓. อ่านออกเสยี งเรื่องในบทเรียนได้ถูกต้องชดั เจน
๔. มมี ารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. หลักการอ่านจบั ใจความ
๒. หลักการอา่ นออกเสยี ง
๓. มารยาทในการอา่ น
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. อา่ นจบั ใจความ
๒. อ่านออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มงุ่ มนั่ การทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง คำถามทา้ ยบท “การเดนิ ทางของพลายนอ้ ย”
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
๘.๑ ชว่ั โมงที่ ๑
ขน้ั นำ
๑. นักเรยี นดูรูปภาพในหนงั สือ แล้วสนทนาเกีย่ วกับเน้ือหาในบทเรยี น โดยครชู ว่ ยถามนำเพอ่ื
กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นตอบ เชน่ ถามวา่
- ภาพในบทเรียนเป็นภาพของใคร
- นักเรียนคิดวา่ เขากำลงั มีปัญหาใด
- นักเรยี นเคยอา่ นเรื่องขนุ ชา้ งขุนแผนหรอื ไม่
ข้นั สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่ให้เลือกประธาน รองประธาน และ
เลขานุการกลุ่มใหม่ ไม่ซำ้ เดมิ
๓. ครทู บทวนจดุ มงุ่ หมายของการอ่านดงั น้ี
- ต้ังคำถามและตอบคำถามได้
- เรยี งลำดับเหตุการณส์ ำคัญได้
- สรปุ ใจความสำคญั ของเร่อื งท่อี า่ นได้
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจ เร่ือง การเดินทางของพลายน้อย เม่ืออ่านจบสมาชิกภายในกลุ่มตั้ง
คำถามและตอบคำถาม กลมุ่ ละ ๕ ขอ้
๕. ตัวแทนกลุ่มออกมาหน้าชนั้ เรียน อ่านคำถามของกลุ่มแล้วให้เพ่ือนกลุ่มอ่ืน ๆ ยกมือ กลมุ่ ไหนยก
มือก่อนได้สิทธิตอบก่อน เม่ือเพ่ือนตอบคำถามแล้ว ผู้อ่านคำถามจะต้องเฉลยว่าถูกหรือผิด กรณีตอบผิดผู้ถาม
จะต้องอ่านเฉลยคำตอบท่ีถูกต้อง หมนุ เวียนจนครบทุกกลมุ่
ขั้นสรุป
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันลำดับเหตุการณ์และสรุปใจความสำคัญของเรื่อง โดยดำเนินกิจกรรม
ดังน้ี
- ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ ช่วยกนั ลำดบั เหตกุ ารณส์ ำคญั ของเรื่องคนละประโยคหรือมากกว่านนั้
จนจบเรอื่ ง
- สมาชิกทุกคนชว่ ยกันสรุปใจความสำคญั ของเร่อื งแล้วบนั ทกึ ไวใ้ นสมดุ เป็นข้อ ๆ หรอื
เปน็ แผนภาพความคิด
๗. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปใจความสำคัญของเร่ือง การเดินทางของพลาย
น้อย ในชวั่ โมงตอ่ ไป
๘.๒ ชว่ั โมงที่ ๒
ขั้นนำ
๑. ครูกำหนดเวลา ๕ นาที ให้แต่ละกลุ่มเตรียมตัวเพ่ือนำเสนอสรุปใจความสำคัญของเร่ือง การ
เดนิ ทางของพลายนอ้ ย หนา้ ชั้นเรียน
ขน้ั สอน
๒. ตวั แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปใจความสำคัญของเรื่อง การเดินทางของพลายน้อย หน้าช้ันเรียน
โดยครเู ป็นผู้ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๓. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาว่ากลุ่มใดนำเสนอสรุปใจความสำคัญ ได้ครอบคลุมและเข้าใจ
มากทสี่ ดุ
๔. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด
๕. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะคนทำใบงาน เรื่อง คำถามท้ายบท “การเดนิ ทางของพลายนอ้ ย”
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยใบงาน
๗. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนอ่านอธิบายเพิ่มเติมความรู้ท้ายบทแล้วสรุปใจความสำคัญลง
สมุด
ขัน้ สรุป
๘. ครูสรุปใจความสำคัญของเร่ือง การเดนิ ทางของพลายน้อย อกี คร้ังเพื่อใหน้ ักเรยี นทุกคนมีความรู้
ความเขา้ ใจตรงกัน
๙. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชวี ิต วรรณคดลี ำนำ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๒. ใบงาน เรอ่ื ง คำถามท้ายบท “การเดนิ ทางของพลายนอ้ ย”
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
วิธกี าร
แบบประเมินการอ่านจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น
สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น
เกณฑ์
สงั เกตการต้ังคำถามและตอบคำถาม
แบบประเมนิ การตัง้ คำถามและตอบ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผ่าน
สังเกตการอ่านออกเสียงรายบุคคล
คำถาม เกณฑ์
ตรวจใบงาน เร่อื ง คำถามทา้ ยบท “การ
เดินทางของพลายน้อย” แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม
ในกจิ กรรมกล่มุ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และม่งุ ม่นั การทำงาน ใบงาน คำถามท้ายบท “การเดนิ ทาง ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ของพลายน้อย” ผ่านเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา่ น
เกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านระดับพอใชข้ น้ึ ไป
อนั พึงประสงค์
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑๑ เรื่อง การเดินทางของพลายนอ้ ย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรือ่ ง อา่ นคดิ พนิ ิจเรื่องราว
ช่ือ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
คำชี้แจง นกั เรยี นอา่ นในใจเพ่ือจบั ใจความสำคัญของเรื่อง แลว้ ตอบคำถามให้ถกู ตอ้ ง
๑. คำวา่ “แกแ่ ดด แกล่ ม” หมายความวา่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ใครเปน็ ผนู้ ำเสภาขนุ ชา้ งขุนแผนมาอา่ นให้เพ่ือน ๆ ฟงั
…………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. เสภาขุนชา้ งขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม เปน็ บทประพันธข์ องใคร
………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. เสภาขุนชา้ งขุนแผน ตอน กำเนดิ พลายงาม มีตวั ละครท่ีสำคญั ใครบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. คำกล่าวทีว่ ่า “ตวั ละครในวรรณคดี คือ ตัวแทนของมนุษย์ปุถุชนทัว่ ไป มีท้ังดา้ นดี
งามและอัปลักษณ์” นักเรียนเห็นดว้ ยกับคำกล่าวน้หี รอื ไม่ เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. ให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งคำประพนั ธท์ ่ีนกั เรียนเห็นวา่ สะเทอื นใจมากที่สุดมา
๑ บท แล้วอธิบายเหตผุ ล
……………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. เสภาขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม ใหป้ ระโยชน์และแง่คิดอะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
๘. ตัวละครที่ถูกสังคมตัดสนิ ว่าเป็นผู้หญิงหลายใจ คอื ใคร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
๙. ตัวอย่างทีแ่ สดงให้เหน็ คุณค่าทางศิลปะการประพนั ธข์ องวรรณคดเี รอื่ งนี้
นกั เรียนคิดว่ามตี อนใดบ้าง พรอ้ มกับยกตวั อยา่ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐. ถา้ นักเรียนเปน็ พลายงามเดินทางไปหาย่าที่เมืองกาญจนบุรี แล้วไม่พบยา่
นักเรยี นจะแก้ปัญหาอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
- เฉลย -
ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำช้แี จง นกั เรียนอา่ นในใจเพ่ือจบั ใจความสำคัญของเร่ือง แล้วตอบคำถามใหถ้ กู ต้อง
๑. คำวา่ “แก่แดด แก่ลม” หมายความวา่ อย่างไร
ทำตัวไมเ่ หมาะสมกับวยั
๒. ใครเป็นผูน้ ำเสภาขุนชา้ งขุนแผนมาอ่านให้เพ่ือน ๆ ฟัง
สาหร่าย
๓. เสภาขนุ ช้างขนุ แผน ตอน กำเนดิ พลายงาม เป็นบทประพันธ์ของใคร
สนุ ทรภู่
๔. เสภาขุนชา้ งขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม มีตวั ละครท่ีสำคญั ใครบ้าง
ขนุ ชา้ ง ขนุ แผน นางวนั ทอง พลายงาม ทองประศรี
๕. คำกลา่ วทว่ี า่ “ตวั ละครในวรรณคดี คือ ตวั แทนของมนุษย์ปุถุชนท่ัวไป มีทง้ั ดา้ นดี
งามและอปั ลกั ษณ์” นักเรียนเหน็ ด้วยกับคำกล่าวนห้ี รือไม่ เพราะเหตุใด
ดลุ ยพนิ ิจครผู ู้สอน
๖. ใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งคำประพันธ์ท่นี ักเรียนเหน็ ว่าสะเทอื นใจมากท่ีสดุ มา
๑ บท แล้วอธิบายเหตผุ ล
ดลุ ยพินจิ ครูผู้สอน
๗. เสภาขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน กำเนดิ พลายงาม ใหป้ ระโยชน์และแง่คดิ อะไรบา้ ง
สะทอ้ นภาพการดำเนนิ ชีวิต ขนบธรรมเนยี มประเพณี และความเชือ่ ของคนไทย
ในอดตี
๘. ตวั ละครทถ่ี ูกสงั คมตัดสนิ วา่ เป็นผ้หู ญงิ หลายใจ คอื ใคร
นางวันทอง
๙. ตวั อยา่ งทีแ่ สดงให้เห็นคุณค่าทางศิลปะการประพนั ธ์ของวรรณคดเี รอ่ื งนี้
นักเรียนคดิ วา่ มตี อนใดบ้าง พร้อมกบั ยกตวั อยา่ ง
ดุลยพินิจครผู สู้ อน
๑๐. ถา้ นักเรยี นเปน็ พลายงามเดนิ ทางไปหายา่ ท่ีเมืองกาญจนบรุ ี แล้วไม่พบยา่
นักเรียนจะแกป้ ัญหาอยา่ งไร
ดุลยพนิ ิจครูผูส้ อน
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ
ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. บุคลกิ ในการอา่ น
นัง่ ตัวตรง วางและเปิด ๒๑
หนงั สอื ถกู ตอ้ ง นงั่ ตัวตรง วางหรือเปิด นั่งตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสือไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถกู ต้อง
๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาไดถ้ ูกต้อง รวดเรว็
และต่อเน่ือง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแต่ชา้ มาก
ต่อเนือ่ ง และไม่ตอ่ เนื่อง
๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ีตามตัวอักษร ใช้มือชี้ตามตัวอักษร ใช้มอื ช้ีตามตัวอักษร
ขณะที่อา่ นตลอดทง้ั เรือ่ ง ๒ คร้ัง ขณะทอ่ี า่ น มากกว่า ๒ ครงั้ ขณะที่
ตั้งแตต่ ้นจนจบ อ่าน
๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมา ๒ คร้งั สา่ ยหนา้ ไปมา มากกวา่
ขณะที่อา่ น อา่ นตลอดท้ังเรอื่ งตง้ั แต่ ในขณะอา่ น ๒ คร้ัง ในขณะอา่ น
ต้นจนจบ
๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์
เรือ่ งท่ีอ่าน สถานที่ เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลท่ี
เกดิ ข้นึ โดยเรียงลำดบั เกิดข้ึนได้ แตเ่ รยี งลำดับ เกิดขึน้ ได้ แตเ่ รียงลำดบั
เหตกุ ารณไ์ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เหตุการณผ์ ิด ๑ ตำแหนง่ เหตุการณ์ผดิ ๒ ตำแหนง่
เหมาะสม ขึน้ ไป
๖. การต้ังคำถามและตอบ ต้ังคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ือง คำถามจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
ถกู ต้องทุกเรอ่ื ง ทกุ คำถามจากเร่ืองที่อ่าน ไม่ คำถามจากเรื่องที่อ่าน ไม่
ประเดน็
ถกู ต้อง ๑ ข้อ ถูกต้อง ๒ ขอ้ ขน้ึ ไป
๗. การสรปุ เรือ่ ง แนวคิด สรุปเรือ่ ง แนวคดิ และ สรปุ เรอ่ื งได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคดิ
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่อื งไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ข้อคดิ อย่างใด และข้อคิดไมได้
สมบรู ณ์ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้
รายละเอียดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การตง้ั คำถามและตอบคำถาม
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คะแนน
๑. ลกั ษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒. ความมีเหตผุ ล
๓. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ต้งั คำถามเพื่อคน้ คว้าหา ตั้งคำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ
๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพิม่ เติมต่อไปได้ ความร้เู พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ิตประจำวนั
๕. ลกั ษณะคำตอบ ได้อีก
สามารถแสดงความคดิ เหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล
อย่างมีเหตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง
คำถามมคี วามคดิ ริเรม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
แปลก ทนั สมัย ไมซ่ ้ำแบบ ความทันสมยั บา้ ง
ใคร
แสดงถงึ คำถามทม่ี ีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้
ความรู้มาประยกุ ต์ใชใ้ น ประยุกต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวันได้มาก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย
ต้งั คำถามและอธิบาย ตงั้ คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย
คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไม่วกวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ
วกวน วกวน
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒
๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง
๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะท่าทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจบั หนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง
๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง
๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น
๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มีการเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ
ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ
๒ ตำแหนง่
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง การเดินทางของพลายน้อย เวลา ๑ ชัว่ โมง
เร่อื ง บทเสภา
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
บทเสภาถือเป็นกลอนสุภาพชนิดหน่ึง มีวรรคละ ๘ – ๙ คำ นำเอาแต่ละคำมาเรียงเข้าด้วยกันตาม
กฎเกณฑ์รูปแบบท่ีกำหนดให้ จะทำให้เกิดจังหวะและลีลาที่ร่ืนไหลชวนอ่าน เกิดอรรถรสและคุณค่าทางด้าน
วรรณศิลปเ์ ดน่ ชัดขนึ้ ถอื วา่ เป็นอกี หนึ่งในเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปตดั สินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนิน ชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง
ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
ท ๕.๑ ป.๖/๓ อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านและนำไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
- ขบั เสภา เรือ่ ง ขนุ ช้างขนุ แผน ตอน กำเนดิ พลายงาม ได้
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- การขับเสภา
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- ขับเสภา บทเสภา เร่อื งขนุ ช้างขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พื่อพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มงุ่ มัน่ การทำงาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- การขบั เสภา เรื่องขนุ ช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำ
๑. ครูขออาสาสมัครเพ่ือสรุปใจความสำคัญ จากการอา่ นอธบิ ายเพิ่มเติมความรู้ ทา้ ยบทเรียน เร่ือง
บทเสภา เรอื่ ง ขุนช้างขุนแผน โดยครูตรวจสอบความถูกต้องและอธบิ ายเพ่มิ เติม
๒. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน การขับเสภา คือ การเล่านิทานให้คนฟัง ซ่งึ แต่เดิมการเล่านิทานจัดเป็น
มหรสพอยา่ งหน่ึงโดยเลา่ ในตอนกลางคนื การเล่าจะใช้ถอ้ ยคำร้อยแก้ว ต่อมามผี คู้ ิดแต่งเป็นกลอนใหค้ ล้องจอง
น่าฟงั เมอ่ื ขับเปน็ ทำนองลำนำจึงไพเราะเรยี กว่า การขบั เสภา
ขน้ั สอน
๓. ครใู ห้นกั เรียนอา่ นบทร้อยกรอง แบบปรกติหนา้ ๕๑ พร้อมกนั
เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลอื งแลดหู นา้ น้ำตาไหล
แล้วกราบกรานมารดาดว้ ยอาลัย ลูกเติบใหญ่คงจะมาหาแม่คณุ
แตค่ รัง้ นม้ี ีกรรมจะจำจาก ต้องพลัดพรากแม่ไปเพราะอา้ ยขนุ
เทย่ี วหาพอ่ ขอให้ปะเดชะบุญ ไมล่ มื คุณมารดาจะมาเยอื น
แมร่ กั ลูกลูกกร็ ู้อยู่ว่ารกั คนอ่นื สกั หมน่ื แสนไม่แม้นเหมือน
จะกนิ นอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแมไ่ ปแต่ตวั
๔. ครเู ปดิ ไฟล์เสยี งตัวอย่างการขบั เสภา (หน้า ๕๑) แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านออกเสยี งตามแบบการอา่ น
จากไฟล์เสียวตัวอย่าง
๕. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๖ คน ตามความสมคั รใจ ฝึกขับเสภาภายในกลมุ่
๖. ครใู ห้นักเรยี นขบั เสภาเปน็ รายบคุ คล จำนวน ๑ บท โดยครูเปน็ ผู้ประเมินผลและแกไ้ ขการขับเสภา
ของนกั เรยี นรายบคุ คลให้อา่ นไดถ้ ูกต้อง
ขัน้ สรปุ
๗. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุป เรอ่ื ง การขบั เสภา และการใช้กรับเป็นเคร่ืองประกอบจังหวะ
๙. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต วรรณคดลี ำนำ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ไฟล์เสียงตวั อย่างการขบั เสภาขนุ ช้างขนุ แผน ตอน กำเนิดพลายงาม
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมินการขับเสภา รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น
สงั เกตการขับเสภา
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม
ในกิจกรรมกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผ่าน
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน เกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านระดับพอใช้ขนึ้ ไป
อันพึงประสงค์
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๑ เร่อื ง การเดินทางของพลายนอ้ ย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง บทเสภา
รายละเอียดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การขบั เสภา
ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑ์การให้คะแนน
๑. อา่ นออกเสยี ง ร ล อ่านออกเสยี ง ร ล และ ๒๑
และ คำควบกล้ำ ร ล ว คำควบกล้ำ ร ล ว
ถูกต้อง ถกู ต้องชดั เจน อา่ นออกเสยี ง ร ล และคำ อ่านออกเสียง ร ล และ
ควบกลำ้ ร ล ว ไม่ถูกต้อง ๒ คำควบกลำ้ ร ล ว ไม่
คร้งั ถกู ต้องเกนิ ๒ ครง้ั
๒. การเอ้อื น การ การเอ้ือน การทอดเสยี ง การเอื้อน การทอดเสียงหรือ การเอ้ือน การทอดเสียง
ทอดเสยี งถกู ต้อง ตาม ถกู ต้องตามจังหวะ จังหวะทำนองตามประเภท หรอื จังหวะทำนองตาม
ประเภทของคำ ทำนองถกู ต้อง วิธีการขับ ของกลอนเสภาผิด ๒ ครั้ง ประเภทของกลอนเสภา
ประพันธ์ เสภา ผิดเกิน ๒ ครง้ั
๓. การเว้นวรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง อา่ นเว้นวรรคตอนไม่
ถกู ตอ้ ง ถกู ต้องชดั เจน ๒ คร้งั ถกู ต้องเกิน ๒ ครัง้
๔. นำ้ เสียง ไพเราะ อ่านเสยี งดงั ชดั เจน อา่ นเสียงดัง ชดั เจน นำ้ เสยี ง อ่านเสียง ไม่ชัดเจน
สละสลวยและลลี า นำ้ เสียงและลลี า
ทา่ ทางในการอา่ น เหมาะสมกบั แต่ลีลาท่าทางไม่เหมาะสม นำ้ เสียง และลีลาทา่ ทาง
เหมาะสม กลอนเสภาท่อี ่าน
กับกลอนเสภา ท่ีอา่ น ไมเ่ หมาะสม
๕. ไม่อ่านขา้ ม/อ่านเพ่ิม อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสียงไม่ถูกต้อง
ชัดเจน มกี ารอา่ นตู่คำ
/ตคู่ ำ ชดั เจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารอา่ นตู่คำ และเพิ่มคำ เกิน ๒ คำ
ทกุ ประโยค หรอื เพิม่ คำ ๒ คำ
๖. ความคลอ่ งแคล่ว อ่านออกเสียงบท อา่ นออกเสยี งกลอนเสภา ไม่ อา่ นออกเสียง
และแมน่ ยำ กลอนเสภาดว้ ยความ
คลอ่ งแคลว่ และ คล่องแคลว่ ไม่แม่นยำ ขาด กลอนเสภาไม่คล่องแคลว่
แมน่ ยำ มคี วามมั่นใจสงู
ความม่นั ใจ ๒ คร้ัง และไมแ่ มน่ ยำ ไม่มีความ
ม่นั ใจ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๔ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑๑ เร่ือง การเดินทางของพลายน้อย เวลา ๒ ช่วั โมง
เร่ือง การอา่ นเสริมบทเรียน
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนบังคับของบทร้อยกรองจะช่วยให้สามารถอ่าน
และแต่งบทร้อยกรองได้ถูกต้อง และการรู้ความหมายของคำศัพท์ในบทร้อยกรอง และแปลความหมายของ
บทรอ้ ยกรองนั้นได้
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นำไปตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คุณคา่ และนำมา ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งทอี่ า่ น
ท ๕.๑ ป.๖/๓ อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมทอี่ ่านและนำไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิต
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. สรปุ ใจความสำคญั จากบทร้อยกรองท่อี ่านได้
๒. สรปุ ใจความสำคัญของเรื่องท่ีอา่ นได้
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. บทกลอนสะท้อนภาพความเช่ือและวถิ ีชวี ติ
๒. บทอา่ นเสรมิ “ผมจุก”
๓. บทอา่ นเสริม “ทองบางตะพาน”
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านจบั ใจความ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ มน่ั การทำงาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรือ่ ง อ่านเสรมิ เติมเต็ม บทรอ้ ยกรอง
๒. ใบงาน เรือ่ ง คำสัมผสั บทร้อยกรอง
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
๘.๑ ชั่วโมงท่ี ๑
ข้ันนำ
๑. ครูให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองหน้าที่ ๗๘ ชวนอ่านบทกลอนสะท้อนความเช่ือและวิถีชีวิต
สะทอ้ นความเชอื่ เรือ่ งผี
ข้นั สอน
๒. นกั เรยี นร่วมกันสรุปสาระสำคัญของบทรอ้ ยกรอง โดยครูอธิบายเพ่ิมเติม