The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sopitnapa_pronthip, 2021-09-26 14:23:42

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 2

๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

ส่อื การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๙ เรื่อง ชมรมคนรกั วรรณคดี
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง การเขียนประกาศ

ประกาศ คือ ข้อความท่ีเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปทราบ เพื่อปฏิบัติอย่างใดอย่างหน่ึง แบ่งเป็น
๒ ประเภท


ประกาศแบบไมเ่ ป็นทางการ
เป็นประกาศท่ัวไป มีรูปแบบไม่
ตายตัวเขียนข้ึนเพื่อแจ้งข่าวสารให้
ผู้อ่านทราบ เช่น ประกาศของหาย
ประกาศรับสมัครงาน ประกาศขาย
สินค้า เปน็ ตน้



ประกาศแบบทางการ
ส่วนใหญ่ เป็นประกาศของทาง
ราชการ โดยต้องเขียนประกาศตาม
รูป แบบ ที่ ราช การกำห นด เช่น
ประกาศของทางโรงเรียน เปน็ ต้น

การเขียนประกาศแบบไมเ่ ป็นทางการ มีหลกั การดงั นี้
๑. บอกความตอ้ งการให้ชดั เจน
๒. ให้รายละเอยี ดประกอบตามที่จำเป็น
๓. ใช้ประโยคสนั้ ๆ เขยี นใหใ้ จความกระชับ
๔. ส่งสารใหผ้ รู้ ับสารตัดสนิ ใจได้วา่ สมควรติดตามหรือไม่

อา่ นและสังเกตประกาศที่ไม่เป็นทางการต่อไปน้ี หน่วยงานทปี่ ระกาศ
ชื่อประกาศ

รายละเอยี ดประกาศ

แจ้งขอ้ มูลใหผ้ ู้อ่านประกาศปฏิบัติสง่ิ ใดสง่ิ หนึ่ง

การเขยี นประกาศแบบเป็นทางการ มหี ลกั การดังน้ี
๑. บอกใจความสำคัญใหค้ รบ
๒. เขียนลำดับความจากเหตุไปผล
๓. ใช้ภาษากระชบั ชัดเจน และใช้ภาษาทเี่ ป็นแบบแผนหรอื กง่ึ แบบแผนและเขยี นประกาศตาม

รปู แบบที่ราชการกำหนด

หน่วยงานทป่ี ระกาศ
เรื่องที่ประกาศ

ข้อมูลที่แจ้งให้ทราบ

วัน เดอื น ปี
ท่ปี ระกาศ
ชือ่ ตำแหน่งผู้ประกาศ

\

คำช้แี จง ให้นักเรียนออกแบบเขียนประกาศเชิญชวนให้เพื่อนๆ สมัครเข้าชมรม คนรัก
วรรณคดี และวาดภาพประกอบด้วย

- เฉลย -

คำช้แี จง ให้นักเรียนออกแบบเขียนประกาศเชิญชวนให้เพ่ือนๆ สมัครเข้าชมรม คนรัก
วรรณคดี และวาดภาพประกอบด้วย

ดุลยพินจิ ครผู ูส้ อน

เกณฑ์การประเมินการเขียนประกาศ

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๑. การเขียนประกาศ
๓๒๑
๒. การเขียนสะกดคำ
๓. ความคดิ สร้างสรรค์ เขยี นประกาศได้ เขียนประกาศได้ เขยี นประกาศได้

เหมาะสมกบั สถานการณ์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ เหมาะสมกับสถานการณ์

บอกจบั ใจความสำคญั บอกจับใจความสำคัญ บอกจับใจความสำคญั ได้

ครบถ้วน เรยี งตามลำดับ ครบถ้วน แต่ไม่เรียง เป็นบางสว่ นแต่ไม่เรียง

เหตุการณใ์ ชภ้ าษา ตามลำดับเหตกุ ารณ์ใช้ ตามลำดับเหตุการณ์ใช้

กระชบั ชดั เจน เขา้ ใจ ภาษาเข้าใจง่าย ภาษาเยนิ่ เยอ้ เข้าใจยาก

ง่าย

เขยี นสะกดคำได้ถูกต้อง เขยี นสะกดคำผดิ เป็น เขียนสะกดคำผิดเป็น

ทกุ คำ ส่วนนอ้ ย สว่ นใหญ่

มีรูปแบบที่แปลก ใหม่ มรี ูปแบบท่ีแปลก ใหม่ มีรปู แบบท่ีไม่แปลก

ทนั สมัย ไม่ซำ้ กัน ซำ้ กบั งานคนอ่ืน สามารถ สามารถนำความรู้มาปรบั

สามารถนำความรู้มาปรับ นำความรู้มาปรับ ประยกุ ตใ์ หม่ได้ใน

ประยุกตใ์ หม่ได้ มีการ ประยุกต์ใหมไ่ ด้ มกี าร บางสว่ น มีการตกแต่งไม่

ตกแต่งสวยงามน่าสนใจ ตกแต่งสวยงามน่าสนใจ นา่ สนใจ

พอสมควร

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๐ เรอื่ ง นักสบื ทองอิน เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรื่อง เรียนร้คู ำ คคู่ วามหมาย

๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรียนและนำไปใช้ให้ถูกต้อง ถือเป็นการ

พัฒนาทักษะทางภาษาที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพ่ือพัฒนาทักษะให้ถูกต้อง จึงจะทำให้การเรียนรู้ภาษา
เป็นไปดว้ ยดีและเกดิ การพัฒนาตามมา

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคิดเพื่อนำไปตดั สินใจ
สาระท่ี ๑ การอ่าน แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑
ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และ
สาระท่ี ๒ การเขียน เขียนเรือ่ งราวในรูปแบบต่างๆเขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ รายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็นโวหาร
ตวั ชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๒ มมี ารยาทในการเขยี น
ท ๒.๑ ป.๖/๙

๓. จุดระสงค์การเรยี นรู้
๑. อ่านและอธิบายความหมายของคำในบทเรียนได้
๒. เขยี นตามคำบอกที่กำหนดให้ได้
๓. มีมารยาทในการเขียน

๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. หลักการอ่านคำและความหมายของคำ
๒. มารยาทในการอา่ น
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)

- การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำในบทเรยี น
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ มน่ั การทำงาน

๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง ค้นหาความหมาย
๒. ใบงาน เรือ่ ง เขยี นคล่อง อา่ นถกู

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ
๑. ครูให้นักเรียนฝกึ อ่านคำยากในบทเรียนจากบตั รคำทีค่ รูเตรียมไว้

ข้ันสอน
๒. ครสู นทนาความหมายของคำยาก โดยให้นักเรียนค้นหาความหมายจากพจนานุกรมแล้วจดบันทึก
ลงในสมดุ

๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถและให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน รองประธานและเลขานกุ ารกลุ่ม โดยครแู นะนำบทบาทหน้าที่ของสมาชกิ แต่ละคนในกล่มุ ให้นักเรียน
เข้าใจบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง

๔. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเพ่ือสำรวจคำยากและคำท่ีไม่เข้าใจความหมาย จาก
บทเรียนเร่ือง “นักสืบทองอิน” นอกเหนือจากบัตรคำท่ีครูได้เตรียมไว้ในตอนต้นชั่วโมง ให้เลือกคำไว้ไม่เกิน
๑๐ คำ แล้วหาความหมายจากพจนานกุ รมแลว้ บันทึกเขยี นลงในใบงาน เรื่อง คน้ หาความหมาย

๕. ตวั แทนกล่มุ นำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น แล้วนำใบงานติดท่ีปา้ ยนิเทศหน้าชั้นเรียน
๖. กจิ กรรมนอกเวลาเรยี น ครูให้นักเรยี นคัดลอกคำศพั ท์ จากปา้ ยนเิ ทศลงสมุด
๗. นกั เรยี นแตล่ ะคนทำใบงาน เร่ือง เขยี นคล่อง อ่านถูก
๘. ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน

ขัน้ สรุป
๙. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงประโยชน์ของการอ่านคำศัพท์และเข้าใจความหมายของคำศัพท์จะ
ทำใหอ้ ่านบทเรยี นไดเ้ ข้าใจยงิ่ ขนึ้

๙. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชวี ิต วรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. พจนานกุ รม
๓. บัตรคำ
๔. ใบงาน เร่ือง ค้นหาความหมาย
๕. ใบงาน เรือ่ ง เขยี นคลอ่ ง อา่ นถกู

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
ใบงาน เรือ่ ง ค้นหาความหมาย รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
ตรวจใบงาน เรื่อง ค้นหาความหมาย
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอื่ ง เขยี นคล่อง อา่ นถูก
ใบงาน เร่อื ง เขยี นคลอ่ ง อ่านถูก ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นร่วม
ในกจิ กรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มัน่ การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป

ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้

อันพึงประสงค์ ข้ึนไป

๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

ส่อื การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๐ เรอ่ื ง นักสืบทองอนิ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรื่อง เรยี นรู้คำ คคู่ วามหมาย

อุปกรณ์ | บัตรคำ

ตระเวน ผาสกุ 
ประโยชน์ หอนั่ง
เสเพล บ่าว ตรอง

ปศี าจ

กระทง

สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนคน้ หาคำยากหรือคำท่ไี ม่รู้ความหมาย พร้อมหาความหมายของคำ
จำนวน ๑๐ คำ

๑. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๒. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๓. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๔. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๕. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
๖. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๗. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๘. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
๙. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๑๐. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………
…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

ช่ือ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นเขียนคำอ่านจากคำท่ีกำหนดให้อย่างถูกต้อง

๑. วิเศษ การ
๒. ปีศาจ การ
๓. พากเพียร การ
๔. ประมาท การ
๕. สำเรจ็
๖. บทสนทนา
๗. สหาย
๘. กุญแจ
๙. เทวดา
๑๐. นิมนต์

ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรียนเขยี นตามคำบอกลงในชอ่ งวา่ งดว้ ยตวั บรรจงครึ่งบรรทดั

- เฉลย -

สมาชิก เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………

คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนคน้ หาคำยากหรือคำท่ไี มร่ ู้ความหมาย พร้อมหาความหมายของคำ
จำนวน ๑๐ คำ

๑. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๒. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๓. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๔. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

๕. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
๖. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๗. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๘. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..………………...
๙. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
๑๐. ……………………………… ความหมาย …………………………………………..…………………
…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………
…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

…………………………………………..………………...
…………………………………………..…………………
…………………………………………..…………………

ดุลยพนิ ิจครูผู้สอน

- เฉลย -

ชอ่ื – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นเขียนคำอา่ นจากคำทก่ี ำหนดให้อย่างถกู ต้อง

๑. วเิ ศษ ว-ิ เสด
๒. ปศี าจ ปี-สาด
๓. พากเพยี ร พาก-เพียน
๔. ประมาท ประ-หมาด
๕. สำเรจ็ สำ-เหรด็
๖. บทสนทนา บด-สน-ทะ-นา
๗. สหาย สะ-หาย
๘. กญุ แจ กนุ -แจ
๙. เทวดา เท-วะ-ดา
๑๐. นิมนต์ น-ิ มน

- เฉลย -

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเขยี นตามคำบอกลงในช่องว่างดว้ ยตวั บรรจงครงึ่ บรรทดั

กรน ต้นหว้า ตระเวน
พระโขนง อนุญาต บรรยากาศ
เสเพล สังเกต แกรกกราก

ผาสกุ ภรรยา

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๐ เรื่อง นักสบื ทองอนิ เวลา ๒ ชว่ั โมง
เร่ือง อา่ นคดิ พินิจเรอ่ื งราว

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเข้าใจชดั เจนลกึ ซึง้ จะตอ้ งอา่ นแลว้ สามารถต้ังคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย

แสดงความคดิ เหน็ เน้ือเรื่อง ลำดบั เหตุการณ์ และสรปุ ใจความสำคัญของเรือ่ งได้
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อ่ืนฟัง ฉะนั้นผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ

ออกเสียงให้ถูกต้องชดั เจน จึงจะสื่อความหมายไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นำไปตดั สินใจ
สาระที่ ๑ การอ่าน แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรือ่ งทีอ่ ่าน
ตวั ชวี้ ัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ มมี ารยาทในการอา่ น
ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙

๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. อา่ นในใจแลว้ ต้ังคำถาม ตอบคำถามจากเร่อื งในบทเรยี นได้
๒. สรปุ ใจความสำคัญของเร่ืองที่อ่านได้
๓. อา่ นออกเสยี งเรอ่ื งในบทเรียนได้ถูกต้องชดั เจน
๔. มีมารยาทในการอา่ น

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. หลักการอ่านจบั ใจความ
๒. หลักการอ่านออกเสียง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. อา่ นจับใจความ

๒. อา่ นออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความร้เู พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุง่ มน่ั การทำงาน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่ือง คำถามทา้ ยบท “นกั สบื ทองอิน”
๒. ใบงาน เรอื่ ง นางนากพระโขนง

๘. กิจกรรมการเรียนรู้
๘.๑ ช่วั โมงที่ ๑
ขน้ั นำ
๑. ครแู ละนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกับการเป็นนักสบื

ขัน้ สอน
๒. นักเรียนดูภาพจากหนังสือเรียน บทท่ี ๒ เรื่อง นักสืบทองอิน โดยครูตั้งคำถามกระตุ้นนักเรียน
เช่น ถามวา่

- ภาพทีเ่ หน็ เป็นภาพใคร

- เดก็ นักเรียนกำลังทำอะไร
- นักเรยี นเคยทำอย่างภาพทีเ่ ห็นหรอื ไม่
- นักเรียนมคี วามร้สู ึกอยา่ งไรกับภาพทเ่ี หน็
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่ให้เลือกประธาน รองประธาน และ
เลขานุการกล่มุ ใหม่ไม่ซำ้ เดิม
๔. ครทู บทวนจุดมงุ่ หมายของการอ่านดังน้ี
- ต้ังคำถามและตอบคำถามได้
- เรียงลำดบั เหตุการณส์ ำคญั ได้
- สรปุ ใจความสำคญั ของเรอื่ งทอี่ า่ นได้
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจ เร่ือง นักสืบทองอิน ในหนังสือเรียนเมื่ออ่านจบแล้ว ให้
ปรึกษาหารือกัน โดยช่วยกันตั้งคำถามและตอบคำถามจากเร่ืองที่อ่านให้ได้มากที่สุด ครอบคลุมเนื้อหามาก
ทีส่ ุดเทา่ ทจ่ี ะทำได้พรอ้ มวงเลบ็ คำตอบไว้
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนคำถามลงในบัตรคำถาม หลังจากน้ันนำไปติดบนกระดานดำ แล้ว
คดั เลือกคำถามทีซ่ ้ำกันออก
๖. เม่ือได้คำถามที่ติดบนกระดานดำเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม เตรียมคำตอบไว้เพื่อ
แขง่ ขนั การตอบคำถาม
๗. ครอู า่ นคำถามจากบัตรคำถามบนกระดานดำ กลมุ่ ไหนยกมือก่อนไดส้ ิทธิตอบก่อน
๘. ครูให้นักเรยี นอ่านบทเรียน เร่ือง นักสืบทองอนิ พร้อมกัน

ขัน้ สรุป
๙. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันลำดับเหตกุ ารณ์และสรปุ ใจความสำคญั ของเรื่อง โดยดำเนินกิจกรรม
ดังนี้

- ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ ช่วยกันลำดับเหตุการณส์ ำคัญของเรื่องคนละประโยคหรือมากกวา่ นน้ั
จนจบเรอื่ ง

- สมาชิกทกุ คนชว่ ยกันสรุปใจความสำคญั ของเร่ืองแลว้ บนั ทึกไว้ในสมุดเปน็ ขอ้ ๆ หรอื
เปน็ แผนภาพความคดิ

๑๐. ครมู อบหมายให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอสรปุ ใจความสำคัญของเรอื่ ง นักสืบทองอนิ ใน
ชั่วโมงตอ่ ไป

๘.๒ ช่ัวโมงที่ ๒
ขนั้ นำ
๑. ครูกำหนดเวลา ๕ นาที ให้แต่ละกลุ่มเตรียมตัวเพื่อนำเสนอสรุปใจความสำคัญของเร่ือง นักสืบ

ทองอนิ หน้าชน้ั เรยี น

ขน้ั สอน
๒. ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปใจความสำคัญของเรื่อง นักสืบทองอิน หน้าช้ันเรียนโดยครูเป็นผู้
ตรวจสอบความถูกต้อง
๓. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาว่ากลุ่มใดนำเสนอสรุปใจความสำคัญ ได้ครอบคลุมและเข้าใจ
มากทส่ี ุด
๕. นกั เรยี นแตล่ ะคนทำใบงาน เรอ่ื ง คำถามทา้ ยบท “นักสบื ทองอิน”
๖. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
๗. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำที่นักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน
เพอ่ื ประเมินผลการอ่านของนักเรียน นกั เรียนฝกึ อ่านคำทอ่ี ่านผดิ ท่ีครเู ขียนไวบ้ นกระดานอีกครั้ง
๘. ครูตั้งคำถามใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง แม่นากพระโขนง ซ่ึงปัจจุบันค่ายภาพยนตร์จีทีเอชนำมา
มาเขยี นบทภาพยนตร์ใหม่ เรอื่ ง พ่ีมากพระโขนง นกั เรยี นเคยไดด้ ูหรือไม่ แล้วนักเรียนคดิ วา่ นางนาก ทเี่ ปน็ ผี
คอื เรอื่ งจรงิ หรือนิทานทีแ่ ต่งข้นึ โดยใหน้ ักเรยี นรว่ มแสดงความคดิ เหน็
๙. นกั เรียนแตล่ ะคนทำใบงาน เร่อื ง นางนากพระโขนง โดยนำสง่ ครูในช่ัวโมงต่อไป

ขัน้ สรปุ
๑๐. ครสู รปุ ใจความสำคัญของเร่ือง นกั สืบทองอนิ อีกคร้งั เพื่อให้นักเรียนทกุ คนมีความรคู้ วามเข้าใจ
ตรงกนั

๙. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี ำนำ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๒. ใบงาน เร่ือง คำถามท้ายบท “นกั สืบทองอิน”
๓. ใบงาน เรอ่ื ง นางนากพระโขนง

๑๐. การวดั และการประเมินผล

วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น แบบประเมนิ การอ่านจับใจความ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป

ผา่ นเกณฑ์

สังเกตการต้ังคำถามและตอบคำถาม แบบประเมนิ การตั้งคำถามและตอบ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป

คำถาม ผ่านเกณฑ์

ตรวจใบงาน เรื่อง คำถามท้ายบท “นกั สบื ใบงาน คำถามท้ายบท “นกั สืบทอง รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป

ทองอนิ ” อนิ ” ผ่านเกณฑ์

ตรวจใบงาน เรือ่ ง นางนากพระโขนง ใบงาน เรือ่ ง นางนากพระโขนง รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป

ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป

ในกิจกรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้

และม่งุ มน่ั การทำงาน อนั พึงประสงค์ ขนึ้ ไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

ส่อื การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๐ เรอ่ื ง นักสืบทองอิน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรื่อง อา่ นคิดพินิจเรื่องราว

ชือ่ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

คำช้ีแจง นักเรยี นอ่านในใจเพ่ือจบั ใจความสำคญั ของเร่ือง แลว้ ตอบคำถามใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. สมาชกิ คนแรกที่จะตอ้ งเร่ิมกิจกรรมชว่ ยกนั อา่ น วานมาฟงั คือ ใคร
………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. เมฆรสู้ กึ ไม่สบายใจเร่ืองอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เมฆ อยากอ่านวรรณคดีไทยทเ่ี ป็นเรื่องเกย่ี วกับนกั สืบ
………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ผหู้ าหนังสือใหเ้ มฆ คือใคร
………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ผ้แู ตง่ นิทานทองอิน คือใคร
………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. นายแกว้ นายขวญั เป็นพระนามแฝงของใคร
……………………………………………………………………………………………………………………………….
๗. นทิ านทองอนิ เปน็ นิทานที่มลี ักษณะการเขียนประเภทใด
………………………………………………………………………………………………………………………………….
๘. เพราะเหตุใดเมฆจงึ คดิ ว่านายทองอนิ เป็นคนฉลาดและมีไหวพริบดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………

๙. ถ้านักเรยี นต้องการเปน็ นักสืบเหมือนนายทองอนิ นักเรียนจะตอ้ งมคี ุณลกั ษณะ
อย่างไรบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐. ข้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านนิทานทองอิน คืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….

ช่อื – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..

คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นจากประเดน็ ต่อไปน้ี

๑. นักเรียนเคยรู้จักเร่ือง นางนากพระโขนง หรือ แม่นากพระโขนง มาก่อนหรือไม่
หากรู้จักบอกได้ไหมว่า อ่านมาจากหนังสือหรือดูภาพยนตร์ หรือได้ฟังมาจากคนอ่ืน แล้ว
มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไรบ้าง การที่ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ นิทานทองอิน นำเอา
เร่ืองนางนากพระโขนง มาต้ังเป็นชื่อตอนและกล่าวถึงในเร่ือง ก่อให้เกิดผลดีกับเรื่องนี้
อย่างไรบ้าง ให้แสดงความคดิ เหน็
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. เร่ือง นางนากพระโขนง ท่ีรู้จักกันท่ัวไปเกี่ยวข้องกับเร่ืองนางนากพระโขนงที่ ๒
ในนิทานเรอ่ื งทองอิน หรอื ไม่ อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นักเรยี นคิดดูวา่ การปลอมตัวเป็นปีศาจนางนากของบุตรชายพันโชตแิ ละเอน
เหมาะควรหรือไม่ อยา่ งไร ให้เหตผุ ลประกอบด้วย
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

- เฉลย -

ชอื่ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..

คำช้แี จง นักเรียนอา่ นในใจเพ่ือจบั ใจความสำคญั ของเร่ือง แล้วตอบคำถามให้ถกู ต้อง

๑. สมาชกิ คนแรกที่จะต้องเริ่มกจิ กรรมช่วยกันอา่ น วานมาฟัง คอื ใคร
เมฆ

๒. เมฆรู้สึกไมส่ บายใจเร่ืองอะไร
. เพราะต้องเสนอกิจกรรมเป็นคนแรก
๓. อะไรเป็นแรงบนั ดาลใจให้เมฆ อยากอ่านวรรณคดีไทยท่เี ป็นเรอื่ งเก่ยี วกับนักสบื
. ดกู าร์ตูน เรือ่ ง แมวเหมียวยอดนกั สืบ
๔. ผู้หาหนงั สือใหเ้ มฆ คือใคร

พ่อ
๕. ผ้แู ต่งนทิ านทองอนิ คอื ใคร

นายแกว้ นายขวัญ
๖. นายแกว้ นายขวัญ เป็นพระนามแฝงของใคร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
๗. นิทานทองอนิ เป็นนิทานที่มลี ักษณะการเขยี นประเภทใด

ประเภทสืบสวนสอบสวน
๘. เพราะเหตุใดเมฆจึงคดิ ว่านายทองอินเปน็ คนฉลาดและมไี หวพริบดี

นายทองอนิ ใหค้ วามสำคญั กับรายละเอยี ดต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วกับเร่ืองทุกเรอ่ื ง

๙. ถา้ นักเรยี นต้องการเป็นนักสบื เหมือนนายทองอนิ นักเรยี นจะตอ้ งมคี ุณลกั ษณะ
อย่างไรบ้าง
เฉลียวฉลาด มีไหวพรบิ ดี รอบคอบ ชา่ งสังเกต มศี ิลปะในการพูด

และเปน็ ผูร้ จู้ ัก อา่ นคน

๑๐. ขอ้ คิดทไ่ี ด้จากการอ่านนิทานทองอิน คืออะไร
ดุลยพนิ ิจครผู ูส้ อน

ชื่อ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..

คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นจากประเดน็ ต่อไปน้ี

๑. นักเรียนเคยรู้จักเรื่อง นางนากพระโขนง หรือ แม่นากพระโขนง มาก่อนหรือไม่
หากรู้จักบอกได้ไหมว่า อ่านมาจากหนังสือหรือดูภาพยนตร์ หรือได้ฟังมาจากคนอื่น แล้ว
มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไรบ้าง การท่ีผู้ทรงพระราชนิพนธ์ นิทานทองอิน นำเอา
เร่ืองนางนากพระโขนง มาต้ังเป็นช่ือตอนและกล่าวถึงในเร่ือง ก่อให้เกิดผลดีกับเร่ืองนี้
อยา่ งไรบา้ ง ให้แสดงความคดิ เห็น
…………………………ดุลยพนิ จิ ครูผู้สอน…………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. เรื่อง นางนากพระโขนง ท่ีรู้จักกันทั่วไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนางนากพระโขนงท่ี ๒
ในนิทานเรือ่ งทองอนิ หรอื ไม่ อย่างไร
…………………………ดลุ ยพนิ ิจครผู ้สู อน…………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรียนคดิ ดูวา่ การปลอมตัวเปน็ ปีศาจนางนากของบตุ รชายพันโชตแิ ละเอน
เหมาะควรหรือไม่ อยา่ งไร ใหเ้ หตผุ ลประกอบดว้ ย
…………………………ดุลยพนิ จิ ครผู ู้สอน…………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

๓๒๑

๑. บุคลกิ ในการอา่ น นัง่ ตัวตรง วางและเปิด นงั่ ตัวตรง วางหรือเปิด นั่งตัวไม่ตรง วางและเปดิ

หนงั สอื ถกู ตอ้ ง หนังสือไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถกู ต้อง

๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาไดถ้ ูกต้อง รวดเรว็
และต่อเน่ือง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแต่ชา้ มาก

ต่อเนือ่ ง และไม่ตอ่ เนื่อง

๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ีตามตัวอักษร ใช้มือชี้ตามตัวอักษร ใช้มอื ช้ีตามตัวอักษร
ขณะที่อา่ นตลอดทง้ั เรือ่ ง ๒ คร้ัง ขณะทอ่ี า่ น มากกว่า ๒ ครงั้ ขณะที่
ตั้งแตต่ ้นจนจบ อ่าน

๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมา ๒ คร้งั สา่ ยหนา้ ไปมา มากกวา่
ขณะที่อา่ น อา่ นตลอดท้ังเรอื่ งตง้ั แต่ ในขณะอา่ น ๒ คร้ัง ในขณะอา่ น
ต้นจนจบ

๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์
เรือ่ งท่ีอ่าน สถานที่ เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลท่ี
เกดิ ข้นึ โดยเรียงลำดบั เกิดข้ึนได้ แตเ่ รยี งลำดับ เกิดขึน้ ได้ แตเ่ รียงลำดบั
เหตกุ ารณไ์ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เหตุการณผ์ ิด ๑ ตำแหนง่ เหตุการณ์ผดิ ๒ ตำแหนง่
เหมาะสม ขึน้ ไป

๖. การต้ังคำถามและตอบ ต้ังคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ือง คำถามจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
ถกู ต้องทุกเรอ่ื ง ทกุ คำถามจากเร่ืองที่อ่าน ไม่ คำถามจากเรื่องที่อ่าน ไม่
ประเดน็
ถกู ต้อง ๑ ข้อ ถูกต้อง ๒ ขอ้ ขน้ึ ไป

๗. การสรปุ เรือ่ ง แนวคิด สรุปเรือ่ ง แนวคดิ และ สรปุ เรอ่ื งได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคดิ
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่อื งไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ข้อคดิ อย่างใด และข้อคิดไมได้
สมบรู ณ์ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้

รายละเอียดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การตง้ั คำถามและตอบคำถาม

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คะแนน
๑. ลกั ษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒. ความมีเหตผุ ล
๓. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ต้งั คำถามเพื่อคน้ คว้าหา ตั้งคำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ

๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพิม่ เติมต่อไปได้ ความร้เู พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ิตประจำวนั
๕. ลกั ษณะคำตอบ ได้อีก

สามารถแสดงความคดิ เหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล

อย่างมีเหตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง

คำถามมคี วามคดิ ริเรม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ

สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์

แปลก ทนั สมัย ไมซ่ ้ำแบบ ความทันสมยั บา้ ง

ใคร

แสดงถงึ คำถามทม่ี ีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้

ความรู้มาประยกุ ต์ใชใ้ น ประยุกต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น

ชวี ติ ประจำวันได้มาก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย

ต้งั คำถามและอธิบาย ตงั้ คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย

คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไม่วกวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ

วกวน วกวน

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ เร่อื ง นกั สืบทองอนิ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรื่อง นทิ านพืน้ บา้ น

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับนิทาน เรื่องเล่าของท้องถิ่น ทำให้ผู้เรียนได้ความรู้ ข้อคิด เรียนรู้แนวการ

ดำเนินชีวิตของคนแตล่ ะยุคสมัยได้ดี และได้แนวการเขียนเรื่องเลา่ หรือนอทานไดด้ ้วย การฝึกให้ผู้เรียนค้นคว้า
รวบรวมนาทานจึงเป็นกจิ กรรมทค่ี วรฝกึ ฝนอย่างต่อเน่อื ง

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คุณคา่ และนำมา ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
ตวั ชีว้ ัด ท ๕.๑ ป.๖/๒ เลา่ นทิ านพ้นื บ้านทอ้ งถิ่นตนเอง และนทิ านพื้นบ้านของท้องถิ่นอน่ื

๓. จดุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. เลา่ นิทานพืน้ บา้ นทอ้ งถ่นิ ตนเองและท้องถน่ิ อน่ื ได้
๒. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- นทิ านพน้ื บ้าน
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- เล่านิทานพื้นบา้ น
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร

๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์

๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มงุ่ มน่ั การทำงาน

๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- เลา่ นิทานพนื้ บา้ น

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. ครูให้นักเรียนสง่ ใบงาน เร่อื ง นางนากพระโขนง แล้วสอบถามนักเรียน นักเรียนคิดว่านางนากเป็น

เรอ่ื งจรงิ หรอื เป็นนิทานพื้นบา้ น ทเ่ี ลา่ สืบต่อกนั มาจากอดีต
๒. ครูเช่ือมโยงเขา้ สบู่ ทเรียน เรอ่ื ง นิทานพนื้ บา้ น

ขัน้ สอน
๓. ครูเล่านิทานพ้ืนบ้านเร่ือง เกาะหนู-เกาะแมว ให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคิดเหน็
๔. ครูนำหนังสือนิทานพื้นบ้านทั้งท้องถ่ินของนักเรียนและท้องถิ่นอื่น มาให้นักเรียนดูและตั้งคำถาม
ถามนักเรียนว่า

- ในท้องถน่ิ ของนักเรียนมีนทิ านพื้นบา้ นหรือไม่ เรอ่ื งอะไร
- นิทานพน้ื บ้านมลี กั ษณะอยา่ งไร
- ทำไมจงึ เรยี กวา่ นทิ านพ้ืนบ้าน
- นกั เรยี นเคยอา่ นนิทานพน้ื บ้านเร่อื งอะไรมาบ้าง
- นทิ านพ้ืนบ้านมีคณุ คา่ อยา่ งไร
- นักเรียนเลา่ นทิ านพนื้ บา้ นได้หรือไม่ ฯลฯ

๕. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ให้แต่ละกลุ่มเลือกนิทานจากหนังสือนิทานพื้นบ้านท่ีครู
นำมาให้กลมุ่ ละ ๑ เร่อื ง

๖. นักเรียนอ่านนิทานพ้ืนบา้ นเรอ่ื งท่ีกลุ่มตนเองเลือก ทดสอบการเล่าเร่ืองของแต่ละคนเลือกผู้ที่เล่า
เร่อื งได้ดีทสี่ ุดเป็นตวั แทนไปนำเสนอหน้าชน้ั เรียน (อาจแสดงบทบาทสมมุตติ ามเนื้อเร่ืองด้วยก็ได)้ ครูเน้นเร่ือง
มารยาทการฟัง การดแู ละการพดู

๗. นักเรยี นและครูร่วมกันประเมนิ การเลา่ นิทานพ้นื บา้ น ครูชมเชยกลมุ่ ท่เี ลา่ ไดด้ ี

ขั้นสรุป
๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องนิทานพ้ืนบ้าน เป็น เรื่องท่ีเล่าสืบต่อกันมาช้านาน ทั้งเป็นลาย
ลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เล่าด้วยถ้อยคำธรรมดาเป็นภาษาชาวบ้านแตกต่างกันตาม
วฒั นธรรมแตล่ ะทอ้ งถ่ิน นทิ านพนื้ บา้ นถอื เปน็ มรดกวัฒนธรรมทางภาษาที่เราควรร่วมกนั อนุรักษส์ ืบต่อไป

๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต วรรณคดลี ำนำ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. ใบความรู้ เร่ือง นิทาน “เกาะหนู - เกาะแมว”

๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบประเมินการเล่าเร่ือง รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป
ประเมนิ การเลา่ นทิ านพนื้ บา้ น
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม
ในกจิ กรรมกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมุ่งมัน่ การทำงาน ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้ขนึ้

อันพงึ ประสงค์ ไป

๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............

ส่อื การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๐ เรอื่ ง นกั สบื ทองอนิ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ เรอื่ ง นิทานพืน้ บ้าน

เรอ่ื งเกาะหนู – เกาะแมว เปน็ ตำนานพ้ืนบ้านจงั หวัดสงขลา เลา่ กนั วา่ ในอดีตกาลอนั
แสนนานนน้ั จงั หวดั สงขลายังไมม่ เี กาะและภูเขาเหมือนในปัจจบุ ัน สาเหตุท่เี กิดมีภูเขาและเกาะ
ตา่ งๆ ขึน้ มาน้ันมีตำนานเลา่ ดังนี้

มีเศรษฐชี าวจีนคนหนึ่งเลน่ เรือสำเภาทเ่ี มืองสงขลาอยู่เสมอ เพอ่ื ซ้อื ขา้ วท่เี มืองสงขลา
ไปขายที่เมืองจนี เศรษฐีคนนี้มแี ก้วสารพัดนึกอยูล่ ูกหนงึ่ เป็นแก้ววเิ ศษทหี่ วงแหนมากและเกบ็ ไว้
เปน็ อย่างดี ไมเ่ คยมใี ครได้เห็นมาก่อน

คราวหน่ึง เศรษฐคี นน้ไี ดแ้ ล่นเรือสำเภามาทสี่ งขลาเพ่ือซ้ือข้าวไปขายทีเ่ มืองจีนอีกเช่น
เคย เผอญิ คราวน้มี หี นตู วั หน่ึงตดิ เรอื มาดว้ ย หนตู ัวนฉี้ ลาดแสนรูม้ าก มันร้วู า่ เศรษฐีมีแกว้ วิเศษ
และเกดิ ความอยากได้ จึงคิดอยตู่ ลอดเวลาว่าทำอยา่ งไรจงึ จะขโมยแก้ววิเศษมาเป็นของมัน

หนตู ัวนีต้ ดิ เรื่อสำเภาไปถึงเมืองจนี และไดส้ ะกดรอยตามเศรษฐไี ปถึงบ้านโดยท่เี ศรษฐี
ไม่รตู้ ัว พอเศรษฐเี ขา้ นอนและหลบั ไปแล้ว มันก็เข้าไปทางโพรงตรงฝาหอ้ งที่เก็บแก้ววิเศษแลว้
ขโมยแกว้ วิเศษไปได้

เม่ือขโมยแก้ววิเศษไปไดแ้ ล้ว เจ้าหนูกค็ ดิ หาทางนำแกว้ นก้ี ลับไปยังสงขลา มนั จะรอให้
เศรษฐีแลน่ เรอื กลับไปอีกเท่ยี วหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะคงจะตอ้ งรออกี นานและอาจจะถกู จบั ได้
เสียก่อน ในทีส่ ุด มันจึงตัดสินใจคาบแกว้ วเิ ศษกระโดดลงทะเลว่ายน้ำกลับเมืองสงขลา จงึ ช่วยให้
มันไมจ่ มน้ำตายไปเสยี ก่อน

ฝา่ ยเศรษฐีต่นื ขนึ้ มาในตอนเช้า ทราบว่าแกว้ วเิ ศษหายไปกโ็ ศกเศรา้ เสียดายมาก เขา
นึกร้วู า่ ผทู้ ี่ขโมยไปน้นั คงจะเป็นสัตว์ประเภทหนง่ึ ทีต่ ดิ เรือมา เพราะสัตวน์ ี้ทิ้งร่องรอยเปน็ รอยเทา้
เล็กๆ จากโพรงทีฝ่ าห้องและรอยกัดผา้ สัตว์น้ีจะต้องติดเรือสำเภามาเพื่อขโมยแกว้ วิเศษอย่าง
แนน่ อน เขาเสียใจและเสยี ดายแก้ววเิ ศษณ์จนกนิ ไม่ได้นอนไม่หลับ เฝา้ แต่นกึ ถึงสง่ิ ที่ตนสูญเสียไป

เศรษฐีคนน้ีเลี้ยงสัตวไ์ ว้สามตัว เป็นแมวตัวหนงึ่ และสุนัขสองตวั สัตว์ท้ังสามตัวน้ีแสนรู้
ทง้ั ยงั มคี วามกตัญญสู ูงมาก พวกมนั สังเกตว่าเศรษฐมี ที า่ ทางโศกเศรา้ ไมเ่ ลน่ หวั กับพวกมันเหมือน
เช่นเคย กเ็ กิดความสงสยั จึงพากันเข้าไปไต่ถามเร่ืองราว

เศรษฐไี ม่คิดวา่ สัตว์ท้งั สามจะสามารถชว่ ยเหลือตนได้จงึ ไม่ไดเ้ ลา่ เรือ่ งให้ฟงั แตส่ ัตวท์ ั้ง
สามอ้อนวอนจนเขายอมบอกวา่ แก้ววเิ ศษหายไป และสงสยั ว่าหนจู ากเมืองไทยคงจะลกั เอาไป
สัตวท์ ้งั สามตวั โกรธแทนนายของมนั มาก แมวตัดสินใจว่าจะต้องออกตดิ ตาม มันกระโดดลงทะเล
ว่ายนำ้ ตามหนูไป สุนัขสองตัวเหน็ ความใจเดด็ ของแมวเชน่ น้ัน จงึ กระโดดตามลงไปด้วย

ทั้งแมวและสนุ ัขวา่ ยนำ้ ไล่ตามหนูอยหู่ ลายวนั สตั ว์ทัง้ สี่ตัวต่างกเ็ หนื่อยและอ่อนเพลยี
มาก เขา้ ใกล้เมืองสงขลาเขา้ ไปทุกที หนวู า่ ยนำ้ หนี แมววา่ ยตาม สนุ ัขอีกสองตัวว่ายตามแมวอีก
ทอดหน่ึง พอใกลจ้ ะถึงปากอ่าวเมอื งสงขลา หนหู นั มาเหน็ แมววา่ ยนำ้ ตามมาติดๆ กต็ กใจกลัว
ปลอ่ ยแกว้ วิเศษท่คี าบอยู่เสีย แก้ววิเศษจึงจมลงไปอยใู่ ต้ทะเล

หนแู ละแมวต่างก็เหนื่อยมาก ประกอบกบั ไม่ได้กนิ อาหารมาหลายวัน จงึ หมดแรง
จมน้ำตายอยู่ทีป่ ากอา่ วเมืองสงขลานั่นเอง ส่วนสุนัขทั้งสองตวั พยายามว่ายจนถึงฝ่ัง แต่กไ็ ปไม่
รอด ลม้ ลงขาดใจตายอยรู่ ิมฝ่ังดว้ ยความเหน่ือยและความหิว

แก้ววเิ ศษนัน้ ต่อมากลายเปน็ หาดทรายและดว้ ยอานุภาพของมันทำให้หนูและแมวที่
จมน้ำตายกลายเป็นเกาะ เรยี กวา่ เกาะหนู เกาะแมว มาจนทกุ วันน้ี ด้วยเหตทุ ีห่ าดทรายนเ้ี กิดข้นึ
จากแกว้ วิเศษ จึงได้ช่ือวา่ หาดแก้ว ส่วนสนุ ขั ท่ีตาย ซากของมันกลายเปน็ ภูเขาสองลกู เรียกกนั ว่า
เขาน้อย และเขาตังกวน

หาดทรายแกว้ จงึ กลายเปน็ หาดทรายท่สี วยงามอยู่คู่กับเกาะหนู เกาะแมว เขาน้อย
และเขาตังกวน ในจังหวัดสงขลาตั้งแต่น้นั มา

(ประพนธ์ เรอื งณรงค์, ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา.)

รายละเอียดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การเล่าเรือ่ ง

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๑
๑. เนอื้ หา ขาดองค์ประกอบหลาย
๓๒ ประการ ทำใหเ้ รือ่ งสั้น
มอี งค์ประกอบ เช่น มีการ ขาดองค์ประกอบบาง ขาดรายละเอียดหลกั และ
กำหนดปญั หา อุปสรรคการ ประการ แต่เร่ืองยังคง ไม่นา่ สนใจ
คลค่ี ลายปัญหาและการจบั เนือ้ หาหลกั ๆ อยู่
ความและเนื้อเรื่องไม่ตา่ ง
จากเรือ่ งเดมิ มาก มกี ารให้
รายละเอยี ดเพ่มิ เตมิ

๒. ภาษา มคี วามคล่องในการเล่า ผดิ ไวยากรณ์ ทำใหก้ าร การออกเสยี งและ
๓. นำ้ เสียง / ลีลา ไมส่ ะดุดชะงัก ฟงั ราบรื่น เล่าเร่ืองสะดุด ขาดตอน ไวยากรณผ์ ิดมากจนยาก
แม้จะผดิ ไวยากรณ์บ้างมี แกก่ ารฟงั ใหเ้ ขา้ ใจ หรือ
การใช้ภาษาของตนเอง ใชน้ ำ้ เสียงแบบเดียว จนเดาเรอ่ื งต่อไปไม่ได้
มีการใชเ้ สยี งหนักเบา เรยี บ ๆ ใชท้ ่าทาง ใช้นำ้ เสยี งเปน็ แบบอ่าน
และใชท้ า่ ทางประกอบ ประกอบนอ้ ย มากกวา่ แบบเล่าเร่อื งและ
เพือ่ ชว่ ยความเขา้ ใจและ ไมใ่ ช้สีหนา้ ท่าทาง
เพ่อื ให้เรอื่ งนา่ สนใจ ประกอบเพ่ือความนา่
สนใจ

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๔ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๖ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เรอื่ ง นกั สบื ทองอนิ เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การเขียนนทิ านสร้างสรรค์

๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การแต่งนิทานหรือเขียนเรื่องราวเพ่ือสื่อสารให้คนอ่ืนรับรู้ ถือเป็นทักษะการเขียนที่ผู้เขียนต้องนำ

จินตนาการประกอบข้อมูล ความรู้ หรือเร่ืองราว ที่ต้องการให้คนอื่นรู้ด้วยมาเขียนเรียบเรียงเป็นเร่ืองราว
ต่อเนื่องให้สามารถส่ือสารให้คนอื่นเข้าใจได้ด้วย คนท่ีจะแต่งหรือเขียนนิทานหรือเรื่องราวได้ดีจะต้องเข้าใจ
หลกั การเขยี นและได้รับการฝกึ ฝนอยา่ งต่อเน่อื งจึงจะเขียนนทิ านหรือเรอื่ งราวไดด้ ี

๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณค่าและนำมา ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
ตวั ช้วี ดั ท ๒.๑ ป.๖/๘ เขียนเรอ่ื งตามจินตนาการและสร้างสรรค์
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๕.๑ ป.๖/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านและนำไป
ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง

๓. จดุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. เขยี นนทิ านพืน้ บา้ นได้
๒. มมี ารยาทในการเขียน

๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การเขยี นนิทานพืน้ บ้าน

ทักษะ/กระบวนการ (P)
- เขยี นนิทานพ้ืนบา้ น
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มงุ่ ม่ันการทำงาน

๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง นทิ านของฉัน

๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ
๑. ครูแนะนำช่อื บทเรยี น เร่อื ง การนิทานสร้างสรรค์ แล้วเชอ่ื มโยงเขา้ สู่บทเรียน

ขั้นสอน
๒. ครูเล่านิทาน เร่ือง “ปูอวดเก่ง” ให้นักเรียนฟัง เพื่อให้เกิดความคิดริเร่ิมในการเขียนนิทาน แล้ว
สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เนือ้ หาของเรื่อง

๓. ครูทบทวนแผนผังความคิดหรือแผนผังโครงเรื่อง ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานในการนำไปเขียนเรื่องต่อไป ให้
นกั เรียนร่วมกนั ออกแบบแผนผังโครงเร่ือง เขยี นบนกระดานแลว้ ร่วมกันเติมข้อความเก่ียวกับเรอื่ ง “ปูอวดเก่ง”
ลงในแผนผังโครงเรือ่ งให้สมบรู ณ์

๔. ครูตั้งคำถามกระตุ้นนักเรียน ให้นกั เรียนร่วมแสดงความคดิ เหน็
- นักเรียนคิดว่านกั เรียนสามารถแต่งนิทานเองได้ไหม
- นกั เรียนเคยได้อา่ นนทิ านพนื้ บา้ นมามากแลว้ ใชไ่ หม
- เรามาลองแต่งนทิ านกันคนละเรอื่ งไหม

๕. นักเรียนร่วมกันแต่งประโยคคนละ ๑ ประโยค ผูกโยงเร่ืองต่อเนื่องกัน พร้อมตั้งช่ือเร่ือง ซึ่งจะได้
นทิ านเรือ่ งใหมท่ ่ีเปน็ ผลงานของนักเรยี นทกุ คน เชน่

ประโยคแรก : กาลครง้ั หน่งึ นานมาแล้ว
นักเรียนคนท่ี ๑ ………………………
นกั เรียนคนท่ี ๒ ………………………
นกั เรยี นคนท่ี ๓ ………………………
นักเรยี นคนท่ี ๔ ……………………..
นักเรียนคนท่ี ตอ่ ไป ………………… ฯลฯ
๖. นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง นิทานของฉนั โดยแต่งเรอ่ื งแนวสบื สวนสอบสวน เสร็จแล้วนำเสนอผลงาน
และสง่ ครตู รวจต่อไป โดยศึกษาจากใบความรู้ เรือ่ ง หลกั การเขียนนทิ าน

ขน้ั สรปุ
๗. ครูและนกั เรียนช่วยกันสรปุ บทเรยี น การเขียนนิทานพน้ื บา้ น

๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวิต วรรณคดีลำนำ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖
๒. ใบความรู้ เรอ่ื ง หลักการเขียนนทิ าน
๓. ใบงาน เร่ือง นทิ านของฉนั

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมนิ การเขียนเลา่ เรือ่ งตาม ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ตรวจใบงานเร่ือง นิทานของฉัน
ความสนใจ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มนั่ การทำงาน ผ่านเกณฑ์

แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้ขนึ้

อันพงึ ประสงค์ ไป

๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................

ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)

วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............


Click to View FlipBook Version