รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑
ลำดบั ความคดิ ลำดบั ลำดับความคิด ลำดบั
๑. ลำดบั ความคดิ เหตกุ ารณ์ได้อย่าง ๒ เหตกุ ารณ์ไม่ต่อเนอ่ื ง วกวน
เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตอ่ เน่อื ง เหมาะสม ลำดบั ความคิด ลำดบั บกพร่องเกนิ
เหตุการณ์ไมต่ ่อเน่ือง ๒ ตำแหน่ง
บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง
๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคัญของ จับประเดน็ สำคัญของเรอ่ื ง จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ือง
เร่อื งได้ถกู ต้อง เร่ืองได้ถูกต้อง ได้ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไมถ่ ูกต้อง
๓. การใชภ้ าษากระชับ การใช้ภาษา กระชับ การใชภ้ าษา กระชับ การใช้ภาษา ไม่กระชับ ไม่
ชดั เจน สุภาพถูกตอ้ ง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชัดเจน สภุ าพถูกตอ้ งเป็น ชดั เจน ไม่สภุ าพ และไม่
เหมาะสมตลอดทง้ั เร่อื ง บางส่วน ถกู ต้อง
๔. การเขียนคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถูกต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวธิ ี ๓ ตำแหน่งขึ้นไป
อกั ขรวิธีตลอดทัง้ เร่ือง อกั ขรวิธี ๒ ตำแหน่ง
๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขยี นเว้นวรรคตอนไม่
ถูกต้อง ถูกต้องตลอดเร่ือง ไมถ่ ูกต้อง ๒ ตำแหน่ง ถกู ต้องเกนิ ๓ ตำแหน่ง
ขน้ึ ไป
๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไม่เปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไมเ่ ป็นระเบยี บ
สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเปน็ ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไมส่ ะอาด ๒ ตำแหน่ง ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เรือ่ ง ขึ้นไป
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๔ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรือ่ ง การอา่ นออกเสียง
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง ฉะน้ันผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ
ออกเสียงให้ถกู ต้องชดั เจน จึงจะส่อื ความหมายได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพ่อื นำไปตดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนิน ชวี ิตและมีนิสยั รกั การอ่าน
ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น
๓. จุดระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกหลักการอ่านออกเสียงได้
๒. อ่านออกเสยี งเร่ืองในบทเรียนไดถ้ ูกต้องชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอา่ น
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอา่ นออกเสยี ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความร้เู พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุง่ มนั่ การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. การอา่ นออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เร่ือง การอ่านคำและข้อความ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู ห้นักเรยี นรว่ มบอกหลักเกณฑ์การอา่ นออกเสียงท่ดี ี เชน่ อ่านคล่อง อ่านถกู ต้องชัดเจน เว้น
วรรคตอนถูกตอ้ ง ใชน้ ำ้ เสยี งสอดคล้องกับอารมณข์ องตวั ละคร
ข้นั สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุ่มใหม่ ไมใ่ หซ้ ำ้ เดิม
๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมความถูกต้อง คือ ผู้อ่านสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามอักขรวิธีของไทย
หรือ ตามอักขรวิธีของภาษาอื่นที่ไทยนำมาใช้ เม่ือสงสัยคำอ่านใดให้ยึดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
เป็นหลัก เชน่ การอ่านคำพ้องรูป อักษรนำ อักษรควบ คำสมาส การอ่านคำทม่ี ีตัว ฤ ฑ การอ่านตามความ
นยิ ม การอา่ นไมย้ มก และการอ่านเคร่ืองหมายวรรคตอนอน่ื ๆ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงบทเรียน เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ โดยอ่านท้ังข้อความบรรยาย
และข้อความทีเ่ ป็นคำพูดของตัวละคร โดยอ่านออกเสยี งพรอ้ มกัน และฝกึ อา่ นออกเสียงเป็นรายบคุ คล
๕. ครูทดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอ่านข้อความ
คนละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำท่ีนักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน
เพื่อประเมนิ ผลการอา่ นของนกั เรยี น นกั เรียนฝึกอา่ นคำที่อ่านผิดท่ีครูเขยี นไวบ้ นกระดานอีกครัง้
๖. นักเรยี นแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง การอ่านคำและข้อความ
๗. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน และใหน้ ักเรยี นแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกตอ้ งสมบรู ณ์
ขน้ั สรุป
๘. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปหลักเกณฑก์ ารอ่านออกเสยี งที่ดี
๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. ใบงาน เรอื่ ง การอ่านคำและขอ้ ความ
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
วิธีการ
ใบงาน เร่อื ง การอา่ นคำและ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การอ่านคำและ
ข้อความ ขอ้ ความ ผ่านเกณฑ์
สังเกตการอ่านออกเสียงรายบุคคล
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม
ในกิจกรรมกลุม่ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมุ่งมนั่ การทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อนั พงึ ประสงค์ ขึน้ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ เรอ่ื ง อ่านป้ายได้สาระ
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๔ เร่อื ง การอา่ นออกเสยี ง
ช่ือ – สกลุ .................................................................................................เลขท.ี่ .....................
คำชี้แจง ให้นักเรียนเขยี นคำอ่านจากคำทกี่ ำหนดให้อยา่ งถกู ต้อง
๑. มหกรรม
๒. อันตราย
๓. จราจร
๔. เอกสาร
๕. บรษิ ทั
๖. สญั ญาณ
๗. ทนั สมยั
๘. ธรรมชาติ
๙. เมล็ด
๑๐. บิณฑบาต
- เฉลย -
ชอ่ื – สกลุ .................................................................................................เลขท.่ี .....................
คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนคำอา่ นจากคำที่กำหนดให้อยา่ งถกู ต้อง
๑. มหกรรม มะ – หะ – กำ
๒. อันตราย อัน – ตะ – ราย
๓. จราจร จะ– รา – จอน
๔. เอกสาร เอก – กะ – สาน
๕. บริษัท บอ – ริ – สดั
๖. สญั ญาณ
๗. ทันสมยั สนั – ยาน
๘. ธรรมชาติ ทัน – สะ – ไหม
๙. เมล็ด ทำ – มะ – ชาด
๑๐. บณิ ฑบาต
มะ-เล็ด
บิน-ทะ-บาด
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒
๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง
๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจับหนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง
๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง
๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น
๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ
ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ
๒ ตำแหนง่
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๕ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรื่อง อา่ นปา้ ยไดส้ าระ เวลา ๒ ชวั่ โมง
เรือ่ ง วลีและประโยค
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
กลุ่มคำหรือวลี คือ ข้อความที่เกิดจากการนำคำตั้งแต่สองคำข้ึนไปมาเรียงติดต่อกัน ทำให้เกิด
ความหมายเพ่ิมข้ึนตามความหมายของคำเดิมท่ีนำมารวมกัน แต่เป็นความหมายพอเป็นท่ีเข้าใจได้ยังไม่
สมบูรณ์เป็นประโยค ซึ่งประโยค คือ การนำคำนาม คำกรยิ า และคำขยายมาเรยี งกันแล้วได้ใจความสมบรณู ์
ว่าใครทำอะไร อย่างไร ที่ไหน ซ่ึงในชวี ิตประจำวันเราจะใช้ประโยคเพื่อสือ่ สารมากมาย การเรียนรู้ให้เข้าใจ
และนำไปใชใ้ ห้ถูกต้องกจ็ ะทำให้เกดิ ประโยชนเ์ ปน็ อย่างมาก
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัด ท ๔.๑ ป.๖/๔ ระบุลกั ษณะของประโยค
๓. จดุ ระสงค์การเรยี นรู้
๑. บอกองค์ประกอบของประโยคได้
๒. ระบุลกั ษณะของประโยคท่ีมีวลีได้
๓. มมี ารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. ลักษณะของวลี
๒. สว่ นประกอบของประโยค
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. แยกวลแี ละประโยค
๒. แตง่ ประโยคใช้ในการสอ่ื สาร
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรูเ้ พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มงุ่ มนั่ การทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรือ่ ง ประโยค หรอื วลี
๒. ใบงาน เร่อื ง สว่ นประกอบของประโยค
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
๘.๑ ชัว่ โมงท่ี ๑
ขัน้ นำ
๑. ครใู ช้สื่อ PowerPoint ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาข้อความฝงั่ ซ้ายและฝ่งั ขวา มีความแตกตา่ งกนั อย่างไร
๒. ครูอธิบายข้อความฝั่งซ้าย บินรวดเร็วมาก แต่ไม่รู้ว่าตัวอะไร หรือส่ิงใดบิน ซ่งึ แตกต่างกับข้อความ
ท่ีปรากฏฝั่งขวา เมือ่ อ่านแล้วจะรูท้ นั ทีวา่ ใคร ทำอะไร กับใคร เช่น แมว จบั หนู
๓. ครเู ช่อื มโยงเขา้ สบู่ ทเรยี น ขอ้ ความฝ่ังซ้าย เรียกกว่า วลี และข้อความฝัง่ ขวา เรียกว่า ประโยค
ข้นั สอน
๔. ครใู ชส้ ่ือ PowerPoint อธิบายเรอื่ งวลี และยกตวั อย่าง วลีและประโยค
๕. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทำใบงาน เรือ่ ง วลี หรือ ประโยค
๖. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
๗. ตัวแทนกลุม่ นำเสนอหน้าชั้นเรยี น โดยครูเป็นผูต้ รวจสอบและอธิบายเพ่ิมเติม
ขัน้ สรุป
๘. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุป เร่ือง วลีและประโยค แตกตา่ งกนั อย่างไร
๘.๒ ช่ัวโมงท่ี ๒
ข้นั นำ
๑. ครูขออาสาสมคั ร จำนวน ๗ คน เพื่อถือบัตรคำหน้าช้ันเรียน หลังจากนั้นนำบัตรคำท่ีได้มาเรียงให้
เป็นประโยค หลังจากนัน้ ครูถาม วลี หรือ ประโยค กรณเี ป็นประโยคนักเรยี นทราบไดอ้ ย่างไรว่าเป็นประโยค
คณุ พอ่ ดงั ตะกรา้
สุนัข สาน เห่า เสียง
ประโยคท่ี ๑ คณุ พอ่ สานตะกร้า
ประโยคท่ี ๒ สุนขั เหา่ เสียงดงั
๒. ครเู ช่อื มโยงเข้าสู่บทเรยี นประโยค จะปรกอบดว้ ย ภาคประธานและภาคแสดง
ขัน้ สอน
๓. ครูใชส้ อ่ื PowerPoint อธิบายเรื่องส่วนประกอบประโยค ในภาคประธานและภาคแสดง
๔. ครูตรวจสอบความรู้ของนักเรียน โดยการสุ่มให้นักเรียนบอกว่าประโยคนั้น ส่วนใดเป็น ประธาน
หรอื ภาคแสดง
๕. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิมแต่เลือกประธาน รองประธานและ
เลขานกุ ารกลมุ่ ใหม่ ไมใ่ หซ้ ำ้ เดิม
๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงาน เรื่อง ส่วนประกอบของประโยค โดยหาประโยคสามัญหรือประโยค
พืน้ ฐานจากบทเรียน เร่ือง อ่านป้ายได้สาระ จากหนังสือเรยี นภาษาพาที กลุ่มละ ๕ ประโยค โดยศึกษาความรู้
จากหนงั สือเรียนและใบความรู้ เรื่อง วลแี ละประโยค
๗. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ งและอธบิ ายเพิ่มเติมเพ่ือให้
นกั เรยี นมคี วามเข้าใจมากยงิ่ ขน้ึ
๘. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นได้ซักถามขอ้ สงสัย
ขัน้ สรปุ
๙. นกั เรียนและครชู ่วยกันสรุปบทเรยี น เรื่อง ประโยคและคำหรือกลุ่มคำทนี่ ำมาเรียงกันมคี วามหมาย
ครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถสื่อความไดว้ ่า ใครทำอะไร คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร หรอื มสี ภาพอย่างไร ประโยค
โดยทว่ั ไปประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ สว่ น คอื ภาคประธานและภาคแสดง
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. PowerPoint : วลแี ละประโยค.pptx
๓. ใบความรู้ เรอ่ื ง วลีและประโยค
๔. ใบงาน เรอื่ ง วลี หรือ ประโยค
๕. ใบงาน เรอื่ ง ประโยค
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร
ใบงาน เร่อื ง วลี หรอื ประโยค รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
ตรวจใบงานเร่อื ง วลี หรือ ประโยค
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานเร่ือง ประโยค
ใบงาน เรื่อง ประโยค รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม
ในกจิ กรรมกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ มน่ั การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ขน้ึ ไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เร่ือง อา่ นป้ายได้สาระ
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๕ เร่อื ง วลแี ละประโยค
PowerPoint | วลแี ละประโยค
วลหี รือกลมุ่ คำ
การนำคำมาเรยี งกนั ตงั้ แต่ ๒ คำข้นึ ไป แตย่ ังมีความหมายไม่ครบถว้ นสมบรู ณ์
อย่างประโยค เรยี กวา่ กลุ่มคำ หรือ วลี
เช่น เสียงประกาศเตือน รายชื่อผแู้ สดง
เขา้ ชมอยา่ งคับคงั่ จองตัว๋ ล่วงหน้า
ประโยค
ประโยค คอื คำหรือกลุ่มคำท่นี ำมาเรียงกนั มคี วามหมายครบถว้ นสมบรู ณ์
สามารถสอื่ ความได้วา่ ใครทำอะไร คิดอยา่ งไร รู้สกึ อยา่ งไร หรอื มีสภาพอยา่ งไร
ประโยคโดยท่วั ไปประกอบดว้ ยสว่ นสำคัญ ๒ สว่ น ดังน้ี
ประโยค
ประธาน ภาคแสดง
นาม หรอื สรรพนาม กรยิ า
ป่านแกว้ ย้มิ แยม้
แป้งร่ำ ขยัน
ฉัน อาย
เขา
วิ่ง
นักเรยี นสงั เกตประโยคตอ่ ไปน้ี
ประธาน ภาคแสดง
นาม/สรรพนาม ส่วนขยาย กรยิ า ส่วนขยาย
นก ตวั เล็กๆ กระโดด ไปมา
รถบรรทกุ คันน้นั แลน่ เรว็ มาก
เขา คนนั้น หลับ สนทิ
ประโยคข้างต้นนี้ มสี ว่ นขยายคำนามหรอื คำสรรพนาม และส่วนขยายคำกริยาเพิ่มขึน้
สังเกตประโยคตอ่ ไปน้ี โอปอชอบพ่ีแปง้ มาก
เพอ่ื นของพี่ทำโครงงานนทิ านไทยเร่ืองมโนราห์
ลูกๆของเรากำลังปลูกต้นไม้พันธใ์ หม่อย่างสนุกสนานในสวนหลงั บ้าน
รถสิบล้อคันนี้แซงเราไปแลว้
ประธาน กรยิ า ภาคแสดง ส่วนขยาย
นาม/ ส่วนขยาย สว่ นขยาย กรรม
สรรพนาม ชอบ -
ทำ (นาม/สรรพ เร่อื ง
โอปอ - กำลงั ปลูก นาม) มโนราห์
เพ่อื น ของพ่ี พนั ธใ์ุ หม่
มาก พแ่ี ป้ง
ลูกๆ ของเรา - โครงงาน
นทิ านไทย
อยา่ ง ต้นไม้
สนกุ สนานใน
สวนหลังบ้าน
ประโยคข้างต้นนม้ี คี ำนาม หรือคำสรรพนามอยขู่ ้างหลังคำกริยา ทำหนา้ ท่เี ปน็ กรรมของ
ประโยค และอาจมสี ว่ นขยายคำนามหรอื คำสรรพนามท่ีทำหน้าท่ีเปน็ กรรมด้วย
ช่ือ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
ตอนท่ี ๑ เขยี น หรอื X หนา้ ข้อความต่อไปนี้
๑. พยางคท์ กุ พยางค์ตอ้ งมคี วามหมาย
๒. คำบางคำอาจมีเพยี งพยางคเ์ ดยี ว
๓. พยางค์จะต้องประกอบด้วยเสียงพยัญชนะตน้ เสยี งสระ
และเสยี งวรรณยกุ ต์
๔. เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์เรยี กวา่ เสยี งตัวสะกด
๕. คำอาจมีหลายพยางค์ และพยางคอ์ าจมีหลายวลีกไ็ ด้
๖. คำแตล่ ะคำจะต้องประกอบด้วยเสยี งและความหมาย
๗. คำต้ังแตส่ องคำขึน้ ไปเรยี งกนั มคี วามหมายเดียวกันเรยี กวา่
ประโยค
๘. วลีเปน็ ส่วนสำคัญท่ีสุดของประโยค
๙. ประโยคทสี่ มบูรณ์บางประโยคอาจมีเพยี งสองคำก็ได้
๑๐. กลุม่ คำจะต้องประกอบดว้ ย ประธาน กริยา กรรม
ตอนท่ี ๒ เขยี นเคร่ืองหมาย หนา้ ประโยค และเขียนเคร่ืองหมาย X หนา้ วลี
๑. กายกรรมเปยี งยางจากจนี
๒. ฝนตกหนกั เม่ือวานนี้
๓. โปรดชว่ ยกนั รกั ษาความสะอาด
๔. น้องดูโทรทัศน์แลว้ จึงเขา้ นอน
๕. คุณยายเปน็ ลม
๖. ใครไม่อยากไปดูหนังบา้ ง
๗. เธอตอ้ งขยนั เรียนหนงั สือมฉิ ะน้ันจะสอบตก
๘. ฉนั สอบได้
๙. กางเกงสนี ำ้ เงนิ
๑๐. เรอื ยนตล์ ำใหญ่
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………
คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นหาประโยคสามัญหรือประโยคพนื้ ฐานจากบทเรียน
เรื่อง อ่านป้ายไดส้ าระ จำนวน ๕ ประโยค พรอ้ มบอกส่วนประกอบ
ของประโยคใหส้ มบรู ณ์
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สว่ นขยาย กรยิ า สว่ นขยาย กรรม(นาม/ ส่วนขยาย
เด็ก ๆ ทกุ คนไมค่ วรกนิ ขนม สรรพนาม
รสหวานมากเกินไป สรรพนาม)
เด็ก ๆ ทกุ คน
ไม่ควร มาก ขนม รสหวาน
กิน เกนิ ไป
๑. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๒. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ ส่วนขยาย กริยา สว่ นขยาย กรรม(นาม/ ส่วนขยาย
สรรพนาม
สรรพนาม)
๓. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๔. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๕. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
- เฉลย -
ชื่อ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
ตอนท่ี ๑ เขียน หรอื X หนา้ ข้อความตอ่ ไปน้ี
( X ) ๑. พยางค์ทกุ พยางค์ต้องมีความหมาย
( ) ๒. คำบางคำอาจมีเพยี งพยางคเ์ ดยี ว
( X ) ๓. พยางค์จะตอ้ งประกอบด้วยเสียงพยัญชนะตน้ เสียงสระ
และเสียงวรรณยุกต์
( ) ๔. เสยี งพยัญชนะท้ายพยางค์เรยี กว่า เสียงตวั สะกด
( ) ๕. คำอาจมีหลายพยางค์ และพยางคอ์ าจมีหลายวลกี ไ็ ด้
( ) ๖. คำแตล่ ะคำจะต้องประกอบดว้ ยเสยี งและความหมาย
( ) ๗. คำตั้งแต่สองคำขนึ้ ไปเรียงกันมีความหมายเดียวกันเรยี กว่า
ประโยค
( X ) ๘. วลเี ปน็ ส่วนสำคญั ท่สี ุดของประโยค
( ) ๙. ประโยคท่ีสมบรู ณบ์ างประโยคอาจมเี พยี งสองคำก็ได้
( X ) ๑๐. กล่มุ คำจะต้องประกอบด้วย ประธาน กริยา กรรม
ตอนท่ี ๒ เขยี นเครื่องหมาย หน้าประโยค และเขียนเคร่ืองหมาย X หน้าวลี
… X …. ๑. กายกรรมเปียงยางจากจีน
……. ๒. ฝนตกหนกั เมื่อวานนี้
… X …. ๓. โปรดชว่ ยกนั รกั ษาความสะอาด
……. ๔. น้องดโู ทรทัศนแ์ ล้วจึงเข้านอน
……. ๕. คุณยายเปน็ ลม
……. ๖. ใครไม่อยากไปดหู นังบ้าง
…. ๗. เธอต้องขยันเรยี นหนงั สอื มิฉะนั้นจะสอบตก
……. ๘. ฉนั สอบได้
… X ….. ๙. กางเกงสีน้ำเงิน
… X ….. ๑๐. เรอื ยนต์ลำใหญ่
สมาชกิ เลขที่ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ………………………………………………………………………
คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นหาประโยคสามัญหรือประโยคพนื้ ฐานจากบทเรียน
เรื่อง อ่านป้ายไดส้ าระ จำนวน ๕ ประโยค พรอ้ มบอกส่วนประกอบ
ของประโยคใหส้ มบรู ณ์
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สว่ นขยาย กรยิ า สว่ นขยาย กรรม(นาม/ ส่วนขยาย
เด็ก ๆ ทกุ คนไมค่ วรกนิ ขนม สรรพนาม
รสหวานมากเกินไป สรรพนาม)
เด็ก ๆ ทกุ คน
ไม่ควร มาก ขนม รสหวาน
กิน เกนิ ไป
๑. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๒. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ ส่วนขยาย กรยิ า ส่วนขยาย กรรม(นาม/ สว่ นขยาย
สรรพนาม
สรรพนาม)
๓. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๔. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๕. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ดลุ ยพนิ ิจครผู สู้ อน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ เร่ือง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรื่อง ภาษาพดู ภาษาเขียน
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
“ภาษาพูด” หรอื “ภาษาปาก” เปน็ การใช้ภาษาท่ไี มเ่ ครง่ ครดั ดา้ นกฎเกณฑ์และไมเ่ ปน็ ทางการ สว่ น
“ภาษาเขียน” เปน็ ภาษาท่ใี ชอ้ ย่างเป็นทางการตอ้ งเลือกใชใ้ ห้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ และคำนึงถงึ วฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา ดงั นั้นจงึ ตอ้ งเรียนรู้และนำไปใชใ้ ห้ถูกตอ้ ง
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว้
เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัด ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
๓. จุดระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกและแยกภาษาพดู และภาษาเขยี นได้
๒. นำภาษาพูดและภาษาเขียนไปใชส้ ่อื สารได้ถกู ต้องตามสถานการณ์
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลักภาษาพดู ภาษาเขียน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- ใชภ้ าษาพูดและภาษาเขยี นได้ถูกต้องเหมาะสม
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลุม่
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งม่นั การทำงาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำ
๑. ครขู ออาสาสมัคร จำนวน ๒ คน ออกมาหน้าช้ันเรยี น ครูทำการสัมภาษณ์ สมมตวิ า่ ทั้งสองคนเจอ
กันโดยบังเอิญ จะทักทายหรือคยุ กันอย่างไร เชน่ เปน็ ไง สบายดไี หม มาทำอะไร
๒. ครูอธิบายนักเรียนท้ังสองคน ใช้ภาษาพูดในการส่ือสารแบบเป็นกันเอง เช่น เป็นไงบ้าง สบายดี
ไหม จะเห็นได้ว่าการส่ือสารด้วยวิธีพูดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความสัมพันธ์ การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับ
บุคคล โอกาส สถานท่ี
๓. ครเู ช่อื มโยงเขา้ สู่บทเรยี น เรอ่ื ง ภาษาพูด กบั ภาษาเขียน
ขั้นสอน
๔. ครูอธบิ าย การส่ือสารทัง้ การพูดและการเขียน จะข้ึนอย่กู ับสถานการณ์ ความสมั พนั ธ์ การเลือกใช้
ภาษาใหเ้ หมาะสมกบั บุคคล โอกาส สถานที่ ครยู กตวั อยา่ งประกอบ
๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน ใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการใหม่
ไมใ่ หซ้ ้ำเดมิ
๖. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาความรเู้ รอื่ งภาษาพูด ภาษาเขียน จากหนงั สอื เรียน
๗. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำใบงาน เรอ่ื ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น โดยแบ่งหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบดงั นี้
- กลุม่ ยอ่ ยท่ี ๑ เปล่ยี นประโยคภาษาพูดให้เปน็ ภาษาเขียน จำนวน ๓ ประโยค
โดยหาประโยคทีเ่ ปน็ ภาษาพูดในบทเรียนแลว้ เขียนให้เป็นภาษาเขยี น
- กลุม่ ย่อยท่ี ๒ เปลีย่ นประโยคภาษาเขยี นให้เปน็ พูด จำนวน ๓ ประโยค
โดยหาประโยคทีเ่ ปน็ ภาษาเขียนในบทเรียนแลว้ เขียนใหเ้ ป็นภาษาพูด
๘. ตวั แทนกลมุ่ ย่อยที่ ๑ และ ๒ ของแตล่ ะกลุ่ม ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน โดยครูเป็นผู้
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขนั้ สรปุ
๙. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุป เรอื่ ง ภาษาพูดและภาษาเขียน
๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรอื่ ง ภาษาพูด ภาษาเขียน
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธีการ ใบงาน เรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขยี น รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานกลุ่ม เรื่อง ภาษาพดู ภาษา แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
เขียน อันพงึ ประสงค์ ขนึ้ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้
และมุง่ ม่นั การทำงาน
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรื่อง อา่ นปา้ ยไดส้ าระ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ เร่อื ง ภาษาพดู ภาษาเขยี น
สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………
คำช้ีแจง ให้นกั เรียนหาประโยคภาษาพูดและภาษาเขียน จากบทเรียน เร่ือง อ่านปา้ ยได้สาระ
ตอนที่ ๑
เปล่ียนประโยคที่เป็นภาษาพูดใหเ้ ปน็ ภาษาเขียน จำนวน ๓ ประโยค
ภาษาพูด ภาษาเขยี น
ตอนท่ี ๒ เปลยี่ นประโยคทเ่ี ป็นภาษาเขียนให้เป็นภาษาพดู จำนวน ๓ ประโยค
ภาษาเขียน ภาษาพูด
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๗ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๓ เร่ือง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑ ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การอ่านเสรมิ บทเรยี น
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียน ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ ความบันเทิงและข้อคิดจากการอ่าน และสามารถ
เลอื กหนังสืออ่านได้ตรงตามความต้องการ นอกจากน้ีทสี่ ำคญั คือสามารถนำความรู้ที่ไดร้ ับจากการอ่านมาปรับ
ใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพือ่ นำไปตดั สินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่อื งท่อี า่ น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอ่าน
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. อา่ นและจับใจความสำคัญของเร่อื งท่ีอ่านได้
๒. วเิ คราะหส์ รุปเน้อื หาจากเร่ืองท่อี ่านได้
๓. มมี ารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- การอา่ นบทเรยี นเสริมเรอ่ื ง คำไทย เกดิ ใหมเ่ ปน็ ธรรมดา
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- สรปุ ใจความสำคญั เนื้อหา
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุง่ มน่ั การทำงาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง คน้ หาคำไทยสมัยใหม่
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
๑. ครยู กตัวอยา่ งคำวา่ “กิ๊ก ขาโจ๋ กูรู ติส๊ ต์ ชิวชิว” นักเรียนรไู้ หมคำนี้มีความหมายว่าอย่างไร
๒. ครเู ช่ือมโยงเข้าส่บู ทเรียน โดยใหน้ ักเรยี นร่วมกันบอกคำไทยใหม่ ในปจั จบุ นั ทีเ่ ราเคยได้ยินหรือใช้
กันเป็นประจำ
๓. ครูเช่ือมโยงเข้าสู่บทเรยี น
ขน้ั สอน
๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
ใหม่ ไม่ซ้ำเดมิ
๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจบทอ่านเสริม “คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา” หน้า ๔๓ แล้วต้ังคำถาม
คำตอบ อภิปรายแลว้ สรุปใจความสำคญั ทีไ่ ดจ้ ากการอ่าน
๖. ตวั แทนกลมุ่ นำเสนอสรปุ ใจความสำคัญหนา้ ช้ันเรียน โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบและแนะนำ
๗. นักเรียนบอกแต่ละคนบอกคำไทยที่เกิดใหม่ในปัจจุบัน คนละ ๑ คำ พร้อมระบุความหมาย และ
บอกคำไทยทเ่ี กิดใหมน่ ั้นแทนคำใดในอดีต แล้วนำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน เชน่
- เกาเหลา กว๋ ยเตี๋ยวไมใ่ สเ่ ส้น ซงึ่ คำเกดิ ใหม่จะมคี วามหมายไมถ่ ูกกัน
- งานเข้า มีคนจ้างทำงานมาก หรืองานเข้ามาให้ทำจนล้นมือเลย ซ่ึงคำเกิดใหม่จะมีความหมายมี
เรอ่ื งเดอื ดร้อน ปัญหา ความยุง่ ยาก ท่ีต้องแก้ไข
๘. ครูมอบหมายให้นักเรียน ค้นหาคำไทยที่เกิดใหม่ในปัจจุบัน โดยสืบค้นข้อมูลจากพจนานุกรมคำ
ใหม่ ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน ลงในใบงานแล้วนำสง่ ครูเพื่อประเมินผลในชัว่ โมงตอ่ ไป
ขัน้ สรปุ
๙. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปสาระสำคัญ เรอ่ื ง คำไทย เกดิ ใหมใ่ นปจั จบุ นั พร้อมทัง้ การเลือกใชค้ ำให้
ถูกต้องเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. ใบงาน เรื่อง คน้ หาคำไทยสมัยใหม่
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วิธกี าร
ใบงาน เร่อื ง คน้ หาคำไทยสมัยใหม่ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงาน เรอื่ ง ค้นหาคำไทยสมัยใหม่
ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม
ในกิจกรรมกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ ม่ันการทำงาน ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ข้นึ ไป
๑๑. บันทกึ ผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................
ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรือ่ ง อา่ นปา้ ยได้สาระ
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๗ เรื่อง การอ่านเสริมบทเรยี น
ช่อื – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….
คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนค้นหาคำไทยท่เี กิดใหม่ในปจั จบุ ันพร้อมความหมาย โดยสบื คน้ จาก
ตัวอยา่ ง พจนานกุ รมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน
ชวิ ชวิ สบาย ๆ ง่าย ๆ ธรรมดา
๑. ……………………………….. ………………………………………………………………
๒. ……………………………….. ………………………………………………………………
๓. ……………………………….. ………………………………………………………………
๔. ………………………………..
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๕. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
- เฉลย -
ชอื่ – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….
คำช้ีแจง ให้นักเรยี นค้นหาคำไทยที่เกิดใหม่ในปจั จบุ นั พร้อมความหมาย โดยสืบคน้ จาก
ตัวอยา่ ง พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน
ชิวชิว สบาย ๆ ง่าย ๆ ธรรมดา
๑. ……………………………….. ………………………………………………………………
๒. ……………………………….. ………………………………………………………………
๓. ……………………………….. ………………………………………………………………
๔. ………………………………..
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๕. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรื่อง กทลีตานี เวลา ๑ ชวั่ โมง
เรอื่ ง เรยี นรู้คำ คู่ความหมาย
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้คำ คำยาก ข้อความและสำนวนภาษาไทยในบทเรียนและนำไปใช้ให้ถูกต้อง ถือเป็นการ
พัฒนาทักษะทางภาษาท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน เพื่อพัฒนาทักษะให้ถูกต้อง จึงจะทำให้การเรียนรู้ภาษา
เปน็ ไปดว้ ยดีและเกดิ การพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นำไปตดั สินใจ
สาระที่ ๑ การอ่าน แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เปน็ โวหาร
ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๒
๓. จุดระสงค์การเรียนรู้
- อ่านและอธิบายความหมายของคำในบทเรียนได้
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอ่านคำและความหมายของคำ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคำ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มุ่งมัน่ การทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- เขียนคำศัพท์และความหมายลงในสมุดบนั ทึก
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ
๑. ครูตง้ั คำถามนักเรยี นเคยไดย้ นิ คำวา่ กทลี หรือไม่ คอื อะไร มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
๒. ครเู ฉลย กทลี คือ กลว้ ย
ข้นั สอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน คละกันตามความสามารถ และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน รองประธานและเลขานุการกลุ่ม โดยครูแนะนำบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มให้
นักเรียนเข้าใจบทบาทหน้าทีข่ องตนเอง
๔. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียนเรื่อง “กทลีตานี” เพ่ือสำรวจคำยากและคำท่ีไม่เข้าใจ
ความหมาย ให้เลอื กคำไว้ ๑๐ คำ แลว้ นำไปติดบนกระดานดำคดั เลอื กคำทซ่ี ำ้ กันออก
๕. หลังจากได้คำศัพท์ท่ีคัดเลือกคำซ้ำออกไปแล้วน้ัน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาความหมายจาก
พจนานุกรม แล้วเขยี นลงในบตั รความหมาย นำไปติดหลังบตั รคำบนกระดานดำ
๖. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลย
๗. นักเรียนทั้งชั้นฝึกอ่านคำศัพท์และความหมายของคำตามบัตรคำและบัตรความหมายที่ติดไว้บน
กระดาน เน้นการมมี ารยาทในการอา่ นโดยให้นกั เรียนศกึ ษาใบงาน เรอ่ื ง หลกั และมารยาทในการอ่าน
๘. นกั เรยี นแต่ละคนเขยี นคำศัพทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก
ขั้นสรปุ
๙. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ถงึ ประโยชนข์ องการอ่านคำศัพทแ์ ละเข้าใจความหมายของคำศพั ท์
๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. พจนานุกรม
๓. บตั รคำและบัตรความหมาย
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบสงั เกตการอ่านคำและ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตการอ่านคำและความหมายของคำ
ความหมายของคำ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา่ น
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน เกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ขึน้ ไป
เกณฑก์ ารประเมินการอา่ นคำและความหมายของคำ
๑. อ่านคำและอ่านความหมายของคำถูกต้องทุกคำ ได้คำละ ๑ คะแนน
๒. อ่านคำและอา่ นความหมายของคำ ผิด ๑ คำ หักคำละ ๑ คะแนน
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔ เรื่อง กทลตี านี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑ เร่ือง เรยี นร้คู ำ ค่คู วามหมาย
บตั รคำถาม อปุ กรณ์ | บัตรคำและบัตรความหมาย
บัตรคำตอบ
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคการเรียนท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๗ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ เร่ือง กทลตี านี เวลา ๑ ช่วั โมง
เร่ือง อ่านคิดพินจิ เร่อื งราว
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชัดเจนลกึ ซง้ึ จะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้ังคำถาม ตอบคำถาม อภิปราย
แสดงความคดิ เหน็ เนอ้ื เรอ่ื ง ลำดบั เหตกุ ารณ์ และสรปุ ใจความสำคญั ของเรอ่ื งได้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปตัดสินใจ
สาระที่ ๑ การอ่าน แกป้ ัญหาในการดำเนิน ชวี ิตและมีนสิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอา่ น
มีมารยาทในการอ่าน
ตัวชีว้ ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔
ท ๑.๑ ป.๖/๙
๓. จดุ ระสงค์การเรียนรู้
๑. อา่ นในใจแล้วตง้ั คำถาม ตอบคำถามจากเรื่องในบทเรยี นได้
๒. สรุปใจความสำคญั ของเรื่องทอี่ า่ นได้
๓. มีมารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. หลกั การอ่านจบั ใจความ
๒. มารยาทในการอ่าน
ทักษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นจบั ใจความ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอา่ น การเขยี น การฟัง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุง่ มน่ั การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง ต้ังคำถาม-คน้ หาคำตอบ เร่ือง กทลีตานี
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ
๑. ครสู นทนากบั นักเรยี นถึงเร่ืองเกีย่ วกบั ผตี านี ทเ่ี ป็นความเช่ือของคนโบราณ
ข้ันสอน
๒. ครสู นทนากับนักเรียนในเรอ่ื งเกีย่ วกบั กล้วยตานี เชน่
- คำว่า “กทลตี านี” หมายความวา่ อยา่ งไร
- นักเรียนรจู้ ักตน้ กล้วยตานหี รือไม มลี ำต้น ใบ และผลเป็นอย่างไร
- กล้วยตานีมลี กั ษณะอยา่ งไร แตกตา่ งจากกลว้ ยชนดิ อืน่ อย่างไร
- ประโยชนของกลว้ ยตานีทำอะไรไดบา้ ง
- นกั เรียนเช่ือเรือ่ งผีกล้วยตานหี รือไม เพราะเหตใุ ด
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุม่ ใหม่ ไมใ่ หซ้ ้ำเดิม
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจเนื้อหาบทเรียนและตั้งคำถาม จากเรื่องที่อ่านและวงเล็บคำตอบท่ีถูก
ที่สุดไว้ด้านหลังด้วยคำถามง่าย ๆ ได้แก่ คำถามที่ข้ึนต้นว่า ใคร อะไร ท่ีไหน เมื่อไร อย่างไร ทำไม เป็น
คำถามท่ีมีคำตอบอยู่ในบทเรียน หลังจากน้ันนำคำถามและคำตอบเขียนลงในใบงาน เรื่อง ตั้งคำถาม-ค้นหา
คำตอบ เรอื่ ง กทลตี านี
๕. เมื่อแต่ละกลุ่มทำใบงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูต้ังคำถามจากการอ่านในใจนักเรียนตั้งคำถาม-ตอบ
คำถามไดจ้ ำนวนกข่ี ้อ ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน
๖. ครสู รุปผลการต้ังคำถามและตอบคำถาม
๗. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั ลำดบั เหตกุ ารณส์ ำคญั ของเรื่องคนละประโยคหรือมากกวา่ น้นั จนจบ
เรอื่ ง หลงั จากนั้นสมาชิกทุกคนชว่ ยกันสรุปใจความสำคัญของเรื่องแล้วบนั ทกึ ไว้ในสมดุ
๘. ตวั แทนแต่ละกลุม่ นำเสนอใจความสำคัญของเรื่อง “กทลีตานี”หน้าช้นั เรียน
ขน้ั สรุป
๙. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายสรุปบทเรยี น ด้วยการสรุปใจความสำคัญ การตั้งคำถามและตอบ
คำถามจากเนื้อเร่ือง การลำดับเหตุการณ์ เป็นไปตามข้ันตอนไม่สับสน และรวมท้ังการมีลักษณะนิสัยที่ดีใน
การอา่ น
๙. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖
๒. ใบงาน เรื่อง ถาม-ตอบ เรือ่ ง กทลตี านี
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบประเมนิ การอา่ นจับใจความ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤติกรรมการอา่ น
ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรอื่ ง ต้งั คำถาม-คน้ หา
คำตอบ เร่ือง กทลตี านี แบบประเมินใบงาน เรื่อง ตั้งคำถาม- ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลมุ่ คน้ หาคำตอบ เร่ือง กทลตี านี ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มน่ั การทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
อนั พงึ ประสงค์ ขึน้ ไป
๑๑. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่อื การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔ เรื่อง กทลตี านี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒ เร่ือง อ่านคิดพินิจเรื่องราว