รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการตง้ั คำถามและตอบคำถาม
เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน
๑.ลักษณะคำถาม
๓ ๒๑
๒.ความมเี หตุผล
๓. ความคิดสร้างสรรค์ ตงั้ คำถามเพ่ือค้นควา้ หา ตงั้ คำถามเพ่ือคน้ คว้าหา ตั้งคำถามไมส่ ามารถ
๔. การนำไปใชใ้ น ความรู้เพ่มิ เตมิ ต่อไปได้ ความรเู้ พิม่ เติม คน้ คว้าหาความรู้ต่อไป
ชวี ติ ประจำวนั
๕.ลักษณะคำตอบ ได้อีก
สามารถแสดงความคิดเหน็ สามารถแสดงความคดิ เหน็ ไมแ่ สดงเหตผุ ล
อย่างมเี หตผุ ล มเี หตุผลบา้ ง
คำถามมคี วามคดิ รเิ รม่ิ คำถามมีความคิดริเร่ิม คำถามไม่มคี วามคดิ
สร้างสรรค์ น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ ไม่น่าสนใจ มี รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์
แปลก ทันสมัย ไม่ซำ้ แบบ ความทันสมยั บา้ ง
ใคร
แสดงถงึ คำถามท่ีมีการนำ มกี ารนำความรมู้ า ไมส่ ามารถนำความรู้
ความรมู้ าประยุกต์ใช้ใน ประยกุ ต์ใชใ้ น มาประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั ไดม้ าก ชีวิตประจำวนั ได้บา้ ง ชวี ิตประจำวนั ได้เลย
ตั้งคำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย ต้งั คำถามและอธบิ าย
คำตอบไดเ้ ข้าใจ ไมว่ กวน คำตอบได้พอเขา้ ใจ ไม่ คำตอบได้ไมเ่ ข้าใจ
วกวน วกวน
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การอ่านจบั ใจความ
ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. บุคลกิ ในการอา่ น
นัง่ ตัวตรง วางและเปิด ๒๑
หนงั สอื ถกู ตอ้ ง นงั่ ตัวตรง วางหรือเปิด นั่งตัวไม่ตรง วางและเปดิ
หนังสือไม่ถกู ต้อง ๑ อย่าง หนังสอื ไม่ถกู ต้อง
๒. การกวาดสายตา กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป กวาดสายตาจากซ้ายไป
ขวาไดถ้ ูกต้อง รวดเรว็
และต่อเน่ือง ขวาได้ถูกตอ้ ง แต่ช้าและ ขวาไดถ้ ูกตอ้ งแต่ชา้ มาก
ต่อเนือ่ ง และไม่ตอ่ เนื่อง
๓. ไมใ่ ช้มอื ชี้ตามตัวอกั ษร ไมใ่ ชม้ ือช้ีตามตัวอักษร ใช้มือชี้ตามตัวอักษร ใช้มอื ช้ีตามตัวอักษร
ขณะที่อา่ นตลอดทง้ั เรือ่ ง ๒ คร้ัง ขณะทอ่ี า่ น มากกว่า ๒ ครงั้ ขณะที่
ตั้งแตต่ ้นจนจบ อ่าน
๔. ไม่สา่ ยหน้าไปมาใน ไมส่ ่ายหนา้ ไปมาในขณะ สา่ ยหน้าไปมา ๒ คร้งั สา่ ยหนา้ ไปมา มากกวา่
ขณะที่อา่ น อา่ นตลอดท้ังเรอื่ งตง้ั แต่ ในขณะอา่ น ๒ คร้ัง ในขณะอา่ น
ต้นจนจบ
๕. จับใจความสำคญั ของ ระบตุ ัวละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตวั ละคร เหตกุ ารณ์ ระบุตัวละคร เหตุการณ์
เรือ่ งท่ีอ่าน สถานที่ เวลา และผลท่ี สถานท่ี เวลา และผลท่ี สถานที่ เวลา และผลท่ี
เกดิ ข้นึ โดยเรียงลำดบั เกิดข้ึนได้ แตเ่ รยี งลำดับ เกิดขึน้ ได้ แตเ่ รียงลำดบั
เหตกุ ารณไ์ ดอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เหตุการณผ์ ิด ๑ ตำแหนง่ เหตุการณ์ผดิ ๒ ตำแหนง่
เหมาะสม ขึน้ ไป
๖. การต้ังคำถามและตอบ ต้ังคำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ ตงั้ คำถามและตอบ
คำถามจากเร่ือง คำถามจากเร่ืองท่ีอา่ นได้
ถกู ต้องทุกเรอ่ื ง ทกุ คำถามจากเร่ืองที่อ่าน ไม่ คำถามจากเรื่องที่อ่าน ไม่
ประเดน็
ถกู ต้อง ๑ ข้อ ถูกต้อง ๒ ขอ้ ขน้ึ ไป
๗. การสรปุ เรือ่ ง แนวคิด สรุปเรือ่ ง แนวคดิ และ สรปุ เรอ่ื งได้ แต่บอก สรุปเรอ่ื ง บอกแนวคดิ
และข้อคดิ ของเร่อื ง ขอ้ คิดของเร่อื งไดค้ รบ แนวคดิ หรอื ข้อคดิ อย่างใด และข้อคิดไมได้
สมบรู ณ์ อยา่ งหนึง่ ไม่ได้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นท่ี ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ เรือ่ ง กลอนกานท์จากบา้ นไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
เร่ือง คิดวเิ คราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเรอื่ ง
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง จะช่วยให้นักเรียนเขา้ ใจเรื่องและจำเรอ่ื งทอ่ี ่านได้แม่นยำยังเป็นการชว่ ย
ฝึกทกั ษะ และพัฒนาในด้านการเขยี น การพดู ต่อไป
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพือ่ นำไปตดั สินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนิน ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียน
เรือ่ งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณและพดู แสดงความรู้
ความคิด และความรสู้ กึ ในโอกาสต่างๆอยา่ งมวี จิ ารณญาณและ
สร้างสรรค์
ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความรแู้ ละความคดิ จากเรื่องทอ่ี า่ นไปตัดสินใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ฒั นา
งานเขยี น
ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ ป.๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องท่ฟี ังและดู
๓. จุดระสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธิบายวธิ กี ารเขยี นแผนภาพโครงเรื่องได้
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองจากเร่อื งที่อา่ นได้
๓. เลา่ เรื่องตามแผนภาพโครงเรื่องได้
๔. มมี ารยาทในการเขยี น
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งม่ันการทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
๑. ครแู ละนักเรียนสนทนาสรปุ ใจความสำคัญ
ขน้ั สอน
๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใช้กลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กล่มุ ใหม่ ไมใ่ ห้ซ้ำเดมิ
๓. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ อ่านในใจ แล้วร่วมกนั ทำใบงาน เรื่อง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง ตามหวั ข้อ
ดังน้ี
- ตวั ละครสำคญั
- ตัวละครประกอบ
- สถานทเ่ี กิดเรื่อง
- สาระสำคัญในเร่ือง/ขอ้ คิด
- จุดจบของเร่ือง
๔. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั ลำดับเหตกุ ารณ์แล้วเตมิ ข้อความในแผนภาพโครงเร่ือง และชว่ ยกัน
ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแก้ไขให้สมบรู ณ์
๕. ครสู ่มุ กลมุ่ ตัวอย่างออกมาเลา่ เรอ่ื งตามแผนภาพโครงเร่ือง โดยครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
ขน้ั สรปุ
๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ถงึ ประโยชนข์ องการเขียนแผนภาพโครงเรื่องว่าจะทำให้เข้าใจเร่ืองราว
และเลา่ เรอ่ื งได้อย่างชัดเจน
๙. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. ใบงานเร่อื ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธกี าร
แบบประเมนิ การเขียนแผนภาพโครง รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผ่าน
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
เร่อื ง เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม
ในกิจกรรมกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา่ น
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งมัน่ การทำงาน เกณฑ์
แบบประเมินคุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
อันพึงประสงค์ ขึ้นไป
๑๑. บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
สอื่ การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ เรือ่ ง กลอนกานท์จากบ้านไทย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง คดิ วเิ คราะหด์ ้วยแผนภาพโครงเร่ือง
สมาชิก เลขท่ี …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุ่ม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ………………………………………………………………………
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “กลอนกานท์จากบา้ นไทย”
ตัวละครสำคัญ ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เรอื่ งเกดิ ข้นึ ท่ีไหน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปัญหาท่เี กดิ ขนึ้ ในเร่ือง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตุการณท์ …่ี .. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณ์ท…ี่ … ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทำ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทำ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ข้อคิดทไี่ ด้ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
- เฉลย -
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “กลอนกานทจ์ ากบ้านไทย”
ตวั ละครสำคัญ คณุ ยาย
ตัวละครประกอบ โอม
เร่ืองเกิดขนึ้ ทไ่ี หน โรงละครแหง่ ชาติ
ปัญหาท่ีเกิดขึน้ ในเรือ่ ง -
เหตุการณ์ คุณยายและโอมโรงละครแห่งชาติ
ตวั ละคร คุณยาย โอม
สถานท่ี โรงละครแหง่ ชาติ
ปัญหา -
การกระทำ คุณยายได้พา โอม ไปชมละครนอกที่โรงละครแห่งชาติซ่ึงจะมสี จู บิ ัตรแจก
การชมตอ้ งมมี ารยาทในการเข้าชม ได้แก่ การรักษาความสะอาด การไม่
ผลของการกระทำ นำอาหารมารับประทาน ห้ามถา่ ยภาพ การแสดงนัน้ เปน็ ไปอย่าง
ขอ้ คิด สนุกสนาน ตื่นเตน้ และเร้าใจ
ทำให้โอมอยากเรยี นตีกลองมโนราห์
ภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ชาติไทยมวี ัฒนธรรมท่งี ดงาม
ประเดน็ การประเมนิ ๓ เกณฑ์การประเมิน ๑
ลำดับความคดิ ลำดบั ลำดบั ความคิด ลำดบั
๑. ลำดบั ความคิด เหตกุ ารณ์ไดอ้ ยา่ ง ๒ เหตุการณ์ไมต่ ่อเนือ่ ง วกวน
เหตกุ ารณ์อยา่ งต่อเนื่อง ตอ่ เนอื่ ง เหมาะสม ลำดบั ความคิด ลำดบั บกพร่องเกนิ
เหตกุ ารณ์ไมต่ ่อเนือ่ ง ๒ ตำแหน่ง
บกพร่อง ๒ ตำแหน่ง
๒. จบั ประเด็นสำคัญของ จบั ประเด็นสำคญั ของ จับประเดน็ สำคัญของเร่อื ง จบั ประเด็นสำคญั ของเร่อื ง
เร่อื งได้ถูกต้อง เร่ืองได้ถกู ต้อง ไดถ้ ูกตอ้ งเปน็ บางส่วน ไมถ่ ูกตอ้ ง
๓. การใช้ภาษากระชับ การใชภ้ าษา กระชบั การใชภ้ าษา กระชบั การใชภ้ าษา ไม่กระชับ ไม่
ชัดเจน สภุ าพถูกต้อง ชัดเจน สุภาพถูกต้อง ชดั เจน สภุ าพถกู ตอ้ งเปน็ ชดั เจน ไม่สุภาพ และไม่
เหมาะสมตลอดทัง้ เรือ่ ง บางสว่ น ถกู ต้อง
๔. การเขยี นคำ ประโยค เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ เขียนคำ ประโยค และ
ข้อความ ไม่ถกู ต้องตาม
และข้อความ ขอ้ ความ ได้ถูกต้องตาม ขอ้ ความ ไม่ถูกต้องตาม อกั ขรวิธี ๓ ตำแหน่งขน้ึ ไป
อกั ขรวธิ ีตลอดท้ังเรื่อง อกั ขรวธิ ี ๒ ตำแหนง่
๕. การเวน้ วรรคตอน เขยี นเวน้ วรรคตอน เขียนเว้นวรรคตอน เขียนเว้นวรรคตอนไม่
ถกู ต้อง ถกู ต้องตลอดเร่ือง ไม่ถูกตอ้ ง ๒ ตำแหนง่ ถูกต้องเกิน ๓ ตำแหน่ง
ข้นึ ไป
๖. ความสะอาด ผลงานสะอาด เป็น ลายมือไมเ่ ปน็ ระเบยี บ ลายมอื ไม่เปน็ ระเบยี บ
สวยงาม เป็นระเบยี บ ระเบยี บ ลายมือเป็น ผลงานมรี อยลบ ขีดฆ่า ผลงานมรี อยลบ ขดี ฆ่า
เรยี บรอ้ ย แบบเดียวกนั ตลอดทง้ั ไม่สะอาด ๒ ตำแหนง่ ไมส่ ะอาด ๓ ตำแหน่ง
เร่อื ง ข้ึนไป
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๔ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรื่อง กลอนกานทจ์ ากบ้านไทย เวลา ๑ ชั่วโมง
เรื่อง การอา่ นออกเสียง
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อ่ืนฟัง ฉะนั้นผู้อ่านจะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และ
ออกเสยี งให้ถูกต้องชัดเจน จึงจะสอ่ื ความหมายไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปตดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา่ น
๓. จดุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสยี งได้
๒. อา่ นออกเสียงเรอื่ งในบทเรียนได้ถูกต้องชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอ่าน
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลักการอ่านออกเสียง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- อา่ นออกเสียง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใช้ภาษาแสวงหาความร้เู พื่อพฒั นาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟงั การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. ม่งุ ม่นั การทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. การอ่านออกเสยี งรายบุคคล
๒. ใบงาน เรือ่ ง การอ่านคำและข้อความ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู หน้ กั เรียนอ่านคำศพั ทต์ ามบัตรคำ โดยครูเปน็ ผตู้ รวจสอบและแก้ไขให้นักเรียนอ่านออกเสยี งได้
ถกู ต้อง
ข้นั สอน
๒. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยใชก้ ลุ่มเดิม แต่เลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กล่มุ ใหม่ ไมใ่ ห้ซำ้ เดมิ
๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมการอ่านโดยใช้น้ำเสียงได้ตามเนื้อเร่ือง หรืออ่านถูกต้องตามลักษณะของคำ
ประพันธ์ (อ่านร้อยกรอง) เช่น คำครุลหุในคำฉันท์ อ่านออกเสียงโท เสียงเอก ตามคำโคลงส่ีสุภาพ มีการ
เอื้อนเสียงระหว่างวรรค การอ่านท้ังร้อยแก้วและร้อยกรองมีการอ่านจังหวะทอดเสียงโดยเว้นจังหวะ มี
นำ้ เสียงหนกั เบาเพ่อื ใหเ้ กิดความไพเราะ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงบทเรียน เร่ือง กลอนกานท์จากบ้านไทยโดยอ่านทั้งข้อความ
บรรยายและข้อความที่เป็นคำพูดของตัวละคร และบทร้อยกรอง โดยอา่ นออกเสียงพร้อมกัน และฝึกอ่านออก
เสียงเปน็ รายบคุ คล
๕. ครทู ดสอบการอ่านออกเสียงของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยครูกำหนดให้นักเรียนอา่ นข้อความคน
ละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคำที่นักเรียนอ่านผิดไว้บนกระดานดำ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคนเพ่ือ
ประเมินผลการอา่ นของนักเรียน นกั เรยี นฝึกอ่านคำท่อี า่ นผดิ ทีค่ รูเขยี นไวบ้ นกระดานอีกครั้ง
๖. นกั เรียนทุกคน ทำ ใบงาน เรื่อง การอา่ นคำและข้อความ ตรวจสอบความถูกต้องของผลงานก่อน
สง่ ครู
ข้ันสรปุ
๗. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ หลกั เกณฑ์การอา่ นออกเสยี งที่ดี
๘. ครแู จง้ ใหน้ กั เรียนทราบการอ่านกาพยย์ านี ๑๑ แบบทำนองเสาะ จะเรยี นในชั่วโมงต่อไป
๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง การอ่านคำและขอ้ ความ
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
วธิ ีการ
ใบงาน เรอื่ ง การอ่านคำและ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
ตรวจใบงาน เร่ือง การอา่ นคำและ
ขอ้ ความ ข้อความ ผ่านเกณฑ์
สงั เกตการอ่านออกเสียงรายบุคคล
แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ ม
ในกิจกรรมกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมุ่งม่ันการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ขน้ึ ไป
๑๑. บนั ทกึ ผลหลังสอน
ผลการสอนการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................. ................
................................................................................................................... ...........................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วนั ที่............เดอื น.......................................พ.ศ. ..............
ส่ือการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๖ เร่อื ง กลอนกานท์จากบา้ นไทย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔ เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียง
ชือ่ – สกุล ...................................................................................เลขที.่ ........................
คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นคำอา่ นจากคำท่กี ำหนดให้อยา่ งถูกต้อง
๑. คุณธรรม
๒. กษตั ริย์
๓. อาคเนย์
๔. สรรเสรญิ
๕. หรดี
๖. ศลี ธรรม
๗. กตญั ญูกตเวที
๘. บรู พา
๙. จักรวาล
๑๐. มโหฬาร
- เฉลย -
ชอื่ – สกุล .................................................................................................เลขที่......................
คำช้แี จง ให้นกั เรียนเขียนคำอา่ นจากคำท่กี ำหนดให้อย่างถูกต้อง
๑. คณุ ธรรม คนุ – นะ – ทำ
๒. กษตั รยิ ์ กะ - สัด
๓. อาคเนย์ อา-คะ-เน
๔. สรรเสรญิ สนั – เสนิ
๕. หรดี
๖. ศลี ธรรม หอ– ระ – ดี
๗. กตญั ญูกตเวที สีน – ทำ
๘. บูรพา กะ-ตนั -ยู-กะ-ตะ-เว-ที
๙. จกั รวาล บู – ระ – พา
๑๐. มโหฬาร จกั – กะ – วาน
มะ – โห – ลาน
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒
๑. การจับหนงั สอื /พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
หนงั สือ/ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ลกั ษณะท่าทาง การวาง และการจับหนงั สือไม่
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ต้อง และการจบั หนังสือไม่ ถูกต้อง ๒ อย่าง ขึ้นไป
ถูกต้อง ๑ อยา่ ง
๑. การจบั หนงั สือ/พลิก ลกั ษณะท่าทาง ลักษณะทา่ ทาง การวาง ลกั ษณะทา่ ทาง การวาง
และการจับหนังสือไม่ ตามอักขรวิธอี อกเสียง
หนงั สอื /ทา่ ทางในการ การวางและการจบั ถูกต้อง ๑ อย่าง และการจับหนงั สือไม่
ถกู ต้อง ๒ อยา่ ง ข้ึนไป
อ่านถูกต้อง หนงั สอื ถกู ตอ้ ง
๒. อ่านถูกต้องตาม อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวธิ ี อา่ นถูกต้องตามอกั ขรวิธี
อักขรวธิ ี ออกเสยี ง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ ออกเสียง ร และคำควบ
กล้ำ ร ล ว ชดั เจน กล้ำ ร ล ว ไมถ่ กู ต้อง กล้ำ ร ล ว ไมถ่ ูกต้อง
๒ ตำแหน่ง เกนิ ๒ ตำแหนง่
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเวน้ วรรคตอนผิด อา่ นเวน้ วรรคตอนผดิ
ถูกต้อง ถกู ต้องตลอดท้ังเรื่อง ๒ คร้ัง เกิน ๒ ครงั้
ตง้ั แตต่ ้นจนจบเร่ือง
๔. อา่ นเสยี งดงั และ อา่ นเสียงดัง ชัดเจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน แต่ อ่านเสียง ไม่ชดั เจน
น้ำเสียงเหมาะสมกบั เร่ือง นำ้ เสยี งเหมาะสมกับเรื่อง นำ้ เสยี งไมเ่ หมาะสมกับ นำ้ เสียงไม่เหมาะสมกบั
ท่ีอา่ น ท่ีอ่าน เรอ่ื งท่ีอ่าน เรื่องที่อา่ น
๕. ไมอ่ ่านข้าม/อ่านเพ่ิม อา่ นออกเสยี งได้ถูกต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งไม่ถกู ต้อง
/ตู่คำ
ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารเพิ่มคำและ ไมช่ ดั เจน อา่ นข้ามคำ
ทุกประโยค ตคู่ ำ ๒ ตำแหน่ง อ่านเพ่ิมคำและตู่คำเกนิ
๒ ตำแหนง่
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง กลอนกานทจ์ ากบ้านไทย เวลา ๑ ช่วั โมง
เร่อื ง การอา่ นกาพย์ยานี ๑๑
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
กาพย์ยานี ๑๑ เป็นคำประพนั ธ์ชนิดหนง่ึ ที่มลี ักษณะฉนั ทลกั ษณ์ คอื การบังคบั คำใหม้ ีจำนวน ๕ คำใน
วรรคหนา และ ๖ คำในวรรคหลัง รวมเป็น ๑๑ คำ จึงเรียกว่า กาพย์ยานี ๑๑ นักเรยี นควรเรียนรู และฝึกแต่ง
กาพย์ยานี ๑๑ เพื่อรักษาและสบื สานลักษณะคำประพันธ์ของไทยเอาไว
๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนำไปตดั สินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ชว้ี ัด ท ๑.๑ ป ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
ท ๔.๑ ป ๖/๕ แต่งบทร้อยกรอง
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะกาพย์ยานี ๑๑ ได้
๒. อา่ นออกเสียงแบบปรกตแิ ละแบบทำนองเสนาะของกาพย์ยานี ๑๑ ได้
๓. แตง่ กาพยย์ านี ๑๑ ได้
๔. สาระการเรยี นรู้
ความรู้ (K)
๑. ฉนั ทลักษณก์ าพยย์ านี ๑๑
๒. หลกั การอา่ นออกเสียงกาพย์ยานี ๑๑
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. การอ่านออกเสียงแบบปรกติและแบบทำนองเสนาะกาพย์ยานี ๑๑
๒. การแตง่ กาพย์ยานี ๑๑ ให้ถูกตอ้ งตามฉนั ทลักษณ์
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกล่มุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. ม่งุ ม่นั การทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. สังเกตการอา่ นกาพย์ยานี ๑๑
๒. ใบงาน เรอ่ื ง อทุ ยานบา้ นไทย
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู หน้ ักเรียนอา่ นหนงั สือเรยี น ภาษาพาที หนา้ ๘๕
กลนิ่ หอมของดอกไม้ หอมชนื่ ใจใหห้ รรษา
รืน่ รมยส์ ขุ อรุ า ตดิ นาสาช่ัวครู่ยาม
กลน่ิ หอมแห่งศีลธรรม หอมเลิศล้ำท่ัวเขตคาม
ประกาศความดีงาม ปรากฏชอ่ื ระบือไกล
ขนั้ สอน
๒. ครใู หน้ กั เรียนสงั เกตแต่ละวรรคมีก่ีคำ (วรรคแรก ๕ คำ วรรคหลงั ๖ คำ)
๓. ครูใหน้ กั เรยี นสังเกตและบอกคำคลอ้ งจอง ดงั นี้
- มีคำไหนบา้ งในวรรคท่ี ๑ คลอ้ งจองกับ วรรคท่ี ๒ (ไม้ – ใจ,ให้)
- มีคำไหนบ้างในวรรคท่ี ๒ คล้องจองกบั วรรคท่ี ๓ (ษา – รา)
- มีคำไหนบ้างในวรรคที่ ๒ คล้องจองกับ วรรคที่ ๔ (รา – สา)
- คำท่ีคลอ้ งจองกันน้ันมีสงิ่ ใดทีเ่ หมอื นกนั (สระ)
- ระหว่างกลอนบทท่ี ๑ และบทที่ ๒ มคี ำไหนบา้ งท่ีคล้องจองกนั (ยาม-คาม สมั ผสั ระหว่างบท)
ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ คำสัมผัส คือ คำคลอ้ งจองกนั สมั ผสั ทใ่ี ชต้ อ้ งเปน็ สระเดียวกัน ถ้ามตี ัวสะกด
กต็ ้องอยูใ่ นมาตราเดียวกนั หรือที่เรยี กวา่ สมั ผัสสระ
๔. ครูให้นักเรียนลากเส้นคำสัมผสั ของแต่ละวรรค สัมผัสระหวา่ งบทลงในหนงั สือเรยี น
๕. ครูอธิบายลักษณะของกาพย์ยานี ๑๑ หลักการอ่านเป็นทำนองเสนาะ อ่าน ๒ วรรคแรกเป็นเสียง
กลาง ๆ ส่วนวรรคท่ี ๓ และวรรคที่ ๔ อ่านเสียงสูงขึ้นกว่า ๒ วรรคแรก โดยใช้ส่ือ PowerPoint และวีดีทัศน์
การอา่ นทำนองเสนาะกาพย์ยานี ๑๑ ประกอบการสอน
๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน ศึกษาวธิ กี ารอา่ นกาพยย์ านี ๑๑ จากหนังสือเรยี นและใบความรู้
กาพยย์ านี ๑๑
๗. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มฝกึ อา่ นกาพยย์ านี ๑๑ ทั้งการอา่ นแบบปรกติและแบบทำนองเสนาะภายในกลมุ่
แล้วคัดเลือกสมาชิกท่ีอ่านทำนองเสนาะไดด้ ีท่ีสดุ เป็นตัวแทนกลุ่ม
๘. ตัวแทนกลุ่มออกมาอ่านทำนองเสนาะหน้าชั้นเรียน เพ่ือแข่งขันตัวแทนกลุ่มใดอ่านได้ถูกต้องและ
ไพเราะเป็นผูช้ นะ โดยครูและนกั เรยี นเป็นผตู้ ดั สิน
๙. ครบู อกขอ้ ดแี ละส่งิ ที่ต้องปรบั ปรุงสำหรับการอา่ นทำนองเสนาะ กาพย์ยานี ๑๑ ของตวั แทนกลุ่มที่
ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
๑๐. นกั เรยี นอ่านกาพย์ยานี ๑๑ พรอ้ มกัน ท้ังแบบปรกติและทำนองเสนาะ
กล่นิ หอม ของดอกไม้ หอมชน่ื ใจ ให้หรรษา
รน่ื รมย์ สขุ อรุ า ตดิ นาสา ชั่วครู่ยาม
กลน่ิ หอม แห่งศีลธรรม หอมเลิศลำ้ ทวั่ เขตคาม
ประกาศ ความดีงาม ปรากฏชอื่ ระบอื ไกล
๑๑. นักเรียนแต่ละคนวาดรูปในหัวข้อ อุทยานบ้านไทย ตามจินตนาการ แล้วแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ลง
ในใบงาน นำส่งครูเพ่ือประเมินผลในชัว่ โมงต่อไป
ขน้ั สรุป
๑๒. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความรูเกีย่ วลกั ษณะกาพยย์ านี ๑๑ และวธิ ีการอา่ นทัง้ แบบปรกติและ
แบบทำนองเสนาะ
๙. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. PowerPoint : กาพยย์ านี ๑๑.pptx
๓. วีดีทศั น์ เร่ือง การอา่ นทำนองเสนาะ กาพยย์ านี ๑๑
๔. ใบความรู้ เร่อื ง กาพยย์ านี ๑๑
๕. ใบงาน เรือ่ ง อุทยานบา้ นไทย
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
สงั เกตและประเมินการอ่านกาพย์ยานี ๑๑ แบบประเมนิ การอา่ นกาพยย์ านี ๑๑ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรือ่ ง อุทยานบ้านไทย แบบประเมนิ การแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา่ น
ในกิจกรรมกลมุ่ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั พอใช้
และม่งุ มนั่ การทำงาน อันพงึ ประสงค์ ข้นึ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
สือ่ การเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๖ เร่ือง กลอนกานท์จากบา้ นไทย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง การอ่านกาพย์ยานี ๑๑
วดี ีทัศน์ | กาพยย์ านี ๑๑
ตัวอยา่ งวีดีทศั น์ การอ่านกาพยย์ านี ๑๑ ทง้ั การอ่านออกเสียงปรกตแิ ละทำนองเสนาะ
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=gv9l2c-4GBg
PowerPoint | กาพยย์ านี ๑๑.pptx
แผนภมู กิ าพย์ยานี ๑๑
กาพยย์ านี ๑๑ บทหนง่ึ มี ๔ วรรค วรรคหน้ามี ๕ คำ วรรคหลงั มี ๖ คำ ตำแหน่ง
ของคำทต่ี ้องสัมผสั กนั ตามแผนผัง และอาจให้สุดท้ายวรรคที่ ๓ สมั ผัสกบั คำท่ี ๓ ของวรรค
ท่ี ๔ ไดเ้ พ่ือเพิ่มความไพเราะแตไ่ มบ่ ังคับ
ฉันทลกั ษณ์ของกาพยย์ านี ๑๑
๑ บทมี ๔ วรรค วรรคหนา้ มี ๕ คำ วรรคหลังมี ๖ คำ
คำสดุ ท้ายของวรรคที่ ๑ สมั ผัสกบั คำท่ี ๓ ในวรรคที่ ๒
คำสุดทา้ ยของวรรคท่ี ๒ สมั ผสั กับคำสดุ ทา้ ยในวรรคท่ี ๓
คำสุดทา้ ยในวรรคท่ี ๓ สัมผัสกับคำที่ ๓ ในวรรคท่ี ๔ หรือไม่สัมผัสก็ได้ (ไม่
บังคับ) ถ้าจะแต่งบทต่อไป ให้คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำสุดท้ายในวรรคท่ี ๒
ของบทต่อไป เรยี กว่า “สมั ผสั ระหว่างบท”
วรรคหน้าให้อ่านออกเสียงเป็น ๒ จังหวะ คอื ๒/๓
และวรรคหลงั ให้อ่านออกเสยี งเปน็ ๒ จงั หวะ คือ ๓/๓
คำสดุ ท้ายของวรรคที่ ๒
ตอ้ งเอ้อื นเสยี งใหส้ ูงเปน็ พเิ ศษ
พฤษภกาสร อีกกญุ ชรอนั ปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคญั หมายในกายมี
มลายสิ้นทั้งอินทรยี ์
นรชาติวางวาย ประดับไวใ้ นโลกา
สถติ ท่ัวแต่ชวั่ ดี
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
โททนต์เสนง่ คง
กรณที ่ีมีคำมากพยางคเ์ กนิ แผนผงั บงั คับ ตอ้ งสรวำบคเสัญียงหคำมๆายน้ันกาใหร้สมั้นีเข้า
เช่น สถติ ท่ีตอ้ งออกเสยี งใหก้ ระชับ นรชาตวิ างวาย
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทวั่ แตช่ ว่ั ดี
ประดับไวใ้ นโลกา
ชอ่ื – สกุล ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นวาดภาพ “อุทยานบ้านไทย” ตามจินตนาการแล้วเขยี นคำ
บรรยายด้วยกาพยย์ านี ๑๑
อุทยานบ้านไทย
กาพย์ยานี ๑๑
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ การแต่งกาพยย์ านี ๑๑
ประเด็นการประเมนิ ๓ เกณฑ์การให้คะแนน ๑
๑. เนือ้ หาในการแตง่ ๒ เนอ้ื หาบกพรอ่ งไม่มคี วาม
เน้อื หาครบถว้ นสมบรู ณใ์ น สมบูรณ์
๒. สัมผสั คล้องจอง การการโน้มนา้ ว เชิญชวน เน้อื หาปกพร่องบางส่วน
ตรงประเด็นกบั หัวข้อ สมั ผัสคลอ้ งจองผิดพลาด
สมั ผัสคล้องจองถกู ต้องตาม สมั ผสั คลอ้ งจองผิดพลาด มากกว่า ๒ ตำแหน่ง
ฉนั ทลักษณท์ ุกตำแหน่ง ๑ -๒ ตำแหนง่
๓. อักขรวิธี เขยี นอักขรถูกตอ้ งสมบรู ณ์ เขียนอักขรผิด ๑ - ๓ คำ เขียนอักขรผิดมากว่า
๔. โวหารการเขียน ทุกคำ ๓ คำ
ใช้โวหารในการเขียนต้ังแต่ ใช้โวหารในการเขยี น ไมใ่ ชโ้ วหารในการเขยี น
๓ โวหาร ๑ – ๒ โวหาร
๕. รูปประกอบ/รปู วาด รูปประกอบ หรือรูปวาดตรง รูปประกอบ หรือรูปวาดตรง รปู ประกอบ หรอื รูปวาด
ตามเน้ือหาในการแต่งและ ตามเนอ้ื หาในการแตง่ ไม่ตรงตามเนื้อหาในการ
สวยงาม แตง่
รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินการอ่านกาพย์ยานี ๑๑
ประเด็นการประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๑. อ่านออกเสยี ง ร ล อ่านออกเสยี ง ร ล และ ๒๑
และ คำควบกลำ้ ร ล ว คำควบกล้ำ ร ล ว
ถกู ต้อง ถกู ต้องชดั เจน อา่ นออกเสียง ร ล และคำ อา่ นออกเสยี ง ร ล และ
ควบกลำ้ ร ล ว ไม่ถกู ต้อง ๒ คำควบกลำ้ ร ล ว ไม่
ครั้ง ถูกต้องเกนิ ๒ ครงั้
๒. การเอื้อน การ การเอ้ือน การทอดเสยี ง การเอ้ือน การทอดเสียงหรือ การเอ้ือน การทอดเสยี ง
ทอดเสยี งถกู ต้อง ตาม
ประเภทของคำ ถูกต้องตามจังหวะ จงั หวะทำนองตามประเภท หรือ จงั หวะทำนองตาม
ประพันธ์
ทำนองถูกต้อง ตามกาพย์ ของกาพย์ยานี ๑๑ ผดิ ๒ ประเภทของกาพยย์ านี
คร้งั ๑๑ ผิดเกิน ๒ คร้งั
ยานี ๑๑
๓. การเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอนได้ อา่ นเว้นวรรคตอนไมถ่ ูกต้อง อา่ นเว้นวรรคตอนไม่
ถกู ต้อง ถูกต้องชัดเจน ๒ คร้งั ถูกต้องเกนิ ๒ ครั้ง
๔. นำ้ เสียง ไพเราะ อ่านเสยี งดงั ชดั เจน อา่ นเสียงดัง ชดั เจน นำ้ เสียง อ่านเสยี ง ไมช่ ัดเจน
สละสลวยและลีลา น้ำเสยี งและลลี า แต่ลีลาท่าทางไมเ่ หมาะสม น้ำเสยี ง และลีลาทา่ ทาง
ทา่ ทางในการอา่ น เหมาะสมกบั กับกาพย์ยานี ๑๑ ที่อา่ น ไมเ่ หมาะสม
เหมาะสม
กาพยย์ านี ๑๑ ที่อา่ น
๕. ไมอ่ า่ นขา้ ม/อ่านเพิ่ม อ่านออกเสยี งได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถกู ต้อง อ่านออกเสียงไม่ถกู ต้อง
ชดั เจน มีการอ่านตู่คำ
/ตคู่ ำ ชัดเจนทกุ คำ ทุกข้อความ ชดั เจน มีการอา่ นตู่คำ และเพิ่มคำ เกนิ ๒ คำ
ทกุ ประโยค หรือเพ่มิ คำ ๒ คำ
๖. ความคล่องแคล่ว อา่ นออกเสยี งบท อา่ นออกเสียงกาพยย์ านี ๑๑ อา่ นออกเสียง
และแมน่ ยำ
กาพย์ยานี ๑๑ ด้วยความ ไมค่ ล่องแคลว่ ไมแ่ มน่ ยำ กาพยย์ านี ๑๑ไม่
คลอ่ งแคลว่ และ ขาดความมนั่ ใจ ๒ ครั้ง คลอ่ งแคล่วและไม่
แม่นยำ มีความม่ันใจสูง แม่นยำ ไม่มคี วามมัน่ ใจ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๖ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ภาคการเรียนที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ เร่ือง กลอนกานทจ์ ากบา้ นไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรื่อง การอ่านกลอนเสภา
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
กลอนเสภา เป็นกลอนทแ่ี ตล่ ะวรรคมจี ำนวนคำ ๖ คำ ๗ คำ หรือ ๘ คำก็ได้ ใช้วธิ ีขบั เสภาในตอนที่
ตองการเน้นอารมณเ์ ป็นพเิ ศษแทนการอ่านแบบธรรมดา โดยใช้เสยี งกรับเปน็ เครือ่ งใหจ้ ังหวะประกอบ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพือ่ นำไปตัดสินใจ
สาระท่ี ๑ การอา่ น แกป้ ัญหาในการดำเนิน ชีวติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ตวั ช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๑
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- อ่านกลอนเสภาได้
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
- หลกั การอา่ นกลอนเสภา
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- การอา่ นออกเสยี งแบบปรกติและทำนอเสนาะของกลอนเสภา
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเห็นคุณค่าของภาษาไทย
๒. รักความเป็นไทย ใช้ภาษาแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. มมี ารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มุ่งมัน่ การทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- สงั เกตและประเมินการอา่ นกลอนเสภา
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ
๑. ครเู ปิดวีดที ศั น์ การขบั เสภา
๒. ครใู ห้นักเรยี นแสดงความคิดเห็นหลังจากชมวดี ีทัศน์ เชน่ นกั เรยี นมีความร้สู ึกอย่างไร อุปกรณท์ ่ใี ช้
ในการขบั เสภาคืออะไร เป็นต้น
ข้ันสอน
๒. ครูอธิบายเพ่ิมเติมการอ่านกลอนเสภา กลอนที่แต่ละวรรคมีจำนวน ๖ คำ ๗ คำ หรือ ๘ คำก็ได้
การขับเสภา กลอนแปด จะแบ่งวรรคแรก ๓ / ๒ / ๓ วรรคหลัง ๓ / ๒ / ๓ ใช้กรับเป็นเคร่ืองให้จังหวะ จะใช้
เสียงเอื้อนนำวา่ เอย...ฮึ..กอ่ นเริ่มวรรคแรกของบท
๓. ครเู ปดิ วดี ีทัศน์ วธิ กี ารอ่านกลอน (เร่ิมตง้ั แตน่ าทที ่ี ๗.๕๔ ถึง ๙.๓๗ )
๔. นักเรียนอ่านกลอนเสภาหน้า ๙๕ ท้ังการแบบปรกติและการอ่านด้วยวิธีขับเสภาพร้อมกัน โดยครู
เป็นผูต้ รวจสอบและแก้ไขโดยอา่ นใหน้ กั เรยี นฟังในจดุ ที่ผดิ
๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน ตามความสมัครใจ อ่านออกเสียงขับเสภาภายในกลุ่มแล้ว
คดั เลอื กสมาชิกทอ่ี า่ นได้ดที สี่ ดุ เป็นตัวแทนกลมุ่
๖. ตัวแทนกลุ่มขับเสภาหน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนเป็นผู้คัดเลือกผู้ท่ีอ่านได้ถูกต้องและไพเราะ
ท่ีสุด
ขัน้ สรุป
๗. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสียงการอา่ นกลอนเสภา
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. วีดีทัศน์ ตัวอย่างการขบั เสภา
๓. วีดที ัศน์ เรือ่ ง วิธีอ่านกลอน (ประถม-มัธยมต้น)- กลอนส่ี กลอนหก กลอนแปด กลอนนิราศ ขบั
เสภา
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบประเมนิ การอ่านกลอนเสภา รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตและประเมนิ การอ่านกลอนเสภา
ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ ม
ในกิจกรรมกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งมนั่ การทำงาน ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
อันพงึ ประสงค์ ขนึ้ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
สื่อการเรียนรแู้ ละแบบประเมิน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๖ เรือ่ ง กลอนกานท์จากบา้ นไทย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๖ เร่ือง การอ่านกลอนเสภา
วีดีทัศน์ | ตวั อยา่ งการขับเสภา
ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=eLvLUkzauDI
วีดที ัศน์ | วธิ กี ารอา่ นกลอน
วีดีทัศน์วิธกี ารอา่ นกลอน สำหรับการขับเสภา เร่มิ ตง้ั แตน่ าทที ่ี ๗.๕๔ ถงึ ๙.๓๗
ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=mpDS43JOBtg
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการอา่ นกลอนเสภา
ประเด็นการประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
๑. อา่ นออกเสยี ง ร ล อา่ นออกเสยี ง ร ล และ ๒๑
และ คำควบกล้ำ ร ล ว คำควบกล้ำ ร ล ว
ถกู ต้อง ถูกต้องชดั เจน อ่านออกเสยี ง ร ล และคำ อา่ นออกเสียง ร ล และ
ควบกล้ำ ร ล ว ไม่ถกู ต้อง ๒ คำควบกล้ำ ร ล ว ไม่
ครง้ั ถกู ต้องเกนิ ๒ ครง้ั
๒. การเอ้อื น การ การเอ้ือน การทอดเสยี ง การเอื้อน การทอดเสยี งหรือ การเอ้ือน การทอดเสยี ง
ทอดเสียงถูกต้อง ตาม ถกู ต้องตามจังหวะ จงั หวะทำนองตามประเภท หรือ จังหวะทำนองตาม
ประเภทของคำ ทำนองถูกต้อง วธิ กี ารขับ ของกลอนเสภาผดิ ๒ ครัง้ ประเภทของกลอนเสภา
ประพนั ธ์ เสภา ผิดเกนิ ๒ ครัง้
๓. การเว้นวรรคตอน อ่านเวน้ วรรคตอนได้ อ่านเวน้ วรรคตอนไม่ถูกต้อง อ่านเวน้ วรรคตอนไม่
ถกู ตอ้ ง ถูกต้องชดั เจน ๒ ครง้ั ถกู ต้องเกิน ๒ ครง้ั
๔. นำ้ เสียง ไพเราะ อา่ นเสยี งดังชดั เจน อ่านเสยี งดัง ชดั เจน นำ้ เสยี ง อา่ นเสียง ไมช่ ดั เจน
สละสลวยและลีลา น้ำเสียงและลีลา
ทา่ ทางในการอา่ น เหมาะสมกบั แตล่ ลี าทา่ ทางไมเ่ หมาะสม นำ้ เสยี ง และลลี าท่าทาง
เหมาะสม กลอนเสภาทอี่ ่าน
กบั กลอนเสภา ท่ีอ่าน ไมเ่ หมาะสม
๕. ไมอ่ า่ นขา้ ม/อ่านเพิ่ม อ่านออกเสียงได้ถกู ต้อง อ่านออกเสยี งไม่ถกู ต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง
ชัดเจน มีการอา่ นตู่คำ
/ตู่คำ ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ ชัดเจน มกี ารอา่ นตู่คำ และเพ่ิมคำ เกนิ ๒ คำ
ทุกประโยค หรอื เพ่มิ คำ ๒ คำ
๖. ความคลอ่ งแคล่ว อ่านออกเสียงบท อ่านออกเสยี งกลอนเสภา ไม่ อา่ นออกเสยี ง
และแมน่ ยำ กลอนเสภาดว้ ยความ
คลอ่ งแคลว่ และ คล่องแคล่ว ไม่แม่นยำ ขาด กลอนเสภาไม่คล่องแคล่ว
แมน่ ยำ มีความมน่ั ใจสงู
ความมั่นใจ ๒ ครงั้ และไม่แมน่ ยำ ไม่มีความ
ม่นั ใจ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๘ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคการเรยี นที่ ๑ ปี ๒๕๖๔
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา ๘ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง กลอนกานทจ์ ากบา้ นไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง คำสันธานและคำอุทาน
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
คำเช่ือม คือ คำที่ใช้เช่ือมวลี ประโยค ข้อความเจ้าด้วยกัน สำหรับคำอุทาน คือ คำท่ีเปล่งเสียงเพื่อ
แสดงความรู้สกึ ตา่ ง ๆ ของผูพ้ ดู เชน่ ตกใจ ดีใจ เสยี ใจ เป็นตน้
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทย
ไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชีว้ ัด ท ๔.๑ ป.๖/๑ วิเคราะห์ชนดิ และหน้าทีข่ องคำในประโยค
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกความหมายและชนิดของคำเชื่อมได้
๒. บอกความหมายของคำอุทานได้
๓. ใช้คำเชอ่ื มและคำอุทานในการสอื่ สารได้ถูกต้อง
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K)
๑. คำเชื่อม
๒. คำอทุ าน
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นำคำเชอื่ มและคำอุทานไปแต่งประโยคได้อย่างถูกต้อง
๒. นำคำเชือ่ มและคำอุทานไปใชใ้ นการสอ่ื สารได้อย่างถูกตอ้ ง
เจตคติ (A)
๑. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย
๒. รกั ความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งมน่ั การทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง คำเช่ือม
๒. ใบงาน เรอื่ ง คำอุทาน
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครใู ห้นักเรียนอา่ นตามบัตรคำ
และ กบั แต่ หรอื เพราะ ดงั นั้น ที่ ซงึ่
๒. ครตู ้ังคำถามคำเหลา่ นนี้ ักเรยี นรหู้ รือไม่ ทำหน้าที่อะไรในประโยค
๓. ครูเชือ่ มโยงเขา้ สบู่ ทเรยี น คำเชื่อม คือ คำที่ใชเ้ ชอ่ื มคำ วลี ประโยค ข้อความ
ขั้นสอน
๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ ๖ คน โดยใชก้ ล่มุ เดิม แตเ่ ลอื กประธาน รองประธานและเลขานุการใหม่
ไมซ่ ้ำเดิม
๕. ครูอธบิ ายคำเช่อื ม จะแบ่งเปน็
- เชอ่ื มความคล้อยตามกัน เช่น และ กับ ซึ่ง
- เชื่อมความขัดแย้งกัน เชน่ แต่ มฉิ ะน้นั
- เชื่อมความให้เลือก เชน่ หรอื
- เชื่อมความเป็นเหตุเป็นผล เชน่ เพราะ ดงั นน้ั
ครยู กตวั อยา่ งประโยคประกอบการสอน
๖. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ แตง่ ประโยคจากบตั รคำ คำละ ๑ ประโยค โดยศึกษาความรูจ้ ากหนังสือ
เรียนภาษาพาที และใบความรู้ เรือ่ ง คำเชอื่ ม
และ กบั แต่ หรือ เพราะ ดังน้นั ที่ ซ่งึ
๗. ตัวแทนกลมุ่ นำเสนอหนา้ ชน้ั เรียนโดยครูเปน็ ผู้ตรวจสอบความถูกต้องพรอ้ มอธบิ ายเพม่ิ เติม
๘. ครเู ปดิ เพลง “จบู เยย้ จนั ทร์” ใหน้ ักเรยี นฟงั แลว้ ใหน้ ักเรยี นบอกถงึ มคี ำใดบ้างท่ีแสดงอาการ เช่น
ตกใจ ดใี จ เป็นต้น ครเู ช่อื มโยงเขา้ สเู่ น้ือหาเรื่องคำอุทาน คือ คำท่เี ปล่งเสยี งออกมาแสดงอารมณ์และ
ความรสู้ ึกต่าง ๆ จากเพลงท่ีฟัง อยุ๊ ! วา้ ย ! ดูซิชำ้ ไปเป็นกอง คำว่า อุ๊ย ! ว้าย ! แสดงความตกใจเพราะผชู้ ายมา
หอมแก้ม เปน็ ตน้ ซ่งึ คำอุทานมักจะอยหู่ น้าประโยคและมเี ครอื่ งหมายอัศเจรยี ์ (!) อยู่หลังคำอทุ าน
๙. ครใู ห้นักเรียนเล่นเกมต่อประโยคเหตกุ ารณส์ มมติ โดยจะต้องมคี ำอุทานในประโยค เชน่
คนท่ี ๑ อ้ยุ ! ตกใจหมด
คนที่ ๒ อา้ ว ! ตกใจทำไม
คนที่ ๓ เดินเข้ามาเงยี บ ๆ เลยตกใจ เฮ้ย ! แกว้ มาตั้งแตเ่ ม่ือไร
คนที่ ๔ …………………………………………………..
๑๐. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง คำเช่อื มและคำอุทาน เป็นการบ้าน แล้วนำส่งครูเพื่อ
ประเมนิ ผลในชั่วโมงต่อไป
๑๑. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นได้ซักถามข้อสงสยั
ขน้ั สรปุ
๑๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เรื่อง คำเช่ือมและคำอุทาน การนำไปใช้ในการสื่อสาร ท้ังการพูด
การเขียน
๑๓. ครใู ห้นักเรยี นคน้ คว้าเพมิ่ เติมตำนานวันสงกรานต์ เพ่ือนำเสนอหน้าชัน้ เรียนช่ัวโมงตอ่ ไป
๙. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. บัตรคำ
๓. เพลง “จบู เย้ยจนั ทร์”
๔. ใบความรู้ เรื่อง คำเช่ือม
๕. ใบความรู้ เร่อื ง คำอุทาน
๖. ใบงาน เรื่อง คำเช่อื ม
๗. ใบงาน เร่อื ง คำอุทาน
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธีการ
ใบงาน เรื่อง คำเชือ่ ม ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
ตรวจใบงานเร่อื ง คำเชื่อม
ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานเรอื่ ง คำอุทาน
ใบงาน เร่ือง คำอุทาน ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
ตรวจใบงานเรื่อง คำนาม คำสรรพนาม
และคำกรยิ า ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม
ในกจิ กรรมกลมุ่ ใบงานเรอ่ื ง คำนาม คำสรรพนาม รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน และคำกริยา ผา่ นเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑร์ ะดับพอใช้
อนั พึงประสงค์ ขนึ้ ไป
๑๑. บันทึกผลหลงั สอน
ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื .................................................................................
(นางสาวกฤตพร กองบุญ)
วันท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............
สอื่ การเรยี นรแู้ ละแบบประเมิน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๘ เรือ่ ง กลอนกานท์จากบา้ นไทย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๖ เรือ่ ง คำเชือ่ มและคำอุทาน
เพลง | จบู เยย้ จันทร์
ชาย โอน้ วลลออ น้องจะเหนียมอายไปทำไม หันมาใกลๆ้ ซิ จะอายไปไหนกัน
หญงิ อ๊ยุ ! ไม่เอา อุ๊ย! ไม่เอา เค้าร้ทู ัน น้องอายพระจนั ทร์ ดูซิทา่ นกำลงั มอง
ชาย ถึงจะมองกไ็ ม่เหน็ เป็นอะไรทา่ นก็คงเป็นใจเพราะอยากให้เราสมปอง
หญงิ นึกๆ เอาแต่ใจตามลำพอง แนะ่ ! ทา่ นมองทำยวั่ ยม้ิ เป็นนยั ๆ
ชาย จนั ทร์ไม่มองแล้ว จนั ทร์ไมม่ อง
หญิง จนั ทรไ์ ม่มองน้องกไ็ ม่ให้
ชาย จันทร์ไมม่ องน้องอายอะไร
หญงิ อายแก่ใจเห็นดาวยังจอ้ ง
ชาย แน่ะเมฆมาทับดับแลว้ ดวงดารา มาหอมหน่อยขวัญตา น้องเอยอยา่ กลัวทา่ นเหลยี วมอง
หญิง อุ๊ย! วา้ ย! ดซู ิช้ำไปเป็นกอง
ชาย โธ!่ อย่าร้องซิ ท่านจะเหลียวมองดเู รา
อปุ กรณ์ | บตั รคำ
บตั รคำใชใ้ นการสอนขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น และในการสอนเพือ่ ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยค ซ่งึ
และ กบั แต่ หรือ เพราะ ดงั นัน้ ที่
คำเชื่อม หรือ คำสนั ธาน แบ่งเปน็ ๔ ชนดิ
คล้อยตามกัน
ตวั อย่างคำสันธาน
เชอ่ื มความ เชื่อมความ เช่อื มความ เชื่อมความ
คลอ้ ยตามกัน เป็นเหตเุ ป็นผล
ขดั แยง้ กนั ให้เลือกเอา
จงึ เพราะ
เมอื่ …ก็ แต่ หรอื เพราะว่า
ท้งั …ก็ ฉะนั้น…ก็
พอ…ก็ แตว่ า่ มฉิ ะนั้น ดงั น้นั …ก็
และ
กว่า…ก็