The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-02 14:14:47

วคดป2

วคดป2

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และได้กำหนด
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนา
หลักสูตรสถานศกึ ษา วางแผนจดั การเรยี นการสอนและจดั กิจกรรมการเรียนรเู้ พื่อพัฒนาผู้เรยี นให้มีความรู้ความสามารถ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั ที่กำหนดให้ พรอ้ มทั้งดำเนินการวัดประเมินผลการ
เรียนร้ขู องผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักการของหลกั สูตร เพ่ือให้เกิดผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา
ไทย ดังน้ันข้ันตอนการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียนของครูผู้สอน จึงจัดเป็นหัวใจสำคัญของการ
พัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี นใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายของหลักสตู ร

ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
โดยศกึ ษาแหลง่ อ้างองิ จากแผนฯ ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกดั เพื่อใช้เป็นแนวทางวางแผนจัดการเรียนรู้แก่
ผ้เู รียน โดยจดั ทำเป็นหน่วยการเรียนร้อู ิงมาตรฐานและออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ตามแนวคิดการออกแบบยอ้ นกลับ
(Backward Design) ท่ีมุ่งเน้นกระบวนการคิดและการประกันคุณภาพผู้เรียน ช่วยให้ผู้ปกครองและหน่วยงานที่
เกยี่ วข้องกบั การประเมนิ คุณภาพการศึกษา สามารถมนั่ ใจในผลการเรยี นรู้และคณุ ภาพของผู้เรียนทมี่ ีหลักฐานตรวจสอบ
ผลการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยได้ดำเนินการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบท่ีสำนักวิชาการและมาตรฐาน
การศึกษา (สวก.) กำหนดขน้ึ เพอ่ื เป็นเอกภาพเดียวกันตามองค์ประกอบต่อไปนี้

องคป์ ระกอบของหน่วยกำรเรยี นร้อู ิงมำตรฐำน

หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้

ชนั้ เวลำเรยี น ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ (ถา้ ม)ี

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

7. การวดั และการประเมนิ ผล
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
(ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ประจำหน่วยกำรเรยี นรู้ )
7.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
7.3 การประเมนิ หลงั เรยี น
(ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ประจำหน่วยกำรเรยี นรู้ )
7.4 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

องคป์ ระกอบของแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้

แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่

หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ ชนั้ ชวั่ โมง
เรือ่ ง เวลำเรยี น

1. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

2. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ (ถา้ ม)ี

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คำถำมกระต้นุ ควำมคิด
วิธีสอนและขนั้ ตอนกำรจดั กิจกรรม

7. การวดั และการประเมนิ ผล

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

คำนำ (ต่อ)

โดยออกแบบการเรียนรู้ (Instructional Design) ตามหลกั การสำคญั คอื

1 หลกั กำรจดั กำรเรยี นรอู้ ิงมำตรฐำน

หน่วยการเรียนรแู้ ต่ละหน่วย จะกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดไว้เป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนการ
สอน ผู้สอนจะต้องศกึ ษาและวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรฐานตัวช้วี ดั ทกุ ข้อว่า ระบุให้ผ้เู รยี นตอ้ งมีความรู้ความเข้าใจ
เก่ี ยวกับ เร่ือ งอะไร และต้องสามารถลงมือปฏิ บัติอ ะไรได้บ้าง และผลก ารเรียน รู้ที่เกิดข้ึน กั บผู้เรียน
ตามมาตรฐานตัวชว้ี ัดนีจ้ ะนำไปสกู่ ารเสรมิ สรา้ งสมรรถนะสำคญั และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ด้านใดแกผ่ ู้เรยี น

มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ผเู้ รยี นรอู้ ะไร
นำไปสู่ ผเู้ รยี นทำอะไรได้

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

2 หลกั กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนร้ทู ี่เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั

เม่ือผู้สอนวิเคราะหร์ ายละเอียดของมาตรฐานตวั ช้ีวัดและได้กำหนดเป้าหมายการจดั การเรียนการสอนเรยี บร้อย
แล้ว จึงกำหนดขอบข่ายสาระการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนของ
กิจกรรมการเรียนรู้ท่อี อกแบบไว้จนบรรลตุ ัวชวี้ ดั ทกุ ขอ้

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั เป้ำหมำย หลกั การจดั การเรยี นรู้
กำรเรยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และกำรพฒั นำ เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั
คณุ ภำพ สนองควำมแตกตำ่ งระหว่ำงบุคคล
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ของผ้เู รยี น เนน้ พฒั นำกำรทำงสมอง
ของผเู้ รยี น กระตนุ้ กำรคดิ
เนน้ ควำมรคู้ คู่ ุณธรรม

3 หลกั กำรบูรณำกำรกระบวนกำรเรยี นร้สู ู่มำตรฐำนตวั ชี้วดั

เมอ่ื ผสู้ อนกาหนดขอบขา่ ยสาระการเรยี นรู้ และแนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนไวแ้ ลว้ จงึ กาหนด
รูปแบบการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ท่ีจะฝึกฝนผู้เรยี นให้เกิดการเรียนรูบ้ รรลุผลตามมาตรฐาน
ตวั ชว้ี ดั โดยเลอื กใช้กระบวนการเรยี นรูท้ ่สี อดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรูท้ ่เี ป็นเป้าหมายในหน่วยนัน้ ๆ เช่น
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการเรยี นรู้ด้วยตนเอง กระบวนการ
เผชญิ สถานการณ์และการแกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั
กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคดิ วเิ คราะหอ์ ยา่ งมวี จิ ารณญาณ กระบวนการทางสงั คม ฯลฯ กระบวนการเรยี นรู้
ท่มี อบหมายให้ผู้เรยี นลงมอื ปฏิบัตินัน้ จะต้องนาไปสู่การเสรมิ สร้างสมรรถนะสาคัญ และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงคข์ องผเู้ รยี นตามสาระการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไวใ้ นแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้

4 หลกั กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน

การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน และกจิ กรรมการเรยี นรูใ้ นแต่ละหน่วย ผสู้ อนตอ้ งกาหนดขนั้ ตอนและวธิ ี
ปฏบิ ตั ใิ หช้ ดั เจน โดยเนน้ ใหผ้ เู้ รยี นไดล้ งมอื ฝึกฝนและฝึกปฏบิ ตั มิ ากทส่ี ดุ ตามแนวคดิ และวธิ กี ารสาคญั คอื

1) การเรียนรู้ เป็นกระบวนการทางสติปัญญา ท่ีผู้เรียนทุกคนต้องใช้สมองคิดและทาความเข้าใจ
ในสง่ิ ต่างๆ ร่วมกบั การลงมอื ปฏบิ ัติ ทดลองค้นคว้า จนสามารถสรุปเป็นความรู้ได้ด้วยตนเอง และ
สามารถนาเสนอผลงาน แสดงองคค์ วามรทู้ เ่ี กดิ ขน้ึ ในแต่ละหน่วยการเรยี นรไู้ ด้

2) การสอน เป็นการเลอื กวิธกี ารหรอื กิจกรรมท่เี หมาะสมกบั การเรยี นรู้ในหน่วยนัน้ ๆ และท่สี าคญั คือ
ตอ้ งเป็นวิธกี ารทส่ี อดคลอ้ งกบั สภาพผู้เรยี น ผูส้ อนจงึ ต้องเลือกใช้วธิ ีการสอน เทคนิคการสอน และ
รูปแบบการสอนอย่างหลากหลาย เพ่อื ช่วยให้ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งราบร่นื จนบรรลุ
ตวั ชว้ี ดั ทุกขอ้

3) รปู แบบการสอน ควรเป็นวธิ ีการและขนั้ ตอนฝึกปฏิบัติท่สี ่งเสริมหรอื กระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถคิด
อย่างเป็นระบบ เช่น รูปแบบการสอนตามวฏั จกั รการสรา้ งความรู้แบบ 5E รูปแบบการสอนโดยใช้
การคดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร รูปแบบการสอนแบบ CIPPA Model รูปแบบการเรยี นการสอนตามวฏั จกั ร
การเรียนรู้แบบ 4MAT รูปแบบการเรยี นการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค JIGSAW, STAD, TAI, TGT
เป็นตน้

4) วิธีการสอน ควรเลอื กใชว้ ธิ กี ารสอนท่สี อดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทเรยี น ความถนัด ความสนใจ และ
สภาพปัญหาของผูเ้ รยี น วธิ สี อนท่ดี จี ะช่วยใหผ้ เู้ รยี นบรรลผุ ลการเรยี นรูต้ ามตวั ชว้ี ดั ในระดบั ผลสมั ฤทธิ์
ท่สี ูง เช่น วธิ ีการสอนแบบบรรยาย การสาธติ การทดลอง การอภิปรายกลุ่มย่อย การแสดงบทบาท
สมมติ การใช้กรณีตัวอย่าง การใช้สถานการณ์จาลอง การใช้ศูนย์การเรียน การใช้บทเรียนแบบ
โปรแกรม เป็นตน้

5) เทคนิ คการสอน ควรเลอื กใช้เทคนิคการสอนท่สี อดคล้องกับวธิ ีการสอน และช่วยให้ผู้เรยี นเข้าใจ
เน้ือหาในบทเรยี นได้ง่ายข้นึ สามารถกระตุ้นความสนใจและจูงใจให้ผู้เรยี นร่วมปฏบิ ัติกิจกรรมการ
เรยี นรอู้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เชน่ เทคนิคการใชผ้ งั กราฟิก (Graphic Organizers) เทคนิคการใชค้ าถาม
เทคนิคการเล่านิทาน การเล่นเกม การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคดิ การใช้ส่อื การเรียนรู้ท่นี ่าสนใจ
เป็นตน้

6) สือ่ การเรียนการสอน ควรเลอื กใช้ส่อื หลากหลายกระตุน้ ความสนใจ และทาความกระจ่างใหเ้ น้ือหา
สอดคล้องกบั สาระการเรยี นรู้ และเป็นเครอ่ื งมอื ช่วยให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรูบ้ รรลุตวั ชว้ี ดั อย่างราบร่นื
เช่น ส่อื สง่ิ พมิ พ์ เอกสารประกอบการสอน แถบวดี ทิ ศั น์ แผน่ สไลด์ คอมพวิ เตอร์ VCD LCD Visualizer
เป็นตน้ ควรเตรยี มสอ่ื ใหค้ รอบคลุมทงั้ ส่อื การสอนของครแู ละสอ่ื การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น

5 หลกั กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นร้แู บบย้อนกลบั ตรวจสอบ

เม่อื ผู้สอนวางแผนออกแบบการจดั การเรยี นรู้ รวมถึงกาหนดรูปแบบการเรยี นการสอนไว้เรยี บร้อยแล้ว
จงึ นาเทคนคิ วธิ กี ารสอน วธิ จี ดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ และสอ่ื การเรยี นรไู้ ปลงมอื จดั การเรยี นการสอน ซง่ึ จะนาผเู้ รยี น
ไปสู่การสร้างช้ินงานหรอื ภาระงาน เกิดทกั ษะกระบวนการและสมรรถนะสาคัญตามธรรมชาติวิชา รวมทงั้
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้วี ดั ท่เี ป็นเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้
ตามลาดบั ขนั้ ตอนการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไว้ ดงั น้ี

จำกเป้ำหมำยและหลกั ฐำน เป้ำหมำยกำรเรยี นร้ขู องหน่วย
คิดยอ้ นกลบั สู่จดุ เร่ิมตน้
ของกิจกรรมกำรเรยี นรู้ หลกั ฐานชน้ิ งาน/ภาระงาน
แสดงผลการเรยี นรขู้ องหน่วย

4 กจิ กรรม คาถามชวนคดิ

3 กจิ กรรม คาถามชวนคดิ จำกกิจกรรมกำรเรยี นรู้
2 กจิ กรรม คาถามชวนคดิ ทีละขนั้ บนั ไดสหู่ ลกั ฐำน
1 กจิ กรรม คาถามชวนคดิ และเป้ำหมำยกำรเรยี นรู้

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ นอกจากจะเปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รยี นไดล้ งมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ แลว้ จะตอ้ ง
ฝึกฝนกระบวนการคดิ ทุกขนั้ ตอน โดยใชเ้ ทคนิคการตงั้ คาถามกระตุ้นความคดิ และใชร้ ะดบั คาถามให้สมั พนั ธ์
กับเน้ือหาการเรียนรู้ตัง้ แต่ระดบั ความรู้ ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์
และการประเมนิ ค่า นอกจากจะช่วยใหผ้ ู้เรยี นเกิดความเขา้ ใจบทเรยี นอย่างลกึ ซ้งึ แล้ว ยงั เป็นการเตรยี มความ
พร้อมเพ่ือสอบ O-NET ซึ่งเป็นการทดสอบระดบั ชาติท่ีเน้นกระบวนการคิดระดับวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ด้วย
และในแต่ละแผนการเรยี นรูจ้ งึ มกี ารระบุคาถามเพ่ือกระตุน้ ความคดิ ของผู้เรยี นไว้ดว้ ยทุกกจิ กรรม ผู้เรยี นจะได้
ฝึกฝนวธิ กี ารทาขอ้ สอบ O-NET ควบคู่ไปกบั การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นรตู้ ามตวั ชว้ี ดั ทส่ี าคญั

6 กำรเตรียมควำมพร้อมรองรบั กำรประเมินคณุ ภำพจำกหน่วยงำนภำยนอก (สมศ. รอบท่ี 3)

ในปีการศกึ ษา 2554 ถงึ 2558 สถานศกึ ษาทุกแห่งต้องเตรยี มการรองรบั การประเมนิ คุณภาพภายนอก
จาก สมศ. ในรอบท่ี 3 ตามตารางเปรยี บเทียบด้านคุณภาพผู้เรยี นตามมาตรฐานการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และมาตรฐานการประเมนิ คุณภาพภายนอกจาก สมศ.

มำตรฐำนกำรศกึ ษำขนั้ พื้นฐำน พทุ ธศกั รำช 2553 มำตรฐำนเพื่อกำรประเมิน
กระทรวงศึกษำธิกำร คณุ ภำพภำยนอก รอบสำม
(ดำ้ นคุณภำพผเู้ รยี น 5 ตวั บง่ ชห้ี ลกั )
(ดำ้ นคุณภำพผเู้ รยี น 6 มำตรฐำน)
ตวั บ่งชี้ที่ 1 ผเู้ รยี นมสี ขุ ภาพกาย
มำตรฐำนท่ี 1 ผเู้ รยี นมสี ุขภาวะทด่ี แี ละมสี ุนทรยี ภาพ และสขุ ภาพจติ ทด่ี ี
มำตรฐำนที่ 2 ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม
ตวั บ่งชีท้ ี่ 2 ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ทพ่ี งึ ประสงค์ และคา่ นิยมทพ่ี งึ ประสงค์
มำตรฐำนที่ 3 ผเู้ รยี นมที กั ษะในการแสวงหาความรู้
ตวั บง่ ชีท้ ่ี 3 ผเู้ รยี นมคี วามใฝ่รู้ และเรยี นรู้
ดว้ ยตนเอง รกั การเรยี นรู้ และพฒั นาตนเอง อยา่ งต่อเน่อื ง
อย่างตอ่ เน่อื ง
มำตรฐำนท่ี 4 ผเู้ รยี นมคี วามสามารถในการคดิ อย่าง ตวั บ่งชี้ท่ี 4 ผเู้ รยี นคดิ เป็น ทาเป็น
เป็นระบบ คดิ สรา้ งสรรค์ ตดั สนิ ใจ ตวั บ่งชีท้ ่ี 5 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น
แกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมสี ติ สมเหตุสมผล
มำตรฐำนที่ 5 ผเู้ รยี นมคี วามรแู้ ละทกั ษะทจ่ี าเป็น ของผเู้ รยี น
ตามหลกั สตู ร
มำตรฐำนที่ 6 ผเู้ รยี นมที กั ษะในการทางาน รกั การทางาน
สามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ่นื ไดแ้ ละมเี จตคติ
ทด่ี ตี ่ออาชพี สุจรติ

การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนในแตล่ ะหน่วยจะครอบคลมุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ และการประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ (K) ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) และด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ตามหลกั สตู ร
แกนกลางฯ 2551 พรอ้ มทงั้ ออกแบบเคร่อื งมอื การวดั และประเมนิ ผล รวมทงั้ แบบบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ดา้ นต่างๆ
ไว้ครบถ้วน สอดคล้องกบั มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรยี น และตวั บ่งช้ที ต่ี ้องรบั การประเมนิ ภายนอกจาก สมศ.
เช่น แบบบันทึกผลด้านการคิดวิเคราะห์ ด้านการอ่านและแสวงหาความรู้ ด้านสมรรถนะและคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ตามหลักสูตร เป็นต้น ผู้สอนสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ และใช้ประกอบ
การจดั ทารายงานการประเมนิ ตนเอง (Self Assessment Reports) จงึ มนั่ ใจอย่างยง่ิ ว่า การนาแผนการจดั การ
เรยี นรู้ฉบับปรบั ปรุงใหม่ไปเป็นแนวทางจดั การเรียนการสอนตามแผนการสอนท่ีจดั ทาเป็นรายคาบไว้อย่าง
ละเอียด จะช่วยพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรยี นให้สูงข้นึ ตามมาตรฐานการศึกษาและการประกนั
คุณภาพภายในสถานศกึ ษาทุกประการ

นำยปฏิภำณ พ่ึงเกษม

 กำรพฒั นำศกั ยภำพกำรคิดของผเู้ รียน สำรบญั
 คำอธิบำยรำยวิชำ
 โครงสร้ำงรำยวิชำ หน้ำ
 โครงสรำ้ งแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ พเิ ศษ 1-23
พเิ ศษ 24
หน่วยกำรเรยี นร้ทู ่ี 1 นิทำนสำนรกั พเิ ศษ 25-26
พเิ ศษ 27-34
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 สำมคั คีคือพลงั
1-112
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ 3 รกั แท้ของแม่ 113-250
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ 4 สกั วำพดู จำให้ร้คู ิด 251-418
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ 5 ของขวญั วนั เกิด 419-585
586-700

การพฒั นาศกั ยภาพการคิดของผ้เู รยี น

1 การคิดและกระบวนการคิด

การคดิ เป็นพฤติกรรมการทางานทางสมองของมนุษยใ์ นการเรยี บเรยี งขอ้ มูลความรแู้ ละความรูส้ กึ นึกคดิ ท่ี
เกดิ จากกระบวนการเรยี นรผู้ ่านการดู การอ่าน การฟัง การสงั เกต การสมั ผสั และการดงึ ขอ้ มูลความรทู้ บ่ี รรจุอยู่
ในสมองเดมิ ตามประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ถ่ี กู สงั่ สมมา

ทกั ษะการคดิ จงึ เป็นพฤติกรรมท่มี นุษย์แสดงการกระทาออกมาไดอ้ ย่างชดั เจนมองเหน็ เป็นรูปธรรม เช่น
พฤตกิ รรมการสงั เกต แสดงออกดว้ ยการเพ่งดูอย่างพนิ ิจพเิ คราะห์ หรอื พฤตกิ รรมการเปรยี บเทยี บ เป็นการนา
ลกั ษณะของสงิ่ ของตงั้ แตส่ องอยา่ งขน้ึ ไปมาเปรยี บเทยี บกนั เพ่อื แสดงใหเ้ หน็ ถึงสงิ่ เหมอื นหรอื สง่ิ ตา่ ง เป็นตน้

ดงั นนั้ การคดิ จงึ เป็นพฤตกิ รรมซบั ซ้อนท่มี ลี กั ษณะแยกย่อยแตกตา่ งกนั ไป เช่น การคดิ วเิ คราะห์ การคดิ
สรา้ งสรรค์ การคดิ ไตร่ตรองโดยใช้วจิ ารณญาณ ซึ่งล้วนเกีย่ วข้องกบั กระบวนการทางานของร่างกาย ประสาท
สมั ผสั ทงั้ 5 และการเช่อื มโยงระหว่างข้อมูลท่รี บั รู้เขา้ มาใหม่กบั ขอ้ มูลเก่าท่ถี ูกบรรจุอยู่ในคลงั สมองของคนเรา
ตลอดเวลา

หากเปรยี บเทียบการทางานของระบบคอมพิวเตอร์กับสมองมนุษย์หรอื อาจเปรยี บได้กับสมองคนกับ
สมองกลจะพบวา่ การทางานของสมองคน ประกอบดว้ ยความชาญฉลาด 3 ลกั ษณะ คอื

1. ความสามารถในการเรยี นร้แู ละสบื ค้น (Tactical Intelligence) ทงั้ ในรูปแบบการสงั เกต การค้นหา
การซกั ถาม การทดลองปฏบิ ตั ิ เป็นตน้

2. ความสามารถในการแยกแยะคุณค่า (Emotional Intelligence) ทงั้ ในรูปแบบการตดั สนิ การลงมติ
การแสดงความคดิ เห็น วิพากษ์วิจารณ์ ด้วยอารมณ์ความรูส้ ึกท่เี ห็นด้วย หรอื ต่อต้าน หรือวางเฉย
เป็นตน้

3. ความสามารถในการประมวลเนื้อหาสาระ (Content Intelligence) จากเร่อื งราวท่ีเรียนรู้ใหม่
ผสมผสานกบั ประสบการณเ์ ดมิ ทถ่ี ูกจดั เกบ็ อยู่ในสมอง โดยผา่ นกระบวนการกลนั่ กรอง และสงั เคราะห์
เป็นความรู้ใหม่ ท่ีมักประกอบไปด้วยความเข้าใจ เหตุผล และทัศนคติ ทงั้ ในเชิงบวกหรือเชิงลบ
ซงึ่ ความรู้สกึ นึกคดิ ต่อเร่อื งราวต่างๆ น่ีเอง ท่ีสมองกลของคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทางานไดเ้ หมอื น
สมองของมนุษย์

การฝึกฝนกระบวนการเรยี นรูแ้ ก่ผูเ้ รยี นจึงต้องกระตุ้นการทางานและเสรมิ สรา้ งความสามารถของสมอง
ทงั้ 3 ด้านท่กี ล่าวมา จงึ จะบงั เกดิ ผลการเรยี นรู้ท่สี มบูรณ์ คอื บงั เกิดความรูค้ วามเขา้ ใจท่มี คี วามชดั เจนยง่ิ ข้นึ
บงั เกิดความชานาญในทกั ษะและการปฏบิ ตั ิไดค้ ล่องแคล่วขน้ึ และทส่ี าคญั บงั เกิดค่านิยมคุณธรรมทง่ี อกงามขน้ึ
ในจติ ใจของผเู้ รยี น

พิเศษ 1

1

2 การสร้างศกั ยภาพในการคิดของสมอง

การจดั การเรยี นการสอนตามจุดหมายของการปฏริ ูปการเรยี นรู้ทศวรรษท่ี 2 และเป้าหมายการเรยี นรูข้ อง
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 มจี ดุ มุ่งหมายสาคญั คอื การฝึกฝนใหผ้ เู้ รยี นมคี วามสามารถ
ในการคดิ และการเรยี นรู้ ผสู้ อนตอ้ งจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ มั พนั ธก์ ับกระบวนการทางานทางสมองของผู้เรยี น
(Brain-Based Learning : BBL) โดยฝึกฝนพฤตกิ รรมการคดิ ระดบั ต่างๆ ตามลาดบั ทกั ษะกระบวนการคดิ ทเ่ี ป็น
แกนสาคญั (Core Thinking Processes) ดงั น้ี

1. การสงั เกตลกั ษณะของสงิ่ ตา่ งๆ
2. การสงั เกตและระบุความเหมอื น
3. การสงั เกตและจาแนกความแตกตา่ ง
4. การจดั หมวดหม่สู งิ่ ของหรอื ตวั อยา่ งทเ่ี ขา้ พวก
5. การระบุสง่ิ ของและจาแนกตวั อย่างทไ่ี มเ่ ขา้ พวก
6. การเปรยี บเทยี บและระบุขอ้ มูลความรไู้ ดถ้ กู ตอ้ ง
7. การคน้ หาสงิ่ ของทม่ี ลี กั ษณะหมวดหม่เู ดยี วกนั
8. การรวบรวมและจดั ลาดบั สง่ิ ของตามขนาด
9. การรวบรวมและจดั ลาดบั เหตุการณต์ ามกาลเวลา
10. การยกตวั อยา่ งและการกล่าวอา้ ง
11. การสรปุ ความหมายจากสงิ่ ทอ่ี า่ นหรอื ฟัง
12. การสรปุ ความหมายจากสง่ิ ทส่ี งั เกตและพบเหน็
13. การวเิ คราะหเ์ ชอ่ื มโยงความสมั พนั ธ์
14. การวเิ คราะหร์ ปู แบบและจดั ลาดบั ความสาคญั
15. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลและสรา้ งความรคู้ วามคดิ
16. การนาเสนอขอ้ มลู ความรคู้ วามคดิ เป็นระบบ
17. การแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดทเ่ี ป็นความคดิ เหน็
18. การนิยามและการสรุปความ
19. การคน้ หาความเชอ่ื พน้ื ฐานและการอา้ งองิ
20. การแยกแยะรายละเอยี ดทเ่ี ชอ่ื มโยงสมั พนั ธก์ นั และการใชเ้ หตผุ ล
21. การคดิ วเิ คราะหข์ อ้ มูลความรจู้ ากเร่อื งทอ่ี ่านอย่างมวี จิ ารณญาณ
22. การตงั้ สมมตฐิ านและการตดั สนิ ใจ
23. การทดสอบสมมตฐิ าน อธบิ ายสาเหตุและผลทเ่ี กดิ ขน้ึ
24. การพนิ จิ พเิ คราะห์ ทาความกระจา่ ง และเสนอความคดิ ทแ่ี ตกต่าง
25. การคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ การจดั ระบบและโครงสรา้ ง
26. การออกแบบสรา้ งสรรคแ์ ละการประยุกต์ดดั แปลง

พิเศษ 2

1

รูปแบบการคดิ ทงั้ 26 ประเภทน้ี ผสู้ อนสามารถนามาสรา้ งเป็นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จดั กจิ กรรมการเรยี น
การสอน มอบหมายใหผ้ เู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั แิ ละแสดงพฤตกิ รรมการคดิ ตามลาดบั เน้ือหาการเรยี นรู้ เหมาะสมกบั
วยั และจติ วทิ ยาการเรยี นรู้ ตงั้ แต่ระดบั ช่วงชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 และระดบั มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี 1-6 ซึ่งจะสะท้อนออกมาได้อยา่ งชดั เจนว่า ผู้เรยี นมคี วามสามารถคดิ คล่อง คดิ ละเอยี ด คดิ กว้าง คดิ ลกึ ซ้ึง
คดิ หลากหลาย และคิดสร้างสรรคแ์ ตกต่างกนั ไปตามคุณลักษณะและภูมหิ ลังประสบการณ์การเรยี นรู้ท่สี งั่ สม
อยู่ในสมองเดมิ ของผเู้ รยี นแตล่ ะคน

3 การพฒั นากระบวนการคิด

การคิดเป็น คิดคล่อง คิดได้ชดั เจน จนสามารถคดิ เป็น ปฏิบัติเป็น และแก้ปัญหาได้ จะมีลกั ษณะเป็น
กระบวนการการพฒั นาการคดิ แก่ผูเ้ รยี น จงึ เป็นการสอนกระบวนการและฝึกฝนวธิ กี ารอย่างหลากหลายท่เี ป็น
ปัจจยั ส่งเสรมิ เก้อื กูลกนั คอื

1. การสรา้ งความพร้อมดา้ นรา่ งกาย นับตงั้ แต่การรบั ประทานอาหาร ด่มื น้า การหายใจ การผ่อนคลาย
การฟังเสยี งดนตรหี รอื ฟังเพลง การบรหิ ารสมองดว้ ยการบรหิ ารรา่ งกายอยา่ งถกู วธิ ี

2. การสรา้ งบรรยากาศและสภาพแวดล้อมทเ่ี อ้อื อานวยต่อการคดิ การเสรมิ แรงให้ผูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้
และพฒั นาตนเอง

3. การจดั กจิ กรรมและการสร้างเน้ือหาการเรยี นรทู้ เ่ี หมาะสมต่อการฝึกฝนวธิ กี ารคดิ รูปแบบต่างๆ โดยใช้
การเรยี นรกู้ ระตนุ้ ผ่านการสอนและการฝึกทกั ษะการคดิ

4. การจดั กจิ กรรมและกระบวนการเรยี นรู้เพอ่ื ส่งเสรมิ การคดิ ตามทฤษฎตี ่างๆ ทผ่ี ่านการวจิ ยั และพฒั นา
มาแล้ว เช่น ทฤษฎีพหุปัญญา ทฤษฎีการสร้างความรู้ หลกั เสริมสร้างความเป็นพหูสูตและหลัก
โยนิโสมนสกิ ารของพุทธศาสนา การจดั กจิ กรรมบูรณาการการสอนกับการฝึกทกั ษะการคิดในกลุ่ม
สาระตา่ งๆ และการเรยี นรผู้ ่านการทาโครงงาน เป็นตน้

5. การใชเ้ ทคนิควธิ กี ารทส่ี ่งเสรมิ พฒั นาการคดิ ของผเู้ รยี น สอดแทรกในบทเรยี นต่างๆ เชน่ เทคนคิ การใช้
คาถาม การอภปิ รายโดยใชเ้ ทคนคิ หมวก 6 ใบ การทาผงั กราฟิก แผนภมู คิ วามรู้ ผงั มโนทศั น์ และการ
ใชก้ ิจกรรมบรหิ ารสมอง (brain gym) เป็นตน้ ซึ่งมผี ู้พฒั นาเทคนิควธิ กี ารเหล่าน้ีและไดร้ บั ความนิยม
อย่างแพรห่ ลายในสถานศกึ ษาตา่ งๆ

หมายเหตุ : การสร้างศกั ยภาพการคดิ ผ่านการจดั กระบวนการเรยี นรู้ทส่ี ่งเสรมิ การคดิ ใหแ้ ก่ผู้เรยี นเป็น
หวั ใจสาคัญอย่างยิ่งของการปฏิรูปการศึกษา และยงั ใช้เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะครู รวมทัง้ มาตรฐานการ
ปฏบิ ตั ิงานของวชิ าชพี ครู โปรดศกึ ษาวธิ กี ารออกแบบการจดั การเรยี นรูท้ เ่ี น้นกระบวนการคดิ จากคู่มอื ครูและ
แผนการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกรายวชิ า ท่ีจัดพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท
อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั และศกึ ษาคน้ ควา้ จาก www.aksorn.com ไดต้ ลอดเวลา

พิเศษ 3

1

จดุ เน้นการพฒั นาทกั ษะการคิดของผ้เู รยี น

ตามนโยบายปฏิรปู การศกึ ษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561)

ม.4-6 ทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์

ม.3 ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์

ม.2 ทกั ษะการสงั เคราะห์ ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้

ทกั ษะการคิด ม.1 ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ ทกั ษะการประเมนิ
ขนั้ สูง ทกั ษะการสรุปลงความเหน็

ทกั ษะการคิด ป.6 ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
ขนั้ พื้นฐาน ป.5 ทกั ษะการแปลความ ทกั ษะการตคี วาม

ป.4 ทกั ษะการตงั้ คาถาม ทกั ษะการใหเ้ หตุผล

ป.3 ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

ป.2 ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการจาแนกประเภท

ป.1 ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการจดั กล่มุ

ที่มา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. 2553. แนวทางการนาจดุ เน้นการพฒั นาผเู้ รยี นสู่การปฏิบตั ิ.
กรงุ เทพมหานคร : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 4

1

ทกั ษะการคิดท่ีนามาใช้ในการพฒั นาผ้เู รยี นในแต่ละระดบั ชนั้

กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ทกั ษะการส่อื สาร (ฟัง พดู อา่ น เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการสารวจ ทกั ษะการ
คดั แยก ทกั ษะการเช่อื มโยง ทกั ษะการแปลความ ทกั ษะการจาแนกประเภท ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล ทกั ษะการ

ป.6 จดั กล่มุ ทกั ษะการเรยี งลาดบั ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ ทกั ษะการใหเ้ หตุผล ทกั ษะการ

นาความรูไ้ ปใช้ ทกั ษะการสงั เคราะห์ ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ ทกั ษะการประเมนิ ทกั ษะ
การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์ ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ

ทกั ษะการสอ่ื สาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการตคี วาม ทกั ษะการ

ป.5 จาแนกประเภท ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล ทกั ษะการแปลความ ทกั ษะการเชอ่ื มโยง ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล
ทกั ษะการสรุปยอ่ ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ ทกั ษะการจดั กล่มุ ทกั ษะการสรุปลงความเหน็ ทกั ษะการจดั ลาดบั

ทกั ษะการประเมนิ ทกั ษะการวเิ คราะห์ ทกั ษะการสงั เคราะห์ ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์

ทกั ษะการสอ่ื สาร (ฟัง พดู อา่ น เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการสารวจ ทกั ษะการ

ป.4 จาแนกประเภท ทกั ษะการสรุปยอ่ ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ ทกั ษะการจดั กลมุ่ ทกั ษะ

การรวบรวมขอ้ มูล ทกั ษะการเรยี งลาดบั ทกั ษะการแปลความ ทกั ษะการเช่อื มโยง ทกั ษะการใชเ้ หตผุ ล

ทกั ษะการส่อื สาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการสารวจ ทกั ษะการตงั้
คาถาม ทกั ษะการจาแนกประเภท ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล ทกั ษะการเรยี งลาดบั ทกั ษะการจดั กลุ่ม ทกั ษะการ

ป.3 แปลความ ทกั ษะการสรุปย่อ ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ ทกั ษะการเชอ่ื มโยง ทกั ษะการใชเ้ หตุผล ทกั ษะการนาความรู้

ไปใช้ ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ ทกั ษะการประเมนิ ทกั ษะการคาดคะเน ทกั ษะ
กระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์

ทกั ษะการสอ่ื สาร (ฟัง พูด อา่ น เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการจาแนกประเภท

ป.2 ทกั ษะการตงั้ คาถาม ทกั ษะการเรยี งลาดบั ทกั ษะการสรปุ ยอ่ ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
ทกั ษะการเช่อื มโยง ทกั ษะการใชเ้ หตผุ ล ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้ ทกั ษะการคาดคะเน ทกั ษะการประเมนิ

ทกั ษะกระบวนการคดิ สรา้ งสรรค์

ทกั ษะการส่อื สาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น) ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ ทกั ษะการจาแนกประเภท

ป.1 ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ ทกั ษะการเรยี งลาดบั ทกั ษะการเช่อื มโยง ทกั ษะการจดั

กลมุ่ ทกั ษะการใชเ้ หตุผล ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้ ทกั ษะการคาดคะเน ทกั ษะการประเมนิ

ท่ีมา : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน. 2553. แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรเู้ พ่ือพฒั นาทกั ษะการคิด
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับ
ประถมศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

พิเศษ 5

1

จดุ เน้นการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น

ตามนโยบายปฏิรปู การศกึ ษาในทศวรรษท่ีสอง (พ.ศ. 2552-2561)

นโยบายปฏิรปู การศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561)

วิสยั ทศั น์ คนไทยไดเ้ รยี นรตู้ ลอดชวี ติ อย่างมคี ณุ ภาพ

เป้าหมาย ภายในปี 2561 มกี ารปฏริ ปู การศกึ ษาและการเรยี นรอู้ ย่างเป็นระบบ

ประเดน็ หลกั ของเป้าหมายปฏิรปู การศกึ ษา
1. พฒั นาคณุ ภาพ มาตรฐานการศกึ ษา และการเรยี นรขู้ องคนไทย
2. เพม่ิ โอกาสทางการศกึ ษาและการเรยี นรอู้ ย่างทวั่ ถงึ และมคี ุณภาพ
3. ส่งเสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคสว่ นในการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษา

กรอบแนวทางในการปฏิรปู การศึกษา และการเรยี นร้อู ยา่ งเป็นระบบ
1. พฒั นาคุณภาพคนไทยยุคใหม่
2. พฒั นาคุณภาพครยู คุ ใหม่
3. พฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษาและแหลง่ เรยี นรใู้ หม่
4. พฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การใหม่

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา จดุ เน้นการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน
ขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
• เป้าหมายหลกั สตู ร/คุณภาพผเู้ รยี น • ดา้ นความสามารถ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะของผ้เู รียน
• การจดั การเรยี นรู้ โรงเรยี นจะตอ้ งประกนั ไดว้ า่ ผเู้ รยี นทุกคนมคี วามสามารถ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะของ
• การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ผเู้ รยี นตามจดุ เนน้
นโยบายดา้ นการศึกษาของรฐั บาล แนวทางการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น
มุ่งเน้นให้ผเู้ รียน
• ด้านการจดั การเรียนรู้
• มคี วามสามารถในการรบั รู้ 1. โรงเรยี นจะต้องจดั การเรยี นรใู้ หผ้ เู้ รยี นมคี วามสามารถ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะทเ่ี ป็น
• รกั ทจี่ ะเรยี นรใู้ นรูปแบบทหี่ ลากหลาย จดุ เนน้ พรอ้ มทงั้ ผลกั ดนั สง่ เสรมิ ใหค้ รผู สู้ อนออกแบบและจดั การเรยี นรตู้ ามความถนดั
• สนุกกบั การเรยี นรู้ ความสนใจ เตม็ ศกั ยภาพของผเู้ รยี น
• มโี อกาสไดเ้ รยี นรนู้ อกหอ้ งเรยี น 2. การจดั การเรยี นรพู้ งึ จดั ใหเ้ ชอ่ื มโยงกบั วถิ ชี วี ติ เนน้ การปฏบิ ตั ิจรงิ ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น
โดยจดั กจิ กรรมนอกหอ้ งเรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 30 ของเวลาเรยี น
อยา่ งสรา้ งสรรค์ 3. ใชส้ อ่ื เทคโนโลยที หี่ ลากหลาย เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นสนุกกบั การเรยี น และเพมิ่ พนู ความรู้
ความเขา้ ใจ
4. แสวงหาความร่วมมอื จากชมุ ชน จดั แหล่งเรยี นรู้ ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ มาร่วมในการจดั
การเรยี นรู้
5. ผบู้ รหิ ารตอ้ งเป็นผนู้ าทางวชิ าการ ตลอดจนกากบั ดแู ล นิเทศการจดั การเรยี นรู้
อยา่ งสม่าเสมอ และนาผลการนเิ ทศมาปรบั ปรงุ พฒั นาการเรยี นการสอนของครู

• ดา้ นการวดั และประเมินผล
ครูทุกคนวดั ผลและประเมนิ ผลผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลตามจุดเนน้ ดว้ ยวธิ กี ารและเครอ่ื งมอื

ทห่ี ลากหลาย เนน้ การประเมนิ สภาพจรงิ ใชผ้ ลการประเมนิ พฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งต่อเน่อื ง
และรายงานคุณภาพผเู้ รยี นตามจุดเน้นอยา่ งเป็นระบบ

ท่ีมา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. 2553. แนวทางการนาจุดเน้นการพฒั นาผ้เู รยี นสู่การปฏิบตั ิ.
กรุงเทพมหานคร : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 6

1

การขบั เคลอ่ื นหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 และการปฏริ ปู การศกึ ษาในทศวรรษทส่ี อง
(พ.ศ. 2552-2561) ใหป้ ระสบผลสาเรจ็ ตามจุดเนน้ การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น โดยใหท้ กุ ภาคสว่ นร่วมกนั
ดาเนินการ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดก้ าหนดจดุ เนน้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ดงั น้ี

ทกั ษะความสามารถ คณุ ลกั ษณะ

จดุ เน้นตามช่วงวยั คณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู ร

ม.4-6 แสวงหาความรู้ เพอ่ื แกป้ ัญหา  รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
ใชเ้ ทคโนโลยี เพอ่ื การเรยี นรู้  ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ

ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)  มุ่งมนั่ ในการศกึ ษา
และการทางาน
มที กั ษะการคดิ ขนั้ สงู ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะ

การส่อื สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวยั

ม.1-3 แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง  มวี นิ ยั
ใชเ้ ทคโนโลยี เพอ่ื การเรยี นรู้

มที กั ษะการคดิ ขนั้ สงู ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะ  อย่อู ยา่ งพอเพยี ง  ใฝ่เรยี นรู้

การส่อื สารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวยั

ป.4-6 อา่ นคลอ่ ง เขยี นคลอ่ ง คดิ เลข  อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
คลอ่ ง ทกั ษะการคดิ ขนั้ พน้ื ฐาน

ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการสอ่ื สารอย่าง  ใฝ่เรยี นรู้  มุ่งมนั่ ในการทางาน

สรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวยั

ป.1-3 อ่านออก เขยี นได้ คดิ เลขเป็น  รกั ความเป็นไทย
มที กั ษะการคดิ ขนั้ พน้ื ฐาน  มจี ติ สาธารณะ

ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการสอ่ื สารอยา่ ง  ใฝ่ดี

สรา้ งสรรคต์ ามชว่ งวยั

ท่ีมา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. 2553. แนวทางการนาจุดเน้นการพฒั นาผเู้ รยี นสกู่ ารปฏิบตั ิ.
กรุงเทพมหานคร : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 7

1

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น

การดาเนินการตามจุดเน้นการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นในการขบั เคล่อื นหลกั สตู ร และการปฏริ ปู การศกึ ษา
ในทศวรรษทส่ี อง (พ.ศ. 2552-2561) สกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นสถานศกึ ษานนั้ ครูเป็นบุคลากรสาคญั ท่สี ุดในการดาเนินการ
ในระดบั หอ้ งเรยี นในการจดั การเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นบรรลเุ ป้าหมายตามจุดเน้นการพฒั นา
คณุ ภาพผเู้ รยี น ดงั แผนภมู ิ

แนวทางการปฏิบตั ิระดบั สถานศึกษา

  นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ เป้าหมายการพฒั นาผเู้ รยี น
ทาความเข้าใจให้กระจา่ ง  แนวทางการพฒั นาผเู้ รยี นตามจดุ เนน้
 บทบาทหน้าทข่ี องผเู้ กย่ี วขอ้ ง

 ตรวจสอบ ทบทวน  การจดั การเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

วิเคราะหจ์ ุดเดน่ จุดพฒั นา  คุณภาพผเู้ รยี นในภาพรวมของสถานศกึ ษา
 คุณภาพผเู้ รยี นแยกเป็นรายวชิ าและระดบั ชนั้
 จดุ เดน่ จดุ พฒั นาของสถานศกึ ษา

 กาหนดเป้าหมาย  จุดเดน่ จุดพฒั นาของผเู้ รยี น
การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
ตามจดุ เน้น  ปีการศกึ ษา 2553 ระยะท่ี 1
 ปีการศกึ ษา 2554 ระยะท่ี 2, 3
 กาหนดภาระงาน  ปีการศกึ ษา 2555 ระยะท่ี 4, 5
การพฒั นาคณุ ภาพ
ตามจดุ เน้น  ทบทวน ออกแบบหลกั สตู รการเรยี นรู้
 ทบทวน ปรบั โครงสรา้ งเวลาเรยี น ตารางเรยี น
 ดาเนินการ  ออกแบบการเรยี นรทู้ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น
พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น  การวดั ผลและประเมนิ ผลตามหลกั สตู รและจุดเนน้
ตามจุดเน้น
 ดาเนนิ การพฒั นาผเู้ รยี นตามหลกั สตู รทอ่ี อกแบบ
 ตรวจสอบ  นิเทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมนิ ระหวา่ งการปฏบิ ตั งิ านตามแผน
ปรบั ปรงุ พฒั นา  วดั ผลและประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามจดุ เน้น

 สรปุ และรายงานผล  ตรวจสอบ ปรบั ปรุง พฒั นา
การพฒั นาผ้เู รียน  นาผลการตรวจสอบ ปรบั ปรุงไปใชพ้ ฒั นา

 ผลการดาเนนิ งาน
 ความภาคภมู ใิ จ และความสาเรจ็
 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข

พิเศษ 8

1

แนวทางการปฏิบตั ิระดบั สถานศึกษา

ขนั้ ที่ ประเดน็ ที่เก่ียวข้อง วิธีการ ผลท่ีได้รบั

1. ทาความเข้าใจ 1. นโยบาย จุดเนน้ ยุทธศาสตร์ 1. ประชมุ ชแ้ี จง 1. ผูท้ เี่ กย่ี วขอ้ งมคี วามตระหนกั
ให้กระจา่ ง และเป้าหมายการพฒั นาคณุ ภาพ 2. ประชาสมั พนั ธผ์ ่าน เหน็ ความสาคญั ในบทบาท
ผูเ้ รยี นตามจุดเน้น ของตนเอง
ส่อื ตา่ งๆ ทงั้ ใน
2. แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพ ระดบั สถานศกึ ษา 2. มคี วามเขา้ ใจในการนาจุดเน้น
ผูเ้ รยี นตามจดุ เน้น และชุมชน การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
ไปสูก่ ารปฏบิ ตั ิ
3. บทบาทหนา้ ทข่ี องผูเ้ กย่ี วขอ้ ง
ทงั้ ในและนอกโรงเรยี น 3. มคี วามรว่ มมอื ในระดบั องคก์ ร
และชมุ ชน
4. แนวทางการออกแบบหลกั สูตร
และตารางการเรยี นรูท้ เี่ หมาะสม 4. ครมู คี วามรู้ ความเขา้ ใจ
กบั การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ในการออกแบบหลกั สตู ร
ตามจุดเน้น และปรบั ตารางเรยี น
ใหเ้ หมาะสมกบั จุดเนน้

5. มกี ารปรบั พฤตกิ รรมการเรยี น
การสอนตามแนวทางปฏริ ูป
การศกึ ษารอบสอง

2. ตรวจสอบ 1. คุณภาพผเู้ รยี นในภาพรวม 1. ตรวจสอบเอกสาร 1. ขอ้ มูลสารสนเทศ
ทบทวน ของสถานศกึ ษาทงั้ จุดเด่นและ ขอ้ มลู ต่างๆ 2. จุดเดน่ จดุ พฒั นาดา้ น
วิเคราะหจ์ ุดเด่น จุดพฒั นา เช่น ผลการประเมนิ
จดุ พฒั นา ในระดบั ชาติ สมศ. เขตพน้ื ที่ 2. วเิ คราะหข์ อ้ มูลท่ี คณุ ภาพผเู้ รยี น สถานศกึ ษา
การศกึ ษา โรงเรยี น ฯลฯ เกย่ี วขอ้ ง และครูผสู้ อน

2. ผลการเรยี นของผเู้ รยี นแยกเป็น 3. ประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร
ระดบั ชนั้ และรายวชิ า ระดบั 4. ประชมุ สมั มนา
สถานศกึ ษา เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
ฯลฯ

3. กาหนดเป้าหมาย 1. ตวั ชว้ี ดั ภาพความสาเรจ็ ของ 1. ประชุม วางแผน เป้าหมายสถานศกึ ษา และมี
2. จดั ทาแผนพฒั นา แผนการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
การพฒั นา สถานศกึ ษา ระยะท่ี 1 ตามจดุ เน้นในแต่ละระยะท่ี
คุณภาพ สอดคลอ้ งกบั บรบิ ท และ
คณุ ภาพผ้เู รียน ภาคเรยี นที่ 2/2553 ศกั ยภาพของสถานศกึ ษา/ผูเ้ รยี น

ตามจดุ เน้น 2. ตวั ชว้ี ดั ภาพความสาเรจ็ ของ
สถานศกึ ษา ระยะท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1/2554

3. ตวั ชว้ี ดั ภาพความสาเรจ็ ของ

สถานศกึ ษา ระยะที่ 3

ภาคเรยี นท่ี 2/2554

พิเศษ 9

1

ขนั้ ที่ ประเดน็ ที่เก่ียวขอ้ ง วิธีการ ผลท่ีไดร้ บั

4. ตวั ชว้ี ดั ภาพความสาเรจ็ ของ
สถานศกึ ษา ระยะท่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1/2555

5. ตวั ชว้ี ดั ภาพความสาเรจ็ ของ
สถานศกึ ษา ระยะที่ 5
ภาคเรยี นท่ี 2/2555

4. กาหนดภาระงาน 1. ทบทวนจดุ แขง็ จุดอ่อนของ 1. ประชมุ ทบทวน 1. สถานศกึ ษามหี ลกั สูตรการ
เรยี นรูท้ ส่ี ่งเสรมิ การพฒั นา
การพฒั นา องคป์ ระกอบ เชน่ วสิ ยั ทศั น์ หลกั สตู รฯ และ คณุ ภาพผเู้ รยี นตามจุดเนน้

คณุ ภาพตาม โครงสรา้ งเวลาเรยี น การจดั ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร 2. ตารางเรยี นใหม่
3. ครูผสู้ อนมวี ธิ กี ารจดั การ
จุดเน้น รายวชิ า/กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ 2. ประชุม ปฏบิ ตั กิ าร
เรยี นรูท้ ห่ี ลากหลายตาม
การจดั ตารางเรยี น ฯลฯ ปรบั โครงสรา้ ง จุดเน้น
4. ส่อื แหลง่ เรยี นรูท้ ห่ี ลากหลาย
2. ออกแบบหลกั สตู รการเรยี นรูท้ ่ี เวลาเรยี น และจดั ทา 5. มเี คร่อื งมอื วธิ กี ารวดั ผล
และประเมนิ ผลตามจุดเนน้
สอดคลอ้ งกบั การพฒั นาคณุ ภาพ แผนการเรยี นรู้

ผูเ้ รยี นตามจุดเน้น (พจิ ารณาได้ 3. สารวจ จดั หา พฒั นา

จากตวั อย่าง 4 ลกั ษณะ) ส่อื และแหล่งการ

3. ปรบั โครงสรา้ งเวลาเรยี น และ เรยี นรู้

ตารางเรยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั

หลกั สตู รการเรยี นรูท้ อ่ี อกแบบไว้

4. ออกแบบการจดั การเรยี นรูใ้ ห้

สง่ เสรมิ การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น

ตามจุดเน้นทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

5. จดั หา จดั ทาสอ่ื แหลง่ เรยี นรู้ และ

ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ทเ่ี หมาะสมกบั

การจดั การเรยี นรู้

6. ออกแบบการวดั และประเมนิ ผล

ทห่ี ลากหลายและเหมาะสมกบั

ผูเ้ รยี น โดยเนน้ การประเมนิ

สภาพจรงิ

5. ดาเนินการ 1. จดั การเรยี นรูต้ ามหลกั สูตรและ 1. ครูจดั กจิ กรรมการ 1. ผูเ้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาตาม
พฒั นาคณุ ภาพ
ผ้เู รียนตาม ตารางเรยี นทอ่ี อกแบบไว้ เรยี นรูอ้ ย่างหลากหลาย จดุ เนน้
จดุ เน้น
โดยเนน้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น 2. ครมู รี ูปแบบและนวตั กรรมการ

ตามจุดเนน้ 2. ออกแบบการวดั และ จดั การเรยี นรูท้ น่ี าไปพฒั นา

2. วดั และประเมนิ ผลความกา้ วหน้า ประเมนิ ผลทส่ี อดคลอ้ ง คุณภาพผเู้ รยี นไดต้ ามจุดเน้น

ของผเู้ รยี นระหวา่ งเรยี น กบั จุดเนน้

3. วดั และประเมนิ ผลคณุ ภาพผเู้ รยี น

ตามตวั ชว้ี ดั ของจดุ เน้น

พิเศษ 10

1

ขนั้ ท่ี ประเดน็ ท่ีเก่ียวขอ้ ง วิธีการ ผลท่ีได้รบั

6. ตรวจสอบ 1. ตรวจสอบ ประเมนิ ผลการพฒั นา 1. ประชุมครเู พ่อื 1. หลกั สูตรและการจดั การ
ปรบั ปรงุ พฒั นา คณุ ภาพผเู้ รยี นตามจดุ เนน้ ในขนั้ ประเมนิ ผลการนา เรยี นรูไ้ ดร้ บั การพฒั นา
ท่ี 5 หลกั สูตรไปใช้
- การใชห้ ลกั สตู รการเรยี นรูท้ ี่ 2. กระบวนการบรหิ ารหลกั สูตร
ส่งเสรมิ การพฒั นาคณุ ภาพ 2. ผูท้ เ่ี กยี่ วขอ้ งประเมนิ มกี ารขบั เคล่อื น
ผูเ้ รยี นตามจุดเนน้ ตนเอง
- การใชโ้ ครงสรา้ งเวลาเรยี นและ 3. ผูเ้ รยี นมกี ารพฒั นาตาม
ตารางเรยี นตามรูปแบบของ 3. ตรวจสอบแผนการ จุดเนน้
หลกั สูตรการเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
- การจดั การเรยี นรูท้ ห่ี ลากหลาย
ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น
- การวดั และประเมนิ ผลทเ่ี น้น
การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นตาม
จุดเน้น

2. นาผลการตรวจสอบปรบั ปรงุ
จุดอ่อน และพฒั นาจุดเด่น

7. สรปุ และรายงาน 1. สรปุ ผลการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น 1. ประชุมสมั มนา 1. มผี ลการพฒั นาคุณภาพ
ผลการพฒั นา ตามจดุ เน้นในดา้ นการดาเนนิ งาน แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ผูเ้ รยี นตามจุดเนน้
ผเู้ รยี น ผลการดาเนนิ งาน ปัญหา
อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะ 2. นาเสนอผลงาน 2. มแี นวทางและนวตั กรรม
คุณภาพผเู้ รยี น การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น
2. รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพ ตามจดุ เนน้ ตามจดุ เน้น
ผูเ้ รยี นตามจุดเนน้ เม่อื สน้ิ สดุ ตาม
ระยะท่ี 1-5 3. จดั นทิ รรศการ 3. มหี ลกั ฐานและรอ่ งรอยในการ
แสดงผลงานหรอื พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นตาม
3. นาผลจากรายงานไปใชใ้ นการ ประชาสมั พนั ธ์ผลงาน จุดเน้น
วางแผนและพฒั นา สู่สาธารณชน
4. มคี วามภาคภูมใิ จใน
4. สรปุ รายงานผล เสนอ ความสาเรจ็
ผูท้ เี่ กย่ี วขอ้ ง
5. ไดข้ อ้ เสนอแนะเพ่อื การ
พฒั นา

ท่ีมา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. 2553. แนวทางการนาจดุ เน้นการพฒั นาผเู้ รียนสกู่ ารปฏิบตั ิ.
กรุงเทพมหานคร : สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 11

1

แนวทางการปฏิบตั ิระดบั ห้องเรียน

 ตรวจสอบ  โครงสรา้ งรายวชิ า ตารางเรยี น
ทบทวนรายวิชาและกิจกรรม  หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั กจิ กรรม และโครงการ
ในความรบั ผิดชอบ  สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

 วิเคราะหผ์ ้เู รียน  จดั ทาขอ้ มูลสารสนเทศระดบั ชนั้ เรยี น
รายบคุ คล  จดั กลุ่มการพฒั นาผเู้ รยี นตามจดุ เนน้

 กาหนดแนวทาง  รปู แบบกจิ กรรมในและนอกหอ้ งเรยี น
การจดั การเรียนรู้  หน่วยการเรยี นรู้ กจิ กรรมโครงการ

ท่ีสอดคลอ้ งกบั จดุ เน้น  แผนการจดั การเรยี นรู้

  จดั การเรยี นรตู้ ามแนวทางทอ่ี อกแบบ
 วดั และประเมนิ ผลการพฒั นาผเู้ รยี น
ดาเนินการจดั การเรยี นรู้  วจิ ยั และนวตั กรรมการเรยี นรู้

 นเิ ทศ ตดิ ตาม และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้

 นาเสนอผล  รายงานผลการพฒั นาผเู้ รยี นรายบคุ คล/กลุ่ม
 รายงานผลการพฒั นาตามจดุ เน้น
การพฒั นาผเู้ รียน  รายงานการพฒั นาวจิ ยั /นวตั กรรมการเรยี นรู้
 รายงานภาพความสาเรจ็ อปุ สรรค และปัญหา
ตามจุดเน้น

พิเศษ 12

1

แนวทางการปฏิบตั ิระดบั ห้องเรียน

ขนั้ ท่ี ประเดน็ ท่ีเกี่ยวข้อง วิธีการ ผลท่ีได้รบั

1. ตรวจสอบ 1. โครงสรา้ งรายวชิ า โครงสรา้ ง 1. ศกึ ษาเอกสาร ขอ้ มูล 1. ไดจ้ ุดเดน่ จดุ พฒั นาของ
ทบทวนรายวิชา กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
และกิจกรรมใน ต่างๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ รายวชิ าและกจิ กรรมในความ
ความรบั ผิดชอบ 2. ตารางเรยี นหน่วยการเรยี นรู้
3. แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นา พฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น รบั ผดิ ชอบ

ผูเ้ รยี นและแผนปฏบิ ตั กิ าร ตามจดุ เน้น 2. ไดแ้ นวทางการปรบั ปรุง/
โครงการต่างๆ
4. สอ่ื แหลง่ การเรยี นรู้ และ 2. วเิ คราะหจ์ ดุ เด่น พฒั นารายวชิ าและกจิ กรรม
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
5. คณุ ภาพผเู้ รยี นทกุ ระดบั ทงั้ จดุ พฒั นาทุกด้าน ใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวทางการ
ในภาพรวมและแยกรายวชิ า
เชน่ NT, O-Net, สมศ., 3. นาขอ้ มลู ของสถานศกึ ษา พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นตาม
เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
มาเปรยี บเทยี บกบั จุดเน้นของ สพฐ. และ

แนวทางการพฒั นา สถานศกึ ษา

คุณภาพผเู้ รยี นตาม 3. มขี อ้ มูลพน้ื ฐานในการกาหนด

จุดเน้นของ สพฐ. ทศิ ทางการพฒั นาคณุ ภาพ

4. ตรวจสอบความ ผูเ้ รยี นตามจุดเนน้

สอดคลอ้ งของส่อื แหล่ง

การเรยี นรู้ สถานศกึ ษา

ทปี่ รบั ปรงุ ใหม่และสงิ่ ท่ี

ใชอ้ ยู่เดมิ

2. วิเคราะหผ์ เู้ รยี น 1. ขอ้ มลู ดา้ นสตปิ ัญญา ทกั ษะ 1. ศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู 1. มขี อ้ มลู พน้ื ฐานของผูเ้ รยี น
เป็นรายบคุ คล ความสามารถ และคณุ ลกั ษณะ รายบุคคล โดยใชว้ ธิ กี าร เป็นรายบุคคล
ดงั น้ี
2. สขุ ภาพ รา่ งกาย - ตรวจสอบจากขอ้ มลู 2. มขี อ้ มลู ทเี่ ป็นจดุ เดน่ จุดพฒั นา
3. พน้ื ฐานครอบครวั เศรษฐกจิ เอกสารของ ของผเู้ รยี นรายบคุ คล และ
4. สงั คม เพอ่ื น และผูเ้ กย่ี วขอ้ ง สถานศกึ ษา และ รายกลุม่
5. ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น Portfolio นักเรยี น
6. ผลงานทภี่ าคภมู ใิ จประสบ - สอบถาม 3. มหี ลกั ฐาน ร่องรอยเพ่อื
- สมั ภาษณ์ นาไปสกู่ ารพฒั นาผูเ้ รยี นเป็น
ความสาเรจ็ - สงั เกต ฯลฯ รายบคุ คล รายกล่มุ อย่างเป็น
7. ผลกระทบทเี่ ป็นปัญหา รปู ธรรม
2. วเิ คราะหจ์ ดุ เดน่ จุดดอ้ ย
ของผเู้ รยี นรายบุคคล

3. จดั กลุ่มผูเ้ รยี น โดยใหแ้ ต่
ละกลุ่มมคี วามสอดคลอ้ ง
ใกลเ้ คยี งกนั ตามจุดเน้น
ระดบั ชนั้

พิเศษ 13

1

ขนั้ ที่ ประเดน็ ท่ีเก่ียวขอ้ ง วิธีการ ผลที่ได้รบั

3. กาหนดแนวทาง 1. หน่วยการเรยี นรู้ 1. ออกแบบการจดั การ 1. มแี นวทางในการพฒั นาผูเ้ รยี น
การจดั การ
เรียนร้ทู ี่ 2. แผนการจดั การเรยี นรู้ เรยี นรูแ้ ละการจดั กจิ กรรม เป็นรายบุคคลและรายกลมุ่
สอดคล้องกบั
จดุ เน้น 3. แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นา ทห่ี ลากหลายเหมาะสมกบั สอดคลอ้ งตามจุดเนน้

ผูเ้ รยี น จุดเนน้ การพฒั นาผูเ้ รยี น 2. มรี ปู แบบการจดั การเรยี นรู้

4. แผนปฏบิ ตั กิ ารโครงการและ และตารางเรยี นทก่ี าหนด ทเ่ี หมาะสมกบั ผูเ้ รยี นตาม

กจิ กรรมพเิ ศษต่างๆ 2. จดั ทา จดั หาสอ่ื แหล่งการ จุดเน้น

5. สอ่ื แหล่งการเรยี นรู้ ภมู ปิ ัญญา เรยี นรู้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั 3. มสี อ่ื แหล่งการเรยี นรู้

6. การวดั และประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่ ทหี่ ลากหลายสอดคลอ้ ง

ออกแบบ ตามจุดเน้น

3. ออกแบบเคร่อื งมอื วดั ผล 4. มเี คร่อื งมอื วดั และประเมนิ

และประเมนิ ผลท่ี คุณภาพผเู้ รยี นตามจดุ เนน้

หลากหลาย โดยเนน้ การ

ประเมนิ สภาพจรงิ ใน

ระดบั ชนั้ เรยี น

4. ดาเนินการ 1. การจดั การเรยี นรูต้ ามจดุ เน้น 1. จดั การเรยี นรูใ้ นหอ้ งเรยี น 1. ผูเ้ รยี นมที กั ษะความสามารถ
จดั การเรียนรู้
ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ และคณุ ลกั ษณะตามจุดเน้น

2. การประเมนิ ความกา้ วหน้าของ 2. จดั กจิ กรรมนอกหอ้ งเรยี น 2. ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการ

ผูเ้ รยี น ทส่ี ่งเสรมิ จดุ เนน้ ตาม จดั การเรยี นรู้

3. การประเมนิ คณุ ภาพผเู้ รยี น ศกั ยภาพผเู้ รยี น 3. มกี ารใชน้ วตั กรรมการเรยี นรู้

ตามจดุ เนน้ 3. วดั และประเมนิ ตามจดุ เนน้

4. การพฒั นานวตั กรรมการ ความกา้ วหน้าของผูเ้ รยี น 4. ผูเ้ รยี นไดแ้ สดงออกตาม

เรยี นรู้ และประเมนิ คุณภาพตาม ศกั ยภาพของตนเอง

5. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพ จดุ เน้น 5. มกี ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น

ผูเ้ รยี นในระดบั ชนั้ เรยี น 4. พฒั นานวตั กรรมการ โดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั

6. การนิเทศ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ เรยี นรูท้ ชี่ ว่ ยใหเ้ กดิ การ 6. มกี ารสรา้ งความรว่ มมอื

พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ ระหวา่ งครูและผูท้ เ่ี กยี่ วขอ้ ง

ทงั้ รายบคุ คลและรายกลมุ่ 7. มกี ารนาหลกั สตู รการเรยี นรู้

5. นาผลการประเมนิ ไปใช้ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ

พฒั นาและแกไ้ ขปัญหา

ผูเ้ รยี นตาม

กระบวนการวจิ ยั

6. ครูผสู้ อนและผูเ้ กย่ี วขอ้ ง

มกี ารนิเทศแลกเปลย่ี น

เรยี นรู้ โดยเน้นการสรา้ ง

ความรว่ มมอื

ขนั้ ที่ ประเดน็ ท่ีเกี่ยวข้อง วิธีการ ผลที่ไดร้ บั

พิเศษ 14

1

5. นาเสนอผลการ 1. ผลการพฒั นาผูเ้ รยี นตาม 1. ประเมนิ ผลการพฒั นา 1. มผี ลการพฒั นาผูเ้ รยี นตาม
พฒั นาผ้เู รยี น จุดเนน้ รายบุคคลและรายกลุ่ม
ตามจุดเน้น คณุ ภาพผเู้ รยี นตาม จุดเนน้ ในทุกมติ ทิ งั้ รายบุคคล
2. ผลการพฒั นานวตั กรรม
การเรยี นรู้ จดุ เน้นดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ รายกลุ่ม และระดบั หอ้ งเรยี น

3. ผลการวจิ ยั ในชนั้ เรยี น 2. วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลการ 2. มหี ลกั สตู รการเรยี นรูร้ ะดบั
4. ผลการพฒั นาหลกั สตู ร
พฒั นาผูเ้ รยี นทงั้ รายกลุ่ม หอ้ งเรยี นทเี่ ป็นตวั อยา่ งใน
การเรยี นรูใ้ นระดบั หอ้ งเรยี น
และรายบคุ คลตาม การพฒั นาผูเ้ รยี นตามจุดเนน้

จุดเน้น 3. มกี ารวจิ ยั ในชนั้ เรยี นทเี่ ป็น

3. นาผลการพฒั นาผูเ้ รยี น แนวทางในการพฒั นาผูเ้ รยี น

ไปจดั ทาเป็นขอ้ มูลใน ตามจุดเนน้

ระดบั หอ้ งเรยี นเพอ่ื ใชใ้ น 4. มรี ปู แบบความร่วมมอื ของครู

การพฒั นาผูเ้ รยี นตาม และผูท้ เ่ี กยี่ วขอ้ ง

จดุ เนน้ 5. มเี อกสารรายงานและขอ้ มลู

4. สรุปผลการนานวตั กรรม สารสนเทศทเ่ี ป็นร่องรอย

การเรยี นรูแ้ ละการวจิ ยั หลกั ฐานในการพฒั นาผูเ้ รยี น

ในชนั้ เรยี น ตามจุดเนน้

5. จดั ทารายงานผลการ

พฒั นาผูเ้ รยี นตามจดุ เน้น

ระดบั หอ้ งเรยี นในความ

รบั ผดิ ชอบ

6. จดั ทารายงานผลการ

พฒั นาหลกั สูตรการ

เรยี นรูร้ ะดบั หอ้ งเรยี นใน

ความรบั ผดิ ชอบ

ท่ีมา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. 2553. แนวทางการนาจุดเน้นการพฒั นาผ้เู รยี นส่กู ารปฏิบตั ิ.
กรุงเทพมหานคร : สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 15

1

แนวทางการประเมินตามจดุ เน้นคณุ ภาพผเู้ รยี น

ภาษาไทย

จดุ เน้น : อ่านออก

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

ป.1 อา่ นคาพน้ื ฐานและ - ใหผ้ ูเ้ รยี นอา่ นออกเสยี งคา - แบบทดสอบการอา่ น ผา่ น :
เขา้ ใจความหมายของ ตามวงคาศพั ท์ของชนั้ ป.1 ออกเสยี งและการ อ่านคาพน้ื ฐานและเขา้ ใจ
คาพน้ื ฐานไดไ้ ม่นอ้ ย ทกี่ าหนด พรอ้ มทงั้ บอก บอกความหมาย ความหมายของคาพน้ื ฐาน
กว่า 600 คา ความหมายของคา โดยการ ของคา ชนั้ ป.1 ได้ 600 คาขน้ึ ไป
แสดงทา่ ทาง หรอื ชร้ี ูปภาพ
ทก่ี าหนดแลว้ บนั ทกึ ผล - แบบบนั ทกึ ผลการ
การอ่าน การบอก อ่านออกเสยี งและ
ความหมายของคาลงใน การบอกความหมาย
แบบบนั ทกึ ของคา

ป.2 อ่านคาพน้ื ฐานและ - ใหผ้ ูเ้ รยี นอ่านออกเสยี งคา - แบบทดสอบการอา่ น ผา่ น :

เขา้ ใจความหมายของ ตามวงคาศพั ทข์ องชนั้ ป.2 ออกเสยี งและการ อา่ นคาพน้ื ฐานและเขา้ ใจ

คาพน้ื ฐานเพมิ่ จาก ทก่ี าหนด พรอ้ มทงั้ บอก บอกความหมาย ความหมายของคาพน้ื ฐาน

ชนั้ ป.1 ไดไ้ ม่น้อยกวา่ ความหมายของคา โดยการ ของคา เพมิ่ จากชนั้ ป.1 ได้ 800 คา

800 คา และอา่ น แสดงท่าทาง หรอื ชร้ี ูปภาพ - แบบบนั ทกึ ผลการ ขน้ึ ไป

ขอ้ ความเร่อื งทมี่ คี วาม ทก่ี าหนดแลว้ บนั ทกึ ผล อ่านออกเสยี งและ ผา่ น :
ยากง่ายใกลเ้ คยี งกบั การอา่ น การบอก การบอกความหมาย อ่านขอ้ ความและเร่อื งทม่ี ี
หนงั สอื เรยี นและมี ความหมายของคาลงใน ของคา ความยากงา่ ยใกลเ้ คยี งกบั
มารยาทในการอ่าน แบบบนั ทกึ หนังสอื เรยี น ชนั้ ป.2
- ใหผ้ ูเ้ รยี นอา่ นออกเสยี ง ไดถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี
ขอ้ ความและเร่อื งทม่ี คี วาม เวน้ วรรคตอนและมมี ารยาท
ยากง่ายใกลเ้ คยี งกบั ในการอา่ น
หนังสอื เรยี น แลว้ บนั ทกึ ผล

การอา่ นลงในแบบบนั ทกึ

พิเศษ 16

1

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ป.3 อา่ นคาพน้ื ฐานและ - ใหผ้ ูเ้ รยี นอา่ นออกเสยี งคา - แบบทดสอบการอ่าน ผ่าน :

เขา้ ใจความหมายของ ตามวงคาศพั ทข์ องชนั้ ป.3 ออกเสยี งและการ อา่ นคาพน้ื ฐานและเขา้ ใจ

คาพน้ื ฐานเพม่ิ จาก ทกี่ าหนด พรอ้ มทงั้ บอก บอกความหมาย ความหมายของคาพน้ื ฐาน

ชนั้ ป.2 ไดไ้ ม่น้อยกวา่ ความหมายของคา โดยการ ของคา เพมิ่ จากชนั้ ป.1 ได้ 800 คา

1,200 คา และอา่ น แสดงทา่ ทาง หรอื ชร้ี ูปภาพ - แบบบนั ทกึ ผลการอา่ น ขน้ึ ไป

ขอ้ ความ เรอ่ื ง ทก่ี าหนด หรอื พดู แลว้ ออกเสยี ง และการ ผา่ น :
บทรอ้ ยกรอง ทมี่ คี วาม อา่ นขอ้ ความและเรอ่ื งทมี่ ี
ยากง่ายใกลเ้ คยี งกบั บนั ทกึ ผลการอ่าน การบอก บอกความหมาย ความยากงา่ ยใกลเ้ คยี งกบั
หนงั สอื เรยี นและมี หนังสอื เรยี น ชนั้ ป.2 ได้
มารยาทในการอ่าน ความหมายของคาลงใน ของคา ถกู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี เวน้
วรรคตอนและมมี ารยาท
แบบบนั ทกึ - แบบทดสอบการอา่ น ในการอ่าน

- ใหผ้ ูเ้ รยี นอ่านออกเสยี ง ออกเสยี งขอ้ ความ

ขอ้ ความ เรอ่ื ง บทรอ้ ยกรอง เร่อื ง บทรอ้ ยกรอง

ทมี่ คี วามยากง่ายใกลเ้ คยี ง และความเขา้ ใจใน

กบั หนังสอื เรยี น ชนั้ ป.3 เร่อื งทอี่ ่าน

และตอบคาถามเกย่ี วกบั - แบบบนั ทกึ ผลการ

เร่อื งทอี่ า่ น แลว้ บนั ทกึ ผล อ่านออกเสยี ง

การอา่ นออกเสยี งและการ ขอ้ ความ เรอ่ื ง บท

ตอบคาถามลงในแบบบนั ทกึ รอ้ ยกรอง และความ

เขา้ ใจในเรอ่ื งทอี่ า่ น

จดุ เน้น : อ่านคล่อง

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน

ป.6 อ่านขอ้ ความ เรอ่ื ง - ใหผ้ ูเ้ รยี นอ่านออกเสยี ง - แบบทดสอบการอ่าน ผ่าน :

บทรอ้ ยกรองทมี่ คี วาม ขอ้ ความ เรอ่ื ง บทรอ้ ยกรอง ออกเสยี งขอ้ ความ อ่านขอ้ ความ เรอ่ื ง

ยากงา่ ยใกลเ้ คยี งกบั ทมี่ คี วามยากง่ายใกลเ้ คยี ง เรอ่ื ง บทรอ้ ยกรองและ บทรอ้ ยกรองทม่ี คี วามยาก

หนงั สอื เรยี น อยา่ ง กบั หนังสอื เรยี น ชนั้ ป.6 สรปุ ใจความสาคญั งา่ ยใกลเ้ คยี งกบั หนังสอื เรยี น

คลอ่ งแคล่ว สรุปใจความ และสรปุ ใจความสาคญั ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ ชนั้ ป.6 ไดถ้ กู ต้องตาม

สาคญั แยกแยะ แยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ จากเร่อื งทอี่ ่าน อกั ขรวธิ ี ฉันทลกั ษณ์

ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ คดิ เหน็ จากเร่อื งทอ่ี า่ น - แบบบนั ทกึ ผลการอา่ น เวน้ วรรคตอนถกต้อง

และมมี ารยาทในการอ่าน แลว้ บนั ทกึ ผลการอา่ นออก ออกเสยี งขอ้ ความ มมี ารยาทในการอ่าน

เสยี งและการสรุปใจความ เรอ่ื ง บทรอ้ ยกรอง สรุปใจความสาคญั และ

สาคญั ขอ้ เทจ็ จรงิ และการสรปุ ใจความ ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ จาก

ขอ้ คดิ เหน็ ลงในแบบบนั ทกึ สาคญั ขอ้ เทจ็ จรงิ เรอ่ื งทอ่ี า่ นไดต้ ามเวลาท่ี

ขอ้ คดิ เหน็ กาหนด

พิเศษ 17

1

จดุ เน้น : เขียนได้

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ป.1 เขยี นคาพน้ื ฐานไดไ้ ม่ - ใหผ้ ูเ้ รยี นเขยี นคาพน้ื ฐาน - แบบทดสอบการ ผา่ น :

น้อยกวา่ 600 คา ชนั้ ป.1 ตามคาบอก และ เขยี นคาพน้ื ฐานตาม เขยี นคาพน้ื ฐานเพมิ่ จากชนั้

ประโยคงา่ ยๆ ได้ และมี ใหน้ าคาพน้ื ฐานนนั้ มาแตง่ คาบอกและคานา ป.1 ได้ 600 คาขน้ึ ไป เขยี น

มารยาทในการเขยี น ประโยคงา่ ยๆ พน้ื ฐานนนั้ มาแต่ง ประโยคงา่ ยๆ ทส่ี อ่ื ความหมาย

ประโยค ได้ โดยใชค้ าพน้ื ฐานชนั้ ป.1

และมมี ารยาทในการเขยี น

ป.2 เขยี นคาพน้ื ฐานเพม่ิ - ใหผ้ ูเ้ รยี นเขยี นคาพน้ื ฐาน - แบบทดสอบการอา่ น ผา่ น :

จากชนั้ ป. 1 ไดไ้ ม่ ชนั้ ป.2 ตามคาบอก และ ออกเสยี งและการ เขยี นคาพน้ื ฐานเพมิ่ จากชนั้

นอ้ ยกว่า 800 คา เขยี น ใหผ้ ูเ้ รยี นเลอื กภาพทสี่ นใจ บอกความหมาย ป.1 ได้ 800 คาขน้ึ ไป เขยี น

บรรยายภาพ และมี แลว้ เขยี นบรรยายภาพนนั้ ของคา บรรยายภาพไดส้ อดคลอ้ งกบั

มารยาทในการเขยี น - แบบบนั ทกึ ผลการอา่ น สาระสาคญั ของภาพ โดยใชค้ า

ออกเสยี งและการบอก พน้ื ฐานชนั้ ป.2 และมมี ารยาท

ความหมายของคา ในการเขยี น

ป.3 เขยี นคาพน้ื ฐานเพมิ่ - ใหผ้ ูเ้ รยี นเขยี นคาพน้ื ฐาน ผ่าน :
เขยี นคาพน้ื ฐานเพม่ิ จากชนั้
จากชนั้ ป.2 ไดไ้ มน่ ้อย ระดบั ชนั้ ป.3 ตามคาบอก ป.3 ได้ 1,200 คาขน้ึ ไป เขยี น
เรอ่ื งจากภาพ เน้อื หาเชอ่ื มโยง
กวา่ 1,200 คา เขยี น และใหผ้ ูเ้ รยี นเลอื กภาพที่ ความสมั พนั ธก์ นั ครอบคลมุ
สาระสาคญั ของภาพ โดยใชค้ า
เร่อื งจากภาพ และมี สนใจแลว้ เขยี นเรอ่ื งจาก พน้ื ฐาน ชนั้ ป.3 และมี
มารยาทในการเขยี น
มารยาทในการเขยี น ภาพนนั้

จดุ เน้น : เขยี นคลอ่ ง

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน

ป.6 เขยี นเรยี งความอย่าง - ใหผ้ ูเ้ รยี นเขยี นเรยี งความ - แบบทดสอบการเขยี น ผา่ น :
คล่องแคล่ว และมี ตามหวั เรอ่ื งหรอื ประเดน็ ที่ เรยี งความ ย่อความ เขยี นเรยี งความไดอ้ ยา่ ง
มารยาทในการเขยี น กาหนด คลอ่ งแคล่ว รวดเรว็ เน้อื หา
สาระชดั เจน การใชภ้ าษา
ถูกต้องเหมาะสม
องคป์ ระกอบถูกตอ้ งครบถว้ น
และมมี ารยาทในการเขยี น

พิเศษ 18

1

จดุ เน้น : การสื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน

ป.1 ตงั้ ใจฟังและพูดส่อื สาร - กาหนดใหผ้ ูเ้ รยี นฟัง - แบบประเมนิ ผ่าน :
พดู สอ่ื สารเร่อื งทฟี่ ังใหผ้ ูอ้ ่นื เขา้ ใจ
ใหเ้ ขา้ ใจโดยใชค้ า เรอ่ื งราว เหตุการณ์ หรอื การพดู ไดถ้ ูกตอ้ งตามสาระสาคญั เร่อื งทฟี่ ัง

สุภาพ นทิ าน อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ผา่ น :
พดู สอ่ื สารเรอ่ื งทฟี่ ังใหผ้ ูอ้ น่ื เขา้ ใจ
แลว้ ออกมาพูดใหเ้ พ่อื นฟัง ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน ตรงตาม
วตั ถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ าษาได้
ป.2 ตงั้ ใจฟัง และพูดสอ่ื สาร - กาหนดใหผ้ ูเ้ รยี นฟังนิทาน - แบบประเมนิ ถกู ตอ้ ง สภุ าพ

ไดช้ ดั เจน ตรงตาม เรอ่ื งสนั้ อยา่ งใดอยา่ งหน่งึ การพูด ผา่ น :
- พูดส่อื สารเร่อื งทฟ่ี ัง ดู อ่านให้
วตั ถปุ ระสงคแ์ ละใชค้ า แลว้ ออกมาพดู ใหเ้ พ่อื นฟัง
ผูอ้ น่ื เขา้ ใจไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน
สภุ าพ ตรงตามวตั ถปุ ระสงคข์ องเร่อื ง
ทฟี่ ัง ดู อา่ น โดยใชภ้ าษาพูดได้
ป.3 ฟัง ดู พดู อ่าน และ - กาหนดใหผ้ ูเ้ รยี นฟัง ดู อา่ น - แบบประเมนิ ถกู ตอ้ ง สภุ าพ และมมี ารยาท
- เขยี นเรอ่ื งทฟ่ี ัง ดู อา่ น โดยใช้
เขยี น อย่างมมี ารยาท นิทาน เร่อื งสนั้ บทรอ้ ยกรอง การพูด ภาษาทถ่ี ูกตอ้ ง เหมาะสม
ตรงประเดน็ ไม่คดั ลอกผลงาน
และพูดเขยี นส่อื สารได้ อยา่ งใดอยา่ งหนึง่ แลว้ ให้ - แบบประเมนิ ผูอ้ น่ื และมมี ารยาท

อยา่ งชดั เจนและตรง ผูเ้ รยี นพูด เขยี น สอ่ื สารจาก การเขยี น ผ่าน :
- พูดแสดงความคดิ เหน็ วเิ คราะห์
ตามวตั ถุประสงคโ์ ดยใช้ เร่อื งทฟี่ ัง ดู อ่าน นนั้
เร่อื งทฟี่ ัง ดู อ่านไดอ้ ยา่ งมี
คาสภุ าพ เหตผุ ล น่าเชอ่ื ถอื พูดไดก้ ระชบั
ตรงประเดน็ ใชภ้ าษาไดถ้ ูกต้อง
ป.6 ฟัง ดู พดู อ่าน และ - กาหนดใหผ้ ูเ้ รยี นฟัง ดู อา่ น - แบบประเมนิ สุภาพ และมมี ารยาท
- เขยี นแสดงความคดิ เหน็
เขยี น อยา่ งมมี ารยาท นทิ าน เร่อื งสนั้ บทความ การพดู วเิ คราะหจ์ ากเร่อื งทฟ่ี ัง ดู อา่ น
โดยใชภ้ าษาเขยี นทถ่ี กู ตอ้ ง มี
และพดู เขยี นแสดง เอกสาร หนังสอื ขา่ ว - แบบประเมนิ เหตุผล ขอ้ เขยี นมคี วามแปลก
ใหม่ น่าเช่อื ถอื ไม่คดั ลอก
ความคดิ เหน็ วเิ คราะห์ เหตกุ ารณ์ บทรอ้ ยกรอง การเขยี น ผลงานของผูอ้ น่ื และมมี ารยาท

จากเร่อื งทฟ่ี ัง ดู อ่าน อย่างใดอยา่ งหน่งึ แลว้ พูด

อยา่ งสมเหตสุ มผล เขยี นสอ่ื สารเร่อื งทฟี่ ัง อ่าน

พิเศษ 19

1

ทกั ษะการคิด

จดุ เน้น : ทกั ษะการคิดขนั้ พืน้ ฐาน

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ป.1 ทกั ษะการสงั เกตและ 1. ใหผ้ ูเ้ รยี นสงั เกตรปู ภาพ - แบบทดสอบ ผา่ น :
ทกั ษะการจดั กล่มุ ผลไม้ หรอื สตั ว์ ฯลฯ แลว้ - แบบบนั ทกึ ผูเ้ รยี นจดั กลุม่ และบอกเหตุผล
ใหผ้ ูเ้ รยี นจดั กลุม่ รูปภาพ ไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
ผลไม้ หรอื สตั ว์ ฯลฯ การสงั เกต หมายเหตุ
พรอ้ มบอกเหตผุ ลในการ จดั กลุ่มและบอก
จดั กลมุ่ หรอื เหตุผลการ เกณฑก์ ารประเมนิ อาจจะจดั เป็น
จดั กล่มุ ระดบั คณุ ภาพกไ็ ด้ ถา้ หากมกี าร
2. จดั วสั ดุหรอื สงิ่ ของให้ จดั กลมุ่ หรอื บอกเหตผุ ลหลาย
ผูเ้ รยี นสงั เกตแลว้ ใหผ้ ูเ้ รยี น รายการ เช่น
จดั กลมุ่ วสั ดุหรอื สงิ่ ของ
พรอ้ มกบั บอกเหตผุ ลในการ ถ้าหากมกี ารสงั เกตแลว้
จดั กลุ่ม โดยมคี รูคอย สามารถจดั กล่มุ และบอกเหตผุ ล
สงั เกตการณก์ ารจดั กลุ่ม ได้ 6 รายการ อาจกาหนดเกณฑ์
และการอธบิ ายเหตุผล การประเมนิ ดงั น้ี
ในการจดั กลุม่ ของผูเ้ รยี น ระดบั 1 จดั กลมุ่ แต่บอกเหตุผล
ฯลฯ
ไม่ได้
ระดบั 2 จดั กลุม่ และบอกเหตุผล

ได้ 1-2 รายการ (ผ่าน)
ระดบั 3 จดั กลมุ่ และบอกเหตผุ ล

ได้ 3-4 รายการ
ระดบั 4 จดั กลุ่มและบอกเหตผุ ล

ได้ 5-6 รายการ

พิเศษ 20

1

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน

ป.2 ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ 1. ใหผ้ ูเ้ รยี นสงั เกตรปู ภาพ - แบบทดสอบ ผ่าน :

และทกั ษะการจาแนก วสั ดุ หรอื สง่ิ ของ ฯลฯ ทมี่ ี - แบบบนั ทกึ ผูเ้ รยี นเปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

ขนาดต่างกนั แลว้ ให้ การสงั เกต และบอกเหตุผลไดถ้ กู ต้อง

นักเรยี นเปรยี บเทยี บขนาด การเปรยี บเทยี บ เหมาะสม

หรอื ความสูง และจาแนก และการจาแนก หมายเหตุ

รูปภาพ วสั ดุ หรอื สง่ิ ของ เกณฑก์ ารประเมนิ อาจจะจดั เป็น

ฯลฯ ทมี่ ลี กั ษณะเหมอื นกนั ระดบั คณุ ภาพกไ็ ด้ ถ้าหากมกี าร

หรอื คลา้ ยกนั พรอ้ มบอก เปรยี บเทยี บหรอื จาแนกแลว้ บอก

เหตผุ ล หรอื เหตผุ ลหลายรายการ เช่น

2. ใหน้ ักเรยี นสงั เกตวสั ดุหรอื ถา้ หากมกี ารสงั เกตแลว้

สงิ่ ของ ซง่ึ วสั ดุหรอื สงิ่ ของ สามารถเปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

ทน่ี ามาใหน้ ักเรยี นสงั เกต แลว้ บอกเหตุผลได้ 8 รายการ

เป็นวสั ดุหรอื สง่ิ ของชนดิ อาจกาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ

เดยี วกนั เชน่ กอ้ นหนิ ดงั น้ี

ใบไม้ ดนิ สอ ปากกา ฯลฯ ระดบั 1 เปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

แต่มขี นาด หรอื มคี วามสูง แต่บอกเหตุผลไม่ได้

หรอื ความยาวต่างกนั ระดบั 2 เปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

แลว้ ใหผ้ ูเ้ รยี นเปรยี บเทยี บ แลว้ บอกเหตผุ ลได้

ขนาด หรอื ความสงู หรอื 1-3 รายการ (ผ่าน)

ความยาว จากนนั้ ให้ ระดบั 3 เปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

ผูเ้ รยี นจาแนกสง่ิ ของที่ แลว้ บอกเหตผุ ลได้

ไม่เหมอื นกนั หรอื แตกตา่ ง 3-4 รายการ

กนั ไวเ้ ป็นหมวดหมู่ ระดบั 4 เปรยี บเทยี บ หรอื จาแนก

พรอ้ มกบั อธบิ ายเหตุผล แลว้ บอกเหตผุ ลได้

การจาแนก ครสู งั เกต 5-6 รายการ

การเปรยี บเทยี บและ

การจาแนกของผูเ้ รยี น ฯลฯ

พิเศษ 21

1

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน

ป.3 ทกั ษะการรวบรวม 1. ใหผ้ ูเ้ รยี นวางแผน/ - แบบทดสอบ ผ่าน :
ขอ้ มลู และทกั ษะ
การเช่อื มโยง ออกแบบ กาหนด สถานการณ์ - ผูเ้ รยี นวางแผน/ออกแบบ
กาหนดจดุ ประสงค์ วธิ กี ารเกบ็
จดุ ประสงค์ วธิ กี ารเกบ็ ปฏบิ ตั จิ รงิ รวบรวมขอ้ มูล และนาเสนอ
ขอ้ มูลไดเ้ หมาะสมตามประเดน็
รวบรวมขอ้ มูล และนาเสนอ ทกี่ าหนด

ขอ้ มลู จากสถานการณท์ ี่ - ผูเ้ รยี นเลอื กขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
สมั พนั ธ์กนั และบอกความหมาย
กาหนดให้ และอธบิ ายเหตผุ ลของขอ้ มลู ได้
เหมาะสม
2. ใหผ้ ูเ้ รยี นเลอื กขอ้ มูลที่

เกยี่ วขอ้ งสมั พนั ธ์กนั และ

บอกความหมายของขอ้ มูล

โดยอาศยั ความรู้ และ

ประสบการณเ์ ดมิ ของ

ตนเองพรอ้ มกบั อธบิ าย

เหตุผลประกอบ

ป.6 ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ 1. ประเมนิ ทกั ษะการสรปุ - แบบทดสอบ ผา่ น :
และทกั ษะการนา - สรุปสถานการณ์ หรอื เร่อื งราว
ความรูไ้ ปใช้ อา้ งองิ โดยการกาหนด การสรปุ อา้ งองิ
ต่างๆ และมกี ารอา้ งองิ
สถานการณ์หรอื เร่อื งราว - แบบทดสอบการ แหล่งขอ้ มูลไดเ้ หมาะสม
- สรุปและบอกวธิ กี ารนาขอ้ สรปุ
ตา่ งๆ จากหนังสอื พมิ พ์ นาความรูไ้ ปใช้ จากสถานการณ์หรอื เรอ่ื งราว
ตา่ งๆ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
ขอ้ ความจากโฆษณา แลว้ เหมาะสม

ใหผ้ ูเ้ รยี นสรุปความเป็นไป

ได้ พรอ้ มกบั สรุปขอ้ อา้ งองิ

จากแหล่งขอ้ มูลทเี่ ช่อื ถอื ได้

2. กาหนดเน้อื หาหรอื เร่อื งราว

ใหผ้ ูเ้ รยี นอา่ น แลว้ ให้

ผูเ้ รยี นสรปุ และบอก

วธิ กี ารทจ่ี ะนาไปใชใ้ น

ชวี ติ ประจาวนั โดยการ

ต่อยอดจากเน้อื หาหรอื

เรอ่ื งราวทอ่ี ่าน

พิเศษ 22

1

ชนั้ ความสามารถ วิธีการวดั และประเมินผล
และทกั ษะ
วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ม.1 ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1. ประเมนิ ทกั ษะการคดิ - แบบทดสอบ ผ่าน :
ทกั ษะการประเมนิ
และทกั ษะการสรปุ วเิ คราะห์ โดยการกาหนด สถานการณ์ - วเิ คราะหข์ อ้ มูลจากสถานการณ์
ความคดิ เหน็ ไดเ้ หมาะสม
สถานการณ์ใหผ้ ูเ้ รยี น
- สรปุ และอธบิ ายเหตผุ ลได้
แลว้ ตงั้ คาถามใหผ้ ูเ้ รยี น เหมาะสม

วเิ คราะห์

2. กาหนดสถานการณ์หรอื

คาถามแลว้ ใหผ้ ูเ้ รยี น

ประเมนิ หรอื ตดั สนิ

3. กาหนดสถานการณใ์ ห้

ผูเ้ รยี นแลว้ ตงั้ คาถามให้

ผูเ้ รยี นสรุปพรอ้ มกบั อธบิ าย

เหตุผล

ม.4-6 ทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหา ประเมนิ ทกั ษะการคดิ - แบบทดสอบ ผ่าน :
อยา่ งสรา้ งสรรค์ แกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ สถานการณ์ทเ่ี นน้ ผูเ้ รยี นแกป้ ัญหาจากสถานการณ์
โดยการกาหนดสถานการณ์ การคดิ แกป้ ัญหา ทกี่ าหนดใหไ้ ดเ้ หมาะสมอยา่ ง
ใหผ้ ูเ้ รยี นแกป้ ัญหา โดยเนน้ อยา่ งสรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรคแ์ ละมคี วามเป็นไปได้
การแกป้ ัญหาเชงิ บวกทเี่ ป็น ในการแกป้ ัญหาในชวี ติ จรงิ
วธิ กี ารทสี่ รา้ งสรรค์ และมี
ความเป็นไปได้ในการนาไป
ใชแ้ กป้ ัญหาในชวี ติ จรงิ

ที่มา : สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. 2553. แนวทางการนาจุดเน้นการพฒั นาผ้เู รยี นสูก่ ารปฏิบตั ิ.
กรุงเทพมหานคร : สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

พิเศษ 23

1

คาอธิบายรายวิชา

รายวิชา ภาษาไทย
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี
รหสั วชิ า ท เวลา 200 ชวั่ โมง/ปี

ศกึ ษาและฝึกปฏบิ ตั เิ กีย่ วกบั การอ่านออกเสยี ง คา คาคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ พรอ้ ม
อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ ตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบุใจความสาคญั แสดงความคดิ เห็นและ
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่อื งท่อี ่าน อ่านหนังสอื ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่อื งท่อี ่าน อ่าน
ขอ้ เขียนเชงิ อธบิ าย และปฏิบตั ิตามคาสงั่ หรือขอ้ แนะนา คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทดั การเขยี นเร่อื งสนั้ ๆ
เก่ียวกบั ประสบการณ์ และตามจนิ ตนาการ ฟังคาแนะนา คาสงั่ ท่ซี บั ซ้อน และปฏบิ ตั ติ าม เล่าเร่อื งทฟ่ี ังและดู
พรอ้ มบอกสาระสาคญั ของเรอ่ื ง ตงั้ คาถามและตอบคาถาม พดู แสดงความคดิ เหน็ และความรสู้ กึ จากเรอ่ื งทฟ่ี ังและ
ดูอย่างมมี ารยาท พดู ส่อื สารไดช้ ดั เจนตรงตามวตั ถุประสงค์ บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรยี งคาเป็นประโยค บอกลักษณะคาคลอ้ งจอง เลอื กใชภ้ าษาไทย
และภาษาถ่ินได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ร้องบทร้องเล่นสาหรบั เดก็ ในท้องถ่ิน ท่องจาบทอาขยาน และบทร้อย
กรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ

ศกึ ษาและวเิ คราะห์วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เด็กเร่อื ง นิทานสานรกั สามัคคคี ือพลัง
รกั แทข้ องแม่ สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ และของขวญั วนั เกดิ เพอ่ื ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทางภาษา ทัง้ ในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลุม่

เพอ่ื ใหเ้ กดิ เจตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรยี นวชิ าภาษาไทย ตงั้ ใจเรยี นและมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมการเรยี น คน้ ควา้ หา

ความรูจ้ ากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ อยา่ งสมา่ เสมอ ซกั ถามและสบื คน้ เพ่อื หาขอ้ มลู มคี วามรอบคอบในการทางาน

ใช้ภาษาไทยไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม มมี ารยาทในการพดู การอ่าน การเขยี น และการฟัง นาความรู้ท่ไี ดจ้ าก

การศกึ ษาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ

ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5
ท 5.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3

รวม 27 ตวั ชี้วดั

พิเศษ 24

1

โครงสรา้ งรายวิชา วิชาภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ป.2

ลาดบั ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี เรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

1 นิทานสานรกั ท 1.1 ป.2/1 การอา่ นวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชดุ นทิ าน 10
สานรกั โดยอา่ นออกเสยี งและการอธบิ าย
ป.2/2 ความหมายคาและขอ้ ความในนทิ าน และ
ป.2/3 เพลงกล่อมเดก็ การตงั้ คาถามและ
ป.2/4 ตอบคาถาม ระบุใจความสาคญั และ
ท.5.1 ป.2/1 รายละเอยี ดของเร่อื งทอ่ี ่าน รวมถงึ การนา
ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟัง
วรรณกรรมสาหรบั เดก็ ไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั ได้

2 สามคั คีคอื พลงั ท 1.1 ป.2/1 การอา่ นวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชุดสามคั คี 12
คอื พลงั โดยอา่ นออกเสยี งและการอธบิ าย
ป.2/2 ความหมายคาและขอ้ ความ การตงั้ คาถาม
ป.2/3 และตอบคาถาม ระบใุ จความสาคญั และ
ป.2/4 รายละเอยี ดของเรอ่ื งทอ่ี ่าน การรอ้ งบท
ป.2/5 รอ้ งเล่นสาหรบั เดก็ และการทอ่ งบท
ท 5.1 ป.2/1 อาขยาน จะชว่ ยใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
ต่อเร่อื งทอ่ี า่ นมากขน้ึ สามารถนาขอ้ คดิ
ป.2/2 ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรม
ป.2/3 สาหรบั เดก็ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

3 รกั แท้ของแม่ ท 1.1 ป.2/1 การอา่ นวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชดุ รกั แท้ 14
ของแม่ โดยอา่ นออกเสยี งและการอธบิ าย
ป.2/2 ความหมายคาและขอ้ ความ ตงั้ คาถาม
ป.2/3 และตอบคาถาม ระบใุ จความสาคญั และ
ป.2/4 รายละเอยี ดของเร่อื งทอ่ี า่ น ระบขุ อ้ คดิ
ท 3.1 ป.2/4 จากการอา่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ท 5.1 ป.2/1 รอ้ งบทรอ้ งเลน่ สาหรบั เดก็ ในทอ้ งถน่ิ
และท่องจาบทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง
ป.2/2 ทม่ี คี ุณคา่
ป.2/3

พิเศษ 25

1

ลาดบั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี เรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั (ชวั่ โมง) คะแนน

4 สกั วาพดู จาให้รคู้ ิด ท 1.1 ป.2/1 การอา่ นวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชดุ สกั วา 14

ป.2/2 พดู จาใหร้ คู้ ดิ โดยอา่ นออกเสยี งและการ
ป.2/3 อธบิ ายความหมายคาและขอ้ ความใน
ป.2/4 นิทาน เรอ่ื งสนั้ และบทรอ้ ยกรอง การตงั้
ท 5.1 ป.2/1 คาถามและตอบคาถาม ระบใุ จความ
ป.2/3 สาคญั และรายละเอยี ดของเรอ่ื งทอ่ี า่ น

การท่องบทอาขยาน และระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ด้

จากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรม

สาหรบั เดก็ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

5 ของขวญั วนั เกิด ท 1.1 ป.2/1 การอ่านวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชุด 10
ของขวญั วนั เกดิ ตอ้ งฝึกอา่ นออกเสยี ง
ป.2/2 และอธบิ ายความหมายคาและขอ้ ความ
ป.2/3 การตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบุ
ป.2/4 ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของเร่อื ง
ท 5.1 ป.2/1 ทอ่ี า่ น ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรอื
การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื นาไปใช้
ในชวี ติ ประจาวนั

พิเศษ 26

1

โครงสรา้ งแผนฯ วิชาภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ป.2

เวลา 60 ชวั่ โมง

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 1. ถงุ ฝัน : การอา่ น - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
นิ ทานสานรกั ออกเสยี ง : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอา่ น 1
3. ทกั ษะการสงั เกต 1
2. ถุงฝัน : การอธบิ าย - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้
ความหมาย แบบรว่ มมอื : เทคนิคคคู่ ดิ 1. ทกั ษะการสงั เกต 1
สส่ี หาย 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 1
3. ถงุ ฝัน : การระบุ
ใจความสาคญั - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอา่ น 1
แบบร่วมมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั 1
4. ถุงฝัน : การเรยี นรว่ มกนั 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม 1
การระบุขอ้ คดิ 4. ทกั ษะการสรุปยอ่ 1
- วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้
5. ความฝัน : การอ่าน (Inquiry Method : 5E) 1. ทกั ษะการฟัง
ออกเสยี ง 2. ทกั ษะการอ่าน
- วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 3. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ
6. นกขมน้ิ : การอา่ น : กระบวนการปฏบิ ตั ิ
ออกเสยี ง 1. ทกั ษะการฟัง
- วธิ สี อนโดยใชก้ ารสาธติ 2. ทกั ษะการอ่าน
7. นกขมน้ิ : การ 3. ทกั ษะการสงั เกต
อธบิ ายความหมาย - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้
แบบร่วมมอื : เทคนคิ 1. ทกั ษะการฟัง
8. กบเลอื กนาย : คู่ตรวจสอบ 2. ทกั ษะการอา่ น
การอ่านออกเสยี ง 3. ทกั ษะการสงั เกต
- วธิ สี อนโดยใชก้ ารสาธติ
9. กบเลอื กนาย : การ 1. ทกั ษะการสงั เกต
อธบิ ายความหมาย - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
: กระบวนการเรยี นความรู้
ความเขา้ ใจ 1. ทกั ษะการฟัง
2. ทกั ษะการอ่าน
3. ทกั ษะการสงั เกต

1. ทกั ษะการสงั เกต
2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

พิเศษ 27

1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 110. กบเลอื กนาย : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการฟัง 1
นิทานสานรกั (ต่อ) การระบขุ อ้ คดิ แบบรว่ มมอื : เทคนคิ โต๊ะกลม 2. ทกั ษะการอ่าน 1
3. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ 1
1
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 1. ดอกสรอ้ ยสอนใจ : - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
สามคั คคี อื พลงั การอ่านออกเสยี ง
: กระบวนการกล่มุ 2. ทกั ษะการอา่ น 1
1
3. ทกั ษะการสงั เกต 1

2. บทดอกสรอ้ ย มดแดง - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
1
: การอา่ นออกเสยี ง : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอา่ น

3. ทกั ษะการสงั เกต

3. บทดอกสรอ้ ย มดแดง - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต

: การอธบิ าย แบบรว่ มมอื : เทคนคิ คคู่ ดิ 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

ความหมาย สส่ี หาย

4. บทดอกสรอ้ ย มดแดง - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการอ่าน
2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั
: การระบุ : กระบวนการเรยี นความรู้ 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม
4. ทกั ษะการคาดคะเน
ใจความสาคญั ความเขา้ ใจ 5. ทกั ษะการสรุปยอ่

5. ชา้ งเกเร : การอธบิ าย - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต

ความหมาย (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง

6. ชา้ งเกเร : การระบุ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน
ใจความสาคญั
แบบร่วมมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการสรุปยอ่

คู่ตรวจสอบ

7. ดอกสรอ้ ยสอนใจ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน
การระบใุ จความ แบบรว่ มมอื : เทคนิคคู่คดิ 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั
สาคญั สส่ี หาย 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม
4. ทกั ษะการสรปุ ย่อ

8. ดอกสรอ้ ยสอนใจ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการฟัง
การระบุขอ้ คดิ
แบบร่วมมอื : เทคนิคการ 2. ทกั ษะการอ่าน

แบง่ ปันความสาเรจ็ 3. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

9. ปรศิ นาน่ารู้ - วธิ สี อนแบบคน้ พบ 1. ทกั ษะการสงั เกต
(Discovery Method) 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

พิเศษ 28

1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 110. มดแดงรวมพลงั - วธิ สี อนแบบกระบวนการกลมุ่ 1. ทกั ษะการฟัง 1
สามคั คีคือพลงั (ต่อ)
สมั พนั ธ์ 2. ทกั ษะการอา่ น 1
1
3. ทกั ษะการสงั เกต 1
1
4. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ 1

111. บทรอ้ งเล่น มดแดง - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ - ทกั ษะการสงั เกต 1
: กระบวนการปฏบิ ตั ิ 1

112. การท่องบทดอกสรอ้ ย - วธิ สี อนโดยใชก้ ารสาธติ 1. ทกั ษะการฟัง 1
มดแดง 2. ทกั ษะการอา่ น
3. ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 1. ราลกึ พระคณุ แม่ : - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการฟัง

รกั แท้ของแม่ การอ่านออกเสยี ง (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการอา่ น

3. ทกั ษะการสงั เกต

2. ราลกึ พระคุณแม่ : - วธิ สี อนแบบกระบวนการกล่มุ 1. ทกั ษะการสงั เกต
การอธบิ าย
ความหมาย สมั พนั ธ์ 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

3. ราลกึ พระคณุ แม่ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน
การระบใุ จความ
สาคญั แบบรว่ มมอื : เทคนิคการเรยี น 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั

รว่ มกนั 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม

4. ทกั ษะการสรุปยอ่

4. ราลกึ พระคุณแม่ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ - ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ
การระบุขอ้ คดิ แบบรว่ มมอื : เทคนิคการ
สมั ภาษณ์ 3 ขนั้ ตอน

5. เพลงใครหนอ : - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง
การอธบิ าย : กระบวนการกลุ่ม 2. ทกั ษะการสงั เกต
ความหมาย 3. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
4. ทกั ษะการตงั้ คาถาม
5. ทกั ษะการสรุปยอ่

6. เพลงใครหนอ : - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง
การระบขุ อ้ คดิ : กระบวนการสรา้ งเจตคติ 2. ทกั ษะการอา่ น
3. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ

พิเศษ 29

1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 7. วนั แมแ่ หง่ ชาติ - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการอา่ น 1
รกั แท้ของแม่ (ต่อ)
(Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการสงั เกต 1
1
3. ทกั ษะการเช่อื มโยง 1
1
4. ทกั ษะการเรยี งลาดบั 1
1
5. ทกั ษะการตงั้ คาถาม

6. ทกั ษะการสรปุ ยอ่

8. ความรกั - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง

และพระคณุ แม่ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอา่ น

: การอา่ นออกเสยี ง 3. ทกั ษะการสงั เกต

9. ความรกั - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการสงั เกต
และพระคุณแม่ : กระบวนการเรยี นความรู้ 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง
: การอธบิ าย ความเขา้ ใจ
ความหมาย

10. ความรกั - วธิ สี อนแบบกระบวนการ 1. ทกั ษะการอา่ น
และพระคณุ แม่ กลุม่ สมั พนั ธ์ 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั
: การระบุ 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม
ใจความสาคญั 4. ทกั ษะการสรปุ ยอ่

11. ความรกั - วธิ สี อนแบบหน่วย 1. ทกั ษะการฟัง
และพระคณุ แม่ 2. ทกั ษะการอา่ น
: การระบุขอ้ คดิ 3. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

12. การท่องจาบท - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการฟัง
รอ้ ยกรอง
แบบรว่ มมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการอา่ น

คตู่ รวจสอบ 3. ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้

13. นกเขา - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการฟัง

(Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการอา่ น

3. ทกั ษะการสงั เกต

4. ทกั ษะการเช่อื มโยง

5. ทกั ษะการสรุปย่อ

6. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

14. บทรอ้ งเลน่ ก๊กุ ไก่ - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
: กระบวนการสรา้ งความ 2. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ
ตระหนกั

พิเศษ 30

1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 1. ท่องสกั วาน่า - วธิ สี อนแบบหน่วย 1. ทกั ษะการฟัง 1
สกั วาพดู จาให้ร้คู ิด 2. ทกั ษะการอ่าน 1
เพลดิ เพลนิ 3. ทกั ษะการสงั เกต 1
1
: การอา่ นออกเสยี ง
1
2. บทสกั วาหวานอน่ื - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
มหี ม่นื แสน 1
: กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอา่ น 1
1
3. ทกั ษะการสงั เกต 1
1
3. ทอ่ งสกั วาน่า - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต

เพลดิ เพลนิ : การ แบบรว่ มมอื : เทคนิคค่คู ดิ 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง

อธบิ ายความหมาย สส่ี หาย

4. ท่องสกั วาน่า - วธิ สี อนแบบคน้ พบ 1. ทกั ษะการฟัง
2. ทกั ษะการอา่ น
เพลดิ เพลนิ : การระบุ (Discovery Method) 3. ทกั ษะการสรุปย่อ
4. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ
ใจความสาคญั

และขอ้ คดิ

5. สานวนเกยี่ วกบั - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต
การพดู
แบบรว่ มมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

คูต่ รวจสอบ

6. เดก็ เล้ยี งแกะ : - วธิ สี อนแบบกระบวนการกลุ่ม 1. ทกั ษะการฟัง
การอ่านออกเสยี ง
สมั พนั ธ์ 2. ทกั ษะการอ่าน

3. ทกั ษะการสงั เกต

7. เดก็ เลย้ี งแกะ : การ - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต

อธบิ ายความหมาย (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง

8. เดก็ เล้ยี งแกะ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน
การตงั้ คาถาม
และตอบคาถาม แบบรว่ มมอื : เทคนิคคูค่ ดิ 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั

สส่ี หาย 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม

9. เดก็ เล้ยี งแกะ : การ - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการอา่ น
ระบใุ จความสาคญั : กระบวนการเรยี นความรู้ 2. ทกั ษะการสรุปย่อ
ความเขา้ ใจ

10. เดก็ เลย้ี งแกะ : - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง
การระบุขอ้ คดิ
: กระบวนการสรา้ งความ 2. ทกั ษะการอ่าน

ตระหนัก 3. ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

11. ออ้ ยตาลหวานล้นิ : - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง

การอา่ นออกเสยี ง : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอ่าน

3. ทกั ษะการสงั เกต

พิเศษ 31

1

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 12. ออ้ ยตาลหวานล้นิ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต 1
1
สกั วาพดู จาให้ร้คู ิด การอธบิ าย แบบร่วมมอื : เทคนิคการเรยี น 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง 1
(ต่อ)
ความหมาย รว่ มกนั

13. ออ้ ยตาลหวานลน้ิ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน

การระบุใจความ แบบรว่ มมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการสรปุ ยอ่

สาคญั คตู่ รวจสอบ

14. การท่องจาบทสกั วา - วธิ สี อนโดยใชก้ ารสาธติ 1. ทกั ษะการฟัง
หวานอน่ื มหี มน่ื แสน 2. ทกั ษะการอ่าน
3. ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้

พิเศษ 32

1

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 (ชวั่ โมง)
ของขวญั วนั เกิด 1. ของขวญั แทนใจ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการฟัง 1
1
ใหค้ ุณพอ่ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการอา่ น
1
: การอา่ นออกเสยี ง 3. ทกั ษะการสงั เกต 1

2. ของขวญั แทนใจ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอา่ น 1
ใหค้ ุณพอ่ แบบร่วมมอื : เทคนิคการ 2. ทกั ษะการสงั เกต 1
: การอธบิ าย เรยี นรว่ มกนั 3. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
ความหมายและระบุ 4. ทกั ษะการสรุปยอ่
ใจความสาคญั

3. ของขวญั แทนใจ - วธิ สี อนตามรปู แบบโมเดล 1. ทกั ษะการฟัง
ใหค้ ณุ พอ่ ซปิ ปา (CIPPA Model) 2. ทกั ษะการอา่ น
: การระบขุ อ้ คดิ 3. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ

4. เพลงอวยพรวนั เกดิ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการอ่าน
: กระบวนการเรยี นความรู้ 2. ทกั ษะการสงั เกต
ความเขา้ ใจ 3. ทกั ษะการเรยี งลาดบั
4. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
5. ทกั ษะการตงั้ คาถาม
6. ทกั ษะการสรปุ ย่อ

5. วนั เกดิ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการฟัง
การอา่ นออกเสยี ง
แบบรว่ มมอื : เทคนคิ 2. ทกั ษะการอ่าน

คู่ตรวจสอบ 3. ทกั ษะการสงั เกต

6. วนั เกดิ : การอธบิ าย - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการสงั เกต

ความหมาย (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการเช่อื มโยง

พิเศษ 33

1

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรยี นรู้
(ชวั่ โมง)
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 7. วนั เกดิ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน 1
ของขวญั วนั เกิด (ต่อ) การตงั้ คาถาม
แบบรว่ มมอื : เทคนิคคู่คดิ 2. ทกั ษะการเรยี งลาดบั 1
และตอบคาถาม
สส่ี หาย 3. ทกั ษะการตงั้ คาถาม 1

8. วนั เกดิ : การระบุ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการอา่ น 1
ใจความสาคญั
แบบรว่ มมอื : เทคนิคคู่ 2. ทกั ษะการสรุปย่อ

ตรวจสอบ

9. วนั เกดิ : - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการฟัง
การระบขุ อ้ คดิ
แบบรว่ มมอื : เทคนิค 2. ทกั ษะการอ่าน

การสมั ภาษณ์ 3 ขนั้ ตอน 3. ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ

10. บตั รอวยพร - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการอ่าน

(Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการสรปุ ยอ่

พิเศษ 34

1

1หน่วยการเรียนรู้ท่ี นิ ทานสานรกั

10เวลา ชวั่ โมง

1 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั

ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง
อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอี่ า่ น
ป.2/2 ตงั้ คาถามและตอบคาถามเกยี่ วกบั เรอ่ื งทอี่ ่าน
ป.2/3 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากเรอ่ื งทอี่ า่ น
ป.2/4
ระบุขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ท 5.1 ป.2/1

2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชุดนทิ านสานรกั โดยอา่ นออกเสยี งและการอธบิ ายความหมายคาและ
ขอ้ ความในนทิ าน และเพลงกลอ่ มเดก็ การตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดของ
เรอ่ื งทอ่ี า่ น รวมถงึ การนาขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

1) การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เช่น นทิ าน

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เชน่ นิทาน

3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

1) การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

- นิทานเร่อื ง ถุงฝัน - นทิ านอสี ปเรอ่ื ง กบเลอื กนาย

- เพลงกล่อมเดก็ นกขมน้ิ - เร่อื ง ความฝัน

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เชน่

- นทิ านเรอ่ื ง ถุงฝัน - นทิ านอสี ปเรอ่ื ง กบเลอื กนาย

- เพลงกลอ่ มเดก็ นกขมน้ิ

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เชน่

- นิทานเร่อื ง ถุงฝัน - นทิ านอสี ปเรอ่ื ง กบเลอื กนาย

1

วรรณคดฯี ป.2

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอา่ น 3) ทกั ษะการสงั เกต
6) ทกั ษะการตงั้ คาถาม
4) ทกั ษะการเรยี งลาดบั 5) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

7) ทกั ษะการสรปุ ยอ่ 8) ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. ใฝ่เรยี นรู้ 4. รกั ความเป็นไทย

6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แผน่ พบั บนั ทกึ ความรจู้ ากการอา่ นนทิ านเรอ่ื ง ถุงฝัน

7 การวดั และการประเมินผล

7.1 การประเมินกอ่ นเรียน

- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง นทิ านสานรกั

7.2 การประเมินระหว่างการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1) ตรวจใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง คาศพั ทน์ ิทานเรอ่ื ง ถุงฝัน

2) ตรวจใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ใจความสาคญั นิทานเรอ่ื ง ถุงฝัน

3) ตรวจใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ขอ้ คดิ นทิ านเร่อื ง ถงุ ฝัน 4) ตรวจใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง กบเลอื กนาย

5) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ 6) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง

7) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน 8) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล

9) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ 10) สงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.3 การประเมินหลงั เรยี น

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง นทิ านสานรกั

7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ตรวจแผน่ พบั บนั ทกึ ความรจู้ ากการอ่านนทิ านเรอ่ื ง ถุงฝัน

8 กิจกรรมการเรยี นรู้

นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1

2

วรรณคดฯี ป.2

เร่ืองที่ 1 ถงุ ฝัน : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้

1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเรอ่ื ง ความฝัน แลว้ สมุ่ นกั เรยี น 2 คน ซงึ่ มที งั้ ฝันดแี ละฝันรา้ ย ออกมาเลา่ ความฝันให้
เพอ่ื นฟัง หนา้ ชนั้ เรยี น

2. ครูอา่ นออกเสยี งนิทานเร่อื ง ถงุ ฝัน จากหนงั สอื เรยี น 1 ยอ่ หนา้ ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นสงั เกตการ
อ่านออกเสยี งเนอ้ื เร่อื งจากนทิ าน

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

1. ครูอา่ นออกเสยี งนทิ านเร่อื ง ถุงฝัน ใหน้ กั เรยี นฟังทลี ะวรรค แลว้ ให้นกั เรยี นอ่านออกเสยี งตามครูทลี ะวรรค
จนคล่อง และถูกตอ้ งชดั เจนตามหลกั การอา่ น

2. ครคู อยสงั เกตและแนะนาการอ่านทถ่ี ูกตอ้ งใหก้ บั นักเรยี น

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ แี บบ

1. ครูแบ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งนทิ านเร่อื ง ถุงฝัน จากหนังสอื เรยี น โดยไมม่ แี บบ
3. ครูสงั เกตการอ่านออกเสยี งของนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ และใหค้ าแนะนาเพม่ิ เตมิ หากมขี อ้ บกพรอ่ ง หรอื

เสนอแนะหลกั การอ่านออกเสยี งเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นอา่ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ

1. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ หลกั การอ่านออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง ถงุ ฝัน
2. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง ถุงฝัน กบั ครเู ป็นรายกลุม่

3

วรรณคดฯี ป.2

เรอ่ื งที่ 2 ถงุ ฝัน : การอธิบายความหมาย

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบร่วมมือ : เทคนิ คคคู่ ิดส่ีสหาย

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น

ครูถามนกั เรยี นวา่ ในการอ่านนทิ านเรอ่ื ง ถงุ ฝัน นกั เรยี นจาเป็นหรอื ไม่ ทต่ี อ้ งรคู้ วามหมายของคาศพั ท์
เพราะเหตใุ ด

ขนั้ สอน

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั อ่านออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง ถุงฝัน จากหนงั สอื เรยี น 1-2 ยอ่ หน้า
2. ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตขอ้ ความท่คี รเู ขยี นบนกระดาน แลว้ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ถงึ ความแตกต่างของคา

ทก่ี าหนด ดงั น้ี
1) ตวั เลก็ / ตวั เลก็ จวิ๋
2) ฝันรา้ ย / ฝันดี
3. ครอู ธบิ ายความหมายของคาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถอธบิ ายความหมายของคาไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ครูแจกบตั รคาใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ กลมุ่ ละ 6 ใบ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสยี งและบอก
ความหมายของคาจากบตั รคาทก่ี ล่มุ ไดร้ บั
5. สมาชกิ แต่ละคนอา่ นออกเสยี ง และอธบิ ายความหมายของคาดว้ ยตนเอง จนครบทุกบตั รคา จากนนั้ จบั คูก่ บั
เพ่อื นในกลมุ่ ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาในบตั รคาใหค้ ่ขู องตนเองฟัง (สมาชกิ กลมุ่
อกี คหู่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเช่นเดยี วกนั )
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง คาศพั ท์นิทานเร่ือง ถงุ ฝัน โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคน
หาคาตอบดว้ ยตนเองจนครบทกุ ขอ้ จากนนั้ จบั คกู่ บั เพอ่ื นในกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของตนเอง (สมาชกิ
อกี คใู่ นกลุ่มกป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเช่นเดยี วกนั )

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นและครูรว่ มกนั บอกความสาคญั และประโยชน์ของการรูแ้ ละเขา้ ใจความหมายของคาและขอ้ ความ

4

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 3 ถงุ ฝัน : การระบใุ จความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิ คการเรยี นรว่ มกนั

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครถู ามนกั เรยี นเกย่ี วกบั กจิ กรรมการฟังนิทานว่า นักเรยี นเคยฟังนทิ านหรอื ไม่ ใครเป็นผเู้ ลา่ ใหฟ้ ังและคณุ ปู่
ของนกั เรยี นเคยเลา่ นิทานใหฟ้ ังหรอื ไม่

2. ครอู าจใหน้ ักเรยี นทเ่ี คยฟังคุณป่ขู องตนเลา่ นทิ านออกมาเล่านิทานเร่อื งนนั้ ใหเ้ พ่อื นฟังทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น
(ถา้ ไม่มใี ครพดู ถงึ ป่ใู หค้ รูเลา่ ประสบการณ์ของครูทเ่ี กย่ี วกบั ป่)ู

ขนั้ สอน

1. ครใู หน้ กั เรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั จบั ใจความสาคญั จากนทิ านเร่อื ง ถงุ ฝัน (กาหนดขอ้ ความเป็น 2 ยอ่ หนา้ )
โดยใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลมุ่ จบั คกู่ นั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคปู่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นขอ้ ความ และเขยี นสรปุ ใจความสาคญั
- สมาชกิ คนท่ี 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบใจความสาคญั
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะค่เู ปลย่ี นบทบาทกนั ในย่อหนา้ ตอ่ ไป

2. นักเรยี นรวมกลมุ่ เดมิ (4 คน) ใหแ้ ตล่ ะคนู่ าใจความสาคญั ของคู่ตนเองมานาเสนอใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ นึง่ ฟัง
เพอ่ื ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

3. ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาสรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดของนทิ านเรอ่ื ง ถุงฝัน โดยการเลา่
เรอ่ื งย่อๆ

4. ครูตงั้ ประเดน็ คาถามเกย่ี วกบั นทิ านเรอ่ื ง ถุงฝัน ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม และตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. นักเรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 1.2 เรือ่ ง ใจความสาคญั นิทานเร่ือง ถงุ ฝัน เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าส่งครู

ตรวจ

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั ของนทิ านเร่อื ง ถุงฝัน

5

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 4 ถงุ ฝัน : การระบขุ ้อคิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
ครสู ุ่มนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาอา่ นออกเสยี งนทิ านเรอ่ื ง ถงุ ฝัน ตอนทช่ี อบ พรอ้ มทงั้ บอกเหตุผลทช่ี อบ

ขนั้ ที่ 2 สารวจคน้ หา (Explore)

นกั เรยี นกลุม่ เดมิ ร่วมกนั อา่ นนทิ านเรอ่ื ง ถงุ ฝัน เพอ่ื รวบรวมความรหู้ รอื ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ น

ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รวบรวมความรู้ หรอื ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นนิทานเร่อื ง ถงุ ฝัน
2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายและสรปุ ความรูห้ รอื ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นนทิ านเรอ่ื ง ถงุ ฝัน

จากนนั้ บนั ทกึ ผลลงในสมุด เสรจ็ แลว้ นาส่งครตู รวจ

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)

1. ตวั แทนนักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นนิทานเร่อื ง ถุงฝัน ทส่ี มาชกิ แตล่ ะคน
ในกล่มุ รว่ มกนั อภปิ รายและสรุปเป็นมตขิ องกลมุ่

2. นักเรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ขอ้ คิดนิทานเรื่อง ถงุ ฝัน เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจสอบความ
เรยี บรอ้ ย

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูสมุ่ นกั เรยี น 2-3 คน นาเสนอคาตอบในใบงานท่ี 1.3 จากนนั้ ตวั แทนนกั เรยี นเกบ็ รวบรวมใบงานส่ง
ครตู รวจ

2. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปขอ้ คดิ และคณุ ค่าทไ่ี ดร้ บั จากนิทานเรอ่ื ง ถงุ ฝัน และเสนอแนวทางในการนาไปปรบั ใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชน์

 ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทาแผ่นพบั โดยเขียนบนั ทึกความร้จู ากการอ่านนิ ทานเรอ่ื ง
ถงุ ฝัน พรอ้ มตกแต่งให้สวยงาม โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด

6

วรรณคดฯี ป.2


Click to View FlipBook Version