The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-02 14:14:47

วคดป2

วคดป2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองท่ี 13 นกเขา

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

406

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่ 1 ชวั่ โมง
เร่ืองที่ 14 บทร้องเล่น กุ๊กไก่

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 14 บทรอ้ งเลน่ กกุ๊ ไก่

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ในแต่ละทอ้ งถน่ิ มกี ารรอ้ งเลน่ สาหรบั เดก็ ทม่ี คี ณุ ค่าควรนามาฝึกรอ้ ง

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 5.1 ป.2/2 รอ้ งบทรอ้ งเล่นสาหรบั เดก็ ในทอ้ งถนิ่

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- รอ้ งบทรอ้ งเลน่ กุ๊กไก่ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

• บทรอ้ งเลน่ ทม่ี คี ุณคา่
- บทรอ้ งเล่นในทอ้ งถนิ่

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่

• บทรอ้ งเล่นทม่ี คี ุณค่า
- บทรอ้ งเล่น กกุ๊ ไก่

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. รกั ความเป็นไทย
1. มวี นิ ยั
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน

407

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 รักแท้ของแม่
เร่ืองท่ี 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสรา้ งความตระหนัก

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครูถามนกั เรยี นว่า เคยไดย้ นิ บทรอ้ งเลน่ กุก๊ ไก่ หรอื ไม่ และ
คดิ ว่าเป็นบทรอ้ งเลน่ ของภาคใด โดยครอู าจใหน้ ักเรยี นทรี่ อ้ ง
เป็นออกมารอ้ งใหเ้ พอ่ื นฟัง หนา้ ชนั้ เรยี น ครูตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง

2. ครูรอ้ งบทรอ้ งเล่น กุ๊กไก่ ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝึก
รอ้ งตามทลี ะทอ่ น จนคลอ่ ง

3. นกั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นผลดั กนั รอ้ งบทรอ้ งเลน่ ใหก้ นั ฟัง
แลว้ ตรวจสอบและแสดงความคดิ เหน็

ขนั้ ที่ 2 วิเคราะห์วิจารณ์

ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ฝึกรอ้ งบทรอ้ งเล่นจนสมาชกิ ทกุ คนมคี วาม
เขา้ ใจและสามารถปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกต้องและสวยงาม

2. ครูสุม่ นกั เรยี น 1-2 กลุม่ ออกมารอ้ งบทรอ้ งเล่น หน้าชนั้ เรยี น
โดยครูและเพอ่ื นแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ

3. นักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั
ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการรอ้ งบทรอ้ งเล่น กุ๊กไก่ ว่าเกย่ี วขอ้ งกบั
ความรกั ทแี่ ม่มตี อ่ ลกู หรอื ไม่ อย่างไร โดยครูคอยอธบิ าย
เพม่ิ เตมิ

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ คาถามกระตุ้นความคิด

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —  บทร้องเลน่ กกุ๊ ไก่ มีความหมายว่าอย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
2. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ คณุ คา่ และขอ้ คดิ ทไี่ ดร้ บั จาก

บทรอ้ งเล่น กุ๊กไก่

408

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เรื่องที่ 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

• ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาความร้เู ก่ียวกบั วรรณกรรม ชุดรกั แท้ของแม่ แล้วออกมารายงาน
ผลการศกึ ษา โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ
2) การจบั ใจความสาคญั
3) การระบุขอ้ คดิ

นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน
และรกั ความเป็นไทย แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 แบบประเมนิ รายงานผลการศกึ ษา ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตการรายงานผลการศกึ ษาวรรณกรรม วรรณกรรม ชดุ รกั แทข้ องแม่
ชดุ รกั แทข้ องแม่

8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรียนรู้

__

409

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 รักแท้ของแม่
เรื่องท่ี 14 บทร้องเล่น กุ๊กไก่

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินรายงานผลการศึกษาวรรณกรรม ชดุ รกั แท้ของแม่

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 การอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ
2 การจบั ใจความสาคญั
3 การระบขุ อ้ คดิ

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

พอใช้ = 2 คะแนน 8 - 9 ดี

ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 5 - 7 พอใช้

ต่ากว่า 5 ปรบั ปรงุ

410

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 รักแท้ของแม่
เรื่องท่ี 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

411

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เรื่องที่ 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรียบร้อย ของงาน 15

คะแนน

321321321321321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

412

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เร่ืองท่ี 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอน่ื ตามท่ีไดร้ บั สว่ นรว่ มใน รวม
มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน

321321321321321

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

413

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เร่ืองที่ 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถี่ ูกตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มีวินยั 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้

4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

6. มุ่งมนั่ ในการ 5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
ทางาน 5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

414

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เรื่องที่ 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ ่นื

8.3 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ

415

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 รักแท้ของแม่ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องที่ 14 บทร้องเล่น ก๊กุ ไก่

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

416

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 รักแท้ของแม่
เร่ืองที่ 14 บทร้องเล่น กุ๊กไก่

แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรียนรู้

ตอนท่ี 1 นักเรยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ต่อไปน้ี ท 1.1 (ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4) ท 3.1 (ป.2/4) ท 5.1 (ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

417

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รักแท้ของแม่
เร่ืองที่ 14 บทร้องเล่น กุ๊กไก่

ตอนท่ี 2 การตรวจสอบคณุ ภาพนักเรียนเพ่อื เตรียมความพรอ้ มรองรบั การประเมินคณุ ภาพภายนอก รอ้ ยละ
ระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน (ด้านคณุ ภาพผเู้ รียน)

มาตรฐานที่ 1 ผ้เู รียนมสี ขุ ภาวะทดี่ ีและมสี นุ ทรียภาพ

1.1 มสี ขุ นสิ ยั ในการดูแลสุขภาพและออกกาลงั กายสมา่ เสมอ
1.2 มนี ้าหนัก ส่วนสงู และมสี มรรถภาพทางกายตามเกณฑม์ าตรฐาน
1.3 ป้องกนั ตนเองจากสงิ่ เสพตดิ ใหโ้ ทษและหลกี เลยี่ งตนเองจากสภาวะทเี่ สยี่ งต่อความรุนแรง โรค ภยั อุบตั เิ หตุ และปัญหาทางเพศ
1.4 เหน็ คุณคา่ ในตนเอง มคี วามมนั่ ใจ กลา้ แสดงออกอยา่ งเหมาะสม
1.5 มมี นุษยสมั พนั ธท์ ดี่ แี ละใหเ้ กยี รตผิ อู้ นื่
1.6 สรา้ งผลงานจากการเขา้ รว่ มกจิ กรรมดา้ นศลิ ปะ ดนตร/ี นาฏศลิ ป์ กฬี า/นนั ทนาการตามจนิ ตนาการ

มาตรฐานที่ 2 ผ้เู รียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมทีพ่ ึงประสงค์

2.1 มคี ณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคต์ ามหลกั สตู ร
2.2 เอ้อื อาทรผอู้ นื่ และกตญั ญูกตเวทตี อ่ ผมู้ พี ระคณุ
2.3 ยอมรบั ความคดิ และวฒั นธรรมทแี่ ตกตา่ ง
2.4 ตระหนัก รคู้ ุณคา่ รว่ มอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ ม

มาตรฐานที่ 3 ผ้เู รยี นมที กั ษะในการแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง รกั เรียนรู้ และพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง

3.1 มนี ิสยั รกั การอา่ นและแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากหอ้ งสมดุ แหล่งเรยี นรู้ และสอื่ ต่างๆ รอบตวั
3.2 มที กั ษะในการอ่าน ฟัง ดู พดู เขยี น และตงั้ คาถามเพอื่ คน้ ควา้ หาความรเู้ พมิ่ เติม
3.3 เรยี นรรู้ ่วมกนั เป็นกลมุ่ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ เพอื่ การเรยี นรู้ระหวา่ งกนั
3.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรยี นรแู้ ละนาเสนอผลงาน

มาตรฐานที่ 4 ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตดั สินใจแกป้ ัญหา
ได้อย่างมีสติสมเหตุสมผล

4.1 สรุปความคดิ จากเรอื่ งทอี่ า่ น ฟัง และดู และสอื่ สารโดยการพดู หรอื เขยี นตามความคดิ ของตนเอง
4.2 นาเสนอวธิ คี ดิ วธิ แี กป้ ัญหาดว้ ยภาษาหรอื วธิ กี ารของตนเอง
4.3 กาหนดเป้าหมาย คาดการณ์ ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาโดยมเี หตผุ ลประกอบ
4.4 มคี วามคดิ รเิ รมิ่ และสรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ

มาตรฐานที่ 5 ผเู้ รียนมคี วามรแู้ ละทกั ษะทีจ่ าเป็นตามหลกั สูตร

5.1 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นเฉลยี่ แตล่ ะกลุ่มสาระเป็นไปตามเกณฑ์
5.2 ผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ตามหลกั สตู รเป็นไปตามเกณฑ์
5.3 ผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นเป็นไปตามเกณฑ์
5.4 ผลการทดสอบระดบั ชาตเิ ป็นไปตามเกณฑ์

มาตรฐานที่ 6 ผเู้ รียนมีทกั ษะในการทางาน รกั การทางาน สามารถทางานรว่ มกบั ผ้อู นื่ ได้ และมเี จตคติทีด่ ี
ต่ออาชีพสุจริต

6.1 วางแผนการทางานและดาเนนิ การจนสาเรจ็
6.2 ทางานอยา่ งมคี วามสุข มุ่งมนั่ พฒั นางาน และภูมใิ จในผลงานของตนเอง
6.3 ทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ ได้
6.4 มคี วามรสู้ กึ ทดี่ ตี ่ออาชพี สจุ รติ และหาความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทตี่ นเองสนใจ

418

วรรณคดฯี ป.2

4หน่วยการเรยี นรู้ท่ี สกั วาพดู จาให้รคู้ ิด

14เวลา ชวั่ โมง

1 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั

ท 1.1 ป.2/1 อ่านออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ ูกต้อง
อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอี่ า่ น
ป.2/2 ตงั้ คาถามและตอบคาถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งทอี่ า่ น
ป.2/3 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากเรอ่ื งทอี่ ่าน
ป.2/4
ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ท 5.1 ป.2/1 ท่องจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตามความสนใจ

ป.2/3

2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชดุ สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ โดยอา่ นออกเสยี งและการอธบิ ายความหมายคาและ
ขอ้ ความในนทิ าน เรอ่ื งสนั้ และบทรอ้ ยกรอง การตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ด
ของเร่อื งทอ่ี ่าน การทอ่ งบทอาขยาน และระบขุ อ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั ได้

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

1) การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ เช่น

- นทิ าน
- บทรอ้ ยกรอง
3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เช่น
- นทิ าน
- บทรอ้ ยกรอง
- วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น
4) บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณคา่
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

419

วรรณคดฯี ป.2

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

1) การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

- เรอ่ื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ - บทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

- สานวนเกยี่ วกบั การพดู - นิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

- บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ

2) การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ เช่น

- เรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ - นิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ

- บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เช่น

- เรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ - นิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

4) บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่

- บทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี ม่นื แสน

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 2) ทกั ษะการอ่าน
4) ทกั ษะการเช่อื มโยง
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 6) ทกั ษะการตงั้ คาถาม
4.2 ความสามารถในการคิด 8) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

1) ทกั ษะการฟัง
3) ทกั ษะการสงั เกต
5) ทกั ษะการเรยี งลาดบั
7) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
9) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
4. รกั ความเป็นไทย

6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

หนังสอื เลม่ เลก็ เรอ่ื ง สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ

420

วรรณคดฯี ป.2

7 การวดั และการประเมินผล

7.1 การประเมินก่อนเรียน

- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่อื ง สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ

7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1) ตรวจใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง คาศพั ทเ์ รอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
2) ตรวจใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง ประโยคจากสานวน
3) ตรวจใบงานท่ี 4.3 เร่อื ง คาศพั ทเ์ รอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
4) ตรวจใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง การตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
5) ตรวจใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง ใจความสาคญั จากเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
6) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
7) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
8) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
9) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
10) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
11) สงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.3 การประเมินหลงั เรยี น

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่อื ง สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ

7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ตรวจหนังสอื เลม่ เลก็ เรอ่ื ง สกั วาพดู จาใหร้ คู้ ดิ

8 กิจกรรมการเรยี นรู้

นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4

421

วรรณคดฯี ป.2

เร่อื งท่ี 1 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ หน่วย

ขนั้ ท่ี 1 นาเขา้ สู่หน่วย

1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ความสาคญั ของการอา่ น และหลกั ในการอา่ นเพ่อื สอ่ื สารกบั ผฟู้ ัง
2. ครอู ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จากหนงั สอื เรยี น 1 ยอ่ หนา้ แลว้ ใหน้ ักเรยี นสงั เกตการอา่ น

ออกเสยี งคา และขอ้ ความในเรอ่ื ง

ขนั้ ที่ 2 นกั เรยี นและครวู างแผนรว่ มกนั ในการปฏิบตั ิกิจกรรม

1. ครูแบง่ นกั เรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนนั้ นักเรยี นและครวู างแผนร่วมกนั ใน
การอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ โดยกาหนดจดุ มุง่ หมายร่วมกนั

2. ครกู าหนดประเดน็ ในการศกึ ษาและปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
1) อธบิ ายหลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
2) ฝึกอา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ

3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั กาหนดกจิ กรรมของแตล่ ะประเดน็ และวางแผนในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ทางาน

1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามประเดน็ ทว่ี างแผนไว้ จากนนั้ สมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ ผลดั กนั
รายงานผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมแลว้ ร่วมกนั อภปิ รายและสรุปผล

2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ วางแผนการนาเสนอการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในรูปแบบต่างๆ ตามมตขิ องสมาชกิ กลมุ่

ขนั้ ท่ี 4 เสนอกิจกรรม

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมโดยเลอื กใชร้ ูปแบบและวธิ กี ารทส่ี รา้ งสรรค์
2. นกั เรยี นกล่มุ อน่ื หมนุ เวยี นกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ ในการนาเสนอผลงานของเพอ่ื นกลมุ่ อ่นื ๆ

ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล

นกั เรยี นอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ กบั ครูเป็นรายกลมุ่ โดยครูประเมนิ ผลตามจดุ ประสงค์
ของหน่วย

422

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 2 บทสกั วาหวานอ่ืนมหี ม่นื แสน

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้

1. ครูถามนกั เรยี นว่า นกั เรยี นเคยไดย้ นิ หรอื เคยอ่านบทสกั วาบา้ งหรอื ไม่ หากนกั เรยี นเคยใหย้ กตวั อยา่ ง
บทสกั วาดงั กล่าวใหเ้ พอ่ื นฟัง

2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า ครจู ะฝึกใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน
3. ครอู า่ นออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน จากหนังสอื เรยี นใหน้ กั เรยี นฟัง
4. นักเรยี นสงั เกตการอ่านออกเสยี งของครู ในประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี

1) การแบ่งวรรคตอนในการอา่ น
2) ความชดั เจนในการอา่ นออกเสยี ง ร ล คาควบกลา้
3) ท่วงทานองในการอา่ น

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน ตามแบบทค่ี รอู า่ น

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน จากหนังสอื เรยี น พรอ้ มกนั โดย
ไมม่ แี บบ

2. ครเู สนอแนะแนวทางการแกไ้ ขทถ่ี กู ตอ้ ง และเหมาะสม

ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทาให้ชานาญ

นกั เรยี นอ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน กบั ครเู ป็นรายกลมุ่

423

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 3 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน :
การอธิบายความหมาย
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมือ : เทคนิ คคคู่ ิดสี่สหาย

ขนั้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

1. ครถู ามนกั เรยี นวา่ ถา้ นกั เรยี นอา่ นนทิ าน แลว้ พบคาทไ่ี ม่รคู้ วามหมายหลายๆ คาใน 1 หนา้ นักเรยี นจะมี
วธิ แี กไ้ ขปัญหาอยา่ งไร

2. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการรคู้ วามหมายของคาตา่ งๆ ซงึ่ ทาใหน้ ักเรยี นสามารถเขา้ ใจ
ความหมายและเน้อื หาของเรอ่ื งทอ่ี ่าน

ขนั้ สอน

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั อา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตคาศพั ทท์ ค่ี รูเขยี นบนกระดาน แลว้ ร่วมกนั บอกความหมายของคาตามความเขา้ ใจ

ของนกั เรยี น เช่นคาว่า พจมาน สกั วา ชงิ ชา้ ประเทยี บ
3. ครอู ธบิ ายความหมายของคาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถอธบิ ายความหมายของคาไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ครแู จกบตั รคาใหน้ กั เรยี น กลุ่มละ 1 ชดุ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ ฝึกอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของ

คาจากบตั รคาทก่ี ลุม่ ไดร้ บั จากนนั้ จบั คูก่ บั เพอ่ื นในกลุ่มผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคา
ในบตั รคาใหค้ ูข่ องตนเองฟัง (สมาชกิ กลุ่มอกี คหู่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )
5. นักเรยี นรวมกล่มุ 4 คน ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาจากบตั รคาใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่งึ
ภายในกลุ่มฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรุปของกลุ่ม
6. ตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบตั รคาทไ่ี ดร้ บั พรอ้ มอา่ นออกเสยี งคาอยา่ งชดั เจนและอธบิ ายความหมาย
ของคาจากบตั รคา ทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น
7. นักเรยี นแตล่ ะคนทาใบงานที่ 4.1 เร่ือง คาศพั ท์เร่ือง ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ นาส่งครู
ตรวจ

ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นและครูช่วยกนั สรุปและอธบิ ายความหมายของคาศพั ทจ์ ากเร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ

424

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 4 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน :
การระบุใจความสาคญั และขอ้ คิด
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ คน้ พบ (Discovery Method)

ขนั้ ที่ 1 นาเข้าส่บู ทเรยี น

ครนู าบตั รภาพมาแสดงใหน้ ักเรยี นดู แลว้ สนทนากบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั ดอกพะยอม และบอระเพด็ จากนนั้
ครูเปรยี บเทยี บคุณลกั ษณะของดอกพะยอมกบั บอระเพด็ และลกั ษณะการพดู ของคน ใหน้ กั เรยี นฟัง เพ่อื ให้
นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจมากขน้ึ

ขนั้ ที่ 2 สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ดอกพะยอม และบอระเพด็ จากหนงั สอื เรยี น จนเกดิ ความ
เขา้ ใจชดั เจน

2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี
1) สรปุ ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ และบทสกั วาหวานอ่นื มหี ม่นื แสน
2) ระบขุ อ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ และบทสกั วาหวานอ่นื มหี ม่นื แสน
3) การนาความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

ขนั้ ท่ี 3 ฝึกทกั ษะ

1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายตามประเดน็ ทค่ี รกู าหนดและหาคาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกล่มุ แลว้ บนั ทกึ ผล
ลงในสมุดของแต่ละคน

2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลงาน ตามประเดน็ ทก่ี าหนด หนา้ ชนั้ เรยี น ครคู อยแนะนา
เพม่ิ เตมิ ในส่วนทย่ี งั บกพรอ่ ง

ขนั้ ท่ี 4 สรปุ

นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปใจความสาคญั และขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ และบทสกั วา
หวานอ่นื มหี ม่นื แสน รวมถงึ การนาความรแู้ ละขอ้ คดิ ไปเป็นแนวทางในการใชช้ วี ติ ประจาวนั

425

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 5 สานวนเกี่ยวกบั การพดู

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมอื : เทคนิ คคตู่ รวจสอบ

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ครยู กสานวน สุภาษติ และคาพงั เพยทเ่ี กยี่ วกบั การพดู เชน่

- พดู ไปสองไพเบ้ยี .......... - มอื ถอื สาก..........

- ต่อหน้ามะพลบั .......... - ปากหวาน..........

- ปากปราศรยั .......... - ปากเป็นเอก..........

- พดู ดเี ป็นศรแี กต่ วั .......... - คารมเป็นตอ่ .......... ฯลฯ

2. ตวั แทนแตล่ ะกล่มุ ออกมาตอ่ สานวน สภุ าษติ และคาพงั เพยใหถ้ กู ตอ้ ง สมบรู ณ์ พรอ้ มบอกความหมาย และ

แตง่ ประโยค โดยนาสานวน สภุ าษติ และคาพงั เพยดงั กล่าวเขา้ ไปอยใู่ นประโยค เมอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสรจ็

กลุ่มใดทท่ี าไดถ้ กู ตอ้ งมากทส่ี ุด เป็นฝ่ายชนะ

ขนั้ สอน

1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง สานวนเกย่ี วกบั การพดู จากหนงั สอื เรยี น
2. ครูใหต้ วั แทนแตล่ ะกลมุ่ จบั สลากสานวน กลุม่ ละ 1 ใบ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั อธบิ าย

ความหมายของสานวนเกย่ี วกบั การพดู ทจ่ี บั สลากได้ พรอ้ มยกตวั อย่างเหตกุ ารณส์ มมตุ ปิ ระกอบให้
สอดคลอ้ งกบั ความหมายของสานวน
3. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง ประโยคจากสานวน โดยใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มจบั คู่
กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคู่ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นสานวน และแตง่ ประโยคใหส้ อดคลอ้ งกบั สานวน
- สมาชกิ คนท่ี 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบการแต่งประโยค
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคูเ่ ปลย่ี นบทบาทกนั ขอ้ ต่อไป
4. นักเรยี นรวมกลุม่ เดมิ (4 คน) ใหแ้ ต่ละคนู่ าคาตอบของค่ตู นเองมานาเสนอใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ นง่ึ ฟัง เพอ่ื ช่วยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและบนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.2 เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นและครชู ่วยกนั รวบรวมและอธบิ ายความหมายของสานวนเกยี่ วกบั การพดู จากนนั้ ตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง และเขยี นบนั ทกึ ลงในสมุด

426

วรรณคดฯี ป.2

เรอ่ื งที่ 6 เดก็ เลี้ยงแกะ : การอ่านออกเสยี ง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์

ขนั้ ที่ 1 นาเขา้ สบู่ ทเรียน

ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ทถ่ี ูกตอ้ ง ชดั เจน และน่าฟัง

ขนั้ ที่ 2 จดั การเรียนรู้

1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนในการศกึ ษาและฝึกอ่านออกเสยี งนทิ านเร่อื ง เดก็ เล้ียงแกะ
จากหนังสอื เรยี น

2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ วางแผนการศกึ ษาและฝึกอา่ นออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
3. ครแู บ่งเน้ือหานิทานเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ จากหนงั สอื เรยี น ออกเป็น 4 ตอน ตามความเหมาะสม (หรอื ตาม

จานวนกลมุ่ โดยครกู าหนดหมายเลขกลมุ่ ให)้ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ฝึกอา่ นออกเสยี งนทิ านเร่อื ง
เดก็ เล้ยี งแกะ ตามทค่ี รกู าหนด
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ อ่านออกเสยี งนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ และรว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- กลมุ่ ท่ี 1 อา่ นออกเสยี ง กล่มุ ท่ี 2 สงั เกต ตรวจสอบการอา่ นออกเสยี ง และแสดงความคดิ เหน็
- กลมุ่ ท่ี 2 อา่ นออกเสยี ง กลมุ่ ท่ี 3 สงั เกต ตรวจสอบการอา่ นออกเสยี ง และแสดงความคดิ เหน็
สมาชกิ แต่ละกลมุ่ สลบั เปลย่ี นบทบาทกนั ไปเรอ่ื ยๆ จนครบทุกกลุ่ม

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยกุ ต์ใช้

1. นักเรยี นร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และฝึกอา่ นออกเสยี งนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
2. ครอู ธบิ ายและบอกความสาคญั ของการอา่ นออกเสยี งทถ่ี กู ตอ้ ง และแนวทางในการนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล

นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ กบั ครเู ป็นรายบคุ คล

427

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งท่ี 7 เดก็ เลยี้ งแกะ : การอธิบายความหมาย

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

1. ครถู ามนกั เรยี นว่า ใครเคยไดย้ นิ ผู้ใหญต่ าหนเิ ดก็ หรอื คนอน่ื ๆ ว่าเดก็ เลย้ี งแกะหรอื ไม่ แลว้ นักเรยี นรสู้ กึ
อยา่ งไรกบั ประโยคดงั กล่าว โดยใหน้ กั เรยี นยกเหตผุ ลประกอบ

2. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า เดก็ เลย้ี งแกะ เป็นสานวนทไ่ี ดจ้ ากการเปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมของเดก็ ทช่ี อบ
โกหกในนิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ

ขนั้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore)

1. นักเรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั รวบรวมคาศพั ทย์ ากและขอ้ ความทไ่ี มร่ คู้ วามหมายจากนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
2. สมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการสะกดคาศพั ทแ์ ละขอ้ ความ จากนนั้ รว่ มกนั หา

ความหมายทถ่ี ูกตอ้ ง และบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ คาศัพท์

ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อธบิ ายความหมายของคาศพั ทจ์ ากแบบบนั ทกึ คาศพั ท์
2. ตวั แทนนักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอความรใู้ นแบบบนั ทกึ คาศพั ท์ ทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น แลว้ นาสง่ ครตู รวจ
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงานท่ี 4.3 เร่ือง คาศพั ท์เรอื่ ง เดก็ เลี้ยงแกะ เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

1. ครูแจกบตั รสานวนใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ละ 1 ใบ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แต่ละกล่มุ ฝึกอ่านออกเสยี งและบอกความหมาย
จากบตั รสานวนทก่ี ลมุ่ ไดร้ บั

2. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ยกตวั อยา่ งเหตุการณห์ รอื การกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั สานวนทไ่ี ดร้ บั

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ใิ หส้ อดคลอ้ งกบั ความหมายของบตั รสานวนทก่ี ลุ่มไดร้ บั

428

วรรณคดฯี ป.2

เร่ืองท่ี 8 เดก็ เลยี้ งแกะ :
การตงั้ คาถามและตอบคาถาม
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื : เทคนิ คค่คู ิดส่ีสหาย

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

ครูซกั ถามนกั เรยี นวา่ เพราะเหตุใด เดก็ เลย้ี งแกะจงึ หลอกชาวบา้ นวา่ หมาป่ามากนิ แกะหมดแลว้

ขนั้ สอน

1. ครใู หน้ กั เรยี นกลุม่ เดมิ ร่วมกนั ตงั้ คาถามและตอบคาถามจากนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ จากหนงั สอื เรยี น
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ทบทวนความรเู้ กย่ี วกบั การตงั้ คาถามและตอบคาถามเพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ ง

และสามารถตงั้ คาถามจากนทิ านทอ่ี า่ นได้
3. นักเรยี นแต่ละคนตงั้ คาถามและตอบคาถามจากนิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ ลงในสมุด
4. สมาชกิ แต่ละคนจบั คกู่ บั เพ่อื นในกลมุ่ ผลดั กนั อา่ นคาถามและคาตอบของตนเองใหค้ ขู่ องตนเองฟัง (สมาชกิ

กล่มุ อกี คหู่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )
5. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 4.4 เรอื่ ง การตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรือ่ ง เดก็ เล้ียงแกะ เสรจ็ แลว้

นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ สรปุ

นักเรยี นรว่ มกนั บอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

429

วรรณคดฯี ป.2

เรอ่ื งท่ี 9 เดก็ เลี้ยงแกะ : การระบุใจความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความรคู้ วามเข้าใจ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต ตระหนกั

1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั เหตุการณ์ทน่ี กั เรยี นประทบั ใจหรอื เหตกุ ารณท์ ส่ี นุกสนานในนิทาน
เรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

2. ครเู ลา่ นิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ ใหน้ ักเรยี นฟังอยา่ งคร่าวๆ จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั อ่านนทิ าน
เร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ เพ่อื ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามทค่ี รูกาหนด

ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ

นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทค่ี รกู าหนด และแบง่ หน้าทใ่ี หส้ มาชกิ แต่ละคนใน
กลุม่ ตามความเหมาะสม หรอื ตามความสนใจ

ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ

นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อา่ นนิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดว้ างแผนรว่ มกนั ไว้
แลว้ จดบนั ทกึ ลงในสมุดของแต่ละคน

ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ

1. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ และรายงานผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ตามลาดบั ดงั น้ี
1) ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
2) แสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตุการณจ์ ากนิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ

2. ครูตงั้ ประเดน็ คาถามใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็
3. นักเรยี นแตล่ ะคนทาใบงานท่ี 4.5 เรื่อง ใจความสาคญั จากเรื่อง เดก็ เลยี้ งแกะ เสรจ็ แลว้ นาส่งครูตรวจ

ขนั้ ที่ 5 สรปุ

นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั จากนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

430

วรรณคดฯี ป.2

เรอื่ งที่ 10 เดก็ เลีย้ งแกะ : การระบขุ ้อคิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต

ครูสนทนากบั นกั เรยี นเพ่อื ทบทวนเรอ่ื งราวจากนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ วา่ นกั เรยี นชน่ื ชอบเน้อื เรอ่ื งตอนใด
มากทส่ี ดุ เพราะเหตใุ ด

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์

1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั พฤตกิ รรมของเดก็ เลย้ี งแกะและวเิ คราะหว์ จิ ารณ์
ลกั ษณะนสิ ยั ของเดก็ เลย้ี งแกะหรอื พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ขน้ึ ว่า เกดิ ผลเสยี หรอื ผลกระทบอยา่ งไร โดยยกเหตผุ ล
ประกอบรวมทงั้ ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นนิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์พฤตกิ รรมของเดก็ เล้ยี งแกะพรอ้ มยก
เหตุผลประกอบ และขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากนิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ หนา้ ชนั้ เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ

นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นนทิ านเร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ

431

วรรณคดฯี ป.2

เร่ืองท่ี 11 อ้อยตาลหวานลิ้น : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้

ครูอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จากหนังสอื เรยี น ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 บท เพอ่ื ใหน้ ักเรยี น
สงั เกตการแบง่ วรรคตอนในการอา่ น

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

1. ครอู ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จากหนังสอื เรยี น ใหน้ กั เรยี นฟัง
2. นกั เรยี นสงั เกตการอา่ นออกเสยี งของครูในประเดน็ ทก่ี าหนด จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นฝึกอ่านออกเสยี งบท

รอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ
3. ครสู งั เกตการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี น หากอา่ นผดิ หรอื มขี อ้ บกพรอ่ งใหแ้ กไ้ ข เป็นรายบคุ คล

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ

1. ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ จากหนังสอื เรยี น โดยไมม่ ี
แบบ

2. สมาชกิ กลุ่มสงั เกตและประเมนิ การอา่ นออกเสยี งของสมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ จากนนั้ สรปุ ผลและหาแนวทาง
ทเ่ี หมาะสมมาแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง

ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ

1. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ พรอ้ มกนั
2. ครูนดั หมายนักเรยี นอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ กบั ครเู ป็นรายกลมุ่ นอกเวลาเรยี น

432

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 12 อ้อยตาลหวานลิ้น :
การอธิบายความหมาย
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ : เทคนิ คการเรียนรว่ มกนั

ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั ผลงานของสุนทรภู่ จากนนั้ ครยู กตวั อยา่ งผลงานของสนุ ทรภู่ให้
นักเรยี นฟัง แลว้ ถามนกั เรยี นว่า รจู้ กั ผลงานเหล่าน้หี รอื ไม่

ขนั้ สอน

1. นกั เรยี นร่วมกนั อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จากหนงั สอื เรยี น พรอ้ มกนั 1 รอบ
2. ครใู หน้ กั เรยี นสงั กตคาศพั ทท์ ค่ี รูเขยี นบนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ แขง่ ขนั อธบิ ายความหมายของ

คาศพั ทต์ ่อไปน้ี
- กวี เพราะพรง้ิ ออ้ ยตาล เสนาะ คาหวาน ชน่ื ใจ
3. นกั เรยี นกล่มุ ใดอธบิ ายความหมายของคาไดถ้ กู ตอ้ งมากทส่ี ดุ เป็นกลมุ่ ทช่ี นะ
4. ครกู าหนดคาศพั ทจ์ ากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั แตง่ ประโยคใหส้ อดคลอ้ งกบั
ความหมาย
5. นกั เรยี นกล่มุ หมายเลข 1 แต่งประโยค แลว้ อา่ นใหเ้ พอ่ื นฟัง นักเรยี นกลมุ่ ท่ี 2 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
นักเรยี นกลุ่มท่ี 2 แตง่ ประโยค แลว้ อา่ นใหเ้ พอ่ื นฟัง นกั เรยี นกลมุ่ ท่ี 3 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครูใหน้ กั เรยี น
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อกนั ไปเร่อื ยๆ จนครบทุกกลมุ่

ขนั้ สรปุ

นักเรยี นและครชู ว่ ยกนั รวบรวมคาศพั ท์ และความหมายของคาศพั ทจ์ ากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ
และเขยี นบนั ทกึ ลงในสมุด

433

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 13 อ้อยตาลหวานลิ้น : การระบใุ จความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมือ : เทคนิ คคตู่ รวจสอบ

ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน

1. ครูถามนกั เรยี นว่า เพ่อื นคนใดในหอ้ งเรยี นทพ่ี ดู จาไพเราะ น่าฟัง มากทส่ี ุด
2. ครูชแ้ี จงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ การใชค้ าพดู ทไ่ี พเราะออ่ นหวาน นอกจากผฟู้ ังจะรสู้ กึ ช่นื ใจแลว้ ยงั ทาใหผ้ พู้ ดู

เป็นคนทม่ี เี สน่หด์ ว้ ย ดงั นัน้ นกั เรยี นจงึ ควรใหค้ วามสาคญั ในการพดู

ขนั้ สอน

1. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั จบั ใจความสาคญั จากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ โดยใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ จบั คู่
กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคปู่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นบทกลอน และเขยี นสรปุ ใจความสาคญั
- สมาชกิ คนท่ี 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบใจความสาคญั
ใหส้ มาชกิ แต่ละคูเ่ ปลย่ี นบทบาทกนั ในบทกลอนต่อไป

2. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ (4 คน) ใหแ้ ต่ละคนู่ าใจความสาคญั ของค่ตู นเองมานาเสนอใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นง่ึ ฟัง เพ่อื
ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

ขนั้ สรปุ

นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดของบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ

 ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ จดั ทาหนังสอื เล่มเลก็ เรอ่ื ง สกั วาพดู จาให้ร้คู ิด โดยให้
ครอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด

434

วรรณคดฯี ป.2

เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสกั วาหวานอื่นมหี มืน่ แสน

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยใช้การ สาธิต

ขนั้ ที่ 1 เตรียมการสาธิต

1. ครูเตรยี มหนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2 เพอ่ื สาธติ การท่องจาบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน
ใหน้ ักเรยี นดู

2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า ครูจะฝึกใหน้ ักเรยี นท่องจาบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

ขนั้ ที่ 2 สาธิต

1. ครูสาธติ การท่องบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน จากหนงั สอื เรยี น ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 รอบ
2. ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั ฝึกทอ่ งบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน จากหนงั สอื เรยี น โดยให้

สมาชกิ ในกลุม่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบการทอ่ งของเพอ่ื นสมาชกิ ในกลุ่มใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การ

ขนั้ ที่ 3 สรปุ การสาธิต

นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ หลกั การอ่านออกเสยี ง การใชน้ ้าเสยี ง การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและท่วงทานองในการ
ท่องบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน

ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล

นกั เรยี นทอ่ งบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน กบั ครเู ป็นรายกลมุ่ ครูประเมนิ ผลและใหค้ าแนะนาใน
สว่ นทย่ี งั บกพร่อง

นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4

435

วรรณคดฯี ป.2

9 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 สอื่ การเรียนรู้

1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รคา บตั รสานวน
3) บตั รภาพ
4) สลาก
5) แบบบนั ทกึ คาศพั ท์
6) ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง คาศพั ทเ์ ร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
7) ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง ประโยคจากสานวน
8) ใบงานท่ี 4.3 เรอ่ื ง คาศพั ทเ์ รอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
9) ใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง การตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
10) ใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง ใจความสาคญั จากเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ

9.2 แหล่งการเรียนรู้

__

436

วรรณคดฯี ป.2

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินหนังสือเล่มเลก็ เรือ่ ง สกั วาพดู จาให้รคู้ ิด

รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
1. การอธิบาย
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ความหมายของคา
และขอ้ ความ อธบิ ายความหมายของคาและ อธบิ ายความหมายของคาและ อธบิ ายความหมายของคาและ
ขอ้ ความจากวรรณกรรม ขอ้ ความจากวรรณกรรม ขอ้ ความจากวรรณกรรม
2. การจบั ใจความ ชุดสกั วาพดู จาใหร้ ูค้ ดิ ชดุ สกั วาพูดจาใหร้ ูค้ ดิ ได้ ชุดสกั วาพดู จาใหร้ ูค้ ดิ ได้
สาคญั ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน และเขา้ ใจ ถกู ตอ้ ง ทงั้ 3 เรอ่ื ง แต่มจี ุด ถูกตอ้ ง ทงั้ 3 เรอ่ื ง แต่มจี ุด
งา่ ย ทงั้ 3 เร่อื ง ดงั น้ี ผดิ พลาด 1-2 คา ผดิ พลาด 3-4 คา
3. การระบุข้อคิด 1) บทสกั วาหวานอน่ื
ท่ีไดร้ บั จบั ใจความสาคญั ของ จบั ใจความสาคญั ของ
มหี มน่ื แสน วรรณกรรม ชดุ สกั วาพดู จา วรรณกรรม ชุดสกั วาพูดจา
2) นทิ านเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ ใหร้ ูค้ ดิ ทงั้ 3 เร่อื ง ไดถ้ กู ตอ้ ง ใหร้ ูค้ ดิ ทงั้ 3 เรอ่ื ง ไดถ้ ูกต้อง
3) บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาล เป็นสว่ นใหญ่ค่อนขา้ งเขา้ ใจ เป็นบางสว่ น เขา้ ใจยาก

หวานล้นิ
จบั ใจความสาคญั ของ
วรรณกรรม ชดุ สกั วาพูดจา
ใหร้ ูค้ ดิ ทงั้ 3 เรอ่ื ง ไดถ้ ูกต้อง
ชดั เจน และเขา้ ใจง่าย

บอกขอ้ คดิ และคุณคา่ ของ บอกขอ้ คดิ และคณุ ค่าของ บอกขอ้ คดิ และคุณคา่ ของ
วรรณกรรม ชุดสกั วาพดู จา วรรณกรรม ชุดสกั วาพูดจา วรรณกรรม ชุดสกั วาพดู จา
ใหร้ ูค้ ดิ และเสนอแนะแนวทาง ใหร้ ูค้ ดิ และเสนอแนะแนวทาง ใหร้ ูค้ ดิ และเสนอแนะแนวทาง
ในการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ในการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ในการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ ง ชวี ติ ประจาวนั ไดถ้ กู ตอ้ ง ชวี ติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ งเป็น
มเี หตผุ ล มเี หตุผลเป็นสว่ นใหญ่ บางสว่ น ไมม่ เี หตุผล

ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ต่ากวา่ 5
ระดบั คณุ ภาพ 8-9 5-7 ปรบั ปรุง
ดี พอใช้

437

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดยี ว

อา่ นบทรอ้ ยกรอง แลว้ ตอบคาถาม ข้อ 1-3 5. คาว่า “พจมาน” หมายถงึ ขอ้ ใด
“สกั วาหวานอ่นื มหี ม่นื แสน
ก. คาพูด ข. ของมคี ่า ค. หญงิ งาม
ไมเ่ หมอื นแมน้ พจมานทหี่ วานหอม
กลน่ิ ประเทยี บเปรยี บดวงพวงพะยอม 6. สกั วา เป็นคาประพนั ธป์ ระเภทใด
อาจจะนอ้ มจติ โน้มดว้ ยโลมลม
แมล้ อ้ ลามหยามหยาบไม่ปลาบปลม้ื ก. เพลง ข. กาพย์ ค. กลอน
ดงั ดูดด่มื บอระเพด็ ตอ้ งเขด็ ขม
ผูด้ ไี พร่ไมป่ ระกอบชอบอารมณ์ 7. การพดู แบบใดทไี่ มเ่ หมาะสม
ใครฟังลมเมนิ หน้าระอาเอย”
1. บทรอ้ ยกรองขา้ งตน้ เป็นบทรอ้ ยกรองชนดิ ใด ก. พูดสุภาพ ข. พูดไพเราะ ค. พดู คาหยาบ
ก. บทสกั วา
ข. บทรอ้ งเล่น 8. ธิดา : เธอทาขอ้ สอบไดห้ รอื เปลา่
ค. บทดอกสรอ้ ย
2. บทรอ้ ยกรองดงั กลา่ ว ผูแ้ ต่งต้องการชใ้ี หเ้ หน็ ความสาคญั โจ : ไม่คอ่ ย.....
ของเรอ่ื งใด
ก. การใชค้ าพูด ธิดา : วนั น้เี ราไปกนิ ไอศกรมี กนั นะ
ข. ความสามคั คี
ค. ความซ่อื สตั ย์ โจ : ไม่ไป
3. บอระเพด็ เปรยี บเทยี บได้กบั การพูดแบบใด
ก. พดู โกหก พูดเพอ้ เจอ้ จากบทสนทนาขา้ งตน้ นกั เรยี นคดิ ว่า การพดู ของโจ
ข. พดู มากจนน่าราคาญ
ค. พูดดูถกู ดูหมน่ิ หยาบคาย ตรงกบั สานวนใด
4. ดอกพะยอม เปรยี บเทยี บไดก้ บั การพูดแบบใด
ก. พดู น้อย ก. พดู เป็นตอ่ ยหอย
ข. พูดมาก
ค. พูดไพเราะออ่ นหวาน ข. พูดอยา่ งมะนาวไม่มนี ้า

เฉลย ค. พูดไปสองไพเบย้ี น่ิงเสยี ตาลงึ ทอง

1. ก 2. ก 3. ค 4. ค 5. ก 9. สานวนใดทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การพูด

ก. หาเหาใสห่ วั

ข. อาบน้ารอ้ นมาก่อน

ค. ปลาหมอตายเพราะปาก

10. นทิ านเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ ใหข้ อ้ คดิ อะไร

ก. การพดู โกหก

ข. การพดู ความจรงิ

ค. การพูดนอบน้อมตอ่ ผูใ้ หญ่

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-4
ท 5.1 ป.2/1,3

ไดค้ ะแนน คะแนนเต็ม

10

6. ค 7. ค 8. ข 9. ค 10. ก

438

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. สกั วา เป็นคาประพนั ธ์ประเภทใด 5. ดอกพะยอม เปรยี บเทยี บไดก้ บั การพูดแบบใด
ก. พดู ไพเราะอ่อนหวาน
ก. กลอน ข. กาพย์ ค. เพลง ข. พดู มาก
ค. พดู น้อย
อ่านบทรอ้ ยกรอง แล้วตอบคาถาม ข้อ 2-4
6. นทิ านเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ ใหข้ อ้ คดิ อะไร
“สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน ก. การพดู นอบนอ้ มต่อผูใ้ หญ่
ข. การพดู ความจรงิ
ไม่เหมอื นแมน้ พจมานทห่ี วานหอม ค. การพูดโกหก

กลนิ่ ประเทยี บเปรยี บดวงพวงพะยอม 7. ธิดา : เธอทาขอ้ สอบไดห้ รอื เปลา่

อาจจะนอ้ มจติ โน้มดว้ ยโลมลม โจ : ไมค่ ่อย.....
ธิดา : วนั น้เี ราไปกนิ ไอศกรมี กนั นะ
แมล้ อ้ ลามหยามหยาบไมป่ ลาบปลม้ื โจ : ไมไ่ ป

ดงั ดูดด่มื บอระเพด็ ตอ้ งเขด็ ขม จากบทสนทนาขา้ งตน้ นักเรยี นคดิ ว่า การพดู ของโจ
ตรงกบั สานวนใด
ผูด้ ไี พร่ไมป่ ระกอบชอบอารมณ์ ก. พูดไปสองไพเบย้ี นิง่ เสยี ตาลงึ ทอง
ข. พูดอยา่ งมะนาวไมม่ นี ้า
ใครฟังลมเมนิ หนา้ ระอาเอย” ค. พูดเป็นตอ่ ยหอย
8. คาวา่ “พจมาน” หมายถงึ ขอ้ ใด
2. บทรอ้ ยกรองขา้ งต้น เป็นบทรอ้ ยกรองชนิดใด ก. ของมคี า่ ข. คาพดู ค. หญงิ งาม
9. การพูดแบบใดทไี่ มเ่ หมาะสม
ก. บทดอกสรอ้ ย ก. พดู สุภาพ ข. พดู ไพเราะ ค. พูดคาหยาบ
10. สานวนใดทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การพดู
ข. บทรอ้ งเลน่ ก. ปลาหมอตายเพราะปาก
ข. อาบน้ารอ้ นมาก่อน
ค. บทสกั วา ค. หาเหาใส่หวั

3. บทรอ้ ยกรองดงั กลา่ ว ผูแ้ ตง่ ต้องการชใ้ี หเ้ หน็ ความสาคญั

ของเรอ่ื งใด

ก. ความสามคั คี

ข. การใชค้ าพูด

ค. ความซ่อื สตั ย์

4. บอระเพด็ เปรยี บเทยี บไดก้ บั การพูดแบบใด

ก. พูดดถู ูก ดหู มนิ่ หยาบคาย

ข. พูดโกหก พูดเพอ้ เจอ้

ค. พูดมากจนน่าราคาญ

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-4
ท 5.1 ป.2/1,3

ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ก 2. ค 3. ข 4. ก 5. ก 6. ค 7. ข 8. ข 9. ค 10. ก

439

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เรื่องท่ี 1 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอ่านออกเสียง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน :
การอ่านออกเสียง

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านออกเสยี งเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จะตอ้ งอ่านออกเสยี งใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจน

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อ่านออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) บอกหลกั การอา่ นออกเสยี งคาและขอ้ ความจากเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ ได้
2) อ่านออกเสยี งเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

• การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
- เร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการสงั เกต

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

440

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องที่ 1 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การอ่านออกเสียง

6 กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนแบบ หน่วย

นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4

ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสู่หน่วย คาถามกระต้นุ ความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2  การอา่ นออกเสียงกบั การอา่ นในใจมีความ
แตกต่างกนั อยา่ งไร
1. ครสู นทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั ความสาคญั ของการอ่าน และ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
หลกั ในการอ่านเพ่อื ส่อื สารกบั ผูฟ้ ัง ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

2. ครูอา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จากหนงั สอื
เรยี น 1 ยอ่ หนา้ แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการอ่านออกเสยี งคา
และขอ้ ความในเรอ่ื ง

3. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ

ขนั้ ท่ี 2 นกั เรียนและครวู างแผนรว่ มกนั ในการปฏิบตั ิกิจกรรม

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครูแบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คอื เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลาง
ค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น จากนนั้ นกั เรยี นและครูวางแผน
ร่วมกนั ในการอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลนิ
โดยกาหนดจุดมงุ่ หมายร่วมกนั

2. ครกู าหนดประเดน็ ในการศกึ ษาและปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
1) อธบิ ายหลกั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
2) ฝึกอ่านออกเสยี งเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ

3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั กาหนดกจิ กรรมของแตล่ ะประเดน็ และ
วางแผนในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

ขนั้ ที่ 3 ลงมือทางาน

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามประเดน็ ท่ี
วางแผนไว้ จากนนั้ สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ผลดั กนั รายงานผล
การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมแลว้ รว่ มกนั อภปิ รายและสรุปผล

2. นักเรยี นแต่ละกล่มุ วางแผนการนาเสนอการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ในรูปแบบต่างๆ ตามมตขิ องสมาชกิ กล่มุ

441

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด คาถามกระต้นุ ความคิด
เร่ืองที่ 1 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การอ่านออกเสียง
 การอ่านออกเสียงท่ีถกู ต้อง และชดั เจนจะต้องฝึก
ขนั้ ท่ี 4 เสนอกิจกรรม อ่านอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : — ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมโดย
เลอื กใชร้ ปู แบบและวธิ กี ารทสี่ รา้ งสรรค์

2. นกั เรยี นกลุม่ อน่ื หมนุ เวยี นกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ ใน
การนาเสนอผลงานของเพอ่ื นกลุ่มอน่ื ๆ

ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ กบั ครู

เป็นรายกลมุ่ โดยครูประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคข์ องหน่วย

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )

ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางาน

8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

__

442

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เรื่องท่ี 1 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
คะแนน

321321321321

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 12 ดี

443 6 - 9 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 6 ปรบั ปรงุ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 1 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

444

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 1 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอ่านออกเสียง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแกไ้ ข
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน รว่ มมอื กนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรือ รวม
ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน
321321321321
321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

445

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 1 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ น้าท่ี

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมเู่ พ่อื น

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ต้อง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มีวินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรยี นรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โต้แยง้

4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

446

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 1 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การอ่านออกเสียง

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ ่นื

8.3 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ ร่วมกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ

447

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองท่ี 1 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอ่านออกเสียง

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

448

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด 1 ชวั่ โมง
เร่ืองที่ 2 บทสักวาหวานอ่ืนมีหม่ืนแสน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 บทสกั วาหวานอ่ืน
มหี มนื่ แสน

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน จะตอ้ งอา่ นใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจนตามหลกั การอา่ นออกเสยี ง
บทรอ้ ยกรอง

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง

2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) บอกหลกั การอา่ นบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน ได้
2) อ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน ได้

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

• การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
- บทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการสงั เกต

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. รกั ความเป็นไทย
1. มวี นิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

449

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เรื่องท่ี 2 บทสักวาหวานอื่นมหี ม่ืนแสน

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้

ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครูถามนักเรยี นวา่ นกั เรยี นเคยไดย้ นิ หรอื เคยอา่ นบทสกั วา
บา้ งหรอื ไม่ หากนกั เรยี นเคยใหย้ กตวั อยา่ งบทสกั วาดงั กลา่ ว
ใหเ้ พ่อื นฟัง

2. ครูแจง้ ใหน้ ักเรยี นทราบวา่ ครูจะฝึกใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี ง
บทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

3. ครอู า่ นบทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน จากหนงั สอื เรยี นให้
นักเรยี นฟัง

4. นกั เรยี นสงั เกตการอ่านออกเสยี งของครู ในประเดน็ ทกี่ าหนด
ดงั น้ี
1) การแบง่ วรรคตอนในการอ่าน
2) ความชดั เจนในการอ่านออกเสยี ง ร ล คาควบกลา้
3) ทว่ งทานองในการอา่ น

5. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ หลกั การอา่ นออกเสยี ง
บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสกั วา

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) ร่วมกนั
ฝึกอ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน ตามแบบท่ี
ครูอ่าน

2. ครูสงั เกตการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี น และใหค้ าแนะนา
เพมิ่ เตมิ

ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อ่านบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน
จากหนงั สอื เรยี น พรอ้ มกนั โดยไม่มแี บบ

2. ครเู สนอแนะแนวทางการแก้ไขทถ่ี กู ตอ้ ง และเหมาะสม

450

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 2 บทสักวาหวานอืน่ มีหมื่นแสน

ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทาให้ชานาญ

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั จาก
การอา่ น

2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน กบั ครู
เป็นรายกล่มุ

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์

ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน
และรกั ความเป็นไทย แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

__

451

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องที่ 2 บทสักวาหวานอน่ื มีหม่นื แสน

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้ รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ลกั ษณะคา วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
ประพนั ธ์ คะแนน

321321321321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพรอ่ งปานกลาง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 12 - 15 ดี

452 8 - 11 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 2 บทสักวาหวานอื่นมีหมนื่ แสน

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

453

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 2 บทสักวาหวานอ่ืนมีหมืน่ แสน

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอื่น ตามท่ีได้รบั
มอบหมาย สว่ นร่วมใน รวม
การปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลุ่ม คะแนน

321321321321321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

454

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 2 บทสักวาหวานอ่นื มหี ม่ืนแสน

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ น้าที่

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถี่ กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทตี่ นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มวี ินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรยี นรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โต้แยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

455

วรรณคดฯี ป.2


Click to View FlipBook Version