The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-02 14:14:47

วคดป2

วคดป2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องที่ 11 อ้อยตาลหวานล้ิน : การอ่านออกเสียง

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

556

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เรื่องท่ี 12 อ้อยตาลหวานลนิ้ : การอธบิ ายความหมาย

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 12 อ้อยตาลหวานลิ้น :
การอธิบายความหมาย

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จะตอ้ งอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้
ความเขา้ ใจเรอ่ื งทอ่ี า่ น

2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่าน

2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

- อธบิ ายความหมายของคาจากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่

• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
- บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

557

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 12 อ้อยตาลหวานลิน้ : การอธบิ ายความหมาย

6 กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบร่วมมอื : เทคนิ คการเรียนรว่ มกนั

ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั ผลงานของสุนทรภู่
จากนนั้ ครูยกตวั อยา่ งผลงานของสนุ ทรภู่ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ถาม
นักเรยี นว่า รูจ้ กั ผลงานเหลา่ น้หี รอื ไม่

ขนั้ สอน

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1) รว่ มกนั
อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จาก
หนงั สอื เรยี น พรอ้ มกนั 1 รอบ

2. ครใู หน้ ักเรยี นสงั เกตคาศพั ทท์ คี่ รเู ขยี นบนกระดาน แลว้ ให้
นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ แขง่ ขนั อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์
ตอ่ ไปน้ี
- กวี เพราะเพรง้ิ ออ้ ยตาล เสนาะ คาหวาน ชน่ื ใจ

3. นักเรยี นกลมุ่ ใดอธบิ ายความหมายของคาไดถ้ ูกตอ้ งมากทสี่ ดุ
เป็นกลุ่มทชี่ นะ

4. ครูกาหนดคาศพั ท์จากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ ให้
นกั เรยี นช่วยกนั แต่งประโยคใหส้ อดคลอ้ งกบั ความหมาย

5. นักเรยี นกลมุ่ หมายเลข 1 แตง่ ประโยค แลว้ อา่ นใหเ้ พอ่ื นฟัง
นักเรยี นกลุม่ ที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้อง นกั เรยี นกลุ่มท่ี 2
แตง่ ประโยค แลว้ อ่านใหเ้ พ่อื นฟัง นักเรยี นกลมุ่ ที่ 3
ตรวจสอบความถกู ต้อง

6. ครูใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อกนั ไปเรอ่ื ยๆ จนครบทุกกลมุ่
7. ครูสงั เกตการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของนกั เรยี น หากมขี อ้ บกพร่อง

ใหเ้ สนอแนะใหแ้ ก้ไขใหถ้ กู ต้อง

558

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 12 อ้อยตาลหวานลิน้ : การอธิบายความหมาย

ขนั้ สรปุ คาถามกระตุ้นความคิด

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —  นักเรยี นคิดวา่ คนที่พูดจาไพเราะสง่ ผลให้คนฟัง
มีความร้สู ึกต่อคนพูดอยา่ งไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
2. นักเรยี นและครชู ว่ ยกนั รวบรวมคาศพั ท์ และความหมายของ ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

คาศพั ท์จากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ และใหน้ ักเรยี น
บนั ทกึ ลงในสมุด

7 การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์

วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในการ
ทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

__

559

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 12 อ้อยตาลหวานลนิ้ : การอธิบายความหมาย

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

ช่อื ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

560

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องที่ 12 อ้อยตาลหวานล้นิ : การอธิบายความหมาย

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่

ชอ่ื กลุ่ม ชนั้

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแบ่งหนา้ ทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

561

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 12 อ้อยตาลหวานลนิ้ : การอธบิ ายความหมาย

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ที่

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มีวินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรยี นรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

562

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 12 อ้อยตาลหวานล้ิน : การอธบิ ายความหมาย

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ ่นื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ ร่วมกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากวา่ 36 ปรบั ปรงุ

563

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองท่ี 12 อ้อยตาลหวานลน้ิ : การอธิบายความหมาย

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

564

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เร่ืองท่ี 13 อ้อยตาลหวานล้นิ : การระบใุ จความสาคญั

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 13 อ้อยตาลหวานลิ้น :
การระบใุ จความสาคญั

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ จะตอ้ งระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดของเรอ่ื ง

2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/4 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากเร่อื งทอี่ ่าน

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากการอา่ นบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

 การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น
- บทรอ้ ยกรอง

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

 การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น
- บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 2) ทกั ษะการสรปุ ย่อ

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการอ่าน

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

565

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 13 อ้อยตาลหวานลิน้ : การระบุใจความสาคัญ

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ : เทคนิ คคตู่ รวจสอบ

ขนั้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —

1. ครูถามนักเรยี นว่า เพ่อื นคนใดในหอ้ งเรยี นทพี่ ูดจาไพเราะ
น่าฟัง มากทสี่ ุด

2. ครูชแ้ี จงใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ การใชค้ าพดู ท่ีไพเราะอ่อนหวาน
นอกจากผูฟ้ ังจะรูส้ กึ ชน่ื ใจแลว้ ยงั ทาใหผ้ ูพ้ ูดเป็นคนทีม่ เี สน่ห์
ดว้ ย ดงั นนั้ นกั เรยี นจงึ ควรใหค้ วามสาคญั ในการพูด

ขนั้ สอน คาถามกระตุ้นความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2 • นกั เรียนคิดวา่ ถ้าเราเป็นคนพดู จาไพเราะ
จะส่งผลให้เรามบี ุคลิกภาพอยา่ งไร
1. ครูใหน้ ักเรยี นกล่มุ เดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
รว่ มกนั จบั ใจความสาคญั จากบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
(กาหนดเน้อื หาเป็น 4 ตอน) โดยใหส้ มาชกิ ในแต่ะกลุ่มจบั คู่
กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคูป่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนที่ 1 อา่ นบทกลอน และเขยี นสรุปใจความสาคญั
- สมาชกิ คนที่ 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบใจความสาคญั
ใหส้ มาชกิ แต่ละคเู่ ปลย่ี นบทบาทกนั ในบทกลอนตอนต่อไป

2. นักเรยี นรวมกลุม่ เดมิ (4 คน) ใหแ้ ตล่ ะคู่นาใจความสาคญั ของ
คู่ตนเองมานาเสนอใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นึ่งฟัง เพ่อื ชว่ ยกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

3. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมาสรุปใจความสาคญั และ
รายละเอยี ดของบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ โดยการเล่า
เร่อื งย่อๆ

4. ครตู งั้ ประเดน็ คาถามเกย่ี วกบั บทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานลน้ิ
ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม และตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

566

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องที่ 13 อ้อยตาลหวานล้นิ : การระบใุ จความสาคญั

ขนั้ สรปุ

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

1. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั และรายละเอยี ด
ของบทรอ้ ยกรอง ออ้ ยตาลหวานล้นิ

2. นกั เรยี นร่วมกนั วางแนวทางในการนาความรูเ้ รอ่ื ง การพูด
ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ใหเ้ กดิ ประโยชน์

• ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ จดั ทาหนังสอื เลม่ เลก็ เรอ่ื ง สกั วาพดู จาให้ร้คู ิด โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็
ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ
2) การจบั ใจความสาคญั
3) การระบขุ อ้ คดิ ทไี่ ดร้ บั

7 การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์

วิธีการ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน
ตรวจหนังสอื เล่มเลก็ เร่อื ง สกั วาพดู จาใหร้ ูค้ ดิ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ หนงั สอื เลม่ เลก็ เรอ่ื ง สกั วา ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
พดู จาใหร้ ูค้ ดิ

8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรียนรู้

__

567

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 13 อ้อยตาลหวานล้นิ : การระบใุ จความสาคญั

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินหนังสือเล่มเลก็ เร่อื ง สกั วาพดู จาให้ร้คู ิด

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 การอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ
2 การจบั ใจความสาคญั
3 การระบขุ อ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั

รวม

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

พอใช้ = 2 คะแนน 8 - 9 ดี

ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 5 - 7 พอใช้

ต่ากวา่ 5 ปรบั ปรงุ

568

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 13 อ้อยตาลหวานล้ิน : การระบใุ จความสาคญั

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

569

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 13 อ้อยตาลหวานลิ้น : การระบุใจความสาคัญ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมวี ินยั ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน เออ้ื เฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 15
เสียสละ คะแนน

321321321321321

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

570

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 13 อ้อยตาลหวานลน้ิ : การระบุใจความสาคัญ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแกไ้ ข
ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ร่วมมอื กนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรือ รวม
ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน
321321321321
321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

571

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 13 อ้อยตาลหวานล้นิ : การระบุใจความสาคัญ

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ กู ต้อง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มวี ินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

572

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องท่ี 13 อ้อยตาลหวานลิน้ : การระบุใจความสาคัญ

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ ร่วมกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ

573

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองที่ 13 อ้อยตาลหวานลิน้ : การระบุใจความสาคญั

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

574

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอื่นมหี ม่นื แสน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 14 การท่องจาบทสกั วา
หวานอ่ืนมหี มนื่ แสน

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การท่องจาบทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน ช่วยใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึกการจาและนาสง่ิ ทจ่ี าไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ใน
การเรยี น

2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 5.1 ป.2/3 ทอ่ งจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณค่าตามความสนใจ

2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

- ทอ่ งจาบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน ได้

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

• บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

• บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่
- บทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. รกั ความเป็นไทย
1. มวี นิ ัย
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

575

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 14 การท่องจาบทสักวาหวานอนื่ มีหมืน่ แสน

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยใช้การ สาธิต

ขนั้ ท่ี 1 เตรยี มการสาธิต

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครูเตรยี มหนังสอื เรยี น วรรณคดแี ละวรรณกรรม เพ่อื สาธติ
การทอ่ งจาบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน ให้
นกั เรยี นดู

2. ครูแจง้ ใหน้ กั เรยี นทราบวา่ ครจู ะฝึกใหน้ ักเรยี นท่องจาบท
รอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน

ขนั้ ท่ี 2 สาธิต

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครอู ธบิ ายถงึ ประวตั ขิ องบทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน วา่ แตง่
โดยพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดนิ ทรไ์ พศาลโสภณ
สนั นิษฐานว่าทรงนิพนธ์ เพ่อื ใชร้ อ้ งเล่นสกั วาโต้ตอบกนั ซ่งึ
เป็นการเลน่ อย่างหน่งึ ของไทย

2. ครูอธบิ ายหลกั การทอ่ งทถี่ กู ต้องใหน้ กั เรยี นฟังวา่ มกี ารอ่าน
ออกเสยี ง การใชน้ ้าเสยี ง การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและ
ทว่ งทานองการท่องอย่างไร

3. ครูสาธติ การทอ่ งบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี ม่นื แสน
จากหนงั สอื เรยี น ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 รอบ

4. ครูใหน้ ักเรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1)
รว่ มกนั ฝึกท่องบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน จาก
หนงั สอื เรยี น โดยใหส้ มาชกิ ในกลุ่มช่วยกนั ตรวจสอบการทอ่ ง
ของเพอ่ื นสมาชกิ ในกลมุ่ ใหถ้ ูกต้องตามหลกั การ

5. ครสู งั เกตการท่องของนักเรยี นแต่ละกลุ่ม จากนนั้ เสนอแนะ
ใหป้ รบั ปรุงแกไ้ ขสว่ นทบี่ กพรอ่ ง

576

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ คาถามกระต้นุ ความคิด
เร่ืองท่ี 14 การท่องจาบทสักวาหวานอนื่ มหี มนื่ แสน
 นกั เรียนมวี ิธีการท่องจาบทรอ้ ยกรองอย่างไร
ขนั้ ที่ 3 สรปุ การสาธิต (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —

1. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสยี ง การใชน้ ้าเสยี ง
การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและท่วงทานองในการท่องบท
รอ้ ยกรอง สกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน

2. นักเรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ

ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

นักเรยี นทอ่ งบทรอ้ ยกรอง สกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน กบั ครู
เป็นรายกลุ่ม ครูประเมนิ ผลและใหค้ าแนะนาในสว่ นทยี่ งั บกพรอ่ ง

นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4

8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

- หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรียนรู้

__

577

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 14 การท่องจาบทสักวาหวานอืน่ มหี มืน่ แสน

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้ รวม
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ลกั ษณะคา วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
ประพนั ธ์ คะแนน

321321321321

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพรอ่ งปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 12 - 15 ดี

578 8 - 11 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 14 การท่องจาบทสักวาหวานอน่ื มีหมน่ื แสน

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

579

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอ่ืน ตามที่ไดร้ บั ส่วนร่วมใน รวม
มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลุ่ม คะแนน

321321321321321

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

580

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 14 การท่องจาบทสักวาหวานอื่นมีหมนื่ แสน

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ กู ต้อง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มวี ินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรยี นรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้

4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

6. มุ่งมนั่ ในการ 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
ทางาน 5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

581

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอ่ืนมีหมนื่ แสน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากวา่ 36 ปรบั ปรงุ

582

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอนื่ มหี มื่นแสน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

583

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอน่ื มีหมืน่ แสน

แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นรู้

ตอนที่ 1 นักเรยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ต่อไปน้ี ท 1.1 (ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4) ท 5.1 (ป.2/1, ป.2/3)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตาแหน่ง

584

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 14 การท่องจาบทสักวาหวานอนื่ มหี ม่ืนแสน

ตอนที่ 2 การตรวจสอบคณุ ภาพนักเรยี นเพ่ือเตรยี มความพร้อมรองรบั การประเมินคณุ ภาพภายนอก ร้อยละ
ระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน (ดา้ นคณุ ภาพผ้เู รยี น)

มาตรฐานที่ 1 ผ้เู รยี นมสี ขุ ภาวะทดี่ ีและมีสนุ ทรียภาพ

1.1 มสี ขุ นสิ ยั ในการดูแลสุขภาพและออกกาลงั กายสมา่ เสมอ
1.2 มนี ้าหนัก ส่วนสูง และมสี มรรถภาพทางกายตามเกณฑม์ าตรฐาน
1.3 ป้องกนั ตนเองจากสงิ่ เสพตดิ ใหโ้ ทษและหลกี เลยี่ งตนเองจากสภาวะทเี่ สยี่ งต่อความรุนแรง โรค ภยั อบุ ตั เิ หตุ และปัญหาทางเพศ
1.4 เหน็ คุณคา่ ในตนเอง มคี วามมนั่ ใจ กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม
1.5 มมี นุษยสมั พนั ธ์ทดี่ แี ละใหเ้ กยี รตผิ อู้ นื่
1.6 สรา้ งผลงานจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมดา้ นศลิ ปะ ดนตร/ี นาฏศลิ ป์ กฬี า/นนั ทนาการตามจนิ ตนาการ

มาตรฐานที่ 2 ผ้เู รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมทีพ่ ึงประสงค์

2.1 มคี ณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ตามหลกั สตู ร
2.2 เออ้ื อาทรผอู้ นื่ และกตญั ญกู ตเวทตี อ่ ผมู้ พี ระคณุ
2.3 ยอมรบั ความคดิ และวฒั นธรรมทแี่ ตกตา่ ง
2.4 ตระหนกั รคู้ ณุ คา่ ร่วมอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ ม

มาตรฐานที่ 3 ผเู้ รยี นมีทกั ษะในการแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง รกั เรียนรู้ และพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง

3.1 มนี ิสยั รกั การอ่านและแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากหอ้ งสมุด แหล่งเรยี นรู้ และสอื่ ต่างๆ รอบตวั
3.2 มที กั ษะในการอา่ น ฟัง ดู พูด เขยี น และตงั้ คาถามเพอื่ คน้ ควา้ หาความรเู้ พมิ่ เตมิ
3.3 เรยี นรรู้ ว่ มกนั เป็นกล่มุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ เพอื่ การเรยี นรู้ระหว่างกนั
3.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรยี นรแู้ ละนาเสนอผลงาน

มาตรฐานที่ 4 ผเู้ รยี นมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสรา้ งสรรค์ ตดั สินใจแก้ปัญหา
ไดอ้ ยา่ งมสี ติสมเหตุสมผล

4.1 สรปุ ความคดิ จากเรอื่ งทอี่ า่ น ฟัง และดู และสอื่ สารโดยการพดู หรอื เขยี นตามความคดิ ของตนเอง
4.2 นาเสนอวธิ คี ดิ วธิ แี ก้ปัญหาดว้ ยภาษาหรอื วธิ กี ารของตนเอง
4.3 กาหนดเป้าหมาย คาดการณ์ ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาโดยมเี หตุผลประกอบ
4.4 มคี วามคดิ รเิ รมิ่ และสรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ

มาตรฐานที่ 5 ผ้เู รียนมีความรแู้ ละทกั ษะทีจ่ าเป็นตามหลกั สตู ร

5.1 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นเฉลยี่ แตล่ ะกลมุ่ สาระเป็นไปตามเกณฑ์
5.2 ผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ตามหลกั สูตรเป็นไปตามเกณฑ์
5.3 ผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นเป็นไปตามเกณฑ์
5.4 ผลการทดสอบระดบั ชาตเิ ป็นไปตามเกณฑ์

มาตรฐานที่ 6 ผ้เู รยี นมีทกั ษะในการทางาน รกั การทางาน สามารถทางานร่วมกบั ผ้อู ืน่ ได้ และมเี จตคติทีด่ ี
ต่ออาชีพสุจริต

6.1 วางแผนการทางานและดาเนนิ การจนสาเรจ็
6.2 ทางานอย่างมคี วามสุข ม่งุ มนั่ พฒั นางาน และภูมใิ จในผลงานของตนเอง
6.3 ทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ ได้
6.4 มคี วามรสู้ กึ ทดี่ ตี ่ออาชพี สุจรติ และหาความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทตี่ นเองสนใจ

585

วรรณคดฯี ป.2

5หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ของขวญั วนั เกิด

10เวลา ชวั่ โมง

1 มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั

ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอี่ ่าน
ป.2/2 ตงั้ คาถามและตอบคาถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งทอี่ ่าน
ป.2/3 ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากเร่อื งทอี่ ่าน
ป.2/4
ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ท 5.1 ป.2/1

2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชดุ ของขวญั วนั เกดิ ตอ้ งฝึกอา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายคาและ
ขอ้ ความ การตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดของเรอ่ื งทอ่ี า่ น ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ าก
การอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

1) การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เช่น

- วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น - เร่อื งสนั้ งา่ ยๆ

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

1) การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

- เร่อื ง ของขวญั วนั เกดิ - เพลงอวยพรวนั เกดิ

- เรอ่ื ง วนั เกดิ

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ เช่น

- เร่อื ง ของขวญั วนั เกดิ - เพลงอวยพรวนั เกดิ

- เร่อื ง วนั เกดิ - เร่อื ง บตั รอวยพร

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เช่น

- เร่อื ง ของขวญั วนั เกดิ - เร่อื ง วนั เกดิ

586

วรรณคดฯี ป.2

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการสงั เกต
6) ทกั ษะการตงั้ คาถาม
4) ทกั ษะการเรยี งลาดบั 5) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

7) ทกั ษะการสรุปย่อ 8) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แผ่นพบั แสดงความรแู้ ละขอ้ คดิ เรอ่ื ง วนั เกดิ

7 การวดั และการประเมินผล

7.1 การประเมินกอ่ นเรียน

- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 เร่อื ง ของขวญั วนั เกดิ

7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1) ตรวจใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพ่อ
2) ตรวจใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง ใจความสาคญั เรอ่ื ง วนั เกดิ
3) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
4) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
5) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
6) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
7) สงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.3 การประเมินหลงั เรยี น

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 เร่อื ง ของขวญั วนั เกดิ

7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ตรวจแผน่ พบั แสดงความรแู้ ละขอ้ คดิ เรอ่ื ง วนั เกดิ

8 กิจกรรมการเรยี นรู้

นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5

587

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 1 ของขวญั แทนใจให้คณุ พ่อ : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้

1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั เสยี งรอ้ งของสตั วต์ า่ งๆ โดยครูยกตวั อยา่ งเสยี งไก่ขนั ใหน้ กั เรยี นทาเสยี งไกข่ นั
เชน่ เอก้ อ๊ี เอก้ เอก้

2. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ประกวดเลยี นเสยี งรอ้ งของสตั วต์ ่างๆ จากนนั้ นกั เรยี นชว่ ยกนั ตดั สนิ และปรบมอื ชมเชย
คนทช่ี นะ

3. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ทบทวนความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
4. ครูอา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่ จากหนงั สอื เรยี น ใหน้ ักเรยี นฟัง 1 ย่อหน้า จากนนั้ อธบิ าย

หลกั การอ่าน การแบง่ วรรคตอนในการอ่านใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นตาม

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

1. ครแู บง่ นักเรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพ่อื นในกลมุ่
เพ่อื รว่ มกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งตามทค่ี รอู ่านใหฟ้ ัง

2. ครูสงั เกตขอ้ บกพร่องและใหข้ อ้ เสนอแนะแนวทางในการปรบั ปรุงแกไ้ ข

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ

1. นักเรยี นแตล่ ะคนู่ าขอ้ เสนอแนะจากครมู าปรบั ปรงุ แกไ้ ขการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ใหถ้ ูกตอ้ ง
2. นักเรยี นแต่ละคฝู่ ึกอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พ่อ จากหนังสอื เรยี น โดยไม่มแี บบ

ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ

1. นักเรยี นรว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่ จากหนังสอื เรยี น เพ่อื ใหเ้ กดิ ความชานาญ
ในการอา่ น

2. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
3. ครใู หน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่ จากหนงั สอื เรยี น ตามย่อหน้าทค่ี รกู าหนด

เป็นรายบคุ คล

588

วรรณคดฯี ป.2

เรอ่ื งที่ 2 ของขวญั แทนใจให้คณุ พอ่ : การอธิบาย
ความหมายและระบุใจความสาคญั
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมอื : เทคนิ คการเรียนร่วมกนั

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั วนั เกดิ หรอื วนั สาคญั ของสมาชกิ ในครอบครวั วา่ มกี จิ กรรมรว่ มกนั
อย่างไรบา้ ง และนักเรยี นมคี วามรสู้ กึ อยา่ งไร

ขนั้ สอน

1. ครใู หน้ กั เรยี นกล่มุ เดมิ รว่ มกนั อ่านเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พ่อ จากหนังสอื เรยี น
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั รวบรวมคาศพั ทห์ รอื ขอ้ ความยาก จากเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่ จากนนั้

รว่ มกนั อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์ และตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
3. ครใู หส้ มาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ กาหนดหมายเลขประจาตวั เป็นหมายเลข 1-4 จากนนั้ ใหผ้ ลดั กนั เลา่ เหตุการณ์

ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเร่อื งตามลาดบั หมายเลข 1-4 ตอ่ เน่อื งกนั จนจบเร่อื ง
4. สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ ร่วมกนั ตรวจสอบวา่ การเลา่ เรอ่ื งนนั้ มเี น้อื หาเรยี งลาดบั ตามเหตกุ ารณ์ และครอบคลมุ

เน้อื หาทงั้ เร่อื งหรอื ไม่ หากมขี อ้ บกพร่องใหแ้ กไ้ ข
5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 5.1 เรือ่ ง ของขวญั แทนใจให้คณุ พ่อ โดยใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุม่

แบง่ หนา้ ทก่ี นั ปฏบิ ตั ิ คอื สมาชกิ หมายเลข 1 อา่ นคาถาม แยกแยะประเดน็ ใหช้ ดั เจน สมาชกิ หมายเลข 2
ฟังขนั้ ตอน รวบรวมขอ้ มลู หาแนวทาง และเสนอแนะในการตอบคาถาม สมาชกิ หมายเลข 3 ตอบคาถาม
หรอื คน้ หาคาตอบ สมาชกิ หมายเลข 4 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
6. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ หมุนเวยี นเปลย่ี นหนา้ ทก่ี นั ในการตอบคาถามจนเสรจ็ ครบทุกขอ้
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขยี นคาตอบลงในใบงานท่ี 5.1 แลว้ นาสง่ ครูตรวจ ครปู ระกาศผลคะแนนของกลมุ่ ทไ่ี ด้
คะแนนสงู สดุ

ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั จากเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่

589

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องที่ 3 ของขวญั แทนใจให้คณุ พ่อ : การระบุข้อคิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนตามรปู แบบ โมเดลซิปปา (CIPPA MODEL)

ขนั้ ท่ี 1 ทบทวนความร้เู ดิม
นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั เรอ่ื งราวประทบั ใจทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพ่อ

ขนั้ ที่ 2 แสวงหาความร้ใู หม่

นกั เรยี นอ่านเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่ จากหนงั สอื เรยี น จากนนั้ เขยี นคณุ คา่ และขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเร่อื ง
ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพ่อ ลงในสมดุ ของแตล่ ะคน

ขนั้ ที่ 3 ศึกษาทาความเข้าใจข้อมูล/ความร้ใู หม่ และเช่ือมโยงความรใู้ หม่กบั ความรเู้ ดิม

สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ทม่ี หี มายเลขประจาตวั เดยี วกนั รวมกลุม่ กนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
คุณคา่ และขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พ่อ แลว้ สรปุ ผลการอภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็

ขนั้ ที่ 4 แลกเปลย่ี นความร้คู วามเข้าใจกบั กลุ่ม

สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ กลบั เขา้ กล่มุ เดมิ ผลดั กนั สรปุ ผลการอภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั คณุ คา่ และ
ขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพ่อ

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ และจดั ระเบยี บความรู้

1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ตรวจสอบขอ้ มูลเกย่ี วกบั คณุ ค่าและขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเร่อื ง ของขวญั แทนใจให้คณุ พ่อ
2. ครใู หน้ กั เรยี นจดั ระเบยี บคณุ ค่าและขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่ เพอ่ื นาเสนอ

หนา้ ชนั้ เรยี น

ขนั้ ท่ี 6 ปฏิบตั ิและ/หรือแสดงผลงาน

นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ จดั ระเบยี บคุณค่าและขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่ แลว้ นาเสนอ
ผลงานดว้ ยวธิ กี ารทส่ี รา้ งสรรคท์ เ่ี ป็นมติของกลมุ่

ขนั้ ท่ี 7 ประยุกต์ใช้ความรู้

นักเรยี นรว่ มกนั เสนอแนะแนวทางในการนาคณุ ค่าและขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่
ไปปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะสม และเกดิ ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั

590

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 4 เพลงอวยพรวนั เกิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความรคู้ วามเข้าใจ

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ตระหนัก

1. ครเู ปิดคลปิ เสยี งเพลงอวยพรวนั เกดิ ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝึกรอ้ งตามใหถ้ กู ตอ้ ง
2. ครใู หน้ กั เรยี นรอ้ งเพลงทใ่ี ชใ้ นวนั เกดิ ทน่ี อกเหนอื จากเพลงอวยพรวนั เกดิ ใหเ้ พ่อื นฟัง
3. ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั อ่านเน้อื เพลงอวยพรวนั เกดิ จากหนังสอื เรยี น เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทค่ี รกู าหนด

คอื อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ ตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเพลงอวยพรวนั เกดิ

ขนั้ ที่ 2 วางแผนปฏิบตั ิ

นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทค่ี รกู าหนด และแบ่งหน้าทใ่ี หส้ มาชกิ แต่ละคนใน
กลมุ่ ตามความเหมาะสม

ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ
นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดว้ างแผนรว่ มกนั ไว้ แลว้ จดบนั ทกึ

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

1. สมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สรุปและรายงานผลการอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความ ตงั้ คาถามและ
ตอบคาถาม ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ด จากเพลงอวยพรวนั เกดิ

2. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรใู้ นแต่ละประเดน็ จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

ขนั้ ที่ 5 สรปุ
นักเรยี นรว่ มกนั สรุปใจความสาคญั จากเพลงอวยพรวนั เกดิ

591

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 5 วนั เกิด : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิ คค่ตู รวจสอบ

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

ครอู ่านออกเสยี งเรอ่ื ง วนั เกดิ จากหนงั สอื เรยี น 1 ย่อหนา้ ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการอ่าน
ออกเสยี งคาและขอ้ ความในเร่อื ง

ขนั้ สอน

1. ครูอธบิ ายหลกั การอา่ นออกเสยี งเร่อื ง วนั เกดิ ใหน้ ักเรยี นฟัง
2. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง วนั เกดิ จากหนงั สอื เรยี น
3. ครูสงั เกตการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม และใหค้ าแนะนาเพม่ิ เตมิ หากมขี อ้ บกพรอ่ ง
4. ครูแบง่ เน้อื หาเรอ่ื ง วนั เกดิ ตามความเหมาะสม จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ จบั คู่กนั เป็น 2 คู่ เพ่อื ฝึกอ่าน

ออกเสยี งเร่อื ง วนั เกดิ โดยในแต่ละคู่ใหส้ มาชกิ คนหนงึ่ อา่ นดงั ๆ และสมาชกิ อกี คนหน่งึ เป็นฝ่ายสงั เกต
(สมาชกิ อกี คู่หนงึ่ ทอี่ ยกู่ ลมุ่ เดยี วกนั กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมในทานองเดยี วกนั )
5. นักเรยี นทท่ี าหนา้ ทเ่ี ป็นฝ่ายสงั เกตจะทาหนา้ ทต่ี รวจสอบและแสดงความคดิ เหน็ ดว้ ย
6. เม่อื อา่ นจบ 1 ตอน ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะค่เู ปลย่ี นบทบาทกนั โดยสลบั หนา้ ทจ่ี ากผอู้ า่ นเป็นผสู้ งั เกตและจากผู้
สงั เกตเป็นผอู้ ่าน
7. นักเรยี นแต่ละคู่รวมกลุ่มกนั ตามเดมิ เพ่อื เปรยี บเทยี บการอา่ น ถา้ คู่ใดอา่ นผดิ ใหค้ ู่ทอ่ี า่ นถกู ชว่ ยกนั แนะนา
และแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายปัญหาทพ่ี บมากในการอา่ นออกเสยี ง แลว้ เตรยี มออกมานาเสนอผลการ
อภปิ ราย หนา้ ชนั้ เรยี น

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง วนั เกดิ จากหนงั สอื เรยี น กบั ครูเป็นรายกลุม่

592

วรรณคดฯี ป.2

เร่ืองท่ี 6 วนั เกิด : การอธิบายความหมาย

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั อธบิ ายความหมายของคาว่า วนั เกดิ วนั คลา้ ยวนั เกดิ

ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)

ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สงั เกตและรวบรวมคาและขอ้ ความทน่ี กั เรยี นไมร่ คู้ วามหมายจากเรอ่ื ง
วนั เกดิ ลงในกระดาษ แลว้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการสะกดคาทไ่ี ดร้ วบรวมไว้ จากนนั้ หาความหมาย
ของคา หรอื ขอ้ ความนนั้ ๆ แลว้ จดบนั ทกึ

ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)

นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ คา และขอ้ ความทน่ี ักเรยี นไม่รคู้ วามหมายจากเรอ่ื ง วนั เกดิ และตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของการสะกดคาและความหมาย แลว้ สง่ ตวั แทนนาเสนอความรู้ หนา้ ชนั้ เรยี น

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

1. ครูแจกบตั รคาใหน้ กั เรยี น กลมุ่ ละ 1 ชดุ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ฝึกอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของ
คาจากบตั รคาทก่ี ลมุ่ ไดร้ บั

2. สมาชกิ แตล่ ะคนอ่านออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาดว้ ยตนเองจนครบทกุ บตั รคา จากนนั้ จบั คกู่ บั
เพ่อื นในกล่มุ ผลดั กนั อ่านออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาในบตั รคาใหค้ ูข่ องตนเองฟัง (สมาชกิ กลมุ่
อกี คหู่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

ตวั แทนนักเรยี นในแตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบตั รคาท่ไี ดร้ บั พรอ้ มอา่ นออกเสยี งคาอยา่ งชดั เจนและอธบิ าย
ความหมายของคาจากบตั รคา หนา้ ชนั้ เรยี น

593

วรรณคดฯี ป.2

เรอื่ งที่ 7 วนั เกิด : การตงั้ คาถามและตอบคาถาม

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิ คค่คู ิดสี่สหาย

ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

ครูใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งกจิ กรรมทม่ี กั จะจดั ขน้ึ ในงานฉลองวนั เกดิ หรอื วนั คลา้ ยวนั เกดิ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี น
รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็

ขนั้ สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื ง วนั เกดิ คนละ 2 คาถาม ลงในกระดาษ
2. นกั เรยี นแต่ละคนอ่านคาถามและตอบคาถามจากเร่อื ง วนั เกดิ ดว้ ยตนเองจนครบทกุ คาถาม จากนนั้ จบั คกู่ บั

เพ่อื นในกลมุ่ ผลดั กนั อ่านคาถามและตอบคาถามใหค้ ขู่ องตนเองฟัง (สมาชกิ กลมุ่ อกี คู่หนงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม
เชน่ เดยี วกนั )
3. นกั เรยี นรวมกล่มุ 4 คน ผลดั กนั อา่ นคาถามและตอบคาถามใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นึ่งภายในกลมุ่ ฟัง เพ่อื คดั เลอื ก
คาถามและคาตอบทค่ี รอบคลมุ เนอ้ื หาจากเรอ่ื ง วนั เกดิ
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดั เลอื กคาถามทด่ี ที ส่ี ดุ กลมุ่ ละ 2 คาถาม แลว้ เขยี นลงในกระดาษ โดยเขยี นหมายเลข
กล่มุ กากบั ดา้ นหลงั (ครกู าหนดหมายเลขกลมุ่ ให)้
5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นากระดาษคาถามส่งครู จากนนั้ ครสู ลบั กระดาษคาถามใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ กลุม่ ละ 2
คาถาม เพ่อื ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละหาคาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกล่มุ
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรปุ คาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกลมุ่ จากนนั้ อ่านคาถามและอธบิ ายคาตอบของกลุ่ม กลุ่ม
เจา้ ของคาถามตรวจสอบความถกู ตอ้ งของคาตอบ และอธบิ ายเพม่ิ เตมิ หากคาตอบนัน้ บกพร่อง
7. ครูสงั เกตการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมร่วมกนั ของนกั เรยี น

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นร่วมกนั สรปุ เกย่ี วกบั ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื ง วนั เกดิ

594

วรรณคดฯี ป.2

เรอ่ื งท่ี 8 วนั เกิด : การระบุใจความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิ คคตู่ รวจสอบ

ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน

ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ความเชอ่ื ตามวถิ ไี ทย เร่อื ง การปล่อยนก ปลอ่ ยปลา แลว้ ใหน้ กั เรยี น
ยกตวั อยา่ งโอกาสสาคญั ทค่ี นไทยมกั นยิ มปล่อยนก ปลอ่ ยปลา

ขนั้ สอน

1. นักเรยี นอา่ นเรอ่ื ง วนั เกดิ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั จบั ใจความสาคญั จากเรอ่ื ง วนั เกดิ โดยใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ จบั คู่กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ให้

แต่ละคปู่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม คอื สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นขอ้ ความ และเขยี นสรุปใจความสาคญั สมาชกิ คนท่ี 2 เป็น
ฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบใจความสาคญั ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคเู่ ปลย่ี นบทบาทกนั ในยอ่ หนา้ ตอ่ ไป
3. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ (4 คน) ใหแ้ ตล่ ะคนู่ าใจความสาคญั ของคตู่ นเองมานาเสนอใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นึ่งฟัง เพ่อื
ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ตวั แทนของแตล่ ะกลุ่มออกมาสรปุ ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของเรอ่ื ง วนั เกดิ โดยการเล่าเรอ่ื งยอ่ ๆ
5. นักเรยี นแตล่ ะคนทาใบงานที่ 5.2 เร่อื ง ใจความสาคญั เรอ่ื ง วนั เกิด เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ สรปุ
นกั เรยี นและครูชว่ ยกนั สรปุ ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของเร่อื ง วนั เกดิ

595

วรรณคดฯี ป.2

เร่อื งท่ี 9 วนั เกิด : การระบุข้อคิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิ คการสมั ภาษณ์ 3 ขนั้ ตอน

ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ความนิยมในการจดั งานวนั เกดิ ในสงั คมไทย

ขนั้ สอน

1. นักเรยี นกลุ่มเดมิ กาหนดหมายเลขตงั้ แต่ 1-4 ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่
2. ครูกาหนดใหน้ ักเรยี นหมายเลข 1 สมั ภาษณ์นกั เรยี นหมายเลข 2 และนกั เรยี นหมายเลข 3 สมั ภาษณ์

นกั เรยี นหมายเลข 4 เกย่ี วกบั ความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการอา่ นเรอ่ื ง วนั เกดิ
3. นักเรยี นแต่ละหมายเลขเปลย่ี นบทบาทกนั โดยใหน้ ักเรยี นหมายเลข 2 สมั ภาษณ์นักเรยี นหมายเลข 1 และ

นกั เรยี นหมายเลข 4 สมั ภาษณ์นกั เรยี นหมายเลข 3
4. สมาชกิ กลมุ่ จะหมุนเวยี นกนั สรุปใจความทไ่ี ดร้ บั ฟังจากการสมั ภาษณใ์ หส้ มาชกิ คนอน่ื ๆ ฟังวา่ เพ่อื นพดู อะไร

ไดใ้ จความสาคญั อยา่ งไร
- หมายเลข 1 บอกกบั หมายเลข 3 และ 4 เกยี่ วกบั ใจความสาคญั ของเรอ่ื งทห่ี มายเลข 2 ใหส้ มั ภาษณ์
- หมายเลข 2 บอกกบั หมายเลข 3 และ 4 เกยี่ วกบั ใจความสาคญั ของเรอ่ื งทห่ี มายเลข 1 ใหส้ มั ภาษณ์
สมาชกิ แต่ละหมายเลขสลบั เปลย่ี นแบบน้ีไปเร่อื ยๆ จนครบทุกหมายเลข
5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สรปุ ใจความสาคญั เกย่ี วกบั ความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการอ่านเรอ่ื ง วนั เกดิ แลว้ บนั ทกึ
ลงในสมุด

ขนั้ สรปุ
นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการอา่ นเร่อื ง วนั เกดิ

 ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มจดั ทาแผน่ พบั แสดงความรแู้ ละขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่าน
เร่ือง วนั เกิด โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด

596

วรรณคดฯี ป.2

เร่อื งที่ 10 บตั รอวยพร

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

1. ครูสมมุตสิ ถานการณใ์ หน้ กั เรยี นฟังวา่ วนั น้เี ป็นงานวนั เกดิ ของนกั เรยี นในชนั้ เรยี นคนหนึง่ หรอื ถา้ เป็นไปได้
ใหเ้ ลอื กนักเรยี นทเ่ี กดิ ในวนั น้ี หรอื เกดิ ในวนั ทใ่ี กลเ้ คยี ง จากนนั้ รอ้ งเพลงอวยพรวนั เกดิ

2. ครูมอบบตั รอวยพรวนั เกดิ ใหน้ กั เรยี นเจา้ ของวนั เกดิ แลว้ ใหน้ กั เรยี นเจา้ ของวนั เกดิ ออกมาอา่ นคาอวยพรของ
ครใู หเ้ พอ่ื นฟัง

ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)

1. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ รว่ มกนั อ่านออกเสยี งเร่อื ง บตั รอวยพร และศกึ ษาประเดน็ ความรเู้ กย่ี วกบั ความเป็นมาของ
บตั รอวยพร คาอวยพรวนั เกดิ ในภาษาไทย วธิ กี ารทาบตั รอวยพร จากหนงั สอื เรยี น และหอ้ งสมดุ

2. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนในการศกึ ษาประเดน็ ความรู้ทค่ี รกู าหนด

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายผลตามประเดน็ ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา จนเป็นมตขิ องกลมุ่
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการศกึ ษา หนา้ ชนั้ เรยี น

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

ครตู งั้ ประเดน็ คาถามใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั หาคาตอบ โดยครตู รวจสอบคาตอบของนกั เรยี น
แตล่ ะกลมุ่ และอธบิ ายเพม่ิ เตมิ หากมขี อ้ บกพรอ่ ง

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั บตั รอวยพรวนั เกดิ พรอ้ มกบั แจกกระดาษ และอุปกรณใ์ นการทาบตั รอวยพร
แลว้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนทาบตั รอวยพรวนั เกดิ ใหก้ บั คนทน่ี กั เรยี นรกั

2. นักเรยี นแต่ละคนออกมานาเสนอบตั รอวยพรวนั เกดิ พรอ้ มอา่ นคาอวยพรใหช้ ดั เจน
3. ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั คดั เลอื กบตั รอวยพรทส่ี วยงามและมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ 5 ใบ เพอ่ื ตดิ ป้ายนเิ ทศแสดง

ผลงาน หนา้ ชนั้ เรยี น

นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5

597

วรรณคดฯี ป.2

9 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

9.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รคา
3) บตั รอวยพร
4) คลปิ เสยี งเพลงอวยพรวนั เกดิ
5) กระดาษคาถาม
6) กระดาษและอุปกรณใ์ นการทาบตั รอวยพร
7) ใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่
8) ใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง ใจความสาคญั เรอ่ื ง วนั เกดิ

9.2 แหลง่ การเรียนรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

- www.youtube.com/watch?v=jJ8PiTgGGwA

598

วรรณคดฯี ป.2

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินแผ่นพบั แสดงความร้แู ละข้อคิด เรอ่ื ง วนั เกิด

รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน

ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

1. การอธิบาย อธบิ ายความหมายของคาและ อธบิ ายความหมายของคาและ อธบิ ายความหมายของคาและ
ความหมายของคา ขอ้ ความจากเร่อื ง วนั เกดิ ได้ ขอ้ ความจากเรอ่ื ง วนั เกดิ ได้ ขอ้ ความจากเรอ่ื ง วนั เกดิ ได้
และขอ้ ความจาก ถูกตอ้ งครบทกุ คา ชดั เจน และ ถกู ตอ้ ง มจี ดุ ผดิ พลาด 1-2 คา ถกู ต้อง มจี ดุ ผดิ พลาด 3-4 คา
เรื่อง เขา้ ใจงา่ ย

2. การจบั ใจความ จบั ใจความสาคญั ของเร่อื ง จบั ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง จบั ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง
สาคญั และ
รายละเอียดของ วนั เกดิ ไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน และ วนั เกดิ ไดถ้ ูกต้องเป็นส่วนใหญ่ วนั เกดิ ไดถ้ ูกต้องเป็นบางสว่ น
เรอ่ื ง
เขา้ ใจงา่ ย แต่ไม่ชดั เจน คอ่ นขา้ งเขา้ ใจยาก และไม่ชดั เจน เขา้ ใจยาก
3. การระบขุ ้อคิดที่
ได้รบั จากเรื่อง บอกขอ้ คดิ และคุณคา่ ของเรอ่ื ง บอกขอ้ คดิ และคณุ คา่ ของเรอ่ื ง บอกขอ้ คดิ และคุณคา่ ของเรอ่ื ง
วนั เกดิ ไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น วนั เกดิ ไดถ้ ูกตอ้ งเป็นสว่ น วนั เกดิ ไดถ้ กู ต้องบางส่วน
และเสนอแนะแนวทางในการ ใหญ่ และเสนอแนะแนวทางใน และเสนอแนะแนวทางในการ
นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ การนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อยา่ ง
อย่างมเี หตุผล ไดค้ ่อนขา้ งมเี หตผุ ล ไมม่ เี หตผุ ล

ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ต่ากว่า 5
ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง
8-9 5-7
ดี พอใช้

599

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว

อา่ นข้อความ แล้วตอบคาถาม ขอ้ 1-2 6. สงิ่ ทคี่ วรปฏบิ ตั มิ ากทส่ี ดุ ในวนั เกิดคอื ขอ้ ใด
ก. ทาบญุ ตกั บาตร
“ขออาราธนาคณุ พระศรีรตั นตรยั โปรดช่วยคมุ้ ครองให้ ข. จดั งานเลย้ี งฉลองวนั เกดิ
ค. ทาความดตี อ่ คณุ แม่ใหม้ ากทสี่ ดุ
มสี ขุ ภาพแขง็ แรง”
7. การใหข้ องขวญั วนั เกดิ ทด่ี ที ส่ี ดุ ควรมลี กั ษณะอย่างไร
1. จากขอ้ ความขา้ งตน้ สามารถนาไปใช้ได้กบั วนั ใด ก. เป็นของขวญั ทม่ี รี าคาแพง
จงึ จะเหมาะสม ข. เป็นของขวญั ทหี่ าซ้อื ไดย้ าก
ก. วนั เกดิ ค. เป็นของขวญั ทที่ าดว้ ยตนเอง
ข. วนั ขน้ึ บา้ นใหม่
ค. วนั ทางานวนั แรก 8. การทากจิ กรรมในวนั เกิดทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ สว่ นรวม
มลี กั ษณะอยา่ งไร
2. คาว่า อาราธนา มคี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด ก. การทาบุญตกั บาตร
ก. เชอ้ื เชญิ ข. การจดั งานฉลองรน่ื เรงิ
ข. ความสุข ค. การจดั เล้ยี งอาหารใหก้ บั เดก็ ทสี่ ถานสงเคราะห์
ค. ความสาเรจ็
9. การอวยพรวนั เกดิ ใหก้ บั ผูใ้ หญ่ ควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
3. คาอวยพรวนั เกดิ ในภาษาไทยตรงกบั ขอ้ ใด ก. ควรใหข้ องขวญั ผูใ้ หญก่ ่อนแลว้ จงึ อวยพร
ก. โชคดวี นั เกดิ ข. ควรอา้ งสง่ิ ทผ่ี ูใ้ หญ่นับถอื ก่อน แลว้ จงึ อวยพร
ข. สขุ สนั ตว์ นั เกดิ ค. ควรรอ้ งเพลงวนั เกดิ ใหผ้ ูใ้ หญ่กอ่ นแลว้ จงึ อวยพร
ค. ขอใหม้ คี วามสุข
10. การทาบุญในวนั คลา้ ยวนั เกดิ ในทางพระพุทธศาสนา
4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กจิ กรรมทนี่ ิยมปฏบิ ตั ใิ นวนั เกดิ มลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. การถวายสงั ฆทาน
ก. ทาบุญตกั บาตร ข. การมอบบตั รอวยพร
ข. เป่าเทยี นทปี่ ักอยบู่ นเคก้ ค. การเป่าเทยี นและอธษิ ฐานขอพร
ค. รอ้ งเพลงสรรเสรญิ พระบารมี
5. การเขยี นเร่อื งจากประสบการณ์ มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ก. ทาใหเ้ ขยี นหนังสอื เกง่
ข. ทาใหอ้ ่านหนังสอื คล่อง
ค. ทาใหไ้ ดท้ บทวนเร่อื งทเ่ี คยเกดิ ขน้ึ มาแลว้

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-4
ท 5.1 ป.2/1

ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ก 2. ก 3. ข 4. ค 5. ค 6. ค 7. ค 8. ค 9. ข 10. ก

600

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว

1. สงิ่ ทคี่ วรปฏบิ ตั มิ ากทสี่ ุดในวนั เกิดคอื ขอ้ ใด อ่านข้อความ แล้วตอบคาถาม ขอ้ 6-7
ก. ทาความดตี อ่ คุณแมใ่ หม้ ากทส่ี ุด
ข. จดั งานเลย้ี งฉลองวนั เกดิ “ขออาราธนาคณุ พระศรรี ตั นตรยั โปรดช่วยคมุ้ ครองให้
ค. ทาบุญตกั บาตร
มสี ุขภาพแขง็ แรง”
2. การใหข้ องขวญั วนั เกดิ ทด่ี ที ส่ี ดุ ควรมลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. เป็นของขวญั ทท่ี าดว้ ยตนเอง 6. จากขอ้ ความขา้ งต้น สามารถนาไปใชไ้ ด้กบั วนั ใด
ข. เป็นของขวญั ทห่ี าซ้อื ไดย้ าก จงึ จะเหมาะสม
ค. เป็นของขวญั ทม่ี รี าคาแพง ก. วนั ทางานวนั แรก
ข. วนั ขน้ึ บา้ นใหม่
3. การทากจิ กรรมในวนั เกดิ ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม ค. วนั เกดิ
มลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. การจดั เล้ยี งอาหารใหก้ บั เดก็ ทส่ี ถานสงเคราะห์ 7. คาวา่ อาราธนา มคี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด
ข. การจดั งานฉลองร่นื เรงิ ก. ความสาเรจ็
ค. การทาบุญตกั บาตร ข. ความสุข
ค. เชอ้ื เชญิ
4. การอวยพรวนั เกดิ ใหก้ บั ผูใ้ หญ่ ควรปฏบิ ตั อิ ย่างไร
ก. ควรรอ้ งเพลงวนั เกดิ ใหผ้ ูใ้ หญ่กอ่ นแลว้ จงึ อวยพร 8. คาอวยพรวนั เกดิ ในภาษาไทยตรงกบั ขอ้ ใด
ข. ควรอา้ งสงิ่ ทผี่ ูใ้ หญน่ ับถอื ก่อน แลว้ จงึ อวยพร ก. ขอใหม้ คี วามสุข
ค. ควรใหข้ องขวญั ผูใ้ หญก่ อ่ นแลว้ จงึ อวยพร ข. สขุ สนั ตว์ นั เกดิ
ค. โชคดวี นั เกิด
5. การทาบญุ ในวนั คลา้ ยวนั เกดิ ในทางพระพทุ ธศาสนา
มลี กั ษณะอย่างไร 9. ขอ้ ใดไม่ใช่กจิ กรรมทนี่ ยิ มปฏบิ ตั ใิ นวนั เกดิ
ก. การเป่าเทยี นและอธษิ ฐานขอพร
ข. การมอบบตั รอวยพร ก. รอ้ งเพลงสรรเสรญิ พระบารมี
ค. การถวายสงั ฆทาน ข. เป่าเทยี นทป่ี ักอยบู่ นเคก้
ค. ทาบญุ ตกั บาตร
10. การเขยี นเรอ่ื งจากประสบการณ์ มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ก. ทาใหไ้ ดท้ บทวนเรอ่ื งทเ่ี คยเกดิ ขน้ึ มาแลว้
ข. ทาใหอ้ า่ นหนังสอื คลอ่ ง
ค. ทาใหเ้ ขยี นหนงั สอื เก่ง

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-4
ท 5.1 ป.2/1

ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ก 2. ก 3. ก 4. ข 5. ค 6. ค 7. ค 8. ข 9. ก 10. ก

601

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ของขวัญวนั เกดิ 1 ชวั่ โมง
เร่ืองท่ี 1 ของขวัญแทนใจให้คุณพ่อ : การอ่านออกเสียง

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1 ของขวญั แทนใจให้คณุ พ่อ :
การอ่านออกเสียง

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่ จะตอ้ งอา่ นออกเสยี งคา และขอ้ ความใหถ้ ูกตอ้ งและชดั เจน

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง

2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) บอกหลกั การอา่ นออกเสยี งคาและขอ้ ความจากเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพ่อ ได้
2) อ่านออกเสยี งเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

• การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- เรอ่ื ง ของขวญั วนั เกดิ

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการสงั เกต

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

602

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ของขวัญวันเกิด
เรื่องที่ 1 ของขวญั แทนใจให้คุณพ่อ : การอ่านออกเสียง

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2  การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วให้ไพเราะน่าฟัง
มีหลกั ในการอ่านอย่างไร
1. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั เสยี งรอ้ งของสตั วช์ นดิ ต่างๆ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
โดยครูยกตวั อย่างเสยี งไก่ขนั ใหน้ กั เรยี นทาเสยี งไกข่ นั เช่น ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
เอก้ อ๊ี เอก้ เอก้

2. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ประกวดเลยี นเสยี งรอ้ งของสตั วต์ า่ งๆ
จากนนั้ นักเรยี นชว่ ยกนั ตดั สนิ และปรบมอื ชมเชยคนทชี่ นะ

3. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั ทบทวนความรูเ้ กยี่ วกบั หลกั การอ่าน
ออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้

4. ครอู า่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ พอ่ จากหนังสอื
เรยี น ใหน้ ักเรยี นฟัง 1 ยอ่ หนา้ จากนนั้ อธบิ ายหลกั การอ่าน
การแบง่ วรรคตอนในการอา่ นใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ แลว้ ให้
นกั เรยี นอ่านตาม

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครูแบ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 4 คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเกง่ ปานกลาง
ค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นจบั คูก่ บั เพ่อื นใน
กลมุ่ เพ่อื ร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสยี งตามทค่ี รอู ่านใหฟ้ ัง

2. ครูสงั เกตขอ้ บกพรอ่ งในการอ่านออกเสยี ง และการแบง่ วรรค
ตอนในการอา่ นของแต่ละคู่ หากมขี อ้ บกพร่องใหเ้ สนอแนะ
แนวทางในการปรบั ปรุงแกไ้ ขขอ้ บกพร่องตามความ
เหมาะสม

3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

603

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ของขวัญวนั เกิด
เร่ืองท่ี 1 ของขวัญแทนใจให้คุณพ่อ : การอ่านออกเสียง

ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นักเรยี นแต่ละคนู่ าขอ้ เสนอแนะจากครูมาปรบั ปรุง แกไ้ ขการ
อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ใหถ้ ูกตอ้ ง

2. นักเรยี นแตล่ ะคู่ฝึกอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจให้
คณุ พ่อ จากหนังสอื เรยี น 2 ยอ่ หน้า โดยไมม่ แี บบ

ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทาให้ชานาญ คาถามกระตุ้นความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2  การอ่านคาศพั ท์ยากให้คลอ่ งแคลว่ ชดั เจน
ควรฝึกอา่ นอยา่ งไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (จะตอ้ งฝึกอ่านออกเสยี งคาศพั ทย์ ากนนั้ ชา้ ๆ ออก
2. นักเรยี นรว่ มกนั ฝึกอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ณุ เสยี งใหช้ ดั เจน เมอื่ อา่ นคลอ่ งแลว้ ใหอ้ า่ นออกเสยี ง
ตามความเรว็ ปกตอิ ยา่ งชดั เจน และฝึกอา่ นบอ่ ยๆ)
พอ่ จากหนังสอื เรยี น เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความชานาญในการอ่าน
3. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ หลกั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
4. ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งเร่อื ง ของขวญั แทนใจใหค้ ุณพอ่

จากหนงั สอื เรยี น ตามยอ่ หน้าทค่ี รกู าหนด เป็นรายบุคคล

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

__

604

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ของขวญั วนั เกดิ
เรื่องท่ี 1 ของขวัญแทนใจให้คุณพ่อ : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้ รวม
ที่ ของผ้รู บั การประเมิน อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
คะแนน

321321321321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพรอ่ งปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 12 ดี

605 6 - 9 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 6 ปรบั ปรงุ


Click to View FlipBook Version