The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-02 14:14:47

วคดป2

วคดป2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 นิทานสานฝัน
เร่ืองที่ 10 กบเลือกนาย : การระบุข้อคิด

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอ่ืน ตามท่ีไดร้ บั 321 ส่วนรว่ มใน รวม
มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
321 321 ผลงานกลุ่ม คะแนน
321
321

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

107

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 นทิ านสานฝัน
เร่ืองท่ี 10 กบเลือกนาย : การระบขุ ้อคดิ

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี

2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมเู่ พ่อื น

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถี่ กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มวี ินยั 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

108

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 นิทานสานฝัน
เรื่องที่ 10 กบเลือกนาย : การระบขุ ้อคิด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากวา่ 36 ปรบั ปรงุ

109

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 นิทานสานฝัน แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองที่ 10 กบเลอื กนาย : การระบขุ ้อคดิ

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

110

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 นทิ านสานฝนั
เร่ืองท่ี 10 กบเลอื กนาย : การระบุข้อคิด

แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นรู้

ตอนที่ 1 นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ตอ่ ไปน้ี ท 1.1 (ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4) ท 5.1 (ป.2/1)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
 ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
 ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตาแหน่ง

111

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 นทิ านสานฝัน
เรื่องที่ 10 กบเลือกนาย : การระบุข้อคิด

ตอนที่ 2 การตรวจสอบคณุ ภาพนักเรียนเพ่อื เตรยี มความพร้อมรองรบั การประเมินคณุ ภาพภายนอก ร้อยละ
ระดบั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน (ด้านคณุ ภาพผ้เู รยี น)

มาตรฐานที่ 1 ผเู้ รยี นมีสขุ ภาวะทดี่ แี ละมสี ุนทรียภาพ

1.1 มสี ุขนสิ ยั ในการดูแลสขุ ภาพและออกกาลงั กายสมา่ เสมอ
1.2 มนี ้าหนกั สว่ นสูง และมสี มรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐาน
1.3 ป้องกนั ตนเองจากสงิ่ เสพตดิ ใหโ้ ทษและหลกี เลยี่ งตนเองจากสภาวะทเี่ สยี่ งต่อความรนุ แรง โรค ภยั อบุ ตั เิ หตุ และปัญหาทางเพศ
1.4 เหน็ คณุ คา่ ในตนเอง มคี วามมนั่ ใจ กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม
1.5 มมี นุษยสมั พนั ธ์ทดี่ แี ละใหเ้ กยี รตผิ อู้ นื่
1.6 สรา้ งผลงานจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมดา้ นศลิ ปะ ดนตร/ี นาฏศลิ ป์ กฬี า/นันทนาการตามจนิ ตนาการ

มาตรฐานที่ 2 ผ้เู รยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทีพ่ ึงประสงค์

2.1 มคี ุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ตามหลกั สตู ร
2.2 เออ้ื อาทรผอู้ นื่ และกตญั ญูกตเวทตี ่อผมู้ พี ระคณุ
2.3 ยอมรบั ความคดิ และวฒั นธรรมทแี่ ตกต่าง
2.4 ตระหนกั รคู้ ุณคา่ รว่ มอนุรกั ษ์และพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ ม

มาตรฐานที่ 3 ผ้เู รียนมีทกั ษะในการแสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง รกั เรียนรู้ และพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง

3.1 มนี สิ ยั รกั การอา่ นและแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากหอ้ งสมุด แหล่งเรยี นรู้ และสอื่ ตา่ งๆ รอบตวั
3.2 มที กั ษะในการอ่าน ฟัง ดู พูด เขยี น และตงั้ คาถามเพอื่ คน้ ควา้ หาความรเู้ พมิ่ เตมิ
3.3 เรยี นรรู้ ว่ มกนั เป็นกลุ่ม แลกเปลยี่ นความคิดเหน็ เพอื่ การเรยี นรู้ระหวา่ งกนั
3.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรยี นรแู้ ละนาเสนอผลงาน

มาตรฐานที่ 4 ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสรา้ งสรรค์ ตดั สินใจแก้ปัญหา
ได้อยา่ งมสี ติสมเหตุสมผล

4.1 สรปุ ความคดิ จากเรอื่ งทอี่ ่าน ฟัง และดู และสอื่ สารโดยการพูดหรอื เขยี นตามความคดิ ของตนเอง
4.2 นาเสนอวธิ คี ดิ วธิ แี กป้ ัญหาดว้ ยภาษาหรอื วธิ กี ารของตนเอง
4.3 กาหนดเป้าหมาย คาดการณ์ ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาโดยมเี หตผุ ลประกอบ
4.4 มคี วามคดิ รเิ รมิ่ และสรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ

มาตรฐานที่ 5 ผเู้ รยี นมคี วามรแู้ ละทกั ษะทีจ่ าเป็นตามหลกั สตู ร

5.1 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นเฉลยี่ แต่ละกลุ่มสาระเป็นไปตามเกณฑ์
5.2 ผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ตามหลกั สตู รเป็นไปตามเกณฑ์
5.3 ผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นเป็นไปตามเกณฑ์
5.4 ผลการทดสอบระดบั ชาตเิ ป็นไปตามเกณฑ์

มาตรฐานที่ 6 ผเู้ รียนมีทกั ษะในการทางาน รกั การทางาน สามารถทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้ และมเี จตคติทีด่ ี
ต่ออาชีพสจุ ริต

6.1 วางแผนการทางานและดาเนินการจนสาเรจ็
6.2 ทางานอยา่ งมคี วามสขุ มงุ่ มนั่ พฒั นางาน และภูมใิ จในผลงานของตนเอง
6.3 ทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ ได้
6.4 มคี วามรสู้ กึ ทดี่ ตี อ่ อาชพี สุจรติ และหาความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทตี่ นเองสนใจ

112

วรรณคดฯี ป.2

2หน่วยการเรยี นรู้ท่ี สามคั คีคือพลงั

12เวลา ชวั่ โมง

1 มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั

ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอี่ า่ น
ป.2/2 ตงั้ คาถามและตอบคาถามเกยี่ วกบั เรอ่ื งทอ่ี า่ น
ป.2/3 ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากเร่อื งทอี่ ่าน
ป.2/4 แสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่อื งทอี่ า่ น
ป.2/5
ระบขุ อ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ท 5.1 ป.2/1 รอ้ งบทรอ้ งเล่นสาหรบั เดก็ ในทอ้ งถนิ่
ทอ่ งจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ
ป.2/2
ป.2/3

2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ชุดสามคั คคี อื พลงั โดยอ่านออกเสยี งและการอธบิ ายความหมายคาและ
ขอ้ ความ การตงั้ คาถามและตอบคาถาม ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดของเรอ่ื งทอ่ี า่ น การรอ้ งบทรอ้ งเลน่
สาหรบั เดก็ และการทอ่ งบทอาขยาน จะชว่ ยใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจตอ่ เร่อื งทอ่ี ่านมากขน้ึ สามารถนาขอ้ คดิ ทไ่ี ด้
จากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

1) การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ เช่น นทิ าน

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เชน่

- นิทาน - ปรศิ นาคาทาย - วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น

4) บทรอ้ งเล่นทม่ี คี ณุ คา่

- บทรอ้ งเลน่ ในทอ้ งถนิ่

5) บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณค่า

- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

113

วรรณคดฯี ป.2

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

1) การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองต่างๆ
- เรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
- บทดอกสรอ้ ย มดแดง
- นทิ านเรอ่ื ง มดแดงรวมพลงั
- นิทานเรอ่ื ง ชา้ งเกเร
- ปรศิ นาน่ารู้

2) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่าง ๆ เช่น
- เร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
- บทดอกสรอ้ ย มดแดง
- นทิ านเรอ่ื ง ชา้ งเกเร

3) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เชน่
- เรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
- นทิ านเรอ่ื ง มดแดงรวมพลงั

4) บทรอ้ งเลน่ ทม่ี คี ุณค่า
- บทรอ้ งเล่น มดแดง

5) บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณคา่
- บทดอกสรอ้ ย มดแดง

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 2) ทกั ษะการอา่ น
4.2 ความสามารถในการคิด 4) ทกั ษะการเรยี งลาดบั
6) ทกั ษะการตงั้ คาถาม
1) ทกั ษะการฟัง 8) ทกั ษะการสรุปย่อ
3) ทกั ษะการสงั เกต 10) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
5) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
7) ทกั ษะการคาดคะเน
9) ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน 4. รกั ความเป็นไทย

114

วรรณคดฯี ป.2

6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

การท่องบทดอกสรอ้ ย มดแดง

7 การวดั และการประเมินผล

7.1 การประเมินก่อนเรยี น

- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง สามคั คคี อื พลงั

7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1) ตรวจใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ใจความสาคญั เร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
2) ตรวจใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง ขอ้ คดิ จากเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
3) ตรวจใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง ปรศิ นาน่ารู้
4) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
5) ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
6) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
7) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
8) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
9) สงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.3 การประเมินหลงั เรียน

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่อื ง สามคั คคี อื พลงั

7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- สงั เกตการทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง

8 กิจกรรมการเรยี นรู้

นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2

115

วรรณคดฯี ป.2

เรอื่ งที่ 1 ดอกสรอ้ ยสอนใจ : การอ่านออกเสยี ง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม

ขนั้ ท่ี 1 มผี นู้ าและมกี ารแบง่ หน้าท่ีรบั ผิดชอบ

1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั มดแดง ในเร่อื ง ทอ่ี ยอู่ าศยั ชวี ติ ความเป็นอยู่ อาหาร แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั
อภปิ ราย

2. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลุม่ กลุม่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนนั้ นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ เลอื กประธาน
กล่มุ และเลขานุการกลมุ่ แลว้ ร่วมกนั กาหนดภาระหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของสมาชกิ กลมุ่ โดยพจิ ารณา
จากความสนใจหรอื ความสมคั รใจของสมาชกิ เพอ่ื รว่ มกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

ขนั้ ท่ี 2 วางแผน

นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ฝึกวางแนวทางในการอ่านออกเสยี งเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ และกาหนดจดุ ประสงค์
ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมร่วมกนั

ขนั้ ท่ี 3 ปฏิบตั ิตามแผน

นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อ่านออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ จากหนงั สอื เรยี น ตามแนวทางและ
จุดประสงคท์ ไ่ี ดว้ างไว้

ขนั้ ท่ี 4 ประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มผลดั กนั อา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ โดยในขณะทส่ี มาชกิ คนหนึ่งอา่ น เพ่อื นใน
กลมุ่ จะคอยตรวจสอบ จากนนั้ ชว่ ยกนั รวบรวมปัญหา หรอื ขอ้ บกพร่องในการอา่ น แลว้ สรปุ แนวทางในการ
แกป้ ัญหาการอ่านออกเสยี ง

ขนั้ ที่ 5 ปรบั ปรงุ และพฒั นา

นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ จากหนงั สอื เรยี น จนสมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่
อ่านออกเสยี งไดถ้ ูกตอ้ ง คลอ่ งแคลว่ และชดั เจน

116

วรรณคดฯี ป.2

เรอื่ งที่ 2 บทดอกสรอ้ ย มดแดง : การอ่านออกเสียง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้

1. ครูส่มุ นกั เรยี น 1-2 กลุ่ม อา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนงั สอื เรยี น ใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ชนั้ เรยี น
2. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟังวา่ การอา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ยกบั บทรอ้ งเลน่ สาหรบั เดก็ มคี วามเหมอื นหรอื

แตกต่างกนั อย่างไร

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

ครูอ่านออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งตามจนคลอ่ งและถกู ตอ้ ง
ชดั เจนตามหลกั การอา่ น โดยครูคอยสงั เกตและแนะนาการอ่านทถ่ี กู ตอ้ งใหก้ บั นกั เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนังสอื เรยี นจนจบเรอ่ื ง โดยให้
นักเรยี นแต่ละกลมุ่ จบั คกู่ นั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหส้ มาชกิ คนหนง่ึ ในแตล่ ะคอู่ า่ นดงั ๆ และสมาชกิ อกี คนหน่งึ เป็นฝ่าย
สงั เกต (สมาชกิ อกี ค่หู นงึ่ ทอี่ ยูใ่ นกล่มุ เดยี วกนั กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมในทานองเดยี วกนั )

2. นักเรยี นแต่ละครู่ วมกลุ่มกนั ตามเดมิ เปรยี บเทยี บการอ่าน ถา้ คูใ่ ดอ่านผดิ ใหค้ ่ทู อ่ี า่ นถูกชว่ ยกนั แนะนาและ
แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ

ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ
นกั เรยี นอ่านออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนังสอื เรยี น กบั ครเู ป็นรายกลมุ่ นอกเวลาเรยี น

117

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องที่ 3 บทดอกสรอ้ ย มดแดง :
การอธิบายความหมาย
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบรว่ มมอื : เทคนิ คคคู่ ิดส่ีสหาย

ขนั้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

ครูสุม่ นกั เรยี น 2-3 คน ใหย้ กตวั อย่างคา ในบทดอกสรอ้ ย มดแดง ทน่ี ักเรยี นไม่รคู้ วามหมาย

ขนั้ สอน

1. นักเรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั อา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนังสอื เรยี น
2. ครูแจกบตั รคาใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 ใบ เพ่อื ใหส้ มาชกิ แตล่ ะกลุ่มฝึกอา่ นออกเสยี งและบอก

ความหมายของคาจากบตั รคาทก่ี ล่มุ ไดร้ บั
3. สมาชกิ แตล่ ะคนอ่านออกเสยี ง และอธบิ ายความหมายของคาดว้ ยตนเองจนครบทุกบตั รคา จากนนั้ จบั คู่กบั

เพอ่ื นในกลมุ่ ผลดั กนั อ่านออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาในบตั รคาใหค้ ูข่ องตนเองฟัง (สมาชกิ กลมุ่
อกี คหู่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเช่นเดยี วกนั )
4. นักเรยี นรวมกลมุ่ 4 คน ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาจากบตั รคาใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นง่ึ
ภายในกลมุ่ ฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ของกลุ่ม

ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นและครูชว่ ยกนั รวบรวมความหมายของคาศพั ท์ จากบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากนนั้ ตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง และเขยี นบนั ทกึ ลงในสมดุ

118

วรรณคดฯี ป.2

เรอื่ งที่ 4 บทดอกสรอ้ ย มดแดง :
การระบุใจความสาคญั
1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความร้คู วามเขา้ ใจ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต ตระหนัก
ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ประโยชน์และโทษของมดแดง

ขนั้ ที่ 2 วางแผนปฏิบตั ิ

นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนในการอ่านบทดอกสรอ้ ย มดแดง เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทค่ี รูกาหนดและ
แบ่งหนา้ ทใ่ี หส้ มาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่ ตามความเหมาะสม

ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อา่ นบทดอกสรอ้ ย มดแดง และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทไ่ี ดว้ างแผนไว้ แลว้ จดบนั ทกึ

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ และรายงานผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ตามลาดบั ดงั น้ี
- ตงั้ คาถามและตอบคาถามจากบทดอกสรอ้ ย มดแดง
- ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทดอกสรอ้ ย มดแดง
- แสดงความคดิ เหน็ และคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากบทดอกสรอ้ ย มดแดง

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ใจความสาคญั จากบทดอกสรอ้ ย มดแดง

119

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องท่ี 5 ช้างเกเร : การอธิบายความหมาย

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

ครูใหน้ กั เรยี นอธบิ ายความหมายของคาว่า เกเร ตามความเขา้ ใจของแตล่ ะคน จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั
สรุปความหมาย พรอ้ มยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมประกอบ

ขนั้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore)

1. นักเรยี นกล่มุ เดมิ รว่ มกนั อ่านออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง ชา้ งเกเร จากหนังสอื เรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สงั เกตและรวบรวมคาทน่ี กั เรยี นไมร่ คู้ วามหมายจากนทิ านเร่อื ง ชา้ งเกเร

ลงในสมุด
3. สมาชกิ กลมุ่ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการสะกดคาทไ่ี ดร้ วบรวมไว้ จากนนั้ หาความหมายของคา

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ คาทน่ี กั เรยี นไม่รคู้ วามหมายจากนทิ านเรอ่ื ง ชา้ งเกเร และตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งของการสะกดคา ความหมาย คาอธบิ าย

2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนนาเสนอความรู้ หนา้ ชนั้ เรยี น
3. ครูและนักเรยี นกลุ่มอน่ื ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และซกั ถามขอ้ สงสยั

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

1. ครูแจกบตั รคาใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ละ 1 ชดุ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ ฝึกอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคา
จากบตั รคาทก่ี ลุ่มไดร้ บั

2. สมาชกิ แตล่ ะคนอ่านออกเสยี งคา และอธบิ ายความหมายของคาดว้ ยตนเองจนครบทุกบตั รคา จากนนั้ จบั คู่
กบั เพ่อื นในกลมุ่ ผลดั กนั อ่านออกเสยี งคา และอธบิ ายความหมายของคาในบตั รคาใหค้ ่ขู องตนเองฟัง (สมาชกิ
กล่มุ อกี คู่หนงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )

3. นกั เรยี นรวมกล่มุ 4 คน ผลดั กนั อ่านออกเสยี งคา และอธบิ ายความหมายของคาจากบตั รคาใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ นึ่ง
ภายในกลุ่มฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ของกล่มุ

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

ตวั แทนนกั เรยี นในแตล่ ะกลมุ่ แสดงบตั รคาทไ่ี ดร้ บั พรอ้ มอา่ นออกเสยี งคาอยา่ งชดั เจน และอธบิ าย
ความหมายของคาจากบตั รคา หนา้ ชนั้ เรยี น

120

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 6 ช้างเกเร : การระบใุ จความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมือ : เทคนิ คคตู่ รวจสอบ

ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน

ครูนาบตั รภาพมาแสดงใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ร่วมกนั อภปิ ราย จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อ่านนิทานเร่อื ง
ชา้ งเกเร จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ ชว่ ยกนั จบั ใจความสาคญั นิทานเร่อื ง ชา้ งเกเร โดยใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลุม่ จบั คกู่ นั
เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคู่ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ น และเขยี นสรุปใจความสาคญั
- สมาชกิ คนท่ี 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบใจความสาคญั
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคู่สลบั เปลย่ี นหนา้ ทก่ี นั

2. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ (4 คน) ใหแ้ ต่ละคนู่ าใจความสาคญั ของคูต่ นเองมานาเสนอใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ นึ่งฟัง
เพอ่ื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

3. ตวั แทนของแต่ละกลมุ่ สรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดของนิทานเรอ่ื ง ชา้ งเกเร หน้าชนั้ เรยี น

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดของนทิ านเร่อื ง ชา้ งเกเร

121

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 7 ดอกสรอ้ ยสอนใจ : การระบุใจความสาคญั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมอื : เทคนิ คคคู่ ิดส่ีสหาย

ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั เหตุการณ์ทป่ี ระทบั ใจจากเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

ขนั้ สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นกล่มุ เดมิ ร่วมกนั ทาใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ใจความสาคญั เรอ่ื ง ดอกสร้อยสอนใจ
2. นักเรยี นแตล่ ะคนคดิ หาคาตอบในใบงานท่ี 2.1 ดว้ ยตนเอง ภายในเวลา 20 นาที
3. เมอ่ื นกั เรยี นแต่ละคนคดิ คาตอบไดแ้ ลว้ ใหจ้ บั คกู่ บั เพ่อื นในกลมุ่ ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบทต่ี นคดิ ได้
4. นกั เรยี นแตล่ ะค่รู วมกลุ่มกนั กลมุ่ ละ 4 คน ตามเดมิ แลว้ ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของตนใหเ้ พอ่ื นฟัง เม่อื ได้

คาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกลมุ่ แลว้ ใหเ้ ขยี นคาตอบลงในใบงานท่ี 2.1
5. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบในใบงานท่ี 2.1

ขนั้ สรปุ
นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปใจความสาคญั และรายละเอยี ดของเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

122

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งท่ี 8 ดอกสรอ้ ยสอนใจ : การระบขุ อ้ คิด

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิ คการแบ่งปันความสาเรจ็

ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น

ตวั แทนนักเรยี น 2-3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์เกย่ี วกบั ความสามคั คขี องนักเรยี นในการทากจิ กรรมใด
กจิ กรรมหนึง่ ใหเ้ พอ่ื นฟัง หนา้ ชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรุปขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการฟัง ครตู รวจสอบ
ความถูกตอ้ งและใหค้ าแนะนาเพม่ิ เตมิ

ขนั้ สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาและอภปิ รายความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
2. ครชู แ้ี จงใหน้ กั เรยี นทราบวา่ ความสาเรจ็ ของกล่มุ นนั้ จะตอ้ งอาศยั ผลจากความรว่ มมอื กนั ชว่ ยเหลอื กนั ผทู้ ่ี

เก่งกว่าจะตอ้ งช่วยผทู้ อ่ี อ่ นกวา่ หรอื เรยี นชา้ กวา่
3. ตวั แทนของแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการอภปิ ราย หนา้ ชนั้ เรยี น จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้

จากการอ่านเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ โดยใหต้ วั แทนนกั เรยี นออกมาเขยี นขอ้ คดิ ไวบ้ นกระดาน
4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทาใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง ข้อคิดจากเรอ่ื ง ดอกสร้อยสอนใจ
5. ครูสุ่มนกั เรยี น 2-3 คน นาเสนอคาตอบในใบงานท่ี 2.2 หน้าชนั้ เรยี น โดยครเู ปิดโอกาสใหเ้ พอ่ื นนกั เรยี นทม่ี ี

ความคดิ แตกตา่ งไดแ้ สดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ
6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทาสลากคาถามเก่ียวกบั ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการอ่านเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
7. ครูหยบิ สลากคาถามขน้ึ มาอา่ น ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ตอบคาถาม

ขนั้ สรปุ
นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

123

วรรณคดฯี ป.2

เร่อื งที่ 9 ปริศนาน่ารู้

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ คน้ พบ (Discovery Method)

ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
ครูนาบตั รปรศิ นาคาทายมาอ่านใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั หาคาตอบ จากนนั้ ครูเฉลยคาตอบ

ขนั้ ท่ี 2 สอน

1. ครูใหน้ กั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ปรศิ นาน่ารู้ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครอู า่ นปรศิ นาน่ารู้ ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่านตามทลี ะวรรค จนคลอ่ ง
3. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ปรศิ นาน่ารู้ ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาว่า มคี วามเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร
4. ครอู ธบิ ายความหมายของคาศพั ทแ์ ละขอ้ ความจากปรศิ นาน่ารู้ เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมคี วามเขา้ ใจมากขน้ึ
5. ครูแจกบตั รคาศพั ทใ์ หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั คดิ หาความหมายและเขยี นคาตอบลงใน

กระดาษ จากนนั้ ส่งตวั แทนออกมาเขยี นคาตอบบนกระดาน

ขนั้ ท่ี 3 ฝึกทกั ษะ

1. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 2.3 เรื่อง ปริศนาน่ารู้ เสรจ็ แลว้ ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย
2. ครูเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 2.3 โดยใหน้ กั เรยี นสลบั กนั ตรวจคาตอบ

ขนั้ ท่ี 4 สรปุ
นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ รอ่ื ง ปรศิ นาน่ารู้ และบอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการเรยี นรู้

124

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งท่ี 10 มดแดงรวมพลงั

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์

ขนั้ ที่ 1 นาเขา้ สู่บทเรยี น

ครูใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการฟังนทิ าน แลว้ ยกตวั อยา่ งช่อื นิทานท่ี
นักเรยี นชอบ คนละ 1 เรอ่ื ง

ขนั้ ท่ี 2 จดั การเรยี นรู้

1. ครอู ่านนิทานเรอ่ื ง มดแดงรวมพลงั ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 ยอ่ หนา้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตการอา่ นออกเสยี งของครูใน
ประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี
1) การแบง่ วรรคตอน
2) การอา่ นออกเสยี งคาควบกลา้ ร ล และ ว

2. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั อา่ นออกเสยี งนิทานเร่อื ง มดแดงรวมพลงั จากหนงั สอื เรยี น
3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งในการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ และใหค้ าแนะนาเพมิ่ เตมิ
4. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อา่ นออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง มดแดงรวมพลงั โดยปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี

- สมาชกิ กลมุ่ ท่ี 1 อ่านออกเสยี ง สมาชกิ กลมุ่ ท่ี 2 ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการอ่าน
- สมาชกิ กลมุ่ ท่ี 2 อ่านออกเสยี ง สมาชกิ กลมุ่ ท่ี 3 ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการอา่ น
นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สลบั เปลย่ี นบทบาทกนั แบบน้ไี ปเร่อื ยๆ จนครบทกุ กลมุ่

ขนั้ ที่ 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยุกต์ใช้

ครสู รุปใจความสาคญั ของนิทานเร่อื ง มดแดงรวมพลงั ใหน้ ักเรยี นฟัง จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั บอกขอ้ คดิ
ทไ่ี ดจ้ ากนิทาน รวมถงึ แนวทางในการนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล
นักเรยี นอา่ นออกเสยี งนทิ านเรอ่ื ง มดแดงรวมพลงั กบั ครเู ป็นรายกลมุ่

125

วรรณคดฯี ป.2

เรื่องที่ 11 บทรอ้ งเลน่ มดแดง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้

1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั การละเล่นของเดก็ ทม่ี บี ทเพลงประกอบ เช่น การละเลน่ รรี ขี า้ วสาร การละเล่น
งกู นิ หาง การละเล่นมอญซ่อนผา้

2. ครูซกั ถามนักเรยี นเกย่ี วกบั การละเลน่ ของเดก็ ทม่ี เี พลงประกอบว่า ในปัจจบุ นั น้นี กั เรยี นยงั เลน่ อยหู่ รือไม่
และเลน่ การละเลน่ อะไร พรอ้ มบอกวธิ กี ารเลน่

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

1. ครอู า่ นออกเสยี งและรอ้ งบทรอ้ งเลน่ มดแดง จากหนงั สอื เรยี น ใหน้ กั เรยี นฟัง 1 รอบ
2. นักเรยี นสงั เกตการอา่ นออกเสยี งและการรอ้ งของครูในประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี

1) การแบง่ วรรคตอนในการอา่ น
2) การอ่านออกเสยี ง ร ล คาควบกล้า
3) ท่วงทานองในการรอ้ ง
3. นักเรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั อา่ นออกเสยี งและรอ้ งบทรอ้ งเลน่ มดแดง ตามแบบทค่ี รอู า่ น จนคลอ่ งและชดั เจน

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ แี บบ

1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งและรอ้ งบทรอ้ งเล่น มดแดง จากหนังสอื เรยี น โดยไม่มแี บบ
2. ครูสงั เกตการอ่านออกเสยี งและการรอ้ งบทรอ้ งเล่นของนกั เรยี นแต่ละกล่มุ แลว้ ใหค้ าแนะนาหรอื เสนอแนะ

หลกั การอ่านออกเสยี งเพ่อื ใหน้ กั เรยี นอา่ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทาให้ชานาญ
นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งและรอ้ งบทรอ้ งเล่น มดแดง กบั ครเู ป็นรายกลมุ่

126

วรรณคดฯี ป.2

เรือ่ งที่ 12 การท่องบทดอกสรอ้ ย มดแดง

1 ชวั่ โมง

วิธีสอนโดยใช้การ สาธิต

ขนั้ ท่ี 1 เตรยี มการสาธิต
1. ครูเตรยี มหนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี เพอ่ื สาธติ การทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง ใหน้ ักเรยี นดู
2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า ครจู ะฝึกใหน้ ักเรยี นทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง

ขนั้ ท่ี 2 สาธิต

1. ครสู าธติ การทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนงั สอื เรยี น และอธบิ ายหลกั การท่องทถ่ี กู ตอ้ งใหน้ กั เรยี นฟัง
เกยี่ วกบั การอ่านออกเสยี ง การใชน้ ้าเสยี ง การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและท่วงทานองในการท่อง

2. ครูใหน้ กั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ฝึกทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนงั สอื เรยี น โดยใหส้ มาชกิ ในกลุ่มช่วยกนั
ตรวจสอบการทอ่ งของเพอ่ื นสมาชกิ ในกลุ่มใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การ

3. ครสู าธติ การท่องบทดอกสรอ้ ย มดแดง ใหน้ กั เรยี นฟังอกี ครงั้ และใหน้ กั เรยี นทอ่ งตามทลี ะวรรค
4. ครูสงั เกตการทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง ของนกั เรยี นแต่ละกลุม่ จากนนั้ เสนอแนะใหป้ รบั ปรงุ แกไ้ ขสว่ นท่ี

บกพร่อง

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ การสาธิต
นกั เรยี นร่วมกนั สรุปหลกั การอา่ นออกเสยี ง การใชน้ ้าเสยี ง การเวน้ วรรคตอน จงั หวะและทว่ งทานองการ

ทอ่ งบทดอกสรอ้ ย มดแดง

ขนั้ ท่ี 4 วดั ผลประเมินผล

 ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนท่องจาบทดอกสร้อย มดแดง เพื่อให้ครูประเมินผล โดยให้
ครอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด

นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2

127

วรรณคดฯี ป.2

9 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) สลากคาถาม
3) บตั รคา
4) บตั รปรศิ นาคาทาย
5) บตั รภาพ
6) กระดาษโปสเตอร์
7) ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ใจความสาคญั เร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
8) ใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง ขอ้ คดิ จากเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ
9) ใบงานท่ี 2.3 เร่อื ง ปรศิ นาน่ารู้

9.2 แหลง่ การเรียนรู้

__

128

วรรณคดฯี ป.2

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินการท่องบทดอกสรอ้ ย มดแดง

รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
1. การอ่านออกเสียง
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
2. การใช้น้าเสียง
อา่ นออกเสยี งไดถ้ กู ต้อง อ่านออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ งตาม อ่านออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ งตาม
3. การเวน้ วรรคตอน ตามอกั ขรวธิ ที กุ คา อกั ขรวธิ ี แตม่ ขี อ้ ผดิ พลาด อกั ขรวธิ ี แต่มขี อ้ ผดิ พลาด
และจงั หวะในการ 2-4 คา มากกวา่ 4 คาขน้ึ ไป
ท่อง ใชน้ ้าเสยี งไดส้ อดคลอ้ งและ ใชน้ ้าเสยี งไดส้ อดคลอ้ งและ ใชน้ ้าเสยี งไดส้ อดคลอ้ งและ
สมั พนั ธ์กบั เน้อื เร่อื งตลอดทงั้ สมั พนั ธ์กบั เน้อื เร่อื ง แตม่ ี สมั พนั ธ์กบั เน้อื เรอ่ื ง แตม่ ี
4. ท่วงทานองในการ เรอ่ื ง ขอ้ บกพรอ่ งเป็นบางสว่ น ขอ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
ท่อง
เวน้ วรรคตอนในการทอ่ งและ เวน้ วรรคตอนในการท่องและ เวน้ วรรคตอนในการท่องและ
5. ความถกู ต้อง
ใชจ้ งั หวะในการท่องไดถ้ กู ตอ้ ง ใชจ้ งั หวะในการทอ่ งไดถ้ ูกต้อง ใชจ้ งั หวะในการท่องไดถ้ กู ต้อง

เหมาะสม เหมาะสม แต่มขี อ้ บกพรอ่ ง เหมาะสม แต่มขี อ้ บกพรอ่ ง

เป็นบางส่วน เป็นสว่ นใหญ่

ใชท้ ว่ งทานองในการท่อง ใชท้ ว่ งทานองในการทอ่ ง ใชท้ ว่ งทานองในการท่อง

เหมาะสมกบั บททที่ ่อง เหมาะสมกบั บททที่ อ่ ง เหมาะสมกบั บททที่ ่อง

เป็นสว่ นใหญ่ เพยี งเลก็ นอ้ ย

ทอ่ งจาบทดอกสรอ้ ยไดถ้ ูกต้อง ทอ่ งจาบทดอกสรอ้ ยไดถ้ ูกต้อง ท่องจาบทดอกสรอ้ ยไดถ้ ูกตอ้ ง

ครบถว้ นตลอดทงั้ บท แต่มจี ดุ ผดิ พลาด 1-2 จดุ แต่มจี ดุ ผดิ พลาด 3-4 จดุ

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน 12 - 15 8 - 11 ต่ากวา่ 8
ระดบั คณุ ภาพ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

129

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. “มดเอ๋ย มดแดง 6. ชา้ งจากนทิ านทอี่ า่ น มลี กั ษณะนิสยั อย่างไร
เลก็ เลก็ เรย่ี วแรง แขง็ ขยนั ก. ใจดี
ใครกล้ากราย ทารา้ ย ถงึ รงั มนั ข. เกเร
กว็ ง่ิ พรู กรูกนั มาทนั ท”ี ค. เกยี จครา้ น

จากบทดอกสรอ้ ยขา้ งตน้ สามารถจบั ใจความสาคญั ได้ 7. พลาย มคี วามหมายวา่ อย่างไร
อยา่ งไร ก. ชา้ งตวั ผู้
ก. มดแดงวง่ิ เรว็ ข. ชา้ งตวั เมยี
ข. มดแดงมแี รงเยอะ ค. ชา้ งทมี่ อี ายมุ าก
ค. มดแดงมคี วามสามคั คกี นั
2. มดแดง เป็นสญั ลกั ษณข์ องอะไร 8. กรู มคี วามหมายวา่ อย่างไร
ก. ความว่องไว ก. รอ้ งร่าราพนั
ข. ความกตญั ญู ข. ทะนงใจว่าตนดี
ค. ความสามคั คี ค. พรอ้ มกนั เขา้ ไป
3. “ถ้ารงั เรา ใครกลา้ มาราวี ตอ้ งตอ่ ตี ทรหด เหมอื นมด
9. เพราะเหตุใด มดจงึ เอาชนะชา้ งได้
เอย” จากการอ่านบทดอกสรอ้ ยขา้ งตน้ คาวา่ ทรหด ก. เพราะชา้ งกลวั
มคี วามหมายว่าอยา่ งไร ข. เพราะมดสามคั คกี นั
ก. ยอ่ ทอ้ ค. เพราะชา้ งไม่รงั แกสตั วท์ เี่ ลก็ กวา่
ข. อดทน
ค. ทาตวั เกง่ กลา้ 10. ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเร่อื ง มดแดงรวมพลงั คอื เรอ่ื งใด
4. ขอ้ ใดเป็นกลอนดอกสรอ้ ย ก. ความเกลยี ด
ก. กาเอ๋ยกาดา ข. ความสามคั คี
ข. แมร่ กั ลูกลกู กร็ ูอ้ ยู่วา่ รกั ค. ความเอาแตใ่ จ
ค. ใครหนอ...รกั เรา เทา่ ชวี ี
5. มดแดงมลี กั ษณะอย่างไร
ก. มดแดงไมม่ หี นวด
ข. มดแดงเป็นสตั วท์ เ่ี กเร
ค. มดแดงมสี สี ม้ หรอื น้าตาล

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-5
ท 5.1 ป.2/1-3

ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย

1. ค 2. ค 3. ข 4. ก 5. ค 6. ข 7. ก 8. ค 9. ข 10. ข

130

วรรณคดฯี ป.2

แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใดเป็นกลอนดอกสรอ้ ย 6. “ถา้ รงั เรา ใครกลา้ มาราวี ต้องตอ่ ตี ทรหด เหมอื นมด
ก. ใครหนอ...รกั เรา เทา่ ชวี ี
ข. แม่รกั ลูกลกู กร็ ูอ้ ยวู่ า่ รกั เอย” จากการอา่ นบทดอกสรอ้ ยขา้ งต้น คาว่า ทรหด
ค. กาเอย๋ กาดา มคี วามหมายวา่ อย่างไร
ก. ทาตวั เก่งกลา้
2. มดแดงมลี กั ษณะอยา่ งไร ข. อดทน
ก. มดแดงมสี สี ม้ หรอื น้าตาล ค. ยอ่ ทอ้
ข. มดแดงเป็นสตั วท์ เี่ กเร 7. ชา้ งจากนทิ านทอ่ี ่าน มลี กั ษณะนิสยั อยา่ งไร
ค. มดแดงไมม่ หี นวด ก. เกยี จครา้ น
ข. เกเร
3. พลาย มคี วามหมายวา่ อย่างไร ค. ใจดี
ก. ชา้ งทมี่ อี ายมุ าก 8. ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเร่อื ง มดแดงรวมพลงั คอื เรอ่ื งใด
ข. ชา้ งตวั เมยี ก. ความเอาแตใ่ จ
ค. ชา้ งตวั ผู้ ข. ความสามคั คี
ค. ความเกลยี ด
4. กรู มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร 9. มดแดง เป็นสญั ลกั ษณ์ของอะไร
ก. ทะนงใจว่าตนดี ก. ความสามคั คี
ข. พรอ้ มกนั เขา้ ไป ข. ความกตญั ญู
ค. รอ้ งร่าราพนั ค. ความวอ่ งไว
10. เพราะเหตใุ ด มดจงึ เอาชนะชา้ งได้
5. “มดเอย๋ มดแดง ก. เพราะชา้ งไม่รงั แกสตั วท์ เี่ ลก็ กว่า
เลก็ เลก็ เรย่ี วแรง แขง็ ขยนั ข. เพราะมดสามคั คกี นั
ใครกล้ากราย ทารา้ ย ถงึ รงั มนั ค. เพราะชา้ งกลวั
กว็ ง่ิ พรู กรูกนั มาทนั ท”ี

จากบทดอกสรอ้ ยขา้ งต้น สามารถจบั ใจความสาคญั ได้
อยา่ งไร
ก. มดแดงมคี วามสามคั คกี นั
ข. มดแดงมแี รงเยอะ
ค. มดแดงวงิ่ เรว็

มฐ. ท 1.1 ป.2/1-5
ท 5.1 ป.2/1-3

ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ก 6. ข 7. ข 8. ข 9. ก 10. ข

131

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คคี อื พลัง 1 ชวั่ โมง
เร่ืองท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 ดอกสร้อยสอนใจ :
การอ่านออกเสียง

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ จะตอ้ งอา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ ใหช้ ดั เจนและ
ถกู ตอ้ งตามหลกั การอา่ นออกเสยี ง

2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อ่านออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ต้อง

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- อา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

- การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

• การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- เรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 2) ทกั ษะการอา่ น 3) ทกั ษะการสงั เกต
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

132

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คีคอื พลัง
เรื่องท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

6 กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลมุ่

นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2

ขนั้ ที่ 1 มผี ้นู าและมกี ารแบง่ หน้าท่ีรบั ผิดชอบ คาถามกระต้นุ ความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ  นกั เรยี นคิดวา่ การวางแผนกิจกรรมกอ่ นลงมอื
ปฏิบตั ิ มผี ลดีอยา่ งไร
1. ครสู นทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั มดแดง ในเรอ่ื งทอ่ี ย่อู าศยั (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ชวี ติ ความเป็นอยู่ อาหาร แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภปิ ราย ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

2. ครสู รปุ และอธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟังวา่ มดแดง เป็นสตั วช์ นดิ
หน่งึ มสี สี ม้ หรอื น้าตาลปนแดง ตลอดทงั้ ตวั รวมทงั้ หนวด
และขา ลาตวั ยาวประมาณ 1 เซนตเิ มตร มตี าเลก็ สนี ้าตาล
เขม้ ทารงั ตามตน้ ไม้ โดยใชใ้ บไมม้ าห่อกนั เขา้ จากนัน้ ครูนา
บตั รภาพมาแสดงใหน้ กั เรยี นดเู พ่อื ความเขา้ ใจของนักเรยี น
มากขน้ึ

3. ครแู บง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คอื เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลาง
ค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น

4. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ เลอื กประธานกลุ่มและเลขานุการกลมุ่ แลว้
ร่วมกนั กาหนดภาระหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของสมาชกิ
กลุ่ม โดยพจิ ารณาจากความสนใจหรอื ความสมคั รใจของ
สมาชกิ เพอ่ื ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ

ขนั้ ท่ี 2 วางแผน

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

1. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั วางแนวทางในการอ่านออกเสยี ง
เรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ และกาหนดจุดประสงคใ์ นการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมร่วมกนั

2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ

133

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคคี ือพลงั
เรื่องท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

ขนั้ ท่ี 3 ปฏิบตั ิตามแผน

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

นักเรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ย
สอนใจ จากหนงั สอื เรยี น ตามแนวทางและจดุ ประสงคท์ ไี่ ดว้ างไว้

ขนั้ ที่ 4 ประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. สมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ย
สอนใจ จากหนงั สอื เรยี น โดยในขณะทสี่ มาชกิ คนหน่งึ อา่ น
เพอ่ื นในกล่มุ จะคอยตรวจสอบ

2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั รวบรวมปัญหา หรอื ขอ้ บกพร่องใน
การอ่าน แลว้ สรปุ แนวทางในการแกป้ ัญหาการอ่านออกเสยี ง

ขนั้ ที่ 5 ปรบั ปรงุ และพฒั นา

ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อา่ นออกเสยี งเร่อื ง ดอกสรอ้ ย
สอนใจ จากหนงั สอื เรยี น จนสมาชกิ ทุกคนในกลมุ่ อา่ น
ออกเสยี งไดถ้ ูกต้อง คล่องแคลว่ และชดั เจน

2. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง ดอกสรอ้ ยสอนใจ กบั ครู
เป็นรายกลมุ่

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )

ประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มนั่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน

8 สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รภาพ

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

134

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามคั คีคอื พลงั
เร่ืองท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

บตั รภาพ



ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2

ท่ีมา : http://www.noohom.com/index.php?lay=show&ac=article&ld=539506142&Ntype=3

135

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคือพลัง
เร่ืองท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
คะแนน

321321321321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 12 ดี

136 6 - 9 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 6 ปรบั ปรงุ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคือพลัง
เรื่องที่ 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแก้ไข
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน รว่ มมอื กนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรอื รวม
ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน
321321321321
321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

137

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามคั คคี อื พลงั
เรื่องที่ 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ น้าที่

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา

2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถี่ กู ต้อง ทาตามสญั ญาทตี่ นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มีวินยั 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โต้แยง้

4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

6. มงุ่ มนั่ ในการ 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ คา่
ทางาน 5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

138

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคือพลัง
เรื่องท่ี 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ ร่วมกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ

139

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคคี ือพลัง แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องที่ 1 ดอกสร้อยสอนใจ : การอ่านออกเสียง

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

140

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คคี อื พลัง 1 ชวั่ โมง
เรื่องที่ 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง :
การอ่านออกเสียง

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จะตอ้ งอา่ นใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอา่ นบทดอกสรอ้ ย

2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อ่านออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง

2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

- อา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

- การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- บทดอกสรอ้ ย มดแดง

4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการฟัง 2) ทกั ษะการอ่าน 3) ทกั ษะการสงั เกต

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

141

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คคี อื พลัง
เร่ืองท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —  การอ่านออกเสียงให้คนอ่นื ฟัง จะต้องปฏิบตั ิ
อย่างไร
1. ครสู ุ่มนักเรยี น 1-2 กลมุ่ อ่านออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
จากหนงั สอื เรยี น ใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ชนั้ เรยี น แลว้ ครูอธบิ ายให้ ดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
นักเรยี นฟังวา่ การอ่านออกเสยี งบทดอกสรอ้ ยกบั บทรอ้ งเล่น
สาหรบั เดก็ มคี วามเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร โดยเปิด
โอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถาม

2. ครูแจง้ ใหน้ ักเรยี นทราบวา่ ครูจะฝึกใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี ง
บทรอ้ ยกรอง ประเภทกลอนดอกสรอ้ ย

3. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. ครอู า่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนังสอื เรยี น
ใหน้ กั เรยี นฟัง

2. นักเรยี นสงั เกตการอา่ นออกเสยี งของครู ในประเดน็ ทกี่ าหนด
ดงั น้ี
1) การแบง่ วรรคตอนในการอา่ น
2) ความชดั เจนในการอ่านออกเสยี ง ร ล คาควบกลา้
3) ท่วงทานองในการอ่าน

3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ หลกั การอา่ นออกเสยี งบท
รอ้ ยกรอง ประเภทกลอนดอกสรอ้ ย

4. นักเรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั อ่าน
ออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง ตามแบบทคี่ รอู ่านและนา
หลกั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองมาฝึกอ่านใหถ้ กู ต้อง

5. ครเู ป็นผูส้ งั เกตการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น และให้
คาแนะนาเพมิ่ เตมิ

142

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคคี ือพลัง
เร่ืองท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2

1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ฝึกอา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย
มดแดง จากหนงั สอื เรยี นจนจบเรอ่ื ง โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละ
กลุม่ จบั คู่กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหส้ มาชกิ คนหนึ่งในแตล่ ะคู่อา่ น
ดงั ๆ และสมาชกิ อกี คนหนึ่งเป็นฝ่ายสงั เกต (สมาชกิ อกี ค่หู นงึ่
ทอี่ ยูใ่ นกล่มุ เดยี วกนั กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมในทานองเดยี วกนั )

2. นักเรยี นทท่ี าหน้าทเี่ ป็นฝ่ายสงั เกตจะทาหนา้ ทตี่ รวจสอบและ
แสดงความคดิ เหน็ ดว้ ย

3. เม่อื อ่านจบใหน้ ักเรยี นแต่ละคเู่ ปลย่ี นบทบาทกนั โดยสลบั
หนา้ ทจ่ี ากผูอ้ า่ นเป็นผูส้ งั เกต และจากผูส้ งั เกตเป็นผูอ้ า่ น

4. นกั เรยี นแต่ละครู่ วมกลุ่มกนั ตามเดมิ เปรยี บเทยี บการอา่ น
ถ้าคูใ่ ดอา่ นผดิ ใหค้ ทู่ อ่ี า่ นถูก ช่วยกนั แนะนาและแสดงความ
คดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ

5. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั สรปุ ปัญหาทพี่ บมากในการอา่ น
ออกเสยี ง เพ่อื แลกเปลย่ี นขอ้ มลู กบั กลุ่มอ่นื ๆ

6. ครเู สนอแนะแนวทางการแกไ้ ขทถี่ ูกต้อง และเหมาะสม

ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ คาถามกระตุ้นความคิด

ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2  บทดอกสรอ้ ย มดแดง แปลเป็นบทร้อยแกว้ ได้
ความวา่ อย่างไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ น
2. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนังสอื ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

เรยี น กบั ครเู ป็นรายกล่มุ นอกเวลาเรยี น

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน

143

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคคี อื พลัง
เรื่องท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

8 สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้

- หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

__

144

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคคี อื พลงั
เร่ืองที่ 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ นออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน ลกั ษณะคา วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
ประพนั ธ์ คะแนน

321321321321

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพร่องปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 12 - 15 ดี

145 8 - 11 พอใช้

วรรณคดฯี ป.2 ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคีคือพลงั
เร่ืองท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บร้อย ของงาน 15

คะแนน

321321321321321

ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

146

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คีคือพลัง
เร่ืองท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอื่น ตามที่ได้รบั สว่ นร่วมใน รวม
มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน

321321321321321

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

147

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคือพลงั
เรื่องที่ 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถี่ ูกต้อง ทาตามสญั ญาทตี่ นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง

3. มีวินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้

4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โต้แยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น

4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็

148

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามัคคีคอื พลงั
เร่ืองท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ ่นื

8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้

ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ

149

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามคั คคี ือพลัง แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องท่ี 2 บทดอกสร้อย มดแดง : การอ่านออกเสียง

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตาแหน่ง

150

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคอื พลงั 1 ชวั่ โมง
เร่ืองที่ 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธบิ ายความหมาย

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 บทดอกสรอ้ ย มดแดง :
การอธิบายความหมาย

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอ่านบทดอกสรอ้ ย มดแดง จะตอ้ งอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี า่ นเพ่อื ใหเ้ กดิ ควมรูค้ วาม
เขา้ ใจเร่อื งทอ่ี า่ น

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอี่ า่ น

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความจากบทดอกสรอ้ ย มดแดง ได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ

3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่

• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- บทดอกสรอ้ ย มดแดง

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

1. มวี นิ ัย

151

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคคี อื พลงั
เรื่องท่ี 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธบิ ายความหมาย

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมือ : เทคนิ คค่คู ิดสี่สหาย

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —  นกั เรยี นคิดวา่ การรคู้ วามหมายของคาศพั ทม์ ี
ความจาเป็นสาหรบั การอ่านหรือไม่ อย่างไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. ครสู มุ่ นักเรยี น 2-3 คน ใหย้ กตวั อยา่ งคาในบทดอกสร้อย ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)

มดแดง ทนี่ ักเรยี นไม่รูค้ วามหมายของคา
3. ครเู ขยี นคาศพั ท์ทนี่ ักเรยี นไม่รูล้ งบนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี น

อา่ นออกเสยี งพรอ้ มกนั

ขนั้ สอน

ส่อื การเรยี นรู้ :

1. หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2
2. บตั รคา

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1) ร่วมกนั
อา่ นออกเสยี งบทดอกสรอ้ ย มดแดง จากหนงั สอื เรยี น

2. ครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตคาศพั ท์ทคี่ รูเขยี นบนกระดาน แลว้
ร่วมกนั บอกความหมายของคาตามความเขา้ ใจของนักเรยี น

3. ครูอธบิ ายความหมายของคาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถ
อธบิ ายความหมายของคาไดถ้ กู ต้อง

4. ครูแจกบตั รคาใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ กลุม่ ละ 4 ใบ เพอ่ื ให้
สมาชกิ แต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของ
คาจากบตั รคาทกี่ ลุ่มไดร้ บั

5. สมาชกิ แตล่ ะคนอา่ นออกเสยี ง และอธบิ ายความหมายของคา
ดว้ ยตนเองจนครบทุกบตั รคา จากนนั้ จบั คกู่ บั เพอ่ื นในกลุ่ม
ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาในบตั ร
คาใหค้ ู่ของตนเองฟัง (สมาชกิ กลุม่ อกี คู่หนงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม
เช่นเดยี วกนั )

6. นักเรยี นรวมกลุ่ม 4 คน ผลดั กนั อ่านออกเสยี งและอธบิ าย
ความหมายของคาจากบตั รคาใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ น่งึ ภายในกล่มุ
ฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ของกลุ่ม

7. ตวั แทนนกั เรยี นในแต่ละกลมุ่ ออกมาแสดงบตั รคาทไ่ี ด้รบั
พรอ้ มอา่ นออกเสยี งอย่างชดั เจนและอธบิ ายความหมาย
ของคาจากบตั รคา หน้าชนั้ เรยี น

152

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามคั คคี ือพลงั
เร่ืองท่ี 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธบิ ายความหมาย

ขนั้ สรปุ

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

นกั เรยี นและครูช่วยกนั รวบรวมความหมายของคาศพั ท์จาก
บทดอกสรอ้ ย มดแดง จากนนั้ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และเขยี น
บนั ทกึ ลงในสมุด

7 การวดั และประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน

8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รคา

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

__

153

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คีคอื พลัง ขยนั 
เร่ืองท่ี 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธิบายความหมาย วิ่งพรู
สาหสั
บตั รคำ ราวี
รงั
เรี่ยวแรง
กลา้ กราย

กรู
ต่อย
ทรหด

154

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สามัคคีคือพลงั
เรื่องที่ 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธบิ ายความหมาย

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทเ่ี ขา้ ใจง่าย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

155

วรรณคดฯี ป.2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สามคั คคี ือพลัง
เร่ืองท่ี 3 บทดอกสร้อย มดแดง : การอธิบายความหมาย

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

ชอ่ื ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 8 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

156

วรรณคดฯี ป.2


Click to View FlipBook Version