หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 2 บทสักวาหวานอ่ืนมีหมืน่ แสน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื
8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้
ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ
456
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องที่ 2 บทสักวาหวานอน่ื มีหมื่นแสน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
457
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เรื่องท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การอธบิ ายความหมาย
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 3 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน :
การอธิบายความหมาย
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านเร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จะตอ้ งอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่านเพอ่ื ใหเ้ กดิ
ความรคู้ วามเขา้ ใจเรอ่ื งทอ่ี า่ น
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่าน
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความจากเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ ได้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
- เร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
458
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เรื่องที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอธบิ ายความหมาย
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมือ : เทคนิ คคคู่ ิดสี่สหาย
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน คาถามกระต้นุ ความคิด
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : — นกั เรียนสามารถคน้ หาความหมายของคาศพั ท์
จากแหล่งใดได้บ้าง
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
2. ครูถามนกั เรยี นวา่ ถ้านกั เรยี นอา่ นนิทาน แลว้ พบคาทไี่ มร่ ู้ ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ความหมายหลายๆ คาใน 1 หนา้ นักเรยี นจะมวี ธิ แี กไ้ ข
ปัญหาอย่างไร
3. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเหน็ ความสาคญั ของการรคู้ วามหมาย
ของคาตา่ งๆ ซง่ึ ทาใหน้ ักเรยี นสามารถเขา้ ใจความหมายและ
เน้อื หาของเรอ่ื งทอ่ี ่าน
ขนั้ สอน
สอ่ื การเรยี นรู้ :
1. หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2 2. บตั รคา
3. ใบงานที่ 4.1
1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั
อ่านเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครใู หน้ ักเรยี นสงั เกตคาศพั ท์ทคี่ รเู ขยี นบนกระดาน แลว้
รว่ มกนั บอกความหมายของคาตามความเขา้ ใจของนักเรยี น
เช่นคาว่า
- พจมาน สกั วา ชงิ ชา้ ประเทยี บ
3. ครูอธบิ ายความหมายของคาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถ
อธบิ ายความหมายของคาไดถ้ กู ตอ้ ง
4. ครแู จกบตั รคาใหน้ ักเรยี น กลุ่มละ 1 ชดุ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ แต่ละ
กลุม่ ฝึกอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคาจากบตั รคา
ทก่ี ลมุ่ ไดร้ บั
5. สมาชกิ แต่ละคนอา่ นออกเสยี ง และอธบิ ายความหมายของคา
ดว้ ยตนเองจนครบทกุ บตั รคา จากนนั้ จบั คกู่ บั เพ่อื นในกลุ่ม
ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ ายความหมายของคาในบตั ร
คาใหค้ ู่ของตนเองฟัง (สมาชกิ กลุ่มอกี คูห่ นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม
เชน่ เดยี วกนั )
459
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การอธบิ ายความหมาย
6. นักเรยี นรวมกลุม่ 4 คน ผลดั กนั อา่ นออกเสยี งและอธบิ าย
ความหมายของคาจากบตั รคาใหเ้ พอ่ื นอกี ค่หู นงึ่ ภายในกลุ่ม
ฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ของกล่มุ
7. ตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบตั รคาทไี่ ดร้ บั พรอ้ มอ่าน
ออกเสยี งคาอย่างชดั เจนและอธบิ ายความหมายของคาจาก
บตั รคา ทหี่ น้าชนั้ เรยี น
8. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 4.1 เรือ่ ง คาศพั ท์เร่ือง ท่อง
สกั วาน่าเพลิดเพลิน เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ นาส่งครูตรวจ
ขนั้ สรปุ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
นกั เรยี นและครูชว่ ยกนั สรุปและอธบิ ายความหมายของ
คาศพั ทจ์ ากเร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ ใหน้ ักเรยี นเขยี นบนั ทกึ
ลงในสมดุ
7 การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วิธีการ ใบงานที่ 4.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.1 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รคา
3) ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง คาศพั ทเ์ รอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
__
460
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด พจมาน
เรื่องท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การอธิบายความหมาย หยามหยาบ
บอระเพด็
บตั รคำ เมินหน้า
ระอา จิต
พะยอม ไพเราะ
สมทบ คาหยาบ
อารมณ์
รน่ื เริง
โลมลม
รบั คา
461
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอธิบายความหมาย
ใบงานที่
4.1 คำศพั ทเ์ ร่ือง ท่องสกั วำน่ำเพลิดเพลิน
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นรวบรวมคาศพั ทย์ ากหรอื คาศพั ทท์ ไ่ี มเ่ ขา้ ใจจากเร่อื งต่อไปน้ี มาเร่อื งละ 5 คา พรอ้ มทงั้
บอกความหมายของคาศพั ท์
เร่อื ง คาศพั ท์ยาก ความหมาย
1. ทอ่ งสกั วา 1..................................................................... ...................................................
น่าเพลดิ เพลนิ 2..................................................................... ...................................................
3..................................................................... ...................................................
4..................................................................... ...................................................
5..................................................................... ...................................................
2. บทสกั วา 1..................................................................... ...................................................
หวานอน่ื มี 2..................................................................... ...................................................
หมน่ื แสน 3..................................................................... ...................................................
4..................................................................... ...................................................
5..................................................................... ...................................................
462
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ
เร่ืองท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การอธิบายความหมาย
ใบงานที่
4.1 คำศพั ท์เร่อื ง ท่องสกั วำน่ำเพลิดเพลิน
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นรวบรวมคาศพั ทย์ ากหรอื คาศพั ทท์ ไ่ี มเ่ ขา้ ใจจากเรอ่ื งต่อไปน้ี มาเรอ่ื งละ 5 คา พรอ้ มทงั้
บอกความหมายของคาศพั ท์
เรื่อง คาศพั ทย์ าก ความหมาย
1. ทอ่ งสกั วา 1..................................................................... ...................................................
น่าเพลดิ เพลนิ 2..................................................................... ...................................................
3..................................................................... ...................................................
4..................................................................... ...................................................
5..................................................................... ...................................................
2. บทสกั วา 1..................................................................... ...................................................
หวานอน่ื มี 2..................................................................... ...................................................
หมน่ื แสน 3..................................................................... ...................................................
4..................................................................... ...................................................
5..................................................................... ...................................................
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
463
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอธิบายความหมาย
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทเ่ี ขา้ ใจง่าย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
464
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เรื่องท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การอธิบายความหมาย
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
ช่อื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
465
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การอธิบายความหมาย
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ชอ่ื กลมุ่ ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแบ่งหนา้ ทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
466
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การอธิบายความหมาย
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ที่
1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามหลกั ของศาสนา
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ต้อง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง
3. มีวินยั 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรยี นรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โต้แยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
6. มงุ่ มนั่ ในการ 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ คา่
ทางาน 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
467
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คดิ
เรื่องที่ 3 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การอธบิ ายความหมาย
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื
8.3 รูจ้ กั การดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้
ต่ากวา่ 36 ปรบั ปรงุ
468
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องท่ี 3 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การอธิบายความหมาย
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
469
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เรื่องที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การระบใุ จความสาคัญและข้อคิด
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 ท่องสกั วาน่าเพลิดเพลิน :
การระบุใจความสาคญั
และข้อคิด
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ จะตอ้ งระบใุ จความสาคญั และรายละเอียดของเรอ่ื งพรอ้ มบอกขอ้ คดิ
ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี า่ น และสามารถนาขอ้ คดิ ดงั กลา่ วมาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/4 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากเรอ่ื งทอี่ า่ น
ท 5.1 ป.2/1 ระบุขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมสาหรบั เดก็ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบุใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ ได้
2) ระบขุ อ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ เพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) การอา่ นจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ
2) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เชน่ วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
1) การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เชน่ เร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
2) วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ เช่น เร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 2) ทกั ษะการอ่าน
4) ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการฟัง
3) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
470
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องท่ี 4 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การระบใุ จความสาคัญและข้อคิด
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาถามกระต้นุ ความคิด
1. มวี นิ ัย นักเรยี นคิดวา่ บทสกั วาหวานอื่นมีหมื่นแสน
2. ใฝ่เรยี นรู้ กลา่ วถึงในเรือ่ งใด
3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
6 กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอน แบบคน้ พบ (Discovery Method)
ขนั้ ท่ี 1 นาเข้าสู่บทเรยี น
สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ
1. ครูนาบตั รภาพมาแสดงใหน้ ักเรยี นดู แลว้ สนทนากบั นักเรยี น
เกย่ี วกบั ดอกพะยอม และบอระเพด็ จากนนั้ ครูเปรยี บเทยี บ
คณุ ลกั ษณะของดอกพะยอม กบั บอระเพด็ และลกั ษณะการ
พดู ของคน ใหน้ ักเรยี นฟัง เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมคี วามเขา้ ใจมาก
ขน้ึ
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ขนั้ ที่ 2 สอน
ส่อื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2
1. ครูใหน้ กั เรยี นกล่มุ เดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1)
รว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง ดอกพะยอม และบอระเพด็ จาก
หนงั สอื เรยี น จนเกดิ ความเขา้ ใจชดั เจน
2. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรุปและอภปิ รายตามประเดน็
ทค่ี รูกาหนด ดงั น้ี
1) สรุปใจความสาคญั ของเรอ่ื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ
และบทสกั วาหวานอน่ื มหี มน่ื แสน
2) ระบขุ อ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเร่อื ง ทอ่ งสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ และ
บทสกั วาหวานอ่นื มหี มน่ื แสน
3) การนาความรู้และขอ้ คดิ ทไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
471
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การระบุใจความสาคญั และข้อคดิ
ขนั้ ท่ี 3 ฝึกทกั ษะ
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั อภปิ รายตามประเดน็ ทค่ี รูกาหนด
และหาคาตอบทเี่ ป็นมตขิ องกลมุ่ แลว้ บนั ทกึ ผลลงในสมุดของ
แต่ละคน
2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลงาน ตาม
ประเดน็ ทก่ี าหนด หน้าชนั้ เรยี น ครูคอยแนะนาเพม่ิ เตมิ ใน
สว่ นทยี่ งั บกพรอ่ ง
ขนั้ ที่ 4 สรปุ
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ใจความสาคญั และขอ้ คดิ ที่ไดจ้ าก
เร่อื ง ท่องสกั วาน่าเพลดิ เพลนิ และบทสกั วาหวานอน่ื มหี ม่นื แสน
รวมถงึ การนาความรูแ้ ละขอ้ คดิ ไปเป็นแนวทางในการใช้ในชวี ติ
ประจาวนั
7 การวดั และประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
8 สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
__
472
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เรื่องที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การระบใุ จความสาคญั และข้อคิด
บตั รภาพ
ดอกพะยอม บอระเพด็
ท่ีมา : ภาพที่ 1 http://www.thai-health.net/2011/09/13/พะยอม-สมุนไพร-กล่มุ พชื หอม/
ภาพที่ 2 http://health.upyim.com/2011/09/09/บอระเพด็ -สมนุ ไพร-ยาแกไ้ ข-้ ลดความรอ้ น/
473
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การระบุใจความสาคัญและข้อคิด
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกต้อง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
474
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลิน : การระบุใจความสาคัญและข้อคิด
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความมีวินยั ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ที่ ของผ้รู บั การประเมิน เอือ้ เฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 15
เสียสละ คะแนน
321321321321321
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
475
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลิน : การระบุใจความสาคญั และข้อคดิ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแกไ้ ข
ที่ ของผรู้ บั การประเมิน รว่ มมือกนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรือ รวม
ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน
321321321321
321
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
476
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลิดเพลนิ : การระบใุ จความสาคัญและข้อคดิ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหม่เู พ่อื น
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง
3. มวี ินยั 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยู่อยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มุ่งมนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
477
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองที่ 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การระบุใจความสาคญั และข้อคิด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ ่นื
8.3 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ ร่วมกจิ กรรมของโรงเรยี น
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้
ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ
478
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เรื่องท่ี 4 ท่องสักวาน่าเพลดิ เพลนิ : การระบใุ จความสาคญั และข้อคิด
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
479
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด 1 ชวั่ โมง
เรื่องที่ 5 สำนวนเกยี่ วกบั กำรพดู
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5 สานวนเก่ียวกบั การพดู
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นและฟังสานวนเกย่ี วกบั การพดู จะตอ้ งอธบิ ายความหมายของสานวนทอ่ี า่ นเพ่อื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วาม
เขา้ ใจ และนาไปใชไ้ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่าน
2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อธบิ ายความหมายของสานวนเกย่ี วกบั การพดู ได้
3 สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
1. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ
- สานวนเกยี่ วกบั การพดู
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน
480
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องที่ 5 สำนวนเก่ยี วกับกำรพูด
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบรว่ มมือ : เทคนิ คค่ตู รวจสอบ
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
1. ครูใหน้ ักเรยี นรวมกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1)
จากนนั้ ร่วมกนั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อสานวน สุภาษติ และคา
พงั เพย โดยปฏบิ ตั ติ ามกตกิ าทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี
1) ครยู กสานวน สุภาษติ และคาพงั เพยทเ่ี กยี่ วกบั การพดู
เชน่
- พูดไปสองไพเบย้ี .......... - มอื ถอื สาก...........
- ตอ่ หนา้ มะพลบั ........... - ปากหวาน..........
- ปากปราศรยั .......... - ปากเป็นเอก.........
- พดู ดเี ป็นศรแี กต่ วั ........... - คารมเป็นตอ่ .......ฯลฯ
2) ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมาตอ่ สานวน สภุ าษติ และคา
พงั เพยใหถ้ กู ต้อง สมบูรณ์ พรอ้ มบอกความหมาย และ
แตง่ ประโยค โดยนาสานวน สุภาษติ และคาพงั เพย
ดงั กลา่ วเขา้ ไปอยใู่ นประโยค เมอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสรจ็
กลุ่มใดทาไดถ้ ูกต้องมากทสี่ ุดเป็นฝ่ายชนะ
2. ครูสมุ่ นกั เรยี น 2-3 คน ออกมาพูดถงึ ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากการ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั กลา่ ว
3. ครูอธบิ ายใหน้ ักเรยี นทราบว่า สภุ าษติ สานวน และคาพงั เพย
ทคี่ รูยกมาน้เี ป็นเร่อื งเกยี่ วกบั การพูด คนในสมยั กอ่ นชา่ งคดิ
ชา่ งสงั เกต จงึ มขี อ้ คดิ ขอ้ สงั เกตเกยี่ วกบั การพูดนามาสอน
มากมาย
481
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 5 สำนวนเกี่ยวกับกำรพดู
ขนั้ สอน คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื การเรยี นรู้ : นักเรยี นคิดว่า สานวนเกย่ี วกบั การพดู มี
ความสาคญั ในชีวิตประจาวนั ของเราหรือไม่
1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2 อยา่ งไร
2. สลาก (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
3. ใบงานที่ 4.2 ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง สานวนเกย่ี วกบั
การพดู จากหนงั สอื เรยี น
2. ครูใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มจบั สลาก กลุ่มละ 1 ใบ จากนนั้ ให้
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั อธบิ ายความหมายของสานวน
เกยี่ วกบั การพดู ทจ่ี บั สลากได้ พรอ้ มยกตวั อย่างเหตุการณ์
สมมตุ ปิ ระกอบใหส้ อดคลอ้ งกบั ความหมายของสานวน
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนนั้ สง่
ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอ ทหี่ น้าชนั้ เรยี น
4. ครูและนักเรยี นกลุ่มอน่ื รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง และ
เสนอแนะขอ้ บกพรอ่ งใหแ้ กไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
5. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 4.2 เรื่อง
ประโยคจากสานวน โดยใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลมุ่ จบั คู่กนั
เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคปู่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นสานวน และแต่งประโยคใหส้ อดคลอ้ ง
- สมาชกิ คนที่ 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบการแต่งประโยค
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคูเ่ ปลยี่ นบทบาทกนั ขอ้ ต่อไป
6. นักเรยี นรวมกลุ่มเดมิ (4 คน) ให้แตล่ ะคู่นาคาตอบของคู่
ตนเองมานาเสนอใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ นง่ึ ฟัง เพอ่ื ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกต้องและบนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 4.2 แลว้ นาส่งครตู รวจ
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ สรปุ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
นักเรยี นและครชู ่วยกนั รวบรวมและอธบิ ายความหมายของ
สานวนเกยี่ วกบั การพูด จากนนั้ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และเขยี น
บนั ทกึ ลงในสมุด
482
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด เครือ่ งมือ เกณฑ์
เรื่องที่ 5 สำนวนเกีย่ วกับกำรพดู
ใบงานท่ี 4.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
7 การวดั และประเมินผล แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.2 แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) สลาก
3) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง ประโยคจากสานวน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
__
483
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 5 สำนวนเกยี่ วกบั กำรพูด
เอกสารประกอบการสอน
สลากสานวน
พดู เป็นต่อยหอย
พดู อยา่ งมะนาวไมม่ ีน้า
ปลาหมอตายเพราะปาก
ปากหวานก้นเปร้ียว
พดู ไปสองไพเบยี้ นิ่งเสียตาลงึ ทอง
484
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 5 สำนวนเกีย่ วกบั กำรพดู
ใบงานที่
4.2 ประโยคจากสานวน
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นแต่งประโยคใหส้ อดคลอ้ งกบั ความหมายของสานวนทก่ี าหนด
1. ต่อหนา้ มะพลบั ลบั หลงั ตะโก
2. ปากหวานกน้ เปรย้ี ว
3. คารมเป็นตอ่ รูปหลอ่ เป็นรอง
4. มอื ถอื สาก ปากถอื ศลี
5. พดู เป็นตอ่ ยหอย
485
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เรื่องที่ 5 สำนวนเก่ียวกับกำรพูด
ใบงานที่
4.2 ประโยคจากสานวน
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคใหส้ อดคลอ้ งกบั ความหมายของสานวนทก่ี าหนด
1. ต่อหนา้ มะพลบั ลบั หลงั ตะโก
2. ปากหวานกน้ เปรย้ี ว
3. คารมเป็นตอ่ รูปหล่อเป็นรอง
4. มอื ถอื สาก ปากถอื ศลี
5. พดู เป็นตอ่ ยหอย
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
486
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องท่ี 5 สำนวนเก่ียวกบั กำรพดู
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
487
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คิด
เร่ืองท่ี 5 สำนวนเก่ยี วกบั กำรพูด
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม
ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย ของงาน 15
คะแนน
321321321321321
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
488
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 5 สำนวนเกี่ยวกบั กำรพดู
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอื่น ตามท่ีได้รบั สว่ นร่วมใน รวม
มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน
321321321321321
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
489
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจาให้รู้คดิ
เรื่องที่ 5 สำนวนเก่ยี วกับกำรพูด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ นา้ ท่ี
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมเู่ พ่อื น
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี น
และชุมชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถี่ กู ตอ้ ง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง
3. มวี ินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่อื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
6. มุ่งมนั่ ในการ 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่
ทางาน 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
490
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด
เรื่องที่ 5 สำนวนเกี่ยวกับกำรพดู
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื
8.3 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้
ต่ากวา่ 36 ปรบั ปรงุ
491
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จาให้รู้คิด แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองที่ 5 สำนวนเกย่ี วกบั กำรพูด
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
492
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด 1 ชวั่ โมง
เรื่องท่ี 6 เดก็ เลย้ี งแกะ : การอ่านออกเสียง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6 เดก็ เลีย้ งแกะ :
การอ่านออกเสียง
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นออกเสยี งคาและขอ้ ความจากนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ จะตอ้ งอา่ นใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจน
2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกหลกั การอา่ นออกเสยี งคาและขอ้ ความจากนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ ได้
2) อา่ นออกเสยี งนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ ได้
3 สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
• การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- นิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 2) ทกั ษะการอา่ น 3) ทกั ษะการสงั เกต
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการฟัง
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
493
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด
เรื่องที่ 6 เด็กเลีย้ งแกะ : การอ่านออกเสียง
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบ กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์
ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
ครูสนทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
ทถ่ี ูกตอ้ ง ชดั เจน และน่าฟัง
ขนั้ ท่ี 2 จดั การเรยี นรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2 การอ่านที่ถกู ต้องและชดั เจน ชว่ ยให้เรามี
บคุ ลิกภาพที่ดอี ย่างไร
1. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ (กลุ่มเดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรู้ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ที่ 1) ร่วมกนั วางแผนในการศกึ ษาและฝึกอ่านออกเสยี ง ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
นทิ านเร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ จากหนังสอื เรยี น
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มวางแผนการศกึ ษาและฝึกอา่ นออกเสยี ง
นิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
3. ครูแบ่งเน้อื หานิทานเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ จากหนงั สอื เรยี น
ออกเป็น 4 ตอน ตามความเหมาะสม (หรอื ตามจานวนกลมุ่
โดยครกู าหนดหมายเลขกลมุ่ ให)้ จากนนั้ ให้นกั เรยี น
แตล่ ะกลมุ่ ฝึกอ่านออกเสยี งนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ ตามที่
ครูกาหนด
4. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ อ่านออกเสยี งนิทานเรอ่ื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
ตามทไี่ ดร้ บั ผดิ ชอบ โดยปฏบิ ตั ิกจิ กรรมร่วมกนั ดงั น้ี
- กลุ่มที่ 1 อา่ นออกเสยี ง กลมุ่ ที่ 2 สงั เกต ตรวจสอบการ
อ่านออกเสยี ง และแสดงความคดิ เหน็
- กลุ่มที่ 2 อ่านออกเสยี ง กลุ่มท่ี 3 สงั เกต ตรวจสอบการ
อ่านออกเสยี ง และแสดงความคดิ เหน็
สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มสลบั เปลยี่ นบทบาทกนั ไปเรอ่ื ยๆ จนครบ
ทกุ กล่มุ
5. นักเรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
494
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 6 เดก็ เลี้ยงแกะ : การอ่านออกเสียง
ขนั้ ที่ 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยกุ ต์ใช้
ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และ
ฝึกอ่านออกเสยี งนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
2. ครูอธบิ ายและบอกความสาคญั ของการอา่ นออกเสยี งท่ี
ถูกตอ้ ง และแนวทางในการนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ขนั้ ที่ 4 วดั และประเมินผล
ส่อื การเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2
นักเรยี นอ่านออกเสยี งนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ กบั ครเู ป็น
รายบุคคล
7 การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ทางาน
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
__
495
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เรื่องท่ี 6 เดก็ เลย้ี งแกะ : การอ่านออกเสียง
แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่านออกเสยี งของนกั เรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน
ลาดบั ชื่อ-สกลุ ถกู ต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้ รวม
ที่ ของผ้รู บั การประเมิน อกั ขรวิธี วรรคตอน ชดั เจน น้าเสียง 12
คะแนน
321321321321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ต้อง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั มิ ขี อ้ บกพร่องปานกลาง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั มิ ีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 12 ดี
496 6 - 9 พอใช้
วรรณคดฯี ป.2 ต่ากวา่ 6 ปรบั ปรงุ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เรื่องท่ี 6 เด็กเลีย้ งแกะ : การอ่านออกเสียง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
ช่อื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
497
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คิด
เรื่องที่ 6 เด็กเลีย้ งแกะ : การอ่านออกเสียง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ช่อื กลุม่ ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
498
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด
เร่ืองที่ 6 เด็กเลี้ยงแกะ : การอ่านออกเสียง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธหิ น้าที่
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น และปฏบิ ตั ติ นเพ่อื สรา้ ง
ความสามคั คี ปรองดองในหมู่เพ่อื น
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ตามหลกั ของศาสนา
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น
และชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ต้อง ทาตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง
3. มีวินัย 2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
รบั ผิดชอบ
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
4. ใฝ่เรียนรู้ และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 รูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รูจ้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟังคาสงั่ สอนของบดิ า มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้
4.4 ตงั้ ใจเรยี น
4.5 ปรบั ปรงุ ตนเองในขอ้ ผดิ พลาด
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
499
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 6 เดก็ เลี้ยงแกะ : การอ่านออกเสียง
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ ูอ้ น่ื
8.3 รูจ้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
เขา้ รว่ มกจิ กรรมของโรงเรยี น
ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 55 - 72 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 36 - 54 พอใช้
ต่ากว่า 36 ปรบั ปรงุ
500
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คดิ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
เร่ืองที่ 6 เด็กเลย้ี งแกะ : การอ่านออกเสียง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
501
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพูดจากให้รู้คดิ 1 ชวั่ โมง
เร่ืองที่ 7 เดก็ เล้ยี งแกะ : การอธบิ ายความหมาย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 เดก็ เลีย้ งแกะ :
การอธิบายความหมาย
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านนทิ านเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ จะตอ้ งอธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี า่ นเพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้
ความเขา้ ใจเรอ่ื งทอ่ี า่ น
2 ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.2/2 อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่าน
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อธบิ ายความหมายของคาและขอ้ ความจากนทิ านเรอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ ได้
3 สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
• การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ
- นิทานเร่อื ง เดก็ เลย้ี งแกะ
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
502
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพูดจากให้รู้คิด
เรื่องท่ี 7 เดก็ เล้ยี งแกะ : การอธิบายความหมาย
6 กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : — • เพราะเหตุใด คาที่เป็นสานวน จึงแปล
ความหมายตามตวั หนงั สอื ไม่ได้
1. ครูถามนกั เรยี นว่า ใครเคยไดย้ นิ ผูใ้ หญต่ าหนิเดก็ หรอื คน (เพราะคาทเี่ ป็นสานวนมคี วามหมายเปรยี บเปรย
อ่นื ๆ ว่าเดก็ เล้ยี งแกะหรอื ไม่ แลว้ นักเรยี นรูส้ กึ อย่างไรกบั เปรยี บเทยี บจากพฤตกิ รรม ธรรมชาติ หรอื เรอื่ งราวที่
ประโยคดงั กลา่ ว โดยใหน้ กั เรยี นยกเหตผุ ลประกอบ เกดิ ข้นึ จงึ ไมส่ ามารถแปลความตามตวั หนงั สอื ได้ แต่
จะตอ้ งรคู้ วามหมาย หรอื ทมี่ า จงึ จะเขา้ ใจและนามาใช้
2. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ เดก็ เล้ยี งแกะ เป็นสานวนทไ่ี ด้ ในการสอื่ สารไดถ้ กู ตอ้ ง)
จากการเปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมของเดก็ ทชี่ อบโกหกในนิทาน
เร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
3. ครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตขอ้ ความทคี่ รูเขยี นบนกระดาน แลว้
ร่วมกนั แสดงความคดิ เกยี่ วกบั ความหมายของคา
- ชายท่งุ
- วง่ิ หน้าตน่ื
4. ครูอธบิ ายความหมายของคาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถ
อธบิ ายความหมายของคาไดถ้ ูกตอ้ ง
5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา
ส่อื การเรยี นรู้ :
1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.2
2. แบบบนั ทกึ คาศพั ท์
1. นักเรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั
รวบรวมคาศพั ท์ยากและขอ้ ความทไี่ มร่ ูค้ วามหมายจาก
นทิ านเร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
2. สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการ
สะกดคาศพั ท์และขอ้ ความ จากนนั้ รว่ มกนั หาความหมายที่
ถูกตอ้ ง และบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ คาศพั ท์
503
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ
เร่ืองที่ 7 เดก็ เลย้ี งแกะ : การอธิบายความหมาย
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1. แบบบนั ทกึ คาศพั ท์
2. ใบงานที่ 4.3
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์จาก
แบบบนั ทกึ
2. ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอความรูใ้ นแบบบนั ทกึ
คาศพั ท์ ทห่ี น้าชนั้ เรยี น แลว้ นาสง่ ครูตรวจ
3. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงานท่ี 4.3 เรอ่ื ง คาศพั ท์
เรื่อง เดก็ เลี้ยงแกะ เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครูตรวจ
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : บตั รสานวน • นักเรยี นคิดว่า คาพดู ท่ีดี น่าเช่อื ถือ คนพดู ต้อง
พดู อยา่ งไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
2. ครแู จกบตั รคาสานวนให้นักเรยี นกลุ่มละ 1 ใบ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
แตล่ ะกลมุ่ ฝึกอ่านออกเสยี งและบอกความหมายจากบตั ร
สานวนทก่ี ล่มุ ไดร้ บั
3. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ยกตวั อย่างเหตกุ ารณห์ รอื การกระทา
ทส่ี อดคลอ้ งกบั สานวนทไี่ ดร้ บั ประกอบดว้ ย
4. ครูกล่าวชมเชยกลุ่มทย่ี กตวั อย่างประกอบไดถ้ ูกตอ้ ง และ
ชดั เจน
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล
สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รสานวน
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ใิ หส้ อดคลอ้ ง
กบั ความหมายของบตั รสานวนทก่ี ลมุ่ ไดร้ บั
2. ครใู หน้ กั เรยี นกลุ่มอ่นื ๆ ร่วมกนั ประเมนิ การแสดงของกลุม่
เพอ่ื น ตามประเดน็ ทกี่ าหนด
3. ครชู มเชยกลมุ่ ทแ่ี สดงบทบาทสมมุติได้ดี และสรา้ งสรรค์ และ
เสนอแนะใหก้ ลมุ่ อน่ื ๆ ปรบั ปรุงการแสดงตามความเหมาะสม
504
วรรณคดฯี ป.2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สักวาพดู จากให้รู้คดิ เครื่องมือ เกณฑ์
เรื่องที่ 7 เดก็ เลี้ยงแกะ : การอธิบายความหมาย ใบงานท่ี 4.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
7 การวดั และประเมินผล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ
ตรวจใบงานท่ี 4.3
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.2
2) แบบบนั ทกึ คาศพั ท์
3) บตั รสานวน
4) ใบงานท่ี 4.3 เรอ่ื ง คาศพั ทเ์ รอ่ื ง เดก็ เล้ยี งแกะ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
__
505
วรรณคดฯี ป.2