The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2021-11-28 11:15:00

การออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชุมชน: การประยุกต์ใช้เครื่องมือ การศึกษาชุมชน

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

696

ฉลอมเปน็ พน้ื ทท่ี ม่ี เี รือฉลอมจอดอยู่จำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อชุมชนน้ี ป้าแจงซง่ึ เป็นคนทา่ ฉลอมทม่ี ีชวี ิต
วัยเด็กผูกพันอยู่กับเรือและการหาปลากับพี่ชาย ทั้งยังมีความถนัดในการทำงานฝีมือ จึงเป็นศิษย์เก่าของ
อาจารย์ธงชัย สายแสงจันทร์ อดีตประธานกลุ่มเรือจำลอง (ฉลอมชายฝั่ง) และครูช่างหัตถกรรมการต่อเรือ
จำลองเพื่ออนุรักษ์เรือโบราณไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีตั้งแต่การแนะนำลักษณะและชิ้นส่วน
ต่าง ๆ ของเรือฉลอม จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนประกอบเข้าด้วยกันจนเป็นเรือฉลอม หลังเสร็จกิจกรรมแล้ว
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเรือฉลอมจำลองที่ตนเองได้ประกอบกลับบ้านเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังก่อให้เกิด
การเปล่ยี นแปลงระดบั กลุม่ อีกด้วย กล่าวคอื การเกิดขึ้นของโครงการดงั กล่าว ทำให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดการ
รวมตัวกันอีกครั้งและเกิดการเปลี่ยนแปลงของชุมชนขึ้นกลายเป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลมา
จากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านที่ช่วยกันผลักดันโครงการดังกล่าวให้สามารถขึ้นมาเป็นที่รู้จักได้สำเร็จ
อีกทั้งยังมี Page Facebook และเว็บไชต์ไว้เผยแพร่กิจกรรม แหล่งการเรียนรู้ รวมไปถึงโครงการใหม่ ๆ ที่
เกิดขึ้นภายในชุมชนต่อสาธารณชน และจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชนได้
โดยงา่ ย นำมาส่กู ารท่องเทยี่ วในชมุ ชนท่คี ึกคักและกระตนุ้ เศรษฐกิจใหก้ บั ชาวบ้านอีกด้วย

5. บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับการปฏิบัติงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากการประยุกต์ใช้
เคร่ืองมือการศึกษาชมุ ชน วเิ คราะห์ชุมชนผ่านแนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการปฏบิ ัติงานทางสังคมสงเคราะห์
และนำเสนอโครงการกิจกรรมของชุนชนท่าฉลอมนั้น สามารถเสนอบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ชุมชน เพื่อ
นำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้ ดังนี้นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนควรเข้ามามีบทบาทในการ
รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชุมชนจากชาวบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถให้คำปรึกษาต่อชาวบ้าน เพื่อเป็นการ
กระตุน้ ให้ชาวบ้านสามารถรวมกลุ่มและพง่ึ พาช่วยเหลือตนเองได้อยา่ งแท้จริง

นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายทางสังคม เพื่อที่จะสามารถระดม
ทรัพยากรจากหลายภาคส่วนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโยบายหรือเพ่ือ
ปรับปรงุ บริการตา่ ง ๆ ภายในชุมชนให้ตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของชาวบ้าน

นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนสามารถแนะนำหรือเสนอแนวทางช่วยเหลือต่อกลุ่มชาวบ้านที่มีความ
คดิ เหน็ และความสนใจในการทำกิจกรรมทแ่ี ตกตา่ งกัน

นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานชุมชน เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สุขแก่
ชุมชนโดยส่วนรวม เช่น สวมบทบาทผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการเสวนาเรียนรู้ของชุมชนเพื่อให้
ชาวบ้านและผู้ร่วมเสวนาเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ และนำไปสู่การแสกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันจนนำไปสู่
การเกดิ การเรยี นรู้ซ่ึงกันและกัน

697

บรรณานกุ รม
เทศบาลนครสมทุ รสาคร จงั หวัดสมทุ รสาค. (2562), โครงสรา้ งพนื้ ฐาน เทศบาลนครสมทุ รสาคร. สื บ ค้ น เม่ื อ 18
พฤศจกิ ายน 2 5 6 4 .จ า ก

http://www.sakhoncity.go.th/site/index.php?option=comcontent&view=article&id=52&ltemid=
หนว่ ยอนุรกั ษ์สิง่ แวดล้อมธรรมชาตแิ ละศิลปกรรมท้องถ่ิน. (2564). ชุมชนท่าฉลอม. สบื ค้นเม่อื 18พ ฤศ จกิ า ยน 2
5 6 4 ,จ า ก

https://culturalenvi.onep.go.th/site/detail/3930?fbclid=IwAR2lkcjOuTzrYnubfil5Y51IMJIYSJ5FP
1z1VYSDwUU2FE152mvVGdJLAE
อรทยั พระทดั . (2558). การมีสว่ นร่วมของประชาชนในการพฒั นาชมุ ชนในพ้นื ทเ่ี กาะรตั นโกสนิ ทรก์ รณีศึกษา ชมุ ชน
ป้อมมหากาฬ. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤศจกิ ายน 2564,จ า ก

http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2015/TU 2015 5703010420 3793 2950.pdf
MAHA SAMUT SAKHON PATH TO THE OCEAN. (2562). บ้านทา่ ฉลอม ศูนย์ทอ่ งเท่ียว
หอ้ งรบั แขกชมุ ชนทา่ ฉลอม. สบื ค้นเม่ือ 18 พฤศจกิ ายน 2564, จาก http://www.visitsk.org/?p=10818#MGR
Online. (2554). "ทา่ ฉลอม"ธุรกิจแปรรูปสัตวน์ ้ำแสนล้าน สู่เมอื งนา่ ท่องเทีย่ วแห่ง
สมุ ทรสาคร. สืบคน้ เมอื่ 18 พฤศจิกายน 2 56 4 ,
จ า กhttps://mgronline.com/daily/detail/9540000033205?fbclid=IwAR2545B8UrFc7ZMrmARuy98B

V8ZYND2QFcTVRGj4v98v2NeYinUQfyeOjU
Sakhon online news. (2562). คมู่ ือ-แผนท่ี "ท่องเทย่ี วทา่ ฉลอม" อกี หน่ึงผลงานของ"สมุทรสาครพัฒนาเมอื ง"
สบื คน้ เมอื่ 18 พฤศจกิ ายน 2564, จาก

http://www.sakhononline.com/report/2017/ ?p=157 6 &fbclid=lwAR3Y2pquaXnDvYCiRWaOkHe-
T-zjl3PV5fCjnsmF-MikJ4ZY9Y7PgTaA
Sakhon online news. (2562). เลง็ พฒั นาพืน้ ท่สี ขุ ภาวะ สร้าง "ลานกีฬาวฒั นธรรมชมุ ชน"
สถานีอนามยั ท่าฉลอม. สบื ค้นเมือ่ 18 พฤศจิกายน 2564.จ า ก
http://www.sakhononline.com/news/2017/?p=10876&fbclid=IwAR9FpBWZHUVNxOVziCc1gCcovD
GpOu8AQvqSpXOe4Gab9KFjrPU4ZCVc

698

699

การออกแบบชมุ ชนกันตัง
ตำบลกนั ตัง อำเภอกันตงั จงั หวดั ตรัง















บทนำ
การออกแบบชุมชนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างและแก้ไขข้อบกพร่องภายในชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนั้นข้าพเจ้าเป็นคนใน
พื้นที่ชุมชนกันตัง จังหวัดตรัง จึงเลือกใช้พื้นที่ดังกล่างในการออกแบบชุมชนของตนเอง ซึ่งโดยพื้นที่ส่วนใหญ่ใน
ชุมชนที่เนั้นการประมงและขนส่งทางน้ำ จากอดีตจนถึงปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการเพิ่มขึ้นของจำนวน
เรือบรรทุกสินค้าและการประมงที่เนั้นการใช้เครื่องขนด์ในการออกหาปลาประกอบกับการสร้างท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้นจึง
ทำให้แม่น้ำตรังซึ่งเป็นพื้นที่น้ำกร่อยคือน้ำเต็มมาบบรรจบกับน้ำจืดได้เกิดการผสมกับน้ำมันเครื่องยนต์ของเรือท่ี
เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำเกิดปัญหาเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ส่งผลกระทบมายังชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ
ชาวประมงในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำทำให้ไม่สามารถท่ีจะประกอบอาชีพได้เพราะน้ำเน่าเสียและเกิดมลพิษ
รวมถึงส่งผลกระทบไปยังสัตว์ในทะเลที่สำคัญได้แก่ พยูน ซึ่งเป็นสัตว์ที่ใกล้ศูนย์พันธุ์ทำให้พะยูนลดลงจำนวนมากและ
อพยพย้ายถนิ่ ฐานออกจากพ้นื ท่เี นอื่ งจากไม่มีอาการ จำพวกหญา้ ทะเล ดงั นั้นจงึ ตอ้ งมีการฟื้นฟูชุมชนเพือ่ ความยงั่ ยืน
และรักษาระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และลดการปล่อยของเสียลงในแม่น้ำเพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพ
เหมาะแก่ที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและคนในชุมชนสามารถที่จะประกอบอาชีพประมงโดยไม่ได้รับความเดือดร้อนจาก
ปัญหาแหลง่ น้ำสู่การพฒั นาระบบนิเวศโดยรอบทง้ั บนบกและในนำ้ อยา่ งย่ังยืน

ประวัติศาสตร์ชุมชน
ชุมชนตลาดใด้เป็นชุมชนในเขตเทศบาลเมืองกันตัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรังใน
อดีตชุมชนแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองกันดัง เมืองที่สำคัญบนเส้นทางการคมนาคมทางน้ำที่เจริญรุ่งเรืองบริเวณ
แถบแม่น้ำตรัง และเป็นศูนย์รวมกาค้าขาย การขนส่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ด้วยการพัฒนาอย่างมี
วิสัยทัศน์ทำให้พื้นที่เมืองกันตังที่เคยมีสภาพเป็นปารกร้างที่อยู่ติดกับแม่น้ำตรังได้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจน
กลายเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาทำการค้า ตั้งรกราก เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมที่ส่งผลมาถึงวิถีชีวิตของ
ผู้คนในปัจจุบัน แม้ว่าทุกวันนี้ชุมชนตลาดได้จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากด้วยสาเหตุหลายประการ ชุมชนตลาด

700

ใต้จึงจำเป็นต้องเริ่มเรียนรู้ผ่าน โครงการจัดการข้อมูลชุมชนและบูรณาการความรู้ชุมชนกันดัง เพื่อค้นหาเรื่องราวที่
เปน็ จดุ แข็งของตนเองเพื่อปรบั ตวั และรับมอื ต่อความเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขึ้นอยเู่ สมอทั้งในปัจจุบนั และอนาคตข้างหนา้
การกอ่ ตง้ั เมอื งกันตัง

ความเจริญของเมืองกันตังเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2436 เมื่อมีการย้ายเมืองจากกวนธานีมาที่กันตังโดยพระยา
รับฏานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เจ้าเมืองตรังในขณะนั้น โดยมีเป้าหมายที่จะทำเมืองกันตังเป็นเมืองการค้าและ
เมืองเกษตรกรรม มีการส่งเสริมให้ราษฎรจับจองพื้นที่บุกเบิกทำไร่นา จัดให้มีตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าของคนในชุมชน
บุกเบิกการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าต่างชาติที่เดินทางมาจากปีนังและประเทศตะวันตก มีการส่งเสริมการนำยางพารา
มาให้ราษฎรทดลองปลูก ปรับปรุงเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำให้ดีขึ้นโดยการสร้างสะพานตัดถนนเชื่อม
ระหว่างหมู่บ้านและเมืองใกล้เคียง มีสะพานท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าที่ปลายทางมีการเชื่อมกับรถไฟ
ด้วยสะพานเหล็ก และเป็นศูนย์กลางในการค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับท่ี 2 ของภาคใต้ เนื่องจากเป็นจุดที่มีการ
แลกเปลี่ยนสินค้าและท่าพักเรือจึงทำให้เป็นจุดรวมตัวของคนหลายเชื้อชาติที่เข้ามาทำการค้าขาย ต่อมาจึงได้มีการต้ัง
รกรากกันเกิดข้นึ ทอ่ี ำเภอกันตงั จงึ ทำให้คนในพื้นทมี่ คี วามหลากหลายทางเชอ้ื ชาตแิ ละศาสนา

ความหลากหลายทางเชื้อชาติในกนั ตัง
เมืองกันตังเป็นพื้นที่ที่มกี ารรวบรวมคนหลากหลายเชื้อชาติเพราะความเจริญรุ่งเรืองจากการเป็นเมืองท่าและ

เป็นข่านการค้ามาอย่างยาวนาน ทำให้มีกลุ่มคนต่างๆ เข้ามาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น
คนไทย จีน มุสลิม กลุ่มคนจีนที่อยู่ในพื้นที่นี้ประกอบด้วย กลุ่มคนจีนเชื้อสายฮกเกี้ยน กลุ่มคนจีนเชื้อสายไหหลำ กลุ่ม
คนจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว กลุ่มคนจีนแคะ และกลุ่มคนจีนเปอรานากันหรือบามา-ย่าหยา ส่วนชาวมุสลิมประกอบด้วยกลุ่ม
คนมลายูดั้งเดิมและกลุ่มคนเชื้อสายปาทานซึ่งเป็นชาวมุสลิมที่อพยพมาจากประเทศปากีสถาน ส่วนกลุ่มผู้นับถือ
ศาสนาคริสต์นั้นมีทั้งกลุ่มชาวจีนอพยพที่นับถือศาสนาคริสต์จากประเทศจีนเองและกลุ่มคนดั้งเดิมในพื้นที่ที่เปลี่ยนมา
นับถอื ศาสนาคริสต์

อาชีพในชมุ ชนตลาดใต้

นอกจากความหลากหลายทางความเชื่อ ชาติพันธ์ุ ประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของชุมชน
ตลาดใต้แล้ว จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในอดีตคือความหลากหลายทางอาชีพของคนในชุมชน เนื่องจากพื้นที่ชุมชน
ตลาดใต้ส่วนใหญ่อยู่ติดกับแม่น้ำตรังและถนนจึงเป็นพื้นท่ี ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวบ้านแตะเรือ
ขนส่งสินค้าต่างๆ จึงเกิดเป็นตลาดขึ้น เมื่อประกอบกับพื้นที่ของตลาดที่ตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของเมืองกันตังจึงได้ชื่อว่า
ชุมชนตลาดใต้ ภูมิศาสตร์ที่สำคัญของชุมชนกันตังคือการมีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตรังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้าง
อาชพี ให้กบั คนในชุมชน ไมว่ า่ จะเปน็ การทำอาชพี ประมงออกเรอื หาปลาโดย
กลุ่มคนมุสลิมในพื้นท่ี หรืออาชีพค้าขายในกลุ่มคนจีนและกลุ่มคนมุสลิมเชื้อสายปาทานที่ทำอาชีพค้าขายผ้าขายของชำ
ขายอาหาร นอกจากนั้นพื้นที่นี้ยังเป็นพื้นที่สำคัญทางเกษตรกรรมด้วย เพราะในอดีตพื้นที่ชุมชนตลาดใต้เคยมีการ
ปลูกขา้ วโดยใชน้ ้ำกรอ่ ยจากแม่น้ำตรงั มาอย่างยาวนาน

ชาวจนี ในชุมชนตลาดใต้
กลุ่มชาวจีนอพยพที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนตลาดใต้เริ่มมีการอพยพเข้ามาตั้งแต่ช่วงสมัยสงครามโลก

ครั้งที่ 1 โดยอพยพเข้ามาทางเรือสำเภา ทั้งกลุ่มชาวจีนไหหลำ กลุ่มชาวจีนฮกเกี๊ยน รวมถึงกลุ่มชาวจีนแต้จิ๋ว โดยส่วน

701

ใหญ่มีอาชีพการประมงและค้าขายสินค้าจากทะเล รวมไปถึงสินค้าทั่วไป กลุ่มคนจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างครอบครัวใน
พื้นท่ชี ุมชนแหง่ นี้ โดยมีการแตง่ งานกบั ชาวไทยทอ่ี าศัยอยใู่ นบรเิ วณดงั กลา่ วและมลี กู หลานสบื สกลุ มาจนถึงปัจจบุ นั
มุสลมิ ในชมุ ชนตลาดใต้

ชาวมุสลิมในชุมชนตลาดใต้ มีทั้งมุสลิมเชื้อสายไทยและเชื้อสายปาทานที่มีบรรพบุรุษมาจากปากีสถานโดยชาว
ปากีสถานอาศัยอยู่บริเวณนี้ก่อนสงครามโลกครั้งท่ี 1 ในช่วงแรกย่านชุมชนตลาดใต้มีมุสลิมเชื้อสายปากีสถาน
ประมาณ 6-7 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพขายเนื้อ พริกแกง และขายผ้า ชาวมุสลิมในชุมชนตลาดใต้ส่วน
ใหญน่ ับถือนกิ ายซนุ นแี ละมีมัสยดิ ปากีสถานเป็นสถานที่ยดึ เหนีย่ วจิตใจชาวครสิ ตใ์ นชมุ ชนตลาดใต้

ความเป็นมาของคริสตจักรในจังหวัดตรังเริ่มจากกลุ่มมิชชันนารีที่เข้ามาประกาศศาสนาในปี พ.ศ. 2453 มี
Mr. John Carrington ชาวอเมริกันจากคณะ American Bible Society เข้ามาเป็นกลุ่มแรก และในปี พ.ศ. 2481 จึงมี
มิชชันนารีชาวจีนเข้ามาเผยแผ่เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนชาวจีนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่แล้วได้เข้ามาอยู่ในชุมชน
แห่งน้ี ซึ่งคริสตชนตรังส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีอาชีพทำการค้า และยังมีบทบาทในกิจกรรมบริการด้านการแพทย์และ
การศึกษาเสมอมา เช่น การก่อตั้งโรงพยาบาลทับเที่ยงและ โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษาจากการได้สึกษาชุมชนกันตัง
จึงทำให้ทราบภูมิศาสตร์ต่างๆมากมายทั้งบนบกและในน้ำและทำให้ทราบประวัติความเป็นมาของชุมชน รวมไปถึง
เศรษฐกิจภายในชุมชนวิถีชีวิตประเพณีความเชื่อศาสนาและรวมไปถึงปัญหาต่างๆมากมายโดยเฉพาะปัยหาเก่ียวกับ
ระบบนิเวศที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ภายในชุมชนเองดังนั้นจึงทำให้เกิดการสร้างเครื่องมือชุมชนเพื่อเป็นการทราบข้อมูลใน
ชมุ ชน นำไปสูก่ ารวางแผนแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆอย่างย่ังยนื

แผนทีเ่ ดินดนิ
พนื้ ทที่ างกายภาพ

โดยชมุ ชนในเขตเทศบาลเมอื งประกอบดว้ ย 12 ชมุ ชน ดังตอ่ ไปน้ี

ㆍ ชุมชนกติ ตคิ ณุ
ㆍชมุ ชนหลงั สโมสรเก่า
ㆍ ชุมชนหลังชมุ สายโทรศัพท์
ㆍ ชมุ ชนโรงพยาบาลกันตงั
ㆍชมุ ชนตรอกลเิ ก
ㆍ ชุมชนในทอน
ㆍ ชมุ ชนหลงั โรงเรียนคลองภาษี
ㆍ ชุมชนหน้าค่าย
ㆍ ชุมชนหลาโป
ㆍ ชุมชนปา่ มะพรา้ ว
. ชมุ ชนปา่ ไม้
ㆍชมุ ชนตลาดใต้

702

ซึ่งเทศบาลเมืองกันตัง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตรัง ซึ่งห่างจากปากน้ำตรังเพียง 27 กิโลเมตร จึงเป็นเมืองท่าสำคัญ
แห่งหนึ่งทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ มาแต่โบราณ และในปี พ.ศ. 2436
พระบาทสมด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบ้ี ณ ระนอง)
เจา้ เมอื งตรงั ยา้ ยทต่ี ้งั เมอื งตรัง จากตำบลควนธานี มาตง้ั ท่ตี ำบลกันตังโดยขึ้นกับมณฑลภูเกต็

กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ในชุมชน
เนื่องจากพื้นที่ของเทศบาลเมืองกันตัง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง ซึ่งไหลออกสู่ทะเลด้านมหาสมุทรอินเดีย

ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร การค้าขายเป็นอาชีพของคนในท้องถิ่น ส่วนการประมง อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการ
ผลิตอาหารทะเลนั้น ผู้ดำเนินกิจการเป็นบุคคลในท้องถิ่นและจากต่างจังหวัด ในส่วนของลูกจ้างหรือคนงานประจำเรือ
นน้ั มาจากหลาย ๆ จงั หวดั จากทุกภาคของประเทศไทย

การประกอบอาชพี ของประชาชน ในเขตเทศบาลเมอื งกนั ตงั แบง่ ออกเป็นประเภท ดังนี้
- การพาณชิ ยกรรม ผปู้ ระกอบอาชีพคา้ ขายจะอย่ใู นเขตเทศบาลเปน็ ส่วนใหญ่ ดำเนินกิจการเกย่ี วกับรา้ นขาย
ของชำ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ ร้านเสริมสวย ร้านเครื่องประดับของใช้สุภาพสตรีร้าน
จำหน่ายรถจกั รยานยนต์ และร้านจำหนา่ ยโทรศพั ท์มือถือ เป็นตน้
- การประมง สภาพการณ์ด้านการประมงในพื้นที่แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ การประมงพื้นบ้าน หมายถึง
การประมงที่ใช้เรือทำการประมงที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 10 เมตร เครื่องยนต์เรือขนาดไม่เกิน 30 แรงม้า ใช้
เครื่องมือทำการประมงไม่ทันสมัยมากนัก อวนลอยกุ้งสามชั้น อวนจมปู ลอบปลา ฯลฯ แหล่งทำการประมงจะอยู่
บริเวณชายฝั่ง ออกทำการประมงเที่ยวละ 2-3 คน ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานในครอบครัว หรือจ้างไม่เกิน 2 คนสัตว์น้ำ
ท่เี ป็นรายได้หลักของชาวประมงพ้ืนบา้ น ไดแ้ ก่ กุ้งทะเล ปมู ้า ปลาเหด็ โคน ปลาทู ปลาลงั ปลาสกี นุ ปลาหลังเขียว เป็นตน้
- การทำประมงพาณิชย์ อาจแบ่งเป็นการทำประมงในน่านน้ำไทย และการประมง นอกน่านน้ำ เครื่องมือทำ
การประมงที่สำคัญได้แก่ อวนลาก อวนล้อมจับ เป็นต้น ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำ ในน่านน้ำไทยลดลงมากทำให้
เรือประมงพาณิชย์ส่วนใหญ่จะออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำแหล่งทำการประมงนอกน่านน้ำในบริเวณทะเลอันดา
มัน ได้แก่ น่านน้ำของพม่า อย่างไรก็ตามเรืออวนล้อมจับขนาดกลางและเรืออวนลากขนาดเล็กยังสามารถทำการ
ประมงในนา่ นน้ำไทยได้แต่ยงั มีปญั หาน้ำมนั เชือ้ เพลิงราคาแพง และขาดแคลนแรงงานประมง
- การรับจ้าง เนื่องจากพื้นที่ของเทศบาลตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง จึงมี โรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิต
อาหารทะเล การประมง ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 9 แห่ง แพปลา 11 แห่ง จึงทำให้เกิดการจ้างแรงงานเข้าสู่
โรงงานเป็นจำนวนมาก ประชาชนในเขตเทศบาลจงึ ไดป้ ระกอบอาชพี รับจา้ งในโรงงาน ดังกลา่ ว
- การอุตสาหกรรม ในเขตเทศบาลมีโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 2 ประเภท คือ การประมงและอุตสาหกรรม
เก่ียวกับอาหารทะเล
- ข้าราชการและลูกจ้าง พนักงานและลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ พนักงานและลูกจ้างของรัฐ เนื่องจากในเขต
เทศบาล มีส่วนราชการจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจหลายแห่งประเพณีที่สำคัญภายใน
ชุมชน

703























ประวตั ิบุคคล


















พระยารบั ฎานปุ ระดิษฐ์มหศิ รภกั ดี (คอซิมป๊ี ณ ระนอง)

704

พระยารับฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง) 8 เมษายน พ.ศ. 2400 - 10 เมยายน พ.ศ. 2456เป็น
ข้าราชการชาวไทย ระหว่างเป็นเจ้าเมืองตรัง ได้พัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นเมืองเกษตรกรรมจึงได้เลื่อน
ตำแหน่งเป็นสมุนเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต และเป็นผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล ณระนอง เกิดที่จังหวัด
ระนองเมื่อวันพุธ เดือนห้ ปีมะเส็ง ตรงกับเดือนเมษายน พ.ศ. 2400 เป็นบุตรคนสุดท้องของพระยาดำรงสุจริตมหิศร
ภักดี (คอซูเงียง ณ ระนอง) ซึ่งเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3 และนางกิม ชื่อ "ซิมบี้"
เป็นภายาฮกเกี้ยน แปลว่า "ผู้มีจิตใจดีงาม" เมื่ออายุได้ , ปี ได้ติดตามบิดาเดินทางกลับไปประเทศจีนและอาศัยอยู่ที่นั่น
เป็นเวลา 2 ปี ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และได้คูแลกิจการแทนบิดาทั้ง ๆ ที่มิได้เรียนหนังสือ มีความรู้หนังสือเพียงแค่
ลงลายมือชื่อตนได้เท่านั้น แต่มีความสามารถพูดได้ถึง 9 ภายาบิดาจึงหวังจะ ให้สืบทอดกิจการการค้าแทนตน มิได้
ประสงค์จะให้รับราชการเลย เข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับ
พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงบริรักษ์โลหวิสัย ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนอง ต่อมา ได้เลื่อนเป็นผู้ว่าราชการ
เมืองกระบี่ บรรดาศักด์ิ พระอัยภูงคตทิศรักษา แล้วได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยารัมฎานุประดิยฐมหิศรภักดี
ตำแหน่งผู้ว่าราชการจงั หวัดตรัง ท้งั น้ี เนือ่ งจากราษฎร

ชาวตรังได้ยื่นฎีกาถวายความว่า เจ้าเมืองตรังคนก่อน (พระยาตรังคภูมิภาบาล (เอี่ยม ณ นคร) กคขี่ข่มเหง
ราษฎรทั้งที่สภาพเศรษฐกิจไม่ดี พระยารับฎานุประดิยฐ์ เมื่อรับตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง ได้พัฒนาปรับปรุงสภาพหลาย
อย่างในเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรืองหลายอย่าง ด้วยกุศโลบาลส่วนตัวที่แยบยล เช่น การตัดถนนที่ไม่มีผู้ใดเหมือน
รวมทั้งส่งเสริมชาวบ้านให้กระทำการเกษตร เช่น ให้เลี้ยงไก่โดยบอกว่า เจ้าเมืองต้องการ ไข่ไก่ ให้เอากาฝากออกจาก
ต้นไม้ โดยบอกว่าเจ้าเมืองต้องการเอาไปทำยา ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟ และยางพารา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการ
นำยางพารามาปลูกที่ภาคใต้ จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นในปัจจุบัน พระยารัยฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ถึง
แกอ่ นิจกรรมเม่อื วันท่ี 10 เมษายน พ.ศ. 2456 ณ บ้านจักรพงษ์ ปีนัง ดว้ ยสาเหตเุ จ็บปว่ ยจากการถกู คนสนทิ ยงิ พร้อม
กับพระสถลสถานพิทักษ์ (คอยู่เกียด ณ ระนอง) หลานชาย ที่ท่าเทียบเรือกันตัง เมื่อวันท่ี 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456
สิริอายุได้ ร6 ปี ปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของพระยารับฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองตรัง
ห่างจากใจกลางเมอื งประมาณ 1 กิโลเมตร และอยู่บนเขารงั จงั หวัดภูเก็ต

705

เกยี รตปิ ระวตั ิทสี่ ำคญั ของพระยารษั ฎานปุ ระดษิ ฐม์ หศิ รภกั ดี














การนำต้นยางพาราตน้ แรกเขา้ มาปลูกในประเทศไทย
ต้นยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า "สยาม" ประมาณกันว่าควรเป็นหลัง พ.ศ.
2425 ซึ่งช่วงนั้นได้มีการขยายเมล็ดกล้ายางพารา จากพันธ์ุ 22 ต้นนำไปปลูกในประเทศต่างๆ ของทวีปเอเชียและมี
หลักฐานเด่นชัดว่า เมื่อปี พ.ศ. 2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง) ได้นำต้นยางพาราต้น
แรกของประเทศมาปลูกที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จึงได้รับเกียรติว่าเป็น "บิดาแห่งยาง" จากนั้นพระยารับฎา-นุ
ประดิษฐ์ ได้ส่งคนไปเรียนวิธีปลูกยางพาราเพื่อมาสอนประชาชนพร้อมนำพันธุ์ยางพาราไปแจกจ่ายและส่งเสริมให้
ราษฎรปลูกทั่วไป ซึ่งในยุคนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุดตื่นยางพาราและชาวบ้านเรียกยางพารานี้ว่า"ยางเทศา" ต่อมา
ราษฎรได้นำเข้ามาปลูกเป็นสวนยางพารามากขึ้น และได้มีการขยายพื้นท่ีปลูกยางพาราไปในจังหวัดภาคใต้รวม 14
จงั หวัด ต้ังแต่จังหวดั ชุมพรลงไปถึงจังหวดั ทต่ี ิดชายแดนประเทศมาเลเซยี การพฒั นา
อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศได้เจริญรุดหน้าเรื่อยมาจนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกยางพารา
ไดม้ ากท่ีสดุ ในโลก
จากการนำยางพาราต้นแรกมาปลูก ณ พื้นที่ชุมชนกันตัง จึงทำให้มีการเพาะพันธุ์กันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
ไปทั่วจังหวัดและหลายๆจังหวัดทางภาคใต้ จึงทำให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกที่สำคัญของประเทศไทยอีกชนิด
หน่ึง และทำให้อาชพี เกษตรกรหลักท่สี ำคญั ของคนในจงั หวดั ตรังคือการกรดี ยางพารา

706

ปฏทิ ินชมุ ชนกันตัง

กจิ กรรม เดอื น
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
ชักพระข้ามแมน่ ำ้ ตรัง
สราทเดือน 10

ลอยกระทง 10 วัน 10 คนื
งานของดีเมอื งกันตงั

ประเพณที งิ้ กระจาดกลางแม่น้ำตรงั

ประเพณชี ักพระข้ามแมน่ ้ำตรงั
สำหรับประเพณีลากพระทางน้ำ ได้ถือปฏิบัติสืบทอดมาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยชาวบ้านเชื่อว่า

เป็นวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ หลังเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารคา ณ สวรรค์
ชั้นดุสิตตลอดพรรษา โดยชาวบ้านทั่วไปจะเดินทางไปร่วมงานลากเรือพระทางบก แต่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งส่วน
ใหญ่อาศัยอยู่ติดกับริมแม่น้ำปากปรน และอยู่ใกล้ทะเลอันดามัน รวมทั้งยังประกอบอาชีพประมงจึงไม่สามารถเดินทาง
ไปร่วมประเพณีลากเรือพระทางบกได้ ดังนั้น จึงกำหนดให้วันแรม 8 ค่ำเดือน 11 ที่ว่างเว้นจากการทำประมง มาร่วม
กนั สืบสานประเพณลี ากพระทางนำ้ เพ่ือเช่อื มความสามัคดีของชุมชนสองฝ่ังทะเล อนั ถอื เป็นเอกลกั ษณข์ องชาวกนั ตงั

ประเพณีสารทเดือน 10

เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราชที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อมาจากทาง
ศาสนาพราหมณ์ โดยมกี ารผสมผสาน กบั ความเชื่อทางพระพทุ ธ ศาสนาโดยมีจุดมุ่งหมายสำคญั เพื่อเปน็ การอทุ ิศสว่ น
กุศลให้แก่บรรพบุรุยที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าได้รับการปล่อยตัวมาจากภูมินรกที่ตนต้องจองจำอยู่เนื่องจากผลกรรม
ที่ตนได้เคยก่อไว้ตอนที่ขังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากภูมินรกในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์
มีจุดประสงค์เพื่อให้มาขอส่วนบุญส่วนกุศลจากลูกหลานญาติพี่น้องที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้ เป็นการแสดงความ
กตัญญกู ตเวทตี อ่ ผ้ลู ่วงลับ หลงั จากน้ันก็จะกลับไปยงั ภมู ินรก ในวันแรม 15 ค่ำ เดอื น 10

ประเพณลี อยกระทง 10 วัน 10 คนื
การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือลอยโคม เป็นงาน

นักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์
ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศกระทำเพื่อเป็นการ
สักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทสอินเดีย ปัจจุบัน
เรียกว่าแม่น้ำเนรพุทท อันที่จริงลอยกระทงเป็นประเพณีขอขมาธรรมชาติมาแต่ดึกดำบรรพ์ เพราะชาวบ้านทั่วไปรู้จาก
ประสบการณ์ว่า ถึงเดือนสิบเอ็ด (หรือราวเดือนตุลาคม) น้ำจะขึ้นนองหลาก พอถึงเดือนสิบสอง น้ำจะทรงตัวคือไม่ขึ้น
ไม่ลง ซึ่งชุมชนกันตังจะจัดงานประเพณีการลอยกระทงเป็นเวลา 10 วัน 10 คือ เพราะพื้นที่อยู่ชิดกับแม่น้ำตรัง ซึ่งเป็น
แม่น้ำที่สำคัญของจังหวัดตรัง และเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวในจังหวัดมาเข้าร่วมงานได้
จำนวนมาก

707

งานของดีเมืองกนั ตัง
งานของดีเมืองกันตัง ในงานจะมีของดีแต่ละชุมชนมาออกร้านกันมากมาย จะมีการทำขนมบ้า ขนมรูขนมลา

ยาหนมและเหนียวแก้ว รสชาติเป็นที่ถูกปากขายหมดวันต่อวัน แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลเดือนสิบซึ่งเป็นประเพณีของ
ภาคใต้ที่มักจะมีลูกค้ามาสั่งขนมเพื่อนำไปทำบุญกันตามประเพณี ได้นำมาจำหน่ายให้ผู้มาเที่ยวงานได้ซื้อหาได้อย่าง
สะดวก มีลกู คา้ ให้ความสนใจเขา้ ควิ ซอ้ื ขนมอย่างคึกคัก

ประเพณีทิ้งกระจาดกลางแมน่ ำ้ ตรัง
ชุมชนเมืองกันตัง จ.ตรัง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด หรือเทกระจาดทางน้ำ ซึ่งปกติจะนิยมจัดขึ้นทางบก

ตามศาลเจ้าต่างๆ ทุกปีในเดือน 7 จีน หรือที่เรียกกันว่า เทศกาลอูลั้งเซ่งหวย โคยมีพิธีกรรมต่างๆ กรบถ้วนตาม
รูปแบบโบราณ โดยจัดงานขึ้นที่บริเวณท่าเทียบเรือต่างประเทศ อ.กันตัง จ.ตรัง โดยอานิสงส์ที่ได้รับในทางบุญก็คือ
การอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร 3 ชาติ 3 ภพ ลดกรรมที่สร้างมา และสร้างทานบารมีให้แก่ตัวเอง รวมทั้งเหล่าวิญญาณ
บรรพชน โดยเฉพาะการนำพาเหล่าควงวิญญาณลงเรือแห่ไปเผากลางแม่น้ำตรัง ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่หาทำกันได้น้อย
มาก และเปน็ กิจกรรมทเี่ กดิ ขึน้ เฉพาะในชุมชนกันตงั เพียงเทา่ น้นั

ระบบสุขภาพชุมชนกนั ตัง

การศึกษาระบบสวัสดิการทางด้านสุขภาพชุมชน เพื่อที่จะเป็นสิ่งที่จะทราบถึงคุณภาพชีวิตของประชากร

ภายในชุมชน รวมถึงการจัดสวัสดิการต่างๆแก่คนภายในชุมชนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อเป็นการ

รักษาสิทธิ์ให้ทุกคนในชุมชนสามารถเข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ และเป็นการวางแผนในการหาทางออกแก่ผู้ป่วยภายใน

ชุมชนให้กลบั มาสู่สภาวะปกตแิ ละสามารถท่จี ะชว่ ยเหลอื ตนเองได้ระบบสุขภาพชมุ ชนกันตัง:โรงพยาบาลกันตัง



ระบบสขุ ภาพชุมชนกนั ตงั : โรงพยาบาลกนั ตัง

708

ซึ่งจากการศึกษาขอมูลทางโรงพยาบาลกันตังทำให้ได้ทราบว่า คนภายในชุมชนส่วนใหญ่ (โรคเบาหวานกัน
เป็นจำนวนมากในจำนวนคนทั้งหมดภายในชุมชน ตามมาด้วยโรคความดันโลหิต โรคปอด โรคหลอดเลือดหัวใจและ
โรคไคลโดเครเนียลดิสออสโตซิส และทางชุมชนได้มีการจัดตั้งโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในอำเภอกันตัง
เพอ่ื เปน็ การลดภาระคนในครอบครวั และช่วยเหลือคนชราทอ่ี าศัยอยใู่ นบ้านพักคนชรา

แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การ และกระบวนการปฏบิ ตั งิ านสังคมสงเคราะห์
แนวคดิ การมีส่วนรว่ มในชมุ ชน

โดยคนในชุมชนส่วนใหญ่ออกแบบความคิด กิจกรรม น โยบายที่สอดคล้องกับวิถีชิตและความต้องการของ
คนในพื้นที่ ซึ่งจะเน้นที่การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อเป็นการจัดประชุมหาข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาหรือความ
ต้องการต่างๆของผู้คนในชุมชนเอง ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์มีเพียงหน้าที่ในการให้คำแนะนำแก่คนในชุมชนโดยได้มี
เป้าหมายสูงสุดคือคนในชุมชนสามารถที่จะช่วยตนเองและพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ถึงขีดสุดได้ ดังในชุมชน
กันตังที่คนส่วนใหญ่ในชุมชนนับถือหลากหลายศาสนาแต่คนในชุมชนมีความผูกพันกันทั้งทางระบบเศรษฐกิจ
ประเพณี ความเชื่อต่างๆที่อาจจะแตกต่างกันแต่ทุกคนในชุมชนสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ หากมีปัญหาที่ต้องการ
ความร่วมมือภายในชุมชนจึงเป็นสิ่งที่สะดวกในการดำเนินการแก้ปัญหาเพราะคนในชุมชนต่างให้ความร่วมมือกัน
อย่างสามคั คี

แนวคดิ เกีย่ วกับชมุ ชนเขม้ แขง็
เป็นการสร้างให้คนในชุมชนมกี ารรู้รว่ มกนั และมกี ารสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ๆเพอื่ เปน็ การพฒั นาชมุ ชนให้ทกุ

คนในชมุ ชนรว่ มเรยี นรู้ ลงมือปฏิบัตริ ่วมกัน ซ่ึงจะนำมาสกู่ ารสรา้ งองค์ความร้ใู หมๆ่ ให้คนในชุมชนสามารถทีจ่ ะต่อยอด
ทกั ษะ อาชพี สามารถท่จี ะเลย้ี งดูตนเองครอบครัว รวมถึงสามารถท่จี ะรว่ มกันในการลงมือทำงานต่างๆภายในชุมชน
ให้สามารถสำเรจ็ ลลุ ว่ งไปได้ โดยอาศยั ความร่วมมอื กนั ในการสร้างค่านิยมท่ใี ห้ทุกคนตระหนกั ถึงส่วนรวม มคี วามหวง
แหน คดิ ถงึ ประโยชน์สว่ นรวม มีความรู้ คุณธรรม ศลี ธรรม และอยู่ร่วมกันอย่างสามัคดใี นการรว่ มมอื กันพัฒนาชมชน
ของตนเองใหเ้ ข้มแขง็ ละย่ังยนื ตอ่ ไป

กระบวนการปฏบิ ัติงานสังคมสงเคราะห์

1.การศึกษาข้อเท็จจริง(Fact Finding) ซึ่งการศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ดังกล่าวพบว่าปัญหาใหญ่ๆในชุมชน
คอื ปัญหาเกย่ี วกับระบบนิเวศที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ การประกอบอาชพี ในบริเวณใกลเ้ ดยี ง และสง่ ผล
กระทบตอ่ ประมงในพ้นื ท่ี ซงึ่ ปญั หาเกดิ จากการปลอ่ ยน้ำมันจากเรอื ขนสง่ สนิ ค้าลงสแู่ มน่ ำ้ ตรัง

2.ประเมินและวินิจฉัย (Assessment &Diganosis) เนื่องจากสภาพปัญหาดังกล่าวหากปล่อยทิ้งไว้และ
ไม่ไดร้ บั การแก้ไขจะทำใหส้ ่งผลกระทบในวงกวา้ งทง้ั ทางด้านเศรษฐกิจ ระบบนิเสศ และสุขภาพของคนในชมุ ชน

3.วางแผนแนวทางให้ความช่วยเหลือ (Planning for intervention) นักสังคมสงเคราะห์จะวางแผนให้
การช่วยเหลือโดยเสนอแนวทางในการเปลี่ยนการใช้น้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดจำนวนการขนส่งของเรือในแต่
ละรอบต่อวัน ลดการใช้เรือขนาดใหญ่ในการหาปลา และร่วมกันให้คนในชุมชนเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นข้อ
ยอมรับกนั ของคนในชุมชนเองใหร้ ว่ มกันรณรงคก์ ารปลอ่ ยของเสียลงในแม่นำ้

709

4.ดำเนินการช่วยเหลือ (Intervention) ลงพื้นที่ไปยังชุมชน ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เสนอแนะเกี่ยวกับผลกระทบในอนาคตและแนะนำแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ ก่อนลงพื้นที่ชุมชน และติดต่อ
กบั สหวชิ าชพี ทีเ่ กย่ี วขอ้ งในการแกป้ ัญหา

5.ติดตามและประเมินผล (Follow up & Evalution) เมื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้บริการแล้วก็จะมีการ
ติดตามและประเมินผล เมื่อติดตามและประเมินผลแล้วผลเป็นไปในทิศที่ทางที่ยังไม่ดีก็จะมีการประสานงานส่งต่อ
(Refer) แต่ถ้ามีผลไปในทิศทางที่ดี ก็จะยุติการให้บริการ (Termination) แต่คอยเฝ้าติดตามแผนการดำเนินการเป็น
ระยะๆ ไม่ทิง้ ความรับผิดชอบ

โครงการทีเ่ หมาะสมในการแก้ปญั หาน้ำเน่าเสียทีเ่ กดิ จากการปล่อยสารพิษองในแม่น้ำ
โครงการสระเติมอากาศชีวภาพบำบัด

เป็น โครงการในพระราชดำริของรัชกาลท่ี ๘ ที่ได้ทรงใช้ระบบการจัดการน้ำเสียโดยใช้เครื่องจักรกลเติม
อากาศเพิ่มออกซิเจนละลายน้ำ ซึ่งใช้ออกซิเจนตามธรรมชาติจากพืชน้ำ และสาหร่าย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ บ่อบำบัดน้ำ
เสียแบบเติมอากาศ (Acroted Lagon) โดยได้นำมาทดลองใช้ที่บึงพระราม 9 ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่อยู่ใจกลาง
กรุงเทพมหานครตลอดเวลาเพื่อให้แบคที่รียทำการย่อยสลายอินทรีย์ในน้ำเสียโดยปฏิกิริยาแบบการให้ออกซิเจน
ต่อเนื่อง จากนั้นจะไหลไปยัง บ่อกึ่งไร้อากาศเพื่อบำบัดสารอินทรีย์ที่หลงเหลือในบ่อน้ำ เมื่อน้ำใสแล้วจะระบายน้ำทิ้งลง
คลองลาดพร้าวตามเดิม ผลที่คาดว่าจะได้รับคือคุณภาพน้ำในคลองดีขึ้น ซึ่งโครงการนี้ประชนและหน่วยงานท่ี
เกย่ี วขอ้ งตอ้ งช่วยกนั ในการจัดทำโครงการเพราะเปน็ พ้ืนท่ีขนาดใหญ่ จึงตอ้ งใชค้ วามร่วมมือ
ของคนในชุมชนและผู้มคี วามรู้จำนวนมาก

การผสมผสานระหวา่ งพืชนำ้ กับระบบเติมอากาศ
ใช้ธรรมชาติผสมผสานกับเทคโนโลยี โดยการสร้างบ่อดักสารแขวนลอย ปลูกต้นกกอียิปต์ เพื่อใช้ดับกลิ่นและ

ปลูกต้นผักตบชวาเพื่อดูคสิ่ง สกปรกและ โลหะหนัก ต่อจากนั้นใช้กังหันน้ำชัยพัฒนาและแผงท่อเติมอากาศให้กับน้ำ
เสียตามความเหมาะสม ตลอดจนให้ตกตะกอนก่อน ปล่อยลงแหล่งน้ำ ซึ่งผู้ร่วมโครงการคือประชาชนในพื้นที่และ
หน่วยงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการจัดหาอุปกรณ์และสร้างองค์ความรู้ในการดำเนินงาน เพื่อให้ประชนชนได้ลงมือใน
การปฏิบัตจิ ริง ซ่งึ สามารถพสิ จู นไ์ ดว้ า่ คุณภาพน้ำใสและสะอาดยง่ิ ขน้ึ

ซึ่งการใช้โครงการดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำตรังต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมโดยการ
ประยุกต์เครื่องมือองค์ประกอบต่างๆ ให้เข้ากับพื้นที่ของปัญหา ซึ่งการสร้างโครงการดังกล่าวภายในชุมชนแบบ PAR
กับการเปลี่ยนแปลงจะทำให้คนในชุมชนได้เกิดพลังร่วมกันในการลงมือปฏิบัติงาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปรับเปลี่ยน
มุมมอง เรียนรู้ร่วมกันที่จะรักษาระบบนิเวศ มีจิตสำนึกที่ตะหนักร่วมกันถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ เกิด
การระดมพลังและความคดิ ในการลงมือปฏิบตั ิจรงิ เพื่อแก้ปัญหานำ้ เน่าเสยี ในชมุ ชนกนั ตังอยา่ งยั่งยนื

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับการปฏบิ ัตงิ านเพื่อสรา้ งการเปลยี่ นแปลงในพืน้ ที่ ชุมชนกนั ตงั
จากการได้ศึกษาพื้นที่ชุมชนกันดัง ทั้งประวัติศาสตร์ที่มา ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน เศรษฐกิจวัฒนธรรม

ความเชื่อ ประเพณี ค่านิยมและภูมิศาสตร์ของพื้นที่ในชุมชนจึงทำให้ทราบได้ว่าในชุมชนกันตังเป็นสถานที่ที่มี
องค์ประกอบมากมายกว่าจะรวมตัวกันเป็นชุมชนได้ และเมื่อตัวข้าพเจ้าได้เป็นคนในพื้นที่ตั้งแต่กำเนิดจึงทำให้ตัวเอง
สามารถที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างละเอียดทั้งจากคนในพื้นท่ี การศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและข่าวสาร

710

เอกสารจากหน่วยงานในพื้นที่จนนำมาสู่การทราบถึงความต้องปัญหาที่คนในชุมชนต้องการแก้ไขปัญหา โดยปัญหา
ใหญ่ๆคือปัญหาเกี่ยวกับแหล่งน้ำที่สำคัญที่คนในชุมชนได้ใช้เลี้ยงชีพ ทำมาค้าขายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อ
ปัญหาทวีความรุนแรงสูงขึ้นมากเรื่อยๆก็ทำให้เสียงของคนในชุมชนดังขึ้นเรื่อยๆเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับปัญหา
ดังกล่าวเพื่อปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในชุมชน ทั้งทางร่างกายสุขอนามัย
การประกอบอาชีพ ระบบนิเวสสัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์และลามไปถึงระบบเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่สามารถที่จะ
แก้ไขได้หากประชาชนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือกันดังนั้นจึงมีการวางแผนเพื่อที่จะหาทางออกปัญหาดังกล่าวด้วย
การสร้างเครื่องมือศึกษาทางชุมชนขึ้น ได้แก่ประวัติศาสตร์ ชุมชน ปฏิทิน ชุมชน ประ วัติบุคคล และแผนที่เดินดินขึ้น
เพื่อเป็นหาแหล่งข้อมูลเชื่อมโยงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆภายในชุมชนทั้งตัวของบุคคล ชุมชน สิ่งแวดล้อม
ภูมิประเทศ ระบบเศรษฐกิจ ความเชื่อ ศาสนา ขึ้นมาเพื่อเป็นหลักฐานในการหาข้อมูลความรู้ และตัวของนักสังคม
สงเคราะห์เอง ได้ยึดหลักแนวคิดเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็ง แนวคิดส่วนร่วมในชุมชนขึ้น พร้อมกับได้นำหลักการ
ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไปใช้กับการปฏิบัติงานในการลงพื้นที่ประสานงานในชุมชนกันตัง และหาความรู้กับ
หน่วยงานองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสอบถามชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่างๆเกี่ยวกับปัญหาน้ำเสีย เพื่อที่จะ
ทราบข้อมูลจริง อันนำไปสู่การวางแผนการแก้ไขปัญหาต่างๆในระยะยาว ซึ่งการวางแผนขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ
ต้องอาศัยการยึดหลัก Help them to help themselves ของผู้คนในชุมชนเป็นหลักให้ผู้คนร่วมกันแก้ไขปัญหา
ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและยึดหลักการ Work with not work for ที่จะมุ่งพัฒนาศักยภาพ ศักดิ์ศรีของคนใน
ชุมชนให้ถึงขีดสุดให้คนในชุมชนสามารถที่จะช่วยเหลือตนเอง ได้นำมาสู่การคิดหาโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียใน
ระยะยาว และยังยืนร่วมกันด้วย ได้แก่ โครงการสระเติมอากาศชีวภาพบำบัดและการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบ
เติมอากาศ แต่โครงการดังกล่าวจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมมือของหน่วยงานทางภาครัฐ เอกชน
และชุมชนดังนั้นทางนักสังคมสงเคราะห์ต้องมีหน้าที่ในการคำเนินการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสร้างการ
ประชุมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร สร้างองค์ความรู้ ทำข้อตกลงร่วมกันกับคนในชุมชนในการร่วมมือกัน
ดำเนินงานตามโครงการ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละคนอย่างเป็นระบบ และหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ต้องมี
การเฝ้าติดตามผลการดำเนินโครงการว่าเป็นไปในทิศทางแนวไหน ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกายสุขภาพ ระบบ
นิเวศ การประกอบอาชีพลดลงหรือไม่เป็นไปในทิศทางใด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความตระให้คนในชุมชนมี
การร่วมมือกนั ดแู ลสภาพแวดลอ้ มทางน้ำในชุมชนรว่ มกนั อยา่ งมีระบบและยั่งยนื ตลอดไป

After action review
วตั ถปุ ระสงค์

เป้าหมายในการออกแบบชุมชนกันตังเพื่อที่จะทราบึงข้อมูลความเป็นมาภูมิลำเนาชุมชนของตนเองให้ลึกและ
กว้างมายิ่งขึ้น เพื่อเป็นการรู้จักรากเหง้าและความเป็นมาของบรรพบุรุษ ต้องการที่จะทราบถึงองค์ประกอบที่สำคัญ
ของการเกิดขึ้นเป็นชุม การออกแบบชุมชนในอุดมคติของตนเองเป็นอย่างไร โดยยืดหลักเครื่องมือทางสังคม
สงเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และกระบวนการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ จึงทำให้ทราบถึงปัญหาต่างๆที่เกิดข้ึน
ในชุมชนที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนนั่นก็คือปัญหาน้ำเน่าเสียในแหล่งน้ำที่สำคัญมี่ใช้ในการหล่อเลี้ยงชีวิตของคน
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขผลกระทบต่างๆจะกระจายในวงกว้างและแก้ไขยากขึ้น จึงทำให้
เกิดการนำโครงการพระราชดำริของรัชกาลท่ี ๘ มาใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนผ่านการร่วมมือกันของคน
ในชุมชน

711

สงิ่ ทีเ่ กิดขึน้ จรงิ
คนในชุมชนสามารถที่จะตระหนักถึงความสำคัญของสภาพวดล้อมในชุมชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและต้องการท่ี

ร่วมมือกันในการออกแบบแก้ปัญหา ลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สภาพแวดล้อมของน้ำกลับมาดีขึ้นสิ่งที่ดีแล้ว
และสิ่งที่ต้องพัฒนาคือความร่วมมือของคนในชุมชนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีผ่านการจัดประชุมให้ความรู้คนใน
ชุมชนและให้คนในชุมชนได้ร่วมมือกันคิดปัญหาในการหาทางออกดังกล่าว ส่วนสิ่งที่ต้องพัฒนาคือหน่วยงานทางค้าน
เอกชนทีค่ วรรับฟงั ความต้องการและรบั ร้ถู งึ ผลกระทบท่ีเกดิ ขึ้นจากปัญหานำ้ เนา่ เสีย

สง่ิ ท่ีเราได้เรียนรู้
คือโครงสร้างของสังคมทุกๆหน่วยมีความสัมพันธ์กันกันทั้งหมดเพราะฉะนั้นหากหน่วยใดหน่วยหนึ่งมีปัญหา

หลายๆหน่วยในสังคมก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยและจะหาทางแก้ไขปัญหายาก ดังนั้น เราต้องเริ่มร่วมมือกันช่วยกัน
แกป้ ญั หาจากจดุ เล็กดว้ ยการร่วมมือกนั เพื่อยับยงั้ ปญั หาใหญๆ่ ที่จะเกิดขนึ้ ตามมาในอนาคต

บรรณานกุ รม
การสมั ภาษณ์
แก้วตา เซ้งซ.ี่ ชาวบา้ นในชุมชน. (10 พฤศจิกายน2564). สมั ภาษณ์

สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เทศบาลเมืองกันตัง. ประวัติข้อมูลพื้นฐานชุมชน. เมื่อวันท่ี 1 1 พฤศจิกายน 2564 สืบคั้นจาก
htp:/www.kantangcity.go.th/contentinformation

ณัฐนันท์ พรี เมธาวงศ.์ สำนกั งานประชาสมั พันธจ์ งั หวัดตรงั . เมอื่ วนั ที่ 10 พฤศจกิ ายน 2564 สบื ค้นจาก
https:/thainews.prd.go.th/th/news/printnews/WNSOC6012160010029

SCG.นวัตรกรรมพฒั นาคณุ ภาพน้ำอยา่ งย่งั ยืน. เมอื่ วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2564 สบื กันจาก
https://www.scg.com/innovation/3-water-treatmet-inovations-from-scg/

MGRONLINE. ขา่ วภาคใต.้ เมอ่ื วันท่ี 11 พฤศจกิ ายน 2564 สืบคน้ จาก
https://mgronline.com/south/detail/9550000136505

โรงพยาบาลกันตัง. หลักประกนั สขุ ภาพ . เมอื่ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 สบื คน้ จาก
htp://kantang-hospital.go.th/

712

“ชมุ ชนวัดพรหมโลก”

ชนินาถ สดี ำ

713

คำนำ
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา สค.31 1 หลักและวิธีการทางสังคมสงเคราะห์ 3 ชั้นปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเพื่อให้ได้ศึกษาหา
ความรู้เกี่ยวกับชุมชนและออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ชุมชน เพื่อฝึกฝนปฏิบัติการการทำงานและเพื่อเป็น
ประโยชน์กับการเรียนต่อไป ข้าพเจ้าจึงเลือกชุมชนศึกษา : ชุมชนวัดพรหมโลก สถานที่ตั้ง ตำบลพรหมโลก อำเภอ
พรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช 80320 ซึ่งรายงานฉบับนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลพื้นฐานรวมไปถึงเครื่องมือที่ใช้ใน
การศึกษาชุมชน แนวคิด ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ การออกแบบลักษณะกิจกรรม
หรือโครงการเพื่อสรา้ งการเปล่ียนแปลง และบทบาทของนกั สังคมสงเคราะห์
รายงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีจากอาจารย์ผู้สอนในรายวิชา สค.311 (780001) อ.ดร. ปิ่นหทัย หนูนวล
ที่ให้คำปรึกษารวมไปถึงชี้แนะแนวทางในการออกแบบการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ และขอขอบคุณผู้สัมภาษณ์ทุก
ท่านที่ได้เสียสละเวลาในการให้ข้อมูลชุมชนพรหมโลกแก่ข้าพเจ้าข้าพเจ้าหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน
หรือผูท้ สี่ นใจศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีขอ้ ผดิ พลาดประการใด ขา้ พเจา้ ขออภยั มา ณ ทน่ี ดี้ ้วย

ชนินาถ สดี ำ

714

การออกแบบปฏิบตั กิ ารสงั คมสงเคราะหช์ มุ ชน
บทนำ

ชุมชนที่ข้าพเจ้าศึกษา คือ ชุมชนวัดพรหมโลก ตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชซ่ึง
เป็นสถานที่ที่ข้าพเจ้าได้อาศัยและพักพิงมาตั้งแต่อายุ 2 เดือนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตัวข้าพเจ้ามิใช่คนจังหวัด
นครศรีธรรมราชโดยกำเนิด ข้าพเจ้าและมารดามีบ้านเกิดอยู่ที่อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง แต่เมื่อปี 2537 มารดา
ได้มารับราชการตำแหน่งบรรณรักษ์ชำนาญการพิเศษอยู่ ณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอพรหมคีรี (กศน.พรหมคีรี ข้าพเจ้าจึงได้มาเป็นคนคอนตั้งแต่บัดนั้น อย่างไรก็ตามชุมชนแห่งนี้คือสถานที่และจิต
วิญญาณที่หล่อหลอมตัวตนของข้าพเจ้าจนล่วงมาถึงอายุ 22 ปีในปัจจุบัน ข้าพเจ้าถึงถือตนว่าเป็นคนหนึ่งในชุมชน
แห่งน้ี การศึกษาชุมชนในครั้งนี้จึงอยากยกระดบั ชมุ ชนของตนให้ผ้อู ่ืนได้รู้จกั และเรียนรู้ชมุ ชนไปพรอ้ มกันกบั ข้าพเจา้

1.) ขอ้ มูลพืน้ ฐาน
ชุมชนวัดพรหมโลก เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาประมาณ 250 ปี ชื่อเดิมเรียกว่า "เหนือปากหราม" มาจากลักษณะ
ที่ตั้งที่อยู่ในเขตที่สูงและในสมัยนั้นชาวบ้านในชุมชนนิยมกินหมาก จึงทำให้พื้นท่ี ส่วนใหญ่ในชุมชนนิยมปลูกพลูไว้
สำหรับกินหมาก และในภาษาพื้นบ้านของภาคใต้จะเรียกคนที่กินหมากจนปากเป็นสี แดงเรียกว่า "ปากหราม" ซ่ึง
สะท้อนวัฒนธรรมความเป็นอยู่ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อชุมชนจาก "เหนือปากหราม" เป็น "พรหมโลก" ตามชื่อของ
ผ้ปู กครองชุมชนในสมัยน้นั คอื "ขนุ พรหมโลก"
ชุมชนพรหมโลก เดิมเป็นตำบลหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตปกครองของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาเพื่อ
พ.ศ.2517 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้เป็นอำเภอพรหมคีรี ตำบลพรหมโลกประกอบด้วยหมู่ที่ 1บ้านนอกท่า หมู่ที่
2 บ้านห้วยบอน หมู่ท่ี 3 บ้านในทับ หมู่ท่ี 4 บ้านศาลาใหม่ หมู่ที่ 5 บ้านปลายอวนล่าง หมู่ที่ 6 บ้านในหมง หมู่ที่ 7 บ้าน
เขาลอ้ ม หมูท่ ่ี 8 บา้ นเขาปูน และในสว่ นคำขวัญประจำอำเภอพรหมคีรีกล่าววา่
"ถิ่นผลไม้ดก น้ำตกสะอาด ธรรมชาตลิ ้ำคา่ หลากภมู ปิ ญั ญาชาวบ้าน สืบสานวัฒนธรรม"
เป็นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนที่มีการประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ มีน้ำตกพรหมโลกที่เป็นสายธาร
หล่อเล้ยี ง และภูมิปญั ญาชาวบา้ นมากมายจากปราชญช์ ุมชนทม่ี คี วามร้หู ลากหลายแขนง

715

เครื่องมือทใี่ ช้ในการศกึ ษาชุมชน
• แผนท่ีเดนิ ดิน ชมุ ชนพรหมโลก
















พืน้ ที่ทางกายภาพ
พื้นที่ทางกายภาพของชุมชนพรหมโลก มีเทือกเขาหลวงหรือรู้จักกันโดยทั่วไปตามภูมิศาสตร์ คือ

เทือกเขานครศรีธรรมราช เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของชาวพรหมโลกเป็นแหล่งของผลหมากรากไม้นานาชนิดท่ี
หล่อเลี้ยงชีวิตให้แก่ชุมชน และมีวัดพรหมโลกเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีถนนทางหลวงหมายเลข 4132
พรหมคีรี-พรหมโลก (สี่แยกนอกท่า-น้ำตกพรหมโลก) เป็นถนนเส้นสำคัญของชุมชนพรหมโลกเนื่องจาก
ตลอดเส้นสายจะผ่านทั้งหน่วยงานราชการ คือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.
พรหมคีรี) ที่อยู่ภายในวัดพหมโลกและโรงพยาบาลพรหมคีร่ี และผ่านสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชนพรหมโลก
บ้านเรือน
ส่วนใหญเ่ ปน็ แบบสมัยใหมแ่ ละบางสว่ นทำ Home stay ชุมชนเพอ่ื รองรับนกั ท่องเทย่ี ว

กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ในชุมชน
ในชุมชนจะมีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงธรรมชาตินั่นก็คือน้ำตกพรหมโลก ซึ่งสถานที่ใกล้ๆกับน้ำตกคือสวนสม

รมอันเป็นพ้ืนที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติที่สามารถเปิดให้ชาวบ้านเข้าไปประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ตาม
ฤดูกาล อาทิ ทุเรียน เงาะ และมังคุด สามารถนำมาประกอบอาหารสูตรท้องถิ่นอย่างแกงเหลืองมังคุดคัด
ประจำของชุมชนที่นี่ได้ และในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะของฤดูกาลเก็บลูกประ
ผลไม้ท่ีใน 1 ปีจะเกบ็ ไดไ้ ม่กีเ่ ดอื น

716

• ปฏิทินชมุ ชน เดือน
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

กิจกรรม

งานใหท้ านไฟ
งานชาวสวน
ประเพณีชกั พระ
ทำบุญวนั สราทเดอื นสบิ
งานทอดกฐินประจำปี งานลอยกระทง

• ปฏิทินเกษตร เนื่องจากชุมชนวัดพหมโลกชาวบ้านในชุมชนประกอบอาชีพชาวสวน ที่เรียกว่าการทำสวนสม

รม สวนสมรมเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของภาคใต้ ที่ปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก พืชสมุนไพรใน

พื้นที่เดียวกัน โดยไม่ทำลายพืชดั้งเดิมที่มีอยู่ ทำให้พืชได้พึ่งพาอาศัยกันเองตามธรรมชาติ เช่น มังคุด ทุเรียน

เงาะ กล้วย ลูกเนียง พลูหมาก สะตอ ลองกอง ลางสาด จำปาดะ ละมุด ขนุน พริกไทย ลูกประได้รับข้อมูล

จากการสมั ภาษณน์ างลกั ษมี โพธิสวุ รรณ อายุ 69 ปผี า่ นทางโทรศัพท์

กิจกรรม ม.ค. ก.พ. เดือน
มี.ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

ลูกประ ออกดอก เกบ็ ผลผลติ

โดยส่วนใหญ่ เก็บท้ังปี

มังคดุ ทุเรยี น เงาะ ละมุด เก็บผลผลิต
จำปาดะ ลองกอง ลางสาด

• ประวัติศาสตรช์ ุมชน ชุมชนวัดพรหมโลก
ข้าพเจ้าจะขออธิบายถึงความเป็นมาของวัดพรหมโลกหรือวัดหัวทุ่งในอดีตเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ ส่วนหนึ่งของ
จังหวัดนครศรีธรรมราชเปน็ ความรใู้ ห้แกท่ า่ นผอู้ า่ น

มติ ิดา้ นประวตั ิศาสตร์
v พุทธศักราช 2328-2329 สมัยสงครามเก้าทัพ ทัพพม่าเข้ามาตีเมืองนครศรีธรรมราชตรงกับสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ชาวบ้านวัดวาอารามต่างพากันเดือดร้อนแห่กัน
อพยพ ด้านพระสงฆแ์ ละชาวบ้านก็พากนั แตกต่ืนอพยพกันอย่างชลุ มนุ วุ่นวาย
v พ่อท่านขรัวสีทอง แห่งวัดพระสูงท่านได้อพยพหนีพวกพม่ามาลงเรือที่หน้าวัดท่ามอญแล้วท่านก็ได้มาขึ้นฝั่งท่ี
จะเดินทางต่อไปจนมาได้พำนักพักพิงที่ศาลาบ้านหวั เลแล้วเดินทางตอ่ ไปมาพกั แรมคร้ังท่ี 2 ที่ศาลาตนี เป็ด (มี
ต้นประดู่-ล้อมรอบ) ณ บ้านน้ำสรง และเดินทางต่อพักค้างแรมครั้งท่ี 3 ณ ศาลาต้นไพ(บริเวณวัดศาลาไพ
ปัจจุบัน) พักแรมคร้ังท่ี 4 ณ หาดปราง (บา้ นศาลาใหม่ปัจจบุ ัน) แล้วเดนิ ทางต่อโดยผ่านบา้ นสปั บรุ ุษทองออ่ น

717

(บ้านสำหรุดอ่อนปัจจุบัน) และเดินทางต่อไปค้างแรมเสร็จแล้ว โดยเดินทางผ่านบ้านและวัดเขาปูนโดยไป
อาศยั ท่วี ดั เลี้ยงปลาชวั่ คราวเพ่อื หาสถานที่ที่เหมาะสมทจ่ี ะสรา้ งวดั ใหม่ขึ้นมา
v พุทธศักราช 2478 ได้สถานที่สร้างวัดใหม่ซึ่งก็คือวัดหัวทุ่ง (วัดพรหมโลก) โดยมี 2 สมัย สมัยสมภารทอง
คงคสุวณโณ ท่านได้สร้างกุฏิสูงและขุดคูรอบวัดยุคสมัยของท่านและขุดคูรอบวัด ในสมัยของพระสมุห์เอื้อน
สาวโก เป็นเจา้ อาวาส ทา่ นได้สร้างโรงเรียนประถม ขนึ้ 1 หลัง กฏุ ิ 1 หลัง
v พุทธศักราช 2482 ได้มีการผูกพัทธสีมา โดยพระสมุห์เชื่อมเป็นเจ้าอาวาส (ภายหลังท่านไปอยู่ที่อ.สิชล พระ
ครูพศิ าพลานุศาสน)์
v พุทธศักราช 2483 ในสมัยพระสมุห์เกลื่อน ฐิตเตโชเป็นเจ้าอาวาส ได้มีการพัฒนาวัดขึ้นหลายๆ ด้านจึงทำให้
วัดหัวทุ่งเจริญขึ้นมาก และได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพรหมโลก โดยพระครูวุฑฒิธรรมสารหรือพ่อท่านปอง
ธมมสุ าโร ขณะดำรงตำแหนง่ เจา้ อาวาส
v พุทธศักราช 2502 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัซ
ชกาลท่ี 9) ได้เสร็จเยี่ยมท่านพระครูวุฑฒิธรรมสารและพสกนิกรในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น
(พรหมคีรีในปัจจุบัน) ได้มีการพยาบาลและผู้ป่วยผู้ถูกงูพิษกัดในช่วงเริ่มแรกปีพุทธศักราช 2520 และได้มี
การพฒั นาเรอื่ ยมา
v พุทธศักราช 2550 ได้สรา้ งอุโบสถขน้ึ หน่ึงหลังซ่ึงมีความสวยงามสร้างความเจริญย่งิ ข้นึ ไป

มิติดา้ นภูมปิ ัญญาสมุนไพรไทย สถานพยาบาลรกั ษาผ้ถู ูกงพู ิษกดั ชุมชนวดั พรหมโลก
ในสมัยพระครูวุฑฒิธรรมสาร (สมปอง ธมมสาโร) ราวๆ ปีพุทธศักราช 2498-2536 และในสมัยนี้นี่เองพ่อ

ท่านปองได้เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอรูปแรกอีกด้วย ซึ่งพ่อท่านได้ศึกษาค้นคว้าและทดลองใช้ในตัวยาสมุนไพร
ต่างๆ ที่เชื่อว่าใช้รักษาคนที่ถูกงูพิษกัดได้ และพ่อท่านปองเองก็เป็นพระสุปฏิปันโน ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมาโดยตลอด
อายุขัยของพ่อท่นได้ศึกษาค้นคว้าตำราจากหนังสือศาสตร์และศิลปะการรักษาผู้ป่วยโดยวิธีการต่างๆ แล้วจึงได้จดจำ
มาประยุกต์ใช้ตลอดถึงชาติพันธุ์ของงูชนิดนั้นอย่างชำนาญและช่ำชอง จะหาบุคคลใดเปรียบได้ในสมัยนั้นจนมาเกิด
ความคิดวา่ ถ้าหากวา่ เรานำเอาความรคู้ วามสามารถเขา้ มาใช้ในการ
บำบดั รักษาผู้ป่วยดกู น็ ่าจะดมี ปี ระโยชน์

จนวันหนึ่งในปีพุทธศักราช 2520 ได้มีงูพิษชนิดหนึ่งได้กัดพ่อท่านเองเสมือนกับลองของอย่างไรอย่างนั้น พ่อ
ท่านปองก็ได้นำเอาความรู้ต่างๆ ที่ได้ศึกษามาได้ผนวกในการพยาบาลตัวเองที่ถูกงูพิษจนหายเป็นปกติพออยู่มาไม่นาน
น้องชายของพ่อท่านปองก็ถูกงูพิษอีกเช่นเดียวกัน พ่อท่านก็ได้นำเอาตัวยาต่างๆ มาผสมผสานด้วยกันรักษาน้องชาย
ของพ่อท่านจนหายเป็นปกติอีกครั้ง จนมีการเล่าลือถึงการรักษาของพ่อท่านที่มีคุณภาพอย่างเด่นชัดจากหมู่บ้านก็
เป็นจังหวัด จากจังหวัดก็เป็นระดับประเทศทำให้พ่อท่านปองมีชื่อเสียงโด่งดัง กอปรกับพ่อท่านปองชอบเทศน์มหาชาติ
อยู่แล้วทำให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น แต่ในสมัยนั้นพ่อท่านปองก็มีได้จดบันทึกสถิติผู้ป่วยที่ตนเองรักษา จนมาถึงในปี
พุทธศักราช 2522 มีการรบเร้าจากบรรดาลูกศิษย์และญาติโยมทั่วไปว่าให้ท่านจดบันทึกรายละเอียดของคนถูกงูพิษ
กัดให้เป็นสถิติขึ้นมาเพื่อความชัดเจน แต่ซึ่งพ่อท่านมิชอบจดบันทึกนักเพราะเป็นภาระนั่นเอง แต่สุดท้ายก็ได้เริ่มจด
บันทึกสถิติของผู้ป่วยขึ้นมาเป็นรูปเล่มเพื่อง่ายต่อการศึกษาค้นคว้าต่อไป การบำบัดรักษาผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัดได้ทำการ
รักษาที่บนกุฏิพ่อท่านนั่นเอง จนมีคนถูกงูพิษกัดทั่วทุกสารทิศในแต่ละวันเดือนปีมากขึ้น เรื่อย 1 จนเกิดการแออัดยัด
เยียดก็ได้ขยับขยายการรักษามาข้างล่างใต้ถุนกุฏิ จากนั้นพ่อท่านก็ได้รับลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในการ
รกั ษาผู้ปว่ ยงูพษิ กัดได้มอี ยู่

718

ทั้งหมด 5 คน แต่มี 1 คนที่มีบทบาทสำคัญกับสถานพยาบาลรักษาผู้ถูกงูพิษกัด คือ ด.ช.บุญช่วย ศรีวิชัย(ปัจจุบันคือ
พระสมุหบ์ ุญช่วย เตชธมโม เป็นพระภกิ ษใุ นวดั พรหมโลก)

จนกระทั่งปีพุทธศักราช 2536 พ่อท่านปองได้มรณภาพ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งพ่อท่าน
ได้ทำคุณประโยชน์ไว้มากมายรวมทั้งเป็นผู้ตั้งชื่ออำเภอพรหมคีรี ในปีพุทธศักราช 2520 อีกด้วยหลังจากที่พ่อท่าน
ปองได้มรณภาพก็ได้มีคณะศิษย์เป็นผู้ฟื้นฟูดำรงการรักษาผู้ป่วยไว้ซึ่งภายหลังในปี 2537 ก็ได้สามเณรบุญช่วย ศรี
วิชัยได้ช่วยกันการรักษาผู้ที่ถูกงูพิษกัดและได้น้องชายของพ่อท่านปอง คือ คุณลุงสมนึกจันทรประสูตร ซึ่งขณะน้ัน
เป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงเรียนวัดพรหมโลก เมื่อท่านมีเวลาว่างก็ได้เข้ามาช่วยดูแลรักษาคนถูกงูพิษกัดพร้อมด้วยลูก
ชาย จนในปีพุทธศักราช 2540 พระบุญช่วย เตชธมุโม ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณฯ ราชวิทยาลัย
วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (คณะครุศาสตร์ สาขาเอกการสอนภาษาอังกฤษ) ทำให้ในช่วงนี้คุณลุงสมนึกต้องเป็นหัว
เรือใหญ่ในการรักษาผู้ป่วย จนคุณลุงเองก็ได้รับปริญญาบัตรและวุฒิบัตรต่างๆ และได้รับเกียรติไปบรรยายยังสถานที่
ต่าง (รวมทั้งได้สำนักพิมพ์ได้ถ่ายทำรายการเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการบำบัดรักษาในหลากหลายช่อง เช่น รายการคน
ค้นคนทางช่อง 9 จนทำให้ชื่อเสียงของวัดพรหมโลกเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้รับแรงสนับสนุนได้จัดสร้าง
บ้านกาชาดอุทิศขึ้นเพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัดได้เดินทางเข้ามาทำการรักษาและเกิดความสบายใจ
ในการมาอยเู่ ฝ้าพยาบาลของญาตแิ ละผ้ปู ่วย

จนในปีพุทธศักราช 2551 คุณลุงสมนึก จันทรประสูติ ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคปัจจุบัน และได้พระสมุห์บุญช่วย
เตชธมโม สืบทอดภูมิปัญญาด้านสมุนไพรและเป็นผู้อำนวยการบ้านกาชาดอุทิศสถานพยาบาลรักษาผู้ถูกงูพิษกัด
จนถึงปัจจบุ นั

719

• ประวัติชีวติ บคุ คลท่นี ่าสนใจ พระครูวุทฒิธรรมสาร (พ่อท่านปอง)











พระครูวุฑฒิธรรมสาร ฉายา ธมมสาโร อายุ 68 ปี พรรษา 44 นามเดิมชื่อ สมปอง จันทรประสูตร เกิดเมื่อ
วันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2467 ณ บ้านพรหมโลก บิดาชื่อ นายเติม จันทรประสูตร มารดาชื่อ นางส้มจีน จันทรประสูตร
อปุ สมบทเม่ือวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 อายุ 24 ปี ณ วดั ใหญช่ ัยมงคล ตำบลทา่ วงั อำเภอเมอื งนครศรีธรรมราช
วิทยาฐานะความรู้สามัญ เรียนจบช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ความรู้ทางธรรม นักธรรมชั้นโท นอกจากนั้นพ่อท่านยังคงมี
ความรู้ความชำนาญพิเศษทางการเทศนามหาชาติชาดกทั้งทำนองหลวง และทำนองราษฎร์ เทศนาปาฐกถาธรรมสอน
ปรยิ ตั ิธรรม สวดพระปาฏโิ มกข์ และเปน็ แพทยแ์ ผนโบราณ

พ่อท่านปองเป็นบุคลากรที่สำคัญของวงการคณะสงฆ์ ในฐานะที่ท่านพระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เป็นเจ้าอาวาส
ของวัดพรหมโลก ตั้งแต่พ.ศ. 2498 และเป็นเจ้าคณะอำเภอรูปแรกของอำเภอพรหมคีรี ตลอดชีวิตของพ่อท่านปองได้
สร้างคุณงามความดีต่อสังคมและวงการคณะสงฆ์ไว้มากมายเหลือคณานับ พ่อท่านสั่งสอนให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ท่านพูดเสมอว่า 'สร้างคนดีกว่าสร้างวัตถุ' ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ชาวบ้านบางคนอาจจะบ่นเสมอๆว่าท่านไม่ค่อยจะสร้าง
อะไร วัดพรหมโลกไม่ค่อยพัฒนาทางด้านวัตถุ แต่หากเฉลียวใจอีกสักนิดขณะนี้ท่านได้สร้างคนซึ่งมีทั้งบุคลากรของ
ชาตแิ ละพระศาสนาไว้มากมายและท่านเห็นวา่ การสรา้ งคนยากกวา่ การ
สร้างวัตถุหลายเท่านัก หากขาดการสืบทอดเจตนารมณ์ต่างๆ ที่พ่อท่านได้ตั้งใจไว้จะหาผู้สืบทอดไม่ได้จนเป็นเหตุให้วัด
วาอารามไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวบ้านได้ จนวัดพรหมโลกได้รับการคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี 2537
จากกรมศาสนา ล้วนแล้วแต่ผลพวงที่เกิดจากการสร้างคนของพ่อท่านปองทั้งสิ้นนอกเหนือจากการอบรมสั่งสอนแล้ว
ท่านเป็นผู้มีความสามารถในการเทศนามหาชาติจนเป็นที่เลื่องลือทั้งในวงการคณะสงฆ์และฆราวาส และเป็นที่น่าภูมิใจ
มากที่สุดคือพ่อท่านได้รับการคัดเลือกนิมนต์ไปเทศน์ที่ท้องสนามหลวง ในงานสัปดาห์ส่งสริมพระพุทธศาสนาประจำปี
2535 ส่วนในด้านการบริการสารณช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากท่านได้รวบรวมยาสมุนไพรและศึกษาวิชา
ความรู้ในเรื่องตัวยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่โดนงูพิษกัดหรือสัตว์มีพิษกัดต่อยรวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซ่ึง
เป็นส่วนหนึ่งที่ท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพชนของท่านเพื่อรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั้งในเขตอำเภอพรหมคีรีและ
ท้องที่ใกล้เคียงจนเป็นที่รู้จัก และเมื่อต้นปีพ.ศ.2536 พ่อท่านปองได้มีโอกาสไปประชุมกับสมาคมแพทย์แผนไทย ที่จุฬา
ลงกรณมหาวิทยาลัยร่วมกับ นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม (รมช.กระทรวงสาธารณสุข และ นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว (อดีต
รมต.กระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งพ่อท่านองได้นำเสนอต่อที่ประชุมในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่วงการแพทย์แผนไทยไว้หลาย
ประการ จนทางสภากาชาดไทยเตรียมการจะศึกษาพยาบาลคนถูกงูพิษกัดและสัตว์มีพิษกัด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ท่านปอง
ได้สรา้ งคณุ ประโยชน์ไวต้ อ่ สงั คมอย่างเหลือคณานับ

720

ทีม่ าท่ีไดม้ าซึง่ ขอ้ มลู
v สมุดบันทึกของพระสมุห์บุญช่วย เตชธมโมที่ได้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆเอาไว้เพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรมของ
ชุมชนผ่านการประสานงานของมารดาของข้าพเจ้า และเนื่องด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบันทางวัดมีความ
จำเป็นต้องกักตวั จาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จงึ ตอ้ งมกี ารติดตอ่ อยา่ งระมัดระวัง
v เร่อื งน้ีมตี ำนาน : ภูมิปัญญาหมองตู ำรบั วัดพรหมโลก จาก Youtube ช่อง Thaibunterng ThaiPBS เผยแพร่
เม่อื 12 มถิ นุ ายน 2561
v คนค้นคน REPLAY หมอรักษาพิษงู แห่งพรหมคีรี จาก Youtube ช่อง Tvburabhaofficial เผยแพร่เมื่อ 12
เมษายน 2560


2.) แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การ และกระบวนการปฏบิ ัติงานสังคมสงเคราะห์

แนวคิดการเสริมสร้างพลังอำนาจชุมชน หมายถึง การดำเนินการภายในชุมชนหรือท้องถิ่นอย่างมุ่งมั่นที่จะ
ควบคุมการใช้แหล่งประโยชน์ต่างๆ ที่จะมีผลต่อชีวิตของผู้อาศัยในชุมชน เป็นการแสวงหาพลังชุมชนมีกิจกรรม
สร้างสรรคส์ งั คม จึงแสดงออกโดยการมีสว่ นร่วมในการจดั ส่ิงแวดลอ้ มและแหล่งประโยชนใ์ นชมุ ชนนน้ั

แนวคิดเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็ง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้
ความหมายของชุมชนเข้มแข็งไว้ว่า ชุมชนเข้มแข็งหมายถึงการที่ประชาชนในชุมชนมีการรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชน
โดยมีการเรียนรู้การจัดการและการแก้ไขปัญหาของชุมชนซึ่งทำให้ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดการพัฒนาด้าน
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนตลอดจนมีผลกระทบสู่ภายนอกชุมชนสำหรับกระบวนการ
เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจะต้องเป็นการดำเนินงานแบบรวมคิดร่วมทำและมีการเรียนรู้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาวดังนั้น ชุมชนเข้มแข็งจึงหมายถึง การที่ป ระชาชนในชุมชนรวมตัว
กัน มีการเรียนรู้ร่วมกันในการกระทำมีการติดต่อสื่อสาร การจัดการและการแก้ไขปัญหาร่วมกันก่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาภายในชุมชนตลอดจนมีผลกระทบสู่ภายนอกชุมชนที่ดีขึ้น ตามลำดับการร่วมมือ
ชว่ ยเหลอื กนั เพ่อื ผลประโยชน์ร่วมกัน

แนวคิดการมีส่วนร่วม อาภรณ์พันธ์ จันทร์สว่าง ได้อธิบายเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ว่าการมีส่วน
ร่วม(Participation) เป็นผลมาจากการเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของความต้องการและทิศทางของการเปลี่ยนแปลง
และความเห็นพ้องต้องกันจะต้องมีมากจนเกิดความคิดริเริ่มโครงการเพื่อการปฏิบัติการนั้นๆ เหตุผลเบื้องแรกของ
การที่มีคนมารวมตัวกันได้ ควรจะต้องมีการตระหนักว่าปฏิบัติการทั้งหมดหรือการกระทำทั้งหมดที่ทำโดยกลุ่มหรือทำ
ในนามกลุ่มนั้นกระทำผ่านองค์การ (Organization) ดังนั้น องค์การจะต้องเป็นเสมือนตัวนำให้บรรลุถึงความ
เปล่ยี นแปลง

แนวคิดภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้ชาติและชุมชนผ่านพ้นวิกฤติและดำรงความเป็นชาติหรือ
ชุมชนได้ ซึ่งภูมิปัญญาเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและความดีงามที่จรรโลงชีวิตและวิถีชุมชนให้อยู่กับธรรมชาติและ
สภาพแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนและสมดุล อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานการประกอบอาชีพและรากฐานการพัฒนาที่เริ่มจาก
การพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาเพื่อการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการพัฒนาที่เกิดจากการ
ผสมผสานองค์ความรู้สากลบนฐานภูมิปัญญาเดิม เพื่อเป็นภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับยุคสมัย ดังนั้น ภูมิปัญญาจึงมี
คุณค่าไม่เพียงแต่ต่อท้องถิ่นและผู้คนเท่านั้น แต่ยังเอื้อประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการวางแผนพัฒนาประเทศอย่าง
ยัง่ ยนื อีกด้วย (กรมสง่ เสรมิ การเกษตร, 2553)

721

ทฤษฎีระบบนิเวศวิทยา (Bioecological systems theory) ได้อธิบายการเกิดพฤติกรรมจากบุคคลทั้งปัจจัย
ภายในตัวบุคคลเองและจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างชับช้อนเป็นระดับชั้นอย่างไรก็ตามปัจจัย
ภายในตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวบุคคล ได้แก่ ครอบครัว เพื่อน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของ
บุคคลมากที่สุดทฤษฎีการกระทำทางสังคม (The Theory of Social Action) Reeder ได้อธิบายปัจจัยการกระทำของ
บุคคลไว้ว่าเป็นการที่บุคคลมีความเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งนั้นๆ ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกกระทำพฤติกรรมของบุคคลใน
ทุกเรื่องเป็นผลมาจากความเชื่อหรือไม่เชื่อดังกล่าว และได้แบ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือไม่เชื่อเป็น 3 ปัจจัย
คอื

1. ปัจจยั ดึง (Pull Factors) ได้แก่ เป้าประสงค์ ความเชื่อ คา่ นยิ ม
2. ปัจจัยผลัก (Push Factors ได้แก่ ความคาดหวงั ข้อผกู พัน การบงั คบั
3. ปัจจัยเรื่องความสามารถ (Able Factors) ได้แก่ โอกาส ความสามารถ การสนับสนนุ สามารถกลา่ วได้โดย
สรุปว่า การกระทำทางสงั คมสามารถจูงใจและสนบั สนนุ ให้ประชาชน กลมุ่ คน เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการปฏิบัติ
กิจกรรมโครงการต่าง ๆ รว่ มกัน

3.) โครงการการทำงานเพื่อสร้างการเปลยี่ นแปลง โครงการหลาดสุขภาพ
โครงการตลาดสุขภาพ เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยเจ้าคณะอำเภอพรหมคีรี เจ้าอาวาสวัด

พรหมโลก ซึ่งดำเนินการโดยพระปลัดบัญชา เตชปญโญ โครงการดังกล่าวจัดกิจกรรมทุก 1 วันเสาร์ตั้งแต่เวลา
05.00-08.00 น. และใช้สถานที่ของวัดพหมโลกเป็นศูนย์กลางของการริเริ่มโครงการเนื่องจากทางวัดเองก็เสมือนเป็น
ที่จุดพบปะของชาวชุมชนพรหมโลกอยู่แล้ว ทุกคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา เหตุผลที่ข้าพเจ้าเลือก
โครงการดังกล่าวเพื่อสานต่อ เนื่องจากได้เล็งเห็นถึงจุดประสงค์ของโครงการที่ต้องการให้ชาวบ้านทุกคนไม่เฉพาะชาว
ชุมชนพรหมโลกเท่านั้นได้มีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและใจ ผ่านสถานที่ที่เรียกว่าตลาดในการแลกเปลี่ยนสินค้าสุขภาพ
ต่อกัน แบ่งปันผักสะอาดผักท้องถิ่น ปลอดสารพิษและราคาถูก และได้ทานขนมท้องถิ่นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมด้าน
อาหารการกนิ ไดแ้ ก่

ขนมไทยท้องถิ่นชุมชนพรหมโลก : ขนมครก ขนมครกกุ้ยฉ้าย ขนมเทียนแก้ว หัวมันปิ้ง ข้าวฟ่างกวนขนมชั้น
ขนมเปียกปนู ขนมกลอย การหลามข้ามเหนียว การทำต้มใบพ้อ การกวนทุเรยี น การกวนมังคุดขนมโค ขนมเบื้อง ขนม
ดว้ ง ขนมถวั่ แปบ

ผัก : ผักกูด ชะอม ผักบงุ้ หมาก พลู กลว้ ยกินดบิ
อาหารและเครื่องดื่ม : ข้าวต้ม น้ำชา น้ำเต้าหู้ น้ำกระชาย น้ำผึ้งมะนาว โดยในช่วงเช้าจะมีผู้คนบางส่วนออก
กำลงั กายโดยการปนั่ จักรยานข้นึ ทางนำ้ ตกพหมโลกและจะแวะมารบั ประทานอาหารที่ตลาดสุขภาพซ่ึงเปน็ ทางผา่ น
ของใช้ : ไม้กวาดดอกหญ้า เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ชาวบ้านในชุมชนเอามาจำหน่ายซึ่งโครงการตลาด
สุขภาพสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในแต่ละระดบั ได้ ดังน้ี
Individual Change : ทุกคนสามารถตระหนักและทำความเข้าใจได้ในจุดประสงค์ของโครงการที่ได้ก่อตั้งขึ้น
เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนอาชีพการงานของชาวบ้านในชุมชน ดังนั้นชาวบ้านจึงสามารถนำผลผลิตของตนหรืองาน
ฝีมือต่างๆมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งสามารถพูดคุยทำความรู้จักกับคนใหม่ๆที่อยู่ในชุมชนไม่ว่าจะเป็นคน
ในชมุ ชนเก่าแก่หรอื คนต่างถนิ่ ทเี่ ข้ามาทำงานในพ้นื ท่ีของชุมชนพรหมโลกแห่งนไี้ ดเ้ พอื่ สร้างมติ รภาพตอ่ กัน

722

Group Action : เนื่องจากโครงการตลาดสุขภาพเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านในชุมชนมาทำกิจกรรม
ร่วมกันผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีในชุมชน ผ่านการดำเนินงานของทางวัดที่ช่วยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเป็นกระบอกเสียงให้กับ
ชาวบา้ นไดม้ นี ิสัยทพี่ งึ่ พาชงื่ กันและกัน เกอื้ กูลกันในชุมชน โดยมวี ดั เป็นศนู ยร์ วมจิตใจ

Solidify Structure : เป็นระดับโครงสร้างมหภาคที่สามารถตอบสนองความเป็นชุมชนท้องถิ่นได้ดี เนื่อง
ด้วยจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเมืองรองด้านการท่องเที่ยว ซึ่งหากโครงการนี้มีประโยชน์ ก็สามารถต่อยอดให้แก่
จังหวดั อ่ืนๆทั่วประเทศใหส้ ามารถผลิตสินค้าทอ้ งถิน่ ออกมาจำหน่ายเหมือนสนิ ค้า 0TOP ในอดีตได้และอาจจะนำพาไปสู่
ตลาดโลก หากมีนโยบายด้านการท่องเที่ยวเข้ามาปรับปรุงและช่วยเหลือให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตนก็สามารถสร้าง
จุดเดน่ ให้กบั ทอ้ งถิน่ นน้ั ๆได้ดี


4.) บทบาทนกั สงั คมสงเคราะห์กบั การปฏิบัตงิ านเพอื่ สรา้ งการเปล่ยี นแปลง
ในฐานะของการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนซึ่งมีปรัชญาที่เรายึดถือเสมอมาคือ Help them to help
themselves การช่วยเหลือให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้สามารถแก้ไขปัญหา และพัฒนา
ความสามารถที่มีสู่การจัดการที่ดีขึ้นได้ ซึ่งการทำงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนก็เช่นกันจะเป็นการให้ชุมชนสามารถ
พึ่งพาตนเองให้ได้ ให้พวกเขาดึงศักยภาพชุมชนของตนออกมาให้ประจักษ์แก่สายตาคนภายนอกเพื่อผลลัพธ์ในการต่อ
ยอดส่งเสริมด้านอาชพี การทำงานของชาวบ้านในชมุ ชน ให้พวกเขายงั คงสามารถหารายได้ไดจ้ ากชมุ ชนที่เขาอยู่ โดยไม่
ต้องเดินทางห่างบ้านไปอยู่ที่อื่นซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาในแต่ละครอบครัวที่ต้องห่างบ้านห่างครอบครัว
เพื่อไปทำงาน เช่น อาศัยอยู่ต่างจังหวัดแต่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ในพื้นท่ี
อตุ สาหกรรมต่างๆท่แี ปรเปลย่ี นไปตามบริบทโลกตามโลกของทนุ นยิ ม
ดังนั้น บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนจึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคอยหยิบยื่นทรัพยากรที่พวก
เขาต้องการและเป็นที่ปรึกษาให้พวกเขาเพิ่มความเข้าใจในตัวชุมชนได้ด้วยตนเองสามารถมองเห็นถึงจุดเด่นและจุด
ด้อยได้เป็นอย่างดี จนสามารถปรับให้เข้ากับวิถีของตนและเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังเช่นโครงการตลาด
สุขภาพที่ปัจจุบันทุกหย่อมหญ้าต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพ จึงแสดงให้เห็นว่าบริบทของสังคมทำให้ชุมชนเร่ิม
ปรับตัวและเห็นคุณค่าของการมีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและใจจนสามารถดีงตัวตนและตัดสินใจนำผลิตผลหรือ
ผลิตภัณฑ์ที่ตนมีออกมาเพื่อแบ่งปันสุขภาพพร้อมทั้งยังได้รับรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะ
สามารถพึ่งพาตนเองได้ดีเพราะเป็นสิ่งที่ตนถนัด ชาวบ้านในชุมชนต่างก็เห็นดีเห็นงามและเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ
ดังกล่าวมากมาย สะท้อนถึงการทำงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนที่สามารถนำหลักการไปสู่สิ่งที่เป็นจริง และสร้างสรรค์
ชุมชนให้เป็นชุมชนที่มีคุณภาพพร้อมด้วยวัดที่สามารถเป็นสถานที่ที่พึ่งพาให้แก่ชาวบ้านได้อาจจะเป็นการให้คนรุ่นใหม่
เข้าถึงศาสนามากยิ่งขึ้นตามไปด้วย เนื่องด้วยทุกคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน กอปรกับชุมชนที่พร้อมปรับตัวจึง
สามารถเป็นชุมชนท่พี ฒั นาไปไดอ้ ย่างย่งั ยนื ตลอดไป

723

ภาคผนวก

724

ประมวลภาพโครงการตลาดสขุ ภาพ

725

726

อา้ งองิ

Monmai. (2564). สวนสมรม. สบื ค้ันเมือ่ 17 พฤศจิกายน 2564 จาก
http://www.monmai.net/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A

1%E0%B8%A3%E0%B8%A1/
บวร on tour. (2561). ชุมชนพรหมโลก. สืบคนั้ เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2564 จาก https://moral.m-

culture.go.th/destination-item/india/
มหาวทิ ยาลัยบูรพา. (2564). การศกึ ษาเรอ่ื งการมสี ว่ นร่วมของคณะกรรมการชุมชนในการพฒั นาชุมชนในเขต
เทศบาลตำบลบางพระ อำเภอศรรี าชา จงั หวดั ชลบรุ ี สืบคน้ เมื่อ 17 พฤศจกิ ายน 2564 จาก

http://digitalcollect.lib.buu.ac.th/dcms/files/52930412/chapter2.pdf
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ (2564). การจัดการความรูเ้ กี่ยวกบั ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ดา้ นหัตถกรรมของเทศบาลเมือง
ตน้ เปา อำเภอสันกำแพง จังหวดั เชียงใหม.่ สบื ค้นเมอื่ 17 พฤศจกิ ายน 2564 จาก

https://archive.lib.cmu.ac.th/full/T/2558/mpa50558nsj ch2.pdf

727

“ชุมชนหม่บู า้ นในสวน”

บวั บญุ ชเู ช้ือ

728

คำนำ
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา สค.311 หลักและวิธีการทางสังคมสงเคราะห์ 3 ชั้นปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเพื่อให้ได้ศึกษา
ความรู้ในเรื่องของการลงศึกษาพื้นที่ชุมชนและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียนต่อไป ผู้จัดทำจึงได้
เลือกลงศึกษาในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านในสวน ตั้งอยู่ถนนเพชรเกษม ตำบลคูหาสวรรค์อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
ซึ่งในรายงานฉบับนี้จะประกอบไปด้วย ความสำคัญของการศึกษาชุมชน เทคนิคและวิธีการศึกษาชุมชน เครื่องมือที่ใช้
ในการศกึ ษาชุมชน แนวคิดและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้องในการศึกษาชุมชน รวมไปถงึ ผลที่ได้รับจากการศึกษาชมุ ชน
รายงานฉบับนี้สามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความกรุณาและความอนุเคราะห์จาก อาจารย์ผู้สอน
อ.ดร. ปิ่นหทัย หนูนวล ที่กรุณาให้คำปรึกษารวมไปถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ และขอขอบพระคุณร.ต.ต.สุพจน์ ชูเช้ือ
คณะกรรมการชุมชนหมู่บ้านในสวน ที่กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนเป็นอย่างดีผู้จัดทำหวังว่า
รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือผู้สนใจศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด
ผ้จู ดั ทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ทนี่ ดี้ ว้ ย

น.ส.บัวบุญ ชูเช้ือ

729

หลกั การและเหตุผล
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้นักศึกษาต้องกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้าน และในการที่จะลง

พื้นที่เพื่อไปศึกษาชุมชนต่าง ๆ นั้นค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นนักศึกษาจึงเลือกที่จะศึกษาชุมชนหมู่บ้านในสวน
เนื่องจากว่าเป็นชุมชนที่นักศึกษาอาศัยอยู่ ซึ่งการศึกษาชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่นั้นจะเป็นเรื่องง่ายต่อการลงพื้นที่เพื่อ
ศึกษาชุมชน รวมทั้งนักศึกษาเองก็อาศัยอยู่ชุมชนนี้มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นตัวนักศึกษาเองจึงค่อนข้างที่จะรู้จักเส้นทาง
ภายในชุมชนเป็นอย่างดี นอกจากนี้เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้การหาข้อมูลโดยการสัมภาษณ์นั้นเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างเสี่ยง แต่ตัวนักศึกษาเองมีคุณพ่อที่เป็นคณะกรรมการของหมู่บ้านดังนั้นนักศึกษาจึงสามารถสอบถามและ
สมั ภาษณค์ ณุ พอ่ ได้

นอกจากนี้ก่อนหน้าที่นักศึกษาจะตัดสินใจเลือกศึกษาชุมชนของตนเองนั้น นักศึกษาได้มีการพูดคุยสอบถาม
คุณพ่อถึงเรื่องการทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชนว่าอะไรบ้างนอกเหนือจากการทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่ และจัดงาน
วันสงกรานต์ เนื่องจากว่าแม้นักศึกษาจะอยู่ภายในชุมชน มาเกือบ 16 ปี แต่ตัวนักศึกษาเองก็ไม่เคยรู้ว่าภายในชุมชนมี
การจัดทำกิจกรรมหรือโครงการอะไรบ้างนอกเหนือจากกิจกรรมดังกล่าวที่นักศึกษาได้สอบถามคุณพ่อ และด้วยเหตุน้ี
นักศึกษาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและลงพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านในสวน เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจถึงชุมชนของตนเองมาก
ยิ่งขนึ้












ประวตั ิชมุ ชนหมู่บา้ นในสวน

ชุมชนหมู่บ้านในสวนตั้งอยู่ที่เลขที่ 139/1 ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นชุมชนที่ 45
ในจำนวน 45 ชุมชนของเทศบาลเมืองพัทลุง เดิมชุมชนหมู่บ้านในสวนรวมอยู่กับชุมชนบ้านควนปรงโดยมีการใช้ชื่อว่า
"ชุมชนบ้านในสวน-ควนปรง" ซึ่งเป็น โครงการหมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้านแรก ๆ ของจังหวัดพัทลุงโดยภายในชุมชน
หมู่บ้านในสวนควนปรงมีทางเข้าทางออกเพียงทางเดียว โดยมีการแยกเป็นทางเข้าและทางออกอย่างชัดเจน ภายใน
หมู่ข้านจะมีครัวเรือนตั้งอยู่จำนวน 200 ครัวเรือน ซึ่งตั้งอยู่ในสองตำบลได้แก่ตำบลคูหาสวรรค์ 170 ครัวเรือน และ
ตำบลท่ามหิ รำ 300 ครวั เรือน

ต่อมาใน พ.ศ.2552 เทศบาลเมืองพัทลุง โดยนายโกสินทร์ ไพศาลศิลป์ นายกเทศมนตรีจังหวัดพัทลุงได้มีการ
ปรับเพิ่มชุมชนขึ้นใหม่จากเดิม 39 ชุมชน เป็น 45 ชุมชน รวมทั้งมีการสร้างถนนเพิ่มเติมโดยในการสร้างถนนนั้นได้มี
การสร้างโดยตัดผ่านชุมชนบ้านในสวนควนปรง ทำให้บ้านเรือนบ้างหลังถูกเวนคืน ส่งผลให้ชุมชนหมู่บ้านในสวนได้
แยกตัวออกมาจากชุมชนบ้านควนปรง โดยชุมชนหมู่บ้านในสวนได้แยกออกมาเป็นชุมชนใหม่ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 0.121

730

ตารางกิโลเมตร และมีครัวเรือนตั้งอยู่ จำนวน 195 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 583 คน แยกเป็น ชาย 254 คน หญิง
329 คน

สมาชิกชุมชนหมู่บ้านในสวนได้มีการพยายามติดต่อขอบริจาคที่ดินของคุณป้าสารถีสาร ไตรสุวรรณ เพ่ือ
นำมาใช้เป็นที่ก่อสร้างที่ทำการชุมชนบนเนื้อที่ 200 ตารางวา และมีการรณรงค์หาเงินทุนเพื่อนำมาก่อสร้างที่ทำการ
สมาชกิ ภายในหมูบ่ า้ นรวมถงึ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ให้ความร่วมมือโดยการร่วมกนั บริจาคทนุ เพอ่ื จัดสรา้ งทที่ ำการชมุ ชน
ข้ึน ด้วยงบประมาณ 573,679 บาท และท่ที ำการชมุ ชนกไ็ ดม้ ีการใช้ชื่อว่า "ศาลามิตรไมตร"ี

ชุมชนหมู่บ้านในสวนนับว่าเป็นชุมชนน้องใหม่ของจังหวัดพัทลุง มีประธานชุมชนคนแรกของชุมชนคือ นาย
พล จันทวงศ์ ซึ่งได้รับตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2552-2555 และในปัจจุบันมีนายจำแลง จันทร์มณีวงศ์ เป็นประธานชุมชน
หมบู่ า้ นในสวน

คำขวัญชุมชนหม่บู ้านในสวน
"เพื่อนบา้ นดี ส่งิ แวดลอ้ มดี สังคมนา่ อยู่
วสิ ยั ทัศนช์ ุมชนหมบู่ ้านในสวน
"บ้านน่าอยู่ เชิดชูความสามัคคี ยนิ ดีชว่ ยเหลอื "
พันธกจิ ชุมชนหม่บู ้านในสวน

1. บริหารพฒั นาชุมชนตามนโยบายการพฒั นาของเทศบาลเมืองพัทลุง
2. ให้ความร่วมมือ ประสานงาน ดำเนนิ กิจกรรมรว่ มกบั องค์กรภายนอก
3. สง่ เสรมิ กจิ กรรมต่าง ๆ ของชุมชนเพ่ือเสรมิ สรา้ งการทำงานร่วมกนั
4. สง่ เสริมความรกั สามัคคี รกั ษาขนบธรรมเนยี มประเพณี และเทิดทูนสถาบัน
5. พฒั นาศกั ยภาพของประชาชนในชมุ ชนทัง้ ดา้ นความรแู้ ละสุขอนามยั
6. จัดอำนวยความสะดวก บริการเครื่องใช้สอยท่ีจำเป็นแกส่ มาชิกเพือ่ ความสะดวกสบาย

ลกั ษณะท่วั ไปของชุมชนหมูบ่ า้ นในสวน
ชุมชนหมู่บ้านในสวนมีสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีต้นไม้ค่อนข้างมาก บริเวณบนถนนตามซอยต่าง

ๆ ยกเว้นถนนเส้นหลักของชุมชนจะมีรถวิ่งไม่มากนักโดยเฉพาะหลัง 18.00 น. และภายในชุนชมจะมีลักษณะเป็นบ้าน
จัดสรร โดยบา้ นแต่ละหลงั จะเปน็ บ้านเด่ียว มคี วามเป็นสว่ นตวั บา้ นทกุ หลงั มีรัว้ ล้อมรอบและมีพืน้ ท่ีสวน

ภายในชุมชนจะมีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ทำกิจกรรม คือ ศาลามิตรไมตรี โดยก่อนที่จะเกิดสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.30-18.00 น. เป็นต้นไป มักจะมีกลุ่มคนเล่นเปตองและกลุ่มโยคะมาทำ
กิจกรรมร่วมกันที่ศาลามิตรไมตรีอยู่เสมอ นอกจากนี้ภายในชุมชนก็ยังมีกลุ่มของเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ภายในซอย
เดยี วกนั รวมตัวกนั เพื่อปัน่ จักรยานและเตะฟุตบอลดว้ ยกันบนถนนอกี ดว้ ย

ประซากรภายในชุมซนหมบู่ ้านในสวน
ภายในชุมชนหมู่บ้านในสวนมีประชากรทั้งหมด 583 คน แยกออกเป็นชาย 254 คน และหญิง 329 คน

ประชากรภายในชุมชนสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพรับราชการ และผคู้ นภายในซอยเดยี วกนั จะมีความสนิทสนมกัน

731

รางวลั เดน่ ที่ไดร้ บั
1. ได้รับรางวัลชมเชยโครงการชุมชนนา่ อยู่ เชดิ ชูการศกึ ษา พัฒนาสิ่งแวดล้อม ประจำปี พ.ศ. 2558
2. ไดร้ ับรางวัลชนะเลิศ โครงการประกวดชุมชนเข้มแข็ง ประจำปี พ.ศ.2562
3. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง การแข่งขันเปตอง รุ่นอายุไม่เกิน 60 ปี ทีมชายคู่ ในการแข่งขันกีฬา
ชมุ ชนสมั พนั ธ์ ประจำปี พ.ศ.2557
4. ได้รบั รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั หนง่ึ แขง่ ขันเตะปบี๊ ประเภทชายเดี่ยวอายุ 60 ปีขึ้นไป ในการแขง่ ขัน
โครงการกฬี าชมุ ชนสัมพนั ธเ์ ทศบาลเมืองพัทลงุ ประจำปี พ.ศ. 2558
5. ได้รับการคัดเลอื กให้เป็นชมุ ชนตน้ แบบในการบริหารจัดการขยะจากเทศบาลเมอื งพทั ลุง
6. ได้รบั คดั เลือกใหเ้ ปน็ ชมุ ชนตน้ แบบในการดำเนินการโครงการบริหารจดั การขยะตามหลัก 3Rs


มติ ิดา้ นวฒั นธรรมและประเพณี

ภายในชุมชนหมู่บ้านในสวนมีการรักษาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและประเพณีโดยภายในหมู่บ้านจะมีการ
จัดทำบุญตักบาตรทุกเช้าของวันพระ โดยหากใครต้องการทำบุญตักบาตรก็สามารถเข้าร่วมได้ ทางคณะกรรมการที
รับผดิ ชอบจะมกี ารจัดสถานท่ไี ว้ใหเ้ พ่ืออำนวยความสะดวกแกส่ มาชิกชมุ ชน

มีการจัดงานวันเด็กและในเทศกาลปีใหม่ทางหมู่บ้านก็ได้มีการจัดงานวันปีใหม่ขึ้น มีการทำบุญตักบาตร
ในช่วงเช้า และช่วงเย็นก็จะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ มีการเปิดคาราโอเกะ จับของขวัญพิเศษ และมีอาหารเครื่องดื่ม
เลี้ยง โดยงบประมาณในการจัดเลี้ยงก็จะมาจากกองทุนของหมู่บ้านและจากสมาชิกภายในชุมชน อาหารที่ใช้จัดเลี้ยง
จะมีทั้งที่สั่งซื้อและทำเอง โดยสมาชิกภายในหมู่บ้านจะมาช่วยกันประกอบอาหารที่ศาลามิตรไมตรีหรือบางคนอาจจะ
ทำอาหารมาเองจากทีบ่ ้านและนำอาหารมาในตอนเยน็

นอกจากนี้ในชุมชนยังมีการสืบสานประเพณีสงกรานต์ โดยในช่วงเช้าจะมีการสรงน้ำพระพุทธรูป ทำบุตร
เลี้ยงพระ และรดน้ำผู้สูงอายุ และในตอนเที่ยงก็จะมีการรับประอาหารร่วมกัน โดยในการจัดเตรียมอาหารการกินต่าง
ๆ กจ็ ะใชว้ ธิ กี ารเดยี วกันกบั ในเทศกาลปใี หม่ คือ มีการสั่งอาหารมาสว่ นหนง่ึ และอกี สว่ นหนึง่ กจ็ ะช่วยกนั ทำ

ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้นักศึกษาได้มาจากการสัมภาษณ์และประสบการณ์ของนักศึกษาเองที่เคยเข้าร่วมกิจกรรม
ตา่ ง ๆ

732

มติ ิเศรษฐกจิ
ชุมชนหมู่บ้านในสวนมีประชากรส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและข้าราชการบำนาญจึงทำให้สมาชิกไม่ค่อยได้รับ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร ดังนั้นทางชุมชนจึงได้มีการประชุมกันเพื่อที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชากรภายใน
ชุมชนได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพเสริม เช่น เลี้ยงปลา โดยการเลี้ยงปลาจะเป็นกิจกรรม
และอาชีพเสริมของกลุ่มเลี้ยงปลาชุมชนหมู่บ้านในสวน โดยจะมีการใช้พื้นที่ว่างซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำของชุมชนจัดทำ
เป็นบ่อสาธิตการเลี้ยงปลาน้ำจืด เมื่อปลาโตขึ้นจนสามารถจับส่งตลาดได้สมาชิกจะมีการแจ้งประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก
คนอื่น ๆ ภายในชุมชนทราบว่าหากผู้ใดที่ต้องการบริโภคสามารถขอซื้อปลาได้ในราคาที่ถูกกว่าตามท้องตลาด และ
สมาชิกกลุ่มจะมีการนำปลาไปขายในท้องตลาดด้วยเช่นกันนอกจากนี้ทางชุมชนยังมีการปลูกผักสวนครัวที่มีชื่อ
เรียกว่า "ผักสวนครัวรั้วกินได้" ซึ่งจะมีทั้งการปลูกผักสวนครัวในกระถางและปลูกผักสวนครัวไว้ริมรั้ว ผักที่ปลูกจะ
เป็นผักปลอดสารพิษ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแต่จะใช้ปุ๋ยหมักและใช้น้ำหมักชีวภาพ ซึ่งทางสมาชิกในชุมชนเองก็ได้มีการรวมกลุ่ม
กันเพื่อทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพขึ้นมาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือน รวมทั้งปุยหมักและน้ำหมักชีวภาพนี้ยังเป็น
หนง่ึ ในโครงการปุ๋ยหมกั ชีวภาพชุมชนหมบู่ า้ นบ้านในสวนอกี ด้วย

จากมิตินี้จะเห็นได้ว่าแม้สมาชิกภายในชุมชนหมู่บ้านในสวนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพข้าราชการและ
ข้าราชการบำนาญแต่สมาชิกภายในหมู่บ้านก็ยังคงมีการพยายามรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันภายในชุมชนและ
เพ่ือชว่ ยลดคา่ ใช้จา่ ยค่าอาหารของในครัวเรือน











มติ ดิ ้านการศึกษา

ชุมชนหมู่บ้านในสวนได้มีการจัดทำโครงการเรียนรู้ภาษาเพื่อเข้าสู่อาเชียน โดยจะมีการจัดเสวนาทาง
การศึกษา และมีการเชิญวิทยากรจากภายนอกมาสอนภาษาอังกฤษให้แก่สมาชิกภายในชุมชน โดยสมาชิกภายใน
ชมุ ชนสามารถเข้ารว่ มกจิ กรรมได้โดยไม่กำหนดอายุและชว่ งวัย

และทางชุมชนหมู่บ้านในสวนยังได้มีการจัดมุมหนังสือประจำชุมชนเอาไว้ โดยจะมีการตั้งชั้นวางหนังสือเอาไว้
เป็นสัดส่วน หนังสือจะประกอบไปด้วยหนังสือประเภทวารสาร หนังสือวิชาการ หนังสือพิมพ์หนังสือบันเทิง มุมหนังสือ
นี้ได้รับการสนับสนุนจาก กศน.พัทลุงและสมาชิกภายในชุมชน โดยหนังสือต่าง ๆ ที่นำมาจัดวางเอาไว้เพื่อบริการ
ประชาชนนั้นจะได้รับมาจากการบริจาคหรือส่งต่อหนังสือที่ไม่อ่านแล้วแต่สภาพยังคงดีอยู่ และในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์
ทางชุมชนยังมีการเปดิ เป็นศนู ยก์ ศน. ณ ที่ทำการชุมชนเพ่ือใหน้ กั เรียนกศน. สามารถเข้ามาศึกษาไดอ้ ีกด้วย

733














มติ ิด้านสวัสดกิ าร

ชุมชนหมู่บ้านในสวนได้มีการจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิกเมื่อสมาชิก
มีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิต โดยในการจะเข้าร่วมกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้เข้าร่วมจะต้องเป็นบุคคลที่อาศัยและมี
ชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านของชุมชนหมู่บ้านในสวนเท่านั้น ในการสมัครจะต้องส่งใบสมัครพร้อมเงินค่าสมัครจำนวน
100 บาท และจะมีการชำระเงินร่วมบำเพ็ญกุศลศพของสมาชิกเป็นรายศพ ศพละ 200 บาท ที่คณะกรรมการตัวแทน
ซอยหรอื เหรัญญกิ และสมาชกิ จะต้องแจง้ ให้คณะกรรมการทราบเมือ่ มีบคุ คลของสมาชกิ ในครอบครัวเสียชีวติ

โดยคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับสิทธิ์การคุ้มครอง ได้แก่ บุคคลที่เป็นสมาชิก คู่สมรสตามกฎหมายบุตร
บิดา/มารดาของสมาชกิ และบิดา/มารดาของค่สู มรสของสมาชกิ เทา่ นั้น

734

เครอื่ งมือการศกึ ษาชุมชน
1.แผนทเ่ี ดนิ ดนิ






















การทำแผนที่เดินดินนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากและเป็นกระบวนการแรกที่จะต้องจัดทำ เพราะแผนที่เดิน
ดินจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถเห็นภาพรวมของชุมชนได้เป็นอย่างดี รวดเร็ว และได้ข้อมูลในระยะเวลาที่ส้ัน
ที่สุด โดยในการจัดทำแผนที่เดินดินของชุมชนหมู่บ้านในสวนนี้นักศึกษาได้จัดทำขึ้นจากการลงพื้นที่ชุมชนโดยตรง
ประกอบกับการศึกษาจากแผนผังชุมชนหมู่บ้านในสวนที่ทางชุมชนได้มีการติดไว้ รวมทั้งมีการอ้างอิงจากประสบกรณ์
และความคนุ้ เคยเนอ่ื งจากวา่ เปน็ พื้นท่ที น่ี กั ศึกษาอาศัยอยู่ต้ังแตว่ ยั เดก็

แผนที่เดินดินจะแสดงให้เห็นพื้นที่โดยรอบของชุมชนหมู่บ้านในสวนตั้งแต่ทางเข้าชุมชนจนกระทั่งภายในซอย
ทุก ๆ ซอยของชุมชน แผนที่จะแสดงให้เห็นที่ทำการชุมชนหรือศาลามิตรไมตรีและแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งบ้านเรือนที่
พักอาศัยในชุมชน นอกจากนี้แผนที่เดินดินฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสมาชิกในบ้านเรือนแต่ละหลังมีการประกอบอาชีพ
อะไรบ้าง ทงั้ นขี้ อ้ มูลที่แสดงอาจมไี มค่ รบถว้ นโดยข้อมลู เหล่านไี้ ด้มาจากสมดุ ทำเนียบสมาชิกหม่บู ้านในสวน

อปุ สรรคและปัญหาในการทำแผนทเี่ ดนิ ดนิ
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจังหวัดพัทลุงได้มีฝนตกหนักในทุกวันดังนั้นในการที่จะลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลจึง

ค่อนข้างลำบาก รวมทั้งแผนผังหมู่บ้านที่นักศึกษาใช้ในการศึกษานั้นมีข้อมูลบางส่วนยังไม่ครบถ้วนเล็กน้อย
เนื่องจากว่าภายในชุมชนได้มีการสร้างบ้านเรือนเพิ่มเติมแต่ภายในแผนผังยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไข ดังนั้น
นกั ศึกษาจึงจะต้องมกี ารสำรวจและสอบถามผู้รูเ้ พิ่มเติมเพอื่ นำมาวาดเขยี นเพ่ิมเติมลงในแผนที่

735

2. โครงสรา้ งองค์กรชุมชน
ประธานชุมชนของชุมชนหมู่บ้านในสวนได้รับการแต่งตั้งโดยมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกภายในชุมชน

อย่างถูกต้อง คณะกรรมการทุกทุกตำแหน่งของชุมชนจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมชุมชน ทั้งในเรื่องของการป้องกัน
แก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้า นอกจากนี้คณะกรรมการของชุมชนหมู่บ้านในสวนยังได้มีการติดต่อกับ
องคก์ รอนื่ ( ภายนอกอยา่ งมากมายเพื่อจดั ทำโครงการและเพ่ือพฒั นาชมุ ชนหมบู่ า้ นในสวนให้เจริญก้าวหนา้

ประธานและคณะกรรมการของชุมชนหมู่บ้านในสวนทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีคุณภาพสูง มีคุณวุฒิ มี
วุฒิภาวะ และเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งเป็นที่ยอมรับเชื่อถือของสมาชิกในชุมชน คณะกรรมการทุก ๆคนล้วนแล้วแต่
เป็นอดีตข้าราชการและเป็นข้าราชการในหลากหลายอาชีพ ซึ่งคณะกรรมการในแต่ละตำแหน่งมีความเหมาะสมในการ
ทำหน้าที่เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคณะกรรมการแต่ละคนมีการอยู่ในตำแหน่งที่มีความเกี่ยวข้องกับอาชีพของตนเอง
ดังนั้นความรู้และความสามารถของคณะกรรมการจะนำมาแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น
กรรมการด้านฝ่ายรักษาความสงบเป็นข้าราชการตำรวจ กรรมการฝ้ายส่งเสริมการศึกษาเป็นครู อาจารย์ กรรมการ
ฝ่ายสาธารณสุขเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น คณะกรรมการชมชุนหมู่บ้านในสวนมีทั้งสิ้น 15 คน
และไดแ้ บ่งหนา้ ท่ใี นแต่ละฝ่ายตามความเหมาะสมของตัวบคุ คล ดงั ต่อไปนี้

736

สังคมของชุมชนหมู่บ้านในสวนประกอบไปด้วยระบบความสัมพันธ์หลากหลายมิติและหลากหลายกลุ่ม มีท้ัง
กลุ่มที่เป็นทางการและกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ มีทั้งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางสังคมวัฒนธรรม และ
ความสมั พันธ์ทางการเมือง เป็นตน้

























ตัวอย่างการทำกจิ กรรมของกลุม่ ตา่ ง ๆ
• กลุ่มเปตอง
กลุ่มเปตองเป็นกลุ่มที่มักจะรวมตัวกันมากที่สุด โดยในทุก ๆ วันประมาณ 17.30 น. เป็นต้นไปสมาชิกจะมีการ

รวมตัวกันที่ศาลามิตรไมตรี โดยสมาชิกภายในกลุ่มจะเป็นผู้ชาย ทั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สมาชิกของกลุ่มเท่านั้นที่สามารถ
เล่นได้ ในบางครงั้ ก็มลี กู หลานของสมาชิกและคนในชุมชนไปเลน่ ดว้ ยเชน่ กนั สมาชิกภายในกลุ่มเปตองได้มีการเข้ารว่ ม
การแข่งขัน และได้รับรางวัลกลับมา เช่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง การแข่งขันเปตอง รุ่นอายุไม่เกิน 60 ปี ทีม
ชายคู่ ในการแขง่ ขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์ ประจำปี พ.ศ.2557

737

• กลุ่มโยคะ
เป็นกลมุ่ ของสมาชกิ ภายในชุมชนท่เี ป็นผหู้ ญิงรวมตัวกนั เพ่ือเลน่ อยู่คา้ โดยในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. สมาชิก
จะมีการรวมตัวกนั เพ่ือเลน่ โยคะทศี่ าลามิตรไมตรี นอกจากน้ที างกล่มุ โยคะยงั ได้มกี ารเขา้ ร่วมการแข่งขันงานประกวด
ของทางเทศบาลอกี ดว้ ย
• กลมุ่ เลี้ยงปลา
กลุ่มเลี้ยงปลาจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้มีกิจกรรมกลุ่มทำร่วมกันและเพื่อใช้ประกอบเป็นอาชีพ
เสริมขึ้นในชุมชน โดยกลุ่มเลี้ยงปลาจะเป็นกลุ่มที่สมาชิกมีความสนใจด้านการเลี้ยงปลามารวมกลุ่มกัน โดยกลุ่มจะเป็น
กลุ่มขนาดเล็กมีสมาชิกประมาณ 8-9 คน และได้มีการจัดตั้งบ่อสาธิตการเลี้ยงปลาน้ำจืดขึ้น โดยบริเวณที่จัดตั้งบ่อ
เดิมบริเวณนั้นเป็นแหล่งเก็บน้ำของชุมชน สมาชิกกลุ่มได้มีการร่วมกันลงทุนเพื่อซื้อปลามาเลี้ยงจากน้ันเมื่อปลาได้โต
ขึ้นก็จะมีการจับเพื่อส่งไปขายยังตลาดรวมทั้งยังมีการขายให้สมาชิกคนอื่น ๆ ภายในชุมชนด้วยเช่นกัน หากสมาชิก
ภายในชุมชนตอ้ งการที่จะซือ้ กส็ ามารถขอซ้ือไดซ้ ่งึ ราคาทข่ี ายใหส้ มาชิกภายในชุมชนนัน้ จะราคาถกู กว่าตามทอ้ งตลาด
• กลุ่มป่ันจักรยาน
กลุ่มปั่นจักรยานเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นทางการของชุมชนหมู่บ้านในสวนกลุ่มปั่นจักรยานจะเป็นกลุ่มที่รวมตัวกัน
ระหวา่ งเดก็ ๆ โดยจะมีการปัน่ จักรยานไปรอบ 1 หมบู่ า้ นและเขา้ ออกตามซอยตา่ ง ๆ ในชว่ งตอนเย็นหลังเลกิ เรยี น

เคร่ืองมอื ช้ินนน้ี ักศกึ ษาไดม้ าจากการสัมภาษณ์ ร.ต.ต.สุพจน์ ชูเช้อื

738

3. แผนผงั เครือญาติ























แผนผังเครือญาตินี้เป็นแผนผังของครอบครัว 3 ครอบครัว ที่จะแสดงให้เห็นว่าลักษณะของครอบครัวที่
อาศัยอยู่ร่วมหลังคาเรือนเดียวกันและอยู่ในบริเวณชุมชนเดียวกัน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าภายในหมู่บ้านยังมี
ครอบครัวที่สนิทสนมกันเป็นอย่างมากแม้ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันก็ตาม โดยเครื่องมือชิ้นนี้นักศึกษาทำขึ้นจาก
ประสบการณแ์ ละครอบครวั ของตนเอง

739

ระบบสขุ ภาพชุมชน

























การศึกษาระบบสุขภาพชุมชนของชุมชนหมู่บ้านในสวนก็เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคน
ในชุมชน ทั้งในส่วนของการดูแลสุขภาพของคนภายในชุมชน รวมไปถึงศึกษาในเรื่องของสุขภาพสมาชิกภายในชุมชน
ว่าหากมีการเจ็บป่วยสมาชิกภายในชุมชนจะมีการรักษาอย่างไร และมีอาหารการกินต่าง ๆ ของสมาชิกภายในชุมชน
น้นั เปน็ อยา่ งไร โดยเครื่องมอื ชนิ้ น้ีนกั ศกึ ษาทำข้นึ จากประสบการณ์และจากการสัมภาษณร์ .ต.ต.สุพจน์ ชูเชื้อ


แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การ และกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
แนวคิดชมุ ชนเข้มแข็ง

ชุมชนเข้มแข็ง คือ การที่ประชาชนในชุมชนมีการรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชน มีการเรียนรู้การจัดการและ
การแก้ไขปัญหาของชุมชนซึ่งทำให้ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ตลอดจนมีผลกระทบต่อภายนอกที่ดีข้ึน
ตามลำดับ โดยชุมชนหมู่บ้านในสวนนั้นมีลักษณะชุมชนที่เข้มแข็ง คือ สมาชิกภายในชุมชนมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม มี
การช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชน และมีการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและเปลี่ยนแปลงชุมชนให้ก้าวหน้า มี
น้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และชุมชนหมู่บ้านในสวนยังเป็นชุมชนที่สงบสุขไม่มีความขัดแย้งรุนแรงภายในชุมชน เป็น
สังคมทส่ี ามารถพงึ่ ตนเองได้และไม่เป็นภาระผอู้ ่ืน

740

หลักการของการพฒั นาชุมชน
หลักการพัฒนาชุมชน คือ หลักการที่ถือว่าเป็นหลักหรือจุดยืนในการดำเนินงานพัฒนาชุมชน เพื่อการ

สร้างสรรค์ความเจริญในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง หลักการของการพัฒนาชุมชน คือ จะต้องมีการดึง
ประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและกิจกรรม มีการทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ
เพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนาไปได้ในระยะยาว การให้ความสำคัญกับคนในชุมชนเป็นหลัก และดำเนินงานแบบ
ประชาธิปไตย

โดยชุมชนหมู่บ้านในสวนนั้นมีลักษณะที่ตรงกับข้อลักษณะที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของ
ชุมชนจะให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลักและคิดถึงผลประโยชน์ของสมาชิกภายในชุมชนเป็นหลัก ในการทำงานจะ
เป็นการดำเนนิ งานที่ไมร่ ีบรอ้ น และเปิดใจรบั ฟังทกุ คนในชมุ ชนไม่เอาความคิดใครคนใดคนหน่งึ เปน็ ใหญ่

หลักการติดต่อส่ือสาร
หลักการติดต่อสื่อสารเป็นหลักการที่นักศึกษาใช้ในการลงพื้นที่และดำเนินการสอบถามข้อมูล โดยนักศึกษาได้

มีการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากคุณพ่อซึ่งเป็นคณะกรรมการของชุมชนหมู่บ้านในสวนว่าภายในชุมชนนั้นมีโครงการ
หรือกิจกรรมอะไรบ้างและหากนักศึกษาต้องการที่จะหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมนักศึกษาสามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง อีก
ทั้งนักศึกษาเองก็เป็นคนในพื้นที่จึงทำให้การลงพื้นที่นั่นสมาชิกภายในชุมชนบางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตานักศึกษาอยู่
แล้วหรืออาจจะรู้จักพ่อแม่ของตัวนักศึกษาเองจึงทำให้การลงพื้นที่สามารถดำเนินการไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากว่า
สมาชิกภายในชุมชนและคณะกรรมการให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือในเรื่องการให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับชุมชน
และจากการได้พูดคุยสอบถามนักศึกษาพบว่าชุมชนของนักศึกษาได้มีการติดต่อกันเป็นวงกว้างไม่ได้มีการติดต่อเพียง
ในชุมชนเท่าน้นั แตม่ กี ารตดิ ต่อกบั องค์กรภายนอกอกี มากมายดว้ ย

ลกั ษณะกจิ กรรม บริการ หรือโครงการของชุมชนหมู่บา้ นในสวน
โครงการสง่ เสรมิ การใชส้ มุนไพรเพ่ือสุขภาพ ชุมชนหมบู่ า้ นในสวน

โครงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ชุมชนหมู่บ้านในสวน นั้นเป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจาก
แผนกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพัทลุง และได้รับการสนับสนุนโครงการโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาล
เมืองพัทลุง โครงการนี้จัดตั้งข้ึนเพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สนับสนุนศาสตร์การแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพรวมถึงการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพ
ประชาชนทกุ กลุ่มวยั

วัตถปุ ระสงคข์ องการจัดตงั้ โครงการ
1. เพ่ือส่งเสรมิ ให้มกี ารใช้สมุนไพรเพือ่ สขุ ภาพอย่างถูกวิธี
2. เพ่อื ใหม้ ีศนู ย์การเรยี นรู้สมนุ ไพรเพื่อการศกึ ษาแก่ชุมชนและผสู้ นใจ
3. เพื่อใหป้ ระชาชนมที ศั นคติทด่ี ตี ่องานแพทยแ์ ผนไทยและหันมาใช้เป็นทางเลอื กมากข้นึ
โครงการนี้เป็นโครงการที่ทางชุมชนได้มีการจัดตั้งขึ้นไว้อยู่แล้ว และจากการศึกษานักศึกษาเห็นว่าโครงการ

ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพเป็นโครงการที่น่าสนใจและควรจะพัฒนาต่อไป โดยโครงการส่งเสริมการใช้สมุนไพร
เพื่อสุขภาพได้จัดตั้งและริเริ่มโครงการขึ้นเมื่อวันท่ี 10 สิงหาคม พ.ศ. 2562 กิจกรรมที่ดำเนินการมีทั้งการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพร มีการหาตลาดรองรับสมุนไพรเพื่อที่จะได้สร้างรายได้เพื่อนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายบริหารจัดการ

741

ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรเพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีการนำสมุนไพรมาลงแปลง มีการจัดทำป้ายสมุนไพรแต่ละชนิดและ
บ่งบอกสรรพคุณของสมุนไพรแตล่ ะตน้

แต่ในปัจจุบันเนื่องด้วยสถานการณ์ โควิด-19 และการไม่มีเวลา รวมทั้งการขาดคนมาดูแลสวนสมุนไพร
ส่งผลให้สวนสมุนไพรรกร้างเป็นอย่างมากดังนั้นนักศึกษาคิดว่าเราควรจะมีการเริ่มต้นดำเนินการและพัฒนาโครงการ
น้ขี ้นึ มาใหม่เพอ่ื ใหส้ ่วนสมุนไพรก้าวหนา้ และพัฒนาตอ่ ไป












วธิ กี ารดำเนนิ การและพัฒนาโครงการ สง่ เสริมการใช้สมุนไพรเพ่ือสุขภาพ

เริ่มแรกสมาชิกจะต้องแยกสมุนไพรที่ยังมีชีวิตออกมาและช่วยกันกำจัดวัชพืชออกเพื่อที่จะได้ทำการจัดพื้นท่ี
สวน จากนั้นก็นำสมุนไพรต่าง ลงไปปลูกใหม่และช่วยกันดูแลรดน้ำ เมื่อสมุนไพรเติบโตเต็มที่ก็ให้นำป้ายชื่อและ
สรรพคุณของสมุนไพรไปติดเช่นเดิม, มีการจัดทำหรือหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการดูแลต้นไม้-ดูแลสมุนไพร หนังสือ
เกี่ยวกับสรรพคุณต่าง ( ของสมุนไพร หรืออื่น 1 ที่เกี่ยวข้อง และนำไปวางเอาไว้ที่มุมอ่านหนังสือของชุมชนบ้านเพื่อที่
เวลาสมาชิกภายในชุมชน กศน. หรือบุคคลภายนอกเข้ามาจะได้อ่าน และหากเกิดความสนใจเขาก็จะสามารถเดินไปดู
ต้นสมุนไพรได้ เนอื่ งจากว่าสวนสมุนไพรน้ันตงั้ อยู่บริเวณศาลาทำการของชมุ ชน

ในตอนแรกที่โครงการได้เริ่มขึ้นนั้นทางสมาชิกได้มีการจัดหาตลาดที่รองรับสมุนไพรเอาไว้แล้วดังนั้นเมื่อ
สมุนไพรที่ทำการลงและดูแลใหม่เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่เราก็จะสามารถนำสมุนไพรนั้นไปขายเพื่อที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่
สมาชิกภายในกลุ่มได้ นอกจากนี้นักศึกษายังคิดว่าในการที่จะพัฒนาโครงการนี้ให้ดียิ่งขึ้นเราควรที่จะมีการนำสมุนไพร
ที่ปลูกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปขายได้ เราสามารถนำสมุนไพรที่ปลูกมาแปรรูปเป็นลูกประคบได้ โดย
เริ่มแรกจะมีการจัดกิจกรรม "สมุนไพรบ้านในสวน2" ขึ้นโดยจะมีการเชิญวิทยากรหรือผู้ให้ความรู้เป็นหมอแผนก
แพทย์แผนไทยหรือผู้ที่มีความรู้เข้ามาช่วยอธิบายถึงประโยชน์ต่าง 1 ของสมุนไพร และมีการสอนวิธีทำลูกประคบ
หรือไม่ทางสมาชิกอาจมีการศึกษาเองจากในอินเทอร์เน็ต นำมาแลกเปลี่ยนพูดคุย และลองทำกันเอง นอกจากน้ี
นักศึกษายังเห็นว่าสมุนไพรนั้นยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกมากมายดังนั้นเราจะมีการนำ
สมุนไพรที่ปลูกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตามความสนใจของสมาชิก เช่น สบู่ หรือเครื่องดื่ม และเมื่อทุกอย่างเข้า
ที่เข้าทางและเป็นไปได้ด้วยดีเราจะมีการวางขายบนอินเทอร์เน็ต เช่น ขายในLazada Shopee และมีการติดต่อกับ
แผนกแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลหรือร้านนวดเพื่อที่จะทำการขายลูกประคบให้แก่สถานที่นั้น 1 รวมทั้งเมื่อมีการ
จดั ต้ังห้องของศูนยก์ ารเรยี นรูส้ มุนไพรแล้วเรากจ็ ะมกี ารจัดวางสนิ ค้าแปรรปู ทส่ี มาชกิ ในกลมุ่ ทำเพอื่ ขาย เป็นต้น

742

และหลังจากที่สมาชิกมีความรู้และความชำนาญมากพอเราก็จะมีการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้สมุนไพรอย่างเป็น
ทางการยิ่งขึ้น โดยเราสามารถดัดแปลงห้องเก็บของให้กลายมาเป็นห้องการเรียนรู้สมุนไพรและการแปรรูปได้อย่าง
เต็มรูปแบบ เนื่องจากว่าจากการที่นักศึกษาได้ลงศึกษาพื้นที่นักศึกษาเห็นว่าภายในห้องเก็บของของชุมชนนั้นมีขนาด
กว้างและแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยมีประตูกั้น และพื้นที่ฝั่งนอกนั้นยังมีสถานที่ว่างอยู่ดังนั้นเราจึงสามารถใช้เป็นศูนย์
การเรียนรู้ได้ รวมทั้งห้องนั้นก็อยู่ติดกับแปลงสมุนไพรอีกด้วย อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเราจะมีการเพิ่มหนังสือ
เกี่ยวกับสมุนไพรลงไปที่มุมอ่านหนังสือแต่เมื่อเรามีการมีห้องของศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรแล้วนั้นภายในก็ควรมีการทำ
หนังสือหรือหาหนังสือมาวางไว้เพื่อให้ผู้คนที่มา ณ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรได้อ่านและศึกษา มีการจัดหาเมล็ดพันธุ์ต่าง
ๆ มาเพื่อนำมาแจกจ่ายสมาชิกภายในชุมชนที่ต้องการชุมชนสมุนไพรไปปลูก มีวิธีการสอนว่าจะต้องปลูกอย่างไร ดูแล
อย่างไร และสมนุ ไพรชนดิ น้ันมีประโยชนอ์ ยา่ งไรบ้างใหแ้ กส่ มาชิกในชุมชน เปน็ ต้น

นอกจากนี้นักศึกษายังได้มีการคิดกิจกรรมขึ้น โดยทางศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรจะมีการจัดกิจกรรมให้
สมาชิกภายในหมู่บ้านได้มาร่วมทำกิจกรรมแปรรูปสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นรูปประคบ สบู่ น้ำสมุนไพร หรืออื่น ๆโดย
จุดประสงค์ของการจัดทำกิจกรรมนี้ขึ้นก็เพื่อให้สมาชิกภายในชุมชนได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ภายในชุมชน สมาชิก
ภายในครอบครัวเดียวกันได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกภายใน
ครอบครัวด้วยกันเองและระหว่างสมาชิกภายในชุมชนด้วยกัน รวมทั้งภายในชุมชนนั้นมีผู้สูงอายุหลายคนดังน้ัน
นักศึกษาจึงคิดว่าผู้สูงอายุหลาย ๆ อาจจะสนใจกิจกรรมเหล่านี้เนื่องจากว่านอกจากที่จะได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของ
สมุนไพรอย่างถูกต้องแล้วนั้นก็ยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก ๆ หลาน ๆ ด้วย รวมทั้งการจัดกิจกรรมเหล่านี้อาจจะมี
การจัดกจิ กรรมเพมิ่ เติมข้ึนเพื่อให้บุคคลภายนอกไดเ้ ขา้ มาร่วมกิจกรรมดว้ ยเชน่ กัน

ทั้งนี้หนึ่งในสาเหตุหลักที่นักศึกษาคิดว่าเราควรที่จะพัฒนาและจริงจังกับการทำโครงการนี้เนื่องจากว่า
นักศึกษาเห็นว่าภายในชุมชนมีข้าราชการบำนาญอยู่จำนวนหนึ่งดังนั้นการทำศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและมีการแปรรูป
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างง่ายนั้นอาจช่วยให้สมาชิกชุมชนที่เป็นข้าราชการบำนาญได้มีกิจกรรมทำในช่วงเวลากลางวันที่
ลูกหลานออกไปทำงานหรือไปเรียน รวมทั้งยังเป็นตัวช่วยในการหารายได้เสริมให้กับสมาชิกภายในชุมชนอีกด้วย
นอกจากนี้ผู้ที่เข้ามาศึกษาจะได้มีความรู้เพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือหารายได้เสริมได้รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้
นักเรียน กศน. สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ เนื่องจากว่าศาลาทำการของชุมชนหมู่บ้านในสวนนั้นได้มีการเปิดเป็นศูนย์
กศน. ดว้ ย

โครงการปยุ้ หมกั ชีวภาพ ชุมชนหมู่บา้ นในสวน

โครงการปุ้ยหมักชีวภาพ ชุมชนหมู่บ้านในสวน เป็นอีกหนึ่งโครงการของชุมชนที่มีอยู่เดิมแล้ว โดยโครงการน้ี
ได้มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมดูแลด้านสุขภาพของ
ประชาชน

จากการได้ลงพื้นที่และได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ นักศึกษาเห็นว่าโครงการนี้ควรจะมีและพัฒนาต่อไปเนื่องจากว่า
สืบเนื่องด้วยโครงการที่หนึ่งที่นักศึกษาได้เสนอไปนั้นหากทางชุมชนมีการพัฒนาโครงการปุ้ยหมักชีวภาพก็จะทำให้ปุ๋ย
หมักชีวภาพที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นซึ่งเราสามารถนำไปใช้กับสมุนไพรที่เราปลูกได้ ดังนั้นการที่เราน้ำ
ปุย๋ หมกั ชีวภาพและน้ำหมักชวี ภาพท่ีเราทำเองไปใช้กจ็ ะเปน็ การช่วยลดต้นทนุ ในการปลกู และดูแลสวนสมนุ ไพร

นอกจากนี้นักศึกษาคิดว่าเราควรมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกภายในชุมชนรวมทั้งสมาชิก
ภายนอกที่เขา้ มาในเรือ่ งของการทำนำ้ สกดั ชวี ภาพ การทำนำ้ หมัก การทำปุ๋ยหมัก เปน็ ตน้

743
















ทั้งนี้ทั้งสองโครงการที่นักศึกษาได้เสนอไปล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วภายในชุมชน เพียงแต่
นักศึกษาคิดว่าเราสามารถพัฒนาโครงการนี้ให้ก้าวหน้าและเพิ่มประสิทธิของผลลัพธ์ได้ รวมทั้งชุมชนหมู่บ้านในสวน
ยังเป็นศูนย์ กศน. ดังนั้นการที่เรามีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ มีข้อมูล มีหนังสือ หรือมีป้ายประกาศต่าง ๆติดเอาไว้ให้ได้
อ่าน จะทำให้ผู้ท่เี ข้ามาได้เรียนรสู้ ิง่ ตา่ ง ๆ ได้เพิ่มมากข้ึน และยงั เปน็ การฝกึ เพอ่ื นำไปประกอบอาชีพและหารายได้ได้

จดุ เด่นของชุมชนหมู่บา้ นในสวน

จากประสบการณ์และจากการศึกษาเอกสารเกี่ยวกับชุมชนนักศึกษาคิดว่าจุดเด่นของชุมชนหมู่บ้านในสวน
คอื

1. สมาชิกชุมชนหมู่บ้านในสวนมีความสามัคคีและไม่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในชุมชน โดยจะเห็นได้ว่า
เมื่อภายในชุมชนมีการทำกิจกรรมผู้ที่เข้าร่วมก็จะมีการแบ่งหน้าที่กันและช่วยเหลือกันทั้งในด้านแรงงาน ด้าน
ทรัพยส์ ิน ทำใหใ้ นการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ภายในชุมชนดำเนนิ ไปได้ดว้ ยดีไม่มอี ุปสรรค

2. สมาชิกภายในชุมชนมีการให้ความร่วมมือและช่วยกันพัฒนาดูแลชุมชนทั้งในที่ทำการชุมชนและในซอย
ของตนเอง โดยสมาชิกจะมีการช่วยกันรักษาความสะอาดเก็บกวาดขยะตามถนน ช่วยกันตัดหญ้าตัดต้นไม้ในพื้นท่ี
ส่วนรวม รวมทั้งภายในซอยเดียวกันก็จะมีการช่วยเก็บกวาดรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เช่น เวลาบ้านใดบ้านหนึ่งตัด
หญา้ กจ็ ะมต่ ัดเพยี งบ้านของตนเองแต่จะชว่ ยตตั หญา้ บรเิ วณหนา้ บา้ นสมาชิกคนอ่ืนโตยทไ่ี มต่ อ้ งร้องขอ

3. ชุมชนหมู่บ้านในสวนไม่ได้มีการทำกิจกรรมกับคนในชุมชนเพียงเท่านั้นแต่ชุมชนหมู่บ้านในสวนมีการ
ตดิ ต่อส่อื สารและทำงานร่วมกนั องค์กรภายนอกอยู่ตลอด

4. ภายในชมุ ชนมกี ารจดั ทำโครงการและมกี ารจดั ตง้ั กลมุ่ ทีค่ อ่ นข้างหลากหลาย

ข้อจำกดั ของชมุ ชนหมบู่ า้ นในสวน
1. ชุมชนหมู่บ้านในส่วนเป็นชุมชนที่ค่อนข้างกว้างและมีซอยหลายซอยทำให้สมาชิกภายในชุมชนไม่ได้สนิทกัน

อย่างทั่วถึง โดยส่วนใหญ่จะเพียงแค่เคยเห็นหน้าฆ่าตากัน จะมีการติดต่อสื่อสารและสนิทสนมกันเพียงภายในซอย
ตนเองเทา่ นั้น
2. โครงการและกลมุ่ ที่จัดตัง้ ขึ้นมกี ารประกาศไมค่ อ่ ยทัว่ ถงึ หรือมากนกั สง่ ผลให้สมาชกิ หลายคนในชมุ ชนไม่รู้

744

ว่าในขณะน้นั ภายในชุมชนมีโครงการหรือมีกลมุ่ อะไรบ้าง โดยส่วนใหญ่ผู้ทร่ี ขู้ า่ วสารมักจะเป็นผู้ใหญท่ ่สี นทิ
สนมหรอื ร้จู ักกันในชุมชนเท่าน้ัน

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับการปฏิบตั งิ านเพือ่ สร้างการเปลยี่ นแปลง
นักศึกษามีความเห็นว่าหากตนเองเป็นนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนที่ทำหน้าที่ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ของชุมชนหมู่บ้านในสวนนักศึกษาจะทำการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย อาชีพ
ส่วนใหญ่ที่คนในชุมชนทำ กิจกรรมที่สมาชิกภายในชุมชนมักทำร่วมกัน หรือกลุ่มต่าง ๆ ภายในชุมชน เพื่อที่จะได้นำมา
วิเคราะห์เพื่อหาจุดที่เราจะต้องพัฒนาชุมชนหมู่บ้านในสวน และการลงศึกษาพื้นที่นั้นก็เพื่อสำรวจข้อมูลและนำมา
วิเคราะห์เพื่อหาจุดแข็งลอ่อนของชุมชน จากนั้นก็นำจุดแข็งและจุดอ่อนที่ได้มาใช้ในการวางแผนและใช้ในการ
ปฏิบตั ิงานพฒั นาชุมชน

จากการลงพื้นที่และสอบถามเพื่อศึกษาชุมชนหมู่ข้านในสวนนักศึกษาพบว่าจุดแข็งของชุมชน คือ การท่ี
สมาชิกภายในชุมชนมีความสามัคคีและไม่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงภายในชุมชน มีการช่วยเหลือกันและกัน และ
ช่วยกันพัฒนาชุมชนเพื่อให้ชุมชนนั้นเจริญก้าวหน้า รวมทั้งภายในชุมชนยังมีโครงการต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นค่อนข้างเยอะ
ในบางโครงกรมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องแต่ในบางโครงการอาจจะมีการปล่อยร้างและไม่ทำต่อ ทั้งนี้นักศึกษา
พบว่าโครงการของชมุ ชนหมู่บ้านในสวนนน้ั มโี ครงการทีน่ ่าสนใจหลากหลายโครงการ

ดังนั้นเราจึงสามารถนำโครงการที่มีมาต่อยอดได้และพัฒนาได้ และโครงการที่นักศึกษาในฐานะนักสังคม
สงเคราะห์ได้เลือก คือ โครงการศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร ชุมชนหมู่บ้านในสวน และ โครงการนำหมักชีวภาพชุมชน
หมู่บ้านในสวน สาเหตุที่นักศึกษาคิดเช่นนั้นก็เพราะว่านักศึกษามีความคิดเห็นว่าโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากว่า
มีสมาชิกภายในชุมชนให้ความสนใจและให้ความร่วมมือเพื่อจัดตั้งโครงการขึ้น ดังนั้นหากเรานำโครงการที่มีอยู่มา
พัฒนาให้ดีขึ้นได้สมาชิกภายในชุมชนจะต้องให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่อาจเป็นเพราะ
ปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่างส่งผลให้สมาชิกไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ดังนั้นเราในฐานะนักสังคมสงเคราะห์
จะต้องมีการพัฒนาโครงการต่าง 1 ของชุมชนที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งยิ่งขึ้นไป รวมทั้งพัฒนาโครงการที่หยุดชะงักและไม่มี
การดำเนินงานต่อให้ดำเนินงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในฐานะนักสังคมสงเคราะห์นักศึกษาจะมีการพัฒนา
โครงการ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรให้พัฒนาก้าวหน้าและดำเนินงานอย่างที่ได้กล่าวไป" ก็เพื่อให้สมาชิกภายในชุมชน
โดยเฉพาะข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หรือสามารถถือได้ว่าเป็นการหาอะไรทำไม่ให้
ตนเองว่าง รวมทั้งยังเรียกได้ว่าเป็นการทำให้ผู้สูงอายุหรือสมาชิกในชุมชนที่ได้มาพบปะพูดคุยกันก็ได้เช่นกัน
นอกจากนั้นก็เพื่อทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกจากการขายสินค้าแปรรูปจากสมุนไพรและขายน้ำ
หมักชีวภาพ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมแปรรูปสมุนไพรเพื่อให้สมาชิกภายในครอบครัวเดียวกันได้มีเวลาทำกิจกรรม
ร่วมกัน และเพื่อให้สมาชิกภายในชุมชนนั้นได้มีการสร้างสัมพันธภาพและมีปฏิสัมพันธ์กันเพื่อให้สมาชิกภายในชุมชนได้
สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าจุดอ่อนของสมาชิกชุมชนหมู่บ้านในสวนที่นักศึกษาได้ค้นพบ ก็คือ สมาชิกภายใน
หมู่บ้านนั้นแม้จะมีความสามัคคีและช่วยเหลือพัฒนาชุมชนด้วยกันแต่สมาชิกภายในชุมชนก็ไม่ได้มีความสนิทสนมซึ่ง
กันและกันมากนัก รวมทั้งจะต้องมีการเชิญชวนและประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงเนื่องจากว่าการประชาสัมพันธ์และส่งต่อ
เพียงในไลน์หรือการประชาสัมพันธ์จากลำโพงของชุมชนนั้นอาจไม่ทั่วถึง เนื่องจากว่าทางชุมชนหมู่บ้านในสวนได้มีการ
ขยายชุมชนใหญ่ขึ้นทำให้เสียงที่ประกาศดังไปไม่ถึง และสมาชิกทุกคนภายในชุมชนไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ ดังนั้นจะต้อง
มีการติดประกาศและเชิญชวนไว้ตรงบริเวณทางเข้า-ออกของชุมชน เนื่องจากว่าทางเข้า-ออกนั้นมีเพียงทางเดียว
ดงั น้ันสมาชกิ ทกุ คนจะต้องเห็นอยา่ งแน่นอน

745

นอกจากนี้นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนจะต้องมีการประสานงานและช่วยหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับทางองค์กร
ส่วนท้องถิ่น เทศบาล โรงพยาบาล ร้านนวด ผู้นำชุมชนอื่น ๆ หรือร้านค้าอื่น ๆ เพื่อติดต่อและวางแผนให้สมาชิก
สามารถนำสินค้าหรือสมุนไพรที่ทางชุมชนได้ปลูกและแปรรูปไปวางขายตามร้านค้าและขายให้แก่ทางแผนกแพทย์แผน
ไทยในโรงพยาบาลต่าง ๆ หรอื ร้านนวดได้

แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอาจจะทำให้การดำเนินการนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างช้า
แต่ถึงอย่างไรก็ตามนักศึกษาเชื่อว่าสมาชิกชุมชนหมู่บ้านในสวนนั้นสามารถทำได้เนื่องจากว่าจากการลงพื้นที่นักศึกษา
พบว่ายังมีสมาชิกของกลุ่มหรือสมาชิกบางคนภายในชุมชนยังมีการไป ณ ที่ทำการชุมชนและมีความกระตือรือร้นที่จะ
พัฒนาชุมชนใหเ้ ติบโตตอ่ ไป


Click to View FlipBook Version