The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2021-11-28 11:15:00

การออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชุมชน: การประยุกต์ใช้เครื่องมือ การศึกษาชุมชน

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

346

การออกแบบชุมชนคลองลดั มะยม
นางสาว เบญจรัตน์ นาดี 6205680355
ชุมชนคลองลัดมะยม หรือตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองกันมาอย่างยาวนานโดย
พื้นที่ของคลองลัดมะยมทางด้านทิศเหนือจะติดกับคลองบางระมาด ด้านทางใต้ติดกับคลองบางพรม ที่มีชื่อเรียกว่า
ลัดมะยม เพราะสมัยก่อนมีต้นมะยมจำนวนมาก และเป็นคลองที่เป็นทางลัด จึงเป็นที่มาของ คลองลัดมะยม ก่อนที่จะ
เกิดขึ้นมาเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงเช่นในปัจจุบัน ในสมัยก่อนริมคลองบริเวณนี้กำลังจะเสื่อมสภาพลง จากขยะที่ลอย
อยู่ในคลองจำนวนมาก สิ่งแวดล้อมบริเวณชุมชนก็ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งมีขยะที่เป็นมลพิษ น้ำที่ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้เห็นว่า
ริมคลองลดั มะยมกำลงั จะเส่อื มสภาพลงอย่างมาก จึงต้องมีการฟน้ื ฟนู าเพอื่ ความยัง่ ยืนของคนในชุมชนในอนาคต
จากการได้ทำการศึกษาชุมชนคลองลัดมะยม ทำให้นำมาซึ่งการใช้เครื่องมือของการศึกษาชุมชน เริ่มจาก
เครื่องมือศึกษาประวัติความเป็นมาของบุคคลสำคัญในชุมชน ผู้ที่ให้ความสนใจ เห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นท่ี
แห่งนี้ คือ "ลุงชวน ชูจันทร์" ประธานประชาคมตลาดคลองลัดมะยม ลุงชวน ได้เรียนจบจากคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคนในพื้นที่ชุมชนแห่งนี้มาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ ลุงชวนได้เล่าว่า เมื่อสมัยก่อนชุมชนคลอง
ลัดมะยมยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทำไร่ทำนา มีการพัฒนามาสู่การปลูกพืชผัดสวนครัวร่วมด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่
เกษตรกรรมที่สมบูรณ์อย่างมาก น้ำในคลองก็ใสสะอาด การอยู่อาศัยในชุมชนค่อนข้างดีมีที่ทำมาหากิน มีพื้นที่ทำ
เกษตร สภาพแวดล้อมก็สวยงาม แต่เมื่อในปี 2535 เป็นยุคของฟองสบู่ เศรษฐกิจมีความย่ำแย่ ชาวสวน และชาวนามี
การขายที่ทำมาหากินให้ผู้อื่น พื้นที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากไร่นา เป็นหมู่บ้านจัดสรร วิถีชีวิตของคนในพื้นที่
เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้มีการทำการเกษตรเช่นเดิม รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ขยะที่ทำลาย
ทรัพยากรทางน้ำที่มากขึ้น ตอนนั้นลุงชวนยังทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอยู่ เห็นว่าพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่เริ่มเป็นการ
เปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีมากนัก จึงลาออกจากงานประจำมาลงมือ ฝึกฝนตนเองในเรื่องของการทำสวน เผื่ออยากที่จะ
พัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้แก่คนในชุมชน โดยได้เริ่มจากการเก็บขยะริมคลอง ชวนเด็ก ๆ และคนใน
พื้นที่มาพายเรือเก็บขยะ แจกเอกสารรณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรทางน้ำ ในช่วงแรกชาวบ้านยังไม่
เข้าใจว่าลุงชวนทำไปเพื่ออะไร หรือมันจะดีขึ้นได้อย่างไร ทำให้เป็นอุปสรรคของการเปลี่ยนแปลงน้ี เมื่อลุงชวนได้เริ่มทำ
สวนของตนเอง ที่มีชื่อว่า สวนเจียมตน ชาวบ้านจึงเริ่มมองเห็น และเรียนรู้การพัฒนาจากต้นแบบ ทำให้เข้าใจสิ่งที่ลุง
ชวนทำมากขึ้น จึงเริ่มมีการฟื้นฟูภายในชุมชน เริ่มหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน มีทั้งผัก ผลไม้ สมุนไพรต่าง ๆ เม่ือ
ชาวบ้านเริ่มมีการทำการเกษตรมากขึ้น แต่ตอนนั้นยังไม่มีแหล่งที่จะขายเพื่อหารายได้ในชุมชน ลุงชวนจึงได้ใช้พื้นที่
ของตนเอง เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ให้เป็นแหล่งกระจายสินค้า เป็นตลาดเพื่อขายของใช้ทำมาหากินภายในชุมชน จนมีการ
พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ มีการปรับเปลี่ยน แม้เจออุปสรรคอย่างมากมายก็แก้ปัญหาจนมาเป็นตลาดน้ำคลองลัดมะยมที่มี
ชื่อเสียงในปัจจุบัน และได้รับรางวัลชุมชนท่องเที่ยวดีเด่น จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วย ลุงชวนจึงเป็นบุคคล
ที่มีความสำคัญอย่างมาก รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งภายในชุมชน จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งพื้นท่ี ทาง
เกษตรกรรมที่ดี พื้นท่ีท่องเที่ยว พื้นที่แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน จากการศึกษาทำให้เห็น
จุดเริ่มต้นของชุมชนคลองลัดมะยมที่มาเป็นตลาดน้ำคลองลัดมะยม จากบบุคลที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง ทำให้รู้
ทม่ี าของการเกิดตลาดนำ้ แห่งนี้จากผู้คนท่เี ป็นผชู้ ว่ ยกนั สร้าง และเข้าใจวิถีความเป็นอยขู่ องคนในชุมชนมากขน้ึ

347

ลงุ ชวน ชจู ันทร์ ประธานประชาคมตลาดคลองลดั มะยม
เครอื่ งมอื ศึกษาชมุ ชน : ประวัตคิ วามเปน็ มาและประวตั บุคคลสำคญั
ศึกษาชุมชนคลองลัดมะยมทางเศรษฐกิจ และสังคม โดยใช้เครื่องมือ แผนที่เดินดิน จากการได้ลงพื้นที่ศึกษา
วิถีชีวิตของคนในชุมชน ทำให้เห็นว่าพื้นที่ภายในชุมชนเป็นพื้นที่ติดกับคลองลัดมะยม โดยทิศเหนือติดกับคลองบาง
ระมาด ทิศใต้ติดกับคลองบางพรม เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากเพราะติดกับริมแม่น้ำลำคลอง หากมีการ
จัดการทรพยากรทางน้ำที่ดี วิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นการใช้แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง มีการวางรากฐานการ
ทำเกษตรให้เกิดความมั่นคง เพื่อทำให้ผลตอบแทนนั้นประสบความสำเร็จที่ดีก่อนจะเริ่มทำในแนวคิดที่ใช้เศรษฐกิจ
พอเพียง ชุมชนคลองลัดมะยมประสบปัญหาอย่างมาก ทรัพยากรเสื่อมโทรมลง วิถีชีวิตการทำมาหากินทาง
เกษตรกรรมของชาวบ้านลดลง เพราะขายพื้นที่ของตนจากปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องมีผู้น้ำที่เข้มแข็งเพื่อเปลี่ยนแปลง
ภายในชุมชน ผู้นำที่เข้มแข็งไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่นำหน้าสั่งการเพียงเท่านั้น เพราะในชุมชนแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความ
เข้มแข็งของหัวหน้าชุมชนที่สามารถสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นในชุมชนได้ดี ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม และ
เปลี่ยนแปลงภายในชุมชน เห็นตัวอย่างจากการทำสวนเจียมตนของลุงชวน มาฟื้นฟูพื้นที่ของตนเอง ยึดหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงปลูกพืชแบบผสมผสาน สร้างรายได้ภายในพื้นที่ตนเองได้ ทำให้เห็นว่าในมิติของสังคมของชุมชน มี
ความแน่นแฟ้น เชื่อใจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนได้ พึ่งพาตนเองและช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ ให้มีทรัพยากรที่
ดี และย่ังยืนในอนาคต

348

แผนทีเ่ ดนิ ดินชุมชนคลองลดั มะยม

แผนที่เดินดินคลองลัดมะยม ทำให้เห็นภาพของการศึกษามิติทางเศรษฐกิจภายในชุมชนที่มากขึ้น เป็นการ
เปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ของชุมชนคลองลัดมะยมเป็นพื้นที่ที่ติดแม่น้ำลำคลอง มีถนนตัดผ่านขวาง ทำให้
ได้แบ่งพื้นที่เป็นสองฝั่งถนน การสัญจรมาพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ทำได้หลากทางสัญจร ทั้งทางรถ และทางเรือ เพราะมี
ถนนที่วิ่งผ่าน และมีเรือที่ทอดยาวไปหลายพื้นที่ ทำให้คลองลัดมะยมเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกทั้งจากแผน
ที่เดินดินที่แนบมาข้างตน ทำเห็นว่าภายในตลาดน้ำคลองลัดมะยมมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก จากที่ได้ศึกษาในพื้นท่ี เมื่อ
ติดกับแม่น้ำลำคลองวิถีชีวิตของชาวบ้านยังมีการใช้วัฒนธรรมดั้งเดิมในการออกมาค้าขายกันโดยใช้เรือ มีพื้นที่
เกษตรกรรมสวนลุงชวนเพื่อเป็นแหล่งเรียนวิถีชีวิตของชาวบ้านในสมัยก่อนและยังมีพิพิธภัณฑ์ตลาดคลองลัดมะยม
ที่มีชื่อว่าพิพิธภัณฑ์บ้านหัตถกรรม เป็นแหล่งที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนในพื้นท่ี ทั้งรูปแบบเรือจำลอง พื้นที่ริมที่อยู่
อาศัยของชุมชน ทำให้พื้นที่ตลาดแห่งนี้มีความสำคัญในมิติของเศรษฐกิจ เมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำที่
เกิดขึ้น ในพื้นท่ีแห่งนี้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ครบวงจรอย่างมาก ทั้งมีอาหาร ขนมไทย ผัก ผลไม้ ของต่าง ๆ นำมาขาย
สร้างรายได้ภายในชุมชน โดยของส่วนใหญ่ที่นำมาขายก็มาจากการที่คนในชุมชนใช้วิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งด้านการ
เกษตรกรรม วัฒนธรรมการทำขนมไทย อีกทั้งมีแหล่งการเรียนรู้คือ สวนเจียมตน ที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้าน
เกษตรกรรม การใช้ชีวิตแบบพอเพียง อีกทั้งมีแหล่งพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอมุมมองสะท้อนวิถีซาวบ้านในอดีตจนมาถึง
ปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เมื่อมองในมุมมองทางกายภาพ จากแผนที่เดินดินที่ได้ศึกษาเพิ่มเติม ทำให้เห็นว่าสภาพแวดล้อม
การวางรากฐานของพื้นท่ี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและผสมผสานอย่างครบวงจร ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนใน
ชุมชน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดัง นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยต่างสนใจ ทำให้เราเข้าใจถึงวิถีชีวิต
ความเป็นมาของชุมชน และการตอ่ ยอดพื้นท่ีจากการทศ่ี ึกษามุมมองของพนื้ ท่ชี มุ ชนแห่งน้ี ในมิติท่ีมคี วามสมั พันธม์ าก
ขึ้นกับการที่ชุมชนใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชน มาสู่การวางรากฐานอาชีพที่มั่นคง ควยคู่กับการกระจายความรู้ในเรื่อง
เกษตรกรรมใหแ้ ก่คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้

349

คุณชวน ชจู นั ทร์

(แกนนำชมุ ชน)







เครอื ญาติ คนในชุมชน


แผนผงั โครงสร้างองคก์ รชมุ ชนในระยะแรก
มิติของสังคมในชุมชนที่ก่อให้เกิด ชุมชนตลาดน้ำคลองลัดมะยมขึ้น โดยใช้เครื่องมือแผนผังโครงสร้าง

องค์กรชุมชนในการศึกษา เพื่อให้เข้าใจประวัติความเป็นมาของชุมชนได้มากขึ้น การรวมกลุ่มของชุมชนเริ่มมาจาก

การรวมกลุม่ อยา่ งไมเ่ ป็นทางการ โดยผทู้ ่ีอยากจะมีการเปล่ยี นแปลงใหช้ มุ ชนมสี ภาพแวดลอ้ มทดี่ ี มกี ารใช้เครอื่ งมอื ทำ

มาหากินในพื้นที่ที่ตนมี คือคุณลุงชวน ชูจันทร์ เป็นผู้ที่อยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงชุมชน จึงมองเห็นปัญหาที่เกิดข้ึน

คือ สภาพแวดล้อมของทรัพยากรทางน้ำที่เกิดมลพิษ ขยะเต็มแม่น้ำลำคลอง กิจกรรมทางเกษตรกรรมก็ได้ผลผลิตท่ี

ไม่ดี ผู้คนในชุมชนเริ่มไม่ได้ทำการเกษตรเพราะทรัพยากรไม่เอื้ออำนวย เมื่อลุงชวนเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เริ่มต้น

เก็บขยะ มีการกระจายข่าวสารให้แก่คนในชุมชนได้ดูแลรักษาแม่น้ำ และมีการทำเกษตรกรรมผสมผสาน เป็นต้นแบบ

การปลูกพืชผักแบบผสมผสานให้แก่ชุมชน สิ่งที่ลุงชวนได้ทำมาและรณรงค์ให้ชาวบ้านได้ออกมาฟื้นฟูพื้นที่อาศัยของ

ตนเอง จากนั้นเมื่อชาวบ้านเข้าใจในสิ่งที่ลุงชวนทำมากขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนฟื้นฟู ช่วยเหลือกัน นำไปสู่การบอกต่อแก่

เครือญาติ และคนกลุ่มนอกมากขึ้น การร่วมกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ แต่แกนนำผู้เริ่มต้นมีความเข็มแข็ง และมั่นคง

ทำให้สามารถสร้างความสัมพันธ์ต่อคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดผลสำเร็จได้มาเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงใน

ปัจจุบัน เพราะแกนนำและคนในชุมชนพึ่งพาอาศัยกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และช่วยกระจายข่าวสาร สิ่งที่เกิดข้ึน

เป็นโครงสร้างที่ช่วยอธิบายการเกิดของชุมชนตลาดน้ำคลองลัดมะยม และเข้าใจวิธีการรวมกลุ่มมากขึ้นจากการใช้

การสรา้ งความสมั พันธ์ของบคุ คล จนมาส่คู วามสมั พนั ธข์ องกลุ่มทมี่ ากขึ้น

แนวคิดทฤษฎี ที่นำมาประกอบความเข้าใจของพื้นที่ชุมชนคลองลัดมะยม คือทฤษฎีการรวมกลุ่มทฤษฎีการ

รวมกลุ่ม คือการรวมคนมากกว่า 2 คน ขึ้นไปให้อยู่ร่วมกัน ทฤษฎีการรวมกลุ่มมีแนวคิดว่า การมีคนมากกว่าคนเดียว

จะช่วยให้พัฒนา และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ โดยการรวมกลุ่มจะต้องมีวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกลุ่มที่ชัดเจน

การร่วมมือร่วมใจจะช่วยให้งานต่าง ๆ หรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้สามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งแนวคิดนี้ได้เสนอว่า

การร่วมกลุ่มเป็นสิ่งที่สำคัญของการพัฒนาในชุมชนอย่างมาก สร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชน และการพัฒนาใน

ชุมชนได้ ซึ่งการร่วมกลุ่มที่มีเป้าหมายในการพัฒนาชุมชน ก็จะดำเนินงานเพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ร่วมกัน

ทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อพัฒนาทั้งพื้นท่ี หรืออาชีพสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน รวมถึงพัฒนาคนในชุมชนในทักษะด้าน

ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการร่วมกันในชุมชนเช่น มีการก่อตั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มโรงเรียนฝึกอาชีพ กลุ่มพัฒนา

สิ่งแวดล้อม เป็นต้น เช่นเดียวกับชุมชนตลาดน้ำคลองลัดมะยมที่มีการร่วมกลุ่มโดยใช้ทฤษฎีหรือแนวคิดการร่วมกลุ่ม

เพราะผีนำในการก่อตั้งตลาดน้ำคลองลัดมะยม มีเป้าหมายเพื่อที่อยากจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม การ

จัดการน้ำที่สะอาด รวมไปถึงการวางรากฐานอาชีพ แหล่งรายได้ ให้แก่คนในชุมชน ได้หันกลับมาทำการเกษตรและมี

พื้นที่ไว้หารายได้ เป็นแหล่งพื้นที่ขายของ จากการที่ผู้นำได้ปฏิบัติทั้งการเก็บขยะ ทำสวนแบบผสมผสาน รณรงค์ให้

เด็กและคนในพื้นที่ออกมาเก็บขยะในแม่น้ำ และฟื้นฟูสวน ไร่นา ให้สามารถสร้างผลผลิตได้ดีขึ้น เมื่อคนทำมีมากกว่า

350

หนึ่งคนเกิดการร่วมแรงร่วมใจกันภายในชุมชน จึงทำให้เกิดการพัฒนา และสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนได้
นอกจากมีทรัพยากรทางน้ำที่ดีขึ้น คนในชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ที่เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ทุกอย่างที่พัฒนา หรือ
เปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธ์กันอย่างละทิ้งไม่ได้ ทำให้การพัฒนานี้เป็นการพัฒนาในทุกด้าน แบบยั่งยืนด้วยความ
ร่วมมือกันจากกลุ่มชนชน และยังมีการใช้แนวคิดการพัฒนาเพื่อพึ่งตนเองของเกษตรกร เป็นการนำมาใช้ในชุมชนใน
ด้านของการประกอบอาชีพ มุ่งส่งเสริมให้คนในชุมชนมีความเข้มแข็งภายในตนเองและกลุ่ม เพื่อพัฒนาในพื้นที่ของ
ตนเองนั้นสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน หาแหล่งองค์ความรู้จากสิ่งรอบตัวที่มีอยู่ ทำให้เกิดรายได้ข้ึน
เหมือนกับการใช้พื้นที่ และทรัพยากรภายในชุมชน รวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของคนในชุมชน นำมาประกอบ
อาชพี ทีต่ นเอง และคนในกล่มุ สามารถชว่ ยเหลอื กันได้ มาเปน็
สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดัง สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้หลายอย่าง ทั้งผลผลิตทางการเกษตร วิถีชีวิตใน
สมัยก่อนสามารถทำเป็นแหล่งการเรียนรู้ได้ สวนเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างผลผลิต
ได้ ทกุ สงิ่ ลว้ นเกดิ จากการพงึ่ พาคนเอง และพึง่ พากันในชมุ ชน ทำให้เกดิ การพัฒนาทีย่ งั่ ยนื

กิจกรรมภายในชุมชน การร่วมกันเก็บขยะเพื่ออนุรักษ์น้ำ ภายใต้โครงการต่าง ๆ ที่แต่ละส่วนมีการร่วมกัน
จัดทำขึ้น เพื่อสร้างความสะอาดให้แก่ทรัพยากรทางน้ำ แต่โครงการที่ได้ทำการศึกษาจะเป็นขโครงการที่จัดขึ้นจาก
กรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จัดร่วมกับตลาดน้ำคลองลัดมะยมในโครงการที่มีชื่อว่า "ลดโลก เลอะ" โดย
โครงการที่เกิดขึ้นเป็นการมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องของทรัพยากรทางน้ำ เพราะทำเห็นว่าแม่น้ำลำคลองมี
ความสำคัญแก่คนในชุมชน และรวมไปถึงคนทุกคนอย่างมาก ตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้มีการจัดกิจกรรมการอนุรักษ์
น้ำมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง เพราะแกนนำที่ขับเคลื่อนชุมชน และคนในชุมชนนั้นมีความเข้าใจ มีพลังในชุมชน
อย่างเข้มแข็ง จึงทำให้กิจกรรมที่เกิดขึ้นประสบความสำเร็จมาโดยตลอด ซึ่งที่ชุมชนคลองลัดมะยมให้ความสำคัญกับ
แม่น้ำลำคลอง เพราะทรัพยากรทางน้ำมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างมาก ทั้งคนในชุมชนยังมีการ
สัญจร ใช้เรือในการเดินทาง ใช้น้ำเพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรและอีกทั้งตาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นพื้นที่ ของ
แหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว หากแม่น้ำลำคลองสกปรก มีขยะลอย ส่งกลิ่นเหม็น ก็จะทำให้พื้นที่นี้ไม่น่าที่จะมา
ท่องเที่ยว รายได้ของคนในชุมชนก็จะไม่มี พืชผลทางการเกษตรจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร สร้างความเดือดร้อน
ให้แก่คนในชุมชน และคนโดยรอบ ตลาดน้ำคลองลัดมะยมจึงเห็นความสำคัญของทรัพยากรทางน้ำอย่างมาก จึง
ดำเนินการภายใต้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง สร้างโครงการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับทรัพยากรทาง
ธรรมชาติ อย่างแหล่งน้ำ เพื่อให้นักได้มาพื้นที่แห่งน้ี และได้รับสิ่งต่าง ๆ อย่างครบด้าน ทั้งได้พื้นที่ท่องเที่ยว ของกิน
ของใช้ แหล่งความรู้ด้านวิถีชีวิตในอดีต แหล่งเรียนรู้ทางเกษตรกรรมเศรษฐกิจพอเพียง รวมไปถึงแหล่งความรู้ทาง
ทรัพยากรธรรมชาติในแหล่งน้ำเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้นักท่องเที่ยวเกิดการตระหนักถึงความสำคัญของ
แหล่งน้ำ และธรรมชาติ โดยโครงการที่จัดทำขึ้นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ ทั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อ
บุคคล ทำให้บุคคลตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ และทรัพยากรทางธรรมชาติ เกิดรายได้ของตนเองเพื่อเลี้ยงชีพ
ครอบครัวจากการที่รักษาแม่น้ำ ทำให้สามารถทำการเกษตรและมีแหล่งพื้นที่ค้าขาย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และ
สังคมได้ ในระดับกลุ่ม โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรที่เกิดขึ้น ช่วยสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ทำให้เกิดการร่วม
กลุ่มที่ดี สามารถนำไปสู่การพัฒนาชุมชนในมิติอื่น ๆ ได้ เมื่อโครงการที่จัดทำขึ้นได้ขยายเป็นวงกว้าง ก็จะช่วยพัฒนา
ให้คนในกลุ่ม หรือชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืน สามารถใช้พื้นท่ี และทรัพยากรในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระดับนโยบาย
โครงการที่เกิดขึ้นเพียงส่งผลประโยชน์แค่ในชุมชนเพียงเท่านั้น เป็นการรณรงค์ทางอ้อมให้มีตัวอย่างของชุมชนที่มุ่ง
ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ เป็นการสร้างการตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรทางธรรมชาติ การหา
รายได้ที่ดีต้องเป็นรายได้ที่ยั่งยืน มนุษย์ของเราต้องมีการพึ่งพาธรรมชาติตลอดเวลา หากเราใช้อย่างไม่ตระหนักถึง

351

และใช้อย่างไม่เป็นผล วันนึงก็จะหมดลงไป ทางนโยบายของภาครัฐจึงสามารถนำโครงการเล็ก ๆ ที่มี ไปต่อยอดให้
เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางได้ สร้างความเข้าใจ และสร้างกิจกรรมโดยใช้นโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ธรรมชาติ และประชาชน
ดำเนนิ ชีวติ รว่ มกันได้อยา่ งยั่งยืน




















บทบาทของนกั สงั คมสงเคราะหก์ ับการปฏิบตั งิ านเพ่อื สรา้ งการเปล่ยี นแปลง นักสงั คมสงเคราะหต์ ้องมีการ
ลงพื้นที่เพื่อเข้าใจผู้คนในชุมชน เข้าใจความต้องการของคนในชุมชน เพื่อที่จะช่วยเหลือ และสร้างความเปลี่ยนแปลงใน
ชุมชนได้ ซึ่งในชุมชนแห่นี้เมื่อมีการลงพื้นที่จะเห็นว่าคนในชุมชน กลุ่มคนมีความสัมพันธ์ที่ดี ผู้นำของชุมชนมีความ
เข้มแข็ง เชื่อใจกันในชุมชน จึงทำให้มีพลังที่จะสามารถขับเคลื่อนได้ ซึ่งในชุมชนนี้มีเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน อยากที่
จะทำให้พื้นที่ของตนเองสามารถท่ี จะประกอบอาชีพได้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรทางน้ำที่ดีเพื่อเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวที่สวยงาม อีกทั้งใช้ประโยชน์จากน้ำได้ในด้านต่าง ๆ สิ่งที่เป็นปัญหาภายในชุมชน คือการที่ชุมชนไม่มีแหล่ง
ทุนในการที่จะเป็นกลไกการพัฒนาได้ ถึงแม้ว่าผู้คนจะมีความร่วมแรงร่วมใจกัน มีทรัพยากรทางน้ำที่ดีขึ้นได้ แต่
เงินทุนก็เป็นอีกสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก การร่วมกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงนี้มาจากแกนนำชุมชนที่มีการใช้พื้นที่ของ
ตนเอง และเงินของตนเองเบื้องต้นมาดูแล แต่ยังเคยเกิดปัญหาเมื่อตลาดมีชื่อเสียงขึ้น การจัดการบางส่วนของตลาด
ยังคงต้องใช้เงินทุน ทำให้ตลาดเสื่อมโทรมลงในช่วงขณะเป็นเพราะไม่มีกำลังทรัพย์ที่มากพอ ซึ่งปัญหาที่เกิดข้ึน
สามารถจัดการได้หากมีการช่วยเหลือมองหาทรัพยากรทดแทนเพื่อช่วยเหลือร่วมกันได้ อีกทั้งนักสังคมสงเคราะห์เป็น
ส่วนช่วยในการจัดหาทุนจากแหล่งการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมไปถึงหาแหล่งเรียนรู้การศึกษาประกอบอาชีพอื่น ๆ
นอกเหนือจากกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้มาต่อยอดได้ เช่น จัดหาศูนย์เย็บปักถักร้อยให้แก่
คนในชุมชน ได้เรียนรู้ฝึกฝน สามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพในตลาดน้ำได้นอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรเป็นต้น
สร้างอาชีพที่หลากหลายให้แก่คนในชุมชน นอกเหนือจากทุนทรัพย์ ก็คือองค์ความรู้ใหม่ดังกล่าวได้ เพื่อสามารถ
ประกอบอาชพี ได้หลากหลาย และยง่ั ยนื มากข้ึน

352

ข้อเสนอแนะ
การลงพื้นที่ในสถานการณ์โรคระบาดโคโรน่าไวรัส เป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถศึกษาชุมชนในเชิงลึก และ

รายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างต้องเฝ้าระวัง ทำให้ไม่สามารถคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ
ได้อย่างทันที รวมไปถึงกิจกรรมที่น่าสนใจในชุมชนในหลายด้าน มาสามรถที่จะเข้าไปสัมผัสได้โดยตรง ความเข้าใจคน
ในชุมชนอาจจะยังไม่เกิดผลเทา่ ทค่ี วร

เอกสารอ้างอิง
ศนู ยค์ ุณธรรม องคก์ ารมหาชน. (2564). ชุมชนคลองลัดมะยม พืน้ วิถชี มุ ชนด้วยเศรษฐกจิ พอเพียง.กรงุ เทพ : ศูนย์

คณุ ธรรม
เบญจรตั น์ บญุ ม.ี (2562). วิถชี ีวิตริมนำ้ ของประชาชนตลาดนำ้ คลองลดั มะยมเพ่ือการท่องเที่ยวอย่างยง่ั ยืน เขตตล่ิง

ชัน กรุงเทพมหานคร ใน การประชมุ วิชาการนาเสนอผลงานวจิ ยั ระดบั ชาติของนกั ศึกษาด้าน
มนุษยศ์ าสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์. (หนา้ 1636-1641). กรุงเทพ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทาMGR ONLINE

(ออนไลน์). 2561. ททท.จบั มือชุมชนตลาดนำ้ คลองลัดมะยม ดเี ดยเ์ ปดิ โครงการ"ลด
โลก เลอะ"พร้อมกนั ทั่วประเทศ. สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 18 พฤศจิกายน 2564. จาก

https://mgronline.com/uptodate/detail/9610000119746

353

“ชุมชนบา้ นบางแมห่ ม้าย”
ปา”รีณา บัวบาน

354

คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สค.311 หลักและวิธีการสังคมสงเคราะห์ 3 จัดขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับ
ชุมชนด้วยตนเอง โดยใช้เครื่องมือ ทักษะ เทคนิค และวิธีการทางสังคมสงเคราะห์ ในการลงสำรวจพื้นที่ในชุมชน
เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล และสามารถนำมาศึกษาในการปฏิบัติงานในการพัฒนาชุมชนได้ ซึ่งผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
รายงานฉบับนี้จะมีประโยชน์และให้ความรู้แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำต้องขออภัยมา
ณ ทน่ี ี้

นางสาวปารีณา บัวบาน
ผู้จดั ทำ

355

ประวตั ิของชมุ ชนบา้ นบางแมห่ มา้ ย
บ้านบางแม่หม้าย เป็นหมู่บ้านเก่าแก่มาแต่โบราณมีอายุประมาณ 300 ปี สมัยก่อนบริเวณนี้เป็นชุมชนใหญ่

และมีความเจริญรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรม ประเพณีมาเก่าแก่ดั้งเดิมเพราะมีวัดร้างอยู่ในปัจจุบันถึง 7วัด มีชุมชนท่ี
เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี มีกลุ่มบ้านเรือนไทยโบราณกว่า 100 หลัง ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ มีแม่น้ำท่าจีนและคลองบาง
แม่หม้ายไหลผ่าน โดยชื่อบางแม่หม้ายมีประวัติที่เล่าต่อกันมา คือ บ้านบางแม่หม้ายในทางประวัติศาสตร์มีอายุไม่ต่ำ
กว่า 300 ปี พบว่าสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น พม่าได้กวาดต้อนคนไทยไปเป็นเชลยศึก ในระหว่างทางได้ผ่านหมู่บ้านแห่งนี้
ผู้ชายในหมู่บ้านได้พร้อมใจขัดขวางต่อสู้กับพม่า จนผู้ชายถูกฆ่าหมดทั้งหมู่บ้าน ส่วนผู้หญิงที่เป็นภรรยาพร้อมใจบวชชี
เพื่ออุทิศให้กับคนที่เสียชีวิต ซึ่งเป็นสามีของแต่ละท่าน จึงเป็นที่มาของหมู่บ้านแห่งน้ี และอีกเรื่องราวคือ มีตำนานเล่า
ว่า มีพี่น้องสองสาวผู้มีรูปลักษณ์สวยงาม เมื่อถึงเวลาออกเรือน มีผู้ชายต่างหมู่บ้านส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ เมื่อถึงเวลาจัด
งานแต่งงาน ขบวนของเจ้าบ่าวพร้อมขบวนขันหมากได้ล่องมาทางเรือ แต่เรือเกิดล่มเนื่องจากพายุฝนกระหน่ำ จึงทำ
ให้เจ้าบ่าวจมน้ำตายไปในที่สุด และทำให้สองสาวตัดสินใจเข้าบวชชีในวัดโคกยายชี และทำให้เรียกขานว่า "บ้านบางแม่
หม้าย" จนถึงทกุ วันน้ี

ทตี่ ้งั อาณาเขต และสภาพภมู ิประเทศ

บ้านบางแม่หม้าย มีที่ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 และ 4 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีโดยอยู่ห่าง

จากอำเภอเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 27 กิโลเมตร มีถนนเส้นทางหมายเลข 3422 ผ่านเป็นเส้นทางสัญจร ซึ่งมีอาณา

เขตพนื้ ที่ ดงั นี้

ทิศเหนอื ตดิ ต่อกบั ตำบลบา้ นแหลม

ทิศใต้ ตดิ ต่อกับตำบลบ้านกุ่ม ตำบลบางพลับ อำเภอสองพ่นี ้อง

ทศิ ตะวันออก ติดตอ่ กบั ตำบลกฤษณา แมน่ ้ำท่าจีน

ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับตำบลวัดโบสถ์

พื้นที่โดยทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวและดินร่วนปนทราย มีแม่น้ำท่าจีน

ไหลผ่าน เหมาะแกก่ ารประกอบอาชีพเกษตรกรรม

สถานท่ีสำคัญในชุมชน
เนื่องจากชุมชนบ้านบางแม่หม้ายเป็นพื้นที่เก่าแก่ สถานที่สำคัญจึงเป็นวัด โดยวัดที่ผู้คนในชุมชนให้ความ

เคารพนั่นก็คือวัดอาน โดยภายในวัดแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์ในการจำพรรษา แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากชาวบ้าน ซึ่ง
เป็นผู้ใจบุญมารับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลวัดและคอยบริการสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มาวัดนี้ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนท้ัง
ใกล้และไกลมากราบไหว้พระที่วัดนี้ตั้งแต่เช้า แม้ว่าจะเป็นวัดร้างไม่มีพระจำพรรษา แต่มีพระพุทธรูปที่ร่ำลือกันว่า
ศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่นี่ นั่นคือ หลวงพ่อจันทรังษี หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่ออาน เป็นพระพุทธรูป
ปางสะดุ้งมาร สร้างจากศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๗ นิ้ว สูง ๕๗ นิ้วซึ่งคาดว่าพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นใน
สมัยอู่ทอง หรือต้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้คนที่เดินทางมาที่วัดอานนี้ส่วนใหญ่จะเข้าไปขอพรและบนบานขอสิ่งที่ต้องการ
ต่าง ๆ โดยเมื่อสำเร็จจะต้องแก้บนด้วยขนมจีนน้ำยา หรือไข่ต้ม โดยทางวัดก็ได้จัดเตรียมถ้วย จาน ชาม และตะกร้า ไว้
ใสข่ นมจีนนำ้ ยาสำหรับแกบ้ นไว้ให้

356

เครื่องมือการศึกษาชุมชน

แผนทเี่ ดินดนิ

























แผนที่เดินดินน้ี นักศึกษาได้จัดทำขึ้นจากการที่ได้ลงไปสำรวจในพื้นที่ โดยจะแสดงให้เห็นถึงพื้นที่โดยรอบของ
ชุมชนบางแม่หม้าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยของคนในชุมชน และเนื่องจากเป็นพื้นที่ชนบทจึงทำให้มีที่อยู่อาศัย
กระจัดกระจายกันออกไป โดยทางซ้ายของแผนท่ี จะเป็นชุมชนบ้านบางแม่หม้ายหมู่ที่ 3 ซึ่งจะอยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน
และทางด้านขวาของแผนที่จะเป็นชุมชนบางแม่หม้ายหมู่ที่ 4 ซึ่งจะมีที่ตั้งสถานที่สำคัญของชุมชนอย่างวัดอาน ตั้งอยู่
ในพน้ื ที่ โดยท้งั สองหมไู ดม้ ีถนนค่นั อยูต่ รงกลาง แตก่ ็ยังคงเป็นชุมซนบางแมห่ ม้ายเหมอื นกนั

357
โครงสรา้ งองค์กร

ชุมชนบางแม่หม้ายตั้งอยู่ในตำบลบางใหญ่ จึงได้รับการบริหารจากนายกองค์กรบริหารส่วนตำบล
ประสานงานผ่านผู้ใหญ่บ้านในการบริหารจัดการ ติดต่อกับหน่วยงาน และส่งต่อมายังประธานหมู่บ้านโฮมสเตย์ในการ
ช่วยดูแลในเรื่องต่าง ( ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยวภายในชุมชน การจัดทำผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของชุมชน โดยมี
รายชื่อดังน้ี









และเนื่องจากชุมชนบางอม่หม้ายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ในการบริหารจัดการ
การท่องเที่ยวโดยชุมชน มีการแบ่งและมอบหมายหน้าท่ี ประกอบด้วย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนเกษตรกร กลุ่ม
อาชีพต่าง ๆ และจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ องค์การ บริหารส่วนตำบลบางใหญ่ ภาคเอกชนโดยมีกลุ่มสมาชิก 8
กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มบ้านเรือนไทยโฮมสเตย์ 2. กลุ่มไม้กวาดใยมะพร้าว 3. กลุ่มขนมหวาน4. กลุ่มหัตถกรรมจักสาน 5.
กลมุ่ รถอแี ต๋น 6. กลุ่มเรอื พายและเรอื ยนต์ 7. กล่มุ เศรษฐกิจพอเพียง และ 8. กลมุ่ นวดแผนโบราณ

358

ปฏิทนิ ชุมชน

ปฏิทินชุมชนนี้ได้รวบรวมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนบางแม่หม้ายภายในหนึ่งปี ซึ่งมีเหตุการณ์

ชีวติ ประจำวันต่าง ๆ ของผูค้ นในชมุ ชน โดยแบ่งออกเปน็ ปฏทิ นิ เศรษฐกิจและปฏิทินวัฒนธรรม



กิจกรรม/เหตุการณ์ เดอื น หมายเหตุ
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

ปฏทิ ินเศรษฐกิจ

ปฏทิ นิ ปลกู ขา้ ว (นาปรัง) เกษตรกรในพื้นที่

ทำสนิ คา้ OTOP กล่มุ ชาวบ้าน

โฮมสเตย์

ทำไมก้ วาดร้อยปี ภมู ปิ ัญญา

ชาวบา้ น

ทำโฮมสเตย์ กล่มุ ชาวบา้ น

โฮมสเตย์

คา้ ขายตลาดประจำหม่บู ้าน

นวดแผนโบราณ กลมุ่ แม่บ้าน

ปฏิทินวัฒนธรรม

เทศกาลสงกรานต์

เทศกาลปีใหม่

ประเพณีทอดกฐิน หลงั จากวนั ออก

พรรษา

งานลอยกระทง วนั ข้ึน 15 ค่ำ

เดือน 12 ตาม

ปฏิทนิ ไทย



แนวคิด ทฤษฎี หลกั การ และกระบวนการปฏิบัตงิ านสงั คมสงเคราะห์ทเี่ กีย่ วข้อง

เนื่องจากชุมชนบางแม่หม้ายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว และจากการศึกษาทำให้

พบว่า ชุมชนแห่งนี้มีการทำงานที่สอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีสร้างภาคีสู่พันธกิจชุมชน โดยชุมชนได้มีการจัดการ

เชื่อมประสานงานต่าง ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการ มีการแบ่งฝ่ายการทำงานที่ชัดเจน และได้

ร่วมกันตัดสินใจในประเด็นที่จะทำให้ชุมชนได้ขับเคลื่อนและพัฒนาจนสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้อย่าง

ยั่งยืนได้ ซึ่งในส่วนนี้เองนักศึกษามีความเห็นว่า หากนำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ามาเสริมสร้างจากสิ่งเดิมที่มีอยู่

จะเป็นสิ่งที่ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากชุมชน บางแม่หม้ายมีการนำทรัพยากรท่ีมีอยู่โดยรอบมา

ใช้ในการทำแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ จึงจำเป็นจะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ไว้ซึ่งทรัพยากรเหล่านั้นด้วย เช่น หากนำ

ทรัพยากรทางธรรมชาติมาใช้ในทางด้านเศรษฐกิจมากเกินไป อาจจะทำให้ทรัพยากรนั้นหมดไปได้เช่นกัน การนำเอา

แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ามาช่วยพัฒนาชุมชนทั้งแนวทางในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของคนในชุมชน

มีการพัฒนาและอนุรักษ์ไม่ทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรทางธรรมชาติ ก็จะสามารถทำให้ชุมชนมีแหล่งท่องเที่ยว

และแหล่งเรียนรู้ท่ียัง่ ยืน สามารถตอบสนองความต้องการของคนรนุ่ ต่อ ๆ ไปได้

359

ในการศึกษาชุมชนในครั้งนี้ นักศึกษาได้มีการหลักการติดต่อสื่อสารโดยใช้ทักษะการสัมภาษณ์และทักษะการ
สังเกต เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลในการศึกษาชุมชน และใช้กระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ในขั้นตอนศึกษาและ
วิเคราะห์ปัญหา โดยศึกษาหาข้อเท็จจริงกับผู้ที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนได้ และได้วางแผนว่าจะใช้เครื่องมือใด
ในการศึกษา และเนื่องจากนักศึกษามีคนรู้จักอยู่ในพื้นท่ี จึงทำให้สามารถติดต่อสื่อสารและได้ข้อมูลโดยได้รับความ
ช่วยเหลอื อย่างดี

ลกั ษณะกิจกรรม

กจิ กรรมขยะมคี า่

เป็นกิจกรรมที่ให้คนในชุมชนได้เก็บขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ นำมารวมกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป
ทำให้เกิดมูลค่า เนื่องจากคนในชุมชนส่วนหนึ่งมีกลุ่มหัตถกรรมจักสานอยู่ก่อนแล้ว การนำขยะมาแปรรูปก็สามารถ
ช่วยให้ขยะเหล่านั้นมีค่า และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้มากขึ้น และยังเป็นการช่วยลดขยะในชุมชนอีกด้วย
โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้คนในชุมชนได้มีกิจกรรมที่สามารถมารวมตัว ร่วมมือร่วมใจกันทำได้ ช่วยให้ลด
ปริมาณขยะให้กับชุมชน ช่วยลดภาวะโลกร้อน และเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชนได้
อยา่ งย่ังยืนอกี ดว้ ย

ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมนี้ จะดำเนินการได้ต้องเริ่มจากการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้กับคนในชุมชนให้เกิด
จิตสำนึกในการรักษาความสะอาดของชุมชน ไปจนถึงการเชิญชวนให้คนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ต่อมา
จึงต้องประสานงานกับกลุ่มหัตถกรรมจักสานว่าสามารถนำขยะมาแปรรูปเป็นสิ่งใดได้บ้าง และจัดให้มีการสอนการ
แปรรปู ขยะให้กับคนท่ัวไปท่สี นใจ ซึ่งกจิ กรรมนีจ้ ะจัดขึ้นในทุกวนั เสาร์ท่ี 2 ของเดอื น

โครงการ ปฏบิ ตั กิ ารท่นี ำเสนอ

โครงการฟน้ื ฟกู ารทอ่ งเท่ียวและสง่ เสริมวฒั นธรรมชุมชนบางแม่หม้ายอย่างยงั่ ยนื
เนื่องจากภายในชุมชนบางแม่หม้ายนั้น มีแหล่งท่องเที่ยว โฮมสเตย์ และสินค้า OTOP มาอย่างยาวนานแล้ว
แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้การท่อง
เที่ยงซบเซาลงไป อีกทั้งชุมซนยังต้องขาดรายได้ในส่วนน้ี เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นท่ี แต่ในปัจจุบัน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มคลี่คลายลง ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ ภายใต้วิถีชีวิตแบบความปกติใหม่ หรือ New Normal
นักศึกษาจึงมีความเห็นว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะดำเนินการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และใช้โอกาส
นใี้ นการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษว์ ฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ใหก้ ลับมาน่าสนใจอีกครง้ั

360

โดยการของบประมาณจากภาครัฐ และการประสานงานระหว่างภาคเอกชนและประชาชน เพื่อรวมตัวช่วยกัน
จัดทำโครงการฟื้นฟูและส่งเสริมวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของชุมชน เช่น การจัดทำกิจกรรมสอนการทำไม้กวาดร้อยปี
ฟรีทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และยังเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวสนใจ กรจัดให้มี
ตลาดนัดชาวบ้าน เพื่อให้กลุ่มคนต่าง ใ ในชุมชนได้นำผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์ของตนเองมาขายให้กับนักท่องเที่ยวอีก
ด้วยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนบางแม่หม้ายได้ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ให้ชุมชนได้กลับมามีรายได้และมีการ
สืบสานภูมิปัญญา วัฒนธรรมความเป็นอยู่ โดยดำเนินการด้วยการประสานงานกับทางภาครัฐ เพื่อจัดงบประมาณและ
อำนวยความสะดวกใหแ้ กภ่ าคเอกชนและประชาชน

บทบาทนกั สงั คมสงเคราะห์กบั การปฏิบัตงิ านเพอ่ื สร้างการเปลีย่ นแปลง

ในพื้นที่ชุมชนบางแม่หม้าย หากนักสังคมสงเคราะห์เข้ามามีบทบาทหน้าที่เพื่อช่วยในการเปลี่ยนแปลงก่อนอ่ืน
จะต้องทำการสำรวจข้อมูล สำรวจปัญหาต่าง ( ของชุมชน โดยการเข้าไปสัมภาษณ์ การสังเกตกับคนในพื้นท่ี และ
สำรวจทรัพยากรต่าง ๆ ของชุมชนว่ามีต้นทุนอะไรบ้าง จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ถึงปัญหาที่พบวิเคราะห์สาเหตุของ
ปัญหาว่าเกิดขึ้นจากอะไร และหาแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในคุ้มค่าที่สุด นอกจากการแก้ไข
ปัญหาแล้ว จากในขั้นตอนของการสำรวจพื้นที่และทรัพยากร นักสังคมสงเคราะห์จำเป็นจะต้องวิเคราะห์ต่อถึงหนทาง
สิ่งที่จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์ หรือแนวทางในการพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ เช่น การนำแนวคิดพัฒนาอย่างยั่งยืน
มาใช้กับแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สามารถสานต่อภูมิปัญญา วัฒนธรรมที่มีมาอย่าง
ยาวนาน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วเช่นนี้ได้ โดยใช้ความรู้ หลักการ แนวคิดของสังคมสงเคราะห์
ในการช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นปัจจุบัน ให้เกิดความคิด ความเข้าใจที่ตรงกันเพื่อให้
ชุมชนแห่งนีไ้ ดด้ ำเนนิ กิจกรรม โครงการและอนุรักษแ์ หล่งท่องเทย่ี วไวไ้ ด้อยา่ งยงั่ ยืน

361

ภาคผนวก

362

“ยา่ นบางลำพู”
ปภาดา กลอนกล”าง

363

การออกแบบปฏิบัตกิ ารสงั คมสงเคราะห์ชมุ ชน
โดย นางสาวปภาดา กลอนกลาง 6205680462

ชมุ ชนยา่ นบางลำพู : ชุมชนวดั ใหม่อมตรส

ประวัตคิ วามเป็นมาของย่านบางลำพู
"บางลำพู" มาจากความร่มรื่นด้วยเงาไม้ลำพูยามกลางวันและระยิบระยับด้วยแสงหิ่งห้อยยามราตรี จึงทำให้

ผ้คู นเรียกขานย่านนวี้ ่า "บางลำพ"ู ย้อนอดตี ไปเมอื่ แรกยา้ ยราชธานจี ากฝง่ั ธนบรุ มี ายงั ฝ่ังบางกอกมกี ารระดมแรงงาน
ชาวเขมรนับหมื่นคนขุดคลองครั้งใหญ่ เพื่อขยายพื้นที่เขตพระนครซึ่งรัชกาลท่ี 1 ได้พระราชทานนามว่า "คลองรอบ
กรุง" ด้วยพระนครที่เต็มไปด้วยคูคลอง ทำให้ผู้คนหลากหลายต่างเข้ามาจับจองที่ทางเพื่อต้ังถิ่นฐานก่อตัวเป็นชุมชน
หนาแน่นมีการค้าขายตามริมคลองเส้นทางน้ำขวักไขว่ไปด้วยเรือนหลากหลายชนิดและมีสินค้าหลากหลาย ส่วน
บริเวณโดยรอบนับตั้งแต่วัดชนะสงครามถึงกำแพงพระนครด้านคลองลำพู มีตลาดเล็กๆอยู่กลางย่าน เรียกว่า ตลาด
ยอด หรือตลาดบางลำพู อีกทั้งยังเป็นชุมชนของข้าราชบริพาร ข้าราชการช่างฝีมือ และคนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้ง
แขกมลายูที่อยู่รอบสุเหร่าวัดตองปุหรือมัสยิดจักพงษ์เป็นหมู่บ้านช่างทอง มอญรามัญที่อยู่รอบวัดชนะสงคราม ชาว
จีนจากโพ้นทะเลที่มาค้าขายก็เข้ามาอาศัยอยู่รายรอบทั่วผ่านบางลำพู และในสมัยรัชกาลท่ี 5 เริ่มมีการทำการค้ากับ
นานาชาติมากขึ้นเกิดถนนและตึกแถวใจกลางพระนคร มีการถมคลองและเปลี่ยนมาตัดถนนให้ยืนยาวออกไปแทน
เปลี่ยนวิถีชีวิตจากริมน้ำและเรือนไม้กลายเป็นริมถนนและตึกแถว ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ทำให้พื้นที่โดยรอบ
ชุมชนในย่านได้รับการปรับปรุงให้เป็นระบบระเบียบ มีการคมนาคม มีรถรางรอบเมืองและด้วยความที่สัญจรไปมา
สะดวกนี้เองทำให้บางลำพูคึกคักไปด้วยผู้คน พร้อม ๆ กับเป็นที่รวบรวมความบันเทิงไว้ทั้งดนตรีไทย ละครร้องแม่บุญ
นาค โรงลิเกหอมหวลโรงหนังบุศยพรรณ เป็นศูนย์รวมมหรสพแหล่งใหญ่ใจกลางพระนคร ซ่ึงในสมัยรัชกาลที่ 7 มี
การบ่งกล่มุ ย่านการค้าไว้อยา่ งชดั เจน ซ่งึ ยา่ นบางลำพูนนั้ ถกู จดั ให้เปน็ ย่านค้าขายของคนไทย

ปัจจุบันย่านบางลำพูประกอบไปด้วยย่านการค้าและแหล่งชุมชนเก่าแก่ 7 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านพานถม ชุน
ชนมัสยิดจักรพงษ์ ชุมชนวัดใหม่อมตรส ชุนชนบวรรังษี ชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม ชุมชนตรอกเขียนนิวาสน์-ตรอกไก่
แจ้ และชมุ ชนสามพระยา

เหตผุ ลในการเลอื กชุมชน
เนื่องจากชุมชนวัดใหม่อมตรสเป็นชุมชนที่นักศึกษานั้นเกิดและเติบโตที่ชุมชนแห่งน้ี อีกทั้งครอบครัวได้อาศัย

อยู่ที่ชุมชนนี้ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณทวดทำให้นักศึกษาสนใจและอยากศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนพื้นถิ่นที่ตนเอง
อยู่ และด้วยความที่ชุมชนวัดใหม่อมตรสนี้ถือเป็นชุมชนในย่านบางลำพูซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาที่
ยาวนานจงึ ทำใหต้ ัวนกั ศกึ ษาสนใจท่ีจะศึกษาชมุ ชนวัดใหม่อมตรส

364

เครือ่ งมอื ที่นำมาใชใ้ นการศึกษาชุมชน
แผนทเี่ ดนิ ดิน



















วธิ กี ารศึกษา
ศึกษาผา่ นการสอบถามพูดคุยกับประธานชมุ ชนวัดใหมอ่ มตรส

ขอ้ มลู ทไี่ ด้
ชุมชนวัดใหม่อมตรสเป็นชุมชนที่มีขนาดกลางมีพื้นที่ของชุมชนมีทั้งหมด30ไร่ มีบ้านพักอาศัยอยู่จำนวน370

หลังคาเรือน และมีประชากรในพื้นที่ทั้งหมด 800-900คนรวมประชากรแฝงแต่ในปัจจุบันจำนวนประชากรลดลง
เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้ประชากรแฝงที่เคยพักอาศัยอยู่ในชุมชนได้ย้ายออกไป อาณาเขตโดยรอบของชุมชน
นั้น ทิศเหนือติดกับถนนวิสุทธิกษัตริย์ ทิศใต้ติดกับซอยสามเสน 6 ทิศตะวันออกติดกับซอยวรพงศ์ ทิศตะวันตกติดกับ
ถนนสามเสน และมีสถานที่สำคัญต่างๆในบริเวณใกล้เคียงและรอบๆชุมชนได้แก่ วัดอินทรวิหาร วัดเอี่ยมวรนุช วัดสาม
พระยา วัดตรีทศเทพ วัดสังเวช วัดบวรนิเวศวิหาร สำนักเขตพระนคร ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดบางลำพู ถนน
ข้าวสาร ฯลฯ ชุมชนวัดใหม่อมตรสนั้นมีวัดใหม่อมตรสเป็นศูนย์กลางของชุมชนมีการใช้พื้นที่ลานวัดเป็นพื้นที่สำหรับจัด
กิจกรรมต่างๆให้กับคนในชุมชน มีโรงเรียนวัดใหม่อมตรสเป็นสถานศึกษาสำหรับเด็กในชุมชนและเด็กในละแวก
ใกล้เคียง และมีศูนย์ให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของความเจ็บป่วยเบื้องต้นอย่างศูนย์จ่ายยาเบื้องต้นของชุมชนโดย
จะมีอาสาสมัครสาธารณสุข(อ.ส.ส.)คอยประจำอยู่ที่ศูนย์ นอกจากนี้ยังมีที่ทำการชุมชนซึ่งเป็นบ้านของประธานชุมชน
คนปัจจุบัน คนในชุมชนสามารถเข้าไปพูดคุยหรือร้องเรียนปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชนได้ หรือสามารถเข้าไปรับยา
สามัญประจำบ้านเบื้องต้นได้เหมือนกันกับศูนย์จ่ายยาเบื้องต้นของชุมชนเพื่อความสะดวกในกรณีที่ประชาชนในชุมชน
ไมส่ ะดวกไปทีศ่ นู ยจ์ ่ายยาเบื้องตน้ ของชมุ ชน

365

โครงสร้างองคก์ รชุมชนและระบบการทำงารของชุมชน

(รายชือ่ คณะกรรมการชมุ ชนชุดปัจจบุ ัน) (ใบปลวิ เสียงเลือกต้งั คณะกรรมการชมุ ชน)



วธิ กี ารศึกษา

ศกึ ษาผ่านการสอบถามพูดคยุ กับประธานชมุ ชนวัดใหม่อมตรส

ข้อมลู ทีไ่ ด้
คณะกรรมการชุมชนมีด้วยกันทั้งหมด 1 1คน โดยจะคัดเลือกมาจากการเลือกตั้งภายในชุมชนการจัดการ

เลือกตั้งนี้ทางหน่วยงานเขตพื้นที่จะเป็นผู้มาดูแลการจัดการเลือกตั้ง คณะกรรมการชุมชนมีวาระการทำงานเป็นเวลา
4ปี เมื่อก่อนจะมีวาระทำงาน2 ปีแต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดในปัจจุบันทำให้มีการปรับเปลี่ยนวาระการทำงานเป็น4ปี
เมื่อทำการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนเรียบร้อยแล้วจะมีการประชุมกันภายในเพื่อทำการโหวตประธานชุมชนในการ
เลือกประธานชุมชนนั้น คณะกรรมการจะทำการเลือกกันเองโดยจะมีทางเขตเป็นผู้ดูแลการโหวตเลือก หลังจากท่ี
คณะกรรมการชุมชนได้ทำการเลือกประธานชุมชนเรียบร้อยแล้ว ทางตัวประธานชุมชนเองจะทำการพิจารณาและเลือก
สมาชิกคนอื่นๆเพื่อดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่งจะประกอบด้วย รองประธาน เลขา เหรัญญิก ปฏิคม
ประชาสัมพันธ์ ทะเบียน ในการทำงานนั้นหน้าที่หลักที่สำคัญคือการดูแลผลประโยชน์ต่างๆของประชาชนในพื้นท่ี
สวัสดิการต่างๆที่ควรได้รับจากภาครัฐจัดกิจกรรมภายในชุมชน ดูแลจัดสรรพื้นที่ต่างๆในชุมชน นอกจากจะมี
คณะกรรมการชุมชนแล้วทางชุมชนยังมีเครือข่ายต่างๆ ได้แก่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร. อาสาสมัคร
ตำรวจบ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข(อ.ส.ส) อาสาสมัครพัฒนาสังคมช่วยเหลือคนพิการ(อพมก.) อาสาสมัครคุ้มครอง
ผู้บริโภค(สคบ.) ชมรมผู้สูงอายุวัดใหม่อมตรส ชมรมแอโรบิควัดใหม่อมตรส ชมรมพลังแผ่นดินท้องถิ่นที่สามัคคีเขต
พระนครกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งเครือข่ายทั้งหมดนี้ถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางสังคมที่สำคัญในชุมชน มีการ
ทำงานรว่ มกันกับทางชมุ ชนคอยประสานงานจัดกจิ กรรมตา่ งๆใหก้ บั คนในชมุ ชน

366

ปฏทิ ินชมุ ชนและกจิ กรรมชมุ ชน

กิจกรรม เดอื น
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย พ.ค. ม.ิ ย ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

1. ทำบญุ ตักบาตรวันขึ้นปใี หม่

2. กจิ กรรมวนั เด็ก

3. วันมาฆบชู า

4. วันสงกรานต์: ทำบุญสรงน้ำพระ รดน้ำ

ดำหัวผู้ใหญ่

5. วันวิสาขบูชา

6. วันอัฎฐมบี ชู า

7. วันอาสาฬหบูชา

8. วนั เข้าพรรษา

9. วนั ออกพรรษา

10. ทอดกฐนิ

11. วนั ลอยกระทง

12. วันสิ้นปี

วิธกี ารศกึ ษา
ศกึ ษาผ่านการสอบถามพดู คยุ กบั ประธานชุมชนวดั ใหม่อมตรส

ขอ้ มูลทไี่ ด้
เนื่องจากชุมชนวัดใหม่อมตรสนั้นเป็นชุมชนที่มีวัดเป็นศูนย์กลางดังนั้นปฏิทินชุมชนหรือแผนงานกิจกรรมใน

ชุมชนส่วนใหญ่จะอิงจากวันสำคัญทางศาสนาหรือตามวันสำคัญเป็นหลักแต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนวันหรือรูปแบบ
กจิ กรรมตามสถานการณท์ ่ีเกิดขึ้นในชว่ งนน้ั ๆ ซึง่ กจิ กรรมในชุมชนจะแบ่งได้ 2รูปแบบใหญๆ่ คือ

1.กิจกรรมทางศาสนาหรือตามเทศกาลวันสำคัญต่างๆ : กิจกรรมรูปแบบนี้จะเป็นกิจกรรมที่ต้องจัดตลอดทุก
ปี ซึ่งวันที่จัดกิจกรรมนั้นส่วนใหญ่จะเป็นวันที่ระบุชัดเจนตามปฏิทินทั่วไป เช่น การบวชบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
เป็นกิจกรรมทางศาสนาที่ให้ครอบครัวคนในชุมชนหรือในระแวกใกล้เคียงได้พาลูกหลานมาบวชณรในช่วงปิดเทอมภาค
ฤดูร้อนเผื่อให้ลูกหลานได้เข้ามาเล่าเรียนศึกษาพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ข้ามปี ตักบาตรเทโว ทอดกฐิน กิจกรรม
วันสงกรานต์ จะมกี ารสรงนำ้ พระ รดน้ำดำหวั ผ้ใู หญใ่ นชุมชน กิจกรรมวันเดก็ เป็นตน้

2.กิจกรรมหรือโครงการที่ทางคณะกรรมการชุมชนได้จัดทำขึ้น : กิจกรรมรูปแบบนี้จะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้จัด
ขึ้นในทุกๆปีแต่อาจจะเป็นกิจกรรมที่มีผลระยะยาว หรือจัดเป็นครั้งคราวเพื่อพัฒนาชุมชน เช่นกิจกรรมสวนผัก ที่มี
การซักชวนเด็กๆในชุมชนมาร่วมกันปลูกผักสวนครัว ณ ที่ทำการชุมชน เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และ
รู้จักแบ่งปันในการนำผักที่ตนเองปลูกนั้นแบ่งให้กับเพื่อนบ้านในชุมชน เป็นต้นประวัติศาสตร์ชุมชนและวัฒนธรรม
ชมุ ชน

367

ประวัตศิ าสตรช์ มุ ชนและวฒั นธรรมชมุ ชน

วิธีการศกึ ษา
ศึกษาผา่ นการเย่ียมชมพิพิธบางลำภูและการสอบถามพดู คยุ กบั ประธานชุมชนวดั ใหม่อมตรส

ข้อมูลที่ได้
ความเป็นมาของชมุ ชน

วัดใหม่อมตรสเป็นวันที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยธนบุรี ไม่มีหลักฐานว่าชุมชนนั้นได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดแต่มีสันนิฐานว่า
น่าจะเป็นช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการขยายเมืองทางฝั่งตะวันออก ในช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเริ่มมา
สร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่กันที่นี่ แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่ก็ได้มีการสืบย้อนไปที่บรรพบุรุษก็ค้นพบว่ามีตระกูลเก่าแก่
ที่อยู่อาศัยในย่านนี้มากกว่า100ปี วิถีชีวิตของชุมชนเก่าแก่ที่ก่อตัวและเติบโตโยอ-ศัยวัดเป็นศูนย์กลาง จึงมีความ
เกี่ยวโยงกับประเพณี ความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คนในชุมชนที่ต่อวัด ดังนั้นผู้คนในชุมชนจึงมีการทำบุญ การเข้าวัด
ฟังธรรม การรวมตัวกันในงานบุญหรืองานประเพณีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนาซึ่งวัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญหรือ
การทำกิจกรรมต่างๆโดยมีวดั เป็นศนู ยก์ ลางยงั คงเป็นสิง่ ที่คนในชุมชนยึดถือและปฏบิ ตั ติ ามกันมาทุกยุคทกุ สมัย

ศลิ ปะวัฒนธรรมของชมุ ชน

ชุมชนวัดใหม่อมตรสมีศิลปะวัฒนธรรมเก่แก่ประจำชุมชนคือ "ศิลปะการแทงหยวก" ถือเป็นหนึ่งในงานช่าง
สิบหมู่ประเภท งานเครื่องสด เป็นศิลปะที่ใช้ในการประดับพิธีงานศพ ศิลปะการแทงหยวกนั้นมีต้นกำเนิดมาจากชาว
มอญที่นำเข้ามาในสยามเมื่อหลายร้อยปีก่อนก่อให้เกิดเป็นศิลปะหัตถกรรมแห่งชุมชน ศิลปะการแทงหยวกนี้ถือเป็น
มรดกอันล้ำค่าของชุมชนวัดใหม่อมตรสเพราะถือเป็นงานฝีมือชั้นสูงที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและความชำนาญเพราะ
การแกะสลักหยวกกล้วยนั้นไม่ได้มีการร่างลวดลายลงไปบนหยวกกล้วย แต่เป็นการแทงกันสดๆจากมุมมองของช่าง
ซึ่งจุดนี้ต้องอาศัยความชำนาญของช่างอย่างมาก อีกทั้งในการแทงหยวกนั้นจะต้องแข่งกับเวลาและมีความรวดเร็วใน
การทำเนือ่ งจากหยวกกลว้ ยนนั้ เป็นของสด หากท้งิ ไว้นานหรอื ทิง้ ไวข้ ้ามคนื ตัวหยวกกลว้ ยก็จะเหีย่ วดำดไู ม่สวยงาม

368

ในปัจจุบันศิลปะการแทงหยวกแทบเลือนหายไปทางสังคมไทย ศิลปะการแทงหยวกนี้จึงหาชมได้ยากมากส่วน
หนึ่งเพราะปัจจุบันผู้คนหันไปใช้ดอกไม้ในการตกแต่งประดับพิธีงานศพมากกว่า ก่อนหน้านี้ในชุมชนวัดใหม่อมตรสมี
ช่างผู้อนุรักษ์งานศิลปะการแทงหยวกชื่อว่าลุงต้อยหรือนายชูชาติ แดงแนวโต ที่ได้สืบทอดศิลปะและความรู้การแทง
หยวกมาจากรุ่นปู่และรุ่นพี่และจากการฝึกฝนจนชำนาญและการแทงหยวกที่สวยงามทำให้ลุงต้อยมีชื่อเสียงอย่างมาก
ในการแทงหยวกและได้รับการจ้างไปแทงหยวกเพื่อประดับตกแต่งพิธีงานศพแต่ในปัจจุบัน ลุงต้อยหรือนายชูชาติ
แดงแนวโต ได้เสียชีวิตแล้ว ทำให้ปัจจุบันทางชุมชนวัดใหม่อมตรสจึงเหลือช่างผู้อนุรักษ์งานศิลปะการแทงหยวกเพียง
คนเดียวซึ่งมีชื่อว่า พี่เกมส์ โดยพี่เกมส์นั้นสืบทอดวัฒนธรรมการแทงหยวกกล้วยและได้รับการถ่ายทอดงานศิลปะการ
แทงหยวกกล้วยนี้จากลุงต้อย ทางชุมชนจึงมีพยายามอย่างมากที่จะคงและรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ของ
ชุมชนนี้เอาไว้ เพื่อคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงานและศิลปะอันล้ำค่าให้ยังคงอยู่เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้เรียนรู้และรักษา
สบื ตอ่ ไป

แนวคิดและทฤษฎีในการวเิ คราะหแ์ ละศึกษาชมุ ชน
แนวคดิ สงั คมวิทยาชมุ ชน

แนวคิดทางสังคมวิทยามองว่าชุมชนมีฐานะเป็นหน่วยทางสังคมทางสังคม (Community as unit ofSocial
Organization) และให้นิยามความหมายว่า "ชุมชน" หมายถึง หน่วยทางสังคมและกายภาพ อันได้แก่ละแวดบ้าน
หมู่บ้าน เมือง มหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย อาณาบริเวณทางภูมิศาสตร์ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและมีความผูกพัน แต่
เนื่องด้วยในแต่ละชุมชนนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปจึงไม่สามารถหาคำจำกัดความที่ตายตัวมาอธิบายลักษณะ
ของชุมชนต่างๆได้ทุกชุมชน ในการศึกษาชุมชนวัดใหม่อมตรสน้ี นำแนวคิดของแนวคิดของ ทิตยา สุวรรชฎ (2527)
มาใช้ในการวิเคราะห์และอธิบายชุมชน คือโดยทั่วไปชุมชนจะต้องมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ 1. ชุมชนในฐานะเป็น
อาณาบริเวณ การพิจารณาชุมชนในข้อนี้มิใช่เฉพาะเป็นบริเวณที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนเท่านั้น ยังต้อง
พิจารณาถึงมิติต่าง ๆ เช่น ในฐานะที่อยู่อาศัยของการใช้พื้นที่ และในฐานะที่เป็นบริเวณของชุมชน 2. ชุมชนในฐานะท่ี
เป็นที่วมประชากร โดยจะเน้นที่ลักษณะของประชากรที่อยู่ในบริเวณชุมชน ในด้านที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลง
ประชากรในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โครงสร้างประชากร เช่น สัดส่วนเพศชาย เพศหญิง อายุประชากร อาชีพ และ
การศึกษา สุขลักษณะ เป็นต้น 3. ชุมชนในฐานะที่เป็นระบบความสัมพันธ์ของสมาชิกที่มีอยู่ในชุมชนและความสัมพันธ์
กับชุมชน โดยพิจารณาถึงระบบความสัมพันธ์ของชุมชนจะประกอบด้วยความสัมพันธ์ย่อย เช่น ความสัมพันธ์ของ
ครอบครัว เครือญาติ มิตรสหาย ระบบความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ ระบบความสมั พันธข์ องวฒั นธรรมทอ้ งถ่นิ เปน็ ตน้

จะเห็นได้ว่าชุมชนวัดใหม่อมตรสนั้นมีพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆของทางชุมชน มีพื้นที่พบปะกันของผู้คน
ในชุมชน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของโรงเรียน วัด และที่ทำการต่างๆ โดยประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนจะเป็นประชากรแฝง
ถึง60% (ข้อมูลก่อนโควิด)และมีแรงงานชาวต่างชาติประเทศต่างๆมาอาศัยอยู่ในชุมชน เช่นเนปาล กัมพูชา ลาว
เวียดนาม เป็นต้น ที่ชุมชนมีประชากรแฝงเยอะเนื่องจากในบริเวณโดยรอบตัวชุมชนนั้นใกล้กับสถานที่ต่างๆมากมาย
และมีการเดินทางที่สะดวกจึงมีการเข้ามาของกลุ่มคนต่างถิ่นเพื่อเข้ามาทำมาหากินจึงทำให้ชุมชนวัดใหม่อมตรสเป็น
หนึ่งในชุมชนที่ผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน เป็นต้น ในชุมชนวัดใหม่อมตรสน้ัน
คนในชุมชนมีความที่เกี่ยวข้องกันในมิติต่างๆ ทั้งความสัมพันธ์ของครอบครัวและเครือญาติเนื่องจากชุมชนวัดใหม่
อมตรสเป็นชุมชนเก่าแก่หลายครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นครอบครัวที่อาศัยอยู่กันมาหลายสิบปี ความสัมพันธ์
ของมิตรสหาย ผู้คนในชุมชนวัดใหม่อมตรสความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยและดูแลซึ่งกันและกัน
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ในชุมชนนั้นมีร้านค้าร้ายขายของหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำ

369

ร้านขายอาหารต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ร้านค้าต่างๆเหล่านี้ก็จะทำการค้าขายกับคนในชุมชนเป็นส่วนใหญ่ และสุดท้ายคือ
ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมชุมชนวัดใหม่อมตรสเป็นชุมชนที่มีวัดเป็นศูนย์กลางจึงทำให้ผู้คนมีการเข้าวัด
ทำบญุ ตักบาตรอยู่เปน็ ประจำ อีกท้ังมกี ารทำกิจกรรมต่างๆและเข้าร่วมกิจกรรมของชมุ ชนในวนั สำคญั

แนวคดิ การทำงานเปน็ ทมี
การทำงานเป็นทีมเป็นประเภทหนึ่งของการทำงานกลุ่ม(Group Work) ทีมหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มี

ความสัมพันธ์กัน และต้องพึ่งพากัน เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย หรือปฏิบัติงานให้เสร็จสมบูรณ์ คนกลุ่มนี้มี
เป้าหมายร่วมกันและยอมรับว่า วิธีเดียวที่จะทำให้งานสำเร็จ คือ การทำงานร่วมกัน ซึ่งในการทำงานร่วมกันนั้นทีมงาน
ทุกคนจะต้องมีความเต็มใจ มีการเตรียมความพร้อม และสนับสนุนซึ่งกันและกันในทีม เพื่อให้งานหรือแผนงานที่ตั้งไว้
บรรลุป้าหมายเดียวกัน อย่างมีประสิทธิภาพ และทีมงานทุกคนต่างมีความพอใจในการทำงานนั้น สำหรับการสร้าง
ทีมงานจะต้องมีความพยายามที่จะทำให้ทีมสามารถเรียนรู้การวินิจฉัยปัญหา เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงความสัมพันธ์
ต่างๆ เพื่อทำให้ทำงานให้ดีขึ้น ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งความสัมพันธ์ต่างๆเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานให้
เสร็จตามเป้าหมาย ดังนั้น การทำงานเป็นทีมที่จะประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องหล่อหลอมทีมงานให้เป็นน้ำหนึ่งใจ
เดียวกัน รู้จักหาวิธีจูงใจที่ให้ทีมงานทุกคนนั้นทำงานด้วยความสมัครใจ เต็มใจ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อบรรลุ
เปา้ หมายท่วี างไว้

จากการศึกษโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานชุมชนของชุมชนวัดใหม่อมตรสนี้ สามารถอธิบายโดย
ใช้แนวคิดการทำงานเป็นทีมได้ดังนี้ ในการเลือกกลุ่มคนหรือบุคคลเข้ามาทำงานนั้นจะทางคณะกรรมการจะใช้การ
สมัครรับเข้ามาจากความสมัครใจของบุคคลนั้นซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบุคคลในชุมชนและในการทำงานน้ัน
คณะกรรมการชุมชนจะมีการประชุมแผนงานในทุกๆเดือนเพื่อเป็นการพูดคุยกับถึงความคืบหน้าของงานที่ทำ ผลที่
ได้รับ หรือการพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนเพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังมีการลงพื้นที่เพ่ือ
ไปพูดคุยและสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีกับคนในชุมชนอยู่บ่อยครั้งเพื่อรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาประชุมเพื่อ
วางแผนหาทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีมที่ว่าจะรักษาผลประโยชน์และสวัสดิการของคนในชุมชน
เป็นสำคัญ

ลักษณะกิจกรรม บริการ โครงการทีเ่ หมาะสม
ชือ่ โครงการ : เรือ่ งวุ่นๆของวยั รนุ่
ผู้รับผดิ ชอบโครงการ : นางสาวปภาดา กลอนกลาง
หลักการและเหตผุ ล

ในปัจจุบันสังคมไทยนั้นมีอัตราการตั้งครรภ์ไม่พร้อมก่อนวัยอันควรสูงและมีแนวโน้มที่จะมีอัตราเพิ่มมากข้ึน
เรื่อย 1 ซึ่งปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาเป็นลูกโซ่
ไปเรื่อย ๆ แม้จะมีการรณรงค์ในเรื่องของการSafe sexจากทางภาครัฐแล้ว แต่ปัญหาก็ไม่ได้หมดไปอีกทั้งยังมี
แนวโน้มเพิ่มขึ้นการที่ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่เกิดจากบรรทัดฐานของสังคมไทยที่ยังคงมีการมองว่าเรื่องทางเพศเป็น
เรื่องที่น่าอาย ไม่เหมาะสมที่จะพูดคุยหรือสอนในเรื่องน้ี หรือมีการสอนแบบครึ่งๆกลางๆ มีการพูดคุยแบบผิวเผินทำให้
ตัววัยรุ่นการขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องเพศที่แท้จริง ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างตันนี้จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำ
ให้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมยังคงเกิดขึ้นอยู่ในสังคมไทย ในการรณรงค์หรือทำความเข้าใจในเรื่องของเพศนั้นต้อง
ใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและทุกสถาบันไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว สถาบันโรงเรียน สถาบันทางสังคมต่างๆ

370

ที่ร่วมมือกันส่งเสริม เรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องของเพศอย่างถูกต้อง ไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอายหรือไม่
ควรพูดหรือมองว่าเป็นการชี้นำให้วัยรุ่นไปทำตาม ซึ่งจากปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็น
แล้วว่าการปิดกั้นหรือสอนแบบผิวเผินไม่พูดเรื่องเพศนั้นทำให้วัยรุ่นไม่ได้รับความรู้เรื่องเพศที่แท้จริง ดังนั้นควรที่จะมี
การสอนและพูดคุยทำความเข้าใจในเรื่องของวัยรุ่น เรื่องเพศอย่างจริงจังและไม่ควรที่จะสอนแค่ตัววัยรุ่นเท่านั้นแต่
ควรที่จะมีการพูดคุยหรือทำความความเข้ากับครอบครัวหรือผู้ใหญ่ด้วย เสริมสร้างทำความเข้าใจในธรรมชาติการ
เจริญเติบโตของวัยเจริญพันธ์หรือวัยรุ่นแก่ตัววัยรุ่นเองและผู้ใหญ่เพื่อให้เข้าใจในสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลง
ต่างๆที่เกิดขึ้นตัวกับวัยรุ่นเพราะในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยเจริญพันธ์นั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและ
ด้านจิตใจอย่างมาก ภาวะด้านอารมณ์ ฮอร์โมน และพัฒนาการต่างๆ เพื่อที่จะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจ
ของวัยรุ่น นอกจากการทำความเข้าใจในธรรมชาติของวัยรุ่นแล้ว ก็ควรที่จะมีการสอนหรือพูดคุยให้รู้ว่าเรื่องเพศไม่ใช่
เรื่องที่ไม่ควรพูดแต่เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยและสอนอย่างจริงจังและเข้าใจเพื่อให้เด็กได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการ
ป้องกันทั้งการป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้นแต่เป็น
เรื่องที่ทุกคนในสังคมควรที่จะต้องรับรู้และทำความเข้าใจเพื่อที่จะเข้าใจวัยรุ่นมากขึ้นเพ่ือที่จะทำให้ปัญหาการตั้งครรภ์
ไม่พร้อมในวัยรุ่นมีอัตราลดน้อยลง ป้องกันและลดปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ของวัยรุ่น นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดแก่
วยั รุ่นและเยาวชนของชาติท่ีจะเตบิ โตเปน็ อนาคตของประเทศชาติต่อไป

ผู้จัดทำโครงการได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้คิดกิจกรรมและดำเนินโครงการ"
เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น " เพื่อเป็นการเสริมสร้างค่านิยมใหม่กับวัยรุ่นและคนในชุมชนในรับรู้และเข้าใจในเรื่องของ
ธรรมชาติของวัยรุ่นและเข้าใจเรื่องเพศ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ผู้จัดทำโครงการมองเห็นว่าในชุมชนนั้นมีเด็กและวัยรุ่น
เป็นจำนวนค่อนข้างเยอะเด็กบางส่วนกำลังที่จะเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ ผู้จัดทำจึงได้คิดและจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา
เพื่อเป็นการส่งเสริมความเข้าใจในเรื่องเพศ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ข้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่
พรอ้ มในวัยรุ่น ใหล้ ดน้อยลงหรือหมดสิน้ ไปในอนาคต

วตั ถุประสงคโ์ ครงการ
1. เพือ่ เสรมิ สร้างให้คนในชุมชนมคี วามรแู้ ละความเข้าใจในเรอื่ งของธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของวยั รนุ่
2. เพอ่ื เสริมสรา้ งให้คนในชมุ ชนมีความรแู้ ละความเขา้ ใจในเรื่องเพศและการปอ้ งกนั ทาง เพศ
3. เพอ่ื ลดอัตราการเกิดปัญหาการตงั้ ครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุน่ ในชมุ ชน
4. เพอ่ื สร้างสมั พนั ธภาพท่ีดีในชมุ ชนระหวา่ งตวั วัยรนุ่ ครอบครวั และผ้ใู หญ่ในชุมชนเป้าหมายโครงการ
1.ใหค้ นในชุมชนมีความรแู้ ละความเขา้ ใจในเรือ่ งของธรรมชาตแิ ละการเปลยี่ นแปลงของวยั รุ่น
2. ให้คนในชุมชนมคี วามรู้และความเขา้ ใจในเรอ่ื งเพศและการป้องกันทางเพศ
3. ลดอตั ราการเกิดปญั หาการตัง้ ครรภ์ไม่พรอ้ มในวัยรุน่ ในชุมชน
4. สรา้ งสัมพนั ธภาพที่ดีในชมุ ชนระหวา่ งตวั วัยร่นุ ครอบครัวและผใู้ หญใ่ นชมุ ชน

กลุ่มเป้าหมาย
เดก็ วัยรนุ่ และคนในชุมชนวัดใหม่อมตรส

371

วิธีการดำเนินงาน/ขน้ั ตอนการดำเนินงาน

ขั้นตอนการดำเนินการ วธิ กี าร ผมู้ สี ว่ นเก่ียวขอ้ ง หมายเหตุ
ลงพนื้ ท่ีเพือ่ สร้างสมั พันธภาพกบั คนในชมุ ชน -นักศกึ ษา
1.ลงพืน้ ทศ่ี ึกษาชมุ ชนศึกษาและ พูดคยุ สอบถามขอ้ มลู ปัญหาในชมุ ชน และ -คณะกรรมการชมุ ชน
เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สภาพความ สอบถามข้อมลู จากคณะกรรมชมุ ชน
เปน็ อยขู่ องคนในชมุ ชนเพอ่ื -นกั ศึกษา
วิเคราะห์ปญั หาและความตอ้ งการ ประชุมวางแผนการจัดกจิ กรรมกับสมาชิก -คณะกรรมการชุมชน
ของชมุ ชน ทีมทำงานเพื่อคิดกิจกรรมท่เี หมาะสมและ -สำนกั งานเขตพระนคร
สอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ท่ีต้งั ไว้ -เครือขา่ ยสาธารณสขุ
2.คิดกจิ กรรมและวางแผน
ออกแบบรายละเอยี ดกิจกรรม
วิเคราะหข์ อ้ มูลและพิจารณา
ขดี จำกดั ของชมุ ชน

3.การดำเนนิ การจัดกิจกรรมและ ดำเนินการจดั กิจกรรมตามแผนทีไ่ ดว้ างไว้ -นักศกึ ษา
ลงมอื ปฏิบัตกิ ารตามแผนท่วี างไว้ -คณะกรรมการชุมชน
ติดตามประเมินผลและสรปุ ผลการดำเนินงาน -สำนกั งานเขตพระนคร
4.การสรุป ตดิ ตามและ กจิ กรรมโดยสมาชกิ ทมี ทำงานและผู้เข้ารว่ ม -เครือข่ายสาธารณสุข
ประเมินผลประเมินผลโครงการว่า กจิ กรรม -ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรม
กจิ กรรมบรรลเุ ป้าหมายมากน้อย
เพยี งใดและทราบถงึ ปญั หาในการ -นักศึกษา
ทำงานอุปสรรคเพื่อที่จะนำไป -คณะกรรมการชมุ ชน
แก้ไขในการจดั กจิ กรรมครัง้ ต่อไป -สำนักงานเขตพระนคร
-เครอื ขา่ ยสาธารณสขุ
-ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรม

5.การคืนขอ้ มูลสชู่ มุ ชน คืนขอ้ มูลส่ชู ุมชน -นกั ศกึ ษา

-คณะกรรมการชุมชน



รายละเอยี ดขนั้ ตอนและรปู แบบการทำกจิ กรรม

ดำเนินรูปแบบการจัดกิจกรรมโดยการใช้รูปของกิจกรรมWalk Rally มีการเข้าฐานกิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง

ความร้แู ละความเขา้ ใจในวัยรุ่นโดยมกี ารจดั การอบรบให้ความรแู้ ก่ผ้คู นในชมุ ชน โดยแบ่งเปน็ ฐานทั้งหมด 5 ฐาน ได้แก่

1.วัยรุ่นวัยว้าวุ่น 2.เรื่องเพศนั้นสำคัญฉะไหน 3.กันไว้ดีกว่าแก้ 4.ตระหนักรู้ 5.ร่างกายของเราสิทธิของเรา ซึ่งแต่ละ

ฐานมีรายละเอียดดงั น้ี

372

ฐานกิจกรรม รายละเอียด ผ้มู ีสว่ นเกี่ยวข้อง หมายเหตุ
มีนาคม
1.วยั รุน่ วัยว้าวนุ่ ให้ความรู้ในเรือ่ งของธรรมชาติของวัยรุ่น การ -นักศกึ ษา
เปลี่ยนแปลงตา่ งๆทเี่ กิดขึน้ กับวัยรุ่น ทง้ั ในด้าน -คณะกรรมการชมุ ชน

ร่างกายและจติ ใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของ -สำนกั งานเขตพระนคร

ระดับฮอร์โมน สภาวะอารมณ์มแี ปรปรวน เปน็ ตน้ -เครือขา่ ยสาธารณสขุ

-ผรู้ ่วมกิจกรรม

2.เรอื่ งเพศนัน้ สำคญั ฉะไหน มกี ารพดู คุยและทำความเข้าใจเรอื่ งเพศวา่ เปน็ เรือ่ ง -นกั ศกึ ษา

ทสี่ ามารถพดู คยุ กนั ได้ ไม่ใชเ่ รื่องน่าอาย เพอ่ื ความ -คณะกรรมการชมุ ชน

เข้าใจท่ีถกู ต้องและป้องกนั ปญั หาต่างๆท่จี ะเกดิ ขนึ้ -สำนักงานเขตพระนคร

-เครือข่ายสาธารณสุข

-ผู้ร่วมกิจกรรม

3.กันไว้ดกี ว่าแก ให้ความรู้ในการปอ้ งกนั โรคเอดสแ์ ละโรคทาง -นักศกึ ษา

เพศสมั พันธต์ า่ งๆ การป้องกันการต้งั ครรภ์ไม่ -คณะกรรมการชมุ ชน

พร้อม รวมถงึ การป้องกันตวั เองในภาวะคบั ขันและ -สำนักงานเขตพระนคร

วิธกี ารปฏิเสธการมเี พศสัมพนั ธ์ -เครือข่ายสาธารณสุข

-ผู้รว่ มกจิ กรรม

4.ตระหนกั รู เรยี นรเู้ ก่ียวกบั สถานการณ์ปญั หา และผลกระทบ -นกั ศึกษา

จากการมีเพศ สมั พนั ธ์ก่อนวัยอนั ควรและการ -คณะกรรมการชมุ ชน

ตัง้ ครรภ์ทไ่ี ม่พร้อมในวยั รุ่น -สำนกั งานเขตพระนคร
-เครอื ขา่ ยสาธารณสุข

-ผรู้ ่วมกิจกรรม

5.ร่างกายของเราสิทธขิ องเรา ให้ความร้เู รือ่ งความเสมอภาคในบุคคลทกุ เพศทกุ -นกั ศึกษา

วัย ใหค้ วามรใู้ นเรอื่ งของสทิ ธใิ นเนอื้ ตวั ร่างกายของ -คณะกรรมการชุมชน

ตนเองและผูอ้ ่ืนรวมถงึ การเคารพสทิ ธขิ องผอู้ ่ืน -สำนกั งานเขตพระนคร

-เครือข่ายสาธารณสขุ



ระยะเวลาดำเนินโครงการ

เดือนธันวาคม ปี 2564 - เดอื นมีนาคม 2565

ระยะเวลาในการดำเนินการ

ขั้นตอนการดำเนนิ งาน ธนั วาคม 2564 - มนี าคม 2565

ธันวาคม มกราคม กมุ ภาพันธ์

1. ลงพืน้ ทศี่ กึ ษาชุมชนและรวบรวมขอ้ มลู ในชมุ ชน

2. คดิ กจิ กรรมและวางแผนออกแบบรายละเอยี ดกจิ กรรม

3. การดำเนนิ การจดั กจิ กรรมและลงมือปฏิบัติ

4. การสรุป ติดตามและประเมนิ ผลโครงการ

5. การคนื ข้อมูลส่ชู ุมชน

373

สถานทด่ี ำเนนิ โครงการ
โรงเรียนวัดใหม่อมตรส เขตพระนคร กรุงเทพฯ

งบประมาณทใ่ี ชใ้ นการดำเนินโครงการ

ลำดบั ที่ หมวด งบประมาณ (บาท)
500.-
1 คา่ วสั ดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม กระดาษ ปากกา ฯลฯ 1,000.-
1,000.-
2 คา่ ส่อื การเรยี นสอน อปุ กรณเ์ ครอ่ื งมือตา่ งๆ 500.-
3,000.-
3 คา่ อาหารวา่ ง

4 อ่นื ๆ

รวมทัง้ ส้นิ

*หมายเหตุ ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกนั ได*้

หน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
- เครอื ขา่ ยอาสาสมคั รสาธารณสุข(อ.ส.ส.)
- สำนักงานเขตพระนคร

การประเมนิ โครงการ
ในการประเมินผลจากการทำโครงการในครั้งนี้ ผู้จัดทำจะ จัดทำแบบประเมินรวมถึงมีการพูดคุยสอบถามกับ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและประชุมร่วมกันกับทีมทำงาน เพื่อร่วมกันประเมินโครงการร่วมกันทั้งความสำเร็จในการจัด
กิจกรรม ผลที่ได้รับ หรือปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอตั้งแต่เริ่มต้นทำโครงการ ระหว่างการทำโครงการ และหลังจาก
การทำโครงการสิ้นสุด ทบทวนกระบวนการต่างๆและการทบทวนการทำงานโดยจะเป็นการหาข้อผิดพลาดเพ่ือสะท้อน
การทำงานและนำมาใช้ในการปรับปรุงการทำงานครั้งต่อไป เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ใช่การกล่าวโทษ
หลงั จากประชมุ พูดคุยและทำแบบประเมินเสรจ็ ส้นิ กจ็ ะ
นำข้อมูลความเห็นมารวบรวมและประเมินผลโครงการว่าโครงการที่จัดนั้นบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้มาก
นอ้ ยเพียงใด โดยเครอื่ งทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ ผลโครงการจะประกอบด้วย

374

1. แบบประเมินโครงการของผเู้ ข้ารว่ มโครงการ

ข้อมลู ทว่ั ไป อายุ __________ ปี

เพศ ชาย หญงิ LGBTQ+

ข้อที่ รายการการประเมนิ ระดับความคิดเห็น
54321

1 สถานทใี่ นการจดั กจิ กรรม

2 การมีสว่ นร่วมในการทำกิจกรรม

3 ได้รับความรู้เรื่องและมีความเขา้ ใจมากข้ึนใน

เร่อื งทีเ่ กยี่ วกบั เพศและวยั รุน่ จากการเขา้ รว่ ม

กจิ กรรม

4 ไดร้ บั ประโยชน์จากกิจกรรม

5 ระยะเวลาในการทำกิจกรรม

6 ความเหมาะสมของกจิ กรรม

*หมายเหตุ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = น้อยทส่ี ุด*

2.การประเมนิ โครงการโดยการทบทวนหลงั การปฏิบัตงิ าน After action review
2.1 เปา้ หมายหรอื ความคาดหวงั ของตัวเองในการทำงานครั้งน้ี
2.2 การดำเนินงานเปน็ ไปตามเปา้ หมายหรอื ความคาดหวงั หรอื ไม่ เพราะอะไร
2.3 ในการทำงานมีส่งิ ท่ีเกินเป้าหมายหรอื ความคาดหวงั หรอื ไม่ เพราะอะไร
2.4 ในการทำงานมสี ิ่งทีไ่ มเ่ ป็นไปตามเปา้ หมายหรอื ความคาดหวงั หรือมปี ญั หาทพี่ บหรือไมเ่ พราะอะไร
2.5 มีความคดิ ท่ีจะกลับไปทำอะไรตอ่ หรือจะปรับปรุงการทำงานอย่างไร

ผลที่คาดว่าจะไดร้ บั
1.คนในชุมชนมคี วามรูแ้ ละความเขา้ ใจในเรอ่ื งของธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของวยั รนุ่
2. คนในชุมชนมคี วามร้แู ละความเข้าใจในเร่อื งเพศและการป้องกันทางเพศ
3. อัตราการเกดิ ปัญหาการตงั้ ครรภ์ไมพ่ ร้อมในวยั รุ่นในชุมชนลดลง
4. ตวั วยั รนุ่ ครอบครวั และผู้ใหญ่ในชมุ ชนความสัมพนั ธภาพทีด่ ีในชุมชน


บทบาทนกั สงั คมสงเคราะห์กับการปฏิบัตงิ านเพอ่ื สร้างการเปล่ียนแปลง

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์ในการทำงานชุมชนนั้น เริ่มแรกนักสังคมสงเคราะห์จะต้องศึกษาหาความรู้
เกยี่ วกับชมุ ชนน้ันๆมกี ารศกึ ษาพลวัตของชมุ ชน ความสัมพนั ธ์ อำนาจต่างๆในชุมชน บรบิ ททางสังคมและความเปน็ มา
ของชุมชนโดยละเอียด เพื่อที่จะทำความเข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับชุมชนนั้นๆโดยแท้จริงและรับรู้ถึงความต้องการของ
ชุมชนว่าต้องการอะไรและทำให้มันเกิดขึ้นโดยใช้หลักการและวิธีการทางสังคมสงเคราะห์ที่มีซึ่งบทบาทในการ
ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนนั้นตัวนักสังคมสงเคราะห์เองจะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเชื่อมั่น
ให้แก่คนในชุมชนทำให้คนในชุมชนมองเห็นและพร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันกับนักสังคมสงเคราะห์

375

โดยขอบเขตลักษณะในการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนนั้นจะเกี่ยวข้องกับการผลักดันในเชิงนโยบาย ให้
ความช่วยเหลือชุมชน การสร้างศักยภาพในการป้องกันการดูแลสิทธิและบริการทางสาธารณะต่างๆในชุมชน อีกท้ัง
ยังมีการทำงานร่วมกันกับสหวิชาชีพและเครือข่ายทางสังคมหลายภาคส่วน เพื่อส่งสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
คนในชุมชนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งการทำงานอาจจะเป็นการทำงานที่เป็น
ทางการหรอื อาจจะไมเ่ ป็นทางการ
ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของการทำงานชุมชนนั้นๆว่ามีบริบทการทำงานในรูปแบบใด นักสังคมสงเคราะห์จึงควรจะต้องมี
ทักษะในการปรับตัวและการสร้างสัมพันธภาพที่กับคนในชุมชนเพื่อการทำงานร่วมกันที่ราบรื่นและเป็นไปตามแผนที่ได้
วางไว้ เพื่อส่งเสรมิ และพัฒนาให้ตวั ชุมชนมศี กั ยภาพ ความเข้มแข็งและยงั่ ยืน


บรรณานุกรม

การสมั ภาษณ์
ณัฐวฒุ ิ อังคาวธุ . ประธานชุมชนวนั ใหมอ่ มตรส. (21 พฤษจิกายน 2564). สัมภาษณ.์ การลงพน้ื ท่ี
พิพธิ บางลำพ.ู (12 พฤศจิกายน 2654). การลงพนื้ ท.่ี

สือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์
บา้ นจอมยทุ ธ. ทฤษฎแี ละหลักการพัฒนาชมุ ชนะแนวคดิ และความหมายของชุมชนและการพัฒนาชุมชน.สบื คน้ จาก

https://www.baanjomyut.com/ibrary 3/theoriesand principles of
communitydevelopment/041.html

376

“เจรญิ กรุง”
”พชิ ญ์สนิ ี ศิลารตั น์

377

การออกแบบปฏิบัตกิ ารสงั คมสงเคราะห์ในชุมชน: การประยกุ ต์ใชเ้ คร่อื งมือ
พื้นที่ที่ได้ทำการศึกษาในรายงานฉบับนี้ได้แก่ พื้นที่เจริญกรุง ในที่นี้เป็นการศึกษาแบบค้นคว้าจากช่องทาง
ออนไลน์ ทั้งทางเว็บไซต์ บทความ และบทสัมภาษณ์ เนื่องจากนักศึกษามีความสนใจส่วนบุคคลในคุณค่าของศิลปะใน
บริเวณดังกล่าว และต้องการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยเห็นว่าการ
ท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงพื้นที่ทางศิลปะในประเทศไทยค่อนข้างมีอยู่
อย่างจำกัด และไดไ้ ม่รบั การสนบั สนุนจากภาครัฐมากเทา่ ทคี่ วร

ประวตั แิ ละความสำคัญ
พื้นท่ี เจริญกรุง มีประวัติยาวนานตั้งแต่ช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถบเจริญกรุงนี้

เคยเป็นท่าเรือสินค้ามาก่อน มีเรือสำเภามาจอดเพื่อลงสินค้าเข้ากรุงเทพ เป็นจุดค้าขายแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ มี
ผู้คนหลากหลายชาติเข้าออกพื้นที่ย่านนี้มาโดยตลอด ต่อมามีการสร้างถนนเส้นแรกในสมัยรัชกาลท่ี 4 เมื่อวันท่ี 5
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 แล้วได้เปิดให้คนใช้สัญจรจริงตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2407 โดยเป็นถนนที่กว้างและยาว
ที่สุดในเวลานั้น เป็นถนนแรก 1 ของกรุงเทพฯ ที่ใช้เทคนิคและแนวคิดการก่อสร้างแบบตะวันตก ซึ่งเป็นแบบอย่างใน
การสร้างถนนเส้นอ่นื ๆ ตอ่ มา เมอื่ ครัง้ ท่สี รา้ งเสรจ็ ใหม่ ๆ คนทั่วไป
จะเรียกว่า "ถนนใหม่" ชาวตะวันตกเรียกว่า New Road ต่อมา ร.4 ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถนนเส้นนี้ว่า
"ถนนเจริญกรงุ " ซึ่งมคี วามหมายถึงความเจรญิ รงุ่ เรอื งของบ้านเมอื ง เชน่ เดียวกบั ถนนบำรงุ เมืองและถนนเฟอื่ งนคร
ในเวลาไล่เล่ียกนั

ในบรเิ วณที่เส้นทางทีถ่ นนเจรญิ กรุงพาดผ่านเกิดการพัฒนานับต้งั แต่น้นั เพราะเปน็ ถนนทเ่ี ชื่อมย่านสำคญั 3
ย่าน ไดแ้ ก่ เกาะกรงุ รตั นโกสินทรท์ ่เี ปน็ ศนู ย์กลางการปกครองและวงั ตา่ ง ๆ ในภาพรวมแล้วถนนเจริญกรงุ เปน็ เสมอื น
ศูนย์รวมวัฒนธรรมตะวันตก ดังปรากฏให้เห็นจากลักษณะอาคารสถาปัตยกรรม และกิจการห้างร้านที่ได้รับอิทธิพล
แบบตะวันตกมากมาย ด้วยเหตุน้ี ย่านถนนเจริญกรุงจึงเป็นย่านศูนย์กลางพาณิชยกรรม (CBD: Central Business
District) ในยุคแรก 1 ของกรุงเทพมหานครในเวลานั้น ถัดมาในช่วงหลังปีพ.ศ. 2504 ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ทำให้กรุงเทพฯที่เป็นศูนย์กลางการปกครองพัฒนาอย่างรวดเร็ว
เกิดการสร้างเพิ่มถนนอีกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การขนส่งทางน้ำและการตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำในย่านถนนเจริญกรุง
ไม่เป็นที่นิยมเหมือนก่อน เนื่องจากพื้นที่ริมน้ำบริเวณถนนเจริญกรุงนั้นมีความหนาแน่นสูงและยากที่จะขยับขยาย
(วารสารย่านจีนถิ่นบางกอก ฉบับที่ 1, 2562) ทำให้ขณะที่ย่านอื่น ๆ โดยรอบพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ย่านเจริญกรุง
กลับมีไม่ค่อยเกิดการเปลี่ยนแปลงมากเท่าแต่ก่อน อันเป็นเหตุมาจากการถือครองที่ดิน โดยในสมัยเริ่มสร้างถนน
ที่ดินสองข้างทางมักจะเป็นของรัฐหรือเจ้าของที่ดินรายใหญ่ ดังนั้น ผู้ที่อาศัยและเปิดกิจการอยู่ตามถนนเจริญกรุง
มักจะเป็นผู้เช่าชาวต่างชาติ รวมไปถึงผังเมืองและกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ไม่เอื้อต่อ
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารในย่านเก่าของเมืองเท่ใดนัก ด้วยปัจจัยทั้งหลายทำให้ที่ดินย่านเจริญกรุงมีราคาแพง
แต่นำมาปรับใช้ได้ลำบาก ย่านเจริญกรุงในปัจจุบันจึงคงเหลือแต่เพียงชุมชนดั้งเดิมที่มีความผูกพันกับพื้นท่ี และกลุ่ม
ธรุ กจิ เก่าแกข่ องชาวจีนทตี่ อ้ งการรกั ษาประวตั ิศาสตร์และรากฐานขององค์กรไว้ตามความเชอ่ื เทา่ น้ัน

378

แผนที่

1) เป็นแผนที่แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นและสถานที่สำคัญของย่านเจริญกรุง ซึ่งย่านเจริญกรุงสามารถแบ่ง

โชนไดห้ ลกั ๆ 3 โซนดังภาพ ได้แก่

















มสี ถานทสี่ ำคญั ไดแ้ ก่
หมายเลข 2 ศาลาเฉลงิ กรงุ
หมายเลข 7 เยาวราช
หมายเลข 8 สำเพง็
หมายเลข 13 ตลาดนอ้ ย
หมายเลข16 โรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย,
1.1 หน่วยบัญชาการรกั ษาดนิ แดน - ตลาดน้อย หมายเลข 18 River City
หมายเลข 19 สวนสราญรมย์
หมายเลข 20 เสือปา่
หมายเลข 21 คลองถม
หมายเลข 23 วัดมังกร

2. ส่ีพระยา – โรบนิ สนั บางรกั 379

มสี ถานทีส่ ำคัญ ได้แก่
หมายเลข 7 ท่าเรอื สพี่ ระยา
หมายเลข 8 Warehouse 30
หมายเลข 9 ไปรษณีย์กลางบางรกั
หมายเลข 10 TCDC
หมายเลข 12 วัดม่วงแค
หมายเลข 15 โรงเรยี นอสั สัมชญั บางรัก
หมายเลข 22 พพิ ิธภณั ฑช์ าวบางกอก
3. สะพานตากสิน - ถนนตก
มสี ถานที่ สำคญั ไดแ้ ก่
หมายเลข 2 ทา่ เรอื สะพานตากสนิ
หมายเลข 3 วัดยานนาวา
หมายเลข 4คู่ตอ่ เรอื กรงุ เทพ
หมายเลข 6Asiatique The River Front,
หมายเลข 8 วัดสทุ ธวิ ราราม
หมายเลข 16 โรงพยาบาลเจรญิ กรงุ ประชารักษ์

380

2) แผนที่แนะนำเส้นทางในการชมศิลปะบนกำแพง (Wall Art) และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเชิง
ศิลปวฒั นธรรมในยา่ นเจริญกรุง











งานศิลปะหลากหลายงานที่ถูกสร้างสรรค์จะอยู่บนกำแพงระหว่างทางของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆหากเดิน
ตามเส้นทางที่แนะนำ ดังที่เห็นได้ในแผนที่เริ่มต้นที่ กำแพงข้างโรงแรมแชงการีล่า ที่บริเวณใกล้ ๆกันเองก็มีศาลเจ้า
เจียวเองเบี้ยว วัดสวนพลู และร้านอาหารมุสลิม ณ ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างหลากหลายของศาสนาที่อยู่
ร่วมกันภายในบริเวณนี้มาเนินนาน ต่อมาระหว่างทางไปงานชิ้นต่อไปจะตัดผ่านวัดยานนาวาและอู่ต่อเรือกรุงเทพ
ต่อมาจะมีผลงานอยู่บนกำแพงของปั๊มน้ำมันร้างตรงข้ามตึก AA ในบริเวณเดียวกันจะมีอาคารทรงยุโรปซึ่งเป็นที่ตั้ง
ของห้องสมุดเนลสันเฮส์ (Neilson Hays Library) เป็นห้องสมุดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 ออกแบบโดย
สถาปนิกคนเดียวกันกับที่ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อกลับมาที่ถนนหลักจะนำพาไปสู่อาสนวิหารประจำมิสซัง
โรมันคาทอลกิ มีอายเุ ก่าแก่มากกวา่ 200 ปี น่นั คืออาสนวิหารอัสสัมชัญ

ต่อมาจะมีเส้นทางเดินลัดเลาะไปยังอาคารดับเพลิงบางรัก ที่มีอายุมากกว่า 120 ปี เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็น ศุลก
สถาน แต่ปัจจุบันกำลังได้รับการปรับปรุงเพื่อทำเป็นโรงแรม และเมื่อย้อนกลับออกมาที่ถนนเจริญกรุงจะผ่านอาคาร
ไปรษณีย์กลาง ซึ่งในซอบถัดไปจะมี โรงแรม River City และสามารถเดินเลี้ยวไปยังซอยเล็ก ๆ เพื่อเยี่ยมชมโบสถ์
กาลหว่าร์ ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2330 โดยชาวโปรตุเกสที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย
ต่อมาอีกหน่อยก็จะเห็นธนาคารไทยพาณิชย์สาขาตลาดน้อย สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2451 ซอยถัดมาจากธนาคารจะเป็น
ซอยเข้าศาลเจ้าโรงเผือก ระหว่างทางเองก็จะพบงานศิลปะบนกำแพงอีกมากมายตลอดแนวจนมาถึงศาลเจ้าโรงเกือก

381

อกี ท้งั ยังมีศาลเจา้ โจ๋วซอื กงในบรเิ วณใกล้กันซึง่ เปน็ ศาลเจ้าเก่าแก่ของชมุ ชนตลาดนอ้ ย และหากเดินทะลถุ นนทรงวาด
ไปจะพบวัดอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวหิ ารมมี าตั้งแต่สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยานนั่ คือ วดั ปทมุ คงคา นนั่ เอง

พบว่าเพียงเส้นทางของแผนที่ในการนำทางเพื่อชมงานศิลปะระหว่างทางก็สามารถแสดงให้เห็นสถานท่ี
สำคัญของย่านเจริญกรุงได้ ทำให้เป็นประวัติศาสตร์ของผู้คนในชุมชนผ่านสถานที่ต่าง ๆ ทั้งสถานที่ที่สร้างขึ้นมานาน
อันอยู่ร่วมกับสถานที่ที่สร้างใหม่ ที่บางสถานที่ถูกทิ้งร้าง บางสถานที่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขณะที่บางส่วนถูก
บูรณะรักษาไว้ คาดว่าเนื่องมาจากการให้คุณค่าของผู้คนและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเห็นได้จากสถานที่ทำงาน
สำคัญหรือมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันกับสถานที่ทางศาสนาที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในชุมชน
แวดล้อมมานาน ก็ได้ถูกสวงนรักษาไว้เพื่อกลุ่มคนที่ยังสานต่อความเชื่อดังกล่าวโดยท้ังหมดนั้นมีเส้นทางที่เชื่อมต่อ
กนั เป็นแนวถนน แสดงให้เห็นถงึ วิถชี วี ติ และความแตกต่างหลากหลายของผู้ทอ่ี ยู่รว่ มกันในยา่ นเจริญกรุง

ประวตั ิบคุ คลทีน่ า่ สนใจ

เนื่องจากเป็นการศึกษาพื้นที่จากการค้นคว้า จึงเป็นการยากในการค้นหาประวัติบุคคลท้องถิ่นในแหล่งข้อมูล
ออนไลน์ จึงทำให้นักศึกษาหยิบยกประวัติเรื่องราวของผู้ก่อตั้ง ATT 19 ที่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในย่านเจริญกรุง โดยผู้
ก่อตั้งและครอบครัวเองก็เป็นคนในพื้นที่เจริญกรุง ทั้งนี้เพื่อศึกษาบริบท มุมมอง และความคิด จากช่วงเวลาที่เติบโต
และความตั้งใจในการก่อตั้ง ATT 19 ตามเรื่องราวดังนี้คุณมุก พรทิพย์ อรรถการวงศ์ ผู้ดูแลแกลเลอร่ี ATT 19 เป็น
คนเจริญกรุงตั้งแต่กำเนิด คุณพ่อคุณแม่ของเธอ (คุณพรเทพ และ คุณจรรยา อรรถการวงศ์) เปิดร้านขายวัตถุ
โบราณและของเก่าชื่อว่า Lek Galleryอยู่แถวเจริญกรงุ ตง้ั แต่ พ.ศ. 2518 ทำให้ลกู สาวท้ังสีค่ นโตมากับธุรกจิ นี้ ต้ังแต่
เธอจำความได้ ภาพของย่านนี้เต็มไปด้วยร้านรวงและโรงแรม 5 ดาว ทุกวันอาทิตย์ที่ร้านปีด คุณพ่อของคุณมุกจะให้
เธอเลือกวัตถุที่ชอบมา 1ชิ้น และวาดรูป พร้อมทั้งเขียนอธิบายว่าของชิ้นนั้นมาจากไหน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอได้
สำรวจการดีไชน์ของนั้น ๆ ซึ่งคุณพ่อของคุณมุกเองก็จะเล่าเรื่องราวของวัตถุชิ้นต่าง ( ให้เธอฟัง อีกอย่างเจริญกรุง
เป็นย่านสร้างสรรค์ทำให้เธอได้เห็นร้านขายผ้า ร้านเครื่องเพชร อัญมณี ร้านเครื่องประดับ และงานดีไชซน์มากมาย
โดยร้านของครอบครัวคุณมุกเองก็อยู่ติดกับร้านขายผ้าไหม ซึ่งเจ้าของร้านก็จะชอบเอาเศษผ้ามาให้คุณมุกลองเย็บ
เธอได้บอกเพิ่มเติมอีกว่าพี่สาวสามคนอายุห่างกับเธอมาก เลยมีการปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นผู้ใหญ่ คุณมุกได้กล่าวถึง
พี่สาวของเธอไว้ว่า "พอเห็นว่าเราชอบเอาถุงเท้ามาเย็บเป็นตุ๊กตาหรือปักผ้าอยู่บ้านก็จะซื้ออุปกรณ์มาให้ ทั้งกี่ทอผ้า
จักรเย็บผ้าพลาสติกอันเล็ก พี่สาวคนที่สองเรียนศิลปากรก็พาเราไปเดินงาน Gift (เทศกาลและตลาดรวมงานดีไชน์
ของนักศึกษาคณะมัณฑนศิลป็ มหาวิทยาลัยศิลปากร) ไปซื้อของร้อยลูกปัด ซื้ออุปกรณ์ปักผ้ามาให้ ... เราเลยไม่เคย
รู้สึกว่าการเย็บผ้าตั้งแต่เด็กมันประหลาด เราโชคดีที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สร้างความมั่นใจว่าเราไม่ได้ทำเล่น ๆ และเรา
สามารถทำได"้

ช่วงชีวิตวัยเรียนของเธอในตอนเด็กได้ถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศ โดยเธอให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร 2 day ไว้
ว่า "พูดแล้วมันจะเป็นพริวิเลจสตอรี่มาก เพราะเราสามารถบอกป๊ากับแม่ได้ว่าเราไม่แฮปปิ้กับโรงเรียนนี้ แล้วอยู่ดี ๆ ไป
โผล่เมืองนอก แต่คือช่วงนั้นประมาณปลายยุค 90 คนไทยเริ่มส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ลูกค้าที่ร้านป๊ากับแม่ก็มีลูกเป็น
คนออสเตรเลีย เขาเลยลองส่งเราไปเรียนที่นู่นตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เราไปถึงที่นั่นแบบ งงๆ เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เลยแตท่ ุกคนกช็ ่วย ทง้ั เพ่ือนและครู เขาทรตี เราทกุ คนเท่ากนั ไมไ่ ดม้ ใี ครสูงกว่าใคร ครกู ็ไม่ไดส้ ูงกว่าเรา และโรงเรยี นก็
ทำให้เราฝึกเป็นผู้ใหญ่ จัดการตารางการทำงานและชีวิตได้ " โดยในเวลาต่อมาคุณมุกก็ได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาโท
สาขา Fashion Design and Society ที่ Parsons School of Design เมืองนิวยอร์ก ในขณะที่เธออยู่ที่นั่นทั้งระหว่าง

382

เรียนและทำงาน เธอได้มีโอกาสจัดแสดงงานดีไซน์ของตัวเองอยู่หลายครั้ง ในครั้งแรก ๆ เธอต้องพยายามติดต่อ
สปอนเซอร์และหาพื้นที่ด้วยตนเอง ด้วยการส่งอี่เมลไปหาสื่อต่าง เพื่อนำเสนองาน เพราะในนิวยอร์กเองก็มีการ
แข่งขันที่สูงมาก เห็นได้จากจำนวนประชากรอีกทั้งจำนวนผู้อยู่อาศัยชั่วคราว ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังได้รับโอกาสมากมาย
และคอ่ ย ๆ เพมิ่ ข้นึ จากการสะสมประสบการณ์การทำงาน

เมื่อผ่านไป 17 ปี กับการใช้ชีวิตในนิวยอร์ก เกิดสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาที่ประเทศไทย นั่นคือเมื่อวันหนึ่ง
เหล่าซือสอนภาษาจีนของโรงเรียนอาทรศึกษาท่ี (โรงเรียนสอนภาษาจีนบนถนนเจริญกรุง ตึกเก่าที่มีอายุถึง 120 ปี)
อยู่บริเวณใกล้ ๆ กับร้านของครอบครัวเธอ ได้เข้ามาคุยกับคุณพ่อของคุณมุกว่าโรงเรียนจะต้องปิดตัวลงแล้ว
เนื่องจากไม่มีคนมาเรียนเลย อาจารย์ท่านั้นได้ถามกับคุณพ่อว่าสนใจตึกของโรงเรียนนี้ไหม ลักษณะของตัวตึกเป็นไม้
สักทั้งหมด ซึ่งตรงกับความชอบของคุณพ่อและด้วยความที่กลัวว่าหากไม่รับตึกหลังนี้ไว้ สถานที่ดังกล่าวอาจถูก
ทำลายเพื่อไปสร้างเป็นอย่างอื่นได้ จึงได้ตกลงรับซื้อมา "ความจริงตอนแรกครอบครัวเราก็ยังไม่ได้วางภาพไว้ว่า ATT
19 จะเป็นอะไร พวกเราสร้างมาเพราะมีมายด์เชตที่ต้องการอนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้ ไม่อยากให้ตึกตรงนี้หายไป ถ้าโดนทุบไป
ทำอย่างอื่นเจริญกรุงจะเป็นยังไง" เมื่อเธอเดินทางกลับมาสู่เจริญกรุงได้ 3 เดือน และ ATT 19 ยังอยู่ในระหว่างการ
ซ่อมแซม เธอได้ลองติดต่อไปหา TCDC เนื่องจากทราบว่าจะมีนิทรรศการ Bangkok Design Week 2019 เพื่อเสนอให้
ใช้พื้นท่ี ATT 19 ในการจัดแสดงงานจากการติดต่อในครั้งนั้นทำให้เธอได้ทราบว่าเกือบมีศิลปีน 18 คนที่จะไม่ได้จัด
แสดงผลงานเนื่องจากพื้นที่สำหรับนิทรรศการไม่เพียงพอ ทำให้เธอได้มองเห็นแนวทางในการบริหารพื้นที่แห่งนี้ใน
ชัดเจนมากขึ้น ในวันหนึ่งของการจัดแสดงงาน Bangkok Design Week 2019 ณ ATT 19 คุณมุกได้พบกับผู้เยี่ยมชม
งานท่านหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนอาทรศึกษาเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน ได้เข้ามาพูดคุยและขอบคุณคุณมุกที่
รักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ ยิ่งทำให้เธอตระหนักถึงความผูกพันของคนเก่าแกในพื้นที่ เมื่อทั้งสองเรื่องราวที่เธอได้รับรู้มา ทั้ง
ความแตกต่างของบริบทสังคมและประเทศที่เธอได้สัมผัสด้วยตนเอง ทำให้เธอตัดสินใจจะพัฒนาพื้นที่ของตนเองให้
เป็นมัลติสเปซสำหรับศิลปีนรุ่นใหม่ "ไม่รู้มันใหญ่ไปไหม เราวางบทบาท ATT 19 ให้เป็นการสร้างพื้นฐานสังคม หมายถึง
ใช้ศิลปะสื่อสารเพื่อให้สังคมดีขึ้น ซึ่งมันอาจจะช่วยให้ศิลปินที่กำลังเติบโตมีแพลตฟอร์มมากขึ้น คนที่เราเลือกงานมา
โชว์บางคนก็ไม่รู้จะไปโชว์ที่ไหน หรือบางคนที่เราเจอตอนนี้แล้วเขาไม่ได้แสดงงานในอนาคตก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้เป็น
ศลิ ปีนอีกหรอื เปล่า" สงิ่ เหลา่ น้ปี ระกอบกันข้นึ กลายเป็นความต้ังใจของคุณมุกในการเปลี่ยนแปลงสังคม

แนวคิดทฤษฎหี ลักการกระบวนการสงั คมสงเคราะห์ท่ปี รับใช้ / คน้ เจอและนำมาอธบิ ายชมุ ชนท่ศี ึกษา
พื้นที่ย่านเจริญกรุงมีความเป็นมาที่ยาวนานทางประวัติศาสตร์ และมีพัฒนาการทางพื้นที่ ตามบริบททาง

เศรษฐกิจและสังคมของแต่ละยุคสมัย ทำให้ค้นเจอทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจและสอดคล้องกับพื้นที่ที่ศึกษา คือ ทฤษฎี
วิวัฒนาการ (Evolutionary Theory) และหากมองภายใต้กรอบของทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลง
ของสังคมเป็นกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นตอนตามลำดับ โดยมีการเปลี่ยนแปลงจากขั้นหนึ่งไปสู่อีก
ขั้นหนึ่ง ในลักษณะที่มีการพัฒนาและก้าวหน้ากว่าขั้นที่ผ่านมา หรือมีการเปลี่ยนแปลงจากสังคมที่มีรูปแบบเรียบง่าย
ไปสู่รูปแบบที่มีความชับซ้อนมากขึ้น และมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสังคมที่มคี วามสมบูรณ์ โรเบิร์ต
เรดฟิลด์ (Robert Redfield) เสนอไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงของสังคมจะเริ่มจากสภาพของสังคมชาวบ้าน (FolK) ไปสู่
สังคมเมือง (Urban) สามารถอธิบายพื้นที่เจริญกรุงจากเครื่องมือที่ใช้ประกอบกับทฤษฎีดังกล่าวได้ว่า แต่เดิมนั้น
พื้นที่บริเวณเจริญกรุงเองก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ติดกับแม่น้ำ จนกระทั่งประเทศไทยเริ่มมีการติดต่อค้าชายกับต่างประเทศ
โดยใช้การคมนาคมขนส่งทางเรือ ทำให้กลายเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เกิดท่าเรือ และอู่ต่อเรือขึ้น ต่อเนื่องมา

383

จนถึงยุคที่ความรู้และนวัตกรรมการก่อสร้างได้เข้าสู่ประเทศไทย ทำให้เกิดการทางถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการ
ขนส่งสินค้าและทำการค้าขาย ขณะเดียวกันก็นำมาขี่งการเกิดชุมชน ที่พักอาศัย เพื่อให้ใกล้ต่อสถานที่ทำงาน เมื่อมี
นวัตกรรมการขนส่งใหม่ ๆ เข้ามาทำให้เกิดทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้า ความสำคัญของการเดินทางทางเรือจึง
ลดลง มกี ารตัดถนนเส้นใหม่เพิม่ มากขึน้ นำไปส่กู ารกระจายความเจริญและเกดิ ย่านใหม่ ๆ เจริญกรุงที่เปน็ ยา่ นพฒั นา
ก่อนจึงถูกลดความสำคัญลง เน่ืองจากการถกู จบั จองพื้นที่จากคนกลุม่ แรก ๆ ไปก่อนแล้ว

ในขณะเดียวกันเนื่องจากเป็นย่านที่เจริญมาก่อนจึงสามารถสะสมประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆไว้
มากมายอันเห็นได้จากความหลากหลายของผู้คนที่อยู่ในย่านเจริญกรุง โดยการศึกษาเรียนรู้บนช่องทางออนไลน์ทำให้
สามารถรับรู้ได้จากสถาปัตยกรรม และสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น ศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว วัดสวนพลู อาสนวิหาร
อัสสัมชัญ โบสถ์กาลหว่าร์ และวัดปทุมคงคา เป็นต้น สถานที่ที่เป็นแหล่งการค้าสำคัญอย่างสำเพ็งหรือคลองถม ก็ทำ
ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของย่านเจริญกรุงในการเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่ลากยาวมาจากอดีต ทั้งยังสามารถเห็น
วิถีชีวิตพื้นฐานของพื้นที่นี้ได้จากโรงเรียน โรงพยาบาล รวมไปถึงจากเครื่องมือแผนที่แล้วนั้นทำให้เห็นว่าจุดประสงค์
หลักของการไปเที่ยวที่เจริญกรุงนอกจากจะเป็นการเยี่ยมชมอาคารเก่าแล้ว เจริญกรุงยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมายท่ี
เป็นร้านของคนในท้องถิ่น ทั้งอยู่มานานและเปิดขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังเห็นความร่วมมือและเครือข่ายที่เข้มแข็งของคน
ในชุมชน โรงเรียน บ้านโบราณ มัสยิดสถานทูตฝรั่ง กล่าวได้ว่าย่านเจริญกรุงแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่อยู่ร่วมกันมาได้
หลายร้อยปี ด้วยความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้คนพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันด้วยภูมิหลัง ในด้าน
เครื่องมือที่เป็นประวัติบุคคลแม้จะมีช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แต่ก็สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว
ต่อคนในชมุ ชน ทมี่ ีความสนทิ สนม เกอ้ื กูลซงี่ กันและกนั

จากการศึกษาบนฐานข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าว ในการที่จะผลักดันย่านเจริญกรุงให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์
นั้นในปัจจุบันเองก็มีโครงการและกิจกรรมที่พยายามผลักดันในเรื่องน้ี ซึ่งนักศึกษาเห็นเป็นด้านที่ดีในการสานต่อและ
เพิ่มกิจกรรมใหม่เพื่อยกระดับย่านเจริญกรุง และกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งอาจทำร่วมกับหน่วยงานท่ีมีอุดมการณ์
เดยี วกัน ไปจนถึงสถานทีต่ ่าง ๆ ในบรเิ วณน้ัน

กจิ กรรม
กิจกรรมที่นักศึกษาจะนำเสนอได้แก่ กิจกรรมฉลองวันครบรอบถนนเจริญกรุง เนื่องจากถนนสายนี้มี

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และยังสะสมเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณเรื่อยมา ทั้งจากการศึกษาพบว่าบริเวณย่าน
เจริญกรุงมีสถานที่ในการจัดแสดงานศิลปะอยู่พอสมควร และยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยผู้คนที่มีความตั้งใจจะ
ผลักดันย่านนี้เช่นเดียวกัน โดยกิจกรรมนี้สามารถร่วมมือกับ Bangkok Design Week ภายใต้การบริหารจัดการของ
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC (Thailand Creative and Design Center)นั่นเอง และยังมีหน่วยงานอีก
มากมายที่ร่วมด้วยทั้ง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)สำนักนายกรัฐมนตรี UNESCO
CREATIVE CITY และWORLD DESIGN WEEK ถึงแม้จะเป็นการฉลองวันครบรอบของถนนเจริญกรุง แต่การจัดงาน
จะมีระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ นั่นคือ 10-17 มีนาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการกระจายจำนวนผู้เข้าร่วมงาน และสร้าง
ช่วงเวลากระจายรายได้จากการงานแก่ชุมชน จุดเด่นของย่านเจริญกรุงคือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และ
สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ดังนั้นนักศึกษาเห็นว่าในพื้นที่ท่ีเป็นมัลติสเปซ เช่น ATT 19, WAREHOUSE 30, RIVER CITY,
TCDC ฯลฯ ที่มีรูปแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการจัดแสดงงานจะเป็นพื้นที่หลักในการจัดแสดงงานศิลปะต่าง ๆ ทั้งประเภทจิต
กรรม ภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง ฯลฯ โดยมีทั้งในส่วนของคนในชุมชนและศิลปินที่มาจากภายนอกชุมชน เป็นการแสดงให้
เห็นมุมมองที่แตกต่างกันของผู้คนต่อเจริญกรุง และให้ผู้คนในชุมชนมีส่วนร่วมโดยตรงกับงาน โดยอาจมีธีมในแต่ละ

384

ปีที่แตกต่างกันออกไปเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้เข้าร่วมเดิมและผู้เข้าร่วมใหม่ อีกทั้งเพื่อให้แต่ละปีมีศิลปะที่แตกต่างจากเดิม
และมอบโอกาสใหก้ ับศิลปนิ ที่มคี วามถนดั ที่แตกตา่ งกนั ดว้ ย

และมีการจัดเส้นทางการเดินเพื่อเยี่ยมชมอาคาร สถานที่สำคัญ และร้านอาหารท้องถิ่น กิจกรรมนี้จะมีแผนท่ี
ให้กับทุกคนที่ร่วมงาน แต่จะมีหนังสือเดินทางจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ต้องการสะสมระยะการเดินทางของตนเอง โดยแต่ละ
สถานที่จะมีตราประทับเพื่อยืนยันการมาถึงของผู้ร่วมงาน เสมือนกับหนังสือเดินทางระหว่างประเทศจริง ๆ เพื่อเป็น
การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอีกนัยหนึ่ง ในส่วนของร้านอาหารต่าง ๆ หากผู้สะสมต้องการสะสมให้หนังสือเดินทาง
สมบูรณ์ก็จะสามารถกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยในชุมชนได้ไม่มากก็น้อยทั้งนี้กิจกรรมการฉลองวันครบรอบเจริญ
กรุงเองก็สามารถทำได้ในเวลาที่แน่นอนของทุกปี เพื่อให้คนในชุมชนได้เตรียมความพร้อม และนักท่องเที่ยวจาก
สถานที่ต่าง ๆ รวมไปถึงคนในประเทศเองได้ทราบช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้ต้องอาศัยการโปรโมท
ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้เจริญกรุงกลายเป็นย่านสร้างสรรค์ที่เป็นที่รู้จัก อาจทำได้
ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางหลัก สื่อออนไลน์ แอคเคาน์ต่าง ๆ และอีกแนวทางหนึ่งที่นักศึกษาสนใจคือด้าน
อำนาจอ่อน (Soft Power) อาทิ การใช้สถานที่ต่าง ๆ ในย่านเจริญกรุงเป็นสถานที่ หลักในการถ่ายทำละคร ชีรี่ย์ และ
ภาพยนตร์ เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตดังกล่าวของไทยค่อนข้างเป็นที่รู้จักและถูกส่งออกไปถึงต่างประเทศได้ใน
วงกวา้ ง และการทำใหเ้ จรญิ เป็นทร่ี จู้ กั ผ่านสง่ิ เหล่านอ้ี าจสร้างแรงกระเพอ่ื มบางอย่างได้

ผลที่คาดว่าจะได้รับหลัก ๆ จากกิจกรรมดังกล่าว คือ การทำให้ย่านเจริญกรุงกลายเป็นอีกหนึ่ง Travel
Spots ของประเทศไทย นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ธรรมชาติ และสถานท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่เป็นที่
รู้จักดีในประเทศไทยแล้ว ก็อยากให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและประวัติศาสตร์เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังอยากให้เกิดพื้นท่ี
ทางศิลปะที่เป็นสาธารณะเพื่อให้ทุกคนได้เห็นและรับรู้ว่าศิลปะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องราวใกล้ตัวที่ใครก็
สามารถเข้าถึงได้ และยังหวังให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนนุชมชน ได้สืบทอดประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ไว้ให้มี
คุณค่าตอ่ ไป แต่ไม่เปน็ การแช่แขง็ ประวตั ิศาสตร์วฒั นธรรมดังกลา่ วใหอ้ ยู่ไกลเกนิ เอ้ือมถงึ ตอ่ ผคู้ น

การสร้างการเปลย่ี นแปลง 3 ระดับ
1) ระดับบุคคล สร้างความภาคภูมิในให้กับคนในพื้นที่ ให้เขาได้เห็นคุณค่าในตัวเอง และสภาพแวดล้อมที่เขา
อยู่อาศยั สรา้ งรายได้ใหผ้ ู้คา้ รายยอ่ ยและคนในชมุ ชน ใหส้ ามารถประกอบอาชีพในบริเวณชุมชนไดต้ ่อไป
2) ระดับกลุ่ม สร้างปฏิสัมพันธ์จากการส่งต่อเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนในชุมชนสู่พื้นที่สาธารณะ ให้คน
ในพื้นที่ได้นำเสนอชุมชน เพื่อสืบสานสถานที่ที่มีความสำคัญต่อคนในชุมชน รวมไปถึงดึงคุณค่าเดิมของชุมชนออกมา
ใหเ้ ป็นทร่ี จู้ ัก และเสรมิ สร้างคุณคา่ ใหเ้ พ่ือพฒั นาชมุ ชนย่านเจริญกรงุ
3) ระดับองค์การ เมื่อย่านเจริญกรุงได้กลายเป็นที่รู้จักและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญแล้วน้ัน
จะสามารถทำให้ภาครัฐและหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องเห็นถึงความสำคัญในคุณค่าด้านอื่นของการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์
และศิลปะมากขึ้น จากนี้ยังคาดหวังให้การดึงเอาจุดเด่นของแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชนถูกตระหนักและดึงออกมามากขึ้น
เพื่อเสริมคณุ ค่าเดมิ และสร้างคณุ ค่าใหม่ใหแ้ ก่ชุมชน

ขอ้ เสนอตอ่ บทบาทนกั สังคมสงเคราะห์ชุมชน
บทบาทนักสังคมส่งเคราะห์ในการทำงาน อิงจากแนวคิดและรูปแบบการทำงานชุมชนของ Meredith Min

kler ในด้านของการทำงานชุมชนแบบการขับเคลื่อนทางสังคมและการระเบิดศักยภาพภายในของบุคคลและชุมชน
จากการเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชนและคนในชุมชน นักสังคมสงเคราะห์จึงต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่เพื่อ

385

ประสานติดต่อและสบื คน้ ประวัติ ขอ้ เท็จจริง เรื่องเล่าตา่ ง ๆ พรอ้ มท้งั ทำการสำรวจ ศกึ ษาพ้ืนทด่ี งั กลา่ วอยา่ งถี่ถว้ น ใน
ระหว่างกระบวนการทำงานและสร้างกิจกรรมคนในพื้นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมเนื่องจากงานดังกล่าวเป็นงานที่
เกี่ยวข้องกับคุณค่าของชุมชน กล่าวได้ว่าพวกเขาคือหนึ่งในคุณค่าของชุมชนเช่นกัน นักสังคมสงเคราะห์จึงต้องระวัง
ไม่ให้ละเลยผู้คนในชุมชน อีกส่วนสำคัญในการทำงานชุมชนรูปแบบนี้ คือการเสริมสร้างพลังอำนาจ (Empowerment)
ให้แก่ชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนรับรู้และเชื่อมั่นถึงสิ่งที่พวกเขามี สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองและถิ่นที่อยู่ ให้เขาได้
รู้จักภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่ตนเองอาศัย รวมไปถึงกระตุ้นให้เกิดการรวมกลุ่มเพ่อการพัฒนาชุมชน
ร่วมกัน นักสังคมสงเคราะห์จะต้อง มีทักษะการเรียนรู้และถอดบทเรียนได้เอง โดยอาศัยทักษะการเรียนรู้จากการ
สื่อสาร การประชุม การแลกเปลี่ยนมุมมองและการตัดสินใจโดยการใช้ข้อมูล การใช้ทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่ อีกส่วน
หนึ่งคือการนำข้อมูลที่ได้จากคนใชชุมชนเข้าไปปรับใช้กับตัวกิจกรรมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นงานที่จัดในพื้นที่ของ
ชมุ ชน นกั สังคม
สงเคราะห์จงึ เปน็ หน่งึ ในผปู้ ระสานหลักของการทำงานระหว่างชุมชนและหน่วยงาน



เอกสารอา้ งองิ
จฤุ ทธ์ิ กังวานภมู .ิ (re)NEW ROAD: ถนนเจริญกรงุ กับ 150 ปที ่ีผ่านไป. สบื ค้นเม่อื วนั ท่ี 17 พฤศจิกายน 2564,
จาก https://bit.ly/3HEArhU
สดุ ารตั น์ พรมสใี หม.่ มกุ อรรถการวงศ์ ดไี ขเนอรส์ โลว์แฟช่ันผู้ปฏิเสธเลดกี้ กา้ แตก่ ลบั ไทยมาสรา้ งฮับให้
ศิลปินหนา้ ใหม่ สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 19 พฤศจิกายน 2564, จาก https://adaymagazine.com/mook-
attakanwong
DDpropperty. รู้จักย่านเจรญิ กรงุ แบบเจาะลึก.สบื คันเม่อื วันที่ 17 พฤศจิกายน 2564, จากhttps://bit.ly/3kU2h07
Inghaha. แผนที่เจริญกรงุ แจกลายแทงท่ีกนิ ที่เท่ยี ว ครบ! สืบค้นเม่อื วนั ที่ 18 พฤศจกิ ายน 2564, จาก
https://www.wongnai.com/trips/map-of-chareonkrung
MGR Online. ปลุกตำนาน "เจริญกรุง " เดนิ หน้าส่ยู า่ นสร้างสรรค์แห่งแรกของไทย. สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 17 พฤศจิกายน
2564, จาก https://mgronline.com/travel/detail/9600000036614
Museum Minds. A TT 19 : จากตกึ โรงเรยี นเก่าอายุ 120 ปี สูแ่ กลเลอรร่ี ว่ มสมัยท่ใี หค้ ุณค่าทั้งคนและของ.สบื ค้นเม่อื
วนั ที่ 19 พฤศจกิ ายน 2564, จาก https://readthecloud.co/att-19-art-gallery/
Tatviewsonline. พาลุย Wall Art ย่านเจรญิ กรงุ .สบื คน้ เมื่อวนั ท่ี 18 พฤศจิกายน 2564, จาก
https://bit.ly/3FyknfN

386

“ชุมชนตลาดบ้านญวนสามเสน”
สพุ”ิชชา ถติ ย์เจอื

387

ชุมชนตลาดบ้านญวนสามเสน
ชุมชนตลาดบ้านญวนสามเสนถือได้ว่าเป็นชุมชนที่เก่าแก่มากชุมชนหนึ่ง และมีกลิ่นอายที่มีเสน่ห์ในหลาย ๆ
ด้านของชุมชน จึงมีความสนใจที่จะศึกษาชุมชนนี้สืบเนื่องจากผู้ศึกษาเคยศึกษาอยู่โรงเรียนระแวกชุมชนบ้านญวน
รวมเป็นระยะเวลาทั้งหมด 6 ปี ทำให้เกิดความคุ้นเคยกับบริบท วิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชนในระดับหนึ่งจึงตัดสินใจ
เลือกศึกษาชุมชนนี้ โดยการศึกษาครั้งนี้จะเป็นการศึกษาจากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจากเพจเฟ
ซบ๊กุ ตลาดบ้านญวนสามเสน และเวบ็ ไซต์อ่นื ๆ
ซึ่งจะเริ่มด้วยเครื่องมือแรกในการศึกษาคือการประวัติความเป็นมาของชุมชนตลาดบ้านญวนนั้นมีอยู่ว่า ชาว
ญวนเริ่มเข้ามาอาศัยที่ชุมชนสามเสนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ช่วงแรกหนีจากภัยบ้านเมืองเข้ามาอาศัยบริเวณเดียวกับ
ชาวเขมร ต่อมาคนเริ่มหนีมามากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้คริสตังชาวญวนประมาณ 1,500 คน
อาศัยอยู่บริเวณริมวัดส้มเกลี้ยง เหนือบ้านเขมร และพระราชทานพระราชทรัพย์ให้สร้างศาสนสถานเพื่อให้ชาวคริสต์ได้
ประกอบศาสนกิจ เดิมเป็นอาคารไม้ไผ่เล็ก ๆ ใช้ชื่อว่า “วัดแซงต์ฟรังซัวซาเวียร์” 3 ปี ต่อมาโบสถ์แห่งนี้ก็ทรุดโทรม จึง
มีการก่อสร้างขึ้นใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดนักบุญฟรังซิสเซเวีย” ซึ่งถูกเรียกว่า “วัดญวน” และหมู่บ้านโดยรอบ
เรียกว่า “บา้ นญวน”
ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงบ้างไปตามยุคสมัย แต่ก็ยังคงความเป็นชุมชนบ้าน
ญวนอยู่ คือมีวัฒนธรรมด้านอาหาร ก็พบว่ามีร้านอาหารญวนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวน
โย่ย ปากหม้อญวน และอาหารอื่น ๆ ที่ใครมาตลาดบ้านญวนแห่งนี้ก็ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไป เป็นมติ ิด้านเศรษฐกิจ
ที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพ่อค้าแม่ค้าบริเวณนั้นส่วนมาก็เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ชุมชนนี้มาตั้งแต่อดีต ทำให้ส่งต่อความร็ ฝีมือ
ทางด้านอาหารจากรุ่นสู่รุ่น จนนำมาประกอบอาชีพให้เป็นจุดเด่นของชุมชนนี้ เนื่องจากอาหารญวนก็ไม่สามารถหาซ้ือ
รบั ประทานได้ท่ัวไปมากนัก

388

ปากหม้อญวน โยย่ หรอื ไสก้ รอกเลอื ด

อรวรรณ รา้ นแหนมเนอื งอันโดง่ ดัง ร้านขายของเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑ์จากเวียดนาม

ชุมชนนี้จัดเป็นชุมชนที่มีการอยู่อาศัยมายาวนาน เรียกได้ว่าเป็นพวกญวนเก่าโดยปัจจุบันเป็นชุมชนที่ค่อน
ร้างเล็ก และคับคั่งมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงเรียนฝรั่งหลายโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทำให้ในช่วงเปิดเทอมการจราจร
ภายในชุมชนจึงค่อนร้างติดขัด และเนื่องจากชุมชนนี้เป็นชุมรนเก่าแก่ที่มีการอยู่อาศัยมายาวนาน ทำให้มีบ้านเรือนเพิ่ม
มากข้นึ จนหนาแนน่

ในหมู่บ้านสามเสนนี้ประกอบไปด้วย 3 ชนชั้น อยู่ปะปนกัน ทำให้สภาทพื้นที่ของชุมชนนี้แตกต่างกันไปมาก
โดยชนชั้นสูงที่มีการศึกษาสูงมีรายใด้ดีและมีสถานภาพทางสังคมสูง จะอยู่บ้านที่มีบรเิ วณกว้าง ซึ่งมักเป็นบ้านที่สร้าง
อย่างดี ดูใหม่เป็นระเบียบและสวยงาม คนพวกนี้คือ พวกที่เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชน มีธุรกิจส่วนตัว เช่นเจ้าของ
บ้านเช่าหรือห้องเช่าราคาแพง เป็นเจ้าของร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆ ในชุมชนนี้ ซนชั้นกลาง จะพัวอยู่ดีกแถว 2 ชั้น
บา้ นขนาดกลาง ส่วนชนช้ันลา่ งนักเราท่ีแคบๆ เปน็ ท่อี ยูอ่ าศัย เปน็ ต้น นอกจากนั้นยงั มีพวกทเี่ ดนิ ทางมาทางเรือเพ่ือมา
ค้าขาย (ความต้องการของคนในชมุ ชนบา้ นญวนสามเสนตอ่ การจัดการท่องเท่ยี วในพ้ืนท,่ี 2551)

389
วิถีชีวิตในสมัยก่อนของชุมชนนี้จะอาศัยอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดังหลักฐานปรากฏไว้ดังนี้ ในปี พ.ศ.
2460 มกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู “บ้านนอกเขา้ กรงุ ” โดยไม่ไดเ้ อ่ยนามไวว้ ่า
“ชุมชนญวนสามเสนนั้นในสมัยนั้นได้ปลูกผักบุ้ง ผักกะเฉดเป็นแพไว้ริมแม่น้ำจำนวนมากทำให้น้ำในแม่น้ำดู
สะอาด ติดกับหมู่บ้านมีคลองในหมู่บ้านอยู่ 1 คลองตลอดริมฝั่งคลองมีต้นมาอยู่หนาแน่นดูร่มรื่น สลับกับบ้านอยู่อาศัย
และโรงต่อเรือ จากปากคลองเข้าไปไม่ไกลพบโรงค่อเรือแห่งแทกทางขวามือ ราวบ้านเรียกคู่ต่อเรือคุณยายยิ้ม ถัดไป
ทางซ้ายมือใกล้ต้นหว้าใหญ่มีบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของวัดสามเสน มีตึกเก่าอยู่หลังหนึ่งเรียกกันว่า เบอร์ลี่เฮ้าส์
ปัจจุบันเปน็ โรงเรยี นโยนอารค์ พณิชยการ”
เครอ่ื งมือท่ี 2 ในการศกึ ษาชุมชนนน่ั ก็คือแผนที่เดินดนิ

จากแผนผังด้านซ้ายแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งที่ตั้งของชุมชนต่างๆ ในหมู่บ้านสามเสนในอดีตซึ่งประกอบด้วย
หมู่บ้านเขมร แต่เดิมเป็นที่ตั้งของชาวโปรตุเกส และขาวเขมรอยู่ร่วมกัน พอนานเข้าสองเชื้อชาตินี้ก็ได้กลมกลืนกันจน
กลายเป็นชุมชนเดียว เรียกว่าบ้าน หมู่บ้านเขมรโปรตุเกส หรือหมู่บ้านเขมร มาจนทุกวันนี้ อีกหมู่บ้านได้แก่ หมู่บ้าน
ญวน เป็นที่อยู่อาศัยของคนญวนที่อพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 สำหรับ หมู่บ้านเขมรและหมู่บ้านญวน สอง
หมู่บ้านนี้แบ่งแยกออกจากกันด้วย คลองบ้านญวนคั่นกลาง แต่ปัจจุบันนี้คลองดังกล่าวได้ถูกถมทำถนนไปจนไม่
เหลือร่องรอยนอกจากนั้นจะเห็นได้ว่าในอดีตไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนชายน้ำที่ล่องเรือมาจากจังหวัด
ต่างๆ ในภาคกลางอยู่อาศัยอยู่เพื่อทำมาค้าขาย และตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่สุด (ความต้องการของคนในชุมชนบ้านญวน
สามเสนตอ่ การจดั การทอ่ งเท่ยี วในพน้ื ท,่ี 2551)

390
และในแผนผังด้านขวาจะเห็นได้ชัดเจนถึงบริเวณรอบ ๆ ของชุมชนตลาดบ้านญวนก็สำรวจพบว่านอกจากจะ
มีการค้าขายแล้ว ก็จะมีโรงเรียนหลายแห่งที่ส่วนมากจะเป็นโรงเรียนคริสต์ทำให้นำไปสู่เครื่องมือต่อไปคือปฏิทินชุมชน
ทแ่ี สดงถึงศาสนาที่ชุมชนนบั ถือเป็นหลัก

อา้ งองิ : ความตอ้ งการของคนในชมุ ชนบา้ นญวนสามเสนเสนอต่อการจดั การทอ่ งเทย่ี วในพื้นที่
ชาวญวนที่มาอาศัยในย่านสามเสนนี้ว่าแต่เดิมเป็นผู้นับถือศาสนาคริสตังค์หรือคริสนิกายโรมันคาทอลิกที่
อพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทำให้ในระยะเริ่มต้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงไดพ้ ระราชทานทรัพย์ส่วน
พระองค์ในการสร้างวัดเพื่อทำพีธีทางศาสนาหลังแรกให้แก่ชาวญวนที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้อนุญาตให้ขาวญวน
ดังกล่าวมีอิสระในการนับถือศาสนาต่อไปได้ จากน้ำพระทัยที่พระองค์ทรงมีแต่ชาวญวนอพยพเหล่านี้ก็เป็นส่วนสำคัญ
ที่ทำใหศ้ าสนาครสิ ต์นกิ ายโรมันคาทอลกิ ของชมุ ชนแหง่ นี้มคี วามเข้มแข็งมากยิง่ ข้ึน

391

ความเชื่อในการนับถือบูชาซึ่งแสดงออกในพิธีกรรมของคนในชุมชนคริสต์คาทอลิกคือการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่
สำคัญ คือ การนิชาพระเยซู และพระแม่มารีอา รวมทั้งนักบุญโดยเฉพาะนักบุญรองคนในชุมชนนี้คือ นักบุญฟวังชิสเซ
เวียร์ เป็นพิธีกรมที่คริสต์ต้องปฏิบัติเหมือนกันตั้งแต่เกิดหรือช่วงวัยเด็กโดยเริ่มตั้งแต่ การเข้าพิธี ศีลล้างบาป(หรือ
พิธีกรรมล้างบาป) เป็นศีลแรกที่ต้องทำโดยทำเพราะมีความเชื่อทางศาสนาว่ทุกคนมีบาปติดตัวมาตั้งแต่เกิดหากไม่ทำ
ก็ไม่สามารถผ่านไปทำศีลอื่นไห้ เมื่อเริ่มโตขึ้นก็จะเริ่มทำศีลอภัยบาป ศีลแก้บาป และลมหาสนิท (พิธีในมิสซาอย่าง
สม่ำเสมอทุกสัปดาห์)โดยผ่านการเรียนการสอนจากที่วัดหรือจากพระที่ไปสอนในโรงเรียนต่อมาจะผ่านศีลกำลัง และ
ศีลสุดท้าย เมื่อจะเสียชีวิตคือศีลเจิมคนป่วย เพื่อให้ตนเองพ้นจากบาปในวาระสุดท้ายของชีวิต และจะไปอยู่กับพระเจ้า
(ความต้องการของคนในชุมชนบ้านญวนสามเสนต่อการจดั การท่องเทย่ี วในพ้นื ท,่ี 2551)

2. แนวคดิ และทฤษฎี หลักการ กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ท่ีปรับใข้
2.1 ทฤษฎี Empowerment

ซึ่งเป็นการสร้างพลังอำนาจเป็นกระบวนการทางสังคมที่มีพหุมิติ ซึ่งมุ่งเพิ่มพูนสมรรถนะของบุคคลหรือกลุ่ม
ให้สามารถตัดสินใจเลือก และเปลี่ยนผ่านการเลือกนั้นไปสู่การกระทำและผลลัพธ์อันพึงประสงค์ กระบวนการนี้ทำให้
เกิดพลังที่จะใช้การเลือกเหล่านั้นในครรลองชีวิตของเขาหรือเธอ ชุมชน สังคม ด้วยการกระทำการของบุคคลต่อ
ประเด็นปัญหา ที่เห็นว่ามีความสำคัญซึ่งก็คงไม่พ้นในการศึกษาเกี่ยวกับด้านวิถีชุมชนของชุมชนนี้ที่เห็นถึงคุณค่าของ
ชุมชน มีความรู้สึกร่วมกันในการอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านอาหาร ด้านศาสนาที่มีความแน่นแฟ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน อีกทั้งคนนอก หรือว่าเป็นนักท่องเที่ยวไปเข้าไปชุมชนนี้ก็ต้องรับรู้ถึงความเป็นชาวญวนผ่านอาหารได้อย่าง
งา่ ยดาย ถึงแมว้ า่ ยคุ สมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด กจ็ ะคงความเป็นชุมชนบา้ นญวนนีไ้ วอ้ ยู่
2.2 แนวคดิ มนุษยนยิ ม

ในการอยู่ร่วมกันในชุมชนที่หลายเชื้อชาติ หลายศาสนา การมองถึงศักยภาพ ความสามารถ ของชุมชนใน
อดีตจนถึงปัจจุบันที่สามารถอนุรักษ์ชุมชนจนมาถึงปัจจุบันได้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ๆ สำหรับประชาชนในชุมชน
เพราะวฒั นธรรมต่าง ๆ ถอื วา่ เปน็ นามธรรมท่ตี อ้ งมีสำนึกรว่ มกนั ถงึ จะขบั เคลอ่ื นได้
3. ลักษณะ กิจกรรม โครงการ ปฏบิ ัติการท่นี ำเสนอ

ในด้านกิจกรรมในชุมชนจากวิจัยความต้องการของคนในชุมชนบ้านญวนสามเสนต่อการจัดการท่องเที่ยวใน
พื้นที่ ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้การสนับสนุนจัดทำโครงการต่างๆ พอสมควร ที่เห็นเด่นชัดก็
ได้แก่ โครงการจัดทำแผน และ แผนผังชุมชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เป็นต้น นวทางในการพัฒนาชุมชน กล่าวไว้ว่า
รูปแบบอาคารพักอาศัยที่เหมาะสมกับสภาพชุมชนและจำนวนผู้พักอาศัยของรุมชนแห่งนี้คือในการพัฒนาชุมชนใน
ระยะยาว อาจจำเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสภาพอาคารบ้านเรือนที่อยู่ในชุมชน ให้มีความมั่นคง แข็งแรง
สวยงาม และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ชุมชน ดังนั้นจึงไห้มีการนำเสนอรูปแบบอาคารที่พักอาศัยแบบต่างๆ ขึ้นเพื่อ
เป็นทางเลือกให้กับชุมชนที่ต้องการสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ ในการพัฒนาระยะยาว โดยรูปแบบอาคารพักอาศัยแบบ
ต่างๆ นี้มีแนวคิดในการจัดทำจากการใช้กิจกรรมต่างๆ ภายในอาคารของชุมชนในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีขนาดและความ
เหมาะสมกับจำนวนผู้พกั อาศยั อีกดว้ ย

ในการนำเสนอรูปแบบอาคารพักอาศัยนี้สามารถจัดทำได้ทั้งในช่วงการพัฒนาระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจาก
ในช่วงการพัฒนาระยะสั้น จะต้องมีอาคารพักอาศัยบางหลังที่ต้องท้ายที่ไปอยู่ในที่ว่าง บริเวณอื่นๆ ในชุมรนเพื่อให้เป็น
ที่สำหรับเขื่อน ดังนั้นอาคารพักอาศัยหลังจากที่ถูกย้าย จำเป็นต้องมีการสร้างใหม่และสามารถนำรูปแบบอาคารที่

392

นำเสนอนี้ นำไปเป็นทางเลือกในการก่อสร้างใด้ ส่วนในการพัฒนาระยะยาวที่อาจจะต้องสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ทุกหลัง
ในชุมชน (ความตอ้ งการของคนในชมุ ชนบ้านญวนสามเสนตอ่ การจัดการทอ่ งเท่ยี วในพ้ืนท,่ี 2551)
4.ขอ้ เสนอต่อบทบาทนกั สังคมสงเคราะหช์ ุมชน

บทบาทของนักสงัคมสงเคราะห์ต่อชุมชนนี้คือการสังเกต ศึกษาชุมชน ด้วยการใช้ทักษะต่าง ๆ หากจะต้องลง
สนามปฏิบัติจริง ๆ การเข้าไปทำความรู้จักกับชุมชน มีปฏิสัมพันธ์โดยการใช้ศิลป์ ใช้ ผัสสะทั้ง 5 อย่างครบถ้วนรวมถึง
ศาสตร์ของสงัคมสงเคราะห์ชุมชน เนื่องจากการศึกษาในแบบเว็บไซต์เช่นนี้ ก็อาจจะไม่ได้สังเกตได้อย่างครบถ้วนนัก
รวมถงึ จะตอ้ ง

รายการอา้ งองิ
พล14. (2563). ตลาดบา้ นญวนสามเสน ซอย13 Version มาสายตลาดเรม่ิ วายเเล้ว, สบื ค้นจาก

https://food.trueid.net/detail/2xpRA7KB5EMq
สุดารตั น์ แสงจำนงค.์ (2551). ความต้องการของคนในชุมชนบ้านญวนสามเสนต่อการจดั การท่องเทย่ี วในพื้นท,ี่

สบื ค้นจาก http://tourismlibrary.tat.or.th/medias/SSRU0002/SSRU0002_fulltext.pdf
Panee. (2562). เยยี่ มบ้านญวน เยือนบา้ นเขมร ลดั เลาะไหวพ้ ระรมิ เจ้าพระยา ชุมชน 3 ศาสนา 4 ชาติพนั ธุ์บน

ถนนสามเสน. สืบคน้ จาก https://sdthailand.com/2019/04/samsen-wat-christian-shurchshrine

393

“ชุมชนเคหะรม่ เกล้า”
จติ ตยิ ”า ปอ้ งศรี

394

คำนำ
รายงานฉบับนี้จำทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา สด. 311 หลักและวิธีการสังคมสงเคราะห์ 3 ชั้นปีท่ี3 ภาคเรียนที่ 1
ประจำปีการศึกษา 2564 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยรายงานฉบับน้ี
ต้องการศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้า ตั้งอยู่ที่แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาคกระบังกรุงเทพมหานคร เนื่องจากชุมชนน้ี
เป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีความน่าสนใจหลายๆ มิติที่ควรค่าแก่การศึกษาชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการทำความ
เข้าใจถึงชุมชนดังกล่าว ผ่านทางเทคนิควิธีการศึกษาชุมชนในรูปแบบต่างๆ เครื่องมือในการศึกษาชุมชน แนวคิด
ทฤษฎีทเี่ กี่ยวขอ้ งทีจ่ ะนำมาใชใ้ นการศึกษาชมุ ชน รวมถงึ
กิจกรรมโครงการทเี่ หมาะสมแก่ชุมชน
รายงานฉบับงานฉบับนี้สำร็จลุล่วงได้ด้วยดีจากความกรุณาในการช่วยเหลือแนะนำข้อเสนอแนะต่างๆ
จาก อาจารย์ผู้สอน อ.คร. ปั่นหทัย หนูนวล ที่คอยให้ข้อชี้แนะเกี่ยวของกับรายงานฉบับนี้มาโดยตลอดและ
ขอขอบพระคุณที่เสียสละเวลาในการปรึกษาชี้แนะข้อบกพร่อง รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไขให้รายงานฉบับนี้ออกมา
สมบูรณ์ ขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง

และสุดท้ายนี้ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจจะศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ
ชุมชนเคหะรม่ เกล้าไดไ้ มม่ ากก็นอ้ ย หากมีข้อผดิ พลาดแตป่ ระการใด ผู้จดั ทำตอ้ งขออภยั มา ณท่นี ี้ด้วย

ผจู้ ัดทำ
นางสาว จิตติยา ปอ้ งศรี

395

ทมี่ าและเหตผุ ลในการศึกษาชมุ ชน

ชุมชนเคหะร่มเกล้าเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเจริญเป็นอย่างมากหากเทียบกับ
สมัยก่อน แต่เดิมละแวกชุมชนเคหะร่มเกล้า เป็นพื้นที่รกร้างและเปลี่ยว ต่อมาการเคหะแห่งชาติได้มีการริเริ่ม
โครงการที่อยู่อาศัยชื่อว่า โครงการบ้านการเคหะแห่งชาติ ส่วนใหญ่ผู้คนที่เข้ามาตั้งที่อยู่ในละแวกนี้เป็นผู้ที่มีรายได้
น้อย แต่เดิมพื้นที่ละแวกนี้มีความหลากหลายของผู้คนจำนวนมาก รวมถึงปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านยาเสพติด
ด้านคณุ ภาพชีวิตความเปน็ อยู่ แต่ในปจั จบุ นั ได้มกี ารเขา้ มาพฒั นา
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ หน่วยงาน ตลอดจนความร่วมมือของกลุ่มคนในชุมชน ที่ต้องการปรับปรุงชุมชนที่
อยู่อาศัยให้มีความปลอดภัยเและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะเห็นผลสัมฤทธิ์ได้จากปัจจุบัน ที่ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนสีขาว
ปราศจากยาเสพติด และมคี วามปลอดภยั ในการดำเนนิ ชวี ิต มีสิ่งอำนวยความสะดวกใน
ด้านต่างๆ ให้แก่คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ลานกีพอเนกประสงค์ สถานที่ราชการต่างๆ เพื่อบริการ
ประชาชน

และเหตุผลที่นักศึกษาเลือกจะศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้า (โซน9) แห่งนี้ เนื่องจากชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนท่ี
นักศึกษาพักอาศัยอยู่ตั้งแต่เกิด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุมชนแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านที่พัฒนาขึ้น
จากเดมิ ถึงแม้ชมุ ชนแหง่ นจี้ ะไมไ่ ดม้ ีเรื่องราวทางประวัตศิ าสตรม์ ากมาย และไม่ไดเ้ ปน็ สถานทที่ ่องเทย่ี เหมอื นกับชมุ ชน
อื่นๆ แต่ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ในด้านของการพัฒนา ความเข้มแข็งร่วมใจกันของผู้คนในชุมชน
นกั ศึกษาจึงสนใจที่จะเรยี นรู้และทำความเข้าใจชุมชนแห่งน้ใี นมิติดา้ นต่างๆ


Click to View FlipBook Version