The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2021-11-28 11:15:00

การออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชุมชน: การประยุกต์ใช้เครื่องมือ การศึกษาชุมชน

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

396

1.ข้อมลู พนื้ ฐานของชุมชน
เมื่อได้สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกายภาพเบื้องต้นของชุมชนเคหะร่มเกล้า คุณถาวร ป้องศรี (คุณพ่อของนักศึกษา) ที่

ทำหน้าที่เป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ได้ให้ข้อมูลว่า ข้อนกลับไปเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน พื้นที่ย่านเคหะร่มเกล้า เป็นพื้นท่ี
เปลี่ยว รกร้างมีแต่ปากก จะมีเพียงบ้านอยู่ไม่กี่หลัง หนึ่งในนั้นคือบ้านของคุณพ่อ ด้วยความที่พื้นที่แถวนี้เปลี่ยว ทำให้
เกิดเหตุจี้ปลันชิงทรัพย์บ่อย มีการก่ออาชญากรรมสูง เมื่อกล่าวถึง"เคหะร่มเกล้า" ไม่เป็นที่รู้จักนักและ ไม่มีใครอยาก
เข้ามา เนื่องจากเปลี่ยว รกร้างและห่างไกลจากความเจริญหรือแม้แต่ถนนคอนกรีตก็เข้าไม่ถึง ชุมชนแห่งนี้ก่อตั้งมา
ราวๆ 20 กว่าปี ก็ยังไม่มีน้ำประปาที่สะอาดใช้ผู้คนต้องอาศัยเครื่องปั๊มน้ำในการสำรองน้ำไว้ใช้ จนนำไปสู่การเรียกร้อง
ให้มีน้ำประปาที่สะอาดในการใช้อุปโภคบริโภค ทำให้ชุมชนแห่งนี้พึ่งจะมีน้ำประปาที่สะอาดใช้อย่างจริงจัง เมื่อราวๆ 10-
เ5 ปีที่แล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ในละแวกนี้จะเต็มไปด้วยปารกร้าง ไม่มีตึกสูงเหมือนในปัจจุบัน ไม่มีแม้แต่สถานีตำรวจ ศูนย์
สาธารณสุข มีเพียงโรงเรียนประถมคหะชุมชนลาดกระบัง ที่ริ่มก่อตั้งและเปิดให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่
บริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2528 และโรงเรียนมัธยมรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ที่เริ่มก่อตั้งและเปิดให้การศึกษาแก่เด็ก
และเยาวชนในพืน้ ทีบ่ รเิ วณนี้ ทตี่ ้องการศกึ ษาต่อในระดบั มธั ยมศกึ ษา เมือ่ ปี พ.ศ.2526

แต่ในปัจจุบันชุมชนเคหะร่มเกล้าได้มีการเปลี่ยนแปลงจากแต่ก่อนไปมาก ไม่ว่าจะทางกายภาพหรือ
ทางด้านมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ที่มีการลงทุนกิจการต่างๆ มากมาย ด้านจำนวนประชากรที่มีการขยับ
ขยายและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยทำเลที่ตั้ง หรือปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของจำนวน
ประชากรในชุมชนเคหะร่มเกล้าอย่างรวดเร็ว ทางกายภาพมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะรูปแบบที่พักอาศัย
ซึ่งแต่ก่อนเป็นรูปแบบบ้านเดี่ยว แต่ในปัจจุบัน มีทั้งบ้านเดี่ยว อาคารทาวเฮ้าส์ รวมถึงอาคารชุดหรือแฟลตเอื้ออาทร ท่ี
จัดทำขึ้นสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย ให้ได้มีที่พักอาศัยในราคาถูกเป็นโครงการของทางการเคหะ ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่มี
รายได้น้อย เปน็ เหตุใหป้ จั จบุ ันมผี คู้ นจำนวนมากเขา้ มาเช่าซอ้ื เพ่อื พักอาศยั

397

2.เทคนิควธิ กี ารศกึ ษาชุมชน
การศึกษาแบบผสมผสาน การศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้าในครั้งนี้ ใช้วิธีการผสมผสานวิธีการต่างๆ ในการศึกษา

ชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการเก็บข้อมูลของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการสังเกต การเข้าไปมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรม
ต่างๆ หรือในบางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ รวมถึงการเข้าไปพูดคุยร่วมสนทนาทั้งอย่าง
เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อให้ได้ข้อมูลในหลายๆ ด้านที่หลากหลายทางความคิด เพื่อให้เห็นขอเท็จจริงใน
หลายๆ มติ ิ

โดยการศึกษาชุมชนในครั้งนี้ นักศึกษาได้เริ่มจากการสังเกตการณ์ก่อน เพื่อให้เห็นถึงบริบทต่างๆ ถึงสถานการณ์
ความเป็นชุมชนในปัจจุบัน จากนั้นจึงเริ่มเข้าไปพูดคุยทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการจากสมาชิกในชุมชน
เพื่อให้รู้ถึงข้อมูลด้านต่างๆ ที่ต้องการ จะศึกษา นักศึกษาได้ทำการเริ่มเข้าไปสนทนาอย่างไม่เป็นทางการจากคุณพ่อ
เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นของความเป็นมาของชุมชนเคทะร่มเกล้าเนื่องจากเป็นผู้ที่เข้ามาพักอาศัยในย่านนี้ก่อนที่จะ
มีการตั้งเป็นชุมชนขึ้น และจากนั้นจึงสอบถาม คุณป้าที่เป็น อสม.ในชุมชนถึงบริบทต่างๆ การดูแลสมาชิกในชุมชน
และกิจกรรมหรือโครงการที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในการสัมภาษณ์ ไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์แบบรวมกลุ่มสมาชิกหลายคน
เนื่องจากว่าสถานการณ์ โควิดที่ยังแพร่ระบาดอย่างหนัก ทางชุมชนจึงมีมาตรการในการป้องกันดูแลตนเอง เพื่อให้
ลดโอกาสความเสี่ยงของการติดเชื้อ ด้วยการงดการรวมกลุ่มทุกกรณี ทำให้การสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลในครั้งนี้ เป็น
การสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูลเพียงลำพัง โดยมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันความเส่ียงของการติดเชื้อ และ
ได้มีการจดบันทึกข้อมูลที่สำคัญที่จะนำมาใช้ประกอบการศึกษา เช่น ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเคหะร่มเกล้าระบบ
สวัสดิการต่างๆ ในชุมชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน วันสำคัญที่จะมีการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชนและโครงการ
กิจกรรมต่างๆ ของชุมชนที่กำลังมีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการสังเกตวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนท่ี
อาศัยอยูใ่ นชมุ ชน ในช่วงของสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

3.แนวคดิ และทฤษฎที เี่ กย่ี วขอ้ งในการศึกษาชุมชน

แนวคิดชุมชนเขม้ แข็ง
ชุมชนเข้มแข็งคือการที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันเพื่อเรียนรู้

หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนร่วมกัน เพื่อพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งเจริญก้าวหน้า รวมทั้งเปลี่ยนแปลง
ชุมชนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิต หรือด้านสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน
สำหรับกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข้งของชุมชนจำเป็นต้องคำเนินการแบบมีส่วนร่วมกันของคนในชุมชน
เพ่อื ใหเ้ กิดการระคมความคิดเพอื่ ชว่ ยเหลือและหาแนวทางการแก้ไขปญั หารว่ มกนั เพอื่ ประโยชนส์ ว่ นรวมของชุมชน

ซึ่งในชุมชนเคหะร่มเกล้า (โซน9) จะมีการรวมกันเพื่อทำกิจกรรมอยู่ ยิ่งในช่วงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควิด- 19 จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีของผู้คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น
การจัดกิจกรรมตามวันสำคัญประจำปี เช่น วันออกพรรษา การทอดกฐิน การจัดงานทำบุญตักบาตรเนื่องใน โอกาส
วันแม่แห่งชาติ หรือวันพ่อแห่งชาติ กิจกรรมสันทนาการเช่นวันเด็ก หรือการจัดกิจกรรม Big cleaning day
แสดงออกให้เห็นถึงความร่วมมือกันของผู้คนในชุมชน การมีส่วนร่วมกันในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความ
เข้มแขง็

398

แนวคดิ การพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง
การพัฒนาชุมชน คือ ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่ตั้งใจลงมือกระทำ

ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนใน
เมือง หรือชุมชนตามชนบทพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้คนในชุมชนมีความสามารถในการพัฒนา และพึ่งพา
ตนเองได้ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อส่วนรวม โดยการพัฒนาชุมชนจะมีเป้าหมายคือ 1.
ส่งสริมให้ผู้คนในชุมชนมีความสามารถในการพัฒนาตนเองได้ 2.) ควบคุมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ี
มีอยู่ได้ 3. มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจสังคม การเมือง กับชุมชนภายนอก 4.) การเพิ่มระดับความเป็นประชาธิปไตย
เป็นการลดอำนาจการควบคุมจากศนู ย์กลาง และเพ่มิ อำนาจปกครองตนเองให้แก่ท้องถน่ิ

ชุมชนเคหะร่มเกล้า (โซน9) มีการพัฒนาชุมชนอยู่เสมอ เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ผู้คนในชุมชนมี
การพึ่งพากันและกันรวมทั้งพึ่งพาตนเองโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประ โยชน์ รวมถึงการพัฒนาที่เป็นการ
ปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีการแจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อความ
สะดวกและเท่าทนั ตอ่ สถานการณ์ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การพัฒนาปรบั เปลี่ยนรูปแบบวถิ ีชีวิตตามสังคมในปจั จุบัน

แนวคดิ การพ่ึงพาตนเอง
การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในเบื้องต้นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้ประชาชนมีความแข็งแรง

พอที่จะดำรงชีวิตได้ และขั้นตอนต่อไปคือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม สามารถ
พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้หลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การวางเส้นทางชีวิตของตนเองให้เรียบ
ง่าย ธรรมดา และเดินสายกลางด้วยปัญญาพร้อมคุณธรรมในจิตใจ เพื่อนำชีวิตไปสู่ความสมดุลของทรัพยากร ให้มี
ความมั่นคง และเกิดความยั่งยืนในที่สุด เปรียบเสมือนเป็นการวางรากฐานของอาคารให้แข็งแรง ดังพระราชดำรัส
ความตอนหน่งึ วา่

"....การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญ
ยิ่งขวดเพราะผมู้ ีอาชพี และฐานะเพยี งพอท่ีจะพง่ึ พาตนเองได้ ยอ่ มสามารถสร้างความเจรญิ ในระดับสูงขัน้ ตอ่ ไป....

พระบรมราโชวาทในพืธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ วันศกุ ร์ ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗

ชุมชนเดหะร่มเกล้า (โซน9) มีการคิดกิจกรรมที่ทำร่วมกันในชุมชนคือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์
ในที่นี้คือพื้นที่รกร้าง มาปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ปลูกผักสวนครัวให้คนในชุมชนไว้รับประทาน เพื่อเป็นการลดภาระด่าใช้
จา่ ยในครวั เรือน และยังเปน็ การพึง่ พาตนเอง รวมถึงกาใช้ทรัพยากรทีม่ ีอยใู่ ห้เกิดประโยชน์สงู สุดอีกด้วย

4.ผลทีไ่ ดร้ ับจากการศกึ ษาชุมชน
จากการศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้า (โซน 9)ได้ทำให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการ

เปลี่ยนในหลายๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านความเจริญของชุมชนที่ขยับขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือการ
แพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในระรอกแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้เห็นถึงความร่วมมือกันของผู้คนในชุมชน
ในการร่วมมือกันระดมความคิดรวมถึงกำลังแรงกายในการทำกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อให้

399

เกิดการพัฒนาการชุมชนไปในทางที่ดีขึ้น ในชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางช่วงวัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
ผู้คนในชุมชนจะเป็นวัยผู้สูงอายุ รองลงมาวัยทำงานและวัยเด็ก แต่ผู้คนในชุมชนก็ยังคงมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ไม่มี
ข้อพิพาทหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้ถึงความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จะเห็นได้
จากระหว่างการสังเกตการณ์ถึงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการช่วยเหลือพึ่งพากันและกันอยู่สมอ มี
การแบ่งปันอาหาร หรือวัตถุดิบต่างๆ เช่น ผักผลไม้ ที่เพาะปลูกไว้ในพื้นที่ส่วนรวม หรือหากมีบ้านไหนไปตกปลามาได้
จำนวนมากก็จะมีการนำมาขายกันในชุมชนในราคาที่ถูก หรือหากเหลือก็มีการแบ่งปันกัน แสดงให้เห็นถึงการมีส่วน
ร่วมทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน และการมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยกันในชุมชน จะ
เห็นไดจ้ ากระหวา่ งการสังเกตการณ์ เมอ่ื ถึงคราวท่ีบา้ นไหนจะตอ้ งการกำลงั คนในการทำสิง่ ต่างๆเช่น เมอ่ื มีงานทำบญุ
บ้านในระแวกใกล้เคียง ชาวบ้านในชุมชนก็จะช่วยเหลือกันในการเตรียมงาน หรือเมื่อมีการสูญสียของคนในชุมชน
ชาวบ้านในชุมชน จะช่วยเหลือกรอบครัวผู้สูญเสีย ไม่ว่าจะด้านทุนทรัพย์ หรือด้านการเตรียมการ แสดงให้เห็นถึงความ
เกื้อกูลกันไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข และชุมชนยังมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ มีการตั้งกลุ่ม
ไลน์เพื่อติดต่อสื่อสารรวมถึงประชาสัมพันธ์ข่าวสาวต่างๆ ในชุมชน แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวให้เท่าทันต่อเทดโน โลยี
และ ใชป้ ระ โยชน์จากเทคโนโลยใี หเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ

5.จุดเดน่ และข้อจำกดั จากการศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้า (โซน 9)
จดุ เด่น
1. ชุมชนเคหะร่มเกล้าเป็นชุมชนที่ผู้คนในชุมชนมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ผู้คนในชุมชนอยู่อาศัยร่วมกันแบบเกื้อกูล
พึ่งพาซงึ่ กนั และกัน ทำใหไ้ ม่มีปญั หาทะเลาะเบาะแวง้ กัน เพราะผูค้ นในชมุ ชนต่างเป็นเพื่อนบ้านและสมาชิก
2. เป็นชุมชนที่นักศึกษาอาศัยอยู่แต่กำเนิดทำให้มีความรู้จักผู้คนในชุมชนระดับหนึ่ง ทำให้การเก็บข้อมูลมีความสะดวก
ทตี่ ดิ ต่อผคู้ นในชุมชนท่ีตอ้ งการเกบ็ ข้อมลู ได้ในระดับหนึ่ง
3. เป็นชุมชนที่ผู้คนในชุมชนพึ่งพาอาศัยกันอย่างเกื้อกูลและมีน้ำใจต่อกัน และผู้คนในชุมชนมีความสามารถในการ
พึ่งพาทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนได้ เช่น การมีที่ดินว่างเปล่าจึงมีกิจกรรมการปลูกผักสวนครัวขึ้น เพื่อให้คนในชุมชนได้
ใช้ประโยชนจ์ ากที่ดนิ ท่วี ่างเปลา่ ในการเพาะปลกู

ข้อจำกดั

1.) เนื่องจากสถานการณ์โควิดยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดข้อจำกัดบางอย่างในการเก็บข้อมูล เช่น
การรวมกลุ่มเพื่อทำการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลแบบกลุ่ม หรือการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ทำให้ต้องมีการ
ปรบั เปล่ยี นรูปแบบตามสถานการณ์ อาจจะทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน
2.) ชุมชนเป็นชุมชนที่ไม่ใช่ในลักษณะชุมชนเชิงท่องเที่ยว ทำให้บางครั้งในการสังเกตการณ์เพื่อเก็บข้อมูล หรือการเข้า
ไปขอสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการทำให้ผู้ให้ข้อมูลรู้สึกว่าไม่ค่อยชิน เนื่องจากไม่ค่อยมีใครเคยมีทำการเก็บข้อมูลเพื่อ
นำไปศึกษามาก่อน จึงต้องมีการปรับเปล่ียนวิธี เช่น เป็นการสัมภาษณ์แบบนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนตามลำพัง ไม่มีการ
ถา่ ยรปู เนื่องจากตอ้ งการเคารพและรกั ษาความเป็นส่วนตวั ของผทู้ ีใ่ หข้ ้อมูล

400

6.จดุ แข็งและจุดอ่อนของเครอื่ งมือการศึกษาชุมชน

ปฏิทินชมุ ชน
จุดแข็ง ทำให้เข้าใจถึงวันและเวลาของการรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมในชุมชนตามวันสำคัญต่างๆ ประจำปี

ทำให้สามารถรู้ถึงช่วงเวลาได้อย่างแน่ชัด หากอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับการทำกิจกรรมดังกล่าว รวมถึงได้เห็นถึง
การรว่ มมอื กนั และการมีสมั พนั ธภาพท่ีดขี องผู้คนในชุมชน

จุดอ่อน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของวันและเวลาได้ตามสถานการณ์และความเหมาะสม เนื่องจากปัจจุบัน
มีการแพรร่ ะบาดของโควิด-19 บางกจิ กรรมอาจจะตอ้ งงดไป

แผนทีเ่ ดินดนิ
จุดแข็ง สามารถเห็นถึงข้อมูลทางกายภาพของลักษณะชุมชนได้อย่างชัดเจนและกรบถ้วน สามารถวาง

แผนการดำเนินการในการศึกษาชุมชนได้ รวมถึงการจัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วม
และทำใหส้ ถานทีส่ ำคญั ในชมุ ชน เชน่ ลานกีฬา สวนสาธารณะ
จุดอ่อน ใช้ระยะเวลานานในการทำ เนอ่ื งจากลักษณะชุมชนคอ่ นขา้ งมีความละเอยี ดและแออดั

ระบบสขุ ภาพชุมชน
จุดแข็ง ทำให้เข้าใจถึงระบบการดูแลสุขภาพของผู้คนในชุมชน รวมถึงการประยุกต์ระบบสุขภาพชุมชนกับ

งานสาธารณะสุขในชุมชน และได้เห็นถึงคุณภาพชีวิตด้านสุขภายกายของผู้คนในชุมชน รวมถึงการทำงานของ อสม.
ในชมุ ชนทท่ี ำหนา้ ทด่ี แู ลประสานงานดา้ นงานสาธารณสุขในชมุ ชน

จุดอ่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีข้อจำกัดในด้านขงการเก็บข้อมูลในด้าน
การสัมภาษณ์ จึงไม่สามารถข้าไปสอบถามข้อมูลหรือสัมภาษณ์จากผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ
ได้ ทำไดเ้ พียงสอบถามจาก อสม. ในชมุ ชน

7.เคร่ืองมอื ศึกษาชมุ ชน 3 ชนิ้
1.แผนทเ่ี ดินดิน

401
พื้นท่ที างกายภาพ

ชุมชนเคหะร่มเกล้าจะมีลักษณะชุมชนที่เป็นซอยก่อนข้างเยอะ จะแบ่งออกเป็นโซนๆ แต่ละโซนจะมี
คณะกรรมการชุมชนและประธานชุมชนที่มาจากการเลือกตั้ง จะมีรูปแบบการจัดกิจกรรมคล้ายคถึงกันเป็นรูปแบบ
เดียวกันทั้งหมด เช่น มีการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ทุกโซนในชุมชนเคหะร่มเกล้าก็จะมีการจัดกิจกรรมนี้เหมือนกันทั้งหมด ในด้านของการประชาสัมพันธ์จะเป็นรูปแบบ
การประกาศเสียงตามสาย หรือบางโซนคือชุมชน โซน 9 มีการประยุกต์การประชาสัมพันธ์ข่าวสารผ่านหลายๆ
ชอ่ งทางเช่น การประกาศผ่านเสียงตามสาย และมกี ารจดั ตง้ั กล่มุ ไลนไ์ ว้พดู คุยและประชาสมั พนั ธ์ขา่ วสาร
กิจกรรมเศรษฐกจิ ในชมุ ชน

ชุมชนเคหะร่มเกล้าเป็นชุมชนที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนรอบนอก
จะเห็นว่ามีตลาดถึง 3 แห่ง และยังไม่รวมตลาดนัดประจำชุมชนในช่วงเช้าที่จะมีการจัดกันในแต่ละสัปดาห์หมุนเวียน
กันไป มีการจำหน่ายอาหาร ผักผลไม้รวมถึงเสื้อผ้า เป็นการสร้างรายได้ให้เกิดการพึ่งตนเองและหมุนเวียนรายได้ใน
ชุมชน
2.ปฏิทนิ ชุมชน

ในปัจจุบันเนื่องจากมีการแพร่ ระบาดของโควิด-19 ทำให้บางกิจกรรมมีการงคจัดกิจกรรมชั่วคราว เช่น
กิจกรรมวันสงกรานต์ แต่กิจกรรมอื่นๆ ยังมีการจัดกิจกรรมอยู่แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับวิถีNew
normal โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้คนในชุมชนที่ช่วยกันปฏิบัติตาม ทำให้กิจกรรมสามารถดำเนินต่อได้ เนื่องจาก

402

กิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนเป็นมากกว่ากิจกรรม แต่เป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน ให้มี
สมั พนั ธภาพทีด่ ตี อ่ กันเพ่ือการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสงบสขุ
3.ระบบสขุ ภาพชมุ ชน

จากการสัมภาษณ์ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขภายในชุมชน) ในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน 9 ได้ให้
ข้อมูลว่า ในชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน 9 ส่วนใหญ่จะมีผู้สูงอายุก่อนข้างมาก มีผู้ป่วยติดเตียงบ้างไม่กี่ราย ซึ่ง อสม.ได้ทำ
หน้าที่เข้าไปตรวจดูทุกสัปดาห์ หากต้องการความช่วยเหลือหรือสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น รถเขึ้นวิลเชร์ หรือเตียง
จะสามารถแจ้งกับทาง อสม. ได้โดยตรงและทาง อสม. จะทำหน้าที่ในการติดต่อประสานกับ ศูนย์สาธารณสุข 45 ร่ม
เกล้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่เข้ามาคูแลต่อไป แสดงให้เห็นถึงการทำงานในการดูแลผู้ป่วยในชุมชน ที่ทั่วถึงและเป็นระบบของทีม
อสม.
8. โครงการ สขุ ภาพดีชีวมี ีสขุ ตามวถิ ชี วี ติ ใหม่

โครงการนี้จัดทำขึ้นเป็นเวทีส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตนในช่วง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด- 19 ที่จัดขึ้นโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุข
ประจำชุมชน กจิ กรรมน้ีเร่ิมจากวนั ที่ 3 1 ตลุ าคม 2564 มกี ารจัดเวทีขึน้ และไดใ้ ห้ผ้สู ูงอายุในชุมชน ที่นบั ว่าเป็นกลุม่ ท่ีมี
ความเสี่ยงสูง ถึงแม้ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะอาศัยอยู่แต่ในครัวเรือน แต่ว่าผู้สูงเหล่านี้ส่วนมากมีโรคประจำตัว ซึ่งหาก
เกิดการติดเชื้อขึ้นมา จะทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้สูงกว่าวัยอื่นๆ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายในการ
ป้องกันและดูแล จึงได้มีการจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อเป็นการให้ความรู้ในด้านของการดูแลสุขภาพ การทำ
ความเข้าใจถึงโรค โควิด-19 เพื่อไม่ให้เกิดความประมาทในการดูแลตนเอง และแนวทางปฏิบัติตน เช่น การล้างมือท่ี
ถูกวิธี การตรวจ ATK ด้วยตนเองรวมทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง โดยหลังจากการอบรมให้ความรู้แล้ว

403

ทาง อสม. ประจำชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน9 ได้มีการจัดเตรียมมาตรการการเฝ้าระวังในระยะยาว นั่นคือการให้ผู้คนใน
ชุมชนทุกช่วงวัย ช่วยกันสอดส่องดูแลสมาชิกในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยทำงาน หรือวัยผู้สูงอายุ ให้มีการเฝ้า
ระวังซึ่งกันและกัน โดยจะมีมาตรการคือ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือแม้แต่จะเดินทางไปใน
ระแวกใกล้เคียงก็ตาม และการพกสเปรย์แอลกอฮอลแบบพกพาเมื่อจะต้องมีการไปซื้อของหรือจะต้องสัมผัสสิ่งของ
ตามสถานทต่ี า่ งๆ เพอ่ื เป็นการลดความเสย่ี งในการแพร่เชอื้ และสดุ ทา้ ย การเวน้ ระยะห่าง

จากโครงการดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเป็น โครงการที่มีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมกับ
การทำกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับ Me720 คือ การที่ผู้คนในชุมชน
ชนช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการของกิจกรรมที่ออกมาอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดวิถีการปฏิบัติตนแบบใหม่ และผล
ของการปฏิบัติตามนี้จะทำให้ลดโอกาสในการติดเชื้อลง เมื่อยอดผู้ติดเชื้อลดลงแล้ว จะเป็นการช่วยการะของเจ้าหน้าท่ี
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการดูแลประสานงานเกี่ยวกับโควิดในชุมชนจากโครงการดังกล่าวเป็นการจัดทำขึ้นใน
ระดบั ชุมชน ในทางสงั คมสงเคราะห์แล้วจงึ เป็นการเปลีย่ นแปลงในระดบั มชั ฌมิ ภาค ( Mezzo Social Work)

9.บทบาทนกั สังคมสงเคราะหก์ ับการปฏบิ ัติงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
จากกรณีศึกษา การศึกษาชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน9 แสดงให้เห็นถึงบริบทของชุมชนในการอาศัยร่วมกัน

ของผู้คนในชุมชนในสังคมยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงโดยฉพาะในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโค
วิด-19 เมื่อกล่าวถึงบทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชมเคหะร่มเกล้าท่ี
นักศึกษาไดเ้ ลือกศึกษา

บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในการเข้ามาปฏิบัติงานนั้นจะต้องเป็นไปในรูปแบบ "การปฏิบัติงานสังคม
สงเคราะหก์ ลมุ่ " โดยวัตถุประสงค์ของการสงั คมสงั คมสงเคราะหใ์ นระดบั กลมุ่ ไดแ้ ก่

1.) เป็นการปอ้ งกนั ปัญหาไม่ใหเ้ กิดขึ้น ไม่วา่ จะเปน็ ปัญหารายบคุ คล รายกล่มุ จนกระทัง่ กลายเปน็ ปญั หาสังคม
2.) เปน็ การแก้ไข เม่ือเกดิ ปัญหาข้ึนในระดับกลุ่มชมุ ชน จะตอ้ งมีการแกไ้ ขปัญหาดงั กลา่ วเพอ่ื ใหส้ ามารถกลับเข้าสู่
สภาวะปกตไิ ด้
3.) เพ่อื การสง่ เสรมิ และฟน้ื ฟูสมรรถภาพให้แก่สมาชิกในกลุ่ม เพื่อให้สามารถดำเนินชวี ติ ไดอ้ ย่างปกตสิ ุข
4.) เพ่ือการพัฒนา พฒั นาในทุกมติ ริ ่วมกนั เพ่ือป้องกนั ไมใ่ ห้เกิดปญั หาซำ้

เนื่องชุมชนเคหะร่มเกล้ามีความเข้มแข็งในด้านของการรวมกลุ่มสมาชิกในชุมชน ในการทำกิจกรรมต่างๆ
หากนักสังคมสงเคราะห์ที่เข้ามาปฏิบัติงานจะต้องอาศัยการปฏิบัติงานในรูปแบบกลุ่มจะทำให้เกิดความสะดวกง่ายต่อ
การปฏิบัติงานลงพื้นที่และสำเร็จลุลวงได้ด้วยดี ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน นักสังคมสงเคราะห์อาจจะเข้ามาทำงาน

404

ร่วมกับทีมสหวิชาชีพในการดูแล ส่งเสริมให้ความรู้ในการปฏิบัติและดูแลสุขภาพของสมาชิกในชุมชนในช่วง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการดูแลผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวไม่ว่าจะจากโรคภัยอื่นๆ หรือโควิด-
19 อาจจะใชก้ ารบรู ณาการแนวคิดทฤษฎที ี่ใชก้ บั กล่มุ ชมุ ชนรวมถงึ กจิ กรรมต่างๆ มาประยกุ ตเ์ ขา้ ดว้ ยกนั เพื่อผลลัพธท์ ี่
เปน็ เลศิ ในการปฏบิ ัตงิ านสังคมสงเคราะห์

405

“ชมุ ชนหมู่ 14 คลองสอง”
ณฐั ”นรี สายน้อย

406

การออกแบบปฏิบัตกิ ารสังคมสงเคราะห์ชุมชน
ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง

ช่ือชมุ ชน: หมู่ 14 คลองสอง
ที่ตั้ง: หมู่ 14 ตำบลคลองสอง เขตเทศบาลเมืองท่าโขลง ตั้งอย่ใู นพน้ื ท่อี ำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี
ผู้นำชุมชน: ร.ต.ต.ฐานพุ งศ์ สงั ขส์ วัสดิ์
แผนท่ีชมุ ชน

1.ขอ้ มูลพืน้ ฐานชุมชนหมู่ 14 คลองสอง
มิตดิ า้ นประวัตศิ าสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม

• มิติด้านประวัติศาสตร์ ชุมชนหมู่14 คลองสองเป็นชุมชนดั้งเดิมโดยในอดีตเป็นชุมชนที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น

ทุ่งนา คนในชุมชนจึงประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อีกทั้งชุมชนมีคลองตัดผ่าน คนในชุมชนใน
อดีต จึงนิยมสัญจรผ่านการใช้เรือในการเดินทาง แต่ปัจจุบันเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้
สภาพแวดล้อมของชุมชนจากเดิมที่เป็นทุ่งนา ปรับเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่ของอาคารบ้านเรือนมากยิ่งขึ้น ซ่ึง
ลักษณะของบ้านเรือนมีทั้งรูปแบบบ้านเรือนเก่า รูปทรงดั้งเดิม และรูปแบบเหมือนบ้านจัดสรรอย่าง
ปัจจุบัน เส้นทางการคมนาคมได้ถูกพัฒนาขึ้นตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ชุมชนมีถนนตัด
ผ่าน ถนนคอนกรีตภายในซอยเพื่อให้รถยนต์ได้สัญจรผ่าน ทำให้การสัญจรผ่านเรือลดน้อยลงเป็นอย่าง
มาก อีก ทั้งยังมีผู้คนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากพื้นที่อื่น ๆ ทำให้ในชุมชนหมู่ 14 คลองสองมีประชากรแฝงเป็น
จำนวนมาก

• มิติด้านศาสนา ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีทั้งประชากรที่นับถือศาสนาพุทธศาสนาอิสลามและศาสนาอื่น

ๆ เรียงจากมากไปน้อยตามลำดับ โดยชุมชนหมู่ 14 คลองสอง ไม่มีวัดประจำชุมชน ประซากรส่วนใหญ่ใน
ชุมชนที่นับถือศาสนาพุทธ จึงนิยมไปทำบุญที่วัดพะยอม ที่อยู่ใกล้เคียงกับชุมชน แต่ในชุมชนมีสำนัก
วิปัสนาดำรงธรรมที่เป็นศาสนสถานภายในชุมชน ที่คนในชุมชนสามารถเข้าร่วมเพื่อประกอบพิธีทาง

407

ศาสนาตามวันสำคัญต่าง ๆ ได้ ในส่วนของประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม เนื่องจากในชุมชนหมู่ 14
คลองสอง ไม่มีมัสยิดสำหรับการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามสามารถ
เข้าร่วมพิธีทางศาสนาได้ที่มัสยิดที่ตั้งอยู่ในชุมชนลำสนุ่นซึ่งเป็นชุมชนละแวกใกล้เคียงมิติด้านวัฒนธรรม
อธิบายโดยปฏิทินวัฒนธรรมชุมชนที่ช่วยแสดงกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน แสดงให้เห็นว่า
ทางชุมชนหมู่ 14 คลองสอง ยังคงยึดถือวัฒนธรรมด้านทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพ ดั้งเดิมของคนใน
ชุมชน และมีการสบื สานประเพณวี ัฒนธรรมไทยสำคัญตา่ ง ๆ ใหค้ งอยู่ในชุมชน

มติ ดิ ้านสังคม เศรษฐกจิ การเมอื ง และสง่ิ แวดลอ้ ม
• ลักษณะครอบครัวลักษณะครอบครัวในชุมชนหมู่ 14 คลองสองประกอบไปด้วยครอบครัวขยายและครอบครัว
เดี่ยว ทั้งที่เป็นครอบครัวของคนในพื้นท่ี และครอบครัวของประซากรแฝงที่ได้ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ลักษณะ
ครอบครัวของคนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกัน มีความสัมพันธ์กันแบบเครือญาติที่มีความสนิทสนมกัน
มปี ฏสิ ัมพนั ธ์รว่ มกนั ตลอดเวลาระหวา่ งคนในชุมชนผา่ นการทำกจิ กรรมในวนั สำคญั ต่าง ๆ
• แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน:ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง ไม่มีสถานศึกษาภายในชุมชนคนในชุมชนจึงนิยม
ส่งลูกหลานเข้าเรียนที่สถานศึกษาใกล้เคียง คือโรงเรียนเทศบาลท่โขลง1 และโรงเรียนไทยรัฐ สำหรับเด็กเล็ก
จะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเทศบาลท่าโขลง สำหรับผู้ที่มีฐานะทางบ้านดีจะนำลูกหลานไปที่ศูนย์เด็กเล็กโชค
ชัย ซ่ึงมคี ่าใช้จา่ ยและคา่ ดูแลทร่ี าคาสูง
• แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน:ภายในชุมชนหมู่ 14 คลองสองมีโครงการกลุ่มเรียนรู้และอนุรักษ์ ที่มีการจัดทำน้ำ
หมักชีวภาพที่ใช้ในครัวเรือน ธนาคารขยะรีไซเคิล และการจัดทำถังขยะอินทรีย์ เน้นการทำน้ำหมักชีวภาพใน
ครัวเรือนและขยะรึไซเคิล เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ ศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นสถานที่ดำเนินการเร่ิม
สร้างเมื่อปี 2563 ตั้งอยู่ที่ซอยเอราวัณ 24 โดยได้รับการ สนับสนุนสถานที่จากคุณแม่เทียบ เชื้อประทุม กลุ่ม
เรียนรู้และอนุรักษ์เป็นการรวมกลุ่มสมาชิกที่เกิด จากคุณมานี เชื้อปทุมและคนในชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกัน
ก่อสร้าง และทำงานร่วมกันกับ คณะกรรมการชุมชนหมู่ 14อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประธาน
ชุมชนหมู่อื่น ๆ ชาวบ้าน ในชุมชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนใกล้เคียงที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ เนื่องจาก
ตอ้ งการวสิ ยั ทศั น์ ในการทำงานทีห่ ลากหลาย
• โครงการน้ำหมักชีวภาพเกิดจากการที่มีวิทยากรเข้ามาให้ความรู้และสาธิตวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ ที่เทศบาล
หลังจากนั้นทางเทศบาลได้นำมาถ่ายทอดต่อให้ชุมชน และปัจจุบันกลายเป็นชุมชนทำด้วยตนเองชุมชนมีการ
ทำน้ำหมักชีวภาพจำนวนมาก ทำตลอดเวลา เพื่อนำไปใช้เป็นหัวเชื้อ และสำหรับแจกจ่ายในครัวเรือน
จุดประสงค์ในการทำน้ำหมัก คือ ใช้เป็นหัวเชื้อ ใช้สำหรับบำบัดน้ำเสีย ใช้สำหรับดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อ
สอนวิธีกรทำน้ำหมักชีวภาพที่ใช้ในครัวเรือนกับคนในชุมชน ใช้สำหรับป้องกันยุงและแมลง ในกรณีการใช้ใน
การป้องกันแมลง คือ ใช้น้ำหมักชีวภาพท่ีผสมด้วย ลูกยอน้ำ และหัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพกำจัดแมลงบนต้น
อ่อนของพืชพบว่าแมลงหายไปจากพืชในช่วงแรกมีการจำหน่ายนำหมัก ชีวภาพ ในราคาขวดละ 20 บาท
เนื่องจาก ต้องนำเงินมาซื้อส่วนผสมในการทำน้ำหมัก แต่ปัจจุบันไม่ มีการจัดจำหน่ายเพราะมีผู้สนับสนุน
อุปกรณ์และส่วนผสมจงึ เปลี่ยนมาเป็นการแจกให้ตามบานเน้น แจกให้คนในชุมชนนำไปทดลองใช้ เพื่อให้เกิด
ความรู้สึกอยากมาเรียนรู้ และทดลองทำด้วยตนเอง สำหรับการทำน้ำหมักชีวภาพ มีแนวทางการพัฒน
โครงการ คือ การเผยแพร่ให้คนเข้ามาเรียนรู้และ ศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจาก
หลากหลายมมุ มอง

408

• เศษฐกิจ สำหรับชุมชนหมู่ 14คลองสองในอดีตนั้นแต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นผืนนามีคลองตัดผ่าน ยังไม่มีการ
สร้างถนนต้องใช้เรือในการสัญจรส่งผลให้คนในชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มกัจะประกอบ อาชีพการเกษตรทำไร่
ทำนาเป็นส่วนใหญ่แต่เมื่อสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงมีการขยายตัวอยาง รวดเร็วทั้งทางด้านสังคมและ
เศรษฐกิจ ความเจริญของเทคโนโลยี ทำให้ชุมชนหมู่ 14 คลองสองเป็น ชมฺชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทดั้งเดิม(เมือง
เป็นส่วนใหญ่)อีกทั้งยังมีการสร้างโรงงานขนาดเล็กในชุมชนเช่น โรงงานรีไซเคิลขยะ ส่งผลให้การดำเนินวิถี
ชีวิต การประกอบอาชีพของคนในชุมชนจึงมีความ หลากหลายมากขึ้น ทั้งธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจห้องเช่า
ข้าราชการ ค้าขายการเกษตรทำนาข้าวที่ส่วนมาก จะเป็นผู้สูงอายุทำอยู่ประมาณ 2 แห่ง มีการให้เช่าที่สำหรับ
ทำนา แต่โดยส่วนมากจะประกอบอาชีพ ในโรงงาน แม้ว่าประชากรในพื้นที่จะยังคงมีคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ แต่
การเข้ามาของประชากรแฝงนั้นมี ค่อนข้างมากเนื่องจากการที่พื้นที่ของชุมชนแห่งนี้มีการพัฒนา เกิดการ
สร้างโรงงานในพื้นที่ชุมชน ส่งผลให้มีประชากรที่ย้ายเข้ามาเช่าพื้นที่ในชุมชนเพื่ออยู่อาศัยและประกอบอาชีพ
ในชุมชนรวมไปถึง แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในโรงงานรีไซเคิลขยะ อาศัยอยู่ใกล้ ๆ บริเวณพื้นที่โรงงาน
ในชุมชน อกี ดว้ ย

ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
• ทรัพยากรน้ำ ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีแหล่งน้ำสำคัญรอบชุมชนผ่านลำคลอง ซึ่งชาวบ้านจะ เรียกแหล่ง
น้ำในคลองดังกล่าวว่า "คลองสอง" ส่วนใหญ่ใช้ในการทำเกษตรกรรม เนื่องมากจาก แหล่งน้ำดังกล่าวเกิด
การเน่าเสียจากการทิ้งขยะที่เรื้อรังแต่ได้มีการประสานและปรับปรุงกับทาง เทศบาลอยู่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่
สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญ ภายในเขตเทศบาลคือคลองส่งน้ำของ
ชลประทานหรือคลองระพีพัฒน์ คลองระบายน้ำท่ี 1 คลองระบายน้ำท่ี 2 ซึ่งประชาชนในเขตเทศบาลใช้สำหรับ
อุปโภคบริโภคและทำ การเกษตร เช่นกนั
• ทรพั ยากรดิน ลกั ษณะของดนิ ส่วนใหญเ่ ป็นดนิ เหนยี ว สีดำ อุม้ นำ้ ไดด้ ี เหมาะแกก่ ารเพาะปลูก พืชผล
• สภาพสิ่งแวดล้อม สภาวะแวดล้อมในชุมชนมีสภาพเป็นชุมชนดั้งเดิมผสม มีความเป็นอยู่ที่เรียบ ง่ายและมี
สภาพทรุดโทรมในบางพืน้ ทเ่ี นอื่ งมาจากมีการขยายตัวของชมุ ชนและโรงงาน อตุ สาหกรรม

ระบบสุขภาพชุมชนมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองสอง หมทู่ ่ี 13
ข้อมูลท่ัวไป

• สภาพแวดล้อมขององค์กร : ชื่อหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองสองหมู่ 13
รหัสหน่วยบริการ 01092 (ตาม สนย.สธ. ที่ตั้ง 14 หมู่ 13 ช.เอราวัณ 15 ต.คลองสอง อ.คลอง หลวง จ.
ปทมุ ธานี 12120 โทรศัพท์ 02-1983166 โทรสาร 02-1983166

• ลักษณะพื้นที่ที่ตั้งหน่วยบริการ : เป็นเขตเมือง ได้แก่ พื้นที่ในเขตการปกครองของเทศบาลนครเทศบาลเมือง
เทศบาลตำบล ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่ภาคกลางห่างจาก
กรุงเทพมหานคร ประมาณ 40 กิโลเมตร (เขต เทศบาลเมอื งท่าโขลง และเทศบาลเมืองคลองหลวง)

• ประวัติความเป็นมา : ตำบลคลองสอง ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอคลองหลวง ประกอบด้วย15
หมู่บ้าน หมู่ที่ 8 -15 เปน็ พ้นื ทรี่ บั ผดิ ชอบของโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลคลองสองหมู่ 13

• สภาพทั่วไปของตำบล : เป็นหมู่บ้านอยู่ในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวง และเทศบาลเมืองท่าโขลงอาณาเขต
ตำบล : ทิศเหนือ ติด จ.พระนครศรีอยุธยา ทิศใต้ ติด ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทิศ ตะวันออกติด

409

ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทิศตะวันตก ติด ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวงจ.ปทุมธานี จำนวนประ
ซากรของตำบล : มปี ระชากรทัง้ ส้นิ 13,524 คน เปน็ ชาย 5,951 คน เปน็ หญิง 7,573 คน
• เวลาการเปิดให้บริการ : 08.30-16.30 น. เวลาราชการ + นอกเวลาราชการ วันเสาร์-อาทิตย์/วันหยุดนักขัต
ฤกษ์ และเชา้ /เย็น วัน ธรรมดา

ปฏิทินชุมชน
เครื่องมือปฏิทินชุมชนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการศึกษาชุมชน โดยปฏิทินชุมชนมีความสำคัญที่จะทำให้

นักศึกษาสามารถเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตในวิถีชุมชนจากกิจกรรม แบบแผนการดำเนินชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมที่
เกดิ ข้ึนใน รอบเดือน รอบปีหรือตามฤดกู าล

ประวัตศิ าสตร์ชมุ ชน
ชุมชนหมู่ 14 คลองตั้งอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลเมืองท่โขลง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวงจังหวัด

ปทุมธานี 12120ในปีพ.ศ.2539มีการจัดตั้งเทศบาลตำบลทโขลงและเปลี่ยนเป็นเทศบาลเมอีงท่าโขลงในปีพ.ศ. 2544
และมีการยกเลิกการดำรงตำแหน่งของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่งผลให้ปัจจุบันชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีการ บริหาร
จัดการภายในชุมชนในรูปแบบของกรรมการชุมชน โดยปัจจุบันมี ร.ต.ต.ฐานุพงศ์ สังข์สวัสดิ์ดำรงตำแหน่ง ประธาน
ชมุ ชน

สภาพพื้นที่แต่เดิมของชุมชนเป็นผืนนาไม่มีถนนตัดผ่านมีเพียงคลองรพีพัฒน์ที่ตัดผานเข้ามาในชุมชนคน ใน
ชุมชนจึงต้องใช้เรือในการสัญจร ส่งผลให้อาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่ในอดีตประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำ
นา ต่อมาภายหลังปี พ.ศ. 2504 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับบที่หนึ่ง ทำให้ชุมชนมีการพัฒนาตามไป ด้วยมี
การสร้างถนนคอนกรตีตัดผ่านชุมชนมีการพัฒนาสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าน้ำประปามีการย้ายถิ่นฐานเข้า มาอยู่อาศัย
และสร้างบ้านเรือนในชุมชนมากขึ้น ส่งผลให้ช่วงปีพ.ศ. 2541-2547 เป็นยุครุ่งเรืองของการขายที่ดิน ในชุมชนบริเวณ
นี้ การพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรม รวมไปถึงการขยายตัว ของเมืองทำให้ชุมชน
แห่งนี้เป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท พื้นที่เดิมในชุมชนที่เคยเป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมเปลี่ยนไปสู่ พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย

410

และโรงงานขนาดเล็ก เช่น โรงงานรีไซเคิลขยะ ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของประชากร และการประกอบอาชีพ
เช่น ธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจห้องเช่า ค้าขาย ข้าราชการ หรือทำงานในโรงงาน เป็นต้น ภายใน ชุมชนมีการเข้ามาของ
ประชากรแฝงที่เช่าพื้นที่ในชุมชนเพื่ออยู่อาศัยและประกอบอาชีพ แรงงานข้ามชาติที่เข้ามา ทำงานในโรงงานรึไซเคิล
ขยะ

ปัจจุบันชุมชนหมู่ 14 คลองสองมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์ขึ้นในปีพ.ศ. 2562 และได้ดำเนินการ
สร้างในปีพ.ศ. 2563 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการทำน้ำหมักชีวภาพให้แก่คนในชุมชน รวมไปถึงโครงการขยะรีไซเคิลที่
ส่งเสรมิ ให้คนในชมุ ชนมวี นิ ัยในการท้งิ ขยะ และส่วนรว่ มในการจดั การขยะในชมุ ชน

ประวัติชวี ิตบุคคลสำคัญ
ช่อื -สกุล ร.ต.ต. ฐานุพงศ์ สงั ข์สวัสดิ์ ช่ือเล่น ทนู
วัน/เดอื น/ปีเกิด 3 ตุลาคม 2496 สถานที่เกิด จงั หวดั เพชรบรุ ี
อายุ 68 ปี ศาสนา พทุ ธ สญั ชาติ ไทย หมู่เลือด A
เงินเดอื น 17,000 บาท
เชอ้ื ชาติ ไทย
อาชพี ราชการบำนาญตำรวจ บา้ นเลขท่ี 34 หมู่ 14 คลองสอง จงั หวดั ปทมุ ธานี 12120
คู่สมรส นางเรณู สงั ขส์ วสั ด์ิ ช่อื เล่น เรณู
อายุ 70 ปี
จำนวนบตุ ร 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน
บตุ รชายช่ือ พ.ต.ต.กติ ตโิ ชค สงั ขส์ วัสดิ์ อาชพี รับราชการตำรวจ
บุตรสาวชื่อนางสาวกญั ญานนั ท์ สังข์สวัสดิ์ อาชพี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
โรคประจำตวั ความดัน ไขมัน หวั ใจ

411

วเิ คราะหส์ ถานการณ์ปญั หาความตอ้ งการในชมุ ชน
ด้านเศรษฐกิจ

เนื่องด้วยบริเวณโดยรอบของชุมชนมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ผู้คนส่วนใหญ่ในชุมชนจึงมี อาชีพ
เป็นพนักงานโรงงาน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19ทำให้หลายบริษัทต้องหยุดชะงักทำให้ขาดการ
ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและเกิดการขาดทุน จึงเป็นผลให้หลายบริษัทจำเป็นจะต้องลดจำนวนพนักงานลง ส่งผลให้คน
ในชุมชนขาดรายได้และมีหนี้สินครัวเรือน ชุมชนมีการให้กู้ยืมเป็นกองทุนหมู่บ้านแต่กองทุนประสบ ปัญหาคนในชุมชน
กู้ยืมแล้วไม่คืนตามกำหนด นอกจากนี้เทศบาลได้มีการอบรมฝึกอาชีพให้แก่ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ ของเทศบาลท่าโขลง
ได้แก่ การฝึกอบรมอาชีพช่างทำผม ทำขนม น้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ และเทศบาลได้มีการส่งเสริม การค้าขายในชุมชน
เกี่ยวกับการทำคุ้กกี้และปลาร้าสับ แต่เนื่องด้วยคนในชุมชนขาดรายได้ทำให้ คนที่ประกอบ อาชีพค้าขายภายในชุมชน
คา้ ขายได้ไมด่ เี ท่ากอ่ นสถานการณ์โควดิ 19 ดงั นน้ั ชมุ ชนจงึ มปี ญั หาทางเศรษฐกิจของคน ในชุมชน
ด้านสงิ่ แวดล้อม

• มลพิษทางน้ำ ชุมชนหมู่14คลองสองประสบปัญหาน้ำในคลองเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นมาเป็นเวลานานเกิดจาก
ชุมชน ใกล้เคียงที่ได้ปล่อยน้ำเสียลงคลองโดยไม่ผ่านการบำบัด ประธานชุมชนมีความกังวลใจที่คนในชุมชน
ได้รับกลิ่นน้ำ เน่าเสียเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี โดยประธาน
ชุมชนได้ทำการติดต่อ แจ้งปัญหาดังกล่าวไปยังเทศบาลแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นจึงได้ติดต่อกับ
ชุมชนดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้รับการ แก้ไขเช่นกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนเนื่องจากเป็นคลองสาธารณะ
ที่เชื่อมต่อกันในหลายชุมชน บาง ชุมชนก็มีคลองตัดผ่านระหว่างบ้านเรือนของคนในชุมชน อาจทำให้เกิด
ความขัดแย้งต่อกนั ไดห้ ากไม่รีบแก้ปญั หานี้

• มลพิษทางอากาศ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษพบว่าในพื้นที่ต.คลองหนึ่ง อ.
คลองหลวง จ.ปทุมธานี ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 47 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
อยู่ในเกณฑ์คุณภาพปานกลาง ซึ่งพื้นที่ใกล้เคียงในชุมชนมีโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆเป็นจำนวนมาก ซึ่ง
โรงงานเหล่านี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศรวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงของ ชุมชน
มีการก่อสร้างถนนและการเผาขยะภายในครัวเรือนเกิดฝุ่นละอองลอยในอากาศชุมชน ส่งผลต่อสุขภาพคนใน
ชุมชนโดยเฉพาะเด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และ
โรคหัวใจและหลอดเลือด

• ขยะ ชุมชนหมู่14คลองสองประสบปัญหาขยะล้น,ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอส่งผลให้มีการแอบทิ้งขยะตามในซอยซึ่ง
ไม่ใช่จุดทิ้งขยะและขยะยังส่งกลิ่นเน่าเหม็นโดยเทศบาลจะเป็นผู้รบั ผิดชอบการเก็บขยะแต่เนื่องจากการเก็บ
ขยะที่ ไม่มีตารางการเก็บชัดเจน จึงมาเก็บขยะล่าช้าส่งผลกระทบให้ขยะเน่าส่งกลิ่นเหม็น จากการสะสมของ
ขยะที่ลัน และทับถมกันเป็นระยะเวลาหลายวัน อีกทั้งชุมชนไม่มีการแยกขยะทำให้ขยะปะปนกัน เช่น ไม่แยก
ของมีคมท่ี ก่อให้เกิดอันตรายออกจากขยะทั่วไป อาจเสี่ยงต่อการด้านสังคมเกิดอันตรายต่อผู้ที่เก็บขยะ
ปัญหาขยะล้นและเหม็นเท่า ส่งผลกระทบให้เกิดมลพิษทางอากาศได้เช่นกัน เทศบาลควรมีตารางการเก็บขยะ
อย่างชัดเจนไม่ปล่อยให้ขยะล้น และเพิ่มถังขยะให้เพียงพอรวมถึงการแยกขยะด้วยเช่นกัน ชุมชนควรมี
มาตรการให้แตล่ ะครัวเรอื นจดั การขยะอยา่ งเหมาะสมเพ่อื ลดปัญหาขยะล้น

412

ดา้ นสังคม
• ยาเสพติด ชุมชนมีกลุ่มประชากรเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนหนึ่ง จากการรวมตัวของกลุ่มเยาวชนทำให้เกิด
การลอง ยาเสพติดจากความคึกคะนอง ส่งผลให้กลุ่มเยาวชนจำนวนมากติดสารเสพติดและมีการขายยาเสพ
ติดภายในชุมชน โดยปัจจุบันสารเสพติดมีราคาถูกจากการระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมากในประเทศ
ไทยส่งผลให้กลุ่มเยาวชน สามารถเข้าถึงได้ง่าย ประกอบด้วยการซื้อขายก็ง่ายขึ้นจากทั้งทางออนไลน์และ
กลุ่มเพื่อน ซึ่งปัญหายาเสพติดเป็น ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ไม่สามารถท่ี
จะขจัดปัญหานี้ให้หลุดพ้นจากชุมชน ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เสพองที่อาจจะ
ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคนรอบข้าง และชุมชนคนในชุมชนยังประสบปัญหาถูกโจรลักขโมยของจากกลุ่มท่ี
ผู้ติดสารเสพติดที่ต้องการเงินเพื่อนำไปซื้อยาเสพติดหรือสารเสพติด กล่าวได้ว่าสาเหตุหนึ่งของการก่ออาชญ
กรรมตา่ ง ๆ เปน็ ผลมาจากการเสพยาเสพติด
• ทะเลาะวิวาท คนในชุมชนมีการรวมกลุ่มดื่มสุรา จากสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ส่งผลให้มีผู้
ว่างงานจำนวน มากและ ปัญหาเศรษฐกิจส่งผลให้คนในชุมชนอาจเกิดความเครียดจึงหันไปดื่มสุราเมื่อดื่ม
สุราจนมีนเมาทำให้ขาด สติและขาดการยับยั้งช่างใจ จึงกระทบกระทั่งกันได้ง่ายจากคำพุดและการกระทำ
สร้างความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินเกิดเป็นปัญหาสังคม ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสร้าง
ความหวาดระแวงต่อคนในชุมชน
• ด้านการศึกษา ชุมชนยังไม่มีโรงเรียนในระดับประถม-มัธยมภายในชุมชน แต่มีโรงเรียนอยู่ในบริเวณของ
ชุมชนหมู่ 13 คลองสอง ชุมชนมีศูนย์เด็กเล็กท่าโขลงสำหรับเด็กที่กำลังเตรียมความพร้อมก่อนไปโรงเรียน
สำหรับผู้ที่มีฐานะ ทางบ้านดีจะนำลูกไปที่ศูนย์เด็กเล็กโชคชัย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและค่าดูแลที่สูงจึงเป็นความ
เหล่อื มล้ำทางสงั คมภายใน ชมุ ชน

วเิ คราะห์ทุนทางสงั คม / ทุนในชุมชน
• ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ โดยความหมายโดยสุริจรัส เตชะตันมีนสกุล หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตาม
ธรรมชาติได้แก่ ดิน น้ำ ป่า และ อากาศ แต่ในที่นี้นักศึกษาจะขอพิจารณา คลอง ที่พาดผ่านพื้นที่ชุมชนที่
เรียกว่า คลองสองว่าเป็นหนึ่งในทุนทาง ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งคลองนี้ถูกขุดขึ้นมาในสมัยรัชกาลท่ี5เป็น
คลองซอยคลองท่ี2นับจากฝั่งขวาของแม่น้ำ เจ้าพระยาขุดขึ้นโดยที่มีจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ดินเพิ่ม
พื้นที่ทำนาปลูกข้าวและใช้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานระหว่างปี พ.ศ. 2435 - 2447 ในปัจจุบันคลองสองเริ่มต้นจาก
คลองระพพี ัฒน์แยกตก อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี ผา่ นอำเภอคลองหลวง อำเภอธญั บุรี และอำเภอ
ลำลกู กา จงั หวดั ปทุมธานี ไปจดคลองหมอนส่ีสิบ และคลองถนนทเี่ ขตสายไหม กรงุ เทพมหานคร
• ทุนมนุษย์ ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีผู้นำชุมชน คณะกรรมการอาสาสมัครและคนในชุมชนที่มีความสามารถ
ที่สูง โดยใน พื้นที่จะพบผู้ประกอบการที่เป็นคนในชุมชนที่มีธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่มากมาย อัน
เนื่องมาจากการ มีโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูงจากการที่มีการลงทุนของโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาในจังหวัด
ในช่วงทศวรรษที่ผา่ นมา อีกทั้งชุมชนกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบ่ ้าน หรือท่ีเราเรียกย่อ ๆ ว่า อสม.
คอยดูแลสุขภาพ ผู้สง อายุ คนพิการในชุมชน หน่วยงานที่งานที่มีบทบาทสำคัญในการการทำงานกับชุมชน
ในรอบปีที่ผ่านมา โดยตลอดเวลา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อสม. เป็นผู้ให้ความรู้ด้านสิทธิ
ประโยชน์ สวัสดิการ รวมถึงสถานภาพ บทบาท องค์ความรู้ที่ควรมี และขวัญกำลังใจต่าง ๆ ให้แก่คนใน
ชุมชน

413

• ทุนทางวฒั นธรรมและภมู ิปัญญา วัฒนธรรมแบ่งได้เปน็ 2 ประเภท คอื วัฒนธรรมทางวตั ถุ อาทิ เครือ่ งมอื ท่ี
มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อความสุขทางกาย อย่างยานพาหนะ ที่อยู่อาศัย และวัฒนธรรมทางจิตใจ ที่เป็น
เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของ มนุษย์เพื่อให้เกิดปัญญาและมีจิตใจที่งดงาม อันได้แก่ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
คติธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดีและระเบียบแบบแผนของขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งชุมชนหมู่ 14 นี้มี
วัฒนธรรมทางวัตถุที่มีความ เด่นชัดและครบถ้วนด้วยความต้องการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมีการ
ผสมผสานระหว่างบ้านไทยเดิมและบาน ทรงสมัยใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อัน
เนื่องมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในพื้นที่ชุมชนมีความเป็นเมือง มีตึกสูงมากกว่า 4 ชั้นมากพอจนเห็น
ได้ชัด อีกทั้งยังมีหากร้านขนาดเล็กในพื้นที่ สภาพความเป็นอยู่ มีความสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความ
สะดวก อาทิ รถรบั ส่งสาธารณะ รา้ นอาหารทุกมุมทาง ร้านสะดวกซือ้ ท่ีสามารถเดนิ ไปไดม้ ีอยทู่ วั่ ไป

• ทุนทางสถาบัน ทุนทางสถาบัน หมายถึงสิ่งที่คนไทยจัดตั้งขึ้นมาเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยสถาบัน
หลักของชาติ ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ก็มี
สถาบันการศึกษา สถาบันชาติ ซึ่งหากมองด้วยความหมายน้ี ชุมชนหมู่ 14 ของเรานั้นมีความเข้มแข็งอย่าง
มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถาบัน ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเห็นได้ชัดจากการที่ชุมชนได้ทุน
ฟ้ืนฟสู ถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ในการจดั งาน เพ่ิมเฉลิมพระเกียรตแิ กพ่ ระมหากษตั ริย์ไทยรชั กาลปัจจบุ นั

• ทุนทางภูมิศาสตร์ ชุมชนหมู่ 14 เป็นชุมชนที่มีความได้เปรียบอย่างมากในทางภูมิศาสตร์ ซึ่งคือมีแหล่งน้ำ
ขนาดใหญ่พาดผ่าน ชุมชน อีกทั้งยังอยู่ใกล้พื้นที่เมือง และโรงงานอุตสาหกรรมส่งผลให้ชาวบ้านและผู้คนใน
ชุมชนสามารถเลือกงานได้ อีกทั้งการอยู่ใกล้สถาบันที่มีชื่อเสียงและคุณภาพระดับประเทศอย่าง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังหมายถึงการท่ี บุตรหลานของตนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ในระดับอดุมศึกษา
ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปไกล การเดินทางเข้าไปใน ตัวเมืองสามารถทำได้ง่ายด้วยรถขนส่งสาธารณะ และรถ
สว่ นตวั ใช้เวลาเดนิ ทางราว 45 นาที และ 15 นาทีไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญอ่ ยา่ ง ฟวิ เจอร์ พารค์ รังสิต

• ทุนทางสังคม คนในชุมชนมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อันเนื่องมาจากการมีความสัมพันธ์แบบเครือญาติส่งผลให้
การทำงาน หรือการเล่าสู่กันฟังนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บนฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การทำงานร่วมกันก็
เช่นกัน ด้วยความที่ มองกันเป็นญาติพี่น้องก็ส่งผลให้การทำงานนั้นเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากทุก
คนเข้าใจในความสามารถ ของกันและกัน อีกทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจยังส่งผลให้การทำงานของคณะกรรมการ
ชุมชนนั้นง่ายขึ้นเนื่องจากเป็น เหมือนเครือญาติปกครองกันเอง และมองกันเป็นสังคมเครือญาติแทนการ
มองจากบนลงล่าง

วเิ คราะห์ปจั จัยการเปลี่ยนแปลงทสี่ ่งผลกระทบชมุ ชนและส่งผลใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลง
• บริบททางสังคม มิติสังคม ลักษณะครอบครัวมีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่มีความสัมพันธ์
แบบเครือญาติ ลักษณะบ้านภายในชุมชนเดิมลักษณะเป็นบ้านไม้ที่มีใต้ถุนสูง เพื่อไว้เก็บพืชผลการเกษตร
ถ่ายเทอากาศและป้องกันน้ำ ท่วม โดยปลูกสร้างในพื้นที่ของตนเอง บริเวณพื้นที่บ้านจึงไม่แออัด แต่ปัจจุบัน
บ้านไม้ที่มีใต้ถุนบ้านสูงเหลืออยู่ไม่มาก บ้านส่วนมากภายในชุมชนปัจจุบันเป็นบ้านแบบสมัยใหม่ คือ มีลักษณะ
เป็นปูนทั้งหลังหรือครึ่งปูนครึ่งไม้ อีกทั้งปัจจุบัภายในชุมชนมีห้องพักและบ้านเช่ามากขึ้น การสัญจรทางเรือ
ผ่านคลองที่ตัดผ่านขุมชน ได้แก่ คลองรพีพัฒน์ ต่อมามีการตัดถนนเป็นถนนลูกรัง จน ปัจจุบันมีการพัฒนา
ถนนเป็นถนนคอนกรีตและมีสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าน้ำประปา กาเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบัน นภาย
ในชุมชนที่เห็นได้ชัดเจน คือ ลักษณะที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนจากบ้าน ไม้ใต้ถุนสูง เป็นบ้านปูนทั้งหลังหรือครึ่งปูน
ครึ่งไม้ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยและการพัฒนา สาธารณูปโภค เช่น การต่อท่อระบายน้ำที่มี

414

ประสิทธิภาพขึ้น ทำให้น้ำไม่ท่วมขังการทำถนนแบบคอนกรีต ไฟฟ้า น้ำประปา ให้การสัญจรหรือการขนส่ง
และการดำเนินชีวิตได้อย่างง่ายและรวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทาง เศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนจาก
สังคมเกษตรกรรม มาเป็นสังคมอุตสาหกรรม โดยรวมถึงการค้าและบริการ สามารถ เห็นได้ชัดเจนจาก
โรงงานขนาดเล็กในชุมชนและโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง และอยู่ใกล้ตลาดไท ซึ่งเป็นแหล่ง เศรษฐกิจขนาด
ใหญ่อีกหนึ่งแหล่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อสมาชิกในชุมชนเข้าสู่การทำงานในภาคอุตสาหกรรม มากกว่าภาค
การเกษตร ทำให้บริเวณบ้านไม่จำเป็นต้องพื้นที่สำหรับ เก็บพืชผลการเกษตร สมาชิกในชุมชนจึงหันมา สร้าง
บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับตนเองและครอบครัวมากขึ้น แทนที่จะเป็นพื้นที่เก็บพืชผลทางการเกษตรดังเช่น
เมื่อก่อน เนื่องจากพื้นที่ของชุมชนในปัจจุบันเป็นพื้นที่ใกล้แหล่งเศรษฐกิจทั้งโรงงานและตลาดไท ทำให้เกิด
การเข้า มาของประชากรแฝงทั้งคนที่มีสัญชาติไทย ไม่มีสัญชาติและประชากรประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้เกิด
บ้านพักและ ห้องเช่ารองรับประชากรแรงงานแฝง ซึ่งบ้านพักและห้องเช่าส่วนมากสร้างด้วยปูน เพราะ
สามารถรองรับผู้เช่า อาศัยได้จำนวนมากและการดูแลรักษาหรือทำความสะอาดง่ายและค่าซ่อมบำรุงน้อยกว่า
บา้ นไม้
• มิติเศรษฐกิจ เดิมชุมชนเป็นชุมชนชนบท คนในชุมชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น การทำไร่ ทำนา เลี้ยง
โคกระบือ และค้าขายผ่านทางเรือ แต่ในปัจจุบันหันมาประกอบอาชีพค้าขายหรือธุรกิจขนาดเล็กและขนาด
กลางภายในชุมชน ซึ่งเจ้าของธุรกิจหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับการรีไซเคิล ไม่ใช่คนดั้งเดิมในชุมชน แต่เป็นคนที่
เข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ส่วนคน ดั้งเดิมที่อยู่ในชุมชนมาตั้งแต่บรรพบุรุษส่วนมากประกอบอาชีพในโรงงานหรือ
นิคมอุตสาหกรรม เนื่องด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของสังคมเมืองหรือการขยายตัวของเมือง (
Urbanization) ที่ได้รับ อิทธิพลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยน
ผ่านเศรษฐกิจจากภาค การเกษตรมาสู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและ
ภาคเอกชนในการสร้าง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (Infrastructure) และมีนโยบายสนับสนุนการทำงานใน
ภาคอุตสาหกรรมและบริการ เช่น นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าทำงานล่วงเวลา สวัสดิการการทำงานและอื่นๆ ที่
ดึงแรงงานให้เข้าสู่การทำงานภาคอุตสาหกรรมและบริการ ขณะที่ภาคเกษตร ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก
ภาครัฐ เกี่ยวกับการประกันรายได้หรือ ประกันผลผลิต ที่ไม่สามารถคาดคะเนผลผลิตในแต่ละปีหรือช่วง
ฤดูกาลการทำการเกษตร ทำให้ประชากรชุมชน หมู่ 14 คลองสอง ที่เป็นทั้งคนดั้งเดิมและประชากรแฝงหรือ
ประชาชนปรับตัวด้านอาชีพเข้าสู่การทำงาน ภาคอุตสาหกรรมและการบริการมากขึ้น เพราะอย่างน้อยการ
ทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการได้เห็นรายรับ ที่เป็นรูปธรรมและคงท่ี อีกทั้งมีการระบุการจ้างงานไว้ใน
สญั ญาการทำงานทัง้ งานท่ีเป็นรายวันและรายเดอื น หรือ ท้งั การจา้ งงานและการจา้ งทำของ
• มิติวัฒนธรรม ศาสนาดั้งเดิมของชุมชน คือ ศาสนาพุทธ เมื่อก่อนคนในชุมชนนิยมไปวัดพะยอม เขตจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชน โดยมีคลองอยู่กลางระหว่างวัดพะยอมกับชุมชนหมู่ 14คลองสอง
ปัจจุบัน ในวันพระคนในชุมชนก็ยังคงไปที่วัดพยอมและวัดใกล้เคียงตามที่แต่ละคนสะดวกอีกทั้งในชุมชนมี
สำนักสงฆ์ แต่ คนในชุมชนไม่นิยมไป ส่วนมากเป็นคนนอกพื้นที่ การนับถือศาสนาและกิจกรรมทางศาสนา
สมาชิกชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีการให้ความสำคัญกับการไป ทำบุญที่วัดใกล้เคียงเหมือนในอดีต แต่วัดที่
ชุมชนไปไม่ได้มีแค่วัดพะยอมเช่นแต่ก่อน เนื่องจากเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนและพัฒนามาถึงปัจจุบัน มีชุมชนและ
ประชากรมากขึ้น จากการอพยพย้ายถิ่นจากการอยู่อาศัยและการค้า ประชาชนที่เข้ามาตั้งหมู่บ้านใกล้เคียงมี
การสร้างวัดหรือสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมากขึ้นทำให้ประชากรในชุมชนหมู่ 14 คลองสอง มีตัวเลือกมากขึ้นใน
การไปทำบญุ บางคนไปวดั ท่ีตนเดนิ ทางได้สะดวก บางคนไปวดั ทตี่ นศรัทธา

415

• ด้านสวัสดิการ ชุมชนหมู่14 คลองสอง ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สงอายุทมีปัญหาสุขภาพจากสถาณการณ์ที่
ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากยังขาดความเขา้ ใจ เกี่ยวกับโรคระบาดใหมแ่ ละการเผยแพร่ขอ้ มลู ยงั มีนอ้ ย

การประยกุ ต์ใช้เคร่ืองมอื
จากข้อมูลข้างต้นเป็นการอธิบายการนำเอาเครื่องมือการทำงานชุมชนในด้านต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เพ่ือ

วิเคราะห์ชุมชน ปญั หา ความต้องการ รวมไปถึงการไม่ประกอบสำหรบั การจัดทำโครงการหรอื กจิ กรรมให้กับชุมชน ซง่ึ
เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์เป็นอย่างมาก เช่น การศึกษาแผนที่เดินดินของชุมชน จะทำให้เห็นถึง
ภูมิศาสตร์ ที่ตั้ง และลักษณะของชุมชน ทำให้สามารถเข้าใจว่าชุมชนมีลักษณะอย่างไรมีความเสี่ยงทางที่ตั้งที่อาจจะ
เป็นปัญหาต่อการเข้าไปปฏิบัติงานทงชุมชนหรือไม่ เครื่องมือเหล่านี้จะทำให้ช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงในอนาคตน
นั่นเอง หรือข้อมูลด้านต้นทุนของชุมชน จะช่วยให้ทราบว่าเดิมต้นทุนของชุมชนมีอะไรที่จะสามารถต่อยอดให้ดีขึ้น เพื่อ
เป็นเกิดลดต้นทุนและเป็นการนำเอาทุนเดิมที่มีอยู่มาพัฒนาและสำหรับโครงการและกิจกรรมที่นักศึกษาสนใจน้ัน
นักศึกษาได้นำเอาเครื่องมือแต่ละชิ้นมาประยุกต์ใช้ เช่นการทราบประวัติบุคคลสำคัญของชุมชน นักศึกษาได้นำข้อมูล
ดังกล่าวมาศึกษาและทำการสอบถาม/สัมภาษณ์เพื่อให้รู้จักชุมชนและความต้องการเพิ่มเติม , ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
และสังคมเพื่อศึกษาความต้องการและปัญหาที่ชุมชนต้องการ รวมไปถึงข้อมูลประชากรที่นำมาวิเคราะห์ว่าเหมาะกับ
โครงการทีต่ ะจะดทำหรือไม่

2.แนวคิด ทฤษฎีทใ่ี ช้ปฏิบัตงิ านสงั คมสงเคราะห์ชมุ ชนหมู่ 14 คลองสอง
แนวคิดการมีส่วนร่วม (Participation) การเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้นและมีพลงั ของประชาชน ในด้าน

ต่างๆได้แก่ในการตัดสินใจเพื่อกำหนดเป้าหมายของสังคมและการจัดสรรทรัพยากรเพอื่ให้บรรลุเปาหมายและปฏิบัติ
ตามแผนการหรือโครงการต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือกันการตัดสินใจ การ
ดำเนิน กิจกรรม การติดตามตรวจสอบ และการประเมินผลร่วมกันเป็นไปอย่างมีอิสรภาพเสมอภาคนำผลที่ได้มา
ปรับปรุง แก้ไขพัฒนางานเพื่อพัฒนาหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคนในการแก้ปัญหา
ของชมุ ชน และพฒั นางานในกล่มุ ให้มีความโปรง่ ใสและใหม้ ีประสิทธภิ าพยง่ิ ขน้ึ

ทฤษฎีการแกไ้ ขปัญหา (Problem Sovling Theory) ทฤษฎนี ไ้ี ด้รับการยอมรบั วา่ เปน็ ทฤษฎี
แม่บทสำคัญทฤษฎีหน่ึงและสามารถนำไปใช้ประยุกต์ได้กับวิธีการ สังคมสงเคราะห์ทุกแบบ (กิติพัฒน์ ปัทมดุลย์,
2538 : 54-66) เนื่องจากการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคนเป็น กระบวนการแก้ไขปัญหาและการแก้ไขปัญหานั้นมีอยู่
ในบุคลิกภาพของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย และบุคคลที่เผชิญ กับปัญหาจะต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหาเอง เน้นให้ชุมชน
ทราบปัญหาและความต้องการก่อนเพื่อนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวของชุมชนเองซึ่ง วิธีการเหล่านี้จะช่วย
ให้ชุมชนเกดิ การเรยี นรวู้ ธิ ีเผชิญกบั ปญั หาในอนาคตได้ดีข้นึ

หลักการยอมรับ การยอมรับผู้ใช้บริการว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ยอมรับในตัวของผู้ใช้บริการ เพราะว่ามนุษย์ทุก
คนมีคุณค่า มี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน มีความต้องการ มีความแตกต่างในแต่ละบุคคลและมี
ความสามารถใน ตนเอง เข้าใจในการกระทำและท่าทางที่ผู้ใช้บริการ โดยปราศจากอคติ ในการศึกษาชุมชนนั้นจะต้อง
ศึกษาชุมชนในทุก ๆ มิติ เพื่อที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ ชุมชน ในการศึกษาชุมชนนั้นจะต้องใช้เครื่องมือทางสังคม
สงเคราะห์แล้วนั้น หลักการก็เป็นส่วนหนึ่งที่มี ความสำคัญต่อการศึกษาชุมชนอย่างมาก โดยจะต้องยอมรับในความ

416

แตกต่างหลากหลายที่มีอยู่ภายในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่แตกต่างหลายหลาย ประชากรดั้งเดิมและประชากร แฝงที่
เขา้ มาพักอาศัยในชมุ ชน

หลักการรู้จักบทบาทของตนเอง ควรพึงระลึกอยู่เสมอในการปฏิบัติงานว่าตนคือนักสังคมสงเคราะห์ควร
แยกแยะให้ ออกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว เช่น ถ้าเจอผู้ใช้บริการที่เป็นคนรู้จักและไม่เคยถูกกันมาก่อน นัก
สังคม สงเคราะห์ควรตระหนักว่าตนคือนักสังคมสงเคราะห์ และคนที่ไม่ถูกกับเราคือผู้ใช้บริการ เป็นต้นและในขณะท่ี
ปฏบิ ตั งิ านต้องไม่ใชอ้ ารมณส์ นองตอบปฏิกริ ยิ าของผรู้ บั บริการ

หลักในการติดต่อสื่อสาร (The Principle of Communication) ในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน
กับคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทางวาจาหรือการติดต่อที่ไม่ใช่ ทางวาจาการแสดงท่าทีสีหน้าหรือน้ำเสียง จะต้อง
เป็นผู้มีความจรงใจรู้จักพูดคุยเพื่อที่จะทำให้ชุมชนยอม ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ
และรู้สึกเป็นกันเองระหว่าง ซึ่งจะเป็นผลทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนมากยิ่งขึ้นที่สำคัญคทอ
เป็น การช่วยสง่ เสรมิ สมั พันธภาพระหว่างผ้ปู ฏิบัติงานและชุมชนด้วย

ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ เป็นทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่งของการกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
เป็นทักษะที่ใช้เป็นทักษะแรกเพื่อเข้าถึงคนในชุมชนและความเป็นชุมชนและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมนุษย์มี
ความเป็นปัจเจกทำให้ โดยเฉพาะการทำงานในระยะแรกไม่สามารถเข้าถึงคนในชุมชนได้อย่างง่ายนัก การใช้ทักษะ
ดังกล่าวเป็นกระบวนหนึ่งซึ่งจะสามารถทำให้ นักศึกษาปรับตัวเข้ากับชุมชน เข้าถึงคนในชุมชนได้อย่างดี ทำให้คนใน
ชุมชนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน อันนำไปสู่การได้มาซึ่งข้อมูลและข้อเท็จจริง อีกทั้งการสร้าง
สัมพันธภาพสามารถแสดงออกได้ทั้ง ภาษาพูด (Verbal และกิริยาท่าทาง (Non-Verbal) และนอกจากจะสร้าง
สัมพันธภาพกับคนในชุมชนแล้ว ยัง สามารถใช้ทักษะการสร้างสัมพันธภาพในการประสานงานกับนักพัฒนาชุมชนและ
ผนู้ ำชมุ ชนในการขอความรว่ มมอื เพอื่ การจัดทำโครงการหรอื กิจกรรมในอนาคต

ทักษะการสัมภาษณ์ เป็นทักษะท่ีทำให้ได้มาชื่งข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลชุมชน เป็นการเก็บข้อมูล
ทั้งข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลเชิงลึกผ่านกระบวนการสัมภาษณ์แบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการอันนำไปสู่การ
วางแผนในการทำ โครงการร่วมกับคนในชุมชนเพื่อพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไป เช่น การสัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติของ
ผู้นำชุมชนในเรื่อง ประวัติส่วนตัว การศึกษา อาชีพ การทำงานในชุมชน ฯลฯ ประกอบกับการใช้ทักษะอื่น ๆ อาทิ การ
จดบันทึก การฟังอย่างตั้งใจ เป็นต้น เพื่อไม่ให้ผู้ให้สัมภาษณ์รู้สึกเครียดและอึดอัดใจ แล้วจึงดำเนินการสัมภาษณ์
ขอ้ มูลเชงิ ลึกตามลำดับ อาทิ ลักษณะความสัมพันธ์ภายในชมุ ชน การมสี ว่ นรว่ มของคนในชุมชนกบั กจิ กรรมของชมุ ชน

ทักษะการจดบันทึก เป็นการช่วยช่วยเก็บบันทึกข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆที่ได้ทำการศึกษาไว้อย่างเป็นลาย
ลักษณ์อักษรหรือเป็นหลักฐาน สามารถนำมาตรวจทานหรือทบทวนได้ ซึ่งมักนำทักษะนี้ไปประยุกต์ใช้ร่วมกับทักษะอื่นๆ
อยา่ งสอดคลอ้ ง เช่น การสมั ภาษณ์

ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ เป็นทักษะที่เป็นศิลป์ทางสังคมสงเคราะห์ ที่จะให้ผู้ใช้บริการ หรือในที่นี้คือคนใน
ชุมชนรู้สึกว่าตนเองได้รับ ความสำคัญ อันจะนำไปสู่พฤติกรรมการเต็มใจที่จะให้ข้อมูล ซึ่งจะต้องมีการประยุกต์ใช้
ร่วมกบั ทกั ษะอน่ื ๆ อาทิ การสร้างสัมพันธภาพ และการสัมภาษณ์

ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในการลงศึกษาชุมชนและปฏิบัติงานภายในชุมชนนั้นอาจจะพบเจอกับ
สถานการณ์หรือกรณี เร่งด่วนที่และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นการตัดสินใจ
ในกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวเพื่อให้สามารถดำเนินกระบวนการการทำงานได้อย่างไม่ส่งผล
กระทบหรือส่งผลกระทบน้อยทสี่ ุด ทัง้ นท้ี กั ษะนจ้ี ะขน้ึ อยู่กับประสบการณ์สว่ นบุคคลตอ่ สถานการณน์ ้นั ๆ

417

ทักษะการส่งต่อ เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในงานสังคมสงเคราะห์ซึ่งจะสามารถทำให้การปฏิบัตินั้นส่งผล
ต่อยอดและเกิด ประโยชน์สูงสุด ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นในบริบทของการขาดศักยภาพใน
การให้บริการ ด้านหนึ่ง ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องส่งต่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความดูแลที่เหมาะสมยิ่งกว่าหรือการส่งต่อเนื่อง
จากสาเหตุ สน้ิ สุดภารกิจ แลว้ จึงสง่ ตอ่ หนา้ ทใี่ หผ้ ู้ท่ีเหมาะสมรบั หน้าท่สี านต่อ
3.ลักษณะกจิ กรรม/โครงการ

จากข้อมูลชุมชนหมู่ 14 คลองสอง เมื่อนำข้อมูลข้างต้นมาวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่าในด้านการศึกษาของเด็กใน
ชุมชน ยังไม่ความเหลื่อมล้ำอยู่ เนื่องจากไม่มีโรงเรียนภายในชุมชน ทำให้ส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองมักส่งบุตรหลานไป
เรียนนอกชุมชน ประกอบกับในสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำให้การเรียนการสอนในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นรูปแบบออนไลน์
ส่งผลให้เด็กในชุมชนหลายคนหลุดจากระบบการศึกษาและขาดความรู้เนื่องจากผู้ปกครองมีปัญหาด้านเศรษฐกิจทำ
ให้ไม่สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนได้ นักศึกษาจึงขอเสนอโครงการ "ชวนน้องมาเรียน" โดยมีลักษณะโครงการ
ดังตอ่ ไปน้ี

(ร่าง) โครงการ ชวนนอ้ งมาเรียน
ชอ่ื โครงการ : ชวนน้องมาเรียน
ความเป็นมา หลกั การและเหตผุ ล

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้อยู่ในอันดับ 3 ของโลก ช่วง 5 ปีที่ผ่านมารายงานว่า คน
รวยที่สุดร้อยละ 1 ของประเทศ ถือครองทรัพย์สินมากกว่าร้อยละ 58 ของประเทศ ในขณะที่กลุ่มคนที่ยากจนที่สุดร้อย
ละ 40 มีทรัพย์สินรวมกันเพียงร้อยละ 1.9 จากทั้งหมด ช่องว่างของรายได้และทรัพย์สินดังกล่าวส่งผลกระทบทอด
ยาวไปสู่ความเหลื่อมล้ำด้านอื่นๆ ในสังคม หนึ่งในนั้นคือความเหลือมล้ำด้านการศึกษา ทั้งนี้ผลสำรวจของกองทุนเพื่อ
ความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยว่าสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่ พบเด็กกลุ่มใหม่
ในครวั เรือนจนเฉยี บพลัน สง่ ผลเด็กหายไปจากระบบแล้ว
10% และยังหลุดต่อเนื่อง ชุมชนแออัด กทม. พบหนี้นอกระบบเพิ่มหลายครอบครัวกู้เงินผ่อนมือถือเรียนออนไลน์
ชุมชนหมู่ 14 คลองสอง เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้ประสบกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอันเป็นผลมาจาก ไม่มี
สถานศึกษาภายในชุมชน ผลกระทบจากเศรษฐกิจและวกิ ฤติโควดิ 19 ทำให้เดก็ ในชุมขนโดยเฉพาะเดก็ ช้ันประถมศกึ ษา
ตอนต้น หลดุ จากระบบการศกึ ษาและขาดความรู้ทีค่ วรไดร้ ับพฒั นาการท่คี วรเป็นไปตามชว่ งวยั

ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่าเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นในชุมชนหมู่14 คลองสอง ควรได้รับกิจกรรมหรือ
การพัฒนาการศึกษา มีความเข้าถึงสื่อการเรียนรู้เพื่อที่ จะนำเอาสิ่งเหล่านั้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงอนาคต
และเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีส่วนร่วมกับชมุ ชน จึงเกิดเป็นโครงการ"ชวนน้องมาเรียน" โดยจะมีการจะดทำสื่อ
การเรียนรู้แบบหนังสือและวิดีโอรวมไปถึงการจัดกิจกรรมร่วมกันซึ่งการจัดทำสื่อและกิจกรรมดังกล่าวจะส่งต่อให้กับ
ชมุ ชนหลังจบโครงการ เพ่อื ใหเ้ กดิ การใช้งานและพฒั นาในระยะยาวต่อไป

วตั ถุประสงค์
1.เพ่ือใหเ้ ด็กในชุมชนหมู่ 14 คลองสองเขา้ ถงึ ความรแู้ ละเนอื้ หาทางการเรยี นมากข้นึ
2.เพื่อใหเ้ ดก็ ในชมุ ชนหมู่ 14 คลองสองใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์
3.เพือ่ ใหเ้ ดก็ ในชมุ ชนนำความรู้ทไ่ี ด้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั และอนาคตใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด

418

ขน้ั ตอน/วิธกี ารดำเนินงาน ผมู้ สี ่วนร่วม ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ หมายเหตุ
กิจกรรม
ผู้จดั ทำโครงการ เพื่อทำความเข้าในองค์กรและ
ศกึ ษาข้อมูลองค์กร ชมุ ชนท่อี ยู่ หน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ชุมชน
ในความดแู ลของเทศบาล เมอื ง
ผ้จู ดั ทำโครงการ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชน
ทา่ โขลง รวบรวมข้อมลู ท่ี ผูน้ ำชุมชน ได้ทราบถึงทรัพยากรภายใน
เกีย่ วข้อง กับการทำโครงการ คณะกรรมการโรงเรียน ชุมชน วิถีชีวิตความเป็นอยู่
เชน่ ลักษณะชุมชน ทรัพยากร วัฒนธรรม ปัญหาและความ
และทนุ ในชุมชน ภูมิปัญญา ตอ้ งการของชมุ ชน

ชาวบ้าน เป็นตน้ เสนอแนวคิดการทำโครงการ
ร่วมกับชุมชนเพื่อตอบสนอง
สัมภาษณป์ ระธานชุมชน ความต้องการของชุมชนให้มาก
คณะกรรมการชุมชน และ ท่สี ดุ
เจ้าหนา้ ทีโ่ รงเรียนใกลเ้ คียง
เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ
ประชมุ ปรึกษาหารือกับสมาชกิ ผู้จดั ทำโครงการ ขอ้ มูลเบือ้ งตน้ ของโครงการ
ในกลุ่มชนและชุมชนเพ่ือหาแนว ชมุ ชน

ทางการทำโครงการร่วมกนั ผจู้ ัดทำโครงการ
ตามความสนใจของชุมชน โรงเรยี น

ตดิ ตอ่ คณะกรรมการชุมชน ผจู้ ดั ทำโครงการ
โรงเรยี นและสถานศกึ ษา ชุมชน
หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ใกล้เคียง เพือ่ แจง้ โครงการทจ่ี ะ โรงเรยี น
ดำเนนิ การใหผ้ ทู้ ีเ่ กี่ยวขอ้ ง เดก็ ชนั้ ประถมศกึ ษาตอนตน้
รบั ทราบ

ดำเนนิ การจดั ทำโครงการ การทำงานร่วมกับบุคคลและ จัดทำสื่อวิดีโอการเรียนการสอน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ในวิชาต่าง ๆ พร้อมทั้งหนังสือ
เกิดประสิทธิภาพในการทำสื่อท่ี แ บ บ เ ร ี ย น ท ี ่ เ ก ี ่ ย ว ข ้ อ ง ใ ห ้ กั บ
ให้ความรู้แก่คนในชุมชนใน ชุมชน มีการจัดกิจกรรมเพื่อให้
รปู แบบต่าง ๆ เด็กชั้นประถมศึกษาตอนต้น ใน
ชุมชนเกิดการเรียนรู้และ
เพื่อประเมินผลของโครงการที่ พัฒนาการทั้งในด้านวิชาการ
ได้ทำร่วมกับชุมชนว่า ผลลัพธ์ที่ และทักษะการใช้ชีวิต โดนเน้น
เกิดขึ้นเป็นไปตามที่คาดหวัง การทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้เกิด
หรือไม่ การมีส่วนร่วม มีการ
ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาฐใน
ด้านการจัดกิจกรรมและ
โ ร ง เ ร ี ย น / ส ถ า น ศ ึ ก ษ า ท่ี
ใกลเ้ คยี ง

สรปุ ผลและสง่ มอบข้อมลู แก่ ผ้จู ัดทำโครงการ
ชุมชน หนว่ ยงานท่ีเก่ยี วข้อง
ชมุ ชน

419

กลมุ่ เปา้ หมาย
เดก็ นกั เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ชมุ ชนหมู่ 14 คลองสอง

ระยะเวลาดำเนนิ การ
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 - 30 ธนั วาคม 2564

สถานทด่ี ำเนนิ การ
ศนู ยก์ ารเรยี นรชู้ มุ ชนหมู่ 14 คลองสอง

งบประมาณ
• แบบสำรวจความต้องการ 70 ชดุ 100 บาท
• ค่าจดั ทำสื่อการเรยี นการสอน 1,500 บาท
• คา่ วทิ ยากร 2.000 บาท
• ค่าของทรี่ ะลกึ 2,000 บาท

รวม 5,600 บาท

ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั
1.นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้นของชุมชนหมู่ 14 คลองสอง สามารถอ่านออกเขียนได้ มีความเข้าใจเนื้อหา

การเรยี นในด้านต่าง ๆ มากขนึ้ ตลอดจนมที ักษะในการใช้ชีวิต
2.ชุมชนมีสว่ นรว่ มในการเรียนรู้รว่ มกันกบั นักเรียน สามารถแลกเปลีย่ นมุมมองและทกั ษะต่าง ๆรว่ มกนั ได้
3.นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาตอนต้นของชมุ ชนหมู่ 14 คลองสอง สามารถเข้าถือการศกึ ษาและส่ือการเรียนการ

สอนไดม้ ากขน้ึ กวา่ เดิม

4.บทบาทนกั สงั คมสงเคราะห์
บทบาทผู้ศึกษาเรียนรู้ ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ฟจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับ ชุมชนและนำทักษะต่าง ๆ

มาประยุกต์ใช้เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานของชุมชน โดยชุมชนมีระบบการทำงานอย่าง เป็นสัดส่วนแบ่งฝ่ายหน้าที่
รับผิดชอบส่วนต่าง ๆแต่ทุกส่วนมีการทำงานที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงการเปิดรับความรู้ใหม่ที่ไม่ใช่เพียงระบบการทำงาน
ของชุมชนเท่านนั้ แต่รวมถงึ วิถชี วี ิต อัตลกั ษณข์ องชุมชนและโครงการตา่ ง ๆที่ ชุมชนไดท้ ำร่วมกนั

บทบาทผู้วิเคราะห์ชุมชน ในการศึกษาข้อมูลชุมชน จำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่นข้อมูลจาก
ประธานชุมชนและคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนกิจกรรมและการรวมตัวกลมุ่ของชุมชนทุน/
ทรัพยากรชุมชนปัญหาของชุมชนและ ความต้องการของชุมชน ตลอดจนการสำรวจเยี่ยมชมชุมชน ผู้ปฏิบัติงานจึง
จำเปน็ อย่างย่ิงทจี่ ะตอ้ งนำขอ้ มูลทไ่ี ด้มาวเิ คราะห์เพอื่ ใหไ้ ดถ้ งึ ขอ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง

บทบาทผู้ดำเนินโครงการร่วมกับชุมชน ในกรณีที่ต้องจัดทำโครงการให้กับชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง
เป็นผู้เนินโครงการเหล่านั้นอย่างเต็มท่ี เช่นจัดทำแบบสำรวจชุมชน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ถึงความต้องการของ
ชมุ ชน ทัง้ นี้อาจมกี ารประสานงานและปรกึ ษากับหน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งและเป็นประโยชนต์ ่อโครงการทีจ่ ะจัดทำ

บทบาทผู้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนนั้น ชุมชนล้วนมีส่วน
ร่วมในทุกขั้นตอนการทำงาน เช่น การสร้างสัมพันธภาพกับประธานชุมชน การสอบถามข้อมูลพื้นฐานของชุมชนผ่าน
ประธานชุมชนจากนั้น การสอบถามถึงผู้มีอิทธิพลหรือมีความสำคัญในการนำกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน และวางแผน
เพอ่ื ที่จะใหค้ นในชุมชนมีสว่ นรว่ มในการทำสง่ิ ตา่ ง ๆ ด้วยกัน

420

บทบาทผู้ให้ข้อมูลแก่ชุมชน ในการจัดทำโครงการหรือการเข้าไปช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นที่จะต้องทราบ
ถึงข้อมูลที่สำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชน สามารถตอบคำถามแลแนะนำสมาชิกในชุมชนได้ เช่น การให้
ขอ้ มูลเกยี่ วกบั โรคโควดิ -19
ข้อเสนอแนะต่อบทบาทสังคมสงเคราะหใ์ นชุมชน

ด้านการจัดสวัสดิการ จากการวิเคราะห์และศึกษาชุมชนพบว่าคนในชุมชนยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการที่สำคัญ
เช่นการรักษาพยาบาล สวัสดิการเมื่อเกิดภัยพิบัติ ฯลฯ ดังนั้นนักสังคมสงเคราะห์จะต้องคอยติดตามและศึกษาข้อมูล
เพื่อชว่ ยเหลือใหช้ ุมชนเจา้ ถงึ สวสั ดกิ ารได้มากท่ีสุด

ด้านการพิทักษ์สิทธิ์คนในชุมชน ชุมชนยังมีความไม่ทราบถึงสิทธิที่ตนควรได้รับในหลายกรณี ทำให้อาจนะมา
สู่กังารเอารัดเอาเปรียบ ความไม่เป็นธรรม นักสังคมสงเคราะห์จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าช่วยเหลือ ชี้แจงและดำเนินการ
พทิ ักษส์ ิทธเิ หล่านนั้ ให้กับชุมชน

ด้านนโยบาย นักสังคมจะต้องคอยเสนอนโยบายที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและส่วนรวม มีการประสานงานกับ
ภาครฐั เพ่ือผลักดนั นโยบายทีเ่ กยี่ วขอ้ ง

รายการอา้ งองิ
วชิรวัชรงามละมอ่ ม (2559).ทฤษฎกี ารมีส่วนร่วม. สืบคน้ เม่อื . 14 พฤศจกิ ายน 2564. สบื คน้ จาก

http://learningofpublic.blogspot.com/2016/02/blog-post79.htm
มิง่ ขวญั ปานบา้ นแพ้ว. (2560). ทักษะในการปฏบิ ตั งิ านสงั คมสงเคราะห.์ สิบคน้ เม่ือ 17 พฤศจิกายน 2564.

สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/post/616748
รุ่งโรจน์ ตติยวงศ์วิวัฒน์ และคณะ.(2564). รายงานฝึกภาคปฏิบัติ 2 เทศบาลตำบลท่าโขลง.สืบคันเมื่อ 13
พฤศจิกายน 2564.สืบค้นจาก. https://drive.google.com/file/d/1nCiZ-nW4XIVGzqKP

421

“ชมุ ชนหม่บู า้ นเดอะธารา”
เฌอธ”ดิ า สมชาติ

422
การออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชมุ ชน
ชุมชนหมบู่ า้ นเดอะธารา
หมู่บ้านเดอะธารา ตำแหน่งที่ตั้ง ซอยพระยาสุเรนทร์ 35 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสาม
วา กรุงเทพมหานครฯ 10510 เป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ มีบ้านมากกว่า 400 หลังคาเรือน และมีซอยแยก 10 ชอย
ภายในหมู่บ้าน โดยมีลักษณะบ้านหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก บ้านเดี่ยวใหญ่ และบ้านแฝด ตัวผู้เขียน
เป็นผู้อาศัยอยู่ในชุมชนนี้มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่การเริ่มเปิดโครง จนกระทั่งขายบ้านได้ครบทุกหลัง พื้นที่ในหมู่บ้านมี
การจัดสรรเพื่อใช้เป็นพื้นที่ส่วนรวม ทั้งสนามบาส สนามตะกร้อ สนามแบดมินตันสนามเปตอง สนามเด็กเล่น พระ
พรหม สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนสาธารณะ เป็นต้น ที่ซึ่งครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ลูกบ้านใน
หมู่บ้านได้มาทำกิจกรรม ใช้สอยได้ตามถนัด รวมทั้งออกกำลังกาย เดินเถ่น พุดคุยกัน สร้างสัมพันธภาพซึ่งกันแถะกัน
และเพื่อพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย อีกทั้งยังมีระบบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิดทั่วบริเวรหมู่บ้าน
เพ่อื ความปลอดภัยของลูกบ้าน

หมู่บ้านเดอะธารา เป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทเนอวานาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่เป็นธุรกิจบริษัท
อสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้อยู่
อาศัย โดยโครงการหมู่บ้านเดอะธารา ตั้งอยู่บริเวณที่สามารถเดินทงได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้มอเตอร์เวย์และ
รถไฟฟ้าสายสีชมพู กำลังเปิดให้ช้บริการภายในปี 2565 อีกทั้งทำเลที่ตั้งในปัจจุบันอยู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย
จงึ ทำให้ตอบสนองต่อการอยู่อาศัยของผู้บรโิ ภคไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

423

สิ่งอำนวยความสะดวกของทางหมู่บ้านนั้นมีเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในแต่ละช่วง
อย่างช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา ทางหมู่บ้านมีมาตรการที่ค่อนข้างเข้มงวด หากออกภายนอกบริเวรตัวบ้านจำเป็นต้องใส่
หน้ากากอนามัย สิ่งสาธารณะต่าง ๆ ที่เคยเปิดให้บริการ อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่นฯลฯ จะไม่เปิดให้บริการ
ตามที่มาตรการของทางรัฐบาลได้ระบุไว้ และหากลูกบ้านติดเชื้อโควิด-19 จะมีการประกาศให้ลูกบ้านทุกท่านทราบผ่าน
ทางไลน์กลุ่มหมู่บ้าน และฆ่าเชื้อโรคทั่วบริเวณ หากเป็นในช่วงเวลาปกติสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง 1 จะมีเวลาปิด-ปิด
อย่างชัดเจนเช่นกัน สวนสาธารณะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง สระว่ายน้ำและฟิตเนส เปิดให้บริการ 6 โมงเช้า และปิด
ให้บริการ 3 ทุ่มตรงของทุกวัน ทางหมู่บ้านมีผู้รักษาความปลอดภัยตรวจอยู่อย่างเป็นประจำทุก 1 ชั่วโมง โดยจะข่ี
จักรยานตรวจรอบบริเวณหมู่บ้านทุกซอย เพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยในยามค่ำคืน เป็นไปตามที่ทางนิติบุคคล
จดั สรรไว้

ระบบความสัมพันธ์ในหมู่บ้านจากการใช้เครื่องมือสังเกต มาเป็นระยะเวลานานเนื่องจากมีพื้นที่ในการใช้สอย
ร่วมกันภายในหมู่บ้านค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เกิดกลุ่มสมาคมเล็ก ๆ ขึ้นมา อาทิ เด็กมัธยมชายหลายคน รวมตัวกันเล่น
บาสในยามเย็น สมาคมเล่นสเก็ตบอร์ด สมาคมแม่ลูกอ่อนที่จะเดินเล่นกันเป็นประจำ พูดคุยและนำลูกเล็กของตน
ออกมาเดินรับลม สมาคมคนรักการออกกำลังกายที่ออกมาวิ่ง หรือเดินเร็วเพื่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีสมาคมคนรักสัตว์
ที่จะพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่น ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว แม้กระทั่งนกแก้วอีกด้วย อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำร่วมกัน
ภายในหมู่บ้าน งานวันเด็ก ทางนิติบุคคล และคณะกรรมการบริหารนิติบุคคลจะซื้อของเล่นมาเตรียมไว้ให้เด็กวัย 1-10
ขวบ และมีเครื่องดื่ม ขนมแจกให้แก่เด็กและผู้ปกครองที่มาเข้าร่วมกิจกรรม หรือ งานทำบุญใหญ่ประจำ ให้ลูกบ้าน
ไดม้ าทำบญุ สวดมนต์พรอ้ มกัน เปน็ ต้น

ซ่งึ ระบบความสัมพนั ธ์ในหม่บู า้ น มีมาอย่างยาวนาน กตัวอย่างให้เห็นไดอ้ ย่างงา่ ยดาย คอื การประยุกตใ์ ช้
เครอื่ งมอื แผนผงั แสดงความสัมพันธ์ของเด็กในโรงเรียนนวมนิ ทราชินูทิศ สตรวี ทิ ยา 2 ที่อาศัยในหมบู่ ้านเดอะธารา
และยเรยี นโรงเรียนมธั ยมเดยี วกัน ซง่ึ มถี ึง 7 คน ดังน้ี

424

โรงเรียนนวมินทราชินูทศิ สตรีวทิ ยา 2 รนุ่ 20

โรงเรียนนวมินทราชินทู ิศ สตรีวิทยา 2 รุ่น 21
(ตัวผ้เู ขียน เฌอธิดา สมชาต)ิ

โรงเรยี นนวมนิ ทราชินทู ิศ สตรีวิทยา 2 รุ่น 22

โรงเรยี นนวมนิ ทราชนิ ูทศิ สตรวี ิทยา 2 รุน่ 23

425

เกิดจากการชักชวนกัน ไปเรียนในสถาบันเดียวกัน คือโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 เนื่องจาก
ความสนิทสนมซึ่งกันและกันภายในหมู่บ้าน นี่จึงเกิดแผนผังเล็ก 1 ที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวที่ต่อให้โตมาก็ยังคง
ติดต่อ รวมถงึ พดู คยุ และพบเจอกนั อยู่เสมอ (ขออนญุ าตรปู ภาพจากตัวเจ้าของรปู ทัง้ หมดแลว้ ค่ะ)

ในปัจจุบันหมู่บ้านเดอะธาราได้ก่อตั้งมาได้ 12 ปี โดยทางโครงการได้จัดตั้งนิติบุคคล เป็นไปตามสภาพ
บังคับทางกฎหมาย เพื่อให้นิติบุคคลทำหน้าที่บริหาร และจัดการดูแลโครงการต่อจากเจ้าของโครงการหมู่บ้าน
หลังจากนั้นนิติบุคคลจะจัดตั้งการเลือกตั้งสมาชิกภายในหมู่บ้าน เพื่อให้สมาชิกผู้ที่ถูกรับเลือกได้ขึ้นมาทำหน้าที่
กรรมการบริหารนิติบุคคลของหมู่บ้านเดอะธาราเพื่อให้สมาชิกภายในหมู่บ้านได้สามารถ ดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
รวมถึงบำรุงรักษาหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธภาพ ซึ่งภายในหมู่บ้านเดอะธารามีนิติบุคคลคอยดูแลความเรียบร้อย
รวมถงึ ให้ลูกบา้ นสามารถเขา้ ไปพดู คยุ เรยี กร้อง รวมถงึ ร้องเรียนปญั หาตา่ ง ๆ ภายในหม่บู า้ นได้

นิติบุคคลในหมู่บ้านเดอะธาร จะคอยดูแลเนื้อพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้าน อาทิ สวนหย่อม ถนนหนทาง
ทางเดิน จัดการบริหารปัญหาขยะ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนกลางเพื่อส่วนรวม โดยลูกบ้านทุกคนเป็นเจ้าของ
รว่ มกัน ทางกรรมการบรหิ ารนติ บิ ุคคลอาจจะไม่พร้อมตอ่ การดแู ลมากพอ อาจมีธุระส่วนตนทำใหไ้ มม่ ี
เวลาในการมาตรวจดูความเรียบร้อยขอหมู่บ้าน นี่จึงเป็นหน้าที่ที่นิติบุคคลของหมู่บ้านจะมาดูแลแทนระบบความ
ปลอดภัยของหมู่บ้านเดอะธารามีมาตรการว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้รักษาความปลอดภัย ทุก 3 เดือนโดยอาจไม่
จำเป็นตอ้ งเปล่ียนบรษิ ทั ที่ดแู ล แต่ตอ้ งผลดั เวียนผูร้ กั ษาความปลอดภยั ไปเรื่อย ๆ ตามมาตรการที่
ทางลูกบ้านพงึ ประสงค์

กรรมการบริหารนิติบุคคล คนปัจจุบันของหมู่บ้านคือ คุณออย (ไม่ประสงค์ออกชื่อจริงและนามสกุล)ทาง
ตัวผู้เขียนได้เลือกเครื่องมือการสัมภาษณ์ จึงได้สัมภาษณ์และพูดคุยกับคุณออย ถึงการจัดการบริหารภายในหมู่บ้าน
คุณออยได้พูดถึงประเด็นของการจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำไปบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนรวมที่ลูกบ้านเป็นเจ้าของร่วมกัน
โดยจะจัดเก็บค่าส่วนกลางตามขนาดบ้าน โดยจะเริ่มต้นที่ 8,000 บาท ต่อ 1 ปี หากบ้านขนาดใหญ่และมีเนื้อที่กว้างข้ึน
จะเรียกเก็บตามหน่วยตารางวา ซึ่งเงินส่วนนี้คุณออยระบุว่าให้ทางนิติบุคคลเป็นคนนำไปแจกแจงเพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด และนิติบุคคลเป็นบุคคลดูแลสินทรัพย์ส่วนรวมในส่วนนี่ โดยหลัก ๆ แล้วเงินส่วนกลางจะนำไปจ้าง
บริษัทผู้รักษาความปลอดภัย (แจงได้เป็นรายบุคคล หากมีผู้รักษาความปลอดภัย 15 คน เงินเดือน 15,000 บาทต่อ 1
คน) บำรุงพื้นที่สาธารณะ จ้างค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาในพื้นที่ส่วนรวม รวมถึงจ้างตัวนิติบุคคลเองเช่นกัน คุณออยได้
กล่าวว่าส่วนตัวแล้วตนเองนั้นมีภาระทางบ้านที่เยอะ แต่เมื่อได้รับการเลือกมาเป็นกรรมบริหารนิติบุคคลแล้ว คุณออย
จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่นี้อย่างสุดฝีมือส่วนใหญ่ลูกบ้านหลาย ๆ คนจะมีความสนิทสนมกับคุณออยโดยตรง หากมี
ปัญหาอะไรก็สามารถบอกคุณออยได้ ซึ่งคุณออยเป็นคนอัธยาศัยดี จึงทำให้ลูกบ้านหลาย ๆ คนมาพูดคุยและปรึกษา
ปัญหาภายในหมู่บ้านได้หลังจากนั้นคุณออยจะทำหน้าที่ประสานงานต่อให้แก่นิติบุคคล (เนื่องจากคุณออย มีลูกสาว
ถึง 2 คน รวมถึงงานส่วนตัว และมีแม่วัยสูงอายุที่ต้องดูแล ทางผู้เขียนจึงรบกวนเวลาคุณออยเพียง 5 นาทีในการ
พูดคุยผดิ พลาดประการใดขออภัยมา ณ ทนี่ คี้ ่ะ)

426

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นถึงปัญหาที่พบเจอภายในหมู่บ้าน เริ่มจากตัวบุคคล ที่พบเจอปัญหานำไปสู่การการ
พูดคุยเพื่อหาทางแก้ ทั้งกับตัวกรรมการบริหารนิติบุคคล หรือ นิติบุคคล หากลูกบ้านหลายคนพบเจอปัญหาเดียวกัน
นำไปสู่ในรูปแบบกล่มุ เพอื่ เรียกร้องใหก้ ารจดั การปัญหาที่เกดิ ข้นึ จึงทำให้เกดิ นโยบาย ในการแกไ้ ขปัญหาดังกลา่ ว

ปัญหาที่ลูกบ้านส่วนใหญ่พบเจอมักจะเป็นปัญหาที่จอดรถจากการใช้พื้นที่ส่วนรวม เกิดการเรียกร้องจาก
ตัวบุคคล จนกลายเป็นกลุ่มคนที่พบเจอปัญหาเดียวกัน เนื่องจากมีลูกบ้านเอารถส่วนตัวขนาดใหญ่ อาทิ รถกระบะ
รถตู้ เป็นต้น มาจอดในพื้นที่สาธารณะ ทำให้การเลี้ยวรถหรือการขยับรถภายในหมู่บ้านเป็นไปอย่างยากลำบาก เกิด
การเรียกร้องไปถึงนิติบุคคล จึงทำให้เกิดนโยบายใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันในหมู่บ้าน โดยห้ามเบียดเบียนผู้อื่น ทาง
หมู่บ้านนำเอากรวยมากั้น ในพื้นที่ที่เห็นชอบว่าไม่ควรมีใครนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดในบริเวณนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน
การเกิดปัญหาแก่ลูกบ้านท่านอื่น ซึ่งลูกบ้านส่วนใหญ่ภายในหมู่บ้านเห็นชอบตรงกันกับการแก้ปัญหาของทางนิติ
บคุ คล

ปัญหาที่พบรองลงมาคือแมวจรจัด เนื่องจากแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ควบคุมได้ยาก ทำให้มีแมวจรจัดเข้ามา
อาศัยในหมู่บ้านค่อนข้างเยอะ หลังจากนั้นแมวจรจัดก็ทำการขยายพันธุ์ จนมีลูกแมวจรจัดภายในหมู่บ้านเป็นจำนวน
มาก ซึ่งมีลูกบ้านหลายคนร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิด เนื่องจากแมวจรจัดตีกันเสียงดัง รวมถึงกลิ่นปัสวะของแมวจรจัด
สร้างมลภาวะทางกลิ่นให้แก่ลูกบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันทางนิติบุคคลก็เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่ จากการ
เห็นแมวจรจัดได้รับการใส่ปลอกคอ และรับไปเลี้ยงดู ตามบ้านภายในหมู่บ้าน แต่ยังไม่ได้มีนโยบายที่เป็นแบบแผน
ชดั เจนในการรบั มอื

การออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชุมชนหมู่บ้านเดอะธารา นั้นทางผู้เขียนขอเสนอเป็นงานสังคม
สงเคราะห์กับผู้สูงอายุ ส่วนตัวของผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้อยู่อาศัยในชุมชนแห่งนี้มาเป็นระยะเวลา 10 ปี ได้พบว่าในชุมชน
นั้นมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประเทศผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ เหมือนเทียบ
กับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ เรามีผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 30 คนซึ่งในหมู่บ้านก็เช่นกัน แต่ส่ิง
อำนวยความสะดวกภายในหมู่บ้านนั้น ไม่มีสิ่งใดที่ทำขึ้นมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะสนามเด็กเล่นที่มีของเล่นเพื่อเด็กเล็ก
และเด็กกำลังโต สนามบาสเพื่อวัยรุ่น และวัยทำงาน สระว่ายน้ำของส่วนรวม ซึ่งทุกสิ่งที่สร้างมาเพื่อเป็นของส่วนรวม
นั้นเป็นสิ่งที่ดีตามแนวคิดความสมดุล แต่หากได้มีการปรับใช้ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นมักเป็นสิ่งที่ดีกว่า การออกแบบการ
ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในชุมชน คือ การสร้างชมรมคนสูงอายุขึ้น เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์และสอบถามถึงกิจกรรม
ยามว่างของบุคคลสูงวัยในหมู่บ้าน ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์ และจัดตั้งชมรมที่ตอบสนองต่อคนสูงวัยมาก
ที่สุด อาทิ ผู้สูงวัยที่มีใจรักในการทำอาหาร ก็สามารถมาทำอาหารหรือขนมร่วมกัน เพื่อนำมาจัดจำหน่ายภายในหมู่บ้าน
เพ่ือให้ลูกบ้านได้อุดหนุน ถือเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ได้ทำตามความชอบของตนเอง และยังสร้างรายได้ได้อีกด้วย
เพื่อไม่ทำให้ผู้สูงอายุคิดว่าตนนั้นด้อยค่า แต่กลับกันหากได้ทำในสิ่งที่ชอบ และยังมีรายรับเพิ่มขึ้น อาจทำให้จิตใจของ
ผู้สูงวัยได้รับการเยียวยาทางอ้อม และคิดว่าตนเองมีคุณค่า หรือ ผู้สูงอายุบางกลุ่มชื่นชอบในการปลูกต้นไม้ อาจ
สามารถจัดตั้งชมรมคนรักต้นไม้ขึ้นเพื่อให้ผู้สูงวัยได้มาแลกเปลี่ยนทางความรู้ในเรื่องต้นไม้ซึ่งกันและกันและสามารถ
ถ่ายทอดไปสู่คนวัยทำงานวัยกลางคน หรือวัยรุ่นได้อีกด้วย หรือแม้กระทั่งผู้สูงวัยที่รักในการออกกำลังกายก็สามารถ
จัดตั้งให้มีการเต้นคาดิโอเพื่อเสริมสุขภาพเป็นต้น เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะของตัวผู้สูงอายุเองและยังเสริมสร้าง
การมคี ุณค่าในตวั เอง รวมถึงพฒั นาใหส้ ุขภาพแข็งแรง ท้ังร่างกาย และจติ ใจอกี ดว้ ย

427

อกี หน่ึงกจิ กรรมทท่ี างผู้เขยี นตอ้ งการปรับการปฏบิ ัตงิ านสงั คมสงเคราะห์เพอ่ื ชุมชนหม่บู ้านเดอะธาราคือ กิจกรรม
เพ่อื เดก็ วัยร่นุ ในหมู่บา้ น เนอ่ื งจากหมู่บา้ นเดอะธารา เปน็ หมู่บา้ นขนาดกลางท่ีคอ่ นข้างใหญ่ วัยร่นุ

ในหมู่บ้านก็มีจำนวนมากเช่นกัน อยากป้องกันการเกิดปัญหาเรื่องยาเสพติดภายในหมู่บ้านเพื่อไม่ให้เกิด
แหล่งมั่วสุมภายในชุมชนที่อยู่อาศัย จึงอยากเชิญชวนให้เด็กวัยรุ่นทั้งเพศชาย และเพศหญิง วัย 15-20 ปี ได้มาทำ
กิจกรรมร่วมกัน อาทิ การเล่นกีฬาสีภายในหมู่บ้าน จัดกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกัน กิจกรรมการทัศนศึกษาใน
สถานที่ใกล้บ้าน รวมถึงให้คำปรึกษาแก่เด็กที่มีปัญหาในทุกด้านของมิติสังคมที่อยากเข้ามาปรึกษากับทางนักสังคม
สงเคราะห์ ถือเป็นการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มผู้ใช้บริการ เพื่อค้นพบปัญหาที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขอย่างโดยด่วน ซึ่งไม่ว่า
จะเป็นการทำงานกับผู้สูงอายุ หรือวัยรุ่น จำเป็นต้องมีงบประมาณในการดำเนินการ ในส่วนนี้หากได้ปฏิบัติงานสังคม
สงเคราะห์ในหมู่บ้านจริง อาจต้องให้ลูกบ้านมาให้ข้อเสนอ หรือร่วมกันโหวตตามแนวคิดประชาธิปไตยว่าอยากให้มีการ
จัดตั้งกิจกรรมด้านงานสังคมสงเคราะห์เพิ่มเติมหรือไม่ เพราะจำเป็นต้องใช้งบประมาณจากค่าส่วนกลางในการ
ดำเนินเงินต่อไปน่นั เอง

แนวคิดที่สำคัญต่อการปรับใช้ในชุมชน คือ แนวคิดการมีส่วนร่วม เนื่องจากเป็นการอยู่กันในรูปแบบชุมชน และ
พื้นที่ภายในหมู่บ้านมีทั้งของส่วนตน และของส่วนรวม ซึ่งถือว่าถูกบ้านทุกคนนั้นเป็นเจ้าของร่วมกันต้องมีส่วนร่วมซึ่ง
กันและกัน อาทิ การเก็บค่าส่วนกลาง เพื่อนำไปบริหารจัดการหมู่บ้านเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก้ตัวผู้อยู่อาศัย
ตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น เป็นต้น แนวคิดความสมดุล ทรัพยากรภายในหมู่บ้านเป็นของส่วนร่วมคือความจริงแท้ แต่
ไม่ได้ระบุว่าลูกบ้านสามารถทำตามใจชอบกับพื้นที่ส่วนรวมได้ แนวคิดความสมดุลจึงต้องมาควบคู่กัน เพื่อปรับใช้
ทรัพยากรในหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งไฟฟ้า น้ำ ถนนหนทางต่างๆ ต้องสมดุลโดยไม่หนักทางใดทางหนึ่ง
เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ช่วยกันดูแลและรักษาความสะอาดเรียบร้อยตลอดจนระบบความสัมพันธุ์ภายในของลูกบ้านท่ี
ต้องสมดุล และไม่เบียดเบยี นซ่งึ กันและกนั

แนวคิดทางมานุษยวิทยา การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขนั้นต้องอยู่กันอย่างเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน สร้าง
มิตรภาพที่ดีต่อกัน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและผูกพันกันภายในหมู่บ้าน จากที่ได้กล่าวไปข้างต้น ถึงแผนผัง
ความสัมพันธ์ของตัวผู้เขียนและเพื่อนในหมู่บ้าน ถือเป็นการผูกพันกันอย่างมั่นคงมายาวนานนับ 10 ปี และภายใน
หมู่บ้านมีการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ทำบุญตักบาตร เล่นบาส หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันแม้ว่าลูกบ้าน
อาจเป็นคนต่างที่ มีความเป็นปัจเจกบุคคล ร้อยพ่อพันแม่ แต่จำเป็นต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกัน เราจึงจำเป็นต้องใช้
แนวคิดนี้เพื่อปรับใช้ เพื่อให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสูงสุด ยิ่งเป็นชุมชนขนาดกลางที่ค่อนข้างใหญ่ เราจึงต้อง
ยอมรับว่าเราเป็นคนในชุมชนเดียวกัน ผูกมิตรภาพ และเป็นเจ้าของหมู่บ้านร่วมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็
ตาม การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นกลางมากที่สุด คือการใช้ แนวคิดประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทุกพื้นที่ควรปรับช้ ฟัง
เสียงส่วนใหญ่ และรับฟังเสียงส่วนน้อย เพื่อนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาพื้นที่ชุมชน ทั้งการเลือกตั้งกรรมการบริหารนิติ
บุคคล ต้องฟังคะแนนเสียงส่วนใหญ่ที่ลงเสียงเลือกสมาชิกภายในหมู่บ้านขึ้นมารับตำแหน่ง หรือการจัดตั้ง บำรุงส่ิง
อำนวยความสะดวกในหมู่บ้าน จำเป็นต้องแจ้งให้ลูกบ้านทราบ และเห็นชอบต้องกัน จะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างมี
ความสุขในทกุ ชุมชน และสงั คม

428

เครอื่ งมอื แผนท่ีเดนิ ดินของหมบู่ ้านเดอะธารา

แผนที่การเดินทางมาหมบู่ า้ นเดอะธารา

429

อ้างอิง

ณฏั วฒุ ิ ทรพยอ์ ุปถมั ภ์. ทฤษฎแี ละหลกั การพัฒนาชมุ ชน. สืบค้นจาก
http://www.epub.rbru.acth/pdfuploads/thesi158-

file04-2016-10-19-12-45-00.pdf
BOMB. (2556).เนอวานามอบโปรฯ Last Minutes Deals! จัดบ้านพรอ้ มอยู่ 5 โครงการบน 5 ทำเลสง่

ทา้ ยป.ี สืบค้นจาก : https://thinkofliving.com/ขา่ ว/เนอวานามอบโปรฯ-last-minutes-deals-
จดั บา้ นพรอ้ มอย-่ 5-โครงการบน-5-ทำเลส่งท้ายป-ี 371679
SMART. (2564). นิติบุคคลหมู่บา้ นจัดสรรทำหนา้ ที่อะไร. สบื ค้นจาก :https://www.smartservice.co.th/4h/หน้าที่

นติ บิ คคลหมบู่ ้/

430

“ชมุ ชนตำบลบา้ นกลาง”
”รสรนิ กงิ่ หวา่ กลาง

431

คำนำ
รายงานเลม่ นีเ้ ป็นสว่ นหนึง่ ของรายวชิ า สค.31 1 หลักและวธิ ีการสงั คมสงเคราะห์ 3 จดั ทำข้ึนเพื่อศึกษาชุมชน
ตำบลบา้ นกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวดั ปตั ตานี โดยการประยกุ ต์ใชเ้ ครื่องมือในการศกึ ษาผู้คนในชมุ ชนและประยุกต์ใช้
แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การ กระบวนการสังคมสงเคราะห์
ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือบุคคลที่สนใจ หากมีข้อผิดพลาดประการใด
ผจู้ ัดทำนอ้ มรับไว้และขออภยั มา ณ ที่นี้ด้วย

432
บทที่ 1
ประวัติความเปน็ มาและวถิ ชี วี ิตของชมุ ชนตำบลบา้ นกลาง
1.1 ประวตั ิความเป็นมาของชุมชนตำบลบา้ นกลาง
ชุมชนตำบลบ้านกลาง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอปะนาเระ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 6กิโลเมตร
เป็นหมู่บ้านของคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ และจะมีคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามสร้างบ้านเรือน
อยรู่ อบ ๆ จึงเรียกว่า "บา้ นกลาง"
ชุมชนตำบลบ้านกลางตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เป็นชุมชนขนาดเล็กมีลักษณะ
ภูมิประเทศของชุมชนเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล มีภูเขาเล็ก ๆ 2 ลูก และมีลำคลองขนาดกลางไหลผ่าน มีแหล่งท่องเที่ยวท่ี
น่าสนใจมากมาย เช่น หาดชลารักษ์และหาดบางมะรวด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมด้วย เช่น เจดีย์หลวง
พ่อหนอน ที่เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านภูมิใจในชุมชนแห่งน้ี, วัดเทพนิมิตร ที่มีความเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัย
กรุงศรีอยุธยาตอนต้น และวดั ศรสี ุดาจนั ทร์ เป็นตน้
1.2 ชว่ งเวลาการเปลย่ี นแปลงในชุมชนตำบลบา้ นกลาง
โดยชมุ ชนตำบลบ้านกลาง มีช่วงเวลาการเปลยี่ นแปลง (TIME LINE) ดงั ตารางตอ่ ไปน้ี

ตารางที่ 1 แสดงชว่ งเวลาการเปลย่ี นแปลง (TIME LINE) ในชุมชนตำบลบา้ นกลาง

433

1.3 วิถชี วี ติ ของชมุ ชนตำบลบ้านกลาง
ประชากรภายในชุชนตำบลบ้านกลางประกอบด้วยชาวพุทธ และชาวมุสลิม อยู่ร่วมกันภายในชุมชน ส่วนใหญ่

ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเป็นภาษามลายูท้องถิ่นมากกว่าภาษากลาง โดยชาวมุสลิมด้วยกันเมื่อพบปะกันก็จะกล่าว
"อัสลามูอาลัยกูม" (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) และมีการรับว่า อาลัยกูมมุสลาม" (ความสันติสุขจงมีแด่ท่าน
เช่นกัน) และยนื่ มอื สัมผัสกนั ในบางครั้งก็ย่อมาลบู หนา้ หรือบางคร้งั กม็ าแตะบรเิ วณหน้าอก

เอกลักษณ์ที่สำคัญของประชากรในแถบนี้ที่สำคัญ คือ การแต่งกาย ผู้ชายนิยม นุ่งโสร่งหรือกางเกงขายาว
สวมเสื้อแขนยาวถึงข้อมือและสวมหมวก กาปีเยาะ ส่วนผู้หญิงก็สวมเสือแขนยาวถึงข้อมือและนุ่งผ้าคลุมข้อเท้าตาม
ข้อบัญญตั ศิ าสนา

ประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ทำนา ประมง สวนมะพร้าว ค้าขาย จักสาน
ทำนำ้ ตาลโตนด เลย้ี งสตั ว์ ปลูกพชื และรบั จ้างท่วั ไป

434

บทที่ 2
เครื่องมอื ทใ่ี ชศ้ กึ ษาชุมชนตำบลบา้ นกลาง

2.1 โครงสรา้ งองค์กรชุมชน
























แผนผังที่ 1 แสดงโครงสรา้ งองค์การบริหารส่วนตำบลบา้ นกลาง
จากแผนผังแสดงโครงสรา้ งองค์การบริหารส่วนตำบลบา้ นกลาง สำนกั ปลัด กองคลัง กองชา่ ง และกอง
การศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม มหี น้าที่ดงั นี้
1. สำนกั ปลดั

- งานบริหารงานทว่ั ไป
- งานนโยบายและแผน
- งานกฎหมายและคดี
- งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
- งานสาธารณสุขและสงิ่ แวดลอ้ ม
- งานส่งเสริมการเกษตร

435

2. กองคลัง
- งานการเงนิ
- งานบญั ชี
- งานทะเบียนทรพั ย์สินและพัสดุ
- งานพฒั นาและจัดเก็บรายได้

3. กองช่าง
- งานก่อสรา้ ง
- งานออกแบบและควบคุมอาคาร
- งานผังเมือง
- งานสาธารณปู ระโภค

4. กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- งานบริหารการศกึ ษา
- งานสง่ เสรมิ การศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
- งานกิจการโรงเรียน


2.2 ปฏิทนิ กิจกรรม

1. ปฏทิ นิ ประเพณี วัฒนธรรม เทศกาลประจำปขี องชมุ ชนตำบลบ้านกลาง

ตารางท่ี 2 แสดงปฏทิ ินกจิ กรรม ประเพณี วฒั นธรรม เทศกาลประจำปีของชมุ ชนตำบลบา้ นกลาง

436

โดยประเพณี วัฒนธรรม เทศกาลประจำปีของชุมชนตำบลบ้านกลางมีทั้ง 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธและ
ศาสนาอิสลาม ได้แก่ ฮารีรายอ, เมาลิด, อาซูรอ, เข้าสุนัต และประเพณีแต่งงาน ประเพณี วัฒนธรรมเทศกาลประจำปี
ในศาสนาพุทธ ได้แก่ ประเพณีแต่งาน, ประเพณีชักพระ, ประเพณีสงกรานต์, สารทเดือนสิบ,รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ
(อาบน้ำคนแก,่ วันขนึ้ ปีใหม่ และประเพณีทำขวัญข้าว

2. ปฏทิ นิ ฤดกู ารและการประกอบอาชพี ของชุมชนตำบลบ้านกลาง














ตารางที่ 3 แสดงปฏิทนิ ฤดกู ารและการประกอบอาชพี ของชุมชนตำบลบา้ นกลาง



1. อาชีพทำนำ้ ตูเวาะ นำ้ ตาลโตนด
ในพื้นที่ชาวบ้านทำอาชีพทำน้ำตาลโตนดประมาณ 10 ครัวเรือน ซึ่งชาวบ้านจะยึดอาชีพทำน้ำตูเวาะเป็นหลัก

และอาชพี ทำนาเป็นรอง มรี ายไดจ้ ากนำ้ ตุเวาะ 40-60 ถุงต่อวัน
รายได:้ เฉลย่ี วนั หนึง่ ได้ 200-400 บาทต่อวัน และน้ำตาลโตนด ลติ รละ 80 บาท 200 บาทต่อวนั
ฤดกู าล: ชว่ งเก็บเกีย่ วผลเดอื น ม.ค - ม.ิ ย และ ก.ย-ธ.ค

2. สวนมะพรา้ ว
ชาวบา้ นทำอาชีพมะพรา้ ว ประมาณ 30 % ในพ้นื ที่ ชาวบ้านรับซอ้ื จากชาวบ้านในพื้นที่และนอกพ้นื ท่ี
รายได:้ 2000-3000 บาทต่อสปั ดาห์
ฤดูกาล: มะพร้าวสามารถสร้างผลผลติ ได้ทุกเดือน เว้นแตช่ ่วงน่าแลง้ ลกู มะพรา้ วกจ็ ะเลก็ และราคากจ็ ะแพงข้นึ

3. ประมง
ชาวบ้านจะออกตั้งแต่ตี ห้า กลับ สิบเอ็ดโมง โดยใช้ทุน การซื้อน้ำมัน 150 บาทต่อเที่ยวระยะทางการหาปลา 7

ไมล์ทะเล โดยใช้วิธีการตกเบ็ด อวนกุ้ง อวนปลาทู ใช้แสงไฟในการหาปลาหมึกและเครื่องมือ การปักไม้ไผ่เป็นช่องใน
การล่อปลาเขา้ (บบู ู ) ซ่ึงยังใช้วธิ การของคนสมัยโบราณบางสว่ น

รายได:้ ข้ันตำ่ 3000 บาท สูงสดุ 8000 บาท
ฤดกู าล: ชว่ งหน้าฝน มรสุม ในเดอื น 10 11 12 จะมกี ้งุ ปลาแดง ส่วนใหญ่ เยอะมาก จะเปน็ ชว่ งที่
ชาวบ้านจะได้รายได้ดี แต่ส่วนใหญ่งดออกทะเลเพราะมันอันตราย ช่วงปกติ จะเป็นพวกปลาทู ปลาอินทรีย์
หมกึ

437

4. ทำนา
ชาวบา้ นตำบลบา้ นกลางจะทำ นาปรงั กบั นาปี
- นาปรัง จะเริ่มดำนาตง้ั แต่ เดือน 10 - 3 เรม่ิ เก็บเกย่ี ว เดือน 5 ใชร้ ะยะเวลา 6 เดือน จะมีปีละคร้งั
- นาปี จะเรมิ่ ดำนาตั้งแต่ เดือน 8 - 10 เรม่ิ เก็บเกยี่ ว เดือน 2 - 5 ใชร้ ะยะเลา 4 เดอื นจะมปี ีละ 2 คร้งั

2.3 แผนท่ีชุมชนตำบลบ้านกลาง

แผนท่ีที่ 1 แสดงพน้ื ที่ภายในชุมชนตำบลบา้ นกลาง
2.4 สวสั ดกิ ารชุมชน

1. การศกึ ษา
- โรงเรยี นประถมศกึ ษา 5 แห่ง
- ทีอ่ า่ นหนงั สอื พิมพป์ ระจำหมู่บ้าน 9 แหง่
- หอกระจายขา่ วประจำหมบู่ ้าน 9 แหง่
3. สถาบันและองค์กรทางศาสนา
- วดั 9 แห่ง
- มสั ยิด 1 แห่ง
- สเุ หร่า 11 แหง่
2. สุขอนามยั
- สถานอี นามยั ตำบล 3 แหง่
- อตั ราการมแี ละใช้ส้วมราดน้ำ รอ้ ยละ 100 %

438

บทท่ี 3
แนวคดิ และทฤษฎีที่เกยี่ วขอ้ ง
3.1 ความหมายของการพฒั นา แนวคดิ และววิ ัฒนาการ
แนวคิดการพัฒนา หมายถึง แนวทางในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมของ
สมาชิกในสังคม ตั้งแต่ระดับบุคคล สถาบัน ไปจนถึงระดับสังคม จากลักษณะที่สังคมเคยเป็นอยู่ให้ก้าวไปสู่การเป็น
สังคมตามแบบอย่างที่ควรจะเป็นหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเรียกว่า สังคมที่ได้รับการพัฒนา
น่นั เอง
คำว่า พัฒนาถูกกำหนดขึ้นโดยนักวิซาการด้านต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการ
พัฒนาต่างมี รากฐานพัฒนาการทางความคิดที่แตกต่างกันด้านความเชื่อ พื้นฐานของนักคิดแต่ละยุคสมัยและความ
เหมาะสมของสถานการณ์ภายใตบ้ รบิ ทการพัฒนาท่ีแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะกลมุ่ ทฤษฎี
การพัฒนาที่เข้าใจโดยทั่วไป หมายถึง การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งที่ดีกว่า
เดิมอย่างเป็นระบบ หรือการทำให้ดีขึ้นกว่าสภาพเดิมที่เป็นอยู่อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบทางด้านคุณภาพ
ระหว่างสภาพการณ์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาที่ต่างกัน กลาวคือ ถ้าในปัจจุบันสภาพการณ์ของสิ่งนั้นดีกว่า
สมบูรณ์กว่าก็แสดงว่า เป็นการพัฒนา การพัฒนาในความหมายโดยทั่วไปจึงหมายถึง การเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหน่ึง
ให้เกิดคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม ความหมายนี้นับว่าเป็นความหมายที่รู้จักกันโดยทั่วไปเพราะนำมาใช้มากกว่าความหมาย
อื่น ๆ แมว้ า่ จะไม่เปน็ ท่ียอมรับของนักวิชาการกต็ าม

3.2 ทฤษฎีความทันสมัย (Modernization Theory)
ทฤษฎีความทันสมัย (Modernization Theory) นี้เน้นการพัฒนาที่ต้องดำเนินไปพร้อม ๆ กันในมิติต่าง ๆ ท้ัง

ดา้ นเศรษฐกจิ สังคมและระบบการเมอื ง
การพัฒนาที่นำไปสู่ความทันสมัยนั้น จะต้องอาศัยกระบวนการอันก่อให้เกิดอุตสาหกรรม การขยายความเป็น

เมือง การยกระดับความมีเหตุผลของประชาชน โดยเน้นการพัฒนาทางวัตถุเป็นสำคัญ มีการกำหนดเป้าหมายหลักไว้
ลว่ งหนา้ ในเชิงปริมาณทชี่ ัดเจน

รูปแบบการพัฒนาแบบทันสมัยนี้ ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเห็นผลอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะโดยสภาพทาง
จิตวิทยาสังคมแล้ว ความหรูหรา ความสะดวกสบายเป็นแรงจูงใจ ที่สำคัญและทำให้เกิดการเคลื่อนไหวใน 3 รูปแบบ
คอื

1. การเคลื่อนไหวทางกายภาพ หมายถึงการนำเอาสิ่งใหม่ๆ หรือของใช้ทันสมัยเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร ใช้อำนวยความสะดวก ในการทำงานหากวันใดไม่มีเครื่องอำนวยความ
สะดวกเหลา่ น้ี กจ็ ะรู้สกึ เดือดรอ้ นมาก เพราะให้ความสำคญั กบั สง่ิ เหลา่ นี้มากเป็นพิเศษน่นั เอง
2. การเคลื่อนไหวทางจิต เป็นการเคลื่อนไหวทางค่านิยม รสนิยม ความรู้สึกนึกคิด ที่ก้าวไกลออกไปจาก
สภาพของความเป็นจริงในขณะนั้น เช่น คนยากจนที่จะใช้ชีวิตแบบหรูหรา ฟุ่มเฟือย เมื่อมีเงินนิดหน่อยก็ไป
น่งั รา้ นอาหารราคาแพง เพื่อสนองความร้สู กึ วา่ ตนเองเป็นคนมงั่ มี ท้งั นเี้ พราะจติ ใจได้เคล่อื นไหวออกไปแล้ว
3. การเคลื่อนไหวทางสังคม หมายถึงการเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางสังคม หรือทางเศรษฐกิจ เช่นบุคคลท่ี
มีการศึกษาสูงขึ้น ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานมากขึ้น มีความรู้ความสามารถมากขึ้น ก็จะได้รับการ
ยอมรับจากสังคมมากขึ้น จึงมีการเคลื่อนไหวทางสถานภาพทางสังคม หรือเม่ือมีรายได้มากขึ้น ฐานะความ
เปน็ อยดู่ ขี ้ึนกเ็ กดิ การเคลอ่ื นไหวทางเศรษฐกิจขน้ึ เป็นต้น

439

3.3 แนวคิดการผสมผสานทางวฒั นธรรม
Olsen (1968; อ้างถึงใน ปรีชาชาญ แก้วนุ้ย และคีสิน กุสสลานุภาพ, ม.ป.ป.) ได้แบ่งทฤษฎีการผสมผสาน

(Theories of Integration) ออกเป็น 2 ทฤษฎี คอื
1. การผสมผสานทางบรรทัดฐาน (Normative Integration) เกิดจาก 1) ความสอดคล้องกันในค่านิยม

พื้นฐานและการปราศจากค่านิยมที่ขัดแย้งกัน 2) ความสอดคล้องภายในและระดับการพัฒนาอย่างพอเพียงภายใน
กลุ่มบรรทัดฐาน 3) ความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันระหว่างค่านิยมกับบรรทัดฐานนั้น ซึ่งเป็นตัวที่สนับสนุนบรรทัดฐาน
ให้ไปสู่เป้าหมายที่มุ่งหวังไว้ 4) ระดับของการปฏิบัติตามบรรทัดฐานในองค์การเฉพาะอย่าง (Specific Organization)
ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมต่าง ๆ กระทำไปตามแนวของค่านิยมพื้นฐานที่ต้องการ5) ประสิทธิภาพจากการฝึกอบรม
ทางดา้ นบทบาทและยอมรบั บรรทัดฐานในการกระทำของบุคคล

2. การผสมผสานตามหน้าที่ (Assumption Integration) มาจากการที่มีค่านิยมร่วมกันของบุคคลในสังคม
ซึ่งเป็นผลมาจากการมีมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันหรือคล้ายคลึง ทำให้บุคคลกระทำหรือแสดงออกในปรากฏการณ์
ทางสังคมภายใต้บรรทัดฐานเดียวกัน การผสมผสานกันตามหน้าท่ี คือ สภาพความสัมพันธ์ที่มีการร่วมมือกัน
(Coordination) ซึ่งเป็นผลมาจากการแบ่งงานกันทำ (Division of Labor) ระหว่างสมาชิกของสังคม เกิดการจำแนก
แจกแจง ทำใหม้ คี วามชำนาญในกิจกรรมตา่ ง ๆ ข้นึ เป็นเหตใุ ห้มกี ารพงึ่ พาอาศัยกนั

440

บทที่ 4
โครงการ กิจกรรม
4.1 วิเคราะหช์ ุมชนตำบลบา้ นกลาง
จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลของชุมชนตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี พบว่า ชุมชนตำบล
บ้านกลางเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แม้จะมีธรรมชาติที่สวยงาม
อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม รวมถึงมีวัฒนธรรมถึง 2 วัฒนธรรมจาก 2 ศาสนา ได้แก่ศาสนาพุทธ
และศาสนาอสิ ลาม และเปน็ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมไดด้ ้วย
ดังนั้น นักศึกษาจึงอยากเสนอ โครงการ หรือกิจกรรม ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน
ตำบลบ้านกลาง เนื่องจากเดิมทีชุมชนตำบลบ้านกลางเป็นชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เป็นท่ี
นยิ ม และยังไม่เปน็ ท่รี จู้ ักมากนัก
นกั ศกึ ษาจงึ ขอแยกประเดน็ เพ่ือจะนำไปสู่การออกแบบโครงการ กิจกรรมไว้ 2 ประเดน็ ดงั น้ี
1. ปัญหาและอปุ สรรคภายในชมุ ชนตำบลบา้ นกลาง
ตามข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยว จังหวัดปัตตานี ให้ข้อมูลไว้ว่า ปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยว ได้แก่ (1) ไกล ระยะทาง, (2) ภาพลักษณะไม่ดี, (3) ความปลอดภัย, (4) สำนึกของคน, (5) ความสะอาด,
(6) ความอนั ตรายในสถานการณ,์ (7) ทอ้ งถิ่นไมด่ แู ล, (8) พฒั นาไมม่ ที ศิ ทาง, (9)ชมุ ชนไม่รว่ มกนั รักษา
นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของ การเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวค่อนข้างยาก ไม่ค่อยมีการเผยแพร่หรือการ
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการท่องเที่ยวในช่องทางต่างๆ ซึ่งนยุคสมัยนี้การประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางออนไลน์
สามารถทำได้งา่ ย และนกั ท่องเทีย่ วสามารถเข้าถงึ ได้งา่ ยเช่นกัน
2. ส่งิ ท่นี ่าสนใจภายในชุมชนตำบลบา้ นกลาง
ตามข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยว จังหวัดปัตตานี ให้ข้อมูลไว้ว่า บ้านกลางมีแหล่งท่องเที่ยวหลายจุด มี
ลักษณะสวยงาม ทั้งหาดบางมะรวด หาดราชรักษ์ เจดีย์สถูปพระท่านหนอน โดยได้ดำเนินการพัฒนาส่วนของน้ำบ่อ
หาดแมแฆแล้ว

4.2 ออกแบบโครงการ กิจกรรม
โครงการ: ทอ่ งเท่ยี วเชงิ ระบบนิเวศนแ์ ละวัฒนธรรม ชุมชนตำบลบ้านกลาง

เนื่องจากชุมชนตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ประกอบด้วยชาวพุทธและชาวมุสลิมอยู่
ร่วมกันภายในชมุ ชน ทำใหช้ มุ ชนมีเอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ การแต่งกาย ผชู้ ายจะนิยม นุ่งโสร่งหรือกางเกงขายาว สวม
เสื้อแขนยาวถึงข้อมือและสวมหมวก กาปีเยาะ ส่วนผู้หญิงก็สวมเสือแขนยาวถึงข้อมือและนุ่งผ้าคลุมข้อเท้าตาม
ข้อบัญญัติศาสนา เกิดการผสมผสานกันตามหน้าที่ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม เป็นเหตุให้
มีการพึง่ พาอาศยั กันภายในชมุ ชน

อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ทำนา ประมง สวนมะพร้าวค้าขาย จัก
สาน ทำน้ำตาลโตนด เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช และรับจ้างทั่วไป และชุมชนตำบลบ้านกลางเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะ
สวยงามหลายจุด ดังนั้น ควรพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและระบบการเมืองไปพร้อมๆ กัน เพื่อผลักดันการพัฒนา
แหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกระบวนการที่ก่อให้เกิดอุตสาหกรรม การขยายความเป็นเมือง
การยกระดับความมีเหตุผลของประชาชน โดยเน้นการพัฒนาทางวัตถุเป็นสำคัญ ตามทฤษฎีความทันสมัย
(Modernization Theory) โดยการพัฒนาภูมิทัศน์แถวหาด อำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านและผู้มีท่องเที่ยว อาทิเช่น

441

น้ำประปา สถานที่ละหมาด ถนน ศาลา ห้องน้ำ ลานจอดรถสวนสาธารณะ สวนสุขภาพ วงเวียน ที่พัก บุกเบิกเส้นทาง
ถนน เพิ่มแสงสว่างให้กับสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับพื้นท่ี และพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าอยู่และ
สวยงาม และพัฒนาศักยภาพของประชาชนภายในชุมชนตำบลบ้านกลาง ทั้งการปลูกจิตสำนึกการรักษาชุมชนให้
สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฝึกนิสัยและทัศนคติของคนในชุมชน การส่งเสริม
การศึกษาและอำนวยความสะดวกภายในหอ้ งเรียน

รวมถึงประชาสัมพันธ์ข่าวสาร แหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชนตำบลบ้านกลางให้นักท่องที่ยวสามารถเข้าถึง
ข้อมลู ของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วไดส้ ะดวกข้นึ

ทั้งน้ี นายนิอามะ แวมามะ นายก อบต.ตำบลบ้านกลาง ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวได้
ดังนี้ (1) สร้างพิพิธภัณฑ์ / ฐานเรียนรู้ เช่น เรือกอและจำลอง อุปกรณ์เรือสมัยก่อน สัญลักษณ์ของทางเดินเรือ
ประวัติความเป็นมาของหิน ประวัติความเป็นมาของกู โบร์ของคนสมัยก่อน (2) ส่งเสริมกลุ่มสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อ เสริม
รายได้ให้ชาวบ้านซึ่งจะมีกลุ่มสตรีเป็น ผู้รับผิดชอบ และ (3) สร้างสะพานข้ามคลอง สองฝั่งโดยคาดการณ์ว่าแนวโน้ม
อนาคต จะมีคนมาท่องเที่ยว ประมาณ 500 คน/ต่อวัน สอดคล้องกับทฤษฎีความทันสมัย (Modernization Theory)
ทีม่ ีการกำหนดเปา้ หมายหลักไวล้ ่วงหนา้ ในเชิงปริมาณที่ชัดเจน ถอื เปน็ การเริม่ ตน้ ท่ดี ี

442

บทที่ 5
ข้อเสนอแนะ

5.1 ขอ้ เสนอต่อบทบาทนักสงั คมสงเคราะห์ชุมชน
1. คน้ หาแกนนำและองคก์ รท้องถ่นิ เพื่อสรา้ งทมี งานที่จะร่วมริเริ่มแผนงาน
2. กระตุ้นให้ชุมชนหันมาใส่ใจชุมชนของตัวเอง โดยทำใหค้ นในชุมชนตระหนักถงึ ปญั หา ผา่ นการพดู คยุ
3. ศกึ ษาประวตั ศิ าสตรข์ องชุมชน ทงั้ ประวัติความเป็นมา และเอกลกั ษณข์ องชมุ ชน
4. สำรวจและเก็บรวบรวมขอ้ มูลทอี่ ยากรู้ เช่น ปญั หา วิถชี วี ิต ภมู ปิ ญั ญา ผา่ นการพูดคยุ แลกเปลย่ี น
5. วเิ คราะห์และสังเคราะหข์ อ้ มลู เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจปัญหา และกำหนดเปา้ หมายรว่ มกนั กบั ชุมชน
6. ยกร่างแผนชุมชนและเปดิ ใหส้ มาชกิ รว่ มกันพิจารณาถึงจุดม่งุ หมาย ความเป็นไปได้ และความเหมาะสม
7. รว่ มกนั ทำตามแผนชุมชน
8.เมื่อถึงช่วงปฏิบัติงานจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด ดังนั้นจึงต้อง
มกี ารทบทวนอย่เู ป็นระยะเพอ่ื ปรบั กิจกรรม
9. ติดตามผล เพื่อสรุปเป็นบทเรียนนำกลับมาใช้ปรับปรุง และนำไปเป็นองค์ความรู้ให้กับชุมชนอื่นได้เรียนรู้
ต่อไป






บรรณานุกรม
สถาบนั พัฒนาประชาสังคม. (ม.ป.ป). การทอ่ งเท่ียวเชงิ ระบบนเิ วศน์และวัฒนธรรม ต.บา้ นกลาง อ.ปะนาเระ
จ.ปัตตาน.ี สืบคันเมือ่ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2564. จาก:
file:///C:/Users/home/Desktop/Work%20of%20nid/.pdf
องคก์ ารบริหารส่วนตำบลบา้ นกลาง. (ม.ป.ป.). สภาพข้อมูลทั่ไป. สบื ค้นเมอ่ื วันที่ 20 พฤศจิกายน 2564.
จาก:https://www.ptn-banklang.go.th/index.php
DEKSAKON. (ม.ป.ป.).ตำบลบา้ นกลาง อำภอปะนาระ จังหวดั ปตั ตาน.ี สบื คน้ เม่อื วันที่ 20 พฤศจกิ ายน
2564. จาก: https://deksakon.com/pattani/6187.html

443

“ชมุ ชนวัดศาลเจา้ ”
”ฐติ ิพร อดุ มโชคมหาศาล

444

คำนำ
รายงานการศึกษาชุมชนฉบับน้ี เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สค. 311 หลักและวิธีการสังคมสงเคราะห์ 3ซึ่งเป็น
การศึกษาชุมชนวัดศาลเจ้า ตั้งอยู่ท่ี 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี
จังหวัดปทุมธานี มีจุดประสงค์ในการศึกษาชุมชนเพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน รวมไปทั้งโอกาสและอุปสรรคต่างๆ ที่มีใน
ชุมชน เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับในชุมชนทั้งประวัติความเป็นมาของชุมชน วัฒนธรรมความเชื่อต่างๆ จากนั้นจึงนำ
ข้อมูลที่ได้มาไปออกแบบโครงการที่เหมาะสมกับชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 ระดับ
คือระดับบุคคล (Individual Change) ระดับกลุ่ม (Group Action) และระดับโครงสร้างหรือนโยบาย (Solidify
Structure) ที่โครงการจะประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายจากการบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคนในชุมชนและนัก
สังคมสงเคราะห์

ฐติ พิ ร อดุ มโชคมหาศาล
ผศู้ กึ ษา

445

ชมุ ชนวดั ศาลเจา้

ภาพท่ี 1: ชุมชนวดั ศาลเจ้า
ทมี่ า https://tourwatthai.com/region/central/pathumthani/wat-san-chao/

ชุมชนวัดศาลเจ้า มีที่ตั้งอยู่ท่ี 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี
จังหวัดปทุมธานี เป็นชุมชนที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กมากนัก มีพื้นที่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในชุมชนมีสถานที่ที่
มีความสำคัญ ได้แก่ วัดศาลเจ้า ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า วัดมะขาม และสถานีอนามัย สมาชิกภายในชุมชนมี
ความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันในเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เพราะพื้นที่บริเวณบ้านของหลายคนในชุมชนจะมีพื้นท่ี
ติดกับแม่น้ำ บ้านเรือนทุกหลังที่ติดริมแม่น้ำจะมีเรือเป็นของตนเองเพื่อใช้สัญจรทางน้ำหรือใช้ในชีวิตประจำวันของตน
และภายในชุมชนที่ประกอบไปด้วยวัดศาลเจ้าและวัดมะขามนั้น ถือเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ของจังหวัดปทุมธานี ประชน
ชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวมักนิยมไปทำบุญ ทำสังฆทาน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในชุมชน
และภายในชุมชนยังมีตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้าที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวให้ความนิยม เพราะ
ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้านั้นเป็นตลาดที่พ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาดส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน ทุกคนล้วนนำอาหาร ของ
คาว ของหวาน รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆมาขายที่ตลาด เป็นศูนย์รวมของคนในชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน
วัดศาลเจ้า คนในชุมชนสามารถนำความเป็นอกลักษณ์และภูมิปัญญาของตนมาถ่ายทอดผ่านอาหาร ขนม หรือจะเป็น
สินค้าอื่นๆ ที่จะมีการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนในชุมชนใส่ลงไปด้วย และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในชุมชน คือสถานี
อนามัย เป็นศูนย์พยาบาลที่ทำหน้าที่ด้านการแพทย์ ให้บริการในเรื่องของระบบสุขภาพภายในชุมชน โดยสถานีอนามัย
จะตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าวัดศาลเจ้า ถือเป็นจุดที่อยู่ตรงกลางของชุมชนและคนในชุมชนทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการ
ได้จะเห็นได้ว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจะมีความเกี่ยวข้องกันในมิติต่างๆ เช่น มิติเศรษฐกิจ มิติสังคมมิติ
สุขภาพ และมิติวัฒนธรรม ซึ่งความเกี่ยวข้องกันในมิติต่างๆ นั้นจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่อยู่ร่วมกัน
ภายในชมุ ชนเดยี วกัน


Click to View FlipBook Version