496
1.5) ด้านวิถชี ีวติ ความเป็นอยู่
ความเป็นอยู่ของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่ด้วยวิถีชีวิตของชุมชนมีการคงความเป็นชุมชน
ดั่งเดิมอยู่ เช่น ทำให้บ้านเรือนมีความเป็นบ้านไม้โบราณผสมผสานกับบ้านสมัยใหม่ที่จะมีคนเก่าแก่และลูกหลานยัง
คงไว้ให้ได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน หรือ จากการสัมภาษณ์คนในพื้นที่วิถีชีวิตผู้คนยังมีทั้งแบบที่ยังมีการใช้ชีวิตที่ไม่เปลี่ยนไป
จากแตก่ อ่ นคือกลุม่ ผสู้ ูงอายุ ยายจะมกี ารเลา่ ว่าตอนเชา้ จะไปท่ตี ลาดแถวบา้ นโดยจะเดนิ ไปหรือปนั่ จักรยานไปเพ่อื ไปซ้อื
ของมาทำอาหารและนำมาใส่บาตรรวมถึงจะมีการไปพูดคุยกับเพื่อนแถวบ้านที่เป็นผู้สูงอายุด้วยกันจึงเป็นการสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างกันในชุมชนแต่สำหรับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในชุมชนก็จะมีการใช้ชีวิตที่ไม่ต่างกับสังคม
เมืองในปัจจบุ นั มากนกั
โดยจากการศึกษาวิถีชีวิตจะทำให้เห็นการใช้ชีวิตแต่ละวันของผู้คนในชุมชนที่เป็นการมองชุมชนในมุมต่างๆได้
โดยแต่ละชว่ งวยั จะมีการใชช้ วี ิตทีแ่ ตกต่างกันจึงเปน็ สิ่งทนี่ า่ สนใจในการสงั เกตพฤตกิ รรมของชมุ ชน
1.6) ดา้ นวัฒนธรรม
ในชุมชนเขมราฐจะมีวัฒนธรรมหลากหลายและสามารถสะท้อนความหมายของวัฒนธรรมได้ทั้งสถานท่ี
ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นความทรงจำชุมชนที่ยังคงไว้และเป็นการผสมผสานชุมชนได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นการ
มองชุมชนที่มีการรวมตัวกันของ 3 ตำบลสำคัญเชิงท่องเที่ยวคือ ตำบลเขมราฐ นาแวง เจียด ที่เป็นชุมชนท่องเที่ยว
เชิงวัฒนธรรม รวมถึงสามารถถ่ายทอดความเป็นชุมชนผ่านสายตาของคนภายนอกได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยสามารถ
ถ่ายทอดออกมาไดด้ ังนี้
1.6.1) สถานทที่ ่องเที่ยวทส่ี ำคญั ที่เป็นทรงจำของชุมชน
ถนนคนเดินเขมราฐ ที่มีการให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ กิจกรรม
ถนนคนเดินทำให้ได้รู้จักกับสินค้าพื้นบ้าน ผ้าทอ เสื้อผ้าพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรมจากชาวบ้านอาหารพื้นบ้าน ของท่ี
ระลึกต่าง การจำหน่ายโปสการ์ดภาพสวย ๆ ทั้งอดีตและปัจจุบันของชุมชนเขมราฐ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม
การแสดงชดุ พนื้ บ้าน และมุมถ่ายรูปบ้านเก่าแกในอดตี
497
โรงแรมสุขสงวน โรงแรมแห่งแรกของชุมชนเขมราฐที่ยังคงเป็นโรงแรมไม้โบราณอยู่ โดยโรงแรมมีการบอก
เล่าเรื่องราวของการมาพักอาศัยในโรงแรมในอดีตถึงปัจจุบันและเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่เก็บสะสมของเก่าสมัยก่อน
ที่ยังคงไว้อย่างสมบูรณ์ ในปัจจุบันโรงแรมแห่งนี้ยังมีการเปิดให้บริการจองที่พักให้กับคนที่จะมาท่องเที่ยวรวมถึงมี
การขายอาหารขนมท่ีมเี อกลักษณอ์ ยเู่ ช่นกนั
บ้านขุนภูรีประศาสน์ เป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงในบ้านจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ทายาทได้มอบให้เป็น
แหล่งเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งภายในจะจัดแสดงเครื่องใช้ของท่านขุนภูรีประศาสน์ทั้งเครื่องครัว ผ้าไหมภาพถ่ายของขุน
ภรู ปี ระศาสน์ จกั รเยบ็ ผ้า เป็นตน้ หน้าบา้ นตกแต่งอย่างสวยงามใหน้ กั ท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเพ่อื เก็บเปน็ ทร่ี ะลึก
1.6.2) การแสดงศิลปะ
การลำตังหวาย เป็นทำนองลำที่มีความเร้าใจ สนุกสนานและมีความไพเราะ โดยเฉพาะลักษณะของกลอนลำ
จะมีการยกย่องทั้งฝ่ายชายและหญิงกลอนลำมีลักษณะโต้ตอบกันจะมีคำสร้อยลงท้าย เช่น สามารถคิดการลำได้เอง
และวิวัฒนาการเพื่อความบันเทิงเป็นต้น รวมถึงมีการสร้างสรรค์การแสดงใหม่ที่มีการปรับเปลี่ยนท่าฟ้อนรำเป็น 12
ทา่ ให้มีความเหมาะสมงดงามมากข้นึ จนเปน็ ที่รจู้ กั มาถึงปจั จุบัน
498
การแกะสลักเทียนพรรษา โดยในชุมชนเขมราฐจะมีการแกะสลักที่มีช่างฝีมือและประสบการณ์ยาวนาน
รวมถึงมีการนำแนวทางการส่งเสริมหลักธรรมคำสอนที่เป็นแรงบันดาลใจและทำให้ความสามัคคีกันภายในชุมชนเข้า
ไปสอดแทรกในประเพณกี ารแห่เทยี นพรรษาผ่านการแกะสลักต้นเทียนด้วย
1.6.3) ประเพณี
แข่งเรือยาวประเพณีสองฝั่งโขง ไทย-ลาว โดยเดือนตุลาคมของทุกปีที่มีแข่งขันเรือยาวประเพณี 2 ฝั่งโขง
ขึ้น เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและเป็นการส่งเสริมความสามัคคีความร่วมมืออันหนึ่งอันเดียวกัน
ระหว่างท้องถิ่นของประเทศเพื่อนบ้านสารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นการแข่งขันกีฬาด้วยการให้
ผคู้ นทุกระดบั ได้ออกกำลังกายกันในดา้ นตา่ งๆ ในกจิ กรรม เช่น การเตน้ เอโรบคิ การรำมวยไทยของผูส้ งู อายุ เป็นต้น
ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในทางพระพุทธศาสนามีการสืบทอดประเพณี
การแห่เทียนพรรษาที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชนความแตกต่างของการทำต้นเทียนในสมัยอดีตและ
ปัจจุบันมีความแตกต่างกันตั้งแต่กระบวนการทำ รูปแบบองค์ประกอบการประดับตกแต่ง จุดประสงค์ในการทำต้น
เทียนสมัยพุทธกาลก็เพื่อเป็นพุทธบูชา และเพื่อเป็นการเชิดชูวัดวาอารามแต่ในระยะต่อมาจนถึงปัจจุบันการทำต้น
เทยี นมุง่ ทีก่ ารทำเพอื่ การประกวดแข่งขันเปน็ สำคัญจงึ ทำใหต้ ้นเทยี นทที่ ำในระยะหลงั จงึ ไมม่ ีการใชจ้ ุดแต่ทำขึน้ เพ่อื เก็บ
ไวใ้ ช้ในประกวด
499
1 .7) ด้านความเชื่อ ในเขมราฐจะมีความเชื่อที่เป็นศูนย์รวมทางจิตใจและความคิดของคนในชุมชนโดยจะมีนำเสนอ
ความเช่ือเรอื่ งเล่าของคนในชุมชนดงั น้ี
ความเชื่อวัดโพธ์ิ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นพระคู่บ้านเมืองของคนเขมราฐคือ
พระเจ้าใหญ่องค์แสนซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างก่อนพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่วัดปากแซง โดยพระเจ้าใหญ่องค์แสน พระเจ้า
ใหญ่ตื้อ และพระเจ้าใหญ่องค์หมื่น คนในชุมชนเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปพี่น้องกันคนที่มากราบไหว้ขอพรจะ
ประสบการณ์ความสำเร็จตามคำขอ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดฝั่งติดแม่น้ำโขงยังมีศาลเจ้าพ่อพญานาคให้ผู้มาเยือน
ไดแ้ วะมากราบไหวอ้ ีกดว้ ย
ถ้ำนาคา เป็นถ้ำเก่าแก่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นถ้ำจำศีลของพญานาคราชจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าแก่เล่าว่าถ้ำนี้
มีเจ้าถ้ำพญามหาเศรษฐีมุนีนาคราชและมีนางนาดี 2 นางคอยเฝ้าคอยปรนนบิ ตั แิ ละเฝา้ ปากถ้ำ
1.8) ด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน ในชุมชนเขมราฐมีความหลากหลายในภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ
และมกี ารเผยแพร่ความรใู้ ห้กับบุคคลท่สี นใจซง่ึ เป็นการถา่ ยทอดความเป็นชุมชนได้อย่างดี
ผ้าฝ้ายย้อมคราม ขึ้นชื่อเรื่องผ้าฝ้ายย้อมครามเนื่องจากใช้ฝ้ายแท้จากธรรมชาติและยังย้อมสีจากธรรมชาติ
โดยเป็นการสืบทอดลายผ้ามาจากบรรพบุรุษและปัจจุบันได้ทำการจดลิขสิทธิ์ลายผ้าเหล่านี้ไว้ รวมถึงมีศูนย์เรียนรู้ผ้า
ฝ้ายย้อมครามเพื่อไว้เรียนรู้วิธีการทำผ้าฝ้ายย้อมครามตั้งแต่ขั้นตอนการดีดฝ้าย อิ้วฝ้าย นำฝ้ายมาย้อมสี และการทอ
ผ้าฝ้าย นอกจากนี้ยังมีการนำผ้าฝ้ายย้อมครามมาจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย เช่น กระเป๋าหมวก เสื้อ พวงกุญแจ
เปน็ ต้น
500
กล้วยตากแสงแรก กล้วยตากเป็นของขึ้นชื่อโดยเอกลักษณ์ของกล้วยตากแสงแรกคือมีรสชาติหอม หวาน
นุ่ม กล้วยที่ใช้คือกล้วยน้ำหว้าและที่สำคัญตากโดยใช้แสงจากธรรมชาติประมาณ 8 แดดจะขึ้นอยู่กับขนาดของกล้วย
และสภาพอากาศในแตล่ ะช่วง ชือ่ วา่ กลว้ ยตากแสงแรกมาจากที่พระอาทติ ย์ขนึ้ ก่อนในไทยเป็นท่ีแรกจึงนำมาตัง้ ชือ่
แหนมใบมะยม มีต้นตำหรับที่สืบทอดมาจากคนญวน แหนมใบมะยมมีความแตกต่างจากแหนมชนิดอื่นคือจะ
มีการห่อใบมะยมอีกหนึ่งชั้นก่อนห่อใบตอง โดยจะมีศูนย์เรียนรู้แหนมใบมะยมในการทำแหนมใบมะยมทุกวันและปลูก
ต้นมะยมเองเพื่อใช้ในการทำแหนมสามารถมาเรียนรู้การทำแหนมใบมะยมตั้งแต่ขั้นตอนการปั่นส่วนผสมให้เข้ากัน การ
เก็บใบมะยม ไปจนถงึ การห่อแหนมใบมะยมได้
1.9) ด้านแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เป็นการทำให้ได้เรียนรู้ความเป็นชุมชนจากแหล่งเรียนรู้ที่มีหลักฐานและนำเสนอให้
เข้าใจทัง้ ทางกายภาพของชุมชน วิถชี วี ิต อุปกรณ์ ของใชใ้ นสมัยก่อนของผคู้ นได้
พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดภูถ้ำพระศิลาทอง เป็นแหล่งโบราณคดีช่วงระยะก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว
2,000-3,000 ปี โดยปัจจุบันได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านวัฒนธรรมของชุมชน เดิมนั้นพระ
อาจารย์รมย์ โอภาส มีโครงการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ จึงได้ขอบริจาคที่ดินจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดภูถ้ำ
พระศิลาทองคณะกรรมการหมู่บ้านได้นำรถแข็คโฮไปขุดที่นาที่ดินที่บริจาคดังกล่าวปรากฏว่าพบเศษภาชนะดินเผาและ
เศษกระดูกมนุษย์จำนวนมาก ชาวบ้านได้ช่วยกันนำขึ้นมาและเก็บรักษาไว้ในวัดภูถ้ำพระศิลาทองและต่อมาทางวัดจึงได้
สร้างอาคารขึ้นมาเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุเพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ของชุมชน โบราณวัตถุที่นำมาตั้ง
แสดงในพิพิธภัณฑ์ทส่ี ำคัญได้แก่ โครงมนษุ ย์ โบราณวตั ถุ เช่นภาชนะ
เครื่องปั้นดินเผาทรงกลมขนาดใหญ่ที่ใช้ฝังศพของคนก่อนยุคประวัติศาสตร์ลักษณะภาชนะดินเผาทรงกรมคล้ายหม้อ
ดินขนาดใหญม่ ี
501
ฝาปิดข้างในภาชนะมีโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และมีกำไลสำริด ขวานสำริดรูปรองเท้าบูท และเครื่องใช้
เป็นเครื่องปั้นดินเผาขนาดต่างๆ นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร่วมกันบริจาคเครื่องใช้พื้นบ้าน เช่นเชี่ยนหมาก
เครื่องประดับท่ตี กทอดมาจากบรรพบุรุษด้วย
1.10) ด้านการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ นอกจากการท่องเที่ยวที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมที่ชุมชนยังมีความโดด
เด่นในด้านของแหล่งธรรมชาติที่ทำให้เห็นมุมมองชุมชนที่ต่างออกไปที่มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยมีแหล่ง
ธรรมชาตดิ งั น้ี
หาดทรายสูงหรือทะเลทรายเมืองไทย ที่เกิดจากกระแสน้ำในแม่น้ำโขงพัดพาตะกอนทรายมาสะสมไว้ในฤดูน้ำ
หลาก เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งและระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจึงปรากฎเป็นหาดทรายธรรมชาติความสูงหลายสิบเมตรเหมือน
ทะเลทราย
แก่งคันแยง เป็นหินรูปร่างต่าง ๆ ที่มีความแปลกตาและมีภาพแกะสลักโบราณอายุนับพันปี ทั้งภาพผู้คนและ
สัตวช์ นิดต่าง ๆ อีกด้วยรวมถึงตำนานตน้ หว้าคทู่ ี่เช่ือวา่ มอี ายหุ ลายร้อยปี
502
ตลาดลานดอกจานตลาดแห่งของป่า ที่มีการนำสินค้าตามฤดูกาลมาขายระหว่างชาวเขมราฐและชาวลาว
เช่น กบ เขียด ไข่มดแดง ปลา ปู เห็ด ผลไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเป็นตลาดแห่งมิตรภาพไทยลาว
อยา่ งเหน็ ได้ชัด
จากประวัติศาสตร์ชุมชนข้างต้นทำให้เห็นถึงความเป็นมาของชุมชนในหลากหลายมิติทั้งประวัติศาสตร์
เศรษฐกิจ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญา และการท่องเที่ยว ทำให้เห็นชุมชนที่มีการมองมุมมองของชุมชน
ในแง่ของความลึกของข้อมูลได้มากขึ้น โดยเมื่อสังเกตจะพบว่าผู้คนในชุมชนมีการใช้ชีวิตจัดการดูแลชุมชนให้มี
เอกลักษณ์ได้อย่างดีและมีการสร้างศักยภาพ การร่วมมือกันในมุมของคนในชุมชนที่เห็นได้ชัด เช่น ในตอนแรกก็จะ
เข้าใจเพียงว่าเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมมีการท่องเที่ยวแต่พอมาศึกษาทำให้เห็นมิติของ ชุมชนที่มีการช่วยเหลือมีบุคคล
ทเ่ี ป็นผมู้ คี วามรใู้ นด้านต่างๆ เป็นต้น
2.ระบบสุขภาพชมุ ชน
ด้วยชุมชนมีการจัดการที่ทั่วถึงกันภายในชุมชนซึ่งการจัดระบบสุขภาพจึงมีความสำคัญในการทำให้มองเห็น
คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้ รวมถึงสามารถช่วยจัดการให้มีการส่งเสริมสุขภาพให้เข้มแข็งได้ โดยข้อมูลจะมาจาก
หนังสือที่มีการรวบรวมข้อมูลการลงพื้นที่สำรวจจริงและจากการพูดคุยกับคนที่เคยอยู่พื้นที่ว่าถ้ามีปัญหาสุขภาพหรือ
ต้องการใหส้ ุขภาพแข็งแรงจะสามารถไปทีไ่ หนไดบ้ ้าง โดยสามารถอธบิ ายไดจ้ ากภาพดงั น้ี
จากรูปข้างต้นสามารถอธิบายระบบสุขภาพในชุมชนเขมราฐได้โดยจะมีสำนักงานสาธารสุขเขมราฐในการ
บริหารดูแลสถานพยาบาลในสังกัด แต่ในด้านของคนในชุมชนเมื่อเจ็บป่วยก็จะมีสถานพยาบาลที่ให้บริการประชาชน
503
ตามความสะดวกในด้านการเดินทางและพื้นที่ที่อยู่ของคนในชุมชนทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลที่เป็นการรักษา
เบื้องต้นที่คนจะไปเพราะอยู่ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่แต่ถ้าไม่สามารถรักษาได้ก็จะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเขมราฐที่เป็น
โรงพยาบาลหลักของชุมชน และยังมีศูนย์สุขภาพชุมชนและคลินิกเอกชนที่มีการรักษาเฉพาะด้านเป็นทางเลือกหนึ่ง
ของคนในชุมชน รวมไปถึงในรูปแบบของอาสาสมัครภายในชุมชนที่มีการช่วยดูแลสุขภาพคนในชุมชนด้วย เช่น กลุ่ม
มิตรภาพริมโขง (องค์การแชร์แห่งประเทศไทย) ที่ดูแลสุขภาพศักยภาพของผู้ที่ด้อยโอ กาสกลุ่มอาสาสมัครดูแล
ผู้สูงอายุที่บ้านและหมู่บ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีด้านความเชื่อที่วัดเป็นแหล่งสำคัญที่ทำให้คนในพื้นที่ได้มีที่พึ่งทาง
จิตใจเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตได้และนำไปสู่การมีสุขภาพกายที่ดีด้วย รวมถึงชมรมที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพของคนใน
ชุมชนที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มวัยต่างๆ เช่น ชมรมผู้สูงอายุที่เป็นการชักชวนกันของผู้สูงอายุในชุมชนที่รู้จักกันมารวมกัน
และกิจกรรมแอโรบิคทจ่ี ดั ขน้ึ เพอื่ การเสริมสร้างกำลังกายและใจใหผ้ ูส้ งู อายุมีความเข้มแขง็ มากขึ้น เปน็ ตน้
จากที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่าระบบสุขภาพชุมชนทำให้สังเกตเห็นคนในชุมชนในกรณีที่เมื่อเจ็บป่วย
จะตอ้ งไปรับบริการไดท้ ไี่ หนหรือมีการส่งเสริมศกั ยภาพทำให้ทราบวา่ คนในชมุ ชนมคี วามสนใจในสขุ ภาพทั้งทางกายและ
จิตของตนเองมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีหน่วยงานหรือบริการที่สามารถเข้าถึงคนได้มากน้อยเพียงใด จึงเป็นสิ่ง
สำคัญที่คนในชุมชนเหมือนเป็นช่องทางให้คนในชุมชนเข้ามามีบทบาทในการเสริมสร้างสุขภาพตนเองได้ด้วยเช่นกัน
ซง่ึ ทำให้เหน็ ความหลากหลายและทางเลือกของชุนในการดแู ลสขุ ภาพได้มากขึน้
3.ประวตั ิชวี ิต
ทำให้ได้รับรู้ว่าถึงศักยภาพและทุนของคนในชุมชนผ่านความรู้ในด้านต่างๆที่เป็นส่วนเติมเต็มความเป็นชุมชน
และสร้างอกลักษณ์ให้แก่ชุมชนทำให้เกิดการสังเกตชุมชนนำไปสู่การพัฒนาได้ เช่น อาชีพ ผลิตภัณฑ์ในชุมชน เป็นต้น
โดยข้อมูลมาจากการบอกต่อจากคนในพื้นที่ การสืบค้นจากเว็บไซของท่องเที่ยวสำคัญ และหนังสือจากผู้ที่ไปสำรวจ
ชุมชน มนี กั ปราชญใ์ นชุมชนดงั นธี้ นษิ ฐา
วงศ์ปัดสา (ป้าติ๋ว) นักปราชญ์ด้านการทอผ้า โดยได้มอบมรดกเป็นหีบใบเก่าจนทายาทลองเปิดดูก็พบผ้าซ่ิน
มัดหมี่ลายสวยมากมายป้าติ๋วจึงนำมาหัดมัดลายตามที่ยายเคยทำไว้ สิ่งที่น่าสนใจคือทุกผืนนั้นมีประวัติความเป็นมา
ของลายเขียนไว้หมดที่มีการคิดลวดลายและเก็บเรื่องราวไว้ได้ในผืนผ้า ลายที่เป็นนางเอกของเขมราฐก็คือลายนาค
น้อยเป็นลายที่พญานาคมาดลใจให้คุณยายทำผ้ามัดหมี่ลายนี้ขึ้น นอกจากลายนาคน้อยแล้วยังมีลายนาคคู่ซึ่งเป็น
เร่อื งราวของความเชือ่ เกีย่ วกับพญานาคผดู้ แู ลความสงบสุขของดินแดนสองฝงั่ ลำนำ้ โขง
504
นอกจากลายเกี่ยวกับความเชื่อแล้วยังมีลายที่เกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรม เช่น ลายพานไหว้ครู ซึ่งเป็นลายที่
ผู้คิดค้นทำขึ้นให้ลูกหลานที่เป็นครูบาอาจารย์ใส่เท่านั้น โดยปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านสืบสาน
วัฒนธรรมเปิดให้ผู้สนใจเข้าไปเรียนรู้กระบวนการทอผ้า ตั้งแต่การปลูกฝ้าย ทำฝ้ายให้กลายเป็นเส้นด้าย การมัดหม่ี
ย้อมครามและย้อมสธี รรมชาติต่างๆ ตลอดจนการทอเป็นผืน
ประเสริฐ จำปาวัลย์ หรือ ช่างหรั่ง สุดยอดช่างเทียนแห่งเขมราฐ ในตอนแรกก็เป็นการศึกษาศิลปะกับ
อาจารย์ไปดูเทคนิคเพราะอยากเป็นแบบอาจารย์ที่สามารถนำเอาเทียนมาสร้างเรื่องราวได้ โดยเอาลายที่แกะจากโฟ
มมาตกแต่งรายละเอียดบรรจงใช้เครื่องมือค่อยๆจัดการปาดแต่งเพื่อเก็บรายละเอียดลวดลายสลักต้นเทียนที่ตั้งใจ
สร้างขึ้นมา ด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่เรียกว่าเหนือจริง ฝีมือการแกะสลักเทียนของช่างหรั่งได้รับการยกย่องและเป็นที่
ยอมรบั อยา่ งกวา้ งขวางในด้านความละเอียด
อ่อนช้อย สดั ส่วนทีถ่ ูกต้องสวยงาม
จากประวัติชีวิตของบุคคลที่เป็นผู้ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คนในชุมชนและคนภายนอกทำให้เห็นชุมชนว่ามี
บุคคลที่มีฝีมือศักยภาพในการสร้างจุดเด่นให้กับชุมชน โดยในนักปราชญ์ทั้งสองจะมีการสะท้อนเรื่องของการสืบทอด
วัฒนธรรมที่ทำมาอย่างยาวนาน เช่น ของปัาตั๋วจะเป็นมรดกของคุณยายที่มีการเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้มาสานต่อ หรือ
ช่างหรั่งที่มีการฝึกฝนมาจากอาจารย์เพื่อที่จะมาทำการแกะสลักเทียนให้กับชุมชนต่อไป เป็นต้น จึงเป็นบุคคลที่สร้าง
ความเขม้ แข็งใหแ้ ก่ชมุ ชนอยา่ งมาก
3.แนวคิด ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการปฏิบัตงิ านสงั คมสงเคราะห์
1.แนวคิดเสริมสร้างพลังอำนาจชุมชน เป็นการดำเนินการภายในชุมชนหรือท้องถิ่นอย่างมุ่งมั่นที่จะควบคุมให้มีการใช้
แหล่งประโยชน์ต่างๆที่จะมีผลต่อชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นการแสวงหาพลังชุมชน มีการทำกิจกรรม
สร้างสรรค์สังคมมีส่วนร่วมในการจัดสิ่งแวดล้อมและแหล่งประโยชน์ในชุมชน รวมถึงเป็นระบวนการพัฒนาส่งเสริม
ความตระหนักในความเป็นชุมชนแก่บุคคลที่อาศัย ที่นำไปสู่การบรรลุผลได้ (อุมาพร หานรุ่งชโรทร,2551) โดยในชุมชน
เขมราฐจะมีการเสริมสร้างพลังอำนาจในชุมชนผ่านการสะท้อนวัฒนธรรมชุมชนผ่านคนที่อาศัยอยู่ ซึ่งตอนแรกชุมชน
ไม่ได้มีการฟื้นฟูอนุรักษ์ความเป็นชุมชนดั่งเดิมแต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนการจัดการให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรมก็มีกิจกรรมให้คนในชุมชนได้มาแสดงความสามารถและสะท้อนให้คนภายนอกได้รับรู้ เช่น การลำตังหวาย
ของผู้สูงอายุในกิจกรรมถนนคนเดินเขมราฐก็เป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุในชุมชน หรือมีการสาธิตการทอ
505
ผ้าที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของคนเขมราฐ เป็นต้น ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเห็น
คุณคา่ ในตนเองท่สี ามารถมบี ทบาทในการสร้างชุมชนให้นา่ อยไู่ ด้
2. ทฤษฎีการมีส่วนร่วม การทำงานแบบมีส่วนร่วมนั้นไม่ว่าจะเป็นระดับครอบครัว ระดับโรงเรียน ระดับชุมชน
ระดับองค์กร หรือระดับประเทศนั้นว่ามีความสำคัญเพราะจะช่วยให้ผู้มีส่วนร่วมเกิดความรู้สึกความเป็นเจ้าของยินยอม
ปฏิบัติตาม และตกลงยอมรับได้อย่างสมัครใจ การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือกันการตัดสินใจ การ
ดำเนินกิจกรรม การติดตามตรวจสอบ และการประ เมินผลร่วมกันนำผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขพัฒนางาน ใช้ความคิด
สร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคนในการแก้ปัญหาของชุมชนและพัฒนางานในกลุ่มให้มีให้มีประสิทธิภาพ
มากขึ้น (วชิรวัชร งามละม่อม,2559) โดยในชุมชนเขมราฐจะมีการมีส่วนร่วมในชุมชนของกลุ่มคนในวัยต่างๆที่มาทำ
กิจกรรมร่วมกันและร่วมสร้างสรรค์เอกลักษณ์ภายในชุมชนอยู่แล้วทั้งการมีชมรม กลุ่มต่างๆในชุมชนที่เกิดจากความ
สมัครใจเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งกลุ่มเหล่านั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสามัคคีในชุมชนด้วย เช่น กลุ่มทำกล้วยตาก
แสงแรกที่เป็นการรวมกลุ่มเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ภายในชุมชน หรือชมรมออกกำลังกายผู้สูงอายุที่เป็นการเกิดจากการ
ชักชวนกันภายในชุมชน เป็นต้น
3. แนวคิดชุมชนศึกษา เป็นลักษณะการค้นหาความจริงเกี่ยวกับลักษณะและสภาพต่างๆในชุมชน นักสังคม
วิทยาได้สร้างแนวความคิดไว้หลายท่าน แต่มีความคิดหนึ่งที่เป็นแนวทางได้ดีคือการมองชุมชนในแง่สังคม
มานุษยวิทยาที่John Donoghue และ Admond Alchin ศาสตราจารย์ทางด้านพัฒนาชุมชนได้ร่วมกันเขียน
แนวความคิดการศึกษาชุมชน โดยตั้งสมมุติฐานว่าชุมชนประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ มนุษย์ สิ่งที่
มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์ขึ้น และสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น (ไพรัตน์ เตชะรินทร์, มปป. โดยในชุมชนเขมราฐสามารถอธิบาย
ผ่านองค์ประกอบชุมชนได้ทั้งมนุษย์ที่เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันตั้งแต่ระดับครอบครัว
ไปจนถึงชุมชนที่เข้ามามีส่วนในชีวิตได้ เช่น ในกรณีที่มีผู้สูงอายุในชุมชนเขมราฐที่ต้องการความช่วยเหลืออาสาสมัคร
ชมุ ชนกม็ กี ารเข้าไปชว่ ยดแู ล ซงึ่ จะเหน็ ไดว้ า่ มนษุ ย์ไม่สามารถอยเู่ พยี งลำพงั คนรอบข้างรวมถงึ ชุมชนกม็ ี
สว่ นในการช่วยเหลือได้ เป็นต้น
สิ่งที่มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นจะเห็นได้ว่าชุมชนจะมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมาเพื่อตอบสนอง
ความต้องการของคนในชุมชนทั้ง องค์ความรู้ แนวคิด การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์อุปกรณ์ โดยสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามยุคสมัย เช่น ในชุมชนเขมราฐจะมีการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างการทอผ้าที่มีการ
ประดิษฐ์ลวดลายที่มีความไม่เหมือนใครและนำไปต่อยอดสร้างรายได้และกลายเป็นของขึ้นชื่อในชุมชนได้ เป็นต้นและ
สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นที่เมื่อประเทศมีสภาพภูมิประเทศและอากาศในการดำรงชีวิตชุมซนในแต่ละที่ก็มีความแตกต่าง
กัน โดยชุมชนเขมราฐก็มีการปรับตัวประกอบอาชีพตามธรรมชาติที่มีให้ เช่น อยู่ใกล้ริมน้ำโขงก็มีการประกอบอาชีพ
ประมง มีการทำการเกษตรทีเ่ หมาะกับพ้ืนท่ี ซึง่ เป็นการรบั มือกบั ธรรมชาตเิ พ่อื การดำรงชีวิต เปน็
ต้น จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบทั้ง 3 มีความสอดคล้องกันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจึงอยู่ที่ระบบ
การจัดการภายในชมุ ชน
506
4.แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน เป็นการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมชุมชนหรือการพัฒนาที่เน้นให้คนใน
ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยชุมชนมีวัฒนธรรมเดิมของชาวบ้านที่
สร้างและสั่งสมมาแต่โบราณและเป็นแก่นแกนของชุมชนที่ปฏิบัติกันมาอยู่แล้วเป็นวัฒนธรรมที่เน้นความสำคัญของ
ชาวบ้านความเป็นชุมชนท้องถิ่น เช่น ความช่วยเหลือ การพึ่งพาอาศัยไม่อยู่แบบตัวใครตัวมัน ไม่แข็งขันหรือเอารัดเอา
เปรียบกัน หากมีการวิเคราะห์และทำความเข้าใจวัฒนธรรมชุมชนเช่นนี้จะทำให้เห็นว่าชาวบ้านมีศักยภาพมีสำนึกในการ
พัฒนาตนเองที่ไม่ใช่เป็นแค่ผู้รอคอยความช่วยเหลือจากภายนอก (oknation,2552) โดยในชุมชนเขมราฐก็มีการเร่ิม
จากวัฒนธรรมเดิมของชุมชนที่เป็นจุดโดดเด่นและเป็นความแข็งแกร่งของชุมชนที่สามารถก่อให้เกิดการพัฒนา ที่เม่ือ
ดูจากประวัติศาสตร์ชุมชนที่มีความเป็นมาในมิติต่างๆและกิจกรรมที่ทำในชุมชนก็ทำให้เห็นศักยภาพที่ทำให้สามารถนำ
ทรัพยากรมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งดเี พื่อพงี่ พากัน รวมถงึ สามารถต่อตา้ นการเอารดั เอาเปรยี บ
จากสงั คมภายนอกได้
จากทฤษฎีและแนวคิดทำให้สามารถทำให้เกิดการนำมาใช้ในการมองชุมชนอย่างมีความเข้าใจทั้งจุดเด่นใน
ชุมชน ปัญหาที่พบของชุมชน การมองชุมชนในมุมที่ลึกมากขึ้น ซึ่งการวิเคราะห์ตามแนวคิดทฤษฎีสามารถทำให้เห็น
มิติในมุมท่มี องไม่เห็นได้
กระบวนการทำงานสงั คมสงเคราะห์
1. ศึกษาชุมชน เป็นการหาข้อมูลผ่านเครื่องมือศึกษาชุมชนทั้ง ประวัติศาสตร์ โครงสร้างองค์กรชุมชน ระบบ
สุขภาพชุมชน ประวัติชีวิต เป็นการศึกษาผ่านการค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ทั้งเว็บไซต์หน่วยงาน เช่นกระทรวง
วัฒนธรรม สำนักงานพัฒนาชุมชนเขมราฐ เป็นต้น ที่เป็นการเข้าไปดูข้อมูลจากหน่วยงานที่ทำกับชุมชนโดยตรงทั้ง
ประวัติศาสตร์ความเป็นมา และการจัดการบริหารชุมชน จึงทำให้เห็นการดำเนินงานใ นส่วนต่างๆในชุมชนได้ จาก
เว็บไซต์ที่เป็นการนำเสนอชุมชนในรูปแบบต่างๆทั้งการท่องเที่ยวภายใน การถ่ายทอดความเป็นชุมชนผ่านการทำส่ือ
วิดีโอ เพจ บทความ หนังสือ เช่น หนังสือเขมราธูของศรีศักดิ์ พิกุลแก้วที่เข้าไปสำรวจพื้นที่พูดคุยกับคนในชุมชน
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นการนำเสนอมุมมองของชุมชนที่ใกล้ชิดมากขึ้น เป็นต้น แต่มีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคคือ
การได้มาซึ่งข้อมูลมีความเข้าถึงในเชิงกว้างไม่ได้เจาะจงในส่วนที่ต้องการอย่างการที่ต้องการข้อมูลที่ไม่ใช่เชิง
ท่องเทยี่ วก็ต้องมกี ารสมั ภาษณ์จึงจะไดม้ าของข้อมูลมา
ซึ่งการสัมภาษณ์ก็เป็นวิธีการศึกษาที่เป็นการเก็บข้อมูลจากคนในพื้นที่ที่สัมพันธ์กับชุมชนโดยตรงจึงเป็นการ
เก็บรายละเอียดและวิเคราะห์ข้อมูลที่หามาว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ โดยจะเป็นการสัมภาษณ์คนในครอบครัวฝ่ัง
แม่ เช่น แม่ ยาย ลุง ที่เป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ถึงความเป็นอยู่ที่ครอบคลุมในมิติต่างๆของคนในชุมชนจริง ทำ
ให้มีการค้นคว้าศึกษาที่มีความหลากหลายในข้อมูล แต่วิธีนี้มีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคคือข้อมูลเป็นในมุมมองของคน
บางส่วนที่อาศัยอยู่ไม่เท่ากับการไปลงพื้นที่จริงได้และการสังเกตชุมชนผ่านการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้มาเมื่อมีข้อมูล
แล้วก็ต้องมีการสังเกต เช่น เมื่อไปสืบค้นหาข้อมูลจากในหลายแหล่งมาก็จะมีการสังเกตว่าแหล่งต่างๆมีการเล่าถึง
ข้อมูลนี้คล้ายกันก็สามารถนำมาวิเคราะห์เรียบเรียงข้อมูลได้ เป็นต้น การสังเกตจึงเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงให้ข้อมูล
และเข้าใจแหล่งที่ศึกษาได้มากขึ้น ซึ่งการศึกษาชุมชนในรูปแบบต่างๆสามารถนำมาผสมผสานเพื่อประยุกต์ใช้ใน
การศกึ ษาชุมชนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพไดเ้ ช่นกัน
2.ศึกษาความต้องการ รวบรวมเพื่อศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความต้องการของชุมชนเขมราธุสิ่งที่ต้องดูคือ
ปัญหาที่พบเจอเมื่อศึกษาสังคมในชุมชนในมิติต่างๆที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งดานประชากรเป็นชุมชนดั่งเดิมมีคน
เก่าแก่หรือผู้สูงอายุอยู่แต่กลับพบว่าเยาวชนในพื้นที่ที่ให้ความสนใจในชุมชนในเรื่องของภูมิปัญญา ความเป็นมาของ
507
ชุมชนยังไม่เห็นเด่นชัดและเม่ือพิจารณาจากระบบสุขภาพชุมชนมีการไปสู่ประเด็นของคนที่เป็นผู้สูงอายุในชุมชนที่มี
การทำชมรมอาสาต่างๆจึงทำให้เห็นว่าคนในชุมชนมีคนที่อายุมากอยู่อาศัยและประชากรที่เป็นเด็กและเยาวชนมีแต่ว่า
ยังมีการสนใจคุณค่าในชุมชนไม่มากด้วยปัญหาที่ได้รับรู้ดังกล่าวจึงนำมาซึ่งการวิเคราะห์ความต้องการสิ่งที่เป็นความ
ต้องการที่เห็นคือ การที่มีผู้ที่อาศัยอยู่ดั่งเดิมยังคงไว้แบบเป็นชุมชนเก่าแก่ที่เมื่อมองความเป็นมาและภูมิปัญญาใน
ชุมชนถึงแม้จะมีแหล่งเรียนรู้แต่ก็ยังต้องสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นหลังมีการเห็นคุณค่าความเป็นชุมชนดั่งเดิม เช่น
ตอนกลับไปที่ชุมชนปี 2563 ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของโรงแรมสุขสงวนเจ้าของได้มีการเล่าว่าอยากให้คนรุ่นหลังได้มี
การศึกษาหรือรู้จักชุมชนมากกว่านี้จึงทำคงไว้เป็นแบบดั่งเดิมอยู่หรือบ้านคุณยายในปัจจุบันที่ยังคงอนุรักษ์เป็นไม้ไว้
เป็นต้น รวมทั้ง
ความต้องการในการเข้าถึงsocial mediaในการนำเสนอชุมชนในวงกว้างที่เมื่อสืบหาข้อมูลยังพบว่าสื่อต่างๆยังไม่มี
ความทันสมัย เช่น การค้นหาเพจทาง Facebook จะเป็นการขายสินค้าทั่วไปตามระแวงชุมชนแต่เมื่อสืบค้นหากลุ่ม
ทางด้านภูมปิ ญั ญาจะยงั ไม่คอ่ ยโดดเดน่ เป็นต้น
3.การวางแผน จะเป็นการร่วมกันจัดโครงการ กิจกรรม หรือบริการทางสังคมต่างๆและจัดทรัพยากรให้แก่
ชุมชนโดยในชุมชนเขมราฐก็จะมีการวางแผนให้มีความครอบคลุมว่าจะต้องมีวัตถุประสงค์อะไรในการจัดทำ เมื่อจัดทำ
แล้วถ้าในระหว่างดำเนินงานมีปัญหาที่ต้องแก้ไขจะมีแผนรับมืออย่างไรหรือแผนสำรองในกรณีต่างๆ รวมถึง
คาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะได้รับจากกิจกรรมหรือโครงการอย่างไร ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจกรรมโครงการการวางแผนมี
ความสำคัญทำใหน้ กั สงั คมสงเคราะหส์ ามารถมองเห็นภาพรวมของสิง่ ท่จี ะทำและปัญหาเพ่ือรองรบั ให้ดีมากย่งิ ข้ึน
4.การดำเนินงาน จะเป็นการทำตามการวางแผนที่วางไว้ โดยในช่วงในการทำก็จะต้องมีการสังเกต ใช้องค์
ความรู้มาประยุกต์ให้สามารถดำเนินการตามแผนได้และเมื่อมีปัญหาหรือข้อจำกัดในด้านต่างๆในระหว่างดำเนินการ
จะต้องสามารถจัดการปัญหาได้และสิ่งที่ทำต้องเป็นไปเพื่อชุมชนเหมือนเป็นคนที่อยู่ในชุมชนไม่ใช่ทำเพื่อว่าให้บรรลุ
เป้าหมายเพียงเทา่ น้ัน
5.ติดตามผล เพื่อทราบความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคที่มีเพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อมีการดำเนินการทำแล้วก็
จะตอ้ งมีการยอ้ นดเู พอ่ื ประเมินปญั หาที่พบและเปน็ การสะท้อนการทำงานเพือ่ แก้ไขในชมุ ชนได้อยา่ งครอบคลุมมากขึ้น
6.ถอนตัวออกจากชุมชน เมื่อมีการดำเนินการและติดตามผลในระยะหนึ่งก็จะต้องมีแผนในการออกจาก
ชมุ ชนเพอ่ื ให้ชุมชนมกี ารจดั การภายในของชุมชนตอ่ ไปได้
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ากระบวนการสังคมสงเคราะห์มีความสำคัญในการจัดระบบการทำงานกับชุมชน
อยา่ งเปน็ ข้ันตอนและเป็นแนวทางในการทำงานกับชมุ ชนในรูปแบบตา่ งๆไดอ้ ยา่ งละเอียด ครอบคลมุ มากข้นึ
4. โครงการ
ช่ือโครงการ : โครงการส่งตอ่ ชมุ ชนสูเ่ ยาวชนในเขมราฐ
หลักการและเหตุผล : เมื่อมีการวิเคราะห์จากการศึกษาข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆในชุมชนเขมราฐทำให้เห็นว่าด้วย
สังคมที่มีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ทำให้คนในชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไปตามเทคโนโลยี
ที่เข้ามาและจากการสังเกตคนในชุมชนที่เป็นคนถ่ายทอด ภูมิปัญญาในชุมชนดั่งเดิมก็จะเป็นคนรุ่นเก่าที่มีการอนุรักษ์
ไว้ รวมถึงเมื่อ ปี 2563 ได้มีโอกาสกลับไปที่ชุมชนและได้พูดคุยกับเจ้าของโรงแรมสุขสงวนซึ่งเจ้าของได้เล่าว่าชุมชนยัง
มีความต้องการให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับชุมชนเห็นความเป็นมาของชุมชนมากขึ้นและการอนุรักษ์โรงแรมไว้ก็
เพราะต้องการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง ซึ่งถ้าพิจารณาจะเห็นได้ว่าแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้คน
รุ่นหลังในชุมชนได้มีการต่อยอดและเห็นคุณค่าของชุมชนแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาสนใจได้ ด้วย
508
ปัญหาความต้องการดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมภูมิปัญญาของชุมชนในด้านต่างๆและเด็กได้มีการ
เรียนรู้ภูมิปัญญาที่มีในชุมชนที่เติบโตมาและยังสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดทรัพยากรในชุมชนในอนาคตได้
นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของคนในชุมชนที่มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้แก่คนรุ่นหลัง
ได้
วตั ถุประสงค์
1) เพอ่ื สง่ เสริมเยาวชนใหร้ ู้คณุ คา่ ของภมู ิปญั ญาท่มี ใี นชมุ ชนเขมราฐ
2) เพือ่ เปน็ การเผยแพร่วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาแก่เยาวชนรนุ่ หลงั
3) เพอื่ รณรงคใ์ ห้เยาวชนมกี ารบรู ณาการภมู ิปญั ญาทีม่ แี ละตอ่ ยอดแนวความคิดให้คนในชมุ ชนต่อไป
เปา้ หมาย : เดก็ ในโรงเรียนเขมราฐพิทยาคมท่มี คี วามสนใจเขา้ รว่ ม
ระยะเวลาดำเนินการ : วนั ศุกร์ 13:00-1 7:00 จะมีวทิ ยากรมาสาธิตตามความถนัดและหลังจากนัน้ นักศกึ ษาจะ
เปน็ คนอย่ทู ำตลอดเพอ่ื ถา่ ยทอดให้เด็กมารว่ มกิจกรรมต่อไป
สถานทดี่ ำเนินการ : โรงเรยี นเขมราฐพทิ ยาคม (เปน็ ซ้มุ ท่ีเห็นชดั เจน)
วธิ กี ารดำเนนิ การ
1) จัดทำแผนการจัดกิจกรรม จะเป็นการพูดคุยวางลำดับขั้นตอนของกิจกรรมอย่าละเอียด โดยจะมีการ
ประสานงานและนำแผนกิจกรรมไปนำสนอให้กับวิทยากรและโรงเรียนในการเข้าไปจัดกิจกรรมให้เด็กรวมถึง
ประชาสมั พันธ์กจิ กรรมให้กบั เดก็ ไดร้ ู้
2) จัดทำกิจกรรม จะมีการทำเป็นซุ้มต่างๆในการสาธิตวิธีการทำโดยวิทยากรจะเป็นคนให้ความรู้และจัด
กิจกรรมให้เด็กตามที่กำหนดและหลังจากนั้นนักศึกษาจะเป็นผู้ช่วยในการปฏิบัติจริงของเด็ก โดยจะประกอบไปด้วย
การทอผ้า การทำกล้วยตากแสงแรก รวมถึงมีการทำพวงกุญแจที่เป็นการวาดและระบายสีสถานที่สำคัญในชุมชนจึง
จะมาทำเป็นพวงกุญแจ ซึ่งการทำกิจกรรมจะเป็นการฝึกการเรียนรู้และรู้สึกถึงคุณค่าของชุมชนที่อยู่ รวมถึงรับรู้
ศกั ยภาพของคนในชมุ ชนท่ีถ่ายทอดใหก้ ับเดก็ ได้
3) ประเมินกิจกรรม โดยเป็นการสังเกตสัมภาษณ์เด็กว่ามีความรู้สึกอย่างไรกับกิจกรรมและจึงมาดูผลก่อน
และหลังของเด็กต่อไป แต่ในกรณีที่อยากได้ความละเอียดของข้อมูลก็จะเป็นการตอบแบบสอบถามเพื่อเก็บรวบรวม
ข้อมูลและข้อเสนอแนะได้ รวมถึงมกี ารพดู คุยถงึ อุปสรรคปญั หาท่ีพบ
4) รายงานผลกิจกรรม จะเป็นการบันทกึ กิจกรรมว่ามแี นวโน้มไปทิศทางไหนเด็กในชมุ ชนมีมมุ มองอยา่ งไร
ผลท่คี าดว่าจะได้รบั
1) เด็กไดเ้ รยี นรภู้ มู ิปญั ญาของชุนชนทีอ่ าศยั อยู่
2) ได้ฝึกปฏบิ ัตินอกหอ้ งเรยี นผ่านภมู ิปัญญาชุมชนเพ่อื การบรู ณาการในอนาคต
3) ได้เห็นคณุ ค่าความเปน็ มาของชุมชนมากข้ึน
จากโครงการส่งต่อชุมชนสู่เยาวชนในเขมราฐข้างต้นสามารถอธิบายผ่าน Change 3 ระดับได้ทั้งในระดับ
Individual change ที่จะเป็นการทำให้เด็กมีการเรียนรู้และส่งเสริมความสามารถของเด็กโดยในตอนแรกเด็กไม่ได้มี
การเรียนรู้ในการปฏิบัติกิจกรรมแต่เมื่อได้มาปฏิบัติจริงก็จะเกิดการเข้าใจชุมชนและเสริมสร้างศักยภาพของตนเอง
รวมถึงวิทยากรที่มาให้ความรู้ก็เกิดการเสริมศักยภาพและมีความภูมิใจในตนเองได้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ชุมชนมีความ
เข้มแข็งได้ ระดับ Group action ที่เป็นการขับเคลื่อนผ่านชุมชนจะเป็นการเสริมสร้างพลังบวก สร้างความภูมิใจใน
509
ชุมชนที่อาศัยอยู่ มีการขับเคลื่อนให้คนในชุมชนมีการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้คนรุ่นหลังเพื่อจะไดม้ าดดั แปลงภมู ิ
ปัญญาในชุมชนและต่อยอดสรา้ งรายไดใ้ นอนาคตได ้ และระดบั Solidify structure เป็นระดบั โครงสรา้ งเมAอื เดก็ เป็นคนทจAี ะ
เตบิ โตในอนาคตจงึ เป็นตวั แทนของคนในชมุ ชนรนุ่ ใหมใ่ นการถ่ายทอดต่อไปและสรา้ งชมุ ชนใหเ้ ป็นทรAี จู้ กั และสรา้ งผลติ ภณั ฑใ์ หเ้ ป็นทAี
นิยมในอนาคตได ้ ซงAึ จากทกAี ล่าวมากจิ กรรมจะตอ้ งเป็นการทําใหเ้ ดก็ มกี ารเหน็ ศกั ยภาพหรอื เกดิ การเรยี นรเู้ พAอื เขา้ ใจชุมชนรวมทงัS
การมสี ว่ นรว่ มในการทาํ กจิ กรรมดว้ ยกนั ได้
5.บทบาทนักสังคมสงเคราะหก์ ับการปฏิบัติงานเพอ่ื สรา้ งการเปล่ียนแปลง
นักสังคมสงเคราะห์จะมีบทบาทในการเข้าไปศึกษาและวิเคราะห์ชุมชนในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจในชุมชน
และดูข้อจำกัดผ่านเครื่องมือศึกษาชุมชนที่จะเป็นการช่วยให้สามารถพิจารณาได้รอบด้านรวมถึงมีบทบาทในการค้นหา
และเสริมสร้างศักยภาพของคนกลุ่มต่างๆในชุมชน รวมทั้งการศึกษาจะทำให้สามารถรู้จุดอ่อนและแข็งของชุมชนเพ่ือ
เสริมพลังอำนาจและแก้ไขปัญหาที่พบเจอได้ โดยนักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีการสร้างสัมพันธภาพและประสานงาน
เช่น ในการศึกษาชุมชนก็จะมีการไปเดินสำรวจพูดคุยกับคนในพื้นที่ที่พบเจอเป็นการสร้างความรู้จักกันเบื้องต้น หรือ
ในกรณีที่ชุมชนเขมราฐถึงแม้จะไม่ได้ลงพื้นที่จริงแต่ก็จะมีการสัมภาษณ์ผ่านการประสานของยายที่ให้ช่องทางในการ
คุยกับเพื่อนบ้านในพื้นที่ที่มีความเข้าใจชุมชนก็จะต้องมีการสร้างสัมพันธภาพร่วมด้วย เป็นต้น และต้องมีการสังเกต
ชุมชนเพ่อื วเิ คราะหอ์ ย่างละเอียดขน้ึ เช่น จากการคน้ คว้าจะมกี ารคน้ หาผา่ นเว็บไซค์หรอื
สื่อต่างๆเพื่อรวบรวมข้อมูลเมื่อดูสังกตในบางข้อมูลจะมีความคล้ายกันก็สามารถที่เอามาเป็นข้อมูลประเภทเดียวกันได้
เป็นต้น เมื่อมีการศึกษาแล้วสิ่งที่เป็นบทบาทคือการที่จะต้องสามารถสร้างการส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อที่จะทำให้
คนในชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นการเปิดใจเล่าเรื่องราวต่างๆในชุมชน เช่น การพูดคุยเข้าถึงได้ง่าย ปฏิบัติ
ตัวอย่างมีกาลเทศะ หรือในกรณีที่ไม่ได้ลงพื้นที่จริงในเขมราฐแต่สิ่งที่ได้รับคือการที่ยายท่ีเป็นคนในชุมชนมีส่วนร่วมใน
การพูดคุยและบอกเล่าเรื่องราวทั้งที่ถ้าปกติจะไม่ได้คุยกันทำให้กระชับความสัมพันธ์และสร้างความสุขในการคิดชุมชม
รว่ มกัน เปน็ ตน้
เมื่อมีการศึกษาชุมชนวิเคราะห์แล้วสิ่งที่นักสังคมสงเคราะห์ทำคือการวางแผนซึ่งคนในชุมชนมีส่วนในการ
พูดคุยแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาชุมชนได้ร่วมแก้ปัญหาหรือส่งเสริมทรัพยากรที่ชุมชนมีเพราะชุมชนจะต้อง
ดำเนินต่อไปและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต โดยสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในด้านต่างๆมาอธิบายชุมชนผ่าน
มุมมองต่างๆทั้ง แนวคิด ทฤษฎี ที่เป็นกรอบในการนำมาประยุกต์ใช้ในการมองชุมชนในมติ ิที่ลึกมากขึ้นว่าชุมชนมีสิ่ง
ใดบ้างอาจจะเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจชุมชนผ่านแนวคิดได้ รวมถึงมีกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
ที่เป็นการจัดลำดับการทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อศึกษาชุมชนมีการประยุกต์ใช้แนวคิด ทฤษฎีก็จะนำมาสู่การดำเนิน
โครงการตามแผนซึ่งนักสังคมสงคราะห์จะเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนเกิดการมองเห็นศักยภาพตนเองมองเห็น
ปัญหาได้เพื่อแก้ไขและดูว่าโครงการสร้างประยชน์ให้ชุมชนตอบสนองความต้องการที่มีหรือว่าสามารถสร้างการ
เปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดต้องดูที่ชุมชนเป็นหลักไม่ใช่เพียงว่าแก้ไขเพียงอย่างเดียวต้องสามารถให้ชุมชนสามารถ
พัฒนาด้วยชุมชนเองด้วย และเมื่อมีสถานการณ์ที่กะทันหันนักสังคมสงเคราะห์ต้องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
และยอมรบั ปัญหาเพอื่ ปรบั ปรงุ ให้ดขี นึ้
ซ่ึงจากที่อธิบายมายงั สามารถมองนกั สงั คมสงเคราะห์ในบทบาทการทำ After Action Review ( AAR) ท่เี ปน็
การทบทวนหลังปฏิบัติงานก็จะช่วยทบทวนกระบวนการทางความคิดและการปฏิบัติงานทั้งในด้านที่สำเร็จและมีปัญหา
โดยจะมีทั้งด้านการตั้งใจที่จะทำชุมชน เช่น ชุมชนเขมราฐทำเพราะเป็นชุมชนที่แม่อาศัยอยู่ตั้งแต่เกิดอยากให้ชุมชนมี
510
คนเห็นจุดเด่นและความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นต้น เมื่อมีความตั้งใจก็ทำให้เกิดแนวความคิดด้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการที่
ได้ศึกษาชุมชนจากการค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อศึกษาชุมชนในหลายมิติและมีการใช้เครื่องมือในการ
เพิ่มความละเอียดของข้อมูลทั้งประวัติศาสตร์ชุมชน ระบบสุขภาพชุมชน ประวัติชีวิต การอยากศึกษาชุมชนทำให้เห็น
มิติของด้านการมองว่าทำไมถึงเกิดขึ้น เช่นเพราะว่าด้วยความที่ชุมชนเขมราธูเป็นชุมชนที่มีความดั่งเดิมและมี
วัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน รวมถึงเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจึงมีความน่าสนใจเป็นต้น และด้านจะทำ
อะไรต่อไปซึ่งเป็นการทำโครงการต่อยอดในการส่งเสริมชุมชนให้สามารถแสดงศักยภาพได้ เช่น ชุมชนเขมราฐที่มี
โครงการระหว่างเด็กกับนักปราชญ์ชุมชนที่มีส่วนในการสืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตให้คนรุ่นหลังต่อไป เป็นต้น โดยการ
ทบทวนจะเป็นการช่วยย้อนดูว่าสิ่งที่คิดและดำเนินการทำมีความตอบสนองกับชุมชนที่ศึกษาเพื่อสร้างการ
เปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้นักสังคมสงเคราะห์ยังต้องมีทักษะ องค์ความรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ เช่น การสังเกต
การฟัง การสามารถเท่าทันในสถานการณ์ต่างๆ มีการจัดการความรู้และใช้ได้อย่างเหมาะสม เป็นต้น รวมถึงต้องมี
จรรยาบรรณในวิชาชีพไม่เลือกปฏิบัติจากที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่านักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทที่สำคัญ
หลายประการทั้ง การเป็นผู้วิเคราะห์ศึกษาชุมชนผ่านเครื่องมือ สร้างสัมพันธภาพ ค้นหาศักยภาพข้อจำกัด มีการเสริม
เสริมพลังอำนาจให้ชุมชน การทำให้ชุมชนเกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนา การสามารถแก้ปัญหาได้ มีการทบทวนหลัง
การปฏิบัติงานมีองค์ความรู้ และการมีจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันและทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนได้อย่าง
ครอบคลุมและมีประสิทธภิ าพมากขน้ึ
รายการอา้ งองิ
หนงั สอื
ศรีศกั ด์ิ พิกลุ แกว้ .(2556).เขมราฐ.กรงุ เทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนนุ การเสรมิ สรา้ งสุขภาพ
สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์
วิสาหกิจชมุ ชนทอ่ งเท่ยี วเขมราฐ ลุ่มน้ำแม่น้ำโขง.(มปป.).เขมราฐ.สบื คน้ เมอ่ื 15 พฤศจกิ ายน 2564,จาก
https://ww.xn-12cr3baig9d 1f8azp.com/e-brochure/วิสาหกจิ ชุมชนท่องเทีย่ วเขมราฐ-ลุ่มนำ้ โขง-
อุบลราชธาน.ี pdf
พรี ยา. (2555). ประวตั ิของอำเภอเขมราฐ .สบื คน้ เมือ่ 15 พฤศจิกายน 2564,จาก
https://www.gotoknow.org/posts/432101
กระทรวงวฒั นธรรม.(2560).ชมุ ชนเขมราฐ นาแวง เจียด.สืบคน้ เม่อื 15 พฤศจิกายน 2564,จาก
http://www.cpot.in.th/p/v/240-ชุมชนเขมราฐ-นาแวง-เจยี ด
Thailandvillageacademy.(มปป.).ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมเขมราฐ นาแวง เจียด.สืบค้นเม่อื 15
พฤศจกิ ายน 2564,จาhttps://www.thailandvillageacademy.com/th/22 - villages-th/khemarat-
nawaeng-chiad-cultural-tourism-community-ubon-ratchathani-th/
TTM Variety (2562).เท่ียวไทย : 6 ท่เี ทย่ี วเขมราฐ เท่ียวสนุกเที่ยวงา่ ยไปไดท้ ุกวัย.สบื ค้นเมื่อ 16 พฤศจกิ ายน
2564.จาก,https://www.thaiticketmajor.com/variety/traveV/11882/
เร่ืองเลา่ .(2564).เขมราฐสถานทที่ ่ีควรไป.สบื คน้ เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2564.จาก,
https://www.blockdit.com/posts/613e18ec62258c0c582d2dc5
อุบลราชธานีศรวี ะนาไล .(2563).ภาพสมัยก่อน.สบื ค้นเม่ือ 16 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=130725393665938&id=585796174825562
511
สหกรณก์ ารเกษตรเขมราฐ.(มปป.).ข้อมลู หนว่ ยงาน.สบื ค้นเมือ่ 16 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://www.thaicoops.com/khemarat/
สหกรณ์การเกษตรพลังสามคั คีสตรีแมน่ ำ้ โขง.(มปป.).ขอ้ มูลท่ัวไป.สบื ค้นเม่ือ 16 พฤศจิกายน 2564.จาก,
http:/kaw-q.blogspot.com/2015/10/blog-post_94.htm
สารสนเทศท้องถิ่นอีสาน.(มปป..ถนนคนเดนิ อำเภอเขมราฐ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ วัฒนธรรมเมอื งเขมราษฎรธ์ าน.ี
สืบคน้
เม่ือ 16 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/esaninfo/?p=1752
ประตสู ู่อีสาน.(2564).นาฏศลิ ป์และการรา่ ยรำ.สืบค้นเมอื่ 17 พฤศจิกายน 2564.จาก,
https://www.isangate.com/new/isan-dance-list/284-isan-dance-74.htm
พรชยั ฉนทฺ ธมโฺ ม.(2563).รูปแบบการสง่ เสรมิ ประเพณกี ารแหเ่ ทียนพรรษาเชิงบูรณการของชมุ ชน ในอำเภอ
เขมราฐ
จังหวดั อบุ ลราชธาน.ี สบื ค้นเมือ่ 17 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/esaninfo/wpcontent/uploads/2020/07/Tradition_communi
ty_candleFestival.pdf
วัดอุทยานธรรมหนองบัวแดง.(2563).ถำ้ นาคา.สบื ค้นเมอ่ื 17 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
https://www.facebook.com/media/set/set=a.3147228392066556&type=3&commentid=31475
02515372477
ศนู ยม์ านษุ ยวทิ ยาสริ นิ ธร (2555).พพิ ธิ ภณั ฑช์ ุมชนวดั ฎถำ้ พระศิลาทอง.สบื ค้นเม่ือ 17 พฤศจกิ ายน 2564.
จาก,
https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/965
อมุ าพร หา่ นรุง่ ชโรทร.(2551).การเสริมสรา้ งพลัอำนาจชุมชน.สบื ค้นเมือ่ 17 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://www.nurse.nu.ac.th/Journal/dataNol.2%20No.Special/001.pdf
วชิรวชั ร งามละมอ่ ม .(2559).ทฤษฎกี ารมสี ่วนรว่ ม.สบื ค้นเม่อื 17 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://learningofpublic.blogspot.com/2016/02/blog-post_79.html
ไพรตั น์ เตชะรินทร.์ (มปป.).ชมุ ชนศกึ ษา.สบื คน้ เมื่อ 17 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://elearning.psru.ac.th/courses/264/008%20บทที่%202%20ชมุ ชนศึกษา.paf
OKnation.(2552).วัฒนธรรมกบั การพฒั นา.สืบคน้ เมื่อ 18 พฤศจกิ ายน 2564.จาก,
http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=409103
ถนนคนเดินเขมราษฏรธ์ าน.ี (มปป.).ทรัพยากรท่องเทีย่ วด้านวฒั นธรรม.สบื ค้นเมื่อ 18 พฤศจกิ ายน 2564.
จาก,
https://thanonkhemmarat.wixsite.com/thanonkonkhemmarat/ว-ฒนธรรม-1
512
“ชมุ ชนวดั ยางสทุ ธาราม”
ธนวัฒน์ พักวัด
”
513
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา หลักการวิชาการสังคมสงเคราะห์ 3 ( 780001 )
เรื่อง การออกแบบปฏิบัติงานการสังคมสงเคราะห์ในชุมขน เครื่องมือการศึกษาและข้อค้นพบ ในชุมชนวัดยางสุ
ทธาราม และได้ศึกษาข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการนำมารายงานครั้งนี้นักศึกษาหวังว่า งานเขียนเล่มนี้จะเป็น
ประโยชนแ์ ก่ผู้ได้ตอ้ งการทราบในข้อมลู ทน่ี ักศึกษาจะนำเสนอเนื้อหาการเขยี นดงั เนื้อหา
นาย ธนวฒั น์ พกั วดั
ผู้จัดทำ
514
บทนำ
ในการศึกษาชุมชนในครั้งนี้เป็นสิ่งที่นักศึกษาคิดว่าเป็นข้อท้าทายในการเขียนในชุมชนตัวเองครั้งนี้ คือชุมชน
วัดยางสุทธารามพรานนก เนื่องจากการที่นักศึกษาเลือกที่จะศึกษาในชุมชนนี้นั้นเกิดจากการที่นักศึกษาอยู่และ
ครอบครัวนักศึกษาอยู่กันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รุ่นทวด ทำให้นักศึกษาเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ ของชุมชน
นี้ ไปในทางที่นักศึกษาเห็นด้วยและไปในทางที่นักศึกษาไม่เห็นด้วย เนื่องจากชุมชนที่นักศึกษาเลือกนั้น เป็นชุมชนท่ี
ค่อนข้างอยู่ในเมืองจะสังเหตุเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายของชุมชน ท่ีช่วยเหลือกันเอง
และต่างชุมชนที่ได้นำมาช่วยกัน จนในปัจจุบันนั้นค่อนข้างเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายของกิจกรรม ในชุมชนนนี้จะ
ค่อยข้างเป็นชุมชนที่มีศาสนาที่ไม่ค่อยหลากหลายมากนัก จะแต่จะเน้นไปในกิจกรรม และนโยบายความช่วยเหลือ
เน่ืองจากเปน็ พน้ื ที่ในเมอื งกจ็ ะสามารถท่ีจะเขา้ ถึงไว และเปน็ ชุมชนทีอ่ ยูค่ ดิ สถานที่ตา่ ง ๆ มากมาย
ด้วยเหตุผลทั้งหมดเป็นสิ่งที่นักศึกษาคิดว่าจะนำชุมชนที่ตัวเองอยู่นั้นนำมาศึกษาเพื่อมองในแง่มุมต่างๆ เพื่อ
นำมาประยุกต์ใช้ในสิ่งที่ได้ศึกษา เป็นแนวทางในการพัฒนา และ การแก้ไข ในการพัฒนาชุมชนและการจัดการหรือ
กิจกรรมในแงม่ มุ รปู แบบตา่ ง ๆ ดงั่ ขอ้ มูลที่นึกศึกษาจะนำเสนอต่อไปนี้
ธนวัฒน์ พักวดั ผู้จดั ทำ
515
ข้อมูลเบื้องตน้ เก่ียวกับชมุ ชน
ในพ้ืนทช่ี ุมชนนนั้ มีวดั ยางสทุ ธารามเป็นศนู ย์กลางของชุมชน และมศี ูนย์จัดการชุมชน อยใู่ กล้เคยี งกับวดั โดย
ในประวัติของวัดนั้น เป็นวัดราษฎ์ ฝ่ายมหานิยาย ตั้งอยู่ที่เขต บางกอกน้อย แขวงบ้านช่างหล่อกรุงเทพมหานคร มีเนื้อ
ที่ 6 ไร่ 2 งาน 6 ตารางว โดยความสำคัญของวัดก็คือเป็นศูนย์รวมของชุมชน เมื่อถึงคราวมีกิจกรรม โดยคนในชุมชน
วัดยางสุทธารามนั้นก็จะมีคนมากมายที่ผ่านเข้ามาจากหลากหลายท่ี เนื่องจากเป็นชุมชนที่เป็นชุมชนเมือง มีกิจกรรมท่ี
สำคัญคนในชุมชนก็จะมารวมกันที่วัด เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นเทศกาล ลอยกระทง เทศกาล เวียนเทียน หรือ
แม้แต่กิจกรรมที่ประธานชุมชนนั้นจัดทำขึ้นมาหรือดำเนินนโยบายจากรัฐ คือ การกำจัดขยะชิ้นใหญ่ การโยนอีเอ็มบอล
ตัดผมฟรี และ ฉีดยาให้กับสุนัข เป็นต้น ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่ใช้พื้นวัดในการดำเนินกิจกรรม เนื่องจาก
ชุมชนที่นี่ นั้นจะค่อนข้างติดกับวัด ก็จะมีความศรัทธา และผูกพันกับวัดเป็นอย่างมาก การจัดการในชุมชนวัดยางสุ
ทธารามในส่วนมากจะเน้นไปตามสถานณการ์ปัจจุบัน ในบริเวณชุมชนก็จะมีศาลเจ้าจีน ที่ชื่อว่าศาลเก้าฟ้า ที่จะมีการ
แจกของในทุก ๆ เดือนเพื่อให้คนในชุมชน โดย สิ่งที่นักศึกษาจะนำเสนออธิบายจะเป็นใน ด้านต่าง ๆ ของ ชุมชนน้ี และ
อธิบายถึงลักษณะทั่วไป ความเป็นอยู่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ ด้านสังคมวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง และกิจกรรมที่จัด
ขน้ึ มาเพอื่ จดุ ประสงค์ต่าง ๆ ดังตอ่ ไปนี้
(รูปจาก https://th.wikipedia.ore/wiki/วดั ยางสทุ ธาราม )
516
ด้านเศรฐกิจ
ในชุมชนวัดยางสุทธารามนั้นส่วนมากจะมีอาชีพที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี
ขนาดใหญ่อาชีพที่ทำกันในชุมชนก็จะมีความหลากหลาย แต่ในส่วนมากจะเน้นไปในทางด้านค้าขายอาหารแห้ง อาหาร
สด และ รา้ นขายของชำชวั่ ไป ในดา้ นเศรษฐกจิ ส่วนมากในชมุ ชนนีจ้ ะแตกต่างกันในแต่ละบา้ น
ดา้ นความเป็นอยู่
ด้านความเป็นอยู่ของชุมชนนี้ในชีวิตประจำวันของคนส่วนมากค่อยข้างจะเหมือนการใช้ชีวิตทั่วไป ในแต่ละ
อาชีพ คนที่ทำงานบริษัท หรือ งานที่จะต้องเดินทางไกล ก็จะตื่นเช้าเพื่อจะเดินทางเพื่อไปถึงที่ทำงาน แต่ในส่วนของ
การค้าขายนั้นจะเร่ิมออกมาตั้งร้านกันในช่วงตี 4 - 5 ของแต่ละวันเพื่อเตรียมของขาย ยิ่งในวันพระก็จะยิ่งมีคนเดิน
เยอะขึ้น ผู้คนต่างตื่นออกมาใส่บาตรพระ เพราะเนื่องจากชุมชนนี้ดั่งที่นักศึกศากล่าวไปว่า มีความไกล้ชิดกับวัด จึงมี
ความผกู พันกันอยา่ งมาก ดังนั่น กิจกรรมอะไรทเ่ี กี่ยวข้องกบั ศาสนาคนในชมุ ชนจะใหค้ วามสำคญั เสมอมา
รูปจาก ( Google Earth )
ดา้ น ศาสนา วัฒนธรรม
ในชุมชนวัดยางสุทธารามนั้น เป็นชุมชนที่พูดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ศาสนาพุทธมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต
และเป็นที่พึ่งทางใจ ศาสนากิจกรรมที่เกี่ยวของกับการเดินเนินชีวิตความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบวช งานตาม
ประเพณีต่าง ๆ ขึ้นศาลาวัดเพื่อทำบุญเนื่องในวันพระ ลอยกระทง เวียนเทียน ตักบาตรเทโวประเพณีแห่หลวงพ่อใหญ่
วัดยางเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย ทุกกิจกรรมเป็นสิ่งที่สืบถอดกันมาเหมือนทั่ว ๆ ไปนักศึกษาจึงคิดว่าเป็นชุมชนที่
ศาสนามอี ทิ ธิพลตอ่ การใชช้ วี ิตเป็นอย่างมาก เพราะเป็นชุมชนท่ีอยู่ไกล้วัด
517
ดา้ นกิจกรรม
กิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นจะเกิดจากสิ่งที่คนในชุมชนนั้นต้องการหรือเป็นสิ่งที่เห็นว่าคนในชุมขนจะได้
ประโยชน์ นอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วที่เกี่ยวกับสุขภาพ และ ศาสนา สิ่งที่อำนวยความสะดวกให้กับ
ชุมชน ก็มีเช่นกัน เช่นจะมีการเก็บขยะชิ้นใหญ่ทุก ๆ สิ้นเดือน โดยจะมีการประกาศจากเสียงตามสาย นอกจากนี้ยังจะ
มีบริการตัดผมให้กับผู้ที่ต้องการ และการฉีดวัคซีน และ พิษสุนัขบ้า ให้กับบ้านที่เลี้ยงสุนัขโดยไม่เสียตังทุกกิจกรรม
ทั้งหมด และสถานการณ์ที่ผ่านมาในการกักตัวก็จะมีของจากชุมชนนั้นส่งมาตามหน้าบ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดต่อ
โรค กิจกรรมทเี่ กิดขึน้ นน้ั จะเปน็ สงิ่ ท่ีตามสถาณการณน์ ัน้ ๆ โดยจะปรบั เปล่ียนเสอม
รูปจาก ( Google Earth )
ดา้ นสขุ ภาพ
ในส่วนของด้านสุขภาพนั้นจากที่นักศึกษาอยู่มาตั้งแต่นักศึกษาเกิด จะสังเกตุเห็นได้ว่า การทำงานของด้าน
สุขภาพนั้นก็มีความสำคัญตามสถานการณ์ปัจจุบันกล่าวได้ว่า ในทางชุมชนจะมีนโยบาย ที่เป็นกิจกรรมที่ดูแลสุขภาพ
โดยองค์รวม โดยจะมีการประกาศบอกตามเสียงตามสายว่า ในวันไหนจะมีกิจกรรมที่ทางชุมชนจัดขึ้น เช่น วันพรุ่งนี้จะ
มีการตัดผมฟรี จากสถาบัน ...และให้คนในชุมชนที่มีความประสงค์นั้นมาตามที่ได้ประกาศไป และ จากสถานการณ์ท่ี
ผ่านมา ชุมชนไดม้ กี ารจดั การพ่นแอลกอฮอล์ เพื่อลดการระบาดของเชอื้
ในมุมมองของนักศึกษาชุมชนนี้จะค่อนข้างจะมีการดำเนินชีวิตได้ในระดับหนึ่ง กล่าวคือ คนในชุมชนมีความ
หลากหลายในการทำงาน แต่สิ่งที่นักศึกษามองเห็นของชุมชนนี้คือ ศาสนา วัด มีความสำคัญกับชุมชนนี้เป็นอย่างมาก
เพราะเป็นชุมชนที่ไกล้วัดและทำให้มีความผูกพันและไกล้ชิด ส่วนในแง่มุมของการบริหารของชุมชนนั้น เป็นสิ่งที่
นักศึกษาคิดว่าเป็นการทำงานที่มีความเป็นระบบและเอาใจใส่คนในชุมชนที่ถามถึงความต้องการของประชาชน ซึ่งเป็น
518
สิ่งที่ดี และยังมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ดูแลสุขภาพ และความเป็นอยู่ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ใน
ปจั จบุ นั
รูปจาก ( Google Earth )
ภาพแผนท่ีจาก google Earth
519
จะเห็นได้ว่าในชุมชนวัดยางที่นักศึกษาได้เลือกศึกษานั้นจะเป็นชุมชนที่ค่อนข้างที่จะมีขนาดใหญ่และทำให้มี
ความหลากหลายของแต่ละคนในการประกอบอาชีพ แต่ในส่วนมากที่นักศึกษาเห็นได้ชัดจะเป็นทางด้านการค้าขาย การ
ขายของ และสินค้าต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ในพื้นที่ชุมชนวัดยางที่ค่อนข้างค้าขายเยอะอันเนื่องมาจากอยู่ติด
ใกล้กับตลาดพรานนก และ แม็คโคร อิสรภาพ จึงทำให้การค้าขายนั้นค่อนข้างที่จะมีจำนวนมาก จากพื้นที่จะเห็นได้ว่า
วดั คอ่ นขา้ งอยใู่ กล้ชิดกบั ชุมชนทำใหช้ มุ ขนนน้ั มีความใกลช้ ิดกับทางศาสนาและวฒั นธรรม
เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการศึกษา
เครือ่ งมือแรก ปฏทิ นิ ชมุ ชน
เหตุผลที่นักศึกษาเลือกเครื่องมือนี้ในการศึกษาปฏิทินในชุมชนวัดยาง เพราะสิ่งที่นักศึกษาเห็นและสะท้อน
มายังยุคเก่าแก่จนปัจจุบันคือการสืบทอดประเพณีและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ไม่
ว่าจะเป็นการแจ้งให้คนในชุมชนเตรียมของหรือขยะชิ้นใหญ่ เนื่องจากจะมีการมาจัดเก็บให้กับชุมชน ทุก ๆ สิ้นเดือน
การจัดปฏิทินตามประเพณีต่าง ๆ กฐินของวัด การแห่หลวงพ่อใหญ่ การเวียนเทียน สิ่งที่เป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้น
ประจำและสงิ่ ทเ่ี ป็นประโยชนต์ อ่ ชุมชนนั้น จะถูกจัดลงในปฏทิ ินเพอ่ื เป็นการรบั รู้ไดท้ ั่วกนั กันในชมุ ชน
เครื่องมือท่ใี ช้ในการศกึ ษา
- เครื่องมือที่สอง : ระบบสุขภาพชุมชนระบบสุขภาพของชุมชนในด้านทั่วไป จะค่อนข้างให้ความสำคัญไป
ในทางป้องกัน เช่น เหตุการณ์ที่คนในชุมชนถูกสุนัขกัด จึงทำให้มีนโยบายที่จัดการฉีดวัคซีนให้ทุกบ้านที่
มีสุนัข เพื่อเป็นการป้องกันคนในชุมชน และมีการกำจัดการยุง โดยการพ่นไล่ยุงทุกเดือน เนื่องจากยุง
520
เป็นภาหะในการนำโรคไข้เลือดออกมายังคนในชุมชน และนอกจากนี้ยังแจกเจลป้องกันยุง เมื่อปที ี่ผ่านมา
มีการจัดการทำอีแอมบอลกำจัดน้ำเสียเพื่อลดการเกิดยุง และในสถานการณ์ปัจจุบันมีการพ่น
แอลกอฮอลฆ์ ่าเชือ้ corona virus
- ระบบสุขภาพด้านความเชื่อ ในความเชื่อของคนในชุมชน เมื่อรักษาจากการแพทย์สากลและแพทย์แผน
โบราณไม่หาย ก็จะไปบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อใหญ่เพื่อให้ได้ต่อสิ่งที่ต้องการนั่น ๆระบบสุขภาพด้าน
การเข้าถึงยา ภายในชุมชนมีสถานขายยาที่ได้รับใบรับรองอย่างชัดเจนสามารถบอกอาการและสามารถ
ซอ้ื ยาสามญั ไดป้ กติ และมคี ลนิ ิกที่เปดิ ในชุมชนเพอื่ เป็นการรบั ษาอาการเบ้ืองตน้ และรักษาตามแพทยส์ ั่ง
- ระบบสุขภาพด้านสถานพยาบาล เนื่องจากชุมชนนั้นมีการติดต่อและใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช
โรงพยาบาลวิชัยเวช และโรงพยาบาลธนบุรี จึงสะดวกต่อการเข้าสู่สถานพยาบาลระบบสุขภาพด้าน
อาหาร ในชุมชนจะมีการขายอาหารที่เปิดทั่วบ้าน อาหารจากการปรุงสุก และมีร้านสะดวกซื้อ และมีรถ
กบั ขา้ วเขา้ มาประจำทุกเช้า
521
เครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา
เคร่ืองมอื ท่ีสาม : แผนทีเ่ ดนิ ดนิ
เทคนคิ ท่ชี มุ ชนใชใ้ นการทำงาน
เทคนคิ ทช่ี มุ ชมใชใ้ นการทำงาน : การจดั การประเดน็ ปญั หาเร่งดว่ น ( Hot issue management )
- ที่นักศึกษาได้ทำการศึกษาข้อมูลนั้นในการทำงานของชุมชนนั้นจะเข้าถึงปัญหาของผู้คนในชุมชนและ
เข้าถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการสำรวจความต้องการของคนในชุมชนว่าจะสามารถ
ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปในทิศทางใดได้บ้าง และยังให้คนในชุมชนสามารถเสนอและแนะนำได้
และนำเรื่องไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ชุมชนนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ฝ่ายเดียว นักศึกษาจึง
คิดว่าในการทำงานของชุมชนวัดยางสุทธารามนั้นจากที่นักศึกษาอยู่ เป็นการนำเทคนิคในการจัดการ
ปัญหาเร่งด่วงนั้นนำมาประยุกต์ใช้ให้กับชุมชน ไม่เพียงแต่การแก้ไขปัญหาตัวคนเดียว ยังให้คนในชุมชน
มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และยังสามรถเสนอแนวทางแก้ไขได้และนำมาวิเคราะห์แนวทางใน
การแก้ไขปญั หาเพอื่ ประโยชนต์ อ่ คนในชุมชนมากท่สี ดุ
522
แนวคิด ทฤษฎี ที่ใช้ในการศึกษาและอธิบาย
ทฤษฎีระบบ System Approach
- ภาพส่วนรวมของโครงสร้างหรือของขบวนการอย่างหนึ่งที่มีการจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่าง
องค์ประกอบต่าง ๆ ที่รวมกันอยู่ในโครงการหรือขบวนการนั้น ที่นักศึกษาเลือกในตัวทฤษฎีระบบในการ
อธิบายการทำงานของชุมชนเพราะว่า ในการทำงานของชุมชนวัดยางนั้น ค่อยข้างจะเป็นสัดส่วนการ
จัดการที่ชุมชนบริหารนั้นค่อยข้างจะเป็นไปตามปัญหาที่เกิด และในทฤษฎีนี้ยังตรวจสอบทรัยากรท่ี
ช่วยเหลือโดยสำรวจจากรอบชุมชน เพื่อตอบสนองต่อปัญหาของคนในชุมชน ในทุกระบบของชุมชนนั้น
จะค่อนข้างไปด้วยกัน และเลือกทีจะเร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ได้เกิดปัญหาก่อนตามสถานการณ์
อย่างเร่งด่วนเมื่อเกิดขึ้น นักศึกษาจึงคิดว่าในทางสังคมสงคเคราะห์สามารถนำทฤษฎีระบบมาประยุกต์
ใชไ่ ด้ดว้ ยเช่นกัน
ทฤษฎพี ึง่ พา Dependency Theory
- การพึ่งพา หมายถึง สถานการณ์ที่เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขของการพัฒนา และขึ้นอยู่
กับการขยายตัวของเศรษฐกิจเพื่อเลี้ยงตัวเองให้ได้ของประเทศอื่น" และมีลักษณะพึ่งพาทั้งในทาง
วัฒนธรรม สังคม การเมือง และเศรษฐกิจต่อประเทศทุนนิยมตะวันตก โดยเฉพาะทางเทคโนโลยี ความ
เชี่ยวชาญ ทุน สินค้าประเภททุน กล่าวคือคนในชุมชนวัดยางนั้นเป็นชุมชนที่ค่อนข้างที่จะช่วยเหลือกัน
และการทำงานของชุมชนนั้นจะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของแต่ละบุคคล และให้ความใส่ใจและสนใจ
โดยไม่มีการเลือกปฏิบตั ิ
ทฤษฎกี ารแลกเปลี่ยน Social Exchange Theory
- สามารถอธิบายได้ว่า คนแต่ละคนมีความคาดหวังต่อความต้องการ ความพึงพอใจ การมีคุณค่าในชีวิต
อย่าง ต่อเนื่องและสูงขึ้นไป เมื่อได้รับการตอบแทนในระดับที่พึงพอใจ แต่ด้วยตนเองไม่สามารถจะได้สิ่งท่ี
คาดหวัง จึงต้องอาศัยผู้อื่นมาช่วยสนับสนุนส่งเสริม จึงต้องมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบที่เหมาะสมกับคน
กับกลุ่ม องค์กร ชุมชน สังคม เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือรับผลประโยชน์ร่วมในกลุ่ม /เครือข่าย
องค์กร ชุมชน ที่มี พลังร่วมในการทำงาน และแบ่งปันอย่างยุติธรรม การที่ชุมชนจะบริการได้นั้น การ
ทำงานกับคนนั้นมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่จะต้องมีทุกคนคือสิ่งที่คาดหวัง แต่จะไม่สามารถที่จะ
เดินทางประสบความสำเร็จเพียงตัวคนเดียวได้ ย่อมมีสังคมและสิ่งแวดล้อมคอยแลกเปลี่ยนสนับสนุน
เพื่อท่จี ะนำให้ตัวเองไปถงึ ตามทีค่ าดหวงั อยา่ งเป็นธรรม จงึ สามารถอธบิ ายไดด้ ว้ ยทฤษฎกี ารแลกเปลยี่ น
ลักษณะกจิ กรรม บริการ โครงการ
ในการทำงานของชุมชนวัดยางนั้นนักศึกษาคิดว่าเป็นชุมชนที่ค่อนข้างที่จะตามทันต่อสถานการณ์การจัด
กิจกรรมและโครงการแต่ละโครงการในชุมชั้นล้วนแล้วแต่คิดวิเคราะห์ว่าจะเกิดผลที่จะตามมาอย่างไรโดยจะต้องเกิด
ประโยชน์ต่อคนในชุมชนมากที่สุด ในกิจกรรมที่ผ่านมาที่ชุมชนได้ให้กับคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนล้วนแล้วแต่มาจากความ
ต้องการ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชน โดยสามารถอธิบายการทำงานของชุมชนได้โดยทฤษฎี ที่นักศึกษาได้
อธิบายไปข้างต้น คือ ทฤษฎีระบบ System Approachทฤษฎีพึ่งพา Dependency Theory ทฤษฎีการแลกเปลี่ยน
523
Social Exchange Theory เป็นต้น โดยกิจกรรมที่มีอยู่ของชุมชนนั้นนักศึกษาคิดว่าตรงความตรงการของคนใน
ชมุ ชนและตามสถานการณ์เหตกุ าร
เพ่อื นำมาป้องกนั และแกไ้ ขเมอื่ เกดิ ปญั หากิจกรรมของในชุมชนที่จัดข้ึน
- พ่นไลย่ งุ เพ่อื ลดภาหะการนำไข้เลือดออก
- พน่ แอลกอฮอล์ เพอ่ื ฆา่ เชอื้ ไวรัสลดการติดต่อ
- กำจดั ขยะชิน้ ใหญ่
- ฉดี วคั ซีนใหก้ บั บ้านที่มสี ุนัข เพ่อื ลดการเกดิ อนั ตราย
- นโยบายตัดผมฟรี
- การแจงของใช้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้อื
- การทำอีเอมบอล ลดน้ำเน่าเสยี
- เดินแจกแอลกอฮอลต์ ามบา้ น เปน็ ต้น
โดยกิจกรรมที่ชุมชนได้จัดขึ้นนั้นนักศึกษาคิดว่าเป็นสิ่งที่สามารถกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ
โดยกิจกรรมที่สามารถนำมาเปลี่ยนแปลงได้ คือการที่เป็นผู้ซี้นำในการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลน้ัน
ไม่ได้มีให้กับชุมชน ชุมชนนั้นจัดหาและทำโครงการมาเพื่อให้กับคนในชุมชนและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา นั้น
มีทั้ง ส่วนตัว Individual change และ การเปลี่ยนแปลงไปถึงชุมชนCommunity Change และสุดท้าย นำไปสู่การ
เปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้ายนโยบาย Policy กิจกรรมที่อยากให้เกิด คือเนื่องจากชุมชนนี้นั้นมีความสนิทสนมกันและ
มีการทำงานของชุมชนค่อนข้างไปในทางที่ดี แต่สิ่งที่นักศึกษาคิดว่าอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การจราจรในซอยที่มีการ
ติดขัดละทำให้เคยเกิดอุบัติเหตุ นักศึกษาคิดว่าอาจจะต้องมีป้ายชะลอรถมอเตอร์ไซ เพื่อลดการเกิดอุบัติติเหตุ
เน่ืองจากเป็นชมุ ชนทีอ่ ยู่ในเมอื ง ทำให้การสัญจรนน้ั มกี ารติดขดั
บทบาท นกั สงั คมสงเคราะห์
การทำงานชุมชมในบทบาทนักสงคมสงเคราะห์นั้น นักศึกษาคิดว่าการทำงานกับชุมชนนั้นสิ่งแรกที่จะต้องทำ
คือการศึกษาทรัพยากรและสิ่งที่จะสามารถช่วยเหลือได้ จากสิ่งที่เคยสัมภาษณ์การทำงานของคณะกรรมการชุมชน
นั้น สิ่งที่ยังจะต้องการความช่วยเหลือคือ บางสิ่งการช่วยเหลือของชุมชนนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ชุมชนออกแบบการแก้ไข
ได้ถูกต้องเสมอไปและการแนะนำของชุมชนก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ในฐานะการทำงานสังคมสงเคราะห์น้ัน
ปัญหาการหาแนวทางแก้ไขก็จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ นักสังคมสงเคราะห์จะต้องเรงเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น วิเคราะห์
ทรัพยากรที่จะช่วยเหลือ และประเมินวิธีการแก้ไขอย่างดีท่ีสุดนอกจากนี้จะต้องประเมินความเสี่ยงของการแก้ปัญหา
ผลกระทบว่าจะส่งผลไปถึงใครและสามารถแก้ไขปัญหาได้ไหม นอกจากสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายในชุมชนนั้นสิ่งที่นักศึกษา
คิดว่าการแก้ไขปัญหานั้นจะดำเนินไปในทางที่ดีได้ก็จะต้องให้คนในชุมชนนั้นให้ความร่วมมือกับการแก้ไขปัญหานั้น ให้
เขาเห็นถึงทางออกและที่สำคัญจะต้องให้เขารู้สึกถึงความมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ และซี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์
ของการแก้ไขปัญหา และ ที่สำคัญคือ นักสังคมสงเคราะห์ในชุมชนนั้นมีเครื่องมือการศึกษาที่มากมาย องค์ความรู้ที่
เพียบพร้อม แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือที่เราจะเลือกใช้เครื่องมือและทฤษฎี สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้เครื่องมือ การ
แก้ไขปัญหาและการลำดับความสำคัญของปัญหา และการป้องกัน เพื่อที่จะสร้างแนวทางแก้ไขของชุมชนไปในทางที่ดี
ที่สุด ดังนั่นการทำงานของบทบาทนักสังคมสงเคราะห์จะต้องเลือกใช้เครื่องมือและองค์ความรู้ให้ถูกในการแก้ไข
ปัญหาเพอ่ื ที่จะเป็นการแกไ้ ขปญั หาที่ตรงจุดและไปในทางทีด่ ขี ึ้น
524
อ้างอิง
บา้ นจอมยุทธ. (2543) ทฤษฎีและหลกั การพฒั นาชุมชน. สบื คน้ จาก
https://www.baanjomyut.com/library 3/theories and principles of community deve
lopment/index.html
มณีรนั ต์ สุวรรณวาร.ี (2555) ทฤษฎรี ะบบ. สบื คน้ จาก
https://www.gotoknow.org/posts/458803
Teachme Biz. (2563) Change Management. สืบคน้ จาก
https://teachme-biz.com/blog/change-
management/2fbclid=wAR3HxaoRr6G2CgtYipYEg
-PS5DNLpsfDFCzWWKIJXa7n0zP._wGsopC3d0Ak
รูปจาก ( Google Earth )
525
“ชมุ ชนซอยธนาคารออมสนิ ”
กฤ”ษณา พลภกั ดี
526
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สค.31 1 หลักและวิธีการสังคมสงเคราะห์ 3 โดยมีจุดประสงค์เพื่อ
ศึกษาองค์ความรู้ในการออกแบบปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์ในชุมชน ผ่านการศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองจากการลง
ชุมชนโดยตรง โดยใช้ทักษะและเทคนิคทางด้านสังคมสงเคราะห์ในการสอบถามและสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลในด้านต่าง ๆ
ของชุมชนซอยธนาคารออมสิน โดยผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะศึกษา
ในแง่มุมของการใช้เครื่องมือการศึกษาชุมชน หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และ
ขออภัยมา ณ ท่ีนี้
ผู้จัดทำ
นางสาวกฤษณา พลภักดี
527
หลักการและเหตผุ ล
ในตอนแรกนักศึกษามีความสนใจที่จะศึกษาและลงพื้นที่ในเขตพื้นที่หมู่ 2 ของเทศบาลตำบลบางม่วงอำเภอ
บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นพื้นท่ี ที่นักศึกษาอยู่อาศัย โดยตามหลักแล้วพื้นที่หมู่ 2 มีชุมชนทั้งหมดจำนวน 3
ชุมชน คือ ชุมชนศาลเจ้า ชุมชนซอยธนาคารออมสิน และชุมชนหลังวัดพิกุลเงิน แต่เนื่องจากข้อจำกัดภายใต้
สถานการณ์ COVID-19 และจากชุดข้อมูลชุมชนทั้งหมดที่มีอยู่เบื้องต้น นักศึกษาจึงมีความกังวลว่าจะไม่สามารถลง
พื้นที่ไปศึกษาด้วยตนเองได้ทั้งหมดอย่างถี่ถ้วนและมีประสิทธิภาพ นักศึกษาจึงทำการเลือกชุมซนมาหนึ่งชุมชนจาก
ท้ังหมดสามชมุ ชน คือ ชมุ ชนซอยธนาคารออมสิน
ชุมชนซอยธนาคารออมสินป็นชุมชนที่นักศึกษาอาศัยอยู่มาตั้งแต่กำเนิด ครอบครัวและญาติพี่น้องส่วนใหญ่
อาศัยอยู่ภายในชุมชนธนาคารออมสินในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกัน และภายในชุมชนส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์ทาง
สายเลือด เป็นญาติพี่น้องที่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่อาศัยอยู่ด้วยกันหลายหลังคาเรือน อีกทั้งชุมชนธนาคารออมสิน
เองก็เป็นชุมชนริมคลอง มีพื้นที่ตั้งอยู่ติดริมคลองบางกอกน้อย และตั้งอยู่ติดกับเขตวัดพิกุลเงิน ทำให้เห็นถึง
วัฒนธรรมและวิถีการใช้ชีวิตแบบชุมชนริมคลอง ด้วยสาเหตุนี้นักศึกษาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและลงพื้นที่ในชุมชน
ธนาคารออมสิน
ประวตั กิ ารดำรงอยูข่ องชมุ ชน
ชุมชนซอยธนาคารออมสิน มีที่ทำการของธนาคารออมสินตั้งอยู่บริเวณริมน้ำคลองบางกอกน้อย โดย
ธนาคารออมสินได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานานแล้ว จึงเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป อีกทั้งทางเทศบาลตำบลบาง
ม่วงก็ได้ทำการแบ่งพื้นที่เพื่อจัดตั้งชุมชนย่อยในเขตเทศบาลตามลักษณะที่อยู่ของชุมชน ชุมชนเลยได้ชื่อว่าชุมชนซอย
ธนาคารออมสนิ นับตงั้ แตน่ นั้ เป็นต้นมา
• ขนาดและที่ตง้ั
ชุมชนชอยธนาคารออมสิน ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็น 1 ใน 9ชุมชน
ของเทศบาลตำบลบางม่วง ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดนนทบุรีประมาณ 12 กิโลเมตร มีคลองบางกอกน้อยและคลอง
อ้อมนนท์ป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ มีถนนกาญจนาภิเษก ถนนราชพฤกษ์ ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ตัดผ่านเป็น
เสน้ ทางสัญจรติดต่อกบั ชุมชนอ่นื ๆ โดยมีอาณาเขตพ้นื ทด่ี ังนี้
ทศิ เหนือ ตดิ กบั คลองอ้อมนนท์
ทศิ ใต้ ตดิ กบั คลองวดั พิกุลเงนิ
ทิศตะวันออก ตดิ กับคลองบางกอกนอ้ ย
ทศิ ตะวนั ตก ติดกับโรงเรียนวดั พกิ ุลเงนิ
• ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ชุมชนซอยธนาคารออมสิน หมู่ 2 ตำบลบางม่วง ประกอบไปด้วยที่ตั้งตัวอาคารของเทศบาลตำบลบางม่วง
ธนาคารออมสิน อาคาร สภ.บางใหญ่ บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.บางใหญ่ บ้านพักเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางม่วง
และบ้านพักอาศัยของคนในชุมชนที่ปลูกอยู่รวมกัน พื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นที่ย่านชุมชน ที่ตั้งบ้านเรือน
อยู่หนาแน่น และอีกหนึ่งพื้นท่ี คือ พื้นที่ส่วนราชการเทศบาลตำบลบางม่วง ชุมชนที่อาศัยอยู่โดยส่วนใหญ่จะอาศัยการ
สัญจรไป-มา โดยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ รถเมล์สาย 1023 (บางใหญ่เก่า-วัดต้นเชือก)รถสองแถว (บาง
528
ใหญ่เก่า-บางคูลัด รถสองแถวสาย 1002 (บางใหญ่เก่า-ท่าน้ำนนท์) และยังคงมีการสัญจรด้วยเรือโดยสารหางยาว
(คลองบางกอกน้อย-ท่าช้าง) และเรือของคนในชุมชนบางส่วนที่ใช้ในการสัญจรไป-มา ดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อ
ตดิ ตอ่ กับชมุ ชนข้างเคยี ง
• สถานทส่ี ำคญั ทค่ี นในชมุ ชนเคารพนบั ถอื
สิ่งที่คนในชุมชนซอยธนาคารออมสินให้ความเคารพนับถือคือ หลวงพ่อโสธรจำลององค์แรกของประเทศไทย
ที่ตั้งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถของวัดพิกุลเงิน และพระราหู ประดิษฐานอยู่ศาลาการเปรียญด้านข้างประตูทางเข้า-ออก
ของวัดพิกุลเงิน หลังจากที่ได้ทำการปฏิสังขรณ์ศาลาเพื่อประดิษฐานพระราหูในปี พ.ศ. 2548 มีผู้คนเข้ามากราบไหว้
ด้วยของดำหลายอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีผู้คนมาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยตลาดนัดวัดพิกุลเงินในทุกสัปดาห์ของวัน
ศุกร์ และมีเจา้ แมก่ วนอิมประดษิ ฐานอยดู่ ้านหนา้ เทศบางตำบลบางม่วง รมิ คลองบางกอกนอ้ ย-คลองออ้ มนนท์ใหผ้ ้คู น
ได้กราบไหว้บูชา สำหรับความเชื่อของชาวชุมชนซอยออมสินและชุมชนใกล้เคียง คือ ถ้าต้องการบนบานศาลกล่าว
หลวงพ่อโสธรให้ประสบความสำเรจ็ ตามทเี่ ราตอ้ งการ จะต้องบนดว้ ยพวงมาลยั ไขต่ ้มและละครรำ
• รา้ นค้าในชมุ ชนซอยธนาคารออมสิน รา้ นขนมไทย-ข้าวต้มมดั (บ้านเลขที่ 104)
รา้ นตัดผม-ทำผม (บ้านเลขที่ 34/23)
รา้ นขายข้าวแกง (บา้ นเลขที่ 97/2) รา้ ยขายของชำ (บ้านเลขที่ 33/15)
เตน็ ทร์ า้ นอาหารตามสั่งหนา้ สภ.บางใหญ่
รา้ นก๋วยเต๋ยี ววดั ดง (บ้านเลขท่ี 33/15)
ร้านชัก-รดี (บ้านเลขท3ี่ 4/7)
ร้านขายของชำโรงน้ำแข็ง ใกลศ้ ูนย์พฒั นาอาชพี ฯ
เครอื่ งมอื การศึกษาชมุ ชน
• แผนทีเ่ ดนิ ดนิ
529
แผนที่เดินดินของชุมชนซอยธนาคารออมสินนี้นักศึกษาจัดทำขึ้นจากการลงพื้นที่ชุมชนโดยตรง และ
อิงจากประสบกรณ์และความคุ้นเคยเนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของนักศึกษาตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยแผนที่จะ
แสดงให้เห็นพื้นที่โดยรอบของชุมชนธนาคารออมสิน ตั้งแต่เขตเทศบาลบางม่วงถึงวัดพิกุลเงินซึ่งเป็นพื้นที่
ของเขตชุมชนซอยธนาคารออมสินทั้งหมด แผนที่จะแสดงให้เห็นสถานที่ตั้งสำคัญ เช่น เทศบาลบางม่วง สภ.
บางใหญ่ สถานีดับเพลิง และศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลบางม่วง เป็นต้น และยังแสดงให้เห็นถึงร้านค้า/
กิจการ ของผทู้ อี่ าศัยอย่ใู นชุมชนซอยธนาคารออมสนิ อกี ด้วย โดยสญั ลักษณ์ต่าง ๆ จะแทนความหมายดังน้ี
• โครงสรา้ งองคก์ ร
ชุมชนซอยธนาคารออมสิน ได้รับการจัดตั้งจากทางเทศบาลตำบลบางม่วง และได้จัดให้มีการรับสมัคร
คณะกรรมการชุมชนย่อย เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนของตนเองและ
เพื่อเป็นตัวแทนในการประสานความร่วมมือกับทางเทศบาลตำบลบางม่วงในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความ
เจริญก้าวหน้า และได้ทำการพิจารณาเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำรงตำแหน่งในส่วนงานที่
รับผิดชอบบรหิ ารงานในชมุ ชนเอง และติดตอ่ กับหนว่ ยงานต่าง ๆ ในการพฒั นาชุมชนตอ่ ไป
530
โดยการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนทางเทศบาลได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นมาเองโดยประชาชนในชุมชนเป็นผู้
คัดเลือกขึ้นมาเป็นตัวแทนของคในชุมชน ซึ่งมีกรรมการที่คัดเลือกมาทั้งสิ้น 10 คน และได้แบ่งหน้าที่ในแต่ละฝ่ายตาม
ความเหมาะสมของตวั บคุ คล ดังมรี ายชอื่ คณะกรรมการดังนี้
โดยคณะกรรมการชุมชนทง้ั ส้นิ 10 คนน้ีไดค้ รบกำหนดวาระการเปน็ คณะกรรมการชุมชนแล้ว และกำลังรอ
การคัดเลือกคณะกรรมการชมุ ชนต่อไป
531
• แผนผังเครือญาติ
ครอบครัวการุญกร
ครอบครวั อดิเรก
532
ครอบครวั แช่อง้ึ ครอบครวั วรายุทธสกุลชยั และครอบครัวเดชาดลิ ก
แผนผังเครือญาติของครอบครัวทั้ง 4 ครอบครัว แสดงให้เห็นถึงลักษณะของครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งอาศัยอยู่
รว่ มหลงั คาเรอื นเดียวกัน และอยู่บริเวณใกลเ้ คยี งในชุมชนเดียวกัน
533
• ประวัตบิ ุคคลสำคญั
พระมหาทองพูล ธมมเมธี (สุภสอน) เจ้าอาวาสวัดพิกุลเงิน พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นท่ี 15พระมหาทอง
พูล ฉายา ธมมเมธี นามสกุล สุภสอน ปัจจุบันอายุ 45 ปี 23 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดพิกุลเงิน และเป็นที่เคารพนับถือ
ของบุคคลในชุมชนซอยธนาคารออมสิน พระมหาทองพูลเกิดที่บ้านกะปิ ตำบลหนองม้า อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัด
ศรีสะเกษ เป็นบุตรของคุณพ่อปุน-คุณแม่หวัน สุภสอน มีพี่น้อง 2 คน พระมหาทองพูลเป็นน้องคนสุดท้องของ
ครอบครัว ครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรม เข้ามาบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปีเนื่องจากต้องการตอบแทน
พระคุณผูใ้ หก้ ำเนดิ และต้องการศึกษาตอ่ ทางธรรม
พระมหาทองพลได้บวชเรียนต่อทางธรรมมาจนจบชั้นระดับมัธยมต้น ศึกษาต่อการศึกษานอกโรงเรียนควบคู่กับ
การเรียนบาลี สอบเปรียญธรรม 3 ประโยคจนได้ชื่อว่าเป็น "พระมหา" และสอบจนถึงเปรียญธรรม 5ประโยค จบ
ปริญญาตรีจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พร.บ.) และจบปริญญาโท สาขาการบริหารและนโยบายสวัสดิการ
สังคมมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศ (รุ่นท่ี 15)
โดยเคยไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดโพธิวรีรังสฤษฏ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาและวัดพุทธปียวราราม รัฐฮ
สเซน่ ประเทศสหพนั ธรฐั เยอรมนี
การเป็นพระธรรมทูตต่างประเทศ คือการเป็นตัวแทนของชาวไทยไปประกาศพระศาสนาและประเพณีวัฒนธรรม
ของศาสนาพุทธ ให้ชาวไทยในต่างแดนและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงความดีในพระพุทธศาสนา เช่น การสอนวิปัสสนา
กรรมฐาน การสวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สงบ และเผยแพร่ความงดงามทางวัฒนธรรมของไทย เช่นการกราบไหว้
การจัดกิจกรรมการสอนนวดแผนไทย การจัดกิจกรรมสอนนาฎดนตรีไทย การสอนทำอาหารไทยหรือการสอนวิชา
ภาษาไทยแก่เยาวชนลกู คร่ึงไทยในตา่ งแดน เป็นต้น
ในปัจจุบันที่พระมหาทองพูลเป็นเจ้าอาวาสวัดพิกุลเงิน พระมหาทองพูลได้ใช้ความรู้ทางด้านการศึกษาทางธรรม
และการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในการบริหารงานภายในวัด มีลักษณะการบริหารงาน มีการประชุมวางแผนในการทำ
กิจกรรมภายในวัด และกิจกรรมที่ช่วยเหลือหรือพัฒนาชุมชนรอบวัดพิกุลเงิน และมีการจัดกิจกรรมทุกวันพระและทุก
วันสำคัญ ที่เป็นการส่งเสริมคุณธรรมและเป็นการรักษาขนมธรรมเนียมประเพณีชาวพุทธตลอดมา โดยมีโครงการต่าง
( เช่น โครงการอบรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติ โครงการเข้าค่ายพุทธบุตรฝึกอบรมเยาวชน
โครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน โครงการมอบทุนการศึกษา หรือโครงการมอบเครื่องยังชีพแก่ผู้ประสบภัยปัญหา
เนอ่ื งจากสถานการณ์ COVID-19 เปน็ ต้น
คุณลัดดา ยิม้ สนทิ (ประธานอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจำหม่บู ้าน ชมุ ชนซอยธนาคารออมสนิ )
คุณลัดดา ยิ้มสนิท อายุ 62 ปี อาศัยอยู่กับสามีลูกสาวและลูกชาย คุณลัดดาอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนศาลเจ้า
เป็นชุมชนหนึ่งของพื้นที่หมู่ 2 เทศบาลตำบลบางม่วง และคุณลัดดาเป็นประธานชุมชนของชุมชนศาลเจ้า แต่ได้ถูก
เชิญมาทำหน้าที่เป็นประธานอสม.ของชุมชนซอยธนาคารออมสิน โดยได้ปฏิบัติหน้าที่อสม.ของชุมชนซอยธนาคารออม
สินเกอื บ 10 ปแี ลว้ โดยการทำหน้าทเี่ ปน็ ประธานอสม.ประจำชุมชนธนาคารออมสนิ
คุณลัดดาจะต้องบริหารจัดการกับสมาชิกในทีมอสม.ประจำชุมชนซอยธนาคารออมสินอีก 5 ท่าน โดยจะต้อง
ทำหน้าที่ในการแบ่งให้สมาชิกแต่ละคนดูแลคนในชุมชนคนละ 7-8 หลังคาเรือน บ้านที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษคือบ้านที่มี
เด็กแรกเกิด 0-5 ขวบ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง การทำงานของกลุ่มอสม.และคุณลัดดาจะทำงานขึ้นตรงกับ
สาธารณสุขเทศบาลบางม่วง โดยมีการติดตามและลงพื้นที่ในทุก ๆ เดือน เช่น การตรวจวัดความดัน การแนะนำ
ความรู้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการดูแลเจ็บป่วยกรณีฉุกเฉินก็จะประสานงานกับทางโรงพยาบาลบาง
ใหญ่
534
ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 คุณลัดดาจะทำหน้าที่ประสานงานกับอสม.ในชุมชน ในการดูแลตรวจสอบว่า
คนในชุมชนมีใครเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือต้องเฝ้าระวังหรือไม่ หรือถ้าหากมีใครเป็นผู้ติดเชื้อ/จะประสานงานกับทางเทศบาล
ในการดูแล มอบถุงยังชีพให้กับผู้ที่กักตัวดูอาการ และมีโครงการเกี่ยวกับสาธารณสุขด้านต่าง ๆ ภายในชุมชน ที่คุณ
ลัดดาและทีมอสม.จะเข้ามาดูแล เช่น โครงการควบคุมและป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ โครงการทำความสะอาด
บรเิ วณชมุ ชน/บรเิ วณวดั การคดั กรองบุคคลภายในงาน/กจิ กรรมตา่ ง ๆ ชว่ ง COVID-19
แนวคิด ทฤษฎี หลกั การ และกระบวนการปฏิบตั ิงานสังคมสงเคราะห์
แนวคิดการท่องเที่ยวชุมชน นักศึกษามีความเห็นว่าชุมชนซอยธนาคารออมสินเป็นชุมชนที่มีทัรัพยากรทาง
ธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นทุนเดิมของชุมชนอยู่แล้ว หากจัดทำระบบการบริหารจัดการและ
สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ มีทัวร์นักท่องเที่ยว หรือมีกิจกรรมที่สนับสนุนเชิญชวนให้ผู้คน
สนใจมาที่ชุมชนได้การท่องเที่ยวชุมชนจะถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับชุมชน เดิม ทีชุมชนซอยธนาคารออมสินเคยมี
โครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับชุมชนอื่น 1 ที่ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลบางม่วง กรมพัฒนา
ชุมชนและกระทรวงมหาดไทย จากโครงการ OTOP นวัตวิถี ภายในโครงการจะมีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวตลาด
วัดพิกุลเงิน ลงเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง ชมการทำขนม ณ บ้านขนมไทย กิจกรรมสมุดทำมือ ณ กลุ่มแสงประทีป
กระดาษจากผักตบชวา และไหว้พระวัดเก่าแก่คู่ชุมชน รวมถึงการนั่งรถไหว้พระ 9 วัด แต่เนื่องด้วยระบบการบริหาร
จัดการและสถานการณ์ COVID-19 ทำให้โครงการนถี้ กู ระงบั ไวช้ ั่วคราว
แต่จากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากประธานชุมชน และสมาชิกภายในชุมชนซอยธนาคารออมสินพบว่า
ชุมชนกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมในการกลับมาทำการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยเริ่มจากตลาดน้ำสามสาย
ธาร ซึ่งตั้งอยู่ใกลับริเวณเทศบาลตำบลบางม่วง โดยตัวแทนของชุมชนทั้ง 9 ชุมชนของเทศบาลบางม่วงจะส่งรายช่ือ
ร้านค้าภายในชุมชนเพื่อเข้าร่วมในการตั้งร้านภายในตลาดน้ำสามสายธาร เช่น ร้านกล้วยแขก ร้านข้าวแกงมัสมั่นและ
รา้ นขนมไทย-ขา้ วตม้ มดั
535
หลักการติดต่อสอื่ สาร
หลักการติดต่อสื่อสาร เป็นหลักการที่นักศึกษาใช้ในการลงพื้นที่และดำเนินการสัมภาษณ์ข้อมูลกับสมาชิก
ภายในชุมชนซอยธนาคารออมสิน โดยก่อนการลงพื้นที่ภายในชุมชน นักศึกษามีการวางแผนในการเลือกเครื่องมือที่จะ
ใช้ และสอบถามข้อมูลจากบุคคลภายในครอบครัวซึ่งเป็นสมาชิกภายในชุมชนซอยธนาคารออมสินว่านักศึกษาจะ
สามารถดำเนินการติดต่อกับบุคคลสำคัญและผู้นำชุมชนได้อย่างไรบ้าง อีกทั้งนักศึกษาเองก็เป็นคนในพื้นที่ชุมชนซอย
ธนาคารออมสิน สมาชิกภายในชุมชนจึงมีความคุ้นเคยและรู้จักหน้าค่าตาของนักศึกษาอยู่ก่อนแล้ว การลงพื้นที่ในครั้ง
นี้จึงสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากบุคคลภายในชุมชนให้ความร่วมมือและมีความพร้อมในการให้ข้อมูล
เกี่ยวกับชุมชนซอยธนาคารออมสิน และจากการได้พูดคุยติดต่อสื่อสารกับสมาชิกภายในชุมชน พบว่าสมาชิกแต่ละคน
นั้นมีเครือข่ายและรู้จักกันอย่างเป็นวงกว้างไม่เพียงแต่ภายในชุมชนเท่านั้น แต่ขยายรวมไปจนถึงชุมชนใกล้เคียงอีก
หลายชมุ ชนอีกด้วย
ลักษณะกิจกรรมชุมชน
กิจกรรม Big Cleaning Ours Community
กิจกรรม Big Cleaning เป็นกิจกรรมการทำความสะอาดชุมชนซอยธนาคารออมสิน เนื่องจากชุมชนซอย
ธนาคารออมสินเป็นชุมชนริมคลอง (คลองบางกอกน้อย) ซึ่งภายในตัวชุมชนเองมักจะมีขยะ /สิ่งปฏิกูลลอยมาตามก
ระแสน้ำติดภายใต้ถุนบ้าน/วัชพืช (ผักตบชวา) และทางเทศบาลบางม่วงนั้นมีโครงการจะกลับมาทำการท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากตลาดน้ำส ามสายธาร ซึ่งใกล้กับบริเวณชุมชนซอยธนาคารออมสินการทำความ
สะอาดชุมชนและรกั ษาความสะอาดภายในชุมชนจงึ เป็นส่ิงจำเปน็ อย่างยงิ่ ท่ตี อ้ งดแู ลและพฒั นาใหเ้ กิดความเรียบร้อย
ในการจัดทำโครงการจะดำเนินการโดยให้ประชาชนในชุมชนช่วยกันทำการเก็บขยะ/สิ่งปฏิกูล/วัชพืชภายใน
ชุมชนจากคลองบางกอกน้อย ทรัพยากรที่ใช้จะต้องประสานงานกับทางเทศบาลในการจัดรถเก็บขยะมาช่วยดูแลเพื่อ
นำขยะที่ได้ไปทิ้ง อีกทั้งผักตบชวาภายในคลองสามารถนำมาทำความสะอาด ตากแห้ง และต่อยอดในการทำเป็นวัสดุ
กันกระแทกเพอ่ื จัดส่งสินคา้ หรอื พัฒนาเป็นสนิ ค้า OTOP ประจำชมุ ชนได้อกี ดว้ ย
วัตถุประสงค์ : เพ่อื พฒั นาสภาพแวดล้อมความเป็นอยขู่ องชุมชนใหม้ คี วามสะอาดและสวยงาม
ระยะเวลาการทำกจิ กรรม : ทกุ 1 เดอื น
งบประมาณที่ใชใ้ นการดำเนินกจิ กรรม : คอ่ ุปกรณก์ ารเก็บขยะ (ถุงมือ , Mask) 2,000 บาท
536
โครงการสนับสนุนและสง่ เสริมการทอ่ งเท่ยี วเชงิ วัฒนธรรมชมุ ชนซอยธนาคารออมสนิ
เดิมทีชุมชนซอยธนาคารออมสินนั้นเคยมีโครงการ OTOP นวัตวิถีเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ร่วมกับ
ชุมชนอื่น ๆ ภายในเขตเทศบาลบางม่วงและได้ยุติการทำโครงการไปแล้ว และทางเทศบาลกำลังมีแผนที่จะกลับมา
พัฒนาและทำการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีกครั้ง โดยเริ่มจากการทำตลาดน้ำสามสายธาร โดยชุมชนทั้ง 9ชุมชนจะ
ส่งตัวแทนร้านค้าในการเข้ารับการคัดเลือกเข้าตลาดน้ำ นักศึกษาเล็งเห็นว่าชุมชนซอยธนาคารออมสินนั้นมีร้านค้า-
ร้านอาหาร-รา้ นขนมท่ีสามารถเขา้ รบั การคัดเลือกในตลาดนำ้ ได้หลากหลายรา้ น
หากมีงบประมาณในการพัฒนาในด้านผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่ดึงดูด สามารถทำเป็นของฝากได้ ก็จะสามารถ
เพิ่มมูลค่าและเป็นเอกลักษณ์ของตัวสินค้านั้น " ได้มากยิ่งขึ้น ในการจัดทำโครงการจะดำเนินการโดยการประสานงาน
ของบประมาณจากทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาชุมชน /เทศบาลที่จัดทำโครงการตลาดน้ำ เพื่อให้
ชมุ ชนแต่ละชุมซนสามารถพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ของตนเองไดด้ มี ากยงิ่ ขึน้
วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาและต่อยอดสินค้าภายในชุมชนให้สามารถสร้างมูลค่ในการรองรับเข้าสู่โครงการการ
ทอ่ งเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ระยะเวลาในการทำกิจกรรม : 3 เดือน
วิธีการดำเนินการ : ประสานงานกับทางหน่วยงานภาครัฐ เมื่อได้รับงบประมาณจึงส่งมอบให้กับประธานชุมชนประธาน
ชุมชนมอบให้ร้านค้า และร้านค้านำทุนไปพัฒนาตอ่ ยอดผลิตภณั ฑ์ของตนเอง
งบประมาณท่ใี ชใ้ นการดำเนินกิจกรรม : 5,000 / รา้ นค้า
บทบาทนกั สงั คมสงเคราะห์กบั การปฏบิ ัติการเพือ่ สรา้ งการเปลีย่ นแปลง
นักศึกษามีความคิดเห็นว่าหากตนเองต้องเป็นนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนที่ทำหน้าที่ในการสร้างความ
เปลี่ยนแปลงของชุมชนซอยธนาคารออมสิน นักศึกษาจะทำการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของชุมชน หาจุดแข็ง-จุดอ่อน
และจุดที่ต้องการพัฒนาของชุมซนและคนในชุมชน และจากการลงพื้นที่เบื้องต้นนักศึกษามีความเห็นว่าชุมชนซอย
ธนาคารออมสินนั้นมีจุดแข็งในการมีทรัพยากรทางธรรมชาติ และทรัพยากรวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดและ
พัฒนาให้เกิดเอกลักษณ์และสร้างมูลค่าให้กับชุมชนได้ ชุมชนซอยธนาคารออมสินจึงควรมีการพัฒนาและรักษา
ทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรวัฒนธรรมที่ยังคงมีอยู่ภายในชุมชน เช่น การทำกิจกรรม Big Cleaning Ours
Community เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในการก้าวสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ
โครงการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนซอยธนาคารออมสิน เพื่อให้ชุมชนมีความมั่นใจและ
รับรู้ว่าชุมชน/สินค้า/ผลิตภัณฑ์ของชุมชนนั้นมีมูลค่า และหากเข้าร่วมโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนจะ
สามารถสรา้ งรายไดใ้ ห้กับตนเองได้
นอกจากนี้นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนควรจะต้องประสานงานกับทางหน่วยงานภาครัฐ/องค์กรส่วนท้องถิ่น/
เทศบาล/ผู้นำชุมชน ในการปรึกษาหารือวางระบบระเบียบการบริหารจัดการทำการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับ
ชุมชน เพื่อสร้างรากฐานอย่างมั่นคงให้ประชาชนสามารถรับรู้ว่าโครงการนี้มีความมั่นคง ระยะยาว สามารถสร้าง
รายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของเขาได้ดียิ่งขึ้น เพราะอ้างอิงจากโครงการ OTOP นวัตวิถีเดิมนั้น เนื่องด้วย
สถานการณ์การแพร่ระบาด และบวกกับการขาดระบบการจัดการที่ส่งเสริมและสนับสนุน จึงทำให้ประชาชนภายนอก
สามารถรับรู้ถึงสถานที่ท่องเที่ยวและเข้ามาท่องเที่ยวภายในชุมชนได้น้อย ผู้คนในชุมชนจึงมีความไม่มั่นใจว่าจะ
สามารถหากเข้าร่วมโครงการจะสร้างรายได้จากโครงการได้ หากผู้คนในชุมชนรับรู้ได้ถึงความมั่นคงในโครงงาน ผู้คน
ในชุมชนจะมสี ว่ นรว่ มในการชว่ ยเหลือและพฒั นาโครงการให้มีความสมบูรณย์ ง่ิ ข้ึน
537
ภาคผนวก
538
“ชมุ ชนบา้ นแพรกนำ้ เตียน”
วร”ัญชลี วุฒเิ ขต
539
การออกแบบปฏิบตั กิ ารสังคมสงเคราะหช์ ุมชน
โดย นางสาววรัญชลี วฒุ ิเขต เลขทะเบยี น 6205680850
"ชุมชนบ้านแพรกนำ้ เตยี น"
ชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน เป็นชุมชนหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
ชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนเป็นชุมชนที่ชาวบ้านในอดีตตั้งชื่อกันเองและใช้จนถึงปัจจุบันนี้ ชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน เป็น
ชุมชนที่มีลักษณะผสมผสานกันในด้านอาชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน มีทั้งด้านการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และสังคม
โรงงาน เนื่องจากลักษณะพื้นที่ของชุมชนเป็นที่ราบลุ่ม มีความอุดมสมบูรณ์จึงเหมาะแก่การประกอบอาชีพดังกล่าว
และในระแวกใกล้เคียงมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่ง เนื่องจากอยู่ใกล้ตัวเมืองซึ่งมีการพัฒนาไปตามยุคสมัย จึงมี
แหล่งอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนในชุมชนในการประกอบอาชีพเป็น
พนักงานโรงงาน ซึ่งการประกอบอาชีพของคนในชุมชนนั้นเรียกได้ว่าเป็นการเกษตร เช่น ปลูกข้าว 50% และพนักงาน
โรงงาน 50% โดยคนที่ประกอบอาชีพการเกษตรนั้นจะอยู่ในช่วงอายุ60ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ25ปีขึ้นไปจะประกอบอาชีพ
พนักงานโรงงาน ในชุมชนนั้นในอดีตมีการปลูกบ้านแบบสองชั้น มีใต้ถุนเพื่อป้องกันน้ำท่วม และมีไว้สำหรับการ
ประกอบอาหาร แต่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้าน โดยจะเป็นบ้านชั้นเดียวชะส่วนใหญ่ คนในชุมชนนั้นเรียกได้
ว่าแทบจะเป็นญาติกันหมดในพื้นที่ใกล้ๆกัน จึงมีการสร้างข้านแยกออกไปตามครอบครัวของตนเองของตนเอง
โดยเฉพาะ แต่มกี ารสร้างอยู่ในบรเิ วณทีใ่ กลเ้ คียงกนั
เหตุผลที่ดิฉันเลือกชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน เนื่องจากเป็นชุมชนที่ดิฉันอาศัยอยู่ตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันมีความ
คุ้นชินและมีความรู้เกี่ยวกับชุมชนของตนเองในระดับหนึ่ง และคิดว่าการเลือกชุมชนที่ตนเองอยู่นั้นจะทำให้สามารถ
วิเคราะห์ข้อมูลตามบริบทต่างๆได้อย่างชัดเจนเครื่องมือแรกที่สามารถอธิบายชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนได้ คือ
โครงสร้างองค์กรชุมชน เนื่องจากการทำความเข้าใจในการทำงานของบุคลากรกับชุมชนนั้น จะทำให้เราได้ข้อมูลที่เป็น
ข้อเท็จจริง และได้รู้การทำงานร่วมกันกับชุมชนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นซึ่งอยู่ในการปกครองส่วนท้องถิ่น ขององค์การบริหาร
ส่วนตำบลศาลาแดง โดยผู้มีอำนาจสูงสุดคือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้บริหาร วางแผนงานต่างๆ
รองลงมาคอื รองนายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลเป็นผู้ชว่ ยนายกอบต.ในการทำงาน รวมถงึ เลขานกุ ารนายกอบต.
นายก อบต.
รองนายกฯ
เลขาฯ
540
เป็นตำแหน่งการทำงานที่ต้องจัดการ บริหารงานให้ครอบคลุมทุกชุมชน เพื่อเป็นการพัฒนาชุมชนและพัฒนา
ศักยภาพของคนในชุมชน และยังเป็นการทำงานแบบเป็นขั้นเป็นตอน มีแบบแผนในการทำงานที่ชัดเจนส่วนการบริหาร
จัดการภายในชุมชนนั้น คนที่มีอำนาจสูงสุดคือผู้นำชุมชน ในชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนคือผู้ใหญ่บ้านที่ได้มาจากการ
เลือกตั้งกันในชุมชนและผู้ใหญ่บ้านนั้นจะเป็นคนเลือกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในการทำงานนอกจากนี้จะมีอบต.และอสม. อส
ม.ในชุมชนคือคนในชุมชนที่เป็นอาสาสมัครในการอำนวยความสะดวกเมื่อมีการจัดกิจกรรมกันภายในชุมชนเกี่ยวกับ
ด้านสุขภาพ โดยอสม.นั้นจะมีการประสานงานโดยตรงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือรพสต. เมื่อมี
กิจกรรมหรือบริการทางสุขภาพในแต่ละชุมชน โดยผู้นำชุมชนนั้นถือเป็นบุคคลที่สำคัญมากในการจัดการ ดูแลคนใน
ชุมชนของตนเอง ดิฉันได้มีการสอบถามไปยังตัวผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง ว่าบทบาทของการเป็นผู้นำชุมชน
เป็นอย่างไรบ้าง มีลักษณะที่ต่างกับการบริหารของอบต.อย่างไรบ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้ให้ข้อมูลกับดิฉันว่า ผู้ใหญ่บ้านนั้นจะ
ได้รับมอบหมายจากอบต.ในงานต่างๆและโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจการขึ้นทะเบียน
ข้าว การสำรวจการเลี้ยงสัตว์ของแต่ละครัวเรือนว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด เรียกได้ว่าเป็นการรับมอบหมายงานจาก
อบต.และทำงานกับตัวครัวเรือนแต่ละครัวเรือน นอกจากนี้ในกรณีที่คนในชุมชนมีปัญหาในเรื่องต่างๆก็เป็นที่ทราบทั่ว
กันว่าจะขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านเป็นลำดับแรก ผู้ใหญ่บ้านยังได้บอกอีกว่า การเข้ามาทำงานตรงน้ี หลายคน
อาจมองว่าเป็นงานที่สบาย ไม่ต้องไปทำงานแต่เช้าเหมือนพนักงานโรงงานหรือไม่ต้องทนแดดทนฝนเหมือนเกษตรกร
คนอื่นๆ แต่ที่จริงนั้นการเป็นผู้นำชุมชน การได้เข้ามาทำงานตรงน้ี ต้องมีความรับผิดชอบในงานมากมายและยิบย่อย
ต้องมีข้อมูลของเรื่องต่างๆมากเพียงพอ และต้องทำความเข้าใจปัญหาของคนในชุมชนอีกด้วยเพื่อที่จะร่วมกันแก้ไข
ปัญหาต่างๆให้บรรลุลุล่วง เครื่องมือชิ้นที่สองที่จะใช้อธิบายชุมชนได้ดียิ่งขึ้น คือระบบสวัสดิการชุมชนหรือระบบ
สุขภาพชุมชน ชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนเรียกได้ว่ามีระบบสุขภาพที่เข้มแข็งหมายถึงในมิติสุขภาพนั้น มีความพร้อมใน
การรักษาคนในชุมชนของหน่วยงานรพสต.หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล มีบุคลากรที่เพียงพอต่อการ
รักษาเบื้องต้นให้กับคนใน ชุมชนและอำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ในกรณีที่มีผู้พิการ
ผู้ป่วยติดเตียง ทางหมอและพยาบาลก็จะมีการไปตรวจเยี่ยมตามบ้าน รวมถึงอำนวยความสะดวกในทางการแพทย์ที่
แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ป่วยทำให้เอื้อต่อการรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางไปยังโรงพย า
บาลเองได้ นอกจากนี้ยังมีกรณีของการเกิดอุบัติเหตุในพื้นท่ี จะมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานงานกับ
โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยวเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป และมีอีกหลายกรณีที่ผู้นำชุมชนนั้นได้ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับคนใน
ชุมชน เช่น มีภาวะทางจิตที่ไม่ปกติ ต้องทำอย่างไรบ้าง หรือการโอนย้ายสิทธิ์ในการรักษาของคนในชุมชนมีขั้นตอน
อย่างไรบ้าง และที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง คนในชุมชนส่วนหนึ่งก็มีการ
ติดโรคโควิด-19ด้วยเช่นกัน และข้อจำกัดในเรื่องเตียงรักษาของโรงพยาบาลหลัก ทำให้ทางอบตได้มีการสร้าง
โรงพยาบาลสนามขึ้นมา เพื่อเป็นที่รักษาของคนในชุมชน ทางรพสต.เองก็มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย มีการ
ติดตามการรักษาและให้คำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือชิ้นสุดท้ายคือ ประวัติชีวิตบุคคลที่น่าสนใจเนื่องจากจะทำ
ให้เราสามารถเข้าใจชุมชนได้มากยิ่งขึ้น โดยดิฉันจะเล่าถึงประวัติของผู้นำชุมชน คือ "คุณกัณชิศา วุฒิเขต" อายุ 52ปี
เป็นคนที่เกิดในชุมชนนี้และอยู่ในชุมชนนี้มาตลอด คุณกัณชิศาแต่เดิมไม่ได้เป็นผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้าน แต่เป็น
พนักงานโรงงานแบบคนอื่นๆทั่วไป ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นทำให้ต้องออกจากโรงงานมาเลี้ยงลูก เม่ือเวลาผ่านไปมี
โอกาสได้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน และกลายเป็นผู้นำชุมชนตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้เป็นเวลา 12 ปี ที่ได้ทำหน้าที่ตรงน้ี ด้วย
ความที่ส่วนตัวดิฉันค่อนข้างใกล้ชิดกับผู้นำชุมชน จึงได้เห็นการทำงานในด้านต่างๆ เรื่องต่างๆของชุมชนมากมายนับ
ไม่ถ้วน และได้มองเห็นว่าการเป็นผู้นำชุมชนนั้นต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและคนในชุมชน ที่มีความเป็น
มิตร เป็นคนที่สามารถพึ่งพาได้ และให้ความช่วยเหลือได้เต็มที่และความสามารถทั้งหมดที่มีไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
541
มีการเสียสละ ความรับผิดชอบเมื่อคนในชุมชนมีปัญหาก็พร้อมที่จะแก้ไขและช่วยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน
กรณีที่เกินขอบเขตอำนาจของตน การวิเคราะห์ชุมชนผ่านผู้นำชุมชนนั้นทำให้เราได้เห็นว่าคนในชุมชนมีลักษณะ
อย่างไร เนื่องจากจะมีความใกล้ชิดกัน เห็นการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน นิสัย ความชอบ ความต้องการของแต่ละ
บุคคลผ่านการเข้าใจผู้นำชุมชน โดยคนในชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ วัยทำงาน และวัยรุ่น ส่วน
ใหญ่ชอบเข้าสังคม มีการกินข้าวร่วมกันของบ้านใกล้เคียง ในตอนเย็นจะจับกลุ่มคุยกันเรื่องต่างๆที่ได้ไปเจอมา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่ก็มีบางส่วนที่ รักความสงบ ไม่ยุ่งกับคนอื่นที่เป็นคนนอกครอบครัว การมาทำงานตรง
นี้ของคุณกัณชิศาจึงต้องมีความเอาใจใส่และการสังกตแต่ละคนว่ามีลักษณะอย่างไร เพื่อจะทำให้การทำงานร่วมกัน
น้นั มีประสิทธิภาพมากท่ีสดุ
จากการใช้เครื่องมือทั้ง3 ประกอบการวิเคราะห์ชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน จะเห็นได้ว่าทุกเครื่องมือมี
ความสัมพันธ์กัน มีการทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดเพื่อคนในชุมชน จะขาดส่วนใดไปไม่ได้ และเนื่องจากเป็น
ชุมชนทม่ี ขี นาดไม่ใหญ่มาก จงึ ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเรว็ และตอบสนองความตอ้ งการตอ่ คนในชุมชน
ทฤษฎีที่ใช้ในการอธิบายชุมชน คือ Constructivist หรือ ทฤษฎีประกอบสร้างนิยม เป็นแนวความคิดที่เป็นท่ี
นิยมอย่างสูงในแวดวงวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตั้งอยู่บนฐานของคำอธิบายที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างภายในสังคม
มนุษย์หรือรัฐนั้นเป็นสิ่งที่ถูกประกอบสร้างขึ้น ซึ่งยืมมาจากวิชาสังคมวิทยาที่อธิบายถึงบรรทัดฐานของสังคม (social
norms) ซึ่งบรรทัดฐานคือตัวกำหนดตามพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของบุคคลในสังคม จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าใน
สถานการณ์นั้นๆ บุคคลควรปฏิบัติเช่นใดบ้าง ซึ่งพฤติกรรมจะอยู่ในแนวเดียวกัน คือไม่ทำความเดือดร้อนแก่ตนเอง
และผู้อื่น ประกอบด้วย วิถีประชา จารีตประเพณี และกฎหมาย วิถีประชาเป็นข้อตกลงของคนหมู่มาก นำมาเป็นแนว
ปฏิบัติเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ถ้าทำผิดสังคมลงโทษไม่รุนแรง โดยสามารถนำมาปรับใช้กับการอยู่ร่วมกันในชุมชนได้
กล่าวคือเป็นสิ่งที่ทุกคนทำเหมือนกัน เป็นสิ่งที่มองว่าควรทำแบบนี้ถึงจะถูกต้อง เช่น การทิ้งขยะในถังขยะ ไม่ทิ้งตาม
ท้องถนน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้ร่วมกันว่าอะรควรหรือไม่ควรทำ แต่เมื่อมีคนไม่ทำตามก็ไม่ได้มีการประณามจากคน
อื่นๆในสังคม อาจจะเป็นการตักเตือนตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถยังอยู่ร่วมกันในชุมชนได้ ต่อมาคือ จารีต
ประเพณี เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพราะจะทำให้สังคมเกิดความสงบสุข มีความโน้มเอียงไปในทางศีลธรรม ถ้าไม่ประพฤติ
ปฏิบัติ มีบทลงโทษจากสังคมค่อนข้างรุนแรงและชัดเจน เช่น การเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่ทำร้ายท่าน หรือการเป็นชู้กับคนอื่น
ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ขัดกับศีลธรรมที่คนในชุมชนทำต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจถูกมองไม่ดีได้ การ
ทำตัวที่ดีที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำในการอยู่ร่วมกันในชุมชนหรือสังคม อยู่ร่วมกับคนหมู่มาก
เนื่องจากจะได้ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น รวมถึงโดนประณามจากคนในชุมชน เกิดความขัดแย้งกันขึ้น สุดท้าย
คือกฎหมาย เป็นสิ่งที่รัฐได้กำหนดให้บุคคลต้องปฏิบัติหรือไม่ให้ปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของประชาชน เช่นห้ามฆ่า
คน ห้ามลักขมย ถ้าทำผิดมีบทลงโทษที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน อย่างที่ทุกคนรู้ว่าเราล้วนมีกฎหมายที่ต้องทำตาม เป็น
ตวั ท่ีจะทำใหเ้ ราอยรู่ ่วมกนั กับคนอืน่ ในชมุ ชนไดอ้ ย่างสนั ติ
แนวความคิดแบบประกอบสร้างนิยม (Constructivism) มุ่งจะอธิบายถึงความเป็นสิ่งที่ถูก "สมมุติ" ขึ้นจน
เป็นบรรทัดฐานทางสังคม คือสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมและการกระทำเป็นการควบคุมทางสั งคมอย่างไม่เป็นทางการ
บรรทัดฐานนี้มักขึ้นอยู่กับบางระดับของการได้รับความยินยอมและดำรงอยู่โดยการบังคับทางสังคมขึ้นมา พื้นฐาน
และหลักการของแนวคิดนี้จึงอยู่ที่ปัจจัยที่สำคัญในการนำมาวิเคราะห์ และกำหนดพฤติกรรมของรัฐในเชิงโครงสร้าง
หรือตัวแสดงต่างๆ จึงอยู่ท่ี "กลุ่มบรรทัดฐาน" หรือ "ชุดความคิด" ต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์ใน
สังคมนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกสร้างขึ้น และส่งทอดต่อๆ กันมาจากชนชั้นนำหรืออาจเกิดขึ้นจากแนวนโยบาย
542
ต่างประเทศ โดยชนชั้นนำใช้มันเพื่อเป็นการควบคุมกำกับพฤติกรรมของตัวแสดงต่างๆ บนสนามการเมืองโลก โดยให้
บรรทัดฐาน หรือชุดความคิดที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น ฝังลงไปในกระบวนการรับรู้หรือการรับรู้ และสำนึกหลักของมนุษย์
และตัวแสดงรว่ มกันใหไ้ ด้
แนวคิดของการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดระเบียบชุมชน คือ ประชาธิปไตย กระบวนการดำเนินงานจึงเป็นไป
ตามระบบของประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนในชุมชนจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน การทำงานร่วมกัน การตัดสินใจร่วมกัน
ในวิถีทางแห่งประชาธิปไตย นักสังคมสงเคราะห์ที่ปฏิบัติงานในชุมชนจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือกลุ่มต่างๆในชุมชน
โดยกระตุ้นให้มีกิจกรรมต่างๆที่จะนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อดำรงไว้ซึ่งความปลอดภัยและความเจริญก้าวหน้า
ของชุมชน นักสังคมสงเคราะห์จะพยายามที่จะนำเอาทรัพยากรต่างๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามความจำเป็นแก่ชุมชน
และท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อนำชุมชนไปสู่ความก้าวหน้า แน่นอนว่าในการที่จะทำอะไรในชุมชนนั้น ควรได้รับการยอมรับจาก
คนหมู่มาก ซึ่งคือประชาธิปไตยน่ันเอง
กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ชุมชน มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือ การเตรียมการสำรวจชุมชน
ศึกษาสภาพปัญหาชุมชน โดยเป็นการสัมภาษณ์หรือการสังเกต เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ขั้นตอนที่สองคือ กำหนด
กลุ่มเป้าหมาย คือ การนำผลการสำรวจข้อมูลมาวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญความ
เร่งด่วนของปัญหา และตามนโยบายของหน่วยงาน ขั้นตอนที่สามคือ การกำหนดวัตถุประสงค์วิธีการกลุ่มเป้าหมาย
สถานท่ี ระยะเวลา งบประมาณที่มี การประเมินผลที่คาดว่าจะได้รับ ขั้นตอนท่ี4 คือประสานทรัพยากรในชุมชน เช่น
การติดต่อองค์กรต่างๆในชุมชน ผู้นำชุมชน การให้คำปรึกษา ให้บริการตามวิธีการสังคมสงเคราะห์ ส่งต่อในกรณีที่
จำเป็นเพื่อความเหมาะสม ขั้นตอนท่ี5ขั้นตอนสุดท้าย คือ การประเมินและติดตามการให้บริการชุมชน โดยการสอบถาม
สมั ภาษณ์ ประชมุ สังเกตการณ์ความเปลยี่ นแปลงของชุมชนจากสถิติ การทำงานตามกระบวนการ ตามขนั้ ตอน ทำให้
สิ่งที่จะทำนั้นเป็นไปตามระเบียบแบบแผน เป็นขั้นตอน มีวิธีการลำดับที่ชัดเจน ทำให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และมี
ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบ และการพัฒนาชุมชน เรียกว่า การทำงานระดับชุมชน เป็นการทำงานกับ
ชุมชน เพื่อการแก้ไข ป้องกันปัญหา ความเดือดร้อน ซึ่งกระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของคนใน
ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพ การศึกษา สุขภาพอนามัยและอื่นๆ โดยนักสังคมสงเคราะห์ จะใช้วิธีการกระตุ้นให้คนใน
ชุมชนมองเห็นปัญหา สาเหตุของปัญหา และร่วมมือร่วมแรงกันวางแผน ดำเนินการป้องกันและแก้ไข ซึ่งอาศัย
ทรัพยากรตา่ งๆ ในชมุ ชน ไดแ้ ก่ คน วสั ดุอปุ กรณ์ ทุนทรพั ย์ แรงงาน หน่วยงานตา่ งๆ เปน็ ต้น นอกจากน้ัน ถ้นกั สังคม
สงเคราะห์พบว่าชุมชนขาดบริการ หรือมีบริการไม่เพียงพอ นักสังคมสงเคราะห์จะหาทางส่งเสริม หรือสนับสนุนให้คน
ในชมุ ชนนน้ั ร่วมกนั จัดการทรพั ยากรภายนอกเขา้ ไปเพม่ิ เติม
กิจกรรม/โครงการที่ดิฉันจะเสนอมีทั้งหมด 3 โครงการ เนื่องจากดิฉันคิดว่าชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนไม่ได้มี
ข้อจำกัดเพียงด้านใดด้านเดียว แต่ต้องการการพัฒนในหลายๆด้านไปด้วยกันเพื่อเป็นการปรับเปล่ียนพัฒนาและ
เปลี่ยนแปลงชุมชน การพัฒนาอย่างแรกคือการสร้างเสริมอาชีพให้กับผู้ที่ว่างงานในชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน
เนื่องจากในชุมชนมีผู้ที่ว่างงานจำนวนหนึ่ง โดยเป็นการทำงานร่วมกันกับผู้นำชุมชน นักสังคมฯหน่วยงานต่างๆ และ
คนในชุมชน มีปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอต่างๆ ในการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน เป็นการ
รวมกลุ่มกันในการสร้างรายได้ให้กับคนที่ว่างงานในชุมชน เช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆที่เราอาจรู้จัก ในการรวมกลุ่มกัน
เพือ่ สร้างรายได้เขา้ ชุมชน โดยกจิ กรรมดังกลา่ วจะเปน็ การเสนอความเหน็ ของแต่ละคนวา่ ในชมุ ชนของเราควรทำอาชพี
อะไร โดยอาจเป็นสินค้าของชุมชน ที่สามารถทำได้ง่าย ต้นทุนต่ำ เป็นการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ตนเองและคนใน
ครอบครัว เหตุผลที่ดิฉันเลือกโครงการการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนนั้น เนื่องจากดิฉันได้มีการสอบถามไปยังผู้นำ
543
ชุมชน โดยได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ที่ผ่านมาทางผู้นำชุมชนได้มีการเชิญชวนให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการ
ทอดกล้วยฉาบซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้นำชุมชนได้คิดขึ้นมา เนื่องจากมีโครงการระยะสั้นจากองค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในการส่งเสริมอาชีพ ซึ่งดิฉันคิดว่าอาชีพนี้สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้นทุนต่ำและสามารถ
ทำได้ง่าย และในการมารวมกลุ่มกันทำให้เกิดรายได้ของกลุ่มและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนว่าชุมชนนี้มีอาชีพนี้ รวมถึง
สามารถเป็นการศึกษาดูงานของชุมชนอื่นหรือบุคคลที่สนใจได้อีกด้วย และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย
โครงการต่อมาคือการเพิ่มและผลักดันการศึกษาของเด็กในชุมชน เนื่องจากคนในชุมชนส่วนหนึ่งมีฐานะยากจน ทำให้
เด็กๆไม่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมเท่าที่ควร เมื่อเด็กไม่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมนั้นยังเป็นความเหลื่อมล้ำระหว่างกัน
ชุมชนอีกด้วย โดยลักษณะของโครงการที่ฉันได้คิดสำหรับการพัฒนาด้านการศึกษาของชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน ใน
ฐานะนักสังคมสงเคราะห์ชุมชน อันดับแรกคือการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการศึกษาของ
เด็กในชุมชนโดยคนในชุมชนนั้นจะต้องยินยอมในการที่เราจะเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาของบุตรหลาน โดยใน
เบื้องต้นนั้นอาจจะเป็นการหาอาสาสมัครในการให้ความรู้หรือการศึกษากับเด็กในชุมชนในวันที่หยุดโรงเรียนอย่างเช่น
วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นต้น เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจในสิ่งที่เรียนเพิ่มมากขึ้น วิธีนี้จึงถือเป็นวิธีที่ทำได้ในเบื้องต้น ระหว่าง
รอภาครัฐหรือหน่วยงานดำเนินเรื่องในการช่วยเหลือด้านการศึกษา การลงทุนกับการศึกษาของเด็กในชุมชน
โดยเฉพาะครอบครัวที่ยากจนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตระหนักและให้
ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เนื่องจากเด็กนั้นถือเป็นอนาคตของประเทศ ในการพัฒนาประเทศในทุกมิติไม่ว่าจะ
สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ในปัจจุบันเรายังเห็นได้ว่าทางภาครัฐยังไม่ได้มีการวางแผนงานและกระจาย
งบประมาณสำหรับด้านการศึกษาอย่างเหมาะสมเด็กบางคนไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยที่สอบติดได้ เนื่องจากไม่มีทุน
ทรัพย์มากเพียงพอ แม้ว่าจะมีทุนการศึกษาต่างๆแล้วก็ตาม ทำให้เด็กหลายคนตอ้ งพลาดโอกาสในการศึกษาตามความ
สนใจและตามความประสงค์ ทำให้ประเทศของเรามีการสูญเสียอนาคตของบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในการทำงานมาก
ขึ้นด้วยเรื่อยๆ ทุกปี ดิฉันจึงคิดว่าการผลักดันการศึกษาไม่ว่าจะเป็นชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนว่าชุมชนอื่นก็ควรที่จะ
ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กและเพื่ออนาคตของเด็กที่เป็นคนรุ่นใหม่ในการพัฒนา
ประเทศของ,ราอีกด้วย และที่สำคัญเลยคือเป็นการลดความเหสื่อมล้ำทางการศึกษาที่ถือเป็นการเริ่มต้นในการใช้ชีวิต
ของเด็กคนหนึ่ง ควรได้มีการศึกษาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เช่น ไม่มีทุนทรัพย์
มากเพียงพอหรือต้องดูแลคนในครอบครัวที่มีความต้องการพิเศษ ทางภาครัฐควรมีการให้ความสนใจในส่วนนี้มากขึ้น
โครงการสุดท้ายคือโครงการส่งเสริมเกษตรกรในการประกอบอาชีพ เนื่องจากชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนมีผู้ประกอบ
ชีพเกษตรกรจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทำนา อย่างที่เราทราบกันว่าในปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำตามเศรษฐกิจ
ในปัจจุบันโดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ทำให้ร้ายได้ของชาวนาที่น้อยอยู่แล้วนั้นน้อยลงไปอีก บางคนเรียกได้ว่า
ขาดทุนแต่เมื่อไม่มีความรู้ความสามารถและไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการ จึงทำให้ต้อง
ลงทุนในการทำนาในครั้งต่อไปอีกถึงแม้จะขาดทุนก็ตาม แม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายประกันราคาข้าวหรือจำนำข้าว ล่าสุด
คือการประกันรายได้ซึ่งเป็นการเยียวยาเกษตรกรในสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่ได้ทำให้ชาวนามีรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาก
เท่าที่ควรและเหมาะสม ดิฉันจึงคิดว่าควรมีการช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านี้มากขึ้น และดิฉันคิดว่าการให้เกษตรกรหันไป
ทำอาชีพอื่นนั้นบางคนอาจจะปรับเปลี่ยนไปตามโลกในปัจจุบันได้ แต่บางคนนั้นไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เรียกว่าเป็น
การหมดหนทางในการประกอบอาชีพจึงต้องไปกู้หนี้ยืมสินทั้งในระบบและนอกระบบมาลงทุนในการประกอบอาชีพ
ดิฉันจึงมองว่าการกู้ยืมนั้นไม่ได้เป็นทางแก้ปัญหาที่ดี แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่เกษตรกรบอกว่าเป็นทางที่รวดเร็วที่สุด
ดิฉันจึงอยากให้โครงการนี้เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในด้านทุนทรัพย์ในการประกอบอาชีพ โดยเป็น
การตกลงร่วมกันระหว่างเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาดูแลและช่วยเหลือตามแต่ละกรณีที่แตกต่าง
544
กันไปเพื่อที่จะทำให้เกษตรกรในชุมชนนั้นได้ประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านต่างๆสิ่งที่สำคัญและจำเป็นใน
การดำเนินโครงการต่างๆข้างต้นนั้น จะประสบความสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีทักษะการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ชุมชน
ดังน้ี โดยนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนนั้นจะต้องใช้เครื่องมือในการทำงานกับชุมชนเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ คือ การพัฒนาสำนึกของชุมชน การสร้างภาวะผู้นำการพัฒนา การสร้างความร่วมมือ การศึกษาของ
ผู้ใหญ่ ความร่วมมือในการดูแลให้การอุปถัมภ์ การสร้างศักยภาพของชุมชน นักสังคมสงเคราะห์ชุมชนสามารถทำงาน
เพอ่ื เคลอ่ื นไหวทางสงั คม เพอ่ื คนไร้บา้ น การพัฒนาโครงการ กจิ กรรม
ข้อเสนอต่อบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ชุมชน เนื่องจากงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนเป็นงานที่มุ่งพัฒนา
สำนึกของชุมชน ความเป็นผู้นำ และการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมกัน การพัฒนาการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน
การสร้างความร่วมมือในการดูแลกันในชุมชน รวมทั้งการพัฒนาความสามารถของชุมชน งานสังคมสงเคราะห์ชุมชน
จึงเป็นงานเคลื่อนไหวทางสังคมควบคู่กับการทำงานกับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบในชุมชน เช่น กลุ่มคนไร้ที่พึ่ง
คนไร้บ้าน การพัฒนาโครงการร่วมกับชุมชนเพ่ื อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในชุมชน โดยงานสังคมสงเคราะห์
ชุมชนนั้นเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จึงทำให้หน่วยงานจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆให้ประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วม ทำให้ประชาชนในชุมชนได้แสดงศักยภาพในการช่วยเหลือกันและกัน โดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือ
จากทางหน่วยงานภาครัฐ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่เพียงอย่างเดียวด้วยเช่นกัน โดยนักสังคมสงเคราะห์ชุมชน
นั้นควรมีการส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจทั้งการเมืองและการคลัง เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไก
สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำของประเทศส่งเสริมให้มีการจัดทำฐานข้อมูลคนยากจนอย่างเป็นระบบ ทั่วถึง และ
โปร่งใส เพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณทางด้านสวัสดิการต่างๆ ลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด
และคำนึงถึงสวัสดิการที่คนยากจนควรได้รับ เนื่องจากในปัจจุบันเงินสำหรับคนพิการนั้นมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการ และเนื่องจากดิฉันได้เสนอเกี่ยวกับโครงการการศึกษาของเด็กในชุมชน การลดความเหสื่อมล้ำจึงเป็นสิ่งท่ี
สำคัญโดยต้องเริ่มที่การลงทุนด้านการศึกษาในเด็กเล็กของครอบครัวยากจน เนื่องจากทุนในการศึกษาถือเป็นส่ิง
สำคัญอันดับแรกเพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็ก ถัดมาคือต้องมี การยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยการกระจาย
อำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้มีอิสระในการบริหารจัดการศึกษา เพราะความรู้ ภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้นจะทำให้เกิดสินค้าหรือ
บริการที่หลากหลายและเป็นที่ต้องการได้ ตามความแตกต่างหลากหลายของท้องถิ่น ส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถ
ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อเป็นการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นและเป็นการกระจายรายได้ไปยังคนในชุมชนที่
เพิ่มมากขึ้น และสุดท้ายเป็นการสนับสนุนเกษตรกรยากจน เนื่องจากชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียนมีผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกรจำนวนมาก โดยควรมีการช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบเพื่อใช้ในการลงทุนการผลิตและการ
ขาดทุนจากการลงทุน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพ ส่วนเกษตรกรที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพราะไม่มี
หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้นั้น จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือโดยการปรึกษาหารือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเป็น
การแก้ไขแบบ Case by Case เนื่องจากวิธีเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับทุกคนได้ เพราะทุกคนมีข้อจำกัดที่แตกต่าง
กัน จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจปัญหาของแต่ละคนถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรจะตระหนักในการทำงานของนักสังคม
สงเคราะห์ชุมชน
เนื่องจากชุมชนบ้านแพรกน้ำเตียน เป็นชุมชนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงทำให้คนในชุมชนไม่ได้มีโอกาสในการ
เข้าถึงการได้รับคำปรึกษาหรือการช่วยเหลือจากนักสังคมสงเคราะห์มากนัก ในเคสส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นปัญหา
ที่เป็นเรื่องทั่วไปไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไข หรือการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยส่วนใหญ่นั้นเวลาที่คนใน
ชุมชนมีปัญหาจะปรึกษาและประสานงานกับผู้นำชุมชนในที่นี้ก็คือผู้ใหญ่บ้าน ในกรณีที่เกินขอบเขตอำนาจของ
545
ผู้ใหญ่บ้านนั้นทางผู้ใหญ่บ้านจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือปัญหานั้นๆอย่างดีที่สุด
โดยดิฉันได้สอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้าน เกี่ยวกับปัญหาของคนในชุมชนว่ามีเคสไหนที่มีหน่วยงานพม.หรือพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่นักสังคมสงเคราะห์มีการทำงานภายใต้หน่วยงานนี้ได้เข้ามาช่วยเหลือ
ซึ่งในกรณีนี้นั้นผู้ใหญ่บ้านได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานดังกล่าวเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงคนหนึ่งใน
ชุมชนซึ่งมีความผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรงและทางครอบครัวนั้นไม่ยอมรับกับการกระทำดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านจึงได้
ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานในด้านต่างๆ เช่นการศึกษาและการรักษาทางจิตควบคู่ไปด้วย ทางพม.จึงได้ให้การ
ช่วยเหลือเต็กคนน้ี มีการประสานงานกับโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดเพื่อให้เด็กหญิงคนนี้ได้รับการศึกษาและประสานกับ
โรงพยาบาลเพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องและเหมาะสม นอกจากนี้ในชุมชนยังมีปัญหาอีกมากมายที่ไม่ได้รับการ
ช่วยเหลือที่ถูกต้อง เนื่องจากขาดความรู้ของแต่ละคนในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ มักจะเป็นการ
แก้ปัญหาด้วยตนเองซะส่วนใหญ่ ทำให้ดิฉันคิดว่าคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นชุมชนใดก็ตามควรที่จะได้รับความรู้และ
ข้อมูลว่าสามารถรับการช่วยเหลือหรือการให้คำปรึกษาของนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนได้ แต่เนื่องจากว่าชุมชนนี้เป็น
ชุมชนที่มีขนาดไมใหญ่มากจึงไม่ได้มีนักสังคมสงเคราะห์ประจำชุมชนและพื้นที่นั้นๆ และเป็นชุมชนต่างจังหวัดจึงทำให้
นักสังคมสงเคราะห์นั้นไม่ได้รับความนิยมในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของคนในชุมชนมากนัก และในกรณีที่มี
การได้รับความช่วยเหลือจากนักสังคมสงเคราะห์ ตัวนักสังคมสงเคราะห์นั้นจะต้องมีการให้ข้อมูลและคำปรึกษาให้กับ
ครอบครัวญาติหรือคนในชุมชนเองเพื่อในกรณีต่อๆไปเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเป็นการ
เตรียมพร้อมและรับมือของคนในชุมชน นอกจากนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองควรจะมีการให้ความรู้หรือแบบที่เรา
เคยรู้จักและเคยได้ยินเกี่ยวกับการให้ความรู้แบบสัญจร ในแต่ละจังหวัดอำเภอหรือชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนได้รู้ว่ายังมี
คนที่พร้อมจะรับฟัง ยินดีที่จะให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ และที่สำคัญคือมีการให้การดูแลกับกลุ่ม
เปราะบางและคนชายขอบในชุมชนเพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างมั่นใจและเป้าหมายสูงสุดคือการให้
พวกเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในชุมชนได้ โดยหน่วยงานและตัวนักสังคมสงเคราะห์เองควรมีการศึกษาวิถี
ชีวิตของคนในชุมชนผ่านการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนหรือผู้มีอำนาจในชุมชน เพื่อที่จะได้มีการประสานงานได้ง่ายขึ้น
โดยอาจจะมีการร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชนเอง เพื่อที่จะได้มีการทำความรู้จักกับทุกกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นเด็ก
ผู้หญิง ผู้สูงอายุหรือแม้แต่ผู้พิการ เพื่อสร้างความไว้วางใจและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวนักสังคมสงเคราะห์และ
คนในชุมชน ศึกษาการใช้ชีวิตและข้อจำกัดบางประการของชุมชนเพื่อที่จะได้มีการพัฒนาชุมชนและจะเป็นการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เพื่อจะได้หาแนวทางเกี่ยวกับโอกาสของคนในชุมชนในด้านต่างๆหรือ
สวัสดิการของคนในชุมชนที่ยังมีความเหลื่อมล้ำ และจะมีการนำเสนอให้กับหน่วยงานเพื่อตอบสนองความต้องการของ
คนในชุมชนได้
การทำงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนแบบมีส่วนร่วมที่มีกระบวนการทำงานร่วมกันกับชุมชน ตั้งแต่ต้นทาง
จนถึงปลายทาง โดยเป็นการทำงานที่ครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ขอบเขตงานสังคมสงเคราะห์ชุมชนจะ
เกี่ยวข้องกับการสร้างศักยภาพในการป้องกัน ดูแลบริการสาธารณะเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายทางสังคมสงเคราะห์
สามารถเข้าถึงด้วยการใช้ชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน รวมทั้งในการทำงานแบบภาคี เครือข่ายความร่วมมือกับ
วิชาชีพต่างๆด้านสุขภาวะและอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาคบริการสาธารณะ คนทำงานด้านอาสาสมัครและประชาชนในชุมชน
อีกทั้งยังเป็นการริเริ่ม สนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนแบบไม่เป็นทางการที่เน้นการทำงานร่วมกัน กับสมาชิก
กลมุ่ ตา่ งๆ ในชมุ ชนอกี ด้วย