The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

ระดบั ๒ โรงพยาบาล ๓๐ เตยี ง

Level Management

RTA Temperature control Resuscitation Organ support
KUB Neurology
Target Time Transfer
temp. time
to Hemodynamic Monitor Respiratory Labolatory Others
target

30 Within IV fluid** T, BP, O๒ cannula Labolatory correct life- sedative IV
beds T<๓๘๐c ASAP 1 h* HR, RR # threatening push*
electrolyte

หมายเหตุ : RTA = กองทัพบก, *Transfer time นับตั้งแตจ่ ดุ เกิดเหตุ

คาแนะนา
๑. แนะนาใหท้ าการลดอณุ หภูมกิ ายอยา่ งตอ่ เน่ืองและเร็วที่สดุ โดยวดั อุณหภมู กิ ายทางทวารหนกั
๒. เปา้ หมายของการลดอณุ หภมู ิกายใหไ้ ดน้ อ้ ยกวา่ ๓๘ องศาเซลเซียส วัดซ้าทกุ ๑๕ นาที
**๓. เปิดหลอดเลือดให้สารน้าด้วยน้าเกลืออุณหภูมิ ๔ องศาเซลเซียส โดยเบื้องต้นควรให้อย่างน้อย
๓๐มิลลิลิตร/นน.ตัว (กโิ ลกรัม) หลงั จากน้ันให้พิจารณาจากปริมาณปสั สาวะ (เป้าหมาย มากกว่า ๐.๕
มลิ ลิลติ ร/นน.ตวั (กิโลกรมั )/ชัว่ โมง)
๔. ติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิกาย (ทางทวารหนัก) ความดันโลหิต ชีพจร และอัตราการ
หายใจ
๕. ใหอ้ อกซเิ จนช่วยระบบการหายใจ โดยให้ทาง Oxygen cannula ๓-๕ ลิตรต่อนาที
#๖. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar,
UA และตรวจคลน่ื ไฟฟ้าหวั ใจ (ECG)
๗. แก้ไขผลเลือดผิดปกติท่ีจะเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะโพแทสเซียมต่า (hypokalemia)
ภาวะโพแทสเซียมสูง (hyperkalemia), นา้ ตาลต่า (hypoglycemia)
*๘. หากผู้ป่วยมีอาการเกร็ง ชัก หรือสับสน สามารถให้ยานอนหลับชนิดฉีด Diazepam ๕ mg IV
หรือMidazolam ๒.๕-๕ mg IV push ทั้งนต้ี ้องดรู ะดับความดนั โลหติ ไมต่ ่ากวา่ ๑๐๐/๖๐ มิลลิเมตร
ปรอท
๙. ส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ช่ัวโมง โดยระดับ
สัญญาณชีพอยู่ในระดับปลอดภัย (BP > ๙๐/๖๐ mmHg) ลดอุณหภูมิกายให้ได้อย่างน้อย ๓๘.๐
องศาเซลเซยี ส ๒ ครงั้ และใหร้ บี ดาเนนิ การส่งต่ออยา่ งรวดเร็ว
๑๐. ระหว่างการส่งต่อผู้ป่วยให้ทาการตรวจติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิกาย (วัดทางทวารหนัก)
ความดันโลหิต ชีพจร และอัตราการหายใจ

597

ระดับ ๓ โรงพยาบาล ๖๐ เตยี ง และ รพ.ชมุ ชน

Level Management

RTA MoP Temperature control Resuscitation Organ support

H Target Time to Transfer Hemodynamic Monitor Respiratory Laboratory KUB Neurol Others
temp. target time ogy
60 stat ATB
beds รพช. T<๓๘๐c ASAP Within IV fluid** T, BP, ET tube laboratory correct sedative prophyl
2 h* c-line HR, RR, ## electrolyt IV axis,
SpO2,
CVP e push❊, PPI
, Ca, P, sedative prophyl
axis
Mg IV

drip❊



หมายเหตุ : RTA = กองทพั บก, MoPH = กระทรวงสาธารณสขุ , *Transfer time นบั ตงั้ แต่จุดเกิดเหตุ

คาแนะนา
๑. แนะนาใหท้ าการลดอุณหภูมิกายอยา่ งต่อเนอื่ งและเร็วท่ีสุด โดยวดั อณุ หภูมิกายทางทวารหนกั
๒. เปา้ หมายของการลดอุณหภูมกิ ายให้ได้น้อยกว่า ๓๘ องศาเซลเซียส วัดซา้ ทุก ๑๕ นาที
**๓. เปิดหลอดเลือดดาให้สารน้าด้วยน้าเกลืออุณหภูมิ ๔ องศาเซลเซียส โดยให้เบื้องต้นควรให้อย่าง
น้อย ๓๐มลิ ลิลติ ร/นน.ตัว (กิโลกรัม) หลงั จากน้นั ให้พิจารณาจากปรมิ าณปัสสาวะ (เปา้ หมาย มากกว่า
๐.๕ มิลลลิ ิตร/นน.ตวั (กโิ ลกรมั )/ช่วั โมง)
๔. พิจารณาการใส่ Central line เพื่อช่วยในการประเมิน Central Venous Pressure (CVP) และ
เปน็ แนวทางการใหส้ ารน้า (fluid challenge test)
๕. ตดิ ตามสัญญาณชีพ ไดแ้ ก่ อณุ หภมู ิกาย (ทางทวารหนัก) ความดันโลหิต ชพี จร อัตราการหายใจ
วดั ความอิ่มตัวของออกซิเจนที่ปลายนิว้ (SpO2) และวัด (CVP)
๖. หากผูป้ ่วยไมร่ ู้สึกตัว การใหอ้ อกซิเจนชว่ ยระบบการหายใจแบบ Cannula หรือ Mask อาจจะไม่
เพียงพอควรพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal intubation (ET tube)) โดยดูจากระดับ
ความอิม่ ตัวของออกซิเจนปลายน้ิว (SpO2) ที่น้อยกว่า ๙๕% ในขณะท่ีใช้ออกซิเจนอยู่หรือมีลักษณะ
การหายใจลม้ เหลว (accessory muscle use, abdominal paradox)
##๗. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar,
ตรวจคล่ืนไฟฟ้าหัวใจ (ECG), CBC, LFT, Uric acid, UA, ABG, Ca, P, Mg, UA และ septic work
up (H/C, U/C)
๘. แก้ไขผลเลือดผิดปกติท่ีจะเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะโพแทสเซียมต่า (hypokalemia)
ภาวะโพแทสเซยี มสงู (hyperkalemia), นา้ ตาลต่า (hypoglycemia)
๙. หากผปู้ ่วยมีอาการเกรง็ ชัก หรือสบั สน

*• สามารถให้ยานอนหลับชนิดฉีด Diazepam ๕ mg IV หรือ Midazolam ๒.๕-๕ mg IV push
ท้งั นีต้ อ้ งดู

598

ระดบั ความดนั โลหิตไมต่ า่ กวา่ ๑๐๐/๖๐ มลิ ลเิ มตรปรอท
**• พิจารณาการใช้ยานอนหลับชนิดหยด (Midazolam IV drip ๒.๕-๕ mg/h) ในกรณีที่ผู้ป่วย
ยังมอี าการชกั เกรง็ ตอ่ ตา้ น หรือไมส่ ามารถควบคุมดว้ ยยาชนดิ ฉดี ได้
๑๐. พิจารณาให้ยาฆ่าเช้ือชนิดครอบคลุมเชื้อกว้าง (board-spectrum antibiotics prophylaxis)
เพอ่ื เปน็ การป้องกันการติดเชื้อแทรกซอ้ นจากภูมิคุ้มกนั ที่ลดลงขณะเกิดโรค
๑๑. พิจารณาให้ยาลดการหลั่งกรดชนิดฉีด (Proton Pump Inhibitors (PPI)) เพ่ือป้องกัน
เลือดออกจากทางเดนิ อาหาร
๑๒. ส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลท่ีมีศักยภาพสูงกว่า ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ ช่ัวโมง โดยระดับ
สัญญาณชีพอยู่ในระดับปลอดภัย (BP > ๙๐/๖๐ mmHg) ลดไข้ได้อย่างน้อย ๓๘.๐ องศาเซลเซียส
๒ คร้งั และรีบดาเนนิ การส่งตอ่ อย่างรวดเร็ว
๑๓. ระหวา่ งการสง่ ผู้ปว่ ยให้ทาการตรวจติดตามสัญญาณชพี ไดแ้ ก่ อุณหภมู กิ าย (วดั ทางทวารหนกั )
ความดันโลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ วัดความอิม่ ตวั ของออกซเิ จนที่ปลายนิว้ (SpO2) และวดั (CVP)

599

ระดับ ๔ โรงพยาบาล ๑๕๐ เตยี ง และ รพ.ท่ัวไป

Level Management

RTA MoPH Temperature Resuscitation Organ support
control KUB Neurology

ER Tar Tim Tran Hemody Monitor Respiratory Labolatory Others
get e to sfer namic
te targ tim
mp et e
.

150 Wit T, BP, Labolatory correct sedative stat ATB
hin HR, RR, ## electrolyte prophyla
bed รพท. IC T<3 ASA 1 h* IV fluid** SpO2, ET tube IV push❊, xis,PPI
s U 8๐c P c-line CVP , Ca, P, sedative prophyla
Mg IV drip❊❊ xis

<
32๐

IC c, withi fluid T, BP, ET tube Labolatory correct sedative + surviving
U 33๐ n assessme HR, RR, ### all lab, analgesia sepsis
c 3h SpO๒, Hemo ❊❊❊ campaign
if nt*** CVP dialysis

GC

S3

หมายเหตุ : RTA = กองทัพบก, MoPH = กระทรวงสาธารณสุข, *Transfer time นับตง้ั แต่จดุ เกิดเหตุ

คาแนะนาทีห่ อ้ งฉกุ เฉิน
๑. แนะนาใหท้ าการลดอุณหภมู กิ ายอยา่ งตอ่ เน่ืองและเร็วท่ีสุด โดยวัดอุณหภมู กิ ายทางทวารหนกั
๒. เป้าหมายของการลดอุณหภมู กิ ายให้ไดน้ อ้ ยกวา่ ๓๘ องศาเซลเซียส วัดซ้าทุก ๑๕ นาที
**๓. เปิดหลอดเลือดดาให้สารน้าด้วยน้าเกลืออุณหภูมิ ๔ องศาเซลเซียส โดยให้เบื้องต้นควรให้อย่างน้อย

๓๐ มิลลิลิตร/นน.ตัว (กิโลกรัม) หลังจากน้ันให้พิจารณาจากปริมาณปัสสาวะ (เป้าหมาย มากกว่า
๐.๕ มลิ ลลิ ิตร/นน.ตัว (กโิ ลกรมั )/ชวั่ โมง)
***๔. พิจารณาการใส่ Central line เพื่อช่วยในการประเมิน Central Venous Pressure (CVP) และเป็น
แนวทางการใหส้ ารน้า (fluid challenge test)

๕. ติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิกาย (ทางทวารหนัก) ความดันโลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ
วัดความอม่ิ ตวั ของออกซิเจนท่ปี ลายนิว้ (SpO2) และวดั (CVP)

๖. หากผู้ป่วยไมร่ ้สู กึ ตัว การให้ออกซิเจนชว่ ยระบบการหายใจแบบ Cannula หรือ Mask อาจจะไม่เพยี งพอ
ควรพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal intubation (ET tube)) โดยดูจากระดับความอิ่มตัวของ
ออกซิเจนปลายนิ้ว (SpO2) ที่น้อยกว่า ๙๕% ในขณะที่ใช้ออกซิเจนอยู่หรือมีลักษณะการหายใจล้มเหลว
(accessory muscle use, abdominal paradox)
##๗. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar, ตรวจ

600

คลื่นไฟฟ้าหวั ใจ (ECG), CBC, LFT, Uric acid, UA, ABG, Ca, P, Mg, UA และ septic work up (H/C, U/C)
๘. แก้ไขผลเลือดผิดปกติที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะโพแทสเซียมต่า ( hypokalemia)

ภาวะโพแทสเซียมสูง (hyperkalemia), นา้ ตาลต่า (hypoglycemia)
๙. หากผู้ป่วยมอี าการเกร็ง ชัก หรือสับสน

❊• สามารถให้ยานอนหลับชนิดฉีด Diazepam ๕ mg IV หรือ Midazolam ๒.๕-๕ mg IV push
ทง้ั นตี้ ้องดูระดับความดนั โลหิตไม่ตา่ กวา่ ๑๐๐/๖๐ มลิ ลิเมตรปรอท

❊❊• พิจารณาการใช้ยานอนหลับชนิดหยด (Midazolam IV drip ๒.๕-๕ mg/h) ในกรณีที่ผู้ป่วยยังมี
อาการชัก เกรง็ ตอ่ ตา้ น หรือไมส่ ามารถควบคุมดว้ ยยาชนิดฉีดได้

๑๐. เริ่มให้ยาฆ่าเชื้อชนิดครอบคลุมเชื้อกว้าง (board-spectrum antibiotics prophylaxis) เพื่อเป็น
การปอ้ งกันการตดิ เช้ือแทรกซอ้ นจากภูมิคุ้มกนั ที่ลดลงขณะเกดิ โรค

๑๑. พิจารณาให้ยาลดการหล่ังกรดชนิดฉีด (Proton Pump Inhibitors (PPI)) เพ่ือป้องกันเลือดออกจาก
ทางเดนิ อาหาร

๑๒. สง่ ตอ่ ผ้ปู ว่ ยไปยงั หอผู้ป่วยวกิ ฤต (ICU) ภายในระยะเวลาไม่เกนิ ๑ ชัว่ โมง โดยระดับสญั ญาณชีพอยใู่ น
ระดบั ปลอดภัย (BP > ๙๐/๖๐ mmHg) ลดไข้ได้อย่างน้อย ๓๘.๐ องศาเซลเซียส ๒ คร้ังและรีบดาเนินการส่ง
ตอ่ อย่างรวดเร็ว

๑๓. ระหว่างการส่งผู้ป่วยให้ทาการตรวจติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิกาย (วัดทางทวารหนัก)
ความดันโลหิต ชพี จร อตั ราการหายใจ วัดความอ่มิ ตวั ของออกซิเจนทีป่ ลายน้ิว (SpO2) และวัด (CVP)
คาแนะนาท่ีหอผู้ปว่ ยวกิ ฤต (ICU)

๑. ลดอุณหภูมิกายให้ได้น้อยกว่า ๓๖ องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา ๓ ชั่วโมงหลังจากการวินิจฉัยโรค
และควบคมุ ใหไ้ ดเ้ ป็นเวลา ๒๔ ช่วั โมง แตห่ ากผู้ป่วยมีอาการอยู่ในภาวะวิกฤต (E๑M๑V๑) ให้ลดอุณหภมู ิลงไป
เปน็ ๓๓-๓๔ องศาเซลเซียส (therapeutic hypothermia) เพอื่ เปน็ การรักษาการทางานของสมอง

๒. ทาการประเมินการให้สารน้าด้วย (CVP), urine output, Inferior Vena Cava (IVC) หรือ fluid
responsiveness

๓. ติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภมู ิกาย (ทางทวารหนัก) ความดนั โลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ วัดความ
อิ่มตัวของออกซิเจนทป่ี ลายน้วิ (SpO๒) และวดั (CVP)

๔. ใช้เครอื่ งช่วยหายใจ โดยปรับตามสภาพผูป้ ว่ ย
• หากไม่มีพยาธิสภาพในปอด ใหต้ ้งั เครือ่ งชว่ ยหายใจ tidal volume ๘-๑๐ cc/kg IBW, PEEP ๕ cmH2O
• หากมีพยาธิสภาพท่ีเป็น bilateral lesion, pulmonary edema, ARDS ให้ต้ัง tidal volume ๖-๘
cc/kg IBW, PEEP ๘-๑๐ cmH2O (ต้องระมัดระวังกรณีที่ BP < ๙๐/๖๐ mmHg ให้ลด PEEP ลงเหลือ
๕ cmH2O)
###๕. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar, ตรวจ
คล่ืนไฟฟ้าหัวใจ ( ECG), CBC, LFT, Uric acid, UA, ABG, Ca, P, Mg, UA, septic work up (H/C, U/C),
CPK, CK-MB, Troponin T, Lactate และ DIC profile
๖. แกไ้ ขผลเลอื ดผิดปกติ และพจิ ารณาทาการฟอกเลอื ดเพ่อื ล้างไต (renal replacement therapy - RRT,
hemodialysis)

❊❊❊๗. ให้ยานอนหลับร่วมกับยาแก้ปวดชนิดหยดทางหลอดเลือด (Midazolam ๒.๕-๕ mg/h +
fentanyl ๒๕-๕๐ mcg/h) เพื่อลดอาการส่ันและกระสับกระส่าย โดยจะให้ติดต่อกัน ๒๔ ชม. แรกและหยุด
ในเชา้ วนั ถัดมาเพอ่ื ประเมินอาการทางระบบประสาท

๘. หากผู้ป่วยมีลักษณะของการติดเชื้อ เช่น ไข้สูงหลังจากลดความร้อนเกิน ๒๔ ชั่วโมง หรือความดันโลหิต
ลดลงเปน็ ลกั ษณะ wide pulse pressure ใหค้ ิดถึงกลุม่ โรคตดิ เช้ือ ควรทาตามคาแนะนาของ surviving
sepsis campaign

601

ระดับ ๕ โรงพยาบาลขนาดมากกวา่ ๔๐๐ เตยี ง และโรงพยาบาลศนู ย์หรือโรงเรยี นแพทย์

Level Management
RTA MoPH
Temperature control Resuscitation Organ support
> รพ.
400 ศูนย,์ ER Target Time to Transfe Hemodynamic Monitor Respirator Labolatory KUB Neurology Others
beds รร. temp. target r y
stat ATB
แพทย์ time prophylaxi
s, PPI
IC T<๓๘ ASAP Within IV fluid** T, BP, ET tube Labolatory correct sedative prophylaxi
U ๐c 1 h* c-line HR, RR, ## electrolyte s
SpO๒, IV push❊,
CVP , Ca, P, sedative
Mg IV

drip❊❊

< 32๐ within fluid T, BP, ET tube Labolatory correct sedative + surviving
c,33๐ 3h assessment*** HR, RR, ### all lab, analgesia sepsis
IC c SpO๒, Hemo ❊❊❊ campaign
U if GCS CVP,A- dialysis,
CRRT
3 line

หมายเหตุ : RTA = กองทัพบก, MoPH = กระทรวงสาธารณสุข, *Transfer time นบั ตัง้ แตจ่ ดุ เกดิ
เหตุ
คาแนะนาท่หี อ้ งฉุกเฉิน

๑. แนะนาให้ทาการลดอณุ หภมู ิกายอยา่ งตอ่ เนอื่ งและเรว็ ทีส่ ุด โดยวัดอณุ หภูมกิ ายทางทวารหนัก
๒. เปา้ หมายของการลดอุณหภูมกิ ายใหไ้ ดน้ อ้ ยกวา่ ๓๘ องศาเซลเซียส วัดซ้าทกุ ๑๕ นาที
**๓. เปิดหลอดเลอื ดดาให้สารนา้ ด้วยนา้ เกลืออณุ หภูมิ ๔ องศาเซลเซียส โดยให้เบ้ืองต้นควรใหอ้ ย่าง
น้อย s๓๐ มิลลิลิตร/นน.ตัว (กิโลกรัม) หลังจากนั้นให้พิจารณาจากปริมาณปัสสาวะ (เป้าหมาย
มากกวา่ ๐.๕ มลิ ลิลิตร/นน.ตวั (กโิ ลกรมั )/ช่ัวโมง)
***๔. พิจารณาการใส่ Central line เพื่อช่วยในการประเมิน(Central Venous Pressure (CVP))
และเปน็ แนวทางการให้สารนา้ (fluid challenge test)
๕. ติดตามสญั ญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมกิ าย (ทางทวารหนัก) ความดนั โลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ
วดั ความอิม่ ตัวของออกซเิ จนทปี่ ลายนิว้ (SpO2) และวัด (CVP)
๖. หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว การให้ออกซิเจนช่วยระบบการหายใจแบบ Cannula หรือ Mask อาจจะ
ไม่เพยี งพอ
ควรพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal intubation (ET tube)) โดยดูจากระดับความอ่ิมตัว
ของออกซิเจนปลายน้ิว (SpO2) ที่น้อยกว่า ๙๕% ในขณะที่ใช้ออกซิเจนอยู่หรือมีลักษณะการหายใจ
ล้มเหลว (accessory muscle use, abdominal paradox)
##๗. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar,
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), CBC, LFT, Uric acid, UA, ABG, Ca, P, Mg, UA และ septic work
up (H/C, U/C)
๘. แก้ไขผลเลือดผิดปกติที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ภาวะโพแทสเซียมต่า (hypokalemia)
ภาวะโพแทสเซยี มสงู (hyperkalemia), นา้ ตาลต่า (hypoglycemia)

602

๙. หากผปู้ ่วยมีอาการเกร็ง ชกั หรือสับสน

❊• สามารถให้ยานอนหลับชนิดฉีด Diazepam ๕ mg IV หรือ Midazolam ๒.๕-๕ mg IV
push ทัง้ นีต้ อ้ งดรู ะดบั ความดนั โลหติ ไมต่ า่ กว่า ๑๐๐/๖๐ มลิ ลเิ มตรปรอท

❊❊• พิจารณาการใช้ยานอนหลับชนิดหยด (Midazolam IV drip ๒.๕-๕ mg/h) ในกรณีท่ี
ผู้ปว่ ยยงั มอี าการชัก เกร็ง ต่อต้าน หรือไมส่ ามารถควบคมุ ดว้ ยยาชนิดฉีดได้

๑๐. เริ่มให้ยาฆ่าเชอื้ ชนิดครอบคลุมเช้ือกว้าง (board-spectrum antibiotics prophylaxis) เพ่ือ
เป็นการป้องกันการติดเช้ือแทรกซอ้ นจากภมู ิคมุ้ กนั ทลี่ ดลงขณะเกดิ โรค

๑๑. พิจารณาให้ยาลดการหลั่งกรดชนิดฉีด (Proton Pump Inhibitors (PPI)) เพื่อป้องกัน
เลอื ดออกจากทางเดนิ อาหาร

๑๒. ส่งตอ่ ผู้ปว่ ยไปยังหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง โดยระดับสัญญาณ
ชีพอยู่ในระดับปลอดภัย (BP > ๙๐/๖๐ mmHg) ลดไข้ได้อย่างน้อย ๓๘.๐ องศาเซลเซียส ๒ ครั้ง
และรบี ดาเนนิ การส่งต่ออยา่ งรวดเรว็

๑๓. ระหว่างการส่งผู้ป่วยให้ทาการตรวจติดตามสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิกาย (วัดทางทวาร
หนัก) ความดันโลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนที่ปลายนิ้ว (SpO2) และวัด
(CVP)
คาแนะนาท่ีหอผู้ปว่ ยวิกฤต (ICU)

๑. ลดอุณหภูมิกายให้ได้น้อยกว่า ๓๖ องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา ๓ ชั่วโมงหลังจากการ
วินิจฉัยโรค และควบคุมให้ได้เป็นเวลา ๒๔ ชัว่ โมง แต่หากผู้ปว่ ยมีอาการอยใู่ นภาวะวิกฤต (E1M1V1)
ให้ลดอุณหภูมิลงไปเป็น ๓๓-๓๔ องศาเซลเซียส (therapeutic hypothermia) เพื่อเป็นการ
รักษาการทางานของสมอง

๒. ทาการประเมินการให้สารน้าด้วย (CVP), urine output, Inferior Vena Cava (IVC) หรือ
fluid responsiveness

๓. ตดิ ตามสญั ญาณชพี ได้แก่ อุณหภมู ิกาย (ทางทวารหนัก) ความดนั โลหติ ชีพจร อัตราการหายใจ
วัดความอิม่ ตัวของออกซเิ จนท่ีปลายนิว้ (SpO2) และวดั (CVP)

๔. ใชเ้ ครือ่ งชว่ ยหายใจ โดยปรับตามสภาพผปู้ ่วย
• หากไม่มีพยาธิสภาพในปอด ให้ต้ังเคร่ืองช่วยหายใจ tidal volume ๘-๑๐ cc/kg IBW, PEEP
๕ cmH2O
• หากมีพยาธสิ ภาพที่เปน็ bilateral lesion, pulmonary edema, ARDS ให้ตั้ง tidal volume
๖-๘ cc/kgIBW, PEEP ๘-๑๐ cmH2O (ต้องระมัดระวังกรณีท่ี BP < ๙๐/๖๐ mmHg ให้ลด PEEP
ลงเหลอื ๕ cmH2O)
###๕. ทาการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเก็บ Electrolyte, BUN/Cr, Blood sugar,
ตรวจคล่ืนไฟฟ้าหัวใจ (ECG), CBC, LFT, Uric acid, UA, ABG, Ca, P, Mg, UA, septic work up
(H/C, U/C), CPK, CK-MB, Troponin T, Lactate และ DIC profile
๖. แก้ไขผลเลือดผิดปกติ และพิจารณาทาการฟอกเลือดเพื่อล้างไต (renal replacement
therapy - RRT,hemodialysis)

❊❊❊๗. ให้ยานอนหลับร่วมกับยาแก้ปวดชนิดหยดทางหลอดเลือด (Midazolam ๒.๕-๕ mg/h

603

+ fentanyl ๒๕-๕๐ mcg/h) เพอื่ ลดอาการสั่นและกระสบั กระส่าย โดยจะให้ตดิ ต่อกัน ๒๔ ชม. แรก
และหยดุ ในเชา้ วนั ถัดมาเพื่อประเมนิ อาการทางระบบประสาท

๘. หากผู้ป่วยมีลักษณะของการติดเชื้อ เชน่ ไขส้ ูงหลังจากลดความร้อนเกิน ๒๔ ชวั่ โมง หรือความ
ดันโลหิตลดลงเป็นลักษณะ wide pulse pressure ให้คิดถึงกลุ่มโรคติดเชื้อ ควรทาตามคาแนะนา
ของ surviving
sepsis campaign

604

บทที่ ๑

การบริการทางการแพทยร์ ะดับหนว่ ย

๑. นายแพทย์ พัน.ร.
เป็นนายแพทย์ (ชกท.๓๑๐๐)(อัตรา ร.อ.) ซึ่งเป็นตาแหน่งที่บรรจุอยู่ในกองบังคับการกอง

พันทหารราบ(ยานยนต์) มีฐานะเป็นนายทหารฝ่ายกิจการพิเศษของผู้บังคับกองพันทหารราบ
และได้รับมอบหมายให้ทาหน้าที่ ผู้บังคับหมวดเสนารักษ์กองร้อยกองบังคับการ กองพันทหารราบ
(ยานยนต)์ อกี ตาแหนง่ หน่งึ ดงั น้ัน หน้าที่ของนายแพทย์ พัน.ร. จึงสรปุ ได้ ๓ ประการ ดังน.้ี -

๑. เปน็ นายทหารฝ่ายกิจการพเิ ศษ (สายแพทย์) ของ ผบ.พัน.ร.
๒. เปน็ ผู้บงั คบั หมวดเสนารักษ์ กองรอ้ ยกองบังคบั การ กองพันทหารราบ
๓. เปน็ นายแพทย์ผู้ใหก้ ารรักษาผู้ปว่ ยเจ็บ ของทีพ่ ยาบาลกองพนั

ก. ในฐานะเป็นฝ่ายกิจการพิเศษ(สายแพทย์) นายแพทย์ พัน.ร.มีหน้าท่ีช่วยเหลือ
ผบ.พนั .ร. ในความรับผดิ ชอบทเ่ี ก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ ทางการแพทย์ ดังน.้ี -

๑. วางแผนและสั่งการปฏิบัติการสนับสนุนทางการแพทย์แก่กองพันทหารราบ
โดยยึดถือแนวทางในการปฏิบัติท่ีได้รับจากผู้บังคับกองพันทหารราบ ตามระเบียบปฏิบัติประจาทาง
การแพทย์ (รปจ.) ในคาสงั่ การชว่ ยรบของ กรม ร. และ พล.ร.

๒. ประกันในการรับผู้ป่วยเจ็บได้ทันที การปัจจุบันพยาบาล การส่งกลับโดยฉับไว การ
รกั ษาพยาบาลผู้ปว่ ยเจ็บในท่ีพยาบาลกองพันอยา่ งมีประสิทธิภาพ นายแพทย์ พนั .ร. จะกากบั ดูแล
การสนบั สนนุ ทางการแพทย์ของ พนั .ร.

๓. เสนอแนะ ผบ.พนั .ร.และฝอ.ต่าง ๆ เพื่อทราบข้อมูลท่ีเป็นผลทางการแพทย์ จากการ
ถกู โจมตีด้วยอาวุธ นชค. ทีเ่ กิดขน้ึ ในปัจจุบนั หรือทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ

๔. แจ้งให้ ผบ.พัน.ร., ฝอ. และ พญ. ของหน่วยเหนือทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ ทาง
การแพทย์ในปจั จุบันของกองพัน รวมทั้งประสิทธภิ าพของการสนับสนุนที่ได้รับจากหน่วยแพทย์ท่ีอยู่
ระดับสูงขึ้นไปและความต้องการบางอย่างสาหรับนามาปรับการสนับสนุนทางการแพทย์ หรือนามา
เพิม่ เติมกาลงั ใหก้ บั มว.สร.

๕. ประสานกับ ฝอ.๑ ของ พัน.ร. นายแพทย์ พัน.ร. จะแจ้งให้ ฝอ.๑ ทราบเกี่ยวกับ
ผู้ป่วยเจ็บที่ได้รับการรักษาพยาบาล ณ ท่ีพยาบาลกองพัน เช่น การบันทึกเก่ียวกับผู้ป่วยเจ็บทุกคน
การวินจิ ฉยั การพยากรณแ์ ละการจาหน่ายผู้ป่วยเจ็บ

๖. ประสานกับ ฝอ.๒ ของ พนั .ร. ในการตรวจสิง่ อปุ กรณ์หรอื เอกสารทางการแพทย์ท่ียดึ
ได้จากขา้ ศกึ รวมทง้ั รว่ มในการสมั ภาษณผ์ ู้ป่วยเจ็บท่ีเปน็ เชลยศึกดว้ ย ฝอ.๒ มีสว่ นช่วยในการ ประมาณ
การเกี่ยวกบั จานวนผูป้ ่วยเจบ็ โดยใหก้ ารประมาณการขีดความสามารถของข้าศึก ลมฟ้าอากาศ
และภมู ปิ ระเทศที่มผี ลตอ่ สุขภาพของทหาร

๗. ช่วยเหลือ ฝอ.๓ ของ พนั .ร. ในการวางแผนและกากับดแู ลการฝึกเป็นบุคคลและเปน็
หน่วยของ มว.สร. และการฝึกกาลังพลอื่น ๆ ของ พัน.ร. ในเรื่อง การปฐมพยาบาล การสุขาภิบาล

605

ทางทหาร สุขศาสตร์ส่วนบุคคล และการปอ้ งกันการไดร้ ับบาดเจ็บและบาดแผลในด้านท่ีเกี่ยวกับทาง
การแพทย์ นอกจากน้ันยังเปน็ ผู้ดาเนินการแนะนาผู้บังคับหน่วยรองตา่ ง ๆ ของ พัน.ร. เกี่ยวกับการ
ป้องกันการเกิดผู้ป่วยทางจิต โดยเฉพาะการระโหยโรยแรงจากการรบ นายแพทย์พัน.ร. จะต้อง
ปฏิบัติร่วมกับ ฝอ.๓ ของ พัน.ร. เพ่ือให้ทราบการปฏิบัติการทางยุทธวิธีและแผนทางยุทธวิธีทัน
เหตกุ ารณ์ตลอดเวลา ซง่ึ นายแพทย์ พัน.ร. จะใชเ้ ป็นมูลฐานการวางแผนทางการแพทย์ของ พนั .ร.

๘. ประสานกับ ฝอ.๔ ของ พัน.ร. นายแพทย์ พัน.ร. จะทาการวางแผนร่วมกับ ฝอ.๔
เพือ่ แก้ ปญั หาการสง่ กาลังบารุงร่วมกนั

๙. พจิ ารณาวางระดับต่าง ๆ ของ สป.สาย พ.ที่ควรจะมีอยู่ใน พนั .ร. และประกันไดว้ ่ามี
สป.สาย พ. สป.เกีย่ วกบั การสุขศาสตร์ และ สป. เก่ียวกบั การสุขาภิบาลอย่างพอเพียงในกองร้อย
ตา่ ง ๆ ของ พนั .ร.

๑๐. เป็นผู้รับประกันวา่ มว.สร. ไดม้ กี ารจัดทาบันทึกทางการแพทย์ของผูป้ ่วยเจ็บแตล่ ะคน
อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ และเสนอรายงานตามห้วงระยะเวลา รวมท้ังรายงานพิเศษตามท่ีหน่วย
เหนือกาหนดไว้ทงั้ นอกและในสถานการณร์ บ

๑๑. เป็นผู้รับประกันว่า เจ้าหน้าที่แพทย์ทุกคนที่บรรจุอยู่ในอัตราของ มว.สร. หรือท่ีขึ้น
สมทบนั้น ไดใ้ ชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านอย่างถูกต้องและมีประสิทธภิ าพตามภารกิจของ มว.สร.

๑๒. นายแพทย์ พัน.ร. จะประมาณสถานการณ์ทางการแพทย์ภายในกองพันอย่าง
ตอ่ เนือ่ งตลอดเวลา

ข. ในฐานะ ผบ.มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร. นายแพทย์ พัน.ร. จะบังคับบัญชา ควบคุม และ
กากับดูแลรับผิดชอบงานด้านธุรการในเรื่องเอกสาร หลักฐาน การรายงาน การสวัสดิการ วินัย การ
จดั การฝึก และการใช้ มว.สร.

ค. ในฐานะนายแพทย์ พัน.ร. นายแพทย์ พัน.ร. จะให้การตรวจรักษาผู้ป่วย และบาดเจ็บ
ทงั้ นอกสถานการณร์ บและในสถานการณร์ บ รวมทง้ั รบั ผดิ ชอบในการสง่ กลบั ผปู้ ว่ ยเจ็บด้วย

๒. หมวดเสนารกั ษ์ กองร้อยกองบังคบั การ กองพนั ทหารราบ (ยานยนต์)

ก. ภารกจิ (MISSION)
ภารกิจของ มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร. คือ ให้การบริการทางการแพทย์แก่กองพันทหาร

ราบ และหนว่ ยต่าง ๆ ที่ขึ้นสมทบกบั กองพนั ทหารราบ
ข. หนา้ ท่ีตา่ ง ๆ ของ มว.สร.รอ้ ย.บก.พนั .ร. (FUNCTIONS)
เพอ่ื ให้บรรลุผลสาเรจ็ ตามภารกิจ มว.สร.จะปฏบิ ตั ิหน้าท่ีตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้.-
๑. นอกสถานการณ์รบ (Non - Combat Situation) มว.สร. จะให้การบรกิ ารทาง

การแพทย์แก่กองพันทหารราบ โดยการเปิดที่ตรวจโรคข้ึน ขณะเดียวกันก็จะวางวิธีดาเนินการ
เก่ียวกับการเวชกรรมป้องกันทางด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต เพือ่ ให้การปฏิบัติการทางทหาร
มีประสิทธิภาพ และเพ่ือเป็นการเตรียมพร้อมของกาลังพลของหน่วยเพ่ือการรบ ต้องร่วมในการ

606

ฝึกสอนกาลังพลของ พัน.ร. ในเร่ืองการปฐมพยาบาล สุขศาสตร์เบ้ืองต้นและการสุขาภิบาล วิธีการ
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ วิธกี ารปอ้ งกันแมลงและสัตวก์ ดั แทะในพน้ื ทีข่ อง พนั .ร.

๒. ในสถานการณ์รบ (Combat Situation) มว.สร. จะมีงานเพ่ิมขึ้นจากงาน
นอก สถานการณ์รบ คอื ใหก้ ารปจั จบุ นั พยาบาลแกท่ หารที่ไดร้ บั บาดเจ็บ หรือทเ่ี จ็บป่วยในสนาม
รบ ทาการส่งกลบั ผู้ป่วยเจ็บจากสนามรบมายังทีพ่ ยาบาลกองพนั จัดตงั้ ที่พยาบาลกองพันข้นึ เพ่ือทา
การคัดแยก และใหก้ ารรักษาพยาบาลท่สี มบูรณ์ตามความต้องการ จัดเตรยี มผปู้ ่วยเจ็บที่จาเป็นต้อง
ส่งกลับไปรักษาพยาบาลต่อยังหน่วยแพทย์ข้างหลังท่ีเหมาะสมกับลักษณะอาการของผู้ป่วยเจ็บ โดย
แจ้งข่าวสารการร้องขอการสนับสนุนการส่งกลับไปยังหน่วยแพทย์ที่อยู่ข้างหลัง (ในขณะที่หน่วย
ต้ังอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ แต่ยังไม่มีการปฏิบัติการทางยุทธวิธี (นอกสถานการณ์รบ) การบริการทาง
การแพทย์ระดับหน่วยต่าง ๆ จะทาการเปิดที่ตรวจโรคขึ้นตามความจาเป็น เพื่อให้การบริการทาง
การแพทย์ แกก่ าลงั พลในหน่วยทร่ี ับการสนับสนุน เพือ่ สงวนความคล่องตวั และออมกาลังไว)้

๓. การจัด หมวดเสนารกั ษ์ กองร้อยกองบังคบั การ กองพันทหารราบ (ยานยนต์)

ก. การจัด มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร.(ยย.) (อจย.๗-๑๖ พ.( ๕ ธ.ค.๓๐) รวมกาลังพล มว.สร.
ร้อย.บก.พนั .ร.และนายแพทย์ พัน.ร. ทาหน้าท่ี ผบ.มว.สร.ดว้ ย ๕๒ นาย

ข. มว.สร.รอ้ ย.บก.พัน.ร.(ยย.) เป็นหน่วยในอัตราของ ร้อย.บก.พัน.ร.(ยย.) จึงปฏบิ ัติงาน
ภายใต้การบังคับบญั ชาของ ผบ.รอ้ ย.บก.พนั .ร. มว.สร.จะได้รบั การสนบั สนุนการสง่ กาลังทั่วไป การ
ขนส่งและการเลี้ยงดูจาก มว.สนับสนุนและบริการของ ร้อย.บก. และได้รับการสนับสนุนการซ่อม
บารงุ จากหมวดซ่อมบารงุ ของ ร้อย.บก.

ค. มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร.(ยย.) มีอตั ราการจดั ดังน้ี . -

๑. บก.มว. ตาแหน่ง ผบ.มว.สร. ไม่บรรจุ แต่ให้นายแพทย์ พัน.ร. ทาหน้าที่
ผบ.มว.สร., และมี รอง ผบ.มว., นายสิบประจาหมวด และพลขับรถ หน้าที่ของ บก.มว.สร. คือ การ
ควบคุมบังคบั บัญชา อานวยการและสง่ั การปฏิบัติ

๒. ตอนท่ีพยาบาล ประกอบด้วย ผบ.ตอน, นายสิบพยาบาล, นายสิบพยาบาล
กองร้อย, พลเสนารักษ์และพลขับรถ หน้าที่ของตอนที่พยาบาล คือ การจัดตั้งที่พยาบาลกองพันใน
สถานการณ์รบและจัดนายสิบพยาบาลกองร้อยสมทบให้กับ ร้อย.อวบ.เพื่อให้การปจั จุบนั พยาบาลใน
สนามโดยใกล้ชดิ

๓. ตอนส่งกลบั ประกอบด้วย ผบ.ตอน, รอง ผบ.ตอน, นายสบิ พยาบาล, หวั หน้า
เปล, พลเปลและพลขับรถยนต์พยาบาล หน้าท่ีของตอนส่งกลับคือการรวบรวมผู้ปว่ ยเจ็บในสนามรบ
แล้วส่งกลับมายังท่ีพยาบาลกองพันโดยใช้เครื่องมือส่งกลับอันได้แก่เปลและรถยนต์พยาบาลในแนว
หน้าผสมผสานกนั ( มว.สร. มรี ถยนตพ์ ยาบาลในแนวหน้า จานวน ๓ คัน )

๔. การปฏิบตั ขิ อง มว.สร.ร้อย.บก.พนั .ร.(ยย.)

607

ก. บก.มว.

๑. ผบ.มว. (นายแพทย์ พัน.ร. ทาหน้าท่ี) จะจัดตั้งท่ีบังคับการหมวดและท่ี
พยาบาลกองพันข้ึน เครื่องมือติดต่อสื่อสารได้แก่วิทยุและโทรศัพท์สนาม มีไว้เพ่ือดารงการ
ตดิ ตอ่ สื่อสารกับ ทก.พัน.ร. และหน่วยแพทย์ท่ีมาสนับสนุนอยู่ข้างหลัง การตดิ ต่อกับเจ้าหน้าที่แพทย์
ของ มว.สร. ท่ีกาลังปฏิบัติภารกิจแยกกันอยู่ในพื้นที่ของ พัน.ร. สามารถกระทาได้โดยใช้วิทยุ หรือ
โทรศัพท์สนาม

๒. รอง ผบ.มว. เป็นนายทหารพยาบาล เป็นผู้ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของ
ผบ.มว. ตามปกติจะทาการลาดตระเวนหาทต่ี งั้ ที่พยาบาลกองพนั ภายในบริเวณพ้ืนท่ที ่ี ผบ.มว. ได้
เลอื กและกาหนดทิศทางไวแ้ ล้วโดยให้เข้ากบั หลักการเลือกท่ตี ้ังทพ่ี ยาบาลให้ดีทสี่ ุดและเป็นผูป้ ระสาน
การส่งกลับผู้ป่วยเจ็บมายังที่พยาบาลกองพันกับตอนส่งกลับของ มว.สร. และการส่งกลับผู้ป่วย
เจ็บไปยังหน่วยแพทย์ข้างหลัง ทาการกากับดูแลการปฏิบัติงานทางธุรการของ มว.สร.
นอกจากน้ี ยงั ชว่ ยเหลอื ผบ.มว.สร. ปฏิบัติงานตามท่ไี ด้รับมอบอีกด้วย

๓. นายสิบประจาหมวด ช่วยเหลือ ผบ.มว. และ รอง ผบ.มว. ในการปฏิบัติงาน
ทางธรุ การของ มว.สร. นอกจากนี้ ยงั ชว่ ยปฏิบัตงิ านในที่พยาบาลกองพนั อีกดว้ ย

๔. พลขับรถ ปฏบิ ตั ิงานตามหนา้ ทแ่ี ละชว่ ยปฏบิ ตั ิงานตามทไี่ ดร้ บั มอบ
ข. ตอนที่พยาบาล

๑. ผบ.ตอน อัตราจ่าพิเศษ มีหน้าที่จัดต้ังท่ีพยาบาลกองพันบริเวณพ้ืนที่ท่ี
ผู้บังคับบัญชากาหนด ทาการจัดระเบยี บภายในท่ีพยาบาลกองพัน ควบคุม ดูแล เก็บรักษา สป.สาย
พ. ในอัตราของตอนที่พยาบาล สารวจความส้ินเปลืองของ สป. และรายงานขอเบิกทดแทนตาม
กาหนดเวลาหรือตามสถานการณ์ ควบคุมการแลกเปล่ียนสิ่งอุปกรณ์เป็นรายการต่อรายการของท่ี
พยาบาลกองพัน กับสายการส่งกลับของหน่วยแพทย์ท่ีมาสนับสนุน จัดทาเอกสารบันทึกทาง
การแพทย์ของที่พยาบาลกองพันเป็นหลักฐาน จัดนายสิบพยาบาลกองร้อยสมทบให้กับกองร้อย
ดาเนนิ กลยุทธ์ของ พนั .ร. ตามภารกจิ และความเหมาะสม รวมทั้งจัดเตรยี มผู้ป่วยเจ็บทจี่ ะต้องส่งกลับ
ไปรักษาพยาบาลยังหน่วยแพทย์ข้างหลัง และช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลตามคาส่ังของ
นายแพทย์ พัน.ร. ในที่พยาบาลกองพันด้วย

๒. นายสิบพยาบาล เป็นเจ้าหน้าท่ีแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการ
ปัจจุบันพยาบาล เป็นผู้ช่วย ผบ.มว. ในการปฏิบัตใิ ห้ความชว่ ยเหลือผู้ป่วยเจ็บ ณ ท่ีพยาบาลกองพัน
ตามคาสั่งของ ผบ.มว. ช่วยในการจัดตั้งท่ีพยาบาลกองพัน และช่วย ผบ.ตอนท่ีพยาบาล ในการ
ปฏิบตั งิ านตามทไี่ ด้รับมอบ

๓. นายสิบพยาบาลกองร้อย เป็นเจ้าหน้าที่แพทย์ท่ีมีความรู้ความสามารถใน
เรื่องการปัจจุบันพยาบาลเป็นอย่างดี สามารถให้การปัจจุบันพยาบาลทหารท่ีป่วยเจ็บในสนามรบ
การคัดเลือกผู้บาดเจ็บตามลักษณะอาการเพ่ือส่งกลับมายังที่พยาบาลกองพัน หรือคงให้ปฏิบัติการสู้
รบต่อไปหลังจากให้การปัจจุบันพยาบาลแล้ว และเจ้าหน้าท่ีเหล่าน้ีจะถูกจัดไปสมทบกับ ร้อย.อวบ.
พัน.ร.ตามอัตรามลู ฐาน

608

๔. เจ้าหน้าท่ีอื่น ๆ เช่น พลเสนารักษ์และพลขับรถ เป็นเจ้าหน้าท่ีท่ีปฏิบัติงาน
ตามทไี่ ด้รบั มอบ

ค. ตอนสง่ กลบั เปน็ หนว่ ยปฏบิ ตั ิการสง่ กลบั ของ มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร.

๑. ผบ.ตอน เป็นนายทหารพยาบาล มหี น้าท่ีควบคมุ เคร่ืองมือการสง่ กลับของ มว.
สร. ทั้งเปลและรถยนต์พยาบาลในแนวหน้าจานวน ๓ คัน ทาการลาดตระเวนเส้นทางการส่งกลับท้ัง
เส้นทางลาเลียงด้วยเปลและรถยนตพ์ ยาบาล โดยจะกาหนดเส้นทางหลักและเสน้ ทางสารอง การส่ง
กาลังสายแพทย์ การส่งข่าวสาร การปรนนิบัติบารุงยานยนต์ และอาวุธยุทโธปกรณ์ตา่ ง ๆ ของตอน
ส่งกลบั

๒. รอง ผบ.ตอน อัตรา จ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตอน ในการปฏิบัติท้ังปวงของตอน
ส่งกลับ โดยปกติมักจะได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลการใช้การลาเลียงด้วยเปล ส่วนมากมักจะ
ได้รับมอบหมายให้ข้ึนไปอยู่ใกล้แนวรบ เพื่อจะได้แก้ไขความล่าช้าในการส่งกลับ และพยายามหา
จุดเช่ือมต่อระหว่างการลาเลียงด้วยเปลและรถยนต์พยาบาล ท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์ท่ีดีท่ีสุดที่
สามารถจะกระทาได้ และจะปฏิบตั หิ นา้ ทีแ่ ทน ผบ.ตอน เมอื่ จาเป็น

๓. นายสิบพยาบาล เป็นเจ้าหน้าที่แพทย์ท่ีมีความรู้ความสามารถในการให้การ
ปัจจุบันพยาบาล จะได้รับการจัดประจารถยนต์พยาบาล ๑ คน ต่อ ๑ คัน พร้อมกระเป๋าพยาบาล
เพ่ือติดไปกับรถยนต์พยาบาลเม่ือไปทาการส่งกลับผู้ป่วยเจ็บจากพ้ืนท่ีของหน่วยดาเนินกลยุทธ์ของ
พัน.ร. มายังที่พยาบาลกองพัน และจะให้การปัจจุบันพยาบาลเพิ่มเติมแก่ผู้ป่วยเจ็บระหว่างทาง
หรอื ให้การปจั จบุ นั พยาบาลผู้ปว่ ยเจบ็ ซงึ่ พบในระหวา่ งทางด้วย

๔. พลขับรถพยาบาล เปน็ เจ้าหน้าท่ขี ับรถยนตพ์ ยาบาล เพ่ือทาการส่งกลบั ผูป้ ่วย
เจ็บจากพ้ืนที่การรบมายังที่พยาบาลกองพัน รับผิดชอบการลาเลียงผู้ป่วยเจ็บในการบรรทุกและ
ระหว่างทาง ในเร่ืองความปลอดภัยจากอุบัตเิ หตุ การจราจร ความปลอดภยั จากการกระทาของข้าศึก
รวมทง้ั ความล่าชา้ ซ่ึงไมม่ เี หตุอันสมควร การส่งกาลงั สายแพทย์และการนาสาร

๕. หวั หนา้ เปล เป็นเจา้ หน้าทแ่ี พทยซ์ ึ่งได้รับการจดั ให้ประจาอยใู่ นพวกเปลและเป็น
ผู้มีความสามารถในการให้การปัจจุบันพยาบาลระหว่างทางด้วย มีไหวพริบปฏิภาณดีในการปฏิบัติ
ตามยุทธวธิ ีการใช้เปล เพอื่ อานวยให้พวกเปลของตนมีความปลอดภยั ในระหว่างการลาเลียงผู้ป่วย
เจบ็ ออกจากพื้นทอี่ นั ตรายจากการยิง หน้าทอ่ี นื่ ๆ อีก คือ การส่อื สารและการสง่ กาลังสายแพทยด์ ้วย

๖. พลเปล เป็นลูกมือการลาเลียงผู้ป่วยเจ็บอยู่ในพวกเปลปฏิบัติตามคาสั่งของ
หน.เปล

๕. ที่พยาบาลกองพนั

ที่พยาบาลกองพนั จัดต้งั ขนึ้ โดย ตอนทพี่ ยาบาลของ มว.สร.
ก. กาลังพลและส่ิงอุปกรณ์ มว.สร.ร้อย.บก.พัน.ร.(ยย.) มีกาลังพลและสิ่งอุปกรณ์พอเพียง
สาหรับการปฏิบัติงานหนึ่งท่ีพยาบาลกองพัน นายแพทย์ พัน.ร. ซึ่งทาหน้าท่ี ผบ.มว.สร.เป็นผู้ให้การ
รักษาหรือดูแลเกือบท้ังหมดในการรักษาพยาบาลของท่ีพยาบาลกองพัน โดยมีผู้บงั คับตอนท่ีพยาบาล
และนายสิบพยาบาลเป็นผู้ช่วยเหลือ ซ่ึงโดยมากจะได้รับการมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยเจ็บเล็กน้อย

609

นอกจากน้ียังมีเจ้าหน้าที่อื่น ๆ อีก ซึ่งช่วยในการรักษาพยาบาลและจัดต้ังท่ีพยาบาลกองพัน นายสิบ
พยาบาลกองร้อยของตอนท่ีพยาบาล จะถูกจัดไปสมทบกับกองร้อยอาวุธเบาตามอัตรามูลฐาน ส่วนท่ี
เหลือจะสารองไว้ทดแทนและยังชว่ ยปฏิบตั ิงาน ณ ท่พี ยาบาลกองพันดว้ ย

ข. ท่ีตั้งของท่ีพยาบาลกองพัน ท่ีพยาบาลกองพันควรจัดตัง้ ให้อยู่ในพ้ืนท่ีข้างหน้าของกอง
พนั ให้มากท่ีสุดเท่าท่ีสถานการณ์จะอานวยให้ โดยท่ัวไปจะจัดตั้งใกล้ท่ีบังคับการกองพัน ข้อพิจารณา
ท่วั ๆ ไป ของการเลือกท่ีต้ังท่ีพยาบาลกองพนั มีดงั นี้ .-

๑) การปฏิบัติการทางยทุ ธวธิ ีของกองพนั
๒) พื้นท่ตี ่าง ๆ ทคี่ าดวา่ จะมีผปู้ ่วยเจบ็ หนาแนน่
๓) การระวงั ปอ้ งกันที่จะไดร้ บั จากหนว่ ยอน่ื
๔) เสน้ ทางทม่ี าบรรจบกัน
๕) การกาบังและการซอ่ นพราง
๖) ความปลอดภัย
๗) เสน้ ทางการส่งกลบั ทีเ่ ข้าไดถ้ ึงทั้งจากข้างหนา้ และขา้ งหลัง
๘) ระยะทางการสง่ กลับของพวกเปล และรถยนต์พยาบาล
๙) หลีกเล่ียงจากส่ิงทีม่ ลี กั ษณะของเปา้ หมาย เช่น สะพาน ทต่ี ้งั ทางทหาร ชุม
ทางท่สี าคญั ที่ตง้ั ยงิ ตา่ ง ๆ ทต่ี ัง้ ท่ีบัญชาการหรอื ทีบ่ งั คบั การ และคลงั สงิ่ อุปกรณ์
๑๐) มีทีโ่ ล่ง เหมาะท่ี ฮ.พยาบาลลงได้
๑๑) การติดตอ่ สือ่ สารตา่ ง ๆ
ค. การปฏิบัติ ท่ีพยาบาลกองพันสามารถจัดตั้งได้ทันทีตามต้องการ ตามปกติใน
สถานการณ์รบจะจัดระเบียบที่พยาบาลกองพันอย่างคร่าว ๆ เป็น ตอนรับและส่งต่อไป ตอนดูแล
รักษาผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บอาการหนัก ตอนดูแลรักษาผู้ป่วยอื่น ๆ เมื่อจาเป็นต้องมีตอนผู้ป่วยด้วย
แก๊สพิษก็ควรจัดให้ห่างไกลออกไปพอสมควรและอยู่ใต้ลม ในการดาเนินกลยุทธ์ที่เคล่ือนที่อย่าง
รวดเร็วไม่สามารถจัดตั้งที่พยาบาลกองพันในข้ันต้นได้ทั้งหมด ในสถานการณ์เช่นน้ี ผู้ป่วยเจ็บจะ
ได้รับการรักษาพยาบาลในอาคารท่ีชาวบ้านละท้ิงไปแล้ว หรือบนพื้นดินตามเส้นทางของการ
เคล่ือนย้าย โดยใช้สิ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีบรรทุกอยใู่ นยานพาหนะของทพ่ี ยาบาลกองพัน เรียกว่า
การบรกิ ารทางการแพทย์ทางประตทู ้ายรถ ( Tailgate Medical Support )
ง. การเคล่ือนย้าย (Displacement) ท่ีพยาบาลกองพันจะต้องดารงการติดต่ออย่างใกล้ชิด
กับหน่วยกาลังรบที่รับการสนับสนุน โดยทาการเคล่ือนย้ายเท่าท่ีจาเป็นติดตามไปตามเส้นทางการ
เคลื่อนที่ ท่ีพยาบาลกองพันอาจเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งใหม่โดยตรง หรือถ้าหากมีผู้ป่วยเจ็บอยู่ในที่
พยาบาลกองพันจานวนมาก ก็อาจแยกเจ้าหน้าท่ีและส่ิงของออกเป็นส่วนฐานและส่วนล่วงหน้า
ในขณะท่ีส่วนฐานยังปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่อง ณ ท่ีเดิมส่วนล่วงหน้าจะเคลื่อนย้ายติดตามหน่วยรบไป
และไปจัดต้ังปฏิบัติงาน ณ ท่ีต้ังใหม่ เมื่อส่วนฐานจาหน่ายผู้ป่วยเจ็บหมดแล้วก็ถือว่าสิ้นสุดการ
ปฏิบัติงาน ณ ท่ีตั้งเดิม และ จะทาการเคล่ือนย้ายติดตามไปรวมกับส่วนล่วงหน้า ณ ที่ต้ังใหม่
การเคลือ่ นย้ายด้วยวิธนี ้เี รียกว่า " การเคลอื่ นย้ายตามลาดบั ขัน้ " ( Echeloned displacement )

610

จ. หนา้ ทท่ี ว่ั ไปและหนา้ ทเ่ี ฉพาะตา่ ง ๆ ทที่ ่พี ยาบาลกองพนั ปฏิบตั ิ มดี งั ต่อไปนี.้ -
๑) การรบั และการบนั ทกึ ผูป้ ่วยเจ็บ
๒) เม่ือมีสถานการณบ์ ่งชจ้ี ะเฝา้ ตรวจกาลังพลว่าไดถ้ กู รงั สมี าบา้ งหรือไม่ ก่อนที่จะให้การ
รักษาพยาบาล
๓) ทาการตรวจและคัดแยกผปู้ ่วยเจบ็ ตามความรนุ แรงของบาดแผลหรอื การบาดเจ็บ
๔) ให้การรักษาเร่งด่วนตามความจาเป็น และเตรยี มผู้ปว่ ยเจ็บเพื่อการส่งกลับต่อไป หรือ

ให้การรักษาท่ีถูกต้องสมบูรณ์ แล้วเตรียมส่งคืนผู้ป่วยเจ็บที่หายแล้วกลับไปปฏิบัติหน้าที่ยัง
หน่วยเดิม

๕) แจ้งให้ ฝอ.๑ พนั .ร.ทราบ ถงึ จานวนกาลงั พลทัง้ หมดท่ไี ด้รับการบริการทางการแพทย์
จากท่ีพยาบาลกองพัน ทารายการแสดงอย่างละเอียดพร้อมท้ังบนั ทึกการเคลื่อนย้ายผู้ปว่ ยเจ็บตามที่
กาหนดไว้ใน รปจ.ของหน่วย

๖) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อความในบัตรบันทึกการป่วยเจ็บใน(ทบ.๔๖๖ - ๙๐๑)
ที่ติดตัวมากับผู้ป่วยเจ็บท่ีได้รับการส่งกลับมายังท่ีพยาบาลกองพัน และเขียนบัตรบันทึกการป่วยเจ็บ
ในสนามติดตวั ใหแ้ ก่ผู้ปว่ ยเจ็บทีไ่ ม่มีบัตรบันทึก ฯ ตดิ ตวั มาในกรณีทต่ี ้องส่งกลับต่อไป

ฉ. การปฏบิ ัตทิ างเทคนคิ (Technical Procedures)
๑) นโยบายการเก็บผู้ป่วย (Holding Policy) ไว้นานเท่าไรของท่ีพยาบาลกองพันน้ัน

พิจารณาเป็นชัว่ โมงมากกวา่ เป็นวนั การใช้วิธีการผ่าตัดเป็นไปตามความจาเป็นเท่าน้ัน เพ่ือสงวนชวี ิต
แขน ขา หรือช่วยทาให้ผู้ป่วยเจ็บมีอาการม่ันคงพอที่จะส่งกลับไปยังหน่วยรักษาพยาบาล ท่ีมา
สนบั สนุนอย่ขู ้างหลงั จะต้องมกี ารปฏิบัติอยา่ งสมา่ เสมอในเรอื่ งการคัดแยกผูป้ ่วยเจ็บ เพ่ือปอ้ งกัน
การ ส่งกลับผู้ป่วยเจ็บไปข้างหลังโดยไม่มีเหตุผลหรือความจาเป็น อย่างไรก็ดีผู้ป่วยเจ็บท่ีมี
บาดแผลเล็กน้อย หรือไม่เจ็บป่วยมากควรให้การรักษาและรีบส่งคืนไปรับหน้าท่ีโดยเร็วเท่าท่ีจะ
ทาได้

๒) ในฐานะ นายแพทย์ พัน.ร. มีงานรักษาพยาบาลเป็นจานวนมากในท่ีพยาบาลกอง
พนั ซ่ึงจะต้องกากับดแู ลเจ้าหน้าที่ในท่ีพยาบาลกองพัน ในเรื่องการรับผู้ป่วยเจ็บการทาความสะอาด
เครื่องมือให้ปราศจากเช้ือ ทาการฉีดยาและให้ของเหลวทางเส้นเลือด ปฏิบัติตามขั้นตอนของการ
ปอ้ งกนั และรักษาช็อก การใชผ้ ้าแต่งแผลทาแผล จัดตัง้ เคร่อื งมือและเกบ็ เคร่ืองมอื

ช. ขดี ความสามารถทางการแพทย์ของที่พยาบาลกองพนั
ก) สว่ นใหญเ่ ปน็ การรักษาทไี่ มเ่ ฉพาะและสมบรู ณ์ (Mainly Nondefinitive)
๑) ให้การรักษาต่อจากนายสิบพยาบาลกองร้อย ( Continue Treatment begun

by Aidman )
๒) ให้ของเหลวทางเสน้ โลหิต (Intravenous fluids)
๓) ผา่ ตดั แกไ้ ขทางเดินหายใจ (Surgical measures at airway)
๔) การเจาะช่องอก (Thoracentesis)
๕) บล๊อกเสน้ ประสาท (Nerve block)
๖) การผกู เส้นเลอื ดหา้ มเลอื ด (Ligation of Bleeding Vessels)
๗) การผ่าตดั เปิดเส้นเลอื ดให้ของเหลว (Venouscutdown)

611

๘) การใหย้ ารกั ษา (Administration of Medication)
๙) การพันผ้าการแต่งแผลและการเข้าเฝือก (Applicationof bandages,
dressings and splints)
๑๐) การปฐมพยาบาลทางจติ ประสาท (Psychological first aid)
๑๑) เปดิ ทต่ี รวจโรคใหบ้ รกิ ารแพทยแ์ บบพ้ืนท่ี (Area Medical Service, Sickcall)
ข) การจัดท่าผู้ป่วยเจ็บและเตรียมการส่งกลับต่อไป (Positioning and Preparing
for further Evacuation)
ซ. ขีดจากัดในการรักษาพยาบาลของทพี่ ยาบาลกองพัน
ก) ใช้วิธีการรักษาช่วยชีวิตเร่งด่วนเท่านั้น (Emergency resuscitative procedures
only)
ข) หลีกเลยี่ งการใช้วธิ ีการรักษาทสี่ มบรู ณ์ (Avoid Definitive Procedures) เชน่
๑) การตัดแต่งแผล (Debridgement)
๒) การจดั กระดูกใหเ้ ข้าที่ (Setting of Fractures)
๓) การรักษาต่างๆท่ตี อ้ งใช้ยาสลบ (Those Requiring General Anaesthesia)
ฌ. การเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่วยเจบ็
ผู้ป่วยเจ็บท่ีไม่สามารถส่งคืนไปรับหน้าท่ีได้หลังจากได้รับการรักษาพยาบาล ณ ที่
พยาบาลกองพันแล้ว และผู้ป่วยเจบ็ ท่ีต้องการรักษาทางทนั ตกรรม จะถูกส่งกลับไปยังทีพ่ ยาบาลกอง
พลโดยรถยนต์พยาบาลของท่ีพยาบาลกองพล (ร้อย.สร.พัน.สร.กรมสนับสนุน พล.ร.) การส่งกลับ
ฉุกเฉินผู้ป่วยเจ็บท่ีสาหัสกระทาโดยเฮลิคอปเตอร์พยาบาลของหน่วย ร้อย.บินปีกหมุนพยาบาล ทบ.
โดย นายแพทย์ พัน.ร. รอ้ งขอการสง่ กลบั ทางอากาศทางสายการแพทย์
ญ. การบนั ทกึ ต่าง ๆ
ที่พยาบาลกองพันทาบัญชีรายชื่ออย่างง่าย ๆ ของผู้ป่วยเจ็บที่ให้การรักษาพยาบาล
นายแพทย์ พัน.ร.จะใช้บัญชีรายช่ือน้ีทารายงานและจัดทาข่าวสารเกี่ยวกับอัตราการป่วยเจ็บของ
กาลงั พล ซ่งึ มคี ่าสาหรบั ผบ.พัน.ร. และสาหรับการวางแผนของ นายแพทย์ พัน.ร. เองด้วย
บัตรบันทึกการป่วยเจ็บในสนาม (ทบ.๔๖๖ - ๙๐๑) ซ่ึงจะยังคงติดตัวไปกับผู้ป่วยเจ็บ
จนกระทั่งถึงท่ีส่งกลับแห่งสุดท้าย จะไดร้ ับการตรวจสอบเพอื่ ความถูกตอ้ ง ณ ที่พยาบาลกองพันและ
นายแพทย์ พัน.ร. จะเซน็ ช่ือกากบั ไว้ดว้ ย
ฎ. เครื่องมือขนส่งและเครื่องมอื สอ่ื สาร
๑) มว.สร. มียานพาหนะในอัตราไม่พอเพียงสาหรับการเคลื่อนย้ายกาลังเจ้าหน้าท่ี
และ สิ่งอุปกรณ์ท้ังหมดในหนึ่งเท่ียว จาเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจาก ร้อย.บก.พัน.ร. ใน พัน.ร.
ยานเกราะจะมีรถสายพานลาเลียงพลพยาบาลของ มว.สร. ซึ่งมีความคล่องตวั ในการข้ามภมู ิประเทศ
และป้องกันการยิงจากข้าศึกโดยอาศัยการเปรียบเทียบกับความคล่องตัว และการป้องกันของหน่วย
กาลังรบท่ี มว.สร.นั้นใหก้ ารสนับสนนุ
การซ่อมบารุงขั้นหน่วยของยานพาหนะของ มว.สร. จะได้รับการสนับสนุนจาก มว.ซ่อม
บารุง รอ้ ย.บก.พัน.ร.

612

๒) มว.สร.มีความต้องการเคร่ืองมือต่าง ๆ เพื่อดารงการติดต่อกับ ทก.พัน.ร. และ ร้อย.
อวบ. ที่กระจายกันอยู่พร้อมกับส่วนตา่ งๆ ของ มว.สร.ท่ีปฏบิ ัติงานร่วมอยู่กับกองร้อยต่างๆ เหล่านั้น
เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าการบริการทางการแพทย์ระดับกองพลที่สนับสนุนอยู่ข้างหลังจะมีความ
รับผิดชอบในการที่จะดารงการติดต่อกับที่พยาบาลกองพันก็ตาม นายแพทย์ พัน.ร. ก็ยังคงมีความ
รับผิดชอบที่จะแจ้งให้ที่พยาบาลกองพลที่กาลังให้การสนับสนุนท่ีพยาบาลกองพันอยู่ (กับแจ้งให้
นายแพทย์ กรม ร.) ทราบถึงที่ตั้งของท่ีพยาบาลกองพันและความต้องการเก่ียวกับการส่งกลับ
เพราะว่าการติดต่อสื่อสารท่ีรวดเร็วเป็นสิ่งสาคัญย่ิงในการควบคุมเคร่ืองมือต่าง ๆ ของหน่วยบริการ
ทางการแพทย์ การติดต่อส่ือสารโดยทางวิทยุจะกระทาทุกครั้งเมื่อสามารถกระทาได้ และตาม
ธรรมดาแล้วจะใชใ้ นการควบคุมการปฏบิ ตั ิงานของหน่วยส่งกลับ เจ้าหน้าที่ของท่ีพยาบาลกองพันทั้ง
ส่วนฐานและส่วนล่วงหน้าจะทาการประสานการปฏิบัติระหว่างทาการเคล่ือนย้ายเป็นส่วนๆ โดย
อาศยั การตดิ ตอ่ ส่อื สารทางวทิ ยุ นายแพทย์ พัน.ร. จะดารงการตดิ ต่อทางวทิ ยุกับ มว.สร. เม่ือออกไป
จาก มว.สร. เพื่อทาหน้าท่ีฝ่ายกิจการพิเศษ และติดต่อกับ ผบ.พัน.ร. และฝ่ายอานวยการ เม่ือ
นายแพทย์ พัน.ร. ปฏิบัติงานอยู่ท่ี มว.สร. ใน มว.สร. ยังมีโทรศัพท์สนามสาหรับการติดต่อทางสาย
ซ่ึงสามารถทาการติดต่อกับหน่วยต่างๆ ของ พัน.ร. และหน่วยที่ให้การสนับสนุนต่างๆ ได้ด้วยเมื่อมี
ความจาเปน็ จะใชพ้ ลขับรถยนต์พยาบาลหรอื ผปู้ ่วยเจ็บเป็นผูน้ าสารด้วยกไ็ ด้

ฐ. การสง่ กาลัง
๑) การส่งกาลงั สายแพทย์
(๑) ในสถานการณ์รบจะร้องขอ สป.สาย พ.เพ่ิมเติม และการแจกจ่ายส่งมาให้จะ

กระทาโดยทางสายการส่งกลับ คือ รถยนต์พยาบาลที่ลาเลียงผู้ป่วยเจ็บกลับมาข้างหลังจะนาใบขอ
สป.ส้นิ เปลอื งเช่น ยาและผ้าพันแผลมายงั จุดส่งกาลงั สายแพทย์ของท่ีพยาบาลกองพลทตี่ ง้ั อยใู่ กล้ ๆ ท่ี
พยาบาลกองพันและนา สป.ไปให้ที่พยาบาลกองพัน โดยรถยนต์พยาบาลที่ไปรับผู้ป่วยเจ็บในเที่ยว
ต่อไป ที่พยาบาลกองพันจะต้องหลีกเล่ียงการสะสม สป. ไว้เป็นจานวนมาก ซึ่งจะขัดต่อความ
คล่องตัว แต่จะต้องคง สป. ให้พอเพียงที่จะเพ่ิมเติมให้กับเจ้าหน้าที่แพทย์ที่อยู่ข้างหน้า การส่ง สป.
ต่าง ๆ ไปให้เจ้าหน้าท่ีแพทย์ที่อยู่ข้างหน้า จะกระทาโดยพวกเปลหรือรถยนต์พยาบาลท่ีข้ึนไป
สนบั สนุนการส่งกลบั ในพน้ื ที่ รอ้ ย.อวบ.

(๒) รถยนต์พยาบาลจะบรรทุก สป.สาย พ. เช่น เปล ผ้าห่ม เฝือก สายรัดห้ามเลือด
และ สป.ส้ินเปลืองไวด้ ้วย เพ่ือทดแทนส่ิงอุปกรณ์ที่ตดิ ตวั มากับการส่งกลับผู้ปว่ ยเจ็บ การแลกเปล่ียน
ส่งิ อปุ กรณ์โดยวธิ กี ารทดแทนรายการต่อรายการเช่นนี้ เปน็ สิ่งจาเป็นเพ่อื หลีกเล่ียงการขาดแคลน สป.
สาย พ. ของหน่วยแพทย์ทงั้ หลายในสายการส่งกลับทางการแพทย์

(๓) นอกสถานการณร์ บ สป.สาย พ. จะได้รบั โดยวธิ ีเดียวกนั กบั สป.ทั่วไป
๒) การสง่ กาลังสิ่งอุปกรณ์ทัว่ ไป

มว.สร.จะได้รับส่ิงอุปกรณ์ท่ัวไปตามวิธีการส่งกาลังตามปกติ โดยเสนอความ
ต้องการ (รายการส่ิงของท่ีตอ้ งการ) ไปยัง ร้อย.บก.พัน.ร. (มว.สนับสนนุ และบริการ)

๖. ที่พยาบาลกองรอ้ ย (Company Aid Post)
นายสบิ พยาบาลกองร้อย จะบรรจใุ ห้กบั พนั .ร. ตามอตั รามลู ฐานคอื หนึ่งคนตอ่ หนึง่ มว.ปล. และ

613

นายสิบพยาบาลกองร้อย จะบรรจุให้กับ พัน.ร. ตามอัตรามูลฐานคือ หนึ่งคนต่อหน่ึง มว.ปล. และ
ต่อหน่ึง ทก.ร้อย.อวบ. และกองร้อยอ่นื ๆ ตามความจาเป็นและเหมาะสม หากมีเจ้าหน้าที่พอ อาจ
บรรจใุ ห้ มว.อาวุธ รอ้ ย.อวบ. มว.ละหนง่ึ คนก็ได้

ก. นายสิบพยาบาลกองร้อยท่ีประจาอยู่ ณ ทก.ร้อย.อวบ.จะจัดต้ังที่พยาบาลกองร้อยขึ้น
เพื่อให้การปจั จุบนั พยาบาลแก่ผู้ป่วยเจ็บในพ้ืนท่ีบริเวณ ทก.ร้อย.อวบ.น้ัน จะทาการตรวจผู้ปว่ ยเจ็บ
ขั้นต้นก่อนและให้การปัจจุบันพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยอื่นๆ ที่ได้รับการส่งกลับมายังท่ี
พยาบาลกองร้อย พร้อมท้ังคอยสังเกตอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยเจ็บขณะที่กาลังรอคอยการส่งกลับไป
รับการรักษาพยาบาลยังที่พยาบาลกองพันต่อไป และจะเป็นผู้ให้การปัจจุบันพยาบาลอย่างสมบูรณ์
ถูกต้องท่ีสุดภายในขีดความสามารถของตน นายสิบพยาบาลกองร้อยที่ประจาอยู่ ณ ทก.ร้อย.อวบ.น้ี
จะแจ้งให้ ผบ.ร้อย.อวบ.ทราบถึงสถานการณ์ทางการแพทย์และสถานการณ์ทางสุขาภิบาลอยู่เสมอ
รวมทั้งเสนอแนะวิธีการปฏิบัติการสุขาภิบาลท่ีเหมาะสม และกากับดูแลทางเทคนิคในการควบคุม
พาหะนาโรคต่าง ๆ ทาการประสานการปฏิบัติงานของนายสิบพยาบาลกองร้อยที่ประจาอยู่กับ
มว.ปล.กับเครื่องมอื การสง่ กลบั ของ มว.สร. ท่ีมาปฏิบตั งิ านในพื้นที่ของ ร้อย.อวบ. นอกจากนี้ยังต้อง
แจ้งให้ ผบ.มว.สร.(นายแพทย์ พัน.ร.) ได้ทราบถึงสถานการณ์ทางการแพทย์ในพื้นท่ีของ ร้อย.อวบ.
โดยใช้การสง่ ข่าวผา่ นทางข่ายการสื่อสารของ รอ้ ย.อวบ. หรอื ผา่ นทางสายการสง่ กลบั ทางการแพทย์

ข. นายสิบพยาบาลกองร้อย ที่ประจาอยู่กับ มว.ปล.จะกินอยู่และร่วมฝึกกับ มว.ปล.ที่ตนข้ึน
สมทบ และเมื่อ มว.ปล. ทาการรบ นายสิบพยาบาลกองร้อยก็ร่วมทาการรบด้วย เพื่อให้การปัจจุบัน
พยาบาลแก่ผู้ป่วยเจ็บ นายสิบพยาบาลกองร้อยจะทาทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเต็มขีดความสามารถเพ่ือ
ช่วยชีวิตและสงวนแขน ขาของผู้ป่วยเจ็บไว้ ทาการห้ามเลือดโดยวิธีการใช้ผ้าแต่งแผลกดทับ (ถ้าวิธีนี้
ได้ผล) และถ้าหากจาเป็นก็ทาการห้ามเลือดโดยการใช้สายรัดห้ามเลือด ช่วยแก้ไขทางเดินหายใจท่ี
เหมาะสม ทาการป้องกันหรือรักษาช็อกตามข้ันตอน ใช้ผ้าแต่งแผลตกแต่งบาดแผล เข้าเฝือกเพื่อให้
กระดูกท่ีหักอยู่กับที่ และให้มอร์ฟนี ถ้าผู้ป่วยเจ็บมีความเจ็บปวดมาก นายสิบพยาบาลกองร้อยจะติด
บัตรบันทึกการป่วยเจ็บในสนามท่ีได้ทาการบันทึกแล้วติดตัวผู้ป่วยเจ็บที่ต้องทาการส่งกลับต่อไป
หากมีเวลาพอนายสิบพยาบาลกองร้อยจะติดบัตรบันทึกการป่วยเจ็บในสนามให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตด้วย
เพ่ือให้ทราบถึงสาเหตุการตายที่ถูกต้องแน่นอน นายสิบพยาบาลกองร้อยจะส่งคืนผู้ป่วยเจ็บท่ีไม่
จาเปน็ ต้องให้การรักษาพยาบาลต่อไปอีกไปปฏบิ ัติหน้าท่ีตามเดิม จะชี้ทางให้ผู้ป่วยเจ็บที่สามารถเดิน
ได้หรืออาศัยยานพาหนะอ่ืน ๆ ของกองร้อยไปยังท่ีพยาบาลกองร้อยและร้องขอการส่งกลับทาง
การแพทยใ์ ห้แก่ผ้ปู ่วยเจบ็ ท่ตี ้องใชเ้ ปล เป็นตน้

ค. ขีดความสามารถทางการแพทย์ของนายสิบพยาบาลกองร้อย ในเร่ืองเก่ียวกับการปัจจุบนั
พยาบาล (หรือเรียกวา่ การดูแลรกั ษาโดยนายสิบพยาบาล = Aidman Care)

๑) การหา้ มเลือด โดยใชผ้ า้ แต่งแผลกดทบั พนั รดั ไมค่ อ่ ยใชส้ ายรัดห้ามเลือด
๒) แกไ้ ขทางเดินหายใจ โดยวิธไี มผ่ ่าตัด เชน่ วิธีเป่าปาก
๓) การพนั ผ้าและการเข้าเฝือก
๔) การทาใหผ้ ปู้ ว่ ยเจบ็ สบายข้ึน เช่น การให้นารโ์ คตคิ ส์ (narcotics) บรรเทาปวด
๕) จัดทา่ และเตรียมผูป้ ว่ ยเจบ็ เพือ่ ทาการส่งกลับ

614

๖) อน่ื ๆ เช่น เขยี นบัตรบนั ทึกการปว่ ยเจบ็ ในสนาม (ทบ.๔๖๖ - ๙๐๑) การสขุ าภบิ าล
กองรอ้ ย ฯลฯ

๗. เคร่ืองมอื การสง่ กลับ
ก. รถยนต์พยาบาล จานวน ๓ คัน ขนาด ๑๑/๔ ตัน ในอัตราของตอนส่งกลับ มว.สร.ร้อย.

บก.พัน.ร. จัดเป็น เคร่ืองมือส่งกลับหลัก รถยนต์พยาบาลแต่ละคันจะมีเจ้าหน้าท่ีประจา ๒ นาย
ได้แก่ พลขับ ๑ นาย และนายสิบพยาบาล ๑ นาย ขีดความ สามารถในการบรรทุกผู้ป่วยเจ็บต่อ
๑ คัน บรรทุกผู้ป่วยเจ็บนอนได้ ๔ เปล หรือผู้ป่วยน่ังได้ ๘ คน โดยจะทาการลาเลียงผู้ป่วยเจ็บจาก
แนวหนา้ มายงั ท่พี ยาบาลกองพัน ซึง่ กระทาไดร้ วดเร็วและจานวนมากราย แต่การใช้ต้องคานงึ ถึงความ
ปลอดภยั อนั เน่อื งมาจากสถานการณร์ บ ลักษณะภูมปิ ระเทศและสภาพลมฟา้ อากาศในขณะน้นั ด้วย

ข. เปล เป็นเครื่องมือส่งกลับอีกประเภทหนึ่งของตอนส่งกลับ ซ่ึงสามารถใช้ในการลาเลียง
ผู้ป่วยเจ็บจากแนวหน้าได้ และมีขีดความสามารถในการลาเลียงได้ทุกลักษณะภูมิประเทศ สภาพลม
ฟ้าอากาศ และทุกสถานการณ์ แต่มีขีดจากัดในเร่ืองระยะทางเพราะเป็นการใชก้ าลังคน ถึงแม้วา่ เปล
จะจัดเป็นเครื่องมือส่งกลับรอง แต่ก็ยังมีความจาเป็นสูงในกรณีท่ีรถยนต์พยาบาลในแนวหน้าไม่
สามารถปฏบิ ัตกิ ารไดใ้ นขณะนั้น จาต้องใช้การลาเลยี งดว้ ยเปลแทน หรอื ปฏบิ ัตกิ ารผสมผสานกนั

โดยปกติการลาเลียงด้วยเปลจะจัดเป็นพวกเปล แต่ละพวกเปลมีกาลังพล ๔ นาย ๑ นาย
ในจานวนนี้ได้แก่หัวหน้าเปล (นายพวกเปล) ซ่ึงจะต้องมีความรู้ความสามารถในการปจั จุบนั พยาบาล
เป็นอยา่ งดี เพอื่ ให้การปัจจุบันพยาบาลระหวา่ งทางแก่ผปู้ ว่ ยเจ็บด้วย

ค. ในกรณีจาเป็น อาจต้องขอรับการสนับสนุนรถสายพานมาดัดแปลงเป็นรถพยาบาลเพ่ือ
ลาเลียงผู้ป่วยเจ็บ ตามปกติแล้วจะใช้ในการส่งกลับผู้ป่วยเจ็บและบรรทุกเจ้าหน้าท่ีของ มว.สร.ข้าม
ภูมิประเทศท่ียานยนตล์ ้อธรรมดาไม่สามารถวงิ่ ข้ามได้ หรือเป็นพื้นที่ที่เปิดเผยตอ่ การยิงด้วยอาวุธปืน
เล็กของข้าศึก หรือสะเก็ดระเบิดของกระสุนปืน ค.หรือปืนใหญ่ โดยท่ัวไปรถสายพานที่ดัดแปลงมาใช้
ทางการแพทยน์ ้ี จะใชร้ ว่ มกบั รถยนตพ์ ยาบาลในแนวหนา้ ซ่งึ รถยนต์พยาบาลในแนวหนา้ นัน้ สามารถ
ว่ิงตัดเส้นทางไดท้ าให้ลดเวลาท่ีจะว่ิงไปยังที่พยาบาลกองพัน และลดการกระทบกระเทือนที่เกิดจาก
การวงิ่ ของรถสายพาน อันอาจทาให้ผู้ป่วยเจ็บมีอาการเลวลงไปอีกได้ ส่วนมากแล้วจะใช้รถสายพาน
ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล ทาการส่งกลับผู้ป่วยเจ็บจากแนวหน้ามายังที่พยาบาลกองร้อย และใช้
รถยนตพ์ ยาบาลในแนวหนา้ ทาการสง่ กลบั ตอ่ จากท่ีพยาบาลกองร้อยมายังทพ่ี ยาบาลกองพัน

๘. ปัจจยั ต่าง ๆ ทสี่ าคญั ท่จี ะตอ้ งนามาพิจารณาในการวางแผนการใช้ มว.สร. คอื
๑) แผนทางยทุ ธวธิ ขี องผบู้ งั คบั บัญชา
๒) จานวนผู้ปว่ ยเจบ็ ท่ีไดท้ าการประมาณการไว้
๓) พ้นื ที่ต่าง ๆ ท่ีคาดว่าจะมีผู้ป่วยเจ็บหนาแน่นมากที่สุด นั่นก็คือ ท่ีไหนและเม่ือไร จึงจะ

เกดิ ผู้ปว่ ยเจ็บข้นึ
๔) ความต้องการการส่งกลับ
๕) สถานท่ตี ั้งทร่ี กั ษาพยาบาลท่ีต้องการ
โดยอาศัยปจั จัยตา่ ง ๆ เหล่าน้ี ทาให้นายแพทย์ พัน.ร. สามารถตัดสินใจที่จะแบง่ มอบหรือใช้

ส่วนต่าง ๆ ของ มว.สร. อยา่ งไร จึงจะใหก้ ารสนับสนุนตอ่ หนว่ ยรองตา่ ง ๆ ของ พนั .ร.ไดด้ ีทสี่ ดุ

615

๙. สายการบังคับบัญชาจากพลทหารใน มว.สร. ไปถึง ผบ.พนั .ร. มดี งั น้ี.-
๑) พลทหารเสนารักษ์
๒) นายสบิ
๓) ผบ.มว.สร.
๔) ผบ.รอ้ ย.บก.
๕) ผบ.พัน.ร.
ผบ.รอ้ ย.บก.พนั .ร. รับผดิ ชอบทุกเรอื่ งเกี่ยวกบั การบังคับบัญชาของ มว.สร.ยกเว้นการฝึกทาง

เทคนิค ฉะนั้น ผบ.ร้อย.บก.พัน.ร. จึงรับผิดชอบในการฝึกทางยุทธวิธี ธุรการกาลังพล การเล้ียงดู
และการสง่ กาลังของ มว.สร.

616

บทที่ ๒
การใช้อปุ กรณช์ ว่ ยชวี ิตประจากายทหาร

ประกอบดว้ ย

๑) ผา้ ปฐมพยาบาลประจากาย ๔ x ๗ นว้ิ ๑ ชิน้
๒) สายยางรดั หา้ มเลอื ด ๗๕ ซม. ๑ ช้นิ
๓) ผ้าพนั แผลแบบยดื หดได้ ๔ น้วิ ๑ ชิ้น
๔) ผ้าสามเหล่ืยม ๑ ช้นิ
๕) ผา้ ก๊อซ ๔x๔ น้ิว ๕ ชน้ิ
๖) ถงุ มือขนาดใหญ่ ๑ คู่

หลักท่วั ไปในการห้ามเลือด

๑.การหา้ มเลือดในระหว่างการรบ (ยังมีอันตรายจากการยงิ คตู่ อ่ สู้)
๑.๑ นาผบู้ าดเจบ็ เข้าที่กาบัง
๑.๒ ห้ามเลือดเร่งดว่ น โดยใช้สายยางรดั ห้ามเลอื ด
๒. การหา้ มเลอื ดในพ้ืนทีก่ ารรบ (ฝา่ ยตรงขา้ มล่าถอยไปแลว้ )
๒.๑ กดลงบนบาดแผลโดยตรง โดยใชผ้ ้าปฐมพยาบาลประจากาย
๒.๒ ใช้ผ้าพันแผลแบบยึดหดได้พนั ทบั ใหแ้ นน่
๒.๓ กดเสน้ เลอื ดแดงใหญท่ มี่ าเล้ยี งบาดแผล
๒.๔ ขนั ชะเนาะ
หมายเหตุ ควรสวมถงุ มือก่อนทกุ ครง้ั ทาการห้ามเลือด เพื่อป้องกันการตดิ เช้อื เขา้ ส่รู ่างกาย

๑. การใชส้ ายยางรดั หา้ มเลอื ด

ภาพท่ี ๑ การใช้สายยางรัดหา้ มเลอื ด

617

สามารถใช้สายยางรัดห้ามเลือดรัดลงบนเสื้อผ้าโดยไม่ต้องตัดเสื้อผ้าออก และต้องผูกเงื่อน
ตายให้แน่นที่สุด ควรรัดให้เหนือบาดแผล บริเวณต้นแขน หรือ ตน้ ขาท่ีบาดเจ็บ เนื่องจากบริเวณต้น
แขนหรือ ต้นขา ประกอบด้วยกระดูกช้ินเดียว จึงสามารถกดบนเส้นเลือดแดงไดด้ ีกว่า ส่วนแขนหรือ
ขาส่วนล่าง ประกอบด้วย กระดูก ๒ ชิ้น ซ่ึงมีเส้นเลือดแดงและดาผ่านด้านในของกระดูก การห้าม
เลือดจึงไม่มีประสิทธิภาพ ไม่รัดบนข้อศอก ข้อเข่า หรือบนกระเป๋า ซ่ึงอาจจะมีสิ่งของอยู่ภายใน ทา
ให้เกิดแรงกดและ ได้รับบาดเจ็บมากข้ึน นอกจากนี้ยังทาให้การรัดห้ามเลือดไม่มีประสิทธิภาพ
เทา่ ท่ีควร ในกรณที ่เี ลือดไหลออกไมม่ าก อาจใหว้ ธิ ีกดหรือ พันปิดบาดแผลเพอ่ื ห้ามเลอื ดแทนได้

ข้ันตอนการใชส้ ายยางรัดหา้ มเลือด
ข้นั ตอนท่ี ๑ ยดื สายยางรดั ห้ามเลอื ดออกให้สุด

ภาพท่ี ๒ ขัน้ ตอนท่ี ๑ ยืดสายยางรดั ห้ามเลอื ดออกใหส้ ดุ
ขัน้ ตอนที่ ๒ พันสายยางรดั ห้ามเลือด ๑ รอบโดยยึดให้แนน่

ภาพที่ ๓ ขน้ั ตอนท่ี ๒ พันสายยางรดั หา้ มเลอื ด ๑ รอบโดยยึดให้แนน่

618

ข้นั ตอนท่ี ๓ พันสายยางรดั ห้ามเลือด รอบที่ ๒

ภาพที่ ๔ ขน้ั ตอนที่ ๓ พันสายยางรัดหา้ มเลอื ด รอบที่ ๒
ขั้นตอนที่ ๔ ผกู ดว้ ยเง่ือนตาย ใหแ้ น่นท่สี ดุ และใช้ผา้ แตง่ แผลปดิ บาดแผล

ภาพที่ ๕ ขนั้ ตอนท่ี ๔ ผูกดว้ ยเงอื่ นตาย ใหแ้ นน่ ที่สดุ
ข้นั ตอนท่ี ๕ ในกรณที ี่ ใช้สายยางรัดหา้ มเลือดเสน้ ท่ี ๑ รดั ห้ามเลือดแลว้ เลือดยังไม่หยุดไหล
ให้ใช้สายยางรัดห้ามเลือดเส้นท่ี ๒ รัดเพิ่มเติม โดยรัดเหนือสายรัดเส้นท่ี ๑ หรือหากสายยางรัดห้าม
เลือดเส้นแรก รัดสูงที่สุดแล้ว ให้รัดต่อจากเส้นที่ ๑ โดยห้ามถอดสายยางรัดห้ามเลือด เส้นที่ ๑ ออก
เด็ดขาด การพันสายยางรัดห้ามเลอื ดเสน้ ที่ ๒ ให้ ๒ รอบ เชน่ กันและใช้ผา้ แตง่ แผลปดิ บาดแผล
ขนั้ ตอนท่ี ๖ ห้ามคลายสายยางรัดหา้ มเลือดออกโดยเดด็ ขาด และรบี นาส่งพบแพทยโ์ ดยเร็ว

619

ขน้ั ตอนท่ี ๗ ให้เขียนตัวอกั ษร T (Tourniquet) ไวท้ ีห่ น้าผากของผบู้ าดเจ็บ หรือบริเวณ
เจ้าหน้าท่ี หรอื แพทยส์ ามารถมองเหน็ ไดง้ ่าย ดว้ ยปากกา หรือดนิ หรือเลอื ดของผปู้ ว่ ย และควร
เปิดบริเวณที่รดั หา้ มเลอื ดให้เหน็ ชัดเจน

ขั้นตอนท่ี ๘ บันทึกเวลารัดสายยางฯไว้ในบตั รบนั ทกึ ผู้ปว่ ยเจบ็ ทุกครั้ง

ข้อดี : ๑. ทาได้ง่ายและรวดเร็ว ไดผ้ ลเรว็ ทสี่ ุด
๒. เหมาะสมท่จี ะใช้ในชว่ งเวลาที่มีการปะทะ

ข้อเสีย : ๑. ผูบ้ าดเจ็บอาจมคี วามเจบ็ ปวดเพิ่มขึน้
๒. ทาให้เส้นประสาท หลอดเลือดและเน้ือเย่ือหรือ อวัยวะที่ต่ากว่าสายยาง

รดั ห้ามเลือด หากรัดนานเกนิ กว่า ๖ ชม.

๒. วิธกี ารใช้ขนั ชะเนาะแบบแสวงเครื่อง
สามารถประกอบขึน้ จากวัสดทุ ่ยี ดื หยนุ่ มคี วามแข็งแรง เชน่ ผ้ากอ๊ ซ ผา้ มสั ลนิ หรือเส้อื ผ้า ควร

มีความกว้างประมาณสองน้ิว ใช้รว่ มกับวตั ถแุ ขง็ เปน็ แท่ง

ขั้นตอนในการปฏิบัติการใช้ขนั ชะเนาะแบบแสวงเครอ่ื ง

๑. ใชผ้ ้าสามเหลีย่ มทาเปน็ ผา้ คราวาท (Cravat) หรอื วัสดทุ ใ่ี ช้ควรมีความกว้างไมน่ ้อย
กวา่ ๒ นว้ิ ไมค่ วรใชห้ วาย เชือก ลวดหรอื วสั ดุทม่ี ขี นาดเลก็ เพราะอาจบาด/ตดั เนอ้ื ได้

ภาพที่ ๖ การใช้ผา้ สามเหลย่ี มทาเป็นผา้ คราวาท (Cravat)

๒. วางขนั ชะเนาะแบบแสวงเครอื่ งท่บี รเิ วณตน้ แขนตน้ ขา

๓. ผูก ๑ เง่อื น
๔. วางไม้ทจ่ี ะใชใ้ นการขนั ชะเนาะลงไป

620

๕. ผกู เงื่อนอกี หนึ่งครง้ั รอบๆไม้ที่ใชใ้ นการขนั ชะเนาะ
๖.หมุนแท่งขันจนกระทั่งขันชะเนาะแบบแสวงเคร่ืองแนและเลือดแดงสดๆหยุดไหล
และคลาชีพจรไม่ได้
๗. ผูกยึดปลายไม้ด้วยเง่ือนตาย เพื่อไม่ให้ไม้คลายหมุนกลับ ใช้ผ้าแต่งแผลปิดแผล
นาสง่ แพทยโ์ ดยเรว็ ทส่ี ุด
๘. บรเิ วณขนั ชะเนาะไมค่ วรใหอ้ ะไรมาบดบงั สายตาเพื่อให้สังเกตไดง้ ่าย
๙. ทาเครื่องหมายตัว T (Tourniquet) บนหน้าผากผู้บาดเจ็บ ถ้าไม่มีอะไรเขียน ใช้
เลือดของผูบ้ าดเจบ็ เขยี น
๑๐. จดเวลาทท่ี าการขนั ชะเนาะ รวมไปถงึ การจบั ชพี จรและการหายใจ
๑๑. ควรเก็บและสง่ แขน/ขา/ชนิ้ สว่ นที่ขาดไปกับผ้บู าดเจ็บ อย่าให้ผู้บาดเจ็บเหน็

๓. การกดโดยตรงทีบ่ าดแผล
วธิ กี ารน้ีเป็นวิธีที่ได้ผลดี ถา้ เปน็ แผลเลก็ น้อย มีขนั้ ตอนการปฏิบตั ิคือใหใ้ ช้นิ้วมอื ที่สะอาด

หรอื ผ้าสะอาดวางและกดโดยตรงบนบาดแผลจนกว่าเลอื ดจะหยุดไหล ตามภาพท่ี ๑๓ เปน็ การบบี
ปลายหลอดเลือดที่ฉกี ขาดใหเ้ ข้ามาหากัน และเปน็ การอดุ หลอดเลอื ดไม่ให้เลือดไหลออกมา/ชะลอให้
เลอื ดไหลช้า เม่ือเลือดออกนอกหลอดเลอื ดจะแข็งตวั ภายใน ๓-๕ นาที ใชเ้ วลาในการกดประมาณ ๕-
๑๐ นาที เลอื ดจะหยดุ เม่ือเลือดหยดุ ให้ใช้ผา้ แต่งแผลปดิ /พนั ดว้ ยผา้ พนั แผลแล้วรบี ทาการสง่ กลับทาง
การแพทย์

ภาพที่ ๗ การกดลงบนบาดแผล
ถ้าเลอื ดยงั ไหลออกอกี ใชผ้ า้ แตง่ แผลอีกผืนวางทบั บนผ้าผนื เดมิ แล้วพันใหแ้ น่นด้วย
ผ้าพันแผลมว้ นแบบยืดได้โดยดึงใหย้ ดื พอควรแล้วจงึ พนั ทับลงไปเป็นการเพ่มิ แรงกดลงบน
บาดแผลช่วยห้ามเลือด หา้ มเปล่ียนผา้ แตง่ แผลผืนเดมิ เพราะจะทาใหล้ มิ่ เลอื ดท่แี ขง็ แล้วหลุดออก
เลือดจะไหลออกมาอีก

621

ภาพที่ ๘ การใช้ผา้ ผนื ใหมพ่ ันซ้าบนผ้าผนื เดิม

๔.การใชผ้ า้ แตง่ แผล
ผ้าแต่งแผลเป็นผ้าสะอาดปราศจากเช้ือใช้สาหรับปิดบาดแผลโดยตรงเพื่อห้ามเลือด

ป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผล ช่วยลดความเจ็บปวดได้ และเพ่ิมแรงกดท่ีบาดแผลร่วมกับการพัน
ดว้ ยผา้ พนั แผล

๑. ตรวจหาบาดแผล อาจตัดหรือฉีกเสื้อผ้าบริเวณท่ีมีบาดแผลอย่างระมัดระวัง (ด้วย
กรรไกร หรือมีด) เสื้อผ้าที่ตดิ อยู่กับบาดแผลให้ปล่อยไวเ้ ช่นน้ันไม่ดงึ ออกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บมาก
ขนึ้ ไม่ทาความสะอาดบาดแผล ไม่ถอดเส้ือผา้ ใหใ้ ชผ้ ้าพันแผลพันทับเส้ือผา้ ท่ีบริเวณแผลน้ัน

๒. ตรวจบาดแผลทั้งทางเข้าและทางออก ก่อนใช้ผ้าพันแผล ให้ตรวจผู้บาดเจ็บอย่าง
ระมัดระวังอาจมีบาดแผลมากกว่าหน่ึงแห่ง บาดแผลทางออกมักจะใหญ่กว่าบาดแผลทางเข้า ถ้ามีทั้ง
บาดแผลทางเข้าและทางออก ต้องพนั แผลท้ังสองแผล

ขอ้ ควรระวัง ถ้าวัตถฝุ ังอยู่ท่ีแผล ไม่แตะต้องวัตถุนั้น ไม่ดงึ ออกหรือดนั เข้าไปในแผล ให้
พนั ผ้าทาแผลรอบๆวตั ถุ เพอื่ พยุงวัตถใุ หอ้ ยู่กับทีแ่ ละป้องกนั การบาดเจบ็ มากขึ้น

วธิ ีการใช้ผา้ แต่งแผล
๑. แกะกลอ่ งผ้าแตง่ แผลออก ใช้มอื ท้งั สองขา้ งจบั หางผา้ ไว้ ตามขน้ั ตอนที่ ๑
๒. ถือผา้ แตง่ แผลไวเ้ หนอื แผล โดยคว่าด้านสีขาว เข้าหาบาดแผล ไมส่ มั ผสั ด้านสขี าว
( ฆ่าเชอื้ ) และไม่ใหด้ า้ นสีขาวสมั ผัสกบั สิ่งอน่ื
1. ดงึ ผ้าพนั แผลนนั้ ใหก้ างออก แล้วปดิ ลงบนบาดแผล

๑ ๒ ๙ ข้นั ตอนการใชผ้ ๓า้ แต่งแผลตาม ๔ ๕

ภาพที่

๔. จบั ผา้ แต่งแผลไว้ดว้ ยมือข้างหนึง่ เพ่ือใหผ้ ้าอยู่กับที่ มืออกี ขา้ งหนง่ึ พนั หางผา้ พันรอบๆ
ผ้าพันแผลประมาณครึง่ หนงึ่ ของผ้าพนั แผลน้ัน เหลอื หางผา้ ไวย้ าวพอผูกเงือ่ นได้ และ พนั หางผ้าอกี
ข้างทับอีกครงึ่ หนงึ่ ของผ้าแตง่ แผลที่เหลือใหป้ ิดมิดบาดแผล ควรพนั หางผา้ ไปทางด้านข้างของผ้าแตง่
แผล

622

๕. ผูกหางผ้าทงั้ สองขา้ งเปน็ เงื่อนตายไวร้ มิ ด้านนอกของผา้ พันแผล อย่า! ผกู เงอ่ื นไว้บน
แผล เพอื่ ใหเ้ ลือดไปเลี้ยงขาท่ีบาดเจ็บในสว่ นทยี่ งั ดอี ยู่ ผกู ผ้าพนั แผลให้แนน่ พอทีจ่ ะไม่หลุด แต่อยา่
แนน่ มากจนกระทัง่ เกดิ การขาดเลือดไปเลีย้ งสว่ นที่ดอี ยู่

วธิ ีการแต่งแผล และ การหา้ มเลอื ด
๑. แผลสะเก็ดระเบดิ /ถูกกระสุนปืนท่แี ขนขาใชผ้ า้ แต่งแผลปิดตามบาดแผลให้ทั่วแลว้ พันให้แน่น

ภาพที่ ๑๐ การใชผ้ า้ แตง่ แผล
ถา้ ยังมเี ลือดออก(แผลสะเกด็ ระเบิดขนาดใหญ)่ ให้ใช้ผ้าแตง่ แผลผนื ใหมพ่ นั ทับลง
บนผนื เดิมหลายๆ ช้ันแลว้ พันด้วยผา้ พันแผลม้วนแบบยดื ได้ พนั ใหแ้ นน่ ต้งั แต่ขอ้ เท้าขน้ึ มาจนถงึ ระดบั
เหนือบาดแผลตาม

ภาพท่ี ๑๑ การใชผ้ า้ แตง่ แผล

ถ้ายงั มเี ลอื ดออกมากให้ใชส้ ายยางรัดต้นแขนหรอื ตน้ ขาบาดแผลกระสนุ ท่เี ลือดออกภายนอกให้เห็นไม่
มาก แตก่ ลบั ออกภายในเปน็ จานวนมาก จะสังเกตไดจ้ ากแขนหรอื ขานัน้ บวมขึ้นเรื่อยๆและทาให้
เสียชวี ติ จากการตกเลอื ดได้ ต้องหา้ มเลือดจนกวา่ จะหยดุ เพ่มิ การบวม
แผลบรเิ วณสว่ นบนของศรี ษะ

๑. แกะผา้ แต่งแผลออกจากหอ่ รวบหางผ้าแตง่ แผลไวใ้ นมอื ทง้ั สองข้าง
๒. ถือผ้าแตง่ แผลใหส้ ่วนสขี าวลงข้างล่างวางผ้าแต่งแผลบนแผล (ขน้ั ที่ ๑)

623

๓. พันส่วนปลายของผ้าแต่งแผลไปใต้คาง (ข้ันที่ ๒)
๔.พนั ปลายสว่ นทีเ่ หลือของผา้ แตง่ แผลไปในทิศทางตรงขา้ ม (ขนั้ ท่ี ๓)
๕. พนั ปลายของผ้าแต่งแผลอ้อมมาทางหน้าผาก (ข้ันท่ี ๔ )
๖. ผกู ปลายของผา้ บรเิ วณด้านข้างเหนอื ใบหูดว้ ยเงอื่ นตาย (ข้นั ที่ ๕)

ภาพที่ ๑๒ การพันผา้ แตง่ แผลทศี่ รี ษะ
๕. วธิ ีใชผ้ า้ พนั แผลแบบยืดหดได้ ( elastic bandage )

๑. การจับถือผา้ พนั แผลแบบยืดหดได้ พนั ยดึ จุดเร่มิ ตน้ ของผา้ พันแผล
๒. วางปลายของผา้ พนั แผลลงบนฝ่ามอื ขวา ปลอ่ ยให้ปลายน้นั อยู่บนสว่ นทจ่ี ะพนั ผ้า และ
ปลายผ้าพับข้นึ ได้ ใชม้ อื ซ้ายพนั ผา้ ทบั ลงบนปลายผ้าพนั แผล
๓. พนั ผ้ากลับมาทางมอื ขวา พบั ปลายผ้าลง แลว้ พนั ทับอกี รอบหนงึ่ ก็ เป็นการทาให้

จดุ เร่ิมตน้ ของผา้ พันแผลอยกู่ ับท่ี

๑ ๒๓๔

๕๖๗

624

ภาพท่ี ๑๓ ขัน้ ตอนการใชผ้ ้าพันแผลแบบยดื หดได้ ( elastic bandage )
๔. ตอ่ มาพนั เป็นเกลยี วขน้ึ มาบนมือ
๕. ใชผ้ า้ พนั ทับซ้อนกัน พนั มาดา้ นหลังมอื
๖. เมอ่ื พนั ขึ้นมาถงึ ข้อศอกพอดี ให้พนั ทบั ซ้อนกนั หลายรอบ
๗. แล้วผูกเง่ือนทับไว้พันปลายผ้าพันแผล คล่ีให้รอบส่วนนั้นๆ ทาให้เกิดปลายท่ีจะผูก ข้ึน
สองปลาย ผูกปมส่ีเหลี่ยมทับบนผ้าพันแผลที่ได้พันไว้ หรือตัดแยกปลายของผ้าพันแผลออกเป็น
๒ แฉก แลว้ ผูกแฉกทงั้ สองตรงโคนผ้าทแ่ี ยกแลว้ ผูกปมสเ่ี หล่ียมทับบนผา้ พนั แผลท่ไี ดพ้ ันไว้
บาดแผลช่องท้องทีม่ อี วยั วะในช่องท้องออกมาขา้ งนอก

บาดแผลในชอ่ งทอ้ ง อาจทาใหเ้ จบ็ ปวดอย่างรนุ แรง คลน่ื ไส้ อาเจยี น มี.อวัยวะภายใน
ทะลกั ออกนอกร่างกาย ไมแ่ ตะตอ้ งหรือดันกลับเขา้ ไป ไม่ต้องทาความสะอาดบาดแผล เพราะอาจทา
ใหอ้ าการต่างๆมากขนึ้ อาจใช้แผน่ หอ่ พลาสติกดา้ นในหรือผ้าก็อซชบุ นา้ เกลอื หรอื นา้ สะอาดปดิ ไว้
แล้วใช้ผา้ แต่งแผลผืนใหญ่ทสี่ ะอาดปดิ คลมุ ทงั้ หมด พันผา้ ให้แน่นเพยี งพอเพอื่ ยึดสว่ นตา่ งๆอยู่กับที่
ผูบ้ าดเจ็บนอนหงาย ยกเข่าชันขนึ้ ท้งั สองขา้ ง เพือ่ ชว่ ยให้กล้ามเนื้อหนา้ ท้องผ่อนคลาย งดน้าและ
อาหาร ใหค้ วามอบอุ่นแกผ่ ู้บาดเจบ็ กรณผี ู้บาดเจบ็ หมดสติ ให้เอยี งศีรษะไปขา้ งใดข้างหน่งึ เพื่อ
ปอ้ งกันผ้บู าดเจบ็ สาลกั เม่ืออาเจยี น

625

๖. การใชผ้ า้ สามเหลยี่ มและผา้ คราวาท ( Cravat)
๑. ผ้าสามเหล่ียม และผ้าผกู คอนิยมทาจากผา้ ฝา้ ย ตดั เป็นรปู สามเหลีย่ ม ขนาด ๓๗x๓๗x๕๒ นวิ้

เม่อื พับเปน็ แถบเรยี กวา่ ผา้ ผกู คอ การทาผา้ สามเหลี่ยมตดั ทแยงมุมผ้าสเ่ี หลีย่ ม
กวา้ ง ๓ X ๓ ฟุต จะไดผ้ า้ สามเหล่ยี ม ๒ ผนื (ขนั้ ที่ ๑ )

1. การพับผา้ สามเหลี่ยมเป็นผา้ คราวาท (Cravat) นายอดมมุ ของผ้าสามเหล่ียมพบั ลง
มาทฐี่ านของผ้า (ข้นั ที่ ๒)

๓. พบั ด้านบนของผ้าสามเหล่ยี มมาทฐี่ านของผ้าสามเหล่ียม (ข้ันที่ ๓)
๔. พับดา้ นบนของผา้ สามเหล่ยี มลงมาทฐ่ี านอกี คร้ังหน่งึ (ขนั้ ท่ี ๔)









ภาพที่ ๑๔ การพบั ผา้ สามเหลีย่ มและผ้าคราวาท ( Cravat)

การใชผ้ ้าสามเหลี่ยมกับบาดแผลทศี่ ีรษะ ๒ ๓

๑ 626

ภาพท่ี ๑๕ ขน้ั ตอนการพันผา้ สามเหลี่ยมบริเวณศรี ษะ
๑. วางผ้าสามเหล่ยี ม ใหฐ้ านของสามเหล่ียมอย่ตู รงกง่ึ กลางหนา้ ผากปลอ่ ยใหส้ ่วนยอดของ
สามเหล่ียมมาอยดู่ า้ นหลงั ของคอ (ขั้นท่ี ๑)
๒. จับปลายท้ังสองข้างไขว้กันมาทางด้านหลังของศีรษะ และพันข้าม ส่วนยอดของ
สามเหลย่ี มนาสว่ นปลายท้ังสองขา้ งมาผกู ไวด้ ้านหน้าผาก (ขั้นท่ี ๒)
๓. พับยอดสามเหล่ยี มซอ่ นไวใ้ ต้ส่วนของผา้ แตง่ แผลที่ทา้ ยทอยใชเ้ ขม็ กลดั ยึดไวถ้ า้ มี(ขั้นที่ ๓)

627

บทที่ ๓
การลาเลยี งผู้ป่วยเจบ็ ดว้ ยมอื และเปลสนาม

๑.การลาเลยี งผปู้ ่วยเจ็บดว้ ยมอื
การลาเลียงผู้บาดเจ็บด้วยการใช้มือเปล่าจะต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก การอุ้มด้วย

ท่าท่ีไม่เหมาะสมอาจจะทาให้ผู้บาดเจ็บได้รับการบาดเจ็บมากข้ึนควรกระทาอย่างเป็นระบบในทุก
ข้ันตอนของการเคล่ือนย้ายการยกหรือการเคล่ือนที่ผู้บาดเจ็บต้องทาด้วยความนุ่มนวลให้มากท่ีสุด
เท่าท่จี ะเปน็ ไปได้ ต้องประเมินผู้บาดเจ็บก่อนเคล่ือนย้ายและ ตอ้ งให้การปฐมพยาบาลก่อน (การช่วย
ตัวเอง เพ่ือนช่วยเพื่อน พลรบช่วยชีวิต) และ การให้การรักษาพยาบาลอย่างฉุกเฉินจากนายสิบ
พยาบาล

มาตรการในการช่วยชวี ิต จะกระทาก่อนท่ีจะมีการส่งกลับ ยกเวน้ ในกรณีฉุกเฉิน จะมีการ
ประเมนิ ประเภทของการบาดเจบ็ ก่อนที่จะทาการเคล่อื นย้าย โดยมกี ารตรวจสงิ่ ต่างๆ ดงั น้ี

- การหา้ มเลือด
- การเปดิ ทางเดินหายใจ
- การรักษาจังหวะการเตน้ ของหัวใจ
- การป้องกนั และควบคุมการชอ็ ก
- การปกป้องบาดแผลจากการปนเปอ้ื น
เมอ่ื สงสัยว่ามกี ระดูกหัก ควรทาการเข้าเฝือก ต้องมีความระมดั ระวังกระดกู ทีแ่ ตก หรือ
รา้ วนัน้ จะไปทม่ิ หรือ ตัด กลา้ มเนอ้ื เสน้ เลือด เสน้ ประสาท หรอื ผิวหนัง

๒. ประเภทของการอุม้ ดว้ ยมือเปล่า
การอ้มุ ดว้ ยบุคคลคนเดียว (อมุ้ เดี่ยว) ใช้เมอ่ื มผี ู้อมุ้ เพยี งคนเดียว
๑. อมุ้ แบก เปน็ การอุ้มดว้ ยคนๆเดียว ซึง่ เปน็ วิธที ่ีงา่ ยทสี่ ดุ ในการเคลอื่ นย้าย หลังจากทีท่ า
การจดั ทา่ ของผ้บู าดเจ็บทีห่ มดสติตามแลว้ จงึ ทาการยกขึ้นจากพน้ื และประคองในท่า
ตา่ งๆ

628



ข คง จ

ภาพที่ ๑ การอุม้ แบก

ก) หลังจากจัดท่าใหผ้ ู้บาดเจบ็ นอนควา่ แล้ว ผอู้ มุ้ นงั่ ครอ่ มตัวผ้บู าดเจ็บ สอด มอื เข้าไปใต้
หน้าอก และจบั มอื ท้ังสองขา้ งเข้าไว้ด้วยกนั

ข) ยกผ้บู าดเจบ็ ขน้ึ มาในทา่ คกุ เขา่ คล้ายกับการเคลอื่ นไปข้างหลัง
ค) ค่อยยกตวั ผปู้ ว่ ยข้ึนจนขาเหยยี ดตรง และ ทาการล็อกเข่าไว้
ง) เดนิ ไปข้างหนา้ ใหผ้ ู้บาดเจ็บอยูใ่ นตาแหนง่ ยนื เอนตวั ผูบ้ าดเจ็บไปทางด้านหลังเพียง
เล็กน้อย
จ) ประคองผบู้ าดเจ็บไวใ้ นอ้อมแขน ส่วนแขนขา้ งทเ่ี หลือใชจ้ บั ทีข่ อ้ มือของผู้บาดเจ็บยก
แขนของผบู้ าดเจบ็ ใหส้ งู ไวเ้ หนือศีรษะของผูอ้ ุ้ม ลอดผ่านใตว้ งแขนของผู้บาดเจ็บ
ฉ) หมนุ ตวั เองอย่างรวดเรว็ หันหนา้ เขา้ หาผู้บาดเจบ็ และ สอดแขนไว้ใต้เอวของผบู้ าดเจ็บ
นาตวั ของผบู้ าดเจบ็ ผา่ นข้นึ บนไหล่ ในระหว่างนน้ั ให้สอดแขนไวท้ ร่ี ะหวา่ งขาของผบู้ าดเจบ็
ช) จบั ทีเ่ อวของผ้บู าดเจบ็ และ ยกแขนให้สงู ผ่านศีรษะของผู้อุ้ม
ซ) กม้ ตวั ลง และ ดึงแขนของผู้บาดเจ็บอยู่ให้อยู่บนและล่างของไหล่ นาลาตวั ของผู้บาดเจบ็
ผ่านไหล่ของผูอ้ มุ้ ในขณะเดยี วกันสอดแขนไว้ทีร่ ะหว่างขาของผู้บาดเจ็บ

ฉช ซ

629

ภาพที่ ๒ ทา่ อุม้ แบก (ต่อ)
ด) จับท่ขี อ้ มือของผู้บาดเจบ็ ดว้ ยมอื หนงึ่ ขา้ ง และ วางมอื อีกขา้ งหนึง่ ท่ีเข่าเพ่ือการประคอง
ต) ยกลาตัวของผูบ้ าดเจ็บให้อยู่ในตาแหนง่ ทถี่ ูกต้อง มืออกี ข้างจะวา่ งสามารถใช้งานอย่าง
อืน่ ได้

๒. อมุ้ พยงุ ทา่ อุม้ แบบนี้ผู้บาดเจบ็ ตอ้ งสามารถเดินได้ หรอื พยงุ ได้ดว้ ยขาอกี หน่ึงขา้ ง
โดยใช้ผู้อุม้ คลา้ ยกับการประคอง การอุ้มแบบนอ้ี าจจะใช้ในการเคลอ่ื นย้ายผู้บาดเจบ็ ในระยะทางไกล
ได้เท่าทผ่ี ้บู าดเจบ็ สามารถเดนิ หรอื พยุงตนเองได้

ภาพที่ ๓ ท่าอมุ้ พยุง
ก) ยกผู้บาดเจบ็ จากพื้น ใหอ้ ยูใ่ นตาแหน่งทา่ ยนื โดยการอมุ้ แบก
ข) จับข้อมอื และยกแขนของผู้บาดเจ็บและพาดอ้อมไปทางด้านหลงั ลาคอของผู้อุ้ม
ค) โอบเอวของผบู้ าดเจ็บไวเ้ พ่อื พยงุ ให้สามารถเดนิ หรือ ประคองตนเองได้โดยมีผอู้ มุ้ เป็นเครอื่ งพยุง

๓. อุ้มกอดหน้า ใช้ได้ดีในการอุ้มผู้บาดเจ็บในระยะทางส้ันๆ ประมาณ ๕๐ เมตร
กอ่ นนาไปวางไวบ้ นเปล
ก) ยกผบู้ าดเจ็บข้นึ มากจากพ้ืนในท่ายืน ใหเ้ หมอื นกบั วิธกี ารอมุ้ แบก

630

ข) สอดแขนขา้ งหนง่ึ ทใี่ ต้รกั แร้ของผู้บาดเจบ็ และ แขนอีกขา้ งอยู่ท่ีด้านหลงั
ค) ยกผบู้ าดเจบ็ ขน้ึ
ง) ยกผบู้ าดเจ็บใหส้ ูงขึน้ ระดบั อกเพื่อลดความเมื่อยลา้

ภาพที่ ๔ อุ้มกอดหน้า
๔) อ้มุ กอดหลัง ใชเ้ ฉพาะผบู้ าดเจบ็ ท่ีรสู้ ึกตวั ดเี ท่านน้ั เพราะวา่ ผ้ปู ว่ ยต้องช่วยจบั ท่ี
หลงั ของผ้อู ุม้ ตามข้ันตอนดงั นี้

ภาพที่ ๕ ทา่ อุม้ กอดหลงั
ก) ยกผูบ้ าดเจบ็ ให้อยใู่ นทา่ ยนื ให้เหมือนกบั วธิ กี ารอมุ้ แบก
ข) ใชแ้ ขนโอบประคองรอบเอวของผู้บาดเจ็บ ให้ผ้บู าดเจบ็ ใช้แขนโอบทรี่ อบคอของผอู้ ุม้ แล้วคอ่ ยๆ

เคลอ่ื นตัวมาอยู่ดา้ นหนา้
ค) แขนของผ้บู าดเจ็บโอบขา้ มไหลท่ ้งั สองขา้ งผู้อมุ้ อย่างหลวมๆ
ง) โนม้ ตัวไปข้างหน้า ยกผ้บู าดเจ็บขน้ึ ให้อยูบ่ นหลังของผู้อ้มุ และ ผอู้ ุ้มสอดมือไปกอดตน้ ขาของ

ผู้บาดเจ็บไว้

631

๕) อมุ้ ทาบหลัง ทา่ อุ้มนน้ี ้าหนักของผู้ปว่ ยส่วนที่เหลอื อยู่อยู่บนหลังของผู้อุ้มให้ง่าย
ในการเคลือ่ นที่ ในระยะทางใกล้ๆ (๕๐ ถงึ ๓๐๐ เมตร) เพอ่ื ปอ้ งกันอาการบาดเจ็บทีแ่ ขนของ
ผ้บู าดเจบ็ ผู้อุม้ ควรจับมือผปู้ ่วยไว้ทใ่ี นทา่ ที่ปล่อยใหแ้ ขนลงมา

ภาพที่ ๖ อุ้มทาบหลัง
ก) ยกผู้บาดเจบ็ ขนึ้ จากพน้ื ในท่ายืน คล้ายกับการอุม้ แบก
ข) ใชแ้ ขนประคองรอบๆตัวผู้บาดเจ็บ และ จบั ทีข่ ้อมอื ผบู้ าดเจบ็ ไว้ใกล้กบั ตวั เรา
ค) ยกมือผปู้ ่วยข้นึ ใหอ้ ยเู่ หนอื ศีรษะของผอู้ ุ้ม ใหแ้ ขนพาดผา่ นไหลท่ ง้ั สองขา้ งของผ้อู ุ้ม
ง) เคลือ่ นไปข้างหนา้ ในขณะที่ยงั คงประคองน้าหนักใหอ้ ยู่บนหลัง จ) จบั ทีแ่ ขนอกี ขา้ งหนึ่งและ วางไว้
ทีไ่ หลข่ องผ้อู ้มุ
ฉ) โน้มไปข้างหนา้ และยกผ้บู าดเจบ็ ท่ีอยบู่ นหลงั ให้สงู ทส่ี ดุ เท่าท่จี ะทาได้ ใหน้ า้ หนักอยู่บนหลังของผู้
อ้มุ
หมายเหตุ เมือ่ ยกผู้บาดเจบ็ ในทา่ ยืนบนหลงั ผู้อ้มุ จะตอ้ งยนื ใหต้ รงที่สดุ เท่าทีจ่ ะทาได้การป้องกัน

อาการตงึ กล้ามเนื้อ หรอื การบาดเจ็บของกล้ามเน้ือทห่ี ลงั
๖) อุ้มลากด้วยคอ เป็นวิธีท่ีเป็นประโยชน์มากในสนามรบเพราะว่าผู้อุ้มสามารถทา

การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้เสมือนกาลังคลานอยู่ข้างหลังกาแพงต่าพุ่มไม้เต้ียใต้ยานพาหนะ หรือ
ผ่านท่ออุโมงค์ ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ต้องระวังให้ศีรษะยกสูงจากพ้ืน การลากด้วยวิธีน้ีไม่ควรใช้กับ
ผ้บู าดเจบ็ แขนหัก

632

ภาพที่ ๗ อ้มุ ลากด้วยคอ
ก) ผูกบริเวณขอ้ มอื ทั้งสองข้างของผูบ้ าดเจบ็ ไว้
ข) ผ้อู มุ้ ถ่างขาคร่อมตัวผปู้ ่วยไวห้ ันหนา้ เข้าหากัน
ค) จับมือผู้บาดเจ็บไว้ให้เป็นหว่ งคล้องไวก้ ับทคี่ อของผ้อู ุ้มคลานไปขา้ งหน้าพรอ้ มกับลากตัวผู้บาดเจ็บ
หมายเหตุ ถา้ ผู้บาดเจบ็ รู้สกึ ตัวดี ใหใ้ ช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอผู้อมุ้ ไว้ ถ้าผ้บู าดเจ็บหมดสติ ระวงั

ศรี ษะใหส้ งู จากพืน้
๗) อุ้มลากด้วยมือ วิธนี จ้ี ะเหมาะสาหรับการเคลอื่ นยา้ ยผู้บาดเจบ็ ในทิศทางข้นึ หรอื ลงบันได

ภาพที่ ๘ อมุ้ ลากดว้ ยมอื

ก) คกุ เขา่ ลงที่ด้านศรี ษะของผบู้ าดเจ็บ(ผูบ้ าดเจ็บนอนหงาย) ผู้อ้มุ หงายฝ่ามือข้นึ แลว้ สอดเขา้ ไป
ใตไ้ หลข่ องผูบ้ าดเจ็บ และ จบั ไวใ้ หแ้ นน่

ข) ยกข้ึนเล็กน้อย ประคองศีรษะสว่ นหัวของผูบ้ าดเจ็บไว้ด้วยแขน ขา้ งหนงึ่ ของผอู้ ุ้มหรอื ให้
ข้อศอก
ขอ้ ศอกชิดกันช่วยรองศรี ษะของผบู้ าดเจบ็ ไว้บนแขนของผอู้ มุ้

ค) ยก และ ลากผบู้ าดเจ็บไปขา้ งหลัง (ผบู้ าดเจบ็ อยใู่ นท่าก่ึงนั่ง)
ง) ถอยหลังมาหนง่ึ ก้าว ประคองศรี ษะ และ ส่วนลาตัวของผ้บู าดเจบ็ ปลอ่ ยให้สะโพก และ ขา
ค่อยๆหล่นลงมาทล่ี ะข้ัน

633

หมายเหตุ ถ้าตอ้ งเคลอ่ื นย้ายผูบ้ าดเจ็บข้ึนข้างบน ควรหนั หลงั ขนึ้ บันได และใชข้ น้ั ตอนเดยี วกัน
๒ การอมุ้ ด้วยบคุ คลสองคน (อมุ้ ค)ู่
ควรใชเ้ ม่ือสามารถทาได้ เพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกสบายให้กบั ผบู้ าดเจ็บ และ

เป็นการทาให้ผู้อ้มุ เหนือ่ ยนอ้ ยลง มีวธิ กี ารอมุ้ ที่แตกตา่ งกัน ๕ วิธี

๑) อมุ้ ค่พู ยงุ สามารถใชไ้ ด้ทั้งผู้ปว่ ยมสี ติ และ หมดสติ ถ้าผบู้ าดเจบ็ สงู กวา่ ผู้อุ้มอาจจะต้องยกขา
ของผูบ้ าดเจ็บขน้ึ และ ใหผ้ บู้ าดเจบ็ นง่ั ลงบนท่อนแขนของผอู้ ุม้ มีขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิดังน้ี

ภาพที่ ๙ อุ้มคพู่ ยุง
- ชว่ ยใหผ้ ูบ้ าดเจบ็ ยนื และ ใชแ้ ขนประคองโดยโอบรอบเอวไว้
- จับขอ้ มือผู้บาดเจบ็ โอบรอบไหล่ คอ ของผอู้ ุ้ม

๒) การอุ้มคู่กอดหน้า จะเปน็ ประโยชน์มาก สาหรับการเคลอื่ นท่ีระยะทางปานกลาง
(๕๐-๓๐๐ เมตร) และ การวางผู้บาดเจ็บลงบนเปล เพือ่ ลดความเมอ่ื ยล้าของผูอ้ ุ้ม ควรยกผู้บาดเจ็บให้
อยู่สูง ใกลร้ ะดบั หนา้ อกใหม้ ากทส่ี ุด เท่าทจี่ ะเป็นไปได้ ในกรณีฉกุ เฉินเมอ่ื ไมม่ เี วลาทใ่ี ชแ้ ผน่ กระดาน
ช่วยประคองผ้บู าดเจบ็ การอมุ้ แบบน้เี ป็นวิธที ปี่ ลอดภยั ท่ีสุดสาหรบั การเคลื่อนย้ายผบู้ าดเจบ็ ท่มี กี าร
บาดเจ็บที่หลัง ถา้ เปน็ ไปไดผ้ อู้ มุ้ ควรจะรกั ษาระดับของศีรษะ และขาไวใ้ หอ้ ยูใ่ นระดบั เดยี วกับลาตวั
ตามขนั้ ตอนปฏบิ ัติดังน้ี
ก) คกุ เขา่ ขา้ งเดยี วที่ดา้ นข้างของผู้บาดเจบ็ สอดแขนลงที่ใตห้ ลังผบู้ าดเจ็บบรเิ วณ เอว สะโพก และ
เข่า
ข) ยกผบู้ าดเจบ็ ขน้ึ วางบนเขา่ ของผู้อมุ้

634

ค) พลิกตวั ผู้บาดเจ็บเข้าหาหน้าอกของผูอ้ ุม้ ขณะลกุ ยืน และ ยกผปู้ ่วยใหอ้ ย่ใู นระดบั สูงเพอ่ื ลดความ
เหนอ่ื ยลา้

ภาพท่ี ๑๐ อมุ้ คกู่ อดหนา้
๓) อุ้มคู่กอดหลัง การอุ้มแบบนี้จะเหมาะสาหรับการเคลื่อนย้ายในระยะทางไกล
มากกว่า ๓๐๐ เมตร ผู้อุ้มท่ีมีความสูงมากกว่าควรจะอยู่ทางด้านศีรษะของผู้บาดเจ็บ เมื่อจะเปล่ียน
ทา่ การอมุ้ เพอื่ วางผ้บู าดเจ็บลงบนเปล ผอู้ มุ้ จะหนั หน้าเข้าหากัน

635

ภาพที่ ๑๑ อมุ้ ค่กู อดหลงั
- ผอู้ มุ้ คนหนง่ึ จะแยกขาของผบู้ าดเจบ็ ออก และ คกุ เข่าลงระหว่างขา หนั หลงั ใหผ้ บู้ าดเจบ็
สอดมอื ไวท้ ีใ่ ต้ขาผบู้ าดเจ็บ ผูอ้ มุ้ อกี คนจะคุกเข่าลงดา้ นศีรษะของผู้บาดเจ็บ สอดมอื ของผบู้ าดเจบ็ ข้นึ
ท่ใี ต้รักแรผ้ ่านไปทางหนา้ อก และ ประสานมอื เข้าไวด้ ้วยกัน
- ผ้อู ุ้มท้ังสองคน ยกผูบ้ าดเจ็บขึน้ พร้อมกนั

๔) อุ้มคู่ประสานแคร่ ใช้กับผู้บาดเจ็บท่ีมีสติ เพราะผู้บาดเจ็บต้องประคองตัวเอง
โดยใช้แขนโอบรอบไหล่ของผู้อุ้ม เหมาะสาหรับการเคล่ือนย้ายผู้บาดเจ็บที่มีอาการบาดเจ็บท่ีศีรษะ
และ ขา ในระยะทางปานกลาง และ เหมาะในการยกผู้บาดเจ็บวางในเปล

ภาพที่ ๑๒ อุ้มคปู่ ระสานแคร่ และวธิ กี ารประสานมอื
๕) อุ้มคู่จับมือ ใช้ในการอุ้มผู้บาดเจ็บในระยะทางส้ันๆไม่เกิน ๕๐ เมตร และวาง
ผู้บาดเจ็บลงบนเปล ผู้บาดเจ็บอยู่ในท่านอนหงาย ผู้อุ้มคุกเข่าลงคนละข้างของผู้บาดเจ็บบริเวณ
สะโพก ผู้อุ้มแต่ละคนสอดแขนใต้ต้นขาและหลังของผู้บาดเจ็บและจับข้อมือซึ่งกันไว้ แล้วทาการยก
ผ้บู าดเจ็บขึ้น
- ผู้อมุ้ ทง้ั สองจบั ขอ้ มอื แตล่ ะข้างของกนั และกัน เพอ่ื ทาเปน็ ท่นี ่ัง
- ผู้อมุ้ ทง้ั สองยอ่ ตวั ต่าพอท่ีจะใหผ้ ู้บาดเจบ็ นัง่ ลงบนแครท่ ป่ี ระสานมอื ไว้ แล้วให้
ผู้บาดเจ็บใช้แขนทง้ั สองข้างโอบไหล่ผู้อุ้ม และทง้ั คยู่ นื ขน้ึ พรอ้ มกัน

636

ภาพที่ ๑๓ อุ้มคูจ่ ับมือ

๓. การลาเลียงผปู้ ว่ ยเจ็บด้วยเปล

หลังจากพลเปล รับผู้ป่วยออกจากเขตหน้าแล้ว ผู้ป่วยเจ็บจะถูกส่งกลับไปยังเขตหลังซ่ึงอยู่
ไกลออกไป ตามสภาพความเจ็บป่วยและสถานการณ์ทางยุทธวิธี ทั้งทางภาคพ้ืนดิน หรือทางอากาศ
ถา้ เปน็ ผปู้ ่วยทไี่ มส่ ามารถเดินได้ควรเคล่อื นย้ายดว้ ยเปลนอน

๑. ชนดิ ของเปล

เปลเป็นส่ิงอุปกรณ์ท่ีมีบรรจุอยู่ในอัตรา ซ่ึงกองทัพจะมีเปลมาตรฐานหลายชนิด เพ่ือให้
สามารถส่งกลับผู้ป่วยเจ็บด้วยยานพาหนะได้หลายๆแบบ เป็นการประหยัดเวลาอันมีค่า และลด
อนั ตรายท่อี าจจะเกิดกบั ผู้ป่วย

๑.๑ เปลมาตรฐาน เปน็ เปลทส่ี รา้ งข้ึนมา พรอ้ มกับชน้ิ ส่วนต่างๆ

(๑) เปลมาตรฐานทนี่ ยิ มใชม้ ากที่สดุ คอื เปลพบั ตามยาว (ภาพที่ ๑๔) ประกอบดว้ ย

 คานเปลแข็งน้าหนกั เบา ๒ ขา้ ง สว่ นปลายทาดว้ ยอลมู ิเนยี ม
 ผา้ เปลทาด้วยผ้าฝา้ ยถกั
 ด้ามเปลทาดว้ ยไม้สวมติดกับสว่ นปลาย
 มหี ่วงเหลก็ (โกลน) ๔ อัน ติดไว้ใกล้กับส่วนปลายของคานใช้ตงั้ เปลเม่ือต้อง

วางบนพน้ื
 มีขาถ่างเปล ๒ อันตดิ อยู่สว่ นปลายใกล้ห่วงเหล็ก เมือ่ กางออกจะขึงผา้ เปลให้

ตึง
 มสี ายรัดเปล ๒ เส้น ติดอยู่ใกล้ห่วงเหลก็ ข้างละเส้น ไวส้ าหรบั รดั เปลเมื่อพับ

เก็บ
 ชิ้นส่วนอื่นๆ ไดแ้ ก่ สายรัดผปู้ ่วย ๔เสน้
(2) ขนาดของเปลเมอื่ พบั เกบ็
 ความยาว ๙๐นว้ิ
 ความกวา้ งโดยรวม ๒๒ ๗/๘ นว้ิ
 ความยาวของผา้ ใบ ๗๒นว้ิ
 ความกว้างของผา้ ใบ ๒๒ ๗/๘ นว้ิ
 น้าหนกั ๑๕ ปอนด์

637

ภาพ ๑๔ เปลมาตรฐาน ขณะพับเก็บ และกางออก
หมายเหตุ เปลมาตรฐานพบั ไดน้ ี้ จะตอ้ งไดร้ บั การทดแทนดว้ ยเปลพบั ไดแ้ บบเดยี วกนั
เปลพับเกบ็ ไดร้ นุ่ ใหมห่ นกั ๒๕ปอนด์ ยาว ๙๑.๑นิ้ว ด้ามเปลสามารถปรับได้ ๙๐-๙๔.๔นว้ิ
ขาถ่างเปลและห่วงเหล็กมีท่ลี อ็ ก สว่ นปลายเปน็ อลมู เิ นียม มีด้ามจบั เป็นไนลอ่ น
และมีปลอกเป็นพลาสตกิ โพลโี พรพิลีน เปลชนดิ นี้เคลือบด้วยสารเคมี และสามารถนาไปใช้ในการล้าง
พษิ ได้

(๒) สายรัดผู้ปว่ ย (ภาพท่ี ๑๕) ได้รับการออกแบบใหม้ ขี นาดพอดกี ับเปลมาตรฐาน
หรือเปลอลูมิเนียมพับได้ ทาด้วยผ้าถัก ยาว ๖ ฟตุ กว้าง ๒น้วิ ส่วนปลายมีหวั เข็มขดั ทเ่ี ป็นสปรงิ ใชใ้ น
การยดึ ตรงึ ผ้ปู ่วยติดกบั เปลเพอ่ื ความปลอดภัย มจี านวน เปลละ ๔ เสน้

ภาพท่ื ๑๕ สายรดั ตวั ผู้ป่วย
(๓) เปลมาตรฐานอน่ื ๆ เมอื่ กางออกจะมีขนาดเท่ากบั เปลอลมู เิ นียมพับได้ มีดา้ มเปล
เป็นอลมู เิ นียมนา้ หนกั เบา และสามารถพับเกบ็ ครง่ึ หนงึ่ ได้เมือ่ ยังไมใ่ ช้งาน (ภาพท่ี ๑๖ )

638

ภาพที่ ๑๖ เปลอลมู เิ นียมพับคร่ึงขณะพับเก็บ และกางออกใชง้ าน

๑.๒ เปลแสวงเครื่อง เปลแสวงเครื่องทาจากอุปกรณห์ ลายๆชนิดเทา่ ท่จี ะหาไดใ้ นพื้นทเ่ี ขตหนา้
 เม่ือต้องเคลอื่ นยา้ ยผ้ปู ว่ ย และไม่มเี ปลมาตรฐาน ระยะทางจึงเปน็ เรอื่ งสาคัญ

ในกรณีทผี่ ูป้ ว่ ยมกี ารบาดเจ็บ กระดูกหกั โดยเฉพาะทีค่ อ หลัง สะโพก หรือต้นขา การเคล่ือนย้ายดว้ ย
มือเปล่า อาจเปน็ อนั ตรายมากข้ึน ในสถานการณ์ฉุกเฉนิ เชน่ น้อี าจตอ้ งทาเปลขึน้ มาจากสิง่ อปุ กรณใ์ กล้
มือต่างๆท่หี าไดใ้ นพื้นที่ เพ่ือให้สามารถสง่ กลบั ผปู้ ่วยไดด้ ว้ ยความปลอดภัย และเปลี่ยนไปใช้เปล
มาตรฐานทันทใี นโอกาสแรกทท่ี าได้

 เปลแสวงเครื่องมีหลายชนดิ ขน้ึ อยู่กับสง่ิ อุปกรณ์ทส่ี ามารถหาได้ เช่นการใช้
คานสอดเข้าไปในผา้ ห่ม หรอื ผา้ ปนั โจพบั ครง่ึ (ภาพที่ ๑๗ ) tarpaulin ผ้าปทู นี่ อน เสือ้ แจค็ เกท
เส้อื เชิ้ต (ภาพท่ี ๑๘ ) หรือ bedticks ถุง และsacks (ภาพท่ี ๑๙) คานควรทาจากกิ่งไม้ท่ีมคี วาม
แข็งแรง เช่น เสาเตน็ ท์ ขาสกี ท่อยาวๆหรอื วัตถุอื่น แตถ่ า้ ไมส่ ามารถหาส่ิงต่างๆเหลา่ น้ไี ด้ อาจใช้ผ้าหม่
หรือผ้าปันโจ ม้วนจากดา้ นขา้ งเข้ามาตรงกลางใชห้ ามผปู้ ว่ ยได้ (ภาพท่ี ๒๐) นอกจากนัน้ วัตถทุ ี่มีพื้นผวิ
เรยี บสว่ นใหญม่ ักนามาใชท้ าเปลแสวงเครอื่ งได้ เช่น บานประตู บานหน้าตา่ ง ไมก้ ระดาน ม้านงั่ บนั ได
เตยี ง และเกา้ อี้ เปน็ ต้น

๑) ขัน้ ตอนการทาเปลแสวงเครื่องด้วยผา้ หม่
- คล่ผี ้าห่มออก วางคานอันทหี่ นึง่ ตามขวางตรงกง่ึ กลางของผ้าหม่ พับผ้า
ห่มทบั คาน
- วางคานอนั ทีส่ องท่กี ่ึงกลางตามขวางของผ้าห่มทพี่ ับไว้
- พบั ขอบผา้ ห่มข้างทีเ่ หลอื ทบั คานไม้อันทส่ี องไปจนชิดคานอันทีห่ น่งึ

639

ภาพที่ ๑๗ เปลแสวงเคร่ืองทาจากผ้าหม่ และคานไม้
๒) การทาเปลแสวงเครอ่ื งจากเสอ้ื เช้ติ และ เสอ้ื แจ๊คเกท กลดั กระดมุ เสอ้ื แลว้ กลับ
เอาด้านในออก ปล่อยใหแ้ ขนเสื้อยงั คงอย่ดู า้ นใน และสอดคานไม้เขา้ ไปในแขนเสอ้ื ทั้งสองข้าง

ภาพท่ี ๑๘เปลแสวงเครื่องทาจาก เสื้อแจค๊ เกท
๓) การทาเปลแสวงเครื่องจากผ้าปู ถงุ และคาน เปดิ มุมผ้าหม่ หรอื ถงุ สองขา้ ง แลว้
สอดคานไม้เขา้ ไป
๔) ถ้าไมม่ ีคานไม้ ใหม้ ว้ นขอบผา้ หม่ ท้งั สองขา้ งเข้าหาก่งึ กลางประมาณคร่ึงผนื ใช้
แทนคานไม้ โดย ยึดขอบทมี่ ้วนเพ่อื ยกผูป้ ่วย

640

ภาพที่ ๑๙ เปลแสวงเครื่องทาจากผา้ หม่ และคานหาม

ภาพที่ ๒๐ เปลแสวงเครอ่ื งทาจากมว้ นผา้ ห่ม
๑.๓ การหมุ้ เปล

๑) การหุ้มเปลอาจใช้ผ้าห่ม ๑-๓ ผืน เพื่อให้ความอบอุ่น ให้ความสุขสบาย ป้องกันอันตราย
และ ป้องกันอาการช็อก ในสถานการณ์ คชรน. เปลจะต้องหุ้มด้วยผ้ากันการดูดซึม เช่นผ้าปันโจท่ี
เป็นยาง หรือวัตถุท่ีคล้ายกัน และใช้ผ้านี้คลุมตัวผู้ป่วยเพ่ือป้องกันการปนเป้ือนสารเคมี ถ้าไม่มีผ้ากัน
ซมึ อาจใชผ้ า้ ห่มแทน

๒) การหุ้มเปลด้วยผ้าผืนเดียว (ภาพท่ี ๒๐) เร่ิมจากวางผ้าห่ม ทแยงมุมบนเปล แล้ววาง
ผู้ปว่ ยลง พับผ้าจากมุมดา้ นขา้ งขา้ มตวั ผู้ป่วยไปเหน็บอีกขา้ งหนึ่งทั้งดา้ นศีรษะและเทา้

641

ภาพท่ี ๒๐ การหมุ้ เปลด้วยผา้ ห่มผนื เดยี ว

๓) การหมุ้ เปลดว้ ยผ้าห่ม สองผนื (ภาพที่ ๒๑) วางผ้าหม่ ผนื แรกตามยาวขวางเปล ให้ขอบของ
ผ้าชิดด้านศรี ษะของเปล พับผา้ หม่ ผนื ทส่ี องตามยาวเปน็ สาม ส่วน วางทบั ลงบนผา้ ผืนแรกโดยใหข้ อบ
บนอยตู่ า่ กว่าขอบบนของผ้าผนื แรก ๑๐ นว้ิ เปดิ ด้านปลายของผา้ ผืนทีส่ องขึ้นไปประมาณ ๒ ฟตุ เมื่อ
วางผปู้ ว่ ยลงบนเปลแลว้ พบั ผา้ ด้านปลายเท้าข้ึนคลมุ เท้าของผ้ปู ่วย โดยจีบผา้ ระหวา่ งเทา้ ทง้ั สองข้าง
เล็กนอ้ ย พบั ขอบผา้ ทัง้ สองข้างให้ชดิ กับขาและเทา้ ของผู้ปว่ ย เปิดสว่ นบนของผา้ ผนื ทส่ี องข้นึ หุ้มเท้า
ของผู้ปว่ ยประมาณ ๒ ฟุตจากปลายเท้า ให้ผ้ามรี อยย่นเลก็ น้อยระหวา่ งเทา้ ทัง้ สองขา้ ง พับขอบขา้ ง
ของผ้าท้ังสองขา้ งรอบขาและเทา้ และสดุ ทา้ ยหอ่ ตวั ผปู้ ่วยด้วยผา้ ผืนทห่ี นึ่งจากขอบขา้ งหน่ึงไปยังอีก
ขา้ งหนง่ึ
หมายเหตุ ถ้าผ้ปู ่วยตวั สงู มาก ใหว้ างผา้ ห่อต่าลง

ภาพท่ี ๒๑ การหมุ้ เปลด้วยผา้ หม่ สองผืน

642

๔. การใช้สายรดั ตวั ผปู้ ่วย
เม่ือวางผู้ป่วยบนเปล และห่มผ้าเรียบร้อยแล้วจะใช้สายรัดตัวผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัย ซึ่ง

จานวนของสายรัดตัว หรือตาแหน่งในการวางสายรัดจะขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิประเทศในการ
เคล่ือนยา้ ย (ภาพท่ี ๒๑ )

 ถ้าจาเป็นตอ้ งใช้สายรดั ตวั สองเส้น ใหว้ างสายรัดบรเิ วณหน้าอก และขาท่ใี ต้
เข่า อย่างละเสน้ กางสายรดั ออกแลว้ สอดไปใตเ้ ปล และรัดกบั หัวเขม็ ขดั ให้แนน่ พอควรกับขาเปล

 ถา้ พื้นที่ในการเคล่อื นยา้ ยขรุขระ ใหเ้ พม่ิ สายรัดอกี สองเสน้ บริเวณเอวและต้น
ขา

 ในการเคลื่อนย้ายผปู้ ว่ ยขน้ึ ลงบนั ไดหรือทางลาด แยกรัดสายรดั ทีต่ ้นขาด้วย
สายรดั สองเสน้ โดยรัดสายรัดเสน้ ที่หนึง่ ทตี่ น้ ขาขา้ งหนึ่งแลว้ สอดไปใตต้ ้นขาอีกขา้ งหน่ึงออ้ มใตเ้ ปลไป
รดั กับขาเปลอีกขา้ งหนง่ึ ใชส้ ายรดั เปลอีกเส้นรดั ต้นขาอกี ขา้ งโดยใชว้ ิธีเดียวกันในทางตรงกนั ขา้ ม

ภาพที่ ๒๑ การใช้สายรัดตวั ผปู้ ว่ ย
๕. หลักการทว่ั ไปในการยกตวั ผูป้ ว่ ย

การยกตัวผ้ปู ว่ ย ใหป้ ระยกุ ต์ใช้หลักการต่อไปน้ี
 การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องทาด้วยความนุ่มนวลเท่าท่ีจะทาได้เสมอ และใช้

คาส่งั “เตรยี ม”เพ่ือให้เกิดความพร้อมเพรียงและป้องกันการเร่งรีบ
 ผู้ยกที่อยู่ด้านหลังจะต้องคอยมองการเคลื่อนไหวของคนยกท่ีอยู่ข้างหน้า

ตลอดเวลาเพ่อื ให้สามารถเคลื่อนยา้ ยผู้ป่วยไดอ้ ยา่ งปลอดภัย
 ต้องพยายามยกเปลให้อยู่ในแนวราบเสมอโดยเฉพาะเมอ่ื ข้ามสิง่ กีดขวาง
 โดยปกตกิ ารเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ่วยดว้ ยเปลจะต้องหนั ปลายเทา้ ไปข้างหนา้ เสมอ

ยกเว้นเม่ือยกผ้ปู ว่ ยขน้ึ ลงบนั ได หรอื ทางลาดให้หันศีรษะไปทางด้านหน้าแทน แต่ถ้าผปู้ ว่ ยมีกระดกู
ทอ่ นขาหกั เมื่อจะเคลื่อนยา้ ยขึ้นบนั ไดหรือขนึ้ เนนิ ให้ปลายเทา้ เปน็ ส่วนนา แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนย้าย
ข้นึ บนั ไดหรอื ขึ้นที่สงู ให้ศรี ษะของผู้ป่วยเป็นสว่ นนา ทัง้ นเ้ี พอื่ ป้องกนั ไมใ่ ห้นา้ หนกั ตวั ของผูป้ ่วยกดลง
บนสว่ นที่บาดเจบ็

643

 สิ่งอปุ กรณ์ประจากายของผู้ป่วยท่ไี ด้รับการเคลอื่ นยา้ ยผปู้ ่วยดว้ ยเปลตอ้ งนา
ติดตัวไปดว้ ย โดยอาจวางบนเปล หรือ ผูห้ ามเปล

644

เอกสารอา้ งอิง

๑. คมู่ อื ราชการสนาม ๘-๑๐-๖ ว่าด้วย การส่งกลบั ทางการแพทยใ์ นเขตยทุ ธบริเวณ พ.ศ. ๒๕๕๒
๒. เอกสารแปล คมู่ ือนายสิบพยาบาลในสนาม Combat Medic in Field Reference ค.ศ. ๒๐๐๕
๓. เอกสาร การบรกิ ารแพทยร์ ะดบั หน่วย กองการศึกษา โรงเรยี นเสนารักษ์ กรมแพทยท์ หารบก
๔. เอกสาร คู่มอื ชว่ ยชวี ิตทางยุทธวธิ ี กองการศึกษา โรงเรียนเสนารกั ษ์ กรมแพทย์ทหารบก พ.ศ.
๒๕๖๑

คณะผูจ้ ัดทา
แผนกวชิ าการเสนารักษ์ กองการศกึ ษา
โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทยท์ หารบก

๑. พ.อ.หญิง จริ าภรณ์ ชมศรี อจ.หน.รร.สร.พบ.
๒. พ.ท. บญุ เลิศ เรือนแก้ว อจ.รร.สร.พบ.
๓. พ.ท. ณัฐพงศ์ นะราศรี อจ.รร.สร.พบ.
๔. พ.ต. ประจวบ วันตา อจ.รร.สร.พบ.

คานยิ ามศัพท์
การช่วยเหลือชีวิต หมายถึง การปัจจุบันพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยเจ็บในสนามรบอย่างถูกต้อง

ใหก้ ารช่วยเหลือชวี ติ แก่ผบู้ าดเจ็บในแนวหนา้ การปฐมพยาบาลตนเองในเบอ้ื งตน้ (Self aid) และการ

645

ปฐมพยาบาลเพื่อนทหารท่ีร่วมรบที่อยู่ใกล้เคียงกัน (Buddy aid) โดยเน้นช่วยเหลือผู้บาดเจ็บท่ีมี
โอกาสรอดชีวิตได้ เพื่อความปลอดภยั รวมถึงลดการสูญเสียของกาลังพลและเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต
ของกาลังพลทไ่ี ดร้ ับบาดเจ็บ ก่อนส่งกลบั ผู้บาดเจ็บไปขา้ งหลงั

การปฐมพยาบาลตนเองในเบื้องต้น (Self aid) หมายถึง นายสิบพยาบาลหรือทหารท่ีทา
การรบเป็นผทู้ ช่ี ว่ ยเหลอื ชวี ติ ตวั ของเขาเอง

การปฐมพยาบาลเพ่ือนทหารที่ร่วมรบที่อยู่ใกล้เคียงกัน (Buddy aid) หมายถึง นายสิบ
พยาบาลหรือทหารทท่ี าการรบชว่ ยเหลือชีวิตของเพือ่ นทหารทีร่ ่วมรบทีอ่ ยู่ใกลเ้ คยี งกนั

การดูแลระหว่างการปะทะ (Care Under Fire) หมายถึง การช่วยเหลือชีวิต ณ จุดเกิด
เหตุ ในขณะท่ีผู้ช่วยเหลือชีวิตและผู้บาดเจ็บยังอยู่ภายใต้การยิงหวังผลของข้าศึก หรือยังตกอยู่ใน
ภาวะอันตรายโดยตรงจากการกระทาของข้าศกึ สง่ิ แรกที่สาคัญท่ีสดุ ในการช่วยชีวติ ของผบู้ าดเจ็บ คือ
การยิงตอบโต้ข้าศึกด้วยอานาจการยิงท่ีเหนือกว่า และบอกให้ผู้บาดเจ็บทาการช่วยเหลือตนเองก่อน
โดยใช้สายยางรัดห้ามเลือดที่มีประจากายตนเอง รอจนสถานการณ์ปลอดภัย จึงเข้าทาการชว่ ยเหลือ
ผบู้ าดเจ็บ ซึ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์มีอยู่อย่างจากดั

การดูแลในพ้ืนที่หลังการปะทะ (Tactical Field Care) หมายถึง การช่วยเหลือชีวิตเม่ือ
ผู้ช่วยเหลือ และผู้บาดเจ็บไม่ตกอยู่ภายใต้การยิงหรือโจมตีของข้าศึก มีที่กาบังปลอดภัยเพียงพอ แต่
ยังไม่ปลอดภัยเต็มที่ อาจมีการปะทะอีกเมื่อใดก็ได้ และยังมีขีดจากัดในเรื่อง เวลา และอุปกรณ์
ทางการแพทย์ที่มีจากัด ดังน้ันการดูแลรักษาท่ีจาเป็นแก่ผู้บาดเจ็บจะทาให้ถึงแก่ชีวิตก่อน เช่น การ
ห้ามเลอื ด การเปิดทางเดินหายใจ การหายใจ การดามกระดกู เป็นต้น

การส่งกลับผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี (Tactical Evacuation Care) หมายถึง การเตรียม
ผู้บาดเจ็บให้พร้อมในการส่งกลับ ซ่ึงอาจเป็นพาหนะทางการแพทย์ (MEDEVAC) หรือ การส่งกลับ
โดยไม่ใช่พาหนะทางการแพทย์ (CASEVAC) ซึ่งหากผู้บาดเจ็บเดินไม่ได้ ให้เคล่ือนย้ายผู้บาดเจ็บโดย
ใช้เปล หรือเปลแสวงเคร่ือง และหากการส่งกลับนั้น เป็นผู้บาดเจ็บที่หมดสตแิ ละเดินทางโดยพาหนะ
ท่ีไม่ใช่ทางการแพทย์ ผู้ชว่ ยเหลือชีวิตทางยุทธวิธอี าจต้องไปกับผู้บาดเจ็บ (ข้ึนกับการสั่งการของผู้นา
หน่วย , อาการผ้บู าดเจ็บ) ซึ่งหากเป็นเช่นนัน้ ผู้ช่วยเหลือชวี ิตทางยทุ ธวธิ ีจะสามารถทาการดแู ลรักษา
โดยเฝ้าดูในเร่ืองของทางเดินหายใจ การหายใจ การเสียเลือดของผู้บาดเจ็บตลอดการเดินทาง และ
อาจต้องทาการดแู ลรกั ษาเพ่มิ เติม เท่าทจี่ าเปน็ และตามขดี ความสามารถท่มี ใี นขณะน้นั

นายสิบพยาบาล หมายถึง นายสิบพยาบาล เหล่าทหารแพทย์ ความชานาญการทางทหาร
(ชกท.) 911

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นคู่มือในการจัดการเรียนการสอนสาหรับ นักเรียนนายสิบ นายสิบพยาบาล
นายทหารนกั เรียน เหล่าทหารแพทย์ หลักสูตรตา่ งๆของโรงเรียนเสนารกั ษ์ กรมแพทย์ทหารบก

646


Click to View FlipBook Version