The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

547

548

549

550

551

552

สาเนาคู่ฉบับ

ประกาศกรมแพทย์ทหารบก

เรอ่ื ง คาแนะนาการปอ้ งกนั การเฝ้าระวัง

การปฐมพยาบาลและการรกั ษาพยาบาลการบาดเจ็บจากความรอ้ น

.................................................

ให้ยกเลิก ประกาศกรมแพทย์ทหารบกเรื่อง คาแนะนาสาหรับ ผู้บังคับหน่วย ผู้ฝึก

ครูฝึกและเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการป้องกัน การปฐมพยาบาล และการรักษาพยาบาลการเจ็บป่วย

จากความร้อนลงวนั ท่ี ๑๙ มนี าคม ๒๕๕๗ และให้ใชป้ ระกาศกรมแพทย์ทหารบกฉบับนีแ้ ทน

เนื่องจากปัจจุบันสภาพอากาศทุกภูมิภาคของโลกมีการเปล่ียนแปลงอยู่เสมอเกิด

จากสภาวะโลกร้อนทาให้อุณหภูมิและความช้ืนสัมพัทธ์เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติและมีแนวโน้มสูงข้ึนทุกปี

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฝึกและการปฏิบัติการทางทหาร สถิติการเกิดโรคลมร้อนในผลัดท่ี ๑/

๕๙ พบทหารใหม่เสียชีวิตและทุพพลภาพตั้งแต่ในห้วงสัปดาห์แรกของการฝึกทหารใหม่ ซึ่งการ

บาดเจ็บจากความร้อนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ผู้ฝึก ครูฝึกและเจ้าหน้าที่ที่

เกี่ยวข้อง ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ให้ความสาคัญในการป้องกันมิให้เกิดการบาดเจ็บจากความร้อน

และปฏบิ ัติตามคาแนะนาของกรมแพทยท์ หารบกอยา่ งเครง่ ครดั ดงั น้ี

๑. สาเหตุสาคัญของการเกิดการบาดเจ็บจากความรอ้ น
๑.๑ การสะสมความรอ้ นและการระบายความร้อน

๑.๑.๑ การสะสมความร้อนของรา่ งกาย
- รา่ งกายสามารถสร้างความร้อนดว้ ยการออกกาลงั

รา่ งกายทางเหงอ่ื - การแผ่รงั สีจากแสงแดด
- ความร้อนท่มี าจากส่งิ แวดลอ้ ม
- ความช้ืนสัมพัทธ์ท่ีสูง ซ่ึงขัดขวางกลไกการระบายความร้อนของ

๑.๑.๒ การระบายความร้อนของร่างกาย

- การระเหยของเหงอื่
- การแผร่ ังสคี วามร้อนออกจากรา่ งกายทางผวิ หนัง

- การนาความรอ้ นจากผิวหนังไปอากาศรอบๆ
- การหายใจ
- การปัสสาวะ

553

๑.๒ การปรับตัว คือ ความสามารถของร่างกายในการปรับตัวต่อส่ิงแวดล้อม
และภาวะเครียดจากความรอ้ นของกลไกในรา่ งกาย

๑.๓ การขาดนา้ คอื ภาวะที่รา่ งกายสูญเสียน้าตา่ กวา่ ระดบั ปกต(ิ ปลอดภยั ) เชน่
เสียเหงอื่ อาเจียน ท้องเสยี เป็นต้น

๒. บคุ คลท่มี ีความเสี่ยงตอ่ การบาดเจ็บจากความร้อน ได้แก่
๒.๑ บุคคลทร่ี า่ งกายไมแ่ ขง็ แรง
๒.๑.๑ ผูท้ ่มี ีคา่ ดชั นีมวลกาย มากกว่า ๒๘ โดยคานวณจากสตู ร

คา่ ดชั นีมวลกาย ( Body Mass Index: BMI ) = นา้ หนกั เปน็ กโิ ลกรมั / ( สว่ นสงู เป็นเมตร ) ๒
๒.๑.๒ ผู้ที่มรี ่างกายไม่เคยชินกบั การออกกาลังกาย การฝกึ และความร้อน
๒.๑.๓ ผู้ท่ีด่ืมเคร่ืองดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์อย่างหนักภายใน ๑ สัปดาห์

โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงชว่ ง ๒๔ ชว่ั โมง กอ่ นเข้ารบั การฝกึ
๒.๑.๔ ผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะหรือมีประวัติใช้ยาเสพติดอย่าง

ตอ่ เน่อื งโดยเฉพาะ ๓ วนั ก่อนเขา้ รบั การฝกึ
๒.๑.๕ ผู้ที่มีอาการป่วยก่อนเข้ารับการฝึก เช่น มีไข้ เป็นหวัด ท้องเสีย หอบ

หดื เปน็ ตน้
๒.๑.๖ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ถูกทาร้ายร่างกาย จนกล้ามเน้ือฟก

ชา้ อย่างรุนแรง และยังปรากฏอาการอยู่ เมอ่ื เขา้ รับการฝึก
๒.๑.๗ ผ้ทู อ่ี ดนอน พกั ผอ่ นไม่เพยี งพอ ( นอนหลบั นอ้ ยกวา่ ๘ ชัว่ โมงตอ่ วนั )

๒.๒ ผู้ที่มโี รคประจาตัวท่ีต้องรับประทานยาเปน็ ประจา หรือต้องรบั ประทานยา
บางชนิดซึ่งทาให้การระบายความร้อนออกจากร่างกายทางเหงื่อได้ลดลง เช่น ยาลดน้ามูก ยาแก้แพ้ ยาแก้
ท้องเสีย ยาขับปัสสาวะยาจิตเวช เปน็ ตน้

๒.๓ ผ้ทู ีเ่ คยมอี าการบาดเจบ็ จากความร้อนมาก่อน
๒.๔ ผู้ท่ีได้บริจาคโลหิตภายใน ๓ วันก่อนเข้ารับการฝึก ( ทั้งนี้ไม่แนะนาให้
ทหารใหม่ขณะอย่ใู นชว่ งการฝึกบริจาคโลหติ ถ้าไม่จาเป็น )
๓. อาการ
๓.๑ การบาดเจ็บจากความร้อน แบ่งได้เป็น ๒ กลุ่ม ตามระดับความรุนแรง
ดงั น้ี

๓.๑.๑ การบาดเจบ็ จากความรอ้ นแบบไม่รนุ แรง
- ผดผื่นคันจากความร้อน ( Prickly heat ) เป็นผ่ืนแดงคัน มัก

พบท่ีผิวหนังบริเวณท่ีสวมเสื้อผ้า เนื่องจากมีการอุดตันของต่อมเหง่ือท่ีผิวหนังบริเวณดังกล่าว ทาให้
เกิดการอกั เสบแบบเฉียบพลันของตอ่ มเหงื่อมีอาการคนั เปน็ อาการเด่น

554

- บวมแดด ( Heat edema ) เป็นอาการบวมและตงึ ของมือและ
เทา้ ซง่ึ จะเกดิ ข้ึนใน ๒ - ๓ วนั แรกทอี่ ยูใ่ นสภาพแวดลอ้ มทีร่ ้อน สว่ นใหญ่จะบวมท่ีเท้าขนึ้ มาถึงขอ้ เท้า
มักไม่ลามขึ้นเกินหน้าแข้ง เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณผิวหนังและมีสารน้าค่ังใน
ช่องว่างระหว่างเซลลใ์ นบรเิ วณแขน ขา

- ลมแดด ( Heat syncope ) มีอาการหน้ามืด ตัวเย็น เป็นลม
หมดสติจากภาวะของความดันโลหติ ต่าจากลกั ษณะทา่ ทาง ซงึ่ เปน็ ผลจากการขยายตวั ของหลอดเลอื ด
ส่วนปลายการลดลงของการตึงตัวของหลอดเลือดและการพร่องของปริมาณสารน้าในร่างกายอัน
เนื่องมาจากความรอ้ น

- ตะคริวแดด ( Heat cramps ) เป็นการหดเกร็งตัวของ
กล้ามเน้ือท่ีบังคับไม่ได้ ทาให้เกิดอาการปวด มักพบอาการตะคริวที่น่อง ต้นขาและกล้ามเนื้อหน้า
ท้อง ในขณะออกกาลังกายหรือหลังออกกาลังกายหลายช่ัวโมง ภาวะดังกล่าวน้ีมักพบในผู้ที่มีเหงื่อ
ออกมากและดื่มนา้ เปลา่ ไม่มีเกลือแร่ผสม ตะคริวสามารถหายไดเ้ องแต่อาการปวดกลา้ มเนื้ออาจจะยัง
ปรากฏอยู่

- เกรง็ แดด ( Heat tetany ) เกิดจากการหายใจหอบมากเกินไป
ส่งผลให้เกิดความเป็นด่างในเลือดจากการหายใจ ( Respiratory alkalosis ) มีอาการเหน็บชา เกร็ง
กล้ามเนื้อ มักเกิดในสภาวะท่ไี ด้รับความร้อนอย่างมากในชว่ งระยะเวลาสัน้ ๆ

๓.๑.๒ การบาดเจ็บจากความรอ้ นแบบรนุ แรง
- ฮีทเอ็กซอสช่ัน ( Heat exhaustion ) เป็นกลุ่มอาการที่มี

อาการไม่จาเพาะเจาะจง เช่น มึนงง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คล่ืนไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ
อาจมีอาการเป็นลมหรือความดันโลหิตลดต่าลงอย่างรวดเร็วเมื่อยืน เหงื่อออกมาก หายใจเร็ว หัว
ใจเตน้ เร็ว อุณหภูมิกายสูงขนึ้ ต้ังแต่ ๓๗.๘ แต่ไมเ่ กิน ๔๐ องศาเซลเซยี ส เมอ่ื วดั ทางทวารหนัก ( กรณี
หนว่ ยฝกึ ทหารใหมแ่ นะนาให้วัดทางรกั แร้ ซงึ่ จะพบว่ามอี ุณหภูมกิ ายตัง้ แต่ ๓๖.๘ แต่ไมเ่ กิน ๓๙ องศา
เซลเซียส ) แต่ยังรูส้ ติ ระบบประสาทสว่ นกลางอาจจะยงั ทางานไดต้ ามปกติหรือไมก่ ็ได้ มักเป็นอาการ
ร่วมกับภาวะขาดน้าและเกลือแร่ การบาดเจ็บจากความร้อนในระดับนี้ มีความสาคัญอย่างย่ิงต่อการ
วินิจฉัยที่ทันท่วงที เพ่ือให้หยุดการฝึกหรือออกกาลังกายและให้การรักษาพยาบาลก่อนที่จะมีอาการ
รุนแรงถงึ ระดับโรคลมร้อน ( Heat stroke )

- โรคลมร้อน ( Heat stroke ) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถลดอุณหภูมิกายลงได้ ทาให้การทางานของระบบอวัยวะต่างๆ ใน
ร่างกายลม้ เหลวและทาใหเ้ สยี ชีวติ ได้ มอี าการที่สาคัญ ได้แก่

๑) อณุ หภูมิกายสงู เกินกว่า ๔๐ องศาเซลเซยี ส
๒) ระบบประสาทส่วนกลางทางานผิดปกติ ได้แก่ กระวน
กระวายพดู จาสับสน พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ก้าวร้าว ประสาทหลอน ซึมลง เดินโซเซ หมดสติ เป็น
ต้น ในระยะต้นอาจพบว่ามีเหง่ือออกมาก แล้วบางรายจะเข้าสู่ภาวะที่ไม่มีเหงื่อ ( เกิดจากการพร่อง

555

ของสารน้าในรา่ งกาย และตอ่ มเหงื่อทางานผิดปกติ ) ในรายที่เกิดอาการรนุ แรงถงึ ข้ันเปน็ โรคลมร้อน
( Heat stroke ) อาจทาให้เกิดภาวะทุพพลภาพหรืออาจทาให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะ
เป็นโรคลมร้อนตอ้ งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างนาส่ง และตรวจรักษาจากแพทย์โดยเร็ว

ที่สุด
โรคลมร้อนสามารถจาแนกไดเ้ ป็น ๒ กลุ่ม ดงั น้ี
๑. Classical Heat Stroke คือ โรคลมร้อนท่ีเกิดขึ้นในผู้สูงอายุที่

อยู่ในสภาพอากาศรอ้ นเปน็ เวลาหลายวนั ตอ่ เนอื่ งกัน รา่ งกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน
๒. Exertional Heat Stroke คือ โรคลมร้อนจากการการออก

กาลังกาย ท่ีเกดิ ข้ึนในกลมุ่ คนอายุน้อยที่มกี ารออกกาลังกายอย่างหนักในสภาวะอากาศท่ีร้อนจดั ซึ่ง
มกั เกิดในการฝกึ ทหารและการฝกึ อย่างหนกั ของนกั กีฬา

๔. คาแนะนาในการปอ้ งกันการบาดเจ็บจากความร้อน

๔.๑ สาหรับการฝึกทหารใหม่ ผนวก ก

๔.๒ สาหรบั การฝกึ ทางทหารอน่ื ๆ ผนวก ข

๔.๓ เครือ่ งมือในการปอ้ งกันเฝ้าระวงั การบาดเจบ็ จากความร้อน ผนวก ค

๔.๔ แบบรายงานในการดาเนินงานการป้องกันเฝา้ ระวงั การบาดเจ็บ ผนวก ง

จากความรอ้ น

๔.๕ คาแนะนาการเตรียมตวั กอ่ นเข้าเปน็ ทหารใหม่ ผนวก จ

๔.๖ แนวทางปฏบิ ัติในด้านนริ ภัยการฝกึ ผนวก ฉ

๕. การปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ สาหรบั กาลงั พลทไ่ี ด้รบั บาดเจบ็ จากความรอ้ น

กรณีท่ีพบผู้ป่วยมีอาการของการบาดเจ็บจากความร้อน ให้รีบทาการปฐม

พยาบาลทันทีและสังเกตอาการ ถ้าไม่ดีข้ึนหรือมีอาการท่ีน่าจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่น ชัก หมด

สติ ปัสสาวะราด อุจจาระราด ให้หยุดฝึกพร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อประเมินความ

เส่ียงท่ีจะเกิดข้ึนกับผู้รับการฝึก กรณีที่ดาเนินการฝึกต่อไป ขณะเดียวกันให้พาผู้ป่วยเข้าท่ีร่ม ทาการ

ปฐมพยาบาลทันที แจ้งเจ้าหน้าท่ีสายแพทย์มาประเมินอาการผู้ป่วยและนาส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

พร้อมกับให้การปฐมพยาบาลขณะนาส่งการปฐมพยาบาลการบาดเจ็บจากความร้อนชนิดต่างๆ ให้

ปฏิบตั ิ ดังน้ี

๕.๑ ผดผ่ืนคันจากความร้อน ( Prickly heat ) ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่ีร่ม อากาศ

ถ่ายเทสะดวก เช็ดตัวหรืออาบน้าและทาด้วยแป้งเย็น หลีกเล่ียงการเกาที่รุนแรงเพราะอาจทาให้เกิด

เปน็ แผลและตดิ เช้ือได้ กรณที ี่ไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ ควรระมัดระวงั ในการใหย้ าแกแ้ พ้ เน่ืองจากจะทา

ให้การระบายความร้อนออกจากร่างกายทางเหงื่อไดล้ ดลง

556

๕.๒ บวมแดด ( Heat edema ) ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่ีร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก
นอนยกขาสูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย อาการบวมจะหายไปในเวลา ๒ – ๓ วัน ไม่ควรให้ยาขับ
ปัสสาวะ เนื่องจากจะทาใหก้ ารระบายความรอ้ นออกจากรา่ งกายทางเหงอ่ื ได้ลดลง

๕.๓ ลมแดด ( Heat syncope ) นาผู้ป่วยเข้าในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก
คลายหรือถอดเส้ือผ้า กางเกง เข็มขัดรองเท้าที่รัดแน่นออก กรณีที่หมดสติต้องจับนอนตะแคงเพ่ือ
ป้องกันการสาลักเช็ดตัวด้วยน้าอุณหภูมิปกติท้ังตัว โดยเช็ดย้อนรูขุมขนจากปลายมือปลายเท้าเข้า
ส่วนกลางของร่างกายบริเวณทรวงอก และให้การปฐมพยาบาลเช่นเดียวกับ อาการเพลียแดด หรือ
โรคลมร้อน แลว้ รีบนาส่งโรงพยาบาลทนั ที

๕.๔ ตะคริวแดด ( Heat cramps ) ให้จัดท่าทางเพ่ือยืดกล้ามเนื้อส่วนน้ันให้
คลายตัวซึ่งต้องกระทาอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจยืดเองหรือให้ผู้อื่นกระทาให้และยืดค้างไว้สักครู่
สลับด้วยการบบี นวดเบาๆ บริเวณกล้ามเนื้อนัน้ และให้ด่ืมน้าผสมเกลือแร่ในอตั ราส่วน ๑ ซอง ต่อน้า
๑ แก้ว ( ๒๕๐ ซซี ี ) ทดแทนท่ีร่างกายสญู เสียไป

๕.๕ เกร็งแดด ( Heat tetany ) นาผู้ป่วยเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ลด
อตั ราการหายใจอยา่ งง่ายๆ โดยการชวนผู้ป่วยพูดคุย หลีกเลี่ยงการใหด้ ่มื นา้ เพราะอาจทาให้สาลักได้
ง่าย กรณีท่ีมีอาการเกร็งมาก น้ิวมือจีบเกร็งหรือมีอาการชัก ไม่ควรใส่สิ่งของใดๆ ในปากผู้ป่วย
เพราะอาจแตกหกั หรอื ฟัน
บิ่นแตกเข้าไปอุดก้ันทางเดินหายใจ กรณีที่จาเป็นอาจใช้ผ้าให้ผู้ป่วยกัดเพื่อป้องกันการสาลักและกัด
ลิ้นตัวเองนอนตะแคงศรี ษะต่าแลว้ รบี นาส่งโรงพยาบาลทนั ที

๕.๖ ฮีทเอ็กซอสช่ัน ( Heat exhaustion ) และโรคลมร้อน ( Heat stroke )
ใหร้ บี ทาการปฐมพยาบาล ดงั น้ี

๕.๖.๑ การประเมินความรู้สึกตัวของผู้เข้ารับการฝึก การสังเกตความ
รู้สึกตัวของผู้เข้ารับการฝึกนั้นสาคัญกว่าการวัดอุณหภูมิกาย ในการตัดสินใจเร่ิมให้การปฐมพยาบาล
ผ้ปู ่วยบาดเจ็บจากความร้อนขั้นรุนแรง ในการประเมินความรูส้ ึกตัว น้ันอาจให้การถามคาถามต่อไปน้ี
กับทหารที่มีอาการน่าสงสัยว่าจะเกิดโรคลมร้อน หากตอบไม่ได้ ตอบโตไ้ ด้ชา้ ผิดปกติ ให้สงสัยวา่ เป็น
ผปู้ ่วยลมรอ้ นและให้เริม่ การปฐมพยาบาล

๑. “ช่อื อะไร”
๒. “เดอื นนเ้ี ดอื นอะไร” “ปีนีป้ อี ะไร”
๓. “ตอนน้อี ยทู่ ไ่ี หน”
๕.๖.๒ การลดความร้อนที่กรมแพทย์ทหารบกแนะนาให้ปฏิบัติ คือ
วิธกี ารเชด็ ตัว โดยทมี ปฐมพยาบาลเบ้อื งต้นประกอบดว้ ย กาลังพล ๔ นาย มีหนา้ ที่ ดงั น้ี

557

๕.๖.๒.๑ คนที่ ๑ ถอดเส้ือผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้าออกให้หมด

และใช้กระบอกฉีดน้าให้เป็นละอองฝอยกระจายรอบตัวผู้ป่วยและใช้อุปกรณ์พัดโบกลมรอบตัวผู้ป่วย

หรอื เปิดพดั ลมเปา่

๕.๖.๒.๒ คนที่ ๒, ๓ เช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย

ด้วยน้าธรรมดา( อุณหภูมิปกติ ) ให้เช็ดย้อนรูขุมขนจากปลายมือหรือปลายเท้าเข้าสู่ส่วนกลางของ

ร่างกายบริเวณทรวงอก ถ้ามีอาการชักเกร็งให้จัดท่าผู้ป่วยนอนตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหน่ึงแล้วใช้

ผา้ ใหผ้ ้ปู ว่ ยกดั เพื่อป้องกนั การสาลักและกัดล้นิ ตวั เอง

๕.๖.๒.๓ คนที่ ๔ วัดสัญญาณชีพ ให้วัดอุณหภมู ิร่างกายทางรักแร้

ไม่ควรวัดทางปากเพราะผู้ป่วยอาจกัดเทอร์โมมิเตอร์แตกได้ โทรประสานโรงพยาบาลเพ่ือเตรียมการ

รับตวั ผู้ป่วย

๕.๖.๒.๔ ถ้าผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ากว่า ๙๐/๖๐ มิลลิเมตร

ปรอท ควรให้ ๐.๙% Normal Saline ( NSS ) ทางเส้นเลือดดาในอัตรา ๒๕๐ มิลลิลิตรต่อช่ัวโมง

( ๖๐หยด/นาที ) ในชว่ งแรก ซงึ่ ตอ้ งกระทาโดยเจ้าหนา้ ทีส่ ายแพทยท์ ไี่ ดร้ บั การฝึกฝนมาอย่างดี

๕.๖.๒.๕ นาส่งผ้ปู ่วยทีแ่ ผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินทนั ที โดยให้การ

ปฐมพยาบาลเช็ดตวั ด้วยผา้ ชบุ นา้ และฉีดละอองน้าอย่างตอ่ เนอ่ื งตลอดทางท่นี าผูป้ ว่ ยส่งโรงพยาบาล

๕.๖.๒.๖ ควรนาชุดปฐมพยาบาลแบบเช็ดตัวท่ีเตรียมพร้อม อยู่

ใกล้ชดิ กับกลุ่มของทหารในทุกเวลา ไม่ว่าจะเปน็ สนามฝึก การเดินทางไกล การวิ่งออกกาลัง โรงเลี้ยง
โรงนอน และรถพยาบาล หรอื รถนาสง่ ผู้ปว่ ย

๕.๖.๓ การลดความร้อน วิธีอ่ืนๆ ที่สามารถปฏิบัติได้หากหน่วยมีความ

พร้อม และปฏบิ ตั ิไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

๕.๖.๓.๑ การห่อตวั ดว้ ยผ้าเย็น ( Ice sheet )

ข้อบ่งชี้ในการใช้และวิธีการใช้ ผ้าชุบน้าเย็นจัด (Iced Sheet) มี

ดงั ต่อไปนี้

๕.๖.๓.๑(๑) ให้จัดเตรียม ผ้าปูที่นอนทหารท่ีเป็นผ้าฝ้ายจานวน

อย่างน้อย ๘ ผืนตอ่ หนึ่งหน่วยฝึกทหารใหม่ หรือการฝึกประมาณ ๑๐๐ นาย โดยให้จัดเตรียมเก็บไว้
ในสภาพทีย่ ังแหง้ สะอาดแยกใสถ่ งุ พลาสตกิ ปอ้ งกันการปนเป้อื นในขณะที่เกบ็ รกั ษา

๕.๖.๓.๑(๒) จัดเตรียมกระติกน้าแข็ง ขนาดใหญ่พอท่ีจะ เอาผ้าปู

ท่ีนอน หนึ่งผืนลงไปชุบน้าผสมน้าแข็งท่ีเย็นจัด ได้อย่างสะดวก โดยเม่ือมีการฝึกให้บรรจุน้าแข็งลงใน

กระตึก ๒/๓ ของความจุ และใส่นา้ สะอาด ๑/๓ ของความจุกระตกิ น้าแข็ง พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
เมื่อต้องการใช้ใน การปฐมพยาบาล ให้นาผ้าปูท่ีนอนแห้งท่ีเตรียมไว้ ๑ ผืนลงชุบน้าเย็นจัดที่ปนอยู่
กับน้าแข็งในกระติดท่ีจัดเตรียมไว้ จนผ้าชุ่มน้า ให้ดาเนินการชุบ ตั้งแต่เริ่มกระบวนการถอดเสื้อผ้า
ผูป้ ่วยและนาเขา้ ท่รี ม่ เมอื่ ผูป้ ่วยถอดเสื้อผ้าพร้อมแลว้ ผ้าทชี่ บุ นา้ ไว้จะชุ่มนา้ เยน็ จดั พอดี

558

๕.๖.๓.๑(๓) ควรนาผ้าปู่ที่นอนแห้งและกระติกน้าแข็งท่ีใส่น้าและ

นาแข็งไว้พร้อมน้ี อยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มของทหารในทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นสนามฝึก การเดินทางไกล การ
วิ่งออกกาลงั โรงเล้ยี ง โรงนอน และรถพยาบาล หรอื รถนาสง่ ผปู้ ว่ ย

๕.๖.๓.๑(๔) ผ้าชุบน้าเย็นจัด ( Iced Sheet ) สามารถนามาใช้ได้

ทุกเวลาเมื่อพบว่า ทหารที่เข้ารับการฝึก มีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกตัว และการออกกาลังภายใต้
สภาวะร้อนอบอา้ วอาจจะเป็นส่วนประกอบสาคัญในการเกิดอาการดังกล่าว อาการสามารถรวมถึงได้

ตงั้ แต่ การตอบสนองทชี่ ้ากว่าปกตไิ มส่ ามารถทาตามคาสั่งไดต้ ามปกติ หรอื ถึงขนั้ หมดสติ
๕.๖.๓.๑(๕) การใช้ ผ้าชุบน้าเยน็ จดั ( Iced Sheet ) เพอื่ ลดความ

รอ้ นใหด้ าเนนิ การนาผู้ปว่ ยเข้าท่รี ่มและถอดเสื้อผา้ ออกหมดจนเหลือแตก่ างเกงชั้นในแลว้ โดยในขณะ

ท่เี รมิ่ ทาการปฐมพยาบาลใหเ้ รียกรถเพอื่ นาส่งโรงพยาบาลโดยทันที ในระหว่างการรอการนาส่งให้เริ่ม
ปฐมพยาบาล ดังน้ี

๕.๖.๓.๑(๕.๑) วางผ้าปูที่นอนท่ีชุบน้าเย็นจัดจนชุ่ม

แลว้ วางบนพน้ื หรอื เปลสนาม ท่ีใช้ในการปฐมพยาบาล
๕.๖.๓.๑(๕.๒) วางผู้ป่วยสงสัยโรคลมร้อนลงบนผ้า

เยน็ จดั ดังกลา่ ว

๕.๖.๓.๑(๕.๓) ใช้ผ้าชุบน้าเย็นจัดผืนต่อๆ ไป วาง

บรเิ วณขาหนบี รกั แร้ รอบคอผู้ป่วย

๕.๖.๓.๑(๕.๔) นาชายผา้ ผนื แรกทรี่ อง ผูป้ ว่ ย หมุ้ ห่อ

ให้ท่วั ตัว รวมถงึ บรเิ วณศีรษะ โดยเหลอื บริเวณใบหน้าใหห้ ายใจได้สะดวก

๕.๕ เม่ือผ้าเย็นจัดคลายความเย็นลง จากการแลกเปลี่ยนความร้อนจากตัวผู้ป่วย ซ่ึงมักจะใช้เวลาไม่
นานนักประมาณ ๒ – ๓ นาที ให้ นาผา้ ไปชบุ น้าเยน็ จัดอีกคร้ังแลว้ นามาหอ่ ตัวใหม่

๕.๖.๓.๑(๕.๕) ในระหว่างเปล่ียนผ้า ควรมีการพัด

ระบายลมแรงๆ บนตัวผปู้ ว่ ยตลอดเวลา

๕.๖.๓.๑(๕.๖) ให้หยุดทาการผลัดเปลี่ยนผ้าเย็นจัด

ตามวงรอบลักษณะนี้ เมื่อส่งตัวผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาล หรือ เม่ือผู้ป่วยมีอาการหนาวส่ัน ในการลด
ความร้อนผู้ป่วยน้ัน จะไม่มีการวัดอุณหภูมิกายผู้ป่วย เพ่ือประเมินว่าจะหยุดการลดความร้อนแต่
อย่างใด เพราะอุณหภูมิเป้าหมายน้ันจะต้องประเมินด้วยอุณหภูมิแกนกายท่ีได้จากการวัดทางทวาร

หนักท่ีโรงพยาบาลเท่านั้น การวัดอุณหภูมิผิวหนังขณะลดความร้อนผู้ป่วยมักจะเป็นอณุ หภมู ิท่ีตา่ กว่า
อณุ หภูมิแกนกาย

๕.๖.๓.๒ การแชร่ ่างกายผ้ปู ่วยลงในถงั ทบี่ รรจนุ า้ แข็ง (

Ice Immersion ) มดี งั ต่อไปน้ี

๕.๖.๓.๒(๑) ผู้เข้ารับการฝึกเกิดอาการท่ีอาจเข้าได้กับ

การเป็นโรคลมร้อน ไดแ้ กเ่ กดิ การเปลี่ยนแปลงความรู้สกึ ตัวขณะออกกาลังหรอื ภายหลังการออกกาลัง
อาการสามารถรวมถึงได้ ต้ังแต่การตอบสนองที่ช้ากวา่ ปกติ ไม่สามารถทาตามคาส่ังได้ตามปกติ หรือ

559

ถึงข้ันหมดสติ การสังเกต ความรู้สึกตัวของทหารท่ีเข้ารับการฝึกน้ันสาคัญกว่าการวดั อุณหภมู ิกาย ใน
การตัดสินใจเริ่มให้การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมร้อน เมื่อพบผู้ป่วยเริ่มมีอาการดังกล่าว ให้นาเข้าที่
ร่มและถอดเส้ือผ้าออกหมดจนเหลือแต่กางเกงช้ันใน แล้วพาไปยังจุดที่เตรียมอุปกรณ์การลดความ
ร้อนด้วยวิธีการแช่ลงในถังน้าแข็งไว้ โดยหากจุดท่ีเตรียมอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ไกล ให้ดาเนินการลด
ความร้อนโดยการเช็ดตัวด้วยน้าและพัดเป่าระบายอากาศหรือใช้วิธีใช้ผ้าชุบน้าเย็นจัดห่อหุ้ม ( Iced
Sheet ) ในขณะทีน่ าตวั ผปู้ ว่ ยไปยังจุดที่เตรยี มอปุ กรณ์ไว้

๕.๖.๓.๒(๒) การเตรียมอุปกรณ์ ให้ใช้ถังต้ืนๆ ขนาด
ความกว้างพอที่รองรับผู้ป่วยท่ีตัวใหญ่ได้ โดยถังนี้จะต้องมีรูระบายน้าออกทางด้านล่างท่ีสามารถปิด
ไว้ได้และเปิดเพ่ือระบายน้าออกได้ กระบะพลาสติกหรือไฟเบอร์ ท่ีจะใช้สาหรับการแช่ตัวผู้ป่วยน้ี
จะต้องมีความยาวอยู่ระหวา่ ง ๑๐๐ ถึง ๑๕๐ เซนตเิ มตร โดยยาวพอที่จะแชต่ ัวผู้ปว่ ยลงไปในท่านอน
และส่วนศีรษะจะอยู่พ้นจากระดับความสูงของถัง เช่นกระบะ กว้าง x ยาว X สูง = ๘๙ x ๑๑๖ x ๓๒
เซนติเมตร ความจุ ๑๗๕ ลิตร มีก๊อกระบายน้าออกทางด้านล่าง หรือ กวา้ ง x ยาว X สูง = ๗๙ x ๑๓๔
x ๓๐ เซนตเิ มตร ความจุ ๑๙๐ ลติ ร มีกอ๊ กระบายนา้ ออกทางด้านลา่ ง ให้ทาการเตรยี มนา้ แข็งก้อน ยู
นิค ไว้ให้เพียงพอท่ีจะเทลงลงในถังต้ืนๆ ที่เตรียมไว้พร้อมกับน้าเย็นจัด โดยบรรจุไว้ในภาชนะบรรจุ
น้าแข็งรักษาอุณหภูมิแยกไว้ ด้านข้างถังตนื้ พร้อมใช้งานตลอดเวลา เม่ือผู้ป่วยลงแช่ให้เทน้าแข็งและ
น้าเย็นจัดลงในถังต้ืนที่เตรียมไว้นั้นโดยใส่ลงไปประมาณคร่ึงหน่ึงของความสูงของถัง ให้สังเกตว่ามี
นา้ แขง็ ปริมาณมากพอจนกระจายอยูบ่ นพืน้ ผิวด้านบนทั้งหมด

๕.๖.๓.๒(๓) ใช้ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างน้อย ๒ นาย
ช่วยกันนาผู้ป่วยที่ถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงช้ันในแล้ววางลงในถังที่มีน้าเย็นจัดและน้าแข็งอยู่ในถัง
แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง โดยจัดผู้ป่วยอยู่ในท่านอนหงายก่ึงนั่งหลังพิงขอบด้านแคบของตัวถังข้อเข่า
เหยียดออก ในขณะที่นาผู้ป่วยลงถังแช่ลดความร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะผู้ป่วยจมลงในน้า ต้องให้
ร่างกายผู้ปว่ ยระดับคอและศีรษะอยู่พ้นน้าเสมอ โดยให้ใช้ผ้าผืนใหญ่เช่นผ้าเช็ดตวั หรือ เส้ือยืด พาด
ทับหน้าอกผู้ป่วยดา้ นหน้าและซอกรักแร้ทั้งสองข้างมาทางด้านหลังแล้วให้ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยยึดปลาย
ผา้ ไวท้ ่ีขอบบนของถงั เพอื่ ยดึ แผ่นหลังผปู้ ่วยไวก้ บั ขอบของถงั ระบายความรอ้ น

๕.๖.๓.๒(๔) พยายามรักษาระดับปริมาณน้าแข็งให้มี
ปริมาณมากพอ ที่จะแผ่เต็มพนื้ ผิวหน้าของระดับน้าท้ังหมดในถังแช่ เม่ือต้องเตมิ น้าแข็งลงไปเพ่ิม ให้
ระบายน้าออกจากรูระบายน้าที่ก้นถังเพื่อไม่ให้ระดับน้าในถังสูงจนเกินไป ระดับน้าท่ีเหมาะสมคือสูง
จนท่วมตั้งแต่ระดับหน้าอกของผู้ป่วยลงมาท้ังหมดยกเว้นบริเวณคอและศีรษะ การระบายความร้อน
จะมปี ระสิทธิภาพมากข้ึนเม่ือมกี ารกวนนา้ แข็งในถังใหม้ กี ารวนรอบๆ ร่างกายของผปู้ ว่ ยอยา่ งต่อเน่ือง

๕.๖.๓.๒(๕) ตอ้ งสังเกตอาการผู้ปว่ ยตลอดเวลา ในกรณี
ที่ผู้ป่วยอาการหนักมาก จนถึงระดับ ที่ไม่หายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น ต้องดาเนินการช่วยฟื้นคืนชีพ (
CPR ) ให้กับผู้ปว่ ย โดยนาผ้ปู ่วยออกจากถังและดาเนินการตามขน้ั ตอน

๕.๖.๓.๒(๖) ในกรณีท่ีอาการไม่หนักมากจนถึงข้ันต้อง
ช่วยฟื้นคืนชีพ ( CPR ) ให้แช่ในถังน้าเย็นจัดผสมน้าแข็งนี้ จนกว่ารถนาส่งผู้ป่วยจะพร้อมที่จะนาตัว

560

ผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยให้เลือกใช้วิธีการลดความร้อนด้วยวิธีอ่ืนในขณะนาส่งบนรถส่งป่วยหรือ
รถพยาบาลเช่นการใช้การเชด็ ตัวและพกั ระบายลม หรือการใช้วิธหี ่อหุ้มตัวด้วยผา้ เยน็ จดั เป็นต้น

๖. แนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคลมร้อนสาหรับโรงพยาบาลขนาดต่างๆ
ผนวก ช

๗. หากพบการระบาดของโรคจนทาให้ทหารใหมเ่ กิดเป็นโรคลมร้อน ให้หนว่ ยฝึก
ปฏบิ ัตติ ามแนวทางในประกาศ พบ. แนะนา ตามโรคนนั้ ๆ

ทั้งนี้เพื่อให้ใช้เป็นแนวทางสาหรับการป้องกัน เฝ้าระวัง การปฐมพยาบาล และ
การรักษาพยาบาลการบาดเจ็บจากความร้อนสาหรับหน่วยฝึกทหารใหม่ หน่วยจัดการฝึก หน่วยรับ
การฝกึ หนว่ ยสายแพทยใ์ นการฝึกและการปฏิบัตภิ ารกิจทางทหารอืน่ ๆ ตอ่ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๘ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

พลโท

พ.ต.หญงิ ...........................ร่าง/พิมพ์/ทาน ๑ ก.พ.๖๐ ( ชุมพล เปี่ยมสมบรู ณ์ )
พ.อ. ..................................ตรวจ ๑ ก.พ.๖๐ เจา้ กรมแพทยท์ หารบก

กองส่งเสรมิ สุขภาพและเวชกรรมป้องกันกรมแพทยท์ หารบก
โทร.๐-๒๓๕๔-๔๔๒๑ โทร ทบ. ๙๔๔๒๓

561

ผนวก ก

คาแนะนาในการป้องกนั การบาดเจบ็ จากความรอ้ นสาหรบั การฝึกทหารใหม่

๑. สาหรบั ผูบ้ งั คับบัญชา ( ตัง้ แตผ่ อู้ านวยการฝกึ ขึ้นไป )

๑.๑ ศึกษาข้อมูลและทาความเข้าใจเก่ียวกับการบาดเจ็บจากความร้อนอย่าง
ละเอียด

๑.๒ กากับดูแล กวดขันให้หน่วยฝึกทหารใหม่ปฏิบัติตามแนวทางน้ีอย่าง
เคร่งครดั

๑.๓ กาหนดให้มีการตรวจร่างกายทหารใหม่เพ่ือคัดกรองบุคคลท่ีมีความเส่ียงต่อ
การบาดเจ็บจากความร้อน

๑.๔ กากับดูแลให้มีเคร่ืองวัดอุณหภูมิกายและเคร่ืองมือติดตามสภาพอากาศให้
อยใู่ นสภาพพร้อมใช้งาน เชน่ เครอื่ งวัดอณุ หภูมิและความช้ืนสมั พทั ธ์

๑.๕ จัดให้มสี ิง่ อุปกรณ์ปฐมพยาบาลข้นั พนื้ ฐานทที่ นั สมยั ( อนผุ นวก ๑ ผนวก ค )
อยา่ งเพียงพอและพร้อมใช้งานรวมถึงจัดให้มีรถสาหรับส่งต่อผู้ปว่ ยหรือรถพยาบาลพร้อมอปุ กรณ์ทาง
การแพทย์ท่ีจาเปน็ เพือ่ การนาสง่ ผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลไดอ้ ย่างทันทว่ งที

๑.๖ กากับดูแล ให้มีน้าด่ืมประจาหน่วยฝึกอย่างเพียงพอ ตามคาแนะนาของ
กรมแพทย์ทหารบก

๑.๗ กากับดูแลให้มีการอบรมความรู้เก่ียวกับการบาดเจ็บจากความร้อนการปฐม
พยาบาล แก่ ผูฝ้ ึก ผชู้ ่วยผ้ฝู ึก ครฝู ึก ครูทหารใหม่ และทหารใหม่

๑.๘ กากับดูแล ให้มีการจัดทาแผนเผชิญเหตุและแผนการส่งกลับ สาหรับกรณี
ทหารใหม่ไดร้ ับบาดเจบ็ จากความร้อน และใหม้ กี ารฝึกทบทวนและซักซอ้ มแผนการปฏบิ ัติอยูเ่ สมอ

๑.๙ พจิ ารณาลงทัณฑ์ตามสมควรแก่เจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องตอ่ การปอ้ งกันและเฝ้า
ระวังการบาดเจ็บจากความร้อนที่ไม่ปฏิบัติตามคาแนะนาจนเป็นเหตุให้ทหารใหม่และกาลังพลได้รับ
การบาดเจบ็ ขั้นรุนแรงจากความร้อน ไดแ้ ก่ โรคลมร้อน หรอื เพลยี แดด

๒. สาหรับหน่วยฝึกทหารใหม่ ( ตง้ั แตผ่ บู้ งั คบั หน่วยฝกึ ลงมา )
๒.๑ จัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการปฐม

พยาบาลการบาดเจ็บจากความร้อนโดยเจ้าหน้าท่ีสายแพทย์ แก่ ผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูฝึก ครูทหารใหม่
ก่อนเริ่มการฝึก ทุกครั้ง และการให้ความรู้แก่ทหารใหม่ภายในห้วงสัปดาห์แรกหลังรับตัวทหารเข้า
หน่วยฝึกทหารใหม่

๒.๒ ประสาน รพ.ทบ. หรือหน่วยสายแพทย์ในพ้ืนท่ี เพ่ือขอรับการสนับสนุน
เจ้าหน้าท่ี สายแพทย์ทาการตรวจร่างกายให้แก่ทหารใหม่ภายในสัปดาห์แรก เพื่อคัดกรอง ค้นหา
กาลังพลที่อย่ใู นกลุ่มเส่ยี งตอ่ การบาดเจ็บจากความร้อน

๒.๓ ปรับตารางการฝึกทหารใหม่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพอากาศ
โดยเฉพาะในห้วง ๓ สัปดาห์แรกของการฝึก เพ่ือให้ทหารใหม่เกิดความเคยชินกับการฝึกในสภาพ
อากาศร้อนโดยพิจารณาแนวทางการสร้างความเคยชินกับความร้อนและการฝึก ( อนุผนวก ๒
ประกอบผนวก ค ) ได้ตามความเหมาะสมและใหห้ ลกี เล่ียงการวงิ่ ออกกาลังกายในห้วงเวลาท่ีมีอากาศ
ร้อนอบอ้าว

562

กรณีกลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ ๓๐ ขึ้นไปให้ในห้วง ๒ สัปดาห์แรก
ของการฝึกทหารใหม่ให้เสนารักษ์ควบคุมออกกาลังกายตามแบบปฏิบัติท่ี พบ. แนะนา ( ตามอนุผนวก
๓ ประกอบผนวก ค )

๒.๔ จัดให้มีการวัดค่าอุณหภูมิ ความช้ืนสัมพัทธ์ และดัชนีความร้อน ณ สถานที่
ฝกึ ด้วยเครอ่ื งมือทไ่ี ดม้ าตรฐานตามท่ี กรมแพทยท์ หารบกกาหนด

๒.๔.๑ ติดต้ังเคร่ืองวัดค่าอุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ทุกครั้งให้สูงจากพ้ืนดิน
ประมาณ ๑๒๐ ซม. ขน้ึ ไป

๒.๔.๒ ก่อนทาการฝึก ๑๕ - ๒๐ นาที เมื่อครบกาหนด ๑๕ นาที ให้อ่านค่า
และบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนเก็บไว้ในที่ร่มเพื่อนาไปใช้วัดก่อนการฝึกคร้ังต่อไป ตามห้วงเวลา
๐๘๐๐, ๑๐๐๐, ๑๓๐๐, ๑๕๐๐ และ ๑๗๐๐ หรือก่อนทาการวิ่งออกกาลังกายตอนเยน็ กรณที ี่ฝกึ ใน
รม่ ก็ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดยี วกัน

๒.๕ การอ่านค่าอณุ หภมู ิ ความชื้นสัมพัทธ์ และดัชนคี วามร้อน กรณีวัดด้วยเครื่อง
สลงิ ไซโครมเิ ตอร์ ( Sling psychrometer ) ใหท้ าตามตวั อยา่ ง ดงั นี้

๒.๕.๑ อ่านค่าอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์กระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง
แล้วคานวณผลต่างของอุณหภูมิท้ังสองค่าน้ัน แล้วนาค่าผลต่างไปเทียบกับตารางแสดงค่าความช้ืน
สัมพัทธ์ ( อนุผนวก ๔ ประกอบ ผนวก ค ) และนาค่าความชื้นสัมพัทธ์ท่ีได้ไปเทียบกับอุณหภูมิแห้ง
ในตารางการอา่ น คา่ ดชั นีความรอ้ น ( อนผุ นวก ๔ ประกอบ ผนวก ค ) จะไดเ้ ป็นดัชนีความรอ้ น

๒.๕.๒ มาเทียบเป็นสัญญาณธงสี ตามตารางความสมั พันธ์ระหวา่ งสัญญาณธง
สี ดัชนีความร้อน หว้ งเวลาการฝกึ และการด่ืมนา้ ( ตารางท่ี ๑, อนุผนวก ๕ ประกอบผนวก ค )

๒.๕.๓ ถ้ามีเครื่องมือท่ีสามารถตรวจสอบความช้ืนสัมพัทธ์เฉลี่ยในแตล่ ะพ้ืนที่
ใหน้ ามาพิจารณาร่วมด้วย เชน่ จากเว็บไซตห์ รอื โปรแกรมประยุกต์ในโทรศัพทม์ ือถือ

ตารางที่ ๑ แสดงความสมั พันธร์ ะหว่างสัญญาณธงสี ดชั นคี วามรอ้ น การดื่มน้า และเวลาการ
ฝกึ

สญั ญาณธง ดชั นีความรอ้ น ปรมิ าณนา้ ดื่ม เวลาใน ๑ ช่ัวโมง
(องศาเซลเซียส) (ลติ ร/ชัว่ โมง)

ธงขาว น้อยกวา่ ๒๗ อยา่ งน้อย ๑/๒ ลติ ร ( ๕๐๐ซีซี ) ทาไดต้ อ่ เน่ือง
ธงเขยี ว ๒๗ – ๓๒
ธงเหลอื ง ๓๓ – ๓๙ อยา่ งน้อย ๑/๒ ลติ ร ( ๕๐๐ซีซี ) ฝกึ ๕๐ นาที พกั ๑๐ นาที
ธงแดง ๔๐ – ๕๑
ธงดา มากกวา่ ๕๑ อย่างน้อย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซซี ี ) ฝกึ ๔๕ นาที พกั ๑๕ นาที

อย่างน้อย ๑ ลิตร ( ๑,๐๐๐ซีซี ) ฝึก ๓๐ นาที พัก ๓๐ นาที

อยา่ งน้อย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซซี ี ) ฝึก ๒๐ นาที พกั ๔๐ นาที

หมายเหตุ การดื่มน้าตามตารางนี้ให้ค่อยๆด่ืมเป็นช่วงเวลาทุกๆ ๑๕ นาที จะเหมาะสมและดีกว่า
การด่มื ครั้งเดียวมากๆ เช่น ให้ดม่ื จากกระตกิ ในทุกช่วง ๑๕ นาทขี ณะฝึกหว้ งอากาศร้อนอบอา้ ว

563

๒.๖ การเลือกสถานท่ีฝึก ควรฝึกในพืน้ ท่ีท่ีมีอากาศถ่ายเทไดด้ ีมีลมพัดผ่าน เช่น
สนามหญ้าท่ีมีแดดไม่ร้อนจัด ฝึกในท่ีร่มท่ีมีลมพัดผ่านหรือพ้ืนที่ร่มมีลมร้อนจะเหมาะสมกว่าพ้ืนท่ีร่ม
แต่อับลม หลีกเล่ียงการฝกึ และการออกกาลงั กายบนพนื้ ซเี มนตห์ รอื ราดยาง

๒.๗ สาหรับอาคารโรงนอน จะตอ้ งมอี ากาศถ่ายเทได้ดีเพื่อระบายความรอ้ น ถ้า
สามารถจดั ไดร้ ะยะหา่ งระหว่างเตียงอย่างน้อย ๓ ฟตุ เพื่อป้องกนั การแพร่กระจายเชื้อโรคระบาด อกี
ทั้งควรมีการวัดอุณหภูมิโรงนอนทุกวัน ก่อนทหารใหม่จะเข้านอน ให้มีการวัดอุณหภูมิอากาศภายใน
โรงนอนเป็นประจาทุกวันก่อนเวลาเข้านอน ควรปรับสภาพโรงนอนระบายความร้อนโรงนอนก่อนท่ี
ทหารจะเข้านอนให้มีอุณหภมู ิน้อยกวา่ ๓๗ องศาเซลเซียส และให้ทหารนอนพักผ่อนให้เพยี งพอ ไม่
น้อยกว่า ๘ ชั่วโมงตอ่ วนั

๒.๘ จดั หาน้าดม่ื ท่สี ะอาดและเพยี งพอต่อความตอ้ งการของทหารใหม่ ดังน้ี
๒.๘.๑ ให้ทหารใหม่ได้ด่ืมน้าในช่วงหลังต่ืนนอนจนถึงก่อนเริ่มการฝึกอย่าง

น้อย ๔ แกว้ ( ประมาณ ๑,๐๐๐ ซซี ี )
๒.๘.๒ ในระหว่างการฝึกต้องให้ทหารใหม่ได้ด่ืมน้าตามท่ีต้องการ โดย

ในช่วงพักประจาชั่วโมงต้องจัดน้าด่ืมให้ทหารใหม่สามารถด่ืมน้า ได้อย่างน้อยคนละ ๒ แก้ว
( ๕๐๐ซซี ี ) หรือตามที่กาหนดไว้ในตารางที่ ๑ หรือจนปัสสาวะสีใสขน้ึ

๒.๘.๓ ในช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวันให้ทหารด่ืมน้า ๒ – ๔ แก้ว
( ๕๐๐ – ๑,๐๐๐ ซซี ี )

๒.๘.๔ กอ่ นนอนทหารใหมค่ วรไดด้ ม่ื นา้ อกี อย่างน้อย ๒ แกว้ ( ๕๐๐ ซซี ี )
ในแต่ละวัน แนะนาให้ด่ืมน้าไม่เกิน ๙ ลิตร ( ๙,๐๐๐ ซีซี ) เพราะการ
ด่ืมนา้ ที่มากเกินอาจเปน็ พิษต่อร่างกายและอันตรายถงึ ชีวิตได้
ท้ังน้ีให้คานึงถึงหลักสุขศาสตร์ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันโรคติดต่อ เชน่ มีแก้ว
น้าประจาตัวและใช้เหยือกกลางในการตกั แบ่งน้าให้พลทหารดมื่ และควรอนุญาตให้ทหารพกกระติก
น้าประจาตัวขณะฝึกและสามารถดื่มน้าบ่อยๆให้เพียงพอกับความต้องการ โดยในน้าด่ืมอาจผสมผง
เกลือแร่ในอัตราส่วน ๑ ซองต่อน้า ๑ แก้ว ( ๒๕๐ ซีซี ) หรือเกลือแกง ๑/๒ ช้อนชาต่อน้า ๑ ลิตร
โดยประมาณเพอ่ื ทดแทนเกลอื แร่ทรี่ ่างกายสูญเสียไปขณะทาการฝกึ
๒.๙ การคัดกรองกล่มุ เสีย่ งประจาวนั ให้ปฏิบตั ิดังน้ี
๒.๙.๑ คดั กรองอณุ หภมู กิ ายและสีปสั สาวะ

ผลัดท่ี ๑ ให้ดาเนินการคัดกรอง ๓ เวลา ช่วงเช้าก่อนฝึก บ่ายก่อน
ฝกึ และก่อนนอน

ผลดั ท่ี ๒ ให้ดาเนนิ การคดั กรอง ๒ เวลา ชว่ งเช้าก่อนฝึก และก่อนนอน
กรณีท่ีมีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า ๓๗.๒ องศาเซลเซียส ( เมื่อวัด
ทางรักแร้ ) ต้องให้เจ้าหน้าท่ีสายแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดและทาการวัดซ้าอีกครั้ง พร้อมท้ังให้ด่ืมน้า
และเชด็ ตัว ถ้าพบวา่ ช่วงเช้ายงั คงมอี ณุ หภมู ิกายสงู กว่าทก่ี ลา่ วไว้ข้างตน้ ใหง้ ดฝึกและพาไปพบแพทย์
กรณีมีสีเหลืองเข้มเป็นส่ิงบอกเหตุว่าดื่มน้าไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการของร่างกายตอ้ งดม่ื น้าให้มากข้ึนจนปสั สาวะใส ( การสังเกตสีปัสสาวะและปริมาณการดื่มน้าให้
ดูตาม อนุผนวก ๖ ผนวก ค ) และมีครูฝึกคอยกากับดูแล ก่อนนอนหากพบทหารใหม่มีปัสสาวะสีเข้ม

564

ตอ้ งให้ด่ืมนา้ เพิม่ เตมิ วันรุ่งขนึ้ กอ่ นฝกึ ตอนเช้าใหต้ รวจปัสสาวะอีกครง้ั ทหารใหมป่ สั สาวะมีสีน้าตาล
เขม้ ให้หยุดฝึกและต้องไป พบแพทยท์ ันที และกรณีปัสสาวะไม่ออกใหด้ ่ืมนา้ ๒ แกว้ ( ๕๐๐
ซีซี ) ภายใน ๑ ชั่วโมง ปัสสาวะไมอ่ อกใหส้ ่งพบแพทย์ทนั ที

๒.๙.๒ ทาการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงประจาวัน ตามปัจจัยเส่ียง ( ตาม อนุ
ผนวก ๗ ประกอบผนวก ค ) และ คัดแยกทหารใหม่ออกเป็นกลุ่มๆ และติดสัญลักษณ์เป็นแถบสี
บริเวณ แขนเสื้อด้านขวาให้เห็นอย่างชัดเจน เพ่ือให้ผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูฝึก ครูทหารใหม่และเพ่ือน
ทหารใหม่ สามารถสังเกตอาการที่เปล่ียนแปลงและติดตามดูแลกาลังพลกลุ่มดังกล่าวไดอ้ ย่างใกล้ชิด
โดยแบ่งเปน็ ๔ กลุม่ ( ตามอนผุ นวก ๗ ประกอบผนวก ค )

๒.๑๐ ฝึกทหารใหม่ให้สามารถสังเกตสีปัสสาวะได้ด้วยตนเอง ท้ังก่อน ระหว่าง
หลงั การฝึก และกอ่ นนอน

๒.๑๑ ชั่งน้าหนักทหารใหม่ทุกวันอาทิตย์ในช่วงก่อนนอนและทาการจดบันทึก
เพื่อคัดกรองภาวะขาดน้าในร่างกาย กรณีที่พบทหารใหม่มีน้าหนักลดมากกว่า ๒ กิโลกรัม ใน ๑
สัปดาห์ แสดงว่าทหารใหม่อาจมีภาวะขาดน้าให้ตรวจดสู ีปัสสาวะ กรณีท่ีมีปสั สาวะสีเข้มให้ทหาร
ใหม่ดื่มน้าเพิ่มเติม จนปัสสาวะใสข้ึนและให้เฝ้าระวังการเกิดการบาดเจ็บจากความร้อนในทหารใหม่
รายนั้น

๒.๑๒ การแต่งกายของทหารใหม่ระหว่างการฝึก ควรสวมใส่ให้เหมาะสมกับ
สภาพอากาศ เช่น ถ้าต้องปฏิบัติงานหรือฝึกในสภาพอากาศร้อนหรืออบอ้าว ควรเลือกเสื้อผ้าที่บาง
เบาระบายอากาศได้ดี ในการสวมใส่ ทั้งน้ีให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ฝึกทหารใหม่และคาแนะนาของ
เจ้าหนา้ ทสี่ ายแพทย์

๒.๑๓ ในวันที่อากาศร้อน หรือร้อนอบอ้าว ในระหว่างการฝึกและระหว่างพัก
ประจาช่ัวโมง ควรจัดหาผ้าเช็ดตัวประจาตัวทหารใหม่และถงั น้าเพ่ือให้สามารถใช้ชุบนา้ เช็ดตวั เพอ่ื ลด
อณุ หภูมิรา่ งกาย

๒.๑๔ ในวันที่อากาศร้อนจัดหรือร้อนอบอ้าวมากหรือก่อนฝนตกหนัก ควรงดฝึก
และให้ทหารพักอาบนา้ นานพอที่จะลดความร้อนสะสม

๒.๑๕ จัดอบรมให้ความรู้ทหารใหม่ให้สามารถสังเกตอาการการบาดเจ็บจาก
ความร้อนของเพื่อนทหารท่ีอยู่ร่วมกัน เช่น มีไข้ ตัวร้อน ซึม สับสน อ่อนเพลียมากหรือมีอาการ
รบั ประทานอาหารไมไ่ ด้ คล่นื ไส้ อาเจียน ตอ้ งรีบแจ้งผฝู้ ึก ผ้ชู ว่ ยผฝู้ ึก ครูฝึก ครทู หารใหม่ทันที

๒.๑๖ กรณีที่ทหารใหม่มีอาการเจ็บป่วยหรือมีการบาดเจ็บจากความร้อนและ
ได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ ซ่ึงได้ออกเอกสารรับรองให้งดหรือพักการฝึก ให้หน่วยฝึกทหารใหม่
ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของแพทยโ์ ดยเครง่ ครัด เนอ่ื งจากมีโอกาสสูงท่จี ะเกิดการบาดเจ็บข้นั รุนแรงจาก
ความรอ้ น

๒.๑๗ จัดทาแผนเผชิญเหตุและแผนการส่งกลับผู้ป่วยเจ็บ กรณีมีความจาเป็น
เพ่อื สง่ กลบั ผไู้ ด้รับบาดเจ็บจากความรอ้ นไปทาการรักษายังโรงพยาบาลต่อไป และต้องให้มีการรับการ
ฝึกซกั ซอ้ มแผนกอ่ นเรม่ิ ช่วงการฝึกอยา่ งน้อย ๑ คร้ัง และฝกึ ทบทวนสัปดาหล์ ะ ๑ ครั้ง

๒.๑๘ ให้หน่วยฝึกทหารใหม่ทาการบันทึกข้อมูลผ่านโปรแกรม rtaheatstroke
ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของหน่วย ข้อมูลการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บจากความร้อน

565

ของทหารใหม่ ข้อมูลการวัดอุณหภูมิและดัชนีความร้อน ข้อมูลการคัดกรองประจาวัน เพื่อเป็นการ
เฝา้ ระวงั การบาดเจบ็ จากความร้อนในการฝกึ ทหารใหม่

๓. สาหรับตัวทหารใหม่
๓.๑ ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงเพ่ือให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค โดยการออก

กาลังกายอย่างสม่าเสมอ เพื่อเสริมสร้างความเคยชินกับความร้อน แต่ไม่ควรออกกาลังกายอย่างหัก
โหม

๓.๒ งดการดื่มสุรา กาแฟและเครื่องดื่มท่ีผสมคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธ์ิขับ
ปัสสาวะจะทาใหร้ า่ งกายสญู เสียน้า การใช้ยาให้ใช้ได้ตามแพทย์สั่งหรอื เทา่ ทจี่ าเป็นเท่านัน้

๓.๓ กรณีที่มีอาการไม่สบายหรือพบเห็นเพื่อนท่ีมีอาการไม่สบาย เช่น เป็นไข้
ปวดศีรษะ สับสน เดินเซ หรือรับประทานยาชนิดใดอยู่ในระหว่างห้วงการฝึก ต้องรีบแจ้งให้ครูฝึก
ทราบทันที

๓.๔ ดื่มน้าให้เพียงพอตามที่กาหนดอย่างเคร่งครัด กรณีท่ีรู้สึกอ่อนเพลียหรือมี
อาการปวดบรเิ วณกล้ามเนอื้ ควรรีบแจง้ ครูฝึก หรือผ้รู บั ผดิ ชอบการฝึกทราบทันที

๓.๕ สงั เกตสปี สั สาวะตนเองทง้ั ก่อน ระหวา่ ง และหลังการฝกึ
๓.๖ นอนพกั ผอ่ นใหเ้ พยี งพอ ไมน่ ้อยกว่า ๘ ช่ัวโมงตอ่ วนั
๔. โรงพยาบาลในสังกัดของกองทัพบก
๔.๑ ก่อนการฝกึ

๔.๑.๑ จัดประชุมผู้ที่เก่ียวข้องในการเตรียมความพร้อมการดาเนินการ
ป้องกันเฝ้าระวังการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บจากความร้อนในการฝึกทหารใหม่ โดย รพ.ทบ. และ
หนว่ ยฝึกทหารใหม่

๔.๑.๒ จัดต้ังศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การบาดเจ็บจากความร้อน
ให้เร่ิมจัดตั้งก่อน ๑ เดือนในช่วงการฝึกทหารใหม่ท้ัง ๒ ผลัดในเดือน เม.ย. – ก.ค. และ ต.ค. – ม.ค.
ของทุกปีเพ่ือตดิ ตามสถานการณ์และประเมินการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายแพทย์ในหน่วยฝึก โดย
กาหนดระบบการเฝ้าระวังการบาดเจ็บจากความร้อนอย่างเปน็ รูปธรรม แล้วรายงานการเปิดศูนย์เฝ้า
ระวังติดตามสถานการณ์การบาดเจ็บจากความร้อน พร้อมคาส่ังแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงาน ให้กรมแพทย์
ทหารบกทราบภายใน เม.ย. และ ต.ค.

๔.๑.๓ สนับสนุนเจ้าหน้าท่ีสายแพทย์ในการอบรมให้ความรู้เร่ืองการ
บาดเจ็บจากความร้อนและการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นแก่ ผู้ฝึก ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูฝึก ครูทหารใหม่ และ
ทหารใหม่ทุกนายให้สามารถปอ้ งกันเฝ้าระวัง และทราบถึงอาการนาของการบาดเจ็บจากความร้อนท่ี
สังเกตได้ และสามารถประเมินอาการได้อย่างทนั ต่อเหตกุ ารณก์ ่อนจะกลายเป็นโรคลมรอ้ น

๔.๑.๔ จัดให้มีการอบรมแพทย์ พยาบาล นายทหารเวชกรรมป้องกันและ
นายสิบพยาบาลของหน่วยในพ้ืนที่ท่ีรับผิดชอบ ให้มีความรู้และความเข้าใจในการรักษาพยาบาลการ
บาดเจ็บจาก ความรอ้ น โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ โรคลมรอ้ น ( Heat Stroke )

566

๔.๑.๕ ให้คาแนะนาหน่วยฝึกทหารใหม่ในการจัดเตรียมเคร่ืองวัดอุณหภูมิ
ความช้ืนสัมพัทธ์ ดัชนีความร้อนเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายและส่ิงอุปกรณ์การปฐมพยาบาลท่ีทันสมัย
เพียงพอต่อจานวนกาลงั พลของหนว่ ยฝึกทหารใหม่ ความพรอ้ มของโรงนอนและสถานทีฝ่ กึ

๔.๑.๖ ประสานแนวทางการให้การรักษาและส่งต่อผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ
จากความร้อนกับโรงพยาบาลนอกสังกัดกองทัพบกที่อยู่ใกล้หน่วยฝึกทหารใหม่ในความรับผิดชอบ
เพ่ือประสิทธภิ าพในการดูแล ทเี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกัน

๔.๑.๗ เมือ่ ดาเนินการเรยี บร้อยใหร้ ายงานให้ พบ. ทราบ ตามแบบรายงาน
ผนวก ง

๔.๒ ระหว่างการฝึก
๔.๒.๑ จัดแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สายแพทย์เข้าตรวจร่างกายทหารใหม่ใน

สปั ดาหแ์ รกของการฝกึ เพือ่ ทาการคัดกรองทหารใหม่กลุ่มเสย่ี งต่อการบาดเจบ็ จากความร้อน
๔.๒.๒ สนับสนุนเจ้าหน้าท่ีสายแพทย์ในการอบรมให้ความรู้เร่ืองการ

บาดเจ็บจากความร้อนและการปฐมพยาบาลเบ้อื งต้นแก่ ทหารใหม่ทกุ นาย
๔.๒.๓ กากับดูแลให้หน่วยฝึกปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันเฝ้าระวังการ

บาดเจ็บจากความร้อนในการฝึกทหารใหม่ ตามแนวทางของ พบ. พร้อมท้ังให้คาแนะนาและ
ขอ้ เสนอแนะ

๔.๒.๔ จัดทาแผนการรองรับผู้ป่วยและการรักษาพยาบาลในสถานการณ์
ฉุกเฉินและจะต้องมีการซักซ้อมอยู่เสมอ ( โดยเฉพาะช่วงก่อนฤดกู ารฝึกและระหว่างการฝึกในช่วง ๕
สัปดาหแ์ รก )

๔.๒.๕ แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมร้อนให้ปฏิบัติตามแนวทาง
ผนวก ง

๔.๒.๖ เม่ือมีผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากความร้อนที่ต้องเข้าพักรักษาตัวใน
โรงพยาบาลให้รายงานกรมแพทยท์ หารบกทราบดังนี้

- โรคลมร้อน ให้รายงาน พบ. ทราบทันทหี ลังรบั ผ้ปู ่วยไว้รักษา
- ฮีทเอ็กซอสชั่น ให้รายงาน พบ. ทราบภายใน ๒๔ ชั่วโมงหลังรับ
ผ้ปู ว่ ยไว้รักษา
- ลมแดด การเกร็งแดดและตะคริวแดด ให้รายงาน พบ. ทราบภายใน
๗ วันหลัง รบั ผูป้ ว่ ยไวร้ ักษา
๔.๓ หลังการฝึก
ประชุมทบทวนบทเรียนที่ได้จากการฝึกร่วมกับท้ังในส่วนการรักษา เวช
กรรมป้องกัน และหน่วยฝึก พร้อมท้ังสรุปผลการดาเนินงานและการทบทวนบทเรียนให้ พบ. ทราบ
หลังเสร็จสิน้ การฝึกตามแบบรายงาน ผนวก ง

567

ผนวก ข
คาแนะนาในการป้องกันการบาดเจบ็ จากความรอ้ นสาหรบั การฝกึ ทางทหารอืน่ ๆ

๑. สาหรับผูบ้ งั คบั บัญชา
๑.๑ ศึกษาขอ้ มูลและทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับการบาดเจบ็ จากความรอ้ นโดยละเอียด
๑.๒ กากับดูแลกวดขันให้หน่วยจัดการฝึกและหน่วยรับการฝึกในความรับผิดชอบ

ของตนปฏบิ ัตติ ามแนวทางน้อี ยา่ งเครง่ ครดั
๑.๓ ควรกาหนดให้มีการทดสอบร่างกายตามเกณฑ์มาตรฐานของแต่ละหลักสูตร

กรณที ม่ี ิไดก้ าหนดไวใ้ ห้ถอื ตามเกณฑก์ ารทดสอบร่างกายประจาปีของกองทพั บก
๑.๔ กากับดูแลให้มีเคร่ืองมือติดตามสภาพอากาศ เช่น เคร่ืองวัดอุณหภูมิและ

ความช้ืนสัมพัทธ์ตามความเหมาะสมและพร้อมใช้งาน เพ่ือใช้ในการติดตามสภาพอากาศท่ีร้อนอบอ้าว
ที่อาจก่อใหเ้ กดิ การบาดเจ็บจากความรอ้ นในการฝกึ ได้

๑.๕ จัดให้มีส่ิงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลข้ันพืน้ ฐานที่ทนั สมัย ( อนุผนวก ๑ ผนวก ค
) อย่างเพียงพอและพร้อมใช้งานรวมถึงจัดให้มีรถสาหรับส่งต่อผู้ป่วยหรือรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์
ทางการแพทย์ทจ่ี าเปน็ เพ่ือการนาส่งผู้ป่วยไปยงั สถานพยาบาลไดอ้ ย่างทนั ทว่ งที

๑.๖ กากับดูแล ให้มีน้าด่ืมอย่างเพียงพอ ตามคาแนะนาของกรมแพทย์ทหารบก
๑.๗ กากับดูแลให้มีการฝึกอบรมความรู้เก่ียวกับการป้องกันและเฝ้าระวัง

การปฐมพยาบาลการบาดเจ็บจากความรอ้ นแกก่ าลงั พลท้งั ในสว่ นจดั การฝึกและสว่ นรับการฝึก
๑.๘ กากับดูแล ให้มีการจัดทาแผนเผชิญเหตุและแผนการส่งกลับ สาหรับกรณี

ผู้เข้าร่วม การฝกึ ไดร้ ับบาดเจ็บจากความรอ้ นและใหม้ ีการฝึกทบทวนและซกั ซอ้ มแผนการปฏิบัติ
๑.๙ พิจารณาลงทัณฑ์ตามสมควรแก่เจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวขอ้ งต่อการปอ้ งกันและเฝ้า

ระวังการบาดเจ็บจากความร้อนท่ีไม่ปฏิบัติตามคาแนะนา จนเป็นเหตุให้กาลังพลผู้เข้าร่วมการฝึก
ไดร้ ับการบาดเจบ็ ข้นั รุนแรงจากความร้อน ไดแ้ ก่ โรคลมร้อน หรือเพลียแดด

๒. สาหรบั หน่วยจัดการฝกึ
๒.๑ ประสาน โรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก หรือหน่วยสายแพทย์ในพ้ืนท่ีใน

การให้ความรู้เกี่ยวกับการบาดเจ็บจากความร้อนแก่กาลังพลท่ีเกี่ยวข้องกับการฝึก ก่อนเข้ารับการฝึก
ทกุ ครั้ง

๒.๒ ปรับแผนการฝึก ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในวันท่ีอากาศร้อนอบอ้าวและอาจพิจารณาสั่งให้ยุติการฝึกเป็นการชั่วคราว กรณีที่
สภาพแวดลอ้ มในการฝกึ อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บจากความรอ้ นได้

๒.๓ จัดให้มีการวัดค่าอุณหภูมิ ความช้ืนสัมพัทธ์ และดัชนีความร้อนโดยใช้
เคร่ืองมือท่ีได้มาตรฐานท่ีกรมแพทย์ทหารบกกาหนด และติดต้ังเคร่ืองวัดค่าอุณหภูมิความช้ืนสัมพทั ธ์
ณ พื้นท่ีการฝึกตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับเปล่ียนสถานการณ์การฝึกให้สอดคล้องกับ
สภาพอากาศท่รี ้อนอบอา้ วอันจะเป็นการลดความเส่ยี งต่อการเกิดการบาดเจ็บจากความรอ้ นได้

๒.๔ การอ่านค่าอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ กรณีวัดด้วยเครื่องสลิงไซโครมิเตอร์
(Sling psychrometer) โดยปรบั ใชต้ ามความเหมาะสมกับการฝกึ นนั้ ๆ ดงั นี้

568

๒.๔.๑ อา่ นค่าอุณหภมู จิ ากเทอร์โมมิเตอรก์ ระเปาะเปยี กและกระเปาะแห้ง
แล้วคานวณผลต่างของอุณหภูมิท้ังสองค่าน้ัน แล้วนาค่าผลต่างไปเทียบกับตารางแสดงค่าความชื้น
สัมพัทธ์ และนาค่าความชื้นสัมพัทธ์ท่ีได้ไปคานวณในเคร่ืองคานวณร่วมกับอุณหภูมิแห้ง จะได้เป็น
ดชั นีความร้อน

๒.๔.๒ มาเทยี บเปน็ สัญญาณธงสี ตามตารางความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสัญญาณ
ธงสีดชั นีความรอ้ น หว้ งเวลาการฝกึ และการดม่ื น้า ( ตารางท่ี ๒, อนผุ นวก ๕ ประกอบผนวก ค )

๒.๔.๓ ถ้ามีเคร่ืองมือที่สามารถตรวจสอบความช้ืนสัมพัทธ์เฉลี่ยในแต่ละ
พ้ืนที่ให้นามาพจิ ารณารว่ มดว้ ย เชน่ จากเว็บไซต์หรอื โปรแกรมประยุกต์ในโทรศพั ทม์ ือถอื

ตารางท่ี ๒ แสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างสญั ญาณธงสี ดชั นคี วามรอ้ น และการดมื่ น้า

สัญญาณธง ดัชนคี วามร้อน (องศาเซลเซยี ส) ป ริ ม า ณ น้ า ด่ื ม ( ลิ ต ร /
ช่วั โมง)

ธงขาว นอ้ ยกว่า ๒๗ อย่างนอ้ ย ๑/๒ ลติ ร ( ๕๐๐ซซี ี )
ธงเขยี ว ๒๗ – ๓๒ อย่างน้อย ๑/๒ ลิตร ( ๕๐๐ซซี ี )
ธงเหลอื ง ๓๓ – ๓๙ อย่างนอ้ ย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซีซี )
ธงแดง ๔๐ – ๕๑ อยา่ งนอ้ ย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซซี ี )
ธงดา มากกวา่ ๕๑ อย่างนอ้ ย ๑ ลิตร ( ๑,๐๐๐ซซี ี )

หมายเหตุ การด่ืมน้าตามตารางน้ีให้ค่อยๆด่ืมเป็นช่วงเวลาทุกๆ ๑๕ นาที จะเหมาะสมและดีกว่า
การด่มื ครง้ั เดยี วมากๆ เชน่ ให้ดืม่ จากกระติกในทุกชว่ ง ๑๕ นาทขี ณะฝกึ ห้วงอากาศร้อนอบอา้ ว

๒.๕ ฝึกให้กาลังพลท่ีเข้าร่วมการฝึกสามารถสังเกตสีปัสสาวะได้ด้วยตนเองท้ัง
ก่อน ระหว่าง และหลังการฝึก ถ้ามีสีเหลืองเข้มเป็นสิ่งบอกเหตุว่าดื่มน้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ของร่างกาย ควรดื่มน้าให้มากขึ้นจนปัสสาวะใส ( การสังเกตสีปัสสาวะและปริมาณการด่ืมน้าให้ดู
ตาม อนุผนวก ๖ ประกอบผนวก ค)

๒.๖ จัดหาน้าดื่มทสี่ ะอาดและเพียงพอต่อความตอ้ งการของผเู้ ข้าร่วมการฝึกและ
กากับดูแลใหผ้ ู้รับการฝึกพกกระติกน้าประจาตัวและสามารถด่ืมน้าบ่อยๆใหเ้ พียงพอกับความตอ้ งการ
โดยในน้าด่ืมอาจผสมผงเกลือแร่ในอัตราส่วน ๑ ซองต่อน้า ๑ แก้ว ( ๒๕๐ ซีซี ) หรือเกลือแกง ๑/๒
ช้อนชาตอ่ น้า ๑ ลติ ร

๒.๗ เมอื่ กาลังพลที่มีอาการเจ็บป่วยหรือมีการบาดเจ็บจากความร้อน และแพทย์ได้
ออกเอกสารรับรองให้งดหรือพกั การฝึก ให้หน่วยจัดการฝึกและหน่วยรับการฝึกปฏิบัติตามคาแนะนา
ของแพทย์โดยเคร่งครดั

๒.๘ ประสานโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก และ/หรือ โรงพยาบาลนอกสังกัด
กองทพั บกในพ้นื ทฝี่ กึ เพ่ือเตรยี มการรบั ผู้ปว่ ยเจบ็ จากการบาดเจบ็ จากความร้อน

569

๒.๙ จัดทาแผนเผชิญเหตุและแผนการส่งกลับผู้ป่วยเจ็บกรณีมีความจาเป็นต้อง
ส่งกลับผู้ไดร้ ับบาดเจ็บจากความร้อนเพ่ือไปทาการรักษายังโรงพยาบาลต่อไป และต้องจัดให้มีการฝึก
ทบทวนและซักซ้อมอยูเ่ สมอ

๓. สาหรบั หน่วยรับการฝึกและผูเ้ ข้ารบั การฝกึ
๓.๑ กาลังพล ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงเพ่ือให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค โดย

การออกกาลังกายสม่าเสมอ และเตรียมความพร้อมของร่างกายสาหรับการรับการฝึกตามหลักสูตร
ต่างๆ และสร้าง ความเคยชนิ กบั ความร้อนก่อนเขา้ รบั การฝกึ

๓.๒ กาลังพลต้องงดการดมื่ สุรา หลีกเล่ยี งกาแฟและเคร่ืองดื่มที่ผสมคาเฟอีนซึ่ง
เป็นสารท่ีมีฤทธ์ิขับปัสสาวะจะทาให้ร่างกายสูญเสียน้า การใช้ยาให้ใช้ได้ตามแพทย์สั่งหรือเท่าที่
จาเป็นเท่านนั้

๓.๓ กรณีท่ีมีอาการไม่สบาย เช่น เป็นไข้ ปวดศีรษะหรือมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิด
การบาดเจ็บจากความรอ้ นในระหว่างหว้ งการฝกึ ต้องรีบแจ้งให้ผ้บู งั คับบัญชาทราบทนั ที

๓.๔ จัดทาแผนเผชิญเหตุและเตรียมทีมสาหรับการปฐมพยาบาลการบาดเจ็บ
จากความร้อน ณ จุดเกิดเหตุและเตรียมรถพยาบาลสาหรับส่งกลับผู้ป่วยตามแผนการส่งกลับที่ได้
วางแผนรว่ มไว้กบั หนว่ ยจดั การฝกึ

๔. โรงพยาบาลในสังกัดกองทพั บก และ/หรอื หน่วยสายแพทยท์ ี่สนับสนุนการฝึก
๔.๑ จัดเจ้าหน้าที่สายแพทย์สนับสนุนให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันเฝ้าระวัง

และการปฐมพยาบาลการบาดเจ็บจากความร้อน แก่หน่วยจัดการฝึกและหน่วยรับการฝึกความ
รับผิดชอบตามแนวทางการบริการทางการแพทย์แบบเปน็ พื้นที่ ( Area Medical Service ) ก่อนเข้า
รบั การฝกึ ทกุ ครัง้

๔.๒ ให้คาแนะนาหน่วยจัดการฝึก ในการจัดเตรียมเครื่องวัดอุณหภูมิความช้ืน
สมั พทั ธ์ เครือ่ งวดั อุณหภูมิร่างกายและสิง่ อุปกรณ์การปฐมพยาบาลท่ีทนั สมัยให้เพียงพอตอ่ การใช้งาน

๔.๓ จัดให้มีการอบรมแพทย์ พยาบาล นายทหารเวชกรรมป้องกัน และนายสิบ
พยาบาลของหน่วยในพ้ืนที่ท่ีรับผิดชอบให้มีความรู้และความเข้าใจในการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บ
จากความร้อนโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ โรคลมรอ้ น ( Heat Stroke )

๔.๔ จัดทาแผนและซักซ้อมการรับผู้ป่วยและการรักษาพยาบาลในสถานการณ์
ฉกุ เฉนิ และจะต้องมกี ารซักซ้อมอยูเ่ สมอ

๔.๕ หากพบผู้ป่วยสงสัยเป็นโรคลมร้อนให้ดาเนินการรักษาพยาบาลตามแนว
ทางการดแู ลรักษาผู้ปว่ ยโรคลมรอ้ น พบ. ตามผนวก ช

๔.๖ เม่อื มผี ู้ป่วยท่ีได้รับบาดเจ็บจากความร้อนท่ีต้องเข้าพกั รักษาตัวในโรงพยาบาลให้
รายงานกรมแพทย์ทหารบกทราบดังน้ี

๔.๖.๑ โรคลมร้อน ใหร้ ายงาน พบ. ทราบทนั ทีหลงั รบั ผปู้ ว่ ยไวร้ ักษา
๔.๖.๒ ฮีทเอก็ ซอสชนั่ ให้รายงาน พบ. ทราบภายใน ๒๔ ชว่ั โมงหลงั รับผูป้ ่วย
ไวร้ ักษา
๔.๖.๓ ลมแดด การเกร็งแดดและตะคริวแดด ให้รายงาน พบ.ทราบภายใน ๗
วันหลังรบั ผปู้ ว่ ยไวร้ กั ษา

570

๕. สาหรับการฝึกนักเรียนทหารและการปฏบิ ัติการทางทหารอ่ืนๆ ให้พิจารณาปรับใช้
ตามแนวทางการป้องกันการบาดเจบ็ จากความรอ้ นของประกาศฉบบั นี้ตามความเหมาะสม

571

ผนวก ค
เครอ่ื งมือในการปอ้ งกันเฝา้ ระวังการบาดเจ็บจากความร้อน

อนุผนวก ๑ ประกอบผนวก ค
อปุ กรณป์ ฐมพยาบาลขน้ั พนื้ ฐาน

572

1. เปลสนาม ต้องกางออก และวางไวใ้ นสถานท่ีที่หยิบใช้ได้สะดวก พร้อมรับผู้ป่วยเม่ือมีเหตุฉุกเฉิน
ได้ทันที

2. ถงั น้า ขนาด ๒๐๐ ลิตร หรือขนาดตามความเหมาะสม และเติมน้าสะอาดใหเ้ ต็มสาหรับใช้เช็ดตัว
ใช้ล้างหน้า ต้องมีฝาปิดเพ่ือป้องกันแมลง ฝุ่นละออง หรือใบไม้ไม่ให้ร่วงตกลงสู่ถังซ่ึงจะทาให้น้ามี
กล่นิ เน่าเหม็น ไมส่ ะอาด และอาจทาให้เกดิ ผืน่ คันได้

3. ถังน้าขนาดเล็ก สาหรบั ใส่น้าเชด็ ตัวให้ทหารใหมร่ ะหว่างพกั หรือเมือ่ มกี ารบาดเจ็บจากความรอ้ น
ควรมปี ระจาทกุ หมวดฝกึ

4. ผ้าขนหนู ขนาดกว้าง x ยาว ประมาณ ๑๔ x ๒๘ น้ิว เป็นส่ีเหล่ียมผืนผ้า อย่างน้อย ๔ ผืน
สาหรับเช็ดตัวเพื่อลดไข้ หรือใช้ชุบนา้ สะอาดแลว้ บดิ ใหห้ มาด เช็ดหน้า เช็ดตวั ขณะพัก และใช้คล้อง
คอบริเวณท้ายทอย ใต้ปกเส้ือเพื่อช่วยลดความร้อนขณะทาการฝึกกลางแดด ควรมีผ้าขนหนู
ประจาตัวทหารทุกคน เพราะสามารถนามาใช้ในการปฐมพยาบาลผู้เจ็บป่วยจากความร้อนได้ (เช็ด
ตวั และใชป้ อ้ งกนั การกดั ล้นิ )

5. กระบอกฉีดน้า ชนดิ พ่นละอองฝอยสาหรับพ่นไปบริเวณรอบๆ ตัวผู้ป่วย และเหนอื ศรี ษะของผ้รู ับ
การฝึก เพ่ือให้อุณหภูมิของอากาศบริเวณน้ันต่ากว่าอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายระบาย
ความร้อนออกมาได้ดีขึ้น โดยทุกสถานีฝึก และท่ีปฐมพยาบาลของหน่วยฝึกต้องมีอย่างน้อย แห่งละ
๕ อัน เติมน้าสะอาดให้เต็ม เม่ือกดหัวฉีดแล้วน้าพ่นออกมาเป็นละอองฝอยได้ไกล ไม่ตกลงมาเป็น
หยดน้าใกล้ตัวซง่ึ ไมเ่ กิดประโยชนใ์ ดๆ

573

6. พัดหรืออุปกรณ์ทาให้เกดิ ลม ใช้พัดเพื่อให้มีการถ่ายเทเคล่ือนไหวของอากาศบริเวณรอบตวั ผู้ปว่ ย
เป็นการช่วยใหเ้ หงื่อ และน้าระเหยไดเ้ รว็ ข้ึนขณะทที่ าการเช็ดตวั เพ่อื ลดไข้ หรือระบายความรอ้ นออก
จากร่างกาย
7. ปรอทวัดไข้ อย่างนอ้ ย ๓ อนั วางพร้อมใช้
8. อปุ กรณใ์ หส้ ารน้าทางเสน้ เลอื ด นา้ เกลอื ( 0.9 % NSS), สายน้าเกลือ (IV set), เข็มแทงนา้ เกลือ
( IV catheter), สายรัดแขน (Tourniquet), เทปกาวปดิ เข็ม ( micropore/transpore ), สาล,ี แอลกอฮอล์

574

9. รถส่งผู้ป่วย อาจเป็นรถพยาบาล รถจี๊ป หรือรถกระบะที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพ้ืนฐาน มีอุปกรณ์
ปฐมพยาบาล และมกี ารระบายอากาศที่ดี นามาจอดทถ่ี นนดา้ นหน้าหนว่ ยฝกึ ให้อยู่ในสภาพพรอ้ มส่ง
ผปู้ ว่ ยไปโรงพยาบาลไดท้ นั ที โดยมอบหมายผูท้ าหนา้ ที่พลขับไวด้ ว้ ย

10. ชุดปฐมพยาบาลโรคลมร้อนแบบพกพา สามารถนาไปด้วยทุกท่ีที่ทหารใหม่อยู่ ประกอบด้วย
กระบอกใส่น้า ผ้าเชด็ ตวั ปรอทวัดไข้ กระบอกฉดี น้า พดั หรอื อุปกรณท์ าให้เกิดลม

อนผุ นวก ๒ ประกอบผนวก ค

575

ตารางการฝกึ สรา้ งความเคยชินกับความรอ้ น ในระยะ ๓ สปั ดาห์แรกของการฝึก

วันที่ ของการฝึก เวลาที่ใช้ในการฝึก เวลาที่ใช้ในการฝึก เวลาที่ใชใ้ นการฝึก เวลาท่ีใช้ในการฝึก
ช่วงเชา้ (ชว่ั โมง ) ช่วงบ่าย (ชว่ั โมง ) ชว่ งเช้า (ชว่ั โมง ) ช่วงบ่าย (ชว่ั โมง )

(ความชน้ื สัมพทั ธ์ นอ้ ยกวา่ ๖๐% ) (ความชน้ื สมั พัทธ์ มากกวา่ หรือเทา่ กบั ๖๐% )

๑๑๑๑๑

๒๑๑๑๑

๓ ๑.๕ ๑.๕ ๑ ๑

๔ ๒ ๒ ๑.๕ ๑.๕

๕ ๒.๕ ๒.๕ ๒ ๒

๖ ๓ ๓ ๒.๕ ๒.๕

๗ ๔ ๔ ๓.๕ ๓.๕





๑๐

๑๑

๑๒

๑๓
๑๔ ในสัปดาห์ที่ ๒ – ๓ ของการฝึก ให้ปรับเวลาการฝึกให้สอดคล้องกับสภาวะ
๑๕ อากาศและสภาพร่างกายของทหารใหม่

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

๒๑

หมายเหตุ

 ให้ผู้ฝึก ใช้ดุลพินิจ/ประสบการณ์ จากการฝึกพิจารณาช่วงเวลาของการฝึก ให้

เหมาะสมตามอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศในวันเวลาท่ีฝึกพร้อมกับสภาวะสุขภาพของ

ผูร้ ับการฝึก ในวันนั้นวา่ มไี ข้หรอื มกี ารเจ็บปว่ ยอน่ื ๆหรอื ไม่

 เวลาที่เหลือ อาจดาเนินกิจกรรม ดังนี้

๑. ตรวจร่างกายเพอื่ คัดกรองกลุ่มเส่ียง

๒. บันทึกขอ้ มลู สว่ นบคุ คล เพอ่ื คดั แยกกลมุ่ ผู้ทเ่ี ปน็ โรค และกลมุ่ ปกติ

๓. จัดอบรมให้ความรู้ในเร่ืองสุขศาสตร์ส่วนบุคคลเพ่ือการป้องกันโรค และส่งเสริม

สุขภาพการป้องกันเฝ้าระวัง การบาดเจ็บจากความร้อน เพื่อการดูแลตนเองและผู้รับการฝึกด้วยกัน

( ค่บู ัดดี้ )

อนผุ นวก ๓ ประกอบผนวก ค

576

ตารางการออกกาลังกายสาหรับผู้ทม่ี ีคา่ ดชั นีมวลกายตั้งแต่ ๓๐ ข้ึนไป ในระยะ ๒ สัปดาหแ์ รก

ของการฝกึ

สปั ดาห์ วนั ท่ี การออกกาลังกาย หมายเหตุ

ที่ ช่วงเช้า ช่วงเยน็

๑ ๑ ๑. อบอุน่ รา่ งกาย(warm up) ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) ให้มีนายสบิ

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที พยาบาล

๒. เดินเร็ว(fast walking) ๓๐ ๒. เดนิ (walking) ๓๐ นาที ควบคมุ

นาที ๓. ดันพ้ืนทา่ คกุ เข่า ๕ ชดุ กากบั ใน

๓. ผ่อนคลายกล้ามเนอ้ื (cool (set) ชดุ ละ ๕ – การออก

down) ๕ นาที ๑๐ ครงั้ (จานวนครั้งเท่าท่ี กาลงั กาย

๔. ยืดเหยยี ดรา่ งกาย ไหว ไม่ฝนื ) หากไมไ่ หว

(stretching) ๕ นาที ๔. ลกุ นง่ั (sit-up) ๕ ชุด(set) ให้หยดุ พัก

ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครง้ั

(จานวนคร้ังเท่าทีไ่ หว ไม่ฝืน)

๕. ท่าแพลงก์ (plank) ๔ ชดุ

(set) ชุดละ ๓๐ วนิ าที

๖. ผ่อนคลายกลา้ มเนือ้

(cool down) ๕ นาที

๗. ยดื เหยียดรา่ งกาย

(stretching) ๕ นาที

๒ ๑. อบอนุ่ รา่ งกาย(warm up) ๑. อบอุน่ ร่างกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. เดนิ เร็ว(fast walking) ๓๐ ๒. ทา่ สควอช (Squats) ๕ ชดุ

นาที (set) ชดุ ละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผ่อนคลายกล้ามเนือ้ (cool ๓. ลุกน่ัง(sit-up) ๕ ชดุ (set)

down) ๕ นาที ชุดละ ๑๐ – ๑๕ คร้งั

๔. ยดื เหยียดร่างกาย (จานวนครั้งเท่าท่ีไหว ไม่ฝืน)

(stretching) ๕ นาที ๔. ผ่อนคลายกล้ามเนอ้ื

(cool down) ๕ นาที

๕. ยืดเหยียดรา่ งกาย

(stretching) ๕ นาที

577

ตารางการออกกาลงั กายสาหรับผู้ทม่ี ีคา่ ดชั นมี วลกายตงั้ แต่ ๓๐ ขึ้นไป ในระยะ ๒ สปั ดาห์แรก
ของการฝึก

สัปดาห์ วันท่ี การออกกาลงั กาย หมายเหตุ
ที่
ชว่ งเช้า ชว่ งเยน็ ให้มนี าย
๑ สบิ
๓ ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) พยาบาล
ควบคมุ
๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที กากับใน
การออก
๒. เดนิ เรว็ (fast walking) ๓๐ ๒. เดนิ (walking) ๓๐ นาที กาลังกาย
หากไมไ่ หว
นาที ๓. ดนั พ้ืนท่าคุกเข่า ๕ ชุด(set) ใหห้ ยดุ พกั

๓. ผ่อนคลายกลา้ มเนื้อ(cool ชุดละ ๕ – ๑๐ คร้งั (จานวน

down) ๕ นาที ครง้ั เท่าทไี่ หว ไมฝ่ ืน)

๔. ยดื เหยยี ดรา่ งกาย ๔. ลกุ นงั่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

(stretching) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครงั้ (จานวน

คร้งั เทา่ ท่ีไหว ไม่ฝนื )

๕. ทา่ แพลงก์ (plank) ๔ ชดุ

(set) ชดุ ละ ๓๐ วนิ าที

๖. ผ่อนคลายกล้ามเนอ้ื

(cool down) ๕ นาที

๗. ยดื เหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๔ ๑. อบอนุ่ ร่างกาย(warm up) ๑. อบอนุ่ รา่ งกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. เดินเร็ว(fast walking) ๔๕ ๒. ท่าสควอช (Squats) ๕ ชดุ

นาที (set) ชดุ ละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผอ่ นคลายกล้ามเนอ้ื (cool ๓. ลกุ นัง่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

down) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ คร้ัง (จานวน

๔. ยืดเหยยี ดร่างกาย ครัง้ เทา่ ทไี่ หว ไม่ฝืน)

(stretching) ๕ นาที ๔. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

(cool down) ๕ นาที

๕. ยืดเหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

578

ตารางการออกกาลังกายสาหรบั ผทู้ ี่มคี ่าดชั นมี วลกายต้ังแต่ ๓๐ ข้นึ ไป ในระยะ ๒ สัปดาหแ์ รก
ของการฝกึ

สัปดาห์ วนั ท่ี การออกกาลังกาย หมายเหตุ
ที่
ช่วงเช้า ช่วงเย็น ให้มนี าย
๑ สบิ
๕ ๑. อบอนุ่ ร่างกาย(warm up) ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) พยาบาล
ควบคมุ
๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที กากบั ใน
การออก
๒. เดินเร็ว(fast walking) ๔๕ ๒. เดนิ (walking) ๓๐ นาที กาลงั กาย
หากไม่ไหว
นาที ๓. ดันพนื้ ท่าคุกเข่า ๕ ชดุ (set) ใหห้ ยดุ พัก

๓. ผอ่ นคลายกล้ามเน้ือ(cool ชุดละ ๕ – ๑๐ คร้ัง (จานวน

down) ๕ นาที คร้ังเทา่ ท่ีไหว ไม่ฝืน)

๔. ยดื เหยียดร่างกาย ๔. ลุกนงั่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

(stretching) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครงั้ (จานวน

คร้งั เทา่ ทไี่ หว ไม่ฝนื )

๕. ท่าแพลงก์ (plank) ๔ ชดุ

(set) ชุดละ ๓๐ วนิ าที

๖. ผอ่ นคลายกล้ามเน้ือ

(cool down) ๕ นาที

๗. ยดื เหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๖ ๑. อบอนุ่ ร่างกาย(warm up) ๑. อบอุ่นรา่ งกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. เดินเร็ว(fast walking) ๔๕ ๒. ทา่ สควอช (Squats) ๕ ชดุ

นาที (set) ชดุ ละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ(cool ๓. ลุกนั่ง(sit-up) ๕ ชดุ (set)

down) ๕ นาที ชุดละ ๑๐ – ๑๕ ครงั้ (จานวน

๔. ยืดเหยยี ดร่างกาย ครงั้ เท่าท่ีไหว ไม่ฝนื )

(stretching) ๕ นาที ๔. ผอ่ นคลายกล้ามเน้อื

(cool down) ๕ นาที

๕. ยดื เหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๗ พกั

579

ตารางการออกกาลังกายสาหรับผูท้ ี่มีคา่ ดชั นีมวลกายต้ังแต่ ๓๐ ข้ึนไป ในระยะ ๒ สปั ดาห์แรก
ของการฝึก

สปั ดาห์ วนั ที่ การออกกาลงั กาย หมายเหตุ
ที่
ชว่ งเช้า ช่วงเยน็ ใหม้ ีนาย
๒ สิบ
๑ ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) ๑. อบอุน่ ร่างกาย(warm up) พยาบาล
ควบคุม
๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที กากับใน
การออก
๒. วิง่ ๕ นาที สลบั เดิน ๕ นาที ๒. เดิน(walking) ๓๐ นาที กาลังกาย
หากไม่ไหว
รวม ๔๕ นาที ๓. ดนั พืน้ ทา่ คกุ เขา่ ๕ ชุด(set) ให้หยุดพกั

๓. ผ่อนคลายกลา้ มเนือ้ (cool ชดุ ละ ๕ – ๑๐ ครงั้ (จานวน

down) ๕ นาที คร้งั เทา่ ทไ่ี หว ไมฝ่ นื )

๔. ยดื เหยยี ดร่างกาย ๔. ลุกนงั่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

(stretching) ๕ นาที ชุดละ ๑๐ – ๑๕ ครงั้ (จานวน

ครง้ั เทา่ ทไ่ี หว ไมฝ่ นื )

๕. ท่าแพลงก์ (plank) ๔ ชุด

(set) ชุดละ ๓๐ วนิ าที

๖. ผอ่ นคลายกลา้ มเนอื้

(cool down) ๕ นาที

๗. ยืดเหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๒ ๑. อบอุน่ ร่างกาย(warm up) ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. วง่ิ ๕ นาที สลบั เดนิ ๕ นาที ๒. ทา่ สควอช (Squats) ๕ ชดุ

รวม ๔๕ นาที (set) ชุดละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผอ่ นคลายกลา้ มเนือ้ (cool ๓. ลุกนง่ั (sit-up) ๕ ชุด(set)

down) ๕ นาที ชุดละ ๑๐ – ๑๕ ครัง้ (จานวน

๔. ยดื เหยยี ดรา่ งกาย ครัง้ เท่าที่ไหว ไม่ฝืน)

(stretching) ๕ นาที ๔. ผ่อนคลายกลา้ มเนอื้

(cool down) ๕ นาที

๕. ยืดเหยียดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

580

ตารางการออกกาลังกายสาหรับผูท้ ี่มีคา่ ดชั นีมวลกายต้ังแต่ ๓๐ ข้ึนไป ในระยะ ๒ สปั ดาห์แรก
ของการฝึก

สปั ดาห์ วนั ที่ การออกกาลงั กาย หมายเหตุ
ที่
ชว่ งเช้า ช่วงเยน็ ใหม้ ีนาย
๒ สิบ
๓ ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) ๑. อบอุน่ ร่างกาย(warm up) พยาบาล
ควบคุม
๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที กากับใน
การออก
๒. วิง่ ๕ นาที สลบั เดิน ๕ นาที ๒. เดิน(walking) ๓๐ นาที กาลังกาย
หากไม่ไหว
รวม ๔๕ นาที ๓. ดนั พืน้ ทา่ คกุ เขา่ ๕ ชุด(set) ให้หยุดพกั

๓. ผ่อนคลายกลา้ มเนือ้ (cool ชดุ ละ ๕ – ๑๐ ครงั้ (จานวน

down) ๕ นาที คร้งั เทา่ ท่ไี หว ไมฝ่ นื )

๔. ยดื เหยยี ดร่างกาย ๔. ลุกนงั่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

(stretching) ๕ นาที ชุดละ ๑๐ – ๑๕ ครงั้ (จานวน

ครง้ั เทา่ ที่ไหว ไมฝ่ นื )

๕. ท่าแพลงก์ (plank) ๔ ชุด

(set) ชุดละ ๓๐ วนิ าที

๖. ผอ่ นคลายกลา้ มเนอื้

(cool down) ๕ นาที

๗. ยืดเหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๔ ๑. อบอุน่ ร่างกาย(warm up) ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. วง่ิ ๕ นาที สลบั เดนิ ๕ นาที ๒. ทา่ สควอช (Squats) ๕ ชดุ

รวม ๕๐ นาที (set) ชุดละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผอ่ นคลายกลา้ มเนือ้ (cool ๓. ลุกนง่ั (sit-up) ๕ ชุด(set)

down) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครัง้ (จานวน

๔. ยดื เหยยี ดรา่ งกาย ครัง้ เท่าที่ไหว ไมฝ่ ืน)

(stretching) ๕ นาที ๔. ผ่อนคลายกล้ามเนอื้

(cool down) ๕ นาที

๕. ยืดเหยียดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

581

ตารางการออกกาลังกายสาหรบั ผูท้ มี่ คี ่าดชั นมี วลกายตงั้ แต่ ๓๐ ขนึ้ ไป ในระยะ ๒ สัปดาห์แรก
ของการฝึก

สปั ดาห์ วันท่ี การออกกาลงั กาย หมายเหตุ
ที่
ชว่ งเช้า ชว่ งเย็น ใหม้ ีนาย
๒ สบิ
๕ ๑. อบอุน่ รา่ งกาย(warm up) ๑. อบอ่นุ รา่ งกาย(warm up) พยาบาล
ควบคุม
๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที กากบั ใน
การออก
๒. วงิ่ ๕ นาที สลับ เดนิ ๕ นาที ๒. เดิน(walking) ๓๐ นาที กาลังกาย
หากไม่ไหว
รวม ๕๐ นาที ๓. ดันพน้ื ท่าคุกเข่า ๕ ชดุ (set) ให้หยดุ พกั

๓. ผอ่ นคลายกล้ามเน้อื (cool ชุดละ ๕ – ๑๐ คร้งั (จานวน

down) ๕ นาที ครง้ั เท่าท่ไี หว ไมฝ่ นื )

๔. ยืดเหยยี ดร่างกาย ๔. ลกุ นัง่ (sit-up) ๕ ชดุ (set)

(stretching) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครั้ง (จานวน

ครั้งเทา่ ท่ไี หว ไม่ฝนื )

๕. ทา่ แพลงก์ (plank) ๔ ชุด

(set) ชดุ ละ ๓๐ วินาที

๖. ผอ่ นคลายกลา้ มเนือ้

(cool down) ๕ นาที

๗. ยดื เหยยี ดรา่ งกาย

(stretching) ๕ นาที

๖ ๑. อบอุ่นร่างกาย(warm up) ๑. อบอนุ่ รา่ งกาย(warm up)

๕ – ๑๐ นาที ๕ – ๑๐ นาที

๒. ว่ิง ๕ นาที สลบั เดนิ ๕ นาที ๒. ท่าสควอช (Squats) ๕ ชดุ

รวม ๕๐ นาที (set) ชุดละ ๑๕ ครั้ง

๓. ผ่อนคลายกล้ามเนอ้ื (cool ๓. ลุกนง่ั (sit-up) ๕ ชดุ (set)

down) ๕ นาที ชดุ ละ ๑๐ – ๑๕ ครัง้ (จานวน

๔. ยืดเหยยี ดร่างกาย คร้งั เทา่ ที่ไหว ไมฝ่ ืน)

(stretching) ๕ นาที ๔. ผอ่ นคลายกลา้ มเนอ้ื

(cool down) ๕ นาที

๕. ยืดเหยยี ดร่างกาย

(stretching) ๕ นาที

๗ พกั

ออกแบบโปรแกรมโดย นายธรี วฒั น์ แพงโพธิ์ นกั วิทยาศาสตรก์ ารกฬี า

582

อนผุ นวก ๔ ประกอบ ผนวก ค

ตารางอา่ นค่าความช้นื สมั พัทธ์

T

ค่าความตา่ งของอณุ หภูมิแหง้ และเปียก ( อุณหภมู แิ หง้ - อุณหภมู ิเปยี ก ) เปียก

0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5 5.5 6 6.5 7 7.5 8 8.5 9 9.5 10 C

100 97 94 91 88 85 83 80 78 75 73 71 68 66 64 62 60 59 57 55 53 40

100 97 94 91 88 85 82 80 77 75 72 70 68 66 64 62 60 58 56 55 53 39

100 97 94 91 88 85 82 79 77 74 72 70 68 65 63 61 59 58 56 54 52 38

100 97 94 90 87 85 82 79 77 74 72 69 67 65 63 61 59 57 55 53 52 37

100 97 93 90 87 84 82 79 76 74 71 69 67 64 62 60 58 56 55 53 51 36

100 97 93 90 87 84 81 79 76 73 71 68 66 64 62 60 58 56 54 52 50 35

100 97 93 90 87 84 81 78 76 73 70 68 66 63 61 59 57 55 53 52 50 34

100 96 93 90 87 84 81 78 75 72 70 68 65 63 61 59 57 55 53 51 49 33

100 96 93 90 86 83 80 77 75 72 69 67 65 62 60 58 56 54 52 50 49 32

100 96 93 89 86 83 80 77 74 72 69 66 64 62 59 57 55 53 51 49 48 31

ความ ้ชืนสัม ัพท ์ธ (%) 100 96 93 89 86 83 80 77 74 71 68 66 63 61 59 57 54 52 51 49 47 30

100 96 93 89 86 82 79 76 73 71 68 65 63 60 58 56 54 52 50 48 46 29

100 96 92 89 85 82 79 76 73 70 67 65 62 60 57 55 53 51 49 47 45 28

100 96 92 89 85 82 78 75 72 69 67 64 61 59 57 54 52 50 48 46 44 27

100 96 92 88 85 81 78 75 72 69 66 63 61 58 56 54 51 49 47 45 43 26

100 96 92 88 84 81 78 74 71 68 65 63 60 57 55 53 50 48 46 44 42 25

100 96 92 88 84 80 77 74 71 68 65 62 59 57 54 52 49 47 45 43 41 24

100 96 92 88 84 80 77 73 70 67 64 61 58 56 53 51 48 46 44 42 40 23

100 96 91 87 83 80 76 73 69 66 63 60 57 55 52 50 47 45 43 41 39 22

100 95 91 87 83 79 75 72 69 65 62 59 56 54 51 49 46 44 42 40 38 21

100 95 91 87 82 79 75 71 68 64 61 58 55 53 50 48 45 43 41 38 36 20

100 95 91 86 82 78 74 70 67 64 60 57 60 57 54 51 49 46 39 37 35 19

100 95 90 86 82 77 73 70 66 63 59 56 53 50 48 45 43 40 38 36 34 18

100 95 90 85 81 77 73 69 65 62 58 55 52 49 46 44 41 39 36 34 32 17

100 95 90 85 80 76 72 68 64 61 57 54 51 48 45 42 40 37 35 33 31 16

100 95 90 85 80 75 71 67 63 60 56 53 49 46 44 41 37 34 32 29 29 15

หมายเหตุ : Tเปยี ก หมายถงึ อุณหภมู เิ ปียก, C หมายถงึ องศาเซลเซียส ข้อมลู จาก กรมตุนยิ มวทิ ยา

583

ความ ่ชืนสัม ัพท ์ธ ตารางอา่ นคา่ ดัชนคี วามร้อน
ปรอทแห้ง 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44

40-
44 27 28 29 30 31 32 34 35 37 39 41 43 46 48 51 54 57 60
45-
49 27 28 29 30 32 33 35 37 39 41 43 46 49 51 54 57 61 64
50-
54 27 28 30 31 33 34 36 38 41 43 46 49 52 55 58 62 65 69
55-
59 28 29 30 32 34 36 38 40 43 46 48 52 55 59 62 66 70 75
60-
64 28 29 31 33 35 37 40 42 45 48 51 55 59 63 67 71 76 81
65-
69 28 30 32 34 36 39 41 44 48 51 55 59 63 67 72 77 82 87
70-
74 29 31 33 35 38 40 43 47 50 54 58 63 67 72 77 82 88 94
75-
79 29 31 34 36 39 42 46 49 53 58 62 67 72 77 83 88 94 101
80-
84 30 32 35 38 41 44 48 52 57 61 66 71 77 83 89 95 101 108
85-
89 30 33 36 39 43 47 51 55 60 65 70 76 82 88 95 102 109 116
90-
91 31 34 37 41 45 49 54 58 64 69 75 81 88 95 102 109 117 125
95-
99 31 35 38 42 47 51 57 62 68 74 80 87 94 101 109 117 125 134
100 32 36 40 44 49 54 60 66 72 78 85 92 100 108 116 125 134 143

ข้อมลู อ้างองิ จาก กรมอตุ ุนิยมวิทยา (ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย)์

584

อนผุ นวก ๕ ประกอบ ผนวก ค

ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณธงสี ดัชนีความร้อน การดื่มน้า และเวลาการฝึก

ทหารใหม่

สัญญาณธง ดชั นีความร้อน ปรมิ าณน้าด่มื เวลาใน ๑ ชวั่ โมง

(องศาเซลเซยี ส) (ลติ ร/ช่ัวโมง)

ธงขาว น้อยกว่า ๒๗ อย่างน้อย ๑/๒ ลิตร ( ๕๐๐ ทาไดต้ อ่ เน่อื ง

ซีซี )

ธงเขียว ๒๗ – ๓๒ อย่างน้อย ๑/๒ ลิตร ( ๕๐๐ ฝึก ๕๐ นาที พกั ๑๐ นาที

ซีซี )

ธงเหลอื ง ๓๓ – ๓๙ อย่างน้อย ๑ ลิตร ( ๑,๐๐๐ ฝึก ๔๕ นาที พกั ๑๕ นาที

ซีซี )

ธงแดง ๔๐ – ๕๑ อย่างน้อย ๑ ลิตร ( ๑,๐๐๐ ฝึก ๓๐ นาที พัก ๓๐ นาที

ซีซี )

ธงดา มากกวา่ ๕๑ อย่างน้อย ๑ ลิตร ( ๑,๐๐๐ ฝกึ ๒๐ นาที พัก ๔๐ นาที

ซีซี )

หมายเหตุ : การดม่ื น้าตามตารางนี้ให้คอ่ ยๆดมื่ เปน็ ชว่ งเวลาทกุ ๆ ๑๕ นาที จะเหมาะสมและดีกวา่
การดืม่ คร้งั เดียวมากๆ เชน่ ใหด้ ื่มจากกระติกในทกุ ชว่ ง ๑๕ นาทีขณะฝกึ ห้วงอากาศร้อนอบอ้าว

ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณธงสี ดัชนีความร้อน การด่ืมน้า และเวลาการฝึกทาง

ทหารอื่นๆ

สญั ญาณธง ดัชนีความรอ้ น ปรมิ าณน้าดมื่

(องศาเซลเซยี ส) (ลติ ร/ชว่ั โมง)

ธงขาว นอ้ ยกว่า ๒๗ อยา่ งนอ้ ย ๑/๒ ลิตร ( ๕๐๐ซซี ี )

ธงเขยี ว ๒๗ – ๓๒ อย่างนอ้ ย ๑/๒ ลิตร ( ๕๐๐ซซี ี )

ธงเหลือง ๓๓ – ๓๙ อย่างนอ้ ย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซีซี )

ธงแดง ๔๐ – ๕๑ อย่างนอ้ ย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซซี ี )

ธงดา มากกวา่ ๕๑ อย่างน้อย ๑ ลติ ร ( ๑,๐๐๐ซีซี )

หมายเหตุ : การดื่มน้าตามตารางน้ใี ห้ค่อยๆดมื่ เปน็ ชว่ งเวลาทุกๆ ๑๕ นาที จะเหมาะสมและดีกว่า
การดมื่ ครง้ั เดยี วมากๆ เช่น ใหด้ ่ืมจากกระตกิ ในทุกชว่ ง ๑๕ นาทขี ณะฝกึ หว้ งอากาศร้อนอบอ้าว

585

อนผุ นวก ๖ ประกอบผนวก ค
ตารางการสังเกตสปี ัสสาวะ และการดม่ื นา้

ระดับสี สปี ัสสาวะ สี สาเหตุ คาแนะนา

0 ใสเหมอื นน้า ดมื่ น้ามากเกนิ ไป ให้ลดปรมิ าณการด่มื นา้

จนปัสสาวะเปน็

สเี หลอื งใสจาง ๆ

1 สีเหลืองใสจางๆ ด่ืมน้าเพียงพอ ทหารควรรักษาการด่ืม

น้าในปรมิ าณเดมิ ใหไ้ ด้

ตลอดท้ังวนั

2 สเี หลอื ง ดม่ื นา้ นอ้ ยเกนิ ไป ทหารตอ้ งดมื่ น้าให้มาก

ขน้ึ ในทกุ ๆ ครงั้ ท่พี ักการ

ฝึก อยา่ งนอ้ ยชั่วโมงละ

๒ แกว้

(๕๐๐ ซซี )ี

3 สเี หลืองเข้ม ดื่มน้าไมพ่ อ -ทหารต้องดม่ื นา้ ให้มาก

ขนึ้ กว่าปกติ

(อย่างน้อยชวั่ โมงละ

๔ แกว้ (๑,๐๐๐ ซซี )ี

-สงั เกตสขี องปสั สาวะใน

ครัง้ ถดั ไป

ถ้ายงั เขม้ อยใู่ ห้ดืม่ น้า

เพิ่มอกี

4 สนี า้ ตาล มีการสลายของ -ทหารใหม่รีบแจ้งครูฝึก

กลา้ มเนื้อ ทันที

อาจทาให้ไตวายได้ -ครูฝกึ ต้องรบี นาทหาร

ไปพบแพทย์ทันที

หมายเหตุ : ทหารใหม่ปสั สาวะมีสีน้าตาลเข้มให้หยุดฝึกและต้องไปพบแพทย์ทันที และกรณีปัสสาวะ
ไม่ออกให้ดื่มน้า ๒ แก้ว ( ๕๐๐ ซีซี ) ภายใน ๑ ชว่ั โมง ปสั สาวะไม่ออกใหส้ ่งพบแพทย์ทนั ที

586

อนุผนวก ๗ ประกอบ ผนวก ค
ตารางการแบง่ กล่มุ เสย่ี ง

สีสญั ลกั ษณ์ กล่มุ เสี่ยง การปฏิบตั ิ

ไม่มี ไม่มปี จั จยั เสีย่ ง ทาการฝกึ ได้ตามปกติ

สีขาว ๑. ร่างกายไม่เคยชนิ กับการออกกาลงั กาย การฝกึ และความรอ้ น ฝึกได้ตามปกตแิ ต่

๒. อดนอน พกั ผ่อนไม่เพียงพอ (นอนหลับน้อยกวา่ ๘ ชม.) มกี ารเฝ้าระวังเปน็

๓. ผู้ท่ีมีอาการป่วยก่อนเข้ารับการฝึก เช่น มีไข้ เป็นหวัด ท้องเสีย พเิ ศษ

หอบหดื เป็นตน้ แตข่ ณะปจั จบุ ันไม่มอี าการดงั กลา่ ว

๔. มีประวัติใช้ยาเสพติดมาก่อน แต่ไม่ได้เสพยาก่อนมารับการฝึก

ภายใน ๓ วนั

๕. ผู้ทดี่ ม่ื เครื่องด่มื ทมี่ แี อลกอฮอล์อย่างหนัก ภายใน ๑ สัปดาห์

โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ๒๔ ชม. กอ่ นเข้ารบั การฝึก

สีเหลือง ๑. ผทู้ ีม่ คี ่าดัชนีมวลกายมากกวา่ ๒๘ ตอ้ งปรบั ลดปริมาณ

๒. มีไข้ ๓๖.๘ – ๓๗.๒ องศาเซลเซียส เม่ือวัดโดยเทอร์โมมิเตอร์ การฝกึ ลงให้เหมาะสม

ทางรกั แร้ หรอื ตอ้ งแยกกลมุ่ ฝกึ

๓. มอี าการท้องเสีย หรอื เปน็ หวัดแตไ่ มม่ ไี ข้ ในขณะเขา้ รบั การฝึก และสงั เกตอาการอยา่ ง

๔. มีโรคประจาตัวสาคัญท่ีเป็นอุปสรรคต่อการฝึก หรือต้อง ใกลช้ ิด

รับประทานยาเปน็ ประจา

๕. ตอ้ งรับประทานยาบางชนดิ ซงึ่ ทาให้การระบายความร้อนออก

จากรา่ งกายทางเหงอื่ ได้ลดลง เชน่ ยาลดนา้ มูก ยาแก้แพ้ ยาแก้

ทอ้ งเสยี ยาขบั ปัสสาวะ ยาจติ เวช เป็นตน้

๖. ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ถูกทาร้ายร่างกายจนกล้ามเน้ือ

ฟกชา้ อยา่ งรนุ แรง และปรากฏอาการอยเู่ มอ่ื เขา้ รบั การฝกึ

๗. ผทู้ ่ีไดบ้ ริจาคโลหิตภายใน ๓ วัน กอ่ นเขา้ รับการฝึก

๘. มปี ระวตั ใิ ชย้ าเสพตดิ ในชว่ งเข้ารับการฝึก

สีแดง ๑. มีไข้สูงเกิน ๓๗.๒ องศาเซลเซียส เม่ือวัดโดยเทอร์โมมิเตอร์ทาง ต้องงดฝกึ

รกั แร้

๒. เคยมีอาการบาดเจ็บจากความร้อน ที่ต้องนอนพักรักษาตัวใน

รพ. มาก่อน

๓. มใี บรับรองแพทย์ใหง้ ดการฝึกในช่วงเขา้ รบั การฝึก

๔. นา้ หนกั ลด ๒ กก. ภายใน ๑ สปั ดาห์

587

ผนวก ง
แบบรายงานการดาเนินงานการป้องกนั และเฝ้าระวงั การบาดเจบ็ จาก

ความรอ้ นในการฝึกทหารใหม่

588

อนุผนวก ๑ ประกอบผนวก ง
แบบรายงานการดาเนินงานการป้องกนั และเฝ้าระวงั การบาดเจบ็ จาก

ความร้อนในการฝึกทหารใหม่ ของหน่วยฝึกทหารใหม่

589

อนผุ นวก ๒ ประกอบผนวก ง
แบบรายงานการดาเนินงานการป้องกนั และเฝา้ ระวงั การบาดเจบ็ จาก

ความรอ้ นในการฝึกทหารใหม่ ของหนว่ ยสายแพทย์

590

ผนวก จ
คาแนะนาการเตรียมตัวกอ่ นเข้าเปน็ ทหารใหม่
การเตรียมรา่ งกายก่อนเข้ารบั ราชการ
ทหารใหม่ควรรกั ษาสภาพรา่ งกายและจติ ใจให้แขง็ แรงอยู่เสมอ เพ่ือใหร้ า่ งกายและจิตใจมคี วามพรอ้ ม
สาหรับหลักสตู รการฝกึ ทหารใหม่ โดยใหป้ ฏบิ ตั ิ ดงั นี้
๑. หมั่นออกกาลงั กายหรือทากจิ กรรมกลางแจง้ อย่างสมา่ เสมออยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ ๓ ครง้ั คร้งั ละ
อยา่ งน้อย ๓๐ นาที เพือ่ ให้รา่ งกายคุ้นชนิ กับการฝกึ และสภาพอากาศร้อน
๒. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนอยา่ งเพียงพอ อย่างนอ้ ย ๘ ช่ัวโมง กอ่ นการรายงาน
ตัวเขา้ รับราชการ
๓. งดดื่มเคร่ืองดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์อย่างหนักภายใน ๑ สัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงช่วง ๒๔ ช่ัวโมง
กอ่ นการรายงานตวั เข้ารบั ราชการ
๔. งด ละ เลกิ สารเสพติดอยา่ งน้อย ๒ สัปดาหก์ อ่ นการรายงานตวั
๕. ผทู้ ี่มีโรคประจาตัวท่ตี อ้ งรบั ประทานยาเปน็ ประจาหรือผู้ตอ้ งรบั ประทานยาบางชนิด เชน่ ยา
ลดน้ามูก ยาแก้แพ้ ยาแก้ท้องเสยี ยาขับปัสสาวะ ยาจิตเวช รวมถึงผู้ทเ่ี คยมอี าการบาดเจบ็ จากความร้อน
มาก่อนให้แจง้ ใหค้ รูฝกึ ทราบทันที ณ วันรายงานตวั
๖. ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ถูกทาร้ายร่างกายจนกล้ามเนื้อฟกช้า
อย่างรุนแรง และยังปรากฏอาการอยใู่ หแ้ จง้ ใหค้ รฝู ึกทราบทนั ที ณ วันรายงานตัว
๗. ควรงดบรจิ าคโลหติ ในหว้ ง ๓ วันกอ่ นรายงานเขา้ รบั การฝกึ
๘. ทาจิตใจใหส้ บาย ไม่วติ กกงั วลจนเกินไปเพราะการเป็นทหารไมไ่ ด้นา่ กลัวอยา่ งท่ีคดิ

591

ผนวก ฉ
แนวทางปฏบิ ตั ิในด้านนริ ภยั การฝกึ
นิรภัยการฝึก หมายถึง การป้องกันการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการฝึกที่เก่ียวเน่ืองกับการ
ฝกึ และทีไ่ ม่ใช่จากการฝึก
การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการฝึก หมายถึง การบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุ
โดยตรงจากวธิ ีการฝกึ รูปแบบการฝกึ หรือจากสภาพแวดลอ้ มในการฝกึ
การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยท่ีไม่ใช่จากการฝึก หมายถึง การบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยที่การ
ฝึก วิธีการฝึก และรูปแบบการฝึก หรือสภาพแวดล้อมจากการฝึก ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่เป็น
การเจ็บปว่ ยทางธุรการทว่ั ไป ทไี่ มไ่ ด้มีสาเหตุหรือเก่ียวเน่อื งกับการฝกึ
เจ้าหน้าท่ีนิรภัยการฝึก หมายถึง บุคคลท่ีได้รับการแต่งตั้งจากผู้อานวยการฝึก หรือ
ผูร้ บั ผดิ ชอบการฝกึ (กรณี ผอ.ฝึก มอบอานาจ) แต่งตั้งให้ทาหน้าท่ี
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นด้านนิรภัยการฝึก
๑. ข้นั กอ่ นการฝกึ
๑.๑ วางแผนและประเมินความเสี่ยงอันตรายจากการฝึก และผลกระทบต่อสุขภาพด้าน
การฝกึ ร่วมกบั ผอ.ฝึก, ผู้รบั ผิดชอบการฝึก, น.ยุทธการ
๑.๒ สารวจ/ตรวจภมู ิประเทศจากการฝึก เพอื่ เป็นข้อมูลในการวางแผนเผชิญเหตุ และใช้
ในการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการฝึกในแตล่ ะครั้งรวมถึงประสานงานแจ้งใหห้ น่วยสนับสนุนการฝึก
รบั ทราบและดาเนนิ การส่วนท่ีเก่ียวข้อง
๑.๓ จัดทานโยบายด้านความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุ เพ่ือรองรับการบาดเจ็บหรือ
การเจ็บป่วยรวมถึงวางแผนในการปฏิบัตติ ามมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึก เพ่ือให้ ผบช. อนุมัติ
แนวทางดังกล่าว
๑.๔ จัดทาบัญชยี าเวชภณั ฑ์ฉุกเฉินท่ีตอ้ งเตรียมไปในการฝึก โดยอาศัยฐานข้อมูลจากการ
ประเมนิ ของกรรมการนริ ภยั การฝกึ พร้อมท้ังประสาน ควบคุม กากบั ดแู ล และควบคุมการเบิกจ่าย
๒. ข้นั ระหวา่ งการฝึก
๒.๑ ควบคุม กากับ ดูแล เน้นย้ากรรมการแต่ละสถานีให้ระมดั ระวัง และแนวทางป้องกัน
การเกิดการเจบ็ ป่วย หรอื การประสบอนั ตรายระหว่างการฝกึ
๒.๒ เมื่อเกิดเหตุให้ปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานความปลอดภัย และการตอบโต้เหตุ
ฉกุ เฉินจากการฝึก ตามอนผุ นวก ๑ ประกอบผนวก จ
๒.๓ ทาการเฝ้าระวงั ปรับปรุง จัดทาแผนทสี่ ถานการณก์ ารเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการ
ฝึกรวมถึงทาการสอบสวนโรค/การบาดเจบ็ เบื้องต้น และเสนอแนะมาตรการแก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้
๒.๔ รายงาน ผบช.
๓. หลังการฝึก
๓.๑ จัดประชมุ ถอดบทเรียนจากการฝึก เพื่อปรบั ปรุงแนวทางใหเ้ หมาะสมต่อไป
๓.๒ ทารายงานสรปุ เหตุการณ์
๓.๓ สรปุ รายงานและนาเรียน ผบช.

592

หน้าทข่ี องนายทหารนริ ภยั
ชว่ งก่อนการฝกึ

นายทหารนิรภัยการฝึกจะต้องดาเนินการเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าท่ีเสนารักษ์ของ
หนว่ ยในเรือ่ งของการกากบั ดแู ลและเน้นย้า ผูเ้ ขา้ รับการฝกึ ใหป้ ฏบิ ัติตนดังตอ่ ไปน้ี

๑. ดูแลสขุ ภาพรา่ งกาย พกั ผ่อนให้เพียงพอ ออกกาลงั กายสม่าเสมอ
๒. สร้างความสมั พันธ์ในครอบครวั ให้อบอนุ่ เพีอ่ ป้องกนั การประมาทจากการฝึก
๓. ทานอาหารทม่ี ปี ระโยชนใ์ นปรมิ าณทีพ่ อเหมาะ
๔. งดสูบบุหร่ี สุรา สารเสพตดิ และการพนนั
๕. หน่วยจะต้องมีการอบรมช้ีแจงให้ผู้เข้ารับการฝึกทราบในเร่ือง อันตรายจากการฝึกที่อาจจะ
เกดิ ขึ้นได้ และแนวปฏบิ ัตเิ พื่อปอ้ งกันการเกิดอันตรายจากการฝึก
๖. หน่วยควรจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้กับผู้เข้ารับการฝึก ตาม
ความเหมาะสมของลกั ษณะของการฝึก และอันตรายที่อาจจะเกดิ ข้นึ ระหว่างการฝึก(ถา้ ม)ี
๗. หน่วยจะต้องจดั ให้มกี ารประเมินความเสี่ยงและอนั ตรายจากการฝึก เพอื่ จัดทาแผนเผชิญ
เหตุให้เหมาะสม
๘. นายทหารนิรภัยการฝึกจะต้องจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ตามแนวทางในประกาศน้ี หรือ
ตามแนวทางทห่ี น่วยได้พฒั นาขน้ึ มา
ช่วงระหว่างการฝกึ
นายทหารนิรภัยการฝึกจะตอ้ งกากับดูแลรว่ มกบั เจ้าหน้าที่เสนารักษ์ ในการเน้นย้าให้ผเู้ ข้ารับ
การฝึก ปฏบิ ัติตนเพอื่ ความปลอดภยั ในการฝกึ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. ปฏิบัตติ ามกฎความปลอดภัยอยา่ งเครง่ ครดั
๒. ปฏบิ ัติตามคมู่ ือการใช้อปุ กรณใ์ นการฝกึ ใหถ้ ูกตอ้ ง และปลอดภยั
๓. หากพบบริเวณพ้ืนที่ฝึกท่ีอาจะก่อให้เกิดอันตราย ให้หน่วยหาวิธีการดาเนินการทาให้
ปลอดภัย
๔. หากมีสิ่งท่ีไม่ปลอดภัยหรือเกิดอุบัติเหตุ ให้รีบแจ้งให้ผู้รับผิดชอบ/นายทหารนิรภัยการ
ฝึกทันที และดาเนินการตามแผนเผชิญเหตุตามประกาศนี้ และตามที่หน่วยได้มีการดาเนินการ
พัฒนาขน้ึ มา
ช่วงหลงั การฝกึ
๑. ทบทวนการปฏิบัตงิ าน ประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานตามแผน
๒. ทารายงานการปฏิบัติงาน นาเรียน ผู้บงั คับบัญชา เพ่ือปรับปรงุ แกไ้ ขใหเ้ หมาะสมต่อไป

593

อนุผนวก ๑ ประกอบผนวก ฉ
แนวทางปฏิบตั ินริ ภยั การฝึก

เม่อื เกดิ เหตุ

คณะกรรมการทรี่ ับผิดชอบประจาสถานีการฝกึ

๑. แจ้ง น.นริ ภยั /น.ยทุ ธการ/ผอ.ฝกึ /กรรมการ
ตามลาดบั

๒. ขออนุมตั ิใหผ้ ู้บาดเจบ็ /เจ็บป่วยยตุ ิการฝึกต่อ
ผอ.ฝึก (ผ่าน น.นิรภัยการฝกึ )

ผอ.ฝกึ อนมุ ตั ิ ผอ.ฝึก อนุมัติ
ผเู้ ขา้ รับการฝกึ ดาเนนิ การฝึกต่อ
จดั ธรุ การนาผูป้ ่วยเจบ็
สง่ กอ.ฝึก เพอ่ื ให้ จทน. นิรภยั การฝึก
คดั แยก/ประเมนิ /รักษาเบ้อื งต้นที่ กอ.ฝึก

ไมส่ ามารถรักษาเองได้ สามารถรักษาเองได้
นาสง่ รพ.
ให้พกั ท่ี กอ.ฝกึ ใหก้ ลับไปฝกึ ตอ่
รพ.ใหก้ ารรกั ษา
และให้ความเหน็ ผ้เู ขา้ รบั การฝกึ พกั ผู้เข้ารบั การฝึกกลับไปฝึกตอ่

ฝกึ ตอ่ ได้ ผู้เขา้ รับการฝกึ
กลับไปฝกึ ต่อ

ฝึกตอ่ ไม่ได้ ให้ ผอ.ฝกึ เป็นผู้พจิ ารณาโดย
ความเหน็ ของคณะกรรมการ

นิรภยั การฝึก

594

ผนวก ช
แนวทางการรกั ษาโรคลมรอ้ นจาแนกตามขีดความสามารถการรกั ษา

595

ระดบั ๑ สถานทีเ่ กดิ เหตุ

Level Management

RTA Temperature control Resuscitation Organ support

Target Time Transfer Hemodynamic Monitor Respiratory Laboratory KUB Neurology Others

temp. to time

target

scene T<38๐ ASAP Within none T, BP, none none none none none

c 30 min HR, RR

หมายเหตุ : RTA = กองทพั บก

คาแนะนา
๑. แนะนาให้ทาการลดอุณหภมู ิกายทนั ที พรอ้ มกับสง่ ต่อผปู้ ว่ ยไปยังโรงพยาบาลทใี่ กลท้ สี่ ดุ ภายในเวลา
๓๐ นาที
๒. เปา้ หมายของการลดอณุ หภมู ิกายระหวา่ งสง่ ตอ่ ผู้ป่วย ใหไ้ ดน้ อ้ ยกวา่ ๓๘ องศาเซลเซียส
๓. ระหว่างสง่ ต่อผ้ปู ว่ ยใหท้ าการตรวจตดิ ตามสญั ญาณชีพ ได้แก่ อณุ หภมู ิกาย (วัดทางรักแร)้ ความ
ดนั โลหติ ชีพจร และอัตราการหายใจ

596


Click to View FlipBook Version