The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

รวมเนื้อหาหลักสูตร 8 สัปดาห์

ในขณะท่ีบางคันต้องนาส่งผู้ป่วยท่ีมีอาการหนักเพียงรายเดียว หรือในบางกรณี ผู้ป่วยอาการไม่หนัก
มาก แต่ตอ้ งการส่งไปยังโรงพยาบาลที่ดแู ลเฉพาะทาง อาจจาเปน็ ต้องใชร้ ถพยาบาลนาสง่ แต่แรก เช่น
ผู้ปว่ ยไฟไหมบ้ ริเวณกว้าง
การรักษาเบือ้ งตน้

การักษาเบ้อื งต้นจะกระทามากนอ้ ยเพยี งใดก่อนนาส่ง มีหลักการว่าต้องใหก้ ารรกั ษาทีจ่ าเป็น
ในการช่วยชีวิต กระทาครบถ้วนก่อนจึงจะนาส่งได้ เพ่ือให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากท่ีสุดเม่ือไปถึง
โรงพยาบาล แตไ่ มค่ วรเสียเวลากับเร่ืองเล็กนอ้ ยท่ีไมส่ าคัญตอ่ การเสียชวี ิต เช่น รายท่มี ีทางเดินหายใจ
อุดตัน ตอ้ งเปดิ ทางเดนิ หายใจกอ่ นนาส่ง แต่รายที่มแี ผลฉีกขาดหลายแหง่ ตามใบหนา้ หรือตามรา่ งกาย
ควรใช้การพันแผลเพ่อื หา้ มเลอื ดไวก้ อ่ น ไมค่ วรเสียเวลาเยบ็ แผลทง้ั หมด

การนาส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เป็นส่ิงสาคัญ แต่ต้องปลอดภัยด้วย ผู้ป่วยบาง
ราย อาจจาเป็นต้องใช้เวลาท่ีจุดรักษาพยาบาล เพ่ือให้การรักษาท่ีจาเป็นอกี ช่วงหนึ่งท้ังที่รถพยาบาล
พร้อมแล้ว ในกรณเี ช่นนบี้ ุคลากรควรพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบ
โรงพยาบาลทนี่ าสง่

เป็นหน้าที่ของหัวหน้าทีมรักษาพยาบาลที่จะต้องตัดสินใจว่าจะนาส่งผู้ป่วยกลุ่มใดไปยัง
โรงพยาบาลใด เพ่ือให้การนาส่งตรงไปยังโรงพยาบาลเป้าหมาย ควรมีการประสานงานก่อนนาส่ง
พยายามหลีกเล่ียงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ท่ีเม่ือนาส่งไปยังโรงพยาบาลแรก แล้วรับไว้ไม่ได้ ต้องส่งต่อไป
ยงั โรงพยาบาลท่ี 2 หรอื 3 ทาให้เสยี เวลา และเสียโอกาสในการรอดชีวิต
วธิ กี ารนาส่ง

วิธีการนาส่งที่ใช้บ่อยที่สุดคือ ใช้รถพยาบาล (ambulance) ซึ่งออกแบบมาเพื่อการนาส่ง
ผู้ป่วยฉุกเฉิน สามารถให้การดูแลที่จาเป็นได้ในระหว่างทาง แต่ในกรณีอุบัติเหตุกลุ่มชน รถพยาบาล
อาจมีจานวนไม่เพยี งพอ จาเป็นต้องเลือกใช้ยานพาหนะอื่น

การเลอื กใชย้ านพาหนะหรือวธิ ีการนาสง่ แบบใด หวั หนา้ ทมี กูช้ พี ตอ้ งพจิ ารณาถึง
1. ความจขุ องยานพาหนะ (capacity)
2. ความพร้อมของยานพาหนะ (availability)
3. ความเหมาะสม (suitability)
เร่ิมแรกต้องพิจารณาถึงความจุของยานพาหนะแต่ละคัน เช่น รถพยาบาลมักนาส่งได้คราว
ละ 1-2 ราย แต่รถโดยสารอาจนาส่งได้คราวละมากๆ ถัดมาต้องพิจารณาว่า ยานพาหนะใดท่ีพร้อม
จะปฏิบตั ิงาน เช่น ในขณะน้นั รถพยาบาลอาจมีน้อยไม่เพียงพอหรือเคร่ืองเสีย จะเลือกใช้ยานพาหนะ
อื่นใดเพ่ือนาส่งผู้ป่วยที่ยังเหลืออยู่จานวนมาก ข้อพิจารณาท้ายสุดคือ ความเหมาะสมตอ่ สถานการณ์
นนั้ ๆ ในแง่ของความเร็ว ความปลอดภยั การเข้าถงึ จุดเกิดเหตุ และอปุ กรณ์กู้ชพี ตวั อย่างเชน่ ในท่ีไม่
มีถนน หรือทางเป็นหลุมเป็นบ่อ รถพยาบาลจะเข้าถึงได้ยาก อาจต้องพิจารณาใช้รถอ่ืน หรือใช้
เฮลิคอปเตอร์ อาจขอความร่วมมือจากหัวหน้างานอ่ืน เพื่อจัดยานพาหนะที่เหมาะสมในการนาส่ง
โดยเฉพาะการใช้เฮลิคอปเตอร์ในประเทศไทย ยังใช้ไม่บ่อยนัก แต่เริ่มมีการใช้มากข้ึนในระยะหลัง
ขอ้ จากัดประการหน่ึงของเฮลิคอปเตอร์คือ ความจซุ ่ึงมักนาส่งผู้ป่วยได้น้อย และบางรุ่นไม่สามารถจะ
วางเปลได้ อย่างไรก็ตามแม้เฮลิคอปเตอร์จะมีประโยชนใ์ นการนาส่งจากท่ีห่างไกล ไม่มีถนน หรือเป็น

497

ป่าเขาแต่ควรตะหนักว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์ต้องมีลานจอดซ่ึงบางครั้งอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ต้อง
ยา้ ยผูป้ ว่ ยไปยังรถพยาบาลเพ่อื นาส่งอกี ทอดหนง่ึ ซงึ่ อาจทาให้ล่าช้า และเปน็ อนั ตรายได้

พาหนะอ่นื ๆ เช่น เรือ รถไฟ เครอ่ื งบิน ก็สามารถเลอื กใชไ้ ด้ตามสภาพภูมิประเทศ และความ
เหมาะสม การนาส่งโดยพาหนะขนาดใหญ่จะมีข้อดีท่ีสามารถนาส่งได้คราวละมากๆ โดยทั่วไป เมื่อ
นาส่งถึงสถานที่ หรอื ทา่ เรอื ปลายทาง จะทา triage อกี ครง้ั หน่งึ กอ่ นนาส่งยังโรงพยาบาล

498

บรรณานุกรม

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย. (2550). พระราชบัญญตั ปิ ้องกันและบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ.

2550.

กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั . 2556. การลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั . กรุงเทพมหานคร: ปอ้ งกนั และ

บรรเทาสาธารณภยั .

ไชยยทุ ธ ธนไพศาล. 2552. Transport. ใน สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาต.ิ 2552. ค่มู อื การเตรียม

ความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณส์ าธารณภยั . ขอนแก่น: ขอนแกน่ การพิมพ์.

ไชยยุทธ ธนไพศาล. 2552. การคดั แยก (Triage). ใน สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาต.ิ 2552.

คูม่ ือการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภัย. ขอนแกน่ : ขอนแก่น

การพมิ พ.์

นคร ทพิ ยส์ นุ ทรศกั ด.์ิ 2552. การรกั ษาที่จดุ เกิดเหตุ (Treatment). ใน สถาบนั การแพทย์ ฉุกเฉนิ

แหง่ ชาต.ิ 2552. ค่มู อื การเตรยี มความพร้อมทางการแพทยใ์ นสถานการณ์ สาธารณภัย.

ขอนแก่น: ขอนแก่นการพมิ พ.์

วิทยา ชาตบิ ญั ชาชัย. 2552. การควบคุมสถานการณภ์ ยั พบิ ตั ิอยา่ งเป็นระบบ. ในสถาบันการแพทย์

ฉุกเฉนิ แหง่ ชาต.ิ 2552. คู่มือการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณ์

สาธารณภยั . ขอนแกน่ : ขอนแก่นการพิมพ์.

วิทยา ชาติบญั ชาชยั . 2552. การควบคุมสถานการณ์ภยั พบิ ัติอย่างเป็นระบบ. ใน สถาบันการแพทย์

ฉุกเฉนิ แหง่ ชาต.ิ 2552. คู่มอื การเตรยี มความพรอ้ มทางการแพทย์ในสถานการณ์

สาธารณภัย. ขอนแก่น: ขอนแก่นการพมิ พ์.

วภิ าดา วิจกั ขณาลัญฉ.์ 2552. การเตรียมการ (Preparation) เพอื่ รองรับสถานการณส์ าธารณภยั . ใน

สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉนิ แห่งชาติ. 2552. คมู่ อื การเตรยี มความพร้อมทางการแพทยใ์ น สถานการณ์

สาธารณภยั . ขอนแก่น: ขอนแก่นการพิมพ.์

วิภาดา วจิ ักขณาลญั ฉ์. 2552. การส่ือสาร (Communication). ใน สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ.

2552. คู่มอื การเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภยั . ขอนแก่น:

ขอนแก่นการพิมพ.์

สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. 2548. พระราชกาหนดการบรหิ ารราชการในสถานการณฉ์ กุ เฉิน

พ.ศ. 2548.

สานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม. 2552. แผนปฏิบตั กิ ารการ

ป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แบบบูรณาการระดับกระทรวงดา้ นคมนาคม ฉบับสมบูรณ์

พ.ศ. 2552. (ออนไลน)์ . แหลง่ ท่มี า: www.otp.go.th/.../ MOT_SafetyOperation.

29 พฤศจกิ ายน 2557.

อนุชา เศรษฐเสถียร. 2552. การส่ังการและการควบคุมกากับ (Command and Control). ใน

สถานการณ์ Major Incident. ใน สถาบันการแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาต.ิ 2552. คู่มือการเตรียม

ความพร้อมทางการแพทยใ์ นสถานการณส์ าธารณภัย. ขอนแกน่ : ขอนแกน่ การพิมพ.์

499

หน่วยท่ี10
ปฏบิ ตั ิการฉุกเฉิน

(Ambulance Operation)

บทท่ี 10 -1

500

ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ

บทนา
วตั ถุประสงค์

1) บอกถึงระยะต่าง ๆ ของการออกปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ ได้
2) เข้าใจและบอกได้ถงึ บทบาทหน้าทขี่ องผู้ปฏบิ ัตกิ าร ในแต่ละระยะของการปฏบิ ัติการ
ระยะต่างๆในการออกปฏิบัตกิ าร
1. การเตรียมความพรอ้ มก่อนออกปฏิบัตกิ าร
2. การเตรยี มความพรอ้ มระหว่างการออกปฏิบตั กิ าร
3. การเตรียมความพรอ้ มเมือ่ ถงึ จดุ เกิดเหตุ
4. การปฏิบตั ิการ ณ จุดเกิดเหตุ
5. การปฏบิ ตั ขิ ณะนาผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ ส่งโรงพยาบาล
6. การปฏิบัตเิ มอ่ื ถึงโรงพยาบาล
7. การปฏบิ ตั กิ ารหลงั การปฏบิ ัตกิ าร
1.การเตรยี มความพร้อมก่อนออกปฏิบตั กิ าร
ระยะเตรียมความพรอ้ ม หมายถึง ระยะท่ีอยู่ในระหว่างการสิน้ สดุ การปฏิบัตกิ ารคร้งั ก่อน และ
ยังไม่ถึงการปฏิบัติการครั้งต่อไป หรือเป็นระยะที่อยู่ระหว่างการรอรับคาสั่งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและ
ส่ังการ ให้ออกปฏิบัติการซึ่งผู้ปฏิบตั ิการจาเป็นต้องมีความพร้อมสาหรับการปฏิบัติงานตลอดเวลาใน
ทุกๆด้าน ดงั นี้
1.1 การเตรียมความพรอ้ มด้านบุคลากร
ไม่ว่าผู้ปฏิบัติการ จะมีบทบาทหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในการออกปฏิบัติการ ในกรณีท่ี
ปฏิบัติงานในชุดปฏิบัติการฉุกเฉินระดับต้น หรือทาหน้าท่ีเป็นสมาชิกทีมในชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน
ระดับสูงก็ตามผู้ปฏิบัติการนับว่าเป็นบุคลากรท่ีมีสาคัญยิ่ง ในทีมชุดปฏิบัติการ ณ จุดเกิดเหตุ
เน่ืองจากเจ้าหน้าท่ีกู้ชีพระดับอื่นๆยังมีจานวนไม่เพียงพอ และในทีมชุดปฏิบัติการฉุกเฉินระดับต้น
ควรจะต้องมีผู้ปฏิบัติการอย่างน้อย1-2 คนอยู่ในทีมชุดปฏิบัติการในแต่ละครั้ง โดยคนหน่ึงทาหน้าที่
ขับรถ อีกคนหนึ่งอยู่ในห้องโดยสารร่วมกับผู้ป่วย ดังน้ันผู้ปฏิบัติการทุกคน จะต้องพยายามพัฒนา
ตนเอง ให้มีความพร้อม ทั้งด้านความรู้ ทักษะพ้ืนฐาน ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองของการปฐมพยาบาล การ
ช่วยฟ้ืนคนื ชีพ ตลอดจนการยกและการเคล่ือนยา้ ยผปู้ ว่ ย
นอกจากนี้ ในการเตรียมความพร้อมสาหรับการปฏิบัติการประจาวัน ผู้ปฏิบัติการก็ต้องมี
ความพร้อมตลอดเวลาทอ่ี ยใู่ นหนา้ ที่ ดงั นี้

1.1.1 ความพรอ้ มด้านรา่ งกาย
เป็นความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติการ ท่ีจะต้องดูแลตนเองให้มีความพร้อมทางด้านร่างกาย
ในการปฏบิ ตั กิ ารตลอดเวลาทขี่ ้ึนปฏิบตั ิงาน ตอ้ งรับประทานอาหารท่ีมคี ณุ ภาพอยา่ งเพยี งพอ ไม่มาก
ไม่น้อยจนเกินไป ไม่ดมื่ สุรา ของมึนเมา หรือยาทม่ี ีผลทาให้เกิดอาการง่วงนอน ตอ้ งนอนหลบั พักผ่อน
ให้เพียงพอก่อนขึ้นปฏิบตั ิงาน และต้องฝึกตนเองให้เป็นคนที่มีนิสัยออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ เพื่อ
ร่างกายมีความพร้อมตลอดเวลา

501

1.1.2 ความพรอ้ มด้านจติ ใจ
ผู้ปฏิบัติการจะต้องเตรียมจิตใจให้พร้อมสาหรับการปฏิบตั ิงาน จัดการกับปัญหาส่วนบุคคล
ให้เรียบร้อยก่อนข้ึนปฏิบัติงาน ไม่ให้มีความวิตกกังวล หรือหมกมุ่น ครุ่นคิด จนเสียสมาธิในการ
ทางาน ซึ่งถ้าสภาพจิตใจไม่มีความพร้อม เม่ือต้องปฏิบัติงานในภาวะท่ีมีความกดดันสูง อาจเกิดการ
ปะทะคารมกับผู้อ่ืนได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน หรือผู้รับบริการ ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างย่ิง นอกจากนี้ผู้
ปฏิบัติการจาเป็นที่จะต้องศึกษาและเรียนรู้วิธีการจัดการกับความเครียด เพ่ือสามารถบริหารจัดการ
ได้อย่างเหมาะสม เมื่อต้องเผชิญกบั เหตุการณ์ทก่ี ่อใหเ้ กิดความเครียด
1.2 การเตรียมความพร้อมของวัสดุอปุ กรณ์ประจารถ

1.2.1 อปุ กรณ์ทางการแพทย์
1.2.2 อปุ กรณ์การยกและเคล่ือนย้าย และยึดตรึงผูป้ ่วย
1.2.3 อุปกรณ์ชุดปอ้ งกันตนเอง
อุปกรณ์ประจารถฉุกเฉิน มีจานวนมาก และต้องเคลื่อนย้ายบ่อย มีแนวโน้มที่จะกระจัด
กระจาย ดังน้ันผู้ปฏิบัติการ จะต้องเรียนรู้มาตรฐานในการจัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ สะดวก
ในการใช้งาน รู้ว่าอุปกรณ์ไหนควรจัดวางอย่างไร และควรมีการตรวจสอบความเพียงพอและ
ประสิทธิภาพการใช้งานของอุปกรณ์ทุกชนิดในทุกๆ เวร ให้อยู่ในสภาพท่ีมีความพร้อมในการใช้งาน
ได้ทันที และควรทาความสะอาดเครอื่ งมืออปุ กรณ์ต่างๆทกุ ครั้งหลงั ใชง้ าน เวลาท่ีวา่ งขณะรอการเรียก
จากศนู ยร์ ับแจง้ เหตุและสง่ั การ เปน็ เวลาท่เี หมาะในการตรวจสอบและทาความสะอาดอุปกรณ์
1.3 การเตรยี มความพรอ้ มของรถพยาบาลฉุกเฉนิ
เมื่อข้ึนรับเวรทุกคร้ัง ผู้ปฏิบัติการที่มีหน้าที่ขับรถ หรือพนักงานขับรถ จะต้องเตรียมความ
พร้อมของรถพยาบาลอยา่ งเป็นขั้นตอน ดังน้ี
1.3.1 ตรวจลมยางทั้งสีเ่ ส้น โดยการตรวจสอบด้วยสายตาว่ายางแบนหรอื ไม่ เคาะดูวา่ ยางมี
ความตึงตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ กรณีสงสัยลมยางอ่อน ควรเอาที่วัดความดันของลมยางมา
ตรวจวัด
1.3.2 ตรวจสอบลมยางอะไหล่ว่ามีลมเต็มพร้อมที่จะใช้แทนยางปกติได้ทันทีหรือไม่ กรณี
ลมยางปกติมปี ญั หาระหว่างการออกปฏิบัตกิ าร ณ จดุ เกดิ เหตุ
1.3.3 ตรวจสอบประตูรถทุกบาน และกลไกการลอ็ คประตู
1.3.4 ตรวจสอบสภาพท่ีปัดน้าฝนท่ีกระจกหน้าว่าผิวยางที่ปัดน้าฝนสัมผัสกับกระจกเป็น
ปกติ ไมล่ ะลายบิดงอ
1.3.5 เปิดฝากระโปรงหน้ารถ ตรวจน้าท่ีหล่อเล้ียงระบบระบายความร้อน โดยตรวจดูท้ัง
ระดบั นา้ ในท่ีเก็บนา้ และในรังผ้งึ ระบายความร้อน นา้ กลนั่ ในหมอ้ แบตเตอรี่
1.3.6 นา้ มันเช้อื เพลิง น้ามันเครอ่ื ง ระบบเบรค
1.3.7 ระบบไฟ ไฟเล้ยี ว ไฟส่องหน้า ไฟสัญญาณฉุกเฉนิ เป็นต้น
1.3.8 แตรรถ ไซเรน
1.3.9 ระบบระบายอากาศ ระบบทาความเย็นในรถ
1.3.10 เขม็ ขดั นริ ภัย
1.3.11 ระบบสอื่ สารภายในรถ

502

1.3.12 อุปกรณ์การแพทย์ที่ติดกับตัวรถ เช่น ปริมาณออกซิเจนในรถ แบตเตอร่ีเครื่องดูด
เสมหะในรถ หรอื เครือ่ งกระตนุ้ หวั ใจไฟฟ้า เปลเข็นผู้ป่วย เป็นต้น

1.3.13 อุปกรณ์อื่นๆ ภายในรถ
2. การเตรยี มความพร้อมระหวา่ งการเดนิ ทางไปยังที่หมาย

เมื่อผู้ปฏิบัติการ รับคาสั่งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการให้ออกปฏิบัติการ สิ่งที่ผู้ปฏิบัติการ
จะต้องปฏบิ ตั ิ ดงั นี้

2.1 คาดเข็มขดั นิรภยั ทันทที ่ีขน้ึ นง่ั ประจาทีใ่ นรถแล้ว
2.2 ศึกษาเส้นทาง แผนที่ วางแผนการเดินทางสาหรับภารกิจน้ันที่สะดวก เพ่ือให้ไปถึงท่ีเกิด
เหตุไดโ้ ดยเร็วท่ีสุด
2.3 รายงานศูนยร์ ับแจ้งเหตแุ ละสั่งการ วา่ กาลังเดินทาง
2.4 ขับข่ีอย่างปลอดภัย ไม่จาเป็นต้องขับรถด้วยความเร็วสูง ในทุกกรณี โดยพิจารณาจาก
ข้อมูลสภาพผู้ป่วยที่ได้รับแจ้ง ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยของตัวผู้ปฏิบัติการเอง ผู้ร่วมงาน และ
ผู้ใชร้ ถใช้ถนนคนอ่นื ๆ ด้วย
2.5 ผู้ขับข่ีรถพยาบาลจะต้องเป็นผู้ท่ีมีร่างกายแข็งแรง มีความพร้อม จิตใจดี มีทัศนคติท่ีดตี ่อ
งานและรู้ขีดความสามารถของตนเอง ทนต่อความเครียดสูงได้ อดทนต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ปรับ
วิธีขับรถได้ตามสภาพอากาศและสภาพถนนได้ดี ไม่เสพสารเสพติด สุรา หรือยากล่อมประสาทและ
ควรผา่ นการอบรมหลกั สูตรขบั ขีป่ ลอดภัย (Safety Driving)
2.6 การขับขีอ่ ยา่ งปลอดภัยเปน็ สงิ่ สาคัญมาก ในการดแู ลผ้ปู ว่ ยบาดเจบ็ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉนิ

- ผ้ขู บั ข่ีและผูโ้ ดยสารทกุ คน ควรสวมเขม็ ขดั นิรภัย ทกุ คร้ัง
- ผขู้ บั ขคี่ วรทาความคุน้ เคยกับยานพาหนะทตี่ ้องใช้
- มีความพรอ้ มต่อสภาพการเปล่ียนแปลงของอากาศ และสภาพการจราจร
- รู้จักใช้สัญญาณไฟ และไซเรนอย่างเหมาะสม ระมัดระวังในการใช้ไฟฉุกเฉิน และไซเรน
ซง่ึ จะใชเ้ มอ่ื เป็นปฏบิ ตั ิการท่ีฉุกเฉินแท้จรงิ เท่านนั้ ไมจ่ าเปน็ ต้องใชท้ กุ ครง้ั
- ปฏิบตั ิตามกฎจราจร ไม่ขบั รถเร็วเกินท่ีกฎหมายกาหนด ไมข่ ับรถดว้ ยความคึกคะนอง
- ระวังการชนกันท่ีทางแยก ควรพยายามสบตา หรือใช้สัญญาณมือกับผู้ขับขี่รายอื่น ก่อน
จะใชส้ ิทธไิ ดท้ างก่อนทท่ี างแยก
- ควรมีการติดต่อวิทยุประสานงานกับหน่วยฉุกเฉินอ่ืนๆ ที่มุ่งไปยังท่ีเกิดเหตุเดียวกัน หรือ
ตดิ ต่อกับศนู ยร์ บั แจ้งเหตุและสงั่ การ
- ปฏบิ ัติตามกฎหมายสาหรับรถพยาบาล
© ปฏบิ ัตติ ่อไฟสญั ญาณจราจร เครื่องหมายหยุดและทางแยก ในขณะใช้สญั ญาณไฟฉุกเฉิน
สามารถวงิ่ ฝา่ สัญญาณไฟแดงได้ดว้ ยความระมัดระวงั และต้องรับผิดชอบตอ่ ความผิดทอี่ าจเกดิ ขึ้น
© กฎว่าดว้ ยการจากัดความเรว็
© ทิศทางของการเดินรถ และการบังคับเลี้ยว อาจย้อนศรได้ กรณีท่ีพิจารณาแล้วว่า
ปลอดภัยและไม่เกดิ อุบัตเิ หตุ
© เสน้ ทางฉุกเฉิน อาจว่ิงในเสน้ ทางหา้ มรถวิ่งได้ ในกรณจี าเป็น
© จะตอ้ งระมัดระวงั กรณรี ถโรงเรียนเขา้ มาในเส้นทางจราจรเดยี วกัน

503

©ใช้สัญญาณไฟ และไซเรน กรณีฉกุ เฉินจริงๆ เท่านัน้
2.7 คอยรบั ข้อมลู เพิ่มเติมจากศนู ยร์ บั แจง้ เหตแุ ละสัง่ การเป็นระยะๆ ถา้ มีข้อมลู เพิ่มเติม
2.8 บคุ ลากรทอี่ อกปฏิบตั ิการ แบง่ หนา้ ท่ีกันให้ชดั เจนว่าใครทาหน้าทอ่ี ะไร เมือ่ ถึงทเ่ี กิดเหตุ
2.9 พิจารณาวา่ เมื่อไปถงึ ทเี่ กิดเหตุ จาเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมอื เครือ่ งใช้อะไรบ้าง
2.10 กรณที ่รี ถออกปฏบิ ตั ิการหลายคัน พร้อมๆกัน มโี อกาสเกิดอันตรายไดม้ าก เนือ่ งจากอาจ
ชนกันเอง ดังนั้นผู้ที่ทาหน้าท่ีขับรถ ต้องเพ่ิมความระมัดระวังให้มากขึ้น คานึงถึงความปลอดภัย
ตลอดเวลา ถา้ การออกปฏบิ ตั กิ ารน้ัน ไมค่ ุ้นเส้นทาง อาจขอรถนาไปยังสถานที่เกิดเหตุ
3. การเตรยี มความพรอ้ มเม่ือเดินทางไปถงึ ที่เกดิ เหตุ
เม่ือเดนิ ทางไปถึงทีเ่ กิดเหตแุ ลว้ ส่งิ ทผี่ ูป้ ฏบิ ตั ิการพึงปฏบิ ตั ิ มดี งั น้ี
3.1 จอดรถอยา่ งปลอดภยั การจอดรถพยาบาล ตอ้ งพิจารณาถงึ
- จอดรถบนทีเ่ นินสูงกวา่ และอยเู่ หนือลม กรณีสารพษิ รัว่ ไหล
- จอดรถในทา่ ทีล่ งไปปฏบิ ัตงิ านได้สะดวก และสามารถนารถออกจากที่เกิดเหตไุ ด้ง่าย
- จอดรถห่างจากบริเวณตึกถล่ม ไม่น้อยกว่า 30 เมตร จอดด้านหน้า หรือด้านหลังของตึก
ถล่ม
- ใสเ่ บรกมือ และเปดิ สญั ญาณไฟ
- ปดิ ไฟหน้า ยกเวน้ กรณีทีต่ ้องการสอ่ งจุดท่เี กดิ เหตุ
- ไม่ควรดบั เครอื่ งยนตข์ ณะจอด เวน้ กรณีจาเป็น
- จอดรถในทีส่ ังเกตเห็นได้งา่ ย เพื่อป้องกนั อบุ ตั ิเหตุซ้าซ้อน
- จอดรถโดยหนั หนา้ ของรถออกจากทเ่ี กดิ เหตุ เพอ่ื ใหอ้ อกรถไดร้ วดเรว็
- ไมค่ วรใหม้ รี ถคนั อนื่ เขา้ ไปจอดซ้อนคนั มฉิ ะนัน้ จะไมส่ ามารถออกจากท่ีเกิดเหตไุ ดส้ ะดวก
- การจอดรถ อาจสามารถจอดได้ในที่ห้ามจอด โดยไม่กีดขวาง หรือสร้างความเดือดร้อนให้
ผ้อู ื่น
3.2 เตรียมอุปกรณ์ท่ีจาเป็น เช่น อุปกรณ์ชุดช่วยการหายใจ การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น หรือ
อปุ กรณ์อน่ื ตามขอ้ มลู ท่ีได้แจ้ง ก่อนลงจากรถพยาบาล
4. การปฏบิ ตั ิการ ณ จุดเกดิ เหตุ
4.1 แจ้งใหศ้ ูนยร์ ับแจ้งเหตแุ ละส่ังการรับทราบ
4.2 ใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองจากการสัมผัสเชื้อ ผู้ปฏิบัติการใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกคร้ัง
กอ่ นสมั ผัสตัวผูป้ ่วย ตามสภาพอาการของผู้ปว่ ย และเหตุการณ์
4.3 ประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อม สถานที่เกิดเหตุ ว่ามีความปลอดภัยเพียงพอสาหรับการ
เข้าไปช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยได้หรือไม่ รถพยาบาลจอดในท่ีท่ีปลอดภัยหรือไม่ ผู้ป่วยจาเป็นต้องได้รับ
การเคลอ่ื นย้ายโดยเร็ว เน่อื งจากบรเิ วณนั้นมอี ันตรายหรือไม่
4.4 กรณีอุบัติเหตุจราจร ถ้าจอดบนผิวจราจร ให้ตั้งไฟฉุกเฉินสามขา บอกให้ผู้ขับขี่
ยานพาหนะรายอ่ืนทราบ หรือให้คนยืนโบกมือให้สัญญาณห่างออกไป 200 เมตร ทั้งสองทิศทาง ถ้า
เปน็ บริเวณทม่ี ีนา้ มนั หกบนพ้ืนสังเกตดูวา่ มีใครกาลังสูบบุหรีอ่ ย่หู รือไม่
4.5 สร้างความปลอดภัยให้สถานท่ีก่อนเข้าไป เช่น ปิดสวิตซ์เครื่องยนต์ของรถที่ประสบ
อุบัติเหตุ ข้ึนเบรกมือ

504

หรือเข้าเกียร์หรือหนุนล้อ ถ้ารถที่ประสบเหตุอยู่ในสภาพที่ไม่เสถียร พร้อมท่ีจะพลิกได้ ให้หาทาง
ปอ้ งกนั ไม่ให้พลิกก่อนทจ่ี ะเขา้ ไป

4.6 ในพ้ืนที่ที่มีเหตุการณ์ ซ่ึงอาจมีปัญหาทางกฎหมายตามมา ต้องวางแผนให้การเข้าไปไม่
ทาลายหลักฐานต่างๆ ที่จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การสอบสวนและสืบสวนของเจ้าหนา้ ท่ี

4.7 วางแผนการทางานเป็นทีมที่มีการประสานกันอย่างดี จะทาให้มีความปลอดภัยในการ
ทางานสูงขึ้น เช่นคนหน่ึงกันคนมุงดูเหตุการณ์ อีกคนค้นหาสิ่งอันตราย เช่น สายไฟ น้ามันหก ป้าย
สารพิษ จะทาใหอ้ นั ตรายถกู จดั การเปน็ ระบบและรวดเร็ว

4.8 เม่ือความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการเกิดข้ึนแล้ว และพร้อมที่จะเข้าไปปฏบิ ัติการได้แล้ว
จงึ หันมาสรา้ งความปลอดภัยส่วนบุคคล ก่อนลงไปชว่ ยผบู้ าดเจบ็

4.9 เม่ือจะเข้าช่วยเหลือผู้ป่วย ให้ประเมินสภาพการเจ็บป่วย หรือกลไกการบาดเจ็บ เช่น
เหตุการณ์นั้นเกิดกับคนหมู่มากหรือไม่ จาเป็นต้องขอกาลังสนับสนุนหรือไม่ ถ้าต้องการความ
ช่วยเหลือเพ่ิมเติมให้ประสานศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทันที ระหว่างนี้ก็ให้ทาการคัดแยกประเภท
ผปู้ ่วยตามระดับความรนุ แรง

4.10ปฏิบัติการ ณ จุดเกิดเหตุ จัดการอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โดยการ
ประเมนิ สภาพผู้ป่วย
เบื้องต้นตามข้ันตอนการประเมิน พร้อมทั้งประเมินร่างกายตามระบบอย่างรวดเร็ว หรือทาการ
ประเมนิ เฉพาะตาแหน่งทีม่ อี าการ ขึ้นอยู่กับสภาพผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย

4.11 การเตรยี มนาสง่ ผปู้ ว่ ยหรอื ประสานขอสนบั สนนุ ชุดปฏบิ ตั ิการฉกุ เฉนิ ระดบั สูง
-แก้ไขภาวะวิกฤต ตามศักยภาพที่สามารถทาได้ในขณะน้ัน แต่ไม่ควรเสียเวลา ณ จุดเกิด

เหตุนานเกินไป
- ตรวจสอบการทาแผล ห้ามเลือด และการตรึงผูป้ ่วยใหเ้ รียบร้อย
- ยกและเคลือ่ นย้ายผู้ปว่ ย อย่างถูกวิธแี ละเหมาะสม และไม่เปิดเผยร่างกายผู้ป่วย ขณะยก

หรอื เคลอื่ นย้าย หรือขณะใหก้ ารปฐมพยาบาลต่างๆ ณ จดุ เกดิ เหตุ
4.12 แจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการรับทราบ เพ่ือพิจารณาโรงพยาบาลท่ีจะนาส่ง และแจ้ง

อีกครัง้ เมอื่ จะออกจากทีเ่ กิดเหตุ
5. การปฏิบัติการขณะนาส่งโรงพยาบาล

- แจ้งศนู ย์รับแจ้งเหตแุ ละสง่ั การทราบ ว่าจะนาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลใด เพื่อจะได้ประสานกับ
โรงพยาบาลน้ันๆ เตรยี มรับผู้ปว่ ย

-ประเมนิ สภาพของผู้ป่วยเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องระหวา่ งนาส่ง จนถึงโรงพยาบาล ถ้าผู้ป่วย
มีอาการแย่ลงให้รบี ประสานศนู ย์รบั แจ้งเหตแุ ละสั่งการ เพอ่ื ประสานการช่วยเหลอื ที่เหมาะสมตอ่ ไป

- ตรวจวัดสญั ญาณชพี เพ่ิมเตมิ
- ปลอบโยน ให้กาลังใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมทั้งให้ข้อมูลเก่ียวกับการนาส่ง
โรงพยาบาลเพ่ือคลายความวิตกกังวล
- ขับรถด้วยความระมัดระวัง ตามกฎจราจร หากผู้ป่วยอาการไม่สาหัส ไม่มีปัญหาการหายใจ
หรอื ทางเดนิ หายใจไมจ่ าเป็นตอ้ งขับรถดว้ ยความสูง
6. การปฏิบตั เิ มอ่ื ถงึ โรงพยาบาล

505

- แจ้งศนู ยร์ บั แจ้งเหตแุ ละสัง่ การรบั ทราบ
- เคลื่อนยา้ ยผู้ป่วยลงจากรถด้วยความระมดั ระวงั เพือ่ ป้องกนั อุบัติเหตซุ า้ ซ้อน
- นาส่งผู้ป่วยยังห้องฉุกเฉิน พร้อมรายงานเหตกุ ารณ์ อาการผู้ป่วย และการช่วยเหลือท่ีให้ ณ
จุดเกิดเหตุแก่แพทย์หรือพยาบาลห้องฉุกเฉิน พร้อมให้แพทย์หรือพยาบาล ทาการประเมินการดูแล
ณ จุดเกดิ เหตุ ในแบบบนั ทกึ รายงาน วา่ ผู้ปว่ ยได้รบั การดูแลทเี่ หมาะสมหรอื ไม่
7. การปฏิบัติหลังการปฏบิ ัตกิ าร
7.1 หลงั จากส่งผปู้ ว่ ย ยงั หอ้ งฉุกเฉนิ แลว้

- ใหแ้ จง้ ศนู ย์รบั แจง้ เหตแุ ละส่ังการรับทราบ
- เตรียมตัวสาหรับการออกปฏบิ ัติการครั้งตอ่ ไป
- ทาความสะอาดและฆา่ เชื้อรถพยาบาล รวมทงั้ อปุ กรณ์ต่างๆ หลังใช้งาน ทุกครงั้
- จดั เติมอปุ กรณเ์ พ่ือชดเชยทถี่ กู ใช้ไป สาหรับเตรียมพร้อมในการปฏิบตั กิ ารครง้ั ต่อไป
7.2 หลงั เสร็จสน้ิ ภารกจิ
- ตรวจสอบน้ามนั รถพยาบาล
- เขยี นรายงานบนั ทกึ ผลการปฏิบตั ิงาน ขอ้ มูลผปู้ ว่ ยใหเ้ รยี บรอ้ ย
- แจง้ ศูนย์รับแจ้งเหตแุ ละสั่งการ รับทราบ และเตรียมพร้อมสาหรับการออกปฏบิ ัติการคร้ัง
ตอ่ ไป
หมายเหตุ การขออนญุ าตใช้สัญญาณไฟและเสยี
มาตรการและขอ้ กาหนดของพนักงานขบั รถพยาบาลฉุกเฉิน
ก. ขณะเดินทาง
1. การกาหนดรหสั การออกปฏบิ ตั กิ าร

รหสั 2 ผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ วิกฤต ผู้ปว่ ยฉกุ เฉินเรง่ ดว่ น (คนไขส้ ีแดงและเหลอื ง)
รหสั 1 ผปู้ ว่ ยฉุกเฉินอนื่ ๆ ผปู้ ่วยฉุกเฉนิ ไมร่ นุ แรง (คนไขส้ เี ขียว)
รหัส 0 ผ้ปู ่วยอน่ื ๆ
2. ศนู ย์รับแจง้ เหตุและสัง่ การ สงั่ การการออกเหตุตามขอ้ มูลทไี่ ด้รับจากการแจ้งเหตุ
3. รหัส 2 ผู้ป่วยฉุกเฉินวกิ ฤต (คนไข้สีแดง) ตอ้ งไดร้ ับการสงั่ การโดยศูนย์รบั แจง้ เหตแุ ละส่ัง
การ เท่านั้น เมื่อได้รับการส่ังการให้ออกเหตุโดย รหัส 2 (แดง) ต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินและเสียง
ไซเรนตลอดการเดินทาง รวมถงึ การขบั ขร่ี ถพยาบาลตามระเบยี บปฏิบัติในกรณีฉกุ เฉินวิกฤต
4. รหัส 1 ผู้ป่วยฉุกเฉินอื่นๆ ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรง (คนไข้สีเขียว) ให้เปิดสัญญาณไฟ
ฉุกเฉนิ แตไ่ ม่ต้องเปิดเสยี งไซเรนและขับข่รี ถพยาบาลตามระเบียบการขบั รถในภาวะปรกติ
5. รหัส 0 (ขาว) ไม่เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน และเสียงไซเรน และขับขี่รถพยาบาลตาม
ระเบียบการขับรถ ในภาวะปรกติ
6. เม่ือถึงจุดเกิดเหตุ หัวหน้าทีมกู้ชีพ ต้องประเมินสภาพผู้ป่วย แจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่ง
การ เพอ่ื สงั่ การให้นาสง่ ผปู้ ว่ ย โดยใชร้ หัส ตามสภาพของผปู้ ่วย
7. ใช้ความเร็วในการขับขี่รถพยาบาลฉุกเฉินเมื่อได้รับรหัส 2 (แดงและเหลือง)มากกว่า
อัตราความเรว็ ของอตั ราความเรว็ ท่กี ฎหมายกาหนดในเทศบาล และนอกเขตเทศบาล ไมเ่ กนิ 15 กม.
หมายถงึ ในเขตเทศบาล ไมเ่ กนิ 95 กม./ชม. และนอกเขตเทศบาล ไม่เกิน 135 กม./ชม.

506

8. เม่ือขบั ผา่ นทางแยก จะตอ้ งไม่ใช้ความเร็วเกินกาหนด ไม่ว่าจะเป็นรหสั สอี ะไรก็ตาม
9. เม่ือขับผ่านทางแยกไม่ว่าจะมีสัญญาณไฟจราจรหรือไม่ จะต้องขับผ่านด้วยความ
ระมัดระวัง
10. เมื่อขับผ่านทางแยก ที่เป็นสัญญาณไฟแดง หรือผ่านทางรถไฟ จะต้องหยุด ก่อนที่จะ
ขับต่อไปด้วยความระมัดระวัง
11. ในถนนทีม่ หี ลายเลน การเปลยี่ นเลน ใหป้ ฏิบตั เิ หมือนการขบั รถผา่ นทางแยก
12. เมื่อมคี วามจาเปน็ ตอ้ งขบั รถย้อนศร ให้ใช้ความเร็วไมเ่ กนิ 30 กม./ชม.
13. รถพยาบาลฉุกเฉินจะต้องไม่เป็นรถพว่ ง หรือรถบรรทกุ (รถทีใ่ ช้ปฏิบตั ิการรหสั 2)
14. ผู้ขับขี่ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและเปน็ ไปตามมาตรา 75 ของพรบ.จราจรทางบก
พ.ศ.2550
ข. ขณะจอดปฏบิ ัติงาน
1. การจอดรถพยาบาล ต้องเปิดสัญญาณไฟฉกุ เฉนิ ทุกดวง
2. ต้องประเมินจุดเกิดเหตุ และพจิ ารณาจอดรถในท่ีเกิดเหตอุ ยา่ งปลอดภยั
3. ต้องวางกรวยยางจราจรเป็นระยะ เพ่ือปอ้ งกนั การเกิดเหตุซ้อน
4. จอดห่างจากท่เี กิดเหตุ 15 เมตร
5. บุคลากรทุกคนที่ออกปฏิบัติงานต้องแต่งตัวด้วยชุดสะท้อนแสง มีกระบองไฟ มีคน
รับผดิ ชอบควบคุมการจราจร ณ จดุ เกิดเหตุ

บรรณานกุ รม

507

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.ตาราประกอบการอบรมหลักสูตรพนักงานฉุกเฉินการแพทย์
เวชกรฉกุ เฉนิ
ระดับต้น: Emergency medical technician - basic. สมุทรสาคร พิมพ์ครั้งท่ี 2.สมุทรสาคร :
บอร์ด ทู บี พบั ลชิ ชง่ิ จากัด; 2555.
สถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาต.ิ คมู่ อื บรหิ ารจัดการฝกึ อบรมปฐมพยาบาลและช่วยปฏิบัตกิ ารแพทย์ขน้ั พื้น
ฐาน.กรุงเทพฯ: ห้างห้นุ ส่วนจากดั เอ็น พี เพลส; 2559.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. คู่มือแนวทางการจ่ายเงินกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินเพ่ือ
สนับสนุนอุดหนุนหรือชดเชยการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ:
ปญั ญามิตร การพมิ พ;์ 2557.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. แนวปฏิบัติเพ่ือความปลอดภัยของรถพยาบาลฉุกเฉิน
Prevention.นนทบรุ :ี อัลทิเมท พรนิ้ ต้ิง; 2557.
สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา. พระราชจารจรทางบกพ.ศ. 2522.[อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2548.[เขา้ ถงึ
เมอ่ื 15
กรกฎาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก www.fio.go.th

508

บทท่ี 10 -2
การเขียนรายงาน

บทที่ 10 -2

509

การเขียนรายงาน

บทนา
ในการปฏิบตั ิงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินในแต่ละครั้งต้ังแต่ศูนย์รับแจ้งเหตุและส่ังการ แจ้ง

ให้ชุดปฏิบัติการออกปฏิบัติการจนกลับถึงฐาน ผู้ออกปฏิบัติการจะต้องมีการลงบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ
การออกปฏิบัติการ การประเมินผู้ป่วยฉุกเฉิน การให้การช่วยเหลือเบ้ืองต้น ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
และนาข้อมูลผู้ป่วยท่ีบันทึกส่งต่อให้กับโรงพยาบาลปลายทาง เพ่ือให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการดูแล
รักษาอย่างต่อเนื่อง และเพ่ือเป็นหลักฐานเม่ือมีการตรวจสอบข้อมูลการออกปฏิบัติงาน รวมท้ัง
สามารถนาข้อมูลมาใช้ในการพฒั นางานของหน่วยงานตอ่ ไปได้โดยระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้กาหนด
แบบฟอร์มการลงบันทึกการปฏิบัติงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินแต่ละระดับของหน่วยปฏิบัติการไว้
เป็นแบบเดียวกันท่ัวประเทศ
วตั ถุประสงค์

1) มีความรู้ ความเข้าใจในแบบบันทึกการปฏิบัติงานหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน
ระดบั พน้ื ฐาน

2) สามารถบนั ทึกแบบบันทึกการปฏิบตั ิงานหน่วยปฏบิ ัตกิ ารการแพทย์ฉุกเฉินระดับพ้นื ฐาน
ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

แบบบนั ทึกการปฏิบตั งิ านหนว่ ยปฏบิ ตั ิการการแพทย์ฉกุ เฉินระดบั พืน้ ฐาน

1. หนว่ ยบรกิ าร ลาดับผูป้ ว่ ย(CN)............................... เลขท่ีผู้ป่วย............................................

510

ชอ่ื หน่วยบรกิ าร ...................................................................................... วนั ท่ี ................................................... ปฏิบัตกิ ารท่ี
......................................

เจ้าหนา้ ทผ่ี ู้ให้บริการ1................................................................ รหสั .................... 2........................................................... รหัส ......................

3................................................................ รหัส ....................4........................................................... รหัส ......................
ผลการปฏิบัติงานไม่พบเหตุ  พบเหตุ สถานท่ีเกิดเหต.ุ ...............................................................................................................................................

......................................................................................................................................... เหตกุ ารณ์ ..........................................................................

2. ขอ้ มูลเวลา สงั่ การ ออกจากฐาน ถงึ ทเ่ี กดิ เหตุ ออกจากทีเ่ กิดเหตุ ถึงรพ. ถึงฐาน

รบั แจง้

เวลา (น.) .............น. ................น. ...............น. ................น. ....................น. ...................น. ...................น.

รวมเวลา (นาที) Response time =……………………นาที ..................................................นาที
..............................................นาที

เลข กม. ........................................ ................................................. ........................ ........................

ระยะทาง (กม.) รวมระยะทางไป........................................... กม. ระยะทางกลับ...................กม.
ระยะไป รพ...................................กม.

3. ข้อมูลผปู้ ่วย ประกนั อ่ืนๆ (ถา้ มี)
คานาหน้าชื่อผปู้ ว่ ย .............................................................................. อายุ ..........ปี เพศ (จากระบบ)  ชาย หญิง
 ประกันท่องเท่ียว ประเทศ..........................
 คนไทย เลขบตั รประชาชน (ปรบั format).....................................................  แรงงานต่างด้าว
 ผูป้ ระสบภัยจากรถ
 ชาวตา่ งชาติ ประเทศ.......................................................... เลขท่ีหนงั สอื เดนิ ทาง.....................................................
ประเภทรถ.........................ทะเบยี นรถหมวด.....................
สทิ ธกิ ารรกั ษา บัตรทอง  ขา้ ราชการ  ประกนั สังคม  แรงงานตา่ งดา้ วข้นึ ทะเบียนไมม่ ีหลกั ประกัน เลขทะเบยี น.............................จงั หวัด.............................

สภาพผปู้ ่วย

ประเภทผู้ป่วย บาดเจบ็ /อุบัตเิ หตุ ปว่ ยฉุกเฉนิ

Vital signs Neuro Signs
BP PR
Time T RR EV M DTX

ความร้สู ึกตัว ร้สู ึกตวั ดี ซมึ หมดสตปิ ลุกต่นื หมดสตปิ ลกุ ไมต่ ่นื เอะอะโวยวาย

การหายใจ ปกติ  เรว็ ช้า ไมส่ มา่ เสมอ ไม่หายใจ
บาดแผล
ไมม่ ี แผลถลอกฉกี ขาด / ตัด แผลฟกชา้ แผลไหม้ ถกู ยงิ ถกู แทงอวัยวะตัดขาดถูกระเบดิ

กระดูกผิดรูป ไมม่ ี ผิดรูป

อวยั วะ ศรี ษะ/คอใบหนา้ สันหลัง/หลังหน้าอก/ไหปลารา้ ชอ่ งท้องเชิงกราน  Extremities ผิวหนัง Multiple injury back

การช่วยเหลือ

ทางเดินหายใจ /การหายใจ ไม่ เปิดทางเดนิ หายใจ ใส่ Oral airway ให้ O2canula/mask Ambu bag  Pocket Mask

511

บาดแผล/ห้ามเลอื ด ไม่ การกดห้ามเลือดทาแผล เฝอื กหลงั และคอ (KED)
การดามกระดูก ไม่ เผือกลม/ไมด้ าม/ sling เฝอื กดามคอและกระดานรองหลงั ยาว
ชว่ ยฟืน้ คืนชพี ไมไ่ ดท้ า ทา

ผลการดแู ลรักษาข้ันตน้  ไมย่ อมให้รกั ษา  ทุเลา  คงเดิม/คงท่ี  ทรดุ หนกั เสยี ชีวิตณ จุดเกดิ เหตุ เสียชวี ติ ขณะนาสง่

4. เกณฑก์ ารตัดสินใจสง่ โรงพยาบาล (โดยหัวหน้าทมี และ/ผ่านการเห็นชอบของศูนย์)

นาส่งห้องฉกุ เฉนิ โรงพยาบาล* ....................................................................  รพ.รฐั  รพ.เอกชน

เหตุผล  เหมาะสม/สามารถรกั ษาได้  อยู่ใกล้  มหี ลกั ประกนั  เปน็ ผู้ปว่ ยเกา่  เป็นความประสงค์ (เลือกไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)

ผู้สรปุ รายงาน ........................................................... รหัส.............

5. การประเมนิ /รับรองการนาส่ง (โดยแพทย์ พยาบาล ประจาโรงพยาบาลที่รับดูแลตอ่ ) ดา (รับบรกิ ารสาธารณสุขอื่น) ไม่ใชผ่ ู้ปว่ ย

HN......................................... การวินิจฉัยโรค..........................................................................................

ระดับการคดั แยก (ER Triage) แดง (วกิ ฤต)ิ L1, L2 เหลือง (เร่งดว่ น) L3 เขียว (ไมร่ ุนแรง) L4 ขาว (ทว่ั ไป) L5

ทางเดนิ หายใจ  ไม่จาเปน็  ไมไ่ ดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ ม่เหมาะสม ระบ…ุ .................................

การหา้ มเลอื ด  ไมจ่ าเปน็  ไม่ไดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ มเ่ หมาะสม ระบ…ุ .................................

การดามกระดูก  ไมจ่ าเปน็  ไม่ไดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ มเ่ หมาะสม ระบ…ุ .................................

ชือ่ ผู้ประเมิน ................................................................................... ตาแหนง่  แพทย์  พยาบาล  อ่นื ๆ ....................................

6. ผลการรักษาท่/ี ในโรงพยาบาล (ตดิ ตามในวันสน้ิ เดอื น)
Admitted  Yes No

 ทเุ ลา รกั ษาต่อทอี่ ื่น  ยังรักษาในรพ.  เสยี ชวี ติ ใน รพ.  ปฏเิ สธการรักษา/หนีกลบั  กลบั ไปตายบ้าน  ตามแลว้ ไมท่ ราบผล

สง่ แบบบันทกึ กลบั มาท่ีสานักงานระบบบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ประจงั หวดั ก่อนวนั สนิ้ เดอื นนนั้

512

แบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ านหนว่ ยปฏิบัติการการแพทยฉ์ กุ เฉินระดบั พ้ืนฐาน

1. หน่วยบริการ ลาดบั ผู้ปว่ ย(CN).................................. เลขทผี่ ปู้ ่วย

............................................

ชอ่ื หนว่ ยบริการ ...................................................................................... วันท่ี ................................................... ปฏิบตั ิการท่ี ......................................

เจา้ หนา้ ท่ผี ู้ให้บรกิ าร1................................................................ รหสั .................... 2........................................................... รหสั ......................

3................................................................ รหสั ....................4........................................................... รหัส ......................

ผลการปฏิบตั ิงานไม่พบเหตุ  พบเหตุ สถานทเ่ี กิดเหต.ุ ...............................................................................................................................................

......................................................................................................................................... เหตกุ ารณ์ ..........................................................................

รายการ(ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั

ลาดับผู้ปว่ ย(CN) - เปน็ เลขที่ไดจ้ ากการลงบันทึกในระบบ ITEMS แสดงลาดับ
เลขท่ผี ปู้ ว่ ย ผู้ป่วยฉุกเฉินของศูนย์รบั แจง้ เหตแุ ละสง่ั การ
ช่อื หน่วยบริการ
- เปน็ เลขทไ่ี ดจ้ ากการลงบันทกึ ในระบบ ITEMS แสดงลาดับ
ผูป้ ่วยฉกุ เฉินของศูนย์รบั แจ้งเหตแุ ละส่ังการ

- ช่ือของหน่วยบริการท่ีออกปฏบิ ตั กิ าร

วนั ที่ - วนั ที่ท่ีได้รบั คาสงั่ ใหอ้ อกปฏบิ ตั ิการลงวันที่ เดือน

ปฏบิ ตั ิการที่ -เปน็ เลขทไ่ี ด้จากการลงบันทึกในระบบ ITEMS เพื่อแสดง ปี
เจา้ หน้าทีผ่ ูใ้ หบ้ รกิ าร เดือน รหสั จังหวดั รหัสเครื่อง ลาดบั เหตกุ ารณ์ ในแต่ละเดอื น
สถานท่เี กิดเหตุ ของศนู ยร์ ับแจ้งเหตแุ ละสัง่ การ
เหตกุ ารณ์
- รายชื่อเจ้าหน้าทท่ี ่ีออกปฏบิ ตั กิ ารในคร้งั น้ี รวมท้งั รหัส
ประจาตวั ของแต่ละบคุ คลที่ไดร้ ับการออกโดยระบบบรกิ าร
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ ของจังหวดั นั้นๆ

- ชื่ออาคาร บา้ นเลขที่ ถนน ตรอก ซอย หรอื แยก โคง้ หรอื
เลขกโิ ลเมตร ท่ีผปู้ ว่ ยฉุกเฉินอยขู่ ณะต้องการความ
ชว่ ยเหลือ พร้อมเบอรโ์ ทรศัพท์ของผแู้ จ้ง

- เหตขุ องการเจบ็ ปว่ ยในครงั้ นี้

2. ข้อมูลเวลา

รับแจ้ง สงั่ การ ออกจากฐาน ถึงทีเ่ กดิ เหตุ ออกจากที่เกดิ เหตุ ถึงรพ. ถึงฐาน
................น. ...............น.
เวลา (น.) .............น. ................น. ....................น. ...................น. ...................น.

รวมเวลา (นาท)ี Response time =……………………นาที ..................................................นาที

..............................................นาที

เลข กม. ..................1...................... .......................2.......................... ...........3............. ............4............

ระยะทาง (กม.) รวมระยะทางไป....................1....................... กม. ระยะทางกลบั .........3..........กม.
ระยะไป รพ................2...................กม.

รายการ(ตวั แปร) ความหมาย รหสั ความหมายของรหสั

รับแจง้ - เวลาทศ่ี นู ย์รบั แจง้ เหตแุ ละสัง่ การประจาจังหวดั ได้รับแจง้ เหตุ
สั่งการ บางครงั้ อาจเปน็ เวลาท่ีหนว่ ยบรกิ ารรบั แจง้ เหตุเอง
ออกจากฐาน
ถงึ ทีเ่ กิดเหตุ - เวลาทศ่ี ูนยร์ บั แจง้ เหตุและสั่งการประจาจังหวดั ส่ังให้รถของ
หนว่ ยบรกิ ารออกปฏิบัติงานตามที่ไดร้ บั แจง้ เหตุ

- เวลาที่รถของหนว่ ยบรกิ ารออกปฏบิ ัติงานหลังจากท่ีได้รบั
คาส่งั จากศูนยร์ ับแจ้งเหตแุ ละส่ังการ

- เวลาที่รถของหนว่ ยบริการไปถึงจุดทีเ่ กดิ เหตุ

ออกจากที่เกิดเหตุ - เวลาทรี่ ถของหน่วยบริการออกจากที่เกิดเหตหุ ลงั จากให้
ถึง รพ. การช่วยเหลอื ผ้ปู ว่ ยฉกุ เฉินแล้ว

- เวลาท่ีรถของหน่วยบริการมาถึง รพ.เพอื่ ส่งผู้ป่วยฉกุ เฉนิ

ถึงฐาน - เวลาที่รถของหน่วยบริการกลบั มาถึงจดุ ท่จี อดเตรยี มพร้อมใน
Response Time แตล่ ะพ้ืนท(ี่ ในกรณนี าผูป้ ว่ ยฉกุ เฉนิ ส่ง รพ.ซงึ่ เป็นทต่ี ั้ง
เลข กม.1 ของหน่วยบรกิ ารเองใส่ 0)

- ระยะเวลารวมตัง้ แต่ศูนย์สง่ั การไดร้ บั แจง้ เหตุจนกระทัง่
รถพยาบาลถงึ ท่ีเกิดเหตใุ นกรณีทห่ี นว่ ยบรกิ ารอยูท่ ่เี กดิ เหตุ
แล้วแจง้ มายงั ศนู ย์รับแจ้งเหตุและสง่ั การ เพอ่ื ปฏิบัตงิ าน

- เลขกิโลเมตรของรถพยาบาลขณะออกจากทตี่ งั้ หนว่ ยบริการ

เลข กม.2 - เลขกโิ ลเมตรของรถพยาบาลขณะถึงทีเ่ กิดเหตุ

เลข กม.3 - เลขกิโลเมตรของรถพยาบาลขณะถึงโรงพยาบาลท่ีนาสง่

ผู้ป่วยฉุกเฉนิ

เลข กม.4 - เลขกโิ ลเมตรของรถพยาบาลขณะกลับมาถึงจดุ ที่จอดเตรยี ม

พร้อมประจาพ้นื ท่ี (ในกรณีนาผูป้ ว่ ยฉกุ เฉินส่ง รพ.ซ่ึงเป็น

ทตี่ ง้ั ของหนว่ ยบรกิ ารเองใส่ 0)

รวมระยะทางไป - ระยะทางจากจดุ ท่ีตง้ั ของรถพยาบาลถงึ ท่ีเกิดเหตเุ ป็น กม.

(ระยะ (กม.2 ลบด้วย กม.1)

ทางฐาน - เหต)ุ Km1

ระยะทางไป รพ. - ระยะทางจากจุดที่เกดิ เหตถุ ึง รพ.ที่รับผ้ปู ว่ ยฉุกเฉินเปน็

(ระยะ (กม.3 ลบด้วย กม.2)

514

รายการ(ตัวแปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั

ทางเหตุ - รพ.) Km2 - ระยะทางจากรพ.ทสี่ ง่ ผู้ป่วยฉกุ เฉินถงึ จดุ ทจ่ี อดเตรียมพร้อม
ในแต่ละพื้นที่ เป็น กม. (กม.4 ลบดว้ ย กม.3) (ในกรณนี าผูเ้ จ็บ
ระยะทางกลับ(ระยะ ปว่ ยฉกุ เฉินสง่ รพ.ซง่ึ เปน็ ที่ต้ังของหน่วยบริการเองใส่0)
ทาง รพ.– ฐาน) - เวลาทห่ี นว่ ยบริการใช้เดนิ ทางจากทีเ่ กิดเหตุเพอื่ กลบั ฐาน
Km3 (เวลา
ถงึ ฐานลบดว้ ยเวลาถงึ รพ.) เวลาที่ใช้จะเป็นนาที เชน่ 15 นาที

3. ข้อมลู ผู้ป่วย

คานาหน้าช่ือผูป้ ว่ ย .............................................................................. อายุ ..........ปี เพศ (จากระบบ)  ชาย หญงิ ประกันอ่นื ๆ (ถา้ มี)

 คนไทย เลขบัตรประชาชน (ปรับformat).....................................................  แรงงานตา่ งด้าว  ประกนั ท่องเที่ยว ประเทศ..........................

 ชาวต่างชาติ ประเทศ.......................................................... เลขทห่ี นงั สือเดินทาง.....................................................  ผ้ปู ระสบภัยจากรถ

สทิ ธิการรกั ษา บตั รทอง  ขา้ ราชการ  ประกนั สงั คม  แรงงานตา่ งดา้ วขึ้นทะเบยี นไมม่ หี ลกั ประกัน ประเภทรถ.........................ทะเบียนรถหมวด.....................
เลขทะเบยี น.............................จงั หวัด.............................

สภาพผูป้ ่วย

ประเภทผู้ป่วย บาดเจบ็ /อุบัตเิ หตุ ปว่ ยฉุกเฉนิ

Vital signs Neuro Signs
BP PR
Time T RR EV M DTX

ความรสู้ ึกตวั รสู้ กึ ตวั ดี ซึม หมดสตปิ ลกุ ตนื่ หมดสติปลกุ ไมต่ ื่น เอะอะโวยวาย

การหายใจ ปกติ  เร็ว ช้า ไม่สม่าเสมอ ไมห่ ายใจ

บาดแผล ไม่มี แผลถลอกฉีกขาด / ตดั แผลฟกช้า แผลไหม้ ถูกยิง ถูกแทงอวยั วะตดั ขาดถูกระเบิด

กระดูกผดิ รปู ไมม่ ี ผดิ รูป

อวยั วะ ศีรษะ/คอใบหน้าสันหลัง/หลังหนา้ อก/ไหปลาร้าชอ่ งท้องเชิงกราน  Extremities ผวิ หนงั  Multiple injury back

การชว่ ยเหลือ

ทางเดนิ หายใจ /การหายใจ ไม่ เปดิ ทางเดนิ หายใจ ใส่ Oral airway ให้ O2canula/mask Ambu bag  Pocket Mask
การกดหา้ มเลือดทาแผล
บาดแผล/ห้ามเลอื ด ไม่

การดามกระดกู ไม่ เผือกลม/ไม้ดาม/ sling เฝอื กดามคอและกระดานรองหลังยาว เฝอื กหลงั และคอ (KED)
ช่วยฟืน้ คนื ชีพ ไม่ไดท้ า ทา

ผลการดแู ลรกั ษาข้ันตน้  ไมย่ อมให้รักษา  ทเุ ลา  คงเดมิ /คงที่  ทรดุ หนกั เสยี ชีวิตณ จดุ เกดิ เหตุ เสียชวี ติ ขณะนาส่ง

515

รายการ(ตวั แปร) ความหมาย รหสั ความหมายของรหสั

ชอื่ ผู้ปว่ ย - ชือ่ -สกุล ผ้ปู ว่ ยฉกุ เฉนิ ทหี่ นว่ ย 1 เพศชาย
บรกิ ารออกไปใหก้ ารช่วยเหลอื 2 เพศหญงิ
อายุ - อายุเป็นปขี องผูป้ ่วยฉุกเฉิน
เพศ 1 บัตรทอง
- เพศของผู้ปว่ ยฉกุ เฉนิ 2 ขา้ ราชการ
3 ประกันสังคม
คนไทยเลขบัตรประชาชน - กรณเี ป็นคนไทย ให้ลงเลขบตั ร 4 แรงงานต่างด้าวขน้ึ ทะเบยี น
5 ไมม่ หี ลักประกนั
ประชาชน 13 หลัก

แรงงานตา่ งด้าว - กรณเี ป็นแรงงานตา่ งดา้ วให้ลงเลข

ขึน้ ทะเบียนของผ้ปู ่วยฉกุ เฉิน

ชาวต่างประเทศ…….. - กรณีเป็นชาวตา่ งประเทศ ให้ระบุ

เลขทห่ี นังสือเดินทาง ประเทศ และเลขทีห่ นังสอื เดนิ ทาง

ของผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ

สิทธกิ ารรักษา - หลกั ประกันด้านการ

รกั ษาพยาบาลของผูป้ ่วยฉกุ เฉิน

ประกันอ่นื ๆ - กรณผี ้ปู ่วยใชห้ ลกั ประกนั อ่ืนๆ ใน
ประเภทผู้ปว่ ย การรักษาพยาบาล
บาดเจ็บ/อุบัติเหตุ
ปว่ ยฉุกเฉิน - การบาดเจบ็ ท้ังอบุ ตั เิ หตุและไม่ใช่
อบุ ัตเิ หตุ
Vital signs - การเจ็บป่วยอน่ื ๆ ทไ่ี ม่ได้เกดิ จาก
อุบตั ิเหตุ รวมถึงการเจ็บครรภ์
Neuro Signs ระยะแรก

-มีการวัดสญั ญาณชพี ชีพจร การ
หายใจ ความดนั โลหติ เป็นระยะ
ตามอาการผ้ปู ว่ ยฉุกเฉนิ

- กรณีเป็นผู้บาดเจ็บให้เชค็ ระดบั
ความรู้สึกตวั Glasgow Coma
Scale (GCS)

516

รายการ(ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั

DTX - กรณเี ป็นผ้ปู ว่ ยเบาหวานให้เจาะ 1 -รสู้ ึกตวั ดี คือ สามารถตอบสนองตอ่
ประเมินระดบั นา้ ตาลจากปลายนว้ิ สง่ิ กระตนุ้ ได้อย่างรวดเร็ว รจู้ ักตัวเอง
ความรสู้ ึกตวั - ระดบั ความรู้สึกตัวของผู้ป่วย สิง่ แวดลอ้ ม เวลา สถานท่ี
(motor conscious) ฉกุ เฉนิ ทาตามคาสัง่ ไดถ้ ูกตอ้ ง

2 -ซึม คือ ง่วงนอนตลอดเวลา ระดบั
ความรู้สกึ ตวั ช้าลง ตอบคาถามได้
แตส่ บั สน

3 -หมดสตปิ ลกุ ตนื่ คอื หลบั สนทิ แต่
ปลุกตนื่ ต้องปลุกแรงๆจึงจะต่นื
เมอ่ื หยดุ ปลกุ กห็ ลบั ตอ่

4 -หมดสตปิ ลุกไม่ต่นื คอื ไม่รู้สกึ ตวั
ไมต่ อบสนองต่อส่ิงกระตนุ้

5 -เอะอะโวยวาย คือ สบั สน ผดุ ลกุ ผุดนง่ั
เอะอะไมใ่ ห้ ความรว่ มมือในการรกั ษา

517

รายการ(ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหัส

การหายใจ -อัตราการหายใจของผู้เจ็บปว่ ย 1 -ปกติ
(basic respiration) ฉุกเฉิน ผู้ใหญ่ 12-24 ครั้ง/นาที
เด็กทารก 30-70 ครั้ง/นาที
เด็กโต 20-28 ครั้ง/นาที

2 -หายใจเร็วผใู้ หญม่ ากกว่า 30 ครั้ง/นาที
เด็กทารก มากกว่า 60 ครั้ง/นาที
เดก็ โตมากกวา่ 30ครั้ง/นาที

3 -หายใจชา้ ผใู้ หญ่น้อยกวา่ 10 ครั้ง/นาที
เด็กทารกน้อยกวา่ 35 ครั้ง/นาที
เด็กโตน้อยกวา่ 16 ครั้ง/นาที

4 -หายใจไมส่ ม่าเสมอ หายใจเรว็ หรอื
ชา้ สลับกบั ปกติ และบางครง้ั หยดุ
หายใจเป็นช่วงๆ

5 -ไมห่ ายใจ หนา้ อกไม่เคลื่อนไหว
ไม่มลี มออกมาทางจมูก

บาดแผล ลักษณะการเกดิ บาดแผล 1 -ไมม่ ี ไมพ่ บบาดแผล
(basic wound) 2 -แผลถลอก (abrasion) คือ

แผลถลอกผวิ หนังหลดุ อาจเหน็ เป็น
รอยครดู เช่น ถูกรถชนแลว้ กระเดน็
ครูดกับถนน
3 -ฉกี ขาด/ตดั (cut) คือ แผลเกดิ จาก
ของมคี มขอบเรยี บ

4 -แผลฟกช้า (contusion)คือ มี
เลอื ดออกในเนอ้ื เยอื่ ต่างๆมสี ีนา้ เงิน
ดาเปน็ แนว หากเลือดออกมากจะ
เหน็ เปน็ ก้อนบวม

5 -แผลไหม้ (Burn) คือ บาดแผลที่เกิด
จากไฟไหม้ ความรอ้ น สารเคมี

6 -ถูกยงิ (Gun shot wound) คือ
บาดแผลถกู ยงิ

518

รายการ(ตัวแปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหัส

7 -ถูกแทง (stab wound) คือ แผลถกู แทง
8 -อวัยวะถกู ตัดขาด(Amputate) คือ

อวยั วะทีถ่ ูกตดั ขาด
9 -ถกู ระเบดิ แผลที่เกดิ จากการกระแทกโดย

ของแขง็ ไมม่ คี มขอบแผลจะไมเ่ รียบ

กระดกู ผดิ รูป -การผิดรูปของกระดูก 1 -ไมม่ ี ไมพ่ บการผิดรปู ของกระดกู
อวัยวะ -อวยั วะสว่ นที่ได้รบั บาดเจบ็ 2 -ผิดรปู พบกระดูกรูปรา่ งผิดรูป

การชว่ ยเหลอื ทางเดนิ -วิธกี ารชว่ ยเหลือทางเดนิ หายใจ/ 1 -ศีรษะ/คอ มกี ารบาดเจ็บของศรี ษะ/คอ
หายใจ/การหายใจ การหายใจ 2 -ใบหน้า มีการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า
3 -สันหลัง/หลงั มีการบาดเจ็บของกระดูก

สันหลงั /หลัง
4 -หน้าอก/ไหปลาร้ามกี ารบาดเจบ็

ของหน้าอก/ไหปลาร้า
5 -ชอ่ งทอ้ ง มกี ารบาดเจ็บของช่องท้อง
6 -เชงิ กราน มกี ารบาดเจ็บของเชงิ กราน
7 -Extremities มีการบาดเจ็บของแขน/ขา
8 -ผิวหนงั มกี ารบาดเจ็บของผิวหนัง
9 -Multiple injuryมีการบาดเจ็บหลายสว่ น

1 -ไม่ คือ ไม่จาเปน็ ท่ีจะตอ้ งชว่ ยเปดิ
ทางเดินหายใจและช่วยหายใจ

2 -เปดิ ทางเดินหายใจ คอื เอาส่งิ แปลกปลอม
ออกจากทางเดนิ หายใจ เช่น ฟนั ปลอม
เศษอาหาร หรอื เปิดทางเดินหายใจด้วยทา่
Head tile chin lift

3 -ใส่ Oral airway คือการชว่ ยเปิด
ทางเดินหายใจ

4 -ให้ O2 Canula คือ การช่วยหายใจ
โดยการให้ O2 ทางจมูก

5

519

รายการ(ตัวแปร) ความหมาย รหสั ความหมายของรหสั

บาดแผล/ห้ามเลือด -วิธกี ารช่วยเหลือกรณมี ีบาดแผล/ -Ambu bag คือการช่วยหายใจโดยการใช้
เลอื ดออก 6 Ambu Bag
การดามกระดูก
การช่วยฟน้ื คืนชีพ -วิธกี ารช่วยเหลอื ผู้บาดเจ็บทีม่ กี าร -Pocket Mask คอื การช่วยหายใจกบั
ผลการดูแลรกั ษาขั้นต้น ผิดรูปของกระดกู ผู้ป่วยฉกุ เฉินทหี่ ยดุ หายใจดว้ ยการเปา่
ปากผา่ น Pocket Mask
-วธิ ีการช่วยฟ้ืนคืนชีพ
-การประเมนิ ผลการชว่ ยเหลือ 1 -ไมจ่ าเป็นตอ้ งทา
เบื้องต้น 2 -การกดหา้ มเลอื ด กรณีแผลมเี ลือดออก

มาก ไดท้ าการห้ามเลือดด้วยการใชผ้ ้า
สะอาด
3 และกดด้วยมอื หรือใช้ผ้ายดึ พัน/รัด
-ทาแผลคอื การทาแผลผวิ หนงั ถลอก หรอื
แผลอืน่ ๆทไ่ี มใ่ ชแ่ ผลท่มี ีเลือดออกมาก

1 -ไม่จาเปน็ ตอ้ งทา
2 -เฝือกลม/ไมด้ าม/sling
3 -เฝอื กดามคอและกระดาน

รองหลังยาว
4 -เฝอื กหลังและคอ(KED)

1 -ไมไ่ ด้ทา
2 -ทาด้วยการนวดหวั ใจสลับกบั การเป่าปาก

1 -ไม่ยอมใหร้ กั ษา คือผูป้ ่วยฉกุ เฉนิ ไม่
ยนิ ยอมใหบ้ ุคลากรของหน่วยบริการให้
การรักษาพยาบาลและไม่ประสงค์

2 โรงพยาบาล
-ทุเลา คือ เม่อื ใหก้ ารรกั ษาพยาบาลแล้ว
ผปู้ ่วยฉกุ เฉินมอี าการเปลยี่ นแปลง

3 ทด่ี ขี ้นึ
-คงเดมิ /คงที่ คอื เม่ือใหก้ ารรกั ษาพยาบาล
แลว้ ผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ ไม่มีอาการเปลี่ยน

4 แปลง
-ทรดุ หนกั คือ เมอื่ ใหก้ ารรกั ษาพยาบาล

5 แล้วผ้ปู ว่ ยฉกุ เฉินมอี าการมากข้ึน
-เสียชวี ิต ณ จดุ เกิดเหตุ คือ ใหก้ ารรกั ษา

520

รายการ(ตัวแปร) ความหมาย รหสั ความหมายของรหสั

พยาบาลแล้วผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ เสยี ชีวติ ณ เกิด
6 เหตุ

-เสียชวี ิต ขณะนาส่ง คือ ให้การรกั ษา
พยาบาลแล้วผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ เสยี ชีวิตระหว่าง
นาสง่ โรงพยาบาล

4. เกณฑ์การตัดสินใจสง่ โรงพยาบาล (โดยหัวหน้าทีมและ/ผา่ นการเห็นชอบของศนู ย์)

นาส่งหอ้ งฉุกเฉินโรงพยาบาล* ....................................................................  รพ.รัฐ  รพ.เอกชน
เหตุผล  เหมาะสม/สามารถรักษาได้  อยู่ใกล้  มหี ลักประกนั  เปน็ ผปู้ ่วยเก่า  เป็นความประสงค์ (เลือกได้มากกว่า 1 ขอ้ )
ผ้สู รปุ รายงาน ........................................................... รหสั .............

รายการ (ตัวแปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั

นาส่งห้องฉกุ เฉนิ ให้ระบุช่อื โรงพยาบาลปลายทาง 1 -โรงพยาบาลรฐั บาล
โรงพยาบาล ที่นาส่ง 2 -โรงพยาบาลเอกชน

เหตุผลในการนาสง่ รพ. -เหตผุ ลทนี่ าสง่ สถานพยาบาล 1 -เหมาะสม/สามารถรักษาได้ หมายถึง
ดงั กลา่ ว โรงพยาบาลที่นาผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ มาส่งมี
ศักยภาพในการรกั ษา พยาบาลเหมาะสม
กับสภาพผปู้ ่วยฉุกเฉนิ

2 -อยู่ใกล้ หมายถงึ การนาผูป้ ว่ ยฉกุ เฉนิ
มาส่ง ท่รี พ.น้เี พราะอยู่ใกล้ทเ่ี กิดเหตุท่สี ดุ

3 -มีหลักประกัน หมายถงึ ผูป้ ว่ ยมปี ระกัน
สขุ ภาพ เชน่ ประกันสังคม หรือสิทธิบตั ร
ทองทีร่ พ.นาสง่ ผปู้ ่วยฉกุ เฉิน

4 -เปน็ ผู้ป่วยเกา่ หมายถึง ผู้ป่วยฉกุ เฉนิ เปน็
ผู้ปว่ ยประจาของ รพ.ท่ีนาสง่

5 -เปน็ ความประสงค์ หมายถึง ผปู้ ่วยหรือ
ญาติตอ้ งการมารกั ษา รพ. น้ี

521

ผู้สรุปรายงาน และรหสั ชอ่ื ผเู้ ขยี นรายงานในการออก
ปฏิบัตงิ าน และเลขรหัสของผเู้ ขยี น
รายงานที่ออกโดยสานักระบบ
การแพทยฉ์ กุ เฉินประจาจงั หวดั

5. การประเมิน/รับรองการนาส่ง (โดยแพทย์ พยาบาล ประจาโรงพยาบาลที่รับดูแลตอ่ )

HN......................................... การวินจิ ฉยั โรค..........................................................................................
ระดบั การคดั แยก (ER Triage) แดง (วิกฤติ) L1, L2 เหลอื ง (เร่งด่วน) L3 เขยี ว (ไมร่ นุ แรง) L4 ขาว (ท่ัวไป) L5 ดา (รบั บริการสาธารณสุขอ่ืน) ไม่ใชผ่ ปู้ ว่ ย

ทางเดินหายใจ  ไมจ่ าเป็น  ไม่ไดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ มเ่ หมาะสม ระบ…ุ .................................
การห้ามเลอื ด  ไม่จาเปน็  ไม่ไดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ มเ่ หมาะสม ระบ…ุ .................................
การดามกระดูก  ไม่จาเป็น  ไมไ่ ดท้ า  ทาและเหมาะสม  ทาแตไ่ ม่เหมาะสม ระบ…ุ .................................

ชื่อผู้ประเมิน ................................................................................... ตาแหนง่  แพทย์  พยาบาล  อ่นื ๆ ....................................

รายการ (ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหัส
HN
-เลขที่ท่ัวไปของผู้ปว่ ยฉุกเฉินซ่งึ -แดง (วกิ ฤต) คือ ผปู้ ่วยฉุกเฉนิ ได้รบั
การวนิ จิ ฉยั โรค บาดเจบ็ หรือมีอาการป่วยกะทันหนั ซึง่ มี
ระดบั การคดั แยก ออกใหโ้ ดยโรงพยาบาลทร่ี บั ผู้เจ็บ ภาวะคุกคามต่อชีวติ หากไดร้ ับการชว่ ย
(ER Triage) เหลือไม่ทนั อาจทามโี อกาสเสยี ชีวติ ได้
ป่วยฉุกเฉิน -เหลอื ง (เร่งด่วน) คือ ผู้ปว่ ยฉกุ เฉนิ
จาเป็นตอ้ งให้การบริการอยา่ งเรง่ ด่วน
- การวนิ จิ ฉยั โรคจากแพทยใ์ น ถ้าทิ้งไวอ้ าจทาให้สูญเสียชีวติ พิการได้
-สีเขยี ว (ไม่รนุ แรง) คือ ผปู้ ว่ ยที่ไม่จาเปน็
โรงพยาบาลทรี่ บั ผปู้ ่วยฉกุ เฉิน ต้องให้บริการอย่างเรง่ ดว่ น
-ขาว (ทวั่ ไป) คือ ผปู้ ่วยตรวจปกติ
-การประเมนิ ระดบั ความรุนแรงของ L1 -ดา (รับบริการสาธารณสขุ อื่น) ไม่ใชผ่ ู้ป่วย
คือ บุคคลผู้มารบั บรกิ ารสาธารณสขุ หรือ
ผู้ปว่ ยฉกุ เฉิน L2 บริการอื่นโดยไมจ่ าเป็นต้องใชท้ รพั ยากร

L3

L4
L5
L6

522

รายการ (ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั

การประเมินการนาสง่ -การประเมนิ การช่วยเหลอื เบือ้ งต้น 1 -ไม่จาเปน็
ทางเดินหายใจ โดยโรงพยาบาลท่ีรบั ผู้ปว่ ย 2 -ไมไ่ ด้ทา คือ ควรทาแต่ไม่ได้ทา
การหา้ มเลอื ด 3 -ทาและเหมาะสม
การดามกระดูก 4 -ทาแตไ่ มเ่ หมาะสม(รวมการประเมิน 3
รายการ)
ช่ือผูป้ ระเมนิ
-ช่ือผู้ประเมนิ รบั ผู้ป่วยฉุกเฉิน
ที่โรงพยาบาลปลายทาง

ตาแหน่ง -ตาแหน่ งของผปู้ ระเมินรับผปู้ ว่ ย 1 -แพทย์
ฉกุ เฉนิ ท่โี รงพยาบาลปลายทาง 2 -พยาบาล
3 -อ่นื ๆ ให้ระบตุ าแหนง่

6. ผลการรกั ษาท่ี/ในโรงพยาบาล (ตดิ ตามในวนั สิ้นเดือน)
Admitted  Yes No

 ทเุ ลา รักษาตอ่ ท่อี ื่น  ยงั รักษาในรพ.  เสยี ชวี ติ ใน รพ.  ปฏิเสธการรกั ษา/หนีกลบั  กลบั ไปตายบ้าน  ตามแลว้ ไม่ทราบผล

รายการ (ตวั แปร) ความหมาย รหัส ความหมายของรหสั
Admit -การรับไวร้ กั ษาในโรงพยาบาล
1 -Yes ผู้ป่วยฉกุ เฉินนอนโรงพยาบาล
ระยะเวลาการรักษาใน 2 -No ผู้ปว่ ยฉกุ เฉนิ กลับบา้ นหลังจาก
โรงพยาบาล ไดร้ ับการตรวจรกั ษา
ผลการรักษาพยาบาล -จานวนวนั ทีผ่ ้ปู ่วยฉกุ เฉินนอน 1
-ทุเลา พกั รกั ษาตอ่ ท่ีบา้ น คอื ผู้ป่วยฉุกเฉิน
พกั รกั ษาตัว ณ โรงพยาบาลทีห่ น่วย ออกจากรพ.เน่ืองจากแพทยล์ งความเห็น
วา่ อาการทเุ ลาลงแพทยใ์ หน้ อน
บริการนาสง่ พกั ฟ้นื ท่บี ้าน
-รักษาต่อรพ.อน่ื ๆ คือ ผูป้ ่วยฉุกเฉิน
2 /ญาติขอยา้ ยหรือแพทยส์ ง่ ตวั ไปรกั ษา
ตัวตอ่ รพ.อืน่ ๆ
3 -ยังรักษาในโรงพยาบาล คือ รักษาเกนิ วนั
4 ส้นิ เดอื นที่มีการติดตามผู้ป่วยฉุกเฉิน
-เสยี ชวี ิตในโรงพยาบาล คือ ผู้เจ็บป่วย

523

ฉุกเฉนิ ทเี่ สยี ชีวิตขณะรกั ษาตวั อยู่ใน
5 โรงพยาบาล

-ปฏเิ สธการรักษา/หนีกลบั คอื ผู้ป่วย
ฉกุ เฉนิ ไม่ยินยอมรับการรักษาหรือหนกี ลับ
6 ในระหวา่ งอยู่ในโรงพยาบาล
-กลบั ไปตายบ้าน คือ ผู้ปว่ ยฉุกเฉิน
7 อาการทรุดหนกั และญาติขอนากลับบา้ น
-ตามแล้วไม่ทราบผล คือ คน้ หาประวตั ิ
ของ
ผูป้ ว่ ยฉุกเฉนิ ไม่พบในโรงพยาบาล

(สสาาเเนนาาคคฉู่ ฉู่ บบบั บั )
)

คาสงั่ กองทพั บก
ท่ี ๒๒๔๘/๒๕๖๑
เรอ่ื ง ชี้แจงการปฏบิ ตั ิการสุขาภบิ าลในทต่ี ้ังปกติ
-----------------------------------
เพ่ือให้การสุขาภิบาลของหน่วยทหารในกองทัพบก มีความเป็ นระเบียบ
เรียบร้อย ทนั สมยั ต่อสภาพแวดล้อม และเพ่ือให้กาลังพลและครอบครวั มีสุขภาพร่างกาย
แขง็ แรงและจติ ใจท่ดี ี จึงให้ยกเลิก คาสงั่ กองทพั บก ท่ี ๑๖๗/๒๕๔๘ ลง ๒๒ ม.ี ค.๔๘ เร่อื ง
ชแ้ี จงการปฏบิ ตั กิ ารสขุ าภบิ าลในทต่ี งั้ ปกติ และใหห้ น่วยทหาร ดาเนินการสขุ าภบิ าลในทต่ี งั้ ปกติ
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. การสขุ าภิบาลทหาร
การสุขาภบิ าล คอื วธิ กี ารทก่ี องทพั จะผดุงรกั ษาไวซ้ ่งึ สุขภาพอนั สมบูรณ์ของ
ทหาร และ ป้องกนั การแพร่ระบาดของโรค เพ่อื ใหม้ กี าลงั พลมคี วามแขง็ แรงทงั้ ทางร่างกาย
และจติ ใจ พรอ้ มทจ่ี ะปฏบิ ตั หิ น้าทห่ี รอื ทาการสรู้ บไดม้ ากทส่ี ดุ
ข. หน้าที่รบั ผิดชอบ

524

๑. ผบู้ งั คบั หน่วย เป็นผรู้ บั ผดิ ชอบโดยตรงในการจดั การสขุ าภบิ าลในหน่วย
และกาหนดเขตพรอ้ มแบ่งมอบความรบั ผดิ ชอบใหห้ น่วยขน้ึ ตรง โดยการแนะนาจากเจา้ หน้าท่ี
เหลา่ ทหารแพทยข์ องหน่วย

๒. ทหารทุกชนั้ ยศจะตอ้ งไดร้ บั การอบรมใหร้ ู้ถงึ หลกั การสุขาภบิ าล และมี
หน้าทป่ี ฏบิ ตั ใิ หถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑท์ ก่ี าหนดไวอ้ ยา่ งเครง่ ครดั

๓. ผบู้ งั คบั บญั ชาทหารทุกระดบั ชนั้ ตอ้ งใหค้ วามรว่ มมอื กบั เจา้ หน้าท่เี หล่า
ทหารแพทย์ ทาการอบรมช้แี จงใหท้ หารทุกนายในความบงั คบั บญั ชาของตน ให้มคี วามรูแ้ ละ
เขา้ ใจ เรอ่ื ง การสขุ าภบิ าลในหน่วยและสขุ ศาสตรส์ ว่ นบุคคลพรอ้ มทงั้ กากบั ดแู ลควบคุมใหท้ หาร
ปฏบิ ตั ติ าม อยา่ งเครง่ ครดั

๔. ผูบ้ งั คบั หน่วยแพทย์ มหี น้าท่จี ดั ทาและเสนอแผนการปฏบิ ตั งิ าน ใหผ้ ู้
บงั คบั หน่วยทหาร พรอ้ มทงั้ ใหค้ าแนะนา เร่อื ง การสขุ าภบิ าลในหน่วย ไดแ้ ก่ การตรวจคณุ ภาพ
น้าอุปโภคและบรโิ ภค วธิ กี ารกาจดั ขยะและสง่ิ ปฏิกูล การป้องกนั และควบคุมโรค การปลูก
ภูมคิ ุม้ กนั โรค การอบรมสุขศาสตรส์ ่วนบุคคล การกาจดั หนูและแมลงพาหะนาโรค แนะนาใน
เร่อื งการออกคาสงั่ หรอื ระเบยี บการสุขาภบิ าล และ เป็นผตู้ รวจพรอ้ มทงั้ รายงานผลให้ ผบู้ งั คบั
หน่วยทหารทราบทกุ ครงั้ หากทม่ี ขี อ้ บกพรอ่ งตอ้ งรบี แกไ้ ขทนั ที

๕. เจา้ หน้าทเ่ี หล่าทหารพลาธกิ ารของหน่วย มหี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบ การเลย้ี งดู
ทหารการอบรมเจา้ หน้าท่ีสูทกรรม การซกั รดี การกาจดั เหา และการแจกจ่ายสงิ่ อุปกรณ์ เช่น
เครอ่ื งแต่งกาย รองเทา้ ถุงเทา้ เครอ่ื งนอนใหเ้ พยี งพอแก่กาลงั พลของหน่วย

๖. เจา้ หน้าทเ่ี หล่าทหารช่าง หรอื เจา้ หน้าทเ่ี หล่าทหารยุทธโยธาของหน่วย
มหี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบดาเนินการก่อสรา้ ง ซ่อมแซม สานักงาน อาคารโรงนอน สว้ ม หอ้ งอาบน้า
หอ้ งสว้ ม โรงเลย้ี ง โรงประกอบอาหาร และระบบสาธารณูปโภคเชน่ ไฟฟ้า ประปา ของหน่วยให้
ถกู ตอ้ งตามหลกั สขุ ลกั ษณะของกระทรวงสาธารณสขุ

ค. แนวทางปฏิบตั ิ
ทีต่ ้ังหน่วยและสถานท่ีราชการ
ก. ผูบ้ งั คบั หน่วยทหาร ต้องแบ่งเขตสุขาภบิ าลในท่ตี งั้ หน่วย ใหห้ น่วยขน้ึ

ตรงเพอ่ื รบั ผดิ ชอบในการดแู ลรกั ษาความสะอาดพน้ื ทใ่ี หเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย
ข. สารวจพน้ื ทพ่ี รอ้ มจดั การถม และทาทางระบายน้าภายในบรเิ วณทต่ี งั้

ของหน่วย เพ่อื ไม่ให้มนี ้าขงั ก่อใหเ้ กดิ ความสกปรก เป็นแหล่งเพาะพนั ธย์ ุงและแมลงพาหะนา
โรคต่างๆได้

ค. การกาจดั ขยะ มรี ายละเอยี ดการดาเนินการดงั น้ี .-
๑) จดั ใหม้ กี ารคดั แยกประเภทขยะใส่ถงั ทม่ี ฝี าปิดมดิ ชดิ พรอ้ มเขยี น

ป้ายบอกชนิดของขยะ

525

๑.๑ ขยะเปียก หรือ ขยะย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหารและ
พชื ผกั ทเ่ี หลอื จากการรบั ประทานและการประกอบอาหาร สามารถนาไปหมกั ทาป๋ ุยได้ ใหท้ ง้ิ
หรอื รวบรวมในถงั ขยะสีเขียว

๑.๒ ขยะแห้ง หรอื ขยะทวั่ ไป เป็นขยะท่ีย่อยสลายยากและไม่
คุม้ ค่าในการนาไปรไี ซเคลิ เช่น ซองบะหมส่ี าเรจ็ รูป เปลอื กลูกอม ถุงขนม ถุงพลาสตกิ ใหท้ ง้ิ
หรอื รวบรวมในถงั ขยะสีน้าเงิน

๑.๓ ขยะรีไซเคิล หรือวัสดุเหลือใช้ซ่ึงสามารถนากลับมาใช้
ประโยชน์ใหมไ่ ด้ เชน่ แกว้ กระดาษ เศษพลาสตกิ กล่องเครอ่ื งด่มื แบบ UHT กระป๋ องเคร่อื งด่มื
เศษโลหะ อะลมู เิ นียม ยางรถยนต์ เป็นตน้ ใหท้ ง้ิ หรอื รวบรวมในถงั ขยะสีเหลือง

๑.๔ ขยะพษิ หรอื ขยะอนั ตราย คอื ขยะทม่ี อี งคป์ ระกอบหรอื ปนเป้ือนวตั ถุ
อนั ตราย ต่างๆ ซง่ึ ไดแ้ ก่ วตั ถุระเบดิ วตั ถุไวไฟ วตั ถุออกซไิ ดซ์ วตั ถุมพี ษิ วตั ถุท่ีทาใหเ้ กดิ โรค
วตั ถุกมั มนั ตรงั สี วตั ถุทท่ี าใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธกุ รรม วตั ถุกดั กรอ่ น วตั ถุทก่ี ่อใหเ้ กดิ
การระคายเคอื ง วตั ถุอย่างอ่นื ไม่ว่าจะเป็นเคมภี ณั ฑ์หรอื สง่ิ อ่นื ใดท่อี าจทาให้เกดิ อนั ตรายแก่
มนุษย์ สตั ว์ พชื ทรพั ย์สนิ หรอื สงิ่ แวดล้อมเช่น ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอร่ี
โทรศพั ทเ์ คล่อื นท่ี ภาชนะบรรจุสารกาจดั ศตั รพู ชื กระป๋ องสเปรยบ์ รรจุสหี รอื สารเคมี หรอื ขยะ
ปนเป้ือนเชอ้ื โรคในโรงพยาบาล เป็นตน้ ใหท้ ง้ิ หรอื รวบรวมในถงั ขยะสีแดง

๒) ใชร้ ถเกบ็ ขยะของหน่วย หรอื รถเกบ็ ขยะของเขต/เทศบาล และนาไป
ทง้ิ ทกุ วนั

๓) นาไปขายหรอื ใชเ้ ป็นอาหารเลย้ี งสตั ว์
๔) นาไปฝังหรอื ทาป๋ ุย
๕) หา้ มเผาขยะโดยเดด็ ขาดเพราะจะทาใหเ้ กดิ ปัญหามลภาวะเป็นพษิ
ในอากาศ
๖) การกาจดั หรอื ดาเนินการต่อขยะใช้ หลกั ๕ R ดงั น้ี

๖.๑ Reduce คอื การลดปรมิ าณขยะ โดยลดการใชผ้ ลติ ภณั ฑท์ ่มี ี
บรรจภุ ณั ฑส์ น้ิ เปลอื ง

๖.๒ Reuse คอื การนากลบั มาใชซ้ ้า เช่น ถุงหหู ว้ิ กล่องกระดาษ
กระดาษพมิ พ์ หน้าหลงั ขวดแกว้ เป็นตน้

๖.๓ Repair คอื การซอ่ มแซมแกไ้ ขสงิ่ ต่างๆ ใหส้ ามารถใชง้ านต่อได้
๖.๔ Reject คอื การหลกี เลย่ี งการใชส้ งิ่ ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ
๖.๕ Recycle คือ แปรสภาพและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ โดย
นาไปผา่ นกระบวนการผลติ ใหมอ่ กี ครงั้
๗) ภาชนะรองรบั ขยะ ควรมมี าตรฐานดงั ต่อไปน้ี

526

๗.๑ ไมม่ สี ว่ นประกอบสารพษิ (toxic substances) หากจาเป็นควร
ใชส้ ารเตมิ แต่ง ในปรมิ าณทน่ี ้อยและไมอ่ ยใู่ นเกณฑท์ เ่ี ป็นอนั ตรายต่อผบู้ รโิ ภค

๗.๒ มคี วามทนทานแขง็ แรงตามมาตรฐานสากล
๗.๓ มขี นาดพอเหมาะสมมคี วามจุเพยี งพอต่อปรมิ าณขยะมลู ฝอย
สะดวกต่อการถ่ายเทขยะมลู ฝอยและการทาความสะอาด
๗.๔ สามารถป้องกนั แมลงวนั หนู แมว สุนัข และสตั วอ์ ่นื ๆ มใิ ห้
สมั ผสั หรอื คยุ้ เขย่ี ขยะมลู ฝอยได้
๗.๕ จดั เวรดแู ลทาความสะอาดเขตสุขาภบิ าลในบรเิ วณทต่ี งั้ หน่วย
ทุกวนั
๗.๖ จดั เวรตรวจความสะอาดความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยของเขต
สขุ าภบิ าลในบรเิ วณทต่ี งั้ หน่วยพรอ้ มทงั้ รายงานผลการตรวจให้ ผบ.หน่วย ทราบทกุ วนั
ง. แสงสวา่ ง
๑) ต้องจดั ให้มคี วามสว่างของแสงมากเพยี งพอ และทวั่ ถึงสามารถ
มองเหน็ ตวั อกั ษร ช้นิ งานและสง่ิ ของภายในหอ้ งไดอ้ ย่างชดั เจน โดยมเี กณฑม์ าตรฐานความ
สว่าง ตามกฎกระทรวงแรงงานเร่อื ง การกาหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การดา้ น
ความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มจากการทางานเกย่ี วกบั ความรอ้ น แสง และ
เสยี ง พ.ศ. ๒๕๔๙ ตามตารางท่ี ๑ และ ๒
๒) บรเิ วณใดท่มี แี สงสว่างมาก จะต้องจดั ให้มฉี ากกนั้ หรอื แผ่นฟิล์ม
กรองแสงทไ่ี ดม้ าตรฐานเหมาะสมและเพยี งพอ เพ่อื ป้องกนั มใิ หแ้ สงตรงหรอื แสงสะทอ้ นจากดวง
อาทติ ย์หรอื แสงจากหลอดไฟฟ้าท่มี แี สงจา้ ส่องเขา้ นัยน์ตาโดยตรงในขณะทางาน ซ่งึ จะทาให้
การทางานมคี ณุ ภาพและลดปัญหาดา้ นสายตาและอุบตั เิ หตุของผทู้ ป่ี ฏบิ ตั งิ านได้
๓) บรเิ วณใดทม่ี แี สงสว่างไมเ่ พยี งพอ จะตอ้ งจดั ใหม้ แี สงสว่างเพยี งพอ
ใหด้ าเนินการเพมิ่ ความสว่างของสถานทท่ี างาน โดยวธิ กี ารต่างๆ เช่นตดิ ดวงไฟเพม่ิ เตมิ หรอื
ตดิ ตงั้ ดวงไฟเฉพาะจุดทม่ี กี ารทางาน เปิดไฟเม่อื การทางานนัน้ ต้องการแสงสว่างทเ่ี ป็นพเิ ศษ
เช่น งานเยบ็ ผา้ เยบ็ หนัง และปิดไฟเม่อื ไม่ใชง้ าน หรอื ลดระดบั ความสงู ของดวงไฟลงมาอย่ใู น
ระยะท่ีสามารถให้ปริมาณแสงสว่างเพียงพอ หรือใช้โคมไฟท่ีทาด้วยสีเงินหรือสีขาว ซ่ึงมี
ประสิทธิภาพในการสะท้อนแสงได้ดี ช่วยเพ่ิมแสงสว่างในบริเวณการทางาน หรือเปล่ียน
ตาแหน่งการทางานไมใ่ หอ้ ยใู่ นตาแหน่งทม่ี เี งา หรอื เกดิ เงาจากตวั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน หรอื ใชแ้ สงสวา่ ง
จากธรรมชาติช่วยในการเพม่ิ แสงสว่าง หรอื สขี องผนังเฝ้าเพดานท่มี สี อี ่อนจะสะท้อนแสงได้
ดกี วา่ สมี ดื ทบึ และทาความสะอาดดวงไฟ ผนงั เพดาน และพน้ื ทบ่ี รเิ วณทม่ี ผี ลกระทบทาใหแ้ สง
สวา่ งลดลง

527

ตารางท่ี ๑

มาตรฐานค่าเฉล่ยี ความเขม้ ของแสงสว่าง ณ บรเิ วณพนื้ ทที่ ัว่ ไป

ประเภท อาคาร/พน้ื ท่ี ความเข้มของแสง
อุตสาหกรรม สวา่ ง (ลักซ์)

ทางเข้า

- ทางเข้าหอ้ งโถง หรือหอ้ งพกั รอ ๒๐๐

- บรเิ วณโตะ๊ ประชาสัมพันธ์ หรอื โตะ๊ ติดต่อ ๔๐๐

ลูกค้า ๕๐

- ประตูทางเขา้ ใหญ่ของสถานประกอบกิจการ ๑๐๐

- ป้อมยาม

พนื้ ทีส่ ัญจร ๒๐

- ทางเดนิ ในพื้นท่ีสัญจรเบาบาง ๕๐

- ทางเดนิ ในพื้นทีส่ ญั จรหนาแน่น ๕๐

- บันได

ห้องฝกึ อบรมและห้องบรรยาย ๔๐๐

- พ้ืนทีท่ ว่ั ไป

ห้องคอมพิวเตอร์ ๓๐๐

- บริเวณทวั่ ไป

หอ้ งประชมุ

528

งานธรุ การ ๓๐๐
- ห้องถา่ ยเอกสาร ๑๐๐
- ห้องนิรภยั
โรงอาหาร ๒๐๐
- พนื้ ทที่ ่วั ไป ๓๐๐
- บรเิ วณโตะ๊ เกบ็ เงิน
โรงซักรีด ๑๐๐
- บรเิ วณห้องอบหรือหอ้ งทาใหแ้ ห้ง
หอ้ งครัว ๒๐๐
- พ้ืนทท่ี ั่วไป ๓๐๐
- บริเวณทีป่ รงุ อาหารและที่ทาความสะอาด

ตารางที่ 2

มาตรฐานเทยี บเคียงความเขม้ ของแสงสวา่ ง ณ ที่ที่ใหล้ ูกจ้างคนใดคนหนึ่งทางาน

การใช้สายตา ความเข้มของแสงสวา่ ง ตวั อยา่ ง

ตามลกั ษณะงาน (ลักซ์)

งานละเอียดสงู มากเปน็ ๒,๔๐๐ หรอื มากกวา่ - การตรวจสอบชิ้นงานทม่ี ีขนาดเล็ก (เช่น

พิเศษ เครอื่ งมือทม่ี ีขนาดเล็กมาก)

- การทาเคร่อื งประดับและทานาฬิกา

ในกระบวนการทม่ี ขี นาดเลก็

- การถกั ถงุ เทา้ เส้ือผา้ ทมี่ ีสเี ขม้ รวมท้ังการ

ซ่อมแซมสนิ คา้ ทีม่ ีสเี ขม้

งานละเอียดสงู มาก ๑,๖๐๐ - งานละเอียดทตี่ ้องทาบนโต๊ะหรือเคร่อื งจกั ร

เช่น ทาเคร่ืองมือและแม่พมิ พ์ (ขนาดเลก็ กว่า

๒๕ ไมโครเมตร) ตรวจวัด และตรวจสอบ

ชิน้ สว่ นทม่ี ขี นาดเลก็ และช้นิ งานที่มีส่วนประกอบ

ขนาดเลก็

- การซ่อมแซมสินคา้ สงิ่ ทอ สิ่งถักที่มสี อี ่อน

- การตรวจสอบและตกแตง่ ชน้ิ ส่วนของสนิ ค้า

สิง่ ทอ ส่ิงถักท่มี สี ีเขม้

- การวัดระยะความยาวข้นั สุดท้าย

งานละเอยี ดสงู ๑,๒๐๐ - การตรวจสอบการตดั เยบ็ เสื้อผา้ ดว้ ยมอื

- การตรวจสอบและการตกแตง่ ช้ินส่วนสินค้า

529

งานละเอียดสงู ส่งิ ทอ สงิ่ ถัก หรอื เสอ้ื ผา้ ทม่ี สี ีออ่ นข้นั สุดทา้ ย
งานละเอยี ดปานกลาง ดว้ ยมอื
งานละเอยี ดน้อย - การแบ่งเกรดและเทียบสีของหนงั ท่ีมีสเี ขม้
- การเทียบสีในงานยอ้ มผา้
งานละเอียดนอ้ ย
๘๐๐ - การระบายสี พน่ สี และตกแต่งชน้ิ งานท่ี
ละเอียดมากเป็นพเิ ศษ
- การเทียบสีทรี่ ะบายชิ้นงาน - งานย้อมสี
- งานละเอยี ดท่ที าบนโต๊ะและทเี่ ครอื่ งจกั ร
(ขนาดเลก็ ถึง ๒๕ ไมโครเมตร) การตรวจสอบ
งานละเอยี ด (เช่น ตรวจ ปรับความถกู ตอ้ ง
ของสเกล กลไก และเคร่ืองมอื ทีต่ อ้ งการความ
ถกู ตอ้ งเที่ยงตรง)

๖๐๐ - การทางานสานกั งานท่มี สี ตี ดิ กนั นอ้ ย
- งานวาดภาพหรอื เขียนแบบระบายสี พน่ สแี ละ
ตกแต่งสีงานท่ลี ะเอียด
- งานพสิ จู นอ์ ักษร
- การตรวจสอบขน้ั สุดท้ายในโรงงานผลิตรถยนตฺ
- งานบันทกึ ขอ้ มลู ทางจอภาพ

๔๐๐ - งานขนาดปานกลางท่ีทาทโ่ี ต๊ะหรือเครือ่ งจักร
(มีขนาดเลก็ ถึง ๑๒๕ ไมโครเมตร)
- งานประจาในสานกั งาน เช่น การพมิ พ์
การจัดเกบ็ แฟ้ม หรือการเขยี น
- การตรวจสอบงานที่มีขนาดปานกลาง
(เช่น เกจทางานหรอื ไม่ เคร่ืองโทรศพั ท์)
- การประกอบรถยนตแ์ ละตัวถัง
- การทางานไมอ้ ย่างละเอยี ดบนโตะ๊ หรอื
ที่เครอ่ื งจักร
- การประดิษฐห์ รือแบ่งขนาดโครงสรา้ งเหลก็
- งานสอบถาม หรืองานประชาสัมพันธ์

๓๐๐ - การเขยี นหรอื อ่านกระดานดาหรือแผน่ ชารท์
ในหอ้ งเรียน
- งานรบั และจา่ ยเสือ้ ผา้
- งานร้านขายยา
- การทางานไม้ชิ้นงานขนาดปานกลางซ่งึ ทาที่
โต๊ะหรือเคร่ืองจักร
- งานบรรจนุ า้ ลงขวดหรอื กระปอ๋ ง

530

งานละเอยี ดน้อยมาก - งานทากาว เจาะรูและเย็บเลม่ หนงั สอื
- งานเตรียมอาหาร ปรุงอาหาร และล้างจาน

๒๐๐ - งานหยาบท่ที าทโี่ ต๊ะหรอื เครอื่ งจักร (ขนาด
ใหญ่ ต้นฉบบั กวา่ ๗๕๐ ไมโครเมตร) การ
ตรวจงานหยาบดว้ ยสายตา การนับ หรอื การ
ตรวจเช็คสิ่งของท่ีมีขนาดใหญ่ในห้องเกบ็ ของ

จ. ความรอ้ น
1) งานเบา หมายความว่า ลกั ษณะงานท่ใี ชแ้ รงน้อย ใช้กาลงั ทางาน

เกดิ การเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่เกิน ๒๐๐ กิโลกรมั แคเลอร่ตี ่อชวั่ โมง เช่น งานเขยี น
หนังสอื งานพมิ พด์ ดี งานบนั ทกึ ขอ้ มูล งานนัง่ ตรวจสอบขอ้ มูล งานประกอบช้นิ งานขนาดเลก็
การยนื คุมงาน หรอื งานอ่นื ๆทเ่ี ทยี บเคยี งไดก้ บั งานดงั กล่าว ค่าอุณหภุมกิ ระเปาะเปียก ไม่ต่า
กวา่ ๓๔ องศาเซลเซยี ส

2) งานปานกลาง หมายความว่า ลกั ษณะงานท่ใี ช้แรงปานกลาง ใช้
กาลงั ทางานเกดิ การเผาผลาญอาหารในรา่ งกายเกนิ ๒๐๐ กโิ ลกรมั แคเลอรต่ี ่อชวั่ โมง ถงึ ๓๕๐
กโิ ลกรมั แคเลอรต่ี ่อชวั่ โมง เช่น งานยก ลาก ดนั หรอื เคล่อื นยา้ ยสง่ิ ของดว้ ยแรงปานกลาง งาน
ตอกตะปู งานตะไบ งานขบั รถ หรอื งานอ่นื ทเ่ี ทยี บเคยี งไดก้ บั งานดงั กล่าว คา่ อณุ หภูมกิ ระเปาะ
เปียก ไมต่ ่ากวา่ ๓๒ องศาเซลเซยี ส

3) งานหนัก หมายความว่า ลกั ษณะงานทใ่ี ชแ้ รงมาก ใชก้ าลงั ทางาน
เกดิ การเผาผลาญอาหารในรา่ งกายเกนิ ๓๕๐ กโิ ลกรมั แคเลอรต่ี ่อชวั่ โมง เช่น งานทใ่ี ชพ้ ลวั่ หรอื
เสียมขุดตัก งานเล่ือยไม้ งานเจาะไม้เน้ือแข็ง งานทุบโดยใช้ฆ้อนขนาดใหญ่ งานยกหรือ
เคล่ือนย้ายของหนักข้นึ ท่ีสูงหรือ ท่ีลาดชนั หรืองานอ่ืนท่ีเทียบเคียงได้กบั งานดงั กล่าว ค่า
อณุ หภมู กิ ระเปาะเปียก ไมต่ ่ากวา่ ๓๐ องศาเซลเซยี ส

ฉ. เสยี ง
๑) ระยะเวลาการทางาน (๘ ชม.) ไมเ่ กนิ ๙๐ เดซเิ บล
๒) ระยะเวลาการทางาน (๑๒ ชม.) ไมเ่ กนิ ๘๗ เดซเิ บล

๓) ในกรณสี ถานทท่ี างานใด ทม่ี รี ะดบั เสยี งทก่ี าลงั พลไดร้ บั ตลอด ๘ ชวั่ โมง การทางาน
เกนิ ๘๕ เดซเิ บล จะตอ้ งจดั ใหม้ โี ครงการอนุรกั ษก์ ารไดย้ นิ ในสถานทท่ี างานนนั้

ช. ต้องกวดขนั ทหารในการรกั ษาความสะอาดเรียบร้อยของท่ีพกั และ
หอ้ งนอนทุกวนั

ซ. การบริการน้า วนั หน่ึงทหารคนหน่ึงต้องการน้าสาหรบั อุปโภคและ
บรโิ ภคโดยเฉลย่ี ประมาณ ๙๑–๑๘๒ ลติ ร เพ่อื ใช้ ด่มื อาบ ซกั เสอ้ื ผา้ น้าสาหรบั ใชค้ วรเป็นน้าท่ี

531

สะอาดท่สี ุดไม่ควรใช้น้าจากแม่น้า ลาคลองมาใช้เป็นน้าบรโิ ภค ควรใช้น้าประปาท่ที าความ
สะอาดเรยี บรอ้ ยแลว้

ฌ. โรงเลย้ี งและโรงประกอบอาหาร
๑) เจา้ หน้าทโ่ี รงเลย้ี งและโรงประกอบอาหาร ตอ้ งผา่ นการตรวจสขุ ภาพ

จากแพทยท์ ุก ๖ เดอื น และรบั รองผลว่าไมเ่ ป็นพาหะของโรคตดิ ต่อทางเดนิ อาหาร เช่น อุจาระ
ล่วง บดิ ไทฟอยด์ และ โรคทางระบบหายใจ เช่น หวดั วณั โรค ตบั อกั เสบชนิดเอ ตรวจการ
มองเหน็ จะต้องไม่พบสายตาผดิ ปกติ หากมสี ายตาผดิ ปกตจิ ะต้องไดร้ บั การแก้ไข โดยใชแ้ ว่น
สายตา หรอื คอนแทค็ เลนส์ ตรวจการไดย้ นิ จะตอ้ งไมพ่ บภาวการณ์ไดย้ นิ ผดิ ปกติ โดยการไดย้ นิ
จะต้องไม่ต่ากว่า 55 เดซิเบลของหูแต่ละขา้ ง ตรวจผวิ หนัง ไม่พบการติดเช้อื ราหรอื ผวิ หนัง
อกั เสบ เป็นตน้ หากตรวจพบจะตอ้ งสงั่ ใหห้ ยดุ ทางานทนั ทแี ละรบี สง่ ใหแ้ พทย์ ตรวจรกั ษา โดย
หวั หน้าโรงเลย้ี งตอ้ งคอยสงั เกตการเจบ็ ป่วยเจา้ หน้าทข่ี องตนทกุ วนั

๒) เจา้ หน้าท่ปี ระกอบอาหารทุกคนต้องมสี ุขภาพและสุขศาสตร์ส่วน
บุคคลทด่ี ี

๓) อาหารและน้าอุปโภคและบริโภคทุกชนิด ก่อนรบั เข้าโรงเล้ียง
จะตอ้ งผา่ นการตรวจคุณภาพความสะอาดตามก่อนทุกครงั้

๔) จดั ใหม้ อี ่างน้าและสบ่ลู า้ งมอื กอ่ นรบั ประทานอาหารอยา่ งเพยี งพอ
๕) จดั ใหม้ ภี าชนะหรอื หมอ้ ตม้ น้าทอ่ี ุณหภมู ิ ๗๐ - ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
สาหรบั จุ่มชอ้ นและซอ้ ม ประมาณ ๓๐ วนิ าที เพ่อื ฆ่าเชอ้ื โรค และลา้ งทาความสะอาดเม่อื เสรจ็
สน้ิ การรบั ประทานทกุ วนั และจดั เกบ็ ในภาชนะทม่ี ฝี าปิดภายหลงั จากการลา้ งทาความสะอาด
๖) ควบคุมการรกั ษาความสะอาดของโรงเลย้ี ง และโรงประกอบอาหาร
ใหเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยอยเู่ สมอ
๗) จดั เวรทาความสะอาดโรงเลย้ี ง โรงประกอบอาหาร โต๊ะรบั ประทาน
อาหาร โต๊ะทใ่ี ชป้ ระกอบอาหารและพน้ื ควรกวาดเชด็ ถกู ภายหลงั จากใชง้ านทุกวนั
๘) ภาชนะเครอ่ื งใชป้ ระกอบและรบั ประทานอาหาร หลงั จากการใชง้ าน
แลว้ ตอ้ งลา้ งใหส้ ะอาดและนามาแช่ผา่ นน้ารอ้ นกอ่ นขน้ึ ตากใหแ้ หง้ โดยมมี งุ้ ลวดป้องกนั แมลงวนั
ทุกครงั้
๙) จดั ให้มถี งั ขยะท่มี ฝี าปิดมดิ ชดิ สาหรบั ท้งิ เศษอาหาร ให้เพยี งพอ
แก่ความตอ้ งการและนาไปเลย้ี งสตั ว์ ฝัง หรอื รถเกบ็ ขยะ
๑๐) น้าลา้ งผกั อาหารและภาชนะเคร่อื งใช้ ใหร้ ะบายผ่านบ่อดกั ไขมนั
และทง้ิ พรอ้ มทงั้ ทาความสะอาดทุกครงั้ หลงั การทางาน
๑๑) บรเิ วณท่ีประกอบอาหารจะต้องสะอาดมีสภาพดี วสั ดุอุปกรณ์
ต่างๆ ต้องจดั วางเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยและเป็นสดั ส่วน ไม่มคี ราบสกปรกและหยากไย่ มแี สง
สว่างเพยี งพอ มแี สงแดดสอ่ งถงึ หา่ งไกลจากแหล่งของความสกปรก พน้ื ผนงั เพดาน ทาดว้ ย

532

วสั ดุท่ที าความสะอาดง่ายเรยี บ โดยโต๊ะเตรยี ม ปรุงอาหารสูงจากพน้ื อย่างน้อย ๖๐ ซม. และ
ผนงั บรเิ วณเตาไฟ ทาดว้ ยวสั ดทุ เ่ี รยี บทาความสะอาดงา่ ย

๑๒) อาหาร น้าด่มื ต้องบรรจุอยู่ในภาชนะท่ปี ิดสนิท อาหารต้องสด
สะอาดมคี ุณภาพดอี าหารทแ่ี ช่ในตูเ้ ยน็ หรอื หอ้ งเยน็ ตอ้ งแยกเป็นสดั สว่ นตามประเภทของอาหาร
ไม่ใหป้ ะปนกนั อาหารท่ปี รุง สาเรจ็ แล้ว ต้องรบี ออกมารบั ประทานโดยเรว็ และต้องมฝี ากาปิด
มดิ ชดิ สามารถป้องกนั ฝ่นุ ละออง แมลงและ การปนเป้ือนได้ การเตรยี มเครอ่ื งด่มื น้าผลไม้ ตอ้ ง
ใชน้ ้าสะอาดผา่ นการฆา่ เชอ้ื โรค ตอ้ งมกี ารสมุ่ ตรวจตวั อยา่ งอาหารทป่ี รงุ เสรจ็ แลว้

๑๓) ภาชนะและอปุ กรณ์ ทกุ ชนิดตอ้ งทาดว้ ยวสั ดุทไ่ี มเ่ ป็นอนั ตรายและ
มีรูปแบบท่ีทาความสะอาดได้ง่ายต้องมีการตรวจสอบความสะอาดตามมาตรฐา น
กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ภาชนะสาหรบั ทหารทป่ี ่ วยดว้ ยโรคตดิ ต่อทส่ี ามารถแพร่เชอ้ื โรคได้
ทางเสมหะ น้าลาย น้ามกู ตอ้ งแยกลา้ งโดยเฉพาะ โดยไมล่ า้ งปะปนกบั ภาชนะใสอ่ าหารกบั ทหาร
ทวั่ ไป อ่างลา้ งภาชนะต้องสูงจากพน้ื อย่างน้อย ๖๐ ซม. เขยี งทใ่ี ชห้ นั่ อาหารต้องไม่แตกรา้ วหรอื
เป็นรอ่ ง และไมม่ เี ชอ้ื ราคราบสกปรกทฝ่ี ังแน่น แยกใชต้ ามประเภทของอาหารไมป่ ะปนกนั สารเคมี
หรอื วสั ดุทเ่ี ป็นอนั ตราย ควรแยกเกบ็ ใหเ้ ป็นสดั สว่ น และเขยี นป้ายบอกอยา่ งชดั เจน

ญ. สว้ ม
๑) ตอ้ งเป็นสว้ มชกั โครก
๒) จดั ใหม้ เี วรทาความสะอาดทุกวนั
๓) ตอ้ งมนี ้าและภาชนะสาหรบั ตกั เพอ่ื ราดสว้ ม
๔) ควบคุมและกวดขนั ใหท้ หารรกั ษาความสะอาดสว้ ม โดยราดน้าสว้ ม

และลา้ งมอื ใหส้ ะอาดทุกครงั้ หลงั การขบั ถา่ ย
๕) กระดาษชาระต้องมีถงั ขยะท่มี ฝี าปิดมดิ ชดิ และนาไปท้งิ พรอ้ มทา

ความสะอาด ทกุ วนั
๖) สดั สว่ นของหอ้ งสว้ ม จะตอ้ งใชเ้ กณฑพ์ จิ ารณาดงั ต่อไปน้ี
๖.๑ สถานทท่ี างานทหารไม่เกนิ ๑๕ นาย จะต้องมหี อ้ งน้าสะอาด

และสว้ มไมน่ ้อยกวา่ อยา่ งละ ๑ ท่ี
๖.๒ สถานทท่ี างานทม่ี ที หารไมน่ ้อยกว่า ๔๐ นาย จะตอ้ งมหี อ้ งน้า

สะอาดไมน่ ้อยกวา่ ๑ ท่ี และสว้ มไมน่ ้อยกว่า ๒ ท่ี
๖.๓ สถานท่ที างานท่มี ที หารไม่เกนิ ๘๐ นาย จะต้องมหี อ้ งน้าไม่

น้อยกวา่ ๑ ท่ี และสว้ มไมน่ ้อยกวา่ ๓ ท่ี
๖.๔ สถานทท่ี างานทม่ี ที หาร เกนิ ๘๐ นาย ขน้ึ ไปหอ้ งน้าและสว้ ม

เพม่ิ ขน้ึ อยา่ งละ ๑ ทส่ี าหรบั ทหารทุกๆ ๕๐ นาย เศษของ ๕๐ ถา้ เกนิ ๒๕ นาย ถอื เป็น ๕๐

533

๖.๕ สถานท่ที างานท่มี ที หารทงั้ ชายและหญิง ต้องมหี ้องน้าและ
สว้ มสาหรบั ผหู้ ญงิ แยกไวเ้ ฉพาะ ตามสมควร สว้ มตอ้ งจดั ใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะและใหม้ กี ระดาษชาระ
หรอื น้าไวส้ าหรบั เชด็ ลา้ ง

๖.๖ จะตอ้ งมชี อ่ งระบายอากาศไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละสบิ ของพน้ื ทห่ี อ้ ง
หรอื มพี ดั ลมระบายอากาศอยา่ งเพยี งพอ

๖.๗ ในกรณีท่หี ้องน้าและห้องส้วมรวมอยู่ในห้องเดยี วกันต้องมี
ขนาดพน้ื ทภ่ี ายในของหอ้ งไมน่ ้อยกวา่ ๑.๕๐ ตารางเมตร แต่ถา้ หอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มแยกกนั ตอ้ ง
มขี นาดพน้ื ทภ่ี ายในของแต่ละหอ้ งไมน่ ้อยกวา่ ๐.๙๐ ตารางเมตรและมคี วามกวา้ งภายในไม่น้อย
กวา่ ๙๐ เซนตเิ มตร

ฎ. ทถ่ี า่ ยปัสสาวะ
๑) จดั ใหม้ เี วรทาความสะอาดทุกวนั
๒) หา้ มทง้ิ เศษขยะ หรอื กน้ บหุ ร่ี ลงในโถปัสสาวะ
๓) ท่ปี ัสสาวะต้องมรี ะบบดกั กลน่ิ และเป็นแบบใช้น้าชาระลงสู่ระบบ

กาจดั สงิ่ ปฏกิ ลู
ฏ. ทล่ี า้ งหน้าและทอ่ี าบน้า
๑) จดั ท่ลี ้างหน้าใหเ้ พยี งพอต่อความต้องการของจานวนทหารและมี

ทางระบายน้าโดยรอบ
๒) สรา้ งทอ่ี าบน้าใหเ้ พยี งพอต่อความตอ้ งของจานวนทหารและมที าง

ระบายน้าโดยรอบ
ฐ. ครวั และทเ่ี กบ็ ของ จดั ใหม้ เี วรทาความสะอาดใหเ้ รยี บรอ้ ยทกุ วนั อยา่ ให้

เป็นแหลง่ ทอ่ี าศยั เพาะพนั ธข์ องหนูและแมลงพาหะนาโรคได้
ฑ. การป้องกนั อคั คภี ยั
๑) ตวั อาคารจะตอ้ งออกแบบใหป้ ้องกนั ไฟเบอ้ื งต้นได้ และจะตอ้ งไม่มี

สงิ่ ของหรอื อุปกรณ์กดี ขวางทางหนีไฟ การจดั ระเบยี บสานกั งานหรอื ทท่ี างานจะตอ้ งปลอดภยั มี
ทางออกเพยี งพอเมอ่ื เกดิ เพลงิ ไหม้

๒) มที างฉุกเฉินตดิ เคร่อื งหมาย (ลูกศร) และมแี ผนผงั แสดงทต่ี งั้ เคร่อื ง
ดบั เพลงิ และตอ้ งตรวจตรา ใหพ้ รอ้ มใชอ้ ยเู่ สมอรวมถงึ มผี งั แสดงแผนการดาเนินการเมอ่ื เกดิ
อคั คภี ยั ใหเ้ หน็ ชดั เจน

๓) ติดตงั้ สญั ญาณไฟไหม้ สาหรบั เตอื นผูท้ ่อี ยู่ภายในหน่วย และถ้า
เป็นไปไดค้ วรตดิ ตงั้ เคร่อื งส่งสญั ญาณแจง้ ไปยงั หน่วยดบั เพลงิ ของเทศบาล หรอื สถานีตารวจท่ี
อยใู่ กลท้ ส่ี ดุ ดว้ ย

๔) มกี ารซกั ซอ้ มแผนอคั คภี ยั อยา่ งสม่าเสมอ อยา่ งน้อยปีละ ๑ ครงั้

534

ฒ. สุขศาสตร์ส่วนบุคคล การสุขาภิบาลจะมีคุณภาพที่ดีได้ต้องอาศัยความ
รว่ มมือปฏิบตั จิ ากทหารทุกนาย ดังน้ัน ผู้บังคับบัญชาจะต้องกวดขนั ให้ทหารปฏิบตั ิเกย่ี วกบั สขุ ศาสตร์
สว่ นบคุ คลตามหัวขอ้ ตอ่ ไปน้โี ดยเคร่งครดั

๑) อาหาร
๑.๑ รบั ประทานอาหารสุกสะอาดปลอดภัยและด่ืมน้าท่ีบริสุทธิ ์

ปราศจากเชอ้ื โรค เชน่ น้ากลนั่ น้ากรอง หรอื น้าตม้ สุกแลว้
๑.๒ รกั ษาความสะอาดภาชนะเคร่อื งใชใ้ นการรบั ประทานอาหาร

ใหส้ ะอาด
๑.๓ รกั ษาความสะอาด โรงนอน โรงเล้ียง โรงประกอบอาหาร

หอ้ งน้าและหอ้ งสว้ ม
๒) รา่ งกาย
๒.๑ รกั ษาความสะอาดของรา่ งกาย ควรอาบน้าอยา่ งน้อยวนั ละสองครงั้
๒.๒ รกั ษาความสะอาดมอื และเทา้ ควรตดั เลบ็ ใหส้ นั้ ไวเ้ สมอ
๒.๓ รกั ษาความสะอาดศรี ษะและเสน้ ผม ควรตดั ผมสนั้ ใหถ้ ูกตอ้ ง

ตามระเบยี บ
๒.๔ รกั ษาความสะอาดช่องปากและฟัน ควรแปรงฟันอย่างน้อย

วนั ละสองครงั้ เมอ่ื ต่นื นอนและก่อนเขา้ นอน
๒.๕ อย่าออกกาลังและทางานมากเกินไป ผู้บังคับบัญชาต้อง

กากบั ดแู ลไมส่ งั่ ใหฝ้ ึกทหารจนอดิ โรยเกนิ ไป
๓) เครอ่ื งแต่งกาย
๓.๑ ใชเ้ คร่อื งแต่งกายใหเ้ หมาะสมแก่ สภาพอากาศและอยา่ ใหค้ บั

หรอื หลวมจนเกนิ ไป
๓.๒ รกั ษาเสอ้ื ผา้ เครอ่ื งแตง่ กายใหส้ ะอาดโดยซกั รดี เสมอ
๓.๓ ตอ้ งเปลย่ี นและซกั เสอ้ื ใน กางเกงใน และถุงเทา้ ทุกวนั
๓.๔ รองเทา้ ตอ้ งสวมใหพ้ อเหมาะกบั เทา้ ไมค่ บั ไมห่ ลวมเกนิ ไป
๓.๕ ใช้ถุงเท้าท่ีมีขนาดพอเหมาะกับเท้า อย่าให้หนาจนทาให้

รองเทา้ คบั
๔) การพกั ผอ่ น
๔.๑ นอนหลบั ใหเ้ พยี งพออยา่ งน้อยวนั ละ ๘ ชวั่ โมง
๔.๒ ออกกาลงั กายอยา่ งน้อยวนั ละ ๑๕ นาที
๔.๓ จัดให้ทหารได้ผ่อนคลาย โดยจัดกิจกรรม การเล่นกีฬา

มหรสพ ดนตรี ฯลฯ

535

๕) การรกั ษาความสะอาดและความมรี ะเบยี บตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ทหาร
ตอ้ งปฏบิ ตั ใิ หเ้ คยชนิ จนตดิ เป็นนิสยั สรา้ งสุขนิสยั การรกั ษาความสะอาดและพฤตกิ รรม

๕.๑ ล้างมอื ก่อนรบั ประทานอาหารและภายหลงั ออกจากสว้ มทุก
ครงั้

๕.๒ ถ่ายอุจจาระทุกวนั ใหเ้ ป็นเวลาและถ่ายลงในสว้ มและราดน้า
ทุกครงั้

๕.๓ ถา่ ยปัสสาวะทส่ี ว้ มหรอื ทจ่ี ดั ไว้
๕.๔ ทง้ิ ขยะและเศษอาหารลงในถงั ตามทๆ่ี จดั ไว้
๕.๕ ลา้ งมอื และเทา้ กอ่ นนอนทกุ ครงั้
๕.๖ นอนในมงุ้ เป็นเวลาและสวมเสอ้ื ผา้ ใหม้ ดิ ชดิ เวลานอน
๕.๗ อยา่ ใชส้ งิ่ ของรว่ มกนั จดั ใหม้ แี กว้ น้าด่มื อยา่ งเพยี งพอ และทา
ความสะอาดทกุ ครงั้ หลงั การใชง้ าน
๕.๘ ใชผ้ า้ เชด็ หน้าปิดปาก จมกู เวลาไอหรอื จาม
๕.๙ ไมค่ วรเขา้ ไปคลุกคลกี บั ผปู้ ่วยโดยไมจ่ าเป็น และจดั ใหม้ พี น้ื ท่ี
แยกผปู้ ่วยเพอ่ื ป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื สผู่ อู้ น่ื
๕.๑๐ เม่อื รสู้ กึ ว่าร่างกายมอี าการผดิ ปกติ หรอื เรม่ิ ไมส่ บาย ใหร้ บี
แจง้ ผบู้ งั คบั บญั ชาทราบ เพอ่ื จะไดส้ ง่ เขา้ รบั การตรวจรกั ษาจากนายแพทย์
๕.๑๑ ตอ้ งไปรบั การฉีดวคั ซนี ป้องกนั โรคตา่ งๆ ทุกครงั้ ทเ่ี จา้ หน้าท่ี
แพทยแ์ จง้
ทัง้ น้ี เพ่ือให้หน่วยทหารในกองทัพบก ใช้เป็นแนวทางในการดาเนินการ
ปฏบิ ตั กิ ารสขุ าภบิ าล ภายในเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบของหน่วยทต่ี งั้ ปกตไิ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตอ่ ไป

สงั่ ณ วนั ท่ี ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

รบั คาสงั่ ผบ.ทบ.
พล.ท. สาโรช เขยี วขจี

( สาโรช เขยี วขจี )
จก.พบ.

536

(สสาาเเนนาาคคฉู่ ฉู่ บบบั บั )
)

คาส่งั กองทพั บก
ท่ี ๒๒๔๙/๒๕๖๑
เร่อื ง วิธีการตรวจและรายงานการปฏิบตั กิ ารสุขาภิบาล
-----------------------------------
เพื่อให้การตรวจและรายงานสุขาภิบาลของหน่วยทหารในกองทัพบก เป็นไปอย่าง
ถกู ตอ้ งมีประสิทธภิ าพทันสมัยและสอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพชวี ิตของกาลงั พลในกองทัพบก จึง
ให้ยกเลิกคาสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ท่ี ๑๖๙/๒๕๔๘ ลง ๒๒ มี.ค.๔๘ เร่ือง วิธีการตรวจและรายงาน
การปฏิบัติการสุขาภิบาล และแบบรายงานสุขาภิบาล ทบ.๔๖๖ – ๘๐๐ (พ.๘๖) โดยให้ใช้วิธีการ
ตรวจและรายงานการปฏิบัติการสุขาภิบาลในหน่วยทหาร และแบบประเมินเวชกรรมป้องกันในท่ีต้ัง
ปกติ ฉบับนเ้ี ปน็ แนวทางในการปฏิบตั ดิ งั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ให้ผู้บังคับหน่วยแพทย์หรือผู้แทน ทาการตรวจเขตสุขาภิบาลในพ้ืนที่หน่วย
ทหารท่ีรบั ผิดชอบแล้วทารายงานเสนอต่อผู้บงั คับหน่วยของตน
ขอ้ ๒ หัวข้อทจ่ี ะทาการตรวจและรายงาน มดี งั น้ี

537

๒.๑ การระบายน้า
- มีทางระบายน้าภายในบริเวณที่ตั้งหน่วยและมีการจัดถมแหลงน้าขัง เพื่อ
ป้องกันการเปน็ แหลง่ น้าสกปรกมีกลิ่นเหมน็ เปน็ แหลง่ เพาะพนั ธ์ยุ งุ หรอื สัตว์นาโรคอน่ื ๆได้
- มีท่อระบายน้าจากอาคารสานักงานต่อไปยังท่อระบายนา้ รวมและระบายน้า
ไดด้ ไี มม่ ีขงั
- มรี ะบบบาบัดน้าเสยี กอ่ นระบายออกไปปล่อยทงิ้
๒.๒ การบรกิ ารนา้
- มนี ้าสะอาดสาหรับใช้อุปโภคและบริโภคอย่างเพยี งพอและตลอดเวลา
- ระบบการผลิตและจัดส่งน้าประปามีคุณภาพได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่การ
ประปาแหง่ ประเทศไทยกาหนด
- มกี ารเกบ็ ตวั อยา่ งน้าประปาส่งตรวจวเิ คราะหท์ างหอ้ งปฏิบัติการทุก ๖ เดอื น
- มีการประชุม/อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลปรนนิบัติบารุงระบบการบริการ
นา้ แก่เจ้าหนา้ ที่ และการใช้นา้ อุปโภคและบริโภค แก่ กาลังพลของหนว่ ย
๒.๓ การกาจัดขยะ
- มกี ารคัดแยกประเภทของขยะ เช่น ขยะแห้ง ขยะเปยี ก และขยะพษิ
- การกาจดั ขยะไม่ใชว้ ิธเี ผา ยกเว้นหนว่ ยมเี ตาเผาขยะทไี่ ด้มาตรฐานและดาเนิน
โครงการธนาคารขยะเพ่ือสร้างรายได้ นากลบั มาใชใ้ หม่ เพื่อลดปริมาณขยะ
- มีการเก็บขยะจาก โรงทหาร อาคารสานกั งาน และบรเิ วณตา่ งๆ ภายในหน่วยทุกวนั
- มีที่พกั ขยะ เป็นท่รี วบรวมขยะ และจดั เวรดแู ลความสะอาด
- มกี ารกาหนดเวลาท้ิงและเกบ็ ขยะ
๒.๔ การกาจดั เศษอาหาร
- ภาชนะสาหรับทิ้งเศษอาหารมีจานวนมากเพียงพอ
- มกี ารทาความสะอาดภาชนะสาหรับทิง้ เศษอาหารทกุ ครัง้ เม่ือใช้เสรจ็ แล้ว
- มีการกาจัด หรือการบริการกาจัดเศษอาหารท่ีถูกต้องและเหมาะสม เช่น ทา
ป๋ยุ ใชเ้ ป็นอาหารเลยี้ งสัตว์ เปน็ ตน้
๒.๕ การกาจัดมูลสัตว์
- มกี ารกาจดั มูลสตั วไ์ ม่ใหเ้ ป็นแหลง่ เพาะพันธ์แมลงวันหรือแมลงพาหะนาโรค
- มกี ารใชส้ ารจลุ ลนิ ทรยี ใ์ นการกาจัดกลิน่
๒.๖ โรงเลย้ี งและโรงประกอบอาหาร
- เจ้าหน้าที่โรงเล้ียงและโรงประกอบอาหารได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์
ทุก ๖ เดอื น
- อาหารท่ีนามาปรุงหรือประกอบอาหาร ต้องผ่านการตรวจความสะอาดและ
คณุ ภาพทไ่ี ด้มาตรฐานกอ่ นรับเข้าโรงประกอบอาหารและหลังจากการประกอบอาหารเรยี บรอ้ ย
- มีการจัดทลี่ ้างมอื ผ้าเชด็ มอื ทีส่ ะอาด สาหรบั กาลงั อยา่ งเพยี งพอ
- มีภาชนะในการรับประทานอาหารอย่างเพยี งพอ มกี ารใช้ชอ้ นกลาง มีแก้วนา้
ประจาตวั สาหรับทหารกองประจาการครบทุกนาย

538

- โรงเล้ียงและโรงประกอบอาหารสะอาด โต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะประกอบ
อาหาร และพื้นสะอาด มกี ารทาความสะอาดทกุ คร้งั หลังจากการใช้แล้ว

- มีเวรทาความสะอาดโรงเลย้ี งและโรงประกอบอาหารทกุ วนั
- มกี ารล้างภาชนะ เครอ่ื งใชใ้ นการประกอบอาหาร เคร่ืองใชใ้ นการรับประทาน
อาหารและตากให้แหง้
- ท่ีสาหรับตากภาชนะเครื่องใช้ในการประกอบอาหาร เครื่องใช้ในการ
รบั ประทานอาหาร มมี ุ้งลวดป้องกันสตั ว์พาหะนาโรค หนู แมลงสาบ และแมลงวัน มีที่ระบายนา้ ไม่ให้
มีน้าขังในภาชนะ
- มฝี าชคี รอบอาหารทป่ี รุงเสรจ็ แล้วและเคร่อื งปรงุ อาหาร
- ถงั ขยะสาหรบั ท้งิ เศษอาหารที่โรงเลย้ี งและโรงประกอบอาหารท่ฝี าปดิ มิดชิด
- โรงเล้ียงและโรงประกอบอาหาร มีบ่อดกั ไขม่ ันกอ่ นทจี่ ะระบายน้าที่ใช้แลว้ ท้ิง
- มกี ารประเมินความพงึ พอใจจากผบู้ ริโภค
๒.๗ โรงนอน
- มีอากาศถ่ายเทสะดวก แสงสวา่ งส่องถึง
- โรงนอนสะอาดไมม่ ีฝุ่นละอองและไมเ่ ป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
- มีการจัดเตียงนอนทหารระยะห่าง ๓ ฟตุ ไมจ่ ัดเตียงตดิ กันกรณพี ื้นท่ีจากัด
- มกี ารทาความสะอาดเครอ่ื งนอนอย่างสมา่ เสมอสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
- มีการกาหนดระเบียบปฏิบัติในการทาความสะอาดและมีเวรทาความสะอาด
โรงนอนทุกวัน
- มกี ารจัดตเู้ สื้อผ้าให้เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย
๒.๘ โรงทหารและอาคารสานกั งาน
- สะอาด มอี ากาศถ่ายเทสะดวก แสงสว่างเพยี งพอ
- มีการกาหนดเวรทาความสะอาดเรีบบรอ้ ยทุกวัน
- มีถังขยะที่มีฝาปิดมิดชดิ ไวท้ งิ้ ขยะและมกี ารกาจดั ขยะไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
- การคัดแยกขยะ มีการนากระดาษทีใ่ ช้แลว้ กลบั มาใชใ้ หม่
- มีการกาหนดเวลา เปิด – ปิด ไฟฟ้า เครื่องใชไ้ ฟฟา้ และผรู้ ับผิดชอบ
๒.๙ ห้องน้า ห้องส้วม และ ถา่ ยปสั สาวะ
- จดั ใหม้ เี วรทาความสะอาดทกุ วนั
- มจี านวนเพียงพอต่อกาลังพลและสะอาดไมม่ ีกลน่ิ เหมน็
- มนี า้ เพียงพอและมีภาชนะท่ีมีขนาดเหมาะสมสาหรบั ตักนา้ เพอ่ื ราดสว้ ม
- มีการกวดขนั การรักษาความสะอาด
- มีถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิดสาหรับทิ้งกระดาษชาระท่ีใช้แล้วและนาไปกาจัดให้
ถกู ตอ้ งตามความเหมาะสมทกุ วนั
- พน้ื แห้งสะอาด ไมล่ ่ืน ไม่มีน้าขังและไม่มกี น้ บหุ ร่ี
- รกั ษาความสะอาดทุกครัง้ ที่ใช้ ไมม่ กี ารอดุ ตันเนอื่ งจากกระดาษ กน้ บุหรี่ เปน็ ตน้
๒.๑๐ บรเิ วณรอบหน่วย

539

- มีการปรับปรุงภูมทิ ัศนใ์ ห้เหมาะสมน่าอยู่ จดั ให้มีที่พกั ผ่อนหย่อนใจ
- มีการจัดแบง่ พน้ื ทรี่ อบหนว่ ยทหารเปน็ สัดสว่ น
- มีการแบ่งมอบเขตสขุ าภบิ าลในทต่ี ั้งหน่วยให้หนว่ ยข้ึนตรงเพ่ือรบั ผิดชอบ
- มีการทาลายแหลง่ เพาะพนั ธ์ยุ ุง แมลงและสตั ว์กดั แทะท่ีเป็นพาหะนาโรค
- ที่เก็บของตอ้ งจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ไม่เป็นท่ีอาศัยของหนูและ
แมลงพาหะนาโรค
ขอ้ ๓ รายงานท่จี ะเสนอต่อผู้บงั คับหนว่ ย มดี งั น้ี
๓.๑ รายงานดว่ น คอื รายงานไดท้ ุกโอกาสที่พบสิ่งบกพร่อง พร้อมดว้ ยข้อเสนอ
ในการแก้ไข
๓.๒ รายงานประจาเดือน คือ รวบรวมการปฏิบัติประจาเดือนแล้วรายงาน
ภายในสัปดาหแ์ รกของเดือนใหม่ ให้ทราบผลการปฏิบัติ และแก้ไขในรอบเดอื นนน้ั
๓.๓ รายงานประจา ๖ เดือน คือ รวบรวมการปฏิบัติในระยะ ๖ เดือน เสนอผู้
บังคับหน่วยภายในสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. และ ม.ค. ให้ทราบผลการปฏิบัติและการแก้ไขทีได้
กระทาไปในระยะเวลาทุก ๖ เดือน
ขอ้ ๔ การเขียนรายงาน ให้ปฏบิ ตั ิดังน้ี
๔.๑ ผูบ้ ังคับหน่วยสายแพทย์ หรือ นายทหารเวชกรรมปอ้ งกัน มีหน้าทีด่ งั นี้

ก. เขียนรายงานผลการตรวจสุขาภิบาลตามแบบประเมินเวชกรรมป้องกัน
ในทต่ี งั้ ปกติ

ข. แสดงผลการตรวจลงในแบบประเมินตามหัวข้อใน ขอ้ ๒
ค. ช้ีแจงโดยละเอยี ด เร่อื งข้อเสนอแนะทีค่ วรปรบั ปรุงแก้ไข
๔.๒ ผบู้ ังคับหน่วย มีหน้าทด่ี งั น้ี
ก. พิจารณาผลการตรวจสุขาภิบาล ปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะใน
การปรบั ปรุง แกไ้ ข พรอ้ มทัง้ ส่งเสรมิ ชมเชย ลงในทา้ ยรายงาน
ข. การรายงานสุขาภิบาลประจา ๖ เดือน ให้ รพ.ทบ.หรือหน่วยแพทย์
รวบรวมสรุปผลการตรวจสุขาภิบาลของหน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบเสนอให้ พญ.ทภ.๑ – ๔
ภายใน ก.ค.และ ม.ค.และ ให้ พญ.ทภ.๑ – ๔ จัดทาสรุปผลการตรวจสขุ าภิบาลในภาพรวมของแต่ละ
กองทัพภาค เสนอรายงานให้ พบ. ภายใน ส.ค.และก.พ.สาหรับหน่วยทหารที่ไม่มีหน่วยแพทย์
รบั ผิดชอบอยูใ่ นพื้นท่ี ให้เสนอรายงานโดยตรงถึง พบ. ภายใน ก.ค. และ ม.ค.
ค. รายงานเฉพาะสิ่งบกพร่องที่ทางหน่วยปรับปรุงแก้ไขไม่ได้ และวิธีการ
สุขาภิบาลที่ทางหน่วยที่คิดค้นขึ้นใหม่ เสนอผู้บังคับบัญชาตามลาดับช้ัน ถึงผู้บัญชาการทหารบก
พรอ้ มกบั แนบสาเนารายงานการปฏิบัติในเรื่องการสขุ าภิบาลท่เี กย่ี วข้องไปด้วย
ข้อ ๕ หน่วยทหารที่ได้รับการตรวจต้องอานวยความสะดวกแก่ เจ้าหน้าท่ีในการ
ตรวจทุกครง้ั
ข้อ ๖ แบบประเมินเวชกรรมป้องกันในท่ีต้ังปกติให้เบิกได้จาก สบ.ทบ. หรือ
สามารถดาวน์โหลดได้ท่ีเวปไซด์ของ กองส่งเสริมและเวชกรรมป้องกัน กรมแพทย์ทหารบก (กสวป.
พบ.) หรอื ท่ีhttp://www.amed.go.th/rtamed/prevent/

540

ทงั้ น้ี เพ่ือให้หน่วยทหารในกองทัพบกได้ใชเ้ ป็นแนวทางในการตรวจและรายงานการ
สขุ าภบิ าล ภายในเขตรบั ผิดชอบไดอ้ ย่างถูกต้อง ตอ่ ไป

สงั่ ณ วนั ท่ี ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

รับคาสง่ั ผบ.ทบ.
พล.ท. สาโรช เขียวขจี

( สาโรช เขยี วขจี )
จก.พบ.

ผนวก ก

แบบประเมนิ เวชกรรมป้องกนั ในที่ตั้งปกติ

ช่อื หน่วยทีร่ บั การประเมนิ

...............................................................................................................................

วันท่ที าการประเมิน

......................................................................................................................................

ผู้ทาการประเมนิ

.......................................................................................................................................

ลาดับ รายการ คะแนน หมายเหตุ
มี (1 คะแนน) ไมม่ ี (0คะแนน)

1 การระบายนา้ ( 3 คะแนน )

1.1 มีทางระบายน้าภายในบริเวณที่ต้ังหน่วยและมีการจัดถม

แหลง่ น้าขัง เพอ่ื ป้องกันการเป็นแหลง่ นา้ สกปรกมกี ลิน่ เหม็น เป็น

แหล่งเพาะพนั ธย์ุ ุงหรือสัตว์นาโรคอื่นๆได้

1.2 มที ่อระบายน้าจากอาคารสานักงานตอ่ ไปยงั ท่อระบายนา้ รวม

และระบายนา้ ได้ดีไม่มขี งั

1.3 มีระบบบาบัดนา้ เสียกอ่ นระบายออกไปปลอ่ ยท้ิง

2 การบรกิ ารน้า ( 2 คะแนน )

541

2.1 มีระบบการผลิตและจัดส่งน้าประปาที่มีคุณภาพ สะอาดได้
มาตรฐานตามเกณฑ์ที่การประปาแห่งประเทศไทยกาหนด และ
เพยี งพอท่ัวถงึ ตลอดเวลา

2.2 มีการเก็บตัวอย่างน้าประปาของหน่วยส่งตรวจวิเคราะห์ทาง
ห้องปฏบิ ตั ิการ ทกุ 6 เดอื น

3 การกาจัดขยะ ( 5 คะแนน )
3.1 มีการคัดแยกประเภทของขยะ เช่น ขยะแห้ง ขยะเปียก และ
ขยะพษิ

3.2 การกาจัดขยะไม่ใช้วิธีเผา ยกเว้นหน่วยมีเตาเผาขยะที่ได้
มาตรฐานและดาเนินโครงการธนาคารขยะเพ่ือสร้างรายได้
นากลับมาใช้ใหม่ เพือ่ ลดปริมาณขยะ

3.3 มีการเก็บขยะจากโรงทหาร อาคารสานกั งานและบรเิ วณต่างๆ
ภายในหนว่ ย ทกุ วัน

3.4 มที ่ีพกั ขยะเปน็ ที่รวบรวมขยะ และจดั เวรดูแลทาความสะอาด

3.5 มีการกาหนดเวลาทิ้งและเก็บขยะ

ลาดบั รายการ คะแนน หมายเหตุ
มี (1 คะแนน) ไม่มี (0คะแนน)
4 การกาจัดเศษอาหาร ( 3 คะแนน )
4.1 ภาชนะสาหรบั ท้งิ เศษอาหารมีจานวนมากเพียงพอ
4.2 มีการทาความสะอาดภาชนะสาหรับทิ้งเศษอาหารทุกคร้ัง
เม่ือใชเ้ สรจ็ แลว้
4.3 มีการกาจัด ปรือการบริการกาจัดเศษอาหารท่ีถูกต้องและ
เหมาะสม เช่น ทาปุ๋ย ใช้เปน็ อาหารเล้ียงสัตว์ เป็นตน้

5 การกาจดั มลู สตั ว์ ( 2 คะแนน )
5.1 มีการกาจดั มูลสตั ว์ไมใ่ หเ้ ป็นแหล่งเพาะพนั ธแ์ุ มลงวนั
5.2 มกี ารใชส้ ารจุลนิ ทรยี ์ในการกาจดั กล่นิ

6 โรงเลี้ยงและโรงประกอบอาหาร ( 12คะแนน )
6.1 เจ้าหน้าที่โรงเลี้ยงและโรงประกอบอาหารได้รับการตรวจ
ร่างกายทุก 6 เดอื น
6.2 อาหารที่นามาปรุงหรือประกอบอาหารสะอาดมีคุณภาพดี
ต้งั แตก่ อ่ นเข้าโรงเล้ียง จนกระทั่งประกอบอาหารเรยี บรอ้ ย
6.3 มีการจัดท่ีล้างมือ ผ้าเช็ดมือที่สะอาด สาหรับ กาลังพลอย่าง
เพยี งพอ

542

6.4 มีภาชนะในการรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ มีการใช้ คะแนน หมายเหตุ
ช้อนกลาง มีแกว้ นา้ สาหรบั ทหารกองประจาการครบทกุ นาย มี (1 คะแนน) ไมม่ ี (0คะแนน)
6.5 โรงเล้ียงและโรงประกอบอาหารสะอาด โต๊ะรับประทาน
อาหาร โต๊ะประกอบอาหาร และพื้นสะอาด มีการทาความสะอาด
ทุกครง้ั หลงั จากการใชแ้ ล้ว
6.6 มีเวรทาความสะอาดโรงเลยี้ งและโรงประกอบอาหารทุกวัน
6.7 มกี ารล้างภาชนะ เครื่องใช้ในการประกอบอาหารเครื่องใช้
ในการรบั ประทานอาหาร และตากให้แหง้
6.8 ที่สาหรับตากภาชนะเครื่องใชใ้ นการประกอบอาหาร เคร่ืองใช้
ในการรับประทานอาหาร มีมุ้งลวดป้องกันสัตว์พาหะนาโรค หนู
แมลงสาบและแมลงวนั มที รี่ ะบายน้าไมใ่ หม้ นี า้ ขงั ในภาชนะ
6.9 มีฝาชคี รอบอาหารท่ีปรงุ เสร็จแล้วและเคร่ืองปรงุ อาหาร

6.10ถังขยะสาหรับทิ้งเศษอาหารที่โรงเล้ียงและโรงประกอบ
อาหารมีฝาปดิ มิดชิด
6.11 โรงเลี้ยงและโรงประกอบอาหาร มีบ่อดักไขมันก่อนที่จะ
ระบายนา้ ท่ีใช้แลว้ ท้ิง
6.12 มีการประเมินความพึงพอใจจากผ้บู รโิ ภค

ลาดับ รายการ

7 โรงนอน (6 คะแนน)
7.1 มีอากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องถงึ
7.2 โรงนอนสะอาดไม่มีฝุ่นละออง และไมเ่ ป็นแหล่งสะสมเช้ือโรค
7.3 มีการจัดเตียงนอนทหารระยะห่างอย่างน้อย 3 ฟุต ไม่จัดเตียง
ชิดกันกรณพี น้ื ที่จากดั
7.4 มกี ารทาความสะอาดเครือ่ งนอนอยา่ งสมา่ เสมอสปั ดาหล์ ะ
1 ครั้ง
7.5 มีการกาหนดระเบียบปฏิบัติในการทาความสะอาดและมีเวร
ทาความสะอาดโรงนอนทกุ วนั
7.6 มกี ารจดั ตเู้ สื้อผา้ ใหเ้ ปน็ ระเบียบ เรยี บรอ้ ย

8 โรงทหารและอาคารสานักงาน (5คะแนน)
8.1 สะอาด มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงสวา่ งเพยี งพอ
8.2 มีการกาหนดเวรทาความสะอาดและตรวจความสะอาด
เรยี บรอ้ ยทกุ วนั
8.3 มีถังขยะท่ีมีฝาปิดมิดชิดไว้ทิ้งขยะ และมีการกาจัดขยะได้
ถูกต้อง

543

8.4 การคดั แยกขยะ มีการนากระดาษทใ่ี ชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่
8.5 มีการกาหนดเวลา เปิด – ปิด ไฟฟ้า เครื่องใช้ ไฟฟ้า และ
ผ้รู บั ผดิ ชอบ
9 หอ้ งน้า หอ้ งส้วมและทถ่ี า่ ยปสั สาวะ(7 คะแนน)
9.1 มีเวรทาความสะอาดทกุ วัน
9.2 มีจานวนเพียงพอและสะอาดไมม่ ีกลิน่ เหมน็
9.3 มีน้าเพียงพอ และมีภาชนะที่มีขนาดเหมาะสมสาหรับตักน้า
เพื่อราดส้วม
9.4 มกี ารกวดขนั การรกั ษาความสะอาด
9.5 มีถังขยะท่ีมีฝาปิดมิดชิดสาหรับท้ิงกระดาษชาระที่ใช้แล้วและ
นาไปกาจดั ให้ถูกตอ้ งตามความเหมาะสมทุกวนั
9.6 พ้ืนแหง้ สะอาด ไมล่ ่ืน ไมม่ ีน้าขงั และไม่มีกน้ บุหรี่
9.7 รักษาความสะอาดทุกคร้ังท่ีใช้ ไม่มีการอุดตันเน่ืองจาก
เศษกระดาษ กน้ บุหรี่ เปน็ ต้น

544

ลาดับ รายการ คะแนน หมายเหตุ
มี (1 คะแนน) ไมม่ ี (0คะแนน)
10 บรเิ วณรอบหน่วยทหาร(5 คะแนน)
10.1 มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมน่าอยู่ จัดให้มีที่
พักผอ่ นหย่อนใจ
10.2 มกี ารจัดพน้ื ที่รอบหนว่ ยทหารเป็นสดั ส่วน
10.3 มีการแบ่งมอบเขตสุขาภบิ าลในที่ตั้งหน่วยใหห้ นว่ ยขน้ึ ตรง
เพื่อรบั ผดิ ชอบ
10.4 มีการทาลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง แมลงและสัตว์กัดแทะที่
เป็นพาหะนาโรค
10.5 ท่ีเก็บของต้องจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ไม่เป็น
ที่อาศัยของหนแู ละแมลงพาหะนาโรค
รวม
รวมคะแนน (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)

หมายเหตุ ในกรณที ห่ี นว่ ยทหาร ทบ. ทอี่ ยใู่ นคา่ ยทหาร หรอื พ้นื ทีเ่ ดียวกัน มีการใชร้ ะบบ
สาธารณูปโภค หรอื ระบบสุขาภิบาลร่วมกัน เชน่ โรงเล้ียง โรงประกอบอาหาร เปน็ ตน้ ใหค้ ะแนน
ประเมินในเรอ่ื งนัน้ ของแตล่ ะหนว่ ยทหารนัน้ เท่ากัน

ขอ้ เสนอแนะ

.....................................................................................................................................................

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………

ลงช่อื ผู้รับตรวจ .............................................. ลงช่ือผู้ตรวจ ................................................

(.............................................) (................................................)

ตาแหนง่ ............................................................ ตาแหนง่ ............................................................

545

รายละเอยี ดแบบประเมนิ เวชกรรมป้องกนั ในทีต่ ง้ั ปกติ
คาอธบิ าย

หนว่ ยทหาร ทบ. หมายถงึ หนว่ ยทหารระดบั กองพันหรือเทยี บเท่าข้นึ ไป หรอื กองรอ้ ยอิสระ
การประเมนิ เวชกรรมปอ้ งกนั ในท่ีตงั้ ปกติ

แบบประเมนิ เวชกรรมป้องกันในท่ตี ั้งปกติ ประกอบด้วย 10 หัวข้อใหญ่ ( 50 หัวข้อยอ่ ย )
คะแนนเตม็ ของแบบประเมิน เท่ากบั 50 คะแนน
วิธกี ารประเมิน โดยเลอื กคาตอบที่เห็นว่าถูกทีส่ ุด เพยี งขอ้ ละ 1 คาตอบเท่าน้นั
เกณฑ์การคิดคะแนน
คาตอบ มี ให้คะแนน เท่ากบั 1 คะแนน ไม่มี เทา่ กบั 0 คะแนน
คะแนนรวมของการประเมนิ หน่วยทหาร ทบ. แต่ละหน่วย แบง่ ออกเปน็ 3 ระดับ ดังนี้

ตา่ กว่า รอ้ ยละ 70 หมายถึง ปรับปรุง
รอ้ ยละ 70 – 85 หมายถึง ดี
รอ้ ยละ 86 – 100 หมายถงึ ดมี าก
หมายเหตุ ในกรณีทห่ี น่วยทหาร ทบ. ทีม่ ีการใชร้ ะบบสาธารณสุข หรอื ระบบสุขาภิบาลรว่ มกนั ใน
หนว่ ยใหญ่ หรอื คา่ ยทหารเดียวกัน เช่น บ่อบาบัดน้าเสีย โรงประกอบอาหาร โรงเลีย้ ง เปน็ ตน้ ให้
คะแนนประเมินในเรอ่ื งน้ันของแต่ละหน่วยทหารในพนื้ ทเี่ ดยี วกัน เทา่ กัน

546


Click to View FlipBook Version