The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Library Wiengsra, 2020-04-29 23:36:45

เล่ห์ร้ายโฉมสะคราญ เล่ม1




ตอนท 27 ผู้สืบทอดของจ งหนานอ๋อง


























ทวันน หอหร่วนเซยงคึกคักขนาดน ก็เปนเพราะคนผู้หนึ ง













ซึงก็คอฉนมูปง บุตรชายเพยงคนเดยวของจ งหนานอ๋อง


และพระเชษฐาเพยงคนเดยวของฮ่องเต้ในรัชกาล

ปจจุบัน














249







ฉนมูปงนับว่าเปนราชนกุลโดยแท้ บิดาของเขาเปนพ ี

น้องร่วมอุทรกับฮ่องเต้ในรัชสมัยน











พระอัยยิกาของเขาก็คอไทเฮา[1]องค์ปจจุบัน











เกดมานับว่ามฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา










หลังจากฮ่องเต้ขึ นครองราชย์ ก็เหลือท่านอ๋องอยูเพยง








ไม่กองค์ จึงยิงมฐานะสูงส่งเปนเท่าทว








ฉนมูปงกับไหวอ๋องฉนโม่โจวนั นแตกต่างกัน เขาเปน


พระญาติร่วมสายโลหิตของฝาบาท ทั งยังได้รับความรัก




ใคร่เอ็นดูจากไทเฮาเปนอย่างมาก









250




ในเมองหลวงแห่งน เขาก็คอป้าอ๋อง[2]น้อย!













ฉนมูปงเปนแขกประจําของหอหร่วนเซยง หอหร่วนเซยง


มนางคณการปงามอย่างหลานสุยเหยยน ซึงเปนคน











สนทผู้ร้ใจของฉนมูปง





แต่ละปหอหร่วนเซยงจะจัดงานชุมนุมดอกเหมยขึ น ซึง




ฉนมูปงจะต้องมาเข้าร่วมเสมอ









และวันน เปนวันงานชุมนุมดอกเหมยของหอหร่วนเซยง




พอด















251






ซูหลีร้เรื องพวกน ก็เพราะเสิ นฉางชง เสิ นฉางชงมน้อง







ชายผู้หนึ งทหลงใหลหลานสุยเหยยนเปนทสุด ซํ าเขายัง
ก่อเรื องขึ นในงานชุมนุมดอกเหมยในครั งก่อน สุดท้าย



แล้วหลีจอจนต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ถึงช่วยน้อง



ชายของเสิ นฉางชงออกมาได้










เมอคิดถึงเรื องราวในอดต บนใบหน้าซูหลีก็ปรากฏแวว




เย้ยหยันขึ นหลายส่วน












ชาติก่อน แม้นางจะมิได้รักใคร่เสิ นฉางชง ทว่านางกลับ




อุทิศตนเพอสกุลเสิ นจนตัวตาย













ตระกูลเสิ นทยุงเหยิง ยังต้องให้คนปวยกระเสาะกระแสะ

อย่างนางมาจัดการ





252


นางจัดการดูแลเรื องราวมากเพยงไร ทว่าสุดท้าย



แล้วกลับได้รับจุดจบเช่นนั น
















คนอย่างเสิ นฉางชง มิใช่คูครองทดเลยจริงๆ!







......









รอบด้านมคนไปคนมาเปนจํานวนมาก ซูหลีนงไปชัว






ขณะ ก่อนจะค่อยๆ เดินไปด้านในหอหร่วนเซยง














เมอเดินเข้าไปถึงด้านใน ก็มสาวใช้ทร้ความก้าวเข้ามา


หานาง ครั นเห็นนางแต่งกายไม่ธรรมดา แต่ไม่คุ้นหน้า








253




สาวใช้นางนั นก็คร่นคิดคร่หนึ ง ก่อนจะพาซูหลีไปนังตรง



แถวทสามจากทางด้านหน้า













ซูหลีไม่ตอบรับหรือปฏิเสธทนังน






เพราะตรงตําแหน่งน ไม่มใครสนใจนางพอด นางจึงพอ





ใจอยูบ้าง












“นรางวัล” หลังจากนังลงแล้ว ซูหลีมองชุยตานปราด



หนึ ง เขาก็มอบเงนหนึ งตําลึงให้สาวใช้นางนั น














“คุณชายดูไม่คุ้นเลย พวกท่านคงมาทนเปนครั ง

แรกกระมัง” สาวใช้นางนั นรับเงนมา ชังประมาณอยูใน









254




มอ ก็พบว่าเปนเงนจํานวนไม่น้อยเลย









นางแย้มยิ มชวนซูหลีพูดคุยโดยพลัน










หลังจากซูหลีกลับสกุลซู ซูไท่ก็ให้เงนนางไม่น้อย ราวกับ







จะชดเชยช่วงเวลาหลายเดอนก่อนทนางต้องไปอยูข้าง
นอก จํานวนเงนเหล่าน นับว่าไม่น้อยทเดยว วันน ซูหลี





นํามันออกมาใช้แล้ว















มาสถานทเช่นน ย่อมต้องมาใช้เงน







“อม” ซูหลีมองรอบด้านอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะพยัก




หน้ารับ









255








ทนเปนหอโคมเขยวทใหญทสุดในเมองหลวง การก่อ









สร้างนับว่าหรหราเปนทสุด อย่าว่าแต่โตะเก้าอ ทําจาก
ไม้แดง แม้แต่ม่านมุ้งก็ยังมิใช่ของธรรมดา




“ไม่ทราบว่าวันน คุณชายมาหาแม่นางท่านไหนเจ้าคะ”



สตรีในหอโคมเขยว ต่างก็แต่ถูกเรียกขานว่าแม่นาง










ซูหลีได้สต นางมองไปทางสาวใช้นางน คล้ายยิ มคล้าย




ไม่ยิ ม “เจ้าลองทายดูสิ”











สาวใช้ได้ยินดังนั นก็ยิ ม ก่อนจะพูดแนะนําขึ นไม่ขาด




ปาก










256

“มิใช่ว่าข้าน้อยคุยโวหรืออะไร แต่แม่นางในหอหร่วนชุ








ยแห่งน นับเปนหนึ งในเมองหลวงจริงๆ! รปโฉมนั นก็งด






งามเปนทหนึ ง ก่อนหน้าน คุณชายต้องเคยได้ยินชอแม่





นางสุยเหยยน แม่นางไปหลาน แม่นางชงจอ...”

















------










[1] ไทเฮา คอ พระพันปหลวงหรือพระอัครมเหสีใน




จักรพรรดิองค์ก่อน

















257


[2] ป้าอ๋อง หมายถึง อ๋องผู้ยิงใหญ


















































































258



ตอนท 28 รวมตัวกัน
























ซูหลีเลิกคิ วขึ น ฟงนางแนะนํา หอหร่วนเซยงช่างมสีสัน


นัก













แม่นางเหล่าน รปโฉมเยยงไร ฝมอเปนเช่นไร ซูหลีมิได้







สนใจ นางฟงไปไม่กประโยค ก็เอ่ยขึ น “ไม่ทราบว่า



วันน แม่นางสุยเหยยนจะปรากฏกายไหม”











สาวใช้นางนั นได้ฟง รอยยิ มบนใบหน้าก็ยิงเพิมทว












259







คนทมาทนครั งแรก กว่าแปดเก้าส่วนล้วนแค่มาหา

หลานสุยเหยยน แต่หลานสุยเหยยนนั นเปนใคร หากมิ







ใช่คนทมฐานะสูงส่ง โดยปกติแล้วนางจะไม่ยอมพบ
แขกง่ายๆ














สาวใช้นางน ทํางานทนมาไม่ใช่วันสองวัน แขกเช่นซูหลี






นางเห็นมาทุกเมอเชอวัน









“วันน เปนวันสําคัญของหอหร่วนเซยง แม่นางสุยเหย ี

ยนจะต้องออกมาปรากฏกายแน่เจ้าค่ะ หากคุณ




ชายอยากจะ...” บนใบหน้าสาวใช้นางนั นปรากฏรอย



ยิ มคลุมเครือ ซูหลีเลิกคิ วขึ น ก่อนจะพยักหน้ารับอย่าง





เยอกเย็น












260






ชุยตานทยนมองอยูด้านข้าง พลันมสีหน้าอึมครึมขึ น
หลายส่วน












“เช่นนั นคงไม่ได้กระมัง ใครๆ ก็ร้ว่าแม่นางสุยเยยนเปน









คนโปรดของจ งหนานอ๋องซอจอ[1] แต่เริมเดิมทก็ไม่




เคยรับแขกอนใดนอกจากซอจอ หากคุณชายต้องการ




ตัวแม่นางสุยเหยยน ข้าน้อยจะเกลียกล่อมแม่นางให้สัก



ประโยค บางท...”










นางมิได้พูดจนจบ ทว่าเวลาน คนฉลาดย่อมร้ความแล้ว








ฐานะเช่นฉนมูปง หากจะงัดข้อกับเขา ไหนเลยมิใช่รน






หาทตาย









261

“เอาเถอะ เจ้าไปได้แล้ว ใช่แล้ว เจ้าช่วยหากระดาษกับ







พูกันมาให้ข้าด้วย” บนใบหน้าซูหลีมรอยยิ มประดับอยู

ตลอดร่างดูลึกลับยากจะหยัง














บอกว่าต้องการหลานสุยเหยยน แต่พอสาวใช้พูดเพยง
สองสามประโยค ก็ทําให้อกฝายคล้ายกับจะยอมแพ้




อย่างง่ายดาย















สาวใช้นางนั นนงไปชัวขณะ ในดวงตามแววดูแคลนวาด


ผ่าน คนผู้น แม้แต่ถามสักประโยคก็ยังไม่ถาม เช่นน คง


มาก่อกวนกระมัง












ทว่าเมอนึกถึงเงนรางวัลเมอคร่ นางก็มิได้แสดงออก





262



ชัดเจนเกนไป ทั งยังหากระดาษและพูกันมาให้ซูหลี แต่




ไม่ว่าใครมองปราดเดยวก็พอจะดูออก ว่าสาวใช้นางน มิ



ได้กระตอรือร้นเช่นก่อนหน้าน












ตึง ตึง ตึง! กระดาษกับพูกันเพิงจะวางลงบนโตะ ชุ


ยตานก็เห็นซูหลียกพูกันขึ นเขยนอะไรบางอย่าง ยังไม่


ทันได้มองให้ละเอยด ก็ได้ยินเสียงฆ้องดังมาจากบนเวท ี





ด้านหน้า











งานชุมนุมดอกเหมยจะเปดฉากขึ นแล้ว











ซูหลีเองก็หันมาสนใจเช่นกัน นางยดตัวขึ น นํากระดาษ







ทเขยนดแล้วพับสองสามทบ ก่อนจะเก็บไว้ในอกเสื อ
ก่อนจะดึงพัดของตนเองออกมา ทว่ามิกางออก แต่ใช้






263


มันเคาะลงบนโตะ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ มเจ้าชู้











ดูๆ ไปก็เหมอนคุณชายเจ้าสําราญคนหนึ ง!




















“เขามาทนได้เยยงไร” สิ งทซูหลีไม่ร้ก็คอ นอกจากห้อง

โถงชั นหนึ งในหอหร่วนเซยงแล้ว บนชั นสองยังมห้อง





รับรองทมองเห็นเวทอยูด้วย






เวลาน คนในห้องรับรองกําลังมองลงไปทด้านล่าง เมอ




มองเห็นซูหลี คนผู้นั นก็ขมวดคิ วโดยพลัน













“ใครกัน” คนทนังอยูตรงข้ามเขา มใบหน้าเคร่งขรึม ไร้




ซึงอารมณ์ แผ่กลิ นอายมิให้ผู้อนเข้าใกล้ ผู้คนมองเพยง







264




แวบเดยว ก็ร้สึกถึงแรงกดดันรนแรง









“ไม่ม” ฉนโม่โจวส่ายหน้า สลัดความคิดวุนวายในหัว



ตน














มิใช่ว่าซูหลีชอบบุรษหรอกหรือ ไฉนจึงมาสถานทเช่นน ี

ได้ ช่างน่าแปลกเสียจริง











เขาไม่พูด แต่ฉนเย่หานทนังอยูตรงข้ามเขา กลับมอง




เห็นซูหลีแล้ว




























265

------














[1] ซอจอ คอ ตําแหน่งผู้สืบทอดบรรดาศักด์ต่อจาก




บิดา ซึงมยศตั งแต่ขั นโหว ไปจนถึงเช อพระวงศ์ชั นสูง






























































266




ตอนท 29 โฉมสะคราญสุยเหยยน




















บนใบหน้าฉนเย่หานปราศจากอารมณ์ความร้สึก แม้แต่



สีหน้าก็ยังเรียบเฉย ราวกับไม่ร้จักซูหลี












ขณะทงานชุมนุมดอกเหมยด้านล่าง เปดฉากอย่าง



คึกคัก














ซูหลีนังอยูข้างล่าง กลับได้เปดหูเปดตาไม่น้อย





267

งานชุมนุมดอกเหมยครึกครื นยิงนัก แรกเริมพวกเขาจะ



เรียกแม่นางในหอหร่วนเซยงทั งหมด ให้ออกมาปรากฏ




กาย และยนเรียงแถว ก่อนจะเดินวนรอบเวทหนึ งรอบ


จากนั นก็ให้แต่ละคนแสดงความสามารถ














มทั งร้องเพลง ร่ายรํา ดดฉน...










กระทังเล่นหมากล้อมก็ยังมให้เห็น













เปรียบกับงานแสดงดนตรีในศตวรรษทยสิบเอ็ดแล้ว



เปนรสชาติทต่างกันมาก













268




แม่นางเหล่าน งดงามเปนเอกดังทสาวใช้นางนั นว่าจริงๆ







แต่ซูหลีมองอยูนาน ก็ยังไม่เห็นหลานสุยเหยยนทเล่าลือ








กัน บวกกับแม่นางทอยูบนเวท กําลังร้องละครเพลง ไม่

ว่าชาติก่อนหรือชาติน ซูหลีก็หาได้เพลิดเพลินกับสิ ง





เหล่าน











นางอาศัยโอกาสน มองประเมินผู้คนรอบด้าน










คิดไม่ถึงว่ามองๆ ไป นางจะเจอคนคุ้นเคยเข้า













คนผู้นั นก็คอเสิ นฉางชง!













269



ซูหลีแสยะยิ ม บุรษอย่างเสิ นฉางชง ยามอยูต่อหน้านาง





แต่ก่อนก็แสร้างทําเปนคนดหนักดหนา ตอนแต่งนางเข้า


บ้าน ยังบอกว่านางจะเปนคนรักและทพึงพึงของเขาไป





ชัวชวิต พวกเขาสองคนถูกกําหนดให้อยูร่วมกันไปชัว


ชวิต











เพยงพริบตาเดยว หลังจากเส้นทางการเปนขุนนางของ




เขาราบรื นขึ น เขาก็ลืมคําพูดทเคยพูดไว้ในวันวาน และ





ทุมเทโอบอุ้มเจยงโม่อว











หลีจอจนตายไปได้หนึ งปแล้ว แต่เสิ นฉางชงก็ยังมิได้ยก




เจยงโม่อว ขึ นเปนฮูหยินท่านโหว ไม่ร้ว่าในใจเขากําลัง




คิดอะไรอยูกันแน่...












270



หากมโอกาส นางจะต้องคิดหาวิธมาสงเคราะห์เสิ นฉาง



ชงแน่















หลังจากเจยงโม่อว เข้ามา เรื องราวทเกดขึ นกับนาง นาง

ยังคงจําได้แม่น หากไม่ตอบแทน ก็นับว่านางผิดต่อชวิต


ใหม่แล้ว












“วันน เหล่าแม่นางทั งหลายต่างลงแข่งขันตําแหน่งยอด



ดอกเหมย คุณชายทุกท่านได้รับชมไปแล้ว บัดน เปน




เวลาทพวกเราจะเชญหญงงามอันดับหนึ งในหอหร่วนเซ ี





ยงของพวกเราออกมา ขอเชญแม่นางหลานสุยเหย ี


ยน!”










ซูหลีใจลอยเพยงคร่หนึ ง แม่นางทขับร้องเพลงก็ลงจาก






271





เวทแล้ว ก่อนจะเปลียนเปนบุรษผู้หนึ งขึ นมารับช่วงต่อ



บุรษผู้น พูดไม่ทันขาดคํา ก็เห็นหญงงามในชุดสีฟ้า

ค่อยๆ ก้าวขึ นมากลางเวท












“สุยเหยยนคารวะคุณชายทุกท่าน” สิบปากว่าไม่เท่าตา






เห็น สุยเหยยนผู้น งดงามสมคําลําลือจริงๆ











ทั งวิธขมวดคิ ว ทั งรอยยิ มพิมพ์ใจ ยังมการกระทํานันอก

ล้วนแต่ล่อลวงผู้คนให้ลุมหลง









เพยงแต่ความงดงามยังไม่เข้าขั นนัก ทว่าเปรียบกับสตรี






ทซูหลีเคยพบมามากมายแล้ว ก็นับว่างดงามมากแล้ว















272



“แม่นางสุยเหยยนงามขึ นทุกวันเลยจริงๆ!”











“ก็ใช่นะสิ! สําหรับข้าแล้ว สตรีในหอโคมเขยวทัวเมอง





หลวง ล้วนไม่อาจเทยบแม่นางสุยเหยยน”









“ใช่เลย…”











ครั นหลานสุยเหยยนปรากฏกาย ผู้คนด้านล่างก็พลัน




เดอดพล่าน












คําสรรเสริญเยินยอถูกส่งไปยังหลานสุยเหยยน











ทว่าเมอคนงามได้ยินดังนั น กลับทําเพยงปดปาดยิ มเล็ก





273

น้อย














รปโฉมนางไม่นับว่างดงามทสุด ทว่ายามเคลอน




ไหวกลับดึงดูดใจผู้คนเปนทสุด












“…สุยเหยยนขอตัวก่อน ขอให้คนน คุณชายทุกท่าน





สนุกให้เต็มท” หลานสุยเหยยนขึ นเวทมาพูดด้วยนํ า

เสียงอ่อนนุ่มเพยงสองสามประโยค ดวงตาคูนั นกวาด





มองไปยังผู้คนตรงแถวทหนึ ง









ซูหลีร้ กลุมคนทนังอยูแถวทหนึ งเปนผู้ทมฐานะสูงส่งท ี











สุด










274








ฉนมูปง ซอจอแห่งจ งหนานอ๋อง




นางยกยิ ม ก่อนจะ...












“แม่นางสุยเหยยนช้าก่อน!”
























































275




ตอนท 30 กฎของสุยเหยยน





















เมอคําพูดน ถูกเปล่งออกมา ก็พลันทําให้ผู้คนรอบด้านท ี




กําลังเดอดพล่านสงบลง













ผู้คนทั งหมดต่างเงยหน้ามองไปทางคนทเปล่งเสียงออก


มา













276




ต่างอยากจะดูว่าใครทสามหาวถึงเพยงนั น ถึงกับกล้า



ร้องเรียกหลานสุยเหยยนอยูล่างเวทเช่นน

















หลานสุยเหยยนทยนอยูบนเวทนงไปชัวขณะ ก่อนนาง


จะหันกายกลับมา สบตาดวงตาใสกระจ่างของซูหลี






หลายปมาน ไม่มเรื องเช่นน เกดขึ นมาก่อน หลานสุยเหย ี






ยนพลันงงงัน สติไม่อยูกับตัว











“ข้ามเรื องหนึ งอยากจะขอคําแนะนําจากแม่นางสุยเหย ี



ยน” บนใบหน้าซูหลีประดับด้วยรอยยิ มเจ้าเล่ห์ นาง








ลุกออกจากทนัง เดินไปตรงหน้าหลานสุยเหยยน











277






“นายน้อย...” ชุยตานคิดไม่ถึงว่าซูหลีทนังอยูสงบเงยบ
มาตลอด จะกระทําเรื องเช่นน ขึ น!












ซูหลีเงยหน้ามองอีกฝาย มิได้กล่าวอันใด ก่อนจะเดิน




ผ่านหน้าอกฝายไป











“เปนผู้ใด” การกระทําของซูหลีดึงดูดความสนใจจากฉน








มูปงทนังอยูตรงแถวแรก










ฉนมูปงก้มหน้าเล็กน้อย สีหน้าอึมครึมยิงนัก









เขาย่อมมสีหน้าไม่ด หลานสุยเหยยนผู้น เปนถึงผู้หญง








ของเขา จู่ๆ ก็มใครไม่ร้ก้าวออกมาขวางมิให้หลานสุยเห



278


ยยนจากไป...













“เปนบุตรชายของใต้เท้าซูไท่ รองเจ้ากรมขุนนางฝาย




ซ้าย นามว่าซูหลีพ่ะย่ะค่ะ” คนข้างกายฉนมูปง ล้วนแล้ว


แต่ฉลาดหลักแหลม ผู้คนน้อยใหญตลอดทั งเมองหลวง






มใครบ้างทพวกเขาไม่ร้จัก








“ซูหลี?” ฉนมูปงขมวดคิ ว ชอน ฟงดูคุ้นหูนัก












“เปนคนทกระทําการผิดทํานองคลองธรรมกับไหวอ๋อง




ในงานเลี ยงของไหวอ๋องเมอคราก่อน!” เพยงมองไป คน




ติดตามของฉนมูปงก็เอ่ยรายงานเรื องซูหลีออกมา














279





ในดวงตาของฉนมูปงมแววเข้าใจวาบผ่าน ทว่าสีหน้ายัง
คงอึมครึมอยู

















คนทหญงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่ใช่เช่นน ยังมหน้ามาหยุดสุยเห

ยยนไว้อก เขาคิดจะทําอะไรกันแน่











“ท่านมเรื องอันใดหรือ” ขณะกําลังคร่นคิดอยู หลานสุย


เหยยนก็เห็นซูหลีเดินขึ นเวทมาใกล้ตนแล้ว















หลานสุยเหยยนขมวดคิ วเล็กน้อย ใบหน้างามรปไข่ราว
กับภาพวาดก็มิปาน














“เปนเช่นน ” ซูหลีย มเบาๆ บนใบหน้าฉายแววหน้าใหญ ่





280



ใจโต ต่างจากท่าทางขลาดเขลาก่อนหน้าน โดยสิ นเชง













“ขอถามแม่นางสุยเหยยน ก่อนหน้าน แม่นางเคยออก
กลอนใช่หรือไม่”














หลานสุยเหยยนได้ยินดังนั นก็งงงัน ก่อนจะพยักหน้ารับ












แต่เริมเดิมทนางเองก็เปนเพยงหญงสาวในหอหร่วนเซยง










แต่เพราะเมอไม่กปก่อนนางแต่งกลอนคูขึ นมา ซึงมันม ี




ชอเสียงในเมองหลวงอยูบ้าง





เรื องน ขอเพยงเปนคนทร้จักนาง ต่างก็ร้กันทัว












281

“ขอถามแม่นาง กลอนบทนั นใช่ ‘เงาไม้แผ่สาขา มัจฉา








สะท้อนวารี ร่ายรําบนกงก้าน ปกษาแหวกว่ายสูธารา’
หรือไม่” ซูหลีเลิกคิ วขึ น พลางเอ่ยถามต่อ


















เมอหลานสุยเหยยนได้ยินคําพูดน ก็พยักหน้ารับอกครั ง






เพราะไม่มใครสามารถต่อกลอนบทน ได้ จึงทําให้นาง



โชคดไปต้องตาฉนมูปงเข้า ดังนั นหลายปมาน หลานสุย









เหยยนจึงจํากลอนบทน ได้ไม่ลืม








“เขาคิดจะทําอะไร หรือเขาจะสามารถต่อกลอนบทน ได้”







หลังจากฉนโม่โจวทอยูบนชั นสองเห็นภาพน ก็ไม่เข้าใจ


อยูบ้าง








282



ซูหลีเปนคนเช่นไร เขาเปนตัวอย่างของคนไม่รํ าเรียน


เขยนอ่านโดยแท้












หากนางสามารถต่อกลอนได้จริงละก็ เกรงว่าหลานสุย





เหยยนคงไม่มชอเสียงมาถึงทุกวันน











ฉนเย่หานมิได้ปริปาก แต่กลับจ้องมองซูหลีทอยูด้านล่าง


เขม็ง















เวลาน ผู้คนทนังอยูด้านล่างยิงพากันส่งเสียงเซ็งแซ่








“ร้อยปยากจะพานพบจริงๆ คิดไม่ถึงว่าคนอย่างซูหลีจะ






283

ลุกขึ นมาแต่งกลอน!”














“ก็ใช่นะสิ ตอนนั นข้าเชญปญญาชนมาตั งหลายคน ก็ยัง

ไม่อาจต่อกลอนได้”













“ฮึ ไม่ร้ว่าเขาคิดจะทํากระไรกันแน่”











......
















ท่ามกลางเสียงดังวุนวาย ฉนมูปงทมสีหน้าเย็นชา ก็



พลันจ้องมองไปบนเวทตาไม่กะพริบ











“ข้าจําได้ กฎของแม่นางในวันนั นคอ ไม่ว่าใครทสามารถ


284



ต่อกลอนบทน ได้ ต่อให้เปนยาจกข้างถนน แม่นางก็จะ


ยินยอมอยูกับเขาหนึ งราตรี”














































































285



ตอนท 31 ต่อกลอน





















286




หลังจากหลานสุยเหยยนได้ฟงคําพูดของซูหลี ก็งงงันไป

ชัวขณะ ยังไม่ทันทนางจะได้สติ ก็ได้ยินซูหลีกล่าวต่อ












“ช่างบังเอิญยิงนัก” ซูหลีย มเบาๆ ก่อนจะควักกระดาษ




พับหนึ งแผ่นออกมาจากอกเสื อ “ข้ามกลอนอยูบทหนึ ง


พอด”












หลานสุยเหยยนได้ยินดังนั นก็พลันหน้าเปลียนสี นาง







มองไปทางฉนมูปงทอยูล่างเวทอย่างอดไม่ได้










“แม่นางสุยเหยยนลองดูสักหน่อยเถด!” ซูหลีส่งกระดาษ




ใส่มอหลานสุยเหยยน แล้วยิ มขึ น จนดวงตาดอกท้อทดึง






287




ดูดใจคนหยลง ทําให้ความงามของนางยิงทวความ

ชัดเจน















หลานสุยเหยยนถูกรอยย มของนางทิมแทงตา จึงรับของ


ทซูหลีส่งให้ตนตามจตใต้สํานัก










รอจนนางได้สติ ใบหน้าน้อยๆ พลันซดขาว

















ก่อนหน้าน มกลอนคูเช่นน อยูจริงๆ ทว่ามันเปนสิ งทนาง



ใช้สร้างชอให้ตนเองก็เท่านั น หลังจากฉนมูปงปรากฏ





กาย หลานสุยเหยยนก็โยนมันทิ งไป







ไม่ว่าผู้ก็ไม่เคยคาดคิดถึง ผู้หญงของฉนมูปง







288





พอวันน มาถึงจะทึมทอเพยงน ...








หลานสุยเหยยนมองซูหลีปราดหนึ ง ด้วยสีหน้าไม่ดนัก






เมอนางเห็นอักษรทเขยนอยูบนกระดาษแผ่นนั น สีหน้าก็




ยิงดูไม่ด









น…นมันอะไรกัน!












หลานสุยเหยยนสูญเสียกริยาเช่นน น้อยมาก สิ งสําคัญ







คอนางคิดไม่ถึงว่า คนทมาต่อกลอนของนาง จะเขยน
อักขระน่าเกลียดขนาดน ออกมา














289





ตอนนั นเหล่าอัจฉริยะทมชอในเมองหลวงจํานวนไม่น้อย


ต่างก็ต่อกลอนออกมาไม่ได้











เวลาผ่านมานาน ก็มผู้คนพากันต่อกลอนออกมา เพยง







แต่ตอนนั นหลานสุยเหยยนกลายเปนคนของฉนมูปง


แล้ว ใครยังจะกล้าไปแตะต้องนางอกเล่า











ซูหลีเห็นแสดงท่าทออกมาไม่น้อย ก็อดฉกยิ มมุมปากไม่


ได้














ลายมอน เปนลายมอทนางเลียนแบบซูหลีตัวจริง กล่าว






ตามตรง ซูหลีนั นเปนคนไม่รํ าเรียนเขยนอ่าน ตัวหนังสือ

ทเขยนนั น...









290


ราวกับยันต์ปราบผก็มิปาน หากให้คนมาดู ก็คงพากัน


ตกใจ












ทว่ามองออกก็พอแล้ว














“กลอนของแม่นางสุยเหยยนคอ ‘เงาไม้แผ่สาขา มัจฉา



สะท้อนวารี ร่ายรําบนกงก้าน ปกษาแหวกว่ายสูธารา’





ส่วนกลอนทข้าต่อคอ ‘แสงหอคอยสาดส่อง ก้ามดาบตก

สูชลธาร ปนขึ นยอดอาราม พุทธองค์คว้าจับก้ามกราม’





ทุกท่านคิดว่ากลอนน เปนอย่างไร”









หลานสุยเหยยนไม่มทางอ่านกลอนของซูหลีออกมาแน่









291

ซูหลีจึงท่องกลอนขึ นมาเอง














เมอนางเอ่ยปาก ด้านล่างก็พลันส่งเสียงดังเซ็งแซ่











“เงาไม้แลแสงหอคอย นับว่าประณตยิงนัก”
















“ข้าคิดว่าจุดทดทสุด เห็นจะเปนตรงมัจฉาสะท้อนวารี
กับพุทธองค์คว้าจับก้ามกราม กลอนคูบทน มิต้องพูดเลย



มันเพิมรสชาติอนให้ตัวบทมสีสันขึ นนัก”











“กลอนคูบทน ช่างยอดเยยมเสียจริง!”


















292

......














ในหอหร่วนเซยงมเหล่านักปราชญ์มาหาหลานสุยเหย ี

ยนจํานวนไม่น้อย












พอซูหลีเอ่ยคําตอบออกไป ก็มคนไม่น้อยวิพากษ์วิจารณ์



ขึ นมา












ไม่ว่าจะเปนการคํานึงถึงอารมณ์ร่วมของกลอน รวมถึง












การร้อยเรียงทประณต กลอนบทน มรสชาติทไร้ทติยิงนัก



พริบตานั นในห้องโถงพลันคึกคักขึ นมา













293


ซูหลีกางพัด ปดใบหน้าของตนเองครึงหนึ ง ทว่าดวงตาคู ่




นั น กลับมองไปบนร่างหลานสุยเหยยนไม่หยุด เห็นเพยง




หลานสุยเหยยนมสีหน้าขาวสลับแดง แล้วก็แดงสลับ

เขยว ช่างน่ามองเสียจริง!












ซูหลีได้ยินมาว่า แต่ต้นจนจบหลานสุยเหยยนติดตามฉน



มูปงเพยงผู้เดยว















แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยถูกผู้อนแตะต้องให้แปดเปอน



มาก่อน ด้วยเหตุน แม้นางจะเปนหญงหอโคมเขยว ก็ม ี

ฐานะไม่ต่างจากสตรีนอกหอโคมเขยว











เมอเห็นว่าสถานการณ์เปนเช่นน หลานสุยเหยยนย่อม










294

ร้อนใจ














นางมองไปบนร่างฉนมูปงอย่างอดไม่ได้...




































































295



ตอนท 32 ข้ารับไม่ไหว!
























“เช่นน แล้ว แม่นางสุยเหยยนคงจะทําตามคําพูดกระมัง”




เวลาน ซูหลีมิได้มองไปทางฉนมูปงแม้แต่น้อย นางจ้อง





มองหลานสุยเหยยน พลางเอ่ยคําพูดน ออกมา









นํ าเสียงของนางไม่มการปกปดอารมณ์แต่อย่างใด เสียง



นั นเพยงพอทจะให้ผู้คนทั งในห้องโถงได้ยิน






296




เมอคร่ยังคงพากันวิจารณ์กลอนบทน อย่างคึกคัก ทว่า


พริบตาต่อมาก็พลันเงยบลง












ผู้คนต่างพากันมองไปทางฉนมูปง














กลอนบทน นับว่าแต่งได้ยอดเยยมยงนัก แต่อกฝายเปน








ถึงฉนมูปงเชยวนะ ผู้หญงของป้าอ๋องแห่งเมองหลวง



ใครคิดจะแตะต้องก็แตะต้องได้หรือ









“คุณชายซู” ฉนมูปงมสีหน้าอึมครึมยิงนัก ทว่าคนทเอ่ย










ปากเปนคนแรก กลับมิใช่ฉนมูปง แต่เปนเสิ นฉางชงทนัง



อยูเงยบๆ


297




ซูหลีทยนอยูบนเวทหรี ตาลงมองเขา โดยไม่กล่าวอันใด













“ตามทข้าร้ คุณชายซูมิใช่คนรักการรํ าเรียนเขยนอ่านแต่
อย่างใด...” เสิ นฉางชงไม่ค่อยประทับใจซูหลีนัก ดังนั น





ยามทเอ่ยปากขึ นมา ย่อมไม่เกรงใจอกฝาย













พูดไปพูดมา บัดน เขาก็นับได้ว่าเปนคนสนทข้างกายฝา




บาท จะพูดจาอันใดย่อมไม่จําเปนต้องเกรงใจอกฝาย












เพยงแต่จะดจะชัวอย่างไรบิดาของซูหลีก็เปนรองเจ้า

กรมขุนนางฝายซ้าย ดังนั นเขาจึงไว้หน้าอกฝายอยูบ้าง













298


Click to View FlipBook Version