อุปลมณี
ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทโฺ ท)
วดั หนองปา่ พง อ�ำเภอวารินชำ� ราบ จงั หวดั อบุ ลราชธานี
อนสุ รณพ์ ิพิธภณั ฑ์ฉนั ทกรานสุ รณ์
วัดป่าอมั พโรปัญญาวนาราม ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
อปุ ลมณี ชีวประวตั แิ ละพระธรรมเทศนา
พระโพธญิ าณเถร (ชา สภุ ทฺโท)
เลขมาตรฐานหนงั สือ : ๙๗๘-๖๑๖-๔๔๕-๕๔๘-๑
พมิ พ์คร้งั ที่ ๑ : พฤศจิกายน ๒๕๖๐
จ�ำนวนพิมพ์ : ๕,๐๐๐ เล่ม
จดั พมิ พโ์ ดย : มลู นธิ พิ ุทธสมนุ ไพรคู่แผน่ ดนิ ไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
สงวนลขิ สทิ ธิ์ : ห้ามคัดลอก ตดั ตอน หรือน�ำไปพมิ พ์โดยไม่ได้รับอนญุ าต
หากท่านใดประสงค์จดั พิมพ์เป็นธรรมบรรณาการ
โปรดตดิ ตอ่ ขออนุญาต
เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง (ประธานกรรมการจัดการมรดกธรรมฯ)
ตำ� บลโนนผง้ึ อ�ำเภอวารนิ ชำ� ราบ จงั หวัดอุบลราชธานี
โทรศพั ท์ ๐-๔๕๒๖-๗๕๖๓, ๐-๔๕๒๖-๘๐๘๔
โทรสาร ๐-๔๕๒๖-๘๐๘๔
พมิ พ์ท่ี : บรษิ ัท ศลิ ปส์ ยามบรรจภุ ัณฑแ์ ละการพิมพ์ จ�ำกัด
๖๑ ถนนเลยี บคลองภาษเี จรญิ ฝั่งเหนอื ซ.เพชรเกษม๖๙
แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
โทรศพั ท์ ๐-๒๔๔๔-๓๓๕๑-๙ โทรสาร ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘
E-mail: [email protected] www.silpasiam.com
ค�ำปรารภ
เร่ืองการจัดท�ำหนังสือมรดกธรรมยอดโอวาทค�ำสอนของสมณะนักปราชญ์
วสิ ทุ ธเิ ทวา (พระปา่ ) จดั ทำ� ขน้ึ ๓๔ องค์ สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ระหวา่ งปี พทุ ธศกั ราช
๒๔๖๐-๒๕๕๔ โอวาทธรรมยอดแห่งค�ำสอนของวิสุทธิบุคคล ท่านแสดงบริสุทธิ์
สมบรู ณไ์ มว่ า่ ยคุ ใดสมยั ใด นำ� ผสู้ นใจพยายามตง้ั ใจปฏบิ ตั ติ าม ยอ่ มกา้ วลว่ งทกุ ขไ์ ปได้
สมความปรารถนา คณะปสาทะศรทั ธาเห็นควรจัดทำ� ข้ึนสงวนรกั ษาไว้ เพ่อื กุลบตุ ร
สุดท้ายภายหลังที่ พิพิธภัณฑ์ฉันทกรานุสรณ์ วัดป่าอัมพโรปัญญาวนาราม บ้าน
หนองกลางดอน ต�ำบลคลองกว่ิ อ�ำเภอบา้ นบึง จังหวดั ชลบุรี ผสู้ นใจกรณุ าเขา้ ไป
ศกึ ษาได้ตามโอกาส เวลาพอดี
ผฉู้ ลาดยึดหลักนักปราชญ์เปน็ แบบฉบับพาดำ� เนนิ ปกครองรกั ษาตน
คณะปสาทะศรทั ธา
ห้ามพิมพเ์ พือ่ จ�ำหนา่ ย สงวนลขิ สทิ ธ์ิ
สารบญั ๑
๓
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทโฺ ท) ๗๑
๙๗
อุปลมณี ชวี ประวัตแิ ละพระธรรมเทศนา ๑๐๗
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ๑๓๒
- ชีวประวตั ิ พระโพธญิ าณเถร (ชา สภุ ทโฺ ท) ๑๓๙
- กำ� เนิดวัดหนองปา่ พง ๒๓๐
- วัตถธุ รรม ๒๗๔
- ความเป็นหลวงพ่อ ๓๙๑
- มุ่งสอนสจั ๔๐๓
- ศลี ของสงฆ ์ ๔๓๕
- การฝึกสมาธิเจรญิ ภาวนา ๔๖๕
- สมณธรรม ๕๘๗
- สาขาวัดหนองปา่ พง ๖๑๕
- หลวงพ่อกบั ชาวต่างประเทศ ๖๔๙
- ส�ำนกั ชีวัดหนองป่าพง ๖๗๐
- ฆราวาสธรรม
- จาริกไปตา่ งประเทศครง้ั แรก
- จารกิ ไปต่างประเทศคร้ังทส่ี อง
- ประวัตกิ ารอาพาธ
- มรณภาพ
พระโพธิญาณเถร (ชา สภุ ทโฺ ท)
วดั หนองปา่ พง อำ�เภอวารนิ ชำ�ราบ จงั หวัดอบุ ลราชธานี
อปุ ลมณี
ชวี ประวัตแิ ละพระธรรมเทศนา
พระโพธิญาณเถร (ชา สภุ ทฺโท)
1
ชวี ประวตั ิ
พระโพธิญาณเถร (ชา สภุ ทฺโท)
ปฐมวยั
หลวงพอ่ ชา สภุ ทโฺ ท เปน็ ลกู อสี านโดยกำ� เนดิ ทา่ นเกดิ ทจ่ี งั หวดั อบุ ลราชธานี เมอื ง
นกั ปราชญ์ ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหน่ึงของอ�ำเภอวารนิ ชำ� ราบ ชื่อบ้านกอ่ เดมิ เรียกว่า
บ้านก้นถ้วย เม่ือวันศกุ ร์ที่ ๑๗ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๖๑ (แรม ๗ ค่ำ� เดอื น ๗
ปีมะเมีย)
ทา่ นเปน็ บตุ รคนท่ี ๕ ของนายมา และนางพมิ พ์ ชว่ งโชติ มพี นี่ อ้ งรว่ มบดิ ามารดา
๑๐ คน สมยั ทยี่ งั เปน็ เดก็ หลวงพอ่ มรี ปู รา่ งสมบรู ณ์ อว้ นกลม พงุ พลยุ้ คางมน ดว้ ย
ลกั ษณะแบบนเ้ี อง ทำ� ใหเ้ พอ่ื นๆ ขนานนามทา่ นวา่ “อง่ึ ” ปากของทา่ นกวา้ งและเชดิ ขนึ้
เลก็ น้อย อยา่ งที่คนอีสานเรียกว่า ปากแหว หูของท่านไมเ่ ทา่ กัน พ่อพฒุ ทุมมากรณ์
เพอื่ นสนทิ ทช่ี อบพอกบั หลวงพอ่ มาตง้ั แตว่ ยั เดก็ ไดเ้ ลา่ ถงึ อปุ นสิ ยั ของเสยี่ วชาวา่ เปน็ คน
ชา่ งพดู และมลี กั ษณะผนู้ ำ� มาตง้ั แตเ่ ดก็ ๆ เมอ่ื อยกู่ บั หมเู่ พอ่ื น ไมว่ า่ จะเลน่ หรอื ทำ� อะไร
กต็ าม ทา่ นมักเปน็ ผวู้ างแผนมอบหมายหน้าที่แก่คนอ่นื เสมอ โดยปกตทิ า่ นเป็นคน
อารมณด์ ี รา่ เรงิ วนั ไหนขาดทา่ น หมเู่ พอื่ นจะเงยี บเหงา คยุ เลน่ ไมค่ อ่ ยมรี สชาตเิ หมอื น
ทเี่ คย
3
ลกั ษณะเดน่ อกี ประการหนง่ึ ทปี่ รากฏมาตง้ั แตเ่ ดก็ คอื ความรกั สนั ติ ไมเ่ คยมใี คร
เหน็ ทา่ นมเี รอื่ งทะเลาะเบาะแวง้ เปน็ ปากเสยี งกบั ใคร โดยเฉพาะการชกตอ่ ยขม่ เหงรงั แก
กับผ้อู อ่ นแอกว่านน้ั ย่ิงไม่มเี ลย ตรงกันขา้ ม เมือ่ เพอ่ื นฝูงมีปญั หาขัดใจกนั ทา่ นจะ
เป็นผู้ไกล่เกล่ียคลี่คลายให้เรียบร้อยได้ด้วยความสามารถอันเป็นลักษณะเฉพาะตัว
ประกอบกบั ปกตทิ า่ นเปน็ คนมนี ำ้� ใจโอบออ้ มอารี และใหค้ วามเปน็ ธรรมแกท่ กุ คนเสมอ
เพือ่ นๆ กเ็ ลยเกรงใจ
หลวงพ่ออึ่ง
วัยเด็กเป็นวัยท่ีชอบเล่นเลียนแบบ โดยเฉพาะเด็กชายชาวบ้านชอบการเล่นที่
ทะมดั ทะแมง แขง็ ขนั ใชก้ ำ� ลงั เชน่ เลน่ เปน็ ทหาร หรอื ตำ� รวจจบั ผรู้ า้ ย เปน็ ตน้ แตก่ าร
เลน่ เลยี นแบบของเดก็ ชายชาคอ่ นขา้ งแปลก หลวงพอ่ เคยเลา่ ถงึ ตวั ทา่ นเองสมยั เปน็ เดก็
ว่า “ตอนเดก็ ๆ คิดอยากจะเล่นเป็นพระ กเ็ ลยต้ังตนเป็นสมภารขึน้ มา เอาผ้าขาวมา้
หม่ เปน็ จวี ร ถงึ เวลาฉนั เพล กต็ รี ะฆงั แกง๊ ๆ ใหเ้ พอ่ื นๆ ทเี่ ลน่ เปน็ โยมอปุ ฏั ฐาก เอานำ�้
มาให้ แล้วรับศีลรับพร”
ไฟแรง
หลวงพอ่ เตบิ โตขนึ้ มาในบรรยากาศอบอนุ่ และมนั่ คง ครอบครวั ของทา่ นจดั วา่ มี
ฐานะมงั่ ค่งั ครอบครัวหน่ึงในหมบู่ ้าน และมักสงเคราะห์ผยู้ ากจนกวา่ ในยามข้าวยาก
หมากแพงอยเู่ สมอ ตวั ทา่ นเองเปน็ เดก็ ทม่ี กี ำ� ลงั วงั ชา กระฉบั กระเฉง วอ่ งไว ธาตไุ ฟแรง
กนิ จเุ ปน็ นสิ ยั แตค่ วามทที่ า่ นเปน็ คนขยนั ไมอ่ ยนู่ งิ่ จงึ สามารถชว่ ยงานในครอบครวั
ไดเ้ ปน็ อยา่ งดีตงั้ แตอ่ ายุยงั น้อย งานหลักทเ่ี ด็กชายชาเป็นหัวเรย่ี วหวั แรงส�ำคญั มีอยู่
๒ อย่าง คอื งานเลีย้ งควาย และดูแลไรย่ าสูบ
ต่ืนเช้ากินข้าวกินปลาเสร็จแล้ว เด็กชายชาก็เตรียมห่อข้าวแล้วต้อนควายออก
จากคอก บา่ ยหนา้ ไปสทู่ งุ่ หญา้ ปา่ รก ยามวา่ งควายกนิ หญา้ กอ็ อกหาอาหารธรรมชาติ
4
เช่น กบ เขยี ด ปลา เห็ด หรือหน่อไม้ ส�ำหรบั มื้อเยน็ ของครอบครัว ตามแบบชวี ิต
ของชาวชนบทภาคอสี านโดยทวั่ ไป
แตง่ านหนกั คอื งานในไรย่ าสบู ซง่ึ มถี งึ ๔-๕ ไร่ ปหี นง่ึ ๆ ตอ้ งชว่ ยรดนำ�้ พรวนดนิ
ดแู ลเกบ็ เกย่ี วจนไดผ้ ลผลติ เปน็ ยาสบู ซง่ึ ใชแ้ ลกเปลยี่ นกบั ผลติ ผลอยา่ งอน่ื เชน่ อาหาร
และสง่ิ ของเครื่องใชก้ บั เพ่อื นบา้ นใกล้เคยี ง อยา่ งไรก็ดี แม้จะช่วยงานทางบา้ นอยา่ ง
ทะมดั ทะแมงแข็งขัน เมื่ออายไุ ด้ ๙ ขวบ เดก็ ชายชากเ็ ริม่ สนใจเรือ่ งของวดั หลังจาก
จบการศกึ ษาชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ จากโรงเรยี นบา้ นกอ่ แลว้ กค็ ดิ อยากไปเปน็ เดก็ วดั
เป็นศิษยว์ ดั
หลายสบิ ปตี อ่ มาเมอื่ หลวงพอ่ เขา้ สวู่ ยั ชราแลว้ มชี าวตะวนั ตกคณะหนง่ึ มาเยยี่ ม
วดั หนองปา่ พง และกราบเรยี นถามถงึ แรงบนั ดาลใจทท่ี ำ� ใหห้ ลวงพอ่ สนใจเขา้ วดั ตงั้ แต่
เด็ก หลวงพ่อให้ค�ำตอบวา่
“ออ๋ กอ่ นเปน็ พระนเี่ หรอ คอื มนั มนี สิ ยั ปจั จยั ทกี่ ลวั บาป เปน็ คนซอ่ื สตั ยไ์ มโ่ กหกใคร
นิสัยตรงไปตรงมาอยู่เสมอ ถึงแม้แบ่งของกันนะ ชอบเอาน้อยกว่าเขา เกรงใจเขา
เปน็ อยา่ งนเี้ รอ่ื ยๆ มาตลอด เมอ่ื ธรรมชาตอิ นั นมี้ นั แกข่ น้ึ มา มนั เกดิ ความรสู้ กึ นกึ คดิ ขนึ้
มาวา่ ไปวดั เราคดิ อยา่ งนี้ ไปถามเพือ่ น เขาไมเ่ คยคดิ มนั เปน็ ของมนั เอง เรอื่ งมัน
เปน็ ผลการกระทำ� นะ มนั เปน็ ผลของมนั เอง เรากพ็ จิ ารณาเรอ่ื ย มนั กโ็ ตของมนั เรอ่ื ยๆ
มันเปน็ เหตใุ ห้ท�ำอย่างนี้ เป็นเหตุให้คิดอยา่ งนี”้
อีกโอกาสหนึ่ง ทา่ นเล่าใหโ้ ยมฟังทเี ลน่ ทีจรงิ ว่า ทา่ นเข้าวดั เพราะขเี้ กียจรดน้ำ�
ตน้ ยาสบู และมคี วามรสู้ กึ อดึ อดั เออื มระอากบั งานทางบา้ น ซงึ่ ซำ�้ ซากจำ� เจ ดไู มม่ จี ดุ จบ
“เราเปน็ เดก็ ตวั เลก็ ๆ ไมเ่ คยไดส้ บู ยากบั เขาเลย แตต่ น่ื เชา้ ขน้ึ มา เขากลบั ไลใ่ หเ้ รา
ไปรดน้ำ� ต้นยาสูบเปน็ ร้อยๆ ต้น มันน่าเจบ็ ใจ...” มเี หตกุ ารณอ์ ย่างหน่งึ ซง่ึ เหมือน
เปน็ การจดุ ชนวนใหค้ วามรสู้ กึ ของหลวงพอ่ ระเบดิ ออกมา และทำ� ใหท้ า่ นเขา้ วดั ในทส่ี ดุ
โยมพ่สี าวของท่านไดเ้ ล่าไว้
5
“การไปเปน็ ศษิ ยว์ ดั กไ็ มใ่ ชเ่ พราะวา่ ทางบา้ นจดั การให้ แตท่ า่ นปรารถนาของทา่ นเอง
โดยวนั หนงึ่ ทา่ นชว่ ยพๆ่ี นอ้ งๆ ตำ� ขา้ ว แตไ่ มต่ ง้ั ใจ พอดสี ากตำ� ขา้ วหลวม ตอ้ งเอาไมไ้ ป
ตอกลม่ิ แตท่ า่ นไมย่ อมตอก คนอนื่ ไปตอก บงั เอญิ ทำ� ไมถ้ กู ทา่ น ทา่ นคงเจบ็ เลยโกรธ
รอ้ งวา่ “กจู ะไปบวช”
หลงั จากนนั้ ไมน่ าน เดก็ ชายชาไดข้ อใหพ้ อ่ แมพ่ าตวั ไปฝากเปน็ ลกู ศษิ ยว์ ดั พอ่ แมก่ ็
ไมข่ ดั ขอ้ ง และพาไปอยใู่ นความอปุ การะของพระอาจารยล์ ที วี่ ดั บา้ นกอ่ นอก เดก็ ชายชา
จงึ มโี อกาสไดเ้ รยี นรกู้ ฎระเบยี บและกจิ วตั รประจำ� วนั ตา่ งๆ ตามวสิ ยั เดก็ วดั เปน็ ครงั้ แรก
และเดก็ ชายพุฒก็ไดม้ าเปน็ ศิษยข์ องพระพร เดก็ ชายชาจงึ มีเส่ยี วฮักมาอย่เู ป็นเพอ่ื น
ร่วมสำ� นกั ดว้ ย
บรรพชา
หลังจากเข้าวัดไปเป็นเด็กวัด ได้รับการอบรมพอสมควรและมีอายุถึงเกณฑ์
บรรพชา ทา่ นเจา้ อาวาสเหน็ วา่ เปน็ เดก็ เรยี บรอ้ ย ทงั้ ขยนั หมนั่ เพยี ร รจู้ กั อปุ ฏั ฐากรบั ใช้
ครบู าอาจารยด์ ้วยดมี าตลอด จงึ จดั การใหไ้ ด้บรรพชาพร้อมกับเพอ่ื นๆ อกี หลายคน
ทว่ี ดั บา้ นกอ่ โดยมี พระครวู จิ ติ รธรรมภาณี (พวง) เจา้ อาวาสวดั มณวี นาราม จ.อบุ ลราชธานี
ในเวลานนั้ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ เมอ่ื เดอื นมนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ขณะนนั้ หลวงพอ่ อายไุ ด้
๑๓ ปพี อดี
เมอ่ื บรรพชาแลว้ นอกจากการทอ่ งบทสวดมนตต์ า่ งๆ สามเณรชาไดเ้ รยี นหลกั สตู ร
นกั ธรรมตรี และเรยี นหนงั สือพื้นเมืองทเี่ รียกวา่ หนังสือตวั ธรรม อย่างเชีย่ วชาญ
ลาสิกขาบท
ระหวา่ งทบ่ี รรพชาอยู่นน้ั สามเณรชาไดอ้ ปุ ฏั ฐากรบั ใช้ครบู าอาจารย์รูปหนงึ่ คอื
ทา่ นอาจารยล์ งั จนไดร้ บั ความรกั ใครเ่ อน็ ดจู ากทา่ นเปน็ พเิ ศษ พระอาจารยล์ งั ไดเ้ ปน็
ธรุ ะในการอบรมสงั่ สอน และเอาใจใสด่ แู ลการศกึ ษาเลา่ เรยี นของสามเณรอยา่ งใกลช้ ดิ
6
เปน็ เหตใุ หไ้ ดร้ จู้ กั กบั ครอบครวั ของลกู ศษิ ยด์ ว้ ย เมอ่ื มโี อกาสวา่ ง พระอาจารยล์ งั กม็ กั
ชวนสามเณรกลบั ไปเยยี่ มบา้ นและไปบอ่ ยขน้ึ ทกุ ที บางทกี อ็ ยจู่ นดกึ จงึ กลบั วดั ในระยะ
หลังๆ พระอาจารยล์ งั กป็ รารภเรอ่ื งทางโลกบ่อยๆ จนกระทั่งวนั หนงึ่ กไ็ ด้ชักชวนให้
ลูกศิษย์ลาสิกขาบทไปด้วยกัน จิตใจของสามเณรน้อยก็หวั่นไหว เพราะศรัทธาใน
พระศาสนายงั ไมห่ นกั แนน่ มนั่ คงพอทจ่ี ะอยตู่ อ่ ไดถ้ า้ อาจารยจ์ ากไป เมอื่ ถกู ครบู าอาจารย์
ชวนบอ่ ยๆ กเ็ ลยลาสกิ ขาตามไปในท่ีสดุ ตอนนน้ั อายไุ ด้ ๑๖ ปี
ตอ่ มาไมน่ าน ทดิ ลงั กไ็ ดม้ าสขู่ อนางสาวสา โชตชิ ว่ ง พส่ี าวของเซยี งชาไปเปน็ ภรรยา
แตก่ ็อยู่กินกันไดไ้ ม่นาน
สองเกลอกลัวผี
เมอ่ื ลาสกิ ขาบทกลบั มาอยบู่ า้ นแลว้ เซยี งชากไ็ ดเ้ ปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ของครอบครวั ใน
กจิ การงานตา่ งๆ โดยเฉพาะการทำ� นาซง่ึ เปน็ อาชพี หลกั ของครอบครวั ทำ� ใหบ้ ดิ ามารดา
ไดร้ บั ความสขุ สบายขนึ้ พอสมควร อยา่ งไรกต็ าม เซยี งชากร็ สู้ กึ อยบู่ อ่ ยๆ วา่ ชวี ติ คฤหสั ถ์
นั้นไร้แก่นสาร ดังท่ีท่านเคยเล่าความรู้สึกของตนเองในตอนน้ันให้ลูกศิษย์ฟังใน
ภายหลังว่า
“เบือ่ ไม่อยากอย่กู ับพอ่ แม่ คดิ ไปกเ็ บอ่ื คิดอยากไปคนเดยี วเร่อื ยๆ ไม่ร้จู ะไป
ทางไหน มนั เปน็ อยอู่ ยา่ งนน้ั หลายปเี หมอื นกนั ชอบคดิ ในใจ เบอ่ื มนั เบอื่ อะไรกไ็ มร่ ู้
มนั อยากจะไปไหนๆ คนเดยี ว อนั นเี้ ปน็ อยรู่ ะยะหนงึ่ ถงึ ไดม้ าบวช นมี่ นั เปน็ นสิ ยั แตว่ า่
เรากไ็ มร่ มู้ นั แตว่ า่ อาการมนั เปน็ อยอู่ ยา่ งนต้ี ลอดมา...” แตเ่ มอ่ื ยงั ไมเ่ หน็ ทางออก เซยี งชา
กพ็ ยายามคดิ เรอ่ื งอนื่ ทสี่ นกุ สนาน เชน่ การเทย่ี วเตรก่ บั เพอื่ นฝงู เพอื่ กลบเกลอ่ื นความ
เบอื่ หน่ายน้นั เสยี
เพอื่ นเทยี่ วในวยั หนมุ่ ของเซยี งชา กค็ อื เซยี งพฒุ ทมุ มากรณ์ เพอื่ นเลน่ ในวยั เดก็
น่ันเอง ทงั้ สองชวนกันไปเทีย่ วสนกุ สนานกับเพือ่ นตามประสาหนุ่มชาวบา้ นท่วั ๆ ไป
บางทกี ช็ วนกนั ไปจบี สาวบา้ นใกลบ้ า้ ง บา้ นไกลบา้ ง ตอนนน้ั เพอ่ื นๆ ไดเ้ หน็ ความอดทน
7
ของหลวงพอ่ แลว้ บางทไี ปเทย่ี วงานบา้ นอนื่ เดนิ ไปเดนิ กลบั ถงึ ๓๐ กโิ ลเมตร เพอ่ื นอยาก
หยุดพักระหวา่ งทางบา้ ง แต่ท่านไมย่ อมหยุดเลย ตอ้ งไปใหถ้ งึ บา้ นก่อน
เซยี งชาเป็นคนบา้ นกน้ ถว้ ย ส่วนเซยี งพุฒอยูบ่ ้านก่อใน ทง้ั สองหมบู่ ้านหา่ งกัน
ประมาณ ๑ กโิ ลเมตร การไปมาหาสกู่ นั ตอ้ งเดนิ ผา่ นปา่ ดอนเจา้ ปู่ ซงึ่ เปน็ ทห่ี วาดกลวั
ของชาวบา้ นแถบนนั้ ฉะนน้ั วนั ไหนไปเทย่ี วดว้ ยกนั แลว้ กลบั ดกึ ทง้ั สองจะตอ้ งนอนคา้ ง
ทบ่ี า้ นของคนใดคนหนง่ึ เนอื่ งจากตา่ งคนตา่ งกก็ ลวั ผขี นาดหนกั ไมม่ ใี ครกลา้ เดนิ กลบั
คนเดียว
พบรกั
ถึงแม้ว่านายพุฒได้พานายชาไปเท่ียวจีบสาวในหมู่บ้านท้ังใกล้และไกลมาแล้ว
หลายแห่ง แต่ในที่สุดนายชาก็มามีความสัมพันธ์รักกับนางสาวจ่าย ซ่ึงเป็นลูกติด
แมเ่ ล้ียงของนายพุฒ สว่ นนายพุฒเปน็ ลูกติดทางพ่อและอาศยั อยู่บ้านของตา ซง่ึ อยู่
ใกล้กันกับบ้านของนางสาวจ่าย เร่ืองรักของนายชาและนางสาวจ่ายนี้ ทุกคนใน
ครอบครวั ของนายพฒุ กร็ ดู้ ี และไมม่ ใี ครรงั เกยี จ โดยเฉพาะพอ่ แมข่ องสาวนนั้ มคี วาม
พอใจรักใคร่นายชาเสมือนบุตรของตนเอง เพราะเห็นว่าเป็นคนหนุ่มท่ีมีคุณสมบัติ
เพียบพรอ้ ม ทงั้ โดยสว่ นตวั และฐานะทางครอบครัว พ่อแมส่ าวถึงกับกดี กนั หนุ่มอื่น
ขนาดไมย่ อมใหข้ น้ึ บนั ไดบา้ นเลยทีเดยี ว
สองหนมุ่ สาวไดใ้ หส้ ญั ญาตอ่ กนั ไวว้ า่ จะรอจนกวา่ นายชาผา่ นพน้ การเกณฑท์ หาร
แลว้ บวชทดแทนคณุ บดิ ามารดาสกั ๑ พรรษาเสยี กอ่ น หลงั จากนน้ั เมอ่ื ทกุ อยา่ งพรอ้ ม
กจ็ ะแต่งงานกันทันที เวลานั้นนายชามีอายุได้ ๑๙ ปี สว่ นสาวเจา้ อายุเพียง ๑๗ ปี
เสียรักเพราะนา
ย่างเข้าฤดูฝน ทุกบ้านต่างขมีขมันจัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือในการท�ำนา
นายชากเ็ ชน่ เดยี วกนั ไดจ้ ดั สงิ่ ของเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ บรรทกุ เกวยี น เคลอ่ื นยา้ ยออกไปสู่
8
กระทอ่ มกลางนา แลว้ ก็งว่ นอยูก่ บั การเตรียมงาน มกี ารจัดหาอปุ กรณ์เคร่ืองใชต้ ่างๆ
เชน่ คราด ไถ แอก จอบ ไว้ให้พร้อม รอการปกั ดำ� ทำ� นา
สว่ นทางบา้ นของนายพฒุ และนางสาวจา่ ย บดิ ามารดาของคนทงั้ สองปรกึ ษาหารอื
กนั ในเรอ่ื งการทำ� นา ซง่ึ กำ� ลงั เปน็ ปญั หาเพราะขาดแรงงานสำ� คญั ทงั้ สามภี รรยาเหน็ พอ้ ง
ต้องกันวา่ ควรจะใหน้ างสาวจา่ ยแตง่ งานมีคู่ครองเสยี จะได้มสี ามีมาชว่ ยท�ำนา แต่ก็
มองไมเ่ หน็ ว่าจะให้แตง่ ให้กับใคร นายชาท่หี มายปองอยนู่ ัน้ เล่า กย็ ังไมพ่ ร้อมสกั ที
คงตอ้ งรออีกหลายปี ในทส่ี ดุ ฝ่ายสามีจงึ โพล่งออกมาวา่ “ใหแ้ ตง่ กับไอ้พฒุ ลกู ชาย
ของเรานแ่ี หละ” ดว้ ยเหตผุ ลและความเหมาะสม คอื ทง้ั สองหนมุ่ สาวรจู้ กั สนทิ สนมกนั
ดีอยู่แล้วเหมือนพี่น้อง แต่ไม่ได้ร่วมบิดามารดาเดียวกัน ประกอบกับเหตุผลทาง
เศรษฐกจิ ดว้ ย เขา้ ทำ� นอง “เรอื ลม่ ในหนอง ทองจะไปไหน” สว่ นนายพฒุ และนางสาวจา่ ย
แม้จะรู้สึกกระอักกระอ่วนเพราะมีความรู้สึกต่อกันเหมือนพี่น้องจริงๆ แต่ก็ไม่กล้า
ปฏิเสธหรอื ขดั ขนื ความประสงค์ของพอ่ แมไ่ ด้
ไมย่ อมเสยี เพ่ือน
หลายปตี อ่ มา หลวงพอ่ ไดพ้ ดู ถงึ ความรสู้ กึ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในใจขณะทท่ี า่ นไดท้ ราบขา่ ว
ซงึ่ ไมเ่ คยคาดคิดว่าจะมขี นึ้ ได้ให้ลูกศษิ ย์ฟงั
“เมื่อตอนที่ผมอายุ ๑๘ ผมชอบผู้หญิงคนหนึ่ง เขาก็คงชอบผมเหมือนกัน
ชอบกนั ไปกช็ อบกนั มาตามแบบฉบบั ชาวบา้ น ผมหลงรกั เขาจนตดิ ลกึ ภาษาชาวบา้ นกว็ า่
จะเอาเปน็ เมยี นนั่ แหละ ผมฝนั วา่ จะมเี ขามาอยขู่ า้ งเคยี งชว่ ยกนั ทำ� ไรท่ ำ� นา หากนิ กนั ไป
ตามประสาโลก อยมู่ าวันหนงึ่ ผมกลบั จากนา สวนทางกบั เพอ่ื นรกั เขาบอกผมว่า
ชา...อนี างเราเอาแลว้ นะ ผมฟงั แลว้ ตวั ชาไปหมด ซมึ ไปหลายชวั่ โมง นกึ ถงึ คำ� หมอดวู า่
ผมจะไมม่ ีเมยี แตม่ ลี กู เยอะ ตอนน้ันผมกส็ งสยั ว่าจะเปน็ ไปได้อย่างไร”
แต่ในท่ีสดุ นายชาก็ทำ� ใจได้ ไมโ่ กรธแคน้ เพอื่ น เพราะรู้วา่ เขาไมม่ ีเจตนาจะ
หกั หลงั ทา่ น หากจำ� ใจปฏบิ ตั ติ ามคำ� สง่ั ของผใู้ หญ่ แตค่ วามผดิ หวงั ครง้ั นี้ เปน็ บทเรยี น
9
เรอ่ื งความไมแ่ นน่ อนทถ่ี งึ ใจ กลายเปน็ คำ� ทท่ี า่ นใชบ้ อ่ ยทสี่ ดุ ในการอบรมลกู ศษิ ยล์ กู หา
ของท่านในเวลาต่อมา
นายชายังรักษาความสัมพันธ์ฉันเพ่ือนที่ดีกับนายพุฒเสมอ เหมือนไม่มีอะไร
เกดิ ขน้ึ แตส่ ำ� หรบั แมจ่ า่ ยนน้ั ตรงกนั ขา้ ม หลวงพอ่ เลา่ วา่ ทา่ นตอ้ งระวงั ตวั มาก แมเ้ มอื่
บวชแล้ว ถา้ เหน็ แมจ่ า่ ยมา ทา่ นตอ้ งรีบหลบเข้าปา่ ไป
เจด็ ปแี รกทบ่ี วช หลวงพอ่ ยอมรบั วา่ ทา่ นยงั ตดั อาลยั ในแมจ่ า่ ยไมข่ าดเลย จนออก
ธดุ งคเ์ จรญิ กรรมฐานแลว้ นนั่ แหละ ความรสู้ กึ จงึ คอ่ ยจางหายไป เมอ่ื ทา่ นเปน็ เจา้ อาวาส
วดั หนองปา่ พงแลว้ ระหวา่ งการอบรมพระเณรในเรอ่ื งโทษของกาม หลวงพอ่ มกั พดู ถงึ
พ่อพุฒในฐานะคนท่ีมีบุญคณุ ต่อท่านมาก “ถ้าเขาไมแ่ ตง่ งานกบั แมจ่ า่ ย ผมคงไมไ่ ด้
บวช” ทา่ นวา่ อย่างนนั้ แตเ่ มอื่ เราดูบารมอี นั เต็มเป่ยี มของหลวงพ่อแลว้ กส็ นั นิษฐาน
ไดว้ า่ ถา้ อปุ สรรคนไ้ี มเ่ กดิ ขน้ึ กค็ งจะมอี ยา่ งอนื่ เพราะชวี ติ ของทา่ นคอ่ ยๆ กา้ วเขา้ ไปสู่
ความร่มเย็นของพระธรรมอย่างไมม่ ีส่ิงใดขวางกนั้ ได้
หวุดหวิด
ในชีวิตแห่งการประพฤติปฏิบัติของหลวงพ่อ มารร้ายที่คุกคามและท้าทาย
พรหมจรรย์ของท่าน ท�ำให้ต้องต่อสู้ขับเคี่ยวกันอยู่หลายปีกว่าจะเอาชนะได้ ก็คือ
กามราคะ หรอื ความตอ้ งการทางเพศ สมยั ยงั หนมุ่ กอ่ นทจี่ ะไดอ้ ปุ สมบท กเ็ คยมเี หตกุ ารณ์
ซ่ึงท�ำให้ท่านต้องต่อสู้ และเอาชนะกามราคะเสมือนเป็นการชิมลาง ก่อนท่ีท่านจะ
ไดพ้ บกบั การต่อสอู้ นั หนักหนว่ งและยืดเยือ้ ในเพศบรรพชิตภายหลัง เรื่องมอี ยู่ว่า
สมยั ทบี่ วชเปน็ สามเณรอยนู่ นั้ ทา่ นไดร้ จู้ กั คนุ้ เคยกบั รนุ่ พค่ี นหนง่ึ ซง่ึ บวชเปน็ พระ
แม้เมอื่ สึกหาลาเพศออกมาแล้ว ก็ยังคงไปมาหาสู่กนั ดว้ ยความรกั และนับถอื เสมือน
พี่น้องเสมอมา ตอ่ มาเพอ่ื นรุน่ พี่คนน้นั เกดิ ปว่ ยหนกั และถึงแก่กรรมลง นายชาก็ไป
ช่วยงานศพตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งพิธีเผาศพผ่านไป เพ่ือนๆ ท่ีไปช่วยงานพากัน
กลบั หมด เหลอื นายชาทส่ี นทิ สนมคนุ้ เคยกบั ครอบครวั นม้ี าก มคี วามเปน็ หว่ งวา่ ภรรยา
10
และลกู ๆ ของผตู้ ายจะรสู้ กึ วา้ เหว่ จงึ ไดพ้ กั คา้ งคนื อยเู่ ปน็ เพอ่ื นกอ่ น ถงึ เวลาเขา้ นอน
ภรรยาและลกู ๆ ของผตู้ ายกน็ อนในหอ้ ง สว่ นนายชาเขาจดั ใหน้ อนคนเดยี วทช่ี านบา้ น
คนื แรกผา่ นไปโดยไมม่ อี ะไรเกดิ ขนึ้ แตค่ นื ทสี่ องตกดกึ ภรรยาของผตู้ ายกแ็ อบมานอน
อยขู่ า้ งๆ พรอ้ มทง้ั จบั มอื ของนายชาไปลบู ไลเ้ รอื นรา่ งของนาง แตน่ ายชากแ็ กลง้ ทำ� เปน็
นอนหลบั เหมอื นไมร่ บั รอู้ ะไร เมอ่ื นางเหน็ วา่ จะไมไ่ ดร้ บั การตอบสนอง กล็ กุ เดนิ กลบั
เขา้ ไปในหอ้ งนอนอยา่ งเดมิ คนื นนั้ จติ ใจของนายชาคงปน่ั ปว่ นและสบั สน แตอ่ ยา่ งไร
กต็ ามกน็ บั เปน็ การเอาชนะกามราคะครง้ั แรกในชวี ติ ชนะดว้ ยความอดทน เพราะความ
เคารพเพ่ือนที่เพิ่งสิ้นบุญ เพราะความส�ำนึกในส่ิงที่ถูกต้องเหมาะสมมีพลังมากกว่า
กิเลส ความรสู้ ึกผิดชอบช่ัวดจี งึ ได้ตัง้ มน่ั เป็นที่พ่งึ ของนายชาในขณะน้นั
จากเหตกุ ารณค์ รงั้ นจ้ี ะเหน็ คณุ ธรรมคอื ความอดทน และ ความละอายตอ่ บาป
ของนายชา ซึ่งกลายเป็นคุณธรรมเด่นของท่านในเวลาต่อมาเม่ือครองเพศบรรพชิต
ความรสู้ กึ สลดสงั เวชทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการไดส้ มั ผสั ความจรงิ ของโลกมายาแหง่ ฆราวาสวสิ ยั
เปน็ ครงั้ แรกน้ี ไดก้ ระตนุ้ ความคดิ บางอยา่ งทก่ี อ่ ตวั อยลู่ กึ ๆ ภายในจติ ใจของทา่ นให้
คอ่ ยๆ เจรญิ งอกงามขนึ้ มา เปน็ ความตง้ั ใจอนั แนว่ แนท่ จี่ ะออกบวชเพอื่ หาทางหลดุ พน้
ให้ได้
อปุ สมบท
เมือ่ อายุครบ ๒๑ ปี และทราบว่าไมต่ อ้ งเข้ารบั ราชการทหาร นายชากต็ ัดสินใจ
ออกบวชดว้ ยความชน่ื ชมยนิ ดขี องพอ่ แม่ กำ� หนดการอปุ สมบทมขี นึ้ ในวนั ที่ ๒๖ เมษายน
๒๔๘๒ เวลา ๑๓.๕๕ น. ท่พี ัทธสมี าวัดก่อใน ต�ำบลธาตุ อำ� เภอวารินชำ� ราบ จงั หวดั
อบุ ลราชธานี
โดยมี ท่านพระครอู ินทรสารคุณ เป็นพระอุปชั ฌาย์
พระครวู ิรุฬสุตการ เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการสวน เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์
ไดร้ บั ฉายาว่า สุภทฺโท (ผเู้ จริญด้วยดี)
11
เมอ่ื บวชแลว้ ไดจ้ ำ� พรรษาทวี่ ดั กอ่ นอก ๒ พรรษา ระหวา่ งนน้ั ไดศ้ กึ ษาปรยิ ตั ธิ รรม
และสอบนกั ธรรมชน้ั ตรไี ดด้ ว้ ย หลายปตี อ่ มาหลวงพอ่ ไดพ้ ดู ถงึ ความรสู้ กึ ตอนบวชใหม่
ใหล้ ูกศษิ ยล์ กู หาฟงั ว่า
“ตอนผมบวชครงั้ แรกไมไ่ ดฝ้ กึ ฝนหรอก แตว่ า่ มนั มศี รทั ธา จะเปน็ เพราะกำ� เนดิ
ก็ไม่รู้ พระเณรทีบ่ วชพรอ้ มๆ กนั ออกพรรษาแล้วสึก เรามองเหน็ ว่า เอ ไอพ้ วกน้ี
ยงั ไงกนั นอ้ แตเ่ ราไมก่ ลา้ พดู กบั เขา เพราะเรายงั ไมไ่ วใ้ จความรสู้ กึ ของเรา มนั ตนื่ เตน้
แตภ่ ายในจติ ใจของเราก็ว่านีม่ ันโง่มาก บวชมนั บวชยาก สึกมนั สกึ ง่าย นีบ่ ุญน้อย
ไม่มีบญุ มาก เหน็ ทางโลกมปี ระโยชนม์ ากกว่าทางธรรมะ นเี่ ราก็เหน็ ไป แตเ่ ราไม่พดู
เรามองดูแต่ในจิตของตวั เอง
เหน็ เพอื่ นภกิ ษทุ บ่ี วชพรอ้ มๆ กนั สกึ กนั ไปเรอ่ื ยๆ บางทกี เ็ อาเครอื่ งแตง่ ตวั มาใส่
เขา้ มาเดนิ เราเหน็ มนั เปน็ บา้ หมดทกุ กระเบยี ดเลย แตเ่ ขาวา่ มนั ดี สวย สกึ แลว้ จะตอ้ ง
ไปทำ� อยา่ งนนั้ อยา่ งนี้ แลว้ กม็ าเหน็ อยใู่ นใจของเรา ไมก่ ลา้ พดู ใหเ้ พอื่ นฟงั วา่ คดิ อยา่ งนน้ั
มนั ผดิ กไ็ มก่ ลา้ พดู เพราะวา่ ตวั เรายงั เปน็ ของไมแ่ นน่ อนอยู่ วา่ ศรทั ธาของเรานม้ี นั จะ
ยงั ยนื ยาวไปถงึ ขนาดไหน อะไรๆ กย็ งั ไมก่ ลา้ พดู กบั ใครเลย พจิ ารณาแตใ่ นจติ ของตน
เรอื่ ยๆ
พอเพอื่ นสกึ ไปแลว้ กท็ อดอาลยั ไมม่ ใี ครอยแู่ ลว้ นะ ชกั เอาหนงั สอื ปาฏโิ มกขม์ าดู
เลยทอ่ งปาฏโิ มกขส์ บาย ไมม่ ใี ครมาลอ้ เลยี นเลน่ อะไรตอ่ ไป ตงั้ ใจเลย แตก่ ไ็ มพ่ ดู วา่ อะไร
เพราะเหน็ ว่าการปฏบิ ัติตงั้ แต่น้ไี ปถึงชีวิตจะหาไม่ บางทีกอ็ ายุ ๗๐ ปกี ม็ ี ๘๐ ปีกม็ ี
จะพยายามปฏบิ ตั ใิ หม้ นั มคี วามนกึ คดิ เสมอ ไมใ่ หค้ ลายความเพยี ร ไมใ่ หค้ ลายศรทั ธา
จะให้มนั สม�ำ่ เสมอ อย่างน้มี นั ยากนัก จงึ ไมก่ ล้าพูด
คนทมี่ าบวชกบ็ วชไป ทสี่ กึ กส็ กึ ไป เราดมู าเรอ่ื ยๆ อยไู่ ปกไ็ มว่ า่ จะสกึ กไ็ มว่ า่ ดเู พอ่ื น
เขาไป แตค่ วามรูส้ กึ ภายในจติ ใจของเราว่า ไอพ้ วกน้มี นั ไม่เห็นชดั ”
อยา่ งไรก็ตาม ธรรมดาพระบวชใหม่กม็ กั มปี ญั หาหลายอยา่ ง โดยเฉพาะเรอ่ื ง
อาหารการขบฉนั หลวงพอ่ กเ็ ชน่ เดียวกนั ท่านได้เลา่ ความล�ำบากของทา่ นในเร่อื งน้ี
ให้ฟังว่า
12
“ไมใ่ ชไ่ มท่ กุ ขน์ ะขณะปฏบิ ตั นิ ่ี มนั ตอ้ งทกุ ข์ ยง่ิ พรรษาหนงึ่ พรรษาสองนแี่ หละยง่ิ
ทกุ ข์ พระหนมุ่ เณรนอ้ ยยง่ิ ทกุ ขม์ าก ผมนมี่ นั เคยทกุ ขม์ ามาก ทกุ ขก์ บั อาหารการกนิ น่ี
กย็ ง่ิ ทกุ ข์ กเ็ ราอายุ ๒๐ ปี มาบวช มนั กำ� ลงั กนิ กำ� ลงั นอนจะวา่ อยา่ งไรกบั มนั ละ่ บางครง้ั
ก็น่งั เงียบคิดถงึ แตข่ องกินของอยาก อยากกินตำ� กล้วยตานี อยากกินตำ� สม้ มะละกอ
ทกุ อยา่ งนน้ั แหละ นำ�้ ลายอยา่ งนไี้ หลยดื นแี่ หละไดท้ รมานมนั ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งมนั ไมใ่ ช่
ของงา่ ยนะ”
ออกศึกษาตา่ งถ่ิน
บ่ ออกจากบ้าน บ่ ฮหู้ ่อมทางเท่ียว บ่ เฮียนวิชาหอ่ นสมิ ีความฮู้
(ไมอ่ อกจากบา้ น ก็ไมร่ ูจ้ ักทางเดนิ ไมเ่ รยี นวชิ า กไ็ มม่ ีความร้)ู
ภาษติ อสี านบทนี้ พระชาจำ� ไดด้ ี ประกอบกบั ไดพ้ จิ ารณาเหน็ วา่ ครบู าอาจารยใ์ น
ท้องถิ่นท่ีช�ำนาญในการสอนไม่ค่อยมี หลังจากสอบนักธรรมตรีได้แล้ว พระชาจึง
ตดั สนิ ใจไปแสวงหาความรใู้ นตา่ งถน่ิ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ จงึ ไดย้ า้ ยออกจากวดั กอ่ นอก
ไปพำ� นกั ยงั วัดสวนสวรรค์ อ�ำเภอพบิ ลู มังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซงึ่ ในสมัยนั้น
ยงั เรยี กวา่ วดั แห่ เพราะมดี นิ ลกู รงั (หนิ แห)่ เปน็ จำ� นวนมากในละแวกนนั้ แตเ่ นอื่ งจาก
วดั นยี้ งั ไมม่ สี ำ� นกั เรยี น พระชาจงึ ตอ้ งไปเรยี นหนงั สอื ทส่ี ำ� นกั เรยี นวดั โพธต์ิ าก ซง่ึ อยู่
ไมไ่ กลจากวดั สวนสวรรคเ์ ทา่ ใดนกั เลกิ เรยี นแลว้ กเ็ ดนิ ทางกลบั มาพกั ทวี่ ดั สวนสวรรค์
ทพี่ กั มกี ฏุ อิ ยู่ ๒ หลงั และศาลาโรงธรรม ๑ หลงั มภี กิ ษุ สามเณร และศษิ ยว์ ดั พกั เตม็
ไปหมด ภายในศาลาโรงธรรม บางครง้ั กม็ พี วกทหารเข้ามาขอพกั อาศัยดว้ ย เพราะ
สมยั นน้ั กำ� ลงั อยใู่ นระหวา่ งสงครามมหาเอเชยี บรู พา อาหารการขบฉนั ไมค่ อ่ ยสมบรู ณ์
เพราะมภี กิ ษสุ ามเณรอยกู่ นั เปน็ จำ� นวนมาก แมจ้ ะอาศยั อาหารทไ่ี ดจ้ ากการบณิ ฑบาตดว้ ย
กไ็ มเ่ พยี งพอ หมบู่ า้ นทอ่ี าศยั บณิ ฑบาตไดก้ ม็ ไี มก่ บี่ า้ น สว่ นนำ�้ ดม่ื นำ�้ ใชต้ กั จากบอ่ ซงึ่ อยู่
หา่ งจากเขตวดั ออกไปประมาณ ๑ กโิ ลเมตร นำ�้ อาบนำ้� สรงอาศยั แมน่ ำ้� มลู ซง่ึ ทา่ นำ้� อยู่
ห่างจากวัดไม่มากนัก
13
ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ หลังจากศึกษาปริยตั ธิ รรมทีว่ ดั นี้เป็นเวลา ๑ พรรษาแลว้ ก็ยงั
ไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจนกั จงึ เดนิ ทางจากวดั สวนสวรรค์ อำ� เภอพบิ ลู มงั สาหาร มงุ่ สสู่ ำ� นกั เรยี น
วดั บา้ นหนองหลกั ตำ� บลเหลา่ บก อำ� เภอมว่ งสามสบิ จงั หวดั อบุ ลราชธานี ซงึ่ มี พระครู
อรรคธรรมวจิ ารณ์ เปน็ เจา้ อาวาส แตข่ ณะทไ่ี ปอยเู่ ปน็ ฤดแู ลง้ อาหารการขบฉนั ฝดื เคอื ง
เพอ่ื นทไ่ี ปดว้ ยเกดิ ไมช่ อบใจ รบเรา้ ใหพ้ าไปอยสู่ ำ� นกั อน่ื ทงั้ ๆ ทต่ี วั ทา่ นกช็ อบอธั ยาศยั
ของอาจารยท์ วี่ ดั หนองหลกั แตไ่ มอ่ ยากขดั ใจเพอ่ื น จงึ ไดเ้ ดนิ ทางไปอยกู่ บั ทา่ นมหาแจง้
ทสี่ �ำนกั เรียนวัดบ้านเค็งใหญ่ อ�ำเภออ�ำนาจเจรญิ จังหวดั อบุ ลราชธานี ได้จำ� พรรษา
ศกึ ษานกั ธรรมชนั้ โทและบาลไี วยากรณ์ พอถงึ ปลายปี ทราบผลการสอบวา่ สอบนกั ธรรม
ชน้ั โทได้ เมอื่ เหน็ วา่ พกั อยทู่ น่ี น่ั เปน็ เวลาอนั สมควรในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ จงึ ไดก้ ลบั ไปอยู่
กบั ทา่ นพระครอู รรคธรรมวจิ ารณ์ วดั บา้ นหนองหลกั ตำ� บลเหลา่ บก อำ� เภอมว่ งสามสบิ
จงั หวดั อุบลราชธานี ตามเดมิ
ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ เปน็ ปที พี่ ระชาทมุ่ เทความสนใจ และความอตุ สาหะพยายามใหก้ บั
การศึกษาอย่างเต็มที่ ได้ตั้งใจศึกษานักธรรมชั้นเอกและเรียนไวยากรณ์ซ�้ำอีกครั้ง
ทสี่ ำ� นกั ของทา่ นพระครอู รรคธรรมวจิ ารณ์ แหง่ วดั บา้ นหนองหลกั เพราะมคี วามพอใจ
ในการเรยี นการสอนของสำ� นกั เรยี นแหง่ นเ้ี ปน็ อนั มาก ขณะเดยี วกนั กต็ ง้ั ความหวงั ไว้
อยา่ งเตม็ ทว่ี า่ ผลของการสอบปลายปคี งจะเปน็ ทนี่ า่ ภาคภมู ใิ จอยา่ งยงิ่ ลมื ไปสนทิ วา่
อนิจจงั น้ัน ยังท�ำหนา้ ท่ขี องมันอยู่ตลอดเวลาอย่างเงยี บๆ และพรอ้ มทจี่ ะแสดงตวั
ทุกเม่ือ
หลงั จากออกพรรษา ปวารณาและกรานกฐนิ ผา่ นไป พระชาไดร้ บั ขา่ วจากทางบา้ น
วา่ โยมบดิ าปว่ ยหนกั ทำ� ใหเ้ กดิ ความลงั เลใจพะวา้ พะวงทง้ั หว่ งการศกึ ษา ทงั้ หว่ งโยม
บดิ า แตก่ ็คิดไดว้ า่ โยมบิดานั้นเป็นผมู้ ีพระคุณอย่างล้นเหลือ ควรท่เี ราจะตอบแทน
พระคุณทา่ นตามฐานะท่ีจะพึงกระทำ� ได้ สว่ นเร่ืองการเรียน หากเราไมต่ ายเสยี ก่อน
คงจะมีโอกาสได้รำ่� เรียนอกี ตามปรารถนา
ในทส่ี ดุ ทา่ นจงึ ตดั สนิ ใจทง้ิ ตำ� รบั ตำ� ราและการสอบนกั ธรรมไวเ้ บอื้ งหลงั รบี รดุ
กลับบ้านเพื่อเยี่ยมดูอาการป่วย และช่วยในการรักษาพยาบาลโยมบิดาจนสุดความ
สามารถ แตก่ ไ็ ด้พบวา่ อาการของคนปว่ ยมีแตท่ รงกบั ทรดุ อยา่ งนา่ วติ ก
14
คำ� ขอสุดท้ายของพอ่
นบั ตงั้ แตล่ กู ชายไดอ้ ปุ สมบทแลว้ พอ่ มาภมู ใิ จในตวั พระลกู ชายยง่ิ นกั ดว้ ยสงั เกต
เห็นวา่ มีความเอาใจใสต่ อ่ การบวชเรียนเป็นอย่างดี
เมอ่ื ไรกต็ ามท่ีพระชามีโอกาสได้พบปะเยยี่ มเยยี นโยมบดิ ามารดา โยมบดิ ามกั
ปรารภเรอื่ งความเป็นอยใู่ นเพศสมณะกับพระลูกชายเสมอ และไดข้ อรอ้ งดว้ ยความ
เปน็ หว่ งวา่
“อย่าลาสิกขานะ อยู่เป็นพระอย่างน้ีแหละดี สึกออกมามันยุ่งยากล�ำบาก
หาความสบายไมไ่ ด”้
ซง่ึ ทกุ ครงั้ ทา่ นกไ็ ดแ้ ตน่ งิ่ มไิ ดโ้ ตต้ อบประการใด แตใ่ นครงั้ น้ี ตอ่ หนา้ โยมบดิ าที่
กำ� ลงั ปว่ ยหนกั และไดอ้ อกคำ� สงั่ แกมขอรอ้ งอกี ครง้ั ซงึ่ เปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย ทา่ นจงึ ไดใ้ ห้
ค�ำตอบทท่ี ำ� ให้โยมบิดาพอใจมากว่า “ไมส่ กึ หรอก จะสกึ ไปท�ำไม”
นอกจากความหว่ งกงั วลวา่ พระลกู ชายจะลาสกิ ขาแลว้ โยมบดิ ากย็ งั หว่ งอนาคต
ในการศึกษานักธรรมของท่านมากกว่าที่จะค�ำนึงถึงอาการเจ็บป่วยในขั้นวิกฤตของ
ตวั เองเสยี อกี เมอ่ื ทราบวา่ เหลอื เวลาอกี ๔-๕ วนั จะถงึ วนั สอบ กเ็ ตอื นใหพ้ ระลกู ชาย
กลบั วดั เพอื่ จะไดไ้ มเ่ สยี โอกาสในการสอบ แตห่ ลงั จากพระชาไดพ้ จิ ารณาอาการของ
โยมบดิ าแลว้ กไ็ ดต้ ดั สนิ ใจอยกู่ บั ผบู้ งั เกดิ เกลา้ จนถงึ วาระสดุ ทา้ ย รวมเวลาได้ ๑๓ วนั
ทีท่ า่ นได้กลับบ้าน และเป็นธุระในการดแู ลเฝา้ รกั ษาพยาบาลอยา่ งเต็มท่ี จนกระทั่ง
โยมบดิ าถงึ แกก่ รรมในทส่ี ุด
ปลงธรรมสังเวช
ระหวา่ งท่ไี ด้เฝา้ ดแู ลรกั ษาพยาบาลโยมบิดาทปี่ ่วยหนัก กระทัง่ ถึงแก่กรรมนัน้
หลวงพ่อได้พิจารณาถึงธาตุกรรมฐาน พิจารณาดูอาการที่สังขารทั้งมวลเกิดขึ้นแล้ว
ยอ่ มเสอื่ มสลายไป เกดิ ความสงั เวชใจวา่ อนั ชวี ติ ยอ่ มสนิ้ สดุ ลงแคน่ หี้ รอื จะยากดมี จี น
15
กพ็ ากนั ดนิ้ รนไปหาความตายซงึ่ เปน็ ปลายทางของชวี ติ ความแก่ ความเจบ็ ความตาย
เป็นสมบัติสากลทท่ี ุกคนจะต้องเผชญิ จะยอมรับหรือไม่ กไ็ มเ่ หน็ หนพี น้ สกั ราย
เมอื่ งานเผาศพโยมบดิ าเสรจ็ สน้ิ ลงไปแลว้ หลวงพอ่ กเ็ ดนิ ทางกลบั สำ� นกั วดั บา้ น
หนองหลกั เพอ่ื ศกึ ษาเลา่ เรยี นตอ่ แตบ่ างวนั บางโอกาสเมอื่ ไดร้ ะลกึ ถงึ ภาพของโยมบดิ า
ทน่ี อนปว่ ยรา่ งซบู ผอมออ่ นเพลยี นกึ ถงึ คำ� สง่ั ของโยมบดิ าและนกึ ถงึ ภาพทที่ า่ นสนิ้ ใจ
ไปตอ่ หนา้ ยงิ่ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสลดสงั เวชใจ ความรสู้ กึ เหลา่ นป้ี รากฏขนึ้ เปน็ ระยะๆ ทำ� ให้
ท่านม่ันใจและปักใจแน่วแน่ว่า ชีวิตน้ีจะต้องอุทิศให้กับการประพฤติปฏิบัติเพื่อพา
ตัวเองให้พ้นทกุ ขใ์ นชาตนิ ี้ใหไ้ ด้ จนถงึ กบั ตั้งสตั ยอ์ ธษิ ฐานกบั ตวั เองวา่
“เอาละ ชาตนิ เ้ี ราจะมอบกายอนั นี้ ใจอนั น้ี ใหม้ นั ตายไปชาตหิ นง่ึ จะทำ� ตามคำ� สอน
ของพระพุทธเจ้าทุกประการเลย จะท�ำให้มันรู้จักในชาตินี้ ถ้าไม่รู้จักก็ล�ำบากอีก
จะปลอ่ ยวางมนั เสยี ทกุ อยา่ ง จะพยายามทำ� ถงึ แมว้ า่ มนั จะทกุ ข์ มนั จะลำ� บากขนาดไหน
กต็ อ้ งทำ� ชวี ติ ในชาตนิ ใี้ หเ้ หมอื นวนั หนง่ึ กบั คนื หนง่ึ เทา่ นนั้ ทง้ิ มนั จะทำ� ตามคำ� สอนของ
พระพุทธเจ้า จะท�ำตามธรรมะให้มันรู้ ท�ำไมมันยุ่งยากนกั วฏั สงสารนี.้ ..”
ปนี น้ั ทา่ นไดเ้ รมิ่ แปลหนงั สอื ธรรมบทอนั เปน็ หลกั สตู รเปรยี ญ ๓ ในสมยั นนั้ ดว้ ย
และไดเ้ รม่ิ ฝกึ สมาธิ แตเ่ รมิ่ ตน้ กไ็ มค่ อ่ ยราบรน่ื นกั ดงั ทห่ี ลวงพอ่ ปรารภกบั ลกู ศษิ ยว์ า่
“ภาวนาปีแรกไม่ไดอ้ ะไร มีแต่ภาวนาของอยากของกินวุ่นวายไปหมด แยม่ าก
เหลือเกิน บางคร้ังน่ังอยู่เหมือนได้กินกล้วยจริงๆ รู้สึกเหมือนหักกล้วยเข้าปากอยู่
อย่างนัน้ มันเปน็ ของมันเอง เหลา่ นีม้ แี ต่เร่อื งการปฏบิ ตั ิท้ังน้นั แตว่ า่ อย่าไปกลวั มัน
มันเปน็ มาหลายภพหลายชาติแลว้ เราได้มาฝกึ มาหัด ทุกอยา่ งแสนยากแสนล�ำบาก”
คนื วนั หนง่ึ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ นน้ั โยมแมพ่ มิ พไ์ ดฝ้ นั ไปวา่ ฟนั หลดุ ออกมา ๒ ซี่
รสู้ กึ เสยี ใจและเสยี ดายมาก แตท่ นั ใดนน้ั มคี นมาบอกวา่ “ไมเ่ ปน็ ไร ฟนั ธรรมดาหลดุ ออก
กช็ า่ งมนั จะเอาฟนั ทองคำ� มาใสใ่ หใ้ หม”่ เมอ่ื รสู้ กึ ตวั ขนึ้ กม็ คี วามสงสยั ในความฝนั นนั้
อยตู่ อ่ มาปรากฏวา่ มตี น้ โพธเ์ิ กดิ ขน้ึ ขา้ งหลกั ปกั ราวบนั ไดบา้ น ตน้ โพธน์ิ นั้ เจรญิ เตบิ โต
เร็วผิดสังเกต ด้วยความแปลกใจระคนกับความดีใจและความสงสัย จึงได้เล่าให้
16
ทา่ นพระครูฯ ท่ีวดั ฟัง ทา่ นพระครฯู ไดบ้ อกโยมแม่พมิ พ์วา่ “นบั เปน็ บุญของโยมทม่ี ี
ต้นไม้ชนิดนี้มาเกิดขึ้น เป็นต้นไม้พันธุ์เดียวกับที่พระพุทธองค์อาศัยนั่งตรัสรู้ แต่
ต้นโพธิ์ไม่ควรอยูท่ ีบ่ า้ น จะไม่เหมาะสม ควรน�ำไปปลูกไวท้ ี่วัด อนั เปน็ ทีส่ กั การบูชา
จะเหมาะสมกว่า”
โยมแมพ่ มิ พจ์ งึ สงั่ ใหล้ กู ชายคนเลก็ คอื นายบรรพต ชว่ งโชติ กบั ชาวบา้ น นำ� ตน้ โพธิ์
ไปปลกู ไว้ทว่ี ัดใหมท่ องสว่าง
เข็มทิศเปลี่ยนทาง
ในระหวา่ งพรรษา ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ นน้ั หลงั จากแปลหนงั สอื ธรรมบทไปหลายเลม่
แลว้ หลวงพอ่ ไดน้ กึ เปรยี บเทยี บการประพฤตปิ ฏบิ ตั ขิ องตนกบั ภกิ ษใุ นครงั้ พทุ ธกาล
รู้สึกว่าช่างห่างไกลกันลิบลับ เปรียบเทยี บกันไมไ่ ดเ้ ลย จิตใจจงึ เรมิ่ เบ่ือหนา่ ยต่อการ
ศกึ ษา คดิ วา่ คงไมใ่ ชท่ างพน้ ทกุ ข์ และพระพทุ ธองคค์ งจะไมม่ พี ทุ ธประสงคใ์ หบ้ วชมา
เพอื่ เรยี นอยา่ งเดยี ว จงึ อยากศกึ ษาทางปฏบิ ตั ดิ บู า้ ง เพอื่ จะไดท้ ราบวา่ มคี วามแตกตา่ ง
กนั เพยี งใด แตย่ งั มองไมเ่ หน็ ครบู าอาจารยผ์ พู้ อจะเปน็ ทพี่ ง่ึ ได้ จงึ ตดั สนิ ใจกลบั มายงั
วัดกอ่ นอก
ฤดแู ลง้ ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ หลวงพอ่ ไดท้ ราบขา่ ววา่ มคี รบู าอาจารยท์ างอำ� เภอเดชอดุ ม
ทส่ี อนการปฏบิ ตั กิ รรมฐาน ทา่ นจงึ เดนิ ทางไปศกึ ษาแนวทางทว่ี ดั ปเิ หลอ่ อำ� เภอเดชอดุ ม
ระยะหนง่ึ แตร่ สู้ กึ วา่ ยงั ไมถ่ กู จรติ จงึ กลบั มาอยวู่ ดั กอ่ นอกตามเดมิ และปี พ.ศ. ๒๔๘๘
ไดจ้ ำ� พรรษาทว่ี ดั กอ่ นอกอกี ครง้ั หนงึ่ ในพรรษานนั้ หลวงพอ่ ไดม้ โี อกาสตอบแทนคณุ
ครบู าอาจารย์ ดว้ ยการแบง่ เบาภาระดา้ นการสอนปรยิ ตั ธิ รรม ขณะสอนไดส้ งั เกตเหน็ วา่
ภกิ ษุสามเณรไม่จริงจงั ตอ่ การเล่าเรยี น บางรปู ขาดความเคารพ เรยี นเอาพอเปน็ พธิ ี
เกยี จครา้ น กย็ งิ่ สลดใจตอ่ ความเปน็ อยขู่ องนกั บวชทขี่ าดการปฏบิ ตั มิ ากขน้ึ นอกจาก
สอนนกั ธรรมแลว้ ในพรรษานน้ั หลวงพอ่ ไดส้ มคั รสอบนกั ธรรมเอกดว้ ย ซงึ่ กป็ รากฏวา่
สอบได้ แตพ่ อออกพรรษา ทา่ นกจ็ ดั เตรยี มบรขิ ารสำ� หรบั จารกิ ธดุ งค์ เพอื่ ออกแสวงหา
ครูบาอาจารย์ด้านการปฏิบตั ิดงั ทีไ่ ด้ตั้งใจไว้ตอ่ ไป
17
เร่มิ ชีวติ ธุดงค์
ตน้ ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ พระชาไดช้ วนพระถวลั ยเ์ ปน็ เพอื่ นรว่ มเดนิ ทาง และทง้ั ๒ รปู
ไดอ้ อกธุดงค์มุ่งสู่ภาคกลาง เดนิ ไปเรือ่ ยจนผา่ นดงพญาเย็น ถึงหมู่บา้ นยางคู่ ต�ำบล
ยางคู่ จงั หวดั สระบุรี เมอ่ื ได้พักอยู่ทน่ี ัน่ ระยะหนึ่ง จงึ พิจารณาเห็นวา่ ได้เดินทางโดย
ไม่มีจดุ หมายนานพอสมควรแลว้ ควรหาทเี่ หมาะสมที่มคี รูบาอาจารย์อยเู่ ปน็ ทีพ่ งึ่ จะ
ดีกว่า จงึ เดนิ ทางเขา้ สจู่ ังหวดั ลพบุรี มงุ่ ส่วู ัดเขาวงกต สำ� นักของหลวงพ่อเภา แตก่ ็
นา่ เสยี ดายวา่ หลวงพอ่ เภาทา่ นมรณภาพเสยี แลว้ เหลอื แตพ่ ระอาจารยว์ รรณ ซงึ่ เปน็
ลกู ศษิ ยข์ องหลวงพอ่ เภาอยดู่ แู ลสง่ั สอนแทน แตก่ ย็ งั ดไี ดอ้ าศยั ศกึ ษาระเบยี บขอ้ ปฏบิ ตั ิ
ทหี่ ลวงพอ่ เภาทา่ นวางไว้ และไดอ้ า่ นคตพิ จนท์ หี่ ลวงพอ่ เขยี นไวต้ ามปากถำ�้ และตาม
ที่อย่อู าศัยเพือ่ เตือนใจ ท้ังได้มโี อกาสศกึ ษาพระวินัยจนเปน็ ท่ีเข้าใจยิ่งขึ้น
ในพรรษาน้ี นอกจากการศกึ ษาพระวนิ ยั จากหนงั สอื วสิ ทุ ธมิ รรค และ บพุ พสกิ ขา-
วณั ณนา แลว้ หลวงพ่อยังไดร้ บั คำ� แนะน�ำจากพระอาจารยช์ าวกมั พชู ารปู หนึ่ง เป็น
ผู้แตกฉานท้ังด้านปริยัติและปฏิบัติ ซ่ึงได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเพื่อสอบทาน
พระไตรปิฎกไทย พระอาจารย์รูปนี้ท่านมีความจ�ำท่ีแม่นย�ำมากในพระวินัยบัญญัติ
มคี วามรแู้ ตกฉานในคมั ภีร์ แต่ทา่ นเปน็ พระธุดงค์ ชอบอยูต่ ามปา่ ตามเขา ส�ำหรับ
พระอาจารย์ชาวกัมพูชารูปนี้ มีเร่ืองหน่ึงซ่ึงท�ำให้หลวงพ่อรู้สึกชื่นชมและสรรเสริญ
นำ�้ ใจของท่านอยูเ่ สมอก็คอื
วนั หนง่ึ หลวงพอ่ ไดศ้ กึ ษาพระวนิ ยั กบั พระอาจารยห์ ลายขอ้ มอี ยขู่ อ้ หนง่ึ ทา่ นบอก
คลาดเคลื่อนไป ตามปกติเมื่อไดศ้ ึกษาพระวินยั และทำ� กจิ วัตรแล้ว ถงึ เวลากลางคืน
หลวงพ่อชอบขึน้ ไปเดินจงกรม นั่งสมาธิอยูบ่ นหลงั เขา วันนนั้ ประมาณ ๔ ทุม่ กว่า
ขณะทก่ี ำ� ลงั เดนิ จงกรมอยู่ ไดย้ นิ เสยี งกง่ิ ไมแ้ หง้ ดงั กรอบแกรบใกลเ้ ขา้ มาๆ ทา่ นเขา้ ใจวา่
คงเปน็ งหู รอื สตั วอ์ ยา่ งอนื่ ออกหากนิ แตพ่ อเสยี งนน้ั ดงั มาใกลๆ้ ทา่ นกม็ องเหน็ วา่ เปน็
พระอาจารย์ชาวกัมพชู าน่นั เอง จึงถามว่า “ท่านอาจารย์มธี รุ ะอะไรครบั จงึ ไดม้ าดกึ ๆ
ด่ืนๆ”
18
“ผมบอกวินยั ท่านผิดข้อหนงึ่ ” พระอาจารย์ชาวกมั พูชาตอบ
“ทา่ นอาจารยไ์ มค่ วรลำ� บากถงึ ขนาดนเี้ ลย ไฟสอ่ งทางกไ็ มม่ ี เอาไวพ้ รงุ่ นจี้ งึ บอก
ผมใหมก่ ไ็ ดค้ รบั ” หลวงพอ่ กราบเรียนด้วยความเกรงใจ
“ไมไ่ ดๆ้ เกดิ ผมตายไปคนื น้ี ทา่ นนำ� ไปสอนคนอน่ื ผดิ ๆ อกี เปน็ บาปเปน็ กรรม
เปลา่ ๆ” พระอาจารยช์ าวกมั พชู ายนื ยนั เจตนารมณ์ และเมอ่ื ทา่ นไดบ้ อกพระวนิ ยั ใหม่
เรยี บรอ้ ยแลว้ กก็ ลบั ไป ทำ� ใหห้ ลวงพอ่ ซง้ึ ในนำ�้ ใจของพระอาจารยร์ ปู นน้ั มากวา่ ทา่ นมอง
เหน็ ประโยชนข์ องผอู้ นื่ อยา่ งแทจ้ รงิ แมม้ คี วามผดิ พลาดเพยี งเลก็ นอ้ ยกม็ ไิ ดป้ ระมาท
ไม่รอให้ขา้ มวันขา้ มคนื รีบแก้ไขทันที เปน็ ตัวอยา่ งทน่ี ่าสรรเสรญิ และถือปฏิบัตติ าม
อย่างย่งิ
เชือ่ กรรม
การปฏบิ ตั ขิ องหลวงพอ่ ทเี่ ขาวงกตในขณะนน้ั รสู้ กึ วา่ ยงั ไมแ่ ยบคายเทา่ ใดนกั ทา่ น
ไดท้ ดลองวธิ กี ารภาวนาหลายอยา่ ง วนั หนงึ่ นกึ ถงึ ครง้ั ยงั เปน็ สามเณรอยทู่ วี่ ดั กอ่ นอก
เคยไดเ้ หน็ พระกรรมฐานมลี กู ประคำ� หอ้ ยคอสำ� หรบั ใชภ้ าวนากนั ลมื จงึ คดิ อยากจะได้
มาภาวนาทดลองดบู า้ ง มองไปเหน็ ลกู ตะแบกกลมๆ อยบู่ นตน้ ครน้ั จะไปปลดิ เอามาเอง
ก็กลวั จะเปน็ อาบัติ
วันหนึ่งมีพวกลิงพากันมาหักก่ิงไม้รูดลูกตะแบกเล่น หลวงพ่อจึงเก็บเอาลูก
ตะแบกเหล่านัน้ มา แต่ไมม่ อี ะไรรอ้ ยให้เปน็ พวง จึงถอื เอาไว้ เวลาภาวนาจบบทหนึ่ง
กป็ ลอ่ ยลกู ตะแบกลงกระปอ๋ งลกู หนง่ึ ทลี ะลกู จนครบ ๑๐๘ ลกู ทำ� อยอู่ ยา่ งนนั้ ๓ คนื
จึงเกดิ ความรู้สึกวา่ ไม่ถูกจริต จึงได้หยดุ นบั ลกู ตะแบก แม้ในการเจริญอานาปานสติ
ภาวนา หลวงพอ่ ก็ยังแสวงหาจดุ พอดีอยู่เชน่ กนั
“แมใ้ นการสงสยั อยูว่ า่ สมาธเิ ป็นอยา่ งไรหนอ คดิ หาไป น่ังสมาธิไป จติ ยง่ิ ฟงุ้
ยิ่งคิดมาก เวลาไม่น่ังกลบั คอ่ ยยงั ชั่ว แหม มนั ยากจรงิ ๆ ถึงยากก็ทำ� ไมห่ ยุด ท�ำอยู่
อย่างน้ัน ถ้าอยู่เฉยๆ แล้วสบาย เมื่อต้ังใจว่าจะท�ำให้จิตเป็นหนึ่ง ย่ิงเอาใหญ่
19
มนั ยงั ไงกนั ทำ� ไมจงึ เปน็ อยา่ งนี้ ตอ่ มาจงึ คดิ ไดว้ า่ มนั คงเหมอื นลมหายใจเรานก้ี ระมงั
ถา้ วา่ จะตงั้ ใหห้ ายใจนอ้ ย หายใจใหญ่ หรอื ใหม้ นั พอดี ดมู นั ยากมาก แตเ่ วลาเดนิ อยู่
ไมร่ วู้ า่ หายใจเขา้ ออกตอนไหน ในเวลานนั้ ดมู นั สบายแท้ จงึ รวู้ า่ ออ้ อาจจะเปน็ อยา่ งนนั้
กไ็ ด้ เวลาเราเดนิ ไปตามปกติ มไิ ดก้ ำ� หนดหายใจ มใี ครเคยเปน็ ทกุ ขถ์ งึ ลมหายใจบา้ งไหม
ไม่เคย สบายจรงิ ๆ ถ้าไปนงั่ ต้ังใจเอาให้มันสงบ มันกเ็ ลยเป็นอุปาทานยดึ ใส่ ต้ังใส่
หายใจสน้ั ๆ ยาวๆ เลยไมเ่ ปน็ อนั กำ� หนด จติ เกดิ มที กุ ขย์ งิ่ กวา่ เกา่ เพราะอะไร เพราะ
ความตั้งใจของเรากลายเป็นอปุ าทานเข้าไปยดึ เลยไมร่ ้เู รอ่ื ง มันล�ำบากเพราะเราเอา
ความอยากเข้าไปดว้ ย”
ปี ๒๔๘๙ ทีห่ ลวงพอ่ ไดจ้ �ำพรรษาทวี่ ดั เขาวงกตนั้น ได้มเี หตุการณแ์ ปลกอกี
อย่างหน่ึง ซ่ึงท�ำให้ท่านเกิดความรู้ความเข้าใจในเร่ืองของหลักการประพฤติปฏิบัติ
ย่งิ ขึน้
วนั หนงึ่ ขณะทข่ี น้ึ ไปอยหู่ ลงั เขา หลงั จากไดเ้ ดนิ จงกรมและนง่ั สมาธแิ ลว้ หลวงพอ่
กเ็ ตรยี มตวั พกั ผอ่ น ดว้ ยเหตทุ ท่ี า่ นเปน็ คนกลวั ผี แมจ้ ะกลา้ ขนึ้ ไปอยโู่ ดดเดย่ี วเชน่ นนั้
ท่านก็ยังต้องท่องเวทมนต์คาถากันภูตผีปีศาจก่อนจ�ำวัดเสมอ แต่วันน้ันเชื่อความ
บรสิ ทุ ธขิ์ องตนเอง จงึ ไมไ่ ดท้ อ่ งคาถาอะไร ขณะทก่ี ำ� ลงั เคลม้ิ จะหลบั ปรากฏเหมอื นมี
อะไรมารดั ทค่ี อ แนน่ เขา้ ๆ แทบหายใจไมอ่ อก ทงั้ นจี้ ะเปน็ อปุ าทานของทา่ นเองทเี่ คย
สวดมนตก์ นั ผีแลว้ ไมไ่ ดส้ วด หรอื จะเปน็ ปรากฏการณ์จริงกไ็ มอ่ าจทราบได้ อยา่ งไร
ก็ตาม ทา่ นยงั มสี ตอิ ยู่ คงภาวนาพทุ โธๆ เร่อื ยไป จนอาการค่อยๆ คลายออกไป
พอลมื ตาได้ แตร่ า่ งกายยงั กระดกิ ไมไ่ ด้ จงึ ภาวนาตอ่ ไปจนพอกระดกิ ตวั ได้ แตย่ งั ลกุ
ไมไ่ ด้ เอามอื ลบู ตามตวั นกึ วา่ มใิ ชต่ วั ของตวั เอง ภาวนาจนลกุ ขนึ้ นงั่ ไดแ้ ลว้ ทา่ นกร็ สู้ กึ
มนั่ ใจวา่ เอาตวั รอดไดน้ ดี้ ว้ ยอำ� นาจของการภาวนา พทุ โธ และสำ� นกึ วา่ เรอื่ งนเี้ กยี่ วขอ้ ง
กบั ความบรสิ ทุ ธข์ิ องศีล เรือ่ งเช่นน้ีจะเปน็ อันตรายเฉพาะกบั คนทุศีลเทา่ นน้ั
ทา่ นกเ็ ลยไดข้ อ้ คดิ วา่ เวทมนตค์ าถาตา่ งๆ นน้ั ไมใ่ ชเ่ รอื่ งจำ� เปน็ อะไร เปน็ ความ
งมงายเท่าน้นั ทสี่ �ำคัญคอื การรกั ษาศีลและฝกึ อบรมจิต นบั ตัง้ แตน่ ้นั มา ท่านกเ็ พิ่ม
ความระวงั สำ� รวม โดยเฉพาะเรอ่ื งศลี มใิ หม้ คี วามบกพรอ่ งเกดิ ขน้ึ ปจั จยั (เงนิ ) และ
20
ส่งิ ของทไ่ี ดม้ าโดยไมบ่ รสิ ุทธ์ติ ามพระวินัย ทา่ นก็สละหมด และปฏญิ าณว่า ส่ิงใดท่ี
ไมบ่ รสิ ทุ ธิ์และไม่ถกู ต้องตามพระวินยั จะไม่ยอมรับ ไม่เกีย่ วขอ้ ง และไมล่ ว่ งละเมิด
เป็นอันขาด
แตส่ ำ� หรบั กามราคะ นน้ั กค็ งเปน็ ปญั หาทหี่ ลวงพอ่ ตอ้ งใชค้ วามพยายามอยา่ ง
หนกั หนว่ งตอ่ ไป เพราะเป็นเรือ่ ง “ยากยิง่ ส่ิงเดียว” ส�ำหรบั ทา่ นยิ่งนกั
ในระหว่างท่ียังเป็นพระนวกะ กามราคะเคยท�ำให้ท่านมีความคิดไขว้เขวจน
เกอื บถล�ำ
“สมัยก่อนผมก็เคยคิดเหมือนกัน เมื่ออายุพรรษาได้ ๕-๖ พรรษา นึกถึง
พระพทุ ธเจา้ ปฏบิ ตั ิ ๕-๖ พรรษา กป็ ฏบิ ตั ไิ ดแ้ ลว้ แตเ่ รามนั หว่ งโลก มนั อยากจะกลบั
ไปอีกแหละ จะไปสรา้ งโลกสกั พกั หนึ่งจะดีละกระมงั มนั จะได้ร้เู รอ่ื งอะไรต่ออะไรดี
พระพุทธองค์ท่านก็ยังมรี าหุลเวย้ ไอเ้ รามนั จะเกนิ ไปละกระมัง ก็นัง่ ภาวนาไปเรือ่ ยๆ
กเ็ ลยเกดิ ความรมู้ า ดเี หมอื นกนั แต่พระพทุ ธเจา้ องคน์ ี้นา่ กลวั จะไม่เหมอื นองค์ก่อน
มนั มาต่อต้านนะ องค์น้ีน่ากลัวจะจมลงไปในโคลนเลย มนั จะไมเ่ หมอื นพระพุทธเจ้า
องค์กอ่ นละกระมงั น่ีมนั ต่อต้านกนั เรอ่ื ยมา...”
ดงั นนั้ ในพรรษาทแี่ ปดนี้ หลวงพอ่ เรมิ่ หาวธิ กี ำ� จดั กามราคะ แตย่ งั ไมค่ อ่ ยประสบ
ความส�ำเร็จเท่าทหี่ วงั ไว้
“ไมด่ หู นา้ ผหู้ ญงิ เลยตลอดพรรษา พดู กพ็ ดู ได้ แตไ่ มด่ หู นา้ แตต่ ามนั ถบี ขนึ้ นะ
มนั อยากจะดเู ขาแทบตาย ไปบณิ ฑบาตอยลู่ พบรุ ี เดนิ มา ออกพรรษาดซู วิ า่ ผหู้ ญงิ เรา
ไมด่ หู น้าตง้ั ๓ เดอื นแล้ว กเิ ลสมันคงจะโทรมไปแล้วกระมงั พอมันตงั้ ใจ มันกด็ ปู ุ๊บ
โอ เคร่ืองแตง่ ตัวแดงๆ ประหลาดมา วูบตาเลย โอย แข้งขาออ่ นหมด แหม นกึ วา่
เมอ่ื ไรหนอมนั จะหมดกเิ ลส ทอ้ ใจเลยนะ มนั ไมใ่ ชอ่ ยา่ งนนั้ มนั ตอ้ งเกดิ จากการภาวนา
ใหร้ ู้เร่ืองตามความเปน็ จริงของมนั แต่แรกๆ ก็ต้องออกหา่ งกนั ”
21
หลวงป่มู นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต
ในระหวา่ งทจี่ ำ� พรรษาอยทู่ เี่ ขาวงกตนน้ั หลวงพอ่ ไดย้ นิ เรอื่ งราวของ พระอาจารย์
มน่ั ภรู ทิ ตโฺ ต ผมู้ คี ณุ ธรรมสงู ชำ� นาญดา้ นวปิ สั สนาธรุ ะ มปี ระชาชนเคารพเลอื่ มใสมาก
และเล่าลือกันว่าเป็นพระอรหันต์ ได้มาจ�ำพรรษาอยู่ท่ีวัดป่าหนองผือนาใน อ�ำเภอ
พรรณานคิ ม จงั หวัดสกลนคร โดยโยมอนิ ทร์ มคั นายกวดั เขาวงกต เล่าใหฟ้ ังและ
แนะนำ� ใหไ้ ปนมสั การ เพราะเคยอยปู่ ฏบิ ตั ริ บั ใชห้ ลวงปมู่ น่ั มาแลว้ และซาบซง้ึ ในปฏปิ ทา
ของทา่ นเป็นอันมาก
เมอ่ื ออกพรรษาแลว้ หลวงพอ่ พจิ ารณาเหน็ วา่ พระถวลั ยก์ ำ� ลงั สนใจในการทอ่ งบน่
ตำ� รบั ตำ� รา ควรอนญุ าตใหท้ า่ นลงไปเรยี นตอ่ ทกี่ รงุ เทพฯ จงึ ไดต้ กลงแยกทางกบั เพอื่ น
สหธรรมิกซึ่งได้ติดตามมาจากวัดบ้านก่อ ส่วนตัวหลวงพ่อจะเดินธุดงค์ไปนมัสการ
หลวงปมู่ น่ั ในการเดนิ ธดุ งคค์ รง้ั นี้ มพี ระไปดว้ ยกนั ๔ รปู ซงึ่ รวมทง้ั พระชาวภาคกลาง
๒ รปู พากนั เดนิ ทางยอ้ นกลบั มาทจ่ี งั หวดั อบุ ลราชธานี พกั ทวี่ ดั กอ่ นอกชวั่ คราว แลว้
จึงเดินทางต่อมงุ่ หนา้ ไปยงั จงั หวัดสกลนคร
คนื ทส่ี บิ คณะธดุ งคเ์ ดนิ ทางถงึ พระธาตพุ นม นมสั การพระธาตุ และพกั ทนี่ นั่ ๑ คนื
แลว้ ออกเดนิ ทางไปอำ� เภอนาแก จงั หวดั นครพนม แวะนมสั การพระอาจารยส์ อนทภี่ คู อ้
เพอื่ ศกึ ษาขอ้ วตั รปฏบิ ตั ขิ องทา่ น พกั อยทู่ นี่ นั่ ๒ คนื จงึ เดนิ ทางตอ่ ไป แตไ่ ดแ้ ยกทาง
กนั เปน็ ๒ พวก เพราะตวั ทา่ นเองตง้ั ใจวา่ กอ่ นไปถงึ สำ� นกั หลวงปมู่ น่ั ควรแวะสนทนา
ธรรมและศึกษาขอ้ ปฏบิ ตั ิจากพระอาจารย์องค์อน่ื ๆ ไปด้วยในระหว่างทาง เพือ่ จะได้
เทียบเคียงกนั ดู
จากภคู อ้ คณะทไี่ ปดว้ ยกนั ไดร้ บั ความลำ� บากเหนด็ เหนอื่ ยมาก สามเณร ๑ รปู
กบั อบุ าสก ๒ คน เหน็ วา่ ตวั เองคงไปไมไ่ หว จงึ ลากลบั บา้ นเดมิ แตห่ ลวงพอ่ กบั พระอกี
๒ รปู เดนิ ทางตอ่ ไป โดยไมย่ อมเลกิ ลม้ ความตงั้ ใจ และในทสี่ ดุ คณะของทา่ นกไ็ ดเ้ ดนิ ทาง
ถงึ สำ� นกั ของหลวงปมู่ ่นั ภรู ิทตฺโต วัดหนองผือนาใน อำ� เภอพรรณานิคม จงั หวดั
สกลนคร
22
พอย่างเข้าส�ำนัก หลวงพ่อรู้สึกประทับใจทันทีในบรรยากาศอันสงบวิเวกและ
รม่ รน่ื ดว้ ยหมู่แมกไม้ธรรมชาติ ไดเ้ ห็นลานวัดสะอาดสะอ้าน เห็นกริ ิยามารยาทของ
พระภกิ ษสุ ามเณรเปน็ ทนี่ า่ เลอ่ื มใส จงึ เกดิ ความพอใจมากกวา่ สำ� นกั ใดๆ ทเี่ คยสมั ผสั มา
พอถงึ ตอนเยน็ ไดเ้ ขา้ กราบนมสั การหลวงปพู่ รอ้ มดว้ ยศษิ ยข์ องทา่ น เพอ่ื ฟงั ธรรมรว่ มกนั
หลวงปมู่ นั่ ไดซ้ กั ถามเรอ่ื งราวตา่ งๆ เชน่ อายพุ รรษา และสำ� นกั ทเี่ คยปฏบิ ตั มิ าแลว้ เมอ่ื
หลวงพอ่ กราบเรยี นวา่ มาจากสำ� นกั พระอาจารยเ์ ภา วดั เขาวงกต จงั หวดั ลพบรุ ี พรอ้ ม
กับเอาจดหมายของโยมอินทร์ท่ีฝากมาถวายหลวงปู่ม่ัน ท่านก็ปรารภว่า “ท่านเภา
ก็เปน็ พระแท้ องค์หน่งึ ในประเทศไทย”
ตอ่ จากนนั้ ทา่ นกใ็ หโ้ อวาท ปรารภถงึ เรอื่ งนกิ ายทงั้ สองคอื ธรรมยตุ และ มหานกิ าย
ซึ่งเป็นเร่ืองท่ีติดข้องอยู่ในใจของหลวงพ่อมาก่อนหน้าน้ันแล้ว โดยหลวงปู่ม่ันได้
ชแ้ี จงวา่ การประพฤตปิ ฏบิ ตั นิ น้ั ถา้ ถอื พระธรรมวนิ ยั เปน็ หลกั แลว้ กไ็ มต่ อ้ งสงสยั ใน
นกิ ายทงั้ สอง ดงั นน้ั ไมม่ คี วามจำ� เปน็ ทหี่ ลวงพอ่ จะตอ้ งญตั ตเิ ขา้ ธรรมยตุ กิ นกิ ายตาม
ครูบาอาจารย์ เช่น ท่ีลกู ศิษยล์ ูกหาของหลวงป่มู น่ั นยิ มทำ� กัน อีกประการหนึง่ ทาง
มหานิกายกจ็ ำ� เปน็ ตอ้ งมพี ระผูป้ ฏบิ ตั ิดปี ฏิบตั ิชอบเช่นเดียวกนั
หลวงปู่มัน่ ไดใ้ ห้เหตผุ ลกับหลวงพอ่ เชน่ น้ี
ตอ่ ไปทา่ นกไ็ ดพ้ ดู ถงึ เรอ่ื ง ศลี สมาธิ ปญั ญา ใหฟ้ งั จนเปน็ ทพ่ี อใจและหายสงสยั
และได้อธบิ ายเรอื่ ง พละ ๕ อทิ ธิบาท ๔ ให้ฟังอกี ดว้ ย ศษิ ย์ทกุ คนต่างก็ตงั้ อกตัง้ ใจ
ฟงั ดว้ ยความสนใจ มอี าการอันสงบเสงีย่ ม หลวงพ่อได้เล่าวา่ ทั้งๆ ที่ท่านเดนิ ทาง
มาดว้ ยความเหน็ดเหนอ่ื ยตลอดทง้ั วัน พอได้ฟังโอวาทหลวงปู่มน่ั แลว้ รูส้ กึ วา่ ความ
เหน็ดเหนือ่ ยเม่อื ยล้าไดห้ ายไปจนหมดสน้ิ จติ หย่งั ลงสู่สมาธดิ ว้ ยอาการสงบ มีความ
ร้สู ึกวา่ ตวั ลอยอยูบ่ นอาสนะ น่งั ฟังอยจู่ นกระทงั่ เทยี่ งคืนจงึ เลิกประชมุ
คนื ทสี่ อง หลวงปมู่ นั่ ไดแ้ สดงปกณิ กธรรมตา่ งๆ ใหฟ้ งั จนหลวงพอ่ หมดสงสยั
ในหนทางประพฤติปฏิบัติ มีความปลาบปล้ืมปีติในธรรมอย่างท่ีไม่เคยมีมาก่อน
ไดก้ ำ� ลงั ใจและความอาจหาญทจี่ ะบรรลมุ รรคผลนพิ พานใหไ้ ด้ คำ� สอนทที่ า่ นหลวงปมู่ นั่
23
เนน้ ทสี่ ดุ ในครง้ั นน้ั คอื เรอ่ื ง สกขฺ ภี โู ต คอื การเอาตวั เปน็ พยานของตวั และอกี เรอื่ งหนง่ึ
ท่ปี ระทับใจท่านมากคอื ความแตกต่างระหวา่ งตวั จติ และอาการต่างๆ ของจติ
“พดู ถงึ อาการทงั้ หลายเหลา่ นี้ ทา่ นอาจารยม์ นั่ ทา่ นบอกวา่ เปน็ อาการ เราไมร่ อู้ าการ
ทง้ั หลาย กน็ กึ วา่ เปน็ ความจรงิ ทง้ั หมด นกึ วา่ จติ เราทงั้ หมด แตม่ นั เปน็ อาการทง้ั นน้ั นะ่
พอทา่ นบอกวา่ เปน็ อาการ เราสวา่ งเลยทเี ดยี ว อยา่ งความดใี จอยา่ งน้ี มนั กม็ อี ยใู่ นใจ
แต่ว่ามันเปน็ อาการ มันคนละอย่างคนละช้ันกนั อยกู่ บั ตวั จติ ถ้าความเปน็ จริงรูแ้ ล้ว
มนั กเ็ ลกิ มนั กว็ าง เปน็ สมมตุ แิ ลว้ มนั กเ็ ปน็ วมิ ตุ ติ มนั เปน็ อยอู่ ยา่ งนี้ คนบางคนกเ็ อา
มารวมทั้งหมดเป็นตวั จติ เสีย ความเป็นจรงิ มันเปน็ อาการกับผู้รู้ตดิ ตอ่ กนั อยู่ ถ้าเรา
รจู้ ักอนั น้แี ล้ว กเ็ รียกวา่ มันไมม่ ีอะไรมาก”
ในวนั ทส่ี าม หลวงพอ่ ไดก้ ราบลาหลวงปมู่ น่ั แลว้ เดนิ ธดุ งคล์ งมาทางอำ� เภอนาแก
จังหวัดนครพนม หลวงพ่อเล่าถึงบรรยากาศท่ีได้สัมผัสกับหลวงปู่ม่ันท่ีส�ำนักป่า
หนองผือนาใน แก่พระเณรในเวลาต่อมาวา่
“...ทผ่ี มไดค้ วามรคู้ วามฉลาด จนไดม้ าแบง่ ปนั พวกทา่ นทงั้ หลายนน้ั กเ็ พราะผม
ไดไ้ ปกราบครบู าอาจารย์ม่นั ไปพบท่าน แลว้ ก็เห็นสภาพวดั วาอารามของท่าน ถึงจะ
ไมส่ วยงาม แตก่ ส็ ะอาดมาก พระเณรตง้ั ๕๐-๖๐ เงยี บ ขนาดจะถากแกน่ ขนนุ ซกั ผา้
ก็ยงั แบกเอาไปฟันอยโู่ น้นไกลๆ โน้น เพราะกลวั จะกอ่ กวนความสงบของหมูเ่ พื่อน
พอตกั นำ�้ ทำ� กจิ อะไรเสรจ็ กเ็ ขา้ ทางจงกรมของใครของมนั ไมไ่ ดย้ นิ เสยี งอะไร นอกจาก
เสยี งเทา้ ทเ่ี ดินเทา่ น้ันแหละ
ประมาณ ๑ ทมุ่ เรากเ็ ขา้ ไปกราบทา่ นเพอ่ื ฟงั ธรรม ไดเ้ วลาพอสมควร ประมาณ
๔ ทมุ่ หรอื ๕ ทมุ่ กก็ ลบั กฏุ ิ เอาธรรมะทไี่ ดฟ้ งั ไปวจิ ยั ไปพจิ ารณา เมอ่ื ไดฟ้ งั เทศนท์ า่ น
มนั อมิ่ เดนิ จงกรมทำ� สมาธนิ ี่ มนั ไมเ่ หนด็ ไมเ่ หนอ่ื ย มนั มกี ำ� ลงั มาก ออกจากทป่ี ระชมุ
กนั แลว้ กเ็ งยี บ บางครง้ั อยใู่ กลๆ้ กนั เพอื่ นเขาเดนิ จงกรมอยตู่ ลอดคนื ตลอดวนั จนได้
ย่องไปดูว่าใคร ท่านผู้น้นั เป็นใคร ทำ� ไมถงึ เดนิ ไมห่ ยุดไมพ่ ัก น่นั เพราะจิตใจมันมี
ก�ำลงั ...”
24
หลังจากออกจากส�ำนักหลวงปู่ม่ันแล้ว หลวงพ่อกับคณะก็เดินธุดงค์รอนแรม
พกั ภาวนาตามปา่ เขามาเรอ่ื ยๆ ในขณะนน้ั ไมว่ า่ จะเดนิ จงกรมหรอื นงั่ สมาธอิ ยทู่ ใ่ี ดกต็ าม
มีความรู้สึกราวกับว่าหลวงปู่ม่ันคอยติดตามให้ค�ำแนะน�ำตักเตือนอยู่ตลอดเวลา
หลายๆ คนเคยคดิ สงสยั ว่า เพราะเหตุใดหลวงพ่อจงึ พกั อยทู่ ส่ี �ำนักหลวงปู่มน่ั เพยี ง
๒-๓ วันเท่าน้ัน ทง้ั ๆ ท่อี ยู่ในขณะเสาะแสวงหาครอู าจารย์ หลวงพ่อเคยใหค้ ำ� ตอบ
เปรียบเทียบในท�ำนองนว้ี า่ “คนตาดี พบดวงไฟก็มองเหน็ แสงสว่าง ส่วนคนตาบอด
ถงึ จะนงั่ เฝ้าดวงไฟก็ไมเ่ หน็ อะไร”
อย่างไรก็ตาม หลังจากกราบนมัสการหลวงปู่ม่ันแล้ว ศรัทธาของหลวงพ่อ
แกรง่ กลา้ ขน้ึ พรอ้ มทจ่ี ะเอาชวี ติ เปน็ เดมิ พนั ในการทำ� ความเพยี ร เพราะแนวทางปฏบิ ตั ิ
ทตี่ ้องด�ำเนนิ กช็ ัดเจนแลว้ เม่ือถงึ อ�ำเภอนาแก พระบญุ มีได้แยกทางกับคณะธุดงค์
เหลือแต่หลวงพ่อ พระเลอื่ ม และปะขาวแกว้
ผจญฝงู หมาปา่
วนั หนงึ่ หลวงพอ่ และคณะไดเ้ ดนิ ทางมาถงึ ปา่ ชายเขาแหง่ หนงึ่ เวลานนั้ ใกลจ้ ะมดื
เตม็ ทแี่ ลว้ กเ็ ลยหาทปี่ กั กลด เวลาลว่ งไปประมาณสามทมุ่ เศษๆ ไดม้ หี มาปา่ ฝงู หนง่ึ วงิ่
ผา่ นมา เมอื่ พวกมนั เหลอื บมาเหน็ ทา่ นเขา้ ตา่ งกว็ ง่ิ กรกู นั เขา้ มาจะทำ� อนั ตราย หลวงพอ่
รสู้ ึกตกใจ ไมร่ ู้จะทำ� อย่างไร ก็เลยเอาผา้ มงุ้ กลดลง ตงั้ สติ กำ� หนดจิต อธษิ ฐานว่า
“ขา้ มาทน่ี ไ่ี มไ่ ดม้ าเพอ่ื เบยี ดเบยี นใคร มาเพอื่ ตอ้ งการบำ� เพญ็ คณุ ความดี มงุ่ ตอ่
ความพน้ ทกุ ข์ ถา้ หากวา่ เราเคยไดก้ ระทำ� กรรมตอ่ กนั มา กข็ อใหก้ ดั ขา้ ใหต้ ายไปเสยี เถดิ
เพื่อเป็นการชดใชห้ นก้ี รรมเก่า แตถ่ า้ ไมเ่ คยมเี วรมภี ยั ต่อกนั แลว้ กข็ อให้หลีกไป”
น่ังหลับตาภาวนาปลงสังขาร ยอมสละชีวิต หมาป่าเหล่าน้ันก็ว่ิงวนไปวนมา
ออ้ มกลดอยู่ ทง้ั เห่าทั้งขู่ค�ำราม ท�ำท่าจะบกุ เข้ามาในกลด จิตเกดิ ความรสู้ กึ กลัวมาก
นง่ั ไปไดส้ กั พกั หนงึ่ กป็ รากฏเหน็ หลวงปมู่ นั่ ฉายไฟแวบๆ มา พอมาถงึ ทา่ น กต็ วาดขนึ้
ด้วยเสียงอันดงั ว่า
25
“ไป๊ พวกสูจะมาท�ำอะไรเขาอยูท่ ่นี เี่ ลา่ ” ท่านเงือ้ ทอ่ นไมข้ น้ึ คล้ายจะตี หมาป่า
เหลา่ นนั้ กแ็ ตกตน่ื วงิ่ หนไี ป หลวงพอ่ คดิ วา่ ทา่ นหลวงปมู่ นั่ มาชว่ ยจรงิ ๆ กเ็ ลยลมื ตาขนึ้
ก็ไม่เหน็ อะไร ฝูงหมาปา่ ก็หายไปด้วย ไมม่ ีเหลืออยู่เลยแมแ้ ต่ตวั เดยี ว
อยูป่ ่าชา้ ครงั้ แรก
รงุ่ เชา้ หลวงพอ่ กบั คณะเดนิ ทางถงึ วดั โปรง่ คลอง ซงึ่ เปน็ สำ� นกั ของพระอาจารยค์ ำ� ดี
ไดข้ อเขา้ พำ� นกั บำ� เพญ็ ภาวนาดว้ ย ขณะนนั้ เปน็ ฤดแู ลง้ พน้ื ดนิ แหง้ เหมาะแกก่ ารพกั ตาม
โคนไม้ พระบางรปู ในสำ� นกั จงึ ไปอยปู่ า่ ชา้ เพอื่ หาความวเิ วก หลวงพอ่ เกดิ ความสนใจ
อยากจะไปทดลองดู เพราะไมล่ องกค็ งไม่รวู้ ่าเป็นอยา่ งไร และจะมีประโยชน์ตอ่ การ
ปฏบิ ตั อิ ยา่ งใดบา้ ง แตข่ ณะเดยี วกนั อกี ใจหนง่ึ กไ็ มย่ อมไป ความกลวั ผยี งั ฝงั อยใู่ นจติ
แตใ่ นทสี่ ุดท่านก็บังคบั ตัวเองให้ไปจนได้
“ตอนบา่ ยๆ กลวั มาก ไม่อยากจะไป จะท�ำยงั ไงกไ็ มไ่ ด้ บอกให้ไปมนั ก็ไมไ่ ป
ชวนเอาตาปะขาวแกว้ ไปด้วย ไปใหม้ ันตายเสยี ถา้ หากจะถงึ ทต่ี ายก็ใหม้ นั ตายเสยี
มนั ล�ำบากนกั โง่นกั กใ็ ห้มนั ตายเสีย พดู อยใู่ นใจอย่างน้ี ทั้งๆ ทใ่ี จกไ็ มอ่ ยากจะไป
นนั่ แหละ แตก่ บ็ งั คบั มนั จะรอใหพ้ รอ้ มหมดทกุ อยา่ งนนั้ มนั ไมพ่ รอ้ มหรอก ถา้ อยา่ งนน้ั
กไ็ มไ่ ด้ทรมานมนั ตอ้ งพามนั ไป โอย๊ พอไปถึงปา่ ชา้ แล้ว ไมเ่ คยเลย ในชวี ติ ไมเ่ คย
อยปู่ า่ ชา้ ตาปะขาวจะมาอยใู่ กลๆ้ ไมย่ อมใหอ้ ยู่ ใหห้ นไี ปอยนู่ นู้ ไกลๆ โนน่ ความจรงิ
แลว้ กอ็ ยากใหเ้ ขามาอยใู่ กลๆ้ เหมอื นกนั แตก่ ก็ ลวั จติ จะไปยดึ คดิ วา่ มเี พอ่ื นอยใู่ กลๆ้
มนั จะไมก่ ลวั กเ็ ลยไมเ่ อา ใหห้ นไี ปไกลๆ เดยี๋ วตวั เองจะไปคดิ อาศยั เขา กลวั นกั กใ็ หม้ นั
ตายเสีย คนื นี้ มนั จะเปน็ ยงั ไง ท้งั กลวั ท้งั ท�ำนะ ไมใ่ ชว่ า่ ไม่กลวั แต่ก็กล้า อย่างมาก
ก็ถงึ ที่ตายเทา่ นน้ั แหละ
พลบคำ่� ลงสกั นิด กพ็ อดเี ลย โชคดี เขาหามศพโตงเตงๆ มาที่นี่ ฮอื ทำ� ไมถงึ
เหมาะกนั อยา่ งน้ี โอย๊ เดนิ ไปกแ็ ทบจะไมร่ สู้ กึ วา่ เทา้ แตะพนื้ ดนิ เลยทนี ้ี หนี เขานมิ นต์
ใหไ้ ปมาตกิ า ไมไ่ ปมาตกิ าใหใ้ ครทงั้ นนั้ แหละ หนี ไปไดส้ กั พกั หนง่ึ กก็ ลบั มา เขากย็ งิ่
เอาศพมาฝังไว้ใกล้ๆ ท่ีปักกลด ไม้ไผ่ท่ีหามศพเขาเอามาสับฟากท�ำเป็นแคร่ให้น่ัง
26
ฮอื จะทำ� ยงั ไงดลี ะทนี ี้ หมบู่ า้ นกบั ปา่ ชา้ กห็ า่ งกนั ประมาณ ๒-๓ กโิ ลโนน่ แหละ มแี ตต่ าย
เทา่ นน้ั แหละ ทนี จ้ี ะทำ� ยงั ไง กย็ อมตายเทา่ นน้ั แหละ ตาปะขาวจะเขา้ มาอยใู่ กลๆ้ กไ็ ล่
ใหไ้ ป ใหม้ นั ตายเสยี ทำ� ไมมนั กลวั เอานกั หนา ทนี จี้ ะไดส้ นกุ กนั แหละ ไมก่ ลา้ ทำ� กไ็ ม่
รจู้ กั หรอกวา่ เปน็ อยา่ งไร โอย๊ ชา่ งมรี สมชี าตจิ รงิ ๆ เดนิ กแ็ ทบจะไมร่ สู้ กึ วา่ เทา้ แตะดนิ
มดื ลงๆ จะไปทไี่ หนละ่ ทนี ้ี อยกู่ ลางปา่ ชา้ โนน้ เอา้ ! ใหม้ งึ ตาย มงึ เกดิ มาตายมใิ ชห่ รอื
ตอ่ สู้กันอยอู่ ยา่ งนัน้ แหละ
พอตะวนั ลบั ขอบฟา้ ไป ความรสู้ กึ กบ็ อกใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นกลด เดนิ กก็ า้ วขาไมอ่ อก
ความรสู้ กึ กเ็ รา้ ใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นกลด เดนิ จงกรมอยดู่ า้ นหนา้ กลดทป่ี กั ไว้ ตรงกนั ขา้ มกบั
ทฝ่ี งั ศพ ตอนเดนิ หนั หนา้ ไปทางทป่ี กั กลดไว้ คอ่ ยยงั ชวั่ แตพ่ อหนั หลงั กลบั เดนิ ไปไมร่ ู้
เปน็ ยงั ไง เหมือนกับมอี ะไรมาดงึ ทางด้านหลัง เย็นวูบๆ วาบๆ อยา่ งนแี้ หละฝึกหดั
กลวั มาก เดนิ ไมไ่ ดก้ ้าวขาไม่ออก กห็ ยดุ หายแลว้ กเ็ ดนิ ต่อไป เม่อื มดื ลงพอสมควร
กเ็ ขา้ ไปอยใู่ นกลด รสู้ กึ โลง่ อกไปเปน็ กอง สบายใจเหมอื นกบั อยภู่ ายในกำ� แพง ๗ ชนั้
เห็นบาตรตัวเองใบเดยี ว ก็เปน็ เหมอื นกับเพ่ือน บาตรกเ็ ป็นเพือ่ นได้ คนไมม่ เี พอ่ื น
เลยนกึ เอาบาตรเปน็ เพอ่ื น มองเหน็ บาตรตวั เองกร็ สู้ กึ ดใี จ จติ มนั ไมม่ ที พ่ี ง่ึ เลยไปพง่ึ
บาตร น่แี หละเราจะได้ดูจิตของเรา นง่ั อยใู่ นกลด เฝา้ สังเกตดูผหี ลอกอยู่ตลอดคืน
จนสวา่ ง ไม่ได้นอนแมแ้ ต่สักนดิ เลย มันกลัว ทง้ั กลวั ทัง้ กล้าฝึกกล้าท�ำ น่ังจ้องอยู่
ตลอดคืน ไม่ง่วงนอนเลย ความง่วงมันก็กลัวผีหลอกเหมือนกัน น่ังอยู่ตลอดคืน
อยา่ งนน้ั แหละ ใครละ่ จะกลา้ ทำ� เรอ่ื งของการปฏบิ ตั นิ ี้ ถา้ จะเอาตามใจของตวั เองแลว้
ใครละ่ จะท�ำ มันกลวั ถึงขนาดนี้น่ะ ทุกสงิ่ ทุกอยา่ งถา้ เราไม่ทำ� มนั ไมเ่ กิดประโยชน์
เพราะไมไ่ ด้ปฏิบัติ นีแ่ หละเราได้ปฏิบัติ
พอรงุ่ เชา้ ขนึ้ มา โอย๊ รสู้ กึ ดใี จมาก ไมต่ ายแลว้ เราทนี ้ี รสู้ กึ สบายใจจรงิ ๆ อยากให้
มแี ตก่ ลางวนั ทง้ั หมด ไมอ่ ยากใหม้ กี ลางคนื ความรสู้ กึ ภายในใจอยากฆา่ กลางคนื ทง้ิ
อยากให้มีแต่กลางวัน สบายใจ ฮอื ไม่ตายแล้วเราครั้งนี้ ตอนกลางวนั ก็ได้พักบา้ ง
นิดหน่อย ใจดไี ปไดป้ ระมาณ ๕๐ เปอรเ์ ซ็นต์ คิดว่าไมม่ อี ะไร มแี ต่ความกลัวเฉยๆ
คืนที่สองคดิ วา่ คงจะไดภ้ าวนาสบายเพราะมันผ่านมาแลว้ คืนนกี้ ไ็ ม่เห็นมอี ะไร
27
ไดท้ ดลองกระทงั่ สนุ ขั ไปบณิ ฑบาตคนเดยี ว สนุ ขั วง่ิ ตามหลงั มนั จะกดั เอา้ ไมไ่ ล่
มนั แหละ ใหม้ นั กดั เสยี มแี ตเ่ รอ่ื งจะตายทง้ั นนั้ แหละ มนั งบั แลว้ งบั อกี โดนมงั่ ไมโ่ ดนมงั่
รสู้ กึ แปลบๆ ปลาบๆ บางทกี น็ กึ วา่ ปลแี ขง้ ขาดไปอยา่ งนน้ั แหละ แมอ่ อกชาวภไู ทกไ็ ม่
ชว่ ยจบั สนุ ขั เพราะคดิ วา่ ผไี ปกบั พระ มนั จงึ เหา่ และไลก่ ดั ผี กเ็ ลยปลอ่ ย ไมไ่ ลม่ นั แหละ
ใหม้ นั กดั เสยี เมอ่ื คนื นก้ี ก็ ลวั จนเกอื บจะตายอยแู่ ลว้ พอตอนเชา้ สนุ ขั กย็ งั จะมาไลก่ ดั อกี
กใ็ หม้ นั กดั เสยี ถา้ แตก่ อ่ นเราเคยไดก้ ดั มนั แตม่ นั กง็ บั ผดิ งบั ถกู ไปอยา่ งนน้ั เอง นแ้ี หละ
เราฝกึ หดั ตัวของเรา
บิณฑบาตได้มาก็ฉัน พอฉันจังหันเสร็จก็ดีใจ แดดออกมาบ้างรู้สึกอบอุ่น
ไดพ้ กั ผอ่ นพอควรแลว้ กเ็ ดนิ จงกรม ตอนเยน็ กค็ งจะภาวนาดแี หละทนี ี้ ไดท้ ดลองมา
แลว้ คืนหนึง่ คงจะไมเ่ ป็นอะไร
พอตกตอนบา่ ยๆ เอาอกี แลว้ หามมาอกี แลว้ ตอนนเี้ ปน็ ผใู้ หญเ่ สยี ดว้ ยซี ทนี ยี้ ง่ิ
หนกั เขา้ ไปอกี เอามาเผาอยู่ใกล้ๆ ข้างหนา้ ท่ีปักกลดเสยี ดว้ ยซ้ำ� ทนี ี้ โอย ยิง่ ร้ายกวา่
เมื่อคนื วานน้เี สยี อกี ดีเหมือนกันเขามาเผาเขาช่วยกัน แต่เขาใหไ้ ปพิจารณาศพไม่ไป
พอเขากลบั หมดแลว้ จงึ ไป โอย๊ เขากลบั ไปหมดแลว้ เผาผใี หเ้ ราดอู ยคู่ นเดยี ว ไมร่ จู้ ะ
ทำ� ยงั ไงละ โอย ไมร่ จู้ ะเอาอะไรมาเปรยี บมาเทยี บใหฟ้ งั ได้ เรอ่ื งความกลวั นี่ ยงิ่ กลางคนื
ดว้ ยสิ ไฟทกี่ องฟอนเผาศพเขยี วๆ แดงๆ พบ่ึ พบั่ ๆ ลกุ บา้ งไมล่ กุ บา้ ง จะเดนิ จงกรมไป
ขา้ งหนา้ ดา้ นกองฟอนกไ็ ปไมไ่ ด้ พอมดื สนทิ กเ็ ขา้ ในกลดเหมอื นเดมิ อยใู่ นปา่ ชา้ รกๆ
เหม็นกล่ินควันไฟเผาศพทั้งคืนเลย ยิ่งร้ายกว่าเม่ือวานน้ีอีก ไฟลุกพรึบๆ พรึบๆ
น่ังหันหลังให้กับกองไฟจนลืมนอนไม่รู้จักว่าจะนอนยังไง และก็ไม่เคยคิดเลยว่า
จะนอน มนั ตนื่ เต้นตาใสอยตู่ ลอดคนื มนั กลวั กลัวก็ไมร่ ้จู ะไปอาศัยใคร มีแต่เรา
คนเดยี วเทา่ นัน้ กต็ ้องอาศัยเราเทา่ น้นั แหละ ไม่มที ี่ไป คดิ จะไปที่ไหนกไ็ มม่ ที ่จี ะไป
เพราะกลางคนื มนั มดื อยา่ งสนทิ กน็ ง่ั ตายอยตู่ รงนน้ั แหละ จะไปทไ่ี หนละ่ ถา้ พดู ถงึ ใจ
ถามมันดวู า่ มนั อยากจะมาทำ� อยา่ งนีไ้ หม โอย ถา้ ไปทำ� ตามมัน มนั จะอยากไปท�ำไม
แล้วใครล่ะเคยคิดอยากจะมาทรมานตัวเองอย่างนี้ ถ้าไม่เชื่อม่ันในค�ำสั่งสอนของ
พระพุทธเจา้ ในด้านผลของการประพฤติปฏิบตั ิ
28
นง่ั หนั หลงั ใหก้ องไฟ จะบงั เอญิ อะไรไมร่ ู้ ตอนนน้ั ดกึ ประมาณ ๔ ทมุ่ มเี สยี งอยู่
ขา้ งหลงั ในกองไฟดังทง่ึ ทัง่ ๆ สงสัยวา่ ศพกลง้ิ ตกลงมานอกกองฟอน สนุ ขั จ้ิงจอกมา
แยง่ กนั กดั กินซากศพหรอื ยังไงหนอ แต่กไ็ ม่ใช่ นง่ั ฟังอยู่ ฟงั ไปอกี คลา้ ยๆ เสียงดงั
ครดื คราดๆ อยอู่ ยา่ งนน้ั เอา้ ชา่ งหวั มนั เถอะ อกี สกั ครกู่ เ็ ดนิ เขา้ มาหา เหมอื นเสยี งคน
เดนิ เขา้ มาทางดา้ นหลงั เดนิ หนกั ๆ เหมอื นควาย แตไ่ มใ่ ช่ ตอนนน้ั ประมาณเดอื นสาม
ใบไมก้ ำ� ลงั รว่ ง บรเิ วณนน้ั ใบกงุ รว่ งกองกนั อยเู่ กลอื่ นกลน่ ฟงั ดไู ดย้ นิ เสยี งเหยยี บใบกงุ
ใบใหญ่ เสยี งหนกั ๆ ดังโคบๆ
บรเิ วณขา้ งทป่ี กั กลดมจี อมปลวกอยลู่ กู หนง่ึ ไดย้ นิ เสยี งเดนิ ออ้ มจอมปลวกเขา้
มาหา ก็เลยนึกวา่ มันจะเขา้ มาท�ำอะไรกส็ ดุ แล้วแต่ เพราะเรายอมตายแล้วน่ี จะคดิ
หนีไปไหน แต่เอาเขา้ จริงๆ กไ็ มเ่ ขา้ มา เดนิ โครมๆ ออกไปข้างหนา้ โนน้ ตรงไปหา
ตาปะขาวแกว้ โนน่ จนเงียบเสยี งเพราะอยไู่ กลกนั ไม่รเู้ หมอื นกันวา่ เป็นอะไร เพราะ
มแี ต่ความกลัว จึงท�ำใหค้ ิดไปหลายอย่าง
นานประมาณครง่ึ ชว่ั โมงเหน็ จะได้ ไดย้ นิ เสยี งเดนิ กลบั มาอกี แลว้ เดนิ กลบั มาจาก
ตาปะขาวแกว้ เหมอื นเสยี งคนจรงิ ๆ เดนิ ตรงเขา้ มา ตรงดงิ่ เขา้ มาเหมอื นจะเดนิ เขา้ มา
เหยยี บพระเขา้ อยา่ งนนั้ แหละ จะนง่ั หลบั ตาอยอู่ ยา่ งนแี้ หละ จะไมย่ อมลมื ดมู นั ละ จะตาย
กใ็ หม้ นั ตายอยอู่ ยา่ งนแ้ี หละ พอเดนิ มาถงึ กห็ ยดุ กก๊ึ ยนื นงิ่ เงยี บอยขู่ า้ งหนา้ กลด รสู้ กึ
เหมือนกับว่ามันเอามือที่ถูกไฟไหม้มาคว้าไปคว้ามาอยู่ตรงหน้าอย่างน้ันแหละ โอ๊ย
ตายคราวนแ้ี หละ แขง็ กระดา้ งไปหมดทงั้ ตวั ลมื พทุ โธ ธมั โม สงั โฆ หมดทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง
มแี ตค่ วามกลวั อยา่ งเดยี วเตม็ ตน้ื อยใู่ นความรสู้ กึ อดั แนน่ ตรงึ อยเู่ หมอื นกลอง คดิ ไปไหน
กไ็ มไ่ ป มแี ตค่ วามกลวั คดิ ไป คดิ ไปถงึ ครงั้ วนั เกดิ มา ไมเ่ คยมเี ลยทจ่ี ะกลวั เอามากมาย
ถงึ ขนาดน้ี ไมร่ จู้ กั พทุ โธ ธมั โม สงั โฆ อะไรเลย แนน่ ตรงึ เหมอื นกลองเพล เอา้ มงึ อยู่
อย่างนี้ กูก็จะอยูอ่ ยา่ งน้ี ความคิดมันไม่ออกไม่เข้า ไมร่ ู้วา่ ที่น่งั นี่ นั่งอยู่บนอาสนะ
หรอื ลอยอยู่บนอาสนะ ก็ไม่รูเ้ หมอื นกนั มแี ตก่ ำ� หนดผรู้ ้ไู วอ้ ยา่ งเดียวเทา่ นน้ั
มนั กลวั มากๆ กค็ งเหมอื นกับเราตกั น�ำ้ ใส่ตมุ่ ตักใส่มากๆ มนั ก็เลยล้นปากตุ่ม
ออกมา คงจะเปน็ อย่างนัน้ มนั กลัวมาก กลัวมากๆ กเ็ ลยออกมา เลยถามตวั เองว่า
29
ทม่ี งึ กลวั ๆ นมี่ งึ กลวั อะไร ทำ� ไมถงึ กลวั เอานกั หนา ไมไ่ ดพ้ ดู ดอก ใจมนั พดู ของมนั เอง
กม็ คี �ำตอบสวนขน้ึ มาวา่ กลวั ตาย มันว่าอย่างนั้น กเ็ ลยถามต่อไปอกี วา่ ตายมนั อยู่
ทไ่ี หน ทำ� ไมถงึ กลวั เกนิ ชาวบา้ นชาวเมอื งเขาเอานกั หนา ถามหาความตาย ถามไปถามมา
ไดค้ ำ� ตอบวา่ ตายมนั อยกู่ บั เรา เมอ่ื มนั อยกู่ บั เราแลว้ จะหนไี ปทไี่ หนจงึ จะพน้ จะวง่ิ หนี
มนั กว็ ง่ิ ไปดว้ ย จะนงั่ อยู่ มนั กน็ งั่ อยดู่ ว้ ย ลกุ ขนึ้ เดนิ หนี มนั กเ็ ดนิ ไปดว้ ย เพราะความตาย
มนั อย่กู บั เรา มนั ไม่มีทีจ่ ะไปดอก ความตายนี้ ถึงกลัวไม่กลวั มันกต็ ้องตาย เพราะ
ความตายอยทู่ ีเ่ รานเ้ี อง หนมี นั ไมไ่ ดด้ อก พดู ตัดบทขน้ึ มาอย่างน้ี
เมอื่ คำ� ถามและคำ� ตอบจบลง อาการความรสู้ กึ ทเ่ี ปน็ สญั ญาแบบเกา่ ๆ พลกิ ขน้ึ มา
เปลยี่ นขน้ึ มาใหม่ ความกลวั ทมี่ อี ยมู่ ากๆ หายออกไป เหมอื นหนา้ มอื กบั หลงั มอื เมอื่ เรา
พลกิ กลบั รสู้ กึ อศั จรรยม์ าก ทค่ี วามกลวั มากๆ มนั หายไปได้ ความไมก่ ลวั ขนึ้ มาแทนท่ี
แหง่ เดยี วกันนี้ โอย๊ ใจของเราทนี ี้สงู ขึ้นจดฟ้านนู้ แหละ เม่อื ชนะความกลวั นน้ั แลว้
ฝนกเ็ ทลงมา ฝนโบกขรพรรษหรอื ยงั ไงกไ็ มท่ ราบ ทง้ั เสยี งฟา้ เสยี งลมเสยี งฝน ดงั สนน่ั
หวัน่ ไหว จนไมร่ จู้ กั กลวั ตาย ต้นไม้ล้มลงมาก็ไม่ไดส้ นใจ ฝนลงหนักมาก ผา้ ผ่อน
เปยี กหมดทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง สว่ นตวั เรากน็ ง่ั นงิ่ อยอู่ ยา่ งนน้ั ตอ่ มากร็ อ้ งไห้ มนั รอ้ งไหเ้ อง
ของมนั นำ้� ตาไหลพรงั่ พรลู งมาอาบแกม้ กอ่ นจะรอ้ งไห้ กเ็ พราะคดิ ไปวา่ เราเปรยี บเสมอื น
ลูกไมม่ พี อ่ มีแม่แทๆ้ มานงั่ ตากฝนอยจู่ นตัวสน่ั เหมอื นคนไมม่ อี ะไร คิดต่อไปอีกว่า
คนทเี่ ขานอนอยบู่ า้ นอยเู่ รอื นดๆี คนื นเี้ ขาคงไมค่ ดิ เลยวา่ พระนง่ั ตากฝนอยตู่ ลอดคนื
กม็ อี ยู่ เขาคงจะไมค่ ดิ เขาคงจะนอนคลมุ ผา้ หม่ สบายอยทู่ บ่ี า้ น สว่ นตวั เรานม้ี านงั่ ตากฝน
อยตู่ ลอดคนื มนั เรอื่ งอะไรหนอ คดิ ไปอยา่ งนแี้ หละ มนั วติ กไป แลว้ สงั เวชชวี ติ ตวั เอง
เลยร้องไห้ น้�ำตาไหลพรากๆ เอา้ นำ้� ไมด่ นี ใี่ หม้ นั ไหลออกให้หมด อยา่ ให้เหลืออยู่
นแี้ หละปฏบิ ตั ิ มนั เอาของมนั อยู่อยา่ งน้นั ทนี ี้ไม่รู้จะบอกยังไง เรือ่ งทมี่ นั เปน็
ตอ่ ๆ ไป ไมร่ จู้ ะบอกยงั ไง เรามแี ตน่ ง่ั อยเู่ ฉยๆ เมอื่ ชนะแลว้ มนั กเ็ อาของมนั อยอู่ ยา่ งนน้ั
สารพดั จะรจู้ ะเหน็ จะเปน็ ตา่ งๆ นานา สดุ ทจี่ ะพรรณนาใหจ้ บลงได้ คดิ ถงึ ทพี่ ระพทุ ธเจา้
ท่านบอกว่า ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ วิญญูชนย่อมรู้เฉพาะตนเอง ช่างจริง
เหลือเกินหนอ เราทกุ ข์ เราตากฝนอยู่อย่างนี้ แลว้ ใครท่จี ะรู้ดว้ ยกบั เรา กร็ ู้แตต่ ัวเรา
30
เทา่ นนั้ มนั กเ็ ปน็ ปจั จตั ตงั อยา่ งนแี้ หละ กลวั มากๆ แลว้ มนั หายกลวั ชาวบา้ นชาวเมอื ง
เขากไ็ มร่ ดู้ ว้ ยกบั เรา เรารคู้ นเดยี วเพราะมนั เปน็ ปจั จตั ตงั จะไปบอกกบั ใคร จะไปเลา่
กับใครหนอ มนั เปน็ ปัจจตั ตงั ยิง่ พิจารณาๆ เข้าไป ย่ิงแนน่ อนเข้าไป ใจก็ย่ิงมกี ำ� ลงั
มากขึน้ ศรทั ธากม็ ากขึ้น พจิ ารณาจนสว่าง
พอสว่างลืมตาข้ึน มองไปทางไหนเหลืองไปหมดท้ังโลกเลย อันตรายหาย
ตอนกลางคนื อยใู่ นกลดรสู้ กึ ปวดปสั สาวะ แตเ่ พราะความกลวั ไมก่ ลา้ ลกุ กเ็ ลยอดกลนั้
เอาไว้ นานๆ ไปกเ็ ลยหายปวด ตอนเชา้ ลกุ ขนึ้ มา มองไปทางไหนก็เหลอื งไปหมด
เหมอื งแสงอาทิตยย์ ามเชา้ ลองปสั สาวะดู เพราะปวดตัง้ แตต่ อนกลางคืน ปสั สาวะ
ออกมามีแตเ่ ลอื ด สงสัยว่าขา้ งในฉีกหรือขาด ตกใจคดิ ว่าข้างในคงจะขาดแนๆ่ ก็มี
คำ� ตอบสวนขน้ึ มาทนั ทวี า่ ขาด ใครทำ� ใหข้ าด มนั ขาดของมนั เอง มนั พดู แกค้ วามสงสยั
เองขน้ึ มาทนั ทอี ย่างฉบั ไว ขาดกข็ าด ตายก็ตายเสยี ซิ เราก็นงั่ เฉยๆ ไม่ได้ทำ� อะไรนี่
อยากจะขาดก็ขาดเสียซิ มันว่าของมันอย่างนั้น เหมือนกับคนแย่งอะไรกันน้ีแหละ
คนหนง่ึ ดงึ ไป อกี คนหนึ่งดงึ กลับมา
ใจหนง่ึ เบยี ดเขา้ มาวา่ เปน็ อนั ตราย ใจหนงึ่ กก็ ลบั สทู้ นั ที ปสั สาวะเลอื ดออกเปน็
แทง่ ๆ คดิ ขนึ้ มาวา่ จะไปหายาทไ่ี หนหนอ ไมไ่ ปหามนั ละ่ จะไปหาทไ่ี หน เปน็ พระจะไป
ขดุ รากไมไ้ ดห้ รอื ถา้ สมควรจะตายกใ็ หม้ นั ตายเทา่ นน้ั แหละ จะทำ� ยงั ไงไดล้ ะ่ ตายกด็ ี
ตายเพราะการบำ� เพญ็ ภาวนานต่ี ายกเ็ ตม็ ใจทจี่ ะตาย ตายเพราะการทำ� ชวั่ นน้ั ไมค่ มุ้ คา่
ตายอย่างนสี้ มควรแลว้ เอา้ ตายกต็ าย มนั ว่าของมันอยา่ งน้นั
ฝนตกตลอดคนื พอรงุ่ เชา้ ขน้ึ มากเ็ ปน็ ไขส้ นั่ สะทา้ นไปทงั้ ตวั ทนี ก้ี ไ็ ปรบั บณิ ฑบาต
ในหมบู่ า้ น ไมไ่ ดก้ บั ขา้ วอะไรเลย บณิ ฑบาตแลว้ กก็ ลบั มาทพี่ กั เหน็ โยมผเู้ ฒา่ คนหนง่ึ
ถอื ถว่ั สองสามฝกั กบั ขวดนำ้� ปลาเดนิ ตามหลงั มา กเ็ ลยคดิ ปรารภกบั ตวั เองวา่ โยมเขา
จะเอาถวั่ มาตำ� สม้ ถวาย เราจะฉนั ไหมหนอ กค็ ดิ อยอู่ ยา่ งนเ้ี รอ่ื ยๆ จนโยมเขาลงมอื ทำ�
เราเองกไ็ มร่ วู้ า่ จะฉนั หรอื ไมฉ่ นั เพราะคดิ วา่ ตำ� สม้ มนั แสลงไข้ จะแพ้ เขากก็ ำ� ลงั ทำ� ของ
เขาอยู่ เราก็คิดของเราอยอู่ ยา่ งนัน้ จะฉนั ไหมหนอๆ เพราะไม่มีกบั ข้าวอะไรเลย อยู่
ในปา่ มแี ตข่ า้ วเปลา่ ๆ ไมม่ อี าหาร เขากท็ ำ� ของเขาอยอู่ ยา่ งนน้ั เรากพ็ จิ ารณาของเราอยู่
31
อยา่ งนี้ กไ็ มร่ เู้ หมอื นกนั วา่ เขาจะถวายเราหรอื ไม่ แตก่ พ็ จิ ารณาอยอู่ ยา่ งนน้ั เสรจ็ แลว้
เขากเ็ อามาถวาย กร็ บั ไว้ รบั แลว้ ตกั ลงในบาตร แตก่ ย็ งั ไมก่ ลา้ ฉนั พจิ ารณาอยอู่ ยา่ งนนั้
กเ็ ลยนกึ ไดว้ า่ ทง้ั ๆ ทเ่ี รากร็ อู้ ยวู่ า่ มนั แสลงไข้ ถา้ เราฉนั กฉ็ นั เพราะตณั หาเทา่ นน้ั แหละ
หรอื มนั จะเปน็ อะไรพจิ ารณาไมอ่ อก คดิ กลบั ไปกลบั มาอยอู่ ยา่ งนนั้ ฉนั ขา้ วเปลา่ ๆ ดมู นั
ไปเรอื่ ยๆ ในทส่ี ดุ กเ็ ลยคดิ ตกลงใจวา่ เปน็ ตณั หากเ็ ปน็ เทา่ นนั้ แหละ ถา้ มอี าหารอยา่ งอนื่
อยแู่ ลว้ เรายงั ดอ้ื ฉนั กอ็ าจจะเปน็ นมี่ นั มอี ยา่ งเดยี ว กฉ็ นั จะเปน็ อะไร เมอื่ มนั แสลงไข้
จะทำ� อยา่ งไร แสลงไขก้ ไ็ มถ่ งึ กบั ตายดอก หนงึ่ ตอ้ งมคี นมาชว่ ย สอง มนั ตอ้ งอาเจยี น
ออกมา ไมเ่ ปน็ ไรดอกถา้ ไมถ่ งึ ทตี่ าย ถา้ ถงึ ทต่ี ายแลว้ คนทจี่ ะมาชว่ ยแกไ้ ขกไ็ มม่ หี รอก
มนั ตายเลยแหละ เมอื่ ตกลงใจไดค้ วามแลว้ กเ็ ลยฉนั เพราะไดพ้ จิ ารณาจนหายสงสยั
แล้วจึงฉัน ฉนั เสรจ็ ใหพ้ รแกโ่ ยม แล้วเขากก็ ลบั ไป
ตกตอนเทยี่ งนกึ ถงึ สม้ ตำ� ถวั่ ขน้ึ มา รสู้ กึ มนึ งงวงิ เวยี นศรี ษะ ขนหวั ลกุ ซู่ ซู่ มอี าการ
คล้ายจะเป็นไข้ ไมถ่ ูกกบั ส้มต�ำถ่ัวจรงิ ๆ เอา้ เป็นอะไรก็เป็นกัน ถา้ ไมม่ ีคนมาแกไ้ ข
มนั กอ็ ว้ กออกมาเองดอก ถา้ ไมถ่ งึ ทต่ี าย เอา้ ดนั ไปดนั มา ประมาณบา่ ยโมง เลยอว้ ก
ออกมาจรงิ ๆ ไมถ่ งึ คราวมนั กต็ อ้ งอาเจยี นออก ถา้ ไมอ่ าเจยี นออก ตอ้ งมคี นมาชว่ ยแกไ้ ข
พิจารณาไปอยา่ งน้นั ทีไ่ หนจะไปตามใจมัน”
เมอื่ ทา่ นไดพ้ กั บำ� เพญ็ ภาวนาอยทู่ ป่ี า่ ชา้ แหง่ นไ้ี ด้ ๗ วนั กม็ อี าการไขห้ นกั จงึ ได้
ยา้ ยลงมาพักรักษาตัวอยกู่ ับท่านอาจารย์คำ� ดี พักอยไู่ ดป้ ระมาณ ๑๐ วัน อาการไข้
ทุเลาลง จึงไดก้ ราบลาทา่ นอาจารย์คำ� ดี เดนิ ทางไปถึงบริเวณป่าละเมาะใกล้บา้ นตอ้ ง
จงึ พักปฏบิ ัติธรรมอย่ทู ่นี ัน่ เป็นเวลาหลายวนั
หลงั จากนนั้ จงึ ไดเ้ ดนิ ทางตอ่ ไปจนถงึ วดั ปา่ เมธาวเิ วก บา้ นหนองฮี ตำ� บลหนองฮี
อำ� เภอปลาปาก จงั หวดั นครพนม ซง่ึ มพี ระอาจารยก์ นิ รี จนทฺ โิ ย เปน็ เจา้ อาวาสอยทู่ น่ี น่ั
ได้พักปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านหลายวัน หลังจากน้ันจึงกราบลาท่านเดินธุดงค์ต่อไป
เรือ่ ยๆ
32
ทกุ ข์เพราะบรขิ าร
เม่อื เลกิ ชีวิตพระธดุ งคเ์ คลอื่ นที่ ที่รอนแรมไปตามปา่ เขาล�ำเนาไพร มาเปน็ พระ
ธดุ งคอ์ ยู่กับท่ี ในฐานะเจ้าอาวาสวดั หนองปา่ พง ท�ำหน้าท่ีอบรมสั่งสอนสานศุ ิษย์เปน็
ประจำ� แลว้ หลวงพอ่ มกั แทรกประสบการณจ์ ากชวี ติ ธดุ งคแ์ ตห่ นหลงั เขา้ มาในคำ� สอน
เพอื่ เปน็ คตธิ รรมเตอื นศษิ ยานศุ ษิ ยเ์ สมอ และครงั้ ใดปรารภเรอื่ งสว่ นตวั ทา่ นกม็ กั เลา่
ดว้ ยอารมณข์ นั เปดิ เผยกเิ ลสของตวั เองและปญั หาตา่ งๆ ทที่ า่ นเคยผา่ นพบ ซง่ึ ทำ� ให้
ลกู ศิษย์ได้กำ� ลงั ใจวา่ แมค้ รบู าอาจารยเ์ องออกปฏบิ ัตใิ หม่ๆ ก็มีปญั หาเหมือนกัน
ครงั้ หนงึ่ ทา่ นเลา่ ถงึ นสิ ยั เดมิ ของทา่ นวา่ เปน็ ประเภทโลภจรติ ปแี รกทอ่ี อกธดุ งค์
ท่านกม็ คี วามอยากในเรื่องของบริขารมาก
“...พอไปปฏบิ ตั เิ ขา้ หมคู่ รบู าอาจารย์ ไปเหน็ บรขิ ารของทา่ นลว้ นแตส่ วยๆ งามๆ
บาตรของทา่ นกส็ ะอาด จวี รของทา่ นกส็ สี นั วรรณะดี ของตวั เองไมม่ อี ะไรสวยสกั อยา่ ง
โอย อยากไดจ้ ีวร สังฆาฏิ ๒ ชน้ั ก็ยังไม่ได้ น่งั ที่ไหนก็ไม่เปน็ สุข
ขน้ึ ไปกงิ่ อำ� เภอศรสี งคราม หลวงพอ่ พฒุ ทา่ นใหจ้ วี รมาผนื หนงึ่ ทา่ นใชม้ า ๔ ปแี ลว้
ดใี จมาก ชายผา้ ขาดหมดแลว้ กอ็ ตุ สา่ หห์ าผา้ อาบนำ้� ฝนมาเยบ็ แลว้ ยอ้ มสใี หม่ สยี อ้ มใหม่
กบั สยี อ้ มเกา่ ตดั กนั มองดเู หมือนลายผา้ ซิ่นของภูไท ไปบณิ ฑบาตคนมองกนั ใหญ่
เขามองมากๆ จนทอ้ ใจ แลว้ เลยมปี ญั หา มนั อายเขานะ่ เดย๋ี วกเ็ อามายอ้ มสใี หม่ ยอ้ ม
เทา่ ไรๆ กไ็ ม่สวย เพราะผา้ มันเก่า พระครูจนั ทรท์ า่ นแนะนำ� วา่ อยากไดก้ ใ็ ห้ขอท่าน
แต่ก็ไมย่ อมขอ อยมู่ าอยา่ งนั้นแหละ
จนกระทงั่ อาจารยไ์ สวทา่ นเหน็ ความอดทน เหน็ ปฏปิ ทา ทา่ นกเ็ ลยตดั ถวาย ทนี ี้
เลยสบาย ถา้ ไปขอทา่ นเสยี แตแ่ รกคงไมส่ บาย เพราะมนั ไดม้ าด้วยความอยาก ทีน้ี
ความเหน็ มนั เลยสลบั กนั ถา้ เปน็ ของทซ่ี อื้ มา สงั่ มา หรอื ขอเขามา จะดยี งั ไงกเ็ หน็ เปน็
ของไมด่ ไี ปหมด แตถ่ า้ เปน็ ของทไี่ ดม้ าเอง แมไ้ มค่ อ่ ยดี แตกหกั พอซอ่ มแซมใชไ้ ด้ กด็ ู
เปน็ ของดยี ิง่ นกั
33
ตอนขน้ึ ไปศรสี งครามนนั้ มผี า้ องั สะผนื เลก็ ๆ ผนื เดยี ว ขอกไ็ มไ่ ด้ จะเปน็ อาบตั ิ
ไมร่ จู้ ะทำ� ยงั ไง มนั อยากได้ จติ มนั ดน้ิ รนกระวนกระวาย หว่ งอยู่ จนกระทง่ั ตดั จวี รเปน็
คดิ อยนู่ น่ั แหละวา่ ไดผ้ า้ มาจะทำ� อยา่ งไร ทงั้ ๆ ไมร่ หู้ รอกวา่ ใครจะเอามาถวาย เดนิ จงกรม
ก็นกึ ขดี ตารางจีวร ไดผ้ า้ มาเม่ือไรละก็จะจดั การเลย กังวลอย่นู ัน่ แลว้
เดนิ ไปบณิ ฑบาตกเ็ หน็ แตร่ อยขดี ตารางจวี ร ขดี จนเขา้ ใจ กำ� หนดจติ เปน็ ตวั หมดั
ตวั เลน็ ยงิ่ ตดั ผา้ สงั ฆาฏิ ๒ ชน้ั ไมเ่ คยเหน็ ใครตดั มากอ่ นเลย มาคดิ เอาเอง มนั สนใจมาก
อยากไดม้ าก เลยคดิ ใหญ่ คดิ วธิ เี ยบ็ ตวั เยบ็ ตะเขบ็ คดิ ทกุ แงท่ กุ มมุ จนเปน็ เหน็ ทกุ อยา่ ง
ชดั แจง้ ใจ เปน็ ! พอเปน็ แลว้ ไดผ้ า้ มากเ็ อาเลยทนี ี้ กม็ นั เปน็ แลว้ นี่ ใจเหน็ มนั เปน็ มาตดั
ก็เปน็ เลย ทัง้ ตัดจวี ร ทงั้ ตดั สงั ฆาฏิ ยิ่งตัดสงั ฆาฏิ ๒ ชัน้ ยิ่งเก่ง จะไม่เปน็ ไดย้ งั ไง
มนั ลบู คล�ำอยู่อยา่ งน้ัน
น่แี หละทา่ นว่า สนใจทไ่ี หน ความสำ� เร็จอย่ทู ่นี ่นั การภาวนาเราน้กี ็เหมือนกัน
ถา้ สนใจจริงๆ นะ มนั ไมค่ ่อยหลับ มนั ไม่ค่อยนอน มันต่ืน มันเพ่ง มันมอง ไอน้ ัน่
เปน็ นนั่ ไอน้ เี่ ปน็ นี่ จนมนั เปน็ ละ สมยั นน้ั กเ็ รยี กวา่ ฟงั ครบู าอาจารยเ์ ทศนใ์ หฟ้ งั ปลอ่ ย
วาง ปลอ่ ยวาง กไ็ มค่ อ่ ยรเู้ รอื่ ง ทา่ นอาจารยก์ นิ รใี หเ้ ยบ็ ผา้ ไตรจวี ร เยบ็ ไมห่ ยดุ อยาก
จะให้มันเสร็จเรว็ ๆ เด๋ียวนน้ั คิดว่าให้มันเสร็จ จะไดห้ มดเร่อื งหมดราวไป จะได้
ภาวนากัน
วนั หนงึ่ ทา่ นอาจารยเ์ ดนิ มา เยบ็ ผา้ ตากแดดอยไู่ มร่ ตู้ วั เลย อยากใหม้ นั เสรจ็ จะได้
ทำ� ความเพยี รอย่างเดยี ว ทา่ นถามว่า
ท่านจะรบี ไปไหนเล่า? ผมจะรบี ท�ำใหม้ นั เสรจ็
เสร็จแล้วทา่ นจะไปทำ� อะไร? จะไปท�ำอันนั้นอีก
เมอ่ื อันนั้นเสร็จ จะไปท�ำอะไรอีกเลา่ ? ผมจะไปท�ำอนั นั้นอกี
อนั นั้นเสรจ็ แล้วทา่ นจะไปทำ� อะไร? เลยไม่จบสักที
ท่านอาจารยจ์ ึงอบรมวา่
34
ทา่ นรไู้ หมวา่ ทำ� อยา่ งนแ้ี หละคอื ภาวนา ทา่ นจะรบี ไปไหนเลา่ ทำ� อยา่ งนมี้ นั เสยี แลว้
นม่ี นั เสียแลว้ ความอยากมันเกดิ ข้ึนทว่ มหวั ทา่ นไม่รเู้ รื่องของตวั เอง
เออ้ สวา่ งไปอกี แลว้ นกึ วา่ เราทำ� บญุ เราทำ� แนน่ อน รบี ทำ� เพอ่ื อยากจะใหม้ นั เสรจ็
คิดว่ามันดแี ลว้ ทา่ นก็ยงั มาตเิ ราอีกวา่ อนั นี้ไม่ใช่ๆ ท่านจะรีบไปไหนเลา่ ...”
ไมเ่ ปน็ ผขู้ อ
“ผ้าสบงทเ่ี ราใชไ้ ปสองปแี ล้วจนจะขาดหมด จะนง่ั แต่ละครัง้ ต้องถลกผ้าข้ึนมา
นดิ หนงึ่ เสยี กอ่ น เพราะผา้ ทเี่ กา่ จนขาดมนั จะตดิ ตวั ไมล่ น่ื เหมอื นผา้ ใหม่ ตอนนนั้ อยู่
บา้ นปา่ ตาว กำ� ลงั กวาดลานวดั เหงอื่ ออก เผลอนงั่ ลงเลย ไมไ่ ดถ้ ลกผา้ ขน้ึ ขาดแควก
ตรงกน้ พอดี ต้องเอาผา้ ขาวมา้ มาเปลี่ยน แต่หาผา้ มาปะสบงไมไ่ ด้ ต้องเอาผ้าเช็ดเท้า
ไปซักใหส้ ะอาดเอามาปะข้างใน
เลยมานง่ั คดิ วา่ เอ พระพทุ ธเจา้ นที้ ำ� ไมทำ� ใหค้ นตอ้ งทนทกุ ขจ์ งั เลย ขอคนกไ็ มไ่ ด้
ท�ำอะไรกไ็ มไ่ ด้ นกึ ทอ้ ใจ เพราะจีวรก็ขาด สบงก็ขาด มานงั่ ภาวนา ก็ตั้งใจได้ใหม่
คดิ วา่ เอาเถอะ จะเกดิ อะไรขน้ึ กจ็ ะไมถ่ อยละ ไมม่ ผี า้ กไ็ มต่ อ้ งนงุ่ จะเปลอื ยมนั เลยทนี ี้
ใจมันฮดึ ถึงขนาดน้นั ทเี ดยี ว คิดวา่ ทำ� ใหถ้ ึงทส่ี ุดแล้ว ดซู ิมนั จะเป็นยังไง จากนั้นมา
กน็ งุ่ ผา้ ปะหนา้ ปะหลังมาเรอ่ื ย ไปถงึ ไหนกน็ ุ่งมันอยา่ งน้นั แหละ
ปนี นั้ เปน็ ปที ม่ี เี ดอื นแปด ๒ หน ไปกราบอาจารยก์ นิ รอี กี ครงั้ ไปอยกู่ บั ทา่ นกไ็ ม่
เหมือนคนอืน่ เพราะธรรมเนยี มของท่านไม่เหมือนใคร ท่านก็มองๆ อยู่ เราก็ไม่ขอ
ถา้ มนั ขาดอกี ก็หาผ้ามาปะเขา้ ไปอีก ทา่ นก็ไมไ่ ด้เอย่ ปากใหอ้ ยู่ดว้ ย เรากไ็ ม่ไดข้ ออยู่
เหมอื นกนั แตก่ อ็ ยกู่ บั ทา่ นนะ่ แหละ ปฏบิ ตั ไิ ปทำ� ไป ตา่ งคนตา่ งไมพ่ ดู ใครจะเกง่ กวา่ กนั
วา่ งนั้ เถอะ จวนเขา้ พรรษา ท่านคงไปบอกญาติของทา่ นว่า มีพระมารปู หน่งึ จีวรขาด
หมดแลว้ ใหต้ ดั ผา้ ไตรไปถวายดว้ ยเถอะ เพราะมคี นเอาผา้ มาถวาย เปน็ ผา้ ทอเอง หนา
ทเี ดยี ว ยอ้ มแกน่ ขนนุ กเ็ อาดา้ ยจงู ผนี ะ่ แหละมาเยบ็ เยบ็ ดว้ ยมอื ทงั้ ผนื เลย พวกโยมชี
เขาชว่ ยกนั เยบ็ ให้ ดใี จทสี่ ดุ ใชอ้ ยู่ ๔-๕ ปกี ไ็ มข่ าด ใชค้ รงั้ แรกกด็ กู ระปกุ กระปยุ เพราะ
35
ผา้ ใหมม่ ันกระดา้ ง ยังไมก่ ระชับตัว เวลาเดนิ เสียงดังสวบสาบ ย่ิงใส่สังฆาฏิ ๒ ช้ัน
เขา้ ไปย่ิงดูอว้ นใหญ่ แต่เราก็ไมเ่ คยบน่ ใสไ่ ปได้สกั ปสี องปีนะ่ แหละผ้าจึงอ่อนตัวลง
กไ็ ดอ้ าศยั ผา้ ผนื นนั้ มาเรอื่ ย ยงั นกึ ถงึ บญุ คณุ ของทา่ นอยเู่ สมอ เพราะทา่ นใหม้ าโดยทเ่ี รา
ไม่ไดข้ อ เปน็ บญุ มาก ตั้งแต่ไดผ้ า้ ผนื นั้นมารูส้ ึกสบายกายสบายใจ
มองดกู ารกระทำ� ของตวั เอง ตง้ั แตอ่ ดตี มาถงึ ปจั จบุ นั จนถงึ อนาคต ทำ� ใหน้ กึ ไดว้ า่
กรรมใดทำ� ไปแลว้ ไมผ่ ดิ ไมท่ ำ� ใหเ้ ดอื ดรอ้ น มแี ตค่ วามสบายใจ กรรมนนั้ ดี มคี วามเหน็
อยู่อย่างนั้น เห็นจริงตามนั้น ก็รู้สึกว่าชักเข้าท่า เลยเร่งการภาวนาเป็นการใหญ่
ไมห่ ยดุ เลย ผา้ ผนื นน้ั นะ ใสข่ น้ึ ภเู จอเสอื เหลอื ง ผมวา่ มนั ไมก่ ลา้ กดั แน่ พอมนั โฮกมาเจอ
ก็ชะงกั จงั งังไปเลย”
แตป่ ญั หาใหญใ่ นการปฏบิ ตั ขิ องหลวงพอ่ ในชว่ งนี้ กย็ งั คงเปน็ ตวั กามราคะนนั่ เอง
เมอ่ื ธดุ งคไ์ ปพกั ทว่ี ดั บา้ นตอ้ ง จงั หวดั นครพนม นน้ั ทา่ นกต็ อ้ งผจญมารคปู่ รบั เกา่ ตวั นี้
จนเกอื บเสยี ทา่ ตอ้ งตดั สนิ ใจเผน่ หนกี ลางดกึ เหตกุ เ็ กดิ เพราะแมม่ า่ ยสาวสวยแถมรวย
ทรัพย์คนหนึ่ง มาถวายจังหนั ทุกวัน ไม่ชา้ ไมน่ านหลวงพอ่ กร็ ูส้ ึกได้ว่า สีกามา่ ยคนน้ี
คดิ มดิ มี ริ า้ ยกบั ทา่ นเขา้ เสยี แลว้ ตวั ทา่ นเองจติ ใจกช็ กั จะหวนั่ ไหว มารกบั ธรรมะสรู้ บกนั
อยอู่ ยา่ งหนกั หนว่ งภายในจติ ใจ กระทงั่ คนื หนง่ึ เมอ่ื จติ ของทา่ นคดิ ปรงุ แตง่ เรอ่ื งของ
แมม่ า่ ย จนรสู้ กึ วา่ จะไวใ้ จตวั เองไมไ่ ดแ้ ลว้ ทา่ นกเ็ ลยตดั สนิ ใจเกบ็ บรขิ ารในกลางดกึ
คนื นน้ั แลว้ กเ็ ดนิ อยา่ งกระวีกระวาดไปปลกุ พอ่ แก้ว
“ไปมอ่ื อน่ื บไ่ ดบ้ ข่ ะนอ่ ย” (ไปพรงุ่ นไี้ มไ่ ดห้ รอื ครบั ) พอ่ แกว้ กราบเรยี นถามอยา่ ง
งัวเงีย “บ่ ฟ่าวไปเด๋ยี วน้ีโลด” (ไม่ รีบไปเด๋ยี วนีเ้ ลย) หลวงพอ่ ตอบหนักแน่นและ
เด็ดขาด
หลังจากที่มาอยู่วัดหนองป่าพงและสยบมารร้ายตัวนี้ได้อย่างราบคาบแล้ว
คร้ังหนึ่งเม่ือหลวงพ่อมีโอกาสได้ไปโปรดญาติโยมที่วัดบ้านต้อง ระหว่างปรารภถึง
ความหลงั ทา่ นกเ็ ล่าถึงการปฏิบตั ขิ องตัวเองในสมยั ก่อนใหช้ าวบ้านฟงั อย่างขำ� ๆ วา่
“โอย ยากหลายแนว แต่แนวที่มันยากน�ำอีหลีก็เรื่องแม่ออกน่ีหละ” (ยาก
หลายอยา่ ง แต่ที่ยากจรงิ ๆ กเ็ รอ่ื งผหู้ ญิงน่ีแหละ)
36
เรือ่ งมันคงยากจรงิ ๆ อย่างทท่ี ่านเลา่ ไว้ เพราะเม่อื ไปจ�ำพรรษากับทา่ นอาจารย์
กนิ รใี นปเี ดยี วกนั นน้ั กามราคะกห็ วนกลบั มาเลน่ งานทา่ นใหม่ และยง่ิ รา้ ยกวา่ ครง้ั กอ่ น
ดว้ ยซำ้� ขณะทม่ี คี วามเพยี รปฏบิ ตั ธิ รรมอยา่ งเครง่ ครดั ในวาระหนง่ึ กามราคะกเ็ ขา้ มา
รมุ เรา้ อยา่ งรนุ แรง ไมว่ า่ จะเดนิ จงกรม นงั่ สมาธิ หรอื อยใู่ นอริ ยิ าบถใดกต็ าม ปรากฏวา่
มอี วยั วะเพศของผหู้ ญงิ ลอยปรากฏเตม็ ไปหมด เกดิ ความรสู้ กึ รนุ แรงจนแทบทำ� ความ
เพียรไม่ได้ ต้องอดทนต่อสู้กับความรู้สึกและนิมิตเหล่านั้นอย่างล�ำบากยากเย็น
หลวงพอ่ เลา่ วา่ ความรสู้ กึ ตอ่ กามราคะในครง้ั นน้ั ยำ�่ ยจี ติ ใจรนุ แรงพอๆ กบั ความกลวั
ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในคราวทไี่ ปอยปู่ า่ ชา้ เปน็ ครงั้ แรกนนั่ เอง เดนิ จงกรมกไ็ มไ่ ด้ เพราะองคก์ ำ� เนดิ
ถกู ผา้ เขา้ กม็ อี าการไหวตวั ตอ้ งใหเ้ ขาทำ� ทจ่ี งกรมในปา่ ทบึ เพอ่ื เดนิ เฉพาะในเวลาคำ�่ มดื
และเวลาเดนิ ตอ้ งถลกสบงพันเอวไว้ การต่อสู้กับกามราคะเปน็ ไปอยา่ งทรหดอดทน
ขับเคี่ยวกันอยูน่ านถึง ๑๐ วนั ความร้สู ึกและนิมติ เหลา่ น้นั จึงสงบและขาดหายไป
เรอ่ื งนห้ี ลวงพอ่ ไดเ้ ปดิ เผยใหส้ านศุ ษิ ยท์ ราบในภายหลงั ดว้ ยเหน็ วา่ เปน็ คตธิ รรม
ทด่ี ี โดยเฉพาะแกพ่ ระหนมุ่ วยั ฉกรรจ์ เพราะทา่ นเปน็ พยานพสิ จู นว์ า่ กามราคะจะฮกึ เหมิ
เทา่ ไร ผู้มีศรัทธายงิ่ ก็เอาชนะได้
ฉะนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เมอื่ ทา่ นพระอาจารยม์ หาอมร เขมจติ โฺ ต ได้บันทึก
ชีวประวตั ขิ องหลวงพ่อตามคำ� บอกเล่าของท่านมาถงึ ตอนน้ี กร็ ู้สึกไม่แน่ใจว่าสมควร
จะเผยแผ่ต่อสาธารณชนหรือไม่ แต่หลวงพ่อกไ็ ด้ก�ำชับวา่
“ตอ้ งเอาลง ถ้าไม่เอาตอนน้ีลงในหนงั สอื ดว้ ย ก็ไม่ตอ้ งพิมพป์ ระวตั เิ ลย”
ปีท่ีหลวงพ่อจ�ำพรรษาท่ีวัดป่าหนองฮีน้ัน ไม่ใช่ว่ามีแต่เร่ืองดุเดือดวุ่นวาย
อยา่ งเดยี ว ตรงกนั ขา้ ม...คนื วนั หนงึ่ หลงั จากทำ� ความเพยี รแลว้ หลวงพอ่ คดิ จะพกั ผอ่ น
บนกฏุ เิ ลก็ ๆ เอนกายลงศรี ษะถงึ หมอนกำ� หนดสติ พอเคลมิ้ ไปเกดิ นมิ ติ ขนึ้ วา่ หลวงปมู่ น่ั
ภรู ทิ ตโฺ ต ไดม้ าอยใู่ กลๆ้ นำ� แกว้ ลกู หนงึ่ มายนื่ ใหแ้ ลว้ พดู วา่ “ชา เราจะใหแ้ กว้ ลกู นแี้ กท่ า่ น
มันมีรัศมีสว่างไสวมาก” หลวงพ่อได้ย่ืนมือขวาออกไปรับแก้วลูกน้ันกับมือของท่าน
พรอ้ มกบั ลกุ ขน้ึ นง่ั พอรสู้ กึ ตวั กเ็ หน็ ตวั เองยงั กำ� มอื และอยใู่ นทา่ นงั่ ตามปกติ มอี าการ
คดิ คน้ ธรรมะเพื่อความรเู้ ก่ียวกบั การปฏิบตั ิ มีสติปลม้ื ใจตลอดพรรษา
37
ผเู้ รียบง่าย
ในพรรษานัน้ เม่อื หลวงพ่อได้อยู่ศึกษากบั หลวงปูก่ ินรีอยา่ งใกล้ชดิ จงึ ได้พบ
เหน็ ปฏปิ ทาตา่ งๆ ทำ� ให.้ ..รสู้ กึ เลอื่ มใสศรทั ธาในหลวงปกู่ นิ รมี าก หลวงปกู่ นิ รที า่ นเปน็
ศษิ ย์ของหลวงปู่เสาร์ แต่ไม่คอ่ ยมีใครร้จู กั ท่าน เพราะทา่ นชอบอยเู่ งยี บๆ
ทา่ นเปน็ ครบู าอาจารยท์ มี่ ปี ฏปิ ทาเรยี บงา่ ย นา่ เคารพบชู า ชอบใชช้ วี ติ โดดเดยี่ ว
มน่ั คงในข้อปฏิบตั ิ มกั น้อยสันโดษ บริขารเคร่ืองใชข้ องทา่ นล้วนแต่เปน็ ของปอนๆ
เศรา้ หมอง และของใชส้ อยส่วนใหญก่ เ็ กิดจากฝีมือของท่านเอง แม้ไมส่ วยแตม่ ันจะ
ถูกใชจ้ นสกึ กร่อนกระทัง่ ผุพงั ลง
อปุ นสิ ยั พเิ ศษอยา่ งหนง่ึ ของหลวงปคู่ อื ความขยนั ในการงานทกุ อยา่ งทพี่ ระจะพงึ
ทำ� ได้ ทา่ นไมเ่ คยอยนู่ ง่ิ เฉย นอกจากขณะทำ� สมาธภิ าวนา แมใ้ นวยั ชรา หลวงปกู่ ย็ งั รกั ษา
ปฏปิ ทาน้ไี ว้อยา่ งมน่ั คง
หลวงพอ่ เลา่ ถงึ ปฏปิ ทาของหลวงปกู่ นิ รวี า่ ในพรรษาทอ่ี ยกู่ บั หลวงปนู่ นั้ ทา่ นเอง
ทำ� ความเพยี รอยา่ งหนกั เดนิ จงกรมทงั้ วนั ฝนตกแดดออกอยา่ งไรกเ็ ดนิ จนทางจงกรม
เปน็ รอ่ ง แตห่ ลวงปกู่ ลบั ไมค่ อ่ ยเดนิ บางครงั้ เดนิ เพยี ง ๒-๓ เทย่ี ว กห็ ยดุ แลว้ ไปเอา
ผา้ มาปะมาเยบ็ หรือไมก่ ็น่ังทำ� นั่นทำ� นี่
“เราประมาทคิดว่าครูบาอาจารย์จะไปถึงไหนกัน เดนิ จงกรมกไ็ มเ่ ดนิ น่ังสมาธิ
นานๆ กไ็ มเ่ คยนงั่ คอยแตจ่ ะทำ� นนั่ ทำ� นตี่ ลอดวนั แตเ่ รานปี่ ฏบิ ตั ไิ มห่ ยดุ เลย ถงึ ขนาดนนั้
กย็ งั ไม่รเู้ ห็นอะไร ส่วนหลวงปปู่ ฏิบตั ิอยูแ่ คน่ น้ั จะไปรู้เห็นอะไรเล่า”
หลวงพอ่ เลา่ ในตอนทา้ ยวา่ “เรามนั คดิ ผดิ ไป หลวงปทู่ า่ นรอู้ ะไรๆ มากกวา่ เราเสยี
อกี คำ� เตอื นของทา่ นสนั้ ๆ และไมค่ อ่ ยมใี หฟ้ งั บอ่ ยนกั เปน็ สง่ิ ทลี่ มุ่ ลกึ แฝงไวด้ ว้ ยปญั ญา
อันแยบคาย ความคดิ ของครูบาอาจารย์กว้างไกลเกนิ ปัญญาของเราไปไหนๆ ตวั แท้
ของการปฏบิ ตั ิ คอื ความพากเพยี รกำ� จดั อาสวะกเิ ลสภายในใจ ไมใ่ ชถ่ อื เอากริ ยิ าอาการ
ภายนอกของครูอาจารย์มาเปน็ เกณฑ์”
38
หลวงพอ่ ไดอ้ ยรู่ ว่ มศกึ ษาปฏบิ ตั แิ ละอปุ ฏั ฐากรบั ใชห้ ลวงปกู่ นิ รเี รอ่ื ยมา กระทง่ั ถงึ
ฤดแู ลง้ ของปี พ.ศ. ๒๔๙๑ จงึ ไดก้ ราบลาครบู าอาจารยจ์ ารกิ ตอ่ ไป กอ่ นจากหลวงปกู่ ลา่ ว
ตกั เตอื นสน้ั ๆ ตามอธั ยาศยั ของท่านว่า
“ทา่ นชา อะไรๆ ในการปฏิบัติทา่ นก็พอสมควรแล้ว แตอ่ ยากให้ระวังเร่ืองการ
เทศน์นะ”
ธรรมะจากเดก็ พกิ าร
การจารกิ ธดุ งคข์ องหลวงพอ่ ในชว่ งนนั้ พระเลอ่ื มยงั คงตดิ ตามตลอดมา วนั หนงึ่
ทา่ นทั้งสองหยดุ พกั อยใู่ นปา่ ชา้ ขา้ งหมบู่ ้าน ไดม้ เี ดก็ ชาย ๒ คนมาชว่ ยอปุ ฏั ฐากรบั ใช้
ตอ่ มาเด็กเกดิ สนใจการผจญภัยในชวี ิตพระธุดงค์ จึงขอรว่ มเดินทางติดตามไปดว้ ย
ซงึ่ หลวงพอ่ กไ็ มข่ ัดขอ้ ง
เม่ือเด็กได้รับความยินยอมจากพ่อแม่แล้ว ก็เก็บข้าวของส่วนตัวออกเดินทาง
รว่ มกบั พระธุดงค์
หลวงพ่อปรารภว่า “เด็กสองคนน้ีทั้งที่พิการ แต่เขาก็มีศรัทธาในพระศาสนา
อตุ สา่ หร์ ว่ มเดนิ ทางผจญความยากลำ� บากมาดว้ ย ทำ� ใหไ้ ดข้ อ้ คดิ อนั เปน็ ธรรมะสอนใจ
อยหู่ ลายอยา่ ง คนหนงึ่ นน้ั ขาดี ตาดี แตห่ หู นวก อกี คนหดู ี ตาดี แตข่ าเป๋ เวลาเดนิ ทาง
คนขาเป๋เดินไป บางครั้งขาขา้ งท่เี ป๋กไ็ ปเกยี่ วข้างท่ดี ี ท�ำใหห้ กลม้ หกลกุ บอ่ ยๆ คนที่
หหู นวกนนั้ เลา่ เวลาเราจะพดู ดว้ ย ตอ้ งใชม้ อื ใชไ้ มป้ ระกอบ แตพ่ อเขาหนั หลงั ใหก้ อ็ ยา่
เรยี กใหเ้ สยี เวลาเลยเพราะไมม่ ที างไดย้ นิ อะไร ความพอใจแทๆ้ ทำ� ใหค้ นพกิ ารทง้ั สอง
เดนิ ทางตดิ ตามมา แต่ความพิการไมม่ ีทางขดั ขวางความตัง้ ใจไดเ้ ลย คนเราขอใหม้ ี
ความต้ังใจจริงย่อมท�ำอะไรได้ส�ำเร็จ ความพิการของเด็กทั้งสองน้ี ตัวเขาเองก็ไม่
ตอ้ งการทจี่ ะพกิ าร พอ่ แม่ กไ็ มต่ อ้ งการใหล้ กู ของตนพกิ าร แตก่ ห็ นกี ฎแหง่ กรรมไมพ่ น้
จรงิ ดงั ทพี่ ระพทุ ธองคต์ รสั ไวว้ า่ สตั วท์ ง้ั หลายมกี รรมเปน็ ของๆ ตน มกี รรมเปน็ ทายาท
มกี รรมเปน็ แดนเกดิ เมอ่ื พจิ ารณาความพกิ ารของเดก็ ทเ่ี ปน็ เพอ่ื นรว่ มเดนิ ทาง กลบั เปน็
39
เรอ่ื งมาสอนใจตนเองวา่ เดก็ ทงั้ สองพกิ ารกายเดนิ ทางได้ จะเขา้ รกเขา้ ปา่ กร็ ู้ แตเ่ ราเอง
พกิ ารทางใจ คอื ใจมกี เิ ลส กเิ ลสจะพาเขา้ รกเขา้ ปา่ หรอื เปลา่ คนพกิ ารทางกายอยา่ งเดก็
๒ คนนไ้ี มเ่ ปน็ พษิ เปน็ ภยั กบั ใคร แตถ่ า้ คนเราพกิ ารทางใจมากๆ ยอ่ มสรา้ งความวนุ่ วาย
ยงุ่ ยากให้ผอู้ นื่ ไดร้ บั ความเดือดร้อนมากทเี ดยี ว”
หลวงพ่อและพระเล่ือม ได้สอนวิธีน่ังสมาธิและเดินจงกรมให้เด็กพิการได้ฝึก
ปฏิบัติพอสมควร ปรากฏวา่ เด็กท้ังสองมีความตงั้ ใจเพยี รพยายามดี
เข้าป่าอย่านอนขวางทางเก่า
ต่อมาวันหน่ึงพากันธุดงค์มาถึงป่าใหญ่ใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่งเขตนครพนม
ขณะนัน้ พลบคำ�่ พอดี จึงไดต้ กลงพักแรมในป่าแห่งนนั้ เหน็ มีทางเก่าท่ีคนไม่คอ่ ยใช้
เดนิ ทางกนั แลว้ เปน็ ทางผา่ นดงใหญค่ ดเคยี้ วไปถงึ ภเู ขา ทำ� ใหห้ ลวงพอ่ นกึ ถงึ คำ� สอน
ของคนโบราณวา่ “เขา้ ปา่ อยา่ นอนขวางทางเกา่ ” คตโิ บราณนจ้ี ะหมายถงึ อะไร ทา่ นคดิ
สงสัยอยากจะพิสูจน์ให้เห็นจริงสักที จึงให้พระเล่ือมเข้าไปกางกลดในป่า ส่วนตัว
หลวงพอ่ ลงมาปักกลดขวางทางเก่าเอาไว้ ให้เด็ก ๒ คนพักนอนอยูต่ รงกลางระหวา่ ง
กลดของพระเลอ่ื มกบั กลดของทา่ น คอื ถดั รมิ ทางเกา่ เขา้ ไปพอมองเหน็ กนั ตา่ งคนตา่ ง
ก็น่ังสมาธิ แต่หลวงพ่อได้ตลบผ้ามุ้งข้ึนไว้หลังกลด เพ่ือให้เด็กทั้งสองได้มองเห็น
ตวั ท่านด้วย เดก็ จะไดอ้ นุ่ ใจคลายความกลัวบ้าง จากนนั้ ทา่ นกเ็ อนตัวลงนอนตะแคง
สหี ไสยาสนข์ วางทางเกา่ เอาไวอ้ ยภู่ ายใตก้ ลดนน่ั เอง หนั หลงั ไปทางปา่ ใหญ่ หนั หนา้ เขา้ สู่
หม่บู า้ น
ขณะทีก่ �ำลงั นอนกำ� หนดลมหายใจอยู่ ทนั ใดน้ัน หูก็แว่วไดย้ นิ เสียงใบไมแ้ หง้
ดงั กรอบแกรบๆ ซ่งึ เป็นอาการกา้ วเดนิ ชา้ ๆ เป็นจงั หวะ ใกลเ้ ข้ามาๆ เสยี งเดนิ เข้ามา
ใกลจ้ นไดย้ นิ ลมหายใจ และกลน่ิ สาบสางทฟ่ี งุ้ กระจายมากบั สายลม หลวงพอ่ คงนอน
นง่ิ อยู่ ทงั้ ทร่ี ดู้ วี า่ เสยี งและกลนิ่ เชน่ นจี้ ะเปน็ สตั วอ์ นื่ ไปไมไ่ ดน้ อกจากเสอื เทา่ นนั้ จติ หนงึ่
คดิ หว่ งชวี ติ จนตวั สน่ั หวน่ั ไหว แตก่ ลวั อยไู่ มน่ าน จติ ของนกั ตอ่ สกู้ อ็ อกมาแยง้ และให้
เหตุผลว่า
40
อยา่ หว่ งมนั เลยชวี ติ น้ี แมไ้ มถ่ กู เสอื กดั ตาย เรากต็ อ้ งตายอยแู่ ลว้ การตายขณะเดนิ
ตามรอยบาทพระศาสดานี้ ชีวิตย่อมมีความหมาย เราขอยอมเป็นอาหารของเสือ
หากว่าเราเคยกนิ เลือดกินเน้ือกนั มา จะไดช้ ดใช้หน้ีใหห้ มดกนั ไป แต่หากไม่เคยเปน็
คเู่ วรคกู่ รรม มนั คงไมท่ ำ� อะไรเรา แลว้ กน็ อ้ มดวงจติ ระลกึ ถงึ พระรตั นตรยั และความ
บรสิ ทุ ธิข์ องตัวเองเป็นที่พง่ึ ในยามนนั้
เมอ่ื คิดไดเ้ ช่นนี้ จิตใจกเ็ บาสบายข้นึ มาทนั ที ไมม่ กี งั วลใดๆ เสียงเดนิ ของเสอื
หยดุ ลง ไดย้ ินเสียงลมหายใจอยูห่ า่ งๆ ประมาณ ๕-๖ เมตร สกั ครู่ต่อมามันกห็ นั
หลงั กลับ เดินเหยียบใบไมแ้ ห้งกรอบแกรบกลับเขา้ ป่าไป จงึ ไดร้ ้วู า่ ทำ� ไมคนโบราณ
ถงึ หา้ มนอนขวางทางเกา่ หลวงพอ่ กลา่ ววา่ เมอื่ เราทอดอาลยั ในชวี ติ ปลอ่ ยวางมนั เสยี
ไมเ่ สยี ดาย ไมก่ ลวั ตาย ทำ� ใหเ้ กดิ ความเบาสบายใจจรงิ ๆ สตปิ ญั ญากเ็ ฉยี บคมกลา้ ขน้ึ
เป็นเงาตามตัว จิตเกิดความกล้าหาญไม่สะทกสะท้านสิ่งใด น่าอัศจรรย์ วิธีการ
ปลอ่ ยวางน้ี จะนำ� ไปใชต้ อนเราเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย หรอื กำ� ลงั ตกอยใู่ นภยั อนั ตรายตา่ งๆ กไ็ ด้
จะทำ� ใหข้ วญั ดขี นึ้ ไมถ่ งึ กบั เสยี สตเิ ปน็ บา้ เปน็ หลงั เมอื่ มสี ตแิ ลว้ กพ็ อจะแกไ้ ขทำ� อะไร
ได้ถกู ตอ้ งไมผ่ ิดพลาด
คนดีอยทู่ ีไ่ หน
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ นน้ั หลวงพ่อกบั คณะคอื พระเลอ่ื มและเด็กติดตามทงั้ สอง
ยงั คงร่วมทุกขร์ ว่ มสุขแสวงหาสนั ติธรรมไปบนเสน้ ทางทุรกันดารตอ่ ไป
การอยรู่ ว่ มกนั นานๆ ธาตแุ ทข้ องแตล่ ะคนยอ่ มปรากฏขน้ึ มา หลวงพอ่ คดิ พจิ ารณา
ในตอนนนั้ วา่ การเดนิ ธดุ งคร์ ว่ มกบั ผมู้ ปี ฏปิ ทาไมเ่ สมอกนั ทำ� ใหก้ ารปฏบิ ตั ลิ า่ ชา้ และ
ยงั รูส้ กึ อึดอดั ร�ำคาญหมู่คณะ คดิ อยากปลีกตัวไปตามล�ำพังเพอ่ื เรง่ ความเพียร
หลวงพอ่ จงึ ไดต้ กลงแยกทางกบั พระเลอื่ ม โดยพระเลอ่ื มอาสานำ� เดก็ ทง้ั ๒ คนนนั้
กลบั ไปสง่ ทบี่ า้ นเดมิ สว่ นทา่ นเองไดเ้ ดนิ ทางไปเพยี งลำ� พงั เมอ่ื ถงึ วดั รา้ งในปา่ ใกลบ้ า้ น
ขา่ นอ้ ย จงึ หวัดนครพนม ได้พจิ ารณาเห็นวา่ เปน็ สถานทเี่ หมาะแก่การปฏบิ ตั ภิ าวนา
จงึ พักอย่ทู นี่ นั่ หลายวัน
41
การแยกจากหมคู่ ณะในระยะแรกๆ ทา่ นรสู้ กึ เปน็ อสิ ระดี ไมห่ ว่ งกงั วลตอ่ สงิ่ ใด
ได้เร่งความเพียรเต็มท่ี สำ� รวมระวงั อนิ ทรีย์ คือ ตา หู จมกู ล้ิน กาย ใจ ตลอดเวลา
แมไ้ ปบณิ ฑบาตกไ็ มม่ องหนา้ ใคร เพยี งแตร่ วู้ า่ เปน็ หญงิ หรอื ชายเทา่ นน้ั เสรจ็ จากการ
ขบฉนั เกบ็ บริขารแลว้ เดินจงกรมทันที ปฏิบัตสิ ม่�ำเสมอเช่นน้ีอยหู่ ลายวัน จนเท้า
บวมเปง่ ขนึ้ เพราะเดนิ จงกรมมาก จงึ หยดุ เดนิ แลว้ นง่ั สมาธอิ ยา่ งเดยี ว ใชค้ วามอดทน
ระงบั ความเจบ็ ปวดอยถู่ งึ ๓ วนั เทา้ จงึ เปน็ ปกติ ในระหวา่ งนน้ั หลวงพอ่ ไมย่ อมพบปะ
กบั ใครท้ังสิ้น เพราะเหน็ การคลุกคลี คือความเน่นิ ช้าของการประพฤตธิ รรม
อยมู่ าวนั หนง่ึ กเิ ลสทห่ี ลบไปเพราะเกรงอำ� นาจสมาธธิ รรม ไดก้ ลบั ออกมารบกวน
จติ ใจใหว้ ติ กวา่ “เราอยคู่ นเดยี วอยา่ งน้ี ถา้ ไดเ้ ณรตวั เลก็ ๆ หรอื ผา้ ขาวสกั คนมาอยดู่ ว้ ย
คงดีนะ เพอ่ื จะไดใ้ ชอ้ ะไรเล็กๆ นอ้ ย” แต่ภาวะความคิดกแ็ ย้งกนั เองต่อไปว่า
“เอ เจา้ น่ีส�ำคญั นะ เบ่ือเพอื่ นมาแล้ว ยงั อยากไดเ้ พอื่ นมาทำ� ไมอีกเลา่ ”
“เบอ่ื ก็จรงิ แตเ่ บ่อื เฉพาะคนไม่ดี ส่วนเวลานตี้ ้องการเพือ่ นทีด่ ีๆ”
“คนดอี ยทู่ ไ่ี หนละ่ เหน็ ไหม หาคนดไี ดไ้ หม เพอ่ื นรว่ มทางกนั มากค็ ดิ วา่ เขาไมด่ ี
ทง้ั น้นั คงคดิ ว่าตัวเองดีคนเดยี วละกระมัง จึงหนีเขามาน่ี”
หลวงพ่อเล่าว่า เมอ่ื คดิ ได้อยา่ งนีแ้ ลว้ ก็เลยได้หลกั ซึง่ ทา่ นถอื ปฏบิ ตั ิมาตงั้ แต่
ครั้งน้ันว่า “คนดีอยู่ท่ีไหน คนดีอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราดีเสียแล้ว ไปอยู่ที่ไหนมันก็ดี
เขาจะนนิ ทา สรรเสรญิ จะวา่ อะไรทำ� อะไร เรากย็ งั ดี แมเ้ ขาจะขา้ มหวั ไปกย็ งั ดอี ยู่ แต่
ถ้าเรายงั ไม่ดี เขานนิ ทาเราก็โกรธ ถา้ เขาสรรเสรญิ เรากย็ ินดี ก็หว่นั ไหวอยอู่ ยา่ งนนั้
เม่ือรู้วา่ คนดอี ยทู่ ไี่ หนแลว้ เราจะมีหลักในการปลอ่ ยวางความคดิ เราจะไปอยู่
ทไ่ี หน คนเขาจะรงั เกยี จหรอื เขาจะวา่ อะไร กถ็ อื วา่ ไมใ่ ชเ่ ขาดหี รอื เขาชว่ั เพราะดหี รอื ชวั่
อยูท่ ่ีตวั เรา เรายอ่ มรูจ้ กั ตวั เราเองยิ่งกวา่ ใคร...”
42
ของเป็นเอง
หลวงพอ่ เดนิ ทางไปเรอ่ื ยๆ แสวงหาทว่ี เิ วกบำ� เพญ็ สมณธรรมตอ่ ไป จนไปถงึ บา้ น
โคกยาว จงั หวดั นครพนม ไดพ้ กั อยใู่ นวดั รา้ งแหง่ หนงึ่ หา่ งจากหมบู่ า้ นประมาณ ๑๐ เสน้
ในระยะนจ้ี ติ สงบและเบา รสู้ กึ วา่ อาการบางอยา่ งมงุ่ จะปรากฏขน้ึ มา ซง่ึ หลวงพอ่ ไดเ้ ลา่
ให้ฟงั ว่า
“วนั หนงึ่ ขณะทเี่ ดนิ จงกรมอยู่ เวลาประมาณหา้ ทมุ่ กวา่ รสู้ กึ แปลกๆ มนั แปลกมา
แต่ตอนกลางวันแล้ว รู้สึกว่าไม่คิดมาก มีอาการสบายๆ เขามีงานอยู่ในหมู่บ้าน
เมอ่ื เดนิ จงกรมเมอ่ื ยแลว้ เลยมานง่ั ทก่ี ระทอ่ ม มฝี าแถบตองบงั อยู่ เวลานงั่ รสู้ กึ วา่ คขู้ า
เข้าเกือบไมท่ ัน เอ๊ะ จติ มันอยากสงบ มันเปน็ เองของมัน พอนั่ง จิตกส็ งบจริงๆ รู้สึก
ตวั หนกั แนน่ เสยี งเขารอ้ งรำ� อยใู่ นหมูบ่ า้ น มิใชว่ ่าจะไม่ไดย้ ิน ยงั ได้ยนิ อยู่ แต่จะ
ทำ� ใหไ้ มไ่ ดย้ นิ กไ็ ด้ แปลกเหมอื นกนั เมอ่ื ไมเ่ อาใจใสก่ เ็ งยี บไป จะใหไ้ ดย้ นิ กไ็ ด้ ไมร่ สู้ กึ
รำ� คาญ ภายในจติ เหมอื นวตั ถุ ๒ อยา่ งตง้ั อยไู่ มต่ ดิ กนั ดจู ติ กบั อารมณต์ งั้ อยคู่ นละสว่ น
เหมือนกระโถนกบั กานำ้� น่ี กเ็ ลยเขา้ ใจวา่ เรือ่ งจติ เป็นสมาธนิ ี่ ถา้ นอ้ ยไปกไ็ ด้ยินเสียง
ถ้าวา่ งกเ็ งียบ ถา้ มนั มีเสยี งขึ้นกด็ ตู วั ผู้รู้ ขาดกันคนละส่วน
จงึ พจิ ารณาวา่ ถา้ ไมใ่ ชอ่ ยา่ งน้ี มนั จะใชต่ รงไหนอกี มนั เปน็ อยา่ งน้ี ไมต่ ดิ กนั เลย
ไดพ้ จิ ารณาอยา่ งนเี้ รอ่ื ยๆ จงึ เขา้ ใจวา่ ออ้ อนั นกี้ ส็ ำ� คญั เหมอื นกนั เรยี กวา่ สนั ตติ คอื
ความสบื ตอ่ ขาด มันเลยเป็น สันติ แต่ก่อนมันเป็น สันตติ ทนี เ้ี ลยกลายเปน็ สนั ติ
ออกมา จงึ นง่ั ทำ� ความเพยี รตอ่ ไป จติ ในขณะทน่ี ง่ั ทำ� ความเพยี รคราวนน้ั ไมไ่ ดเ้ อาใจใส่
ในสิ่งอ่ืนเลย ถ้าเราจะหยุดความเพียรก็หยุดได้ตามสบาย เมื่อเราหยุดความเพียร
เจา้ เกยี จครา้ นไหม เจา้ เหนอื่ ยไหม เจา้ รำ� คาญไหม เปลา่ ไมม่ ี ตอบไดว้ า่ ไมม่ ี ของเหลา่ น้ี
ไมม่ ใี นจติ มแี ตค่ วามพอดหี มดทกุ อยา่ งในนนั้ ถา้ เราจะหยดุ กห็ ยดุ เอาเฉยๆ นแ่ี หละ
ตอ่ มาจงึ หยดุ พกั หยดุ แตก่ ารนงั่ เทา่ นน้ั ใจเหมอื นเกา่ ยงั ไมห่ ยดุ เลยดงึ เอาหมอน
ลกู หนงึ่ มาวางไว้ ตงั้ ใจจะพกั ผอ่ น เมอื่ เอนกายลง จติ ยงั สงบอยอู่ ยา่ งเดมิ พอศรี ษะจะ
ถงึ หมอน มอี าการนอ้ มในใจ ไมร่ มู้ นั นอ้ มไปไหน แตม่ นั นอ้ มเขา้ ไป นอ้ มเขา้ ไป คลา้ ยกบั
43