มสี ายไฟอันหนึ่งไปถกู สวติ ชไ์ ฟเข้า ไปดันกับสวิตชอ์ ันน้นั กายก็ระเบิดเสียงดงั มาก
ความรูท้ ี่มีอย่นู ้ันละเอียดทสี่ ุด พอมันผ่านตรงจดุ นน้ั ก็หลดุ เขา้ ไปขา้ งในโน้น ไปอยู่
ขา้ งในซงึ่ ไมม่ อี ะไร แมอ้ ะไรๆ ทง้ั ปวงกส็ ง่ เขา้ ไปไมไ่ ด้ สง่ เขา้ ไปไมถ่ งึ ไมม่ อี ะไรเขา้ ไปถงึ
หยดุ อยขู่ า้ งในสกั พกั หนงึ่ กถ็ อยออกมา คำ� วา่ ถอยออกมาน้ี ไมใ่ ชว่ า่ เราจะใหม้ นั ถอย
ออกมาหรอก เราเปน็ เพยี งผดู้ เู ฉยๆ เราเปน็ ผรู้ เู้ ทา่ นนั้ อาการเหลา่ นเี้ ปน็ ออกมาๆ กม็ าถงึ
ปกติจติ ธรรมดา
เมอ่ื เปน็ ปกตดิ งั เดมิ แลว้ คำ� ถามกม็ ขี น้ึ มาวา่ นม่ี นั อะไร? คำ� ตอบเกดิ ขน้ึ วา่ สงิ่ เหลา่ น้ี
ของเป็นเอง ไมต่ อ้ งสงสัยมนั พูดเท่าน้จี ติ ก็ยอม เม่ือหยุดอยู่พกั หนง่ึ กน็ ้อมเขา้ ไปอีก
เราไมไ่ ดน้ อ้ มมนั นอ้ มเอง พอนอ้ มเขา้ ไปๆ กไ็ ปถกู สวติ ชไ์ ฟอยา่ งเกา่ ครงั้ ทสี่ องน้ี รา่ งกาย
แตกละเอยี ดหมด หลดุ เขา้ ไปขา้ งในอกี เงยี บ! ยงิ่ เกง่ กวา่ เกา่ ไมม่ อี ะไรสง่ เขา้ ไปถงึ เขา้ ไป
อยตู่ ามปรารถนาของมนั พอสมควรแลว้ กถ็ อยออกมาตามสภาวะของมนั ในเวลานนั้ มนั
เปน็ อตั โนมตั ิ มไิ ดแ้ ตง่ วา่ จงเปน็ อยา่ งนนั้ จงเปน็ อยา่ งนี้ จงออกอยา่ งน้ี จงเขา้ อยา่ งนนั้
ไมม่ ี เราเปน็ เพยี งผทู้ ำ� ความรู้ ดอู ยเู่ ฉยๆ มนั กถ็ อยออกมาถงึ ปกตมิ ไิ ดส้ งสยั แลว้ กน็ งั่
พจิ ารณานอ้ มเขา้ ไปอกี ครงั้ ทสี่ ามนโ้ี ลกแตกละเอยี ดหมด ทงั้ พน้ื ปฐพี แผน่ ดนิ แผน่ หญา้
ตน้ ไม้ ภเู ขาเลากา เปน็ อากาศธาตหุ มด ไมม่ คี น หมดไปเลย ตอนสดุ ทา้ ยนไี้ มม่ อี ะไร
เมอ่ื เขา้ ไปอยตู่ ามปรารถนาของมนั ไมร่ วู้ า่ มนั อยอู่ ยา่ งไร ดยู าก พดู ยาก ของสง่ิ นี้
ไมม่ อี ะไรจะมาเปรยี บปานไดเ้ ลย นานทสี่ ดุ ทอ่ี ยใู่ นนน้ั พอถงึ กำ� หนดเวลากถ็ อนออกมา
คำ� วา่ ถอน เรากม็ ไิ ด้ถอนหรอก มนั ถอนของมันเอง เราเป็นผู้ดูเทา่ นนั้ ก็เลยออกมา
เปน็ ปกติ สามขณะนี้ ใครจะเรียกว่าอะไร ใครรู้ เราจะเรียกอะไรเลา่
ทเี่ ลา่ มานเ้ี รอ่ื งจติ ตามธรรมชาตทิ งั้ นน้ั อาตมามไิ ดก้ ลา่ วถงึ จติ ถงึ เจตสกิ ไมต่ อ้ ง
อะไรทง้ั นนั้ มศี รทั ธาทำ� เขา้ ไปจรงิ ๆ เอาชวี ติ เปน็ เดมิ พนั เมอื่ ถงึ วาระทเี่ ปน็ อยา่ งนอ้ี อกมา
แลว้ โลกนแ้ี ผน่ ดนิ นม้ี นั พลกิ ไปหมด ความรคู้ วามเหน็ มนั แปลกไปหมดทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง
ในระยะนนั้ ถา้ คนอนื่ เหน็ อาจจะวา่ เราเปน็ บา้ จรงิ ๆ ถา้ ผคู้ วบคมุ สตไิ มด่ อี าจเปน็ บา้ ไดน้ ะ
เพราะมนั ไมเ่ หมอื นเกา่ สกั อยา่ งเลย เหน็ คนในโลกไมเ่ หมอื นเกา่ แตม่ นั กเ็ ปน็ เราผเู้ ดยี ว
เทา่ นน้ั แปลกไปหมดทกุ อยา่ ง ความนกึ คดิ ทง้ั หลายทงั้ ปวงนน้ั เขาคดิ ไปทางโนน้ แตเ่ รา
44
คดิ ไปทางน้ี เขาพดู มาทางนี้ เราพดู ไปทางโนน้ เขาขน้ึ ทางโนน้ เราลงทางน้ี มนั ตา่ งกบั
มนุษยไ์ ปหมด มันกเ็ ป็นของมนั เร่อื ยๆ ไป”
ทกุ ขเ์ พราะคดิ ผิด
หลวงพอ่ พกั อยทู่ วี่ ดั รา้ งบา้ นโคกยาวได้ ๑๙ วนั จงึ เดนิ ธดุ งคไ์ ปตามหมบู่ า้ นตา่ งๆ
เรอ่ื ยไป การแสดงธรรมและการแกป้ ญั หาของตนเองและผอู้ น่ื รสู้ กึ วา่ คลอ่ งแคลว่ มาก
ไมม่ ีความสะทกสะท้านสิง่ ใดเลย ได้เดินทางไปอ�ำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
จนถงึ แมน่ ำ�้ โขง ขา้ มไปนมสั การพระพทุ ธพลสนั ตท์ ฝ่ี ง่ั ลาว ขา้ มโขงกลบั มาทางอำ� เภอ
ศรีสงคราม พักอยู่ที่บ้านหนองกา ในเวลานั้นบาตรท่ีใช้เล็กและมีรูร่ัวหลายแห่ง
พระทว่ี ดั หนองกาจงึ ถวายบาตร เปน็ โอกาสใหท้ า่ นไดพ้ จิ ารณาความอยากในบรขิ ารอกี
ครงั้ หนงึ่ และเตอื นสตติ วั เองวา่ การภาวนายงั ไมม่ น่ั คงพอ แมข้ ณะอยทู่ บ่ี า้ นโคกยาว
ได้เขา้ ถงึ ความสงบอยา่ งลึกซง้ึ กจ็ รงิ แตต่ อ่ มาไมน่ านกิเลสตณั หาก็พาไปหลงอกี คร้ัง
จนได้
“ท่านถวายบาตรมาใบหนึง่ แต่มันมีรรู ั่ว ฝาบาตรก็ไม่มี นกึ ขนึ้ ไดส้ มัยเปน็ เด็ก
ไปเลยี้ งควาย เหน็ เพอ่ื นมนั เอาเถาวลั ย์ มาเหลาแลว้ ถกั เปน็ หมวก เลยใหเ้ ขาเอาหวาย
มาเหลา รดี ให้แบนอนั หนง่ึ กลมอนั หนงึ่ แล้วก็ถักเป็นวงไป ก็ไดฝ้ าบาตรเหมือนกัน
แตด่ แู ลว้ เหมอื นกระตบิ ใสข่ า้ วเหนยี ว ไปบณิ ฑบาตกข็ วางหขู วางตาจงั เลยฝาบาตรอนั นี้
คนเขาก็เรยี กพระบาตรใหญ่ กช็ า่ งเขา
มาทำ� ใหม่ ทำ� ทง้ั กลางวนั กลางคนื ทำ� ความเพยี รผดิ เพราะอยากไดม้ าก กลางคนื
กจ็ ุดไต้ท�ำอยใู่ นปา่ คนเดียว สานไปสานมามือไปชนหางไต้ ข้ีไต้ตกใส่มือไฟลวกหนัง
หลดุ หมด มีแผลเป็นอยู่จนกระทง่ั เดีย๋ วนี้ จงึ รูส้ ึกตวั เอ นเี้ ราท�ำอะไร? คิดผิดแลว้ น่ี
บวชมาเอาบริขาร จวี ร บาตร เพียรจนไมไ่ ดห้ ลบั ไดน้ อน อยากไดฝ้ าบาตรมาก
เพยี รผดิ แลว้ วาง เลยมานงั่ พจิ ารณาอยู่ แลว้ กเ็ ดนิ จงกรม เดนิ ไปกค็ ดิ ถงึ ฝาบาตร
ไปอกี แหละ ทำ� ตอ่ ไมร่ กู้ ลางวนั กลางคนื ทำ� ดว้ ยความอยากไดอ้ ยากเปน็ จนจวนสวา่ ง
45
เหนื่อยก็พัก มานงั่ สมาธิ นง่ั กค็ ิดอีก มนั ผดิ แลว้ เคลิม้ ไปนดิ หนึ่ง เห็นเปน็ ภาพ
พระพทุ ธเจา้ องคใ์ หญ่ ทา่ นบอกวา่ มานจี่ ะเทศน์ใหฟ้ งั เข้าไปกราบท่าน ทา่ นกเ็ ทศน์
เร่ืองบรขิ ารให้ฟงั วา่ เครอื่ งบริขารทง้ั ปวงนี้เป็นเพยี งเคร่อื งประดบั ของขนั ธห์ า้ เทา่ นัน้
สะด้งุ ตน่ื ตัวสัน่ เทาเลย เสยี งนั้นยังติดอยู่ในใจจนทกุ วนั นี้
เขด็ หลาบเลยหยดุ อยากไดจ้ นไมร่ จู้ กั ตวั เอง ทนี เี้ ลยเลกิ ทำ� เปน็ เวลาทำ� แลว้ พกั
เดนิ จงกรม ทำ� สมาธิ ตรงนส้ี ำ� คญั มากนะ งานอะไรกต็ ามถา้ เราทำ� ไมเ่ สรจ็ ทงิ้ คา้ งเอาไว้
แลว้ มาทำ� สมาธิ ใจมนั ไปตดิ อยทู่ งี่ านนนั้ แหละ สลดั ทง้ิ กไ็ มไ่ ด้ งดั ยงั ไงกไ็ มห่ ลดุ เลยถอื
เอาเปน็ เรอื่ งฝกึ หดั ฝกึ ใจตวั เอง หดั ละ หดั วาง ทำ� อะไรกไ็ มใ่ หเ้ สรจ็ เรว็ ทำ� ฝาบาตรแลว้
ก็วางไว้ มานั่งสมาธิ มันก็ห่วงฝาบาตรอีก เดินจงกรมมันก็ไปเพ่งอยู่แต่ฝาบาตร
น่ะแหละ
จงึ ไดเ้ หน็ วา่ จติ ใจนม้ี นั ปลอ่ ยวางไดย้ ากเหลอื เกนิ มนั ยดึ ตดิ แนน่ เหนยี ว เลยได้
หลักในการพจิ ารณา ทำ� อะไรกไ็ มร่ บี ทำ� ใหเ้ สรจ็ ทำ� ไปสักหน่อยกว็ างไว้ ดจู ติ ตวั เอง
ไปนง่ั สมาธิ มนั กว็ นเวยี นอยกู่ บั งานทค่ี า้ งไวน้ ะ่ แหละ กด็ มู นั ไป สนกุ ละทนี ี้ สกู้ บั มนั อยู่
นน่ั แล้ว
คดิ วา่ จะลองฝกึ ใหไ้ ดว้ า่ เมอื่ ไปทำ� งานกใ็ หท้ ำ� ไป เมอื่ เลกิ ทำ� กใ็ หว้ าง ใหม้ นั เปน็
คนละอยา่ งไมต่ อ่ กนั ไมใ่ หเ้ ปน็ ทกุ ข์ แตว่ า่ มนั หดั ยากเหลอื เกนิ ตวั อปุ าทานมนั่ หมายนล้ี ะ
ยาก วางยาก
ทค่ี ดิ วา่ ทำ� อะไรกท็ ำ� ใหเ้ สรจ็ มนั จะไดร้ แู้ ลว้ รรู้ อด ไมต่ อ้ งมาคอยเปน็ หว่ ง คดิ อยา่ งนนั้
กถ็ กู อยเู่ หมือนกัน แตค่ ดิ ใหถ้ ึงธรรมะจริงๆ มันไม่ถูก เพราะมันไมม่ ีอะไรทจ่ี ะรูแ้ ลว้
รู้จบไดเ้ ลย ถ้าใจเรายงั ไมย่ อมเลกิ
มาคดิ ถึงเร่อื งเวทนา สุขเวทนา ทกุ ขเวทนา จะปลอ่ ยไดย้ งั ไง จะวางไดย้ ังไง
ในเม่อื มนั เป็นอยู่ มันสุขอยู่ มนั ทุกขอ์ ยู่ มันกเ็ หมอื นเรอ่ื งของฝาบาตร
46
ถ้าเห็นตรงน้ี ก็เหน็ ตรงน้นั ฝึกตรงนไี้ ด้ก็ได้ตรงน้ันดว้ ย ได้หลักปฏิบัติละทีน้ี
ทำ� อะไรกไ็ มท่ ำ� ใหเ้ สรจ็ ทำ� แลว้ วางไวไ้ ปเดนิ จงกรม พอมนั กลบั ไปพะวงกบั งาน กว็ า่ มนั
วา่ ตัวเอง ทกั ทว้ งตวั เอง ฝึกตัวเอง พูดคนเดยี วอย่ใู นปา่ สอู้ ย่อู ยา่ งนั้นแหละ
ตอ่ มากเ็ ลยเบา คอื อยากฝกึ ใหไ้ ดว้ า่ ถงึ เวลาวางกใ็ หม้ นั วาง ใหม้ นั เปน็ คนละอยา่ ง
คนละอยา่ ง คนละอนั กนั ทำ� ก็ได้ วางก็ได้ ใหม้ ันขาดกันไปเลย ฝกึ ไปกค็ ่อยเบาไป
งา่ ยขึน้ ถา้ ไดร้ เู้ รอื่ งว่า เออ มันเป็นอยา่ งนีเ้ อง
ตอ่ มากเ็ ยบ็ ผา้ ถกั ถลกบาตร ทำ� อะไรกห็ ดั ตวั เองอยา่ งนน้ั ทำ� กไ็ ด้ วางกไ็ ด้ เลยได้
รู้จักเหตุให้เกิดทุกข์ละทีน้ี เหตุท่ีทุกข์เกิดก็รู้จักแล้ว ธรรมเกิดเพราะเหตุรู้จักแล้ว
เหน็ แล้ว เกดิ อย่างนี้นี่เอง จากนัน้ มาไมว่ า่ จะยนื เดนิ นัง่ นอน ก็มีแต่ความสนุก
เบิกบาน จนกระท่ังถกั ฝาบาตรเสร็จ ไปบิณฑบาต เขาก็ยงั มองอยูว่ า่ พระรูปนี้ท�ำไม
บาตรเปน็ อยา่ งน้ัน
ตอ่ มากค็ ดิ หาอะไรมาทำ� อกี เลยคดิ จะเอานำ้� เกย้ี ง (ยางรกั ) มาทาบาตร จำ� ไดว้ า่
ตอนเปน็ เณรนอ้ ยเคยเหน็ พระทา่ นทำ� ตอนแรกคดิ วา่ จะเอานำ้� มนั ยางทา แตร่ สู้ กึ วา่ เอา
นำ�้ เกยี้ งทาอาจจะใสกวา่ กเ็ ลยลงมายโสธร ไปพกั ทบ่ี า้ นโคก อำ� เภอเลงิ นกทา แถวนน้ั
ตน้ นำ้� เกย้ี งมมี าก ทาทง้ั ตวั บาตร และฝาบาตร โยมเขาบอกวา่ ทาเสรจ็ ใหเ้ อาใสช่ ะลอม
หยอ่ นลงแช่ในบอ่ น้�ำใหเ้ ยน็ ๆ จะไดแ้ ห้งเรว็ ๓ วันก็แหง้ ท่ไี หนได้รออยเู่ ป็นเดอื น
เลยไมไ่ ดบ้ ณิ ฑบาต ไปไหนไมไ่ ด้ เพราะบาตรไมแ่ หง้ นงั่ สมาธกิ พ็ ะวง เฝา้ แตด่ งึ ชะลอม
ขึ้นๆ ลงๆ อยูน่ น่ั แหละ เปน็ ทุกข์จริงๆ ลงทา้ ยเห็นว่า แม้จะท้งิ ไวเ้ ป็นปกี ค็ งไม่แหง้
เลยบอกโยมวา่ เอากระดาษมาปดิ ขา้ งนอกเอากแ็ ลว้ กนั พอไปบณิ ฑบาตได้ จะออกปาก
ขอบาตรใหม่จากโยมก็กลัวบาป ทนไปอย่างน้ันแหละ ตอนแรกฝาบาตรไม่มีน้ัน
ก็คิดถึงถาดท่ีเคยเห็นท่ีบ้านตอนบวชอยู่บ้านก่อนอก คิดว่าเอาถาดแบนๆ มาตัด
ตโี คง้ ขน้ึ แลว้ บดั กรไี ว้ กใ็ ชเ้ ปน็ ฝาบาตรได้ กเ็ ลยเอามนั อยา่ งนน้ั แหละ ไมไ่ ดค้ ดิ ขอใคร
ผมมนั แปลกนะไมช่ อบขอคน พอบาตรท่ที าไว้มนั แหง้ ด�ำป๋เี ลย ทงั้ บาตรทั้งฝา”
47
อเี ก้งสอนพระ
โยนโิ สมนสกิ าร คอื การทำ� ในใจอยา่ งแยบคาย หรอื การคดิ พจิ ารณาหลกั เหตผุ ล
เปน็ คณุ ธรรมทเ่ี ดน่ ชดั ในปฏปิ ทาของหลวงพอ่ ตงั้ แตแ่ รก เชน่ ประสบการณใ์ นปา่ ชา้ กด็ ี
ทบ่ี า้ นโคกยาวกด็ ี เหมอื นกบั มกี ารปจุ ฉาวสิ ชั นา ถามตอบปญั หาเกดิ ขน้ึ ในใจของทา่ น
จนกวา่ ทา่ นสามารถแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ดว้ ยสตปิ ญั ญา อกี โอกาสหนงึ่ ทห่ี ลวงพอ่ นอ้ ม
ของธรรมดาในโลกเข้ามาสู่ใจเป็นธรรม เกิดข้ึนในปีนี้ ในระหว่างที่ท่านเดินธุดงค์
รูปเดียวแสวงหาความวิเวก ทา่ นเกิดอาพาธหนกั นอนซมเพราะพิษไข้อยู่องคเ์ ดียว
กลางภเู ขา ไขข้ นึ้ สงู มากจนลกุ ไมข่ น้ึ ประกอบกบั ไมไ่ ดฉ้ นั อาหารมาหลายวนั ทำ� ใหร้ สู้ กึ
ออ่ นเพลยี ราวกบั จะสนิ้ ใจ จงึ วติ กไปวา่ ถา้ เราตายอยกู่ ลางปา่ เชน่ น้ี เกดิ มคี นมาพบศพเขา้
เขาจะสง่ ขา่ วไปทางบา้ น เปน็ ภาระใหญ้ าตพิ นี่ อ้ งตอ้ งเดนิ ทางมาจดั การศพ คดิ อยา่ งนนั้
แลว้ กเ็ ลยควานเอาใบสทุ ธจิ ากในยา่ มมาถอื ไว้ กะวา่ จวนจะสนิ้ ใจจรงิ ๆ กจ็ ะจดุ ไมข้ ดี
เผาใบสทุ ธเิ สยี เพอ่ื ทำ� ลายหลกั ฐาน ขณะทก่ี ำ� ลงั คดิ วติ กวจิ ารณอ์ ยนู่ นั้ กไ็ ดย้ นิ เสยี งอเี กง้
ร้องดังกอ้ งภเู ขา จงึ ตง้ั ปัญหาถามตัวเองว่า
“อเี ก้งและสตั วป์ ่าต่างๆ มนั ปว่ ยเปน็ ไหม?”
“มนั ปว่ ยเป็นเหมอื นกัน เพราะมันก็มสี งั ขารร่างกายเหมือนเรานแ่ี หละ”
“มันมยี ากนิ มหี มอมาฉดี ยาใหห้ รอื เปลา่ ?”
“เปลา่ ไมม่ เี ลย มันคงหายอดไม้ใบหญา้ ตามมีตามได”้
“สตั วป์ า่ มนั ไมม่ ยี ากนิ ไมม่ หี มอรกั ษา แตก่ ย็ งั มลี กู หลานสบื เผา่ พนั ธต์ุ อ่ มาเปน็
จ�ำนวนมากมิใชห่ รือ?”
“ใช่ ถูกแล้ว”
พอพจิ ารณาไดข้ อ้ คดิ เชน่ นี้ กม็ กี ำ� ลงั ใจดขี น้ึ มาก พยายามลกุ ตะเกยี กตะกายไป
เอาน�้ำในกามาด่มื แลว้ ลุกขึ้นนงั่ ทำ� สมาธิ จนอาการไขท้ ุเลาลงเรือ่ ยๆ รงุ่ เช้าก็มีก�ำลงั
ออกไปบิณฑบาตได้
48
ไดธ้ รรมาวธุ
ครง้ั หนง่ึ ระหวา่ งอบรมพระเณรทว่ี ดั หนองปา่ พง หลวงพอ่ เลา่ ถงึ ปฏปิ ทาของทา่ น
สมยั ทเ่ี ดนิ ธดุ งค์ในช่วงนนั้ วา่
“แตก่ อ่ นกระบอกกรองนำ้� สกั อนั ยงั ไมม่ ใี ชเ้ ลย เพราะขา้ วของหายาก มจี อก (ขนั )
อะลูมเิ นียมเล็กๆ อยใู่ บเดียว หวงมาก เมือ่ ก่อนยังสบู บหุ รอ่ี ยู่ ไม้ขีดไฟก็ไมม่ ี มีแต่
หนิ เหลก็ ไฟ ฝากระบอกชดุ กใ็ ชเ้ ปลอื กมะนาวผา่ ครงึ่ กลางคนื เดนิ จงกรมเหนอ่ื ย กม็ า
นง่ั ตเี หลก็ ไฟเพอ่ื จะจดุ บหุ รี่ เสยี งตเี หลก็ ปก๊ ปก๊ ในตอนดกึ ๆ ผมวา่ นา่ จะทำ� ใหผ้ มี นั
นกึ กลวั เหมือนกนั
นกึ ยอ้ นไปเบอ้ื งหลงั ครง้ั ปฏบิ ตั อิ ยคู่ นเดยี ว การปฏบิ ตั นิ ม้ี นั เปน็ ทกุ ขล์ ำ� บากแสน
สาหสั แตก่ ส็ นกุ มากเชน่ เดยี วกนั ทง้ั สนกุ ทง้ั ทกุ ข์ พอๆ กนั กบั กนิ นำ้� พรกิ ตำ� ใสข่ งิ นะ่ แหละ
ได้ฝกั เพกาเผาแกลม้ ด้วย ทง้ั อร่อยทงั้ เผด็ กินไปขี้มูกไหลไป หยดุ กินก็ไม่ได้เพราะ
มันอร่อยไปเร่อื ย เลยท้ังโอยทงั้ กินมนั เปน็ ยงั งัน้ ประโยชนข์ องมนั
คนทป่ี ฏบิ ตั ธิ รรมะไดน้ ้ี ผมวา่ ทนทานจรงิ ๆ เพราะมนั ไมใ่ ชเ่ บาๆ มนั หนกั เอาชวี ติ
เขา้ แลกกว็ า่ ได้ เสอื จะกนิ ชา้ งจะเหยยี บ กใ็ หม้ นั ตายไปเสยี คดิ อยา่ งนี้ มนั ควรตายแลว้
เมอื่ เราไดร้ กั ษาศลี ใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ กไ็ มม่ อี ะไรทจ่ี ะตอ้ งกงั วลอกี ตอ่ ไป ตายกเ็ หมอื นไมต่ ายละ
ทีน้ี เลยเป็นเหตใุ หไ้ มก่ ลัว เป็นธรรมาวธุ อาวธุ คือธรรมะ
บนภเู ขาทไี่ หนกไ็ ปมาแลว้ ทง้ั นนั้ แตอ่ าวธุ ของเราคอื ธรรมะเพยี งอยา่ งเดยี ว กม็ แี ต่
ยอมมันเทา่ นนั้ แหละ ปล่อยมันเลย กลา้ หาญ ยอมตายเสยี เสย่ี งชีวิต คิดไปคดิ มา
ก็มองเหน็ วา่ อาวุธของพระพทุ ธเจา้ ดกี วา่ อาวธุ ของนายพราน ช่วยกำ� ลงั ใจให้เข้มแขง็
พจิ ารณาไป ดไู ป คดิ ไป เหน็ ไป อะไรๆ มนั กเ็ หน็ เวลามนั เหน็ มนั ทะลปุ รโุ ปรง่ ไปหมด
ทกุ ขก์ อ็ ยา่ งนี้ ทกุ ขด์ บั ไปกอ็ ยา่ งนี้ มนั เลยสบาย คนเหน็ ทกุ ขแ์ ตไ่ มท่ ะลุ เพยี งแตส่ งบเฉยๆ
มนั ไมม่ ที างจะรจู้ กั หรอก ถา้ คนไมก่ ลวั ตาย ยอมตายเสยี มนั กลบั จะไมต่ ายนะ ทนี ที้ กุ ข์
กใ็ หม้ นั เกนิ ทกุ ข์ มนั หมดทกุ ขโ์ นน่ ใหม้ นั เหน็ เรอื่ งของมนั เหน็ ความจรงิ เหน็ สจั ธรรม
49
มนั กม็ คี ณุ คา่ ราคานะซี มกี ำ� ลงั จติ ดี มหี รอื จะกลวั คน มหี รอื จะกลวั ปา่ มหี รอื จะกลวั สตั ว์
ใจมันเขม้ แขง็ ถ้าคิดไดอ้ ยา่ งนี้
ใจพระกรรมฐานนะ่ เดด็ เดยี่ วนกั กรรมฐานทกุ คน ถา้ มจี ติ นอ้ มจนเสยี สละชวี ติ ได้
ถา้ อยเู่ ปน็ ฆราวาส การฆา่ คนนะ่ ฆา่ ไกย่ งั ยากกวา่ เสยี อกี มนั เดด็ เดยี่ วถงึ ปานนน้ั ถา้ มนั
เหน็ ผดิ นะ มนั ใจใหญ่ ใจสงู ใจแนน่ หนา ถา้ คดิ มาทางธรรม ทางปลอ่ ยวาง มนั กเ็ ลศิ
ประเสริฐ
ไดอ้ าวธุ ดกี วา่ นายพรานไปอยปู่ า่ ไดธ้ รรมาวธุ สง่ิ ทง้ั หลายเหลา่ นเี้ รยี กวา่ วติ ก กค็ อื
มนั ยกอนั ใดอนั หนง่ึ ขน้ึ มา ไปถงึ เรอ่ื งอนั นนั้ วจิ ารณม์ นั กพ็ จิ ารณาสง่ิ ทงั้ หลายเหลา่ นน้ั
วติ กวจิ ารณม์ นั กอ็ ยไู่ ป ทำ� ความเพยี รไปเรอ่ื ย จนกระทง่ั มนั เหน็ เรอื่ งทะลปุ รโุ ปรง่ ปตี ิ
มันก็เกิดขึ้น ทีน้ีกเ็ กดิ อาการขนลกุ ซู่ นกึ ถึงเดนิ จงกรมก็ขนลุกซู่ คดิ ถึงคุณพระพทุ ธ
พระธรรม ก็ขนลกุ ซ่เู กดิ ปตี ิ ซาบซา่ ซึมอยูใ่ นรา่ งกาย นั่งอยูก่ เ็ ป็นอยูอ่ ยา่ งนนั้ วิตก
วจิ าร วติ กมนั กม็ ปี ตี ิ ความอมิ่ ใจในการกระทำ� ของเรา ฝา่ ฟนั อปุ สรรคมา ขนกล็ กุ ซซู่ า่
ขน้ึ มา นำ้� ตากไ็ หลพรากๆ ยง่ิ มกี ำ� ลงั ใจทจี่ ะบากบนั่ ตอ่ สู้ ไมม่ ที จี่ ะทอ้ ถอย ไมว่ า่ จะเกดิ
อะไรขน้ึ วิตก วิจาร ปีติ ความดีใจเกิดขึ้นมา มีความสุขประกอบด้วยปญั ญา อาศยั
วิตกวิจารเป็นอยู่ อาศัยความสุขต้ังม่ันอยู่ ในขณะน้ัน ท่านจะว่าอาศัยก�ำลังฌาน
ก็ว่าไปซเิ ราไมร่ ูล้ ะ มันเป็นของมันอยา่ งน้ัน จะวา่ มันเป็นฌานก็วา่ ไป วิตก อีกหนอ่ ย
วติ กมนั ก็ละไป ตอ่ ไปวิจารมนั ก็ละ ปีตกิ ็ไมม่ ี เอกคฺคตา ใจกเ็ ปน็ อารมณ์เดยี วอยู่
อยา่ งนน้ั อาศยั สมาธเิ ปน็ อยู่ อาศยั สมาธติ ง้ั มนั่ อยู่ มนั กเ็ กดิ ความสงบ เปน็ รากฐานแลว้
ความสงบมนั เป็นรากฐาน ปญั ญามนั จะเกดิ ข้ึนละทีน้ี
ผมจงึ ไดค้ วามเขา้ ใจวา่ การปฏบิ ตั นิ นั่ แหละมนั จงึ จะรแู้ จง้ เหน็ จรงิ การไปเรยี น
ไปนกึ ไปคดิ เอามันเป็นอีกเร่อื งหนง่ึ การคดิ วา่ ไอน้ ั่นมันจะเปน็ อย่างนี้ก็ดี ผมร้สู ึกวา่
มนั จะเข้าไปรวมยอดเข้าไปฟ้องอยู่ท่นี ่นั หมด
สบายทนี ี้ รา่ งกายจะอว้ นจะผอม มนั กส็ บาย แมจ้ ะปว่ ยอยกู่ ส็ บาย ไมเ่ คยคดิ วา่
แม่เราอยู่ไหน ญาติพ่ีน้องคนนั้นคนน้ีของเราอยู่ไหนหนอ ไม่มี ภาวนาตายก็ตาย
50
เทา่ น้ันเอง ไมม่ ีอะไรกงั วล น่ัน มันต้งั มนั่ ลงอย่างนั้น แลว้ ขณะจติ ทรี่ ั้งรอมันกเ็ ลย
เปลยี่ นไป จิตใจมันเขม้ แขง็ แลว้ กใ็ หท้ ำ� ไป
จะไปฟงั เทศนท์ ไี่ หนกช็ า่ ง จะไปเรยี นทไี่ หนกต็ าม รอู้ ยู่ แตม่ นั รไู้ มถ่ งึ ตอ้ งทำ� เอา
ถา้ รไู้ มถ่ งึ มนั จะลงั เล สงสยั ถา้ รถู้ งึ แลว้ มนั กจ็ บกนั จะวา่ มนั เปน็ ยงั ไงกไ็ มร่ นู้ ะ แตม่ นั
เปน็ ของมนั อยา่ งนนั้ มนั แนน่ อนอยา่ งนน้ั ปกตจิ ติ ของเรามนั กเ็ กดิ ขน้ึ มาเทา่ นนั้ เอง”
หลวงตาหมดโกรธ
ใกล้ฤดเู ขา้ พรรษา หลวงพ่อเดนิ ธุดงค์มาถงึ วัดปา่ แห่งหนึ่ง ต้ังอยใู่ นป่าช้าเขต
อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นครพนม เมอ่ื เดนิ ตามทางเลก็ ๆ ผา่ นแนวปา่ มาถงึ ศาลา พบหลวงตา
สมภารวัดนั้นน่ังสนทนาอยู่กับพระลูกวัด หลวงพ่อได้กราบนมัสการและบอกที่มา
ของตน
ครนั้ กลา่ วธรรมปฏสิ นั ถารกนั พอสมควร หลวงตาปรารภถงึ ภมู จิ ติ ของตวั เองวา่
หมดความโกรธแลว้ หลวงพอ่ รสู้ กึ แปลกใจมาก เพราะคำ� พดู เชน่ นไ้ี มค่ อ่ ยไดย้ นิ บอ่ ยนกั
ในหมผู่ ปู้ ฏบิ ตั ิ จงึ อยากพสิ จู นใ์ หร้ ชู้ ดั เลยตดั สนิ ใจขอจำ� พรรษาดว้ ย แตก่ ไ็ มง่ า่ ยเสยี
ทีเดียว หลวงตาไม่ยอมให้ใครพ�ำนกั ท่ีวดั ง่ายๆ เหมอื นกัน เพราะหลวงพ่อเป็นพระ
แปลกหนา้ และยงั ธดุ งคม์ าองคเ์ ดยี ว ไมร่ ตู้ น้ สายปลายเหตวุ า่ จะมาดหี รอื รา้ ยอยา่ งไร
หลวงตากบั พระลกู วดั จงึ ปฏเิ สธไมย่ อมใหพ้ ำ� นกั อยดู่ ว้ ย แตก่ ผ็ อ่ นผนั ใหไ้ ปจำ� พรรษา
ทีป่ ่าช้านอกเขตวัดได้
ครน้ั ถงึ วนั เขา้ พรรษา หลวงตาใหพ้ ระไปนมิ นตห์ ลวงพอ่ มาจำ� พรรษาดว้ ย เพราะ
ไดร้ บั คำ� ทกั ทว้ งจากพระรปู หนงึ่ วา่ “พระมพี รรษามากขนาดน้ี ใหจ้ ำ� พรรษานอกเขตวดั
เหน็ จะไมเ่ หมาะ บางทที า่ นอาจจะเปน็ ผู้ปฏิบัติดีปฏบิ ตั ิชอบกไ็ ด้ ไมค่ วรประมาท”
แม้จะได้ร่วมพรรษาในส�ำนัก แต่หลวงตากับลูกศิษย์ก็ต้ังกติกาในการปฏิบัติ
ส�ำหรับหลวงพ่อไว้หลายอย่าง คือ
51
๑. ไมใ่ หร้ ับประเคนของจากโยม ตอ้ งคอยรบั จากพระรปู อ่ืนสง่ ให้
๒. ไมใ่ ห้ร่วมอุโบสถสังฆกรรม ใหบ้ อกปริสทุ ธเิ ท่านน้ั
๓. เวลาน่งั ฉันอาหาร ให้นั่งตอ่ ทา้ ยพระอายพุ รรษาน้อยที่สุดของสำ� นกั
กตกิ าทง้ั ๓ ขอ้ น้ี หลวงพอ่ ยอมปฏบิ ตั ติ ามทกุ อยา่ ง แมท้ า่ นจะมพี รรษา ๑๐ แลว้
ก็ตาม ท่านกลับพิจารณาน้อมเอาประโยชนจ์ ากข้อปฏบิ ัตนิ น้ั โดยใหค้ ติแก่ตนเองว่า
หลวงตากับคณะก�ำลังทดสอบเรา การน่ังหวั แถวหรือไม่ ก็ไมแ่ ปลกอะไร เหมือนกบั
เพชรนลิ จนิ ดาจะวางไวท้ ไี่ หนกม็ คี ณุ คา่ เทา่ เดมิ และการปฏบิ ตั ติ ามกตกิ าน้ี จะชว่ ยลด
ทฏิ ฐิมานะของเราให้เบาบางลงด้วย
การจำ� พรรษารว่ มกบั หลวงตาผา่ นไปดว้ ยความสงบ เพราะหลวงพอ่ วางความรสู้ กึ
นึกคิดให้ถูกและเป็นปกติ จึงพากเพียรภาวนาอย่างสม่�ำเสมอ พยายามพูดน้อย
เมอื่ ไดย้ นิ ใครพดู สงิ่ ใด กน็ อ้ มมาพจิ ารณาเปน็ ปญั ญาแกไ้ ขตวั เอง และเฝา้ สงั เกตเลอื ก
เอาแตส่ งิ่ ดงี ามจากวตั รปฏิบตั ิท่มี ีอย่ใู นส�ำนักเพือ่ ถอื เอาเป็นบทเรียน
ขณะเดียวกันหลวงตาและคณะก็จับตามองหลวงพ่ออย่างไม่ให้คลาดสายตา
เหมอื นกนั แตท่ า่ นกว็ างเฉย ไมแ่ สดงกริ ยิ าอาการใดๆ โตต้ อบ กลบั คดิ ขอบคณุ เขาวา่
“เขาชว่ ยไมใ่ หเ้ ราเผลอไปประพฤตบิ กพรอ่ ง เปรยี บเหมอื นมคี นมาชว่ ยปอ้ งกนั
ความสกปรกไมใ่ หแ้ ปดเป้อื นแก่เรา”
ในพรรษานน้ั จติ ใจของหลวงพอ่ สงบหนกั แนน่ ปรารภความเพยี รอยา่ งสมำ�่ เสมอ
มีกริ ิยามารยาททเี่ รียบรอ้ ยงดงามตามพระพทุ ธบญั ญัติทกุ กระเบยี ดน้ิว ท�ำให้เพ่ือน
สหธรรมกิ คลายความระแวงในตวั ทา่ นลงโดยลำ� ดับ
วันหน่ึงในกลางพรรษา พระเณรในวัดได้ชวนกันเอาเรือไปหาฟืนมาไว้ต้มน้�ำ
ยอ้ มผา้ เมอื่ ไปถงึ เขตไรร่ า้ งแหง่ หนงึ่ แลว้ กช็ ว่ ยกนั แบกฟนื มาทง้ิ ไวท้ ฝ่ี ง่ั นำ้� ใหห้ ลวงพอ่
ท�ำหน้าที่ขนลงเรือ ท่านได้สังเกตเห็นไม้พะยูงท่อนหนึ่งมีรอยถากเป็นทรงกลมยาว
ประมาณ ๒ เมตร หลวงพอ่ คดิ วา่ ไมท้ อ่ นนตี้ อ้ งมเี จา้ ของแน่ ถา้ ขนลงเรอื จะมคี วามผดิ
52
เปน็ การลกั ทรพั ย์ ทำ� ใหข้ าดจากการเปน็ พระได้ ดงั นนั้ จงึ ไมย่ อมแตะตอ้ ง พอไดเ้ วลา
จวนกลบั หลวงตาเดนิ มาเหน็ ไม้ท่อนนั้น จงึ รอ้ งถามว่า
“ทา่ นชา ทำ� ไมไม่แบกไมท้ อ่ นน้ลี งเรือ”
“ผมเหน็ วา่ มนั ไมเ่ หมาะครบั มนั คงมเี จา้ ของเพราะมรี อยถากไว”้ หลวงพอ่ ตอบ
เรยี บๆ
เมอ่ื หลวงพอ่ ตอบเชน่ น้ี หลวงตาชะงกั งนั อยชู่ วั่ ครู่ แลว้ จงึ แกลง้ รอ้ งบอกแกเ้ กอ้
ให้พระเณรรีบลงเรือ โดยท้ิงไม้ทอ่ นนน้ั ไวร้ ิมฝัง่ นั่นเอง
ต่อมาวันหนึ่ง ชาวบ้านมาท�ำข้าวหลามอยู่ในวัด หลวงตากลับจากบิณฑบาต
เดินผา่ นโรงครวั ขณะนนั้ โยมไมอ่ ยู่ ท่านมองเหน็ ไฟกำ� ลังลกุ ไหมก้ ระบอกข้าวหลาม
คงรสู้ กึ เสยี ดาย แตก่ น็ กึ วา่ ชว่ ยอะไรไมไ่ ด้ เพราะพระแตะตอ้ งอาหารทย่ี งั ไมไ่ ดป้ ระเคน
เปน็ อาบตั ิ และจะทำ� ใหอ้ าหารนนั้ ไมค่ วรแกก่ ารบรโิ ภคตอ่ ไปดว้ ย หลวงตายนื สองจติ
สองใจอยสู่ กั ครหู่ นง่ึ กเ็ หลยี วซา้ ยแลขวา กอ่ นทจ่ี ะเออื้ มมอื ไปพลกิ กระบอกขา้ วหลาม
หารไู้ ม่วา่ หลวงพ่อซง่ึ อยู่บนกฏุ ิใกล้โรงครวั เหลือบมาเห็นเข้าพอดี
ถึงเวลาฉนั จงั หัน หลวงตาสงั เกตเห็นวา่ หลวงพอ่ ไมฉ่ นั ขา้ วหลาม จงึ ถามวา่
“ท่านชาฉนั ข้าวหลามหรือเปล่า”
“เปลา่ ครบั ” คำ� ตอบของหลวงพอ่ ทำ� ใหห้ ลวงตาถงึ กบั สะดงุ้ แลว้ อทุ านออกมาวา่
“ผมต้องอาบัตแิ ลว้ ”
ฉันเสร็จ หลวงตามาขอแสดงอาบัตดิ ้วย แต่หลวงพอ่ บอกว่า
“ไมต่ ้องกไ็ ดค้ รบั ให้สำ� รวมระวงั ตอ่ ไปเถิด”
คราวนน้ั เพราะปฏปิ ทาความสขุ มุ รอบคอบของหลวงพอ่ จงึ ทำ� ใหพ้ ระเณรทกุ รปู
ในวดั เกดิ ความยำ� เกรงและเคารพเลอ่ื มใสในตวั ทา่ น หลวงตากบั คณะจงึ ตกลงกนั วา่
จะยกเลกิ กตกิ าทเ่ี คยตงั้ ไว้ ขอนมิ นตใ์ หห้ ลวงพอ่ เปน็ พระผอู้ าวโุ ส แตห่ ลวงพอ่ ปฏเิ สธวา่
53
ท�ำอย่างน้ันคงไม่สมควร กติกาเดิมดีอยู่แล้ว และท่านก็ปฏิบัติตามกติกาเหมือน
เช่นเดมิ
ในที่สุด กาลเวลาก็ได้พิสูจน์ค�ำพูดของหลวงตาที่ว่า ผมหมดความโกรธแล้ว
ใหป้ ระจกั ษข์ อ้ เทจ็ จรงิ ขน้ึ มาดงั ทพี่ ระพทุ ธองคต์ รสั ไวว้ า่ “ศลี จะพงึ รไู้ ดเ้ มอ่ื อยรู่ วมกนั
นานๆ”
ทา้ ยพรรษา ฝนตกตดิ ตอ่ กนั หลายวนั จนเกดิ อทุ กภยั นำ้� ทว่ มทงุ่ นา ทำ� ใหช้ าวบา้ น
ไมม่ ที อี่ ยอู่ าศยั และเดอื ดรอ้ นไปถงึ ววั ควายซงึ่ ไมม่ หี ญา้ จะกนิ วดั ของหลวงตาตงั้ อยู่
บนทด่ี อน จงึ รอดพน้ ภยั จากนำ้� ทว่ ม ววั ควายของชาวบา้ นจงึ มงุ่ หนา้ มากนิ หญา้ รมิ รวั้ วดั
เพอื่ ประทังชีวติ บางตัวกนิ เพลินหลงเดินลึกเขา้ ไปเขตสำ� นกั หลวงตารำ� คาญ จงึ ให้
พระเณรไลอ่ อกไปบอ่ ยๆ เจา้ ววั นา่ สงสารตวั หนง่ึ ถกู ไลต่ อ้ นออกไปแลว้ แตด่ ว้ ยความหวิ
จงึ ยน่ื คอลอดรวั้ กลบั เขา้ มากนิ หญา้ อกี หลวงตาซง่ึ ถอื ไมร้ ออยแู่ ลว้ กฟ็ าดอยา่ งไมย่ ง้ั มอื
ววั ตวั นน้ั รอ้ งอดู้ ว้ ยความเจบ็ ปวด รบี มดุ หวั กลบั ไป แตก่ วา่ จะหลดุ ไปไดก้ โ็ ดนไมห้ ลวงตา
เสยี หลายตบุ้ หลวงพอ่ ยนื ดกู ารกระทำ� ของหลวงตา ผเู้ คยอวดตนวา่ หมดความโกรธแลว้
ดว้ ยความสลดสงั เวชใจ
ทตู มรณะ
กลางป่าชา้ ข้างวดั หลวงตา มศี าลาเลก็ ๆ หลังหนึ่ง ต้งั อยทู่ า่ มกลางหลมุ ฝังศพ
ท่ีเรยี งรายเกลื่อนป่า เป็นทส่ี งบสงดั และมีความวิเวก วังเวง อันอ�ำนวยตอ่ การเจรญิ
สมณธรรมเปน็ อยา่ งยง่ิ หลวงพอ่ จงึ มกั หลกี เรน้ มานง่ั สมาธภิ าวนา พจิ ารณาสภาวธรรม
อยทู่ ศี่ าลาหลังน้นั เสมอ
วนั หนง่ึ ขณะหลวงพอ่ นง่ั อยบู่ นศาลานน้ั มกี าตวั หนงึ่ บนิ มาจบั กง่ิ ไมใ้ กลๆ้ แลว้
ส่งเสียงร้อง กา กา หลวงพอ่ ไมไ่ ดส้ นใจ เพราะคิดว่ามันคงร้องไปตามประสาสัตว์
เมอ่ื เหน็ หลวงพอ่ ไมส่ นใจ กาจงึ รอ่ นลงมายนื บนพน้ื ศาลาตรงหนา้ ทา่ น มนั คาบหญา้ แหง้
มาวางแลว้ รอ้ ง กา กา กา แสดงอาการเหมอื นจะสง่ หญา้ ให้ หลวงพอ่ เหน็ กริ ยิ ามนั แปลกๆ
54
มองดมู ันด้วยความสนใจ เม่ือกาเห็นทา่ นสนใจมนั กท็ ง้ิ หญ้าแหง้ ไว้ แล้วบนิ หายไป
หลงั จากนั้น ๓ วนั ชาวบา้ นได้หามศพเดก็ ชายอายุประมาณ ๑๓ ปี ป่วยเปน็ ไข้ตาย
มาเผาขา้ งๆ ศาลานน้ั ๓-๔ วนั ตอ่ มา อกี ากบ็ นิ มาหาหลวงพอ่ ทศ่ี าลานน่ั อกี ครง้ั แรกเกาะ
อยกู่ ง่ิ ไม้ เมอื่ เหน็ หลวงพอ่ ไมส่ นใจ กากบ็ นิ ลงมาทพ่ี นื้ แลว้ แสดงกริ ยิ าเหมอื นครงั้ แรก
พอหลวงพ่อหันมาดู มันก็บินหนไี ปอยา่ งเคย จากนัน้ ไม่กว่ี นั ชาวบา้ นหามศพมาอกี
คราวนเี้ ปน็ พชี่ ายของเดก็ ทต่ี ายไปเมอื่ ไมน่ านมานนั่ เอง ซงึ่ เกดิ ปว่ ยกระทนั หนั ตายตามกนั
อยา่ งนา่ ประหลาดใจ กาตวั นน้ั มนั เปน็ ทตู มรณะจรงิ ๆ เพราะอกี ๓ วนั เทา่ นนั้ มนั กบ็ นิ
มาสง่ ขา่ วหลวงพอ่ อกี ครง้ั แลว้ ไมก่ วี่ นั พส่ี าวของเดก็ ชายทง้ั สองทต่ี ายไปกอ่ นหนา้ นน้ั
กม็ อี นั ตอ้ งปว่ ยตายไปอกี คน พอ่ แมแ่ ละญาตพิ น่ี อ้ งของเดก็ ทงั้ สามเศรา้ โศกเสยี ใจอยา่ ง
แสนสาหสั หลวงพอ่ ไดเ้ หน็ สภาพของคนเหลา่ นนั้ ยง่ิ เกดิ สลดสงั เวชในความเปน็ จรงิ
ของชวี ติ ไดน้ ้อมน�ำเหตุการณ์เฉพาะหน้านม้ี าเตอื นตนมิให้ประมาท รวมทง้ั พิจารณา
เหน็ วา่ ความทกุ ขโ์ ศก ย่อมเกิดจากของทเ่ี รารักและหวงแหน
สจั ธรรมในปา่ ชา้ เรง่ เรา้ ใหห้ ลวงพอ่ ไมย่ อมเนนิ่ ชา้ ในการปฏบิ ตั ิ ทา่ นเพม่ิ เวลาใน
การภาวนามากขนึ้ ลดเวลาพกั ผอ่ นลง มงุ่ หนา้ ทำ� ความเพยี ร แมฝ้ นตกพรำ� ๆ กเ็ หยยี บยำ่� นำ้�
เดนิ จงกรมอยอู่ ยา่ งนนั้ วนั หนงึ่ เกดิ นมิ ติ วา่ ไดเ้ ดนิ ไปยงั ทแ่ี หง่ หนง่ึ พบคนแกน่ อนปว่ ย
รอ้ งครวญครางปานจะขาดใจ หลวงพอ่ หยดุ พจิ ารณาดแู ลว้ เดนิ ตอ่ ไป ระหวา่ งทางพบ
คนปว่ ยหนกั จวนตาย รา่ งกายซบู ผอมเหลอื เพยี งหนงั หมุ้ กระดกู นอนหายใจรวยรนิ อยู่
รมิ ทาง ไดห้ ยดุ ดแู ลว้ เดนิ ผา่ นไปไมไ่ กล กพ็ บคนตายนอนหงายขนึ้ อดื ตาถลน ลน้ิ จกุ ปาก
และมีหนอนชอนไชอยู่เต็มร่างกาย เกิดความสลดสังเวชเป็นอย่างย่ิง พอต่ืนขึ้นมา
ภาพน้ันยังติดตาติดใจไม่เลือนลาง รู้สึกเบ่ือหน่ายต่อชีวิต อยากหลุดพ้นออกจาก
กองทกุ ขน์ โี้ ดยเรว็ จงึ คดิ จะปลกี ตวั ขนึ้ ไปทำ� ความเพยี รบนยอดเขาสกั ๗ หรอื ๑๕ วนั
จงึ จะลงมาบณิ ฑบาต แตม่ ปี ญั หาวา่ บนยอดเขาไมม่ นี ำ้� ดม่ื พอดนี กึ ถงึ กบจำ� ศลี อยใู่ นรู
มันกนิ น้ำ� เยีย่ วของตัวเองยังมชี ีวติ อยู่ได้ จงึ อยากทดลองดบู ้าง แต่กไ็ มไ่ ด้ผล เพราะ
ปสั สาวะ เมอื่ ดมื่ ซำ�้ เขา้ ไปหลายๆ ครงั้ พอตกถงึ กระเพาะกไ็ หลออกมาทนั ที จงึ คดิ หา
วิธีใหม่ เม่ือคิดว่าไม่อาจไปอยู่บนยอดเขาได้ จึงทดลองอดอาหาร ฉันวันเว้นวัน
สลบั กนั ไป ทำ� อยปู่ ระมาณ ๑๕ วนั ขณะอดอาหารรสู้ กึ วา่ รา่ งกายรอ้ นดงั ถกู ไฟแผดเผา
55
มอี าการทุรนทรุ ายแทบทนไมไ่ ด้ จติ ใจก็กระสับกระสา่ ยไม่สงบ จงึ ลม้ เลกิ วธิ นี เ้ี พราะ
ไมถ่ ูกกบั จริต
ต่อมาได้นึกถึง อปณฺณกปฏปิ ทา (ขอ้ ปฏิบัติทไี่ มผ่ ดิ ) คือ โภชเนมตตฺ ญญฺ ุตา
การรจู้ กั ประมาณในการฉนั อาหารใหพ้ อสมควร ไมม่ ากหรอื นอ้ ยเกนิ ไป อนิ ทรยี สงั วร
สำ� รวมระวงั ตา หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ ไมใ่ หถ้ กู กเิ ลสครอบงำ� ชาครยิ านโุ ยค ทำ� ความเพยี ร
สมำ�่ เสมอ ไมเ่ กยี จครา้ นหรอื เหน็ แกห่ ลบั นอนจนเกนิ ไป เมอ่ื ใจนอ้ มไปถงึ ทางดำ� เนนิ น้ี
จึงหยุดวิธีทรมานตน กลับมาฉันอาหารวันละครั้งดังเดิม แล้วท�ำความเพียรอย่าง
ตอ่ เนอ่ื ง การบำ� เพญ็ ภาวนากา้ วหนา้ ขน้ึ มาก จติ ใจสงบระงบั ปราศจากนวิ รณ์ การพจิ ารณา
ธรรมกแ็ ตกฉานแจม่ แจง้ ไมต่ ดิ ขดั ครน้ั ออกพรรษาแลว้ หลวงตาซง่ึ เฝา้ จบั ตามองหลวงพอ่
มานาน เหน็ หนว่ ยกา้ นและภมู ธิ รรมภมู ปิ ญั ญานา่ เลอื่ มใส จงึ ชกั ชวนใหข้ า้ มโขงไปตงั้
สำ� นกั ยงั ฝง่ั ลาวดว้ ยกนั แตห่ ลวงพอ่ ไดป้ ฏเิ สธอยา่ งสภุ าพ จวนจะสนิ้ ปี หลวงตาจงึ พา
คณะยา้ ยออกจากสำ� นกั ธดุ งคข์ า้ มโขงไปฝง่ั ลาวอย่างท่พี ูดไว้
เหน็ สมมตุ ิ
หลังจากหลวงตาและคณะย้ายไปได้ ๗ วนั แล้ว หลวงพอ่ กอ็ อกจากสำ� นักสงฆ์
แหง่ นน้ั บา้ ง โดยธดุ งคม์ งุ่ หนา้ ไปทางภลู งั กา อำ� เภอบา้ นแพง จงั หวดั นครพนม เพอ่ื หา
ทางแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติซึ่งยังติดข้องอยู่ โดยที่หลวงพ่อมีอาการสะดุดในการ
เจริญสมาธิภาวนา ดังท่ีทา่ นไดเ้ ล่าใหล้ กู ศิษย์ลกู หาฟงั ว่า
“...ไปถึงแคน่ ้นั แล้วเลยหยุด มันไมไ่ ป... สมมตุ นิ ะ... คลา้ ยๆ ว่าเราเดินมาน้ี
มนั หยดุ ทรดุ อยอู่ ยา่ งนี้ มนั ไมไ่ ปนะ่ แลว้ กก็ ลบั ... พดู ถงึ ความรสู้ กึ พดู ถงึ เรอ่ื งจติ ของ
เรานะ่ ... เรากท็ ำ� ไปทำ� มา มาถงึ ทนี่ ไี่ มม่ ที ไี่ ปอกี หยดุ อนั นอี้ นั หนง่ึ อนั ทส่ี องนมี่ นั เปน็
อยา่ งน้ี เดนิ มาชนนเี้ ลยแลว้ กก็ ลบั แบบหนงึ่ กม็ นั ไมม่ อี ะไรจะชนแลว้ กต็ กลงไป กท็ ำ�
ภาวนาไป เดนิ จงกรมไป เด๋ยี วมันกก็ ลบั มาอยตู่ รงนแ้ี หละ
นอ่ี ะไรๆ ถามอยู่ในใจ
56
อะไรกช็ า่ งมันเถอะ มันตอบอย่างนี้
นานๆ ไปก็เลยหยดุ พอไปอกี กว็ กมาอกี นอ่ี ะไรๆ มนั มาทวงอยเู่ รื่อย
ธรรมดาอยปู่ กตมิ นั กม็ คี วามรสู้ กึ อยา่ งนี้ จติ ใจมนั ยงั วนุ่ วาย เลยคดิ วา่ นค้ี อื อะไร
ตรงที่มันเป็นในสมาธิเรา มันติดอยู่ในสมาธินั่น เมื่อเดินไปมันก็มีความรู้สึกว่า
น้ีคืออะไร มนั มาทวงเราอยูบ่ ่อยๆ คอื เรายังไม่ร้ทู นั มัน รู้ไม่ถึงขน้ั ทปี่ ล่อยวาง มนั จงึ
ติดตามอยู่
มามองเหน็ พระในเวลานน้ั มใี ครหนอจะชว่ ยเราได้ นกึ ถงึ ทา่ นอาจารยว์ งั ทา่ นไป
อยยู่ อดเขาภลู งั กา ทา่ นมเี ณรอยู่ ๒ องค์ แลว้ กม็ พี ระรปู เดยี วคอื ทา่ น อยบู่ นโนน้ ยอดเขา
นน่ั ไมเ่ คยเห็นท่านหรอก เราก็คดิ วา่ พระรปู น้ี ทา่ นต้องมีอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ แหละ
ทา่ นถึงมาอยู่อย่างนี.้ ..”
หลวงพ่อได้ข้ึนไปกราบนมัสการท่านอาจารย์วัง ได้สนทนาธรรมแลกเปลี่ยน
ประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั กิ นั อยู่ ๓ คนื เนอื้ ความจากการสนทนาธรรมของทา่ นทงั้ สอง
ถ่ายทอดจากคำ� บอกเล่าของหลวงพอ่ มดี งั น้ี
ทา่ นอาจารยว์ งั : คราวหนง่ึ กำ� ลงั เดนิ ทำ� ความเพยี ร เดนิ จงกรมหยดุ อยู่ กำ� หนด
รา่ งกายน่มี ันจมลงไปในดนิ เลย
หลวงพ่อ : รตู้ ัวไหมครับ
ทา่ นอาจารย์วัง: รู้ ทำ� ไมจะไมร่ ู้ รอู้ ยู่ มนั กจ็ มลงไป กำ� หนดไปมนั กจ็ มลงไปเรอื่ ยๆ
กำ� หนดรวู้ า่ มนั จะเปน็ ยงั ไงกใ็ หม้ นั เปน็ ไป มนั กจ็ มลงไปเรอ่ื ย มนั ถงึ ทสี่ ดุ แลว้ ละ ทไ่ี หน
ไมร่ ู้ คือมันถึงทีส่ ุดแล้วมันกข็ น้ึ มา ขนึ้ มาเลย แผน่ ดนิ อยตู่ รงนมี้ นั ข้นึ มา มนั ไมอ่ ยู่
ประเดย๋ี วกข็ นึ้ ไปโนน่ อกี แลว้ ขนึ้ ไปโนน้ กร็ มู้ นั อยนู่ ะ อศั จรรยเ์ หลอื เกนิ วา่ มนั เปน็ ไปได้
ยงั ไง ทนี มี้ นั กข็ นึ้ ไปๆ จนถงึ ปลายไม้ รา่ งกายแตก บมึ้ ลำ� ไสน้ ่ี ไสน้ อ้ ยไสใ้ หญ่ มนั ไป
ตดิ อยู่ก่งิ ไม้เป็นพวงเลย
หลวงพ่อ : ท่านอาจารย์ ไม่ใชฝ่ ันเหรอครบั
57
ทา่ นอาจารยว์ งั : ไมใ่ ชฝ่ นั นถ่ี า้ เราไมร่ มู้ นั มนั จะเอาใหเ้ ราเปน็ อยา่ งอน่ื มนั เปน็
จรงิ ๆ อยา่ งนนั้ นี่ ในตอนนนั้ กเ็ ชอ่ื วา่ มนั เปน็ จรงิ ๆ อยา่ งนนั้ เดย๋ี วนเี้ รากร็ อู้ ยเู่ หน็ อยวู่ า่
มันเป็นอย่างนั้นขนาดนี้แหละ ท่านอย่าไปพูดเลยนิมิตอย่างอ่ืน ขนาดน้ีมันเป็นได้
ถา้ หากวา่ คนเรารา่ งกายแตกบม้ึ มนั จะมคี วามรสู้ กึ อยา่ งไรนะ ไสเ้ ปน็ พวงเลย มนั พนั
ตน้ ไมอ้ ยนู่ น่ั มนั มนั่ เหลอื เกนิ แตเ่ ขา้ ใจวา่ อนั นค้ี อื นมิ ติ มน่ั อยอู่ ยา่ งน้ี เชอ่ื ในใจวา่ ไมม่ ี
อะไรจะทำ� อันตรายเราได้ เม่อื เปน็ เช่นนัน้ กก็ ำ� หนดดูเข้ามา ดมู าถงึ จติ ขณะของจิต
มันอยอู่ ยา่ งนแี้ ลว้ กห็ ายไป เลยมาน่ังคดิ มันอะไรน้อ
หลวงพอ่ : ทนี ผ้ี มมากราบทา่ นอาจารย์ ผมจนปญั ญาแลว้ ผมไมใ่ ชเ่ ปน็ อยา่ งนน้ั
มนั เปน็ อกี แบบหนงึ่ คลา้ ยๆ กบั เราเดนิ ไปบนสะพาน คลา้ ยๆ สะพานนมี่ าโดไ่ ปในแมน่ ำ�้
เรากเ็ ดนิ ไปแลว้ กห็ ยดุ อยู่ ไมม่ ที ไ่ี ปอกี แลว้ จะทำ� ยงั ไง อยา่ งน้ี แลว้ กห็ นั กลบั มา บางทมี นั ก็
เดนิ เขา้ ไปอกี มนั เปน็ ในสมาธนิ ะ่ ไปถงึ ตรงนนั้ แลว้ มนั กจ็ บอยไู่ มม่ ที ไ่ี ป เลยกลบั มาอกี
กำ� หนดไปมนั ไปไมไ่ ด้ บางทกี ำ� หนดไปมนั มอี ะไรมาขวางอยนู่ มี่ าชน กกึ๊ ไมม่ ที ไี่ ปอกี แลว้
มันเปน็ นานนะครับอันนี้ มันคืออะไรครับท่านอาจารย์
ทา่ นอาจารยว์ งั : อนั นมี้ นั หมด มนั เปน็ ทสี่ ดุ แหง่ สญั ญาแลว้ เมอ่ื มนั เปน็ อยา่ งนน้ั
จะไปทไ่ี หน กย็ ืนมนั อยู่ตรงน้ันแหละ ให้กำ� หนดอยทู่ ีต่ รงนั้น ถา้ เรายืนอยู่ทีต่ รงน้ัน
มนั จะแกส้ ญั ญา มนั จะเปลย่ี นเองของมนั ไมต่ อ้ งไปบงั คบั มนั เลย ถา้ เรากำ� หนดวา่ อนั นี้
มนั เปน็ อยา่ งน้ี เมอ่ื มนั เปน็ อยา่ งนรี้ สู้ กึ วา่ จติ มนั เปน็ อยา่ งไรไหม ใหร้ จู้ กั วา่ เปน็ อยา่ งนนั้
ใหร้ ู้เขา้ มา ถา้ มันรู้สกึ เดีย๋ วมนั กเ็ ปล่ยี น เปลี่ยนสัญญาคล้ายๆ กับว่าสญั ญาของเด็ก
กบั สญั ญาของผใู้ หญ่ มนั กเ็ ปลยี่ นออกไปเปน็ สญั ญาของผใู้ หญ่ อยา่ งเดก็ มนั อยากจะ
เลน่ ของอยา่ งน้ี เมอื่ มนั เตบิ โตขนึ้ มา มนั เหน็ ของชนิ้ นไี้ มน่ า่ จะเลน่ เสยี แลว้ มนั กเ็ ลยเลน่
ของอย่างอนื่ มนั เปลีย่ นเสียแล้ว
หลวงพ่อ : อ้อ เขา้ ใจครับ
ทา่ นอาจารยว์ ัง : อย่าพดู มากเลย มนั หลายเร่ือง หลายเรื่อง คดิ ว่ามนั เป็นได้
ทุกอย่างก็แล้วกนั เร่อื งสมาธนิ ่ี แต่มันเปน็ ทกุ อยา่ งกช็ ่างมันเถอะ เราอย่าไปสงสยั มนั
58
อนั นเี้ มอ่ื เรามคี วามรสู้ กึ อยา่ งน้ี เดย๋ี วมนั กค็ อ่ ยหมดราคาของมนั ไป มนั จติ สงั ขารไมม่ ี
อะไรตอ่ ไป ถ้าเราเขา้ ไปดเู ลยกลายเป็นเป็ด เด๋ียวเป็ดกลายเป็นไก่ เด๋ียวไปตามดไู ก่
ไกเ่ ปน็ หมา ดหู มาไปเดยี๋ วกลายเปน็ หมู เลยวนุ่ ไมร่ จู้ บสนิ้ กำ� หนดรมู้ นั เพง่ มนั ตรงนี้
แตว่ า่ อยา่ เขา้ ใจวา่ หมดนะ อยา่ เขา้ ใจวา่ หมด เดย๋ี วมนั จะมอี กี แตเ่ ราวางมนั รไู้ วใ้ นใจ
แลว้ ปลอ่ ยวางเสมอ อยา่ งน้ีไมเ่ ปน็ อนั ตรายทงั้ นน้ั กำ� หนดอยา่ งน้ใี หม้ นั มีรากฐานอยู่
อยา่ ไปวงิ่ ตามมนั พอเราแกอ้ นั นไ้ี ด้ มนั กไ็ ปได้ มนั มชี ว่ งของมนั ไป อดตี อนาคตตอ่ ไป
ก็ท�ำนองเดียวกันนี้ แต่มันจะยิ่งหย่อนกว่ากันก็ได้ มันจะดีเลิศจะดีประเสริฐอะไร
ก็ช่างมนั เถอะ มนั จะตอ้ งเป็นอย่างน้นั ใหท้ ำ� ความเข้าใจจรงิ ๆ อย่างนั้น
หลวงพอ่ : ทำ� ไมบางคนเขาไมม่ อี ะไรละ่ ครบั ไมเ่ ปน็ ทกุ ขด์ ว้ ยครบั ไมม่ อี ะไรทจ่ี ะ
ขดั ขอ้ ง กายกส็ บาย ใจกส็ บาย ไมม่ ีอะไร
ท่านอาจารย์วัง : อนั นี้มนั เปน็ บพุ กรรมของเรา มนั ก็ต้องส้กู ันในเวลานี้ เวลา
จิตมนั รวมน้ี มันก็มาแยง่ บลั ลังกท์ ี่ตรงนี้ สิ่งทม่ี นั มาแยง่ ไม่ใช่ของรา้ ยอยา่ งเดยี วนะ
ของดีกม็ นี ะ นา่ รักก็มี เป็นอันตรายทงั้ นัน้ แหละ อยา่ ไปหมายมั่นมันเลย
หลังสนทนาธรรมกบั ทา่ นอาจารย์วัง หลวงพอ่ เกิดความเขา้ ใจในความละเอยี ด
ลกึ ซึง้ ของธรรมปฏิบตั มิ ากข้ึน
ครน้ั พดู คยุ เรอ่ื งตา่ งๆ กนั ตอ่ พอสมควร หลวงพอ่ กก็ ราบลาทา่ นอาจารยว์ งั กลบั
ทพ่ี ัก
ในขณะพักอยู่บนภูลังกาได้เร่งความเพียรอย่างหนัก พักผ่อนเพียงเล็กน้อย
ไม่ค�ำนึงถึงเวลาว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน คงยืนหยัดปฏิบัติไปอย่างต่อเนื่อง
จติ พจิ ารณาเรอื่ งธาตแุ ละสมมตุ ิบญั ญัติอยตู่ ลอดเวลา
พกั อย่ทู ภี่ ูลงั กาได้ ๓ วัน หลวงพ่อกก็ ราบลาทา่ นอาจารย์วัง
“ไดเ้ ดินลงมาจากภูลังกา มาถึงวดั แหง่ หน่ึงซึง่ ต้งั อย่เู ชิงเขา พอดฝี นตก จึงได้
หลบฝนเขา้ ไปนงั่ ทใี่ ตถ้ นุ ศาลา จติ กก็ ำ� ลงั พจิ ารณาสง่ิ เหลา่ นอ้ี ยู่ ทนั ใดขณะจติ กต็ งั้ มนั่ ขนึ้
59
แลว้ กเ็ ปลยี่ นไปมคี วามรสู้ กึ เหมอื นเปน็ คนละโลก ดอู ะไรกเ็ ปลย่ี นไปหมด กานำ้� ตงั้ อยู่
มองดแู ลว้ กม็ คี วามรสู้ กึ วา่ ไมใ่ ชก่ านำ้� กระโถน ตง้ั อยกู่ เ็ ปลย่ี น บาตรกเ็ ปลยี่ นไป ทกุ อยา่ ง
เปลยี่ นสภาพไปหมด เหมอื นหนา้ มอื กบั หลงั มอื เหมอื นแดดจา้ ทมี่ กี อ้ นเมฆเคลอื่ นมา
บดบงั แสงแดดกว็ าบหายไป เปลี่ยนขณะจิตไปวาบๆ ตงั้ ขนึ้ มากเ็ ปลี่ยนวาบ เห็นขวด
กไ็ มใ่ ชข่ วด ดแู ลว้ กไ็ มเ่ ปน็ อะไร เปน็ ธาตุ เปน็ ของสมมตุ ขิ น้ึ ทงั้ นน้ั ไมใ่ ชข่ วดแท้ ไมใ่ ช่
กระโถนแท้ ไมใ่ ชแ่ กว้ แท้ เปลย่ี นไปหมด เปลย่ี นไปเปลยี่ นมา กน็ อ้ มเขา้ หาตวั เอง ดทู กุ สงิ่
ในร่างกายของเรากไ็ มใ่ ช่ของเรา ล้วนแต่ของสมมุติ”
ดว้ ยอาการของจติ ท่เี กิดข้นึ เชน่ นี้ หลวงพอ่ จึงสรุปว่า
“ผมเหน็ ว่าพระอริยบุคคลกับคนบ้าน่ีดไู มอ่ อก คล้ายๆ กนั เพราะมนั ผดิ ปกติ
อรยิ จติ นถ้ี า้ มนั ตกกระแสแลว้ ผมเหน็ วา่ กบั คนบา้ แยกกนั ออกไมไ่ ดง้ า่ ยๆ คลา้ ยกนั
แตม่ ีคณุ ธรรมตา่ งกัน”
หลวงพอ่ ไดก้ ำ� ชบั ลกู ศษิ ยล์ กู หาใหม้ คี วามมนั่ ใจในผลของการปฏบิ ตั ิ ซง่ึ ผปู้ ฏบิ ตั ิ
จะรไู้ ดเ้ องอย่างแจ่มแจง้ ดงั ทที่ ่านได้ประสบมาแล้ว
“...เรอ่ื งการปฏบิ ตั นิ ่ี อยา่ ไปลงั เล ใหท้ มุ่ เทลงไป ใหจ้ ติ ใจเขม้ แขง็ ใหป้ ฏบิ ตั เิ ขา้ ไป
ถงึ จะไปฟงั เทศนอ์ ยู่ทีไ่ หนก็ชา่ ง เรียนอยทู่ ไี่ หนกต็ าม รูเ้ หลา่ นนี้ ัน้ รอู้ ยู่ แต่มนั รไู้ ม่ถึง
ถ้ารไู้ มถ่ ึงมันกส็ งสัยลังเล ถา้ รู้ถงึ มันกจ็ บ ถึงใครจะว่าอะไรมันกไ็ ม่เปน็ อะไร มนั เป็น
ของมนั อยา่ งนนั้ แนน่ อนอยา่ งนนั้ เมอื่ ปกตจิ ติ ของเราเกดิ ขน้ึ มา ใครจะหวั เราะ ใครจะ
ร้องไห้ ใครจะดีใจ เสยี ใจก็ตาม ใจจะไมห่ วั่นไหวต่อสิ่งท้งั ปวงเลย...”
นอกจากนหี้ ลวงพอ่ ยงั ไดข้ อ้ คดิ เกย่ี วกบั การภาวนาจากประสบการณท์ ภ่ี ลู งั กาวา่
“...คนจะไปภาวนาคนเดยี วนม้ี นั กไ็ ดห้ รอก แตว่ า่ บางคนมนั ชา้ ไปกม็ ี วนอยตู่ รงนนั้
มนั ไดส้ มั ผสั แตท่ างใจของเรา ถา้ มใี ครไปรอ้ งบอกชท้ี างมนั ไปเรว็ มนั มที างทจ่ี ะพจิ ารณา
ทุกคนตอ้ งเปน็ อยา่ งนี้ เวลาตดิ มนั ติดหนกั ...”
60
จากภลู งั กา หลวงพอ่ มงุ่ หนา้ สวู่ ดั ปา่ หนองฮี เพอื่ กราบเยยี่ มหลวงปกู่ นิ รี การพบกนั
ในครั้งนี้ หลวงปใู่ หค้ �ำแนะน�ำสัน้ ๆ ตามอธั ยาศัยของท่านว่า
“ทา่ นชา การเทยี่ วธดุ งคข์ องทา่ นกพ็ อสมควรแลว้ ควรไปหาทอี่ ยเู่ ปน็ หลกั เปน็ แหลง่
ในท่ีราบๆ บา้ งนะ”
หลวงพอ่ กราบเรยี นหลวงปวู่ า่ “กระผมตง้ั ใจจะธดุ งคก์ ลบั ไปทางบา้ นทอ่ี บุ ลครบั ”
“จะกลบั บ้าน เพราะคิดถงึ ใครหรือเปลา่ ถ้าคดิ ถงึ ผ้ใู ด ผนู้ ัน้ จะให้โทษแก่เรา”
หลวงปทู่ ิ้งท้ายดว้ ยค�ำงา่ ยๆ แตล่ ึกซึง้ เชน่ เคย
บุพนิมติ ทบี่ ้านสวนกลว้ ย
จากบา้ นหนองฮี หลวงพ่อเดินธดุ งค์มงุ่ หน้าสู่จงั หวัดอุบลราชธานี โดยแวะพัก
และโปรดญาตโิ ยมทบ่ี า้ นปา่ ตาว อำ� เภอเลงิ นกทา อกี ครง้ั หนงึ่ และกอ่ นออกเดนิ ทางตอ่
ท่านไดร้ ับเดก็ ชายชอ่ื ทองดีเปน็ ศษิ ยต์ ิดตามไปดว้ ย
เมอื่ เดนิ ทางมาถงึ บา้ นกอ่ อำ� เภอวารนิ ชำ� ราบ จงั หวดั อบุ ลราชธานี ซงึ่ เปน็ บา้ นเกดิ
ของหลวงปู่ ทา่ นไดแ้ วะพกั ทปี่ า่ ชา้ บา้ นกอ่ นอก เพอ่ื เยย่ี มเยอื นโยมมารดาและญาตพิ น่ี อ้ ง
และไดฝ้ กึ หดั เดก็ ชายทองดี รวมทง้ั เดก็ ชายเทยี่ ง (หลวงพอ่ เทยี่ ง โชตธิ มโฺ ม ปจั จบุ นั
เปน็ เจา้ อาวาสวดั ปา่ อรญั ญวาสี สาขาทหี่ นง่ึ ของวดั หนองปา่ พง) ซง่ึ ขณะนนั้ เดก็ ชายเทยี่ ง
ก็ก�ำลงั จะบวชเณรท่วี ัดกอ่ นอกอยพู่ อดี
พอฝกึ หัดเดก็ ทงั้ สองให้รจู้ กั การบวชพอสมควรแล้ว หลวงพอ่ จึงน�ำไปบรรพชา
เปน็ สามเณรทว่ี ัดวารินทราราม
ขณะพกั อยใู่ นปา่ ชา้ วดั กอ่ นอก ญาตสิ นทิ มติ รสหายทใ่ี กลช้ ดิ คนุ้ เคยกบั หลวงพอ่
ตงั้ แตเ่ ปน็ เดก็ ไดม้ านมสั การสนทนาดว้ ยความยนิ ดี เพราะนบั ตงั้ แตท่ า่ นออกธดุ งคแ์ ลว้
กไ็ มไ่ ดพ้ บกนั บอ่ ยนกั แตก่ ารพบกนั ในครงั้ นี้ เพอื่ นสนทิ คนหนง่ึ ของหลวงพอ่ สงั เกต
61
เห็นวา่ เพอื่ นรักของตนกลบั มาคราวน้ีเปลยี่ นแปลงไปมาก จากคนทพี่ ูดเก่ง ร่าเรงิ
ชอบหวั เราะ กลายเป็นคนเงียบขรมึ พูดนอ้ ย ไมห่ ัวเราะรน่ื เรงิ เหมอื นเดิม
หลวงพ่อพกั อยูท่ ่ปี า่ ช้าวดั ก่อนอก ประมาณ ๑๕ วนั ได้ใหข้ อ้ คิดคำ� แนะนำ� แก่
มารดาและญาติมิตรพอสมควร โดยมีสามเณรเท่ียงนึกนิยมเลื่อมใสในปฏิปทาอยู่
เงียบๆ
หลงั จากนนั้ หลวงพอ่ กบั สามเณรทองดี ไดอ้ อกเดนิ ทางไปยงั อำ� เภอกนั ทรลกั ษ์
จงั หวดั ศรสี ะเกษ ไดพ้ กั ปกั กลดอยใู่ นปา่ ใกลบ้ า้ นสวนกลว้ ย พจิ ารณาเหน็ วา่ เปน็ สถานที่
เหมาะแกก่ ารบ�ำเพ็ญภาวนายิง่ นัก เพราะเปน็ ท่ีสงบ วิเวก มีสัตวป์ า่ นานาชนิด เช่น
กระรอก กระแต ไกป่ า่ อีเก้ง อีเห็น รวมทงั้ เสือดว้ ย เหมาะแกก่ ารฝึกทรมานตนเปน็
อยา่ งดี ในพรรษาปี พ.ศ. ๒๔๙๒ นจ้ี งึ ไดต้ กลงใจจำ� พรรษาทบ่ี รเิ วณปา่ ใกลบ้ า้ นสวน
กลว้ ย ซง่ึ เปน็ สถานทที่ หี่ ลวงพอ่ เลา่ วา่ ทา่ นไดเ้ กดิ บพุ นมิ ติ ซงึ่ เปน็ ความฝนั ทต่ี วั ทา่ นถอื
เอาว่าเปน็ ตอนท่สี �ำคญั ย่ิงในประวัตขิ องทา่ น บุพนิมติ ดังกล่าวมดี ้วยกนั ๓ ประการ
ความหมายอันลึกซึ้งของบุพนิมิตแต่ละประการน้ัน ย่อมเป็นสิ่งที่หลวงพ่อท่านรู้
ประจกั ษเ์ ฉพาะตวั ทา่ นเอง สำ� หรบั เราทา่ นทงั้ หลาย อยา่ งนอ้ ยกเ็ ปน็ เรอ่ื งแปลกทค่ี วรแก่
การรับฟังและพจิ ารณาตามที่หลวงพ่อได้เลา่ ไวด้ งั นี้
๑. คนื หนงึ่ เมอ่ื หลวงพอ่ ไดเ้ ดนิ จงกรม นง่ั สมาธิ เปน็ เวลาพอสมควรแลว้ จงึ พกั ผอ่ น
จำ� วดั ไดเ้ กดิ นมิ ติ ฝนั ไปวา่ มคี นเอาไขม่ าถวาย ๑ ฟอง พอหลวงพอ่ รบั แลว้ จงึ โยนไข่
ไปขา้ งหน้า ไข่แตกเกดิ เปน็ ลกู ไก่ ๒ ตวั วิ่งเขา้ มาหา จงึ ย่ืนมือท้ังสองออกไปรบั
ข้างละตัว พอถูกมอื กก็ ลายเป็นเดก็ ชาย ๒ คน พร้อมกับไดย้ ินเสียงบอกว่า คนอยู่
ขา้ งขวามือชือ่ บญุ ธรรม คนที่อยู่ทางซา้ ยมือชอ่ื บุญธง หลวงพ่อไดเ้ ล้ยี งเดก็ ๒ คน
น้ันไว้ ก�ำลังเติบโตน่ารักวิ่งเล่นได้แล้ว ต่อมาเด็กชายบุญธงเป็นโรคบิดอย่างแรง
พยายามรกั ษาจนสดุ ความสามารถแตก่ ไ็ มห่ าย จนกระทง่ั เดก็ นน้ั ไดต้ ายอยใู่ นมอื และ
ไดย้ นิ เสยี งบอกวา่ บญุ ธงตายแลว้ เหลอื แตบ่ ญุ ธรรมคนเดยี ว จงึ รสู้ กึ ตวั ตน่ื ขนึ้ แลว้ เกดิ
คำ� ถามขึน้ ว่า นีค้ อื อะไร มีคำ� ตอบปรากฏข้ึนว่า นคี่ อื สภาวธรรมทีเ่ ปน็ เอง จงึ ได้หาย
ความสงสยั
62
๒. ในคืนต่อมาก็มีอาการอย่างเดียวกัน พอเคลิ้มจะหลับไปก็เกิดนิมิตฝันว่า
ตวั ทา่ นเองไดต้ ง้ั ครรภ์ รสู้ กึ วา่ ไปมาลำ� บากมากเหมอื นคนมคี รรภจ์ รงิ ๆ แตม่ คี วามรสู้ กึ
ในนมิ ติ นน้ั วา่ ตวั เองกย็ งั เปน็ พระอยู่ เมอื่ ครรภแ์ กเ่ ตม็ ทจ่ี วนจะคลอด กม็ คี นมานมิ นต์
ไปรบั บณิ ฑบาต มองไปรอบๆ บรเิ วณเปน็ ลำ� ธาร กระทอ่ มไมไ้ ผข่ ดั แตะกลางทงุ่ นาและ
พระอย่บู นเรอื น ๓ รปู ไม่ทราบว่ามาจากไหน โยมเขาพากันถวายอาหารบิณฑบาต
พระ ๓ รปู นน้ั ฉนั อยขู่ า้ งบน แตห่ ลวงพอ่ รสู้ กึ วา่ ทอ้ งแกจ่ วนจะคลอด เขาจงึ ใหฉ้ นั อยู่
ขา้ งลา่ ง พอพระฉนั จงั หนั หลวงพอ่ กค็ ลอดเดก็ พอดี เปน็ ชาย มขี นนมุ่ นม่ิ บนฝา่ มอื และ
ฝา่ เทา้ มอี าการยม้ิ แยม้ แจม่ ใส ทอ้ งปรากฏวา่ แฟบลง นกึ วา่ ตวั เองคลอดจรงิ ๆ จงึ เอา
มอื ลบู คลำ� ดู แตก่ ไ็ มม่ สี งิ่ เปรอะเปอ้ื นใดๆ ทำ� ใหน้ กึ ถงึ ทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงประสตู จิ าก
พระครรภม์ ารดา คงจะไมแ่ ปดเปอ้ื นมลทนิ ใดๆ เชน่ กนั และเวลาฉนั จงั หนั พวกโยม
พจิ ารณากันวา่ ทา่ นคลอดบตุ รใหม่จะเอาอะไรให้ฉัน เขาถึงถวายปลาหมอปง้ิ ๓ ตัว
รสู้ ึกวา่ เหนอื่ ยออ่ น ไมอ่ ยากฉนั แตก่ ฝ็ นื ใจฉันไปเพอ่ื ฉลองศรทั ธาเขา ก่อนจะฉนั
ไดส้ ง่ เดก็ ใหโ้ ยมอมุ้ ไว้ ฉนั เสรจ็ เขากส็ ง่ เดก็ คนื มา พอถงึ มอื ทา่ น เดก็ กพ็ ลดั ตกจากมอื
แลว้ จงึ รสู้ กึ ตวั ตน่ื ขน้ึ เกดิ คำ� ถามวา่ นคี้ อื อะไร มคี ำ� ตอบวา่ นค่ี อื สภาวะทเี่ ปน็ เองทง้ั นน้ั
เลยหมดความสงสยั
๓. คนื ทสี่ ามตอ่ มากอ็ ยใู่ นอาการอยา่ งเดมิ พอพกั ผอ่ นเคลม้ิ หลบั ไป กเ็ กดิ นมิ ติ
ไปว่า ไดร้ ับนมิ นตใ์ ห้ข้ึนไปบนยอดเขากบั สามเณรรปู หนึ่ง ทางขนึ้ เขานั้นเป็นทางวน
ข้นึ ไปเหมือนก้นหอย วันนน้ั เป็นวันเพ็ญ ภูเขาก็สงู มาก พอขนึ้ ไปถงึ แลว้ รสู้ ึกวา่ เป็น
ท่ีร่มร่ืนดี มีผ้าปูพื้นและกั้นเพดานสวยงามมากจนหาท่ีเปรียบมิได้ แต่พอเวลาฉัน
เขากน็ มิ นตใ์ หล้ งมาทถ่ี ำ�้ ขา้ งภเู ขา มโี ยมแมพ่ มิ พแ์ ละโยมนา้ มี พรอ้ มดว้ ยญาตโิ ยมเปน็
จำ� นวนมากไปถวายอาหาร อาหารทถี่ วายนน้ั โยมแมไ่ ดแ้ ตงและผลไมอ้ นื่ ๆ สว่ นนา้ มี
ไดไ้ กย่ า่ งเป็ดย่างมาถวาย หลวงพ่อจึงทักข้นึ วา่ โยมมอี ย่ตู ลาดเห็นจะมคี วามสขุ นะ
ได้ไก่ยา่ งเปด็ ยา่ งมาถวายพระ โยมมรี ้สู ึกว่ามอี าการย้มิ แย้มแจ่มใสดี เมอื่ ฉันอาหาร
เสร็จแล้ว ไดแ้ สดงธรรมใหฟ้ งั นานพอสมควร เมือ่ เทศนจ์ บจึงรสู้ ึกตวั ตื่นข้ึน
63
รกั ษาโรคดว้ ยธรรมโอสถ
ตน้ ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หลวงพอ่ ไดร้ บั จดหมายจากพระมหาบญุ มซี ง่ึ เปน็ เพอื่ นเคย
ปฏบิ ตั ิธรรมร่วมกัน สง่ ข่าวเรือ่ งหลวงพ่อวัดปากน�ำ้ ภาษเี จริญ กรงุ เทพฯ ให้ทราบ
จงึ ออกเดนิ ทางจากบา้ นสวนกลว้ ยสกู่ รงุ เทพฯ ไดศ้ กึ ษาแนวทางการปฏบิ ตั ทิ ว่ี ดั ปากนำ้�
ประมาณ ๗ วนั จากนน้ั กเ็ ดนิ ทางตอ่ ไปยงั วดั ใหญช่ ยั มงคล จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
ในระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๔ ซงึ่ เปน็ พรรษาท่ี ๑๒ และ ๑๓ หลวงพอ่ ได้
จำ� พรรษาอยทู่ วี่ ดั ใหญ่ชยั มงคล ไดพ้ บกัลยาณมิตร ๒ ทา่ น คอื พระอาจารยฉ์ ลวย
(ปัจจุบันพ�ำนักอยู่ที่วัดเขาต้นเกตุ อ�ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) และ
หลวงตาแปลก
ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ขณะปฏบิ ตั ธิ รรมอยทู่ ว่ี ดั ใหญช่ ยั มงคล หลวงพอ่ ไดเ้ กดิ เจบ็ ปว่ ย
เป็นโรคเก่ียวกับทางเดินอาหาร มีอาการบวมข้ึนมาด้านซ้าย รู้สึกเจ็บปวดมาก
ประกอบกับโรคหืดเรื้อรังที่เคยเป็นอยู่ได้ก�ำเริบซ้�ำเติมอีก ท�ำให้ได้รับความทุกข์
ทรมานมาก หลวงพอ่ จงึ พจิ ารณาวา่ ตวั ทา่ นอยหู่ า่ งไกลญาตพิ นี่ อ้ ง ในยามเจบ็ ปว่ ยคง
ไมส่ ะดวกทจี่ ะไปรกั ษาทโี่ รงพยาบาลเพราะจะเปน็ ภาระแกค่ นอน่ื หลวงพอ่ จงึ คดิ รกั ษา
โรคของทา่ นดว้ ยธรรมโอสถ โดยการอดอาหาร ไมย่ อมฉนั ดม่ื เพยี งแตน่ ำ้� นดิ ๆ หนอ่ ยๆ
เทา่ นนั้ ทอดธรุ ะในสงั ขารรา่ งกายของตวั เอง ทงั้ ไมย่ อมหลบั นอน ไดแ้ ตเ่ ดนิ จงกรมและ
นง่ั สมาธสิ ลบั กันไป เอาธรรมะเปน็ ท่ีพ่งึ ขอตายอยู่กบั การปฏบิ ัตธิ รรม ความตง้ั ใจน้ี
เดด็ เดย่ี วแรงกลา้ มาก จนถงึ อศั จรรยใ์ จตวั เองวา่ คนเรานเี้ มอ่ื ถงึ คราวฮดึ สขู้ นึ้ มาเพอ่ื
ตอ่ สกู้ บั ความตาย รสู้ กึ วา่ จติ ใจมคี วามหนกั แนน่ มน่ั คง ไมส่ ะทกสะทา้ นตอ่ ความตายเลย
แม้แตน่ ิดเดยี ว
รงุ่ เชา้ เมอื่ เพอ่ื นๆ ภกิ ษไุ ปบณิ ฑบาต กเ็ ดนิ จงกรม พอเพอื่ นกลบั จากบณิ ฑบาต กข็ นึ้
กฏุ ทิ ำ� สมาธติ อ่ ไป มอี าการออ่ นเพลยี ทางรา่ งกายบา้ ง แตก่ ำ� ลงั ใจรสู้ กึ ดมี าก ไมก่ ลวั ตาย
ไม่ยอ่ ท้อตอ่ ส่งิ ทง้ั ปวง
64
หลวงพอ่ อดอาหารได้ ๘ วนั ทา่ นอาจารยฉ์ ลวยจงึ ขอรอ้ งใหก้ ลบั ฉนั อาหารดงั เดมิ
โรคภัยในกายปรากฏว่าหายไป ทง้ั อาการบวมทีท่ ้อง ทั้งโรคหดื ไม่ก�ำเริบอีก จึงยอม
ฉนั อาหารเปน็ ปกติ
หาเกาะในใจ
ในระยะท่ีจำ� พรรษาอยู่ทว่ี ัดใหญช่ ยั มงคลนั้น หลวงพอ่ งดการแสดงธรรมสอน
คนอนื่ ทงั้ หมด มงุ่ แตก่ ารเจรญิ สมาธภิ าวนาอยา่ งเดยี ว เมอื่ ออกพรรษาแลว้ ไดเ้ ดนิ ทาง
ไปแสวงวเิ วกทเี่ กาะสชี งั ไดร้ บั ความสงบทางใจ ตลอดเวลาทบี่ ำ� เพญ็ ธรรมอยบู่ นเกาะ
แห่งนี้เปน็ เวลา ๑ เดอื น ท�ำให้ไดค้ ติข้อคดิ ในทางธรรมวา่
“ชาวเกาะสชี งั ไดอ้ าศยั พน้ื ดนิ บนเกาะอนั มนี ำ�้ ทะเลลอ้ มรอบ พน้ื ดนิ บนเกาะทตี่ งั้
อยู่ไดต้ ้องอยู่สูงพน้ จากนำ�้ จริงๆ เกาะสีชังเป็นท่ีพง่ึ ภายนอกของรา่ งกาย แตก่ ารทีเ่ รา
มาอาศัยเกาะสชี งั กเ็ พื่อหาเกาะทพี่ ่ึงทางใจ ซง่ึ กิเลสตณั หาท่วมไม่ถึง แม้เราจะอยบู่ น
เกาะสีชัง แต่เราจะต้องค้นหาเกาะภายในใจอยู่ต่อไป เพ่ือให้เป็นเกาะท่ีพึ่งทางใจ
เกาะทางใจน้ีลอ้ มรอบด้วยทะเลแหง่ กิเลสตณั หา คนท่ยี งั ไมพ่ ้นไปจากกิเลส ตณั หา
อปุ าทาน และอกศุ ลกรรม กเ็ ปรยี บไดก้ บั คนทล่ี อยคออยใู่ นทะเล ซง่ึ มหี วงั จมนำ้� ตาย
หรอื ไม่กต็ ้องผจญกบั สตั ว์รา้ ยในทะเล เชน่ ปลาฉลาม เปน็ ต้น”
ออกจากเกาะสชี งั กลบั มาวดั ใหญฯ่ ทอี่ ยธุ ยาอกี ครงั้ พกั อยนู่ านพอสมควรจงึ ได้
เดินทางขึ้นอีสานกลับไปบ้านเกิดที่อุบลราชธานี พอญาติพี่น้องรู้ข่าว ต่างพากันมา
นมัสการดว้ ยความยินดี เพราะจากกนั ไปนานถงึ ๒ ปี โดยไมท่ ราบข่าวคราวกนั เลย
หลวงพอ่ กลบั มาคราวนก้ี ม็ ที า่ ทนี า่ ศรทั ธาเลอื่ มใสมาก ญาตมิ ติ รจงึ ใหค้ วามเคารพยำ� เกรง
ท่านแนะน�ำส่ิงใด ทุกคนก็สนใจฟัง ไม่แสดงอาการโต้แย้งใดๆ ท�ำให้โยมแม่และ
ญาติพ่นี อ้ งหลายคน เกดิ ความรคู้ วามเข้าใจในเรื่องบาปบญุ คุณโทษย่งิ ขึน้
คนื หนงึ่ พระเทยี่ ง โชตธิ มโฺ ม ซงึ่ เมอื่ ครงั้ เปน็ สามเณรเคยไดร้ บั การอบรมสง่ั สอน
จากหลวงพอ่ ไดเ้ ขา้ มากราบคารวะขอฟงั ธรรม และตดั สนิ ใจออกปากฝากตวั เปน็ ศษิ ย์
65
ขอติดตามออกบ�ำเพ็ญกรรมฐาน แต่หลวงพ่อกลับน่ิงเฉยไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
ทำ� ใหพ้ ระเทย่ี งเกดิ ลงั เลและรสู้ กึ ผดิ หวงั เมอื่ นงั่ นงิ่ กนั อยชู่ วั่ ครู่ หลวงพอ่ ไดเ้ อย่ ขนึ้ วา่
“ทำ� ไมถงึ อยากไป”
“กระผมเหน็ วา่ อยทู่ นี่ ไี่ มม่ อี ะไรดขี นึ้ จงึ อยากไปปฏบิ ตั เิ หมอื นครบู าอาจารยบ์ า้ ง
ครับ”
พระเทย่ี งตอบพร้อมกับใจชน้ื ขน้ึ มาเลก็ น้อย
“เอา้ ถา้ จะไปจรงิ ๆ ใหท้ า่ นทองดี (สามเณรทองดบี วชเปน็ ภกิ ษแุ ลว้ ) เขยี นแผนท่ี
บอกทางไปบา้ นป่าตาวใหน้ ะ แล้วไปรอผมอยู่ที่น่นั ”
เม่ือแนะน�ำแนวทางปฏิบัติแก่ญาติพี่น้องพอสมควรแล้ว หลวงพ่อก็ออกจาริก
ปฏบิ ตั ภิ าวนาตามสถานทวี่ เิ วกตา่ งๆ ตอ่ ไป จนกระทงั่ ถงึ บา้ นปา่ ตาว อำ� เภอเลงิ นกทา
และไดพ้ �ำนกั จำ� พรรษาปี พ.ศ. ๒๔๙๕ (พรรษาท่ี ๑๔) อยู่ท่ีลานหินแตก ซง่ึ ต่อมา
ชาวบ้านเรียกกนั ว่า วัดถ�้ำหินแตก
ในปีน้ันหลวงพ่อจ�ำพรรษาร่วมกับพระภิกษุสามเณรหลายรูป มีพระเท่ียงกับ
พระทองดรี วมอยดู่ ้วย ทา่ นได้นำ� หมูค่ ณะประพฤติปฏบิ ัตอิ ยา่ งอกุ ฤษฏ์ บางวนั เดนิ
จงกรมนั่งสมาธกิ นั ตลอดวันตลอดคนื โดยให้ข้อคดิ แกศ่ ิษย์วา่
“อยา่ พากนั ตดิ ในสมมตุ บิ ญั ญตั จิ นเกนิ ไป ทว่ี า่ เปน็ กลางวนั กลางคนื นน้ั มนั เปน็
การสมมตุ ขิ องชาวโลกเทา่ นนั้ เอง เมอ่ื กลา่ วโดยปรมตั ถธรรมแลว้ ไมม่ กี ลางวนั กลางคนื
ไมม่ ขี า้ งขนึ้ ขา้ งแรม ฉะนน้ั เรามาสมมตุ กิ นั ใหม่ ใหก้ ลางวนั เปน็ กลางคนื ใหก้ ลางคนื
เปน็ กลางวนั กไ็ ด้ ถา้ เราคดิ ไดว้ า่ กลางวนั หรอื กลางคนื กไ็ มแ่ ตกตา่ งอะไรกนั เรากจ็ ะทำ�
ความเพยี รโดยไมอ่ ้างเวลา”
วันหนึ่ง หลวงพ่อสงั เกตเหน็ พระเทยี่ งฉันยาบางอย่างอยูเ่ ป็นประจ�ำ จงึ ถามวา่
“ทา่ นเท่ียง ฉันยาพวกน้มี านานแลว้ หรอื ”
“กระผมฉันมาหลายปแี ล้วครบั ”
66
“แล้วมันดขี ้นึ ไหม?”
“พอทุเลาลงบ้างครบั ”
หลวงพอ่ นงิ่ อยูช่ ่ัวครแู่ ลว้ พูดขน้ึ วา่
“เออ ฉันยาพวกน้ีก็นานแล้ว ยังไม่เห็นวา่ มนั จะหายสักที เอามนั โยนท้งิ ไปเสยี
แลว้ มาฉนั ยาขนานใหมก่ นั คอื ฉนั อาหารใหน้ อ้ ย นอนใหน้ อ้ ย และพดู ใหน้ อ้ ย แลว้ ทำ�
ความเพยี รเดนิ จงกรม นงั่ สมาธใิ หม้ าก ลองทำ� ดนู ะ ถา้ มนั ไมห่ าย เรากย็ อมตายไปเสยี ”
ชาวบา้ นปา่ ตาวในสมยั นน้ั สว่ นใหญเ่ ปน็ ชาวนาทคี่ อ่ นขา้ งยากจน แมจ้ ะมจี ติ ศรทั ธา
ตอ่ การทำ� บญุ กศุ ล แตก่ ข็ ดั สนเรอ่ื งความเปน็ อยู่ จงึ อปุ ฏั ฐากพระสงฆต์ ามมตี ามไดแ้ บบ
ชาวบา้ นอสี านในสมยั นน้ั คอื มขี า้ วเหนยี ว พรกิ เกลอื หรอื แจว่ ผกั สดๆ และกลว้ ยบา้ ง
บางวนั
กนิ เหย่อื แล้วก็นา่ สงสาร
แม้จะอดอยากขาดแคลนสักปานใด หลวงพ่อกับศิษย์ก็คงบากบั่นหม่ันเพียร
เจริญภาวนาอย่างไม่ย่อท้อ กลับน้อมเอาความอดอยากขัดสนมาเป็นครูผู้สอนให้มี
ความอดทน ไมเ่ ห็นแก่ปากแกท่ อ้ ง แต่วันหน่ึงก็มีสง่ิ มาทดสอบความมงุ่ มน่ั ของทา่ น
บริเวณสำ� นกั ท่หี ลวงพ่อพำ� นกั อยนู่ ้นั ด้านทศิ เหนอื เปน็ แอง่ น้ำ� ใหญ่ มีปลาชุกชมุ มาก
เวลาฝนตกหนกั นำ�้ ลน้ ฝง่ั ปลากต็ ะเกยี กตะกายตามนำ้� มา เพอื่ จะเขา้ ไปในแอง่ นำ้� ใหญ่
บางตวั เรยี่ วแรงดี กข็ า้ มคนั หนิ ธรรมชาตทิ ก่ี นั้ เปน็ ขอบแอง่ นำ�้ ขนึ้ ไปได้ แตบ่ างตวั หมด
กำ� ลงั เสยี กอ่ น กน็ อนดนิ้ กระเสอื กกระสนหายใจพะงาบๆ อยบู่ นคนั หนิ นน้ั หลวงพอ่
สงั เกตเห็น ก็ไดช้ ่วยจบั มนั ปลอ่ ยลงไปในแอ่งนำ�้ อยบู่ อ่ ยๆ
เชา้ วนั หนงึ่ กอ่ นออกบณิ ฑบาต หลวงพอ่ ไดเ้ ดนิ ไปดปู ลาทค่ี นั หนิ เชน่ ทกุ เชา้ พบวา่
เชา้ วนั นนั้ มคี นเอาเบด็ มาตกปลาไวต้ ามรมิ แอง่ นำ�้ เปน็ ระนาว เหน็ มปี ลาตดิ เบด็ อยู่ ทา่ นก็
ชว่ ยมนั ไมไ่ ดเ้ พราะเบด็ มเี จา้ ของ ไดแ้ ตม่ องดว้ ยความสลดใจ รำ� พงึ วา่ “เพราะปลากนิ
เหยอื่ เขา้ ไป เหยอื่ นนั้ มเี บด็ ดว้ ยปลาจงึ ตดิ เบด็ เหน็ ปลาตดิ เบด็ แลว้ กส็ งสาร เพราะความ
67
หิวแท้ๆ ปลาจึงกินเหย่ือที่เขาล่อเอาไว้ ด้ินเท่าไรๆ ก็ไม่หลุด เปน็ กรรมของปลาเอง
ทไี่ มพ่ จิ ารณา คนเรากเ็ ชน่ เดยี วกนั หากกนิ อาหารมมู มามไมเ่ ลอื กไมพ่ จิ ารณา ยอ่ มเปน็
เหมือนปลาหลงกนิ เหยื่อแล้วตดิ เบ็ด เปน็ อันตรายแก่ตนเองไดง้ ่ายๆ”
หลังจากไปบิณฑบาตกลับมาเช้าวันนั้น หลวงพ่อได้พบว่าโยมชาวบ้านได้เอา
อาหารพเิ ศษมาถวาย คอื ตม้ ปลาตวั โตๆ ทงั้ นนั้ ทำ� ใหห้ ลวงพอ่ นกึ รไู้ ดท้ นั ทวี า่ ตอ้ งเปน็
ปลาติดเบ็ดที่ท่านเห็นเมื่อรุ่งเช้านั้นแน่ๆ บางทีอาจเป็นปลาที่ได้เคยช่วยชีวิตเอามัน
ปลอ่ ยลงนำ�้ มาแลว้ กไ็ ด้ เกดิ ความรสู้ กึ รงั เกยี จไมอ่ ยากฉนั ทนั ที เมอื่ โยมถวาย จงึ เพยี ง
แตร่ บั ไวต้ รงหนา้ แตไ่ มย่ อมฉนั ถงึ แมอ้ าหารไมค่ อ่ ยมี มแี ตป่ ลารา้ แจว่ บองกบั ผกั อดๆ
อยากๆ ก็ตาม แต่ทา่ นกไ็ มย่ อมฉันตม้ ปลาของชาวบ้าน เพราะกลวั ว่าถา้ ฉันไปแล้ว
โยมอาจดีใจถือว่าคงได้บุญใหญ่ จะไปตกเบ็ดเอาปลาในแอ่งมาต้มแกงถวายอีกใน
วันต่อๆ ไป ในทีส่ ดุ ปลากค็ งหมดแอง่ หลวงพ่อจึงหยิบถ้วยตม้ ปลาสง่ ให้พระทองดี
ซงึ่ นง่ั อยขู่ า้ งๆ พระทองดสี งั เกตเหน็ หลวงพอ่ ไมฉ่ นั กไ็ มย่ อมฉนั เหมอื นกนั ชาวบา้ นเหน็
ดังน้นั จึงถามข้ึนวา่
“ทา่ นอาจารย์ บ่ฉันตม้ ปลาบอ้ ขะนอ่ ย?”
(ทา่ นอาจารย์ไม่ฉันต้มปลาหรือครบั ?)
“บ่ดอก ซโิ ตนมัน” หลวงพ่อตอบ
(ไม่หรอก สงสารมัน)
“โยมคนนนั้ ถงึ กับอ้งึ ไปชัว่ ครู่ แล้วจงึ ร�ำพึงว่า
“ถ้าแมนผม คอื สิอดบไ่ ด้ดอก”
(ถา้ เปน็ ผม คงจะอดไมไ่ ด้หรอก)
นบั ตงั้ แตน่ น้ั ชาวบา้ นกไ็ มม่ ารบกวนปลาในแอง่ นำ้� นน้ั เลย และพวกเขายงั ถอื กนั วา่
มนั เป็นปลาของวัดที่ควรชว่ ยกันรกั ษาอกี ด้วย
68
ปลีกตวั
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ (พรรษาที่ ๑๕) หลวงพอ่ กบั ลกู ศษิ ยย์ งั คงพำ� นกั อยทู่ บ่ี า้ นปา่ ตาว
ตอ่ เปน็ ปที ส่ี อง แตใ่ นพรรษา หลวงพอ่ ไดป้ ลกี ตวั ไปอยตู่ ามลำ� พงั บนภกู อย ซง่ึ อยหู่ า่ ง
จากถ�้ำหนิ แตกประมาณ ๓ กิโลเมตร และไดม้ อบหมายให้พระอาจารยอ์ วน ปคุโณ
เป็นผู้ดูแลภิกษุสามเณรในที่พักสงฆ์ถ้�ำหินแตกแทนช่ัวคราว ตอนเช้าหลวงพ่อออก
บณิ ฑบาตแลว้ กลบั มาฉนั ภตั ตาหารรว่ มกบั ภกิ ษสุ ามเณร ฉนั เสรจ็ กก็ ลบั ขน้ึ ไปบำ� เพญ็
ธรรมท่ภี ูกอยตามเดมิ
ส�ำหรับกติกาที่ท่านได้ก�ำหนดข้ึนเพ่ือให้ภิกษุสามเณรทุกรูปที่จ�ำพรรษาอยู่ ณ
ทพ่ี กั สงฆถ์ ำ้� หนิ แตก ไดย้ ดึ ถอื เปน็ หลกั ปฏบิ ตั อิ ยา่ งเครง่ ครดั ตลอดพรรษากค็ อื ไมใ่ ห้
จ�ำวัด (นอน) ในเวลากลางคนื ให้ทำ� ความเพียร เปน็ ตน้ ว่า เดนิ จงกรม นงั่ สมาธิ
สลบั กนั ไปจนตลอดคนื พอสวา่ งไดเ้ วลากอ็ อกบณิ ฑบาตไปตามหมบู่ า้ นตา่ งๆ ระยะทาง
บณิ ฑบาตบางหมบู่ า้ นก็ ๓ กโิ ลเมตร บางหมบู่ า้ นก็ ๕-๖ กโิ ลเมตร กวา่ จะกลบั มาฉนั
กเ็ วลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ฉนั เสรจ็ ลา้ งบาตรกลบั กฏุ เิ วลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. กลบั ถงึ กฏุ ิ
ทำ� ความเพยี ร ไดเ้ วลาพอสมควรจงึ พกั ผอ่ นจำ� วดั จนถงึ เวลา ๑๕.๐๐ น. ตรี ะฆงั เปน็
สญั ญาณใหล้ กุ ขน้ึ กวาดลานวดั หรอื กระทำ� กจิ อนื่ ๆ ถา้ หากมี เวลา ๑๘.๐๐ น. ใหเ้ สยี ง
สัญญาณระฆงั ทำ� วัตรเยน็ หลงั จากนน้ั กท็ ำ� ความเพยี รตอ่ ไปจนตลอดคืน
๒ เดอื นแรก ใหภ้ กิ ษสุ ามเณรทกุ รปู ถอื ปฏบิ ตั ติ ามอธั ยาศยั แลว้ แตใ่ ครจะนงั่ สมาธิ
หรือเดินจงกรมก่ีช่ัวโมงก็ได้ สลับกันไปเร่ือยๆ พอเดือนสุดท้ายให้ท�ำอย่างเดียว
กค็ อื คนื ไหนใครอยากจะเดนิ จงกรมตลอดคนื จนสวา่ งกไ็ ด้ หรอื จะนงั่ สมาธอิ ยา่ งเดยี ว
จนสวา่ งก็ได้ ไม่ให้สลับกัน ภายในคืนนั้น ส่วนหลวงพ่อท่านก็เร่งปฏิบัติของท่าน
อย่างหนักเช่นเดียวกัน เม่ือถึงวันอุโบสถท่านจึงจะให้โอวาทแก่ภิกษุสามเณรและ
ญาตโิ ยมคร้งั หน่งึ วันธรรมดากใ็ ห้ทุกทา่ นถือปฏิบตั ิตามระเบยี บข้อกตกิ าท่ไี ด้ตกลง
กนั ไวท้ ุกประการตลอดพรรษา
69
ปว่ ยแต่กาย
ในระหวา่ งทพ่ี ำ� นกั อย่โู ดดเดยี่ วบนภกู อย หลวงพ่ออาพาธด้วยโรคเหงอื กบวม
ทงั้ ขา้ งบนขา้ งลา่ ง เจบ็ ปวดทกุ ขเ์ หลอื จะพรรณนา ไดร้ กั ษาดว้ ยอำ� นาจตบะธรรม มขี นั ติ
ความอดทนเป็นทต่ี งั้ ท�ำจติ ใหส้ งบแล้วพิจารณาวา่ ความจริง เรามคี วามเจ็บไข้เปน็
ธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้ หลวงพ่ออดทนอดกล้ัน ฝึกให้รู้เท่าทัน
สภาวธรรมทป่ี รากฏ สดู้ ว้ ยอำ� นาจสมาธแิ ละปญั ญา จนแยกโรคปวดฟนั ซงึ่ เปน็ อาการ
ทางกายให้ขาดออกจากใจ ไมย่ อมใหใ้ จปว่ ยพรอ้ มกับกายด้วยเปน็ โรค ๒ ช้นั โรค
ปวดฟันได้ทรมานสงั ขารของหลวงพ่อ ๗ วนั จงึ ไดห้ ายไปดว้ ยอ�ำนาจธรรมโอสถ
พอออกพรรษา หลวงพอ่ ลงมาพกั ทวี่ ดั ถำ้� หนิ แตก แลว้ ใหพ้ ระเณรแยกยา้ ยกนั ไป
ภาวนาในปา่ ตามลำ� พงั กำ� หนดให้ ๗ วนั มารวมกนั ทล่ี านหนิ แตกครงั้ หนง่ึ หลวงพอ่
พาลูกศษิ ย์ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิเชน่ นนั้ จนกระท่ังถึงปลายเดอื น ๓ ของปี พ.ศ. ๒๔๙๗
โยมแมพ่ ิมพ์ (โยมมารดาของหลวงพ่อ) พรอ้ มกบั ผใู้ หญ่ลา (พช่ี าย) และญาตมิ ติ ร
ชาวบ้านก่ออีก ๕ คน ได้เดินทางมานิมนต์หลวงพ่อให้กลับไปโปรดญาติโยมทาง
บ้านก่อบา้ ง
หลวงพ่อพิจารณาเห็นว่า ถึงเวลาสมควรแล้วท่ีจะได้ให้ธรรมานุเคราะห์แก่ผู้มี
พระคณุ จงึ รับนิมนต์ และใหโ้ ยมแม่พิมพก์ บั ญาตมิ ิตรขน้ึ รถกลับไปกอ่ น จากนนั้
หลวงพอ่ ไดเ้ รยี กลกู ศษิ ยม์ าประชมุ กนั แลว้ มอบใหพ้ ระเทยี่ ง พระทองดี กบั พระเณร
บางสว่ น อยู่ดแู ลสำ� นกั (ตอ่ มาพระเท่ียงได้ตดิ ตามไปอยู่กบั หลวงพอ่ ทีว่ ัดหนองป่า
พง ส่วนพระทองดไี ปเรียนปรยิ ตั ธิ รรมทกี่ รงุ เทพฯ)
เม่อื ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หลวงพอ่ กบั พระภกิ ษสุ ามเณรอกี ส่วนหน่งึ ก็อ�ำลา
ชาวบ้านป่าตาว ออกเดินทางกลบั สมู่ าตุภูมิ
70
กำ� เนิดวดั หนองป่าพง
วันท่ี ๘ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๙๗ (ตรงกับวันจันทร์ขน้ึ ๔ ค�่ำ เดือน ๔ ปมี ะเส็ง)
ตะวนั สายบา่ ยคลอ้ ยแลว้ เม่อื หลวงพ่อพาคณะเดนิ ทางมาถึงชายปา่ ดงดิบอันหนาทบึ
ทช่ี าวบา้ นในสมยั นนั้ เรยี กวา่ ดงหนองปา่ พง ซง่ึ อยหู่ า่ งจากบา้ นกอ่ บา้ นเกดิ ของหลวงพอ่
ประมาณ ๒-๓ กโิ ลเมตร ปา่ แหง่ นแ้ี หละทเี่ ปน็ จดุ สดุ ทา้ ยแหง่ ชวี ติ ธดุ งคข์ องหลวงพอ่
และในเวลาต่อมากลายเป็นวัดกรรมฐานที่มีช่ือเสียงกว้างไกลออกไปทั้งภายในและ
ภายนอกประเทศ แตว่ นั นนั้ ดงปา่ พงยงั รกชฏั และวงั เวง คณะธดุ งคไ์ ปปกั กลดทร่ี าวปา่
ท่ามกลางเสียงต้อนรับเซ็งแซ่ของจักจั่นเรไร คืนนั้นขณะที่นั่งภาวนาในราวป่าใหญ่
แหง่ น้ี หลวงพอ่ คงตระหนกั วา่ ชีวติ ของท่านก�ำลงั จะเร่ิมตน้ ฉากใหม่ แทท้ จี่ รงิ แลว้
ปา่ ดงแห่งนีเ้ ป็นสถานทสี่ �ำคัญส�ำหรับหลวงพอ่ มานานแลว้ ทีเดยี ว
“สมยั ทอ่ี าตมาเปน็ เดก็ ไดย้ นิ โยมพอ่ เลา่ ใหฟ้ งั วา่ ทา่ นอาจารยเ์ สารก์ เ็ คยมาพกั อยู่
ทนี่ ่ี โยมพอ่ เคยไดม้ าฟงั ธรรมกบั ทา่ น อาตมาเปน็ เดก็ ๆ ยงั จำ� ได้ ความจำ� เชน่ นแ้ี หละ
มนั ตดิ ในใจตลอดเวลา นกึ อยเู่ สมอๆ เลย เพราะวา่ บา้ นนม้ี นั เปน็ บา้ นรา้ ง ดตู น้ มะมว่ ง
ใหญๆ่ ของเกา่ แก่ทัง้ น้นั
โยมพอ่ เคยเลา่ ใหฟ้ งั วา่ มากราบพระกรรมฐาน มาดทู า่ นฉนั จงั หนั กเ็ อาอาหารอะไร
รวมลงในบาตรทง้ั นนั้ แหละ ขา้ วกร็ วมลงในบาตร แกงกร็ วมใสใ่ นบาตร หวานคาวใสใ่ น
บาตรหมด โยมพอ่ ไมเ่ คยเห็น เอ๊ะ นี่พระอะไร เคยเลา่ ให้อาตมาฟงั ตอนเปน็ เดก็
71
ท่านเรียกว่า พระกรรมฐาน เทศนก์ ไ็ มเ่ หมือนพระธรรมดาเรา อยากจะได้ฟังเทศน์
กไ็ มไ่ ดฟ้ งั มแี ตพ่ ดู ไปโปง้ ๆ เทา่ นน้ั กเ็ ลยไมไ่ ดฟ้ งั เทศนก์ นั ไดฟ้ งั แตค่ ำ� พดู ทา่ น อนั นน้ั
คอื พระปฏบิ ตั ทิ มี่ าอาศยั อยนู่ ้ี ครนั้ เมอื่ ไดอ้ อกมาประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ องแลว้ ความรสู้ กึ อนั นี้
มนั มอี ยใู่ นใจตลอดเวลา เมอ่ื หนั หนา้ เขา้ มาทางบา้ น กน็ กึ ถงึ ปา่ นไ้ี มไ่ ดข้ าด เมอื่ ธดุ งคไ์ ป
พอสมควรแลว้ ก็ไดก้ ลับมาอยู่ ณ ทีน่ ี้
ระยะหนง่ึ พระอาจารยด์ ี จากอำ� เภอพบิ ลู มงั สาหาร กบั ทา่ นเจา้ คณุ ชนิ ฯ (หลวงพอ่
พธุ ฐานโิ ย) เขานิมนตม์ าอย่ทู ีน่ ่ี อยากจะอยทู่ ่นี ีเ่ หมอื นกัน แตท่ ่านวา่ ทา่ นอยู่ไมไ่ ด้
ท่านอาจารย์ดบี อกวา่ ท่ีนไ่ี ม่ใช่ท่ีของทา่ น ทา่ นเจา้ คณุ ชินฯ กย็ ังพูดเสมอ ท่นี ี่เราอยู่
ไม่ได้ ไมใ่ ช่ทอี่ ยขู่ องเรา เจ้าของทีท่ น่ี ี่ ไมน่ านเด๋ยี วท่านก็มาของท่าน”
เชา้ วนั รงุ่ ขนึ้ คณะธดุ งคไ์ ดเ้ ขา้ สำ� รวจสถานทซี่ งึ่ รกทบึ มาก จนแทบหาทวี่ างบรขิ าร
ไมไ่ ด้ ชาวบา้ นทม่ี าตอ้ นรบั ไดจ้ ดั ทพี่ กั ชวั่ คราวทบ่ี รเิ วณตน้ มะมว่ งใหญ่ (ดา้ นทศิ ใตข้ อง
โบสถป์ จั จบุ นั ) ตอ่ มาเมอื่ พจิ ารณาเหน็ สมควร และตกลงจดั ตงั้ สำ� นกั สงฆ์ ณ ทน่ี น้ั จงึ ได้
เรม่ิ การปลกู สรา้ งเสนาสนะข้นึ ด้วยแรงศรัทธาจากญาตโิ ยมชาวบา้ นก่อและบ้านกลาง
ไดก้ ฏุ เิ ลก็ ๆ ๓-๔ หลงั มงุ ดว้ ยหญา้ คา พนื้ ปดู ว้ ยฟากไมไ้ ผ่ ฝากนั้ ดว้ ยใบตองชาดและ
ตน้ เลาตน้ แขม ตอ่ มาไดข้ ดุ บอ่ นำ้� และใชด้ นิ ทข่ี ดุ ขน้ึ มานน้ั ถมพน้ื สรา้ งศาลาหลงั เลก็ ๆ
ศาลาหลังน้ไี ด้อาศัยเป็นที่ประชมุ สงฆ์ต่อมาอีกหลายปี หลวงพ่อเล่าถึงสภาพของวัด
หนองปา่ พง ในสมัยเริม่ ก่อตง้ั นั้น ใหญ้ าตโิ ยมฟังวา่
“วดั ปา่ พงสมยั กอ่ นนล้ี ำ� บากมาก ทแ่ี หง่ นเี้ ปน็ ดงใหญ่ เปน็ ทอี่ ยขู่ องพวกชา้ งพวก
เสอื ตา่ งๆ มหี นองนำ�้ อยแู่ หง่ หนง่ึ สำ� หรบั สตั วป์ า่ ทง้ั หลายมาอาศยั กนิ อาตมามาอยทู่ น่ี ่ี
ทแี รกไมม่ อี ะไรทง้ั นนั้ มแี ตป่ า่ ถนนหนทางอะไรอยา่ ไปพดู ถงึ การไปมาลำ� บากมาก ทขี่ อง
พวกชาวนากอ็ ยไู่ กล เขาไมก่ ลา้ เขา้ มาใกลป้ า่ นี้ เขาถอื วา่ เจา้ ทที่ น่ี แ่ี รงมาก คอื แตก่ อ่ น
เจา้ ทเ่ี ปน็ นายโขลงชา้ ง พาลกู นอ้ งไปคลอ้ งชา้ งมาขาย ผา่ นไปผา่ นมาอยแู่ ถบนเี้ สมอ และ
ในทสี่ ดุ จงึ ตงั้ หลกั ฐานอยทู่ นี่ ่ี รกั ษาดงแหง่ นไี้ ว้ ปา่ จงึ พอมเี หลอื จนอาตมาไดม้ าอาศยั
ถา้ ไมอ่ ยา่ งนนั้ ปา่ ไมห้ มดไปนานแลว้ เคยมชี าวบา้ นผง้ึ บา้ นบก เขา้ มาจบั จอง ถากถาง
ทำ� ไรท่ ำ� นากนั แตก่ ต็ อ้ งมอี นั เปน็ ไปตา่ งๆ นานา พวกทเี่ ขา้ มาตดั ไมต้ ดั ฟนื ในปา่ นี้ กม็ กั
72
จะมเี หตใุ หล้ ม้ ตายกนั มนั แกวสำ� ปะหลงั ทข่ี นึ้ เองกม็ อี ยมู่ าก แตไ่ มม่ ใี ครกลา้ แตะตอ้ ง
พออาตมามาอยู่แลว้ จงึ มคี นมาท�ำนาอยู่ใกล้ๆ”
บพุ นมิ ิต
หลงั จากทหี่ ลวงพอ่ และคณะพำ� นกั อยทู่ ด่ี งปา่ พงได้ ๑๐ วนั ถงึ วนั เพญ็ เดอื น ๔
ปีมะเสง็ เวลาประมาณท่มุ กวา่ ๆ มีญาติโยมมาฟงั ธรรมสักสบิ กวา่ คน หลวงพ่อได้
เตือนทุกคนล่วงหน้าให้อยู่ในความสงบ มีอะไรเกิดขึ้นก็อย่าได้ตกใจ อย่าส่งเสียง
เม่ือหลวงพ่อแสดงธรรมไปสักครู่ บังเกิดดวงไฟสว่างคล้ายดาวหางปรากฏขึ้นทาง
ทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื แลว้ ลอยลบั ตาไปทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใต้ แสงนนั้ สวา่ งเจดิ จา้
ดจุ กลางวนั ราวกบั จะเปน็ บพุ นมิ ติ อนั งดงามและเปน็ มงคลยงิ่ ของวดั หนองปา่ พง แต่
ตวั หลวงพอ่ ทา่ นไมไ่ ดส้ ำ� คญั มนั่ หมายอะไร คงแสดงธรรมไปเรอื่ ยๆ เหมอื นไมม่ อี ะไร
เกดิ ขนึ้ ญาตโิ ยมทกุ คนกพ็ ากนั นง่ั เงยี บ แมว้ า่ จะเตม็ ไปดว้ ยความสงสยั และประหลาดใจ
กไ็ มม่ ใี ครกลา้ พดู อะไรออกมา หลวงพอ่ ไมย่ อมเอย่ ถงึ เรอ่ื งนอ้ี กี และนกี่ เ็ ปน็ นโยบายใน
การอบรมชาวบา้ นของทา่ นตลอดมาวา่ แมส้ งิ่ อศั จรรยก์ เ็ ปน็ สกั แตว่ า่ สงิ่ ธรรมดานนั่ เอง
อยา่ พงึ ตื่นเตน้ กับมนั เลย
อยา่ งไรกต็ าม รงุ่ เชา้ หลวงพอ่ พาญาตโิ ยมออกไปปกั เขตวดั โดยอาศยั ทข่ี นึ้ และดบั
ของแสงสวา่ งนนั้ เปน็ ประมาณ ทา่ นไดก้ ะทไ่ี วป้ ระมาณ ๑๘๗ ไร่ แลว้ ตอ่ มาใหต้ ดั ทางรอบ
แตเ่ หตุการณ์เก่ียวกบั แสงสวา่ งยังมตี อ่ แมน่ อ้ ย อบุ าสกิ าคนหน่งึ ซ่ึงได้ฟงั เทศนข์ อง
หลวงพ่อในตอนค�่ำวันนั้นดว้ ย ไดเ้ ลา่ เหตกุ ารณ์เพม่ิ เติมใหฟ้ งั วา่
“สมยั กอ่ นถนนหนทางยงั ไมส่ ะดวกสบายเหมอื นทกุ วนั น้ี พวกดฉิ นั ซงึ่ อยบู่ า้ นกอ่
ตอ้ งการจะมาฟงั เทศนใ์ นเยน็ วนั นนั้ ตอ้ งเดนิ ตามทางเลก็ ๆ ผา่ นปา่ ละเมาะ บางชว่ งก็
หนาทบึ ไปดว้ ยหญา้ คา เราพากนั หลงทางตรงบรเิ วณหนองงเู หลอื ม ทง้ั ทม่ี ากนั หลายคน
รวมทง้ั พอ่ วนั และพอ่ พฒุ ดว้ ย กำ� ลงั ปรกึ ษากนั เพอื่ หาทางเดนิ เขา้ ไปใหถ้ งึ ตรงทที่ า่ นพกั
ให้ได้ พอดีมองไปเห็นแสงสวา่ งสอ่ งอยู่ทป่ี ลายยอดมะมว่ ง จึงไดพ้ ากนั เดินบุกปา่ ซึ่ง
เตม็ ไปดว้ ยหญา้ คาและเถาวลั ยเ์ ลก็ ๆ เกย่ี วพนั ตน้ ไมร้ งุ รงั ไปหมด เดนิ ไปกเ็ อาแสงสวา่ ง
73
นนั้ เปน็ จดุ หมาย ตา่ งกค็ ดิ วา่ มผี มู้ าจดุ ตะเกยี งเจา้ พายไุ ว้ ทำ� ใหพ้ วกเราหายเหนด็ เหนอื่ ย
เมอื่ ยลา้ ดว้ ยคดิ วา่ หลวงพอ่ ทา่ นเมตตาชว่ ยใหพ้ วกเราซงึ่ กำ� ลงั เดนิ หลงทาง เขา้ ไปถงึ
ทบี่ ำ� เพ็ญภาวนาได้ถกู แต่พอเดนิ มาถึง กไ็ มเ่ ห็นมีแสงไฟอะไรทไ่ี หน ก็เลยเกดิ ความ
แปลกใจไปตามๆ กนั ”
ชื่อวัด
ชอื่ “วดั หนองปา่ พง” นี้ เปน็ ชอื่ ทห่ี ลวงพอ่ คดิ ตง้ั ขน้ึ เอง โดยอาศยั สภาพภมู ปิ ระเทศ
เปน็ หลกั เนอ่ื งจากปา่ นมี้ หี นองนำ้� และมตี น้ หญา้ พงขนึ้ อยเู่ ตม็ ไปหมด แตช่ อื่ ทชี่ าวบา้ น
เรียกกนั ติดปากกค็ อื “วัดป่าพง”
อดมากอ่ น
การท่ีหลวงพ่อรับค�ำอาราธนานิมนต์มาต้ังวัดนั้น เหตุผลส�ำคัญข้อหนึ่งก็คือ
เพอื่ ตอบแทนพระคณุ โยมมารดานนั่ เอง ดงั นน้ั หลงั จากมาอยดู่ งหนองปา่ พงไดไ้ มน่ าน
ทา่ นกไ็ ดอ้ นเุ คราะหใ์ ห้ แมพ่ มิ พ์ ชว่ งโชติ โยมมารดาของทา่ น ไดบ้ วชเปน็ แมช่ รี ปู แรก
ของวัดหนองป่าพง และมีเพอ่ื นของแมพ่ มิ พอ์ ีก ๓ คน ตามมาบวชดว้ ย ฉะน้นั ในปี
พ.ศ. ๒๔๙๗ จ�ำนวนนกั บวชทีจ่ ำ� พรรษาจงึ มีด้วยกนั ท้ังหมด ๙ รูป ประกอบด้วย
พระ ๔ รูป สามเณร ๑ รปู และแมช่ อี กี ๔ รูป ในระยะ ๑๐ ปแี รก จ�ำนวนพระเณร
ในวดั คอ่ นขา้ งคงทปี่ ระมาณ ๑๕-๒๐ รปู แตจ่ ำ� นวนแมช่ เี พม่ิ ขนึ้ ทกุ ปี ปลี ะ ๒-๓ รปู
จนถงึ พ.ศ. ๒๕๐๗ มแี มช่ ที ั้งหมดกว่า ๒๐ รปู
วดั หนองปา่ พง ในระยะเรม่ิ แรก กอ่ รา่ งสรา้ งตวั มาดว้ ยความอดอยากขาดแคลน
เพราะอยใู่ นทกี่ นั ดารหา่ งไกลความเจรญิ ญาตโิ ยมทอี่ ยใู่ กลๆ้ วดั กม็ ฐี านะยากจน หากนิ
พอเลี้ยงตัวไปวันๆ และชาวบ้านยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับพระธุดงค์กรรมฐานเท่าไรนัก
บางคนแถมมองท่านดว้ ยความกลวั หรือความระแวง ผูค้ นทจ่ี ะไปมาหาสู่ท่ีวัดมีนอ้ ย
เพราะการคมนาคมยังไม่สะดวก ประกอบกับในสมัยน้ัน ชื่อเสียงเกียรติคุณของ
หลวงพ่อยงั ไม่เปน็ ท่รี ู้จักแพรห่ ลาย
74
ดงั นัน้ ปัจจยั สที่ ี่ไดจ้ ากแหล่งภายนอกจึงแทบไมม่ ีเลย สว่ นใหญ่ไดอ้ าศัยจาก
ธรรมชาติ เครือ่ งอ�ำนวยความสะดวกทงั้ หลาย เช่น ไฟฟา้ ไมต่ อ้ งพดู ถึง แม้ไฟฉาย
ก็ไม่มี เทียนไขและไมข้ ีดไฟก็ยังหายาก น้ำ� ด่มื น้�ำใช้ ตักจากบ่อแลว้ กห็ ามไปใส่ตุ่ม
ตามท่ตี า่ งๆ น�ำ้ ปานะ ถา้ มี ก็เปน็ น้ำ� บอระเพ็ดเท่าน้ันเอง ความเป็นอยขู่ องพระเณร
วดั หนองปา่ พงในสมยั นน้ั จงึ คอ่ นขา้ งอตั คดั ฝดื เคอื ง การใชส้ อยปจั จยั แตล่ ะอยา่ งตอ้ ง
ประหยัดกันมาก หลวงพอ่ เลา่ วา่
“มาอยทู่ แี รกนน้ั รองเทา้ จะใสก่ ไ็ มม่ ี ไมข้ ดี ไฟกไ็ มม่ ี มแี ตไ่ มข้ ดี หินโปก๊ เอานนุ่
มายดั ใสก่ ระบอกไมไ้ ผ่ ปลอ่ ยปลายไวข้ า้ งหนงึ่ ใชเ้ ปลอื กมะนาวปดิ ไวแ้ ทนฝา ใชห้ นิ
ต่อยกันให้เกิดประกายไฟแตกกระจายออกมา เพื่อให้ไฟติดลุกไหม้นุ่นท่ียัดไว้ใน
กระบอกไมไ้ ผ่ (คลา้ ยๆ ไฟแชค็ ในสมยั น)้ี สำ� หรบั ใชป้ ระโยชนใ์ นสมยั นนั้ ลงจากกฏุ ิ
ตอนกลางคนื มืดต๊ดึ ต๋อื พนมมอื ยกขน้ึ เหนอื หวั สาธุ ด้วยอำ� นาจแห่งคณุ พระพุทธ
ดว้ ยอำ� นาจแหง่ คณุ พระธรรม และคุณพระสงฆ์
สพั เพ สัตตา สขุ ติ า โหนตุ
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สพั เพ สตั ตา อัพยาปัชฌา โหนตุ
ขอใหส้ ัตว์ทงั้ หลายทง้ั ปวง จงเป็นสุขๆ ทุกตัวตนเถดิ อยา่ เขา้ มาใกลน้ ะ เวลา
กลางคนื มนั มดื อยา่ งน้ี มองไม่เหน็ อะไร ไม่มีไฟสอ่ ง เดี๋ยวเหยยี บเอาจรงิ ๆ นะ แลว้
เดินจงกรมไปฉึบ ฉึบๆ เดินฉับๆๆ เหยยี บงบู อ่ ยๆ เหมอื นกัน แต่ไมเ่ คยกัดสกั ที
งกู ะปะมเี ยอะ”
จวี ร – เสนาสนะ
นับต้ังแต่เคร่ืองนุ่งห่ม คือ สบง จีวร สังฆาฏิ เมื่อขาดก็ต้องปะต้องชุน
จนกระทง่ั เกา่ ครำ�่ ครา่ จรงิ ๆ จงึ จะขอโอกาสตดั เยบ็ ผนื ใหมไ่ ด้ เพราะผา้ ขาวกห็ ายากมาก
พระอาจารย์เท่ียง ลูกศิษย์รุ่นเก่าแก่ของหลวงพ่อ ตั้งแต่สมัยท่ีท่านอยู่ที่อ�ำเภอ
75
เลงิ นกทา ซงึ่ ไดต้ ดิ ตามมาอยดู่ ว้ ยเมอ่ื หลวงพอ่ ตง้ั วดั หนองปา่ พง ไดเ้ ลา่ ถงึ ความลำ� บาก
แต่หนหลังให้ฟังดังนี้
“ตดั ผา้ เยบ็ ผา้ ทา่ นรกั ษาของทา่ นมาหลายปี ไมใ่ ชน่ อ้ ยๆ ผมอยดู่ ว้ ยกช็ ว่ ยรบั ภาระ
เหล่านีใ้ หท้ ่าน เมอื่ กอ่ นเยบ็ ด้วยมืออยู่ ๓-๔ ปี เยบ็ ผา้ ให้พระเณรนุ่งด้วยมือตัวเอง
บางวันก็ให้พระเณรมาช่วยกันเย็บ ตัดแล้วก็เย็บ แล้วก็เอาไปย้อมด้วยแก่นขนุน
กว่าจะได้ กว่าจะยอ้ มเสรจ็ เปน็ เดือนๆ คนละชดุ คนละตัว ๒ ตวั ไมใ่ ช่ท�ำง่ายๆ
เหมอื นตม้ นำ้� รอ้ น ชงนำ�้ ชากาแฟ ตอ้ งตม้ เคยี่ วจนเปน็ สเี ปน็ ยาง ผา้ กต็ อ้ งแสวงหาผา้ ขาว
ตอ้ งตดั ตอ้ งเยบ็ ทกุ อยา่ ง ถลกบาตรกต็ อ้ งถกั เอง ลำ� บากถา้ มพี ระมากๆ อยา่ งทกุ วนั นี้
คงไม่รู้จะท�ำยังไงเหมือนกัน น่ันแหละมันก็ล�ำบากอยู่ แต่ท่านก็ท�ำของท่านมาได้
เสนาสนะก็อาศยั อย่ตู ามดินเป็นส่วนมาก กุฏวิ หิ ารมงุ ดว้ ยหญา้ คา ไม้ซีก ไมห้ มาก
หญา้ แขม หญา้ เลา ตดั มาขดั ๆ กนั เขา้ ทำ� กระตอ๊ บอยู่ กรรมฐานสมยั กอ่ นทำ� อยา่ งนน้ั ...”
พระครบู รรพตวรกติ (หลวงพอ่ จนั ทร์ อนิ ทฺ วโี ร) ซงึ่ ไดเ้ ขา้ มาสสู่ ำ� นกั วดั หนองปา่ พง
ในสมยั รนุ่ แรกๆ ไดเ้ ลา่ เพ่ิมเตมิ วา่ ...
“ตอนผมเขา้ มาในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ นนั้ มจี กั รเยบ็ ผา้ เกา่ ๆ อยแู่ ลว้ คนั หนง่ึ แตผ่ ม
กย็ งั ไดห้ ดั เยบ็ จวี รดว้ ยมอื เหมอื นกนั ตอ่ มาโยมตา (นางตา กญั ญาบตั ร) นอ้ งสาวของ
หลวงพ่อก็เอาจักรมาถวายอกี คนั หนง่ึ จงึ ค่อยสะดวกขึ้นหนอ่ ย...”
บิณฑบาต
อาหารบณิ ฑบาตนนั้ ฝดื เคอื งจรงิ ๆ สว่ นมากมแี ตข่ า้ วเหนยี วเปลา่ ๆ นานๆ ถงึ จะมี
ผลไมท้ หี่ าไดง้ า่ ยตามทอ้ งถน่ิ เชน่ กลว้ ย คนอสี านสว่ นมากโดยเฉพาะในชนบท เวลา
ใสบ่ าตรไม่ค่อยใสก่ บั ข้าว เพราะนยิ มเอาไปถวายทว่ี ัดต่างหาก แตเ่ มอ่ื วัดอยูห่ ่างไกล
และไมส่ ามารถไปจังหันได้ กไ็ มค่ ิดเปลยี่ นประเพณี พระวัดปา่ จึงต้องอด
ดงั นน้ั เวลาไปบณิ ฑบาตตามหมบู่ า้ น ขากลบั สามเณรวดั หนองปา่ พงในสมยั นน้ั
ต้องเด็ดยอดกระถนิ ยอดเสม็ดขา้ งทาง ติดมือมาด้วย เอามาจมิ้ นำ�้ พรกิ แม่ชบี ญุ ยู้
76
พิมพ์วงศ์ หัวหน้าส�ำนักแม่ชีวัดหนองป่าพง ได้เล่าถึงวิธีที่หลวงพ่อจัดสรรอาหาร
บิณฑบาต ในยคุ ทฝ่ี ดื เคอื งให้ฟงั ดังน้ี
“...อาหารเมอ่ื เหลอื จากพระ กเ็ อามาแบง่ ชตี อ่ ไป ตามมตี ามได้ ไดเ้ ทา่ ไรเรากฉ็ นั
เท่านั้น ถา้ ทา่ นไมไ่ ด้ เรากไ็ ม่ไดฉ้ นั ไม่ยอมไปเอาอาหารจากทอี่ ื่น บางครัง้ พระรับ
นมิ นตไ์ ปฉนั ในหมบู่ า้ นเกอื บหมด เหลอื พระ ๒-๓ รปู ออกบณิ ฑบาต แมช่ รี าว ๑๐ รปู
แบง่ อาหารกนั แลว้ ไดข้ า้ วเปลา่ เทา่ ลกู มะนาว เรากฉ็ นั เทา่ นนั้ กบั ขา้ วไมม่ ี ฉนั ขา้ วเปลา่ ๆ
กเ็ คยมาแลว้ ทา่ นไปบณิ ฑบาตไดก้ ลว้ ยมา ๓ ลกู ทา่ นกเ็ อามาตดั เปน็ แวน่ เลก็ ๆ แจกพระ
ท่ีเหลอื กเ็ อามาใหช้ ี กลว้ ย ๓ ลกู ฉันกนั ทั้งวัด หมดพอดี”
อย่างไรก็ตาม แม้จะฉันแค่ข้าวเหนียวกับน้�ำพริกคนละนิดละหน่อยเพียงติด
ปลายชอ้ น แตย่ ามยาก อาหารเพยี งเทา่ นนั้ กม็ รี สชาตเิ หลอื หลาย พระครบู รรพตวรกติ
เลา่ ความหลงั ใหฟ้ งั อยา่ งขนั ๆ วา่ “ระหวา่ งทฉี่ นั หลวงพอ่ ทา่ นมองมาทผ่ี มแลว้ กอ็ มยมิ้
เอย่ วา่ อีกหนอ่ ยเถอะ ทา่ นจนั ทร์ ให้มนั ถงึ หัวไส้หวั พุง มนั ละก็ จะยง่ิ อรอ่ ยกวา่ น.้ี ..”
หลวงพอ่ ปรารภถึงสมยั นน้ั วา่
“เรอื่ งอาหารการกนิ เรอื่ งการขบฉนั น่ี ไมไ่ ดค้ ดิ ปรงุ แตง่ หาอาหารอยา่ งนนั้ อยา่ งน้ี
ให้ยากเสียเวลา คดิ แตเ่ พียงว่ามีข้าวกพ็ อแลว้ ส�ำหรบั ผมู้ ศี รทั ธามาอยปู่ ฏิบัติ เช่น
ท่านอาจารย์จันทร์ อาจารย์เท่ียง อาจารย์สีนวล และใครต่อใครอีกล่ะที่อยู่ท่ีน่ี
พอตอนเยน็ สง่ั วา่ ใหต้ ม้ นำ�้ รอ้ นนะวนั นี้ แตก่ ไ็ มม่ อี ะไรหรอก ไมม่ นี ำ้� ตาล โกโก้ กาแฟ
อะไรหรอก ตม้ บอระเพด็ นน่ั แหละ แจกกนั ฉนั ฉนั แลว้ เงยี บ ไมม่ ใี ครบน่ วา่ ขม เพราะ
มนั ไมม่ กี ฉ็ นั กนั ไปอยา่ งนน้ั มคี รง้ั หนงึ่ อาจารยเ์ ทยี่ งไปอยธุ ยา ไดก้ าแฟใสย่ า่ มมาดว้ ย
ไดแ้ ตก่ าแฟอยา่ งเดยี ว นำ�้ ตาลไมม่ ี เลยตอ้ งตม้ กาแฟโดยไมต่ อ้ งใสน่ ำ้� ตาลแจกกนั ฉนั
เงยี บตามเคย ไมม่ ใี ครปรปิ ากบน่ วา่ อยา่ งไร มกี าแฟกฉ็ นั แตก่ าแฟนนั่ แหละ มนี ำ้� ตาล
ถึงคอ่ ยฉันนำ�้ ตาลตามไปทหี ลัง จะเป็นไรไปล่ะ ฉนั กันไปเงียบๆ ไม่เห็นเป็นอะไรน่”ี
ในสมยั ตอ่ มา เมอื่ ประชาชนเกดิ ศรทั ธาในวดั หนองปา่ พงแลว้ อาหารการขบฉนั
บรบิ รู ณ์ หลวงพอ่ มกั ยกเรอื่ งราวความเปน็ อยทู่ ขี่ าดแคลนในสมยั แรกๆ มาเปน็ เครอื่ ง
77
เตอื นสตพิ ระภกิ ษสุ ามเณรไมใ่ หห้ ลงมวั เมาฟงุ้ เฟอ้ ไปกบั ปจั จยั เครอื่ งอยู่ เครอ่ื งอาศยั
ท่สี ะดวกสบาย
“การทีไ่ ดฉ้ นั ทุกวนั ถงึ จะเปน็ ขา้ วเปล่าๆ ก็ยงั ดกี วา่ ไม่ได้ฉันอะไรเลย เวลาฉัน
ขา้ วเปลา่ ๆ ทำ� ใหน้ กึ ถงึ สนุ ขั สนุ ขั ของชาวบา้ นในถน่ิ กนั ดาร เจา้ ของใหม้ นั กนิ ขา้ ววนั ละ
ปัน้ เล็กๆ เท่านั้น ไม่มีกับอะไร มแี ต่ขา้ วเปล่าๆ เท่านนั้ มันยงั ไม่ตาย ยงั อยไู่ ด้สบาย
แถมยงั เปน็ สนุ ขั ทขี่ ยนั ดว้ ย พอมเี สยี งอะไรดงั กรอบแกรบกเ็ หา่ ทนั ที ตน่ื เรว็ เวลาเจา้ ของ
พาไปไลเ่ นอื้ กว็ ง่ิ เรว็ ดว้ ยเพราะมนั ผอม แตถ่ า้ สนุ ขั ตวั ไหนทเี่ จา้ ของเลย้ี งดอู ยา่ งดี สนุ ขั
ตวั นน้ั จะขเี้ กยี จ มอี ะไรมาใกลก้ ไ็ มย่ อมเหา่ มแี ตน่ อนทา่ เดยี ว แมม้ คี นเดนิ มาใกลจ้ วนจะ
เหยียบหวั เอา กย็ ังไม่ตืน่ ”
คลิ านะเภสัช
ยารกั ษาโรคนน้ั คณะสงฆอ์ าศยั สมนุ ไพรทมี่ อี ยตู่ ามปา่ มาเยยี วยาโรคภยั ไขเ้ จบ็
ตามมีตามได้ และแมว้ า่ หลวงพ่อจะเปน็ ผูม้ คี วามรูก้ ว้างขวางในด้านนี้ แตท่ า่ นมักใช้
ธรรมโอสถ คอื ความอดทน อดกล้นั พลงั สมาธิ เป็นยาขนานเอกเสียมากกวา่
“พูดถึงเรื่องยาบ�ำบัดโรค เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย อยู่ท่ีน่ีอาจารย์เที่ยงเป็นไข้หนัก
ถึงกับไส้ต่ิงแตก เจ็บท้องแต่ไม่ยอมไปโรงพยาบาล และสมัยนั้นก็ไม่มีใครเคยไป
โรงพยาบาลเลย นับว่ามคี วามอดทนมากจรงิ ๆ แม้ตัวผมเอง ปว่ ยเป็นไข้อย่ถู งึ ๓ ปี
ก็ยงั ไมเ่ คยไปโรงพยาบาลเลยสกั ครั้งเดียว สู้มนั อยนู่ ่แี หละ แลว้ ท�ำอย่างไรละ่ ก็ต้ม
บอระเพ็ดใสเ่ กลอื ฉัน ใสส่ มอฉันอยู่นแ่ี หละ ก็ดีมากเหมอื นกัน ทางกายทกุ ข์ล�ำบาก
เหมอื นกนั ถ้าไม่ถึงคราวตายก็ไม่ตายหรอก แต่ลำ� บากหน่อยเท่าน้ันแหละ เพราะ
แตก่ อ่ นนม้ี นั ไมม่ ยี า ถา้ พระเณรองคไ์ หนปว่ ยเปน็ ไขล้ ะก็ เอา้ อดทนนะ พระกรรมฐาน
ไมต่ อ้ งกลัว ถ้าตายลงผมจะชว่ ยเผาให้ ถ้าผมตายก็ให้เพ่อื นเผานะ อย่าเอาไว้เลย
มันทุกข์นี่ พดู กนั อยา่ งนี้ เตือนสตกิ นั อยา่ งนีแ้ หละ ไมม่ ีย่นย่อท้อถอยกนั เกง่ กล้า
สามารถกันจรงิ ๆ ไม่หว่ันวิตกว่าจะมอี งคไ์ หนหวน่ั ไหวอ่อนแอตอ่ ส่ิงทั้งหลายเหลา่ น้ี
เลย”
78
หลวงพอ่ เหน็ วา่ ยามเจบ็ ไข้ เปน็ โอกาสอนั ดที จ่ี ะเกดิ ความรใู้ นทางธรรม ไดพ้ จิ ารณา
ความเปลย่ี นแปลงไมจ่ รี งั ยงั่ ยนื ของสงั ขาร จนเหน็ วา่ รา่ งกายเปน็ รงั ทกุ ข์ ไมใ่ ชต่ วั ไมใ่ ชต่ น
เป็นแค่ธรรมชาติอันหนึ่ง ในเร่ืองน้ีหลวงพ่อเป็นตัวอย่างอันดีอยู่เสมอ พระครู-
บรรพตวรกิต ไดเ้ ล่าเหตุการณ์ตอนหลวงพ่ออาพาธในสมัยนน้ั วา่
“มคี ราวหนงึ่ ทา่ นปว่ ยหนกั ลกู ศษิ ยเ์ ขา้ ไปเฝา้ อยเู่ วรยามกนั อยขู่ า้ งนอก ๒ องค์
สบั เปลยี่ นกนั ทลี ะคู่ เขา้ ไปกถ็ ามและคลำ� ตวั ทา่ น จะบบี นวดใหท้ า่ นกไ็ มย่ อม ทา่ นกลวั
จะตดิ การบบี นวด ทา่ นบอกไมเ่ อา พวกเราก็ถอยออกมา ทา่ นก็นอนจับไข้อยู่ในหอ้ ง
เรากอ็ อกมาอยเู่ ฉลยี งขา้ งนอก นง่ั ทำ� สมาธหิ นั หลงั ใหก้ นั ไมพ่ ดู คยุ กนั ทา่ นกน็ อนปว่ ย
อยู่อย่างนั้น ถึงเวลาบางขณะเราก็เข้าไปจับตัวท่านดู บางทีไข้ข้ึนก็ช่วยท่าน ทำ� อยู่
อยา่ งนนั้
มวี นั หนงึ่ ไขข้ นึ้ ตอนบา่ ย และมแี ขกมาหาเปน็ ทหาร รออยใู่ ตร้ ม่ มะไฟ ซงึ่ ยกพน้ื ขน้ึ
มาทำ� เปน็ ทนี่ ง่ั ทา่ นกห็ ม่ ผา้ ลงมารบั แมจ้ ะมอี าการปวดหวั และอาเจยี น แตท่ า่ นกอ็ ดทน
ตอ้ นรบั เขาได้ ทา่ นปว่ ยเพราะระบบขบั ถา่ ยขดั นานๆ ถงึ จะถา่ ยออกมา วนั นน้ั ทา่ นเขา้
หอ้ งนำ้� ถา่ ยออกมาไดเ้ อาใบไมร้ องรบั แลว้ เอาออกไปวางไวต้ รงลานกฏุ ิ ทา่ นกเ็ รยี กผมวา่
อาจารย์จันทรม์ าดูนซี่ ิ มนั เป็นอย่างน้จี ึงถ่ายไมอ่ อก
ทา่ นอดทนมาก ยากไ็ มม่ ี หมอกไ็ มม่ ี ไมม่ ใี ครปวารณาหรอก ทา่ นจงึ วา่ ไมต่ าย
กใ็ หม้ นั ดี ไมด่ กี ใ็ หม้ นั ตาย แตเ่ วลาทลี่ กู ศษิ ยเ์ จบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย หลวงพอ่ เอาใจใสเ่ มตตา
เป็นพเิ ศษ
ถา้ มใี ครเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย ทา่ นไปถามเสยี กอ่ น ถามอาการ ดกู ระโถน ถา้ เตม็ กช็ ว่ ยนำ�
ไปลา้ งเชด็ ให้ เสรจ็ แลว้ ลงไปจบั ไมก้ วาด กวาดบรเิ วณกฏุ ขิ องลกู ศษิ ย์ และเทศนธ์ รรมะ
ใหฟ้ งั เพอื่ ใหม้ กี ำ� ลงั ใจ เรยี กวา่ ทา่ นทำ� ตามพระวนิ ยั ทกุ กระเบยี ดนว้ิ สว่ นยาแกไ้ ขไ้ มม่ ี
อะไรมาก แตท่ า่ นใหก้ ำ� ลงั ใจ บางรปู ปว่ ยนานเปน็ ปี ทา่ นกพ็ ยายามหายาทเ่ี ปน็ สมนุ ไพร
ซึ่งท่านได้ศึกษามาจากครูบาอาจารย์ หาต้นไม้ต่างๆ ท่ีเป็นยามารักษาพยาบาลกัน
ตอนเชา้ ท่านกเ็ กบ็ อาหารเอาไวใ้ หด้ ้วย”
79
สมยั นนั้ ไขม้ าลาเรยี กำ� ลงั ระบาด พระเณรรวมทงั้ แมช่ เี ปน็ ไขป้ า่ กนั งอมแงม แมช่ ี
สมยั นน้ั จงึ มกี จิ วตั รในตอนเยน็ เพมิ่ อกี อยา่ งหนงึ่ คอื การสบั เถาบอระเพด็ เตรยี มไวท้ ำ�
ยาแกไ้ ข้ มาลาเรยี ระบาดอยู่ ๓ ปี แตเ่ คราะหด์ ที ไ่ี มม่ สี มาชกิ ของวดั หนองปา่ พงเสยี ชวี ติ
ดว้ ยไขป้ า่ เลย แมช่ บี ญุ ยู้ ไดเ้ ลา่ ถงึ เหตกุ ารณต์ อนหนง่ึ ซง่ึ หลวงพอ่ อาพาธดว้ ยไขม้ าลาเรยี
ใหฟ้ ังวา่
“หลวงพอ่ ลม้ ปว่ ยลง เปน็ ไขป้ า่ ไมส่ บายกอ่ นลกู วดั เสยี อกี อาการหนกั มาก ทา่ นให้
เขาหามแคร่มาต้ังใต้ต้นไม้ เอาเส่ือมาปู เพราะท่านต้องการออกมานอนท่ีใต้ร่มไม้
ญาตโิ ยมก็มาเย่ียม แตก่ อ่ นน้ันไมม่ หี ยกู มยี าอะไรหรอก เรื่องโรงพยาบาล หลวงพ่อ
ทา่ นจะไมใ่ หพ้ ระเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งวนุ่ วายดว้ ยหรอก ไมใ่ หไ้ ป ไมใ่ หล้ กู ศษิ ยล์ กู หาเอย่ ถงึ
โรงพยาบาล เรากร็ กั ษาไปตามมตี ามเกดิ บางทเี ขากเ็ อายาสมนุ ไพรบา้ นนอกเอามาแช่
มาฝน น่ันแหละคือการรกั ษาของทา่ น
ถ้าหลวงพ่อทา่ นเป็นหนักเข้าๆ หนักมากๆ เนอื้ ตัวของท่านจะเขียวคลำ้� ถ้าเป็น
อยา่ งนแ้ี สดงวา่ ถงึ ทสี่ ดุ แลว้ ตอนนน้ั ทา่ นกเ็ ปน็ หนกั มาก ทา่ นนอนอยปู่ ระเดย๋ี วกป็ บุ ปบั
ลกุ ขนึ้ ผดุ ลกุ ผดุ นงั่ แลว้ กน็ อนลง ลกุ นง่ั แลว้ กน็ อนลงเหมอื นไมร่ ตู้ วั ตอนนนั้ มพี ระ
อาจารยเ์ ทีย่ งคอยระวังดูแลรักษาท่าน
ในขณะนน้ั ทง้ั พระ เณร แมช่ ี และโยม ตา่ งเงยี บกนั หมด สายตาทกุ คตู่ า่ งกจ็ อ้ ง
ไปทหี่ ลวงพอ่ เปน็ จดุ เดยี ว ทา่ นลกุ ขนึ้ มาอกี ทนี นี้ ง่ั โยกไปโยกมา แบบทรงตวั ไมค่ อ่ ย
จะอยู่ แล้วทา่ นก็มองไปมองมา เหลือบมาเห็นขันน้ำ� ยาสมนุ ไพรตง้ั อยขู่ ้างๆ ตัวท่าน
ทา่ นกย็ กขนั นำ้� นน้ั ขน้ึ มา แลว้ กเ็ ทราดศรี ษะของทา่ นจนหมดขนั เปยี กปอนไปหมดทงั้ ตวั
พระอาจารยเ์ ทยี่ งกจ็ บั ไวไ้ มท่ นั เสรจ็ แลว้ ทา่ นกว็ างขนั ปบุ๊ ประเดยี๋ วเดยี วทา่ นกน็ งั่ สมาธิ
น่งิ ... เงยี บ... ขณะที่ท่านเข้าสมาธนิ ี้ ลูกวดั ตลอดจนญาตโิ ยมต่างกพ็ ากนั หนา้ ตาตนื่
ตกอกตกใจไปตามๆ กัน
เช้าของวันต่อมาท่านก็ยังไม่หาย แต่หลายๆ วันต่อมาอาการของท่านก็ดีข้ึน
กไ็ มร่ วู้ า่ ทา่ นฉนั อะไร ทา่ นจงึ หาย แตพ่ อทา่ นหายแลว้ ลกู วดั กป็ ว่ ยกนั ใหญ่ ทงั้ พระทงั้ ชี
80
ปว่ ยกนั เปน็ แถว ปว่ ยกนั หนกั แทบทกุ คน หลวงพอ่ ทา่ นกบ็ อกใหไ้ ปเอาบอระเพด็ มาตำ�
บอระเพด็ นีใ้ ช้ท่อนยาวประมาณแคค่ ืบของผูป้ ่วย เอามาหัน่ เป็นช้นิ บางๆ แลว้ ต�ำจน
ละเอียด คั้นกับน�้ำประมาณ ๑ แก้ว กรองดว้ ยผา้ บางให้ไดน้ ำ�้ ขน้ ๆ แล้วกล้ันใจกลนื
ให้หมด”
กิจวัตรสมยั แรก
สมยั แรกๆ หลวงพอ่ ยงั ตอ้ งเรง่ การปฏบิ ตั ขิ องตวั ทา่ นเอง ประกอบกบั พระภกิ ษุ
สามเณรยงั มจี ำ� นวนนอ้ ย การทำ� ความเพยี รทวี่ ดั หนองปา่ พงในสมยั นนั้ จงึ เปน็ ไปอยา่ ง
เข้มขน้ เอาเป็นเอาตาย หลวงพอ่ มักชมอยูเ่ สมอวา่ ในสมยั น้ันลูกศิษยล์ กู หาตั้งใจ
ปฏบิ ตั ิจริงๆ ตา่ งรปู ตา่ งปลกี ตวั ท�ำความเพียรอย่างเตม็ ความสามารถ
“การจับกล่มุ คลุกคลกี ัน คยุ กันนัน้ สมัยก่อนนไ้ี มม่ ีหรอก ถ้าหา้ มวา่ อยา่ ไปคยุ
กนั แลว้ กจ็ ะเชอื่ ฟงั เสมอ อยตู่ ามกฏุ ขิ องตน เยน็ มาแลว้ กเ็ ขา้ ในกฏุ ขิ องตน แมส้ นุ ขั มนั
กย็ งั อยไู่ มไ่ ด้ ตอนเชา้ มานม่ี นั จะนอนไมไ่ ด้ โนน่ กฏุ หิ า่ งกนั หลายเสน้ พอตอนเยน็ มา
พระทำ� กจิ วตั รแลว้ ทา่ นกเ็ ขา้ ในกฏุ ขิ องทา่ น เดนิ เขา้ ไปโนน้ ในปา่ องคโ์ นน้ กเ็ ดนิ ไปโนน้
ไอส้ นุ ขั มนั กก็ ลวั ไมม่ ที อี่ ยนู่ ะ จะวงิ่ ไปตามองคโ์ นน้ บา้ ง กข็ น้ึ กฏุ เิ สยี ตามไปองคโ์ นน้ อกี
กเ็ ข้ากฏุ ิเสยี ตามไปอีกก็เข้ากฏุ ิอีก เลยหมดทีไ่ ป สนุ ขั จงึ อยไู่ มไ่ ด้ แต่คนอยู่กนั ได้
ก็สลดสงั เวชเหมอื นกนั ”
หลวงพอ่ มักกล่าวถงึ ศษิ ยร์ นุ่ แรกๆ ท่รี ่วมฝ่าฟนั อปุ สรรคในอดีตว่า
“แตก่ อ่ นนี้ ทา่ นอาจารยจ์ นั ทร์ อาจารยเ์ ทยี่ ง นี่ ทา่ นกย็ งั ไมร่ จู้ กั ไมเ่ ขา้ ใจอะไรหรอก
แตก่ เ็ พราะความอดทนของทา่ นนน่ั เอง ทา่ นอยใู่ นโอวาท เชอ่ื ฟงั คำ� สงั่ สอนของครบู า-
อาจารย์ พดู อะไรสงั่ สอนอยา่ งไรกไ็ มเ่ ถยี งครบู าอาจารย์ ยอมรบั ฟงั ยอมรบั พจิ ารณา
นแี่ หละ อยอู่ งค์ละ ๖ ปี องค์ละ ๗ ปี ท้ังอาจารย์จนั ทร์ อาจารย์เที่ยง ตา่ งก็อยู่
ประจำ� ทน่ี ม่ี าตลอด ไมไ่ ดห้ นไี ปไหน ไมเ่ คยลอ่ งเหนอื ลอ่ งใต้ ไปทนี่ นั่ มาทน่ี ี่ เทย่ี วระเห
เรร่ อ่ น ซง่ึ เปน็ การเสยี เวลาและไมค่ มุ้ คา่ ทา่ นแสวงหาธรรมะจากครบู าอาจารย์ ปฏบิ ตั ิ
81
ตามทุกส่ิงทุกอย่างท่ีเป็นทางแห่งความเจริญ จึงมีก�ำลังมากท้ังก�ำลังกายและจิตใจ
ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์ที่พาท�ำพากล้าหาญ โดยไม่ต้องกลัวอะไรท้ังนั้น อยู่มาได้
๖-๗ ปี พอสมควรแลว้ กส็ ง่ ใหไ้ ปโปรดโยมในถน่ิ กำ� เนดิ ของทา่ น และตา่ งกไ็ ปอยไู่ ดน้ าน
หลายปีแลว้ ทงั้ อาจารยจ์ นั ทรแ์ ละอาจารยเ์ ท่ยี ง”
วินยั และศลี
พระครบู รรพตวรกติ ไดเ้ มตตาถา่ ยทอดบรรยากาศของการปฏบิ ตั ิ ซง่ึ เขม้ ขน้ ดว้ ย
รสชาติในสมัยนั้นใหฟ้ ังดังน้ี
“ชว่ งทผ่ี มอยกู่ บั หลวงพอ่ นนั้ ทา่ นเนน้ หนกั ในเรอื่ งพระวนิ ยั หรอื ศลี สมยั นน้ั ทา่ น
ยงั มีกำ� ลังวงั ชา และท่านกก็ ำ� ลงั ฝกึ ตัวของท่านอยู่ ทา่ นท�ำของทา่ นอยา่ งขะมกั เขม้น
ทุกสิ่งทกุ อย่างอยูใ่ นขอบของศลี คือทา่ นเน้นหนกั ในศลี มาก
กจิ วตั รประจำ� วนั ก็ ตสี ามตน่ื มาประชมุ ทำ� วตั รเชา้ โดยมากทา่ นจะมากอ่ นลกู ศษิ ย์
พอมาถงึ ศาลา ทา่ นกน็ ง่ั สมาธิ ทำ� วตั รสวดมนต์ ทกุ คนกม็ าพรอ้ มหนา้ พรอ้ มตากนั และ
บางครง้ั มกี ารเรยี กชอื่ ถา้ พระเณรมคี วามยอ่ หยอ่ นในขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ หลบหนา้ หลบหลงั
ทา่ นกเ็ รยี กชอื่ ถามหา ใหเ้ วลา ๑๕ นาที ในการเดนิ มาถงึ ศาลา และเมอ่ื ไดเ้ วลา ๑๕ นาทแี ลว้
ทา่ นก็เรยี กช่อื เสร็จแลว้ จึงเรมิ่ ทำ� วตั ร นง่ั สมาธิ ทา่ นกอ็ ธิบายความหมายและสอน
วิธีก�ำจดั นิวรณเ์ บอื้ งต้น ทกุ คนต้งั อกต้งั ใจในการปฏบิ ัติ และท่านกค็ อยมองอย่เู รื่อย
ถ้านวิ รณ์ครอบง�ำพระเณรองค์ไหน ท่านเห็น ท่านก็ตะโกนไปเตือนให้รู้สึกตวั ขนึ้ มา
เมอื่ ถงึ เวลาเลกิ ทา่ นกย็ ำ้� เตอื นอกี เรอ่ื งทางกาย ทางกริ ยิ า และจติ ทา่ นใหร้ ปู้ ระจำ�
อยเู่ สมอ ทกุ คนเงยี บหมด ถ้าท่านพูดขนึ้ มา มีความเกรงกลัว ไม่กล้ากระดุกกระดกิ
ไม่พดู หากจะพดู กนั ก็พดู ค่อยท่สี ุด แลว้ ก็พากันแตง่ บริขารออกบิณฑบาต สายไกล
กอ็ อกไปกอ่ น สายใกลอ้ ยรู่ อกอ่ น สว่ นทา่ นไปสายใกล้ ทา่ นไมไ่ ปบณิ ฑบาตทบ่ี า้ นกอ่
ท่านบอกว่ายังมีเช้ืออยู่ คือมีเช้ือยินดีกับสถานที่กับบุคคล ไปแล้วเห็นบ้านเรือน
เหน็ สถานทเี่ กา่ ๆ ทเี่ คยอาศยั เหน็ พสี่ าวนอ้ งสาว เหน็ ลกู เหน็ หลาน จติ จะวกไปตดิ อยู่
ทีน่ ัน้ ถ้าไม่จ�ำเปน็ ทา่ นไมไ่ ปบา้ นกอ่ ท่านไปบณิ ฑบาตบ้านกลาง
82
ชว่ งทส่ี ายไกลออกไปบณิ ฑบาตแลว้ ทา่ นกจ็ บั ไมก้ วาด กวาดวดั กอ่ นออกบณิ ฑบาต
กวาดแลว้ กเ็ กบ็ ไปดว้ ย บางวนั ไมก่ วาด ทา่ นกเ็ อาบงุ้ กม๋ี าเกบ็ ใบไมต้ ามทางเดนิ รอบๆ
ศาลาเลก็ (เมอ่ื กอ่ นยงั ไมม่ ศี าลาใหญ)่ ลกู ศษิ ยก์ ท็ ำ� ดว้ ย เมอ่ื ถงึ เวลากอ็ อกไปบณิ ฑบาต
เรากท็ �ำกนั อยอู่ ยา่ งน้ี
ถึงเวลาบ่ายสามโมง ก็ปิดประตูหน้าตา่ งกุฏิ ถา้ ตากจวี รตากผ้าไว้ ก็ตอ้ งเก็บ
เสียกอ่ น เพราะถา้ มเี หตคุ ือลมฝนจะได้ไม่ตอ้ งวง่ิ กลบั ไปเกบ็
การกราบกม็ อี ยทู่ กุ ครง้ั กอ่ นลงจากกฏุ กิ ก็ ราบ ถา้ ไมก่ ราบ ลงเดนิ มาถงึ กลางทาง
พอนกึ ขนึ้ ได้ กต็ อ้ งกลบั ไปกราบกอ่ น แลว้ ถอื ไมก้ วาดและกานำ�้ มาดว้ ย ผา้ สรงนำ�้ เอาหนบี
รกั แรม้ า หรอื ไมก่ พ็ บั แลว้ วางไวบ้ นศรี ษะ มาถงึ ศาลากเ็ อาของวางลง แลว้ เขา้ ไปกราบพระ
ในศาลาใหญเ่ สยี กอ่ น กานำ�้ วางไวท้ อ่ี าสนะสงฆ์ สว่ นผา้ อาบนำ้� นำ� ออกมาดว้ ย ถา้ มแี ดด
กเ็ อาปดิ ศรี ษะ แตไ่ มใ่ ชเ่ อาคลมุ เอาวางเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย แลว้ ชว่ ยกนั กวาดใบไม้
หลวงพอ่ กก็ วาด พระเณรกก็ วาดเปน็ แถว และไมไ่ ดย้ นิ เสยี งพดู คยุ กนั ถา้ ไมจ่ ำ� เปน็ จรงิ ๆ
จะไม่พูดคุยกัน ไดย้ นิ แต่เสียงทำ� งาน”
ไมม่ ขี องหวาน
“ในชว่ งนน้ั ไมค่ อ่ ยมพี วกนำ�้ หวาน มแี ตน่ ำ้� ขมจากบอระเพด็ และมเี ภสชั จำ� พวก
สมอ มะขามปอ้ ม แตน่ ำ้� ตาลไมค่ อ่ ยมี มสี มอมาก ใชจ้ ม้ิ นำ�้ พรกิ ใชด้ อง แตไ่ มใ่ หฉ้ นั
ทกุ วัน ถา้ ฉนั ก็ฉันกันตอนบา่ ยสองโมงคร่ึง วันไหนถา้ มี ท่านก็ส่งั ให้ตรี ะฆงั เวลาฉัน
พระองคไ์ หนขวา้ งเมด็ สมอทง้ิ ไมเ่ ปน็ ทเี่ ปน็ ทางไมไ่ ด้ ทา่ นวา่ เสยี ศลี แลว้ ขวา้ งทงิ้ ไมไ่ ด้
ต้องวางรวมไว้ ฉันเสรจ็ จึงน�ำไปท้ิงใหเ้ ป็นทเ่ี ป็นทาง เมื่อฉันเสรจ็ ท่านกใ็ หธ้ รรมกถา
นดิ หน่อย ถึงเวลาบา่ ยสามโมงกเ็ ลิกกนั
เมอ่ื ปดั กวาดเสรจ็ กม็ าเตรยี มนำ้� ใชน้ ำ้� ฉนั เมอ่ื กอ่ นกต็ อ้ งตกั และหามเอา หลวงพอ่
เปน็ คนจบั เชอื กและชว่ ยดงึ ถงั นำ้� ขนึ้ มา พวกผมและเพอ่ื นพระคอยรบั ถงั นำ�้ ตอนนนั้
พระเณรกม็ ีไม่มากเทา่ ไร เรม่ิ ตัง้ แต่ ๖ องค์ ๘ องค์ ๑๐ องค์ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตกั นำ�้
83
ขน้ึ มาแลว้ กช็ ว่ ยกนั หามไปทง้ั คนแกแ่ ละหนมุ่ ไดย้ นิ แตเ่ สยี งทำ� งาน ไมม่ เี สยี งพดู คยุ กนั
ทา่ นคอยสงั เกตตลอดเวลา พระเณรจงึ มคี วามระมดั ระวงั มคี วามยำ� เกรง และมศี รทั ธา
กันจริงๆ
พอตกั นำ้� ใชน้ ำ้� ฉนั เสรจ็ กเ็ ขา้ ไปในศาลาปดั กวาดปอู าสนะ คอื กวาดขา้ งนอกกอ่ น
กวาดไปตามลำ� ดับ เพื่อไมใ่ หฝ้ นุ่ ฟงุ้ เข้าไปในศาลา กวาดขา้ งนอกศาลาเสรจ็ ก็ถศู าลา
และจดั อาสนะ ตอ่ จากนนั้ กส็ รงนำ�้ เมอื่ สรงนำ�้ แลว้ กแ็ ยกกนั เขา้ สทู่ างจงกรม เดนิ จนถงึ
หกโมงเย็น พอได้ยินเสียงระฆัง จดั เก็บบรขิ ารและปดิ เสนาสนะ แลว้ รบี มารวมกนั ท่ี
ศาลา”
เสยี ศลี แลว้
“เขา้ ศาลาตอนเยน็ ทา่ นจะเทศนเ์ ตอื นเสมอใหม้ ากอ่ น อยา่ ใหค้ รบู าอาจารยต์ อ้ ง
มารอ ทำ� วตั รสวดมนต์เสร็จ ท่านกข็ ้ึนเทศนบ์ ุพพสิกขา อธิบายโวหารให้ฟงั จบแลว้
จึงไหว้พระ จากนั้นพระเณรก็แยกย้ายกันกลับกุฏิประมาณส่ีห้าทุ่ม บางวันอาจถึง
หกทมุ่ หรอื ตหี นึ่ง
ทา่ นทรงไวซ้ ง่ึ ขอ้ วตั ร การทำ� ความเพยี ร ทา่ นจะพายนื บา้ ง นงั่ บา้ ง เดนิ บา้ ง พาทำ�
หลายอย่าง
เรื่องเครื่องใช้สอยท่านประหยัดมาก ถ้าพระเณรเอาของท่ียังใช้ได้ไปทิ้งในป่า
ทา่ นเหน็ ทา่ นกเ็ กบ็ มา พวกขนั บา้ ง กระโถนบา้ ง และหลายๆ อยา่ ง ทา่ นบอกวา่ ไมร่ จู้ กั
ประหยดั เสยี ศลี แล้ว ทา่ นชอบพดู ว่า เสียศีลแล้วๆ ผมไปใหมๆ่ กไ็ มเ่ ข้าใจวา่ ทำ� ไม
จึงเสียศีลเร็วและง่ายนัก ที่เป็นอย่างน้ันเพราะเป็นการเคล่ือนไหวผิดปกติทางกาย
ทางวาจา พดู ไมด่ ี ทำ� ไมด่ ี เกบ็ สง่ิ ของไมด่ ี เสยี สติ ขาดสติ เปน็ การเสยี ศลี ทา่ นพยายาม
เกบ็ ออมเพอื่ ใหล้ กู ศษิ ยม์ ใี ชส้ อย บางคนไมร่ กู้ ว็ า่ ทา่ นบน่ ทา่ นจจู้ ้ี ทา่ นขเี้ หนยี ว ทา่ นให้
พยายามรกั ษาขอ้ วัตรมาอยา่ งนั้น”
84
เนสัชชกิ
“ทกุ วนั พระ มกี ารถอื เนสชั ชกิ กนั ทงั้ พระทง้ั โยม ในวนั พระจะลกุ ออกไปขา้ งนอก
ศาลาเปน็ การยากมาก นงั่ ไปกม็ คี วามเจบ็ ปวด ถา้ จะออกไปตอ้ งมคี วามระวงั มากทสี่ ดุ
ไม่มีใครกล้าออกไปก่อน เพราะกลัวจะด้อยกว่าเขา ความคิดอย่างน้ีก็มีอยู่ในใจ
ถา้ องคใ์ ดองคห์ นง่ึ ออกไปกอ่ น จงึ ลกุ ตามกนั ออกไป ออกไปแลว้ กไ็ มใ่ ชไ่ ปนงั่ ไปนอน
แตอ่ อกไปเปลย่ี นอริ ยิ าบถดว้ ยการเดนิ บางครง้ั ออกไปแลว้ มนั ทนไมไ่ ดก้ เ็ อนตวั ลงไป
ถ้าได้ยินเสียงคนหรือเสียงใบไม้ดังกรอบแกรบ ต้องรีบลุกข้ึน เพราะกลัวคนเห็น
หลวงพ่อทา่ นเตอื นว่า ออกไปให้ไปเปลี่ยนอิรยิ าบถ ไมใ่ ชอ่ อกไปคุยกนั นะ เรากต็ อ้ ง
คอยระวงั ถา้ จะออกจรงิ ๆ กร็ อใหค้ นอนื่ ออกไปกอ่ นจงึ ตามไป หลวงพอ่ ทา่ นกน็ งั่ อยู่
นน่ั แหละ ไมข่ ยบั เขยอ้ื น”
ฟังโยมเทศน์
“บางครง้ั ทา่ นใหโ้ ยมเทศนธ์ รรมะ เมอื่ กอ่ นมโี ยมเทศนธ์ รรมะได้ ชอื่ พอ่ ใหญด่ ี
บา้ งดงแคน และพอ่ ใหญห่ มนู พดู ตลอดวนั ตลอดคนื กไ็ ด้ หลวงพอ่ บอก เอา้ พระเณร
ฟงั โยมเทศนเ์ รอื่ งของฆราวาส เรอ่ื งทำ� มาหากนิ มนั ยงุ่ ยากลำ� บากอยา่ งไร ทา่ นเปดิ โอกาส
ใหพ้ ระเณรไดฟ้ งั และคอยชโี้ ทษเรอ่ื ยไปวา่ ฆราวาสมนั ทกุ ขม์ นั ยากอยา่ งนนั้ ทำ� ใหไ้ ด้
สตปิ ัญญาจากญาตโิ ยมเหมือนกัน”
หยดุ ไมไ่ ด้
พระอาจารย์เทีย่ ง ปรารภถงึ ค�ำสอนของหลวงพอ่ ในสมยั นัน้ ว่า
“จดุ ใหญใ่ จความทห่ี ลวงพอ่ ทา่ นเนน้ หนกั คอื เรอ่ื งพระวนิ ยั และการปฏบิ ตั ิ ขอ้ วตั ร
ปฏบิ ตั ินี่ทง้ิ ไม่ไดเ้ ลย หยดุ ไม่ได้ กจิ สวดมนต์ ไหว้พระ ไมจ่ �ำเป็นจรงิ ๆ ไมใ่ ห้หยุด
ถงึ หยดุ กไ็ ม่เกินเดือน หรือ ๑๕ วนั ท�ำอยอู่ ย่างนนั้ การสั่งสอนประพฤตปิ ฏบิ ัติ
85
ท่านมุ่งหนักอยู่ทีก่ ารปฏบิ ัตภิ าวนา ตอ้ งเดินจงกรม นัง่ สมาธิ ท�ำความเพยี รบอ่ ยๆ
เชา้ สาย บา่ ย เยน็ มธี รุ ะกไ็ ปทำ� เสรจ็ ธรุ ะกม็ าทำ� ความเพยี รตอ่ พระเณรไมม่ ที จี่ ะพดู กนั
เล่นกัน ตา่ งคนต่างอยู่เงียบๆ ญาติโยมทไ่ี ปวดั ก็เหมือนกัน ทำ� อยา่ งเดยี วกนั ท�ำเป็น
การเป็นงาน เป็นเวลา ฟงั เทศน์ศกึ ษาธรรมะกัน”
ไมป่ รารภโลก
“นสิ ยั หลวงพอ่ ทา่ นไมเ่ คยพดู เลน่ ไมเ่ คยพดู เรอื่ งโลก กจิ บา้ นครองเรอื น ไมเ่ คย
พดู ตลกคะนอง เรอื่ งกามคณุ รปู เสยี ง ไมป่ รารภเรอ่ื งเหลา่ นใ้ี หพ้ ระเณรเสยี นสิ ยั มแี ต่
หา้ มพดู หา้ มเลา่ เรอ่ื งเหลา่ น้ี หา้ มคลกุ คลกี นั เปน็ กลมุ่ เปน็ กอ้ น เดย๋ี วกแ็ ตกความสามคั คี
ทา่ นมงุ่ หนา้ ตอ่ การปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ มงุ่ ตอ่ ไตรสกิ ขา ศกึ ษาธรรมวนิ ยั สมยั นน้ั ทา่ นเทศน์
บพุ พสกิ ขาเป็นประจำ� เช้าเย็น ทำ� วตั รเสร็จ ฟังพระวินัย ศกึ ษาพระวนิ ัย กฎเกณฑ์
ทกุ อย่างทำ� ตามระเบียบวนิ ยั ตลอดจนกฐนิ ตดั ผ้า เยบ็ ผ้า ตไี ม้สีฟัน ฝึกหัดเอาไว้
ทำ� อยอู่ ยา่ งนนั้ เปน็ กจิ วตั รของพระ เพอื่ แกค้ วามงว่ งเหงาหาวนอนเกยี จครา้ น ทา่ นสอน
อยอู่ ยา่ งนน้ั งว่ งนอนกอ็ ยา่ เพงิ่ นอน ตอ้ งหาอบุ ายแกไ้ ขเสยี กอ่ น อยา่ งนอ้ ยกห็ าไมส้ ฟี นั
มาตอก เหลาไมส้ ฟี นั วนั ละ ๙ อนั ๑๐ อนั กอ่ น”
ธรรมรกั ษา
“บางทที ำ� ความเพยี รถงึ หา้ ทมุ่ หกทมุ่ ทา่ นสง่ั เลกิ ใหพ้ กั กนั สกั ๒ ชวั่ โมง เราจะพกั
ไดย้ งั ไง ๒ ชว่ั โมง กต็ อ้ งมานงั่ อยแู่ ถวๆ นนั้ แหละ จะเปน็ คนตรี ะฆงั ใหท้ า่ นไมท่ นั หรอก
กท็ า่ นนนั่ แหละตรี ะฆงั ปลกุ เรา เราไมเ่ คยไดต้ เี ลยเพราะเอาแตน่ อน กพ็ ยายามเตม็ ทแี่ ลว้
เหมอื นกนั นะ แตใ่ หน้ อนอยา่ งทา่ นกส็ ไู้ มไ่ หว ทา่ นทนทกุ ขเวทนาเหลอื เกนิ แตผ่ ลมนั ก็
เกดิ ขน้ึ
ทางผู้ใหญ่ข้างนอกไม่ว่าจะเป็นโยมหรือพระเถระ มักจะมาขอคาถามหานิยม
หรอื มหาระรวย เพราะคดิ วา่ หลวงพอ่ ทา่ นแบง่ ใหล้ กู ศษิ ยท์ กุ คน ลกู ศษิ ยท์ ไ่ี ปตง้ั วดั ขนึ้
86
จึงเจริญดีเหลือเกิน แท้ท่ีจริงท่านไม่มีอะไร ผลมันเกิดข้ึนก็เพราะความอดทนและ
ความเมตตาของทา่ น เพราะธรรมวนิ ยั ของทา่ น ทา่ นจงึ บอกวา่ ผใู้ ดรกั ษาธรรม ธรรม
ย่อมรักษาผ้ปู ฏิบัติไมใ่ ห้ตกไปในทางชัว่ ถา้ เราปฏบิ ัตไิ ดอ้ ย่างหลวงพ่อ กแ็ นน่ อน”
ไม่กลัวก็ไมไ่ ด้
“หลวงพ่อท่านสอนยังไงตอ้ งทำ� อย่างนน้ั แตก่ อ่ นถ้าเดนิ ตอ้ งเดิน ไม่เดนิ ไม่ได้
ถา้ นง่ั ตอ้ งนงั่ ลกุ ไปไมไ่ ด้ ไมใ่ ชพ่ ดู เลน่ นะ ทา่ นพดู เลน่ ไมเ่ ปน็ ไมท่ ำ� ไมไ่ ด้ ถา้ ทา่ นเหน็
ตอ้ งเรยี กมาดา่ เณรทา่ นกด็ า่ พระกด็ า่ เรยี กประชมุ เลย ทา่ นไมพ่ ดู มากนะ พรบิ ตาเดยี ว
กไ็ มไ่ ด้ จะไปนง่ั เลน่ ทโี่ นน่ ทน่ี ี่ ผลบุ เขา้ ผลบุ ออกไมไ่ ด้ ถามทนั ที ไปทำ� ไม ถา้ ไปปสั สาวะ
ชวั่ โมงหนง่ึ ยงั ไมก่ ลบั มา เอาแลว้ มคี นไปปสั สาวะเปน็ ชว่ั โมง คราวหลงั จะไปปสั สาวะ
มาบอกผมนะ ผมจะไปดดู ้วย
เพราะฉะนนั้ จะไมก่ ลวั กไ็ มไ่ ด้ ไมอ่ ยากทำ� กไ็ มไ่ ด้ เพราะทา่ นไมไ่ ดพ้ ดู เลน่ ไมไ่ ด้
ปล่อยตามเร่อื งตามราว ทางเดินจงกรมไมม่ กี ไ็ ม่ได้ ลานวัดไมก่ วาดก็ไม่ได้ ข้ามวัน
หรอื ๒ วัน ไม่ไดเ้ อาแลว้
ทำ� ไม ไมส่ บายเหรอ ไม่สบาย ท�ำไมไม่มาบอก ทำ� ไมไ่ ด้ใหม้ าบอก ไม่บอกผม
ก็บอกพระอน่ื ทำ� ตามใจตวั เองไดย้ ังไง อยู่คนเดียวหรอื อยู่กบั ใคร
ท่านเอาท้ังนั้น กระดิกตัวไม่ได้เลย เล่นเหลาะแหละไม่ได้ ถ้าส่ังเลิกประชุม
ปลอ่ ยให้ทำ� ความเพยี รภาวนาตามลำ� พัง เห็นพระเณรเดนิ ไปเดินมา เอาแล้ว
คณุ คณุ ออกมาเพน่ พ่านอะไรอกี ละ่
ตาไวจรงิ ๆ ไมป่ ลอ่ ยเลย นดิ เดยี วกไ็ มป่ ลอ่ ย ถา้ ใหเ้ ดนิ ไมเ่ ดนิ กไ็ มไ่ ด้ ถา้ เลกิ แลว้
อยูก่ ็ไมไ่ ด้ เด๋ยี วเกิดเร่ือง พอเลิกต้องไปทันที แต่ถ้าไม่เลิกจะหนไี ปไมไ่ ด้ เปน็ อะไร
ต้องบอก สมัยก่อนจึงมีเร่ืองเล่าสนุกกันมาก ท่านก็ไม่เชิงบังคับ แต่ท่านท�ำจริง
ท่านบริหารของทา่ นอย่างนน้ั แต่ตัวเราไมเ่ ปน็ ธรรมเป็นวินยั เอง”
87
สรุปหัวใจคำ� สอน
ส�ำหรับหลักการสอนของหลวงพ่อ ที่พระอาจารย์เที่ยงได้วิเคราะห์และสรุป
ข้อธรรมะที่ทา่ นเหน็ วา่ เป็นหวั ใจของค�ำสอนของหลวงพ่อน้ัน คือ
๑. เน้นสติ
“เรอื่ งแรก ทา่ นกบ็ อกให้ ตง้ั สติ นแี่ หละใหค้ งที่ สตนิ ใี้ หต้ ดิ ตอ่ สตนิ อี้ ยา่ ใหห้ ลง
อยา่ ใหเ้ ผลอ อยา่ ใหข้ าด ทา่ นถงึ ไดบ้ อกวา่ ธรรมะของทา่ นไมม่ เี บอื้ งบน เบอ้ื งลา่ ง เบอ้ื งสน้ั
เบอื้ งยาวอะไร ทา่ นบอกวา่ คลา้ ยๆ กบั วา่ ลกู มะพรา้ วทผ่ี มปน้ั กลมๆ ใหเ้ ปน็ ลกู อยา่ งน้ี
ทา่ นใหต้ ง้ั สติ ใหป้ ลกู ศรทั ธาความเชอ่ื นอ้ มถงึ พระรตั นตรยั พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
ถงึ แมต้ วั ทา่ นเองกเ็ คารพจรงิ ๆ และสอนใหเ้ ราเคารพจรงิ ๆ ตง้ั จติ ใจ มสี ติ การตงั้ สตนิ ้ี
ถงึ แมก้ ราบกใ็ หม้ สี ติ ไมไ่ ดก้ ราบกใ็ หม้ สี ติ ทา่ นบอกวา่ ถา้ เราเผลอไป หลงไป สตขิ องเรา
กไ็ มด่ ี มนั ตอ้ งบกพรอ่ งอะไรอยา่ งหนง่ึ เมอื่ จติ ใจของเราไมส่ งบ มนั ฟงุ้ ซา่ น จติ ใจไม่
เยือกเย็น ไม่ปกติ มันต้องมสี ่งิ หนึง่ ของเราท่มี นั ผิดหรอื จะต้องขาดสติ
ทา่ นกส็ อนเนน้ เรอื่ งสตเิ ปน็ สว่ นใหญ่ ในการปฏบิ ตั ใิ หม้ สี ตสิ มำ่� เสมอ เปน็ เนอื งนติ ย์
เปน็ ปฏปิ ทา ทำ� ใหต้ ดิ กนั อยเู่ สมอ อยา่ ใหข้ าด ถงึ จะยนื เดนิ นง่ั นอน ขบฉนั กใ็ หม้ สี ติ
ถา้ ขาดสตกิ ต็ ายเทา่ นนั้ แหละคนเรา ทา่ นวา่ อยา่ งน้ี ถา้ เราบน่ วา่ ไมม่ โี อกาสปฏบิ ตั ิ ทา่ นก็
จะเปรยี บเทยี บถามวา่ เรากนิ ขา้ วอยหู่ ายใจหรอื ไม่ เรานอนอยลู่ มหายใจมนั หมดหรอื ยงั
ทา่ นเทยี บเอาอยา่ งนี้ เรอื่ งภาวนามนั เหนด็ เหนอื่ ยอะไรถงึ ทำ� ไมไ่ ด้ เพราะลมหายใจมนั ก็
อยเู่ พยี งแคน่ นั้ เราทำ� อยมู่ นั กเ็ พยี งแคน่ น้ั มสี ตอิ ยมู่ นั กเ็ พยี งแคน่ น้ั สอนแคน่ เี้ อง สอนให้
มสี ติเป็นส่วนมาก
ถา้ ขาดสติ จะไปทำ� กรรมฐานอะไร จะไปนง่ั สมาธอิ ะไร ไปทำ� ความบรสิ ทุ ธอิ์ ะไร
มนั กไ็ มเ่ ปน็ หรอก ตอ้ งเรอื่ งสตนิ นั่ แหละสำ� คญั ความเยอื กเยน็ กเ็ กดิ อยทู่ สี่ ติ ความสงบ
กเ็ กดิ อยทู่ สี่ ติ ความสบายภายในภายนอกกอ็ ยทู่ สี่ ติ ธรรมวนิ ยั ขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ง้ั หลายทง้ั ปวง
ก็อยู่ที่สติ เราไม่มีสติจะเอาอะไรมารู้ ทา่ นสอนหลกั ความจริงของท่านอย่างน้”ี
88
๒. ละทิฏฐมิ านะ
“เป็นพระเปน็ เณร อยา่ ไปถอื ตนถือเขาถอื เรา ถอื ชาตถิ อื ตระกูลอะไรกันไม่ได้
มนั ไม่เปน็ ศลี เปน็ ธรรม ปฏบิ ัตไิ มเ่ หน็ เราต้องปลอ่ ยทิง้ จรงิ ๆ มุ่งละทิฏฐมิ านะเทา่ นั้น
ทา่ นไมใ่ หม้ ที ฏิ ฐมิ านะ เปน็ พระเปน็ เณรอยดู่ ว้ ยกนั อยา่ ไปเอาเรอื่ งเอาราวอะไรกนั มากนกั
ถอื วา่ เหมอื นกนั คลา้ ยกนั อยา่ ไปคดิ เอาผดิ เอาถกู อยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ การพดู วา่ กนั มนั เปน็
เรอ่ื งธรรมดา คนเราเวลาผดิ กเ็ รอ่ื งของความผดิ กท็ ง้ิ มนั ไป อยา่ ไปยดึ ผดิ ยดึ ถกู ถา้ เรา
ไปยดึ มนั กไ็ มถ่ กู ธรรมวนิ ยั ถา้ ถกู มนั ไมเ่ ปน็ อยา่ งนนั้ หรอก แตน่ ม่ี นั เปน็ ทงั้ ธรรมทง้ั วนิ ยั
นะ่ แหละ ถา้ เราไปยดึ เสยี แลว้ จะไปสอน รกั ษาวนิ ยั เปน็ อยา่ งน้ี ธรรมปจั จบุ นั เปน็ อยา่ งน้ี
มนั ไม่เปน็ ทงั้ ธรรมทั้งวินัยนะ่ แหละ ยึดไม่เปน็ ธรรมกไ็ ด้ ยดึ ไมเ่ ปน็ วินัยก็ได้ มนั ผดิ
ท้งั น้นั
ถา้ ถกู วนิ ยั มนั กถ็ กู ธรรม ปฏบิ ตั วิ นิ ยั มนั กป็ ฏบิ ตั ธิ รรมนนั่ แหละ ทา่ นพดู คลา้ ยๆ กบั
วา่ มนั เปน็ ทางทเี่ นอื่ งกนั ไป ธรรมกบั วนิ ยั ทา่ นไมแ่ ยก กเ็ หมอื นอยา่ งทที่ า่ นสอนใหร้ กั ษา
ศลี ธรรมนน่ั แหละ ไมถ่ กู ศลี มนั จะเปน็ ธรรมไดย้ งั ไง หลกั ของทา่ น ทา่ นสอนใหเ้ นอื่ งกนั ไป
ถา้ มนั ถกู แลว้ เราไมต่ อ้ งไปคดิ ใหม้ ากหรอก อยา่ งมรรค ๘ ทที่ า่ นสอนวา่ ปญั ญาชอบนะ่
สง่ิ ทถี่ กู กช็ อบเทา่ นน้ั แหละ มนั ถกู ทง้ั หมดนะ่ แหละ ทที่ า่ นเขยี นเอาไว้ ทา่ นสอนเนอ่ื งกนั
ไปอยา่ งนี้ ทา่ นถงึ ไดบ้ อกวา่ ธรรมของผมนไี่ มม่ สี นั้ มยี าวนะ มนั ปน้ั เขา้ ไปกลมๆ เหมอื น
ผลสม้ โอหรือมะพรา้ ว”
ไม่ปล่อย
แม้ลูกศิษย์รนุ่ กลางอยา่ ง พระอาจารยเ์ อนก ยสทนิ ฺโน พระอาจารยเ์ รอื งฤทธิ์
จนฺทสโร กย็ ังทนั ได้สมั ผัสกบั รสชาติของการประพฤติปฏบิ ัติ ซง่ึ ยังคงความเข้มขน้
อย่างทพี่ ระอาจารย์เอนกได้กรณุ าถา่ ยทอดใหฟ้ งั ดงั น้ี
“ถา้ ใครท�ำผดิ ไปจากส่ิงทที่ า่ นสอนไว้กไ็ ด้เรอื่ งทันที ทา่ นขน้ึ ธรรมาสน์เทศนอ์ ยู่
อยา่ งนนั้ ไมย่ อมเลกิ จนถงึ เวลาทำ� กจิ วตั รตอ่ ไปเลย ไมต่ อ้ งกลบั กฏุ ิ พอทำ� กจิ วตั รเสรจ็
89
จงึ ใหก้ ลบั กฏุ เิ พอื่ ทำ� ความเพยี รตอ่ รอเวลาทำ� กจิ อน่ื ตอ่ ไป อยา่ งเชน่ ถา้ วนั ไหนทา่ นได้
ยนิ เสยี งปบ๊ี ดงั เพราะตกั นำ�้ นอกเวลา พอตกตอนเยน็ มากไ็ ดเ้ รอื่ งเลย ทา่ นเทศนอ์ บรม
เทศนอ์ ยอู่ ยา่ งนน้ั จนดกึ จนดนื่ กไ็ มย่ อมลงจากธรรมาสน์ จนบางวนั ถงึ ตสี าม พอลงจาก
ธรรมาสนก์ ท็ ำ� วตั รเชา้ ตอ่ เลย หรอื วนั ไหนทา่ นไดย้ นิ เสยี งสบั แกน่ ขนนุ เพอ่ื ตม้ นำ้� ยอ้ มผา้
ผิดเวลาที่ท่านก�ำหนดให้ก็เหมือนกัน ภิกษุสามเณรต้องคอยสะกิด คอยเตือนกัน
อยูเ่ สมอ ถ้าเห็นใครท�ำอะไรนอกกาลนอกเวลา กลวั วา่ จะทำ� เรอ่ื งใหย้ ่งุ อีก ถงึ ท�ำผิด
คนเดียว คนอน่ื ท่านกไ็ มย่ อมให้กลับกุฏิ ใหน้ ่งั ฟงั อย่ดู ้วยกัน กเ็ หมือนกับถูกอบรม
ไปด้วย เสียเวลาผู้ท่ีต้ังใจในการประพฤติปฏิบัติ เสียเวลาท�ำความเพียรหรือท�ำกิจ
อย่างอนื่
ฉะนน้ั ภิกษสุ ามเณรจงึ พากันกลวั นกั กลัวหนา กลวั จะไดฟ้ งั เทศนก์ ัณฑใ์ หญ่
มกั พดู ตกั เตอื นหมคู่ ณะเดยี วกนั อยเู่ สมอ ถา้ ทา่ นรวู้ า่ ใครทำ� อะไรผดิ ขนึ้ มา ทา่ นไมย่ อม
ปล่อยให้ข้ามวันข้ามคืนเลย เรียกตัวมาอบรม หรือไม่ก็อบรมเป็นส่วนรวมเลย
ท่านเข้มงวดกวดขันอยู่เสมอ ใครจะท�ำอะไรหรือมีกิจอะไรจ�ำเป็นขนาดไหนก็ตาม
ตอ้ งไปกราบเรียนท่านเสียกอ่ นจึงจะท�ำได้ จะทำ� อะไรไปโดยพลการไม่ได้ ถา้ ทา่ นรู้
เป็นตอ้ งได้ฟงั เทศน์กณั ฑใ์ หญแ่ น่นอนทเี ดียว
ใครไมม่ าทำ� วตั รหรอื มาทำ� วตั รไมท่ นั ชา้ ไป ๕ นาทหี รอื ๑๐ นาที เปน็ ไมไ่ ดเ้ ลย
เวลาเดนิ เขา้ ไปในบริเวณศาลา กต็ อ้ งเดนิ เบาที่สุดจนแทบไม่มเี สียง ใครเดินเสยี งดงั
ไมไ่ ด้ เดยี๋ วโดนดุ เพราะมนั รบกวนสมาธขิ องบคุ คลอนื่ ทที่ า่ นนงั่ อยกู่ อ่ นแลว้ มนั จะเปน็
บาปเปน็ กรรมและเสยี มารยาทของนกั ปฏบิ ัติ อกี ท้งั ยังขาดสตสิ ัมปชญั ญะ ไมส่ �ำรวม
อายตนะ เป็นเรื่องเสยี หายมากสำ� หรบั นักปฏิบัตเิ รา ท่านวา่ อยา่ งนน้ั ”
ส�ำรวมด้วยระวงั ด้วย
“หลวงพอ่ ทา่ นเขม้ งวดกวดขนั มากทสี่ ดุ เกย่ี วกบั เรอ่ื งระเบยี บวนิ ยั ความสะอาด
เรียบร้อย การสำ� รวมระวงั ท่านบอกว่าสำ� รวมเฉยๆ แตไ่ มร่ ะวัง มันก็ยังใช้ไม่ไดอ้ ยู่
นั่นเอง
90
ทา่ นยกตัวอยา่ งให้ฟงั เกยี่ วกบั เรือ่ งส�ำรวมแต่ไม่ระวงั ว่า คร้งั หน่งึ ท่านไปเทย่ี ว
บิณฑบาตกับภิกษรุ ูปหนงึ่ ซึง่ สำ� รวมมาก ไมย่ อมเหลยี วซ้ายแลขวาเลย และไมย่ อม
เงยหนา้ เดนิ กม้ หนา้ กม้ ตาอยอู่ ยา่ งนน้ั แหละ พอเขา้ ไปบณิ ฑบาตในหมบู่ า้ น ทา่ นองคน์ น้ั
ถอื หลกั การสำ� รวมสายตา ในเสขยิ วตั รทา่ นบอกวา่ ใหท้ อดสายตาลงชวั่ แอก ทา่ นองคน์ น้ั
กเ็ ดนิ กม้ หนา้ กำ� หนดระยะสายตาหา่ งชวั่ แอกอยตู่ ลอดเวลา โดยไมไ่ ดเ้ งยหนา้ มองวา่
ข้างหนา้ ท่ีจะเดินไปนัน้ เปน็ ท่ีไหน
ทา่ นก็เดนิ ไปเรอื่ ยๆ จนทสี่ ุดกเ็ ดนิ เลยเข้าไปในคอกหมูของชาวบ้าน พอเดนิ ไป
เจอขีห้ มเู ขา้ ชักเอะใจ เงยหน้าข้ึนมา จึงรวู้ า่ ก�ำลงั เดินเขา้ ไปในคอกหมูเพราะเส้นทาง
ทเี่ ดนิ ไปนน้ั เปน็ ทางไปคอกหมู หลวงพอ่ กไ็ มไ่ ดบ้ อก เพราะคดิ วา่ ทา่ นรู้ เนอื่ งจากทา่ น
เดนิ นำ� หนา้ หลงั จากนน้ั หลวงพอ่ ตอ้ งคอยบอกคอยเตอื นอยตู่ ลอดเวลา ถา้ จะเลย้ี วซา้ ย
ทา่ นก็บอกซา้ ยๆ ถา้ จะเล้ยี วขวา ทา่ นกบ็ อกขวาๆ อยู่อยา่ งน้ัน เหมอื นกนั กับครูฝึก
นักเรยี นใหเ้ ดินพาเหรด ต้องคอยบอกซ้ายๆ ขวาๆ อยูอ่ ยา่ งนั้นแหละ เพราะท่าน
สำ� รวมมากแตไ่ มร่ ะวัง ทำ� ให้คนอืน่ ล�ำบากโดยไมจ่ ำ� เป็น หลวงพอ่ ท่านยกตวั อย่างให้
ฟงั ว่า นี่แหละการเอาแต่สำ� รวมแตข่ าดการระมดั ระวังมนั เสยี หายอยา่ งน”ี้
อดทนและอดกล้ัน (อั้น)
พระอาจารย์เรอื งฤทธิไ์ ด้เล่าเสรมิ จากประสบการณ์อันทรหดของท่านใหฟ้ ังว่า
“ไปปสั สาวะกถ็ กู เทศน์ ไมถ่ งึ เวลาตอ้ งอดทนใหไ้ ด้ ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ั คนอนื่ ทำ� ได้
นที่ ำ� ไมเราจะทำ� ไมไ่ ด้ เรากค็ นเหมอื นกนั มอี ะไรครบเครอ่ื งเหมอื นกนั ทำ� ไมจะทำ� ไมไ่ ด้
เอากันอย่างน้ัน เหงื่อน้ีไหลโทรมอาบจีวรเปียกหมดเลย เหง่ือออกมากเลยไม่ปวด
ปสั สาวะ แลว้ กก็ ลวั หลวงพอ่ ดว้ ยนะ่ กลวั จรงิ ๆ แหละ นที่ า่ นจอ้ี ยา่ งนนั้ กนิ มากนอนมาก
กินมากก็ขม้ี าก ดมื่ มากกเ็ ยย่ี วมาก อนั นีร้ ู้สึกว่าไดย้ นิ จนชินหู เพราะฉะน้นั จะกนิ
จะทำ� อะไรกเ็ อาแต่นอ้ ย เม่อื ก่อนนีร้ ะวงั เหลือเกนิ ”
91
กิจสงฆ์ตอ้ งมากอ่ น
มาถึงสมัยท่ีหลวงพ่อเริ่มมีวัยมากขึ้น แม้ว่าเรื่องข้อวัตรยังทรงไว้เหมือนเดิม
แต่ท่านไม่อาจด�ำเนินการอบรมได้เข้มข้นเหมือนสมัยแรก พระอาจารย์สุริยนต์
จนทฺ ปญโฺ ลกู ศษิ ยร์ ปู หนงึ่ ในสมยั นนั้ ไดก้ รณุ าถา่ ยทอดบรรยากาศทเ่ี รมิ่ ผอ่ นคลาย
แต่ยงั คงความขลงั ให้ฟงั ดงั นี้
“ข้อวตั ร อนสุ าสนีค�ำสอน ของหลวงพอ่ นั้นมมี าก ทา่ นเน้นหนักในเรอื่ งกิจวัตร
ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ เรอ่ื งทำ� กจิ สงฆท์ ำ� นองน้ี เปน็ ตน้ ถา้ ไดย้ นิ เสยี งระฆงั ซง่ึ เปน็ สญั ญาณให้
รวู้ า่ ถงึ เวลาทำ� กจิ สว่ นรวมแลว้ ตอ้ งรบี ไป ถงึ แมใ้ ครกำ� ลงั เยบ็ ผา้ ยอ้ มผา้ ทบุ ไมส้ ฟี นั
หรอื ทำ� กจิ สว่ นตวั อยา่ งอน่ื กใ็ หว้ างไวก้ อ่ น ใหเ้ อาใจใสใ่ นกจิ สงฆ์ เพราะมคี วามสำ� คญั
ทง้ั แสดงใหเ้ ห็นความสามคั คีพร้อมเพรยี งในหมคู่ ณะเป็นหลกั ใหญ”่
ขอโอกาสครบั
“เรอื่ งความเคารพกเ็ หมอื นกนั เชน่ ลา้ งเทา้ เชด็ เทา้ ครบู าอาจารยท์ ำ� นองนี้ กใ็ หพ้ ระ
เณรเอาใจใสเ่ ปน็ พเิ ศษ ยงิ่ ดมี ากเพราะเปน็ การลดมานะละทฏิ ฐิ ซงึ่ เปน็ สง่ิ ทท่ี ำ� ไดย้ าก
ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ั ผทู้ จี่ ะทำ� ไดไ้ มใ่ ชข่ องงา่ ย ชว่ ยซกั ผา้ หรอื ทำ� กจิ อยา่ งอนื่ ใหท้ า่ น แมเ้ วลา
ลา้ งเทา้ ทา่ นยงั ใหพ้ นมมอื ขอโอกาสกบั ทา่ น ออ่ นน้อมถ่อมตวั ทำ� ด้วยความเคารพ”
อยา่ งไรกต็ าม แมว้ า่ การทำ� ความเพยี รดำ� เนนิ ไปอยา่ งเขม้ ขน้ หลวงพอ่ กเ็ ปดิ โอกาส
ใหพ้ ระเณรไดม้ เี วลาผอ่ นคลาย โดยการสนทนาธรรมอยา่ งเปน็ กนั เองกบั ทา่ นทใี่ ตถ้ นุ กฏุ ิ
บา้ งเหมอื นกนั ซง่ึ ในโอกาสเชน่ นน้ั บางครงั้ บางหนหลวงพอ่ กแ็ จกบหุ รใี่ หไ้ ดส้ บู กนั ดว้ ย
(สมยั นนั้ ทา่ นยงั ฉนั หมากและสบู บหุ ร)ี่ ในสมยั ตอ่ มาทา่ นไดป้ รารภเปน็ เชงิ เปรยี บเทยี บ
ใหฟ้ งั ว่า แม้เขื่อนเกบ็ กกั นำ�้ ขนาดใหญ่ก็ยงั ต้องมีที่ระบายน�ำ้ เพือ่ กันเขอื่ นพงั ส�ำหรับ
การประพฤติปฏิบัติก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการผ่อนคลายระบายอารมณ์ท่ีเหมาะแก่
นักบวช โอกาสท่ีได้มีเวลาอย่างเป็นกันเองส�ำหรับการเก็บเก่ียวธรรมะจากหลวงพ่อ
92
เสมือนหนงึ่ เปน็ เวลาของครอบครวั อยา่ งแท้จริงเชน่ นน้ั เปน็ เวลาที่พระเณรตา่ งก็รสู้ กึ
ชมุ่ ชน่ื เบกิ บาน และบนั เทงิ ในธรรมเปน็ อยา่ งยงิ่ เพราะโดยอปุ นสิ ยั นนั้ หลวงพอ่ เปน็ คน
ทมี่ อี ารมณข์ นั เพราะฉะนน้ั แมท้ า่ นเปน็ ทเ่ี คารพเกรงกลวั ของบรรดาสานศุ ษิ ยร์ าวกบั
หนกู ลวั แมว ขณะเดยี วกนั ทา่ นกเ็ ปน็ ศนู ยร์ วมของความรกั อยา่ งยงิ่ ทกุ คนอยากเขา้ ใกล้
ฟังท่านคุยและซมึ ซบั เอาจากทา่ นไดม้ ากบ้างน้อยบ้างตามอัธยาศยั ของตวั เอง
ในสมยั ตอ่ มา เมอ่ื หลวงพอ่ ยา่ งเข้าสู่ปจั ฉิมวยั ประกอบกับลูกศิษย์ลกู หาและ
ญาตโิ ยมทไ่ี ปมาหาสวู่ ดั หนองปา่ พงเพมิ่ จำ� นวนและขยายวงกวา้ งขน้ึ หลวงพอ่ กไ็ ดป้ รบั
เปล่ียนวิธีการสอนของท่านตามสมควรเท่าท่ีเห็นว่าเหมาะแก่กาลแก่บุคคล ดังจะได้
นำ� มาขยายความในบทตอ่ ไป
มารและอุปสรรค
แม้ไปสร้างวัดในถ่ินก�ำเนิดของตัวเอง ในระยะแรกเริ่มหลวงพ่อยังต้องผจญ
ปญั หานานาประการ ซง่ึ เกดิ จากความไมเ่ ขา้ ใจกนั บา้ ง การเขา้ ใจผดิ บา้ ง และคดิ เอาเอง
บา้ ง ของคนในทอ้ งถนิ่ ทง้ั ฝา่ ยฆราวาสและฝา่ ยสงฆก์ ม็ อี ยบู่ า้ งเปน็ ธรรมดา อยา่ งเชน่
เรือ่ งทหี่ ลวงพอ่ ปรารภให้ญาตโิ ยมฟงั เม่ือไปเยยี่ มวัดสาขาแห่งหนึง่ ดังนี้
“...ไปอย่วู ดั ป่าพง บา้ นตัวเองเสียดว้ ยนะ ขดุ บอ่ นำ้� อยา่ งดไี วใ้ นป่า ติดปา้ ยว่า
บอ่ นำ้� นส้ี ำ� หรบั พระ หา้ มโยมใช้ แตน่ ำ�้ ดม่ื นำ้� ใชข้ องโยมตกั ใสโ่ อง่ ไวใ้ หต้ า่ งหาก อยา่ งนี้
คนเขากว็ ่าเอา พอ่ หนผู นี ั่นแหละยงิ่ ร้าย พอได้ยนิ โยมผู้หญงิ ไปพดู ท่านไม่ใหด้ ืม่ น�้ำ
เท่านั้นละ พ่อหนูผีกเ็ อาทเี ดียว
บะ๊ พระมาจากไหนกนั น่ี ทำ� ไมไมใ่ หโ้ ยมดม่ื นำ�้ อตุ สา่ หบ์ วชเรยี นแลว้ ยงั เปน็ เสยี
ยงั งี้ ไมอ่ าศัยบณิ ฑบาตจากโยมหรอื ยงั ไงถงึ ไม่ให้โยมดื่มน้ำ�
นี่ เพราะไมร่ เู้ รื่องกัน ให้ดมื่ ให้กินซิ แต่ธรรมดาพวกชาวบา้ นเราไปเท่ยี ววดั
ชอบเอาคหุ รอื ถงั ใสน่ ำ้� ทขี่ งั กบ ขงั ปลา ขงั ลกู ออ๊ ด อะไรตอ่ อะไรพวกนี้ ไปตกั นำ�้ ในบอ่
ทำ� ใหส้ กปรก ไมอ่ ยากใหท้ ำ� อยา่ งนน้ั อยากดมื่ นำ้� ใชน้ ำ�้ กต็ กั ใสโ่ อง่ ไวใ้ หแ้ ลว้ แตค่ นไป
93