เสยี ดายเทค็ โนส
สว่ นทา่ นเจา้ คณุ พระมงคลกติ ตธิ าดาไดเ้ ลา่ ความประทบั ใจในวนั ทมี่ กี ารเปลยี่ น
บริขารให้ท่านเพือ่ รบั เข้าหมคู่ ณะทว่ี ัดหนองป่าพงสมยั น้นั ว่า
“ตอนทที่ า่ นเปลยี่ นผา้ เปลยี่ นบรขิ ารให้ ผมมเี งนิ สห่ี า้ รอ้ ย ผมกป็ าทง้ิ ไปขา้ งหลงั
ให้พวกปะขาวเขาเอา สว่ นนาฬกิ านี้ก็ยงั เสียดายอยู่ เป็นนาฬิกาข้อมอื ย่ีหอ้ เท็คโนส
ผมเอาไวด้ เู วลาสอนหนงั สอื เมอื่ หยบิ ขน้ึ มาจะเอาทงิ้ เสยี สละ กฉ็ กุ คดิ ขน้ึ มาวา่ นาฬกิ านี้
ถา้ เราเสียสละแล้ว จะหาไดท้ ่ไี หนใหม่มาใช้หนอตอนกลบั ไปสอนหนังสอื หลวงพ่อ
จงึ พดู ขน้ึ มาเหมือนอยา่ งรใู้ จผมวา่ อ้อ...นาฬิกาก็มีหรือ ท่านวา่ เอาทง้ิ ไป ของไมด่ ี
เอาของผมน่ี ทา่ นกห็ ยบิ เอานาฬกิ าจากยา่ มทา่ นใหเ้ ลย นาฬกิ าเรอื นนนั้ เดย๋ี วนก้ี ย็ งั อยู่
ผมรักษาอยู่น่”ี
หไู ว ตาไว
พระอาจารยบ์ ุญชู ฐิตคโุ ณ เจา้ อาวาสวัดปากกุดหวาย ผู้เปรยี บเสมอื นมอื ซ้าย
ของหลวงพอ่ ในงานบรหิ ารวดั หนองปา่ พงในสมยั หลงั ๆ เมอ่ื เขา้ สสู่ ำ� นกั ครง้ั แรกในฐานะ
พระอาคนั ตุกะ ท่านกส็ ามารถปรบั ตัวเขา้ สูส่ ถานการณ์ได้อย่างราบร่นื โดยน้อมทกุ
อยา่ งเปน็ ธรรมะ
“หลวงพ่อท่านมีปัญญามาก ทา่ นดคู นออก ท่านจะทรมานเพ่อื อะไร ลองคดิ ดู
เพื่อต้องการให้เราดูตัวเราเองว่า ท�ำไมท่านจึงจัดให้เรานั่งปลายแถวสุด เพราะจะ
ท�ำให้เราได้สำ� นึกส�ำเหนียกว่า เราคงจะมีความบกพร่องอยู่มาก การกระทำ� ของเรา
คงไม่เหมาะสม กริ ิยามารยาทของเราคงจะไมส่ มควร ท่านจึงยงั ไมใ่ หเ้ ราร่วมหมรู่ ว่ ม
คณะ ให้น่ังอยโู่ น่น สง่ิ เหล่านีเ้ ป็นเหตุให้เราได้พจิ ารณาดูตวั เอง ท�ำให้เราเป็นผูม้ สี ติ
ระมดั ระวงั มากขนึ้ เมอ่ื ถงึ เวลาทพี่ ระเณรทา่ นพากนั ทำ� กจิ วตั ร หรอื การงานอะไรตา่ งๆ
กใ็ ห้เราเป็นคนหูไวตาไว ชว่ ยท่านทำ� และต้องทำ� ได้ทกุ อยา่ ง เราตอ้ งมีมานะปลุกใจ
เราว่า ท่านท�ำไดเ้ รากต็ ้องทำ� ได้ ไม่ว่างานน้ันจะหนกั หนาแคไ่ หน
294
หลวงพอ่ ทา่ นกด็ เู ราบอ่ ยๆ อยา่ งพนิ จิ พจิ ารณาเหมอื นกนั ตอนแรกเมอ่ื เขา้ มาอยู่
กบั ทา่ นมีความรสู้ ึกเกรงกลัวท่านมาก ก็ไม่ใชเ่ กรงกลวั อะไรหรอก เกรงกลัวข้อวตั ร
ปฏิบัติของท่าน ตลอดจนสามเณรน้อยๆ ก็เกรงกลัว แม้แต่ญาติโยมก็ยังน่าเกรง
เพราะวา่ โยมบางคนเคยได้ฝึกหัดปฏบิ ัตมิ าก่อนเรา คงจะรอู้ ะไรๆ มากกวา่ ถึงแม้วา่
เราจะบวชมาไดห้ กพรรษาแล้วก็ตาม มนั เหมอื นกับว่าเรายังไม่ไดป้ ฏบิ ตั ิอะไร การท�ำ
กจิ ทกุ อยา่ งกม็ ผี ดิ บา้ ง ถกู บา้ ง บางครงั้ กเ็ กดิ ความละอายขนึ้ ในใจตวั เอง ทา่ นกป็ ลอ่ ย
ไว้อย่างน้ันแหละ ในระยะต่อมาจึงได้มีโอกาสกราบนมัสการท่านพร้อมด้วยเพื่อน
พระภกิ ษสุ ามเณร ในเวลาตอนเยน็ หลงั จากเลกิ สวดมนตท์ ำ� วตั ร นงั่ สมาธทิ ศ่ี าลาใหญ่
ผมก็น่ังคอยฟังธรรมะจากท่าน ถ้าใครมีปัญหาอะไรก็กราบเรียนถามท่านได้ใน
ตอนนั้น บางทีหลวงพ่อกจ็ ะถามขนึ้ มาเองว่า ท่านน้ันเป็นอยา่ งไร รปู นเ้ี ปน็ อย่างไร
สบายดไี หม ทา่ นจะถามสารทกุ ขส์ กุ ดบิ วา่ เปน็ อยา่ งไร มาอยปู่ า่ ฉนั ขา้ วมอ้ื เดยี วหวิ ไหม
พอทนไดไ้ หม บางครัง้ ท่านกอ็ บรม มขี ันติอดทนใหม้ ากๆ ให้คอ่ ยๆ ปฏบิ ตั ไิ ปเถอะ
ก็อยู่กับหมู่เพ่ือนนั่นแหละ กิจการงานเกิดขึ้น วัตรอะไรท่ีเรายังบกพร่อง หรือ
ยอ่ หย่อนอยู่ ก็ใหด้ ูเพ่อื นเขา ใหป้ ฏิบตั ใิ ห้ดอี ยา่ ประมาท อยา่ งนี้เปน็ ตน้ ”
ละพยศ ลดมานะ
จะเห็นได้ว่ากฎกติกาในการรับและระเบียบปฏิบัติต่อพระอาคันตุกะของวัด
หนองป่าพง ท่ีหลวงพ่อก�ำหนดข้ึนน้ัน หาใช่ท�ำด้วยจิตคิดรังเกียจกีดกันพระที่จะ
เขา้ สู่ส�ำนกั แตป่ ระการใดไม่ แต่ทำ� ด้วยจิตเมตตา เพ่อื ประโยชนข์ องพระมาใหม่และ
ประโยชน์ของส่วนรวม คือความสามัคคีเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันของสงฆ์โดยแท้
เน่ืองด้วยพระอาคันตุกะกระจัดกระจายกันมาจากหลายถ่ินหลายทิศ ข้อวัตรปฏิบัติ
แตกต่างกัน ศีลก็ไม่เสมอกัน ถ้าอยู่ร่วมกันตั้งแต่แรกอาจเกิดความขัดแย้งสับสน
และอาจมผี ลเสีย คือทำ� ใหพ้ ระใหมย่ อ่ หยอ่ นตาม จงึ ต้องเปิดโอกาสใหท้ ่านเหลา่ นน้ั
ได้ศึกษาข้อวัตรและกติกาสงฆ์ของวัดหนองป่าพงไปพลางก่อน การจัดท่ีให้
พระอาคันตุกะไว้ท้ายแถวก็เพื่อประโยชน์ในข้อน้ีเอง พระใหม่จะได้สังเกต ศึกษา
ความเป็นอยู่ของพระเจ้าถ่ินว่าประพฤติปฏิบัติอย่างไร ท่านจะได้ปรับตัวเข้าสู่สภาพ
295
แวดลอ้ มใหมด่ ว้ ยความราบรนื่ คอ่ ยเปน็ คอ่ ยไปปราศจากความกดดนั หรอื ความวติ ก
กังวล ผู้มีปัญญามุ่งหวังผลในการขัดเกลากิเลสของตน ย่อมมองเห็นอุบายในการ
ลดมานะละทฏิ ฐิ ซง่ึ เปน็ ฐานทีส่ �ำคญั ในการปรับตวั นอ้ มเขา้ หาธรรมะ ไดจ้ ากระเบียบ
ปฏบิ ัติและกฎกติกาของสงฆท์ ห่ี ลวงพอ่ พาด�ำเนนิ น้ไี ดไ้ ม่ยากนกั แม้ตวั หลวงพ่อเอง
เมื่อออกไปศึกษาตามส�ำนักปฏิบัติต่างๆ และต้องน่ังท้ายแถวท้ังๆ ท่ีมีอายุพรรษา
สบิ แล้ว ทา่ นกไ็ ม่ขดั ข้อง กลับภมู ใิ จและไดอ้ บุ ายตกั เตือนตนเองว่า
“จะนั่งหัวแถวหรือหางแถวก็ไม่แปลก เหมือนเพชรนิลจินดา จะวางไว้ท่ีไหน
กม็ รี าคาเท่าเดมิ และจะไดเ้ ป็นการลดทฏิ ฐมิ านะ ความทนงตวั ถอื ตัวให้นอ้ ยลงด้วย”
และย่ิงทราบว่าพระเจ้าถ่ินคอยจับตาสังเกตจริยวัตรของท่านอยู่ตลอดเวลา ท่านก็
เห็นว่าเป็นการดีเสียอีกท่ี “มีคนช่วยระวังความบกพร่อง รักษาความสกปรกมิให้
แปดเปอ้ื นเรา” อยา่ งไรกต็ ามกฎระเบยี บทม่ี คี ณุ กอ็ าจมโี ทษไดเ้ ชน่ กนั หลวงพอ่ อบรม
ลูกศิษย์อยู่เสมอ เร่ืองการมีมานะถือตัวว่าดีกว่าเคร่งกว่ารูปอื่นหรือสำ� นักอ่ืน แล้ว
เท่ียวไปต้ังข้อรังเกียจดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ซ่ึงไม่ใช่แนวทางปฏิบัติของส�ำนักวัด
หนองป่าพงเลย และความถือตัวน่ันเองท่ีท�ำให้ความบริสุทธิ์ท่ีตัวเองภูมิใจต้อง
เศร้าหมองไป
นกิ าย
ถงึ แม้วา่ คณะสงฆว์ ัดหนองป่าพงเข้มงวดกวดขนั ในเรอ่ื งพระวนิ ัย แตเ่ นอื่ งจาก
สงั กดั มหานกิ าย เมอื่ พระสายวัดหนองปา่ พงไปพกั ปฏิบัติธรรมทีว่ ัดป่าฝ่ายธรรมยุต
จงึ ร่วมอโุ บสถสงั ฆกรรมกันไม่ได้ เพราะถอื วา่ เปน็ “นานาสงั วาส”
ครั้งหนึ่ง มีพระธรรมยุติมาขอจ�ำพรรษาที่วัดหนองป่าพง หลวงพ่อได้ถาม
ความเห็นของทปี่ ระชมุ สงฆ์วา่ จะรบั ใหพ้ ระอาคันตุกะเข้าร่วมลงอโุ บสถดว้ ยหรือไม่
ซงึ่ พระสว่ นมากกล็ งความเหน็ วา่ ไมค่ วรดว้ ยเหตผุ ลวา่ “ทางฝา่ ยเขากป็ ฏเิ สธฝา่ ยเราอย”ู่
หลวงพอ่ ได้ใหเ้ หตผุ ลแย้งทีป่ ระชุมว่า
296
“ผมว่าท�ำอย่างน้ันมันก็ดีอยู่ แต่มันยังไม่เป็นธรรมเป็นวินัย มันยังเป็นทิฏฐิ
สกั กายทิฏฐิ มคี วามถอื เน้ือถอื ตวั มาก มนั ไมส่ บาย เอาอยา่ งพระพทุ ธเจา้ จะได้ไหม
คอื เราไมถ่ อื ธรรมยตุ ไมถ่ อื มหานกิ าย แตเ่ ราถอื พระธรรมพระวนิ ยั ถา้ ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ิ
ชอบจะเปน็ ธรรมยตุ หรอื มหานกิ ายกใ็ หล้ งได้ ถา้ ไมด่ ี ไมม่ คี วามละอายตอ่ บาป ถงึ เปน็
ธรรมยุตก็ไม่ให้ร่วม เป็นมหานิกายก็ไม่ให้ร่วม ถ้าเราเอาอย่างน้ีก็จะถูกต้องตาม
พระพทุ ธบัญญตั ิ”
รบั หลวงตา
ส�ำหรับผสู้ ูงอายทุ ี่วดั หนองปา่ พง หลวงพ่อมกั ใหอ้ ยเู่ ป็นปะขาวนานๆ แล้วจงึ
บวชให้เปน็ สามเณรระยะหนงึ่ เพอื่ ทดลองดวู า่ จะพอไหวหรอื ไม่ หลวงพอ่ มคี ำ� สอน
ท่ปี ระโลมใจ ฟังดูอบอนุ่ และชวนใหเ้ กดิ ก�ำลังใจในการปฏบิ ัติ โดยไมค่ ดิ ย่อท้อตอ่
สงั ขารของตนเอง สามเณรทบี่ วชตอนแกร่ ปู หนง่ึ ไดถ้ า่ ยทอดคำ� สอนของหลวงพอ่ ดงั น้ี
“ถงึ บวชมาแลว้ กท็ ำ� เอาเองนน่ั แหละ จะเปน็ พระเปน็ เณรกเ็ หมอื นกนั อยใู่ หส้ บาย
สงั ขารเหลา่ นกี้ เ็ ปรยี บเสมอื นเกวยี นเกา่ มนั ผพุ งั ทรดุ โทรมไปทกุ วนั อยา่ ไปคดิ มากเลย
ทา่ นกเ็ ทศนช์ แี้ นวทางใหผ้ มศกึ ษาประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ แลว้ ทา่ นกย็ งั เลา่ เรอื่ งในสมยั
พุทธกาลให้ฟังด้วย สมมตุ วิ ่าเราบวชมาแล้ว พระกไ็ มเ่ ปน็ พระหรอกถ้าเราไมป่ ฏิบัติ
ถ้าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้วเป็นพระเป็นเณรเป็นโยมก็เป็นพระได้เหมือนกัน ในคร้ัง
พุทธกาล โยมเป็นพระโสดาบันก็มี ส�ำเร็จเป็นพระอรหันต์แสวงหาผ้ากาสาวพัสตร์
ควายขวิดถงึ พระนิพพานทั้งทีย่ งั ไมเ่ ปลี่ยนผา้ กม็ ี
ทา่ นพดู อย่างนผี้ มเลยมคี วามภูมิใจมาก ทา่ นยงั กรุณาเล่าให้ฟงั อีก ท�ำใหผ้ ม
มีก�ำลงั ใจมากว่า
เจ้าคุณ ๙ ประโยคเป็นเจ้าคณะจังหวัด มีภาระมากในการดูแลรับผิดชอบ
คณะสงฆ์ สกึ ออกมาแลว้ บวชใหมเ่ ปน็ สามเณร หนไี ปปฏบิ ตั ภิ าวนาบนภเู ขาในฤดรู อ้ น
พอฤดฝู นเขา้ พรรษากก็ ลบั มาอยกู่ บั ลกู ศษิ ย์ ทา่ นกย็ งั เทศนส์ ง่ั สอนอยอู่ ยา่ งนนั้ หนจี าก
297
การปกครองคณะสงฆ์เพราะมีภาระหน้าท่ียุ่งท่านก็ท�ำได้ ไปได้เหมือนกัน ถ้าเรา
ทำ� กนั จรงิ ๆ ปฏบิ ตั ริ กั ษาใหพ้ อดกี บั ตวั เราเอง อยา่ ไปมองคนอนื่ อยา่ ไปเพง่ โทษคนอนื่
เขาจะท�ำอย่างไรก็ช่างเขา เราอย่าสนใจ เพราะว่าเราแก่แล้ว ผมก็น้อมเอาธรรมะ
ค�ำส่ังสอนของทา่ นมาปฏิบัตอิ ย่างนแี้ หละครบั ”
การลาสิกขา
การลาสิกขา ถือว่าเป็นเร่ืองธรรมดา น้อยคนท่ีมีบุญบารมีพอท่ีจะครองผ้า
กาสาวพัสตร์ได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะฉะนั้นหลังออกพรรษา พระที่บวชใหม่บางรูป
กส็ กึ ออกไป บางครง้ั พระเกา่ บางรปู กค็ ดิ อยากสกึ บา้ ง อยา่ งไรกต็ ามเมอ่ื มพี ระคดิ อยาก
ลาสิกขา วิสัยของครูบาอาจารย์ย่อมรู้สึกเสียดายท่ีลูกศิษย์พ่ายแพ้ต่อกิเลสทางโลก
ในสมยั แรกซง่ึ พระเณรทว่ี ดั หนองปา่ พงยงั มจี ำ� นวนไมม่ าก เมอื่ มพี ระกระสนั อยากสกึ
หลวงพอ่ จะพยายามหาอบุ ายทกุ วถิ ที างยบั ยง้ั เอาไว้ หากสดุ วสิ ยั จรงิ ๆ ทา่ นจงึ จะอนญุ าต
ใหล้ าสกิ ขาไป ท่านพระครบู รรพตวรกิตไดเ้ ล่าถึงความพยายามของหลวงพอ่ ในการ
ปอ้ งกันลูกศษิ ย์ไมใ่ ห้ตกไปสูเ่ พศท่ตี ่�ำกวา่ ว่า
“สมัยก่อนท่านเคร่งครัดมาก ใครอยากสึกท่านจะเรียกไปสอน เทศน์ให้ฟัง
พาไปเทย่ี วไปถึงไหนก็ช้ใี หเ้ หน็ ความทุกข์ของการมคี รอบครวั การท�ำมาหากิน แล้วก็
คอยถามความรสู้ กึ ของลกู ศษิ ย์ ถา้ ยงั ไมเ่ หน็ ทกุ ขเ์ หน็ โทษกพ็ าตอ่ ไปเรอื่ ยๆ เปน็ หนา้ ท่ี
ของครูบาอาจารย์ทจี่ ะตอ้ งชว่ ย บางทีท่านกว็ า่ กลอนเกีย่ วกับเรอ่ื งเพศให้ฟัง”
ส�ำหรบั การเทศนอ์ บรมพระที่อยากสกึ หลวงพ่อเนน้ ในเรือ่ งความทกุ ขข์ องชีวติ
คฤหสั ถ์ และความงดงามของชวี ติ นกั บวช มตี วั อยา่ งคำ� สอนของหลวงพอ่ ทใี่ หแ้ กพ่ ระ
ทอี่ ยากสึก ซ่งึ ท่านพระครูบรรพตวรกติ ไดถ้ า่ ยทอดดงั นี้
“พวกทา่ นเองกไ็ มใ่ ชบ่ รสิ ทุ ธิ์ เคยมาแลว้ ทงั้ นน้ั ยงั สงสยั อะไรอกี ถงึ อยากจะกลบั ไป
ใหพ้ จิ ารณาใหด้ ๆี มนั ไมม่ อี ะไรสวย ไมม่ อี ะไรดหี รอก เขากเ็ หมอื นเรานะแหละ ดทู วาร
ทงั้ เกา้ ดตู า หู จมกู ลว้ นแตม่ มี ลู รไู หน ชอ่ งไหน กล็ ว้ นแตข่ องสกปรกทงั้ นนั้ นง่ั นกึ
298
นอนนึก จินตนาการ ปรงุ แตง่ ไปก็นกึ ว่ามันดี ไปจริงๆ ไม่มีอะไรดหี รอก ต้องไป
เปน็ ทาสเขา เขาจะบงั คบั จะนง่ั จะนอนกไ็ มไ่ ด้ กนิ กต็ อ้ งเดนิ กนิ วง่ิ กนิ ทกุ ขย์ าก อดอยาก
กิเลสตัณหามันมาล่อ อย่าไปเช่ือมัน ไม่ต้องสึกตามใจมัน ไม่ตายหรอก เชื่อผม
มันหลอกเรามาหลายชาตแิ ลว้
บางทีท่านก็พาไปเที่ยว หรือไม่ก็แสดงธรรมิกถายกคุณยกโทษข้ึนอธิบาย
บางคนทเ่ี หลอื วสิ ยั จรงิ ๆ กต็ อ้ งปลอ่ ยไป สมยั นนั้ เครอ่ื งแตง่ กายผหู้ ญงิ ยงั ไมโ่ ลดโผน
เท่าสมยั นี้ ถ้ามีผ้หู ญงิ แต่งตัวไมเ่ หมาะสม เชน่ นุง่ กางเกงรัดรูปมาวดั หากมีพระเณร
อยู่ด้วยท่านจะส่ังเลิกให้ไปทันที ท่านพยายามไม่ให้เห็น ไม่ให้ใกล้ชิด บางทีไป
บณิ ฑบาตไดย้ นิ ผวั เมยี เขาทะเลาะกนั หรอื บางครง้ั เหน็ เขาเดนิ อมุ้ ลกู จงู หลาน หาบคอน
ไลค่ วายไป ทา่ นกจ็ ะช้ีใหด้ ู ดีไหม จะเอาอยา่ งน้ีไหม เปน็ ต้น”
บางทหี ลวงพอ่ บน่ วา่ พระขาด “เครอ่ื งกนั สกึ ” และเพยี งแตเ่ ชอ่ื ในศรทั ธาอนั แรง
กลา้ ของตวั เองตอนบวชใหม่
“มีพระฝรั่งรูปหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของผม เม่ือเห็นพระไทยสึกก็ โอ! เสียดาย
ทำ� ไมถึงท�ำอย่างนนั้ ทำ� ไมพระไทยเณรไทยถงึ สึกกนั น่ี เขาตกใจ พากันตน่ื เต้นใน
การสกึ ของพระไทยเณรไทย กเ็ พราะมาพบใหมๆ่ เขาตง้ั ใจมศี รทั ธามาบวชนี่ มนั ดแี ลว้
คิดว่าจะไม่สึกแล้ว ใครสึกก็โง่เท่านั้นแหละ มาเห็นพระไทยเณรไทยเข้าพรรษา
กบ็ วชกัน ออกพรรษาแล้วก็สกึ โอย๊ ! สลดใจ ตกใจ โอ!้ สงสารเนอ้ สงสารพระไทย
สงสารสามเณรไทย ทำ� ไมถงึ ทำ� อยา่ งน้ัน
พอปตี ่อมา พระฝรัง่ ก็อยากสึกบา้ ง เลยเหน็ เป็นของทไี่ ม่ส�ำคัญ ตอนแรกมา
พบใหมๆ่ มนั ตน่ื เตน้ เหน็ เปน็ ของสำ� คญั มาก การบวชนะนกึ วา่ จะทำ� กนั งา่ ยๆ เมอ่ื ใจ
ของคนมีกำ� ลงั ศรัทธา มนั พรอ้ มหมดทุกอย่าง คดิ อะไรมนั กถ็ ูกไปทง้ั น้นั แหละ”
อีกโอกาสหน่งึ หลวงพ่อให้โอวาทแกพ่ ระทีค่ ดิ อยากสกึ ออกไปแตง่ งานวา่
“ใหก้ ลบั ความรกั ทม่ี อี ยใู่ หก้ ลายเปน็ ความรกั สากล เปน็ ความรกั ทม่ี ตี อ่ สรรพสตั ว์
ทง้ั หลาย รกั เหมอื นแม่รกั ลูก พ่อรักลกู แม้ผมอยูก่ ับพวกท่าน ผมกร็ ักท่านเหมอื น
299
กลั ยาณมติ รธรรม ๗
๑. ปโิ ย
นา่ รกั ในฐานะเปน็ ทส่ี บายใจและสนทิ สนม ชวนใหอ้ ยากเขา้ ไป
ปรึกษาและไตถ่ าม
๒. ครุ
นา่ เคารพ ในฐานะประพฤติสมควรแก่ฐานะ ใหเ้ กดิ ความรู้สึก
อบอุ่นเปน็ ท่ีพึง่ ได้
๓. ภาวนีโย
น่าเจริญใจ นา่ ยกย่อง ควรเอาอยา่ ง ท�ำให้ระลึกและเอย่ อา้ ง
ด้วยซาบซ้ึงภมู ิใจ
๔. วตตฺ า จ
รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรพูดอะไร
อยา่ งไร คอยใหค้ �ำแนะน�ำว่ากลา่ วตกั เตือน เป็นที่ปรกึ ษาทดี่ ี
๕. วจนกฺขโม
อดทนตอ่ ถอ้ ยคำ� คอื พรอ้ มทจี่ ะรบั ฟงั คำ� ปรกึ ษาซกั ถาม คำ� เสนอ
และวิพากษ์วจิ ารณ์ อดทน ฟังไมเ่ บอ่ื
๖. คมฺภีรญจฺ กถํ กตฺตา
แถลงเรอื่ งลำ�้ ลกึ ได้ สามารถอธบิ ายเรอ่ื งยงุ่ ยากซบั ซอ้ นใหเ้ ขา้ ใจ
และใหเ้ รยี นรู้เร่ืองราวท่ลี กึ ซง้ึ ยิ่งขึ้นไป
๗. โน จฏฺ€าเน นโิ ยชเย
ไม่ชกั นำ� ในอฐาน คือไม่แนะน�ำในเรอ่ื งเหลวไหล หรอื ชักจูงไป
ในทางเส่ือมเสยี
300
เป็นลกู เปน็ หลาน ให้ล้างความใคร่ออกจากความรกั เหมอื นหัวกลอย ตอ้ งแช่เอาพษิ
ออกจงึ กนิ ได้ ความรักกเ็ ช่นกันต้องพิจารณา มองให้เห็นทุกข์ของมัน ค่อยๆ ลบล้าง
เชอื้ แหง่ ความมวั เมาออก เพอ่ื ใหเ้ หลอื แตค่ วามรกั ลว้ นๆ เหมอื นครบู าอาจารยร์ กั ศษิ ย์
ผมเคยผา่ นความรกั วยั หนมุ่ มา ผมเหน็ ใจทา่ น ความใครใ่ นความรกั นี้ ถา้ ลา้ งมนั ไมอ่ อก
แม้แก่แล้วมันก็ยังแสดงฤทธิ์ได้ ให้เอาโทษของความก�ำหนัดมาคิดมาปลงให้ได้
ถา้ แกโ้ ดยใชป้ ญั ญาไมไ่ หว ลดละมนั ไมไ่ ดก้ ใ็ หห้ นไี ปกอ่ น หนไี ปตงั้ หลกั แลว้ คอ่ ยกลบั
มาใหม่ เรยี กวา่ ลม้ แลว้ ตอ้ งรจู้ กั ลกุ คลกุ แลว้ ตอ้ งรจู้ กั คลาน ไมใ่ ชล่ ม้ แลว้ นอนแอง้ แมง้
คลกุ เคลา้ หมกมนุ่ กบั กามอยอู่ ยา่ งนนั้ การมคี รอบครวั มาครอบ ไปไหนกไ็ มไ่ ด้ ธดุ งค์
กไ็ ม่ได้ ติดตามครูบาอาจารยก์ ไ็ ม่ได้ ลูกก็รอ้ ง เมียก็บ่น พอ่ ตาก็ดา่ แมย่ ายก็ชงั
ถว้ ยชามกะละมงั มันครอบเอาไวห้ มด คิดให้ดี
โบราณกลา่ ววา่ ฝนจะตก ขจี้ ะแตก คนจะตาย ลกู จะตาย ลกู จะออก พระจะสกึ
ห้ามไม่ได้ ผมเช่ือข้ออ่ืนๆ แต่ไม่เชื่อข้อสุดท้าย ผมว่าพระจะสึกน้ันต้องห้ามได้
ผมเคยคิดมาแล้ว ยังเปล่ียนได้เลย สึกออกไปแล้วก็มีภาระรับผิดชอบ สร้างตัว
สร้างตน ไมส่ ะดวกสบายอิสระอย่างอยู่เปน็ สมณะน้ีหรอก คนเขาวา่ “อยคู่ นเดยี ว
เปลีย่ วกาย แสนสบายแตไ่ ม่สนกุ อยูส่ องคนทนทกุ ข์ แสนสนุกแต่ไมส่ บาย” ผมวา่
มนั สนุกนดิ ๆ หนอ่ ยๆ เหมอื นรสอาหาร อร่อยแคป่ ลายล้ิน กลนื เขา้ ไปกห็ มดแล้ว
แต่การภาวนาน่ีนะถ้าภาวนาไป พอจิตสงบเห็นธรรมแล้ว มันสบาย บางทีซึ้งใจ
ไม่ต้องฉันขา้ วกไ็ ด้นะ และสบายทง้ั นัน้ ไม่ใชแ่ ค่ปลายลิ้นหรอกนะ
มีเร่ืองเล่าว่า ทิดสึกใหม่รีบออกไปแต่งงาน แต่งงานวันแรกน่ังร้องไห้ เมีย
ถามว่า พ่เี ป็นอะไร นอ้ งปฏิบตั บิ กพรอ่ งตรงไหน ทดิ สึกใหม่ตอบวา่ เสยี ดาย รู้ว่า
แต่งงานดอี ยา่ งง้สี ึกมานานแลว้ แตอ่ ยู่ไปๆ ก็มีลูก ทำ� มาหากนิ ก็ส้เู ขาไม่ไหว ตัวเคย
บวชพระ เลห่ เ์ หลยี่ มไมท่ นั เขา เพราะทำ� ผดิ ศลี ธรรมยากกวา่ คนอน่ื คราวนเี้ หน็ แตท่ กุ ข์
ร�่ำร้องจะมาบวชอีก ดังนั้น เราบวชกันมาถึงขั้นนี้แล้วให้ภาวนาให้มากเข้า ดูลงไป
ท่ีใจ ทำ� ไมบวชแลว้ ต้องสึก แล้วโยมอุปัฏฐากละ่ เขาเคยกราบไหว้เราจะไปมองหน้า
เขาอยา่ งไร เราจะออกไปเปน็ อะไร ความทุกข์ตัวไหนมันเกดิ ก็เอาตัวนนั้ แหละมา
301
พิจารณา ดูให้มันชัด บางทีมันไม่ชัดก็ต้องพยายามงดกิน งดนอน สู้ดูเข้าไป
ตายเปน็ ตาย พระอาจารยท์ องรตั น์ ซง่ึ เปน็ อาจารยก์ รรมฐานของผม ทา่ นกเ็ คยคดิ สกึ
ใครห้ามก็ไม่ฟังจะสึกท่าเดียว ท่านก็ขอขวานบิ่นจากชาวบ้านแล้วลงมือฟันขอนไม้
ฟนั อยู่ ๓ วัน ๓ คนื จนมือแตกจนเพลีย แลว้ ท่านกถ็ ามตนเองว่า รู้จกั พ่อมึงไหมน่ี
ท่านถามกิเลสของท่าน เรื่องความรักเช่นน้ี ครูบาอาจารย์ของเราท่านก็เคยผ่านกัน
มาแลว้ อยา่ งทา่ นอาจารยไ์ งละ่ ทา่ นคดิ ไปหลงรกั ผหู้ ญงิ ทใี่ สบ่ าตรทา่ น เพอื่ นสหธรรมกิ
ตอ้ งพาไปนงั่ ภาวนา ขงั ไวใ้ นโบสถ์ อดขา้ วถงึ หา้ หกวนั ปรากฏวา่ จติ มนั พลกิ เหน็ เปน็
อสุภะ ทำ� ใหจ้ ติ รวมเหน็ ธรรม เลยรอดมาได้ อย่างราคะน้เี ปน็ จดุ ออ่ น เราต้องเอา
อสุภะเข้าไปแก้ ลองก�ำลังจนรู้ก�ำลัง อย่าปล่อยให้กิเลสมันต่อยจุดอ่อนของเราจน
มนั นอ็ คเราได้ ภาวนาเปน็ นะ่ นะ ถา้ กเิ ลสมาสงู เราลอดได้ ถา้ แลกไมไ่ ด้กระโดดหนี
ไปกอ่ น อยา่ แลกท้ังๆ ทกี่ �ำลงั ไมด่ ี ระวงั จะถกู นอ็ ค”
หลักของการปฏิบัติ
ในระหวา่ งทหี่ ลวงพอ่ ไดอ้ ยเู่ ปน็ เจา้ อาวาสวดั หนองปา่ พงเกอื บ ๓๐ ปนี นั้ มกี ลุ บตุ ร
เขา้ มาขอบวชมากมาย สว่ นใหญม่ าจากครอบครวั ชาวนาในจงั หวดั อบุ ลราชธานนี นั่ เอง
แต่บางทีก็ลูกพ่อค้าลูกข้าราชการด้วยเหมือนกัน และบางคนมาจากกรุงเทพฯ บ้าง
จากตา่ งประเทศบา้ ง ฉะนน้ั ในบางปี คณะสงฆว์ ดั หนองปา่ พง จงึ มสี มาชกิ หลากหลาย
คอื ประกอบดว้ ยพระหนมุ่ สามเณรนอ้ ยบา้ ง พระอายกุ ลางคนบา้ ง หลวงตาสงู อายบุ า้ ง
บางรูปก็มีนิสัยค่อนไปทางราคจริต บางรูปก็หนักไปทางโทสจริต บางรูปก็หนักไป
ทางโมหจริต ผู้ปฏิบัติเคร่งม่ันคงในธรรมก็มี ผู้ปฏิบัติย่อหย่อนใจคลอนแคลนก็
ยอ่ มมบี า้ งเหมือนกนั องค์ประกอบของคณะสงฆม์ ีลักษณะเชน่ นี้ จ�ำเปน็ ต้องมหี ลัก
ของการปฏิบัติที่ทุกรูปสามารถใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการด�ำเนินชีวิตพรหมจรรย์
ของตน ซ่ึงหลวงพ่อได้แนะน�ำหลกั นี้ไว้อย่างเรยี บง่ายและชัดเจน
“หลกั ของการปฏบิ ตั นิ น้ั หนง่ึ เราตงั้ ไวใ้ นใจของเราวา่ เราจะตอ้ งเอาชนะตวั เอง
ใหไ้ ด้ นห่ี ลกั ใหญข่ องมนั อยา่ เอาชนะสงิ่ อนื่ อยา่ เอาชนะบคุ คลอนื่ ถา้ ใครมคี วามรสู้ กึ
302
นกึ คดิ วา่ จะเอาชนะผอู้ นื่ อยรู่ ำ�่ ไป นนั่ กเ็ ปน็ ผทู้ แี่ พเ้ รอ่ื ยไปในดา้ นปฏบิ ตั ิ เพราะลกั ษณะ
ปฏิบัติที่แท้จริงนั้น จะต้องภาวนาให้รู้จักเอาชนะตนเองเรื่อยไป อย่าเอาชนะผู้อ่ืน
เม่ือรวมแล้วถ้าเอาชนะตนเองก็ชนะหมดทุกส่ิงทุกอย่าง ผู้ปฏิบัติอยู่ในระบอบอันนี้
เรียกว่า เป็นผู้มีหลกั ธรรมเอาชนะใจตวั เองได้ การด�ำเนินงานในด้านปฏิบตั ขิ องเรา
ให้ตั้งอนั นไ้ี ว้สมำ�่ เสมอ
หลกั ยอ่ ๆ ก็คอื
หลกั ทห่ี นง่ึ ศลี คอื ระเบยี บกฎภายนอก กริ ยิ ามารยาทอยา่ งทเี่ ราเคยทำ� กนั มานี้
เปน็ ตน้
หลกั ท่ีสอง คอื สมาธิ ความสงบระงบั
หลกั ทสี่ าม กค็ อื เปน็ ผมู้ ปี ญั ญา จะรกั ษาศลี กต็ อ้ งเปน็ ผมู้ สี ตปิ ญั ญา จะหาสมาธิ
ความสงบจติ กม็ สี ติปัญญา จงึ จะเรยี กไดว้ ่าผู้นน้ั ร้จู ักการปฏิบัตสิ ่วนใหญข่ องตน
ธรรมดาเมอ่ื อยหู่ า่ งไกลครบู าอาจารย์ เมอื่ เรากลายไปๆ เหมอื นผลไมต้ า่ งๆ เชน่
มะเขอื อยา่ งนเ้ี ปน็ ตน้ ถา้ เราปลกู พนั ธด์ุ คี รง้ั แรก ในปที ส่ี องถา้ ไมเ่ กบ็ พนั ธม์ุ นั ไว้ ไมเ่ อา
เมลด็ ไปเพาะพันธ์ุ พนั ธุ์กเ็ สียไปเสื่อมไปเร่อื ยๆ เลยเกิดมะเขือพันธ์ุไมด่ ี เปล่ยี นจาก
พันธเุ์ ดมิ ของมันไป พวกเรากเ็ ช่นกนั ใหพ้ ากันประพฤตปิ ฏิบตั อิ ยู่ในหลกั หนักแน่น
ไวใ้ นจิตของเราเสมอ”
สมณสญั ญา
สมณะ คือผู้สงบระงับ และการประพฤติปฏิบัติดี ก็เพื่อจะเข้าถึงความเป็น
สมณะทแี่ ทจ้ รงิ ในระหวา่ งการประพฤตปิ ฏบิ ตั นิ นั้ นกั บวชตอ้ งฝกึ เจรญิ สมณสญั ญา
คือระลกึ ในความเปน็ พระอยู่เป็นนิจ เพือ่ ระงับความเคยชินของโลกวิสยั และสร้าง
ความสงา่ ผา่ เผยใหก้ ับตวั เอง
303
นอกจากการพรรณนาอานิสงส์ของความเป็นสมณะแล้ว หลวงพ่อคอยช้ีโทษ
และเตอื นสติของลูกศิษย์ ในส่งิ ทเี่ ปน็ มารต่อชีวติ พรหมจรรยอ์ ยเู่ สมอ และกำ� ชับให้
ทกุ รปู ตงั้ ใจอย่างจริงจังในการประพฤติปฏบิ ัติเพื่อความพ้นทุกข์
“บัดนีพ้ วกเราได้เขา้ มาบวช มันไม่ถูกจุดมนั ครบั นักบวชเรามงุ่ อะไร ม่งุ ลาภ
สกั การะหรอื มงุ่ ยศหรอื มงุ่ สรรเสรญิ หรอื มงุ่ วตั ถหุ รอื นกั บวชเรา พระพทุ ธเจา้ ทา่ น
สอนไว้ไมใ่ ห้มุ่งสิง่ ทง้ั หลายเหลา่ นั้น ถา้ มงุ่ ความสุข ม่งุ ความสนุก มงุ่ การกนิ ดอี ยูด่ ี
มงุ่ วัตถุแลว้ ละก็ ไม่ต้องบวชแลว้ มันโกหกพกลมเขา จะหากนิ ตามสบาย ถา้ เปน็
ฆราวาสแล้ว ไมต่ อ้ งอดหลบั อดนอนกนั ไม่ตอ้ งมาฉนั ขา้ วมอื้ เดียว ไม่ตอ้ งมาอยปู่ า่
ดกี วา่ อยา่ งคณุ หมอนน่ั ยงั ไมบ่ วช กส็ บายครบั หากนิ ตามชอบใจ นเ้ี รยี กวา่ นกั ฆราวาส
แตเ่ ขากม็ ปี ระโยชน์ เหน็ ฆราวาสเขาอยใู่ นกาม มคี รอบครวั เขาเปน็ ทกุ ขเ์ พราะผวั บา้ ง
เป็นทุกข์เพราะเมียบ้าง เป็นทุกข์เพราะลูกบ้าง เป็นทุกข์เพราะอะไรๆ หลายอย่าง
ประเด๋ียวเขาเห็นโทษเลยครบั เขากท็ งิ้ มนั ไปได้ เขาทำ� เองมนั เห็นโทษนคี่ รบั บางที
มนั เปน็ ทุกข์ มนั เหน็ โทษ เมือ่ เขาเหน็ โทษอยา่ งแจ่มแจ้ง เขาก็ทิง้ สง่ิ ท้ังหลายเหลา่ นน้ั
ได้เท่าน้ันแหละ
ขอ้ ปฏบิ ตั ไิ มใ่ ชว่ บิ ตั ิ มนั เปน็ ขอ้ ปฏบิ ตั ิ ถา้ หากวา่ เรายอมรบั ความจรงิ แลว้ ปฏบิ ตั ิ
ตามก็เป็นข้อปฏบิ ตั ิ ถ้าใครๆ ไม่ยอมรับความจรงิ และไมพ่ ยายาม ท�ำตามใจชอบ
ของเรานนั้ มนั ก็เป็นวิบตั ิ ถึงแม้เราจะบวชมาถึงยสี่ บิ พรรษา สามสบิ พรรษาก็ตามที
มนั ก็ไม่รรู้ สธรรมะของพระพทุ ธเจา้ เหมอื นชาวประมงไปจบั ปลาในหนองที่ไม่มปี ลา
ไปทกุ วนั มันกไ็ มไ่ ดท้ ุกวนั เหวี่ยงแหไปทุกที มนั กไ็ ม่มี จะไปเท่าไรมันกไ็ มไ่ ดป้ ลา
ทำ� ไม ก็เพราะปลาในหนองนน้ั มันไม่มี นีก้ เ็ หมอื นกนั ฉนั น้ัน”
พระอาจารยเ์ ขมธมโฺ ม พูดถงึ การที่หลวงพอ่ พยายามปลกู สมณสญั ญาในจติ ใจ
ลกู ศษิ ยว์ า่ “เราไมเ่ คยถกู ปลอ่ ยใหล้ มื จดุ มงุ่ หมายแหง่ ชวี ติ ของเราเลย เราคอื พระภกิ ษุ
ผู้ซ่ึงมิได้ด�ำรงอยู่เพ่ือแสวงหาลาภสักการะหรือช่ือเสียง มิใช่เพ่ือสถานะหรือความ
ก้าวหน้าทางโลก เราเป็นพระภิกษุเพ่ือว่าเราจะได้มีโอกาสอันดีท่ีสุดในการเผชิญกับ
กิเลสของเรา เผชิญกบั ส่ิงมีอทิ ธิพลซ่งึ ท�ำลายหวั ใจ และจติ ใจของเรา มองเหน็ และ
304
เขา้ ใจสง่ิ ตา่ งๆ เหลา่ น้ี แลว้ ทงิ้ มนั ไป เพอ่ื บรรลถุ งึ ความสงบอนั จรงิ แทแ้ นน่ อน ความสขุ
แห่งพระนพิ พาน”
เทคนคิ อนั แยบยล
หลวงพอ่ วางพนื้ ฐานในการฝกึ สอนพระภกิ ษสุ ามเณร โดยการจดั ระเบยี บขอ้ วตั ร
ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระวินัย ดังได้กล่าวไว้แล้วในบทต้นๆ เป็นการคุม
บรรยากาศในวดั ใหเ้ ออื้ อำ� นวยตอ่ การบรรลธุ รรมไดม้ ากทสี่ ดุ พระอาจารยเ์ ขมธมโฺ ม
ลูกศิษยช์ าวอังกฤษรุ่นอาวุโสรปู หนงึ่ ได้ให้ทศั นะต่อวิธกี ารสอนของหลวงพ่อไวว้ า่
“มนั มใิ ชเ่ ปน็ เพยี งการนง่ั ทำ� สมาธเิ ทา่ นนั้ ทท่ี า่ นสนใจ แตม่ นั เปน็ การฝกึ ฝนอบรม
ซ่ึงกว้างกว่า เป็นการฝึกท่ีรวมเอาทุกๆ ส่วนในชีวิตของเราไว้ เปิดเผยสิ่งเลวร้าย
ภายในใจของเราแล้ว ส่งเสริมและดึงเอาส่ิงท่ีดีท่ีสุดออกมา การฝึกอบรมของ
หลวงพอ่ นน้ั ทำ� ใหก้ ฎระเบยี บทกุ อยา่ ง ตลอดจนธรรมเนยี มประเพณแี ละรปู แบบของ
ชีวิตนักบวชในวัด พ้นจากการเป็นเพียงประเพณีที่ท�ำสืบต่อกันมาอย่างไร้จุดหมาย
กลายมาเปน็ วธิ กี ารอนั แยบยล เปน็ สว่ นหนงึ่ ของเครอ่ื งมอื ซง่ึ เราใชเ้ พอ่ื สรา้ งทศั นคติ
แหง่ การร้แู จ้งภายใน”
เปน็ ทีน่ า่ สังเกตว่า ท้งั ๆ ท่หี ลวงพ่อใหค้ วามเคารพนบั ถอื หลวงปมู่ ่นั ภูริทตฺโต
ในฐานะครูบาอาจารย์ที่ท่านเชิดชูไว้เหนือศีรษะ เมื่อหลวงพ่อมาตั้งวัดหนองป่าพง
ทา่ นกม็ ิไดเ้ ลยี นแบบระเบียบปฏบิ ตั ิของวัดป่าสายหลวงป่มู ่นั ทุกประการ จดุ สำ� คญั ท่ี
แตกต่างกันก็คือ ในวัดป่าส่วนมากพระเณรทำ� ความเพียรตามอัธยาศัยท่ีกุฏิของตน
ออกมาฟงั โอวาทจากครบู าอาจารยป์ ระมาณอาทติ ยล์ ะครง้ั เทา่ นน้ั แตท่ ว่ี ดั หนองปา่ พง
หลวงพอ่ เนน้ ในเรอื่ งความสามคั คขี องหมคู่ ณะ พระภกิ ษสุ ามเณรตอ้ งออกมาทำ� ความ
เพยี รรว่ มกนั โดยมีการประชุมเชา้ เยน็ ทำ� วัตรสวดมนต์นงั่ สมาธิ ฟงั การอบรม ทั้งนี้
ท่านคงใชห้ ลักของอปรหิ านิยธรรม ๗ ประการ ตามท่ีมพี ุทธด�ำรสั ๒ ขอ้ แรกวา่
“๑. ประชุมกันเนอื งนิตย์
305
๒. พร้อมเพรยี งกันประชุม พรอ้ มเพรียงกันเลกิ ประชุม พรอ้ มเพรียงกนั ท�ำกิจ
ทสี่ งฆจ์ ะตอ้ งทำ� ไมเ่ ปน็ ทต่ี งั้ แหง่ ความเสอ่ื ม เปน็ ไปเพอื่ ความเจรญิ ฝา่ ยเดยี ว สำ� หรบั
ภกิ ษทุ ัง้ หลาย”
“สง่ิ ที่ทำ� ดังกวา่ คำ� ทพ่ี ูด” วธิ ีการสอนของหลวงพ่อลงรอยกบั ภาษิตโบราณบทนี้
เป็นอยา่ งดีเพราะทา่ นได้ถือหลกั ท�ำให้ดู เปน็ วิธีการสอนท่ีสำ� คัญ ท่านใหล้ ูกศษิ ย์
ปฏิบัติอย่างไร ท่านก็เป็นผู้พาท�ำอย่างนั้นเสมอ ไม่ใช่สักแต่ว่าให้ลูกศิษย์ปฏิบัติ
อยา่ งเอาจรงิ เอาจงั แตต่ วั ทา่ นเองพกั ผอ่ นตามสบาย เชน่ บางครง้ั ทา่ นใหล้ กู ศษิ ยน์ ง่ั สมาธิ
ต้ังแต่หัวค่�ำจนถึงเท่ียงคืน ท่านก็นั่งเป็นประธานตรงและน่ิงเป็นภูเขาอยู่เช่นนั้น
ตลอดเวลา เม่ือเป็นอย่างนี้ลูกศิษย์ก็มีก�ำลังใจ เพราะมีตัวอย่างที่ยืนยันให้เห็นว่า
การปฏบิ ตั อิ ยา่ งนที้ ำ� ไดแ้ ละไดผ้ ลจรงิ ปฏปิ ทาของหลวงพอ่ จงึ เปน็ มาตรฐานทพี่ ระเณร
ทกุ รปู มงุ่ เขา้ ถงึ อนง่ึ ความมน่ั คงและเยอื กเยน็ อกี ทงั้ ความเมตตาและปญั ญาของทา่ น
ทป่ี รากฏใหล้ กู ศษิ ยเ์ หน็ เปน็ ประจำ� กเ็ ปน็ บทศกึ ษาในตวั เองวา่ นคี่ อื ผลของการปฏบิ ตั ิ
เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษยแ์ ตล่ ะรูปม่งุ มน่ั ท่จี ะบรรลุผลนนั้ ตามอยา่ งครูบาอาจารย์
ปากเป็นเอก
การฟงั พระธรรมเทศนาทไี่ ดผ้ ล ขน้ึ อยกู่ บั เหตปุ จั จยั หลายอยา่ ง เชน่ เนอื้ หาของ
เทศนา การใชภ้ าษา ลลี าในการแสดงธรรม ความเหมาะสมของสถานทแี่ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ภูมิจิตและความต้ังใจของผู้ฟัง เป็นต้น ฉะนั้นในการวิเคราะห์การแสดงธรรมของ
หลวงพ่อ เราไมค่ วรลมื อทิ ธิพลของเหตปุ ัจจยั เหลา่ น้นั มิฉะน้ันอาจเปน็ เหตุใหเ้ ข้าใจ
คลาดเคลื่อนไปได้ เช่น ปจั จยั อย่างหน่ึงท่ีสำ� คัญมากก็คอื ความรู้สกึ ของผู้ฟังตอ่ ตวั
ผู้แสดง ถ้าผู้ฟังมีความศรัทธาเลื่อมใสในคุณธรรมของผู้พูด ก็ย่อมพร้อมท่ีจะรับ
ค�ำอบรมสง่ั สอนน้นั อยา่ งเต็มอกเตม็ ใจ แมค้ ำ� พูดสน้ั ๆ เรยี บๆ กอ็ าจท�ำให้ผฟู้ งั รู้สึก
เหมือนหงายของที่คว่�ำแล้ว หรือเปิดไฟในที่มืดก็ได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ฟัง
ไม่ศรัทธาเช่ือถือ ไมเ่ คารพในผ้แู สดง คงยากทเ่ี ขาจะรบั ธรรมะค�ำสง่ั สอนทีไ่ ดฟ้ งั ไป
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
306
ด้วยปฏิปทาท่ีอุกฤษฏ์ห้าวหาญแต่ไม่ผิดเพ้ียนออกจากทางสายกลางเพ่ือ
ความดับทุกข์ หลวงพ่อสามารถสรา้ งความไว้วางใจ เช่ือถือและเช่อื ม่นั ข้นึ ในจิตใจ
ของลกู ศษิ ย์ ทำ� ใหท้ กุ รปู ซาบซงึ้ ในคำ� สอนของทา่ น ฉะนน้ั ไมน่ า่ แปลกใจทห่ี ลวงพอ่ มี
ลูกศิษย์ชาวตา่ งประเทศเปน็ จ�ำนวนมาก ท้งั ๆ ท่ีท่านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะสง่ิ
ทป่ี ระทบั ใจเขามากไมใ่ ชค่ ำ� พดู ของหลวงพอ่ เพยี งอยา่ งเดยี ว แตเ่ ปน็ การสมั ผสั กระแส
ของเมตตา และปญั ญาบารมที แี่ ผอ่ อกจากตวั ทา่ น ทำ� ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจวา่ “หลวงพอ่
ท่านรจู้ รงิ ไมใ่ ช่สกั แต่ว่าพูดเฉยๆ”
อยา่ งไรกต็ าม หลวงพอ่ มพี รสวรรคใ์ นการพดู “พดู เปน็ พดู เกง่ พดู สนกุ ” มาตงั้ แต่
ยังเป็นฆราวาสแลว้
เม่ือเป็นครูบาอาจารย์ มีหน้าท่ีอบรมสั่งสอนกุลบุตรท่ีเข้ามาถือบวชในฐานะ
ลกู ศษิ ย์ และญาตโิ ยมทงั้ จากทใี่ กลท้ ไ่ี กล ความสามารถในการพดู การสอ่ื สาร จงึ เปน็
ปจั จยั สำ� คญั ทท่ี ำ� ใหช้ อ่ื เสยี งของทา่ นระบอื ลอื เลอื่ งไปทว่ั โลก พระอาจารยเ์ ทย่ี งไดพ้ ดู
ถึงการเทศน์ของหลวงพ่อในสมยั กอ่ นวา่
“เทศนส์ มัยกอ่ น ผา่ ตับผ่าไตผา่ หวั ใจดีแท้ ฟงั แล้วซึง้ จรงิ ๆ ถ้าคนไมต่ ื่นก็คอื
คนตายนั่นเอง ถา้ คนไมล่ กุ กค็ ือหลับน่ันแหละ เทศนไ์ ด้เฉียบขาดทส่ี ุดเลย ไม่ดีกใ็ ห้
มนั ตาย ไมต่ ายก็ให้มนั ดี คำ� นีท้ า่ นยำ้� บอ่ ย จะเอามนั ไปทำ� ไม ไม่ดกี ใ็ หม้ ันตายเสยี สิ
ไม่ตายก็ให้มันดี อยูเ่ ปลา่ ๆ เซอ่ ๆ อยไู่ มไ่ ดต้ อ้ งเรง่ ต้องรบี เวลาเรามนั น้อย ลกู ศิษย์
ลูกหากไ็ ด้กำ� ลังใจ”
พระครบู รรพตวรกิตพูดถึงสมยั นั้นวา่
“หลวงพ่อเทศน์เกือบทุกวัน ถ้ามีเรื่องไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นในวัดก็เทศน์
หลายชวั่ โมง เสยี งท่านดังกังวานมอี �ำนาจมาก ต้งั ใจจรงิ ๆ ทจี่ ะใหผ้ ูฟ้ งั เขา้ ใจให้ได้
เหมอื นจะเอากเิ ลสของศษิ ยใ์ หเ้ รยี บเปน็ หนา้ กลอง แตก่ ารเทศนข์ องทา่ นกม็ หี ลายระดบั
เทศนเ์ ฉพาะพระเณรก็อยา่ งหนง่ึ สว่ นรวมอกี อย่างหนงึ่ และเทศนญ์ าตโิ ยมธรรมดา
กอ็ กี อยา่ งหนง่ึ ทา่ นดแุ ตไ่ มโ่ กรธ เทศนไ์ มม่ หี มด การเทศนน์ น้ั เฉยี บขาดและหา้ วหาญ
จรงิ ๆ ไม่กลัวใครเลย
307
ฟังท่านเทศน์ไม่เคยเบื่อ ดูดด่ืมอยู่เร่ือย ยังก้องหูจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะ
มนั จล้ี งทตี่ วั เราเอง อยา่ งเรอ่ื งจติ วญิ ญาณไปเกดิ ไดอ้ ยา่ งไร ทา่ นอปุ มาใหฟ้ งั วา่ สมมตุ ิ
ไปทำ� คนั นาดักปลาใสล่ อบไว้ แลว้ กลับมาบา้ น วญิ ญาณไปเกดิ ไดอ้ ยา่ งไร จติ พาไป
คือกลางคืนฝนตก จิตก็จะคิดไปถึงลอบกลัวหลุด กลัวขาด คิดไปนึกไปไม่หยุด
ลงท้ายก็ลุกขึ้นไปดูจริงๆ หรืออย่างไปกรุงเทพฯ คิดถึงบ้าน จิตมันก็กลับมาได้
แวบเดยี ว เพราะฉะนน้ั จติ มนั พามา ถา้ จติ ยงั ยดึ ถอื อยู่ มนั กพ็ าไปเกดิ ใครเกดิ บา้ นไหน
ทำ� อะไรไว้ กร็ จู้ กั จำ� ไดห้ มด บา้ นตวั เราเคยสรา้ งสมไว้ ตายปบุ๊ กจ็ ะเกดิ ทนี่ นั่ มลี กู เมยี
ก็คิดถงึ ลกู เมยี ไม่คดิ ถงึ บา้ นคนอ่ืน เพราะฉะนัน้ อาศยั กรรมเป็นแดนเกิด ท�ำดีไดด้ ี
อาศัยความยึดมั่นถือม่ัน อุปาทาน ถ้าหมดตัวนี้ลงไปแล้วก็ไม่มีเชื้อ เพราะฉะนั้น
การปฏบิ ตั ใิ หพ้ ยายามละตวั นี้ อยา่ ไปยดึ หมายมน่ั ใหม้ นั สกั แตว่ า่ เหมอื นเมลด็ ผลไม้
ถา้ เอาไปค่วั เสียมนั ก็หมดเชือ้ ”
พระอาจารย์เอนกพูดถึงอัจฉริยะของหลวงพ่อในการแสดงธรรมท่ีกินใจผู้ฟัง
อย่างลึกซึ้งว่า
“ช่วงทที่ า่ นยงั หนมุ่ ไม่ไดม้ ่งุ มนั่ เร่ืองภายนอก ญาตโิ ยมท่ีมาก็ไมม่ าก ถงึ มคี น
เขา้ มากใ็ ฝใ่ จเฉพาะขอ้ วตั รปฏิบตั ิ เพราะฉะนัน้ เทศน์อะไร พดู อะไร ก็พดู เดด็ ขาด
ลงไปเลย เพ่ือคลายความสงสยั และท่านดนู ิสัยคนด้วย หลวงพอ่ ท่านรู้จรติ นสิ ัยคน
รู้ว่าใครหยาบใครละเอียด ใครหนักไปในกิเลสอย่างไหน โลภหรือโกรธหรือหลง
ทา่ นกเ็ ทศนต์ ามจรติ เทศนแ์ ทงใจคน ปญั หาเกย่ี วกบั การภาวนา โดยมากกถ็ กู ไปเลย
ตามท่ที า่ นเทศนน์ ้นั มนั ขดั ขอ้ งตรงไหนกถ็ กู ตอ้ งตรงทท่ี า่ นเทศนน์ น้ั จรงิ ๆ ส่วนมาก
แมจ้ ะมจี ิตใจลึกซ้งึ ขนาดไหนก็ไม่ค่อยพลาด ถา้ ท่านเทศน์มันจะไปแก้ตรงน้นั แหละ
ถ้าเรามีสตสิ ัมปชญั ญะตามดทู ุกถอ้ ยค�ำ ทุกความตามทที่ า่ นแสดงไป มันจะไปถกู กบั
จติ ใจของเรา นบั วา่ เป็นอจั ฉริยะของท่านเอง พูดงา่ ยๆ กล็ ึกซงึ้ ...”
308
คลายมาดราชสีห์
ในระยะหลังคือตั้งแตป่ ระมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๑ เปน็ ตน้ มา ธรรมเทศนา
ของหลวงพ่อเริ่มนมุ่ นวลขึ้น ท้ังนอ้ี าจเนือ่ งมาจากสาเหตหุ ลายประการ ประการแรก
คืออายุของหลวงพ่อมากขึ้น ก�ำลังวังชาของสังขารก็ย่อมลดลงบ้าง ประการที่สอง
ระยะนั้นผู้มีการศึกษาท้ังฝ่ายคฤหัสถ์และบรรพชิต ทั้งที่มาจากกรุงเทพฯ และจาก
ต่างประเทศเริ่มมาสู่วัดหนองป่าพง โดยเฉพาะหลังจากพิมพ์เผยแผ่ชีวประวัติของ
หลวงพ่อ ซึ่งท่านเจ้าคุณมงคลกิตติธาดาเปน็ ผู้เรียบเรยี งใน พ.ศ. ๒๕๑๑ หลวงพ่อ
คงปรบั เปลย่ี นการแสดงธรรมใหเ้ หมาะสมแกผ่ ฟู้ งั กลมุ่ ใหมน่ ด้ี ว้ ยกเ็ ปน็ ได้ พระอาจารย์
เรอื งฤทธิไ์ ดก้ ลา่ วถึงความเปลยี่ นแปลงน้ีว่า
“ทีนก้ี ็ฟงั เทศน์มว่ นซ่นื ฟงั เทศนแ์ บบรา่ เริงในธรรม ฟงั แล้วสบายข้ึน ถา้ คนมี
ปญั ญาแล้วจะไดค้ วามรู้มาก เพราะว่าทา่ นเทศน์เบาฟังง่าย แตก่ อ่ นน้ีถ้าใครไมช่ อบ
อยูไ่ ม่ได้ถึงสามคืนเลย อยูไ่ มไ่ ด้เด็ดขาด ใหม้ าอยสู่ ามคืนนี้ ให้มาฟังเทศนส์ ามคนื น้ี
ถา้ ใครไมจ่ บั ใจอยไู่ มไ่ ด้ ตอ้ งเจบ็ ปวดรวดรา้ วตงั้ แตค่ นื แรกเลย มนั เปน็ อบุ ายของทา่ น
พอทา่ นตกมาวยั เปน็ ผใู้ หญ่ เรม่ิ เปน็ ผเู้ ฒา่ ขนึ้ มาเรอื่ ยๆ จะไปจำ�้ จจี้ ำ�้ ไชกนั อยอู่ ยา่ งนนั้
ไมไ่ ด้ กเ็ ลยเปลย่ี น ทนี เี้ นอ้ื กอ็ นั เดมิ นน่ั แหละ แตร่ สชาตดิ ขี น้ึ สนกุ สนานขน้ึ นา่ ฟงั ขนึ้
แตร่ สู้ กึ วา่ คนจะเขา้ ใจยากหนอ่ ย เพราะมวั เพลนิ ครง้ั แรกใครฟงั กเ็ ขา้ ใจ มนั เจบ็ แสบ
เหลอื เกิน เจ็บปวดรวดร้าว ถ้าใครไม่ชอบใจอยไู่ ม่ได้ ถ้าจะมาอยไู่ ด้สามคืนนีต้ ้อง
อยู่เลย”
ลกั ษณะการเทศนแ์ บบเดมิ ของหลวงพอ่ คอื ทา่ นใชภ้ าษาอสี าน ซง่ึ คนภาคกลาง
หรือคนต่างชาติ เช่นลูกศิษย์ฝรั่งฟังแล้วรู้สึกเหมือนเป็นการด่า เพราะท่านพูดเร็ว
เสียงดังกอ้ งกังวานไปไกล แมเ้ ดินออกห่างจากศาลาไปแลว้ ก็ยังไดย้ นิ เสยี งของทา่ น
มีพลัง เป็นเสียงปลุกให้ต่ืน ผู้ฟังรู้สึกเหมือนถูกคลื่นลูกใหญ่พัดพาเอาตัวไปเลย
แตร่ ะยะหลงั ตอ่ มาเมอ่ื ทา่ นเปลย่ี นลลี าแลว้ เสยี งเทศนข์ องหลวงพอ่ ฟงั ดอู บอนุ่ นมุ่ นวล
เหมือนเสียงพ่อสอนลูก สุ้มเสียงยังมีอ�ำนาจหนักแน่นเหมือนเดิม แต่อาบอิ่มด้วย
อารมณข์ นั และเมตตา เปน็ กระแสธรรมทอ่ี อกจากใจจรงิ แมร้ ะยะหลงั เมอ่ื ทา่ นเปลยี่ น
309
ใชภ้ าษากลางแทนภาษาอสี าน ทา่ นกย็ งั เทศนส์ องภาษาสลบั กนั บอ่ ยๆ เมอื่ “ธรรมไหล”
จรงิ ๆ นัน่ แหละ จึงกลับไหลเปน็ ภาษาอีสานตามเดิม
พระอาจารยท์ องจันทร์ต้ังข้อสงั เกตวา่
“ทา่ นจะแสดงธรรมไปตามเหตุ พดู ไปตามเหตทุ เ่ี กดิ ขนึ้ มาสมั ผสั ตามความรสู้ กึ
ของเรา แลว้ ดเู หมอื นวา่ คำ� พดู ของทา่ นจะไมไ่ ดน้ กึ ไวก้ อ่ น ไมไ่ ดค้ ดิ ไวก้ อ่ น สง่ิ แวดลอ้ ม
มันมากระทบอย่างไร สง่ิ ภายนอกมากระทบอยา่ งไร ทา่ นก็ว่าไปอย่างน้นั แต่แล้ว
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งกก็ ลายเปน็ ธรรมะไปหมด ฉะนนั้ จงึ เปน็ เหตทุ ที่ ำ� ใหเ้ ราฟงั ไมร่ เู้ บอื่ บาง
ครั้งบางโอกาสกม็ ีทงั้ ความรา่ เริงขบขัน”
ทา่ นเจ้าคุณมงคลกิตตธิ าดาก็มคี วามเห็นคล้ายกนั และทา่ นยังได้ยินหลวงพอ่
เล่าใหฟ้ งั ดว้ ยวา่ ธรรมะจากใจของหลวงพ่อนนั้ ได้มาอย่างไร
“หลวงพอ่ ทา่ นพดู งา่ ยๆ มมี ขุ ตลกในบทบาท ในการแสดงคลา้ ยๆ วา่ มกี ารแทรก
อะไรอยา่ งน้ี ทา่ นใชธ้ รรมชาติ แตท่ า่ นกเ็ คยพดู กบั ผมนะ ทา่ นวา่ เรอ่ื งเทศนน์ มี่ นั เอาแน่
ไม่ได้นะ บางทเี รานง่ั อยหู่ รือขน้ึ ธรรมาสนแ์ ล้ว ยงั ไม่รวู้ า่ จะเทศนเ์ ร่อื งอะไร แต่พอ
ตงั้ นะโมจบแลว้ ส�ำรวมจิต มันจะมาเลยมันไหลมา เราจะไปก�ำหนดเอาไม่ได้หรอก
แลว้ แต่มนั จะเปน็ ไป”
สำ� หรับเร่อื งธรรมะจากใจนหี้ ลวงพ่อเคยปรารภเปรียบเทียบใหฟ้ ังว่า
“ธรรมะทเ่ี กดิ จากจติ นั้นมนั ก็คล้ายๆ กบั ตาน้�ำ ตาน�ำ้ ท่มี ันซึมซบั มันแหง้ ไมไ่ ด้
มันไหลของมันอย่อู ยา่ งนนั้ ความร้ตู ามสญั ญาของเราคลา้ ยๆ น้�ำในโอ่ง หมดนำ้� ฝน
มนั ก็แห้งเท่านน้ั แหละ”
พระลูกศิษย์หลายๆ รูปบอกว่า การเทศน์ของหลวงพ่อนั้น เหมาะกับผู้ฟัง
อยา่ งนา่ ประหลาดใจ คือถา้ ใครมเี รื่องสงสัยอะไรอยูใ่ นใจ พอไปฟงั เทศน์หลวงพอ่
“ทา่ นจะเทศน์ตรงจุดนนั้ เลย ช้ีแจงใหฟ้ งั อยา่ งละเอยี ดลออ มนั มกั จะตรงเปะ๊ กับส่ิง
ทีเ่ รากำ� ลังตดิ ขดั อยู่ ตรงกบั ทเ่ี ราคิดนึกสงสัยอย่พู อดี”
310
เม่ือหลวงพ่อเข้าสู่วัยชรา สุขภาพของท่านไม่ค่อยแข็งแรง ท่านจึงไม่อาจร่วม
การประชุมท�ำวัตรเช้าเย็นกับลูกศิษย์ลูกหาได้เหมือนเดิม โอกาสที่ท่านเทศน์ให้
คณะสงฆฟ์ งั กน็ อ้ ยลง บางทีอาทติ ย์หรือสองอาทิตย์ตอ่ คร้ัง แตห่ ลวงพ่อก็บอกว่าก็ดี
เหมอื นกนั เพราะบางทเี ทศนม์ ากทำ� ใหล้ กู ศษิ ยห์ ลง ฟงั มาก จำ� มาก เลยหลง เขา้ ใจวา่
ตัวเองรดู้ แี ลว้ บางรปู ถึงกบั เกิดอาการเมาธรรมะ เทย่ี วแสดงธรรมให้คนอน่ื ฟงั อยา่ ง
ฟุง้ ซา่ น
และครงั้ หนงึ่ ท่านปรารภวา่
“ทกุ วนั นอี้ าตมาไมค่ อ่ ยเทศนม์ าก อยวู่ ดั อยวู่ ากเ็ หมอื นกนั ปนี เ้ี ทศนใ์ หแ้ มช่ ฟี งั
ถงึ สองสามครง้ั หรอื เปลา่ กจ็ ำ� ไมไ่ ด้ พระเจา้ พระสงฆก์ ใ็ หอ้ ยเู่ ฉยๆ อยดู่ เู อา ปฏบิ ตั เิ อง
ท�ำไมจึงเป็นเชน่ นั้น เพราะเขา้ ใจวา่ คนมีศรัทธา จึงเข้ามาในวดั จึงมาบวชเปน็ ปะขาว
จงึ มาบวชเป็นเณร จงึ มาบวชเปน็ พระ เข้าใจอย่างน้ัน ถา้ เขา้ ใจอยา่ งนั้นกเ็ หมอื นกนั
กับววั เราน่ะแหละ ววั มันกินอะไร มนั กินหญ้า จบั มนั มาปลอ่ ยใสส่ นามหญา้ ถ้ามัน
ไมก่ นิ หญา้ มนั กเ็ ปน็ หมเู ทา่ นน้ั แหละ จะเปน็ ววั ไดร้ ึ ถา้ คนมศี รทั ธา มาเหน็ ธรรมะธมั โม
มนั ก็ปฏิบัตเิ ทา่ นั้นแหละ”
แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามตงั้ แตเ่ รม่ิ แสดงธรรม จนกระทงั่ พ.ศ. ๒๕๒๔ ซง่ึ เปน็ ปสี ดุ ทา้ ย
ทห่ี ลวงพอ่ พูดได้ เอกลกั ษณใ์ นการเทศนข์ องหลวงพอ่ กค็ งท่ี คือเป็นการสอนหลกั
ความจรงิ ด้วยภาษาที่ง่าย มีปริยัติ คอื ทฤษฎีนอ้ ย ประกอบกับคำ� อปุ มาอุปไมยใน
สิ่งที่ผู้ฟังคุ้นเคย และอุทาหรณ์จากประสบการณ์ของท่านเองบ้าง เพื่อนสหธรรมิก
หรอื ลูกศิษย์บา้ ง จงึ ทำ� ให้ผูฟ้ งั เพลดิ เพลนิ ด่มื ด่ำ� เหมอื นไดอ้ า่ นหนงั สือดที ่วี างไมล่ ง
เลยทเี ดยี ว
หลวงพอ่ เคยแนะน�ำคณะสงฆท์ ีว่ ัดหนองปา่ พงเรือ่ งการฟังธรรมะดังนี้
“... ฟังไปเถอะครบั ฟังไป อยา่ เพ่ิงเชื่อและอย่าเพิง่ ไม่เชอ่ื วางตวั เป็นกลาง
ฟังไปเถอะครับ มผี ล ไม่เป็นภยั เชอื่ มากมันกเ็ ปน็ ภยั ไม่เชอ่ื มนั ก็เปน็ ภยั ฟงั ไปดูไป
เราเปน็ คนฟงั และกเ็ ปน็ คนพจิ ารณา นเ่ี รยี กวา่ การปฏบิ ตั ิ สงิ่ ทมี่ นั ชอบหรอื ไมช่ อบนน้ั
311
มันจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เราก็ยังไม่รู้จัก ท่านจึงให้ลองฟังดูเสียก่อน ถ้าไม่ดูมันจะ
เขา้ ขา้ งตวั เทา่ นนั้ แหละ ถา้ เขา้ ขา้ งตวั แลว้ เปน็ ตน้ ปฏบิ ตั มิ นั กไ็ มไ่ ป มนั เปน็ มจิ ฉาทฏิ ฐิ
เสียแล้ว น่ีเรียกว่า คนที่มีปัญญา ก็ต้องท�ำแบบน้ี ดูไปเถอะ ดูไป ดูไปเร่ือยๆ
พจิ ารณาไปเร่ือยๆ...”
“... เรอื่ งธรรมะจรงิ ๆ นไี่ มใ่ ชเ่ รอื่ งบอกกนั ไมใ่ ชเ่ อาความรจู้ ากคนอนื่ มา ถา้ เอา
ความรู้จากคนอ่ืนมา ก็เรียกว่าจะต้องมาภาวนาให้มันเกิดชัดกับเจ้าของอีกคร้ังหนึ่ง
ไม่ใชว่ ่าคนอื่นพูดให้ฟงั เขา้ ใจแลว้ มันหมดกิเลส ไมใ่ ชอ่ ย่างน้ัน ได้ความเขา้ ใจแล้ว
กต็ ้องมาขบเค้ยี วมันอกี ให้มันแนน่ อนเป็นปัจจัตตังจรงิ ๆ...”
อาจารย์ ๖
ครง้ั หนงึ่ พระอาจารยช์ าคโรไปอยทู่ วี่ ดั สาขาแหง่ หนง่ึ วนั หนงึ่ หลวงพอ่ ไดไ้ ปเยย่ี ม
“ทา่ นชาคโรเป็นอย่างไร ท�ำไมผอมมากอยา่ งน้ลี ่ะ”
“เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ ไม่สบายเลย” พระอาจารย์ชาคโรกราบเรียนโดย
ไม่ออ้ มคอ้ ม
“เป็นทุกข์เรื่องอะไร ทำ� ไมจงึ ไม่สบาย” หลวงพ่อซกั ไซ้
“เป็นทุกข์เพราะอยู่ห่างไกลครูบาอาจารย์ครับ” พระอาจารย์ชาคโรเผยความ
ในใจ
“มอี าจารยอ์ ยดู่ ว้ ยต้ังหกองคย์ งั ไมพ่ อหรือ?” หลวงพ่อทว้ งในทนั ที
“มตี า หู จมูก ลน้ิ กาย ใจ นีแ่ หละเปน็ อาจารย์ ฟังให้ดี ดใู หด้ ี เขาจะสอนเรา
ใหเ้ กิดปญั ญา”
312
ธรรมทาน
ต้ังแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นตน้ มา ลูกศษิ ย์ไดเ้ รม่ิ บันทกึ การแสดงธรรมของ
หลวงพอ่ ลงในแถบเสยี งเปน็ ประจำ� และตอ่ มาไดท้ ยอยจดั พมิ พเ์ ปน็ หนงั สอื เพอื่ เผยแผ่
หนังสือรวบรวมพระธรรมเทศนาของท่านที่ได้พิมพ์เผยแผ่ไปแล้วมีอยู่หลายเล่ม
เชน่ โพธญิ าณ นอกเหตุเหนอื ผล อาหารใจ น้ำ� ไหลน่ิง นอกจากนี้ก็มหี นงั สอื เล่มเล็ก
ทพี่ มิ พเ์ ฉพาะธรรมเทศนาบางกณั ฑอ์ กี หลายเลม่ ทงั้ หมดพมิ พแ์ จกเปน็ ธรรมทาน ไม่
จำ� หน่าย ส�ำหรับสองเล่มแรก คอื โพธญิ าณ และนอกเหตุเหนือผล ได้รับการแปล
เป็นภาษาอังกฤษด้วย ปัจจุบันมีหนังสือพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อท่ีแปลเป็น
ภาษาอืน่ ๆ อกี หลายภาษา เช่น ฝร่ังเศส เยอรมนั ดัช อิตาลี จีน เวยี ดนาม และ
ญี่ปุ่น เผยแผ่อยใู่ นตา่ งประเทศ ท�ำใหช้ อ่ื เสียงของท่านเป็นท่รี จู้ กั ไปท่วั โลก และเปน็
ทด่ี งึ ดดู ชาวตา่ งประเทศใหม้ าศกึ ษาและปฏบิ ตั ธิ รรมทว่ี ดั ปา่ นานาชาตอิ ยา่ งไมข่ าดสาย
และในจ�ำนวนนน้ั หลายรายไดข้ ออุปสมบทดว้ ย
313
สนทนาและตอบปญั หาธรรมะ
นอกจากการแสดงพระธรรมเทศนาแลว้ หลวงพอ่ สอนดว้ ยการสนทนาและตอบ
ปัญหาธรรมะดว้ ย ปกตทิ ่านนัง่ ประจ�ำที่ใต้ถนุ กฏุ ขิ ้างโบสถ์ พระเณรและญาติโยมที่
ตอ้ งการพบหลวงพอ่ กไ็ ปกราบทา่ นทนี่ น่ั เพื่อสนทนาธรรมและกราบเรียนถามปญั หา
ขอ้ ขอ้ งใจตา่ งๆ หรอื นงั่ เฉยๆ ฟงั ทา่ นสอนคนอนื่ หลายๆ คนบอกวา่ การฟงั หลวงพอ่
ตอบปัญหา เป็นการเรียนธรรมะที่เข้าใจได้ดีที่สุดและสนุกที่สุดด้วย เพราะท่านมี
ปฏิภาณโวหารและไหวพริบในการตอบปัญหาท่นี า่ ประทับใจอย่างยงิ่
ตดั ปัญหา
การตอบปัญหาแบบหน่งึ ของหลวงพ่อได้แก่การตดั ปญั หา ซ่ึงฉบั ไวมาก ไมไ่ ด้
เสยี เวลาคดิ เลย คือท่านจะตัดบทส้นั ๆ บางทีค�ำเดยี วด้วยซำ�้ ปัญหาตกไปเลย เช่น
ท่ีพระอาจารย์เทีย่ งเลา่ ให้ฟังวา่
“ปัญหาอะไร มันจะยืดจะยาวยังไง ท่านก็ไม่เอาด้วยหรอก ใครจะมีปัญหา
ใหท้ ่านแปลหรือตคี วามอยา่ งนนั้ อยา่ งน้ีเหมอื นคนอืน่ ทา่ นไมท่ ำ� หรอก ตัดท้งิ หมด
ท่านตปี ญั หาโดยการตดั ปัญหา ตัดสัน้ ๆ กห็ มดปญั หา บางคร้งั พดู คำ� เดยี วเลกิ เลย
ท่านพูดนิดเดียวก็ตัดปัญหาได้ เพราะค�ำตอบของท่านเป็นปัญหาท่ีย้อนกลับมาถาม
เจ้าของปัญหาเอง อีกอย่างจะไปต้ังปัญหาถามเอากับท่าน ถ้าเราไม่ช�ำนาญกับเร่ือง
อยา่ งนเี้ หมอื นทา่ น ก็ฟังไม่ออก บางคนชอบไปฟงั เวลาคนอื่นเขาถามปัญหาก็นึกว่า
จะได้ฟังหลวงพ่อตอบปัญหาอย่างคนอื่น แต่เปล่าเลย พอถามปัญหาไป ท่านพูด
คำ� เดยี วเลกิ เลย พดู คำ� เดยี วตดั ปญั หาเลย อยา่ งเชน่ ทา่ นจะตอบวา่ คณุ มาถามอยา่ งน้ี
ถ้าใครตอบว่ามีอยู่คุณจะเชื่อเขาไหม ถ้าใครตอบว่าจริง คุณได้ไปเห็นมาหรือเปล่า
คณุ จงึ ไปเชอ่ื เขา เชอื่ ไดย้ งั ไง ทา่ นจะตอบปญั หาอยา่ งน้ี ปญั หากจ็ ะหมดไป ทา่ นไมไ่ ดแ้ ก้
ไมไ่ ดป้ ลดอะไร แตท่ า่ นแกท้ จ่ี ติ ใจของเราตา่ งหาก หรอื อยา่ งเขาถามวา่ ไดย้ นิ พระสอน
มาอยา่ งน้ันอย่างน้ี สงสยั วา่ มนั จะจริงไหม ท่านก็ตอบว่า ไปสงสยั ทำ� ไม เราเป็นคน
314
สงสยั เพราะเราไมร่ ใู้ ชไ่ หม แลว้ ทเี่ ราไมร่ นู้ ะ่ คนอนื่ บอกมนั จะรขู้ นึ้ มาไหม พระพทุ ธเจา้
ทา่ นสอนไหมวา่ ทา่ นไปรเู้ หน็ มาจากไหน ทา่ นถามเอาจากใคร เรอื่ งอะไรตา่ งๆ ทงั้ หลาย
มันเป็นเรอ่ื งที่คนอ่ืนพูดกันทง้ั น้ันแหละ การทคี่ ณุ ร้ตู วั ว่าไมร่ ู้เรอื่ งโน้น อยากรเู้ รอื่ งน้ี
มนั ยงั ดีเสยี กว่า การไปฟงั คนอน่ื เขาพดู เสยี อกี การตอบปญั หาของทา่ นมกั จะเป็นไป
ในทำ� นองน.้ี ..
ถา้ เขาถามปญั หา ทา่ นจะตอบทนั ทที นั ควนั โดยไมไ่ ดเ้ สยี เวลาคดิ เลย แตถ่ กู เปง๋
อย่างเขาถามเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท ทา่ นกไ็ มไ่ ดต้ อบเรอ่ื งปฏจิ จสมปุ บาท ท่านไม่ได้
ไปไลเ่ ลยี งอยูอ่ ย่างนั้น ท่านตอบว่า คุณเคยตกต้นไมไ้ หม พอมอื หลดุ จากที่มนั จะไป
ถึงพนื้ มันจะไปถงึ ทกุ ข์ วาระจิตจากน้มี าจะไมร่ เู้ ลย อนั นีเ้ ราลมื หมดแลว้ ไม่มีสติ
ในชว่ งน้ี นนั่ มนั เรว็ ถงึ ขนาดนน้ั มนั ไปถงึ ทกุ ขน์ ี้ ทกุ ขม์ นั จะเกดิ ไดเ้ พราะเหตนุ ้ี เรยี กวา่
อิทปั ปจั จยตา คนนั้นกห็ ัวเราะก๊ากเลย บอกชอบใจมาก”
ครงั้ หน่ึงนักปฏิบัติธรรมคนหน่ึงถามหลวงพ่อ
“นงั่ สมาธิ บางครงั้ จติ มนั รวมละคะ่ แตม่ นั ชอบวบู เหมอื นอยา่ งกบั สปั หงกแตว่ า่
มันรคู้ ่ะ มันมสี ติ อยา่ งน้เี รยี กว่าอะไรคะ”
หลวงพอ่ “อนั น้ี มนั ตกหลมุ อากาศ (ผถู้ ามหวั เราะชอบใจ) ขน้ึ เครอื่ งบนิ มนั เจอ
อยา่ งนัน้ แหละ”
อกี วันหนึ่ง พระฝรัง่ รปู หนงึ่ นั่งฟงั หลวงพอ่ ตอบปญั หาดว้ ยคำ� พดู ส้นั ๆ งา่ ยแต่
แหลมคมทีส่ ดุ หลงั จากแขกกลับไปแลว้ พระฝรั่งอทุ านออกมาว่า “หลวงพอ่ ตอบ
เหมอื นเซนจริงๆ”
หลวงพ่อตอบวา่ “ไม่ใชๆ่ เหมอื นหลวงพ่อ”
สว่ นพระฝรงั่ ลกู ศษิ ยอ์ กี รปู หนงึ่ กม็ ปี ญั หาในการเลอื กอารมณก์ รรมฐานทถ่ี กู จรติ
ของตวั เอง เพราะไดเ้ จรญิ พทุ โธกบั อานาปานสตมิ าเปน็ เวลานานแลว้ จติ กไ็ มเ่ คยสงบ
ระลกึ ความตายกไ็ มส่ งบ ระลกึ ขนั ธห์ า้ กไ็ มส่ งบ เลยหมดปญั ญา เมอ่ื ไปกราบเรยี นถาม
หลวงพอ่ ตอบงา่ ยๆ ว่า “วางมันหมดปญั ญากว็ างมัน”
315
คนทน่ี บั ถอื พระเจา้ ไมย่ อมรบั คำ� สอนเรอ่ื งอนตั ตาของศาสนาพทุ ธ เหตผุ ลของเขา
ก็คือ
“จะเอาอะไรมารอู้ นตั ตาเล่า ถา้ ไมใ่ ช่อัตตา”
วันหน่ึงจึงมชี าวครสิ ตค์ นหนง่ึ มาถามหลวงพอ่ วา่ “ใครรอู้ นัตตา”
“ใครรูอ้ ัตตา” หลวงพอ่ ถามกลบั ทันที ซ่งึ ทำ� ใหช้ าวครสิ ต์คนนัน้ อ้ึงไปเลย
ค�ำตอบของหลวงพ่อขยายความได้ว่า ถ้าถือว่าการรู้อนัตตา หมายความว่า
มีอีกส่ิงหนึ่งต่างหากซึ่งอยู่นอกเหนือจากอนัตตาเป็นผู้รู้ การรู้อัตตาก็ต้องเป็น
เชน่ เดยี วกนั คอื มอี ะไรอกี ตา่ งหากนอกเหนอื จากอตั ตา หรอื ถา้ จะถอื วา่ อตั ตารตู้ วั เอง
หลวงพ่อก็ตอบได้เช่นเดียวกันว่า ก็อนัตตาน่ันแหละท่ีรู้อนัตตา แต่ถ้าจะอธิบายก็
ยืดยาวและเขา้ ใจยากดว้ ย ทา่ นจงึ ตอบดว้ ยปฏภิ าณโวหารอนั รวดเรว็ ราวกบั ฟา้ แลบ
ตดั คำ� อธบิ ายไปเลย แต่กเ็ ป็นคำ� ตอบท่ีสะกิดความรูส้ ึกใหผ้ ฟู้ งั ฉกุ ใจไดค้ ิดตาม
ปว่ ยการ
การตอบปัญหาของหลวงพ่อมีจุดเด่นที่น่าสังเกต คือ ท่านอธิบายเฉพาะสิ่งท่ี
จ�ำเป็นพอดสี �ำหรบั ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจในการศึกษาและปฏิบตั ิธรรมเทา่ น้นั ท่านไมไ่ ด้
สอนทท่ี ่านรูท้ ้ังหมด หรอื พดู อะไรเพ่อื อวดว่า ท่านมีความรู้สงู ถ้าทา่ นเหน็ ว่าผ้ถู าม
ถามเกนิ ภมู ธิ รรมของตนเอง เชน่ อยากรเู้ รอ่ื งมรรคผลนพิ พาน ทง้ั ๆ ทต่ี วั เองยงั วนุ่ วาย
ไม่สงบเลย หรอื ถามเพ่อื ลองภูมิ ท่านก็ไมย่ อมตอบ บางทีท�ำหนา้ ตาเฉยเหมอื นกบั
ไม่ได้ยิน คนถามก็ได้รู้สกึ วา่ ตวั เองถามไมเ่ หมาะ หรือมิฉะนนั้ หลวงพอ่ กย็ อ้ นถามให้
ผ้ถู ามฉกุ คดิ และเห็นตวั เอง บางทีท่านก็บอกวา่ “ถามเรอ่ื งใกล้ๆ น่ดี กี วา่ ”
“ถึงจะพูดอธบิ ายอยา่ งไร ผู้ถามกค็ งจะไมอ่ าจเขา้ ใจได้ เพราะถ้าเขามีแววว่าจะ
เข้าใจได้เขาจะไมถ่ ามอย่างน้ัน ถงึ เขาจะไมพ่ อใจก็ตอบได้แค่นี้ อธิบายมากก็ยง่ิ เพิ่ม
ความสงสยั มากแก่เขา เพราะเหตทุ ่ีเขายังปฏิบตั ิไม่ถงึ ให้รู้เอง หายสงสยั เอง...”
316
และครั้งหนึง่ หลวงพอ่ ปรารภว่า
“ผมเห็นว่าผปู้ ฏบิ ตั ิน่ีเหมอื นเดก็ ๖-๗ ขวบที่มันไมเ่ คยร้จู ักอะไร เมอ่ื มาเหน็
ไกม่ ันกว็ ่าพอ่ อะไรนน่ั เหน็ เป็ดก็ พ่ออะไรนั่นนะ่ เห็นหมูก็ พอ่ อะไรนัน่ นะ่
พ่อเลยขเี้ กยี จจะพดู พูดไปแล้วกถ็ ามเร่อื ยไป เพราะมนั ไม่เคยเหน็ นานๆ ไป
พอ่ กว็ ่า อือ!...ออื ! เทา่ นนั้ แหละ จะไปเลน่ กับเดก็ ทุกคำ� เหน่อื ยตายเลยเว้ย แตเ่ ด็ก
มนั ไมเ่ หน่อื ย มนั เหน็ ก็วา่ อนั น้ีอะไร อันนน้ั อะไร ไม่จบสักทีหนง่ึ เลย แต่วา่ เมื่อ
มันโตมาแล้วปัญหาอย่างน้ัน มันก็ไม่มี คือมันโตมา เพราะเราได้ฝักใฝ่ด้วยการ
พจิ ารณามาจนรเู้ รื่อง และมนั ก็ค่อยแก้ไขตัวมันเอง มนั เป็นอย่างน้นั ...”
หลวงพอ่ มกั สรรเสรญิ ลกู ศษิ ย์ ทรี่ จู้ กั แกป้ ญั หาของตนเอง ทา่ นเหน็ วา่ ถา้ ครบู า
อาจารย์แก้ปญั หาใหล้ กู ศษิ ย์ทุกขอ้ กจ็ ะเหมอื นพอ่ แมท่ เ่ี อาใจลูกมากเกนิ ไป ผลกค็ อื
ลูกไมโ่ ตสักที แต่ท่านให้เห็นวา่ ความสงสัยสว่ นมากเปน็ นวิ รณ์ (เว้นแตค่ วามสงสยั
ในเรอื่ งพระวนิ ยั เปน็ ตน้ ซง่ึ เกดิ เพราะขาดการศกึ ษา) ไมด่ บั ไปดว้ ยคำ� พดู ของคนอนื่
แต่หมดไปด้วยการปฏิบัติ นักปฏิบัติจึงไม่ควรเช่ือความสงสัย แต่ควรดูว่ามันเกิด
อยา่ งไร อยอู่ ยา่ งไร ดบั อย่างไร เพือ่ จะไดป้ ลอ่ ยวางความสงสยั โดยสนิ้ เชิง
ฉะนัน้ หลวงพ่อจึงไมใ่ ชว้ ิธีสอบอารมณล์ ูกศษิ ย์แบบในสญุ วปิ สั สนา ท่านเคย
พดู แบบขำ� ๆ วา่ “หมามนั ยงั รจู้ กั อารมณข์ องมนั เลย เวลาหวิ กค็ รางหงงิ ๆ ใครไมร่ จู้ กั
อารมณต์ ัวเองกต็ ายเสยี ดกี วา่ ”
“... ผมเคยพูดว่าพยายามอ่านจิตเจ้าของ พยายามพูดกับจิตเจ้าของ มันจึง
จะรเู้ รอื่ ง ยงั ไม่ถึงที่มนั กค็ ่อยๆ ท�ำไปเร่ือยๆ เหมือนบุรุษเอาไมแ้ หง้ สองอันมาสีกนั
สไี ปเรอื่ ยๆ ไฟมนั กย็ งั ไมเ่ กดิ กพ็ กั เสยี หนอ่ ย ประเดยี๋ วเอาอกี ความรอ้ นมนั กห็ ายไป
มันไม่ตดิ ต่อกันน่ี ท�ำไปๆ ไมเ่ จอไฟก็หาว่าไฟไม่มีในทนี่ ี้ ความเปน็ จริงนนั้ ไฟมอี ยู่
แตเ่ ราท�ำไมถ่ ึงจุดอนั หนง่ึ กเ็ กิดความทอ้ แทใ้ นใจของผูป้ ฏิบัติ ก็ละอนั น้ไี ปท�ำอนั โนน้
เรื่อยไป อนั นกี้ ็ฉนั ใดเหมือนกนั ปฏปิ ทาทางกาย ทางใจ ๒ อยา่ งนม้ี นั ตอ้ งพรอ้ มกัน
เพราะพน้ื เพมนั เป็นคนมกี เิ ลสมาท้งั นน้ั ดงั น้ันผมจึงเห็นว่าการพจิ ารณานนั้ นะ่ ไม่ใช่
317
มันไปรู้ท่ีอื่นหรอก มันรู้อยู่ตรงนี้แหละ เหมือนชาวประมงเขาไปทอดแหถูกปลา
ตัวใหญ่ๆ เข้า เจ้าของผู้ทอดแหมันจะคิดยังไง มันก็กลัวปลาจะออกจากแหไป
เม่ือเป็นเช่นนั้นใจมันก็ดิ้นรน ระวังบังคับ ตะครุบไปตะครุบมา ประเด๋ียวปลามัน
ก็ออกไปจากแห เพราะไปตะครุบแรงเกินไป ดังน้ันโบราณท่านพูดถึงเรื่องอันน้ี
ตอ้ งค่อยๆ ทำ� มัน แต่อย่าไปหา่ งจากมนั นคี่ ือปฏปิ ทาของเรา ค่อยๆ คล�ำมันไป
คล�ำไปเรอ่ื ยๆ อยา่ ปลอ่ ยมนั ตอ้ งดมู นั ตอ้ งรเู้ รอ่ื งของมนั พยายามท�ำไปเรอื่ ยๆ เปน็
ปฏิปทา ข้ีเกียจเราก็ท�ำ ไมข่ เ้ี กียจเราก็ท�ำ การท�ำนต้ี ้องทำ� ไปเรือ่ ยๆ อยา่ งน้ี...”
ร่าเริงในธรรม
เปน็ เรอื่ งธรรมดาทน่ี กั ปฏบิ ตั บิ างรปู ตง้ั ใจทำ� ความเพยี รอยา่ งจรงิ จงั แลว้ เกดิ รสู้ กึ
เคร่งเครียด และนเ้ี ปน็ สิง่ ทหี่ ลวงพ่อต้องคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลา และปอ้ งกนั ดว้ ย
การดำ� รงบรรยากาศทอี่ บอนุ่ และผอ่ นคลายพอประมาณ แตไ่ มป่ ระมาทหรอื หยอ่ นยาน
ภายในวัด บางวันท่านจึงน่ังสนทนาธรรมอย่างเป็นกันเองกับพระเณรท่ีใต้ถุนกุฏิ
เล่าเร่ืองต่างๆ ให้ลูกศิษย์ฟัง ซึ่งให้ทั้งข้อคิดและความร่าเริงในธรรม อย่างเช่น
เรือ่ งทพ่ี ระอาจารย์ทองจันทรเ์ ล่าไวว้ ่า
“พดู ถงึ เรอื่ งขบขนั รา่ เรงิ ในธรรมะ ทเ่ี ปน็ เชงิ สอนลกู ศษิ ยใ์ หเ้ ขา้ ใจ อนั นผ้ี มเขา้ ใจดี
เพราะพระเณรสว่ นมาก พระบวชใหมๆ่ พรรษาน้อยๆ พอไดฟ้ งั เทศน์ฟงั ธรรมจาก
ครูบาอาจารย์ให้ท�ำข้อวัตรปฏิบัติหน่อย ฟังเทศน์ธรรมะครูบาอาจารย์แล้วจ�ำได้บ้าง
ไปปฏบิ ตั ไิ ดน้ ดิ ๆ หนอ่ ยๆ กม็ แี ตอ่ ยากจะอวด อยากจะพดู เวลาไปบณิ ฑบาตกค็ ยุ กนั
แต่เร่ืองธรรมะว่า น่ังสมาธิเป็นอย่างน้ันอย่างนี้ ในท่ีสุดหลวงพ่อก็ยกตัวอย่าง
ลกู เขยใหม่ให้ฟงั
ลูกเขยใหม่ไปอยู่กับพ่อตาแม่ยาย ท�ำอะไรหรือได้อะไรมาก็อยากจะอวดอ้าง
ต้องการให้พ่อตายกย่องว่าเป็นคนมีความสามารถมาก เป็นคนขยันขันแข็ง
ไม่เกียจคร้าน หรือว่าตัวของเขาน้ีเป็นคนท่ีหากินเก่ง หาได้มาก ไปอยู่กับพ่อตา
บา้ นก็อย่ใู กลๆ้ ลำ� หว้ ย ตอนเยน็ พ่อตาก็พาไปดกั ปลาดุก โดยใช้ตมุ้ ไม้ไผ่ (กระซงั )
318
เอาจอมปลวกที่มีตัวปลวกใสไ่ วข้ ้างในเพอื่ ล่อปลา เอาหินกดทับดนั ไว้ เพอื่ ป้องกัน
ไมใ่ ห้ตุ้มไหลไปตามนำ้� ในเวลากลางคืน
รงุ่ เชา้ กใ็ หล้ กู เขยไปดู สมยั กอ่ นบา้ นเมอื งยงั ไมเ่ จรญิ ผา้ แพรไมค่ อ่ ยมแี ละหายาก
เวลาจะลงนำ้� กถ็ อดกางเกงไวร้ มิ หว้ ย ไปจบั ดเู หน็ ปลาดกุ เขา้ ในตมุ้ เตม็ ไปหมด ดน้ิ กนั
ขลุกขลกั ๆ ก็ดีใจ เพราะมแี ต่ปลาดุก ไมม่ ปี ลาชอ่ น ปลาหมอ หรือปลาอย่างอ่นื
ปะปนเลย เรยี กวา่ มแี ต่ปลาดกุ อ้อยตอ้ ย คือมีแต่ปลาดกุ ลว้ นๆ ก็แบกต้มุ ปลาข้นึ มา
ดว้ ยอาการดใี จ กางเกงทถี่ อดไวก้ ไ็ มเ่ อา เดนิ กลบั เขา้ บา้ นเลย ปากกพ็ ดู วา่ ดกุ ออ้ ยตอ้ ย
...ดุกออ้ ยตอ้ ย ข้นึ เรือนไปหาภรรยา ฝ่ายภรรยาซึง่ กำ� ลังซาวขา้ วเหนียวใสห่ วดเพอ่ื
จะนง่ึ อย่นู ั้น ไดย้ นิ เสยี ง ดกุ อ้อยตอ้ ยๆ ก็เงยหน้าข้นึ มองดูแล้วรอ้ งข้นึ วา่ เอาแต่
ปลาดุก ปลาข่อบ่เอา พุ่นนา่ (เอาแต่ปลาดุก ปลาชอ่ นไม่เอา...ดซู ิน่ัน) นางพูดพรอ้ ม
กับช้ีไปที่ร่างอันเปลือยเปล่าของสามี ฝ่ายสามีก็ได้สติรู้สึกตัว ก้มลงมองดูตัวเอง
เท่านน้ั แหละกต็ ะลีตะลานรบี ว่ิงกลับไปเอากางเกงที่ถอดทง้ิ ไวท้ ร่ี ิมห้วยโนน้
หลวงพ่อให้สติพวกเราว่า อันนี้แหละพวกพระเณรใหม่ๆ เราก็เหมือนกัน
บวชเขา้ มาแลว้ เหน็ อะไรไดอ้ ะไรนดิ ๆ หนอ่ ยๆ กอ็ ยากจะอวดกนั มนั ลมื ตวั อยากจะอวด
แต่ผู้อื่น แตข่ องขี้เหรข่ องตัวไมด่ ู ไมเ่ ห็น เหมอื นกนั กบั ลกู เขยอยากจะอวดพอ่ ตา
อยากจะอวดแม่ยาย เลยไม่ดูของตัวว่ามันบกพร่องตรงไหน เรื่องกิจวัตรข้อวัตร
ปฏบิ ตั ยิ งั ไมเ่ ทา่ ไร กอ็ ยากจะอวดเพอ่ื น เดนิ ไปไหนกม็ แี ตเ่ ทศน์ เดนิ ไปไหนกม็ แี ตค่ ยุ ”
ครรู จู้ ักศิษย์
คำ� วา่ ครู มาจากรากศพั ทภ์ าษาสนั สกฤตคอื คุ ซง่ึ แปลวา่ ความมดื และ รุ แปลวา่
ความสว่าง ครู จงึ หมายถึงผทู้ ี่น�ำศิษยอ์ อกจากความมืดมาสคู่ วามสว่าง
เป็นธรรมดาอยู่เองท่ีบรรดาลูกศิษย์แต่ละคนของครูนั้น มาจาก หลายถ่ิน
ต่างพน้ื เพ ตา่ งจรติ นิสัย ตา่ งจติ ใจกนั เหมือนไม้ในป่า แตช่ ่างไมท้ ่ฉี ลาดร้จู ักพืชพนั ธ์ุ
และคณุ ภาพของไมแ้ ตล่ ะตน้ ยอ่ มสามารถนำ� ไมจ้ ากปา่ มาทำ� ใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ ชส้ อย
319
ธรรมอุปมา
การอุปมาเป็นวิธีการสอนธรรมะท่ีดูเหมือนหลวงพ่อชอบมากท่ีสุด
และเป็นวิธีที่ทา่ นถนดั มากทีส่ ุดดว้ ย ทา่ นยกเอาธรรมชาตริ อบด้านเขา้ กบั
สภาวะ เขา้ กบั ปญั หาถกู กบั จรติ นสิ ยั ของคนนน้ั อปุ มาอปุ ไมยประกอบการ
สอนธรรมะ จงึ ทำ� ใหผ้ ฟู้ งั เกดิ ภาพพจนต์ ามไปดว้ ย ทำ� ใหผ้ ฟู้ งั สามารถมอง
ปัญหาไดอ้ ย่างทะลปุ รโุ ปรง่ หมดความสงสัยในหลกั ธรรมท่นี ำ� มาแสดง
ตัวอย่างการอปุ มาของหลวงพ่อได้แก่
“เหมอื นคนเลยี้ งไกไ่ มไ่ ดก้ นิ ไขไ่ ก่ ไดแ้ ตข่ ไี้ ก่ ระวงั อยา่ ใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั
กเ็ หมอื นวา่ เราเรยี นปรยิ ตั ไิ ด้ แตไ่ มร่ จู้ กั ละกเิ ลส ไมร่ จู้ กั ละความโลภโกรธ
หลงออกจากใจของเรา”
“คนมาอยู่กันมากๆ มันก็ปฏิบัติกันได้ง่าย ถ้ามีความเห็นถูกต้อง
ตรงกนั เมอื่ มานอ้ มลงเพอ่ื ละทฐิ อิ นั เดยี วกนั มนั กล็ งสพู่ ระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์เหมอื นกัน จะว่ามหี ลายองคม์ นั เกะกะก็ไม่ได้ คล้ายๆ ตัวกิ้งกือ
ตัวก้ิงกือมีหลายขา มองดูก็น่าร�ำคาญเหมือนกับว่ามันจะยุ่งกับขากับแข้ง
ของมัน แต่มันเดินไปเดินมา ความจริงมันไม่ยุ่งมันมีจังหวะมีระเบียบ
ในทางพระพทุ ธศาสนาก็เหมอื นกนั ถ้าปฏบิ ัติแบบสาวกของพระพุทธเจ้า
มันกง็ ่าย คอื การเป็นผปู้ ฏิบัติดี ปฏบิ ตั ติ รง ปฏิบตั ิเพอ่ื พ้นทุกขแ์ ละเป็น
ผู้ปฏิบัติชอบ ถึงเราจะมีเป็นร้อยเป็นพัน เราจะมีมากแค่ไหนก็ช่างเถอะ
มันกล็ งสายเดยี วกนั หมด”
320
“บางคนมาบวช วา่ จะมาพกั ผอ่ นใหส้ บาย จะมานงั่ พกั ผอ่ นเอาสบาย
ไมไ่ ดเ้ รยี นหนงั สอื มากอ่ น จะมาจบั หนงั สอื ไดเ้ ลยอยา่ งนนั้ หรอื ไมไ่ ดห้ รอก”
“บางคนตอ้ งการมาปฏิบตั ิ เพือ่ เอาความสขุ เฉยๆ สขุ มนั จะมาจาก
ไหนก่อน อะไรเป็นเหตมุ ัน ความสุขท้ังหลายน่ะ มันตอ้ งมีทกุ ขม์ ากอ่ น
มนั จงึ จะมสี ขุ เราทำ� ทกุ สงิ่ ทำ� งานกอ่ นจงึ ไดเ้ งนิ มาซอ้ื กนิ มใิ ชห่ รอื ทำ� นากอ่ น
จงึ จะไดก้ นิ ขา้ ว มนั ตอ้ งผ่านความทุกข์มากอ่ นทุกอย่างนัน้ แหละ”
“การทำ� กรรมฐาน ทำ� เหมอื นระฆงั ใบนี้ ระฆงั นตี้ ง้ั ไวเ้ ฉยๆ เสยี งไมม่ นี ะ
สงบ สงบจากเสยี ง เมอื่ มเี หตกุ ระทบขนึ้ มา (หลวงพอ่ ตรี ะฆงั ดงั ๑ ท)ี เหน็ ไหม
เสียงมันเกิดข้ึนมา นักปฏิบัติเป็นคนมักน้อยอย่างน้ัน เมื่อมีปัญหาเกิด
ขนึ้ มา แกไ้ ขทันท่วงทเี ลยชนะ ด้วยปญั ญาของเราแก้ปญั หาแล้วก็สงบตัว
ของเรา เหมือนระฆังน้ี”
“เหมือนกบั คลื่นในทะเลทก่ี ระทบฝั่ง เมื่อข้ึนมาถงึ แค่ฝ่ังมนั ก็สลาย
เทา่ น้ัน คล่นื ใหม่มากต็ อ่ ไปอกี มันจะเลยฝัง่ ไปไม่ได้ อารมณ์มนั จะเลย
ความรู้ของเราไปไม่ไดเ้ หมอื นกัน เรือ่ งอนจิ จัง ทกุ ขงั อนัตตา จะพบกัน
ทต่ี รงนน้ั มนั จะแตกรา้ วอยทู่ ต่ี รงนนั้ มนั จะหายกอ็ ยตู่ รงนนั้ เหน็ วา่ อนจิ จงั
ทุกขงั อนัตตา คอื ฝัง่ ทะเล อารมณ์ท้งั หลายผ่านเขา้ มาเหมอื นคลน่ื ทะเล”
321
ไดต้ ามความเหมาะสม ครูทีฉ่ ลาดร้จู ักลูกศษิ ยแ์ ตล่ ะคนของตน กย็ ่อมสามารถปลกุ
ปนั้ สั่งสอนศิษยใ์ ห้สำ� เรจ็ ประโยชน์บรรลจุ ุดหมายปลายทางไดฉ้ ันนนั้
หลวงพ่อเคยเปรียบเทียบให้ฟังอีกนัยหนึ่งว่า “การให้ธรรมะน่ีก็เหมือนกับให้
ยารักษาคนไข้ นายแพทยร์ ักษาคนไขก้ ต็ ้องร้วู า่ ยาชนิดไหนเหมาะแกใ่ คร ตอ้ งร้จู กั
คนไข้ ร้สู มฏุ ฐานของโรคหรือเหมือนกบั เราทอดแห ไปเหวยี่ งแหสะเปะสะปะคร่อม
แม่นำ้� เลย ไม่ได้หรอก ตอ้ งคอยเวลาเห็นปลาบอ้ น (ผุด) นัน่ แหละ มนั บ้อนตรงไหน
กเ็ หว่ียงลงตรงนน้ั เลย ถึงจะได้ การสอนกต็ ้องดวู ่าเขาจะรบั ได้แคไ่ หน ดคู วามพอดี
ของเขา เพราะความพอดนี ัน่ แหละคอื ธรรมะ ถา้ ไมพ่ อดีไม่เป็นธรรมะ”
หลวงพ่อเป็นครูท่ีรู้จักลูกศิษย์ เหมือนหมอที่รู้จักคนไข้ และท่านก็ฉลาดใน
การจัดยา คือเลอื กวิธสี อนให้เหมาะแก่จริตนสิ ัยของลกู ศษิ ยแ์ ต่ละคนดว้ ย ไมว่ ่าจะ
เปน็ การเทศน์ การพดู จาปราศรยั หรอื การปฏบิ ตั ติ อ่ ลกู ศษิ ยใ์ นโอกาสตา่ งๆ ทา่ นจะพดู
หรอื ทำ� อะไรทเี่ หมือนกบั ว่า ทา่ นรู้ใจหรอื รคู้ วามเป็นไปของลกู ศษิ ยอ์ ีกด้วย
พระอาจารยส์ ุรยิ นตไ์ ดใ้ ห้ตวั อยา่ งในเรื่องการวางค�ำสอนวา่
“เชน่ ลกู ศษิ ย์ฝรั่ง ปกตฝิ รัง่ เขาชอบยมิ้ แยม้ ชอบใหถ้ าม ถา้ เฉยเกินไปเขาก็คิด
วา่ มนั เปน็ บรรยากาศทอ่ี ดึ อดั สำ� หรบั เขา หลวงพอ่ จงึ ตอ้ งเอาใจใสไ่ ตถ่ ามความเปน็ อยู่
ถามทกุ ขส์ ขุ การปฏิบัติเปน็ อยา่ งไร กา้ วหน้าหรือถอยหลังอยา่ งไร
ถ้าพระเณรคนไทยท่านก็จะดูนิสัยเหมือนกัน บางองค์มีความเข้าใจในท่าน
พอสมควรแล้ว ทา่ นกไ็ ม่จำ� เป็นตอ้ งถามมาก บางองค์ซอ่ื หรอื ไม่ค่อยมปี ญั ญา ทา่ น
ก็หาอบุ ายธรรมะท่เี หมาะสมชแี้ นะให้ บางองค์หนกั ไปทางโทสจรติ ท่านกห็ าธรรมะ
คำ� พดู ทแี่ ฝงความขบขนั หรอื ยกตวั อยา่ งทมี่ คี วามเมตตามคี วามกตญั ญู ทำ� ใหอ้ ารมณ์
ผ่อนคลายคล้อยตาม เบิกบานร่าเริงได้ เป็นเหตุให้มีก�ำลังใจ และมีความเจริญ
กา้ วหนา้ ในการปฏิบตั ิธรรม”
พระอาจารยเ์ อนกเลา่ ว่า เคยไดย้ นิ หลวงพ่อปรารภถึงลกู ศษิ ย์อยา่ งนี้
322
“ทำ� ไมจะไมร่ จู้ กั ลกู ศษิ ย์ ถา้ ไมร่ จู้ กั จะเปน็ ครบู าอาจารยไ์ ดอ้ ยา่ งไร เปรยี บเหมอื น
ชาวสวนกลว้ ย ถา้ ไมร่ จู้ กั ตน้ ใบ ผล ของมนั จะทำ� สวนกลว้ ยไดอ้ ยา่ งไร ครบู าอาจารย์
ก็เหมอื นกนั ทำ� ไมจะไมร่ ู้จักลกู ศษิ ย์ ลกู ศิษยแ์ ต่ละรูปกม็ กี ายกับใจเท่านัน้ พูดถงึ ใจ
มันกไ็ มแ่ ปลกกนั ใจคนหนุ่ม คนแก่ พระเณร ญาตโิ ยม ถ้าเปน็ ใจท่ีตกอย่ใู ตอ้ �ำนาจ
กิเลสมนั กไ็ ม่ต่างกัน” นหี่ ลวงพอ่ พดู งา่ ยๆ อยา่ งนี้
หลวงพอ่ ทา่ นเปน็ คนชา่ งสงั เกต ปญั ญาทา่ นแหลมคม ประกอบดว้ ยประสบการณ์
ในการสอน ศษิ ย์มีมาก ทา่ นจงึ ดูคนออกง่าย ท่านมองลกู ศิษย์ เดนิ ยืน นง่ั นอน
ฉัน กราบ ท�ำงาน ความฉบั ไวและความละเอียดในการอุปฏั ฐาก ทา่ นกเ็ ห็นทง้ั ไส้
ทงั้ พงุ เลย ยงิ่ กวา่ นนั้ บางทใี นโอกาสทห่ี ลวงพอ่ เหน็ สมควร ทา่ นอาจพดู บางคำ� ทแี่ สดง
ให้ศษิ ยเ์ ห็นว่า รู้ความคดิ ของศิษยร์ ูปน้นั ๆ เพ่อื เรา้ ความละอายและความเกรงกลัว
ต่อบาปให้เกดิ ขนึ้ ในผู้ประมาท
การทดสอบ
นอกจากจะไดฟ้ งั การอบรมเป็นประจ�ำ ระหว่างเวลาประชุมท�ำวตั ร พระเณรจะ
ได้รับการสงั่ สอนจากหลวงพอ่ โดยใกล้ชดิ อีกในหลายๆ โอกาส เปน็ ต้นวา่ ในเวลาท่ี
ทา่ นพาทำ� งาน พาไปธดุ งค์ พาไปเยยี่ มวดั สาขาตา่ งๆ หรอื ในระหวา่ งการอปุ ฏั ฐาก เชน่
เขา้ ไปถวายการนวดการสรงนำ�้ ทา่ น กเ็ ปน็ โอกาสอนั ดที ศี่ ษิ ยจ์ ะไดอ้ ยกู่ บั หลวงพอ่ อยา่ ง
เปน็ กนั เอง และบางทีหลวงพอ่ กใ็ ชโ้ อกาสเหล่านี้เปน็ การทดสอบสตปิ ัญญาของศษิ ย์
การทดสอบนรี้ ปู ไหนสอบตกจะไมม่ วี นั ลมื เลย การทท่ี า่ นคอยทดสอบ คอยจำ�้ จจ้ี ำ�้ ไช
ทำ� ใหพ้ ระเณรตน่ื ตวั ไมค่ อ่ ยเผลอ ขณะเดยี วกนั กท็ ำ� ใหล้ กู ศษิ ยเ์ กดิ ความอบอนุ่ ดว้ ย
ความรสู้ กึ วา่ เปน็ ศษิ ยม์ คี รู มพี อ่ แมค่ รบู าอาจารยค์ อยจบั ตาดเู ราตลอดเวลา แตบ่ างรปู
ก็อาจจะรู้สึกมีความกดดันเหมือนกัน เพราะฉะน้ันถือได้ว่าการทดสอบนี้เป็นการ
กลั่นกรองและคัดเลือกคนก็ได้
หลวงพอ่ สอนใหม้ สี ตสิ มั ปชญั ญะความรอบคอบ สำ� รวมสงั วรกอ่ นจะคดิ จะพดู
จะทำ� อะไรรจู้ กั พิจารณาให้แยบคาย เมื่อเหน็ ว่าไมผ่ ิดธรรมไมผ่ ิดวินยั แล้ว จึงพูดจงึ
323
ทำ� ดว้ ยความไมป่ ระมาท เพอ่ื ทดสอบพระเณรในเรอ่ื งน้ี บางครง้ั ทา่ นจะแกลง้ ชวนคยุ
พอคุยไปได้ท่ีแล้วท่านก็จะหยุด น่ิงเฉยด้วยอาการสงบ ลูกศิษย์บางองค์ไม่มีสติ
หลวงพอ่ หยดุ แลว้ กไ็ มย่ อมหยดุ บางองคน์ ึกว่า ท่านสนใจฟังเร่ืองของตัวเองเสยี อกี
ยง่ิ ไดใ้ จ คยุ ไมย่ อมหยดุ หลวงพอ่ กจ็ ะนง่ิ เงยี บเฉย ไมย่ มิ้ ไมแ่ ยม้ ทำ� เหมอื นกบั ไมม่ อี ะไร
แตพ่ อถงึ เวลาเทศนอ์ บรม ทา่ นกย็ กตวั อยา่ งเอาเรอ่ื งของภกิ ษสุ ามเณรรปู นน้ั ๆ มาเทศน์
เช่น
“ภกิ ษุสามเณรบางรูป เช่น ภิกษุ ก สามเณร ข เวลาพดู คุยกับครูบาอาจารย์
ท่านหยุดแล้วก็ไม่ยอมหยุด พูดเรื่อยเปื่อยไม่มีสติ คนเราถ้าขาดสติมันก็ไม่แปลก
อะไรกบั คนบา้ น้นั แหละ”
ถ้าภิกษุสามเณรรูปไหนโดนท่านดุอย่างน้ัน ต่อไปก็จะมีความระมัดระวังมาก
ยง่ิ ข้นึ ครบู าอาจารย์ถามจงึ พดู ถ้าท่านหยุดกไ็ ม่กลา้ พดู ต่อ กลวั โดนดุอกี
บางคร้ังท่านก็ใชว้ ธิ อี กี วิธีหน่งึ คอ่ นขา้ งตลก เช่น ตอนออกบิณฑบาตกับทา่ น
ทา่ นกช็ วนคยุ ไปดว้ ยเดนิ ไปดว้ ย บางทที า่ นกแ็ กลง้ หยดุ เมอื่ ทา่ นหยดุ ผทู้ เ่ี ดนิ ตามหลงั
เกิดเผลอสติ ต้งั ตัวไมท่ นั ก็ไปชนทา่ นเขา้ คนตามหลงั มากช็ นเขา้ อีก บางทีชนหมด
ทั้งแถวเลยก็มี เมื่อกลับถึงวัด ถึงเวลาเทศน์อบรม ท่านก็ให้ข้อคิดเตือนสติให้มี
ความระมดั ระวงั สำ� รวมสงั วร มสี ตใิ นการยนื การเดนิ การทำ� อะไรทกุ อยา่ งกใ็ หม้ สี ติ
ระมดั ระวงั มากย่งิ ขึน้
พระอาจารยเ์ ลี่ยม ได้เลา่ ถึงวธิ ีทดสอบอกี วธิ หี น่งึ ของหลวงพ่อให้ฟังว่า
“สว่ นมากทา่ นดคู วามรขู้ องคนจากสง่ิ ทเ่ี ขาพดู ดอู บุ ายหรอื ปญั ญาธรรมะทอ่ี อก
มาจากการพดู เชน่ ในวนั ออกพรรษา ท่านให้พระเณรทอี่ ยรู่ ่วมการประพฤติปฏบิ ตั ิ
ไดแ้ สดงความคดิ เหน็ ตอ่ หนา้ ญาตโิ ยม นกี่ เ็ ปน็ ทางหนง่ึ ทท่ี า่ นดู และรวู้ า่ การประพฤติ
ปฏบิ ัติของใครเปน็ อยา่ งไร พอท่จี ะมีธรรมะอยู่ในการควบคมุ องค์พระธรรมกถกึ ได้
หรอื ไม่ และตอ้ งเปน็ ผทู้ ไ่ี มอ่ ยากจะพดู ดว้ ย เพราะผทู้ อี่ ยากพดู ทา่ นถอื วา่ เปน็ การทำ�
ตามความอยาก ทา่ นดูว่าใครมีความรับผิดชอบบา้ ง ท่านให้ฝกึ เพีอ่ ดลู ักษณะความ
324
พิเศษ เพราะคนเราถ้าไม่ท�ำอย่างน้ันบ้างก็จะไม่รู้จัก หลวงพ่อจันทร์ก็เหมือนกัน
ท่านมาฟงั เทศน์ของหลวงพอ่ จนกระท่งั หลวงพอ่ บอกวา่
จนั ทร์ ทา่ นนะ่ หยดุ การฟงั ได้แลว้ ต่อไปน้ตี ้องเทศน์ใหโ้ ยมฟังเอง”
การทรมาน
คร้งั หนึ่งหลวงพ่อสอนว่า
“ถา้ มนั คดิ อะไรยงุ่ ขนึ้ มากใ็ หเ้ ขา้ ใจวา่ ความทไ่ี มย่ งุ่ กอ็ ยตู่ รงนน้ั แหละ มนั สกปรก
ตรงน้ี ทส่ี ะอาดกอ็ ยตู่ รงน้ี ไมใ่ ชท่ อี่ นื่ ลา้ งสกปรกออกกจ็ ะสะอาดเทา่ นนั้ เอง ธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ ของเรามนั ตรงอยอู่ ยา่ งนนั้ อนจิ จงั เปน็ ของไมเ่ ทยี่ งแท้ บทเดยี วเทา่ นน้ั แหละ
เหน็ พระพทุ ธเจา้ แลว้ ใครเหน็ อนจิ จงั อยา่ งแทจ้ รงิ กเ็ หน็ พระพทุ ธเจา้ ใหน้ งั่ ใกลๆ้ ทา่ น
ทุกทีๆ เด๋ยี วกเ็ จอทา่ นหรอก”
แตโ่ ดยปกตปิ ุถุชนเราจะไม่ชอบดคู วามทกุ ข์ ไมย่ อมพจิ ารณา รสู้ ึกแต่วา่ ตัวเอง
เปน็ ทกุ ข์ แตไ่ มพ่ ยายามทำ� ความรจู้ กั ทกุ ข์ จะใชว้ ธิ หี นหี รอื กลบเกลอ่ื นความทกุ ขเ์ สยี
มากกวา่ การหนหี รอื กลบเกลอ่ื นความทกุ ขส์ ำ� หรบั ชวี ติ ฆราวาสกท็ ำ� ไดห้ ลายวธิ ี ตง้ั แต่
วิธหี ยาบไปถงึ ละเอยี ด แตส่ �ำหรับชวี ิตนักบวชวิธีการหนีทุกขม์ ีไมม่ ากนกั โดยปกติ
กไ็ มพ่ น้ เรอื่ งอาหาร การพดู คุยและการนอนหลับ ซ่งึ ทั้งหมดนเ้ี ป็นวธิ กี ารอย่างหยาบ
เพราะฉะนัน้ หลวงพอ่ จงึ ให้คตธิ รรมเตือนใจลกู ศิษย์เสมอวา่
“กนิ นอ้ ย นอนน้อย พูดน้อย คือนกั ปฏิบัติ
กินมาก นอนมาก พูดมาก คอื คนโง่”
วิธีฝึกเพื่อขัดเกลากิเลสที่หลวงพ่อใช้เป็นประจ�ำวิธีหนึ่งก็คือการทรมาน
การทรมานในความหมายของพระวดั ปา่ หมายถงึ การทค่ี รบู าอาจารยว์ างขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ
ใหข้ ดั กบั ความอยากของลกู ศษิ ย์ เชน่ ใหอ้ ยกู่ บั สงิ่ ทไี่ มช่ อบ ใหพ้ ลดั พรากจากสง่ิ ทร่ี กั
ทชี่ อบ หรอื ไมใ่ หส้ ง่ิ ทอ่ี ยากได้ เปน็ ตน้ เปน็ วธิ ตี รงไปตรงมาทเ่ี ปดิ เผยกเิ ลสของลกู ศษิ ย์
325
ใหเ้ จา้ ตวั เผชญิ หนา้ กบั ความทกุ ข์ และใหเ้ หน็ ประจกั ษว์ า่ ความทกุ ขน์ นั้ เกดิ จากความ
อยากและความยดึ ตดิ ของตัวเอง นอกจากนนั้ ก็เปน็ การฝกึ ใหล้ ูกศษิ ย์มคี วามอดทน
ทำ� ส่งิ ทไี่ มเ่ คยทำ� หรอื คิดวา่ จะทำ� ไมไ่ ด้ ใหอ้ ย่ดู ้วยความอยาก จนกระทง่ั หมดอยาก
และจิตยอม เห็นตัณหาความอยากตามหลักไตรลักษณ์ ถ้าเอาชนะได้คร้ังเดียว
ก็จะไม่เชื่อกิเลสอีกเหมือนแต่ก่อน เป็นการดัดนิสัยเก่า การทรมานน้ีก็เพ่ือให้พระ
ไมป่ ระมาท มีความระวงั ตัวอยตู่ ลอดเวลา
การฝึกหดั ขัดเกลาด้วยวธิ ที รมานน้ี หลวงพอ่ เคยพดู เหมือนจะใหก้ �ำลงั ใจว่า
“ทรมานกเิ ลสนะ ไม่ใช่ทรมานคน”
และทา่ นก็มกี ลเมด็ หลายๆ อย่างซง่ึ กิเลสนา่ จะเข็ดขยาดเหมอื นกนั เป็นตน้ วา่
อยากมาก ไมใ่ ห้ฉัน
วนั ไหนญาตโิ ยมนำ� ภตั ตาหารมาถวายมาก หรอื มขี องประณตี นา่ อรอ่ ยเปน็ พเิ ศษ
หลวงพ่อท่านจะไม่ยอมให้พระฉันง่ายๆ แต่จะท�ำเป็นคุยกับญาติโยมนานกว่าปกติ
แลว้ กแ็ กลง้ ทำ� เสยี งกระแอมขน้ึ เหมอื นกบั วา่ จะตงั้ ตน้ ใหพ้ รกอ่ นลงมอื ฉนั พระบางรปู
ซึ่งท�ำท่าน่ังสมาธิแต่ความจริงก�ำลังอยากฉัน ก็เผลอประนมมือเตรียมสวดมนต์
แต่หลวงพ่อกลบั คยุ ต่อ อยา่ งน้ีก็เหมือนกนั
หลวงพอ่ เคยเลา่ ถงึ ลกู ศษิ ยร์ ปู หนง่ึ ซงึ่ ทา่ นสงั เกตเหน็ วา่ ในระหวา่ งทรี่ ปู อนื่ ๆ กำ� ลงั
ฉนั อาหาร พระรปู นนั้ กเ็ อาแตน่ ง่ั จอ้ งบาตรอยอู่ ยา่ งนนั้ แหละ เดยี๋ วกเ็ ลอื่ นบาตรเขา้ หาตวั
ทำ� ทา่ จะฉนั แตแ่ ลว้ กผ็ ลกั บาตรออกไปไมย่ อมฉนั บางครงั้ ฉนั ไปไดส้ องสามคำ� กผ็ ลกั
บาตรออก ทำ� อยอู่ ยา่ งนนั้ หลายครงั้ หลายหน เมอ่ื หลวงพอ่ ถามไถข่ นึ้ มา พระรปู นน้ั กราบ
เรยี นวา่ “มันอยากฉันมาก ผมเลยไมย่ อมให้มันฉนั ครบั ” หลวงพ่อก็เลยอทุ านดว้ ย
ความพอใจ
“เออ! ท�ำอย่างนีก้ ิเลสก็คงยอมแพล้ ะ อยู่กบั ท่านไมไ่ ด้แล้ว”
326
รอ้ นนัก ห่มผา้ เสีย
หน้าร้อน หลังฉันเสร็จแล้ว บางทีหลวงพ่อก็ส่ังให้พระเณรเข้าไปน่ังสมาธิใน
โบสถเ์ กา่ โดยกำ� ชบั ใหป้ ดิ ประตหู นา้ ตา่ งอยา่ งมดิ ชดิ แลว้ ครองจวี รใหเ้ รยี บรอ้ ย ไมน่ าน
ทกุ รปู ในหอ้ งเตาอบสำ� เรจ็ รปู ของหลวงพอ่ กส็ กุ พอดี ผา้ องั สะจวี รกเ็ ปยี กโชกดว้ ยนำ้� เหงอื่
ใครกล้าบ่น หลวงพอ่ กด็ ุ
“อย่ใู นทอ้ งแหมต่ ้งั เก้าเดือนยังอยู่ได้ ส่�ำน่ีสเิ ปน็ อิหยัง”
(อย่ใู นทอ้ งแม่ต้ังเกา้ เดอื นยงั อยู่ได้ แคน่ จี้ ะเปน็ อะไรไป)
ชว่ งหน้าหนาวกต็ รงกนั ข้าม หลวงพอ่ ใหเ้ ปิดประตูหนา้ ต่างทุกบานเพื่อใหไ้ ดร้ บั
สายลมอนั เยน็ เฉยี บ พระรปู ใดมองในแงด่ ี กเ็ หน็ วา่ อยา่ งนอ้ ยเรานนี่ งั่ หนาวตวั สน่ั ยงั กบั
ลูกนกตกน�้ำ ดเี หมือนกนั ไม่ง่วง เพราะมัวแต่หนาวเลยไม่มเี วลางว่ ง
หน้าหนาวของทุกปี หลวงพ่อให้พระเณรทุกรูปลงจากกุฏิปักกลดอยู่ในป่า
เปน็ เดอื น เพอ่ื ฝกึ ไมใ่ หพ้ ระเณรตดิ ในความสะดวกสบาย ใหเ้ ผชญิ หนา้ กบั ความวงั เวง
ในปา่ และสตั วต์ า่ งๆ ทง้ั ทน่ี า่ กลวั เชน่ งู แมงปอ่ ง หรอื ตะขาบ และทก่ี อ่ กวน เชน่ มด
และปลวก เป็นต้น
ตอ้ งทนฟัง
แมก้ ารเทศนข์ องทา่ นกใ็ ชเ้ ปน็ การทรมานลกู ศษิ ยไ์ ดเ้ หมอื นกนั คอื ไมใ่ ชว่ า่ ทา่ น
จะแสดงธรรมเพอ่ื ใหค้ วามรหู้ รอื ใหก้ ำ� ลงั ใจเทา่ นนั้ เชน่ บางทที า่ นกเ็ ทศนน์ านหลายๆ
ชวั่ โมง โดยไมไ่ ดม้ เี รอื่ งราวอะไรมากมายนกั นอกจากพดู ซำ้� ๆ ซากๆ อยแู่ ตเ่ รอื่ งเดมิ
การทรมานโดยวิธีน้ีรู้สึกว่ามีผลมากส�ำหรับลูกศิษย์ชาวต่างประเทศท่ียังไม่เข้าใจ
ภาษาไทย พระอาจารยส์ เุ มโธและพระอาจารยว์ รี ธมโฺ มเลา่ วา่ ทา่ นทง้ั สองตา่ งกร็ สู้ กึ เปน็
ทุกข์และโกรธหลวงพ่อมากในขณะที่ต้องทนนั่งฟังเทศน์โดยไม่รู้ว่าเมื่อไรจะจบลง
327
เสยี ที “ทำ� ไมตอ้ งใหเ้ รามานง่ั ฟงั ดว้ ย ทำ� ไมหลวงพอ่ ไมป่ ลอ่ ยใหก้ ลบั ไปทำ� ความเพยี ร
ทก่ี ฏุ ”ิ แตเ่ มอ่ื ไดส้ ตแิ ละหนั กลบั ไปเฝา้ ดคู วามรสู้ กึ ของตวั เองอยา่ งเพง่ พนิ จิ ไดเ้ หน็ การ
เกิดขึน้ และการดับไปของอารมณ์ตา่ งๆ จึงได้แต่รู้สกึ ขอบคณุ หลวงพ่อที่ทา่ นได้ชว่ ย
เปิดตาในให้ไดเ้ ห็นกิเลสของตัวเอง พระอาจารยส์ เุ มโธเลา่ ว่า หลังจากท่ตี อ้ งทนทกุ ข์
นงั่ ฟงั หลวงพอ่ อยถู่ งึ ๖ ชวั่ โมง โดยไมร่ เู้ รอื่ งอะไรเลย ความทกุ ข์ ความโกรธแคน้ ขดั เคอื ง
ทงั้ หลายทง้ั ปวงกม็ ลายหายสน้ิ ไป เมอ่ื หลวงพอ่ จบการเทศน์ และหนั มาพดู กบั ทา่ นดว้ ย
นำ�้ เสยี งปรานีเปน็ อยา่ งยิ่งว่า
“เป็นจงั ได๋ สุเมโธ” (เปน็ ยงั ไงบา้ ง สเุ มโธ)
อยากมาก ไมใ่ ห้เสยี เลย
ความอยากทกุ อยา่ ง ไมว่ า่ อยากไปโนน่ มานี่ หรอื อยากไดบ้ รขิ าร ขน้ึ ชอ่ื วา่ อยาก
แลว้ กถ็ กู หลวงพอ่ สวนทางหมด คอื ถา้ ทา่ นรวู้ า่ ใครอยากไปไหนมากๆ ทา่ นไมย่ อมใหไ้ ป
ต่อเมอ่ื หายอยากแล้วจึงใหไ้ ป อยากไดบ้ ริขารกเ็ ชน่ กนั พระอาจารยเ์ อนกได้กล่าวว่า
“ถ้ารูปไหนอยากมากกว่าธรรมดา ไม่อิ่มในอัฐบริขาร ท่านก็ทำ� ให้รู้สึกว่าท่านไม่ทำ�
ตามความตอ้ งการของลกู ศษิ ย์ ใหเ้ ราคดิ แลว้ คดิ อกี จนออ่ นใจนน่ั แหละ ทา่ นจงึ อธบิ าย
ใหฟ้ ังว่า จุดของความเยน็ ไม่ได้อยทู่ วี่ ัตถุภายนอก อายุของวัตถุมันมี เม่อื เราใช้มนั
กแ็ ตกดบั แตค่ วามสงบ ถา้ เราเข้าถึงแล้วมันไม่มอี ายุ ไม่แตก ไม่ดับ ม่ันคง
วธิ กี ารทรมานนเ้ี หมาะสำ� หรบั คนกลมุ่ นอ้ ยผมู้ ศี รทั ธาแรง แตก่ บั คนหมมู่ ากมกั ไม่
คอ่ ยไดผ้ ลและอาจเปน็ เหตใุ หค้ นไมก่ ลา้ บวชกไ็ ด้ เพราะกลวั ตวั เองจะสไู้ มไ่ หวหรอื อาจ
ท�ำให้คนต้องลาสกิ ขาอยา่ งพ่ายแพ้ เพราะฉะน้นั หลวงพ่อจงึ ใชก้ ารทรมานเปน็ ครัง้
เปน็ คราว เชน่ ในระยะแรกๆ ทส่ี ขุ ภาพของทา่ นยงั แขง็ แรง ทำ� เปน็ ตวั อยา่ งได้ และลกู ศษิ ย์
มจี ำ� นวนนอ้ ยเทา่ นนั้ ซงึ่ ลกู ศษิ ยท์ มี่ ศี รทั ธามากในครบู าอาจารยก์ ม็ กี ำ� ลงั ใจทำ� ตาม แตใ่ น
ระยะหลงั เมอ่ื สขุ ภาพของทา่ นเสอ่ื มลง ทำ� เปน็ ตวั อยา่ งไมไ่ หวแลว้ ทา่ นกล็ ดลง ทา่ นได้
อบรมเร่อื งการปฏบิ ัติเพ่ือทรมานกิเลสใหล้ ูกศษิ ยไ์ ด้เข้าใจว่า
328
“การปฏบิ ตั นิ น้ั คอื ทวนกระแส ทวนกระแสนำ้� ใจของเราเอง ทวนกระแสของกเิ ลส
อะไรทเี่ ปน็ ของทวนกระแสแลว้ มนั ลำ� บาก พายเรอื ทวนกระแสกล็ ำ� บาก สรา้ งคณุ งาม
ความดนี ัน้ กล็ ำ� บากเสยี หน่อยหน่งึ เพราะวา่ คนเรามกี เิ ลส ไม่อยากจะทำ� ไมอ่ ยากจะ
ยงุ่ ยาก ไมอ่ ยากจะอดทน อยากจะปลอ่ ยไปตามอารมณเ์ สยี เปน็ สว่ นใหญ่ เหมอื นนำ�้
นะ่ แหละ มนั กไ็ หลไปตามเรอ่ื งของมนั ถา้ ปลอ่ ยใหไ้ หลไปตามนำ�้ กส็ บาย แตว่ า่ นนั่ ไมใ่ ช่
ลกั ษณะปฏิบตั ิ ลักษณะปฏบิ ตั ติ ้องฝืน ตอ้ งฝนื กเิ ลสฝืนใจของตัวเอง ข่มจิตเจา้ ของ
ทำ� ความอดทนใหม้ ากข้นึ มนั จงึ เป็นการปฏบิ ัติทวนกระแสนำ้� ”
อย่างไรก็ตาม การทวนกระแสกิเลสซึ่งพัดพาเราให้เวียนว่ายในวัฏสงสารมา
นับภพนับชาตไิ มถ่ ้วนแล้วน้นั ไมใ่ ชเ่ ร่ืองง่ายๆ เลย ผ้ปู ฏบิ ัติทยี่ งั กลัวความลำ� บากคง
ไมม่ ที างชนะใจตนเองได้ การปฏบิ ตั กิ เ็ หมอื นกบั การขดุ อโุ มงค์ ยง่ิ ขดุ ลกึ เขา้ ไปกย็ งิ่ มดื
ย่ิงยาก จึงชวนให้ท้อแท้หมดหวัง ท้ังที่ผู้ขุดเช่ือ และแม้จะรู้ว่าความสว่างรออยู่ที่
ปลายทางเมอื่ อโุ มงคท์ ะลุ หลวงพอ่ จงึ คอยปลกุ เรา้ กำ� ลงั ใจของลกู ศษิ ยอ์ ยเู่ สมอ ใหเ้ ปน็
ผมู้ คี วามกลา้ หาญในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ กลา้ ฝกึ กลา้ ฝนื หกั หาญความอยากของตวั เอง
ใหเ้ หน็ ทกุ ขจ์ นถงึ ทส่ี ดุ นน่ั แหละ จงึ จะไดป้ ระจกั ษใ์ นผลของการปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ อศั จรรย์
ดว้ ยตนเอง เชน่ เดยี วกบั ทหี่ ลวงพอ่ ไดป้ ระสบมาแลว้ ซงึ่ ทา่ นไดน้ ำ� มาถา่ ยทอดสลู่ กู ศษิ ย์
ในโอวาทท่กี ระตนุ้ ศรทั ธาและพลังในการปฏบิ ัติให้กล้าแกร่งข้นึ มากทเี ดยี ว
329
โอวาท - เอาชวี ติ เขา้ แลก
อยา่ ตามใจมนั หดั มนั เอาชวี ติ เขา้ แลกเลยปฏบิ ตั นิ ี่ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งไดร้ อ้ งไหส้ ามหน
นน่ั แหละ การปฏบิ ตั ถิ า้ มนั งว่ งนอนอยากนอน กอ็ ยา่ ใหม้ นั นอน พอมนั หายงว่ งจงึ ให้
มนั นอนอยา่ งนนั้ แตเ่ รานะ่ โอย! ปฏบิ ตั ไิ มไ่ ดห้ รอก บางครงั้ บณิ ฑบาตมา กอ่ นจะฉนั
กม็ านง่ั พจิ ารณา มนั พจิ ารณาไมอ่ อก เหมอื นสนุ ขั บา้ นำ้� ลายหกนำ้� ลายไหล เพราะความ
อยาก จะพจิ ารณาอะไรก็พจิ ารณาไมอ่ อก บางทีพิจารณากไ็ ม่ทันใจ รบี ตาม มนั กย็ ิง่
ร้ายใหญ่ ถ้ามนั ไม่ฟัง อดทนไม่ได้ ก็ดนั บาตรออกไปเสีย อย่าให้มันได้ฉัน หัดมนั
ทรมานมนั การปฏบิ ตั นิ ่ี อยา่ ทำ� ตามมนั เรอ่ื ยๆ ผลกั บาตรหนไี ป อยา่ ใหม้ นั ฉนั มนั อยาก
มากนกั อยา่ ใหม้ นั ฉนั มนั พดู ไมฟ่ งั นฮี่ ึ นำ�้ ลายกห็ ยดุ ไหล พอรวู้ า่ จะไมไ่ ดฉ้ นั มนั เขด็
พอวันตอ่ มามันไมก่ วนหรอก มนั กลวั ว่ามนั จะไมไ่ ด้ฉัน เงยี บ ลองๆ ท�ำดซู ถิ า้ ไมเ่ ชอื่
คนเรานะมนั ไมเ่ ชอ่ื ไมก่ ลา้ ทำ� ถงึ วา่ คนไมม่ ศี รทั ธาจะทำ� กลวั จะหวิ กลวั จะตาย
ไมท่ ำ� ดกู ็ไม่ร้จู กั ไม่กลา้ ทำ� หรอกพวกเรานะ่ ไม่กลา้ ท�ำดู กลัวแต่จะเป็นนน่ั กลัวแต่
จะเปน็ น่ี เรอื่ งอาหาร การขบฉนั เรอ่ื งนน่ั เรอื่ งนนี่ ะ โอย! ทกุ ขก์ บั มนั มามากจนรเู้ ทา่ วา่
มนั ทุกข์ น่ันแหละเร่อื งการปฏบิ ัตินี่ไมใ่ ชเ่ ร่อื งจะพจิ ารณาง่ายๆ ไมใ่ ช่เรอ่ื งเบาๆ นะ
พจิ ารณาเรอื่ งอะไร เรอ่ื งอะไรละ่ ทสี่ ำ� คญั ทส่ี ดุ เรอื่ งอะไรทไ่ี มม่ แี ลว้ มนั ตาย เรอื่ งนี้
สำ� คญั ตาย จงึ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั ในโลก พจิ ารณาไป ทำ� ไป หาไปกย็ งั ไมพ่ บ ไมม่ ผี า้ นงุ่
ผา้ ห่มกย็ ังไม่ตาย ไม่มีหมากกนิ ไม่มบี ุหรี่สูบก็ยงั ไม่ตาย ถา้ ไมม่ ีขา้ วไม่มีน้ำ� กินนี่ตาย
เหน็ เทา่ นข้ี องสำ� คญั ในโลก มขี า้ วกบั นำ้� ทสี่ ำ� คญั เลย้ี งรา่ งกาย เลยไมส่ นใจเรอ่ื งอน่ื เอาแต่
พอได้ สว่ นขา้ วกบั นำ้� นพ่ี อไมต่ าย มอี ายปุ ฏบิ ตั ไิ ปเทา่ นน้ั กเ็ อาละ เอาไหมละ่ เอาเทา่ นี้
อยา่ งอน่ื เรอ่ื งเบด็ เตลด็ นนั่ จะไดห้ รอื ไมไ่ ดก้ ช็ า่ งมนั จะมจี ะพบกช็ า่ ง ขอ้ สำ� คญั มขี า้ วกบั
นำ�้ เทา่ นนั้ กพ็ อ ถา้ อยไู่ ปจะพอกนิ ไหม จะถงึ ตายไหม พจิ ารณาไปอยา่ งนนั้ พอกนิ พอใช้
อยหู่ รอก เขา้ ไปบณิ ฑบาตบา้ นไหน เขาคงจะใหห้ รอกขา้ วทลี ะกอ้ น นำ้� กห็ ากนิ จนไดแ้ หละ
เอาสองอันเทา่ นไี้ ม่คิดจะรวยเทา่ ใดหรอก
330
เรอ่ื งการปฏิบัติ เรอ่ื งผดิ เรอ่ื งถกู มนั ปนกนั มาน่ันแหละ เราต้องกล้าทำ� ต้องกลา้
ปฏิบัติ ปา่ ชา้ นะไม่เคยไปก็ต้องหัดไป ไปกลางคืนไม่ไดก้ ็ตอ้ งไปกลางวนั แล้วหดั ไป
คำ�่ ๆ บอ่ ยๆ ตอ่ ไปตอนค่ำ� ก็ไปได้ แลว้ จะเหน็ ประโยชน์ในการกระทำ� ของตน ทนี ี้ก็
จะรูเ้ รือ่ ง น่ีอะไร จติ ใจของเรามันไมร่ เู้ รือ่ งราวมาต้ังกชี่ าตกิ ชี่ าติ อนั ไหนเราไมช่ อบ
อนั ไหนเราไมร่ ักก็ไม่อยากประพฤตปิ ฏบิ ัติ ปลอ่ ยมนั กลวั อย่อู ยา่ งนี้ แลว้ ก็วา่ เราได้
ปฏิบัติ มันยังไม่เรียกปฏิบัติหรอก ถ้าปฏิบัติจริงๆ ละก็ชีวิตน่ันแหละพูดง่ายๆ
ถา้ ตงั้ ใจจรงิ ๆ จะไปสนใจทำ� ไม กไู ดน้ อ้ ยมงึ ไดม้ าก มงึ ทะเลาะกู กทู ะเลาะมงึ ไมม่ หี รอก
เร่อื งอย่างนั้นน่ะ เพราะไมห่ าเอาเร่ืองอยา่ งนน้ั ใครจะท�ำอย่างไรกช็ ่าง จะเข้าวดั ไหน
ก็ตาม ก็ไม่ได้หาเอาเรื่องเช่นนี้ ไมไ่ ดไ้ ปเพ่งเอาเรอ่ื งเช่นน้ี ใครจะปฏิบตั ิต่ำ� ปฏบิ ตั สิ งู
ก็ไม่ได้หาเอาเรื่องเช่นน้ี ใส่ใจแต่เร่ืองของตนเท่าน้ัน อย่างนี้แหละกล้าประพฤติ
กลา้ ปฏิบัติ ปญั ญาจะเกิด ฌานจะเกดิ เพราะการปฏิบตั ิ
ถ้าหากว่าปฏิบัติถึงที่แล้วมันปฏิบัติแท้ๆ กลางคืนกลางวันก็ตามก็ปฏิบัติ
กลางคืนกน็ ัง่ สมาธิเงยี บๆ แลว้ ลงมาเดนิ อย่างนอ้ ยก็ตอ้ งได้ ๒-๓ ครัง้ เดินจงกรม
นงั่ สมาธิ นงั่ สมาธแิ ลว้ ลงมาเดนิ จงกรมมนั ไมอ่ มิ่ มนั เพลนิ บางทฝี นตกพรำ� ๆ ใหน้ กึ ถงึ
เม่อื คราวทำ� นาโนน่ กางเกงทน่ี ุง่ ท�ำงานกลางวันยังไมท่ ันแห้ง ตื่นเชา้ มากต็ ้องสวมใส่
เขา้ ไปอกี ตง้ั แตเ่ ชา้ เขา้ ไปเอาควายในคอกออก มองดคู วายขา้ งนอกเหน็ แตค่ อ ไปจบั
เอาเชอื กควายมามแี ตข่ ค้ี วายเตม็ ไปหมด หางควายตวดั แกวง่ เอาขขี้ องมนั มาเปรอะเรา
เตม็ ไปหมด ตนี เปน็ ฮงั กา้ ดว้ ย เดนิ ไปทรมานไป “ทำ� ไมถงึ ทกุ ข์ ทำ� ไมถงึ ยากแท”้ ทเี รา
เดนิ จงกรมฝนตกแคน่ จี้ ะเปน็ อะไร ทำ� นายงิ่ ทกุ ขก์ ย็ งั ทำ� ได้ เดนิ จงกรมแคน่ ที้ ำ� ไมจะทำ�
ไมไ่ ด้ มันกล้าข้นึ มากหรอกถ้าเราไดท้ ำ�
ถา้ ตกกระแสของมนั แลว้ เรอ่ื งการปฏบิ ตั นิ ไ่ี มม่ อี ะไรจะขยนั เทา่ จะทกุ ขก์ ไ็ มท่ กุ ข์
เทา่ ผปู้ ฏบิ ตั ิ จะสขุ กไ็ มส่ ขุ เทา่ ผปู้ ฏบิ ตั ิ ขยนั กไ็ มข่ ยนั เทา่ ผปู้ ฏบิ ตั ิ ขเ้ี กยี จกไ็ มข่ เี้ กยี จเทา่
พวกน้ี พวกน้เี ป็นเลิศกว่าเขา ขยนั ก็เลศิ กวา่ เขา ขี้เกียจก็เลิศกว่าเขา มีแต่เลศิ ทง้ั นั้น
ถงึ วา่ ถา้ ตง้ั ใจปฏบิ ตั แิ ลว้ มนั กน็ า่ ดจู รงิ ๆ แตพ่ วกเราทว่ี า่ ปฏบิ ตั นิ ะ่ ยงั ไมถ่ งึ ยงั ไมไ่ ดท้ ำ�
เปรยี บกเ็ ทา่ กบั วา่ ถา้ หลงั คารวั่ ตรงนก้ี ข็ ยบั ไปนอนตรงนน้ั ถา้ รว่ั ตรงนนั้ กข็ ยบั มานอน
331
ตรงน้ี “ทำ� ยงั ไงจะไดบ้ า้ นไดช้ อ่ งดๆี กบั เขาสกั ท”ี นถี่ า้ มวั่ รว่ั ทง้ั หลงั กค็ งหนเี ลย อยา่ งนี้
ก็ไมน่ ่าเอา มันก็อยา่ งนั้นแหละการปฏบิ ัติ
จติ ของเรากิเลสของเรานะ ถ้าไปทำ� ตามมันกย็ ง่ิ ไปกนั ใหญ่ ย่งิ ท�ำตามกย็ ิง่ หมด
ข้อวัตรปฏบิ ตั ิ เรอื่ งการปฏิบตั นิ ่ี จนมนั อัศจรรยใ์ นจติ ของตนนะ อัศจรรย์ มนั ขยนั
หมน่ั เพยี รไมร่ เู้ ปน็ อยา่ งไร ใครจะปฏบิ ตั กิ ต็ ามไมป่ ฏบิ ตั กิ ต็ าม ไมไ่ ดส้ นใจใคร ทำ� ของตน
ปฏบิ ตั ิของตนไปสม่ำ� เสมออย่างนนั้ ใครจะไปใต้มาเหนือก็ชา่ งเขา เราท�ำของเราอยู่
อยา่ งนนั้ ตอ้ งดตู วั เองมนั จงึ จะเปน็ การปฏบิ ตั ิ ครนั้ ปฏบิ ตั ไิ ปแลว้ ไมม่ เี รอื่ งอะไรในใจ
มีแต่เร่อื งธรรมะ ตรงไหนยังท�ำไม่ได้ ตรงไหนยังขดั ข้องอยู่ มนั กว็ นอยแู่ ตต่ รงนน้ั
ไมแ่ ตกแลว้ มนั ไมห่ นหี รอก หมดอนั นแี้ ลว้ ไปคาอยอู่ ะไรอกี มนั กไ็ ปตดิ อยตู่ รงนน้ั อกี
ติดอยทู่ ีน่ น่ั มันไม่หนี ถา้ ตดิ อยู่ มนั เอาจนแตกน่นั แหละ ถา้ ไมเ่ สร็จกไ็ ม่ไป มันไม่
สบายใจถา้ ไมเ่ สร็จหมด มนั พิจารณาจ่ออยู่ทีน่ ัน่ นัง่ ก็อยู่ที่นั่น เดนิ ก็อยทู่ ่ีนั่น เปรียบ
เหมอื นกบั เราทำ� นาไมเ่ สรจ็ นนั่ แหละ นาเราเคยดำ� ทกุ ปี แตป่ นี ตี้ รงนย้ี งั ไมเ่ สรจ็ ใจกเ็ ลย
ตดิ เปน็ ทกุ ข์ อยทู่ น่ี น้ั ไมส่ บาย เหมอื นเราทำ� งานไมเ่ สรจ็ ถงึ มาอยกู่ บั เพอื่ นมากๆ ใจก็
ไมส่ บาย พะวงแตเ่ รอื่ งงานทเี่ ราทำ� ไมเ่ สรจ็ อยนู่ น่ั แหละ หรอื เหมอื นกบั เราปลอ่ ยลกู เลก็ ๆ
ไว้กับบ้าน แต่เราให้อาหารหมูอยู่ใต้ถุน ใจมันก็คิดอยู่กับลูก กลัวมันจะตกบ้าน
ท�ำอย่างอื่นก็คิดอยู่อย่างนั้น เช่นเดียวกันกับข้อปฏิบัติของเรา มันไม่ลืมสักทีเลย
ทำ� อยา่ งอนื่ อยกู่ ไ็ มล่ มื พอจะออกจากมนั มนั กป็ า๊ บเขา้ มาในใจทนั ที ตดิ ตามอยกู่ ระทงั่ คนื
กระทั่งวัน ไม่ไดล้ ืมสกั ที เปน็ อยูอ่ ยา่ งนน้ั มนั จึงเป็นไปได้ ไมใ่ ชข่ องง่าย
ตอนแรกก็อาศัยครูบาอาจารย์ให้ท่านแนะน�ำ เข้าใจแล้วก็ท�ำ ครูบาอาจารย์
สอนแล้วก็ทำ� ตามทท่ี า่ นสอน พอเขา้ ใจแล้วท�ำได้แลว้ ทา่ นก็ไมไ่ ดส้ อนอีก เราทำ� ของ
เราเองละทีน้ี จะเกิดประมาทอยู่ตรงไหน จะเกิดไม่ดีตรงไหน มันก็รู้ของมันเอง
มนั เปน็ ผรู้ มู้ นั เปน็ ปจั จตั ตงั จติ มนั เปน็ ของมนั เอง รเู้ องวา่ ผดิ นอ้ ยผดิ มาก ผดิ ตรงไหน
มนั กพ็ ยายามดขู องมนั อยอู่ ยา่ งนนั้ พยายามประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ องของมนั เปน็ อยา่ งนนั้ ละ
ปฏิบัติ คล้ายๆ เป็นบ้าหรือเป็นบ้าไปเลยก็ว่าได้ ปฏิบัติจริงๆ ก็เป็นบ้าน่ะแหละ
มันเปล่ยี น มนั เป็นสัญญาวิปลาส แล้วมนั เปลยี่ นสญั ญานนั่ ถา้ ไมเ่ ปล่ียนมนั กด็ ุร้าย
อยเู่ หมอื นเดิม ก็ทกุ ขอ์ ยู่เหมือนเดิม
332
มนั กแ็ สนจะทกุ ขน์ นั่ ละการปฏบิ ตั ิ แตว่ า่ ทกุ ขน์ นั่ ถา้ ไมร่ จู้ กั วา่ มที กุ ข์ มนั กไ็ มร่ จู้ กั
ทกุ ขห์ รอก ถา้ เราจะพจิ ารณาทกุ ข์ เราจะฆา่ ทกุ ขน์ ่ี มนั กต็ อ้ งพบกนั กอ่ นซิ จะไปยงิ นก
ถา้ ไมเ่ จอนกแลว้ จะไดย้ งิ หรอื ทกุ ข์ ทกุ ข์ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นสอนวา่ ทกุ ข์ ชาตทิ กุ ข์ ชราทกุ ข์
เกดิ ขน้ึ มาแลว้ ไมอ่ ยากใหท้ กุ ข์ มนั กไ็ มเ่ หน็ ทกุ ข์ ไมเ่ หน็ ทกุ ขก์ ไ็ มร่ จู้ กั ทกุ ข์ ไมร่ จู้ กั ทกุ ข์
ก็เอาทุกข์ออกไมไ่ ด้ อยา่ งนแี้ ล้วคนเราไม่อยากเหน็ ทุกข์ไม่อยากได้ทุกข์ ทุกข์ตรงน้ี
กห็ นไี ปตรงนน้ั นนั่ แหละยง่ิ เกบ็ เอาทุกขไ์ ว้ ไมไ่ ดฆ้ า่ มนั ไมไ่ ดค้ ดิ ไมไ่ ดพ้ จิ ารณาดมู นั
ทุกข์ตรงน้ีหนไี ปตรงน้นั ทุกขต์ รงน้ันหนไี ปตรงน้ี หนแี ตท่ างกาย เราหลงอยเู่ มอ่ื ใด
จะไปตรงไหนมันกท็ กุ ข์ จะขึน้ เครื่องบินหนไี ปมันกข็ ึ้นไปด้วย แมจ้ ะมดุ ลงไปในนำ้�
มนั กม็ ดุ ไปดว้ ย เพราะทกุ ขม์ นั อยกู่ บั เรา แตเ่ ราหลง มนั อยกู่ บั เรา จะหนจี ะละมนั ทไี่ หนได้
คนเรานะ่ ทกุ ขท์ นี่ ห้ี นไี ปทนี่ นั้ ทกุ ขท์ นี่ นั้ หนมี าทางนี้ วา่ เราหนที กุ ข์ มนั กไ็ มใ่ ช่ ทกุ ขม์ นั ไป
กบั เรา เราไปกบั ทกุ ข์ ไมร่ จู้ กั ทกุ ข์ ถา้ ไมร่ จู้ กั ทกุ ข์ ไมร่ จู้ กั เหตเุ กดิ ของทกุ ข์ ไมร่ จู้ กั เหตุ
ของทกุ ข์ ก็ไมร่ ูจ้ กั ความดับทุกข์ ทีไ่ หนมนั จะดบั ได้ ไม่มีหรอก
มนั ตอ้ งหมน่ั มาพจิ ารณาใหแ้ นน่ อน ตอ้ งกลา้ ประพฤติ กลา้ ปฏบิ ตั ิ อยกู่ บั เพอื่ น
กบั ฝงู ก็เหมอื นอยคู่ นเดียว ไม่กลวั ใครจะขี้เกยี จข้ีคร้านก็ชา่ งเถอะ ผใู้ ดเดินจงกรม
ท�ำความเพียรมากๆ ละรับรอง ใครจะไปไหนมาไหนก็ท�ำการปฏิบัติของตัวเองอยู่
อยา่ งนนั้ ทำ� ความเพยี รอยอู่ ยา่ งนน้ั ถา้ ทำ� จรงิ ๆ แลว้ กพ็ รรษาเดยี วเทา่ นน้ั การปฏบิ ตั นิ ่ี
ใหท้ ำ� นะใหท้ ำ� อยา่ งทพี่ ดู มานี่ ใหฟ้ งั คำ� สอนของอาจารย์ อยา่ ไปเถยี งอยา่ ดอื้ ทา่ นสงั่ ใหท้ ำ�
ท�ำไปเลย ไม่ตอ้ งกลัวกบั การปฏิบตั ิ มนั รจู้ ักเพราะการกระทำ� ไม่ตอ้ งสงสัยหรอก
การปฏิบัตินั้นเป็นปฏิปทาด้วย ปฏิปทาอย่างไร ปฏิบัติไปเรื่อยๆ สม�่ำเสมอ
ปฏิบัติเหมือนหลวงตาเปไม่ได้นะ ในพรรษาท่านก็สมาทานไม่พูด ไม่พูดแต่ก็เอา
หนงั สอื มาเขยี น “พรงุ่ นป้ี ง้ิ ขา้ วเหนยี วใหส้ กั กอ้ นนะ” อยากกนิ ขา้ วเหนยี วปง้ิ ทา่ นไมพ่ ดู
แตเ่ อาหนงั สอื มาเขยี น ยง่ิ ยงุ่ กวา่ เดมิ อกี เดยี๋ วกเ็ ขยี นเอาอนั นน้ั เดยี๋ วกเ็ ขยี นเอาอนั น้ี
วนุ่ วายไปหมด ท่านสมาทานไม่พดู แต่มาเขยี นเอานี่ ก็ไม่รจู้ ะสมาทานไม่พดู ไปทำ� ไม
ไมร่ จู้ กั การปฏบิ ตั ขิ องตนเอง ความเปน็ จรงิ ปฏปิ ทาของเราเปน็ ผมู้ กั นอ้ ย เปน็ ผสู้ นั โดษ
ปลอ่ ยไปตามธรรมดาปกตขิ องเรา อยา่ ไปสนใจมนั จะขเ้ี กยี จ อยา่ ไปสนใจมนั จะขยนั
333
ปฏบิ ตั นิ อ่ี ยา่ วา่ ขยนั อยา่ วา่ ขเี้ กยี จ ธรรมดาคนเรานน้ั นะขยนั จงึ จะทำ� ถา้ ขเ้ี กยี จแลว้ ไมท่ ำ�
นี่ปกติของคนเรา แตพ่ ระทา่ นไม่เอาเชน่ นั้น ขยันกท็ ำ� ข้ีเกยี จกท็ ำ� ไม่สนใจอยา่ งอน่ื
ตดั ไป ละไป หดั ไป ทำ� ไปเรอ่ื ยๆ ไมว่ า่ วนั หรอื คนื ปนี ป้ี หี นา้ ยามไหนกต็ าม ไมส่ นใจ
ขยนั ไมส่ นใจขเ้ี กยี จ ไมส่ นใจรอ้ น ไมส่ นใจหนาว ทำ� ไปเรอื่ ยๆ นที่ า่ นเรยี กวา่ สมั มา-
ปฏปิ ทา
บางทกี ็ขะมักเขมน้ ขึน้ มาคุยกันอยูเ่ สยี หกวนั เจด็ วนั พอเห็นว่าไม่เข้าทา่ กห็ ยุด
เลิกออกมาเลย ยิง่ ไปกันใหญ่ ทั้งพูดทงั้ คุยไม่รอู้ ะไร พอนึกไดท้ �ำเขา้ ไปอีกสองวนั
สามวนั เทา่ นัน้ พอเลิกแลว้ นกึ ไดอ้ ีกกท็ �ำอกี เหมอื นกบั คนท�ำงาน บทจะทำ� กท็ �ำเสยี
จนไม่รเู้ น้ือรตู้ ัว เรอ่ื งขดุ ไรข่ ดุ สวนถางไร่ถางภูกด็ ี บทจะเลิก จอบเสยี มก็ไม่ยอมเก็บ
ท้งิ อย่อู ย่างน้นั หนไี ปเลย วนั ตอ่ มาดินจับเกรอะไปหมดแลว้ กน็ กึ ขยันท�ำอกี ทิ้งไปอกี
อย่างน้ีไมเ่ ปน็ ไร่ไม่เป็นนา ปฏิบตั นิ ก่ี ็เหมือนกันนนั่ แหละ ปฏิปทาถ้าถอื วา่ ไมส่ �ำคัญ
กไ็ มส่ ำ� เรจ็ สมั มาปฏปิ ทานสี่ ำ� คญั มากจรงิ ๆ คอื เราทำ� เรอ่ื ยๆ อยา่ ไปสนใจวา่ ได้ อารมณด์ ี
อารมณไ์ ม่ดกี ช็ า่ งมนั พระพุทธเจา้ ทา่ นไม่ไดส้ นใจใครหรอก ทา่ นผ่านมาหมดของดี
ไมด่ ี ของชอบไมช่ อบเหลา่ น้ี นน่ั แหละจงึ เปน็ การปฏบิ ตั ิ การปฏบิ ตั ทิ จ่ี ะเอาแตข่ องชอบ
ของไมช่ อบไมเ่ อา อยา่ งนไี้ มเ่ ปน็ การปฏบิ ตั ิ มนั เปน็ วบิ ตั ิ นไ่ี ปทไ่ี หนกไ็ มส่ บาย อยทู่ ไ่ี หน
กไ็ มส่ บาย เปน็ ทกุ ขอ์ ยตู่ ลอดกาลตลอดเวลา กระทำ� เพยี รกเ็ หมอื นกนั ทำ� ไมเราจงึ ทำ�
ความเพียรล่ะ ท�ำเพื่อมีภพมีชาติ ต้องการตามใจตามปรารถนาจึงเอา ไม่ได้ตาม
ปรารถนากไ็ มเ่ อา เหมอื นกบั พราหมณบ์ ชู ายนั ตเ์ ขาตอ้ งการ เขาจงึ บชู ายนั ต์ พระพทุ ธเจา้
ทา่ นไมว่ ่าอย่างนัน้ การกระทำ� เพยี รก็เพอื่ ละเพ่อื ปลอ่ ยเพอื่ เลิกเพือ่ ถอน ไม่ตอ้ งการ
ภพชาติ ไม่ตอ้ งการเอาน่นั เอาน่ี กว่าทา่ นจะมาถกู ทาง ท่านก็ปฏบิ ตั ิมาไม่รู้ก่อี ยา่ งต่อ
กอ่ี ยา่ ง มพี ระเถระองคห์ นง่ึ ทา่ นบวชมหานกิ าย วา่ มนั ไมเ่ ครง่ กเ็ ปลยี่ นมาเปน็ ธรรมยตุ
ครนั้ บวชธรรมยตุ แลว้ มาปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ไิ ปบางทกี ไ็ มย่ อมกนิ ขา้ วตง้ั สบิ หา้ วนั นะ ครนั้ กนิ
ก็กินเฉพาะผักเฉพาะหญ้า กินสัตว์น่ะมันบาป กินผักกินหญ้าดีกว่า กินฝักล้ินฟ้า
หมดทีละสีห่ า้ ฝักแนะ่ กนิ อย่างนน้ั มันก็ได้แค่นนั้ ตอ่ มาสกั หนอ่ ย เฮ้ย เปน็ พระไม่ดี
เปน็ ไปลำ� บาก รกั ษาวตั รมนั ยาก ลดลงมาเปน็ ปะขาวดกี วา่ เลยสกึ จากพระมาเปน็ ปะขาว
เพราะเก็บผักเก็บหญ้ากินเองก็ได้ ขุดหัวเผือกหัวมันกินเองได้ เลยมาเป็นปะขาว
334
หมดเลย! เด๋ียวนี้ไม่รู้ว่าไปอย่างไรตายหรือยังก็ไม่รู้ น่ีเพราะทำ� อย่างไรก็ไม่พอใจ
ไม่หน�ำใจเลย ไมร่ ูว้ ่าตัวเองก�ำลังท�ำตามกเิ ลส กเิ ลสพาทำ� กไ็ ม่ร้จู ัก พระพุทธเจา้ น่ะ
ทา่ นสกึ เปน็ ปะขาวหรอื เปลา่ ทา่ นทำ� อยา่ งไร ทา่ นปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร กไ็ ปคดิ ดู ทา่ นพากนิ ผกั
กินหญา้ เหมือนววั เหมือนควายหรอื เปล่า เออ! จะกนิ กก็ ินไปเถอะ เราท�ำไดแ้ ค่ไหน
กเ็ อาแค่น้ัน
อย่าไปติคนอื่นอย่าไปว่าคนอ่ืน สบายอย่างใดก็เอาอย่างน้ัน อย่าไปเสี้ยม
อยา่ ไปถาก อยา่ ไปฟนั เขา้ มากเกนิ ไป จะไมเ่ ปน็ คนั กระบวย เลยไมเ่ ปน็ อะไร กท็ งิ้ ไปเสยี
เฉยๆ อยา่ งนกี้ ม็ ี อยา่ งการทำ� ความเพยี รเดนิ จงกรม สบิ หา้ วนั กเ็ ดนิ อยอู่ ยา่ งนนั้ ไมก่ นิ
ข้าวละ แข็งแรงอยู่ ครัน้ เลกิ ทำ� แลว้ ทงิ้ นอนเร่ือยเป่ือยไมไ่ ด้เรอ่ื ง น่แี หละไม่ไดค้ ิด
ไตร่ตรองใหด้ ี ไปๆ มาๆ เป็นอะไรกไ็ มถ่ กู ใจ เป็นพระกไ็ มถ่ ูกใจ เป็นเณรกไ็ มถ่ กู ใจ
เปน็ ปะขาวกไ็ มถ่ กู ใจ เลยไมเ่ ปน็ อะไร ไมไ่ ดอ้ ะไรเลย นแี่ หละไมร่ จู้ กั การปฏบิ ตั ขิ องตน
ไมพ่ ิจารณาเหตผุ ล จะปฏิบัติเพื่อเอาอะไรให้คดิ ดู ทที่ า่ นใหป้ ฏบิ ตั ินะ่ ปฏบิ ตั เิ พ่อื ทิง้
มนั คดิ รกั คนนนั้ คดิ ชงั คนน้ี อยา่ งนมี้ อี ยู่ แตอ่ ยา่ ไปสนใจ แลว้ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื อะไร เพอ่ื ละ
สงิ่ เหลา่ นี้ สงบกท็ ง้ิ ความสงบ รแู้ ลว้ กท็ งิ้ มนั เสยี ความรเู้ หลา่ นน้ั รแู้ ลว้ กแ็ ลว้ ไป ครน้ั ถอื
วา่ ตวั วา่ ตนวา่ รแู้ ลว้ กถ็ อื วา่ ตวั เกง่ กวา่ คนอนื่ เทา่ นน้ั ซิ ไปๆ มาๆ เลยอยไู่ มไ่ ด้ อยทู่ ไี่ หน
เดือดร้อนท่ีนัน่ นี่เร่อื งปฏิบตั ไิ มถ่ กู ทาง
335
ด!ุ
พระพุทธองค์เคยตรสั วา่
“เรายอ่ มฝกึ คนดว้ ยวธิ อี อ่ นละมนุ ละมอ่ มบา้ ง ดว้ ยวธิ รี นุ แรงบา้ ง ดว้ ยวธิ ที ง้ั ออ่ น
ละมุนละม่อมและท้ังรนุ แรงปนเปกนั ไปบ้าง”
หลวงพ่อกเ็ อาหลักน้มี าใช้เหมือนกัน และเม่ือทา่ นใช้วิธีรุนแรง หรอื ดพุ ระเณร
กท็ ำ� ใหล้ กู ศษิ ยก์ ลวั ทา่ นมาก แตเ่ กอื บทกุ รปู ยอมรบั ตรงกนั วา่ “ทา่ นดเุ ทา่ ไร กไ็ มร่ สู้ กึ
ตอ่ ต้านไมโ่ กรธเลย”
ทา่ นอาจารย์เอนกเคยพดู ถึงเรื่องนวี้ า่
“ความเปน็ จรงิ แลว้ ทา่ นไมไ่ ดด้ ุ แตท่ า่ นจะเตอื นสตขิ องเราทนั ทถี า้ มใี ครทำ� อะไร
ผดิ พลาดขาดความระมดั ระวงั อยา่ งเชน่ พระเณรทำ� ของตก เปน็ ตน้ วา่ กระโถน กานำ�้
แกว้ น้�ำ เสยี งดงั เพลง้ พล้างอย่ใู นโรงฉนั หรอื บางครงั้ ท�ำบาตรหล่น เปน็ ต้น
ถ้าเกิดเสียงดังไม่ว่าจากอะไรก็ตาม เป็นความพลั้งเผลอขาดสติของลูกศิษย์
ทา่ นจะเตอื นขนึ้ ทนั ทเี ดย๋ี วนนั้ เลย บางทเี ตอื นดว้ ยสายตา แตบ่ างทกี เ็ ตอื นดว้ ยคำ� พดู
เสยี งดังคล้ายดอุ ยา่ งน้ี เออ! ไมม่ ีการสำ� รวมระวัง ไมม่ สี ติบ้างหรือ หรือไม่ก็ จะจบั
จะวางสง่ิ ของอะไรลงไปก็ใหม้ ีสติบ้างสิ ปล่อยสติไปทไ่ี หน อยา่ งนเี้ ปน็ ต้น พระเณร
ทุกองค์จึงตอ้ งพยายามสำ� รวมระวงั ท่ีสุดทจี่ ะไมท่ �ำเสยี ง
แตถ่ ึงทา่ นจะพูดเสียงดังคลา้ ยกบั ดุ ทา่ นกไ็ ม่มอี ะไร ไมว่ า่ จะเปน็ ญาตโิ ยมหรือ
พระเณร ถา้ ทำ� ผดิ ท่านก็เตือนเหมือนกัน แตว่ ันหลงั ก็เรยี กใช้ธรรมดา เวลาพูดด้วย
ตามปกตทิ า่ นจะพดู เรยี บ แมก้ บั เณรเลก็ เณรนอ้ ยกเ็ หมอื นกนั ทา่ นพดู เรยี บคลา้ ยพดู
กับเพ่ือน ยกเว้นบางรูปที่นิสัยหยาบกร้าน ท่านจะพูดกระตุ้นความรู้สึกให้ระวังตัว
อยเู่ สมอ”
336
ถ้ามีเหตุท่ีจะต้องดุลูกศิษย์เป็นรายบุคคล หลวงพ่อพิจารณาก่อนว่าเขาจะรับ
ได้หรือไม่ เพราะทา่ นดเุ พ่อื มุ่งผลในการปฏบิ ัตขิ องลกู ศษิ ย์ ไมใ่ ชด่ ุเพ่อื ระบายความ
ไมพ่ อใจ และการทดี่ นุ น้ั หลวงพอ่ กพ็ ดู ใหร้ สู้ กึ วา่ เปน็ การตำ� หนทิ กี่ เิ ลสไมใ่ ชท่ ต่ี วั บคุ คล
เชน่ วา่ น่แี หละภาวนาไมเ่ ป็น ไมด่ จู ิตเจ้าของ จติ มมี ายาสาไถยก็ไม่รู้จัก
แตป่ กตแิ ลว้ ทา่ นจะไมเ่ ทศนเ์ จาะจงวา่ ใครคนหนง่ึ โดยเฉพาะ จะยกเหตกุ ารณท์ ่ี
เกดิ ขนึ้ เปน็ ตวั อยา่ ง เพอื่ ชโ้ี ทษจากการกระทำ� นน้ั ๆ มากกวา่ แตท่ า่ นอาจใชภ้ าษารนุ แรง
จนผ้ทู �ำผิดอาย ร้อนตัวไปหมด บางคร้งั ทา่ นกใ็ ชล้ กู ศษิ ย์เกา่ เช่น หลวงป่ลู าดหรอื
พระอาจารยส์ ีนวลเป็นแพะรบั บาป เพราะทา่ นร้วู ่าไม่ถือสา
พระอาจารยท์ องจนั ทรเ์ ลา่ วา่ ครงั้ หนงึ่ หลงั จากโดนหลวงพอ่ ดุ “ผมรสู้ กึ ชนื่ ชมมาก
เพราะกนิ แตข่ องหวานบอ่ ยๆ ก็ไม่คอ่ ยดีเหมอื นกนั ต้องเอาของเผด็ ๆ บา้ ง ทำ� ให้หตู า
สวา่ งไปเปน็ เดอื นๆ กว่ามันจะมาอีก”
แต่บางทหี ลวงพอ่ ก็เอาหนกั เหมือนกนั จนลูกศิษยถ์ ึงกับรอ้ งไห้กม็ ี ซึง่ มักเป็น
กรณที พ่ี ระตอ้ งอาบตั หิ นกั เปน็ เหตใุ หพ้ ระกลวั ทา่ นมาก และอาบตั สิ งั ฆาทเิ สสจงึ มนี อ้ ย
นบั วา่ มอี านสิ งสเ์ หมอื นกนั เพราะในระยะบวชใหมพ่ ระนวกะจติ ยงั หยาบ หริ โิ อตตปั ปะ
ยงั ไมม่ กี �ำลัง กย็ ังคดิ ถงึ เรอ่ื งทางโลกอยู่บ้าง ความกลวั อาจารย์อาจเปน็ เคร่ืองยบั ย้ัง
อันเดียวท่ีจะชว่ ยยัง้ อารมณเ์ อาไวไ้ ด้
การปกครองหมู่สงฆ์
ในยุคท่ีประชาธิปไตยเฟื่องฟู ใครๆ ก็มักเห็นว่าประชาธิปไตยเป็นระบบการ
ปกครองท่ีเหมาะสมที่สุดและยุติธรรมที่สุด อาจจะเป็นระบบท่ีสามารถประสาน
ผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้ดีกว่าระบบอื่นๆ แต่ส�ำหรับชุมชนนักบวช
ทเ่ี รยี กวา่ สงฆ์ นนั้ มคี วามแตกตา่ งจากชมุ ชนอน่ื ๆ ในสงั คมมนษุ ยอ์ ยหู่ ลายประการ
ด้วยเหตุท่ีเป็นชุมชนอิสระไม่ข้ึนกับระบบและท้ังไม่ยุ่งเก่ียวกับผลประโยชน์ต่างๆ
ในสังคม ทั้งสมาชกิ ของชมุ ชนไม่รับผลประโยชนจ์ ากการท�ำงานของตน แตเ่ ปน็ อยู่
337
ดว้ ยปจั จยั เฉพาะทเ่ี กอื้ กลู แกก่ ารประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ทคี่ นในสงั คมอทุ ศิ ถวายดว้ ยศรทั ธา
เท่านน้ั ฉะนน้ั ในวดั หรอื ในชุมชนสงฆจ์ ึงไม่มกี ล่มุ ผลประโยชน์ และทสี่ ำ� คัญสมาชกิ
ทุกคนของชุมชนอยู่ด้วยความสมัครใจ ด้วยเห็นอานิสงส์และด้วยจุดมุ่งหมายอัน
เดยี วกนั คอื การปฏบิ ตั เิ พอ่ื พน้ จากความทกุ ข์ ทกุ คนเตม็ ใจประพฤตติ ามกฎระเบยี บ
ของสงฆด์ ว้ ยความพอใจ และมสี ทิ ธท์ิ จ่ี ะออกจากการเปน็ สมาชกิ ของชมุ ชน (ลาสกิ ขา)
เม่ือไรกไ็ ด้
เม่ือโครงสร้างของสงฆ์อยู่ในลักษณะนี้ ตราบใดท่ีผู้บริหารปกครองหมู่คณะ
ตามแนวทางที่บัญญัติไว้ในพระวินัย เรียกว่าปกครองโดยชอบธรรมหรือด้วยระบบ
ธรรมาธปิ ไตยแลว้ ทา่ นกไ็ มจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งฟงั เสยี งขา้ งมากเสมอไป และการทล่ี กู ศษิ ยม์ า
ขออาศยั ในอาวาสกไ็ ดม้ อบฉนั ทะไวก้ บั ทา่ นเจา้ อาวาสดว้ ยศรทั ธาในสตปิ ญั ญา จงึ ตอ้ ง
ยอมรับการตัดสินของท่านเสมือนหนึง่ ลูกยอมอยู่ในโอวาทของพ่อแมฉ่ ันน้นั
อยา่ งไรกต็ ามพระเณรทุกๆ รปู รวมท้ังเจ้าอาวาส ตอ้ งปวารณาตวั ไวก้ ับสงฆว์ ่า
ถา้ มกี ารกระทำ� ทไ่ี มเ่ หมาะสมดว้ ยประการใดกต็ าม ทกุ รปู พรอ้ มทจ่ี ะรบั ฟงั คำ� ตกั เตอื น
วา่ กลา่ วอยเู่ สมอ และการประชมุ สงฆอ์ ยเู่ นอื งนติ ยก์ เ็ ปน็ โอกาสทพี่ ระทกุ รปู จะไดย้ ก
ปัญหาทเี่ กิดข้นึ มาปรึกษาพระสงฆ์
สำ� หรบั การปกครองทว่ี ดั หนองปา่ พงนน้ั หลวงพอ่ เปน็ ผตู้ ดั สนิ เองเกอื บทกุ กรณี
แตท่ า่ นกค็ อยฟงั ความเหน็ ของสานศุ ษิ ยอ์ ยเู่ ปน็ ประจำ� พระอาจารยส์ รุ ยิ นตไ์ ดใ้ หค้ วาม
คิดเหน็ เกยี่ วกบั การท�ำงานของหลวงพ่อวา่
“ทา่ นจะทำ� อะไร ทา่ นจะคดิ เปน็ หลกั ไวก้ อ่ น เมอื่ คดิ ไดแ้ ลว้ ทา่ นจะขอความเหน็
พระเณรญาติโยมทุกคนท้ังหญิงและชาย ท่านจะถามความเห็นไปเรื่อย ถ้าท่านจะ
ท�ำจริงๆ หลักทท่ี า่ นคดิ ไว้ บางทีมันอาจยงั บกพร่อง ท่านกไ็ ด้ปญั ญา หรือบางทที า่ น
คดิ ไวม้ นั่ คง ฟงั คนอน่ื พดู ทา่ นกป็ ระเมนิ ไดว้ า่ ทา่ นควรทำ� อยา่ งไร ทา่ นกท็ ำ� ของทา่ นไป
การแกป้ ัญหาทุกอย่างทงั้ ภายในและภายนอกวดั ทา่ นทำ� ได้ละมุนละม่อมจรงิ ๆ”
338
แมพ้ ระเณรแตล่ ะรปู จะมคี วามเหน็ แตกตา่ งกนั ไป แตท่ กุ รปู กย็ อมรบั และเชอื่ ฟงั
การตัดสนิ ของหลวงพ่อ ด้วยเคารพในคณุ ธรรมและสตปิ ญั ญาของท่าน
หลวงพอ่ ปกครองลกู ศษิ ยด์ ว้ ยความเอาใจใสด่ แู ลอยา่ งใกลช้ ดิ และทว่ั ถงึ บางครงั้
ก็จ้�ำจี้จ�้ำไชเหมือนพ่อปกครองลูกจริงๆ ขณะเดียวกันท่านก็พิจารณาอยู่เสมอถึง
แนวทางทจี่ ะวางรากฐานใหพ้ ระสงฆท์ ว่ี ดั หนองปา่ พง เปน็ สถาบนั ทมี่ คี วามมนั่ คงเปน็
ปกึ แผ่น และสามัคคกี ลมเกลียวเป็นอนั หนึง่ อันเดียวกัน ไม่เฉพาะแต่ในเวลาท่ีท่าน
ยงั อยเู่ ปน็ หลกั เทา่ นน้ั ดงั ทท่ี า่ นเคยปรารภอยบู่ อ่ ยๆ วา่ วดั สว่ นมากทท่ี า่ นเคยเหน็ มา
จะเจริญรุ่งเรืองก็ในสมัยที่ผู้ก่อก�ำเนิดยังมีชีวิตอยู่ พอหมดสมัยเจ้าของเดิมเท่าน้ัน
วดั กเ็ สอื่ มจนตงั้ อยไู่ มไ่ ด้ ดงั นน้ั ทา่ นจงึ คอยกำ� ชบั เตอื นพระเณรอยเู่ สมอไมใ่ หป้ ระมาท
ในขณะทค่ี รบู าอาจารยย์ งั อยู่ มฉิ ะนน้ั ตอ่ ไปสำ� นกั อาจจะเสอื่ มสลายไป และเพอ่ื ใหส้ งฆ์
มน่ั คงยง่ิ ขน้ึ หลวงพอ่ จงึ ไดฝ้ กึ ลกู ศษิ ยใ์ หร้ บั ผดิ ชอบในหลายๆ ดา้ น เชน่ สง่ พระเถระ
ออกไปรบั หนา้ ทปี่ ระธานสงฆใ์ นสำ� นกั สาขาตา่ งๆ เพอ่ื ใหท้ า่ นเหลา่ นนั้ ไดม้ ปี ระสบการณ์
ในงานบรหิ าร เปน็ ต้น แม้แตท่ ่วี ัดหนองปา่ พงเอง เม่อื หลวงพอ่ เข้าส่วู ัยชรา ท่านก็
มอบหมายหน้าท่ีต่างๆ ในวัดให้แก่ลูกศิษย์อาวุโสช่วยกันรับผิดชอบเช่นเดียวกัน
เมอื่ หลวงพอ่ อาพาธหนัก การบรหิ ารวดั จงึ ดำ� เนินต่อไปอย่างราบรน่ื
เคารพสงฆ์
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วหลวงพ่อให้ความเคารพและให้เกียรติแก่สงฆ์อยู่เสมอ
เปดิ โอกาสใหพ้ ระภกิ ษทุ กุ รปู ไดแ้ สดงความคดิ เหน็ ซงึ่ ทา่ นรบั ฟงั ดว้ ยความเคารพ และ
เปน็ ผตู้ ดั สนิ เองในทส่ี ดุ การบรหิ ารดว้ ยวธิ กี ารเปดิ เผยเชน่ นชี้ ว่ ยปอ้ งกนั ขอ้ ครหา หรอื
ความแตกรา้ วในภายหลงั ถา้ เกดิ ปญั หาตามมา และบางทหี ลวงพอ่ กใ็ ชว้ ธิ กี ารอนั นเ้ี ปน็
อบุ ายในการสอนลกู ศษิ ย์ ซงึ่ ไดผ้ ลอยา่ งชะงดั อกี ดว้ ยคอื เมอื่ ทา่ นเลง็ เหน็ วา่ พระภกิ ษุ
สามเณรทั้งหลายมีความคิดผิดในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงเป็นอันหน่ึงเหมือนกันทุกรูป
ท่านจะประชมุ สงฆ์ แตต่ วั ท่านเองยังไมแ่ สดงความคดิ เหน็ จะนิมนตล์ กู ศษิ ยท์ ่ีเป็น
พระเถระแสดงความเห็นก่อน บางครง้ั พระทุกรูปเขา้ ใจวา่ หลวงพ่อเห็นดว้ ย ต่อเมื่อ
339
หลวงพอ่ พดู คดั คา้ นออกมา จงึ มผี ลกระทบมากทสี่ ดุ เหมอื นนกั โทษประหารตดิ เปา้ ไว้
ทห่ี นา้ อกตวั เองโดยไมร่ สู้ กึ ตวั ตวั อยา่ งของเรอื่ งนไ้ี ดแ้ ก่ เหตกุ ารณท์ ม่ี โี ยมมาขอถวาย
รถยนต์แกว่ ัด ซงึ่ เร่อื งมีอยวู่ า่ ...
วนั นน้ั เปน็ วนั อโุ บสถ หลงั จากประชมุ สวดปาฏโิ มกขแ์ ลว้ กเ็ ปน็ โอกาสทไ่ี ดพ้ ดู คยุ
ปรกึ ษาหารอื กนั ตามธรรมเนยี ม หลวงพอ่ ไดเ้ ลา่ เรอ่ื งทม่ี โี ยมมาขอถวายรถยนต์ ซงึ่ ทา่ น
ยงั มไิ ดใ้ หค้ ำ� ตอบแกเ่ ขาวา่ จะรบั หรอื ไม่ และไดถ้ ามความเหน็ ทป่ี ระชมุ สงฆ์ พระสงฆ์
ทกุ รปู ตา่ งกเ็ หน็ พอ้ งตอ้ งกนั วา่ ควรจะรบั ดว้ ยเหตผุ ลทวี่ า่ จะสะดวกเวลาทหี่ ลวงพอ่ จะ
ไปเยยี่ มสำ� นกั สาขาตา่ งๆ ซงึ่ มมี ากมายกวา่ ๔๐ สาขา อกี ทง้ั เวลาพระเณรอาพาธเจบ็ ปว่ ย
กจ็ ะไดน้ �ำสง่ หมอได้ทันท่วงที หลวงพอ่ รับฟงั ข้อเสนอของบรรดาสานุศิษย์อย่างสงบ
ในท่สี ดุ ทา่ นกไ็ ดใ้ ห้โอวาททีม่ รี สชาตเิ หมือน น้�ำกรดแชเ่ ย็น แกท่ ป่ี ระชุมว่า...
“สำ� หรบั ผมมคี วามเหน็ ไมเ่ หมอื นกบั พวกทา่ น ผมเหน็ วา่ เราเปน็ พระ เปน็ สมณะ
คือผู้สงบระงับ เราต้องเป็นคนมักน้อย สันโดษ เวลาเช้าเราอุ้มบาตรออกไปเท่ียว
บิณฑบาตรับอาหารจากชาวบ้านมาเลี้ยงชีวิตเพ่ือยังอัตภาพนี้ให้เป็นไป ชาวบ้าน
สว่ นมากเขาเปน็ คนยากจน เรารบั อาหารมาจากเขา เรามรี ถยนต์ แตเ่ ขาไมม่ ี นลี่ องคดิ
ดูซวิ า่ มนั จะเป็นอย่างไร เราอยูใ่ นฐานะอยา่ งไร เราตอ้ งรู้จกั ตวั เอง เราเป็นลูกศษิ ย์
ของพระพทุ ธเจา้ เมอื่ พระพทุ ธเจา้ ไมม่ รี ถ เรากอ็ ยา่ มเี ลยดกี วา่ ถา้ มี สกั วนั หนง่ึ กจ็ ะมี
ขา่ ววา่ รถวัดนั้นคว�่ำท่นี ั่น รถวัดนไ้ี ปชนคนที่น.ี่ ..อะไรวุน่ วายเป็นภาระยุง่ ยากในการ
รกั ษา
เมอื่ กอ่ นนจ้ี ะไปไหนแตล่ ะที มแี ตเ่ ดนิ ไปทงั้ นนั้ ไปธดุ งคส์ มยั กอ่ นไมไ่ ดน้ ง่ั รถไป
เหมือนทกุ วนั น้ี ถา้ ไปธุดงค์ กธ็ ุดงค์กนั จริงๆ ขนึ้ เขาลงหว้ ย มแี ตเ่ ดนิ ทงั้ นัน้ เดินกัน
จนเท้าพองทเี ดยี ว แตท่ ุกวนั นพ้ี ระเณรเขาไปธุดงค์มแี ตน่ งั่ รถกนั ทัง้ นน้ั เขาไปเทย่ี ว
ดบู า้ นนนั้ เมอื งนก้ี นั ผมเรยี กวา่ ทะลดุ ง ไมใ่ ชธ่ ดุ งค์ เพราะดงทไี่ หนมที ะลกุ นั ไปหมด
นง่ั รถทะลมุ นั เลย ไมม่ รี ถกช็ า่ งมนั เถอะ ขอแตใ่ หเ้ ราประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หด้ เี ขา้ ไวก้ แ็ ลว้ กนั
เทวดาเหน็ เขา้ กเ็ ลอื่ มใสศรทั ธาเองหรอก ผมไมร่ บั รถยนตท์ เ่ี ขาจะเอามาถวายกเ็ พราะ
340
เหตนุ ้ี ย่ิงสบายเสยี อีก ไม่ต้องเช็ดไมต่ ้องล้างใหเ้ หน่อื ย ขอให้ท่านท้ังหลายจงจ�ำไว้
อยา่ เหน็ แกค่ วามสะดวกสบายกนั นกั เลย”
การบรหิ ารแบบนกี้ ร็ าบรน่ื มาตลอด เพราะศรทั ธาทพ่ี ระภกิ ษสุ ามเณรมตี อ่ ความ
ยตุ ธิ รรมและสตปิ ญั ญาของหลวงพอ่ ทำ� ใหไ้ มค่ อ่ ยมใี ครคดั คา้ นทา่ น ถา้ หลวงพอ่ อยาก
ปกครองสงฆอ์ ยา่ งเผดจ็ การกค็ งไมย่ าก แตถ่ งึ แมว้ า่ ทา่ นเปน็ ผชู้ ข้ี าด ทา่ นกพ็ ยายามทำ�
ทุกอย่างด้วยความเห็นชอบของสงฆ์อยู่เสมอ ลูกศิษย์ลูกหาจึงได้ข้อคิดความรู้และ
ความภูมิใจทไี่ ดม้ ีบทบาทรว่ ม
ความสามัคคีคอื ความสุข
หลวงพ่อเคยสอนว่า
“การเทศนาวา่ กลา่ วแกพ่ ระเจา้ พระสงฆแ์ กญ่ าตโิ ยมทงั้ หลายนนั้ กใ็ หพ้ ากนั เขา้ ใจ
ตระหนกั เขา้ ไว้ อยา่ ใหเ้ ปน็ โลกาธปิ ไตยหรอื เปน็ อตั ตาธปิ ไตย แตใ่ หเ้ ปน็ ธรรมาธปิ ไตย
ใหพ้ ดู โดยธรรมะ ให้เป็นธรรมะ พูดธรรมะใหเ้ ปน็ ธรรมไม่กระทบกระท่งั เป็นต้น
แบบทว่ี า่ บวั ไมใ่ หช้ ำ�้ นำ้� ไมใ่ หข้ นุ่ คอื ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมะอยา่ งพวกเราทงั้ หลายทอ่ี ยรู่ ว่ มกนั น้ี
ก็ให้มคี วามสามัคคี เชน่ วดั นอี้ าวาสท่ีเราอยู่น้เี ป็นอาวาสท่อี ย่ใู นปา่ ถ้าเราไม่สามคั คี
พร้อมเพรียงกนั เรากจ็ ะมคี วามล�ำบาก ความผาสุกกเ็ กิดขนึ้ ไมไ่ ด้ ธรรมาธิปไตยนนั้
ไมไ่ ด้อยูก่ บั ผู้ใด ไปตามธรรมะไปตามสัจธรรมไปตามความจรงิ เราจงึ มีความสบาย
ความสบายเกดิ ขึน้ มาได้ เพราะการปฏบิ ัตทิ ถ่ี ูกตอ้ ง ไมไ่ ด้เอาจิตของเราเป็นประมาณ
ถงึ แมจ้ ติ ใจเราไมช่ อบทจี่ ะทำ� อนั นน้ั เรากต็ อ้ งผลกั ดนั อตั ตาของเราออกเสยี ผลกั ดนั
ความรูส้ กึ ที่เป็นโลกออกไปจากใจของเรา”
อธิกรณ์
“มไี มม่ ากนกั ” พระอาจารยเ์ อนกเรมิ่ ตน้ พดู ถงึ อธกิ รณข์ องวดั หนองปา่ พงใหฟ้ งั
ก่อนท่จี ะเล่าถึงวิธีพิจารณาอธกิ รณข์ องหลวงพอ่ “นานๆ จึงจะมีสักครงั้ หนึง่ เพราะ
341
สว่ นมากกเ็ ปน็ ผมู้ ศี รทั ธามาบวชกนั ทงั้ นน้ั กพ็ ดู กนั งา่ ยๆ โดยเฉพาะลกู ศษิ ยก์ ม็ คี วาม
เคารพและศรัทธาในหลวงพอ่ มากอยู่แลว้ เม่อื หลวงพอ่ พูดก็ยงิ่ งา่ ยขึ้นอกี โดยทวั่ ไป
เมอ่ื มอี ธกิ รณเ์ กดิ ขนึ้ ทา่ นกม็ วี ธิ แี กไ้ ขหลายวธิ ี แตก่ ส็ รปุ ลงในอธกิ รณส์ มถะ ๗ ประการ
ตามพระวินัยน่ันเอง แต่ท่านก็ปรับปรุงวิธีแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่
เกิดข้ึนเป็นกรณๆี ไป
มอี ยปู่ หี นงึ่ พระเณรมมี าก เกดิ ของหายขนึ้ สอบถามอยา่ งไรกไ็ มไ่ ดค้ วาม ทา่ นกเ็ ลย
ว่าจะท�ำพิธีกินน้�ำสาบานกันทุกรูป ซึ่งเป็นพิธีที่ถือกันมาแต่โบราณว่าศักดิ์สิทธ์ิมาก
จะแช่งให้ตายถึงเจด็ ช่ัวโคตรด้วย ไมใ่ ชต่ ายเฉพาะคนขโมยเท่านนั้ แตก่ ่อนจะทำ� พิธี
กอ็ นโุ ลมใหท้ กุ รปู ไปหอ่ ของมาวางไวใ้ นทมี่ ดื ใหค้ รบ ของทโ่ี ดนขโมยกม็ ารวมกนั อยใู่ น
นน้ั ดว้ ย ปัญหาอยา่ งน้ที า่ นกแ็ ก้ของทา่ นได้โดยทเี่ ราคดิ ไมถ่ งึ ”
พระอาจารยส์ รุ ยิ นตไ์ ดย้ กตวั อยา่ งการตดั สนิ อธกิ รณข์ องหลวงพอ่ ใหฟ้ งั สองเรอ่ื ง
ดงั นี้
ถา้ มีพระทะเลาะกนั ท่านจะบอกวา่ “พอกนั ไม่มใี ครดีกวา่ ใคร ถ้ารูปหนึง่ ดกี ว่า
จะไม่มีการทะเลาะวิวาทกันเลย ถ้าจะอยู่ก็อยู่กันหมด จะไปก็ไปกันหมด” นี่ท่าน
ตดั สินอย่างน้ี
“และมอี ยปู่ หี นงึ่ พระทะเลาะววิ าทกนั รสู้ กึ จะเปน็ ปที ผ่ี มมาอยคู่ รงั้ แรก ถงึ ขนาดถอื
มดี ไลแ่ ทงกนั หลวงพอ่ ไมไ่ ดแ้ สดงอาการสะทกสะทา้ นหรอื ตกอกตกใจอะไร ทา่ นกย็ งั
คงพดู อยกู่ บั ทขี่ องทา่ นนน้ั เอง ผลสดุ ทา้ ยพระรปู นนั้ กก็ ลบั มา วางมดี รอ้ งไหเ้ ลย ทา่ นก็
สามารถระงบั ดว้ ยดี ระยะหลงั ๆ ไมม่ อี ะไรมากอาจจะดว้ ยอำ� นาจธรรมะ คณุ ธรรมความดี
ทไ่ี ดส้ รา้ งไว้ ถงึ มเี หตกุ ไ็ มม่ โี ทษ ไมม่ พี ษิ มภี ยั เปน็ อนั ตรายสกั ครงั้ หลวงพอ่ ทา่ นพดู ได้
ก็เลกิ ไปเลย วางไปเลย ทา่ นกว็ างหมดเหมอื นกันไม่ใหเ้ อาเรอื่ งเกา่ มาเล่า”
พระอาจารย์สุพรได้เคยเห็นการตัดสินอธิกรณ์อันเฉียบขาดของหลวงพ่อ
ในกรณเี ณรต่อยกนั ซ่ึงทา่ นได้เล่าให้ฟงั ดงั นี้
342
“สมัยนั้นผมเป็นพระที่บวชใหม่พรรษาแรก คืนวันอุโบสถหลวงพ่อก็เทศน์
พวกแมช่ กี อ็ อกมาฟงั เทศนด์ ว้ ย พอหลวงพอ่ เทศนจ์ บแลว้ ขณะทก่ี ำ� ลงั เดนิ กลบั พอดี
เณรไมร่ มู้ าจากไหน ออกมาตง้ั แตเ่ ม่อื ไร มาตอ่ ยกันตรงทางหอฉนั ท่ีตรงประตูทจ่ี ะ
เข้าศาลา เอาไฟฉายตีกัน รุ่งเช้าแม่ชีก็มากราบเรียนหลวงพ่อในช่วงท่ีหลวงพ่อไป
บณิ ฑบาต พอตอนเยน็ ขณะกำ� ลงั ทำ� วตั รอยู่ หลวงพอ่ กใ็ หส้ ามเณรทอี่ ปุ ฏั ฐากมาสงั่ วา่
ใหพ้ ระเณรทกุ รปู ไปทก่ี ฏุ หิ ลวงพอ่ หลงั จากทที่ ำ� วตั รเสรจ็ กพ็ ากนั ไป ทา่ นกเ็ ทศนอ์ บรม
หลายอยา่ ง จนกระทง่ั จบแลว้ ทา่ นกเ็ รยี กเณรทงั้ ๒ รปู ไปนง่ั ขา้ งหนา้ ทำ� อะไรกนั เมอ่ื คนื
ทา่ นได้ไต่ถามแล้วบอกว่า ฉันสร้างวดั นีข้ น้ึ มา ๒๕ ปี เพ่งิ มีเณรตอ่ ยกันเป็นคู่แรก
น่แี หละ ทา่ นกพ็ ดู ส้นั ๆ วา่ การมาชกต่อยกนั นี่ เป็นส่ิงทไี่ มด่ อี ย่างนั้นอย่างนี้ แล้วพูด
กบั สงฆ์ว่า
ผมพจิ ารณาเห็นว่าเณร ๒ รูปนอี้ ยูไ่ ปกไ็ ม่มปี ระโยชน์ เณรรูปหนึ่งก็บวชใหม่
นก่ี ย็ งั จะใหอ้ ภยั ได้ เณรอกี รปู หนง่ึ นนั้ บวชมาตงั้ ๒ พรรษาแลว้ กย็ งั เปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ี
แก่เขาไมไ่ ด้ ยังมาประพฤติปฏบิ ตั ิในส่งิ ที่ไม่ดี ผมคดิ วา่ ไม่มปี ระโยชนท์ ่ีจะอยู่ หรอื
คณะสงฆเ์ ห็นเปน็ อย่างไร
ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เมื่อหลวงพ่อพูดอย่างน้ัน คิดว่าถ้าหากมีใครเห็น
ประโยชนข์ องเณรทง้ั ๒ รปู นกี้ อ็ าจจะไมไ่ ดส้ กึ แตเ่ มอื่ ไมม่ ใี ครกลา้ พดู ออกมา ตา่ งฝา่ ย
ตา่ งเงยี บกนั หมด ทา่ นกเ็ ลยถามอาจารยว์ รี พล อาจารยว์ รี พลกค็ งคดิ เหน็ ตรงกบั คำ� พดู
ของหลวงพ่อ ผลท่ีสุดก็เลยให้สึกในตอนเช้า ตอนแรกหลวงพ่อท่านจะพูดขู่หรือ
อยา่ งไรกไ็ มท่ ราบ วา่ จะใหส้ กึ คนื นนั้ เลย ใหน้ งุ่ ผา้ สรงนำ�้ เอา แตก่ ไ็ มไ่ ดส้ กึ คนื นนั้ หรอก
รุ่งเช้าค่อยสกึ ทง้ั คู่ นี่คอื การตดั สินอธิกรณ์เกย่ี วกับเณรตกี ัน
บางครงั้ หลวงพ่อก็ใช้วิธีเผดจ็ การ คอื ตัดสินเด็ดขาดไปเลย เชน่
ในระยะหลงั ๆ นี้ ถา้ มพี ระรปู ไหนทำ� ผดิ ทำ� ไมด่ มี า ทา่ นอาจจะไลเ่ ลย ไป! ถา้ ทา่ น
จะมาทำ� อย่างนี้ อย่าอยู่เลย ไปเสยี อย่ามาอย่กู ับผม หากางเกงมาใส่
343