สป่ี หี า้ ปจี ะเกดิ อนั นนั้ อนั น้ี มนั ไกลไปน่ี โหราศาสตรต์ อ้ งอกี สองปี สองปยี งั ไง มนั เอาอยู่
เดย๋ี วน้ี ยงั ไมร่ เู้ รอื่ งอกี เหรอ จะรออกี สามปแี ผน่ ดนิ จะไหว นมี่ นั ไหวเดย๋ี วน้ี เหน็ ไหม
อเมรกิ ายง่ิ ไหวหลาย คิดอย่างนีอ้ ย่างโนน้ แผน่ ดินน่ีมนั ไหวนี่ (หลวงพ่อช้ที ี่หนา้ อก)
ไม่รเู้ รื่องนี่ แผ่นดนิ โนน้ นานๆ มันจะไหวเสยี ที เราเกดิ มายังไมร่ ู้สกั ทกี ม็ แี ผน่ ดินน้ี
มนั ไหวอยทู่ กุ วัน ทกุ นาที เราเกดิ มากร็ ้องแงๆ มนั ไหวแลว้ น่ันแผ่นดนิ ยงั ไมร่ เู้ ร่อื ง
จิตใจประชาชนมนั เคลือ่ นไหวทุกวันนี้ เหน็ ไหม แผน่ ดนิ ละน่ีนะ ดนิ น้ำ� ลม ไฟ
แผน่ ดนิ แผน่ นม้ี นั เคลอ่ื นไหว แตเ่ ราไมร่ จู้ กั วา่ แผน่ ดนิ เคลอ่ื นไหว ไปมองดแู ตแ่ ผน่ ดนิ
ขา้ งนอก ความเคล่อื นไหวมันมมี าเร่ือยๆ แตม่ ันมีทีละนอ้ ยๆ มนั ไมป่ รากฏตัว อยา่ ง
สเุ มโธเกดิ มาครงั้ แรกโตเทา่ นไี้ หม นมี่ นั เปน็ ยงั ง้ี เพราะความเคลอ่ื นไหว ความเคลอื่ นไหว
น่ดี ีไหม ดี ถา้ ไมด่ ี สเุ มโธไม่โตขนาดนหี้ รอก ความเคล่อื นไหวของธรรมชาติ โตมาๆ
เราจะไปกลวั ความเคลอ่ื นไหวทำ� ไม ถา้ เรากลวั ความเคลอ่ื นไหว คนเกดิ มาไมโ่ ตหรอก
เพราะฉะนนั้ เรอื่ งแผน่ ดนิ จะไหวอะไรนนั่ ถา้ เราไมร่ อู้ ยา่ พดู ไป ฟงั ไวเ้ ทา่ นน้ั ละ เราพดู
ตรงทีเ่ ราอยู่น่ี บอกว่า โยม ไม่ถึงนน่ั หรอก มันเคลือ่ นไหวได้ อาตมาเกดิ มามัน
เคลอ่ื นไหวมาเรอ่ื ย ถา้ ไมไ่ หว อาตมาไมโ่ ตขนาดนหี้ รอก คนเกดิ มานะ ความคดิ ของคน
คอื เกดิ แลว้ ไมอ่ ยากตาย ถกู ไหม แกว้ นำ้� ขนาดนนี้ ะ เราเอานำ้� เขา้ ใสเ่ รอื่ ย และไมอ่ ยาก
ใหเ้ ตม็ จะไดไ้ หม คนเกดิ มากเ็ หมอื นกนั เกดิ มาแลว้ ไมอ่ ยากตาย คดิ อยา่ งนน้ั ถกู ไหม
อา้ ว! ถา้ มนั เปน็ อยา่ งนน้ั เกดิ มาทกุ คนไมต่ อ้ งตายกนั ยง่ิ ทกุ ขห์ นกั กวา่ น้ี โอย! ผมวา่
กินขก้ี ันหมด เหมือนน�้ำแกว้ นีแ้ หละ เอานำ�้ เทใส่ไม่อยากให้เตม็ จะได้ไหม โลกกเ็ ป็น
อยา่ งนี้ เราคดิ ให้ดี ถูกส่วนมันแลว้ ไม่มีอะไร ไม่อยากให้ตายน่ี ไม่ได้ แตง่ ไม่ได้
มนั ตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั ถา้ เปน็ อมตธรรมซี ถกู ตามคำ� พระพทุ ธเจา้ ได้ รจู้ กั อมตธรรมไหม
อยู่ตรงนน้ั เห็นดว้ ยปญั ญา ไม่ตาย ไม่ตายไมเ่ กดิ อมตธรรม มนั ไปหยดุ อยตู่ รงนั้น
คนเรากม็ แี ตอ่ ยากเกดิ มาสนุก แต่ไมอ่ ยากตาย มันไม่ถูกเลย แต่คนเรากต็ ้องเปน็
อยา่ งนนั้ มนั จงึ ทกุ ข์ พระไมท่ กุ ข์ แตพ่ ระทยี่ งั ไมถ่ งึ ทสี่ ดุ ของพระ ยงั ไมเ่ ปน็ อมตะ ยงั ตาย
กย็ งั ทุกขอ์ ยู่ อมตธรรม คอื ไม่ตาย เกดิ มาจากท้องแมไ่ ม่ตายไมม่ ีหรอก ตายทงั้ น้นั
นอกจากมารธู้ รรมะวา่ อนั นไ้ี มใ่ ชเ่ รา ไมใ่ ชเ่ ขา เปน็ อมตะ พน้ จากความตาย เราไมต่ าย
สังขารมันเปลี่ยนแปลงไปเองตามธรรมชาติ มันคิดได้ยากเหมือนกันเนาะ คนคิด
ไมไ่ ดเ้ นาะ ต้องเลกิ จากภรรยาเหมือนสเุ มโธ...”
644
เอาพทุ ธศาสตร์ใส่เข้าไป
“เราไมต่ อ้ งตามโหราศาสตร์ โหราเสดิ หรอก โหราศาสตรม์ นั กย็ งั ชา้ ไป เอาพทุ ธศาสตร์
นใี่ สเ่ ขา้ ไปเลย จะไดร้ เู้ รอื่ ง ดพู ทุ ธศาสตรน์ กี่ พ็ บแลว้ พระพทุ ธเจา้ ใหเ้ หน็ เขา้ มาเดย๋ี วนี้
อยา่ งน้นั ไม่ถกู เหรอ เรื่องโลกก็ชา่ งมันซี มนั เกิดเพราะเหตุ มันก็ดับเพราะเหตมุ นั น่ี
ใครจะบอกวา่ คอมมนู สิ ตจ์ ะเกดิ อกี สห่ี า้ ปี พระพทุ ธเจา้ บอกวา่ ใหเ้ ตรยี มตวั เสยี เดย๋ี วน้ี
เกดิ มาแลว้ พจิ ารณาตง้ั แตค่ วามเกดิ มาแลว้ เรอื่ ยๆ อยา่ ประมาท เรายงั ไปดโู หราศาสตร์
อีกสามปสี ี่ปี โอ๊ย! ไม่ร้เู ร่อื ง มันไกลไปกวา่ นั้น เอาพทุ ธศาสตร์น่ี...เดย๋ี วน้ี เดยี๋ วน้ี
อดตี มนั เปน็ มายงั ไง อนาคตจะเปน็ ยงั ไง ทง้ิ มนั ไว้ ดปู จั จบุ นั น่ี เหตมุ นั เกดิ ในปจั จบุ นั นี้
ดเู หตมุ นั เทา่ นลี้ ะ่ ถา้ มนั เปน็ ตามโหราศาสตรจ์ ะไปอยไู่ หนละ่ จะใหค้ นทำ� อยา่ งไร ทร่ี ตู้ าม
โหราศาสตร์แล้วจะทำ� อย่างไร ไมม่ ที าง ผมว่าพระพุทธเจา้ ทา่ นสอนดี ดีจนคนไม่รู้
ดหี ลาย ทา่ นพจิ ารณาแตค่ วามเกดิ มาโนน้ โหราศาสตรบ์ อกอกี หา้ ปหี กปี พระพทุ ธเจา้
บอกมาตง้ั แตว่ นั เกดิ ความเปน็ จรงิ มนั เปน็ มานานแลว้ เราเกดิ มาเมอื่ ไร มนั กเ็ ปน็ มาแลว้
เมือ่ น้นั พดู อยา่ งนก้ี ็ไม่มใี ครเชือ่ เนาะ”
หลังจากเผยแผ่ธรรมะในตา่ งประเทศเป็นเวลา ๒ เดือน
วนั ที่ ๓๐ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ หลวงพอ่ ได้เดนิ ทางกลบั คืนสปู่ ระเทศไทย
645
บวั ตา่ งสี
นบั ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซงึ่ เปน็ ครงั้ แรกทหี่ ลวงพอ่ ไดจ้ ารกิ ไปเผยแผพ่ ทุ ธธรรม
ณ ประเทศองั กฤษ พรอ้ มทงั้ ไดเ้ ปดิ สำ� นกั ปฏบิ ตั ธิ รรมสาขาของวดั หนองปา่ พงขนึ้ ทน่ี นั่
โดยมอบหมายให้พระอาจารย์สุเมโธรบั หน้าทีเ่ ป็นประธานสงฆ์
ตอ่ มาเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๔ พทุ ธสมาคมแหง่ ออสเตรเลยี ตะวนั ตก ไดม้ ากราบเรยี น
ขอพระสงฆ์เพื่อไปเป็นผู้น�ำการเผยแผ่พระศาสนาจากหลวงพ่อ ท่านพิจารณาเห็น
สมควรแลว้ จงึ อนญุ าตใหพ้ ระอาจารยช์ าคโร ซงึ่ เปน็ ชาวออสเตรเลยี และเปน็ เจา้ อาวาส
วดั ปา่ นานาชาตใิ นขณะนนั้ ไปรบั หนา้ ทนี่ ี้ ซงึ่ ตอ่ มาพระอาจารยช์ าคโรไดจ้ ดั สรา้ งสำ� นกั
ปฏบิ ตั ธิ รรมขน้ึ ทเี่ มอื งเพริ ธ์ (Perth) ชอ่ื “วดั ปา่ โพธญิ าณ” อนั เปน็ มงคลนามทตี่ รงกบั
สมณศกั ดขิ์ องหลวงพ่อน่ันเอง
แมใ้ นกาลตอ่ มาหลวงพอ่ ไดอ้ าพาธ เกดิ โรคาพยาธเิ บยี ดเบยี นธาตขุ นั ธอ์ ยา่ งหนกั
แตง่ านเผยแผพ่ ระศาสนาในตา่ งประเทศกลบั เจรญิ ขน้ึ อยา่ งไมล่ ดละ เพราะพน้ื ฐานท่ี
หลวงพอ่ ไดเ้ รมิ่ ไวอ้ ยา่ งดแี ลว้ นน่ั เอง ลกู ศษิ ยล์ กู หาเพยี งแตม่ คี วามเพยี รเขา้ มาสานตอ่
เทา่ นัน้ ความส�ำเร็จก็แสดงตวั ออกมาให้เห็นเป็นรูปเป็นรา่ งขนึ้
ตอ่ มาพระอาจารยส์ เุ มโธไดจ้ ดั ตง้ั สำ� นกั ปฏบิ ตั ธิ รรมทป่ี ระเทศองั กฤษเพม่ิ ขนึ้ อกี
สามแหง่ โดยทที่ า่ นไดร้ บั หนงั สอื รบั รองจากสมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ วดั สระเกศ เจา้ คณะ
หนตะวนั ออก อนญุ าตใหท้ า่ นเปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ มอี ำ� นาจใหก้ ารอปุ สมบทกลุ บตุ รใน
ต่างประเทศได้ จงึ ทำ� ใหค้ ณะสงฆข์ ยายตวั ได้อย่างรวดเรว็
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ พทุ ธสมาคมแห่งเมอื งเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ไดม้ า
กราบนิมนต์ให้พระอาจารย์สุเมโธไปเปิดส�ำนักปฏิบัติธรรมสาขาข้ึนท่ีเมืองเวลลิงตัน
(Wellington) ซงึ่ เปน็ ทที่ ท่ี า่ นเคยไปสอนกรรมฐานทกุ ปี และทา่ นพอใจในศรทั ธาและ
ความตงั้ ใจของกลุม่ นี้ จงึ ได้สง่ พระอาจารยว์ ีรธมฺโม ไปเปน็ ประธานสงฆ์ และในปี
พ.ศ. ๒๕๓๑ ท่านได้จัดต้ังสาขาข้ึนท่ีสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีพระอาจารย์ธีรธมฺโม
646
เปน็ ประธานสงฆ์ ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทา่ นอนญุ าตใหล้ กู ศษิ ยช์ าวอติ าเลยี น คอื พระอาจารย์
€านวโร รับนิมนต์จากชาวพุทธเมืองโรม ให้ไปต้ังสาขาท่ีประเทศอิตาลี และในปี
พ.ศ. ๒๕๓๕ นี้ กำ� ลังอยใู่ นระหวา่ งการก่อตง้ั สาขาที่ซานฟรานซิสโก สหรฐั อเมริกา
โดยมพี ระอาจารยอ์ มโร เปน็ ผ้บู ุกเบกิ
ปจั จยั ทสี่ ำ� คญั ตอ่ การขยายสาขาในตา่ งประเทศ ประเดน็ แรกคอื ตวั บคุ คล ดงั นน้ั
หลวงพอ่ จงึ ไมไ่ ดส้ อนแตเ่ รอ่ื งการนงั่ สมาธิ เดนิ จงกรมอยา่ งเดยี ว หากฝกึ ลกู ศษิ ยใ์ ห้
ชำ� นาญในหนา้ ทข่ี องพระทกุ อยา่ ง ตงั้ แตก่ ารกอ่ สรา้ งและบรู ณะซอ่ มแซม การประกอบ
ศาสนาพธิ ตี า่ งๆ การเจรญิ พทุ ธมนต์ การสวดปาฏโิ มกข์ ทำ� สงั ฆกรรมตามกาลตามสมยั
ตลอดจนการแสดงธรรม และนำ� นง่ั สมาธภิ าวนา ความสามารถรอบดา้ นของพระฝรง่ั ท่ี
หลวงพอ่ สง่ ไปอยตู่ า่ งประเทศ จงึ ชว่ ยใหค้ ณะสงฆไ์ ดร้ บั การยอมรบั จากชาวพทุ ธทกุ ฝา่ ย
ท้งั ชาวตะวันตกเอง และชาวพทุ ธจากเอเชียด้วย
พระอาจารย์ปสนฺโน เจ้าอาวาสวดั ปา่ นานาชาติในปัจจบุ ัน ใหค้ วามเหน็ ว่า
“คนไมศ่ รทั ธาทางพทุ ธศาสนา บางทตี อ้ งใชเ้ วลานานเพอื่ ปรบั พนื้ ฐาน กม็ อี ปุ สรรค
เปน็ ธรรมดา แตใ่ นทสี่ ดุ กไ็ มถ่ อื วา่ เปน็ ปญั หา อยา่ งทหี่ ลวงพอ่ ใหท้ า่ นอาจารยส์ เุ มโธไป
อังกฤษ ญาติโยมก็ร้องวา่ ท�ำไมเอาทา่ นไปไกลขนาดนัน้ กลวั ว่าทา่ นจะอด จะอยาก
จะล�ำบาก หลวงพ่อก็บอกว่า ถ้าหากว่าพระไปไหนเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว
พระพุทธเจ้าคุม้ ครองเอง หลวงพอ่ ท่านไปสร้างวดั ไม่ได้มใี ครยนื ยนั วา่ จะอุปถัมภ์
แต่เม่ือท�ำดีแล้ว เขาดูแลเอง ต่อมามีพุทธสมาคมของชาวตะวันตกนิมนต์ท่านอยู่
เร่ืองปัจจัยส่ีก็ไม่ต้องห่วง เขาจะดูแล ในเบื้องต้นก็อาศัยคนไทยเป็นส่วนใหญ่
เรอ่ื งเงนิ ทองกต็ อ้ งเสยี สละกนั กระทำ� เปน็ ตวั อยา่ งใหช้ าวตา่ งประเทศเหน็ จนกระทงั่ ใน
ปหี นง่ึ ผรู้ ว่ มเปน็ เจา้ ภาพงานกฐนิ กเ็ ปน็ ชาวฝรง่ั ชาวศรลี งั กา คนไทย เขมร ลาว รว่ มกนั
ทอดกฐิน ฝร่งั กเ็ อาอย่างบ้าง”
พระอาจารย์เอนกได้ให้ความเห็นต่อการประกาศพระศาสนาในต่างแดนของ
หลวงพอ่ ว่า
647
“ท่านประกาศไปไดก้ อ็ าศัยเพียงอยา่ งเดยี ว คือ คณุ ธรรมของท่าน แต่คดิ อีกที
กด็ เี หมอื นกนั ก่อนท่ที ่านจะมีสภาพอยา่ งนี้ ท่านกไ็ ด้วางพ้ืนฐานไว้บ้างแลว้ ลูกศษิ ย์
ลกู หามปี ญั ญากจ็ ะไดส้ านตอ่ ไปเปน็ กจิ เปน็ หนา้ ที่ ทา่ นบอกวา่ เราพจิ ารณาตามหลกั ของ
พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านกเ็ อาสาวกเปน็ กำ� ลัง ทา่ นสร้างสาวกทีม่ กี �ำลงั ทา่ นสง่
สาวกมกี ำ� ลงั ออกประกาศพทุ ธธรรม อนั นม้ี นั ถงึ จติ ถงึ คน ถงึ คนถงึ จติ ไมใ่ ชว่ า่ ไปพดู
ใหฟ้ งั แล้วก็ไม่ไดอ้ ยูท่ น่ี ัน้ หรอื ว่าส่งต�ำราไป เปน็ ภาควิชา เปน็ ทฤษฎี ถา้ คนยังไมไ่ ด้
ประพฤติปฏิบัติ ก็จะสงสัยต�ำราอีก เพราะฉะน้ัน พระพุทธเจ้าท่านจึงจับหลักถูก
สอนสาวกมกี �ำลัง แล้วส่งสาวกมีก�ำลังไป หลวงพ่อท่านก็ทำ� อยา่ งเดียวกัน”
648
ประวัตกิ ารอาพาธ
ราชรถ อันวจิ ิตรงดงาม ยังเกา่ ได้
แมแ้ ต่รา่ งกายเรา ก็ไมพ่ น้ ชราภาพ
แต่ธรรมของสตั บุรุษหาแก่ไม่
สตั บรุ ษุ ทั้งหลาย ย่อมกลา่ วสอนกนั เชน่ น้แี ล
หลวงพอ่ อาพาธหนกั จนกระทง่ั อมั พาตนานถงึ เกา้ ปี จงึ ไดม้ รณภาพ ตลอดเวลา
อันยาวนานนี้ ลูกศิษย์ต่างมีความรู้สึกว่าท่านมิได้ละท้ิงหน้าที่ความเป็นครูของท่าน
แมแ้ ตน่ อ้ ย ตรงกนั ขา้ ม หลวงพอ่ ยงั คงใชส้ งั ขารทเี่ สอ่ื มโทรมนน้ั แสดงธรรมแกส่ านศุ ษิ ย์
และสาธชุ นทไ่ี ปกราบนมสั การอยตู่ ลอดเวลา ลกู ศษิ ยท์ กุ คนตา่ งยอมรบั และทำ� ใจกบั
การเสื่อมสลาย และการแตกดับแห่งธาตุขันธ์ของท่านในท่ีสุดอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม หลายองคแ์ ละหลายคนรสู้ กึ วา่ ปจั ฉมิ โอวาททเ่ี งยี บเชยี บและยาวนาน
ของหลวงพอ่ เปน็ โอวาททล่ี กึ ซง้ึ ทสี่ ดุ และรบั ไดย้ ากทสี่ ดุ เทา่ ทท่ี า่ นเคยแสดงแกล่ กู ศษิ ย์
แตไ่ หนแตไ่ รมา หลวงพอ่ เปน็ คนแขง็ แรงและทรหดอดทนอยา่ งทส่ี ดุ การประพฤติ
ปฏบิ ตั ขิ องทา่ นกเ็ ขม้ ขน้ และอกุ ฤษฏม์ ากเชน่ เดยี วกนั เมอื่ หลวงพอ่ อายรุ าว ๖๐ ปี อาการ
อาพาธของทา่ นเรม่ิ ทรดุ หนกั ทา่ นเคยปรารภกบั ลกู ศษิ ยว์ า่ เมอ่ื นกึ ไปถงึ การปฏบิ ตั แิ บบ
ทรมานกิเลสท่ีท่านเคยท�ำในสมัยก่อน การที่ท่านอยู่ในโลกมาได้ถึงขนาดนี้ก็นับว่า
ดแี ล้ว
649
ญาตโิ ยมหลายคนทมี่ ากราบนมสั การและไดเ้ หน็ หลวงพอ่ ในสภาพของผปู้ ว่ ยหนกั
พดู และชว่ ยตวั เองไมไ่ ด้ กข็ อ้ งใจสงสยั วา่ ทำ� ไมพระผใู้ หญร่ ะดบั หลวงพอ่ จงึ เปน็ อยา่ งน้ี
ไปได้ แทท้ จี่ รงิ แลว้ พระพทุ ธองคไ์ มเ่ คยสอนวา่ การเขา้ ถงึ ธรรมจะมผี ลตอ่ สภาพทางกาย
อยา่ งไร แมพ้ ระอรหนั ตอ์ ยา่ งพระมหาโมคคลั ลาน์ อคั รสาวกฝา่ ยซา้ ย กย็ งั ดบั ขนั ธอ์ ยา่ ง
นา่ อนาถเพราะผลของกรรมเกา่ พระพทุ ธองคไ์ ดท้ รงสอนใหร้ จู้ กั ภาวนาแยกจติ ออกจาก
กาย รบั รตู้ อ่ ความเสอื่ มสลายของขนั ธด์ ว้ ยความเปน็ กลางวางเฉย ดงั นน้ั เหลา่ สานศุ ษิ ย์
จงึ มน่ั ใจวา่ หลวงพอ่ มวี บิ ากกรรมทางรา่ งกาย แตจ่ ติ ใจของทา่ นคงทรงอยใู่ นความสงบ
เหมอื นเดมิ เพราะพน้ แลว้ จากการเกาะเกีย่ วผูกพันอยู่กบั ธาตขุ นั ธ์
ทา่ นเจา้ คณุ หลวงพอ่ พธุ ฐานโิ ย แหง่ วดั ปา่ สาลวนั จงั หวดั นครราชสมี า ไดม้ ากราบ
เยีย่ มหลวงพ่อหลายครัง้ คร้งั หน่ึงท่านไดก้ ลา่ วกบั พระอปุ ัฏฐากหลวงพ่อวา่
“จติ ใจของหลวงพอ่ ชาเหมอื นพระจนั ทรเ์ ตม็ ดวง สวา่ งไสวมาก จติ ของทา่ นสงบนง่ิ
ตลอดเวลา แตเ่ มอ่ื มกี ารถวายการอปุ ฏั ฐาก ทา่ นจะมคี วามรสู้ กึ ตวั ตลอด ทา่ นจะรหู้ มด”
ต่อจากน้ีไปคือล�ำดับประวัติการอาพาธของหลวงพ่อต้ังแต่ต้นจนถึงบ้ันปลาย
แหง่ ชีวิต
ไข้มาลาเรยี ครัง้ แรก
ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ระหว่างเดินธดุ งค์อย่อู งคเ์ ดียวกลางป่าลึกในเขตอ�ำเภอนาแก
จงั หวดั นครพนม หลวงพอ่ อาพาธดว้ ยไขม้ าลาเรยี เปน็ ครงั้ แรก อาการหนกั จนลกุ ไมข่ น้ึ
ประกอบกับไม่ได้ฉันอาหารมาหน่ึงสัปดาห์ ร่างกายจึงอ่อนเพลียมาก ท่านเล่าว่า
ไดเ้ ตรยี มเผาหนงั สอื สทุ ธเิ พอื่ ไมใ่ หผ้ ใู้ ดทราบวา่ ทา่ นเปน็ ใครมาจากไหน จะไดไ้ มเ่ ปน็
ภาระใหญ้ าตพิ นี่ อ้ งทางบา้ นตอ้ งเดนิ ทางไปเผาศพ แตเ่ สยี งรอ้ งของอเี กง้ ในปา่ ทำ� ใหท้ า่ น
ได้ข้อคดิ ในทางธรรม จนเกิดก�ำลังใจสามารถลกุ ขึน้ มานง่ั ท�ำความเพยี รต่อไปกระทง่ั
ไข้มาลาเรยี หายไปในท่ีสุด
650
โรคประจ�ำตัว
หลวงพอ่ เปน็ โรคหดื หอบมาตง้ั แตย่ งั เปน็ ฆราวาส เมอื่ เขา้ มาสเู่ พศบรรพชติ แลว้
อาการของโรคกย็ งั คงปรากฏเปน็ ครง้ั คราว คอื เมอ่ื ใดทส่ี ขุ ภาพออ่ นแอลง หรอื สภาพ
แวดลอ้ ม เป็นต้นวา่ ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง โรคหืดหอบกจ็ ะก�ำเริบข้นึ มาทนั ที
ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ เมอ่ื หลวงพอ่ ธดุ งคไ์ ปพกั ปฏบิ ตั ธิ รรมทว่ี ดั ใหญช่ ยั มงคล จงั หวดั
อยุธยา ท่านอาพาธด้วยโรคท้อง มีอาการบวมทางด้านซ้าย ท�ำให้ปวดท้องมาก
โรคหืดหอบก็พลอยก�ำเริบขน้ึ พรอ้ มกนั
หลวงพอ่ มไิ ดฉ้ นั ยาหรอื รบั การบำ� บดั รกั ษาอยา่ งอน่ื เลย นอกจากใชธ้ รรมโอสถ
ท่านอดอาหาร ฉันแต่น�้ำเพียงเล็กน้อย ในช่วงเวลาน้ันก็ท�ำความเพียรอย่างหนัก
เดินจงกรมและน่ังสมาธิตลอด ไม่ยอมหลับนอนเลยท้ังกลางวันกลางคืน หลังจาก
ปฏบิ ตั อิ ยอู่ ยา่ งนนั้ ไดแ้ ปดวนั กป็ รากฏวา่ อาการของโรคทงั้ สองชนดิ หายไปอยา่ งสนิ้ เชงิ
ไมก่ ลบั มาเปน็ อีกเลย
โรคฟนั ครงั้ แรก
ระหว่างพรรษาปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ขณะที่หลวงพอ่ พำ� นกั อยทู่ ี่บ้านป่าตาว อำ� เภอ
เลงิ นกทา จงั หวดั อบุ ลราชธานี ทา่ นกอ็ าพาธดว้ ยโรคปวดฟนั เหงอื กบวมทง้ั บนและลา่ ง
รู้สึกเจ็บปวดมาก หลวงพ่อใช้ยาสมุนไพรรักษาตามมีตามเกิด และใช้ขันติธรรม
ขม่ อาการเจบ็ ปวดทรมานนน้ั เป็นเวลา ๗ วัน อาการจึงทเุ ลาหายป่วยในทส่ี ุด
ไข้มาลาเรียครง้ั ทส่ี อง
หลังจากหลวงพอ่ ตงั้ ส�ำนกั วดั หนองป่าพงในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ปี พ.ศ. ๒๕๐๒
แมช่ บี ญุ ยู้ พมิ พว์ งษ์ หวั หนา้ สำ� นกั ชวี ดั หนองปา่ พงในปจั จบุ นั ไดเ้ ขา้ มาบวชเปน็ ปแี รก
ทา่ นเลา่ วา่ หลงั จากบวชได้ ๒-๓ พรรษา ไขม้ าลาเรยี กร็ ะบาดใหญ่ พระภกิ ษสุ ามเณร
651
ในวดั หนองปา่ พงอาพาธดว้ ยไขม้ าลาเรยี กนั แทบทกุ รปู เรมิ่ ตง้ั แตห่ ลวงพอ่ เปน็ องคแ์ รก
การอาพาธดว้ ยไขม้ าลาเรยี ครง้ั ทส่ี องน้ี อาการของหลวงพอ่ กห็ นกั ไมแ่ พค้ รงั้ แรกทอี่ ยู่
องคเ์ ดยี วในปา่ ดเู หมอื นวา่ จะหนกั กวา่ ดว้ ยซำ�้ เพราะแมช่ บี ญุ ยเู้ ลา่ วา่ เนอ้ื ตวั ของทา่ น
เขยี วคลำ�้ ไปหมด มอี าการผดุ ลกุ ผดุ นงั่ เหมอื นกบั ไมร่ สู้ กึ ตวั แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามในทส่ี ดุ
หลวงพอ่ ก็หายจนได้ โดยไมไ่ ด้อาศยั หยกู ยาหรอื การรักษาพยาบาลแผนปัจจบุ นั แต่
อยา่ งใด คงใชแ้ ตย่ าสมนุ ไพรบำ� บดั มบี อระเพด็ เปน็ พนื้ และธรรมโอสถ ยาขนานเอก
เกา่ แก่และด้งั เดมิ มาแต่ครั้งพุทธกาล ซ่งึ หลวงพ่อใชเ้ ป็นประจำ� ไมเ่ คยทง้ิ
โรคฟันครั้งทีส่ อง
ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ขณะพำ� นกั อยทู่ วี่ ดั หนองปา่ พง หลวงพอ่ อาพาธดว้ ยโรคฟนั อกี
ครงั้ หนงึ่ เหงอื กบวมจนฉนั อาหารไมไ่ ด้ ทา่ นจงึ ตดั สนิ ใจไปหาหมอฟนั และขอใหห้ มอ
ถอนฟนั ออกใหห้ มดทงั้ ๑๖ ซ่ี ในคราวเดยี วกนั นนั้ เลย ซง่ึ ตอนแรกหมอกไ็ มย่ นิ ยอม
โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ อนั ตรายมาก จะตอ้ งคอ่ ยๆ ถอน ๒-๓ วนั ตอ่ หนง่ึ ซ่ี หรอื อยา่ งเรว็ ทส่ี ดุ
วนั ละซ่ี แต่หลวงพ่อก็ยืนยันวา่
“คณุ หมอไมต่ อ้ งกลวั เปน็ ตายยงั ไง อาตมาจะรบั รองเอง อาตมาไมอ่ ยากมาบอ่ ยๆ
ถงึ ยงั ไงกต็ อ้ งถอนอยดู่ แี หละ ขอใหค้ ณุ หมอชว่ ยถอนใหห้ มดทง้ั ๑๖ ซน่ี นั่ แหละ จะได้
หมดความร�ำคาญเสยี ท”ี
เมอ่ื ทา่ นยนื ยนั เชน่ น้ี คณุ หมอจงึ ตอ้ งทำ� ตามความประสงคข์ องทา่ น ถอนฟนั จน
หมดทง้ั ๑๖ ซ่ี ภายในวนั เดยี วนน้ั เอง หลวงพอ่ เลา่ วา่ ทา่ นเพยี งแตก่ ำ� หนดรไู้ วอ้ ยา่ งเดยี ว
ตลอดเวลา มันเจบ็ ปวดมาก รสู้ กึ ว่าประสาททกุ สว่ นมันจิ๊ดวิ่งถึงกันหมด ความรสู้ ึก
มนั นอ้ ยเขา้ ไป นอ้ ยเขา้ ไป จนเกอื บจะหมดความรสู้ กึ ไปเลย จติ เกอื บจะหลดุ ลอยออก
จากรา่ งไปเสยี ใหไ้ ดใ้ นขณะนนั้ หลงั จากถอนฟนั เสรจ็ เลอื ดออกมาก ตอ้ งบว้ นทง้ิ ตลอด
๒-๓ วัน เลือดจึงหยดุ ไหล
652
การถอนฟนั คร้ังน้ี ลกู ศิษยท์ ั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาสหลายทา่ นปักใจเชื่อวา่
เปน็ สาเหตสุ ำ� คญั ประการหนงึ่ ทท่ี ำ� ใหห้ ลวงพอ่ อาพาธหนกั ดว้ ยโรคเกย่ี วกบั สมองจนถงึ
ข้นั อัมพาตในภายหลัง สาเหตุอีกประการหนึง่ ก็คอื ร่างกายของทา่ นตรากตร�ำมามาก
กบั การปฏบิ ตั ทิ ำ� ความเพยี รอยา่ งหกั โหมในสมยั กอ่ น จงึ ทำ� ใหท้ า่ นชราภาพทรดุ โทรม
ก่อนวัย นายแพทย์ผู้เช่ียวชาญพิเศษด้านโรคสมองแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ไดใ้ หข้ อ้ มลู วา่ โรคเกย่ี วกบั สมองทเี่ กดิ ขนึ้ กบั หลวงพอ่ นนั้ มกั จะเกดิ กบั ผชู้ ราซงึ่ มวี ยั
ตัง้ แต่ ๘๐ ปขี น้ึ ไปเปน็ สว่ นมาก
โรคสมอง
ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เมอ่ื หลวงพอ่ จารกิ ไปเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาทปี่ ระเทศองั กฤษ
เปน็ ครงั้ แรกนนั้ ทา่ นเรม่ิ มอี าการโงนเงน การทรงตวั ไมด่ ี มคี วามรสู้ กึ ดจุ ยนื อยบู่ นฟกู นม่ิ
ชาดา้ นทฝี่ า่ เทา้ ทง้ั สองขา้ ง ตอ้ งใชไ้ มเ้ ทา้ ชว่ ยประคอง และในเวลาตอ่ มา อาการของโรค
ความจำ� เสอ่ื มกเ็ รม่ิ ปรากฏ บอ่ ยครงั้ ทที่ า่ นจำ� ชอ่ื คนไมไ่ ด้ ทงั้ ๆ ทป่ี กตทิ า่ นมคี วามจำ� ดเี ลศิ
อาการเหลา่ นบ้ี างครงั้ กท็ รดุ ลง บางครง้ั กท็ เุ ลา เปน็ อยา่ งนม้ี าเรอ่ื ยจนถงึ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓
กม็ อี าการคลนื่ ไสอ้ าเจยี นเพมิ่ เขา้ มาอกี สว่ นมากจะเปน็ ตอนดกึ และมอี าการเบอื่ อาหาร
ฉนั ไดน้ อ้ ย ไมร่ สู้ กึ หวิ หรอื อยากฉนั ทำ� ใหอ้ อ่ นเพลยี งา่ ย อาการเหลา่ นเ้ี ปน็ ๆ หายๆ เรอ่ื ยมา
นอกจากนี้ หลวงพ่อยังเรมิ่ มอี าการปวดเมื่อยบริเวณตน้ คอ แม้พระอปุ ัฏฐากจะคอย
ถวายการบีบนวดอยู่เสมอ ก็ไม่ชว่ ยให้ท่านรสู้ ึกดีข้ึนแต่อย่างใด
เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ โยมอปุ ัฏฐากไดก้ ราบอาราธนานมิ นต์หลวงพอ่ ไป
รบั การตรวจสขุ ภาพทก่ี รงุ เทพฯ หลงั จากตรวจวนิ จิ ฉยั โรคแลว้ คณะแพทยเ์ ฉพาะทาง
หลายทา่ นมคี วามเหน็ สรปุ วา่ อาการอาพาธของหลวงพอ่ นน้ั เกดิ ขน้ึ เพราะสมองสว่ นหนา้
ซีกซ้ายขาดเลือดหลอ่ เลย้ี งและเรม่ิ ท�ำงานผดิ ปกติ นอกจากนีย้ ังมีภาวะกระดูกข้อต่อ
สันหลังบริเวณช่องคองอก หัวใจขาดเลือด ท่อทางเดินหายใจโป่งพอง และมีโรค
เบาหวานดว้ ย แพทยถ์ วายยาแลว้ อาการก็ทเุ ลาเล็กน้อย
653
แมอ้ าพาธอยเู่ ชน่ น้ี หลวงพอ่ กม็ ไิ ดย้ อ่ ทอ้ ตอ่ สงั ขาร เมอ่ื ใดกต็ ามทอี่ าการทเุ ลาลง
ท่านก็จบั งานทันที ถ้าไมต่ ระเวนไปเยีย่ มลูกศษิ ย์ตามสำ� นกั สาขาตา่ งๆ กใ็ ชเ้ วลาทว่ี ดั
อบรมสานุศิษย์และแสดงธรรมแก่ญาติโยมท่ีมากราบนมัสการ เวลาพักผ่อนมีน้อย
ไม่สมดลุ กับสุขภาพรา่ งกายซ่งึ ทรดุ โทรมและมีอาการอาพาธเป็นระยะๆ เช่นน้ัน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ หลวงพอ่ ใชเ้ วลาในการรบั แขก สนทนาธรรมกบั ญาตโิ ยมท่ีมา
นมสั การเปน็ เวลานานๆ บอ่ ยครง้ั เมอื่ รา่ งกายไมไ่ ดพ้ กั ผอ่ นและไมไ่ ดอ้ อกกำ� ลงั สขุ ภาพ
ของทา่ นจงึ ทรดุ โทรมลงอยา่ งรวดเรว็ ลกู ศษิ ยล์ กู หาจงึ ไดก้ ราบอาราธนานมิ นตห์ ลวงพอ่
หลบไปจำ� พรรษาทถ่ี ำ�้ แสงเพชร ซง่ึ เปน็ วดั สาขาทอ่ี ยบู่ นภเู ขา ในเขตอำ� เภออำ� นาจเจรญิ
จงั หวดั อบุ ลราชธานี เปน็ ทสี่ ปั ปายะถกู กบั อปุ นสิ ยั ของหลวงพอ่ ดว้ ย คณุ หญงิ ตนุ่ โกศลั วติ ร
ไดส้ รา้ งกฏุ ถิ วายเพอ่ื ใหห้ ลวงพอ่ ได้พกั ผ่อน รับอากาศบริสทุ ธิ์ เป็นการฟนื้ ฟูสุขภาพ
ในระหวา่ งทหี่ ลวงพอ่ พกั อยทู่ ว่ี ดั ถำ�้ แสงเพชรน้ี นายสญั ญา ธรรมศกั ด์ิ ประธานองคมนตรี
ในสมัยนัน้ ไดต้ ามไปกราบนมสั การดว้ ย
ตอนหนง่ึ ขณะทกี่ ำ� ลงั สนทนาธรรมกนั หลวงพอ่ ไดป้ รารภถงึ อาการอาพาธของตวั
ทา่ นเองว่า “จะปลงสังขารแลว้ ไม่ตอ้ งเปน็ หว่ ง”
ทา่ นประธานองคมนตรไี ดก้ ราบเรยี นถามถงึ วดั สาขาตา่ งๆ และไดก้ ราบอาราธนา
นมิ นตอ์ ยา่ งหนกั แนน่ ถงึ ๓ ครงั้ ใหห้ ลวงพอ่ ดำ� รงขนั ธอ์ ยตู่ อ่ ไปอกี จนในทส่ี ดุ หลวงพอ่
กย็ อมรับ
สมองเราเอง คดิ เอง
ก่อนออกพรรษาหกวัน อาการอาพาธของหลวงพ่อก�ำเริบขึ้นจนเป็นท่ีน่าวิตก
หลวงพอ่ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งไปกรงุ เทพฯ เพอื่ รบั การตรวจสขุ ภาพอกี ครงั้ หนงึ่ แพทยไ์ ดถ้ วาย
การตรวจดว้ ยเครอื่ งเอกซเรยช์ นดิ พเิ ศษทสี่ ามารถเหน็ สมองเปน็ ชนั้ ไดช้ ดั เจน ผลการ
ตรวจพบวา่ ในสมองมนี �ำ้ ขงั อยูน่ าน ๓-๔ เดือนมาแลว้ วนิ ิจฉยั ว่าเปน็ โรคน�้ำสมอง
ไขสนั หลงั คงั่ แพทยจ์ งึ ถวายคำ� แนะนำ� ใหห้ ลวงพอ่ รบั การผา่ ตดั สมอง เมอ่ื ไดฟ้ งั ครง้ั แรก
หลวงพอ่ เปรยว่า “เออ! เขาจะผ่าออกเหมอื นผา่ แตงโมเชยี วเหรอ”
654
แลว้ ทา่ นแสดงความเหน็ ในทำ� นองวา่ ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งผา่ ตดั รกั ษาดว้ ยวธิ กี ารธรรมชาติ
กไ็ ด้ นายแพทยส์ เุ ทพ วงศแ์ พทย์ และนายแพทยม์ ยั ธชั สามเสน แหง่ โรงพยาบาลสำ� โรง
การแพทย์ ได้น�ำภาพเอกซเรย์ของหลวงพอ่ ไปปรึกษาอาจารยแ์ พทย์ผ้เู ชีย่ วชาญทาง
สมองรวม ๕ ทา่ นดว้ ยกนั ไดล้ งความเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั วา่ ควรผา่ ตดั ใสท่ อ่ ชว่ ยระบายนำ�้
จากน้ันจึงได้นำ� ค�ำวินิจฉัยของแพทย์มากราบเรียนปรึกษาหลวงพ่อ พร้อมทั้งข้อมูล
เพมิ่ เตมิ การผา่ ตดั จะไมท่ ำ� ใหอ้ าการอาพาธหายอยา่ งเดด็ ขาด แตจ่ ะชว่ ยชะลอการเสอ่ื ม
ของสมองลงเทา่ นน้ั หลวงพอ่ ฟงั แลว้ กต็ ดั สนิ ใจวา่ จะรบั การผา่ ตดั ทา่ นอาจารยป์ ภากโร
พระอปุ ฏั ฐากในสมยั นน้ั ไดก้ ราบเรยี นถามวา่ “หลวงพอ่ ไมค่ ดิ จะปรกึ ษาคณะสงฆด์ กู อ่ น
หรือครับ?”
“คดิ อยเู่ หมือนกนั ” หลวงพอ่ ตอบ
แต่แลว้ ทา่ นก็กลา่ วตอ่ ไปวา่ “แตจ่ ะท�ำอย่างไรได้ล่ะ มันเปน็ สมองของเราเอง”
เปน็ การแสดงเจตนารมณข์ องทา่ นทย่ี อมรบั การผา่ ตดั ดว้ ยความหวงั วา่ บางทจี ะมี
ก�ำลงั วงั ชาทำ� งานให้กบั พระศาสนาได้อกี
คร้ังหน่ึงระหว่างหลวงพ่อพ�ำนักอยู่ท่ีโรงพยาบาล ลูกศิษย์รูปหน่ึงซึ่งกลับจาก
ธุดงค์ไดไ้ ปกราบเยย่ี ม และถามวา่ “หลวงพอ่ หลับดไี หมครับ?”
“ถา้ หลบั มนั กไ็ มร่ ู้ ถา้ รมู้ นั กไ็ มห่ ลบั ” หลวงพอ่ ตอบอยา่ งลกึ ซงึ้ แฝงดว้ ยอารมณข์ นั
บางครงั้ เมอื่ ญาตโิ ยมทไี่ ปกราบเยย่ี มถามถงึ สขุ ภาพ ทา่ นตอบวา่ “เดย๋ี วนม้ี นั ไม่
คอ่ ยไดส้ นใจ”
การผา่ ตดั เมอื่ วนั ท่ี ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๒๔ ทโี่ รงพยาบาลสำ� โรงการแพทย์ นายแพทย์
วิวัฒน์ แจง้ อธยิ วงษ์ ได้ฝังท่อยางท่ีมีป่มุ ช่วยดดู น�้ำออกจากสมองลงไปในช่องท้อง
หลงั จากผา่ ตดั วนั แรกๆ หลวงพอ่ ปฏเิ สธการฉดี ยาชา ยาแกป้ วด เพอื่ จะไดเ้ ฝา้ ดเู วทนา
ท่ีเกดิ ข้ึน
655
พวงประดิษฐก์ ม็ ีหัวใจ
หลงั จากผา่ ตดั โยมเกสรี บลู สขุ ไดก้ ราบนมิ นตห์ ลวงพอ่ ไปพกั ฟน้ื ยงั ทพ่ี กั สงฆ์
ซงึ่ ไดจ้ ดั สรา้ งขน้ึ เปน็ อาคารเอกเทศภายในบรเิ วณบา้ นของเธอเอง ทซี่ อยสขุ มุ วทิ ๘๑
ซง่ึ สะดวกตอ่ การท่หี ลวงพ่อจะเดินทางไปตรวจรา่ งกายท่ีโรงพยาบาลส�ำโรง
ระหวา่ งทหี่ ลวงพอ่ พำ� นกั ทที่ พี่ กั สงฆแ์ หง่ นี้ ในชว่ งเดอื นตลุ าคม ปรากฏวา่ พนั ธไ์ุ ม้
ตา่ งๆ ภายในบริเวณบ้านทงั้ ที่ไมใ่ ช่ฤดูผลิดอก มคี ูณเปน็ ต้น พากนั ผลิดอกออกชอ่
สะพรงั่ พรอ้ มตอ่ เนอ่ื งกนั เปน็ ทนี่ า่ อศั จรรย์ โดยเฉพาะไมด้ อกตน้ หนงึ่ ทช่ี อื่ พวงประดษิ ฐ์
ซึ่งต้นแห้งเหี่ยวเฉา แม้ว่าเจ้าของบ้านจะพยายามเอาใจใส่ฟูมฟักรักษาอย่างดีก็ตาม
พวงประดษิ ฐก์ ไ็ มอ่ อกดอกเลยมาเปน็ เวลาแปดปแี ลว้ นบั ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๑๖ ซงึ่ เปน็
ปที บ่ี ตุ รชายของโยมเกสรเี สยี ชวี ติ แตเ่ มอ่ื หลวงพอ่ เขา้ มาพำ� นกั ดว้ ย ตน้ พวงประดษิ ฐ์
กก็ ลบั ฟน้ื ตวั มชี วี ติ ชวี าขน้ึ มา แตกกง่ิ กา้ นสาขาผลใิ บงดงามอยา่ งรวดเรว็ เปน็ ไมพ้ มุ่ ใหญ่
พรอ้ มทง้ั ออกดอกสชี มพสู ดใสเปน็ พวงระยา้ ทกุ ขอ้ ทกุ แขนงจนมองเหน็ แตพ่ วงสชี มพทู ี่
ระพนื้ หญา้ และปกคลมุ ลำ� ตน้ เรอื่ ยขน้ึ ไปจนถงึ ยอด เปน็ ทตี่ น่ื ตาตน่ื ใจแกผ่ ทู้ ไี่ ดพ้ บเหน็
โดยเฉพาะเจา้ ของบ้าน ซึ่งรู้สกึ ชุม่ ช่นื และปีตยิ ินดยี ่งิ นัก
หลวงพอ่ เองเมอ่ื ทราบเรอื่ ง ท่านได้ออกมายนื ใกลๆ้ ตน้ พวงประดษิ ฐอ์ ยูเ่ ป็น
เวลานาน และทา่ นกเ็ ดนิ ดรู อบๆ บา้ นดว้ ยความพจิ ารณา อยา่ วา่ แตค่ นเลยทไี่ ดร้ บั ความ
ช่มุ ชื่นเบกิ บานทไ่ี ดอ้ ยใู่ กลห้ ลวงพ่อ หากแตต่ น้ ไม้ยงั พลอยเบกิ บานไปด้วย
เมอ่ื อาการดขี น้ึ หลวงพอ่ กเ็ ปลย่ี นอริ ยิ าบถออกเดนิ ไปรอบสนามบอ่ ยๆ ประการ
สำ� คญั ทา่ นยงั คงรกั ษาขอ้ วตั รการบณิ ฑบาตและฉนั ในบาตรทกุ วนั ยกเวน้ บางวนั ทท่ี า่ น
รู้สึกออ่ นเพลียจรงิ ๆ
656
ข้อสอบหนกั
ตอ่ มาหลวงพอ่ ไดย้ า้ ยจากซอยสขุ มุ วทิ ๘๑ ไปยงั บา้ นพกั กลางทงุ่ ทส่ี มทุ รสงคราม
ตามคำ� อาราธนานมิ นตข์ องนายแพทยเ์ กดิ ชยั อนิ ทรววิ ฒั น์ โดยมแี พทยจ์ ากโรงพยาบาล
ไปถวายการตรวจเป็นระยะ พระอาจารย์บุญเลิศ อาจารยส์ มปฺ นฺโน และพระอาจารย์
ปภากโร ซง่ึ เปน็ พระอุปฏั ฐากเล่าวา่ ในชว่ งน้นั หลวงพอ่ ฉนั อาหารได้ดี แตไ่ ม่คอ่ ยได้
ออกกำ� ลงั กาย ลกุ นงั่ ลำ� บาก เวลาฉนั พระอาจารยบ์ ญุ เลศิ นงั่ อปุ ฏั ฐากอยใู่ กล้ พดู คยุ
ใหท้ า่ นไดเ้ จรญิ อาหาร บางคนื กอ็ า่ นขา่ วสารใหท้ า่ นฟงั และบางครงั้ กเ็ ปดิ เทปการแสดง
ธรรมของทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส บางวนั หลวงพอ่ ใหพ้ ระอาจารยบ์ ญุ เลศิ อา่ นคำ� สอนของ
ฮวงโป ซงึ่ เปน็ เรอื่ งทที่ า่ นชอบและสนใจมาก โดยทา่ นแปลความหมายใหฟ้ งั ระหวา่ งท่ี
พระอาจารยบ์ ุญเลศิ อา่ น และให้บนั ทกึ เสียงไว้ด้วย บางคร้งั ทา่ นกไ็ ปเย่ยี มลูกศษิ ย์
เชน่ ทา่ นพระมหาอนิ ทร์ ทวี่ ดั เขาวงั จงั หวดั ราชบรุ ี บา้ ง พระอาจารยโ์ สภณ ทวี่ ดั บงึ ลฏั ฐวิ นั
จงั หวัดอยธุ ยา บ้าง
หลวงพอ่ พกั ฟน้ื อยทู่ บี่ า้ นนายแพทยเ์ กดิ ชยั ทสี่ มทุ รสงครามหลายเดอื น จนอาการ
ของทา่ นดขี นึ้ มาสกั พกั หนงึ่ กต็ ดั สนิ ใจเดนิ ทางกลบั วดั หนองปา่ พง ถงึ วดั แลว้ ทา่ นเขา้
พกั ในกฎุ ที รงสงู ทอ่ี ยใู่ นสระนำ้� ใกลศ้ าลานอก ซง่ึ พระอาจารยเ์ ลย่ี มสรา้ งถวายเสรจ็ พอดี
ตอ่ มาอาการของทา่ นกก็ ลบั ทรดุ หนกั ลงอกี นอนไมห่ ลบั ตอ้ งใชย้ าชว่ ย ไมส่ ามารถบงั คบั
ควบคมุ ตนเองใหเ้ ปน็ ปกตไิ ด้ สมองเรม่ิ สงั่ งานผดิ พลาด เชน่ บางทพี ดู กลบั กนั ปวดวา่
ไมป่ วด รอ้ นวา่ เยน็ หรอื ไป บอกวา่ ไม่ไป เป็นต้น บางทกี ็มอี าการร้องไห้สลับหวั เราะ
ซ่ึงสร้างความสะทกสะท้านให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาไม่น้อย พระอุปัฏฐากทั้งกังวลและ
เครยี ด เพราะแบบทดสอบทหี่ ลวงพอ่ ออกมาอยา่ งนี้ ทำ� ใหผ้ ใู้ กลช้ ดิ ทำ� ใจไดย้ ากยง่ิ กวา่
ที่เปน็ เวทนาแรงกล้าของทา่ นเสียอีก
657
ปัจฉิมวาจา
วนั ศกุ รท์ ่ี ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ หลวงพอ่ ไดแ้ สดงปจั ฉมิ วาจามอบหมายงาน
แกล่ ูกศษิ ย์ลกู หาท่ีวดั หนองป่าพง ดงั ตอ่ ไปน้ี
“คณะสงฆส์ านศุ ษิ ยท์ งั้ หลาย ทผ่ี มไดม้ าในคราวนน้ี นั้ เพอื่ จะไดม้ อบหมายงาน
ให้ท่านทั้งหลายอยู่ได้สะดวก ให้มหาอมรฯ เป็นผู้ว่าหน้าที่ในพระอุปัชฌาย์ต่อไป
ให้มหาอมรฯ มาท�ำการอุปสมบทพระและสามเณรในท่ีน้ีต่อไป ให้อาจารย์จันทร์
อาจารยเ์ ทยี่ ง พระเถระทกุ องคน์ นั้ ใหร้ บั ทราบไว้ สว่ นผมมนั หมดภาระแลว้ จะลาออก
จากการทำ� อะไรนที่ กุ ประเภท จงึ มอบภาระทงั้ หลายเหลา่ นใ้ี หส้ าธสุ งฆท์ ง้ั หลายรบั ทราบ
ทกุ องค์ แมแ้ ตป่ ระชาชนทง้ั หลายทม่ี ารว่ มกนั นี้ ใหร้ จู้ กั ใหท้ ราบกนั ในเวลาน้ี ตอ่ ไปให้
ทำ� กนั เปน็ สดั เปน็ สว่ นดงั ทเี่ คยทำ� กนั มา เพราะผมหมดเวลาแลว้ ทจี่ ะทำ� การงานทง้ั หลาย
เหล่าน้ี
สงฆ์ทกุ ๆ ทา่ น จงไดท้ ราบและพรอ้ มใจกันทุกทา่ น อยา่ ให้มีอะไรขัดขอ้ ง ส่วน
อาจารยเ์ ลยี่ ม อาจารยช์ ู เปน็ พระทอ่ี ยกู่ บั ถน่ิ เคยปลกู สรา้ งทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งนนั้ จงพากนั
อยสู่ บาย ตลอดจตปุ จั จยั กบั ไวยาวจั กร เชน่ มหาออ่ น เปน็ ตน้ ใหอ้ าจารยเ์ ลย่ี ม อาจารยช์ ู
ศึกษากันให้เรยี บร้อยจงึ คอ่ ยๆ ทำ� อย่าท�ำคนละฝักละฝา่ ย ใครท�ำกใ็ หร้ จู้ กั อยา่ ทำ�
คนละอยา่ งสองอยา่ ง ใครอยากจะเอานกี่ เ็ อาไป ใครอยากจะทำ� กท็ ำ� ไป อยา่ งนนั้ มนั ไมด่ ี
ใหพ้ ากนั เข้าใจทุกๆ ทา่ น ปฏิบัติให้เป็นธรรม
สว่ นนอกนนั้ พระสงฆท์ งั้ หลาย สงิ่ ทสี่ ำ� คญั ใหห้ นกั แนน่ ในการปฏบิ ตั ิ ถา้ อยาก
มารวมปฏบิ ตั กิ บั อาจารยเ์ ลยี่ ม อาจารยช์ ู ทวี่ ดั ใหญก่ ไ็ ด้ เพราะวดั ใหญน่ ม้ี นั ใหญก่ วา้ งขวาง
ทำ� อะไรทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งมนั กส็ มควรเพราะวดั มนั กวา้ ง เทา่ นลี้ ะกระมงั ตอ่ จากนก้ี ม็ แี ตก่ าร
ปฏิบัติเปน็ ใหญเ่ ท่าน้นั แหละ ผมจะพูดอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ทีม่ าพดู กับสงฆว์ นั น้ี
กด็ ีแลว้ พอแล้ว มนต์ซะ”
658
ปลงสังขาร
โอวาทสน้ั ๆ ทหี่ ลวงพอ่ ใหแ้ กส่ านศุ ษิ ยใ์ นครง้ั นี้ เปน็ โอวาทครง้ั สดุ ทา้ ยจากปาก
ของทา่ น เพราะในเวลาตอ่ มาไมน่ าน หลวงพอ่ กอ็ าพาธหนกั ไมไ่ ดพ้ ดู อกี เลย พระอาจารย์
เอนก ซง่ึ เปน็ พระอปุ ฏั ฐากในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว ไดเ้ ล่าเรือ่ งราวอันเปรียบเสมือนการ
ปลงสังขารของหลวงพ่อให้ฟังว่า “ตอนที่หลวงพ่อจะเข้าโรงพยาบาลครั้งที่สองน้ัน
ทา่ นปรารภวา่ การเขา้ โรงพยาบาลเปน็ ไปตามเจตนารมณ์ของลกู ศษิ ยล์ ูกหา เพราะเรา
คนเดียวท�ำใหค้ นอืน่ หลายๆ คนขอ้ งใจ มันไมด่ ี
ท่านบอกวา่ โรคของท่านมันไมห่ าย เพราะเป็นกรรมของทา่ นเอง กฏุ ทิ ญี่ าตโิ ยม
กำ� ลงั สรา้ งถวาย ทจ่ี รงิ ทา่ นไมอ่ ยากใหส้ รา้ งเพราะจะอยไู่ มค่ มุ้ แตจ่ ะไปขวางกนั้ ศรทั ธา
กจ็ ะเปน็ การตดั บญุ เขา กต็ อ้ งใหส้ รา้ ง แลว้ ทา่ นกป็ รารภถงึ ทกุ องคว์ า่ องคน์ นั้ เปน็ อยา่ งนนั้
องคน์ เ้ี ปน็ อยา่ งนี้ แตต่ วั ทา่ นเองไมม่ อี ะไร เพราะทา่ นทงิ้ หมดแลว้ ทา่ นจะพดู บอ่ ยๆ วา่
ผมหมดแลว้ ทงิ้ หมดแลว้ สดุ แตล่ กู ศษิ ยล์ กู หาจะดแู ลจะชว่ ย สว่ นผมไมม่ อี ะไร
อันนเี้ ปน็ คำ� พูดระหวา่ งครูกบั ศษิ ย์ ถ้าเรามองย้อนกลบั ไปครัง้ พุทธกาล ไม่ใช่จะยก
ครบู าอาจารยไ์ ปเปรยี บเทยี บกบั พระพทุ ธเจา้ เพราะพระพทุ ธเจา้ ไมม่ ใี ครเปรยี บได้ แตว่ า่
ระยะทท่ี า่ นปลงปลอ่ ยนนั้ ทา่ นเปดิ โอกาสใหล้ กู ศษิ ยไ์ ดร้ บั ทราบการปลงสงั ขาร คำ� วา่
ปลง กห็ มายถงึ ทงิ้ มนั ทงิ้ ของทมี่ อี ยู่ ทา่ นกไ็ ดบ้ อกวา่ ทา่ นไมม่ อี ะไร ทง้ิ หมดแลว้ ๆ แตก่ บั
ลูกศิษย์ ทา่ นเคยถามว่า
สมมุติวา่ ผมตาย จะเผาดีไหม
เราก็ไม่กล้าให้ความคิดเห็น กลัวว่าจะไม่สมควร ท่านยังคงยืนยันอยากฟัง
ความเหน็ ของหมคู่ ณะ ผมจงึ เลา่ สง่ิ ทเ่ี หน็ มาในประเทศลาวถวายทา่ นเกยี่ วกบั หลวงพอ่
มหาปาน ซงึ่ ชาวลาวเคารพและศรทั ธาในคณุ ธรรมของทา่ นมาก ทา่ นอยทู่ โี่ ศรกปา่ หลวง
เวยี งจนั ทน์ เมอ่ื ทา่ นมรณภาพ ลกู ศษิ ยก์ ไ็ มอ่ ยากเผา จงึ ตกลงกนั ทง้ั ฝา่ ยสงฆแ์ ละฝา่ ย
บา้ นเมอื ง ทำ� โกศมาบรรจสุ รรี ธาตขุ องทา่ น เมอื่ ผมไปเวยี งจนั ทนค์ รง้ั แรก ไดเ้ หน็ เขาดแู ล
659
อยา่ งดี มีคนมากราบ มาท�ำความสะอาดจัดดอกไม้ จวี รเปลี่ยนเดอื นละครั้ง แต่พอ
ไปเวยี งจันทนอ์ กี เป็นครง้ั ทสี่ อง บ้านเมอื งก�ำลังวุ่นวาย รัฐบาลแยง่ อำ� นาจกนั ราษฎร
กต็ วั ใครตวั มนั การดแู ลสรรี ธาตขุ องหลวงพอ่ ปานจงึ บกพรอ่ งไปดว้ ย ไมม่ คี นทำ� ความ
สะอาด ดอกไม้กระจดั กระจาย จีวรขึน้ ราเต็มไปหมด ชวนใหส้ ลดใจ
ส�ำหรับเมอื งไทย ครบู าอาจารยก์ ม็ คี ณุ ความดที กุ ท่าน แต่ค�ำครหาของคนมนั ก็
อาจมี อยา่ งเช่น กรณีของหลวงพ่อสี เปน็ ต้น แล้วผมกว็ กไปถึงหลวงปมู่ ่ัน ซงึ่ เป็น
ปรมาจารย์ ทา่ นไดใ้ หพ้ นิ ยั กรรมแกล่ กู ศษิ ยไ์ วว้ า่ ถงึ เวลากใ็ หเ้ ผา หลวงปฝู่ น้ั กใ็ หเ้ ผา
หลวงปขู่ าวกเ็ ผา ยอ้ นกลบั ไปถงึ พระพทุ ธเจา้ ซงึ่ เปน็ พระบรมศาสดาของสาวกทกุ ยคุ
ทกุ สมยั ทา่ นกใ็ ห้เผา เมือ่ ผมกราบเรียนความเห็นอย่างนัน้ ท่านก็บอกว่า
เออ ดี ถ้าผมตายแล้วกใ็ ห้เผา
การอาพาธหนกั ชว่ งนี้ หลวงพอ่ เสยี การควบคมุ ตวั เองแทบทกุ ประการ ทา่ นเปรย
อย่เู สมอว่า
โรคของผมมันรักษาไมห่ าย”
พระบรมราชปู ถัมภ์
อยา่ งไรกต็ าม แมห้ ลวงพอ่ ไมม่ คี วามประสงคจ์ ะไปรบั การรกั ษาทไี่ หนอกี ในทส่ี ดุ
ที่ประชุมของคณะศิษยานุศิษย์มีมติเห็นพ้องต้องกัน ให้นิมนต์ท่านไปรักษาท่ี
โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ตามคำ� แนะนำ� ของนายแพทย์จรสั สุวรรณเวลา และ พ.ญ.
คณุ หญงิ สา่ หรี จติ ตนิ ันท์ ครัง้ น้ีหลวงพ่อเปน็ คนไข้ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ เดนิ ทาง
ไปกลบั ทางเครอื่ งบนิ และวนั ทห่ี ลวงพอ่ เดนิ ทางไปรบั การรกั ษาทกี่ รงุ เทพฯ ประชาชน
ทไ่ี ปสง่ ทา่ นทสี่ นามบนิ กไ็ ดเ้ หน็ ภาพประทบั ใจ คอื ภาพทพ่ี ระอาจารยป์ ภากโร อดตี นกั บนิ
อเมรกิ นั รา่ งสงู ใหญ่ ซง่ึ ไดอ้ ปุ ฏั ฐากหลวงพอ่ ตดิ ตอ่ กนั เปน็ เวลา ๓ ปี อมุ้ หลวงพอ่ ขนึ้ ลง
เครือ่ งบินท้ังขาไปและขากลับ เพอ่ื ความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภยั ของท่าน
ซึ่งอยู่ในสภาพท่ชี ว่ ยตวั เองไมไ่ ดแ้ ลว้
660
ทางโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณไ์ ดอ้ ำ� นวยความสะดวกในการรกั ษาพยาบาลทกุ อยา่ ง
โดยจดั หอ้ งพกั พเิ ศษทกี่ วา้ งขวางสำ� หรบั หลวงพอ่ มหี อ้ งพกั ของพระอปุ ฏั ฐากประจำ� และ
ห้องรับรองพระเถระท่ีไปกราบเยี่ยม รวมท้ังพระเถระอีกหลายรูปที่ไปอุปัฏฐากด้วย
เชน่ พระอาจารยเ์ ลย่ี ม พระอาจารยส์ รุ ยิ นต์ การรกั ษาทโ่ี รงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ทำ� ให้
หลวงพอ่ มอี าการดขี น้ึ บา้ งในระยะแรก คอื ทา่ นนง่ั ไดน้ าน และพยายามลกุ ขน้ึ เดนิ ไดบ้ า้ ง
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ทา่ นยงั อยใู่ นภาวะทคี่ วบคมุ ตวั เองลำ� บาก จงึ ตอ้ งรบั การทำ� กายภาพ
บำ� บัดทุกวัน
เยน็ วันหน่ึง ขณะที่พระอาจารยป์ สนโฺ น เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ ก�ำลังเข็นรถ
พาหลวงพ่อออกไปรับอากาศในบริเวณร่มรื่นของโรงพยาบาล เพื่อให้ท่านได้ออก
ก�ำลังกาย ขณะน้ันเองมีแม่ลูกคู่หนึ่งเดินผ่านมา สตรีผู้นั้นได้ก้มลงกราบนมัสการ
หลวงพอ่ และไดบ้ อกใหล้ กู นอ้ ยทำ� ตาม แตเ่ ดก็ ชายยงั คงยนื จอ้ งหลวงพอ่ ตาไมก่ ะพรบิ
หลวงพอ่ ไดใ้ ช้ความพยายามอยา่ งย่ิง โดยการฝนื สังขารคอ่ ยๆ ค้อมตวั ลงพรอ้ มกบั
ย่ืนแขนขวาออกไปอย่างเช่ืองช้า แล้วแบมือออกเป็นสัญญาณให้เด็กน้อยรับทราบ
เมตตาบารมขี องทา่ น ราวกบั เดก็ นอ้ ยสมั ผสั กระแสความกรณุ าและอบอนุ่ ของหลวงพอ่
เขาตรงเข้ามาก้มลงกราบท่ีมือของท่าน ท่ามกลางความปีติยินดีและประทับใจของ
ผู้พบเห็น
กลบั วัด
ในเดอื นธนั วาคม ๒๕๒๕ หลวงพอ่ เกดิ อาการชกั กระตกุ แขนขาขา้ งซา้ ยไรเ้ รย่ี วแรง
หลงั จากนนั้ อาการทวั่ ไปไมด่ ขี น้ึ เลย พระอาจารยเ์ ลยี่ มและคณะพระเถระจงึ ตดั สนิ ใจ
นิมนต์หลวงพ่อกลับวดั หนองป่าพง เม่ือวนั ท่ี ๑๙ มกราคม ๒๕๒๖ และหลวงพ่อได้
เขา้ พกั ทก่ี ฏุ พิ ยาบาลสรา้ งใหม่ ซงึ่ โยมเกสรี บลู สขุ เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ สรา้ งถวาย โดยพระบาท
สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ ทรงมพี ระมหา-
กรณุ าธคิ ณุ พระราชทานพระราชทรพั ยส์ มทบคา่ กอ่ สรา้ งดว้ ย หลวงพอ่ พำ� นกั อยทู่ เ่ี รอื น
พยาบาลหลังนจ้ี นถึงวาระสุดทา้ ยของชวี ิต
661
เมอ่ื ไดก้ ลบั ไปพกั ฟน้ื ทวี่ ดั อาการของหลวงพอ่ กด็ เู หมอื นฟน้ื ดขี นึ้ แตก่ ใ็ นลกั ษณะ
ทวี่ า่ ทา่ นไดก้ ลบั ไปเพอื่ จะมรณภาพอยา่ งสงบทวี่ ดั เทา่ นน้ั เอง เพราะดทู า่ นปลอดโปรง่
สบายอกสบายใจ ขณะทม่ี องไปรอบๆ ปา่ อนั เขยี วขจใี นบรเิ วณกฏุ พิ ยาบาล ระหวา่ งนี้
ก็มีนายแพทย์จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เช่น นายแพทย์จ�ำรัส พุ่มพวง
นายแพทย์ธนิตเชฏฐ์ รัตนาภิชาติ มาถวายการตรวจและดูแลอาการของหลวงพ่อ
อยู่เสมอ
เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๒๙ หลงั จากนอนอาพาธมานาน แพทยไ์ ดถ้ วายการ
ตรวจปอดโดยการเอกซเรย์ พบว่ามีน�้ำในเยื้อหุ้มปอดด้านซ้าย คณะแพทย์จาก
โรงพยาบาลสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ จงึ นมิ นตท์ า่ นเขา้ รบั การรกั ษาทโี่ รงพยาบาล และวนิ จิ ฉยั
พบวา่ เปน็ วัณโรคเยือ่ หุ้มปอด หลงั การรักษาอาการดีขน้ึ ตามลำ� ดับ
ในวนั ที่ ๒๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๐ หลวงพอ่ มอี าการหายใจขดั ทอ่ ทางเดนิ อากาศ
อดุ ตนั ดว้ ยเสมหะ แพทยต์ อ้ งใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ และนมิ นตท์ า่ นเขา้ รบั การรกั ษาตวั ท่ี
โรงพยาบาล เนอื่ งจากหลวงพอ่ มอี าการทรุ นทรุ าย ดทู รมานมาก บางครง้ั ถงึ กบั สำ� ลกั
เสมหะของตนเอง พระมหาเถระจงึ ไดต้ กลงอนญุ าตใหแ้ พทยเ์ จาะคอเพอ่ื ตอ่ ทอ่ หายใจ
ท่ลี �ำคอ หลงั จากอาการปอดบวมดขี นึ้ กน็ มิ นตท์ ่านกลบั วดั ดงั เดิม แตห่ ลวงพ่อยัง
ตอ้ งหายใจทางทอ่ ตลอดเวลา และตอ้ งถวายอาหารเหลวทางสายยาง ซงึ่ คณะแมช่ วี ดั
หนองป่าพง เปน็ ผู้ปรงุ ถวาย โดยค�ำแนะน�ำจากฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาล
หลงั จากน้ัน หลวงพ่อตอ้ งเขา้ รับการรักษาทโี่ รงพยาบาลอีกหลายคร้ัง ดว้ ยโรค
ปอดอกั เสบ เนอื่ งจากทา่ นมภี มู ติ า้ นทานตำ�่ กวา่ คนธรรมดา มโี รคเบาหวาน โรคเสน้ เลอื ด
ในสมองอุดตันแทรกซ้อน เนื่องจากการอยู่ในสภาพต้องนอนอยู่บนเตียงพยาบาล
ตลอดเวลา แมจ้ ะมีพระอปุ ัฏฐากคอยดูแลจับลุกนง่ั บนเตยี ง นัง่ บนรถเข็น และช่วย
เคาะปอดก็ตาม
วนั ท่ี ๒๘ กนั ยายน ๒๕๓๓ ทา่ นมอี าการเหนอื่ ยหอบ คณะแพทยต์ รวจวนิ จิ ฉยั พบวา่
มโี รคหวั ใจแทรกโดยเสน้ เลอื ดหวั ใจอดุ ตนั เลอื ดไปเลย้ี งหวั ใจไมเ่ พยี งพอ กลา้ มเนอ้ื
662
หวั ใจออ่ นแรง เกดิ ภาวะหวั ใจวาย นำ�้ ทว่ มปอด จงึ ตอ้ งพกั รกั ษาในโรงพยาบาลจนถงึ
วนั ท่ี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๓ อาการจงึ ดขี น้ึ
ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๓ เปน็ ตน้ มา อาการของหลวงพอ่ กม็ แี ตท่ รงกบั ทรดุ มาเรอื่ ย
คราใดทอี่ าการของทา่ นทรดุ หนกั เขา้ ขน้ั วกิ ฤติ คณะแพทยแ์ ละพระอปุ ฏั ฐากผถู้ วายการ
รกั ษาพยาบาลกก็ ราบเรยี นปรกึ ษาครบู าอาจารย์ พระเถระ เพอื่ ขอโอกาสแกไ้ ขปญั หา
เฉพาะหนา้ เปน็ กรณๆี ไป ลกู ศษิ ยล์ กู หาทกุ ฝา่ ยกไ็ ดแ้ ตท่ ำ� ใจรอเวลาสดุ ทา้ ย ซง่ึ ในทสี่ ดุ
กม็ าถึงจนได้ เมอื่ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๕ ใครทำ� ใจได้แคไ่ หนกับการสูญเสียอนั
ยิ่งใหญ่ในครัง้ นี้ แตล่ ะคนก็คงจะรู้เอง เป็นปจั จัตตงั
ด้วยเมตตามใิ ชอ่ าชีพ
เมอื่ อาการอาพาธของหลวงพอ่ ทรดุ หนกั การพดู ของทา่ นเหมอื นกบั เครอื่ งวทิ ยเุ กา่
ทมี่ คี ลนื่ แทรกรบกวนตลอดเวลา จนแปรสญั ญาณความหมายไมไ่ ด้ เมอื่ พดู แลว้ ผฟู้ งั
ไมร่ เู้ รอ่ื ง พระอาจารยเ์ ลยี่ มจงึ กราบเรยี นหลวงพอ่ ขอรอ้ งใหท้ า่ นงดการพดู เสยี ตงั้ แต่
เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นตน้ มา ลกู ศิษย์ลูกหาตลอดจนญาติโยมที่ไปกราบ
นมสั การทว่ี ัดหนองป่าพง จึงไดฟ้ ังแต่ เทศน์เงียบ ของหลวงพ่อเท่าน้ัน
สำ� หรบั ระเบยี บในการถวายอปุ ฏั ฐากหลวงพอ่ ทก่ี ฏุ พิ ยาบาลนน้ั พระอาจารยเ์ ลยี่ ม
ไดจ้ ดั ใหเ้ ปลยี่ นเวรทกุ สบิ หา้ วนั และในแตล่ ะวนั กม็ เี วรทงั้ ผลดั กลางวนั และกลางคนื
โดยมพี ระ ๔ รูป และเณรอกี ๑ รูป เฝ้าอยา่ งใกล้ชดิ ทง้ั ๒ ผลัด ส�ำหรบั ผลัด
กลางคนื นน้ั มบี รุ ษุ พยาบาลอกี ๑ คน มาเฝา้ ดว้ ย ตอนเชา้ นายแพทยจ์ ำ� รสั พมุ่ พวง
จากโรงพยาบาลสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ ไดแ้ วะมาตรวจอาการของหลวงพ่อทุกวนั
ระบบการรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในกุฏิพยาบาลเป็นไป
อย่างละเอียดถ่ีถ้วน พระเณรท่ีเข้าเวรถวายการอุปัฏฐากก็ปรับตัวและเรียนรู้งาน
พยาบาลไดด้ ี เมอ่ื หลวงพอ่ ตอ้ งรบั อาหารทางสายยางโดยผา่ นเขา้ ทางจมกู พระอปุ ฏั ฐาก
บางรปู ทดลองกลนื สายยางดว้ ยตนเองจนชำ� นาญกอ่ นทจี่ ะใสใ่ หห้ ลวงพอ่ เพอื่ จะไดร้ ู้
663
วธิ ปี ฏบิ ัตใิ ห้ทา่ นรสู้ กึ ระคายเคอื งนอ้ ยทส่ี ุด พระอปุ ฏั ฐากอย่างน้อย ๒ รปู คอยช่วย
พลกิ ตวั หลวงพอ่ ทกุ ๒ ชวั่ โมง เพอ่ื ปอ้ งกนั แผลกดทบั ซง่ึ มกั เกดิ กบั ผปู้ ว่ ยเปน็ อมั พาต
ทต่ี อ้ งอยใู่ นทา่ เดยี วนานๆ และกป็ รากฏวา่ ตลอดเวลา ๑๐ ปี ทหี่ ลวงพอ่ เปน็ อมั พาตอยนู่ นั้
เนอื้ ตวั ของทา่ นเกอื บจะไมม่ แี ผลกดทบั ทสี่ ว่ นใดเลย ผวิ ของทา่ นนมุ่ นม่ิ ดจุ ผวิ ทารก และ
ดเู ปลง่ ปลั่งมีเลือดฝาดอยเู่ สมอ
ดว้ ยพน้ื ฐานการอบรมท่ีเครง่ ครดั ระเบียบและวนิ ยั สงฆ์ ร้จู ักอปุ ัชฌายวัตรและ
อาจรยิ วตั รเปน็ อยา่ งดี ประกอบกบั ความเคารพรกั และผกู พนั อนั สงู สดุ ทศี่ ษิ ยานศุ ษิ ย์
มตี อ่ หลวงพอ่ ทำ� ใหก้ ารอยเู่ วรถวายอปุ ฏั ฐากเปน็ ไปอยา่ งราบรน่ื และเหมาะสม พระเณร
ตา่ งกระตือรอื รน้ ทีจ่ ะเขา้ อุปัฏฐากและปฏบิ ตั หิ นา้ ทดี่ ว้ ยศรทั ธาอนั เต็มเปีย่ ม แม้จะได้
อปุ ฏั ฐากนานเทา่ ใด กย็ งั รสู้ กึ วา่ นอ้ ยนดิ อยนู่ นั่ เองสำ� หรบั การสนองพระคณุ ของหลวงพอ่
ผบู้ ังเกิดเกลา้
อนง่ึ ในฝา่ ยของฆราวาสนนั้ คณะแพทยแ์ ละพยาบาลจากโรงพยาบาลสรรพสทิ ธ-ิ
ประสงค์ จงั หวดั อบุ ลราชธานี กไ็ ดร้ ว่ มกนั ถวายการรกั ษาพยาบาลหลวงพอ่ อยา่ งเตม็ ท่ี
โดยการสนบั สนนุ ของแพทยจ์ ากโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ มี พ.ญ.คณุ หญงิ สา่ หรี จติ ตนิ นั ท์
เป็นผู้ประสานงาน ผู้ท่ีไม่อาจมีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาลก็ได้ถวายปัจจัยและ
สิ่งของเพ่ืออุปถัมภ์บ�ำรุงพระอุปัฏฐากอีกต่อหน่ึง ระบบการดูแลรักษาพยาบาลอัน
ละเอียดและอบอุ่นท้ังต่อเน่ืองยาวนานถึงสิบปีท่ีศิษยานุศิษย์จัดถวายหลวงพ่อน้ัน
เป็นที่ประทับใจผู้คนส่วนมากท่ีมีโอกาสได้พบเห็นยิ่งนัก แพทย์ท้ังชาวไทยและ
ชาวตา่ งประเทศทีไ่ ดส้ มั ผัสต่างก็ชืน่ ชมวา่ ยากทจี่ ะหาสถานพยาบาลแหง่ ไหนในโลก
เทยี บได้
ส�ำหรบั หลวงพ่อเอง แม้อาพาธหนกั ขนาดไหน ทา่ นก็ยงั ไมว่ างมอื จากการสอน
ดงั ทพ่ี ระอาจารยเ์ ลย่ี มไดเ้ ลา่ ใหฟ้ งั วา่ “หลวงพอ่ ถงึ ทา่ นจะปว่ ยทา่ นกย็ งั สอน ใครเดนิ เขา้
เดนิ ออก เปดิ ประตมู เี สียงดงั ก๊อกแกก๊ ท่านกส็ อนทันที มีการทกั ถามเลย แต่ไมถ่ าม
ดว้ ยคำ� พดู ถามดว้ ยการมองดู มองดคู ลา้ ยๆ กบั การตำ� หนวิ า่ ทำ� อะไรไมร่ ะวงั ไมม่ สี ติ
ความรสู้ กึ ของทา่ นอยา่ งนจ้ี ะมตี ดิ ตอ่ กนั มาตลอด ทา่ นมาปลอ่ ยวางเอาตอนหลงั หลงั จาก
664
ดดู นำ�้ ออกจากปอดนแี่ หละ ดทู า่ ทางจะไมส่ นใจกบั ใครทง้ั นน้ั ใครจะเดนิ เขา้ เดนิ ออก
ท�ำเสยี งดงั หรอื ไมด่ ังกไ็ มส่ นใจ แตเ่ ร่ืองการปสั สาวะอะไรนี่ กย็ งั พอรู้ กอ่ นที่ทา่ นจะ
ถ่ายปัสสาวะ ก็มองๆ ดู เพอ่ื ใหเ้ ราเขา้ ใจ”
ขนั ธ์หา้ ก็ม้าตวั หนงึ่
ทจ่ี รงิ แลว้ ความเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยเปน็ เรอื่ งทหี่ ลวงพอ่ มปี ระสบการณม์ ากในชวี ติ การ
ประพฤติปฏิบตั ขิ องท่าน เพราะฉะน้ัน ท่านอบรมศษิ ยานุศิษย์ใหห้ ดั พิจารณาเรือ่ งน้ี
อยบู่ ่อยๆ อยา่ งเชน่ โอวาทตอนหน่งึ ซ่ึงหลวงพอ่ ให้กับพระภิกษุสามเณร ดงั น้ี
“เรื่องของเบญจขันธ์นั้นมันเปน็ ไป ถึงคราวมนั ร้อน มันก็ร้อน ถึงคราวมนั เย็น
มนั กเ็ ยน็ ถงึ คราวมันเจบ็ มนั กเ็ จบ็ มันสกั แต่ว่าเป็นทกุ ขเวทนา สขุ เวทนา เกิดขน้ึ มา
เทา่ นั้น คือไม่มตี ัวมีตนของเราเขา้ ไปฝังอยู่ในที่น้ัน นี่เรียกวา่ การปล่อยวาง ไมใ่ ชว่ า่
มนั ไมม่ อี ะไรปรากฏขน้ึ มานะ มนั มปี รากฏอยแู่ ลว้ การปลอ่ ยวางกค็ อื เราเหน็ วา่ อนั นน้ั
เราบอกมนั ไมไ่ ด้
เหมอื นมา้ ตวั หนง่ึ นะ มนั ฮดึ เราเลยี้ งมนั ยากลำ� บาก จบั เชอื ก มนั วง่ิ เราจบั มนั ไว้
อยา่ เพ่ิงปล่อยมนั ครับ แต่ถ้ามนั วง่ิ เต็มที่ อยา่ ไปจบั มันครับ ปล่อย ประเดี๋ยวมอื มัน
จะขาดนะ่ ใหม้ นั ไปแตเ่ ชอื กกบั มา้ อยา่ ใหเ้ ราเสยี อะไร ปลอ่ ยมนั ถา้ มนั ไปขนาดหนงึ่
เราก็ดึงมันไว้ ไวส้ ู้มันได้ อะไรทกุ อย่างก็เหมือนกนั นนั่ แหละ
รา่ งกายเรานก้ี เ็ หมอื นมา้ ตวั หนงึ่ ถา้ ปลอ่ ยมนั ปว่ ยขนาดน้ี เรากใ็ หย้ ารกั ษามนั ไป
ถา้ มนั เอาเตม็ ทไ่ี มไ่ หว เรากใ็ หม้ นั เลย อยา่ ไปยงุ่ มนั เลย ใหม้ นั ไปเถอะ มนั มเี ทา่ นนั้ แหละ
มันเกิดมาแลว้ มันกไ็ ป หมดทีจ่ ะรกั ษากันแล้ว มันหมดทข่ี องมันแล้ว ให้มันมที จ่ี บ
อย่างน้นั
เรามตี ามยี าย มพี อ่ แมท่ เี่ รารกั มาก อยากจะใหท้ า่ นอยนู่ านๆ แปดสบิ ปี เกา้ สบิ ปี
รอ้ ยปี เราคิดถกู หรอื เปลา่ แตว่ ่าความคิดมันมีทกุ คนแหละ อยากใหอ้ ยู่นานๆ แต่วา่
มนั อยนู่ านไมไ่ ด้ ถา้ ถงึ ทถ่ี งึ สมยั มนั แลว้ เรากใ็ หม้ นั ไป อยา่ ใหม้ นั เปน็ ทกุ ข์ เรยี กวา่ ผรู้ ู้
665
รวู้ า่ ของเรา ไมใ่ ชข่ องเรา มนั ปนกนั อยู่ ของเราโดยฐานสมมตุ ิ ของเราอยทู่ ไ่ี หน ไมใ่ ช่
ของเราก็มีท่ีนั้น ให้เข้าใจอย่างนั้น เราจะไปน่ังอยู่ในโรงพยาบาล ไปนอนอยู่ใน
โรงพยาบาล มนั จะเจบ็ ปวดกช็ า่ งมนั เถอะ เมอ่ื ความเหน็ ของเราถกู ตอ้ งแลว้ มนั กส็ บาย
สบายในทมี่ นั เจบ็ ปวดนน่ั แหละ สบายในทม่ี นั เวทนานน่ั แหละ คอื มนั เหน็ ของสงบอยใู่ น
ท่ีมันวุ่นวาย”
อีกครั้งหน่ึง ซ่ึงทา่ นพูดก่อนรบั การผ่าตัดสมองวา่
“เกดิ มาเปน็ คน อยทู่ ไ่ี หนจะไมม่ กี ารเสย่ี งนน้ั ไมม่ หี รอก แมแ้ ตข่ า้ มถนนกย็ งั ตอ้ ง
เสี่ยงอยู่เหมอื นกนั ”
ทศั นะของหลวงพอ่ ตอ่ ความเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยขา้ งตน้ เปน็ การเขา้ ถงึ ความปลอ่ ยวาง
อตั ตาอย่างแทจ้ รงิ อยอู่ ยา่ งเป็นปกตแิ มจ้ ะเจบ็ หนัก
และหลวงพ่อมักจะยกเร่ืองการอาพาธของท่านข้ึนมาเป็นเครื่องเตือนสติของ
ลกู ศษิ ยอ์ ยเู่ สมอ เชน่ ปที ที่ า่ นจำ� พรรษาทวี่ ดั ถำ้� แสงเพชร ทา่ นเปรยี บเทยี บสงั ขารของ
ทา่ นดงั นี้
“สงั ขารเสอื่ มไปอยา่ งไร เปรยี บใหฟ้ งั เหมอื นกอ้ นนำ้� แขง็ แตก่ อ่ นมนั เปน็ นำ�้ เขาเอา
มาทำ� ใหเ้ ปน็ กอ้ น แตม่ นั อยไู่ มก่ ว่ี นั หรอก มนั กเ็ สอ่ื มไป เอากอ้ นนำ�้ แขง็ กอ้ นใหญไ่ ปวาง
ไว้กลางแจ้ง จะดคู วามเสอ่ื มของก้อนน�ำ้ แขง็ กเ็ หมือนสงั ขารนี้ มันจะเสอื่ มทลี ะน้อย
ทลี ะนอ้ ย ไมก่ น่ี าที ไมก่ ชี่ วั่ โมง กอ้ นนำ้� แขง็ กจ็ ะหมด ละลายกลายเปน็ นำ�้ ไป นเี่ รยี กวา่ เปน็
ขยั ยะวยั ยงั ความสน้ิ ไปความเสอื่ มไปแหง่ สงั ขารทง้ั หลาย เปน็ มานานแลว้ ตง้ั แตม่ โี ลก
ขน้ึ มา เราเกดิ มา เราเกบ็ เอาสงิ่ เหลา่ นม้ี าดว้ ย ไมใ่ ชว่ า่ เราทงิ้ ไปไหน พอเกดิ เราเกบ็ เอา
ความเจ็บ ความแก่ ความตาย มาพรอ้ มกัน”
666
อยกู่ ด็ ี ไปก็ดี
ดงั ไดเ้ คยกลา่ วไวแ้ ลว้ หลายครงั้ วา่ หลวงพอ่ สอนเสมอเรอื่ งของความไมแ่ น่ และ
ความเหน็ ชอบ ทา่ นใหเ้ หน็ ของดใี นของไมด่ ี เหน็ ความสบายในทไี่ มส่ บาย เปน็ ตน้ ถา้ นอ้ ม
แนวความคดิ ของหลวงพอ่ น้มี าพจิ ารณาแล้ว กจ็ ะเหน็ ว่าการอาพาธของหลวงพ่อน้นั
มผี ลดีต่อคณะสงฆส์ ายหนองปา่ พงอย่หู ลายประการ
การทห่ี ลวงพอ่ อาพาธนานนบั ๑๐ ปี ทำ� ใหส้ านศุ ษิ ยม์ เี วลาปรบั ตวั และเตรยี มรบั การ
จากไปของทา่ น อนง่ึ การทส่ี ำ� นกั สาขาสง่ พระมาเขา้ เวรอปุ ฏั ฐากเสมอ ทำ� ใหค้ วามสมั พนั ธ์
ระหว่างพระภิกษุสายหนองป่าพงกระชับแน่น เพราะได้ท�ำความรู้จักมักคุ้นกันใน
ระหวา่ งการอปุ ฏั ฐาก ทงั้ นย้ี อ่ มสง่ ผลถงึ ความสมานสามคั คขี องคณะสงฆแ์ หง่ สาขาตา่ งๆ
ไปดว้ ย ในสว่ นของพระเณรทมี่ าถวายการอปุ ฏั ฐาก กเ็ ปน็ โอกาสไดต้ อบแทนพระคณุ
ของครบู าอาจารยพ์ รอ้ มๆ กบั การบำ� เพญ็ บญุ กศุ ลไปดว้ ย นอกจากนก้ี ย็ งั ไดเ้ รยี นรแู้ ละมี
ประสบการณใ์ นการพยาบาลภกิ ษสุ งู วยั ซง่ึ จะเปน็ ประโยชนแ์ กค่ ณะสงฆต์ อ่ ไปในอนาคต
เมอื่ มพี ระเถระอาพาธ อาจจะลดการพงึ่ พาฆราวาสใหน้ อ้ ยลง ทสี่ ำ� คญั อกี ประการหนง่ึ คอื
งานอปุ ฏั ฐากหลวงพอ่ เปน็ งานละเอยี ด เปน็ โอกาสพเิ ศษทดี่ อี กี โอกาสหนงึ่ สำ� หรบั การ
ฝึกสตขิ องพระอปุ ฏั ฐาก
ยังเหมือนเดิม
มคี นเปน็ จำ� นวนมากทเี่ พง่ิ มารจู้ กั หลวงพอ่ ในระยะหลงั ซง่ึ ทา่ นอาพาธหนกั และ
สอนไมไ่ ดแ้ ลว้ อยา่ งไรกต็ าม แมห้ ลวงพอ่ อาพาธหนกั ถงึ ขน้ั อมั พาต พดู ไมไ่ ดอ้ ยถู่ งึ เกา้ ปี
ตลอดเวลาอนั ยาวนานนก้ี ย็ งั มสี าธชุ นหลง่ั ไหลมากราบนมสั การหลวงพอ่ ทวี่ ดั หนองปา่ พง
มิได้ขาดเลย ท้ังท่ีมาเป็นส่วนตัว และมากันเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ทั้งชาวไทย
ชาวต่างประเทศ เหมือนสมัยก่อน บรรยากาศท่วี ัดหนองปา่ พงยังคงเงียบเชยี บแตไ่ ม่
เงียบเหงา ผู้มาเยือนกระตือรือร้นที่จะได้เห็นได้กราบหลวงพ่อ แม้จะได้ฟังเพียง
เทศนเ์ งยี บ ของทา่ นกต็ าม ถา้ ไปถงึ วดั ในตอนกลางคนื กก็ ราบทด่ี า้ นนอกหอ้ งกระจก
ซง่ึ มองเขา้ ไปเหน็ องคห์ ลวงพอ่ ชดั เจน ตอนเยน็ พระอปุ ฏั ฐากกเ็ ขน็ รถพาหลวงพอ่ ออก
667
มารบั อากาศบรสิ ทุ ธขิ์ า้ งนอก เวน้ ไวแ้ ตว่ นั ทมี่ ฝี นและอากาศเยน็ เกนิ ไป ญาตโิ ยมกไ็ ด้
โอกาสกราบท่านอย่างใกล้ชดิ
หลายปกี อ่ น หลวงพอ่ พธุ ไดเ้ คยแนะนำ� วา่ หลวงพอ่ ทา่ นเกง่ เรอ่ื งปฏจิ จสมปุ บาท
ถา้ สวดวปิ สั สนาภมู ถิ วายใหห้ ลวงพอ่ ฟงั บอ่ ยๆ หลวงพอ่ จะมคี วามสบาย และอาจทำ� ให้
ทา่ นหายได้ หลงั จากนนั้ พระภกิ ษสุ ามเณรจากวดั ปา่ นานาชาติ พรอ้ มดว้ ยญาตโิ ยมทมี่ า
จำ� ศลี ทวี่ ดั กไ็ ดร้ ว่ มกนั ไปสวดวปิ สั สนาภมู แิ ละบทอน่ื ๆ อาทิ โพชฌงคเ์ จด็ ถวายหลวงพอ่
ทกุ วนั พระ จนเปน็ กจิ วตั ร เปน็ ภาพทคี่ นุ้ ตาญาตโิ ยมทไี่ ปรกั ษาศลี หรอื ไปกราบหลวงพอ่
ในวันพระที่วัดหนองปา่ พง
นานาทัศนะ
ทศั นะตอ่ การถวายการรกั ษาพยาบาลหลวงพอ่ น้นั กม็ ีแตกต่างกนั เป็นธรรมดา
นายแพทย์หลายท่านเห็นว่าควรถวายการรักษาจนสุดความสามารถเท่าท่ีเทคโนโลยี
และอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่อ�ำนวย แต่ก็มีหลายท่านท่ีไม่สบายใจเมื่อเห็น
หลวงพอ่ ในสภาพของผปู้ ว่ ยหนกั มเี ครอื่ งชว่ ยระโยงระยางตามแบบการรกั ษาสมยั ใหม่
และมคี วามเหน็ คัดค้าน ทา่ นพระอาจารย์มหาบวั แห่งวดั ป่าบา้ นตาด จังหวดั อดุ รธานี
สหายธรรมทา่ นหนง่ึ ของหลวงพอ่ กร็ วมอยใู่ นจำ� นวนผทู้ มี่ คี วามเหน็ ประการหลงั น้ี ดงั ท่ี
ทา่ นไดใ้ หท้ ศั นะกบั พระอปุ ฏั ฐากของหลวงพอ่ ทส่ี วนแสงธรรม เมอ่ื วนั ที่ ๑๘ กรกฎาคม
๒๕๓๑ วา่
“ถามเรอื่ งทา่ นอาจารยช์ า ใครไปทำ� ยงั ไงทา่ นแบบระโยงระยางนน้ั เหรอ เราอยาก
ถามวา่ อยา่ งนแ้ี หละ ทา่ นอาจารยช์ ากไ็ มใ่ ชพ่ ระธรรมดา เปน็ พระทห่ี ายากมากในสมยั
ปจั จุบนั นี้ เรานบั ถือกันมาก ผมกับทา่ นอาจารยช์ า ทา่ นกเ็ คยมาวดั ผมนี่ ผมกับทา่ น
อาจารยช์ าค้นุ กันมาก นบั ถือกนั มาก และผมกไ็ ม่อยากได้ยนิ ทา่ นไปถูกบีบถูกบงั คบั
เขา้ หอ้ งขงั อยแู่ บบวา่ นนี้ ะ แบบระโยงระยางอะไร หายใจกไ็ มไ่ ด้ อะไรๆ เตม็ ไปหมดน่ี
โอย๊ ! พระขนาดนนั้ จะมาทำ� แบบน้ี มนั ไมเ่ หมาะสมกนั เลย ฟงั ซิ มนั ไมเ่ หมาะสมกนั เลย
หอื ! ใครจะไปรดู้ ยี งิ่ กวา่ พระประเภทนร้ี ตู้ วั เองวะ่ วา่ ยงั นนั้ เลย พระประเภทนี้ พระชน้ั นี้
รู้ตวั รอบๆ หมด
668
ท่านอาจารยช์ าไมใ่ ชพ่ ระธรรมดานี่ ท่านกเ็ คยไปศึกษาอบรมอยู่กบั หลวงปู่ม่ัน
เหมอื นกนั สมยั ผมอยนู่ นั่ กด็ ี ผมไมอ่ ยากใหท้ า่ นไดร้ บั ความลำ� บากแบบโลกๆ วา่ ยงั งนั้
พดู งา่ ยๆ กเ็ อาโลกเขา้ ทบั ทา่ นเสยี เตม็ ตวั เลย ธรรมทมี่ อี ยใู่ นใจสวา่ งกระจา่ งแจง้ ครอบ
แดนโลกธาตกุ ไ็ มไ่ ดแ้ สดงตวั ไดเ้ ลย มแี ตเ่ รอ่ื งของโลกไปครอบ มนั ไมน่ า่ ดู ถา้ ทา่ นวา่
มนั อยูไ่ ม่ได้ ก็ให้มันเปน็ ไปตามอธั ยาศัยของท่าน อันนีผ้ มเห็นอย่างนัน้ ”
และอีกตอนท่กี ล่าวว่า
“ท่านเป็นภูมิจิตภูมิธรรมประเภทนั้น และท่านผู้ท่ีเก่ียวข้องมีภูมิจิตภูมิธรรม
ประเภทไหนพอทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ อ่ ทา่ นใหถ้ กู ตอ้ ง นน่ั สิ อนั หนง่ึ มนั เปน็ ของสำ� คญั ถา้ ภมู จิ ติ
ภมู ธิ รรมสงู หรอื ภมู จิ ติ ภมู ธิ รรมประเภทเดยี วกนั รเู้ รอ่ื งกนั ทนั ทเี ลย การปฏบิ ตั ติ อ่ ทา่ น
ง่ายทส่ี ดุ ถา้ อนั หนึง่ กห็ ลับตาท�ำ หลับตา ทุกสง่ิ ทกุ อย่างมแี ต่หลบั ตาปฏิบัติ อปุ ถมั ภ์
อปุ ฏั ฐากทา่ นมแี ตห่ ลบั ตา กค็ อื ความไมร่ ู้ นนั่ ไมใ่ ชแ่ กลง้ หลบั ตานะ ความไมร่ ู้ เมอื่ ไมร่ ู้
กโ็ งๆ่ เง่าๆ มนั ก็ปฏิบัตติ ่อหลักธรรมหรอื หลกั จติ ของทา่ นไม่ได้ไมถ่ ูกน่ี ถ้าจะพดู ใน
เรื่องของสมมตุ กิ ็ว่า ท�ำให้ท่านนั่นร�ำคาญหนักใจ”
อยา่ งไรกต็ าม คณะสงฆศ์ ษิ ยานศุ ษิ ยข์ องหลวงพอ่ มไิ ดว้ างแผนหรอื มมี ตไิ วล้ ว่ ง
หนา้ ว่า จะถวายการรักษาไปถึงข้ันไหนและอย่างไร เพราะในใจของทุกท่านทุกองค์
ก็คงอยากอนุโลมให้เป็นไปตามความประสงค์ของหลวงพ่อ ซ่ึงก็เป็นท่ีทราบกันดี
อยแู่ ลว้ แตเ่ นอ่ื งจากอาการอาพาธของหลวงพอ่ ทกี่ ำ� เรบิ ขนึ้ มาแตล่ ะครง้ั นน้ั แปรเปลย่ี น
ไปตา่ งๆ นานา และมกั เปน็ กรณฉี กุ เฉนิ การรกั ษาจงึ เปน็ การแกไ้ ขเหตกุ ารณเ์ ฉพาะหนา้
เสยี เปน็ สว่ นมาก ตวั อยา่ งเชน่ กรณที แ่ี พทยต์ อ้ งถวายการรกั ษาโดยการเจาะคอ เพอื่ ตอ่
ทอ่ หายใจใหท้ า่ นนน้ั กเ็ ปน็ เหตฉุ กุ เฉนิ จรงิ ๆ เปน็ การสดุ วสิ ยั สำ� หรบั ลกู ศษิ ยจ์ ะทำ� ใจได้
เมอื่ เหน็ หลวงพอ่ กำ� ลงั สำ� ลกั เสมหะ และมอี าการทรุ นทรุ าย ดสู ดุ แสนทรมานอยตู่ อ่ หนา้
ทง้ั แพทยท์ ถี่ วายการรกั ษากใ็ หค้ ำ� รบั รองวา่ ใชเ้ วลาเจาะคอเพยี งครเู่ ดยี ว หลวงพอ่ กจ็ ะ
ปลอดภัย อย่างนเ้ี ป็นตน้ ดทู ุกอยา่ งเปน็ ไปเองตามเหตตุ ามปัจจยั เมอ่ื ไม่อาจทำ� ส่ิงท่ี
ดีกว่านี้ถวายหลวงพ่อได้ ก็ต้องปรับใจให้เข้ากับเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน และเฝ้าคอย
อปุ ฏั ฐากพยาบาลท่านด้วยความกตัญญูตอ่ ไป
669
มรณภาพ
ความแก่ ความเจบ็ ความตาย เปน็ สภาวธรรมท่มี คี วามหมายส�ำหรบั ผ้ทู ่เี ปน็
เจา้ ของสงั ขาร แตส่ �ำหรบั ผทู้ ่ไี ด้สละกรรมสทิ ธิ์ในกายและจิตหมดแลว้ ทา่ นยอ่ มมอง
ความเสื่อมสลายของสังขารว่า เป็นสักแต่ความแปรปรวนของธรรมชาติเท่านั้นเอง
โดยไม่อาจมสี ่งิ ใดมากระทบกระเทือนใจเลย เป็นผู้ทพ่ี น้ แล้วจากบว่ งของมาร
หลวงพ่อเองเคยตอบโยมท่ถี ามถงึ อายขุ องทา่ นว่า
“ไม่มีอายุ”
และกอ่ นหลวงพอ่ ล้มปว่ ยหนัก ได้ปรารภปลอบใจลกู ศิษยผ์ ู้อยใู่ กล้ชดิ วา่
“ผมไมม่ ีอะไร ไมต่ ้องเปน็ หว่ ง ผมไมม่ ีอะไร”
ในวาระสดุ ทา้ ยของชวี ติ ถา้ หลวงพอ่ พดู ได้ ทา่ นคงจะเอย่ อา้ งพระสตู รทที่ า่ นชอบ
มากทีส่ ุดตอนหนง่ึ คอื ค�ำตอบของพระยมกะตอบคำ� ถามของพระสารีบุตรว่า
“ถา้ มใี ครถามทา่ นวา่ พระอรหนั ตต์ ายแลว้ ไปไหน? ทา่ นจะตอบเขาวา่ อยา่ งไร?”
พระยมกะ “ขา้ พเจา้ จะตอบวา่ รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ เกดิ ขน้ึ แลว้
ดับไป” ซ่ึงในสมัยกอ่ นเมอ่ื หลวงพอ่ อา้ งคำ� น้ี ท่านจะหัวเราะเบาๆ ดว้ ยความพอใจ
ทุกครั้ง
670
ฉะนนั้ กองสงั ขารทป่ี รากฏแกโ่ ลกในนามวา่ หลวงพอ่ ชา นน้ั อาจเปรยี บเทยี บได้
กบั เรอื ทยี่ ังแล่นอยู่ หลังจากดับเคร่อื งแล้ว ดว้ ยอำ� นาจแรงของเครอื่ งยงั มอี ยู่ แตม่ ัน
ก็ชา้ ลงๆ เร่อื ยๆ และในทีส่ ุดมนั ก็หยดุ นิ่งสงบ
หลวงพอ่ ชาทโี่ ลกรจู้ กั ไดถ้ งึ จดุ นงิ่ อยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั ตายตวั ของธรรมชาตใิ น
วนั ครทู ่ี ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่วดั หนองป่าพง
๕-๑๑ มกราคม ๒๕๓๕
หลวงพอ่ มอี าการออ่ นเพลยี เสมหะเหนยี ว ความดนั โลหติ สงู เกนิ ระดบั ปกตมิ าก
และมอี าการหอบ หายใจลำ� บาก ชกั กระตุก ปสั สาวะนอ้ ยลง
๑๒ มกราคม ๒๕๓๕
คณะแพทยแ์ ละพยาบาลขออนญุ าตจากคณะสงฆ์ เพอ่ื นมิ นตห์ ลวงพอ่ เขา้ รบั การ
รักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผลการตรวจจากห้อง
ปฏบิ ตั กิ าร โดยเอก็ ซเรยค์ ลน่ื ไฟฟา้ หวั ใจและเลอื ด พบวา่ มนี ำ้� ทว่ มปอด หวั ใจวายจาก
เส้นเลอื ดอดุ ตนั รว่ มกับภาวะไตวายเฉยี บพลัน
ผลการรกั ษา ๓ วนั แรก อาการนำ�้ ทว่ มปอดและหวั ใจวายดขี น้ึ เลก็ นอ้ ย แตภ่ าวะ
ไตวายก�ำเริบมากขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรอยู่ในเกณฑ์ปกติ การหายใจหอบ
เปน็ ระยะ ปสั สาวะนอ้ ยมาก
เช้าวันท่ี ๑๕ มกราคม ๒๕๓๕
ความดนั โลหติ ลดตำ�่ ลงผิดปกติ คณะแพทย์ลงความเหน็ ว่า สาเหตนุ ่าจะเป็น
ทางด้านหัวใจและมีการติดเช้ือในกระแสโลหิตร่วมด้วย หลังจากให้ยาช่วยเพ่ิม
ความดนั โลหติ และยาปฏชิ วี นะ ความดนั โลหติ ขนึ้ สงู แตย่ งั ไมถ่ งึ เกณฑป์ กติ เอก็ ซเรย์
พบวา่ หวั ใจโต และนำ�้ ทว่ มปอดเพมิ่ ขน้ึ กวา่ วนั กอ่ น ปสั สาวะไมอ่ อกเลย ผลการตรวจ
เลือด อาการไตวายแทรกซอ้ นรา้ ยแรงขน้ึ
671
๒๐.๐๐ น. ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั อบุ ลราชธานี (นายสายสทิ ธ์ิ พรแกว้ ) นำ� รฐั มนตรี
ว่าการกระทรวงสาธารณสุข กราบเย่ียมดูอาการหลวงพอ่
๒๑.๐๐ น. คณะแพทยไ์ ดป้ ระเมนิ อาการหลวงพอ่ แลว้ วา่ ชอ็ คจากหวั ใจวาย ไมด่ ขี นึ้
รว่ มกบั ภาวะไตวายทเี่ ปน็ มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ สดุ วสิ ยั ทจ่ี ะเยยี วยารกั ษาได้ จงึ กราบเรยี นปรกึ ษา
พระอาจารยเ์ ลยี่ มและทา่ นผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ในทส่ี ดุ เหน็ พอ้ งกนั วา่ จะนมิ นตห์ ลวงพอ่
กลับวัด
๒๒.๐๐ น. คณะสงฆร์ ว่ มกบั ทา่ นผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ฯ และคณะแพทยพ์ ยาบาล
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี นิมนต์หลวงพ่อกลับวัด
หนองป่าพง
๒๒.๔๐ น. หลวงพ่อกลบั ถึงกุฏพิ ยาบาล วัดหนองปา่ พง
๐๕.๒๐ น. วันพฤหสั บดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๕ หลวงพอ่ ไดล้ ะสงั ขารไปดว้ ย
อาการสงบ จบการเดนิ ทางอนั ยาวนานในวัฏสงสารลงอย่างงดงาม
ขา่ วการมรณภาพของพระโพธญิ าณเถร (หลวงพ่อชา สภุ ทฺโท) วดั หนองป่าพง
แพร่กระจายไปท่ัวประเทศ ศิษยานุศิษย์และพุทธบริษัทในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
และใกลเ้ คียง ต่างหลัง่ ไหลมาคารวะศพอยา่ งเนืองแนน่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบ�ำเพ็ญพระราชกุศลศพพระโพธิญาณเถร
(ชา สภุ ทโฺ ท) กำ� หนด ๗ วัน
๑๘.๒๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ ดร.เชาวน์
ณ ศีลวันต์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์น�ำน�้ำพระราชทานสรงศพ พร้อมกับ
พระราชทานพวงมาลาวางหนา้ หีบศพพระโพธิญาณเถร ณ วดั หนองป่าพง
672
สมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ ารี สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณว์ ลยั ลกั ษณฯ์ ทรงพระราชทาน
พวงมาลาวางหนา้ หบี ศพ
๑๘.๕๐ น. เคลอ่ื นศพหลวงพอ่ จากกุฏิพยาบาลมายงั ธรรมศาลา เพ่ือประกอบ
พิธบี ำ� เพญ็ กศุ ล และใหพ้ ทุ ธบริษัทกราบคารวะบูชา
พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสกิ า วัดหนองปา่ พงและสำ� นักสาขา รวมทง้ั
สาธชุ นทัว่ ไป ร่วมปฏบิ ัติบชู า นัง่ สมาธิ ทำ� วตั รสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา ตั้งแต่
๑๙.๐๐-๒๔.๐๐ น. เปน็ เวลา ๑๕ วนั (๑๖-๓๐ มกราคม ๒๕๓๕)
๑๗ มกราคม ๒๕๓๕
สมเดจ็ พระเจา้ พนี่ างเธอ เจา้ ฟา้ กลั ยาณวิ ฒั นาฯ เสดจ็ นมสั การศพหลวงพอ่ และ
ทรงพระราชทานพวงมาลาวางหนา้ หบี ศพ
๑๘ มกราคม ๒๕๓๕
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกมุ าร ทรงพระราชทานพวงมาลา
วางหน้าหีบศพ
๒๐ มกราคม ๒๕๓๕
นมิ นต์พระสมณศักดิใ์ นจังหวดั อุบลราชธานี สวดมาติกา บังสกุ ลุ
พระอาจารยแ์ บน ธนากโร และศษิ ยานศุ ษิ ยว์ ดั ดอยธรรมเจดยี ์ จงั หวดั สกลนคร
มาคารวะศพ
๒๒ มกราคม ๒๕๓๕
มรณภาพครบรอบ ๗ วนั
นิมนตพ์ ระสมณศักดใ์ิ นจังหวดั อบุ ลราชธานี รบั ภัตตาหาร สวดมาติกาบังสกุ ลุ
673
ทา่ นอาจารยพ์ ระมหาบวั าณสมปฺ นโฺ น วดั ปา่ บา้ นตาด จงั หวดั อดุ รธานี ไดเ้ มตตา
มาเยี่ยมและไดแ้ สดงธรรม พรอ้ มกับพกั คา้ งคืนด้วย ๑ คนื
๓๐ มกราคม ๒๕๓๕
สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก เสดจ็ เยย่ี ม
และทรงประทานโอวาทแกพ่ ทุ ธบริษัททีม่ ารว่ มบำ� เพญ็ กศุ ล
หลงั จากรว่ มปฏบิ ตั บิ ชู าบำ� เพญ็ กศุ ลของศษิ ยานศุ ษิ ย์ เปน็ เวลาครบ ๑๕ วนั คณะ
สงฆ์วัดหนองป่าพงและส�ำนักสาขา มีมติให้บ�ำเพ็ญกุศลต่อไปจนถึงวันพระราชทาน
เพลิงศพ ในเดอื นมกราคม ๒๕๓๖ เพื่อเป็นการบชู าพระคณุ ของหลวงพ่อ และเพ่ือ
ประโยชนท์ างธรรมปฏบิ ตั ขิ องพุทธศาสนกิ ชนท่วั ไป
674
หนงั สอื อา้ งองิ
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท), อปุ ลมณี, พิมพ์คร้ังท่ี ๑๕, ๒๕๕๗, บรษิ ัท เอน็ พี
พรน้ิ ตงิ้ แอนด์ แพคเกจจง้ิ จ�ำกดั .
ค�ำแผ่กุศลแก่สรรพสัตวท์ ่ัวแดนแห่งไตรภพ
ณ วัดปา่ อมั พโรปัญญาวนาราม อำ� เภอบา้ นบงึ จังหวัดชลบรุ ี
ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก
วนั ศุกร์ที่ ๒๔ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
ตรงกับวันขน้ึ ๖ คำ่� เดือน ๑ เช้าทำ� ภตั กจิ เสร็จ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.
ตั้งนะโม ๓ จบ พร้อมกัน
มหากศุ ลผลบญุ ทง้ั หมด ทป่ี วงขา้ ฯ ทง้ั หลาย ไดอ้ ตุ สา่ หบ์ ำ� เพญ็ เพยี รมาแลว้ ดว้ ยกาย
วาจา ใจ ไดส้ ร้างพุทธสถานทรัพยากร วัดป่าอัมพโรปญั ญาวนาราม สรา้ งศาลาทป่ี ระชุม
เจรญิ พระพุทธมงคล สร้างพุทธปฏมิ ากรพระประธาน พระนาคปรกไว้บนศาลา และสรา้ ง
พระปางนง่ั ขดั สมาธไิ วท้ พี่ พิ ธิ ภณั ฑ์ ไดน้ อ้ มบรรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ วตั ถมุ งคลมหามงคล
พร้อมด้วยส่ิงศักด์ิสิทธ์ิในสากลโลก สร้างถนนลาดยางเข้าถึงประตูวัด สร้างแหล่งน�้ำ
สรา้ งกำ� แพงรอบพน้ื ทว่ี ดั พรอ้ มดว้ ยสรา้ งเสนาสนะ นอ้ มถวายจตปุ จั จยั ไทยทานแกพ่ ระสงฆ์
มาจากทศิ ทง้ั สี่ สรา้ งคลงั พสั ดแุ ละโรงครวั สรา้ งอาคารพพิ ธิ ภณั ฑ์ สรา้ งหนงั สอื โอวาทธรรม
ของวสิ ทุ ธบิ คุ คล ถวายไวใ้ นบวรพทุ ธศาสนา พรอ้ มดว้ ยอานสิ งสร์ กั ษาศลี ๕ ทอดผา้ บงั สกุ ลุ
รวมมหากศุ ลผลบญุ ทั้งหมด และทไ่ี ดบ้ �ำเพ็ญมาแต่ปางก่อน อันเกดิ จากน้ำ� ใจใสศรัทธา
ของปวงขา้ ฯ ทง้ั หลาย
ณ โอกาสน้ี ปวงขา้ ฯ ทง้ั หลาย ขอนอ้ มจติ แผอ่ ทุ ศิ ใหบ้ ดิ ามารดา ผมู้ พี ระคณุ หาประมาณ
มไิ ด้ พระอปุ ชั ฌายผ์ เู้ ลศิ คณุ พระอาจารยผ์ เู้ กอ้ื หนนุ และพระมหากษตั รยิ าธริ าชเจา้ ผทู้ รงมี
พระคณุ แกแ่ ผน่ ดนิ ไทยทกุ พระองค์ ผทู้ รงพระคณุ อนั ประเสรฐิ พรอ้ มดว้ ยพระบรมวงศานวุ งศ์
ทลี่ ว่ งลบั ไปแลว้ ตลอดทา่ นผมู้ บี ญุ มพี ระคณุ ทงั้ หลาย จงไดร้ บั มหากศุ ลผลบญุ ของปวงขา้ ฯ
ทงั้ หลาย ทไ่ี ดพ้ รอ้ มใจกนั อทุ ศิ ในกาลนี้ โดยเจตนาตงั้ ใจในวนั นี้ แผอ่ ทุ ศิ มหากศุ ลผลบญุ
ใหแ้ ก่สรรพสัตว์ และเปรตญาติทั้งหลาย นบั แต่บรรพบรุ ุษในสมยั โบราณกาล ตลอดมา
จนถงึ ปจั จบุ นั ณ วนั น้ี และดวงวญิ ญาณของเหลา่ นกั รบผพู้ ลชี พี เพอ่ื ปกปอ้ งแผน่ ดนิ ไทย
รวมทงั้ ญาตมิ ติ รหรอื มใิ ชญ่ าตมิ ใิ ชม่ ติ ร และสตั วเ์ หลา่ อน่ื ทเี่ ปน็ กลางๆ พรอ้ มทงั้ เทพทงั้ ปวง
ใน ๑๐ แดนโลกธาตุ จงไดร้ ับและอนโุ มทนา สว่ นมหากุศลผลบญุ ที่ปวงขา้ ฯ ท้ังหลาย
ได้ทำ� การอุทิศใหใ้ นกาลครง้ั น้ี เพ่อื ประโยชน์สุขไมม่ ีประมาณ
อนงึ่ สตั วเ์ หลา่ ใดยงั ไมร่ บั รู้ สว่ นมหากศุ ลผลบญุ ของปวงขา้ ฯ ทงั้ หลายทำ� การอทุ ศิ ให้
ขอเชญิ เทพทงั้ ปวงทกุ ชน้ั ภมู ิ จงนำ� มหากศุ ลผลบญุ ไปแจง้ แกส่ รรพสตั วท์ งั้ หลาย ใหไ้ ดร้ บั
และอนโุ มทนา ทีป่ วงข้าฯ ท้ังหลายต้ังใจอุทิศให้ เมอ่ื ตกทุกขข์ อใหพ้ น้ จากทกุ ข์ เมื่อมสี ขุ
ขอให้มีสุขยง่ิ ๆ ขึน้ ไป ตราบก้าวเข้าส่แู ดนบรมสุขเกษมส�ำราญ โดยทั่วกนั เทอญ...
สาธุ สาธุ สาธุ