The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อุปลมณี หลวงพ่อชา สุภัทโท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-21 20:45:16

อุปลมณี หลวงพ่อชา สุภัทโท

อุปลมณี หลวงพ่อชา สุภัทโท

กจิ วตั ร ๑๔

กิจวัตร ๑๔ คือระเบียบวิธปี ฏิบัตติ า่ งๆ ในชีวติ ประจำ� วนั ของพระ เปน็ เร่อื งท่ี
หลวงพอ่ สอนศษิ ยอ์ ยา่ งละเอยี ดถถี่ ว้ นตามแนวของหนงั สอื บพุ พสกิ ขาฯ ทา่ นเนน้ และ
ใหค้ วามสำ� คญั ต่อกจิ วัตรเหล่านเ้ี ปน็ อย่างย่งิ ซ่ึงไดย้ กกจิ วัตรบางอยา่ งมากล่าวไว้ใน
ที่น้ี ดงั นี้

อาจรยิ วัตร อุปัชฌายวัตร

เมอ่ื เขา้ มาขอนสิ ยั แลว้ ในระหวา่ งพระอปุ ชั ฌายห์ รอื อาจารยก์ บั ศษิ ยก์ พ็ งึ มหี นา้ ที่
ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ผเู้ ปน็ อาจารยใ์ หก้ ารอบรมสงั่ สอน ผเู้ ปน็ ศษิ ยก์ ต็ อ้ งคอยอปุ ฏั ฐาก
รับใช้ท่าน ปฏิบัติอุปัชฌายวัตร อาจริยวัตรให้สมกับการเป็นศิษย์ท่ีดี เรื่องการ
อปุ ัฏฐากน้ี หลวงพ่อได้อบรมเอาไว้ว่า

“ให้พากันเข้าใจทุกองค์ ผู้ปฏิบัติธรรมควรสนใจการท�ำกิจวัตร อาจริยวัตร
อุปัชฌายวัตร อันนี้ จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้�ำใจของพวกเราทั้งหลายให้เป็นกลุ่ม
เปน็ กอ้ น มคี วามสามคั คพี รอ้ มเพรยี งซงึ่ กนั และกนั เปน็ เหตใุ หพ้ วกเราไดท้ ำ� ความเคารพ
อนั เป็นมงคลในหมู่ของพวกเราทง้ั หลาย ซึ่งมมี าแต่ครงั้ พทุ ธกาลจนถงึ บัดน้”ี

หลวงพ่อสอนวิธีอปุ ฏั ฐากตอ่ พระอุปัชฌาย์อาจารย์อยา่ งพถิ พี ิถันแกศ่ ิษย์ ดังน้ี

การอปุ ฏั ฐากรบั ใชค้ รบู าอาจารย์ ถอื เปน็ โอกาสแหง่ การสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดี
ระหวา่ งผใู้ หญก่ บั ผนู้ อ้ ย ผเู้ ปน็ ศษิ ยก์ จ็ ะไดศ้ กึ ษาปฏปิ ทาของผเู้ ปน็ ครบู าอาจารยอ์ ยา่ ง
ใกลช้ ดิ มปี ญั หาข้อข้องใจอันใด กส็ ามารถเรียนถามท่านเปน็ สว่ นตัวได้ ส่วนครบู า
อาจารยก์ จ็ ะไดพ้ จิ ารณาจรติ นสิ ยั ของศษิ ยอ์ ยา่ งละเอยี ดชดั เจนยง่ิ ขนึ้ เพอ่ื เปน็ แนวทาง
ในการใหก้ ารอบรมสบื ไป

การทำ� หนา้ ทถี่ วายการอปุ ฏั ฐากรบั ใชท้ ด่ี นี น้ั ผเู้ ปน็ ศษิ ยต์ อ้ งถอื เอาความสบายกาย
สบายใจของครูบาอาจารย์ เป็นเสมอื นหน่ึงอารมณก์ รรมฐาน อยา่ ฝนื กระท�ำในสิง่ ที่

194

ขดั ใจทา่ น ตอ้ งเปน็ ผมู้ คี วามละเอยี ดรอบคอบ ชา่ งจดจำ� ชา่ งสงั เกต ในระหวา่ งทป่ี ฏบิ ตั ิ
อปุ ชั ฌายวตั ร อาจรยิ วตั ร ตอ้ งเพมิ่ ความระมดั ระวงั ในกริ ยิ ามารยาทใหม้ าก จะทำ� สงิ่ ใด
กข็ อโอกาสท่านกอ่ น อยา่ เดนิ ข้ามศรี ษะท่านไปมา ต้องคกุ เขา่ คลานไป หรอื มิเช่นนนั้
ก็กม้ นอ้ ยๆ เพ่ือมิให้เสยี กิรยิ าดังน้ี เปน็ ต้น

เริ่มต้ังแต่ครูบาอาจารย์ตื่นขึ้นจากจ�ำวัดตอนเช้าตรู่ ศิษย์ผู้ท�ำหน้าท่ีอุปัฏฐาก
จะเขา้ ไปถวายนำ�้ ลา้ งหนา้ ลา้ งตา ไมส้ ฟี นั แปรงสฟี นั ผา้ เชด็ หนา้ ผา้ สำ� หรบั ผลดั เปลยี่ น
อันมี สบง องั สะ สายประคตเอว จวี ร สงั ฆาฏิ ถา้ มีการสวดมนต์ทำ� วัตรเชา้ กต็ ้อง
น�ำย่ามของท่านและผ้าสังฆาฏิไปรอท่านอยู่ที่หอสวดมนต์ พร้อมทั้งปูลาดอาสนะ
เตรียมเอาไว้ด้วย หลังจากน้ันก่อนออกบิณฑบาตต้องจัดอาสนะฉัน เตรียมช้อน
แก้วน้ำ� กาน�้ำ กระโถน ผ้าเช็ดมือไว้ใหท้ า่ น เม่ือช่วยทา่ นห่มผ้าตอ้ งนำ� จีวรมาซอ้ น
ดว้ ยผา้ สังฆาฏิเสียก่อนจึงคอ่ ยหม่ ใหท้ ่าน ช่วยท่านกลดั รงั ดุม แลว้ นำ� บาตรของท่าน
ไปรอท่ีทางเข้าหมู่บ้าน เม่ือเสร็จกิจบิณฑบาต ก็น้อมตัวเข้าไปขอโอกาสรับบาตร
จากทา่ น แล้วรบี กลับมาวัดกอ่ น เพ่อื เตรยี มถวายการลา้ งเท้าเชด็ เทา้ พับผา้ สังฆาฏิ
รบั ประเคนบาตร เมื่อทา่ นฉนั เสรจ็ ก็เข้าไปถวายนำ�้ ลา้ งมือ ถวายไมส้ ีฟัน รบั เอาบาตร
กระโถน แก้วน้�ำ มาล้างใหส้ ะอาด เชด็ ให้แหง้ นำ� ออกผ่ึงแดดสกั ครหู่ นึ่ง แล้วเอาไป
เก็บดแู ลรกั ษาตามสมควรต่อไป

ในขณะท่ีครูบาอาจารย์ก�ำลังสนทนาธรรมอยู่กับญาติโยม ไม่ควรพูดสอดข้ึน
ไม่ควรพูดต่อเติม ถ้าท่านสนทนากับสตรีจ�ำเป็นต้องมีบุรุษผู้รู้ความนั่งฟังร่วมด้วย
พระหรือเณรผู้ถวายการอุปัฏฐากไม่ควรลุกไปที่อื่น และไม่เป็นการสมควรท่ีจะน�ำ
เรอื่ งมาเจรจากบั แขกของทา่ น ถา้ จำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งพดู จรงิ ๆ ควรขออนญุ าตจากทา่ นกอ่ น
ถ้าท่านมีกิจนิมนต์หรือยังมีธุระที่จะต้องไปท�ำ ควรเตือนให้ท่านทราบเสมือนเป็น
เลขานกุ ารประจำ� ตัว ในกรณีท่ีทา่ นอาพาธ ควรจดั เตรยี มเภสชั ให้ท่านฉัน นำ้� ร้อน
น้ำ� เยน็ นำ้� ปานะ ก็ให้เปน็ ไปตามอธั ยาศัยของท่าน เปดิ ปิดพัดลม ประตูหนา้ ต่าง
ควรขอโอกาสจากทา่ นกอ่ น ในขณะทที่ า่ นรบั แขกอยู่ ถา้ ทา่ นเหนด็ เหนอื่ ยมากกต็ อ้ งหา
อุบายใหท้ า่ นไดพ้ ักผ่อนโดยพยายามไมใ่ ห้เสียนำ้� ใจญาติโยม

195

เสนาสนะ กุฏิของท่านตอ้ งหมั่นดแู ลปดั กวาดเชด็ ถทู ุกวนั บรเิ วณกฏุ ิ ทางเดิน
จงกรม ทางเดนิ เขา้ ออก ควรกวาดใบไมอ้ ย่เู สมอ อยา่ ให้ดรู กตา นำ�้ ใช้นำ�้ ฉันควร
หมั่นตรวจตรา อยา่ ใหพ้ ร่องไปจากภาชนะเกนิ ควร ผา้ ห่ม ท่ีนอน หมอนม้งุ ควรเอา
ออกมาสลัดและผ่ึงแดดเป็นระยะ ถ้าส่วนไหนของกุฏิมีการช�ำรุด ควรรีบซ่อมแซม
แก้ไขโดยทนั ที ถา้ เหลอื วิสัยควรปรึกษาท่านเพอ่ื หาทางซอ่ มแซม หอ้ งน้�ำห้องสว้ มก็
เชน่ กนั ตอ้ งสะอาดและแหง้ อยเู่ สมอ อยา่ ใหม้ คี ราบไคลตามฝาผนงั ตามขอบตามมมุ
สบกู่ ็ดี ยาสีฟนั ก็ดี ถา้ จวนหมดต้องหาของใหม่มาเตรียมไวอ้ ยา่ ใหข้ าดมือ

ผ้าท่ีครูบาอาจารย์นุ่งห่มใช้สอยอยู่เป็นประจำ� คือ สบง จีวร สังฆาฏิ อังสะ
ผา้ อาบนำ้� ฝนเหลา่ น้ี อยใู่ นความดแู ลของพระผถู้ วายการอปุ ฏั ฐากทงั้ สนิ้ เมอื่ เอาออก
ตากหลังจากซักหรือย้อมแล้ว ถ้าน�้ำยังหยดไม่แห้งไปจากผ้า อย่าหลีกไปท่ีอื่น
ตอ้ งคอยดแู ลกลับผ้า มิฉะน้นั แล้ว ถ้าเกิดรอยเสน้ เชือกบนผา้ โดยเฉพาะผา้ ที่ยอ้ ม
ดว้ ยแกน่ ขนุน แสดงให้เหน็ ว่าพระอปุ ัฏฐากไม่ใส่ใจในหนา้ ท่ี ถา้ เห็นวา่ อากาศครึม้
ฟ้าคร้มึ ฝน ควรเอาผ้าตากในทีร่ ม่ เม่ือแห้งดีแลว้ กพ็ ับเก็บเข้าทีใ่ หเ้ รยี บร้อย อย่าได้
ทิง้ ไว้บนราวข้ามวนั ข้ามคืน

เวลาทค่ี รบู าอาจารยจ์ ะสรงนำ�้ มกั จะเปน็ เวลากอ่ นทำ� วตั รเยน็ หรอื หลงั จากฉนั นำ้�
ปานะเสรจ็ พระเณรผถู้ วายการอปุ ฏั ฐากตอ้ งเตรยี มผา้ สรงน้�ำ ผ้าเชด็ ตวั สบู่ ของใช้
จำ� เปน็ ไปรอทา่ นอยู่ ณ ทสี่ รงนำ�้ อาจจะเปน็ ในหอ้ งนำ้� หรอื ลานกลางแจง้ กไ็ ด้ ถา้ อากาศ
เยน็ หรอื ทา่ นมอี าการเจบ็ ปว่ ย ควรเตรยี มนำ้� รอ้ นนำ้� อนุ่ เอาไวด้ ว้ ย ครบู าอาจารยบ์ างทา่ น
อาจชอบนั่งเกา้ อีข้ ณะสรงน�ำ้ บางท่านอาจจะชอบยืน พระเณรผ้ปู ฏิบตั ิอุปัชฌายวตั ร
อาจริยวัตร ควรฉลาดในการสังเกตและจดจ�ำ บางท่านอาจจะชอบสรงน้�ำเอง
พระอุปัฏฐากเพยี งแต่คอยส่งผา้ ใหท้ ่านผลดั และซกั ผา้ ให้ทา่ นเท่าน้ัน บางทา่ นอาจ
ต้องการให้ช่วยฟอกสบู่ให้ท่ีหลัง ท่ีล�ำตัว ที่ขา ท่ีเท้า จากนั้นก็ขัดคราบเหง่ือไคล
และช�ำระลา้ งสบใู่ หส้ ะอาด ถวายการเช็ดตวั ใหแ้ หง้ นำ� ผ้าอาบน้�ำทซ่ี กั แลว้ ไปตากให้
เรยี บร้อย ถา้ มีการท�ำวตั รเย็นในวันนั้น ก็ให้นำ� ย่าม นำ� ผ้าสังฆาฏิของท่านไปทีห่ อ้ ง
สวดมนต์กอ่ น พรอ้ มทั้งปลู าดอาสนะเตรยี มไว้ดว้ ย

196

ก่อนท่ีท่านจะจ�ำวัด ต้องปูลาดเคร่ืองจ�ำวัดอันมีผ้าปูนอน หมอน ผ้าห่ม
นาฬิกาปลุก ไฟฉาย ในกรณีที่ยุงชุมอาจจะต้องกางกลด ในฤดูหนาวควรเตรียม
หมวกไหมพรม องั สะกันหนาว และถุงเทา้ เอาไว้ด้วย ถา้ พระเณรผอู้ ปุ ฏั ฐากมคี วาม
สามารถ อาจจะถวายการบีบนวด ขณะทท่ี า่ นก�ำลังจ�ำวดั อยกู่ ็ได้ เพือ่ เป็นการเอือ้ เฟ้ือ
ต่อร่างกายธาตุขันธ์ของท่าน ให้ได้รับการผ่อนคลายบ้าง หลังจากท่ีตรากตร�ำมา
ตลอดทั้งวัน ถ้าท่านไม่เหน็ดเหนื่อยมากนัก ศิษย์เราก็อาจจะได้มีโอกาสเรียนถาม
ปญั หาตา่ งๆ เปน็ การสว่ นตวั หรอื ทา่ นอาจเลา่ ประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั ธิ รรมทผ่ี า่ นๆ
มาใหฟ้ งั พอเปน็ เครอ่ื งเตอื นใจบา้ งกเ็ ปน็ ได้ แตถ่ า้ ทา่ นเพลยี มาก พระอปุ ฏั ฐากไมค่ วร
ทจี่ ะไปซกั ไซไ้ ลเ่ ลยี ง ควรใหโ้ อกาสทา่ นพกั ผอ่ น เมอ่ื ถงึ เวลาสมควรจงึ คอ่ ยขอตวั กลบั

พระอาจารยเ์ รอื งฤทธ์ิ ซงึ่ เคยอยกู่ บั หลวงพอ่ มานานพอสมควร ไดก้ ลา่ วถงึ การ
ถวายอุปัฏฐากหลวงพ่อ ในสมัยกอ่ นนน้ั ว่า มีการหมนุ เวียนให้พระเณรได้มีโอกาส
ปฏิบัตอิ ปุ ชั ฌายวัตร อาจริยวัตร เปน็ ระยะๆ

“หลวงพ่อจ�ำวัดประมาณตี ๓ เกือบทุกคืน ท่านพักผ่อนช่วงน้ีแล้วต่ืนตี ๕
ตน่ื ขนึ้ มากถ็ วายนำ้� อนุ่ นำ้� เยน็ ถวายไมส้ ฟี นั เมอื่ กอ่ นกถ็ วายนำ�้ ลา้ งหนา้ บว้ นปากเฉยๆ
ตอ่ มาในระยะหลังก็ขอฟนั ปลอมของท่านลา้ ง ซกั ผ้า นุ่งผ้า ทายา ปูทนี่ อน และอน่ื ๆ
ถา้ ทำ� เป็นทา่ นก็ให้ทำ� ถ้าทำ� เกง้ ๆ ก้างๆ ทา่ นก็รำ� คาญเหมอื นกัน บางทีไลต่ ะเพดิ เลย
เรอ่ื งเหลา่ นป้ี กตทิ า่ นไมอ่ ยากบอกทงั้ นน้ั เพราะเปน็ เรอื่ งสว่ นตวั ทา่ นไมเ่ คยบอกวา่ ตอ้ ง
ล้างฟนั ให้ผม ต้องเทกระโถนมูตรกระโถนคูถใหผ้ ม ต้องลา้ งเท้า ซักผา้ ตา่ งๆ ให้ผม
ท่านไม่เคยว่า แต่ถ้าลูกศิษย์คนใดมีศรัทธาปรารถนาจะอุปัฏฐากครูบาอาจารย์ตาม
สมควรแกว่ ัตร และคนน้นั พอเปน็ บ้าง ท่านก็อนุญาตใหท้ �ำ”

ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้เป็นลูกศิษย์ที่ต้องมีหน้าที่อุปัฏฐากดูแลครูบาอาจารย์เท่าน้ัน
เมอื่ ลกู ศษิ ยอ์ าพาธ ผเู้ ปน็ ครบู าอาจารยก์ ต็ อ้ งคอยเอาใจใสด่ แู ลเชน่ กนั และหลวงพอ่
กไ็ ดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องครบู าอาจารย์ ถกู ตอ้ งตามพระวนิ ยั ทกุ อยา่ ง ในการดแู ลลกู ศษิ ย์
ทอี่ าพาธ ดังท่ีท่านพระครบู รรพตวรกติ เคยเล่าให้ฟงั แลว้

197

เสนาสนะ
เสนาสนะคอื ทอ่ี ยอู่ าศยั ของพระภกิ ษสุ ามเณร ในวดั ปา่ ไมน่ ยิ มใหพ้ ระอยรู่ วมกนั
หลายรูป เพราะเป็นเหตุให้คลุกคลีเสียความวเิ วก กุฏปิ ลกู อยใู่ นราวปา่ เป็นเอกเทศ
เฉพาะองค์ อีกทงั้ โบสถ์วิหาร ศาลา หอฉนั ห้องนำ้� หอ้ งส้วม ซึ่งพระภิกษุสามเณร
ตอ้ งเอาใจใสด่ แู ล รกั ษาความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย หนา้ ทน่ี รี้ วมเรยี กวา่ เสนาสนวตั ร
หลวงพ่อเคยให้โอวาทเรื่องเสนาสนวัตรแบบเผ็ดร้อนถึงลูกถึงคนแก่พระเณร
ดังนี้

198

โอวาท – ส้วมไม่ลา้ ง ถามหาแตพ่ ระนพิ พาน

กจิ สว่ นใหญก่ ไ็ มม่ อี ะไรหรอก มที ย่ี งั คา้ งคาอยบู่ า้ งกค็ อื กจิ ทท่ี า่ นอาจารยเ์ ลยี่ ม
พาทำ� กิจของสงฆน์ ะ่ ทา่ นพาท�ำโรงยอ้ ม สงฆจ์ ะได้อาศัย จะไดม้ คี วามสบาย ถงึ เวลา
ทา่ นพาทำ� กไ็ ปชว่ ยกนั คนละไมค้ นละมอื อาจารยเ์ ลยี่ ม อาจารยช์ ู ฉนั จงั หนั เสรจ็ แลว้
กบ็ อกคนอนื่ เสรจ็ เรอื่ งโรงยอ้ มแลว้ กไ็ มม่ อี ะไรมากมาย ทนี ใี้ หพ้ ากนั ปฏบิ ตั กิ จิ ของเกา่
ข้อวัตรอันเก่าของเราขึ้นมาให้ได้ มิฉะนั้นจะเสียหายมาก โดยเฉพาะเสนาสนวัตร
แย่เอามากๆ

ค�ำวา่ เสนาสนวัตร จะรจู้ กั กันหรอื วา่ ไมร่ ู้จักกไ็ มร่ ู้ กฏุ ทิ ่ีเราอาศยั สว้ มท่เี ราใช้
อย่าเมินเฉย ชาวจงั หวัดต่างๆ เชน่ กรุงเทพฯ อยธุ ยา เขาฝากปัจจัยไว้บ�ำรงุ พวกเรา
บ้างก็ฝากมาทางไปรษณีย์ บ�ำรุงพระสงฆ์โรงครัว เราทุกคนเป็นนักบวชน่าคิดนะ
อยา่ ถอื โอกาสมาสรา้ งความเหน็ แกต่ วั ในวดั เสยี หายมาก ของใชแ้ ตล่ ะอยา่ งพจิ ารณา
ให้ดีไม่ใช่อน่ื ไกล ปัจจยั ๔ จีวร บณิ ฑบาต เสนาสนะ เภสชั เท่านแ้ี หละ ถา้ พวกเรา
ไม่เอาใจใส่ในส่ิงเหล่าน้ีแล้วจะไปไม่รอด โดยเฉพาะอย่างย่ิงเสนาสนะ กุฏิวิหารที่
พวกเราอย่แู ย่มาก จะมีคนอยหู่ รอื ไม่มีคนอยกู่ ็ดูเหมอื นพอๆ กนั ปลวกข้นึ ตามเสา
ก็ไมด่ ู เสียหายมาก ตงั้ แต่ผมกลับมา ไดไ้ ปส�ำรวจตรวจสอบดูแล้ว นา่ สลดสงั เวช
น่าสงสารญาติโยมที่เขามาสร้างมาท�ำให้พวกเราอยู่ เราก็ได้แต่เท่ียวสะพายบาตรหา
ส�ำนกั ปฏิบตั ิ แบกกลดหาที่ภาวนา แต่ไม่รู้จักกระทงั่ เสนาสนะ ไมร่ จู้ ักรักษากฏุ ิวหิ าร
ไมร่ ูจ้ กั รกั ษาจีวร เสยี หายมาก มันนา่ อายเขา

สมยั กอ่ นทางเขา้ ออกเสนาสนะ ผมทำ� จงกรมกน้ั ใครอยกู่ ฏุ ทิ างไหนกอ็ อกมาทางนน้ั
ถา้ กฏุ ขิ า้ งในซอ้ นกนั กม็ าทางตรง ออกกฏุ ใิ ครกฏุ มิ นั ไมไ่ ดอ้ อกรว่ มกนั นอกจากคนอยู่
ขา้ งหลงั ออกตรงไป ตรงมาจากกฏุ เิ ลย เพอื่ จะไดด้ แู ลทางเขา้ ออกของตนเอง เสนาสนะ
กส็ ะอาดเรียบรอ้ ยดี สมัยนีไ้ ม่เป็นอยา่ งนน้ั ใครตื่นสายก็วิ่งพล่านอยขู่ า้ งใน ไมก่ ล้า
ออกมาเพราะกลวั กลวั อะไรก็ไมร่ ู้

199

ผ้าที่ใช้ตามกุฏิต่างๆ บางช้ินก็ยังดีๆ อยู่เลย แต่ก็ท้ิงเสียแล้ว กระโถนเอา
ไปใช้แล้วกไ็ ม่เกบ็ ให้เรียบรอ้ ย บางแห่งก็เยยี่ วใสแ่ ลว้ กไ็ มเ่ ท มนั นา่ อุจาดเหลือเกิน
แม้ฆราวาสเองเขายังไม่ท�ำอย่างนั้น นักปฏิบัติเราของแค่นี้ยังท�ำไม่เป็น จะไปท�ำ
อย่างอื่นได้อย่างไร หัวส้วมเขาให้มายังใหม่อยู่แท้ๆ ไปท�ำเสียแล้ว ไม่รู้ว่าไม่ล้าง
หรอื ยังไง พวกหนู ตกุ๊ แกไปข้ีใสแ่ ล้ว พระเณรไปขี้ใส่รวมกนั ไปเลย ตกุ๊ แกไม่กวาด
พระเณรกไ็ มก่ วาด เลยพอกนั มนั ไมร่ ยู้ งั ไง มนั เปน็ อปุ กรณท์ ง้ั นน้ั นะ องคพ์ ระสารบี ตุ ร
ทา่ นไปบณิ ฑบาต เจอทสี่ กปรกรกรงุ รงั ทา่ นยงั เอาเทา้ กวาด ทอ่ี ยทู่ พ่ี กั ของพระปฏบิ ตั ิ
กับของคนธรรมดานะ่ มันตา่ งกนั ถ้ากุฏไิ มง่ ามรกรงุ รงั สารพัด จิตใจก็เป็นอย่างน้นั
ตอ่ ไปน้ีถ้าใครอยากร้วู ่า วิธกี วาดลานวดั ทำ� อย่างไร วธิ รี ักษากฏุ ทิ ำ� อย่างไร ให้ไปดู
ตัวอย่างทางเหนือทผี่ มสาธติ

วัดเราเป็นวัดป่า ถึงหน้าฝนใบไม้ก่ิงไม้หล่น ถึงเวลากวาด ก่อนจะกวาดให้
เกบ็ กง่ิ ไมห้ รอื เอาไมเ้ ขยี่ ทงิ้ ไปไกลๆ สกั ๕ วาโนน้ จงึ ลงมอื กวาดใหข้ อบทางสะอาดเตยี น
ทางที่เราเดินกับขอบทางให้เสมอกันเข้าไว้ เวลาฝนตกน�้ำจะได้ไหลบ่าเข้าไปในป่า
ตน้ ไม้จะไดง้ าม น่ีอะไรกวาดจนสองข้างทางลึกเปน็ ร่องนำ้� ขงั งัดขนึ้ ๆ จนรากไมล้ อย
ขน้ึ มาขวางก็ตดั ทิ้งแลว้ กเ็ ป็นสระน�้ำไปเลย ให้กวาดรมิ สงู ๆ ทสี่ มุ ไว้หลายปีแลว้ นนั้
ลงมาใส่ข้างทางไว้ ทางเข้าออกกุฏิก็เหมือนกัน ถ้าอยากรู้วิธีท�ำก็ให้ไปดูท่ีผมท�ำไว้
แลว้ พยายามท�ำให้เหมือนอย่างน้นั

การซ่อมแซมกุฏิวิหารก็เหมือนกัน ของไม่ควรซ่อมก็อย่าไปซ่อมให้มากนัก
กุฏิสงฆ์ของสงฆ์จัดให้อยู่ นึกจะท�ำอะไรก็ท�ำไปตามอ�ำเภอใจไม่ถูก ต้องขออนุมัติ
หรอื ปรึกษาครูบาอาจารย์ก่อน บางคนรู้เท่าไม่ถงึ การณค์ ดิ ว่าจะท�ำให้ดี ทำ� เขา้ จริงๆ
มนั น่าเกลียด ไมด่ ไี มง่ าม บางคนก็ไม่รอู้ ะไร ฝาไม้แข็ง เอาค้อนไปตอกไปตี ทำ� ให้
ฝาแตกหมด ก็ไม่รู้ว่าใครท�ำ ท�ำแล้วหนีไป คนใหม่จะไปอยู่ก็ดูน่าเกลียด ถ้าเรา
มักง่าย ทำ� ไดท้ �ำเอา กวาดได้กวาดเอา กฏุ ิท่ีทางของวดั เสยี หายหมด นมิ นต์เดนิ ไป
ทางเหนอื หน่อย ไปดูท่ผี มทำ� ไว้

200

ผู้ปฏิบัติเรา คิดดูให้ดีๆ ท่ีอยู่อาศัยท่ีหลับท่ีนอน ท่ีไหนก็ตาม ถ้าดูสะอาด
เรยี บรอ้ ยสวยงามกเ็ หมอื นกบั การปฏบิ ตั จิ ติ ใจ มนั มรี าคะมโี ทสะ กพ็ ยายามมงุ่ ตรงนน้ั
เพ่งตรงน้ัน ภาวนาตรงน้ัน ขัดเกลาตรงนั้น รู้จักไหม งามไม่งามเป็นอย่างไร
เลน่ ไมร่ จู้ กั งามไมง่ ามนแ่ี ยม่ าก ลำ� บากจรงิ ๆ นบั วนั แยล่ งๆ อายเขาบา้ งซี จงั หวดั ไหน
ประเทศไหนเขามาดู ท่ีอยู่อาศัยผู้ปฏิบัติเขาไม่ท�ำใหญ่หรอก ท�ำเล็กๆ แต่สะอาด
พระอริยเจ้าทัง้ หลายไปอยู่ทีล่ ุ่มกน็ ่าร่นื รมย์ ไปอย่ทู ด่ี อนกน็ ่ารน่ื รมย์ ฟังดูให้ดๆี ซิ
ทำ� ไมเปน็ อยา่ งนน้ั เพราะใจของทา่ นสะอาด ทา่ นไมเ่ อาตามใจตวั เอง แตเ่ อาตามธรรมะ
ใจทา่ นเป็นยังไงทา่ นกร็ ู้ มันเปน็ เรื่องยากอย่เู หมอื นกันนะ พาพระเณรไปกวาดบอก
ให้กวาดเขา้ ไปขา้ งใน กไ็ มท่ ำ� ตอ้ งใหร้ ้องตะโกนอยนู่ ั่นแล้ว ข้างในๆ ไมร่ จู้ ักข้างใน
หรอื ยังไงก็ไม่รู้ ถงึ ไมท่ ำ� มนั เป็นมาแตเ่ ดก็ ผมคิดไปหลายอย่าง สมัยเป็นเด็กเดิน
ไปตามบ้านผู้คน พอใครปวดอึ บอกให้ไปไกลๆ ไม่มีเสียล่ะ พ้นบ้านมาหน่อย
กเ็ อาแลว้ ทนี พี้ อเหมน็ กบ็ น่ เหมน็ กนั ทงั้ บา้ น นกี่ เ็ หมอื นกนั อกี อยา่ งกไ็ มร่ เู้ รอ่ื ง ทำ� ไม่
(ถึงที)่ สุดขดุ ไมถ่ ึง หรือว่าร้อู ยู่แตข่ เ้ี กียจมันจึงท�ำไม่เสร็จอย่างนี้ เรยี กวา่ ทำ� ไมเ่ สร็จ

การภาวนาก็เหมอื นกนั คนไมร่ จู้ รงิ ๆ พอบอกให้รแู้ ล้วเขากท็ ำ� ดี แตไ่ อ้ท่ีไมร่ ู้
บอกแลว้ กย็ ังไม่ทำ� คือคนมันจะไมท่ �ำ ให้ดสู ภาพว่าเรามาบวชน่ี การฝึกจติ คอื อะไร
ใหม้ นั ตา่ งจากพระเณรทไ่ี มไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ หรอื ตา่ งจากฆราวาสเขาหนอ่ ยซี ใหเ้ อาไปพจิ ารณา
ทกุ คน ไม่ใช่เรอ่ื งที่จะทำ� อะไรกันงา่ ยๆ อย่างนน้ั ให้พจิ ารณา ถามแต่เร่อื งปฏิบัติ
ถามแต่เรื่องจิตสงบ ถามหาพระนิพพานโน่น ทางเข้าออกกุฏิตัวเอง ทางไปส้วม
ยงั ไม่รู้จกั ท�ำความสะอาด ไม่ดีเอามากๆ อย่ไู ปกม็ แี ต่ทางเสอ่ื ม

เสนาสนวัตรท่ีท่านเทศน์ให้ฟัง คือวัตรที่ท�ำเสนาสนะให้สะอาด เสนาสนะ
นอกจากกฏุ แิ ลว้ ก็คอื หอ้ งส้วม กุฏิเลก็ ๆ ไมน่ า่ ปล่อยใหส้ กปรกรกรุงรัง ท�ำให้มัน
อยู่สบาย อย่างท่พี ระพทุ ธเจ้าทา่ นสอนน่ะ มองไปไหนไมร่ กหูรกตา

อ้าว! เณรน้อยองค์นั้นท�ำไมหาวแล้วยังหัวค่�ำอยู่เลย ปกติตอนนี้นอนแล้ว
หรอื ยงั ไง ดสู ปั หงกงกๆ ยงั กบั จะตายเอา มนั เปน็ ยงั ไง เวลาจะกนิ ขา้ วไมเ่ หน็ งว่ งเลย
มาฟงั เทศน์ละง่วงแลว้ ไมต่ ้ังอกตั้งใจฟงั จะไดอ้ ะไร จะดีข้นึ ไดอ้ ย่างไร

201

คนไม่ได้ปฏิบัติอยู่วัดก็รกวัด อยู่กับครูบาอาจารย์ก็รกครูบาอาจารย์ ยุ่งยาก
ล�ำบากหนักใจ มีกม็ ีใหม้ นั ดี ท่ีบวชน่ะท�ำเล่นๆ ได้เหรอ ท�ำใหส้ ุดขุดให้ถึง จะให้
มันดขี ึ้นมาเองเฉยๆ มันไม่ดีนะถา้ ไมป่ ฏิบัติ ชาวจงั หวัดตา่ งๆ เขาฝากเงินมาบ�ำรุง
โรงครวั บำ� รงุ พระเจา้ พระสงฆ์ พวกเรานขี่ แ้ี ล้วไม่ลา้ ง กุฏิไม่รจู้ กั กวาด มนั ยังไงกันนี่
ไม่รู้จักเก็บก�ำของควรเก็บรักษาก็ไม่รักษา มันท�ำให้คนเขาเสื่อมศรัทธา มุ้งกลด
อันไหนไม่ชอบใจท้ิง กระโถนเอาไปเย่ียวไว้ตรงไหนก็ท้ิงตรงน้ัน ถ้าเขามาเห็นเขา
ก็เส่ือมศรัทธา เขาจะท้อใจว่า เออ พวกเราล�ำบากยากจนแค่ไหน ก็อุตส่าห์หาผ้า
หาผอ่ นมาถวาย พวกท่านพากันสบายจะตาย ผ้ายังดๆี อยู่ ไม่ขาดเลยก็ท้งิ เสียแลว้
กระจดั กระจาย เขาก็หมดศรัทธา

ไมต่ อ้ งไปเทศนโ์ ปรด ไม่ต้องไปตะโกนมากหรอก เขามาเหน็ ท่ีอยอู่ าศยั สะอาด
สะอ้านสวยงาม เขาก็รู้แล้วว่าเป็นคนขยันคนรู้เร่ือง ไม่ต้องไปประจบประแจง
อยา่ งอ่นื หรอก น่นั แหละคอื เรอ่ื งประกาศพระศาสนาส่วนหน่งึ ละ่ เขาเหน็ เสนาสนะ
ท่ีอยู่อาศยั หอ้ งน้ำ� ห้องสว้ มเขากร็ ูแ้ ลว้

วัดบ้านกอ่ สมัยกอ่ น สร้างกฏุ ิขนึ้ แล้ว ซื้อกระโถนมาเป็นร้อย ทำ� บุญพระเวสที
เอามาบว้ นนำ�้ หมาก ทำ� บญุ มหาชาตบิ ญุ พระพทุ ธเจา้ ทเี ดยี วนะ พอเสรจ็ งานเอากระโถน
ไปแอบไวต้ ามมมุ ศาลา ร้อยใบ นำ�้ หมากเตม็ ท้ังร้อย ไม่มีการเท ผมเดนิ ไปดู โอ!
ถา้ อยา่ งนไี้ มช่ ว่ั ทำ� ยงั ไงอกี จงึ จะเรยี กวา่ ชว่ั ถา้ คนทำ� อยา่ งนไ้ี มช่ ว่ั จะมใี ครมาทำ� ชวั่ อกี
กนิ แลว้ ไมล่ า้ ง ถึงปีหนา้ เอาเสยี มมาขดุ ขหี้ มากแหง้ ออก บว้ นใส่อีก เสร็จแล้วจะกลบั
ก็เอาไปแอบไว้ แล้วเอาเสียมมาขุดอีก พอเห็นช่องว่าเป็นกระโถน วะ! อย่างน้ีก็
ตกนรกกันหมดแหละ จะไปไหนรอด มันใช้ไม่ได้ ไม่รู้จักดีชั่ว ส้ันยาว ผิดถูก
ตวั ขเี้ กยี จขค้ี รา้ น ตวั เปน็ หมากเ็ ลยไมร่ ู้ คดิ แตว่ า่ ตวั เปน็ พระเปน็ เณรอยสู่ บาย เหน็ ไหมละ่
คนแก่ๆ ผมหงอกๆ ยกขันข้าวใสบ่ าตรทกี ก็ ราบ ถวายอาหารกก็ ราบแลว้ กราบอีก
มองดตู วั เองบา้ งซี ไอน้ ลี่ ะทำ� ใหผ้ มหนจี ากวดั คนแกๆ่ เฒา่ ๆ เอาของถวาย กราบแลว้
กราบอกี ผมนกึ ๆ เรามีอะไรดีให้เขากราบนัก ไปไหนมาไหน คนเหน็ เขาก็ยกมือไหว้
เป็นอะไร มีอะไรให้เขากราบไหว้ คิดไปคิดมา อาย! อายคนท่ีเขาอุปัฏฐากเรา

202

มันไม่น่าเลย ถา้ ไมค่ ิดไมท่ �ำเสยี ตอนนจ้ี ะไปทำ� ตอนไหน ไดโ้ อกาสดีแล้ว แต่ไมท่ �ำ
กล็ องดไู มเ่ ชื่อผม คิดดูให้ดีๆ

ผมเคยเอาเรอ่ื งเจา้ คณุ นรฯ วดั เทพศริ นิ ทรฯ์ มาเทศนใ์ หฟ้ งั ทา่ นเปน็ มหาดเลก็
ตง้ั แตค่ รง้ั รัชกาลที่ ๖ หรอื ยังไงนแ่ี หละ พอรัชกาลที่ ๖ สวรรคต ท่านกอ็ อกบวช
บวชแลว้ ก็ไมเ่ คยไปธดุ งค์กับใครเขา อยวู่ ัดญาติโยมไปหาก็ไม่ลงไปตอ้ นรบั อยู่แต่
ขา้ งบนกบั หบี ศพเลน่ กบั ผตี าย ทา่ นไมต่ อ้ งไปธดุ งค์ แตท่ า่ นแนม่ าก พวกเราไปธดุ งค์
จนหนงั แตก ขน้ึ ภเู ขาลงทะเล ลงทะเลแลว้ กไ็ มร่ ไู้ ปไหนตอ่ ไหนอกี วนุ่ หาพระนพิ พาน
สอดหนา้ สอดหลงั ไปไหนกข็ ใ้ี สส่ ว้ มแลว้ ไมล่ า้ ง หาแตพ่ ระนพิ พานเหมอื นไมม่ หี มู ตี า
มันบอดหรือยังไง ผมละอัศจรรย์ เร่ืองมรรค ผล นิพพานมันเร่ืองลึกลับกว่านี้
ท่ีอยู่อาศัยของเรานี่ท�ำให้มันดีก่อน จะต้องให้บังคับกันทุกคนหรือยังไง ไม่ใช่คน
หวั ดอ้ื ไมน่ า่ จะตอ้ งใหส้ อนยากขนาดนนั้ คนรกั ษาแทบตาย คนเฉยกเ็ ฉยอยอู่ ยา่ งนนั้
ไม่ดู ไมเ่ อาใจใส่ ไมร่ ู้เร่อื งทำ� ยงั ไง

เรอ่ื งเสนาสนะเปน็ อยา่ งนี้ เสนาสนะ บิณฑบาต จวี ร การขบฉนั ไล่ไดช้ ่ัวคราว
ไล่ทีกบ็ ินหึ่งเหมอื นแมลงวันหวั เขยี ว แล้วก็กลับมาจบั ทเี่ ก่า ของเหลือฉันคนละชาม
สองชาม ไมร่ เู้ อาไปทำ� ไมนกั หนา กนิ ข้าวปั้นเดยี วก็อ่มิ แลว้ เอาไปพอสมควร น่ีเอา
ไปจนเหลือ ต้องเทรวมกันให้บูดเน่าทิ้งไปหมด ใส่รถขนไปสองรถสามรถ ผมว่า
มนั นา่ อาย ไมร่ จู้ กั ประมาณปากทอ้ งของตวั เอง อะไรพอฉนั ไดก้ เ็ อา ไมฉ่ นั กเ็ อาออกไป
จะเอาให้เหลอื ทำ� ไมต้ังมากมาย เหลอื จากเราฉนั นี่ ๓-๔ คน ยงั กนิ ไมห่ มด มนั ก็
เกินไป

คนไม่รู้จักประมาณจะไปรู้เรื่องการฝึกจิตของตัวเองได้ยังไง การน่ังสมาธิ
จิตมันวุ่นวายจะมีปัญญาสอนจิตตัวเองให้สงบได้อย่างไร ถ้าเราไม่รู้จักเร่ืองเหล่าน้ี
ไมร่ จู้ ักนอ้ ย มันแย่จรงิ ๆ ไมข้ นาดทตี่ วั เองจะแบกไปไหวกย็ งั ไมร่ ู้จัก จะแบกไม้ใหญ่
เกนิ ตวั จนตายทกุ ที ไมร่ ู้จกั ประมาณตวั เอง โภชเนมัตตญั ญตุ า ร้จู ักประมาณในการ
บริโภคอาหารแต่พอควร ชาครยิ านโุ ยค ประกอบความเพยี รไมเ่ หน็ แกน่ อนมากนกั
อนิ ทรยี ส์ งั วร สำ� รวม ตา หู จมกู ล้นิ กาย ใจ ไมย่ ินดยี นิ รา้ ย เหลา่ นีห้ นเี ข้าป่า

203

หมดแลว้ ซี คนไม่มีหู คนไม่มีตา คนไมม่ ปี าก มนั เปน็ เปรตอะไรกไ็ ม่รู้ ไมก่ วาดทอ่ี ยู่
เหน็ มแี ตไ่ กน่ น่ั แหละ กนิ แลว้ ขลี้ งเลย ไมร่ เู้ รอื่ ง ปฏบิ ตั ไิ ปๆ มนั เสอ่ื มไปๆ ไดอ้ าหารมา
กห็ าชอ้ นคใู่ หมเ่ พราะคเู่ กา่ มนั เลก็ ไป ดเู ปน็ หมเู ปน็ หมาเขา้ ทกุ ที เราตอ้ งรจู้ กั ประมาณ
ตัวเอง ดูตอนท�ำโบสถ์เอากาแฟมาเล้ียงกัน ผมได้ยินบางคนบ่น โอย! พอแล้วๆ
ผมจะอว้ กอยแู่ ลว้ มนั เปน็ คำ� พดู ทน่ี า่ เกลยี ดเหลอื เกนิ กนิ จนจะอว้ ก คนละ ๗-๘ แกว้
ยงั ไงกนั มนั เกนิ ไปแลว้ บวชมากนิ หรอื ยงั ไง แขง่ กนั นี่ ผมวา่ เปน็ บา้ แขง่ กนั กนิ เสรจ็
แล้วแก้วเรียงเป็นตับ กระติกเรียงเป็นแถว ไม่มีการล้างว่ะ กินแล้วไม่ล้างเห็นแต่
หมาแหละ ผมวา่ นะ ถ้าเป็นคนเป็นพระเณรกค็ งลา้ งกันไปแล้ว หนไี ปได้ยงั ไง เรอื่ ง
เหล่าน้ีมันสอ่ ใหเ้ หน็ ความเลวรา้ ยทุกอย่าง จะไปอยู่ทไ่ี หนก็แค่นน้ั ละ

ผมพูดให้คิด ดูดีๆ ว่าทุกวันนี้เราท�ำยังไง น่าจะมองตัวเองแล้วปรับปรุงกัน
บ้างไหม ท่านท่ีต้ังใจประพฤติปฏิบัติ ท่านทนอยู่ด้วยไม่ได้ ท่านก็หนีเท่านั้นเอง
อยู่ดว้ ยไม่ได้หรอก คนเหล่าน้ี สงฆเ์ หล่าน้ี คนไม่หนกี ็ไมย่ อมพดู อนั นก้ี ็เสียหาย
พระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ท่านไม่ได้เอาข้อประพฤติปฏิบัติไปด้วยนะ ของเก่าๆ
ทา่ นกท็ ้งิ ไว้ ไมต่ ้องพดู อนื่ ไกลใหม้ ากเร่อื ง พดู จากส่งิ ท่ีเห็นๆ กันอยนู่ ้แี หละ สิ่งทเี่ รา
ทำ� อยูน่ ่แี หละ รูจ้ ักชว่ ยกันสามัคคีกนั รจู้ ักชั่วดี

คารโว จะ นิวาโต จะ สันตฏุ ฐี จะ กตัญญุตา เรื่องเคารพเรื่องควรร้จู กั กนั
น่ีก็เหลือเกิน โดยมากถ้าผมอยู่ก็เกรงใจเฉพาะผมน่ีแหละ คนเราถ้าเป็นอย่างน้ัน
กไ็ ม่ดี ใครกลัวผมกไ็ มด่ ี ใหเ้ กรงพระพุทธเจ้าจงึ จะดี ถา้ กลัวครบู าอาจารย์แล้วถึง
ทำ� ดนี ะ่ ใชไ้ มไ่ ด้ ตอ้ งเกรงความผดิ เกรงธรรมะทพี่ ระพทุ ธเจา้ สอนไว้ เกรงอำ� นาจธรรม
เปน็ ทพ่ี งึ่ ของเรา

ท่านใหม้ ักน้อยสันโดษ สงั วรสำ� รวมระวัง อย่าไปภาวนาไกล ดใู กล้ๆ นแ่ี หละ
พวกชาวบา้ นทง้ั หลายเขาเหน็ วา่ พระเณรวดั หนองปา่ พงปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ สง่ ปจั จยั
เงินทองมาบ�ำรุงโรงครัว ก็กินอยู่อย่างนั้นแหละ บางครั้งผมคิดๆ ดูแล้วอายเขา
มนั ไมเ่ ปน็ ตามทค่ี ดิ ผมวา่ คนทไี่ มป่ ฏบิ ตั หิ รอกนะ คนทปี่ ฏบิ ตั ไิ มว่ า่ เหมอื นววั ๒ ตวั
ลากเกวยี นลำ� เดียวกัน ตัวทีฉ่ ลาดก็จะเข้าตรงต้นๆ แอก ปลอ่ ยใหอ้ กี ตัวดันยกั แย่

204

ยกั ยนั ตวั เองทอี่ ยตู่ น้ แอกไปทงั้ วนั กไ็ มเ่ หนอื่ ย ไปกไ็ ปพกั กพ็ กั ไดท้ ง้ั นนั้ เพราะไมไ่ ดด้ นั
ไมไ่ ด้ออกแรงอะไร เกวียนเลยมวี ัวลากตัวเดยี วเลยชา้ ไมพ่ รอ้ มกนั นไ่ี ดป้ ระโยชน์
จากการเอาเปรียบผู้อนื่

อา่ นบอ่ ยๆ คำ� ศพั ทข์ องมนั อา่ นเรอื่ ยๆ สปุ ฏปิ นั โน เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ดิ ี อชุ ปุ ฏปิ นั โน
เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ติ รง ญายปฏปิ นั โน เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั เิ พอ่ื ละเลกิ ไมห่ ลอกลวง สามจี ปิ ฏปิ นั โน
เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ชิ อบยง่ิ อนั นเี้ ปน็ คณุ ของพระสงฆ์ คณุ ของพระ คณุ ของเณร คณุ ของผา้ ขาว
คณุ ของผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ผมวา่ ออกปฏบิ ตั สิ บายคนแกล่ ะ คนแกม่ ากราบ หนา้ ขา้ วเมา่
ก็หวงไว้ ไปหลอกเขาเสียอีกวา่ ข้าวเกดิ ใหม่ๆ ทานแล้วจะได้บุญเยอะ พอมขี า้ วเม่า
กห็ วงเอาไว้ ลูกหลานจะกนิ ก็ไม่ได้ เก็บไว้ถวายพระเณรเพราะความเล่อื มใส มะมว่ ง
ในวันออกใหม่ๆ เด็กจะกินลูกโตก็ไม่ได้ บ่มสุกแล้วเก็บไว้ถวายพระเณรเสียก่อน
นพี่ ดู ถงึ ตวั ผมสมยั ทย่ี ังเดก็ นึกเกลียดโยมพอ่ โยมแมเ่ พราะแกนับถอื เล่อื มใส ไมร่ ู้
เลอ่ื มใสไดย้ งั ไง คนหนงึ่ อยวู่ ดั คนหนง่ึ อยบู่ า้ น ไมร่ คู้ วามเปน็ อยขู่ องกนั ผมเคยเหน็
เณรแอบกินข้าวเยน็ บ่อยๆ ไม่บาปอย่างน้ี แล้วอยา่ งไหนจะบาป พดู ไปต่างๆ นานา
ปฏบิ ตั ไิ ปตา่ งๆ นานา แลว้ ใหเ้ ขาเอาอาหารมาถวาย อยา่ งนม้ี นั เลยอเวจี ไปตกถงึ ไหน
ก็ไมร่ ู้ จะไดเ้ รือ่ งอะไร ใหพ้ ากนั คดิ ดูใหด้ ีๆ เรามาภาวนาเสียหายมาก เรื่องประกาศ
พระศาสนาไมใ่ ชเ่ รอ่ื งจะพดู ธรรมะอยา่ งเดยี ว เรอ่ื งปฏบิ ตั สิ นั โดษมกั นอ้ ย เรอ่ื งรกั ษา
เสนาสนะไมใ่ หส้ กปรกเปรอะเปอ้ื น นอ่ี ะไร เขา้ สว้ มทตี อ้ งแหงนหนา้ ขนึ้ ฟา้ สดู หายใจแรง
กไ็ ม่ได้เพราะเหมน็ จะเอายงั ไง ดแู ค่นก้ี ร็ ูแ้ ล้วละ ดูไม่ยากเลย

ลองทำ� ดซู ิ ใหว้ ดั ปา่ พงมนั ดี ทำ� ดกี ไ็ มใ่ ชท่ ำ� อะไรมาก ทำ� ตามสภาพของมนั รกั ษา
กฏุ ลิ านวัดดีๆ คนเข้ามาจะบรรลุธรรมเลยถา้ เห็นอยา่ งนี้ สลดสงั เวชทนั ที ไมเ่ หน็ ใจ
เขาหรอื ถา้ ไปเหน็ ภูเห็นถ้�ำแล้วสลดสังเวช ใจนอ้ มเขา้ เลยนะ น่คี วามเหน็ ถา้ เขา้ วดั
เห็นแตก่ ระดง้ ตากข้าวแห้ง มนั จะสลดยงั ไง ไปดพู ระเณรกง็ ั้นๆ กริ ยิ าท่าทางก็ง้นั ๆ
ไปดูส้วมก็เหมือนกัน ผมไปเมืองเหนือมา เห็นส้วมเขาท�ำเป็นแถวยาว ก็ท�ำให้
พระกรรมฐานนะ่ แหละ เขยี นวา่ ทางไปสขุ า ไปดจู รงิ ๆ มนั เปน็ ทกุ ขาหมด ขไี้ วไ้ มม่ นี ำ�้
ไมไ่ ดล้ า้ งสกั อนั สว้ มแถวหนงึ่ เลยเขา้ ใกลไ้ มไ่ ดร้ ก! เขา้ ไปมแี ตง่ ู นา่ สงสารคนทเี่ ขา้ มา

205

ทำ� ไวใ้ ห้ คนเยอะ จะปฏบิ ตั เิ อาอะไร ไปอยเู่ อาอะไรกไ็ มร่ ู้ เปน็ ทต่ี เิ ตยี นของนกั ปราชญ์
นักปราชญ์เขาฟังคนพูดเขารู้เลยแหละว่าอะไรเป็นอะไร ช�ำเลืองดูนิดเดียวก็รู้แล้ว
พดู ออกมาใครเหน็ แกต่ วั เขาก็รู้ สะสมกองกเิ ลสเขากร็ ู้ ส่ิงท่ีไม่เปน็ ธรรมไม่เปน็ วนิ ยั
พูดออกมาเขารู้ รู้ธรรมก็รู้แล้ว ไม่ใช่ดูยากเลย ถ้าเคยท�ำเคยปฏิบัติของพวกน้ีดู
ไม่ยากหรอก

ไมต่ อ้ งไปทำ� อยา่ งอน่ื หรอก ทำ� ของเกา่ ๆ นแี่ หละ ฟน้ื ฟขู องเกา่ ทมี่ นั เสอ่ื มไปแลว้
ขน้ึ มา ถา้ ปลอ่ ยใหเ้ สอ่ื มละ่ กเ็ สอ่ื มทกุ อยา่ ง ดงึ ไมข่ นึ้ ละ ทนี ใี้ หพ้ ากนั ตงั้ อกตงั้ ใจใหด้ ๆี
โดยเฉพาะอย่างย่ิงการประพฤติปฏิบัติ ไม่ว่าปฏิบัติข้างนอกหรือข้างใน อย่าไป
หลอกลวงมนษุ ย์ ใหส้ ามคั คกี นั ทำ� อะไรพรอ้ มเพรยี งทกุ องคท์ ง้ั พระทงั้ เณร ใหเ้ ดนิ ไป
ดทู ่ผี มทำ� เอาไว้ ผมทำ� มาหลายอาทติ ยแ์ ล้ว เณรองคห์ นงึ่ พระองค์หนง่ึ โยมคนหนึง่
ท�ำด้วยกนั ไปดซู ิว่ามันถกู ต้องงดงามไหม นค่ี ือแบบเก่าเคยท�ำมา รักษาเสนาสนะ
ส้วมเขา้ ไปเสรจ็ ธุระแล้วต้องกวาด เชด็ แต่ก่อนไมม่ ีสว้ มซึม สว้ มไมด่ อี ย่างนหี้ รอก
แตพ่ ระเณรดแี ละมไี มม่ าก เดยี๋ วนสี้ ว้ มดี แตค่ นใชไ้ มด่ ี เพราะฉะนน้ั มนั ไมป่ ระจวบกนั
สักทใี ห้พากันคดิ ใหด้ ๆี

จะไปหาทไ่ี หนอีกล่ะ ลองไปหาดซู ทิ ีจ่ ะมีศาสนา เมอื งฝรง่ั เหรอ ผมว่าพวกเรา
เกิดถกู ท่ีแล้ว แตเ่ สยี ท่งี านการของตวั เองไมด่ ูไม่ขยัน มันเสยี หายเอามากๆ งานจะดี
งามแคไ่ หนกด็ ไี ปไมไ่ ดห้ รอก ถา้ คนไมเ่ ปน็ เสยี หายหมด ใหน้ กึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ แลว้ ก็
นอ้ มดธู รรมะของพระองค์ มนั กเ็ หน็ พระพทุ ธเจา้ เทา่ นน้ั เอง จะไปดทู ไ่ี หนอกี ดธู รรมะ
ของท่านซี อา่ นดูซี ขอ้ ไหนมันบกพรอ่ งล่ะธรรมะของพระพทุ ธเจ้า เพง่ พินิจดธู รรมะ
ของพระพทุ ธเจา้ กเ็ หน็ ทา่ นเท่านั้น จะไปท�ำผิดท่ไี หนกไ็ ม่เปน็ ไร เพราะพระพทุ ธเจ้า
ไมเ่ หน็ อยา่ งนนั้ หรอื คนอะไรยงั งน้ั ไมพ่ จิ ารณาตวั เอง มแี ตค่ วามเกยี จครา้ นจะปฏบิ ตั ิ
ไดย้ งั ไง อะไรจะมาเทา่ กเิ ลส ไหวพรบิ ของมนั มองไมเ่ หน็ งา่ ยๆ นะ เปน็ วปิ สั สนาทไ่ี หน
มันก็เปน็ วิปสั สนูทีน่ น่ั ไมใ่ ช่ไมม่ ใี ครทกั ท้วงก็อยูส่ บายกินสบายไปเรื่อยๆ คิดใหด้ ๆี

ชีวติ เราถา้ หากเราตง้ั ใจปฏิบตั ิ ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะไปไหนเสีย เราไม่ใช่
คนหูเสียตาบอด หูหนวก เป็นใบ้บ้า คนดีๆ มาปฏิบัติ มันจะไปไหนพ้นถ้าท�ำ

206

มาอาศัยความเกยี จคร้านบา้ ง ประมาทบ้าง มันจะเป็นยงั ไง ถ้ายงั เปน็ คนเหมือนเดิม
กย็ งั ดนี ะ กลวั วา่ มนั จะยง่ิ ซำ้� รา้ ยเขา้ กวา่ เดมิ นะ่ ซี ใหพ้ จิ ารณาจงหนกั ถามปญั หาตวั เอง
ดซู วี า่ เรามานี่เพือ่ อะไร มาท�ำอะไร โกนผมทิง้ ครองผ้าเหลืองๆ อยา่ งนีเ้ พือ่ อะไร
ถามดซู ี มาหากิน มานอน มาประมาทอยา่ งน้ันหรอื ทำ� ไมไมอ่ ยบู่ า้ น ของพวกนัน้
มนั ทำ� เปน็ อยแู่ ลว้ ทำ� งานกบั ววั ควาย ใครๆ กท็ ำ� เปน็ จะมาประมาทมวั เมาอยอู่ ยา่ งนนั้
มันก็ไม่เปน็ พระเป็นเณรเท่านั้นเอง

ดงึ ขน้ึ จติ ใจของตวั เอง อยา่ งว่ ง อยา่ เหงา อยา่ โศก ขนึ้ ปฏบิ ตั ใิ หไ้ ด้ จะเมอื่ ไหร่
รไู้ หมล่ะ เณรน้อยก็ตายเปน็ เหมอื นกันนะ ไม่ใช่ตายเฉพาะหลวงพ่อนะ ปะขาวดว้ ย
ตายทั้งนั้นละ จะเหลืออะไรถ้าความตายมาถึง จะลองดูไหมล่ะ ดูซิว่าพรุ่งน้ีจะท�ำ
ไอ้นั่นไอ้นี่ เกิดคืนน้ีตายไปเสียจะท�ำยังไง ไม่รู้จักประมาณตัวเอง กิจวัตรมีด้าน
ความพากเพียร กิจของสงฆ์อย่าให้ขาด งานของสงฆ์สวดมนต์ท�ำวัตรอย่าให้ขาด
งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่เสยี ทำ� การท�ำงาน จะเขียนหนังสือรดนำ้� ตน้ ไม้ หรอื
ทำ� เรอื กสวนไรน่ ากไ็ ดท้ ง้ั นนั้ การกระทำ� นะ่ แหละคอื การปฏบิ ตั ิ อยา่ ไปเชอื่ กเิ ลสตณั หา
มนั พาใหค้ นเสยี มานกั แลว้ ถา้ เชอ่ื กเิ ลสมนั จะเอาดไี มไ่ ด้ ลองดซู ิ ถา้ ปลอ่ ยเลยตามเลย
มันต้องติดยาเสพติด เฮโรอีนกินกัญชาไปโน่น มันช่ัวถึงยังงั้น แต่คนมันก็มอง
ไมเ่ หน็ พระนิพพานจะไปไหนเสยี ถา้ ท�ำจรงิ จะมานอนคอยเอาไดย้ งั ไง มีใครนอน
อยู่เฉยๆ แลว้ ได้ดิบไดด้ บี า้ ง ดตู ัวเองผดิ ตรงไหนรีบแกไ้ ข ท�ำไมถ่ กู ก็ท�ำเสียใหม่ให้
ถูกต้อง สืบสวนคน้ ควา้ เขา้ ฟัง! มันถึงจะได้ดีถา้ ฟงั ธรรมแลว้ งว่ งอย่างน้ี ยมบาล
กจ็ บั แขนลงนรกเทา่ นนั้ แหละ พอขน้ึ นะโม ตัสสะ ก็สัปหงกงกๆ ไมอ่ ายหรอื ยงั ไง
กนิ ขา้ วไมง่ ว่ ง ฟงั เทศนแ์ ลว้ งว่ ง ไมอ่ ายโยมเขาบา้ งหรอื หวิ มาจากไหนนกั หนาเปน็ เปรต
เปน็ ผมี าจากไหน หมาไดก้ นิ ขา้ วมนั รจู้ กั เหา่ นเี่ อาแตง่ ว่ งเหงาหาวนอนไมไ่ ดเ้ รอื่ ง ทำ� ไม
ไมต่ ง้ั ใจคดิ ใหด้ ๆี คนฟงั เทศนแ์ ลว้ งว่ งนอนกค็ ดิ อยแู่ ตว่ า่ เมอื่ ไรจะเลกิ เทศนเ์ สยี ทนี อ้
เหมอื นกันเลย กบั อนุศาสนาจารยอ์ บรมทหาร พออนศุ าสนาจารยเ์ ริม่ พดู ทหารก็
คอตกลง ตกลง โอย! เมือ่ ไรจะเลิกเสยี ที มนั จะบรรลุธรรมะไดย้ ังไง แคนไมด่ ัง
หมอลำ� ก็ล�ำไม่ออก กไ็ ม่ได้เร่อื งเท่านั้นเอง

207

อปริหานยิ ธรรม ๗

๑. หม่ันประชุมกนั เนอื งนติ ย์
๒. พรอ้ มเพรยี งกนั ประชมุ พรอ้ มเพรยี งกนั เลกิ ประชมุ พรอ้ มเพรยี งกนั

ทำ� กิจสงฆท์ ีจ่ ะต้องทำ�
๓. ไม่บัญญัตสิ ง่ิ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ไม่ทรงบัญญัติ ไม่ล้มล้างสิ่งทพี่ ระองค์

ทรงบัญญัติ ให้สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบทท้ังหลายตามที่
พระองคบ์ ญั ญัตไิ ว้
๔. ภกิ ษเุ หลา่ ใดเป็นผใู้ หญ่ เปน็ สงั ฆบิดร เป็นสงั ฆปรณิ ายก เคารพ
นบั ถือภกิ ษเุ หลา่ น้ัน เห็นถอ้ ยค�ำของทา่ นว่า เปน็ สง่ิ อนั ควรรบั ฟงั
๕. ไมล่ อุ ำ� นาจตัณหา คอื ความอยากท่เี กิดข้ึน
๖. ยินดใี นเสนาสนะปา่
๗. ตง้ั สตริ ะลกึ ไวใ้ นใจวา่ เพอ่ื นพรหมจารที ง้ั หลายผมู้ ศี ลี ดงี าม ซง่ึ ยงั
ไม่มาขอให้มา ทมี่ าแลว้ ขอให้อยูเ่ ป็นสุข
ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย อปรหิ านยิ ธรรม ๗ ประการนี้ จกั ตง้ั อยใู่ นภกิ ษุ
ท้ังหลายและภกิ ษุทั้งหลายจกั ปรากฏในอปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้
เพียงใด ภิกษุท้ังหลายพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความ
เสือ่ มเลย

208

อนั นีก้ ็เหมือนกนั ครบู าอาจารยอ์ บรมส่ังสอน เรากม็ ีจติ ใจตั้งขนึ้ มาทจ่ี ะท�ำตาม
อยา่ งนที้ า่ นกม็ กี ำ� ลงั ใจ ไอท้ ใ่ี สป่ ยุ๋ อะไรกแ็ ลว้ ยงั เหย่ี วเฉาอยอู่ ยา่ งนนั้ มนั กแ็ ยน่ ะ ไมม่ ี
ชนื่ บานขน้ึ มาเลย มนั กห็ มดกำ� ลงั ใจ ไมร่ จู้ ะทำ� ไปทำ� ไม คดิ ดๆี กอ่ นจะกนิ ขา้ ว วนั พระ
ถ้าวันไหนง่วงเหงาหาวนอนวันน้ันอย่าให้มันกิน ให้คนอ่ืนเขากินเสีย อย่างน้ีถ้าไป
ฟังธรรมแล้วยังง่วงอยู่อีกละก็ ผมยอมให้เฆี่ยนได้ยินไหม ให้แก้ล�ำมันอย่างน้ัน
อยา่ กนิ ถา้ จะชว่ั อยา่ งน้ี วันนี้ข้าจะฟังธรรมแกไม่ตอ้ งกิน ใหบ้ อกมนั อยา่ งนนั้ ปล่อย
ให้ท้องมันว่างอยู่อย่างน้ันละก็มันสงบดีนักละ น่ันแหละหนทางปฏิบัติ ไอ้นี่นั่งซึม
กระทือไม่รู้ทางไหนเป็นทศิ ใต้ทศิ เหนอื ยังกบั คนบา้ อยา่ งน้บี วชจนตายก็ไมไ่ ด้อะไร
ไมร่ ้เู ร่อื ง ดใู หม้ นั ดๆี ปฏิบัตยิ ังไงถึงจะเรียกว่าปฏบิ ตั ดิ ี ดซู ิ คนจากที่อ่ืนประเทศอน่ื
เขาพากนั มาดตู วั อยา่ งการปฏบิ ตั ขิ องวดั ปา่ พง เขามาอบรมมาฟงั ธรรม เขาพากนั ปฏบิ ตั ิ
ก็เป็นประโยชน์ของเขา ประโยชนต์ นประโยชน์คนอน่ื มันอาศัยซึ่งกันและกัน ไมใ่ ช่
จะใหท้ ำ� อวดเขา แตท่ ำ� เพอื่ ประโยชนข์ องเราเองดว้ ย เขามาเหน็ พระเณรปฏบิ ตั ดิ เี ขาก็
เล่ือมใส ถ้าเขามาเห็นพระเณรเหมือนลิงเขาจะคิดยังไง จะให้ชาวโลกเขาหวังจาก
ใครอีก

เรอื่ งประกาศพระศาสนาไมต่ อ้ งทำ� อะไรมากหรอก พระสาวกบางองคท์ า่ นไมต่ อ้ ง
พดู อะไรมาก ไปบณิ ฑบาตสงบเสง่ยี ม ไมเ่ ร็วไม่ช้า ผา้ สไี มฉ่ ดู ฉาด เดินเหนิ กา้ วหน้า
ถอยหลงั กร็ จู้ กั ประมาณ ไมว่ อกแวก พระสารบี ตุ รเหน็ เขา้ กเ็ ลอื่ มใส สมณะรปู นไ้ี มเ่ คยเหน็
เขา้ ไปทักขอฟงั ธรรม ถามถงึ ครูบาอาจารย์ ทา่ นตอบวา่ พระโคดมเปน็ อาจารย์

ท่านสอนอย่างไรถึงได้ปฏบิ ตั อิ ยา่ งน้ี

ทา่ นไม่ไดส้ อนอะไรมาก สอนวา่ ธรรมเกิดแตเ่ หตุเทา่ นั้นเอง จะดับ กด็ ับทเ่ี หตุ
มันก่อน

โอ! เทา่ นั้นละ พอแล้วๆ เข้าใจแล้ว เท่านนั้ แหละบรรลธุ รรมะ

พวกเราเวลาออกบณิ ฑบาตก็ยงั กับคนหาปลา โหวกเหวกมาแตไ่ กล ผมเคยได้
ยนิ นะ เวลาคนไปหาปลา ถา้ คนถาม เหน็ พระมาแถวนไี้ หม บอก ไมเ่ หน็ หรอก เหน็ แตค่ น
หาปลาคุยกนั โหวกเหวกๆ ไมร่ ู้อะไร คดิ แตเ่ ร่ืองไม่เขา้ เรอื่ ง ไปบณิ ฑบาตแต่ละครั้ง

209

กลบั มากไ็ ด้ธรรมะหลายอยา่ ง น่งั ฉันจงั หนั อยนู่ ก่ี ็เหมือนกัน มนั มคี วามรสู้ กึ เกิดขน้ึ
หลายอยา่ ง ถา้ สังวรสำ� รวมอยู่ มันต้องรู้เห็น ไมใ่ ชต่ ้องไปนั่งสมาธิขาขวาทบั ขาซา้ ย
แลว้ มนั จงึ จะเกดิ ขน้ึ มาหรอก อยเู่ ฉยๆ ธรรมดานแี้ หละ มนั กบ็ รรลธุ รรมะได้ จะวา่ ยงั ไง
เหมอื นถา่ นไฟทไ่ี มด่ บั ทง้ิ ไวก้ ร็ อ้ น มาจบั ดทู ไี รกร็ อ้ นอยอู่ ยา่ งนน้ั สตมิ นั ตน่ื ตวั อยา่ งนน้ั
มันรู้จักตวั เองอย่อู ย่างน้ัน มนั จะหลงไปไหน เพ่งมันอยอู่ ยา่ งนน้ั แต่ไม่ใช่เบง่ิ ตาคา้ ง
เหมือนคนบ้าละ่ ค�ำวา่ เพง่ ไมใ่ ชไ่ ปเพง่ จ้องตาเปง๋ จิตใจของเรานะ่ ตามสะกดรอย
ความรูส้ กึ อยเู่ สมอ ทำ� ใหม้ ากเพ่งให้มากเจริญให้มาก น่ันแหละคือความเจรญิ

คำ� วา่ เพง่ ใหม้ าก ทำ� ใหม้ าก เจรญิ ใหม้ าก กไ็ มร่ เู้ รอ่ื ง วา่ ทำ� ยงั ไงคอื เพง่ จติ รเู้ รอ่ื ง
จติ ของตัวเองว่าเปน็ ยงั ไง จติ เกดิ ราคะโทสะ มนั เป็นยังไงใหร้ ูเ้ รอื่ งของมนั เราปฏบิ ัติ
มาก็เท่ากับเด็กคนหนึ่งก�ำลังคลาน เราเป็นพ่อเป็นพ่ีก็ปล่อยมันไว้ พ่อคือตัวผู้รู้
เดก็ คือจิต มนั ไม่รเู้ ร่ืองอะไร ปลอ่ ยไว้ มนั กไ็ ปไหนๆ ตามเร่ืองตามราว ผู้รู้คอื พ่อแม่
ต้องคอยดู มันจะตกหลุมตกบ่อเข้าป่าเป็นอันตรายก็รู้ น่ีคือผู้รู้ ผู้รู้แจ้ง ผู้สว่าง
จิตของเรามันไม่รู้เร่ือง จิตไม่ได้ฝึกมันก็รู้เหมือนเด็ก รู้กิเลสตัณหามันไม่เอาไหน
รู้วา่ เราเอาเปรยี บคนอน่ื กินไดม้ ากกวา่ คนอนื่ ยกของกต็ ้องยกทางเบาๆ ใหค้ นอื่น
ยกที่หนักๆ ได้มากกว่าคนอื่น นั่นมันรู้แบบบ้าๆ คนเห็นแก่ตัว มันรู้อย่างน้ัน
แจง้ ก็เป็นมดื พระเณรของเรากม็ ักจะร้แู บบนนั้ เสยี ดว้ ย ตรงไหนหนักก็เลอ่ื นหนีละ่
ไปเอาทเ่ี บาๆ มนั รู้อย่างนัน้ เราปฏบิ ัติจติ เหมอื นพอ่ แม่ดลู กู ชายลูกสาว ปล่อยไปมัน
จะไปจับไฟ มันจะไปตกบ่อตกน้�ำ จะเป็นอันตรายก็รู้ ใครจะรักลูกเหมือนพ่อแม่
เมื่อรักก็เฝ้าอยู่เสมอ ท�ำอยู่เสมอในใจ เจริญอยู่เสมอในใจ คือไม่ปล่อยปละลูก
ไมใ่ ชไ่ ปเพง่ ดกู น้ ดตู าลกู ลกู คอื เดก็ ๆ มนั ไมร่ เู้ รอื่ ง พอ่ แมก่ ค็ อยเฝา้ ดู เฝา้ ดจู ติ สะกดรอย
ตามเดก็ มันจะไปตกบอ่ กไ็ ปจับอ้มุ คืนมาไวท้ ไี่ กลอันตราย ท�ำงานไปอกี แต่ก็เพ่งอยู่
รอู้ ยู่ ทำ� อยู่ เจริญอยู่ เวลาเข้าไปใกล้บอ่ น�้ำอีกก็เข้าไปจบั มนั มาวางไว้ไกลๆ ยกจติ
ตวั เองกเ็ ช่นกนั ไมอ่ ยา่ งนั้นจะมพี ระพทุ ธเจ้ามารักษาอยูไ่ ดย้ งั ไง พุทโธ ผรู้ ูผ้ ้ตู ื่นแลว้
ก็เบิกบาน รู้อย่างเด็กน้อยมันจะรู้ต่ืนจะเบิกบานยังไง มีแต่จะจับไฟเข้าน่ะซี รู้จิต
ไม่ได้ฝกึ จะฉลาดยังไง รู้ทางโลกนะ่ รมู้ ีไหวพริบ ทำ� ผิดกป็ กปดิ ท�ำสงิ่ ท่เี ป็นโทษก็
ไมใ่ หม้ ีโทษ อย่างนน้ั น่ะ ทางโลกเขาวา่ ดี แตท่ างพระพุทธเจ้าท่านไม่ไดเ้ อาอยา่ งนนั้

210

จะไปดูอ่ืนไกลท�ำไม ดูใกล้ๆ แค่น้ี ดูจิตของตัวเอง ความรู้สึกน้ีเกิดขึ้นมา
มนั เปน็ อกศุ ล จิตน้ีเกิดขึน้ มาเปน็ กุศล สง่ิ ทเี่ ป็นอกุศลกร็ ู้จกั ส่งิ ไมเ่ ปน็ อกศุ ลก็รจู้ ัก
สงิ่ เปน็ อกศุ ลกค็ วรละ สง่ิ เปน็ กศุ ลกค็ วรปฏบิ ตั ิ ตอ้ งอยา่ งนน้ั จงึ จะพากนั รจู้ กั มนั เกดิ
จากการรกั ษาการปฏิบัติ อย่างเช่น เสนาสนะ พอระฆงั เป๋ง รบี ลกุ ขึน้ มาปิดประตู
หน้าต่างทันที เรียบร้อยแล้วก็มาท�ำวัตร ท�ำกิจกับหมู่คณะ น่ีอะไรลุกข้ึนมาได้ก็
พรวดพราดมาเลย ประตูหนา้ ตา่ งไม่ปิด ผา้ ตากไวก้ ไ็ มเ่ กบ็ พอฝนตกฟ้าร้องก็วิง่ ละ
ทีนี้ คนมนั ไม่เตรยี มพร้อมไม่รู้เรอ่ื ง จะไปไหนมาไหนปิดประตหู น้าตา่ ง จวี รตากไวก้ ็
เก็บเรยี บร้อยกอ่ น อยา่ งน้ีไมค่ ่อยเหน็ ใครท�ำ ผา้ อาบน�้ำ อาบเสร็จแลว้ ถือไปตากที่
กุฏิโน่น หน้าฝนกต็ ากไว้ใต้ถนุ กฏุ ิ อย่ามีหลายผืนนัก แบกมาย้อมทีสูงทว่ มหวั แนะ่
จะเอาไปเผาอะไรก็ไม่รู้ มมี ากมนั กย็ ่งุ ยาก จวี รผืนหนึ่งกับสงั ฆาก็พอแล้ว สบงอกี
สักผืนสองผืน ไอ้น่ีไม่รู้อะไรต่ออะไรยุ่งไปหมด เวลาซักผ้าย้อมผ้าก็คอยไปทีหลัง
คนอืน่ เขาต้มเอาไว้แลว้ ไปตักมาย้อมสบาย ซักเสรจ็ รบี หนีไปเสยี ยงั งั้น คนเขาจะฆา่
เอานะ่ รเู้ รอ่ื งหรอื เปลา่ เวลาคนอนื่ เขาตม้ นะไมเ่ หน็ หนา้ หรอก นา่ เกลยี ดจรงิ ๆ ยอ้ มผา้
ชนิ้ สองชนิ้ แคน่ น้ั แหละไมน่ า่ จะมอี ะไรยงุ่ ยาก แตเ่ สยี งฟนั แกน่ ขนนุ ตงึ ๆ อยา่ งกบั ตดั ไม้
ในป่ามาท�ำเสาบ้าน ไม่รู้จักประหยัด ย้อมครั้งสองครั้งทิ้งแล้ว จะเอาไม้ท่ีไหนมา
หวาดไหว ทีน้กี ็บม่ บาตรละซิ อะไรๆ ก็เอามาบ่มสุมๆ เข้าไป แตกกท็ ิ้ง สุมไวท้ โี่ คน
ต้นมะม่วงเปน็ กอง ทำ� ไมทำ� ยังงั้น ทำ� ไมเ่ ปน็ กม็ าถามซิ บ่มบาตรทำ� ยงั ไง กราบเรียน
ถามครบู าอาจารย์ ปรกึ ษาทา่ นซี ไมร่ เู้ ร่อื งก็ทำ� ไปตามประสา พอบาตรแตกก็ขอใหม่
ละซิทีนี้ ท�ำยงั งน้ั ได้ยงั ไง มีแต่เรื่องผิดเรื่องบาปทงั้ นัน้

ต้นไม้ในวัดนี่ให้สงวนรักษาให้มากที่สุด อย่าไปก่อไฟใกล้ๆ ให้ลวกก่ิงไม้
ใบไมเ้ ดด็ ขาด หนา้ หนาวโยมเขาจะก่อไฟผงิ ผมยังไมใ่ ห้ท�ำ แตเ่ ขากอ็ ุตส่าห์ท�ำเข้า
ครง้ั หนงึ่ จนได้ กอ่ ไฟในวดั หมดั ไดก้ ระโดดเกาะหวั เทา่ นน้ั เอง แถมฝนุ่ สะเกด็ ไฟปลวิ
ไปทั่วสกปรกมาก เหน็ แตพ่ วกหาปลาเทา่ นัน้ แหละท่ีท�ำอยา่ งนี้ กลอ่ งแฟ้บ กล่องสบู่
กระปอ๋ งนม ก็ทงิ้ กระจดั กระจายยังกบั โรงฆ่าสัตว์ ไมใ่ ชว่ ัดทีค่ นเขาจะมากราบไหว้
ผมไปดๆู แลว้ มันไม่เปน็ มงคล จะทิง้ ก็เกบ็ ให้เปน็ ทีเ่ ป็นทาง คนเขาจะไดเ้ อาไปเผา
นี่อะไรพอพ้นกุฏิตัวเองก็เหวี่ยงกระจัดกระจายเรี่ยราด นั่นมันฆราวาสเขาท�ำกัน

211

เราเป็นพระผู้ประพฤติปฏิบัติ ท�ำให้งามหน่อย งามในเบ้ืองต้น งามในท่ามกลาง
งามในที่สุด ให้งามเหมือนพระพุทธเจ้าที่ท่านสอนเราน่ะ มีแต่เรื่องละกิเลสท้ังนั้น
แล้วเรามาสะสมกเิ ลสมันก็ไปคนละทางเท่านั้นเอง ท่านเอาออก เราเอาเขา้ มนั ก็บ้า
เทา่ นนั้ เอง

นี่ไม่ใช่อะไรหรอก เป็นเพราะเราไม่หม่ันพิจารณาให้มันชัดเจนเข้าไปนั่นเอง
พิจารณาความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย จนถึงขนาดท่วี า่ นอนหลบั อยตู่ นื่ ขนึ้ มาตัวสนั่ แหละ
มนั จงึ จะใชไ้ ด้ ใหม้ นั รวู้ า่ ตายไมเ่ ลอื กเวลานนี่ า พรงุ่ นต้ี ายกไ็ ด้ วนั นต้ี ายกไ็ ด้ อยา่ งนนั้
กอ็ ยู่เฉยไมไ่ ด้แล้ว ลกุ ขึน้ มาเดินจงกรมเทา่ นั้นเอง กลัวตายนี่จะทำ� ยังไง ตอ้ งใหม้ นั
ไดอ้ ยา่ งนน้ั นม่ี นั ไมอ่ ยา่ งนนั้ เพราะไมเ่ อาความตายเปน็ อารมณ์ อกี หนอ่ ยระฆงั ในวดั
ก็จะไมด่ งั เท่านัน้ เอง เงยี บกรบิ เลย ระฆังในวัดกจ็ ะสน้ิ เสียง

ตรี ะฆงั ทำ� วตั รกเ็ หมอื นกนั ถา้ ไมก่ ระหนำ่� หลายๆ ครง้ั จะมคี นไปซกั คนหรอื เปลา่
ยงั ไมร่ ู้ ไมร่ ทู้ า่ นจะทำ� วตั รกนั เวลาไหน ตน่ื กส็ าย ตน่ื ขนึ้ ควา้ บาตรไดก้ ว็ งิ่ ตก๊ั ๆ ละซที นี ้ี
บิณฑบาตเอามันใกล้ๆ แถวน้ีละ อย่างบ้านกลางนี่ ใครนึกจะไปบิณฑบาตมากิน
ตอนไหนก็ไป ต่ืนสายก็ไปทีหลัง ตื่นเช้าก็ไปเอามาก่อน ไม่กลัวคนเขาว่าเอาหรือ
พระอะไรน่ี บิณฑบาตไม่เลกิ ซกั ที มนั พระเป็นบา้ น่ะซี ใครเขาจะหาของใสบ่ าตรได้
หวาดไหว ใหเ้ ขาเอาส่ิวน่ะแหละใส่ใหจ้ งึ จะสาสม

ใครจะไปสายไหนก็ต้องพูดจาปรึกษาหารือกันก่อนซี จะไปบ้านกลางกี่โมง
บ้านก่อกโี่ มง บ้านบกกี่โมง เอานาฬกิ านี่เป็นเกณฑ์ ไดเ้ วลาลน่ั ระฆังกไ็ ปเลย นี่อะไร
ไปไดไ้ ปเอา บางทคี นออกไปกอ่ นกไ็ ปยนื รอ คนออกไปทหี ลงั กว็ ง่ิ ตามละซที นี ี้ บางพวก
ไปรอบบ้านกลับออกมาแล้ว อีกพวกค่อยยักเยื้องเข้าไป บ้านเดียวกันนั่นแหละ
ชาวบ้านเขาไม่รู้จะหาอะไรที่ไหนมาใส่ให้บ้าง ท�ำอย่างน้ีมันแย่จริงๆ ปรึกษากัน
ใหม่หน่อย ใครจะไปสายไหนๆ บอกกันกอ่ น ใครไม่สบาย ไมส่ ะดวกจะเปลีย่ นสาย
กบ็ อกกัน ระเบียบมนั มอี ยู่ ท�ำตามใจชอบไดย้ งั ไง เสยี หายแทๆ้ พระเณรอยา่ งน้ี
สมควรแตใ่ สส่ วิ่ ใหเ้ ทา่ นนั้ แหละ ถา้ ตนื่ สายกอ็ ยา่ นอนใหด้ กึ นกั ซี ทำ� อะไรนกั หนาถงึ ได้
ตนื่ สาย ล�ำพงั ท�ำความเพยี ร นงั่ สมาธิ เดนิ จงกรม ไม่ถึงกับทำ� ให้ตอ้ งอดนอนขนาด

212

น้นั หรอกน่ะ เวน้ เสียแต่คยุ กันเล่นเพลินเทา่ นน้ั แหละ เดนิ จงกรมสมควรแกเ่ วลารูว้ ่า
เหน่ือยก็ไปพกั ผอ่ นหลับนอนเสยี กิจไหนเป็นกจิ ส่วนตัว อนั ไหนเปน็ กจิ สงฆก์ แ็ บง่
เวลาให้ถูกไว้ ไมใ่ หอ้ ดนอนได้ เช่น หน้าร้อนอากาศอ้าวนัก มกี ิจวตั รท�ำบ้างแล้ว
ท่านก็ไม่ให้ท�ำวัตรก็ได้ ตักน้�ำเสร็จ อาบน�้ำอาบท่า จะท�ำกิจส่วนตัวเดินจงกรมก็
เดินเข้าซี จะเดินเท่าไรก็ได้ จะต้องถึงกับอดนอนท�ำไม ลองดูซี สักทุ่มหน่ึง
ก็เหลือแหล่แล้ว จะเดินจงกรมถึงสองทุ่มแล้วเข้านอนก็ยังได้ ไอ้นี่ของท่ีตัวเองจะ
ท�ำก็ไม่รู้จักกะเวลาแบ่งเวลาไว้ ท่านข้ีแล้วเราจึงจะหาขอน มันจะไปทันเขาท่ีไหน
จะไมท่ นั มนั กอ็ ยทู่ ตี่ วั เรานะ่ แหละ จะสายจะเชา้ มนั กอ็ ยทู่ เี่ รา เราไมห่ ดั ไมด่ ดั มนั จะได้
ยงั ไง ตอ้ งหดั ใหไ้ ด้ ของแคน่ มี้ นั จะไปไหนเสยี ไมใ่ ชท่ ำ� เลน่ นะ ทำ� ใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ น
และประโยชนค์ นอืน่

พวกนกั ศกึ ษาเขายง่ิ พดู วา่ พระสงฆน์ เี่ ปน็ สว่ นเกนิ นะ จะปฏบิ ตั กิ ไ็ มท่ ำ� จะเทศนาวา่
กลา่ วกไ็ มไ่ ดเ้ รอื่ ง จะไปเทศนโ์ ปรดญาตโิ ยมกเ็ ลยกลวั เขาดว้ ยซำ�้ ไมก่ ลา้ พดู กลา้ กลา่ ว
ถา้ ไมป่ ฏบิ ตั หิ น้าที่ของตัวเองแล้วมนั ก็ขลาดละ จะไปกล้าว่ากลา่ วหรอื เทศนอ์ ะไรใคร
เขาได้ หนา้ ทข่ี องตวั เองไมป่ ฏบิ ตั ฝิ กึ หดั ขนึ้ ใหด้ ี ถา้ ภาวนาละกป็ ญั ญามนั จะหนไี ปไหน
เดนิ จงกรมจรงิ ๆ ไมถ่ งึ ๓ เทย่ี วกไ็ หลมาเทมาแลว้ นเี่ ดนิ จงกรมคอตกงอ้ กๆ งว่ งเหงา
หาวนอน อย่างนถ้ี า้ ไปป่าไปภูเขาละก็เขาว่าผภี ูเขามันทำ� เอานะ พวกคอตกน่ี มันง่วง
กล็ ุกขน้ึ เดนิ จงกรมเขา้ อยา่ นง่ั ยืน เดิน น่งั เอาใหม้ นั หายง่วงใหไ้ ด้ เกิดอะไรขึ้น
กไ็ มแ่ กไ้ ข ปรบั ปรงุ ตวั เอง มนั จะดไี ดย้ งั ไง ปาฏโิ มกขก์ เ็ หมอื นกนั เดนิ จงกรมไปทอ่ ง
ปาฏโิ มกขไ์ ป มันเพลนิ ดีจะตาย สงบดดี ว้ ย หดั ฝึกไป บิณฑบาตจากนไี่ ปบ้านกอ่ ตืน่
แตเ่ ช้า ไปอย่าไปใกล้ชดิ หม่พู วกนกั พวกพดู มากอย่าไปอย่ใู กล้ ให้เขาเดนิ กอ่ นเขา
เดนิ ไว คนพดู มากอยา่ ไปพดู ดว้ ย ใหพ้ ดู กบั ใจตวั เองมากๆ ภาวนาตวั เองมากๆ ใหเ้ ขา้ ใจ
คนชนดิ น้ัน คนก็เหมอื นกันแหละกับนกเขา พูดท้ังวนั อย่าไปตอแยดว้ ย ครองผ้าดๆี
แล้วบิณฑบาต เดินเด๋ียวเดียวก็ท่องได้แล้วปาฏิโมกข์ เรียบร้อยดี ผ่องใสสะอาด
เป็นคู่มืออย่างหน่ึงนะปาฏิโมกข์นี่ ไม่ใช่จะให้ไปคร�่ำเคร่งกับมัน แต่ถ้าได้ไว้แล้ว
มนั ทำ� ใหผ้ อ่ งใส เดนิ ไปกำ� หนดไป เดยี๋ วเดยี วมนั กไ็ ดก้ ข็ นึ้ มาเอง ใหฝ้ กึ ตวั เองอยา่ งนนั้

213

ฝกึ นะ ต้องฝึก อยา่ อยเู่ ฉยๆ อยูเ่ ฉยๆ เมื่อไรเปน็ หมาเมือ่ นน้ั เชยี วละ หมาท่ี
อยดู่ กึ ๆ เราเดนิ ผา่ นไปมนั ยงั เหา่ นะ นไ่ี มใ่ ชห่ มาอยา่ งนน้ั ทำ� ไมเอาแตน่ อนไมย่ อมตน่ื
สกั ที สอนตวั เองตอ้ งสอนอยา่ งนนั้ หนา้ หนาวละกค็ ลมุ ผา้ นอน ใชไ้ มไ่ ด้ ตกั นำ้� รดมนั
เขา้ ไปทง้ั คืน ทรมานมนั จะไมเ่ ปน็ ด้วยซำ�้ จะออกไปห้องนำ�้ น่ลี งกราบเสยี ก่อน ตอน
เชา้ ตรี ะฆงั จะไปต้องกราบเสยี ก่อน ฉนั จังหันเสร็จจะกลับกุฏเิ กบ็ ของ กราบเสยี ก่อน
อย่าให้ผ่านเฉยๆ ตีระฆังตักน�้ำก็กราบเสียก่อน ถ้ามันเผลอเดินไปเลยถึงลานวัด
นกึ ขนึ้ ไดก้ ต็ อ้ งกลบั ไปกราบเสยี กอ่ น ตอ้ งหดั ถงึ อยา่ งนนั้ หดั จติ ใจตวั เอง อยา่ ปลอ่ ย
ไปมันลืมตอนไหนไมไ่ ดก้ ราบ กลับไปกราบกอ่ น มันจะลืมไดย้ ังไงถ้าขยนั อย่างนัน้
ท�ำให้ตอ้ งเดินไปเดนิ มา นีอ่ ะไร ลืมก็ชา่ งเถอะ ไมเ่ ปน็ ไร มันถึงไดเ้ ปน็ อย่างนี้

นหี่ มายถงึ วธิ เี กา่ ๆ ทสี่ อนกนั มา ทำ� กนั อยา่ งน้ี เดย๋ี วนค้ี งไมม่ แี ลว้ กระมงั ทำ� กนั
ยังไงบ้างก็ไมร่ ู้ ให้กลับไปหาของเก่า ธดุ งควตั ร น่งั ตามตน้ ไมใ้ ห้ลงกราบเลย ไม่มี
พระกก็ ราบ สติเรามนั มีอยูน่ ่ะ ถา้ ทำ� อยา่ งนั้นเรยี กวา่ มสี ติ นัง่ ก็น่ังให้เปน็ อยา่ นัง่
อย่างคนไม่มปี ญั ญา เช่น นงั่ ชนั เขา่ ขน้ึ มากอดไว้ อยา่ งนีอ้ ยู่ทไ่ี หนก็พาให้เส่อื มหมด
เป็นแบบคนไม่มีปัญญา อย่าไปทำ� อยา่ งนน้ั ฝกึ หัดตัวเองไม่ถงึ ตายหรอก มันขี้เกยี จ
เทา่ นนั้ เอง อยา่ ใหต้ วั ขเ้ี กยี จเขา้ หวั เรา ถา้ งว่ งมากกใ็ หน้ อนเสยี แตม่ สี ตเิ ตอื นตวั เองไว้
รู้สึกเมื่อไรลุกทันที ถ้าไม่ต่ืนให้ตกนรก ถ้ากินอ่ิมแล้วมันมักเพลีย อยากจะนอน
ดนี ักละ ก�ำลังสบายๆ ได้ยนิ เสยี งระฆังละก็โกรธนัก บางครั้งจนนึกอยากจะไปฆา่
คนตีระฆังเอาโน่น เพราะว่ามันไม่อยากลุก นับเลย บอกมันไว้ นับหน่ึงถึงสาม
ไม่ลุกตกนรก นบั อยา่ งน้ีนานๆ ไป นับถึงสามแลว้ มันยังไม่ลกุ นะ มันบอกไมต่ ก
หรอกนรกนะ่ ตอ้ งหาตวั มนั ใหเ้ จอ ฆา่ มนั จนได้ อยา่ ไปลอ้ เลน่ กบั มนั อธษิ ฐานไวเ้ ลย
นับหนงึ่ สอง สาม ถึงสามแล้วไม่ลุกต้องตกนรก หดั ถึงขนาดน้ันจะไปล้อเล่นกบั มนั
ไมไ่ ด้หรอกจิตน่ะ

อา่ นดซู ปี ระวตั คิ รบู าอาจารยแ์ ตล่ ะองค์ แปลกนะแปลกคน คดิ ดดู ๆี ฝกึ จติ ตวั เอง
ใหถ้ กู ทางไมต่ อ้ งพงึ่ ผอู้ น่ื หาอบุ ายดว้ ยตวั เองสารพดั อยา่ งมาฝกึ มนั ถา้ คดิ ไปทางโลก
สารพัดต่างๆ ให้รบี ปรามมัน หยดุ ! เลกิ ๆ เปลย่ี นอริ ิยาบถลกุ ไปทอี่ ืน่ เสยี ว่า เออ!

214

อยา่ ไปคิด เรื่องอน่ื ๆ ยังมดี กี วา่ น้ีจะไปออ่ ยๆ อ่อนขอ้ ให้มันไมม่ ที าง ถ้ามันออกจาก
เราไปเสียแลว้ กส็ บาย เปน็ ดว้ ยการฝึกทงั้ นั้นแหละ อยา่ คิดว่ามานอนเฉยๆ แล้วจะ
เปน็ นะ ดูสตั วต์ า่ งๆ เชน่ แย้ แลน เตา่ บางตวั มันไวจรงิ ๆ นะ จงึ หากินเอาตวั รอด
บางทีอย่างเต่านี้ เราก็คิดว่ามันช้าเหลือเกินจะเอาตัวรอดไหม อย่าเข้าใจอย่างน้ัน
สัตวก์ ม็ หี วั ใจ มนั มวี ธิ ขี องมนั อยู่หรอก เดนิ จงกรม ทำ� สมาธิกเ็ หมือนกัน ท่านกม็ วี ธิ ี
ของท่าน มันบอกกนั ล�ำบาก เหมอื นอยา่ งอีตาคนหน่ึงอยเู่ มอื งพิบูลฯ แกดำ� น้ำ� หาคน
จมน้�ำตาย ด�ำนานจนกิ่งไม้ที่หักมาใบเห่ียวหมด แล้วก็เจอทุกที ใครตกน�้ำตาย
ต้องให้แกน้ีแหละช่วยหา ถามแกว่าท�ำได้ยังไง แกตอบว่ามันบอกไม่ถูก แต่ท�ำได้
กแ็ ลว้ กัน เรื่องมนั เปน็ อยา่ งนี้ เปน็ เรอ่ื งเฉพาะของแตล่ ะคน บอกกันยากต้องฝึกหดั
ทำ� เอาเอง การฝกึ จิตก็เหมือนกนั รีบฝกึ รีบหดั ไมใ่ ชเ่ รื่องจะไปวิง่ เอา ออกแรง
อดนอน อดกิน แต่มนั เปน็ เรือ่ งปฏิบัติ ไม่ใช่ท�ำใหเ้ หนอ่ื ย เปน็ เร่อื งของความพอดี
ท�ำจติ ใจให้มนั พอเหมาะสมสว่ นกัน

215

๓. ธุดงควัตร

คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่า ธุดงค์ คือ การจาริกไปตามป่าเขาล�ำเนาไพรของ
พระกรรมฐาน แทท้ จี่ รงิ แลว้ คำ� วา่ ธดุ งค์ นนั้ หมายถงึ องคค์ ณุ เครอ่ื งขจดั กเิ ลส และ
ธดุ งควตั ร ซง่ึ มี ๑๓ ประการดว้ ยกนั เปน็ ขอ้ ประพฤตพิ เิ ศษทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงอนญุ าต
ใหแ้ ก่พระสงฆ์ เพื่อเพมิ่ ความเข้มขน้ ในการปฏบิ ัติ

ฉะนนั้ แมพ้ ระทอี่ ยใู่ นวดั กลางเมอื งกเ็ ปน็ พระธดุ งคไ์ ดถ้ า้ ปฏบิ ตั ธิ ดุ งควตั ร และ
ในขณะเดยี วกนั พระทเี่ พยี งเดนิ ทาง ทะลดุ ง โดยไมป่ ฏบิ ตั เิ พอ่ื ขดั เกลากเิ ลสกไ็ มส่ มชอื่
พระธุดงค์เลย

ธดุ งควตั รไมใ่ ชข่ อ้ บงั คบั ตามพระวนิ ยั บญั ญตั ิ แตห่ ลวงพอ่ ไดก้ ำ� หนดบางขอ้ ไว้
ในกฎระเบียบประจ�ำส�ำนัก ซึ่งพระภิกษุเณรทุกรูปต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หลวงพ่อได้อธบิ ายความสำ� คญั ของธุดงควัตรในการอบรมครั้งหน่ึงว่า

“ธุดงควัตรท้ังหลายล้วนเป็นเครื่องช่วยเราให้ท�ำลายกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
เป็นวิธีการที่ท�ำให้การปฏิบัติของเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย พระพุทธองค์ไม่ได้ทรง
บัญญัติธุดงควัตรไว้ว่าเป็นส่ิงจ�ำเป็น แต่ส�ำหรับพระภิกษุผู้ประสงค์จะปฏิบัติอย่าง
เข้มงวด ธดุ งควตั รจะเพิ่มความเคร่งครดั ในการรักษาศลี

บางทีเอาศลี เอาสมาธิมันไมพ่ อนะ ฆา่ กเิ ลสไม่ได้ ฆ่าไม่เป็น ตอ้ งเอาธุดงควตั ร
เขา้ ชว่ ย ธดุ งควตั รนเ้ี ปน็ ของสำ� คญั เปน็ เครอื่ งขดู เกลา มนั ชว่ ยตดั หลายอยา่ ง ลองไป
อยูป่ า่ ช้า น่ันมนั จะเป็นอยา่ งไร มันจะเป็นเหมือนอย่กู ับหม่กู ับพวกหรอื เปลา่ มันมี
ประโยชนอ์ ยา่ งน้ี นน่ั แหละธดุ งควตั ร

ธุดงควัตรเหล่านี้ เป็นข้อวัตรที่ท�ำได้ยาก เพราะเป็นข้อวัตรของพระอริยเจ้า
เป็นข้อวตั รหรอื ขอ้ ปฏิบตั ขิ องบคุ คลเพ่ือเป็นพระอรยิ เจ้านั่นเอง การเดินก็อย่างหน่ึง
การธุดงค์ก็อย่างหน่ึง การเดินน้ีก็เรียกว่าก้าวไปหรือถอยกลับ เป็นเรื่องอวัยวะ
เคล่ือนไหว

216

แต่ที่เรยี กว่า ธุตงฺค นัน้ กค็ ือข้อปฏิบตั ิเป็นข้อๆ รวมย่อมาแล้วกม็ ี ๑๓ ข้อ
เรยี กวา่ ธุดงค์ คือขอ้ ปฏิบตั อิ ันนช้ี ื่อวา่ ธุดงค์ ทำ� ไมถงึ ว่าชือ่ อย่างนี้ เพราะทำ� ได้ยาก
จะไปอยโู่ คนไมก้ ท็ ำ� ไดย้ าก จะไปอยปู่ า่ กท็ ำ� ไดย้ าก จะบณิ ฑบาตฉนั กย็ าก จะฉนั มอื้ เดยี ว
กย็ าก จะฉนั ในบาตรกย็ าก จะอยปู่ า่ ชา้ กย็ าก จะอยกู่ ลางแจง้ กย็ าก จะเนสชั ชกิ กย็ าก
ทกุ อยา่ งหมดนน่ั แหละ จะถือผ้า ๓ ผืนกย็ าก แตล่ ะสง่ิ ๆ นี้ เป็นข้อปฏบิ ัตทิ ี่เรยี กวา่
ธุดงค์ ไม่ใชว่ า่ การเดินนน่ั เป็นธุดงค์ ไมใ่ ชก่ ารนั่งภาวนาเปน็ ธุดงค์ การปฏิบตั ิน่ันเอง
เป็นธุดงค์

ธดุ งคอ์ นั นเี้ ปน็ ขา้ ศกึ กบั กเิ ลสทง้ั หลาย ทา่ นจงึ เรยี กวา่ เปน็ ธตุ งคฺ ถา้ ใครปฏบิ ตั ิ
แลว้ ตอ้ งฝืนกเิ ลสหรอื ฝืนความรูส้ ึกของผู้มกี เิ ลส ข้าวท่ีเราไดก้ ินในวนั น้ี การฉันมื้อ
เดยี วน้ี มันกฝ็ นื กบั ความร้สู กึ ของตนแล้ว การอย่โู คนไม้มันกฝ็ ืนกบั ความรสู้ ึกของ
ตนแลว้ การอยใู่ นป่ากฝ็ นื ความรู้สกึ ของตนแลว้

การเทยี่ วบณิ ฑบาต การฉนั ในบาตร การฉนั มอ้ื เดยี ว การถอื ผา้ สามผนื ทง้ั หลาย
เหลา่ นี้ การอยปู่ า่ การอยปู่ า่ ชา้ การอยกู่ ลางแจง้ การถอื เนสชั ชกิ ไมน่ อน เรอื่ งทงั้ หลาย
เหลา่ น้ลี ้วนมแี ต่เครอื่ งมอื ทจี่ ะท�ำลายกเิ ลสทงั้ นน้ั

เมอ่ื พระโยคาวจรเจา้ ทง้ั หลายยงั มกี เิ ลสอยู่ สมาทานธดุ งคเ์ ขา้ ไปแลว้ จงึ เดอื ดรอ้ น
ปฏบิ ตั ใิ หม้ นั เดอื ดรอ้ นนน่ั แหละ พระพทุ ธเจา้ บอกถกู แลว้ ถา้ ปฏบิ ตั สิ บายๆ เยอื กเยน็
น้ันไม่ถูก เพราะว่ามันไม่ขัดกัน ไม่ได้แบ่งแย่งกัน ข้อประพฤติปฏิบัติอันน้ีมัน
ตรงกนั ข้ามกบั จิตของปถุ ชุ นเรา

เมอ่ื เราสมาทานธุดงคเ์ ขา้ มันจะเกดิ ทุกข์ เพราะว่ามนั จะขัดแย้งกันกับความคิด
ความเหน็ ของปถุ ชุ น เมอ่ื ผไู้ มม่ ปี ญั ญาปฏบิ ตั แิ ลว้ กท็ นทานไมไ่ ด้ วา่ การปฏบิ ตั ทิ กุ วนั น้ี
ฉนั ไม่เอาแลว้ เพราะฉนั จะปฏบิ ตั ิหาความสขุ ความสงบ จะมาปฏบิ ัติใหม้ ีความทุกข์
เกิดขน้ึ เชน่ น้ี ฉันไม่เห็นด้วย

การฉนั ในบาตรไมเ่ หน็ ดว้ ย เทยี่ วบณิ ฑบาตมาฉนั กไ็ มเ่ หน็ ดว้ ย อยปู่ า่ กไ็ มเ่ หน็ ดว้ ย
อยโู่ คนไมก้ ไ็ มเ่ หน็ ดว้ ย การฉนั มอ้ื เดยี วกไ็ มเ่ หน็ ดว้ ย อยปู่ า่ ชา้ กไ็ มเ่ หน็ ดว้ ย อยกู่ ลางแจง้

217

ก็ไม่เห็นด้วย อยู่เนสัชชิกการไม่นอนเป็นวัตรเป็นบางครั้งก็ไม่เห็นด้วย เพราะส่ิง
ทั้งหลายเหลา่ นี้ มแี ต่ส่ิงทท่ี �ำไดย้ ากทั้งนั้น

ดงั นน้ั ชอ่ื ของขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ง้ั หลายเหลา่ นท้ี า่ นจงึ ตงั้ ชอื่ วา่ เปน็ ธดุ งค์ คอื เปน็ ขอ้ วตั ร
อนั บคุ คลกระท�ำได้โดยยาก บุคคลผู้จะมปี ญั ญา บคุ คลผทู้ ่มี ีปญั ญา บุคคลผมู้ ีจิต
ศรัทธาจริงๆ แล้ว จึงจะตงั้ ใจปฏิบตั ิเจริญขอ้ วตั รน้ไี ด้

ธดุ งควตั รทงั้ ๑๓ ประการนี้ เมอ่ื จติ ของพระโยคาวจรเจา้ ลงสธู่ รรมะนแ้ี ลว้ เปน็ ของ
สบายมาก เปน็ ข้อวตั รมีความสงบมาก เปน็ ขอ้ วตั รที่อยเู่ ยอื กเย็นมาก

เม่ือถึงเช่นน้ีแล้ว เหมือนลิงกับมนุษย์ มนุษย์เราเม่ือเดินไปในป่าแล้วมันยุ่ง
เหลอื เกนิ เกะกะระรานความสงบทงั้ นนั้ แหละ ถา้ เอาลงิ ไปปลอ่ ยในปา่ แลว้ มนั สะดวก
มนั กเ็ พลนิ เพราะมนั ชอบอยา่ งนน้ั เพราะมนั เคยอยอู่ ยา่ งนนั้ มนั เคยชนิ อยา่ งนนั้ มนั เคย
อยใู่ นสภาพเช่นนน้ั มันเลยสบาย

ปถุ ชุ นคนหนานี้ เคยอยใู่ นสภาพทม่ี คี วามสบายๆ กนิ สบาย นอนสบาย นงั่ สบาย
พดู สบาย ทกุ อยา่ งมนั สบายแลว้ อนั นน้ั เรยี กวา่ สบายแลว้ เมอ่ื ไปพบเสนาสนะเชน่ นนั้
เม่ือไปทำ� เชน่ นั้น กเ็ กดิ ทกุ ข์ข้ึนมาเลยทเี ดียว

เมอ่ื มนั เกดิ ทกุ ขข์ นึ้ มาแลว้ คอื ทกุ ขแ์ ลว้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นสอนวา่ นนั่ แหละธรรมะ
นแี่ หละผล ท�ำไมจึงเหน็ ผลก่อน เพราะเราไมร่ เู้ หตุ มีทกุ ขเ์ กดิ ขึ้นมาเลย ทุกขเ์ กิด
ขึน้ มานี้แหละคือ อริยสัจแลว้ ทุกข์ เม่อื ทุกข์เกดิ ข้นึ มาแล้วนีเ่ รยี กวา่ เปน็ ผล ไมร่ ู้วา่
มนั เกดิ จากอะไร เมอื่ เกดิ ทกุ ขข์ นึ้ มา ความฟงุ้ ซา่ นรำ� คาญเกดิ แตค่ วามไมช่ อบเปน็ ทกุ ข์
นเี้ รยี กวา่ ปฏบิ ตั แิ ลว้ เหน็ ผลเกดิ ขน้ึ มากอ่ น เมอ่ื เหน็ ผลแลว้ ทกุ ขน์ ค้ี อื ผล เมอ่ื ผปู้ ระพฤติ
ปฏิบัติเห็นผลนั้นจะต้องตามไปถึงว่ามันเกิดมาจากอะไร ที่ไหน มันถึงมีก้อนทุกข์
เกดิ ขึน้ มานัน้ ”

218

ธดุ งควตั ร ๑๓
ธุดงควัตร ๑๓ แบ่งเปน็ ๔ หมวด ดังน้ี

หมวดท่ี ๑ เกยี่ วกบั จีวร

๑. ถอื ใชแ้ ตผ่ า้ บังสุกุล
๒. ใชผ้ ้าเพยี ง ๓ ผนื

หมวดท่ี ๒ เก่ียวกับบณิ ฑบาต

๓. เที่ยวบิณฑบาตเป็นประจ�ำ
๔. บณิ ฑบาตตามลำ� ดับแถว
๕. นัง่ ฉัน ณ อาสนะเดียว
๖. ฉนั เฉพาะในบาตร
๗. ลงมอื ฉนั แล้วไม่ยอมรบั เพมิ่

หมวดท่ี ๓ เกี่ยวกบั เสนาสนะ

๘. ถอื อยู่ป่า
๙. ถอื อยโู่ คนไม้
๑๐. ถืออยู่กลางแจง้
๑๑. ถอื อยู่ปา่ ช้า
๑๒. ถอื อยู่ในท่ีแลว้ แตเ่ ขาจัดให้

หมวดท่ี ๔ เก่ยี วกับการประกอบความเพยี ร

๑๓. งดการนอน อย่ดู ้วยอิริยาบถ ๓ คอื ยืน เดิน นง่ั

หลวงพอ่ ไดน้ ำ� ธดุ งควตั รมาเปน็ หลกั ในการปฏบิ ตั ขิ ดั เกลากเิ ลส ทงั้ ใน
สว่ นตวั ทา่ นเองและในสว่ นของการฝกึ หดั พระเณรในวัดหนองป่าพง ดังน้ี

219

ผ้าบังสกุ ลุ

หลวงพ่อเคยผ่านยุคสมัยท่ีเครื่องนุ่งห่มยังขาดแคลนขัดเขินอยู่มาก ผ้าที่จะ
นำ� มาทำ� จีวรก็ตอ้ งไปบังสุกุลเอากับซากศพตามป่าชา้ แลว้ น�ำมาเยบ็ ด้วยฝ้ายจงู ผี คือ
ฝ้ายที่เขาฟั่นเป็นเชือกผูกหน้าเกวียนจูงศพไปป่าช้า การใช้จีวรท่ีท�ำจากผ้าบังสุกุลน้ี
มีอานิสงสม์ าก ซึ่งหลวงพอ่ ได้เลา่ ให้ฟังดังนี้

“บรขิ ารตอ้ งทำ� เองทง้ั หมด ถงึ แมจ้ ะไมส่ วยงามเรากภ็ มู ใิ จ เพราะไดม้ าจากฝมี อื
เราเอง ไดม้ าจากการงานของเรา อยา่ งเชน่ การเยบ็ จวี รกใ็ ชเ้ ขม็ เยบ็ ดว้ ยมอื กวา่ จะเสรจ็
แตล่ ะตวั หวั แมม่ อื ปวดบวมไปหมด ดา้ ยกไ็ มม่ ี มแี ตฝ่ า้ ยจงู ผกี ไ็ ปบงั สกุ ลุ เอาตามปา่ ชา้
แลว้ น�ำไปฟ่ันเปน็ ด้ายส�ำหรับเย็บจวี ร ทัง้ ทน ทง้ั หนา ทง้ั หนกั ดว้ ย ส่วนมากจะใช้
ผา้ บงั สกุ ลุ คอื ผา้ ทห่ี อ่ ศพทเี่ ขาทง้ิ ตามปา่ ชา้ มที งั้ คราบเลอื ด คราบนำ�้ เหลอื งเหมน็ คลงุ้
คาวไปหมด ตอ้ งน�ำมาซักใหส้ ะอาด แลว้ ลวกนำ้� รอ้ นตากแดดใหแ้ ห้ง น�ำมาย้อมกับ
แกน่ ขนนุ เวลาเอามานงุ่ รสู้ กึ วา่ มอี านสิ งสม์ าก คอื เกดิ อาการขนลกุ ขนพองซาบซา่ นไป
หมดทั้งตวั รสู้ ึกหวาดสะด้งุ อยู่ตลอดเวลา ท�ำใหข้ ยันท�ำความเพียร ขยนั เดินจงกรม
ทำ� สมาธติ ลอดคนื ไมง่ ว่ งเหงาหาวนอน ไมอ่ ยากจะหลบั จะนอนเลยเพราะกลวั ตน่ื เตน้
หวาดระแวงอยูต่ ลอดเวลา ธดุ งคแ์ บบนเี้ ปน็ ประโยชน์ มันขูดเกลากเิ ลสอย่างน้ี”

บิณฑบาตร

มีค�ำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ท่ีเข้าใจกันดีในหมู่พระกรรมฐานว่า “ไม่บิณฑ์ ไม่กิน”
ซ่ึงหมายถึงว่าถ้าพระหรือสามเณรรูปใดขาดการออกบิณฑบาต จะด้วยต่ืนสายหรือ
ขเ้ี กยี จไปกต็ าม วนั นนั้ กต็ อ้ งอดอาหารไปตามธรรมเนยี มของการปฏบิ ตั ติ ามธดุ งควตั ร
ข้อท่ีวา่ ถือบณิ ฑบาตเป็นวตั ร เว้นไวแ้ ต่อาพาธหนักจรงิ ๆ เทา่ นั้น

สมยั กอ่ นหลวงพอ่ ออกบณิ ฑบาตบา้ นกลางเปน็ ประจำ� ตอ่ มาเมอื่ สงั ขารรา่ งกาย
ไม่เอื้ออ�ำนวยต้องถือไม้เท้าช่วยพยุง เดินไปไหนมาไหนไกลมากไม่ได้ ท่านก็ยังมี

220

อตุ สาหะไปบณิ ฑบาตในเขตสำ� นกั ชจี นกระทงั่ ไปไมไ่ หวจรงิ ๆ ทา่ นจงึ เลกิ คราวทที่ า่ น
ได้รับนมิ นตไ์ ปต่างประเทศท่ไี มใ่ ชเ่ มอื งพุทธ ทา่ นก็ยงั ออกบิณฑบาตเปน็ ประจำ� โดย
ใหเ้ หตุผลว่า “ไมใ่ ช่ไปเอาขา้ ว ไปเอาคน”

การบณิ ฑบาตเปน็ กจิ วตั รทส่ี ำ� คญั และมคี วามหมายสำ� หรบั ชาวพทุ ธ ทง้ั ฝา่ ยสงฆ์
และฝา่ ยฆราวาส เพราะเป็นการสรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างพระกบั ชาวบ้าน ซ่ึงต้อง
เออื้ อาศยั กนั และกนั ในการจรรโลงพระศาสนาใหย้ ง่ั ยนื สำ� หรบั ชาวบา้ น ผไู้ มม่ เี วลาไป
วดั กย็ งั ได้เหน็ พระ ไดม้ ีโอกาสทำ� บุญ ชาวบ้านตนื่ แตเ่ ช้า หุงขา้ วประกอบอาหารแล้ว
สงิ่ แรกทเ่ี ขาจะทำ� ในวนั นน้ั คอื การใสบ่ าตร เปน็ การสบื ประเพณอี นั งดงามของชาวพทุ ธ
และเป็นการเรม่ิ ต้นวนั ใหมด่ ว้ ยใจท่ีสดชื่นเบิกบาน นอกจากน้ันการใส่บาตรก็ยังเป็น
โอกาสท่ผี ใู้ หญใ่ นครอบครัว จะปลกู ฝงั ศรทั ธาและอปุ นิสยั ที่นอบน้อมเคารพคารวะ
ตอ่ สมณะในจติ ใจของลูกหลานอกี โอกาสหนง่ึ ด้วย

ส่วนของพระสงฆ์ การบิณฑบาตเตือนสติให้พระภิกษุสามเณรได้ร�ำลึกถึงบท
พจิ ารณาเตอื นตนเองขอ้ ทว่ี า่ “บรรพชติ พงึ พจิ ารณาโดยแจม่ ชดั อยเู่ นอื งนติ ยว์ า่ การเลยี้ ง
ชีวิตของเรา เนื่องเฉพาะแล้วด้วยผู้อื่น” ท้ังนี้เพ่ือช่วยป้องกันความประมาทในการ
ฉนั อาหาร เพราะสำ� นกึ วา่ ขา้ วทกุ เมด็ ไดม้ าดว้ ยหยาดเหงอ่ื ของชาวบา้ น อกี ประการหนงึ่
การไปบณิ ฑบาตก็เปน็ โอกาสใหพ้ ระภิกษสุ ามเณร ไดฝ้ กึ ทดสอบตนเองในการสังวร
ส�ำรวมอินทรีย์ เม่ือสัมผัสกับส่ิงแวดล้อมและผู้คนตลอดเส้นทางการบิณฑบาต
นอกจากน้ยี งั เปน็ การฝกึ ความอดทน เพราะต้องเดินไกล อย่างน้อย ๓-๔ กิโลเมตร
ทุกวนั ขากลบั บาตรก็หนกั ดว้ ย ไมว่ ่าดินฟา้ อากาศจะเป็นอย่างไรก็ตอ้ งไป และการท่ี
หลวงพอ่ ปฏิบตั ิตามพระวินัยบญั ญัติในเรอ่ื งการนงุ่ หม่ คอื ถา้ ฝนไมต่ กหรือไม่มีทที า่
วา่ จะตก เมอื่ ออกบณิ ฑบาตตอ้ งหม่ ผา้ ๒ ชนั้ คอื ผา้ จวี รซอ้ นดว้ ยสงั ฆาฏิ กย็ งิ่ เปน็ เหตุ
ใหพ้ ระตอ้ งอดทนมากยง่ิ ขน้ึ โดยเฉพาะในฤดรู อ้ น กวา่ จะกลบั ถงึ วดั ผา้ จะเปยี กเหงอ่ื
ชมุ่ โชกทเี ดยี ว ฉะนน้ั ทา่ นจงึ เรยี กการออกบณิ ฑบาตวา่ เปน็ สมั มาอาชพี ของสมณะ มใิ ช่
การขอ หากเปน็ การโปรดสัตว์

221

ฉันจงั หนั
ทวี่ ดั หนองป่าพง เมื่อกลับจากบิณฑบาตแลว้ อาหารทัง้ หมดทม่ี ใี นบาตรก็ถูก
ถา่ ยลงกะละมัง เหลือไวเ้ ฉพาะข้าวเหนียวหน่ึงกอ้ นซึ่งพอแกค่ วามตอ้ งการ จากน้นั
สามเณรหรอื ปะขาวก็นำ� กะละมังไปที่โรงครัว เพือ่ ใหแ้ มช่ ีและญาตโิ ยมจัดใสภ่ าชนะ
ใหเ้ รยี บรอ้ ย แลว้ จงึ นำ� มาถวายใหพ้ ระภตั ตเุ ทศกเ์ ปน็ ผแู้ จกสงฆอ์ กี ทหี นงึ่ พระภตั ตเุ ทศก์
กต็ กั อาหารทง้ั คาวและหวานใสร่ วมลงในบาตร และตอ้ งพยายามเฉลยี่ อาหารแตล่ ะชนดิ
ใหท้ กุ รูปได้รบั ทว่ั ถึงกนั และพระก็ฉันเฉพาะแตใ่ นบาตรเทา่ นัน้ ไมใ่ ช้ภาชนะอืน่ อกี
น่ีก็เป็นธุดงควตั รอีกขอ้ หน่งึ
การแจกอาหารโดยวิธีนี้ ช่วยขัดเกลากิเลสในเรื่องการขบฉันได้ดีทีเดียว
เปน็ โอกาสใหไ้ ดพ้ จิ ารณาความรสู้ กึ ของตวั เอง บางครง้ั เมอื่ เหน็ วา่ ขา้ งบนสดุ นน้ั อาหาร
คอื ของหวานเช่นกล้วยบวชชี หรอื สงั ขยาฟกั ทองราดหนา้ ด้วยน�้ำพริก ในขณะท่ีชน้ั
ลา่ งสดุ คอื ขา้ วเหนยี วซงึ่ กอ่ นหนา้ นไี้ มน่ านยงั เปน็ กอ้ นอยแู่ ทๆ้ แตต่ อนนแ้ี ยกเปน็ เมด็
ทแี่ ฉะเละเทะ ด้วยถกู ทับถมจากอาหารน�ำ้ ท่พี ระภตั ตเุ ทศกต์ กั ตามมาทหี ลงั บางรูป
อาจรู้สึกวา่ ความอยากอาหารแทบจะหมดสน้ิ ไปทีเดียว ยงั คงเหลอื แตค่ วามรสู้ ึกทีจ่ ะ
ต้องฉนั เพ่ือบ�ำบดั ความหวิ เท่านัน้ แต่ส�ำหรบั พระหน่มุ เณรนอ้ ยท่อี ยใู่ นวัยก�ำลังกนิ
กำ� ลงั นอน แมจ้ ะใจกลา้ ขนาดใช้ชอ้ นคนจนท่วั เพือ่ ใหอ้ าหารคลกุ เคลา้ เป็นอนั หน่ึง
อันเดียวกันแล้ว ก็คงยังรู้สึกถึงรสชาติอยู่นั่นเอง แต่บางรูปก็มีความพยายามท่ีจะ
แยกพวกแยกเหลา่ ของอาหารในบาตรใหไ้ ด้ อยา่ งเชน่ พระหลวงตารปู หนงึ่ ซง่ึ หลวงพอ่
เคยปรารภให้ฟังว่า ชอบตะแคงบาตรเพื่อให้มีท่ีข้างล่างส�ำหรับน้�ำแกง ส่วนก้อน
ข้าวเหนยี วก็อดั ไวก้ บั บาตรด้านบน อยา่ งไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะสามารถจดั สรรที่ทาง
ในบาตร เพอื่ ใหอ้ าหารแตล่ ะชนดิ มที ลี่ งอยา่ งเหมาะเจาะ หรอื ใครจะคลกุ เคลา้ รวมกนั
ไปเลย ก็เป็นกิจท่ที ุกท่านจะต้องพจิ ารณาโดยแยบคายเสยี ก่อน จงึ ฉัน
นอกจากน้ีการแจกอาหารด้วยระบบภัตตุเทศก์ ยังเป็นไปเพ่ือความยุติธรรม
อกี ด้วย โดยเฉพาะในกรณที ี่อาหารมีน้อย ซ่ึงถา้ ไม่แจก อาจท�ำให้ผ้ทู ี่น่ังปลายแถว
เสยี เปรยี บ เพราะอาหารไปไมท่ ว่ั ถงึ อยา่ งไรกต็ าม ความยตุ ธิ รรมนกี้ ต็ อ้ งมากบั ความ

222

สามารถของพระภตั ตเุ ทศกด์ ว้ ย ยง่ิ อาหารมนี อ้ ย พระภตั ตเุ ทศกย์ ง่ิ ตอ้ งเปน็ ผทู้ ช่ี ำ� นาญ
ขนาดมองปราดเดียวกค็ ดิ กะไดว้ ่าอาหารในภาชนะไหนควรตักมากน้อยเทา่ ใด

หลวงพอ่ เคยเลา่ ถงึ วดั ปา่ วดั หนง่ึ ซง่ึ ทา่ นเคยไปพำ� นกั ดว้ ยในอดตี เวลาแจกอาหาร
เณรนอ้ ยปลายแถวกไ็ ด้แตน่ ำ�้ แกงทลี ะชอ้ น เนือ้ ๆ หายไปทางหวั แถวหมด หลงั จาก
ทนคบั ใจอยหู่ ลายวัน เณรนอ้ ยกเ็ ลยตอ่ วา่ พระภตั ตุเทศก์ข้นึ “แหม! ท่านอาจารย์
ไม่รยู้ ังไง เอาแตน่ ำ้� ให้ผมทกุ ทเี ลย” ทา่ นอาจารย์เลยลแุ ก่โทสะ เตะเณรน้อยเสยี เลย

การจดั สรรอาหารบณิ ฑบาตใหท้ ว่ั ถึงและเปน็ ธรรมนี้ หลวงพ่อเคยอบรมไวว้ า่

“มพี ระบางกลมุ่ เขา้ ไปในปา่ ถอื ธดุ งคฉ์ นั ตกบาตร ธดุ งคแ์ บบนมี้ กี ำ� ไรแตห่ วั หนา้
แตพ่ ระอาจารย์เทา่ น้นั แหละ มขี องสักชิ้นสองชน้ิ ไม่ครบ พระอาจารยเ์ ดนิ ไปกอ่ นเขา
ก็ใหแ้ ต่พระอาจารย์เท่านัน้ แหละ ธุดงคอ์ ย่างนน้ั อาจารยก์ ็สบาย สะพายบาตรเข้ากุฏิ
ฉนั สบาย แตพ่ วกอน่ื นนั้ ถอื ทกุ ขด์ งค์ ใครๆ กอ็ ยากถวายอาจารย์ เณรนอ้ ยเดนิ ตามหลงั
ไม่มีอะไรเลย ฉะนั้นการกระท�ำเช่นน้ีเพ่ือความแบ่งปันเจือจานให้ท่ัวถึง ข้อวัตร
อันนี้บางคนไม่พอใจ เราไปบิณฑบาตได้มาหายไปเสียแล้ว ไม่รู้ใครเอาไปแบ่งกัน
ความเปน็ จรงิ เราไมไ่ ดม้ าปฏิบัติเอาสิ่งทั้งหลายเหลา่ นน้ั นอนกด็ ี กินกด็ ี ไม่ใชเ่ รามา
เอาอย่างนั้น ท่ีเราบวชมานี้เพื่อปฏิบัติตามธรรมะค�ำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราจะ
เอากินดี อยู่ดี ก็ไม่ตอ้ งมาบวชแลว้ อย่ขู ้างนอกกพ็ อไม่ต้องเขา้ มาในพระศาสนาน้ี
อยากไดอ้ ะไร อยากท�ำอะไร อยากกินอะไรก็เอาเลย อยขู่ า้ งนอกสะดวกกว่านี้ อยู่ดี
กวา่ นี้ ได้กนิ ดีกวา่ น้อี กี แต่วา่ ดูๆ แลว้ ปลายทางมนั จะรอ้ งไห้ ทเี่ รามานนี้ ่ะ เรยี กว่า
มาท�ำตามค�ำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะนับถือพระพุทธเจ้าเราถึงมาท�ำกันอย่างนี้
ถ้าเราคิดเชน่ นม้ี ันกส็ ามัคคีกัน ไม่แก่งแย่งซ่งึ กันและกนั ”

ฉันตกบาตร

ฉนั ตกบาตร เปน็ การสมาทานธดุ งควัตร ฉันจ�ำเพาะแต่อาหารท่ีไดม้ าจากการ
บณิ ฑบาตเทา่ นน้ั ไมร่ ับเพิ่มอกี ในศาลาหอฉนั โดยปกตลิ ำ� พงั แตก่ ารบิณฑบาตอย่าง

223

เดยี วแลว้ จะไดอ้ าหารมาไมเ่ พยี งพอ เพราะชาวบา้ นนยิ มมาถวายกบั ขา้ วทว่ี ดั หรอื ฝาก
ของไว้กบั แมช่ ี ฉะนนั้ พระเณรรูปใดสมาทานฉันตกบาตร กน็ ับได้ว่า ถือธุดงควัตรที่
ขดั เกลาอย่างย่งิ หลวงพ่อเคยอบรมพระเณรในเรื่องน้เี อาไวว้ า่

“ธุ ตงั คะ ทา่ นแปลว่าข้อวตั รปฏิบตั ิอนั บคุ คลปฏบิ ัติได้ยาก เป็นขอ้ ปฏิบัติของ
พระอริยเจา้ ผู้ใดต้องการเปน็ พระอริยเจา้ ตอ้ งมธี ดุ งควตั ร เปน็ เคร่ืองขัดเกลา ยากที่
คนจะทำ� ไดแ้ ละยากทจ่ี ะมีคนศรทั ธาทำ� เพราะมีแตส่ ่งิ ขดั ส่ิงขืนทั้งน้นั อย่างข้อทว่ี า่
ให้ฉันอาหารทุกอย่างรวมลงในบาตร ท�ำให้เรามีสติมากขึ้น ระลึกว่าอาหารเป็น
เหมือนยารกั ษาโรค ถ้าเราไมม่ ีกเิ ลสเคร่ืองเศร้าหมองแลว้ มนั ก็ไมส่ ำ� คญั วา่ เราจะฉนั
อยา่ งไร ฉนั สำ� รวมในบาตรหรอื ไมส่ ำ� รวมกไ็ ด้ แตว่ ธิ กี ารนท้ี ำ� ใหก้ ารปฏบิ ตั เิ ปน็ ไปอยา่ ง
เรยี บรอ้ ย เช่น การเทีย่ วบณิ ฑบาตมาฉนั ฉันแตอ่ าหารที่ตกลงในบาตรเขาใส่อะไร
ใหก้ ็ฉนั อนั นน้ั เขาจะเอาอะไรมาถวายภายหลังไม่เอา การท่ีถอื ธุดงค์อยา่ งนีอ้ ย่ทู าง
ภาคกลางกส็ บาย เพราะเขาพรอ้ มอยแู่ ลว้ แตถ่ า้ มาทางภาคอสี านธดุ งคข์ อ้ นปี้ ฏบิ ตั ไิ ด้
ละเอยี ดดเี พราะไดก้ นิ แตข่ า้ วเปลา่ ๆ เทา่ นน้ั บา้ นเราเขาใสบ่ าตรแตข่ า้ วเปลา่ ๆ เทา่ นนั้
ทางโนน้ เขาใสบ่ าตรใสข่ า้ วใสก่ บั ดว้ ย ธดุ งคข์ อ้ นอ้ี ยา่ งอกุ ฤษฏเ์ ครง่ ครดั นนั้ เมอ่ื ลงมอื
ฉันใครจะเอาอะไรมาถวายอีกก็ไมร่ ับ ธดุ งควตั รนช้ี ว่ ยมาก ชว่ ยจรงิ ๆ ฉนั หนเดยี ว
ภาชนะเดยี ว อาสนะเดยี ว ลกุ ไปแลว้ ไมฉ่ นั อกี อนั นเี้ รยี กวา่ ธดุ งควตั ร แลว้ จะมใี ครบา้ ง
ท่ีประพฤติได้ ยากที่จะมีคนศรัทธา เพราะยากล�ำบากมาก ท่านจึงว่าผู้ใดปฏิบัติ
ธุดงควัตรน้มี ีอานสิ งสจ์ ริงๆ”

อยรู่ กุ ขมูล

หลงั จากหมดฝนแลว้ ยา่ งเขา้ ฤดหู นาว เปน็ ชว่ งเวลาทพี่ น้ื ดนิ แหง้ อำ� นวยตอ่ การ
สมาทาน ธุดงควตั รขอ้ ที่ ๘-๑๑ หลวงพอ่ มักใหพ้ ระเณรทกุ รูปออกจากกฏุ ิ ลงไป
ปกั กลดอยตู่ ามโคนไมห้ รอื ทเ่ี รยี กวา่ อยรู่ กุ ขมลู บางทที า่ นกส็ ง่ พระออกไปพกั ตามปา่ ชา้
ท่ีอยู่ใกล้ๆ วัดหนองป่าพง และในฤดูน้ีพระท่ีมีพรรษาพอสมควรรวมท้ังรู้ข้อวัตร
ปฏบิ ตั ดิ แี ลว้ อาจจะขอโอกาสจากทา่ นออกไปเดนิ ธดุ งคแ์ สวงหาความวเิ วกตามลำ� พงั

224

การพกั ตามโคนไมห้ รอื ในปา่ ชา้ จะทำ� ใหพ้ ระรวู้ า่ ทา่ นตดิ กฏุ หิ รอื เปลา่ และยงั ชว่ ย
เปิดเผยความรูส้ ึกของตัวเองเมื่อไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึง่ มสี ิง่ น่ากลัวหลายอยา่ ง
เชน่ วา่ เสือ งู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ และสัตวท์ ีน่ า่ ร�ำคาญ เชน่ มด ปลวก ฯลฯ
ต้องทนรับความล�ำบากและไม่สะดวกต่างๆ จากการนอนกลางดิน กินกลางทราย
อกี ทง้ั เสียงแปลกๆ ในป่า ซง่ึ ไม่คอ่ ยน่ากลัวเวลาอยบู่ นกุฏิ แตอ่ าจกลายเปน็ เรือ่ งน่า
หวาดหวนั่ เวลาลงไปอยกู่ บั พน้ื ในปา่ กไ็ ด้ ธดุ งควตั รขอ้ นจี้ งึ เปน็ ขอ้ ปฏิบตั ทิ ี่ฝกึ พระให้
มีประสบการณใ์ นการอย่ปู ่าก่อนท่จี ะออกธุดงคจ์ รงิ ๆ

ไม่ยึดมน่ั ในทีอ่ ยู่

ระเบียบในการแจกกุฏไิ ด้น�ำหลกั การในธดุ งควตั รข้อท่ี ๑๒ มาใช้ คอื ใหอ้ ยู่
ตามทีๆ่ ครบู าอาจารย์จัดให้ บางคร้งั เพอื่ ความเหมาะสมบางประการ หากจะตอ้ งมี
การโยกย้ายจากท่ีเดิมไปอยู่กฏุ หิ ลังอืน่ กต็ อ้ งเปน็ ไปตามคำ� สง่ั เม่ือจะจากวัดไปอยู่
ท่ีอ่ืนก็ต้องท�ำความสะอาดให้เรียบร้อย น�ำบริขารทั้งหมดของตนออกไปด้วย ไม่มี
การหวง ใส่กุญแจเก็บเอาไว้ ผู้มาทีหลังจะได้เข้าไปอยู่แทน เมื่อกลับมาอีกครั้ง
กต็ อ้ งไปอยกู่ ฏุ ทิ สี่ งฆจ์ ดั ให้ ทง้ั นเ้ี ปน็ การปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความไมย่ ดึ มนั่ ถอื มน่ั ซงึ่ หลวงพอ่
เคยอบรมเอาไวว้ ่า

“ข้อที่ว่าเราจะต้องไปอยู่กุฏิใดก็ตาม ตามที่ก�ำหนดไว้ให้เรา เป็นข้อวัตรท่ีมี
ประโยชนเ์ ชน่ เดยี วกนั ชว่ ยไมใ่ หพ้ ระตดิ ทอ่ี ยู่ ถา้ ผใู้ ดจากไปแลว้ กลบั มาใหม่ กห็ าทอี่ ยู่
กนั ใหม่ การปฏิบตั ิของพวกเราเป็นเชน่ นี้ คอื ไม่ยึดม่ันถอื มัน่ สง่ิ ใด”

การอดนอน

ธดุ งควตั รขอ้ ที่ ๑๓ หรอื ทเ่ี รยี กชอื่ เฉพาะวา่ เนสชั ชกิ วตั ร นนั้ เปน็ วตั รทสี่ ง่ เสรมิ
การปรารภความเพยี ร โดยใหป้ ฏบิ ตั ภิ าวนาในอริ ยิ าบถ ยนื เดนิ นงั่ เทา่ นัน้ งด
อริ ยิ าบถนอน พระเณร แมช่ ี อกี ทง้ั อบุ าสกอบุ าสกิ าทมี่ ารกั ษาศลี ๘ ทวี่ ดั หนองปา่ พง

225

จะร่วมกันสมาทานธดุ งควตั รข้อท่ี ๑๓ นใี้ นทุกวนั พระ นบั ตง้ั แตห่ น่งึ ทุ่มจนถึงอรณุ
รุ่งของวันใหม่ จะเป็นเวลาท่ีทุกรูปทุกนามมาร่วมกันประกอบความเพียร ท�ำวัตร
สวดมนต์ ฟงั เทศน์ฟงั ธรรม นั่งสมาธิภาวนาจนรุ่งเชา้ ยิ่งในฤดูเขา้ พรรษาดว้ ยแลว้
เนสชั ชกิ วตั ร นยี้ ง่ิ ถอื ปฏบิ ตั กิ นั อยา่ งอกุ ฤษฏ์ เพราะเปน็ ขอ้ วตั รทท่ี ำ� ไดย้ ากยงิ่ พระเณร
บางรปู สมาทานไมเ่ อนหลงั ทง้ั พรรษา บางรปู หนงึ่ เดอื นบา้ ง ครง่ึ เดอื นบา้ ง แลว้ แตก่ ำ� ลงั

ในสมยั ทห่ี ลวงพอ่ ยงั แขง็ แรง หลงั จากเทศนาอบรมเสรจ็ แลว้ ทา่ นจะนง่ั สมาธใิ น
ศาลาตลอดทง้ั คนื เมอ่ื ผเู้ ปน็ ครอู าจารยไ์ มล่ กุ ศษิ ยก์ ไ็ มก่ ลา้ ลกุ จะเมอื่ ยจะปวดอยา่ งไร
ก็ทนเอา ญาติโยมเมื่อได้เห็นความขยันขันแข็งของพระภิกษุสามเณร ก็เกิดวิริยะ
พากเพียรภาวนาได้จนตลอดรุ่งเช่นกัน หลวงพ่อเคยอบรมให้ก�ำลังใจในการถือ
เนสัชชกิ วัตร เอาไว้ว่า

“ถือไม่ได้วันนี้ วันอ่ืนก็ต้องให้ได้ ถึงจะได้อย่างไม่สะอาด ไม่บริสุทธ์ิ คือ
ยงั งว่ ง หรอื ขาดสตบิ า้ ง กอ็ ยา่ ใหม้ กี ารเอนหลงั นอน จะนงั่ หลบั จะเดนิ หลบั จะยนื หลบั
ง่วงอย่างไรอันน้ีไม่ว่ากัน เป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้น แต่ขอให้มีความอดทน
มคี วามพากเพยี ร มสี ัจจะท่ีจะปฏบิ ัตเิ ปน็ พเิ ศษกแ็ ลว้ กัน”

มคู วัตร

นอกเหนอื จากธุดงควัตร ๑๓ ข้อแล้ว ยังมีขอ้ วตั รพิเศษเพือ่ ชว่ ยขดั เกลากเิ ลส
เพิ่มเตมิ มาอกี บางอย่าง เชน่ มูควตั ร การงดเปลง่ วาจา อนั จะเป็นการช่วยเสริมการ
เจรญิ สมาธิภาวนาอยา่ งมาก เพราะเม่ือเริม่ งดพดู คยุ อารมณท์ จ่ี ะเขา้ มาปรุงแตง่ จติ
กน็ ้อยลงเปน็ ล�ำดับ พระครูบรรพตวรกติ ไดเ้ ล่าถงึ การปฏิบตั มิ ูควตั รในสมัยก่อนให้
ฟงั ว่า

“ถงึ ฤดกู าลเขา้ พรรษากม็ กี ารไมพ่ ดู แตเ่ ปดิ โอกาสใหห้ ลวงพอ่ ทา่ นพดู องคเ์ ดยี ว
ถา้ ไมพ่ ดู ทงั้ หมดจะขดั ตอ่ พระวนิ ยั บางองคก์ ย็ กเปน็ ปญั หาขนึ้ เพราะไปพบเรอ่ื งนใี้ น
พระวนิ ยั วา่ ถา้ ถอื วตั รไมพ่ ดู กนั จะเปน็ อาบตั ิ ทา่ นไดก้ ลา่ ววา่ เรอื่ งนมี้ ขี อ้ แมอ้ ยหู่ รอก

226

ผมจะพูดแต่พวกคุณไม่ต้องพูด ถา้ ไมพ่ ดู กนั ทั้งวัดกผ็ ดิ จริงๆ ผมก็ยอมรบั และรู้อยู่
ท่านตอบอย่างนี้เพ่อื หาทางออกใหล้ ูกศิษย์สมาทานฝกึ หัด มูควตั ร การไม่พูด”

การอดอาหาร

ส�ำหรบั เรื่องการอดอาหารน้ัน หลวงพอ่ ให้เปน็ ไปตามอัธยาศยั ของแต่ละบุคคล
แตท่ า่ นสอนใหเ้ ขา้ ใจเจตนาของการอด คอื ใหเ้ ปน็ ไปเพอ่ื การปฏบิ ตั ิ เชน่ เพอื่ ฝกึ ความ
อดทนและขัดเกลากิเลสบางอย่าง เป็นต้น มิใช่อดเพราะอยากอวดหรือแข่งขันกัน
ทง้ั นี้หลวงพอ่ ได้ใหค้ �ำแนะน�ำในเรื่องการอดอาหารไวว้ ่า

“เปน็ เรือ่ งเฉพาะของแตล่ ะคน บอกกันยาก ต้องฝกึ หัดทำ� เอาเอง การฝึกจติ
กเ็ หมอื นกัน รบี ฝึก รบี หดั ไมใ่ ช่เรอ่ื งจะไปวง่ิ ออกแรง อดนอน อดกิน แตเ่ ปน็ เร่ือง
ปฏิบตั ิ ไม่ใช่ทำ� ให้เหนอื่ ยเปน็ เรอื่ งของความพอดี ทำ� จติ ใจให้พอเหมาะสมสว่ นกนั
ปฏิปทาบางคนก็ยากนะ บทจะไม่กิน ๑๕ วันก็อดอยู่ได้ เดินจงกรมอยู่อย่างน้ัน
บทจะกินละก็ผัก ๕ กระจาดก็กินหมดไม่เหลือ ข้าวมีเท่าไรก็หมด นี่ก็เกินไปจน
น่าอศั จรรย์ ไมใ่ ชเ่ รอื่ งดีนะ

เรอ่ื งไมก่ นิ ขา้ วเปน็ เรอ่ื งทรมาน ตอ้ งรจู้ กั จะเดนิ หรอื ลอยไปในอากาศไดก้ ไ็ มใ่ ช่
เรอ่ื งปฏบิ ตั ิ จะกนิ ขา้ ววนั ละ ๗ คำ� กไ็ มใ่ ชเ่ รอ่ื งปฏบิ ตั ิ เพราะวา่ มนั ไมพ่ อดี เรอ่ื งเหลา่ นน้ั
ไม่ใช่เรื่องจะท�ำให้ตรัสรู้ได้ การปฏิบัติไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นเร่ืองของการมักน้อย
สนั โดษ แตต่ อ้ งมกั นอ้ ยใหอ้ ยไู่ ด้ คอื วา่ ถา้ หวิ นดิ หนอ่ ยมนั สอนงา่ ย แตถ่ า้ หวิ มากจรงิ ๆ
กจ็ ะสอนยาก ไมร่ เู้ รอื่ ง หวิ ขา้ วมากๆ ใครมาพดู อะไรมนั ผดิ หไู ปหมด หวิ จดั จรงิ ๆ จะฆา่
คนเอานะ มนั ไม่พอดี กนิ ใหพ้ อประมาณอยไู่ ด้ เหมอื นชา้ งอยู่ในป่าไผ่ เราอยากจะ
ขคี่ อกไ็ ปจบั มนั มาใสข่ อ่ื คา จองจำ� ไวแ้ ลว้ หาอะไรใหก้ นิ บา้ ง อยา่ ใหก้ นิ มาก ใจกห็ าย
หวิ กห็ วิ ผอมลงมนั กย็ อมใหห้ ดั ใหส้ อนได้ จากชา้ งปา่ พยศกลายเปน็ ชา้ งบา้ นไดอ้ ยา่ งนนั้
ถ้าหัดได้เสียแล้วก็ปล่อยได้ ปล่อยไปตามตลาดโน่นก็ได้ เราหัดตัวเองก็ต้องหัด
อย่างน้นั ”

227

อยา่ งไรกต็ ามหลวงพ่อมกั ใหก้ ารแนะน�ำเหมาะกบั กาลเวลาและบุคคล บางครงั้
เมื่อท่านเหน็ วา่ ลูกศิษยท์ ีข่ ออดอาหารมคี วามคดิ ผดิ หรอื ความทะยานอยากอด ท่าน
มักให้ค�ำแนะน�ำในท�ำนองปฏิเสธดังท่ีกล่าวมาแล้วข้างต้นน้ัน แต่ในกรณีที่ท่านเห็น
ว่าการอดอาจเป็นประโยชน์กับลูกศิษย์ผู้ขออนุญาต ท่านก็ให้ค�ำแนะน�ำอีกท�ำนอง
หน่งึ เชน่ กัน

“การอดอาหาร เมอื่ ถงึ ทกี่ นั ดารจำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งอาศยั ปจั จยั สน่ี ้ี บางทสี ถานทน่ี นั้
ไมม่ ี เราตอ้ งไปผา่ นความจำ� เปน็ เชน่ นน้ั เรามกี ำ� ลงั มากขนาดวนั หรอื สองวนั นี้ เราจะเดนิ
ไปสบายหรอื นั่งรถไปสบาย ไมม่ ีอะไร มันมกี �ำลงั อย่างน้ี เพราะอะไร เราใช้กำ� ลงั ผล
งานทเี่ ราเคยทำ� มาแลว้ เราเขา้ ใจ ถา้ เราไมเ่ คยทำ� มากอ่ นความกลวั มนั กเ็ กดิ ขนึ้ กลวั จะ
ไปไมไ่ หวหนอ จะเปน็ ลมเสยี กระมงั อาจจะลม้ หกลม้ ตายกไ็ ด้ คดิ วนุ่ ไปหลายประการ
อันนมี้ ันเรื่องความคดิ มันจรมา ก็เป็นไปได้ บางทอี ดได้ ๓-๔ วันอย่างนก้ี เ็ หนือ่ ย
ตอนบา่ ยๆ นส่ี ำ� คญั เหลอื เกนิ ตอนนี้ บางทเี กอื บจะยอมมนั ไปละ แตว่ า่ กลางคนื มากม็ ี
กำ� ลงั อกี แลว้ ถกู ความเยน็ เขา้ กม็ กี ำ� ลงั อกี ตอนทสี่ องนส่ี ำ� คญั ตอนทจ่ี ะไปบณิ ฑบาต
มาฉนั นี้ ตดั สนิ ใจยากเหลอื เกนิ ตอนน้ี เราจะเอาตอ่ อกี ไหมหนอ หรอื จะหยดุ แคน่ หี้ นอ
เลยวนุ่ ไปเสีย บางทีมองดบู าตรก็อยากไปเหมือนกัน ถา้ เราไม่ไปบิณฑบาตซัก ๒-๓
วันนี้ มนั จะไปบณิ ฑบาตได้หรอื มนั เอาอกี แล้ว จนกว่าจะไปแหล่ไม่ไปแหล่ ล�ำบาก
ยากเย็นนะจนกวา่ เอ้อ! จะตายใหม้ นั ตายเสยี ไม่ตอ้ งไปมันแล้ววันนี้ แข็งแรงข้นึ มา
ปบุ๊ เลย ความอ่อนเพลยี ก็หายสลายตวั ไปอกี มันกต็ ัง้ อยูอ่ ยา่ งนี้ อาศัยความอดทน
ตลอดเวลา

ก็ได้เจ็ดวันกว่าเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่หิว สบาย คิดว่าจะอยู่ไปโดยไม่ฉันจังหัน
ใหถ้ งึ ตายกไ็ ด้ มนั ขา้ มไปกา้ วเดยี วเทา่ นนั้ กพ็ น้ ไปเลย ตรงนร้ี ะวงั กนั นะ ระวงั มองๆ ดู
เพอ่ื นภกิ ษสุ ามเณรแลว้ เหน็ วา่ ยงุ่ กนั ไปทง้ั วดั นะ่ แหละ เดยี๋ วตอนเชา้ กไ็ ปบณิ ฑบาตมา
เดยี๋ วกม็ าฉนั ฉนั แลว้ กเ็ อามาเทออกตอนเชา้ มากเ็ อาบรรจเุ ขา้ อกี เอาเขา้ ไปแลว้ กเ็ ทออก
แล้วกไ็ ปเอามาใส่ คดิ บ้าๆ บอๆ อยู่อย่างนี้แหละ กเ็ ลยยุ่งกันไป เรามนั เป็นทาส
ของกเิ ลสตัณหาเหลอื เกิน บางคนก็ตัดสนิ ใจเลิกเลยไมต่ ้องฉนั ให้มันตายเสียดกี ว่า

228

ตรงนเ้ี ปน็ สง่ิ ทส่ี ำ� คญั มาก เหน็ เรอื่ งการขบฉนั นเี่ ปน็ เรอื่ งเลก็ ๆ นอ้ ยๆ เมอื่ คดิ ไปอยา่ งนี้
กท็ ำ� ไปเลย คดิ สงู เกนิ ไป แตส่ งู ลงไปขา้ งลา่ ง ไมใ่ ชส่ งู ขน้ึ ขา้ งบน แลว้ กก็ ลบั เปน็ สญั ญา
วิปลาสเท่านน้ั เลยไปโทษข้าวโทษปลาไปเสีย มองเหน็ ข้าวสกุ เมลด็ ข้าวนเี่ ป็นหนอน
ทง้ั นัน้ แหละ ไมอ่ ยากจะเอาเขา้ บาตรเลย
การอดอาหารชนดิ นเ้ี รยี กวา่ การปฏวิ ตั กิ เิ ลส เปน็ การปฏวิ ตั กิ เิ ลสไปในตวั ของมนั
เพราะวา่ กิเลสคือเราชอบ เราชอบอย่างไรเรากท็ ำ� อย่างนนั้ บัดนม้ี ันฝนื ฝนื ธรรมชาติ
อันน้นั เมอื่ ฝนื ธรรมชาติ อนั นน้ั ก็เกิดความรขู้ ้นึ มาหลายอยา่ ง นม่ี ันจะเป็นอย่างนี้
อันนี้ถ้าใครเคยท�ำแล้วจะอธบิ ายแยบคายไดด้ ที ีส่ ุด การทรมานแบบนีม้ ีทัง้ ผิดทั้งถกู
แตถ่ า้ เรามีปญั ญากเ็ กดิ ประโยชนม์ ากทีเดยี ว ไม่ใช่ไมเ่ กดิ ประโยชน”์

229

การฝกึ สมาธเิ จริญภาวนา

พระพทุ ธองคต์ รสั วา่ เมอ่ื ศลี มน่ั คงดแี ลว้ นกั ปฏบิ ตั ไิ มค่ วรประมาท จงนอ้ มจติ
เพอื่ การฝกึ อบรมทสี่ งู ขน้ึ ไป คอื การภาวนานน่ั เอง หลวงพอ่ ใหค้ ำ� จำ� กดั ความเกยี่ วกบั
การฝึกสมาธภิ าวนาว่า

“เป็นการฝึกจิตของเราให้ต้ังมั่นและมีความสงบ เพราะตามปกติ จิตนี้เป็น
ธรรมชาตดิ ิน้ รน กวดั แกวง่ หา้ มได้ยาก รักษาไดย้ าก ชอบไหลไปตามอารมณต์ �ำ่ ๆ
เหมือนน้�ำชอบไหลสู่ที่ลุ่มเสมอ พวกเกษตรกรเขารู้จักกั้นน้�ำไว้ท�ำประโยชน์ในการ
เพาะปลูกต่างๆ มนุษย์เรามีความฉลาดรู้จักเก็บรักษาน�้ำ เช่น กั้นฝาย ท�ำท�ำนบ
ทำ� ชลประทาน เหลา่ น้ี กล็ ว้ นแตก่ น้ั นำ้� ไวท้ ำ� ประโยชนท์ ง้ั นนั้ พลงั งานไฟฟา้ ทใี่ หค้ วาม
สว่างและใช้ทำ� ประโยชน์อน่ื ๆ ก็ยังอาศยั นำ�้ ที่คนเรารูจ้ กั กน้ั ไว้น้เี อง ไมป่ ลอ่ ยให้มัน
ไหลลงสู่ที่ลุ่มเสียหมด จิตใจท่ีมีการกั้น การฝึกท่ีดี ก็ให้ประโยชน์อย่างมหาศาล
เช่นกันดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า จิตที่ฝึกดีแล้วน�ำความสุขมาให้ การฝึกจิตให้ดี
ยอ่ มสำ� เรจ็ ประโยชน์ดังนเ้ี ป็นต้น”

การฝกึ จติ เปน็ หวั ใจของชวี ติ นกั บวช หลวงพอ่ ใหค้ วามสำ� คญั กบั เรอ่ื งนมี้ ากในฐานะ
เปน็ งานหลกั ของชวี ิตประจ�ำวันทีเดยี ว ดังท่ีท่านชี้แนะพระเณรที่วัดหนองปา่ พงว่า

“คนท่ีจะมีก�ำลังนี่เดินจงกรมก็ไม่ได้ขาด น่ังสมาธินี่ไม่ได้ขาด สังวรส�ำรวม
ไม่ได้ขาด เราสังเกตพระเณรท่ีนี้ก็ได้ องค์ใดถ้าเห็นว่าฉันเสร็จแล้วหมดธุระแล้ว

230

เขา้ ไปในกฏุ ขิ องทา่ น ตากจวี รไว้ เดนิ จงกรม เดนิ ไปตามกฏุ เิ ทา่ นนั้ เราจะเหน็ ทางเดนิ
เป็นแถว เราเห็นบอ่ ยครง้ั การเดินจงกรม การน่ังสมาธิ ท่านองค์น้ีไม่เบ่ือไมห่ น่าย
นี่ท่านมีก�ำลัง ท่านเป็นผู้มีก�ำลังมาก ทุกๆ องค์ถ้าเอาใจใส่ในการประพฤติปฏิบัติ
อยา่ งน้แี ล้ว ผมวา่ มันสบาย”

ปรยิ ัติปฏิบตั ิ

หลวงพ่อมักแนะน�ำพระภิกษุสามเณร ผู้ที่มุ่งเข้ามาประพฤติปฏิบัติที่วัดหนอง
ป่าพงว่า

“ไม่ต้องอ่านหนังสือ ให้อ่านใจตัวเองดีกว่า” แต่ไม่ใช่ว่าท่านประมาทในเร่ือง
ปรยิ ตั ิธรรม เพียงแตเ่ ปน็ หว่ งวา่ ลูกศษิ ย์จะหลงเข้าใจผดิ ว่าตนรธู้ รรมะดแี ลว้ ทง้ั ๆ ที่
จติ ยงั เขา้ ไมถ่ งึ

ปรยิ ตั นิ เี้ หมอื นตำ� รายาทช่ี บี้ อกใหห้ ารากไม้ แตถ่ า้ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ออกแสวงหาตน้ ยา
ใหร้ จู้ ักว่าต้นนเี้ ปน็ อย่างนน้ั ตน้ นน้ั เปน็ อยา่ งน้ี มันไม่เกดิ ประโยชน์อะไร”

มิหน�ำซำ�้ ความรู้ทเี่ ป็นสัญญาความทรงจำ� อาจจะมโี ทษต่อผภู้ าวนา

“นักปรยิ ตั ชิ อบสงสัย เช่น เวลาน่งั สมาธิ ถา้ จติ สงบป๊ับ เอ! มันเปน็ ปฐมฌาน
ละกระมงั ชอบคิดอยา่ งนี้ พอนึกอย่างนจี้ ิตถอนเลย ถอนหมดเลย เดีย๋ วกน็ กึ วา่ เปน็
ทตุ ยิ ฌานแลว้ กระมงั อยา่ เอามาคดิ พวกนม้ี นั ไมม่ ปี า้ ยบอก มนั คนละอยา่ ง ไมม่ ปี า้ ย
บอกวา่ นที่ างเขา้ วดั หนองปา่ พง มไิ ดอ้ า่ นอยา่ งนน้ั มนั ไมบ่ อก มแี ตพ่ วกเกจอิ าจารย์
มาเขียนไว้ว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน มาเขียนไว้ทางนอก
ถา้ จติ เราเขา้ ไปสงบถงึ ขนั้ นนั้ แลว้ ไมร่ จู้ กั หรอก รอู้ ยแู่ ตว่ า่ มนั ไมเ่ หมอื นปรยิ ตั ทิ เี่ ราเรยี น
ถา้ ผเู้ รยี นปรยิ ตั แิ ลว้ ชอบกำ� เขา้ ไปดว้ ย ชอบนงั่ คอยสงั เกตวา่ เอ! เปน็ อยา่ งไร มนั เปน็
ปฐมฌานแล้วหรือยัง น่ีมันถอนออกหมดแล้ว ไม่ได้ความ ทำ� ไมจึงเป็นอย่างน้ัน
เพราะมันอยาก พอตัณหาเกิดมันจะมีอะไร มันก็ถอนออกพร้อมกัน นี่แหละเรา
ทัง้ หลายต้องทิง้ ความคดิ ความสงสยั ใหห้ มด ใหเ้ อาจติ กับกายวาจาล้วนๆ เขา้ ปฏิบตั ิ

231

ดอู าการของจติ อยา่ แบกคมั ภรี เ์ ขา้ ไปดว้ ย ไมม่ คี มั ภรี ใ์ นนนั้ ขนื แบกเขา้ ไปมนั เสยี หมด
เพราะในคัมภีรไ์ ม่มสี งิ่ ท้งั หลายตามความเป็นจรงิ ผู้ทีเ่ รียนมากๆ รมู้ ากๆ จึงไมค่ อ่ ย
ส�ำเร็จ เพราะมาตดิ ตรงนี”้

หลวงพอ่ เคยสอนพระทีแ่ ตกฉานในทางปริยัตริ ปู หนึง่ ว่า

“เอาปริยัติของคุณใส่หีบใส่ห่อเก็บไว้เสีย อย่าเอามาพูด เวลามีอะไรขึ้นมา
มนั ไมเ่ ป็นอยา่ งนั้น เหมอื นกับเราเขยี นหนงั สือวา่ ความโลภ เวลามนั เกิดขึ้นในใจ
มนั ไมเ่ หมอื นกบั ตวั หนงั สอื เวลาโกรธกเ็ หมอื นกนั เขยี นใสก่ ระดานดำ� เปน็ อยา่ งหนงึ่
มันเปน็ ตวั อกั ษร เวลามันอย่ใู นใจ มนั อ่านอะไรไมท่ นั หรอก มันเป็นข้นึ มาทน่ี เ่ี ลย
ส�ำคัญนัก สำ� คญั มาก จรงิ อยู่ปรยิ ัติเขยี นไวถ้ ูกแตต่ อ้ ง โอปนยิโก ใหเ้ ป็นคนนอ้ ม
ถา้ ไม่นอ้ มกไ็ มร่ จู้ กั ความจรงิ ”

อปุ กรณ์เสรมิ สง่ สมาธภิ าวนา

“เราจะตอ้ งเปน็ ผทู้ มี่ จี ติ ใจเผอ่ื แผ่ โอบออ้ มอารี ทเี่ รยี กวา่ เมตตาธรรม ใหเ้ ปน็ ผู้
มเี มตตาเปน็ คณุ ธรรม เชน่ วา่ เรากำ� จดั ตวั โลภะหรอื ความเหน็ แกต่ วั ออก ทางพระทา่ นวา่
ทานคือการให้ คนเราถ้าเห็นแก่ตวั แล้วไม่คอ่ ยสบาย แต่คนชอบจะเห็นแกต่ วั หลาย
แต่เจา้ ของไมร่ ้สู กึ ไม่รู้สึกตัว

จะรไู้ ด้ในเวลาไหน? รู้ไดใ้ นเวลาเราหวิ อาหาร ถ้าเราไดแ้ อปเป้ลิ มา แลว้ เราจะ
แบง่ คนอนื่ จะแบง่ ใหเ้ พอ่ื น คดิ แลว้ คดิ อกี อยากจะใหเ้ พอ่ื นกอ็ ยากจะให้ แตว่ า่ อยาก
จะเอาลกู เลก็ ๆ ให้ จะเอาลกู ใหญใ่ หก้ ็ แหม! เสยี ดายเหลอื เกนิ คดิ ยากนกั หนา เอาไป
เอาไป เอาลกู นไี้ ป เรากใ็ หล้ กู เลก็ ใหแ้ อปเปล้ิ ลกู นอ้ ยๆ ไป แตเ่ อาลกู ใหญไ่ ว้ นคี่ วาม
เหน็ แกต่ วั ชนดิ นอี้ นั หนง่ึ แตค่ นไมค่ อ่ ยจะเหน็ เคยมไี หม? เคยเปน็ ไหม? การใหท้ านน้ี
เป็นการทรมานจิตนะ มันอยากให้เขาลูกเล็กๆ อุตส่าห์บังคับเอาลูกใหญ่ให้เพ่ือน
พอใหแ้ ลว้ เออ! สบายนะ

232

นกี่ ารทรมานจติ อยา่ งน้ี ตอ้ งบงั คบั จติ ใจใหม้ นั รจู้ กั ให้ ใหม้ นั รจู้ กั ละ ไมใ่ หม้ นั เหน็
แกต่ วั เมอ่ื เราใหค้ นอนื่ เสยี แลว้ มนั กส็ บายหรอก ถา้ เรายงั ไมใ่ หน้ ี่ จะใหล้ กู ไหนหนอ
มันลำ� บากมากเหลือเกิน กล้าตดั สินว่าให้ลกู ใหญน่ ี่หนา เสยี ใจนิดหนอ่ ยนะ แตพ่ อ
ตกลงใจให้เขาแลว้ มันก็แลว้ ไป นเ้ี รียกว่าทรมานจิตในทางท่ถี กู มนั เปน็ อย่างนี้

ถ้าเราท�ำให้ได้อย่างนี้เรียกว่าเราชนะตัวเอง ถ้าเราท�ำไม่ได้อย่างน้ีเรียกว่าเรา
แพต้ ัวเอง เห็นแกต่ ัวเรอ่ื ยไป กอ่ นนี้เรามคี วามเหน็ แกต่ วั อันนก้ี ็เปน็ กิเลสอันหน่งึ
เหมอื นกนั ตอ้ งขจดั ออก ทางพระเรยี กวา่ การใหท้ าน การใหค้ วามสขุ แกค่ นอน่ื อนั นี้
เป็นเหตุช่วยให้ช�ำระความสกปรกในใจของเราได้ และต้องให้เป็นคนจิตใจอย่างน้ี
ใหพ้ จิ ารณาอย่างนั้น อันนี้ประการหนึ่งที่ควรทำ� ไว้ในใจของเรา

บางคนอาจจะเห็นว่าอย่างนกี้ เ็ บยี ดเบียนตวั เอง นไี้ ม่ใช่เบียดเบยี นตวั แต่เป็น
การเบยี ดเบยี นกิเลสตณั หาต่างหากละ่ ถา้ ในตวั มันมีกิเลสขน้ึ มา ให้กเิ ลสมนั หายไป
กิเลสนีเ้ หมือนแมว ถา้ ใหก้ นิ ตามใจมันก็ยง่ิ มาเร่อื ยๆ แตม่ วี ันหน่ึงมนั ข่วนนะ ถ้าเรา
ไมใ่ หอ้ าหารมัน ไม่ตอ้ งใหอ้ าหารมัน มันจะมารอ้ งแง๊วๆ อยู่ เราไม่ใหอ้ าหารมันสัก
๑-๒ วันเทา่ นัน้ กไ็ ม่เห็นมนั มาแล้ว เหมอื นกนั แหละ กเิ ลสไมม่ ากวนเรา เรากจ็ ะได้
สงบใจตอ่ ไป ทำ� ให้กเิ ลสกลัวเรา อยา่ ทำ� ใหเ้ รากลวั กเิ ลส ใหก้ ิเลสกลัวเรา นพ่ี ูดให้
เหน็ ธรรมในปัจจุบันในใจของเราอยา่ งนี้

ธรรมะของพระพุทธเจ้าของเราอยู่ที่ไหน อยู่ที่ความรู้ความเห็นในใจของเรา
อยา่ งนร้ี ไู้ ดท้ กุ คน เหน็ ไดท้ กุ คน ไมใ่ ชอ่ ยใู่ นตำ� รา ไมต่ อ้ งมาเรยี นใหม้ นั มาก พจิ ารณา
เดี๋ยวน้ีก็เห็น เห็นได้ทุกคน เพราะมันอยู่ในใจทุกคน เรามีกิเลสทุกคนใช่ไหม
ถ้ามนั ไดเ้ หน็ อยา่ งนกี้ ร็ ู้จกั แตก่ อ่ นน้ีเราต้องเลี้ยงกเิ ลสไว้ ให้ร้จู ักกิเลส อย่าให้มัน
มากวนเรา อันนี้เป็นอันหนงึ่ ท่ยี งั ไมบ่ งั เกดิ ใหท้ ำ� ให้เกิดข้นึ ทีเ่ กิดแล้วกท็ �ำใหม้ ากขน้ึ

ทนี ข้ี อ้ ปฏบิ ตั ติ อ่ ไปคอื การรกั ษาศลี ศลี นจ้ี ะดแู ลธรรมะใหเ้ จรญิ ขน้ึ เหมอื นพอ่ แม่
กบั ลกู การรกั ษาศลี คอื การเวน้ การเบยี ดเบยี นและทำ� การเกอื้ กลู ชว่ ยเหลอื อยา่ งนอ้ ย
ใหม้ ี ๕ ขอ้ คือ

233

๑. ใหเ้ มตตาสตั วแ์ ละมนุษย์ทั้งหมด ไม่ใหท้ �ำรา้ ยเบยี ดเบียนตลอดถงึ การฆา่

๒. ใหม้ คี วามสจุ รติ อย่าไปข้ามสิทธขิ์ องกันและกนั พูดงา่ ยๆ คอื ไม่ใหข้ โมย
ของกันน่นั เอง

๓. ใหร้ จู้ กั ประมาณในการบรโิ ภค อยใู่ นฆราวาสวสิ ยั กต็ อ้ งมคี รอบครวั มพี อ่ บา้ น
แมบ่ า้ น แตถ่ า้ รจู้ กั ประมาณกป็ ฏบิ ตั ธิ รรมะได้ ใหร้ จู้ กั พอ่ บา้ นของเรา รจู้ กั แมบ่ า้ นของเรา
เทา่ นน้ั ให้รจู้ ักประมาณ อยา่ ท�ำใหเ้ กินประมาณ ให้มีขอบเขต แต่โดยมากคนจะ
ไมม่ ขี อบเขตเสยี ดว้ ยนะ บางทพี อ่ บา้ นคนเดยี วกไ็ มพ่ อ มสี องคนบา้ ง บางทมี แี มบ่ า้ น
คนเดยี วไมพ่ อ ต้องมสี องมีสามด้วย อยา่ งนก้ี ม็ ี อาตมาวา่ คนเดยี วกก็ นิ ไม่หมดแล้ว
จะไปมสี องคนสามคนน่ี มนั เรอื่ งสกปรกทงั้ นนั้ น่ี อยา่ งนตี้ อ้ งพยายามชำ� ระ พยายาม
ฝึกใจให้มันรู้จักประมาณ ความรู้จักประมาณนี้มันบริสุทธิ์ดี ที่ไม่รู้จักประมาณน้ี
มนั ไมม่ ขี อบเขต ถงึ ไดอ้ าหารเอรด็ อรอ่ ยอยา่ งนี้ อยา่ ไปนกึ ถงึ ความเอรด็ อรอ่ ยมนั มาก
ใหร้ ู้จกั ทอ้ งเรา ใหร้ จู้ กั ประมาณ ถ้าเรากนิ มากกล็ �ำบากเหมือนกนั ให้ร้จู กั ประมาณ
ความรจู้ กั ประมาณนด่ี ที สี่ ดุ ใหม้ แี มบ่ า้ นคนเดยี วกพ็ อแลว้ มพี อ่ บา้ นคนเดยี วกพ็ อแลว้
มีสองมีสามเกนิ ขอบเขตแลว้ วนุ่ วาย

๔. ความซอ่ื สตั ย์ นี้กเ็ ป็นเคร่อื งก�ำจัดกิเลสเราเหมอื นกนั เปน็ คนตรงมสี ัจจะ
เปน็ คนซื่อสตั ย์

๕. เป็นคนท่ีไม่ด่ืมสุราน้�ำเมา อย่างน้ีก็ให้รู้จักประมาณ ให้เลิกเสียก็ดี คน
เราเมามัวในครอบในครวั ก็มากแล้ว เมาลกู เมาหลาน เมาทรัพยส์ มบตั ิหลายอย่าง
มันกพ็ อแลว้ ย่งิ เอาเหลา้ มากนิ เขา้ ไปอกี มันก็มืดเท่านั้นแหละ อันนี้บรษิ ทั ท้ังหลาย
ไมร่ ู้ ดูตัวเราเอง ถ้าหากวา่ มนั มาก ใครมมี ากกพ็ ยายามคอ่ ยๆ ปัดเป่ามนั ออกไป
ปดั เปา่ มนั ออกไปให้หมด

ทนี ี้ เมอื่ มศี ลี บรสิ ทุ ธดิ์ แี ลว้ มคี วามรกั กนั ซอ่ื สตั ย์ กจ็ ะมคี วามสขุ ความเดอื ดรอ้ น
ไม่มี เม่ือความเดือดร้อนไม่มีแล้ว เพราะไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน อย่างนี้ก็มี
ความสุข นค้ี อื อยู่ในเมืองสวรรคแ์ ล้ว สบาย กนิ ก็สบาย นอนก็สบาย มีความสุข

234

สขุ เกดิ จากศลี เมื่อมีการกระทำ� อยางนีก้ เ็ ป็นเหตุใหอ้ ันนี้เกดิ ขนึ้ มา ละความชวั่ เชน่ น้ี
เปน็ กฎอันหน่งึ เพื่อความดนี เี้ กดิ ขึ้นมา นีถ่ ้าเรามศี ลี อย่างน้ี ความชว่ั หนีไป ความสขุ
เกดิ ขนึ้ มา นี่ละเกดิ เพราะการปฏิบตั ดิ ีปฏบิ ตั ิชอบ

ทีน้ียังไม่จบแค่น้ีนา คนเราถ้ามีความสุขแล้วชอบเผลอเหมือนกัน ชอบเผลอ
ไมอ่ ยากไปทไี่ หน ชอบตดิ สขุ อยทู่ นี่ น่ั แลว้ ไมอ่ ยากไปทไี่ หนหรอก ชอบสขุ มนั เปน็ สวรรค์
ถา้ พดู ตามบคุ ลาธษิ ฐานเปน็ เมอื งสวรรค์ ผชู้ ายกเ็ ปน็ เทวบตุ ร ผหู้ ญงิ กเ็ ปน็ เทวดา สบาย
ไม่รู้เนื้อรู้ตัว อันนี้ให้ท�ำความพิจารณาอีกทีหน่ึงอย่าหลงมัน ให้พิจารณาโทษของ
ความสุขอีก ว่าความสุขนม่ี นั ไม่แน่นอนเหมือนกนั มีความสุขแล้วไมช่ ้าไม่นานเทา่ ไร
ความสุขน้ันก็จะเลิกจากเรา นี้เป็นของไม่แน่เหมือนกัน เมื่อความสุขเลิกจากเรา
ความทกุ ขเ์ กิดขนึ้ มา เราก็ร้องไห้อีกแหละ นางเทวดาร้องไหแ้ ลว้ ซิ เทวบตุ รยังร้องไห้
เปน็ ทกุ ข์ แลว้ ทา่ นใหเ้ ราพจิ ารณาโทษของมนั ใหเ้ หน็ โทษของมนั วา่ โทษของความสขุ
มอี ยู่ แตใ่ นเวลาทม่ี คี วามสขุ นไ่ี มร่ จู้ กั มคี วามสขุ นมี้ นั ปดิ ทำ� ใหเ้ ราไมเ่ หน็ ทกุ ขห์ รอก”

ภาวนาแบบไหนดี

หลวงพอ่ ไมไ่ ดจ้ ำ� กดั วธิ กี ารเจรญิ ภาวนา ผกู ขาดลงไปในแนวทางใดแนวทางหนงึ่
แต่ทา่ นเน้นวา่

“แนวทางการทำ� สมาธใิ ดทน่ี ำ� ไปสกู่ ารปลอ่ ยวาง ไปสกู่ ารไมย่ ดึ มนั่ ถอื มน่ั กเ็ ปน็
ทางปฏิบัตทิ ีถ่ กู ต้อง”

“การภาวนาก็คอื การท�ำความคิดความเหน็ ให้ถกู ต้อง ท�ำเพอื่ ปล่อยวาง วธิ กี าร
ทกุ อยา่ งกเ็ หมอื นเครอ่ื งมอื จบั ปลานน่ั แหละ มนั ตา่ งกนั แตร่ ปู แบบ ตา่ งกนั แตว่ ธิ เี ทา่ นนั้
ในทสี่ ดุ กเ็ พอื่ เอาผลอนั เดยี วกนั นน่ั เอง ทนี ี้ เราจงึ ไมจ่ ำ� กดั รปู แบบการปฏบิ ตั ิ แตก่ ม็ กั
จะสอนให้ภาวนา พุทโธ หรือ อานาปานสติ คือการก�ำหนดลมหายใจเขา้ ออก ทำ� ไป
พอสมควรแลว้ จึงคอ่ ยทำ� ความรู้ความเห็นของเราให้ถกู ตอ้ งเรือ่ ยไป”

235

ท่านใหเ้ หตุผลในการสอนอานาปานสติเปน็ หลกั ว่า “เป็นส่งิ ทีง่ ่ายและสบายแก่
นกั ปฏบิ ตั ิ เพราะเปน็ สง่ิ ทม่ี อี ยแู่ ลว้ โดยธรรมชาติ ตลอดเวลา ทกุ อริ ยิ าบถ ไมต่ อ้ งสรา้ ง
หรอื ปรงุ ขน้ึ มา”
“อาการบงั คบั ตวั เองใหก้ ำ� หนดลมหายใจ ขอ้ นเ้ี ปน็ ศลี การกำ� หนดลมหายใจได้
และตดิ ตอ่ ไปจนจติ สงบ ขอ้ นเ้ี รยี กวา่ สมาธิ การพจิ ารณากำ� หนดลมหายใจวา่ ไมเ่ ทยี่ ง
ทนได้ยาก มใิ ชต่ ัวตน แลว้ รกู้ ารปลอ่ ยวาง ข้อนี้เรียกว่าปญั ญา
การท�ำอานาปานสติภาวนาจึงกล่าวได้ว่าเป็นการบ�ำเพ็ญ ศีล สมาธิ ปัญญา
ไปพร้อมกันและเมื่อท�ำศีล สมาธิ ปัญญา ให้ครบ ก็ชื่อว่าได้เดินทางตามมรรค
มอี งค์ ๘ ท่พี ระพุทธองคต์ รสั ว่าเป็นทางสายเอก ประเสริฐกว่าทางท้งั หมด เพราะจะ
เป็นการเดินทางเข้าถึงพระนิพพาน เม่ือเราท�ำตามที่กล่าวมานี้ ช่ือว่าเป็นการเข้าถึง
พทุ ธธรรมอย่างถูกต้องทสี่ ดุ ”
น่งั สมาธอิ ยา่ งไร
ส�ำหรับอิริยาบถน่ังสมาธินั้น หลวงพ่อไม่พิถีพิถันมากนัก แต่ให้ค�ำแนะน�ำ
สัน้ ๆ งา่ ยๆ ว่านง่ั ตัวตรง ด�ำรงสตมิ ่นั เอาขาขวาทับขาซา้ ย มอื ขวาทับมือซ้าย ไม่น่งั
หลังงอหรือหลังโกง ไม่เคร่งจนเกินไป ไม่เอียงไม่เอนไปทางซ้ายทางวา ท�ำตัวให้
สบายๆ น่งั เหมอื นพระพทุ ธรปู
“เอาสตทิ ีม่ ันมีอยนู่ ี้ ตามลมเข้า ตามลมออก ตามลมเข้าไป ตน้ ลม กลางลม
ปลายลม ใหม้ สี ตสิ มั ปชญั ญะอยทู่ ล่ี มเทา่ นน้ั เมอ่ื เราฝกึ เชน่ นพี้ อสมควรแลว้ สตกิ ม็ อี ยู่
เขา้ ก็มีสติ ออกก็มีสติ กลางลมกม็ ีสติ ตน้ ลมก็มีสติ
จิตใจหรือความรู้สึกของเรา มันไม่มีเวลาหลีกไปเก็บเอาอารมณ์อื่น เพราะ
มนั รูอ้ ย่ทู ่ีตรงน้ีทงั้ ลมเขา้ ลมออก ถ้าหากวา่ จิตใจหรอื ความรสู้ กึ ของเรา มันแสส่ า่ ยไป
หาอารมณอ์ นื่ กแ็ สดงวา่ สตมิ นั เผลอไปแลว้ ใหต้ งั้ สตขิ นึ้ ใหม่ ใหร้ จู้ กั วา่ มนั ผา่ นตรงนๆี้
ดูไปเร่อื ยๆ บางทีมันหนไี ปท่ีไหนตั้งนานแล้วก็ยังไม่รู้ อา้ ว! เผลอสตอิ กี แล้วก็ยกข้ึน
มาใหม่ ถา้ เราทำ� อยา่ งนจ้ี ะรู้จักตน้ ลม กลางลม ปลายลม ได้พอสมควร

236

ตอนแรกๆ จะลำ� บากหนอ่ ย ระยะตอ่ ไปถา้ เรามคี วามชำ� นาญ รจู้ กั พอสมควรแลว้
เรางดก็ได้ ไมต่ ้องก�ำหนดตามไปก็ได้ ไมต่ อ้ งตามลมออกลมเข้า มนั จะยาวจะส้นั
เรากร็ จู้ กั เอาความรสู้ กึ มาอยทู่ ปี่ ลายจมกู อยา่ งเดยี ว ใหห้ ยดุ อยตู่ รงนน้ั ลมเขา้ กร็ จู้ กั
ลมออกก็รูจ้ กั การก�ำหนดลมเราไมต่ ้องไปบงั คบั มนั

เมอื่ เราจะนงั่ สมาธกิ ล็ องดอู ยา่ งนก้ี อ่ น คลา้ ยๆ กบั การฝกึ หดั เหยยี บจกั รเยบ็ ผา้
เราจะตอ้ งมมี อื มเี ทา้ ทส่ี มั พนั ธก์ นั เราหดั เยบ็ ผา้ ครงั้ แรกจะตอ้ งทำ� อยา่ งไรบา้ ง เอาเทา้
ถบี จกั รเปลา่ ๆ เสยี กอ่ น ไม่ต้องใสผ่ า้ ให้เทา้ มันคลอ่ งตวั เสียกอ่ น เมื่อมันคลอ่ งตวั ดี
แลว้ เราจงึ เอาผา้ เข้าไปเยบ็

ลมหายใจนกี้ ็เหมือนกนั ฉนั นนั้ เราไม่ต้องก�ำหนดมนั ยาวหรือสัน้ ก็ตามให้มัน
สบายๆ กพ็ อ เมอ่ื มนั สบายเราก็รูจ้ ักวา่ เออ! ความสบายมันถงึ ขนาดนี้ ลมนีม้ นั
จะยาวเกินไปหรอื ส้นั เกินไป แรงเกนิ ไป อยา่ ไดไ้ ปบังคบั มนั ปล่อยมันใหไ้ ด้สดั ส่วน
พอดีๆ ก�ำหนดลมเข้าลมออกเท่าน้ันก็พอ ไม่ต้องไปพิจารณาอย่างอื่น ท�ำอันน้ีให้
รจู้ กั ลมก็พอแลว้

เมอื่ ทำ� อยา่ งนี้ ความคดิ บางสว่ นจะเกดิ ขน้ึ มา แหม! ทำ� อยา่ งนม้ี นั จะรอู้ ะไรหนอ
ทำ� ตอ่ ไปอย่าไดส้ งสยั เลย ไมต่ อ้ งพดู ไมต่ อ้ งคดิ ไมใ่ ชห่ นา้ ท่ีการงานของเรา หนา้ ท่ี
การงานของเราคอื รลู้ มเขา้ รลู้ มออกเทา่ นนั้ ไมต่ อ้ งการใหไ้ ปเหน็ เทวดาองคน์ นั้ ไปเหน็
พระพรหมองคน์ ี้ ไมต่ อ้ งการเชน่ นนั้ ใหร้ จู้ กั อารมณ์ คอื ลมเขา้ ลมออกเทา่ นน้ั ไมใ่ หล้ มื
ก็พอแลว้ ใหเ้ ข้าใจ ใหต้ ดั มนั เสยี เม่อื เหน็ อารมณ์มันผ่านมา ผ่านไป แลว้ ก็ปลอ่ ย
มนั ไป

อารมณ์ตา่ งๆ มันไม่แนน่ อนหรอก พอจะนง่ั มนั กค็ ดิ ถึงบา้ น แล้วมนั กป็ รงุ แตง่
อยา่ งนั้นอยา่ งน้ี พอคิดถงึ บา้ นปบุ๊ เอ๊ย! อันนีม้ ันไมแ่ น่นอน คิดถงึ บา้ นก็ไมแ่ น่นอน
เบ่ือบ้านกไ็ มแ่ นน่ อน ไม่เช่อื มนั ท้ังนัน้ มันโกหก เราจะต้องยนื ยันอยา่ งนกี้ อ่ น บางที
มันเกลยี ดคนน้นั เกลียดคนน้ี กไ็ ม่แน่ บางทีรกั คนนั้นรักคนน้ี กไ็ มแ่ น่ เอ้า! เอามนั
อยู่ตรงนั้น มันจะไปตรงไหนล่ะ มันเกลียดคนนั้นมันก็ปรุงแต่งให้เป็นอย่างนั้นๆ

237

มนั รกั คนนก้ี ป็ รงุ แตง่ ใหเ้ ปน็ อยา่ งนๆ้ี จนจติ ใจไมส่ บายเปน็ ทกุ ข์ บางทเี กลยี ดเอามากๆ
นกึ ถงึ ทไี ร นำ้� ตามนั ไหลออกมาเลย เหน็ ไหม จะเหน็ วา่ มนั เปน็ ของแนน่ อนไดอ้ ยา่ งไร
อารมณท์ ง้ั หลาย ใหเ้ หน็ วา่ เปน็ สกั แตว่ า่ อารมณเ์ ทา่ นนั้ มนั ไมแ่ นน่ อนสกั อยา่ งเลย
เราตัดอันน้ีออกเพราะจะท�ำให้เราหลง อันนี้มันดี เออ! ดีก็ไม่แน่ อันนี้มันไม่ดีน่ี
ไมด่ มี นั กไ็ มแ่ น่ ดมี นั กไ็ มค่ วรยดึ ไมด่ กี ไ็ มใ่ หม้ นั ยดึ ถา้ เรารเู้ ทา่ ทนั มนั อยา่ งนี้ อารมณ์
มันก็เป็นโมฆะ ค่อยๆ ท�ำไปเร่ือยๆ อารมณ์ที่มันเกิดขึ้นมีดีมีช่ัวนั้นมันไม่มีราคา
มันจะค่อยๆ จืดจางไปเร่ือยๆ ถ้าเราตามดูอยู่ก็จะเห็นของไม่แน่จริงเท่าน้ีแหละ
เรื่องการปฏิบัติเบื้องแรกของเรา การกระท�ำของเราต้องท�ำอย่างน้ีอยู่ที่น่ัน ให้มีสติ
ต่อนั้นไป เราจะเห็นลม เห็นสติ แล้วก็เห็นจิตพร้อมกัน อยู่ในท่ีอันเดียวกันนั้น
มสี ตติ อ้ งมลี มดว้ ยมจี ติ ดว้ ย มคี วามพรอ้ มอยเู่ ปน็ สามคั คอี ยทู่ ง้ั นนั้ คำ� วา่ เหน็ ไมใ่ ชต่ า
เหน็ นะ ความรสู้ กึ มนั เหน็ ตาในมนั เหน็ ไมใ่ ชต่ านอก ความรสู้ กึ ลมอยทู่ น่ี ี่ สตอิ ยทู่ นี่ ี่
ความรู้อยู่ท่ีนี่ จิตก็อยู่ที่นี่ มันรวมกันอยู่เป็นสามัคคีอันเดียวกันนั้น เม่ือเราเห็น
สามคั คี ท้ังสติ ทงั้ ลม ท้งั จิตของเราอย่ใู นทเ่ี ดียวกนั จติ เราก็พรากจาก กามฉันทะ
คือความใคร่ในกาม พยาบาท คือความคิดเบียดเบียน ถีนมิทธะ ความง่วงเหงา
หาวนอน อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านร�ำคาญใจ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย
หมดไมม่ ี เหน็ แตล่ ม มแี ตส่ ตกิ บั จติ อยใู่ นจดุ เดยี วกนั จติ ปราศจากนวิ รณ์ ปราศจาก
ธรรมท้ังห้านี้ ก็ให้เข้าใจได้ว่าจิตเป็นสมาธิแล้ว เราก็รู้จักว่าลมของเรามันหยาบ
รจู้ กั วา่ ลมของเราละเอยี ด เรากต็ อ้ งรใู้ นทนี่ นั้ เอง ตอ่ นน้ั ไป เรากต็ อ้ งกำ� หนดลมของเรา
ใหล้ ะเอยี ดเขา้ ใหน้ อ้ ยเขา้ ๆ ใหล้ ะเอยี ดเขา้ ไปๆ จนถงึ กบั มนั ไมม่ หี ยาบ ความละเอยี ด
ของลมเปน็ เชน่ น้ี จนเราน่ังพิจารณาอยู่ มนั ละเอียดคลา้ ยกับว่าไม่มลี ม หรือมีความ
ร้สู กึ วา่ ลมไมม่ ี น้ีไม่ตอ้ งตกใจ ลมมนั มอี ยู่ แต่เป็นของละเอยี ดมาก เมื่อเป็นเช่นน้ี
เราจะท�ำอย่างไรตอ่ ไป
เราจะตอ้ งมสี ตกิ ำ� หนดวา่ ไมม่ ลี มเปน็ อารมณต์ อ่ ไป พอถงึ ระยะน้ี บางคนอาจจะ
ตกใจ กลัวลมหายใจจะไมม่ ี กลัวจะเป็นอันตราย ต้องคดิ แก้อยา่ งน้วี า่ อนั ตรายไม่มี
อันนน้ั ไม่มีอนั ตราย ไม่เป็นอนั ตราย ขอแตว่ ่าให้เรามีสติ รูส้ ึกอยู่ รูอ้ ยูเ่ ท่าน้นั กพ็ อ
เม่อื จิตเปน็ เชน่ นี้ เรยี กวา่ จิตละเอยี ดมากๆ จติ ถงึ ขนาดน้ไี มต่ อ้ งควบคุม ไมต่ ้องไป

238

ทำ� อะไร ไมต่ ้องไปควบคุมจติ เอาความรู้สึกให้มสี ตสิ ัมปชญั ญะอยอู่ ยา่ งเดยี วเทา่ น้นั
ใหร้ เู้ สยี วา่ จติ ขณะนม้ี นั เปน็ อตั โนมตั แิ ลว้ ไมจ่ ำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งไปฝกึ ใหม้ นั หยาบใหม้ นั
ละเอยี ด ขอแตว่ า่ ใหเ้ รามสี ตสิ มั ปชญั ญะอยใู่ หม้ นั แนน่ อนเทา่ นน้ั กพ็ อ อยา่ งนเ้ี รยี กวา่
จติ เข้าถึงความสงบเตม็ ทแี่ ลว้ เปน็ บางคร้งั จติ จะเขา้ และถอยออกเป็นพกั ๆ บางทเี มอื่
ถอนออกมากส็ งบหนอ่ ยหนงึ่ แลว้ กถ็ อยมามคี วามรสู้ กึ เกดิ อะไรขน้ึ มาตา่ งๆ น่ี เรยี กวา่
จติ ถอยออกมาแลว้ ถอนออกมาจากสมาธแิ ลว้ เมอ่ื จติ ถอนออกมาตรงนแ้ี ลว้ จะรเู้ รอื่ ง
อะไรต่างๆ ท่ีเกิดข้นึ เกิดความอิ่มเอบิ ในธรรม อธิบายธรรมเกิดปัญญา เกิดความรู้
ความเห็นอะไรในที่นีห้ ลายอยา่ ง

จติ ในขณะนจี้ ะเปน็ วปิ สั สนาแลว้ จะตอ้ งตง้ั สตใิ หด้ ี ตงั้ จติ ใหม้ น่ั ตงั้ สมั ปชญั ญะ
จติ ใจในขณะนเ้ี ม่อื เกิดปญั ญาแลว้ กเ็ ปน็ วปิ สั สนา ซึง่ ต่อเนอื่ งกบั สมถะ ตรงนีน้ ท่ี า่ น
เรยี กวา่ ขณะของจติ ทา่ นเรยี กวา่ วสี ตอ้ งชำ� นาญใน วสี เมอื่ จติ เปน็ เชน่ นี้ เราจะรจู้ กั
วา่ อาการของจิตเป็นอย่างไร อาการถอนจิตเป็นอย่างไร ใหฉ้ ลาดในการเขา้ ให้ฉลาด
ในการออก จะตอ้ งตัง้ สติใหม้ าก ต้ังสมั ปชญั ญะให้มากในตรงนี้ จติ ตรงนเ้ี ป็นจติ
ทีห่ มดความวุน่ วาย ถึงแมจ้ ะเป็นอาการเดนิ ไปกไ็ ม่วุ่นวาย ถอยกลับมากไ็ ม่วุ่นวาย
จิตเช่นน้ีเป็นอาการอยู่ในความสงบทั้งนั้น เมื่อพอสมควรกับเวลาที่เราจะออกจาก
สมาธิแล้ว เราควรนึกว่าก่อนจะเข้าสมาธิจิตเรามาสงบได้อย่างไร เราต้ังไว้อย่างไร
จิตเราถึงสงบอย่างน้ี วันหลังเมื่อเราจะท�ำสมาธิ เราก็ต้องนึกอย่างน้ีว่าเบื้องต้นเรา
ทำ� อยา่ งไร เมอ่ื เขา้ ไปแลว้ จะถอนออกมา เรากำ� หนดอยา่ งไรกต็ อ้ งรจู้ กั จงึ คอ่ ยๆ ออก
จากสมาธิ คือหยุดนั่งสมาธิ แตเ่ ราต้องเขา้ ใจวา่ เรายงั ไมอ่ อกจากสมาธิ จะมคี วามรู้
กำ� หนดและมสี ตอิ ยตู่ อ่ ไป การยนื การเดนิ การนง่ั การนอน จะตอ้ งมสี ตอิ ยทู่ กุ เมอ่ื ”

ท�ำอย่างไรจึงแยบคาย

นักภาวนาที่ดีต้องรู้จักค้นหาอุบายอันแยบคาย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนใน
ระหวา่ งการฝึกจติ หลวงพ่อสอนให้ลกู ศิษยข์ องทา่ นรจู้ ักสอนตวั เอง ตกั เตอื นตัวเอง
อยู่เสมอวา่

239

“อยา่ ไปสรรเสรญิ จติ ของเราอยา่ งเดยี ว เมอ่ื ถงึ คราวสรรเสรญิ มนั หนอ่ ยใหพ้ อดี
อย่าให้หลง เหมือนกับสอนเด็กน่ันแหละ บางทีก็เฆี่ยนมันบ้าง เอาไม้เรียวเล็กๆ
เฆ่ยี นมนั ไมเ่ ฆยี่ นไม่ได้ อันนี้บางทกี ็ให้โทษมนั บ้าง แต่อยา่ ให้โทษมนั เรื่อยไป”

ระยะเวลาของการน่งั จะเร็วจะนาน กี่ช่วั โมงกนี่ าที ท่านสอนไม่ใหไ้ ปยึดหมาย
เพราะอ�ำนาจของอุปาทาน แต่ให้ทำ� ให้สบายๆ วางจติ ใจใหถ้ ูกต้อง

“การน่ังสมาธนิ ี่นะ สิง่ ทไี่ ม่น่าผิดก็ผดิ ได้ เช่นเวลานั่งเราตง้ั ใจว่า เอาละ มงึ ละ
กูจะเอาให้มนั แน่ๆ ดสู ักที เปล่า ไม่ไดเ้ ร่ืองเลยวนั น้ัน แต่คนเราชอบทำ� อย่างน้นั
อันนีอ้ าตมากเ็ คยสังเกตไดด้ ้วยวิธมี ันเหน็ เองของมนั เชน่ บางคืนพอเรมิ่ นง่ั ก็นกึ ว่า
เอาละอย่างน้อยวันนี้ตีหน่ึงจึงจะลุก” บาปแล้วคิดอย่างน้ี เพราะว่าไม่นานหรอก
มันรมุ เอาเกือบตาย

แต่เวลานั่งดีๆ ไม่ต้องกะเกณฑ์ ไม่มีจุดที่หมาย มันจะทุ่มหน่ึง สองทุ่ม
สามทมุ่ กช็ ่างมัน นั่งไปเรือ่ ยๆ วางเฉยไว้ อยา่ บงั คับ อยา่ ไปหมายมัน อยา่ ไปบงั คับ
หวั ใจ ว่าจะเอาใหม้ นั แน่ๆ มันก็ยิ่งไม่แน่ ใหเ้ ราวางใจใหส้ บายๆ หายใจกใ็ หพ้ อดี
อยา่ เอาสน้ั เอายาว อย่าไปแต่งมัน กายก็ให้มนั สบาย ท�ำเรื่อยไป

มนั จะถามเราว่า จะเอากี่ทมุ่ จะเอานานเทา่ ไร มันมาถามเรือ่ ยหรอก เราตอ้ ง
ตวาดมนั วา่ เฮย้ ! อยา่ มายุง่ ต้องปรามมนั ไว้เสมอ เพราะพวกนีม้ ีแต่กิเลสมากวน
ท้ังนั้น อยา่ เอาใจใสม่ ัน เราตอ้ งพดู วา่ กอู ยากพักเร็วพักช้าไม่ผดิ หวั กบาลใครหรอก
กูอยากนัง่ อยู่ตลอดคืนมันจะผิดใคร จะมากวนกทู �ำไม ต้องตดั มันไวอ้ ย่างนี้ เราก็
นัง่ เรือ่ ยไปตามเรอ่ื งของเรา วางใจสบายกเ็ ลยสงบ เป็นเหตุใหเ้ ขา้ ใจวา่ ออ้ ! อำ� นาจ
อุปาทานความยึดหมายนี้ส�ำคัญมากจริงๆ เม่ือเราน่ังไปนานต่อนาน เลยเท่ียงคืน
คอ่ นคนื ไป กเ็ ลยนงั่ สบาย มนั กถ็ กู วธิ ี จงึ รวู้ า่ ออ้ ! ความยดึ มน่ั ถอื มน่ั เปน็ กเิ ลสจรงิ ๆ
เพราะวางจติ ไมถ่ ูก”

240

เดินจงกรมให้เกิดปัญญา

อีกวธิ หี นึ่งทน่ี ักภาวนาใชใ้ นการประกอบความเพียรทางจิต คือการเดนิ จงกรม
การเดินจงกรมน้ัน คือการฝึกสมาธิในอิริยาบถเดินน่ันเอง เป็นอิริยาบถที่เหมาะ
เม่ือนั่งสมาธพิ อสมควรแลว้ แต่ตอ้ งการภาวนาต่อ สว่ นมากนักปฏบิ ตั มิ กั จะสลับการ
นง่ั สมาธกิ บั การเดนิ จงกรม อนง่ึ การเดนิ เปน็ อบุ ายแกค้ วามงว่ งเหงาหาวนอนทด่ี ี และ
เหมาะในเวลาฉันอาหารเสร็จใหมๆ่ หรอื ยามดึกดืน่

พระพุทธองคท์ รงแสดงอานิสงสข์ องการเดนิ จงกรมว่ามี ๕ อยา่ งคือ

๑. อดทนตอ่ การเดินทางไกล
๒. อดทนต่อความเพยี ร
๓. มีอาพาธน้อย
๔. อาหารท่ฉี นั ด่ืม เค้ียว ล้ิมรสแล้ว ย่อมยอ่ ยไปด้วยดี
๕. สมาธิท่ีไดใ้ นขณะเดนิ จงกรมยอ่ มตัง้ อย่นู าน

ด้วยอิริยาบถแห่งการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ การเคล่ือนไหวของร่างกายท่ีมี
สตคิ วบคมุ ใกลช้ ดิ และรเู้ ทา่ ทนั อารมณอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งจะทำ� ใหส้ มาธมิ นั่ คงเขม้ แขง็ มาก
ยิง่ ขึน้ ความรู้สึกนึกคิดท่ีปรุงแต่งออกไปจะเกดิ อบุ ายทางปญั ญาได้อย่างแยบคาย

วธิ เี ดินจงกรม หลวงพ่อให้ก�ำหนดเสน้ ทางเดนิ จากระยะตน้ ไม้ ๒ ต้น หรือ
เครอ่ื งหมายอะไรสักอยา่ งหนงึ่ ที่เห็นได้ชัดเจน ห่างกันราว ๗-๘ วา (๒๐-๓๐ กา้ ว)
แลว้ ตง้ั ใจเดนิ กลบั ไปกลบั มา โดยมสี ตสิ มั ปชญั ญะในอริ ยิ าบถแหง่ การเดนิ นน้ั สำ� หรบั
การท�ำความรสู้ ึกในขณะเดนิ จงกรม หลวงพอ่ อธบิ ายไวด้ ังนี้

“กา้ วเท้าขวาออกกอ่ น ให้พอดๆี ใหน้ กึ พุทโธ พุทโธ ตามก้าวเดนิ นั้น ให้มี
ความรสู้ กึ ในอารมณน์ น้ั ไปเรอื่ ยๆ ถา้ ใจเกดิ ฟงุ้ ซา่ นหรอื เหนอ่ื ยกห็ ยดุ กำ� หนดจติ ใหน้ งิ่
กำ� หนดลมหายใจใหส้ บาย เมอ่ื สบายพอสมควรแลว้ กท็ ำ� ความรสู้ กึ กำ� หนดการเดนิ อกี
ใหม้ คี วามรตู้ วั อยเู่ รอื่ ยๆ ตน้ ทางออกกใ็ หร้ จู้ กั รจู้ กั หมด ตน้ ทาง กลางทาง ปลายทาง

241

ทำ� ความรู้สกึ ใหต้ ดิ ต่อกนั เรอ่ื ยๆ ขณะทเี่ ราเดนิ จงกรม บางทคี วามหวาดความสะด้งุ
มันเกิดข้ึนมา เราก็ทวนมันอีก มันเป็นของไม่แน่ ความกล้าหาญเกิดขึ้นมา อันน้ี
มนั ก็ไม่แน่นอนเหมือนกนั ไมแ่ นท่ งั้ หมดนนั่ แหละ ไมร่ ้จู ะจับอะไร น่ที ำ� ปัญญาให้
เกดิ เลยทเี ดียว ทำ� ปัญญาให้เกดิ ไม่ใช่รูต้ ามสัญญา (ความจ�ำ) รูจ้ ิตของเราท่มี ันคดิ
มนั นกึ อยูน่ ้ี มนั คดิ นกึ ทัง้ หมด เกิดขนึ้ มาในใจของเรานี้แหละ

จะดีหรือชั่ว จะถูกหรือผิด รับรู้มันไว้ อย่าไปหมายมั่นมัน เออ! ทุกข์มัน
กเ็ ทา่ นนั้ แหละ สุขมนั ก็เทา่ นน้ั แหละ มนั เปน็ ของหลอกลวงทงั้ นั้นแหละ เรายืนตัวอยู่
เชน่ น้ีเลย ยนื ตวั อย่เู สมอเชน่ นี้ ไม่ว่ิงไปกับมัน ไมว่ งิ่ ไปกับสุข ไมว่ ่ิงไปกับทุกข์ รูอ้ ยู่
รแู้ ลว้ ก็วาง อันนีป้ ัญญาจะเกดิ ทวนจิตเข้าไปเรอ่ื ยๆ”

“เหนื่อยพอสมควรแล้วก็หยุด ก็ออกจากทางจงกรม ระวังให้มีสติให้ติดต่อ
จะยนื จะเดนิ จะนงั่ จะนอน ใหม้ สี ตอิ ยา่ งสมำ�่ เสมอไปเรอื่ ยๆ จนกระทงั่ ไปบณิ ฑบาต
ไปรบั บาตร ไปขบฉนั อะไรสารพดั อยา่ ง ใหม้ สี ตอิ ยตู่ ลอดเวลา การยนื เดนิ นงั่ นอน
การนอนกน็ อนตะแคงขา้ งขวา เอาเทา้ เหลอ่ื มกนั อยา่ งน้ี กำ� หนดอารมณ์ พทุ โธ พทุ โธ
จนกวา่ จะหลบั อนั น้เี รยี กวา่ การนอนมสี ติ”

“เวลาฝนตกไม่มที างเดินจงกรม เราจะเดินบนกุฏิของเราก็ได้ คอื เดินขาเดียว
ตงั้ ขาซา้ ยไว้ เอาขาขวาขยบั มาขา้ งหนา้ ขยบั มาขา้ งหลงั อยา่ งนี้ ทา่ นวา่ เปน็ การเดนิ จงกรม
เหมอื นกนั สำ� คญั อยทู่ ว่ี า่ ใหเ้ รามสี ตอิ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง อยา่ ใหข้ าดวรรคขาดตอน ใหต้ ดิ ตาม
รูท้ กุ ขณะท่ปี ฏบิ ตั ”ิ

นวิ รณ์

อุปสรรคเคร่ืองกางก้ันกีดขวางความสงบของจิตใจในเบื้องต้น พระพุทธองค์
ตรัสเรียกว่า นิวรณ์ มอี ยู่ ๕ ประการดว้ ยกัน ได้แก่

242

กามฉนั ทะ ความพอใจใคร่ในกาม ตอ้ งการกามคุณเปน็ เคร่ืองตอบสนอง
พยาบาท ความคดิ รา้ ย ม่งุ ร้าย ความขัดแย้งเคอื งใจ
ถนี มิทธะ ความสลดหดหแู่ ละเซื่องซมึ งว่ งเหงาหาวนอน
อทุ ธัจจกุกกจุ จะ ความฟุ้งซ่านร�ำคาญใจ ความร้อนใจวติ กกงั วล
วิจิกจิ ฉา ความลังเลสงสยั
ไม่แน่ คอื ธรรมเครอื่ งแก้องคน์ ิวรณ์ ท่ีหลวงพ่อย้�ำเตือนมากเป็นพเิ ศษ

“เมอ่ื มันเกดิ อะไรขึ้นมาในใจของเรานี่ มันเกดิ เป็นอารมณ์ขึน้ มา ที่เราชอบใจ
กต็ าม เราเหน็ วา่ มนั ผดิ มนั ถกู กต็ ามเถอะ ใหเ้ ราตดั มนั ไปเลยวา่ อนั นมี้ นั ไมแ่ น่ จะเกดิ
อะไรขึ้นมากช็ ่างมันเถอะ สับมันลงไป ไมแ่ น่ ไมแ่ น่ อยา่ งเดยี ว ขวานเล่มเดียวสบั
ลงไป ไมแ่ นท่ ง้ั นน้ั แหละ มนั แนท่ ต่ี รงไหนละ่ ถา้ เหน็ วา่ มนั ไมแ่ น่ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง ราคา
มันก็นอ้ ยลง อารมณท์ ัง้ หลายมันเป็นของท่ีไมม่ รี าคาแล้ว ของที่ไม่มีราคาแล้ว เราจะ
เอาไปทำ� ไม”

หลวงพ่อมีเมตตาใหก้ �ำลงั ใจแก่ผู้ที่ก�ำลังใฝ่หาความสงบว่า

“เราพยายามท�ำจิตเราให้สงบดีกว่าไม่ท�ำ ถึงมันไม่สงบแต่มานั่งท�ำท่าสมาธิ
อย่างนีก้ ็ดแี ล้ว วนั น้พี ูดความจริงใหฟ้ งั เปรียบว่าเราหิวข้าว มีแตข่ า้ ว ไม่มอี าหารก็
น้อยใจ อาตมาวา่ มนั ดที ม่ี ขี ้าวอยู่ มีข้าวเปล่าๆ ดกี ว่าไม่มีข้าวกินใชไ่ หม มีข้าวเปล่าๆ
กก็ ินไปเถอะ อนั นีก้ ็เหมอื นกันฉนั น้ัน เรารจู้ กั การประพฤติปฏบิ ัติอยา่ งน้ี นดิ หนอ่ ย
กย็ งั ดีอย”ู่

ทา่ นใหผ้ ภู้ าวนาตง้ั ทา่ ทที ศั นะตอ่ นวิ รณท์ กี่ ำ� ลงั รมุ เรา้ รบกวนจติ ใจอยวู่ า่ เปน็ ครบู า-
อาจารยห์ รอื เครอ่ื งทดสอบสตปิ ญั ญาของตน มากกวา่ ทจ่ี ะมองเหน็ นวิ รณเ์ ปน็ ตวั ศตั รทู ่ี
นา่ เกลยี ด อนั อาจทำ� ใหเ้ กดิ ความตงึ เครยี ดเปน็ วภิ วตณั หา ซงึ่ เปน็ เหตใุ หค้ วามไมอ่ ยาก
ใหน้ วิ รณน์ ั้นอยู่ในใจของตนทุกขเ์ พมิ่ ทวี

243


Click to View FlipBook Version