เมอื่ สาขามมี ากขนึ้ หลวงพอ่ ใหม้ กี ารประชมุ เจา้ สำ� นกั สาขาประจำ� ปี ประชมุ เพอ่ื
ปรกึ ษาเรือ่ งตา่ งๆ และปัญหาทเ่ี กิดขึน้ ในระหวา่ งปีนนั้ ๆ การบรหิ ารในรปู แบบนี้ได้
ดำ� เนนิ มาตลอดจนกระทง่ั ทกุ วนั นี้ แตเ่ ปลยี่ นจากวนั มาฆบชู า เปน็ วนั ท่ี ๑๗ มถิ นุ ายน
ซึ่งตรงกบั วนั คลา้ ยวนั เกดิ ของหลวงพ่อ
วดั สาขาต่างประเทศ
ตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๕๒๐ พระอาจารยส์ เุ มโธ เจา้ อาวาสวดั ปา่ นานาชาตใิ นขณะนนั้
ได้รับนิมนต์จากมูลนิธิกิจการสงฆ์แห่งประเทศอังกฤษ ไปเผยแผ่พุทธศาสนาที่น่ัน
และใน พ.ศ. ๒๕๒๑ ท่านไดเ้ ปดิ วดั ป่าจติ ตวเิ วก ในรฐั ซสั เซกซ์ ภาคใตข้ องอังกฤษ
นับเปน็ สาขาที่ ๑ ของวัดหนองป่าพงในตา่ งประเทศ
ด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และความสามารถในการส่ือสารค�ำสอนของ
พระพุทธองค์ด้วยส�ำนวนที่ฟังง่ายเข้าใจง่าย ศรัทธาในคณะสงฆ์ของพระอาจารย์
สุเมโธ ไดแ้ พรห่ ลายอย่างรวดเร็วในแวดวงชาวพุทธตะวันตก ไมน่ านกุลบตุ รกลุ ธดิ า
เริ่มมาขอบวช และต่อมาพระอาจารย์สุเมโธได้รับนิมนต์ไปตั้งวัดสาขาท่ีอังกฤษอีก
๓ แห่ง รวมทง้ั ที่สวิตเซอรแ์ ลนด์ อิตาลี และนวิ ซีแลนด์ ด้วย
พ.ศ. ๒๕๒๔ พระอาจารย์ชาคโร ไดร้ บั นมิ นตไ์ ปตัง้ วดั ทเี่ มืองเพริ ธ์ ประเทศ
ออสเตรเลีย และประสบความส�ำเรจ็ พอควรเชน่ กัน
ในปัจจุบนั นี้ (พ.ศ. ๒๕๓๕) คณะสงฆพ์ ระต่างชาตสิ ายวัดหนองป่าพงทอี่ ยู่ใน
สาขาต่างประเทศ มีประมาณ ๕๕ รูป และมแี ม่ชอี ีกประมาณ ๑๕ รปู
ใหก้ �ำลงั ใจ
ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลวงพอ่ ตง้ั สาขาท่ี ๑๐ ของวดั หนองปา่ พง ทอ่ี ำ� เภอเดชอดุ ม คอื
วดั ปา่ ไทรงาม และไดส้ ง่ พระอาจารยเ์ อนกไปรบั หนา้ ทป่ี ระธานสงฆ์ พระอาจารยเ์ อนก
394
ไดเ้ ลา่ ถงึ ปฏปิ ทาของหลวงพอ่ ในการตดิ ตามไปใหก้ ำ� ลงั ใจ และสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ าน
ของลูกศษิ ยย์ งั สาขาต่างๆ
“ระยะหลงั ทหี่ ลวงพอ่ ขยายสาขาแลว้ ทา่ นพยายามไปเยย่ี ม พกั วดั ละ ๒ คนื บา้ ง
๓ คืนบา้ ง ลกู ศิษยก์ ็ภมู ิใจ มปี ญั หาขัดขอ้ งท่านกช็ ว่ ยแก้ ร้สู กึ ว่าเราได้ทพ่ี ง่ึ ที่ดที ส่ี ุด
มีปัญหาเรื่องการปกครองพระเณรหรือญาติโยม ก็กราบเรียนท่าน ท่านก็ท�ำหน้าที่
ของท่าน ใหญ้ าติโยมมาประชุมกนั แลว้ ท่านกเ็ ทศนไ์ ปเร่ือยๆ กะวา่ ญาติโยมสนใจ
ฟงั ธรรม ใจเยน็ ดแี ลว้ ทา่ นกเ็ อาเรอ่ื งทมี่ ปี ญั หามาพดู ถา้ ทา่ นพดู ญาตโิ ยมกม็ กั ไมฝ่ นื
พระเณรกเ็ หมอื นกนั การงานทกุ อยา่ ง เชน่ งานกฐนิ ทา่ นจะเปน็ ผนู้ ำ� ตลอด เราไดร้ บั
ความอบอุ่นจากท่านมาก วัดตามชนบทชายแดน ขาดแคลนปัจจยั ตา่ งๆ ท่ที ่านชว่ ย
สงเคราะหไ์ ด้ ทา่ นกพ็ ยายามชว่ ย ทา่ นไปเยยี่ มลกู ศษิ ยอ์ ยอู่ ยา่ งสมำ�่ เสมอเพอ่ื ใหก้ ำ� ลงั ใจ
ท่านสอนให้อดกลั้นต่ออารมณ์และอุปสรรคต่างๆ ก�ำลังใจจะแข็งแกร่งได้ต้องผ่าน
อารมณ์ หากไมอ่ ดทน ไมร่ จู้ กั ใจ กเ็ หมาเอาอารมณก์ บั ใจเปน็ ตวั เดยี วกนั หมดวา่ นแ่ี หละ
คอื ความรสู้ กึ นกึ คดิ จติ ใจของเรา ทา่ นสอนยำ้� อยา่ งนเ้ี สมอ เรอื่ งความอดกลน้ั ตอ่ ทกุ สงิ่
ทกุ อย่าง”
395
โอวาท – ชนะใจตัวเอง
(แสดงแก่ผู้บริหารสาขา)
เมอื่ จวี ร บณิ ฑบาต เสนาสนะ เภสชั มนั มากขน้ึ ความยากลำ� บากในการปกครอง
หมู่สงฆ์มันก็เพ่ิมขึ้น ถ้าหากว่าเราทั้งหลายไม่หนักแน่นในการประพฤติปฏิบัติแล้ว
มันก็จะเปน็ ของยุ่งยากล�ำบาก
หลกั ของการปฏบิ ตั นิ น้ั หนงึ่ เราตง้ั ไวใ้ นใจของเราวา่ เราจะตอ้ งเอาชนะใจตวั เอง
ใหไ้ ด้ นี่หลักใหญ่ของมนั อยา่ เอาชนะวตั ถุ อย่าเอาชนะบุคคลอื่น ถา้ บคุ คลมีความ
รสู้ ึกนึกคดิ วา่ จะเอาชนะผูอ้ ่นื อยู่ร�ำ่ ไป น่ันก็เปน็ ผทู้ แ่ี พ้เรอื่ ยไปในด้านปฏิบตั ิ เพราะ
ลกั ษณะปฏบิ ตั ิทแ่ี ท้จรงิ นั้นจะตอ้ งภาวนาให้ร้จู กั เอาชนะตนเองเร่อื ยไป อย่าเอาชนะ
ผู้อืน่ เมอื่ รวมแล้วถ้าเอาชนะตวั เองกช็ นะหมดทุกสง่ิ ทุกอยา่ ง ผู้ปฏบิ ัตอิ ยู่ในระบอบ
อนั นเ้ี รยี กวา่ เปน็ ผมู้ หี ลกั ธรรมเอาชนะใจตวั เองได้ การดำ� เนนิ งานในดา้ นปฏบิ ตั ขิ องเรา
ให้ตงั้ อนั น้ไี ว้ใหส้ ม่�ำเสมอ หลกั ยอ่ ๆ ก็คือศลี คอื ระเบียบกฎภายนอก กริ ิยามารยาท
อย่างท่เี ราเคยทำ� กนั มานีเ้ ป็นตน้
หลักทส่ี อง คือสมาธคิ วามสงบระงับ
หลกั ทสี่ าม กค็ อื เปน็ ผมู้ ปี ญั ญา จะรกั ษาศลี กต็ อ้ งเปน็ ผมู้ สี ตปิ ญั ญา จะหาสมาธิ
ความสงบจติ กต็ อ้ งมสี ตปิ ญั ญา จงึ จะเรยี กไดว้ า่ ผนู้ น้ั รจู้ กั การปฏบิ ตั สิ ว่ นใหญข่ องตน
ธรรมดาเมอื่ อยูห่ ่างไกลจากครูบาอาจารย์ เมอ่ื เรากลายไปๆ เหมอื นผลไม้ต่างๆ เชน่
มะเขอื อยา่ งนเ้ี ปน็ ตน้ ถา้ เราปลกู พนั ธด์ุ คี รงั้ แรก ในปที ่ี ๒ ถา้ ไมเ่ กบ็ พนั ธม์ุ นั ไว้ ไมเ่ อา
เมลด็ มนั ไปเพาะพนั ธ์ุ พนั ธม์ุ นั กเ็ สยี ไปเสอื่ มไปเรอ่ื ยๆ เลยเกดิ กลายเปน็ มะเขอื พนั ธไ์ุ มด่ ี
สูญจากพันธุเ์ ดมิ ของมันไป พวกเราก็เชน่ กนั ให้พากันประพฤติปฏิบตั ิอยู่ในหลกั อัน
หนกั แน่นไว้ในจิตของเราเสมอ
การเทศนาวา่ กลา่ วแกพ่ ระเจา้ พระสงฆแ์ กญ่ าตโิ ยมทง้ั หลายนนั้ กใ็ หพ้ ากนั เขา้ ใจ
ตระหนกั เขา้ ใจ อยา่ ใหเ้ ปน็ โลกาธปิ ไตยหรอื เปน็ อตั ตาธปิ ไตย แตใ่ หเ้ ปน็ ธรรมาธปิ ไตย
396
ใหพ้ ดู โดยธรรมะใหเ้ ปน็ ธรรมะ พดู ธรรมะใหม้ นั เปน็ ธรรมะ คอื ไมก่ ระทบกระทง่ั เปน็ ตน้
แบบท่วี ่า “บวั ไม่ใหช้ ำ้� น�้ำไม่ใหข้ นุ่ ” คือผ้ปู ฏบิ ัติธรรมอยา่ งพวกเราทง้ั หลายท่ีอย่รู ่วม
กันนี้ ก็ใหม้ คี วามสามัคคี เชน่ วดั นี้อาวาสทเี่ ราอยู่น้ี เป็นอาวาสทเี่ ราอยูใ่ นปา่ ถา้ เรา
ไมส่ ามคั คพี รอ้ มเพรยี งกนั เรากจ็ ะมคี วามลำ� บาก ความผาสกุ กเ็ กดิ ขนึ้ ไมไ่ ด้ การรกั ษา
เสนาสนะทอี่ ยอู่ าศยั นี้ ไมไ่ ดเ้ ปน็ กเิ ลสตณั หา เราสรา้ งไวเ้ พอ่ื เราอยไู่ ปใหไ้ ดค้ วามสะดวก
แกห่ ม่คู ณะ เกดิ ประโยชน์พอสมควร
อนั นใ้ี หเ้ จา้ อาวาส ใหเ้ ปน็ เจา้ อาวาสหมดทกุ ๆ คน มหี นา้ ทด่ี แู ลรกั ษาศาลา มหี นา้ ท่ี
ดแู ลบอ่ นำ้� มหี นา้ ทด่ี แู ลเสนาสนะทอี่ ยอู่ าศยั ใหช้ ว่ ยกนั ความเปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั
มนั กเ็ กดิ ขนึ้ มา หลกั ของการประพฤตปิ ฏบิ ตั นิ ม้ี นั กเ็ หมอื นกนั ใหร้ ะลกึ ถงึ คณุ พระพทุ ธเจา้
นึกถึงคุณครูบาอาจารย์ไว้ในใจอยู่เสมอว่าท่านพาท�ำอย่างไร ให้เป็นผู้มีสติปัญญา
อยา่ ทำ� ไปตามอำ� นาจโลกาธปิ ไตยคอื เปน็ ไปตามโลก อยา่ ใหเ้ ปน็ อตั ตาธปิ ไตย วา่ เราชอบ
อยา่ งไรกท็ ำ� ไปอย่างนน้ั อย่าไปทำ� อยา่ งน้ัน แต่ใหเ้ ป็นธรรมาธปิ ไตย
ธรรมาธปิ ไตยนนั้ ไมไ่ ปกบั ผใู้ ด ไปตามธรรมะ ไปตามสจั ธรรม ไปตามความจรงิ
เราจึงมีความสบาย ความสบายเกดิ ข้นึ มาได้ เพราะการปฏบิ ัติทถ่ี กู ตอ้ ง ไมไ่ ด้เอาจติ
ของเราเป็นประมาณ ไม่ไดเ้ อาใจของเราเป็นประมาณ เอาความถูกต้องเปน็ ประมาณ
เอาสัจธรรมเป็นประมาณ ถึงแม้จิตใจเราไม่ชอบท่ีจะท�ำอันน้ัน เราก็ต้องท�ำอันนั้น
เพ่อื มนั เป็นธรรมะ เปน็ ต้น เราตอ้ งผลักดันอัตตาของเราออกเสยี ผลกั ดนั ความรู้สกึ
ทเ่ี ปน็ โลกๆ ออกไปจากใจของเรา
ผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั นิ น้ั เขา้ ใจวา่ อยกู่ บั หมพู่ วกมนั วนุ่ วาย หมนู่ น่ั แหละมนั เปน็ กเิ ลส
ส่วนหน่ึงทีม่ ีอยภู่ ายนอกซึง่ เราเห็นด้วยตาเราอยู่ ก็มันกลับเขา้ มาภายในเปน็ อารมณ์
เราจะต้องต่อส้ดู ว้ ยการประพฤติปฏบิ ัติ ให้เรารเู้ รื่องอารมณภ์ ายนอกอารมณ์ภายใน
ใหม้ นั สบายโดยธรรมะ อยา่ สบายโดยกเิ ลสตณั หา ใหม้ นั ถกู ตอ้ งโดยธรรมะ อยา่ ถกู ตอ้ ง
โดยกเิ ลสตณั หา อยา่ ใหเ้ หน็ แกต่ วั ไดต้ ามใจตวั แลว้ สบายมนั ไมเ่ ปน็ ธรรมะ อยา่ งนนั้
เราไม่เอา
397
ในฐานะทเี่ ราเปน็ ผปู้ กครองคนสว่ นมาก ชวี ติ เราเกดิ มาถา้ ไมป่ ฏบิ ตั เิ ราจะทำ� อะไร
ตอ้ งทำ� หนา้ ทข่ี องเรา คอื เราจะเปน็ สมณะผพู้ ยายามละถอน พยายามละ พยายามวาง
การปกครองในหมสู่ งฆน์ นั้ ใหใ้ จของเรามนั สงู เชน่ วา่ เราอยใู่ นวดั นี้ เราจะคมุ้ ครองใจ
ของเรา ใหช้ นะใจของเราตลอดคนทั้งวดั น้เี สมอ
ลกั ษณะทป่ี ระพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ นขอ้ ความทว่ี า่ เดด็ ขาด ปฏบิ ตั โิ ดยเดด็ ขาด บญั ชาการ
เดด็ ขาดเฉยี บขาดน่ี ในทางโลกเขาตอ้ งฆา่ ทงิ้ ยงิ ทงิ้ โละทงิ้ เปน็ ตน้ ตอ้ งเอาชนะผอู้ น่ื อยู่
เรอ่ื ยไป นนั่ มนั การเฉยี บขาดของโลก การเดด็ ขาดในโลกเปน็ อยา่ งนน้ั ใหเ้ ปน็ ผเู้ ฉยี บ
ขาดในกเิ ลสของเจา้ ของในดา้ นธรรมะ คอื ใหเ้ หน็ วา่ เปน็ อนจิ จงั เสมอ นคี่ อื การเฉยี บขาด
เหน็ เปน็ ของไมแ่ นน่ อน เปน็ ของไมเ่ ทยี่ ง เปน็ ทกุ ข์ เปน็ อนตั ตา คอื อาการอนั ใดทเี่ ราทำ� ให้
มนั สมหมายสมหวงั ของเรามนั ไม่ได้ มันจะเปล่ยี นไปเป็นอย่างอืน่ ใหเ้ ราเห็นตามวา่
อันนเี้ ปน็ อนจิ จัง น้คี ือการเฉยี บขาดของธรรมะ อันนจี้ ะบรรเทาทุกขล์ งไปได้ บางที
ผู้อื่นท�ำผดิ เราเป็นทกุ ข์ อย่างนี้มันชอบจะเป็น กลัวเขาจะวา่ เราไมด่ ี กลวั เขาจะวา่
เราไมม่ อี ำ� นาจ กลวั เขาวา่ เราไมเ่ ฉยี บขาด อยา่ งนเ้ี ปน็ ตน้ เมอ่ื มคี วามรสู้ กึ นกึ คดิ เชน่ นี้
เกิดขึน้ มันเป็นโลกาธปิ ไตยขึ้นมาในใจ กเ็ ป็นเหตุใหเ้ ราสงั่ สมความหลงไว้ในใจของ
เรากไ็ ด้
ฉะนัน้ ในการปกครอง ถ้ามนั มาก เราเอาออก หากมนั น้อย เราเอาเพม่ิ ให้มัน
พอดใี จของเจ้าของ ปฏิบัติให้มันสมำ�่ เสมอเร่ือยๆ ไป ในหมู่คณะของเราทงั้ หลาย
กเ็ หมือนกัน จติ ใจมนุษยเ์ ราทง้ั หลายทีอ่ ยู่ดว้ ยกนั นะ่ มันไมเ่ หมอื นกนั หรอก แบบที่
เรยี กวา่ นานาจติ ตงั คอื มจี ติ ใจแตกตา่ งกนั อนั นถี้ า้ เราเขา้ ใจผดิ มนั กผ็ ดิ ถา้ เราเขา้ ใจถกู
มันก็ถกู
คำ� วา่ นานาจติ ตงั จะทำ� อะไรกท็ ำ� เพราะวา่ คนใจไมเ่ หมอื นกนั อนั นมี้ นั กใ็ ช่ แตม่ นั
จะวนุ่ วายโลกแตก ทำ� ให้แตกสามัคคี ถา้ คิดอย่างนั้น
ค�ำวา่ นานาจิตตังเป็นต้น เอามารวมเขา้ กนั ลงรอยอันเดยี วกนั แม้นใครจะเป็น
นานาชาตกิ ต็ าม นานาบา้ นกต็ าม เกดิ ในถน่ิ ฐานอนั ใดกต็ าม นานาทอ่ี ยกู่ ต็ าม เมอื่ มา
398
รวมกันเป็นสมณะในพระพุทธศาสนาแล้ว พยายามรวบรวมค�ำที่ว่านานาจิตตัง
รวมใหเ้ ปน็ จดุ อนั เดยี วกนั คอื สปุ ฏปิ นั โน อชุ ปุ ฏปิ นั โน ญายปฏปิ นั โน สามจี ปิ ฏปิ นั โน
ใหม้ คี ณุ ธรรมของสาวกไวใ้ นใจของเจา้ ของสมำ่� เสมอ อยา่ ไปเห็นแกน่ อ้ ย อยา่ ไปเหน็
แกม่ าก ผเู้ ปน็ ประธานสงฆก์ ใ็ หม้ หี ลกั ธรรม ๔ ประการคอื ๑ เมตตา ๒ กรณุ า ๓ มทุ ติ า
๔ อเุ บกขา ธรรมทัง้ ๔ ประการน้ี ต้องใชใ้ หม้ นั ถกู กาลถูกเวลาดว้ ย
เมตตา คอื ความรกั ใครส่ นทิ สนม ใหร้ กั ใครก่ นั โดยธรรมะ ใหเ้ มตตากนั โดยธรรมะ
อยา่ เมตตาโดยสว่ นตวั ผเู้ ดยี ว อยา่ เมตตาโดยโลก ใหเ้ มตตาโดยธรรมะ เมตตาใหม้ นั
ทว่ั ๆ ไป นแ่ี หละลักษณะความเมตตา รกั กันในธรรม ความท่รี กั กนั โดยธรรมนะ่
อย่ดู ว้ ยกนั ถ้าหากวา่ อนั ใดมันไมด่ งี ามเกิดขึ้นมา จะต้องเมตตากัน มีความสามารถ
ชแ้ี จงอันน้นั ใหร้ ู้เรือ่ ง อนั นน้ั มันเปน็ อย่างน้ัน อันน้ีมันเปน็ อย่างน้ี จะต้องเตอื นกัน
เรียกวา่ เมตตากนั โดยธรรมะ ถา้ หากวา่ เราไม่ไดต้ ักเตือนกัน พดู ไม่ดีทำ� ไม่ดีก็ไมไ่ ด้
ตกั เตอื นกนั เกรงใจกนั เลยปลอ่ ยไปตามอารมณข์ องบคุ คลทอี่ ยดู่ ว้ ยกนั อนั นนั้ ไมใ่ ชค่ น
เมตตากนั เมตตากนั จะตอ้ งแนะนำ� ตกั เตอื น ใครทำ� ผดิ แนะนำ� ใหม้ นั ถกู ถกู แลว้ ทำ� ความ
ถกู ใหย้ ง่ิ ขนึ้ ไป ญาตโิ ยมเรากเ็ หมอื นกนั ไมร่ จู้ กั ทาน กแ็ นะนำ� ใหร้ จู้ กั ทาน ไมร่ จู้ กั ศลี
กแ็ นะนำ� ใหม้ ศี ลี ไมร่ จู้ กั การภาวนากแ็ นะนำ� ใหม้ กี ารเจรญิ ภาวนา อนั นเี้ ปน็ ลกั ษณะของ
คนเมตตากนั โดยธรรมะ
กรณุ า เมตตาแลว้ มกี รณุ า คอื สงสารบคุ คลทพี่ ดู ผดิ ทำ� ผดิ ตอ้ งตกั เตอื น นคี่ อื
เปน็ คนทม่ี คี ณุ ธรรม
มทุ ติ า ใหม้ คี วามพลอยยนิ ดเี มอ่ื ผอู้ น่ื ไดด้ ี พลอยอนโุ มทนาสาธกุ าร จะเปน็ เพอ่ื น
เราก็ตาม จะเปน็ ลกู ศิษย์ลูกหาเรากต็ าม เปน็ ตน้ ปล่อยให้ท�ำตามบุญวาสนาบารมี
ใครจะทำ� ดที �ำเดน่ ในหลกั พระธรรมก็ปล่อยให้ท�ำ ไมต่ ้องคัดค้าน ไมต่ อ้ งเบยี ดเบียน
ลกู ศษิ ยล์ กู หาทมี่ สี ตปิ ญั ญาดลี ำ�้ เลศิ ประเสรฐิ ใหอ้ นโุ มทนาสง่ เสรมิ ไมใ่ หก้ ดไวไ้ มใ่ หข้ ไี่ ว้
ครูบาอาจารย์เราก็เหมือนกันท่ีได้ฝึกปฏิบัติมาแล้วเป็นต้น เราเห็นก็ไม่ต้องไปแกล้ง
ไปแยง้ ชว่ ยสง่ เสริมข้อวตั รปฏบิ ตั ใิ หด้ ีให้งามเปน็ ตน้ อนั นีเ้ ป็นหลกั ธรรมของผู้ใหญ่
399
อเุ บกขา ความวางเฉย อนั นตี้ อนทสี่ ดุ ทา้ ย ถงึ ทส่ี ดุ ทา้ ยแลว้ ใหอ้ ยใู่ นอเุ บกขา เชน่
ลกู ศษิ ยเ์ ราเป็นพระหรอื เณรก็ดี เราหมดความสามารถท่จี ะสอนได้ เรากว็ างใจเป็น
กลางๆ ไวไ้ มใ่ ห้เสีย เราสอนแตค่ นทส่ี อนไดก้ ็พยายามตกั เตือน ไมใ่ ชว่ ่าบอกทีเดยี ว
มันไมฟ่ ังความแลว้ เลยหยดุ ไมใ่ ชอ่ ย่างนน้ั มนั ยังไม่ทันเห็นกค็ ่อยแนะน�ำ ตักเตือน
ดว้ ยอบุ าย ลูกศษิ ยล์ กู หานี้กเ็ หมือนกนั ครูบาอาจารย์ท�ำอะไรทไ่ี ม่ค่อยดี ประมาท
พลาดพล้งั ก็ใหเ้ ตอื น เตือนโดยธรรมะ อย่าเตอื นโดยกระทบกระแทก แต่บอกวา่
ทา่ นอาจารย์ อนั นนั้ ผมวา่ มนั ไมค่ อ่ ยดี นา่ จะพจิ ารณาดอู กี ที นก่ี ารเตอื นครบู าอาจารยเ์ รา
ใหร้ จู้ กั กาลให้รู้จกั เวลา
เราเป็นคนบริหารก็เหมอื นกันให้ดูดว้ ย สารพัด นอกนัน้ เปน็ อบุ ายที่ปกครอง
ท้ังหลาย จะแนะน�ำพร�่ำสอนหลายอย่างหลายประการพูดแล้วมันไม่จบ เอาเหตุ
เฉพาะหน้าและปัจจุบันมาด�ำเนินการให้มันได้ เหตุการณ์อันใดมันจะแตกแยกกัน
มนั จะแตกรา้ วกนั อยา่ นำ� มาทำ� อยา่ นำ� มาพดู ใหพ้ ากนั ปรบั ปรงุ เขา้ ไวใ้ หด้ งี าม เปน็ หมู่
เปน็ คณะเป็นหมสู่ งฆ์ กายใจให้เปน็ พระสงฆ์ ข้อวตั รปฏิบตั ิอันใดก็ให้เปน็ พระสงฆ์
เราทำ� ประโยชนเ์ หล่านน้ั และกใ็ ห้ฟังความกัน ให้เคารพกัน ใหร้ จู้ ักกตญั ญูกตเวที
ผู้อปุ การะเรามาแลว้ คือผู้ประธานในสงฆช์ ่วยอุปการะเรา ตลอดถึงการบรรพชาการ
อปุ สมบท การสงเคราะหบ์ รขิ ารบางสงิ่ บางอยา่ ง สงเคราะหใ์ หค้ ำ� แนะนำ� พรำ่� สอนตา่ งๆ
แกเ่ รา นเ่ี รยี กวา่ ผู้มีอปุ การะ
ผมู้ อี ปุ การะเรามากอ่ น เมอ่ื ไดร้ บั อปุ การะแลว้ ไดร้ บั ปจั จยั จวี ร บณิ ฑบาต เสนาสนะ
เภสัช และได้ปฏิบัติธรรมได้ฟังธรรมะได้เรียนธรรมะ ได้ความเฉลียวฉลาดแล้ว
เป็นต้น เราจะต้องกตัญญู กตัญญูของบุคคลผู้ที่ได้อุปการะ ลูกก็รู้จักคุณพ่อแม่
พดู งา่ ยๆ ลูกศิษยก์ ็รูจ้ ักคณุ ครูบาอาจารย์ เท่าน้ีมนั กเ็ ป็นไป นีเ้ รยี กว่าการปฏิบัตใิ น
หมู่คณะของเรา
ในพรรษาหนึ่งผมเคยพบเห็นบุคคลบางคน สอนยากสอนล�ำบากเอาดีด้วย
ไมไ่ ด้ อนั นน้ั ใหเ้ ราเอาดใี หไ้ ด้ ใหห้ าประโยชนใ์ นสงิ่ ทไ่ี มเ่ ปน็ ประโยชนใ์ หไ้ ด้ เราจะตอ้ ง
รจู้ กั จติ ใจของเราวา่ มนั ลกึ ซง้ึ เพยี งใด การละถอน การปลอ่ ยวาง เราไดเ้ พยี งใด นเี่ ปน็
400
เหตใุ หเ้ ราศกึ ษานอ้ มเขา้ มาดใู หม้ นั เหน็ เราจะรแู้ จง้ อยใู่ นตวั ของเรา การทเ่ี รามาอยใู่ น
หมคู่ ณะที่เราปฏบิ ัตสิ อนผ้อู นื่ นน้ั ผูอ้ น่ื กส็ อนเราไปด้วยทุกฝกี ้าว ที่เราพดู ไปไมใ่ ชว่ ่า
เราสอนแต่ผู้อื่น ผู้สอนนั้นต้องมีความรู้สึกอยู่ในตัวเรา ต้องพยายามสอนตัวเรา
ไปด้วย ให้เปน็ นกั ศกึ ษาไปดว้ ย ให้มคี ันถธรุ ะและมวี ิปสั สนาธรุ ะศกึ ษาไปด้วย มสี ติ
ปญั ญาไปดว้ ย รอบคอบไปเรอ่ื ยๆ ถงึ อยนู่ เ่ี รากอ็ ยนู่ ไ่ี ป การเคลอ่ื นไหวไปมาของคนเรา
มนั ไม่แนไ่ มน่ อน อย่าพากันประมาทในอารมณ์ท้ังหลายเหล่านัน้ อันน้ีปญั หาทมี่ ใี น
หมคู่ ณะอยูร่ ่วมกันนี้ มันมีหลายอยา่ งหลายประการ
ทนี พ้ี ูดถงึ การปฏิบตั สิ ว่ นตัวของบคุ คลแตล่ ะคน นานนะ มันนาน ให้เราปฏบิ ัติ
อยู่ในลักษณะทรมานเจ้าของ ทรมานการอยู่การกิน การหลับการนอนทกุ ส่งิ สารพัด
เราทรมานส่วนตวั ของบคุ คล ธรรมดาคนเราซง่ึ ไม่มธี รรมะ จะอย่ตู ามความจริงแล้ว
อยยู่ าก อยเู่ ฉยๆ บางทกี เ็ กดิ ความวนุ่ วาย มกี ารงานใหท้ ำ� กเ็ กดิ ความวนุ่ วาย อยทู่ ไ่ี หน
กไ็ มส่ บาย ถูกทรมานจากอันโน้นอนั นอี้ ยู่เรื่อย กนิ มาก เดย๋ี วกน็ อนมาก เดยี๋ วกพ็ ูด
มากสารพัด แล้วแต่มันจะเป็น น่ีคือเราภาวนายังไม่ทันเป็น มันไม่เป็นกับสถานที่
ไม่เป็นกับหมู่กับพวก ไม่เป็นกับอะไรท้ังหลาย มันเป็นกับความเข้าใจผิดในใจ
ของเรานี้เอง มันจึงไมส่ บาย คอื ต้านทานอารมณท์ ั้งหลายไมไ่ ด้
สมยั กอ่ นผมเปน็ พระนอ้ ยๆ ปฏบิ ตั มิ าไมร่ จู้ ะเอาอะไร ปฏบิ ตั ยิ าก บางทกี นิ หลาย
กไ็ มด่ ใี จ กนิ นอ้ ยกไ็ มด่ ใี จ ทำ� อะไรกไ็ มถ่ กู คอื มนั เพง่ ไปขา้ งนอก มนั กไ็ มถ่ กู สกั ทแี หละ
เพราะมันเป็นอยู่ภายใน มันเป็นเพราะความเห็นผิดของเรา ท�ำดีเท่าไรมันก็ไม่ถูก
เพราะมนั ไมร่ จู้ กั มนั เปน็ อยา่ งนนั้ จะทำ� ความเขา้ ใจใหต้ วั เองกย็ ากลำ� บาก เรากท็ ำ� เรอ่ื ยๆ
ไปแตใ่ ห้มสี ตปิ ญั ญา มีอะไรเกดิ ขึ้นมาไดค้ วามสบายใจความทกุ ขใ์ จกต็ าม อย่าไป
ยึดม่ันถือมั่นกับมัน เป็นของไม่แน่นอน เดินจงกรมก็เดินไปๆ ก็คิดไปเร่ือยๆ
ยง่ิ เดนิ กย็ ง่ิ คดิ บางทกี ไ็ มไ่ ดด้ เู จา้ ของ มแี ตค่ วามคดิ เตม็ อยใู่ นใจ นานๆ สกั สามสบิ นาที
หรือชั่วโมงหนึ่งหยุดเดิน เอ้อ! มันไปไกลแล้ว คิดหลาย ปรุงหลายแต่งหลาย
เม่ือกำ� หนดแลว้ เราก็ถอนตัวเราออกมาวา่ อ้อ! เรื่องทค่ี ิดไปนี่ตั้งหลายช่ัวโมงนี่กด็ ี
มีท้ังดีมีท้ังช่ัวทุกส่ิงสารพัด สิ่งทั้งหมดนี้เป็นของอนิจจังไม่แน่นอน อย่าไปยึดม่ัน
401
ถอื มน่ั มนั เลยอยา่ งน้ี เด๋ยี วมันก็หายไป ทีหลงั มันเกดิ ขึ้นมา ก็สอนมนั อย่างนี้ มันจะ
เกิดอยา่ งน้เี รือ่ ยๆ ไป
เมอ่ื รวมการปฏบิ ตั สิ ว่ นตวั ของเรา อะไรๆ มนั กเ็ ปน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา มนั ก็
ละลายไปเรอื่ ยๆ แตค่ วามรสู้ กึ ของเรามนั จะลวงหลอกไป การปรงุ มนั เกดิ มาจากอวชิ ชา
อวชิ ชาใหเ้ กดิ สงั ขาร กเ็ ลยปรงุ แตง่ ขนึ้ เรอื่ ยๆ ไมใ่ หเ้ ราหยดุ สกั ที เมอื่ มนั ปรงุ ขนึ้ มาอกี
เราก็ว่าอันน้ีเป็นของไม่แน่นอน ตัดบทมันไปเลย ไม่ได้ยึดม่ันถือมั่น มันก็ละลาย
ของมนั ไป ระเหยไป เหมอื นไฟกบั หมอ้ แกง ไฟมนั อยกู่ น้ หมอ้ หมอ้ แกงมนั อยขู่ า้ งบน
ไฟมันไม่ดับ มันก็ท�ำให้น�้ำในหม้อเดือดข้ึนมาเร่ือยๆ ถ้าเราดับไฟเสีย น้�ำมันก็จะ
ไม่เดือด มนั เป็นอย่างน้ี
402
หลวงพ่อกบั ชาวตา่ งประเทศ
เปน็ ทยี่ อมรบั กนั วา่ หลวงพอ่ เปน็ ครบู าอาจารยท์ ม่ี ลี กู ศษิ ยล์ กู หาชาวตา่ งประเทศ
เป็นจ�ำนวนมากโดยเฉพาะชาวตะวันตก ซึ่งคนไทยทั่วไปเรียกกันติดปากว่า “ฝรั่ง”
และก็เป็นท่ีน่ายินดีท่ีลูกศิษย์ฝร่ังของหลวงพ่อ ได้เป็นตัวแทนที่เข้มแข็งและ
มีประสิทธิภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไปยังต่างประเทศ
ชาวตะวนั ตกทส่ี นใจในการปฏบิ ตั ภิ าวนา และการบรรพชาอปุ สมบทในพระพทุ ธศาสนา
ฝา่ ยเถรวาท ทวจี ำ� นวนขนึ้ เรอื่ ยๆ ดงั จะเหน็ ไดว้ า่ มสี ำ� นกั สาขาของวดั หนองปา่ พงไดร้ บั
จัดต้งั ข้ึนแลว้ หลายแหง่ ในประเทศตะวันตก เฉพาะทีป่ ระเทศอังกฤษมีอยู่ ๔ สาขา
สวติ เซอรแ์ ลนด์ อติ าลี ออสเตรเลยี และนวิ ซแี ลนด์ อกี แหง่ ละ ๑ สาขา โดยมจี ำ� นวน
พระสงฆท์ ง้ั หมดประมาณ ๕๐ รูป และแม่ชปี ระมาณ ๑๕ คน
ส่วนในประเทศไทยมีวัดป่านานาชาติ ซึ่งเป็นวัดพระฝรั่งวัดแรกที่หลวงพ่อ
ให้จดั ตั้งข้ึนทบ่ี ้านบงุ่ หวาย อ�ำเภอวารินช�ำราบ จังหวดั อบุ ลราชธานี โดยม่งุ หมายให้
เป็นอาวาสส�ำหรับชาวต่างประเทศที่เข้ามาศึกษาและอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
ได้อบรมสั่งสอนกันเองน้ัน และก็ได้กลายเป็นสถานท่ีดึงดูดความสนใจใคร่รู้ของ
ชาวไทยไปดว้ ย ในแตล่ ะวนั จงึ มผี คู้ นทงั้ ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศเดนิ ทางมาขอพกั
ปฏบิ ตั ธิ รรมอยมู่ ไิ ดข้ าด บา้ งกม็ าพกั ในชว่ งสนั้ เพยี ง ๒-๓ วนั เพอื่ สมั ผสั บรรยากาศ
พอรู้รสชาติแล้วก็จากไป บ้างก็มาพักเป็นอาทิตย์เป็นเดือนและเป็นปี ส�ำหรับชาว
ต่างประเทศน้ันมีจ�ำนวนไม่น้อยและนับวันจะเพ่ิมข้ึนเรื่อยๆ ท่ียุติการเดินทางลง
403
ด้วยการขอบรรพชา อุปสมบท ยอมละทง้ิ ถน่ิ ฐานบา้ นชอ่ งในตา่ งประเทศขอพกั พิง
ในประเทศไทย เพอ่ื มงุ่ มนั่ แสวงหาบ้านอนั แทจ้ รงิ ของตวั เองต่อไปกระทัง่ ถึงปจั จบุ ัน
(ปี พ.ศ. ๒๕๓๕) มพี ระภกิ ษุ สามเณรประมาณ ๔๐ รูป จาก ๑๕ ประเทศ ได้แก่
แคนาดา องั กฤษ สหรฐั อเมรกิ า เยอรมันนี ฮอลแลนด์ ฝร่ังเศส สวีเดน เดนมาร์ค
ออสเตรเลยี นวิ ซแี ลนด์ อสิ ราเอล ญปี่ นุ่ ไตห้ วนั สงิ คโปร์ และมาเลเซยี จำ� นวนพระสงฆ์
ท่ีพำ� นักอยู่ทวี่ ดั ป่านานาชาตมิ ปี ระมาณ ๒๐ รปู นอกนั้นกผ็ ลัดเปลย่ี นกันไปอยู่ตาม
สาขาตา่ งๆ ของวดั หนองป่าพงบ้างและออกธดุ งค์บ้าง
ภาษาน้ันส�ำคัญไฉน
“หลวงพอ่ สอนฝรง่ั อยา่ งไร ในเมอื่ ทา่ นพดู ภาษาองั กฤษไมไ่ ด้ และลกู ศษิ ยฝ์ รง่ั เอง
กไ็ มค่ นุ้ กบั ภาษาไทย” คำ� ถามทำ� นองนมี้ อี ยเู่ สมอ และหลวงพอ่ กม็ คี ำ� ตอบเปรยี บเทยี บ
ใหฟ้ ังอยา่ งคมคายว่า
“นำ้� รอ้ นกม็ ี นำ้� ฮอ้ นกม็ ี ฮอทวอเตอรก์ ม็ ี มนั เปน็ แตช่ อ่ื ภายนอก ถา้ เอามอื จมุ่ ลงไป
ก็ไม่ตอ้ งใช้ภาษาหรอก คนชาตไิ หนก็รูไ้ ดเ้ อง”
บางทีทา่ นต้งั ค�ำถามเอากับพวกชา่ งสงสัยในเรื่องเหลา่ น้วี า่
“ทบี่ า้ นโยมมสี ตั วเ์ ลยี้ งไหม อยา่ งหมาแมว หรอื ววั ควายอยา่ งน้ี เวลาพดู กบั มนั
โยมตอ้ งรภู้ าษาของมันดว้ ยหรอื เปลา่ ?”
เคลด็ ลบั ในการสอนของหลวงพอ่ มอี ยเู่ พยี งประการเดยี วและไมใ่ ชเ่ รอ่ื งลล้ี บั เลย
นน่ั คือทา่ นสอนด้วยการกระทำ� จึงไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งใช้ภาษามาก ดังท่ีท่านช้แี จงใหฟ้ งั ว่า
“ถงึ แมม้ ลี กู ศษิ ยเ์ มอื งนอกมาอยดู่ ว้ ยมากๆ อยา่ งนก้ี ไ็ มไ่ ดเ้ ทศนใ์ หเ้ ขาฟงั มากนกั
พาเขาทำ� เอาเลย ทำ� ดไี ดด้ ี ถา้ ทำ� ไมด่ กี ไ็ ดข้ องไมด่ ี พาเขาทำ� ดู เมอื่ ทำ� จรงิ ๆ กเ็ ลยไดด้ ี
เขาก็เลยเชอื่ ไม่ใชม่ าอา่ นหนังสือเทา่ นนั้ นะ ทำ� จริงๆ นน่ั แหละ ส่งิ ใดไมด่ ีก็ละมัน
อนั ไหนไมด่ ีก็เลกิ มนั เสีย มันก็เป็นความดขี ึน้ มา”
404
การสอนแบบ “พาเขาท�ำเอาเลย” น้ี บางทีหลวงพ่อก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า
“ไม่ยากหรอก ดึงไปดงึ มาเหมือนควาย เด๋ยี วมนั ก็เป็นเท่าน้นั ละ่ ”
จดุ เดน่ และจดุ ออ่ นของมนษุ ยเ์ รามกั จะอยใู่ นทเี่ ดยี วกนั สำ� หรบั พระฝรงั่ สว่ นใหญ่
ทม่ี ามอบตวั เปน็ ศษิ ยข์ องหลวงพอ่ จดุ นน้ั อยทู่ คี่ วามสงสยั หลวงพอ่ จงึ มลี กู ศษิ ยช์ า่ งซกั
ช่างถามอยูห่ ลายรปู
“เมอื่ เราทำ� ใหเ้ ขาหยดุ ได้ เขากม็ องเหน็ ขา้ งหลงั ถนดั เลยฝรงั่ เหลา่ น้ี แตค่ รง้ั แรก
ก็เปลอื งอาจารย์นิดหนอ่ ย อยกู่ บั อาจารยท์ ่ีไหนกต็ ้องถามท้งั น้ันแหละ ก็คนไม่รู้จักน่ี
ตอ้ งถามจนกวา่ หมดสงสยั นน่ั แหละ ไมม่ อี ะไรจะถามถงึ หยดุ ไมย่ งั งน้ั กว็ งิ่ ตลอดเวลา
...มนั ร้อน...”
ลกู ศษิ ยฝ์ รง่ั รูปแรก
มคี นถามหลวงพอ่ เชน่ เดยี วกนั วา่ ไดเ้ คยทำ� ความรจู้ กั มกั คนุ้ กบั ชาวตา่ งประเทศ
มาต้ังแต่ครั้งไหนและอย่างไร เขาจึงได้พากันมาสมัครเป็นลูกศิษย์ลูกหามากมาย
เช่นนี้ แท้ทจี่ ริงหลวงพอ่ รู้จกั ฝร่งั จากหนังทที่ า่ นเคยดสู มัยเปน็ เด็กเทา่ นั้นเอง ซ่งึ ท่าน
ไดเ้ ลา่ ถงึ สายใยในเรอื่ งนว้ี า่
“มนั มนี มิ ิตอยู่ ฝรง่ั มาวัดหนองป่าพง มันเป็นนิมิต ตง้ั แต่เป็นเด็กไม่ก่ปี หี รอก
เคยไปดหู นงั กบั เขา แลว้ ก็เหน็ ฝรงั่ สบู ยาตวั ยาวๆ ดูแล้วกค็ ดิ สนใจ เอ! คนอะไรน้อ
ตวั ใหญร่ า่ งใหญเ่ หลอื เกนิ ยงั ตดิ ตาตดิ ใจมาตลอดทกุ วนั น้ี อนั นจ้ี งึ มพี วกฝรง่ั มาเยอะ
อนั นพ้ี ดู เปน็ เหตมุ นั มปี รากฏอยนู่ ะ ตอ่ มากพ็ อดสี เุ มโธมาเลย เหมอื นสเุ มโธนะ่ แหละ...
จมกู ยาวๆ พอเหน็ ออ้ื ! พระรปู นี้มันเปน็ ฝรั่งเวย้ เราเคยเหน็ อย่ใู นหนังเลยเลา่ ให้
สเุ มโธฟงั มนั เปน็ เหตุมนั เป็นปัจจัย ยังงนั้ มนั ถึงมญี าติฝร่ังมากท้งั ทพี่ ดู ภาษาอังกฤษ
ไม่ได้ แตว่ ่าฝรงั่ ยอมมาอย่ดู ว้ ย เรากพ็ ยายามฝกึ ให้เขารจู้ กั ธรรมะตามความพอใจ
ของเรา ถงึ แมเ้ ขาไมร่ จู้ ักประเพณอี ะไรของไทยก็ช่างมนั เถอะ เรากไ็ ม่ถอื เพราะว่า
มนั เปน็ ยังงั้น แลว้ ก็คอ่ ยๆ ช่วยมาเร่ือยๆ มา อันนพี้ ดู ถึงนยิ ายมนั เป็นยังงัน้ มา”
405
กอ่ นจะมาสสู่ ำ� นกั วดั หนองปา่ พง ทา่ นอาจารยส์ เุ มโธ อดตี ทหารหนว่ ยเสนารกั ษ์
แหง่ กองทพั เรอื ในสงครามเกาหลี จบการศกึ ษาดา้ นเอเชยี ศกึ ษา ระดบั ปรญิ ญาโทจาก
มหาวิทยาลยั เบิรค์ เลย์ คาลฟิ อรเ์ นีย เคยท�ำงานเป็นอาสาสมคั รสนั ตภิ าพ (PEACE
CORPS) เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เกาะบอร์เนียว จากนั้นย้ายมาสอนท่ี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มฝึกปฏิบัติธรรมท่ีวัดมหาธาตุ จนตัดสินใจเข้าสู่
เพศบรรพชิตในทีส่ ดุ ทา่ นบรรพชาอยู่ทจี่ งั หวัดหนองคายเปน็ เวลา ๑ ปี หลังจาก
อปุ สมบทแลว้ ไมน่ าน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ทา่ นกม็ โี อกาสไดพ้ บกบั พระสมชาย ลกู ศษิ ย์
ของหลวงพอ่ ซง่ึ เดินธดุ งคไ์ ปในเขตนั้น และบังเอิญทีพ่ ระสมชายพูดภาษาองั กฤษได้
ทา่ นจงึ ไดฟ้ งั กติ ตศิ พั ทแ์ ละเกดิ ความสนใจในวตั รปฏบิ ตั อิ นั เครง่ ครดั ของหลวงพอ่ เปน็
อย่างมาก จนถึงกบั กราบลาอุปชั ฌาย์ของท่านทจี่ ังหวดั หนองคาย เดนิ ทางมาฝากตัว
เปน็ ศษิ ย์ ขออยศู่ กึ ษาและปฏบิ ตั พิ ระธรรมวนิ ยั กบั หลวงพอ่ ทว่ี ดั หนองปา่ พง ซงึ่ หลวงพอ่
ก็เมตตารบั ไว้ แตต่ ัง้ เง่อื นไขเอากับทา่ นว่า
“จะมาอยกู่ บั ผมกไ็ ด้ แตม่ ขี อ้ แมว้ า่ ผมจะไมห่ าอะไรมาบำ� รงุ ทา่ นใหไ้ ดต้ ามอยาก
ตอ้ งทำ� ตามระเบียบขอ้ วัตรเหมอื นทพ่ี ระเณรไทยเขาทำ� กัน”
ปแี รกในวัดหนองป่าพงผ่านไปอยา่ งอบอุ่น เพราะหลวงพ่อใหค้ วามเมตตามาก
ทำ� ใหท้ า่ นอาจารยส์ เุ มโธมกี ำ� ลงั ใจ สามารถอดทนตอ่ ความลำ� บากขดั ขอ้ งตา่ งๆ โดยไม่
ทอ้ ถอย แตพ่ อขนึ้ ปที ่ี ๒-๓ หลวงพอ่ กเ็ รม่ิ เคยี่ วเขญ็ ทา่ นมากขนึ้ แถมมอี บุ ายในการสอน
และการทดสอบหลายอย่างหลายประการ ดังเร่อื งท่ที า่ นได้เมตตาเล่าให้ฟังต่อไปน้ี
ชี้จุดบอด
“...บางคร้ังหลวงพ่อจะด่าหรือสบประมาทผมในที่สาธารณะหรือในท่ีประชุม
ทำ� ใหผ้ มอายมาก แตผ่ มกท็ นได้ ผมเฝา้ สงั เกตดคู วามรสู้ กึ ของตวั เองอยเู่ สมอแลว้ จงึ ได้
รวู้ า่ น่เี ป็นความกรณุ าของหลวงพอ่ ที่ช่วยเปิดเผยความเยอ่ หยงิ่ ถือตัวของเรา มันเป็น
จดุ บอดที่ปกตเิ รามกั จะมองไมเ่ ห็นหรอื มองข้าม แต่ในลกั ษณะที่ทา่ นมเี มตตาตอ่ เรา
เชน่ นี้ ท�ำใหเ้ ราเหน็ ได้ชัดเจนแลว้ ปลอ่ ยวาง”
406
เหม็นฝรัง่
“...บางครั้งหลวงพ่อก็เล่าให้โยมท้ังศาลาฟังถึงเรื่องที่ผมท�ำไม่สวยไม่งาม เช่น
การฉนั ขา้ วดว้ ยมอื แตเ่ ปบิ ไมเ่ ปน็ ขยมุ้ อาหารขน้ึ มาเตม็ กำ� มอื แลว้ โปะใสป่ ากใสจ่ มกู
เลอะเทอะไปทั้งหน้า ทัง้ พระทง้ั โยมหวั เราะกันล่ันศาลา ผมน้นั ทงั้ โกรธท้ังอาย มีอยู่
ครง้ั หนง่ึ เณรไปหยบิ ผา้ สงั ฆาฏขิ องผมมาสง่ ใหห้ ลวงพอ่ ทา่ นบอกวา่ รทู้ นั ทวี า่ หยบิ ผดิ
เพราะมนั เหมน็ ผมไดย้ นิ เขา้ กเ็ คอื งอยเู่ หมอื นกนั รสู้ กึ ไมค่ อ่ ยพอใจ แตก่ ย็ งั อยใู่ นเกณฑ์
ทท่ี นได้ ไมแ่ สดงออกมาเทา่ ไรกเ็ พราะความเคารพทา่ น หลวงพอ่ เลยถามวา่ สบายดหี รอื
ผมกต็ อบวา่ สบายดคี รบั แตว่ า่ หแู ดงคอื เราโกรธ อนั นเี้ ปน็ อบุ ายทท่ี า่ นจะสอบอารมณ์
เราวา่ มพี ้นื ฐานทีจ่ ะรองรบั ธรรมะไดม้ ากน้อยแคไ่ หน อกี อยา่ งหนึ่ง ผมเป็นพระฝรง่ั
รูปเดียวในเวลาน้ัน เป็นจุดเด่นท่ีญาติโยมให้ความส�ำคัญและสรรเสริญอยู่เสมอ
พระไทยกเ็ คารพ เพราะผมตง้ั ใจปฏบิ ตั เิ อาจรงิ เอาจงั บางทกี ม็ กี ารอจิ ฉารษิ ยาบา้ ง เพราะ
พระฝรงั่ ยอ่ มเดน่ เปน็ ธรรมดา แตห่ ลวงพอ่ ทา่ นไมล่ ำ� เอยี ง พระไทยอยอู่ ยา่ งไร พระฝรงั่
กอ็ ยอู่ ย่างนั้น กฏุ ิก็เหมอื นกัน อาหารกเ็ หมอื นกัน ไม่มีอะไรพิเศษ จะดุด่าว่ากลา่ ว
ตกั เตอื นอะไร ก็เปน็ เร่ืองของพระธรรมวินัยท้ังน้นั ท่านไมเ่ คยเลอื กทร่ี กั มักท่ชี ัง...”
ยอมแลว้ ครบั
“... ทกุ เชา้ เวลาหลวงพอ่ กลบั จากบณิ ฑบาต จะมพี ระเณรหลายรปู ไปรอทหี่ นา้ ศาลา
เพอื่ คอยลา้ งเทา้ ทา่ น ระยะแรกๆ ทผ่ี มไปอยทู่ วี่ ดั หนองปา่ พง ไดเ้ หน็ กจิ วตั รอนั นท้ี ไี ร
กไ็ ดแ้ ตน่ กึ คอ่ นขอดพระเณรเหลา่ นน้ั อยใู่ นใจ ลา้ งเทา้ ทา่ นรปู เดยี วสองรปู กพ็ อ ทำ� ไม
ต้องไปมากมาย แต่พออยู่นานเข้า ผมก็ชักจะเปน็ ไปด้วย
แลว้ กม็ อี ยเู่ ชา้ วนั หนง่ึ กอ่ นทจ่ี ะรตู้ วั วา่ อะไรเปน็ อะไร ผมกป็ ราดเขา้ ไปอยหู่ นา้ พระ
เณรรปู อน่ื ๆ เสยี แลว้ ขณะกม้ ลงลา้ งเทา้ ถวายทา่ น เรากไ็ ดย้ นิ เสยี งนมุ่ ๆ เยน็ ๆ กลวั้ เสยี ง
หัวเราะของหลวงพ่อพดู อยบู่ นหวั เราว่า สเุ มโธ ยอมแลว้ บ.่ ..”
407
ภาษาใจ ภาษาธรรม
“เดือนแรกที่เราอย่วู ัดหนองป่าพง มีพระรปู หนงึ่ พูดภาษาองั กฤษไดด้ แี ละช่วย
เป็นล่าม เราจึงมีโอกาสสนทนาธรรมถามปัญหากับหลวงพ่อเกือบทุกวัน แต่ต่อมา
พระรปู นนั้ จากไป และเรากย็ งั พดู ภาษาไทยไมค่ อ่ ยได้ หลวงพอ่ กไ็ มร่ ภู้ าษาองั กฤษเลย
เชน่ เดยี วกัน แต่ในทสี่ ดุ กไ็ ม่มีปัญหา เพราะหลวงพ่อหลักแหลมมากในการถา่ ยทอด
ธรรมะ มกี ุศโลบายเยอะ เมือ่ พดู กับเรา ท่านใชภ้ าษาที่ง่ายๆ ส้นั ๆ แตล่ กึ ซง้ึ ถึงหัวใจ
เชน่ วนั หนง่ึ เรากำ� ลงั กวาดใบไมท้ ล่ี านวดั อารมณไ์ มด่ รี สู้ กึ หงดุ หงดิ ขดั เคอื ง นกึ เพง่ โทษ
อยทู่ วี่ ดั หนองปา่ พงเจอแตท่ กุ ข์ พอดหี ลวงพอ่ เดนิ มาทเี่ รา ทา่ นยมิ้ แลว้ พดู วา่ วดั ปา่ พง
ทกุ ขม์ าก แลว้ เดินกลับ เราจึงสงสยั วา่ ท�ำไมหลวงพ่อพูดอยา่ งนี้ กลบั ไปกุฏิพิจารณา
กไ็ ดส้ ตวิ า่ ทกุ ขไ์ มไ่ ดเ้ กดิ จากวดั หนองปา่ พง แตเ่ กดิ จากจติ ใจของเราเอง การตระหนกั
ในเรอื่ งน้ี ชว่ ยใหเ้ ราเลกิ เพง่ โทษสง่ิ แวดลอ้ มและคนอน่ื หลวงพอ่ พดู ไมก่ ค่ี ำ� แตเ่ ปน็ คำ�
ทีม่ ีอ�ำนาจให้เราน้อมเข้าไปสู่ตัว”
ปฏบิ ตั กิ จิ – ปฏิบตั จิ ิต
“...เม่ือแรกมาอยู่วัดหนองป่าพง เรารู้สึกโล่งใจที่หลวงพ่อไม่จ�ำกัดวิธีภาวนา
แตใ่ ห้ลกู ศิษยใ์ ชว้ ธิ ที ี่ถกู จรติ นสิ ัยของตน จดุ สำ� คญั ในชวี ติ ของพระท่วี ดั หนองป่าพง
คือ การปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บและข้อวัตรอย่างมีสตสิ มั ปชัญญะ ดจู ิตของตวั เองอยู่
ตลอดเวลา พิจารณาถึงความรู้สึกยินดียินร้าย เพลิดเพลินเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้นใน
การท�ำตามข้อวัตรเหล่านั้น เป็นอุบายเปิดเผยโฉมหน้าของกิเลสให้เราได้เห็น
เมื่อพิจารณาถึงโทษของมันแล้วก็ปล่อยวางตัวทิฏฐิมานะความยึดติดต่างๆ ปฏิบัติ
อยา่ งนเี้ ปน็ การดสี ำ� หรบั คนอยา่ งเรา ซงึ่ เดมิ เปน็ คนหมกมนุ่ แตใ่ นเรอื่ งของตวั เองและ
ยดึ มัน่ ถือมั่นความคดิ เห็นตา่ งๆ อย่างมาก รสู้ ึกวา่ การปลกี ตัวทำ� ความเพียรรปู เดยี ว
โดยไมม่ กี ารตดิ ตอ่ กบั โลกภายนอกเลยนน้ั คงจะไมไ่ ดผ้ ลดใี นทส่ี ดุ เราเคยลองมาแลว้
ได้ขม่ ความคิดไวด้ ว้ ยอำ� นาจสมถกรรมฐาน แตป่ ญั ญาไมเ่ กดิ ตาม รู้ไม่ทนั ข้ามพน้
ความสงสยั ไมไ่ ด้ อกี อยา่ งหนง่ึ ระเบยี บและขอ้ วตั รทหี่ ลวงพอ่ ตง้ั ขน้ึ นนั้ เปน็ สงิ่ สำ� คญั
408
ที่ช่วยสร้างบรรยากาศของวัดหนองป่าพงให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สงบเรียบร้อย
ซึง่ ชว่ ยสนบั สนนุ การท�ำความเพยี รของเราอกี ตอ่ หน่งึ ”
“ค�ำสอนของหลวงพ่อชัดเจนและตรงไปตรงมา ท่านยำ�้ การพิจารณาอารมณ์ที่
เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราจึงหันไปให้ความสำ� คัญการเฝ้าดูจิตใจของตัวเองอย่างจริงจัง
มากกวา่ การเพยี รพยายามอบรมสมถะในขน้ั สงู ๆ ซง่ึ สำ� หรบั ตวั เรา ลอ่ แหลมมากตอ่ การ
เก็บกด”
ทุกขเ์ อง ขำ� เอง
“...ท่านจะรอให้เราเป็นทุกข์เต็มท่ีเสียก่อน แล้วจึงพูดหรือแสดงอะไรสักอย่าง
ออกมาให้เราเห็นอารมณ์ของตัวเอง แล้วเกิดความส�ำนึกขึ้นว่า ความทุกข์น้ีไม่ใช่
เกดิ จากปจั จัยภายนอก แตเ่ ปน็ ปัญหาทเ่ี ราสรา้ งข้นึ มาเอง บ่อยครั้งท่ีทา่ นพูดพลาง
หัวเราะพลาง แล้วเราก็สามารถข�ำตัวเองได้ด้วย”
อีกวธิ หี นงึ่ ท่หี ลวงพอ่ ใชบ้ ่อยในการฝึกลกู ศษิ ยก์ ค็ ือ การใหข้ ้นึ ธรรมาสนเ์ ทศน์
โปรดญาติโยม แม้ว่าพระรูปน้ันจะยังอ่อนพรรษาและประสบการณ์ก็ตาม เพราะ
นอกจากจะเป็นการฝึกให้เกิดความมั่นใจในตัวเองแล้ว ยังเป็นการทดสอบลูกศิษย์
อกี ทางหน่งึ ดว้ ย ทา่ นอาจารยส์ เุ มโธก็เช่นกนั แม้จะเปน็ พระฝร่ังพูดไทยยงั ไมค่ ลอ่ ง
หลวงพ่อก็จัดใหข้ นึ้ ธรรมาสน์
เทศนค์ รัง้ แรกก.็ ..เกง่
“...ครัง้ แรกท่ีหลวงพอ่ นิมนต์ขน้ึ ธรรมาสน์ เรากร็ ับปากว่าจะเทศน์ แต่ในทสี่ ดุ
กต็ อ้ งของด เพราะมคี วามวติ กกงั วล กลวั ประหมา่ และเครยี ดมาก กเ็ ลยตอ้ งไปขอตวั
กบั หลวงพ่อ แตน่ ี้กเ็ ปน็ ส่งิ ท่เี ตือนให้เรารวู้ า่ ไม่วนั ใดวันหนงึ่ ขา้ งหน้า เราตอ้ งโดนจบั
ขนึ้ ธรรมาสนอ์ กี แน่ ตอ่ มาคณะศรทั ธาอำ� เภอมว่ งสามสบิ ไดม้ าถวายปา่ ไมใ้ หจ้ ดั สรา้ ง
เปน็ วดั (ซงึ่ ปจั จบุ นั กค็ อื วดั ปา่ วเิ วกธรรมชาน)์ เขานมิ นตห์ ลวงพอ่ ไปดทู ่ี ทา่ นอาจารย์
409
มหาอมรกบั ผมกไ็ ดต้ ดิ ตามไปด้วย เมื่อไปดูท่ีเสร็จแล้วก็กลบั มาประชมุ กันท่วี ัดบ้าน
ในตัวอ�ำเภอม่วงสามสิบ หลวงพ่อก็ประกาศว่า วันน้ีจะให้พระสุเมโธขึ้นธรรมาสน์
เทศน์โปรดญาติโยม คราวนห้ี นีไม่ได้แล้วกเ็ ลยตอ้ งขน้ึ แมว้ ่าจะเทศนไ์ ม่ดเี ทา่ ไร แต่
ญาตโิ ยมกช็ มวา่ พดู เกง่ นา่ ฟงั ทำ� ใหเ้ รามกี ำ� ลงั ใจขน้ึ บา้ ง หลงั จากนน้ั หลวงพอ่ กเ็ รม่ิ ฝกึ
ใหเ้ ทศน์ตามโอกาสตา่ งๆ เชน่ งานกฐิน งานทอดผา้ ป่า ให้เทศนช์ ่วงตีสองตสี าม
ผมพยายามพูดให้น้อยท่ีสดุ ๒๐-๓๐ นาที แลว้ รบี ลงจากธรรมาสนเ์ ลย”
ขัดกิเลสอเมรกิ ัน
“...วนั หนงึ่ ทวี่ ดั บงึ เขาหลวง หลวงพอ่ สงั่ ใหผ้ มเทศน์ ๓ ชวั่ โมง หา้ มลงกอ่ นหมดเวลา
เลยตอ้ งทำ� ตามทท่ี า่ นสงั่ พดู ไปเรอื่ ยๆ หยดุ แลว้ ตงั้ ตน้ ใหมห่ ลายครง้ั จนไมร่ จู้ ะเอาอะไร
มาพดู ภาษากไ็ มค่ อ่ ยคลอ่ ง ผฟู้ งั กน็ งั่ หลบั เปน็ สว่ นใหญ่ อนั นถ้ี อื เปน็ ความเมตตาของ
หลวงพอ่ เพราะการท�ำอยา่ งน้นั ช่วยแกก้ เิ ลสได้ดเี ทยี ว เนอื่ งจากขดั กับนสิ ัยของชาว
อเมรกิ นั เรา ซง่ึ มอี ตั ตาสงู ความเชอ่ื มนั่ ในตวั เองมมี าก เวลาขนึ้ ธรรมาสนก์ อ็ ยากจะเทศน์
ใหน้ า่ ฟงั อยากจะใหท้ กุ คนฟงั ดว้ ยความตงั้ ใจ แตถ่ า้ เหน็ ใครงว่ งนอนหรอื ไมต่ ง้ั ใจฟงั
ก็อยากจะหยดุ พูดทันที เป็นเพราะจิตใจเรายงั มคี วามหวั่นไหวกบั โลกธรรมอยู่”
ไม่เขา้ ทา่
“...การจัดให้ลูกศิษย์ข้ึนเทศน์น้ีหลวงพ่อมีกติกาอยู่ข้อหน่ึงคือ ห้ามเตรียมตัว
เตรยี มเนอ้ื หาของเรอ่ื งทจ่ี ะเทศน์ แตใ่ หแ้ สดงออกถงึ สง่ิ ทม่ี อี ยใู่ นใจขณะนน้ั ทา่ นสอน
ไม่ใหห้ วงั อะไรจากการเทศน์ ไมใ่ ช่พูดเพือ่ ใหค้ นนับถือ หรือเกิดความชอบใจซาบซ้ึง
ท้ังนีก้ ็เพื่อไม่ใหม้ อี ตั ตาแอบเข้าไปในการแสดงธรรม
...มอี ยคู่ รงั้ หนงึ่ ผมดอื้ มาก เตรยี มคำ� เทศนไ์ วก้ อ่ นอยา่ งละเอยี ด ลว้ นแตเ่ รอ่ื งดๆี
ท้งั นนั้ เมอื่ เทศนจ์ บ ผมก็หลงภมู ใิ จตัวเองว่าเทศน์ไดด้ มี าก แต่พอลงจากธรรมาสน์
เข้าไปกราบหลวงพ่อ ท่านท�ำหน้าขรึมแล้วก็ดุว่า ไม่เข้าทา่ อยา่ ท�ำอย่างนอ้ี กี ต่อไป...”
410
รบั น้อง
พระอาจารยส์ เุ มโธเปน็ พระฝรง่ั เพยี งรปู เดยี วอยทู่ วี่ ดั หนองปา่ พงนานถงึ ๔ พรรษา
จงึ มโี อกาสไดต้ อ้ นรบั พระรนุ่ นอ้ ง โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ไดม้ ชี าวอเมรกิ นั อกี ๒ คน
เขา้ มาบวชศกึ ษาพระธรรมวนิ ัยทีว่ ดั หนองป่าพงดว้ ย แตอ่ ยใู่ นช่วงเวลาสั้นราวหนง่ึ ปี
ทงั้ คกู่ ล็ าสกิ ขาไป ระหวา่ งทบี่ วชอยู่ พระรปู หนง่ึ คอื สญุ โญภกิ ขุ (Jack Kornfield)
ไดจ้ ดบันทึกคำ� สัง่ สอนอบรมของหลวงพ่อไว้เปน็ อนั มาก ภายหลงั ไดน้ �ำไปเรียบเรียง
และจดั พิมพอ์ อกเผยแผ่ ท�ำใหช้ ื่อเสียงของหลวงพ่อเป็นท่ีรู้จกั ในหมู่ชาวตา่ งประเทศ
มากยงิ่ ขนึ้ สว่ นอกี คนหนง่ึ เปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นจติ วทิ ยา ผา่ นการศกึ ษาธรรมมาแลว้
หลายสำ� นกั มนี สิ ยั หวาดระแวงขส้ี งสยั ชอบวพิ ากษว์ จิ ารณต์ เิ ตยี นครบู าอาจารยต์ า่ งๆ
เว้นแต่หลวงพ่อรูปเดียวเท่านั้นท่ีเขาคงความเคารพเทิดทูนเอาไว้ หลังจากสึกแล้ว
คนนก้ี ลบั ไปอยกู่ รงุ เทพฯ เมอื่ ไดพ้ บชาวตา่ งประเทศทมี่ คี วามสนใจในพระพทุ ธศาสนา
และกำ� ลงั แสวงหาครบู าอาจารย์ เขามกั แนะนำ� ใหม้ าฝากตวั เปน็ ลกู ศิษยข์ องหลวงพ่อ
ทีว่ ดั หนองปา่ พงเสมอ
นอกเหนอื จากคำ� สงั่ สอนและบคุ ลกิ ของหลวงพอ่ เองแลว้ องคป์ ระกอบทสี่ ำ� คญั
อีกอย่างหน่ึงท่ีดึงดูดชาวต่างประเทศให้ทยอยกันมาสู่ส�ำนักหนองป่าพง และขอ
บรรพชาอุปสมบทด้วยนั้นก็คือพระอาจารย์สุเมโธ ซึ่งท่านต้องรับหน้าที่เป็นท้ังล่าม
เปน็ ทง้ั พระพเี่ ลยี้ งแกช่ าวตะวนั ตก และทส่ี ำ� คญั ตอ้ งเปน็ แบบฉบบั และตวั อยา่ งทท่ี ำ� ให้
ผู้มาใหมม่ คี วามหวงั เกดิ ความมั่นใจว่า การดำ� รงสมณเพศนไ้ี ม่เหลือวสิ ยั เหตุนี้เอง
ท�ำให้พระฝร่ังในวดั หนองปา่ พงเพมิ่ จ�ำนวนขน้ึ เรื่อยๆ
ตอ่ มา มสี ามเณรชาวองั กฤษชอื่ ไมเคลิ บวชจากอนิ เดยี มาขอกราบคารวะ หลวงพอ่
ถามสามเณรวา่ “พดู ไทยไดห้ รอื เปลา่ ?” สามเณรไมเคลิ ตอบวา่ “ไดน้ ดิ หนอ่ ย” ทา่ นถาม
ตอ่ ไปวา่ “บวชจากไหน” สามเณรตอบว่า “บวชมาจากตดใหม่” ฟงั กันไมร่ ูเ้ ร่ืองว่า
แปลวา่ อะไร ตอ้ งหนั กลบั ไปถามพระฝรงั่ ซง่ึ ทำ� หนา้ ทล่ี า่ มใหช้ ว่ ยถามเปน็ ภาษาองั กฤษ
จึงไดค้ วามว่าบวชมาจากต้นไม้ คือตน้ ศรมี หาโพธิ์ท่ีพุทธคยาอนิ เดีย หลวงพอ่ กไ็ ด้
เมตตาใหส้ ามเณรรับศลี ใหมใ่ หถ้ ูกตอ้ งตามแบบฉบับของไทย
411
สีบ่ าทห้าสิบหรือจะกลวั
ในจำ� นวนพระชาวตา่ งประเทศท่ีมาบวชในสมัยนนั้ มชี าวญป่ี ุน่ รูปหนง่ึ นามเดมิ
มิตซุโอะ ซิบายาชิ ซ่ึงคนไทยออกเสียงยากหน่อย หลวงพ่อจึงจับเค้าชื่อเก่ามา
เรียกใหม่ว่า “ท่านสี่บาทห้าสิบ” หลังจากได้ผ่านการฝึกอบรมเป็นสามเณรนานพอ
สมควรแล้ว ในหนา้ แลง้ พ.ศ. ๒๕๑๘ “ส่บี าทห้าสิบ” ได้กลายเป็นพระต่างประเทศ
รปู แรกท่ไี ดอ้ ปุ สมบทโดยมหี ลวงพ่อเปน็ พระอปุ ัชฌาย์ แล้ววันนน้ั ได้รับฉายาใหมว่ ่า
คเวสโก
ปัจจุบันนี้ พระอาจารย์คเวสโกรับหน้าท่ีเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม
อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี (สาขาสำ� รองที่ ๔ ของวัดหนองป่าพง) ท่านได้พดู ถงึ ความ
รู้สกึ ของท่านในวันแรกทีม่ าถงึ วัดหนองป่าพงวา่
“พอดีพระภิกษุสามเณรก�ำลังเดินออกบิณฑบาตเห็นท่านเดินเป็นแถวอย่าง
ส�ำรวมระวังก็รู้สึกประทับใจ ตรึงตาตรึงใจมองดูแล้วก็สวยงามจริงๆ เลยทีเดียว
เปน็ ภาพทไ่ี มเ่ คยเหน็ มากอ่ น จากนนั้ กเ็ ดนิ เขา้ ไปในบรเิ วณวดั ไปพบทางเดนิ ทส่ี ะอาด
เรยี บรอ้ ย เดนิ สบาย ไม่มีกง่ิ ไม้ ใบไม้เปน็ ท่ีรกตา ทำ� ให้ประทบั ใจมากยิ่งขน้ึ คดิ วา่
พระอาจารยเ์ จา้ อาวาสต้องเป็นพระทีด่ ี มีระเบียบวนิ ัยเคร่งครดั จรงิ ๆ”
ก่อนมาสู่ส�ำนักวัดหนองป่าพง พระอาจารย์คเวสโกเป็นนักท่องเท่ียวผู้มี
ประสบการณช์ วี ติ โชกโชน หลงั จากทา่ นไดเ้ ดนิ ทางไปอยปู่ ระเทศเนปาลหลายเดอื นกบั
เพ่อื นนักปนี เขา ต่อมาได้ไปเท่ียวประเทศอนิ เดยี ทอี่ ินเดยี ทา่ นได้มาสนใจในศาสนา
ตะวนั ออกเปน็ ครง้ั แรก และเรม่ิ ฝกึ สมาธใิ นสำ� นกั ของพวกโยคี ในทสี่ ดุ เมอ่ื วซี า่ หมดอายุ
แลว้ ไมอ่ าจอยใู่ นประเทศอนิ เดยี ไดต้ อ่ ไป จงึ ตดั สนิ ใจเดนิ ทางมาประเทศไทยเพอ่ื ศกึ ษา
พระพุทธศาสนา
เมอ่ื ได้มาบวชเปน็ ลกู ศิษยห์ ลวงพอ่ ในวดั หนองป่าพงแลว้ พระอาจารยค์ เวสโก
ไดฟ้ งั ธรรมเทศนาสน้ั ๆ จากหลวงพอ่ กเ็ กดิ ความประทบั ใจเปน็ อนั มาก มคี วามรสู้ กึ วา่
412
หลวงพอ่ เปน็ คนทมี่ คี วามพเิ ศษกวา่ มนษุ ยท์ เี่ คยพบมา เปน็ พระแทๆ้ จติ ใจเปน็ ทองคำ�
อันบริสทุ ธิม์ นี �้ำหนักมคี า่ งวด ท�ำใหพ้ ระอาจารย์คเวสโกท่มุ เทความตง้ั ใจทั้งหมดไวท้ ี่
วดั หนองปา่ พง และทา่ นยงั จำ� ธรรมเทศนาทป่ี ระทบั ใจในครง้ั นนั้ ไดด้ ี หลวงพอ่ สอนวา่
คนเรามนั โงห่ ลาย เทย่ี วตามเงาของตวั เองเสยี เปน็ สว่ นมาก ถา้ หากวา่ เรารจู้ กั ตาม
หาจติ ใจของเรา เหมือนกบั ตามหาแนวอ่ืนๆ ปา่ นนเ้ี รากไ็ ปไกลแล้ว คนเราน่ีหลงทาง
จติ ใจโหดรา้ ยกไ็ มร่ สู้ กึ ตวั จติ ใจเปน็ ทกุ ขเ์ ดอื ดรอ้ นกไ็ มร่ จู้ กั มนั มวั แตเ่ สรมิ ตอ่ เอาของ
ไม่ดีใส่ตัวเราอยู่เรื่อยๆ ฉะน้ัน วัดหนองป่าพงจะเป็นที่ขจัดกวาดเอาของไม่ดีออก
จากจติ ใจ ใฝห่ ามองดใู จตวั เองตลอด นง่ั สมาธิ เดนิ จงกรม สวดมนตไ์ หวพ้ ระ นเี่ ปน็ หลกั
ต้องทำ� อย่างน้ที ุกๆ คน
และหลวงพอ่ ใหก้ ำ� ลังใจตอ่ การปฏบิ ัตธิ รรมว่า
“สบี่ าทหา้ สบิ ไมต่ อ้ งกลวั หรอก มนั ยงั มตี า มแี ขง้ มขี า มมี อื อวยั วะตา่ งๆ ทกุ สงิ่
ทุกสว่ นพร้อมอยแู่ ลว้ รบั รองวา่ ต้องปฏิบตั ไิ ด้ ตอ้ งมีประโยชน์ให้บ้างไม่มากก็นอ้ ย
การแนะน�ำเป็นเพียงลมปาก ตวั หนงั สอื อ่านแล้วก็แลว้ ไป สู้ปฏบิ ัติเลยไมไ่ ด้ ลงมอื
เด๋ียวนี้แหละ จะเกิดความจริง จะพบส่ิงที่ดีแน่นอนได้ นี่เองจะได้พบค�ำสอนของ
พระพทุ ธเจ้า...”
ยง่ิ อยไู่ ปนานๆ ความศรทั ธาในตวั หลวงพอ่ กย็ ง่ิ เพมิ่ พนู เมอื่ มโี อกาสไดอ้ ปุ ฏั ฐาก
หลวงพอ่ เวลาทท่ี า่ นอาพาธ พระอาจารยค์ เวสโกกท็ ำ� หนา้ ทพี่ ระอปุ ฏั ฐากดว้ ยความรสู้ กึ
กตัญญูรคู้ ุณเต็มเปย่ี ม
“หลวงพอ่ เหมอื นพอ่ แม่ เราควรพรอ้ มทจี่ ะตายแทนทา่ นได้ ทา่ นใหอ้ ะไรๆ แกเ่ รา
หลายอย่าง ถ้าจะพูดอย่างไทยๆ ก็คือชุบชีวิตใหม่ให้แก่เรา เหมือนเราก�ำลังถูก
บอ่ ทรายดดู กำ� ลงั จะกลนื ชวี ติ ของเราใหจ้ มลงไปทลี ะนอ้ ยๆ แตแ่ ลว้ หลวงพอ่ กย็ นื่ มอื
ควา้ ตวั เราไว้ ดงึ ใหข้ นึ้ ไป ใหพ้ น้ ความตายนน้ั แคส่ นองตอบเทา่ นจ้ี งึ คดิ วา่ มนั เลก็ นอ้ ย
เกนิ ไป...”
413
ของดี คนสบาย
ท่านอาจารย์ปุริโส ซึ่งในอดีตเป็นหนุ่มนักดนตรีพเนจรชาวออสเตรเลีย และ
ปจั จบุ นั เปน็ ประธานสงฆว์ ดั ปา่ วนโพธญิ าณ สาขาที่ ๘ ของวดั หนองปา่ พง เปน็ อกี รปู หนง่ึ
ทไี่ ดเ้ มตตาเลา่ ประสบการณข์ องทา่ นสมยั มาถงึ วดั หนองปา่ พงเปน็ ครงั้ แรกเมอ่ื ๑๖ ปกี อ่ น
ใหฟ้ งั ดังนี้
“...พอผ่านเขา้ ประตวู ัดหนองปา่ พงเปน็ คร้ังแรกก็เกดิ ความประหลาดใจ ความ
ประทบั ใจเกดิ ขน้ึ เมอื่ เหน็ บรเิ วณสถานที่ แมจ้ ะเปน็ ปา่ มตี น้ ไมห้ นาแนน่ ถนนหนทางเดนิ
นั้นก็ดสู ะอาดไม่มอี ะไรเกะกะสายตา สะอาดเรยี บร้อยมาก ทำ� ใหจ้ ติ ใจสงบสบาย
จากนน้ั กไ็ ปเหน็ กฏุ ศิ าลาอนั เปน็ เสนาสนะสะอาดทส่ี ดุ วดั หนองปา่ พงนมี่ รี ะเบยี บ
วนิ ยั มากจรงิ ๆ พอตกเยน็ ไดเ้ หน็ พระเณรออกมาทำ� กจิ ทา่ นเรยี บรอ้ ยดมี กี ริ ยิ าสำ� รวม
ไมต่ ื่นเต้นอะไรเลย อาตมาเคยไปวดั อ่ืน พอพระเณรเหน็ พวกฝรัง่ ก็ปรีเ่ ข้าหา เขา้ มา
พูดภาษาอังกฤษบ้าง ถามรู้เร่ืองบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ท�ำเหมือนกับว่าพวกฝรั่งมีของดี
อะไรอย่างน้ัน แต่ทีว่ ดั หนองป่าพง บรรดาพระสงฆ์ ญาตโิ ยม พ่อขาว แม่ชี ไมเ่ ห็น
มีใครสนใจกับฝรั่งอย่างอาตมา ท่านนั่งส�ำรวม เดินก็ส�ำรวม มีกิจอันใดต้องท�ำ
กท็ ำ� ไป ถามกเ็ งยหนา้ มาพดู ดว้ ย ไมม่ อี าการตนื่ เตน้ อะไรเลย มคี วามรสู้ กึ วา่ ทา่ นเหลา่ น้ี
ตอ้ งมขี องดแี น่ เกดิ ศรทั ธาขน้ึ อยา่ งมากเลยตอ้ งวงิ่ ตาม พระชที นี่ ท้ี า่ นมขี องดเี รากต็ อ้ ง
วิ่งตาม พระท่ีวดั น้ีทา่ นก็มเี มตตามาก ไมใ่ ห้พักทีด่ ีนัก สบายนกั ถา้ อยู่เกิน ๓ วัน
ต้องโกนผม นุ่งขาวห่มขาวรักษาความบริสุทธิ์ ทำ� ความเพยี ร เดนิ จงกรม นง่ั สมาธิ
ตามทพี่ ระทา่ นพาทำ� อยไู่ ดส้ กั เดอื นกวา่ ทา่ นกพ็ าไปกราบหลวงพอ่ รสู้ กึ ประทบั ใจมาก
เมอื่ ไดเ้ หน็ ทา่ นเปน็ ครงั้ แรก ทา่ นเหมอื นเปน็ คนวเิ ศษ บคุ ลกิ คนเรานนั้ สำ� คญั เปน็ เอก
ที่สุด คนทฝ่ี ร่งั จะยอมรบั ไดน้ น้ั ต้องมีลักษณะพิเศษอย่มู าก อาตมาเป็นนกั ท่องเท่ียว
ไปมา ๒๐ ประเทศ เคยไดพ้ บเหน็ คนมามากมายหลายระดับ แตร่ สู้ กึ เฉยๆ เหน็ ว่า
นนั่ คอื คน มกี ารพดู ความคดิ ทไี่ มผ่ ดิ แปลกไปกวา่ เรา แตห่ ลวงพอ่ ไมเ่ หมอื นกบั คนอนื่
ยงิ่ นานๆ ก็ยงิ่ เด่น เพราะว่าทา่ นมคี วามเปน็ ตัวของตวั เอง มีจติ เปน็ อิสระ ไม่เคย
เหน็ ทา่ นเปน็ ทกุ ขไ์ มเ่ คยเหน็ ทา่ นเปน็ ทาสของอะไร ทา่ นมจี ดุ ยนื ของตวั อยา่ งหาไดย้ าก
414
ไมข่ น้ึ ๆ ลงๆ เปน็ คนสบาย สบายจรงิ ๆ ไมใ่ ชเ่ ดยี๋ วสบาย เดยี๋ วไมส่ บายอยา่ งพวกเรา
จึงท�ำให้เกิดความประทับใจมาก เกิดความสนใจท่ีจะเสียสละเวลา มอบตัวเป็น
ลกู ศิษยข์ องท่าน”
ท่สี ุดแห่งการคน้ หา
และนค่ี อื ความประทบั ใจในตวั หลวงพอ่ ของพระอาจารยช์ ยสาโร รองเจา้ อาวาส
วดั ปา่ นานาชาติ
“เมอ่ื กอ่ นอาตมาเปน็ นกั แสวงหา ออกจากบา้ นตง้ั แตอ่ ายุ ๑๗ ปี โบกรถขา้ มทวปี
ไปเรอ่ื ยจนถงึ ประเทศอนิ เดยี ไมแ่ นใ่ จเหมอื นกนั วา่ ตวั เองกำ� ลงั แสวงหาอะไร หรอื ใคร
รแู้ ตว่ า่ ถา้ ยงั ไมเ่ จอจะหยดุ ไมไ่ ด้ แตไ่ มว่ า่ จะไปอยทู่ ไี่ หน มปี ระสบการณอ์ ยา่ งไร กไ็ ดแ้ ต่
ปฏเิ สธวา่ ยงั ยงั ไมใ่ ช่ แสวงหาไปเรอ่ื ย จนกระทง่ั กลบั ไปองั กฤษ ไดพ้ บทา่ นอาจารยส์ เุ มโธ
รสู้ กึ เลอ่ื มใสท่านเลย หยดุ ได้ถงึ ๓ เดอื น จำ� พรรษากบั ท่าน ออกพรรษาแล้วจึงขอ
อนญุ าตมาประเทศไทยเพอื่ อปุ สมบท ทแี รกไปดวู ดั ปา่ อน่ื ๆ กอ่ น (นสิ ยั เกา่ ) แตเ่ หมอื นกบั
มีอะไรดงึ ดดู มาวดั หนองปา่ พงอยู่ตลอดเวลา
อาตมามาถึงวัดตอนบ่าย วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนอ้าย พระเพิ่งลงจากโบสถ์
หลงั จากสวดปาฏโิ มกขเ์ สรจ็ พระฝรงั่ รปู หนง่ึ พาไปโกนหวั แลว้ ไปกราบหลวงพอ่ ขณะนน้ั
ทา่ นก�ำลงั นั่งฉนั นำ้� ร้อนและคุยกบั แขกที่ใต้ถุนกุฏิ อาตมาเหน็ ทา่ นครง้ั แรกร้สู ึกทันที
เลยว่า ใชแ่ ล้ว ท่านไมเ่ หมือนใครท่เี ราเคยรู้จกั เหมอื นคร้งั แรกท่ีเห็นภเู ขาหมิ าลัย
หรอื นำ้� ตกใหญๆ่ หรอื อะไรทเ่ี ปน็ ธรรมชาตอิ นั โดดเดน่ ภเู ขาหรอื ราชสหี ์ รสู้ กึ วา่ ตวั เอง
และทุกคนทน่ี ง่ั ห้อมลอ้ มตัวท่านมอี ะไรไมป่ กตหิ รอื เศร้าหมอง หลวงพอ่ คนเดยี วที่มี
ความเป็นปกตอิ ยา่ งน่าอัศจรรย์
หลวงพอ่ ฉนั นำ�้ รอ้ นหมดไปครงึ่ ถว้ ย กก็ วกั มอื เรยี กอาตมาเขา้ ไปหา และสง่ ถว้ ย
นำ้� รอ้ นของทา่ นใหด้ มื่ ตอ่ อาตมาคลานเขา้ ไปกราบรบั ถว้ ยนำ้� รอ้ นจากมอื ทา่ น รสู้ กึ วา่
น�้ำตาซึม เลยก้มหน้าด้วยความประหม่า แต่ในใจน้ันต้ืนตันด้วยความปล้ืมปีติ
บอกตัวเองว่า เจอแลว้ ครบู าอาจารย์ทเ่ี ราแสวงหา ทนี เี้ ราหยดุ ได้แล้ว”
415
พระอาจารย์ชยสาโรเล่าต่อว่า หลวงพอ่ ไม่ต้องสอนอะไรมาก ทา่ นจะพดู เพียง
๒-๓ คำ� ใหเ้ ราเกบ็ เอาไปคดิ พจิ ารณา อยา่ งเชน่ ครงั้ หนง่ึ อาตมากำ� ลงั กวาดลานวดั อยู่
ท่านผ่านมาพบเข้ากถ็ ามว่า “ช้อน สบายไหม”
ชอ่ื เดิมของอาตมาคอื ฌอน (Shaun) หลวงพอ่ ก็เรยี กว่าชอ้ น
อาตมากราบเรยี นวา่ “สบายครบั หลวงพ่อ”
“สบายดไี หม” ทา่ นถามตอ่ เหมอื นกบั ย�้ำ
“สบายดีครับ” อาตมากราบเรียนยนื ยัน
“สบายดี ไมด่ ี” หลวงพ่อกลบั พดู เสยี อย่างนั้นแล้วกเ็ ดนิ จากไป อาตมายืนงง
ไมเ่ คยไดย้ นิ ใครพดู วา่ สบายดไี มด่ มี ากอ่ น เดนิ จงกรมอยตู่ งั้ นานจงึ ไดเ้ ขา้ ใจ ตอนนนั้
บวชใหมก่ เิ ลสยงั เยอะกส็ บายดี คงเปน็ เพราะเราตามกเิ ลส ซงึ่ เปน็ การไมด่ ี ถา้ ปฏบิ ตั ิ
จรงิ ๆ แล้วกเิ ลสย่อมเดอื ดร้อนไม่สบายดหี รอก
โดนลกู ถีบ
พระอาจารย์าณธมโฺ ม ชาวออสเตรเลีย ศิษย์ร่นุ เดียวกบั พระอาจารยช์ ยสาโร
ดูเหมอื นจะประทับใจในบทเรยี นอนั ดเุ ดอื ดถงึ ลกู ถงึ คน ท่ีได้รบั จากหลวงพ่อยง่ิ นัก
ทา่ นได้เลา่ ประสบการณ์ตอนหน่งึ ระหว่างอยกู่ ับหลวงพ่อท่วี ัดหนองปา่ พงให้ฟงั ว่า
“...วันหน่ึงอาตมามีเร่ืองขัดใจกับพระรูปหนึ่ง รู้สึกโกรธ หงุดหงิดอยู่ทั้งวัน
รงุ่ เชา้ ไปบณิ ฑบาตกเ็ ดนิ คดิ ไปตลอดทาง ขากลบั เขา้ วดั พอดเี ดนิ สวนทางกบั หลวงพอ่
ทา่ นยมิ้ และทกั อาตมาเปน็ ภาษาองั กฤษว่า กู้ด มอร์นิ่ง ซง่ึ ท�ำให้อารมณ์ของอาตมา
เปลย่ี นทันที ที่กำ� ลงั ข่นุ มวั หงุดหงดิ กลบั เบกิ บาน ปลม้ื ปีติทหี่ ลวงพ่อทักเรา”
ถงึ เวลาสวดมนตท์ �ำวัตรเยน็ หลวงพอ่ ให้อาตมาเขา้ ไปอุปัฏฐากถวายการนวดท่ี
กุฏิของทา่ นเปน็ การสว่ นตัว อาตมาร้สู กึ ตืน่ เตน้ ดีใจมากกับโอกาสใกลช้ ดิ อยูส่ องต่อ
สองทห่ี าไดย้ ากอยา่ งนนั้ เพราะเราเปน็ พระใหม่ แตข่ ณะทก่ี ำ� ลงั ถวายการนวดอยอู่ ยา่ ง
416
ตง้ั อกตงั้ ใจและปลม้ื ปตี ิ ทนั ใดนนั้ เองอยา่ งไมท่ นั รเู้ นอ้ื รตู้ วั หลวงพอ่ กถ็ บี เปรย้ี งเขา้ ท่ี
ยอดอกซงึ่ กำ� ลงั พองโตดว้ ยความรสู้ กึ ภาคภมู ขิ องอาตมาจนลม้ กน้ กระแทก แลว้ ทา่ นก็
ตำ� หนวิ า่ จติ ใจไมม่ น่ั คง พอไมไ่ ดด้ งั ใจกข็ ดั เคอื ง หงดุ หงดิ เมอ่ื ไดต้ ามปรารถนากฟ็ ฟู อ่ ง
ผมฟงั ทา่ นดไุ ปหลายๆ อยา่ งแลว้ รอ้ งไหเ้ ลย ไมใ่ ชเ่ พราะโกรธหรอื เสยี ใจ แตซ่ าบซง้ึ เพราะ
สำ� นกึ ในพระคณุ ของทา่ น หลวงพอ่ เมตตามากทชี่ ว่ ยชก้ี เิ ลสของเรา ไมเ่ ชน่ นนั้ เรากค็ ง
มดื บอดมองไม่เหน็ คงเป็นคนหลงอารมณไ์ ปอีกนาน...
ท้งิ ไม่เหลอื
ในบนั ทกึ “รำ� พงึ ถงึ ความหลงั กบั พระอาจารยช์ า” พระอาจารยเ์ ขมธมโฺ ม ลกู ศษิ ย์
ชาวองั กฤษรนุ่ อาวุโสของหลวงพอ่ ไดเ้ ล่าถงึ วิธีการสอนให้ลกู ศษิ ย์ร้จู กั “ปล่อยวาง”
ด้วยเทคโนโลยีพ้นื บา้ นไวใ้ นเร่อื งราวต่อไปนี้
“หลวงพอ่ ดแู ลพวกเราอยา่ งดี ถงึ แมว้ า่ บางครงั้ ทา่ นจะดดุ า่ หรอื เยย้ หยนั หรอื ทำ� ให้
เราหันกลับมาสู่ความเป็นจริงในแบบอ่ืนๆ แต่เราก็ไม่รู้สึกอะไร นอกไปจากว่า
เบ้ืองหลังการกระท�ำเหล่าน้ีก็คือความห่วงใยอย่างจริงจังลึกซ้ึงที่มีต่อสวัสดิภาพของ
เรานนั่ เอง อยา่ งนอ้ ยเรากร็ สู้ กึ เชน่ นี้ หลงั จากหลวงพอ่ กลบั มาจากบณิ ฑบาต ทา่ นพกั ผอ่ น
ใหห้ ายเหนอ่ื ยแลว้ ทา่ นชอบเดนิ ไปรอบๆ วดั ในตอนเชา้ หลงั จากออกบณิ ฑบาต ขณะที่
พระรปู อืน่ ๆ ซ่ึงออกไปบณิ ฑบาตไกลเพง่ิ กลบั และมีการตระเตรยี มอาหาร บางคร้งั
หลวงพ่อจะเดินตามล�ำพัง แต่ท่านมักจะกวักมือเรียกใครสักคนให้ไปกับท่าน
มากกวา่ ถา้ หากเรากำ� ลงั มคี วามยงุ่ ยากหรอื กำ� ลงั เรรวน ทา่ นกอ็ าจจะพอใจทจี่ ะเลอื กเรา
เปน็ เพอ่ื นเดนิ ตอนทอี่ าตมากำ� ลงั มคี วามยงุ่ ยาก ทา่ นกจ็ ะพาอาตมาไปเดนิ ดว้ ย ๒-๓ วนั
และในขณะทอี่ าตมามปี ญั หาในการเขา้ ใจทา่ น การทตี่ อ้ งเดนิ ขา้ งๆ ทา่ นเยอ้ื งไปขา้ งหลงั
เล็กน้อยตามประเพณีที่ท�ำกันนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่การได้ติดต่อใกล้ชิดท่าน
เปน็ สว่ นตัวน้ี ทำ� ให้อาตมายินดีมาก มอี ยู่วนั หนง่ึ ขณะท่เี ราเดนิ เข้ามาใกลป้ ระตใู หญ่
ขา้ งหนา้ เพยี ง ๒ คน ทา่ นกเ็ รม่ิ วนุ่ วายกบั การจดั นนั่ จดั นใี่ หเ้ ขา้ ทเี่ ขา้ ทาง อาตมาจำ� ไดว้ า่
มกี งิ่ ไมห้ นกั ทข่ี รขุ ระและยาว ซงึ่ ทา่ นตอ้ งการใหเ้ อาออกไปจากทางเดนิ ทา่ นยกไมย้ กมอื
ทำ� ทา่ ทางให้อาตมาจับปลายไม้ขา้ งหนึ่งและท่านกย็ กปลายอกี ขา้ งหนง่ึ แล้วในขณะที่
417
เรายกมนั ขน้ึ ไวพ้ รอ้ มทจ่ี ะเหวยี่ งทง้ิ ทา่ นกเ็ งยหนา้ ขน้ึ มอง แสงอาทติ ยย์ ามเชา้ อาบทวั่
ตวั ทา่ น ทา่ นถามวา่ “หนกั ไหมละ่ น”่ี และถามอกี ครงั้ ขณะทเี่ ราเหวย่ี งมนั เขา้ ไปในปา่ วา่
ตอนนลี้ ะ่ เปน็ ไง หนกั ไหม ทา่ นสอนเราใหเ้ หน็ ธรรมะในทกุ ๆ สงิ่ อยา่ งนเ้ี อง สอนเราให้
หัดการปลอ่ ยวาง และใหเ้ หน็ ทุกอยา่ งที่เราพูดหรือท�ำในการปฏบิ ัต”ิ
ฝกึ งาน
หลวงพอ่ เปน็ ผมู้ สี ายตาอนั กวา้ งไกล ทา่ นไดค้ าดการณอ์ นาคตเอาไว้ ปรารภถงึ
ความสนใจของชาวตา่ งชาตทิ ม่ี ตี อ่ พระพทุ ธศาสนาซงึ่ นบั วนั จะทวขี นึ้ เหน็ ไดจ้ ากจำ� นวน
ทีม่ าสู่ส�ำนกั วดั หนองปา่ พง สมควรท่ีจะเตรียมการปกครองและอบรมสง่ั สอนกนั เอง
ตอ่ ไปในอนาคต ทา่ นจงึ เรม่ิ ฝกึ พระอาจารยส์ เุ มโธในการเปน็ ผนู้ ำ� โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๔
หลวงพอ่ ใหน้ กั บวชชาวตา่ งชาตทิ งั้ หมด ๗ รปู ทมี่ อี ยใู่ นวดั หนองปา่ พง ไปจำ� พรรษาที่
วดั ถำ�้ แสงเพชร มพี ระอาจารยส์ เุ มโธ เปน็ หวั หนา้ แตห่ ลวงพอ่ กม็ ไิ ดท้ อดทงิ้ มเี มตตา
ไปเย่ยี มใหก้ �ำลงั ใจอยเู่ สมอ
สว่ นตวั พระอาจารยส์ เุ มโธเองนน้ั กลบั รสู้ กึ เบอื่ หนา่ ยในภารกจิ และความรบั ผดิ ชอบ
ท่หี ลวงพ่อไดม้ อบหมายให้ พอถงึ พรรษาที่ ๖ จงึ ไดข้ ออนุญาตหลวงพ่อ ปลกี ตัวไป
จ�ำพรรษาที่วัดเขาฉลาก จังหวัดชลบุรี เมื่อออกพรรษาแล้วก็ได้กราบลาไปธุดงค์ท่ี
ประเทศอินเดีย
แตป่ ระสบการณช์ วี ติ ในระหวา่ งการธดุ งคท์ ป่ี ระเทศอนิ เดยี เปน็ เวลา ๖ เดอื น ทำ� ให้
พระอาจารย์สุเมโธเกิดความรู้สึกคิดถึงเมืองไทยและหลวงพ่อข้ึนอย่างจับจิตจับใจ
เพราะได้ตระหนักในความเมตตาอันใหญ่หลวงของท่านที่ได้อุทิศตนปฏิบัติกิจใน
พระศาสนาเพอ่ื อำ� นวยประโยชนแ์ กเ่ พอื่ นมนษุ ย์ ความกตญั ญกตเวทติ าคณุ ตอ่ หลวงพอ่
และแผน่ ดนิ ไทย ได้บังเกดิ ขึ้นมาท่วมทน้ ในจิตใจของพระอาจารยส์ ุเมโธ ทำ� ให้ท่าน
ตดั สนิ ใจเดนิ ทางกลบั วดั หนองปา่ พง มอบกายถวายชวี ติ คนื แกห่ ลวงพอ่ สดุ แลว้ แตท่ า่ น
จะบัญชา จะใหอ้ ย่ทู ไี่ หน ทำ� อะไร ขอยอมรบั ทงั้ หมดโดยไม่มเี ง่อื นไข
418
กำ� เนิดวัดป่านานาชาติ
ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงพอ่ ดำ� รทิ จี่ ะตงั้ วดั สำ� หรบั ชาวตา่ งชาตโิ ดยเฉพาะ เนอื่ งดว้ ย
จำ� นวนพระเณรอกี ทงั้ ปะขาวผเู้ ตรยี มตวั บวชทว่ี ดั หนองปา่ พงในเวลานนั้ มจี ำ� นวนมาก
และนบั วนั จะเพมิ่ ขน้ึ เรอื่ ยๆ และทา่ นไดเ้ รม่ิ วางแผนระยะยาวในการเผยแผพ่ ระพทุ ธ
ศาสนาไปยงั ประเทศตะวนั ตกดว้ ย เพราะเหน็ วา่ พระอาจารยส์ เุ มโธ เปน็ ผถู้ งึ พรอ้ มดว้ ย
อายพุ รรษาและประสบการณ์ พอทจี่ ะเปน็ ผนู้ ำ� หมคู่ ณะได้ เพราะไดร้ บั การฝกึ หดั ใหร้ จู้ กั
วิธีบริหารวัด การท�ำสังฆกรรม การก่อสร้างซ่อมแซม การเทศนาอบรมส่ังสอน
ตลอดจนกจิ อนื่ ๆ ที่จ�ำเป็นของพระสงฆ์มาแลว้ เปน็ อย่างดี แมพ้ ระรุ่นหลงั ๆ กไ็ ด้รบั
การฝกึ หดั มาในทำ� นองเดยี วกัน หลวงพอ่ จงึ มคี วามเห็นวา่ ลูกศษิ ย์ฝร่ังเหลา่ น้ี เม่อื มี
ประสบการณพ์ อสมควร กส็ ามารถกลบั ไปเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนายงั บา้ นเกดิ เมอื งนอน
ของตน เป็นการแบง่ เบาภาระหนา้ ทขี่ องทา่ นอีกทางหนึ่งดว้ ย เหตผุ ลอีกประการหน่ึง
กค็ อื เมอื่ พระชาวตา่ งชาตใิ นวดั หนองปา่ พงเพมิ่ จำ� นวนมากขน้ึ การแยกไปตงั้ วดั ตา่ งหาก
เพื่อชุมชนที่มีภาษาและวัฒนธรรมใกล้เคียงกันได้ปกครองกันเอง ย่อมท�ำให้ความ
เป็นอยกู่ ลมกลนื ราบรน่ื กวา่ อย่ทู ี่วัดหนองปา่ พง
ระหวา่ งนัน้ ไดม้ ีทายกมาถวายทด่ี ินบรเิ วณปากกุดหวายริมฝง่ั แมน่ �้ำมลู เพอ่ื ให้
หลวงพ่อจัดต้ังเป็นวัดสาขาแห่งใหม่ ท่านอาจารย์สุเมโธจึงคิดจะน�ำพระเณรฝร่ัง
ไปบ่มบาตรที่น่ัน เพื่อส�ำรวจสถานท่ีด้วย แต่หลวงพ่อกลับแนะน�ำให้ไปท่ีป่าช้า
บา้ นบงุ่ หวาย ซงึ่ อยหู่ า่ งจากวดั หนองปา่ พงประมาณ ๗-๘ กโิ ลเมตร เพราะถา้ มปี ญั หา
กจ็ ะตดิ ตอ่ กนั ไดส้ ะดวก และอกี ประการหนง่ึ ชาวบา้ นบงุ่ หวายหลายคนกเ็ ปน็ อบุ าสก
อุบาสิกาท่ีไปฟังธรรมรักษาศีลท่ีวัดหนองป่าพงเป็นประจ�ำทุกวันพระอยู่แล้ว พอจะ
อาศยั อาหารบณิ ฑบาตและการอปุ ถัมภ์อุปฏั ฐากอ่นื ๆ ได้ดว้ ย
ใกล้เข้าพรรษาในปีนั้น คณะทายกทายิกาบ้านบุ่งหวาย ได้ไปกราบหลวงพ่อ
เพ่ือขออาราธนาให้พระฝร่ังลูกศิษย์เหล่าน้ันอยู่จ�ำพรรษาท่ีป่าช้าบ้านบุ่งหวายต่อ
ซ่ึงหลวงพ่อก็ไม่ขัดข้อง ชาวบ้านจึงช่วยกันจัดสร้างกุฏิเสนาสนะเป็นกระต๊อบเล็กๆ
419
และศาลามงุ หญา้ ถวาย พออาศยั ไดช้ วั่ คราว แรกทเี ดยี วหลวงพอ่ ตง้ั ชอื่ สำ� นกั สาขาใหม่
นี้ว่า วดั ป่าอเมรกิ าวาส เพราะสมาชิกสว่ นใหญเ่ ปน็ ชาวอเมริกัน ต่อมาเหน็ ว่าเปน็ การ
ผกู ขาดเรอื่ งเชือ้ ชาติ จึงได้เปลีย่ นชอ่ื เปน็ วดั ป่านานาชาติ โดยมีพระอาจารย์สุเมโธ
เป็นประธานสงฆ์รูปแรก และทุกคร้ังที่มีญาติโยมจากต่างถ่ินไปกราบนมัสการที่
วดั หนองปา่ พง หลวงพอ่ มกั จะแนะนำ� ใหแ้ วะไปเยย่ี มวดั ปา่ นานาชาตดิ ว้ ยเสมอ ญาตโิ ยม
ท่ีได้ไปเย่ียมครั้งแรกแล้วมีความศรัทธาเล่ือมใสในการประพฤติปฏิบัติของพระฝรั่ง
กม็ กั จะหาโอกาสแวะเวยี นไปเยยี่ มอกี และจดั กฐนิ หรอื ผา้ ปา่ ไปทอดถวายดว้ ย สำ� นกั
แห่งใหม่จงึ เร่มิ มสี ิ่งก่อสรา้ งเสนาสนะทีถ่ าวรเพมิ่ ขน้ึ เร่ือยๆ
หลวงพอ่ ใหค้ วามเอาใจใสใ่ นวัดปา่ นานาชาติเปน็ พเิ ศษ ตัง้ แต่เร่มิ ตัง้ เป็นตน้ มา
ทา่ นมักหาโอกาสไปเย่ียมเยียนให้ก�ำลงั ใจและค�ำแนะนำ� ในเรอื่ งต่างๆ อยเู่ สมอ เช่น
เรอ่ื งการกอ่ สรา้ งเสนาสนะตา่ งๆ ระเบยี บขอ้ วตั ร แมก้ ารโยกยา้ ยพระฝรง่ั รปู หนงึ่ รปู ใด
ไปอยตู่ ามวดั สาขาอนื่ ๆ กต็ อ้ งกราบเรยี นขอโอกาสกบั ทา่ นกอ่ น เมอ่ื หลวงพอ่ เรมิ่ อาพาธ
งดไปงานกฐนิ ตามวดั สาขาตา่ งๆ ซงึ่ ปกตทิ า่ นจะตระเวนไปชว่ ยเกอื บทกุ สาขา แตส่ ำ� หรบั
วดั ป่านานาชาติแลว้ ท่านยังคงเมตตามาร่วมเสมอไมข่ าด ท่านเคยปรารภว่า วดั ป่า
นานาชาตติ อ้ งอยตู่ ดิ กนั กบั วดั หนองปา่ พง เปน็ วดั สำ� คญั ทต่ี อ้ งใหเ้ วลาและความสนใจ
เปน็ พเิ ศษ
ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ พระอาจารยส์ เุ มโธไดร้ บั อาราธนาไปตงั้ สำ� นกั สาขา และ
อยู่ประจ�ำท่ีประเทศอังกฤษ ท่านอาจารย์ปภากโรจึงเข้ารับหน้าท่ีสืบต่อมาจนถึง
พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานสงฆ์รปู ที่ ๓ ของวัดป่านานาชาติ ได้แก่ พระอาจารย์ชาคโร
ซ่ึงปฏิบัติหน้าที่อยู่จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ต่อมาได้รับนิมนต์ไปตั้งวัดในประเทศ
ออสเตรเลยี พระอาจารยป์ สนั โนจงึ เข้ารบั หนา้ ท่ีเป็นประธานสงฆร์ ปู ท่ี ๔
420
ใจเยน็ ๆ ทา่ นประธาน
ประธานสงฆว์ ดั ปา่ นานาชาตใิ นสมยั เรม่ิ แรก ประสบปญั หาในการปกครองหมคู่ ณะ
เพราะคนตา่ งชาตมิ กั มคี วามเชอื่ มน่ั ในตวั เองสงู และกลา้ แสดงออก เมอื่ มาอยรู่ วมกนั
มากๆ กม็ กั มเี รอ่ื งขดั แยง้ ใหท้ า่ นประธานตอ้ งปวดหวั เปน็ ธรรมดา หลวงพอ่ ไดแ้ นะนำ�
ใหต้ า่ งฝา่ ยตา่ งละวางทฐิ มิ านะ วางความคดิ เหน็ และใหก้ ำ� ลงั ใจในการปรบั ปรงุ ใหด้ ขี นึ้
และสำ� หรบั ประธานสงฆ์ หลวงพอ่ สอนยำ้� เสมอวา่ “ถา้ ลกู ศษิ ยข์ องเรามเี รอ่ื งขดั แยง้ กนั
กใ็ หพ้ จิ ารณาใหด้ ี อยา่ ตดั สนิ วา่ ผมู้ าใหมไ่ มด่ ี อยา่ ไปวา่ คนนนั้ ดคี นนไี้ มด่ ี ตอ้ งใชเ้ วลา
ดไู ปนานๆ กอ่ น ดอู ปุ นสิ ยั ของเขาไปนานๆ อยา่ ไปคดิ วา่ ดหี รอื ไมด่ เี ลยทนั ที เพราะวา่
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งมนั ไมแ่ นน่ อน โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ความรสู้ กึ นกึ คดิ ของผทู้ ม่ี อี ดุ มคตยิ งั
ไม่แน่นอน ถ้าจะไปคดิ ว่าลกู ศิษย์คนนีส้ อนยาก มนั ก็ไม่แนน่ อนเหมอื นกัน ต้องใช้
เวลาดูไปก่อน”
สดู แกล้ ม ดมแกค้ ิดถงึ
ชาวตา่ งประเทศทม่ี โี อกาสไดใ้ กลช้ ดิ หลวงพอ่ ตา่ งเคารพในปญั ญาบารมขี องทา่ น
เปน็ อยา่ งยงิ่ นอกจากนแ้ี ลว้ ความเปน็ ผมู้ อี ารมณข์ นั เบกิ บานแจม่ ใสอยเู่ ปน็ นจิ ดว้ ย
เมตตาธรรมอันเต็มเปี่ยมและความสามารถพิเศษในการส่ือสาร ก็เป็นสิ่งจูงใจให้
คนเหลา่ น้ันอยากเขา้ ใกล้ชดิ มาถามปัญหาข้อข้องใจต่างๆ ตามประสาคนช่างคิดช่าง
ปรงุ แตง่ หลวงพอ่ รจู้ กั จรติ นสิ ยั ของชาวตา่ งประเทศและใชอ้ ารมณข์ นั เปน็ เครอ่ื งแก้ ชใี้ ห้
เห็นถึงความคับขอ้ ง ความหงดุ หงดิ ความโกรธ ท่ีปรากฏอยใู่ นใจ ให้หัวเราะกบั
สงิ่ เหลา่ นไ้ี ด้ โดยเหน็ วา่ เปน็ เพราะอปุ าทานทเี่ ขา้ ไปแบกไปยดึ เอาตวั ทกุ ขไ์ ว้ บางครง้ั กจ็ ะ
ท�ำแบบเล่นๆ ไม่จริงจัง แต่เป็นการกระตุ้นสติเตือนให้รู้สึกตัวว่าก�ำลังหลงอารมณ์
อะไรอยู่ เชน่ พระรปู หนง่ึ ซง่ึ ยงั คดิ ถงึ ครู่ กั เกา่ จติ ฟงุ้ ซา่ นวนุ่ วาย จงึ ไปกราบเรยี นปรกึ ษา
หลวงพอ่ ทา่ นไดแ้ นะใหพ้ ระรปู นนั้ เขยี นจดหมายถงึ ครู่ กั ขอใหเ้ ธอเอาขใ้ี สข่ วดเลก็ ๆ
ส่งมาถวาย แล้วให้พระรูปนน้ั เกบ็ ไวใ้ นย่ามตลอดเวลา คดิ ถงึ เม่อื ไรก็ให้หยิบขวดขี้
ของเธอออกมาสดู ดม เฮ้อ!
421
ข้ไี ก่กอ็ าจหอมได้
เมตตาบารมที ี่มีอยูใ่ นจิตใจของหลวงพ่อ สมดุลยก์ ับปญั ญาบารมที ่หี ลกั แหลม
บางคร้ังชาวต่างชาติที่มาใฝ่ใจในพระพุทธศาสนา เกิดความไม่เข้าใจกันกับทาง
ครอบครัว ซึ่งเดิมทีมีทัศนคติในทางลบต่อศาสนาตะวันออก เมื่อผู้ที่เป็นลูกหลาน
เกดิ มศี รทั ธาทจ่ี ะออกบวชจากเรอื น ผเู้ ปน็ พอ่ แมย่ อ่ มรอ้ นใจเปน็ ธรรมดา เมอ่ื มปี ญั หา
เช่นนี้เกิดขึ้น หลวงพ่อได้เช้ือเชิญให้เขาเหล่านั้นมาเยี่ยมมาดูชีวิตความเป็นอยู่ของ
ผเู้ ปน็ ลกู เมอ่ื มาเหน็ แลว้ กค็ ลายกงั วลไปได้ เพราะอธั ยาศยั ไมตรอี นั อบอนุ่ ของผเู้ ปน็
ครูบาอาจารย์ อกี ทั้งสภาพแวดลอ้ มอนั รม่ ร่นื สงบ เรยี บร้อยอยูด่ ้วยระเบยี บวนิ ัย
กส็ ามารถท�ำให้พอ่ แม่คลายความคดิ ปรงุ แต่งไปได้ อย่างเชน่ แมช่ ฝี รง่ั รูปหนึ่ง ซึง่ มา
บวชอยทู่ ว่ี ดั ปา่ นานาชาติ ทำ� ใหแ้ มข่ องเธอ ซง่ึ นบั ถอื ศาสนาอสิ ลามเสยี ใจมาก ไดข้ อรอ้ ง
ใหล้ กู สาวกลบั บา้ นหลายครง้ั แมช่ กี ไ็ มย่ อม แมก่ เ็ ลยขวู่ า่ จะฆา่ ตวั ตาย ทำ� ใหแ้ มช่ เี ปน็
ทุกขม์ าก พะวกั พะวนด้วยหว่ งแมแ่ ตก่ ็ไมอ่ ยากกลบั เม่ือกราบเรยี นปรกึ ษาหลวงพอ่
ท่านไมใ่ หก้ ลบั แตแ่ นะน�ำให้เชิญแมม่ าเย่ยี ม ทา่ นบอกวา่ “เขารังเกยี จเพราะเขายงั
ไมเ่ คยเหน็ แลว้ กค็ ดิ ปรงุ แตง่ มาก” หลวงพอ่ เปรยี บเทยี บกบั ความรสู้ กึ ของตวั ทา่ นเอง
ใหฟ้ ังวา่
“...อาตมากเ็ หมอื นกนั จะพดู ความจรงิ ใหฟ้ งั อยา่ งเนยน้ี ออ้ื ! เหมน็ เหมน็ หลาย
ไปอยกู่ บั พวกฝรง่ั เหมน็ เนย เขา้ ไปใกลท้ กุ ทๆี เขาเอามาให้ เหน็ กล็ องเอามาชมิ ดู ออ้ื !
ดีเหมือนกัน เด๋ยี วนีอ้ รอ่ ยแลว้ ทุกวันนีต้ อ้ งเอามากกว่าเขา ฝร่งั เอานอ้ ยกว่าอาตมา
เนยแขง็ มนั ยง่ิ ดแี ลว้ ซที นี ี้ แตก่ อ่ นไดก้ ลนิ่ เหมน็ เหมอื นขไี้ ก่ เดย๋ี วนช้ี อบเนยกะเขาแลว้
อปุ มาใหฟ้ งั อยา่ งน”ี้ สดุ ทา้ ยทา่ นปลอบวา่ “อยนู่ แี่ หละ เดยี๋ วแมม่ าหรอก” และในทสี่ ดุ
แม่ของแม่ชีก็จ�ำใจต้องมาจริงๆ คร้ันเห็นความเป็นอยู่ของลูกแล้วก็หายห่วงและ
ทำ� ใจได้
อกี รายหนงึ่ เปน็ ลกู เศรษฐี เรยี นหนงั สอื เกง่ และมคี วามสามารถทางกฬี ายอดเยยี่ ม
เม่อื มหาวทิ ยาลยั ปดิ ภาคฤดรู ้อน ไดเ้ ดนิ ทางมาหาความรู้ทางพุทธศาสนาท่ีเมืองไทย
422
เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในตัวหลวงพ่อ และวัดหนองป่าพง จึงขอบวชเป็นปะขาว
พอ่ แมท่ ราบขา่ วกว็ ติ กกงั วลไปวา่ ลกู ชายถกู ลา้ งสมอง แตเ่ มอ่ื มาถงึ วดั และไดพ้ บหลวงพอ่
แมจ้ ะยงั ไมเ่ ขา้ ใจในพระธรรมคำ� สอนกต็ าม แตเ่ ขากเ็ หน็ วา่ หลวงพอ่ เปน็ คนดมี เี มตตา
ใหค้ วามอบอนุ่ ไมม่ เี จตนาเลวรา้ ยอะไรตอ่ ลกู ยงิ่ เหน็ กริ ยิ ามารยาททเ่ี รยี บรอ้ ยของลกู
กย็ งิ่ เกดิ ความพอใจ หลวงพอ่ ใหเ้ ลอ่ื นวนั บรรพชาใหเ้ รว็ ขน้ึ กวา่ กำ� หนดเดมิ เพอ่ื ทพี่ อ่ แม่
จะได้มีโอกาสเห็นชายผ้าเหลืองของลูกก่อนเดินทางกลับในวันรุ่งข้ึน เขาได้จัดซ้ือ
อาหารมาถวายจังหันเพ่ือฉลองการบวชของลูกชาย นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหน่ึงที่เมตตา
และปญั ญาบารมขี องหลวงพอ่ สามารถเปลย่ี นความหวาดระแวง ความรงั เกยี จ ใหก้ ลาย
เปน็ ความเข้าใจและชื่นชมยนิ ดใี นทีส่ ดุ
เจา้ อบุ าย
หลวงพอ่ มวี ธิ กี ารตา่ งๆ ทจี่ ะสรรหามาสง่ั สอนและทรมานลกู ศษิ ยไ์ ดถ้ กู จรติ นสิ ยั
อยเู่ สมออยา่ งเชน่ พระฝรงั่ รปู หนงึ่ ภมู ธิ รรมยงั นอ้ ย จติ ใจยงั ไมส่ งบ แตใ่ จรอ้ นอยาก
จะออกธุดงค์ หลวงพ่อก็ไม่ขดั ข้อง แตม่ เี งื่อนไขว่า ต้องเดินเทา้ ตลอดห้ามข้นึ รถเป็น
อนั ขาด และหา้ มพกั ทเ่ี ดยี วเกนิ ๓ คนื ชว่ งนนั้ เปน็ ฤดรู อ้ นเสยี ดว้ ย ไมน่ านนกั พระธดุ งค์
รูปนั้น ก็กลับวดั ด้วยอาการสะบักสะบอม เนอ้ื ตัวเกรยี มแดด และท่ีสำ� คญั คอื ความ
รสู้ กึ ไดเ้ ปลย่ี นไป เดมิ เคยวาดภาพธดุ งคไ์ วอ้ ยา่ งรน่ื รมย์ เพราะคดิ เอาเองวา่ ชวี ติ ของ
พระธุดงค์นั้น คอื การทอ่ งเทยี่ วไปในป่าเขาล�ำเนาไพรอยา่ งเสรี ไม่ใชช่ วี ิตในวัดอย่าง
ทห่ี ลวงพ่อพาด�ำเนนิ เม่ือได้รู้รสธุดงค์ “ของแท้” เปน็ ปจั จัตตงั แล้ว ทา่ นกห็ ายอยาก
หมดปัญหาทจี่ ะต้องดิ้นรนต่อไป เพราะเข้าใจชวี ิตของพระธดุ งค์แลว้ น่นั เอง
ต้องทรมานสักหนอ่ ย
ครั้งหนึ่งสมัยท่ีพระอาจารย์ชาคโรเป็นเจ้าอาวาส วัดป่านานาชาติ ได้ไปวัด
หนองปา่ พง เพอ่ื กราบเรยี นปรกึ ษาเรอ่ื งขอ้ วตั รบางประการกบั หลวงพอ่ โดยมพี ระฝรงั่
อกี รปู หนง่ึ ตดิ ตามไปดว้ ย พระรปู นก้ี ำ� ลงั เรง่ ความเพยี ร และมคี วามปลาบปลมื้ ภมู ใิ จ
423
ในการปฏิบตั ขิ องตวั เอง จึงอยากกราบเรียนหลวงพ่อ เม่ือทัง้ สองรูปไปถงึ วัดหนอง
ปา่ พงในตอนเยน็ เขา้ ไปกราบหลวงพอ่ ทใี่ ตถ้ นุ กฏุ ิ หลงั จากรบั โอวาทเสรจ็ พระฝรงั่ ทไี่ ป
ดว้ ยกถ็ อื โอกาสสนทนาธรรมกบั หลวงพอ่ ดว้ ยอาการของคนอวดดี พระอาจารยช์ าคโร
กร็ ้สู กึ ว่าเพื่อนก�ำลังประมาท เพราะสำ� คัญตัวว่าเกง่ ทา่ นจึงสงสยั ว่าหลวงพ่อจะสอน
พระรปู นอี้ ยา่ งไร แตห่ ลวงพอ่ ไมไ่ ดพ้ ดู ตกั เตอื นอะไรเลย คงคยุ ไปเรอื่ ยๆ จนดกึ ๔-๕ ทมุ่
พระอาจารย์ชาคโรเป็นหว่ งวา่ หลวงพ่อจะเหนื่อย กน็ มิ นตท์ า่ นพักผ่อน แต่หลวงพ่อ
กลบั บอกวา่ “ไมเ่ ปน็ ไร ไมเ่ หนอื่ ย” แลว้ กช็ วนคยุ ตอ่ จากเรอื่ งธรรมะกค็ ยุ สพั เพเหระ
ไปเร่อื ย สองช่ัวโมงแรก พระฝร่งั ทง้ั สองรปู ก็สนทนาธรรมอยา่ งมคี วามสุข แตพ่ อถึง
เท่ยี งคืนกลบั เป็นทุกข์ โดยเฉพาะพระรูปน้นั นง่ั สัปหงกโยกไปโยกมา หลวงพ่อกท็ ำ�
ไม่รูไ้ มช่ ้ี คุยไปเรือ่ ยๆ จนตสี ามจงึ ได้เลิก
เมื่อกลบั ถงึ วัด พระฝรงั่ ทง้ั สองรปู จึงไดส้ �ำนกึ ถงึ ปัญญาอนั แหลมคมเฉยี บขาด
ของหลวงพอ่ สำ� หรบั พระรปู นน้ั รสู้ กึ ละอายมาก เพราะหลงั จากไดค้ ยุ อวดความมสี ตอิ นั
ยอดเยย่ี มของตวั เองแลว้ ไมก่ ชี่ วั่ โมงกน็ งั่ สปั หงกตอ่ หนา้ ครบู าอาจารย์ หลวงพอ่ ไดใ้ ห้
ลกู ศษิ ยเ์ หน็ กเิ ลสของตวั เองโดยไมต่ อ้ งพดู เตอื นเลยแมแ้ ตค่ ำ� เดยี ว แตท่ รมานจนความ
ทุกขป์ รากฏใหเ้ หน็ เอง
อุบาสกเศรษฐคี นหนงึ่ เคยพบหลวงพอ่ ท่ปี ระเทศองั กฤษ เมื่อมาเทยี่ วเมืองไทย
จึงได้แวะมากราบนมัสการหลวงพ่อ และขอพักปฏิบัติธรรมท่ีวัดหนองป่าพงด้วย
หลวงพ่อจัดกุฏิหลังเล็กที่สุดให้พัก เม่ือเอาสัมภาระคือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่
๓-๔ ใบ เขา้ ไปเกบ็ กเ็ หลอื ทพ่ี อนอนไดเ้ ทา่ นน้ั แตเ่ ศรษฐกี ม็ คี วามยนิ ดี เพราะเคยอยู่
แตค่ ฤหาสน์ ไดล้ องมาอยกู่ ฏุ กิ รรมฐานหลงั เลก็ ๆ จงึ ไดเ้ ขา้ ใจหลกั และความมงุ่ หมาย
ของการปฏิบัติธรรมอย่างมักน้อยสันโดษ นับว่าได้ประโยชน์คุ้มค่ากับการเสียเวลา
เดินทางมาไกลแสนไกล
424
อาหารใจ
โยมฝรัง่ คนหนึ่งตั้งปญั หาถามหลวงพ่อ ๓ ขอ้ ว่า
“ปฏิบตั ทิ �ำไม” “ปฏิบตั ิอยา่ งไร” “ปฏิบัตแิ ลว้ เกดิ ผลอย่างไร”
หลวงพอ่ ยอ้ นถามวา่
“กนิ ขา้ วท�ำไม” “กนิ ขา้ วอยา่ งไร” “กินขา้ วแลว้ เกิดผลอยา่ งไร”
โยมกง็ งและไมค่ อ่ ยพอใจในคำ� ตอบ เพราะไมเ่ ขา้ ใจ หลวงพอ่ จงึ อธบิ ายเสรมิ วา่
“...ปฏิบัติทำ� ไมกค็ อื กินทำ� ไม ปฏบิ ัติอย่างไรกค็ ือกินอยา่ งไร ก็ให้นึกซิว่าเรากิน
ขา้ วทำ� ไม เหตุทเ่ี รากินก็เพราะหิว มีความหิว มคี วามทุกข์ ถ้าไม่กินกเ็ ปน็ ทกุ ข์อยู่
อยา่ งนน้ั เราปฏบิ ตั เิ พราะอะไร เพราะความหวิ เรากนิ อาหารกเ็ พอื่ ระงบั ความหวิ ทางกาย
เราปฏิบตั ธิ รรมเพื่อระงับความหิวทางใจ ใจเป็นทกุ ข์ ก็ต้องใช้ธรรมะมาแกท้ ุกข์ ที่นี้
ปฏิบัตอิ ย่างไร กเ็ หมือนกบั เรากินอย่างไร ก็ต้องเอาอาหารมาใส่ ถา้ ใจขาดอาหาร
ก็เอาธรรมะมาใส่ ให้ใจได้กินธรรมะ ปฏิบัติแล้วเป็นอย่างไร ก็เหมือนกับกินแล้ว
เปน็ อย่างไรน่นั แหละ กนิ แล้วกอ็ ่ิมใช่ไหม ปฏิบัติแล้วก็อม่ิ ธรรมะ”
ฟังค�ำอธบิ ายในค�ำตอบนีแ้ ล้วพลนั ซึ้งใจ ยิ้มเบกิ บานด้วยความพอใจ
ตลกร้าย
พระขีบ้ น่ อีกรปู หน่ึง ชอบตเิ ตยี นเพอื่ นสหธรรมกิ ครูบาอาจารย์ สถานท่ี วา่
ไมส่ ปั ปายะ ไมเ่ ออ้ื เฟอ้ื ตอ่ การปฏบิ ตั ิ จติ ใจหมกั หมมไวแ้ ตเ่ รอื่ งอกศุ ลมลู จนกลนิ่ ตลบ
เลยโดนหลวงพ่อกระท้งุ เอาอย่างแรง แตเ่ ป็นเชงิ ตลกวา่ “คุณนี่แปลก ชอบเอาขีพ้ ก
ใสย่ า่ ม แลว้ พกตดิ ตวั ไปไหนตอ่ ไหนดว้ ย แลว้ มาบน่ วา่ เหมน็ ขี้ ทโี่ นน่ เหมน็ ข้ี ทนี่ เ่ี หมน็ ขี้
ทไ่ี หนๆ กเ็ หมน็ แต่ขี้ ดแี ตบ่ ่น ทำ� ไมไม่ลองส�ำรวจย่ามของตัวเองดบู ้าง”
425
ปล่อยวาง
วฒั นธรรมของไทยไดร้ บั รปู แบบอนั ดงี ามหลายอยา่ งจากพทุ ธศาสนา คนไทยรบั
ปฏบิ ตั มิ าชา้ นานจนเคยชนิ สว่ นชาวตา่ งประเทศนนั้ ถอื วา่ เปน็ เรอื่ งแปลกใหมส่ ำ� หรบั เขา
จงึ ตอ้ งมาฝกึ เรยี นกนั ทงั้ หมด ตงั้ แตก่ ารแสดงความเคารพ การกราบ การไหว้ ตลอดจน
ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้พระเณรฝรั่งท่ีมาใหม่บางรูปเกิดความขัดเคืองใจ
ทตี่ อ้ งทำ� ตามธรรมเนยี มประเพณที ตี่ นเองไมค่ นุ้ เคย หลวงพอ่ จงึ สอนใหป้ ลอ่ ยวางใน
เร่ืองน้ีว่า
“พระพทุ ธเจา้ สอนวา่ คนเราไมว่ า่ ไทยไมว่ า่ ฝรงั่ ไมว่ า่ ทไี่ หนกต็ ามเถอะ คนเมอื งนอก
ก็ไมร่ ้จู ักวฒั นธรรมเมอื งไทย คนไทยก็ไม่ร้จู ักวัฒนธรรมเมอื งนอก เมือ่ ได้มาพบกัน
ปัญหาที่เราจะให้เข้าใจ ให้มันสบายท�ำยังไง พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุท้ังหลาย
เมอ่ื ทา่ นทง้ั หลายไมร่ รู้ ะเบยี บของคนกลมุ่ นน้ั ไมร่ ภู้ าษาของคนในกลมุ่ นน้ั ทา่ นจงอยา่
ไปยดึ ม่ันถอื มัน่ ในทน่ี น้ั อันเปน็ เหตุให้ไดอ้ ยอู่ ยา่ งสบายมาก
กเ็ หมอื นพระเมอื งไทยไปอยเู่ มอื งนอก แปลกหลายอยา่ ง ถา้ เราไปยดึ มนั่ ถอื มนั่
กไ็ มส่ บาย ทา่ นบอกวา่ อยา่ ไปยดึ มน่ั ถอื มนั่ อยา่ ไปถอื ตวั ในทน่ี นั้ แลว้ กป็ ลอ่ ยวางมนั ไป
เมอื งนอกมาเมอื งไทย กเ็ หมอื นกนั อยา่ งนน้ั เหน็ หลายอยา่ งไหมละ่ การพดู ของคนไทย
การกระทำ� ของคนไทย ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งของเมอื งไทยไมเ่ หมอื นเมอื งเรา บางสง่ิ เหน็ แลว้
กไ็ ม่สบาย
ฉะนั้น เราอย่าไปถือตัว อย่าไปยึดมั่นถือม่ันในท่ีนั้น เป็นเหตุท่ีจะท�ำให้เรา
ปลอ่ ยวาง มนั สบาย ทางโนน้ มา ทางนม้ี า เหน็ แลว้ กป็ ลอ่ ยไป เรอื่ งปลอ่ ยวางมนั สบาย
เร่อื งบุคคลแต่ละถิน่ ฐานมันไมเ่ หมือนกนั ที่อยู่อาศยั กไ็ ม่เหมือนกนั ”
426
ตา่ งกนั แต่เหมอื น
วธิ กี ารสอนลกู ศษิ ยพ์ ระฝรง่ั และพระไทยของหลวงพอ่ มขี อ้ แตกตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย
เพราะเหตทุ ภ่ี มู หิ ลงั ของทง้ั สองฝา่ ยไมเ่ หมอื นกนั นนั่ เอง กลา่ วคอื พระไทยนน้ั สว่ นมาก
มาจากชาวบา้ นทม่ี กี ารศกึ ษาไมส่ งู นกั มปี ระสบการณท์ างโลกนอ้ ย มาบวชดว้ ยศรทั ธาบา้ ง
บวชตามประเพณบี า้ ง โดยปกตคิ นไทยทเ่ี ปน็ ชาวบา้ นโดยทวั่ ไป สว่ นมากมศี รทั ธาจรติ
สอนง่าย เมอ่ื มีความรักและความเกรงกลัวหลวงพอ่ ผสมดว้ ย การลดมานะละทิฏฐิ
ทำ� ไดง้ า่ ยกวา่ จงึ พรอ้ มทจี่ ะรบั โอวาทคำ� สอนของทา่ นไดง้ า่ ย โดยไมม่ ขี อ้ โตแ้ ยง้ สงสยั
มากนกั ประกอบกบั ความคนุ้ เคยกบั สภาพแวดลอ้ มของทอ้ งถน่ิ ทำ� ใหก้ ารดำ� เนนิ ชวี ติ
ประจำ� วนั เปน็ ไปดว้ ยความราบรน่ื ไมม่ ปี ญั หาในการปรบั ตวั ทำ� ใหต้ อ้ งคดิ มากอนั เปน็
สาเหตขุ องความเครยี ด ภูมิหลังดังกลา่ วน้มี ีผลดีต่อการปฏิบัตภิ าวนาในแงท่ ีว่ ่าช่วย
ใหจ้ ติ สงบเปน็ สมาธไิ ดง้ า่ ย เพราะไมค่ อ่ ยฟงุ้ ซา่ นไปกบั ความคดิ แตก่ ม็ นี วิ รณต์ วั สำ� คญั
คือ กามฉันทะ ดังน้ันในการสอนลูกศิษย์พระไทย หลวงพ่อจึงเริ่มด้วยการเน้นท่ี
ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ และการเจรญิ สมาธใิ หจ้ ติ ใจสงบกอ่ นแลว้ พจิ ารณารา่ งกาย อยา่ งไรกต็ าม
ท่านมิได้จ�ำกัดวิธีภาวนาอย่างตายตัว เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติแต่ละคนที่จะ
ค้นควา้ หาวธิ ีทเี่ หมาะสมส�ำหรับตวั เอง สำ� หรบั พระฝร่งั นัน้ มาบวชดว้ ยศรัทธาในการ
ปฏบิ ัติจริงๆ เพราะชาวตา่ งประเทศท่ีเข้ามาส่ศู าสนาพทุ ธ กเ็ นื่องด้วยความสนใจใน
การทำ� สมาธิ การฝกึ จติ ใหไ้ ดร้ บั ความสงบ ซง่ึ ศาสนาของตวั เองไมม่ ี และสว่ นใหญเ่ ปน็
ชนชน้ั กลางทม่ี กี ารศกึ ษา มปี ระสบการณท์ างโลกมาก ชา่ งคดิ ปรงุ แตง่ อกี ประการหนงึ่
ท่ีท�ำให้ชาวต่างประเทศสนใจในศาสนาพุทธ ก็เพราะเห็นว่าเป็นศาสนาท่ีไม่ได้สอน
ให้เชอ่ื อยา่ งงมงาย แต่สอนวิธีปฏบิ ตั ิให้พสิ ูจน์ด้วยตนเองได้ดว้ ย ซึ่งเหมอื นกับหลกั
วทิ ยาศาสตรอ์ นั เปน็ วถิ ชี วี ติ ทพ่ี วกเขาคนุ้ เคย อปุ นสิ ยั ของฝรง่ั นน้ั ไมค่ อ่ ยเชอื่ เรอื่ งอะไร
งา่ ยๆ เพราะเคยชนิ กบั การใชค้ วามคดิ ความฟงุ้ ซา่ นจงึ เปน็ นวิ รณต์ วั สำ� คญั ทท่ี ำ� ใหจ้ ติ
สงบไดย้ าก อยา่ งไรกต็ าม ถา้ ทำ� จติ สงบไดแ้ ลว้ การเจรญิ ปญั ญาขน้ั ตอ่ ไปจะกา้ วหนา้
ไดเ้ รว็ หลวงพอ่ จงึ ใชว้ ธิ สี อนโดยใหธ้ รรมะชน้ั สงู สดุ เพอื่ กระตนุ้ ใหใ้ ชค้ วามคดิ พจิ ารณา
ซ่ึงเหมาะกับอุปนิสัยของฝร่ัง และใช้อารมณ์ขันเป็นเครื่องแก้หรือผ่อนคลายความ
ตึงเครยี ด
427
ส�ำหรับข้อแตกต่างระหว่างภูมิหลังของฝรั่งและไทยดังกล่าวมาข้างต้น คงจะ
ชดั เจนเฉพาะคนไทยในชนบทเทา่ นนั้ เพราะปจั จบุ นั วถิ ชี วี ติ ของคนไทยเปลยี่ นแปลง
ไปมาก คนในเมอื งหลวงโดยเฉพาะในกรงุ เทพมหานครนั้น ดจู ะมรี ูปแบบของการ
ดำ� เนนิ ชวี ติ คลา้ ยคลงึ กนั กบั ชาวตะวนั ตกไปเสยี แลว้ เพราะฉะนนั้ วธิ สี อนทห่ี ลวงพอ่
ใช้กับลูกศิษย์ฝรั่ง ก็คงจะเหมาะสมกับนักปฏิบัติชาวไทยที่มีภูมิหลังอย่างเดียวกัน
เชน่ พวกทีเ่ รียกตัวเองว่าปญั ญาชน หรอื มาจากสงั คมทเ่ี จรญิ ของเมืองหลวงเช่นกัน
อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื พดู ถงึ เรอ่ื งจติ ของชาวตะวนั ออกและชาวตะวนั ตก ทม่ี ผี สู้ งสยั
ว่าเหมอื นกนั หรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไรนั้น หลวงพอ่ ช้แี จงวา่
“...โดยพน้ื ฐานแลว้ ไมแ่ ตกตา่ งกนั ขนบธรรมเนยี มประเพณอี นั เปน็ สงิ่ ภายนอก
และภาษาทีใ่ ชอ้ าจดูตา่ งกนั แต่ความรสู้ ึก (จิต) ของมนษุ ยน์ ัน้ มีลกั ษณะเฉพาะตาม
ธรรมชาติ ซง่ึ เหมือนกันหมดไมว่ า่ ชาติใด ภาษาใด ความโลภและความเกลียดกม็ ี
เหมอื นกนั ทง้ั ในจติ ใจของชาวตะวนั ออกหรอื ตะวนั ตก ความทกุ ขแ์ ละการดบั แหง่ ทกุ ข์
ก็เหมือนกัน”
อดทนและทนได้
การหนั เหวถิ ชี วี ติ จากสงิ่ แวดลอ้ มในสงั คมและวฒั นธรรมของชาวตะวนั ตกมาสู่
ชีวิตของพระป่าในแผ่นดินอีสานน้ัน ความอดทนเป็นคุณธรรมเบื้องต้นท่ีนักบวช
ชาวตา่ งชาตจิ ะตอ้ งพยายามเขา้ ถงึ ใหม้ ากทสี่ ดุ ทง้ั นหี้ ลวงพอ่ ไดใ้ หก้ ำ� ลงั ใจกบั ลกู ศษิ ย์
ฝรัง่ อยา่ งอบอุ่นวา่
“...ท่านต้องอดทน ความอดทนและความทนได้ส�ำคัญมากในการฝึกปฏิบัติ
ของเรา เมอ่ื ผมยงั เปน็ พระหนมุ่ ๆ อยู่ ผมไมไ่ ดร้ บั ความยากลำ� บากมากเทา่ ทา่ น ผมพดู
ภาษาพนื้ เมอื งและฉนั อาหารพนื้ เมอื งของผมเอง แมก้ ระนนั้ บางวนั ผมอยากสกึ และ
ถงึ กบั อยากฆา่ ตวั ตาย ความทกุ ขเ์ ชน่ นเี้ กดิ จากความเหน็ ผดิ เมอื่ ทา่ นไดเ้ หน็ ความจรงิ
คือสัจธรรมแล้ว ท่านจะละทิ้งทัศนะและทิฐิเสียได้ ทุกอย่างจะเข้าสู่ความสงบ
428
การอดทนนจี้ งึ เปน็ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ เปน็ รากฐานของผปู้ ฏบิ ตั ิ ถา้ บา้ นอยกู่ รงุ เทพฯ
นอี่ ดทนคงจะไมไ่ หวเสยี แลว้ คงจะหนไี ปกรงุ เทพฯ เสยี แลว้ อนั นบี้ า้ นมนั อยขู่ า้ มทวปี
พอนกึ วา่ จะไปก็ โอ.้ ..ลำ� บากเหมอื นกนั จำ� เปน็ ตอ้ งทนกท็ น ฉนั ตำ� สม้ มะละกออยนู่ แี่ หละ
ทำ� ไปนานๆ มนั กช็ นิ เลยดเี สยี อกี ทนี ้ี ชอบขา้ วเหนยี วอกี แลว้ เรยี กวา่ มนั เกดิ ใหมท่ กุ รปู
จะตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั มนั เปลย่ี นอากาศ เปลย่ี นอาหารสารพดั มนั ฝนื ใจอยา่ งน้ี การฉนั
กฉ็ นั ในบาตร มคี าวมหี วานกใ็ สล่ งไปทง้ั นน้ั แหละ ใครมนั จะชอบ ทกุ คนลองดซู ิ ถา้ กเิ ลส
ไมห่ มด มนั กข็ ดั ขอ้ งมนั เรอ่ื ยไปแหละ เอาอาหารเทลงไปในบาตรซิ เอาบวดฟกั ทองเท
เข้าไปอีกซี...เอา้ จะมกี เิ ลสไหมล่ะ ดูเอาเถอะ มนั ขดั ๆ ขอ้ งๆ อยนู่ น่ั แหละ มนั เปน็
ของมนั อยู่ นเ่ี รยี กวา่ การขดั การฝกึ เตอื นสตเิ ราบางทมี นั กไ็ มไ่ ด้ แตก่ ฝ็ นื การฝกึ มนั ก็
ต้องเป็นอย่างน้”ี
พระอาจารย์เขมธมโฺ ม ไดบ้ ันทึกประสบการณเ์ กีย่ วกบั ความอดทนไวด้ งั นี้
“หลวงพอ่ ใหค้ ณุ คา่ เรอื่ งความอดทนไวอ้ ยา่ งสงู และมกั จะพรำ่� สอนพวกเราเนอื งๆ
ไมม่ อี ะไรหรอก ใหอ้ ดทนเทา่ นนั้ เอง ทา่ นจะพดู เชน่ น้ี อาตมารตู้ วั ดวี า่ เปน็ หนงึ่ ในบรรดา
ผู้ที่มักจะบ่นคราง และไม่ค่อยจะแน่ใจในเรื่องนี้ แต่อาตมาก็พยายามจนถึงท่ีสุด
ตอนนอี้ าตมารแู้ ลว้ วา่ การเพยี งแตร่ อคอยและเฝา้ ดนู ้ี เปน็ สง่ิ ทมี่ คี ณุ คา่ มาก การใชช้ วี ติ
อยกู่ บั หลวงพอ่ นนั้ ไมน่ า่ เบอื่ เลย แตเ่ ราจะตอ้ งไหวตวั ตลอดเวลา เหมอื นกบั ทหารทดี่ ี
ตอ้ งเตรยี มพรอ้ มเสมอ การทเ่ี ราไมอ่ าจคาดการณอ์ ะไรลว่ งหนา้ กบั ทา่ นไดน้ ี้ ทำ� ใหเ้ รา
แยล่ งไปอกี เมอ่ื เราไมค่ อ่ ยแนใ่ จกบั สง่ิ ทเ่ี ราคดิ วา่ เราเขา้ ใจแลว้ ครง้ั หนง่ึ อาตมาไดอ้ อก
เดนิ ทางไปกบั ทา่ นเพอ่ื แวะเยย่ี มวดั ตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ สาขา อาตมาเกอื บจะคลงั่ เพราะความ
ทอี่ ยากจะซักจีวรท่ีมีกลนิ่ เหม็นของตวั เอง อาตมาดใี จมากเมื่อเราพากนั หยดุ พักยังท่ี
แหง่ หนงึ่ อาตมาเหน็ สามเณรตา่ งพากนั รบี เขา้ โรงซกั ผา้ เพอ่ื นำ� จวี รของหลวงพอ่ ไปซกั
อาตมาควา้ จวี รของตวั เองแลว้ รบี ตามพวกเณรไป โดยมพี ระตดิ ตามอกี รปู หนง่ึ ซงึ่ ตก
ทน่ี งั่ เดยี วกนั กบั อาตมาตามมาตดิ ๆ โชคไมด่ ที เ่ี ราไมไ่ ดพ้ จิ ารณาเสยี กอ่ นวา่ เมอื่ จวี รของ
หลวงพอ่ ถกู ซกั กอ่ น กจ็ ะตอ้ งถกู นำ� เอาออกมากอ่ น ตากกอ่ นแลว้ กแ็ หง้ กอ่ น ของอาตมา
กำ� ลงั ดพู อดๆี ตอนทอ่ี าตมาไดย้ นิ เสยี งตะโกน เมอ่ื มองขา้ มบรเิ วณไป กเ็ หน็ หลวงพอ่
429
นุ่งห่มจีวรเรียบร้อยแล้วอยู่ในรถ ซ่ึงก�ำลังเตรียมพร้อมจะออก ไม่มีอะไรจะท�ำได้
นอกจากรบี ควา้ เอาทกุ ๆ อยา่ งแลว้ ไปกนั ตอ่ เพอ่ื นของอาตมาโชคไมด่ เี ทา่ อาตมา จวี รของ
ทา่ นซกั หลงั อาตมา ดงั นนั้ ทง้ั ๆ ทห่ี ม่ ชน้ื หมาดๆ ทา่ นกต็ อ้ งนง่ั มาขา้ งหลงั รถปค๊ิ อพั แลว้
คลตี่ ากส่วนเลก็ ๆ น้อย ของจีวรจากตวั ทา่ นเทา่ ที่จะท�ำได้ เพอ่ื ใหม้ นั แหง้ กลางแดด
หลวงพอ่ ดแู ลพวกเรา แตท่ า่ นไมพ่ ะเนา้ พะนอพวกเราเลย ทา่ นปลอ่ ยใหพ้ วกเรา
เรยี นรอู้ ะไรๆ ดว้ ยตนเองมากเทา่ ทจ่ี ะเปน็ ไปได้ อาตมาจำ� ไดว้ า่ ทา่ นฟงั อาตมาลงแรง
อธบิ ายความยงุ่ ยากตา่ งๆ ทอี่ าตมาไดป้ ระสบมาอยา่ งสนอกสนใจ เสรจ็ แลว้ ทา่ นกย็ มิ้
พลางชมี้ อื ไปทตี่ วั ทา่ นเองแลว้ กบ็ อกวา่ ผมกเ็ หมอื นกนั แคน่ น้ั เอง ทา่ นเปน็ ผทู้ ท่ี นตอ่
ส่งิ ตา่ งๆ ได้อยา่ งน่าพศิ วง การทตี่ อ้ งทนกบั พระหลายๆ รูป โดยทบ่ี างรปู กเ็ งอะงะ
เกง้ กา้ งอยา่ งอาตมา ซง่ึ พดู ภาษาทท่ี า่ นเองพดู ไมไ่ ด้ นบั วา่ ตอ้ งทนมากเหลอื เกนิ แตด่ ทู า่ น
จะไมค่ ดิ อะไรเลย ยกเวน้ ครง้ั หนงึ่ ซงึ่ มอี ะไรบางอยา่ งผดิ พลาดมาก แลว้ ทนั ใดกบแก่
ที่มีความสุขร่าเริงน้ัน ก็เปล่ียนโฉมเป็นเสือกินพระท่ีน่ากลัวที่สุดเท่าที่จะสามารถ
จนิ ตนาการได้ ทา่ นไมท่ �ำเปน็ เลน่ เลย อาตมาชอบมาก”
430
โอวาท หยดุ แล้วทนั
วนั นก้ี น็ บั วา่ การบรรพชาอปุ สมบทสำ� เรจ็ ลงโดยสงฆพ์ รอ้ มกนั ไมม่ กี ารบกพรอ่ ง
ทกุ ประการ ฉะน้นั ให้ถอื ว่าเปน็ สหธรรมิกด้วยกัน ให้มคี วามรกั ใครก่ ัน ให้มีความ
เมตตากนั สงเคราะหก์ นั ถอื แมว้ า่ เราอยตู่ า่ งประเทศกด็ ี อยคู่ นละแหง่ หนกด็ ี กใ็ หใ้ จ
มารวมทธ่ี รรมะของพระพทุ ธองค์ มนั กเ็ ปน็ อนั เดยี วกนั ทงั้ นน้ั รปู รา่ ง สณั ฐาน วรรณะ
ไมม่ อี ะไรแปลก กเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งนน้ั พระพทุ ธเจา้ ของเราตอ้ งการใหม้ ารวมเปน็ อนั เดยี วกนั
เทา่ นนั้ แหละ พวกเราทง้ั หลาย ถงึ แมจ้ ะตา่ งภาษากนั กต็ ามเถอะ ไมร่ จู้ กั ภาษากนั กใ็ ห้
มนั ร้เู ร่ืองกัน ถงึ พดู กนั ไมไ่ ด้ มองดูหน้าดตู าก็รู้เร่อื งกัน จติ ใจกส็ บาย เราเป็นสมณะ
กลมุ่ เดยี วกนั ฉะนน้ั จงมคี วามรกั ใครเ่ มตตากนั ทกุ ๆ ทา่ น มอี ะไรเกดิ ขนึ้ ในกลมุ่ ของ
เราน้นั ก็พดู กันดๆี ทกุ ท่านให้มคี วามเห็นกันดๆี วา่ ผมรู้อย่างนน้ั ผมเป็นอยา่ งนน้ั
เรากร็ บั ฟงั ถงึ ผมใหธ้ รรมะกด็ ี ประธานสงฆท์ นี่ กี่ ด็ ี กใ็ หฟ้ งั ไว้ ทา่ นใหเ้ ปน็ ผฟู้ งั ฟงั เฉยๆ
อย่าวงิ่ ตามทางโนน้ ทางนี้ พยายามดู ผมเขา้ ใจตามทางพิจารณาวา่ อะไรท่มี นั ว่งิ เปน็
วงกลมมนั เรว็ ทสี่ ดุ นะ เราจะวง่ิ ตามมนั ไมท่ นั จะตอ้ งอยเู่ ฉยๆ ดมู นั วง่ิ ตวั เราไมต่ อ้ งวง่ิ
กับมนั มนั จะมาล่อเราๆ กน็ ั่งอยทู่ เี่ ดยี ว กห็ มายความว่า เมื่อจติ ของเราหยดุ แล้ว
มนั จะรสู้ กึ อะไรหลายๆ อยา่ ง ถา้ วง่ิ ตามมนั ไมท่ นั แตถ่ า้ หยดุ แลว้ ทนั อนั นม้ี นั กแ็ ปลก
เหมอื นกัน
อารมณท์ งั้ หลายนกี่ เ็ หมอื นกนั มนั กเ็ ปน็ ของมนั อยอู่ ยา่ งนนั้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นวา่
ใหฟ้ งั ดว้ ยความเคารพ ฟงั ไป กเ็ พราะพระพทุ ธเจา้ ของเราทา่ นสอนวา่ ใหต้ รงไปอยา่ งนี้
อยา่ ไปทางน้ี อยา่ ไปทางโนน้ ทา่ นใหต้ รงไป ถา้ จะเหน็ ถกู มนั กถ็ กู อยนู่ ี่ ถา้ ผดิ มนั กผ็ ดิ
อยนู่ ่ี เราอยา่ ไปยดึ มนั่ ถอื มนั่ อะไรทงั้ นน้ั ความเหน็ ของเราทเี่ กดิ ขน้ึ มาในใจนี้ มนั กเ็ ปน็
ความเหน็ นนั่ เอง ความจรงิ ใครๆ กย็ งั ไมร่ จู้ กั เพราะมนั เปน็ ของมนั อยอู่ ยา่ งนนั้ ฉะนน้ั
พระพุทธเจา้ จึงใหส้ ังวรสำ� รวมวางไว้ อยา่ เพิง่ เข้าใจวา่ ข้างโนน้ อย่าเพงิ่ เข้าใจวา่ ขา้ งนี้
ใหด้ เู ฉยๆ ตอ่ ไปมนั จะเกดิ ความรสู้ กึ จะมปี ญั ญา คอื มนั จะไมว่ ง่ิ ไปตามอารมณท์ งั้ หลาย
เหล่านั้น
431
คำ� สอนทส่ี งู สดุ ของพระพทุ ธเจา้ นน้ั ทา่ นใหว้ าง กำ� แลว้ กว็ าง กำ� มนั ดใู หร้ ู้ รแู้ ลว้
กว็ างอยา่ งนี้ ผลที่สดุ ก็ต้องเป็นอยา่ งนที้ ั้งหมด ต้องวาง ถ้าเรารใู้ จของเราทกุ อยา่ ง
จะตอ้ งวาง ถา้ ไมว่ างกไ็ มถ่ กู แลว้ นขี่ องฉนั นน่ั ของฉนั ไมถ่ กู รแู้ ลว้ ตอ้ งวาง เพราะวา่
คำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ ของเราคอื หมด หมดไมม่ เี หลอื มนั มแี ลว้ กต็ อ้ งใหม้ นั หมดสน้ิ
ทีท่ า่ นเรียกวา่ ขณี าสโว เปน็ ผู้ส้ินจากอาสวะ ความดรี แู้ ล้วก็วาง ความช่ัวรูแ้ ลว้ กว็ าง
อย่าไปติดทัง้ สองขา้ งน้ี ถา้ เราไปติดอยู่ขา้ งนี้ ติดอยู่ขา้ งนัน้ มันก็เปน็ เหตุ ถา้ มเี หตุ
มันกม็ ีปจั จยั อย่างนีเ้ รือ่ ยไป นเ้ี รยี กวา่ เราเกิด พระพทุ ธเจา้ ท่านวา่ เกดิ ถ้ามีเกิดขึน้
มนั ก็เป็นเหตุให้เกดิ ปจั จัยปรงุ แต่ง เกิดแล้วมนั กต็ อ้ งตาย
เรามองไปรอบๆ ทงั้ หมดนะ่ มแี ตค่ นเกดิ ทง้ั นน้ั นะ่ ทตี่ าย คนไมเ่ กดิ ไมเ่ คยเหน็ ตาย
นใี่ หเ้ ขา้ ใจอยา่ งนี้ อยา่ ไปมองดอู นื่ ไกล อะไรทม่ี นั มเี หตมุ นั มผี ล อะไรทม่ี นั เปน็ เหตแุ ลว้
มนั เปน็ ผล มนั กเ็ ปน็ โลกยี วสิ ยั อยอู่ ยา่ งนน้ั มเี หตมุ ผี ล กเ็ รยี กวา่ มเี กดิ มตี าย มสี ขุ มที กุ ข์
มีเกลยี ดมีรักอยู่ เป็นอยา่ งนเ้ี รียกว่าโลก
ผลทสี่ ดุ คำ� สอนของพระนห่ี มด รเู้ หตกุ ว็ างเหตุ รผู้ ลกว็ างผล จะไปอยทู่ ไ่ี หน? อยทู่ ี่
นอกเหตเุ หนอื ผลนนั่ นะ่ นอกเกดิ เหนอื ตาย อยทู่ นี่ นั้ อยทู่ มี่ นั สน้ิ มนั หมด ตรงนนั้ กไ็ ม่
มีอะไร จติ เรากส็ งบจากเหตุผล สงบจากความเกดิ ตาย สงบจากความสุขทกุ ข์ อยใู่ น
ความสงบอยา่ งนั้น ไม่มเี หตุผลอะไรตรงนนั้ เพราะมนั นอกเหตุเหนือผลแล้ว ทส่ี ดุ น้ี
เรามงุ่ ไปตรงโนน้ ทเี่ ราปฏบิ ตั กิ นั น้ี เรามงุ่ ไปตรงโนน้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นกส็ อนแคน่ ี้ ตอ่ นน้ั
ไปทเ่ี ราปฏบิ ตั นิ ัน้ เป็นเรอ่ื งของเราท่ีจะเดนิ ทางต่อไป ทา่ นมเี รือมพี ายเตรยี มไว้ให้เรา
แลว้ ปลอ่ ยใหเ้ ราทง้ิ เรอื ทง้ิ พาย ถา้ เราพายไป เรอื มนั กว็ ง่ิ ถา้ เราไมพ่ ายไป เรอื มนั กห็ ยดุ
อย่แู ค่น้ัน
มเิ ชน่ นน้ั ผมซงึ่ เปน็ อปุ ชั ฌายข์ องพวกทา่ นทงั้ หลาย ทงั้ อาจารยส์ วดทงั้ หลายใน
วนั น้ี เพอ่ื ประกอบชนิ้ สว่ นทง้ั หลายใหม้ ารวมเขา้ กนั เปน็ พระ ใหต้ รงเขา้ ไปสคู่ วามสงบ
ตรงนนั้ กไ็ มม่ อี ะไร เราอยดู่ ว้ ยกนั ไปดว้ ยความสามคั คี อยดู่ ว้ ยความสงบอยา่ งนน้ั มอี ะไร
กอ็ ยา่ ไปมองกนั ในทางทม่ี นั ผดิ จติ ของเรานเี้ ปน็ เครอ่ื งวดั พระพทุ ธเจา้ วา่ ทำ� จติ ใจของ
เราใหส้ งบ ไมใ่ หท้ กุ ขเ์ กดิ ถา้ ใจเราเปน็ ทกุ ข์ อนั นนั้ ไมใ่ ชค่ ำ� สอนของพระ ใจเปน็ ทกุ ข์
เดือดร้อนกระวนกระวาย อันนกี้ เ็ หมอื นกันฉันนน้ั
432
เมอ่ื เราบวชเปน็ เณร เมอื่ เราบวชเปน็ พระ กค็ อื คนเกา่ นะ่ แหละ ไมใ่ ชค่ นอน่ื หรอก
เป็นนาคก็คนๆ นี้ เปน็ เณรกค็ นๆ น้ี เปน็ พระก็คนๆ น้ี เปน็ คนเก่าไมใ่ ช่คนอน่ื
ฉะนน้ั อยา่ เพง่ิ ไปสำ� คญั ตวั วา่ เปน็ โนน้ เปน็ น้ี ของเกา่ ทเ่ี ราปฏบิ ตั นิ ะ่ ของเกา่ เหมอื นเรา
ทกุ ๆ รนุ่ ทกุ รปู ทกุ นามทอี่ ยรู่ วมกนั นี้ ถา้ พดู ตามความจรงิ แลว้ นะ่ ไมม่ ไี ทย ไมม่ ฝี รง่ั
มแี ต่ ดิน น�้ำ ไฟ ลม เท่านน้ั ไม่มอี ะไรทั้งนนั้ อันน้เี รยี กว่าสมมตุ ิขน้ึ มา
มเิ ชน่ นนั้ ทกุ ทา่ นทม่ี ารวมกนั ดว้ ยกนั น้ี ใหม้ คี วามเมตตาจติ สมำ่� เสมอ ใหร้ กั กนั
โดยธรรมะ อยา่ รกั กนั โดยโลก ในเวลานพ้ี วกเราซง่ึ เปน็ คนไทย เปน็ คนฝรงั่ อยคู่ นละแดน
และมารวมกนั ไดอ้ ยา่ งน้ี เปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งหนง่ึ ใหป้ ระชาชนในกลมุ่ ชนนด้ี อู ยา่ งพวก
ทา่ นทงั้ หลายทอี่ ตุ สา่ หม์ าบวชในเมอื งไทยน้ี กเ็ ปน็ เหตอุ กี อนั หนงึ่ เปน็ การปลกู ศรทั ธา
คนไทยใหม้ คี วามเลอื่ มใสในพทุ ธศาสนายงิ่ ๆ ขน้ึ เดยี๋ วนเี้ มอื งไทยมนั จะเสอื่ มๆ ไปแลว้
อยา่ งทมี่ าหาพระ จะคน้ ธรรมะอยา่ งแทจ้ รงิ ไมค่ อ่ ยมี มาขอเหรยี ญกบั หลวงพอ่ มาขอ
นำ�้ มนต์กับหลวงพอ่ มาขออะไรตอ่ อะไรทัง้ นัน้ นะ่ ไมร่ เู้ ร่อื ง อย่างมากก็เอาอาหารดๆี
มาใหฉ้ นั ไดบ้ ญุ หลาย ธรรมะแทๆ้ นะ่ มนั กลายไปไมค่ อ่ ยจะเหน็ ไมค่ อ่ ยไดป้ ฏบิ ตั กิ นั
ดงั นน้ั ในเวลานโี้ ลกกำ� ลงั จะเปน็ อยา่ งนี้ เราถงึ มคี วามรสู้ กึ วา่ เราอยคู่ นละประเทศ
ไดม้ ารวมกนั อยทู่ ี่น่ี มนั ก็เปน็ ของแปลกเหมือนกัน ประชาชนท้งั หลายเหน็ พวกทา่ น
ทัง้ หลายซง่ึ อยู่ในเมืองนอกมารวมกันอยใู่ นเมอื งไทย มาฉันข้าวเหนยี วกไ็ ด้ มาพูด
ภาษาไทยกไ็ ด้ มาพดู ภาษาลาวกไ็ ด้ มาอย่ทู ีท่ กุ ข์ๆ ยากๆ ล�ำบากกอ็ ยู่ได้ อยา่ งนั้น
ผมจงึ พดู เมอ่ื ไปกรงุ ลอนดอนวา่ พวกทา่ นนจี้ ะตอ้ งไปทำ� ดอ๊ กเตอรท์ วี่ ดั หนองปา่ พง คอื
เปลยี่ น ผมมคี วามรสู้ กึ วา่ พวกทา่ นตายไปแลว้ ฟน้ื คนื มา คอื มาพบปรบั ตวั เขา้ กบั อากาศ
กับอาหารสารพัดอย่าง พวกท่านท้ังหลายก็มีความอุตสาหะฝ่าฟันอุปสรรคอันนี้มา
แมต้ ลอดถงึ คำ� พดู หรอื ขานนาค เปน็ ตน้ บวชไดใ้ นพทุ ธศาสนา กเ็ รยี กวา่ นา่ เลอื่ มใสท่ี
พยายามเป็นไปได้อย่างนี้
มเิ ชน่ นนั้ พวกเราทกุ เหลา่ ผเู้ ปน็ อปุ ชั ฌายอ์ าจารยท์ ส่ี วดนนั้ กเ็ ปน็ อาจารยข์ องเรา
ทง้ั หลาย อยา่ ลมื กนั ใหม้ คี วามเคารพคารวะ คณะสงฆท์ ง้ั หลายทม่ี ารวมกนั อยนู่ ้ี กม็ ี
ความสงเคราะห์อนเุ คราะหพ์ วกท่านท้งั หลายเชน่ ทเ่ี ปน็ อย่างนี้ เปน็ ตน้ อนั นี้เปน็ บุญ
433
อนั เลศิ เป็นบญุ อันประเสริฐ ต่อไปนข้ี อพวกทา่ นทัง้ หลายจงไปสังวร จงไปส�ำรวม
ประพฤตธิ รรมปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง เราอยรู่ ว่ มกนั ไปกเ็ ปน็ เพอ่ื นเปน็ มติ รกนั ไป ความดี
ความชว่ั นน้ั กท็ ำ� เอาเอง พระพทุ ธเจา้ เปน็ แตผ่ บู้ อกเทา่ นน้ั ไมใ่ ชค่ นทที่ ำ� ใหเ้ รา ใหเ้ รามี
ความเหน็ อยา่ งน้ี
ขอใหพ้ วกท่านท้ังหลาย จงอยเู่ ปน็ สขุ ด้วยสันตธิ รรม ใหบ้ รรลุคุณธรรมอนั ยิ่ง
ขน้ึ ไป อยดู่ ว้ ยกนั ดว้ ยความสงบสขุ ในวดั หนองปา่ พงนี้ พวกเราเมอ่ื บวชมาแลว้ จะเทย่ี ว
สญั จรไปไหน เรากต็ อ้ งปรกึ ษาอปุ ชั ฌายอ์ าจารย์ เพอื่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย ฉะนน้ั เราจงึ ขอนสิ ยั
ถา้ เราไปเรอื่ ยๆ ยงั ไมร่ เู้ รอ่ื งอะไรสารพดั อยา่ ง มนั กล็ ำ� บากเหมอื นกนั ไมค่ อ่ ยจะดี พวกเรา
ท้งั หลายกไ็ ปมาบ้างแลว้ ไปโน้นไปนี่ตามสาขาท้งั หลาย แล้วกม็ ารวมปฏบิ ัติ ก็ให้ไป
โดยมากอย่ใู นอารกั ขาของพ่อแม่ของกฎเกณฑซ์ ่งึ เราขอนสิ ยั นัน้ ใหไ้ ดน้ สิ ัยเสยี กอ่ น
เปน็ ภกิ ษเุ กา่ กเ็ รยี กวา่ ๕ พรรษา ๕ พรรษาน้ี ถา้ เรามหี ู มตี า ตอ้ งไดฟ้ งั ศกึ ษาเลา่ เรยี น
จนพอสมควร ๕ พรรษานี้ พระพทุ ธเจา้ เรยี กวา่ เปน็ พระเกา่ หรอื เปน็ พระทคี่ วรฝกึ ได้
หรือเปน็ พระท่ีเรยี นรพู้ อรักษาตัวคมุ้ อยา่ งน้นั ทา่ นจงึ ได้จดั วา่ เปน็ พระเก่า
ฉะนัน้ ถา้ ใครมาศึกษาเอาแบบอยา่ งจากครบู าอาจารย์ แล้วกลับไปจากครบู า-
อาจารย์ไปแล้ว กก็ ลับมาศกึ ษา เอามารวมส่ิงท้ังหลายเข้าใหเ้ ปน็ อนั เดยี วกนั แลว้ มา
ศกึ ษากนั อาจจะเปน็ ประโยชนไ์ ปถงึ เมอื งนอก ทบ่ี า้ นเราทง้ั หลายทเ่ี มอื งทง้ั หลายทเ่ี รา
จะออกไป จะเปน็ ประโยชนเ์ หลอื เกนิ ความจรงิ ของพทุ ธศาสนานน้ั ดงึ ดดู จติ ใจคนไทย
จิตใจคนเมืองนอกให้มารวมกลุ่มอันเดียวกันได้ มันก็เป็นของแปลกอยู่เหมือนกัน
ฉะนนั้ จงพากนั ตง้ั อกตงั้ ใจ บดั นเี้ ปน็ พระ เปน็ พระสมมตุ นิ ะ่ จะเปน็ พระจรงิ ๆ นะ่ ตอ้ งไป
ทำ� ใหเ้ ป็นเอง ต้องสงั วรสำ� รวมต่อไป วันนก้ี ็เป็นเวลาพอสมควร
434
สำ� นกั ชวี ัดหนองป่าพง
เกดิ จากแรงกตญั ญู
หลงั จากทหี่ ลวงพอ่ ไดต้ ง้ั หลกั แหลง่ ทว่ี ดั หนองปา่ พงประมาณเดอื นเศษ ทา่ นกไ็ ด้
อนเุ คราะหโ์ ยมมารดาของท่านพรอ้ มดว้ ยเพ่ือนอกี ๓ คน ใหไ้ ด้บวชเปน็ แม่ชชี ุดแรก
ของวดั ใหม่ นบั เปน็ การทำ� หนา้ ทที่ สี่ มบรู ณท์ สี่ ดุ ทบ่ี ตุ รพงึ กระทำ� เพอ่ื ตอบแทนพระคณุ
ของบุพการี ตามทม่ี พี ทุ ธพจน์วา่
ภิกษุทั้งหลาย ส�ำหรับบุคคลสองท่าน เราไม่กล่าวว่าจะกระท�ำการ
ตอบแทนคุณไดง้ า่ ยเลย สองท่านคอื ใคร คือ มารดาและบดิ า หากบตุ ร
จะเอามารดาไว้บนบ่าข้างหนึ่ง เอาบิดาไว้บนบ่าอีกข้างหนึ่ง ปรนนิบัติ
ถงึ เขาจะมอี ายุยนื รอ้ ยปี อยไู่ ด้ตลอดศตวรรษ และเขาพงึ ปฏบิ ัตติ อ่ ทา่ น
ท้ังสองด้วยการขัดสี นวดเฟ้น อาบน้ำ� ให้ และแม้วา่ ทา่ นท้ังสองนน้ั จะพึง
ถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขา น่ันก็ยังไม่ช่ือว่าเป็นอันได้
กระท�ำคุณหรือตอบแทนแก่มารดาบดิ า ถงึ บตุ รจะพึงสถาปนามารดาบดิ า
ไวใ้ นราชสมบตั ิ ทรงอสิ ราธปิ ตั ย์ บนมหาปฐพอี นั มสี ตั ตรตั นะมากหลายน้ี
กย็ งั ไมช่ อื่ วา่ เปน็ อนั ไดท้ ำ� คณุ หรอื ไดต้ อบแทนแกม่ ารดาบดิ า ขอ้ นนั้ เพราะ
เหตุไร เพราะมารดาบดิ ามอี ปุ การะมาก เป็นผบู้ �ำรุงเลี้ยง แสดงโลกน้ีแก่
บตุ รท้ังหลาย
435
สว่ นวา่ บตุ รคนใด ชักจูง ปลูกฝัง ประดษิ ฐาน ซึง่ มารดาบิดาผูไ้ ม่มี
ศรัทธาไว้ในศรัทธาสัมปทา... ซ่ึงมารดาบิดาผู้ทุศีลไว้ในศีลสัมปทา...
ซ่ึงมารดาบดิ าผมู้ จั ฉรยิ ะ (ตระหนี่) ไว้ในจาคสัมปทา (ถึงพรอ้ มด้วยการ
บรจิ าค)... ซงึ่ มารดาบดิ าผทู้ รามปญั ญา ไวใ้ นปญั ญาสมั ปทาดว้ ยการกระทำ�
เพียงน้ี จงึ ช่อื วา่ เปน็ อันได้ทำ� คุณไดต้ อบแทนแกม่ ารดาบดิ า
หลงั จากบวชแลว้ หลวงพ่อใหแ้ ม่ชีทั้ง ๔ อาศัยอยูด่ ้านทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใตข้ อง
โบสถใ์ นปัจจบุ ัน ต่อมากม็ ผี ู้หญิงมาขอบวชอีกหลายคน แตห่ ลวงพอ่ ปฏเิ สธ เพราะ
เจตนารมณ์ด้ังเดิมของท่านนั้นไม่ประสงค์จะให้มีแม่ชีในวัด แต่ที่ท่านเปล่ียนใจ
เน่ืองจากความตัญญู ใคร่สงเคราะห์โยมมารดาให้ได้ประกอบสัมมาอาชีพ เพราะ
ในขณะน้นั แม้วา่ โยมแม่ของทา่ นอายุมากแล้ว แตก่ ย็ งั เลกิ ทำ� ปาณาตบิ าตไมไ่ ด้ ซง่ึ
หลวงพอ่ กม็ องไมเ่ หน็ ทางอนื่ ทเี่ หมาะสมกวา่ จงึ ไดใ้ หโ้ ยมแมล่ ะทง้ิ การครองเรอื นเยย่ี ง
ฆราวาสมาสเู่ พศนกั บวช ซงึ่ เปน็ สมั มาอาชพี ทปี่ ระเสรฐิ และสงู สง่ ทส่ี ดุ เปน็ ผลใหผ้ หู้ ญงิ
อกี ๓ คน ได้พลอยมชี ีวติ ท่ีประเสริฐไปด้วย
ผู้บุกเบิก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลวงพ่อได้ปฏิเสธยืนยันไปหลายครั้ง ก็ยังมีผู้หญิงอีก
คนหนงึ่ ชอื่ พมิ พ์ อทุ ยั กรณ์ เพยี รพยายามมาออ้ นวอนขอรอ้ ง หลวงพอ่ จงึ เพยี งแตร่ บั
ไวใ้ หอ้ ยปู่ ฏบิ ตั ิ ยงั ไมใ่ หบ้ วช และใหแ้ ยกไปอยลู่ ำ� พงั คนเดยี วทเี่ ขตวดั แมช่ ใี นปจั จบุ นั
ซง่ึ ในสมยั นนั้ ยงั รกทบึ อยู่ จงึ ดเู หมอื นในเวลานน้ั อยหู่ า่ งไกลเขตพระและผคู้ น โดยทา่ น
ไดบ้ อกกบั แมพ่ มิ พว์ ่า ถ้าอยากบวช ก็ให้ไปตง้ั สำ� นักชเี อาเอง แมพ่ มิ พ์จงึ ตอ้ งจดั การ
ทกุ อยา่ งดว้ ยตนเองเพอื่ จะไดม้ ที อี่ ยอู่ าศยั ในปา่ อนั รกทบึ นน้ั แตผ่ เู้ ดยี ว ทง้ั นเี้ ปน็ อบุ าย
ของหลวงพอ่ ทม่ี ุง่ ทดสอบความเขม้ แขง็ อดทน เอาจรงิ เอาจัง และเป็นตัวของตัวเอง
ของแมพ่ มิ พ์ อทุ ยั กรณ์ เพราะขณะนนั้ เธอกอ็ ายหุ า้ สบิ กวา่ แลว้ ถา้ ไมม่ คี วามตง้ั ใจใฝใ่ น
การปฏบิ ตั ธิ รรมจรงิ ๆ คงอดทนสภาพทเี่ หมอื นถกู ทอดทงิ้ เชน่ นน้ั ไมไ่ ดแ้ น่ ตอ้ งเลกิ รา้ ง
ไปเองในเวลาไมน่ าน แตผ่ ลที่สดุ แม่พมิ พ์ ก็ “สอบได”้ เธอฟันฝ่าอุปสรรคทัง้ หลาย
436
ทง้ั ปวงมาอยา่ งอาจหาญ ดว้ ยขันตวิ ริ ยิ ะ และศรัทธาอนั กลา้ แขง็ จนสามารถพิสจู น์
ใหห้ ลวงพอ่ เหน็ วา่ สตรเี พศกม็ คี ณุ สมบตั พิ อทจ่ี ะเปน็ นกั บวชไดเ้ หมอื นกนั ในกาลตอ่ มา
เมื่อหลวงพ่อยอมรับให้จัดต้ังส�ำนักชีข้ึนในวัดหนองป่าพง และท่านได้เมตตาเขา้ ไป
แสดงธรรมอบรมแม่ชีเป็นครั้งคราว ท่านมักยกย่องคุณธรรมของแม่ชีพิมพ์ให้เป็น
ตวั อยา่ งแกแ่ ม่ชีรนุ่ หลงั อยเู่ สมอ ปฏปิ ทาของแม่ชผี ้บู กุ เบิกสำ� นกั เป็นคนแรกน้ี เปน็ ที่
เลือ่ มใสและประทบั ใจหมคู่ ณะร่วมส�ำนักยิง่ นัก ด้วยเปน็ ผูม้ เี มตตาและขนั ติ ความ
อดกล้ันเป็นอุปนิสัยพื้นฐาน ส�ำรวมระวังในศีล ไม่ยอมให้ด่างพร้อยเสียหายเลย
การปฏิบัติท�ำความเพียรเป็นไปอย่างสม�่ำเสมอ จากวันแรกที่เข้ามาพ�ำนักอาศัยใน
หนองปา่ พง จนกระทงั่ วยั รว่ งโรย และทง้ิ อายสุ งั ขารไปในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เธอไดบ้ ำ� เพญ็ ตน
สมศักดิ์ศรีสตรีนักปฏิบัติ เป็นนักบวชที่สละชีวิตเพ่ือพระศาสนาสมดังท่ีตั้งปณิธาน
เปน็ สจั วาจาไดจ้ รงิ ๆ
แม่ชีสาวร่วมสมยั
หลงั จากทแ่ี มพ่ มิ พ์ อทุ ยั กรณ์ ไดเ้ ขา้ ไปตงั้ หลกั แหลง่ ในปา่ นน้ั แลว้ เมอ่ื มโี ยมผหู้ ญงิ
มาขอบวชอกี หลวงพอ่ กเ็ มตตารบั ไว้ แตก่ เ็ ฉพาะคนแกๆ่ เทา่ นนั้ และไดส้ ง่ เขา้ ไปอยกู่ บั
แมพ่ มิ พ์ อทุ ยั กรณ์ จนกระทง่ั ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เมอ่ื ทา่ นไดพ้ จิ ารณาเหน็ วา่ โยมเหลา่ นนั้
มีศรัทธาแน่นแฟ้นต่อการประพฤติปฏิบัติสมควรแก่เพศนักบวชแล้ว ท่านจึงได้
อนเุ คราะหใ์ หท้ กุ คนบวชชี และได้ให้โยมชมี ารดาของทา่ น พร้อมด้วยเพอ่ื นชีทัง้ สาม
ยา้ ยเขา้ ไปอยู่ดว้ ยกันในส�ำนักชีใหม่
ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ไดม้ โี ยมผหู้ ญงิ ในวยั สาว ๒ คนมาขอบวช คนหนงึ่ อายุ
๒๔ ปี ชือ่ บญุ ยู้ พิมพว์ งษ์ ส่วนอีกคนอายุ ๒๓ ปี ชอื่ คำ� เคนประคอง หลวงพ่อ
กเ็ มตตาบวชใหเ้ ปน็ การทดลอง ถา้ ตอ่ ไปพบวา่ แมช่ สี าวไมป่ ระพฤตปิ ฏบิ ตั เิ พอ่ื มงุ่ หวงั
ความเจรญิ ในธรรม ทา่ นกจ็ ะเลกิ ไมร่ บั บวชผหู้ ญงิ สาวอกี ตอ่ ไป ซง่ึ ปรากฏวา่ แมช่ สี าว
กส็ ามารถ “สอบได”้ เชน่ เดยี วกนั สำ� นกั ชวี ดั หนองปา่ พง จงึ มสี มาชกิ มากขน้ึ ทกุ ที เปน็ เหตุ
ใหห้ ลวงพอ่ ตอ้ งตง้ั สำ� นกั ชขี นึ้ เปน็ สดั สว่ น แยกออกไปจากเขตพระ จากวนั นนั้ เปน็ ตน้ มา
437
ขอ้ ปฏบิ ัตขิ องแม่ชีวัดหนองปา่ พง
๑. ห้ามคลกุ คลีหรอื คุยกนั เป็นกลมุ่ กอ้ น ท้งั กลางวันกลางคนื
๒. เวลาฉนั ล้างภาชนะ กวาด สรงนำ้� ใหพ้ รอ้ มเพรียงกนั ด้วยความเรียบรอ้ ย
และมสี ติ
๓. รกั ษาความสะอาดบริเวณกุฏิ เชน่ เก็บกวาด ไล่ปลวกไลม่ ด เปน็ ตน้
๔. เปน็ ผ้มู ักนอ้ ยสนั โดษ ในการกนิ การนอน การพูด ไมร่ า่ เริงเอกิ เกรกิ เฮฮา
๕. เมอ่ื เอกลาภเกิดขึน้ ให้แบง่ กันบริโภคใช้สอยพอสมควรและเปน็ ธรรม
๖. เม่ือเจบ็ ป่วยใหช้ ่วยกันรักษาพยาบาลดว้ ยเมตตา
๗. ประกอบตั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ด้วยเมตตาธรรมในเพื่อนชี
ท้ังตอ่ หน้าและลับหลงั
๘. เคารพนบั ถือซง่ึ กันและกันตามวัยวฒุ ิ
๙. รกั ษาศลี บรสิ ทุ ธิเ์ สมอ อย่าให้เป็นทร่ี งั เกยี จของหมคู่ ณะ
๑๐. ห้ามชีคนใดคนหน่ึงมอี �ำนาจปกครองหรอื ตง้ั กตกิ าใดๆ ด้วยความเห็นผิด
๑๑. เมอ่ื เกดิ ความขัดขอ้ งประการใดๆ รบี แจง้ ให้ประธานสงฆท์ ราบเพอื่ แกไ้ ข
๑๒. เมื่อจะไปไหนมาไหน ต้องแจ้งลาประธานสงฆท์ กุ คร้ัง
๑๓. ห้ามถือสทิ ธ์ใิ นกุฏทิ ่ตี นสร้างข้นึ
๑๔. ห้ามรบั แขกท่เี ปน็ เพศชายบนกฏุ ิของตน เว้นไว้แต่อาพาธเป็นบางครง้ั
๑๕. ห้ามแสดงหรอื โฆษณาสงิ่ อนั ไม่เปน็ ธรรมเป็นวนิ ยั เพ่ือเห็นแก่อามสิ ซึ่งเป็น
มจิ ฉาชีพ เป็นเหตุนำ� ความเสือ่ มเสียมาสู่พระศาสนา
๑๖. ห้ามท�ำตนเปน็ ผู้รบั ใช้คฤหสั ถ์ ซ่ึงจะเปน็ การประทุษรา้ ยตระกลู
๑๗. มคี วามเหน็ รว่ มกัน อยา่ ทะเลาะวิวาทกับใครๆ เพราะความเห็นผิด
๑๘. ห้ามติดต่อกับพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และคฤหัสถ์ทั้งในและนอกวัด
เว้นไว้แต่มเี หตุจำ� เปน็ ทเ่ี ป็นธรรมะ
๑๙. หา้ มสัญจรไปมาเที่ยวเรีย่ ไร
๒๐. หา้ มชายทีม่ ีอายุ ๑๒ ปขี ้นึ ไป พกั ค้างคนื ทนี่ ี้ เวน้ ไว้แต่มเี หตุจ�ำเปน็
๒๑. ผู้ประสงค์จะมาบวชหรืออยู่ในส�ำนักนี้ ต้องมีผู้ปกครองน�ำมาฝากเป็น
หลกั ฐานและผู้มผี ้อู ุปฏั ฐากพอสมควร
ถ้าผูใ้ ดฝ่าฝืน ไมป่ ฏบิ ัตติ ามกตกิ าน้ี สงฆม์ ีอำ� นาจบริหารได้เต็มท่ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๕ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗
พระอาจารยช์ า สุภทฺโท
ประธานสงฆ์
438
สำ� นกั ชีวดั หนองปา่ พง กม็ แี ม่ชีต่างวัยต่างรนุ่ เพ่มิ จำ� นวนขน้ึ เร่ือยๆ และแม่ชสี าวสอง
คนแรกของส�ำนกั ไดก้ ลายเปน็ หัวหนา้ แมช่ ใี นปจั จบุ นั
ปกครองกนั เอง แต่...
โดยเหตทุ ส่ี ำ� นกั ชขี องวดั หนองปา่ พงนน้ั แยกจากสำ� นกั ของพระภกิ ษุ มเี สนาสนะ
ตลอดจนศาลาธรรมท่ีประกอบกิจวัตรต่างๆ อยู่ภายใต้อาณาเขตของตนเอง ซึ่งมี
รว้ั รอบขอบชดิ เปน็ สดั สว่ น หลวงพอ่ จงึ มอบหมายงานบรหิ ารใหแ้ มช่ ไี ดป้ กครองกนั เอง
โดยมคี ณะกรรมการบริหาร ซ่งึ ประกอบด้วยหวั หน้าแมช่ แี ละแม่ชอี าวโุ สรวม ๕ คน
เป็นผู้ด�ำเนนิ งาน แต่ทั้งน้อี ยใู่ นความควบคมุ ดูแลของประธานสงฆ์อีกต่อหน่ึง ในปี
พ.ศ. ๒๕๐๗ หลวงพอ่ ไดก้ ำ� หนดกตกิ าขอ้ ปฏบิ ตั ปิ ระจำ� สำ� นกั รวมทง้ั หมด ๑๕ ขอ้ และ
ใน พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้ก�ำหนดเพิม่ ข้ึนอีก ๖ ขอ้ รวมเปน็ ๒๑ ข้อ ซ่ึงแมช่ ที ุกคนก็ได้
นอ้ มรบั ไปประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา่ งเครง่ ครดั และไดน้ ำ� ขอ้ ปฏบิ ตั เิ หลา่ นมี้ าอา่ นทบทวนใน
ทปี่ ระชมุ ทำ� วตั รสวดมนตท์ กุ วนั พระ ๑๕ คำ่� ดว้ ย เพอื่ ความเปน็ ผไู้ มป่ ระมาทในขอ้ วตั ร
อนั เปน็ เสมอื นไมบ้ รรทดั ทหี่ ลวงพอ่ มอบไวใ้ หแ้ มช่ ที กุ คนไดใ้ ชก้ ำ� กบั และตะลอ่ มตนเอง
ให้เดนิ อย่ใู นเสน้ ทางทถ่ี ูกต้อง ดังพทุ ธพจน์ท่หี ลวงพ่อชอบอา้ งอย่เู สมอ อตั ตะโน โจ
ทะยัตตะนงั จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง
จะเหน็ ไดว้ า่ การกำ� หนดกตกิ าขอ้ ปฏบิ ตั ปิ ระจำ� สำ� นกั ชนี น้ั หลวงพอ่ ไดใ้ ชห้ ลกั ของ
การประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ นวถิ ชี วี ติ ของทา่ นและสงฆท์ วี่ ดั หนองปา่ พงนนั่ เอง โดยเนน้ ทค่ี วาม
มรี ะเบยี บวนิ ยั ความสามคั คี ความสำ� รวมระวงั เมตตาจติ และความเคารพซงึ่ กนั และกนั
ตลอดจนความเปน็ ผมู้ กั นอ้ ยสนั โดษตามวสิ ยั นกั บวชอกี ดว้ ย การกำ� หนดกตกิ าในการ
ปฏิบัติเช่นนี้ ท�ำให้หัวหน้าแม่ชีหรือประธานในการปกครองบริหารงานได้ง่ายข้ึน
เพราะถือหลักตายตัวท่ีหลวงพ่อก�ำหนดไว้นี้เอง ไม่ใช่อ�ำนาจของแม่ชีคนใดคนหนึ่ง
โดยเฉพาะ
อยา่ งไรกต็ าม แมจ้ ะไดม้ อบหมายอำ� นาจในการบรหิ ารใหแ้ มช่ ไี ดป้ กครองกนั เอง
โดยตรงกต็ าม เมตตาและปญั ญาบารมขี องหลวงพอ่ กย็ งั เปน็ เสาหลกั คำ�้ จนุ การดำ� เนนิ
439
งานของคณะกรรมการบริหารส�ำนกั ชีอยู่นั่นเอง คำ� วา่ “จะกราบเรยี นหลวงพอ่ ” เป็น
ไม้ตายที่คงความขลังและศักดิ์สิทธ์ิส�ำหรับการเอ่ยอ้างเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากใน
การปกครองไดท้ ุกคร้งั แม่ชบี ญุ ยู้ พมิ พว์ งษ์ หวั หน้าแมช่ ซี ่ึงรับผิดชอบการบริหาร
ส�ำนักแม่ชมี าหลายปี ได้เลา่ ประสบการณ์ในการปกครองให้ฟังวา่
“ตามปกตกิ ไ็ มค่ อ่ ยมอี ะไร แตท่ า่ นอยไู่ กลดแู ลไมล่ ะเอยี ดไมท่ ว่ั ถงึ ไมท่ ราบเรอื่ ง
เทา่ ทคี่ วร ไม่เหมอื นกับแมช่ ีอยใู่ กลช้ ิดกนั เราเป็นพี่เลย้ี งคอยดูแลเขาเพราะเราเปน็
ผใู้ กลช้ ดิ ถา้ หากวา่ เขาหกั เหออกจากขอ้ วตั รกฎกตกิ า หรอื ออกไปจากทเ่ี ราสง่ั สอนไว้
เรากต็ อ้ งเรยี นทา่ น เพราะทา่ นเปน็ ผอู้ มุ้ ชเู รา มนั ถงึ จะไปรอด ถา้ ไมอ่ ยา่ งนนั้ ไปไมร่ อด
ก็เหมือนเปน็ พี่คอยดแู ลน้อง
คำ� สงั่ สอนของหลวงพอ่ ทา่ นกส็ อนไวห้ มดทกุ อยา่ ง สอนขอ้ วตั ร การปฏบิ ตั ิ อะไร
สารพดั อยา่ ง ถา้ มใี ครไมป่ ฏบิ ตั ติ ามทที่ า่ นสอนเอาไว้ ถา้ หากทำ� ผดิ เตอื นแลว้ ๒-๓ ครง้ั
ยงั ไมฟ่ งั เรอ่ื งนน้ั กจ็ ะถงึ หลวงพอ่ เพราะทา่ นเคยใหโ้ อกาส ทา่ นบอกวา่ หนกั ใจผปู้ กครอง
จนเกนิ ไป กใ็ หม้ าขอความชว่ ยเหลอื ได้ ถา้ อบรมแลว้ ไมฟ่ งั แตไ่ มใ่ ชว่ า่ ดฉิ นั จะมอี ำ� นาจ
เตม็ ท่ีคนเดียวนะ
เขาเรยี กกนั เฉยๆ หรอกวา่ หวั หนา้ แมช่ ี แตด่ ฉิ นั กไ็ มไ่ ดม้ อี ำ� นาจเตม็ ที่ หรอื เผดจ็ การ
อะไรถงึ ขนาดนนั้ หรอก ต้องมีคณะกรรมการเหน็ ร่วมดว้ ย ๓-๔ คน เห็นว่าคนๆ นี้
ประพฤตอิ ยา่ งนี้ ทำ� อยา่ งนี้ กรรมการทงั้ หมดมี ๕ คน มคี วามเหน็ เหมอื นกนั ตรงกนั วา่
คนนน้ั ประพฤติผดิ ประพฤติไมด่ จี รงิ ๆ คน ๔-๕ คนจะไปหาความกับคนๆ เดยี ว
คงจะเปน็ ไปไมไ่ ด้ แตห่ ลวงพอ่ ทา่ นกย็ งั ไมเ่ ชอื่ เลยทเี ดยี ว ทา่ นจะตอ้ งมคี วามหนกั แนน่
พจิ ารณาอกี ต่อหนงึ่
เม่ือหลวงพ่อเข้ามาแล้ว ไม่ใช่ท่านจะมาใช้อ�ำนาจบาตรใหญ่ เข้าข้างพวกใด
พวกหนึ่ง ท่านจะเทศน์จะสอนไปในเร่อื งอืน่ ไมม่ กี ารเก่ยี วขอ้ งถงึ เรือ่ งคนโน้นดอ้ื ดงึ
คนนด้ี อื้ ดงึ หรอก ทา่ นจะพดู ไปแบบธรรมดาๆ สบายๆ พดู จบแลว้ ทา่ นกฉ็ นั นำ้� ทำ� อะไร
แบบอารมณเ์ ยน็ ๆ ทนี ที้ า่ นกจ็ ะเรยี ก ออ้ เปน็ อยา่ งไร แมช่ คี นนน้ั สบายดไี หม เปน็ อยา่ งไร
การปฏบิ ัติ อยา่ ใหพ้ วกกรรมการหรือผปู้ กครองเขาหนักใจนะ
440
การพดู การสอนของหลวงพอ่ บวั ไมใ่ หช้ ำ้� นำ�้ ไมใ่ หข้ นุ่ ผดิ กไ็ มใ่ หเ้ สยี ใจ ไมผ่ ดิ
กไ็ มใ่ หเ้ สยี ใจ แตว่ า่ กต็ อ้ งมบี างบทบางตอนใหเ้ สยี ใจ ใหร้ ตู้ วั วา่ เปน็ คนผดิ บา้ งเหมอื นกนั
จะไดส้ ำ� นกึ และปรบั ปรงุ ตวั เองใหด้ ี ทา่ นจะพดู วา่ ตอ้ งเอาใจใสเ่ ขา ตอ้ งพจิ ารณานะ มาอยู่
กบั เพอ่ื นเขา ถา้ เอาววั เขา้ มามนั จะตอ้ งกนิ หญา้ ปลอ่ ยเขา้ มาสนาม มนั กต็ อ้ งกนิ หญา้ กบั
เพ่อื นเขา ถา้ หมามนั จะไมก่ นิ นะหญา้ มนั จะกนิ ขี้ ทา่ นจะเอาเรอ่ื งนัน้ มาอุปมาอุปไมย
ให้ฟัง
เพราะฉะน้นั ถ้าดิฉันพดู ในท่ปี ระชุมชวี ่า ถ้าบอกไม่ฟังเกนิ ๓ คร้งั จะเรยี นให้
หลวงพ่อทราบนะ จะบอกให้”
เงยี บ!
คอื ทกุ คนจะกลวั หลวงพอ่ หลวงพอ่ ไมเ่ ฆยี่ นใครและไมเ่ คยพดู กระทบกระแทกใคร
แต่ว่าพอเอ่ยชื่อของหลวงพ่อ เราก็สบายแล้ว ตัวผู้ปกครองก็สบาย เป็นอย่างนั้น
แตถ่ า้ หากวา่ บงั เอญิ หลวงพอ่ จะเขา้ มาอบรม เขากต็ อ้ งคดิ ไปกอ่ นวา่ โอย๊ ! คณุ แมบ่ อก
หลวงพอ่ เขา้ มาแลว้ ปวดหวั กป็ วด ปวดปสั สาวะอจุ จาระ ถงึ ขนาดนนั้ นะไมร่ วู้ า่ เปน็ อะไร
แตห่ ลวงพ่อทา่ นก็มนี �้ำใจเยอื กเยน็ เยอื กเยน็ นะ เทศน์นิม่ นวลอะไรอย่างน้ี แต่ท�ำไม
แมช่ ถี งึ กลวั มาก ถามแมช่ คี นไหนเขากบ็ อกวา่ หลวงพอ่ ทา่ นด๊ี ดี เลศิ ดเี ลศิ อยทู่ ไ่ี หน
กไ็ มเ่ หมอื น น่ี มนั เปน็ เรอ่ื งละเอยี ดเกนิ กวา่ จะพดู ออกมาใหไ้ ดท้ ง้ั หมดนะ การปกครองน่ี
นา่ อัศจรรยเ์ หลอื หลาย
เดอื นหนงึ่ ๆ ทา่ นจะเรยี กหวั หนา้ แมช่ กี บั คณะกรรมการบรหิ ารเขา้ ไปอบรมในเรอ่ื ง
หลกั บรหิ าร การปกครองแมช่ ี การรจู้ กั ผอ่ นหนกั ผอ่ นเบา เปน็ ผใู้ หญใ่ หร้ จู้ กั เอาใจผนู้ อ้ ย
ร้จู กั ปกครอง ถ้าปกครองไม่เปน็ มนั จะหนกั ใจ”
การปกครอง : เมตตาแต่ไมค่ ลุกคลี
ความละเอยี ดรอบคอบของหลวงพอ่ ในการปกครองพระภกิ ษสุ ามเณรและแมช่ นี นั้
กเ็ ปน็ เพราะทา่ นตระหนกั ถงึ อนั ตรายซงึ่ อาจเกดิ ขนึ้ จากความใกลช้ ดิ ของเพศตรงขา้ ม
441
ทา่ นจงึ ตงั้ กฎระเบยี บทไ่ี มเ่ ปดิ โอกาสใหพ้ ระเณรและแมช่ มี กี ารตดิ ตอ่ คลกุ คลกี นั ไดเ้ ลย
พระท่ีวดั หนองป่าพงอาจอยู่ถึง ๕ ปี ๑๐ ปีโดยไม่เคยพดู กับแมช่ ีเลยแมแ้ ตค่ ำ� เดียว
แมช่ จี ะเขา้ มาในเขต “วดั พระ” เฉพาะตอนเชา้ เพอ่ื ทำ� อาหาร เสรจ็ แลว้ กร็ บี กลบั ถา้ บงั เอญิ
สวนทางกบั พระโดยไมม่ ที างหลกี เลยี่ งจะตอ้ งนง่ั ลง พนมมอื และกม้ หนา้ เปน็ ตน้ ทงั้ น้ี
ก็เพ่ือเป็นการตัดต้นเหตุ ป้องกันความเส่ือมเสียที่อาจเกิดข้ึนเอาไว้เสียก่อนนั่นเอง
ในเวลาต่อมาส�ำนักสาขาหลายแห่งมีแม่ชีประจ�ำอยู่ด้วย แม่ชีในส�ำนักสาขาก็ได้ถือ
ข้อวัตรปฏิบัติอันเดียวกับแม่ชีวัดหนองป่าพง และมีมติสงฆ์ในการอนุญาตให้แม่ชี
อยู่ประจ�ำเฉพาะในวัดท่ีประธานสงฆม์ อี ายุพรรษา ๒๐ ปขี ้ึนไปแลว้ เทา่ น้ัน
ในสว่ นตวั หลวงพอ่ เอง ทา่ นกไ็ ดป้ ระพฤตเิ ปน็ แบบอยา่ งทด่ี แี กล่ กู ศษิ ยเ์ สมอมา
ปฏปิ ทาของทา่ นในเรอ่ื งผหู้ ญงิ เปน็ ทท่ี ราบกนั ดวี า่ เขม้ งวดกวดขนั เพยี งใด ดงั ทพี่ ระครู
บรรพตวรกิตไดเ้ ลา่ ใหฟ้ ังดังนี้
“เรอื่ งผหู้ ญงิ ทา่ นใหต้ ง้ั ความระมดั ระวงั ไวเ้ ปน็ พเิ ศษ แมท้ า่ นจะไมม่ ปี ระสบการณ์
ในเรอื่ งของครอบครวั แตท่ า่ นกป็ กครองไดเ้ รยี บรอ้ ยดี ไมม่ เี รอื่ งราว ไมม่ อี ธกิ รณอ์ ะไร
ทา่ นระวงั ตวั มาก ไมว่ า่ จะเปน็ การวางตวั ของทา่ น หรอื การพดู จา ทา่ นไมเ่ คยปลอ่ ยใหแ้ มช่ ี
ไดม้ โี อกาสใกลช้ ดิ สนทิ สนม ไมว่ า่ จะดว้ ยวธิ ใี ดๆ กต็ าม ทา่ นถอื ครธุ รรม ๘ ประการ
เวลาพดู ดว้ ย ทา่ นกไ็ มม่ องหนา้ คำ� พดู กไ็ มเ่ คยลอ้ เลน่ อยา่ งทางโลก อนั จะเปน็ เหตใุ ห้
ขาดความเคารพ
กบั ผมทา่ นก็เคยเตือนอยเู่ สมอวา่ อยา่ ไดไ้ วใ้ จผู้หญงิ ผู้หญงิ ใจเบา ใจอ่อนแอ
ไมห่ นกั แนน่ เหมอื นผชู้ าย แมจ้ ะพดู จาเกง่ กลา้ สามารถยงั ไงกอ็ ยา่ ไวใ้ จ ผหู้ ญงิ เปน็ ศตั รู
ตอ่ พรหมจรรย์ ผมเคยตามท่านเข้าไปสอนแมช่ ี ๗ วัน ท่านเขา้ ไปครง้ั หนงึ่ พระเลก็
เณรนอ้ ยทา่ นกไ็ มใ่ หเ้ ขา้ ไป ตอนผมมาอยใู่ หมๆ่ ทา่ นกไ็ มใ่ หเ้ ขา้ ไป อยนู่ านจนทา่ นไวใ้ จ
นัน่ แหละถึงได้ยอมใหเ้ ข้าไป”
“ผมมาอยูว่ ดั หนองป่าพงใหม่ๆ ไมร่ ้ธู รรมเนยี มปฏบิ ัติของทา่ น” ทา่ นพระครู
บรรพตวรกิต เลา่ ถงึ ความหลังให้ฟงั อย่างนกึ ขำ� “เหน็ แมช่ ีกร็ ้องทักทาย อ้าว! แมช่ ี
442
ไปไหนมาละ่ นน่ั ปรากฏวา่ แมช่ เี ขาตกใจ เดนิ จำ�้ พรวดๆ หนเี ขา้ ปา่ ไปเลย ผมกง็ ง นกึ อยู่
ในใจวา่ เอ! ชาววดั ปา่ น่ี นอกจากพระเณรจะไมโ่ อภาปราศรยั แลว้ แมช่ กี เ็ ปน็ ไปดว้ ย
เหมอื นกนั และคงจะมพี ระไปฟอ้ งหลวงพอ่ วา่ พระใหมท่ ำ� อะไรไมถ่ กู ไมค่ วรหลายอยา่ ง
เช่น พดู กบั แม่ชี เปน็ ต้น วนั หลงั หลวงพ่อก็เลยอบรม ผมถึงได้รูเ้ ร่ืองว่าที่นเ่ี ขาอยู่
กันยังไง”
หลวงพอ่ ไดฝ้ กึ แมช่ มี าตงั้ แตย่ คุ เรม่ิ แรกแลว้ ใหม้ คี วามเปน็ ตวั ของตวั เองสงู แมช่ ี
จึงเป็นลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล เพราะไม่มีโอกาสได้พบท่านเป็นส่วนตัว
ในขณะทฝ่ี า่ ยพระภกิ ษสุ ามเณรหรอื แมแ้ ตญ่ าตโิ ยม ถา้ มปี ญั หาหรอื อยากพบ กไ็ ปกราบ
หลวงพอ่ ได้ สว่ นแมช่ ไี ดร้ บั การอบรมเปน็ สว่ นรวมอาทติ ยล์ ะครงั้ หรอื ๒ อาทติ ยค์ รงั้ หนง่ึ
ทา่ นพระครบู รรพตวรกติ ไดส้ รปุ ปฏปิ ทาของหลวงพอ่ ตอ่ แมช่ วี า่ “ทา่ นปกครองดี เอาใจใส่
ตกั เตอื น แต่ไม่ให้โอกาสสนิทสนม”
อยา่ งไรกต็ าม หลวงพอ่ มไิ ดล้ ะเลยความรสู้ กึ ของแมช่ ี แมท้ า่ นวางตวั เหนิ หา่ ง ความ
เมตตากรณุ าของท่านทีแ่ สดงออกมาด้วยการกระทำ� ทุกอยา่ งทุกประการก็เปน็ เสมอื น
ท่ีพ่ึงอันอบอุ่น เป็นหลักอันมั่นคงที่แม่ชีทุกคนมีอยู่ประจำ� แล้วในใจ กระนั้นก็ตาม
เมอื่ ถงึ กาลถงึ สมยั หลวงพอ่ เขา้ ไปใหก้ ารอบรม ทา่ นกถ็ อื โอกาสซง่ึ มไี มบ่ อ่ ยนกั ชแี้ จง
ความจริงใจของทา่ นแก่ที่ประชุมแมช่ ีดว้ ยเหมอื นกัน
“อาตมาเปน็ พระทเ่ี ฉยๆ ตอ่ ทกุ คน ชที กุ คนเขา้ มาบวช อาตมากเ็ ฉยๆ อยู่ ถามได้
ทกุ คน ไมถ่ ามทกุ คน สนทิ ไวใ้ นใจ เรยี กวา่ รกั กนั ดว้ ยธรรม ไมไ่ ดร้ กั กนั ดง่ั โลกทต่ี อ้ ง
ประจบประแจงกนั มอี ะไรผดิ พลาดกพ็ ดู ไปตามสว่ นของมนั อยา่ งน้ี บางคนอาตมาไม่
เคยไดถ้ ามเลยพวกชนี ี่ อยา่ วา่ แตพ่ วกชเี ลย พระเณรบางรปู กไ็ มเ่ คยถามกย็ งั มี เพราะวา่
มนั มาก คนๆ เดยี วดคู นหมมู่ ากมนั กล็ ำ� บากอยู่ ฉะนนั้ ทกุ คนจงปฏบิ ตั ติ นเอง รกั ษาตวั เอง
ใหม้ ันมากทสี่ ดุ น่ันแหละดมี าก”
443