The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสภาขุนช้างขุนแผน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanitphat4395, 2022-05-12 00:00:39

เสภาขุนช้างขุนแผน

เสภาขุนช้างขุนแผน

เสภาเรืองขุนช้างขุนแผน ฉบับหอพระสมุดวชริ ญาณ (องค์การค้าของคุรุสภา พมิ พ์ ๒๕๐๕)

ตอนท ี ๑ กาํ เนิดขุนช้างขุนแผน

ครันวา่ ไหว้ครูแล้วจบั บท ให้ปรากฏเรืองราวกล่าวมาแตก่ ่อน

ครังสมเดจ็ พระพนั วษานรากร          ครองนครกรุงศรีอยธุ ยา

เกษมสขุ แสนสนกุ ดงั เมืองสวรรค์     พระเดชนนั แผไ่ ปในทิศา

เป็ นปิ นภพลบโลกโลกา                 ครอบครองไพร่ฟ้ าประชากร

เมืองขนึ น้อยใหญ่ในอาณาเขต        เกรงพระเดชทวั หมดสยดสยอน

ทกุ ประเทศเขตขอบพระนคร           ชลีกรอ่อนเกล้าอภิวนั ท์

พร้อมด้วยโภไคยไอศรู ย์               สมบรู ณ์พนู สขุ เกษมสนั ต์

พระองคท์ รงทศพธิ ราชธรรม์           ราษฏรทงั นนั ก็ยินดี 

จะกลา่ วถงึ เรืองขนุ แผนขนุ ช้าง     ทงั นวลนางวนั ทองผอ่ งศรี

ศกั ราชร้อยสีสิบเจ็ดปี                     พอ่ แมเ่ ขาเหลา่ นีคนครังนนั      

เป็นข้าขอบขณั ฑสีมา                   สมเดจ็ พระพนั วษานราสรรค์

จะวา่ เนืองตามเรืองนยิ ายพลนั          ทา่ นผ้ฟู ังทงั นนั จงเข้าใจ

ขนุ ไกรพลพา่ ยอย่บู ้านพลบั             มีทรัพย์เงินทองของน้อยใหญ่

นางทองประศรีนนั อยวู่ ดั ตะไกร       ทงั สองนีได้เป็นคกู่ นั

แล้วรือเรือนออกไปปลกู ใหม ่          อยใู่ นแวน่ แคว้นสพุ รรณนนั

เป็นทหารชาญชยั ใจฉกรรจ์              คมุ ไพร่ทงั นนั ได้เจด็ ร้อย

อาจองคงกระพนั ชาตรี                  เข้าไหนไมม่ ีทีจะถอย

รบศกึ ศตั รูอยกู่ บั รอย                     ถงึ มากน้อยเทา่ ไรไมห่ นีมา

กรมการเมืองสพุ รรณสนั หวั             เข็ดขามคร้ามกลวั ใครไมฝ่ ่ า

โปรดปรานเป็นทหารอยธุ ยา           มีสงา่ อยใู่ นเมืองสพุ รรณ 

มาข้าจะกลา่ วบทไป                  ถึงขนุ ศรีวิไชยคนขยนั

เป็นนายกรมช้างกองนอกนนั           บ้านอยสู่ พุ รรณพารา

เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นบั ร้อย             บา่ วไพร่ใหญ่น้อยก็หนกั หนา 

ได้นางเทพทองเป็ นภรรยา             อยทู่ า่ สิบเบียเมืองสพุ รรณ 

   จะกลา่ วกลอนถงึ พนั ศรโยธา       เพือนได้ภรรยาก็คมสนั

1

ชือวา่ นวลนางศรีประจนั                  เป็นเศรษฐีมีพนั ธ์ุด้วยกนั มา
อยทู่ า่ พีเลียงเมืองสพุ รรณ             น้องนางศรีประจนั นนั ปากกล้า
ชือวา่ บวั ประจนั ถดั กนั มา               มีผวั ชือวา่ นายโชดคง
เดมิ เพือนอยทู่ างบางเหีย              ครันไปได้เมียก็ลมุ่ หลง
ไมค่ ดิ ถึงซงึ เหลา่ เผา่ พงศ ์              ยวดยงแตจ่ ะเทียวขโมยควาย 
   บทนีจะยกไว้เสียก่อน               จะกลา่ วกลอนถึงกําเนิดคนทงั หลาย
เมือแรกเข้าส่คู รรภ์บรรยาย            วา่ อ้ายผีแสนร้ายบนปลายไม้
กลางคนื ปันรูปหวั เราะขิก               แล้วหยบิ หยิกบีบบมี เิ อาสําได้
ปันแล้วปันเลา่ เฝ้ าริกไป                 เอานนั นีบใี สใ่ ห้ครบครัน
คนื หนงึ ผีปันอย่ปู ลายไม้                ยงั มีสตั ว์อยใู่ นนรกนนั
ทนทกุ ข์เวทนาสากรรจ์                  ครันสนิ กรรมทํานนั ก็พ้นทกุ ข์
จตุ จิ ากเพศเปรตอสรุ กาย               วนุ่ วายวงิ มาหาความสขุ
จะไปสวรรค์มิทนั จะพ้นทกุ ข์           ผีปันมนั จงึ ซุกเข้าในครรภ์ 
   ฝ่ ายนางเทพทองนนั นอนหลบั       พลกิ กลบั ก็เพ้อละเมอฝัน
วา่ ช้างพลายตายกลงิ ตลงิ ชนั          พองขนึ หวั นนั เน่าโขลงไป
ยงั มีนกตะกรุมหวั เหม ่                    บนิ เตร่เร่มาแตป่ ่ าใหญ่
อ้าปากคาบช้างแล้ววางไป              เข้าในหอกลางทีนางนอน
ในฝันนนั วา่ นางเรียกนก                 เชญิ เจ้าขรัวหวั ถกมานีก่อน
นางคว้าได้ตวั เจ้าหวั กล้อน              กอดนกกบั ช้างนอนสบายใจ
ครันตืนฟื นตวั ปลกุ ผวั พลนั               เหียนรากตวั สนั ไมก่ ลนั ได้
ให้เหมน็ ช้างเหม็นนกตดิ อกใจ         โฮกโฮกอีพอ่ ข้าไหว้ชว่ ยทบุ คอ
ขนุ ศรีวไิ ชยตกใจจ้าน                      ลกุ ขนึ ลนลานตาปอหลอ
เอามือเข้ากําขยําคอ                     พอหายรากเลา่ ตอ่ ความฝันไป
ขนุ ศรีวิไชยจงึ ทํานายฝัน                  อ้อเจ้าจะมีครรภ์หาเป็ นไรไม่
ลกู ของเราจะเป็นชายทํานายไว้       เหมือนนกตะกรุมตวั ใหญ่คาบช้างมา
จะบริบรู ณ์พนู สวสั ดแิ ล้วเจ้าพี          แตล่ กู ของเรานีจะขายหน้า 
หวั ล้านแตก่ ําเนิดเกิดมา                      จะมงั มีเงินตรากวา่ ห้าเกวียน

2

ฝ่ ายนางเทพทองไมร่ ับพร              กมุ ท้องขะย่อนไมห่ ายเหียน
โคตรแมม่ งึ ชา่ งมาให้อาเจียน         อ้ายหวั เลียนโล้นเกลียงจะเลียงไย 
   มาจะกลา่ วถึงนางทองประศรี       นอนด้วยสามีในเรือนใหญ่
นมิ ิตฝันนนั วา่ ท้าวสหสั นยั น์            ถือแหวนเพชรเมด็ ใหญ่เหาะดนั มา
ครันถงึ จงึ ยืนแหวนนนั ให้               นางรับแหวนไว้ด้วยหรรษา
แสงเพชรสอ่ งวาบปลาบเข้าตา        ตืนผวาคว้าทวั ปลกุ ผวั พลนั
ขนุ ไกรลืมตาว่าอะไรเจ้า               นางจงึ เลา่ เนือความนิมติ ฝัน
ทงั สองลกุ มาล้างหน้าพลนั             หาหมากหาพลสู กู่ นั แล้วทํานาย
ฝันวา่ ได้ธํามรงค์วงวเิ ศษ                 ของโกสีย์ตรีเนตรอนั เฉิดฉาย
เพชรรัตน์อร่ามงามเพริศพราย        บรรยายวา่ เป็นสงิ มงิ มงคล
จะมีครรภ์ลกู นนั จะเป็นชาย            ดงั ทหารพระนารายณ์มาปฏิสนธิ
กล้าหาญการณรงค์คงทน              ฤทธิรณปราบทวั ทงั แดนไตร
ซงึ วา่ เพชรรัศมีสีกล้า                    ภายหน้าจะได้เป็ นทหารใหญ่
มียศศกั ดเิ ป็นพระยาข้าใช้              ร่วมพระทยั ทรงธรรม์พระพนั ปี
นางทองประศรียกมือไหว้              รับพรผวั ให้ประเสริฐศรี
ทงั สองนอนไปในราตรี                 สขุ เกษมเปรมปรีดทิ งั สองรา 
   มาจะกลา่ วถึงนางศรีประจนั         เทียงคืนนอนฝันในเคหา
วา่ พระพิษณกุ รรม์เหาะดนั ฟ้ า          ถือแหวนประดบั มาสวมนิวนาง
แล้วก็กลบั สถานพมิ านมาศ        แสนสนิทพิสวาทจนสวา่ ง
ตนื ลกุ ปลกุ ผวั ยมิ หวั พลาง              ล้างหน้าแล้วพลนั แก้ฝันไป
ทา่ นขาคืนนีข้าเจ้าฝัน                    วา่ พระพิษณกุ รรม์นายชา่ งใหญ่
ถือแหวนประดบั งามจบั ใจ              เอามาสง่ ให้ไว้กบั เรา
แล้วก็กลบั ไปสถานพิมานฟ้ า          เมียจะเกิดโรคาฤๅพอ่ เจ้า
ให้เมียรู้ประจกั ษ์วา่ หนกั เบา            ความฝันนนั เลา่ ยงั ติดตา
พนั ศรโยธาผ้ผู วั แก้ว                    ฟังเมียเลา่ แล้วหวั เราะร่า
จงึ ทํานายฝันไปมไิ ด้ช้า                วา่ เจ้าฝันนนั หนาจะมีครรภ์
ได้แหวนประดบั ลกู จะเป็นหญิง       รูปร่างงามจริงตะละแกล้งสรร

3

ด้วยเป็ นแหวนของพระพิษณุกรรม์   จะเป็นชา่ งใครนนั ไมท่ นั เลย
ศรีประจนั รับพรหวั เราะร่า              ให้ได้เหมือนปากวา่ เถิดพอ่ เอ๋ย
ถ้าฉนั นีมีลกู ได้ชมเชย                  ไมอ่ ้มุ ลกู ใครเลยให้นนิ ทา 
   จะกลา่ วถงึ นางเทพทอง             ท้องนนั โตใหญ่ขนึ คาํ หน้า
ลกุ นงั อดึ อดั ถดั ไปมา                    ให้อยากเหล้าเนือพลา่ ตวั สนั รัว
นําลายไหลรีดงั ผีกระสือ                ร้ องไห้ ครางฮืออ้ อนวอนผวั
เหมือนหนงึ ตาหลวงเข้าประจําตวั      ยิงให้กินตะละยวั ยงิ เป็นไป
ปลาไหลไกก่ บทงั เตา่ ฝา                 แย้บงึ องึ นาไมพ่ อไส้
หยิบคาํ โตโตโม้เข้าไป                  ประเดียวเหล้าสนิ ไหไมซ่ ือทนั
เจ็บปวดหลายเดือนดีดกั                พะอําพะอกั ออดแอดอยตู่ วั สนั
ท้องลดทศมาสลกู ถีบยนั               พอใกล้ฤกษ์ยามนนั เจบ็ หนกั ไป
บดิ ตวั เรียกผวั หาพ่อแม ่                ร้องเปื อนเชือนแชไมเ่ อาสําได้
ฝ่ ายผวั พอ่ แมแ่ ลข้าไท                 วงิ วนุ่ ครุ่นไปทีบนเรือน
บ้างก็เสกมงคลปรายข้าวสาร         เอาเบยี บนลนลานเหน็บฝาเกลือน
บ้างเร่งหมอตําแยอยา่ แชเชือน       ขม่ ท้องร้องเตือนลกู ขวางตวั
บ้างก็เข้าหนนุ หลงั นงั เคียงข้าง        นางเทพทองร้ องครางพลางกลอกหวั
ขนุ ศรีวไิ ชยนนั ตวั สนั รัว                   จกิ หวั แล้วเป่ ากระหม่อมลง
หมอตําแยแยงแยเ่ ข้าคร่อมท้อง     แมน่ างเทพทองเข้าขม่ สง่
ตวั สนั หวนั ไหวมใิ คร่ลง                 หมอตาํ แยวา่ ตรงแล้วขม่ มา
ยายคงโก้งโค้งโขยง่ ขม่                 เสียงผลดุ นอนล้มไปจมฝา
ลกู ร้องแงแงแมล่ ืมตา                  พอช้างเผือกเข้ามาถงึ วนั นนั
นางเทพทองเหลียวหน้าคว้าลกู ชาย   พลกิ ควําพลกิ หงายอยตู่ วั สนั
ทดุ ลกู บดั สีเหมือนผีปัน                หวั ล้านในครรภ์ดงั วงเดอื น
เสียแรงอ้มุ ท้องประคองมา            ชกโคตรแมอ่ ้ายหมาขีเรือนเปื อน
เลียงมนั ไว้ไยอายเพือนเรือน         หวั เหมือนโคตรข้างไหนให้เกิดมา
ดา่ แล้วจงึ เข้าไปนอนไฟ               แมน่ มข้าไทให้รักษา
อาบนําป้ อนข้าวทกุ เวลา               ไกวเปลเหช่ ้ามาทกุ วนั

4

บริบรู ณ์พนู เกิดกวา่ แตก่ ่อน            เพราะบญุ ของลกู ออ่ นได้สร้างสรรค์
แตเ่ กิดมาเงินตราอดุ มครัน            ข้าหญิงชายนนั มากมายไป
เพอิญให้แมเ่ คยี ดเกลียดชงั            แตม่ งั คงั หาใครเสมอไม่
ป่ ยู า่ ตายายสบายใจ                    จะให้ ชือหลานไว้ เป็ นมงคล
แมฝ่ ันวา่ นกตะกรุมคาบช้าง           บนิ มาแตท่ างพนาสณฑ์
พาไปให้ถงึ ในเรือนตน                 หวั ล้านอกขนแตเ่ กิดมา
เมือตกฟากฤกษ์พารของหลานชาย   ช้างเผือกมาถวายพระพนั วษา
จงึ ให้นามตามเหตทุ งั ปวงมา          หลานรักของข้าชือขนุ ช้าง
แล้วให้เอาเงินทองกรองใสค่ อ       กําไลมือล้นข้อทงั สองข้าง
กําไลเงินใสเ่ ท้าก้าวขากาง           ปะวะหลําสองข้างแขนหลานยา
เอวคาดสร้อยออ่ นจําหลกั ทบั         พริกเทศประดบั กลั ปังหา
ห้อยอยตู่ ้องแต้งแกวง่ ไปมา          ยมิ หวั หาหาอ้าปากโจน
นางเทพทองร้องดา่ อ้ายยาจก      ชา่ งเต้นหยกหยกเหมือนตลกโขน
ยดึ ไว้ไมน่ งิ ตละลิงทโมน              อ้ายผีโลนทีไหนปันใสม่ า
ไมม่ ีใจทีจะใคร่เข้าอ้มุ ช ู               เหมือนคา่ งครอกหลอกกดู ขู ายหน้า
ทําตาบ้องแบวแมวกินปลา            อ้ายตายหา่ ดา่ แชง่ ไมเ่ ว้นวนั
พอขนุ ช้างสามขวบไปเทียวเลน่       เดก็ เหน็ ก็กลวั จนตวั สนั
โนน่ แนแ่ มเ่ อย๋ อะไรนนั                 มนั อ้าปากยิงฟันข้าพรันใจ
นางแมห่ ้ามวา่ เอ็งอยา่ กลวั             ขนุ ช้างลกู เจ้าขรัวบ้านรัวใหญ่
เขาเป็ นเศรษฐีมีข้ าไท                 อยา่ กีดขวางหลีกไปให้เขามา 
   จะกลา่ วถงึ ทองประศรีมีครรภ์แก ่   งามแท้เผ้าผมก็สมหน้า
ผวิ พรรณดงั สวุ รรณมาทาบทา        ดวงหน้าดงั จนั ทร์เมือวนั เพ็ง
แก้มทงั สองข้างดงั ปรางทอง         เต้านมทงั สองก็ครัดเคร่ง
ผิวเนือเป็ นนวลควรแลเลง็              ดปู ลงั เปลง่ นา่ ชมพอสมตวั
จําศลี ภาวนาเป็นเนืองนิจ            น้อมจติ นบนวิ ขนึ เหนือหวั
ภาวนาบชู าด้วยดอกบวั                 ไมก่ ลวั ทีจะเป็นอนั ตราย
จนท้องโตใหญ่ได้สิบเดือน            บญุ เตือนจะคลอดลกู สืบสาย

5

ลมกมั มชั วาตพดั กลบั กลาย           ลกู นนั บา่ ยศีรษะลงทวาร
เจ็บท้องร้องแรกอยเู่ วยวาย           ป่ ยู า่ ตายายองึ ทงั บ้าน
ญาตกิ าข้าไทมาซมซาน               หมอตาํ แยง่นุ งา่ นเข้าผนั แปร
ถึงฤกษ์งามยามปลอดคลอดง่ายดาย   ลกู นนั เป็นชายร้องแว้แว้
พีป้ าน้าอามาดแู ล                        ล้างแชแ่ ล้วก็สง่ ให้แมน่ ม
ทาขมินแล้วใสก่ ระด้งร่อน              ใสเ่ บาะให้นอนเอาผ้าหม่
ป่ ยู า่ ตายายสบายชม                    เรือนผมนา่ รักดงั ฝักบวั
เอาขนึ ใส่อแู่ ล้วแกวง่ ไกว              แมเ่ ข้านอนไฟให้ร้อนทวั
เดือนหนงึ ออกไฟไมห่ มองมวั         ขมินแป้ งแตง่ ตวั นา่ เอ็นดู
พอ่ แมป่ รึกษากบั ยา่ ยาย               จะให้ชือหลานชายอยา่ งไรป่ ู
ฝ่ ายตาตะแกเป็นหมอด ู                  คดิ คณู เลขอย่ใู ห้หลานชาย
ปี ขาลวนั องั คารเดือนห้า                ตกฟากเวลาสามชนั ฉาย
กรุงจีนเอาแก้วอนั แพรวพราย        มาถวายพระเจ้ากรุงอยธุ ยา
ให้ใสป่ ลายยอดพระเจดีย์ใหญ่            สร้างไว้แตเ่ มือครังเมืองหงสา
เรียกวดั เจ้าพระยาไทยแตไ่ รมา           ให้ชือวา่ พลายแก้วผ้แู ววไว
แล้วเร่งรัดจดั แจงแตง่ บายศรี         เงินทองของดมี าผกู ให้
กล้วยนําแตงกวาเอามาใส ่            ธูปเทียนดอกไม้มีหลายพรรณ
ให้หลานใสเ่ สมาปะวะหลํา            กําไลทองคํางามเฉิดฉนั
บ้าหวา่ ทองผกู สองข้างแขนนนั       สายกดุ นั ทงั แทง่ ดงั แกล้งทํา
เอวคาดสร้อยออ่ นซ้อนดอกลอย   ฝังพลอยมรกตสีสดขํา
ผกู ลกู พริกเทศด้วยทองคาํ            กําไลตีนนากเหน็ หลากตา
จดั แจงแขกนงั เป็นวงกนั               พงศพ์ นั ธ์ุพร้อมอยทู่ งั ป่ ยู า่
ยกบายศรีแล้วโห่ขนึ สามลา         เวียนแวน่ ไปมาโหเ่ อาชยั   
   ศรีศรีวนั นีฤกษ์ดีแล้ว               เชิญขวญั พลายแก้วอย่าไปไหน
ขวญั มาอยสู่ กู่ ายให้สบายใจ         ชมช้างม้าข้าไททงั เงินทอง
ขวญั เอย๋ เจ้ามาเถิดพอ่ มา                 อยา่ เทียวลา่ กะเกณฑ์ตระเวนทอ่ ง
มาชมพวงแก้วแล้วพวงทอง          ข้าวของเหลือหลายสบายใจ 

6

ครันแล้วจงึ โหอ่ ีกสามที                ดบั อคั คโี บกควนั เจมิ พกั ตร์ให้
ให้ชนั ษายืนหมืนปี ไป                 มีชยั ชํานะสวสั ดี
ครันทําขวญั เสร็จสําเร็จการ          วงศ์วานปรีดเิ ปรมเกษมศรี
จนอายพุ ลายแก้วได้ห้าปี              พาทีแคลว่ คลอ่ งว่องไว 
   จะกลา่ วถงึ นางศรีประจนั           เมือเจ้ามีครรภ์ท้องโตใหญ่
ยินดรี ืนเริงบนั เทงิ ใจ                   ถ้วนกําหนดได้ถงึ สบิ เดอื น
เจ็บรนก็พ้นทีจะกลนั                    ลกุ ขนึ ถีบยนั จะคลอดเคลือน
กลงิ เกลือกเสือกร้องก้องทงั เรือน   จติ ประหวนั ฟันเฟื อนไมส่ มประดี
ป่ ยู า่ ตายายทงั พอ่ แม ่                  หมอตําแยแมม่ ดทีถือผี
ตา่ งมาพร้อมกนั ในทนั ที              พีป้ าน้าอาทงั ข้าไท
บ้างเอาเบยี ขนึ ควงบวงบน            ปากบน่ พมึ พําไมเ่ อาสําได้
ออท้าวหาวเรอเฮ่อเฮอ่ ไป            หากมู าทําไมอ้ายขนุ โรง
คว้าเหล้าเข้าปากเคียวหมากซํา     ลกุ ขนึ เต้นรําอยโู่ หยงโหยง
ซวนคะมําตาํ ปกุ ลกุ โก้งโค้ง        ปะตโิ ปงเทง่ โปงรําช้อยไป
เมาเหล้าเข้าหนกั ยกั สีมมุ              พอ่ หลวงมาชว่ ยค้มุ หาเป็ นไรไม่
ป่ ยู า่ ตายายสบายใจ                   โปรดเถิดอีพอ่ ข้าไหว้ข้าตนี โรง
มงึ อยา่ ร้อนใจฟังกวู า่                   ลกุ ขนึ หลกผ้าอยโู่ ล้งโต้ง
ศรีประจนั เจ็บท้องร้องโก้งโค้ง     หมอตาํ แยเข้าโขยง่ แล้วขม่ มา
เข้าล้อมซ้อมขม่ อยพู่ ลั วนั             ถงึ ยามนนั ฤกษ์ปลอดคลอดแล้วหวา
นอนหงายตะกายร้ องวาวา          เป็นหญิงโสภานา่ เอ็นดู
อาบนําแล้วซําทาขมนิ                  เอานมให้กินแล้วใส่อู่
แมน่ มข้าไทให้เลียงด ู                 กินอยเู่ ป็นสขุ ทกุ เวลา
สําเร็จเสร็จพลนั ทนั ใด                 คอ่ ยจําเริญวยั ขนึ ใหญ่กล้า
แมพ่ อ่ รักดงั ดวงตา                  เลียงมามิได้เป็นอนั ตราย
ป่ ตู ายา่ ทวดมาทําขวญั                 แหวนทองผกู พนั เข้าเหลือหลาย
เลียงมาก็ได้ห้าขวบปลาย               รูปกายงามยงิ พริงเพรา
ทรวดทรงสง่ ศรีไมม่ ีแม้น             อรชรอ้อนแอ้นประหนงึ เหลา

7

ผมสลวยสวยขํางามเงา              ให้ชือเจ้าวา่ พิมพิลาไลย
สอนเยบ็ เก็บปักหกั ทองขวาง        ทีรุ่นราวคราวนางไมเ่ ปรียบได้
เช้าเย็นออกไปเลน่ เก็บดอกไม้     ทีข้างวดั เขาใหญ่อยอู่ ตั รา 
   จะกลา่ วถงึ พลายแก้วกบั ขนุ ช้าง   ทงั สองข้างออกไปเลน่ กบั บา่ วข้า
พอพบขนุ ช้างพลางพดู จา            ไปซือเหล้าเอามากินด้วยกนั
พลายแก้วกินเหล้าเข้าตาํ อกึ         ขนุ ช้างวางหงกึ จนหวั สนั
ยนั กเู มาหนกั หนาจนตาชนั             เทเหล้าใสข่ นั ชวนเป็นเกลอ
จงึ เอามือพลายแก้วลงจดขนั         เราซือตอ่ กนั จนตายเหนอ
ถ้าใครทรยศคดตอ่ เกลอ             ให้เทพเธอสงั หารผลาญชีวนั
อนั ดาบองครักษ์ทงั สีหม ู่              อยา่ ให้แคล้วคองกแู มน่ มนั
ขอให้พลดั มารดาห้าร้อยกลั ป์         จิมเอาเหล้าในขนั ขนึ ควนั คอ
พลายแก้วกินเหล้าเข้าตาํ อกึ          ขนุ ช้างวางบกึ ตาปอหลอ
นางพิมพลิ าไลยชอบใจงอ           สมนําหน้ามนั หนออ้ายจณั ฑาล
แล้วนางเลน่ หงุ ข้าวต้มแกง           กวาดทรายจดั แจงเป็นรัวบ้าน
นางเลน่ ทําบญุ ให้ทาน                 ไปนมิ นตส์ มภารมาเร็วไว
ขนุ ช้างนนั เป็นสมภารมอญ           ไมพ่ กั โกนหวั กล้อนสวดมนตร์ใหญ่
พลายแก้วนนั เป็นสมภารไทย        จดั แจงแตง่ ให้ยกของมา
สวดมนตร์ฉนั เสร็จสําเร็จแล้ว           ฝ่ ายข้างพลายแก้วอตุ ริว่า
เราเลน่ เป็นผวั เมียกนั เถิดรา            ขนุ ช้างร้องวา่ ข้าชอบใจ
นางพมิ วา่ ไปอ้ายนอกคอก            รูปชวั หวั ถลอกกหู าเลน่ ไม่
พลายแก้วว่าเลน่ เถิดเป็นไร           ให้ขนุ ช้างนนั ไซร้เป็นผวั พลาง
ตวั ข้าจะยอ่ งเข้าไปหา                  จะไปลกั เจ้ามาเสียจากข้าง
ทงั สองคนรบเร้าเฝ้ าชวนนาง          จงึ หกั ใบไม้วางตา่ งเตยี งนอน
นางฉลาดกวาดทรายกลายเป็ นเรือน   พนู ขนึ กลน่ เกลือนดงั ฟกู หมอน
นางพิมนอนพลางกลางดินดอน       เจ้าขนุ ช้างหวั กล้อนเข้านอนเคยี ง
พลายแก้วโดดแหวกเข้าแทรกกลาง   ชกหวั ขนุ ช้างทีกลางเกลียง
ขนุ ช้างทําหลบั อยกู่ บั เตียง             ฝ่ ายนางพมิ นอนเคียงคอ่ ยเมียงมอง

8

ขนุ ช้างวางร้องก้องกโู่ วย               ขโมยลกั เมียกจู จู่ ากห้อง
ลกุ ขนึ ง่นุ งา่ นเทียวซานร้อง            เรียกหาพวกพ้องให้ติดตาม
อ้ายเดก็ เดก็ กราวเกรียวบดั เดียวใจ   พวกขนุ ช้างรุกไลไ่ มเ่ ข็ดขาม
พอทนั พวกพลายแก้วแล้วเลยลาม   ถ้อยทีถ้อยปามเข้าตกี นั
จมกู ครากปากแตกจนเลือดไหล      บ้างก็วิงร้องไห้ไปตวั สนั
เรียกหาพอ่ แมอ่ ยแู่ จจนั                  จนผ้ใู หญ่ชวนกนั มาห้ามไว้
นางพมิ ดา่ ให้อ้ายตายโหง               พวกอ้ายโล้งโต้งกไู มเ่ ลน่ ได้
อ้ายหวั ล้านขีถงั มนั จญั ไร                แล้วพาฝงู ข้าไทไปเรือนพลนั
เจ้าขนุ ช้างหวั ฟกวงิ ตกใจ               ข้าไทก็กลวั วิงตวั สนั
ฝนไพลใสท่ าตาเป็ นมนั                 ยิงฟันแลบลนิ แทบสนิ ใจ               
ทา่ นผ้ฟู ังทงั สนิ อยา่ กินแหนง          จะประดษิ ฐ์คดิ แตง่ ก็หาไม่
เดก็ อตุ ริเลน่ หากเป็ นไป                เทวทตู ดลใจให้ประจกั ษ์ตา
เดก็ เลน่ สิงไรก็ไมผ่ ิด                   ทจุ ริตก็เป็นเหมือนปากวา่
อนั คดมี ีแตโ่ บราณมา                   ตาํ รานีมีอยใู่ นสพุ รรณ 
   ครันอยมู่ าขนุ ศรีวไิ ชย                    กบั เมียรักร่วมใจทงั สองนนั
จงึ ปรึกษายินยอมลงพร้อมกนั        วา่ ขนุ ช้างลกู นนั จําเริญวยั
ควรจะเข้าไปเฝ้ าพระพนั วษา         ถวายตวั ลกู ยาจงึ จะได้
ให้เป็นข้าบาทบงส์ทุ รงชว่ งใช้        บงั ไว้ความผิดจะติดตวั
ปรึกษากนั พลนั สงั ซงึ ข้าไท           ให้พาไปอาบนําแล้วดาํ หวั
ทาขมนิ ผดั แป้ งแตง่ ตวั                  เอามหุ นา่ ยป้ ายทวั จนท้ายทอย
กําไลทองสองเส้นเน้นสองแขน     ให้ถือแหวนเพชรยอดสอดใสก่ ้อย
ดเู หมือลกู เสือปลานยั น์ตาลอย      วงิ ร่อยร่อยยกั คอเข้าหอกลาง
จงึ ให้หาธปู เทียนทงั ดอกไม้              ใสพ่ านจดั ไปตามเยียงอยา่ ง
ทงั เสบียงเลียงกนั ทีตามทาง          ให้ผกู ช้างพลายนนั มาทนั ใด
พอ่ ลกู ขนึ นงั สปั คบั                       ควาญขบั ออกจากบ้านรัวใหญ่
ข้ามธารผา่ นทงุ่ มงุ่ ทวิ ไม้               บา่ วไพร่งมุ่ งา่ มตามกนั มา
ครันถงึ วดั ธรรมาก็ยบั ยงั                ปลงช้างข้างฝังแมน่ ําหน้า

9

เจ้าขนุ ช้างกะจริ ิดกบั บดิ า              ข้ามทา่ คอยเข้าในกรุงไกร
ชาวบ้ านร้ านตลาดพอผาดเห็น        ร้องวา่ เป็ นเวทนานา่ มนั ไส้
เดก็ อะไรหวั ลอ่ นกล้อนสดุ ใจ          แลไปเหมือนหนงึ หลอกบอกเพือนกนั
จะวา่ คา่ งฤๅลิงวิงมาเกิด              อ้ายผีนอกละเมดิ ทีไหนปัน
ชายหญิงวงิ หวั ร่ออยงู่ องนั              ดจู นพอ่ ลกู นนั เข้าในวงั
พวกขนุ นางตา่ งคนทีคอยเฝ้ า         พอเห็นเข้าก็หวั เราะราวจะคลงั
ขนุ ช้างน้อยพลอยประหมา่ ละล้าละลงั    เข้าหมอบชิดตดิ หลงั บงั บดิ า 
   จะกลา่ วถงึ พระองค์ผ้ทู รงภพ       เลศิ ลบสยบแสยงทงั แหลง่ หล้า
ทกุ ประเทศเขตขณั ฑสิมา             ออกระอาออ่ นเกล้าอภิวนั ท์
ตา่ งถวายเครืองราชบรรณา           ขอขนึ อยธุ ยาทกุ เขตขณั ฑ์
พระเดชปกเกศเป็ นนิรันดร์            เกษมสนั ต์ทวั หน้าประชากร
ขาดเข็ญเป็นสขุ โสมนสั                สืบพระวงศพ์ งศ์กษัตริย์มาแตก่ ่อน
กรุงศรีอยธุ ยาสถาพร                   สโมสรโสมนสั สวสั ดี
เสดจ็ ในพระทีนงั บลั ลงั ก์รัตน์        พร้อมขนดั นวลอนงคส์ ง่ ศรี
น้อมเศยี รหมอบเฝ้ าเจ้าธานี          ทกุ หน้าทีพร้อมพรักพนกั งาน
แตล่ ะหน้าหน้านวลควรสวาท        บาํ เรอราชหฤทยั เกษมสานต์
ดงั ดาวล้อมแขไขในคคั นานต์       หมอบกรานคลานเฝ้ าเป็นเหลา่ ไป
ทงั พวกจําเรียงเสียงดนตรี            ก็เรือยรีขบั ประสานขานไข
เพลิดเพลินเจริญราชหฤทยั           นางในปฏิบตั เิ ป็นอตั รา
พระสรุ ิย์ฉายบา่ ยแล้วสีโมงเศษ     จะประเวศออกทีพระลานหน้า
บทจรสสู่ รงพระคงคา                  ไขสหุ ร่ายธาราลงซา่ เซ็น
ทรงสคุ นธ์หอมฟ้ งุ จรุงกลนิ            พระภษู าดอกกินรีเดน่
จบั แสงนาคาหน้าดงั เป็น              พอจวนเย็นออกหน้าพระลานพลนั
สนนั เสียงแตรสงั ข์ประดงั ก้อง       ประโคมฆ้องกลองชนะคะครืนครัน
ตํารวจหน้าข้าราชการนนั              ตา่ งก้มเกล้าอภิวนั ท์อญั ชลี
ประทบั เหนืออาสน์เอียมลออออ่ น   ดงั พญาไกรสรราชสีห์
จงึ ขนุ ศรีวไิ ชยใจภกั ด ี                   กบั ขนุ ช้างคลานรีตดิ เข้ามา

10

ยกพานธปู เทียนและดอกไม้          เข้าไปตงั ไว้ทีตรงหน้า
ขนุ ช้างหมอบชิดกบั บดิ า              ภาวนาคิดกลวั แทบตวั ตาย 
   ครานนั พระองค์ผ้ทู รงเดช             ทอดพระเนตรเห็นดอกไม้ธูปเทียนถวาย
ทงั ขนุ ศรีวิไชยกบั ลกู ชาย              แย้มพระโอษฐ์อภิปรายประภาษมา
ฮ้าเฮ้ยอ้ายขนุ ศรีวไิ ชย                 นนั มงึ พาลกู ใครเข้ามาหวา
ดหู วั หนู า่ สมเพชเวทนา               เป็นเชือวงศ์พงศาของผ้ใู ด
ฤๅลกู หลานวา่ นเครือของมงึ เอง   หวั ล้านโจงเหมง่ ไมเ่ อาสําได้
จะเอามาให้กฤู ๅวา่ ไร               มีธูปเทียนดอกไม้ใสพ่ านมา 
   ครานนั ขนุ ศรีวิไชย                  กราบลงทนั ใดแล้วทลู วา่
ขอเดชะพระองคจ์ งกรุณา           อนั ชีวาอยใู่ ต้บทมาลย์
ขนุ ช้างบตุ รข้าพระพทุ ธเจ้า         ขอทลู เกล้าถวายไว้เป็นทหาร
ด้วยชะตาราศีมีลาภสการ           มาสโู่ พธิสมภารพระทรงชยั
แตเ่ กิดบตุ รขนุ ช้างคนนี             เงินทองของดีทงั น้อยใหญ่
ววั ควายช้างม้าข้าไท                 มิพอทีจะได้ก็ได้มา 
   ครานนั สมเดจ็ นเรนทร์สรู         ฟังทลู ทรงพระสรวลอยรู่ ่วนร่า
เออหวั หดู สู มเพชเวทนา             แตไ่ ด้ลาภอยา่ งวา่ ก็ชอบกล
เดยี วนีมนั ยงั เดก็ เล็กอย่ ู             จะมอบไว้ให้กไู มเ่ ป็นผล
เอ็งเลียงไว้กอ่ นอยา่ ร้อนรน         ไว้เมือจนเตบิ ใหญ่จงึ ให้มา
ตรัสพลางทางสงั พนกั งาน           จดั ของพระราชทานทงั เสือผ้า
พอ่ ลกู กราบงามลงสามลา           ด้วยทรงพระกรุณาก็ยินดี 

ตอนท ี ๒ เรืองพ่อขุนช้างขุนแผน ปรารภจะประพาสพนาศรี
   ครานนั พระองค์ผ้ทู รงภพ             วา่ กระบือเถือนมีอยมู่ ากครัน
ด้วยข่าวข้างทางสพุ รรณบรุ ี          มงึ เร่งกลบั ไปสพุ รรณนนั
จงึ ดํารัสตรัสสงั ขนุ ศรีวไิ ชย                 ให้คมุ ไพร่พวกมนั ไปเตรียมการ
บอกอ้ายขนุ ไกรใจฉกรรจ์           ล้อมไลม่ หิงสากล้าหาญ
อีกห้าวนั กจู ะออกไปแรมไพร      

11

ให้หาทีดอนใหญ่ใกล้ลําธาร         จะตงั คา่ ยรายดา่ นลานพลบั พลา
อ้ายเหลา่ อาสาห้าร้อยปลาย         ให้เร่งไลฝ่ งู ควายมาไว้ทา่
แล้วพระองค์ทรงผินพระพกั ตร์มา   สงั พระยาเดโชผ้ชู ยั ชาญ
จงเร่งรีบรัดจดั กระบวน             เลือกล้วนชาวเจ้าเหลา่ ทหาร
อีกทงั พลม้าคชาธาร                   ให้ พร้ อมในห้ าวารจะยกไป 
   ฝ่ ายพระยาเดโชผ้รู ับสงั                 มาทิมดาบกรมวงั หาช้าไม่
สงั การนายชํานาญในทนั ใด          รับสงั ให้หมายทวั พนกั งาน
จะเสดจ็ ประพาสพนาวา               ล้อมไลม่ หงิ สากล้าหาญ
นายเวรกรมวงั ได้ฟังการ              เขียนหมายลนลานลงทนั ใจ
เขียนแล้วก็สง่ ให้นกั การ              รับหมายเดนิ งานไมช่ ้าได้
สง่ ให้นายเวรมหาดไทย               เร่งหมายบอกออกไปให้ทวั กนั
ฝ่ ายวา่ นายเวรมหาดไทย             เอาหมายไปเรียนทา่ นผ้ใู หญ่นนั
บดั นีจะเสดจ็ เมืองสพุ รรณ            ในห้าวนั ตามทีมีหมายมา     
   ครานนั เจ้าพระยาจกั รี               ครันแจ้งคดีแล้วให้หา
พนั พฒุ พนั จนั ท์มทิ นั ช้า               พร้อมกนั ทีศาลาลกู ขนุ ใน
เรียกทงั พนั เภากบั พนั ภาณ               เอาบญั ชีคลีอา่ นหาช้าไม่
เกณฑ์ช้างม้าผ้คู นสบั สนไป          พนกั งานของใครให้รีบมา
สงั ให้พนั จนั ท์นนั แตง่ ทาง            ให้ราบรืนฟื นถางให้หนกั หนา
ประมาณทางกว้างได้สกั แปดวา     จงเร่งรัดอยา่ ช้าในห้าวนั  
   ฝ่ ายวา่ ขนุ ศรีวิไชย                    ขีช้างวางไปกบั ลกู นนั
ข้ามทงุ่ มงุ่ มาเมืองสพุ รรณ            จนตะวนั สินแสงลงลบั ไพร
ให้ขบั ช้างตะบงึ มาถงึ บ้าน             เขียนหมายลนลานไมช่ ้าได้
สงั ให้ทนายนนั ถือไป                   ถงึ ทา่ นขนุ ไกรผ้ภู กั ดี
ทนายรับหมายแล้วไคลคลา          วงิ มาครู่หนงึ ก็ถงึ ที
สง่ ให้ขนุ ไกรในทนั ที                  แจ้งเรืองตามมีในหมายไป 
   ครานนั ขนุ ไกรใจหาญ               รับหมายแล้วอา่ นหาช้าไม่
สงั นายหมวดพลนั ทนั ใด                จงเทียวตดิ ตามไพร่ให้รีบมา

12

สงั เสร็จพอเวลาเข้าไต้ไฟ              ขนุ ไกรก็เข้าในเคหา
กบั นางทองประศรีภริยา                ทงั บตุ ราพลายแก้วแววไว
ให้มีลางคืนนนั สนนั องึ                   แมงมมุ ตีอกผงึ หาหยดุ ไม่
สยดสยองพองขนทกุ คนไป           เย็นยะเยือกจบั ใจไปทกุ ยาม
ทองประศรีนอนหลบั แล้วกลบั ฝัน           ความกลวั ตวั สนั ตกใจหวาม
สะด้งุ ฟื นตืนขนึ ให้ครันคร้าม           อารามตกใจปลกุ ซงึ สามี
ขนุ ไกรถามไปวา่ อะไรเจ้า              นางจงึ เลา่ ความฝันนนั ถ้วนถี
วา่ ฟันฉนั หกั กระเดน็ เห็นไมด่ ี          ชว่ ยทํานายฝันนีให้แจ้งใจ
ขนุ ไกรได้ฟังดงั ใครผลาญ             เอ๊ะจะมีเหตกุ ารณ์เป็นข้อใหญ่
ถ้ากทู ํานายวา่ ร้ายไป                    ทองประศรีทีไหนจะหา่ งตวั
ไมร่ ้ายดอกฝันดจี ะมีสขุ                   เจ้าอยา่ เป็นทกุ ข์จงฟังผวั
แตใ่ จคดิ ครังนีมริ อดตวั                  นา่ กลวั กจู ะม้วยด้วยกระบือ 
   ครันรุ่งสางล้างหน้าคว้าพลายแก้ว   สวา่ งแล้วยงั ไมต่ ืนขนึ เจียวฤๅ
อ้มุ ลกู ประคองทงั สองมือ               ประจงจบู ลบู ถือแตเ่ บาเบา
พลายแก้วลืมตาคว้ากอดคอ           หมอ่ มพอ่ จะไปข้างไหนเลา่
ลกุ ขนึ ทําไมยงั ไมเ่ ช้า                   ดงั พอ่ เจ้าจะหนีลกู นีไป
ขนุ ไกรได้ฟังลกู ชายวา่                  ยกทนู เกศานําตาไหล
อ้มุ ลกู เข้ากอดทอดถอนใจ             พอ่ นีมิใคร่จะไปเลย
ด้วยรับสงั จําเพาะเจาะมา               สดุ ปัญญาพ่อแล้วพลายแก้วเอย๋
นา่ ทีแตน่ ีจะหา่ งเชย                      กระไรเลยวปิ ริตเห็นผิดใจ
จงึ เหลียวหน้ามาสงั ทองประศรี        ลกู ของเราเทา่ นีเอาใจใส่
ยงั เดก็ ออ่ นนอนนงั ระวงั ระไว          เจ้าเลียงพลายแก้วไว้ให้จงดี
ถ้าหากวา่ ผดิ พลงั จงสงั สอน            อยา่ สลดั ตดั รอนให้หนา่ ยหนี
อตุ สา่ ห์สอนวิชาบรรดามี               ให้ลกู นีสืบวงศพ์ งศพ์ ลายไป 
   ทองประศรีได้ฟังผวั สงั สอน      เหน็ ผดิ กวา่ แตก่ ่อนก็สงสยั
ทงั กอดจบู ลกู ยาเหน็ อาลยั              ดพู ิไรนําคาํ รําสงั เมีย
จะไปไหนไมเ่ หมือนดงั ครังนี           วิปริตผิดทีมาสงั เสีย

13

เข้าประคองตนี ผวั ทนู หวั เมีย           ดงั ไฟเลียลามไหม้ในใจน้อง
ยงิ คดิ ยงิ วิตกเพียงอกหกั                ผวั รักจกั ไปไกลจากห้อง
พอแลดหู น้าผวั ขนหวั พอง              ทองประศรีเศร้าจิตคดิ แปลกใจ 
   ครานนั ขนุ ไกรใจกล้า                นงุ่ ผ้าคว้าดาบหาช้าไม่
ลกุ ออกจากห้องยอ่ งเดนิ ไป           ให้อาลยั หว่ งเมียละเหียนกั
เหลียวหน้ามาดเู จ้าพลายแก้ว         สดุ ใจพอ่ แล้วเพียงอกหกั
นําตาคลอตาประหมา่ นกั                ตดั รักหกั ใจแล้วไคลคลา
คมุ คนออกจากเมืองสพุ รรณ          ถึงเขาพระพอตะวนั จะลบั หล้า
สงั ให้สํารวจตรวจตรา              คอยทา่ รับเสดจ็ พระภธู ร 
   จะกลา่ วถงึ พระองค์ทรงสวสั ด ิ      พนู พิพฒั น์ภิญโญสโมสร
ไสยาสน์เหนืออาสน์อลงกรณ์         ในแทน่ ทีบรรจถรณ์อนั พรายพรัน
ทรงสดบั จําเรียงเสียงขบั กล่อม        สะพรังพร้อมสาวสรุ างค์ดงั นางสวรรค์
บาํ เรอราชบาทบงส์พุ ระทรงธรรม์      เกษมสนั ต์สําราญหฤทยั
รวยรืนชืนกลินบปุ ผากรอง               ประทีปแก้วแสงสอ่ งจํารัสไข
ทรงดาํ ริราชการงานเวียงชยั              จนประธมหลบั ไปในราตรี 
   ครันรุ่งเช้าฝ่ ายเจ้าพนกั งาน         เตรียมการโดยกระบวนถ้วนถี
กรมช้างจดั ช้างทีตวั ดี                   คนขีครบทวั ตวั คชา
จา่ ดาบขวาซ้ายก็จา่ ยเครือง           ขนเนืองมาวางไว้ข้างหน้า
กรมช้างพลางผกู มิทนั ช้า               เบาะอานผา่ นหน้าดาราราย
สองหพู จู่ ามรีกรอง                      ปกตระพองทองพร้อยห้อยตาขา่ ย
แตล่ ้วนช้างพระทีนงั ทงั พงั พลาย     หลากหลายเข้ากระบวนสว่ นคชา
พระทีนงั พดุ ตาลสําหรับเสดจ็          ผกู เสร็จทอดพระแสงแสนสงา่
นายทรงบาศเป็ นควาญชํานาญมา   ใสค่ รุยกรองนงุ่ ผ้าสมปักลาย
ผกู ทงั พระทีนงั กระโจมทอง           วงพระสตู รรูดคล้องเป็ นสองสาย
เบาะปักหกั ทองขวางสล้างลาย       เขนยอิงพิงฝ่ ายพระปฤษฎางค์
ผกู ทงั พระทีนงั เถลิงศอ                 พระยีภ่ปู คู อกนั กระด้าง
พระทีนงั ประพาสโถงแรมทาง        ตา่ งตา่ งแลล้วนละกลกนั

14

หมอควาญนงุ่ ลายใสเ่ สือ              ประจเุ จือเวทมนตร์ดลขยนั
เจียระบาดคาดกบั ปันเหนง่ พลนั       จดั สรรเลือกล้วนแตต่ วั ดี
ถดั มาช้างทีนงั ตา่ งกรม                 ข้าไทเกณฑ์ระดมอย่อู งึ มี
ทงั ช้างดงั ช้างกนั นนั มากมี             หมอควาญขบั ขีอย่คู รบครัน
หน้าช้างสล้างล้วนเหลา่ ทหาร         เพียงจะราญรอนรบภพสวรรค์
กระบวนช้างพร้อมสรรพฉบั พลนั      จงึ จดั สรรอสั ดรทีตวั ดี
พระยาศรีเสาวพา่ ห์จดั ม้าต้น           หลวงทรงพลเตรียมกระบวนเป็ นถ้ วนถี
ให้นายม้าผกู ม้าพาชี                    ล้วนขบั ขีแคลว่ คลอ่ งวอ่ งไว
ม้าต้นพระทีนงั ตวั ประเสริฐ             ลําเลิศทงั สองผ่องใส
ผา่ นดาํ ขําเหลืองเรืองวไิ ล            สงู ได้สามศอกโดยประมาณ
ผกู เครืองกดุ นั ฝรังเศส                  อยา่ งเทศพรรณรายฉายฉาน
พระแสงปื นซ้ายขวาอาชาชาญ       เบาะอานปักเอียมอไุ รมี
โกลนทองคล้องห้อยพลอยประดบั    วาบวบั จบั คลมุ กํามะหยี
ไหมทองถกั บงั เหียนแนบเนียนด ี     งามสมพาชีทีโสภา
ม้าหนงึ ชือวา่ พลาหก                    ม้าหนงึ ชือกระหนกภษู า
นายม้าจงู ประคองทงั สองม้า          ขนุ หมืนขีอาชามาในกระบวน
ขนุ นางขีช้างตามเสดจ็                  เตรียมเสร็จตามทีถีถ้วน
หวั พนั เทียวสํารวจตรวจจํานวน       เวลาจวนก็พร้ อมพลนิกร 
   ครานนั พระองค์ผ้ทู รงเดช          ทกุ ประเทศลือลบสยบสยอน
ครันจวนแจ้งแสงศรีรวีวร                  พระภธู รเสดจ็ สทู่ ีสรงชล
ไขสหุ ร่ายหยดั ย้อยเป็ นฝอยฟอง     อาบละอองต้องพระองค์ดงั สายฝน
นํากหุ ลาบหอมฟ้ งุ จรุงปน              ทรงสคุ นธาประทนิ กลินโอฬาร
สาวสนมกรมในเป็นขนดั                รําเพยพดั เสร็จทรงสรงสนาน
จบั พระแสงข้างทีมิทนั นาน            พระภบู าลออกท้องพระโรงชยั
ชาวภษู ามาลาก็เชิญเครือง            คลานเนืองกนั เข้ามาหาช้าไม่
ทรงเครืองต้นสําหรับประพาสไพร    ตามพิชยั ฤกษ์กําลงั วนั
สนบั เพลาเชงิ งอนซ้อนกาบ            พระภษู าเข้มขาบริวทองคนั

15

ฉลององค์ทรงประพาสในวนั นนั        กํามะหยีสีอญั ชนั พรรณราย
สายรัดพระองคท์ รงข้างนอก           ริวทองกรองดอกเฉิดฉาย
พระแสงน้อยเหน็บพระองคท์ รงข้างซ้าย   พระธํามรงค์เพชรรายอร่ามเรือง
ทรงพระมาลาพืนดํา                        ประดบั บษุ ราคมั นําเหลือง
พระแสงดาบคาบคา่ ยทําลายเมือง     เยืองยา่ งเสดจ็ ขนึ เกยพลนั
กองชนะตีจ้าท้าเชิญเสดจ็               กระบวนหน้าเตรียมเสร็จเป็นเหลา่ หลนั
ตา่ งถวายบงั คมลงพร้อมกนั              เสดจ็ จากเกยสวุ รรณทนั ที
ทรงช้างพระทีนงั พดุ ตาลทอง          กระทงั แตรแซฆ่ ้องซ้องเสียงปี
กึกก้องทวั ท้องธรณี                      ให้เคลือนโยธีเป็นทวิ ไป 
   เสียงกระดงึ คอช้างดงั โหนง่ โหนง่    โหยงโหยงม้าวางควบยา่ งใหญ่
เครืองสงู บงั แทรกอยชู่ นั ใน              ธงทวิ ปลิวไสวใบโบกบน
คลายคลีโยธีอนั หาญฮกึ                  ก้องกึกอลหมา่ นอยสู่ บั สน
เสียงสนนั ครันครืนภมู ดิ ล                 เสียงพลเพียงปัถพีพงั
โลเ่ ขนดาบดงั ทงั หอกทวน               ตามกระบวนพยหุ บาตรหน้าหลงั
พลม้าร่าเริงด้วยกําลงั                      พลช้างช้างดงั ทงั กนั แซง
พลปื นถือปื นปลายหอก                   พลดาบดาบกลอกออกเป็ นแสง
พลทวนถือทวนกระบวนแซง             พลดงั เสือแดงดดู าษไป
เสียงเอกิ เกริกองึ คะนงึ ก้อง              ทงั ฆ้องกลองดนตรีปี ไฉน
ออกทงุ่ มงุ่ ป่ าพนาลยั                       ตดั ไปข้ามทา่ วาริน
ผ้คู นช้างม้าดาดาษ                        ฝงู สตั ว์จตั บุ าทก็ตืนสิน
นกหกตกใจผวาบนิ                        โผผินร่อนร้ องระงมดง 
   พระเสดจ็ โดยทางพนมมาศ          ชมเถินเนินสะอาดร่มระหง
ชือชิดมิดแสงพระสรุ ิยง                  วิหคหงส์ร่อนร้องระวงั ไพร
นกแก้วจบั ต้นตมุ กาพลอด               นกกรอดจบั เถาตาํ ลงึ ใหญ่
สาลิกาจบั เกดเข้าบงั ใบ                  เขาไฟจบั ต้นรกฟ้ าคู
วายภุ กั ษ์จบั กิงแสลงพนั                 เบญจวรรณจบั หว้าอยเู่ คยี งคู่
เค้าโมงจบั โมกแล้วเมียงด ู               กระลมุ พจู บั บนต้นโพบาย

16

นกเขาจบั ขอ่ ยขนั ก้อง                   ดเุ หวา่ ร้องจบั หว้าแล้วผนั ผาย
ค้อนหอยจบั เหียงเรียงราย              กระสาจบั กระสงั สา่ ยหมายมองปลา
กระทาจบั ต้นโคนดนิ สอ                 ปักก้อพองขนแล้วขนั จ้า
อญั ชนั จบั เชิงบรรพตา                   สร้อยอริ ้าคาบลกู พมุ เรียงบนิ
ชมแถวแนวเถินเนินบรรพต             เป็นหลนั ลดซบั ซ้อนชะงอ่ นหิน
ว้งุ เวงิ เชิงผาชลาริน                       ดงั เพชรนลิ กระจา่ งอยพู่ ร่างพราย
เปลวปล่องชอ่ งผาศลิ าชะงกั             เป็นตระพกั ชะโงกเงือมดแู หงนหงาย
เตง็ รังปริงปรูประดลู่ าย                   งอกรายริมเชิงบรรพตา
บ้างผลิดอกออกช่ออรชร               พระพายพดั ขจรกลินบปุ ผา
บ้างทรงผลหลน่ กลาดพสธุ า            ฝงู ทชิ าจบั จกิ เหลา่ ลงิ ชิง
ลิงคา่ งบา่ งชะนีก็ครวญร้อง             พยคั ฆ์มองหมายละมงั ลงหมอบนิง
กระตา่ ยเต้นเมน่ หมีชะนีลิง             โดดโผนโจนวิงด้วยตกใจ
ชมทางมาในทางพนมชฏั                เลียวลดั ตามเถินเนินไศล
รีบเร่งรีพลสกลุ ไกร                      ถงึ ดอนใหญ่ให้หยดุ ซงึ โยธี
ให้ตงั ตําหนกั ห้างลงกลางไพร         แรมอยทู่ ีในพนาศรี
จงึ ตรัสสงั ขนุ ไกรไปทนั ที               พรุ่งนีมงึ ไปไลก่ ระบอื มา
แล้วสงั ฤทธานนตใ์ ห้ทําคอก        เอาไม้ปักรอบนอกให้แนน่ หนา
ทงั สองรับสงั บงั คมลา                   ออกมาเร่งรัดจดั การ 
   หลวงฤทธานนต์ผ้รู ับสงั                 มาเรียกพวกล้อมวงั อลหมา่ น
นายหมวดตรวจคนอยลู่ นลาน         ปันด้านแผ้วถางตา่ งตรวจตรา
ให้ชําระพมุ่ พงดงชฏั                     แตง่ ตดั เริงรามหนามหนา
บ้างจกั ตอกบ้างออกไปเกียวคา       บ้างจดุ พงเผาป่ าแล้วทําทาง
บ้างฟันบ้างถากบ้างลากฉดุ              บ้างปักบ้างขดุ อย่ยู งุ่ ยา่ ง
ให้ตงั คอกใหญ่ไว้ตรงกลาง              บ้างถากถางตดั ฟันแล้วบนั รอน
บ้างไปทงึ เถาวลั ย์ขนั ชะเนาะ           ผกู เป็นเปลาะบ้างรัดมดั เป็นทอ่ น
ทีเหน็ดเหนือยเมือยล้าก็อาวรณ์       มลุ นายตีต้อนต้องก้าวยาว
บ้างเหนือยนกั หยดุ พกั ลงนอนกรน    ถกู นายหมวดหวดก้นดงั ขวบั ขวาว

17

ตืนวิงตกใจไปเป็ นระนาว                เกรียวกราวสาระพาฮาเฮโล

บ้างฉวยฉดุ ยดุ ลากกระชากอาด       พวนขาดไม้ลดั เอาร้องโล่

ทําคอกตอกหลกั ลงใหญ่โต                บ้างโห่บ้างร้องอยกู่ ้องไพร

ผ้ตู รวจกวดขนั รันโบยต ี                  คนละทีสองทียกมือไหว้

ถงึ จะเบือเหลือทนก็จนใจ               นําตาไหลหลีกหลบกระทบกนั

ฝนตกห่าใหญ่ลงในดง                   เดนิ หลงล้มกลิงอยตู่ วั สนั

บ้างซกุ ซอ่ นเข้าไปนอนในไพรวนั      จนสายณั ห์หยดุ งานสําราญใจ

บ้างเก็บผกั หกั ฝื นบ้างยืนเยียว          บ้างก็เทียวค้นคว้าหาเป็ ดไก่

บ้างหงุ ข้าวนอนหลบั กบั เตาไฟ         บ้างเหงือไหลเตม็ ออ่ นลงนอนกรน 

   ครานนั ขนุ ไกรพลพา่ ย                ครันรุ่งเช้าเรียกทนายอยสู่ บั สน

แล้ วพาพวกอาสาห้ าร้ อยคน            เทียวไลค่ ้นกระบืออือองึ ไป

ลอดลดั สกดั ทางในกลางดง            เวียนวงตามเถินเนนิ ไศล

โหร่ ้องก้องสนนั พนมไพร                จดุ ไฟเผาพงเป็นวงมา

ควนั คล้มุ กล้มุ กลบตลบไป              เปลวไฟโพลงพลามลามป่ า

ไม้ไลไ่ หม้ยบั อรัญวา                   งเู หา่ เตา่ ฝาก็บรรลยั

เนือเบือเสือสางกวางทราย              หมีหมหู มกู่ ระตา่ ยไมอ่ ยไู่ ด้

ลงิ คา่ งโลดโผนโจนจากไม้              นกหกตกใจไปทงั ดง

กระบือเถือนใหญ่น้อยนบั ร้อยพนั       หวาดหวนั วงิ กระเจิงละเลงิ หลง

ตกใจด้วยไฟนนั ไหม้พง                 เสียงคนโหส่ ง่ ก็ตรงมา

บ้างแหงนหงายลองเชงิ เบงิ บิด            อ้ายเพือนกนั รันขวดิ ขนึ มาหน้า

เสียงเขากระทบกนั สนนั ป่ า                  ป่ วนปันเป็นบ้าละลานใจ

ฝงู กระบอื ยดั เยียดเบียดกนั              เสียงคนโหส่ นนั หวนั ไหว

ทงั ม้าลอ่ ฆ้องกลองตะขาบไฟ          อือองึ คะนงึ ไปในไพรวนั  

   ครานนั สมเดจ็ พระพนั วษา                    เสดจ็ บนพลบั พลาแล้วผินผนั

เหน็ กระบือใหญ่น้อยสกั ร้อยพนั         ยดั เยียดเบยี ดกนั อยวู่ นุ่ วาย

จงึ ตรัสวา่ ฮ้าเฮ้ยอ้ายขนุ ไกร             เป็นไรมิต้อนให้เข้าคา่ ย   

มงึ ไว้ใจแตไ่ พรให้ไลค่ วาย              มงึ ลอยชายอยเู่ ปล่าไมเ่ ข้ายา 

18

   ขนุ ไกรได้ยินพระโองการ            เผน่ ทะยานจบั หอกออกยืนหน้า
พวกไพร่โหฉ่ าวเกรียวกราวมา          ฝงู กระบือเป็ นบ้าอยลู่ นลาน
ตนื ครืนโลดโผนโดนโดด                อ้ายงอนโกรธออกหน้ากล้าหาญ
มนั ไลข่ วิดผ้คู นอลหมา่ น                 ขนุ ไกรก็ทะยานออกยืนรับ
ถีบโดดโลดแทงเป็นกงั หนั                เสียงหอกสนนั อยฉู่ ับฉบั
ถกู ควายตายล้มลงยอ่ ยยบั               จะนบั ก็ได้สกั ร้อยปลาย
ฝงู กระบอื เจ็บคลงั กําลงั ตืน               แหกครืนเข้าป่ าพากนั หาย
วิงแยกแตกกระจดั พลดั พราย           ทีตายก็ตายอยเู่ ตม็ ไป 
   ครานนั พระองค์ผ้ทู รงฤทธิ            กริวโกรธตละพษิ เพลงิ ไหม้
ดงั ลมกาฬพานพดั ขดั พระทยั            ไขพระสรุ เสียงประเปรียงมา
เหมเ่ หมด่ ดู อู๋ ้ายขนุ ไกร                    แทงกระบือน้อยใหญ่เสียหนกั หนา
แกล้งแทงเลน่ กเู หน็ อย่ตู อ่ ตา            จนแตกหนีเข้าป่ าพนาลยั
เหวยเหวยเร่งเร็วเพชฌฆาต      ฟันให้หวั ขาดไมเ่ ลียงได้
เสียบใสข่ าหยงั ขนึ ถ่างไว้                 ริบสมบตั ขิ ้าไทอยา่ ได้ช้า        
ฝ่ ายพวกเพชฌฆาตอาจอง               รับสงั แล้วตรงเข้าฉดุ คร่า
ได้ตวั ขนุ ไกรมดั ไพลม่ า                  ตอกหลกั แล้ววา่ ให้ก้มลง 
   ครานนั ฝ่ ายวา่ ตาขนุ ไกร               ตกใจดงั จะยบั เป็นผยุ ผง
ตวั สนั ขวญั หนีเหมือนผีลง                 จะดํารงกายนนั ก็เตม็ ที
หน้าซีดผาดเผือดจนเลือดหาย          ภตู พรายในตวั ก็หลีกหนี
สนิ สตติ วั สนั ขวญั ไมม่ ี                     ดงั จะดบั ชีวีในทนั ใด
โอ้วา่ อนิจจานะอกเอย๋                      กระไรเลยเกิดเหตขุ นึ จนได้
เมือจะมาวนั นนั ก็พรันใจ                  เป็นลางใหญ่ก่กู ้องในห้องเรือน
ทองประศรีแก้ วพีก็ฝั นร้ าย               จงึ แกล้งทํานายเสียป่ นเปื อน
กรรมทนั พีแล้วแก้วเพือนเรือน          เจ้านบั วนั แล้วจะเลือนเป็นปี ไป
สดุ คิดพีแล้วแก้วพีเอย๋                     ทีไหนเลยจะได้คืนไปรักใคร่
เป็นวบิ ากจะจากเจ้าจําไกล               สดุ ใจด้วยต้องอาญาตาย
อนจิ จาลกู ข้ายงั เล็กอย ู่                    ไหนจะรู้วา่ พอ่ มาฉิบหาย

19

ขนุ ไกรกลิงเกลือกลงเสือกกาย          ฟมู ฟายนําตาแล้วพาที
อ้อนวอนเพชฌฆาตทงั หลายวา่           ไหนไหนตวั ข้าจะเป็นผี
ทา่ นจงเอ็นดดู ้วยชว่ ยปรานี              บอกนางทองประศรีให้แจ้งใจ
วา่ ข้าขนุ ไกรนนั ถงึ กาล                    ทา่ นประหารชีวิตให้ตกั ษัย
ให้เจ้าระวงั ตวั กลวั ภยั                       วา่ แล้วรําไรไมส่ มประดี
โอ้โออ๋ นิจจาตวั กเู อย๋                        กรรมสงิ ไรเลยไมพ่ อที
มาตายอยใู่ นป่ าพนาลี                      ซากผีจะเป็ นเหยือแก่แร้ งกา
ลกู แก้วก็มิได้มาเห็นผี                      ทองประศรีก็มิได้มาเห็นหน้า
จงึ เรียกฤทธานนตส์ หายมา                ชว่ ยบอกกบั เมียข้าให้แจ้งใจ
หลวงฤทธานนตไ์ ด้ฟังสงั                    นําตาไหลหลงั ไมก่ ลนั ได้
เกลอเอย๋ อยา่ อาวรณ์ร้อนรนไป           จะเป็นหว่ งบว่ งใยทําไมมี
อตุ สา่ ห์บริกรรมภาวนา                     เมือเวลามาแล้วก็ถงึ ที
ใครจะอยคู่ าํ ฟ้ าทงั ตาปี                      ถึงพระศลุ ีอินทร์จนั ทร์ย่อมบรรลยั
ต้องจตุ จิ ากสวรรค์ชนั ฟ้ า                   เกิดมาแล้วหาพ้นความตายไม่
ขนุ ไกรฟังสหายคอ่ ยคลายใจ            บรรยายสอนให้ทกุ สงิ อนั
คอ่ ยระงบั ดบั ความโศกา                   ภาวนาประนมมือถือมนั
คดิ ถงึ คณุ พระพทุ ธพระธรรมนนั           อภิวนั ท์พระสงฆ์ทรงศีลา
ทงั คณุ บิดามาตเุ รศ                          บงั เกิดเกศก่อเกล้าเกศา
ขออํานาจจะประกาศแกเ่ ทวา             ให้ทราบทวั ฟากฟ้ าสธุ าธาร
ด้วยตวั ข้าขนุ ไกรกระทําผดิ                 ถึงชีวิตจะม้วยสงั ขาร
จะตายด้วยความสตั ย์ปัฏิญาณ            อยา่ งพงศ์พลายฝ่ ายทหารอนั ชาญชยั
ปากวา่ ตาปิ ดจิตปลง                         ระงบั ลงไมพ่ รันหวนั ไหว
ก้มหน้าหลบั ตาภาวนาไป                   ได้ทีให้นวิ เขาฟันลง
เพชฌฆาตฟาดด้วยดาบอนั คมกล้า       ขนุ ไกรชีวาเป็ นผยุ ผง
ดวงจิตพอระงบั ดบั ลง                       ทํามะรงเอาศพไปเสียบไว้ 
   ครานนั หลวงฤทธานนต์                  เห็นสหายของตนนนั ตกั ษัย
เขียนหนงั สือลบั พลนั ทนั ใด                แล้วสงั นายไหมมิได้ช้า

20

เอง็ เร่งไปสพุ รรณบรุ ี                         บอกนางทองประศรีเหมือนกวู า่

รับสงั ให้ริบเอาตวั มา                         บอกแมร่ ักอยา่ ให้นอนใจ

นายไหมรับคาํ แล้วอําลา                    จดั แจงยา่ มละว้าคว้าหอกใหญ่

ได้มีดเหน็บหลงั เก้กงั ไป                    ประเดียวใจเข้าป่ าพนาลี 

   ครานนั สมเดจ็ พระพนั วษา              เสดจ็ ประทบั พลบั พลาพนาศรี

ประพาสป่ ามาได้หลายราตรี               พระภมู ีจะคืนเข้าเวียงชยั

จงึ ตรัสสงั พระยาเดโชพลนั                  ให้ประกาศพลขนั ธ์น้อยใหญ่

จะเลกิ ประพาสพนาลยั                       กลบั ไปในรุ่งพระสรุ ิยา

พระยาเดโชให้บตั รหมาย                       ทงั ไพร่นายเตรียมกระบวนถ้วนหน้า

ตงั ริวผกู ระวางช้างม้า                         คอยทา่ รับเสดจ็ พระภมู ี

ครังรุ่งรางสางแสงทนิ กร                    พระเสดจ็ บทจรออกจากที

สระสรงทรงเครืองเรืองมณี                 จรลีขนึ ประทบั ทีเกยชยั

ทรงช้างพระทีนงั หลงั คาทอง               มา่ นชิดปิ ดป้ องทงั สองไข

ให้คลายคลีรีพลสกลไกร                   ช้างแซงม้าใช้ก็ตามมา

พลปื นดาบดงั ทงั ทวนทอง                   เป็นแถวถ่องแตล่ ้วนเหลา่ อาสา

รีบเร่งพลไกรไคลคลา                       ถงึ กรุงอยธุ ยาด้วยฉบั พลนั  

   นายไหมไปถงึ บ้านทองประศรี          แกไตถ่ ามทนั ทีขมีขมนั

มีธรุ ะทําวนสิงไรนนั                            กินหมากด้วยกนั อยา่ เกรงใจ

นายไหมพอจะบอกออกปากวา่              นําตาคลอตาลงหลงั ไหล

วา่ ธรุ ะหลวงฤทธานนต์ใช้                    แจ้งอยใู่ นหนงั สือนีมากมาย

หนงั สือวา่ มาถึงทองประศรี                  อนั ขนุ ไกรสามีเพือนสหาย

ต้องรับพระราชอาญาตาย                 เสียบไว้หน้าคา่ ยกระบือนนั

รับสงั ให้ริบเอาลกู เมีย                        หนีเสียอยา่ อยทู่ ีบ้านนนั

ออกไปให้พ้นแดนสพุ รรณ                  หนงั สือมาณวนั จงแจ้งใจ 

   ทองประศรีแจ้งความตามหนงั สือ             สองมือข้อนอกเข้าร้องไห้

โศกาปิมวา่ จะบรรลยั                          กลงิ เกลือกเสือกไปไมส่ มประดี

นางครวญครํารําวา่ อยวู่ ้าวนุ่                   โอ้พอ่ คณุ สญู หายตายเป็ นผี

21

ไมเ่ จ็บไข้เมือจะไปยงั อ้วนพี                    ไมพ่ อทีถกู ฟันจนบรรลยั
เสียแรงพอ่ อยยู่ งคงกระพนั                   ใครใครทงั นนั ไมส่ ้ไู ด้
คืนนนั เมียฝันให้พรันใจ                        ครันบอกให้ก็ทํานายทายวา่ ดี
แตก่ ่อนร่อนชะไรไมพ่ ลงั พลาด             ควรฤๅมาประมาทไปถึงที
ทอดทงิ ลกู เมียเสียอยา่ งนี                    นีจะให้หนั หน้าไปหาใคร
ยงั จะถกู เขาริบเอาฉิบหาย                    จะทรงร่างค้างกายทีไหนได้
แมล่ กู สองคนเป็นจนใจ                       นางสะอกึ สะอืนไห้อยไู่ ปมา
เหลียวหน้ามาเหน็ เจ้าพลายแก้ว             รู้แล้วฤๅพอ่ นนั สงั ขาร์
เจ้ากําพร้าพอ่ แล้วแก้วแมอ่ า                 พลางกอดลกู ยาเข้าจาบลั ย์
เจ้าพลายแก้วสะอกึ สะอืนอ้อน              ไมห่ ลบั นอนก่นแตจ่ ะโศกศลั ย์
ทองประศรีแสนเศร้าเฝ้ ารําพนั                กรรมทนั แล้วจะทําฉนั ใดดี
เหย้าเรือนจะเยน็ เป็นป่ าช้า                    ฝงู ข้าจะกระจดั กระจายหนี
กรมการสพุ รรณจะยํายี                       ไมอ่ ยนู่ ีได้แล้วแก้วแม่อา
ข้าไทได้ฟังทองประศรี                        โศกีรําไรไปหนกั หนา
ชวนกนั ไมก่ ลนั ซงึ นําตา                       ตา่ งก็มาร้องไห้อย่อู ือองึ
อาลยั ขนุ ไกรทกุ ตวั คน                         บ้างก็มาตีตนแล้วบน่ ถงึ
พอ่ ไมถ่ ือโทษโกรธขงึ                         ข้าไทได้พงึ ทกุ เวลา
จะไปไหนไมม่ ีใครขม่ เหง                     เขาเกรงพอ่ ขนุ ไกรไปทกุ หน้า
แตน่ ีมีแตเ่ ขาจะบฑี า                           พวกบา่ วไพร่บน่ บ้าอยวู่ นุ่ วาย 
   เย็นวนั นนั เวียงวงั คลงั นา                   กบั ตํารวจซ้ายขวามามากหลาย
บา่ วไพร่ใหญ่น้อยสกั ร้อยปลาย             ให้รายรอบรัวบ้านทา่ นขนุ ไกร
ฝ่ ายผ้รู ังราชการเมืองสพุ รรณ                วา่ ตะวนั พลบคําจะเข้าไต้
จะเข้าริบวนั นีผิดทีไป                          พรุ่งนีจงึ จะได้ทําบาญชี
ครันแล้วจดั กนั ให้กองไฟ                     เร่งระงบั บา่ วไพร่อย่าให้หนี
ล้อมไว้ในเวลาราตรี                           พรุ่งนีเราจงึ จะทําการ 
   ครานนั ฝ่ ายนางทองประศรี                เหน็ คนองึ มีอยรู่ อบบ้าน
ตกลงใจลกุ ล้มซมซาน                        ลนลานอ้มุ เอาเจ้าพลายแก้ว

22

ฉวยเงินสองถงุ กบั กระบงุ ทะล ุ                เอาผ้าปะปโุ ดดเรือนแหยว
สองมือแหกชอ่ งทางลอ่ งแมว                บงั เงาเข้าแนวแถวเสาเรือน
โก้งโค้งลงมองทางชอ่ งรัว                        ลอดตวั ออกมาหน้าตาเปื อน
จงู ลกู หลบแลงตามแสงเดอื น                 พบเพือนบ้านเกา่ เข้าขอทาน         
แมเ่ อย๋ ข้าวปลาข้าหมดสนิ                      ไมม่ ีกินเขาริบเสียทงั บ้าน
เพือนเรือนแผเ่ ผือชว่ ยเจือจาน                ได้ข้าวสารผกั ปลาแล้วคลาไคล
พ้นบ้านขนึ ต้นไม้ไขวห่ ้างนอน               อ้อนวอนปลอบลกู อยา่ ร้องไห้ 
แมล่ กู เขาจะผกู เอาคอไป                      นางกอดลกู เข้าไว้แล้วโศกา
โอ้วา่ พลายแก้วของแมเ่ อ๋ย                   เกิดมาไมเ่ คยจะนอนป่ า
ตกยากกรากกรํากบั มารดา                    กําพร้าเพือนแมแ่ ม่ปรานี
ได้ยนิ นกยงู ทองร้องในไพร                   เหมือนเสียงตาขนุ ไกรทีเป็นผี
พอ่ คณุ ชว่ ยรักษาในราตรี                      อยา่ ให้สตั ว์เสือหมีมากลํากราย
อยบู่ นห้างยามดกึ นางนกึ พรัน                 ให้หวนั หวนั กลวั ภยั ใจคอหาย
เอาชายผ้ามาผกู เอวลกู ชาย                   จะตกต้นไม้ตายมไิ ว้ใจ
อีกชายหนงึ กระหวดั รัดมนั คง                  ผกู ลงกบั กิงต้นไม้ใหญ่
ไมม่ ีผ้าผกู เปลจะเหไ่ กว                         คอ่ ยเอามือลบู ไล้ให้ลกู นอน
พลายแก้วก็เฝ้ าแตโ่ ศกี                         ดงั ชีวีจะขาดสกั ร้อยทอ่ น
คดิ ถงึ พอ่ ขนุ ไกรให้รุ่มร้อน                     อาวรณ์บน่ ไปไมส่ มประดี
ผดุ ลกุ ผดุ นงั ไมต่ งั ตวั                             เกาหวั หน้าบ้ยู ยู่ ี
มดแดงมดคนั มนั สินที                           ยงุ รินบนิ หวีอยนู่ ีแน
ลกู หาวนอนจะนอนก็ไมไ่ ด้                     คนั ก้นพ้นใจทีเดยี วแม่
เอ็นดลู กู ด้วยมาชว่ ยแล                         มดรังแกกดั ข้าสกั ห้าตวั
พอ่ ตายมิได้อยเู่ รือนเหย้า                      อ้ายพวกเหลา่ กรมการมนั ล้อมทวั
ลกู ตามแมม่ าก็นา่ กลวั                            ลอดรัวมาได้ใชพ่ อดี
จะหลบั จะนอนก็ไมไ่ ด้                          ยงุ รินบนิ ไตอ่ ยหู่ วหู่ วี
มดขบแมต่ บให้ฉันที                             แตพ่ อรุ่งพรุ่งนีจะหนีไป
ทองประศรีได้ยนิ เจ้าพลายว่า                 แสนสงสารลกู ยานําตาไหล

23

ลกู เอย๋ มีกรรมทําอยา่ งไร                      แมไ่ ลม่ ดแล้วแก้วแมอ่ า
ทงั สองเหนือยออ่ นก็นอนไป                  ทีบนต้นไม้ไทรสาขา
พากนั หลบั ไปมไิ ด้ช้า                            ตลอดในเพลาราตรี 
   ครันรุ่งเช้าเวียงวงั คลงั นา                    ตาํ รวจทีมาแตก่ รุงศรี
กบั กรมการสพุ รรณบรุ ี                          เข้าบ้านทองประศรีในทนั ใด
ไลจ่ บั โคกระบอื ช้างม้า                         ฝงู ข้าชายหญิงวงิ ขวกั ไขว่
ลกู ออ่ นเฒา่ แก่แซเ่ ซง็ ไป                      ตกใจไมเ่ ป็นสมประดี
ได้อีเผือนต้นเรือนมาเฆียนถาม               มนั จงึ บอกออกความวา่ นายหนี
เงินทองของข้าวบรรดามี                       จงึ ให้ทําบาญชีทงั ข้าคน
แล้วขนึ บนเรือนทา่ นขนุ ไกร                    ริบได้เครืองเรือนเกลือนกลน่
พนกั งานของใครมิให้ปน                        ขนมานอกชานทําบาญชี
หอกดาบกระบีครําขนั นําถม                    แพรพรมสกั หลาดกํามะหยี
ทองขาวทองเหลืองเครืองดดี ี                   ถ้วยชามตามมีจดหมายไว้
เงินตราห้าพนั นนั ใสก่ ลกั                           สอดใสด่ ้ายถกั ตตี ราใหญ่
กําปันเครืองเงินทองนนั สองใบ                ลนั กญุ แจขนไปประทกุ ช้าง
หกู ฝ้ ายด้ายไหมใสเ่ กวียนลาก                 ครกสากใสแ่ พทงั โอง่ อา่ ง
ขนมาตรวจตราทีศาลากลาง                    สําเร็จแล้วก็วางขนึ ช้างไป
คืนหนงึ ถงึ ศรีอยธุ ยา                              เข้ามากราบเรียนทา่ นผ้ใู หญ่
สง่ ของทีริบตาขนุ ไกร                            เข้าไว้ในคลงั ดงั บาญชี 
   ครันรุ่งกระจา่ งสว่างแล้ว                      จะกลา่ วถงึ พลายแก้วกบั ทองประศรี
นางจะพาลกู ไปกาญจน์บรุ ี                       ก็รีบรีลงจากต้นไม้พลนั
มือกระเดียดกระบงุ แล้วจงู ลกู                   จติ ผกู เกรงภยั ให้นกึ พรัน
เดนิ เลียบชายละเมาะเสาะสําคญั                ด้นดนั ลดั ป่ าพนาลี
เห็นลกู มะละกอสมอไข ่                          ตกดาษกลาดไปอย่กู บั ที
พลายแก้วเหน็ แล้วก็ยินดี                        ชีบอกทองประศรีไปทนั ใด
โนน่ แนแ่ มเ่ อย๋ ลกู ไม้ป่ า                           แมไ่ ปเก็บเอามาเถิดข้าไหว้
ลกู อยากนกั จกั กินให้สินใบ                      แมก่ ็เก็บสง่ ให้มิได้ช้า

24

ครันถงึ หนองนําหยดุ อาศยั                        คอ่ ยสบายคลายใจขนึ หนกั หนา
เอาข้าวเยน็ ทีเหลือเมือคาํ มา                     คดใสห่ อ่ ผ้าให้ลกู กิน
พลายแก้วบแิ ล้วเอาข้าวเคยี ว                    แห้ งเหนียวพ้ นใจร้ องไห้ ดนิ
แกงอยไู่ หนแมข่ าขอทาลนิ                        ข้าวติดคอตาปลินไมก่ ินแล้ว
ทองประศรีฟังวา่ นําตาไหล                       จะเอาแกงทีไหนพอ่ พลายแก้ว
วงิ หนีเขามาตาบ้องแบว                            แวว่ แวว่ เหมือนจะเหลือแตเ่ นือปลา
พลายแก้ววา่ ข้าวเย็นกบั ปลาแห้ง                เรียวแรงมนั จะมีฤๅแมข่ า
ไมไ่ ด้แกงก็แบง่ แตป่ ลาร้า                         ละลายนําให้ข้าจงไวไว
ทองประศรีกอดลกู เข้าโศกา                      แมม่ ิรู้จะเอามาแตไ่ หนได้
ลกู เอย๋ ตกลําบากยากไร้                           จนใจสนิ คิดของมารดา
วา่ แล้วก็พากนั คลาไคล                            ตามทางหวา่ งไม้ไพรพฤกษา
เหน็ ลกู ร้อนแดดนนั แผดกล้า                      เอาผ้าคลมุ หวั ให้ลกู ชาย
พลายแก้วเดนิ หลงั รังเอวแม ่                       ห้อแห้หน้านวิ หิวกระหาย
ร้อนเท้าเจ้าเดนิ เหยียบกรวดทราย                 เจ้าพลายเหนือยออ่ นวอนมารดา
แมข่ าสดุ ปัญญาของลกู นี                          เหลือทีจะล้าเลือยเหนือยหนกั หนา
คอแห้งคร่องแคร่งแขง็ ใจมา                      แมเ่ ดนิ ช้าช้าอยา่ ให้เร็ว
ลกู ก้าวยาวนกั ก็จกั ล้ม                              เจ็บระบมตีนแตกจนแหลกเหลว
แผน่ ดนิ ร้อนเหลือใจดงั ไฟเปลว                  แมก่ ็อ้มุ ใสส่ ะเอวตอ่ งแตง่ มา
เหนือยนกั ยกั ให้ขนึ ขีหลงั                          เอากระบงุ ถือบงั ไปข้างหน้า
ครันเมือยเข้าก็เอาขนึ บนบา่                        มือหนงึ จบั ขาลกู ยาไว้
เท้านางพพุ องคอ่ ยยอ่ งเดนิ                        ครันเมินสะดดุ เหเซไถล
ลกู พลดั จากบา่ ผวาไป                             ล้มกลงิ อยใู่ นพนาลี
เจ้าพลายลกุ ขนึ ยงั มนึ หน้า                        ร้องวา่ ลกู แทบจะเป็นผี
เจ็บขดั แข้งขาข้าสนิ ที                              ทีนีแมข่ าอยา่ อ้มุ เลย
แมล่ กู ไปถงึ บ้านกาญจน์บรุ ี                       ทองประศรีบอกลกู วา่ พอ่ เอย๋
ในเมืองนีมีคนทีค้นุ เคย                            แล้วเดนิ เลยไตถ่ ามเนือความไป
ด้วยผวั เคยบอกเลา่ แตเ่ กา่ ก่อน                  วา่ ญาตมิ ีทีดอนเขาชนไก่

25

ครันไปพบพวกพ้องของขนุ ไกร                เขาก็ทําเรือนให้มิได้ช้า

นางคอ่ ยทํามาหากิน                                เงินทองทรัพย์สนิ คอ่ ยเก็บหา

ชว่ ยคนบา่ วไพร่ทําไร่นา                           ซือทีทางช้างม้าแลววั ควาย

มีคนนบั หน้าถือตา                                   ทรัพย์สนิ ได้มาด้วยค้าขาย

คอ่ ยตงั ตวั ทํากินเป็นถินสบาย                     อยกู่ บั ลกู ชายมาหลายปี  

   ทีนีจะกลา่ วถงึ นายจนั ศร                       กล้าหาญมาแตก่ ่อนดงั ราชสีห์

อาจองคงกระพนั ชาตรี                            เคหาอยทู่ ีบ้านโป่ งแดง

เพือนชํานิชํานาญในการปล้น                    รุกร้นโหฉ่ าวเกรียวกราวแยง่

เทียวตีเรือเหนือใต้ได้พอแรง                    คบพวกเมืองกําแพงไว้ พร้ อมกนั

ตงั กระพอกจอกจานซานกินเหล้า               อ้ายขโมยครันเมาก็จ้าละหวนั

ฟันแทงกนั เลน่ ไมเ่ ว้นวนั                           ด้วยอยยู่ งคงกระพนั ไมพ่ รันพรึง

ประจปุ ื นลกู ใสไ่ ฟจดุ ชดุ                            ยิงกนั อตุ ลดุ อยผู่ างผงึ

ถกู ใครไมเ่ ข้าเปลา่ ทกุ ตงึ                           ตา่ งกําเริบอือองึ คะนงึ ไป 

   ครานนั จนั ศรผ้ใู จกล้า                           วา่ อ้ายชาวเราหวากคู ิดได้

วนั นีจะไปตขี นุ ศรีวิไชย                              ทีบ้านรัวใหญ่ในสพุ รรณ

มนั เป็นพอ่ ของอ้ายขนุ ช้าง                        เมียมนั ชือนางเทพทองนนั

มงั มีมากมายเป็นหลายพนั                         ไปชว่ ยกนั ขนมาสกั ห้าลํา

เขาวา่ บา่ วมากครันมนั เศรษฐี                     แตพ่ วกเราเท่านีเหน็ พอปลํา

พวกไพร่ยนิ ยอมลงพร้อมคํา                     ตา่ งแตง่ ตวั กํายําไมย่ อ่ ท้อ

บ้างถือหอกดาบปื นคาบหนิ                        เขนงดนิ เต้าชนวนทวนฮอ่

เอาช้างมาเหวยเฮ้ยอยา่ รอ                        อ้ายบา่ วฉวยได้ขอเกียวมารับ

นายจนั ศรขนึ ช้างวางห้อยโหน                    เพือนเอาปลายหอกโยนเข้าตําฉบั

ตาํ ก้นรนสง่ ขนึ สปั คบั                                ไสช้างหยบั หยบั แล้ววางมา 

   ครันมาถึงชายไพรใกล้สพุ รรณ                ปลงช้างรวมกนั อยใู่ นป่ า

นายจนั ศรปลกู ศาลขนึ เพียงตา                    เอาผ้าขาวลาดดาดเพดาน

ตา่ งคนเอาประเจียดแลมงคล                      หอกดาบของตนขนึ บนศาล

เหล้าข้าวบตั รพลีพลีการ                            คาวหวานธูปเทียนสวา่ งตา

26

ทงั กระแจะจณุ จนั ทน์นํามนั หอม                   พวกขโมยห้อมล้อมอยพู่ ร้อมหน้า
นายจนั ศรตงั นโมขนึ วนั ทา                         ชมุ นมุ เทวดาทงั แปดทิศ
พระอิศวรพระนารายณ์แลพระพรหม           โคดมโยคฤี ๅษีสิทธ์
ครูบาอาจารย์ชํานาญฤทธิ                          พระจนั ทร์พระอาทิตย์เรืองฤทธี
อีกทงั วริ ุฬหกวิรูปักษ์                                  กเุ วรยกั ษ์ธตรฐทิศทงั สี
เทวดาเดนิ ทางนางธรณี                             ท้าวกรุงพาลีขอทําการ
โอมทรงมหาทรงทกุ แหลง่ หล้า                    ปลกุ ขนายเขียวงาทีบนศาล
เมฆมืดหมอกคล้มุ กล้มุ ดินดาน                   โอมอ่านอาพดั ซงึ สรุ า
เสกแล้วให้กินคนละที                               ใจวบั หฉู ีเนือหนงั หนา
ฤทธิเหล้าแลน่ ขยบั จบั สายตา                       ตา่ งตกแตง่ กายาไว้ครบตวั
เสือผ้าอาวธุ ประจําตน                                ผ้าประเจียดมงคลเอาคาดหวั
ล้วนหยกั รังจงั กาดนู ่ากลวั                            จนั ศรไมช่ วั นําหน้ามา
อ้ายขโมยเดนิ แซงทงั สองข้าง                      เร่งทนายขบั ช้างเร็วเร็วหวา
ถึงบ้านรัวใหญ่ในมิช้า                                เอาขวานหมจู ผู่ า่ ประตตู งึ
ขาดยบั ทบั พงั ดงั เสียงโครม                         โหเ่ ร้าเข้าโถมตีเรือนผงึ
อ้ายเสือเอาวาปาปื นปึง                                  องึ คะนงึ ชาวบ้านสะท้านกลวั
เสียงดงั เกรียวกราวฉาวฉ่า                          ตเี ร้าเข้ามาเป็นหวั หวั
ชาวบ้านตา่ งตืนยงั มนึ มวั                              จบั ตวั ให้ได้คบไฟโพลง 
   ครานนั ขนุ ศรีวิไชย                                   ตืนขนึ ตกใจโดดเรือนโหยง
เทพทองขนุ ช้างยงั โก้งโค้ง                           ผวั ผ้าโล้งโต้งโดดเรือนไป
อ้ายขโมยรุกไลไ่ ขว่คว้า                              ตซี ้ายป่ ายขวาตะพดั ไล่
พงุ่ ซําตําแทงแกวง่ คบไฟ                            ตีฝาเคาะไม้อยอู่ งึ คะนงึ
ไลจ่ บั ผ้คู นอลหมา่ น                                   เสียงปื นสะท้านสะเทือนผงึ
ชาวบ้านตนื แตกแหกรัวองึ                            ตกร้านเรือนตงึ ไมส่ มประดี
บ้างก็วงิ เสือกสนไปลนลาน                          อ้มุ ลกู จงู หลานแล้ววงิ หนี
แบกล้งุ ถงุ ยา่ มไปตามมี                               อพยพหลบลีอยพู่ นั พวั
ยาวลาวโดดผลงุ หวั ทลงุ ซนิ                          ตดิ ดนิ มือคว้าเทียวหาผวั

27

ยายเตา่ วงิ วนอยกู่ ้นรัว                                 ร้องโอยเจ้าขรัวกลวั เจ้าคณุ
ยายมอญล้มผลงุ กระบงุ กลิง                         อยุ ยา่ ยตายจริงตละก่นุ
ชายหญิงวงิ วอ่ นไปตามบญุ                           หลงั ไหลเ่ ปื อนฝ่ นุ ผลนุ วิงโทง
อ้ายเจ๊กก๊วยพวยขนึ ปี นตลิง                         ทงิ กางเกงปะเลงวิงไปโล้งโต้ง
พลดั ตกลงนําดําโก้งโค้ง                            เสือกตะโพงเตม็ หอบเข้าลอบปลา
หลงร้องโลเลวา่ ตะเข้ฉวย                            มะจิไบไซบวยซวยไอ๊ยา่
อ้ายตาฟางวางเซอ่ เง่องงมา                         เอาคอผา่ เข้าไปในงา่ มยอ
สําคญั วา่ ขโมยเอาขาหนีบ                           ตีนถีบไปมาตาปอหลอ
ลกู ยอหลน่ ถกู หลงั นงั วอนง้อ                        พอ่ อยา่ ถองลกู นกั สะบกั จม
อีแขนฉิงวงิ โดนอ้ายโจรป่ า                          ฉวยข้อมือฉดุ คร่าวา่ ตาส้ม
อ้ายขโมยวา่ เอ๊ะปะเตะล้ม                           ลกุ ขนึ ซานซมวิงงมไป
พวกโจรสบั สนอย่กู ลน่ เกลือน                      ตีฝาเคาะเรือนทบุ โอง่ ไห
โหฉ่ าวกราวเกรียวเทียวค้นไป                      ครันจบั ได้แมล่ กู ให้ผกู คอ
เทพทองร้องขอชีวิตฉนั                               ขนุ ช้างกลวั ตวั สนั ตาปอหลอ
ยนั กอู ีเฒา่ เอาให้พอ                                  เทพทองร้องขอแตโ่ ทษตวั
พวกขโมยจงู มาทีกลางบ้าน                         อ้ายหวั ล้านนีฤๅคือเจ้าผวั
เทพทองร้องวา่ นีลกู ตวั                                ผวั กลวั เขาทงิ วิงหนีไป
อ้ายขโมยเอาไฟเข้าลนก้น                         มงึ จะทนฤๅจะบอกออกความให้
เงินทองข้าวของไว้ทีใด                          มดั แขนแอน่ ไพลอ่ ยา่ ปิดกู
เทพทองร้องวา่ ข้าจนใจ                              ขโมยเอาดนิ ใสร่ ะเบดิ หู
ขนุ ช้างกราบกรานวานเอน็ ด ู                         ขอโทษแมต่ จู งงดไว้
เงินทองของดีมีห้าพนั                                  อยทู่ ีในกําปันจะบอกให้
อ้ายขโมยโหม่ ีมนั ดีใจ                                 ผา่ กําปันใบใหญ่ขนออกมา
ทรัพย์มากเอาไปไมไ่ ด้สิน                            เหลือทงิ เทดินเสียหนกั หนา
จนั ศรวา่ พวกเราเอาตวั มา                             ให้ผ้หู ญิงมนั วา่ ปรบไกไ่ ป
จนั ศรขนึ นงั ยงั ก้นครก                                 บา่ วเต้นหยกหยกอยขู่ วกั ไขว่
ทีบางคนยืนมองสอ่ งคบไฟ                           ร้ องชะฉ่าฮาไฮ้ มโนพรวด

28

เฮ้ยอีแมล่ กู ลกุ ขนึ รํา                                   นงิ อยกู่ จู ะตาํ ให้กบหนวด
มิเชือกลู องดเู ลน่ สกั รวด                               เอาด้ามหอกออกหวดมงึ รําไป
เจ้าขนุ ช้างกบั นางเทพทอง                            วา่ ไมม่ ีปี กลองรําไมไ่ ด้
อ้ายขโมยทงั กองร้องฮ้าไฮ้                           บ้างปากไลเ่ ป็นปี ตีตอ๋ ยแต
ขนุ ช้างกบั นางเทพทองรํา                             โจง๋ จะกะโจง๋ ครําทําแยงแย่
อ้ายขโมยวา่ ลกู ยกั ถกู แท้                             ตีอีแมย่ งั เลวเอวแข็งไป
เทพทองกลวั นกั ยกั สีมมุ                             โจง๋ จะกะโจง๋ ครุ่มหาหยดุ ไม่
ตะตงิ เหนง่ ตงิ โหนง่ กะโพงใส ่                         ยกั ไหลไ่ พลก่ ้นวนตามโทน
นมยานโยนปัดตนุ ดั ตเุ หนง่                             ซดั แขนโก้งเก้งเหมือนเพลงโขน
ขนุ ช้างไมน่ ิงตละลงิ ทโมน                             โลดโผนกลอกกลบั ขนึ จบั ลอย 
   ครานนั ขนุ ศรีวิไชย                                 คมุ ชาวบ้านได้ไมค่ ิดถอย
พร้อมกนั นงั กองสกั สองร้อย                          ตา่ งคอยสกดั ตดั ทางดู
บ้างก็ถือปื นแลหน้าไม้                                  แกวง่ ไฟเตรียมชดุ จดุ ดินหู
ทวนหลาวดาบหอกออกพรังพรู                       ยืนซุม่ กล้มุ อยเู่ ป็นหมไู่ ป 
   ครานนั ฝ่ ายว่านายจนั ศร                         ใจคอแนน่ อนเป็นนายใหญ่
เสร็จแล้วร้องตะโกนเรียกโจรไพร                    จบั หาบไวไวจะไคลคลา
บา่ วไพร่ได้หาบมาพร้อมกนั                             นายจนั ศรนนั เพือนออกหน้า
เจ้าทรัพย์แมล่ กู ผกู คอมา                               ให้ร้องเจ้าข้าใครอยา่ ตาม
ทา่ นจะฆา่ ข้าพเจ้าให้บรรลยั                               พวกโจรแซงไปเป็นสามงา่ ม
ยิงปื นสําทบั อยวู่ บั วาม                                   ตมู ตามโหล่ นั สนนั ไป
ขนุ ศรีวไิ ชยกบั ชาวบ้าน                                   กกั ดา่ นเห็นโจรเข้ามาใกล้
โหร่ ้องครันครืนยงิ ปื นไฟ                               กระโชกไลพ่ วกโจรวิงโผนมา
แมล่ กู ขนุ ช้างพลดั จากจงุ                                ขโมยทงิ หาบผลงุ ยนั ส้หู วา
กระโชกไลช่ าวบ้านทะยานคว้า                       ฉาดฉบั รับราเข้าฟันกนั
เสียงกริงโกร่งกร่างปื นผางผงึ                           เอะอะองึ คะนงึ เป็นจ้าละหวนั
แทงเปลา่ ไมเ่ ข้าเหลา่ ขโมยนนั                         มนั ยิงโกรธโลดถลนั ไลฟ่ ันมา
ชาวบ้านล้มตายลงก่ายกอง                           บ้างเจ็บปวดเลือดนองร้องเหวยหวา

29

ขนุ ศรีวิไชยไลฟ่ ันฝ่ า                                     พบจนั ศรวิงร่าเข้ารบกนั
ถือหอกกลอกกลบั ทงั สองข้าง                       ยกเท้าก้าวยา่ งดงั กงั หนั
ทว่ งทีหนีไลพ่ ลั วนั                                       รบรุกบกุ บนั ประจญั บาน
จนหอกตอ่ หอกออกเป็นประกาย                    ทงั สองนายฤทธาตา่ งกล้าหาญ
เรียวแรงแทงปะทะระราน                             ทนทานหกั โหมเข้าโรมรัน
สนิ ทา่ คว้าชดิ เข้าบิดหอก                              กลบั กลอกกมุ จบั ขยบั หนั
เลน่ จนสดุ ฤทธิเข้าชดิ กนั                                กอดคอพลั วนั ล้มกลิงไป
พวกอ้ายขโมยพร้อมล้อมจบั ตวั                      เอาดาบสบั หวั หาเข้าไม่
ผกู คอแทงผงึ ตงึ ตงึ ไป                                 ดงั วา่ แทงขอนไม้ไมเ่ ข้ามนั
เอาดาบฟันผา่ ลงบา่ ฉบั                                 เยินยบั หกั ร้นไปจนกนั
ขโมยวา่ อ้ายนีมนั ดีครัน                               หอกดาบหกั สะบนั ยบั เยินไป
จงึ มดั ตนี คดุ ค้ดู งั หมปู ิง                                ทงั แทงทงั ยิงหาเข้าไม่
อ้ายขโมยอิดหนาระอาใจ                            นีจะทําอยา่ งไรพอได้คดิ
จงึ เอาหลาวตาํ รูทวารไป                              ขนุ ศรีวิไชยก็ดบั จติ
ตายอยกู่ ลางป่ าหลบั ตามดิ                            อ้ายขโมยทําฤทธิยิงปื นไฟ
พากนั โหร่ ้องไปก้องป่ า                               ข้าวของตกก็บา่ หาเก็บไม่
ชาวบ้านครันคร้ามไมต่ ามไป                        เทียวซกุ ซอ่ นนอนไพรด้วยความกล้ว 
   ครันเวลารุ่งสวา่ งนางเทพทอง               ชวนพวกพ้องเข้าป่ าหาผีผวั
แมล่ กู งกงนั ตวั สนั รัว                                   เทียวค้นคว้าหาทวั ทงั ชายไพร
มาประสบพบผีตอี กผลงุ                               นมยานฟัดพงุ รําร้องไห้
โอ้พอ่ เพือนยากจากเมียไป                          มาทงิ ลกู เมียไว้ให้เอกา
กรรมจริงสิงใดให้ตายโหง                             กลงิ อยโู่ ล้งโต้งทีกลางป่ า
ชาตกิ ่อนเห็นพอ่ จะเสียบปลา                         ชาตนิ ีเขาจงึ ฆา่ เสียบพอ่ ไว้
ดสู มเพชเวทนาหนกั หนานกั                         ชว่ ยกนั ชกั หลาวผลดุ หลดุ ออกได้
ขนุ ช้างกอดศพซบรําไร                             กลงิ เกลือกเสือกไปไห้โศกา
โอ้วา่ เจ้าประคณุ ผ้เู พือนยาก                        ตายจากลกู ไปไมเ่ ห็นหน้า
พอ่ ทงิ ลกู ไว้ให้กําพร้า                                ควรฤๅโจรป่ ามนั ฆา่ ตาย 

30

   ทีนีจะกลา่ วถงึ บา่ วข้า                             วิงกรูกนั มาเป็นมากหลาย

ร้องไห้รักวนุ่ ถึงมลุ นาย                              ฟมู ฟายนําตาอยอู่ งึ คะนงึ

เสียงหวีดหวาดเหวยหวายทีชายป่ า               บ้างบน่ บ้าตีอกอยผู่ งึ ผงึ

สนิ บญุ มลุ นายร้องไห้องึ                             ทีพงึ สนิ แล้วรําพนั ไป

ครันวา่ คอ่ ยคลายวายโศกา                        หามศพเข้ามาหาช้าไม่

ฝังไว้ป่ าช้าแล้วคลาไคล                            กลบั เข้าไพรตรวจตราหาทรัพย์พลนั

แตบ่ รรดาข้าวของขโมยทงิ                         ตกกลงิ กลางป่ าพนาสณั ฑ์

เก็บมาได้จบครบครัน                               ก็ชวนกนั ขนกลบั ไปฉบั ไว  

   จะกลา่ วกลอนถงึ พนั ศรโยธา                  เพือนไปค้าละว้ามาเป็ นไข้

ศรีประจนั รักษาระอาใจ                            แตค่ ลายคลายแล้วก็ให้ป่ วยหนกั มา

ด้วยปิ ศาจมนั เข้าประจําตวั                         ให้อยากหมเู นือววั อวั พลา่

ยดั คาํ โตโตโม้เตม็ ประดา                          แลบลนิ ปลินตาเจียนบรรลยั

นางศรีประจนั ตกใจจ้าน                            ไปนิมนตส์ มภารหาทนั ไม่

พนั ศรโยธาก็สินใจ                                  บา่ วข้าร้องไห้อยอู่ งึ คะนงึ

นางพิมตกใจร้ องไห้ จ้ า                             มือเชด็ นําตาวงิ มาถึง

ศรีประจนั ล้มคะมําลงตาํ ตงึ                        ตีอกผางผงึ ทนู หวั เมีย

พอ่ ไมค่ ดิ ถงึ ออพิมพลิ าไลย                     ชา่ งสลดั ตดั ใจทิงไปเสีย

สงสารลกู น้อยละห้อยละเหีย                    พอ่ มาทงิ ลกู เมียให้เอกา

แตก่ ่อนร่อนชะไรไปร้อยทศิ                      พอ่ ยงั ครองชีวิตมาเห็นหน้า

ครังนีชะลา่ ใจให้มรณา                            ตงั แตจ่ ะลบั ตาไปทกุ วนั

นางพมิ พลิ าไลยร้องไห้งอ                       เข้ากอดศพพอ่ แล้วโศกศลั ย์

พอ่ เอย๋ เคยเหน็ อยทู่ กุ วนั                          ถึงเจบ็ ไข้เชน่ นนั ก็ยงั ดี

พอได้ฝนหยกู ยาหาให้กิน                        มาตายศนู ย์สินไปเมืองผี

ลกู มิได้ปฏิบตั พิ ดั วี                                 คําวนั นีลกู รักจกั เหน็ ใคร

เหย้าเรือนจะเย็นเป็นป่ าช้า                        หม้อยาจะราแล้วพอ่ ข้าไหว้

ฟกู ผ้าเสือสาดกลาดเตม็ ไป                     จะปไู ว้ให้ใครเล่าพอ่ อา

ฝ่ ายวา่ วงศาคณาญาต ิ                            ตกใจหวีดหวาดร้ องเหวยหวา

31

พากนั รําไรอยไู่ ปมา                              ครันคลายโศกาก็พร้ อมกนั
อาบนําศพแล้วทาขมิน                           ผ้าขาวห้มุ สนิ ตราสงั มนั
เข้าไม้ไว้ในเรือนใหญ่นนั                         คําสวดทกุ วนั หลายคืนมา 
   อยมู่ าศรีประจนั เทพทอง                     ทงั สองตรองตรึกแล้วปรึกษา
ผวั เราสิมวั ยมรณา                                ครันจะนงิ ไว้ช้าก็ไมด่ ี
จําจะแตง่ การศพเสียให้ได้                     อยา่ ให้ลําบากแก่ซากผี
คดิ พร้อมใจกนั ในทนั ที                          นิมนตส์ มีขรัวส้มทา่ นสมภาร
จงึ ให้แตง่ การศพทีวดั เขา                       ชา่ งเชาฉลฉุ ลกั จกั สาน
บ้างก็ทําตาชะแลงแผงเพดาน                 ปลกู เมรุผกู มา่ นไว้เบอื งบน
ชา่ งระทาดอกไม้ไฟพะเนียง                   แตง่ แมค่ รัวเลียงไมข่ ดั สน
พลปุ ระทดั จดั สรรจงั หนั กล                     จดุ บนทงิ นําดาํ ผดุ ไป
แบบโรงทําด้วยทององั กฤษ                   ตดิ ลวดหนวดโตดอกไม้ไหว
เป็นกนกรกเรียวเกียวกนั ไป               กระจกขาวเขียวใสไ่ ว้แวววาม
ทีหน้าบนั ปันภาพอร่ามตา                       พระอนิ ทราขีคชเศียรสาม
รัดเกล้าเหมทองผอ่ งเพรางาม                 กระจงั ตามบวั แย้มแกมกนั ไป
ครันเสร็จก็ชกั ทงั สองศพ                       เวียนประจบแล้วตงั ในเมรุใหญ่
ปี กลองครําเคร่งโหมง่ เหมง่ ไป                 คําจดุ ดอกไม้ไฟพะเนียง
ประทดั พลผุ ลตุ งึ อยผู่ งึ ผาง                     จงั หนั กรวดวางครางสง่ เสียง
โป้ งปี บตบั ราวปิวป๊ าวเปรียง                     จอหนงั ตงั เรียงเลน่ ครืนไป
ครันแสงทองสอ่ งฟ้ าเพลาสวา่ ง                พระสงฆ์ลงสําสร้างไมช่ ้าได้
มีโขนหนุ่ ชกั อยขู่ วกั ไขว ่                         เลียงพระถวายไตรไทยทาน
ครันครบสามวนั ก็ปลงศพ                       ญาตกิ ามาครบอลหมา่ น
ฉลองธาตถุ วายกระจาดทา่ นสมภาร          แล้วเลิกกลบั เข้าบ้านในทนั ที  

ตอนท ี ๓ พลายแก้วบวชเณร เมือบดิ าบรรลยั แมพ่ าหนี
จะกลา่ วถึงพลายแก้วแววไว      กบั นางทองประศรีผ้มู ารดา

ไปอาศยั อยใู่ นกาญจน์บรุ ี                     

32

อยมู่ าจนเจ้าเจริญวยั                             อายนุ นั ได้ถงึ สบิ ห้า
ไมว่ ายคดิ ถึงพอ่ ทีมรณา                       แตน่ กึ นึกตรึกตรามากวา่ ปี
อยากจะเป็นทหารชาญชยั                     ให้เหมือนพอ่ ขนุ ไกรทีเป็ นผี
จงึ อ้อนวอนมารดาได้ปรานี                    ลกู นีจะใคร่รู้วชิ าการ
พระสงฆ์องค์ใดวชิ าด ี                            แมจ่ งพาลกู นีไปฝากทา่ น
ให้เป็นอปุ ัชฌาย์อาจารย์                        อธิษฐานบวชลกู เป็นเณรไว้ 
ได้ฟังลกู วา่ หาขดั ไม่
ครานนั ทองประศรีผ้มู ารดา       ทา่ นขรัววดั ส้มใหญ่แลดีครัน
อนั สมภารทีชํานาญในทางใน                  แมจ่ ะพาไปฝากขรัวบญุ นนั
เจ้าคดิ นีดีแล้วแก้วแม่อา                        ให้เหมือนกนั สืบตอ่ พอ่ ขนุ ไกร
จะได้รู้การณรงค์คงกระพนั                    ชวนกนั เร็วหวาอยา่ ช้าได้
วา่ แล้วจงึ สงั พวกบา่ วข้า                         เอ็งจงไปเทียวหาผ้าเนือดี
กจู ะบวชลกู ชายสายสดุ ใจ                      หาทงั ยา่ มบาตรมาตามที
ทําจีวรสบงสไบลาด                              อ้ายถีอีลา่ มาชว่ ยกู
ลงมือพร้อมกนั ในวนั นี                           หมากพลใู บตองทีมีอยู่
ฝ่ ายพวกข้าไทไปหาของ                        ปอกหมากพนั พลทู งั ฟันเทียน
บ้างก็มาเย็บกรวยชว่ ยกนั ด ู                     เย็บลงฝี เข็มเป็นเล็มเลียน
เอาผ้าขาวมาวดั ตดั สบง                          เยบ็ ทบั จบั เนียนเป็นเนือเดียว
ตดั จีวรสไบตะไกรเจียน                         รังดมุ หไู หมใสเ่ ย็บเสียว
องั สะนนั แพรหนงั ไกน่ มุ่                           เอกิ เกริกกราวเกรียวด้วยศรัทธา
มานงั พร้อมล้อมทวั ตวั เป็นเกลียว              โขลกสนิ แล้วไปเอามาอีกหวา
บางคนออกมาหาขมิน                           ย้อมผ้าซีดอยดู่ ไู มด่ ี
ออแมเ่ อย๋ ไมเ่ คยฤๅไรนา                     พ้นทกุ ข์แล้วหนอหวั ร่อรี
เอานําส้มพรมแก้แลเห็นสกุ                     แห้งดเี ข้าไตรไว้บนพาน
ชว่ ยกนั ผกู ราวขงึ ผงึ ทนั ที                       หงุ ต้มเร็วรวดอลหมา่ น
ฝ่ ายพวกแม่ครัวทีตวั ยวด                       บ้างซาวข้าวสารใสก่ ระทะ
หน้าดําคลําไหม้ใกล้เชงิ กราน                 ควั ยําทําขนมอยเู่ อะอะ
บ้างต้มบ้างพะแนงบ้างแกงขม               

33

ส้มสกู ลกู ไม้ใสธ่ ารณะ                         ใสก่ ระบะเรียงรายไว้หลายใบ 
ครันสําเร็จเสร็จการทา่ นทองประศรี      เรียกข้าดา่ มีอยไู่ จไ่ จ่
มงึ เอาขนั ใบใหญ่มาใสน่ ํา
อ้ายโมง่ อีมาช้าอยไู่ ย                        เมือวานกใู สไ่ ว้ในถํา
ขมินดนิ สอพองเอาไว้ไหน                    ชําระนํารํารดหมดเหงือไคล
แกอาบนําลกู ยาทาขมินตํา                     หวีหวั ผดั หน้าให้ผ่องใส
ครันอาบนําพลายแก้วแล้วแตง่ ตวั            เสือครุยสวมใสอ่ ไุ รกรอง
นงุ่ ผ้ายกจีบเป็นกลีบใบ                        คาดเขม็ ขดั ถกั สายเป็นลายสอง
ลําพอกดอกไม้ไหวสะบดั                      ให้ถือซองธูปเทียนบษุ บนั
แหวนเพชรเมด็ อร่ามงามเรืองรอง           ให้แบกลกู เดนิ ไปเอาร่มกนั
จงึ เรียกนายดําทีลําใหญ่                       บา่ วข้าจ้าละหวนั แบกของมา
ทองประศรีมารดามาด้วยกนั                   เอาข้าวของตงั ไว้ศาลาหน้า
ครันวา่ มาถงึ วดั ส้มใหญ่                        ไปกราบไหว้วนั ทาทา่ นสมภาร
แมพ่ าพลายแก้วผ้แู ววตา                     ชว่ ยเสกสวดสอนให้เป็นแก่นสาร
ทา่ นเจ้าขาฉนั พาลกู มาบวช                   จะได้อธิษฐานให้สว่ นบญุ
ด้วยขนุ ไกรบิดามาถึงกาล                    เจ้าจะได้รําเรียนเสียแตร่ ุ่น
อีกทงั วิชาการอา่ นเขียน                       ทอดใจใหญ่ครุ่นแล้วว่ามา
ฝ่ ายทา่ นอาจารย์สมภารบญุ                 อ้ายลกู ชายพลายแก้วเหมือนหนกั หนา
อนิจจาขนุ ไกรบรรลยั แล้ว                    จะเลียงลกู ให้สีกาอยา่ ระคาง
รูปอาลยั ให้คดิ ถึงบดิ า                         เอ็งนิมนตพ์ ระสงฆ์ลงไปลา่ ง
แล้วหนั หน้ามาสงั แก่เณรคง                  โกนหวั เจ้าพลายพลางแล้วพามา
ปเู สือสาดอาสนะกะทีทาง                    พระสงฆ์ลงไปอยพู่ ร้อมหน้า
ครันแล้วลงมาศาลาใหญ่                      ขรัวบญุ ให้บรรพชาเป็ นเณรพลนั
พลายแก้วอ้มุ ไตรไปวนั ทา                    เร่งแมค่ รัวมีอยตู่ วั สนั
บวชเสร็จจงึ นางทองประศรี                   ยกขนั ข้าวบาตรมาทนั ที
บาตรพระสะพรังตงั เรียงกนั                     เสร็จถวายพรพระประเคนมี
ชว่ ยกนั ตกั บาตรธารณะ                       เณรแก้วทองประศรีกรวดนําพลนั  
ฉนั แล้วก็ยถาสพั พี                            

34

ครานนั จงึ โฉมเจ้าเณรแก้ว         บวชแล้วรําเรียนด้วยเพียรหมนั
ปัญญาไววอ่ งคลอ่ งแคลว่ ครัน              เรียนสงิ ใดได้นนั ไมช่ ้าที
จนอาจารย์ขยาดฉลาดเฉลียว              เถรเณรออกเกรียวอยทู่ ีนี
จะเปรียบเณรแก้วได้นนั ไมม่ ี                บวชยงั ไมถ่ งึ ปี ก็เจนใจ
หนงั สือสนิ กระแสทงั แปลอรรถ             จนสมภารเจ้าวดั ไมบ่ อกได้
ลบู หลงั ลบู หน้าแล้ววา่ ไป                     สนิ ไส้กแู ล้วเณรแก้วอา
ยงั แตส่ มดุ ตํารับใหญ่                         พืนแตห่ วั ใจพระคาถา
กจู ดั แจงซอ่ งสมุ แตห่ นมุ่ มา                 หวงไว้จนชราไมใ่ ห้ใคร
ความรู้นอกนีไมม่ ีแล้ว                       กรู ักเณรแก้วจะยกให้
อยคู่ งปล้นสะดมมีถมไป                    เลียงโหงพรายใช้ได้ทกุ ตา
เณรแก้วได้ตาํ รับของทา่ นขรัว             คดิ ถงึ ตวั อยากเรียนให้ยิงกว่า
วนั หนงึ จงึ เข้าไปวนั ทา                       จะขอลาไปสพุ รรณบรุ ี
ไปสืบหาวชิ าเรียนตอ่ ไป                    ทา่ นสมภารชอบใจหวั เราะรี
ทา่ นวดั ป่ าเลไลยนนั ขยนั ด ี               กบั สีกาทองประศรีรู้จกั กนั
เณรแก้วจงึ ลามาหาแม ่                      ทองประศรีวิงแร่มารับขวญั
พอ่ เอย๋ มาไยทําไมนนั                        แมข่ าขรัวทา่ นให้ลกู มา
รําเรียนจบแล้วทา่ นบอกให้                 วา่ วดั ป่ าเลไลยดีหนกั หนา
วา่ รู้จกั มานานกบั มารดา                 แมจ่ งพาลกู นีไปฝากไว้ 
จริงแล้วเณรหนาแมน่ ึกได้
ทองประศรีดีใจหวั เราะร่า                ทางในทา่ นดมี ีสององค์
อนั ทีเมืองสพุ รรณนนั ไซร้                     ทงั ขรัวทีวดั แคแมเ่ คยสง่
วดั ป่ าเลไลยทา่ นสมภารมี                จะพาลงไปฝากยากอะไร
กบั ขนุ ไกรรักใคร่กนั มนั คง                 เอ็งไปเรียกช้างมาอยา่ ช้าได้
วา่ พลางนางสงั ซงึ บา่ วข้า                   อ้ายพลายกางผกู ไว้ให้พอ่ เณร
ให้เขาผกู พงั บกู่ จู ะไป                        ทงั ข้าวกบั รีบหาขะมกั เขม้น
ข้าวของจดั ใสใ่ นสปั คบั                      ให้อ้ายเสนกบั ตาพมุ่ แกคมุ ไป
ให้พอเพียงเลียงเจ้าทงั เช้าเพล           พากนั ออกจากบ้านเขาชนไก่
ครันตระเตรียมสําเร็จเสร็จการ           

35

ตดั ทงุ่ มงุ่ ตรงเข้าพงไพร                    สามวนั ทนั ใดถงึ สพุ รรณ
จงึ แวะเข้าวดั ป่ าเลไลย                   ตรงไปยงั กฎุ ีขรัวมีนนั
ทองประศรีกราบกรานสมภารพลนั       ดฉี นั มไิ ด้มาหาคณุ เลย
ขรัวมีดใี จหวั ร่อร่า                         ไมเ่ ห็นหน้าหลายปี สีกาเหวย
เณรนีลกู ใครไม่ค้นุ เคย                     ทองประศรีวา่ คณุ เอย๋ ลกู ฉนั เอง
แตเ่ พียงขนุ ไกรแกวอดวาย               ดฉี นั นีเป็ นหม้ายอยเู่ ท้งเต้ง
บวชลกู จะให้เรียนเป็นบทเพลง           ก็โก้งเก้งอยไู่ กลไมไ่ ด้การ         
จะเอามาฝากไว้ให้ขรัวป่  ู                   โปรดบอกความรู้เอน็ ดหู ลาน
ถ้าไมเ่ รียนรําทําเกียจคร้าน                ทรมานทําโทษโปรดตีโบย
สมภารจงึ วา่ อยา่ ร้อนใจ                     ไมฟ่ ังสอนเลียงได้หรือยายโหวย
แตท่ วา่ ข้าก็ไมใ่ คร่ทําโพย                  จะสงั สอนให้โดยปัญญามนั
ถ้าเดก็ ดีเดก็ ก็มีแตค่ นชม                   ชวั แล้วเขาก็ถมผ้ใู หญ่นนั
เพือนก็เป็นเชือผ้ดู ีมีเผา่ พนั ธ์ุ                   จะผา่ เหลา่ เสียนนั เหน็ ผิดไป
ทองประศรีฟังขรัวหวั เราะร่า               พอ่ เณรจําไว้หนาเอาใจใส่
ฝากลกู แล้วก็ลาคลาไคล                  กลบั ถงึ เขาชนไก่ก็ขนึ เรือน 
ปัญญาคลอ่ งแคลว่ ใครจะเหมือน
ครานนั จงึ โฉมเจ้าเณรแก้ว              หดั เทศน์สามเดือนก็ขนึ ใจ
หมนั หมกั ภกั ดีมใิ ห้เตือน                    ถ้อยคาํ มนั เหมาะไมเ่ ปรียบได้
มหาชาตธิ รรมวตั รสารพดั เพราะ           เทศน์ทีไหนคนชมนยิ มฟัง
ส้งุ เสียงเป็นเสนห่ ์ดงั เรไร                   ชาวบ้ านร้ านตลาดเจียนจะคลงั
จะขนึ ชือลือชาวา่ เปรืองปราด              เข้าไปนงั พดู จ้อขอเนือความ
เถรเณรอดเพลไปคอยฟัง                 เขียนอา่ นทอ่ งได้แล้วไตถ่ าม
เจ้าอตุ สา่ ห์ศกึ ษาวิชาการ                   สรู ย์จนั ทร์ฤกษ์ยามก็รอบรู้
ตาํ รับใหญ่พชิ ยั สงคราม                   ภาพยนตผ์ กู ใช้ให้ตอ่ ส้ ู
อยยู่ งคงกระพนั ลอ่ งหน                     ผกู จิตหญิงอยไู่ มเ่ คลือนคลาย
รักทงั เรียนเสกเป่ าเป็นเจ้าช้ ู                เรืองเจ้าช้รู ู้แล้วต้องมนั หมาย
ทา่ นขรัวหวั ร่อวา่ ออแก้ว                     สาวแก่แมม่ า่ ยเอาเถิดวา
เมียของข้าเจ้าอยา่ ได้ทําร้าย              

36

กจู ะให้วชิ าสารพดั                             ให้ชะงดั เวทมนตร์พระคาถา
ทว่ งทีเอ็งจะดีดงั จนิ ดา                        แล้วคายชานหมากมาให้เณรกิน
เณรแก้วรับแล้วกินชานหมาก               ขรัวตอ่ ยด้วยสากแทบหวั บนิ
ไมแ่ ตกไมบ่ บุ ดงั ทบุ หิน                      ทา่ นขรัวหวั เราะดนิ คาก ๆ ไป
เจ้าเณรหมนั ปรนนิบตั พิ ดั วี                   ทา่ นขรัวก็ยงิ มีความรักใคร่
แตฝ่ ึกสอนทดลองจนว่องไว                มีนําใจกําเริบทกุ วนั มา 
   จะกลา่ วถงึ ขนุ ช้างเมือรุ่นหนมุ่            หวั เหมือนนกตะกรุมล้านหนกั หนา
เคราคางขนอกรกกายา                      หน้าตาดงั ลิงคา่ งทีกลางไพร
ไปสนิทตดิ พนั เจ้าแก่นแก้ว                  ลกู ตาหมืนแผ้วบ้านรัวใหญ่
สขู่ อพอ่ แมก่ ็ปลงใจ                           ขนุ ช้างจงึ ได้เป็นภรรยา
มาอยกู่ บั เรือนเป็นเพือนนอน                ร่วมเรียงเคยี งหมอนได้ปี กวา่
ล้มเจบ็ จบั ไข้หลายเวลา                       แล้วกลายมาเป็นบดิ ริดสีดวง
ผอมแห้งหน้าแขง็ จนเป็นเกล็ด               อยากเป็ดอยากไกน่ นั ใหญ่หลวง
ของแสลงมนั แกล้งให้ตากลวง              ขนุ ช้างเศร้าเหงาง่วงเป็ นทกุ ข์ร้อน
เห็นเมียเจ็บไข้ใจคอหาย                      วนุ่ วายให้ไปหาตาหมอดอ่ น
เงินใสพ่ านตงั ข้างทีนอน                       บนบานวานวอนให้วางยา
หมอวา่ โรคตดั อตั สิ าร                          ป่ วยการพทิ กั ษ์รักษา
เมือไข้หนกั เกือบจกั มรณา                    แตแ่ รกสิมิหาข้ามาดู
วา่ แล้วก็ลามาจากบ้าน                         ขนุ ช้างสงสารเศร้าโศกอยู่
ร้อนรุ่มกล้มุ ใจดงั ไฟว ู                          เป็นไมร่ ู้ทีจะคดิ ประการใด
อยมู่ าแก่นแก้วก็ดบั จิต                        สินชีวติ ขนุ ช้างนงั ร้องไห้
ปลงศพเผาผีองึ มีไป                            ทําบญุ สง่ ให้เนืองเนืองมา 
   ทีนีจะกลา่ วเรืองเมืองสพุ รรณ             ยามสงกรานต์คนนนั ก็พร้อมหน้า
จะทําบญุ ให้ทานการศรัทธา                  ตา่ งมาทีวดั ป่ าเลไลย
หญิงชายน้อยใหญ่ไปแออดั                  ขนทรายเข้าวดั อยขู่ วกั ไขว่
ก่อพระเจดยี ์ทรายเรียรายไป                 จะเลียงพระกะไว้ในพรุ่งนี
นมิ นตส์ งฆ์สวดมนตร์เวลาบา่ ย                 ตา่ งฉลองพระทรายอยอู่ งึ มี

37

แล้วกลบั บ้านเตรียมการเลียงเจ้าชี           ปิงจีสารพดั จดั แจงไว้

ทํานํายาแกงขมต้มแกง                         ผา่ ฟักจกั แฟงพะแนงไก่

บ้างทําห่อหมกปกปิ ดไว้                         ต้มไขผ่ ดั ปลาแห้งทงั แกงบวน

บ้างก็ทําว้นุ ชาสาค ู                                   ข้าวเหนียวหน้าหมไู ว้ถีถ้วน

หน้าเตียงเรียงเลด็ ข้าวเมา่ กวน                ของสวนส้มสกู ทงั ลกู ไม้

มะปรางลางสาดลกู หวายหว้า                   ส้มโอส้มซา่ ทงั กล้วยไข่

ทกุ บ้านอลหมา่ นกนั ทวั ไป                      จนดกึ ดืนหลบั ใหลไปฉบั พลนั

ครันรุ่งแจ้งแสงทองส่องฟ้ า                     ตา่ งตกแตง่ กายาขมีขมนั

หนมุ่ สาวเฒา่ แก่มาแจจนั                         พร้อมกนั ทีวดั ป่ าเลไลย  

   ฝ่ ายวา่ นางพิมกบั มารดา                      พาบา่ วไพร่ออกมาหาช้าไม่

ข้าวปลาธารณะจดั หาไป                         ธูปเทียนดอกไม้ใสพ่ านมา

ถงึ วดั นงั ลงตรงพระทราย                        แล้วถวายนมสั การถ้วนหน้า

หญิงชายเตม็ ไปในวดั วา                        ปเู สือสาดคอยท่าพระสงฆ์ไว้

ฝ่ ายพระสงฆ์หม่ ดองครองผ้า                  เสร็จแล้วลงมาศาลาใหญ่

เถรเณรนงั จดั ถดั กนั ไป                          สปั ปรุ ุษกราบไหว้ด้วยยินดี

ตา่ งถวายเภสชั จดั พานเรียง                     หม่ ผ้าสไบเฉียงอยตู่ ามที

อาราธนาศีลขนึ ทนั ที                             สมภารมีก็ให้ศลี ไปพลนั

แล้วถวายพรพระตงั นโม                         พวกสีกาหาโออย่ตู วั สนั

จดั ของใสส่ ํารับลงฉบั พลนั                       ตงั ถวายเป็นหลนั กนั ลงมา

ลกู ศษิ ย์เถรเณรประเคนบาตร                  องั คาสข้าวของไว้ตรงหน้า

ชว่ ยเหลือคอยสํารวจตรวจตรา                 นํายาพร่องต้องตกั เอาเตมิ ไป 

   ฝ่ ายวา่ นางพิมมีศรัทธา                       กล้วยขนมส้มซา่ ใสถ่ าดใหญ่

หยิบขนั ข้าวบาตรเดนิ นาดไป                   ใสแ่ ตห่ วั โตง่ ลงมาพลนั

ครันวา่ มาถึงเจ้าเณรแก้ว                         แลแล้วเรรวนนกึ หวนหนั

เจ้าเณรนีทีเหมือนรู้จกั กนั                         นางก็ตกั จนั หนั ทพั พีโต

หมผู ดั ปลาแห้งทงั แกงไก่                        ไขพ่ อกซีกใหญ่ใส่อกั โข

ไส้กรอกปลาแห้งแตงโม                         แกงโถหนงึ ใสใ่ ห้พอแรง

38

เณรแก้วก้มหน้าไมท่ นั รู้                          เหน็ ของมากเงยดกู ็ตาแขง
ปะหน้าสีกาพิมยมิ ตะแคง                        สีกานีมแิ กล้งข้าฤๅไร
ตกั บาตรเหลือล้นจนโอสิน                      จะร้ ูทีเปิ บกินกระไรได้
หวานเคม็ ก็เตม็ สํารับไป                          สว่ นทีของชอบใจมิให้เรา
นางพมิ ยมิ ไปลไ่ ฮ้เจ้าเณร                        ข้าคดิ วา่ หลวงเถนเหน็ โอเปลา่
เขาใสใ่ ห้อกั โขพาโลเอา                         จะให้เขาเสียศรัทธาขืนว่าไป
เณรใจบกึ บกึ นกึ เป็นครู่                           เหมือนเคยเลน่ กบั กกู จู ําได้
ชือวา่ สีกาพมิ พลิ าไลย                            สาวขนึ สวยกระไรเพียงบาดตา
ครันพระสงฆ์ฉนั เสร็จสําเร็จพลนั                   ทา่ นสมภารมีนนั ก็ยถา
อนั ดบั รับสพั พีโมทนา                             สปั ปรุ ุษสีกาก็กรวดนํา
ตา่ งคนยนิ ดปี รีดา                                  เสร็จแล้วกลบั มาอยคู่ ลาคลํา
เสียงแซซ่ ้องบ้างร้องเป็นลํานํา                 บ้างฟ้ อนรําฉลองทานสําราญครัน 
   อยมู่ าปี ระกาสปั ตศก                           ทายกในเมืองสพุ รรณนนั
ถึงเดือนสิบจวนสารทยงั ขาดวนั                  คดิ กนั จะมีเทศน์ด้วยศรัทธา
พระมหาชาตทิ งั สบิ สามกณั ฑ์                     วดั ป่ าเลไลยนนั วนั พระหน้า
ตาปะขาวเฒา่ แก่แซก่ นั มา                        พร้อมกนั นงั ปรึกษาทีวดั นนั
บ้างก็รับทศพรหมิ พานต์ บ้างก็รับเอาทานกณั ฑ์นนั
ทีลกู ดกรับชชู กกณั ฑ์กลางวนั                   ให้ยายศรีประจนั กณั ฑ์มทั รี
มหาราชพนั ชาติกณั ฑ์กลางคืน                  ฟังพระหวั เราะครึกครืนกนั อึงมี    
ฉ้อกษัตริย์สงดั เงียบเชียบดี                      ตาหมืนศรีคนแกแ่ กรับไป
นางวนั รับกณั ฑ์จลุ พน                             เณรอ้นดีถนดั หดั ขนึ ใหม่
เทศน์กณั ฑ์มหาพนชีต้นใจ                       ตาไทก็รับไปทนั ที
วนั ประเวศน์นนั ทา่ นวดั แค                           เป็นกณั ฑ์ของตาแพกบั ยายคลี
เออกณั ฑ์หนงึ ใหญ่ให้ใครด ี                      ยากทีสปั ปรุ ุษจะรับไป
ออเออจริงแล้วกณั ฑ์กมุ าร                       ให้เจ้าขรัวหวั ล้านบ้านรัวใหญ่
นายบญุ ค้นุ กนั ไปไวไว                            ถึงขนุ ช้างยืนให้ใบฎีกา
จะมีพระมหาชาตสิ ิบสามกณั ฑ์                  วดั ป่ าเลไลยนนั วนั พระหน้า

39

ตามแตใ่ จหมอ่ มจะศรัทธา                        พอ่ ขาทําบญุ บ้างเป็นไร

นางพิมศรีประจนั กณั ฑ์มทั รี                      กมุ ารยงั หามีใครรับไม่

ขนุ ช้างหวั ร่ออ่อชอบใจ                            ทีกณั ฑ์ใหญ่ใหญ่เรายนิ ดี

จะคดิ อะไรกบั สนิ ยงั                                ถึงสินสกั ห้าชงั ยงั ไมห่ นี

เกิดชาตใิ หมก่ ็จะได้ไปมงั มี                        ทําบญุ อยา่ งนีเราเตม็ ใจ

นายบญุ ยนิ ดีรีกลบั มา                             เผดยี งพระเอาฎีกาไปสง่ ให้

ครบทงั สิบสามกณั ฑ์เป็นหลนั ไป               ชาวบ้านน้อยใหญ่ก็เตรียมการ 

   ครานนั เจ้าจอมหมอ่ มขนุ ช้าง                 นําใจกว้างขวางให้ฟ้ งุ ซา่ น

เดก็ เอ๋ยหาไม้อยา่ ได้นาน                        จกั สานกระจาดนนั เตรียมไว้

เอาเงินตราไปหาซือสงั เคด็                       บริขารเบด็ เสร็จทงั น้อยใหญ่

หาซือผ้าเนือดีมาทําไตร                         ทีผ้หู ญิงนนั ไปหาเครืองกณั ฑ์

ข้าวแป้ งระแนงตาํ ทําเป็นผง                     มกุ กลมขนมกงเร่งจดั สรร

สงิ หนงึ อยา่ ให้น้อยตงั ร้อยอนั                    อยา่ กลวั เปลืองนํามนั ไปซือมา

ส้มสกู ลกู ไม้ใสข่ องสวน                          ให้ถีถ้วนถกู แพงก็ไมว่ า่

อยา่ ทําใจทมิฬเขานินทา                         เขานบั หน้าวา่ กเู ป็นผ้ดู  ี

   ครานนั ฝ่ ายนางศรีประจนั                      เรียกข้าดา่ ลนั อย่อู งึ มี

แมพ่ ิมชว่ ยแมบ่ ้างมาข้างนี                       เข้ามานีชว่ ยกนั ทนั เวลา

บา่ วไพร่ทําขนมประสมปัน                       ชบุ แป้ งทอดนํามนั อยฉู่ ่าฉ่า

เฮ้ยไฟร้อนนกั ชกั ฟื นรา                          อีคงควกั ตกั มาวา่ เกรียมดี

วางไว้ตามชะมดแลกงเกียน                     ฟันเทียนเรียงไว้อยา่ ให้บี

ขนมกรุบขนมกรอบเห็นชอบที             คลกุ นําตาลพริบพรีใสท่ ีไว้

ข้าวเมา่ กวนแป้ งนวลชบุ ทอด                   เอาไม้แยงแทงหลอดใสย่ อดไข่

มะพร้ าวนําตาลหวานไส้ ใน                      สกุ แทงขนึ ไว้อ้ายลกู โคน

บ้างควกั แป้ งแบง่ ปันชว่ ยกนั หวา                ฝงู ข้าองึ มีดงั มีโขน

ศรีประจนั เร่งของร้องตะโกน                    คอ่ ยสง่ มาอยา่ โยนจะยบั ไป 

   ครานนั เจ้ากณั ฑ์ทศพร                       ลกุ ขนึ ตนื นอนแตก่ ่อนไก่

ขนของเครืองกณั ฑ์สนนั ไป                     ถึงวดั ป่ าเลไลยได้อรุณ

40

เครืองกณั ฑ์ตงั พานในการเปรียญ             จดุ ธูปเทียนไหว้พระอยกู่ รุ่นกรุ่น

ชีต้นให้ศลี บอกสว่ นบญุ                           แล้ววา่ จณุ ณียบทบาลีไป

ทศพรหมิ พานต์ทานกณั ฑ์                       จบพลนั กณั ฑ์หลงั ขนึ ตงั ใหม่

ถึงกณั ฑ์มหาพนชีต้นใจ                          จบแล้วเธอก็ไปกฎุ ีพลนั  

   จะกลา่ วถึงขนุ ช้างเพือนตนื สาย              วนุ่ วายล้างหน้าจ้าละหวนั

อีเดก็ เอย๋ เจ้าขามาพร้อมกนั                        เออหมากประจํากณั ฑ์กลู ืมไป

กเู ป็นพอ่ หม้ายมาหลายปี                            ของนีไมม่ ีใครทําได้

รูปสตั ว์มะละกอกทู ้อใจ                           มีใครอยบู่ ้างเป็ นชา่ งแกะ

ถ้าบ้านเรานีไมม่ ีใคร                               ชา่ งอยทู่ ีไหนไปแคน่ แคะ

นางเมืองบอกพลนั วา่ อีฉนั แหละ                 พอเลม็ และคอ่ ยคลําจะทําไป

มะละกอซือมาตะกร้าจีน                          เอาหยกั หนั ควนั สนิ หาช้าไม่

เมด็ ยอชอ่ ตงั ขนึ บงั ใบ                             รายเรียงเคียงใสไ่ ว้เบอื งบน

แกะเป็ นหลวงชีขีตาเถน                           แกะเจ้าเณรเคียงคนั ไว้ชนั ต้น

แกะแร้งกินผีดพู ิกล                                เอาดอกรักปักปนกบั ดาวเรือง

ขนุ ช้างชอบใจให้รางวลั                            จดั สรรตอบแทนแหวนทองเหลือง

ราคาไมม่ ากมายก็หลายเฟื อง                   นางเมืองรับไปใสน่ ิวมือ

ครันแล้วจงึ สงั กบั ข้าไท                           เอง็ ยกเครืองกณั ฑ์ไปให้องึ อือ

แหนแหแ่ ซถ่ นนให้คนลือ                        ประจํากณั ฑ์นนั ถือไปให้ดี

ถ้ามงึ ทําหายตกหลน่                               กจู ะถองกําด้นให้กลงิ คี

อ้ายบา่ วแบกเครืองกณั ฑ์ไปทนั ที              โหม่ ีไปวดั ป่ าเลไลย

แตบ่ รรดาเครืองกณั ฑ์ทีเอามา                    วางเรียงไว้หน้าศาลาใหญ่

ผ้คู นอดั แอเซง็ แซไ่ ป                             ใครใครก็มาดอู ยมู่ ากมี 

   ครานนั นางพมิ พลาไลย                      เรียกหาข้าไทให้มานี

ทําหมากประจํากณั ฑ์ให้ฉนั ที                    หมากพลสู ําลีไปหามา

บ้างเอามะละกอมาผา่ จกั                          ชว่ ยกนั แกะสลกั เป็นหนกั หนา

แล้วย้อมสีสดงามอร่ามตา                        ประดบั ประดาเป็นทีศีขรินทร์

แกะเป็นราชสีห์สิงห์อดั                             เหยียบหยดั ยืนอยดู่ เู ฉิดฉิน

41

แกะเป็นเทพนมพรหมนิ ทร์                     พระอินทร์ถือแก้วแล้วเหาะมา
แกะรูปนารายณ์ทรงสบุ รรณ                     ผาดผนั เผน่ ผยองลอ่ งเวหา
ยกไปให้เขาโมทนา                               ฝงู ข้าก็รับไปทนั ที
ครันถึงศาลามาตงั ไว้                              สปั ปรุ ุษสดุ ใจไปดมู ี
เออเขาทําหมดจดงดงามดี                        ไมเ่ สียทีทีลําบากพากเพียร
รูปสตั ว์หยดั ยอ่ งตละเป็น                          ดเู ดน่ เห็นสะอาดดงั วาดเขียน
เขาชา่ งแกะสลกั จกั เจียน                         ทงั การเปรียญตา่ งชมขรมไป 
   ครานนั ขนุ ช้างจวนเวลา                       สงั ข้าตกั นําใสข่ นั ใหญ่
พวกบา่ วหาบนําตามกนั ไป                        เตมิ ใสเ่ ตม็ ขนั ในทนั ที
เจ้าขนุ ช้างอาบนําสําราญใจ                      ข้าไทเข้ากล้มุ รุมกนั สี
เอาขมินถตู วั ให้ทวั ดี                               ขีไคไหลรีสีออกมา
ผวิ หนงั ยงั เขียวเหมือนผกั ตบ                    นีจวนจบมหาพนแล้วสิหวา่
เข้าห้องดินสอพองละลายทา                    ประทวั กายาจนพงุ ลาย
ควกั เอามหุ นา่ ยขนึ ป้ ายปี ก                       ฉีกผมปกกบาลให้ล้านหาย
ยงั โลง่ เลียนเตยี นกลางอยา่ งแปลงควาย     หวั กฉู ิบหายน่าอายใจ
นงุ่ ยกลายกนกเหมหงส์                      เหมือนผ้าทรงใครใครหามีไม่
เกียวสา่ นปักทองกรองดอกไม้                  ผ้าเชด็ เหงือไคใสช่ มพู
ครังนีจะแตง่ ไปให้ยิงยวด                        จะไปอวดนางพมิ ให้ยมิ อยู่
นวิ ก้อยใสร่ ังแตนแหวนง ู                         นวิ ชีเชดิ ชนู นั แหวนเพชร
นวิ นางแหวนประดบั ทบั ทิม                      เอ๊ ะทีนีนางพิมปิ มสําเร็จ
แหวนเครืองของบดิ ายอดห้าเม็ด              ชาวสพุ รรณมนั เข็ดวา่ มงั มี
เดนิ ยอ่ งไปสอ่ งกระจกใหญ่                     ทดุ หวั จญั ไรเหมือนลอ่ งคี
ถึงหวั ชวั แตต่ วั เป็นผ้ดู  ี                             อ้ายเดก็ มานีเอาเสือไป
มงึ ไปอยดู่ ้วยกสู กั สิบคน                         แตพ่ อตามก้นอยา่ ไปไหน
คนโทถาดหมากเครืองนากใน                  มงึ ถือไปอ้ายจีดอยา่ กรีดกราย
ขนุ ช้างยา่ งลงจากเคหา                       เดนิ ย้ายสา่ ยมาหน้าแหงนหงาย
เหน็ ใครดกู ็พยกั ทกั ทาย                         เหมือนควายขวดิ เฝื อเหงือท่วมมา

42

ครันวา่ มาถงึ การเปรียญใหญ่                    สปั ปรุ ุษสดุ ใจอยพู่ ร้อมหน้า
เขาหลีกทางขนุ ช้างก็เข้ามา                     บา่ วปเู สือคล้านงั เพโท
เพือนฝงู เหน็ เข้าก็มาหา                          ทกั ทายพดู จาวา่ กนั โอ้
ทีบางคนพดู มากปากโว                          วา่ พทุ โธ่เหงือไหลกระไรนี
ขนุ ช้างเคอื งขดั สะบดั หน้า                       ไมพ่ อทีจะมาวา่ จ้จู ี
เมนิ หน้าเสียพลนั ทนั ที                              เรียกหมอนมือชีอยเู่ ว้โว้
สงั บา่ วไพร่ให้กองของเครืองกณั ฑ์            เผือกมนั ของเรานนั อกั โข
อ้อยขาวอ้อยแดงแตงโม                         ส้มโอมะดกู ลกู มะไฟ
ชะมดกงเกียนข้าวเหนียวแดง                   หินฝนทองครองแครงแตงลกู ใหญ่
นอกศาลาข้าวของทีกองไว้                     จดั ให้เป็นลําดบั อยา่ ซบั ซ้อน
ยกเข้ามาข้างในไตรกบั บาตร                   เสือสาดฟกู เมาะเบาะหมอน
พานหมากประจํากณั ฑ์นนั อยา่ ซ่อน           ยกไปก่อนตงั หน้าพานผ้าไตร
แล้วจดุ ธปู เทียนขนึ บชู า                          ชีต้นเทศนาหาช้าไม่
พวกทายกสปั ปรุ ุษสดุ ใจ                         ก็จดุ เทียนปักดอกไม้ไหว้บชู า 
   ครานนั นางพิมพลิ าไลย                       วา่ จวนกณั ฑ์เราไปเถิดแมข่ า
แล้วก็ลกุ ไปพลนั มิทนั ช้า                         อาบนําผลดั ผ้าด้วยฉบั พลนั
จงึ เอาขมนิ มารินทา                                ลบู ทวั กายาขมีขมนั
ทาแป้ งแตง่ ไรใสน่ ํามนั                            ผดั หน้าเฉิดฉนั ดงั นวลแตง
เอาชีสีฟันเป็นมนั ขลบั                             กระจกสอ่ งเงาวบั ดจู บั แสง
นงุ่ ยกลายกนกพืนแดง                      ก้านแยง่ ทองระยบั จบั ตาพราย
ชนั ในหม่ สไบชมพนู มิ                             สีทบั ทิมทบั นอกดเู ฉิดฉาย
ริวทองกรองดอกพรรณราย                     ชายเหน็ เป็นทีเจริญใจ
ใสแ่ หวนเพชรประดบั ทบั ทมิ พลอย             สอดก้อยแหวนงดู ลู ินไหว
อีเดก็ เอย๋ หีบหมากเครืองนากใน                ขนั ถมยาเอาไปอยา่ ได้ช้า
ข้าไททาแป้ งแตง่ ตวั                                หวีหวั ใสน่ ํามนั กนั หน้า
สําเร็จเสร็จพลนั ทนั เวลา                          ก็ออกมาหน้าเรือนในทนั ที
ศรีประจนั ครันแลเหน็ ลกู สาว                     กนู ีหวั หงอกขาวมนั พ้นที

43

จะตกแตง่ ตวั ไปทําไมมี                           คว้าผ้ายกตานีหม่ ดอกคํา

ลกู สาวหวั เราะร่าวา่ แมเ่ อย๋                        ชา่ งไมอ่ ายเขาเลยเห็นผิดสํา

ศรีประจนั ครันมองร้องกรรมกรรม              ผลดั ผ้าตารางดําหม่ ขาวม้า

แมเ่ ดนิ นําทางนางพิมตาม                        ดเู หมือนหนงึ นางห้ามงามหนกั หนา

บา่ วไพร่ตามกนั เป็นหลนั มา                      พวกข้าก็แบกเครืองกณั ฑ์ไป

ครันวา่ มาถงึ การเปรียญ                           ธูปเทียนกระจ่างสวา่ งไสว

ปเู สือนงั พลนั ในทนั ใด                             แมล่ กู กราบไหว้ด้วยยินดี

ครันพระสงฆ์เทศน์จบกณั ฑ์กมุ าร              เจ้าขรัวหวั ล้านก็เร็วรี

ประเคนเครืองกณั ฑ์ในทนั ที                    ปี พาทย์ก็ตีเป็ นเพลงไป 

   ครานนั นางพมิ ศรีประจนั                       ให้บา่ วยกเครืองกณั ฑ์หาช้าไม่

บาตรยา่ มบริขารพานผ้าไตร                     ส้มสกู ลกู ไม้เป็นหลายพรรณ

ขนมนมเนยก็หลายอยา่ ง                         ยกเข้าไปจดั วางไว้เป็นหลนั

ข้างหน้าตงั หมากประจํากณั ฑ์                   ปี พาทย์ตลี นั ขนึ ทนั ที 

   จะกลา่ วถึงสมภารเรียกเณรแก้ว             ขานแล้วดฉี านหลานอยนู่ ี

กปู ่ วยมาหลายวนั ไมท่ นั ที                        เณรไปเทศน์มทั รีนีแทนกู

เณรแก้วกราบแล้วลกุ ลนลาน                    หยิบมทั รีมาทานอา่ นอยู่

วา่ ทอ่ งตามทํานองของทา่ นครู                  ซ้อมดจู นคลอ่ งวอ่ งไว

ทงั คาถาบาลีจณุ ณียบท                           กําหนดแมน่ ยําจําไว้ได้

แล้วเรียกเณรอ้นพลนั ทนั ใด                     มาแบกคมั ภีร์ไปให้ข้าที

เณรอ้นรับคาํ แล้วอําลา                           มาครองผ้าสไบหนงั ไก่สี

จบจบั รับเอาหอ่ คมั ภีร์                             คอยอยทู่ ีบนั ไดจะไคลคลา 

   ครานนั จงึ โฉมเจ้าเณรแก้ว                    เยน็ แล้วจะไปเทศน์ก็ผลดั ผ้า

หม่ ดองครองแนบกบั กายา                      แล้วไปวนั ทาทา่ นขรัวมี

ลกุ ออกจากห้องของสมภาร                    อธิษฐานแล้วก็เสกขีผงึ สี

ให้เณรอ้นเดนิ นําแบกคมั ภีร์                     มาจากกฎุ ีถงึ ศาลา

นงั ตํามากวา่ สงฆ์สํารวมกาย                  ชม้ายเหน็ เจ้าพิมผ้นู มิ หน้า

พิมน้อยพอชม้อยไปปะตา                      อายหน้าก้มนิงอยใู่ นที

44

เณรพลายจงึ ร่ายละลวยซํา                     ประจําจติ ประสมเนตรวิเศษศรี
กําลงั มนตร์ดลพมิ ให้ยนิ ดี                        ไมข่ าดทีจะแลลอ่ ไปตอ่ ตา
พอสบพกั ตร์เณรพยกั ให้ทนั ใด                 ด้วยนําใจผกู พนั กระสนั หา
เชญิ กระหยบั มานีเถิดสีกา                       ทา่ นสมภารไมม่ าอาพาธไป
จงึ ให้ข้าเจ้ามาเทศนา                            ทา่ นเจ้ากณั ฑ์จะว่าเป็นไฉน
นางพมิ ยิมตอบไปทนั ใด                        ไหนไหนก็เหมือนกนั ไมฉ่ นั ทา
ไมเ่ ลือกเณรเลือกขรัววา่ ชวั ดี                   ตามแตบ่ าลีพระคาถา
พลู พลางยิมเหลือบไปปะตา                   ก็เสือกพานหมากมาให้สายทอง
ก้มกรานตงั พานหมากองั คาส                 ขนึ ธรรมมาสน์จบั จบคมั ภีร์จ้อง
มือจบั หนงั สือถือประคอง                      อา่ นต้องตามบทจณุ ณีย์
จนถงึ แทบทางพระนางคลา                   พบพญาพยคั ฆราชสีห์
นางชะอ้อนวอนขอจรลี                        จนราตรีแจม่ แจ้งด้วยแสงจนั ทร์
ถงึ อาศรมอารมณ์ให้เยือกเย็น                ด้วยไมเ่ ห็นพระลกู ผ้จู อมขวญั
ทรงกนั แสงโศกาจาบลั ย์                       เสดจ็ ดนั ด้นตามพระลกู ยา
สปั ปรุ ุษหญิงชายครันได้ฟัง                    เสียงสาธดุ งั ขนึ พร้อมหน้า
ทกุ คนดลใจให้ศรัทธา                          นางพมิ เปลืองผ้าทบั ทมิ พลนั
จีบจบคํารบถ้วนสามที                           ยนิ ดีวางลงในพานนนั
ถวายแล้วนอบนบอภิวนั ท์                      พิษฐานสําคญั ด้วยศรัทธา
สาธสุ ะเดชะข้าทําทาน                         ให้ พร้ อมยศบริวารไปภายหน้ า
สารพดั มงั มีปรีดา                                วา่ แล้วนงั ฟังด้วยตงั ใจ
   ขนุ ช้างเหน็ นางถวายผ้า                     ชะต้าเขาเป็ นหญิงยงั ทําได้
จะมานงั นงิ ดอู ดสใู จ                             เรามใิ ห้น้อยหน้านินทากนั
จงึ วา่ สาธโุ มทนา                                 ความศรัทธาเลือมใสกระไรนนั
ถงึ ตวั เรามไิ ด้เป็นเจ้ากณั ฑ์                    ก็ศรัทธามากครันในอารมณ์
วา่ แล้วเหลียวหน้ามาดพู ิม                     ยมิ เปลืองผ้ากรองทีครองหม่
จีบจบั พบั ถือมือประนม                         ยกเหนือผมแล้วพิษฐานไป
สาธสุ ะเดชะเมตตาจิต                          ขอให้สมอารมณ์คิดพสิ มยั

45

ให้ได้เร็วพลนั ให้ทนั ใจ                          แตใ่ นคําวนั นีอย่าคลาดคลา
วา่ พลางวางเคยี งผ้านางพิม                    ขอให้ผ้าสีทบั ทมิ อยา่ แคล้วข้า
จงบนั ดาลเคลือนคล้อยให้ลอยมา           แตเ่ วลาคาํ วนั นีอยา่ นานไป 
   นางพิมพิลาไลยครันได้ฟัง                 แค้นคงั อดั อนั ให้มนั ไส้
ทดุ ถ่มนําลายด้วยอายใจ                      สงั ข้าไทให้หยิบเอาพานมา
อีพรมอีบรู่ ู้ใจนาย                                เดนิ กรายเข้าไปหยิบเอาพานผ้า
ข้ามหวั ขนุ ช้างกลางศาลา ขนุ ช้างเพง่ ดตู าด้วยขดั ใจ
สายทองร้องวา่ ฮ้าอีพรม                       ชายผ้าปัดผมทา่ นหาดไู ม่
กิริยาชวั ถ่อยน้อยเมือไร                       ไปเถิดหนอแมพ่ ิมอย่าฟังเลย
นางพมิ ยา่ งเท้าก้าวเดนิ มา                    ชา่ งขายหน้าจริงจริงแมเ่ จ้าเอย๋
ยิงกวา่ ลกู ชาวไร่มนั ไมเ่ คย                     นางดา่ เปรียบเปรยมาบ้านพลนั  
   ครานนั จงึ โฉมเจ้าเณรแก้ว                   สีกาพมิ ไปแล้วให้ป่ วนปัน
ด้วยความรักตรึงจิตคดิ ผกู พนั                  ก็ตดั บนั หนั ข้ามเนือความไป
อา่ นคาถาวา่ ครบพอจบบาท                     ก็จบเทศน์ลงธรรมมาสน์หาช้าไม่
ถงึ กณั ฑ์สกั รบรรพด้วยฉบั ไว แล้วตอ่ ไปจนครบสิบสามกณั ฑ์
ทายกทงั ประสกแลสีกา                        บ้างกรวดนํากรวดทา่ ด้วยจอกขนั
โมทนาชืนชมสมภารครัน                       พอสองยามเสร็จกนั ก็ครรไล 
   ดกึ กําดดั ลมพดั มาออ่ นออ่ น                พระจนั ทรแสงสวา่ งกระจา่ งไข
เงียบสงดั ทงั วดั ป่ าเลไลย                 เจ้าเณรน้อยละห้อยไห้คะนงึ นาง
โอ้พมิ นิมนวลของเณรแก้ว                     เจ้าไปแล้วจะรําลกึ ถงึ พีบ้าง
ฤๅงามปลืมแมจ่ ะลืมนําใจจาง               แตค่ รุ่นครางครวญคดิ จนคอ่ นคืน
ทําไฉนจงึ จะได้นางพิมชม                     ให้เคลือนคลายอารมณ์รําสะอืน
รักนางพา่ งเพียงจะกลํากลืน                   หญิงอืนหมืนแสนไมน่ ําพา
ได้ร่วมหมอนพีจะช้อนขนึ ชมชืน              ทกุ คําคนื มิให้ขาดเสน่หา
ทําไฉนจงึ จะได้สนทนา                         กบั พมิ แก้วแววตาสกั สองคํา
บ้านชอ่ งของน้องซงึ ตําแหน่ง                 ไมร่ ู้แหง่ เหน็ เจ้าเข้าจวนคํา
ได้ชมนางแตเ่ มือกลางสําแดงธรรม          อ้ายขนุ ช้างเจ้ากรรมจลาจล

46

เจ้าเดือดดา่ พาบา่ วเข้าไปบ้าน                 พีพลงุ่ พลา่ นเทศน์พลงั เป็นหลายหน

พอลบั เจ้าพีเฝ้ าเป็นทกุ ข์ทน                    พรุ่งนีเช้าพีจะด้นไปโดยเดา

ถึงจะอยซู่ อกห้วยหบุ เหวผา                    จะเสาะหาไปให้พบตาํ แหนง่ เจ้า

ยิงคะนงึ ถงึ นางไมบ่ างเบา                       ไก่ก็เร้ าเร่งรีบในราตรี

กอดผ้าสีทบั ทิมของพิมน้อง                    จบู ประคองหอมซาบอาบทรวงพี

ยิงรัญจวนหวนหาในราตรี                        จวนจะรุ่งพระสรุ ิย์ศรีขนึ รางราง 

   ครานนั นางพิมนมิ สนทิ                         เกิดนมิ ิตประจกั ษ์ใจเมือใกล้สวา่ ง

วา่ วา่ ยข้ามนําได้ไปกลางทาง                   กบั พีนางสายทองคะนองใจ

ถงึ ฝังหยงั ตนื พอยืนตรง                          สายทองสง่ บวั ทองประคองให้

หอมหอ่ ผ้าหม่ ชมชืนใจ                           แล้วกลบั ข้ามนําได้ดงั จินดา

สนิ ฝันเทา่ นนั ก็ตนื ตวั                               ไมเ่ หน็ บวั ทองหายก็คว้าหา

เสียดายดวงโกสมุ ประทมุ า                         อนจิ จาอกโอ้มาหายไป

จงึ ขยบั จบั ปลกุ สายทองพลนั                     เลา่ ความฝันให้ฟังหาช้าไม่

จะเป็นเหตเุ ภทพานประการใด                   ทํานายให้น้องหนอ่ ยหนงึ เถิดรา 

   สายทองฟังน้องบอกนมิ ิต                     ประจกั ษ์จิตคิดความไมก่ งั ขา

เคยได้สงั เกตไว้แตไ่ รมา                         แก้วตาอย่าประหวนั พรันใจ

ซงึ ฝันวา่ ได้ดอกบวั ชม                            จะได้คสู่ สู่ มพสิ มยั

ชายนีเหน็ ทีไมใ่ กล้ไกล                           คงจะได้โดยพลนั มิทนั ช้า

ซงึ ฝันวา่ พีเดด็ ดอกบวั สง่                           คงจะได้พงึ แมไ่ ปภายหน้า

ถ้ากระไรได้เหมือนดงั จินดา                      แมเ่ มตตาสายทองให้ได้ด ี

   นางพมิ ร้องไฮ้พีสายทอง                       ทํานายน้องอะไรอยา่ งนนั พี

แตอ่ ยดู่ ้วยกนั มาทงั ตาปี                            พีเห็นวีเหน็ แววทีไหนมา

พีสายทองฤๅเห็นน้ องนีร้ อนรน                 เป็นกงั วลบน่ อย่างไรจงึ แกล้งวา่

บวั ทองน้องฝันยงั ตดิ ตา                           ทํานายผวั ตวั ข้าไมเ่ ออออ

ซงึ ฝันวา่ พีเดด็ ดอกบวั สง่                           ถ้าตรงเข้าพีสายทองจะหวั ร่อ

วานทํานายให้น้องต้องใจคอ                     เงินหม้อทองหม้อจะพอใจ 

   ครานนั จงึ โฉมเจ้าขนุ ช้าง                       คะนงึ นางนทิ ราหาหลบั ไม ่

47

พลกิ ควําครําครวญรัญจวนใจ                    โอ้แมพ่ ิมพลิ าไลยของขนุ ช้าง
ฟังเสียงเกลียงกลมเมือเจ้าว่า                    วาจาแจ้วเจือยแจม่ กระจา่ ง
อรชรอ้อนแอ้นบนั เอวบาง                         หมืนนางก็ไมม่ ีเหมือนนางเดียว
เจ้าหม่ สีทบั ทิมริมขลิบทอง                       สอดสองซบั ในสไบเขียว
แขนออ่ นทอ่ นท้ายแมพ่ ริงเพรียว              งามตาเมือเจ้าเหลียวชําเลืองมา
ทําไฉนจะได้แนบสนิทนาง                       ขนุ ช้างจะทนู เหนือเกศา
จะคลงึ เคล้าเฝ้ าเฟ้ นเป็ นอตั รา                    ข้าวปลาจะป้ อนให้หลอ่ นกิน
ยามเดนิ จะเชิญโฉมเจ้าขีช้าง                     ยามนอนจะให้นางหอมประทิน    
อาบนําจะทําสหุ ร่ายริน                             แผน่ ดนิ มิให้ยา่ งระคายกาย
รักเจ้าเทา่ เทียมดวงชีวิต                             กลวั จะเสียแรงคิดไมเ่ หมือนหมาย
ด้วยรูปชวั กลวั เจ้าใจเกลียดกลาย               ถงึ ใจรักก็จกั อายด้วยลายงอน
รือคดิ ขนึ มาจะว่าไย                               ถึงชวั ดกี ็จะไปดทู ีก่อน
ถ้าวา่ งคนจะซนเข้าวา่ วอน                         ถกู ลมเห็นจะออ่ นละมนุ ลง
เปิดม้งุ รุ่งแล้วหรือยงั หนอ                          ออ่ แสงพระจนั ทร์ยงั สงู สง่
ได้ทีพีจะไปเป็นมนั คง                              หาเจ้าเกษสรุ ิยงทรงโสภา 

ตอนท ี ๔ พลายแก้วเป็ นชู้กับนางพมิ

   จะกลา่ วถงึ โฉมเจ้าเณรแก้ว                    พอแสงทองผอ่ งแผ้วพระเวหา

คดิ คะนงึ ถึงพิมนมิ นวลตา                         ล้างหน้าแล้วก็นงุ่ สบงพลนั

หม่ ดองครองคาดราตคด                          พร้อมหมดแบกบาตรแล้วผายผนั

ดทู กุ ตรอกซอกละเมาะเสาะสําคญั              เข้าในเมืองสพุ รรณด้วยทนั ใด

มินานถงึ บ้านทา่ พีเลียง                           เดนิ เมียงชม้ายตาอชั ฌาสยั

เหน็ ม้าตงั อยยู่ งั ไมม่ ีใคร                          ก็หยดุ ยืนสํารวมใจจะดทู ี 

   ครานนั นางพิมนมิ น้อง                        อยใู่ นห้องกบั นางสายทองพี

จดั แจงข้าวปลาทารพี                              ยงั ไมม่ ีพระสงฆ์องคใ์ ดมา

เปิดหน้าตา่ งนางพิมเจ้าแลด ู                     เหน็ เจ้าเณรยืนอยไู่ มเ่ งยหน้า

หม่ ดองครองแนบกบั กายา                       สีกาสาว์จบั เนือดงั นวลจนั ทร์

48

เดชะพระเวทวิทยามนตร์                          เผอญิ ดลใจพิมให้ป่ วนปัน

หม่ ผ้าคว้าขนั ข้าวบาตรพลนั                       กบั สายทองพากนั ก้าวลงมา

เปิดประตอู าดเดนิ นาดกราย                      เณรพลายได้ยินก็เงยหน้า

พิมน้อยชม้อยพอปะตา                           ก็รู้วา่ เณรแก้วผ้แู ววไว

หลบมดิ สะกิดพีสายทอง                           ไฮ้น้องนีไมล่ งไปใสไ่ ด้

เห็นหน้าเณรพลายฉันอายใจ                     สง่ ขนั ข้าวบาตรให้สายทองมา

สายทองย่างยอ่ งขยบั ยมิ                          นางพิมหลบเหลือมเข้าแอบฝา

เณรแก้วประสิทธิวทิ ยา                            เป่ ามหาละลวยลมประสมนาง

บนั ดาลซา่ นเสียวสวาทพิม                       ยืนยมิ ปิมจะแลน่ ลงไปลา่ ง

สายทองประคองขนั ข้าวบาตรพลาง           วางลงยกมือไหว้เจ้าเณรพลาย

เณรแก้วลดบาตรลงจากบา่                       ฉนั บกุ มาบณิ ฑบาตจนพานสาย

ไทยทานบ้านอืนก็เรียงราย                      ไมร่ ักรับรีบหมายจําเพาะมา

เป็นเหตกุ ็เพราะเทศน์เมือวานนี                  เจ้ากณั ฑ์หนีนึกสําคญั วา่ เคืองข้า

จะใคร่แจ้งคดีทีสีกา                                ทงั จะใคร่สนทนาด้วยพีนาง

สายทองยกของใสบ่ าตรเณร                     พ้นเพลแล้วนิมนตม์ าบ้านบ้าง

สงบกงั วลไว้ในใจพลาง                           ใสบ่ าตรแล้วก็ยา่ งขนึ บนั ได

เณรแก้วคลาศแคล้วออกจากรัว                   แฝงตวั จะดพู ิมพิสมยั

นางพิมเยียมหน้าทอดตาไกล                    แลไปนอกรัวเหน็ เณรพลาย

เณรกอดบาตรชิดทําปริศนา                      นางพิมยมิ หลบหน้าเข้ามาหาย

เจ้าเณรเดนิ ตามทางย่างกราย                    ไมว่ า่ งวายแตค่ ะนงึ ถึงพิมน้อย

ยิงไกลบ้านก็ให้พลา่ นให้พลงุ่ จติ                  ยิงคดิ ยงิ หลงเหลียวอยบู่ อ่ ยบอ่ ย

เอะสายสายทองจะปองคอย                      ก็รีบรอยมายงั วดั ป่ าเลไลย

ยกบาตรไปองั คาสพระอาจารย์                   คลานมาเปลืองผ้าหาช้าไม่

ปรนนิบตั มิ ใิ ห้ขดั เคืองใจ                           ฉนั แล้วเข้าในทีนอนครวญ 

   ครานนั นางพมิ พิลาไลย                         กําเริบใจไหวหวนั ให้ปันป่ วน

เห็นสายทองใสบ่ าตรทํานาดนวล                 รีรวนรอช้าอยวู่ า่ ไร

พยกั หน้าสายทองเข้าห้องนอน                   อ้อนวอนกระซบิ ถามความสงสยั

49

ไปใสบ่ าตรช้านานประการใด                     ข้าเหน็ ปากไบไ่ บก่ บั เณรพลาย

สายทองว่าพีพดู อะไรมี                            ไปกินข้าวเสียกบั พีตะวนั สาย

พร้อมกนั ปันฝ้ ายให้สบาย                          ตะวนั บา่ ยพีจะพาไปอาบนํา

ถงึ ข้าวจะให้กินไมย่ นิ ดี                             ไมบ่ อกจะเซ้าซีให้ยงั คาํ

เห็นยืนยมิ พรายพดู กนั หลายคาํ                    แตเ่ พียงนีพียงั อําไมบ่ อกกนั

เมือเปลา่ เปลา่ พีจะเดาไปไหนได้                 ถ้าจริงจะบอกให้ไมเ่ ดียดฉนั ท์

เจ้ากวู า่ แตม่ านีไกลครัน                            แตเ่ ทา่ นนั เจ้ากกู ็กลบั ไป

เถอะแล้วไปเถิดไมบ่ อกข้า                        เบอื งหน้าคงจะรู้หามิดไม่

แล้วลกุ ออกจากห้องด้วยหมองใจ               นางไมก่ ินข้าวด้วยสายทอง

ตา่ งคนกินเสร็จสําเร็จอมิ                           นางพิมฉวยไนเข้าในห้อง

ปันฝ้ ายข้าไทอยกู่ า่ ยกอง                         จนบา่ ยสองโมงแล้วก็เสร็จพลนั

ตา่ งคนตา่ งจดั พดั ด้าย                              สายทองเตือนน้องขมีขมนั

ไปอาบนําให้สบายบา่ ยลงครัน                   นางพิมวา่ ฉนั ไมร่ ักไป

สายทองปลอบวอนชะอ้อนว่า                    ไปตีนทา่ เถิดจะบอกอะไรให้

อยา่ มาหลอกจะบอกฉนั ทําไม                    เตม็ ใจไว้เถิดแตค่ นเดียว

ข้าร้อนนะอยา่ งอนประชดให้                     จะอาบนําก็ไมไ่ ปเฝ้ าโกรธเกรียว

เตม็ ใจอะไรข้าว่าไปเจียว                          เจ้ากเู กียวข้าแล้วฤๅเณรพลาย

ไมไ่ ปนะเจ้าอยา่ เซ้าซี                              ไมพ่ อทีทีจะช้าตะวนั บา่ ย

สายทองจากห้องย่องเยืองกราย                 บา่ วไพร่ทงั หลายก็ตามมา

อีไทอีพรมอีส้มแป้ น                                อีแตนตามสายทองไปตนี ท่า

ลงอาบนําดําเลน่ เป็นโกลา                         เลน่ หาเลน่ ไลก่ นั พลั วนั  

   ครานนั จงึ โฉมเจ้าเณรพลาย                   ตะวนั ชายบา่ ยเยืองพระสรุ ิย์ฉนั

แสนคะนงึ ถึงพิมนมิ นวลจนั ทร์                    ได้สําคญั ไว้จากนางสายทอง

ป่ านนีพมิ พีจะลงทา่                                   จะไปหาให้พบประสบสอง

คดิ แล้วหยิบผ้ามาหม่ ดอง                          ยอ่ งลงบนั ไดไปสพุ รรณ

ถึงบ้านพิมเข้าพลนั มิทนั ช้า                        ตรงลงไปทา่ ทนั ใดนนั

เข้าแอบซมุ่ พมุ่ ไม้ได้สําคญั                        พวกข้าไททงั นนั ไมเ่ ข้าใจ

50


Click to View FlipBook Version