ถ้าไมเ่ กรงพระองคผ์ ้ทู รงธรรม์ จะผลนุ ผลนั กลบั มาเสียช้านาน
เดชะบญุ ของเรานะเจ้าพี มีชยั ได้กลบั มาถึงบ้าน
มารู้ขา่ ววา่ เจ้าไมเ่ บกิ บาน พีรําคาญกล้มุ อรุ ามาแตเ่ ช้า
เมือนงั อยหู่ น้าเรือนเหมือนกบั บ้า เฝ้ าแลมาแลไปไมเ่ หน็ เจ้า
พีมาดหมายตายเป็นก็ทําเนา คงจะเข้ามาหาในราตรี
ต้องรังรอจนพอ่ นนั หลบั ใหล จงึ ดกึ ไปพีพงึ มาถึงนี
ขอเชญิ พมุ่ พวงดวงชีวี ผินหน้ามาทางนีให้พีชม
ครานนั นวลนางศรีมาลา ทํานิงนอนหลบั ตาเอาผ้าหม่
ฟังผวั พดู ปลอบชอบอารมณ์ สมคดิ จิตหวามด้วยความรัก
ลกุ ขนึ นงั เรียงเคียงหน้า หนั มากราบลงทีตรงตกั
นกึ วา่ หมอ่ มล้าเลือยยงั เหนือยนกั เห็นจะพกั เสียกอ่ นไมย่ ้อนมา
ไปทพั มีชยั ได้เมืองลาว สาวสาวเหลา่ เชลยก็หนกั หนา
ได้ยนิ ลือเลิศลอยชือสร้อยฟ้ า มไิ ขวค่ ว้าเข้าบ้างฤๅอย่างไร
ทําไมกบั ลกู สาวชาวพจิ ิตร มนั ไมน่ า่ เชยชดิ พสิ มยั
เหมือนดอกหญ้าเห็นงามเมือยามไร้ แตพ่ อมีดอกไม้ไมต่ ้องการ
นีคงนกึ สมเพชเวทนา จงึ อตุ สา่ ห์บกุ มาจนถงึ บ้าน
พอเห็นหน้าก็จะเบอื เหลือรําคาญ ไมอ่ ยนู่ านหว่ งทพั คงกลบั ไป
ดซู คิ อ่ นวา่ นจิ จาเจ้า มาใสค่ วามเปลา่ เปล่าก็เป็นได้
เป็นสตั ย์จริงหญิงอืนในแดนไตร ทงั ลาวไทยไมเ่ คยไปคบค้า
แตจ่ ากไปใจพีอยทู่ ีน้อง หมน่ หมองเศร้าสร้อยละห้อยหา
ถงึ เหน็ ลาวก็ไมร่ ู้ดหู น้าตา เหน็ แตร่ ูปศรีมาลาประจําใจ
อนั นางสร้อยฟ้ านารี เป็นราชบตุ รีเจ้าเชียงใหม่
เขาถวายพระองคผ์ ้ทู รงชยั กบั ทรามวยั สร้อยทองเป็นสองคน
ตวั พีนีอตุ สา่ ห์รักษาตวั ถ้าครองไตรโกนหวั ก็ชีต้น
เคร่งครัดคําเช้าเฝ้ าสวดมนตร์ แผก่ ศุ ลให้โยมศรีมาลา
ได้แหวนแทนสว่ นบญุ ลงมาให้ บดั นีไซร้ก็ออกพระวษา
โยมจงปลงใจได้เมตตา พีจะลาสกิ ขาคําวนั นี
551
ศรีมาลาสรวลสนั ตไ์ มก่ ลนั ได้ เจ้าพลายคว้าไขวข่ มนั ขมี
ภิรมย์รักสขุ เกษมเปรมปรีด ิ อยยู่ งั ทีเตยี งทองทงั สองรา
ฝ่ ายนางศรีมาลายาใจ เตรียมสํารับตงั ไว้ทีข้างฝา
จงึ ชวนสามีให้ลีลา มาเลียงดโู ภชนาสําราญใจ
กินพลางตา่ งคนสนทนา ศรีมาลายมิ ยอ่ งผ่องใส
เจ้าพลายยวั ยวนกวนรําไป ไมห่ ลบั ใหลผวั เมียเฝ้ าเคลียเคล้า
จนดาวเดือนเลือนลบั เวหาศห้อง แซซ่ ้องจําเรียงเสียงดเุ หวา่
จําจากทรามสงวนด้วยจวนเช้า จะเวียนมาหาเจ้าทกุ คืนไป
พอคมุ ทพั กลบั ถึงอยธุ ยา พีจะรีบกลบั มาหาเจ้าใหม่
พอเสร็จงานการวิวาห์ดงั วา่ ไว้ เป็นมิให้หา่ งหน้าสกั ราตรี
วา่ พลางโลมลบู จบู น้อง แล้วออกมาจากห้องของโฉมศรี
อีเม้ยนําหน้าพาจรลี เร็วรีเดนิ ออกมานอกรัว
รีบรัดลดั มาหน้าวดั จนั ทร์ พอถงึ นนั เช้ามืดขมกุ ขมวั
หลีกเลียงหลบหน้าบิดาตวั ชกั ผ้าคลมุ หวั แล้วหลบั ไป
ขนุ แผนตนื นอนขนึ ตอนเช้า เหน็ เจ้าพลายงามยงั หลบั ใหล
นกึ วา่ เลน่ หมากรุกสนกุ ใจ ไมพ่ ะวงสงสยั ในลกู ยา
ครันคาํ ลงเจ้าพลายก็หายอีก หลบหลีกไปเลน่ พอเหน็ หน้า
พอดกึ ดกึ ไปทีศรีมาลา ขนึ หาสมสวาทไมข่ าดคนื
ถึงคนื หลงั สงั เสียกนั เมียผวั เผลอตวั หลบั ไปไมท่ นั ตนื
จนสางสางเจ้าพลายจงึ ได้ฟื น ลกุ ขนึ ล้างหน้าแล้วคลาไคล
จะกลา่ วถงึ บษุ บาผ้มู ารดร คืนนนั ตนื นอนแตก่ ่อนไก่
หว่ งสํารับคบั ค้อนให้ร้อนใจ ด้วยขนุ แผนจะไปแตร่ ุ่งเช้า
ลกุ ขนึ เปิ ดหน้าตา่ งจะล้างหน้า เจ้าพลายงามเดนิ มาก็เห็นเข้า
เอ๊ะเกิดวิปริตผดิ แล้วเรา ลกู เต้าเหน็ จะทําให้รําคาญ
มาปลกุ ผวั ตวั สนั ทนั เจ้าขา เจ้าพลายงามเข้ามาจนในบ้าน
พงึ ลงจากเรือนไปไมท่ นั นาน จะเกิดการข้างในอยา่ งไรแล้ว
โบราณวา่ หมาขีทีมลู ฝอย ดรู ่องรอยมนั จะถึงซงึ ลกู แก้ว
552
เราผวั เมียเสียทีไมม่ ีแวว อยา่ สอดแคล้วเลยจะคิดประการใด
ครานนั พระพิจติ รบดิ า ได้ฟังภรรยาก็นกึ ได้
ตอบวา่ ข้าก็คิดเหน็ ผิดใจ ดอู ย่างไรอยทู่ ีศรีมาลา
แตค่ รังกองทพั บกยกขนึ ไป เหมือนเจ็บไข้เคืองขนุ่ วนุ่ หนกั หนา
จะไตถ่ ามวา่ กระไรไมเ่ ข้ายา มริ ู้วา่ ลอบลกั ไปรักกนั
วนั เมือกองทพั กลบั มาถงึ ก็อําองึ หลบเชือนเหมือนหวาดหวนั
นีคงถึงเนือตวั เสียพวั พนั หาไมไ่ หนมนั จะขนึ มา
จะไปโกรธโทษลกู ก็ใชท่ ี อ้ายคนนีสําคญั มนั หนกั หนา
รู้ลอ่ งหนจงั งงั บงั กายา สารพดั ทงั เสนห่ ์เสห์กล
ถงึ มีกําแพงเพชรสกั เจ็ดชนั มนั เสกเป่ าเทา่ นนั ก็เปิ ดป่ น
รักใคร่ก็เป่ าเอาด้วยมนตร์ ต้องหลงมนั ทกุ คนไมเ่ ว้นตวั
แตก่ ็ได้สขู่ อเป็ นหอห้อง ถงึ อยา่ งไรก็คงต้องมาเป็นผวั
เพียงแตม่ นั ดว่ นได้ไมเ่ กรงกลวั จะมามวั โกรธไปทําไมมี
ถ้าตอ่ วา่ ตอ่ ขานพานอือฉาว จะรานร้าวถงึ ขนุ แผนไมพ่ อที
เขาก็ยงั ซือตรงคงภกั ด ี เรานีเป็นผ้ใู หญ่อย่าใจเบา
จะขนึ ชือลือเสียงศรีมาลา วา่ คบช้สู หู่ าขายหน้าเขา
เป็นนมยานกลงิ ชกอกของเรา ทําเฉยเลยเถิดเจ้าอยา่ แพร่งพราย
เสร็จปรึกษาหารือกนั เมียผวั ก็แตง่ ตวั จะไปมิให้สาย
ออกมาเรียกหาบา่ วเหลา่ ทนาย แล้วเยืองกรายตรงมาหน้าวดั จนั ทร์
นาวามาทอดจอดคบั คงั กรมการพร้อมพรังอยทู่ ีนนั
กําลงั ลงเรือแพกนั แจจนั จ้าละหวนั วนุ่ ไปในลานวดั
สว่ นเรือประเทียบทองทงั สองลํา พระท้ายนํากํากงลงไปจดั
ขาดเหลือเรียกระเบง็ เร่งรัด เป็นขนดั ในสว่ นกระบวนนาง
เรือพระท้ายนําให้นําหน้า เรือทหารอาสามาสองข้าง
เรือประเทียบให้พายในสายกลาง สว่ นเรือนางสาวใช้ไปข้างท้าย
ตอ่ มาถงึ กระบวนสว่ นแมท่ พั เรือกญั ญามารับก็เฉิดฉาย
พอ่ ลกู ลงประจําลําละนาย พลพายล้วนทหารชํานาญยทุ ธ์
553
แล้วถึงเรือสงิ ของต้องพทั ธยา ถดั มาเรือลาวเป็นทีสดุ
พวกอาสาคมุ มาเป็ นชดุ ชดุ อตุ ลดุ ขบั ต้อนไมผ่ อ่ นปรน
เรือเจ้าเชียงใหมน่ นั ไปหน้า เรือบตุ รภรรยามาตามก้น
แล้วถงึ เรือท้าวพระยาข้าคน เรือพลอาสามาข้างท้าย
ครอบครัวยงั เหลือเรือไมพ่ อ ทงั ช้างม้าววั มอสนิ ทงั หลาย
เครืองศาสตราอาวธุ ก็มากมาย หมายฝากให้หวั เมืองรักษาไว้
ครันบรรทกุ สําเร็จเสร็จสรรพ จะให้ลอ่ งกองทพั กลบั กรุงใต้
ขนุ แผนลกู ยาพากนั ไป กราบไหว้พระพจิ ิตรบษุ บา
ลกู จะขอกราบลาฝ่ าเท้า ลงไปเฝ้ าสมเดจ็ พระพนั วษา
พอเฝ้ าแหนเสร็จสรรพจะกลบั มา ตามสญั ญาวา่ ไว้ให้ทนั การ
พระพจิ ิตรบษุ บานารี ใจดอี วยพรสนุ ทรสาร
ลงไปให้พระองคท์ รงโปรดปราน พระราชทานยศอยา่ งทงั รางวลั
จําเริญจําเริญสขุ ีศรีสวสั ดิ สมบรู ณ์พนู สมบตั ทิ กุ สงิ สรรพ์
ทงั พอ่ ลกู อยเู่ ยน็ เป็นนิรันดร์ อนั ตรายขนุ่ ข้องอยา่ พ้องพาน
เมือไปทําราชการงานแผน่ ดนิ เสร็จสินแล้วจงึ กลบั ขนึ มาบ้าน
มาปรึกษาหารือเรืองการงาน คดิ อา่ นให้สําเร็จเสร็จไป
ครานนั ขนุ แผนแสนสภุ าพ กบั พลายงามก้มกราบทา่ นผ้ใู หญ่
พอ่ ลกู อําลาแล้วคลาไคล ลงในเรือกญั ญาทีหน้าวดั
นายไพร่พร้อมพรังทงั เรือแพ ผ้คู นแซงแซอ่ ยแู่ ออดั
ให้สญั ญายิงปื นขนึ สามนดั ออกเรือเป็ นขนดั ในทนั ใด
เรือกระบวนหน้าหลงั คงั คบั เป็นลําดบั ลอ่ งตามแมน่ ําไหล
ข้ามผา่ นเมืองเนืองเนืองไป จนเข้าเขตกรุงไกรใกล้พารา
พวกชายหญิงวิงพรูดกู องทพั ทงั สองฝังคงั คบั กนั หนกั หนา
องึ อือยกมือขนึ วนั ทา ชมบญุ ญาบารมีพระทรงชยั
วา่ ทรงพระเดชาอานภุ าพ ปราบได้เมืองลาวเจ้าเชียงใหม่
ได้เชลยมาตามออกหลามไป เมืองไหนฤๅจะรอตอ่ บญุ ฤทธิ
เหน็ เรือแมท่ พั มาพากนั ชี พอ่ ลกู คนู่ ีชา่ งศกั ดสิ ทิ ธิ
554
ขนุ แผนเขาเคยดมี ีความคิด เจ้าชีวติ ทา่ นโปรคยกโทษไป
บางคนไมร่ ู้จกั ก็ซกั ถาม เรือเจ้าพลายงามนนั ลําไหน
ทีรู้จกั บอกกนั นนั เป็นไร เรือกญั ญาลําใหญ่พนกั ทอง
ลําหน้าทา่ นตาขนุ แผนพอ่ ลําเจ้าพลายพายตอ่ มาทีสอง
ดแู บบบางร่างน้อยนวลละออง พวกคนตา่ งดมู องจ้องดมู า
ครันเรือคล้อยลอยมาหน้าฉนวน พวกผ้หู ญิงปันป่ วนกนั หนกั หนา
เห็นรูปร่างพลายงามอร่ามตา บ้างชมวา่ เทา่ นีชา่ งมีฤทธิ
บ้างแลเลง็ เพง่ พิศให้ตดิ ใจ ถ้าแม้นได้แล้วจะกอดไว้ให้ติด
ทีบางคนเลน่ เพือนเคยเชือนชดิ มากลบั ใจได้คดิ วา่ ผิดไป
นางคนหนงึ ใสไ่ คล้ใครเห็นบ้าง เจ้าพลายชา่ งเลน่ ตาเอาข้าได้
นีแกล้งทําให้ประวิงฤๅจริงใจ ไมท่ นั ไรกลบั มาจะหาเมีย
บ้างวา่ เชน่ เราเขาไมข่ อ มีแตก่ รอกินเปลา่ ให้เราเสีย
อยา่ ใจเตบิ เกินตวั ไปปัวเปี ย ละห้อยละเหียถึงเขาก็เปลา่ ดาย
ทีตรงลําเรือกญั ญาตาขนุ แผน ชะแง้แหงนดแู ตพ่ วกแม่หม้าย
ทีเป็นสาวทนึ ทกึ นึกละอาย ได้เจ้าพลายฤๅพ่อก็พอใจ
คนผ้ดู หู ลามตามตลิง ทงั ชายหญิงไทยเจ๊กเด็กผ้ใู หญ่
พวกไปทพั กลบั มาเฮฮาไป ถึงกรุงไกรพ้นทกุ ข์สนกุ สบาย
ตอนท ี ๓๒ ถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้ า
ครานนั ขนุ แผนแสนเสนี ถึงกรุงศรีชืนชมสมหมาย
จงึ ปรึกษาหารือกบั ลกู ชาย ให้ผ้คู นทงั หลายทงั ลาวไทย
ไปจอดนาวาทีทา่ คนั อยดู่ ้วยกนั กบั เรือเจ้าเชียงใหม่
สว่ นเรือประเทียบทองทงั สองไซร้ ให้เข้าไปจอดทา่ วาสกุ รี
แล้วสงั ขนุ หมืนพนกั งาน ประจําชานพระฉนวนเป็นถ้วนถี
เสร็จพลนั ชวนกนั จรลี เข้าไปทีศาลาลกู ขนุ ใน
กราบเรียนเจ้าพระยาจกั รี วา่ บดั นีกระบวนเรือทงั น้อยใหญ่
รับนางมาถึงซงึ กรุงไกร ทงั ตวั เจ้าเชียงใหมก่ ็เอามา
555
แตพ่ วกครัวลาวเป็นชาวไพร มอบไว้เมืองพจิ ิตรนนั หนกั หนา
ทงั ววั ควายเกวียนตา่ งแลช้างม้า เครืองศาสตราอาวธุ สารพนั
ครันจะให้รวบรวมเอาลงมา ก็เกรงจะชกั ช้าจงึ ผอ่ นผนั
ให้ยบั ยงั คอยฟังตราสําคญั พณหวั เจ้าทนั จะบญั ชา
อนงึ พวกลาวชาวเวียงจนั ท์ ทีมาสง่ นางนนั สามร้อยกวา่
รับแตก่ งึ กํากงนนั ลงมา แล้วแตพ่ ระกรุณาจะโปรดปราน
ครานนั เจ้าพระยาจกั รี ฟังคดปี รีดเิ ปรมเกษมสานต์
ให้จดความตามบอกมทิ นั นาน จะได้อา่ นกราบทลู พระกรุณา
แล้วยมิ ยอ่ งหนั หน้ามาชมเชย เจ้าเอย๋ ไมเ่ สียทีทีอาสา
เจ้าพอ่ ลกู สองคนพ้นปัญญา ชา่ งแกล้วกล้าศกึ เสือเหลือประมาณ
สกั อดึ ใจได้เมืองเชียงใหมส่ ิน ทงั แผน่ ดนิ เราเห็นเป็นยอดทหาร
ได้ดงั พระประสงค์คงโปรดปราน บาํ เหนจ็ บํานาญจะรวยด้วยความดี
แล้วเรียกนครบาลมาบอกกลา่ ว ทา่ นจงจําเจ้าลาวไว้ตามที
ด้วยเป็นโทษยงั ไมโ่ ปรดในคดี กวา่ จะมีรับสงั พระทรงธรรม์
ครานนั ทา่ นเจ้ากรมยมราช ก็จดั แจงเพชฌฆาตทีเข้มขนั
โจมใจอาจฟาดใจกล้าทะลวงฟัน ราชมลั ยิงยวดตาํ รวจใน
ถือหวายอ้ายถนดั มดั เทา่ แขน คาดราตคดแนน่ ทงั นายไพร่
เอาโซต่ รวนขือคามาทนั ใด ตาํ แหนง่ ใครใครก็ไปไมร่ อรัง
เอาเครืองจําจําจองเจ้าเชียงใหม ่ นายไพร่นงั ห้อมล้อมหน้าหลงั
งําเมืองเพชรปาณีเสียงมีดงั ราชศกั ดปิ ลดั วงั เกณฑ์กนั มา
ครานนั เจ้าเชียงอินทร์สนิ ความคดิ ดงั ชีวิตจะม้วยดบั สงั ขาร์
หวาดหวนั พรันตวั กลวั อาญา ตกประหมา่ หน้าซีดสลดใจ
แลเหน็ เพชฌฆาตราชมลั สําคญั วา่ ชีวิตหารอดไม่
เหงือกาฬซา่ นทวั ทงั ตวั ไป ทอดอาลยั ก้มหน้าไมพ่ าที
ครันสายแสงอโณทยั ได้เวลา ฝ่ ายทา่ นเจ้าพระยาราชสีห์
ทงั เจ้าพระยามหาเสนาบด ี จตสุ ดมภ์กรมทงั สีก็เข้าวงั
ข้าราชการฝ่ ายทหารพลเรือน กลน่ เกลือนซ้ายขวามาพร้อมพรัง
556
ทา่ นจกั รีเข้าไปถงึ ในวงั จงึ สงั ขนุ แผนกบั ลกู ชาย
เจ้าคอยทา่ อยหู่ น้าพระโรงทอง เราจะกราบทลู ฉลองเรืองถวาย
ให้ทรงทราบอนสุ นธิต้นปลาย แล้วจะเบกิ สองนายเฝ้ าบาทบงส์ุ
พระองค์คงจะรับสงั ถาม ถึงการณรงคส์ งครามตามประสงค์
จงตรองตรึกนกึ ไว้ให้ทกุ กระทง อยา่ ลืมหลงเค้ามลู ทลู ตามจริง
เรารําคาญแตฝ่ ่ ายพระท้ายนํา ด้วยวา่ ทําต้องตําหนิตริกริง
หากแตไ่ ด้ชยั ชนะพอพะพิง จงรอนิงอยทู่ ีทมิ ริมประตู
ครันวา่ จวนเวลาพวกเข้าเฝ้ า ตา่ งก็เข้าไปคอยทกุ หมวดหมู่
มหาดเลก็ กรมวงั พรังพรู เข้าสพู่ ระโรงชยั อนั ไพบลู ย์
จะกลา่ วถงึ พระองค์ดาํ รงโลก ระงบั โศกราษฎรให้ร้อนสญู
เนาในปรางค์รัตน์จํารัสจรูญ เพมิ พนู สขุ าสถาพร
ล้วนเหลา่ สาวสนมกํานลั นาง เคียงข้างพระแทน่ บรรจถรณ์
พอสรุ ิย์ฉายสายสอ่ งชอ่ งบญั ชร บทจรจากห้องบรรทมพลนั
เสดจ็ สทู่ ีทรงสรงสนาน สคุ นธารหอมฟ้ งุ ทงั ปรุงกลนั
ทรงภษู าพืนแดงแยง่ สบุ รรณ รัดพระองค์ดวงกดุ นั เดน่ มณี
พระหตั ถ์ซ้ายทรงพระขรรค์อนั บวร บทจรออกจากข้างในที
นางเชญิ เครืองเนืองตามจรลี พระภมู ีออกพระโรงรัตนา
ประทบั พระทีนงั บลั ลงั ก์อาสน์ งามดงั เทวราชไตรตรึงษา
ให้เบกิ หมขู่ ้าเฝ้ าท้าวพระยา เข้ามาในท้องพระโรงชยั
เจ้าพระยาพระหลวงกระทรวงการ คกุ คลานพรังพรูดไู สว
เข้าเฝ้ าพระองค์ทรงภพไตร บงั คมไหว้แล้วก็หมอบอยพู่ ร้อมกนั
ครานนั เจ้าพระยาจกั รี อญั ชลีทลู ไปทนั ใดนนั
ขอเดชะพระองค์ผ้ทู รงธรรม์ ชีวนั อยใู่ ต้พระบาทา
ขนุ แผนพลายงามทีไปทพั ยกกลบั จตั รุ งค์มาถงึ ทา่
คมุ เรือประเทียบทองทงั สองมา ทงั พระยาเชียงใหมใ่ จฉกรรจ์
ได้เงินทองของสว่ นพทั ธยา เงินตราเบ็ดเสร็จเจ็ดสิบกําปัน
ครัวลาวได้มารวมห้าพนั แตส่ กรรจ์พนั ร้อยห้าสิบคน
557
ปื นใหญ่สองร้อยน้อยสามพนั ทวนนนั พนั ถ้วนล้วนพขู่ น
ดาบเชลยพนั สองเป็นของพล ดาบโรงแสงต้นห้าร้อยปลาย
ช้างสามร้อยห้าม้าแปดร้อย โคกระบอื ใหญ่น้อยนนั มากหลาย
ทงั นายไพร่ไมเ่ ป็นอนั ตราย สบายด้วยเดชะพระบารมี
อนั ตวั เจ้าเชียงใหมใ่ จพาล ให้จําไว้ห้าประการตามที
ควรมิควรฉนั ใดในคดี แล้วแตพ่ ระภมู ีจะโปรดปราน
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงศกั ด ิ ปินปักอยธุ ยามหาสถาน
ฟังทลู เรืองขนุ แผนแสนสําราญ ดงั ได้ผา่ นเมืองสวรรค์ชนั โสฬส
อ้ายเชียงอนิ ทร์ดหู มินกหู นกั หนา วนั นีจะดหู น้าให้ปรากฏ
มนั อวดดเี ป็ นไรไมไ่ ว้ยศ พอได้ตวั หวั หดไปทนั ใด
การสงครามครังนีมิใชเ่ ลน่ พเิ คราะห์ไปก็เหน็ เป็นศกึ ใหญ่
เพราะเรืองมนั ยงุ่ ยากลําบากใจ มิใชไ่ ปรบราอยา่ งสามญั
ด้วยมนั จบั พวกเราเอาไปไว้ รู้วา่ ไปก็คงฆา่ เสียอาสญั
อ้ายพอ่ ลกู เลด็ ลอดดอดไปทนั แก้กนั วอ่ งไวได้คนเรา
กบั อนงึ ถึงกระบวนทีรบพงุ่ ถ้ามวั มงุ่ ล้อมเมืองก็เปลืองเปลา่
จะฆา่ ฟันมนั อยา่ งไรให้บางเบา มนั มากมายหลายเทา่ เราทีไป
อ้ายพอ่ ลกู มนั ดีทีกลศกึ ลอบสะอึกเข้าไปจบั เจ้าเชียงใหม่
เหมือนตดั ต้นสาเหตเุ ภทภยั พอจบั ได้ก็เสร็จสําเร็จการ
ต้องยกยอ่ งวา่ ดีมีความชอบ ควรประกอบยศศกั ดอิ คั รฐาน
จงเรียกตวั มนั มาอยา่ ได้นาน อ้ายหน้าด้านท้ายนําก็เอามา
ครานนั ทา่ นเจ้าคณุ ได้รับสงั เหลียวบอกตํารวจวงั ทีอยหู่ น้า
เรียกท้ายนําขนุ แผนแสนศกั ดา กบั ลกู ยาพลายงามทงั สามคน
ตํารวจวงั คลานคล้อยถอยออกมา แจ้งกิจจาขนุ แผนนนั เป็นต้น
วา่ พระจอมนริทร์ปินภวู ดล ให้หาทา่ นสามคนในบดั นี
ขนุ แผนกบั ลกู ชายพลายงาม ได้ฟังความปรีดเิ ปรมเกษมศรี
นงุ่ สมปักเข้าพลนั ในทนั ที รีบรีมายงั ท้องพระโรงชยั
นา่ สงสารแตฝ่ ่ ายพระท้ายนํา ได้ยินคํากรมวงั ดงั จบั ไข้
558
ผลดั สมปักตวั สนั พรันฤทยั เผลอไผลตามมาละล้าละลงั
ขนุ แผนพลายงามเข้ามาก่อน พระท้ายนําคอ่ ยผ่อนมาทีหลงั
กราบกรานคลานตามตํารวจวงั ตา่ งหมอบชม้อยคอยฟังพระบญั ชา
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงเดช ทอดพระเนตรพอ่ ลกู ก็หรรษา
จงึ มีสีหนาทประภาษมา ดรู าขนุ แผนกบั พลายงาม
มเิ สียแรงเป็นชายชาตทิ หาร ชํานิชํานาญชาญชยั ในสนาม
ครังนีกใู ช้ไปสงคราม มีไพร่ไปแตส่ ามสบิ ห้าคน
เมืองเชียงใหมไ่ พร่ฟ้ าก็วา่ แสน ไปไลแ่ ลน่ ลยุ ลาวเอาแหลกป่ น
ข้าศกึ ฮกึ หาญไมท่ านทน ได้คนคนื เมืองเพราะมือมงึ
ดหี นกั หนากล้ากลบั เจ้าเชียงใหม ่ มงึ คดิ อา่ นอยา่ งไรเมือไปถึง
ไหนวา่ รบมากมายทีปลายบงึ อยา่ อําองึ จงเลา่ ให้เข้าใจ
ครานนั ขนุ แผนแสนสามารถ อภิวาททลู แจ้งแถลงไข
ด้วยเดชะพระองค์ผ้ทู รงภพไตร จงึ มีชยั ได้สนิ ทงั พารา
เกล้ากระหมอ่ มอาสาไปครานี กบั ทหารตวั ดสี ามสิบห้า
ได้อาศยั ในคณุ วทิ ยา กบั บารมีพระองค์ผ้ทู รงธรรม์
ขนึ ไปถึงบงึ ใหญ่ให้หยดุ พกั ซุม่ สํานกั คนผ้อู ยทู่ ีนนั
แล้วปรึกษายนิ ยอมพร้อมใจกนั กระหมอ่ มฉนั สองคนกบั พลายงาม
ปลอมลาวเข้าไปสะกดคน ขนึ บนคกุ ใหญ่ในยามสาม
พบพระท้ายนํานนั ไมค่ รันคร้าม ทงั นายไพร่ตา่ งตามกนั ออกมา
พวกเวียงจนั ท์นนั ก็พาออกมาด้วย ชว่ ยกนั ฟันผ้คู มุ เสียหนกั หนา
แล้วเข้าไปในโรงแสงแยง่ ศาสตรา ทงั ลกั ม้าโรงในได้ครบคน
แล้วไปชงิ ช้างงาเอามาคา่ ย เวลาบา่ ยลาวยกมาสบั สน
เกล้ากระหมอ่ มพร้อมกนั ออกประจญ ลาวป่ นแตกทพั ยบั ระยํา
ในวนั นนั กระหมอ่ มฉนั กบั พลายงาม สะกดตามเข้าวงั เวลาคํา
จบั ได้เจ้าเชียงใหมใ่ นหอคาํ ก็ยอมทําสตั ย์ให้ด้วยใจจง
ขอเป็นข้าทลู ละอองรองพระบาท มอบกายถวายราชย์ตามประสงค์
แตน่ นั มากิริยาก็คงตรง จงทราบเบืองบาทบงส์พุ ระทรงชยั
559
ครานนั สมเดจ็ นเรนทร์สรู ฟังทลู ยนิ ดจี ะมีไหน
มิเสียทีอ้ายนีเหลา่ ขนุ ไกร ทงั ลกู หลานชาญชยั ไวปัญญา
อนั ตวั อ้ายเฒา่ เจ้าเชียงใหม ่ จะปลอ่ ยไปดอกกไู มเ่ ขน่ ฆา่
ถงึ มนั องอาจอหงั การ์ จะวา่ มนั เป็นขบถก็เป็นพาล
ด้วยเมืองมนั นนั เป็นเอกเทศ อยนู่ อกเขตอยธุ ยามหาสถาน
เมือออ่ นน้อมยอมถวายบรรณาการ ก็ไมค่ วรล้างผลาญให้บรรลยั
ถ้าอาฆาตเอามนั ไปฟันฆา่ ใครจะเชืออยธุ ยาตอ่ ไปได้
ไว้มนั กลบั ทจุ ริตผิดตอ่ ไป จงึ ควรให้ลงโทษถึงชีวี
อ้ายขนุ แผนพลายงามมีความชอบ กจู ะตอบแทนมงึ ให้ถงึ ที
ขนุ แผนให้ไปรังกาญจน์บรุ ี มีเจียดกระบเี ครืองยศให้งดงาม
สปั ทนคนโทถาดหมากทอง ช้างจําลองของประทานทงั คานหาม
สําหรับใช้ไปณรงคส์ งคราม ให้สมตามความชอบทีมีมา
ให้เป็นทีพระสรุ ินทฦาไชย มไหสรู ย์ภกั ดีมีสง่า
แล้วตรัสสงั พระคลงั ในมิได้ช้า เตมิ เงินตราสิบห้าชงั เป็นรางวลั
ทงั เสือผ้าสมปักปมู สา่ น พระราชทานมากมายหลายหลนั
สว่ นอ้ายลกู ชายพลายงามนนั จะให้มนั มียศปรากฏไป
ยงั หนมุ่ แนน่ วอ่ งไวมิใชน่ ้อย ควรเอาไว้ใช้สอยให้ใกล้ใกล้
จะตงั แตง่ ให้มงึ ให้ถึงใจ ให้สมทีมีชยั ได้เมืองมา
ให้เป็นจมืนไวยวรนารถ หวั หมืนมหาดเล็กเวรข้างฝ่ ายขวา
พระราชทานเครืองยศแลเงินตรา ปมู สา่ นเสือผ้าสารพนั
แล้วตรัสว่าอ้ายไวยพงึ ได้ดี บ้านชอ่ งมนั จะมีทีไหนนนั
หวั หมืนมีแตต่ วั ก็ชวั ครัน ต้องทําบ้านให้มนั เสียครังนี
ดกู ่อนเจ้ากรมยมราช จงบาตรหมายนายอําเภอไปเหยียบที
หาบ้านให้อ้ายไวยในบรุ ี ดทู ว่ งทีพอให้ใกล้ใกล้วงั
แล้วตรัสสงั เจ้ากรมทหารใน ไปปลกู เหย้าเรือนให้สกั ห้าหลงั
ทงั เรือนครัวรัวรอบขอบกําบงั ให้สมกบั กตู งั เป็นหมืนไวย
เบอื นพระพกั ตร์มาพบพระท้ายนํา กริวซําดงั จะฆา่ ให้ตกั ษัย
560
มีพระสีหนาทประภาษไป เหมอ่ ้ายท้ายนํามงึ ทํางาม
เสียแรงกรู ักใคร่ให้เป็นพระ มริ ู้จะขีขลาดชาตสิ ําสาม
ให้กหู ลงไว้ใจในสงคราม จนอ้ายลาวเอาไปลา่ มดงั ผกู ลงิ
ชา่ งไมค่ ดิ ส้มู นั ให้พรันท้อ ทดุ กระไรใจคอเป็นผ้หู ญิง
ชา่ งชาตชิ วั สนิ ทีอปั รีย์จริง ไปนงั นงิ ให้มนั จบั ยิงอบั อาย
ถ้ามไิ ด้ชว่ ยอ้ายขนุ แผนรบ จะจําครบผกู เฆียนเสียสองหวาย
อ้ายคนชวั ชาตขิ ้าขายหน้านาย จงหมายถอดเป็นไพร่ใช้เฝ้ าประต ู
แล้วตรัสสงั เจ้ากรมตาํ รวจหน้า ไปเอาพระยาเชียงใหมม่ านีหรู
สว่ นพระยาธรมาก็ไปด ู ให้รับสองนางสทู่ ีวงั ใน
ตาํ รวจรีบมาบอกผ้รู ักษา พระโองการให้หาเจ้าเชียงใหม่
เข้าหวิ ปี กซ้ายขวาพาเข้าไป บงั คมไหว้หมอบพรันสนั สะท้าน
ครานนั พระปินนรินทร์ราช มีพระสีหนาทอยฉู่ าดฉาน
เหวยพระยาเชียงใหมน่ ําใจพาล ตวั ทําการไมส่ มอารมณ์นกึ
เข้าชิงนางจบั ไทยแล้วไมห่ นํา ยงั ซํามีสารมาท้าทําศกึ
โทษทณั ฑ์นนั อยา่ งไรทีใจฮกึ อยา่ นิงนกึ เร่งวา่ มาบดั ดล
เจ้าเชียงใหมไ่ ด้ฟังพระโองการ หนาวสะท้านซา่ นเสียวทกุ ขมุ ขน
เหงือตกอกร้อนดงั เพลิงลน เหมือนจะด้นดาํ ไปใต้พสธุ า
สารภาพกราบทลู สนองไป พระทรงชยั ได้โปรดเหนือเกศา
อนั ความผิดพลงั แตห่ ลงั มา ข้าพระบาทโทษถงึ ซงึ ชีวิต
ถ้าทรงพระกรุณาไมฆ่ า่ ฟัน พระราชทานโทษทณั ฑ์ทีทําผิด
ขอเป็นข้าบาทบงส์พุ ระทรงฤทธิ รักษาสตั ย์สจุ ริตจนวายปราณ
ขอถวายสมบตั กิ ษัตรา อีกทงั ลานนามหาสถาน
ไว้ในใต้เบืองบทมาลย์ พงึ พระโพธิสมภารสืบตอ่ ไป
ครานนั พระองค์ผ้ทู รงภพ ฟังจบตรัสตอบเจ้าเชียงใหม่
เมือออเจ้ารู้ตวั กลวั ภยั เราจะยกโทษให้ในครังนี
จะให้กลบั ไปครองเมืองเชียงใหม ่ จงตงั ใจสตั ย์ซือตอ่ กรุงศรี
ตามเยียงอยา่ งเจ้าประเทศเขตธานี รักษาให้ไมตรีจีรังกาล
561
ตรัสพลางทางสงั ทา่ นผ้ใู หญ่ ทงั ฝ่ ายมหาดไทยแลทหาร
จงพาเจ้าเชียงใหมไ่ ปสาบาน อธิษฐานถือนําทําสจั จา
แล้วจดั แจงแตง่ บ้านรับแขกเมือง กนั ฝาเฝื องเป็ นข้างในแลข้างหน้า
ให้เป็นทีอาศยั ในพารา ทงั เจ้าข้าอยา่ ให้ได้เดือดร้อน
จา่ ยเสบียงอาหารการกินอย ู่ เครืองเสือสาดลาดปแู ลผ้าผอ่ น
พวกบา่ วไพร่ให้มีทีหลบั นอน นครบาลดอู ยา่ ให้ใครบฑี า
แล้วตรัสสงั พลนั ในทนั ใด ยงั พวกไพร่ไปทพั สามสิบห้า
ทงั อ้ายพวกหาบหามตามโยธา เอาเงินตราผ้าให้เป็นรางวลั
แล้วให้ยกราชการงานเมือง ปลดเปลืองหน้าทีทกุ สิงสรรพ์
สงั กดั ไว้ในอาทมาตนนั ตอ่ มีทพั ขบั ขนั จงึ เรียกใช้
ให้มนั มีตราภมู ิค้มุ ห้ามขาด ทงั อากรขนอนตลาดอยา่ เก็บได้
ทําบาญชีมีนายหมวดกองไว้ ให้ขนึ แก่จมืนไวยสินทงั นนั
สว่ นนายไพร่พวกลาวชาวล้านช้าง ทีตามมาสง่ นางสร้อยทองนนั
จงเบกิ เงินเสือผ้ามาให้มนั แล้วสง่ ไปเวียงจนั ท์ทงั ไพร่นาย
ครันสนิ ข้อดํารัสตรัสเสร็จ พระเสดจ็ จรจรัลผนั ผาย
ขนึ จากพระโรงคลั พรรณราย เยืองกรายคืนเข้าปราสาทชยั
ฝ่ ายพระยาธรมาธิบด ี มาถึงทีประตวู งั หาช้าไม่
บอกแกท่ ้าวนางทีข้างใน ให้เกณฑ์กนั ลงไปรับสองนาง
แล้วสงั ให้จดั สีวิกากาญจน์ ผกู มา่ นลายปักหกั ทองขวาง
พร้อมพรังทงั คดู่ สู ําอาง ท้าวนางเฒา่ แก่แซก่ นั มา
จงึ เชิญนางสร้อยทองผอ่ งศรี ขนึ ทรงวอจรลีไปข้างหน้า
วอหลงั นารีศรีสร้อยฟ้ า ท้าวนางนํามายงั วงั ใน
แล้วเร่งรัดจดั ตําหนกั รักษา ให้สร้อยทองสร้อยฟ้ าอยอู่ าศยั
มใิ ห้อนาทรร้อนฤทยั ตงั ใจคอยรับสงั พระทรงธรรม์
จะกลา่ วถึงพระองค์ทรงศกั ดา มงิ มงกฎุ อยธุ ยามหาสวรรค์
สถิตทีแท่นแก้วแกมสวุ รรณ เหลา่ กํานลั พระสนมประนมกร
ครันสินแสงสรุ ิยาภาณมุ าศ พระจนั ทร์เคลือนเลือนราชรถร่อน
562
ดารารายพรายพร่างกลางอมั พร ประภสั สรแสงรืนพืนแผน่ ดนิ
สวา่ งไสวในวงั ดงั เมืองสวรรค์ ด้วยแสงจนั ทร์นนั สอ่ งกระจา่ งสนิ
พระพายเฉือยเรือยพดั มารินริน พระองค์ทรงถวลิ ถงึ สองนาง
สร้อยทองลกู ของเจ้าเวียงจนั ท์ เชดิ ชือลือลนั มากรุงลา่ ง
วา่ งามขําลําเลิศในล้านช้าง ดหู มายมาดสวาทนางทกุ แดนไตร
กบั อนงึ นารีศรีสร้อยฟ้ า ก็เป็นยอดธิดาเจ้าเชียงใหม่
รูปร่างจะตระการสกั ปานใด พระตริพลางตรัสใช้เจ้าขรัวนาย
ครานนั ทา่ นท้าววรจนั ทร์ รับสงั ทรงธรรม์แล้วผนั ผาย
ไปบอกสองอรไทให้แตง่ กาย ผดั พกั ตร์พรรณรายดงั นวลจนั ทร์
กระหมวดมนุ่ มวยผมดสู มพกั ตร์ ปินปักวาวแววแก้วกดุ นั
แซมมวยด้วยบปุ ผาลาวณั ย์ สองกรรณใส่ต้มุ หพู รู่ ะย้า
สวมใสก่ ําไลทองทงั สองกร ธํามรงค์เรียงสลอนทงั ซ้ายขวา
นงุ่ ยกทองทอลออตา หม่ ผ้าพืนไหมอไุ รกรอง
วไิ ลเลิศเฉิดฉินดงั กินรี จรลีตามกนั มาทงั สอง
ขรัวนายนํานางขนึ ปรางค์ทอง เข้าเฝ้ าทลู ละอองพระบาทา
เจ้าขรัวนายบงั คมประนมสนอง นางสร้อยทองหมอบเฝ้ าอยฝู่ ่ ายขวา
ทีน้อมกายเบืองซ้ายข้างนีมา คอื นางสร้อยฟ้ านารี
ครานนั พระองค์ผ้ทู รงเดช ทอดพระเนตรรูปทรงทงั สองศรี
นา่ ชมสมเป็นราชบตุ รี ทว่ งทีคนละอยา่ งดตู า่ งกนั
พนิ จิ ทรงสร้อยทองละอองพกั ตร์ นรลกั ษณ์งามเลศิ เฉิดฉนั
ละมนุ ละมอ่ มพร้อมพริงทกุ สิงอนั สมเป็นขวญั ของประเทศเขตลาวกาว
ดสู งบเสงียมงามทรามสวาท มารยาทสนทิ สนมสมเป็นสาว
กระนีฤๅจะมิลือในแดนลาว จนเชียงใหมไ่ ด้ขา่ วเข้าชว่ งชิง
แล้วผนิ พกั ตร์มาพิศเจ้าสร้อยฟ้ า ดจู ริตกิริยากระต้งุ กระตงิ
ทา่ ทางทว่ งทีก็ดีจริง จะเสียอยแู่ ตส่ กั สิงด้วยรายงอน
หตู ากลอกกลมคมคายเหลือ พศิ แล้วเบือดไู ด้แตร่ ่อนร่อน
จะเปรียบก็เหมือนอยา่ งนางละคร งามงอนอ้อนแอ้นบนั เอวกลม
563
เพราพริงเพรียวเหลือดงั เรือแขง่ กล้องแกล้งพายจิบก็เจียนลม่
ดรู ิมฝี ปากบางลกู คางกลม เห็นลาดเลาเจ้าคารมเป็นมนั คง
ถ้าเป็นม้าก็ม้าขนึ ระวาง ถ้าเป็นช้างก็ช้างอย่างต้องประสงค์
ถงึ จะผกู เครืองทองเป็นรองทรง ถ้าคนขีไมป่ ระจงคงเจ็บตวั
สร้อยทองลกู ของเจ้าล้านช้าง ยศอยา่ งมารยาทจะยงั ชวั
แตข่ ้างนางสร้อยฟ้ าดนู า่ กลวั กระซบิ ตรัสแกเ่ จ้าขรัววรจนั ทร์
แนะ่ ขรัวนายทว่ งทีอีสองคน ดชู อบมาพากลฤๅไมน่ นั
สร้อยทองดทู ํานองจะดีครัน สร้อยฟ้ านนั ทา่ ทางเหมือนนางละคร
จะเอาไว้เป็นช้างระวางใน ลองใจขบั ขีดทู ีก่อน
ก็นกึ กลวั ตวั แกไ่ มแ่ นน่ อน ฤๅจะควรผนั ผอ่ นประการใด
เจ้าขรัวนายได้ฟังรับสงั ถาม ก็ทราบความตามพระอชั ฌาสยั
จงึ กราบทลู พระองค์ทรงภพไตร เห็นถกู ต้องตามพระทยั ทีใคร่ครวญ
นางสร้อยทองต้องลกั ษณะนกั นรลกั ษณ์งามดีถีถ้วน
แตส่ ร้อยฟ้ าดจู ริตกระบดิ กระบวน เหน็ ไมค่ วรทีจะเคียงพระบาทา
ดทู า่ ทางอยา่ งเรือต้องระลอก กลบั กลอกกลงิ กลมคมหนกั หนา
กระหมอ่ มฉนั เกรงจะขดั พระอธั ยา เหมือนทรงม้ามีพยศต้องกดไว้
ถึงแม้วา่ รูปทรงสง่ สณั ฐาน จะโปรดปรานก็ไมห่ ยอ่ นผอ่ นลงได้
จะเป็นเครืองอกั อว่ นกวนพระทยั มิให้เบกิ บานสําราญองค์
ไมเ่ หมือนนางสร้อยทองผ่องศรี นนั ควรทีจะยกย่องต้องประสงค์
ดทู ว่ งทีกิริยานนั สมทรง ควรรองบาทบงส์พุ ระทรงชยั
นางสร้อยฟ้ าถ้าจะรับราชการ เพียงชนั นางพนกั งานเหน็ พอได้
ขอพระองคผ์ ้ทู รงภพไตร จะทรงพระวนิ ิจฉยั ให้สมควร
ครานนั ภมู นิ ทร์บดนิ ทร์สรู ฟังเจ้าขรัวนายทลู ทรงพระสรวล
ข้าก็เบือคนจริตกระบิดกระบวน จงึ อกั อว่ นคดิ ไปให้ระอา
แตจ่ ะเลียงเพียงเป็นนางพนกั งาน ดกู ็พานตําต้อยจะน้อยหน้า
ด้วยมนั เป็นลกู สาวท้าวพระยา ให้มีคสู่ หู่ าเสียเป็นไร
อยา่ เลยอ้ายพลายงามมีความชอบ ได้ประกอบยศศกั ดเิ ป็นไหนไหน
564
พร้อมสรรพเคหาทงั ข้าไท ยงั แตไ่ มม่ ีเมียจะถือนํา
ได้นกึ อยวู่ า่ จะดหู าเมียให้ เราจะได้เลียงชบุ อปุ ถมั ภ์
ปลอ่ ยไว้ฉวยได้คนระยํา มนั จะทําเสือมเสียวชิ าดี
มนั ก็เป็นจมืนไวยวรนารถ หวั หมืนมหาดเลก็ ใช้อยใู่ กล้ที
ถึงตวั เจ้าเชียงใหมใ่ นครังนี มนั ก็มีคณุ รับบํารุงมา
เห็นจะไมข่ ดั ใจเจ้าเชียงใหม ่ เราขอเขาคงให้ดงั เราวา่
ให้สําเร็จเสร็จเรืองอีสร้อยฟ้ า ทงั มีหน้ามีตาอ้ายหมืนไวย
ดเู หมาะหมดพอสมอารมณ์หมาย เจ้าขรัวนายจะเห็นเป็นไฉน
อ้ายหมืนไวยได้อีสร้อยฟ้ าไป ก็จะได้เป็นกําลงั ราชการ
เจ้าขรัวนายกราบก้มบงั คมบาท เคารพรับพระราชบรรหาร
จงึ ทลู ความตามกระแสพระโองการ ซงึ ประทานจมืนไวยนนั ควรนกั
ครังนีมีชยั ได้เมืองลาว ลือขา่ วทวั หล้าอาณาจกั ร
ถ้าประทานสร้อยฟ้ าให้สมรัก ก็จะยิงสามภิ กั ดพิ ระทรงชยั
ครานนั พระองค์ผ้ทู รงเดช ปินปักนคั เรศเป็ นใหญ่
ฟังขรัวนายทลู สนองต้องพระทยั เอออ้ายไวยมนั สมกบั สร้อยฟ้ า
แล้วหนั มาปราศรัยนางสร้อยทอง อยา่ หมน่ หมองจะเลียงให้งามหน้า
สมเป็นราชบตุ รีศรีสตั นา ซงึ บดิ ายกให้ด้วยไมตรี
จงึ ตรัสสงั คลงั ในพนกั งาน ให้จดั ของพระราชทานตามที
หีบหมากทองลงยาราชาวดี เงินยีสิบชงั ทงั ขนั ทอง
แหวนเรือนรังแตนทงั แหวนง ู ต้มุ หรู ะย้าเพชรเก็จก่อง
ผ้ายกทองยกไหมสไบกรอง ทงั สิงของสว่ นพีเลียงกลั ยา
จดั ตําหนกั ให้อยตู่ กึ หมใู่ หญ่ ข้าไทให้เป็นสขุ ทกุ ถ้วนหน้า
แล้วตรัสปราศรัยนางสร้อยฟ้ า เอ็งก็อยา่ อาวรณ์ร้อนฤทยั
ถึงพอ่ เอ็งจลู่ ใู่ ห้กโู กรธ กกู ็ได้ยกโทษโปรดให้
เมือราชการเสร็จสรรพเขากลบั ไป กไู ซร้จะเป็นพอ่ ออสร้อยฟ้ า
จะเลียงดมู ิให้ได้อายเพือน ถึงจะมีเหย้าเรือนไปวนั หน้า
จะตกแตง่ ให้ดีมีหน้าตา มิให้ใครครหานินทากู
565
เอ็งจงยบั ยงั อยวู่ งั ใน ขรัวนายไปจดั เรือนให้มนั อยู่
ฝากเจ้าขรัวนายด้วยจงชว่ ยด ู ทงั คนผ้บู า่ วไพร่ให้สบาย
ถ้าหากมนั คิดถึงพอ่ แม ่ ให้เฒา่ แกพ่ าไปดงั ใจหมาย
รับสงั แล้วจงึ ท้าวเจ้าขรัวนาย พาสร้อยฟ้ าผนั ผายลงมาพลนั
ครันรุ่งแสงสรุ ิยาภาณมุ าศ โอภาสพรรณรายฉายฉนั
ฝ่ ายวา่ พระองค์ผ้ทู รงธรรม์ จรจรัลออกพระโรงรัตนา
พรังพร้อมเสนาข้าเฝ้ า ทกุ หมเู่ หลา่ แวดล้อมอยพู่ ร้อมหน้า
เจ้าเชียงใหมพ่ ้นพระราชอาญา ก็เข้ามาเฝ้ าเบืองบาทบงส์ุ
พระองคท์ รงดําริตริตรา ถึงขอบขณั ฑสีมาโดยประสงค์
เหน็ วา่ เจ้าเชียงใหมน่ นั ใจจง ควรให้คงยศได้ไมเ่ สียการ
จงึ ตรัสวา่ ฮ้าเฮ้ยเจ้าเชียงใหม่ เราจะให้กลบั หลงั ยงั สถาน
ทงั บา่ วไพร่ชายหญิงแลศฤงคาร ตวั ทา่ นจงคนื เอาขนึ ไป
ไปรักษาพระนิเวศน์เขตขณั ฑ์ ป้ องกนั ศกึ เสือเหนือใต้
ถ้าแม้นมีปัจจามิตรมาทิศใด เหลือกําลงั ก็ให้บอกลงมา
เจ้าเชียงใหมไ่ ด้ฟังรับสงั โปรด ปราโมทย์ดงั จะเหาะขนึ เวหา
ก้มกราบทลู พระองคท์ รงศกั ดา ขอรองพระบาทากวา่ จะตาย
ไปเบอื งหน้าถ้าทําให้เคืองขดั แม้นเป็นสตั ย์จงประหารให้ฉิบหาย
ตวั จํานําคาํ รับไมก่ ลบั กลาย ขอถวายบตุ รไว้ใต้บาทา
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงภพ ฟังจบทรงพระสรวลสํารวลร่า
เออเจ้าเชียงใหมไ่ ปพารา แล้วไปมาหากนั ก็เป็ นไร
ซงึ ลกู สาวในอกยกให้ข้า ก็ขอบใจหนกั หนาเจ้าเชียงใหม่
แตเ่ ห็นหน้าข้าก็นกึ ตงั ใจไว้ จะขอสร้อยฟ้ าให้กบั อ้ายพลาย
มนั นา่ ชมสมกนั นีกระไร ลกู สาวเจ้าเชียงใหมก่ ็เฉิดฉาย
อ้ายพลายงามความรู้ก็เลศิ ชาย จะได้เป็นสขุ สบายทงั สองรา
อยา่ เสียใจวา่ ได้กบั ตาํ ศกั ด ิ อ้ายพลายงามก็รักเหมือนลกู ข้า
เป็นหวั หมืนมหาดเล็กเดก็ ชา จงนกึ วา่ เราทงั สองเกียวดองกนั
เจ้าเชียงใหมไ่ ด้ฟังรับสงั ขอ รันทดท้อฤทยั ให้ไหวหวนั
566
เสียดายศกั ดสิ รุ ิยวงศ์พงศพ์ นั ธ์ุ อดั อนั มิใคร่ออกซงึ วาจา
นกึ ถึงสร้อยฟ้ านจิ จาเอ๋ย ไมค่ วรเลยจะระคนลงปนเข้า
ครันขดั ก็จะเคืองเบืองบาทา จงึ กราบทลู พระกรุณาด้วยจําใจ
อนั ลกู สาวเกล้ากระหมอ่ มถวายขาด ไว้เป็นข้าฝ่ าพระบาทจนตกั ษัย
ซงึ จะพระราชทานจมืนไวย ก็สดุ แท้แตพ่ ระทยั จะโปรดปราน
อนั พระไวยคนนีก็มีศกั ด ิ แหลมหลกั เปรืองปราชญ์ชาตทิ หาร
ตอ่ ไปคงจะได้ราชการ กระหมอ่ มฉานจะได้พงึ เพือนสืบไป
ครานนั พระองค์ผ้ทู รงภพ ฟังจบตรัสวา่ เออเจ้าเชียงใหม่
แม้นมีเหตเุ ภทพาลประการใด จะได้ใช้ให้ออไวยไปชว่ ยกนั
ทา่ นจงคนื หลงั ยงั พารา ญาตวิ งศ์คอยทา่ จะโศกศลั ย์
ทงั เจ้าไพร่จงเป็นสขุ ทกุ คืนวนั พระสงั เสร็จจรจรัลเข้าวงั ใน
ฝ่ ายวา่ เจ้าเชียงอินทร์ปินประชา เสดจ็ ขนึ กลบั มาทีอาศยั
มีรับสงั โปรดปรานประการใด ก็เลา่ ให้เมียแจ้งแหง่ กิจจา
ครานนั นางอปั สรมเหสี ได้ฟังคดีทีผวั วา่
ยนิ ดที ีจะได้ไปพารา แตท่ กุ ข์ถงึ ธิดาดวงชีวนั
ให้อีไหมไปบอกเจ้าสร้อยฟ้ า ให้ออกมาทนั ทีขมีขมนั
สร้อยฟ้ าจงึ ลาขรัวนายพลนั เฒา่ แก่โขลนนนั กํากบั มา
ครันถึงทีสถิตของบดิ ร นางยอกรกราบบาททงั ซ้ายขวา
เจ้าเชียงใหมก่ อดลกู แล้วโศกา วา่ พอ่ แมน่ ีจะลาเจ้ากลบั ไป
เพราะมีตวั เจ้าถวายจงึ คลายเคอื ง ได้เมือเมืองเจ้าจะตกอย่กู รุงใต้
จะโปรดปรานประทานให้หมืนไวย เหลืออาลยั อยแู่ ล้วแก้วพอ่ อา
ครานนั สร้อยฟ้ ามารศรี ฟังคดีเพียงจะดนิ สนิ สงั ขาร์
สองกรกอดบาทพระบิดา ก้มหน้าซบลงแล้วโศกี
โอ้วา่ เจ้าประคณุ ของลกู แก้ว จะละลกู เสียแล้วเอาตวั หนี
ถงึ ตกไร้ใกล้ชนกชนนี ก็พอมีเยือใยในใจคอ
ซงึ ยกลกู ถวายถ่ายชีวิต ลกู ไมค่ ดิ บดิ เบอื นดอกเจ้าพอ่
ทา่ นจะใช้ตกั นําหรือหามวอ ไมย่ อ่ ท้อจะแทนพระคณุ ไป
567
แสนทกุ ข์อยแู่ ตท่ ีจะมีผวั พระทนู หวั อกเอย๋ หาเคยไม่
จะดกู ารเรือนเหย้าเขาข้างไทย จะอยา่ งไรก็ไมร่ ู้ประเพณี
ก็จะถกู ตฉิ ินยินร้าย อปั ยศอดอายชาวกรุงศรี
สําหรับเขาคอ่ นวา่ ทงั ตาปี มีแตจ่ ะอบั อายขายบาทา
ประการหนงึ ผ้ซู งึ จะเป็นผวั มิใชต่ วั เขาสมคั รรักใคร่ข้า
ประทานไปถ้าเขาไมม่ ีเมตตา ก็จะพาลดา่ ว่าเอาตามใจ
แม้นจะทํายํายีถึงตีตบ จะส้รู บหลบหนีไปไหนได้
ตวั คนเดียวตกอยใู่ นหมไู่ ทย จะพงึ ใครยามยากลําบากกาย
จะได้แตร่ ้องไห้ไปจนม้วย แมพ่ อ่ พอจะชว่ ยก็หา่ งหาย
ไหนจะอยไู่ ปตลอดคงวอดวาย นางฟมู ฟายชลนาโศกาลยั
ครานนั เจ้าเชียงใหมอ่ าลยั ลกู พนั ผกู นงั สะท้อนถอนใจใหญ่
แขง็ ขืนกลืนกลนั นําตาไว้ โลมเล้าเอาใจของลกู รัก
เป็นกรรมของเรานะเจ้าเอย๋ แตเ่ กิดมาพอ่ ไมเ่ คยจะหาญหกั
ครังนีขดั สนจนใจนกั เจ้าเหมือนทีพงึ พกั ของบดิ า
ตลอดถึงวงศาคณาญาต ิ ประชาราษฎร์เพือนยากมากหนกั หนา
เป็นเชลยกองทพั เขาจบั มา เหมือนลกู ยาชว่ ยให้รอดตลอดไป
ถ้าไมม่ ีตวั เจ้าเข้าถวาย ก็คงพากนั ตายอยเู่ มืองใต้
นีพอให้ไว้เนือเชือพระทยั จงึ โปรดให้กลบั คืนไปเมืองเรา
ซงึ พระองค์ทรงขอให้พระไวย มใิ ชพ่ อ่ พอใจจะให้เจ้า
แตจ่ ะขดั พระดาํ รัสเหมือนดเู บา จงึ จํายกให้เขาตามบญั ชา
ข้อนีก็ได้มีรับสงั แล้ว วา่ จะเลียงลกู แก้วให้สมหน้า
ด้วยพระองคท์ รงพระกรุณา จงพงึ ฝ่ าบาทบงส์พุ ระทรงชยั
ไปวนั หน้าถงึ วา่ จะอาดรู จะเฝ้ าแหนเพด็ ทลู ก็พอได้
อนงึ ทีตวั พระจมืนไวย เมือขนึ ไปยํายีบรุ ีเรา
ถึงเมือเป็นปรปักษ์จะหกั หาญ ด้วยทําการถวายเจ้านายเขา
เมือเราอ่อนเขาก็หยอ่ นผอ่ นให้เบา จนเลยเข้ากนั เป็นมิตรสนิทมา
คงเห็นกบั ไมตรีมีแตห่ ลงั ทงั เป็นเมียประทานพระผา่ นหล้า
568
ถงึ เกิดข้อเคืองขดั อธั ยา เหน็ จะไมต่ ดี า่ ให้อบั อาย
พอ่ จะให้เถนขวาดฉลาดเวท เธอวิเศษฤทธิดีใจหาย
อยเู่ ป็นเพือนป้ องกนั อนั ตราย กบั เพียกวานขนานอ้ายด้วยอีกคน
แมเ่ จ้าเขาคงเลือกเหลา่ ผ้หู ญิง ทีเชือใจได้จริงมาแตต่ ้น
มอบไว้ใช้ชดิ ติดกบั ตน ถึงพอ่ ไปเมืองบนไมล่ ะเลย
อนั จะเป็นแมเ่ หย้าเจ้าเรือน ดใู ห้เหมือนแมเ่ จ้าเถิดลกู เอย๋
เขาดีจริงสงิ ไรเจ้าไมเ่ คย ทรามเชยถามแมใ่ ห้แนใ่ จ
ครานนั นางอปั สรชนนี เรียกสร้อยฟ้ านารีเข้าเรือนใหญ่
สงสารลกู โลมเล้าเอาใจ อยา่ ร้องไห้ไปนกั นะลกู อา
เกิดมาเป็ นมนษุ ย์บถุ ชุ น ความทกุ ข์มิได้พ้นจนสกั หน้า
สดุ แท้แตก่ รรมทีทํามา ถึงเวลาสินสขุ ก็ทกุ ข์ไป
ถ้าถงึ คราวพ้นเขญ็ ทีเป็นทกุ ข์ ก็กลบั มีความสขุ สืบไปใหม่
เป็นธรรมดามาฉะนีแตไ่ รไร จะหวาดหวนั พรันใจไมต่ ้องการ
พระพอ่ ได้ถวายเจ้าถา่ ยโทษ เหมือนเจ้าโปรดพ่อให้ได้คนื สถาน
ดงั กณั หาชาลีสองกมุ าร เพิมประโยชน์โพธิญาณพระบดิ า
เป็นกศุ ลผลบญุ อนั ยิงใหญ่ จะคาํ ชตู วั ไปในภายหน้า
ไมค่ วรยอ่ ท้อคดิ ระอิดระอา จงก้มหน้าสนองพระคณุ ไป
ซงึ ภบู าลจะประทานให้มีผวั เจ้าอยา่ กลวั ชวั ร้ายหามีไม่
เป็นสตั รีมีผวั กนั ทวั ไป เพราะวา่ เป็นวิสยั แหง่ โลกีย์
ถงึ เนือคอู่ ยหู่ า่ งตา่ งภาษา จนหน้าตาไมร่ ู้จกั มกั จี
สําคญั แตท่ ีให้ได้คนดี ก็จะมีความสขุ ไมท่ กุ ข์ใจ
เหมือนเชน่ พระอณุ รุทนางอสุ า ก็อยหู่ ่างตา่ งพาราเป็นไหนไหน
หลบั อยเู่ ทวดาพาอ้มุ ไป ยงั รักใคร่ปรองดองทงั สองรา
ถงึ ตวั แมเ่ มือสาวคราวพวยพ่งุ ก็อยเู่ วียงเชียงตงุ ไกลหนกั หนา
พระป่ เู ฒา่ เจ้าเชียงใหมไ่ ปขอมา พงึ เหน็ หน้าพอ่ เจ้าตอ่ วนั งาน
ถงึ พอ่ เจ้าเลา่ ก็ไมไ่ ด้เหน็ แม ่ ได้ยินแตว่ า่ รูปทรงสง่ สณั ฐาน
ยงั อย่ดู ้วยกนั มาเป็นช้านาน มไิ ด้มีร้าวรานประการใด
569
ด้วยวสิ ยั ในการประเวณี ยอ่ มอยทู่ ีดวงจิตพิสมยั
พอถึงกนั ก็ประหวดั กําหนดั ใน แตพ่ อได้รู้รสก็หมดกลวั
ยิงหนมุ่ สาวคราวแรกภิรมย์รัก พอประจกั ษ์ได้เสียเป็นเมียผวั
มกั หลงใหลคลงึ เคล้าเฝ้ าพนั พวั ราวกบั ตวั ขนึ สวรรคช์ นั ไตรตรึงษ์
เมือแรกแรกร่วมเรียงเคียงเขนย อยา่ กลวั เลยจะพโิ รธโกรธขงึ
ตอ่ นานวนั วา่ งวายคลายเคล้าคลงึ นนั แลจงึ จะได้รู้ดใู จกนั
วิสยั ชายคล้ายกบั คชสาร ถ้าหมอควาญรู้ทีดขี ยนั
แตท่ วา่ บางยกตกนํามนั ต้องรู้จกั ผ่อนผนั จงึ เป็ นเพลง
ธรรมดาสตั รีทีมีผวั ต้องเกรงยําจํากลวั ผวั ขม่ เหง
เพราะถ้าผวั ตวั นนั ยงั ค้มุ เกรง ถึงคนอืนครืนเครงมเิ ป็นไร
ถ้าผวั ทงิ คนเดียวเปลียวอนาถ เหมือนสินชาตสิ นิ เชือทีเนือไข
หญิงทีผวั ทงิ ขว้างหา่ งเหไป จะเข้าไหนเขากระหยิมมกั ยิมเยาะ
ถงึ จะหาลกู ผวั แก้ตวั ใหม ่ ก็ยากนกั จกั ได้ทีมนั เหมาะ
ด้วยสนิ พรหมจารีทีจําเพราะ เหมือนไส้กลวงด้วงเจาะรังเกียจกนั
ด้วยเหตนุ ีมีผวั อยา่ มวั ประมาท ถ้าพลงั พลาดเพียงชีวาจะอาสญั
ต้องเอาใจสามีทกุ วีวนั ให้ผวั นนั เมตตาอยา่ จืดจาง
จงเคารพนบนอบตอ่ สามี กิริยาพาทีอยา่ อางขนาง
จะยวั ยวนฤๅวา่ มีทีระคาง ไว้ให้วา่ งคนผ้อู ยทู่ ีลบั
สงั เกตดอู ยา่ งไรชอบใจผวั ทงั อยกู่ ินสินทวั ทกุ สงิ สรรพ
ทําให้ได้อยา่ ให้ต้องบงั คบั เป็นแมเ่ รือนเขาจงึ นบั วา่ ดีจริง
อนั เป็นเมียจะให้ชอบใจผวั สิงสําคญั นนั ก็ตวั ของผ้หู ญิง
ทําให้ผวั ถกู ใจไมม่ ีทงิ ยงั อีกสงิ ก็อาหารตระการใจ
ถ้ารู้จกั ประกอบให้ชอบลนิ ถึงแกส่ นิ เพราพริงไมท่ งิ ได้
คงต้องง้อขอกินทกุ วนั ไป จงใสใ่ จจดั หาสารพนั
เป็นต้นต้มตีนหมใู ห้ชรู ส ไขไ่ กส่ ดปลาต้มยําทําขยนั
ตบั เหล็กสนั ในแลไข่ดนั หนั ให้ชินเลก็ เล็กเหมือนเจ๊กทํา
พยายามเลียงดใู ห้ชใู จ ถึงจะมีเมียใหมใ่ ห้คมขํา
570
เสนห่ ์ปลายจวกั ไมร่ ู้จกั ทํา หลงใหลไมก่ ีนําก็จําคลาย
พอ่ เจ้ามีห้ามสกั สามร้อย เป็นไรไมห่ ลดุ ลอยไปง่ายงา่ ย
ปะสาวสาวเจ้าก็ซมลงงมงาย แตพ่ อหน่ายก็แพ้แมท่ กุ ที
ทําไมกบั สาวสาวอีลาวเคอะ ถงึ จะสวยมนั ก็เซอะดงั ซากผี
ยงั ชมวา่ ทา่ นยายแยบคายดี มไิ ด้มีเหมือนแมจ่ นแกช่ รา
อนั เป็นหญิงสดุ แตส่ งิ ปรนนิบตั ิ ใครสนั ทดั ผวั ก็รักเป็นหนกั หนา
แม้นเจ้าทําเหมือนคําของมารดา ดกี วา่ ยาแฝดฝังทงั ตาปี
ครานนั จงึ โฉมนางสร้อยฟ้ า รับคํามารดาใสเ่ กศี
เจ้าแมไ่ ปขอให้สวสั ด ี ถึงปี แล้วจงใช้ให้คนมา
ให้แจ้งขา่ วประคณุ วา่ เป็นสขุ ก็จะสบายคลายทกุ ข์ของตวั ข้า
สงั พลางตา่ งองคท์ รงโศกา เพียงวา่ จะสนิ สมประด ี
ครันสรุ ิย์ฉายบา่ ยคล้อยลงรําไร เจ้าเชียงใหมก่ บั องคม์ เหสี
แสนสงสารลกู ยายงิ ปรานี เวลานีจวนเจ้าจะเข้าวงั
เอาธํามรงคเ์ ก้ายอดถอดให้ลกู ถ้าจะขายถกู ถกู ก็สบิ ชงั
ไว้ตอ่ เมือยากจนพ้นกําลงั จํานําไว้ในวงั พอแก้จน
แล้วเลือกสรรนางลาวพวกสาวใช้ นางสาวไหมพีเลียงนนั เป็นต้น
กบั รุ่นรุ่นรูปดอี ีกสีคน เอาไว้เป็นเพือนตนเถิดลกู อา
แล้วสงั ซํากําชบั กบั สาวไหม เอ็งเอย๋ อยา่ ถือใจวา่ เป็นข้า
นกึ วา่ นางเป็นน้องร่วมท้องมา จงอตุ สา่ ห์หมนั ระวงั สงั สอนกนั
จวนประตปู ิ ดแล้วแก้วแมเ่ อย๋ อยา่ ช้าเลยกลบั ไปเข้าไอศวรรย์
แมจ่ งอยเู่ ป็นสขุ ทกุ นิรันดร์ อนั ตรายราคีอยา่ มีพาน
ครานนั จงึ โฉมเจ้าสร้อยฟ้ า ฟังวา่ ดงั อรุ ะจะแตกฉาน
กราบตีนพอ่ แมใ่ ห้แดดาล ชลนยั น์ไหลซา่ นลงโทรมทรวง
เยน็ นกั จกั ช้าก็มไิ ด้ เป็นทกุ ข์ใจจะรีบเข้าวงั หลวง
พระสรุ ิยาจวนพลบจะลบดวง ให้เป็นหว่ งบว่ งใยมิใคร่จร
พวกเฒา่ แก่เตือนตกั วา่ จกั คํา นางยิงชําแสนทกุ ข์สะท้อนถอน
จงึ จําจากบดิ าแลมารดร เฝ้ าอาวรณ์โศกเศร้าจนเข้าวงั
571
ครานนั พระเจ้าเชียงใหม่ อาลยั ลกู ยานําตาหลงั
แลตามสร้อยฟ้ าจนฝาบงั แล้วนิงนงั สะอืนไห้อยไู่ ปมา
ทงั นางอปั สรมเหสี ก็โศกีรํารักเป็นหนกั หนา
กระทงั พวกสาวสรรค์กลั ยา ตา่ งก็พลอยโศกาด้วยอาลยั
ครันวา่ คอ่ ยคลายวายโศกา จงึ เรียกเหลา่ เสนาเข้ามาใกล้
บอกวา่ พระองคผ์ ้ทู รงชยั ยกโทษโปรดให้ไปธานี
จงไปสงั พวกลาวบา่ วไพร่ ให้เตรียมตวั กลบั ไปบรุ ีศรี
พร้อมพรังตงั แตใ่ นพรุ่งนี ฤกษ์ดีวนั มะรืนจะคืนเมือง
ฝ่ ายวา่ เสนาพระยาลาว ทราบขา่ ววา่ จะได้กลบั ไปเหนือ
ตา่ งดีใจรีบรัดไปจดั เรือ หาพริกเกลือเตรียมเสบยี งไปเลียงกนั
สว่ นพวกพลลาวบา่ วข้า ก็ตดิ ตามกนั มาจ้าละหวนั
ชว่ ยกนั ยาเรือแพอยแู่ จจนั บางคนนนั เก็บของมากองไว้
บ้างไปซือเสือผ้าหาของกิน ทีใครมีหนีสินรีบใช้ให้
ขะมกั เขม้นอารามยามจะไป ถงึ เหน็ดเหนือยเหงือไหลไมข่ นุ่ เคอื ง
พวกพอ่ ค้ารู้ขา่ วลาวจะกลบั เอาของหาบหยบั หยบั มาแน่นเนือง
ชวนให้ซือของข้าวเอาไปเมือง ราคาเฟื องขายสลงึ ได้พงึ ใจ
ฝ่ ายพวกนางลาวเหลา่ ข้าหลวง หว่ งสมบตั ติ า่ งรีบหาหีบใส่
เก็บพบั ผ้าผอ่ นทอ่ นสไบ แป้ งนํามนั เอาไปให้พอแรง
บรรดาพวกทีจะได้กลบั ไปบ้าน ตา่ งเบกิ บานยมิ หวั ทวั ทกุ แห่ง
ทีต้องอยอู่ ยธุ ยาทําตาแดง หวั อกแห้งใครทกั ไมพ่ ดู จา
เจ้าเชียงใหมค่ รันเห็นก็สงสาร แจกบาํ เหนจ็ บํานาญให้หนกั หนา
สเู อย๋ อยหู่ นอ่ ยกบั สร้อยฟ้ า พอปี หน้าข้าจะให้ได้ไปเมือง
พอรุ่งเช้ากลาโหมมหาดไทย ทงั กรมแสงคลงั ในมาแนน่ เนือง
ผ้คู นขนของมานองเนือง แตล่ ้วนเครืองอปุ โภคทีริบไว้
บอกวา่ มีพระราชโองการ พระราชทานคืนสงิ ศฤงคารให้
ของเหลา่ นีทีสง่ มากรุงไกร กลบั ขนึ ไปถึงพจิ ติ รจงแวะวบั
ช้างม้าพาหนะบา่ วไพร่ คืนไปตามรับสงั ให้เสร็จสรรพ
572
เอาบาญชีคลีสํารวจตรวจนบั มอบแล้วตา่ งกลบั ไปฉบั พลนั
พวกเสนาพระยาลาวชาวเชียงใหม ่ ก็รับขนของไปเป็นหลนั หลนั
เรียกเรือมาเรียงไว้เคียงกนั เอาของบรรทกุ เรียบเพียบทกุ ลํา
ทงั ของหลวงของเหลา่ ท้าวพระยา ผ้คู นขนมาอยคู่ ลาคลํา
บรรทกุ แล้วถอยมาทอดจอดประจํา ให้ท้องนําเสียงลาวออกฉาวไป
ทีตรงทา่ หน้าบ้านตะพานเลง ให้จอดเรือลําทรงเจ้าเชียงใหม่
ตอ่ ลงมาข้างท้ายเรือฝ่ ายใน ให้จอดเรือพวกไพร่ข้างใต้นํา
ครันพร้อมเสร็จเจ้าเชียงใหมม่ เหสี จรลีลงเรือเมือใกล้คํา
เรือพวกท้าวพระยามาประจํา เรียงลําคอยทา่ จะคลาไคล
พอดาวประกายพรึกขนึ พวยพงุ่ ใกล้รุ่งแสงทองจะสอ่ งไข
พระจนั ทร์เคลือนเลือนบา่ ยลงชายไม้ สกณุ ไก่ก้องขนั สนนั เมือง
พวกลาวตา่ งฟื นตนื นิทรา หงุ ข้าวเผาปลากนั ตามเรือง
พออทุ ยั ไขแสงขนึ แรงเรือง แลประเทืองทวั ฟ้ าสธุ าธาร
ลงเรือพร้อมพรังทงั นายไพร่ เจ้าเชียงใหมล่ กุ ออกมานอกมา่ น
พอได้ฤกษ์รังสีรวีวาร ให้ออกเรือจากตะพานในทนั ใด
นําขนึ ตีกรรเชียงเสียงครันครึก ตกลกึ ผ่านมาหน้าวงั ใหญ่
ท้าวคดิ ถงึ ลกู ยายงิ อาลยั นําตาไหลนิงนงั อยขู่ ้างท้าย
เรือตามนําขนึ มาคว้างคว้าง ถึงเพนียดคล้องช้างก็ใจหาย
เหน็ ช้างผกู เสาเคียงอยเู่ รียงราย โอ้ช้างพลายตามโขลงมาหลงซอง
งวงพาดงาเหงากบั เสาตะลงุ ตาจะมงุ่ ดอู ะไรเมือใจหมอง
นําตาซาบอาบหน้าอยเู่ นืองนอง ทงั สองข้างมีงาไมก่ ล้าแทง
ช้างเอย๋ เคยกล้าอยกู่ ลางเถือน ไมก่ ลวั เพือนแลน่ ไลด่ ้วยใจแขง
ความทะนงหลงตวั วา่ เรียวแรง ถกู เขาแกล้งปกพาเอามาคล้อง
ด้วยความรักนางพงั กําบงั ตา ตดิ โขลงตามมาได้คลอ่ งคล่อง
เพราะตณั หาพาหลงตรงเข้าซอง จงึ มาต้องผกู มดั อยอู่ ตั รา
คดิ ถึงเพือนก็เหมือนกบั ตวั เรา แตก่ ่อนเกา่ สารพนั จะหรรษา
สมบตั พิ สั ถานก็ลานตา เมืองไหนไมม่ าประมาทแคลน
573
เพราะหลงรักสร้อยทองปองสวาท พลงั พลาดจงึ ทกุ ข์เสียเหลือแสน
เสียบ้านเสียเมืองได้เคืองแค้น แม้นแตล่ กู สายใจมไิ ด้คนื
ยงิ คดิ ยงิ เหงาเศร้าวิญญา นําตาไหลหลงั นงั สะอืน
ถงึ บ้านมอญเหน็ ขอนมอญลงยืน นําตนื ให้ถ่อตอ่ ไปพลนั
ผา่ นโพธิสามต้นเห็นต้นโพธิ กิงไสวใหญ่โตสงู ถะงนั
สามต้นปลกู เรียงไว้เคียงกนั ต้นหนงึ นนั อยกู่ ลางดบู างใบ
เหียวแห้งรันทดสลดหมอง สองต้นสดชืนรืนไสว
เหมือนเราสองจะไปครองซงึ เวียงชยั ลกู น้อยละห้อยไห้เป็นโพธิกลาง
โอ้วิบากปากนําพระประสบ สกั เมือไรจะได้พบกบั ลกู บ้าง
ครวญครํารําหามาตามทาง ถงึ บ้านขวางทา่ คอให้ท้อใจ
เหลียวหน้ามาทางมเหสี ก็เห็นนางโศกีสะอืนไห้
ยิงเบือบ้านทางหมางฤทยั นกไม้มีดืนไมช่ ืนชม
ครันจวนเยน็ จอดหาทีอาศยั เข้าไปแดดร้อนผอ่ นพกั ร่ม
ข้ามบ้านผา่ นแขวงเมืองอนิ ทร์พรหม ชยั นาทมโนรมย์ลําดบั มา
พ้นนครสวรรค์แปรไปแควใหญ่ เข้าปากนําเกยชยั ในสาขา
ถึงบางคลานไมร่ อถ่อนาวา จนถึงหน้าเมืองพิจติ รบรุ ี
ฝ่ ายผ้รู ังกรมการทราบสารตรา ตา่ งก็มารับรองต้องตามที
มอบของนานาบรรดามี ตามบาญชีสงั ไปให้คืนนนั
ทีครอบครัวสิงของต้องประสงค์ ก็จดั สง่ กรุงศรีขมีขมนั
สําเร็จเสร็จในไมก่ ีวนั แล้วบอกบนั ตามคดีทีมีมา
ฝ่ ายข้างเจ้าเชียงใหมใ่ ห้จดั กนั พวกหนงึ นนั เดินบกยกลว่ งหน้า
ให้คมุ ครัวววั ตา่ งแลช้างม้า ไปคอยทา่ หน้าเมืองสชั นาลยั
กระบวนเรือน้อยใหญ่ก็ไคลคลา เข้าคลองพงิ มาหาช้าไม่
ตกทา่ กงลงทางนํายมไป พ้นบ้านใหมไ่ มช่ ้าถงึ ทา่ เรือ
ฝ่ ายผ้รู ังสงั คโลกกรมการ รักษาดา่ นพระนครข้างตอนเหนือ
ทราบว่าปลอ่ ยเจ้าเชียงใหมใ่ ห้คนื เมือ จดั พริกเกลือข้าวปลาหาเตรียมไว้
ครันพวกลาวบา่ วนายถึงพร้อมเพรียง เอาเสบยี งอาหารมาจา่ ยให้
574
แล้วตรวจสอบตามบาญชีทีจะไป ทงั นายไพร่ช้างม้าเครืองอาวธุ
ให้หลวงพลสงครามตามไปส่ง ถึงปากดงพงแดนเป็นทีสดุ
แล้วให้แตง่ ม้าใช้ไปเร็วรุด บอกเมืองเถินทราบดจุ เดียวกนั
ครันกระบวนพร้อมพรังทงั นายไพร่ เจ้าเชียงใหมป่ รีดเิ ปรมเกษมสนั ต์
ขนึ บกยกออกจากเมืองพลนั เจด็ วนั ถึงแคว้นแดนนคร
ท้าวพระยาผ้รู ักษาเมืองลําปาง ตา่ งก็มาพร้อมพรังดงั แตก่ ่อน
เจ้าเชียงใหมค่ อ่ ยสบายคลายอาวรณ์ ให้พกั ผอ่ นเหน็ดเหนือยทีเมือยล้า
สว่ นพระยาข้าเฝ้ าเจ้าเชียงใหม ่ ก็จดั แจงนายไพร่ให้ล่วงหน้า
รีบไปบอกขา่ วชาวพารา วา่ พระเจ้าเชียงใหมไ่ ด้คืนเมือง
ฝ่ ายวา่ พวกลาวชาวเชียงใหม่ ตา่ งดีใจพร้อมหน้ามาแนน่ เนือง
จดั กระบวนแหนแหแ่ ลประเทือง ธงเทียวเขียวเหลืองบรรดามี
ทงั ราชยานคานหามแลวอทอง ฆ้องกลองเครืองสงั คีตดีดสี
แล้วป่ าวร้องบอกลาวชาวบรุ ี มาคอยรับอยทู่ ีเมืองลําพนู
ครันพระเจ้าเชียงใหมไ่ ปถงึ นนั ก็พากนั มาเฝ้ าเจ้าไอศรู ย์
ทงั เสนาอํามาตย์ราชประยรู เพด็ ทลู ต้อนรับด้วยยนิ ด ี
พอได้ฤกษ์วนั ดีมีมงคล ตา่ งคนประณตบทศรี
เชญิ เจ้าศวรรยาเข้าธานี ครองบรุ ีเนาวรัฐเป็นฉตั รชยั
เชิญพระองค์ขนึ ทรงยานมาศ ทงั นางราชเทวีศรีใส
แหอ่ อกนอกเมืองลําพนู ชยั ไปยงั เวียงเชียงใหมใ่ นวนั นนั
ทงั สองข้างทางแหใ่ ห้ปักฉตั ร ผกู แผงราชวตั ิขนึ กางกนั
เจ้าของบ้านนงั เรียงอยเู่ คยี งกนั พอเจ้านายถึงนนั ก็อวยพร
พลางโปรยบปุ ผามาลยั ยกมือกราบไหว้อยสู่ ลอน
องค์พระเจ้าเข้าคนื พระนคร เหมือนพระเวสสนั ดรแตก่ อ่ นมา
สาธุชยตภุ วงั ชยมงั คลงั พระเจ้าข้า
ให้พอ่ เจ้าเป็นสขุ ทกุ เวลา ชาวพาราตา่ งอํานวยอวยพร
ครันวา่ มาถงึ นเิ วศน์วงั พระครูบามานงั อยสู่ ลอน
แตง่ บตั รพลีตงั สลบั ซบั ซ้อน ตามแบบอยา่ งปางก่อนเคยฟาดเคราะห์
575
พระสงั ฆราชเชิญองคเ์ จ้าเชียงใหม ่ เข้านงั ในซ้มุ กล้วยเป็นกรวยเกราะ
มเหสีก็มีซุ้มจําเพาะ แล้วพระสงฆ์สวดสะเดาะขนึ พร้อมกนั
สวดเสร็จสงั ฆราชเอาบาตรนํา เสกซําด้วยพระมนตร์ดลขยนั
รดสะเดาะเคราะห์ร้ายให้หายพลนั เสียงประโคมครืนครันสนนั ดงั
ครันตกบา่ ยชายแสงพระสรุ ิยา พระญาตวิ งศ์พงศามาพร้อมพรัง
ทงั เสนาข้าเฝ้ าเหลา่ ชาววงั ประชมุ นงั ในท้องพระโรงรัตน์
เชิญองคเ์ จ้าเชียงใหมม่ เหสี สถิตทีแทน่ ประทบั สําหรับกษัตริย์
ตงั บายศรีเครืองกระยาสารพดั ประจงจดั หลายอย่างตา่ งตา่ งกนั
ให้พระยาจา่ บ้านเป็นผ้ใู หญ่ อวยชยั จําเริญเชญิ พระขวญั
แล้วผกู หตั ถ์รัดด้ายถวายพลนั ตามเยียงอยา่ งปางบรรพ์ประเพณี
สมโภชเสร็จเสดจ็ ออกพลบั พลา ราษฎรเข้ามาอยอู่ งึ มี
เตรียมลกุ กยุ มาทวั ทีตวั ด ี ปลําประจญั กนั ทีสนามใน
เอกิ เกริกอยจู่ นสนธยา จงึ เลิกงานตา่ งมาทีอาศยั
เจ้าเชียงอนิ ทร์สําราญบานฤทยั ครองเชียงใหมเ่ ป็นสขุ ทกุ วนั วาร
ตอนท ี ๓๓ แต่งงานพระไวยพลายงาม
จะกลา่ วถงึ พระองคผ์ ้ทู รงเดช มงกฎุ เกศอยธุ ยามหาสถาน
สถิตแทน่ แวน่ ฟ้ าโอฬาฬาร พร้อมขนานพระสนมประนมกร
ครันสรุ ิยงลงลบั เมรุมาศ พระจนั ทร์ผาดเผน่ จํารัสประภสั สร
ทรงพระแสงเพชรประดบั สําหรับกร บทจรออกท้องพระโรงคลั
แสงประทีบโคมแก้วแววสวา่ ง พวกขนุ นางหมอบเฝ้ าเป็นเหลา่ หลนั
พระตรัสความตามอยา่ งเป็ นทางธรรม์ แมน่ มนั ตามระเบียบโบราณมา
เบือนพระพกั ตร์มาพบพระกาญจน์บรุ ี ก็ยงิ มีพระทยั ให้หรรษา
ด้วยต้องการจะประทานนางสร้อยฟ้ า จงึ ตรัสวา่ ฮ้าเฮ้ยอ้ายกาญจน์บรุ ี
อ้ายหมืนไวยกกู ็ให้มียศศกั ด ิ พร้อมพรักข้าไทเป็นถ้วนถี
ยงั เสียอยแู่ ตเ่ มียมนั ไมม่ ี จะยกอีสร้อยฟ้ าให้แกม่ นั
จะให้สมกบั ทีมีความชอบ ให้ประกอบยศยิงทกุ สงิ สรรพ์
576
เป็นขนุ นางไมม่ ีเมียก็เสียครัน จะให้มนั มีเมียเสียสกั คน
ครานนั จงึ พระกาญจน์บรุ ี อญั ชลีกราบงามสามหน
จงึ กราบทลู ภวู ไนยไปบดั ดล พระคณุ เป็นพ้นคณนา
แตซ่ งึ จมืนไวยใชต่ วั เปลา่ ข้าพระพทุ ธเจ้าไมม่ สุ า
เมือไปทพั ได้กบั ศรีมาลา ลกู ยาพระพจิ ิตรบรุ ี
แตร่ ักใคร่ยงั มิได้ทํางานการ เขาผอ่ นผดั นดั งานมาเดือนสี
ได้ทําหมนั กนั ไว้ตามประเพณี ขอจงทราบธุลีพระบาทา
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงธรรม์ ได้ฟังขนุ แผนนนั มาทลู ว่า
เมียจมืนไวยมีชือศรีมาลา เป็นลกู ยาพระพิจิตรบรุ ี
จงึ ตรัสวา่ อ้ายพลายงามเป็นหมืนไวย มีเมียมากสกั เทา่ ไรก็ควรที
ได้สกั สบิ คนนนั มนั ยงิ ด ี จงึ สงั พระยาราชสีห์ด้วยทนั ใด
จงมีตราหาตวั พระพิจติ รนนั ทงั ลกู สาวมนั มาให้จงได้
จะให้แตง่ งานกบั อ้ายไวย ให้รีบรัดเร่งไปในวนั นี
สงั เสร็จพระเสดจ็ ขนึ ข้างใน ขนุ นางน้อยใหญ่ลกุ จากที
ฝ่ ายทา่ นเจ้าพระยาจกั รี ออกมานงั สงั คดีทีศาลา
แตง่ ตราสง่ ให้นายสวสั ด ิ เอง็ รีบรัดขนึ ไปพจิ ิตรหวา
นายสวสั ดกิ ราบกรานรับสารตรา ลงเรือกญั ญาโยนยาวไป
ครันวา่ มาถงึ เมืองพจิ ติ ร สมคดิ วางตราหาช้าไม่
พระพจิ ิตรต้อนรับฉับไว กรมการน้อยใหญ่มาฟังตรา
ครานนั พระพจิ ิตรบรุ ี ฟังตราราชสีห์วา่ ให้หา
รู้แจ้งวา่ จะแตง่ ศรีมาลา จงึ บอกบตุ รภรรยาให้เตรียมการ
พร้อมพรักผ้คู นบา่ วข้า ลงนาวาถอยออกมาจากบ้าน
ลอ่ งตรงลงทางบางคลาน พ้นผา่ นบ้านเมืองเนืองเนืองมา
ถงึ กรุงจอดบ้านท่านผ้ใู หญ่ พระพิจิตรคลาไคลขนึ ไปหา
เจ้าพระยาราชสีห์ผ้ปู รีชา บอกกิจจาพระพจิ ิตรให้แจ้งใจ
บดั นีมีรับสงั ให้หามา เพราะวา่ จะจดั แจงแตง่ งานให้
ศรีมาลาลกู ทา่ นกบั จมืนไวย จงรีบไปพบปะพระกาญจน์บรุ ี
577
พระพิจติ รรับคําแล้วอําลา ตรงมาหาขนุ แผนขมนั ขมี
ขนุ แผนกราบไหว้ด้วยยนิ ดี เชิญนงั ทีหอนงั สงั สนทนา
เลา่ ความตามกระแสแกพ่ ระพจิ ิตร วา่ พระองค์ทรงฤทธินนั ตรัสว่า
จมืนไวยไมม่ ีภรรยา จะประทานสร้อยฟ้ าแก่หมืนไวย
ลกู ทลู วา่ เมียมีชือศรีมาลา รับสงั วา่ มีอีกก็มีได้
ให้มีตราหาเจ้าคณุ มากรุงไกร จะโปรดให้แตง่ งานศรีมาลา
มาเกิดเป็ นเมียสองไมต่ ้องใจ จะทานทดั ขดั พระทยั ก็ไมก่ ล้า
คณุ พอ่ ขอจงได้เมตตา อยา่ วา่ ลกู กลบั กลอกทํานอกใจ
ครานนั จงึ ทา่ นพระพิจิตร วา่ พระองคท์ รงฤทธินนั เป็ นใหญ่
เราเป็นข้าโปรดมาประการใด ก็ต้องแล้วแตพ่ ระทยั พระทรงธรรม์
วา่ แล้วสองข้างตา่ งปรึกษา ไปบอกพระไวยมาขมีขมนั
ลงไปเรือเชือเชญิ แมย่ ายนนั พากนั ไปยงั บ้านจมืนไวย
พระพิจติ รบษุ บากบั ลกู รัก ก็ขนึ พกั อยทู่ ีบ้านประทานใหม่
จดั ครัวชลุ มนุ วนุ่ กนั ไป ข้าไทอกึ ทกึ ทําการงาน
ครันรุ่งแจ้งแสงสวา่ งกระจา่ งฟ้ า พระหมืนศรีลีลามาถงึ บ้าน
ขนึ บนเรือนพระไวยมิได้นาน ก็คิดอา่ นจดั แจงแตง่ เรือนพลนั
เอาพรมเจียมเสือสาดมาลาดป ู หมอนอิงพิงอยดู่ เู ป็ นหลนั
ตงั เครืองแก้วแถวถงั ตงั อฒั จนั ทร์ มา่ นกนั ฉากพบั ประกบั กาง
อจั กลบั ใสต่ ะเกียงแขวนเรียงไว้ คาํ จะได้จดุ ไฟให้สวา่ ง
ทงั กระโถนขนั นําประจําวาง พอกลางวนั พร้อมเสร็จในทนั ใด
พระพิจิตรวา่ แก่พระหมืนศรี ทา่ นปรานีฉนั ด้วยชว่ ยแก้ไข
จะซดั นําวนั นีไมม่ ีใคร วานโปรดให้สาวสาวสกั สิบคน
หลอ่ นแตล่ ้วนชาวในได้เคยเห็น แตพ่ อเป็ นเพือนสาวกนั สกั หน
ได้ห้มุ หอ่ ออกไปนงั ฟังสวดมนตร์ ให้มากมายหลายคนคอ่ ยอนุ่ ใจ
พระหมืนศรีวา่ ได้เป็นไรมี บา่ ยวนั นีดฉี นั จะจดั ให้
สาวสาวบ้านฉนั นนั ถมไป คณุ ตาอยา่ ได้เป็ นกงั วล
ฝ่ ายพระไวยอยบู่ ้านพระนายศรี เลือกมหาดเลก็ รูปดีอยสู่ บั สน
578
เอามาเป็นเพือนบา่ วได้เก้าคน แล้วจดั แจงแตง่ ตนให้แยบคาย
จงึ อาบนําชําระแล้วประแป้ ง นงุ่ ยกก้านแยง่ ดเู ฉิดฉาย
หม่ กรองทองเรืองประเทืองพราย ให้พระนายเสมอใจเป็นบา่ วนํา
เสร็จแล้วออกจากบ้านพระนาย ผนั ผายตามถนนคนดคู ลํา
ครันถึงก็ขนึ นงั ฟังพระธรรม พระสงฆ์สวดมนตร์ ําขนึ พร้อมกนั
จะกลา่ วถงึ วนั ทองผอ่ งโสภา แตอ่ ยกู่ บั ขนุ ช้างมาไมเ่ ดียดฉนั ท์
เป็นใหญ่ในบรุ ีศรีสพุ รรณ วนั นนั ได้ยินขา่ วเขากลา่ วมา
วา่ ลกู ชายพลายงามมีความชอบ ได้ประกอบยศศกั ดขิ นึ หนกั หนา
โปรดปรานประทานนางสร้อยฟ้ า แล้วจะแตง่ ศรีมาลาด้วยคราวนี
เป็นผ้ใู หญ่จําจะไปชว่ ยเขาบ้าง ให้ขนุ นางรู้จกั เป็นศกั ดศิ รี
คดิ แล้วก็มาลาสามี พรุ่งนีฉนั จะเข้าไปในเมือง
พระนายพลายงามเขาแตง่ งาน ลือสะท้านทวั กรุงฟ้ งุ เฟื อง
จะไมไ่ ปมดิ ีเป็นทีเคือง ไพร่บ้านพลเมืองจะนินทา
ขนุ ช้างได้ฟังนงั ยิมแต้ เออแมเ่ จ้าจะไปผวั ไมว่ า่
เขาเป็นนายมหาดเลก็ เด็กชา เบอื งหน้าจะได้พงึ เขาขนุ นาง
แมอ่ ยา่ ไปมือเปลา่ เอาเงินทอง ข้าวของไปด้วยชว่ ยเขาบ้าง
ผวั ไมน่ งิ ได้เจ้าไปพลาง ตวั พีจะขีช้างเข้าไปตาม
ร้อยชงั ผวั จะสงั ไปหนอ่ ยนะ ถ้าพบปะอ้ายขนุ แผนมนั ไตถ่ าม
อยา่ พดู จาปราศรัยอ้ายบ้ากาม ถ้าลวนลามแล้วจงดา่ ให้สาใจ
วนั ทองบอกวา่ อยา่ พกั สงั ฉนั หานงั พดู จากบั เขาไม่
แล้วสงั ข้าหาของเข้าไวไว นางเข้าห้องจ้องไขกําปันพลนั
หยิบผ้ายกอยา่ งดีสีชมพ ู แหวนงแู หวนประดบั จบั จดั สรร
เลือกทองลมิ เอามาสีห้าอนั ทองนนั จะได้ให้พระหมืนไวย
ผ้ายกอยา่ งดีสีชมพ ู แหวนงแู หวนประดบั ไปรับไหว้
ตามมีตามจนคนละใบ อยา่ ให้ลกู สะใภ้เขาเย้ยเยาะ
แล้วให้ขนฟักแฟงแตงร้าน ข้าวเมา่ ข้าวสารลกู ตาลเฉาะ
ทงั ฟักทองเนือดที ีกเู พาะ อีเจาะไปจดั ตดั เอามา
579
ให้ข้าคนขนของลงเรือใหญ่ บา่ วหลามตามไปอยพู่ ร้อมหน้า
วนั ทองลงเรือได้ไพร่จํามา โยนยาวฉาวฉ่าสนนั ไป
เข้าลดั ตดั ทางบางยีหน ประเดยี วด้นออกบ้านเจ้าเจ็ดได้
ถึงกรุงจอดตะพานบ้านวดั ตะไกร ให้บา่ วไพร่ขนของขนึ ฉบั พลนั
วนั ทองเดนิ หน้ามาตามถนน ขนึ บนเรือนใหญ่พระไวยนนั
พระนายน้อมคํานบั ต้อนรับพลนั แล้วเชิญทนั มารดาเข้าเรือนใน
ครานนั พระพจิ ิตรบษุ บา ตะวนั บา่ ยได้เวลาหาช้าไม่
บอกเพือนสาวทีหาเอามาไว้ ได้สบิ คนถ้วนล้วนสําอาง
ให้อาบนําทาแป้ งแตง่ กาย นงุ่ ลายหม่ แพรสีตา่ งตา่ ง
ศรีมาลาผดั หน้าเป็นนวลปราง นงุ่ ลายนอกอย่างหม่ สีจนั ทร์
จดั แจงผ้ใู หญ่ให้เดนิ หน้า พวกเพือนสาวตามมาเป็นหลนั หลนั
เอาหนามส้มเสียดผ้ามาคนละอนั สําหรับได้ป้ องกนั เจ้าหนมุ่ กวน
ห้มุ หอ่ กนั ออกนอกเคหา หอมผ้ากลินอบตรลบหวน
ศรีมาลาเดนิ กลางอยา่ งกระบวน แตล่ ะหน้าหน้านวลดงั นางใน
ครันถงึ น้อมนงั ฟังพระธรรม พระสดําจบั มงคลคใู่ ส่
สายสิญจน์โยงศรีมาลามาพระไวย พอฆ้องใหญ่หงึ ดงั ตงั ชยนั โต
หนมุ่ สาวเคียงคงั เข้านงั อดั พระสงฆ์เปิดตาละปัตรซดั นําโร่
ปรําลงข้างสีกาห้าหกโอ ทา่ นยายโพสาวนํานําเข้าตา
อดึ อดั ยดั เยียดเบยี ดกนั กลม เอาหนามส้มแทงท้องร้องอยุ หนา่
ทีไมถ่ กู เท้ายนั ดนั เข้ามา ทา่ นยายสาออกมานงั บงั กนั ไว้
มหาดเลก็ โลนโลนโดนกระแทก โอยพ่อจะขีแตกไมท่ นได้
ทา่ นยายสาเตม็ ทีลกุ หนีไป จนพระไวยศรีมาลามาชิดกนั
ทา่ นขรัวหวั ร่อซดั ตอ่ ไป พวกผ้ใู หญ่หนาวครางจนคางสนั
อยา่ เตมิ นําอิกเลยเฮ้ยตาจนั เตม็ ทีเทา่ นนั เถิดเจ้าคณุ
ทา่ นขรัวหยดุ ยงั นงั นงิ พวกผ้หู ญิงตา่ งลกุ เข้าเรือนว่นุ
แมย่ ายจดั ผ้าถกั ตาชนุ ปักทองสละปะตนุ่ กบั ผ้ายก
ใสพ่ านวางไว้ไปจดั แจง เครืองแป้ งอยา่ งดีหวีกระจก
580
พดั จนั ทน์ตลบั ทองของแถมพก ให้คนยกมาให้พระหมืนไวย
พวกเจ้าบา่ วผลดั ผ้ามาแตง่ ตวั ทา่ นขรัวยถาสพั พีให้
ครันเห็นได้เวลาก็คลาไคล ตา่ งองค์ตา่ งไปยงั กฎุ ี
พวกเจ้าบา่ วเข้าไปในหอนงั ผ้คู นยกโต๊ะตงั ไว้ตามที
ทงั ของเคยี งเรียงเรียบเทียบไว้ดี มีกระโถนขนั นําประจําพาน
ล้วนแตพ่ านเงินงามรองชามข้าว แล้วเชิญทา่ นเพือนบา่ วกินอาหาร
ครันบรโภคอมิ หนําสําราญ แล้วยกโต๊ะของหวานสง่ เข้าไป
ล้วนแตข่ องดีดีเทียบสีขนั แกล้งประจงจดั สรรขนึ ซ้อนใส่
อิมสําเร็จยกสํารับกลบั เข้าไป ข้างในตงั พานหมากล้วนนากทอง
สงั ให้ยกสํารับเลวไปเลียงไพร่ อมิ สําราญบานใจสินทงั ผอง
จดุ ประทีปแสงประเทืองเรืองรอง มโหรีแซซ่ ้องประสานซอ
ขบั กลอ่ มซ้อมเสียงสําเนียงนวล โหยหวนโอดพนั สนนั หอ
ฆ้องวงหนง่ หนอดสอดเสียงซอ ระนาดตอดลอดล้อบรรเลงลอย
แสนเสนาะเสียงสนนั สนกุ สนาน วเิ วกหวานครําครวญหวนละห้อย
พระไวยฟังวงั เวงเพลงทยอย ละเลิงลืมตวั มอ่ ยผอยหลบั พลนั
ครันอทุ ยั ไขประเทืองเรืองจํารัส สอ่ งสวา่ งกระจา่ งจดั แจม่ สวรรค์
พวกคนงานตา่ งลกุ ขนึ ปลกุ กนั บ้างจดั สรรเทียบเคียงของเลียงพระ
บ้างผา่ ฟื นตกั นําตาํ พริกขิง ชลุ มนุ วนุ่ วิงออกเอะอะ
บ้างซาวหม้อก่อไฟใสก่ ้นกะทะ บ้างยกกระบะหยิบกระบวยล้างถ้วยชาม
จะกลา่ วถึงพระองคผ์ ้ทู รงภพ ดลิ กลบลําเลศิ โลกทงั สาม
สถิตแทน่ สรุ กาญจน์ตระหง่านงาม หมืนหมอ่ มหมอบตามลําดบั ไป
ทรงคะนงึ ถึงพระไวยจะแตง่ งาน พร้อมข้าราชการทงั น้อยใหญ่
อีสร้อยฟ้ านนั จะช้าไว้ทําไม เอาสง่ ไปให้มนั เสียวนั นี
ให้พร้อมหน้าขนุ นางกลางสนาม จะได้งามเป็นสงา่ ราศี
ดาํ รัสสงั คลงั ในไปทนั ที ให้เบกิ ผ้ามายีสบิ สํารับ
หวีกระจกเครืองแป้ งแตง่ ให้ครบ แหวนมรกตนพเก้างปู ระดบั
พานหมากนากทองสองสํารับ กบั เงินห้าชงั ทงั โต๊ะพาน
581
มนั จะไปให้ขีวอมา่ นลาย เจ้าขรัวนายช่วยไปสง่ ให้ถงึ บ้าน
เร่งรีบไปพลนั ให้ทนั การ ของประทานให้คนขนตามไป
แล้วตรัสว่าสร้อยฟ้ าอยา่ เป็นทกุ ข์ ถ้าเฉินฉกุ เบืองหน้าหาทงิ ไม่
ไปเลียงกนั ให้ดอี ยา่ มีภยั เมือทกุ ข์ยากอยา่ งไรมาบอกก ู
ครานนั จงึ โฉมนางสร้อยฟ้ า รับพระราชบญั ชาก้มหน้าอยู่
นําตาไหลหลงั ลงพรังพรู แขง็ ใจจําส้บู งั คมลา
เจ้าขรัวศรีสจั จาพาครรไล จงึ สงั ให้จดั วอมารอทา่
นางสร้อยฟ้ าขนึ วอลออตา เจ้าขรัวนายนําหน้ามาจากวงั
พวกนางสาวสาวเหลา่ โขลนจา่ ก็แบกของตามมาข้างภายหลงั
นางไหมเดนิ เมียงเคยี งระวงั เจ้าสร้อยฟ้ านนั นงั มาในวอ
บ้านพระไวยคนผ้อู ยคู่ บั คงั พระสงฆ์นงั สวดมนตร์อยบู่ นหอ
พวกขนุ นางน้อยใหญ่ไปชว่ ยปรอ เจ้าเณรตงั บาตรรออยเู่ รียงรัน
ทา่ นผ้หู ญิงวนั ทองร้องเรียกบา่ ว ให้คดข้าวขาวขาวสกั คอ่ นขนั
เอาทารพีทองมาสองคนั ชว่ ยกนั ยกไปวางกลางนอกชาน
พระหมืนศรี เข้ าเรื อนเตือนศรี มาลา ออกมาธารณะเสียหน่อยหลาน
ศรีมาลาอายคนพ้นประมาณ แฝงมา่ นหน้ามอ่ ยไมอ่ อกมา
นางวนั ทองร้องเรียกลกู สะใภ้ แมแ่ ข็งใจไปหนอ่ ยนะแมห่ นา
ทําบญุ อยา่ ให้สญู เสียศรัทธา แมจ่ ะเป็นเพือนพาเจ้าออกไป
ครานนั นารีศรีมาลา ได้ยินแมผ่ วั ว่าไมข่ ดั ได้
สําลีพนั ไม้สอยเช็ดรอยไร สอดใสส่ ร้อยทรงกะทดั รัด
รู้จดั แจงแป้ งผดั พอเรือเรือ ดงั นวลเนือในผวิ ใชน่ วลผดั
ใสแ่ หวนมรกตนพรัตน์ หม่ ผ้าอตั ลดั นงุ่ ริวทอง
งามทรงสมหน้าสง่างาม เดนิ ตามแมผ่ วั ออกจากห้อง
นางเม้ยรับเคียงข้างคอยประคอง นางเยืองยอ่ งประจงทรงกายา
เดนิ ออกนอกชานสะท้านใจ พระหมืนไวยตกั ข้าวไว้คอยทา่
แล้วสง่ คนั ทารพีให้ศรีมาลา พอสบตาเจ้าก็มอ่ ยละมนุ ลง
ศรีมาลาอายใจมใิ คร่จะรับ วนั ทองจบั ข้อศอกคอยเสือกสง่
582
แตพ่ อกมุ เข้าด้วยกนั ให้มนั คง ประคองคอ่ ยเทลงในบาตรพลนั
ศรีมาลากบั พระไวยยงั ใส่ค้าง พอวอวางเข้ามาขมีขมนั
พระหมืนไวยเรียกหาบดิ าพลนั ให้เชญิ ทนั ท้าวนางไปข้างใน
เจ้าสร้อยฟ้ าถึงบ้านแหวกมา่ นมอง เหน็ ผวั เมียเขาประคองขนั ข้าวใส่
ให้เคืองขนุ่ ง่นุ งา่ นทะยานใจ แล้วกดั ฟันมนั ไว้ไมว่ นุ่ วาย
พระกาญจน์บรุ ีมารับเจ้าสร้อยฟ้ า กบั เฒา่ แก่โขลนจา่ สนิ ทงั หลาย
นําหน้าพานางยา่ งเยืองกราย เชญิ ขรัวนายไปนงั ข้างหลงั โน้น
ใสบ่ าตรแล้วศรีมาลาเข้ามาเรือน พระไวยเตือนสํารับเลียงจา่ โขลน
ชลุ มนุ แมค่ รัววงิ หวั โดน จดั สํารับจบั กระโถนขนั นําวาง
ข้างฝ่ ายในไว้ธรุ ะพระกาญจน์บรุ ี จดั แจงมใิ ห้มีทีขดั ขวาง
พระหมืนศรีคอยระวงั ข้างขนุ นาง พระพิจิตรจดั เลียงข้างพระเณร
ครันพระสงฆ์ฉนั แล้วลกู ศษิ ย์ถ่าย ถวายจีวรเนือดยี ้อมสีเสน
พระพจิ ติ รจดั กระจาดองั คาสประเคน พอจวนเพลพระก็ลาไปอาราม
จะกลบั กลา่ วถงึ เจ้าจอมหมอ่ มขนุ ช้าง พอเรือรางแสงทองผอ่ งอร่าม
สงั ให้ผกู ช้างงาสง่างาม เชือกพวนล้วนดามผ้าแดงดี
สงั แล้วอาบนําชําระกาย เยืองกรายเข้าไปจบั กระจกหวี
ให้คดิ แค้นใจตวั หวั อปั รีย์ วิงไปสีเอามินหม้อมาพอแรง
ปนเข้ากบั นํามนั แล้วปันปี ก ยงั ไมด่ ําซําอีกออกเป็ นแสง
แตส่ ินมินหม้อวา่ ฝาหอยแครง แล้วลกุ มาทาแป้ งเข้าเป็ นฟาย
นงุ่ ยกอยา่ งโบราณก้านแยง่ หม่ สา่ นสีแดงดเู ฉิดฉาย
ดตู ะวนั พอสวา่ งขนึ ช้างพลาย บา่ วไพร่มากมายตามพรูมา
ขนุ ช้างไสช้างมาเงินเงิน โดง่ เดนิ ชิดเฉียดเข้าชายป่ า
อ้ายเฒา่ บวั หวั ล้านเป็นควาญมา บา่ วข้าตามแน่นแลน่ ปะเลง
ข้ามหนองขนึ เนินดมุ่ เดมิ หรับ เหงือซบั โซมตวั หวั ใสเหนง่
อ้ายเฒา่ ล้านควาญท้ายย้ายตามเพลง คร่อมท้ายตะโพ้งเก้งตีตะโพง
ขนุ ช้างขีคอกรายขอเกาะ ไสช้างเหยาะเหยาะยกั เอวโหยง
ตดั ลงตรงกรุงออกทงุ่ โทง หวั เป็นเงาโง้งโงกเงกมา
583
ตวั ลงกบเจาเอาช้างข้าม เข้าบ้านมหาพราหมณ์เลียวข้างขวา
ตรงเข้าภเู ขาทองเดนิ ท้องนา ถึงกรุงศรีอยธุ ยาพอกลางวนั
ขนุ ช้างวางขนึ บนหอกลาง พร้อมหน้าขนุ นางอย่ทู ีนนั
ขนุ นางทีรู้จกั ทกั ทายกนั พระไวยผนั หน้าค้อนด้วยคดิ อาย
ตงั สํารับเรียงรอบนหอกลาง เลียงขนุ นางมหาดเล็กสนิ ทงั หลาย
ทงั ของเคียงเรียงรินสรุ าราย ขนุ ช้างซดั สา่ นกรายนงั สดุ คน
วางใหญ่ใสซ่ ําล้วนสามทบั จบั ตาซา่ ซา่ นทกุ เส้นขน
ปะหมไู ก่ใสส่ ินกินออกซน กระดกู กระเดยี วเคียวป่ นเป็นแป้ งไป
พวกขนุ นางเขายวุ า่ จจุ ้าน ยิงทะยานยงโยย่ กโถใส่
ฉวยกระโถนปากแตรแร่ออกไป ครอบหวั เข้าไว้เดนิ เก้กงั
เอามือปิดก้นป้ องหน้าทําตาปรือ เฮ้ยใครดกู คู ือท้าวกุดถงั
พระนายอายหน้าวา่ ไมฟ่ ัง ลกุ ขนึ ซดั เซซงั สนิ สมประดี
วนั ทองได้ยนิ ฮาออกมาด ู แสนอดสดู งั จะแทรกแผน่ ดนิ หนี
ออกจากห้องร้องตวาดชาติอปั รีย์ ชา่ งทําได้ไมม่ ีละอายใจ
ขนุ ช้างฟังเมียทําตาปรือ อออือเออข้าหาอายไม่
ลกุ ขนึ เต้นตกึ ตกั ทําหนกั ไป แมเ่ จ้าไวยชว่ ยมาเป็ นวานรินทร์
พีจะเป็นเจ้าขรัวหวั ละมาน หางพานตีนหดไปหมดสิน
พีเคยเป็นตวั นายหลายแผน่ ดนิ แล้วแลบลนิ เกาขาคว้าวนั ทอง
วนั ทองผลกั ไสพระไวยดา่ มาเรียกข้าวา่ เจ้าไวยอ้ายจองหอง
นีคดิ อยขู่ ้างหนงึ จงึ ลําพอง หาไมก่ กู ดคอถองให้แทบตาย
ขนุ ช้างกําลงั เมายืนเกาก้น ทดุ อ้ายหมาดา่ คนเลน่ ง่ายง่าย
จองหองจะถองกหู รืออ้ายพลาย ฤๅเชือเชน่ วา่ เป็นนายมหาดเลก็
อ้ายชาตอิ กตญั ไู มร่ ู้คณุ คือใครแคะคอ่ นขนุ มาแตเ่ ดก็
ดา่ ทอพอ่ ได้อ้ายใจเจ๊ก เมือเลก็ เล็กใครเลียงมงึ เป็นตวั
พระไวยได้ฟังขนุ ช้างดา่ โกรธาตวั สนั ให้คนั หวั
อ้ายหวั ล้านจะประจานให้เจ็บตวั วาจาชวั ถอดชือกขู นุ นาง
เอาละเป็นไรก็เป็นไป ขดั ใจกําหมดั ซดั ปากผาง
584
วนั ทองร้องหวีดวงิ เข้ากลาง ขนุ ช้างล้มควําคะมําไป
พวกขนุ นางเข้ายดึ อยอู่ ึดอดั พระไวยขดั ใจดา่ ไมป่ ราศรัย
วนั ทองร้องไห้งอวา่ พอ่ ไวย อยา่ ถือใจคนเมาเลยเจ้าคณุ
ประทานโทษโปรดเถิดพอ่ ทนู หวั ไมร่ ู้ตวั เตม็ ประดาจงึ ว้าวนุ่
พอ่ เงือดงดอดใจจะได้บญุ จงอยา่ หนุ หนั เหน็ แกม่ ารดา
พระไวยขดั ใจวา่ เพราะแม ่ ทําอยา่ งนีมีแตจ่ ะขายหน้า
นีหากจิตคิดถึงซงึ มารดา หาไมไ่ มค่ าระนากบั ฝี มือ
พระกาญจน์บรุ ีชีหน้าวา่ วนั ทอง ออ่ น้องเจ้าเป็นวานรินทร์ฤๅ
ชา่ งไมอ่ ายไมเ่ จ็บเทา่ เลบ็ มือ แคน่ มาโลมให้เขาลือเลน่ กลางคน
ผวั เจ้าดถู กู ดา่ ลกู ข้า ชา่ งไมว่ า่ ห้ามปรามกนั สกั หน
เขาทําผวั ตวั เต้นเป็นชกั ยนต ์ แตล่ กู ชายอายคนนนั ทําเนา
วนั ทองแค้นขดั สะบดั หน้า เอาจะฆา่ ก็ฆา่ เสียเถิดเจ้า
หลบั หหู ลบั ตามาวา่ เดา คือใครเลา่ เขาโลมให้คนลือ
คะข้าแลอีวานรินทร์โขน เป็นตวั โลนเคยเลน่ ไมเ่ ห็นหรือ
พดู เหมือนลกู เล็กเล็กเดก็ อมมือ นีคนดีเจียวยงั ดอื เป็นคนเมา
ซงึ วา่ ชงั ลกู นกั รักสามี ข้าเหน็ ดีด้วยเจ้าช้างเมือไรเลา่
มคิ วรหมินเขาก็หมินเพราะกินเมา เขาตอ่ ยเอาก็พอสมกบั หน้าคน
ฝ่ ายนายขนุ ช้างคอ่ ยสร่างมนึ ลกุ ขนึ ถกเขมรเพียงง่ามก้น
ชีหน้าวา่ เฮ้ยอ้ายทรชน ตอ่ ยกปู ากป่ นเพราะตงึ ตวั
มงึ เหมือนทรพีอ้ายขีข้า มาไลข่ วิดบดิ าบงั เกิดหวั
เมือน้อยน้อยยงั จะนกึ รู้สกึ ตวั กจู ิกหวั มงึ ไปควนั เอาขอนทบั
มเิ ชือพอ่ ก็อ้ายพลายคลําท้ายทอย ทีริมไรนนั เป็นรอยไม้ซีกสบั
กคู ิดวา่ จะฉิบหายตายลีลบั มิรู้กลบั มาได้ทําดดุ นั
ครานนั พระไวยครันได้ฟัง ลําเลกิ ถึงความหลงั แค้นตวั สนั
ษมาแมแ่ ร่ขนึ บนหอพลนั ดฉิ นั บอกกล่าวทา่ นทงั ปวงไว้
อ้ายใจยกั ษ์หกั คอคนทงั เป็น เพราะบญุ มีหนีเร้นจงึ รอดได้
เหนบ็ รังจงั กาเรียกข้าไท เอาหวาอย่าไว้ชีวติ มนั
585
พวกทนายหนมุ่ หนมุ่ เข้ารุมถอง เอาจนร้องไมอ่ อกศอกกล้มุ สนั
ถีบตกลงดนิ ดนิ ยนั ยนั พวกขนุ นางกางกนั เกะกะไป
วนั ทองโผนโจนจากหอนงั มา วิงผวากอดผวั ทอดตวั ไห้
นิงแนแ่ ลเห็นไมห่ ายใจ นางร้องไห้โฮโฮโอ้พอ่ คณุ
ทงั นีรักเมียจงึ มาชว่ ย จนมาม้วยบรรลยั อยใู่ ต้ถนุ
เขาทบุ ดงั ทบุ ปลาไมก่ ารุญ พอ่ สนิ บญุ เสียแล้วกระมงั นา
ให้คนหามไปวางไว้กลางบ้าน บ้างทะยานขนึ เหยียบสองต้นขา
จะนวดฟันเทา่ ไรไมล่ ืมตา วนั ทองทอดกายากบั สามี
โอ้พอ่ ร่มโพธิเตยี ของเมียแก้ว พอ่ ตายแล้วเมียเหน็ จะเป็นผี
อนั จะหานําใจในบรุ ี เห็นสินดีอยเู่ พียงพอ่ โพธิทอง
แตอ่ ยมู่ าเป็นสิบห้าสิบหกปี คําน้อยหนงึ ไมม่ ีให้เมียหมอง
เมือคลอดลกู หนนุ หลงั นงั ประคอง เหน็ เมียร้องพอ่ ก็รําพิไรวอน
เมือคราวเมียจบั ไข้ไมก่ ินข้าว พอ่ นงั เฝ้ าเคยี งคอยตะบอยป้ อน
เห็นเมียไมห่ ลบั ใหลก็ไมน่ อน ครันหน้าร้อนพ่อก็พดั กระพือลม
หน้าหนาวหนาวแลน่ ตลอดอก พอ่ กอดกกให้นอนซ้อนผ้าหม่
ครันหน้าฝนฝนฝอยลงพรอยพรม ให้อยรู่ ่มปิดรอบหน้าตา่ งเรือน
อนั ชายใดในพืนปัถพี การรักเมียแล้วไมม่ ีเสมอเหมือน
ถงึ รูปชวั ใจชว่ งดงั ดวงเดือน นีกรรมเตือนให้ตามเมียมาตาย
อนิจจาเมือมาผวั เป็นเพือน กลบั ไปเรือนแตต่ วั ดผู วั หาย
รําพลางกลิงเกลือกลงเสือกกาย ดงั จะวายชีวงั ไปทงั เป็ น
ครันโศกคลายคลําผวั ตวั ยงั ออ่ น เทพจรเบอื งหลงั ยงั ริกเต้น
ทรวงอกอนุ่ คลายคอ่ ยหายเย็น เอ๊ะเห็นฤทธิเมาคอ่ ยเบาบาง
สงั บา่ วให้เอานําร้อนรด ลบู หมดไปทงั กายให้หายสร่าง
จะกรอกปากไมถ่ นดั คดั ลกู คาง ประเดียวครางออกมาได้หายใจแรง
ขนุ ช้างฟื นพลนั กดั ฟันเกรียว โกรธาตาเขียวร้องเสียงแขง
เฮ้ยทีกจู ะไมว่ า่ มงึ อยา่ แคลง จะส้ซู นชนกําแพงกวา่ จะตาย
ถึงตวั กบู รรลยั กระดกู ร้อง อนั จะถองเลน่ เปลา่ เปล่าเจ้าอยา่ หมาย
586
มงึ พวกมากฝากไว้เถิดอ้ายพลาย ถ้าเจ้านายไมเ่ ลียงก็แล้วไป
ตวั สนั เทาเทาเรียกบา่ วข้า จงู มือเมียมาจากบ้านใหญ่
แมก่ ลบั บ้านก่อนอยา่ ร้อนใจ ผวั จะไปคอยเฝ้ าเจ้าชีวิต
วนั ทองร้องไห้พิไรห้าม จะเกิดความเพด็ ทลู ไมก่ ลวั ผิด
คราวนีเขาโปรดปรานเชียวชาญชิด จงหยดุ ยงั ชงั จติ ให้จงดี
ขนุ ช้างวา่ ถ้าพีไมเ่ มาแล้ว น้องแก้วอยา่ ปรารมภ์ทีตรงพี
ให้เมียมาสพุ รรณในทนั ที ฝ่ ายขนุ ช้างวางรีเข้าวงั ใน
ครานนั พระไวยวรนารถ ครันเสือมคลายวายวิวาทคอ่ ยผอ่ งใส
พวกขนุ นางตา่ งคนก็ลาไป พระไวยมานงั ทีท้าวศรีสจั จา
เจ้าขรัวนายวา่ องคพ์ ระทรงเดช โปรดเกศตรัสใช้ให้พวกข้า
พานางนารีศรีสร้อยฟ้ า ออกมาสง่ ให้พระนายไวย
ครานนั พระไวยเจ้าพลายงาม ฟังความยินดจี ะมีไหน
น้อมกายกราบถวายบงั คมไป แล้วสงั ให้ตอบแทนพวกท้าวนาง
คณุ ท้าวเจ้าขรัวศรีสจั จา ให้ผ้าสา่ นขาวดอกกบั นอกอยา่ ง
ให้พวกจา่ ตานกแก้วกบั ขาวบาง พวกโขลนเลวลายฉลางกบั ริวญวน
นางสาวสาวทีมาตามสามสบิ ห้า แพรผ้าให้จบจนครบถ้วน
ผ้นู ้อยผ้ใู หญ่ให้งามตามสมควร แล้วก็ชวนกนั ลาเข้ามาวงั
พระนายจดั แจงแตง่ เคหา ให้สร้อยฟ้ าอยคู่ รองนนั สองหลงั
มีมา่ นฉากชนั กนั กําบงั เตยี งนอนเตยี งนงั ห้องอาบนํา
แบง่ ปันกนั กงึ ครึงเคหา มใิ ห้พวกศรีมาลามากรายกลํา
ทําฝารอบขอบชิดปิ ดงํา ให้อยจู่ ําเพาะพวกเจ้าสร้อยฟ้ า
ครันงานเสร็จแล้วแจกพวกวเิ สท ทงั เงินตราผ้าขาวเทศถ้วนหน้า
มิให้เขาตฉิ ินนินทา จนชนั ข้าในเรือนก็ให้ทาน
ฝ่ ายวา่ พระพจิ ิตรบษุ บา ครันงานแล้วจะลาขนึ ไปบ้าน
เข้ามาหาพระไวยไชยชาญ วา่ ราชการบ้านเมืองนนั มากมาย
จะไว้ใจหลวงปลดั กรมการ ครันนานก็จะพากนั ฉิบหาย
พอ่ แมข่ นึ มาลาพระนาย แตไ่ มว่ ายทําวนด้วยศรีมาลา
587
แตเ่ กิดมาไมเ่ คยพรากจากอก มาตกอยเู่ มืองใต้ไกลหนกั หนา
ถ้าพลาดพลงั ยงั คดิ ถงึ บิดา อนาถาไร้ญาตขิ าดพงศ์พนั ธ์ุ
อนงึ พระไวยเดยี วนีมีเมียสอง เห็นจะต้องหวงหงึ เป็นแมน่ มนั
กลวั จะตงั หวั คณะระรานกนั พอ่ จงหมนั ตรองดอู ยา่ ววู่ าม
อนั จตรุ ะเคหาภิริยาสอง ดเู หน็ ต้องสภุ าษิตประดษิ ฐ์ห้าม
ไหนจะมีความสบายพอ่ พลายงาม ต้องวา่ ความเมียรักนนั รําไป
ลกู ข้าพร้าคดั ปากไมพ่ ดู ออก อยบู่ ้านนอกไมท่ ะเลาะกบั ใครได้
เพือนฝงู เขาดา่ วา่ กระไร ก็เอาแตร่ ้องไห้ไมเ่ ถียงเป็ น
เหมือนช้างกล้าป่ าเดียวมีสองตวั สองเมียร่วมผวั คงเกิดเขญ็
ใครเงอะงงั ก็จะนงั นําตากระเดน็ พอ่ จงเป็นตราชดู ใู ห้ด ี
ครานนั โฉมพระนายพลายงาม ฟังความประนมก้มเกศี
เจ้าคณุ จงไปให้สวสั ดี อนั ตรงทีศรีมาลาอย่าพรันท้อ
ถงึ ลกู ออ่ นไมฉ่ ลาดจะพลาดผิด ฉนั คงคิดถึงคณุ แมแ่ ลคณุ พอ่
ฉนั รักคนทีไมม่ ากปากสอพลอ อนั คนฉอดพลอดผลอไมพ่ อใจ
เจ้าประคณุ การุญเป็ นหนกั หนา ฉนั หาลืมวาจาทีวา่ ไม่
ทงั อปุ ถมั ภ์พอ่ แมม่ าแตไ่ ร จะสนองคณุ ไปดงั สญั ญา
เออพอ่ กตญั รู ู้จกั คณุ โมทนาบญุ แล้วนะพอ่ หนา
คอ่ ยอยเู่ ถิดแมพ่ อ่ จะขอลา แล้วลกุ มาหาลกู ด้วยทนั ที
ครันถึงส้วมสอดกอดลกู แก้ว พอ่ จะลาเจ้าแล้วอยา่ หมองศรี
จงตงั ใจจงรักภกั ด ี ฝากตวั สามีเจ้าสืบไป
ครานนั นารีศรีมาลา กอดตนี บดิ าเข้าร้องไห้
ฉวยลําบากยากเย็นจะเหน็ ใคร พอ่ แมอ่ ยใู่ กล้ได้ดแู ล
ถึงผวั จะรักสกั เทา่ ไร ก็ยงั ไมเ่ หมือนคณุ พอ่ กบั คณุ แม่
ถ้าเธอไมเ่ ป็นธรรม์จะผนั แปร ตงั แตจ่ ะระกําทกุ คําคืน
ครานนั ทา่ นยายบษุ บา ปลอบลกู สาววา่ อยา่ สะอืน
พอ่ แมก่ ็ได้สงั ไว้ยงั ยืน หมอ่ มหมืนเธอก็รับปฏิญาณ
แตใ่ จแมน่ ียงั กริงอยสู่ งิ หนึง กลวั จะหงึ กนั วนุ่ วายอายชาวบ้าน
588
อนั เมียสองต้องห้ามตามโบราณ เป็นกบั ใครก็รําคาญไมเ่ ว้นคน
แมส่ อนเจ้ามาแตน่ ้อยตงั ร้อยพนั สดุ สําคญั แตเ่ พียงอดนนั เป็นต้น
อยา่ ทําชวั เพราะวา่ ตวั ของตวั จน เขาเปรียบเทียบจงส้ทู นต้องเกรงกลวั
ใครจะดา่ เจาะจงั ก็ชงั เขา จงอดเอาอยา่ สําออยคอยฟ้ องผวั
อนั คนดนี านดอกจงึ ออกตวั ถ้าคนชวั เขาคงเหน็ เป็นไปเอง
จงอตุ สา่ ห์เสงียมคอ่ ยเจียมตน อยา่ ให้คนทงั ปวงลว่ งขม่ เหง
จงซือตรงตอ่ ผวั รู้กลวั เกรง อยา่ ครืนเครงดา่ วา่ กบั ข้าไท
ปรนนิบตั อิ ยา่ ให้ขดั นําใจเขา การเรือนการเหย้าเอาใจใส่
ข้าวของสารพนั หมนั เก็บไว้ ระวงั ระไวดแู ลอยา่ แชเชือน
สอนลกู แล้วบอกอีเม้ยรับ สงั กําชบั อีจจู งอยเู่ พือน
ทงั อีมีอีรักชว่ ยตกั เตือน เอ็งเป็นคนต้นเรือนมาแตไ่ ร
แล้วเรียกข้าผ้ชู ายทีใช้ชิด ชืออ้ายทิศกบั อ้ายเตา่ เอาไว้ให้
เฮ้ยพลดั บ้านเมืองมาอยา่ ไว้ใจ ฉวยเกิดเหตเุ ภทภยั อยา่ ทงิ นาย
วา่ พลางส้วมสอดกอดลกู แก้ว แมจ่ ะลาเจ้าแล้วตะวนั สาย
แล้วลกุ จากเรือนมาทงั ตายาย พระนายก็ตามสง่ ลงนาวา
พระกาญจน์บรุ ีศรีมาลามาสง่ พอ่ นําตาคลอไหลซาบลงอาบหน้า
นงั ชะแง้แลตามจนสดุ ตา ลบั แหลมแล้วก็มายงั ห้องนอน
ครานนั จงึ โฉมจมืนไวย จําเดมิ ได้อยคู่ รองสองสมร
นําใจชว่ งตละดวงศศธิ ร สถาพรพนู สวสั ดทิ กุ เวลา
ครันสนิ แสงสรุ ิยงอสั ดงดบั ลดลบั เหลียมพระเมรุภผู า
พระจนั ทรจรแจ้งกระจา่ งตา ดวงดาราไพโรจน์จํารัสแพรว
เสียงเรไรหริงหริงนิงนอนวนั เสนาะนกั จกั จนั สนนั แจ้ว
หงิ ห้อยพรอยพราวดวู าวแวว อยทู่ ีแถวไม้กระถางวางเป็นทิว
แมลงผงึ คลงึ เคล้าเอาเกสร ภมุ รินบนิ ร่อนมาลวิ ลวิ
เรณฟู ฟู ่ องละอองปลิว พระไวยฉิวฉนุ คิดถึงสองนาง
โอ้วา่ ป่ านฉะนีศรีมาลา จะนทิ รานิงนกึ คะนงึ หมาง
วา่ พีนีคลายรักหกั ใจจาง จะระคางขนุ่ แค้นไมข่ าดคดิ
589
นกึ ฤๅหนงึ เลา่ เจ้าสร้อยฟ้ า นิทราอยคู่ นเดียวเปลียวเปล่าจติ
อนงึ นางยงั ไมเ่ คยชายเชยชิด จะไปก่อนเลา่ ก็คิดถึงศรีมาลา
วนั เมือจะพรากจากพิจิตร เจ้าก็คิดขอสตั ย์ไว้หนกั หนา
แตอ่ กั อว่ นป่ วนใจอยไู่ ปมา จนเวลาเยืองเยียมสองยามปลาย
พระจนั ทร์ตรงทรงกลดอยหู่ มดเมฆ อดเิ รกแพร้วพร่าวกระจา่ งฉาย
พระหมืนไวยอาบนําชําระกาย แล้วผนั ผายเข้าห้องของศรีมาลา
เหน็ ขวญั ออ่ นนอนนงิ สนทิ หลบั อจั กลบั แสงส่องต้องนวลหน้า
งามทรงสมศรีกิริยา เป็นนวลปลงั ดงั ทานํายาทอง
พระไวยคดิ พิสวาทเพียงขาดจิต เข้าแนบชิดซดุ ลงประจงต้อง
ลบู ไล้ทงั หลบั ประคบั ประคอง ไฉนน้องจงึ นิงสนทิ นอน
ครานนั นารีศรีมาลา ลืมตาแล้วก็ลกุ ขนึ จากหมอน
เหน็ พระนายนกึ แค้นด้วยแสนงอน คมค้อนเบือนหน้ามาพาที
หมอ่ มขามาไยจนคอ่ นคนื หลบั ได้ตืนแล้วฤๅจงึ มานี
เมือจะมาลาหลอ่ นแตโ่ ดยด ี ฤๅหลอ่ นหลบั ลอบหนีมากระมงั
อนจิ จาแก้วตาของพีเอย๋ อยา่ งอนวา่ ไปเลยเจ้าร้อยชงั
จริงจริงนะจะเลา่ ให้เจ้าฟัง เมือกีนงั เลน่ อยทู่ ีหอกลาง
พระพายพดั หอมหวนรัญจวนใจ ก็เพลนิ ชมมงิ ไม้ในกระถาง
ครันหาวนอนแล้วก็จรมาหานาง ไมค่ วรคลางแคลงคําระกําใจ
เมือจากมาวนั นนั ได้สญั ญา หาทําหยามข้ามหน้าของน้องไม่
นีเปลา่ เปลา่ เดาวา่ นา่ น้อยใจ มาปรับไหมจบู นางข้างละที
ไฮ้หมอ่ มอยา่ มาเลน่ ฉนั เชน่ นนั ไมน่ า่ ขนั มาปลําทําจ้จู ี
นีแลโจรจบั ได้ไมเ่ ฆียนตี ถ้าเบาไม้แล้วไมม่ ีทีจะรับ
กระนนั สิหมอ่ มหมืนจงึ ขนึ หน้า เหตวุ า่ เขาขีคร้านจะไปจบั
เชือวา่ ใครไมเ่ หน็ เป็นทีลบั จงึ แกล้งกลบั มาพาโลทําโพคลมุ
หมอ่ มขาอยา่ มาทําจําใจอย ู่ ด้วยรูปฉนั มนั ไมส่ ้จู ะชวยชมุ่
ทีนา่ พดู จงไปพลอดนงั กอดมุ ทีนา่ จบู จงไปจ้มุ อยจู่ นจาง
ชะคารมคารีเจ้าศรีมาลา ชา่ งเจรจาตดั พ้อเลน่ ทกุ อยา่ ง
590
พียอมแพ้แล้วไมแ่ ก้สํานวนนาง พลางก็กางมือกอดไว้กบั กาย
เกิดโกลาฟ้ าลนั สนนั เสียง เปรียงเปรียงอสนุ ีคะนองสาย
พริ ุณโรยโปรยสาดกระเซน็ ปราย พระพายพดั พา่ งเพียงพิภพพงั
ลนั พิลกึ ครึกครืนคลืนระลอก แฉะกระฉอกฟองเฟอะขนึ ฟมู ฝัง
ตลงิ กระทบกลบกระแทกกระเทือนดงั พอฝนถงั ลมก็ถอยผอยนิทรา
ตอนท ี ๓๔ ขุนช้างเป็ นโทษ
จะกลา่ วถงึ พระองคผ์ ้ทู รงศกั ด ิ ปินปักหลกั โลกนาถา
สถิตเหนือพระแทน่ แวน่ ฟ้ า พอสรุ ิยาเร่งรถขนึ เรืองรอง
ถงึ เวลาพระก็ฟื นตนื ไสยาสน์ ลงจากอาสน์เสดจ็ ออกนอกห้อง
นางในถ้วนหน้าข้าทลู ละออง หมอบชม้อยคอยจ้องประจํางาน
พระชําระสระสรงทรงสคุ นธ์ ปรุงปนประทินกลินหอมหวาน
ทรงพระแสงเนาวรัตน์ชชั วาล พระภบู าลออกท้องพระโรงเรือง
ประทบั พระทีนงั บลั ลงั ก์อาสน์ อํามาตย์หมอบนอบน้อมประนมเนือง
ตรัสประภาษราชการบ้านเมือง แล้วชําเลืองมาข้างเหลา่ มหาดชา
ครานนั ขนุ ช้างเหน็ วา่ งจงั หวะ ขอเดชะฝ่ าละอองปกเกศา
ชีวติ อยใู่ ต้พระบาทา แตเ่ กล้ากระหมอ่ มเป็ นข้าฝ่ าละออง
อยใู่ นมหาดชากวา่ แปดปี แตห่ วายเปรียะยงั ไมม่ ีได้ถกู ต้อง
บดั นีจมืนไวยใจคะนอง ทบุ ถองกระหมอ่ มฉนั แทบบรรลยั
แตต่ อ่ ยแล้วมหิ นําซําท้าทาย ถึงเจ้านายของมงึ หากลวั ไม่
บา่ วไพร่กวา่ ร้อยตอ่ ยรําไป พวกขนุ นางขวางไว้จงึ ไมต่ าย
เมือขณะทบุ ถองร้องดา่ วา่ ก็ตอ่ หน้าขนุ นางสินทงั หลาย
ได้ห้ามปรามรู้เห็นเป็นมากมาย แม้นมสิ ตั ย์ขอถวายซงึ ชีวา
ครานนั พระองค์ผ้ทู รงธรรม ได้ทรงฟังถ้อยคาํ ขนุ ช้างวา่
พระนงิ นกึ ตรึกความตามกิจจา ข้อทีวา่ ทบุ ตที ีจะจริง
อนั จะร้องท้าทายถงึ นายเจ้า มนั จะเสกใสเ่ อาให้ใหญ่ยงิ
เหตทุ ีเกิดความยงุ่ ขนึ นงุ นงิ เพราะอ้ายนีถือหยิงวา่ พอ่ เลียง
591
ครันเตม็ เมาเข้าจะวา่ มนั หยาบคาย อ้ายไวยอายจงึ ทะเลาะเบาะเถียง
เกินกนั แตล่ ะน้อยคอ่ ยเลียบเคยี ง ครันดา่ มนั มนั ก็เหวียงเอาสาใจ
แม้นจะนิงความไว้ไมไ่ ตถ่ าม อ้ายหมืนไวยก็จะหยามขนึ หยาบใหญ่
จะถือวา่ เจ้ารักแล้วหนกั ไป โกรธใครก็จะพาลพาโลตี
พระตริเสร็จตรัสสงั ตาํ รวจใน ไปหาตวั จมืนไวยเข้ามานี
ตาํ รวจรับสงั วงิ เป็นสิงคลี ครันถึงทีบ้านบอกพระหมืนไวย
รับสงั ให้หาไปในบดั นี ขนุ ช้างทลู คดีเป็นความใหญ่
พระไวยแจ้งกิจจาเรียกข้าไท ลงบนั ไดเดนิ เหยา่ เข้าวงั พลนั
นงุ่ สมปักลนลานเป็นการเร็ว เอาผ้ากราบคาดเอวขมีขมนั
เข้าไปเฝ้ าองค์พระทรงธรรม์ บงั คมคลั คอยฟังพระโองการ
ครานนั พระปินนรินทร์ราช มีพระสงิ หนาทอยฉู่ าดฉาน
เหวยอ้ายไวยอยา่ งไรเมือทํางาน จงึ ฮกึ หาญขม่ เหงอ้ายขนุ ช้าง
เตะตอ่ ยแล้วมหิ นําซําท้าทาย จ้วงจาบเจ้านายได้ทกุ อยา่ ง
ใครเลา่ เป็ นเจ้าของอ้ายช้าง เอ็งอ้างวา่ ไมก่ ลวั คือตวั ใคร
พวกขนุ นําขนุ นางเข้ากางกนั แตก่ ระนนั มงึ ยงั หาฟังไม่
ถีบถองตอ่ ยชกตกบนั ได จริงเทจ็ เป็นกระไรให้วา่ มา
พระไวยทลู ตามข้อขอเดชะ ข้าพระพทุ ธเจ้าไมม่ สุ า
ซงึ ขนุ ช้างกราบทลู พระกรุณา เสกแสร้งแกล้งวา่ เอาแตด่ ี
ทีข้อวา่ หยาบช้าเป็นสาหสั แม้นเป็นสตั ย์จงประหารให้เป็นผี
ขนุ ช้างไปชว่ ยงานเมือวานนี รับประทานอาหนีเข้าตงึ ตน
กลา่ วคําหยาบช้าสารพนั กระหมอ่ มฉนั ห้ามปรามเป็นหลายหน
เข้ายดุ หยอกมารดาตอ่ หน้าคน เหลือทนแล้วจงึ ได้วิวาทกนั
โป้ งโหยงหยาบคายเป็นหลายข้อ ดา่ ทอถอดชือกระหมอ่ มฉนั
เตม็ อายตอ่ หน้าธารกํานลั แล้วเสกสรรลําเลิกโพนทะนา
เมือครังนนั กระหมอ่ มฉนั ได้เจด็ ปี ขนุ ช้างพาไปฆา่ ตีทีในป่ า
จนสลบซบอยกู่ บั พสธุ า กลวั มติ ายหมายวา่ จะไมล่ บั
ทงั สลบตบตอ่ ยปะเตะปะตะ แสกศรี ษะซําเอาไม้ซีกสบั
592
ลากตวั ไปในรกยกขอนทบั แล้วขนุ ช้างวางกลบั ไปบ้านตน
เดชะบญุ กระหมอ่ มฉนั ไมบ่ รรลยั ฟื นขนึ ได้ซานมาหาชีต้น
ซอ่ นตวั อย่กู บั ท่านอาจารย์นน มิให้คนเห็นตวั ด้วยกลวั ตาย
เมือวานนีนายขนุ ช้างอ้างความหลงั พดู ดงั ดงั ได้ยินสนิ ทงั หลาย
กระหมอ่ มฉนั บอกกลา่ วทงั ไพร่นาย แม้นมิสตั ย์ขอถวายซงึ ชีวา
ครานนั พระองค์ดํารงภพ ฟังจบทีพระไวยให้การวา่
ข้างต้นความดเู หน็ เป็นอาญา แตข่ ้างปลายกลายมานครบาล
จําเลยแก้เป็ นฉกรรจ์มหนั ตโทษ จําจะซกั ข้างโจทก์ให้แตกฉาน
เฮ้ยขนุ ช้างหมืนไวยมนั ให้การ วา่ ประมานอายสุ กั เจ็ดปี
มงึ แกล้งชวนเอาไปในป่ าใหญ่ เอาขอนทบั ไว้แล้วแลน่ หนี
มนั ส้นู งิ ความมากวา่ แปดปี จนวานนีเอง็ วา่ ตอ่ หน้าคน
ข้อหยาบช้าสาหสั เขาปัฏิเสธ เกิดววิ าทขนึ เพราะเหตนุ ีเป็นต้น
มนั บอกกลา่ วเลา่ ทวั ทกุ ตวั คน นีแนะ่ เฮ้ยเหตผุ ลเป็ นอยา่ งไร
ขนุ ช้างได้ฟังรับสงั ถาม เห็นวา่ ความเก่าเกิดก็หวนั ไหว
ด้วยจริงใจในอกก็ตกใจ เหงือไหลโซมตวั กลวั อาญา
แข็งใจกราบทลู ไปทนั ที พระบารมีปกเกล้าเหนือเกศา
ซงึ พระไวยกราบทลู พระกรุณา ล้วนเสกแสร้งแกล้งวา่ ใชค่ วามจริง
ซงึ จะได้ตีฆา่ หามิได้ แกล้งกลา่ วเสกใสใ่ ห้ใหญ่ยิง
ถ้าฆา่ ตีก็จะมีทีอ้างอิง ไยจงึ นิงความไว้ไมก่ ราบทลู
ครันเกล้ากระหมอ่ มฟ้ องหาวา่ ตอ่ ยตบ แกล้งจะกลบความร้ายให้หายสญู
จงึ เสกแสร้งใสเ่ อาเป็นเค้ามลู เอาความเทจ็ เพ็ดทลู แตโ่ ดยเดา
กระหมอ่ มฉนั จะได้วา่ หามิได้ พระหมืนไวยยแุ ยงแกล้งมอมเหล้า
ลอ่ ให้พดู จาประสาเมา แล้วเอาความร้ายมาป้ ายทา
อนั ทีท้าถึงเจ้ากลา่ วสาหสั แม้นมีสตั ย์ขอพระองค์ลงโทษา
ถ้าแม้นไมจ่ ริงจงั ดงั เจรจา รับพระราชอาญาจนบรรลยั
พระองคท์ รงภพตบพระเพลา กจู ะเอาความจริงให้จงได้
เฮ้ยขนุ นางข้าเฝ้ าอยา่ เข้าใคร บรรดาไปชว่ ยงานเมือวานนี
593
ใครรู้เหน็ เป็นอยา่ งไรให้เร่งวา่ อยา่ เหน็ แก่หน้าขนุ นางแลเศรษฐี
ขนุ ช้างวา่ หมืนไวยไลท่ บุ ตี พาทีถงึ เจ้ากลา่ วหยาบคาย
ข้างหมืนไวยวา่ ขนุ ช้างอ้างความหลงั พดู ดงั ดงั ได้ยนิ สนิ ทงั หลาย
เมือเล็กเลก็ เอาไปล้างให้วางวาย บญุ ตวั ไมต่ ายจงึ รอดมา
เมือขนุ ช้างอ้างว่าฆา่ หมืนไวย เตม็ เมาฤๅไมส่ ้หู นกั หนา
อยา่ ได้เข้าข้างใครให้เจรจา จงเร่งวา่ อยา่ ได้เห็นกบั บคุ คล
บรรดาข้าเฝ้ าเหล่าไปงาน จงึ กราบทลู พระโองการตามเหตผุ ล
กระหมอ่ มฉนั จําไว้ได้ทกุ คน เป็นต้นด้วยขนุ ช้างไปชว่ ยงาน
รับพระราชทานเหล้าจนเมามาย แล้ววนุ่ วายวา่ กลา่ วห้าวหาญ
ขนึ ตงั ทา่ อวดตนวา่ หนมุ าน แล้วพดู จาเกียวพานถึงวนั ทอง
พระนายอายหน้าวา่ ไมฟ่ ัง จงึ ตงึ ตงั ตอ่ ยตีกนั มีก้อง
ขนุ ช้างโป้ งปากหากคะนอง ร้องลําเลกิ ความหลงั ออกคลงั ไป
วา่ เมือพระไวยอยกู่ บั มารดา ขนุ ช้างเอาไปฆา่ ในป่ าใหญ่
เอาไม้ซีกสบั ลงทีตรงไร เอาขอนทมุ่ ทบั ไว้จะให้ตาย
พระไวยขดั ใจก็เรียกบา่ ว มีฉาวชกซําล้มควําหงาย
ซงึ ท้าวา่ กลา่ วถึงเจ้านาย กระหมอ่ มฉนั ทงั หลายไมไ่ ด้ยนิ
แตข่ นุ ช้างกินเหล้าเมาเตม็ ประดา จนเปลืองผ้าจากกายความอายสนิ
ไมเ่ ข้าใครใสก่ ลเป็นมลทิน พระภมู ินทร์จะทราบพระบาทา
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงธรรม พิเคราะห์คําให้การพยานว่า
วนิ จิ ฉยั ไปด้วยพระปรีชา ซงึ ข้อทีหยาบช้านนั สําคญั
ความโจทก์ลา่ วหาเป็นสาหสั แม้นเป็นสตั ย์ก็โทษถงึ อาสญั
ถ้าไมเ่ ป็นสตั ย์โทษโจทก์เหมือนกนั อกิ ข้อนนั ซงึ หาวา่ ฆา่ ตี
ถ้าแพ้กบั ทานบนจนกบั พยาน ผ้ทู ําผิดต้องประหารให้เป็นผี
แตห่ ากเบาด้วยเมาอยเู่ ตม็ ที ไมร่ ู้สกึ สมประดกี ็วา่ ไป
จําจะซกั จมืนไวยให้กระจา่ ง จะเอาโทษขนุ ช้างยงั ไมไ่ ด้
จงึ ตรัสวา่ ฮ้าเฮ้ยอ้ายหมืนไวย เมือแรกอ้ายขนุ ช้างมนั ฆา่ ตี
ไยจงึ นงิ ความไว้ไมก่ ลา่ วหา พงึ มาวา่ เขาฟ้ องไมต่ ้องที
594
ทีป่ าไหนมนั ฆา่ วา่ ให้ด ี มีผ้รู ู้เหน็ บ้างฤๅอย่างไร
ขอเดชะปกเกล้าปกกระหมอ่ ม ด้วยยงั ยอ่ มเมือเขาทําจําไมไ่ ด้
รู้แตว่ า่ ป่ าหลงั สพุ รรณไป ครันจะอ้างก็ไมม่ ีใครมา
จะร้องก็ไมไ่ ด้ไกลบ้านคน ครันจะหนีก็ไมพ่ ้นเป็ นกลางป่ า
เดชะบญุ ปลดปลอดรอดชีวา จะไปร้องฟ้ องหาก็เดก็ นกั
ไมร่ ู้วา่ รัวแขวงกรมการ โรงศาลอยทู่ ีไหนไมร่ ู้จกั
จงึ มไิ ด้วา่ ขานมานานนกั จนอารักษ์ดลใจให้พาที
จะอ้างอิงนนั ไมไ่ ด้เป็นในป่ า เหลือปัญญาขอพิสจู น์ไปตามที
ถ้าแม้นแพ้แก่สตั ย์ดาํ นทั ี ขอถวายชีวีพระทรงธรรม์
ครานนั พระองค์ทรงธรณินทร์ ได้ฟังสนิ ถ้อยคําหมืนไวยนนั
จงึ มีสีหนาทประภาษพลนั อ้ายไวยนนั มนั วา่ ก็ชอบกล
แล้วตรัสว่าฮ้าเฮ้ยอ้ายขนุ ช้าง มงึ อยา่ พรางเลา่ ไขไปแตต่ ้น
ถ้าแม้นวา่ ทําผิดคิดผอ่ นปรน อยา่ อนั อ้นบอกให้หมดอยา่ ปดก ู
ขนุ ช้างฟังพระองคท์ รงถามซกั เป็นทกุ ข์นกั มือประนมก้มหน้าอยู่
เหงือไหลหน้าหลงั ลงพรังพรู เป็นครู่จงึ ทลู พระกรุณา
ขอเดชะฝ่ าละอองธลุ ีบาท องคพ์ ระหริราชนาถา
ซงึ ถ้อยคําจมืนไวยใชส่ จั จา เสกแสร้งใสว่ า่ สารพนั
ทีจะได้ตีรันนนั หามไิ ด้ กลา่ วพอให้กลบความกระหมอ่ มฉนั
ขนุ นางเข้ากบั พระไวยไปทงั นนั เพราะเป็นพวกเดียวกนั กบั พระนาย
กระหมอ่ มฉนั จนใจไร้พวกพ้อง ได้อยกู่ ็แตต่ ้องพสิ จู น์ถวาย
ถ้าแม้นแพ้จงล้างให้วางวาย กระหมอ่ มฉนั ขอถวายซงึ ชีวี
ครานนั พระองคผ์ ้ทู รงชยั วนิ ิจฉยั ในสํานวนถ้วนถี
อ้ายขนุ ช้างเอามสุ ามาพาที ในคดพี ริ ุธทกุ ประการ
แตพ่ ยานร่วมกนั ยงั ตดิ ใจ ผิดวสิ ยั ความหลวงกระทรวงศาล
เดียวนีแพ้ทานบนจนพยาน อ้างเองยงั กลบั ค้านทกุ คนไป
ถงึ จะพดู จาประสาเมา ก็จดั เอาเป็นข้อพิรุธได้
ถ้าสงั กรมเมืองให้ตดิ ไม้ ครู่เดียวก็จะได้เท็จจริงกนั
595
แตค่ รังนีอ้ายไวยสโิ ปรดปราน ไพร่บ้านพลเมืองก็ลือลนั
จะเป็นเข้ากบั อ้ายไวยใสค่ วามมนั จริงเท็จทงั นนั ใครจะรู้
จําจะต้องพิสจู น์ตามกระบวน ให้มนั สินสํานวนทีตอ่ สู้
เท็จจริงข้างใครให้คนด ู ตวั กจู งึ จะพ้นคนนินทา
จงึ ตรัสวา่ ฮ้าเฮ้ยอ้ายขนุ ช้าง มงึ อ้างข้าราชการก็พร้อมหน้า
กไู ด้ถามความข้อวา่ หยาบช้า พวกขนุ นางตา่ งวา่ ไมไ่ ด้ยนิ
อนั ความฉกรรจ์มหนั ตโทษ พยานโจทก์กลบั เจือจําเลยสิน
ครันอ้างเขาไมร่ ับก็กลบั ลนิ ปลนิ ไปติดใจค้านพยานตวั
กเู ห็นแนแ่ ท้เท็จสินทงั หมด ถ้าใสบ่ ทแล้วก็โทษถึงตดั หวั
ข้อหยาบช้ามงึ มสุ าไมเ่ กรงกลวั แล้วทําชวั ถอดชืออ้ายหมืนไวย
ข้อหาวา่ ทบุ ตขี ้อนีรับ ทีถอดชือพอจะปรับกนั ลงได้
ข้อหยาบช้าโทษมงึ ถึงบรรลยั จะยกโทษให้อ้ายขนุ ช้าง
แตข่ ้อหาฆา่ ฟันนนั ลบั นาน ไมม่ ีพยานขอพิสจู น์ทงั สองข้าง
ยงั ไมแ่ นข่ ้างหมืนไวยฤๅอ้ายช้าง มิพสิ จู น์ไมก่ ระจา่ งซงึ กิจจา
ปรึกษาเสร็จตรัสสงั สีพระครู ไปดใู ห้โจทก์จําเลยมนั จดั หา
เครืองสําหรับดํานําให้ทํามา ไปปักหลกั ลงทีหน้าตําหนกั แพ
เข้ามณฑลกนั วนั พรุ่งนี จนถึงทีวดั ดํานําเจ็ดคาํ แน่
ให้กํากบั กนั อยคู่ อยดแู ล ให้พร้อมแตเ่ วลาบา่ ยโมงปลาย
พนกั งานกรมไหนให้ไปด ู พระครูจดั แจงแตง่ บตั รหมาย
คมุ ตวั ไว้ในวงั ทงั สองนาย พระสงั เสร็จผนั ผายเข้าข้างใน
ครานนั พระครูผ้รู ับสงั ออกมานงั ยงั ทีทมิ ดาบใหญ่
จดั แจงแตง่ หมายแยกย้ายไป สงั ให้เรียกหลกั นครบาล
ให้ทํามะรงสํารองไว้สองหลกั แล้วปักมณฑลแลทําศาล
เสมียนเขียนฟ้ องคาํ ให้การ สภุ าการให้อยดู่ เู ป็นกลาง
มิให้สง่ ข้าวปลามาแตบ่ ้าน ขนุ ศาลหาให้กินทงั สองข้าง
ให้โจทก์จําเลยหาผ้าขาวบาง มาปกู ลางศาลทงั สองรองบตั รพลี
หมากพลใู สก่ ระทงประจงเจียน ทงั ธปู เทียนดอกไม้บายศรี
596
เครืองตงั สงั เวยกรุงพาลี มีมะกรูดส้มป่ อยกระแจะจนั ทน์
ผ้าขาวนงุ่ ผ้าขาวหม่ พรมลาด เสือสาดสายสิญจน์ให้จดั สรร
หม้อข้าวหม้อแกงใหมแ่ ลหม้อกรัน กระโถนขนั นําตงั ทงั กระแซง
กระตกิ เหล้าข้าวสารเชงิ กรานใหม ่ ขา่ ตะไคร้หอมกระเทียมพริกแห้ง
ครกสากคนใช้ไก่พะแนง ทงั สองแหง่ จดั หาให้เหมือนกนั
ขนุ ช้างกบั พระไวยได้บญั ชา ก็รีบสงั บา่ วข้าขมีขมนั
บดั เดยี วใจได้มาสารพนั ถ้วนจบครบครันดงั บญั ชา
เข้ามณฑลเสร็จถึงเจ็ดคํา นกั การทําไม้หลกั ไปปักทา่
ทีตําหนกั แพโถงโรงนาวา ทํามะรงหาฆ้องไว้คอยตี
คาํ สาบานแชง่ ชกั อาลกั ษณ์อ่าน ตระลาการอา่ นสํานวนถ้วนถี
เอาเชือกผกู เอวไว้ให้ดบิ ดี ประจําทีคอยทา่ เสดจ็ มา
พวกชายหญิงวงิ พรูดดู าํ นํา ทงั สาวหนมุ่ กล้มุ กลํามาหนกั หนา
ผ้ใู หญ่เดก็ เจ๊กฝรังทงั ละว้า แขกขา่ มอญลาวมีฉาวไป
นางสาวสาวอยใู่ นเรือนเห็นเพือนองึ ลกุ ทะลงึ ออกมาไมช่ ้าได้
ชวนเพือนเตือนกนั ให้รีบไป ดพู ระไวยกบั ขนุ ช้างดํานํากนั
ทีเฒา่ แก่อยากดไู มอ่ ย่บู ้าน อ้มุ ลกู จงู หลานเป็นจ้าละหวนั
ทีโรงเรือเหลือหลามคนครามครัน ยดั เยียดเบยี ดกนั อยวู่ นุ่ วาย
พวกท้าวนางในวงั ทงั ปวง โขลนจา่ ข้าหลวงสนิ ทงั หลาย
รู้วา่ ขนุ ช้างกบั พระนาย เวลาบา่ ยวนั นีจะดํานํา
ตา่ งอาบนําทาแป้ งแตง่ ตวั หวีหวั นงุ่ หม่ ให้คมขํา
บ้างหาหมากใสซ่ องสองสามคํา บ้างชกั นําเพือนฝงู จงู มือมา
ถึงทีตาํ หนกั แพแออดั เบยี ดเสียดเยียดยดั กนั หนกั หนา
ออกเพียบแพแซซ่ ้องท้องคงคา คอยทา่ วา่ เมือไรจะได้ดํา
ข้างพวกคนทีเหลา่ เป็นชาวเรือ ทงั ใต้เหนือตลอดจอดออกสํา
เรือเลก็ เล็กน้อยน้อยออกลอยลํา แนน่ แมน่ ําเซ็งแซอ่ ยแู่ จจนั
จะกลา่ วถงึ สมเดจ็ พระพนั วษา ปินปักอยธุ ยามหาสวรรย์
เนาในปราสาทแก้วอนั แพรวพรัน ฝงู กํานลั นบนอบหมอบแนน่ ไป
597
ทรงพระราชดําริตริตรึก ระลกึ ถึงพลายงามเป็นความใหญ่
ดาํ นํากบั ขนุ ช้างจะอยา่ งไร จนบา่ ยได้เวลาสามโมงปลาย
จงึ ชําระสระสรงทรงเครือง อร่ามเรืองเนาวรัตน์จํารัสฉาย
ทรงพระแสงกดุ นั พรรณราย ผนั ผายจากทีมนเทียรทอง
ขนึ เกยลาทรงมหายานมุ าศ พร้อมอํามาตย์ราชกระวีมีก้อง
ประโคมแตรสงั ข์ประดงั กลอง มาตามท้องฉนวนลงซงึ คงคา
ครันถึงจงึ เสดจ็ ขนึ บนอาสน์ หมอู่ ํามาตย์บงั คมก้มหน้า
ตํารวจใหญ่ลงในเรือกญั ญา ทอดทนุ่ กระสนุ ง่าวา่ ห้ามคน
ทํามะรงลงเรือขนึ เหนือนํา หลายลําขนึ ลอ่ งออกสบั สน
สิงอนั ใดลอยตายในสายชล ก็เสือกไสให้พ้นไมแ่ ผ้วพาน
พระผ้จู อมนรินทร์ปิ นธรณี พระจงึ มีพระราชบรรหาร
ไปบอกพระครูหวาอยา่ ช้านาน เวลากาลจะอสั ดงให้ลงดํา
พระครูผ้รู ับสงั ก็บงั คบั ตามตํารับอยั การโบราณรํา
พระหมืนไวยให้ขนึ ข้างเหนือนํา ขนุ ช้างดาํ ฝ่ ายใต้ให้สมควร
เดมิ ขนุ ช้างเป็นโจทก์ก็จริงแล แตไ่ ตถ่ ามคดกี นั ถีถ้วน
เป็นสตั ย์รับรองท้องสํานวน ข้อพสิ จู น์นีเป็นสว่ นพระหมืนไวย
กบั อนงึ ซงึ เขาเป็นขนุ นาง ขนุ ช้างต้องดําข้างฝ่ ายใต้
ปรึกษาเหน็ พร้อมกนั ในทนั ใด แล้วจงึ คมุ ออกไปนอกมณฑล
พาดาํ เนนิ ยา่ งยอ่ งทงั สองนาย ผ้คู มุ รายกํากบั อยสู่ บั สน
ชําระตวั สระหวั ทงั สองคน ชนไก่แล้วก็ลงในคงคา
ผ้คู มุ กมุ ยึดหางเชือกไว้ จบั ลําไม้ไผค่ อยพาดบา่
ทีริมฝังตงั ขนั นาฬกิ า ทํามะรงตงั ทา่ เข้าขม่ คอ
ตีฆ้องหมง่ ดําลงทงั สองข้าง พอขนุ ช้างดาํ มดุ ก็ผดุ ฝอ
ผ้คู มุ เอาโซใ่ หญ่เข้าใส่คอ พวกคนดดู า่ ทอออกเพรียกมา
พวกผ้คู มุ กล้มุ ฉดุ ไมล่ ะวาง ขนุ ช้างร้องโปรดกอ่ นพทุ ธิเจ้าข้า
พระไวยคนนีมีวิชา เป่ าซําทํามาให้ต้องตน
ฤทธิเดชพระเวทเข้าจบั ใจ ทนไมไ่ ด้หวั พยองสยองขน
598
เอาจําเลยขนึ เหนือนําดําข้างบน เป่ ามนตร์ลงมาข้าติดใจ
พระองคท์ รงฟังขนุ ช้างวา่ ชะต้าอ้ายเจ้าสํานวนใหญ่
แพ้เขาเฝ้ าวา่ โว้เว้ไป กลบั พาโลว่าอ้ายไวยใช้เวทมนตร์
ด้วยสนิ คิดมนั ก็บิดเอาซงึ หน้า มนั แกล้งวา่ จะให้ชําดําอีกหน
อ้ายโกหกแผน่ ดินลินกะลาวน ชอบแตเ่ ฆียนเสียให้ป่ นคนเช่นนี
แตซ่ งึ วา่ ให้จําเลยขนึ เหนือนํา ถ้อยคาํ มนั ร้องนนั ต้องที
จะตดั สินก็ไมส่ ินซงึ ราคี ด้วยคดเี กิดขนึ เพราะตวั มนั
ให้มนั ขนึ เหนือนําดาํ อีกที จงจดั แจงเดียวนีขมีขมนั
ถ้าแพ้เขาอีกครังอยา่ ฟังกนั เอาไปฟันเสียบเสียให้สาใจ
พระครูรับพระโองการลนลานมา อยา่ ช้านายช้างมาดําใหม่
เอาเชือกผกู บนั เอวเร็วพระไวย คมุ ออกไปยดุ หลกั ทงั สองนาย
เอาไม้พาดบา่ พลนั แล้วลนั ฆ้อง ขม่ คอลงทงั สองแล้วหยอ่ นสาย
พวกคนดชู ลุ มนุ อยวู่ นุ่ วาย ทงั เรือพายแทรกเสียดเข้าเบียดกนั
ด้วยขนุ ช้างนนั พิรุธทจุ ริต พอดาํ มิดไมถ่ ึงสกั กึงกลนั
บนั ดาลเห็นเป็นงเู ข้ารัดพนั ตวั สนั กลวั สดุ ผดุ ลนลาน
พระกาญจน์บรุ ีโดดนําตามลงไป อ้มุ พระไวยขนึ มาตอ่ หน้าฉาน
เหลา่ พวกผ้คู มุ นครบาล เอาคลงั ใส่อ้ายหวั ล้านลากขนึ มา
พระองค์ทรงกริวกระทืบบาท ยมราชเอาไปจําให้แนน่ หนา
อ้ายเสียนหนามแผน่ ดนิ ลนิ ลงั กา น้อยฤๅฆา่ คนได้ชา่ งไมค่ ดิ
แตก่ มู นั ยงั คดปดเล่นได้ มนั ถือใจวา่ ไมม่ ีอาญาสทิ ธิ
ลอยหน้าท้าทายถวายชีวิต เดียวนีผิดแพ้เขาเข้าสองยก
บงั อาจฆา่ คนได้แล้วไมส่ า แตก่ มู นั ยงั กล้ามาโกหก
อยา่ เอาไว้ให้พืนแผน่ ดนิ รก ไปผา่ อกเสียอย่าให้ดเู ยียงกนั
มนั เอาอ้ายไวยไปฆ่าทีป่ าไหน เอามนั ไปเสียบเสียทีป่ านนั
สงั เสร็จเสดจ็ จากทีนงั พลนั ขนึ ยานมุ าศผาดผนั เข้าวงั ใน
ฝ่ ายทา่ นจตสุ ดมภ์ยมราช ประกาศสงั ขนุ หมืนน้อยใหญ่
คนโทษถึงมรณาอยา่ ไว้ใจ ไปสง่ ให้เจ้ากระทรวงหลวงพศั ดี
599
ทํามะรงลงเหล็กตะลีตะลาน ประทกุ ประทาห้าประการไมใ่ ห้หนี
โซต่ รวนขือคาไมป่ รานี สีทํามะรงจงู มาพาไปคกุ
ขนุ ช้างถกู จําตรวนถ้วนสามชนั เคยยา่ งยาวก้าวสนั ก็ล้มปกุ
ผ้คู มุ รุกไลก่ ็ไม่ลกุ ทําเป็นจกุ เจ็บท้องร้องอือองึ
ทํามะรงโกรธาคว้ามดั หวาย ป่ ายลงทงั กําดงั ตําผงึ
ตซี ําควําหงายตายชา่ งมงึ ผดิ ก็เสียเฟื องหนงึ บอกศาลา
ขนุ ช้างเข้าใจเขาไมฟ่ ัง ลกุ ขนึ ตงึ ตงั ทําเป็นบ้า
อ้าปากแลบลินทําปลนิ ตา แก้ผ้านงุ่ ทิงวงิ โทงเทง
หยิบเอาก้อนขีหมาไลป่ าคน เอาหวั ชนเสาเลน่ เต้นเหยงเหยง
ลากตรวนโกรกกรากปากร้องเพลง คนดอู ดั วดั เป้ งเข้าด้วยคา
ทํามะรงร้องขวู่ า่ อแุ หม ่ กจู ะแก้มงึ ด้วยหวายให้หายบ้า
อ้ายอปั รีย์เอาขีเทียวไลป่ า แก้ผ้าวงิ โชนออกโพนเพน
พวกผ้หู ญิงแลมาหนั หน้าหนี สินทีร้องเบือมนั เหลือเถน
อ้ายพวกหนมุ่ คะนองมนั ร้องเกน ไมโ่ จงกระเบนเสียบ้างนีอย่างไร
พวกบา่ วมากบั นายพลอยขายหน้า วิงพวยฉวยผ้ามานงุ่ ให้
ทํามะรงฉดุ คร่าพาตวั ไป เอาเข้าในคกุ ขงึ จําตรึงตรา
คาไม้จริงยิงตะปดู ใู ห้มนั โซร่ ้อยแหลง่ แกล้งสรรให้แนน่ หนา
เอาอฐิ หนนุ ก้นโดง่ โยงหวั คา ใสข่ ือมือยือคร่าให้ตงึ ตวั
ขนุ ช้างต้องพนั ธนาถงึ สาหสั มือรัดเอวโยงเอาโคลงหวั
จะไหวตงิ ก็ไมไ่ ด้ใจสนั รัว โอ้ตวั กถู ึงวนั จะบรรลยั
ผดุ ปากภาวนาหน้าเป็ นหลงั ปัตตสิ งั ขาเยเผลไพล่
การะนงั ยงั มรุ ะกสุ ะไล มอลอกอขอไขคจั ไฉมิ
หริ ูปักขาหริ าปักเข ส้มตนั สนั เตเยตะสิ
มดุ ทะกงั ทงั กระทะคนั กะทิ ตอ่ ยปะเตะตกกะตปิ ากแตกตาย
ทํามะรงโกรธาดา่ องึ มี สวดอะไรอยา่ งนีอ้ายฉิบหาย
เขาจะได้ตรวจคนบน่ วนุ่ วาย มงึ ไมร่ ู้ฤทธิหวายหรือองึ ไป
ขนุ ช้างร้องขอโทษอยา่ โกรธขงึ เจ็ดตําลงึ สิบสลงึ ลกู จะให้
600