แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำชแี้ จง ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1) และสรุปผลการประเมิน
ลงในตารางทก่ี ำหนดให้
เลขที่ ชอ่ื -สกุล 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 6. มุ่งม่ันในการทำงาน รวม ผลการ
4.1 4.2 4.3 6.1 6.2 6.3 18 คะแนน ประเมนิ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ตำ่ กว่า 9 หมายถึง ปรับปรุง
หมายเหตุ การตดั สนิ ผลการประเมนิ นักเรียนท่ผี า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ข้นึ ไป
ลงช่อื .............................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วันท่ี ...............เดือน....................................พ.ศ. .....................
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 52 เร่อื ง ภูมลิ ักษณ์และภูมสิ งั คมภาคตะวันออก
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ภูมิภาคของไทย เวลา 13 ชั่วโมง
สอนวันที่.....................เดือน.........................................พ.ศ...................เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สาระท่ี 3 ภูมิศาสตร์
2. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พนั ธ์ของสรรพสงิ่ ซ่งึ มีผลต่อกนั ใช้แผนที่และเครื่องมือ
ทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศ
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ส 5.2 เข้าใจปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างมนษุ ย์กับสิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพท่ีกอ่ ให้เกิดการสร้างสรรคว์ ิถกี ารดำเนินชีวิต
มจี ติ สำนึกและมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรพั ยากรและสงิ่ แวดล้อมเพื่อการพฒั นาท่ียงั่ ยนื
3. ตวั ชีว้ ดั
ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธิบายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภมู ิภาคของตนด้วยแผนที่และรูปถ่าย
ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานทส่ี ำคัญในภมู ิภาคของตน
ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะหอ์ ิทธพิ ลของสิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ก่ี ่อให้เกิดวถิ ีการดำเนินชีวติ ในภูมิภาคของตน
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นอธิบายเก่ียวกบั ภมู ิลักษณ์และภูมสิ งั คมของภาคตะวนั ออก (K)
2. นักเรียนวเิ คราะห์เกีย่ วกบั ภูมิลักษณ์และภูมสิ ังคมของภาคตะวนั ออก (P)
3. นกั เรยี นเห็นความสำคัญและสนใจศกึ ษาภูมิลักษณ์และภมู ิสงั คมของภาคะวันออก (A)
5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
- ภาคตะวันออก มลี ักษณะภูมิประเทศท่หี ลากหลาย โดยมภี ูเขาสูงหรอื ที่สูงอยู่ทางเหนือ ต ะ ว ั น อ อ ก
และตอนกลางของภูมภิ าคมีท่ดี อนกระจายอยู่ทั่วไปโดยรอบ มที ีร่ าบชายฝ่ังทะเลและหมู่เกาะอยู่ทางตะวันตกและ
ทางใต้ และที่ราบลมุ่ อย่ทู างตะวนั ตก
- ประชากรในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมีวิถีชีวิตแบบชาวประมง โดยมีศูนย์กลางอยู่ตามแม่น้ำสำคัญ
ส่วนประชาชนในพ้ืนท่รี าบลุ่มเขามอี าชีพทำสวนผลไม้ บรเิ วณเขตท่ีดอนมีวถิ ีชีวิตแบบชาวไร่และทำฟารม์ ปศุสตั ว์
6. สาระการเรียนรู้
ภูมิลักษณแ์ ละภูมิสังคมภาคตะวนั ออก
7. สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
9. ทกั ษะกระบวนการคดิ : การคิดวิเคราะห์ การคดิ แยกแยะ
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. นกั เรียนสังเกตแผนที่ภาคตะวนั ออก แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้
- แผนที่ดังกลา่ วคือแผนท่ีให้ข้อมูลอะไร (แผนทีภ่ าคตะวนั ออกท่ใี ห้ขอ้ มูลเก่ยี วกับจงั หวัด)
- ภาคตะวันออกมีก่จี งั หวัด ประกอบดว้ ยจงั หวดั ใดบา้ ง (7 จังหวดั ได้แก่ จนั ทบรุ ี ฉะเชิงเทรา ชลบรุ ี
ตราด ปราจนี บุรี ระยอง และสระแกว้ )
2. นักเรียนสงั เกตแผนทท่ี ่กี ำหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้
- แผนทดี่ ังกล่าวคือแผนท่อี ะไร (แผนทีภ่ ูมิประเทศภาคตะวันออก)
- ภูมิลักษณ์ทางกายภาพของภาคตะวนั ออก มีลักษณะอย่างไร (มีทั้งภูเขาสูง และชายฝั่งทะเล
และหมู่เกาะในอ่าวไทย)
3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิลักษณ์ของภาคตะวันออก จากหนังสือเรียนและแหลง่
การเรยี นร้อู ่ืน ๆ เพิ่มเติม แลว้ สรปุ ความรรู้ ว่ มกนั ตามหัวข้อตอ่ ไปน้ี ดังตวั อย่าง
3.1 นกั เรียนจำแนกลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออก ดงั ตัวอยา่ ง
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคตะวันออก
ทิวเขา : ทิวเขาสันกำแพง อยู่ทางตอนเหนือของภาค ทิวเขาสอยดาว อยู่ทางตอนกลางของภาค
ทวิ เขาบรรทัด อยู่ทางตะวนั ออกของภาค
ทีด่ อน : ดา้ นตะวนั ตกบริเวณจังหวดั ชลบรุ ี ดา้ นตะวันออกบรเิ วณจังหวัดจนั ทบรุ ีและตราด
ทีร่ าบลุม่ แมน่ ำ้ : ท่รี าบลุ่มแมน่ ้ำบางปะกง ที่ราบลมุ่ แมน่ ้ำปราจีนบรุ ี
ทรี่ าบชายฝ่ังทะเลและหมู่เกาะ : หาดทราย หาดเลน และหาดหนิ ทางดา้ นตะวันตกและด้านใต้
• เกาะและกลมุ่ เกาะสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเกาะจงั หวดั ชลบุรี กลมุ่ เกาะช้างและเกาะกูด
3.2 นักเรยี นศกึ ษาวเิ คราะหล์ กั ษณะภมู ิอากาศของภาคกลาง ดังตวั อย่าง
ลกั ษณะภูมอิ ากาศของภาคตะวนั ออก
1. มอี ากาศร้อนชื้น เนอื่ งจากได้รบั อิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้และลมมรสุมคะวนั ออกเฉียงเหนอื
2. บรเิ วณหน้าเขาของทิวเขาสันกำแพงเปน็ เขตท่ีมีฝนมากในฤดูรอ้ น
3. บรเิ วณทิวเขาสอยดาวตอนกลางและทิวเขาสนั กำแพงตอนบนมอี ากาศเย็นและชื้น
3.3 นกั เรียนวิเคราะหล์ ักษณะทรพั ยากรธรรมชาติของภาคตะวันออก
ลกั ษณะทรพั ยากรธรรมชาติของภาคตะวนั ออก
แร่ : แรค่ อรันดัม แร่ควอตซ์
ดนิ : ดินทราย ดินเน้อื ละเอยี ด ดินร่วน ดนิ ตะกอน
พ• ดืชนิพทรรราณยธชรารยมหชาาดติและสัตวป์ ่า : อุทยานแหง่ ชาติท่สี ำคัญ เชน่ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง
อทุ ยานแหง่ ชาติตาพระยา อทุ ยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแหง่ ชาตินำ้ ตกคลองแก้ว
• เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ปา่ เขาอ่างฤาไน เขตรกั ษาพันธสุ์ ัตว์ปา่ เขาเขียว-เขาชมพู่
แหล่งน้ำ : แมน่ ำ้ สำคัญ เช่น แม่นำ้ บางปะกง แม่นำ้ ระยอง แมน่ ้ำประแส แม่นำ้ จนั ทบุรี แม่นำ้ ตราด
แม่น้ำเวฬุ
• อ่างเกบ็ น้ำท่สี ำคัญ เชน่ อา่ งเก็บนำ้ บางพระ อ่างเกบ็ น้ำคลองสียดั อา่ งเก็บน้ำห้วยยาง
4. นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนคดิ ว่าภูมิลกั ษณ์ของภาคตะวันออกมีจดุ เดน่ อะไรที่สำคัญอยางไร (มภี ูเขาสงู และพน้ื ทช่ี ายฝั่ง
ทะเล และกลมุ่ เกาะที่สวยงาม)
5. ครูสนทนาซักถามถงึ ภมู ิลักษณข์ องภาคตะวันออกเพ่ือเปน็ การทบทวน
6. นกั เรียนดภู าพแล้วตอบคำถาม ดงั นี้
- ภาพดงั กล่าวคือภาพใด (ภาพเนนิ นางพญา จ.จันทบรุ ี)
- เพราะเหตใุ ดจงึ เกดิ ลักษณะพ้นื ทใี่ นภาพ (เปน็ สถานทที่ อ่ งเท่ียวภาคตะวันออก)
- จากภาพเก่ยี วขอ้ งกบั ภูมิสังคมในเรอ่ื งใด (เปน็ สถานท่ที อ่ งเทย่ี วของจงั หวัดจันทบุรี)
7. นักเรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกบั ภมู ิสงั คมภาคตะวันออก จากหนังสือเรียนและแหล่ง
การเรยี นรอู้ น่ื ๆ เพ่ิมเตมิ ตามหัวขอ้ ต่อไปน้ี
7.1 นักเรยี นศึกษาเกย่ี วกบั วถิ กี ารดำเนินชีวิตของประชากรในภาคตะวันออก ดงั ตัวอย่าง
วถิ ีการดำเนนิ ชีวติ ของประชากรในภาคตะวนั ออก
1. ประชาชนในบริเวณชายฝั่งทะเลมีวิถีชวี ติ แบบชาวประมง
2. บริเวณลมุ่ แมน่ ้ำปราจนี และบางปะกงประชาชนมีวถิ ชี วี ิตแบบชาวนาและชาวประมง
3. บริเวณพนื้ ทีร่ าบลมุ่ เขามอี าชพี ทำสวนผลไม้
4. บรเิ วณท่ีดอนในเขตเงาฝนประชาชนมีวถิ ีชวี ิตแบบชาวไรแ่ ละทำฟารม์ ปศุสัตว์
7. 2 นักเรยี นวเิ คราะหเ์ กยี่ วกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ดังตัวอย่าง
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคตะวนั ออก
เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
การประมง สวนผลไม้ เพาะปลกู เลยี้ งสัตว์ - อตุ สาหกรรมประกอบรถยนต์
- อุตสาหกรรมปิโตรเลียม
- โรงไฟฟ้า
- อุตสาหกรรมอาหารกระปอ๋ ง
การคา้ และบรกิ าร
- ท่าเรอื น้ำลกึ ขนสง่ สินคา้ - การคา้ ชายแดน
- การท่องเทย่ี วทางทะเลและเกาะ
7.3 นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์และสรปุ เกยี่ วกบั ภมู ปิ ระเทศภาคตะวันออกว่า ส่งผลต่อวิถีการดำเนิน
ชวี ิตและกจิ กรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร ดงั ตวั อย่าง
ภูมิประเทศภาคตะวันออก
มที วิ เขาสงู มีทรี่ าบ และมชี ายฝง่ั ทะเล
ผลตอ่ วถิ กี ารดำเนินชีวิต ผลต่อกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ
- มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ดา้ นเกษตรกรรม มีการเพาะปลกู และเล้ยี งสัตว์
ทำสวน บริเวณชายฝ่ังมีวิถีชีวิตแบบชาวประมง ดา้ นอตุ สาหกรรม มอี ุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง
อตุ สาหกรรมกลนั่ น้ำมนั -ปิโตรเลยี ม และ
อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์
7.4 นักเรยี นศึกษาและยกตวั อย่างสถานทีส่ ำคัญของภาคตะวนั ออก แลว้ สรปุ ความรู้ ดงั ตัวอย่าง
สถานท่ีสำคญั ของภาคตะวนั ออก
สถานทีส่ ำคญั ทางธรรมชาติ สถานทีส่ ำคัญทางวฒั นธรรม
- อุทยานแห่งชาตนิ ้ำตกพลว้ิ - อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
- อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มู่เกาะชา้ ง - โบราณสถานเมืองศรมี โหสถ
- อทุ ยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - วดั โสธรวรารามวรวิหาร
- เกาะเสม็ด
8. นักเรียนร่วมกันหาข้อมูลเพ่ือการตอบคำถาม เกี่ยวกับลักษณะสำคัญของวิถีการดำเนินชีวิตของคน
ภาคะวนั ออกมีลักษณะอย่างไร (มีวิถีชวี ติ ทห่ี ลากหลายในแต่ละพน้ื ที่ อันเน่อื งมาจากความแตกต่างทางภูมปิ ระเทศ
เชน่ จงั หวัดทมี่ ีเขตติดต่อกับชายแดนจะมกี ารตดิ ตอ่ ค้าขายระหว่างกนั และจังหวดั ที่อยตู่ ิดชายฝั่ง จะนยิ มประกอบ
อาชีพประมง หรอื ทำงานเกยี่ วกบั การใหบ้ ริการการทอ่ งเทย่ี ว)
9. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คนและใช้ข้อมูลจากการสรุปความรู้และตอบคำถามจากใบงาน เรื่อง
ลกั ษณะทางกายภาพทสี่ ง่ ผลต่อแหลง่ ทรพั ยากรและสถานท่ีสำคญั ของภาคตะวันออก (ส 5.1 ป.5/2 ส 5.2 ป.5/2)
ขัน้ สรุป
10. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดงั น้ี
- ภาคตะวันออก มีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย โดยมีภูเขาสูงหรือที่สูงอยู่ทางเหนือ
ตะวันออก และตอนกลางของภมู ิภาคมีที่ดอนกระจายอยู่ทั่วไปโดยรอบ มีที่ราบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะอยูท่ าง
ตะวนั ตกและทางใต้ และทรี่ าบลุ่มอยู่ทางตะวันตก
- ประชากรในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมีวิถีชีวิตแบบชาวประมง โดยมีศูนย์กลางอยู่ตามแม่น้ำสำคัญ
ส่วนประชาชนในพื้นท่ีราบลุ่มเขามอี าชีพทำสวนผลไม้ บริเวณเขตทด่ี อนมวี ถิ ชี วี ิตแบบชาวไรแ่ ละทำฟารม์ ปศสุ ัตว์
11. ส่อื การเรียนร/ู้ แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื แบบเรยี นสงั คมศึกษา
2. ใบงาน เร่ือง ลกั ษณะทางกายภาพที่ส่งผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานท่ีสำคัญของภาคตะวันออก
(ส 5.1 ป.5/2 ส 5.2 ป.5/2)
3. แผนทีภ่ าคตะวันออก
4. ภาพเนนิ นางพญา จ.จนั ทบรุ ี
5. แหลง่ เรยี นรูภ้ ายในโรงเรียน
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือ เกณฑ์
ท่ี วิธีการ ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์
2 สังเกตพฤติกรรมการกลมุ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์
3 สังเกตคณุ ลักษณะด้าน อนั พึงประสงค์
4. ใฝ่เรียนรู้
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
ภาพประกอบการสอน แผนทภ่ี าคตะวันออก
เนินทางพญา สถานท่ีท่องเที่ยว จ.จันทบรุ ี
1. การประเมนิ ผลงานจากใบงาน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการประเมิน 5 เกณฑ์การให้คะแนน 1
432
ความถกู ตอ้ ง ระบหุ รืออธบิ าย ระบุหรอื อธิบาย ระบุหรืออธิบาย ระบุหรืออธิบาย ระบุหรอื อธบิ าย
คำตอบทุกขอ้ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบถ้วน คำตอบไมค่ รบถ้วน
ครบถ้วนถูกต้อง ครบถ้วนแต่ถูกต้อง ครบถว้ นแตถ่ กู ต้อง แตถ่ ูกต้อง แตถ่ กู ตอ้ งบางสว่ น
บางส่วน บางส่วน
(ผิด 1-2 จดุ ) (ผดิ มากกว่า 2 จุด)
ความสวยงาม ตกแตง่ ระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี
สวยงาม สะอาด สวยงาม ไมส่ วยงาม
เรยี บรอ้ ย
ความตรงต่อเวลา ส่งงานตาม ส่งงานช้ากว่า
ระยะเวลาท่ีกำหนด ระยะเวลาที่กำหนด
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรงุ
2. การประเมินพฤตกิ รรมกลุ่ม
เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมนิ คำอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1. การแบ่งหน้าทกี่ นั อยา่ งเหมาะสม
2. ความร่วมมือกนั ทำงาน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรม ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏิบัตหิ รอื แสดง
3. การแสดงความคิดเหน็ อย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมบ่อยคร้ัง พฤติกรรมบางคร้งั
4. การรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น .
5. ความมนี ำ้ ใจชว่ ยเหลอื กัน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ : 12–15 คะแนน หมายถึง ดี, 8 – 11 คะแนน หมายถึง พอใช้, ต่ำกวา่ 8 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง
3. การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คณุ ลกั ษณะทพ่ี ่งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมทีแ่ สดงออก ระดับคะแนน
3 21
4.1 ต้ังใจศกึ ษาเล่าเรียน
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.2 รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชนแ์ ละนำไปปฏบิ ตั ิได้
4.3 อา่ นหนังสอื และศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ
6.1 มีความตัง้ ใจและมคี วามพยายามในการทำงานให้ดีท่ีสุด
6. มุ่งม่ันในการทำงาน 6.2 มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทีม่ อบหมาย
6.3 มผี ลงานท่ีปรากฏอย่างมีคุณภาพ
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 9 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั ิ หรือ แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏิบัติ หรือ แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ได้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรือ แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ได้ 1 คะแนน
แบบประเมินผลงาน (ใบงาน)
คำช้ีแจง ให้ผสู้ อนพจิ ารณาคณุ ภาพของการทำงานของนักเรยี นแลว้ บนั ทึกคะแนน (5,4,3,2,1) และ
สรุปผลการประเมินลงในตารางท่ีกำหนดให้
รายการประเมิน รวม ผลการ
10 คะแนน ประเมนิ
เลขท่ี ชอ่ื -สกุล ความถูกต้อง ความสวยงาม ความตรงต่อเวลา
5 คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ
หมายเหตุ การตดั สินผลการประเมินนกั เรยี นที่ผา่ นจะตอ้ งได้ระดบั พอใช้ข้นึ ไป
ลงช่ือ......................................................ผ้ปู ระเมิน
(...............................................................)
วนั ท่ี ..................เดอื น.......................พ.ศ..............
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
คำช้ีแจง ให้ผู้สอนบันทึกพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ของนักเรยี นแตล่ ะคนแลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1 )
และสรุปผลการประเมนิ ลงในตารางท่ีกำหนดให้
พฤติกรรม
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ การแบ่งห ้นาท่ี ักนอ ่ยาง ผลการ
เหมาะสม ประเมิน
ความ ่รวม ืมอ ักนทำงาน
การแสดงความ ิคดเห็น
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ความ ีม ้นำใจ ่ชวยเหลือ
ักน
รวม 15 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ : 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี , 8-11 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกว่า 8 หมายถงึ ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตัดสินผลการประเมนิ นกั เรียนทีผ่ า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ขนึ้ ไป
ลงชอ่ื .................................................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วนั ท่ี ..................เดือน.......................พ.ศ..............
รายการและเกณฑ์การประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 1.1. ยนื ตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมเกย่ี วกบั ความสามคั คี
3. มวี นิ ัย 1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมเกีย่ วกับสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและปฏิบตั ติ ามหลักคำสอนศาสนา
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 2.1 ไม่พดู โกหกหลอกลวง
6. มุ่งม่นั ในการทำงาน 2.2 ไม่ลักขโมยของเพอ่ื น ครแู ละบคุ คลอน่ื
7. รกั ความเปน็ ไทย 2.3 ปฏบิ ัติแตส่ ่ิงทีถ่ ูกต้อง
8. มีจติ สาธารณะ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตดลง กฎเกณฑ์ทีต่ ้งั ไว้
3.2 ตรงต่อเวลา
3.3 มคี วามรับผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4.1 ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียน
4.2 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัตไิ ด้
4.3 อา่ นหนงั สือและศึกษาคน้ คว้าอยเู่ สมอ
5.1 การใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างคมุ้ ค่า
5.2 การใช้จา่ ยอย่างประหยัด
5.3 การเก็บออมเงิน
6.1 มคี วามตัง้ ใจและมคี วามพยายามในการทำงานให้ดีท่ีสดุ
6.2 มคี วามรับผิดชอบต่องานที่มอบหมาย
6.3 มีผลงานทปี่ รากฏอย่างมคี ณุ ภาพ
7.1 เคารพและเชื่อฟงั คำส่ังสอนของพ่อ แม่ ครอู าจารย์
7.2 มจี ิตสำนกึ รกั ทอ้ งถ่ินและเขา้ ร่วมกจิ กรรมวัฒนธรรม
ประเพณีไทย
7.3 เห็นคุณคา่ ปฏิบตั ิตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยเหลอื ผู้อื่น
8.2 ดูแลรักษาทรพั ย์สินของสว่ นรวม
8.3 ดแู ลรกั ษาส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติ หรือ แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั ได้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ได้ 1 คะแนน
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำช้ีแจง ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียน แลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1) และสรุปผลการประเมนิ
ลงในตารางทกี่ ำหนดให้
เลขที่ ชอ่ื -สกุล 4. ใฝ่เรียนรู้ 6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน รวม ผลการ
4.1 4.2 4.3 6.1 6.2 6.3 18 คะแนน ประเมิน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกวา่ 9 หมายถึง ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตดั สนิ ผลการประเมนิ นกั เรียนที่ผ่านจะตอ้ งได้ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
ลงช่ือ.............................................ผู้สงั เกต
(...............................................................)
วันที่ ...............เดอื น....................................พ.ศ. .....................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 53 เร่ือง ภูมลิ กั ษณแ์ ละภูมิสงั คมภาคตะวนั ตก
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ภูมิภาคของไทย เวลา 13 ชั่วโมง
สอนวันที่.....................เดือน.........................................พ.ศ................... เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สาระท่ี 3 ภมู ิศาสตร์
2. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธ์ของสรรพสิง่ ซึง่ มีผลตอ่ กัน ใชแ้ ผนท่ีและเคร่ืองมือ
ทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศ
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างมนษุ ยก์ ับสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพที่กอ่ ใหเ้ กิดการสร้างสรรคว์ ิถีการดำเนินชีวิต
มจี ิตสำนกึ และมีสว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาท่ยี ั่งยืน
3. ตัวชว้ี ัด
ส 5.1 ป.5/1 สืบคน้ และอธิบายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนด้วยแผนที่และรูปถ่าย
ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพทสี่ ง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญในภูมิภาคของตน
ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะหอ์ ทิ ธิพลของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาตทิ ่กี ่อให้เกิดวิถกี ารดำเนนิ ชวี ิตในภูมิภาคของตน
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายเก่ียวกับภมู ิลักษณ์และภมู สิ งั คมของภาคตะวนั ตก (K)
2. นกั เรยี นวิเคราะหเ์ กี่ยวกับภูมลิ ักษณ์และภมู สิ งั คมของภาคตะวนั ตก (P)
3. นกั เรียนเห็นความสำคญั และสนใจศึกษาภูมิลักษณ์และภูมิสังคมของภาคตะวนั ตก (A)
5. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
- ภาคตะวันตกเป็นภูมิภาคที่มีภูมิประเทศเป็นทิวเขาทอดตัวเป็นแนวยาวอยู่ทางขอบตะวันตก บริเวณ
ตะวนั ออกเปน็ ท่ีลาดเชิงเขาและท่ดี อนสลับเขาโดด และยังมที ่รี าบชายฝั่งอยู่ทางใต้
- ประชากรมีชนกลุ่มน้อยที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติ คือ ชาวกะเหรี่ยง มีชาวเขาเผ่าม้งใช้ ชีวิต
แบบชาวไร่วิถีชาวประมงพบมากในเขตจงั หวัดท่ีติดกบั ชายฝ่ังทะเล วิถชี ีวติ แบบชาวสวนและชาวนาพบในบริเวณ
ทลี่ ่มุ
6. สาระการเรยี นรู้
ภูมิลกั ษณแ์ ละภมู ิสงั คมภาคตะวันตก
7. สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
4. ใฝ่เรียนรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
9. ทักษะกระบวนการคดิ : การคิดวเิ คราะห์ การคิดแยกแยะ
10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. นักเรียนสังเกตแผนที่ภาคตะวนั ตก แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดังนี้
- แผนท่ีดังกล่าวคือแผนท่ใี ห้ขอ้ มูลอะไร (แผนท่ภี าคตะวนั ตก)
- ภาคตะวันตกมกี ีจ่ ังหวดั ประกอบดว้ ยจงั หวดั ใดบา้ ง (มี 5 จงั หวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก
ประจวบครี ขี นั ธ์ เพชรบรุ ี และราชบุร)ี
2. นกั เรียนสังเกตแผนทท่ี ่ีกำหนด แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดงั นี้
- แผนทด่ี ังกล่าวคือแผนท่ีอะไร (แผนทีภ่ มู ปิ ระเทศภาคตะวนั ตก)
- ภูมิลักษณ์ทางกายภาพของภาคตะวันตก มีลักษณะอย่างไร (มีทิวเขาเป็นแนวยาว มีเขาโดด
และท่รี าบชายฝ่งั )
3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิลักษณ์ของภาคตะวันตก จากหนังสือเรียนและแหล่ง
การเรียนรู้อื่น ๆ เพิม่ เตมิ แล้วสรปุ ความรู้รว่ มกนั ตามหัวขอ้ ต่อไปน้ี ดงั ตัวอย่าง
3.1 นักเรยี นจำแนกลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของภาคตะวันตก ดงั ตัวอย่าง
ลักษณะภมู ิประเทศของภาคตะวันตก
ทวิ เขา : ทิวเขาถนนธงชัยตอนลา่ ง ทวิ เขาตะนาวศรี
ทลี่ าดเชงิ เขาและทีด่ อน : ที่ลาดเชงิ เขาเปน็ ทสี่ ะสมตะกอนจากภูเขา ที่ดอนมลี ักษณะเปน็ เนิน
ที่ราบล่มุ แม่น้ำ : ท่ีราบลมุ่ นำ้ แมก่ ลอง ที่ราบลมุ่ น้ำเพชรบุรี
ทร่ี าบชายฝง่ั ทะเล : ท่รี าบไปสู่ชายฝง่ั ทะเล เปน็ ที่ลมุ่ สลับสนั ทราย
3.2 นกั เรยี นศกึ ษาวเิ คราะห์ลักษณะภูมิอากาศของภาคตะวันตก ดงั ตวั อยา่ ง
ลักษณะภูมอิ ากาศของภาคตะวันตก
1. เป็นเขตเงาฝน ทำให้เขตตะวันออกของทิวเขาตะนาวศรีมฤี ดแู ล้งยาวนาน
2. ฤดูหนาวในเขตทิวเขาอากาศเย็นมีเมฆและหมอกปกคลุมทง้ั ยอดเขาและในหุบเขา
3. ลมบก-ลมทะเลมีอิทธิพลในการระบายความร้อนในชว่ งฤดูร้อน
3.3 นกั เรยี นวเิ คราะหล์ ักษณะทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคตะวนั ตก
ลักษณะทรพั ยากรธรรมชาติของภาคตะวันตก
แร่ : หนิ แกรนิตท่ีมีแรด่ บี กุ วลุ แฟรม ทอง หินปูนและแร่รัตนชาติ ประเภทพลอย
ดิน : ดินภเู ขาที่ผุสลายจากแรแ่ ละหนิ บนภเู ขา ดินตะกอนจากแม่นำ้ ดินเลน
พชื พรรณธรรมชาติและสัตวป์ ่า : อทุ ยานแหง่ ชาติทีส่ ำคญั เช่น อุทยานแหง่ ชาติกยุ บุรี
อุทยานแห่งชาติแกง่ กระจาน อุทยานแหง่ ชาติเขาสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติทองผาภมู ิ
• เขตรกั ษาพันธุ์สตั วป์ ่าทงุ่ ใหญ-่ นเรศวร เขตรกั ษาพันธุ์สตั ว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุส์ ตั วป์ า่
แมน่ ้ำภาชี
แหลง่ นำ้ : แมน่ ้ำสำคัญ เชน่ แม่น้ำแม่กลอง แมน่ ้ำเมย แม่นำ้ แควน้อย-แควใหญ่ แม่น้ำเพชรบรุ ี
แม่นำ้ ปราณบรุ ี ทงุ่ สามรอ้ ยยอดเปน็ บงึ ขนาดใหญ่
• เข่ือนทีส่ ำคญั เช่น เขื่อนภูมพิ ล เขอ่ื นวชริ าลงกรณ เขอ่ื นศรีนครินทร์ เขื่อนแม่กลอง
เขอ่ื นแกง่ กระจาน
4. นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
- นกั เรียนคิดวา่ ภูมลิ กั ษณ์ของภาคตะวันตกมจี ดุ เด่นอะไรที่สำคญั อยางไร (การมที วิ เขาสลบั แอง่
หุบเขาคล้ายกบั ภาคเหนอื และทางตอนลา่ งของภูมภิ าคเปน็ ชายฝ่งั ทะเล)
ชัว่ โมงที่ 2
5. ครูสนทนาซกั ถามถึงภมู ลิ ักษณข์ องภาคตะวันตกเพอื่ เป็นการทบทวน
6. นกั เรียนดภู าพแล้วตอบคำถาม ดังน้ี
- ภาพดงั กล่าวคือภาพใด (ภาพเขอื่ นภมู ิพล จ.ตาก)
- เพราะเหตุใดจึงเกิดลักษณะพื้นที่ในภาพ (ความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคในช่วง
หนา้ แล้ง และ ผลิตกระแสไฟฟา้ )
- จากภาพเกี่ยวข้องกับภูมิสังคมในเรื่องใด (เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า และเป็นสถานที่
ทอ่ งเทย่ี วของจงั หวัดตาก)
7. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิสังคมภาคตะวันตก จากหนังสือเรียนและแหล่ง
การเรยี นรอู้ ืน่ ๆ เพม่ิ เตมิ ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
7.1 นกั เรยี นศกึ ษาเก่ยี วกบั วถิ ีการดำเนนิ ชวี ิตของประชากรในภาคตะวันตก ดังตัวอย่าง
วิถกี ารดำเนินชวี ติ ของประชากรในภาคตะวนั ตก
1. ชาวกะเหร่ียงบรเิ วณภาคตะวันตกมีวถิ ีชวี ิตผูกพนั กับธรรมชาติ
2. การดำรงชีวิตแบบชาวประมงพบมากในเขตจังหวัดท่ตี ดิ กับชายฝั่งทะเล
3. บรเิ วณลุม่ น้ำแมก่ ลองและลมุ่ น้ำเพชรบุรีมีวถิ ชี ีวติ แบบชาวสวนและชาวนา
4. ชาวเผ่ามง้ มีวิถีชีวติ แบบชาวไรเ่ นือ่ งจากอาศัยอยูบ่ ริเวณท่ีลาดเชิงเขาและท่ีดอนเขาโดด
อยูต่ รงกลางระหวา่ งทิวเขากบั ทะเล
7. 2 นกั เรียนวิเคราะห์เก่ยี วกบั กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของภาคตะวนั ตก ดังตัวอยา่ ง
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคตะวนั ตก
เกษตรกรรม อุตสาหกรรม
เลย้ี งสัตว์ ทำสวนทำนา ปลกู พืชไร่ การแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตร
การคา้ และบริการ
การติดต่อค้าขายกบั ประเทศเมียนมา
การท่องเทยี่ วทางธรรมชาติ ไดแ้ ก่ การลอ่ งแพ การเดินปา่
7.3 นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะห์และสรปุ เกยี่ วกบั ภมู ปิ ระเทศภาคตะวนั ตกวา่ ส่งผลตอ่ วิถีการดำเนนิ
ชีวิตและกจิ กรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร ดงั ตวั อยา่ ง
ภมู ปิ ระเทศภาคตะวนั ตก
มีทิวเขาสลบั แอง่ หบุ เขาคลา้ ยภาคเหนือตอนลา่ ง เปน็ เขตภูเขา
สลับท่รี าบยาวลงสู่ทร่ี าบชายฝ่งั
ผลต่อวถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ ผลต่อกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
- บริเวณทวิ เขามีวิถีชวี ิตแบบชาวไร่ เกษตรกรรม ปลกู พชื ไร่ ทำสวน เล้ียงสัตว์
- บริเวณชายฝัง่ ทะเลมีวถิ ีชวี ติ แบบชาวประมง อุตสาหกรรมแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร
เชน่ อตุ สาหกรรมการทำน้ำตาลจากอ้อย
การคา้ และการบรกิ ารมีการตดิ ต่อคา้ ขาย
กับประเทศเมียนมา
7.4 นกั เรยี นศกึ ษาและยกตัวอย่างสถานทสี่ ำคัญของภาคตะวันตก แลว้ สรปุ ความรู้ ดงั ตวั อย่าง
สถานท่สี ำคญั ของภาคตะวนั ตก
สถานที่สำคัญทางธรรมชาติ สถานที่สำคญั ทางวฒั นธรรม
- นำ้ ตกทลี อซู - อุทยานประวัติศาสตร์ ปราสาทเมอื งสิงห์
- อุทยานแห่งชาติแกง่ กระจาน - อทุ ยานประวัติศาสตรพ์ ระนครคีรี
- อุทยานแห่งชาติทองผาภมู ิ - พระราชนเิ วศนม์ ฤคทายวัน
8. นักเรียนร่วมกันหาข้อมูลเพ่ือการตอบคำถาม เกี่ยวกับลักษณะสำคัญของวิถีการดำเนินชีวิตของคน
ภาคตะวันตกมีลักษณะอย่างไร (มีเอกลักษณ์เฉพาะในแตล่ ะพื้นที่ เช่น บริเวณที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา
จะมกี ารผสมผสานรปู แบบประเพณีและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน)
9. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คนและใช้ข้อมูลจากการสรุปความรู้และตอบคำถามจากใบงาน
เรื่อง ลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญของภาคตะวันตก (ส 5.1 ป.5/2
ส 5.2 ป.5/2)
ขน้ั สรปุ
10. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปสิ่งท่ีเข้าใจเปน็ ความรู้ร่วมกัน ดังนี้
- ภาคตะวันตกเป็นภูมิภาคที่มีภูมิประเทศเป็นทิวเขาทอดตัวเป็นแนวยาวอยู่ทางขอบตะวันตก
บริเวณตะวนั ออกเปน็ ทลี่ าดเชิงเขาและทีด่ อนสลบั เขาโดด และยงั มีทรี่ าบชายฝ่งั อยูท่ างใต้
- ประชากรมีชนกลุ่มน้อยที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติ คือ ชาวกะเหรี่ยง มีชาวเขาเผ่าม้งใช้ชีวิต
แบบชาวไร่ วิถชี าวประมงพบมากในเขตจังหวดั ที่ตดิ กับชายฝง่ั ทะเล วถิ ชี ีวติ แบบชาวสวนและชาวนาพบในบริเวณ
ท่ลี มุ่
11. สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื แบบเรียนสังคมศึกษา
2. ใบงาน เรอื่ ง ลกั ษณะทางกายภาพท่ีส่งผลต่อแหลง่ ทรัพยากรและสถานท่ีสำคัญของภาคตะวันตก
(ส 5.1 ป.5/2 ส 5.2 ป.5/2)
3. แผนทภ่ี าคตะวนั ตก
4. ภาพเข่ือนภูมิพล จ.ตาก
5. แหลง่ เรยี นรภู้ ายในโรงเรยี น
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ท่ี วิธกี าร ใบงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการกลุม่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
3 สังเกตคุณลกั ษณะด้าน อนั พงึ ประสงค์
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
ภาพประกอบการสอน แผนที่จงั หวดั ในภาคตะวนั ตก
ภาพประกอบการสอน แผนที่กายภาพภาคตะวนั ตก
เข่อื นภูมิพล จ.ตาก
1. การประเมนิ ผลงานจากใบงาน
เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมิน 5 เกณฑ์การให้คะแนน 1
432
ความถูกตอ้ ง ระบุหรอื อธิบาย ระบุหรืออธิบาย ระบหุ รืออธิบาย ระบุหรืออธบิ าย ระบหุ รืออธบิ าย
คำตอบทุกข้อ คำตอบทุกข้อ คำตอบทกุ ขอ้ คำตอบไมค่ รบถว้ น คำตอบไมค่ รบถ้วน
ครบถ้วนถกู ตอ้ ง ครบถ้วนแตถ่ กู ต้อง ครบถว้ นแต่ถูกต้อง แต่ถกู ตอ้ ง แต่ถูกตอ้ งบางสว่ น
บางสว่ น บางส่วน
(ผิด 1-2 จดุ ) (ผดิ มากกวา่ 2 จุด)
ความสวยงาม ตกแตง่ ระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี
สวยงาม สะอาด สวยงาม ไมส่ วยงาม
เรยี บรอ้ ย
ความตรงต่อเวลา ส่งงานตาม สง่ งานช้ากว่า
ระยะเวลาท่ีกำหนด ระยะเวลาที่กำหนด
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกวา่ 5 หมายถึง ปรับปรงุ
2. การประเมินพฤติกรรมกลมุ่
เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
1. การแบง่ หน้าท่ีกนั อย่างเหมาะสม
2. ความร่วมมือกันทำงาน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรม ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏิบตั หิ รือแสดง
3. การแสดงความคดิ เห็น อย่างสมำ่ เสมอ พฤติกรรมบอ่ ยครงั้ พฤตกิ รรมบางคร้งั
4. การรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ นื่ .
5. ความมีนำ้ ใจชว่ ยเหลอื กนั
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ : 12–15 คะแนน หมายถึง ดี, 8 – 11 คะแนน หมายถงึ พอใช้, ต่ำกวา่ 8 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
3. การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ พฤติกรรมที่แสดงออก ระดับคะแนน
3 21
4.1 ตัง้ ใจศึกษาเล่าเรียน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.2 ร้จู ักใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์และนำไปปฏบิ ตั ิได้
4.3 อา่ นหนงั สอื และศึกษาคน้ ควา้ อยู่เสมอ
6.1 มคี วามตัง้ ใจและมคี วามพยายามในการทำงานให้ดีท่ีสุด
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 6.2 มคี วามรบั ผิดชอบต่องานที่มอบหมาย
6.3 มีผลงานที่ปรากฏอยา่ งมคี ณุ ภาพ
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ : 15-18 คะแนน หมายถึง ดี , 9-14 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกวา่ 9 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติ หรือ แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ได้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ได้ 1 คะแนน
แบบประเมนิ ผลงาน (ใบงาน)
คำชีแ้ จง ให้ผู้สอนพจิ ารณาคุณภาพของการทำงานของนกั เรียนแล้วบนั ทึกคะแนน (5,4,3,2,1) และ
สรุปผลการประเมินลงในตารางที่กำหนดให้
รายการประเมนิ รวม ผลการ
10 คะแนน ประเมนิ
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ ความถกู ต้อง ความสวยงาม ความตรงต่อเวลา
5 คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตัดสนิ ผลการประเมนิ นักเรยี นทีผ่ ่านจะตอ้ งได้ระดับพอใชข้ น้ึ ไป
ลงชอื่ ......................................................ผูป้ ระเมิน
(...............................................................)
วันที่ ..................เดอื น.......................พ.ศ..............
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
คำช้ีแจง ให้ผู้สอนบันทึกพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ของนักเรยี นแตล่ ะคนแลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1 )
และสรุปผลการประเมนิ ลงในตารางท่ีกำหนดให้
พฤติกรรม
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ การแบ่งห ้นาท่ี ักนอ ่ยาง ผลการ
เหมาะสม ประเมิน
ความ ่รวม ืมอ ักนทำงาน
การแสดงความ ิคดเห็น
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ความ ีม ้นำใจ ่ชวยเหลือ
ักน
รวม 15 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ : 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี , 8-11 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกว่า 8 หมายถงึ ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตัดสินผลการประเมนิ นกั เรียนทีผ่ า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ขนึ้ ไป
ลงชอ่ื .................................................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วนั ท่ี ..................เดือน.......................พ.ศ..............
รายการและเกณฑ์การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1. ยืนตรงเคารพธงชาตแิ ละร้องเพลงชาติ
2. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกับความสามคั คี
3. มวี ินยั 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเกีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
4. ใฝ่เรียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาและปฏบิ ตั ติ ามหลักคำสอนศาสนา
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 2.1 ไม่พดู โกหกหลอกลวง
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 2.2 ไม่ลักขโมยของเพอื่ น ครแู ละบุคคลอน่ื
7. รกั ความเปน็ ไทย 2.3 ปฏิบตั ิแต่สิง่ ที่ถกู ตอ้ ง
8. มีจิตสาธารณะ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตดลง กฎเกณฑท์ ่ีตัง้ ไว้
3.2 ตรงตอ่ เวลา
3.3 มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4.1 ต้งั ใจศกึ ษาเลา่ เรียน
4.2 ร้จู ักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชนแ์ ละนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.3 อ่านหนงั สอื และศึกษาคน้ คว้าอยูเ่ สมอ
5.1 การใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างค้มุ ค่า
5.2 การใช้จา่ ยอย่างประหยัด
5.3 การเก็บออมเงิน
6.1 มคี วามต้ังใจและมคี วามพยายามในการทำงานใหด้ ีท่ีสุด
6.2 มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทม่ี อบหมาย
6.3 มีผลงานที่ปรากฏอย่างมคี ณุ ภาพ
7.1 เคารพและเชอื่ ฟังคำสงั่ สอนของพอ่ แม่ ครูอาจารย์
7.2 มีจิตสำนึกรกั ทอ้ งถ่ินและเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรม
ประเพณไี ทย
7.3 เห็นคุณคา่ ปฏิบตั ิตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ช่วยเหลอื ผู้อนื่
8.2 ดแู ลรักษาทรพั ย์สินของส่วนรวม
8.3 ดูแลรักษาสิ่งแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิ หรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้งั ได้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ได้ 1 คะแนน
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำชแี้ จง ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1) และสรุปผลการประเมิน
ลงในตารางทก่ี ำหนดให้
เลขที่ ชอ่ื -สกุล 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 6. มุ่งม่ันในการทำงาน รวม ผลการ
4.1 4.2 4.3 6.1 6.2 6.3 18 คะแนน ประเมนิ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ตำ่ กว่า 9 หมายถึง ปรับปรุง
หมายเหตุ การตดั สนิ ผลการประเมนิ นักเรียนท่ผี า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ข้นึ ไป
ลงช่อื .............................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วันท่ี ...............เดือน....................................พ.ศ. .....................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 54 เรอ่ื ง ภมู ลิ ักษณ์และภูมสิ งั คมภาคใต้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ภูมิภาคของไทย เวลา 13 ชั่วโมง
สอนวันที่.....................เดือน.........................................พ.ศ................... เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สาระที่ 3 ภมู ิศาสตร์
2. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ ซง่ึ มผี ลต่อกนั ใชแ้ ผนท่แี ละเครื่องมือ
ทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศ
อย่างมีประสิทธภิ าพ
ส 5.2 เข้าใจปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งมนษุ ย์กับสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพท่ีกอ่ ให้เกิดการสร้างสรรค์วิถกี ารดำเนินชีวิต
มจี ติ สำนกึ และมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื
3. ตวั ชวี้ ดั
ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธิบายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภมู ิภาคของตนด้วยแผนท่ีและรูปถ่าย
ป.5/2 อธบิ ายลักษณะทางกายภาพทีส่ ่งผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี ำคญั ในภูมภิ าคของตน
ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะหอ์ ิทธพิ ลของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติทกี่ อ่ ให้เกิดวถิ กี ารดำเนินชวี ติ ในภูมิภาคของตน
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นอธิบายเก่ยี วกบั ภมู ิลักษณ์และภมู ิสังคมของภาคใต้ (K)
2. นกั เรยี นวิเคราะหเ์ กีย่ วกับภมู ิลกั ษณ์และภมู สิ ังคมของภาคใต้ (P)
3. นักเรียนเหน็ ความสำคญั และสนใจศกึ ษาภมู ลิ กั ษณ์และภูมิสงั คมของภาคใต้ (A)
5. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
- ภาคใต้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรที่อยู่ระหว่างอ่าวไทยกบั ทะเลอันดามันในมหาสมุทรอินเดยี
โดยมภี ูมิประเทศทง้ั ภเู ขาและทิวเขา ที่ราบชายฝ่งั ทะเลและเกาะ
- ประชากรในภาคใตม้ วี ถิ ีชีวติ แบบชาวประมงเปน็ พนื้ ฐาน มีความเชอ่ื เกย่ี วกับทะเล นอกจากน้ีภาคใต้
ยงั เปน็ เส้นทางการคา้ ระหว่างจีน อนิ เดีย จึงทำใหม้ ีคนชาติอ่นื เข้ามา เกิดการผสมผสานจนเกิดเปน็ ประเพณี
ท่ีมีเอกลักษณเ์ ฉพาะ
6. สาระการเรียนรู้
ภูมิลักษณ์และภมู ิสงั คมภาคใต้
7. สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
9. ทักษะกระบวนการคดิ : การคิดวิเคราะห์ การคิดแยกแยะ
10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. นกั เรียนสังเกตแผนทีภ่ าคตะวนั ใต้ แล้วรว่ มกันสนทนา โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
- แผนที่ดงั กล่าวคอื แผนที่ใหข้ ้อมูลอะไร (แผนทภ่ี าคใต้)
- ภาคใต้มีกี่จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดใดบ้าง (มี14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา
สรุ าษฎรธ์ านี ภูเกต็ กระบี่ นครศรธี รรมราช ตรัง พัทลงุ สตลู สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส)
2. นักเรียนสงั เกตแผนที่ท่กี ำหนด แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
- แผนทด่ี ังกลา่ วคอื แผนท่ีอะไร (แผนทภ่ี ูมิประเทศภาคใต)้
- ภูมิลักษณ์ทางกายภาพของภาคใต้ มีลักษณะอย่างไร (เป็นคาบสมุทรอยู่ระหว่างอ่าวไทยกับ
ทะเลอนั ดามัน มีกลมุ่ เกาะน้อยใหญม่ ากมาย)
3. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกับภมู ลิ ักษณข์ องภาคใต้ จากหนงั สือเรยี นและแหลง่ การเรยี นรู้
อน่ื ๆ เพมิ่ เติม แลว้ สรปุ ความรู้รว่ มกันตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ดงั ตวั อย่าง
3.1 นกั เรียนจำแนกลักษณะภมู ปิ ระเทศของภาคใต้ ดงั ตวั อยา่ ง
ลกั ษณะภูมิประเทศของภาคใต้
ทิวเขา : ทิวเขาภูเกต็ ทิวเขานครศรธี รรมราช ภเู ขาสันกาลาครี ี
ท่ีราบชายฝั่งทะเล : ทรี่ าบชายฝั่งทะเลตะวนั ออกดา้ นอ่าวไทย ท่รี าบชายฝั่งทะเลตะวันตกด้านทะเลอนั
ดภาูมมปิ นั ระเทศเป็นเกาะ : ชายฝั่งทะเลอา่ วไทยมเี กาะสำคัญ คอื เกาะสมยุ เกาะพงนั หมู่เกาะอา่ งทอง
เกาะเต่า และกลุ่มเกาะในจงั หวัดชมุ พร
• ชายฝัง่ ทะเลอนั ดามนั มีเกาะสำคญั เช่น เกาะภูเก็ต หมู่เกาะสุรนิ ทร์ หมเู่ กาะสิมลิ นั หมู่เกาะพพี ี
3.2 นกั เรียนศกึ ษาวิเคราะหล์ ักษณะภูมอิ ากาศของภาคใต้ ดงั ตัวอยา่ ง
ลักษณะภมู อิ ากาศของภาคใต้
1. ภาคใตม้ อี ากาศรอ้ นช้ืน
2. ภาคใต้มีเพียง 2 ฤดู คอื ฤดรู อ้ นและฤดูฝน
3. เน่ืองจากเปน็ ภูมิภาคท่ีขนาบดว้ ยทะเลทง้ั 2 ดา้ น ทำใหม้ ีฝนตกชุกตลอดปี
3.3 นกั เรยี นวิเคราะห์ลกั ษณะทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคใต้ ดังตวั อย่าง
ลกั ษณะทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้
แร่ : แรด่ ีบุก แรว่ ุลแฟรม แหล่งน้ำมันและแกส๊ ธรรมชาติ
ดนิ : ดนิ ตามภูเขา ดินทราย ดินเลน
พชื พรรณธรรมชาติและสัตว์ป่า : อทุ ยานแห่งชาติ เชน่ อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาพนมเบญจา
อทุ ยานแห่งชาติบางลาง อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาสก อุทยานแหง่ ชาตบิ โู ด-สุไหงปาดี
• เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ า่ โตนงาช้าง
แหลง่ นำ้ : แม่นำ้ สำคญั คือ แม่นำ้ ตาปี แมน่ ้ำปตั ตานี แม่น้ำโก-ลก แมน่ ้ำกระบุรี แม่น้ำตรัง
• เขอื่ นท่สี ำคัญ ไดแ้ ก่ เขื่อนรัชชประภา เขื่อนบางลาง
4. นกั เรียนร่วมกันตอบคำถาม ดงั นี้
- นักเรียนคิดว่าภูมิลักษณ์ของภาคใต้ มีจุดเด่นอะไรที่สำคัญอยางไร (มีภูมิประเทศเป็นคาบสมุทร
มีทิวเขาและขนาบข้างด้วยทะเลทงั้ สองด้านและการมีกล่มุ เกาะมากมาย)
ชั่วโมงท่ี 2
5. ครสู นทนาซกั ถามถงึ ภมู ลิ กั ษณข์ องภาคใต้ เพอื่ เปน็ การทบทวน
6. นกั เรียนดภู าพแลว้ ตอบคำถาม ดงั นี้
- ภาพดงั กลา่ วคอื ภาพใด (ภาพทิวทศั น์หน้าเขื่อนรชั ชประภา จ.สรุ าษฎร์ธานี)
- เพราะเหตุใดจงึ เกดิ ลักษณะพืน้ ท่ีในภาพ (ความตอ้ งการใชน้ ำ้ ในการอปุ โภคบรโิ ภคในชว่ งหนา้ แลง้
และ ผลิตกระแสไฟฟา้ )
- จากภาพเกย่ี วข้องกบั ภมู สิ งั คมในเรือ่ งใด (เป็นสถานที่ท่องเทีย่ วของจงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี)
7. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เกยี่ วกบั ภมู สิ งั คมภาคใต้ จากหนังสอื เรียนและแหลง่
การเรียนร้อู นื่ ๆ เพม่ิ เตมิ ตามหัวขอ้ ต่อไปน้ี
7.1 นักเรียนศกึ ษาเกี่ยวกบั วถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ ของประชากรในภาคใต้ ดังตวั อยา่ ง
วถิ ีการดำเนินชีวติ ของประชากรในภาคใต้
1. ประชากรมีวถิ ชี ีวิตแบบชาวประมงเปน็ พน้ื ฐานสำคัญด้ังเดมิ มีความเชอ่ื เก่ยี วกับทะเล
2. ปจั จบุ นั มีการดำเนินชวี ติ แบบชาวประมงพ้นื บา้ น คือ นำผลผลิตไปค้าขายในตลาด
3. มกี ารผสมผสานทางเชอ้ื ชาติจึงทำให้มปี ระเพณีท่ีแตกต่างจากภมู ิภาคอน่ื
4. มีการทำประมงเปน็ เชิงธรุ กจิ การคา้ เนื่องจากภาคใต้เปน็ เส้นทางการค้า
ระหว่างจนี อนิ เดีย
7. 2 นักเรยี นวิเคราะห์เกยี่ วกบั กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของภาคใต้ ดังตัวอย่าง
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคใต้
เกษตรกรรม อตุ สาหกรรม
เลย้ี งสตั ว์ เพาะปลกู - อุตสาหกรรมปลากระป๋อง
- อตุ สาหกรรมปาล์มนำ้ มนั
- อตุ สาหกรรมแปรรูปไมย้ าง
- อุตสาหกรรมยางพารา
การค้าและบริการ
การคา้ ขายกบั ประเทศเพ่อื นบา้ น
การท่องเท่ยี วทางทะเล
7.3 นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์และสรปุ เกี่ยวกบั ภมู ิประเทศภาคใต้ วา่ ส่งผลตอ่ วิถีการดำเนนิ ชีวิต
และกจิ กรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร ดังตวั อยา่ ง
ภมู ิประเทศภาคใต้
เป็นคาบสมทุ รอยูต่ ดิ ทะเลทั้ง 2 ฝ่ัง คอื ฝัง่ อ่าวไทยและฝ่งั อันดามนั
ผลตอ่ วิถีการดำเนินชวี ติ ผลตอ่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- นิยมประกอบอาชีพประมง - เกษตรกรรม มกี ารเพาะปลูกพชื เชน่ ยางพารา
และการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้
- บรกิ ารนกั ท่องเที่ยว - อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
การคา้ มีการติดต่อคา้ ขายกับมาเลเซยี
7.4 นักเรยี นศึกษาและยกตวั อยา่ งสถานทสี่ ำคัญของภาคใต้ แล้วสรุปความรู้ ดังตัวอย่าง
สถานท่สี ำคัญของภาคใต้
สถานที่สำคญั ทางธรรมชาติ สถานทีส่ ำคญั ทางวฒั นธรรม
- หมูเ่ กาะพพี ี - วัดพระบรมธาตไุ ชยาราชวรวหิ าร
- อุทยานนกน้ำทะเลน้อย - เมอื งโบราณยะรัง
- วนอทุ ยานน้ำตกกะเปาะ - หมบู ้านซาไก
- ถ้ำมรตก
- เข่ือนรชั ชประภา
8. นักเรียนร่วมกันหาข้อมูลเพ่ือการตอบคำถาม เกี่ยวกับลักษณะสำคัญของวิถีการดำเนินชีวิตของคน
ภาคใต้มีลักษณะอย่างไร (มีวิถีชีวิตแบบชาวเลและมีประเพณีที่หลากหลายและเกี่ยวข้องกับน้ำเช่น ประเพณีอมุ้
พระดำน้ำ)
9. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คนและใช้ข้อมูลจากการสรุปความรู้และตอบคำถามจาก
ใบงาน เรื่อง ลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญของภาคใต้ (ส 5.1 ป.5/2
ส 5.2 ป.5/2)
ข้ันสรุป
10. นักเรยี นร่วมกันสรุปสิง่ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรูร้ ่วมกนั ดังน้ี
- ภาคใต้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรที่อยู่ระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามันในมหาสมุทร
อินเดยี โดยมีภูมปิ ระเทศท้งั ภูเขาและทิวเขา ทรี่ าบชายฝง่ั ทะเลและเกาะ
- ประชากรในภาคใต้มีวิถีชวี ติ แบบชาวประมงเป็นพนื้ ฐาน มีความเชอ่ื เกย่ี วกับทะเล นอกจากนภ้ี าคใต้
ยังเป็นเส้นทางการค้าระหวา่ งจีน อนิ เดยี จงึ ทำให้มีคนชาติอ่ืนเข้ามา เกดิ การผสมผสานจนเกิดเปน็ ประเพณี
ที่มเี อกลักษณ์เฉพาะ
11. ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื แบบเรยี นสังคมศึกษา
2. ใบงาน เรื่อง ลกั ษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญของภาคใต้
(ส 5.1 ป.5/2 ส 5.2 ป.5/2)
3. แผนทภ่ี าคใต้
4. ภาพเขื่อนรัชชประภา จ.สรุ าษฎร์ธานี
5. แหลง่ เรยี นรภู้ ายในโรงเรยี น
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ท่ี วิธกี าร ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรมกล่มุ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการกลุม่ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
3 สังเกตคณุ ลกั ษณะดา้ น อันพึงประสงค์
4. ใฝ่เรียนรู้
6. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
ภาพประกอบการสอน แผนที่แสดงจงั หวดั ภาคใต้
ภาพประกอบการสอน แผนทีแ่ สดงลักษณะทางกายภาพภาคใต้
ทิวทัศน์หน้าเขอ่ื นรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี
1. การประเมนิ ผลงานจากใบงาน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการประเมิน 5 เกณฑ์การให้คะแนน 1
432
ความถกู ตอ้ ง ระบหุ รืออธบิ าย ระบุหรอื อธิบาย ระบุหรืออธิบาย ระบุหรืออธิบาย ระบุหรอื อธบิ าย
คำตอบทุกขอ้ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบทกุ ข้อ คำตอบไม่ครบถ้วน คำตอบไมค่ รบถ้วน
ครบถ้วนถูกต้อง ครบถ้วนแต่ถูกต้อง ครบถว้ นแตถ่ กู ต้อง แตถ่ ูกต้อง แตถ่ กู ตอ้ งบางสว่ น
บางส่วน บางส่วน
(ผิด 1-2 จดุ ) (ผดิ มากกว่า 2 จุด)
ความสวยงาม ตกแตง่ ระบายสี ตกแต่งระบายสี ตกแต่งระบายสี
สวยงาม สะอาด สวยงาม ไมส่ วยงาม
เรยี บรอ้ ย
ความตรงต่อเวลา ส่งงานตาม ส่งงานช้ากว่า
ระยะเวลาท่ีกำหนด ระยะเวลาที่กำหนด
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรงุ
2. การประเมินพฤตกิ รรมกลุ่ม
เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมนิ คำอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1. การแบ่งหน้าทกี่ นั อยา่ งเหมาะสม
2. ความร่วมมือกนั ทำงาน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรม ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏิบัตหิ รอื แสดง
3. การแสดงความคิดเหน็ อย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมบ่อยคร้ัง พฤติกรรมบางคร้งั
4. การรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น .
5. ความมนี ำ้ ใจชว่ ยเหลอื กัน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ : 12–15 คะแนน หมายถึง ดี, 8 – 11 คะแนน หมายถึง พอใช้, ต่ำกวา่ 8 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง
3. การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คณุ ลกั ษณะทพ่ี ่งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมทีแ่ สดงออก ระดับคะแนน
3 21
4.1 ต้ังใจศกึ ษาเล่าเรียน
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.2 รจู้ กั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชนแ์ ละนำไปปฏบิ ตั ิได้
4.3 อา่ นหนังสอื และศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ
6.1 มีความตัง้ ใจและมคี วามพยายามในการทำงานให้ดีท่ีสุด
6. มุ่งม่ันในการทำงาน 6.2 มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทีม่ อบหมาย
6.3 มผี ลงานท่ีปรากฏอย่างมีคุณภาพ
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 9 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบตั ิ หรือ แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏิบัติ หรือ แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ได้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรือ แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ได้ 1 คะแนน
แบบประเมินผลงาน (ใบงาน)
คำชี้แจง ให้ผ้สู อนพจิ ารณาคุณภาพของการทำงานของนักเรยี นแล้วบนั ทึกคะแนน (5,4,3,2,1) และ
สรุปผลการประเมินลงในตารางท่ีกำหนดให้
รายการประเมนิ รวม ผลการ
10 คะแนน ประเมนิ
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ความถกู ตอ้ ง ความสวยงาม ความตรงต่อเวลา
5 คะแนน
3 คะแนน 2 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตัดสินผลการประเมินนักเรยี นทผี่ ่านจะตอ้ งได้ระดบั พอใช้ขนึ้ ไป
ลงชื่อ......................................................ผู้ประเมนิ
(...............................................................)
วันที่ ..................เดือน.......................พ.ศ..............
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
คำช้ีแจง ให้ผู้สอนบันทึกพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ของนักเรยี นแตล่ ะคนแลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1 )
และสรุปผลการประเมนิ ลงในตารางท่ีกำหนดให้
พฤติกรรม
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ การแบ่งห ้นาท่ี ักนอ ่ยาง ผลการ
เหมาะสม ประเมิน
ความ ่รวม ืมอ ักนทำงาน
การแสดงความ ิคดเห็น
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ความ ีม ้นำใจ ่ชวยเหลือ
ักน
รวม 15 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ : 12-15 คะแนน หมายถงึ ดี , 8-11 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกว่า 8 หมายถงึ ปรับปรงุ
หมายเหตุ การตัดสินผลการประเมนิ นกั เรียนทีผ่ า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ขนึ้ ไป
ลงชอ่ื .................................................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วนั ท่ี ..................เดือน.......................พ.ศ..............
รายการและเกณฑ์การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1. ยืนตรงเคารพธงชาตแิ ละร้องเพลงชาติ
2. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกับความสามคั คี
3. มวี ินยั 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเกีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
4. ใฝ่เรียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาและปฏบิ ตั ติ ามหลักคำสอนศาสนา
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 2.1 ไม่พดู โกหกหลอกลวง
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 2.2 ไม่ลักขโมยของเพอื่ น ครแู ละบุคคลอน่ื
7. รกั ความเปน็ ไทย 2.3 ปฏิบตั ิแต่สิง่ ที่ถกู ตอ้ ง
8. มีจิตสาธารณะ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตดลง กฎเกณฑท์ ่ีตัง้ ไว้
3.2 ตรงตอ่ เวลา
3.3 มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4.1 ต้งั ใจศกึ ษาเลา่ เรียน
4.2 ร้จู ักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชนแ์ ละนำไปปฏบิ ัตไิ ด้
4.3 อ่านหนงั สอื และศึกษาคน้ คว้าอยูเ่ สมอ
5.1 การใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างค้มุ ค่า
5.2 การใช้จา่ ยอย่างประหยัด
5.3 การเก็บออมเงิน
6.1 มคี วามต้ังใจและมคี วามพยายามในการทำงานใหด้ ีท่ีสุด
6.2 มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทม่ี อบหมาย
6.3 มีผลงานที่ปรากฏอย่างมคี ณุ ภาพ
7.1 เคารพและเชอื่ ฟังคำสงั่ สอนของพอ่ แม่ ครูอาจารย์
7.2 มีจิตสำนึกรกั ทอ้ งถ่ินและเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรม
ประเพณไี ทย
7.3 เห็นคุณคา่ ปฏิบตั ิตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ช่วยเหลอื ผู้อนื่
8.2 ดแู ลรักษาทรพั ย์สินของส่วนรวม
8.3 ดูแลรักษาสิ่งแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิ หรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้งั ได้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ได้ 1 คะแนน
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำชแี้ จง ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น แลว้ บันทกึ คะแนน (3,2,1) และสรุปผลการประเมิน
ลงในตารางทก่ี ำหนดให้
เลขที่ ชอ่ื -สกุล 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 6. มุ่งม่ันในการทำงาน รวม ผลการ
4.1 4.2 4.3 6.1 6.2 6.3 18 คะแนน ประเมนิ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถงึ ดี , 9-14 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ตำ่ กว่า 9 หมายถึง ปรับปรุง
หมายเหตุ การตดั สนิ ผลการประเมนิ นักเรียนท่ผี า่ นจะต้องได้ระดับพอใช้ข้นึ ไป
ลงช่อื .............................................ผสู้ งั เกต
(...............................................................)
วันท่ี ...............เดือน....................................พ.ศ. .....................
แบบประเมนิ แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6 เรอ่ื ง ภมู ภิ าคของไทย
ลำดับ เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ
321
1 ระบมุ าตรฐาน / ตวั ช้วี ดั
2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมสอดคลอ้ งกับ KAP
3 เขียนสาระสำคญั ครอบคลมุ องค์ความรู้
4 สาระการเรยี นรูค้ รอบคลุมเนือ้ หา กระบวนการ คุณลกั ษณะ
5 กจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ RL เกิด Active Learning
6 ออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั ผู้เรียน
7 ออกแบบชน้ิ งาน/ ใบงาน/ ภาระงานสอดคล้องกบั ตวั ช้ีวดั
8 วธิ กี ารวดั และประเมินผลครบ 3 องค์ประกอบ คือ วธิ ีการ เครอื่ งมือ
เกณฑ์
9 สอื่ การเรียนรู/้ แหลง่ เรียนรู้สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้
เนือ้ หา เหมาะสมกับวยั สะดวกใช้
10 มีความสัมพันธก์ นั ระหวา่ ง ขอ้ 1-9
รวม
เฉล่ยี
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3.00 ระดบั 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
0 – 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
ลงชื่อ........................................................................
(นางสาววภิ า บานเยน็ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านมอเจรญิ
วนั ที่ ……………………..เดือน……………………………..พ.ศ………………….
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 55
เรื่อง การตงั้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ประชากรและสิ่งแวดล้อม เวลา 10 ชั่วโมง
สอนวันที่.....................เดือน.........................................พ.ศ................... เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สาระที่ 5 ภูมศิ าสตร์
2. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์
วิถีการดำเนินชีวติ มีจติ สำนกึ และมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อมเพื่อการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื
3. ตวั ชวี้ ัด
ป.5/1 วิเคราะหส์ ่ิงแวดล้อมทางกายภาพทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ ลักษณะการต้ังถนิ่ ฐานและการย้ายถ่ิน
ของประชากรในภูมภิ าคของตน
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนอธิบายการตง้ั ถ่ินฐานของประชากรในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (K)
2. นักเรียนวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนือ
และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื (P)
3. นกั เรยี นเห็นความสำคัญในการศึกษาเกยี่ วกบั การตงั้ ถน่ิ ฐานของประชากรในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย (A)
5. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การตัง้ ถ่นิ ฐานแต่ละภูมภิ าค ประชากรจะเลอื กตง้ั ถิน่ ฐานแตกต่างกนั สำหรบั การตงั้ ถนิ่ ฐานของประชากร
ในภาคเหนือจะอยู่บริเวณที่ราบระหว่างภูเขาหรือแอ่งที่ราบ และการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ ซึ่งมีลกั ษณะภูมิประเทศเป็นทีร่ าบสูง จะนิยมตัง้ ถิน่ ฐานอยู่บนที่สูงไมไ่ กลจากแหล่งน้ำและ
บรเิ วณโคก เนิน โนน
6. สาระการเรยี นรู้
1. การตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนอื
2. การตง้ั ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
7. สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
9. ทักษะกระบวนการคิด : การคดิ วิเคราะห์ การคิดแยกแยะ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูตั้งคำถามเพื่อทบทวนความรู้เกี่ยวกับภูมิลักษณ์และภูมิสังคมของภูมิภาคต่าง ๆของไทย เช่น
- ประเทศไทยมกี ข่ี งั หวดั (77 จงั หวัด)
- ประเทศไทยแบง่ ออกเป็นก่ีภมู ภิ าค อะไรบ้าง (6 ภมู ภิ าค ได้แก่ ภาคเหนอื ภาคะวนั ออกเฉยี ง
เหนอื ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้)
- บ้านของนักเรียนตง้ั ถนิ่ ฐานอาศัยอยใู่ นภาคไหน (ตอบตามภาคทอี่ าศัย)
ข้ันสอน
2. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการตั้งถิ่นฐาน โดยการตอบคำถาม
ดังนี้
- การตัง้ ถ่นิ ฐานหมายถงึ อะไร (การเลือกถิ่นที่อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความ
ปลอดภยั ในการดำเนินชีวติ )
- การตั้งถ่ินฐานมีความสำคญั อย่างไร (ทำใหม้ นุษยอ์ ยรู่ วมกนั เป็นกลุม่ เพื่อจะไดพ้ ง่ึ พาอาศยั ซึ่งกันและ
กนั และทำกจิ กรรมต่าง ๆ ร่วมกนั ซง่ึ ทำให้มวี ิถกี ารดำเนนิ ชีวติ ลกั ษณะการประกอบอาชีพทค่ี ล้ายคลึงกนั )
- นกั เรยี นคดิ ว่า มนุษยจ์ ะเลอื กตง้ั ถ่ินฐานโดยยึดสงิ่ ใดปัจจยั สำคญั (ตอบตามความคิดเหน็ )
3. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ถึงลักษณะภูมิประเทศของภูมิภาคที่นักเรียนอาศัยอยู่ลักษณะเป็น
อยา่ งไรบ้าง (ตอบตามภาคท่ีอาศัย)
4. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหเ์ กย่ี วกับแผนที่แสดงลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนือ และตอบคำถาม
ตอ่ ไปนี้
- ภาคเหนือประกอบด้วยพื้นที่กี่จังหวัด อะไรบ้าง (ประกอบด้วยพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย
แม่ฮ่องสอน เชยี งใหม่ ลำพนู ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และอตุ รดิตถ)์
- ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนือเป็นอย่างไร (เป็นภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขาและเทือกเขา
สลบั ซบั ซ้อน)
5. นักเรียนอภิปรายแสดงความคิดเห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนือ และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างไร และแตกตา่ งกนั อยา่ งไร แล้วสรปุ ความรู้ลงสมุด ดงั น้ี
5.1 การต้งั ฐานฐานของประชากรในภาคเหนอื
ลกั ษณะการตั้งถนิ่ ฐานของประชากรในภาคเหนอื
1. การต้งั ถน่ิ ฐานของชาวเขาท่ีตัง้ ถนิ่ ฐานบนภูเขาและสนั เขาตามดอยตา่ ง ๆ
2. การตง้ั ถนิ่ ฐานของคนเมืองหรอื ชาวล้านนาทตี่ ง้ั ถ่นิ ฐานอยู่บรเิ วณท่ีราบระหว่างภูเขาหรือแอ่งทรี่ าบ
บริเวณที่มกี ารต้ังถ่นิ ฐานของประชากรในภาคเหนอื
หนาแนน่ เบาบาง
1. แอ่งเชียงใหม่-ลำพนู เป็นแอ่งทีร่ าบขนาดใหญ่ 1. แอ่งแม่ฮ่องสอน
2. แอง่ เชยี งราย-พะเยา เป็นแอ่งใหญ่สลับกับภูเขา 2. แอง่ แมส่ ะเรียง และแอ่งขนาดเลก็ ต่าง ๆ
3. แอ่งลำปาง แอง่ แพร่ แอ่งน่าน
นกั เรยี นวิเคราะหแ์ ละหาคำตอบปัจจัยที่ทำให้เกดิ การตั้งถนิ่ ฐานของประชากรฐานของประชากรอยู่
อย่างหนาแน่น คือ บริเวณท่ีเปน็ ขนาดใหญ่ มักจะมีแมน่ ้ำสายสำคญั ไหลผ่าน ทำใหม้ คี วามอุดมสมบรู ณ์ ประชากร
จึงเลือกเป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐาน ส่วนที่มีประชากรเบาบาง เนื่องจาก เป็นแอ่งแคบ ๆ ไม่เหมาะจะตั้งถิ่นฐาน
5.2 อภิปรายตอบคำถามการตง้ั ฐานฐานของประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี่ทั้งหมดกี่จังหวัด อะไรบ้าง (ประกอบด้วยพื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่
เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนครนครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ
นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอด็ ยโสธร บุรรี มั ย์ สรุ ินทรศ์ รสี ะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี)
- ลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างไร (ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง บริเวณ
ตอนกลางมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายก้นกระทะเรียกว่า แอ่งโคราช และมีแอ่งสกลนคร นอกจากนี้
ยังมีแม่น้ำชแี ละแม่นำ้ มูลไหลผ่าน)
จากน้นั รว่ มกนั วเิ คราะหล์ กั ษณะการตงั้ ถ่นิ ฐานของประชากร และบันทึกความรลู้ งสมุด ดงั น้ี
ลกั ษณะการต้งั ถิน่ ฐานของประชากรในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
1. บรเิ วณทดี่ อนเป็นโคก เนนิ โนนหรือท่ีสูงนำ้ ท่วมไม่ถงึ สามารถทำไร่ เลย้ี งสตั ว์ได้
2. บริเวณแหล่งน้ำ นับเปน็ สิง่ สำคญั อันดับแรก เพราะมคี วามอุดมสมบรู ณ์
3. บริเวณทรี่ าบล่มุ เพราะเปน็ พ้ืนทเ่ี หมาะในการทำเกษตรกรรมและเล้ยี งสตั ว์ในหน้าแล้ง
4. บริเวณป่าดง เป็นทำเลที่ใช้ปลูกพชื ไรแ่ ละสามารถหาของปา่ ได้ มีลำธารไหลผา่ น
บริเวณที่มกี ารตั้งถ่ินฐานของประชากรในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
หนาแนน่ เบาบาง
การต้งั ถิน่ ฐานตามเสน้ ทางคมนาคม บริเวณรมิ แม่นำ้
นักเรียนร่วมกันวิเคราะหแ์ ละหาคำตอบปัจจัยที่ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานของประชากรฐานของประชากรอยู่
อย่างหนาแน่น คอื การต้ังถิน่ ฐานตามเสน้ ทางคมนาคมเพราะมีความสะดวกสบายและประชากรเบาบาง บริเวณ
รมิ แม่น้ำ เพราะเปน็ ดินทราย อาจจะเกดิ การทรดุ ตัวพงั ทลายดนิ และดนิ ไมอ่ ุดมสมบรู ณ์ทำการเกษตรไม่ไดผ้ ลผลติ
ขั้นสรุป
6. นักเรยี นรว่ มกันสรุปส่งิ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้
- ลักษณะเด่นชัดการตั้งถิ่นฐานแต่ละภูมิภาค ประชากรจะเลือกตั้งถิ่นฐานแตกต่างกัน สำหรับ
การตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนือจะอยู่บริเวณที่ราบระหว่างภูเขาหรือแอง่ ที่ราบ และการตั้งถิ่นฐานของ
ประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเปน็ ทีร่ าบสูง จะนิยมตั้งถิ่นฐานอยู่บนท่ีสูงไม่ไกล
จากแหลง่ น้ำและบรเิ วณโคก เนิน โนนและตามแนวเสน้ ทางคมนาคมทส่ี ำคญั
11. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื แบบเรยี นสงั คมศกึ ษา
2. แหลง่ เรียนร้ใู นโรงเรียน
12. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ท่ี วิธกี าร
1 ตรวจสมดุ สมุดบันทึก ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
2 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
3 สังเกตคุณลักษณะด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์
4. ใฝ่เรยี นรู้
6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์
อันพึงประสงค์
1. การประเมนิ สมดุ บนั ทกึ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมนิ 5 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
432
ความถูกตอ้ ง ระบหุ รืออธบิ าย ระบุหรืออธิบาย ระบหุ รอื อธบิ าย ระบหุ รืออธบิ าย ระบุหรอื อธิบายคำตอบ
คำตอบครบถว้ น คำตอบครบถว้ นแต่ คำตอบครบถว้ นแต่ คำตอบไมค่ รบถว้ น ไม่ครบถ้วนแตถ่ ูกตอ้ ง
ถูกตอ้ ง ถูกตอ้ ง บางส่วน ถกู ต้อง บางสว่ น แต่ถกู ต้อง บางส่วน
(ผิด 1-2 จุด) (ผดิ มากกวา่ 2 จดุ )
ความเปน็ ระเบียบ การเขียนสวยงาม การเขยี นไม่สวยงาม การเขยี นไมส่ วยงาม
เรยี บร้อย สวยงาม สะอาด เรียบร้อย สะอาด เรียบรอ้ ย ไม่สะอาด ไม่เรยี บร้อย
ความตรงต่อเวลา ส่งงานตาม ส่งงานช้ากวา่ ระยะเวลาที่
ระยะเวลาทก่ี ำหนด กำหนด
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ : 8-10 คะแนน หมายถงึ ดี , 5-7 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรงุ
2. การประเมินพฤติกรรมการเรยี นรู้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
1. ความต้ังใจเรยี น
2. ความสนใจต่อกิจกรรม ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรม ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏิบัตหิ รือแสดง
3. การร่วมอภิปรายซกั ถาม อยา่ งสมำ่ เสมอ พฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง พฤติกรรมบางครัง้
4. การทำงานไดร้ ับมอบหมาย .
5. ความสามารถปฏิบตั ิงาน
เกณฑก์ ารคดั สนิ คุณภาพ : 12-15 คะแนน หมายถึง ดี , 8-11 คะแนน หมายถึง พอใช้ , ต่ำกวา่ 8 หมายถึง ปรับปรงุ
3. การประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คุณลักษณะที่พ่งึ ประสงค์ พฤติกรรมที่แสดงออก ระดบั คะแนน
3 21
4.1 ตงั้ ใจศกึ ษาเล่าเรียน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.2 ร้จู กั ใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์และนำไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.3 อ่านหนังสอื และศึกษาค้นคว้าอยูเ่ สมอ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและมีความพยายามในการทำงานให้ดีที่สุด
6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน 6.2 มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทีม่ อบหมาย
6.3 มีผลงานท่ปี รากฏอยา่ งมีคุณภาพ
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 15-18 คะแนน หมายถึง ดี , 9-14 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 9 หมายถึง ปรบั ปรุง
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ได้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิ หรือ แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ ได้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ได้ 1 คะแนน
แบบประเมินผลงาน (สมุด)
คำช้ีแจง ให้ผู้สอนพิจารณาคณุ ภาพของการทำงานของนักเรยี นแล้วบันทึกคะแนน (5,4,3,2,1) และ
สรุปผลการประเมินลงในตารางท่ีกำหนดให้
เลขที่ ชอ่ื -สกลุ ความถกู ต้อง รายการประเมนิ ความตรง รวม ผลการ
5 คะแนน ความเป็นระเบยี บ ต่อเวลา 10 ประเมนิ
เรยี บร้อย สวยงาม 2 คะแนน คะแนน
3 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ : 8-10 คะแนน หมายถึง ดี , 5-7 คะแนน หมายถงึ พอใช้ , ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ
หมายเหตุ การตัดสนิ ผลการประเมนิ นักเรียนท่ีผา่ นจะต้องได้ระดบั พอใชข้ ึ้นไป
ลงช่อื ......................................................ผปู้ ระเมนิ
(...............................................................)
วันท่ี ..................เดือน.......................พ.ศ..............
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
คำช้ีแจง ให้ผู้สอนบันทึกพฤติกรรมการเรียนของนกั เรยี นแต่ละคนแล้วบนั ทึกคะแนน (3,2,1 ) และ
สรุปผลการประเมนิ ลงในตารางท่ีกำหนดให้
พฤติกรรม
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ ความ ้ัตงใจ ผลการ
ความสนใจ ่ตอ ิกจกรรม ประเมิน
การอภิปรายซักถาม
การทำงานไ ้ดรับ
มอบหมาย
ความสามารถ
ปฏิบั ิตงาน
รวม 15 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ : 12–15 คะแนน หมายถงึ ดี, 8 – 11 คะแนน หมายถึง พอใช้, ต่ำกวา่ 8 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ
หมายเหตุ การตัดสนิ ผลการประเมินนักเรียนท่ผี ่านจะตอ้ งได้ระดับพอใช้ขนึ้ ไป
ลงชื่อ.................................................................ผูส้ งั เกต
(...............................................................)
วันที่ ..................เดอื น.......................พ.ศ..............