โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประเมินผลกระทบส่งิ แวดล้อม
สถานที่พบ สภาพนิเวศของพื้นที่ที่พบ ฯลฯ เป็นต้น เพราะหากไม่พิจารณาอาจส่งกระทบต่อการคาดการณ์/
คาดคะเนผลกระทบท่ีอาจเกิดกับโครงการฯ ได้การดำเนินโครงการฯ นี้ก็เป็นการดำเนินการที่ทำให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงในพื้นท่ีมากเพราะโครงการฯ ต้องตัดฟัน และร้ือถอนพันธุ์พืชท้ังหมดท่ีอยู่ในขอบเขตของโครงการฯ ที่
อยู่ในปา่ ธรรมชาติ ทำใหส้ ูญเสยี พื้นทป่ี า่ ถาวร การเปลยี่ นสภาพดงั กลา่ วยอ่ มส่งผลตอ่ การอยอู่ าศัยของสตั วป์ ่า เพราะ
สภาพนิเวศดังกล่าวทำให้มีปจั จยั ในการอยู่อาศัย และดำรงชวี ิตของสัตว์ป่า โดยมีทัง้ แหล่งน้ำสะอาดธรรมชาตทิ ่ีมีน้ำ
ไหลตลอด/เกือบตลอดท้ังปี แหล่งอาหาร โป่ง และปลัก ท่ีอยู่/อาศัย รวมทั้งพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเฉพาะ (territory)
ของสัตว์ป่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าส่วนใหญ่ เพราะสัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่เป็นชนิดท่ี
อยู่/อาศัย และกระจายพันธ์ุในป่าธรรมชาติ แต่ก็มีสตั ว์ป่าบางกลมุ่ /ชนิดอาจไมไ่ ดร้ ับผลกระทบใดในการดำเนินการ
เพราะแม้จะอยู่/อาศัยในป่าแต่ก็ปรับตัวได้ดี ทั้งนี้ขึ้นกับรูปแบบ ลักษณะ และกิจกรรมของโครงการฯ รวมท้ัง
พฤติกรรม และรปู ลกั ษณข์ องรา่ งกายสัตว์ปา่ ที่มคี วามสัมพนั ธก์ ับการดำรงชวี ติ ในท้ัง ห่วงโซ่ และสายใยอาหารทีอ่ ยใู่ น
ระบบนิเวศน้ันๆ ด้วย แม้ว่าสัตว์ป่าจะได้รับผลกระทบ แต่ผลกระทบน้ันมีท้ังพวกที่ได้ประโยชน์ และพวกเสีย
ประโยชน์ รวมถึงพวกท่ีไม่ได้ และไม่เสียประโยชน์เพราะปรับตัวได้ทันที เพราะสัตว์ป่าน้ันประกอบด้วยพวกที่ใช้
ระยะเวลาอนั สัน้ ในการปรับตวั และพวกทป่ี รับตัวไดย้ าก /ปรบั ตวั ไม่ได้เลยต่อการเปลยี่ นแปลง
การประเมินผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นกับโครงการฯ นี้ ใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา และสำรวจในพื้นที่จริง
จากชนิดสตั ว์ป่าท่ีถูกพบเห็นเข้ามาใชป้ ระโยชน์พ้นื ที่โครงการฯ และพ้ืนท่ีขา้ งเคียง ระยะประมาณ 100-6,000 เมตร
จากแนวโครงการฯ ร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิ โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ท่ีมีรัศมีการอยู่/อาศัย และ
หากินกว้าง เพ่ือพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นมากที่สุด แต่ระยะทางที่กำหนดน้ีสัตว์ป่าแต่ละกลุ่มจะใช้
แตกต่างกัน ซึ่งระยะทางดังกล่าวกำหนดจากการอพยพเคล่ือนย้ายเพ่ือทำกิจกรรมประจำวัน โดยกลุ่มสัตว์ที่ใช้
ระยะทางมากที่สุด คือ นก เนื่องจากสามารถบินได้ รองลงมาคือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพราะเคลื่อนท่ีได้รวดเร็ว มี
ขนาดตัวที่ใหญ่ และบางกลุ่มบินได้ คือ ค้างคาว ซึ่งท้ังสองกลุ่มอาจอพยพ/เคล่ือนย้ายได้มากกว่าระยะทางศึกษาที่
กำหนด ส่วนกลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน ใช้ระยะทางไม่มาก เพราะเคลื่อนท่ีไม่เร็วบนพ้ืนดิน สำหรับสัตว์สะเทินน้ำสะเทิน
บกใช้ระยะทางนอ้ ยมากเพราะตอ้ งอย่ใู นท่ีชุ่มช้ืน ดังนนั้ ระยะทางดังกลา่ วเป็นระยะที่มีความเปน็ ไปได้มากท่ีสดุ ที่สัตว์
ป่าจะเข้ามาใช้ประโยชน์พ้ืนท่ีโครงการฯ เพราะสภาพของพื้นที่เป็นป่าธรรมชาติ ทำให้สัตว์ป่าสามารถรับรู้การ
ดำเนินการใดๆ ท่ีอาจสง่ ผลต่อตัวสัตว์ได้ และสามารถอพยพ/เคลอื่ นย้ายเพ่ือหนจี ากจุดเสีย่ งได้ เชน่ กลุ่มของนกทบ่ี ิน
ได้ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมท่ีเคล่ือนที่ได้อย่างรวดเร็ว บางกลุ่มสามารถปีนป่ายตามต้นไม้ ขณะที่บางกลุ่มบินได้
ในขณะที่สัตวป์ ่าที่พบบางกลุ่มมีอาณาเขตในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่มาก เช่น กลมุ่ ของสัตวส์ ะเทนิ น้ำ
สะเทินบกท่ีอยู่ตามแหล่งน้ำ หรือท่ีช้ืนแฉะ และเคล่ือนที่ช้า ส่วนสัตว์เล้ือยคลานก็เคลื่อนท่ีได้ไม่เร็วมากนัก และอยู่
อาศยั ตามพ้ืนดิน ดังน้ันการกำหนดระยะทางเพ่ือศึกษาพ้ืนทขี่ ้างเคยี งนั้นจึงน่าจะครอบคลุมเพียงพอในการพิจารณา
ระยะทางที่สัตว์ป่าอาจอพยพ/เคล่ือนย้ายเข้ามาในพื้นที่โครงการฯ และยังมีความเป็นไปได้มากที่สุดท่ีสัตว์ป่าจาก
การศึกษา/สำรวจพบบางส่วนปรับตัวเพ่ือดำเนินกิจกรรมต่างๆ แม้ว่าการดำเนินโครงการฯ จะทำให้สภาพพ้ืนที่
เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งถาวร สัตวป์ า่ เหล่านก้ี ็สามารถใช้ ประโยชน์จากพนื้ ที่ข้างเคียงโครงการฯ ท่ไี ม่ไดเ้ ปล่ยี นแปลงไป
จากเดิม อีกทง้ั ยงั สามารถอพยพเคลื่อนยา้ ยไปมาได้ และในระยะทางดงั กล่าวนี้การศึกษา/สำรวจพบสตั วป์ า่ ส่วนใหญ่
สามารถอยู่อาศยั ได้ดีท้ังในพื้นท่ีดำเนินโครงการฯ และพื้นท่ีขา้ งเคียง โดยการพิจารณาดังกล่าวข้างต้นน้ันใชห้ ลักการ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-24
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
และเหตุผลในการพิจารณาร่วมกันหลายด้านไม่ว่าจะเป็น หลักการด้านพฤติกรรม รูปลักษณ์ สรีระ สภาพนิเวศ/
สภาพแวดล้อมของพื้นที่ รวมถึงรปู ลกั ษณ์ของโครงการฯ
1) ระยะก่อสรา้ ง
ในระยะน้ีสภาพแวดลอ้ มของพ้ืนท่จี ะถูกเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเร่ิมจากการมีจำนวนคน เครือ่ งจักร วัสดุ
อุปกรณ์มากข้ึน ทำให้สภาพแวดล้อมของพ้ืนทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปเพราะต้องถูกเตรียมสำหรับดำเนินการก่อสร้าง สภาพ
พื้นท่ีจะถูกเปล่ียนเน่ืองจากกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การขุด/เจาะ และการลำเลียง/ขนย้ายวัสดุ และพืชท่ีคลุมดิน
ต้องถูกตัด/คัดลอกออกจากพื้นดิน เครื่องจักรต่างๆ และวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยในการอำนวยความสะดวกสำหรับการ
ดำเนนิ การก่อสร้าง การดำเนินกจิ กรรมดังกล่าวน้ันเปน็ กจิ กรรมที่รบกวนสัตวป์ า่ มากกว่าปกติเพราะสัตวป์ า่ ในพืน้ ทีไ่ ม่
เคยถูกรบกวนจากกิจกรรมดังกล่าวมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการก่อสร้าง เช่น จำนวนคนงาน
และกิจกรรมของผู้มีส่วนเก่ียวข้องโครงการฯ เพ่ิมมากข้ึนในพ้ืนที่ รวมถึงยานพาหนะ เสียง และกล่ินจากเครื่องมือ
เครื่องจักรต่างๆ รวมทั้งของเสีย และขยะต่างๆ ในช่วงขณะก่อสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้สัตว์ป่าเกิด
ความต่ืนตระหนกมากกว่าปกติ นอกจากน้หี ากมีการใช้ประโยชน์ในพ้ืนทีซ่ ่ึงอยนู่ อกแนวเขตโครงการฯ ขณะพัก/หยุด
งาน โดยเฉพาะอย่างย่ิงพ้ืนที่แหล่งน้ำ และพ้ืนที่ป่า อาจจะส่งผลกระทบมากขึ้น น้ันคือ จะทำให้สัตว์ป่าต่ืนตกใจ
และหนีออกจากพื้นที่ และพ้ืนที่ใกล้เคียง และผลกระทบที่มากท่ีสุดคืออาจชักนำ/เปิดโอกาสให้เกิดการล่าสัตว์ป่า
มากกว่าท่ีเป็นอยู่ก่อนการก่อสร้างไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตาม ด้วยเหตุน้ีการดำเนิน
กิจกรรมต่างๆ ในระยะนี้จึงมีผลกระทบทางลบท้ังทางตรงต่อสัตว์ป่า คือ เสียง และการส้ันสะเทือนท่ีมากกว่าปกติ
ทำให้สัตว์ปา่ ตื่นตกใจ และออกจากพื้นที่ รวมถึงการฆา่ ท้ังโดยต้ังใจ และโดยไม่ไดต้ งั้ ใจหรือไม่มีความรู้ด้านสตั ววทิ ยา
เช่น การพบเห็นงูก็จะฆ่าทันท่ีเพราะคิดว่ามีพิษ และกัดตาย หรือการพบเห็นรู/โพรงซึ่งเป็นท่ีอาศัยของสัตว์ป่าก็นำ
หิน/ดนิ อุดรู ฯลฯ เป็นตน้ อีกทั้งยังส่งผลกระทบทางอ้อมด้วย คอื การเปลี่ยนแปลงสภาพนิเวศของพ้ืนที่อยู่อาศัย หา
กิน แต่ผลกระทบดังกล่าวจะแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มและชนิดของสัตว์ป่า ท้ังนี้ข้นึ กับปัจจัยภายในตัวสัตว์เองคือ
ร่ากาย และจิตใจ และปัจจัยภายนอก คือ สภาพแวดล้อมทีสัตว์อยู่/อาศัย เช่นการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมถึงระดับ
ของของสตั ว์ป่าในห่วงโซ่ และสายใยอาหารในระบบนเิ วศ ประกอบกบั ปริมาณ สดั สว่ น และการกระจาย ของสัตว์ใน
พนื้ ที่โครงการฯ และใกลเ้ คยี ง
ในระยะก่อสร้างนี้คาดว่าสัตว์ป่าอาจจะได้รับผลกระทบท้ังส้ิน 148 ชนิด ไม่ได้รับผลกระทบ 32 ชนิด
ดังแสดงในตารางที่ 4.3.-1 ซ่ึงแสดงค่าเปรียบเทียบชนิดท่ีรับผลกระทบต่อชนิดสัตว์ป่าที่พบโดยตรงทั้งหมด
รายละเอยี ดแต่ละชนิดแสดงดังภาคผนวก ง
ตารางที่ 4.3.-1 ผลกระทบที่อาจเกิดตอ่ สัตว์ป่าในระยะก่อสรา้ ง
กลมุ่ สัตว์ป่า ระดบั ผลกระทบต่อชนดิ สัตว์ปา่
na +5 +4 +3 +2 +1 0 -1 -2 -3 -4 -5
สะเทนิ น้ำสะเทนิ บก - - - - - - 10 7 - - - -
เลอื้ ยคลาน - - - - - - 7 12 - - - -
นก - - - - - - 10 121 - - - -
- - - - - - 5 8 - - --
เลยี้ งลกู ด้วยนม - - - - - - 32 148 - - - -
รวม
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-25
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 4
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม
โดยผลกระทบท่ีเกิดในระยะนี้ เป็นผลกระทบท่ีเกิดจากการสูญเสียพื้นที่ใช้ประโยชน์ต่างๆ ใน
ชีวิตประจำวันซึง่ อยู่ในขอบเขตของโครงการฯ เพราะกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกิดจากโครงการฯ เป็นกิจกรรมใหมซ่ ึ่งสัตว์ป่า
ไม่เคยพบมาก่อน แม้ก่อนดำเนินโครงการฯ สัตว์ป่าจะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ตลอด จากการเข้าใช้
ประโยชน์ในพ้ืนที่โครงการฯ และพื้นที่ข้างเคียงโครงการฯ มาตลอดเป็นระยะเวลานาน และสามารถปรับตัวอยู่/
อาศัย และดำเนินกิจกรรมอ่ืนๆ ในชวี ิตประจำวันได้แล้ว แตก่ ็อาจมพี ฤติกรรมทีต่นื ตระหนก/ตน่ื ตกใจ จากกจิ กรรมท่ี
เกดิ ข้นึ วา่ อาจส่งผลต่อตวั /ชีวิต ทำให้ละทิ้ง/ไม่มาใช้พื้นที่ซ่ึงเคยใช้อย่เู ป็นประจำจากสาเหตดุ ังกล่าวข้างต้น ดังนั้นใน
ระยะก่อสร้างน้ี สัตว์ป่าที่คาดว่าได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกนั้นอาจต้องสูญเสียแอ่งน้ำขัง
ตา่ งๆ เพราะจะตอ้ งถูกถมดว้ ยดินขณะดำเนินเตรียมการก่อสรา้ ง ซง่ึ แอง่ น้ำขังดังกลา่ วน้ี เป็นส่วนหน่งึ ของพื้นที่อาศัย
หากิน และทำรังวางไข่ในช่วงฤดูฝน อาทิเช่น ปาดบ้าน กบหนอง อึ่งข้างดำ อึ่งน้ำเต้า และเขียดจะนา เป็นต้น ส่วน
สัตว์เล้ือยคลานนั้น ต้องสูญเสียต้นไม้ยืนต้น และพืชที่ปกคลุมดิน รวมทั้งรู/โพรงท่ีอยู่ตามซอกหิน/ดิน จากการปรับ
สภาพพื้นท่ีเพื่อก่อสร้าง ซึงลักษณะทางกายภาพดังกล่าวมาเป็นที่อยู่/อาศัย ที่หลบซ่อนตัว ที่พักผ่อน แหล่งอาหาร
และท่ีทำรังวางไข่บางส่วน อาทิเช่น ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าแก้วเหนือ จิ้งเหลนบ้าน และจ้ิงเหลนลายขีด เป็นต้น ขณะที่
กลมุ่ นกน้นั ไดร้ ับผลกระทบมากทีส่ ุด เพราะต้องสญู เสียต้นไม้ยนื ต้น และพืชทป่ี กคลมุ ดินจากการปรบั สภาพพ้นื ท่ีเพ่ือ
ก่อสร้าง ซึ่งลักษณะทางกายภาพดังกล่าวมาน้ี เป็นที่อยู่/อาศัย ท่ีหลบซ่อนตัว ที่พักผ่อน และแหล่งอาหารบางส่วน
อาทิเช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกโพระดกธรรมดา นกตีทอง นกเขียวปากงุ้ม นกปรอดทอง นกปรอดโอ่งท้องสีน้ำตาล นก
เขียวคราม นกจอกป่าหัวโต นกพญาปากว้างท้องเหลือง นกขม้ินน้อยธรรมดา นกแซงแซวหงอนขน และนกกระต๊ิด
ตะโพกขาว ฯลฯ เป็นต้น ส่วนกลมุ่ สตั ว์เล้ียงลูกด้วยนมนนั้ ตอ้ งสญู เสยี พชื และลกั ษณะทางกายภาพเหมอื นสัตว์ป่าทัง้
สามกลุ่มดงั กลา่ วข้างต้น สำหรบั กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทค่ี าดว่าจะได้รับผลกระทบในระยะน้ีเน่ืองจากจากการปรับ
สภาพพื้นท่ีเพ่ือก่อสร้าง ทำให้ต้นไม้ และรู/โพรงดินที่อาศัยถูกทำลาย ชนิดที่พบเป็นพวกที่ปีน/วิ่งไต่ไปตามลำต้น
และก่ิงไมบ้ ริเวณพืน้ ท่ีโครงการฯ คือ กระรอกปลายหาดำ กระเลน็ ขนปลายหสู ้ัน และชนิดที่อย่/ู อาศัย ตามพื้นดนิ แต่
กส็ ามรถปีน และวิ่งไต่ตามก่ิงไมไ้ ด้ดี คือ หนูท้องขาว เป็นต้น ซ่ึงหากมีการดำเนินโครงการฯ โดยเฉพาะช่วงก่อสร้าง
น้ัน อาจส่งผลกระทบมากขึ้น เนอื่ งจากมกี ารเปล่ียนแปลงในพื้นท่ีมากขึน้ ท้ังกจิ กรรม เสยี งรบกวน ฯลฯ มากขึ้น แต่
กเ็ ป็นผลกระทบในช่วงระยะเวลาหนง่ึ เท่านั้นตอ่ สัตวป์ า่ ท่พี บรอ่ งรอยบรเิ วณพ้นื ทโ่ี ครงการฯ และใกลเ้ คียงดังกล่า
อย่างไรก็ตาม อาจมีกลุ่ม/ชนิดสัตว์ป่าอื่นๆ นอกพ้ืนที่ศึกษา/สำรวจเข้ามาใช้ประโยชน์ในพ้ื นที่
โครงการฯ บริเวณดังกล่าว เน่ืองจากสภาพของพ้ืนที่นั้นเหมาสมต่อการเคล่ือนย้ายไป-มา ระหว่างพื้นท่ีโครงการฯ
และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งอยู่ติดกัน (รายละเอียดพื้นท่ีแสดงในมาตรการลดผลกระทบ) แต่การศึกษา/สำรวจไม่พบ
ร่องรอย หรือหลักฐานอื่นท่ีน่าเช่ือถือ และแสดงให้เห็นว่ามีกลุ่ม/ชนิดสัตว์ป่าอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้เข้ามา
ใชป้ ระโยชน์ในพ้นื ที่โครงการฯ แม้แต่ชนดิ ที่ถูกคุกคามที่กล่าวไว้ขา้ งตน้ กไ็ มพ่ บการเข้าใช้ประโยชน์ในพืน้ ท่ีโครงการฯ
และพน้ื ท่ีข้างเคยี งรัศมี 2-3 กิโลเมตร จากแนวโครงการ
2) ระยะดำเนนิ การ
ในระยะนี้ แม้ไม่มกี ารรบกวนจากกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกิดจากการก่อสร้าง และแม้วา่ โครงการฯ จะทำให้
สูญเสยี พื้นท่ีป่า และพื้นท่ีธรรมชาติอ่ืนๆ แต่ก็ไม่มากพอท่ีจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีใช้ในการ
ดำรงชีวิตประจำวันของสัตว์ป่า อย่างไรก็ตามสัตว์ป่าก็จะสามารถปรับตัวเพื่อดำเนินชีวิตได้อย่างปกติเหมือนก่อน
การก่อสร้าง ซึ่งในระยะดำเนินการนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าท้ังสิ้น 18 ชนิด มีจำนวนชนิดที่ไม่ได้รับ
ผลกระทบทงั้ ส้ิน 162 ชนิด ดงั แสดงในตารางที่ 4.3.3-2
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-26
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
ตารางที่ 4.3.3-2 ผลกระทบตอ่ สตั ว์ปา่ ในระยะดำเนนิ การ
กลุ่มสตั วป์ ่า ระดบั ผลกระทบต่อชนดิ สัตวป์ า่
na +5 +4 +3 +2 +1 0 -1 -2 -3 -4 -5
สตั วส์ ะเทนิ น้ำสะเทนิ บก - 8 - - - - 9 - - - - -
สตั วเ์ ล้อื ยคลาน - 4 - - - - 15 - - - - -
นก - 2 - - - 3 126 - - - - -
สตั ว์เลยี้ งลูกด้วยนม - - - - - 1 12 - - - - -
รวม - 14 - - - 4 162 - - - - -
ผลกระทบที่เกิดขึ้นของโครงการฯ ต่อสัตว์ป่าน้ันมีท้ังทางบวก คือ ส่งผลดีต่อสัตว์ป่า และทางลบ คือ
สง่ ผลเสียตอ่ สัตวป์ า่ โดยสัตวป์ า่ ชนดิ ที่ไดร้ บั ผลกระทบในทางลบขณะก่อสร้างนนั้ แม้จะมจี ำนวนชนิดทม่ี ากแต่ก็มีบาง
ชนดิ อาจจะได้รับผลกระทบในทางบวกด้วยเมอื่ การกอ่ สรา้ งแล้วเสรจ็ และบางชนิดแม้ว่าไม่ไดร้ ับผลกระทบใดในช่วง
ก่อสร้างแต่เมื่อโครงการฯ ดำเนินไประยะเวลาหนึ่งบางกลุ่ม/บางชนิดก็อาจปรับตัว และได้รับผลกระทบทางบวก
เช่นกัน โดยในระยะน้ี กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกทั้งหมดนั้นได้รับผลกระทบทางบวกเพราะมีแหล่งน้ำซ่ึงเป็น
แหล่งใชป้ ระโยชน์ต่างๆ ในชีวิตตลอดปี ซึง่ ส่งผลต่อการเพิ่มของประชากรในธรรมชาตเิ พราะมแี หล่งน้ำวางไขตลอดปี
อาทิเช่น กบหนอง เขียดจะนา อ่ึงข้างดำ และอ่ึงน้ำเต้า เป็นต้น ส่วนสัตว์เล้ือยคลานน้ันแม้ต้องสูญเสียต้นไม้ยืนต้น
และพืชท่ีปกคลุมดิน รวมท้ังรู/โพรงท่ีอยู่ตามซอกหิน/ดิน และลักษณะทางกายภาพซ่ึงเป็นแหล่งที่อยู่/อาศัย ท่ีหลบ
ซอ่ นตัว ทพ่ี ักผ่อน แหล่งอาหาร และทที่ ำรังวางไข่บางสว่ น แตเ่ กอื บทั้งหมดก็ไมไ่ ด้รับผลกระทบในระยะนี้ เน่ืองจาก
สัตว์เล้ือยคลานท่ีศึกษา/สำรวจพบน้ันเป็นชนิดท่ีปรับตัวได้ง่ายต่อสภาพนิเวศที่หลากหลาย อีกทั้งใช้พื้นที่ในการ
ดำเนินกิจกรรมประจำวันไม่มากนัก ประกอบกับสูญเสียพ้ืนที่อยู่/อาศัย ฯลฯ ดังกล่าวไม่มาก และสภาพนิเวศที่อยู่/
อาศัย ฯลฯ น้ันเหมาะสมต่อการกระจายพันธุ์ จึงทำให้ปรบั ตวั ดำเนินชีวิตอย่างปกติ ในขณะเดยี วกันสัตวป์ ่าในกลุ่มนี้
บางชนิดที่อาศัยในพื้นท่ีเกษตรข้างเคียงโครงการฯ อาจเข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงการฯ เพราะเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่/
อาศัย และหากินใกลแ้ หลง่ น้ำ คอื เห้ยี (Varanus salvator)
ส่วนกลุ่มนกน้ัน แม้เกือบท้ังหมดแม้ได้รับผลกระทบในระยะก่อสร้างมาก เพราะการรบกวนจาก
กจิ กรรมของมนุษย์ และตอ้ งสูญเสียพน้ื ทใี่ ช้ประโยชน์บางส่วนในชว่ งระยะกอ่ สร้าง แต่ก็สามารถใชป้ ระโยชน/์ ดำเนิน
กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันจากพ้ืนท่ีข้างเคียงซ่ึงมีความสมบูรณ์ และเคยใช้ประโยชน์ก่อนมีโครงการฯ และ
ในชว่ งดำเนินโครงการฯ น้ี นกบางชนดิ ท่ี อย่/ู อาศยั หากิน และดำเนินกิจกรรมตา่ งๆ ในนำ้ หรือใกล้แหลง่ นำ้ จะได้รับ
ผลกระทบขณะก่อสร้าง แต่เมื่อดำเนินโครงการฯ จะได้ประโยชน์มาก เช่น นกกาน้ำเล็ก นกยางโทนน้อย นกยาง
ควาย และนกกวกั เป็นตน้ นอกจากน้ีแล้วอาจมีนกที่ดำรงชวี ิตในลกั ษณะเดียวกัน แต่ในช่วงก่อนก่อสร้างสภาพนิเวศ
ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชีวิตอาจเข้ามาใช้ประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ อาทิ เช่น เป็ด
แดง และกลุ่มนกน้ำอื่นๆ ท่ีบินผ่านในช่วงฤดูกาลอพยพ สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน้ัน แม้บางชนิด เช่น
กระรอกปลายหางดำ กระเล็นขนปลายหูสั้น และหนูท้องขาวฯลฯ จะได้รับผลกระทบทางลบในระยะก่อสร้าง
เพราะการถูกรบกวน และสูญเสียพื้นท่ีใช้ประโยชน์บางส่วน แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จากการใช้ประโยชน์จาก
พ้นื ท่ีขา้ งเคยี ง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-27
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมินผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์/ประเมิน ผลกระทบต่อสัตว์ป่าในลักษณะดังกล่าวข้างต้นน้ัน พิจารณา
จากข้อมูลท่ีได้การศึกษา/สำรวจ ในสภาพปัจจุบัน ซึ่งการดำเนินโครงการฯ เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นท่ีเป็น
แหล่งนำ้ ขนาดใหญ่ถาวร นั่นอาจสง่ ผลดตี ่อสัตว์ปา่ เพราะมีแหลง่ นำ้ ให้ความชมุ่ ชื้นต่อพืชทีป่ กคลมุ ผืนป่ามากข้ึน และ
ท้งั สัตว์ป่า และมนุษย์ไดใ้ ชป้ ระโยชนม์ ากขึ้น แต่ในทางตรงข้ามกอ็ าจเป็นพ้ืนที่เสย่ี งต่อการเข้าถึงได้ง่ายต่อผู้จะเข้าล่า
สตั ว์ปา่ ในพื้นทปี่ า่ อนรุ กั ษ์ท่อี ยดู่ ้านในของโครงการฯ
4.4 คณุ ค่าการใช้ประโยชนข์ องมนษุ ย์
4.4.1 ระบบชลประทานและเกษตรกรรม
1) กรณีไม่มโี ครงการ
สภาพการทำการเกษตรในปัจจุบันของพ้ืนที่โครงการ ส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรท่ีอาศัยน้ำฝนจาก
ธรรมชาติเป็นหลัก ยกเว้นบริเวณที่อยู่ในเขตพื้นท่ีชลประทานเดิมของฝายต่างๆ ที่อยู่ในลำน้ำจะใช้น้ำจากลำน้ำ
เพ่ิมเติมจากน้ำฝน โดยมีประสิทธิภาพการใช้ท่ีดิน (Cropping Intensity) ระหว่าง 94.5 เปอร์เซ็นต์ ท้ังน้ีบริเวณต้น
น้ำไม่มแี หล่งเก็บกักนำ้ ตน้ ทุน ทำใหม้ ปี ญั หาการขาดแคลนนำ้ ในชว่ งฤดูกาลเพาะปลกู เปน็ ประจำ สง่ ผลกระทบต่อการ
ประกอบอาชีพของเกษตรกร
2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
การก่อสร้างเข่ือนและอาคารประกอบจะทำให้สูญเสียพ้ืนท่ีการเกษตรในพ้ืนที่หัวงานโครงการ
และพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ 453.88 ไร่ จำแนกเป็น พ้ืนท่ีไม้ยืนต้น (สวนยางพารา) 380.78 ไร่ พ้ืนที่ไม้ผล (ไม้ผลผสม) 73.1 ไร่
ส่งผลกระทบตอ่ เกษตรกรท่ีตอ้ งสญู เสยี ท่ีทำกินในพ้นื ทอี่ ่างเกบ็ น้ำไปอย่างถาวร โดยรายละเอียด ดังนี้
ประเภทการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ พนื้ ทีห่ วั งาน (ไร)่ พ้นื ทีอ่ า่ งเก็บนำ้ (ไร)่ รวม (ไร)่
1. พนื้ ทไี่ มย้ ืนตน้ (สวนยางพารา) 178.07 202.71 380.78
2. พ้ืนทไ่ี มผ้ ล (ไม้ผลผสม) 29.59 43.51 73.1
207.66 246.22 453.88
รวม
(2) ระยะดำเนนิ การ
การพฒั นาโครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกัว่ จะเกิดผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบตอ่ การเกษตร ดงั น้ี
2.1 ประสิทธิภาพการใช้ท่ีดินทางการเกษตรและผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำ
เพียงพอกับการเพาะปลูกท้ังฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยพื้นที่ชลประทานที่จะได้รับน้ำฤดูฝน 11,600 ไร่ และฤดูแล้ง
2,600 ไร่ ทำให้มคี ่า Cropping Intensity (CI) เพิม่ ขึ้นจาก 94.5 % เป็น 122.2 %
2.2 เป็นการเสรมิ ความม่ันคงและลดความเสี่ยงในการทำการเกษตรในฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงท่ี
ฝนทิ้งช่วง ซึ่งเป็นการประกันความแน่นอนของเกษตรกรที่จะมีน้ำเพื่อการเพาะปลูกอย่างน้อย 1 ครั้งในฤดูฝน และ
ลดโอกาสเสี่ยงในการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ระบบการปลูกพืชท่ีได้เสนอแนะไว้ในกรณีมีโครงการจะทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงระบบการเกษตรที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว มาเป็นระบบการเกษตรท่ีหลากหลายหรือผสมผสานมาก
ข้ึน กล่าวคอื มกี ารปลกู ข้าวนาปี ขา้ วนาปรงั พืชไรอ่ ายุส้นั หลงั นา พชื ผัก พืชสวน และไมผ้ ล/ไมย้ ืนต้น ทำให้มีการใช้
ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะช่วยลดความเส่ียงต่อราคาพืชผลตกต่ำหรือไม่แน่นอน
ในบางปี ลดภาวการณ์ขาดทุน ช่วยเพิ่มพูนรายได้ต่อปีของครัวเรือนเกษตรกร และยังเป็นการกระจายแรงงานให้มี
งานทำตลอดปี ลดปัญหาการเคลือ่ นย้ายแรงงานในท้องถ่นิ คาดว่าเป็นผลกระทบทางบวกระดับมาก (+4)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-28
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
2.3 พัฒนา/ส่งเสริมระบบการผลิตให้เข้มข้นขึ้นเพ่ือเพิ่มผลผลิต จำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิต
ต่างๆ เช่น เคร่ืองจักร ปุ๋ย และสารเคมีเพ่ิมข้ึน ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงข้ึน ซ่ึงเกษตรกรท้องถิ่นอาจต้องกู้ยืมเงิน
จากแหล่งเงินทุนต่างๆ มาใช้จ่ายจนทำให้เกิดภาวะหน้ีสิน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมือง
ตะกั่ว ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตท่ีมีในท้องถิ่น เช่น ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหนักชีวภาพ ลด
การใช้สารเคมี เป็นต้น จึงคาดว่าจะมผี ลกระทบด้านนใี้ นระดับนอ้ ย (-2)
4.4.2 การใชน้ ้ำ
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
ความต้องการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมต่างๆ บริเวณพ้ืนที่โครงการ ในอนาคตกรณีไม่มีโครงการ คาดว่า
อาจจะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพิ่มมากขึ้นได้ เน่ืองจากการขยายตัวของพื้นท่ีชุมชนและการเกษตร มีความ
ต้องการใช้น้ำมากขึ้นแต่แหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่มีน้อยไม่เพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ ซ่ึงจากการประเมินความต้องการใชน้ ้ำใน
อนาคต สรปุ ได้ดงั น้ี
การใช้นำ้ ประเภท ความต้องการใช้น้ำ
ปัจจุบนั (พ.ศ.2562) อนาคต (พ.ศ.2592)
1. อปุ โภคบริโภค (ล้านลูกบาศกเ์ มตรต่อป)ี 0.269 0.294
2. เพื่อการเกษตร 21.43 22.82
3. เพอ่ื อตุ สาหกรรม/ทอ่ งเที่ยว (ล้านลกู บาศก์เมตรต่อป)ี 0.202 0.221
4. เพ่ือการปศสุ ตั ว์ (ล้านลูกบาศก์เมตรต่อป)ี 0.0143 0.0156
5. เพือ่ ศึกษาสมดุลระบบนเิ วศทา้ ยนำ้ (ลา้ นลูกบาศก์เมตรตอ่ เดือน) 7.079 7.079
ท่มี า : บรษิ ัทท่ีปรกึ ษา
2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
กิจกรรมการก่อสร้าง ท้ังบริเวณพ้ืนท่ีหัวงานและพื้นที่รับประโยชน์ จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ
เปิดหน้าดิน ถมดิน และขนย้ายวัสดุ ซึ่งอาจจะทำให้มีผลกระทบต่อความขุ่นของน้ำในลำน้ำได้บ้าง และจะส่งผม
กระทบต่อการใช้น้ำของราษฎรในพื้นที่ท้ายน้ำ แต่จะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ระหว่างการก่อสร้าง จึงเป็นผลกระทบใน
ระดบั น้อย (-2)
(2) ระยะดำเนินการ
เม่ืออ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปดิ ดำเนินการจะทำให้มีปริมาณน้ำ
เกบ็ กักไว้ 10.14 ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร ก่อใหเ้ กดิ ผลประโยชนโ์ ดยตรงตอ่ การใชน้ ้ำกจิ กรรมตา่ งๆ ในพ้นื ทดี่ ้านทา้ ยนำ้ โดย
สามารถสง่ น้ำให้กบั พ้ืนท่ีชลประทานและราษฎรทำการเกษตรไดม้ ากขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอย่ดู ีขึ้น นอกจากน้ันและ
ยังเกิดประโยชน์ทางอ้อมต่อชุมชนด้านท้ายอ้างเก็บน้ำ โดยสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย
ทงั้ น้ผี ลประโยชน์ทเ่ี กิดขน้ึ เปน็ ผละกระทบดา้ นบวกในระดับมาก (+4)
4.4.3 การระบายน้ำและการบรรเทานำ้ ทว่ ม
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
ผลการวเิ คราะห์สภาพการไหลทางชลศาสตรแ์ ละลกั ษณะการเกดิ นำ้ ท่วมในพนื้ ที่จังหวัดพัทลุง ในกรณี
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-29
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
ต่างๆ ได้แก่ สภาพปัจจบุ ัน (ไม่มีอ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว) พบวา่ ปัจจุบันจังหวัดพัทลุงประสบปัญหาอุทกภัยช่วง
ระหว่าง เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมเกือบทุกปี หากมีปริมาณฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน นาน
ตดิ ต่อกัน 2 วันข้ึนไป หรือคิดเปน็ ปริมาณนำ้ หลากรอบ 10 ปี ก็จะเกดิ อุทกภัยขนึ้ โดยเริ่มตั้งแต่เกิดนำ้ ปา่ จะไหลลงสู่
ตอนกลางและตอนล่างรมิ ทะเลสาบสงขลา เกิดน้ำท่วมขังตอ่ ไปในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยความรุนแรงของน้ำท่วม ส่วนทาง
ตอนล่างของลุ่มนำ้ จะมีอทิ ธผิ ลของระดับนำ้ ทะเลเข้ามาเก่ยี วข้องด้วย
2) กรณีมโี ครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
ในช่วงระยะเวลาก่อสร้างจะต้องมีการก่อสร้างเขื่อนก้ันลำน้ำ ทำให้ต้องมีการเปล่ียนแปลงทิศ
ทางการไหลของนำ้ บรเิ วณหัวงานเข่อื น จึงประเมนิ ให้มผี ลกระทบระดบั น้อย (-1)
(2) ระยะดำเนนิ การ
2.1 ผลกระทบตอ่ พื้นที่น้ำท่วมด้านเหนืออ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว ผลจากการกกั เกบ็ นำ้ ของ
อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว พบว่า ท่รี ะดับเก็บกกั ปกติ +110.00 เมตร (รทก.) จะมีพืน้ ที่นำ้ ท่วมด้านเหนอื อ่างเกบ็ นำ้
343.75 ไร่ และทรี่ ะดับนำ้ สูงสุดเท่ากับ +111.65 เมตร (รทก.) จะมพี ้นื ท่ีด้านเหนอื น้ำที่จะถกู น้ำท่วม 350 ไร่ (-3)
2.2 ผลกระทบต่อสภาพน้ำท่วมด้านท้ายน้ำ การมีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว จะช่วยบรรเทา
ภาวะน้ำทว่ มในพน้ื ท่โี ครงการได้บางส่วน เนื่องจากปริมาณนำ้ สว่ นหนึ่งจะถูกเก็บกักไวใ้ นอ่างเก็บน้ำ ทำใหป้ ริมาณน้ำ
ทจ่ี ะไหลในลำน้ำดา้ นทา้ ยอ่างเกบ็ น้ำ ลงไปลดน้อยลง จึงประเมนิ ประเมินผลกระทบ (+2)
4.4.4 การประมงและการเพาะเล้ยี งสตั วน์ ำ้
1) กรณีไมม่ ีโครงการ
สภาพเดมิ ก่อนมกี ารดำเนินงานของโครงการ ไม่พบว่ามีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเชิงพาณิชย์ ในพ้ืนที่ศกึ ษา
เน่ืองจากไม่มีปรมิ าตรน้ำมากพอท่ีจะใชใ้ นการดำเนินกิจกรรมเพาะเลย้ี งสัตว์น้ำ ดังน้ันหากไม่มีโครงการ การพัฒนา
ด้านการเพาะเลยี้ งสัตว์น้ำเพื่อเป็นอาชพี เสรมิ ให้กับประชาชนท่อี าศยั ในเขตโครงการจึงเกิดข้ึนได้ยาก
2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
ในระหวา่ งการก่อสรา้ ง อาจมตี ะกอนดนิ สารเคมที ่ใี ชใ้ นการขุดเจาะรวมถึงนำ้ มนั เคร่ือง ตกลงยงั แหล่งน้ำได้
อย่างไรก็ตามเน่ืองจากไม่มีกิจกรรมการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ ดังน้ันโครงการจึงไม่มีผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
พบว่าในพื้นท่ีโครงการไม่มีการประมงเพ่ือการยังชีพ โดยจะเป็นการหาปลาเพื่อมาบริโภคในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม
เน่ืองจากการก่อสร้างต้องมีการนำแรงงานเข้ามาในพ้ืนท่ีเป็นจำนวนมาก ซึ่งแรงงานก่อสร้างท่ีเข้ามาอาจจะมีการจับปลา
เพื่อบริโภคได้ จึงควรมีมาตรการป้องกันผลกระทบน้ี โดยการห้ามแรงงานก่อสร้างหาปลาในพื้นท่ี การห้ามจับปลายังเป็น
ผลดีในการสงวนรกั ษาพ่อแม่พันธ์ุปลาเพ่ือให้แพร่พันธุ์ในอ่างเก็บน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันจะทำให้อ่างเก็บน้ำสามารถ
กอ่ ให้เกดิ ผลผลติ ทางการประมงได้รวดเร็วขนึ้ (0)
(2) ระยะดำเนินการ
การดำเนินงานของโครงการจะก่อให้เกดิ ผลกระทบทางด้านบวกต่อการเพาะเลย้ี งสตั ว์น้ำและการประมง
กล่าวคือ ทำให้มีน้ำมากพอท่ีจะทำการเพาะเล้ียวสัตว์น้ำได้ รวมไปถึงการมีแหล่งน้ำเพ่ือการประมงเพ่ิมมากข้ึน ดังน้ัน
ในระยะดำเนนิ งานของโครงการจงึ ส่งผลกระทบด้ายบวกระดบั สงู ตอ่ การประมง และการเพาะเลีย้ งสัตวน์ ำ้ (+2)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-30
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
4.4.5 การใช้ประโยชนท์ ี่ดิน
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
(1) พื้นท่ีอ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว พ้ืนทีห่ วั งาน และพืน้ ที่ถนนเขา้ หัวงาน
พนื้ ท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว (พื้นท่ี 351.20 ไร่) : พบวา่ ในปัจจุบนั การใชป้ ระโยชน์ที่ดินใน
บริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วในสภาพปัจจุบันพบว่า พื้นท่ีประมาณมากกว่าคร่ึงหนึ่งเป็นพื้นท่ีปลูก
ยางพารา (พ้ืนท่ีร้อยละ 57.32 ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ) พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีกประมาณเกือบครึ่งหนึ่งนั้นส่วนใหญ่ยังคง
สภาพเปน็ ปา่ ไมผ้ ลัดใบสมบรู ณ์ (พ้นื ที่ร้อยละ 32.13) และอกี สว่ นหนึ่งเปน็ พ้นื ท่ีปลกู ไม้ผลผสม (พน้ื ท่ีรอ้ ยละ 10.55)
พนื้ ทหี่ วั งาน (พ้นื ท่ี 114.95 ไร่) : พบว่าในปัจจุบนั พื้นที่ส่วนใหญป่ ระมาณครึ่งหน่ึง เป็นพนื้ ทปี่ ลกู
ยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 50.02 ของพ้ืนทหี่ วั งาน) พ้นื ท่ีส่วนที่เหลอื อีกประมาณครงึ่ หน่ึง ประกอบด้วยส่วนท่ีปลอยทิ้ง
ไว้ให้เป็นทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ (พ้ืนท่ีร้อยละ 18.56) และส่วนท่ีเป็นพ้ืนท่ีปลูกไม้ผลผสม (พื้นที่ร้อยละ
31.42)
พื้นที่ถนนเข้าหัวงาน (พื้นที่ 2 ไร่) : พบว่าในปัจจุบันพ้ืนที่ทั้งหมดเป็นพ้ืนที่ปลูกยางพารา (พื้นที่
ร้อยละ 100.00 ของพ้นื ท่ีถนนเข้าหัวงาน)
ในกรณีท่ีไม่มีการพัฒนาของโครงการ คาดว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่ท้ัง 3 ส่วน
ดงั กล่าว จะยังคงมีรูปแบบเดิมกลา่ วคือ ไมม่ ีผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (0)
2) พื้นที่รับประโยชน์ (พื้นท่ี 16,475 ไร่) : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพื้นที่รับประโยชน์ของ
โครงการในสภาพปัจจุบันพบว่า พื้นท่ีส่วนใหญ่ประมาณเกือบ 9 ส่วนใน 10 ส่วน เป็นพ้ืนท่ีเกษตรกรรม (พ้ืนที่ร้อยละ
89.40 ของพ้ืนที่รับประโยชน)์ โดยเกือบท้ังหมดเป็นพ้ืนท่ีปลกู ไม้ยืนต้น (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 86.92 ของพ้ืนที่รับประโยชน์)
และชนิดของไม้ยืนต้นท่ีปลูกเกือบท้ังหมดเป็นพ้ืนที่ปลูกยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 83.49 ของพื้นท่ีรับประโยชน์)
นอกน้ันจะมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันแต่ไม่มากนัก (พ้ืนที่ร้อยละ 2.98) และมีพื้นท่ีอีกเพียงเล็กน้อยเป็นพ้ืนท่ีไม้ยนื ต้น
รา้ งเสอ่ื มโทรม (พ้นื ทีร่ อ้ ยละ 0.28) และเป็นยางพารา/กลว้ ย (พ้ืนที่ร้อยละ 0.17) พืน้ ทเี่ กษตรกรรมส่วนท่เี หลืออกี ไม่
มากนักเป็นพื้นท่ปี ลูกพืชกลุ่มอื่นๆ (พ้นื ทีร่ วมกันคดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.48 ของพื้นทีร่ ับประโยชน์) ประกอบด้วยสว่ นท่ีเป็น
นาข้าว (พ้ืนที่ร้อยละ 0.34 ของพื้นที่รับประโยชน์) ส่วนท่ีเป็นพ้ืนท่ีปลูกพืชไร่ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.24) ส่วนที่เป็นพ้ืนที่
ปลูกผลไม้ (พื้นที่ร้อยละ 1.02) ส่วนที่เป็นทุ่งหญ้า เลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ (พื้นที่ร้อยละ 0.80) และส่วนท่ี
เป็นสถานท่ีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (พื้นท่ีร้อยละ 0.08) ในกรณีไม่มีการพัฒนาโครงการคาดว่าจะยังคงมีรูปแบบเดิม
เน่ืองจากพ้ืนท่ีเกษตรกรรมเกือบทั้งหมด เป็นพ้ืนท่ีปลูกไม้ยืนต้น และไม้ผลอยู่แล้ว ซึ่งคงเป็นการปลูกพืชแบบอย่าง
ถาวรเพราะเกษตรกรคงคุ้นเคยกับพืช 2 กลุ่มนี้ดีอยู่แล้ว และสามารถเก็บเก่ยี วผลผลิตไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมในส่วนของการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ประเภทที่เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม จึงกล่าวได้ว่า ไม่มีผลกระทบต่อการ
เปลีย่ นแปลงการใชป้ ระโยชน์ทด่ี ินดังกลา่ ว (0)
2) กรณีท่มี ีโครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
ก. พ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว พื้นที่หัวงานและพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงานกิจกรรมการ
ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ หัวงานเขื่อนรวมทั้งอาคารประกอบต่างๆ และถนนเข้าหัวงาน มีผลต่อการเปล่ียนแปลงการใช้
ประโยชน์ที่ดิน ทำให้มีการสูญเสียพ้ืนท่ีป่าไม้และพื้นท่ีเกษตรกรรม ซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีหลักของพื้นที่ 3 ส่วนดังกล่าวไป
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-31
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
อย่างถาวร ผลกระทบดังกล่าวเป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในการก่อสร้างจะต้องดำเนินการให้อยู่ใน
ขอบเขตที่กำหนดไว้ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นท่ีโดยรอบท่อี าจสญู เสียไปด้วยนอกจากนี้ ในสว่ นของพื้นที่เกษตรกรรม
ที่ต้องสูญเสียไปด้วยนั้น จะต้องมีการพูดคุยตกลงโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของท่ีดิน และจ่ายค่าชดเชยที่ดินที่
เหมาะสม ก่อนท่ีจะดำเนินการกอ่ สร้างโครงการ ผลกระทบดงั กล่าวจึงมผี ลกระทบทางลบในระดบั นอ้ ย (-2)
ข. พื้นทีร่ บั ประโยชน์
กิจกรรมการก่อสร้างในพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จะเป็นการก่อสร้างระบบส่งน้ำ
ชลประทานในพนื้ ทป่ี ระกอบด้วย การก่อสร้างท่อส่งนำ้ คิดเปน็ ความยาว 37.20 กิโลเมตร ซง่ึ ตวั ท่อวางอยใู่ นเขตทาง
ไมก่ ระทบทดี่ ินชาวบา้ นแตอ่ ย่างใด ดงั นั้นผลกระทบดงั กล่าวจึงมีผลกระทบทางลบในระดับน้อยทส่ี ุด (-1)
(2) ระยะดำเนินการ
ก. พ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว พ้ืนที่หัวงาน และพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงานภายหลังการ
กอ่ สร้างหัวงานเข่ือนและอาคารประกอบ การก่อสร้างถนนเข้าหัวงาน และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีการเก็บกักน้ำ
ในอ่างเก็บน้ำแลว้ จะมผี ลทำให้เกิดการเปล่ยี นแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพ้ืนท่ี 3 สว่ นดังกล่าว จาก
สภาพเดิมท่ีเป็นพื้นที่ป่าไม้ และพ้ืนที่เกษตรกรรม ไปเป็นพ้ืนท่ีหัวงานเข่ือนและมีอาคารประกอบเปล่ียนเป็นถนน
และเปลยี่ นไปเปน็ พนื้ ทนี่ ำ้ ทว่ มอย่างถาวร ผลกระทบดงั กล่าวจึงนับวา่ เปน็ ผลกระทบทางลบในระดบั มากท่สี ดุ (-5)
ข. พื้นท่ีรับประโยชน์ การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว จะทำให้มีแหล่งน้ำ
ต้นทุนสำหรับการใช้ประโยชน์เพ่ือการปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการผลิตพืชของ
พน้ื ที่ได้อยา่ งมีศักยภาพมากข้ึน เน่ืองจากมีน้ำใช้ในการเพราะปลูกเป็นปริมาณมากขึ้น ซึ่งจะมีผลทำใหค้ วามเข้มข้น
ชองการใชท้ ี่ดนิ มคี วามถี่สูงข้ึนกวา่ เดิม โดยคาดวา่ จะมีประสิทธภิ าพการใช้ทดี่ ิน หรือ CI (Cropping Intensity) ของ
พ้นื ที่เพ่ิมข้นึ จากร้อยละ 94 ในปัจจุบันเป็นรอ้ ยละ 130 นอกจากนยี้ ังช่วยลดความเส่ียงหรือความเสียหายทจี่ ะเกิดข้นึ
ตอ่ การทำการเกษตร ทั้งในด้านการเพาะปลกู พืช การเล้ียงสัตว์และการประมง รวมท้ังทำให้เกษตรกรมที างเลือกใน
การทำการเกษตรได้หลายรูปแบบ อันจะมีผลทำให้เกษตรกรมีรายได้เพ่ิมมากขึ้นจากเดิม ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นดังกล่าวนี้
จึงเป็นผลกระทบทางบวกในระดับมาก (+4)
4.4.6 การใช้ประโยชนท์ รพั ยากรธรณี
1) กรณีไม่มโี ครงการ
บริเวณพ้ืนท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั ไม่พบขอ้ มูลแหล่งแร่ พ้ืนที่ประทานบตั รแร่ หรือการ
ประกอบกจิ การตามพระราชบญั ญัติแร่ พ.ศ.2560 แต่อย่างใด
2) กรณมี ีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
จากผลการสำรวจพบกลุ่มดินรวม 4 กลุ่ม คือ CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)
มีปริมาณรวมท้ังสิ้น 1,296,619.3 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้อยกว่าความต้องการ (ความต้องการดินถมอัดแน่น
ประมาณ 1,400,000 ลูกบาศก์เมตร) แยกเป็นกลุ่มดินทบึ น้ำ 2 กลุ่ม (CL, SC) มีปริมาณ 763,619.7 ลูกบาศก์เมตร
กลุ่มดินก่ึงทึบน้ำ 2 กลุ่ม (MH, SM) มีปริมาณ 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร กลุ่มดินไม่ทึบน้ำ (SM non-plastic) มี
ปรมิ าณ 252,844.9 ลูกบาศก์เมตร และ Top Soil มีปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณดินที่เหมาะสมในการ
ก่อสร้าง (CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)) รวม 967,637.4 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 0.7 เท่าของความ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-32
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
ต้องการใช้งาน จงึ เปน็ ผลกระทบทางบวกจากการนำทรัพยากรธรณมี าใชใ้ ห้เกิดประโยชน์สูงสุด (+3)
- แปลงบอ่ ยมื ดนิ แปลง A อยใู่ นพ้ืนที่อา่ งเกบ็ น้ำ เป็นพน้ื ท่ีสวนยาง และมีเอกสารสิทธถ์ิ ือครอง
- เม่อื นำตัวอยา่ งดนิ จากบอ่ Test Pit มาทดสอบการกระจายตัวไม่พบดนิ กระจายตัว
- จากปริมาณกลุม่ ดินท่ีพบ สามารถกำหนดรูปแบบตวั เข่ือนเป็นแบบเข่ือนดินถมชนิดแบ่งส่วน
(Zoned Earthfill Dam) ตามแหล่งวัสดุทพี่ บ
โดยเกณฑ์ที่ใช้โดยท่ัวไปของกรมชลประทานปริมาณดินที่ได้จากการสำรวจแหล่งวสั ดุก่อสร้าง
ต้องมากกว่าปริมาณดินท่ีต้องการสำหรับการก่อสร้าง 2.0 ถึง 2.5 เท่า สำหรับการศึกษาในขั้นตอนศึกษาความ
เหมาะสม และ 1.5 ถงึ 2.0 เทา่ สำหรับการศกึ ษาในขนั้ ตอนออกแบบรายละเอยี ด
สำหรับปริมาณดินท่ีจะนำมาใช้ในการก่อสร้างเฉพาะบ่อยืมดินแปลง A เฉพาะบริเวณพื้นที่
ภายในอ่างเก็บน้ำที่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานและมีคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรมท่ีเหมาะสมตามข้อกำหนดของ
กรมชลประทาน จำเป็นต้องจัดหาปริมาณดินเพิ่ม 1.1 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ซ่ึงอยู่ในส่วนรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ท่กี รมชลประทานไดอ้ นมุ ัติใหก้ ่อสรา้ งอา่ งเก็บนำ้ โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ ในการจดั หาทด่ี ินสว่ นที่เหลือ
(2) ระยะดำเนนิ การ
บริเวณพ้ืนท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วไม่พบแหล่งแร่ที่มีศักยภาพและไม่มีการทำ
เหมอื งแร่ การดำเนินการโครงการจึงไม่มผี ลกระทบตอ่ การใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรธรณีแต่อย่างใด (0)
4.4.7 อตุ สาหกรรม
1) กรณไี ม่มโี ครงการ
จากการรวบรวมข้อมูลทำเนยี บโรงงานอุตสาหกรรมรายตำบลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวง
อุตสาหกรรม พ.ศ.2562 พบว่าในเขตพื้นที่โครงการซึ่งครอบคลุม อำเภอป่าบอน มีโรงงานท้ังหมด 33 โรง คนงาน
1,010 คน และจำนวนเงินลงทุนในภาคอุตสาหกรรม 2,245 ล้านบาท โดยประเภทกิจการมีหลายประเภทแต่ส่วน
ใหญ่เป็นอตุ สาหกรรมการเกษตร ซ่ึงมที ตี่ ้งั ของโรงงานอุตสาหกรรมกระจายไปตามเขตพนื้ ที่ตำบลตา่ งๆ
2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
ในช่วงก่อสร้างหัวงาน กระทำบริเวณพื้นที่จำกัด และอยู่บริเวณห่างไกลจากท่ีตั้งโรงงาน
อตุ สาหกรรมในพนื้ ทโ่ี ครงการ การดำเนนิ การโครงการจึงไม่มีผลกระทบตอ่ โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นทโ่ี ครงการ (0)
(2) ระยะดำเนินการ
การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วทำให้เกิดผลกระทบทางบวกต่ออุตสาหกรรมใน
พื้นที่โครงการในระดับนอ้ ย (+2) เนื่องจากอตุ สาหกรรมในพื้นท่ีโครงการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลติ ทาง
การเกษตรมแี นวโนม้ การขยายตวั ต่ำ
4.4.8 พลงั งานและไฟฟ้า
1) กรณไี มม่ ีโครงการ
จังหวัดพัทลุงมีโครงสร้างพ้ืนฐานด้านพลังงาน ประกอบด้วยผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Vey Small
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-33
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การประเมินผลกระทบส่งิ แวดล้อม
Power Producer VSPP) จำนวน 2 แห่ง กำลังการผลิตติดต้ัง 10.86 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง 73,575.24
เมกะวัตต์-ช่ัวโมง มีโรงไฟฟ้าชีวมวล 1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 920 เมกะวัตต์ ปริมาณท่ีผลิตได้จริง 69,379.20
เมกะวัตต์-ช่ัวโมง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 0.86 เมกะวัตต์ ปริมาณท่ีผลิตได้จริง 4,196.04
เมกะวัตต์-ช่ัวโมง โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 1 แห่ง กำลังการผลิตติดต้ัง 600 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง
9,855.00 เมกะวัตต์-ช่ัวโมง มีสถานีย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 แห่ง ศักยภาพระบบส่งไฟฟ้า
105.6 เมกะวัตต์ จำนวนสถานีบริการน้ำมัน 242 แห่ง และสถานีบริการก๊าซ (LPG) 12 แห่ง ปริมาณการใช้พลังาน
เชงิ พาณิชย์ มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นทจี่ ังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2562 489,860,897.00 กิโลวตั ต์-ชั่วโมงต่อปี นำ้ มัน
เบนซิน 33,627,391.19 ลิตรตอ่ วัน น้ำมันดีเซล 52,432,612.18 ลิตรตอ่ วัน และ LPG 17,754,468.00 กโิ ลกรัมต่อวัน
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด ณ ส้ินปี 2562 เท่ากับ 70 มกะวัตต์ ส่วนปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ณ สั้นปี
2562 มีปริมาณรวม 489,860,897.00 กิโลวัตต์-ช่ัวโมงต่อปี มีผู้ใช้ไฟฟ้า 178,186 ราย มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้า
รวม 39,018,004 กโิ ลวัตตต์ อ่ ช่วั โมง
2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
กิจกรรมที่จะใช้ไฟฟ้าของโครงการ เช่นไฟฟ้าส่องสวา่ ง การใช้เคร่ืองจกั รต่างๆ และการใช้ไฟฟ้า
ในพื้นท่บี ้านพักคนงาน เปน็ ต้น จะใชบ้ ริการไฟฟา้ จากการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคสาขาพัทลงุ ซ่ึงสามารถให้บรกิ ารได้อยา่ ง
ท่ัวถึง และการใช้ไฟฟ้าในช่วงก่อสร้างโครงการจะมีระยะเวลาส้ันๆ ไม่เกิน 5 ปี จึงไม่มีผลกระทบต่อการใช้พลังงาน
และการใชไ้ ฟฟ้าของประชาชนบรเิ วณใกล้เคียงพื้นท่โี ครงการ (0)
(2) ระยะดำเนนิ การ
ระยะดำเนนิ การ การดำเนนิ การโครงการจงึ ไม่มีผลกระทบต่อพลังงานและไฟฟ้าแตอ่ ยา่ งใด (0)
4.4.9 การคมนาคมขนสง่
1) กรณีไมม่ ีโครงการ
ระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่งครอบคลุมพ้ืนท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว และพื้นท่ีรับ
ประโยชน์ของโครงการ พบวา่ เป็นระบบคมนาคมขนส่งที่มีสภาพดีเป็นเส้นทางมาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมทาง
หลวง/กรมทางหลวงชนบท และสามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เส้นทางสายหลักที่มี
ความสำคัญต่อสภาพเศรษฐกิจของอำเภอเมืองพัทลุงและเป็นเส้นทางที่เดินเข้าสู่พ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ
สภาพสองข้างทางเป็นสวนยางพารา สวนผลไม้ และบ้านเรือนของประชาชน ข้อมูลปริมาณการจราจร จากการ
รวบรวมข้อมูลปริมาณจราจรต่อวันตลอดปี (AADT) บนทางหลวงสายหลักทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)
บริเวณพื้นที่ศึกษาและบริเวณใกลเ้ คียง ปี 2561 พบว่าชนิดรถที่มีการวิง่ บนถนนทางหลวงหมายเลข 4 มากที่สุด คือ
รถยนต์นั่ง (ไม่เกิน 7 คน) รองลงมารถบรรทุกขนาดเล็ก (4 ล้อ) รถยนต์น่ัง (เกิน 7 คน) และรถจักรยานยนต์
ตามลำดบั
2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
ผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่งในระยะกอ่ สรา้ งโครงการมดี งั นี้
ก. การก่อสร้างหัวงานโครงการจะมีผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมท่ีอยู่บริเวณพ้ืนท่ีก่อสร้าง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-34
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) และถนนท้องถิ่น ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางสัญจรไปมาของ
ประชาชนในพ้ืนที่และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งจำเป็นต้องมีแผนการก่อสร้างทางเบี่ยง/ถนนทดแทน ในระหว่างที่มีการ
กอ่ สร้างโครงการเพื่อลดผลกระทบ จึงคาดว่าเป็นผลกระทบระดับน้อย (-2) เนื่องจากจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นาน
ในชว่ งก่อสรา้ ง
ข. ผลกระทบต่อการเพ่ิมข้ึนของปริมาณการจราจรในระบบโครงข่ายเดิม ในระยะก่อสร้างเขื่อน
และองค์ประกอบโครงการตา่ งๆ จำเป็นต้องขนย้าย/เคล่ือนยา้ ยวัสดุอุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก เช่น
กรวด ทราย หิน ดินเหนยี ว ปูนซเี มนต์ และเหล็ก เป็นต้น ทั้งนี้ศูนย์กลางจำหน่ายวัสดุกอ่ สรา้ งจะต้ังอยู่ในเขตจังหวัด
พัทลุง ในการขนส่งวัสดุ/อุปกรณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบให้มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นในระบบโครงข่าย
คมนาคมที่สำคัญในพื้นท่ีโครงการ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงสายหลักท่ีมีการเช่ือมโยงกับพ้ืนที่โครงการโดยตรงได้ โดย
การขนส่งวัสดุหรืออุปกรณ์ก่อสร้างจำนวนมากผ่านแหล่งชุมชนต่างๆ ตามเส้นทางสายสำคัญอาจทำให้ปริมาณ
การจราจรบนเสน้ ทางเพมิ่ ข้นึ และก่อใหเ้ กิดอุบัติเหตเุ พ่ิมขึน้ จึงคาดว่าจะก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบทางลบในระดบั น้อย (-2)
ค. ผลกระทบต่อความปลอดภัยและความเดือดร้อนรำคาญของผู้ใช้เส้นทางในช่วงระยะที่มี
การก่อสร้างองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการจะอยู่ในระดับทไ่ี ม่มีความรุนแรงหรอื มีในช่วงระยะเวลาไมเ่ กนิ 60 เดอื น
(5 ปี) กล่าวคือ จะมียานพาหนะขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ใช้ขนส่งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเข้ามาใช้เส้นทางหลวงสาย
สำคัญบ้างในบางช่วงเวลา จึงจำเป็นต้องควบคุมและกำหนดเงื่อนไขบังคับที่เคร่งครัดและเหมาะสมเพ่ือป้องกันการ
เกิดอุบัติเหตุและลดปัญหาความเดือดรอ้ นรำคาญแก่ผู้ใช้ยานพาหนะประเภทอื่นๆ รวมทั้งปัญหาการจราจรหรือการ
ขนส่งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่เกิดขึ้น เนื่องจากเส้นทางท่ีเข้าสู่พ้ืนท่ีก่อสร้างโครงการมีขนาดค่อนข้างแคบโดยการเข้า
มาใช้เส้นทางอาจทำให้เกิดปริมาณฝุ่นละออง ควันดำ/ควันพิษ ระดับเสียง หรือเส้นทางชำรุดเสียหาย ซึ่งอาจ
ก่อให้เกิดความเดือดรอ้ นรำคาญแก่ชมุ ชนตา่ งๆ ทย่ี านพาหนะแลน่ ผา่ นได้ ซ่ึงคาดว่าจะกอ่ ให้เกิดผลกระทบทางลบใน
ระดบั นอ้ ย (-2)
(2) ระยะดำเนินการ
ระยะดำเนินการ การดำเนินการโครงการจึงไม่มผี ลกระทบต่อการคมนาคมขนสง่ แต่อย่างใด (0)
4.4.10 การจัดการน้ำเสยี สง่ิ ปฏิกูล และขยะมลู ฝอย
1) กรณีไมม่ ีโครงการ
ปรมิ าณขยะมูลฝอยที่เกิดข้ึนทีเ่ กิดในพืน้ ทีจ่ ังหวดั พัทลงุ ปี พ.ศ.2561 มจี ำนวนประชากร 518,721 คน
มีปริมาณขยะท่ีเกิดขึ้น 510.06 ตันต่อวัน จังหวัดพัทลุงมีขอบเขตการปกครองแบ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จำนวน 73 แหง่ พบว่าองค์การบริหารส่วนทอ้ งถ่ินท่มี ีบริการเก็บขนขยะ จำนวน 49 แหง่ และไม่มบี ริการเกบ็ ขนขยะ
จำนวน 24 แห่ง โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการเก็บขนขยะมีปริมาณขยะท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนทใี่ ห้บรกิ าร
350.06 ตนั ต่อวนั ปรมิ าณขยะท่ีมีการคัดแยกและถูกนำไปใช้ประโยชนต์ ง้ั แตต่ ้นทาง (กอ่ นเกบ็ ขน) 184.76 ตันต่อวัน
หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 52.78 ของปริมาณขยะทเ่ี กิดขึ้น ทำให้มปี ริมาณขยะที่ขนไปกำจัด 165.30 ตันต่อวนั หรอื คิดเป็น
ร้อยละ 47.22 ของปริมาณขยะท่ีเกิดข้ึน โดยปริมาณขยะท่ีขนไปกำจัดแล้วมีการคัดแยกและถูกนำไปใช้ประโยชน์
(คัดแยกที่ Site) 7.60 ตนั ต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.60 ของปริมาณขยะท่ีขนไปกำจัด ทำให้มีปริมาณขยะที่ขนไป
กำจดั ใน Site ทั้งหมด 157.70 ตนั ต่อวนั หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 95.40 ของปริมาณขยะทขี่ นไปกำจัด สถานทีก่ ำจัดขยะ
มลู ฝอย จำนวน 22 แห่ง แบ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยท่ีถูกหลักสุขาภิบาลที่ถูก 1 แห่ง คือ ระบบกำจัดขยะมูล
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-35
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 4
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
ฝอยของเทศบาลเมืองพัทลุง ซง่ึ เปน็ ระบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล และสถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกหลัก
สขุ าภิบาล จำนวน 21 แห่ง
2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
การก่อสรา้ งโครงการส่วนใหญไ่ ม่มกี จิ กรรมท่ีทำให้เกดิ น้ำเสยี ส่ิงปฏกิ ลู และขยะมูลฝอย สำหรบั นำ้ เสีย
และสิ่งปฏิกูลจากคนงานก่อสรา้ ง ซึง่ ในระยะก่อสรา้ งคนงานจะจัดใหพ้ ักอาศัยในบริเวณพื้นที่โครงการ ซึง่ เป็นหน้าท่ี
ของกรมชลประทานในการดแู ลใหผ้ ูร้ บั ผดิ ชอบการก่อสรา้ งจัดหาทีพ่ ักให้กับคนงานดังกลา่ ว และตอ้ งจัดเตรยี มห้องนำ้
และห้องสุขาไว้ในบริเวณพ้ืนที่โครงการอย่างเพียงพอ ทั้งน้ี ทางโครงการต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนระบาย
ออกสู่ภายนอกส่วนขยะมูลฝอยท่ีเกิดจากที่พักคนงาน จะต้องจัดเตรียมถังขยะไว้รองรับอย่างเพียงพอและ
ประสานงานกับทางท้องถิน่ ใหม้ ารับไปกำจัดตอ่ ไป ผลกระทบดังกล่าวจึงอยู่ในระดับน้อย (-2)
(2) ระยะดำเนินการ
การดำเนินการโครงการไม่มีกิจกรรมท่ีทำให้เกิดน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และขยะมูลฝอย จึงไม่มี
ผลกระทบ
4.4.11 การจดั การลุ่มนำ้
1) กรณไี ม่มีโครงการ
เมอ่ื ไม่มีการพัฒนาพื้นทโ่ี ครงการ ทรพั ยากรส่ิงแวดล้อมและระบบนิเวศลมุ่ นำ้ จะไม่เกิดการเปลยี่ นแปลง
เนื่องจากไม่มีการสูญเสียพื้นท่ีป่าไม้และพื้นท่ีการเกษตรกรรม ระบบนิเวศลุ่มน้ำเป็นไปตามปกติ จึงไม่มีผลกระทบต่อ
การจัดการลมุ่ นำ้ (0)
2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว มีพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำมีพ้ืนท่ีท้ังหมด 351 ไร่ อยู่ในพ้ืนท่ีชั้น
คณุ ภาพลุ่มนำ้ ช้ันท่ี 2 ประมาณ 0.01 ไร่ พนื้ ที่ช้นั คุณภาพลุ่มน้ำช้ันที่ 3 ประมาณ 155 ไร่ และพืน้ ที่ชัน้ คณุ ภาพลุ่มนำ้ ชั้นท่ี
4 ประมาณ 196 ไร่ ตามลำดับ พื้นที่หัวงานมีพ้ืนท่ีทั้งหมด 114 ไร่ อยู่ในพ้ืนที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 3 ประมาณ 23 และ
พ้นื ทช่ี ้ันคุณภาพล่มุ นำ้ ช้นั ท่ี 4 ประมาณ 91 ไร่ ถนนเข้าหัวงาน มีพื้นที่ทั้งหมด 2.2 ไร่ อยู่ในพ้นื ที่ชั้นคุณภาพลมุ่ น้ำชน้ั ท่ี 4
ประมาณ 2.2 ไร่ ส่วนพื้นท่ีรับประโยชน์มีพ้ืนท่ีทั้งหมด 16,475 ไร่ อยู่ในพื้นที่ช้ันคุณภาพลุ่มน้ำช้ันท่ี 5 ทั้งหมด จึงไม่ขัด
กับมาตรการการใช้ที่ดินของชั้นคุณภาพลุ่มน้ำตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการกำหนดขอบเขตช้ันคุณภาพลุ่มน้ำ แต่
อย่างไรก็ตามในส่วนกิจกรรมของก่อสร้างที่มีพ้ืนที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำท่ีสำคัญให้ปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำใน
พ้ืนที่ช้ันคุณภาพลุ่มน้ำอย่างเคร่งครัด จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาโครงการมีผลกระทบทางลบต่อด้านการจัดการลุ่มน้ำใน
ระดบั นอ้ ยมาก (-1)
(2) ระยะดำเนนิ การ
ระยะเปิดดำเนนิ การโครงการฯ พื้นที่น้ำทว่ มและอ่างเก็บนำ้ และพนื้ ที่หวั เขื่อนไม่อยู่ในพื้นที่ลมุ่ น้ำ
ชั้นท่ี 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำท่ีสำคัญ ส่วนใหญ่พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำและพื้นที่หัวงานอยู่ในพื้นท่ีช้ันคุณภาพลุ่มน้ำชั้นท่ี 3
รองลงมาอยู่ในพื้นที่ช้ันคุณภาพลุ่มน้ำชั้นท่ี 4 ตามลำดับ ส่วนพื้นที่รับประโยชน์บางส่วนอยู่ในพ้ืนท่ีชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ
ชนั้ ที่ 5 ทัง้ หมด จึงกล่าวได้วา่ ในระยะเปดิ ดำเนนิ การไมม่ ีผลกระทบตอ่ ด้านการจดั การล่มุ นำ้ (0)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-36
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
4.5 คณุ ค่าตอ่ คุณภาพชวี ติ
4.5.1 สภาพเศรษฐกจิ และสังคม
1) กรณีไม่มโี ครงการ
สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม ทำสวนยางพารา
และไม้ผลผสมภูมิลำเนาส่วนใหญ่เกิดในพ้ืนท่ี มีความพอใจในชุมชนของตน และไม่คิดย้ายไปอยู่ท่ีอื่น ปัญหาในด้าน
การประกอบอาชีพ ได้แก่ ปัญหาด้านราคาผลผลิตตกต่ำ ด้านการขาดคาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก ด้านที่ทำ
กินมีน้อยหรือไม่เพียงพอต่อการทำกิน ด้านภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ด้านน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ส่วนปัญหาทางสังคม/
คุณภาพชีวิต ได้แก่ ปัญหาหน้ีสิน เม่ือพิจารณาอนาคตกรณีที่ไม่มีการพัฒนาโครงการฯ คาดว่าวิถีชีวิตและความ
เป็นอยู่ของครัวเรือนจะไม่แตกต่างไปจากสภาพปัจจุบัน แต่อาจประสบปัญหาจากสภาวะการขาดแคลนน้ำเพ่ือการ
อปุ โภคบริโภคและเพ่อื การเกษตรเพม่ิ มากขน้ึ
2) กรณีมโี ครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมระหว่างการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
จงั หวดั พทั ลุง ด้านสภาพสังคม เศรษฐกจิ และความคดิ เห็นนั้น สามารถประเมนิ ผลกระทบไดด้ งั น้ี
ก. ในระหว่างการก่อสร้างนั้น จะทำให้ลักษณะสังคม สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และความ
คิดเห็นมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ของโครงการ ผู้ท่ีอยู่อาศัยและมีพื้นท่ีทำกินในบริเวณพื้นท่ี
ก่อสร้างของโครงการ ต้องมีการย้ายท่ีอาศัยออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งอาจเป็นท่ีจัดสรรให้ หรือหาเองก็ตาม จะต้อง
เปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่อยู่อาศัย และท่ีทำกิน ที่ต้องมีการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทั้งท่ีอยู่อาศัย ที่ทำกิน และการ
เพาะปลูกต่างๆ ทำให้มีการปรับตัวต่อที่อยู่ใหม่ ทำความคุ้นเคยในท่ีอยู่ใหม่ และอาจจะได้เพื่อนบ้านใหม่ที่ต้อง
ปรับตัวพอสมควร ฉะนั้นจึงเป็นการเปล่ียนแปลงท้ังหน้าทแี่ ละองค์ประกอบอาชีพ รายได้ รายจ่าย และความคดิ เห็น
ซึ่งประเมนิ ว่ามีผลกระทบในทางลบระดบั มาก (-4)
ข. ในการก่อสร้างโครงสร้างหลัก ถึงแม้ผู้ท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีอ่าง หรือว่าหัวงานของโครงการย้าย
ออกไปแล้ว แตก่ ็ยงั ต้องมกี ารปรบั ตัวตอ่ ท่อี ยใู่ หม่ และ/หรือทท่ี ำกินใหมอ่ ยา่ งมาก ไมว่ า่ จะเป็นในการดำเนนิ ชีวิต การ
ประกอบอาชพี โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชทเี่ ป็นไมผ้ ล ไม้ยนื ต้นต่างๆ ที่ต้องใชเ้ วลาในการเตบิ โตกว่าจะไดผ้ ลผลิตจึง
มีผลกระทบทางลบต่อองค์ประกอบในการดำรงชีวติ และการประกอบอาชีพ สว่ นความคดิ เห็นนั้นก็ยงั คงมีผลกระทบ
ท้ังทางหน้าที่และองค์ประกอบอยู่หากไม่มีการปรับความคิดเห็นในทางที่ดีข้ึน ฉะนั้นเลยมีผลกระทบทางลบระดับ
ปานกลาง (-3)
ค. ในระหว่างการติดต้ังระบบไฟฟ้า รวมท้ังเคร่ืองมือและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้มีผลทบในทาง
ลบระดับน้อย (-2) เพราะยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวท้ังทางกายและจิตใจ รวมทั้งการประกอบอาชีพด้วย ทำให้มี
ผลกระทบเฉพาะหน้าท่ีท่ีเปล่ียนแปลงไป เช่นเดียวกับก่อสร้างอาคารระบายน้ำ สำนักงาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่
และการติดตั้ง เคร่ืองสาธารณปู โภค และเครอ่ื งอำนวยความสะดวกตา่ งๆ ทีม่ ีผลกระทบทางลบในระดับน้อย (-2) คือ
มกี ารเปลยี่ นแปลงด้านหนา้ ท่ีในการดำรงชวี ิต สขุ ภาพอนามัยการประกอบวิชาชพี และความคิดเห็นท่ีเปลี่ยนไปจากเดมิ
ง. ในด้านการปรับแต่งพ้ืนที่และบริเวณ เป็นการปรับแต่งพื้นท่ีที่ได้ทำการก่อสร้างของ
โครงการใหส้ วยงามเหมาะสมเพ่ือเตรียมเปิดใช้งานตอ่ ไปจึงมผี ลกระทบทางสงั คม สขุ ภาพอนามยั การประกอบอาชีพ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-37
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
และความคิดเหน็ ในทางบวกระดับน้อย (+2) เพราะเห็นเป็นรูปร่าง ไม่มีการกอ่ สร้างโดยใชเ้ ครื่องมือหนัก แตเ่ ป็นการ
ปรบั ภมู ิทัศนใ์ หส้ วยงาม ร่มร่นื และอาจก่อให้เกดิ แหลง่ ท่องเที่ยวใหม่ขึ้น
จ. สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้เคียงโครงการ และในเส้นทางการก่อสร้าง จะได้รับผลกระทบจากการ
ลำเลียงวัสดุอุปกรณต์ ่างๆ ทจ่ี ำเปน็ แกก่ ารกอ่ สร้างโครงการ รวมถึงการลำเลยี งมลดู นิ และต้นไมต้ ่างๆ ท่ถี ูกตดั ออกไป
เพื่อการก่อสร้างโครงการ จึงได้รับผลกระทบทางลบ ต่อการสัญจรไปมา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความ
สงบสุขที่เคยมอี ยู่เดิม การฟุ้งกระจายของฝนุ่ ละออง และเสียงดังจากการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ จึงมีผลกระทบ
ทางลบต่อสขุ ภาพอนามัยและการประกอบอาชีพทไ่ี ด้รบั ความลำบาก หรือไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จงึ มีผลกระทบทาง
ลบในระดับน้อย (-2)
(2) ระยะดำเนนิ การ
ภายหลังการก่อสร้างมีผลกระทบต่อลักษณะทางสังคม สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และความ
คิดเห็นกล่าวคือเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยทำให้มีน้ำใช้ในการทำการเกษตรอย่างไม่ขาดแคลน สามารถ
เพาะปลูกพืชผลต่างๆ ได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพ่ิมข้ึนอีกแห่งหน่ึง ประกอบกับเป็นการส่งเสริมให้
ราษฎรในบริเวณใกล้เคียงมีอาชีพที่เก่ียวเน่ืองจากโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อาจมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น จากการจัดแหล่งท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ การปลูกผักอินทรีย์ ตลอดจนการค้าขายของต่างๆ
ในบริเวณอ่างเก็บน้ำด้วย ซ่ึงจะก่อให้เกิดการสร้างงานท่ีต่อเน่ืองได้ ในภาพรวมของช่วงระยะเวลาการดำเนินกการ
ของโครงการ หรือภายหลังการก่อสร้างจะมีผลกระทบต่อสภาพสังคมเศรษฐกิจ สุขภาพอนามยั และความคิดเหน็ ใน
ทางบวกในระดบั ปานกลาง (+3)
4.5.2 การชดเชยทีด่ ินและทรพั ยส์ นิ
4.5.2.1 กรณีไมม่ ีโครงการ
เนื่องจากบริเวณพ้ืนท่ีองค์ประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
จังหวัดพัทลุง บริเวณพ้ืนที่หัวงาน และพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เป็นพื้นท่ีทำกินของราษฎร ซ่ึงพ้ืนที่ส่วนใหญ่ราษฎรปลูก
พืชผลและไม้ยืนต้นส่วนใหญ่ เป็นยางพาราพันธ์ุดี ลองกอง มังคุด สะตอ และทุเรียนพันธุ์ดี เป็นต้น หากไม่ได้มีการ
ดำเนินงานก่อสร้างองค์ประกอบโครงการและระบบชลประทาน อาคารประกอบของอ่างเก็บน้ำ สภาพพื้นท่ีส่วนใหญ่
ยังคงมลี ักษณะเดิม ซง่ึ กรณีไม่มีโครงการ จึงไม่ต้องดำเนินการชดเชยทดี่ ินและทรัพยส์ ินต่างๆ (0)
4.5.2.2 กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
ในระยะก่อสร้างจำเป็นต้องมีการดำเนินงานพัฒนาก่อสร้างองค์ประกอบโครงการและระบบ
ชลประทาน อาคารประกอบ จึงทำให้มีผลกระทบต่อที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของราษฎรที่จะต้องถูกเวนคืน และ
จ่ายค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายที่ดินและทรัพย์สิน โดยมีผู้ได้รับผลกระทบท้ังหมดในบริเวณพื้นท่ีหัวงาน พ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ
และพ้ืนที่ถนนเขา้ หัวงาน จำนวน 79 ราย ทด่ี ินทำกิน จำนวน 106 แปลง และสามารถสรปุ การประเมินมลู คา่ ชดเชย
คา่ ขนยา้ ย (ทด่ี ินไม่มีเอกสารสทิ ธิ์) คา่ ทดแทน หรอื คา่ รอื้ ย้ายทรพั ยส์ ินได้ดงั นี้
1. ท่ีดิน : มีทด่ี ินท่ีได้รับผลกระทบทั้งส้ิน จำนวน 407 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา และประเมิน
เปน็ คา่ ชดเชย หรอื ค่าขนย้ายทดี่ นิ ท้งั หมด ประมาณ 18,680,000.30 บาท
2. สิ่งปลกู สร้าง : มีส่ิงปลูกสร้างท่ีได้รับผลกระทบจำนวน 32 (หลัง, แปลง) โดยประเภทของ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-38
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม
ส่ิงปลูกสร้างประกอบด้วย ขนำ จำนวน 12 หลัง บ้านพักอาศัย จำนวน 7 หลัง ดินถมท่ี จำนวน 2 แปลง
ศาลา จำนวน 1 หลัง อาคาร จำนวน 1 หลัง อาคารสำนักงาน จำนวน 1 หลัง อาคารเอนกประสงค์ จำนวน 3 หลัง
ห้องเก็บของ จำนวน 1 หลัง และห้องน้ำ จำนวน 4 หลัง คิดเป็นมูลค่า ค่าทดแทน หรือค่ารื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง
ประมาณ 11,375,221.09 บาท
3. พืชผลและไมย้ ืนตน้ : พื้นท่ีทไ่ี ด้รับผลกระทบส่วนใหญร่ าษฎรปลกู พชื ผลและไม้ยนื ตน้ เป็น
ยางพาราพันธ์ดุ ี ลองกอง มังคุด สะตอ และทุเรียนพนั ธ์ุดี เปน็ ต้น ซ่งึ ไม้ผลและไมย้ นื ตน้ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบรวมทง้ั หมด
จำนวน 30,576 (ตน้ , กอ) คดิ เปน็ มูลค่าชดเชย หรอื คา่ ร้ือยา้ ยพืชผลและไม้ยนื ต้นรวม ประมาณ 100,322,276 บาท
รวมเป็นมูลค่าการชดเชย การทดแทนที่ดินและทรัพย์สินท้ังสิ้น 130,377,497.39 บาท
หรือประมาณ 130.38 ลา้ นบาท ดังน้ันกอ่ นกอ่ นท่ีจะดำเนินการก่อสร้างองค์ประกอบโครงการและอาคารประกอบ
จะต้องมีการแจ้งและประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของพื้นท่ีท่ีได้รับผลกระทบจากการสูญเสียที่ดินและทรัพย์สินทราบ
ล่วงหนา้ พร้อมทง้ั จา่ ยคา่ ชดเชย คา่ ทดแทน หรอื คา่ รื้อยา้ ยที่ดนิ และทรัพยส์ นิ ในราคาท่ีเหมาะสมและยตุ ธิ รรม จึงเปน็
ผลกระทบในระดับปานกลาง (-3)
(2) ระยะดำเนินการ
ภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มดำเนินการจัดส่งน้ำภายในพื้นท่ี ย่อมก่อให้เกิด
ประโยชน์ทางการเกษตรกรรม และด้านการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้คาดว่าราคาท่ีดินในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบ
โครงการและอาคารประกอบของโครงการมีแนวโน้มในการปรับราคาสูงขึ้น ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่าก่อให้เกิดผลดีแก่
ครัวเรือนเกษตรกรรม โดยสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชผลทางการเกษตรมากขึ้น และมีน้ำดื่มน้ำใช้ ส่งผลให้
คุณภาพชีวิตดีขึ้นจนสามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนได้ จึงไม่มีผลกระทบในด้านการ
ชดเชยทดี่ ินและทรัพย์สนิ (0)
4.5.3 สขุ ภาพอนามยั และการบริการสาธารณสขุ
1) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
(1) การประเมนิ ผลกระทบด้านการบรกิ ารทางการแพทย์และสาธารณสุข
จังหวัดพัทลุงมีสถานบริการสาธารณสุขทั้งของรัฐและเอกชน ครอบคลุมทุกอำเภอ มี
โรงพยาบาลพัทลุงซ่ึงเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 450 เตียง ระดับตติยภูมิ ในระดับอำเภอมีโรงพยาบาลชุมชน
ขนาดใหญ่ 30 เตยี ง ได้แก่ โรงพยาบาลป่าบอนและโรงพยาบาลตะโหมด และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลใน
พื้นท่ี จากข้อมูลด้านอัตรากำลัง โรงพยาบาลในพ้ืนท่ียังขาดแคลนบุคลากรบางตำแหน่ง โดยเฉพาะ แพ ทย์ และ
ทันตแพทย์
ก. ระยะกอ่ สรา้ ง
การก่อสร้างของโครงการอ่างเก็บประกอบด้วยการกอ่ สรา้ งทำนบดิน อาคารประกอบตา่ งๆ
ท้งั ระบบท่อส่งน้ำรวมทัง้ ปรบั ปรงุ ระบบฝายสง่ นำ้ เดิม โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างรวม 5 ปี มีคนงานเขา้ มาดำเนนิ การ
ก่อสรา้ งประมาณ 200 คน ซึ่งการท่ีคนเข้ามาเพ่ิมในพ้ืนที่ อาจเกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยและจำเป็นต้องเข้ามาใช้
บริการหน่วยงานด้านสาธารณสุข อาจมีผลกระทบต่อการเข้าใช้บริการของคนในพื้นที่ เช่น ต้องใช้เวลาในการรอรับ
บริการเพิ่มมากข้ึน และเป็นการเพิ่มภาระในการทำงานของเจา้ หน้าท่ีด้านสาธารณสุข โดยสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ท่ี
อาจได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลป่าบอน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธงซ่ึงเป็น
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-39
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่อยู่ใกล้พื้นท่ีก่อสร้างมากท่ีสุด ท้ังนี้โอกาสในการเกิดผล
กระทบดังกล่าวจะมีในช่วงก่อสร้างในระยะเวลา 5 ปี กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ประชาชนในพื้นที่โครงการและบุคลากรด้าน
สาธารณสุขในพื้นท่ี (-2)
ข. ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการเม่ือเริ่มมีการเก็บกักน้ำและใช้ประโยชน์จากโครงการ ซ่ึงช่วยเป็นแหล่งกัก
เก็บน้ำเพ่ิมเติมสำหรับการเพาะปลูกในพ้ืนที่ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ อาจทำให้เกิดการจ้างงานด้านเกษตรเพ่ิมขึ้น มีคน
ต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามจำนวนคนท่ีอาจเพ่ิมข้ึนจากกรณีน้ีน่าจะเป็นจำนวนไม่มาก และอาจส่งผล
เพียงเล็กน้อยต่อการให้บริการดา้ นสาธารณสขุ ในพืน้ ท่ี (-1)
(2) การประเมนิ ผลกระทบท่อี าจเกดิ จากการกอ่ สรา้ งและการขนสง่
การก่อสร้างของโครงการใช้เวลารวม 5 ปี ประกอบด้วย งานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและอาคาร
ประกอบ โดยมีหัวงานก่อสร้างอยู่ที่ บ้านเหมอื งตะก่ัว หมู่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน งานปรับปรุงฝายทดน้ำ
เดิม ได้แก่ ฝายทดน้ำคลองท่ายูงและฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ และระบบส่งน้ำชลประทาน การขนส่งวัสดุก่อสร้าง
หากดูจากการเดินทางเข้าพื้นที่จากอำเภอเมืองพัทลุง จะใช้ถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
ถนนหมายเลข 4122 เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และทางหลวงชนบทหมายเลข 1029 เป็นระยะทาง 2
กโิ ลเมตร และถนนโดยรอบพ้ืนทกี่ ่อสรา้ ง
ก. ระยะก่อสรา้ ง
ในระยะก่อสร้างโครงการมีการขนส่งวัสดุก่อสร้างอาจทำให้เกิดเสียงดังรบกวนแก่ประชาชน
บริเวณใกล้เคียง พื้นที่ก่อสร้าง และตามเส้นทางท่ีรถบรรทุกวิ่งผ่าน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเครียดหรือรบกวนการ
ชีวิตประจำวนั ของคนท่ีอาศัยโดยรอบ กล่มุ เสี่ยงไดแ้ ก่ คนงาน ประชาชนโดยรอบพ้ืนทก่ี ่อสร้าง และเส้นทางขนส่ง (-3)
ปัญหาจากฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง เช่น การขุดเจาะ การถม เท และจากรถขนส่งวัสดุ
ก่อสร้าง จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ คนงาน ประชาชนโดยรอบพื้นท่ีก่อสร้าง และเส้นทาง
ขนสง่ โดยเฉพาะผมู้ ปี ัญหาโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ เด็ก และผู้สูงอายุ (-3)
ข. ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการไมม่ ่ีผลกระทบ (0)
(3) การประเมนิ ผลกระทบด้านสภาวะทางโภชนาการ
ก. ระยะกอ่ สร้าง
ในระยะก่อสร้างซ่ึงมีคนงานเข้ามาในพ้ืนที่เพิ่มมากขึ้น มีผลกระทบด้านบวก คือ ช่วยกระตุ้น
เศรษฐกิจในพื้นท่ี ทำใหป้ ระชาชนในพ้ืนที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากการขายผลผลิตทางการเกษตร ทำให้มีความเปน็ อยู่ดขี ึ้น
และมภี าวะโภชนาการท่ีดีขึน้ (+2)
ข. ระยะดำเนนิ การ
ในระยะดำเนนิ การโครงการมีผลกระทบด้านบวกต่อภาวะโภชนาการของประชาชนและเด็ก
ในพืน้ ท่ี การพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำและระบบชลประทาน จะทำให้การเพาะปลูกดีข้ึน และเศรษฐกิจดขี ึ้น แหล่งน้ำท่ี
เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อการเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ทำให้มีแหล่งอาหารเพิ่มมากขึ้น ภาวะโภชนาการของ
ประชาชนศึกษาในพืน้ ท่ีศึกษาปัจจบุ นั ส่วนใหญ่อยใู่ นเกณฑป์ กติ พบปัญหาน้ำหนักเกนิ มากกว่านำ้ หนกั นอ้ ยกว่าเกณฑ์ (+3)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-40
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การประเมินผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
(4) การประเมินผลกระทบดา้ นสุขภาพจิต
จากข้อมูลการคัดกรองความเครียดของกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง หญิงต้ังครรภ์
และ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุข ผู้เข้าคัดกรองในอำเภอท่ีศึกษาส่วนใหญ่ปกติ ไม่มี
ปัญหาเรื่องความเครียด อย่างไรก็ตามการเปลีย่ นแปลงใดๆ ในพ้นื ที่เม่อื เกิดโครงการ จะทำใหเ้ กดิ ความวิตกกงั วลต่อ
ประชาชนในพ้ืนทไ่ี ด้มาก ซ่ึงมีโอกาสจะนำไปสูป่ ญั หาทางสขุ ภาพจิตได้
ก. ระยะก่อสร้าง
ในระยะก่อสร้างประชาชนที่อยู่ในพื้นท่ี โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับหัวงานและบริเวณที่ก่อสร้าง
อาจเกิดความวิตกกังวลกับโครงการทจ่ี ะเกิดขนึ้ ในช่วงก่อสร้าง หากมีแรงงานจากต่างถิ่นและรถบรรทกุ ขนวสั ดุก่อสร้างวิ่ง
เข้าในพ้ืนที่ อาจทำให้เกิดความรำคาญของคนในพ้ืนที่ และอาจเกิดความวิตกกังวลในเร่ืองอุบัติเหตุบนท้องถนน ปัญหา
เรื่องเสียงดังรบกวน และฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความรำคาญและเพ่ิม
ความเครียด กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ประชาชนในพ้ืนท่ี ประชาชนที่อยู่ใกล้เขตก่อสร้าง กลุ่มท่ีมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตและมี
ความเครียดมาก่อน (-2)
ข. ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำจะส่งผลให้มีแหล่งน้ำและพ้ืนท่ีชลประทานสำหรับ
การทำเกษตรกรรมเพ่ิมมากขึ้น ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนในพ้ืนที่ดีข้ึน โครงการจึงส่งผลกระทบด้านบวกต่อ
สขุ ภาพจติ ของประชาชนในพ้นื ท่ี อย่างไรกต็ ามโครงการอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อประชาชนในพื้นทไ่ี ดเ้ ช่นกัน (+2)
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ทำให้ต้องมีการปรับตัวหรือเปล่ียนวิถีในการใช้ชีวิต กลุ่มเสี่ยงได้แก่
ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีความผูกพนั กบั สภาพแวดล้อมเดิม (-3)
(5) การประเมนิ ผลกระทบดา้ นการเจ็บป่วยจากสารกำจัดศตั รูพชื
จากข้อมลู อัตราปว่ ยจากพาสารกำจัดศัตรพู ืชในพื้นที่ศึกษาพบว่า แนวโนม้ ผปู้ ว่ ยลดลงอยา่ งมาก
ในปี 2562 คอื มีอตั ราป่วยเป็น 0 ต่อประชากรแสนคน เกษตรกรในพื้นที่ได้รบั การดแู ลและคัดกรองความเส่ยี งอย่าง
ต่อเนอ่ื งจากสถานบรกิ ารสาธารณสุขในพืน้ ท่ี อย่างไรกต็ ามจากการสำรวจยังพบวา่ มีผูม้ ีความเสี่ยงต่อการเกิดพษิ จาก
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชระดับปานกลางและระดับสูง รอ้ ยละ 7.2 และจากการสอบถามประวัติการรับสารเคมี พบว่า
สว่ นใหญ่ไม่ใช้สารเคมใี นการเกษตร แต่ยงั มีบางรายมีโอกาสไดร้ ับสมั ผัสสารเคมีกำจดั ศัตรพู ชื
ก. ระยะก่อสร้าง
ในระยะก่อสร้างไมม่ ีผลกระทบ (0)
ข. ระยะดำเนนิ การ
ในระยะดำเนินการเน่ืองจากเกษตรกรยังมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อเพ่ิมผลผลิตทาง
การเกษตรและเกษตรกรอาจมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง ปลอดภัย ทำให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพท้ัง
เฉียบพลันและเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ข้ึนอยู่กับระดับความเข้มข้น
ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรัง สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้
เกิดความผิดปกติและโรคต่างๆ นอกจากน้ีการใช้ยาฆ่าแมลงและยาปราบศัตรูพืช ตลอดจนปุ๋ยเคมีอาจเพิ่มขึ้น
เน่ืองจากมพี ้ืนท่ีการเกษตรเพ่ิมขึ้น สารพิษเหล่านจ้ี ะตกค้างปนเปือ้ นในแหล่งน้ำต่างๆ และสะสมในร่างกายทำให้เกิด
การเจ็บป่วยและอาจพกิ ารหรอื ถงึ แกช่ วี ิตได้
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-41
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
หากมีโครงการเกิดขึ้น มีโอกาสท่ีประชาชนจะสามารถทำเกษตรกรรมได้มากขึ้น ทำให้มี
ความเส่ียงตอ่ การเจบ็ ป่วยจากสารกำจัดศัตรพู ืชมากข้นึ กลุ่มเส่ียง คือ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เด็กและผ้สู ูงอายุ
ซง่ึ อาจมีความไวรับต่อสารพิษมากกว่าคนปกติ รวมถึงผบู้ รโิ ภคพชื ผักท่ีอาจมีการปนเปอ้ื นสารกำจดั ศัตรูพชื (-2)
(6) การประเมนิ ผลกระทบด้านโรคติดตอ่ ท่ีอาจเกดิ จากการพฒั นาแหลง่ นำ้
เนอ่ื งจากการพฒั นาโครงการอ่างเก็บน้ำอาจมผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม โดยเฉพาะ
แหล่งน้ำท่ีจะเปล่ียนจากน้ำไหล เป็นอ่างเก็บน้ำท่ีเป็นน้ำนิ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแพร่กระจายของโรคติดต่อ
ทางนำ้ (Water-borne Communicable Disease) ทม่ี ีสัตว์ประเภทปลา หอย และยงุ เปน็ พาหะนำโรคดงั น้ี
- โรคพยาธใิ บไม้เลอื ด (Schistosomiasis) เป็นโรคทีเ่ กดิ จากพยาธิในกล่มุ Schistosoma spp.
หอยพาหะนำโรค คือ หอยน้ำจืด เช่น หอย Neotricula spp. ท้ังน้ีจากการสำรวจพาหะนำโรค ไม่พบหอยพาหะ
กึ่งกลางนำพยาธิใบไมเ้ ลอื ดในพื้นท่ีศึกษา และไมม่ รี ายงานการพบโรคในคนและสตั ว์ในพน้ื ที่
- โรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) เกิดจาก พยาธิใบไม้ตับ ชนิด Opisthorchis
viverrini หอยพาหะนำโรค คือ หอยไซ Bithynia spp. นอกจากนี้โรคนี้เกิดจากการกินอาหารประเภทปลาน้ำจืด
เกล็ดขาว (Cyprinoid fish) ที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่ หากปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลาและปลา
หมกไฟ เป็นต้น ปลาในประเทศไทยท่ีพบว่ามีตัวอ่อนของพยาธิ เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาตะเพียนทราย ปลาสร้อย
และปลาขาว เปน็ ต้น
- โรคสมองอักเสบจากพยาธิหอยโข่ง (Angiostrongyliasis) โรคพยาธิหอยโข่ง เป็นโรคท่ีเกิด
จากพยาธิตัวกลมที่มีช่ือว่า Angiostrongylus cantonensis หอยพาหะนำโรค คือ หอยโข่ง Pila spp. หอยเชอร่ี
Pomacea sp. และหอยขม Filopaludina spp.
- โรคพยาธิใบไม้ปอด (Paragonimiasis) Host กึ่งกลางตัวที่ 1 ได้แก่หอย และ host กึ่งกลาง
ตวั ที่ 2 ไดแ้ ก่ ปูนำ้ จดื และกงุ้ น้ำจืด ซึง่ หากประชาชนรับประทานดิบหรอื สุกๆดบิ ๆ จะมคี วามเสีย่ งต่อการเป็นโรคน้ี
- โรคมาลาเรีย (Malaria) พาหะนำโรค ได้แก่ ยงุ ก้นปลอ่ ง Anopheles spp.
- โรคไขเ้ ลือดออก พาหะนำโรค ได้แก่ ยงุ ลาย Aedes spp.
- โรคเท้าช้าง (Filariasis) เป็นโรคติดต่อท่ีเกิดจากพยาธติ ัวกลม สกุล Filadiodidae ท่ีอยูใ่ นยุง
พาหะนำโรค ได้แก่ ยุงลายชนิด Aedes spp. เช่น Aedes desmotes, Ae. harinasutai, Ae. annandalei, Ae.
imitator และยุงลายเสือชนิ ด Mansonia dives , Mansonia uniformis, M. indiana, M. bonneae, M.
annulata และ Coquilletidia crassipes เป็นพาหะ ปัจจุบันพบว่าเชื้อโรคเท้าช้างชนิด Wuchereria bancrofti
เป็นสายพันธ์ุที่นำเข้าโดยผู้อพยพจากชายแดนไทยพม่า มียุงพาหะหลายชนิดรวมท้ังยุงรำคาญ (Culex) ซึ่งเป็นยุง
บ้านทพ่ี บไดท้ ัว่ ไปเปน็ พาหะอีกทางหน่งึ
นอกจากนี้ยงั มโี รคที่เกี่ยวกับการพัฒนาแหลง่ น้ำอน่ื ๆ เช่น โรคท้องร่วง และโรคฉห่ี นูเปน็ ตน้
จากขอ้ มูลโรคทีต่ อ้ งเฝา้ ระวังทางระบาดวทิ ยาของพืน้ ทีศ่ ึกษาพบวา่ โรคอุจจาระร่วง เปน็ โรคที่พบ
มากเป็นอันดบั หนึ่งในพื้นที่ นอกจากน้ียังพบว่าโรคทพี่ บมาก 10 อันดับแรก มีโรคที่เก่ียวข้องหรอื อาจเกิดผลกระทบ
จากโครงการ ไดแ้ ก่ โรคไขเ้ ลือดออก โรคฉห่ี นหู รือเลปโตสไปโรซิส และโรคชิคุนกนุ ยา เปน็ ปญั หาทพี่ บในพนื้ ที่
(7) โรคท่มี ยี ุงเป็นพาหะนำโรค
โรคท่ีมียุงเป็นพาหะนำโรคท่ีสำคัญ ได้แก่ โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคเท้าช้าง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-42
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 4
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
จากสถานการณ์โรคติดตอ่ ทม่ี ียุงเป็นพาหะในพื้นที่ พบว่าไข้เลอื ดออก เป็นโรคท่ีพบอตั ราการปว่ ยสงู และมีแนวโน้ม
สงู ข้นึ เร่ือยๆ อำเภอตะโหมด เป็นอำเภอที่พบอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสูงท่ีสุดในจังหวัดพัทลุง โรคมาลาเรีย
เป็นโรคท่ีพบว่าประชาชนจังหวัดพัทลุงมีอัตราการป่วยต่ำ และจากข้อมูลสถานการณ์โรคมาลาเรียปี 2558-2562
อำเภอตะโหมดและอำเภอป่าบอน ไม่มีผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรีย โรคชิคุนกุนยาเป็นโรคท่ีมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนสูง
ทั้งในอำเภอป่าบอนและอำเภอตะโหมด ส่วนโรคเท้าช้าง เป็นโรคที่ไม่พบรายงานผู้ป่วยเป็นระยะเวลานานใน
จงั หวัดพัทลุง
ก. ระยะกอ่ สรา้ ง
ในระยะก่อสร้างอาจมีคนงานก่อสร้างเข้ามาในพ้ืนที่ มีการก่อสร้างบ้านพักคนงาน ซึ่งหากมี
ภาชนะเก็บกักน้ำ ขยะ จะมีโอกาสในการแพร่กระจายยุงพาหะนำโรค โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกและชิคุนกุนยาในพ้ืนท่ีได้
(-3) สำหรับโรคมาลาเรียจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากไม่พบยุงพาหะ และไม่พบโรคมาลาเรียในพื้นท่ี กลุ่มเสี่ยง ได้แก่
คนงานก่อสร้าง ประชาชนในพื้นท่ี (-2)
ข. ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการซ่ึงมีการเก็บกกั น้ำและเพิ่มพ้ืนทชี่ ลประทาน ทำให้ประชาชนมีโอกาสจะ
เกบ็ น้ำเพ่อื อปุ โภคบรโิ ภคในครัวเรือนมากขึ้น อาจทำให้เกดิ เปน็ แหล่งเพาะพันธ์ุยงุ และยุงมจี ำนวนเพม่ิ มากขึ้น ซ่ึงอาจ
ก่อให้เกิดโรคติดต่อที่มยี งุ เป็นพาหะในพ้นื ทเี่ พิม่ มากขึน้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ โรคไขเ้ ลือดออกและชคิ นุ กุนยาซ่ึงเป็นโรคที่
พบในพนื้ ท่ีอยู่เดมิ กลุ่มเสย่ี งไดแ้ ก่ ประชาชนในพ้นื ที่ (-3)
(8) โรคอุจจาระรว่ ง
โรคอจุ จาระร่วงเฉยี บพลันคอื กลมุ่ อาการทีม่ ีการถ่ายอจุ จาระเหลวหรอื เป็นนำ้ และอาจมอี าการ
อาเจียนหรือเป็นไข้ร่วมด้วย เกิดจากสาเหตุได้หลายอย่าง ทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และโปรโตซัว จากข้อมูลทุติยภูมิ
จากอำเภอตะโหมดและป่าบอน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นท่ีพบว่าโรคอุจจาระร่วงจัดเป็นโรคที่
ตอ้ งเฝา้ ระวังทางระบาดวิทยาเป็นอันดับหนง่ึ โอกาสเกดิ การระบาดของโรคอุจจาระร่วงมักเกิดในพ้ืนที่แออัด และมี
การสุขาภบิ าลทไี่ ม่ดี
ก. ระยะกอ่ สรา้ ง
ในระยะก่อสร้างซึ่งมีคนงานเข้ามาในพื้นที่เพ่ิมมากขึ้นและต้องมาอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด หาก
มีการจัดการสุขาภิบาลไม่ดี เช่น จำนวนห้องน้ำห้องส้วมไม่เพียงพอ การจัดการขยะไม่ถูกสุขลักษณะ การจัดหาน้ำด่ืม
สะอาดไม่เพยี งพอ อาจทำใหเ้ กิดการระบาดของโรคอุจจาระรว่ งในพืน้ ท่กี ่อสร้างได้ กลุม่ เสี่ยงไดแ้ ก่ คนงานกอ่ สรา้ ง (-2)
ข. ระยะดำเนนิ การ
ในระยะดำเนินการประชาชนที่ศึกษาในพื้นท่ีโครงการมีแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคอย่าง
เพียงพอ โดยใช้ระบบประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา ส่วนใหญ่ทุกครัวเรือนมีการกำจัดขยะโดยวิธีเผา เมื่อมีโครงการ
ประชาชนในพื้นทจ่ี ะมนี ้ำเพือ่ การบรโิ ภคและอุปโภคอยา่ งเพียงพอตลอดปี มนี ้ำเพ่ือการเกษตร การประมง และเลีย้ ง
สัตว์ และการสุขาภิบาลในครัวเรือนน่าจะมีแนวโน้มท่ีดีย่ิงขึ้น (+1) อย่างไรก็ตามจากการสำรวจคุณภาพน้ำด่ืม ยัง
พบว่าบางตวั อยา่ งมกี ารปนเป้ือนเช้อื แบคทีเรยี จึงควรให้ความร้เู ก่ียวกบั สขุ อนามยั ในการจัดเกบ็ ภาชนะใสน่ ำ้
(9) โรคพยาธทิ มี่ หี อยและปลาเปน็ โฮสตก์ ่ึงกลางนำโรค และพยาธอิ น่ื ๆ
โดยปกติโรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) เป็นโรคท่ีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำจะต้องคำนงึ ถึง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-43
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ การประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อม
เนื่องจากวงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับมีความเก่ียวข้องกับหอยและปลาท่ีอยู่ในแหล่งน้ำ จากข้อมูลทุติยภูมิ จังหวัด
พัทลุงไม่มีผู้ป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับ ประกอบกับการสำรวจไม่พบหอยท่ีเป็นโฮสต์ก่ึงกลางนำโรค และไม่พบตัว
ออ่ นพยาธใิ นปลาท่ีมีศักยภาพในการนำโรค และประชาชนในพื้นท่ีไมม่ ีพฤติกรรมเส่ียง ได้แก่ การบรโิ ภคปลาน้ำจืด
สกุ ๆ ดิบๆ จงึ จัดไดว้ ่า มีความเส่ียงต่อการเกดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั ต่ำ
โรคพยาธิใบไม้เลือด (Schistosomiasis) เป็นโรคที่ต้องศึกษาในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ
เนื่องจากลักษณะการติดต่อของโรค ทค่ี นอาจได้รับตัวออ่ นพยาธริ ะยะที่อย่ใู นน้ำได้ โรคพยาธใิ บไมเ้ ลือด ไม่มีรายงาน
ในประเทศ ประกอบกับการสำรวจ ไมพ่ บหอยทมี่ ีศักยภาพในการนำโรค และไม่พบพยาธิในหนซู ึ่งอาจเปน็ รังโรค จึง
จัดได้ว่า มคี วามเสย่ี งต่อการเกิดพยาธิใบไมเ้ ลอื ดต่ำ
โรคพยาธอิ ่ืนท่ีมีสัตว์น้ำเป็นพาหะ เช่น โรคพยาธิใบไม้ปอด และโรคพยาธหิ อยโข่ง ไม่มีรายงาน
การเกิดโรคในพน้ื ที่ และประชาชนไม่มีพฤตกิ รรมเสี่ยง เช่น บรโิ ภคหอยนำ้ จืด หรือปูนำ้ จืด สกุ ๆ ดบิ ๆ จึงจัดได้ว่า มี
ความเส่ยี งต่อพยาธกิ ลุ่มดงั กลา่ วตำ่
แม้ว่าโรคพยาธิจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญของพ้ืนท่ี แต่จากการตรวจหนูซึ่งอาจเป็นสัตว์รังโรค และ
จากการตรวจอุจจาระอาสาสมัคร พบพยาธิ ไดแ้ ก่ พยาธแิ ส้ม้า ติดตอ่ โดยการกินไข่พยาธทิ ีอ่ าจปนเป้อื นมากับอาหาร
หรือดิน พยาธิสตรองจิลอยด์ และพยาธิปากขอ ซึ่งติดต่อโดยตัวอ่อนพยาธิไชผ่านผิวหนัง จึงควรให้ความรู้เพ่ือ
ปอ้ งกนั การเกิดโรคและลดความเสยี่ งต่อการแพร่กระจายในพ้นื ท่ตี ่อไป
ก. ระยะกอ่ สร้าง
ในช่วงระยะก่อสร้าง อาจมีคนงานก่อสร้างซึ่งเป็นแรงงานต่างถิ่นเข้ามาทำงานในพ้ืนที่ อาจนำ
โรคเข้ามาในพ้ืนท่ีได้ ท้ังน้ีหากมีการสุขาภิบาลของที่พักคนงานท่ีดี จะมีโดยโอกาสท่ีจะเกิดการระบาดของโรคน้อย กลุ่ม
เส่ียงไดแ้ ก่ ประชาชนในพน้ื ทแ่ี ละคนงานก่อสร้าง (-1)
ข. ระยะดำเนินการ
การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำมีผลให้มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์มากข้ึน ซ่ึงอาจส่งผลให้จำนวน
หอยและปลาท่ีมีศักยภาพในการนำโรคเพ่ิมจำนวนมากข้ึนในแหล่งน้ำ อย่างไรก็ตามโรคพยาธิจากหอยและปลาเป็นโรคท่ี
สามารถป้องกันได้ โดยให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ส่วนโรคพยาธิอื่นๆ สามารถป้องกันได้โดย การรักษา
สุขอนามัย เช่น การขับถ่ายในส้วม การสวมใส่รองเท้าเม่ือออกจากบ้าน การล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสอาหารและน้ำดื่ม
จะย่ิงช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคได้ กลุ่มเส่ียงได้แก่ ประชาชนในพ้ืนที่และประชาชนท่ีมีพฤติกรรมการบริโภคหอย ปู
ปลาน้ำจืดทปี่ รุงสุกๆ ดบิ ๆ (-1)
(10) โรคเลปโตสไปโรซิส
โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉหี่ นู เป็นโรคของสตั ว์ท่ีสามารถติดต่อมาสู่คนซึ่งเปน็ กล่มุ อาการของ
โรคจากเชื้อแบคทีเรียท่ีติดต่อมาจากสัตว์หลายชนิด เช้ือจะถูกปล่อยออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเช้ือ และ
ปนเป้ือนอยู่ตามน้ำ ดินที่เปียกช้ืน หรือพืช ผัก เช้อื สามารถไชเขา้ สู่รา่ งกายทางผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน
และเยอ่ื บุของปาก ตาจมูก นอกจากนยี้ งั สามารถไชเข้าทางผวิ หนังปกตทิ ีอ่ ่อนน่มุ เน่อื งจากแช่น้ำอยู่เป็นเวลานาน คน
มักตดิ เช้อื โดยอ้อมขณะย่ำดินโคลน แช่น้ำท่วมหรือวา่ ยนำ้ หรืออาจติดโรคโดยตรงจากการสัมผสั เช้ือในปัสสาวะสัตว์
หรือเน้อื สตั วท์ ี่ปนเปือ้ นเชื้อ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-44
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดล้อม
ก. ระยะก่อสร้าง
ในช่วงระยะกอ่ สรา้ งไม่มผี ลกระทบ (0)
ข. ระยะดำเนินการ
การพัฒนาโครงการอาจมีผลให้แหล่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์มากข้ึน คนทำอาชีพเกษตรกรรม
เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์มากข้ึน อาจทำให้มีโอกาสรับสัมผัสกับเชื้อในสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น จากสภาพปัจจุบัน พบว่าใน
จังหวัดพัทลุงยังมีปัญหาโรคฉ่ีหนู โดยเฉพาะในพ้ืนที่ศึกษา คือ อำเภอป่าบอนและอำเภอตะโหมด จัดว่ามีอัตราป่วยสูงกว่า
อัตราป่วยเฉล่ียของจังหวัด จึงมีความเสี่ยงท่ีอัตราการเกิดโรคในพ้ืนที่จะเพ่ิมมากขึ้น กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกรที่มีโอกาส
สมั ผัสกบั น้ำ ดิน และปศุสัตว์ (-3)
4.5.4 การท่องเที่ยว กีฬา แหลง่ นันทนาการ และสนุ ทรยี ภาพ
1) กรณีไม่มีโครงการ
บริเวณพ้ืนที่โครงการอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด
จังหวัดพัทลุง และอำเภอที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ อำเภอป่าบอน และอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง พบว่า มีจุดชมวิวควนตา
คม น้ำตกตะโหมด น้ำตกลาดเตย น้ำตกโตนสะตอ และภูบรรทัด เป็นแหล่งท่องเท่ียวในพื้นที่ที่สำคัญ รูปแบบการพักผ่อน
หย่อนใจและแหล่งท่องเท่ียวเดิมโดยรอบส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเท่ียวทางประวัติศาสตร์ มากท่ีสุด รองลงมาเป็นแหล่ง
ทอ่ งเท่ียวตามธรรมชาติ ตามลำดับ กจิ กรรมการพักผอ่ นหย่อนใจเป็นของชาวไทยเป็นหลัก
2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
กิจกรรมการก่อสร้างอาจจะส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวและการท่ องเท่ี ยวบ้างบางแห่งท่ีอยู่
ในเสน้ ทางคมนาคมเดียวกันกับโครงการทจี่ ะต้องใช้ในการขนส่งวสั ดุกอ่ สร้าง เช่น นำ้ ตกโตนสะตอ แตผ่ ลกระทบจะเกดิ ข้ึน
ในระดับน้อยมาก (-1) เน่ืองจากปริมาณการขนส่งของโครงการมีไม่มากนัก และเป็นผลกระทบช่ัวคราว ในระยะก่อสร้าง
โครงการ
(2) ระยะดำเนินการ
ด้านการท่องเท่ียว บริเวณพื้นท่ีหัวงาน อ่างเก็บน้ำอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสงวนแห่งชาติป่า
เทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ลักษณะพื้นท่ีทำให้มีศักยภาพเป็นแหล่ง
ท่องเท่ียวพักผ่อนหย่อนใจและเส้นทางสำรวจธรรมชาติที่โครงการสามารถพฒั นาให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวในระดับท้องถนิ่ ได้
1 แห่ง คือ น้ำตกโตนสะตอ นอกจากนี้ การพัฒนาอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่ง
ทอ่ งเทย่ี วยงั ช่วยเพ่มิ โอกาสในการปรบั ปรงุ เส้นทางถนนตรวจการของเขตรักษาพนั ธส์ุ ตั ว์ป่าเขาบรรทัด
ด้านสุนทรียภาพ พ้ืนที่บริเวณโครงการและพ้ืนที่ข้างเคียง เป็นพื้นที่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง
รวมถงึ การก่อสร้างอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกวั่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้เกิดพื้นทน่ี ้ำเพิ่มในบรเิ วณพืน้ ท่ีราบ
เชิงเขา ทำให้เกดิ ความสวยงามของทัศนียภาพ และในขณะเดียวกันอาคารและองค์ประกอบของโครงการกจ็ ะส่งผล
กระทบด้านลบต่อความสวยงามของพื้นท่ี เน่ืองจากเป็นสิ่งปลกู สร้างเกิดขนึ้ ใหม่และมีรปู รา่ งขัดแย้งกับธรรมชาติ แต่
เน่อื งจากพน้ื ที่กอ่ สร้าง อยู่ห่างจากถนนทางหลวงสายหลักและเส้นทางท่องเท่ียว บรเิ วณใกล้เคยี งอา่ งเก็บน้ำไมไ่ ด้เป็น
พ้ืนที่ชุมชนท่ีหนาแน่น รวมทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนา
แหล่งนำ้ ขนาดกลางจึงคาดวา่ จะไมส่ ่งผลกระทบทางสายตามากนัก ทงั้ นี้ควรปรบั ปรุงภูมทิ ศั น์โดยรอบอา่ งเก็บน้ำและ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-45
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
บริเวณพื้นที่หัวเข่ือนเพ่ือลดผลกระทบทางสายตาและปรับให้สภาพหัวเขื่อนของโครงการให้กลมกลืนกับสภาพ
ธรรมชาติโดยรอบมากข้นึ จงึ คาดวา่ ผลกระทบด้านบวกตอ่ การทอ่ งเท่ียวและสุนทรียภาพในระดบั ปานกลาง (+3)
4.5.5 แหลง่ โบราณคดีและประวัตศิ าสตร์
1) กรณไี มม่ ีโครงการ
ผลการสำรวจภาคสนามในพ้ืนท่ีศกึ ษาตามโครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้าน
เหมอื งตะกว่ั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง พบหลักฐานทางโบราณคดใี นพนื้ ที่นำ้ ท่วม หรืออ่างเก็บนำ้ โดย
พบเครื่องมือหินกะเทาะ และเครื่องมือสะเก็ดหินตามแนวลำคลองเหมืองตะก่ัว ในขณะท่ีพื้นท่ีรับประโยชน์ไม่พบ
หลักฐานทางโบราณคดจี ากการเดนิ สำรวจ
2) กรณีมโี ครงการ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
ในพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำ พบเครื่องมือหิน และเคร่ืองมือสะเก็ดหินกระจัดกระจายทั่วไปตามแนวลำคลอง
เหมืองตะกวั่ ดังนัน้ จงึ ประเมนิ ได้ว่า กิจกรรมการกอ่ สร้างต่างๆ จะสง่ ผลกระทบต่อหลักฐานทางโบราณคดีในระดับมาก(-4)
(2) ระยะดำเนนิ การ
เม่ือโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ หลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้จะอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ จึงประเมินได้
ว่า หลักฐานทางโบราณคดจี ะไดร้ บั ผลกระทบในระดับมาก (-4)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-46
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 5
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
บทท่ี 5
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
5.1 คำนำ
จากการศึกษาสภาพทรัพยากรส่ิงแวดล้อมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการ
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ นำมาพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขและลด
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ีเหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฎิบัติ เพื่อให้การพัฒนาโครงการน้ีส่งผลกระทบต่อคุณภาพ
สิ่งแวดลอ้ มและราษฎรที่อาศัยอยใู่ นพนื้ ทีโ่ ครงการนอ้ ยท่ีสุด
5.2 ทรพั ยากรสิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพ
5.2.1 สภาพภูมปิ ระเทศ
1) ระยะก่อสร้าง
การก่อสร้างหัวงานเข่ือนและอาคารประกอบ รวมทัง้ ถนนทดแทน และระบบท่อส่งน้ำ ต้องควบคุมให้
ดำเนินการเฉพาะขอบเขตพื้นที่ท่ีกำหนดหรือกันเขตไว้เท่านั้น เพ่ือไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นท่ีป่าไม้ท่ีอยู่ใกล้เคียง
รวมท้ังป้องกันการรบกวนการใช้พน้ื ที่ของชุมชนบรเิ วณใกล้เคยี งพื้นทกี่ ่อสรา้ ง และหลงั จากการก่อสรา้ งแล้วเสร็จใหม้ ี
การปรับปรุงภูมิทัศน์โดยปลูกต้นไม้บริเวณพ้ืนที่หัวงานในบริเวณท่ีว่าง เพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม โดยใช้พันธ์ุไม้
ท้องถิน่ โตเร็ว เพอ่ื สรา้ งความกลมกลืนใหก้ ับสภาพแวดลอ้ ม
2) ระยะดำเนนิ การ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะดำเนินเป็นผลกระทบทางบวกต่อสภาพภูมิประเทศ จากการปรับปรงุ ภมู ิทัศน์
และพื้นทโ่ี ดยรอบใหม้ คี วามสวยงามและกลมกลนื กับสภาพธรรมชาติ จงึ ไม่มมี าตรการป้องกนั แก้ไข
5.2.2 ลกั ษณะภมู ิอากาศ
1) ระยะก่อสร้าง
เนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนในระยะก่อสร้างโครงการ ท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และอุตุนิยมวิทยาในพ้ืนที่โครงการ มีค่อนข้างน้อย จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาและอุปสรรคจากสภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยาท่ีเกิดจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตก
เฉียงใต้ที่พัดผ่านพื้นที่โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างโครงการ จึง
กำหนดให้วางแผนงานก่อสรา้ งเขื่อนและอาคารประกอบต่างๆ ในบริเวณลำน้ำให้ดำเนินการก่อสร้างเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง
(เดือนกมุ ภาพันธ์-เมษายน) เพือ่ หลีกเล่ียงปัญหาการกัดเซาะและชะลา้ งจากปริมาณนำ้ หลาก
สำหรับผลกระทบในด้านฝุ่นละอองจากการก่อสร้างต่อชุมชนบา้ นเหมืองตะกวั่ ซึ่งตั้งอย่ดู า้ นเหนือของ
พื้นท่ีหัวงานประมาณ 2 กิโลเมตร กำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ โดยให้มีการฉีดพรมน้ำ
บริเวณเส้นทางการขนส่งวสั ดุอุปกรณ์ และบริเวณพื้นทีก่อสรา้ งที่อาจมฝี ุ่นฟุ้งกระจาย วัสดุกอ่ สร้างท่ีฟงุ้ กระจายหรือ
ถูกชะล้างได้ง่ายต้องจัดเก็บไว้ภายในโรงเรือนหรือกองในพื้นท่ีที่ท่ีจัดเตรียมไว้และคลุมด้วยผ้าพลาสติกให้เรียบร้อย
หลีกเล่ียงการกองวัสดุก่อสร้างประเภทดิน ทราย หิน หรือคอนกรีตตามบริเวณริมลำน้ำทุกแห่ง รวมท้ังกำหนดให้มี
การตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเป็นระยะๆ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจขึ้นข้ึนจากกิจกรรมการ
กอ่ สร้างของโครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-1
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 5
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
2) ระยะดำเนินการ
ผลกระท บที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนิน การโครงการอ่างเก็บ น้ำ บ้ าน เหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่ในระดับน้อยมาก หรือเกิดข้ึนจำกัดเฉพาะในบริเวณพื้นท่ีโครงการ
เท่านน้ั จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขหรือลดผลกระทบ แต่ยงั จำเปน็ ต้องมีมาตรการปฎิบัตทิ ั่วๆ ไป
ในการควบคุมดูแลอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั ไม่ให้มกี ารระบายของพชื นำ้ ตา่ งๆ เช่น ผกั ตบชวา จอก สาหร่าย ฯลฯ
ท้ังน้ีเพ่ือลดการสูญเสียน้ำจากการคายน้ำของพืช หากพบพืชน้ำเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจำเป็นต้องรบี กำจัดโดยทันที
โดยใช้แรงงานคนหรือเครื่องจักรกลเปน็ หลกั และต้องไมใ่ ห้ใชส้ ารเคมีกำจดั อย่างเดด็ ขาด
5.2.3 ทรัพยากรดนิ
1) ระยะก่อสรา้ ง
(1) กำหนดขอบเขตพ้ืนท่ีก่อสร้างโครงการให้ชัดเจน เพ่ือลดปริมาณดินที่ถูกรบกวนจากการขุดเจาะ
หรือปรับพื้นที่เฉพาะในบริเวณพ้ืนที่ก่อสร้าง ไม่ควรขยายพื้นที่ออกไปมากกว่าพ้ืนท่ีกำหนด ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้
รบกวนทรัพยากรดิน ในบริเวณพ้ืนท่ีโดยรอบ หรือพ้ืนท่ีใกล้เคียงกับพื้นท่ีก่อสร้าง และยังช่วยลดผลกระทบจาการ
สญู เสยี ทรพั ยากรดินออกไปจากพ้ืนที่ให้มปี ริมาณเท่าทจี่ ำเปน็
(2) กิจกรรมการกอ่ สร้างโดยเฉพาะส่วนท่ีเป็นหัวงานเข่ือน และอาคารประกอบ เช่น งานถางป่า งานขุด
ลอกหน้าดิน งานถมดินและบดอัด ควรดำเนินการให้แลว้ เสร็จในช่วงฤดูแล้ง ท้ังนี้เพ่ือป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
และพัดพาดนิ ลงส่แู หลง่ น้ำ
(3) ผลกระทบที่เกิดจากการขุดดิน การขนย้ายดิน และการปรับถมบดอัดดิน เพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
หวั งานเขอ่ื น และอาคารประกอบ จะทำใหเ้ กดิ ฝุ่นฟุ้งกระจาย และทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินได้ เสนอแนะให้ใช้
หลักวิธีการปฏิบัติในการก่อสร้างที่ถูกต้องและเหมาะสม เช่น การปรับถมพ้ืนท่ีโดยวิธีที่ถูกต้องตามหลักการทาง
วิศวกรรรม การปรับความลาดเอียงพื้นท่ีให้เหมาะสม เช่น การทำขั้นบันได การบดอัดดินเท่าที่จำเป็น และใช้
เครื่องจักรกลทมี่ ีขนาดเหมาะสม ก็จะชว่ ยลดการชะล้างพังทลายของดนิ ลงได้ นอกจากน้ันการฉดี น้ำรดในบริเวณเส้นทาง
การขนส่ง กส็ ามารถช่วยลดการฟงุ้ กระจายของฝุน่
(4) บริเวณที่มีการเปิดหน้าดิน ควรมีการปรับแต่ง พ้ืนที่และปลูกพืชคลุมดิน และต้นไม้สำหรับบริเวณ
พื้นที่โดยรอบขอบอ่างเก็บน้ำ และบริเวณพ้ืนท่ีก่อสร้างอ่ืนๆ ท่ีมีพ้ืนที่ว่างเปล่า รวมทั้งควรมีการปลูกหญ้าแฝกร่วมด้วย
เพอ่ื ปอ้ งกันการชะลา้ งพงั ทลายของหน้าดิน
(2) ระยะดำเนินการ
ควรมีการส่งเสริมจัดฝกึ อบรมใหเ้ จ้าหน้าท่ีและเกษตรกรรจู้ ักวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพ่ือป้องกันลดการ
ชะล้างพังทลายของดนิ และการใช้นำ้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ นอกจากนั้นใหม้ คี วามรู้เกี่ยวกับเรื่องของการปรบั ปรุงบำรงุ ดิน
เพ่ือเพิ่มศกั ยภาพของดินในการผลิตพืช โดยการใช้วัสดุปรบั ปรงุ ดนิ เช่น วสั ดุปูน ท่ีชว่ ยแก้ไขสภาพความเป็นกรดของดิน
รวมถึงวิธีการเพ่ิมความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีท่ีถูกต้อง และการไถกลบเศษเหลือของพืช
ลงไปในดินแทนการเผาทิ้ง การปลูกพืชหมุนเวียนหลายชนิดท่ีช่วยส่งเสริมศักยภาพของดินในการปลกู พืชให้ดีขึน้ รวมถึง
การเลอื กชนิดพชื และหรอื พนั ธุ์ใหเ้ หมาะสมกับศกั ยภาพของดิน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
5-2
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 5
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
5.2.4 ธรณีวทิ ยาและการเกิดแผน่ ดนิ ไหว
1) ระยะกอ่ สร้าง
(1) ด้านธรณีวิทยาฐานราก เนื่องจากชัน้ หินฐานรากมีหลายบริเวณท่ีมีคา่ อัตราการรั่วซึมของน้ำผ่าน
ช้นั หินอยู่ในเกณฑ์ตำ่ มากถงึ ปานกลาง คือ มคี ่าการรั่วซึมของน้ำอยู่ในช่วง 0.00-5.43 Lugeon และสามารถประเมิน
ไดว้ ่าความสามารถในการกกั เก็บน้ำในพน้ื ทีอ่ ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกั่วอยู่ในเกณฑ์คอ่ นข้างดี
(2) แผ่นดินไหว เน่ืองจากท่ีต้ังโครงการต้ังอยู่พ้ืนที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวท่ีมีระดับความรุนแรง I-III
เมอร์คัลลี (คนธรรมดาจะไม่รู้สึก แต่เครื่องวัดสามารถจับได้) มีความเสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายในระดับน้อย
ดังน้ันเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อการเกิดการพังทลายหรือควา มเส่ียงจาก
แผ่นดินไหวจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงการออกแบบก่อสร้างให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเกิดแผน่ ดินไหวในพ้ืนท่ี
โครงการ
2) ระยะดำเนนิ การ
ผลกระทบด้านธรณีวิทยาฐานรากและแผ่นดินไหวได้มีการพิจารณาแก้ไขตั้งแต่การออกแบบ
รายละเอียดและในการก่อสร้างโครงการแล้ว ในระยะดำเนินโครงการจึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพธรณีวิทยาและ
แผน่ ดนิ ไหว
5.2.5 วัสดุท่ีใชใ้ นการกอ่ สร้างเขือ่ น
1) ระยะก่อสรา้ ง
ผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการขนส่งวัสดุที่ใช้ก่อสร้างจากแหล่งต่างๆ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการ
คมนาคม ซึ่งกรมชลประทานต้องดำเนินมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบ รว่ มกับมาตรการป้องกันแก้ไขและ
ลดผลกระทบด้านคมนาคม
2) ระยะดำเนินการ
ระยะดำเนินการไม่มผี ลกระทบตอ่ แหล่งวสั ดทุ ่ใี ช้กอ่ สร้าง จงึ ไม่มมี าตรการปอ้ งกนั แก้ไข
5.2.6 แหล่งแร่
การดำเนินโครงการไม่มีผลกระทบต่อแหล่งแร่ จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดมาตรการตรวจสอบผลกระทบต่อ
แหล่งแร่
5.2.7 การตกตะกอนและการกดั เซาะ
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
(1) กิจกรรมการสร้างโครงการมีผลกระทบต่อการตกตะกอนในระดับน้อย เนื่องจากจะมีการสร้าง
ทำนบกันแยกบริเวณก่อสร้างเพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลผ่านเขา้ มาในบรเิ วณหน้างาน ประกอบกับมีการวางแผนการผัน
นำ้ ในขณะกอ่ สร้างเขื่อนในช่วงฤดูแลง้ แต่เพือ่ เปน็ การป้องกนั ตะกอนท่ีจะเกิดการไหลชะลา้ งตะกอนดนิ ลงสู่แหล่งน้ำ
ดา้ นท้ายน้ำ จงึ เสนอให้ทำบอ่ ดักตะกอนในเขตพ้ืนที่กอ่ สรา้ งหัวงานโครงการเพ่ือลดปญั หาตะกอนไหลลงคลองเหมอื ง
ตะกวั่ ดา้ นทา้ ยนำ้
(2) ดา้ นการกดั เซาะในระยะกอ่ สรา้ งโครงการ ต้องวางแผนการกอ่ สรา้ งโดยพยายามหลีกเลี่ยงงานขดุ
เปิดหน้าดิน และงานด้านฐานรากในช่วงฤดูฝน ในกรณีท่ีไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องใช้หลักปฎิบัติในการก่อสร้าง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
5-3
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 5
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ที่เหมาะสม และทำด้วยความระมดั ระวัง เช่น ดำเนินการขุดเปดิ หน้าดินใหเ้ สร็จสิ้นโดยเร็วและบดอดั พ้ืนทีด่ ิน รวมท้ัง
การปลูกหญ้าหรือต้นไม้คลุมดินเพื่อลดการกัดเซาะผิวดิน นอกจากนี้ควรจัดให้มีมาตรการดักเศษวัสดุ ดิน หิน และ
ตะกอน จากกิจกรรมการก่อสร้าง และการกองวัสดุก่อสร้างไม่ให้ถูกชะล้างลงสู่ลำน้ำมากเกินไป เช่น การทำบ่อ
ดักตะกอนหรือทำคันดักตะกอน เป็นต้น การจำกัดพื้นท่ีที่กองดินจากการขุดให้อยู่ในพ้ืนที่ก่อสร้างเพื่อป้องกันการ
รบกวนพื้นที่ใกล้เคียง ในบริเวณพ้ืนที่ลาดเทมากให้พิจารณาทำกองดินหรือเป็นบันไดและภายหลังเสร็จส้ินงาน
ก่อสร้างแล้วให้นำดิน หิน และเศษวัสดุก่อสร้างอ่ืนๆ มากองให้เป็นระเบียบและปลูกต้นไม้ หญ้า หรือพืชคลุมดิน
ในบริเวณกอ่ สร้างอื่นๆ ท่อี าจมีปญั หาการกดั เซาะให้เร็วทส่ี ุด
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) ต้องดำเนินการตามมาตรการดูแลรักษาป่าต้นน้ำอย่างเคร่งครัดเพ่ือไม่ให้มีการบุกรุกถางป่า
เพ่มิ เติมซ่งึ เปน็ สาเหตใุ ห้มีตะกอนไหลเข้าอา่ งเก็บนำ้ มากกวา่ ทป่ี ระเมินไว้
(2) ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวรอบพื้นท่ีเก็บกักน้ำในเขต Draw Down Zone ซ่ึงจะเป็น
ประโยชน์ในการป้องกันดินพังทลายลงไปในอ่างเก็บน้ำและยังเป็นการช่วยรักษาหน้าดินเหนืออ่างเก็บน้ำ ทำให้ดิน
อุดมสมบรู ณข์ น้ึ และยงั เปน็ การชว่ ยให้ป่าไมใ้ นบรเิ วณพ้ืนที่รับน้ำสมบูรณ์ขนึ้ ด้วย
(3) เพ่ือลดปริมาณตะกอนที่จะไหลสู่อ่างเก็บน้ำอันเป็นการยืดอายุการใช้งานของอ่างเก็บน้ำ กรม
ชลประทานต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง (ได้แก่ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เป็นต้น) ในการสำรวจตรวจสอบพน้ื ทีต่ ้นน้ำที่มีสภาพเส่ือมโทรม และทำการปลกู ปา่ หรือพืชปกคลุมดินบริเวณต้นน้ำ
ทถ่ี ูกทำลาย ตลอดจนดแู ลบำรุงรักษาและปอ้ งกันการบุกรกุ โค่นถางป่าอย่างจรงิ จัง สว่ นพน้ื ทีท่ ี่ได้ถกู บกุ รกุ เพ่ือทำการ
เกษตรกรรมไปแล้วควรให้มีการฟ้นื ฟูพนื้ ทน่ี นั้ ดว้ ยการปลูกสวนปา่ ทดแทน
(4) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ/หรือประชาสัมพันธ์/ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรให้มี
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียนตลอดปี เพ่ือปกคลุมหน้าดินและ
การปลกู ไม้ผล/ไมย้ ืนต้นแทนการปลูกพชื ไร่ในพ้นื ที่ลาดชนั เป็นต้น
5.2.8 อทุ กวิทยาและคณุ ภาพน้ำผิวดนิ
5.2.8.1 อุทกวทิ ยา
1) ระยะกอ่ สร้าง
ในระยะก่อสร้าง แม้ว่าจะยังไม่มีการเก็บกักน้ำ และจะมีการผันน้ำเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้างเพ่ือไม่ให้เกิด
ผลกระทบต่อการกีดขวางทางน้ำแล้วก็ตาม ยงั จำเปน็ ตอ้ งมมี าตรการดังน้ี
(1) กำหนดแผนกิจกรรมกอ่ สรา้ งท่ีต้องดำเนนิ การในลำนำ้ ให้อยูใ่ นช่วงฤดูแล้งหรือในช่วงทมี่ ีระดับน้ำ
ต่ำสดุ เพอ่ื ลดผลกระทบต่อการไหลของน้ำใหเ้ กิดน้อยทส่ี ดุ
(2) กำหนดการขนาดของเขอ่ื นชั่วคราว (Coffer Dam) และทางผนั นำ้ ให้มขี นาดที่เหมาะสมตามทไี่ ด้
ประเมนิ ไว้ เพ่อื ให้สามารถผนั นำ้ สู่บรเิ วณทา้ ยน้ำเป็นไปโดยสะดวก
(3) การขนย้ายดินและหินท่ีขุดจากบริเวณหัวงานไปยังพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ ต้องปฎิบัติตามมาตรการ
ปอ้ งกันไมใ่ ห้เศษดนิ และหินพงั ทลายลงสู่แหลง่ นำ้ และกีดขวางการไหลของนำ้
2) ระยะดำเนนิ การ
ภายหลังการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ แล้วเสร็จ และมีการส่งน้ำ
ให้กบั พ้ืนท่รี บั ประโยชน์ จะต้องมีการบริหารจัดการนำ้ เพือ่ ลดปัญหาเรอ่ื งการขาดแคลนน้ำ และการแยง่ น้ำโดยเฉพาะช่วงฤดแู ลง้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
5-4
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 5
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
5.2.8.2 คุณภาพนำ้ ผิวดิน
1) ระยะก่อสร้าง
(1) เพื่อลดปัญหาการปนเปื้อนของตะกอนจากกิจกรรมก่อสร้าง วางแผนการก่อสร้างในช่วงฤดูแล้ง
หรือฝนทิ้งช่วง เพราะมีปริมาณนำ้ ในแหล่งน้ำไม่มากนัก และฝนน้อย ท้ังน้ีเพ่ือช่วยลดปัญหาการชะล้างพังทลายของ
หน้าดนิ และความข่นุ ของนำ้ และใชเ้ วลานอ้ ยที่สุดเท่าท่ีเปน็ ไปได้
(2) การสร้างที่พักคนงานและสำนักงานในบริเวณก่อสร้างต่างๆ ควรกำหนดให้อยู่ห่างจากแหล่งน้ำ
ธรรมชาตไิ ม่ตำ่ กวา่ 100 เมตร
(3) จัดกองเศษวสั ดกุ อ่ สรา้ งใหเ้ ป็นระเบียบ และขนย้ายไปท้ิงในบรเิ วณท่เี หมาะสมท่ีหา่ งไกลจากทางนำ้
(4) การแผ้วถางต้นไม้ภายในพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำท่ีระดับสูงสุด +111.65 เมตร (รทก.) ควรดำเนินการให้เสร็จ
สมบูรณ์และนำออกจากพ้ืนที่ให้หมดก่อนทำการเก็บกักน้ำ เพ่ือไม่ให้เกิดปัญหาการเน่าสลายของต้นไม้ ซ่ึงจะมี
ผลกระทบตอ่ คุณภาพน้ำในอา่ งเก็บน้ำในช่วงเปดิ ใช้งานได้
(5) กำหนดให้มีการจัดการระบบสุขาภิบาลในบริเวณท่ีพักคนงานและสำนักงานให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ
เช่น การจัดให้มีบ่อซึม บ่อเกรอะหรือถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป สำหรับห้องสุขา น้ำทิ้งจากห้องอาบน้ำ ลานซักล้าง และ
หอ้ งครัว โดยจดั ให้มที อ่ ระบายมารวมไว้ทเ่ี ดยี วกัน และให้ไหลผา่ นบอ่ ดกั ตะกอนและบอ่ ดกั ไขมันกอ่ นระบายลงสแู่ หล่งน้ำ
(6) กำหนดให้มีการจัดหาถังขยะ ต้ังไว้ตามจุดต่างๆ ในบริเวณก่อสร้างและท่ีพักแล้วรวบรวมนำไป
กำจัดให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลหรือให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องดำเนินการต่อไป และห้ามมิให้มีการท้ิงขยะหรือของ
เสยี ใดๆ ลงสู่แหล่งนำ้ โดยเด็ดขาด
(7) ในการบำรุงรกั ษาเครื่องจักร เช่น การเติมน้ำมันเคร่อื งจักรต่างๆ ต้องระมัดระวัง ไม่ให้มีการหกรั่วไหล
ออกมาและควรทำในพน้ื ท่ที จ่ี ดั เตรยี มไว้เฉพาะ ซึ่งจะตอ้ งมีบอ่ ดกั ไขมนั เพอื่ ป้องกนั การปนเปือ้ นของน้ำมนั ลงสแู่ หล่งน้ำ
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) การป้องกันการปนเป้ือนของสารเคมีการเกษตรและการชะล้างดินตะกอนลงสู่แหล่งน้ำโดยการ
ประสานกับเจ้าหน้าที่ของสถานีพัฒนาท่ีดินจังหวัดพัทลุงและสำนักงานเกษตรอำเภอป่าบอนแนะนำให้เกษตรกรใช้
สารเคมีท่ีย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น สารปราบศัตรูพืชชนิดสารอินทรีย์ฟอสเฟตหรือคาร์บาเมต เป็นต้น การให้
ความรู้เกษตรกรในเรื่องการใช้เคมีภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกต้องในปริมาณเหมาะสมตาม Good Agricultural ของ
กรมส่งเสริมการเกษตร รวมท้ังควรส่งเสริมให้รักษาหญ้าคลุมดินบริเวณคลองตะกั่ว ห้วยบอน เพ่ือป้องกันไม่ให้
สารเคมเี กษตรปนเป้ือนและตะกอนดินลงสู่แมน่ ้ำ
(2) กำหนดมาตรการลดผลกระทบจากน้ำเสียท่ีเกิดข้ึนจากกิจกรรมต่างๆ ท่ีจะเพิ่มขึ้นหลังจากมี
โครงการ เช่น การปศุสตั ว์ การท่องเท่ียว เป็นต้น ให้มีการบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำ สำหรับ
น้ำเสียชุมชนควรมีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ซ่ึงเป็น
หน่วยงานรับผดิ ชอบด้านการกำบัดนำ้ เสียชมุ ชน ให้มีมาตรการควบคมุ การระบายน้ำเสียลงสูแ่ ม่นำ้
(3) ควรมกี ารตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพน้ำผิวดินอย่างน้อยปีละ 2 ครัง้ ในช่วงฤดแู ล้ง และชว่ งฤดูฝน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-5
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 5
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
5.2.9 อทุ กธรณีวิทยาและคุณภาพน้ำใต้ดิน
1) ระยะกอ่ สร้าง
(1) กำหนดให้ท่ีตั้งสำนักงานโครงการและบ้านพักคนงานควรอยู่ห่างจากทางน้ำสาธารณะและบ่อน้ำใต้ดิน
รวมท้ังมีมาตรการทางด้านสุขาภิบาล ได้แก่ การสร้างห้องน้ำห้องส้วม และการจัดให้มีถังขยะอย่างเพียงพอ เพ่ือป้องกันการ
ปนเปื้อนลงสแู่ หล่งนำ้
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) กรมส่งเสริมการเกษตรหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องควรใหค้ วามรู้ และแนะนำเกษตรกรเก่ียวกับการ
ใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม รวมท้ังการแนะนำส่งเสริมวิธีการทางธรรมชาติอื่นๆ
ที่ไม่ใชส้ ารเคมี เพอื่ ปอ้ งกันการตกค้างและลดปัญหาการปนเป้อื นในแหล่งน้ำ
(2) ควรออกแบบการติดต้ังบ่อสังเกตการณ์บริเวณท้ายเขอื่ น เพื่อติดตามระดับน้ำเพ่ือความปลอดภัย
ของตวั เข่อื นและระดบั น้ำใตด้ นิ ในพ้ืนทีท่ ้ายน้ำ
(3) กรมชลประทาน ประสานงานกับหน่วยงานท้องถ่ิน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ในการให้
ข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำใต้ดินของโครงการ เพ่ือให้หน่วยงานดังกล่าวพิจารณาดำเนินการปรับปรุงคุณภาพ
น้ำใต้ดนิ พรอ้ มท้ังประชาสัมพันธใ์ ห้กับชุมชนในท้องถิน่ ทราบ
5.2.10 พ้ืนทีช่ ุ่มน้ำ
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
การก่อสรา้ งหวั งานปิดกั้นลำนำ้ ซ่ึงเปน็ พ้ืนที่ช่มุ น้ำทีม่ ีความสำคญั ระดบั ท้องถิ่น จึงทำใหเ้ กดิ ผลกระทบ
ต่อคุณภาพน้ำและสิง่ มีชีวิตทางน้ำจากตะกอนความขนุ่ ท่เี กดิ จากกจิ กรรมการกอ่ สร้างได้ ซึ่งมาตรการป้องกนั แก้ไขได้
เสนอแนะไว้ร่วมกับหวั ข้อคุณภาพน้ำผวิ ดนิ และสิ่งมีชีวติ ในนำ้ แล้ว
2) ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการเป็นต้องมีมาตรการในการจัดการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำซ่ึงจะช่วยให้ประสิทธิภาพการใช้
งานของอ่างเก็บน้ำได้ประโยชน์สูงสุด ดังน้ันจึงต้องดำเนินมาตรการป้องกันแก้ไขร่วมกับมาตรการปลูกป่ าทดแทน
และการอนรุ ักษ์ดนิ และน้ำ
5.2.11 พน้ื ท่สี ำคัญทางธรณวี ิทยาและภมู ทิ ัศน์
พน้ื ท่ีโครงการไม่มีผลกระทบต่อพ้ืนท่ีสำคัญทางธรณีวิทยาและภูมิทัศน์ จึงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกัน
แกไ้ ข
5.3 ทรัพยากรสง่ิ แวดล้อมทางชีวภาพ
5.3.1 นิเวศวทิ ยาทางนำ้
1) ระยะก่อสรา้ ง
มาตรการเพ่อื ลดผลกระทบจากการมีสิ่งปนเปื้อนและตะกอนลงในแหล่งน้ำ ประกอบดว้ ย
(1) เพ่ือลดปัญหาการปนเป้ือนของตะกอนจากกิจกรรมก่อสร้าง วางแผนการก่อสร้างในช่วงฤดูแล้ง
หรือฝนทิ้งช่วง เพราะมีปริมาณน้ำในแหลง่ นำ้ ไม่มากนัก และฝนน้อย ทั้งน้ีเพื่อช่วยลดปัญหาการชะลา้ งพังทลายของ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
5-6
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 5
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ มาตรการป้องกันและแกไ้ ขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
หนา้ ดนิ และความขนุ่ ของน้ำและใชเ้ วลาน้อยที่สุดเทา่ ทเ่ี ป็นไปได้
(2) ควรกำหนดตำแหน่งการสร้างแคมป์ท่ีพักของคนงานและสำนักงานต่างๆ ในพื้นที่ก่อสร้างต่างๆ
ให้อย่หู ่างจากแหล่งน้ำธรรมชาตใิ นพน้ื ที่โครงการไม่น้อยกว่า 100 เมตร
(3) ควรมีการจัดระบบสุขาภิบาลเบื้องต้นในบริเวณท่ีพักคนงานและสำนักงาน ท้ังนี้เพื่อป้องกัน
สงิ่ ปนเปื้อนต่างๆ ท่ีเกดิ จากน้ำใช้ เช่น การอาบน้ำ การซักล้างเคร่ืองนุง่ ห่ม เคร่ืองครัวและห้องครวั รวมไปถงึ น้ำทใี่ ช้ล้างรถ
โดยจัดท่อระบายมารวมไว้ท่ีเดียวกัน แล้วปล่อยน้ำท้ิงไหลผ่านบ่อดักตะกอนและบ่อดักไขมันก่อนท่ีจะระบายลงสู่
แหล่งน้ำธรรมชาติ และควรมีห้องสุขาท่เี พียงพอต่อสำหรับการใช้งาน เช่น การมีห้องสุขา 1 หอ้ ง ต่อคนงาน 15 คน
น้ำท่ผี ่านห้องสุขาควรมีการกำจัดสง่ิ ปฏิกลู โดยใช้บอ่ เกรอะ บ่อซึม
(4) มีระบบการจัดการขยะมูลฝอยให้จัดถังขนาดต่างๆ ไว้ตามจุดต่างๆ ในบริเวณก่อสร้างและที่พัก
เพื่อเป็นท่ีรวบรวมขยะ แล้วนำไปฝังกลบให้ถูกต้องตามวิธีการในพื้นท่ีห่างจากแหล่งน้ำหรือแจ้งให้หน่วยงานที่
รับผิดชอบดูแลกำจดั ขยะในท้องถิ่นนำขยะท่ีเกิดข้ึนไปกำจัดให้ถูกสุขลักษณะ และห้ามมิให้มกี ารทง้ิ ขยะของเสียใดๆ
ลงสแู่ หล่งนำ้ โดยเดด็ ขาด
(5) การบำรุงรักษาเครือ่ งจักรกลน้ัน การเติมน้ำมันเคร่ืองจักรต่างๆ ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการหกออกมา
และควรทำในพื้นที่เฉพาะทม่ี บี ่อดกั ไขมัน ป้องกนั การปนเป้ือนของนำ้ มนั ลงสแู่ หลง่ น้ำ
(6) กิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ มีกิจกรรมหลักคือการขุดลอกขยายความจุ ฝายน้ำล้นเดิม ซึ่งจะทำให้มี
จำนวนตะกอนในลำน้ำเพ่ิมข้ึนจากเดิมได้บ้าง ดังน้ันกิจกรรมที่เกี่ยวข้องงานดินท้ังหมด ให้ดำเนินการในช่วงฤดูแล้ง
ท่มี ีนำ้ อยู่นอ้ ย
(7) ทางโครงการต้องดำเนนิ มาตรการปอ้ งกันการชะล้างพงั ทลายของดินในช่วงฤดูฝน เช่น การสรา้ ง
คดู ักตะกอนรอบพื้นทีก่ อ่ สร้าง และให้ทางโครงการปฏิบตั ิตามมาตรการลดผลกระทบดา้ นคณุ ภาพนำ้ ผิวดินอย่างเคร่งครดั
2) ระยะดำเนินการ
(1) ทางโครงการดำเนินการจัดหาพันธุ์ปลาเศรษฐกิจที่เป็นปลาในท้องถ่ิน เพื่อปล่อยในแหล่งน้ำใน
พื้นที่โครงการจัดเพื่อสร้างเสริมประโยชน์ด้านการประมงให้กับประชาชน โดยกรมชลประทานจัดตั้งงบประมาณให้
กรมประมงดำเนนิ การ
(2) ดำเนินการฝึกอบรมเพ่ือให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพ้ืนที่ในเรื่องของการทำการประมง
แบบอนรุ ักษ์ เชน่ การใช้เครือ่ งมอื ทถ่ี กู กฎหมาย รวมทงั้ การสนบั สนุนและส่งเสรมิ การประมงน้ำจืด โดยกรมชลประทานจัดต้ัง
งบประมาณให้กรมประมงดำเนินการ
(3) ควรมีการติดตามตรวจสอบนเิ วศวิทยาทางนำ้ อย่างนอ้ ยปีละ 2 ครง้ั ในชว่ งฤดแู ลง้ และชว่ งฤดฝู น
5.3.2 ทรัพยากรปา่ ไม้
1) ระยะก่อสรา้ ง
(1) การพัฒนาโครงการทำให้สูญเสียท่ีดินป่าไม้เป็นการสูญเสียพ้ืนท่ีไปอย่างถาวร และทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจากพ้ืนท่ีป่าเป็นพ้ืนที่อ่างเกบ็ นำ้ ท้งั นี้ ดำเนนิ การปลูกปา่ ทดแทนไม่น้อยกว่า 3 เท่าของ
พ้ืนที่ที่สูญเสียหรือประมาณ 1,404 ไร่ ในพื้นท่ีใกล้เคียงไม่มีสภาพเป็นพ้ืนท่ีป่าไม้หรือพ้ืนที่ท่ีมีสภาพป่าเสื่อมโทรม
หรือป่าเส่ือมโทรมในจังหวดั หรือภูมิภาคเดียวกัน ท้งั นี้ เสนอให้ตอ้ งดำเนินการปลูกป่าทดแทน และฟื้นฟูสภาพป่าที่เส่ือม
โทรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด หรือพ้ืนท่ีนอกเขตป่าสงวนที่ต้องการฟื้นฟูสภาพป่า โดยใช้ชนิดไม้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
5-7
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 5
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ของทอ้ งถนิ่ เปน็ หลัก และเสริมด้วยไม้ที่เจริญเติบโตเร็ว ซึ่งกรมป่าไม้ ตอ้ งจดั หาพน้ื ที่ จัดสรร และขอรับงบประมาณ
สนับสนนุ ตามอัตราคา่ ปลูกป่า ค่าบำรงุ รกั ษาป่าท่ปี ลูก และค่าปลกู เสรมิ พนื้ ท่ีปา่ ซึง่ กำหนดโดยกรมปา่ ไม้ กรมอุทยาน
แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงบประมาณ จากหน่วยงานเจ้าของของโครงการ ได้แก่ กรมชลประทาน
ท้งั นี้ ตอ้ งดำเนนิ การอย่างเร่งด่วนภายใตก้ ารตรวจสอบของผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสียอย่างเปน็ ระบบ
(2) การตดั ฟัน แผ้วถาง และเคลือ่ นยา้ ยต้นไมใ้ นบริเวณพืน้ ท่ีโครงการ ต้องดำเนนิ การเฉพาะในพื้นที่
ที่กำหนดเป็นเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำของโครงการเท่านั้น ท้ังนี้ แนวเขตพื้นท่ีโครงการต้องกำหนดให้ชัดเจน และไม่
ดำเนินการออกนอกเขต โดยต้องมกี ารควบคมุ ที่เข้มงวด
(3) ก่อสร้าง (ถ้ามี) ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการดำเนินโครงการ และต้นไม้ท่ีขุดล้อมออกมา
ต้องนำออกไปปลูกในพ้ืนทอ่ี น่ื ๆ อาจเปน็ บรเิ วณใกลเ้ คียงพ้ืนท่ีโครงการ หรือพน้ื ทส่ี าธารณะประโยชนต์ ่างๆ และตอ้ ง
ดูแลจนต้นไม้รอดตาย ตั้งตัว และเจรญิ เตบิ โตต่อไปได้
(4) การตัดฟนั ต้นไม้ทั้งไม้ยืนต้น รวมท้งั ไม้อ่ืนๆ ในพื้นที่อ่างเก็บนำ้ ของโครงการจะต้องดำเนนิ การให้
ถูกต้องตามหลกั วิชาการปา่ ไม้ ดงั นี้
ก. ควบคุม และระมัดระวังไม่ให้ดำเนินการตัดฟันต้นไม้นอกเขตพ้ืนท่ีก่อสร้าง (พ้ืนที่หัวงาน
อาคารประกอบต่างๆ รวมทั้งอาคารสำนักงาน) และพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำของโครงการ โดยต้องแสดงหรือกำหนดแนว
ขอบเขตพื้นทที่ ่ีจะต้องตัดฟันต้นไมอ้ อก (ตามระดบั ความสงู ของพน้ื ที่ท่ีจะเก็บกักน้ำ) รวมทั้งทำเคร่ืองหมายบนต้นไม้
ท่ีจะต้องตัดฟันออกในขอบเขตโครงการซึ่งต้องทำการตรวจสภาพป่าให้แล้วเสร็จก่อน และต้องเร่ิมดำเนินการเม่ือ
ได้รับการอนุมัตใิ หด้ ำเนนิ โครงการเป็นเอกสารชดั เจน
ข. การตัดฟัน และชักลากไม้ออกจากพ้ืนท่ี ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเร่ิมทำการก่อสร้าง และ
การเก็บกักน้ำ เพื่อไม่ให้แหล่งน้ำเกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำ ท้ังนี้ ในการตัดและทำไม้ออกจากพ้ืนที่ต้องให้หน่วยงาน
ทีร่ ับผดิ ชอบซึ่งอาจเปน็ องคก์ ารอตุ สาหกรรมป่าไม้ หรือผรู้ ับเหมาดำเนนิ การภายใต้มาตรการควบคมุ อยา่ งเคร่งครดั
ค. การตัดฟันและชักลากไม้ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการป่าไม้ ท้ังนี้ เพ่ือไม่ให้เกิดการ
ชะล้างพังทลายของดิน รวมท้ังควรกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขการชะล้างพังทลายของดินในทางชักลาก และไหล่ทาง
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ หากดำเนินการในชว่ งฤดูฝน และเมอื่ งานกอ่ สรา้ งแล้วเสรจ็ จะตอ้ งมกี ารปอ้ งกันผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
โดยการปลูกพชื หรอื ใช้วสั ดคุ ลมุ ดินในเส้นทางลำลองท่ีสรา้ งขนึ้ สำหรับการขนสง่ วสั ดอุ ุปกรณต์ า่ งๆ ด้วย สว่ นการขนส่งท่ี
ผา่ นเส้นทางคมนาคมอนื่ ๆ ตอ้ งระวังปัญหาท่อี าจเกิดข้นึ เชน่ ถนนพัง อุบตั เิ หตุ เปน็ ต้น
ง. เม่ือชักลากไม้ออกจากพื้นที่โครงการแล้ว ควรพิจารณานำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
โดยต้องกำหนดหนว่ ยงานรับผดิ ชอบให้ชดั เจน
จ. การขนส่งวัสดุ และอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ เข้าสู่พื้นที่ก่อสร้าง หรือการชักลากไม้ออกจาก
พ้ืนท่ีก่อสร้าง ควรใช้เส้นทางเดิม หรือทางลำลองท่ีมีอยู่แล้วโดยหลีกเล่ียงการสร้าง หรือขยายเส้นทางเพิ่มเติมที่จะ
ก่อให้เกิดการบุกรุก และทำลายพ้ืนท่ีป่าเพ่ิมมากขึ้น รวมท้ังต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยใช้ระยะเวลาในการ
ดำเนินการให้สั้นท่ีสุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และเส้นทางบริการที่สร้างข้ึนควรทำลาย หรือจำกัดการใช้
ประโยชน์ให้น้อยที่สดุ เมอ่ื การก่อสร้างแล้วเสรจ็ สว่ นเส้นทางคมนาคมนอกเหนือจากที่อยใู่ นบรเิ วณพนื้ ทโ่ี ครงการตอ้ ง
ระมัดระวงั ไมใ่ หเ้ กิดผลกระทบตอ่ เส้นทางตา่ งๆ เหล่านนั้
(5) บ้านพักคนงานก่อสรา้ งตอ้ งไม่อยู่ในเขตพื้นทปี่ า่ อนุรักษ์/เขตรกั ษาพนั ธ์สุ ตั ว์ป่าเขาบรรทดั
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
5-8
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 5
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
(6) กิจกรรมอ่ืนๆ ท่ีอาจส่งผลกระทบต่อพื้นท่ีป่า เช่น พ้ืนที่เก็บกองวัสดุ พื้นท่ีพักค้าง พื้นที่กองดิน
กองหนิ พน้ื ทท่ี ้ิงเศษวสั ดุ เป็นต้น ควรหลกี เล่ียง หรอื รบกวนการใช้พืน้ ท่ปี า่ ให้นอ้ ยที่สุด
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) หน่วยงานเจ้าของโครงการซ่ึงได้แก่ กรมชลประทาน ต้องสนับสนุน/จัดสรรงบประมาณให้กับ
หนว่ ยงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับผดิ ชอบในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เพื่อดำเนนิ กิจกรรมด้านการปลูกป่า การฟื้นฟูระบบนเิ วศ
การปลูกเสริมป่า และกิจกรรมต่างๆ ในการอนุรักษ์ และป้องกันพ้ืนท่ีป่า รวมท้ังสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมการ
อนรุ ักษ์ และการมีสว่ นร่วมในการจดั การทรพั ยากรให้กับชุมชนในทอ้ งถ่นิ
(2) การปลกู ป่าเพ่ือฟนื้ ฟสู ภาพปา่ และระบบนเิ วศที่เสือ่ มโทรม การปลูกเสริมป่า และการบำรงุ รกั ษาป่า ควร
มอบหมายให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง หน่วยงานท่ีดูแลพ้ืนท่ี และมีความเชี่ยวชาญในการปลูกป่าเป็นผู้ดำเนินการ โดยใช้
แนวทางการฟ้ืนฟูป่าเลียนแบบธรรมชาติ ทั้งนี้ จากสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งพื้นท่ีได้ถูกบุกรุกแผ้วถางจนสภาพป่า
เส่ือมโทรมลง ซึ่งต้องทำการปลูกป่าทดแทน และปลูกเสริมป่าที่เหลืออยู่ ท้ังน้ี แนะนำให้ปลูกพืชท่ีเป็นชนิดพันธ์ไม้ด้ังเดิม
ของทอ้ งถนิ่ ส่วนบริเวณทยี่ งั มีสภาพป่าหลงเหลอื อยู่ สามารถใชว้ ิธกี ารปลูกเสริมสภาพปา่ เดิมซงึ่ ควรเป็นไมท้ พ่ี บในทอ้ งถนิ่ น้ัน
เช่นกัน หรือปล่อยให้ป่าฟ้ืนคืนสภาพเองตามธรรมชาติ แต่ต้องมีการติดตามตรวจสอบ การบำรงุ รักษา และตรวจตราพนื้ ท่ี
แปลงปลกู ป่า และพ้นื ท่ปี า่ อยา่ งสม่ำเสมอ
(3) การให้ความรู้แก่ราษฎรในท้องถ่ินโดยเฉพาะราษฎรท่ีอาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคยี งบริเวณพนื้ ท่ีโครงการ
และพ้ืนท่ีโดยรอบ เพ่ือให้รู้ถึงคุณค่าของป่าไม้ ซ่ึงจะช่วยในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าและหยุดย้ังการบุกรุกทำลายพื้นท่ีป่าไม้
ที่ยังหลงเหลอื อยูใ่ นพ้ืนทโ่ี ครงการ รวมทัง้ เพ่ือสร้างกระบวนการมีส่วนรว่ ม และความรว่ มมือในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดล้อมของท้องถิน่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ หนว่ ยงานในทอ้ งถิน่ และภาคเอกชน
5.3.3 ทรพั ยากรสตั วป์ ่า
1) ระยะก่อสรา้ ง
(1) ลดการเปดิ พื้นท่ดี ำเนินการให้น้อยลง/เท่าทีจ่ ำเปน็ ทสี่ ดุ เช่นความกว้างของถนน/เสน้ ทางสัญจรที่
จะนำวสั ด/ุ อุปกรณ์ตา่ งๆ เข้าไปในพ้ืนทโ่ี ครงการฯ
(2) มีกฎทเ่ี ขม้ งวดและจริงจงั เพ่ือมิให้มีการลา่ /จบั สตั วป์ ่าทุกชนิด
(3) ในการดำเนินการควรดำเนินการทวนกระแสน้ำ เพื่อให้สัตว์ป่ามีโอกาสหลบ/อพยพไปยังพ้ืนท่ี
ธรรมชาติทอี่ ย่ใู กลเ้ คยี ง/ตดิ กันได้ และเพ่อื ให้แหลง่ น้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงจากสภาพปจั จุบันนอ้ ยทสี่ ดุ
(4) การสรา้ งท่พี ัก/บา้ นพักควรหลีกเล่ียงพื้นท่ีทเ่ี ป็นท่ีอยู่/อาศัยของสัตวป์ ่า เช่น พ้ืนที่ที่เปน็ แหล่งน้ำ
พน้ื ทท่ี ม่ี พี ืชปกคลมุ ดนิ อยมู่ าก และพน้ื ทท่ี ี่อย่ใู กลป้ ่า/พื้นท่อี นรุ กั ษ์/เขตรักษาพันธสุ์ ตั วป์ ่าเขาบรรทดั
(5) ระยะเวลาในการดำเนนิ การกอ่ สรา้ งควรเรม่ิ ในเวลา 8.00 น. และหยดุ ก่อนเวลา 18.00 น.
(6) ควรนำวสั ดทุ กุ ชิ้นโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงอาหาร/เศษอาหาร/ถุงพลาสตกิ /ภาชนะทใ่ี สอ่ าหารออกจาก
พื้นที่ หรอื จัดเก็บใหเ้ ปน็ ที่ และมิดชดิ เพือ่ ป้องกันสัตว์ท่เี ป็นพาหะนำโรค เช่น หนู
(7) เข้มงวดและออกกฎอย่างรุนแรงต่อผู้ทำน้ำมัน/ของเหลว หรือส่ิงอ่ืนๆ ท่ีประกอบด้วยสารเคมี
ไหลลงแหลง่ นำ้ รวมถงึ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอ้ มของลำน้ำ หรอื ผิวดนิ
(8) ปรึกษาผู้มีความรู้เก่ียวกับสัตว์ป่าในการดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือ/จับอย่างถูกวิธีกรณีพบ
เห็นสัตวป์ า่ ในขณะทำงาน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
5-9
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกวั่ บทท่ี 5
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
(9) วางแผนการอพยพและช่วยเหลือสัตว์ป่าแต่ละชนิดให้เหมาะสม เพ่ือไม่ให้เกิดการสูญเสียของ
สัตว์ปา่
(10) ทำแนวป้องกันบริเวณก่อสร้างเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน การชะล้างฝุ่น/ดินที่เกิดจากการ
ก่อสรา้ งลงสู่แหลง่ นำ้ ทีส่ ัตวป์ า่ ใชป้ ระโยชน์
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) ปลูกต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร แหล่งเกาะพัก และอย/ู่ อาศยั ทดแทนของเดิมที่ถูกตัด/เคลื่อนย้าย
ออกไปท้ังในพนื้ ทโ่ี ครงการ และพน้ื ทใ่ี กล้เคยี ง
(2) จัดตงั้ หนว่ ยพิทักษ์เขตรักษาพันธส์ุ ัตวป์ ่าเขาบรรทัด แบบถาวรบริเวณใกล้กับพ้ืนท่ีหัวงานฝั่งซ้าย
เพื่อผู้ดำเนินโครงการฯ จะได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติอย่างย่ังยนื อีกทั้งยังป้องปราม/ดูแล
สตั วป์ ่าทเี่ ขา้ มาใชป้ ระโยชนพ์ ืน้ ท่ีโครงการฯ และพ้ืนท่ีใกล้เคยี งอยา่ งท่วั ถงึ
5.4 คุณค่าการใชป้ ระโยชนข์ องมนษุ ย์
5.4.1 ระบบชลประทานและเกษตรกรรม
ระยะดำเนินการ กรมชลประทานประสานขอความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
โดยสำนักงานเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ช่วยเหลือด้านวิชาการและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการผลิต
ด้านการเกษตร ดังน้ี
(1) ด้านการส่งเสริมการผลิต เช่น การลดต้นทุนการผลิตพืชโดยใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในท้องถิ่น
เพือ่ การผลิตพืชและสตั วแ์ บบครบวงจร การทำการเกษตรสมัยใหม่ หรือแบบเศรษฐกจิ พอเพยี งตามแนวพระราชดำริ
ตง้ั แต่การผลิตจนถึงการแปรรูป สง่ เสรมิ แนะนำหรอื แจกพันธ์ุพชื ท่เี หมาะสม รวมท้ังให้ความชว่ ยเหลอื ทางด้านปัจจัย
การผลิตอนื่ ๆ เช่น ปยุ๋ สมุนไพรกำจดั ศตั รูพชื เปน็ ต้น
(2) สนับสนุนและส่งเสริมการรวมตัวเป็นกลุ่มของเกษตรกรตามชนิดพืช/สัตว์ที่ผลิต หรือตาม
กิจกรรมท่ีเกษตรกรทอ้ งถิ่นทำร่วมกัน การให้คำแนะนำเพ่อื ให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชนส์ ูงสุด
แก่สมาชกิ เชน่ กลมุ่ ปลกู สละ กล่มุ ผ้ปู ลกู ผกั กลุ่มผู้ปลกู ผัก กล่มุ ผู้ใชน้ ำ้ หรอื กลมุ่ เลยี้ งปศุสตั ว์ ฯลฯ
(3) แนะนำและอบรมให้เกษตรกรท้องถน่ิ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั ชนดิ และปริมาณการใช้ปยุ๋ เคมี
และปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กันไป ตลอดจนช่วงเวลาการใช้ที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อลดการชะล้างปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ หรือ
เนน้ ให้มีการอนุรกั ษ์ดินและการใชป้ ุ๋ยอนิ ทรยี ์เพิ่มการบำรงุ ดนิ
(4) ฝกึ อบรมให้เกษตรกรท้องถน่ิ มคี วามรแู้ ละความเข้าใจเกีย่ วกับการกำจัดศตั รูพชื โดยวิธีผสมผสาน
(Integrated Pest Management) และคำนึงถึงสภาพแวดล้อมเป็นหลัก เช่น ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
เฉพาะที่มีความจำเป็น ความเข้มข้นต่ำสุดของสารเคมีท่ีใช้ควบคุมศัตรูพืชที่มีความตา้ นทานสูงและการใช้วิธีป้องกัน
กำจดั ทางชีววทิ ยา ฯลฯ
(5) แนะนำวิธีเลือกใช้สารเคมีให้ถูกต้องตามชนิดของศัตรูพืช โรคและแมลง การปฏิบัติตาม
คำแนะนำบนฉลากกำกับอยา่ งเคร่งครดั และฉีดพน่ สารเคมใี นเวลาท่ีเหมาะสม
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-10
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 5
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไขผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
5.4.2 การใช้น้ำ
ในระหว่างการก่อสร้างโครงการอาจเกิดผลกระทบต่อการใชน้ ้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ด้านท้ายน้ำจากการ
ปนเปื้อนของตะกอนความข่นุ จากกจิ กรรมการกอ่ สร้างได้ ท้ังน้ไี ดเ้ สนอแนะมาตรการลดผลกระทบไว้ในเรอื่ งคณุ ภาพ
น้ำผวิ ดินไวแ้ ลว้
สำหรับในระยะดำเนินโครงการ ต้องมอี งค์กรบรหิ ารจัดการทรพั ยากรน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มีการใช้ประโยชน์
สูงสุดบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีองค์กรบริหารโครงการและองค์กรผู้ใช้น้ำ เพ่ือจัดสรรน้ำอย่างมี
ประสิทธิภาพเปน็ ธรรม และยั่งยนื
5.4.3 การระบายน้ำและการบรรเทาน้ำทว่ ม
ในระหวา่ งการกอ่ สร้างโครงการ สภาพการระบายน้ำในลำน้ำจะยงั เปน็ ไปตามธรรมชาติ แต่กรมชลประทาน
ตอ้ งมีมาตรการในการปอ้ งกันการตกทบั ถมของตะกอนดินและเศษวสั ดกุ ่อสรา้ งไมใ่ หต้ กทับถมในลำน้ำ เพราะอาจไป
ขวางทางนำ้ ทำให้การระบายนำ้ ไมส่ ะดวกได้
ส่วนในระยะดำเนินการ กรมชลประทานต้องมีการจดบันทึกระดับน้ำด้านเหนือของอ่างเก็บน้ำเพื่อนำไป
ศกึ ษาวิเคราะห์การเปล่ยี นแปลงระดับนำ้ ทว่ ม เพื่อใชป้ ระกอบการวางแผนการบริหารจดั การน้ำ
5.4.4 การประมงและการเพาะเลย้ี งสัตวน์ ้ำ
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
ไม่มีกิจกรรมการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำบริเวณพ้ืน ที่โครงการจึงไม่มีมาตรการป้องกัน แก้ไข และ
ลดผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม
2) ระยะดำเนนิ การ
ไม่มีกิจกรรมการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำบริเวณพ้ืนท่ีโครงการจึงไม่มีมาตรการป้องกัน แก้ไข และ
ลดผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
5.4.5 การใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ
(1) ระยะก่อสร้าง
1) กำหนดพ้ืนที่ขอบเขตก่อสร้างให้ชัดเจน โดยเฉพาะในบริเวณก่อสร้างของพื้นท่ีหั วงาน
(ประกอบด้วยเขื่อน และอาคารประกอบ) ส่วนท่ีเป็นถนนเข้าหวั งาน และส่วนทเ่ี ป็นบรเิ วณการก่อสร้างระบบการส่ง
น้ำในพื้นที่รบั ประโยชน์ของโครงการ โดยทำการปกั แนวเขตท่ีจะทำการกอ่ สร้างใหช้ ัดเจน และควบคมุ ไมใ่ ห้กิจกรรม
การกอ่ สร้างรุกล้ำออกนอกขอบเขตบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกัน และหรอื ลดปริมาณพ้ืนท่ีท่ีจะได้รับผลกระทบ ไม่ให้
มกี ารรบกวนสภาพการใช้ประโยชนท์ ่ีดินโดยรอบในบริเวณข้างเคยี งพ้ืนท่ีกอ่ สร้าง
2) กรณีบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ควรดำเนินการหลังจากมีการเก็บเกี่ยวผลผลิต
พืชไปแล้ว และต้องมีมาตรการจ่ายค่าชดเชยที่ดิน หรือผลผลิตที่จะเสียหายในราคาที่เหมาะสมยุติธรรม เพื่อลด
ปญั หาดา้ นสังคมมวลชนและผลกระทบดา้ นจิตใจ
3) ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และผทู้ ี่อยู่อาศยั ข้างเคียงในบรเิ วณพ้ืนที่
กอ่ สร้าง ได้รับทราบก่อนที่จะดำเนินการกอ่ สร้างดังกล่าว ทั้งนเ้ี พราะในระยะกอ่ สร้างอาจกอ่ ให้เกิดผลกระทบในทาง
ลบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะจ้างเหมาแรงงานบางส่วนที่เป็นคนในพื้นที่ให้ร่วมในกิจกรรม
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-11
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 5
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง มาตรการป้องกนั และแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม
การก่อสร้างทำให้มรี ายได้ ก็อาจจะชว่ ยลดปญั หาตา่ งๆ ลงได้
(2) ระยะดำเนนิ การ
1) ผลจากการพัฒนาโครงการ จะทำให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีความเข้มข้นมากข้ึน คือทำให้
สามารถปลูกพืชไดต้ ลอดท้งั ปี และหรือไดร้ ับผลผลิตมากข้นึ อนั มผี ลทำใหท้ รพั ยากรดนิ เกิดความเส่ือมโทรมได้เรว็ มาก
ขึน้ โดยเฉพาะในเรอื่ งของความอดุ มสมบูรณ์ของดินทีจ่ ะลดลง จึงตอ้ งมีมาตรการป้องกนั หรอื แก้ไขเพื่อลดผลกระทบ
ดงั กล่าว โดยมีการปรับปรงุ บำรุงดินตามวธิ ีท่ีถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวชิ าการ เชน่ การปรับให้มีระบบการปลูก
พืชหมุนเวียนโดยมีการปลูกพืชบำรุงดินร่วมด้วย การใช้วัสดุปรับปรุงบำรุงดิน การใช้ปุ๋ยรวมท้ังมีมาตรการการ
อนรุ กั ษ์ดินและนำ้
2) ควรมีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะในสว่ นที่เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ในบริเวณพื้นที่
รับประโยชน์ของโครงการ โดยให้มีระบบการเกษตรท่ีเหมาะสมตามศักยภาพของท่ีดินในแต่ฤดูกาล เพื่อให้คง
ประสิทธิภาพในการใชท้ ีด่ นิ เพื่อการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
5.4.6 การใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรธรณี
ในระยะกอ่ สร้าง มกี ารนำทรพั ยากรดนิ ในพน้ื ที่อา่ งเก็บน้ำไปใช้ประโยชน์เป็นดินถมตวั เข่อื น จงึ จำเปน็ ตอ้ งมี
มาตรการป้องกันกนั แกไ้ ข โดยกำหนดใหก้ ำหนดการตามมาตรการปอ้ งกนั แกไ้ ขและลดผลกระทบด้านตะกอนและกดั เซาะ
5.4.7 อตุ สาหกรรม
การก่อสร้างโครงการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อโรงงานอุตสาหกรรม จึงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการ
ป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบ
5.4.8 พลังงานและไฟฟา้
การก่อสร้างโครงการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้พลังงานและไฟฟ้า ดังนั้นจึงไม่จำเป็น ต้องเสนอ
มาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบต่อพลงั งานและไฟฟ้า
5.4.9 การคมนาคมขนส่ง
1) ระยะก่อสรา้ ง
(1) เนื่องจากการพัฒนาโครงการจะทำให้มีเส้นทางลำลอง (ลูกรัง) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้
เข้าถึงน้ำตกโตนสะตอ จึงจำเป็นท่ีจะต้องทำเส้นทางทดแทนเพ่ือให้ประชาชนสามารถเดินทางได้ใกล้เคียงกับระดับ
การบรกิ ารของเสน้ ทางเดมิ
(2) สำหรับการลดและบรรเทาผลกระทบด้านคมนาคมขนส่งต่อชุมชนที่อยู่ในเส้นทางการขนส่งวัสดุ
อุปกรณ์ก่อสร้างเข้าสู่พ้ืนที่โครงการที่อาจได้รับผลกระทบในด้านฝุ่นละออง ควัน และอุบัติเหตุ จำเป็นต้องกำหนด
มาตรการป้องการแก้ไข และลดผลกระทบในระยะกอ่ สร้างโครงการนี้
ก. กำหนดและควบคุมความเรว็ ของการขับข่รี ถบรรทุกขนสง่ วสั ดอุ ุปกรณก์ ่อสรา้ ง หรอื รถบรรทุก
ดิน และยานพาหนะประเภทอื่นๆ ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการในช่วงที่ผ่านแหล่งชุมชน โดยเฉพาะ
บริเวณท่ีต้ังสถานท่ีสำคัญ เช่น สถานศึกษา ศาสนสถาน และสถานพยาบาล เป็นต้น โดยให้กำหนดความเร็วในการ
ขับข่ไี ด้ไมเ่ กิน 30 กม./ชม. และขบั ขี่ดว้ ยความระมัดระวัง ท้ังน้เี พ่ือใหเ้ กิดความปลอดภัยและลดปัญหาด้านฝุน่ ละออง
ความสัน่ สะเทือน และความเดอื ดร้อน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-12
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 5
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ มาตรการป้องกนั และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ข. ควบคุมน้ำหนักบรรทุก (ไม่เกิน 28 ตัน) และกำหนดมาตรการควบคุมมิให้วัสดุตกหล่นบน
เส้นทางในขณะที่ยานพาหนะขนส่งวัสดุอุปกรณ์แล่นผ่าน โดยต้องมีผ้าใบคลุมอย่างมิดชิดเพ่ือป้องกันมิให้อุปกรณ์
ก่อสรา้ งและวสั ดุอ่ืนๆ เชน่ ดนิ หินและทราย ฯลฯ ร่วงหล่นลงบนพื้นผิวการจราจร รวมทง้ั ต้องมีการตรวจสอบสภาพ
ของรถบรรทุกวสั ดอุ ุปกรณอ์ ยา่ งสม่ำเสมอเพื่อลดปัญหาการกีดขวางการจราจรและอุบัตเิ หตุที่อาจเกดิ ข้นึ
ค. ควบคุมการจราจรโดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณทางแยกเข้าสู่หัวงานโครงการ โดยติดตั้งป้าย
จราจรและเคร่ืองหมายจราจรที่แสดงความหมายอย่างชัดเจนและสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลมากกว่า 200 –
300 เมตร
ง. ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่างใหเ้ พียงพอเพ่ือใหเ้ กิดความปลอดภัยในเวลากลางคืนหรือใน
เวลาท่ีทัศนวสิ ยั ไม่ดี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ บริเวณทางแยกเข้าสหู่ ัวงานโครงการ
จ. รดน้ำบนถนนดินท่ีใช้เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างของโครงการช่วงท่ีผ่าน
ชุมชน เพ่ือลดผลกระทบจากฝ่นุ ละอองมใิ ห้ฟงุ้ กระจายมากจนเกนิ ไปซ่งึ อาจเป็นอันตรายตอ่ สุขภาพของประชาชนใน
พนื้ ทีแ่ ละลดอุบัติเหตทุ ีอ่ าจเกิดขึ้นจากการสญั จร
2) ระยะดำเนนิ การ
เนื่องจากในระยะดำเนินการโครงการ เส้นทางคมนาคมท่ีเชื่อมโยงกับพื้นที่โครงการสามารถรองรับ
ปรมิ าณการจราจรไดเ้ ปน็ จำนวนมาก จึงไม่ได้เสนอมาตรการป้องกนั แกไ้ ขผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
5.4.10 การจัดการนำ้ เสยี ส่ิงปฏกิ ลู และขยะมลู ฝอย
ในระยะก่อสร้าง กรมชลประทานต้องดำเนินมาตรการป้องกนั แก้ไขและลดผลกระทบดา้ นการจัดการน้ำเสีย
สงิ่ ปฏิกลู และขยะมูลฝอยจากอาคารสำนักงานและบ้านพักคนงานก่อสรา้ ง โดยการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสยี ก่อนนำ
น้ำท่ีผ่านการบำบัดแล้วไปใช้ประโยชน์ เช่น ฉีดพรมถนนบริเวณพื้นท่ีก่อสร้าง เป็นต้น ในด้านการจัดการขยะต้อง
จดั เตรียมภาชนะ (เช่น ถังขนาด 200 ลิตร) ตามจุดตา่ งๆ เพื่อรองรับขยะมลู ฝอยที่เกดิ จากคนงาน สำนกั งานชั่วคราว
และจากบริเวณกอ่ สร้างให้เพียงพอ และจดั เก็บขยะให้หมดในวันต่อวัน เพื่อป้องกันขยะตกค้าง รวมท้ังประสานงาน
กับหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง ทอี่ ยู่ใกล้พนื้ ทโี่ ครงการในการจัดเก็บและนำไปกำจดั ตอ่ ไป
5.4.11 การจดั การลมุ่ นำ้
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
กรมชลประทานต้องควบคุมการดำเนินการก่อสร้างบริเวณพ้ืนที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำ โดยพิจารณา
ดำเนินการไม่ให้เศษวสั ดุก่อสรา้ งลงไปในลำนำ้ รวมท้งั หลีกเล่ียงไมใ่ ห้ของเสยี ปนเปอ้ื นลงสู่แหล่งน้ำ คลองเหมืองตะกั่ว ซงึ่ จะมี
ผลกระทบตอ่ การใช้น้ำของราษฎรในพ้นื ท่ีทา้ ยนำ้
- การใช้ยานพาหนะเพ่ือการขนส่งก่อสร้างและการชักลากไม้ โดยเฉพาะยานพาหนะขนาดใหญ่
ควรมีมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด เพ่ือลดผลกระทบด้านคุณภาพน้ำเนื่องจากการสัญจรในพื้นที่โครงการฯ เช่น
นำ้ มันรั่วซมึ ลงสู่แหลง่ น้ำและการฟงุ้ กระจายของฝนุ่ ละอองและตะกอนดินลงสู่แหลง่ น้ำ เป็นตน้
2) ระยะดำเนินการ
เน่ืองจากการดำเนนิ การไม่กอ่ ให้เกิดผลกระทบดา้ นการจัดการลุ่มน้ำ จึงไม่เสนอแนะมาตรการตดิ ตาม
ตรวจสอบผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มดังกล่าว
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
5-13
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 5
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
5.5 คุณค่าตอ่ คุณภาพชีวิต
5.5.1 สภาพเศรษฐกิจและสงั คม
1) ระยะก่อสร้างโครงการ
แม้วา่ ในระยะกอ่ สรา้ งโครงการ จะกอ่ ให้เกดิ การจา้ งแรงงานในท้องถิ่นและทำใหค้ รัวเรอื นมรี ายได้เสรมิ
เพมิ่ ข้ึน แต่สำหรับผู้ทมี่ ีที่ทำกินในเขตพ้ืนท่ีอ่างเก็บนำ้ และหัวงานจะต้องสูญเสียท่ีดิน และสิ่งปลูกสร้างตา่ งๆ เป็นการ
ถาวรเนอื่ งจากการกอ่ สรา้ ง จงึ เสนอแนะมาตรการป้องกนั แก้ไขและลดผลกระทบดังนี้
(1) ในระหว่างการก่อสร้าง กรมชลประทานต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบว่าโครงการ
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่มีลักษณะอย่างไร เม่ือใดจึงแล้วเสร็จ อีกท้ัง
อาจจะติดภาพของโครงการเม่ือสร้างแล้วเสร็จจะเป็นรูปแบบใด ประกาศให้รู้ถึงเหตุท่ีอาจทำให้เกิดการสั่นสะเทือน
เสียงรำคาญต่างๆ จากการกอ่ สร้างโครงการ โดยเฉพาะการระเบิดดนิ หนิ ตา่ งๆ ให้แน่นอนโดยประกาศถงึ วนั เวลาท่ี
ชัดเจน รวมถึงกรมชลประทานต้องกำกับดแู ลการกอ่ สรา้ งและควบคมุ ดแู ลคนงานใหอ้ ยู่ในระเบยี บวินยั และใหม้ ีการ
อบรมถงึ วถิ ชี วี ติ ของคนในทอ้ งถ่นิ เพ่ือทจี่ ะไม่ทำเหตุใดๆ อันส่งผลกระทบต่อผ้อู ยู่เดิม
(2) กรมชลประทานต้องเก่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกฎเกณฑ์ในการดำเนินการด้านที่ดิน
(ท่ีไม่มีเอกสารสิทธ์ิ) ต่อผู้ท่ีได้รับผลกระทบบริเวณพ้ืนท่ีหัวงานและอ่างเก็บน้ำ โดยกรมชลประทานมีหลักเกณฑ์
ในการจา่ ยเงินค่าทดแทนทรพั ยส์ ินตามมตคิ ณะรฐั มนตรี เมื่อวันท่ี 11 กรกฎาคม 2532 (กรณีทด่ี ินที่ไม่มเี อกสารสทิ ธ์ิ)
และมตคิ ณะรฐั มนตรี เม่ือวันท่ี 22 เมษายน 2539 โดยไม่มีการจัดหาท่ดี ินทำกนิ ใหใ้ หม่
(3) กรมชลประทานจะต้องรีบดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดค่าชดเชยท่ีดินและทรัพย์สิน
เพ่ือทำหน้าที่ในการตัดสนิ ใจและกำหนดราคาค่าชดเชยท่เี ปน็ ธรรมใหแ้ ก่ผ้ทู ่ีได้รับผลกระทบโดยเร็วในระยะก่อนการ
ก่อสร้างโครงการ เพื่อจะเป็นการลดปญั หาความกงั วลใจและการต่อตา้ นการพฒั นาโครงการ
(4) กรมชลประทาน ต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมอาชีพและการ
พัฒนาชุมชน เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาชุมชน กรมประชาสงเคราะห์ และองค์กรภาคเอกชน เป็นต้น
จัดให้มีการส่งเสริมอาชีพแก่ประชาชนที่ไดร้ ับผลกระทบจากโครการ เพ่ือเป็นการช่วยเหลือในระหว่างท่ีมกี ารสญู เสีย
รายได้เดมิ ที่เคยไดร้ ับ รวมถงึ ค่าใชจ้ า่ ยเพือ่ พยุงฐานะจนกว่าจะกลับคืนสู่สภาพปกติ
(5) รัฐควรจัดงบประมาณพิเศษสำรองไว้อีกจำนวนหนึ่งสำหรับช่วยเหลือฟ้ืนฟูราษฎรท่ีได้รับ
ผลกระทบในปัญหาต่างๆ อันเกิดจากโครงการที่ทำใหส้ ูญเสียที่ดินทำกนิ หรือจากการโยกย้ายถนิ่ ฐานไปหาทอี่ ย/ู่ ท่ีทำ
กนิ ใหม่ และควรดำเนินการชว่ ยเหลอื ในการประกอบอาชีพ เช่น ชว่ ยเหลือในเรอื่ งเงินคา่ ครองชพี เงนิ ค่าลงทนุ ในการ
ทำการเกษตร เป็นตน้ โดยเฉพาะในระยะท่ีมีการโยกยา้ ยใหมๆ่ ซึ่งราษฎรเหล่านย้ี ังไมม่ ีรายได้ การเยียวยาช่วยเหลือ
น่าจะเป็นไปในลักษณะช่วยให้มคี ุณภาพชวี ติ ที่อย่ไู ด้ และมีทนุ ที่สามารถประกอบอาชพี ได้ จนกระทั่งมีรายได้พอท่ีจะ
ช่วยตัวเองได้ การชว่ ยเหลอื ก็น่าจะสิน้ สดุ ได้ ตัวอยา่ งการพัฒนา/ส่งเสริม เพือ่ ชว่ ยเหลือราษฎรทไี่ ด้รบั ผลกระทบ เช่น
- การสง่ เสริมอาชีพ การฝกึ อบรม/พัฒนาด้านอาชีพตา่ งๆ
- การพัฒนา/สง่ เสริม ดา้ นการท่องเท่ยี วเชิงนเิ วศในพืน้ ทีท่ ี่มีการใชป้ ระโยชนร์ ่วมกับป่า
(6) สำหรับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เช่น เสียง ฝุ่นละออง ท่ีจะมีต่อชุมชนหรือผู้ท่ีอยู่
อาศัยในบริเวณใกล้เคียงน้ัน พบว่าพื้นท่ีก่อสร้างหัวงานโครงการตั้งอยู่ห่างจากท่ีตั้งชุมชน ในระยะประมาณ 2
กโิ ลเมตร และชมุ ชนตั้งอยูใ่ นเสน้ ทางขนส่งวสั ดอุ ุปกรณ์ หรอื เสน้ ทางเขา้ ออกโครงการ จงึ กอ่ ให้เกิดความรำคาญตา่ งๆ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-14
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 5
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
ไดเ้ ช่น เสียงดังรบกวน ฝุ่น ควัน ความส่ันสะเทือน และอุบตั ิเหตุ เปน็ ต้น กรมชลประทานตอ้ งมมี าตรการดงั น้ี
ก. สร้างเครื่องป้องกันหรือทำร้ัวก้ันบริเวณก่อสร้างไว้โดยเฉพาะ เปิดทางเข้า-ออกท่ีก่อให้เกิด
ความสะดวกแกก่ ารขายขนถ่ายวัสดุอปุ กรณต์ า่ งๆ โดยไมต่ ้องจอดรอบถนนหรือนอกบรเิ วณโครงการ ทั้งนเี้ พื่อปอ้ งกัน
อบุ ัตเิ หตแุ ละฝุ่นละอองฟงุ้ กระจายไปยงั บรเิ วณพน้ื ท่ีอยอู่ าศัย
ข. กรมชลประทานต้องกำกับดูแลคนงานก่อสร้างให้อยู่ในระเบียบวินัย และให้มีการอบรมถึง
วถิ ชี วี ติ ของคนในท้องถิ่นเพอื่ ท่จี ะไมท่ ำเหตใุ ดๆ อนั สง่ ผลกระทบตอ่ ผอู้ ยู่เดิม
ค. ควบคุมกำกับคนขับรถขนส่งฯ ให้ใช้รถอย่างระมัดระวัง จำกัดความเร็วของรถในบริเวณ
พ้ืนที่ชุมชน โดยกำหนดให้ความเร็วของรถบรรทุก ไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง และไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ในพ้ืนทท่ี ่วั ไป และกำหนดให้ทำการคลมุ ผา้ ใบรถบรรทุกใหม้ ดิ ชดิ ขณะขนส่งวัสดุอปุ กรณเ์ ขา้ ออกโครงการ
ง. ฉีดพรมน้ำในบริเวณพ้ืนที่ก่อสร้างและถนนเข้าออกโครงการวันละ 2 คร้ัง หรือเมื่อพบว่ามี
ปริมาณฝนุ่ ละอองฟุ้งกระจายมากในถนนเขา้ โครงการและพืน้ ท่ีโครงการ และหา้ มทำงานก่อสร้างในเวลากลางคนื
(7) กิจกรรมของโครงการบางอย่างจำเป็นต้องใช้แรงงานเพื่อการก่อสร้าง ดังนั้นกรมชลประทานจึง
ควรพิจารณาคัดเลือกราษฎร หรือแรงงานในท้องถิ่นท่ีมีความประสงค์จะเข้ามาทำงานกับโครงการ ด้วยก่อนเป็น
อันดบั แรก เพือ่ เปน็ การสรา้ งงานและเพม่ิ รายไดใ้ ห้กับคนในทอ้ งถ่นิ ด้วย
(8) ดำเนินการช่วยเหลือพัฒนาหมู่บ้านในพ้ืนที่โครงการ ซ่ึงเป็นหมู่บ้านของผู้ที่สูญเสียที่ทำกินให้มี
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยเฉพาะระบบประปา การอนามัย ระบบไฟฟ้า ถนนหนทาง และอ่ืนๆ เหล่าน้ีน่าจะทำให้
ประชาชนมีคณุ ภาพชีวิตทีด่ ขี ้ึน
2) ระยะดำเนินการ
กรมชลประทานประสานงาน/ขอความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องในประเดน็ ต่างๆ ดังนี้
(1) มีการเตรียมความพร้อมในด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่
รับประโยชน์มีการรวมกลุ่มกันเพื่อจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพ่ือลดความขัดแย้งในการจัดสรรน้ำเมื่อโครงการดำเนินการ
กอ่ สรา้ งแลว้ เสรจ็ และสามารถส่งน้ำให้แก่พน้ื ท่ีรบั ประโยชน์ได้
(2) กรมส่งเสริมการเกษตรควรให้คำแนะนำและฝึกอบรมแก่เกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยและสาร
กำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม หรือแนะนำและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกแบบปลอดสารพิษ
เพ่ือลดปัญหาการตกค้างของสารเคมีในดินและแหล่งน้ำแล้ว ยังทำให้เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) ในการ
เพาะปลูกได้ด้วย
(3) แนะนำวธิ กี ารเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาโครงการฯ จะทำให้พนื้ ท่เี พาะปลกู มีปรมิ าณ
น้ำใช้อย่างเพียงพอ จึงควรให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้พ้ืนที่ทำเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพมากท่ีสุด เช่น การ
ปลูกพชื ชนดิ พันธุ์ท่ีเหมาะสมกบั ทรัพยากรดนิ และใหผ้ ลผลติ สูง การเกษตรทฤษฎใี หม่ การปลูกพืชหมุนเวยี น และการ
ทำไร่นาสวนผสม ฯลฯ ซ่ึงนอกจากจะทำให้เกษตรกรท่ีรายได้จากเกษตรเพิ่มข้ึนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ออกไป
ทำงานในต่างถิน่ ไดก้ ลบั มาพัฒนาพนื้ ท่ีในบา้ นเกิดของตน จงึ นับเป็นการดงึ แรงงานกลับสู่ทอ้ งถิน่ ไดอ้ ีกทางหน่ึงด้วย
5.5.2 การชดเชยที่ดินและทรพั ยส์ ิน
(1) ระยะเตรียมการก่อสรา้ ง
จะตอ้ งดำเนนิ การจา่ ยคา่ ชดเชย คา่ ทดแทน หรือค่าขนยา้ ยทีด่ นิ และทรัพยส์ นิ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ กอ่ น
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
5-15
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 5
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
ดำเนินการกอ่ สร้างโครงการ โดยการกำหนดอตั ราค่าชดเชย ทดแทน หรอื คา่ ขนยา้ ยทีด่ นิ และทรพั ยส์ นิ จะตอ้ ง
กำหนดใหม้ ีความเหมาะสมกบั สภาวะเศรษฐกจิ และสงั คม โดยอาศัยพน้ื ฐานความเปน็ ธรรมท่ถี กู ต้อง และมูลค่าควร
เพยี งพอสำหรับผูท้ ตี่ อ้ งไดร้ ับผลกระทบจะสามารถจดั หาทดแทนสง่ิ ทสี่ ูญเสยี ไป โดยมีปัจจยั ท่ีควรพจิ ารณาคำนึง ดังน้ี
1. ราคาท่ีซื้อขายกนั ตามปกติในทอ้ งตลาดของทดี่ ินในวนั ใชบ้ ังคบั พระราชกฤษฎกี าตาม
มาตรา 8 พระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยการเวนคนื และการไดม้ าซงึ่ อสงั หาริมทรพั ย์ พ.ศ. 2562
2. ราคาประเมินที่ดินของทางราชการทีก่ ำหนดข้ึนเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษที ดี่ ินและ
ส่งิ ปลูกสรา้ ง
3. ราคาประเมนิ ทนุ ทรัพย์เพ่ือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนติ กิ รรมตาม
ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
4. สภาพ และท่ตี ้ังของทดี่ นิ นน้ั และ
5. เหตุและวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน
โดยแบง่ ออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีทดี่ ินที่มเี อกสารสทิ ธิ์ และทด่ี นิ ไมม่ เี อกสารสิทธ์ิ :
ซงึ่ ในบริเวณพื้นทกี่ ่อสร้างองค์ประกอบโครงการอ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัด
พทั ลงุ พน้ื ทที่ ่ีจะดำเนนิ การก่อสร้างอยู่ในบรเิ วณพนื้ ที่ท่ีไม่มีเอกสารสทิ ธ์ิ คอื อยใู่ นเขตปา่ สงวนแหง่ ชาตปิ า่ เทอื กเขา
บรรทัด ป่าถาวรป่าเทือกเขาบรรทัด และเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั ว์ปา่ เขาบรรทดั ดังนนั้ การกำหนดอัตราค่าขนย้ายท่ีดิน
(ท่ดี ินไมม่ ีเอกสารสิทธ์ิ) โดยอาศยั คำส่ังจังหวดั พทั ลุง ท่.ี 1669/2561 เรื่องการแตง่ ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ
ทรัพย์สินทถี่ ูกเขตชลประทาน และจา่ ยเงนิ ค่าทดแทน ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี เม่อื วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2532 โดยได้รับ
ความเห็นชอบของท่ปี ระชมุ คณะกรรมการการกำหนดค่าทดแทนทรพั ย์สนิ เพ่อื การชลประทาน โครงการอา่ งเกบ็ น้ำ
บา้ นเหมอื งตะก่วั อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ ทอ้ งที่อำเภอป่าบอน จงั หวัดพทั ลงุ คร้ังที่ 1/2561 เม่อื วนั ที่ 25
กรกฎาคม 2561 ใหแ้ ตง่ ต้งั คณะกรรมการ 2 คณะ ดงั นี้
1. คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ ประกอบด้วย
1.1 ปลดั อำเภอผู้ประสานงานประจำตำบล เป็นประธานอนกุ รรมการ
1.2 ผูแ้ ทนสำนักงานที่ดินจงั หวัดพทั ลงุ สาขาปากพะยนู เปน็ อนกุ รรมการ
1.3 กำนนั หรือผู้ใหญบ่ ้านทอ้ งที่ ตำบล/หม่บู า้ นท่เี กีย่ วข้อง เป็นอนกุ รรมการ
1.4 หวั หน้าโครงการก่อสรา้ งฯ หรือผแู้ ทน เป็นอนุกรรมการ
1.5 หัวหน้าจดั หาทด่ี นิ โครงการ เป็นอนกุ รรมการและ
เลขานกุ าร
ทั้งน้ี ให้คณะอนกุ รรมการทไ่ี ด้รับการแตง่ ตัง้ มีหนา้ ที่ดำเนินการตรวจสอบทรัพยส์ นิ ท่ถี ูก
เขตชลประทาน สอบสวนรายละเอยี ดขอ้ เท็จจริง และประเมนิ ค่าทดแทนให้ไปตามหลักเกณฑ์ และวิธกี ารท่ี
คณะกรรมการฯ กำหนดไว้ จัดทำบญั ชีรายละเอยี ดนำเสนอคณะกรรมการเพ่อื พิจารณาอนุมัตจิ ่ายเงนิ รวมทง้ั แก้ไข
ปัญหาอปุ สรรคตา่ งๆ จนเสรจ็ การ
2. คณะอนุกรรมการจา่ ยเงนิ คา่ ทดแทนทรัพย์สิน ประกอบด้วย
2.1 ผอู้ ำนวยการสำนักงานกอ่ สร้างชลประทานขนาดกลางท่ี 16 เปน็ ประธาน
หรอื ผแู้ ทน อนกุ รรมการ
2.2 ผู้ควบคมุ งานด้านการเงนิ และบญั ชี เป็นอนุกรรมการ
สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางท่ี 16 และเลขานุการ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
5-16
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 5
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบส่งิ แวดล้อม
กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง
ทัง้ น้ี ใหม้ อี ำนาจหนา้ ทจ่ี ดั การหรือกำกบั ดูแลควบคมุ และโอนเงนิ คา่ ทดแทนทรพั ย์สนิ
เขา้ บัญชีธนาคารของราษฎรให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และระเบยี บปฏิบตั ิทางราชการท่ีเกย่ี วขอ้ ง ตลอดจนดำเนนิ การ
แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ จนเสร็จการ
(2) ระยะดำเนนิ การ
ไมม่ มี าตรการด้านการชดเชยทดี่ ินและทรพั ยส์ ิน เนื่องจากดำเนินการแลว้ เสรจ็ กอ่ น
ดำเนินการก่อสร้างโครงการ
5.5.3 สขุ ภาพอนามยั และการบรกิ ารสาธารณสขุ
1) มาตรการปอ้ งกันและลดผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ
การจัดทำมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดผลเสียจากการ
ดำเนินงานรวมท้ังลดปริมาณและโอกาสของการได้รับสัมผัสสิ่งคุกคามทางสุขภาพ ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งจาก
แหล่งกำเนิด (Source) ช่องทางการได้รับสัมผัส (Pathway) และผู้ได้รับผลกระทบ (Recievers) โดยจากการ
ประเมินผลกระทบหากพบว่าเปน็ ประเด็นที่มคี วามเสย่ี งสูง จำเป็นจะต้องมมี าตรการหรือกจิ กรรมในการป้องกันหรือ
ลดความเส่ียงต่อสุขภาพท่ีอาจเกิดข้ึนต่อคนงาน หรือประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เพ่ือให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับน้อย
ทส่ี ุดท่ีสามารถยอมรับได้
ในการใช้มาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพบางครั้งอาจยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมี
มาตรการส่งเสริมสุขภาพควบคู่ไปด้วย โดยมาตรการส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญ เช่น การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่
ถูกต้อง การสร้างเสรมิ ความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนกลุ่มเส่ียง โดยการอบรมวิธีการป้องกันผลกระทบต่อสขุ ภาพแก่
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามตรวจสอบ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้
ขอ้ มูลเก่ียวกบั ความเส่ียง ขอ้ มูลผลการตรวจวดั ดา้ นสุขภาพ ข้อมลู การเฝ้าระวังทางสง่ิ แวดล้อมและสุขภาพเปน็ ตน้
2) มาตรการปอ้ งกนั และลดผลกระทบต่อสุขภาพด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
(1) ระยะกอ่ สร้าง
- ควรจัดให้มีหน่วยปฐมพยาบาลและเวชภัณฑ์พ้ืนฐานอย่างเพียงพอภายในพื้นท่ีก่อสร้าง
รวมท้งั จัดให้มรี ถสำหรับนำผูป้ ่วยส่งโรงพยาบาลได้ทนั ทกี รณีฉุกเฉินหรือเกิดอุบัตเิ หตุ
- ให้มีการตรวจสุขภาพคนงานก่อนเข้าทำงาน เพ่ือป้องกันการนำโรคติดต่อเข้ามาแพร่
ระบาดในบรเิ วณบ้านพักคนงานและชุมชนใกลเ้ คยี ง
- ให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่คนงาน และให้มีการควบคุมดูแลการ
ปฏิบัติงานอยา่ งใกลช้ ดิ
- ประสานงานกับโรงพยาบาลป่าบอน โรคพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลบ้านหนองธง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาวเพื่อเตรียมการรองรับการใช้บริการทาง
การแพทย์จากคนงานก่อสร้าง
- พิจารณารบั คนในพ้นื ท่ีเข้าทำงานใหม้ ากท่ีสดุ
(2) ระยะดำเนนิ การ
- ไม่มีมาตรการปอ้ งกันและลดผลกระทบตอ่ สุขภาพดา้ นการบริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
5-17
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 5
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขผลกระทบส่ิงแวดล้อม
3) มาตรการปอ้ งกันและลดผลกระทบตอ่ สุขภาพดา้ นผลกระทบจากการก่อสร้างและขนส่ง
(1) ระยะก่อสร้าง
- ควรมีการจัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง และกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน มีการใช้ผ้าใบคลุมรถ
ขนส่งเพือ่ ป้องกนั ฝุ่น
- งดการก่อสร้างในเวลากลางคืน เพ่ือป้องกันเสียงรบกวนในเวลาพักผ่อนของประชาชนใน
พื้นที่
- ฉดี พรมน้ำบรเิ วณพื้นทก่ี ่อสร้าง ทม่ี กี ิจกรรมก่อให้เกิดฝุ่นละออง
- กำหนดความเรว็ ของรถขนสง่ วสั ดุอปุ กรณก์ ่อสรา้ ง
(2) ระยะดำเนินการ
- ไม่มมี าตรการป้องกนั และลดผลกระทบต่อสขุ ภาพ
4) มาตรการป้องกนั และลดผลกระทบต่อสขุ ภาพดา้ นสภาวะทางโภชนาการ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
- ไม่มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ
(2) ระยะดำเนนิ การ
- ส่งเสริมด้านการเกษตร และให้ความรู้แก่เกษตรกรในพ้ืนที่ เป็นการเพ่ิมผลผลิตและความ
หลากหลายของพชื ผกั ในพน้ื ทสี่ ำหรบั ใหป้ ระชาชนได้เลือกบรโิ ภคและเปน็ การเพ่ิมรายได้ให้กบั ผทู้ ำอาชีพเกษตรกร
- จัดให้มีโครงการส่งเสริมสุขภาพ ให้ความรู้ในการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกหลัก
โภชนาการ เพ่ือลดความเส่ียงในการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน และการเกิดโรคที่เก่ียวข้องกับการบริโภคอาหาร ซึ่งมี
อัตราป่วยสูงในพ้ืนท่ี เช่น โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน และให้ความรู้และสนับสนุนการรับประทาน
อาหารท่ปี รงุ สกุ เพ่อื เป็นการป้องกันโรคตดิ ตอ่ เชน่ อจุ จาระรว่ ง และโรคพยาธิ
5) มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสขุ ภาพจติ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
- จัดให้การประชาสัมพันธ์โครงการเพ่ือสร้างความเข้าใจต่อโครงการและลดความกังวลของ
ประชาชนในพ้ืนท่ี
(2) ระยะดำเนนิ การ
- จัดให้มีการตรวจติดตามและคัดกรองด้านปัญหาสุขภาพจิตและความเครียด และให้
คำปรึกษาแก่ประชาชนทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากโครงการ
6) มาตรการปอ้ งกนั และลดผลกระทบตอ่ สุขภาพดา้ นการเจ็บปว่ ยจากสารกำจัดศตั รพู ืช
(1) ระยะก่อสร้าง
- ไมม่ ีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสขุ ภาพ
(2) ระยะดำเนินการ
- เผยแพร่ความรู้เก่ียวกับความเป็นพิษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแตล่ ะชนดิ เนื่องจากมีความเป็นพิษ
ต่างกนั และมีพิษท้ังแบบเฉยี บพลันและพิษเรือ้ รงั เพื่อใหผ้ ู้ใช้ตระหนักถงึ อนั ตรายและระมดั ระวังในการใชม้ ากขนึ้
- สนับสนุนโครงการปลูกพชื โดยหลกี เล่ยี งการใช้สารเคมี และให้ความรู้แกป่ ระชาชนในพนื้ ท่ีในการทำ
เกษตรอนิ ทรยี ์
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-18
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 5
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
- ใหค้ วามรู้และส่งเสริมการใชอ้ ปุ กรณป์ อ้ งกันส่วนบคุ คล เพื่อลดโอกาสรบั สมั ผสั กบั สารกำจดั ศัตรูพชื
7) มาตรการปอ้ งกันและลดผลกระทบตอ่ สขุ ภาพด้านโรคติดตอ่ ที่อาจเกิดจากการพฒั นาแหลง่ น้ำ
(1) โรคท่ีมียุงเปน็ พาหะนำโรค
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
- กำหนดให้ผู้รับเหมามมี าตราการปอ้ งกนั ยงุ กัดให้กบั คนงาน โดยเฉพาะกรณที พ่ี ักคนงาน
อยู่ในปา่ โดยการให้ความรู้ คำแนะนำถึงวิธกี ารป้องกนั ตนเองจากยุงกดั เชน่ สวมเสือ้ ผ้าปกปิดร่างกายให้มิดชดิ นอน
ในมุ้ง การใช้ยาทากนั ยุง ยาจดุ กนั ยงุ
- ให้ความรู้ในการป้องกันยุงกัด และจัดหายากันยุงให้กับเจ้าหน้าที่/พนักงานที่เข้าไป
ทำงานในพน้ื ที่
2) ระยะดำเนนิ การ
- เผยแพร่ความรู้ ประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพในการ
ป้องกันยุงกัด โดยเฉพาะประชาชนที่มีอาชีพหรือการดำเนินชีวิตที่เสี่ยงต่อการถูกยุงพาหะกัดได้งา่ ย เช่น นอนในมุ้ง
สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใช้ยาทากันยุง และใชย้ าจุดกันยุง
- การจดั ให้มีโครงการกำจดั ยุงและลกู น้ำยุงลายในบา้ น
(2) โรคอจุ จาระรว่ ง
1) ระยะกอ่ สร้าง
- จัดให้มีบา้ นพักคนงานให้พอเพยี งกบั จำนวนคนงาน และสถานท่กี ่อสรา้ งบ้านพักควรอยู่
หา่ งจากแหล่งนำ้ ไมน่ ้อยกวา่ 50 เมตร และมรี ้ัวล้อมรอบมิดชิด และจัดหาสาธารณูปโภคท่ถี ูกตอ้ งตามหลักสขุ าภิบาล
ให้เพยี งพอ เชน่ นำ้ สะอาดสำหรบั ดื่ม ห้องน้ำและห้องสว้ ม เพื่อป้องกนั การระบาดของโรคอุจจาระรว่ งและโรคตดิ เช้ือ
ระบบทางเดินอาหาร
- ควรมีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ และปรุงให้สุกใหม่ๆ
เน้นย้ำเรอื่ งการลา้ งมอื ให้สะอาดทุกครง้ั กอ่ นประกอบอาหาร และกอ่ นบริโภคอาหาร
2) ระยะดำเนินการ
- ควรมีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะและปรุงให้สุกใหม่ๆ
เน้นย้ำเร่ืองการล้างมอื ใหส้ ะอาดทกุ ครัง้ กอ่ นประกอบอาหาร และกอ่ นบรโิ ภคอาหาร
- ส่งเสริมการสุขาภิบาลและสุขอนามัยในครัวเรือน เช่น การล้างมือ การจัดเก็บและทำ
ความสะอาดภาชนะเก็บน้ำดื่ม การกำจัดขยะ น้ำเสยี การใช้สว้ ม อยา่ งถูกตอ้ งตามหลักสุขอนามยั
(3) โรคพยาธิ
1) ระยะก่อสร้าง
- กำหนดให้ผู้รับเหมาก่อสรา้ งคัดกรองและตรวจสุขภาพคนงานก่อสร้าง ในกรณีคนงาน
ตา่ งด้าวอาจตอ้ งใหไ้ ด้รับยาถ่ายพยาธิ
- กำหนดให้ผ้รู ับเหมาดำเนินการจัดการด้านส่ิงแวดลอ้ มและที่พักอาศัยของคนงานให้ถูก
สุขลักษณะ มีห้องน้ำห้องส้วมอย่างเพียงพอ ในอัตรา 1 ห้อง/คนงาน 15 คน ให้มีระบบกำจัดน้ำเสียและส่ิงปฏิกูล
ภายในบรเิ วณท่พี กั คนงาน และหา้ มไมใ่ หม้ กี ารระบายของเสยี ออกสู่แหลง่ น้ำสาธารณะ
- จัดให้มีบ้านพักอย่างเพียงพอ สถานที่ก่อสร้างบ้านพักต้องอยู่ห่างจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 50
เมตร
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-19
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 5
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
- ให้ความรู้แก่คนงานที่เข้ามาในพ้ืนที่ในด้านสุขอนามัย เชน่ ให้รับประทานอาหารที่ปรุง
สุก และสวมใสร่ องเทา้ ขณะทำงาน
2) ระยะดำเนินการ
- ให้ความรู้และรณรงค์ให้ประชาชนในพ้ืนท่ีบริโภคอาหารท่ีปรุงสุก งดทานอาหารสุกๆ
ดบิ ๆ เพอ่ื ป้องกนั การเกดิ โรคพยาธิ และแนะนำให้ขบั ถา่ ยในส้วมเพอ่ื ป้องกันการแพร่กระจายของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำ
- ให้ความรแู้ ละส่งเสรมิ ดา้ นสุขอนามยั เชน่ การลา้ งมือ และการสวมใส่รองเท้า
(4) โรคเลปโตสไปโรซิส
1) ระยะกอ่ สร้าง
- ให้คนงานสวมใสร่ องเท้าขณะปฏิบตั งิ าน
2) ระยะดำเนนิ การ
- ให้สขุ ศกึ ษาแก่ประชาชนถึงวิธกี ารติดต่อของโรค หลีกเลย่ี งการว่ายน้ำ แช่หรือลุยในน้ำ
ทอี่ าจปนเป้อื นเชอื้ จากปสั สาวะของสตั วน์ ำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเทา้ บตู๊
- สง่ เสรมิ ให้มกี ารป้องกันโรคแก่ผทู้ ที่ ำงานซง่ึ เสี่ยงต่อโรค เช่น ใชถ้ ุงมือยาง รองเทา้ บูต๊
- หากมแี หล่งนำ้ ขังที่อาจมกี ารปนเปอ้ื นเชอื้ ควรล้างระบายนำ้ ทีป่ นเปือ้ นออกไป กรณีพบ
สัตว์ติดเช้ือต้องแยกออกเพ่ือป้องกันไม่ให้แพร่เช้ือไปยังสัตว์ตัวอ่ืนๆ หรือเกิดการปนเปื้อนเช้ือบริเวณท่ีอยู่อาศัย
สถานที่ทำงาน แหล่งพักผอ่ นทอ่ งเท่ียว ฯลฯ
- ควบคมุ กำจัดหนูในบรเิ วณทอ่ี ยู่อาศัยของคน สถานท่ีทำงาน แหลง่ พักผอ่ นท่องเที่ยว
5.5.4 การทอ่ งเท่ียว กีฬา แหลง่ นันทนาการ และสุนทรยี ภาพ
1) ระยะก่อสรา้ ง
ระวงั การเกิดการพงั ทลายของดนิ เปล่ยี นแปลงการไหลของนำ้ ผิวดินตามธรรมชาตใิ ห้นอ้ ยที่สดุ หลีกเล่ยี ง
ต้นไม้ขนาดใหญ่ กล่มุ ตน้ ไม้ทม่ี ีความสำคญั หายาก โตช้า เปน็ ตน้ อาจกำหนดให้มกี ารปลูกทดแทน หากจำเป็นต้องตัด
ไม้ยืนต้น (ในจำนวน ชนิด ขนาดและตำแหน่งท่ีกำหนดให้) วางแผนการก่อสร้างพัฒนาเหมืองฝาย เปิดพ้ืนที่หน้างาน
ให้น้อยที่สุด การใช้วัสดุสำเร็จ (เพ่ือให้เหลือเศษวัสดุน้อยที่สุด) เทคนิควิธีการท่ีง่ายในการก่อสร้าง การขนส่งวัสดุ
อุปกรณ์ การทิง้ เศษวัสดจุ ากการก่อสร้าง กำหนดตำแหน่งท่ีพกั คนงาน บริเวณกองของและวัสดุก่อสรา้ ง
การก่อสร้างใดๆ ย่อมเปล่ียนทัศนียภาพเดิม แต่ไม่น่าจะมีผลกระทบทางลบมากนัก เพราะไม่ใช่การก่อสร้าง
ขนาดใหญ่ ไม่ใช้อุปกรณ์เคร่ืองมือขนาดใหญ่ ไม่นา่ จะเกิดมีความสั่นสะเทือน เสียง ฝุ่น เศษดิน ในระดับที่เป็นปัญหา
เพราะพ้ืนทก่ี ่อสร้างส่วนใหญ่อยใู่ นพ้ืนท่ีธรรมชาติและเกษตรกรรม จะมีชว่ งที่ผา่ นใกล้ชุมชนหรอื ใกลบ้ า้ นเรือนซ่งึ อาจ
ป้องกันเป็นจดุ ๆ ไป โดยการกน้ั รว้ั แสดงบริเวณก่อสร้างที่ชัดเจน รดนำ้ ถนนเพ่อื ลดฝุน่ เปน็ ต้น โดยเฉพาะในหนา้ แลง้
2) ระยะดำเนนิ การ
(1) หลังการก่อสร้าง เปิดดำเนินการมีการจัดเส้นทางท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ริมขอบอ่างเก็บน้ำเพ่ือเข้าถึง
นำ้ ตกโตนสะตอ
(2) จัดแตง่ สภาพภูมทิ ัศนบ์ รเิ วณโครงการใหม้ คี วามสวยงามเพ่ือเปน็ แหลง่ พกั ผ่อนหยอ่ นใจของชมุ ชน
บริเวณใกลเ้ คยี ง
(3) ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณริมลำน้ำให้ช่วยกันดูแลรักษา
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
5-20
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 5
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของสถานท่ี รวมถึงความสะอาดและความปลอดภัยบริเวณพ้ืนที่โครงการให้มีความ
เหมาะสมตอ่ การเปน็ แหล่งนนั ทนาการและการพักผ่อนของชมุ ชนและผมู้ าเยอื น
5.5.5 แหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์
หากมีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ อาจจะส่งผลกระทบต่อ
หลักฐานทางโบราณคดีท่ีสำรวจพบในพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงการก็มีความสำคัญต่อท้องถ่ิน
เนื่องจากปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรงข้ึน ดังนั้น หากมีการดำเนินการก่อสร้างโครงการ เพื่อเป็นการศึกษาข้อมูล
และเก็บกหู้ ลกั ฐานทางโบราณคดใี นพื้นที่ จงึ ควรปฏบิ ตั ติ ามมาตรการกอ่ นการกอ่ สรา้ งตามโครงการ ดังนี้
1. สำรวจเพ่อื ทำผงั อย่างละเอยี ดทงั้ แหล่งโบราณคดใี นพืน้ ที่หัวงาน พ้ืนทอ่ี า่ งเกบ็ นำ้ พน้ื ทรี่ บั ประโยชน์
2. กำหนดเป็นโครงการขดุ ค้นทางโบราณคดี เพอ่ื ศึกษาและเกบ็ กู้หลักฐานทางโบราณคดี
โดยสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา กรมศิลปากร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ กรมชลประทาน
สนบั สนนุ งบประมาณ
ทั้งนี้ อาจนำหลักฐานทางโบราณคดีบางประเภทท่ีได้จากการดำเนินงานอาจนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการย่อย
โดยจัดแสดงในห้องสมุดของโรงเรยี นในพื้นท่ี เพือ่ เป็นการเผยแพร่ความร้ดู า้ นโบราณคดีในท้องถิน่ แก่เยาวชนและผทู้ สี่ นใจ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
5-21
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 6
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อม
บทที่ 6
มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
6.1 คำนำ
จากการศึกษาสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการ
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง นำมาพิจารณามาตรการติดตามตรวจสอบ
เพ่ือติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบท่ีเสนอไว้ในระหว่างก่อสร้างและ
ดำเนนิ การโครงการ ซึง่ จะสามารถแกไ้ ขไดท้ นั หากพบปัญหาเกิดขน้ึ
6.2 ทรัพยากรสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ
6.2.1 สภาพภมู ิประเทศ
ในระยะก่อสร้าง ดำเนินการการติดตามตรวจสอบการขุดถมการปรับปรุงเพื่อคืนสภาพพ้ืนท่ีท้ังหัวงาน
โครงการ และแนวถนนทดแทน ตลอดเวลาช่วงตลอดระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี หน่วยงานรับผิดชอบคือ สำนักงาน
ก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 (สงขลา) กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน และติดตาม
ตรวจสอบการฟ้นื คนื สภาพพ้ืนทีใ่ นชว่ งระยะเวลา 3 ปีแรกของการดำเนินการ โดยโครงการชลประทานจังหวดั พัทลงุ
6.2.2 ลกั ษณะภมู ิอากาศ
1) ระยะก่อสรา้ ง
ในระยะก่อสร้างไม่มีการกำหนดมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบตอ่ สภาพภูมิอากาศ แต่ในช่วงสดุ ท้าย
ของระยะก่อสร้างกำหนดให้ติดตั้งสถานีวัดน้ำฝนเพ่ือติดตามตรวจสอบในระยะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่ องและ
เพอ่ื การบรหิ ารจัดการน้ำในอนาคตตอ่ ไป
2) ในระยะดำเนินการ
การเก็บน้ำในอา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกวั่ แม้ว่าไมม่ ผี ลกระทบตอ่ สภาพภูมิอากาศ แตก่ รมชลประทาน
ต้องดำเนินการติดตามการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศของท้องถิ่นอย่างต่อเน่ือง เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ
อา่ งเก็บน้ำต่อไป โดยเสนอให้เสนอใหต้ ิดตง้ั สถานวี ัดน้ำฝนเพิม่ 1 แห่ง บริเวณหัวงานโครงการอ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเก็บบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณฝนตลอดระยะดำเนินการ โดยข้อมูล
ภูมิอากาศทร่ี วบรวม ไดแ้ ก่ อุณหภมู ิ ความช้นื สัมพทั ธ์ ความเรว็ ลม ปรมิ าณการระเหยจากถาด และปริมาณฝน
6.2.3 ทรัพยากรดนิ
1) ระยะก่อสรา้ ง
ไม่มีมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม
2) ระยะดำเนนิ การ
กรมชลประทานจัดตั้งงบประมาณให้กรมพัฒนาท่ีดิน ดำเนินการติดตามตรวจสอบ เกี่ยวกับเรื่อง
ของความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมทั้งสมบัติบางประการของดนิ เช่น สภาพความเป็นกรด เปน็ ดา่ งของดิน (ปฏิกริ ยิ า
ดินค่า pH) และระดับความเค็มของดิน (ค่า EC) ในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ โดยดำเนินการติดตาม
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
6-1
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 6
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
ตรวจสอบครง้ั แรกหลกั จากทำการก่อสร้าง และดำเนนิ การเปน็ เวลา 2 ปี หลังจากนนั้ ให้ดำเนนิ การ ปี เว้น ปี
วิธีการดำเนินการ โดยเก็บตัวอย่างดิน จากหลุมขุดเจาะดินจำนวน 9 หลุม ที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียง
กับหลุมขุดเจาะดินเดิมท่ีใช้ในการศึกษาของโครงการคร้ังนี้ โดยในแต่ละหลุมขุดเจาะดิน ทำการเก็บดิน 2 ตัวอย่าง
ท่ี 2 ระดับความลกึ ประกอบด้วยดินชั้นบน 1 ตัวอยา่ ง (ระดับความลึก 0-30 เซนตเิ มตรจากผวิ ดนิ ) และดินช้ันลา่ ง 1
ตัวอย่าง (ระดับความลึก 30-100 เซนติเมตรจากผิวดิน) รวมตัวอย่างดินท้ังหมด 18 ตัวอย่าง (9 หลุม) ทำการ
วิเคราะห์คุณสมบัติต่างๆ ของดินในห้องปฏิบัติการ และทำการประเมินระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และปัญหา
สภาพเป็นกรดเป็นด่างของดินรวมท้ังระดับความเค็มของดิน เพื่อเป็นข้อมูลนำมาประกอบใช้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ
เรอื่ งของการจัดการดิน และการใชป้ ยุ๋
6.2.4 ธรณีวทิ ยาและการเกิดแผ่นดนิ ไหว
การดำเนนิ โครงการไม่มีผลกระทบตอ่ ธรณวี ิทยาและการเกิดแผน่ ดินไหว จึงไมจ่ ำเป็นตอ้ งกำหนดมาตรการ
ตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรณี
6.2.5 แหล่งวสั ดุทใี่ ชใ้ นการก่อสรา้ งเขอ่ื น
ในการก่อสร้างจะมีการขนส่งวัสดุอุปกรณ์จากแหล่งต่างๆ เข้ามาในพื้นท่ีหัวงาน รวมท้ังจะมีการนำดิน
ในบริเวณพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำมาใช้ประโยชน์เป็นดินถมตัวเข่ือนด้วย ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการในการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบโดยกำหนดให้ดำเนินการร่วมกับมาตรการดา้ นการกดั เซาะและดา้ นการคมนาคม
6.2.6 การตกตะกอนและการกดั เซาะ
1) เสนอให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบปริมาณตะกอนแขวนลอยก่อนก่อนไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ
เป็นประจำทกุ ปี หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบคือกรมชลประทาน
2) ติดตามตรวจสอบความมั่นคงของลาดตลิ่งและเชิงเขาบริเวณพื้นที่โครงการ เพ่ือให้เกิดความมั่นคง
แข็งแรงและลดความเสี่ยงจากการกดั เซาะและพงั ทลายของดิน รวมทง้ั ใหด้ ำเนินการตดิ ตามตรวจสอบการกดั เซาะใน
ลำน้ำบริเวณด้านท้ายน้ำ ต้ังแต่ปีแรกที่เร่ิมเก็บกักน้ำ โดยทำการตรวจวัดทุกปี หน่วย งานที่รับผิดชอบคือกรม
ชลประทาน
6.2.7 อุทกวทิ ยาและคุณภาพน้ำผวิ ดิน
6.2.7.1 อทุ กวิทยา
การก่อสร้างและดำเนินโครงการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอุทกวิทยาน้ำผิวดิน แต่
กรมชลประทานต้องดำเนินการติดตามตรวจสอบข้อมูลอุทกวิทยาน้ำผิวดินและระบบแหล่งน้ำในระยะด ำเนินการ
โครงการ เพ่อื ใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลกระทบที่ได้มีการประเมินปริมาณนำ้ รักษาระบบ
นิเวศด้านท้ายน้ำ รวมทั้งการตรวจสอบประสิทธิภาพของการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำ โดยนำข้อมูลปริมาณน้ำท่า
และระดับน้ำทร่ี วบรวมได้มาวิเคราะหก์ ารเปล่ยี นแปลงปริมาณนำ้ ท่าและระดับนำ้ เปน็ ประจำทุกปี โดยเสนอใหต้ ดิ ต้ัง
สถานวี ดั น้ำทา่ เพิ่ม 1 แหง่ บรเิ วณหัวงานโครงการอา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
6-2
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั บทท่ี 6
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
6.2.7.2 คณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ
1) ระยะก่อสร้าง
เพื่อการติดตามตรวจสอบผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนต่อคุณภาพน้ำในคลองเหมืองตะก่ัวจากการก่อสร้าง
โครงการ บริเวณทค่ี าดวา่ จะได้รบั ผลกระทบจากกิจกรรมก่อสรา้ ง มรี ายละเอียดดังน้ี
สถานีเก็บตัวอย่าง : การเก็บตัวอย่างน้ำจะให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำตามกิจกรรมการ
ก่อสร้างโครงการ สำหรบั จุดเก็บตัวอย่างจะครอบคลุมท้ังบรเิ วณพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ พื้นที่หัวงาน บริเวณท่ีจะทำการก่อสร้าง
ฝาย และพื้นทช่ี ลประทาน โดยเก็บตัวอยา่ งน้ำ จำนวน 4 สถานี 2 ครัง้ เพื่อเป็นตัวแทนของ 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดแู ลง้
ได้แก่
สถานที ่ี 1 บริเวณอ่างเกบ็ นำ้ คลองเหมอื งตะกวั่ พกิ ดั 618150E, 795543N
สถานีที่ 2 บรเิ วณที่ต้งั หวั งานเขื่อน คลองเหมอื งตะกวั่ พกิ ัด 618471E, 795884N
สถานีท่ี 3 บรเิ วณทตี่ ้งั ฝายทดน้ำคลองบา้ นใหม่ พิกดั 619543E, 798848N
สถานีที่ 4 บริเวณพน้ื ทช่ี ลประทาน (ท้ายนำ้ ) บริเวณบา้ นคลองใหญ่ พกิ ดั 619878E, 805880N
ดัชนีคุณภาพน้ำ : จำนวน 8 ดัชนี อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง ความขุ่น สารแขวนลอย ออกซิเจน
ละลายน้ำ บีโอดี แบคทเี รยี กลมุ่ โคลฟิ อรม์ ทั้งหมด และแบคทเี รียกลุ่มฟคี ลอโคลฟิ อร์ม
ความถี่ : ดำเนินการปีละ 2 คร้ัง ให้ครอบคลุมฤดูกาล คือ ในฤดูกาลแล้ง และช่วงฤดูฝน โดย
ดำเนินการตลอดระยะเวลาการก่อสรา้ งจำนวน 5 ปี
หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ : กรมชลประทาน
2) ระยะดำเนนิ การ
เพื่อการติดตามตรวจสอบการดำเนินการโครงการที่มีต่อคุณภาพน้ำใน คลองเหมืองตะกั่วและคลอง
ใหญ่จากการกอ่ สร้างโครงการ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
สถานเี ก็บตัวอย่าง : เกบ็ ตัวอย่างจะครอบคลุมทั้งบรเิ วณพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ พ้ืนท่ีหัวงาน บรเิ วณทีจ่ ะทำ
การก่อสร้างฝาย และพื้นท่ีชลประทาน โดยเก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 4 สถานี 2 ครั้ง เพ่ือเป็นตัวแทนของ 2 ฤดูกาล
คือ ฤดฝู นและฤดแู ล้ง คือ
สถานีท่ี 1 บรเิ วณอา่ งเก็บน้ำ คลองเหมืองตะก่วั พกิ ัด 618150E, 795543N
สถานีท่ี 2 บรเิ วณท่ตี ั้งหัวงานเข่ือน คลองเหมอื งตะก่วั พิกดั 618471E, 795884N
สถานที ่ี 3 บริเวณทต่ี ้งั ฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ พิกดั 619543E, 798848N
สถานที ี่ 4 บริเวณพื้นที่ชลประทาน (ทา้ ยนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619878E, 805880N
ดัชนีคุณภาพน้ำ : จำนวน 40 ดัชนี ครอบคลุมลักษณะสมบัติทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ โลหะหนัก
และเพือ่ การชลประทาน
ความถ่ี : ดำเนนิ การปลี ะ 2 คร้ัง ให้ครอบคลุมฤดูกาล คือ ในฤดูกาลแล้ง และช่วงฤดฝู น โดยดำเนินการ 2
ปีตอ่ เนื่อง (ปที ี่ 6 ถึงปีท่7ี ) ในระยะดำเนินการ หลังจากนัน้ ดำเนนิ การในปที ี่ 10 และปที ่ี 13
หนอ่ ยงานรบั ผิดชอบ : กรมชลประทาน
6.2.8 พน้ื ที่ชมุ่ นำ้
กำหนดให้ดำเนินมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบร่วมกับมาตรการติดตามตรวจสอบด้านคุณภาพน้ำ
ผวิ ดนิ และส่งิ มีชวี ติ ในน้ำ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
6-3
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 6
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
6.3 ทรพั ยากรส่ิงแวดล้อมทางชีวภาพ
6.3.1 นิเวศวทิ ยาทางนำ้
1) ระยะกอ่ สรา้ ง
เพื่อการติดตามตรวจสอบผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นต่อนิเวศวิทยาทางน้ำในคลองเหมืองตะก่ัว จากการ
ก่อสร้างโครงการ โดยทำการเก็บตัวอย่างนิเวศวทิ ยาทางน้ำ บริเวณท่ีคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากกจิ กรรมก่อสร้าง มี
รายละเอยี ดดงั น้ี
สถานีเก็บตัวอย่าง : การเก็บตัวอย่างน้ำจะให้ครอบคลุมการเปล่ียนแปลงคุณภาพน้ำตามกิจกรรมการ
ก่อสร้างโครงการ สำหรับจุดเก็บตัวอย่างจะครอบคลุมทั้งบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำ พ้ืนที่หัวงาน บริเวณท่ีจะทำการก่อสร้าง
ฝาย และพน้ื ท่ีชลประทาน โดยเกบ็ ตัวอยา่ งนำ้ จำนวน 4 สถานี 2 ครัง้ เพอ่ื เป็นตวั แทนของ 2 ฤดูกาล คอื ฤดฝู นและฤดแู ลง้
ไดแ้ ก่
สถานที ี่ 1 บรเิ วณอา่ งเก็บนำ้ คลองเหมืองตะกั่ว พิกดั 618150E, 795543N
สถานีที่ 2 บรเิ วณทีต่ ้งั หวั งานเข่อื น คลองเหมืองตะก่วั พกิ ัด 618471E, 795884N
สถานีท่ี 3 บริเวณท่ตี ง้ั ฝายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พกิ ัด 619543E, 798848N
สถานที ี่ 4 บรเิ วณพ้นื ท่ีชลประทาน (ทา้ ยนำ้ ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่ พิกัด 619878E, 805880N
ดชั นีเกบ็ ตัวอยา่ ง : แพลงกต์ อน ชนิด ความชุกชมุ ดชั นีความหลากหลาย
สตั วห์ น้าดิน ชนดิ ความชกุ ชุม ดัชนีความหลากหลาย
พรรณไมน้ ำ้ ชนิด
ปลา ชนิด ความยาว นำ้ หนกั ความชกุ ชุม ดัชนีความหลากหลาย และผลผลติ ตอ่ ไร่
ความถี่ : ดำเนินการปีละ 2 คร้ัง ให้ครอบคลุมฤดูกาล คือ ในฤดูกาลแล้งและช่วงฤดูฝน โดย
ดำเนินการตลอดระยะเวลาการกอ่ สรา้ งจำนวน 5 ปี
หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมชลประทาน
2) ระยะดำเนนิ การ
เพื่อการติดตามตรวจสอบการดำเนินการโครงการที่มีต่อนิเวศวิทยาทางน้ำในคลองเหมืองตะกั่วจาก
การก่อสรา้ งโครงการ โดยทำการเก็บตัวอย่างนเิ วศวทิ ยาทางนำ้ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
สถานีเก็บตวั อย่าง : เกบ็ ตัวอย่างจะครอบคลมุ ทั้งบริเวณพ้ืนทอี่ ่างเก็บน้ำ พ้ืนทีห่ ัวงาน บรเิ วณท่จี ะทำ
การก่อสร้างฝาย และพ้ืนที่ชลประทาน โดยเก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 4 สถานี 2 ครั้ง เพ่ือเป็นตัวแทนของ 2 ฤดูกาล
คือ ฤดฝู นและฤดแู ล้ง คือ
สถานที ี่ 1 บรเิ วณอา่ งเกบ็ น้ำ คลองเหมอื งตะกวั่ พกิ ดั 618150E, 795543N
สถานีที่ 2 บริเวณที่ต้งั หวั งานเข่ือน คลองเหมอื งตะกัว่ พกิ ดั 618471E, 795884N
สถานีที่ 3 บรเิ วณทต่ี ัง้ ฝายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พกิ ัด 619543E, 798848N
สถานีที่ 4 บริเวณพืน้ ทช่ี ลประทาน (ท้ายนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พิกดั 619878E, 805880N
ดชั นีเกบ็ ตัวอยา่ ง : แพลงกต์ อน ชนดิ ความชุกชมุ ดัชนีความหลากหลาย
สัตวห์ นา้ ดนิ ชนดิ ความชกุ ชุม ดชั นีความหลากหลาย
พรรณไมน้ ้ำ ชนดิ ปลา ชนดิ ความยาว นำ้ หนกั ความชกุ ชุม ดัชนีความหลากหลาย และ
ผลผลิต
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
6-4
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 6
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
ความถี่ : ดำเนินการปีละ 2 คร้ัง ให้ครอบคลุมฤดูกาล คือ ในฤดูกาลแล้ง และช่วงฤดูฝน โดยดำเนินการ 2
ปตี อ่ เนอ่ื ง (ปีท่ี 6 ถึงปีท7่ี ) ในระยะดำเนินการ หลงั จากนน้ั ดำเนินการในปที ี่ 10 และปีท่ี 13
หน่อยงานรบั ผิดชอบ : กรมชลประทาน
6.3.2 ทรพั ยากรปา่ ไม้
1) ระยะกอ่ สร้าง
การดำเนินการปลูกป่าทดแทนพ้ืนท่ีที่สูญเสียพ้ืนท่ีป่าไปอย่างถาวรโดยเปล่ียนเป็นพื้นที่อ่างเกบ็ น้ำซึ่งอยู่
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอนที่ 3 จำนวน 341 ไร่ และเขตรกั ษาพันธ์ุสัตว์
ป่าเขาบรรทัด จำนวน 127 ไร่ รวมทั้งหมดจำนวน 468.2 ไร่ มีระดับกักเก็บสูงสุด +111.65 เมตร (รทก.) ความจุ 11.13
ล้านลูกบาศกเ์ มตร ของการก่อสรา้ งโครงการ โดยประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ และกรมป่าไม้ทั้งในระดับกรม
และระดับจงั หวดั ซึง่ ต้องดำเนนิ การปลกู ป่าทดแทนไมน่ ้อยกวา่ 3 เท่าของพ้นื ท่ที ีส่ ูญเสียหรือประมาณ 1,404 ไร่
โดยพื้นท่ีปลูกป่าทดแทนอนั ดับแรกให้เลือกการปลูกปา่ ชดเชยในพืน้ ท่ีด้านต้นน้ำลำธารในระดับเหนือพ้ืนท่ี
อ่างเก็บน้ำแห่งน้ีก่อนพิจารณาจากตามแนวระดับเก็บกักสูงสุดแล้วขยายออกไป อันดับที่สองบริเวณพื้นท่ีป่าไม้ท่ีรอการ
ฟื้นฟูเร่ิมจากบริเวณพื้นท่ีหัวงานที่เป็นแนวสันอ่างเก็บน้ำ ลงไปสู่พ้ืนท่ีด้านท้ายน้ำท่ีได้รับผลประโยชน์ และอันดับท่ีสาม
เป็นพ้ืนทป่ี ่าสวนสาธารณะของแต่ละทอ้ งถิน่
วธิ ีการ : การปลูกป่าทดแทน ดำเนินการปลูกป่าในปีท่ี 1-3 ปี (ปีที่ 3 ถึงปีท่ี 5) และบำรุงรกั ษาในปีท่ี
2-9 (ปที ่ี 4 ถงึ ปีท่ี 12)
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กรมชลประทานจัดต้ังงบประมาณให้ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตวป์ า่ และพันธ์ุพชื
งบประมาณ : ตามประกาศสำนักงบประมาณ เรื่องอัตราราคาต่อหน่วย (มกราคม 2560) ได้กำหนด
คา่ ใชจ้ า่ ยในการปลูกป่า รวมทั้งค่าบำรงุ รักษาตอ่ ไร่ ไวด้ ังนี้
- คา่ ใชจ้ า่ ยในการปลกู ป่า 3,900 บาทต่อไร่
- ค่าบำรุงปา่ (อายุ 2-6 ปี) 1,020 บาทต่อไร่
- คา่ บำรุงปา่ (อายุ 7-10 ปี) 490 บาทตอ่ ไร่
2) ระยะดำเนนิ การ
กรมชลประทานดำเนินการติดตาม การปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า การปลูกเสริมป่า การบำรุงรักษาป่า
การติดตามตรวจสอบ ตรวจตราพื้นที่แปลงปลูกป่า พ้ืนที่ป่าอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และ กรมอุทยาน
แห่งชาติสัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ถือเป็นที่ภาระงานส่วนหนึ่งของกรมชลประทานต้องร่วมกันดูแลรักษาระบบนิเวศและ
ส่ิงแวดลอ้ มใหม้ ีพืน้ ท่ีปา่ ไมต้ อ่ ไปไดอ้ ย่างย่ังยนื
หน่วยงานท่รี ับผิดชอบ : กรมชลประทานจดั ต้ังงบประมาณให้ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพนั ธพุ์ ชื
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
6-5
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 6
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง มาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบสง่ิ แวดล้อม
6.3.3 ทรพั ยากรสตั วป์ า่
1) ระยะก่อสร้าง
การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดิริ อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านการบุรุก
หรือลักลอบเข้าทำลายป่าและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องปราม และการบูรณา
การในการทำงานของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง จึงควรสร้างหน่วยพิทักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ บริเวณด้านหัวงาน เพ่ือให้
การบูรณาการในการดำเนนิ โครงการฯ สามารถทำได้อยา่ งมีประสิทธิภาพสูงสุด
2) ระยะดำเนินการ
หน่วยพิทักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯที่ก่อสร้างขึ้น จะเป็นหน่วยบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานที่
เกย่ี วขอ้ งเพ่ือปอ้ งกันการลกั ลอบเขา้ ทำลายป่าและสตั ว์ปา่ ในเขตรักษาพันธุ์สตั ว์ป่าเขาบรรทัด อยา่ งบรู ณาการตอ่ ไป
หน่วยงานทรี่ ับผิดชอบ : กรมชลประทานจดั ต้ังงบประมาณให้ กรมปา่ ไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพนั ธ์พุ ชื
6.4 คณุ คา่ การใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์
6.4.1 ระบบชลประทานและเกษตรกรรม
1) ระยะก่อสร้าง
ไมม่ ีมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม
2) ระยะก่อสร้าง
กรมชลประทานร่วมมือกับ สำนักงานเกษตรอำเภอป่าบอน กรมส่งเสริมการเกษตร อบต.หนองธง
รว ม ทั้ งห น่ ว ย ง าน อ งค์ กรป ก ครอง ส่ ว น ท้ อ งถ่ิน ใน พื้ น ท่ี ได้ รับ ป ระ โย ช น์ จ า กโครงก ารใน ก ารติ ด ต า มข้ อมู ล ก า ร
เปล่ียนแปลงการผลิต ผลผลิต และการใช้พื้นท่ีทางการเกษตร ในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บนำ้ อ่างเก็บน้ำ
เหมอื งตะก่วั อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ เป็นประจำทกุ ปี
6.4.2 การใช้นำ้
กรมชลประทานติดตามตรวจสอบการจัดสรรน้ำและการบริหารการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ เช่น การ
ชลประทาน อุปโภค-บริโภค และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศท้ายน้ำ ให้เป็นไปอย่างท่ัวถึงและยุติธรรม และ
สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกิจกรรม โดยดำเนินการปีละ 1 ครั้ง ดำเนินการอย่างต่อเน่ืองในระยะ
ดำเนนิ การตั้งแต่ปีท่ี 1 ถงึ ปีที่ 5
6.4.3 การระบายน้ำและการบรรเทานำ้ ทว่ ม
1) ระยะก่อสรา้ ง
กรมชลประทานหรอื หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ติดตามตรวจสอบสภาพ
น้ำท่วมท่ีเกิดขึ้นภายหลังมีการพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องพิจารณา
กำหนดให้ติดตง้ั สถานีวดั น้ำท่าและระดับนำ้ เพ่ิมเติม 1 แหง่ บรเิ วณอาคารระบายน้ำลน้ หรอื อาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดิม
เพ่ือใช้เป็นขอ้ มูลในการตรวจสอบปรมิ าณน้ำทว่ มในพ้ืนทีใ่ นสภาพอนาคตได้เปน็ อยา่ งดี
2) ระยะดำเนินการ
กรมชลประทานดำเนินการติดต้ังมาตรวัดน้ำฝนที่บริเวณหัวงานโครงการและสถานีวัดน้ำท่าเพิ่มเติม
จำนวน 1 แห่ง บริเวณอาคารระบายน้ำล้นหรืออาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดิม เพื่อตรวจวัดและบันทึกข้อมูลอย่าง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
6-6