โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 1
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ บทนำ
รปู ท่ี 1.5.2-10 ระดับเก็บกกั ทางเลือกท่ี 2
รูปที่ 1.5.2-11 ระดับเก็บกัก ทางเลอื กท่ี 2
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-21
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 1
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ บทนำ
รูปที่ 1.5.2-12 ระดับเก็บกัก ทางเลือกที่ 3
รูปท่ี 1.5.2-13 ระดับเก็บกกั ทางเลอื กที่ 3
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-22
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 1
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ บทนำ
ตารางท่ี 1.5.2-3 ข้อมลู เปรยี บเทียบระดับเก็บกกั ท่ีเหมาะสม ทางเลือกที่
ทางเลือก 1 ทางเลือก 2 ทางเลือก 3
ข้อมูลท่ีใช้เปรียบเทยี บ
+105 ม.รทก. +110 ม.รทก. +115 ม.รทก.
1. ด้านวิศวกรรม (ตร.กม.) 20.27 20.27 20.27
1.1 พื้นที่รับน้ำฝน (ล้ำน ลบ.ม.) 34.68 34.68 34.68
1.2 ปริมำณน้ำท่ำรำยปเี ฉลี่ยท่ีไหลลงอ่ำงเก็บน้ำ (ล้ำน ลบ.ม.) 7.03 10.14 11.50
1.3 ควำมจุอ่ำงเก็บน้ำท่ีระดับเก็บกัก (ม.รทก.) +105.00 +110.00 +115.00
1.4 ระดับน้ำเก็บกักปกติ (ม.รทก.) +106.50 +111.65 +116.50
1.5 ระดับน้ำสูงสุด (ม.รทก.) +109.00 +114.00 +119.00
1.6 ระดับสันเข่ือน (ม.) 460.00 474.00 524.00
1.7 ควำมยำวสันเข่ือน (ม.) 43.00 48.00 53.00
1.8 ควำมสูงสันเขื่อน 0.20 0.29 0.36
1.9 อัตรำส่วนควำมจุเก็บกักต่อปรมิ ำณน้ำทำ่ รำยปเี ฉลี่ย (ตร.กม.) 0.47 0.54 0.63
1.10 พื้นท่ีผิวอ่ำงเก็บน้ำท่ีระดับเก็บกัก (ไร่) 290.90 339.60 395.60
(ตร.กม.) 0.48 0.57 0.65
1.11 พ้ืนที่ผิวอ่ำงเก็บน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด (ไร่) 299.40 357.40 406.90
2. ด้านผลกระทบส่ิงแวดล้อม (ไร่) 106.38 127 144.57
2.1 ผลกระทบต่อพ้ืนที่เขตรกั ษำพนั ธส์ุ ัตว์ปำ่ (ไร่) 1.70 9.00 10.90
2.2 ผลกระทบต่อพื้นที่ปำ่ เพื่อกำรอนุรักษ์ (ปำ่ โซน C) (รอ้ ยละ) 26.78 31.10 35.49
2.3 สูญเสียพื้นท่ีนิเวศปำ่ ไม้ต่อพื้นที่ท้ำกิน (ไร่) ไม่มีผลกระทบ ไม่มีผลกระทบ ไม่มีผลกระทบ
2.4 ผลกระทบต่อช้ันคุณภำพลุ่มน้ำชัน้ 1
3. ด้านผลกระทบต่อสังคม (ไร่) 340.93 407 463.34
3.1 ผลกระทบต่อพื้นท่ีกำรเกษตรของรำษฎร (ครัวเรอื น) 66 79 89
3.2 ผลกระทบต่อจำ้ นวนครวั เรอื นที่ถูกน้ำทว่ ม 16,475
3.3 พ้ืนที่รบั ประโยชน์ (ไร่) 11,420 18,685
4. ด้านเศรษฐศาสตร์
4.1 ค่ำลงทุนก่อสรำ้ งเขื่อนและอำคำรประกอบ (ล้ำนบำท) 565.00 650.00 793.00
4.2 ค่ำลงทุนต่อปรมิ ำตรน้ำเก็บกัก (บำท/ลบ.ม.) 80.37 64.10 68.96
ผลการให้คะแนนปัจจัยต่างๆ ในทุกทางเลือก แสดงดังตารางท่ี 1.5.2-4 สรุปได้วา่ ทางเลือกท่ี 2 เก็บกกั น้ำ
ทรี่ ะดับ +110.00 ม.รทก. มคี วามจุเหมาะสมท่ีสดุ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-23
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 1
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ บทนำ
ตารางที่ 1.5.2-4 การวเิ คราะหเ์ ปรียบเทยี บทางเลอื กระดบั เก็กกักที่เหมาะสม
ปัจจัย ทางเลือก 1 ทางเลือก ระดับเก็บกัก ทางเลือก 3
คา่ ตวั คณู คะแนน ทางเลือก 2 ค่า ตวั คณู คะแนน
1. ด้านวิศวกรรม
1.1 ความจุเก็บกักน้า คา่ ตวั คณู คะแนน 11.50 1.00 15.00
1.2 อัตราส่วนปริมาณน้าเก็บกักต่อปริมาณน้าไหลลงอ่างฯ 0.33 0.25 3.75
2. ด้านผลกระทบส่ิงแวดล้อม 7.03 0.50 7.50 10.14 1.00 15.00
2.1 ผลกระทบต่อพนื ทีเ่ ขตรักษาพันธุส์ ัตว์ป่า 0.20 0.25 3.75 0.29 0.25 3.75 144.57 0.50 5.00
2.2 ผลกระทบต่อพืนทปี่ ่าเพ่ือการอนุรักษ์ (ป่าโซน C) 10.90 0.75 7.50
2.3 สูญเสียพนื ที่นิเวศป่าไม้ต่อพืนท่ที ้ากิน 106.38 0.50 5.00 127 0.50 5.00 35.49 0.75 3.75
3. ด้านผลกระทบตอ่ สังคม 1.70 1.00 10.00 9.00 0.75 7.50
3.1 ผลกระทบต่อพนื ท่ีท้ากินของราษฎร 26.78 0.75 3.75 31.10 0.75 3.75 463.34 0.75 7.50
3.2 ผลกระทบต่อจ้านวนครัวเรือนทถ่ี ูกน้าท่วม 89.00 0.50 2.50
3.3 พืนทร่ี ับประโยชน์ 340.93 0.75 7.50 407 0.75 7.50 18,685 1.00 10.00
4. ด้านเศรษฐศาสตร์ 66.00 0.50 2.50 79 0.50 2.50
4.1 ค่าลงทุนโครงการ 11,420 0.75 7.50 16,475 1.00 10.00 793.00 0.25 2.00
4.2 อัตราส่วนค่าลงทุนต่อปริมาตรเก็บกักน้า 68.96 1.00 12.00
565.00 0.75 6.00 650.00 0.50 4.00
80.37 1.00 12.00 64.10 1.00 12.00
รวม 65.50 71.00 69.00
1.5.3 การกำหนดทางเลือกชนิดเข่ือนท่ีเหมาะสม
หลังจากได้ทำการศึกษาท่ีต้ังหัวงานโครงการท่ีเหมาะสมแล้วในลำดับต่อไปท่ีปรึกษาจะได้พิจารณาถึงความ
เหมาะสมของชนิดเขื่อนที่เหมาะสม โดยนำข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะทางธรณีวิทยาและฐาน
รากประกอบกับแหล่งวัสดุก่อสร้างมาพิจารณาประกอบกัน เพื่อให้ได้หัวงานเข่ือนซึ่งมีความประหยัดและปลอดภัย
ดังนั้น เขอ่ื นที่ได้นำมาพิจารณาเปรียบเทยี บจะประกอบด้วยหัวงานเขอ่ื น 3 ทางเลอื ก คือ
1) ทางเลอื กท่ี 1 เข่อื นดิน
2) ทางเลือกที่ 2 เขือ่ นหินท้ิงแกนดินเหนียว
3) ทางเลือกที่ 3 เขื่อนคอนกรีตบดอดั (Roller Compacted Concrete, RCC)
โดยมรี ายละเอียดและรปู ร่างลักษณะโดยทั่วไปของเข่ือนแตล่ ะชนดิ ดงั ต่อไปน้ี
1) เขื่อนดิน เข่ือนดินเป็นเขื่อนที่ใช้วัสดุในการก่อสร้างปริมาตรค่อนข้างสูงมาก ดังน้ันในพ้ืนที่โครงการ
หรือบริเวณใกล้เคียงจะต้องมีแหล่งดินจำนวนมากพอ และมีดินส่วนท่ีมีคุณสมบัติทึบน้ำ (Impervious) ท่ีจะนำมา
กอ่ สรา้ งแกนเขอ่ื น และส่วน Semi-Pervious สำหรับทำ Filter ดว้ ย สำหรบั ฐานรากของเขื่อนดินไม่จำเปน็ ต้องมีค่า
Bearing Capacity สูงมาก ทั้งนี้ เพราะ เขื่อนดนิ มีพนื้ ทีสว่ นของฐานเข่อื นท่มี ีขนาดใหญ่ ทำให้มีความดันทีก่ ระทำต่อ
ฐานรากค่อนข้างต่ำ และการทรุดตัวของฐานรากก็ไม่ใช่ตัวการท่ีก่อให้เกิดปัญหาสำหรับตัวเขื่อน ลักษณะรูปร่างท่ัวไป
(Typical Section) ของเขอื่ นดิน แสดงดังรูปท่ี 1.5.3-1
2) เข่ือนหนิ ทิ้งแกนดินเหนียว เขื่อนหินจะใชว้ ัสดใุ นการก่อสรา้ งน้อยกว่าเข่ือนดิน อย่างไรก็ตาม จะต้อง
มีแหล่งหินในพ้ืนที่หรอื บริเวณใกล้เคียงจำนวนมาก รวมถึงวสั ดุทึบน้ำ (Impervious/สำหรับทำแกนเข่ือนด้วย) และ
วสั ดุสำหรับ Filter ด้วย ส่วนปัญหาเร่ืองฐานรากนนั้ ถึงแมว้ ่าเข่ือนหินจะมีความดนั กระทำต่อฐานรากมากกวา่ เข่ือน
ดินก็ตามแตโ่ ดยทั่วไปค่าความสามารถในการรับน้ำหนักของฐานรากและการทรดุ ตัวก็ไมใ่ ช่ปัญหาหลักการของเข่ือน
หนิ แกนดนิ เหนียว ลักษณะโดยทั่วไปของเขอ่ื นหนิ ท้ิงแกนดินเหนียว แสดงดังรูปที่ 1.5.3-2
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-24
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 1
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ บทนำ
3) เขื่อนคอนกรีตบดอดั (Roller Compacted Concrete, RCC) เขอ่ื นคอนกรตี บดอัด (RCC) เป็นเข่ือน
ประเภทที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ได้ถูกนำมาก่อสร้างเป็นองค์ประกอบบางสว่ นของเข่อื นปากมลู เป็นแห่ง
แรกเมือ่ ปี 2536 อย่างไรกต็ ามเขื่อนประเภทน้ีได้เริ่มใชใ้ นต่างประเทศตง้ั แต่ปี 2523 และมีการนำมาใช้ในการกอ่ สร้าง
เขอื่ นเพ่ิมจำนวนมากขึ้น มีอตั ราการขยายตัวในประเทศต่างๆ ทร่ี วดเรว็ มาก ลักษณะรปู ร่างทั่วไปของเขื่อน RCC แสดง
ดังรปู ท่ี 1.5.3-3
สำหรับวัสดุที่ใชใ้ นการก่อสร้างเข่อื น RCC น้ัน นอกจากหิน กรวด ทราย และ ซเี มนต์ เชน่ เดียวกันกับที่ใช้ใน
การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตท่ัวไปแล้ว เขื่อน RCC ยังต้องการสาร Pozzolan เช่น ข้ีเถ้าลอย (Fly Ash) ประมาณ
120-150 กิโลกรัมต่อปริมาตรคอนกรตี 1 ลกู บาศก์เมตร ดว้ ย
รูปท่ี 1.5.3-1 ลักษณะทัว่ ไปของเขื่อนดนิ
รูปที่ 1.5.3-2 ลกั ษณะท่ัวไปของเข่อื นหินแกนดินเหนยี ว
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-25
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 1
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง บทนำ
รูปท่ี 1.5.3-3 ลกั ษณะทั่วไปของเข่ือนคอนกรตี บดอดั RCC)
ข้อมูลประกอบการพิจารณาเพอ่ื คัดเลอื กรปู แบบเข่ือนที่มีความเหมาะสม แสดงดังตารางท่ี 1.5.3-1
สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกรูปแบบเข่ือนท่ีเหมาะสม จะพิจารณาจากการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ในเชิง
วิศวกรรม ประกอบด้วย ความเส่ียงต่อการพิบัติของเข่ือนหากเกิดแผ่นดินไหว ปริมาณวัสดุก่อสร้างท่ีเพียงพอและ
เหมาะสมในพ้ืนทก่ี อ่ สร้าง ความแขง็ แรงและความยากง่ายในการก่อสร้างของรปู แบบเข่ือนแตล่ ะประเภท
การเปรยี บเทียบข้อดี-ข้อเสียของทางเลือกชนิดเขอื่ นที่เหมาะสม แสดงดงั ตารางท่ี 1.5.3-2
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-26
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 1
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ บทนำ
ตารางท่ี 1.5.3-1 ขอ้ มลู เปรยี บเทยี บทางเลือกชนดิ เขื่อนท่ีเหมาะสม
รายการ หนว่ ย ทางเลือกชนิดเข่ือน
ทางเลือกที่ 1 ทางเลือกที่ 2 ทางเลอื กท่ี 3
(เขอื่ นดิน) (เขื่อนหินทิง้ แกนดินเหนยี ว) (เข่อื นคอนกรีตบดอดั )
1. ลักษณะอ่างเกบ็ นำ้
- ระดับทอ้ งนำ้ เมตร (รทก.) +66.00
- ระดบั น้ำต่ำสดุ เมตร (รทก.) +75.00
- ระดบั นำ้ เก็บกกั เมตร (รทก.) +110.00
- ระดับนำ้ สูงสดุ เมตร (รทก.) +111.65
- ระดบั สันเข่ือน เมตร (รทก.) +114.00
- ความจทุ ีร่ ะดบั น้ำตำ่ สดุ ลา้ น ลบ.ม. 0.20
- ความจุทีร่ ะดับน้ำเก็บกกั ล้าน ลบ.ม. 10.14
- ความจุใช้การ ลา้ น ลบ.ม. 9.94
- พื้นที่น้ำท่วมทร่ี ะดับนำ้ เกบ็ กกั ไร่ 339.60
- พ้ืนทน่ี ้ำท่วมท่รี ะดบั นำ้ สูงสดุ ไร่ 357.40
2. ลกั ษณะตัวเข่ือน
- ชนดิ เข่ือน - เข่อื นดนิ เขอ่ื นหนิ ทงิ้ แกนดินเหนยี ว เขือ่ นคอนกรตี บดอัด
- ความกวา้ งสันเขอื่ น เมตร 10.00 10.00 10.00
- ความยาวสนั เขอ่ื น เมตร 474.00 474.00 474.00
- ความสูงเขอื่ นทสี่ งู ท่สี ดุ เมตร 48.00 48.00 48.00
3. ปริมาณวสั ดุที่ใช้ในการกอ่ สร้าง
- ดินถม ลกู บาศกเ์ มตร. 1,368,283 372,934 -
- หนิ ลกู บาศก์เมตร. - 485,125 -
- คอนกรตี ลกู บาศกเ์ มตร. - - 267,168
4. พนื้ ที่ชลประทาน
- ฤดฝู น ไร่ 11,600
- ฤดูแล้ง ไร่ 2,600
5. ราคาคา่ ก่อสร้าง ไมร่ วมค่าชดเชยท่ีดนิ และทรัพยส์ ิน)
- เขอื่ นและอาคารประกอบ ล้านบาท 650.00 720.00 972.00
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-27
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 1
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ บทนำ
ตารางที่ 1.5.3-2 การเปรยี บเทียบข้อดีและข้อเสยี ของรูปแบบเข่ือนแต่ละประเภท
ทางเลอื ก ข้อดี ขอ้ เสยี
1. เข่ือนดิน - ราคาค่ากอ่ สรา้ งถกู ท่ีสุด - ใชพ้ ้นื ท่ใี นการก่อสร้างมาก
- การก่อสรา้ งง่ายท่ีสดุ - ต้องใช้ปริมาณดินในการก่อสร้างมาก (ปรมิ าตรเขื่อนมากที่สุด)
- การบำรุงรักษาง่ายและค่าใช้จ่ายในการ ซง่ึ กรณีแหล่งวสั ดุดนิ ในอา่ งเกบ็ น้ำมีปริมาณไมเ่ พียงพอ ต้องใช้
บำรงุ รักษาต่ำ ดินนอกอ่างซ่ึงจะกระทบกับท่ีทำกนิ ของราษฎร
- เหมาะกับพ้ืนท่ีทเี่ ส่ียงตอ่ การเกิด
แผ่นดนิ ไหวปานกลาง
2. เข่ือนหนิ ทง้ิ - เหมาะสำหรับพื้นที่ท่ีมีความเส่ียงตอ่ การ - วสั ดหุ ินที่ต้องใช้ในการกอ่ สร้าง ซง่ึ ต้องใชป้ ระมาณรอ้ ยละ 60
แกนดิน เกิดแผน่ ดินไหวมาก ของปริมาตรเข่ือน
เหนียว - ปรมิ าณวัสดุท่ใี ช้ในการก่อสร้าง อาจไมเ่ พียงพอต่อการก่อสร้างและต้องหาจากแหลง่ อ่ืนๆ
(ปริมาตรเขอ่ื น) นอ้ ยกว่าเข่ือนดิน ข้างเคียง
- ระยะเวลาก่อสร้างเร็วกวา่ เขอ่ื นดนิ - เสียค่าขนสง่ แหล่งวัสดุหินมาจากแหลง่ อ่นื ๆ
3. เขือ่ นคอนกรีต - ใชพ้ น้ื ทใ่ี นการก่อสรา้ งนอ้ ยทสี่ ุด - สภาพธรณฐี านรากโครงการมีหินผุค่อนข้างลึกจำเปน็ ต้องขดุ
บดอัด (RCC) - ปริมาณวัสดทุ ี่ใช้ในการกอ่ สรา้ งนอ้ ยทส่ี ุด เปดิ ถึงหน้าหนิ ดา้ นลา่ งทำให้คา่ ก่อสร้าง และปรับปรุงฐานราก
(ปริมาตรเข่ือน) ค่อนข้างสงู กว่าทางเลือกอ่ืน
- ใชร้ ะยะเวลาในการก่อสร้างน้อยที่สุด - ผกู้ ่อสร้างตอ้ งมคี วามชำนาญในการก่อสรา้ งและการทดสอบ
- อาคารระบายน้ำล้น อาคารทอ่ ส่งน้ำจะ วสั ดตุ ้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด
อยู่ในตัวเขื่อนไมต่ ้องออกแบบแยก - จะต้องก่อสร้างตดิ ต่อกนั จนเสร็จ
- มีความแข็งแรงต่อการกดั เซาะของน้ำ - ราคาค่าก่อสรา้ งสูง
- ไมเ่ หมาะกับพนื้ ที่ท่เี สี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวรนุ แรง
-แหล่งวสั ดุเพอื่ การก่อสร้างค่อนข้างไกล จากท่ีต้งั หัวงาน
จากการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของรูปแบบเขื่อนแต่ละประเภทและข้อมูลเปรียบเทียบทางเลือก
ชนิดเข่ือนที่เหมาะสม สรุปได้ว่าทางเลือกที่ 1 เข่ือนดิน (เข่ือนดินถมชนิดแบ่งส่วน เป็นทางเลือกชนิดเขื่อนท่ีมีความเหมาะสม
เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งชนิดและปริมาณจากบ่อยืมดินท่ีได้มีการสำรวจไว้มีความเหมาะสมกับเข่ือนดิน
(เข่ือนดินถมชนิดแบ่งส่วน) อีกทั้งราคาค่าก่อสร้างถูกที่สุด การก่อสร้างง่ายที่สุด การบำรุงรักษาง่ายและค่าใช้จ่าย
ในการบำรงุ รักษาต่ำ
1.5.4 ระบบส่งนำ้ ชลประทาน
จากการศึกษาสภาพภูมปิ ระเทศและจากการตรวจสอบในภาคสนามพบวา่ สภาพภูมิประเทศบรเิ วณพ้ืนที่รบั ประโยชน์
มีสภาพเป็นลูกคล่ืนสลับลูกเนินสลับท่ีราบ ซ่ึงเหมาะสมกับระบบส่งน้ำชลประทานชนิดระบบท่อส่งน้ำ โดยแนวท่อส่งน้ำ
จะพิจารณาวางไปตามแนวถนนเดิม ซึ่งจะทำให้ไม่กระทบกับที่ดินของราษฎร อีกทั้งยังสามารถส่งน้ำในพ้ืนท่ีที่สูง
กวา่ ทอ่ ส่งน้ำได้เนื่องจากส่งน้ำดว้ ยระบบแรงดัน
จากการวางแนวท่อส่งน้ำให้สามารถส่งน้ำครอบคลุมพ้ืนที่รับประโยชน์ มีความยาวท่อส่งน้ำรวมประมาณ
37.20 กิโลเมตร พื้นท่ีรับประโยชน์ 16,475 ไร่ (คิดเป็นพ้ืนท่ีชลประทาน 11,600 ไร่) ขอบเขตพื้นท่ีรับประโยชน์และ
แนวทอ่ ส่งนำ้ แสดงดังรูปที่ 1.5.4-1
ตารางแสดงพ้ืนท่ีชลประทานและขนาดความจุท่อส่งน้ำ แสดงดังตารางท่ี 1.5.4-1และตารางที่ 1.5.4-2
แสดงขนาดความจทุ ่อสง่ นำ้ (ด้านอุปโภค-บรโิ ภค)
รายการคำนวณรปู ตดั ตามยาวแนวศนู ยก์ ลางทอ่ สง่ น้ำ แสดงดงั ภาคผนวก ญ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-28
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 1
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง บทนำ
ตารางท่ี 1.5.4-1 พนื้ ที่ชลประทานและขนาดความจทุ ่อสง่ น้ำ
ทอ่ ส่งนา้ พนื ทรี่ บั ประโยชน์ พนื ทชี่ ลประทาน ปริมาณนา้ ทต่ี ้องส่ง ความยาวทอ่ ส่งนา้ ขนาดทอ่ ทจี่ ดุ เรม่ิ ต้น
ทอ่ สง่ นำ้ สำยใหญ่ (MP) (ไร)่ (ไร)่ (ลบ.ม./วนิ าท)ี (ม.) ทอ่ ส่งนา้ (ม.)
1R-MP
2R-MP 7,495 5,332 2.300 12,990 1.20
3R-MP
1R-3R-MP 592 413 0.080 1,423 0.30
2R-3R-MP
1,193 833 0.170 2,895 0.40
รวมทงั หมด
3,357 2,343 1.000 3,169 0.90
2,294 1,601 0.320 2,764 0.60
1,544 1,078 0.220 2,392 0.50
16,475 11,600 25,633
ตารางท่ี 1.5.4-2 ขนาดความจทุ อ่ ส่งน้ำ ดา้ นอุปโภค-บริโภค)
ท่อส่งนำ้ ปรมิ าณน้ำทตี่ ้องสง่ ความยาวท่อสง่ นำ้ ขนาดทอ่ ท่ีจดุ เรมิ่ ตน้
(ลบ.ม./วนิ าท)ี (ม.) ทอ่ ส่งนำ้ ม.)
ทอ่ สง่ น้ำ PVC (1) 0.020 5,610 0.20
ท่อส่งน้ำ PVC (2) 0.020 5,960 0.20
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-29
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 1
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง บทนำ
รูปที่ 1.5.4-1 พ้นื ทร่ี ับประโยชน์และแนวท่อระบบสง่ น้ำ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-30
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 1
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ บทนำ
1.6 ระยะเวลาของการศึกษาและจัดทำรายงาน
กรมชลประทานได้กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการทั้งสิ้น 330 วัน นับต้ังแต่วันเร่ิมปฏิบัติงาน
และรายงานผลการปฏิบัติงานและเสนอรายงานเป็นระยะๆ ตามแผนปฏิบัติงานท่ีแจ้งไว้ตามกำหนดระยะเวลา
นบั ตง้ั แตเ่ ร่มิ ปฏิบตั งิ านตามท่รี ะบุไว้ดังน้ี
(1) รายงานการเริ่มงาน (Inception Report) จะต้องนำเสนอกรอบแนวทาง หลักการการดำเนินงาน
ของโครงการ แผนงานรวม แผนงานและแนวทางการศึกษาแต่ละด้าน บุคลากรหลักที่รับผิดชอบในแต่ละแผนงาน
ของโครงการ ความสัมพันธ์ของแผนงานแต่ละด้าน พร้อมจดั ทำแผนการดำเนินงานโครงการโดยละเอียด จำนวน 15 ชุด
ภายใน 60 วนั นบั ตั้งแต่เร่ิมปฏบิ ตั ิงาน
(2) รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) เพ่ือแสดงความก้าวหน้าของแผนการปฏิบัติงานประเด็น
การศึกษาแต่ละด้าน ปัญหาอุปสรรคและความเห็นในการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ฯลฯ ของการดำเนินงาน และสรุป
ความก้าวหน้าของกิจกรรมของผู้เช่ยี วชาญแต่ละราย จำนวน 15 ชดุ ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันเริม่ ปฏิบตั งิ าน
(3) รายงานฉบับกลาง (Interim report) จะต้องแสดงถึงผลการคัดเลือกแนวทางการพัฒนาโครงการท่ี
เหมาะสม จำนวน 20 ชุด ภายใน 180 วันนบั ต้ังแตว่ ันเร่มิ ปฏบิ ัติงาน
(4) ร่างรายงานฉบับสุดท้าย (Draft final Report) ภายใน 270 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน
ประกอบด้วย
- ร่างรายงานสรุปสำหรบั ผู้บริหาร (ภาษาไทย) จำนวน 30 เลม่
- รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น จำนวน 30 เล่ม
- รา่ งรายงานภาคผนวก จำนวน 30 เล่ม
(5) รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) สง่ ภายใน 330 วนั นับต้ังแต่วนั เรม่ิ ปฏิบตั งิ าน
- รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จำนวน 60 เลม่
- รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น จำนวน 60 เล่ม
- รายงานภาคผนวกจำนวน 60 เลม่
(6) รายงานเบ้ืองต้นฉบับพรอ้ มไฟล์นำเสนอที่แก้ไขแล้วตาม (1) ถึง (5) ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(E-Book) ให้บันทึกลงในเคร่ืองคอมพิวเตอร์แบบหนเจอสัมผัส (Tablet) จำนวน 2 ชุด และ CD หรือ DVD ใน
รูปแบบ Text File (Word และ PDF) ท่ีสามารถใช้ในการอ่านและแก้ไขได้อย่างสะดวก จำนวนอย่างละ 20 ชุด ส่ง
ภายในหลังจากท่ีคณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเหน็ ชอบ
(7) รายงานต้นฉบบั ของรายการท่ี (5) ไมเ่ ย็บเลม่ จำนวน 1 ชดุ ส่งภายใน 330 วัน
(8) รายงานประจำเดือน เพื่อสรุปผลของการดำเนินงานประจำเดือน โดยจัดทำสรุปแบบสั้นๆ ได้ตามใจ
ความ จำนวนครัง้ ละ 15 ชดุ ภายใน 330 วัน นบั ตั้งแต่วนั เรม่ิ ปฏบิ ัติงาน
1.7 การขออนญุ าตเขา้ ไปทำการศึกษาหรือวิจยั ทางวชิ าการในพ้นื ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาติ
1) ขอเข้าศึกษาวิจัยกรมปา่ ไม้ ได้รับอนุญาตเข้าทำการศึกษาวิจัยในพน้ื ที่ป่าสงวนแหง่ ชาติป่าเทือกเขาบรรทัด
แปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3 แสดงดังรูปท่ี 1.7-1 และป่าสงวนแห่งชาติเขาจันทร์ ตามหนังสืออนุญาต เล่มท่ี 013 ฉบับที่ 25
ลงวนั ท่ี 17 เมษายน 2563 แสดงดังในรปู ท่ี 1.7-2
2) ขอเข้าศกึ ษาวิจัยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พุ ืช ในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทดั ได้รับอนุญาต
เข้าศกึ ษาวิจัยเม่อื วนั ที่ 3 มนี าคม 2563 แสดงดังรูปที่ 1.7-3
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-31
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 1
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง บทนำ
รปู ที่ 1.7-1 หนงั สอื ใหอ้ นุญาตเขา้ ไปทำการศกึ ษาหรอื วิจัยทางวชิ าการในเขตพื้นทปี่ ่าสงวนแหง่ ชาติ
ป่าเขาจันทร์ กรมป่าไม้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-32
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 1
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ บทนำ
รูปท่ี 1.7-2 หนังสือให้อนุญาตเข้าไปทำการศึกษาหรอื วิจัยทางวชิ าการในเขตพนื้ ที่ป่าสงวนแหง่ ชาติ
กรมป่าไม้ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-33
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 1
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ บทนำ
รปู ที่ 1.7-3 หนังสือให้อนุญาตเข้าไปทำการศึกษาหรอื วจิ ัยทางวิชาการในเขตพนื้ ท่ีกรมอทุ ยานแห่งชาติ
สตั ว์ป่าและพนั ธุ์พชื เขตรักษาพันธุ์สตั ว์ป่าเขาบรรทดั
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
1-34
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 1
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ บทนำ
รปู ที่ 1.7-3 หนงั สอื ให้อนุญาตเขา้ ไปทำการศึกษาหรอื วิจยั ทางวิชาการในเขตพื้นท่ีกรมอทุ ยานแหง่ ชาติ
สัตวป์ า่ และพันธ์พุ ชื เขตรักษาพันธุ์สตั ว์ป่าเขาบรรทดั ตอ่ )
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
1-35
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บนา้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลุง รายละเอียดโครงการ
บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ
2.1 ทต่ี ัง้ และลักษณะโครงการ
2.1.1 ที่ต้งั โครงการ
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้าบ้านเหมืองตะก่วั อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลุง
หัวงานตั้งอยู่บ้านเหมืองตะกั่ว หมู่ 1 ต้าบลหนองธง อ้าเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง พิกัดตามแผนที่มาตราส่วน
1: 50,000 โซน 47P พิกัด 618,472E 795,885N ระวางหมายเลข 5023 II เป็นการศึกษาเพ่ือเป็นแหล่งเก็บกักน้า
ต้นทุนไว้ใช้ในการเพาะปลูก และส่งน้าเพื่ออุปโภค-บริโภค ให้กับพ้ืนท่ีรับประโยชน์โครงการครอบคลุม 2 ต้าบล
ได้แก่ ต้าบลหนองธง อ้าเภอป่าบอน จ้านวน 9 หมู่บ้าน และ ต้าบลคลองใหญ่ อ้าเภอตะโหมด จ้านวน 1 หมู่บ้าน
ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกไม้ผลเศรษฐกิจท่ีส้าคัญได้แก่ สละและลองกอง ในฤดูแล้งและในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงมีปัญหา
ขาดแคลนน้าเนอ่ื งจากไม่มแี หล่งน้ากกั เก็บน้าท่ีพอเพยี ง ท่ีต้งั โครงการแสดงดังรปู ที่ 2.1.1-1
2.1.2 การเดนิ ทางเขา้ สู่พืน้ ที่โครงการ
การเดินทางเข้าสหู่ ัวงานสามารถเดินทางได้สะดวกโดยรถยนต์ โดยเรมิ่ จากตัวเมอื งพัทลุงมุ่งหน้าไปทางทศิ ใต้
บนถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรจากนั้นเล้ียวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 4122 มุ่งหน้าไปยัง
ทศิ ตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จากน้ันเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 1029 มุ่งหน้าทางทิศใต้
เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางลาดยางสู่น้าตกโตนสะตอ ประมาณ 500 เมตร และเดินเท้า
อีกประมาณ 200 เมตร จะถึงทตี่ ้ังหัวงานโครงการ
2.2 ลักษณะของโครงการ
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้าบ้านเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ
จงั หวัดพัทลุง จดั เป็นโครงการขนาดกลาง ประกอบด้วย หัวงานเขื่อน อ่างเกบ็ น้า ระบบส่งน้าชลประทาน และพื้นท่ี
รับประโยชน์ พร้อมปรบั ปรงุ ฝายเดิม ดังรปู ท่ี 2.1.1-1 โดยมรี ายละเอียดดังน้ี
1) ที่ตั้งหัวงาน
- ที่ต้ัง บ้านเหมืองตะกว่ั หม่ทู ี่ 1 ต้าบลหนองธง อ้าเภอป่าบอน จงั หวดั พัทลุง
พกิ ัด 618,472E 795,885N
แผนที่ชุด L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III
2) อุทกวทิ ยา
- พื้นที่รบั น้าฝน 20.27 ตารางกโิ ลเมตร
- ปริมาณฝนรายปเี ฉลี่ย 2,384.1 มลิ ลเิ มตร
- ปรมิ าณน้าไหลลงอ่างเก็บน้ารายปีเฉลย่ี 34.68 ลา้ นลกู บาศก์เมตร
- ปริมาณนา้ หลากสูงสุด รอบ 500 ปี 228.05 ลูกบาศก์เมตร/วนิ าที
3) อ่างเกบ็ น้า
- ระดับน้าสงู สดุ +111.65 เมตร (รทก.)
- ระดับน้าเก็บกัก +110.00 เมตร (รทก.)
- ระดบั นา้ ต้่าสุด +75.00 เมตร (รทก.)
- ระดบั ท้องนา้ ประมาณ +66.00 เมตร (รทก.)
- ความจุอ่างเก็บน้าที่ระดับน้าสงู สุด 11.13 ล้านลูกบาศกเ์ มตร
- ความจุอ่างเก็บน้าท่ีระดบั นา้ เกบ็ กกั 10.14 ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร
- ความจอุ า่ งเก็บน้าทรี่ ะดับน้าตา้่ สดุ 0.20 ล้านลูกบาศก์เมตร
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
2-1
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้าบา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 2
อนั เน่ืองมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลงุ รายละเอียดโครงการ
- พ้ืนทผี่ วิ นา้ ท่รี ะดบั น้าสูงสุดประมาณ 350 ไร่
- พน้ื ที่ผิวน้าทร่ี ะดบั น้าเกบ็ กกั ประมาณ 343.75 ไร่
- พ้ืนท่ผี ิวน้าทรี่ ะดับนา้ ต้่าสุดประมาณ 31.25 ไร่
4) เขอื่ นเก็บกักน้า เข่ือนดินถมชนดิ แบ่งสว่ น
- ชนดิ
(Zoned Earthfill Dam)
- ระดับสันเขื่อน +114.00 เมตร (รทก.)
- ความกว้างสันเขอ่ื น 10.00 เมตร
- ความยาวสนั เขื่อน 474 เมตร
- ความสงู เข่ือน 48.00 เมตร
- ลาดเขื่อนดิน ด้านเหนือนา้ 1:3.5
ดา้ นทา้ ยน้า 1:2.5
5) อาคารประกอบเขอ่ื นเกบ็ กักน้า
- อาคารทางระบายน้าล้น
ท่ตี ั้ง ฝั่งซ้ายของตวั เขอ่ื น
ชนดิ Overflow Spillway
ลักษณะสันฝาย Uncontrolled Ogee Crest
ระดับสนั ฝาย (Double Side Channel Spillway)
+110.00 เมตร (รทก.)
ความยาวสนั ฝาย 54.30 เมตร
อตั ราการระบายสูงสดุ (รอบ 500 ป)ี 198.31 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
- อาคารท่อสง่ น้า (อาคารระบายนา้ ลงลา้ น้าเดมิ )
ท่ีต้งั ฝั่งขวาของตัวเข่อื น
ชนดิ ทอ่ ทอ่ เหลก็ ห้มุ ด้วยคอนกรีต
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ 1.20 เมตร
อัตราการระบายสูงสุด 12.81 ลูกบาศกเ์ มตร/วินาที
6) พนื้ ที่ชลประทาน
- ระบบสง่ น้าชลประทาน ชนิด ท่อสง่ น้าชลประทาน
- ทอ่ ส่งน้าชลประทาน
ความยาวท่อสง่ น้ารวมท้งั หมด 37.20 กโิ ลเมตร
- พ้ืนท่ีชลประทาน ฤดูฝน 11,600 ไร่
ฤดแู ลง้ 2,600 ไร่
รายละเอยี ดพ้ืนท่ีชลประทานและขนาดท่อสง่ น้า แสดงดังตารางท่ี 2.2-1
7) ผู้ได้รบั ประโยชน์จากโครงการ (ดา้ นอุปโภค-บรโิ ภค) 9 หมู่บา้ น
จ้านวน 2,090 ครวั เรอื น
รายละเอียดขนาดทอ่ ส่งนา้ แสดงดงั ตารางที่ 2.2-2
8) พ้นื ทีร่ ับประโยชน์ทา้ ยน้าจากการปรบั ปรงุ ฝายทดนา้ เดมิ และปล่อยน้าเพ่ือรกั ษาระบบนเิ วศ
ฝายทดนา้ คลองท่ายูง 440 ไร่
ฝายทดน้าคลองบ้านใหม่ 2,850 ไร่
รปู ที่ 2.2-1 ถึงรูปที่ 2.2-6 แสดงองคป์ ระกอบบรเิ วณหวั งานเขื่อนและอาคารประกอบ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
2-2
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้าบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวดั พัทลุง รายละเอยี ดโครงการ
รูปที่ 2.1.1-1 ทีต่ ้ังโครงการและองคป์ ระกอบโครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
2-3
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้าบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพัทลงุ รายละเอยี ดโครงการ
ตารางท่ี 2.2-1 พ้ืนท่ีชลประทานและขนาดความจทุ อ่ สง่ น้า
ทอ่ ส่งนำ้ พืนทรี่ บั ประโยชน์ พืนทช่ี ลประทำน ปริมำณนำ้ ทตี่ ้องส่ง ควำมยำวทอ่ ส่งนำ้ ขนำดทอ่ ทจ่ี ดุ เรม่ิ ต้น
ทอ่ สง่ นำ้ สำยใหญ่ (MP) (ไร)่ (ไร)่ (ลบ.ม./วินำท)ี (ม.) ทอ่ ส่งนำ้ (ม.)
1R-MP
2R-MP 7,495 5,332 2.300 12,990 1.20
3R-MP
1R-3R-MP 592 413 0.080 1,423 0.30
2R-3R-MP
1,193 833 0.170 2,895 0.40
รวมทงั หมด
3,357 2,343 1.000 3,169 0.90
2,294 1,601 0.320 2,764 0.60
1,544 1,078 0.220 2,392 0.50
16,475 11,600 25,633
ตารางท่ี 2.2-2 ขนาดความจุท่อส่งนา้ (ด้านอปุ โภค-บรโิ ภค)
ทอ่ ส่งนา้ ปริมาณน้าทต่ี อ้ งส่ง ความยาวทอ่ ส่งนา้ ขนาดท่อทจี่ ุดเร่ิมต้น
(ลบ.ม./วินาท)ี (ม.) ท่อสง่ นา้ (ม.)
ทอ่ ส่งน้า PVC (1) 0.020 5,610 0.20
ทอ่ ส่งน้า PVC (2) 0.020 5,960 0.20
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
2-4
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้าบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเนือ่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพทั ลงุ
รปู ที่ 2.2-1 แผนที่แสดงขอ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ
อบเขตอ่างเก็บน้าและทต่ี ัง้ เขอ่ื น รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
2-5
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้าบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเนือ่ งมาจากพระราชด้าริ จงั หวัดพทั ลงุ
รปู ที่ 2.2-2 ผงั บริเวณหวั
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
บทท่ี 2
รายละเอยี ดโครงการ
วงานเขื่อนและอาคารประกอบ รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
2-6
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้าบ้านเหมืองตะก่วั
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลุง
รูปท่ี 2.2-3 รูปตดั
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากัด
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
บทท่ี 2
รายละเอยี ดโครงการ
ดตามแนวศูนยก์ ลางเขือ่ น รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
2-7
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้าบา้ นเหมอื งตะก่วั
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดา้ ริ จังหวัดพัทลุง
รปู ที่ 2.2-4 ร
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากัด
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ
รูปตัดขวางเขื่อนดนิ รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
2-8
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้าบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเน่อื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลงุ
รปู ท่ี 2.2-5 แปลนและรูปตดั ตาม
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ
มแนวศนู ยก์ ลางอาคารทางระบายนา้ ล้น รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
2-9
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้าบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเน่อื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพัทลงุ
รปู ท่ี 2.2-6 แปลนและรูปตดั ต
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จ้ากดั
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จา้ กัด
บทที่ 2
รายละเอียดโครงการ
ตามแนวศูนย์กลางอาคารท่อสง่ น้า รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
2-10
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้าบ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชด้าริ จังหวดั พัทลุง รายละเอยี ดโครงการ
2.3 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ
1.3.1 เพอ่ื ให้เปน็ แหล่งเกบ็ กกั นา้ ต้นทุนไว้ใช้ในการเพาะปลูกให้กบั พน้ื ท่ีชลประทานของโครงการ
1.3.2 เพื่อเปน็ แหลง่ นา้ ส้าหรับอปุ โภค-บรโิ ภค ของราษฎรในเขตตา้ บลหนองธงและตา้ บลใกล้เคียง
1.3.3 เพอ่ื ยกฐานะความเป็นอยขู่ องราษฎร ในเขตพ้ืนทีท่ ไี่ ดร้ บั ประโยชน์จากโครงการให้ดขี ้ึน โดยให้การ
สนบั สนุนแหลง่ น้า ซงึ่ เปน็ ปจั จยั พื้นฐานของผลผลิตทางด้านเกษตร อตุ สาหกรรม การทอ่ งเที่ยว เปน็ ต้น
2.4 การประมาณราคาคา่ กอ่ สร้างและแผนงานกอ่ สร้างโครงการ
ราคาค่ากอ่ สร้างโครงการอ่างเกบ็ น้าบ้านเหมืองตะกั่ว พร้อมระบบส่งน้า มคี ่าลงทุนโครงการรวมประมาณ 988.9 ลา้ นบาท
สรุปดังตารางที่ 2.4-1 โดยมีรายละเอียดคา่ ก่อสร้างและระยะเวลาแตล่ ะองค์ประกอบมดี ังน้ี
• งานเตรยี มงานเบอื้ งตน้ ด้าเนินการในปีที่ 1 มีงบประมาณ 20.04 ล้านบาท
• งานท้านบดนิ และอาคารประกอบ ดา้ เนนิ การในปีที่ 2 ถึงปที ี่ 4 มีงบประมาณรวม 552.25 ลา้ นบาท
• งานก่อสร้างระบบท่อส่งน้าและปรับปรุงฝายทดน้าเดิม 2 แห่งก้าหนดให้ด้าเนินการในปีท่ี 3 ถึงปีท่ี 5
มงี บประมาณรวม 145 ลา้ นบาท
• คา่ ก่อสรา้ งรวมค่าเผ่อื เหลอื เผื่อขาด(10%) ภาษี (7%) มมี ลู คา่ เท่ากบั 844.26 ลา้ นบาท
• ค่าควบคุมงานบริหารโครงการ (1.75%) คดิ เปน็ เงินเทา่ กบั 14.36 ลา้ นบาท
• งานชดเชยทีด่ ินกา้ หนดดา้ เนนิ การในปที ่ี 1 เป็นเงนิ 130.3 ลา้ นบาท
• ค่าด้าเนินการบ้ารุงรักษาพิจารณาร้อยละ 3 ของค่าก่อสร้างท้ังหมดเป็นเงิน คิดเป็นเงินปีละ 25.76
ล้านบาทต่อปี ด้าเนินการตงั้ แต่กอ่ สร้างโครงการเสร็จ ปที ี 4 จะถึงสิ้นสดุ อายโุ ครงการ 50 ปี (ปี 53)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จา้ กดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
2-11
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้าบา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด้าริ จังหวัดพทั ลงุ รายละเอยี ดโครงการ
ตารางท่ี 2.4-1 สรุปราคากอ่ สรา้ งโดยประมาณของโครงการอา่ งเก็บนา้ บ้านเหมืองตะกัว่
รำยกำร ปที ี่ 1 ปที ี่ 2 ปที ่ี 3 ปที ่ี 4 หนว่ ย :ล้ำนบำท
1 คำ่ กอ่ สร้ำง ปที ่ี 5 รวม
20.04
1.1 คำ่ เตรียมงำนเบืองตน้ 110.45 220.90 220.90 20.04
1.2 งำนท้ำนบดนิ และอำคำรประกอบ 40.00 50.00 552.25
1.3 งำนระบบสง่ น้ำชลประทำน 55.00
รำคคำ่ กอ่ สรรำ้ งรวม 1 20.04 110.45 260.90 270.90 55.00 717.30
2 รำคำคำ่ กอ่ สรำ้ งรวมเผื่อเหลอื เผือ่ ขำดรอ้ ยละ 10 22.05 121.50 286.99 297.99 60.50 789.03
3 รำคำคำ่ กอ่ สร้ำงรวมภำษรี อ้ ยละ 7 23.59 130.00 307.08 318.85 64.74 844.26
4 คำ่ บริหำรโครงกำรและควบคมุ งำนกอ่ สร้ำง ( ร้อยละ 1.75 ของ 3) 1.13 14.362
5 รวมทังหมด (3+4) 2.28 5.37 5.58 65.87 858.6185
6 งำนดำ้ เนนิ กำรดำ้ นท่ีดนิ 23.59 132.28 312.45 324.43
6.1 คำ่ เวนคนื ทีด่ นิ และคำ่ ทดแทนไม้ผล-ไม้ยนื ตน้ และพชื เศรษฐกจิ 130.30 130.30
6.2 คำ่ รือย้ำยส่งิ ปลกู สรำ้ งเอกชน
รวม 130.30 132.28 312.45 324.43 65.87 130.30
7 รวมทังหมด 153.89 988.92
8 คำ่ ดำ้ เนินกำรและบำ้ รงุ รักษำ (O & M Cost) 25.76
2.5 การวเิ คราะหค์ วามเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์
ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ โดยใช้ข้อก้าหนดดังกล่าว พบว่า โครงการมี
ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจเม่ือพิจารณาที่อัตราคิดลด 9 % มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) 506.7
ล้านบาท อัตราส่วนระหว่างผลประโยชน์และต้นทุน (Benefit Cost Ratio: B/C) เท่ากับ 1.63 และอัตราผลตอบแทนทาง
เศรษฐกิจของโครงการ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) เทา่ กบั รอ้ ยละ 17.08 สรปุ ได้ดังตารางที่ 2.5-1
ตารางท่ี 2.5-1 สรุปผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ
ตวั ชีวัด เกณฑก์ ำรตดั สนิ ใจ ผลกำรวิเครำะห์โครงกำร
1.ผลตอบแทนทำงเศรษฐศำสตร์ (EIRR,%)* EIRR 17.08
2.มลู คำ่ ปัจจุบันสทุ ธิ (NPV.ลำ้ นบำท)* NPV.>0 506.70
3.อตั รำสว่ นผลตอบแทนตอ่ คำ่ ใชจ้ ่ำย (B/C Ratio) B/C.>1 1.63
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จ้ากดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จ้ากัด
2-12
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
3.1 ทรพั ยากรส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพ
3.1.1 สภาพภมู ปิ ระเทศ
สภาพภูมิประเทศของพ้ืนที่โครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
สภาพพื้นที่มลี ักษณะเป็นภูเขาทางด้านตะวันตก ประกอบดว้ ย เทือกเขาบรรทัด มีระดับสูงจากระดบั น้ำทะเลปานกลาง
ประมาณ 60 – 800 เมตร (รทก.) หัวงานโครงการต้ังอยู่ที่ บ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
จังหวัดพัทลุง พิกัดที่ ละติจูด 7o 11’47” เหนือ ลองตจิ ูด 101o 04’29” พ้ืนท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว
20.27 ตารางกิโลเมตร และจากตำแหน่งที่ต้ังโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วไปยังพ้ืนทด่ี ้านท้ายน้ำ มีลักษณะ
พื้นที่เป็นท่ีราบสูงสลับที่ดอนมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย 0 - 15 เมตร (รทก.ลักษณะความลาดชัน
โดยเฉลี่ยของพ้ืนทม่ี ีทิศทางจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวนั ออกจากพนื้ ท่ีต้นนำ้ ของโครงการทางทิศตะวนั ตกและลาด
เทลงมาสู่ทะเลหลวงทางทศิ ตะวันออก ลกั ษณะภูมิประเทศของโครงการ แสดงดงั รูปที่ 3.1.1-1
3.1.2 ลักษณะภมู ิอากาศ
การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา เพ่ือให้ทราบถึงสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของพื้นท่ีโครงการ
การเปลยี่ นแปลงของฤดูกาล ศึกษาและวเิ คราะห์ปริมาณน้ำฝน ปรมิ าณน้ำท่า ปรมิ าณน้ำหลาก และปริมาณตะกอน
ของโครงการ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิเคราะห์ด้านระบายน้ำและอุทกภัย การศึกษาแนวทางการเพ่ิมปริมาณ
น้ำต้นทุนและบรรเทาปัญหาภยั แล้ง และการศึกษาดา้ นการบรหิ ารจดั การน้ำ โดยมหี วั ข้อการศกึ ษาดงั นี้
1) การรวบรวมและทบทวนขอ้ มลู
การศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศได้ทำการรวบรวมข้อมูลภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาท่ีตั้งอยู่
ใกล้เคียงบริเวณพ้ืนที่ศึกษา ได้แก่ สถานีตรวจวัดภูมิอากาศอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และสถานีตรวจวดั ภูมิอากาศ
อำเภอเมืองจังหวดั สงขลา โดยมีช่วงปีสถิติข้อมูลท่ีบันทึกปี พ.ศ.2549-2562 แสดงดังตารางท่ี 3.1.2-1 ถึงตารางที่
3.1.2-2 คา่ เฉล่ียรายปี และช่วงพสิ ยั ของค่าเฉลี่ยรายเดอื นของตัวแปรภูมิอากาศบรเิ วณพ้ืนที่โครงการ แสดงไดด้ งั นี้
ตวั แปรภูมิอากาศ ค่าเฉลยี่ ช่วงพสิ ยั ของค่าเฉลยี่
รายปี รายเดอื น
อณุ หภมู ิ (องศาเซลเซียส) 27.85
ความชน้ื สัมพัทธ์ (ร้อยละ) 80.15 26.6 (ธ.ค.) - 29.0 (พ.ค.)
2.70 76.0 (ก.พ., ม.ิ ย.-ส.ค.) - 88.0 (พ.ย.)
ความเร็วลม (น๊อต) 6.45
ความคร้ึมของเมฆ (0-10) 1,484.15 1.5 (พ.ย.) - 4.8 (ม.ค.)
ปรมิ าณการระเหยจากถาด (มลิ ลเิ มตร) 4.6 (ก.พ.) - 7.4 (ต.ค.-พ.ย.)
68.3 (พ.ย.) - 173.0 (มี.ค.)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-1
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
รูปท่ี 3.1.1-1 สภาพภูมปิ ระเทศ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-2
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.1.2-1 สถติ ิข้อมูลภมู อิ ากาศเฉลีย่ ในคาบ 13 ปี (2549-2562) ของสถานตี รวจวดั อากาศพทั ลงุ
สถานี อุตุนิยมวิทยาเกษตรพทั ลงุ ระดับของสถานีเหนือระดับน้าทะเลปานกลาง 2.00 เมตร
รหัสสถานี 48560 ความสงู ของบารอมิเตอร์เหนือระดับนา้ ทะเลปานกลาง 4.15 เมตร
ละติจูด ความสงู ของเทอร์โมมิเตอร์เหนือพนื ดิน 1.25 เมตร
ลองติจูด 7° 35' 0.0" เหนือ ความสงู ของเคร่ืองวัดลมเหนือพนื ดิน 11.00 เมตร
100° 10' 0.0" ตะวันออก ความสงู ของเคร่ืองวัดนา้ ฝน 0.90 เมตร
ข้อมูล ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รายปี
ความกดอากาศ (เฮคโตปาสคาล)
เฉลย่ี 1,011.3 1,011.2 1,010.3 1,009.1 1,008.4 1,008.2 1,008.4 1,008.6 1,009.4 1,009.7 1,009.6 1,010.5 1,009.6
สงู สดุ 1,019.3 1,018.6 1,016.5 1,015.6 1,013.7 1,015.1 1,013.8 1,013.7 1,014.9 1,015.9 1,015.7 1,017.1 1,019.3
ต้่าสดุ 1,003.0 1,004.4 1,003.4 1,002.8 1,002.6 1,002.3 1,003.2 1,003.6 1,004.0 1,002.7 1,001.6 1,004.0 1,001.6
พสิ ยั รายวัน 3.7 3.8 4.2 4.2 3.9 3.4 3.4 3.6 4.0 4.2 3.9 3.7 3.8
อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส)
เฉลยี่ 26.8 27.4 28.1 28.8 28.6 28.2 28.0 28.0 27.6 27.3 26.8 26.6 27.7
เฉลยี่ สงู สดุ 30.4 31.6 32.8 33.9 34.0 33.5 33.4 33.5 33.0 32.1 30.5 30.0 32.4
เฉลยี่ ตา้่ สดุ 23.8 23.8 24.3 25.1 25.1 24.7 24.4 24.4 24.4 24.3 24.3 24.2 24.4
สงู สดุ 32.8 34.5 36.3 39.4 37.8 36.7 36.7 37.7 36.8 36.4 34.7 35.0 39.4
ต้่าสดุ 20.3 18.5 20.3 23.0 23.0 22.5 22.0 21.9 22.5 21.2 19.8 21.8 18.5
ความชนื สมั พทั ธ์ (%)
เฉลย่ี 84.0 81.0 80.0 81.0 81.0 80.0 80.0 80.0 81.0 84.0 88.0 87.0 82.2
เฉลยี่ สงู สดุ 95.0 93.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 96.0 97.0 96.0 94.5
เฉลยี่ ต่้าสดุ 72.0 66.0 64.0 64.0 63.0 62.0 60.0 60.0 62.0 68.0 76.0 77.0 66.1
ตา้่ สดุ 47.0 47.0 45.0 39.0 43.0 34.0 38.0 34.0 40.0 43.0 52.0 50.0 34.0
จุดน้าค้าง (องศาเซลเซียส)
เฉลย่ี 23.8 23.6 24.2 24.9 24.8 24.2 23.9 23.8 23.8 24.2 24.5 24.2 24.2
ปริมาณการระเหยจากถาด (มม.)
เฉลยี่ -ถาด 85.2 105.4 124.1 123.1 121.3 119.2 122.7 126.6 112.5 96.2 68.3 72.7 1,277.30
ความครึมของเมฆ (0-10)
เฉลย่ี 6.4 4.6 4.7 5.6 6.7 6.9 7.1 6.9 7.2 7.4 7.4 7.1 6.5
ชวั่ โมงท่ีมีแสงแดด (ชม.)
เฉลยี่ 172.2 235.7 232.8 218.5 193.1 176.8 178.2 186.8 160.4 158.1 125.1 140.6 2,178.3
ทัศนวิสยั (กม.)
เวลา 07:00 น. 7.2 7.7 7.7 8.0 8.0 8.0 8.0 8.1 8.0 7.7 7.3 7.3 7.8
เฉลยี่ 8.4 8.9 9.2 9.1 9.0 8.9 8.8 9.0 8.8 8.5 7.9 8.1 8.7
ลม (นอต)
ความเร็วลมเฉลย่ี 2.1 2.4 2.1 2.0 1.9 2.1 2.3 2.5 2.5 2.0 1.5 1.9 2.1
ทิศทาง E E E E W W W W W W NE,W E -
ความเร็วลมสงู สดุ 32 27 25 25 30 29 33 35 34 31 40 26 40
ฝน (มม.)
เฉลย่ี 257.8 57.5 123.9 128.1 110.2 87.9 83.6 88.6 106.5 252.9 552.9 448.2 2,298.1
จา้ นวนวันที่ฝนตก 14.9 5.4 7.5 10.3 14.1 11.6 12.4 13.3 14.7 19.4 22.1 21.3 167.0
ฝนสงู ที่สดุ ใน 24 ชม. 176.1 114.5 199.1 109.2 82.4 57.0 76.2 43.9 61.3 88.3 292.2 302.4 302.4
ปรากฏการณ์ (วัน)
เมฆหมอก 0.5 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 0.2 0.4 0.2 0.4 2.0
หมอก 0.6 2.1 2.6 3.4 3.2 5.3 5.1 3.9 4.1 1.4 0.5 0.1 32.3
ลกู เห็บ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1 0.0 0.1
ฟา้ คะนอง 1.1 0.4 3.1 5.7 9.8 4.7 4.6 4.4 5.3 7.7 7.4 3.1 57.3
พายุฝน 0.0 0.0 0.1 0.4 0.4 0.4 0.4 0.9 0.5 0.3 0.0 0.1 3.5
ทีม่ า : กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-3
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางท่ี 3.1.2-2 สถิตขิ อ้ มูลภมู ิอากาศเฉล่ยี ในคาบ 30 ปี (2533-2562) ของสถานีตรวจวดั อากาศสงขลา
สถานี อ้าเภอสงขลา ระดับของสถานีเหนือระดับน้าทะเลปานกลาง 4.57 เมตร
รหัสสถานี 48568 ความสงู ของบารอมิเตอร์เหนือระดับน้าทะเลปานกลาง 6.56 เมตร
ละติจูด ความสงู ของเทอร์โมมิเตอร์เหนือพนื ดิน 1.30 เมตร
ลองติจูด 7° 10' 55.6" เหนือ ความสงู ของเครื่องวัดลมเหนือพนื ดิน 17.78 เมตร
100° 36' 27.7" ตะวันออก ความสงู ของเคร่ืองวัดน้าฝน 0.80 เมตร
ข้อมูล ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รายปี
ความกดอากาศ (เฮคโตปาสคาล)
เฉลย่ี 1,011.5 1,011.3 1,010.3 1,009.2 1,008.5 1,008.5 1,008.6 1,009.0 1,009.6 1,009.9 1,009.9 1,010.9 1,009.8
สงู สดุ 1,017.8 1,017.7 1,018.7 1,015.3 1,013.4 1,014.9 1,013.9 1,015.0 1,016.2 1,016.1 1,016.7 1,018.6 1,018.7
ตา่้ สดุ 1,003.4 1,004.5 1,002.7 1,003.3 1,002.9 1,003.0 1,002.6 1,003.5 1,003.6 1,003.2 1,003.0 1,004.2 1,002.6
พสิ ยั รายวัน 3.6 3.9 4.2 4.2 3.9 3.5 3.5 3.8 4.1 4.2 3.9 3.7 3.9
อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส)
เฉลยี่ 27.1 27.5 28.1 28.9 29.0 28.7 28.5 28.3 28.0 27.4 27.0 26.9 28.0
เฉลย่ี สงู สดุ 29.8 30.5 31.5 32.6 33.4 33.4 33.3 33.3 32.6 31.6 30.0 29.5 31.8
เฉลย่ี ต้่าสดุ 24.9 25.0 25.2 25.7 25.7 25.5 25.2 25.1 24.9 24.5 24.6 24.6 25.1
สงู สดุ 32.4 34.3 35.2 37.3 38.6 37.1 37.0 37.3 36.2 38.5 34.0 33.4 38.6
ต่้าสดุ 20.5 19.3 22.1 21.3 22.6 22.1 21.6 21.7 21.4 22.0 21.7 21.8 19.3
ความชนื สมั พทั ธ์ (%)
เฉลย่ี 78.0 76.0 77.0 77.0 77.0 76.0 76.0 76.0 78.0 81.0 84.0 82.0 78.1
เฉลย่ี สงู สดุ 86.0 86.0 88.0 89.0 89.0 88.0 88.0 89.0 90.0 92.0 93.0 90.0 88.9
เฉลย่ี ต่้าสดุ 70.0 67.0 67.0 65.0 63.0 60.0 59.0 59.0 62.0 68.0 74.0 73.0 65.7
ตา่้ สดุ 49.0 32.0 48.0 35.0 38.0 34.0 39.0 35.0 39.0 42.0 48.0 49.0 32.0
จุดนา้ ค้าง (องศาเซลเซียส)
เฉลย่ี 22.8 22.8 23.6 24.3 24.3 23.8 23.5 23.3 23.5 23.8 24.0 23.4 23.6
ปริมาณการระเหยจากถาด (มม.)
เฉลยี่ -ถาด 137.9 152.6 173.0 166.7 155.8 137.8 143.2 149.6 135.1 125.5 101.3 112.5 1,691.00
ความครึมของเมฆ (0-10)
เฉลย่ี 5.8 5.0 5.0 5.1 6.4 6.6 7.0 6.9 7.1 7.2 7.4 7.0 6.4
ชว่ั โมงที่มีแสงแดด (ชม.)
เฉลย่ี 231.6 245.3 269.5 256.4 223.8 165.9 190.3 201.7 175.1 164.0 139.4 151.1 2,414.1
ทัศนวิสยั (กม.)
เวลา 07:00 น. 8.8 9.2 9.3 9.7 10.0 9.6 9.3 9.5 9.5 9.0 8.3 8.4 9.2
เฉลย่ี 9.7 10.1 10.3 10.5 10.5 10.2 10.0 10.1 10.0 9.6 9.2 9.2 10.0
ลม (นอต)
ความเร็วลมเฉลย่ี 4.8 4.6 3.8 2.8 2.4 2.5 2.8 3.0 2.8 2.5 3.0 4.1 3.3
ทิศทาง E E E NE SW SW SW SW SW,W SW NE E -
ความเร็วลมสงู สดุ 28 26 34 25 37 29 38 40 37 34 32 29 40
ฝน (มม.)
เฉลยี่ 129.8 52.9 73.9 84.9 114.7 98.4 95.2 131.3 121.7 283.9 564.1 451.5 2,202.3
จ้านวนวันที่ฝนตก 11.2 6.2 7.7 8.7 13.3 13.4 13.3 14.8 15.5 20.4 23.0 21.0 168.5
ฝนสงู ท่ีสดุ ใน 24 ชม. 215.3 353.6 87.5 115.8 193.2 86.0 99.5 99.3 83.3 150.8 521.8 290.5 521.8
ปรากฏการณ์ (วัน)
เมฆหมอก 0.1 0.0 0.1 0.1 0.0 0.0 0.0 0.1 0.1 0.3 0.1 0.2 1.1
หมอก 0.9 0.5 0.8 2.2 0.9 2.4 3.1 2.0 1.0 1.0 0.2 1.4 16.4
ลกู เห็บ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
ฟา้ คะนอง 0.5 0.2 2.6 4.8 10.4 7.9 7.3 6.6 8.2 9.8 6.7 3.5 68.5
พายุฝน 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
ท่มี า : กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-4
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
2) การวิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศโดยท่ัวไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิดคือ ฤดูร้อน
และฤดูฝน โดยฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูมรสุมหลังจากสิ้นฤดูมรสุม
ตะวนั ออกเฉียงเหนอื แลว้ อากาศจะเร่ิมร้อนตง้ั แต่ตน้ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์และร้อนจดั ในเดอื นเมษายน สว่ นฤดูหนาว จะมี
ลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นลมที่มีความเย็นและแห้งจากประเทศจีน พัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาค
ต่างๆ ทางตอนบนของประเทศต้ังแต่ภาคกลางข้ึนไป มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งท่ัวไป แต่ภาคใต้ต้ังแต่จังหวัด
ประจวบคีรีขนั ธ์ลงไปรวมถึงจังหวัดพัทลุงกลับมฝี นตกชกุ เพราะลมมรสุมนพ้ี ัดผ่านอ่าวไทย จึงพาเอาไอนำ้ และความ
ชุ่มชื้นไปตกเป็นฝน อากาศจึงไม่หนาวเย็นเหมือนภาคอื่นๆ ท่ีอยู่ตอนบนของประเทศ แต่อาจมีอากาศเย็นเป็นคร้ัง
คราว ลมมรสมุ อีกชนิดหน่ึงคอื ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพดั ผ่านมหาสมุทรอินเดีย จึงไดพ้ าเอาไอน้ำและความชุ่ม
ชื้นมาสู่ประเทศไทย แต่เน่ืองจากเทือกเขาตะนาวศรีซ่ึงอยู่ทางด้านตะวันตกกันกระแสลมไว้ ทำให้ภาคใต้
ฝ่ังตะวันออกและจังหวัดพัทลุงมีฝนน้อยกว่าภาคใต้ฝ่ังตะวันตก ซ่ึงเป็นด้านรับลม ดังแสดงทิศทางและช่วงเวลาการ
เกิดของลมมรสุมและพายุจรท่ีพัดเข้าสู่ประเทศไทย แสดงดังรูปท่ี 3.1.2-1 และแสดงการผันแปรของตัวแปร
ภมู ิอากาศที่สำคัญ แสดงดงั รูปท่ี 3.1.2-2 และรปู ที่ 3.1.2-3
ฤดกู าลของจงั หวดั พัทลงุ แบง่ ออกเป็น 2 ฤดกู าลดังนี้
ฤดฝู น : เร่ิมตัง้ แต่เดอื นพฤษภาคมไปสน้ิ สุดเดอื นธันวาคม รวมระยะเวลาประมาณ 8 เดือน ระหว่างเดอื น
พฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาฝนเข้าสู่พ้ืนที่ และในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึง
เดือนธันวาคม ฝนที่ตกในพื้นท่ีเกิดจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมพายุจรท่ีพัดผ่านเป็นประจำ ทำให้มีฝน
สงู สุดในช่วงเดอื นพฤศจกิ ายนของทกุ ปี
ฤดูร้อน : เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงน้ีไม่ได้สูงกว่าฤดูฝนมากนัก
เพียงแตม่ ีปริมาณฝนตกนอ้ ย
สำหรับการคำนวณปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างอิงด้วยวิธี FAO Penman-Monteith โดยใช้ข้อมูล
ตำแหน่งท่ตี ้ังของสถานี ค่าเฉล่ียรายเดือนของตัวแปรภูมิอากาศท่ีเก่ยี วข้องได้แก่ อุณหภมู ิ ความช้นื สมั พัทธ์ ความเร็ว
ลม และช่วงระยะเวลาของแสงอาทิตย์ ของสถานีตรวจอากาศดังกล่าว โดยสรุปค่าเฉลี่ยรายเดือนของค่าปริมาณ
การคายระเหยของพืชอ้างอิงของสถานีตรวจอากาศ แสดงดงั ตารางท่ี 3.1.2-3
ตารางท่ี 3.1.2-3 ปริมาณการคายระเหยของพืชอา้ งองิ ในพืน้ ที่ศกึ ษาและบรเิ วณใกล้เคยี ง
หนว่ ย : มิลลเิ มตร/เดอื น
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รายปี
สถานตี รวจอากาศพัทลุง
106.4 126.4 142.7 139.6 132.8 123.7 128.0 134.4 123.8 115.6 92.8 94.6 1,460.8
สถานตี รวจอากาศสงขลา
133.4 138.8 158.9 152.4 143.3 124.8 136.1 143.4 130.6 120.5 102.0 107.1 1,591.5
ทม่ี า : กล่มุ บริษัททป่ี รึกษา, 2563
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-5
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ทม่ี า : กรมอุตุนยิ มวทิ ยา
รปู ท่ี 3.1.2-1 ทิศทางและชว่ งเวลาการเกดิ ของลมมรสมุ และพายจุ รทพี่ ดั เขา้ สู่ประเทศไทย
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-6
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ุอณห ูภ ิม องศาเ ลเ ียสอุณหภูมิ ความ ื้ชนสัม ัพท ์ธ เปอร์เ น ์ต ความชื้นสัมพัทธ์
30ความเรวลม นอต เม ปกคลุม (0 10) 90
29ปริมาณการระเหยจากถาด มม. ปริมาณการคายระเหยของ ืพช ้อาง ิอง มม. 86
28 82
27 78
26 74
25 70
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
ความเร็วลม ความครึ้มของเมฆ
4.0 10
9
3.5 8
7
3.0 6
5
2.5 4
3
2.0 2
1
1.5 0
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
ปริมาณการระเหยจากถาด
ปริมาณการคายระเหยของพืชอา้ งองิ
160.0
150.0 160.0
140.0 150.0
130.0 140.0
120.0 130.0
110.0 120.0
100.0 110.0
90.0 100.0
80.0 90.0
70.0 80.0
70.0
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
ทีม่ า : กลุม่ บรษิ ัททป่ี รึกษา, 2563
รปู ที่ 3.1.2-2 การผันแปรรายเดือนของตัวแปรภมู อิ ากาศของสถานีตรวจวัดอากาศพัทลงุ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-7
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์
30 90
29 86
ุอณห ูภ ิม องศาเ ลเ ียส 28 82 ความ ื้ชนสัม ัพท ์ธ เปอร์เ น ์ต
27 78
26 74
25 70
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
ความเรวลม นอต ความเร็วลม เม ปกคลุม (0 10) ความครึ้มของเมฆ
5.0 10
4.5 9
4.0 8
3.5 7
3.0 6
2.5 5
2.0 4
1.5 3
2
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. 1
0
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
ปริมาณการระเหยจากถาดปริมาณการระเหยจากถาด มม. ปริมาณการคายระเหยของ ืพช ้อาง ิอง มม. ปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างอิง
160.0 160.0
150.0 150.0
140.0 140.0
130.0 130.0
120.0 120.0
110.0 110.0
100.0 100.0
90.0 90.0
80.0 80.0
70.0 70.0
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
ที่มา : กลมุ่ บริษัทที่ปรกึ ษา, 2563
รูปท่ี 3.1.2-3 การผนั แปรรายเดือนของตัวแปรภมู ิอากาศหลักของสถานีตรวจวัดอากาศสงขลา
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-8
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
3.1.3 ทรพั ยากรดิน
1) วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษา
การศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาของโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง มีวัตถปุ ระสงคด์ งั นี้
(1) เพ่ือการศึกษาชนิดของดินและสมบัติของดินชนิดต่างๆ ที่พบในพื้นท่ีศึกษาของโครงการ
และจดั เตรยี มแผนทด่ี ิน
(2) เพ่ือประเมินความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชและประเมินความเหมาะสมของที่ดินสำหรับ
การชลประทานเพือ่ การปลกู พชื
(3) เพอ่ื ประเมินผลกระทบที่เกดิ ข้ึนตอ่ ทรัพยากรดิน จากการพัฒนาโครงการและเสนอมาตรการป้องกัน
แก้ไขในการลดผลกระทบตอ่ ทรัพยากรดิน รวมทัง้ เสนอมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบดงั กลา่ ว
2) ขอบเขตและวธิ กี ารศึกษา
(1) การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรดิน จากเอกสารและรายงานที่เก่ียวข้อง ประกอบด้วย แผนท่ีดิน
มาตราส่วน 1 : 25,000 (รายละเอียดแบ่งออกเป็นกลุ่มชุดดินต่างๆ) และรายงานสำรวจดินเพ่ือการเกษตรของจังหวัด
พัทลุง ท่ีจัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ.2553 โดยกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแผนที่ภูมิประเทศ
มาตราส่วน 1 : 50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร
(2) การสำรวจดินภาคสนามและเก็บตัวอย่างดินท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินต่างๆ ในบริเวณพ้ืนท่ี
ศกึ ษาโครงการ กระทำโดยใช้วิธีขุดเจาะดนิ ดว้ ยสว่านเจาะดิน (Hand Auger) ในความลึกประมาณ 100 เซนตเิ มตร
จากผวิ ดิน ทำการเจาะรวมทั้งหมด 9 หลุม และเก็บตัวอย่างดินในแตล่ ะหลมุ ที่ขุดเจาะ โดยแบ่งตัวอยา่ งดินออกเป็น
2 ตัวอย่าง/1 หลุมขุดเจาะ ประกอบด้วย ตัวอย่างดินช้ันบน (ความลึก 0-30 เซนติเมตร) และตัวอย่างดินชั้นล่าง
(ความลึก 30-100 เซนติเมตร) รวมเป็นตัวอย่างดินทั้งหมด 18 ตัวอย่าง/9 หลุมขุดเจาะ นำตัวอย่างดินไปวิเคราะห์
ในห้องปฏิบัตกิ าร เพื่อตรวจสอบสมบตั ิบางประการทจี่ ะนำมาประกอบใช้ในการประเมินปัญหาและความอุดมสมบูรณ์ของดนิ
(3) การวิเคราะห์ข้อมูลและทำการประเมินความเหมาะสมของดิน เพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม
ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ ไม้ผล- ไม้ยืนต้น และทำการประเมินความเหมาะสมของท่ีดินสำหรับการชลประทานเพ่ือ
การปลกู พืชตามมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดนิ และการจดั เตรยี มแผนทดี่ ินในบริเวณพนื้ ท่ศี กึ ษาของโครงการ
(4) การประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรดิน การเสนอมาตรการป้องกันแก้ไขในการลดผลกระทบและ
การเสนอมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบตอ่ ทรัพยากรดนิ ดังกล่าว เมอ่ื มีการพัฒนาโครงการ
การสำรวจดินภาคสนาม การเกบตัวอย่างดนิ และการวเิ คราะห์สมบัติบางประการของดนิ
(ก) การสำรวจดินภาคสนาม : ทำการสำรวจดินภาคสนามในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาโครงการ เพื่อตรวจสอบ
สภาพภูมปิ ระเทศ และกล่มุ ชุดดนิ ตา่ งๆ รวมทัง้ การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินโดยใชแ้ ผนทด่ี ินมาตราส่วน 1:25,000 (รายละเอยี ด
แบ่งออกเป็นกล่มุ ชุดดินต่างๆ) ของจังหวัดพัทลุงจัดทำโดยกรมพัฒนาที่ดนิ ปี พ.ศ.2553 และแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน
1 : 50,000 ของกรมแผนท่ีทหารเป็นหลักในการสำรวจ ทำการตรวจสอบลักษณะดินในภาคสนามโดยใช้วิธีขุดเจาะดิน
ด้วยสว่านเจาะดนิ (Hand Auger) ในความลกึ ประมาณ 100 เซนตเิ มตร โดยลกั ษณะและสมบตั ิบางประการของดนิ ทที่ ำ
การตรวจสอบ ประกอบดว้ ย ความลึกของดิน เนอ้ื ดนิ สดี ิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำการสำรวจสภาพพน้ื ที่ ความลาดเท
ของพ้ืนที่ และการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณหลุมท่ีทำการขุดเจาะดิน ผลการศึกษาพบว่าข้อมูลจากการสำรวจดิน
ในภาคสนามตรงกับข้อมูลของแผนที่ดินดงั กล่าว
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-9
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
(ข) การเกบตัวอย่างดิน : ทำการเก็บตัวอย่างดินในบริเวณหลุมที่ขุดเจาะดินที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม
ชดุ ดนิ ชนิดต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ โดยเกบ็ ตวั อย่างดินจากหลุมขุดเจาะรวมท้ังหมด 9 หลุม ในแต่ละหลุม
ประกอบด้วย ดิน 2 ตัวอย่าง ซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 ช้ัน ตามระดับความลึก คือ ตัวอย่างดินช้ันบน (ความลึกจากระดับ
ผิวดิน 0 เซนติเมตร ถึงระดับลึก 30 เซนติเมตร) และตัวอย่างดินช้ันล่าง (ความลึกตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ลงไปถึง 100
เซนติเมตร) รวมจำนวนตัวอย่างดินท้ังหมด 18 ตัวอยา่ ง ซึ่งนำมาวิเคราะห์สมบัติบางประการท่ีเก่ียวข้องกับความอุดม
สมบูรณ์ของดินในห้องปฏิบัติการ รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งหรือพกิ ัดท่ีทำการขุดเจาะดิน จำนวน 9 หลุม และเก็บ
ตัวอย่างดินทเ่ี ป็นตัวแทนของแตล่ ะกลุ่มชดุ ดนิ รวมทง้ั ประเภทของการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ แสดงดังตารางท่ี 3.1.3-1 และ
รปู ที่ 3.1.3-1 โดยสรุปได้ดงั นี้ กลุ่มชุดดินท่ี 6 (1 หลมุ ) กล่มุ ชุดดินที่ 17 (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 26C (1 หลุม) กลุ่มชุดดิน
ท่ี 32 (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 32B (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 34 (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 34B (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 39B (1
หลุม) และกลุ่มชดุ ดนิ ที่ 45C (1 หลุม)
ตารางท่ี 3.1.3-1 ตำแหน่งเกบตัวอย่างดิน โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบน้ำ
บา้ นเหมอื งตะกั่ว อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง
หลมุ เจาะดิน กลมุ่ ชุดดิน N E การใช้ประโยชน์ทด่ี ิน 2561
P1 กลุม่ ชุดดิน 6 802,378 622,772 ยางพารา
P2 กลุ่มชุดดนิ 34 798,787 622,978 ยางพารา
P3 กล่มุ ชดุ ดนิ 26C 797,317 618,942 ยางพารา
P4 กลุ่มชดุ ดิน 32 800,559 623,006 ยางพารา
P5 กลมุ่ ชดุ ดนิ 32B 801,158 620,982 ยางพารา
P6 กลมุ่ ชุดดิน 34B 797,802 619,816 ยางพารา
P7 กลุ่มชดุ ดนิ 51C 797,861 621,513 ยางพารา
P8 กลมุ่ ชุดดิน 39B 800,121 621,040 ยางพารา
P9 กลุ่มชดุ ดิน 45C 803,008 624,313 ยางพารา
(ค) การวิเคราะห์สมบัติบางประการของดิน : ทำการวิเคราะห์สมบัติต่างๆ ของดิน เพ่ือนำมาใช้
ประกอบในการประเมินระดับความสมบูรณ์ของดินในสภาพปจั จุบัน และประเมินปัญหาบางประการของดินที่มีผลต่อ
การเจรญิ เตบิ โตของพืช สมบตั ติ า่ งๆ ของดินท่ีทำการวเิ คราะหท์ างเคมี ประกอบด้วย
1. ปฏิกิรยิ าของดนิ หรอื ระดับความเปน็ กรดเป็นดา่ งของดนิ (คา่ pH)
2. ประเภทเนอ้ื ดิน (Soil Texture)
3. ปรมิ าณอินทรยี วัตถดุ ิน (Soil Organic Matter) ( % )
4. ปริมาณธาตุฟอสฟอรสั ทีเ่ ป็นประโยชน์ (Available P) (มก./กก.)
5. ปริมาณธาตโุ พแทสเซยี มทเ่ี ปน็ ประโยชน์ (Available K) (มก./กก.)
6. ความจุแลกเปลีย่ นแคตไอออน (CEC) (Cmol/Kg)
7. ความอมิ่ ตวั เบส (BS) ( % )
8. สภาพการนำไฟฟ้าทใ่ี ช้เป็นดัชนีบอกระดับความเคม็ ของดิน (คา่ EC) (dS/m)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-10
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
รปู ที่ 3.1.3-1 ตำแหน่งเกบตัวอย่างดนิ โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-11
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
3) ผลการศกึ ษา
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นท่ีศึกษาของโครงการ จะแบ่งแยกกล่าวรายละเอียด
ออกเป็นแต่ละส่วน โดยองคป์ ระกอบของพ้ืนที่ศกึ ษาของโครงการประกอบดว้ ย 4 ส่วน ดังน้ี
(1) พน้ื ที่อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว (พืน้ ที่ 351.20 ไร่)
(2) พ้ืนที่หัวงาน (พื้นที่ 114.95 ไร)่
(3) พ้นื ท่ถี นนเข้าหัวงาน (พนื้ ที่ 2 ไร)่
(4) พื้นทร่ี ับประโยชน์ (พ้ืนท่ี 16,475.27 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรพั ยากรดินในบรเิ วณพนื้ ท่ีแต่ละส่วนของพนื้ ที่ศึกษาของโครงการ สรปุ รายละเอยี ด
เก่ียวกับชนดิ และพื้นที่ของกลมุ่ และการแพรก่ ระจายชดุ ดนิ ตา่ งๆ แสดงดังตารางที่ 3.1.3-2 และ รูปที่ 3.1.3-2 โดยมี
รายละเอียดดงั นี้
กลุ่มชุดดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาทั้งหมดของโครงการ พบว่ามีอยู่รวมทั้งหมด 12 กลุ่มชุดดิน โดยแบ่ง
ออกเป็น 2 กลุ่ม
(ก) กลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ลุ่ม : จำนวน 1 กลุ่มชุดดิน ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินที่ 6 เป็นกลุ่มชดุ ดินในพื้นท่ีลุ่ม
โดยธรรมชาติใชป้ ระโยชนเ์ พ่ือการปลูกขา้ ว (นาปี) ในช่วงฤดฝู นและในชว่ งฤดแู ล้งถา้ มีนำ้ ใชป้ ระโยชน์ในการปลกู ข้าว
(นาปรัง) หรือปลูกพืชไร่ หรือปลูกพืชผักสวนครัวท่ีมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น ลักษณะของกลุ่มชุดดินดังกล่าวเป็นพ้ืนท่ีนา
ดอน
(ข) กลมุ่ ชดุ ดินในพืน้ ทดี่ อน : จำนวน 11 กลุ่มชดุ ดิน ประกอบดว้ ย กลุ่มชดุ ดินที่ 26C กล่มุ ชุดดินที่ 32
กลุ่มชุดดินท่ี 32B กลุ่มชุดดินที่ 34 กลุ่มชุดดินที่ 34B กลุ่มชุดดินที่ 34C กลุ่มชุดดินท่ี 39B กลุ่มชุดดินท่ี 45B
กล่มุ ชุดดินท่ี 45C และกลมุ่ ชดุ ดินท่ี 51C และกล่มุ ชุดดนิ ที่ 62 กลุม่ ชุดดนิ ในพืน้ ที่ดอน โดยธรรมชาตใิ ช้ประโยชน์เพ่ือ
การปลูกพืชไรห่ รอื ไมผ้ ล หรอื ไมย้ นื ตน้ หรือพืชผกั สวนครวั
(1) พนื้ ท่ีอ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว (พืน้ ท่ี 351.20 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว พบว่ามีดินชนิดต่างๆ
แพร่กระจายอยู่ 2 กลุ่มชุดดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีดอน โดยเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พื้นท่ีร้อยละ
97.65 ของพืน้ ท่ีอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว) พ้นื ท่ีส่วนที่เหลอื อีกเพียงเล็กน้อย เปน็ กล่มุ ชุดดินที่ 32B (พ้ืนทีร่ ้อยละ
2.35)
(2) พน้ื ทห่ี วั งาน พนื้ ที่ 114.95 ไร่)
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นที่หัวงาน พบว่ามีดินชนิดต่างๆ แพร่กระจายอยู่ 3
กลมุ่ ดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพื้นท่ีดอน โดยพ้ืนท่สี ่วนใหญ่ประมาณ 2 ส่วน ใน 3 ส่วน เป็นกลมุ่ ชุดดินที่ 62 (พ้ืนที่รอ้ ยละ
65.24 ของพื้นท่ีหัวงาน) พนื้ ท่ีสว่ นทีเ่ หลืออีกประมาณ 1 ส่วน ใน 3 ส่วน ประกอบด้วยเป็นกลุ่มชุดดนิ ท่ี 26C (พ้ืนท่ี
ร้อยละ 18.54) และกลุ่มชดุ ดินท่ี 32B (พ้ืนทีร่ ้อยละ 16.23)
(3) พ้ืนทถ่ี นนเข้าหวั งาน (พน้ื ท่ี 2 ไร)่
ผลการศกึ ษาด้านทรพั ยากรดนิ ในบริเวณพื้นท่ีถนนเข้าหัวงาน ท่ีมีพื้นที่เพียงเล็กน้อยมาก พบว่ามี
ดินอยู่ 3 กลุ่มชุดดิน ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพื้นท่ีดอน โดยเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พ้ืนที่ร้อยละ 63.92 ของพื้นท่ีถนนเข้า
หัวงาน) กลมุ่ ชุดดนิ ที่ 26C (พื้นท่รี อ้ ยละ 35.83) และกลมุ่ ชดุ ดินท่ี 34B (พ้ืนท่รี อ้ ยละ 0.25)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-12
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
(4) พืน้ ทีร่ ับประโยชน์ (พ้นื ท1ี่ 6,475.27 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ พบว่า มีดินชนิดต่าง ๆ
แพร่กระจายอยรู่ วมทั้งหมด 12 กลุ่มชดุ ดนิ โดยแบ่งออกได้เปน็ 1 กลุม่ หลัก กลมุ่ หน่ึงเป็นกลมุ่ ชุดดนิ ในพ้ืนที่ลุม่ โดย
มีพื้นที่ประมาณ 1 ส่วน ใน 5 ส่วน ของพื้นที่รับประโยชน์ ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดิน (พื้นที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ
20.40 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) และอีกกลุ่มหน่ึงเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีดอน โดยมีพ้ืนท่ีประมาณเกือบ 4 ส่วนใน 5
ส่วน ของพ้ืนที่รับประโยชน์ ประกอบด้วย 11 กลุ่มชดุ ดิน (พื้นที่รวมกันคิดเปน็ ร้อยละ 78.78 ของพ้ืนที่รับประโยชน์)
พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกเพยี งเล็กน้อย ได้แก่ พื้นท่ีเบ็ดเตล็ด (พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.50 ของพื้นที่รับประโยชน์) และพ้ืนที่แหล่งน้ำ
(พน้ื ทร่ี อ้ ยละ 0.32 ของพ้นื ทร่ี ับประโยชน)์
(ก) กลมุ่ ชุดดินในพื้นทีล่ ุ่ม (3,360.67 ไร่) หรือคิดเป็น รอ้ ยละ 20.40 ของพื้นที่รับประโยชน์) : พบว่ามีอยู่
1 กลุม่ ชดุ ดนิ เป็นกลมุ่ ชดุ ดินที่ 6 (พนื้ ท่ีร้อยละ 20.40 ของพื้นท่รี ับประโยชน์)
(ข) กลุ่มชุดดินในพื้นท่ีดอน (พื้นที่12,979.02 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 78.78 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) :
พบว่ามีอยู่ 11 กลุ่มชุดดิน โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่ ประมาณ 1 ใน 3 ส่วนของพ้ืนท่ีกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีดอนท้ังหมด เป็น
กลุ่มชุดดินท่ี 34 (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 25.59 ของพนื้ ที่รบั ประโยชน)์ รองลงมาประกอบดว้ ย 4 กลุ่มชุดดิน คอื กลุ่มชุดดินท่ี
34B และกลุ่มชดุ ดินที่ 32 (พน้ื ท่รี ้อยละ 18.08 และ 14.06 ของพ้ืนทร่ี ับประโยชน์) และกลมุ่ ชุดดินที่ 39B และ 32B
(พ้ืนที่รอ้ ยละ 10.34 และ 7.21 ของพนื้ ทร่ี ับประโยชน)์ ส่วนทีเ่ หลือมพี ื้นท่ีไมม่ ากนัก ประกอบด้วย กล่มุ ชุดดนิ ท่ี 45C
และ 26C) (พ้ืนที่ร้อยละ 2.29 และ 0.80 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) หรือเล็กน้อยมาก ประกอบด้วย 4 กลุ่มชุดดิน คือ
กลุ่มชุดดินที่ 45B 34C 51C และ 62 (พนื้ ท่ีร้อยละ 0.31 0.10 0.001 และ 0.001 ตามลำดับ)
ตารางที่ 3.1.3-2 แสดงชนิดและพื้นที่ของกลุ่มชุดดิน ในบริเวณพื้นที่ศึกษาชองโครงการส่วนประกอบด้วย
พ้ืนทอี่ ่างเกบนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว พน้ื ท่ีหัวงาน พน้ื ที่ถนนเขา้ หัวงาน และพ้นื ท่ีรบั ประโยชน์
กลมุ่ พื้นทอี่ ่างเกบนำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ พนื้ ทหี่ วั งาน พืน้ ที่ถนนเขา้ หัวงาน
ชดุ ดนิ ไร่ รอ้ ยละ ไร่ รอ้ ยละ ไร่ ร้อยละ
26C 21.31 18.54 0.655 35.83
32B 8.24 2.35 18.65 16.23
34B 0.01 0.25
62 342.96 97.65 74.99 65.23 1.335 63.92
พืน้ ทรี่ วม 351.20 100.00 114.95 100.00 2.00 100.00
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-13
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.1.3-2 แสดงชนิดและพื้นที่ของกลุ่มชุดดิน ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาชองโครงการส่วนประกอบด้วย
พ้ืนที่อ่างเกบนำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว พนื้ ทีห่ วั งาน พน้ื ที่ถนนเข้าหวั งาน และพน้ื ทร่ี ับประโยชน์ (ต่อ)
กลุ่มชุดดิน พนื้ ที่รับประโยชน์
กลมุ่ ชดุ ดนิ ในพน้ื ท่ีลุ่ม ไร่ ร้อยละ
6
3,360.67 20.40
รวมดินในพืน้ ทล่ี มุ่ 3,360.67 20.40
กลุ่มชดุ ดนิ ในพ้นื ทดี่ อน
132.13 0.80
26C 2,315.92 14.06
32 1,188.53 7.21
32B 4,215.28 25.59
34 2,978.43 18.08
34B 16.14 0.10
34C 1,703.68 10.34
39B 50.26 0.31
45B 376.75 2.29
45C 0.001
51C 1.86 0.001
62 0.05 78.78
รวมดนิ ในพ้นื ท่ดี อน 12,979.02 0.50
พนื้ ท่ีเบดเตลด 83.16 0.32
พน้ื ทแี่ หล่งนำ้ (W) 52.42 100.00
พื้นท่ีรวม 16,475.27
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-14
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ที่มา : ดดั แปลงจากกรมพัฒนาที่ดิน, 2553
รปู ท่ี 3.1.3-2 การแพร่กระจายของกล่มุ ชดุ ดนิ ในบริเวณพ้นื ทีศ่ ึกษาโครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-15
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
สรุป : ลำดับของกลุ่มชุดดินรวมท้ังหมด 13 กลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ โดยมีพ้ืนท่ี
เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดงั น้ี
กลุ่มชุดดินท่ี 34 (ที่ลมุ่ ) (พื้นท่ีร้อยละ 25.59 ของพ้ืนที่รบั ประโยชน์และพื้นทมี่ ากที่สุด) กลุ่มชุดดินท่ี 6
(ท่ีลมุ่ ) (พื้นที่รอ้ ยละ 20.40) กลุ่มชุดดินที่ 34B (ที่ดอน) (พื้นท่ีร้อยละ 18.08) กลุ่มชุดดินท่ี 32 (ท่ีดอน) (พื้นท่ีร้อยละ 14.06)
กลุ่มชุดดินท่ี 39B (ท่ีดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ 10.34) กลุ่มชุดดินท่ี 32B (ที่ดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ 7.21) กลุ่มชุดดินที่45C (ที่ดอน)
(พน้ื ที่ร้อยละ 2.29) กลุ่มชุดดินที่ 26C (ที่ดอน) (พนื้ ท่รี ้อยละ 0.80) กลุ่มชุดดินท่ี 45B (ที่ดอน) (พืน้ ท่ีร้อยละ 0.31) กลุม่ ชุดดนิ
ท่ี 34C(ที่ดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ 0.10) กลุ่มชุดดินท่ี 51C (ที่ดอน) (พื้นที่ร้อยละ 0.001) กลุ่มชุดดินท่ี 62 (ที่ดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ
0.001) กลุม่ ชุดดนิ ท่ี 34 (ทีด่ อน) (พื้นทีร่ อ้ ยละ 0.001 และมพี ้นื ท่ีนอ้ ยสดุ )
4) ลกั ษณะและสมบตั ิบางประการของดินแต่ละกลมุ่ ชุดดิน
ลักษณะและสมบัติท่ีสำคัญบางประการของดินแต่ละกลุ่มชุดดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการ
(จำนวน 12 กลุ่มชุดดนิ ) ประกอบด้วยความลาดชันและสภาพพ้ืนที่ ความลึกของดนิ ประเภทของเนอื้ ดิน สภาพการ
ระบายน้ำของดิน การชะลา้ งพังทลายของหนา้ ดนิ ปฏกิ ิรยิ าของดนิ และระดบั ความอุดมสมบรู ณข์ องดิน โดยแบง่ แยก
เป็นของกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ลุ่มและกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน สรุป แสดงดังตารางท่ี 3.1.3-3 และตารางท่ี 3.1.3-4
ตามลำดบั
(ก) กล่มุ ชุดดินในพน้ื ทลี่ ุ่ม (จำนวน 1 กลุ่มชดุ ดนิ )
- กลุ่มชุดดินท่ี 6 : พบในสภาพพื้นท่ีค่อนข้างราบเรียบ มีความลาดชัน 0 – 2 % บางพื้นท่ีอยู่ติด
ชายเนินเป็นดินที่มีความลึกมาก ดินชั้นบนมีเน้ือดินประเภทเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ถึงเป็นดินเหนียวปน
ทรายแป้ง ส่วนดินชั้นล่างมีเนื้อดินประเภทดนิ เหนียวปนทรายแป้งถึงเป็นดินเหนียว ดินมีสภาพการระบายนำ้ เลวดิน
ช้ันบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง ส่วนดินชั้นล่างเป็นกรดจัดมากถึงเป็นกรดจัด ดินมีความอุดม
สมบูรณต์ ามธรรมชาตอิ ยู่ในระดบั ปานกลาง (ลกั ษณะเปน็ นาดอน)
(ข) กลุ่มชุดดินในพน้ื ที่ดอน (จำนวน 11 กลมุ่ ชดุ ดิน)
- กลุ่มชุดดินที่ 26C : พบในสภาพพ้ืนท่ีท่ีเป็นลูกคลื่นลอนลาดมีความลาดชัน 5-12% เป็นดินที่มี
ความลึกมาก ดนิ ชั้นบนมีเนื้อดินประเภทเปน็ ดินรว่ นถึงเปน็ ดินร่วนเหนียว ส่วนดนิ ช้ันล่างมีเน้ือดนิ ประเภทดินเหนียว
ดินมีสภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับปานกลาง ดินชั้นบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดปาน
กลางถงึ เป็นกรดเลก็ น้อย สว่ นดินชนั้ ล่างเป็นกรดจัดมาก ดนิ มคี วามอุดมสมบูรณต์ ามธรรมชาติอยใู่ นระดับค่อนขา้ งต่ำ
- กลมุ่ ชุดดินที่ 32 : พบในสภาพพ้ืนท่ีที่ราบเรียบถงึ คอ่ นข้างราบเรียบมีความลาดชัน 0 – 2% เป็น
ดินท่ีมีความลึกมาก ดินช้ันบนมีเน้ือดินประเภทเป็นดินร่วนถึงเป็นดินร่วนปนทรายแป้ง ส่วน ดินช้ันล่างมีเน้ือดิน
ประเภทดินร่วนเหนียวถึงเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ดินมีสภาพการระบายน้ำดี มีการชะลา้ งพังทลายของหน้า
ดนิ ในระดับเลก็ นอ้ ยมาก ดินช้ันบนมปี ฏกิ ิรยิ าเป็นกรดจดั ส่วนดินช้ันล่างเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกรดเลก็ นอ้ ย ดินมี
ความอดุ มสมบูรณ์ตามธรรมชาตอิ ยูใ่ นระดบั ปานกลาง
- กลุ่มชุดดินท่ี 32B : มีลกั ษณะและสมบัตติ ่างๆ เชน่ เดียวกบั กลุ่มชุดดินท่ี 32 ยกเวน้ มีสภาพพ้ืนท่ี
เป็นลกู คล่ืนลอนลาดเล็กน้อย และมีความลาดชัน 2 – 5% มกี ารชะล้างพงั ทลาย ของหนา้ ดินในระดับเลก็ นอ้ ย
- กลุ่มชุดดินที่ 34 : พบในสภาพพื้นท่ีที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบมีความลาดชัน 0 – 2 %
เป็นดินที่มีความลึกมาก ดินช้ันบนมีเนื้อดินประเภทเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินช้ันล่างมีเนื้อดินประเภทดินร่วน
เหนียวปนทราย ดินมีสภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับเลก็ น้อย ดินชั้นบนมีปฏิกิริยา
เปน็ กรดจัด ส่วนดนิ ชั้นล่างเป็นกรดจัดมากถงึ เปน็ กรดจัด ดนิ มีความอดุ มสมบูรณต์ ามธรรมชาติอยู่ในระดบั ตำ่
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-16
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
- กลุ่มชุดดินท่ี 34B : มีลกั ษณะและสมบัติต่างๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินท่ี 34 ยกเวน้ มีสภาพพ้นื ที่
เปน็ ลูกคล่นื ลอนลาดเล็กน้อย และมคี วามลาดชนั 2 – 5% มกี ารชะลา้ งพงั ทลายของหนา้ ดินในระดับปานกลาง
- กลุ่มชุดดินท่ี 34C : มีลักษณะและสมบัติต่างๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินท่ี 34 ยกเว้นมีสภาพพ้ืนท่ี
เป็นลกู คลน่ื ลอนลาด และมคี วามลาดชนั 5 – 12% มีการชะล้างพงั ทลายของหนา้ ดนิ ในระดบั คอ่ นข้างรนุ แรง
- กลุ่มชุดดินท่ี 39B : พบในสภาพพ้ืนท่ีท่ีเป็นลูกคล่ืนลอนลาดเล็กน้อย มีความลาดชัน 2 – 5%
เป็นดินท่ีมีความลึกมาก ดินช้ันบนมีเน้ือดินประเภทเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินช้ันล่างมีเนื้อดินประเภทดินร่วนปน
ทรายโดยอาจพบชั้นดนิ ร่วนเหนียวปนทรายหรือเศษหินผุ ดินมสี ภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้า
ดินในระดับปานกลาง ดินช้ันบนมีปฏิกิริยา เป็นกรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง ส่วนดินช้ันล่างเป็นกรดจัด ดินมีความ
อดุ มสมบูรณ์ตามธรรมชาตอิ ยูใ่ นระดบั ตำ่
- กลุ่มชดุ ดินท่ี 45B : พบในสภาพพื้นทที่ ี่เป็นลกู คลื่นลอนลาดเล็กน้อย มคี วามลาดชัน 2-5% เป็น
ดนิ ต้ืนมีชนั้ กรวดลูกรงั ดินช้ันบนมเี นื้อดนิ ประเภทเป็นดินรว่ นเหนยี วถึงเป็นดนิ รว่ นเหนยี วปนกรวดหรือลูกรงั ส่วนดิน
ชัน้ ลา่ งมเี น้ือดินประเภทดนิ เหนยี วปนกรวดหรอื ลูกรังโดยพบชั้นดนิ เหนียวในดินลา่ ง ดินมสี ภาพการระบายนำ้ ดี มีการ
ชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับคอ่ นข้างรุนแรง ดินช้ันบนมปี ฏิกิริยาเป็นกรดจัด ส่วนดินช้ันล่างเป็นกรดจดั มาก
ถึงเปน็ กรดจดั ดนิ มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาตอิ ยใู่ นระดบั ตำ่
- กลุ่มชุดดินท่ี 45C : มีลักษณะและสมบัติต่างๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินที่ 45B ยกเว้นมีสภาพ
พ้ืนทเ่ี ป็นลกู คลื่นลอดลาด และมคี วามลาดชนั 5-12% มีการชะล้างพงั ทลายของหน้าดินในระดับคอ่ นขา้ งรุนแรง
- กลุ่มชุดดนิ ที่ 51C : พบในสภาพพื้นท่ีท่เี ป็นลกู คล่ืนลอดลาด มคี วามลาดชัน 5-12% เป็นดนิ ตืน้ มี
ช้ันหินพื้นแข็ง ดินช้นั บนมีเน้อื ดินประเภท ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนทม่ี ีเศษหินปะปนมาก ส่วนดนิ ช้ันล่างมีเน้ือดิน
ประเภทดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวปนเศษหินมาก ดินมีสภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินใน
ระดับท่ีค่อนข้างรุนแรง ดินช้ันบนและดินชั้นล่าง มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด ดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่ใน
ระดับตำ่
- กลุ่มชุดดินท่ี 62 : พบในสภาพพื้นท่ีที่เป็นเนินเขาสูงถึงเป็นภูเขามีความลาดชันมากกว่า 35%
เป็นดินที่มีความลึกไม่แน่นอน และมีเน้ือดินไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน ดินมีสภาพการระบายน้ำดีมาก มีการชะล้าง
พังทลายของหน้าดนิ ในระดับรนุ แรงถงึ รุนแรงมาก พบเศษหนิ กรวดที่ผวิ ดินในปริมาณปานกลางถงึ มาก ดนิ มปี ฏกิ ิรยิ า
ไม่แน่นอน และมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ กลุ่มชุดดินที่ 62 ไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรควร
ปล่อยไว้ให้เป็นป่าไม้ ส่วนที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้ผลควรนำพื้นท่ีเปลี่ยนมาเป็นปลูกป่า
ทดแทน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-17