The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peet Warapat, 2022-07-27 01:47:43

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ตารางท่ี 3.4.3-14 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกท่ีมารับบริการในสถานบริการของรัฐ 10 อันดับแรก

อำเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลงุ ปงี บประมาณ 2558-2562

อันดับ สาเหตกุ ารปว่ ย ปี 2558 จำนวนคร้งั ท่ีรับบรกิ าร ปี 2562
(กลมุ่ โรค) 17,963 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 12,650
16,593 14,710 17,963 15,226 9,379
1 145 ความดนั โลหิตสูงท่ีไมม่ ีสาเหตนุ ำ 12,026 16,593 13,051
2 167 การตดิ เชือ้ ของทางเดนิ หายใจสว่ นบนแบบ 9,915 6,845
8,358 8,811 9,915 9,025 4,993
เฉียบพลันอน่ื ๆ 11984 6,821 8358 6,349 4,893
3 104 เบาหวาน 8,200 6,649 8,358 5566 3,762
4 207 เนอ้ื เย่ือผดิ ปกติ 6,512 5,628 8,200 4588 3,620
5 180 ฟนั ผุ 5,443 6,512 4923
6 181 ความผดิ ปกติอน่ื ๆของฟันและโครงสรา้ ง 3,980 2,319
7 281 การบาดเจ็บระบเุ ฉพาะอ่นื ๆ,ไมร่ ะบุเฉพาะและหลาย 3,350 3,465 3,980 3,121 1,979
2701 2,455 3,350 2,554 1,655
บรเิ วณในร่างกาย 2,454 2,824 2,145
8 199 โรคอ่ืน ๆ ของผิวหนงั และเนอ้ื เย่ือใต้ผิวหนงั
9 185 โรคอน่ื ๆของหลอดอาหาร กระเพาะและดโู อเดนมั
10 198 โรคอกั เสบตดิ เชอื้ ของผวิ หนงั และเน้อื เยื่อใตผ้ ิวหนงั

ท่มี า : คลงั ข้อมลู สุขภาพ HDC

ตารางที่ 3.4.3-15 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกที่มารับบริการในสถานบริการของรัฐ 10 อันดับแรก อำเภอ

ตะโหมด ตั้งแต่ปงี บประมาณ 2558-2562

อันดบั สาเหตกุ ารปว่ ย ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562

(กล่มุ โรค) จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน

(คร้ัง) (ครั้ง) (ครง้ั ) (คร้ัง) (คร้งั )

1 145 ความดนั โลหติ สงู ท่ไี มม่ ีสาเหตนุ ำ 17,052 16,608 14,757 12,104 15,447

2 167 การติดเช้ือของทางเดินหายใจส่วนบน 12,933 14,445 11,326 7,538 10,509

แบบเฉียบพลันอืน่ ๆ

3 104 เบาหวาน 11,181 11,466 10,274 7,708 9,777

4 207 เนอ้ื เยอ่ื ผิดปกติ 7,803 8,044 7,071 4,884 6,454

5 281 การบาดเจ็บระบุเฉพาะอนื่ ๆ ไม่ระบุ 5,619 5,699 5,136 3,551 4,851

เฉพาะและหลายบริเวณในรา่ งกาย

6 180 ฟนั ผุ 4,100 4,497 - 3,643 4,595

7 181 ความปิดปกตอิ ่ืนๆ ของฟันและ 5,345 5,061 4,539 1437 4,167

โครงสรา้ ง

8 206 พยาธสิ ภาพของหลงั ส่วนอื่นๆ - - - 1,850 2,939

9 185 โรคอืน่ ๆของหลอดอาหาร กระเพาะ 3,485 3,456 2,543 3,643 2,499

และดโู อเดนมั

10 199 โรคอ่ืนๆ ของผิวหนังและเนื้อเยือ่ ใต้ 3,318 3,223 2,803 1,942 2,471

ผวิ หนัง

ท่ีมา : คลงั ขอ้ มลู สุขภาพ HDC

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-406 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

ส ำ ห รั บ ส า เห ตุ ก า ร ป่ ว ย ข อ ง ผู้ ป่ ว ย น อ ก ข อ ง โร ง พ ย า บ า ล ป่ า บ อ น แ ล ะ
โรงพยาบาลตะโหมด รวบรวมจากรายงาน รง.504 จำแนกตามกลุ่มสาเหตุการปว่ ย 21 กลุม่ โรค รายละเอยี ดแสดงดัง
ตารางที่ 3.4.3-16 และตารางที่ 3.4.3-17

โรงพยาบาลป่าบอน

ปี พ.ศ. 2558 –2562 พบว่า โรคท่ีมีผู้ป่วยมากท่ีสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรค
ระบบไหลเวียนเลือด โรคเก่ียวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซัม และโรคระบบหายใจ สำหรับในปี พ.ศ.
2562 พบว่า โรคที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ โรคระบบไหลเวียนเลือด มีผู้ป่วยจำนวน 13,171 ราย รองลงมา ได้แก่ โรค
เก่ียวกับต่อมไรท้ ่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซัม มีผู้ป่วยจำนวน 12,646 ราย และ โรคระบบหายใจ มีผู้ป่วยจำนวน
8,157 ราย รายละเอยี ด รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-16

โรงพยาบาลตะโหมด

ปี พ.ศ. 2558–2562 พบว่า โรคที่มีผู้ป่วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรค
เก่ียวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซึม โรคระบบไหลเวียนเลือด และโรคระบบย่อยอาหาร รวมโรคในช่อง
ปาก สำหรับในปี พ.ศ.2562 พบว่า โรคทม่ี ีผปู้ ว่ ยมากท่สี ดุ คือ โรคเกยี่ วกบั ต่อมไร้ทอ่ โภชนาการ และเมตะบอลซิ ึม มี
ผู้ป่วยจำนวน 17,791 ราย รองลงมา ได้แก่ โรคระบบไหลเวียนเลือด มีผู้ป่วยจำนวน 14,173 ราย และ โรคระบบ
หายใจ มีผู้ป่วยจำนวน 11,269 ราย รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3--17

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-407 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

ตารางท่ี 3.4.3-16 จำนวนผ้ปู ว่ ยตามกลุ่มสาเหตกุ ารปว่ ย 21 กลมุ่ โรค โรงพยาบาลป่าบอน ปี พ.ศ.2558 – 2562

สาเหตกุ ารป่วย (กลุม่ โรค) จำนวนผู้ปว่ ย (ราย)

1. โรคตดิ เชื้อและปรสติ 2558 2559 2560 2561 2562
2. เน้อื งอก (รวมมะเรง็ ) 3,258 3,137
3. โรคเลอื ดและอวัยวะสร้างเลือด 536 4,460 3,521 3,757 377
4. โรคเก่ียวกบั ตอ่ มไร้ทอ่ โภชนาการและเมตะบอลิซัม 490 789
5. ภาวะแปรปรวนทางจติ และพฤติกรรม 11,077 532 510 560 12,646
6. โรคระบบประสาท 1,121 1,809
7. โรคตารวมสว่ นประกอบของตา 1,102 674 587 725 1,188
8. โรคหแู ละป่มุ กกหู 1,317 1,418
9. โรคระบบไหลเวยี นเลอื ด 616 10,825 12,274 13,810 606
10. โรคระบบหายใจ 13,393 13,171
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 10,682 1,708 1,962 1,862 8,157
12. โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนงั 8,438 7,606
13. โรคระบบกลา้ มเนื้อ รวมโครงรา่ งและเน้ือยดึ เสริม 2,378 1,143 935 1,137 1,685
14. โรคระบบสืบพันธร์ุ ่วมปสั สาวะ 7,448 7,762
15. ภาวะแทรกในการต้งั ครรภ์ การคลอด 2,527 1,236 1,401 1,744 5,066
16. ภาวะผดิ ปกติของทารกทีเ่ กดิ ข้นึ ในระยะปริกำเนดิ 489 427
17. รปู ร่างผดิ ปกติแต่กำเนิด 133 577 560 706 79
18. อาการ, อาการแสดงและส่ิงผดิ ปกตทิ ่พี บได้จากการ 72 65
8,974 12,977 13,833 15,148 7,482
ตรวจทางคลนิ ิกและทางหอ้ งปฏิบตั ิการ
19. การเป็นพษิ และผลท่ตี ามมา 10,618 9,272 10,248
20. อบุ ัติเหตจุ ากการขนสง่ และผลทตี่ ามมา
21. สาเหตุจากภายนอกอื่น ๆ ทท่ี ำให้ ปว่ ยหรือตาย 10,412 8,765 9,127

รวม 2,531 2,371 2,507

ทมี่ า : โรงพยาบาลปา่ บอน, 2562 (ขอ้ มลู ณ เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562) 8,139 6,981 7,738

2,836 3,478 4,516

692 716 426

119 113 107

61 74 68

9,947 9,054 8,555

102 61 68 89 47
872 797 727 770 599
3,041 3,318 3,706 4,472 3,724
78,066 83,663 80,908 88,072 77,840

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-408 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

ตารางท่ี 3.4.3-17 จำนวนผปู้ ว่ ยตามกลมุ่ สาเหตกุ ารป่วย 21 กล่มุ โรค โรงพยาบาลตะโหมด ปี พ.ศ.2558 – 2562

สาเหตุการปว่ ย (กลุม่ โรค) 2558 จำนวนผ้ปู ่วย (ราย) 2562
3,481 2559 2560 2561 4,360
1. โรคตดิ เชื้อและปรสติ 395 3,394 3,548 4,108 382
2. เนือ้ งอก (รวมมะเร็ง) 373 445 510
3. โรคเลอื ดและอวัยวะสรา้ งเลอื ดและความผดิ ปกติ 281 842
361 603 786
เก่ยี วกบั ภูมคิ มุ้ กนั 15,480 17,791
4. โรคเกี่ยวกบั ตอ่ มไรท้ ่อ โภชนาการและเมตะบอลซิ มั 2,158 15,755 13,771 16,187 2,164
5. ภาวะแปรปรวนทางจติ และพฤติกรรม 928 1,988 1,908 1,986 1,255
6. โรคระบบประสาท 1,093 997 1,037 1,307 945
7. โรคตารวมสว่ นประกอบของตา 839 960 1,003 1,140 718
8. โรคหูและปุ่มกกหู 12,585 631 636 785 14,175
9. โรคระบบไหลเวยี นเลอื ด 11,404 13,203 12,790 14,580 11,148
10. โรคระบบหายใจ 8,414 11,854 11,485 11,624 11,269
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 2,463 9,948 9,556 10,397 2,523
12. โรคผวิ หนังและเนื้อเยือ่ ใต้ผวิ หนัง 8,267 2,794 2,413 2,761 10,671
13. โรคระบบกลา้ มเนื้อ รวมโครงรา่ งและเนื้อยดึ เสริม 2,371 8,465 8,633 10,902 9,273
14. โรคระบบสืบพนั ธรุ์ ่วมปัสสาวะ 2,570 4,733 8,041
15. ภาวะแทรกในการตงั้ ครรภ์ การคลอด และระยะหลงั 614 994
647 823 1,067
คลอด 45 66
16. ภาวะผดิ ปกตขิ องทารกที่เกิดขึ้นในระยะปริกำเนดิ (อายุ 47 53 66
34 47
ครรภ์ 22 สัปดาหข์ นึ้ ไปจนถึง 7 วันหลงั คลอด) 54 49 47
17. รปู ร่างผดิ ปกตแิ ต่กำเนดิ การพิการจนผดิ รูปแต่กำเนิด 7,653 8,460
8,341 7,251 7,131
และโครโมโซมผดิ ปกติ 78 103
18. อาการ, อาการแสดงและส่ิงผดิ ปกติท่พี บได้จากการ 726 75 87 98 895
3,010 767 868 811 4,255
ตรวจทางคลินกิ และทางหอ้ งปฏิบตั ิการท่ีไม่สามารถ 82,319 3,363 3,607 4,589 102,339
จำแนกโรคในกลมุ่ อน่ื ได้ 86,587 79,302 98,924
19. การเป็นพิษและผลทต่ี ามมา
20. อบุ ตั ิเหตุจากการขนส่งและผลทตี่ ามมา
21. สาเหตุจากภายนอกอน่ื ๆ ท่ที ำให้ ป่วยหรือตาย

รวม

ท่มี า : โรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ขอ้ มูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

สำหรับสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

ในพ้ืนที่ศกึ ษา มดี งั น้ี

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-409 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบา้ นหนองธง

จากการรวบรวมข้อมูลสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบลบ้านหนองธง ในปี พ.ศ. 2559–2561 พบว่ากลุ่มโรคที่มีผู้ป่วยมากท่ีสุด โรคระบบย่อยอาหาร ซ่ึงมีอัตรา
ปว่ ยต่อแสนประชากรเท่ากบั 28,488.94 รองลงมาได้แก่ อาการ, อาการแสดงและส่ิงผิดปกติท่ีพบได้จากการตรวจทาง
คลินิกและทางห้องปฏิบัติการท่ีไม่สามารถจำแนกโรคในกลุ่มอ่ืน อัตราป่วยต่อแสนประชากรเท่ากับ 13,661.62 และ
อันดับที่ 3 ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ อัตราป่วยตอ่ แสนประชากรเทา่ กับ 13,628.94 รายละเอยี ดแสดงดังตาราง
ที่ 3.4.3-18

โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว

จากการรวบรวมข้อมูลสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอก (รง.504) จำแนกตาม
สาเหตุการป่วย 21 กลุ่มโรค ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว ในปี พ.ศ. 2558–2562 พบว่า
กลมุ่ โรคท่ีมีผู้ป่วยมากทสี่ ุด คือ อาการ, อาการแสดงและสง่ิ ผิดปกติท่ีพบได้จากการตรวจทางคลินกิ และทางห้องปฏิบตั ิการที่
ไม่สามารถจำแนกโรคในกลุ่มอ่ืนได้ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนผู้ป่วยสูงสุดในปี 2561 จำนวน 934 ราย และลดลงเหลือ 601 ราย
ในปี 2562 กลุ่มโรคท่ีมีจำนวนผู้ป่วยมากเป็นอันดับสอง ในช่วงปี 2558-2562 คือ โรคระบบหายใจ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวน
ลดลงทุกปี จาก 632 ราย ในปี 2551 เป็น 596 ราย ในปี 2562 ราย รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-19

ตารางที่ 3.4.3-18 จำนวนผูป้ ่วยและอัตราการปว่ ย ของ โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธง
ปี พ.ศ.2559 – 2561

กลุ่มโรค 2559 อัตราป่วย 2560 อตั ราป่วย 2561 อตั ราปว่ ย

(ครงั้ ) ตอ่ แสน (ครงั้ ) ตอ่ แสน (ครัง้ ) ตอ่ แสน

1. โรคระบบย่อยอาหาร 2,121 23,107.09 3,469 37,792.79 2,615 28,488.94

2. อาการและอาการแสดงและส่ิงผิดปกติ 1,606 17,496.46 916 9,979.30 1,254 13,661.62

ท่ีพบได้จากการตรวจทางคลินิกและทาง

ห้องปฏิบัติการท่ีไม่สามารถจำแนกโรคใน

กลุ่มอ่นื

3. โรคระบบทางเดนิ หายใจ 1,163 13,977.56 1,125 12,256.28 1,251 13,628.94

4. โรคระบบไหลเวียนเลอื ด 1,283 13,977.56 1,308 14,249.92 1,053 11,471.84

5.โรคเก่ียวกบั ตอ่ มไรท้ ่อ 902 9,826.78 1,125 12,256.28 896 9,761.41

6. สาเหตภุ ายนอกอน่ื ๆ - - 630 6,863.49 413 4,499.40

7. โรคผิวหนังและเนอ้ื เย่อื - -- - 87 947.82

8.การบาดเจ็บ 202 2,200.68 263 2,865.24 - -

ทม่ี า : โปรแกรมฐานข้อมูล JHCIS รวบรวมโดยโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลบา้ นหนองธง, 2562

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-410 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ตารางท่ี 3.4.3-19 จำนวนผู้ป่วยตามกลุ่มสาเหตุการป่วย 21 กลุ่มโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
บ้านพรุนายขาว ปี พ.ศ. 2558 – 2562

สาเหตุการปว่ ย (กลมุ่ โรค) 2558 จำนวนผ้ปู ่วย (ราย) 2562 รวม
102 2559 2560 2561 55 409
1. โรคตดิ เช้ือและปรสติ 2 83 79 90 04
2. เน้อื งอก (รวมมะเร็ง)
3. โรคเลอื ดและอวัยวะสรา้ งเลือดและความผดิ ปกติ 1 200 01

เกีย่ วกบั ภูมิคมุ้ กัน 128 000 122 677
4. โรคเกยี่ วกบั ตอ่ มไรท้ ่อ โภชนาการและเมตะบอลซิ ัม 13 7 37
5. ภาวะแปรปรวนทางจติ และพฤตกิ รรม 1 97 143 187 18
6. โรคระบบประสาท 66 728 54 326
7. โรคตารวมสว่ นประกอบของตา 16 321 16 58
8. โรคหูและปมุ่ กกหู 129 62 62 82 63 537
9. โรคระบบไหลเวยี นเลอื ด 671 989 596 3,236
10. โรคระบบหายใจ 437 66 91 188 362 2,742
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 157 688 649 932 164 873
12. โรคผิวหนงั และเนอ้ื เยอ่ื ใตผ้ วิ หนงั 141 876 636 431 160 818
13. โรคระบบกลา้ มเนือ้ รวมโครงรา่ งและเน้อื ยดึ เสริม 18 168 168 216 3 40
14. โรคระบบสืบพันธร์ุ ว่ มปสั สาวะ 191 166 160
15. ภาวะแทรกในการต้ังครรภ์ การคลอด และระยะ 0 12 4 3 23

หลังคลอด 0 010 00
16. ภาวะผดิ ปกตขิ องทารกทเ่ี กิดขน้ึ ในระยะปรกิ ำเนดิ
1 000 7 14
(อายคุ รรภ์ 22 สัปดาห์ข้ึนไปจนถึง 7 วันหลังคลอด)
17. รปู รา่ งผดิ ปกติแต่กำเนดิ การพกิ ารจนผดิ รูปแต่ 711 303 601 3,757

กำเนดิ และโครโมโซมผิดปกติ 0 778 733 934 00
18. อาการ, อาการแสดงและสิง่ ผดิ ปกติที่พบได้จากการ 3 8 26
18 000 70 221
ตรวจทางคลินกิ และทางห้องปฏบิ ตั กิ ารทไี่ มส่ ามารถ 2,615 069 2,291 12,965
จำแนกโรคในกลมุ่ อนื่ ได้ 32 24 77
19. การเปน็ พิษและผลท่ตี ามมา 3,069 2,774 3,030
20. อุบตั เิ หตจุ ากการขนส่งและผลท่ีตามมา
21. สาเหตุจากภายนอกอ่นื ๆ ทท่ี ำให้ ป่วยหรอื ตาย

รวม

ทีม่ า :โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลบา้ นพรุนายขาว, 2562

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-411 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

3) สาเหตกุ ารปว่ ยของผปู้ ว่ ยใน

สาเหตกุ ารป่วยของผู้ป่วยในของจังหวัดพัทลุงมากที่สุด 10 อันดับแรกใน
ปี พ.ศ. 2562 คือ ปอดบวม จำนวน 3,753 ราย ไข้จากไวรัสที่นำโดยแมลงและไข้เลือดออกท่ีเกิดจากไวรัส อ่ืนๆ
2,528 ราย โรคหลอดลมอกั เสบ ถุงลมโป่งพองและปอดชนิดอุดกั้นแบบเรื้อรังอ่นื 2,286 ราย การบาดเจ็บระบเุ ฉพาะ
อื่นๆ ไม่ระบุเฉพาะและหลายบริเวณในร่างกาย 2,273 ราย ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของการตั้งครรภ์ และการคลอด
2,262 ราย การบาดเจ็บภายในกระโหลกศีรษะ 1,918 ราย โรคหืด 1,848 ราย หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและ
หลอดลมเลก็ อักเสบเฉียบพลัน 1,724 ราย การดูแลมารดาอ่ืนๆ ท่ีมีปัญหาเกี่ยวกับทารกในครรภ์ และถุงน้ำคร่ำ และ
ปญั หาทอ่ี าจจะเกดิ ไดใ้ นระยะคลอด 1,551 ราย โรคอักเสบติดเชอื้ ของผวิ หนงั และเนื้อเยอ่ื ใตผ้ ิวหนัง 1,455 ราย

ในปี 2561 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยใน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปอดบวม
4,062 ราย ภาวะแทรกซ้อนอ่ืนๆ ของการต้ังครรภ์ และการคลอด 2,639 ราย และ หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและ
หลอดลมเลก็ อักเสบเฉยี บพลัน 2,439 ราย

ในปี 2560 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยใน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปอดบวม
4,226 ราย หลอดลมอกั เสบเฉียบพลนั และหลอดลมเลก็ อักเสบเฉยี บ พลัน 2,588 ราย ไข้จากไวรัสที่นำโดยแมลงและ
ไข้เลือดออกที่เกดิ จากไวรสั อนื่ ๆ 2,580 ราย

ในปี 2559 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยใน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปอดบวม
3,853 ราย ภาวะแทรกซ้อนอ่ืนๆ ของการตั้งครรภ์ และการคลอด 2,461 ราย หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและ
หลอดลมเล็กอกั เสบเฉียบ พลนั 2,422 ราย

ในปี 2558 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยใน 3 อันดับแรก ได้แก่ ปอดบวม
3,420 ราย ภาวะแทรกซ้อนอ่ืนๆ ของการตั้งครรภ์ และการคลอด 2,682 ราย การบาดเจ็บระบุเฉพาะอื่นๆ ไม่ระบุ
เฉพาะและหลายบรเิ วณในรา่ งกาย 2,109 ราย รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-20

ตารางท่ี 3.4.3-20 สาเหตกุ ารป่วย ของผ้ปู ่วยในทม่ี ารับบรกิ ารในสถานบรกิ ารของรัฐ จงั หวัดพทั ลงุ ปี 2558 – 2562

สาเหตกุ ารปว่ ย จำนวน (ราย) อัตราป่วยตอ่ แสนประชากร
(กลมุ่ โรค)
2558 2559 256 2561 2562 2558 2559 2560 2561 2562
1.ปอดบวม
0
2.ไขจ้ ากไวรสั ท่นี ำโดยแมลงและ
ไขเ้ ลอื ดออกทีเ่ กิดจากไวรัสอ่นื ๆ 3,42 3,853 4,22 4,062 3,753 656 737 806 773 715
3.โรคหลอดลมอักเสบ ถุงลมโปง่
พองและปอดชนิดอดุ ก้ันแบบเรื้อรงั 06
อื่น
914 1,881 2,58 1,329 2,528 175 359 492 253 481
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั 0

1,94 2,172 2,29 2,402 2,286 374 415 438 457 435

96

3-412 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

สาเหตุการป่วย จำนวน (ราย) อตั ราป่วยตอ่ แสนประชากร
(กลมุ่ โรค)
2558 2559 256 2561 2562 2558 2559 2560 2561 2562

0

4.การบาดเจบ็ ระบเุ ฉพาะอ่นื ๆ , ไม่ 2,10 2,267 2,24 2,422 2,273 405 433 427 461 433

ระบุเฉพาะและหลายบรเิ วณใน 9 0

รา่ งกาย

5.ภาวะแทรกซอ้ นอน่ื ๆของการ 2,68 2,461 2,48 2,639 2,262 515 470 475 502 431

ต้ังครรภ์ และการคลอด 28

6.การบาดเจบ็ ภายในกระโหลก 1,16 1,432 1,36 1,576 1,918 223 274 261 300 365

ศีรษะ 5 8

7.โรคหดื 1,59 1,644 1,81 1,895 1,848 306 314 345 361 352

41

8.หลอดลมอักเสบเฉยี บพลันและ 2,08 2,422 2,58 2,439 1,724 399 463 494 464 328

หลอดลมเลก็ อักเสบเฉยี บ พลัน 1 8

9.การดแู ลมารดาอน่ื ๆ ที่มปี ญั หา 282 265 264 283 295

เกี่ยวกับทารกในครรภ์ และถุง 1,47 1,386 1,38 1,487 1,551
น้ำครำ่ และปญั หาทอี่ าจจะเกดิ ไดใ้ น 3 7

ระยะคลอด

10.โรคอกั เสบติดเช้ือของผวิ หนัง 1,09 1,214 1,31 1,523 1,455 209 232 251 290 277

และเนอ้ื เยอ่ื ใตผ้ ิวหนัง 36

ทีม่ า : ระบบรายงานมาตรฐาน HDC

สำหรับสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยในตามกลุ่มโรค 10 อันดับแรก ของผู้ป่วยใน
ทม่ี ารับบรกิ ารในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั ในอำเภอป่าบอน พบว่าผู้ปว่ ยในปว่ ยด้วยโรคปอดบวมมากทส่ี ดุ และ
จำนวนครั้งที่มีผเู้ ข้ารับบริการด้วยโรคปอดบวม สูงข้ึนทุกปี ต้ังแต่ปี 2558-2562 อันดับ 2 ได้แก่ โรคหิด และอันดับ
3 ได้แก่ โรคหลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง และปอดชนดิ อดุ กั้นแบบเรือ้ รังอ่ืน ซึง่ มีผปู้ ว่ ยเขา้ รกั ษาเพม่ิ ขึน้ ทกุ ปี

สำหรับสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยในตามกลุ่มโรค 10 อันดับแรก ของผู้ป่วยใน
ที่มารับบริการในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ในอำเภอตะโหมด พบว่า ผู้ป่วยในป่วยด้วยโรคปอดบวมมากท่ีสุด
โดยในปี 2562 มีจำนวนครั้งที่มีผู้เข้ารับบริการลดลงจากปี 2560 และ 2561 อันดับ 2 ได้แก่ ไข้จากไวรัสที่นำโดย
แมลงและไข้เลือดออกที่เกิดจากไวรสั อ่ืนๆ ซ่ึงในปี 2562 มีจำนวนคร้ังท่ีมีผู้ป่วยในเข้ารับบริการเพ่ิมขึ้นมากเม่ือเทียบ
กบั ปี 2561 อันดบั 3 ได้แก่ หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและหลอดลมเล็กอักเสบเฉยี บพลัน รายละเอียดแสดงดงั ตาราง
ที่ 3.4.3-21

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-413 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

ตารางที่ 3.4.3- 21 สาเหตุการป่วยของผู้ปว่ ยในตามกลุ่มโรค 10 อันดบั แรก ของผู้ปว่ ยในท่มี ารบั บรกิ ารในสถาน
บริการสาธารณสขุ ของรัฐใน อำเภอปา่ บอน จังหวัดพทั ลงุ ปี พ.ศ. 2558- 2562

อันดบั สาเหตุการปว่ ย ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
(กลุ่มโรค) จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน
(ครงั้ ) (คร้ัง) (ครงั้ ) (ครัง้ ) (ครั้ง)
1 169 ปอดบวม 134 125 205 266 306
130 106 116 176
2 176 โรคหืด 80 134 134 145 167
117
3 175 โรคหลอดลมอักเสบ ถงุ ลมโปง่ พองและ 339 164 - 163
ปอดชนดิ อดุ ก้นั แบบเร้ือรังอ่ืน -
191 184 227 154
4 032 ไข้จากไวรัสทีน่ ำโดยแมลงและ 216
ไข้เลอื ดออกทีเ่ กิดจากไวรัสอื่น ๆ 94 145 176 153
74
5 170 หลอดลมอักเสบเฉียบพลนั และหลอดลม 109 97 109 114
เลก็ อักเสบเฉียบพลนั 114
73 - 82 94
6 281 การบาดเจ็บระบเุ ฉพาะอ่ืน ๆ , ไม่ระบุ 69
เฉพาะและหลายบรเิ วณในร่างกาย 85 85 105 88
73 - 90 85 78
7 242 ภาวะแทรกซอ้ นอ่นื ๆของการต้งั ครรภ์ -
และการคลอด

8 184 กระเพาะอาหารอักเสบและดโู อเดนัม
อักเสบ

9 198 โรคอักเสบตดิ เช้อื ของผวิ หนังและน้ือเยอ่ื
ใตผ้ วิ หนัง

10 104 เบาหวาน

ทมี่ า : คลังข้อมลู สขุ ภาพ HDC

ตารางที่ 3.4.3-22 สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยในตามกลมุ่ โรค 10 อันดับแรก ของผู้ปว่ ยในท่ีมารบั บรกิ ารในสถาน
บรกิ ารสาธารณสุขของรฐั ในอำเภอตะโหมด จงั หวดั พัทลุง ปี พ.ศ. 2558- 2562

อันดับ สาเหตกุ ารปว่ ย ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
(กลมุ่ โรค) จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน
(ครั้ง) (ครง้ั ) (คร้งั ) (ครงั้ ) (ครงั้ )
1 169 ปอดบวม 186 284 347 307 250

2 032 ไขจ้ ากไวรัสท่นี ำโดยแมลงและ 109 246 156 89 201
ไขเ้ ลือดออกท่ีเกดิ จากไวรสั อืน่ ๆ
83 104 165 228 143
3 170 หลอดลมอักเสบเฉยี บพลนั และหลอดลม

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-414 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

อนั ดบั สาเหตกุ ารป่วย ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
(กล่มุ โรค) จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน จำนวน
(ครงั้ ) (คร้งั ) (คร้ัง) (ครั้ง) (ครงั้ )

เลก็ อักเสบเฉียบพลัน 72 155 117

4 281 การบาดเจ็บระบุเฉพาะอน่ื ๆ , ไมร่ ะบุ - 64 179 157 97
เฉพาะและหลายบรเิ วณในร่างกาย
82 101 92
5 175 โรคหลอดลมอักเสบ ถงุ ลมโปง่ พองและ 123 164
ปอดชนดิ อุดก้นั แบบเรอ้ื รงั อื่น 126 126 87
120 138 76
239 การดูแลมารดาอืน่ ๆ ทม่ี ปี ญั หาเกีย่ วกบั - - 57
- 70 56
6 ทารกในครรภ์ และถุงนำ้ คร่ำ และปัญหาที่ 86 94

อาจจะเกดิ ได้ในระยะคลอด

7 176 โรคหดื 110 102

8 242 ภาวะแทรกซ้อนอืน่ ๆของการตง้ั ครรภ์ 128 108
และการคลอด

9 151 หัวใจลม้ เหลว 60 -

10 198 โรคอกั เสบตดิ เช้อื ของผิวหนังและ --
เนือ้ เยอ่ื ใต้ผิวหนัง

ทีม่ า : คลงั ข้อมลู สขุ ภาพ HDC

4) โรคทีต่ อ้ งเฝา้ ระวังทางระบาดวิทยา

โรคที่เฝ้าระวังทางระบาดวิทยาท่ี ของจังหวัดพัทลุงและพ้ืนที่ศึกษา พ.ศ.
2558 – 2562 รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-22 ถึงตารางท่ี 3.4.3-26

• จังหวัดพัทลุง จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506 ของ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ในปี พ.ศ. 2558-2562 พบว่าในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมากที่สุด
โดยมีผู้ป่วยจำนวน 1,177.84 ต่อแสนประชากร รองลงมา คือ โรคไข้หวัดใหญ่ มีผู้ป่วยจำนวน 250.93 ต่อแสน
ประชากร และโรคไข้เลือดออก มีผู้ป่วยจำนวน 239.11 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี
3.4.3-22

• โรงพยาบาลป่าบอน จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506
ของโรงพยาบาลป่าบอน ในปี พ.ศ.2558-2562 พบว่า ในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมากที่สุด โดยมีอัตรา
ป่วย 1,411.82 ต่อแสนประชากร รองลงมา คือ โรคไข้เดงกี่ มีอัตราป่วย 215.36 ต่อแสนประชากร และโรคไข้ไม่
ทราบสาเหตุ มอี ัตราปว่ ย 191.43 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-23

• โรงพยาบาลตะโหมด จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506
ของ โรงพยาบาลตะโหมด ในปี พ.ศ.2559-2562 พบว่า ในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยอุจจาระร่วงมากท่ีสุด โดยมีผู้ป่วย

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-415 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

จำนวน 335 ราย รองลงมา คือ ไข้เลือดออก มีผู้ป่วยจำนวน 57 ราย และ ปอดบวม มีผู้ป่วยจำนวน 43 ราย
ตามลำดับ รายละเอียดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-24

• โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลบ้านหนองธง ในปี พ.ศ.2559-2562
พบว่า ในปี พ.ศ.2562 มผี ู้ป่วยอุจจาระรว่ งมากที่สุด โดยมีผปู้ ่วยจำนวน 810.39 ต่อแสนประชากร และรองลงมา คือ
ไข้ มผี ูป้ ว่ ยจำนวน 207.79 ตอ่ แสนประชากร รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-25

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว ในปี พ.ศ.2559-
2562 พบวา่ ในปี พ.ศ.2562 มีผ้ปู ่วยอจุ จาระร่วงมากท่สี ดุ โดยมผี ปู้ ่วยจำนวน 25 ราย และรองลงมา คอื ไขเ้ ลือดออก
มผี ปู้ ว่ ยจำนวน 10 ราย รายละเอยี ดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-26

ตารางที่ 3.4.3-22 โรคทีเ่ ฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยา (รง.506) จงั หวัดพทั ลงุ ปี พ.ศ.2558–2562

ลำดบั ท่ี โรค 2558 อตั ราปว่ ยตอ่ แสนประชากร 2562
1,813.40 2559 2560 2561 1,177.84
1. อุจจาระรว่ ง 95.74 1,961.52 1,788.84 1,640.18 250.93
2. โรคไข้หวดั ใหญ่ 104.23 122.98 184.66 308.37 239.11
3. โรคไข้เลือดออก 313.46 283.62 207.44 120.10 207.10
4. โรคปอดบวม 96.12 278.43 332.97 316.20 86.88
5. โรคสกุ ใส 223.90 113.18 110.99 87.45 83.83
6. โรคตาแดง 101.53 170.63 181.03 126.40 54.68
7. โรคมอื เทา้ ปาก 83.77 101.65 124.38 97.95 44.77
8. โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ 77.82 69.27 63.20 22.86
9. โรคชิคุนกุนยา 0.77 0.19 0.00 26.11 20.96
10. โรคอาหารเป็นพษิ 42.66 33.82 30.43 32.08

ท่มี า : สำนักงานสาธารณสขุ จังหวดั พัทลงุ , 2562 (ขอ้ มลู ณ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

ตารางที่ 3.4.3-23 โรคท่ีเฝา้ ระวงั ทางระบาดวิทยา (รง.506) โรงพยาบาลปา่ บอน ปี พ.ศ.2558–2562

ลำดับท่ี โรค ปี พ.ศ. (อตั ราปว่ ยตอ่ แสนประชากร)

2558 2559 2560 2561 2562

1. โรคอจุ จาระรว่ ง 765.73 957.17 646.09 622.16 1,411.82
2. โรคไขไ้ มท่ ราบสาเหตุ
3. โรคไขเ้ ลือดออก 574.30 981.10 813.59 646.09 191.43
4. โรคปอดอกั เสบ
5. โรคไข้เดงกี่ 23.93 287.15 23.93 0 119.65
6. โรคเยอ่ื บุตาอกั เสบ
71.79 71.79 47.86 119.65 119.65

0 71.79 0 23.93 215.36

143.58 95.72 23.93 23.93 71.79

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-416 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน

ลำดับที่ โรค ปี พ.ศ. (อัตราป่วยตอ่ แสนประชากร) 2562
2558 2559 2560 2561 71.79

7. โรคสกุ ใส 47.86 47.86 0 47.86 0
23.93
8. โรคไข้หวดั ใหญ่ 71.79 0 0 47.86
0
9. โรควัณโรคปอด 0 0 0 47.86

10. โรคฉห่ี นู 23.93 0 23.93 0

ทีม่ า : โรงพยาบาลปา่ บอน, 2562 (ข้อมลู ณ เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

ตารางที่ 3.4.3-24 โรคที่เฝา้ ระวังทางระบาดวิทยา (รง.506) โรงพยาบาลตะโหมด ปี พ.ศ.2559–2562

ลำดับที่ โรค 2559 ปีพ.ศ. (ราย) 2562
2560 2561 335
1. โรคอจุ จาระร่วง 303 645 505 57
39 46 43
2. โรคไขเ้ ลอื ดออก 164 172 90 34
42 30 18
3. โรคปอดบวม 166 60 55 17
61 62 10
4. โรคสุกใส 29 39 13 7
46 16 6
5. โรคไขห้ วัดใหญ่ 8 3
--
6. โรคมอื เท้า ปาก 37 --

7. โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ 45

8. โรคตาแดง 31

9. โรควัณโรค -

10. โรคไวรัสตบั อกั เสบ -

ทมี่ า : โรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ขอ้ มูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

ตารางท่ี 3.4.3-25 โรคท่ีเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านหนองธง
ปี พ.ศ.2558 – 2562

โรค ปพี .ศ. (อตั ราป่วยต่อแสนประชากร)
2559 2560 2561 2562
โรคอุจจาระร่วง 1371.43 1144.27 1236.36 810.39
ไข้ 1122.08 733.54 498.70 207.79
โรคไข้เลอื ดออกทุกสายพนั ธุ์ (D.H.F,Total) 83.12 52.23 10.39 155.84
โรคไข้เลอื ดออก (Dengue fever) 384.42 95.59 31.17 103.90
โรคปอดบวม 121.88 115.35 124.68 62.34

ท่มี า: โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบา้ นหนองธง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-417 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

ตารางท่ี 3.4.3-26 โรคที่เฝ้าระวังทางระบาดวิทยา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว
ปี พ.ศ.2558 –2562

โรค 2558 ปีพ.ศ. (ราย) 2561 2562
19 2559 2560 45 25
โรคอุจจาระร่วง 3 23 28 9 10
โรคไขเ้ ลอื ดออก 0 14 1 1 0
โรคฉห่ี นู (เลปโตสไปโรซิส) 0 2 0
โรคมือ เทา้ ปาก 0 00 1 0
โรคสุกใส 0 00 2 0
โรคไขร้ ากสาดใหญ่ (โรคสครับไทฟสั ) 00
00
ท่มี า: โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลพรุนายขาว

1.6 ) ขอ้ มูลโรคที่อาจเกิดจากการพฒั นาแหล่งน้ำ

1) โรคไขเ้ ลอื ดออก

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจังหวัดพัทลุง ในช่วงปี 2558-2562 พบว่าในปี
พ.ศ.2562 มีอัตราป่วยสูงท่ีสุด คือ 192.43 ต่อประชากรแสนคน โดยพบอัตราป่วยสูงสุด 392.65 ท่ีอำเภอตะโหมด
และอัตราป่วยในปี 2558-2561เทา่ กบั 66.45 144.96 95.47 และ 71.03 ตามลำดับ

สำหรับอำเภอในพื้นท่ีศึกษา ได้แก่ อำเภอตะโหมด มีจำนวนผู้ป่วยด้วย
ไข้เลือดออก ในปี 2562 จำนวน 123ราย คิดเป็นอัตราป่วย 392.65 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-
2561 เทา่ กับ 172.03 304.36 86.51 และ 221.08 ตามลำดับ

อำเภอป่าบอน มีจำนวนผู้ปว่ ยโรคไขเ้ ลอื ดออกในปี 2562 จำนวน 85 ราย คิด
เป็นอัตราป่วย 177.68 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-2561 เท่ากับ 48.51 162.39 60.78 และ
56.59 ตอ่ ประชากรแสนคนตามลำดบั รายละเอียดอัตราการปว่ ยด้วยโรคไข้เลือดออกของจังหวัดพัทลุงและอำเภอใน
พน้ื ทีศ่ กึ ษา รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-27 และรูปท่ี 3.4.3-1

ตารางท่ี 3.4.3-27 อตั ราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต่อประชากรแสนคน แยกรายอำเภอ จงั หวัดพัทลุง ปี 2558-2562

2558 2559 2560 2561 2562

อำเภอ อตั รา อัตรา อตั รา อตั รา ประชากร จำนวน อตั รา
ป่วย
เมืองพัทลงุ 58.93 113.01 162.47 270.85
กงหรา 30.15 408.44 63.56 64.33 121,468 329 134.78
เขาชัยสน 52.35 213.93 151.22 131.04
63.56 36,355 49

60.04 45,026 59

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-418 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

2558 2559 2560 2561 ประชากร 2562 อัตรา
อำเภอ อตั รา อัตรา อัตรา จำนวน
อัตรา 31,326 ป่วย 392.65
ตะโหมด 172.03 304.36 86.51 84,449 123 252.22
221.08 51,094 213 121.34
ควนขนนุ 107.12 73.79 29.59 35.5 18,028 138.67
27.49 47,839 62 177.68
ปากพะยนู 89.83 125.77 107.99 77.96 26,641 25 56.3
56.59 35,893 85 25.07
ศรบี รรพต 28.09 56.19 27.84 37.62 26,738 15 153.34
114.57 524,857 9 192.43
ปา่ บอน 48.51 162.39 60.78 146.41 41
71.03 1,010
บางแกว้ 22.75 113.76 60.19

ปา่ พะยอม 34.53 46.04 83.83

ศรีนครินทร์ 25.69 88.08 93.85

รวม 66.45 144.96 95.47

ทม่ี า กลมุ่ งานควบคุมโรคติดตอ่ และระบาดวทิ ยา สำนักงานสาธารณสขุ จังหวัดพัทลงุ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-419 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

รปู ท่ี 3.4.3-1 แสดงอตั ราการปว่ ยโรคไขเ้ ลือดออกตอ่ แสนประชากรของอำเภอในพ้ืนที่ศึกษา ปี พ.ศ. 2558-2562

2) โรคมาลาเรีย

สถานการณ์โรคมาลาเรียจังหวัดพัทลุง ในช่วงปี 2558-2562 พบว่าในปี
พ.ศ.2568 มีอัตราป่วยสูงท่ีสุด คือ 2.3 ต่อประชากรแสนคน โดยพบอัตราป่วยสูงสุด 40.37 ที่อำเภอศรีนครินทร์
และอัตราป่วยในปี 2558-2562 เท่ากับ 2.3 0.38 0.57 0 และ 0.38 ตามลำดับ

สำหรบั อำเภอในพื้นทีศ่ กึ ษา ไดแ้ ก่ อำเภอตะโหมด และอำเภอปา่ บอน ซง่ึ ใน
ปี 2558-2562 ไม่มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรีย รายละเอียดอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของจังหวัดพัทลุง
และอำเภอในพืน้ ทศ่ี ึกษา รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 3.4.3-28

ตารางท่ี 3.4.3-28 อตั ราปว่ ยด้วยมาลาเรียตอ่ ประชากรแสนคน แยกรายอำเภอ จังหวดั พัทลงุ ปี 2558-2562

2558 2559 2560 2561 2562

อำเภอ อัตรา อัตรา อัตรา อัตรา ประชากร จำนวน อตั รา
ปว่ ย
เมอื งพัทลงุ
กงหรา 0 0.81 0.82 0 121,468 0 0
เขาชัยสน
ตะโหมด 0 0 2.76 0 36,355 0 0
ควนขนุน
ปากพะยนู 0 0 2.22 0 45,026 0 0
ศรีบรรพต
0 0 0 0 31,326 0 0

1.19 0 0 0 84,449 1 1.18

0 0 0 0 51,094 0 0

0 0 0 0 18,028 0 0

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-420 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

2558 2559 2560 2561 2562

อำเภอ อตั รา อัตรา อตั รา อตั รา ประชากร จำนวน อตั รา
ป่วย
0
ป่าบอน 0 0 0 0 47,839 0 0
0
บางแก้ว 0 0 0 0 26,641 0 3.74
0.38
ปา่ พะยอม 0 0 0 0 35,893 0

ศรนี ครินทร์ 40.37 3.67 0 0 26,738 1

รวม 2.3 0.38 0.57 0 524,857 2

ทมี่ า กลมุ่ งานควบคมุ โรคติดต่อและระบาดวทิ ยา สำนักงานสาธารณสุขจงั หวัดพทั ลงุ

3) โรคท้องร่วง

สถานการณ์โรคท้องร่วงจังหวัดพัทลุง ในช่วงปี 2558-2562 พบว่าในปี พ.ศ.
2559 มีอัตราป่วยสูงท่ีสุด คือ 1,958.71 ต่อประชากรแสนคน โดยพบอัตราป่วยสูงสุด 2,691.89 ที่อำเภอกงหรา
และอัตราปว่ ยในปี 2558 2560 2561 2562 เท่ากบั 1,799.01 1,785.29 1,620.51 และ 1,641.59 ตามลำดับ

สำหรับอำเภอในพ้ืนท่ีศึกษา ได้แก่ อำเภอตะโหมด มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรค
ท้องร่วง ในปี 2562 จำนวน 623ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1,988.76 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-
2561 เท่ากบั 744.37 1,012.34 2,060.24 และ 2,223.65 ตามลำดบั

อำเภอป่าบอน มีจำนวนผู้ป่วยโรคท้องร่วงในปี 2562 จำนวน 961 ราย คิด
เป็นอัตราป่วย 2,008.82 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-2561 เท่ากับ 1,419.32 1,952.89
1,634.77 และ 1,559.32 ต่อประชากรแสนคนตามลำดับ รายละเอียดอัตราการป่วยด้วยโรคท้องร่วงของจังหวัด
พทั ลุงและอำเภอในพืน้ ที่ศึกษาแสดงรายละเอยี ดดังตารางท่ี 3.4.3-29 และรูปท่ี 3.4.3-2

ตารางที่ 3.4.3-29 อตั ราปว่ ยด้วยโรคทอ้ งร่วงต่อประชากรแสนคน แยกรายอำเภอ จังหวัดพทั ลุง ปี 2558-2562

2558 2559 2560 2561 2562

อำเภอ อตั รา อัตรา อตั รา อตั รา ประชากร จำนวน อัตรา
ปว่ ย
เมอื งพทั ลุง
กงหรา 1,824.29 1,689.48 1,449.05 1,703.89 121,468 2,272 1,870.45
เขาชยั สน
ตะโหมด 2,494.52 2,691.89 2,553.47 1,989.72 36,355 627 1,724.66
ควนขนนุ
ปากพะยนู 1,888.98 2,307.74 2,788.65 2,094.82 45,026 792 1,758.98
ศรบี รรพต
744.37 1,012.34 2,060.24 2,223.65 31,326 623 1,988.76

1,593.73 2,160.28 1,105.36 987.02 84,449 961 1,137.96

2,722.99 2,557.29 3,172.92 2,517.13 51,094 985 1,927.82

1,618.16 1,826.05 773.99 584.67 18,028 189 1,048.37

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-421 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

2558 2559 2560 2561 2562 อัตรา
อำเภอ อัตรา อัตรา อัตรา อตั รา ประชากร จำนวน
ปว่ ย 2,008.82
ป่าบอน 1,419.32 1,952.89 1,634.77 1,559.32 47,839 961 912.13
1,034.50 26,641 243 1,554.62
บางแกว้ 1,558.47 1,744.27 1,591.24 1,268.62 35,893 558 1,514.70
1,392.80 26,738 405 1,641.59
ปา่ พะยอม 1,591.09 1,438.60 1,321.71 1,620.51 524,857 8,616

ศรนี ครินทร์ 1,989.06 1,934.02 1,527.95

รวม 1,799.01 1,958.71 1,785.29

ท่มี า กลมุ่ งานควบคุมโรคตดิ ตอ่ และระบาดวทิ ยา สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง

รปู ที่ 3.4.3-2 แสดงอตั ราการปว่ ยโรคทอ้ งรว่ งตอ่ แสนประชากรของอำเภอในพน้ื ทศ่ี กึ ษา ปี พ.ศ. 2558-2562

4) โรคฉีห่ นู (Leptospirosis)

สถานการณ์โรคฉ่ีหนู จังหวัดพัทลุง ในช่วงปี 2558-2562 พบว่าในปี พ.ศ.
2559 มีอัตราป่วยสูงที่สุด คือ 14.36 ต่อประชากรแสนคน โดยพบอัตราป่วยสูงสุด 26.47 ท่ีอำเภอตะโหมด และ
อตั ราป่วยในปี 2558 2560 2561 2562 เทา่ กบั 9 13.17 10.31 และ 9.72 ตามลำดับ

สำหรับอำเภอในพ้ืนท่ีศึกษา ได้แก่ อำเภอตะโหมด มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคฉ่ี
หนู ในปี 2562 จำนวน 9 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 28.73 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-2561
เทา่ กับ 23.16 26.47 9.61 และ 22.43 ตามลำดับ

อำเภอป่าบอน มีจำนวนผู้ป่วยโรคฉ่ีหนู ในปี 2562 จำนวน 6 ราย คิดเป็น
อัตราป่วย 12.54 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-2561 เท่ากับ 4.22 8.44 12.58 และ 8.38 ต่อ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-422 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

ประชากรแสนคนตามลำดับ รายละเอยี ดอัตราการป่วยด้วยโรคฉ่ีหนูของจังหวัดพัทลุงและอำเภอในพน้ื ทศ่ี ึกษาแสดง
รายละเอยี ดดังตารางที่ 3.4.3-30 และรูปท่ี 3.4.3-3

ตารางท่ี 3.4.3-30 อัตราปว่ ยด้วยโรคฉ่ีหนูตอ่ ประชากรแสนคน แยกรายอำเภอ จังหวดั พัทลุง ปี 2558-2562

2558 2559 2560 2561 ประชากร 2562 อัตรา
อำเภอ อตั รา อัตรา อตั รา อัตรา จำนวน
121,468 ปว่ ย 9.06
เมืองพัทลงุ 11.3 16.95 12.37 4.95 36,355 22.01
45,026 11 22.21
กงหรา 19.19 19.19 27.63 19.34 31,326 8 28.73
84,449 10 2.37
เขาชัยสน 9.1 6.83 13.34 20.01 51,094 9
18,028 2 0
ตะโหมด 23.16 26.47 9.61 22.43 47,839 0 5.55
26,641 1 12.54
ควนขนนุ 8.33 14.28 10.65 2.37 35,893 6 3.75
26,738 1 2.79
ปากพะยนู 02 0 1.96 524,857 1 7.48
2 9.72
ศรบี รรพต 16.86 22.47 11.14 33.41 51

ปา่ บอน 4.22 8.44 12.58 8.38

บางแกว้ 7.58 7.58 11.29 0

ปา่ พะยอม 0 17.26 19.56 19.56

ศรนี ครินทร์ 3.67 25.69 30.03 18.77

รวม 9 14.36 13.17 10.31

ที่มา กลมุ่ งานควบคมุ โรคตดิ ต่อและระบาดวิทยา สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัดพัทลงุ

รูปท่ี 3.4.3-3 แสดงอตั ราการปว่ ยโรคฉี่หนตู ่อแสนประชากรของอำเภอในพ้ืนที่ศกึ ษา ปี พ.ศ. 2558-2562

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-423 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

5) โรคชคิ นุ กนุ ยา
สถานการณ์โรคชิคุนกุนยา จังหวัดพัทลุง ในช่วงปี 2558-2562 พบว่าในปี

พ.ศ.2562 มีอัตราป่วยสูงท่ีสุด คือ 28.39 ต่อประชากรแสนคน โดยพบอัตราป่วยสูงสุด 80.68 ที่อำเภอเมืองพัทลุง
และอตั ราปว่ ยในปี 2558 2561 2561 2562 เท่ากบั 0.77 0.19 0 และ 6.11 ตามลำดบั

สำหรับอำเภอในพื้นที่ศึกษา ได้แก่ อำเภอตะโหมด มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรค
ชิคุนกุนยา ในปี 2562 จำนวน 2 ราย คิดเปน็ อตั รา 6.38 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2558-2560 ไม่มีอตั ราป่วยดว้ ย
โรคชิคุนกนุ ยา และในปี 2561 พบอัตราผ้ปู ่วยด้วยโรคชิคนุ กนุ ยา 3.2 ต่อประชากรแสนคน

อำเภอป่าบอน มีจำนวนผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา ในปี 2562 จำนวน 7 ราย คิด
เป็นอัตราป่วย 14.63 ต่อประชากรแสนคน และอัตราป่วยในปี 2558-2561 เท่ากับ 2.11 0 0 และ 4.19 ต่อ
ประชากรแสนคนตามลำดับ รายละเอยี ดอัตราการป่วยดว้ ยโรคชิคุนกุนยาของจังหวัดพัทลุงและอำเภอในพนื้ ท่ีศึกษา
แสดงรายละเอียดดงั ตารางท่ี 3.4.3-31 และรปู ท่ี 3.4.3-4

ตารางท่ี 3.4.3-31 อัตราปว่ ยด้วยโรคชคิ นุ กนุ ยา ตอ่ ประชากรแสนคน แยกรายอำเภอ จงั หวัดพทั ลุง ปี 2558-2562

2558 2559 2560 2561 ประชากร 2562 อัตรา
อำเภอ อตั รา อตั รา อตั รา อัตรา จำนวน
121,468 ปว่ ย 80.68
เมืองพัทลงุ 1.61 0 0 9.07 36,355 2.75
45,026 98 28.87
กงหรา 0 0 0 0 31,326 1 6.38
84,449 13 9.47
เขาชยั สน 2.28 0 0 0 51,094 2 23.49
18,028 8 5.55
ตะโหมด 00 0 3.2 47,839 12 14.63
26,641 1 18.77
ควนขนุน 00 0 3.55 35,893 7 0
26,738 5 7.48
ปากพะยนู 00 0 25.52 524,857 0 28.39
2
ศรีบรรพต 00 0 0 149

ป่าบอน 2.11 0 0 4.19

บางแก้ว 0 3.79 0 3.76

ป่าพะยอม 00 0 2.79

ศรนี ครินทร์ 0 0 0 0

รวม 0.77 0.19 0 6.11

ที่มา กลมุ่ งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ และระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสขุ จังหวดั พทั ลงุ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-424 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

รูปที่ 3.4.3-4 แสดงอัตราการปว่ ยโรคชคิ นุ กนุ ยาต่อแสนประชากรของอำเภอในพนื้ ท่ศี กึ ษา ปี พ.ศ. 2558-2562

2) ผลการสำรวจภาคสนาม

1) การศกึ ษาดา้ นสขุ ภาพทัว่ ไป

การตรวจสขุ ภาพประชากรตวั อยา่ งในพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ อนั เน่ืองมาจาก
พระราชดำริ จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่ตรวจร่างกายจาก
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว โดยมีประชาชนเข้าร่วมโครงการตรวจร่างกายทั่วไปจำนวน 30
คน ในจำนวนน้ีส่งตรวจอุจจาระและได้รับการเจาะเลือดครบทั้ง 30 คน และในวันท่ี 2 กรกฎาคม 2563 โดยได้รับ
ความอนุเคราะห์สถานที่ตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองธง ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
ซง่ึ มปี ระชาชนเขา้ ร่วมโครงการตรวจรา่ งกายทัว่ ไปจำนวน 26 คน ในจำนวนน้ีสง่ ตรวจอุจจาระ 20 คน และได้รบั การ
เจาะเลอื ด 26 คน รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-31 รปู ที่ 3.4.3-5 และรูปท่ี 3.4.3-6

ตารางท่ี 3.4.3-31 การสำรวจภาคสนามด้านการตรวจร่างกายประชากรตัวอยา่ ง ในพ้ืนทโ่ี ครงการอา่ งเก็บนำ้
เหมืองตะกวั่ จงั หวัดพทั ลงุ

จำนวนประชากรตวั อย่าง (คน)

สถานีสำรวจ ตำบล สถานทีต่ รวจรา่ งกาย ผ้มู ารับการ ผู้สง่ ตรวจ ผู้รบั การเจาะ
ตรวจร่างกาย อุจจาระ เลือด
บา้ นเหมืองตะก่วั หนองธง รพ.สต.บา้ นหนองธง
บ้านพรุนายขาว คลองใหญ่ รพ.สต.บา้ นพรนุ ายขาว 26 20 26
30 30 30

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-425 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

การลงทะเบียนอาสาสมัครท่เี ขา้ รับการตรวจสุขภาพ การสมั ภาษณป์ ระวตั กิ ารเจ็บป่วยและข้อมูลท่ัวไป

การเจาะเลือดจากปลายนว้ิ มอื เพ่อื สง่ ตรวจ การตรวจสุขภาพทว่ั ไปโดยแพทย์

อาสาสมัครรับยารักษาโรค โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลหนองธง

รูปที่ 3.4.3-5 การตรวจร่างกายท่ัวไปและเก็บข้อมูลสุขภาพ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองธง
ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-426 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน

การลงทะเบยี นอาสาสมัครทเ่ี ขา้ รับการตรวจสขุ ภาพ การสัมภาษณป์ ระวัตกิ ารเจบ็ ป่วยและข้อมูลท่ัวไป

การเจาะเลอื ดจากปลายนว้ิ มือเพอ่ื สง่ ตรวจ การตรวจสขุ ภาพทัว่ ไปโดยแพทย์

อาสาสมคั รรบั ยารกั ษาโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบลพรนุ ายขาว

รูปท่ี 3.4.3-6 การตรวจร่างกายและเก็บข้อมูลสุขภาพ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพรุนายขาว
ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-427 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

ขอ้ มูลทวั่ ไปและประวตั ิการเจบ็ ป่วยของประชากรตวั อย่างทม่ี ารบั การตรวจสุขภาพ

การตรวจร่างกายและสอบถามประวัติประชาชนในพ้ืนท่ีบ้านเหมืองตะกั่ว ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอนและบ้านพรนุ ายขาว ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลุง รวมมีอาสาสมคั รเข้ารบั การตรวจ
สุขภาพจำนวน 56 คน โดยเป็นประชาชนในพ้ืนท่ีบ้านเหมืองตะกั่ว จำนวน 26 คน จากหมู่ที่ 1, 2, 9 และบ้านพรุ
นายขาว จำนวน 30 คน จากหมู่ท่ี 5 และ 8 โดยแยกเป็นเป็นเพศชาย 16 คน คิดเป็นร้อยละ 28.6 และเพศหญิง
40 คน คิดเป็นร้อยละ 71.4 มีอายุอยู่ระหว่าง 22-79 ปี ส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วง 50-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 39.3
ประกอบอาชีพเกษตรกร (ทำสวนยาง) ร้อยละ 60.7 และอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 17.9 มีระดับการศึกษาตั้งแต่
ไม่ได้เรียนหนังสือ ถึงระดับปริญญาตรี โดยส่วนใหญ่เรียนจบการศึกษาระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 คิดเป็นร้อยละ
25.0 ด้านรายได้ต่อเดือนพบว่ามีตั้งแต่ไม่มีรายได้เลย จนถึงมีรายได้สูงสุดคือ 40,000 บาท ส่วนใหญ่ มีรายได้
ประมาณ 6001-10000 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 35.7 และมีสมาชิกในครัวเรือน ตั้งแต่ 2-9 คน รายละเอียด
แสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-32

ตารางที่ 3.4.3-32 จำนวนและร้อยละของประชากรที่ได้รับการตรวจร่างกายในพ้ืนที่บ้านเหมืองตะกั่ว ตำบล
หนองธง อำเภอป่าบอน และบา้ นพรนุ ายขาว ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพทั ลุง

ขอ้ มลู ของประชากรตวั อยา่ ง จำนวน (56 คน) รอ้ ยละ

พนื้ ท่ศี กึ ษา 92.3
3.8
บ้านเหมอื งตะกวั่ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน 3.8

หมู่ที่ 1 24 56.7
43.3
หม่ทู ่ี 2 1
28.6
หมทู่ ่ี 9 1 71.4

บา้ นพรนุ ายขาว ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด 10.7
12.5
หมทู่ ่ี 5 17 25.0
39.3
หมทู่ ่ี 8 13 12.5

เพศ

ชาย 16

หญิง 40

อายุ

ต่ำกวา่ 30 6

30 – 39 7

40 - 49 14

50 - 59 22

มากกว่า หรือเท่ากบั 60 ปี ข้ึนไป 7

อายุเฉล่ีย 47.16 ปี S.D.=12.19 อายุตำ่ สุด 22 ปี อายุมากทสี่ ดุ 79 ปี

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-428 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

ขอ้ มลู ของประชากรตวั อย่าง จำนวน (56 คน) รอ้ ยละ

อาชพี 3.6
5.4
คา้ ขาย 2 17.9
60.7
แม่บ้าน/ไมไ่ ดท้ ำงาน 3 1.8
1.8
รบั จา้ งทั่วไป 10 3.6
5.4
ทำสวนยาง 34
1.8
ทำสวนผลไม้ 1 19.6
19.6
ลกู จ้าง รพ.สต. 1 35.7
12.5
คา้ ขายและทำสวนยาง 2 10.7

ทำสวนยางและสวนผลไม้ 3 1.8

รายไดต้ ่อเดอื น (บาท) 10.7
25.0
ไม่มรี ายได้ 1 3.6
12.5
นอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากบั 3000 11 3.6
12.5
3001 – 6000 11 1.8

6001 – 10000 20 12.5
19.6
10001 - 15000 7 35.7
7.1
มากกวา่ 15000 6 12.5
3.6
รายไดต้ ำ่ สุด 0 บาท สงู สุด 40,000 บาท รายได้เฉลีย่ 9,456.0 บาท

ระดับการศึกษา

ไม่ได้เรยี น 1

ประถมศึกษา

ป.4 6

ป.6 14

มธั ยมศึกษาตอนตน้ 17

มธั ยมศึกษาตอนปลาย 8

ปวช. 2

ปวส 7

ปริญญาตรี 1

จำนวนสมาชิกในครัวเรอื น (คน)

27

3 11

4 20

54

67

72

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-429 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ขอ้ มูลของประชากรตัวอย่าง จำนวน (56 คน) ร้อยละ
3.6
82 5.4

93

ค่าเฉลี่ย 4.39 คน S.D.= 1.85 นอ้ ยทสี่ ุด 2 คน มากทีส่ ุด 9 คน

1.2) พฤตกิ รรมสขุ ภาพ

(1) ประวตั กิ ารรับสมั ผสั สารเคมใี นการเกษตร

จากการสอบถามประวัติการรับสัมผสั สารเคมีในการเกษตรของประชากรตัวอย่าง
จำนวน 56 คน เก่ียวกับโอกาสการรับสัมผัสสารเคมี/ยาปราบศัตรูพืชในการเกษตร พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ใช้สารเคมี
ฉดี พ่นในแปลงสวนของตนเองคิดเป็นร้อยละ 89.3 โดยมีกลุ่มตัวอย่างเพียง 5 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 8.9 ท่ีมีโอกาส
รับสมั ผสั กับสารดงั กล่าว และมีบางส่วนใชส้ ารเคมีในแปลงสวนของตนเองแตใ่ ชว้ ิธกี ารจ้างฉีด พ่น สว่ นพฤติกรรมการ
ใช้ยาปราบวัชพืช พบว่ามีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 58.9 ไม่ใช้ยาปราบวัชพืชเลย และมีคนใช้ยา
ปราบวัชพืช จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 41.1 โดยแบ่งเป็นการใช้เองและจ้างเขาฉีด/ไม่ได้ฉีดเอง คิดเป็นร้อยละ
23.2 และ 17.9 ตามลำดบั ดงั แสดงในตารางท่ี 3.4.3-33

(2) พฤติกรรมการป้องกันยงุ กัด การกำจดั ยงุ และลูกน้ำ

สำหรับพฤติกรรมด้านการป้องกันยุงกัดพบว่า ประชากรตัวอย่างทุกคน ร้อยละ
100 ใช้มุ้งในการป้องกันยุงกัดขณะนอนอยู่บ้าน ส่วนใหญ่ไม่มีประวัติต้องนอนค้างในป่าหรือในสวน คิดเป็นร้อยละ
92.9 และเม่ือต้องนอนค้างในป่า/สวนจะไม่ใช้มุ้งป้องกันยุงคิดเป็นร้อยละ 7.1 วิธีการกำจัดยุงและลูกน้ำยุงท่ีใช้ใน
ครวั เรือนมากท่ีสุด ได้แก่ การใส่ทรายฆ่าลูกน้ำ คิดเป็นร้อยละ 87.5 รองลงมาเป็นการปิดฝาภาชนะใส่น้ำ การใช้ย่า
พน่ ฆา่ ยงุ ยาจดุ กนั ยงุ คดิ เป็นรอ้ ยละ 57.1, 21.4, และ 14.3 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางท่ี 3.4.3-34

(3) พฤติกรรมการป้องกนั โรคพยาธิ
จากการสอบถามถึงพฤติกรรมการป้องกันโรคพยาธิท่ีติดต่อทางดินและทางอาหาร

ไดแ้ ก่ การสวมใส่รองเท้าบูทขณะทำงานในแปลงสวนและพฤติกรรมการรบั ประทานอาหาร พบว่าส่วนใหญใ่ ส่รองเท้า
บทู ในแปลงสวน คิดเป็นรอ้ ยละ 89.3 และมบี างสว่ นไมใ่ ส่ คิดเป็น รอ้ ยละ 1.8

ส่วนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ชอบบริโภค
อาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ โดยอาหารที่นิยมรับประทานสุกๆดิบๆ มากที่สุดได้แก่ ปลาหรือปลาร้า ซึ่งก็มีเพียงส่วนน้อย
โดยคิดเป็นร้อยละ 5.4 รองลงมาได้แก่ เน้ือหมูดิบ คิดเป็นร้อยละ 3.6 เท่านั้น ส่วนการบริโภคหอยและปูสุกๆดิบๆ
กลมุ่ ตัวอยา่ งไม่รบั ประทานเลย ดังรายละเอยี ดดงั ตารางที่ 3.4.3-33

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-430 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

ตารางท่ี 3.4.3-33 จำนวนและร้อยละของประชากรตัวอยา่ งกับพฤติกรรมสุขภาพในพน้ื ท่ีโครงการอา่ งเกบ็ น้ำ
เหมืองตะก่วั จังหวดั พทั ลุง
พฤตกิ รรมสุขภาพ จำนวน (56 คน) รอ้ ยละ

การใช้สารเคมีสำหรบั พน่ ในแปลงไร่

ไม่ใช้ 50 89.3

ใช้ 5 8.9

จ้างเขาฉดี /ไมไ่ ด้ฉีดเอง 1 1.8

การใช้ยาปราบวัชพืช

ไมใ่ ช้ 33 58.9

ใช้ 13 23.2

จ้างเขาฉีด/ไมไ่ ด้ฉดี เอง 10 17.9

การใชม้ งุ้ นอนในบา้ น

ไมใ่ ช้ 12 21.4

ใช้ 44 78.6

ประวตั ิการนอนค้างในปา่ /ในสวน

ไม่เคย 52 92.9

เคย 4 7.1

การใชม้ งุ้ นอนคา้ งคนื นอกบา้ น/ในปา่ /ในสวน

ไมเ่ คย นอนคา้ ง 52 92.9

ตอนนอนคา้ ง ไม่ใช้ 4 7.1

วิธีการป้องกนั หรือกำจดั ลูกน้ำยงุ ลาย

ใส่ทรายฆา่ ลูกนำ้ 49 87.5

ปิดฝาภาชนะใสน่ ำ้ ทกุ ชนิ้ 32 57.1

ยาจดุ กนั ยุง 8 14.3

พ่นยาฆา่ ยุง 12 21.4

ปลอ่ ยปลากนิ ลูกนำ้ 1 1.8

ใชว้ ิธอี ่ืนๆ (เป่าพดั ลม อารต์ แบต ไมต้ ยี ุง นำ้ สม้ สายช)ู 22 39.3

การสวมใส่รองเทา้ บทู ในสวนไรน่ า

ไมไ่ ดท้ ำสวน 5 8.9

ไมใ่ ส่ 1 1.8

ใส่ 50 89.3

การกินปลา/ปลาร้าดบิ ๆ สกุ ๆ

ไม่กนิ 53 94.6

กนิ 3 5.4

การกนิ หอยดบิ ๆ สุกๆ

ไมก่ ิน 56 100

การกินปดู ิบๆ สุกๆ

ไม่กิน 56 100

การกินหมดู บิ

ไมก่ ิน 54 96.4

กิน 2 3.6

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-431 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

1.3)ประวตั ิการเจ็บป่วยและการเลือกใช้บริการสาธารณสขุ

จากการสอบถามประวัติการเจ็บป่วยและการเลือกใช้บริการสาธารณสุขเม่ือเจ็บป่วย
ของผู้ท่ีมารับการตรวจร่างกาย ในระยะเวลา 3 เดือนท่ีผ่านมา พบว่าไม่มีประวัติเจ็บป่วย คิดเป็นร้อยละ 60.7 มี
ประวัติเจ็บป่วย คิดเป็นร้อยละ 39.3 โดยผู้ป่วยเลือกไปรับการรักษาท่ีโรงพยาบาลมากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 50.0
รองลงมาไดแ้ ก่ โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลและคลนิ กิ คิดเป็นรอ้ ยละ 36.4 และ 4.5 ตามลำดับ และมีบางสว่ น
ไม่รับการรักษา คิดเป็นร้อยละ 9.1 ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีประชาชนตัวอย่างที่ป่วยเป็นไข้มาลาเรียเลย ส่วนโรค
ไขเ้ ลือดออก มีคนเป็นโรค 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8 ดงั แสดงในตารางที่ 3.4.3-34

ตารางท่ี 3.4.3-34 ประวตั กิ ารเจ็บป่วยและการเลือกใช้บรกิ ารสาธารณสุข โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่วั

ประวัตกิ ารเจบ็ ป่วย จำนวน รอ้ ยละ
ประวัตกิ ารเจบ็ ปว่ ยในระยะเวลา 3 เดือนทผี่ า่ นมา
34 60.7
ไม่มี 22 39.3
มี
ถา้ มี สถานท่ีทไี่ ปรบั การรักษา 11 50.0
1 4.5
โรงพยาบาล 8 36.4
คลินิก 2 9.1
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล
ไมร่ ักษา 2 9.1
ประวตั อิ าการปว่ ย 3 13.6
ไข้หวัด 1 4.5
ปวดหวั เวยี นหัว 1 4.5
ปวดกลา้ มเนื้อ 1 4.5
ปวดฟนั 1 4.5
ไอ เจ็บคอ 1 4.5
ทอลซลิ อกั เสบ 1 4.5
ความดัน 1 4.5
ผา่ ไส่ต่งิ 1 4.5
น้ำทว่ มปอด 1 4.5
ท้องผูก 3 13.6
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 1 4.5
ปวดเอว ปวดหลงั 1 4.5
เส้นเลือดสมองตบี 1 4.5
โรคหวั ใจ 1 4.5
เน้ืองอกทมี่ ดลกู 1 4.5
เกา๊ ส์
ไขมันในเลอื ดสงู 56 100

ประวตั กิ ารปว่ ยเป็นมาลาเรียในรอบปที ผ่ี ่านมา
ไมเ่ คย

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-432 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ จำนวน บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
55
ประวตั ิการเจบ็ ป่วย 1 ร้อยละ
ประวตั ิการป่วยดว้ ยโรคไขเ้ ลือดออกในรอบปที ี่ผ่านมา
1 98.2
ไม่เคย 1.8
เคย
ถ้าเคย สถานทท่ี ไี่ ปรบั การรักษา 100
โรงพยาบาล

1.4) การจัดการสงิ่ แวดลอ้ มในครัวเรอื น

จากการสอบถามประชากรตัวอย่างถึงการจัดการส่ิงแวดล้อมในครัวเรือน ได้แก่การ
กำจัดขยะ ของเสีย และการใช้น้ำ พบว่าวิธีที่ใช้ในการกำจัดขยะส่วนใหญ่ใช้วิธีเผา คิดเป็นร้อยละ 85.7 รองลงมา
นำไปขายและคัดแยก คิดเป็นร้อยละ 23.2 และ 19.6 ตามลำดับ สำหรบั การจัดการน้ำเสียในครัวเรอื น พบว่าส่วน
ใหญ่ใช้วิธีการปลอ่ ยลงดิน คิดเป็นร้อยละ 71.4 และบางส่วนปล่อยลงท่อระบายน้ำ คิดเป็นร้อยละ 12.5 ระบบน้ำท่ี
ใชใ้ นครวั เรอื นส่วนใหญ่ใช้ระบบประปาภูเขา คิดเปน็ รอ้ ยละ 91.1 รายละเอียดแสดงดังตารางที่ 3.4.3-35

ตารางท่ี 3.4.3-35 จำนวนและร้อยละของประชาชนตัวอย่างทม่ี ารบั การตรวจร่างกายกับประวตั กิ ารเจ็บปว่ ยและ
การจัดการส่ิงแวดลอ้ มในครัวเรือน โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว

การจัดการสง่ิ แวดลอ้ มในครวั เรอื น จำนวน รอ้ ยละ
การกำจดั ขยะ
48 85.7
เผา 2 3.6
ท้ิงถังหมูบ่ า้ น 5 8.9
ฝัง 11 19.6
คัดแยก 13 23.2
นำไปขาย 12 21.4
อื่นๆ ท้ิงตามสวน/ภเู ขา ทงิ้ บ่อดนิ ทำปุย๋
การจดั การน้ำเสหยี มใักนครวั เรือน 7 12.5
ปลอ่ ยลงท่อระบาย 40 71.4
ปลอ่ ยลงดนิ 6 10.7
รดตน้ ไม้ 4 7.1
อืน่ ๆ ทงิ้ ลงบ่อดิน
3 5.4
แหลง่ นำ้ ใช้ในครัวเรือน 0 0
ประปาหมบู่ ้าน 3 5.4
บ่อบาดาล 51 91.1
บอ่ ดิน
ประปาภเู ขา

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-433 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

1.5) การตรวจคดั กรองความเสยี่ งจากการสมั ผัสสารเคมกี ำจัดศตั รพู ืช

การตรวจหาความเส่ียงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรพู ืช โดยการเจาะเลือดตรวจหา
ปรมิ าณเอ็นไซม์โคลนี เอสเตอเรส (Cholinesterase) เพ่อื บ่งช้ีภาวะเสย่ี งจากการใช้สารเคมีปราบศัตรพู ืชกล่มุ ออกาโน
ฟอสเฟตและคารบ์ าเมต ตรวจวัดโดยการเจาะเลือดจากปลายน้วิ อาสาสมัคร และปัน่ แยกนำ้ เหลือง (serum) เพ่ือนำ
น้ำเหลืองมาทดสอบกับกระดาษ reactive paper ขององค์การเภสัชกรรม ข้ันตอนการตรวจแสดงดังรูปท่ี 3.4.3-7
จำนวนประชากรตัวอย่างท่ีมารับการตรวจร่างกายท่ัวไป ของรพ.สต. บ้านหนองธง จำนวนรวม 26 รายและรพ.สต.
บ้านพรนุ ายขาว จำนวน 30 ราย ทุกรายยินดรี ับการเจาะเลอื ดเพือ่ ตรวจคัดกรองความเสี่ยงการสัมผัสสารเคมกี ำจัดศตั รูพชื

ผลการตรวจ กลุ่มประชากรตัวอย่างมีระดับ Cholinesterase อยู่ในระดับปกติ (ไม่มี
แนวโน้มเกิดพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) จำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 25.0 มีระดับ Cholinesterase อยู่ใน
ระดับปลอดภัย (มีแนวโน้มเกิดพิษจากสารเคมกี ำจดั ศัตรพู ชื ต่ำ) จำนวน 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.9 มคี วามเสย่ี ง (มี
แนวโน้มเกิดพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชระดับปานกลาง) จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.4 และไม่ปลอดภัย (มี
แนวโนม้ เกดิ พิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพชื ในระดับสูง) จำนวน 1 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.8 รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-36

การเจาะเลือดจากปลายนวิ้ ปนั่ ตวั อยา่ งเลอื ดเพ่ือแยกส่วนนำ้ เหลืองมาทดสอบ

การทดสอบ ผลการทดสอบกบั กระดาษ reactive paper

รูปที่ 3.4.3-7 ข้ันตอนการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการสมั ผัสสารเคมกี ำจัดศตั รพู ืช

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-434 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

ตารางที่ 3.4.3-36 ผลการตรวจหาความเส่ยี งการรบั สัมผัสสารเคมีกำจดั ศตั รูพชื

ผลการตรวจระดบั Cholinesterase จำนวน ร้อยละ
ระดบั ปกต:ิ ไมม่ แี นวโนม้ เกิดพษิ จากสารเคมีกำจดั ศตั รูพชื 14 25.0
ระดับปลอดภยั : มีแนวโน้มเกดิ พิษจากสารเคมกี ำจดั ศัตรพู ืชตำ่ 38 67.9
มีความเสี่ยง: มีแนวโนม้ เกดิ พิษจากสารเคมีกำจดั ศัตรพู ชื ระดับปานกลาง 3 5.4
ไมป่ ลอดภยั : มแี นวโนม้ เกิดพษิ จากสารเคมีกำจดั ศัตรพู ชื ในระดบั สงู 1 1.8

1.6) ภาวะโภชนาการ

การศึกษาภาวะโภชนาการจากค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index; BMI) โดยใช้
เกณฑ์ของกรมอนามัย (2543) แบ่งการแปลผลภาวะโภชนาการเป็น น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน ปกติ (สมส่วน)
อ้วนระดับ 1 (น้ำหนักเกิน) อ้วนระดับ 2 (โรคอ้วน) และอ้วนระดับ 3 (โรคอ้วนอันตราย) ค่า BMI เป็นค่าดัชนี
ความสัมพันธร์ ะหว่างส่วนสูงและน้ำหนักตัว ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินภาวะอ้วนหรือผอม ในผู้ใหญ่ต้ังแต่อายุ
20 ปีข้นึ ไป คำนวณไดจ้ าก

ดัชนมี วลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กโิ ลกรัม) / สว่ นสูง (เมตร)2

ผลการศึกษาภาวะโภชนาการจากค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) ของ
ประชากรตัวอย่างท่ีมารับการตรวจรา่ งกาย จำนวน 56 คน พบว่า กลุม่ ตัวอย่างสว่ นใหญ่ มภี าวะโภชนาการจดั อยู่ใน
ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยจัดระดับเป็น อ้วนระดับ 2 (ดัชนีมวลกาย 25-29.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร) มากที่สุด
คิดเป็นร้อยละ 35.7 รองลงมาคือ อ้วนระดับ 1 (ดัชนีมวลกาย 23.24.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร) และ อ้วนระดับ 3
(ดชั นีมวลกาย มากกว่าหรอื เท่ากับ 30 กิโลกรมั /ตารางเมตร) คดิ เป็นร้อยละ 21.4 และ 16.1 ตามลำดับ ท้ังน้ยี ังพบ
ประชากรตัวอย่างท่ีมีภาวะโภชนาการระดับปกติ (ดัชนีมวลกาย 18.5-22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร) คิดเป็นร้อยละ
19.6 และยังพบคนท่ีมนี ้ำหนักน้อยกวา่ เกณฑ์มาตรฐาน (ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 18.5 กิโลกรมั /ตารางเมตร) คดิ เป็น
รอ้ ยละ 7.1 ดงั แสดงในตารางที่ 3.4.3-37

ตารางท่ี 3.4.3-37 ภาวะโภชนาการ (ค่าดชั นมี วลกาย) ของประชากรตวั อย่างท่ีมารับการตรวจรา่ งกาย
โครงการอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่

ภาวะโภชนาการ คา่ ดัชนมี วลกาย (BMI) จำนวน รอ้ ยละ

นำ้ หนกั น้อยกวา่ มาตรฐาน < 18.5 4 7.1

ปกติ 18.5-22.9 11 19.6

อว้ นระดบั 1 23-24.9 12 21.4

อ้วนระดับ 2 25-29.9 20 35.7

อ้วนระดับ 3 มากกวา่ หรือเท่ากบั 30 9 16.1

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-435 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบัน

1.7) ผลการตรวจร่างกายและการวินจิ ฉัยอาการปว่ ย

จากการตรวจร่างกายประชากรตัวอย่างในพ้ืนท่ีศึกษา จำนวน 56 คน ผลการ
วินจิ ฉยั โดยแพทยแ์ ละอาการป่วยทพ่ี บ ได้แก่ อาการตาขาวมีจุด (Bilot’s Spot) จำนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 42.9
อาการลกั ษณะทั่วไป ผิดปกติ จำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.4 และ หู คอ จมูก ผิดปกติ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อย
ละ 1.8 ดงั แสดงในตารางที่ 3.4.3-38

ตารางท่ี 3.4.3-38 ผลการตรวจร่างกายทั่วไปของประชากรตัวอยา่ งในพนื้ ที่ โครงการอ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่

ระบบของรา่ งกาย ผลการตรวจร่างกาย
ปกติ ผิดปกติ
การตรวจรา่ งกาย จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
ลักษณะท่วั ไป
ผิวหนัง 53 94.6 3 5.4
ชอ่ งปาก 0
ตาขาวมีจดุ (Bilot’s Spot) 56 100.0 0 0
เย่อื บตุ าอักเสบ (ตาแดง) 42.9
หู จมูก คอ 56 100.0 0 0
หวั ใจ 1.8
ปอด 32 57.1 24 0
ตอ่ มนำ้ เหลือง 0
ระบบประสาท 56 100.0 0 0
สุขภาพจิต 0
55 98.2 1 0

56 100.0 0

56 100.0 0

56 100.0 0

56 100.0 0

56 100.0 0

1.8) ผลการตรวจอจุ จาระ

การเก็บตัวอย่างอุจจาระเพ่ือตรวจหาพยาธิ โดยให้ประชากรกลุ่มตัวอย่างท่ีเข้า
มารับการตรวจร่างกาย เก็บอุจจาระลงในกล่องพลาสติกท่ีเตรียมให้ประมาณ 10 กรมั ตรวจหาไขพ่ ยาธิโดยวิธีการทำ
ให้ เข้ ม ข้ น โด ย วิ ธี ต ก ต ะ ก อ น (Formalin-Ether-Concentration) (Ritchie LS. An ether sedimentation
technique for routine stool examinations. Bull U.S. Army Med Dept 1948: 8:326) วิ ธี ท ำ โด ย ใส่
สารละลาย Formalin ในกล่องพลาสติกที่เก็บอุจจาระ แล้วกรองกากออกด้วยผ้าก๊อซเปียก 2 ช้ัน ใส่ในหลอดป่ัน
(centrifuge tube) เติมสารละลายอีเทอร์ เขย่าแรงๆให้เข้ากัน นำไปปั่น ส่วนผสมจะแยกเป็นชั้น นำส่วนท่ีเป็น
ตะกอนชั้นล่างสุด ซ่ึงมีไข่หรือตัวอ่อน (larva) ของหนอนพยาธิ นำไปตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ต่อไป ข้ันตอนการ
ตรวจหาพยาธิ รายละเอยี ดแสดงดังรปู ท่ี 3.4.3-8

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-436 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

เกบ็ รวบรวมตวั อยา่ งอุจจาระ ข้ันตอนการกรองตัวอย่าง

ขน้ั ตอนการเตรียมตวั อยา่ งสำหรบั ปั่นตกตะกอน การตรวจหาไข่พยาธดิ ว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์

รูปที่ 3.4.3-8 ขั้นตอนการเกบ็ และตรวจหาพยาธจิ ากอจุ จาระ

ผลการตรวจอุจจาระของประชากรตัวอย่างในพื้นที่ศึกษา จังหวัดพัทลุง มีจำนวนส่ง
อุจจาระตรวจท้ังหมด จำนวน 49 ราย ตรวจพบไข่และตวั ออ่ นพยาธิ จำนวน 3 ตัวอยา่ ง คดิ เป็นรอ้ ยละ 6.1 พยาธทิ ่ี
พบได้แก่ไข่ของพยาธแิ สม้ ้า (Trichuris trichiura) จำนวน 2 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.1 และตัวอ่อนพยาธสิ ตองจีลอยด์
(Strongyloides stercoralis larva) จำนวน 1 ราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.0 และตวั อยา่ งอจุ จาระท้งั หมด ตรวจไม่พบเช้อื
โปรโตซัว ท้ังนพ้ี ยาธแิ ส้ม้าตดิ ตอ่ โดยการกนิ ไขพ่ ยาธิทมี่ ีตัวออ่ นระยะติดต่อ และพยาธสิ ตองจลี อยด์ ติดต่อโดยตวั อ่อน
พยาธิระยะ filariform larva ไชเข้าทางผิวหนัง รูปตัวอย่างไข่พยาธิท่ีตรวจพบ รายละเอียดแสดงดังรูปที่ 3.4.3-9
และผลการตรวจ มีรายละเอียดแสดงดังตารางที่ 3.4.3-39

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-437 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ไข่พยาธิแสม้ า้ Strongyloides stercoralis larva

รปู ท่ี 3.4.3-9 ไขพ่ ยาธทิ ีต่ รวจพบจากอจุ จาระ

ตารางท่ี 3.4.3-39 ผลการตรวจอุจจาระของประชากรตัวอยา่ งที่มารับการตรวจสขุ ภาพในพื้นที่โครงการอ่างเกบ็
น้ำเหมืองตะกวั่

ผลการตรวจอจุ จาระ จำนวน ร้อยละ
จำนวนส่งตรวจ 49
46 93.9
• ไม่พบไขพ่ ยาธิหรือโปรโตซัว 3 6.1

• พบพยาธิ 1 2.0
▪ หนอนพยาธิ 2 4.1
- พยาธสิ ตรองจิลอยด์
- พยาธแิ ส้มา้ 00
▪ โปรโตซวั
- ไม่พบ

1.9) ผลการตรวจเลือดหาเชอ้ื มาลาเรีย

การตรวจหาเชื้อมาลาเรียในโลหิต ใช้วิธีการเจาะโลหิตจากปลายนิ้วของผู้มารับการตรวจ
ร่างกายจำนวน 56 คน โดยหยดโลหิตลงบนแผ่นกระจกและทำให้ฟิล์มโลหิตเป็นแบบฟิล์มหนา (Thick blood film)
และฟิล์มบาง (Thin blood film) ใช้วิธีอ่านด้วยกล้องจุลทรรศน์ให้ได้ 100 วงกล้อง เพ่ือค้นหาเช้ือมาลาเรียอย่าง
ละเอียด ข้ันตอนแสดงดังรูปท่ี 3.4.3-10 ผลการตรวจฟิล์มโลหิต ไม่พบประชากรตัวอย่างในพ้ืนที่ศึกษาติดเชื้อ
มาลาเรยี รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-40

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-438 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

การเจาะเลือดจากปลายนิ้ว การเตรยี ม Thick และ Thin Blood Film สำหรับ
ตรวจหาเช้ือมาลาเรยี

การตรวจฟลิ ม์ โลหิตหาเชอ้ื มาลาเรียดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์
รูปที่ 3.4.3-10 การเจาะเลือดเพ่อื ตรวจหาเชอ้ื มาลาเรยี จาก Thick blood film และ Thin blood film

ตารางที่ 3.4.3-40 ผลการตรวจโลหิตเพื่อหาเช้อื มาลาเรยี โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั

สถานีท่ี ตำบล จำนวนตรวจ ผลตรวจโลหติ หาเช้ือมาลาเรีย
บ้านเหมอื งตะก่วั หนองธง 26 ไม่พบเช้อื มาลาเรยี
บา้ นพรนุ ายขาว คลองใหญ่ 30 ไม่พบเชื้อมาลาเรยี

2) การสำรวจด้านพาหะนำโรค

การสำรวจพาหะนำโรค ประกอบด้วยการสำรวจ หอย ปลา หนู และ ยงุ ดำเนนิ การพร้อม
กนั โดยไดก้ ำหนดพ้ืนท่ีศึกษา จำนวน 3 สถานีสำรวจ ได้แก่ สถานสี ำรวจบริเวณหวั งานและสถานสี ำรวจบ้านเหมอื ง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-439 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

ตะกั่ว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และ สถานีสำรวจบ้านพรุนายขาว ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัด
พทั ลุง โดยมรี ายละเอียดทต่ี ง้ั และพิกดั รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 3.4.3-41 และรปู ที่ 3.4.3-11

ตารางที่ 3.4.3-41 สถานีสำรวจและชนดิ พาหะนำโรค โครงการอา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะก่วั

สถานีสำรวจ พกิ ัด GPS ที่ตั้งสถานีสำรวจ ชนดิ พาหะ

1 47 N 618369 795579 บริเวณหวั งาน ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน หอย ปลา หนู ยุง

2 47 N 619012 797945 บ้านเหมืองตะกั่ว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน หอย ปลา หนู ยุง

3 47 N 620787 803635 บ้านพรนุ ายขาว ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด หอย ปลา หนู ยุง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-440 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

รปู ที่ 3.4.3-11 พ้นื ที่สำรวจพาหะนำโรคโครงการอา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกว่ั อำเภอปา่ บอน จงั หวัดพทั ลุง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-441 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

2.1) การสำรวจหอยทเ่ี ป็นพาหะนำโรค

การเก็บตัวอย่างหอยใช้วิธีการเก็บแบบจับเวลา (Count per Unit of Time) โดย
ผู้สำรวจที่มีความชำนาญในการสำรวจหอย 4 คน แยกเดินกระจายกันออกไปเก็บตัวอย่างหอยทุกชนิดที่พบ ด้วยมือ
หรือใชต้ ะแกรงตาถช่ี ่วยในการเก็บ โดยใช้เวลาในการเก็บตัวอยา่ งคนละ 60 นาที ตอ่ หนึง่ สถานสี ำรวจ (รูปที่ 3.4.3-
12) และในช่วงเย็นของแต่ละวันหลังการสำรวจ หากพบหอยชนิดที่มีความสำคัญทางสาธารณสุข (มีโอกาสนำโรค
พยาธิ) จะคดั แยกออก เพ่ือตรวจหาพยาธิระยะเซอร์คาเรียในหอย ด้วยวิธี Light Shedding Method (รูปที่ 3.4.3-
13) วธิ ีการตรวจทำโดยใสห่ อยในถ้วยแช่หอยทมี่ ีนำ้ กรอง ถ้วยละประมาณ 5-10 ตัว ส่องไฟท้งิ ไว้อย่างน้อยประมาณ
2 ช่ัวโมง แล้วตรวจหาพยาธิระยะเซอร์คาเรียที่ออกมาจากหอยผา่ นกล้องจุลทรรศน์ Dissecting Microscope กรณี
ตรวจไม่พบพยาธิ จะเปล่ียนน้ำและแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน และตรวจสอบอกี คร้ัง ถ้วยท่พี บพยาธิจะแยกแช่ใหม่ โดยใส่หอย
แยกถ้วยละ 1 ตัว เพ่อื นับจำนวนหอยท่ีตดิ เชื้อพยาธิ และรายงานชนิดของพยาธิระยะเซอรค์ าเรียที่พบ ตัวอย่างหอย
ที่เก็บได้ทุกตัวจะถูกนำกลับมาที่ห้องปฏิบัติการสังขวิทยาฯ ภาควิชาเวชศาสตร์สังคมและสิ่งแวดล้อม คณะ
เวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ เพื่อจำแนกช่ือสกุล (Genus) และชนิด (Species) โดยดูจาก
สณั ฐานวิทยาภายนอก (External Morphology)

สถานีสำรวจที่ 1 หัวงาน สถานีสำรวจท่ี 1 หัวงาน

สถานีสำรวจท่ี 2 บา้ นเหมอื งตะก่วั สถานีสำรวจที่ 2 บา้ นเหมืองตะกวั่

รูปที่ 3.4.3-12 ลกั ษณะพน้ื ท่แี ละวิธกี ารเก็บหอยน้ำจดื พาหะนำโรคพยาธิด้วยมือหรอื ใชต้ ะแกรงตาถีช่ ่วย

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-442 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

สถานีสำรวจที่ 3 บา้ นพรุนายขาว สถานสี ำรวจที่ 2 บา้ นพรุนายขาว

รปู ท่ี 3.4.3-12 ลักษณะพ้ืนที่และวิธกี ารเก็บหอยนำ้ จดื พาหะนำโรคพยาธิด้วยมือหรอื ใชต้ ะแกรงตาถ่ชี ว่ ย

คัดแยกตวั อย่างหอยท่มี ีความสำคัญทางสาธารณสุข

การใชแ้ สงไฟส่องเพ่อื ให้พยาธริ ะยะเซอร์คาเรยี ออกจาก หลังจากส่องไฟแล้ว นำไปตรวจหาพยาธิดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์
หอย

รูปที่ 3.4.3-13 การตรวจหาพยาธิระยะเซอรค์ าเรยี โดยวธิ ี (Light Shedding Method)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-443 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

ผลการสำรวจหอยพาหะนำโรค

พบหอยน้ำจืดจากการสำรวจรวม 7 ชนดิ รวมทั้งหมด 254 ตวั จดั อยใู่ นกลมุ่ หอยฝา
เดยี ว 5 ชนิด (species) ใน 4 วงศ์ (Family) และหอยสองฝา จำนวน 3 ชนดิ (species) ใน 2 วงศ์ (Family) หอยที่
สำรวจไดจ้ ากสถานหี วั งาน รวม 2 ตัว จำแนกได้ 1 ชนิด บา้ นเหมอื งตะก่วั รวม 195 ตวั จำแนกไดเ้ ป็น 3 ชนดิ และ
สถานบี ้านพรุนายขาว รวม 57 ตัว จำแนกไดเ้ ป็น 5 ชนดิ รายละเอียดจำนวนและชนดิ หอยแยกตามสถานีเกบ็ ตัวอยา่ ง
ดังแสดงในตารางที่ 3.4.3-42 ลักษณะพืน้ ทท่ี ี่เก็บตัวอย่างในแต่ละสถานแี สดงในรปู ที่ 3.4.3-12

หอยนำ้ จดื ที่พบ 7 ชนิด พบว่าเป็นหอยทมี่ ีความสำคัญทางสาธารณสุข 3ชนดิ ไดแ้ ก่
หอยโขง่ Pila angelica หอยเจดีย์ Melanoides tuberculata และหอยขม Filopaludina (S.) m. martensi โดย
ศกั ยภาพในการนำโรคพยาธขิ องหอยดังกล่าว แสดงรายละเอียดในตารางที่ 3.4.3-43 ทัง้ นี้จากการสำรวจไม่พบหอย
พาหะก่ึงกลางนำโรคพยาธิใบไมเ้ ลอื ด Schistosoma mekongi และพยาธิใบไมต้ บั Opisthorchis viverrini

ตารางท่ี 3.4.3-42 วงศ์ ชนิดและจำนวนหอยแยกตามสถานีสำรวจ โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่

วงศ์ ชอ่ื วิทยาศาสตร์ สถานีสำรวจและจำนวนหอย

1 2 3 จำนวนรวม

Ampullariidae Pila angelica* 16 16

Buccinidae Clea helena 64 10

Thiaridae Melanoides tuberculata* 128 2 130

Thiara scabra 22

Viviparidae F.(S.) m. martensi* 33 33

Corbiculidae Corbicula spp. 61 61

Amblemidae Uniandra sp. 22

จำนวนรวม 2 195 57 254

* = หอยสำคัญทางสาธารณสขุ

สถานีท่ี 1 หวั งาน
สถานที ี่ 2 บ้านเหมืองตะกั่ว

สถานที ่ี 3 บา้ นพรุนายขาว

ตารางที่ 3.4.3-43 ชนิดของหอยทมี่ ีศกั ยภาพเปน็ พาหะนำโรคพยาธใิ นโครงการอ่างเก็บนำ้ เหมืองตะก่ัว

วงศ์ ชนดิ หอยสำคัญทางสาธารณสขุ ศักยภาพในการนำโรค
Ampullariidae Pila angelica Angiostrongyliasis
Intestinal flukes
Thiaridae Melanoides tuberculata Intestinal flukes
Viviparidae F.(S.) m. martensi Angiostrongyliasis

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-444 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

Intestinal flukes

Angiostrongyliasis = โรคเยอื่ หุ้มสมองอกั เสบจากตัวอ่อนระยะติดตอ่ ของพยาธิตัวกลมในปอดหนู
Intestinal flukes = โรคพยาธิใบไมล้ ำไส้ขนาดเลก็

ผลการตรวจหาตัวอ่อนของพยาธิในตัวอย่างหอยท่ีสำคัญทางสาธารณสุข โดยวิธี light

shedding method ต าม ท่ี ก ล่าวข้างต้น พ บ ตั วอ่ อน ของพ ย าธิ 1 รูป แบ บ (รูป ที่ 3.4.3-1 4) ได้ แก่

Parapleurolophocercous cercariae ดังแสดงในตารางท่ี 3.4.3-44

Parapleurolophocercous cercaria

รูปที่ 3.4.3-14 แสดงลกั ษณะของตัวอ่อนพยาธริ ะยะ cercaria ที่ตรวจพบได้จากหอย Melanoides
tuberculata ในพ้นื ที่ศกึ ษา

ตารางท่ี 3.4.3-44 ชนิดและจำนวนตัวอยา่ งหอยท่พี บการตดิ เชอ้ื พยาธิ และชนิดของพยาธิ โครงการอ่างเก็บน้ำ

เหมืองตะก่วั

สถานี ชนิดของหอย จำนวน ชนดิ ตัวออ่ นพยาธิ จำนวนหอยทพ่ี บการ
สำรวจ ตวั อย่างหอย (Cercariae Type) ตดิ เชื้อพยาธิ

2 Melanoides tuberculata 128 Parapleurolophocercous 1 (0.78 %)
cercaria

Parapleurolophocercous cercariae เป็นตวั ออ่ นพยาธิใบไมข้ องนกหรือในลำไสข้ องคนสนุ ัขแมวและหนู

2.2) การสำรวจปลาท่ีเป็นพาหะนำโรค

การเก็บตัวอย่างปลาจะเลือกเก็บเฉพาะปลาเกล็ดขาวในตระกูล Cyprinoides ซึ่ง
เป็นพาหะนำโรคพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก ตามแหล่งน้ำต่างๆ ในพ้ืนท่ีโครงการอ่างเก็บห้วยบ้าน
พุ่ม โดยใช้วิธีทอดแหและวางตาข่ายดักปลา (รูปที่ 3.4.3-15) แล้วนำมาตรวจหาตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาร์เรีย
(metacercariae) ของพยาธิใบไมต้ ับและพยาธิใบไม้ลำไสข้ นาดเล็ก ด้วยวิธี Compression technique โดยการขูด

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-445 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

เนื้อปลา นำมาวางระหวา่ งกระจกหนา 2 แผน่ และกดทบั แลว้ ตรวจดตู วั อ่อนระยะเมตาเซอรค์ าร์เรีย ของพยาธิใบไม้
ตบั และพยาธิใบไม้ลำไสข้ นาดเลก็ ด้วยกลอ้ ง Dissecting Microscope (รูปที่ 3.4.3-16)

สถานสี ำรวจที่ 1 หวั งาน สถานีสำรวจที่ 1 หวั งาน

สถานสี ำรวจที่ 2 บา้ นเหมืองตะกัว่ สถานีสำรวจท่ี 2 บา้ นเหมืองตะก่ัว

สถานสี ำรวจท่ี 3 บา้ นพรนุ ายขาว สถานสี ำรวจท่ี 3 บา้ นพรนุ ายขาว

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-446 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

ตวั อย่างปลาท่จี บั ไดโ้ ดยวธิ กี ารทอดแห ตวั อยา่ งปลาท่ีจบั ได้โดยวธิ ีการวางตาขา่ ย

รปู ท่ี 3.4.3-15 ลักษณะพน้ื ทแี่ ละวธิ กี ารสำรวจปลาเกลด็ ขาว

แยกชนิดปลาเกลด็ ขาวทสี่ ำรวจได้ แยกชนดิ ปลาเกล็ดขาวที่สำรวจได้

ขดู เน้ือปลาและใชแ้ ผน่ กระจกกดทับ เน้อื ปลาทพ่ี ร้อมตรวจหาเมตาเซอรค์ าเรยี

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-447 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

รปู ที่ 3.4.3-16 การตรวจแยกชนดิ ปลาและหาตวั อ่อนพยาธิระยะเมตา้ เซอรค์ ารเ์ รยี ด้วยวิธี Compression
Technique

ตรวจหาระยะเมตาเซอรค์ ารเ์ รียดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ เมตาเซอร์คาเรียทีพ่ บในเน้ือปลา

รูปท่ี 3.4.3-16 การตรวจแยกชนิดปลาและหาตัวออ่ นพยาธิระยะเมตา้ เซอรค์ ารเ์ รีย ดว้ ยวิธี Compression
Technique (ตอ่ )

ผลการสำรวจปลา

ผลการสำรวจ พบปลาเกล็ดขาว (Cyprinoids) ท่ีเปน็ พาหะนำโรคพยาธิใบไม้ตับและพยาธิ
ใบไมล้ ำไส้ จำนวน 85 ตัว จำแนกชนดิ ได้ 6 ชนดิ (ตารางที่ 3.4.3-45) ได้แก่

1. ปลาสรอ้ ยหางเหลอื ง (Mystacoleucus marginatus)
2. ปลาอีกอง (Barbodes lateristriga)
3. ปลาจาด (Poropuntius normani)
4. ปลาตะเพยี นนำ้ ตก (Puntius rhombeus)
5. ปลาซิว ( Rasbora paucisqualis)
6. ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hascelti)

ผลการตรวจตัวอย่างปลาเพื่อหาตัวอ่อนของพยาธิระยะเมตาเซอร์คาเรีย (metacercaria)
พบตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ลำไส้ (Intestinal fluke) ในปลา 2 ชนิด ได้แก่ ปลาสร้อยหางเหลือง (Mystacoleucus
marginatus) และปลาอีกอง (Barbodes lateristriga) และไม่พบตวั ออ่ นของพยาธใิ บไม้ตบั (O. viverrini) ดังแสดง
ในตารางที่ 3.4.3-45

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-448 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

ตารางที่ 3.4.3-45 แสดงชนดิ จำนวน และผลการตรวจหาตัวออ่ นพยาธิระยะ metacercaria ในปลา แยกตาม
สถานสี ำรวจ โครงการอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกวั่

สถานี ชนิดปลา จำนวน ผลการตรวจ
สำรวจ ตรวจ
(ตัว) พยาธใิ บไม้ตบั พยาธใิ บไม้ลำไส้
(O. viverrini) (Intestinal

fluke)

สถานีที่ 1 ปลาสรอ้ ยหางเหลือง (Mystacoleucus marginatus) 29 Negative Negative
ปลาอีกอง (Barbodes lateristriga)
ปลาจาด (Poropuntius normani) 5 Negative Negative
ปลาตะเพยี นนำ้ ตก (Puntius rhombeus)
16 Negative Negative
สถานีท่ี 2 ปลาสร้อยหางเหลอื ง (Mystacoleucus marginatus)
ปลาอกี อง (Barbodes lateristriga) 1 Negative Negative
ปลาซิว ( Rasbora paucisqualis)
3 Negative 2 (66.7%)
สถานีที่ 3 ปลาสร้อยหางเหลือง (Mystacoleucus marginatus)
ปลาสรอ้ ยนกเขา (Osteochilus hascelti) 13 Negative 5 (38.5%)
ปลาอีกอง (Barbodes lateristriga)
ปลาซิว ( Rasbora paucisqualis) 1 Negative Negative
รวมทั้งหมด
1 Negative 1 (100%)

1 Negative Negative

4 Negative 4 (100%)

11 Negative Negative

85 0 12 (14.1%)

2.3) การสำรวจหนูพาหะนำโรค

การจับหนูพาหะนำโรค ใช้วิธีการดักด้วยกรงดักหนู โดยใช้อาหารในท้องถิ่น เช่น
กล้วยน้ำว้า ขี้ใต้ เป็นเหย่ือล่อ เร่ิมวางกรงเวลา 17.00 น. จำนวน 30 กรงต่อจุดสำรวจ และเก็บกรงในเวลาเช้า
วันรุ่งข้ึน (รูปที่ 3.4.3-17) หนูที่ดักได้จะนำมาแยกชนิดและตรวจหาพยาธิที่เก่ียวข้องกับคน เช่น พยาธิใบไม้เลือด
(Schistosoma sp.) ด้วยวิธี Blood Perfusion ใช้เคร่ืองควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือด (Infusion
pump) เพือ่ ตรวจหาพยาธิใบไม้เลือดตวั เต็มวยั ท่ีผา่ นออกมาทางน้ำเลอื ด รวมทง้ั ตรวจหาพยาธิจากอวยั วะภายใน ตับ
และลำไส้ด้วย (รูปท่ี 3.4.3-17)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-449 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

การดกั หนโู ดยใช้กรงดกั การดกั หนูโดยใชก้ รงดกั

สถานสี ำรวจที่ 1 หวั งาน การวางกรง สถานีสำรวจที่ 1 หัวงาน

สถานสี ำรวจท่ี 2 บา้ นเหมอื งตะก่ัว สถานีสำรวจที่ 2 บา้ นเหมืองตะก่ัว

รปู ท่ี 3.4.3-17 วธิ ีการสำรวจหนูพาหะนำโรค และลกั ษณะพื้นท่ีสำรวจ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-450 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน

สถานีสำรวจที่ 3 บา้ นพรนุ ายขาว สถานีสำรวจท่ี 3 บา้ นพรนุ ายขาว

รปู ท่ี 3.4.3-17 วิธีการสำรวจหนพู าหะนำโรค และลกั ษณะพื้นทส่ี ำรวจ (ตอ่ )

การแยกชนิดหนูทไ่ี ด้ หนูทอ้ งขาว Ratus ratus การแยกชนดิ หนทู ไ่ี ด้ หนพู กุ ใหญ่ Bandicota indica

วิธกี ารตรวจหนโู ดยใช้ Blood Perfusion technique ตรวจหาพยาธิใบไม้เลือดจากตัวอย่างเลือด

การตรวจดอู วัยวะภายใน ทั้งตบั ลำไส้ ก้อนซสี ตพ์ ยาธิตัวตดื บริเวณตบั

รปู ท่ี 3.4.3-17 วธิ ีการตรวจหนพู าหะนำโรค

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-451 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

พยาธิปากขอทพ่ี บจากลำไส้ พยาธิ Eurytrema pancreaticum ท่พี บในเลอื ด

รูปท่ี 3.4.3-17 วิธกี ารตรวจหนูพาหะนำโรค (ต่อ)

ผลการสำรวจหนู ทั้ง 3 สถานี ดักได้หนูจำนวน 15 ตัว จำแนกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ หนู
พุกใหญ่ Bandicota indica จำนวน 3 ตัว หนูท้องขาว Rattus rattus จำนวน 8 ตัว และไม่มีข้อมูล 4 ตัว ผลการ
ตรวจเลือดด้วยวิธิ Blood Perfusion ไม่พบพยาธิใบไม้เลือด ส่วนผลการตรวจอวัยวะที่เป็นรังโรค พบพยาธิตัวตืด
พยาธิใบไม้ตับ Eurytrema pancreaticum พยาธิปากขอและพยาธิตัวกลม ทั้งนี้พยาธิที่พบเป็นพยาธิตืดของสัตว์
รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.4.3-46

ตารางท่ี 3.4.3-46 จำนวน ชนิดและเพศ ของหนูท่ดี กั พบและผลการตรวจอวัยวะที่เปน็ รังโรค ตามสถานี
สำรวจ โครงการอา่ งเกบ็ นำ้ เหมืองตะกัว่

สถานี ชนิดหนู เพศ จำนวน ผลการตรวจอวยั วะทเ่ี ปน็ รงั โรค
สำรวจ ผู้ เมยี รวม ตับ ลำไส้ โลหติ
(ตัว) (ตวั ) (ตวั )
1 1. หนูพกุ ใหญ่ 1 Negative -พบระยะ Round worms
(Bandicota 1
indica) 1 Negative Cysticercoid ของ
1
พยาธิตืด

-Round worms

2. หนทู อ้ งขาว Negative Negative
(Rattus rattus)
2 N/A N/A N/A 4 N/A N/A N/A

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-452 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

สถานี ชนดิ หนู เพศ จำนวน ผลการตรวจอวยั วะท่เี ป็นรงั โรค
สำรวจ
ผู้ เมยี รวม ตบั ลำไส้ โลหิต
(ตัว) (ตัว) (ตวั )
11
3 1. หนูพุกใหญ่ 2 พบระยะ Negative พบตวั แก่ของพยาธิ
(Bandicota
indica) Cysticercoid ใบไม้ตบั

ของพยาธติ ดื Eurytrema

pancreaticum

=1

และ Round
worms=1

2. หนทู อ้ งขาว 34 7 พบระยะ - พบตัวแก่และไข่ - พบตัวแก่ของ
(Rattus rattus) Cysticercoid ของพยาธิปากขอ พยาธิใบไมต้ ับ
ของพยาธิตืด (Hook worm)=3 Eurytrema
=3 - Round pancreaticum
worms=4 =2
- Round
worms=1

รวม 5 6 15

N/A = ดักหนูไดแ้ ลว้ ปล่อยและดกั จบั อกี 2 ครงั้ แต่ไม่ได้หนูเพิ่มเติม

2.4) การสำรวจยุงพาหะนำโรค

จากการสำรวจยุงพาหะนำโรคจาก 3 สถานีสำรวจ โดยใช้วธิ ีจับยุงแบบใช้คนเป็นเหย่ือ
ล่อ ดักจับช่วงยุงเกาะ (landing catch) ในช่วงเวลา 18.00 - 20.00 น. แบ่งสถานที่จับเป็นบริเวณนอกบ้าน
(outdoor) และภายในบ้านหรือสถานที่ปลูกสร้าง (indoor) (รูปที่ 3.4.3-18) การเก็บตัวอย่างยุงทำได้โดยการเก็บ
ด้วยหลอดแก้ว แล้วถ่ายเทลงในกระบอกพลาสติกท่ีปิดฝาด้วยผ้าตาข่าย แยกตัวอย่างยุงที่จับได้เป็น 2 ช่วงเวลา
ได้ แ ก่ 18.00-19.00 น . แ ล ะ 19.00-20.00 น . ยุ งที่ จั บ ได้ น ำไป ต รวจ แ ย ก ช นิ ด ด้ วย ก ล้ องจุ ล ท รรศ น์
Stereomicroscope (รปู ที่ 3.4.3-18)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-453 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

พนื้ ที่สำรวจยงุ สถานสี ำรวจ หวั งาน การจับยุงนอกอาคาร สถานสี ำรวจหัวงาน

การจบั ยุงในอาคาร สถานีสำรวจ บ้านเหมืองตะก่ัว การจบั ยงุ นอกอาคาร สถานสี ำรวจ บ้านเหมอื งตะกัว่

การจับยงุ ในบ้าน สถานีสำรวจ บ้านพรุนายขาว การจบั ยงุ นอกบา้ น สถานสี ำรวจ บ้านพรุนายขาว

ยุงที่จบั ได้ ยุงทจ่ี บั ได้

รูปท่ี 3.4.3-18 การสำรวจจับยุงใช้วิธคี นเปน็ เหย่ือล่อ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-454 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

ยุงท่ีพบทั้งหมดรวม 15 ชนิด แบ่งตามกลุ่มการเป็นพาหะนำโรคได้แก่ กลุ่มยุงนำ
โรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา ได้แก่ Aedes aegypti และ Aedes albopictus กลุ่มยุงนำโรคไข้สมองอักเสบ
ได้แก่ Culex quinquefasciatus, Culex gelidus, Culex fascocephala และ Culex pseudovishnui กลุ่มยุง
พาหะนำโรคเท้าช้างชนิด Brugia malayi ทางภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ Mansonia indiana Mansonia
uniformis และ Mansonia bonneae กลุ่มยุงพาหะนำโรคเท้าช้างชนิด Wuchereria bancrofti ได้แก่
Aedes(Finlaya) poicilius และ Culex quinquefasciatus กลุ่มยุงท่ีมีโอกาสท่ีจะเป็นพาหะนำโรค West Nile
virus ได้แก่ Culex quinquefasciatus และกลุ่มยงุ ท่ไี มม่ ีรายงานการเปน็ พาหะนำโรค ได้แก่ Culex whitei, Culex
tenuipalpis, Anopheles vagus และ Coquilletidia crassipes

ชนิดของยุงที่พบในแต่ละสถานีสำรวจ และจำนวน รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี
3.4.3-47 และตารางท่ี 3.4.3-48 และรูปที่ 3.4.3-19 ท้ังนี้การสำรวจยุงท้ัง 3 สถานีไม่พบยุงพาหะนำโรคมาลาเรีย
แตพ่ บยุงพาหะนำโรคไข้เลือดออกในทุกสถานสี ำรวจ

ตารางท่ี 3.4.3-47 ชนิดและจำนวนของยุงท่ีพบแยกตามสถานีสำรวจ โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั

สถานท่ี เวลา ในบา้ น/อาคาร จำนวน นอกบ้าน/อาคาร จำนวน
สถานีท่ี 1 18.00-19.00 Armigeres subalbatus 1 Armigeres subalbatus 1
หัวงาน 6 Aedes albopictus 2
Aedes albopictus 2 Culex quinquefasciatus 3
สถานีที่ 2 Culex quinquefasciatus Culex pseudovishnui 1
บ้านเหมอื งตะกั่ว 2 Armigeres subalbatus 5
19.00-20.00 Culex whitei 2 Aedes albopictus 3
Aedes(Finlaya) poicilius Culex tenuipalpis 1
Mansonia uniformis 1
18.00-19.00 Armigeres subalbatus Coquilletidia crassipes 1
Aedes albopictus 2 Armigeres subalbatus
Culex pseudovishnui 6 Aedes albopictus 4
Anopheles vagus 3 Culex pseudovishnui 18
1 Culex gelidus 13
19.00-20.00 Armigeres subalbatus 1 Armigeres subalbatus 1
Ades aegipti 1 Culex pseudovishnui 2
Culex pseudovishnui 1 Culex whitei 28
Culex whitei 2 Mansonia indiana 3
1

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-455 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั


Click to View FlipBook Version