บทที่ 3
สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ตัวแทนของช่วงฤดแู ล้ง (ตอ่ )
มาตรฐานคุณภาพน้ำ1/ มาตรฐานคุณภาพนำ้
ท่ี 1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 ประเภทท่ี 4 ประเภทท่ี 5 การดำรงชีวิตของสัตวน์ ำ้ 2 เพอื่ การชลประทาน3
- --- - ไม่เกนิ 0.1
- --- 10-400 -
<5,000 <20,000 - - - -
<1,000 <4,000 - - - -
<1.0 <1.0 <1.0 - ไม่เกนิ 0.5 ต้องไม่ตรวจพบ
<0.02 <0.02 <0.02 - - ตอ้ งไม่ตรวจพบ
<0.1 <0.1 <0.1 - - ต้องไม่ตรวจพบ
<0.1 <0.1 <0.1 - ไม่เกิน 0.2 ตอ้ งไม่ตรวจพบ
ตอ้ งไม่ตรวจ ตอ้ งไม่ตรวจ
ตอ้ งไม่ตรวจพบ พบ พบ - ไม่เกิน 0.01 ต้องไม่ตรวจพบ
<0.2 <0.2 <0.2 - ไมเ่ กนิ 0.4 ต้องไม่ตรวจพบ
สริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ.2535 เร่ือง กำหนดมาตรฐานคุณภาพนำ้ ใน แหลง่ นำ้ ผวิ ดิน ตพี ิมพ์
ารถเป็นประโยชนเ์ พ่ือ 1) การอปุ โภคและบรโิ ภคโดยต้องผ่านการฆา่ เชื้อโรคตามปกติก่อน 2) การขยายพนั ธตุ์ ามธรรมชาตขิ องสิง่ มีชวี ิต
คและบรโิ ภคโดยต้องผา่ นการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรบั ปรงุ คณุ ภาพน้ำท่ัวไปก่อน 2) การอนุรกั ษส์ ัตว์น้ำ 3) การประมง
คและบรโิ ภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชือ้ โรคตามปกติและผา่ นกระบวนการปรบั ปรงุ คุณภาพน้ำทัว่ ไปก่อน และ 2) การเกษตร
ะบรโิ ภคโดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพนำ้ เปน็ พิเศษก่อน และ 2) การอุตสาหกรรม
องทรพั ยากรสัตว์นำ้ จืด
น และทางนำ้ ท่ีเช่อื มตอ่ กับทางน้ำชลประทานในเขตพ้ืนท่โี ครงการชลประทาน ลงวนั ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561
ขอ่ื นคลองเหมืองตะกั่ว พิกัด 618471E, 795884N สถานที ่ี 3 บรเิ วณท่ีต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ พกิ ดั 619543E, 798848N
รา่ งรายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
สถานีท่ี 2 บรเิ วณท่ีตั้งหวั งานอ่างเกบนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั พกิ ดั 618471E, 795884N
สภาพโดยท่ัวไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ คลองเหมืองตะก่ัว บริเวณท่ีต้ังหัวงานเขื่อน เป็นน้ำตกทาง
ธรรมชาติ มีโขดหินขึ้นบริเวณลำน้ำ มีความกว้างประมาณ 10-12 เมตร น้ำใส มีตะกอนน้อย น้ำสีเหลืองอ่อน ไม่มีกล่ิน
น้ำไหลตลอดทงั้ ปี
คณุ ภาพน้ำทางดา้ นกายภาพพบวา่ บริเวณท่ีตงั้ หัวงานอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ ท่วั ไปอยู่ในเกณฑ์ดี
โดยมีค่าอุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 25.6 องศาเซลเซียส ค่าความขุ่นของน้ำเท่ากับ 1.9 เอ็นทียู ความโปร่งแสงของน้ำ
เท่ากับ 0.60 เมตร ค่าสารแขวนลอยทั้งหมดเท่ากับ 9.3 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่าน้อยกว่า
50 มิลลกิ รมั /ลติ ร ค่าการนำไฟฟา้ เทา่ กับ 37 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ค่าความเค็มนอ้ ยกวา่ 0.1 ส่วนในพันล้านสว่ น
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.7 ออกซิเจน ละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 7.4 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าน้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร
ความกระด้างของน้ำตรวจวัดได้ 15 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตท่ีพบมีค่าต่ำ
โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.57 และ น้อยกวา่ 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ แสดงวา่ บริเวณดังกล่าวไม่มีการปนเปื้อน
ออกจากพ้ืนท่ีเพาะปลูก สำหรับธาตุที่ละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีค่าเท่ากับ 0.8 มิลลิกรัม/ลิตร แมกนีเซียมมีค่า
เท่ากับ 0.4 มิลลิกรัม/ลิตร และโซเดียมมีค่าเท่ากับ 4.6 มิลลิกรัม/ลิตร และเมื่อคำนวณค่า SAR และค่า RSC พบว่า
มีคา่ เท่ากบั 0.1 และ 0.3 meq/ลิตร ตามลำดับ สว่ นปรมิ าณคลอไรด์ มีคา่ เทา่ กับ 7.0 มิลลิกรัม/ลิตรคา่ ซัลเฟตท่ีพบ
มคี า่ นอ้ ยกว่า 3.0 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร ซงึ่ ค่าดังกลา่ วมีความเหมาะสมอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผิวดิน
คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพพบว่า ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียท้ังหมดเท่ากับ 9,200 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร
และค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียเท่ากับ 210 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ค่าท้ังสองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 3 แสดงวา่ บรเิ วณพน้ื ท่ีดงั กล่าวมีการปนเป้ือนจากมลู สตั ว์อยบู่ ้าง
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะก่ัว ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู
แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แสดงว่าไม่มีการปนเป้ือนของโลหะหนัก
จากแหล่งใดๆ ทง้ั ในสภาพธรรมชาตแิ ละทีม่ นษุ ย์สร้างขึ้น
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศตั รูพืชทางการเกษตร พบวา่ แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC)
มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin) มีค่า
นอ้ ยกวา่ 0.02 ไมโครกรมั /ลติ รออร์กาโนคลอรีน และดดี ีที มคี า่ น้อยกว่า 0.04 ไมโครกรมั /ลิตร เอนดรนิ ตรวจไม่พบ
เฮปตาคลอรแ์ ละเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลติ ร แสดงว่า บริเวณที่ต้งั หัวงานอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว
ท่ีทำการสำรวจไมม่ ีการปนเปื้อนของสารปราบศัตรูพชื ทางการเกษตรกลุม่ ดังกลา่ ว
กล่าวโดยสรปุ คุณภาพน้ำบริเวณคลองเหมอื งตะกวั่ บริเวณที่ต้ังหัวงานเข่อื นชว่ งฤดูแล้งจัดอยู่ในประเภทท่ี 3
ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ได้รับน้ำท้ิงจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติ
และผา่ นกระบวนการปรบั ปรุงคุณภาพน้ำเปน็ พิเศษกอ่ น และใช้ประโยชนเ์ พ่ือการเกษตร
สถานที ่ี 3 บริเวณที่ตั้ง ายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พิกัด 619543E, 798848N
สภาพโดยทั่วไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ บริเวณท่ีต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ มีลักษณะน้ำใส มี
ตะกอนน้อย น้ำสเี หลือง ไม่มกี ล่ิน
คุณภาพน้ำทางด้านกายภาพพบว่า บริเวณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ บริเวณต้นน้ำท่ัวไปอยู่ใน
เกณฑ์ดี โดยมีค่าอุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 28.9 องศาเซลเซยี ส ค่าความขุ่นของน้ำเท่ากับ 1.6 เอ็นทียู ความโปร่งแสง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-114 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ของน้ำเท่ากับ 1.2 เมตร ค่าสารแขวนลอยท้ังหมดเท่ากับ 6.2 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่าน้อยกว่า
50 มลิ ลิกรัม/ลิตร คา่ การนำไฟฟา้ เท่ากับ 44 ไมโครซีเมนส/์ เซนติเมตร ค่าความเค็มน้อยกว่า 0.1 สว่ นในพันลา้ นสว่ น
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.2 ออกซิเจน ละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 4.3 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าเท่ากับ 2.1 มิลลิกรัม/ลิตร
ความกระด้างของน้ำตรวจวัดได้ 16 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตท่ีพบมีค่าต่ำ
โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.07 และ 0.02 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ แสดงว่าบรเิ วณดังกล่าวไม่มีการปนเป้ือนออกจาก
พื้นท่ีเพาะปลูก สำหรับธาตุท่ีละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีค่าเท่ากับ 2.1 มิลลิกรัม/ลิตร แมกนีเซียมมีค่าเท่ากับ
0.6 มิลลิกรัม/ลิตร และโซเดียมมีค่าเท่ากับ 5.3 มิลลิกรัม/ลิตร และเมื่อคำนวณค่า SAR และค่า RSC พบว่า มีค่า
เท่ากับ 0.8 และ 0.2 meq/ลิตร ตามลำดับ ส่วนปรมิ าณคลอไรด์ มีคา่ เทา่ กับ 7.0 มิลลิกรมั /ลิตรค่าซลั เฟตที่พบมคี ่า
น้อยกว่า 3.0 มิลลิกรมั /ลติ ร ซ่ึงคา่ ดงั กล่าวมคี วามเหมาะสมอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ
คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพพบว่า ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียท้ังหมดเท่ากับ 3,500 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร
และค่าฟีคอลโคลฟิ อร์มแบคทีเรียเท่ากับ 490 เอม็ พีเอ็น/100 มิลลิลิตร ทั้งสองมคี ่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 3
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะกั่ว ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู
แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แสดงว่าไม่มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก
จากแหล่งใดๆ ทงั้ ในสภาพธรรมชาตแิ ละท่มี นุษย์สรา้ งข้ึน ส่วนปริมาณเหลก็ มีค่าเท่ากบั 1.1 มิลลกิ รมั /ลติ ร มคี ่าอยู่ในเกณฑ์
มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผิวดินเพื่อการชลประทาน
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC)
มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin) มีค่า
น้อยกว่า 0.02 ไมโครกรมั /ลิตรออร์กาโนคลอรีน และดดี ที ี มีคา่ น้อยกวา่ 0.04 ไมโครกรมั /ลิตร เอนดรนิ ตรวจไม่พบ
เฮปตาคลอร์และเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร แสดงว่า บริเวณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่
ทท่ี ำการสำรวจไม่มกี ารปนเป้ือนของสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตรกลมุ่ ดังกล่าว
กล่าวโดยสรุปคุณภาพน้ำบริเวณที่ต้งั ฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ ชว่ งฤดแู ล้งจัดอยใู่ นประเภทที่ 4 ซ่ึงเป็น
แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค และสามารถเป็นประโยชน์เพ่ือการอุปโภค
และบริโภค โดยต้องผา่ นการฆา่ เชอ้ื โรคทว่ั ไปก่อนและใช้ประโยชน์เพ่อื การเกษตร
สถานีที่ 4 บรเิ วณพน้ื ทีช่ ลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบา้ นคลองใหญ่ พกิ ัด 619878E, 805880N
สภาพโดยทั่วไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ บริเวณพื้นท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่
มีความกว้างประมาณ 12 เมตร ความลึกประมาณ 1.0 เมตร ลักษณะตวั อย่างน้ำขุน่ มีตะกอนมาก น้ำสีเหลือง ไม่มีกลิ่น
สภาพเป็นนำ้ ไหล
คุณภาพน้ำทางด้านกายภาพพบว่า บริเวณพื้นทีช่ ลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่ อยู่ในเกณฑ์ดี
โดยมีค่าอุณหภูมขิ องนำ้ เท่ากับ 27.9 องศาเซลเซยี ส ค่าความข่นุ ของน้ำเท่ากับ 4.4 เอน็ ทียู ความโปร่งแสงของนำ้ เท่ากับ
0.3 เมตร ค่าสารแขวนลอยทั้งหมดเท่ากับ 43 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่าน้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/ลิตร
คา่ การนำไฟฟา้ เท่ากบั 41 ไมโครซเี มนส์/เซนติเมตร ค่าความเคม็ น้อยกว่า 0.1 สว่ นในพันล้านส่วน
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.2 ออกซิเจน ละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 6.8 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าน้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-115 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ความกระด้างของน้ำตรวจวัดได้ 17 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตท่ีพบมีค่าต่ำ
โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.92 และ 0.03 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ แสดงว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีการปนเปื้อนออกจาก
พ้ืนท่ีเพาะปลูก สำหรับธาตุที่ละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีค่าเท่ากับ 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร แมกนีเซียมมีค่าเท่ากับ
0.5 มิลลิกรัม/ลิตร และโซเดียมมีค่าเท่ากับ 4.6 มิลลิกรัม/ลิตร และเมื่อคำนวณค่า SAR และค่า RSC พบว่า มีค่าเท่ากับ
0.8 และ 0.2 meq/ลิตร ตามลำดับ ส่วนปริมาณคลอไรด์ มคี ่าเท่ากับ 7.0 มิลลิกรัม/ลิตรค่าซัลเฟตท่ีพบมีค่านอ้ ยกว่า
3.0 มิลลิกรมั /ลิตร ซงึ่ ค่าดงั กลา่ วมีความเหมาะสมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดนิ
คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพพบว่า ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียท้ังหมดเท่ากับ 5,400 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร
และค่าฟีคอลโคลฟิ อร์มแบคทเี รียเท่ากับ 940 เอม็ พเี อ็น/100 มิลลลิ ิตร ทั้งสองมคี ่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 3 แสดงว่าบรเิ วณพ้ืนทีด่ ังกล่าวมีการปนเปื้อนจากมลู สตั วอ์ ย่บู ้าง
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะกั่ว ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู
แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แสดงว่าไม่มีการปนเป้ือนของโลหะหนัก
จากแหล่งใดๆ ทัง้ ในสภาพธรรมชาตแิ ละท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึ้น สว่ นปรมิ าณเหล็กมีค่าเทา่ กบั 1.3 มิลลกิ รมั /ลิตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์
มาตรฐานคณุ ภาพน้ำผิวดนิ เพอ่ื การชลประทาน
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC)
มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin) มีค่า
น้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลติ รออร์กาโนคลอรีน และดีดีที มคี ่านอ้ ยกวา่ 0.04 ไมโครกรัม/ลิตร เอนดรนิ ตรวจไม่พบ
เฮปตาคลอรแ์ ละเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลติ ร แสดงวา่ บรเิ วณพืน้ ท่ีชลประทาน (ทา้ ยน้ำ) บรเิ วณ
บา้ นคลองใหญ่ ท่ีทำการสำรวจไม่มีการปนเปื้อนของสารปราบศตั รพู ชื ทางการเกษตรกล่มุ ดงั กล่าว
กล่าวโดยสรปุ คุณภาพน้ำบริเวณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ ชว่ งฤดแู ลง้ จดั อย่ใู นประเภทที่ 3 ซ่ึงเป็น
แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำท้ิงจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค และสามารถเป็นประโยชน์เพ่ือ การอุปโภค
และบริโภค โดยตอ้ งผ่านการฆ่าเช้ือโรคท่ัวไปกอ่ น และใช้ประโยชน์เพอ่ื การเกษตร
สรปุ คณุ ภาพนำ้ ท้ัง 4 สถานจี ากการตรวจวดั ในชว่ งฤดแู ลง้ พบว่า คณุ ภาพน้ำอย่ใู นเกณฑ์ดี จดั อยูใ่ นแหล่งนำ้
ประเภทท่ี 3 ประกอบด้วย สถานีท่ี 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมืองตะกั่ว สถานีที่ 2 บริเวณที่ต้ังหัวงานเขื่อนคลอง
เหมืองตะก่ัว และสถานีที่ 3 บริเวณท่ีตง้ั ฝายทดน้ำคลองบา้ นใหม่ ส่วนคุณภาพจดั อยู่ในแหลง่ นำ้ ประเภทที่ 4 คอื สถานีที่
4 บรเิ วณพื้นท่ีชลประทาน (ท้ายนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ (ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ ฉบับท่ี
8 พ.ศ.2537) มีคุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า ออกซิเจน ละลายน้ำ (DO) ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ (4.3-8.2)
มิลลกิ รัม/ลิตร คา่ ความสกปรกในรปู (BOD) มคี า่ ต่ำอย่ทู ่ี (<2.0-2.1) มลิ ลกิ รัม/ลิตร คณุ ภาพน้ำทางดา้ นชวี ภาพ คา่ โคลิ
ฟอรม์ แบคทเี รียทง้ั หมด และคา่ ฟคี อลโคลิฟอรม์ แบคทีเรีย สถานท่ี 1 มคี ่าอยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพน้ำผวิ ดนิ ประเภทที่ 2
ส่วนสถานีที่ 2 สถานที่ 3 สถานีที่ 4 มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผวิ ดนิ ประเภทที่ 3 ด้านคณุ ภาพน้ำทางด้าน
โลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะก่ัว ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและ
อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพน้ำผวิ ดนิ แสดงวา่ ไม่มีการปนเปือ้ นของโลหะหนัก จากแหลง่ ใดๆ ทั้งในสภาพธรรมชาติ
และท่มี นุษย์สร้างข้ึน และเมื่อเปรียบเทยี บกับเกณฑ์คุณภาพน้ำเพอ่ื การคุ้มครองทรัพยากรสัตวน์ ้ำจืดเอกสารวิชาการ
ตามสถาบันประมงน้ำจืดแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 75/2530 คุณภาพน้ำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการ
ดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยแหล่งน้ำมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคและบรโิ ภค โดยต้องผ่านการ
ฆ่าเชื้อโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ และมีความเหมาะสมสำหรับเป็นน้ำ
ชลประทานท่ใี ชใ้ นการเพาะปลกู เหมาะสำหรบั การปลกู พืชเกอื บทกุ ชนิด
(2) ฤดู น
ดำเนินการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำผิวดินฤดูฝน เมื่อวันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ.2563 จำนวน 4 สถานี
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-116 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ประกอบด้วย สถานีที่ 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านคลองเหมืองตะกั่ว สถานีท่ี 2 บริเวณท่ีตั้งหัวงานเขื่อนคลองเหมืองตะกั่ว
สถานีที่ 3 บริเวณที่ตั้งฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ และสถานีที่ 4 บริเวณพื้นท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่
ดังแสดงในรูปที่ 3.1.8-22 สำหรับผลการวิเคราะห์คุณ ภาพน้ำด้านกายภาพอยู่ในเกณ ฑ์ดี แสดงดัง
ตารางท่ี 3.1.8-16 ผลการศึกษาสรปุ ดังน้ี
สถานีท่ี 1 บรเิ วณอ่างเกบน้ำบ้านคลองเหมอื งตะกว่ั พิกัด 618150E, 795543N
สภาพโดยท่ัวไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมืองตะก่ัว สภาพเป็นน้ำตกทาง
ธรรมชาติ มีโขดหนิ ข้ึนบริเวณลำน้ำ มีความกว้างประมาณ 10-12 เมตร นำ้ ใส มีตะกอนน้อย น้ำสเี หลอื งอ่อน มีกล่ิน
น้ำไหลตลอดทัง้ ปี
คุณภาพน้ำทางด้านกายภาพพบว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว คุณภาพน้ำท่ัวไปอยู่ในเกณฑ์ดี
โดยมีค่าอุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 25.0 องศาเซลเซียส ค่าความขุ่นของน้ำเท่ากับ 1.0 เอ็นทียู ความโปร่งแสงของน้ำ
เท่ากับ 1.20 เมตร ค่าสารแขวนลอยท้ังหมดน้อยกว่า 5.0 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่าน้อยกว่า 50
มิลลิกรัม/ลติ ร คา่ การนำไฟฟ้าเท่ากบั 36 ไมโครซเี มนส์/เซนติเมตร ค่าความเค็มนอ้ ยกว่า 0.1 สว่ นในพนั ลา้ นสว่ น
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 8.3 ออกซิเจนละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 7.9 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าน้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร
ความกระด้างของนำ้ ตรวจวัดได้ 13 มลิ ลกิ รมั /ลติ ร
สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตที่พบมีค่าต่ำ โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.12 และ มีค่า
น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ สำหรับธาตุท่ีละลายน้ำได้พบว่า แคลเซียมมีค่าเท่ากับ 1.7 มิลลิกรัม/ลิตร
แมกนีเซยี มมีค่าเท่ากบั 0.5 มลิ ลิกรมั /ลิตร และโซเดยี มมคี ่าเท่ากับ 4.9 มิลลกิ รัม/ลิตร และเม่ือคำนวณค่า SAR และ
ค่า RSC พบว่า มีค่าเทา่ กบั 0.8 และ 0.2 meq/ลติ ร ตามลำดับ ส่วนปรมิ าณคลอไรด์ มีค่าเท่ากบั 6.4 มิลลิกรัม/ลิตร
คา่ ซลั เฟตทีพ่ บมีคา่ น้อยกว่า 3.0 มลิ ลิกรมั /ลิตร ซ่ึงค่าดังกลา่ วมคี วามเหมาะสมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพน้ำผิวดิน
คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพพบว่า ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียท้ังหมดเท่ากับ 1,300 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร
และค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียเท่ากับ 230 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ค่าทั้งสองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิว
ดนิ ประเภทท่ี 2
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะกั่ว เหล็ก ปรอท เหล็ก ทองแดง แคดเมียม
โครเมยี ม สารหนู แมงกานสี และสังกะสีมคี า่ ต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ แสดงวา่ ไม่มกี ารปนเปอื้ น
ของโลหะหนกั จากแหลง่ ใดๆ ท้งั ในสภาพธรรมชาติและที่มนษุ ย์สร้างขึน้
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC) มี
ค่าน้อยกว่า 0.04 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin) มีค่า
น้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลิตรออร์กาโนคลอรีนและดีดีทีมีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร เอนดริน ตรวจไม่พบ
เฮปตาคลอร์และเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร แสดงว่า บริเวณอ่างเกบ็ น้ำคลองเหมืองตะก่ัวที่ทำ
การสำรวจพบมีการปนเป้อื นของสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตรกลมุ่ ดงั กลา่ วนอ้ ยมาก แต่มคี ่าอย่ใู นเกณฑ์มาตรฐาน
คณุ ภาพนำ้ ผวิ ดินเพือ่ การชลประทาน
กล่าวโดยสรุปคุณภาพน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำช่วงฤดูฝนจดั อยู่ในประเภทที่ 3 ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ได้รบั น้ำ
ท้ิงจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือโรคตามปกติและผ่านกระบวนการ
ปรบั ปรุงคุณภาพนำ้ เป็นพเิ ศษกอ่ น และใชป้ ระโยชน์เพ่ือการเกษตร
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-117 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
สถานีท่ี 1 บรเิ วณอ่างเกบนำ้ คลองเหมืองตะกวั่ พิกัด 618150E, 795543N
สถานีที่ 2 บรเิ วณท่ีต้ังหัวงานเขื่อนคลองเหมอื งตะกว่ั พกิ ดั 618471E, 795884N
สถานีที่ 3 บรเิ วณทต่ี ้ัง ายทดน้ำคลองบา้ นใหม่ พกิ ัด 619543E, 798848N
สถานที ี่ 4 บรเิ วณพน้ื ที่ชลประทาน (ทา้ ยนำ้ ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่ พกิ ัด 619878E, 805880N
รปู ท่ี 3.1.8-22 สภาพแหล่งน้ำและการเกบตัวอยา่ งเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำผวิ ดนิ (ฤดู น)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-118 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง
ตารางท่ี 3.1.8-16 ผลการตรวจวิเคราะหค์ ณุ ภาพนำ้ ผวิ ดินในบริเวณพื้นทโ่ี ครงการ เมอ่ื วันท
ดชั นคี ุณภาพน้ำ หน่วย 1 สถานี 4 ประเภทที่ 1
23
1. อณุ หภมู ิ (Temperature) °C 25.0 25.3 26.6 29.7 ธ
2. ความโปรง่ ใส (Transparcncy) cm 120 80 200 50 -
3. ความขนุ่ (Turbidity) NTU 1.0 1.4 2.5 8.1 -
4. คา่ การนำไฟฟา้ (Conductivity) µs/cm 36 39 41 41 -
5. ความเค็ม (Salinity) ppt <0.1 <0.1 <0.1 <0.1 -
6. ออกซิเจนละลายนำ้ (DO) mg/l 7.9 8.3 6.9 7.3 ธ
7. ความเป็นกรด-ดา่ ง (pH) - 8.3 8.1 7.7 7.5 ธ
8. คา่ ความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) mg/l <2.0 <2.0 <2.0 <2.0 ธ
9. ค่าสารแขวนลอยทง้ั หมด (TSS) mg/l <5.0 <5.0 <5.0 11 -
10. ของแข็งละลายน้ำท้งั หมด (TDS) mg/l 50 <50 <50 <50 -
11. ไนเตรท (NO3-) mg/l 0.12 0.12 0.29 0.62 ธ
12. ฟอสเฟต (PO4 3-) mg/l <0.01 <0.01 <0.01 0.02 -
13. แมกนเี ซียม (Mg) mg/l 0.5 0.5 0.6 0.7 -
14. แคลเซยี ม (Ca) mg/l 1.7 1.5 2.4 3.2 -
15. โซเดียม (Na) mg/l 4.9 4.9 4.8 4.4 -
16. Sodium Absorption Ratio (SAR) - 0.8 0.9 0.7 0.6 -
17. Residual Sodium Carbonate (RSC) meq/l 0.2 0.2 0.2 <0.2 -
18. คลอไรด์ (Cl) mg/l 6.4 5.8 6.4 7.0 -
19. ซัลเฟต (SO42-) mg/l <3.0 <3.0 <3.0 <3.0 -
20. เหล็ก (Fe) mg/l 0.14 0.16 0.56 1.3 -
21. แมงกานีส (Mn) mg/l <0.1 <0.1 <0.1 <0.1 ธ
22. ตะก่ัว (Pb) mg/l <0.001 <0.001 <0.001 0.001 ธ
23. ปรอท (Hg) mg/l <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 ธ
24. สังกะสี (Zn) mg/l 0.1 <0.1 0.1 <0.1 ธ
25. ทองแดง (Cu) mg/l <0.01 <0.01 <0.01 <0.01 ธ
26. แคดเมียม (Cd) mg/l <0.005 <0.005 <0.005 <0.005 ธ
27. สารหนู (As) mg/l <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 ธ
28. ไซยาไนด์ mg/l 0.001 0.001 0.001 0.001 ธ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
บทที่ 3
สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ตัวแทนของช่วงฤดู น
มาตรฐานคณุ ภาพน้ำ1/ มาตรฐานคุณภาพน้ำ
1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 ประเภทท่ี 4 ประเภทที่ 5 การดำรงชีวติ ของสัตว์นำ้ 2 เพอ่ื การชลประทาน 3
ธธธ- 23.0-32.03 ไม่เกนิ 40
---- 30-60 -
---- --
---- - ไมเ่ กิน 2,000
---- --
>6.0 >4.0 >2.0 - ไมต่ ่ำกว่า 3.0 ไมต่ ่ำกวา่ 2.0
5.0-9.0 5.0-9.0 5.0-9.0 - 5.0-9.02 6.5-8.5
<1.5 <2.0 <4.0 - - ไม่เกิน 20
---- น้อยกว่า 80 ไมเ่ กนิ 30
---- นอ้ ยกว่า 400 ไม่เกิน 1,300
<5.0 <5.0 <5.0 - นอ้ ยกว่า 3.0 -
---- --
---- น้อยกวา่ 15.0 -
---- 4.0-160.0 -
---- น้อยกว่า 75.0 -
---- - ไม่เกิน 10.0
---- - ไมเ่ กิน 2.5
---- --
---- นอ้ ยกว่า 50.0 -
---- น้อยกว่า 0.3 ไม่เกิน 5.0
<1.0 <1.0 <1.0 - นอ้ ยกวา่ 0.01 ไมเ่ กนิ 5.0
<0.05 <0.05 <0.05 - น้อยกว่า 0.05 ไม่เกิน 0.1
<0.002 <0.002 <0.002 - น้อยกว่า 0.02 ไมเ่ กิน 0.005
<1.0 <1.0 <1.0 - นอ้ ยกว่า 0.1 ไมเ่ กิน 2.0
<0.1 <0.1 <0.1 - น้อยกว่า 0.02 ไม่เกนิ 0.2
<0.005 <0.005 <0.005 - นอ้ ยกว่า 0.005 ไมเ่ กนิ 0.01
<0.01 <0.01 <0.01 - นอ้ ยกว่า 0.05 ไมเ่ กนิ 0.25
0.005 0.005 0.005 - - 0.2
3-119 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกวั่
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ
ตารางที่ 3.1.8-15 ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพนำ้ ผิวดินในบรเิ วณพน้ื ท่ีโครงการ เมอ่ื วันท
ดัชนคี ุณภาพนำ้ หน่วย สถานี
29. โครเมยี ม mg/l 1 2 3 4 ประเภทท่ี 1
30. ความกระดา้ งทั้งหมด mg/l <0.01
31. โคลิฟอร์มแบคทเี รยี ท้งั หมด (Total MPN/100 13 <0.01 <0.01 <0.01 ธ
ml 1,300
Coliform bacteria) MPN/100 5 10 10 -
32. ฟีคอลโคลฟิ อรม์ แบคทีเรีย(Fecal ml 230
490 790 230 ธ
Coliform bacteria) µg/l <0.04
33. สารกำจัดศัตรูพืช (Organochlorine 230 170 78 ธ
µg/l <0.02
Pesticides) - ดีดีที (DDT) µg/l <0.02 <0.04 <0.04 <0.04 ธ
34. - แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC) µg/l <0.02
35. - อลั ดริน (Aldrin) µg/l None <0.02 <0.02 <0.02 ธ
36. - ดีลดริน (Dieldrin) <0.02 <0.02 <0.02 ธ
37. - เอนดริน (Endrin) <0.02 <0.02 <0.02 ธ
None None None
ธ
38. - เฮปตาคลอร์ และเฮปตาคลอร์อีปอก
ไซด์ (Heptachlor and Heptachlor µg/l <0.02 <0.02 <0.02 <0.02 ธ
epoxide) 7/
หมายเหตุ : -1= ประกาศคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 8 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิส่งเสริมแ
ในราชกิจจานเุ บกษา เล่ม 111 ตอนท่ี 16 ง ลง วนั ท่ี 24 กมุ ภาพันธ์ 2537
ประเภทที่ 1 ได้แก่แหล่งน้ำทคี่ ณุ ภาพน้ำมีสภาพตามธรรมชาติโดยปราศจากน้ำทิ้งจากกิจกรรมทุกประเภทและสามารถเปน็
ระดบั พน้ื ฐาน และ 3) การอนุรกั ษ์ระบบนิเวศนข์ องแหล่งนำ้
ประเภทที่ 2 ไดแ้ ก่แหล่งน้ำท่ไี ดร้ ับนำ้ ทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพ่อื 1) การอุปโภคและบ
และ 4) การวา่ ยนำ้ และกฬี าทางนำ้
ประเภทที่ 3 ได้แก่แหล่งน้ำที่ไดร้ บั นำ้ ทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเปน็ ประโยชน์เพอ่ื 1) การอุปโภคและบ
ประเภทที่ 4 ได้แก่แหล่งน้ำท่ไี ด้รบั น้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเปน็ ประโยชน์เพ่ือ 1) การอปุ โภคและบริโภ
ประเภทที่ 5 ได้แก่ แหล่งน้ำที่ได้รบั น้ำท้ิงจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อการคมนาคม
ธ เปน็ ไปตามธรรมชาติ ธ’อณุ หภมู ิของนำ้ จะตอ้ งไม่สูงกว่าอณุ หภูมิตามธรรมชาตเิ กนิ 3 องศาเซลเซยี ส
-2= เอกสารวิชาการ สถาบนั ประมงนำ้ จืดแหง่ ประเทศไทย ฉบับท่ี 75/2530 เรือ่ ง เกณฑค์ ุณภาพน้ำเพือ่ การคุม้ ครองทรพั
-3= คำส่งั กรมชลประทานที่ 18/2561 เรอ่ื ง การป้องกันและแก้ไขการระบายน้ำทมี่ คี ณุ ภาพต่ำลงทางนำ้ ชลประทาน และ
จุดเกบ็ ตวั อย่างน้ำ
สถานีท่ี 1 บรเิ วณอ่างเก็บน้ำคลองเหมืองตะกว่ั พิกดั 618150E, 795543N สถานีที่ 2 บรเิ วณที่ตั้งหัวงานเข่อื นคล
สถานท่ี 4 บริเวณพน้ื ทช่ี ลประทาน (ทา้ ยน้ำ) บรเิ วณบา้ น คลองใหญ่ พิกัด 619878E, 805880N
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
บทที่ 3
สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ตัวแทนของชว่ งฤดู น (ตอ่ )
มาตรฐานคณุ ภาพน้ำ1/ มาตรฐานคุณภาพน้ำ
ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 ประเภทท่ี 4
ประเภทท่ี 5 การดำรงชีวติ ของสตั ว์น้ำ2 เพอื่ การชลประทาน3
- -- -
- -- - - ไม่เกนิ 0.1
10-400 -
<5,000 <20,000 - - - -
<1,000 <4,000 - - - -
<1.0 <1.0 <1.0 - ไม่เกนิ 0.5 ตอ้ งไม่ตรวจพบ
<0.02 <0.02 <0.02 - - ตอ้ งไม่ตรวจพบ
<0.1 <0.1 <0.1 - - ต้องไม่ตรวจพบ
<0.1 <0.1 <0.1 - ไม่เกนิ 0.2 ตอ้ งไม่ตรวจพบ
ตอ้ งไม่ตรวจ ต้องไม่ตรวจ
ต้องไม่ตรวจพบ พบ พบ - ไม่เกนิ 0.01 ตอ้ งไม่ตรวจพบ
<0.2 <0.2 <0.2 - ไมเ่ กิน 0.4 ตอ้ งไม่ตรวจพบ
และรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ.2535 เรือ่ ง กำหนดมาตรฐานคุณภาพนำ้ ใน แหล่งน้ำผวิ ดิน ตพี มิ พ์
นประโยชน์เพ่ือ 1) การอปุ โภคและบรโิ ภคโดยต้องผ่านการฆา่ เชื้อโรคตามปกติกอ่ น 2) การขยายพันธุ์ตามธรรมชาตขิ องส่งิ มีชวี ิต
บรโิ ภคโดยตอ้ งผ่านการฆ่าเชอื้ โรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรบั ปรงุ คุณภาพน้ำท่ัวไปก่อน 2) การอนรุ ักษ์สัตวน์ ้ำ 3) การประมง
บรโิ ภคโดยต้องผา่ นการฆ่าเช้ือโรคตามปกติและผา่ นกระบวนการปรบั ปรุงคณุ ภาพน้ำทว่ั ไปก่อน และ 2) การเกษตร
ภคโดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรงุ คุณภาพนำ้ เปน็ พิเศษก่อน และ 2) การอตุ สาหกรรม
พยากรสตั ว์น้ำจืด
ะทางนำ้ ท่เี ชอ่ื มต่อกบั ทางนำ้ ชลประทานในเขตพ้ืนทโี่ ครงการชลประทาน ลงวันท่ี 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2561
ลองเหมอื งตะกัว่ พกิ ัด 618471E, 795884N สถานที ่ี 3 บริเวณที่ตงั้ ฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ พกิ ัด 619543E, 798848N
3-120 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
สถานีท่ี 2 บรเิ วณท่ีตัง้ หัวงานเขือ่ นคลองเหมืองตะกวั่ พกิ ัด 618471E, 795884N
สภาพโดยท่ัวไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ คลองเหมืองตะก่ัวบริเวณท่ีตั้งหัวงานเข่ือน เป็นน้ำตกทาง
ธรรมชาติ มีโขดหินข้ึนบริเวณลำน้ำ มีความกว้างประมาณ 10-12 เมตร น้ำใส มีตะกอนน้อย น้ำสีเหลืองอ่อน ไม่มีกลิ่น
น้ำไหลตลอดทง้ั ปี
คุณภาพน้ำทางด้านกายภาพพบว่า บริเวณท่ีตัง้ หัวงานเขื่อนคลองเหมืองตะก่ัว คุณภาพน้ำท่ัวไปอยู่ใน
เกณฑ์ดี โดยมีค่าอุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 25.3 องศาเซลเซียส ค่าความขุน่ ของน้ำเท่ากับ 1.4 เอ็นทียู ความโปร่งแสง
ของนำ้ เทา่ กับ 0.80 เมตร ค่าสารแขวนลอยทงั้ หมดมคี ่าน้อยกวา่ 0.5 มลิ ลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายนำ้ มีคา่ นอ้ ยกว่า
50 มิลลกิ รัม/ลิตร ค่าการนำไฟฟา้ เทา่ กับ 39 ไมโครซเี มนส์/เซนติเมตร คา่ ความเคม็ นอ้ ยกวา่ 0.1 ส่วนในพันลา้ นส่วน
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 8.1 ออกซิเจนละลายน้ำ (DO)
คอ่ นข้างสูงมีค่าเท่ากับ 8.3 มิลลกิ รัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรปู (BOD) มีค่านอ้ ยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร ความ
กระดา้ งของน้ำตรวจวัดได้ 5 มิลลิกรัม/ลิตร
สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตที่พบมีค่าต่ำ โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.12 และมีค่าน้อย
กว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ สำหรับธาตุท่ีละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีค่าเท่ากับ 1.5 มิลลิกรัม/ลิตร
แมกนีเซยี มมีค่าเทา่ กับ 0.5 มิลลิกรมั /ลิตร และโซเดียมมคี ่าเทา่ กับ 4.9 มิลลิกรัม/ลิตร และเมื่อคำนวณค่า SAR และ
คา่ RSC พบวา่ มคี า่ เท่ากบั 0.9 และ 0.2 meq/ลติ ร ตามลำดบั ส่วนปรมิ าณคลอไรด์ มคี ่าเทา่ กับ 5.8 มลิ ลิกรัม/ลติ ร
ค่าซลั เฟตที่พบมคี ่าน้อยกว่า 3.0 มลิ ลิกรัม/ลติ ร ซึ่งค่าดังกล่าวมีความเหมาะสมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพน้ำผิวดนิ
คุณภาพน้ำทางด้านชวี ภาพพบวา่ ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมดเท่ากบั 490 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลติ ร และ
ค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียเท่ากับ 230 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ค่าท้ังสองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 2
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะกั่ว เหล็ก ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม
สารหนู แมงกานสี และสงั กะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพน้ำผวิ ดิน แสดงวา่ ไม่มีการปนเป้ือนของโลหะ
หนักจากแหลง่ ใดๆ ท้ังในสภาพธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขน้ึ
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC)
มีค่าน้อยกว่า 0.04 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin)
มคี ่าน้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลติ รออรก์ าโนคลอรนี และดดี ีทีมคี ่าน้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลติ ร เอนดริน ตรวจไม่
พบเฮปตาคลอร์และเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร แสดงวา่ บริเวณคลองเหมืองตะก่ัวบริเวณที่ตั้ง
หัวงานเข่ือนท่ีทำการสำรวจพบมีการปนเปื้อนของสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตรกลุ่มดังกล่าวในปริมาณน้อยมาก
แตม่ ีคา่ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดินเพอื่ การชลประทาน
กล่าวโดยสรุปคณุ ภาพนำ้ บรเิ วณคลองเหมืองตะกั่วทีต่ ั้งหวั งานเขื่อนช่วงฤดูฝนจัดอยู่ในประเภทที่ 3 ซึ่งเป็น
แหล่งน้ำท่ีไดร้ บั น้ำทิง้ จากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผา่ นการฆ่าเช้ือโรคตามปกติและผา่ น
กระบวนการปรับปรงุ คุณภาพน้ำเป็นพิเศษกอ่ น และใช้ประโยชน์เพือ่ การเกษตร
สถานที ี่ 3 บริเวณท่ีตั้ง ายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่ พิกัด 619543E, 798848N
สภาพโดยทั่วไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ บริเวณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ มีลักษณะน้ำใส มี
ตะกอนนอ้ ย นำ้ สีเหลอื ง ไม่มีกลิน่
คุณภาพนำ้ ทางด้านกายภาพพบว่า บริเวณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ คณุ ภาพนำ้ ทั่วไปอยู่ในเกณฑ์
ดี โดยมคี ่าอุณหภูมิของนำ้ เท่ากับ 26.6 องศาเซลเซียส ค่าความขุ่นของน้ำเท่ากับ 2.5 เอ็นทยี ู ความโปร่งแสงของน้ำ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-121 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
เท่ากับ 2.0 เมตร ค่าสารแขวนลอยท้ังหมดเท่ากับน้อยกว่า 5.0 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่าน้อยกว่า 50
มิลลกิ รัม/ลติ ร ค่าการนำไฟฟ้าเทา่ กบั 41 ไมโครซเี มนส์/เซนติเมตร ค่าความเค็มน้อยกว่า 0.1 ส่วนในพนั ล้านส่วน
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.7 ออกซิเจนละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 6.9 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าเน้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร
ความกระด้างของน้ำตรวจวัดได้ 10 มลิ ลกิ รัม/ลติ ร
สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตท่ีพบมีค่าต่ำ โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.29 และมีค่า
น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ สำหรับธาตุท่ีละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีค่าเท่ากับ 2.1 มิลลิกรัม/ลิตร
แมกนีเซียมมคี ่าเท่ากับ 0.6 มลิ ลิกรัม/ลิตร และโซเดียมมีค่าเทา่ กับ 4.8 มิลลกิ รัม/ลิตร และเม่ือคำนวณคา่ SAR และ
ค่า RSC พบวา่ มคี า่ เทา่ กบั 0.7 และ 0.2 meq/ลิตร ตามลำดบั ส่วนปริมาณคลอไรด์ มีค่าเทา่ กบั 6.4 มลิ ลิกรมั /ลติ ร
ค่าซลั เฟตท่พี บมีค่านอ้ ยกว่า 3.0 มลิ ลิกรัม/ลิตร ซึ่งคา่ ดังกล่าวมีความเหมาะสมอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพนำ้ ผิวดิน
คุณภาพนำ้ ทางดา้ นชวี ภาพพบวา่ คา่ โคลิฟอรม์ แบคทีเรยี ท้ังหมดเท่ากับ 790 เอ็มพเี อ็น/100 มลิ ลิลิตร และ
ค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียเท่ากับ 170 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ทั้งสองมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทท่ี 2
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะก่ัว ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู
แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แสดงว่าไม่มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก
จากแหล่งใดๆ ทงั้ ในสภาพธรรมชาตแิ ละท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ส่วนปริมาณเหล็กมีคา่ เท่ากบั 0.56 มิลลิกรัม/ลิตร มีค่าอยู่
ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผวิ ดินเพอื่ การชลประทาน
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC)
มีค่าน้อยกว่า 0.04 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin)
มคี ่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลติ รออร์กาโนคลอรีนและดีดีทีมคี ่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลติ ร เอนดริน ตรวจไม่
พบเฮปตาคลอร์และเฮปาคลอร์ มีค่านอ้ ยกวา่ 0.02 ไมโครกรมั /ลิตร แสดงวา่ บรเิ วณท่ตี งั้ ฝายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่ ที่
ทำการสำรวจพบมีการปนเป้ือนของสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตรกลุ่มดังกล่าวในปริมาณน้อยมาก แต่มีค่าอยู่ใน
เกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดินเพ่อื การชลประทาน
กล่าวโดยสรปุ คุณภาพน้ำบริเวณคลองเหมืองตะก่ัว บรเิ วณท่ีตั้งฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ช่วงฤดูฝนจัดอยู่ใน
ประเภทท่ี 3 ซ่ึงเป็นแหล่งน้ำท่ีได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือ
โรคตามปกติและผา่ นกระบวนการปรบั ปรงุ คุณภาพนำ้ เป็นพิเศษก่อน และใชป้ ระโยชน์เพ่อื การเกษตร
สถานที ี่ 4 บริเวณพน้ื ทชี่ ลประทาน (ท้ายน้ำ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พกิ ัด 619878E, 805880N
สภาพโดยทั่วไปของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำ บริเวณพ้ืนที่ชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่ มี
ความกว้างประมาณ 12 เมตร ความลึกประมาณ 1.0 เมตร ลักษณะตัวอย่างน้ำขุ่น มีตะกอนมาก น้ำสีเหลือง ไม่มีกล่ิน
สภาพเป็นนำ้ ไหล
คณุ ภาพน้ำทางดา้ นกายภาพพบว่า บริเวณพ้ืนท่ีชลประทาน (ท้ายนำ้ ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่ คุณภาพ
น้ำท่ัวไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าอุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 29.7 องศาเซลเซียส ค่าความขุ่นของน้ำเท่ากับ 8.1 เอ็นทียู
ความโปร่งแสงของน้ำเท่ากับ 0.5 เมตร ค่าสารแขวนลอยท้ังหมดเท่ากับ 11 มิลลิกรัม/ลิตร ของแข็งละลายน้ำมีค่า
น้อยกวา่ 50 มลิ ลิกรัม/ลิตร ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 41 ไมโครซีเมนส/์ เซนติเมตร ค่าความเค็มมีคา่ น้อยกวา่ 0.1 ส่วน
ในพันลา้ นส่วน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-122 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
คุณสมบัติทางเคมีของน้ำพบว่า น้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.3 ออกซิเจนละลายน้ำ (DO)
ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ 7.3 มิลลิกรัม/ลิตร โดยมีค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าน้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร
ความกระดา้ งของนำ้ ตรวจวดั ได้ 10 มลิ ลิกรมั /ลติ ร
สำหรับธาตุอาหารพืชกลุ่ม ไนเตรตและฟอสเฟตที่พบมีค่าต่ำ โดยตรวจพบมีเท่ากับ 0.62 และ 0.02
มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ สำหรับธาตุที่ละลายน้ำได้พบว่าแคลเซียมมีคา่ เท่ากับ 3.2 มลิ ลิกรมั /ลิตร แมกนีเซียมมีค่า
เท่ากับ 0.7 มิลลิกรัม/ลิตร และโซเดยี มมีค่าเท่ากับ 4.4 มลิ ลกิ รมั /ลิตร และเม่ือคำนวณค่า SAR และค่า RSC พบว่า มีค่า
เท่ากับ 0.6 และมีค่าน้อยกว่า 0.2 meq/ลิตร ตามลำดับ ส่วนปริมาณคลอไรด์มีค่าเท่ากับ 7.0 มิลลิกรัม/ลิตร ค่า
ซลั เฟตทีพ่ บมีค่าน้อยกว่า 3.0 มลิ ลกิ รัม/ลิตร ซึง่ ค่าดังกล่าวมีความเหมาะสมอยูใ่ นเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพน้ำผิวดนิ
คุณภาพน้ำทางดา้ นชวี ภาพพบว่า ค่าโคลิฟอรม์ แบคทีเรียทัง้ หมดเท่ากับ 230 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร และ
ค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรียเท่ากับ 78 เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลิตร ท้ังสองมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 2
คุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะกั่ว เหล็ก ปรอท ทองแดง แคดเมียม โครเมียม
สารหนู แมงกานสี และสงั กะสมี คี า่ ตำ่ และอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ผิวดิน แสดงวา่ ไมม่ ีการปนเปือ้ นของโลหะ
หนกั จากแหลง่ ใดๆ ท้งั ในสภาพธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างขึ้น
สำหรับการตรวจวัดปริมาณสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตร พบว่า แอลฟา-บีเอชซี (Alpha-BHC) มี
ค่าน้อยกว่า 0.04 ไมโครกรัม/ลิตร อัลดริน (Aldin) มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร ดีลดริน (Dieldrin) มีค่า
น้อยกวา่ 0.02 ไมโครกรัม/ลิตรออร์กาโนคลอรีนและดีดีทีมีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร เอนดรนิ ตรวจไม่พบ
เฮปตาคลอร์และเฮปาคลอร์ มีค่าน้อยกว่า 0.02 ไมโครกรัม/ลิตร แสดงว่าบริเวณพ้ืนท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณ
บ้านคลองใหญ่ ที่ทำการสำรวจพบมีการปนเป้ือนของสารปราบศัตรูพืชทางการเกษตรกลุ่มดังกล่าวในปริมาณน้อย
มาก แตม่ คี า่ อยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ เพ่อื การชลประทาน
กล่าวโดยสรุปคุณภาพน้ำบริเวณท่ีตั้งฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ ช่วงฤดูฝนจัดอยู่ในประเภทท่ี 3 ซ่ึงเป็น
แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำท้ิงจากกิจกรรมบางประเภท การอุปโภคและบริโภค และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ การอุปโภค
และบรโิ ภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชอ้ื โรคทว่ั ไปก่อน และใชป้ ระโยชนเ์ พ่ือการเกษตร
สรุปคุณภาพน้ำท้ัง 4 สถานีจากการตรวจวดั ในช่วงฤดูฝนพบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี จัดอยู่ในแหล่ง
น้ำประเภทท่ี 3 ตามประกาศคณะกรรมการสิง่ แวดล้อมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 พ.ศ.2537 มีคณุ สมบตั ิทางเคมีของน้ำพบว่า
ออกซิเจน ละลายน้ำ (DO) ค่อนข้างสูงมีค่าเท่ากับ (6.9-8.3) มิลลิกรัม/ลิตร ค่าความสกปรกในรูป (BOD) มีค่าต่ำอยทู่ ี่
(<2.0) มิลลิกรัม/ลิตร คุณภาพน้ำทางด้านชีวภาพ ค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรยี ท้ังหมด และค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย มีค่า
อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 2 ด้านคุณภาพน้ำทางด้านโลหะหนัก สรุปได้ว่าปริมาณตะก่ัว ปรอท
ทองแดง แคดเมียม โครเมียม สารหนู แมงกานีส และสังกะสีมีค่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
แสดงว่าไม่มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก จากแหล่งใดๆ ท้ังในสภาพธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ยกเว้น ปริมาณ
เหลก็ ของสถานีที่ 3 ที่มีค่าอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผวิ ดนิ เพ่ือการชลประทาน และเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์
คุณภาพน้ำเพื่อการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น้ำจืดเอกสารวิชาการตามสถาบันประมงน้ำจืดแห่งประเทศไทย ฉบับที่
75/2530 คุณภาพน้ำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวติ ของสัตว์น้ำ โดยแหล่งน้ำมีความเหมาะสมต่อ
การใช้ประโยชนเ์ พื่อการอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆา่ เช้ือโรคตามปกติ และมคี วามเหมาะสมสำหรับเป็นน้ำ
ชลประทานท่ีใชใ้ นการเพาะปลกู เหมาะสำหรบั การปลกู พชื เกอื บทุกชนิด
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-123 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
3.1.9 อทุ กธรณีวิทยาและคณุ ภาพน้ำใต้ดนิ
1) วตั ถุประสงค์
(1) เพ่ือรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพของแหล่งน้ำใต้ดิน บ่อน้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้นในพ้ืนที่
โครงการ โดยเฉพาะพ้ืนที่ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การพัฒนาโครงการ เช่น พ้ืนทีโ่ ครงการบริเวณท้ายน้ำ เป็นตน้ รวมถึงสภาพ
อทุ กวทิ ยาน้ำใต้ดนิ ในฤดูกาลต่างๆ ด้วย
(2) เพ่ือรวบรวมและวเิ คราะห์เร่อื งการใช้น้ำ/ปญั หาการขาดแคลนนำ้ ในพนื้ ทดี่ ังกล่าวขา้ งตน้ ตลอดจน
การใช้นำ้ ใต้ดนิ เพื่อประโยชน์ต่างๆ เชน่ การเกษตร การอุปโภคบรโิ ภค การพัฒนาน้ำใต้ดินในอดตี ท่ผี ่านมาเพ่ือเสริม
การใช้ประโยชน์จากนำ้ ผิวดนิ ศกั ยภาพและขอ้ จำกดั ของการพฒั นาน้ำใตด้ ินในบรเิ วณพน้ื ที่โครงการ
(3) เพื่อศึกษาคุณภาพน้ำใต้ดินในบริเวณที่จะมีการพัฒนาตามโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่ชลประทาน
จากข้อมลู ที่มีอยู่ เช่น พ้ืนที่โครงการ เปน็ ต้น เพือ่ ศกึ ษาความเหมาะสมและศักยภาพการพัฒนาน้ำบาดาล และน้ำใต้
ดินเป็นแหล่งนำ้ อุปโภคบรโิ ภค ในบริเวณเหล่านี้ หลังจากมีการกอ่ สรา้ งโครงการ
(4) เพ่ือประเมินผลกระทบเบ้อื งตน้ ของการพฒั นาโครงการต่อปริมาณน้ำใต้ดนิ และผลกระทบของการ
ใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรเพิ่ม เช่น ปุ๋ยและสารปราบศัตรูพืชต่อคุณภาพน้ำใต้ดิน ตลอดจนผลกระทบของการ
ชลประทานตอ่ ความเค็มของดนิ และน้ำใต้ดิน
(5) เพ่ือเสนอมาตรการลดผลกระทบต่างๆ ต่อทรพั ยากรน้ำใตด้ ิน อันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการ
รวมถึงการลดปัญหาการรว่ั ซึมและปัญหาทีเ่ กิดจากการใชส้ ารเคมีเพอ่ื การเกษตร
2) วิธีการศกึ ษา
(1) รวบรวมและทบทวนเอกสารข้อมูลและผลการศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง เช่น
กรมทรัพยากรธรณี กรมการพัฒนาชุมชน เป็นต้น โดยจะทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับประเภท และจำนวนบ่อนำ้ ใต้ดิน
(ท้ังบ่อตื้นและบ่อบาดาล) ในพื้นท่ีโครงการจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องและรวบรวมข้อมูลต่อไปที่จะทำได้ เช่น
หน่วยงานรับผิดชอบ ที่ต้ัง ความลึก ประเภทช้ันอุ้มดิน Yield คุณภาพน้ำ การใช้ประโยชน์ของน้ำใต้ดิน โดยจะ
รวบรวมขอ้ มูลทรัพยากรนำ้ ใต้ดินจากหน่วยงานท่ีเก่ยี วข้องคอื กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (เกยี่ วกบั สภาพการพัฒนาใน
อดีตและแนวโน้มในอนาคต) เพอ่ื ศึกษาการเปล่ยี นแปลงระดบั นำ้ และคุณภาพแหล่งนำ้ ใตด้ ินด้วย
(2) ทบทวนข้อมูล ทุติยภูมิจากเอกสารรายงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ผลการศึกษาจากรายงานการศึกษา
วางโครงการอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ ปี พ.ศ.2552
(3) ดำเนินการสำรวจภาคสนาม เพ่ือรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวกับประเภทและจำนวนบ่อน้ำใต้ดิน ทั้งบ่อ
น้ำต้ืน และบอ่ บาดาล และสภาพของบอ่ (Water Inventory) รวมทั้งการใชน้ ำ้ ใตด้ นิ ในปจั จบุ นั
3) วธิ กี ารเกบและวิเคราะหต์ ัวอย่างนำ้ คุณภาพน้ำใตด้ นิ
ทำการรวบรวมข้อมลู แหลง่ น้ำใตด้ ิน บรเิ วณพ้นื ที่โครงการและบรเิ วณใกล้เคยี ง ประกอบดว้ ย
1. ข้อมลู แผนท่ี อุทกธรณีวิทยา มาตราสว่ น 1:250,000 จากกรมทรัพยากรธรณี
2. ข้อมลู บอ่ บาดาลจากกรมทรพั ยากรนำ้ บาดาล
3. ข้อมูลพน้ื ฐานดา้ นแหล่งนำ้ จากทีว่ า่ การอำเภอป่าบอน
4. ระบุพิกดั และความลึกของบอ่
- ทำการรวบรวมและทบทวนข้อมลู ทตุ ิยภมู ิจากเอกสารรายงานท่ีเก่ยี วข้อง
- ดำเนินการสำรวจภาคสนาม เพ่ือรวบรวมขอ้ มูลทเ่ี ก่ียวกับประเภทและจำนวนบ่อน้ำใต้ดิน ท้งั บ่อ
นำ้ ตน้ื และบอ่ บาดาล และสภาพของบอ่ (Water Inventory) รวมทั้งการใช้นำ้ ใตด้ ินในปจั จบุ ัน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-124 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
- ทำการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดิน 2 ครั้ง ตามฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ท้ังจากบ่อน้ำต้ืนและ
บ่อบาดาล ทอ่ี ยใู่ กลเ้ คยี งพื้นท่โี ครงการแสดงดงั รูปท่ี 3.1.9-1 และตารางท่ี 3.1.9-1 โดยมจี ดุ เกบ็ ตวั อย่าง 3 สถานี ได้แก่
สถานที ่ี 1 บ่อนำ้ ใต้ดินท่บี า้ นเหมอื งตะกวั่ พิกดั 619262E, 798489N
สถานีที่ 2 บ่อน้ำใตด้ นิ ท่ีบ้านทงุ่ หนกั ยอ พกิ ัด 620392E, 803059N
สถานที ่ี 3 บ่อนำ้ ใตด้ นิ ทบ่ี ้านคลองใหญ่ พกิ ดั 619306E, 805993N
สำหรับดัชนีคุณภาพนำ้ ท่ีจะทำการตรวจวัด ได้แก่ ความเปน็ กรด-ดา่ ง, สี, อุณหภูมิ, ความขุ่น,
ความนำไฟฟา้ , ความเคม็ , ความกระด้างทง้ั หมด, ปริมาณของแขง็ ที่ละลายได้ทัง้ หมด, ไนเตรท, ซัลเฟต, เหลก็ , สังกะสี, ตะก่วั ,
สารหนู, ซลิ เิ นยี ม, ทองแดง, โครเมยี ม เฮกซาวาเลนท์, นิเกิล, ปรอท, แมงกานีส, แคดเมยี ม, ฟลูออไรด์, คลอไรด์, โคลิ
ฟอร์มแบคทีเรียท้ังหมด, ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทเี รยี , อีโคไล และสารกำจัดศตั รูพชื
ท้ั งนี้ วิธี ก ารวิ เค รา ะห์ แล ะ ดั ช นี ก า รต รวจ วัด จ ะเป็ น ไป ต า ม ป ระ กา ศ ข อ งค ณ ะ ก รรม ก า ร
ส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับท่ี 20 พ.ศ.2543 ซ่ึงกำหนดให้ใช้วิธีการมาตรฐานสำหรับการวิเคราะห์น้ำและน้ำเสีย
(Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater) ซ่ึ ง American Public Health
Association, American Water works Association and water Environmental Federation ข อ ง
สหรฐั อเมรกิ าร่วมกันกำหนดหรือตามคมู่ อื วิเคราะห์นำ้ และน้ำเสียของสมาคมวิศวกรสิง่ แวดล้อมแหง่ ประเทศไทย
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-125 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
รปู ที่ 3.1.9-1 สถานีเกบตวั อย่างคุณภาพน้ำใต้ดนิ ของโครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-126 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.1.9-1 ลักษณะคณุ สมบตั ขิ องน้ำใต้ดินและวิธกี ารที่ใช้ในการศกึ ษาวิเคราะห์
พารามเิ ตอร์ หนว่ ย วธิ ีการวัด/วิเคราะห์1/
1. สี (Color) Pt-Co Visual Comparison Method
2. ความขุ่น (Turbidity) NTU Nephelometric Method
3. ความเปน็ กรด-ด่าง (pH) Electrometric Method
4. การนำไฟฟ้า (Conductivity) - Electrometric Conductivity
5. ความเค็ม (Salinity) µs/cm Electrometric Conductivity
6. เหล็ก (Fe) ppt Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
7. แมงกานสี (Mn) mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
8. ทองแดง mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
9. สังกะสี mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
10. ซัลเฟต mg/l Ion Chromatography Method
11. คลอไรด์ (Cl-) mg/l Ion Chromatography Method
12. ฟลอู อไลด์ mg/l Ion Chromatography Method
13. ไนเตรท (NO3-) mg/l Ion Chromatography Method
14. ความกระด้างทั้งหมด Total Hardness as CaCO3 mg/l EDTA Titrimetric Method
15. ปริมาณของแข็งท่ีละลายได้ (TDS) mg/l Dried at 180°C
16. สารหนู mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic
mg/l Absorption Spectrometric Method
17. ไซยาไนด์ Distillation, Colorimetric Method
18. ตะกว่ั mg/l Digestion, Electrothermal Atomic Absorption
mg/l Spectrometric Method
19. ปรอท Digestion, Cold-Vapor Atomic Absorption
mg/l Spectrometric Method
20. แคดเมียม Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
21. ซลี เี นยี ม mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic
mg/l Absorption Spectrometric Method
22. อีโคไล (E.Coli) Most Probable Number Method
23. ความกระด้างถาวร MPN/100 ml EDTA Titrimetric Method
24. บักเตรีที่ตรวจพบโดยวิธี Standard plate count mg/l Standard plate count
Colony/ml
หมายเหตุ : 1/ แหล่งนำ้ ประเภทท่ี 3 (การอุปโภคและบริโภคตอ้ งผ่านการฆา่ เชื้อโรคตามปกตแิ ละผ่านกระบวนการปรบั ปรุงคุณภาพน้ำ
ทัว่ ไปกอ่ น และเพ่อื การเกษตร) ตามประกาศคณะกรรมการส่งิ แวดลอ้ มแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 (พ.ศ.2537) เรือ่ งกำหนด
มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งนำ้ ผวิ ดิน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-127 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
4) ผลการศึกษา
(1) ข้อมูลทุตยิ ภมู ิ
ช้ันหินให้นำ้ โครงการอ่างเกบนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั
จากการตรวจสอบแผนที่น้ำบาดาลจังหวัดพัทลุง มาตราส่วน 1:100,000 กองน้ำบาดาล
กรมทรัพยากรธรณี พ.ศ.2544 พบว่าบริเวณพ้ืนท่ีตั้งเขื่อนและอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว พบว่าทั้งหมดเป็นชั้นหิน
ให้น้ำหินแกรนิต (Gr) ส่วนบริเวณพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการส่วนใหญ่เป็นชัน้ หินให้น้ำตะกอนก่ึงหินแปรยคุ คาร์
บอนิเฟอรสั (CMS) รองลงมาคือชัน้ หินใหน้ ำ้ ตะกอนเศษหนิ เชงิ เขา (Qcl) รายละเอียดแสดงดังรูปท่ี 3.1.9-2
1. ช้ันหนิ ให้นำ้ ตะกอนตะพกั ลำนำ้ (High Terrace Aquifer: Qht)
ประกอบด้วยช้ันของตะกอน กรวดขนาดใหญ่ ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ที่เกิดจากการพัด
พามาสะสมทางน้ำสมัยโบราณ ขนาดของกรวดมีตั้งแต่ 2 เซนติเมตร จนถึงมากกว่า 20 เซนติเมตร มีความกลมมน
ปานกลางถึงกลมมนค่อนข้างสูง การคัดขนาดไม่ดี ประกอบดว้ ย ควอตซเ์ ซิร์ด ควอรต์ ไซต์ ควอตซ์ซีสต์ หินทราย หิน
ทรายแป้ง และหินแกรนิต ตะกอนทางน้ำปัจจุบันบางส่วนวางตัวอยู่ด้านล่างของตะกอนทางน้ำปัจจุบัน ชั้นหิน
ดังกล่าวให้คุณภาพน้ำดี ปริมาณการให้น้ำส่วนใหญ่ อยู่ในช่วง 5 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ช่ัวโมง ความลึกที่พัฒนาน้ำ
บาดาลอยู่ในชว่ ง 20 – 70 เมตร
2. ช้ันหนิ ให้นำ้ ตะกอนเศษหนิ เชงิ เขา (Colluviums Aquifer: Qcl)
ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว และเศษหิน แตกหักเป็นชั้นตะกอนหนาที่มีการ
คดั ขนาดของเม็ดตะกอน พบทวั่ ไปในบรเิ วณเชงิ เขาทต่ี ดิ ต้อกับบริเวณทีร่ าบ สว่ นประกอบของแตล่ ะช้ันตะกอนขึน้ อยู่
กับชนิดของหินที่เป็นต้นกำเนิดว่าเป็นหินชนิดใด น้ำบาดาลถูกกักเก็บอยู่ภายในช่องระหว่างกรวด ทราย ทรายแป้ง
และเศษหิน ชั้นหินดังกล่าวให้คุณภาพน้ำดี ปริมาณน้ำส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 2 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ช่ัวโมง ความลึกท่ี
พฒั นานำ้ บาดาลอยใู่ นชว่ ง 20 - 70 เมตร
3. ชั้นหินให้น้ำตะกอนกึ่งหินแปรยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous Meta-sedimentary
Aquifer : CMS)
ประกอบด้วยหินดินดาน หินทรายแป้ง หินทราย บางบริเวณถูกขบวนการแปรสภาพสัมผัส
เปลี่ยนไปเป็น หินชนวน หนิ ฟิลไลต์ และหินควอร์ตไซต์ น้ำบาดาลถูกกักเกบ็ อยู่ภายในรอยแตก รอยแยก รอยเล่ือน
บรเิ วณทหี่ ินผุ ซ่ึงแหล่งน้ำบาดาลประเภทน้ีพบในทุกอำเภอของจังหวัดพัทลงุ ชั้นหนิ ดังกล่าวให้คุณภาพนำ้ ดี ปริมาณ
การให้น้ำอยู่ในเกณฑ์ 2 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง และมีบางบริเวณในเขตตำบลแม่ขรี มีปริมาณการให้น้ำอยู่ใน
เกณฑต์ งั้ แต่ 10 ถงึ มากกว่า 20 ลกู บาศกเ์ มตร/ชวั่ โมง สามารถพัฒนานำ้ บาดาลไดท้ ี่ความลึก 20 - 50 เมตร
4. ชน้ั หนิ ให้นำ้ หินแปรอายุไ ลูเรียน-ดโี วเนียน (Silurian-Devonian Metamorphic Aquifers
: SDMM)
ประกอบด้วยหินควอร์ตไซต์ หินฟิลไลต์ หินชีสต์ หินควอร์ตซีสต์ และหินชนวน น้ำบาดาลถูกกัก
เก็บอยู่ในรอยแตก รอยแยก แนวรอยเลื่อน และรอยต่อระหว่างช้ันหิน ช้ันหินดังกล่าวในเขตอำเภอตะโหมดให้
คุณภาพน้ำดี ปรมิ าณการให้น้ำอยู่ในเกณฑ์ 2 – 10 ลกู บาศกเ์ มตร/ช่ัวโมง สามารถพฒั นานำ้ บาดาลได้ทค่ี วามลึก 35-
45 เมตร สำหรับในเขตอำเภอป่าบอน จะมีปริมาณการให้น้ำอยู่ในเกณฑ์ 2 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ความลึก
พฒั นาน้ำบาดาลอยู่ในช่วง 20 – 30 เมตร
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-128 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
รปู ท่ี 3.1.9-2 ช้ันหินใหน้ ้ำและทิศทางการไหลน้ำใตด้ นิ บริเวณพ้นื ที่โครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-129 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
5. ช้นั หนิ ให้นำ้ หินแกรนติ (Granitic Aquifer : Gr)
ซ่ึงเป็นพวกทัวร์มาลีนแกรนิต และไบโอไทต์แกรนิต บางบริเวณมีหินเพ็กมาไทต์ และสายแร่
ควอร์ตแทรก เป็นหินเน้ือแน่นและแข็ง บางบริเวณมีการแตกแบบเป็นกาบ หินท่ีพบในบริเวณที่เนินเตี้ยๆ และบริเวณ
ราบเชงิ เขา มกั เปน็ หนิ ผุจนถึงผุมาก สำหรับในเขตอำเภอตะโหมด และอำเภอป่าบอน ไม่มกี ารพฒั นาในชั้นหินให้นำ้ น้ี
เน่อื งจากเปน็ ท่ภี เู ขาสงู
ทั้ งน้ี จาก ก ารรวบ รวม ข้ อ มู ล บ่ อน้ ำบ าด าล ข องก รม ท รัพ ย าก รน้ ำบ าด าล (ที่ ม า :
http://app.dgr.go.th/newpasutara/xml/map_well.html) บริเวณพื้นที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน พื้นท่ี
ตำบลป่าใหญ่ และตำบล แม่ขรี อำเภอตะโหมด ท่ีมีข้อมูลความลึกพัฒนาของน้ำบาดาล จำนวน 43 บ่อ โดยน้ำ
บาดาลจะกระจายในพ้ืนท่ีชุมชน และพื้นที่รอบนอกของพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ โดยไม่มีบ่อน้ำบาดาลในพื้นท่ีอ่าง
เก็บน้ำ และพ้ืนท่ีตั้งเขื่อนแต่อย่างใด สำหรับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน จากการตรวจสอบข้อมูลความลึกพัฒนา
ของบอ่ น้ำบาดาลโดยรอบพื้นทีโ่ ครงการ พบว่าทศิ ทางการไหลสว่ นใหญจ่ ะไหลตามทิศทางการไหลของน้ำผวิ ดิน คือมี
ทศิ ทางไหลจากทิศใตไ้ ปทางทิศเหนอื และทิศตะวนั ออกเฉียงเหนอื รายละเอยี ดแสดงดงั รูปที่ 3.1.9-3
(2) ผลการสำรวจภาคสนาม
1) ฤดูแล้ง
ดำเนินการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำใต้ดินฤดูแล้ง เม่ือวันท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ.2563 จำนวน 3
สถานีประกอบด้วย สถานีที่ 1 บริเวณระบบประปาบา้ นเหมืองตะกั่ว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัด
พทั ลุง สถานีที่ 2 บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมทู่ ี่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลุง และ
สถานีท่ี 3 บริเวณระบบประปาโรงเรยี นบ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพทั ลุง ดังแสดงใน
รูปที่ 3.1.9-4 ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดินสถานีต่างๆ แสดงดังตารางที่ 3.1.9-2 โดยมีรายละเอียดแสดงดัง
ภาคผนวก ข ผลการศึกษาสรปุ ดังน้ี
สถานีท่ี 1 บริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
จังหวดั พทั ลงุ (พกิ ัด 0619247 E, 0797704 N)
คุณภาพน้ำบาดาลโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าสี 21 Pt-Co ความขุ่นเท่ากับ 0.45 เอ็นทียู
ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 40 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.8 ปริมาณของแข็งแขวนลอยมีค่า
น้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/ลิตร และค่าความเค็ม น้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซ่ึงมีค่าความเค็มต่ำ ส่วนความเป็น
น้ำกระดา้ ง มีคา่ ความกระด้างท้ังหมดเทา่ กับ 10 มิลลกิ รัม/ลิตร มคี า่ อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานน้ำบาดาลทใ่ี ชบ้ รโิ ภค
ปริมาณไนเตรต ซัลเฟต คลอไรด์ เหลก็ และฟลูออไรด์ มคี วามเหมาะสมต่อการนำไปใช้บริโภค มี
คา่ เทา่ กบั 0.51, น้อยกว่า 3.0, 4.6, 0.14 และ 0.10 มลิ ลกิ รัม/ลติ ร ตามลำดับ มีคา่ อยูใ่ นเกณฑ์มาตรฐาน
สำหรับปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลที่ตรวจพบอยใู่ นระดับท่ีตำ่ มาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลที่ใช้บรโิ ภค (เกณฑอ์ นุโลมสงู สุด) ไดแ้ ก่ ปริมาณแมงกานีส มคี ่าเท่ากับ นอ้ ยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณ
ทองแดง มีค่าน้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสงั กะสี มีค่าเท่ากบั 0.022 มิลลิกรัม/ลติ ร ปริมาณสารหนู มคี ่าน้อย
กว่า 0.0005 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณตะก่ัว มีค่าเท่ากับ 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณปรอท มีค่าน้อยกว่า 0.0005
มิลลกิ รัม/ลติ ร ปรมิ าณแคดเมียม มีคา่ น้อยกว่า 0.002 มิลลิกรมั /ลิตร ปริมาณซิลิเนยี มมีค่านอ้ ยกวา่ 0.001 มิลลิกรัม
ลติ ร สำหรับแบคทีเรยี อีโคไลไม่พบจากการสำรวจครงั้ น้ี
สรปุ คุณภาพนำ้ น้ำใต้ดินบรเิ วณระบบประปาบ้านเหมืองตะกว่ั มีคา่ เป็นไปตามเกณฑ์อนุโลมสูงสุด
ตามมาตรฐานนำ้ บาดาลทใ่ี ชใ้ นการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ.2551
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-130 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
รูปท่ี 3.1.9-3 ทศิ ทางการไหลของน้ำบาดาลบริเวณพน้ื ทโี่ ครงการ และใกลเ้ คียง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-131 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
สถานีท่ี 1 บอ่ น้ำใต้ดินบรเิ วณระบบประปาบ้านเหมอื งตะกั่ว พิกัด 619262E, 798489N
สถานที ี่ 2 บอ่ น้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนกั ยอ พกิ ดั 620392E, 803059N
สถานที ี่ 3 บอ่ นำ้ ใตด้ ินระบบประปาโรงเรียนบา้ นคลองใหญ่ พิกดั 619306E, 805993N
รูปที่ 3.1.9-4 การเกบตัวอย่างเพ่ือตรวจวดั คณุ ภาพนำ้ ใตด้ ิน (ฤดแู ลง้ )
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-132 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.1.9-2 ผลการตรวจวิเคราะห์คณุ ภาพนำ้ ใต้ดินฤดแู ลง้ ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ เมือ่ วนั ท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ.2563
สถานี มาตรฐานคุณภาพนำ้ ใต้ดนิ
หน่วย 1 2 3
มาตรฐาน
ดชั นีคณุ ภาพนำ้ มาตรฐานนำ้ บาดาลทใี่ ชบ้ รโิ ภค1/ คุณภาพน้ำใต้
ดนิ 2/
เกณฑ์กำหนด เกณฑ์อนโุ ลม
ท่ีเหมาะสม สงู สุด
1. สี (Color) Pt-Co 21 <5.0 <5.0 5 15 -
2. ความขุ่น (Turbidity) NTU 0.45 0.04 0.18 5 20 -
3. ค่าการนำไฟฟ้า µs/cm 40 52 30 -- -
(Conductivity)
4. ความเปน็ กรด-ด่าง (pH) - 7.8 5.8 7.0 7.0-8.5 6.5-9.2 -
ไม่เกนิ 0.5 1 -
5. เหลก็ (Fe) mg/l 0.14 0.16 0.06 ไม่เกนิ 0.3 0.5 ตอ้ งไม่เกิน 0.5
ไมเ่ กิน 1.0 1.5 ต้องไมเ่ กนิ 1.0
6. แมงกานสี (Mn) mg/l <0.01 0.04 0.08 ไมเ่ กนิ 5.0 15 ตอ้ งไม่เกนิ 5.0
ไม่เกนิ 200 250 -
7. ทองแดง (Cu) mg/l <0.01 <0.01 0.01 ไมเ่ กิน 250 600 -
ไมเ่ กนิ 0.7 1 -
8. สงั กะสี (Zn) mg/l 0.022 <0.015 0.025 ไม่เกนิ 45 45 -
9. ซัลเฟต (SO4 2-) mg/l <3.0 <3.0 <3.0
10. คลอไรด์ (Cl) mg/l 4.6 9.3 12
11. ฟลอู อไรด์ (F) mg/l 0.10 0.08 0.17
12. ไนเตรท (NO3-) mg/l 0.51 1.86 1.77
13. ความกระด้างทั้งหมด (Total mg/l 10 6.0 97 ไม่เกนิ 300 500 -
Hardness)
14. สารหนู (As) mg/l <0.0.05 <0.0005 <0.0005 ตอ้ งไมม่ ีเลย 0.05 ต้องไม่เกนิ 0.01
ต้องไม่มเี ลย
15. ตะก่ัว (Pb) mg/l 0.002 0.008 0.005 0.05 ตอ้ งไมเ่ กิน 0.01
ตอ้ งไม่มเี ลย
16. ปรอท (Hg) mg/l <0.0005 <0.0005 <0.0005 0.001 ตอ้ งไม่เกิน
ต้องไม่มเี ลย 0.001
17. แคดเมยี ม (Cd) mg/l <0.002 <0.002 <0.002 ตอ้ งไมม่ ีเลย 0.01 ตอ้ งไมเ่ กนิ
- 0.003
18. ซลิ เิ นยี ม (Se) mg/l <0.001 <0.001 <0.001 None 0.01 ตอ้ งไมเ่ กนิ 0.01
ไม่เกนิ 600
19. ค่าความเค็ม (Salinity) ppt <0.1 <0.1 <0.1 --
None
20 อโี คไล (E.coli) MPN/100 ml None None None ไม่เกนิ 200 --
ไม่เกิน 200
21. ปริมาณของแข็งท้ังหมด (TDS) mg/l <50 <50 173 1,200 -
22. ไซยาไนด์ mg/l 0.002 0.001 0.001 0.1 -
23. Standard plate count Colonies/ml 6 12 8 250 -
24. ความกระดา้ งถาวร mg/l <0.3 <0.3 <0.3 250 -
หมายเหตุ : 1/ ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม (พ.ศ.2551)
2/ ประกาศคณะกรรมการส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 20 (พ.ศ.2543)
จุดเกบ็ ตวั อยา่ งนำ้ ใต้ดนิ
สถานีท่ี 1 บอ่ นำ้ ใต้ดนิ ทบ่ี า้ นเหมอื งตะกวั่ พกิ ดั 619262E, 798489N
สถานที ี่ 2 บอ่ น้ำใตด้ นิ ท่ีบา้ นทุง่ หนกั ยอ พกิ ดั 620392E, 803059N
สถานีที่ 3 บ่อนำ้ ใตด้ ินที่บา้ นคลองใหญ่ พกิ ดั 619306E, 805993N
ดำเนินการโดย : บรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา, 2563
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-133 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
สถานีที่ 2 บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมู่ท่ี 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด
จังหวดั พทั ลงุ (พิกัด 0619570 E, 0802812 N)
คุณภาพนำ้ บาดาลโดยท่ัวไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีสีนอ้ ยกว่า 5 Pt-Co ความขุ่นเทา่ กับ 0.04 เอ็นที
ยู คา่ การนำไฟฟา้ เทา่ กบั 52 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเปน็ กรด-ด่างเท่ากบั 5.8 ปริมาณของแขง็ แขวนลอยมคี ่า
น้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/ลิตร และค่าความเค็มเท่ากับ น้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซึ่งมีค่าความเค็มต่ำ ส่วน
ความเปน็ นำ้ กระด้าง มคี ่าความกระด้างทง้ั หมดเท่ากับ 6.0 มิลลิกรัม/ลิตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานนำ้ บาดาลท่ีใช้
บรโิ ภค
ปริมาณไนเตรต ซัลเฟต คลอไรด์ เหล็ก และฟลูออไรด์ มีความเหมาะสมตอ่ การนำไปใชบ้ ริโภค มี
คา่ เทา่ กบั 1.86, นอ้ ยกวา่ 3.0, 9.3, 0.16 และ 0.08 มิลลิกรมั /ลติ ร ตามลำดับ มคี า่ อยใู่ นเกณฑ์มาตรฐาน
สำหรับปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลที่ตรวจพบอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลท่ใี ชบ้ รโิ ภค (เกณฑอ์ นุโลมสงู สดุ ) ไดแ้ ก่ ปรมิ าณแมงกานีส มีคา่ เท่ากับ 0.04 มลิ ลิกรัม/ลิตร ปรมิ าณทองแดง มี
ค่าน้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสังกะสี มีค่าน้อยกว่า 0.015 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสารหนู มีค่าน้อยกว่า
0.0005 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณตะกั่ว มีค่าเท่ากับ 0.008 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณปรอท มีค่าน้อยกว่า 0.0005
มิลลกิ รัม/ลิตร ปรมิ าณแคดเมียม มีคา่ น้อยกว่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณซิลิเนียมมีค่าน้อยกวา่ 0.001 มลิ ลิกรัม
ลติ ร สำหรบั แบคทีเรียกลุ่มอโี คไลไม่พบจากการสำรวจครง้ั นี้
สรุปคุณภาพน้ำน้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์กำหนดที่
เหมาะสมตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม พ.ศ.2551
สถานีท่ี 3 บริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะ
โหมด จงั หวัดพทั ลงุ (พกิ ดั 0619172 E, 0805959 N)
คุณภาพนำ้ บาดาลโดยทวั่ ไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมสี ีน้อยกวา่ 5 Pt-Co ความขุ่นเท่ากับ 0.18 เอ็นทยี ู
ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 30 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.0 ปริมาณของแข็งแขวนลอยมีค่า
น้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/ลิตร และค่าความเค็มเท่ากับ น้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซ่ึงมีค่าความเค็มต่ำ ส่วน
ความเป็นน้ำกระด้าง มีค่าความกระด้างทั้งหมดเท่ากับ 97 มิลลิกรัม/ลิตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้
บริโภค
ปริมาณไนเตรต ซลั เฟต คลอไรด์ เหลก็ และฟลูออไรด์ มคี วามเหมาะสมตอ่ การนำไปใชบ้ ริโภค มี
คา่ เท่ากบั 1.77, นอ้ ยกว่า 3.0, 12, 0.06 และ 0.17 มิลลิกรมั /ลติ ร ตามลำดับ มคี ่าอยใู่ นเกณฑ์มาตรฐาน
สำหรบั ปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลที่ตรวจพบอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลทีใ่ ช้บริโภค (เกณฑอ์ นโุ ลมสูงสุด) ไดแ้ ก่ ปริมาณแมงกานสี มคี า่ เท่ากบั 0.08 มิลลกิ รัม/ลติ ร ปริมาณทองแดง มี
ค่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสังกะสี มีค่าเท่ากับ 0.025 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสารหนู มีค่าน้อยกว่า 0.0005
มลิ ลิกรมั /ลิตร ปริมาณตะก่ัว มีค่าเท่ากับ 0.005 มิลลกิ รัม/ลิตร ปริมาณปรอท มีค่าน้อยกว่า 0.0005 มิลลกิ รมั /ลิตร
ปริมาณแคดเมียม มีค่าน้อยกว่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณซิลิเนียมมีค่าน้อยกว่า 0.001 มิลลิกรัมลิตร สำหรับ
แบคทีเรยี กล่มุ อีโคไลไมพ่ บจากการสำรวจคร้ังน้ี
สรุปคุณภาพน้ำน้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์กำหนดท่ี
เหมาะสมตามมาตรฐานนำ้ บาดาลท่ใี ช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2551
สรุปคุณภาพน้ำใต้ดิน พบว่า สถานีท่ี 1 บริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ท่ี 1 สถานีท่ี 2
บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมู่ที่ 10 และสถานีท่ี 3 บริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 1
พบวา่ คุณภาพนำ้ ดา้ นกายภาพ ภาพรวมคา่ คณุ ภาพน้ำอย่ใู นเกณฑก์ ำหนดทเ่ี หมาะสมของมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใชใ้ น
การบริโภค ยกเว้น ปริมาณโลหะหนัก สารหนู ตะก่ัว ปรอท แคดเมียม และซิลิเนียม ในน้ำบาดาลที่ยังอยู่ในเกณฑ์
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-134 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภค สามารถใช้เพื่อการบริโภคได้โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคทั่วไป
ก่อน และเมือ่ เปรยี บเทยี บมาตรฐานนำ้ ใต้ดนิ ที่ใช้บรโิ ภค ทุกคา่ คุณภาพนำ้ ใต้ดินยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศ
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ.2551
2) ฤดู น
ดำเนินการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำใต้ดินฤดูแล้ง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2563 จำนวน 3
สถานีประกอบด้วย สถานีท่ี 1 บริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะกั่ว หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัด
พัทลุง สถานีท่ี 2 บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง และ
สถานีที่ 3 บริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ดัง
แสดงใน รูปที่ 3.1.9-5 ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดินสถานีต่างๆ แสดงดังตารางท่ี 3.1.9-3 โดยมีรายละเอียดแสดง
ดงั ภาคผนวก ข ผลการศึกษาสรุปดงั น้ี
สถานีที่ 1 บริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
จังหวัดพทั ลงุ (พกิ ัด 0619247 E, 0797704 N)
คุณภาพน้ำบาดาลโดยท่ัวไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าสีน้อยกว่า 5 Pt-Co ความขุ่นเท่ากับ 2.6
เอ็นทียู ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 34 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.9 ปริมาณของแข็ง
แขวนลอยมีค่าน้อยกว่า 50 มิลลิกรมั /ลิตร และค่าความเค็มมีค่าน้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซึ่งมีค่าความเค็ม
ต่ำ สว่ นความเป็นนำ้ กระดา้ ง มีค่าความกระดา้ งทัง้ หมดเท่ากับ 7 มิลลกิ รัม/ลิตร มีคา่ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาล
ที่ใช้บริโภค
ปริมาณไนเตรต ซลั เฟต คลอไรด์ เหล็ก และฟลอู อไรด์ มคี วามเหมาะสมตอ่ การนำไปใช้บริโภค มี
คา่ เท่ากับ 0.50, มคี า่ น้อยกว่า 3.0, 5.8, 0.11 และ 0.04 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดบั มีคา่ อย่ใู นเกณฑม์ าตรฐาน
สำหรบั ปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลที่ตรวจพบอยู่ในระดับท่ีต่ำมาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลที่ใช้บริโภค (เกณฑ์อนุโลมสูงสดุ ) ไดแ้ ก่ ปรมิ าณแมงกานสี มคี า่ เท่ากับ 0.01 มิลลกิ รัม/ลิตร ปริมาณทองแดงมี
ค่าน้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสังกะสี มีค่าเท่ากับ 0.052 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสารหนูมีค่าน้อยกว่า
0.0005 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณตะกั่ว มีค่าเท่ากับ 0.001 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณปรอทมีค่าน้อยกว่า 0.0005
มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณแคดเมียมมีค่าน้อยกว่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณซิลิเนียม มีค่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร
สำหรับแบคทีเรียอีโคไล ซึ่งเป็นโคลิฟอร์มแบคทีเรียชนิดหนึ่งท่ีสามารถทำให้ท้องร่วงได้ ตรวจพบ 4 เอ็มพีเอ็น/100
มลิ ลิลิตร
สรุปคุณภาพน้ำน้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะก่ัว มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์อนุโลม
สูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยกเว้น
อโี คไล ซง่ึ สามารถใชเ้ พ่อื การบรโิ ภคได้โดยตอ้ งผ่านการฆา่ เชอ้ื โรคท่ัวไปก่อน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-135 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
สถานที ี่ 1 บ่อนำ้ ใตด้ ินบริเวณระบบประปาบา้ นเหมืองตะกว่ั พิกดั 619262E, 798489N
สถานที ี่ 2 บอ่ น้ำใตด้ นิ บริเวณระบบประปาบ้านท่งุ หนักยอ พกิ ัด 620392E, 803059N
สถานีที่ 3 บ่อนำ้ ใต้ดนิ ระบบประปาโรงเรียนบา้ นคลองใหญ่ พิกัด 619306E, 805993N
รูปที่ 3.1.9-5 การเกบตัวอย่างเพ่ือตรวจวัดคุณภาพน้ำใต้ดนิ (ฤดู น)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-136 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.1.9-3 ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพนำ้ ใต้ดนิ ฤดู นในบรเิ วณพื้นทโ่ี ครงการ เมื่อวนั ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2563
สถานี มาตรฐานคุณภาพน้ำใตด้ นิ
หน่วย 1 2 3
มาตรฐาน
ดชั นีคุณภาพน้ำ มาตรฐานน้ำบาดาลทใ่ี ชบ้ รโิ ภค1/ คุณภาพนำ้ ใต้
ดนิ 2/
เกณฑก์ ำหนด เกณฑ์อนุโลม
ทเ่ี หมาะสม สงู สดุ
1. สี (Color) Pt-Co <5.0 <5.0 <5.0 5 15 -
2. ความขุ่น (Turbidity) NTU 2.6 0.4 0.3 5 20 -
3. คา่ การนำไฟฟ้า µs/cm 34 297 55 -- -
(Conductivity)
4. ความเป็นกรด-ดา่ ง (pH) - 7.9 7.4 5.7 7.0-8.5 6.5-9.2 -
ไมเ่ กิน 0.5 1 -
5. เหลก็ (Fe) mg/l 0.11 0.11 0.15 ไม่เกนิ 0.3 0.5 ต้องไม่เกิน 0.5
ไมเ่ กนิ 1.0 1.5 ตอ้ งไม่เกนิ 1.0
6. แมงกานีส (Mn) mg/l 0.01 0.47 0.04 ไม่เกิน 5.0 15 ตอ้ งไมเ่ กนิ 5.0
ไมเ่ กิน 200 250 -
7. ทองแดง (Cu) mg/l <0.01 0.01 0.01 ไมเ่ กิน 250 600 -
ไมเ่ กิน 0.7 1 -
8. สังกะสี (Zn) mg/l 0.052 0.104 0.028 ไมเ่ กิน 45 45 -
9. ซัลเฟต (SO4 2-) mg/l <3.0 <3.0 3.0
10. คลอไรด์ (Cl) mg/l 5.8 9.3 9.3
11. ฟลูออไรด์ (F) mg/l 0.04 <0.02 <0.02
12. ไนเตรท (NO3-) mg/l 0.50 1.8 2.10
13. ความกระด้างทั้งหมด (Total mg/l 7 108 11 ไม่เกิน 300 500 -
Hardness)
14. สารหนู (As) mg/l <0.0005 <0.0005 <0.0005 ต้องไมม่ ีเลย 0.05 ตอ้ งไม่เกนิ 0.01
ตอ้ งไม่มีเลย
15. ตะก่วั (Pb) mg/l 0.001 0.002 0.001 0.05 ตอ้ งไม่เกนิ 0.01
ตอ้ งไมม่ ีเลย
16. ปรอท (Hg) mg/l <0.0005 <0.0005 <0.0005 0.001 ตอ้ งไม่เกนิ
ตอ้ งไมม่ ีเลย 0.001
17. แคดเมยี ม (Cd) mg/l <0.002 <0.002 <0.002 ต้องไมม่ เี ลย 0.01 ต้องไม่เกนิ
- 0.003
18. ซิลเิ นียม (Se) mg/l 0.002 <0.001 0.002 None 0.01 ต้องไมเ่ กนิ 0.01
ไมเ่ กนิ 600
19. ค่าความเคม็ (Salinity) ppt <0.1 <0.1 <0.1 --
None
20 อโี คไล (E.coli) MPN/100 ml 4 None None ไมเ่ กนิ 200 --
ไม่เกิน 200
21. ปริมาณของแข็งทั้งหมด (TDS) mg/l <50 208 <50 1,200 -
22. ไซยาไนด์ mg/l 0.001 0.001 0.001 0.1 -
23. Standard plate count Colonies/ml 15 10 16 250 -
24. ความกระด้างถาวร mg/l <0.3 <0.3 4.6 250 -
หมายเหตุ : 1/ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม (พ.ศ.2551)
2/ ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 20 (พ.ศ.2543)
จุดเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดนิ
สถานที ่ี 1 บอ่ นำ้ ใต้ดินทีบ่ ้านเหมอื งตะกวั่ พกิ ัด 619262E, 798489N
สถานที ่ี 2 บอ่ น้ำใตด้ นิ ทบ่ี ้านทุง่ หนกั ยอ พิกดั 620392E, 803059N
สถานที ่ี 3 บ่อนำ้ ใต้ดินท่ีบ้านคลองใหญ่ พกิ ดั 619306E, 805993N
ดำเนินการโดย : บริษทั ทป่ี รกึ ษา, 2563
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-137 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
สถานีที่ 2 บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด
จังหวดั พัทลงุ (พิกดั 0619570 E, 0802812 N)
คุณภาพน้ำบาดาลโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีสีมีค่าน้อยกว่า 5 Pt-Co ความขุ่นเท่ากับ 0.04
เอ็นทียู ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 297 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7.4 ปริมาณของแข็ง
แขวนลอย มคี ่า 208 มิลลิกรัม/ลิตร และค่าความเค็มเทา่ กับมีค่าน้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซ่ึงมีคา่ ความเค็ม
ต่ำ ส่วนความเป็นน้ำกระด้าง มีค่าความกระด้างท้ังหมดเท่ากับ 108 มิลลิกรัม/ลิตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลท่ใี ชบ้ ริโภค
ปรมิ าณไนเตรต ซัลเฟต คลอไรด์ เหล็ก และฟลอู อไรด์ มีความเหมาะสมตอ่ การนำไปใช้บริโภค มี
ค่าเท่ากับ 1.80 มีค่าน้อยกว่า 3.0, 9.3, 0.11 และ มีค่าน้อยกว่า 0.02 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ มีค่าอยู่ในเกณฑ์
มาตรฐาน
สำหรบั ปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลที่ตรวจพบอยู่ในระดับท่ีต่ำมาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลทใี่ ช้บรโิ ภค (เกณฑอ์ นุโลมสงู สุด) ได้แก่ ปรมิ าณแมงกานีส มีค่าเทา่ กบั 0.47 มิลลิกรัม/ลิตร ปรมิ าณทองแดงมี
ค่าน้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสังกะสี มีค่า 0.104 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสารหนูมีค่าน้อยกว่า 0.0005
มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณตะกั่ว มีค่าเท่ากับ 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณปรอทมีค่าน้อยกว่า 0.0005 มิลลิกรัม/ลิตร
ปริมาณแคดเมียมมีค่าน้อยกว่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณซิลิเนียมมีค่าน้อยกว่า 0.001 มิลลิกรัมลิตร สำหรับ
แบคทีเรยี กลุ่มอโี คไลไม่พบจากการสำรวจคร้งั น้ี
สรุปคุณภาพน้ำน้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์กำหนดที่
เหมาะสมตามมาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม พ.ศ.2551
สถานีท่ี 3 บริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ หมู่ท่ี 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะ
โหมด จังหวัดพัทลุง (พกิ ดั 0619172 E, 0805959 N)
คุณภาพน้ำบาดาลโดยท่ัวไปอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีสีมีค่าน้อยกว่า 5 Pt-Co ความขุ่นเท่ากับ 0.3
เอ็นทียูค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 55 ไมโครซีเมนส์/เซนติเมตร ความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 5.7 ปริมาณของแข็ง
แขวนลอยมีค่าน้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/ลิตร และค่าความเค็มเท่ากับมีค่าน้อยกว่า 0.1 ส่วนในพันล้านส่วน ซ่ึงมีค่า
ความเค็มต่ำ ส่วนความเป็นน้ำกระด้าง มีค่าความกระด้างทั้งหมดเท่ากับ 11 มิลลิกรัม/ลิตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์
มาตรฐานนำ้ บาดาลทใี่ ช้บรโิ ภค
ปรมิ าณไนเตรต ซลั เฟต คลอไรด์ เหลก็ และฟลูออไรด์ มีความเหมาะสมตอ่ การนำไปใชบ้ รโิ ภค มี
คา่ เท่ากับ 2.10, 3.0, 9.3, 0.15 และ มีค่าน้อยกวา่ 0.02 มลิ ลิกรมั /ลิตร ตามลำดบั มคี ่าอยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
สำหรบั ปริมาณโลหะหนักในน้ำบาดาลท่ีตรวจพบอย่ใู นระดับที่ต่ำมาก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานน้ำ
บาดาลทใ่ี ช้บรโิ ภค (เกณฑ์อนุโลมสูงสดุ ) ได้แก่ ปรมิ าณแมงกานีส มคี า่ เท่ากบั 0.04 มลิ ลิกรมั /ลิตร ปรมิ าณทองแดง มี
ค่า 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสังกะสี มีค่าเท่ากับ 0.028 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณสารหนูมีค่าน้อยกว่า 0.0005
มลิ ลิกรัม/ลิตร ปริมาณตะกั่ว มีค่าเท่ากับ 0.001 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณปรอทมีค่าน้อยกว่า 0.0005 มิลลิกรัม/ลิตร
ปรมิ าณแคดเมียมมีค่าน้อยกว่า 0.002 มิลลิกรัม/ลิตร ปริมาณซิลิเนียม มีค่า 0.002 มิลลิกรัมลิตร สำหรบั แบคทีเรีย
กลมุ่ อโี คไลไมพ่ บจากการสำรวจครงั้ นี้
สรุปคุณภาพน้ำน้ำใต้ดินบริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์กำหนดที่
เหมาะสมตามมาตรฐานนำ้ บาดาลท่ีใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม พ.ศ.2551
สรุปคุณภาพน้ำใต้ดิน พบว่า สถานีที่ 1 บริเวณระบบประปาบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ที่ 1 สถานีที่ 2
บริเวณระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ หมู่ที่ 10 และสถานีท่ี 3 บริเวณระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 1
พบวา่ คุณภาพน้ำดา้ นกายภาพ ภาพรวมค่าคณุ ภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์กำหนดทเี่ หมาะสมของมาตรฐานนำ้ บาดาลที่ใชใ้ น
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-138 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
การบรโิ ภค ปรมิ าณโลหะหนกั สารหนู ตะก่วั ปรอท แคดเมยี ม และซิลิเนียม ในน้ำบาดาลทยี่ งั อยใู่ นเกณฑ์อนุโลมสูงสุด
ตามมาตรฐานนำ้ บาดาลทใี่ ช้ในการบริโภค และเม่ือเปรียบเทยี บมาตรฐานน้ำใต้ดินทใี่ ช้บรโิ ภค ทุกค่าคุณภาพนำ้ ใต้ดิน
ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2551 ยกเว้น แบคทีเรียอี
โคไล ท่ตี รวจพบในสถานีท่ี 1 ซง่ึ สามารถใช้เพอื่ การบรโิ ภคได้โดยต้องผา่ นการฆา่ เช้อื โรคทั่วไปกอ่ น
3.1.10 พ้นื ที่ชมุ่ นำ้
1) ขอบเขตและวธิ ีการศกึ ษา
(1) การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและรายงานวิจัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประกอบด้วยแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:5000 ลำดับชุด L-7018 ของกรมแผนที่ทหาร แผนท่ีการใช้ที่ดิน
มาตราส่วน 1:25,000 ของกรมพัฒนาท่ีดิน ภาพถ่ายออร์โธสีเชิงเลข มาตราส่วน 1:4,000 ของกรมพัฒนาท่ีดิน
รายงานผลการสำรวจจัดทำบัญชีรายชอื่ สถานภาพและฐานข้อมูลพ้นื ท่ีชุ่มน้ำของประเทศไทยโดยคณะอนุกรรมการ
การจัดการพ้ืนท่ีชุ่มน้ำและสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากรายงานพ้ืนที่ชุ่มน้ำ
ของสำนักงานโยบายและแผนทรัพยากรรรมชติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2542 ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำตามมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี 1 สิงหาคม 2543 และบัญชีรายชื่อแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ของท้องถ่ินตามมติ
คณะรฐั มนตรเี ม่ือวันท่ี พฤศจกิ ายน 2532
(2) การสำรวจตรวจสอบสภาพท่ัวไปของพื้นที่ชุ่มน้ำในพ้ืนที่โครงการและโดยรอบจะดำเนินการไป
พร้อมกับการศึกษาระบนิเวศวิทยาทางนำ้ รวมท้ังการใช้ประโยชนข์ องประชาชนและมาตรการอ่ืนๆ ท่ีชมุ ชนกำหนด
ขน้ึ เชน่ การอนุรักษ์หรือการกำหนดมาตรการป้องกนั เพือ่ สงวนพ้ืนทีไ่ ว้ เป็นตนั
2) ผลการศกึ ษา
(1) พื้นท่ีชุ่มน้ำในประเทศไทยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้สำรวจและพบว่าประเทศไทยมีพ้ืนท่ีชุ่มน้ำ ประกอบด้วยป่าชาย
เลน ป่าพรุ หนอง บึง สนุ่น ทะเลสาบและแม่น้ำกระจายอยู่ท่ัวประเทศ รวมเนื้อท่ีได้ ประมาณ 22,885,100 ไร่
เทา่ กบั รอ้ ยละ 6.75 ของพ้ืนทีป่ ระเทศไทยโดยแบ่งกล่มุ ตามลำดบั ความสำคัญตามอนุสญั ญาแรมซาร์ได้ดงั นี้
- พ้นื ที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับระหวา่ งประเทศ (Ramsar Site) จำนวน 14 แห่ง
- พน้ื ที่ชุ่มนำ้ ทม่ี ีความสำคัญระดบั นานาชาติ จำนวน 69 แห่ง
- พื้นที่ชุ่มนำ้ ทม่ี คี วามสำคญั ระดับชาติ จำนวน 47 แห่ง
- พื้นท่ีชุ่มนำ้ ที่มีความสำคัญระดับท้องถน่ิ จำนวน 19,295 แหง่
(2) พนื้ ที่ชุ่มน้ำในจังหวัดพัทลงุ
จากการศึกษาทบทวนและตรวจสอบข้อมูลพื้นที่จังหวัดพัทลุง และเอกสารรายงานพื้นท่ีชุ่มน้ำ
ภาคใต้ของสำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชตแิ ละสิ่งแวดล้อม (พ.ศ.2542) พบว่าในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุงมี
พื้นท่ีชุ่มน้ำระดับนานาชาติ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ พื้นท่ีชุ่มน้ำในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและพื้นที่ชุ่มน้ำในเขต
หา้ มล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมพี ้ืนท่ีชุ่มนำ้ ทมี่ ีความสำคัญระหวา่ งประเทศจำนวน 1 แห่ง คอื พนื้ ที่ชุ่มน้ำพรุ
ควนชี้เสียน พ้ืนท่ีชุ่มน้ำระดับท้องถ่ินในจังหวัดพัทลุงมี จำนวน 304 แห่ง จำแนกเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภททะเล/
ชายฝงั่ /แหล่งปะการัง/หญ้าทะเลจำนวน 9 แห่ง คลอง/ห้วย/แมน่ ำ้ /ลำธาร จำนวน 213 แห่ง บึง/ทะเลสาบ จำนวน
74 แห่ง และหนองน้ำท่ลี ่มุ แฉะ จำนวน 8 แห่ง สำหรับพนื้ ท่ีชุ่มนำ้ ท่ีมีความสำคญั ระดับนานาชาติ และพ้ืนท่ีชุม่ น้ำทีม่ ี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-139 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ความสำคัญระหวา่ งประเทศ สรปุ ข้อมลู ความสำคัญได้ดังน้ี
2.1) พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามลา่ สตั วป์ ่าทะเลน้อย
ก) ท่ีตง้ั และพ้ืนที่ พ้นื ท่ีชุ่มนำ้ ในเขตหา้ มล่าสัตวป์ า่ ทะเลน้อย ต้ังอย่ใู นพ้ืนท่อี ำเภอควนขนุน
จังหวดั พัทลุง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และอำเภอหัวไทร จงั หวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อท่ีประมาณ 457 ตาราง
กิโลเมตร (285,625 ไร)่
ข) สถานภาพทากายภาพ ทะเลนอ้ ยเป็นพ้ืนที่ชุ่มน้ำท่ีประกอบดว้ ย ป่าพรนุ ำ้ จืดทีม่ นี ำ้ ทว่ ม
ขังเกอื บตลอดปี และหนองน้ำ ระหว่างทะเลนอ้ ยและทะเลหลวงมีแนวเนินทรายธรรมชาติสูงประมาณ 05 เมตร กั้น
อยู่ มีคลองเช่ือมต่อกับทะเลสาบสงขลา กว้างประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนท่ีเป็นป่าพรุเสม็ดมีเน้ือที่ประมาณ 429
ตารางกิโลเมตร (268,125 ไร่) พื้นน้ำมีเนื้อที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร (17,500 ไร่) ที่จัดเป็นพ้ืนที่ชุ่มน้ำถาวร
น้ำลกึ ประมาณ 1.1-1.2 เมตร ต้นน้ำของทะเลน้อยมาจากเทอื กเขาบรรทัด ซง่ึ อยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลน้อย น้ำ
ไหลออกไปทางคลองนางเรียมและคลองยวนลงสู่ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อยมีพ้ืนท่ีผิวน้ำและปริมาตรน้ำ
เปลยี่ นแปลงตามการเปลย่ี นแปลของระดบั น้ำทะเล
ค) สถานภาพทางชวี ภาพ
• บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พบนกอย่างน้อย 217 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นนก
น้ำเป็นนกประจำถ่ินอย่างน้อย 121 ชนิด นกอพยพที่มิใช่เพ่ือการผสมพนั ธ์ุ 85 ชนดิ นกท่ีอพยพผา่ นตามฤดูกาล 11 ชนิด
เช่น น ก ยางไฟ หั วเท า (xobychus eurhythmu s) เห ยี่ยวดำ (Milvu s migrans) น กซ่ อม ท ะเลอกแด ง
(Limnodromus semipalmatus) เป็นต้น นกอพยพเพื่อการผสมพันธ์ุ 1 ชนิด ได้แก่ นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Glareola
maldivarum) เป็นท่ีอยู่อาศัยของนกที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก (globally threatened) ได้แก่ นกหัวโต
มลายู (Charadrius peronii) เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (Polihierax insignis) นกตะกรุม (Leptoptilos javanicus)
เป็ดดำหัวดำ (Aythya baeri) นกกระทุง (Pelecanusphilippensis) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกส้สูญพันธุ์อย่างย่ิง
(critically endangered) ของประเทศไทย เชน่ นกตะกรุม นกกระทุง และเหย่ียวปลาใหญ่หัวเทา (Ichthyophoga
ichthyaetus) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธ์ุ (endangered) ได้แก่ นกกระสานวล (Ardea cinerea) นก
ก ระ ส า แ ด ง (A. purpurea) น ก ก าบ บั ว (Mycteria ceucocephala ) น ก ช้ อ น ห อ ย ข า ว (Threskiornis
melanocephalus) เหย่ียวดำ (Milvus migrans) เหยี่ยวปลาเล็กหัวเทา (lcthyophaga nana) นกหัวโตมลายู
(Charadrius peronii) และนกทะเลขาเขียวลายจุด (Tringa guttifer) ชนดิ ที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโนม้ ใกล้สูญพันธุ์
(vulnerable) ได้แก่ เหย่ียวเล็กตะโพกขาว และชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near threatened) ได้แก่
นกยางลายเสือ (Gorsachius melanolophus) นกยางไฟหัวเทา (Ixobrychus eurhythmus) เป็ดลาย (Anas
querquedula) นกออก (Haliaeetus leucogaster) นกอีลุม้ (Gallicrex cinerea) นกเงือกกรามช้าง (Rhyticeros
undulatus) นกแอ่นกินรัง Aerodramus fuciphagus) นกแอ่นหางสี่เหล่ียม (A maximus) และนกจาบรรรมดา
(Ploceus.phillippinus) นกท่ีพบมากท่ีสุด ได้แก่ นกยาง (Egrettaspp) พบประมาณ 5,000 ตัว รองลงมา ได้แก่
นกกานำ้ เลก็ (Phalacrocorax niger) กระสาแดง และเปด็ แดง (Dendrocygna javanica) ในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมพบ
นกหลากชนิดท่ีสุด ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นนกอพยพ รองลงมาเป็นบริเวณรอบบึงของทะเลน้อย สำหรับบริเวณผืนน้ำเปิด
โล่งของทะเลน้อยและควนข้ีเสียน พบจำนวนชนิดของนกค่อนข้างน้อย แต่นกบางชนิดมีจำนวนมาก โดยเฉพาะ
บริเวณควนขี้เสียนท่ีเป็นพ้ืนท่ีป่าเสม็ด มีนกมาอยู่รวมกันมากกว่า 10,000 ตัว ในฤดูอพยพและเป็นท่ีสร้างรังวางไข่
ของนกอย่างน้อย 5 ชนิด ได้แก่ นกกาน้ำเล็ก นกกระสาแดง และนกยางเปยี (Egretta garzetta)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-140 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
• พบปลา 29 ชนิด เชน่ ปลากระทุงเหว (Tylosurus strongylurus) ปลากระทุงเหว
แม่หม้าย (Hemirhamphus far) ปลากะสูบขีด (Hampala macrolepidoto) ปลากริมควาย (Trichopsis
vittatus) ปลาจ้ิมฟันจระเข้ยักษ์ (Doryichthys boaja) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาเสือดำ
(Nandusnebulosus) ปลาเสอื สุมาตรา (Puntius partipentazona) ปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) เปน็ ต้น
• พบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกรวมท้ังส้ิน 12 ชนิด เช่นเขียดหลังปุ่ มที่ราบ
(Phrynoglossus martensil) และกบหนอง (Rana limnocharis) เป็นต้น พบสัตว์เลื้อยคลาน 29 ชนิด เช่น เต่าหวาย
(Heosemys grands) เต่าหบั (Cuora amboinensis) เห้ีย (Varanus salvator) เป็นตน้
• พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 8 ชนิด เช่น ลิงแสม (Macaca fasciclaris) นากเล็บส้ัน
(Aonyx cinerea) และเสอื ปลา (Felis viverrina) เป็นตน้
ง) คุณค่าและการใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งรวมความหลากหลายของระบบนิเวศที่ซับซ้อน
และอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร ถ่ินท่ีอยู่อาศัย แหล่งสืบพันธุ์ สร้างรังวางไข่ของนกน้ำ และสัตว์ป่านานาชนิด
เป็นแหลง่ ท่องเทย่ี วที่สำคัญของจงั หวัดพทั ลุง
จ) การจัดการและการควบคุม
• ได้รับการประกาศเปน็ เขตหา้ มล่าสัตวป์ ่า ในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 167
ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2518 มีที่ดินซ่ึงมีเอกสารสิทธิครอบครองประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร (10,000 ไร)่ หรือ
ร้อยละ 35.01 ของเนื้อที่ท้ังหมด มีที่ดินสาธารณะประโยชน์ทุ่งสงวนเล้ียงสัตว์ประมาณ 112 ตารางกิโลเมตร
(70,000 ไร)่ หรือร้อยละ 24.51 ของเน้ือท่ี ทง้ั หมด มที ี่ดินรกรา้ งว่างเปลา่ หรอื ทดี่ ินสาธารณประโยชน์อ่นื ๆ ประมาณ
135.7704 ตารางกิโลเมตร (84,856 ไร่) หรือร้อยละ 29.71 ของเน้ือที่ทั้งหมด และพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติประมาณ
49.23 ตารางกิโลเมตร (30,768.5 ไร่) หรือรอ้ ยละ 10.77 ของเนือ้ ที่ทัง้ หมด
• ทะเลน้อยถูกบุกรุกเพ่ือใช้เป็นท่ีอยู่อาศัยของชุมชน และพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ยังคงมี
การลา่ นกและสตั วอ์ ่นื ๆ เปน็ แหลง่ รบั นำ้ เสยี และขยะจากชุมชน มีการเล้ยี งสัตว์นำ้ ในทะเลน้อย
2.2 เขตห้ามลา่ สัตว์ปา่ ทะเลสาบ
ก) ท่ีต้ังและพื้นที่ พ้ืนที่ชุ่มน้ำในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ ต้ังอยู่ในพื้นท่ีตำบลคลองรี
ตำบลท่าหิน ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ ตำบลบางเขียด ตำบลชะแล้ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร ตำบลควนโส
ตำบลควนเนียง ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธ์ุ จังหวัดสงขลา และตำบลปากพะยูน ตำบลดอนประดู่ ตำบล
เกาะมาก ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง มีเนื้อท่ีประมาณ 227,916.00 ไร่ (364.67 ตาราง
กโิ ลเมตร)
ข) สถานภาพทางกายภาพ ทะเลสาบสสงขลาเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำท่ีสำคัญที่สุดของภาคใต้ มี
เนื้อที่ 986.8 (616,750 ไร่) ในเขตจังหวัดสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช แบ่งพ้ืนที่ออกเป็น 3 ตอน คือทะเล
น้อยซึ่งเป็นหนองน้ำจืดอยู่ส่วนบนด้านเหนือในเขตจังหวัดพัทลุง ตอนกลางของทะเลสาบ เรียกว่าทะเลหลวงน้ำจืด
หรือน้ำกร่อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ความลึกเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร พ้ืนดินมลี ักษณะเป็นโคลนตม บริเวณน้ีมแี หล่งนกน้ำ
ท่ีสำคัญ คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ พ้ืนที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (100,000 ไร่) เป็นพ้ืนน้ำมีความลึก
เฉล่ีย 1 เมตร มีเกาะจำนวนมาก เกาะขนาดใหญ่ เช่น เกาะหมาก เกาะนางคำ พ้ืนท่ีบนเกาะเป็นเนินเขาสูงมีท่ีราบ
เล็กน้อย ส่วนเกาะเล็กๆ ได้แก่ เกาะบรรทม เกาะแพ เกาะเสือ เกาะตำเหียง เกาะรังไก่ เกาะยายโส เกาะกระ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-141 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ส่วนสุดท้ายของทะเลสาบ คือ ทะเลสาบสงขลาท่ีมีส่วนเช่ือมต่อกับทะเลด้านอ่าวไทย ได้รบั อิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง
ตลอดปี มลี กั ษณะของนำ้ เค็มไปจนถงึ น้ำกร่อยทต่ี ิดต่อกับส่วนของทะเลหลวง
ค) สถานภาพทางชีวภาพ
• พบนกอย่างน้อย 216 ชนิด นกประจำถ่ินอย่างน้อย 131 ชนิด เช่น นกอีโก้ง
(Porphyrio prophyrio) เป็ดคับแค (Nettapus coromandellanus) เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) เป็นต้น
ซ่ึงอาศัยอยู่ตลอดปี นกอพยพผ่านมาในฤดูกาล 6 ชนิดได้แก่ นกยางไฟหัวเทา (lxobrychus eurhythmus) เหยี่ยวดำ
(Milvus migrans) นกซ่อมทะเลอกแดง (Limnodromus semipalmatus) นกน็อทใหญ่ (Calidris tenuirostris)
นกอพยกเพ่ือการผสมพันธ์ุ 1 ชนิด ได้แก่ นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Glareola maldivarum) นกอพยพในฤดูหนาวแต่มิใช่
เพ่ือการผสมพันธ์ุประมาณ 78 ชนิด ได้แก่นกอีล้ำ (Gallinulo chloropus) ชนิดที่พบเป็นจำนวนมาก ได้แก่ นก
เป็ดผีใหญ่ (Podiceps cristatus) นกตีนเทียน (Himantopus himantopus) นกอีล้ำ เพราะสามารถทำรังและ
วางไข่ได้เกือบท้ังปี ระยะท่ีพบนกมากท่ีสุด คือเดือนสิงหาคมถึงเดือนมีนาคม ชนิดที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของ
โลก (globally threatened) ได้แก่นกหวั โตมลายู (Charadrius peronii) นกทะเลชาเขยี วลายจุด (Tringa guttifer)
เหย่ียวเลก็ ตะโพกขาว (Polhierax insignis) นกตะกราม (Leptoptilos dubius) ชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพนั ธุ์
อย่างย่ิง (critically endangered) ของประเทศไทย ได้แก่นกตะกราม (Leptoptilos javanicus) นกกระทุง
(Pelecanus phillppensis) เหย่ียวปลาใหญ่หัวเทา (ichthyophaga ichthyaetus) ชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์
(endangered) ได้แก่ นกกระสานวล (Aedea cinerea) นกกระสาแดง (A. purpurea) นกกาบบัว (Mycteria
leucacephala) นกช้อนหอยขาวหรือนกกุลา (Threskiomis melanocephalus) เหยี่ยวดำ (Milvus migrans)
เหยี่ยวปลาเล็กหัวเทา (ichthyopaga humilis) นกหัวโตมลายู นกทะเลขาเขียวลายจุด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมี
แนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vuvlerable) ได้แก่ เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว ชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near
threatened) ได้แก่ นกออก (Haliaeetus leucogaster) นกอีลุ้ม (Gallicrex cinerea) นกนางนวลแกลบเล็ก
(Stema albifrons) นกเงอื กกรามช้าง (Rhyticeros undulus) นกแอ่นกินรัง (Aerodramus faciphagus) นกแอ่น
หางสี่เหล่ียม (A.maximus) นกกระจาบธรรมดา (Ploceus philippinus) พบปลา 29 ชนิด เช่นปลากระทุงเหว
(Tylosurus strongylurus) ป ล าก ระ ทุ งเห ว แ ม่ ห ม้ าย (Hemirtamphus for) ป ล าก ะ สู บ ขี ด (Hampala
macrolepidota) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาจ้ิมฟันจระเข้ยักษ์ (Doryichthy boaja) ปลาสร้อยนกเขา
(Osteachilus hasselti) ปลาเสือดำ (Nandusnelosus) ปลาเสือสุมาตรา (Puntius partipentazona) ปลาหมอ
ช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) เป้นตน้
• พบปลาอย่างน้อย 88 ชนิด ชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธ์ุ (endangered)
ได้แก่ ปลาตะลุมพุก (Tenulosa toli) ชนิดท่ีอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาย
ยอดจากหรือปลามังกร (Muraenesox cinereus) ปลาแมวหูดำ (Setipinna melanochir) ปลาดุกด้าน (Clarias
batrachus) ปลากระทิงไฟ (Mastacembelus erythrotaenia)
• พืชในทะเลสาบได้แก่ สายหนาม (Najas marina) สายเหม็น (Nitella spp.)
สาหร่ายไฟ (Chara spp.) บัวเผ่ือน (Nymphaea stellate) กกกลม (Cyperus tagetiformis) จูดหนู (Eleocharis
dulcis) จูด (Scirpus mucronatus) และพืชริมทะเลสาบ ได้แก่ ฝาด (Lumnitzera spp.) โพทะเล (Thespesia
populnea) ตะบนู (Xylocarpus spp.) โกงกาง (Rhizophora spp.) จาก (Nypa fruticans)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-142 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ง) คุณคา่ และการใชป้ ระโยชน์เปน็ ส่วนหนึ่งของทะเลสาบสงขลา มที ศั นียภาพสวยงามเปน็
แหล่งท่องเทย่ี ว โดยเฉพาะระยะช่วงเดือนตลุ าคมถึงเดือนเมษายน มจี ำนวนนกนำ้ นบั แสนตวั ให้นักทอ่ งเท่ยี วชม และ
สามารถล่องเรอื ชมเกาะต่างๆ มากมายในทะเลสาบ
จ) การจัดการและการคุกคาม
• ไดร้ ับการประกาศเป็นเขตห้ามลา่ สตั วป์ ่า ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 93 ตอนท่ี 82
ลงวันที่ 8 มถิ นุ ายน พ.ศ.2519 ปัจจบุ นั เปน็ เกาะขนาดใหญ่
• มชี มุ ชนอาศยั อยู่ ลักษณะสภาพป่าดงดิบช้นื ท่ีมีเดมิ จงึ เปลยี่ นเป็นสวนยาง หาด และไร่
และยงั คงมีการลักลอบดักและยงิ นก
• ได้รับผลกระทบจากการใช้ทรพั ยากรของชุมชนที่รายรอบทะเลสาบทำให้เกดิ ความ
เสอ่ื มโทรม ตนื้ เขนิ เกิดความสกปรก และปนเปอ้ื นของปรมิ าณน้ำเสยี ปริมาณนำ้ เคม็ ของน้ำเปล่ยี นไปทำใหพ้ ันธ์ปุ ลา
และสตั ว์น้ำลดน้อยลง ซ่ึงส่งผลกระทบใหไ้ มเ่ หมาะสมเปน็ แหล่งพกั พงิ อาศัยของฝูงนก ทงั้ นกประจำถิ่น และนกอพยพ
2.3) พืน้ ท่ีชุ่มน้ำพรคุ วนขเ้ี สียน
ก) ที่ตั้งและพื้นท่ี พ้นื ท่ีชมุ่ น้ำพรุควนข้ีเสียน ตัง้ อยูใ่ นเขตห้ามล่าสตั ว์ปา่ ทะเลนอ้ ย จงั หวัดพัทลุง
มมี ีเนือ้ ที่ประมาณ 10,541 ไร่ (16.87 ตร.กม)
ข) มีสถานภาพทางกายภาพ พ้ืนที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน เป็นประเภทพรุในท่ีลุ่มริมทะเลสาบมี
ลกั ษณะพรุทส่ี มบรู ณ์ พน้ื ท่ีส่วนใหญป่ กคลมุ ดว้ ยสงั คมพชื ประเภทหญา้ และปา่ เสม็ด
ค) สถานภาพทางชวี ภาพ
• พบทรัพยากรป่าไม้ การศึกษาด้านป่าไม้ในพื้นท่ีพรุควนข้ีเสียนเป็นการศึกษาใน
ภาพรวมของพ้ืนท่ีพรุรอบทะเลน้อย ป่าพรุนี้อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มีกฎหมายในการปัองกันและ
ปราบปรามการบุกรุกทำลายแต่ยังมีพื้นท่ีบางส่วนถูกบุกรุก เปลี่ยนสภาพป่าเป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม โดยเฉพาะนำไป
ปลูกปาล์มนำ้ มัน พรรณไม้หลกั ที่ปกคลมุ พน้ื ท่ยี ังคงเปน็ เสมด็ เชน่ เดียวกบั ป่าพรุผนื อน่ื ๆ ท่ีอยู่ใกล้เคยี ง นอกจากน้ันยงั
พบทุ้งฟ้า (Alstonia macrophylla) เท้ียะ (A. spathulata) แคน้ำ (Dolichandrone spathacea) สมอทะเล
(Shirakiopsis indica) และกระท่อมขหี มู (Mitragyna javanica.) ข้ึนกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนในน้ำพบพืชน้ำหลายชนิด เช่น
ก ง (Hanguana malayana) ผั ก ก ะ เฉ ด (Neptunia oleracea) เต ย น้ ำ (Pandanus immersus) จู ด ห นู
(Eleocharis ochrostachys) กระจูด (Lepironia articulate) แต่ละชนิด
• พบนกบริเวณป่าพรุจำนวน 47 ชนิด ในจำนวนน้ีเป็นชนิดนกที่เคยมรี ายงานไวแ้ ล้ว
31 ชนิด เช่น นกกระสาแดง (Ardea purpurea) นกยางโทนใหญ่ (Casmerodius albus) นกยางโทนน้อย
(Mesophoyx intermedia) นกยางควาย (Bubulcus ibis) นกยางกรอกพันธจุ์ ีน (Ardeola bacchus) เหยี่ยวแดง
(Haliastur indus) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) นกเด้าดิน (Tringa hypoleucos) นกยางเปีย (Egretta
garzetta) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกนางแอ่นบ้าน
(Hirundo rustica) นกปรอดหน้านวล (Pycnonotus goiavier) นกกางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกอเี สือสี
น้ำตาล (Lanius cristatus) นกเอ้ียงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกขม้ินน้อยสวน (Aegithina tiphia) อีกา
(Corvus macrorhynchos) นกกระติ๊ดขี้หมู (Lonchura punctulata) นกกินปลีอกหลือง (Nectarinia jugularis)
นอกจากนี้ยังได้สำรวจพบชนิดนกเพิ่มนอกเหนือจากรายงานของ สผ. อีก 16 ชนิด ได้แก่ นกกระเต็นใหญ่
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-143 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
(Pelargopsis capensis) นกเปล้าคอสีม่วง (Treron vernans) นกกาเหว่า (Endynamys scolopacea) นกทึดทือมลายู
(Ketupa ketupu) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) นกตที อง (Megalaima haemacephala) นกหวั ขวาน
ส่ีนิ้วหลังทอง (Chrysocolaptes lucidus) นกเด้าลมดง (Dendronanthus indicus) นกปรอดสวน (Pycnonotus
blafordi) นกปรอดคอลาย (Pycnonotus finlaysoni) นกจับแมลงสีน้ำตาล (Muscicapa dauurica) นกกินแมลง
อก เห ลื อง (Macronous gularis) น ก กิ น แ ม ล งป่ าโก งก าง (Trichastoma rostratum) น ก ระจิบ หั วแด ง
(Orthotomus sepium) นกเอี้ยงหงอน (Acridotheres grandis) นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Anthreptes) และนกสี
ชมพูสวน (Dicaeum cruentatum)
• พบสัตว์เล้ือยคลานโดยตรง 13 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง (Indotestudo elongate)
ตะพาบ (Pelochelys bibroni) เต่าหับ (Cuora amboinensis) เต่าดำ (Siebenrockiella crassicollis) จ้ิงจกหางหนาม
(Hemidactylus frenatus) จิ้งจกหินสีจาง (Gehyra mutilata) งูลายสอสวน (Xenochrophis flavipunctatus)
กิ้งก่าหัวแดง (Calotes versicolor) เห้ีย (Varanus salvator) งูเหลือม (Python reticalatus) งูเห่าหม้อ (Naja
kaouthia) งูสามเหล่ยี ม (Bungarus fasciatus) และงูกะปะ (Calloselasma rhodostoma)
• พบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด คือ กบนา (Hoplobatrachus chinensis)
เขียดจะนา (Occidozyga lima) กบหนอง (Fejervaya limnocharis) เขียดจิก (Hylarana erythraea) อึงอ่างบ้าน
(Kaloula pulchra) เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax และอ่ึงข้างดำ (Microhyra heymonsi)
• จากการศกึ ษาความหลากชนดิ ของปลาในบริเวณพรุควนข้ีเสียน (เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
ทะเลน้อย) จังหวัดพัทลุง จำนวน 3 สถานี พบว่า ความหลากชนิดปลาใกล้เคียงกันและเป็นชนิดปลาที่กระจายอยู่
ทัว่ ไปตามแหล่งนำ้ บริเวณพรคุ วนข้เี สียนมากกวา่ จำนวน 9 ครอบครวั 12 ชนิด ปลาท่ีพบสว่ นใหญ่มีการกระจายอยู่
ทั่วไปตามแหล่งน้ำท่ัวๆ ไปและเป็นปลาท่ีสามารถปรับตัวเข้ากับแหล่งน้ำน่ิงแบบพื้นท่ีพรุได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ปลา
กระดี่หม้อ (Trichogaster trichopterus) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาช่อน (Channa striata) ปลา
กระสง (Channa lucius) ปลาหมอไทย (Anabas testudineus) และปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นต้น
รวมท้ังปลาหลดท้องลาย (Macrognathus circumcinctus) เป็นปลาที่พบในบริเวณพื้นที่พรุเป็นส่วนใหญ่ และพบ
ปลาปักเป้าดำ (Monotrete fangi) ซง่ึ เปน็ ทีพ่ บได้นอ้ ยในบรเิ วณเขตภาคใต้ของประเทศ ปลาท่พี บในบรเิ วณพื้นท่ีพรุ
มีการอพยพเข้าออกระหว่างพื้นท่ีพรุกบั ทะเลนอ้ ยได้เป็นอยา่ งดีและได้รับอิทธิพลจากน้ำข้ึนน้ำลงในทะเลสาบสงขลา
นอกจากน้ีทรัพยากรปลาที่พบบริเวณพ้ืนที่พรุควนข้ีเสียนมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอาหาร
มากกว่า 5 ชนิด ได้แก่ ปลาหัวตะก่ัว (Aplocheilus striata) ปลาหมอไทย (Anabas testudinrus) ปลาสลาด
(Notopterus notopterus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) และ
เป็นปลาสวยงามกว่า 9 ชนดิ ได้แก่ ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilus panchax) ปลาแปปหางดอก (Parachela
• maulicauda) ซิ ว ค ว า ย (Rasbora sumatrana) ป ล า แ ก้ ม ช้ ำ (Systomus
orphoides) ปละปลาปกั เป้าดำ (Monotrete fangi) เป็นต้น
• จากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรุควนข้ีเสียนสำรวจพบและ
สามารถจดั จำแนกสาหร่ายไดท้ ง้ั สิ้น 2 ดิวิชนั 4 สกลุ 5 ชนดิ ดิวชิ ันท่สี ำรวจพบได้แก่ สกุล Chlorophyta 3 สกุลและ
Chrysophyta 1 สกุล โดยดวิ ิชัน Chlorophyta มีความหลากหลายมากทส่ี ุดประกอบดว้ ย 3 สกลุ 4 ชนดิ
ง) คณุ คา่ และการใชป้ ระโยชน์
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-144 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
(1) คณุ ค่าในระบบนิเวศ
• พรุควนข้เี สยี นอยู่ในพื้นทชี่ ่มุ น้ำที่ไดร้ บั การจดั ลำดบั ความสำคญั เป็นพื้นทช่ี ุม่ นำ้ ท่ี
มีความสำคญั ระหวา่ งประเทศ (Ramsar site)
• การดกั ตะกอนและแรธ่ าตุ การกรองตะกอนและแร่ธาตุจากแหลง่ นำ้ ธรรมชาติ
และพืน้ ที่เกษตรที่ระบายลงสพู่ น้ื ที่พรุ ก่อนปลดปลอ่ ยน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา
• แหลง่ ทรพั ยากร/ผลผลติ ธรรมชาติ พบพรรณไมท่ ้ังสิ้น 260 ชนดิ จาก 198 สกุล
95 วงศ์ พบสัตว์ 131 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม 10 ชนดิ นก 77 ชนิด สัตว์เลอ้ื ยคลาน 32 ชนิด และ
สตั ว์สะเทินนำ้ สะเทินบก 12 ชนิด พบปลา 11 ครอบครวั 17 ชนิด สำหรับทรัพยากรปลาทพี่ บบริเวณพื้นทพ่ี รุควนขี้
เส้ยี นมคี วามสำคัญทางดา้ นเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านอาหารมากกว่า 5 ชนิด ไดแ้ ก่ ปลาช่อน (Channa striata) ปลา
หมอไทย (Anabas teatudineus) ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลาไหลนา (Monopterus albus) และ
สรอ้ ยนกเขา (Osteochilus hasselti) และเป็นปลาสวยงามกว่า 9 ชนิด นอกจากน้ีเป็นแหล่งกระจูดซึ่งเป็นวัตถุดิบ
สำหรบั งานหตั ถกรรมเส่อื ของชมุ ชนทะเลน้อย
• แหล่งรวบรวมสายพันธ์ุพืช/สัตว์ พบสัตว์ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธ์ 8 ชนิด
สถานภาพใกลส้ ูญพันธ์ 2 ชนิด
• ด้านนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหาร สภาพทางนิเวศวิทยาพื้นท่ีพรุเป็นแหล่งน้ำ
เป็นน้ำจืด มีคลองร่องน้ำขนาดเล็ก กระจายทั่วพื้นท่ีพรุเพื่อรับน้ำเข้า-ออกจากทะเลน้อย บริเวณแอ่งน้ำมีทุ่งหญ้า
พรรณไม่หนาแน่นบริเวณกว้างสลับกับเสม็ดขาวและมีน้ำขังตลอดปี ระดับน้ำในพรุข้ึนลงตามการขึ้นลงของน้ำใน
ทะเลนอ้ ยและทะเลสาปสงขลา และน้ำฝนในฤดูนำ้ หลากจากตอนเหนอื ชองพน้ื ท่ี ทรัพยากรปลามกี ารอพยพเข้าออก
ระหว่างพน้ื ท่ีพรกุ ับทะเลนอ้ ย ทำให้พ้ืนทีน่ ้ยี ังคงชุกชุมของทรพั ยากรปลา
• การตักสารมลพษิ เป็นพืน้ ทรี่ ับน้ำทีป่ นเปือ้ นสารเคมีจากพื้นที่การเกษตร
(2) การใชป้ ระโยชน์
• นันทนาการ เป็นพ้ืนท่ีจัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และในพ้ืนท่ีทั่วไปของ
พ้ืนทพ่ี รมุ นี ักทอ่ งเที่ยว เดนิ ทางเทยี่ วชมธรรมชาติ
• ประมง บริเวณพ้ืนท่ีพรุเป็นแหล่งทำประมงท่ีสำคัญเพื่อการยังชีพและการค้าของ
ชมุ ชน
• ป่าไม้ ประชาชนในพ้ืนท่ีใช้ไม้เสมด็ แต่เป็นการลักลอบใช้ประโยชน์เนื่องจากเป็น
เขตหา้ มล่าสตั ว์ป่า
• วัตถดุ บิ เป็นแหล่งกระจูดซ่ึงเปน็ วัตถุดบิ สำหรบั หตั ถกรรมเส่ือของชมุ ชนทะเลน้อย
• คมนาคม การใช้เส้นทางน้ำระหว่างชุมชนท่ีอยู่ตอนเหนือทะเลสาบกับชุมชน
ทะเลนอ้ ย
• ทุ่งหญ้าเส้ียงสตั ว์ พ้ืนทีพ่ รคุ วนข้ีเสียนทเี่ ป็นทุ่งหญ้ามีพื้นที่บริเวณกว้างเน่ืองจาก
ยังไม่มีการฟื้นตัวของป่าไม้ ถูกชุมชนใชเ้ ป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสตั ว์
จ) การจดั การและการคุกคาม
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-145 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
(1) การคุกคามในพ้ืนที่
• การใช้ทรัพยากรไม่ถูกวิธี จากการลกั ลอบตัดไม้เสมด็ การทำประมง และการไม่เร่ง
ดำเนินการฟื้นฟู ความหลายหลายชวี ภาพของพนื้ ทพ่ี รุ
• การจัดการน้ำไม่เหมาะสม จากการขุดลอกลำน้ำเช่ือมลงสู่ทะเลน้อย มีผลกระทบ
ตอ่ ระบบน้ำ เน่อื งจากมกี ารจดั การนำ้ เพอื่ การเกษตรมากขึน้ โดยใหค้ วามสำคัญต่อระบบนิเวศวทิ ยาพน้ื ทพ่ี รุนอ้ ยลง
• การใช้ประโยชน์ที่ดิน/กิจกรรมที่ขัดแย้ง พบการนำสัตว์เล้ียงจำนวนมากมา
ปล่อยเล้ียงในพ้ืนท่ีทุ่งหญ้าพรุ มีผลกระทบทำลายดินอินทรีย์ ทำให้การสะสมของดินอินทรีย์อย่างถาวรได้น้อยลง
และเร่งให้เกดิ ตะกอนลงสู่ทะเลนอ้ ย
(2) การคุกคามจากนอกพพ้นื ท่ี
การใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกัน จากการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำ
ทะเลสาบรวมทั้งการเร่งพัฒนาเพ่ือยกระดับชีวิความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้มีการพัฒนาทรัพยากรน้ำมาใช้ทั้ง
เพอื่ การเกษตรและการอปุ โภคบริโภค ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำในพ้นื ที่ เกดิ ปญั หาไฟปา่ และน้ำทว่ มขงั พ้นื ท่ีพรุ
3) พืน้ ทีช่ ่มุ นำ้ ในพนื้ ท่ีโครงการ
พ้ืนที่ชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญในบริเวณพื้นท่ีศึกษาของโครงการและบริเวณใกล้เคียง จากการรวบรวม
ข้อมูลพื้นท่ีชุ่มน้ำจากเอกสารทางวิชาการที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ทะเบียนพื้นท่ีชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญระดับนานาชาติและ
ระดั บ ชาติ ของป ระเท ศไท ย ต าม ม ติค ณ ะรัฐม น ต รี เม่ือวัน ท่ี 3 พ ฤศจิกายน พ .ศ.2552 เว็บ ไซต์
http://wetland.onep.go.th/index.html (สบื ค้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ซึง่ เป็นเวบ็ ไซต์ของสำนักงานนโยบาย
และแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ทม่ี กี ารปรับปรุงระบบฐานข้อมูลดา้ นพน้ื ท่ชี มุ่ นำ้ อย่างสมำ่ เสมอ ร่วมกับ
การตรวจสอบจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และได้ส่งหนังสือตรวจสอบพ้ืนที่ชุ่มน้ำไปยังสำนักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มเพือ่ ตรวจสอบพืน้ ที่โครงการ ผลจากการตรวจสอบสามารถสรุป
ได้ว่าพื้นท่ีโครงการไม่ได้อยู่ในพื้นท่ีชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับ
นานาชาตแิ ละระดับชาติ แต่พบวา่ มพี ื้นท่ีชมุ่ น้ำระดบั ทอ้ งถิ่น
3.1.11 พื้นทสี่ ำคญั ทางธรณีวทิ ยาและภูมทิ ัศน์
1) ขอบเขตและวิธีการศึกษา
(1) การรวบรวมข้อมูล ทำการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้อง จากกรม
ทรัพยากรทางธรณี และสำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
(2) การสำรวจตรวจสอบในภาคสนามร่วมกับการศึกษาด้านธรณีวิทยา และแสดงตำแหน่งและ
บรรยายพ้ืนท่สี ำคญั ทางธรณวี ทิ ยา
2) ผลการศึกษา
แหล่งอันควรอนุรักษ์ทางธรณีวิทยา หมายถึงแหล่งธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการเปล่ียนแปลงทาง
ธรณีวิทยาของเปลอื กโลก และเป็นแหลง่ ท่ีมีคุณค่าทางด้านวิชาการทางธรณีวทิ ยา สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท
ไดแ้ ก่ 1. แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ 2. แหลง่ ซากดึกดำบรรพ์ 3. แหลง่ น้ำพุน้ำร้อน 4. แหล่งธรณีสัณฐาน 5. แหล่ง
ธรณีวิทยาโครงสร้าง 6. แหล่งหินแบบฉบับ และ 7.แหล่งแร่แบบฉบับ(กรมทรัพยากรธรณี, 2549) จากการทบทวน
ขอ้ มูลทุตยิ ภมู ิจากรายงานธรณีวทิ ยา จังหวัดพทั ลงุ ปี พ.ศ.2550 พบวา่ จงั หวัดพัทลุงมีแหลง่ ธรรมชาติทางธรณีวิทยา
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-146 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
รวมท้ังส้ิน 8 แหล่ง ประกอบด้วย แหล่งน้ำพุร้อน 1 แหล่ง และแหล่งธรณีสัณฐาน 7 แหล่ง ดังตารางที่ 3.1.11-1
รายละเอียดดังต่อไปน้ี
(1) บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน
ท่ีต้ัง ต้ังอยู่ท่ีพิกัด UTM 47N 624791E 823731N ตำบลเขาชัยสน จังหวัดเขาชัยสน จังหวัด
พัทลุง เป็นแหล่งนำ้ พรุ ้อนอยู่บริเวณเชิงเขาชยั สน อุณหภมู ปิ ระมาณ 60 องศาเซลเซียส
ลกั ษณะทางธรณีวิทยา น้ำพุร้อนที่รอรับด้วยหินอัคนีแทรกซอน ได้แก่ หินแกรนิต เนื้อดอก สีสดสี
ขาว-ดำ อายุไทรแอสซิก(200-250 ล้านปี) ซ่ึงพุน้ำร้อนเกิดจากน้ำใต้ดินไหลผ่านรอยแตกแยกผ่านช้ันตะกอนข้ึนมา
น้ำพุรอ้ นไหลออกมาตามรอยเลอื่ นแนวตะวนั ออก-ตะวันตกของน้ำแม่จัน พบเป็นบ่อเดือด บ่อน้ำร้อน น้ำพุรอ้ นและ
บ่อซึมน้ำ บ่อน้ำร้อนมีอุณหภูมิ 45-75 องศาเซลเซียส พบก๊าซผุดขึ้นมากับน้ำพุร้อนบางบ่อเป็นจำนวนมาก มีกล่ิน
กำมะถนั แรง พบแร่แปรสภาพพวก sinter scree talus คาร์บอเนต และซิลกิ า
สภาพพื้นท่ีและการใช้ประโยชน์ บ่อน้ำร้อนเขาชัยสนอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วน
ตำบลเขาชัยสน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับจังหวัดท่ีมีการพัฒนาแล้ว มีสถานท่ีอาบน้ำ บ่อพักน้ำร้อน
อาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ ก่อสร้างบันไดข้ึนชมถ้ำบริเวณข้างเคีย ง และสถานที่
ขา้ งเคยี ง และสถานท่ีจำหนา่ ยสินค้า
(2) เขาอกทะลุ
ที่ต้ัง ตั้งอยู่ท่ีพิกัด UTM 47N 620414E 843001N เขาอกทะลุ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มี
ลกั ษณะเปน็ ภูเขาหินปูนท่ีเป็นเขาโดดมีความสูงประมาณ 250 เมตรจากระดบั น้ำทะเล ด้านบนมีลกั ษณะของโพรงที่
ทะลุเป็นช่องซึง่ เกดิ จากการกัดเซาะ มีบันไดสำหรบั ข้ึนยอดเขาเพื่อชมทวิ ทัศน์ของจงั หวัดพัทลงุ เขาอกทะลุเปน็ แหล่ง
ธรรมชาตทิ างธรรมวิทยาประเภทธรณสี ณั ฐาน(ภูเขา) ที่โดดเด่นของจังหวัด และถอื ว่าเป็นสญั ลกั ษณ์ของจังหวดั
ลักษณะทางธรณีวิทยา เขาอกทะลุเป็นหินปูน สีเทาอ่อน แสดงลักษณะเป็นช้ันหินชัดเจน เน้ือ
หินตกผลกึ พบซากดกึ ดำบรรพ์โคโนดอนต์ เปน็ หนิ ทม่ี อี ายุไทรแอสตกิ (ประมาณ 245-210 ลา้ นป)ี
สภาพพ้ืนที่และการใช้ประโยชน์ เขาอกทะลุเป็นพ้ืนท่ีที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลเมือง มี
การสร้างบนั ไดสำหรบั ขึน้ ยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์ของจงั หวดั พทั ลงุ
ตารางที่ 3.1.11-1 แหลง่ ธรรมชาตทิ างธรณวี ิทยาในจังหวัดพทั ลุง
ลำดับ ช่อื แหล่ง พ้ืนที่ ประเภท
ท่ี ตำบล อำเภอ จงั หวัด
1 บอ่ นำ้ ร้อนเขาชัยสน เขาชยั สน เขาชัยสน พทั ลงุ แหลง่ นำ้ พรุ อ้ น
2 ถ้ำสุมโน บา้ นนา ศรีนครนิ ทร์ พัทลงุ แหล่งธรณสี ณั ฐาน (ถำ้ )
3 ถำ้ มัจฉาปลาวน เขาปู่ ศรีบรรพต พทั ลงุ แหลง่ ธรณีสัณฐาน (ถ้ำ)
4 เขาอกทะลุ ขะขันธ์ เมือง พัทลงุ แหลง่ ธรณสี ัณฐาน (ภูเขา)
5 นำ้ ตกลานหม่อนจุ้ย ตะโหมด ตะโหมด พัทลุง แหลง่ ธรณสี ณั ฐาน (นำ้ ตก)
6 นำ้ ตกไพรวลั ย์ คลองเฉลิม กงกรา พัทลงุ แหลง่ ธรณีสัณฐาน (นำ้ ตก)
7 หาดแสนสขุ ลำปำ ลำปำ เมอื ง พทั ลงุ แหลง่ ธรณีสณั ฐาน (ชายหาด)
8 ทะเลน้อย พนางตุง ควนขนุน พัทลุง แหล่งธรณีสัณฐาน (แหลง่ นำ้ )
ที่มา : กรมทรพั ยากรธรณ,ี 2550
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-147 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
(3) ถำ้ สุมโน
ที่ตั้ง ต้ังอยู่พิกัด UTM 47N 595902E 838401N ตำบลบ้านนา ก่ิงอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
อยใู่ นเขตวดั ถ้ำสมุ โน
ลักษณะทางธรณีวิทยา ถ้ำสมุ โนอยใู่ นภูเขาหินปูนที่เป็นหนิ ปนู เน้อื ดิน สีเทาดำ แสดงลักษณะเป็น
ช้ันบางถงึ ชั้นหนา เป็นหนิ ท่ีมีอายอุ อรโ์ ดวิเชียน (ประมาณ 505-438 ล้านปี) ถ้ำเกิดจากลำน้ำไหลผ่านเขาหินปนู และ
มีการกัดเซาะทำให้ได้โพรงถำ้ หินปูน พร้อมท้งั มกี ารสะสมตัวของหนิ งอกหินยอ้ ยบรเิ วณผนังถ้ำดว้ ย
สภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ พนื้ ท่ีในปัจจุบันมกี ารดแู ลและพฒั นาโดยวัดถ้ำสุมโน มีทางเดินเท้า
เลยี บทางน้ำทีท่ ะลผุ า่ นเขาหินปนู
(4) ถำ้ ปัจฉาปลาวน
ท่ตี ้ัง ต้งั อยู่ที่พิกัด UTM47 595312E 847359N ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จงั หวัดพัทลุง อยู่ใน
การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่า ลักษณะเป็นถ้ำในชั้นหินปูน ภายในถ้ำมีห้องโถง 3 ห้องมีหินงอกหินย้อย
ม่านหินปูนปลายถ้ำมแี อง่ นำ้ กว้างประมาณ 10 ตารางเมตร มปี ลาอาศัยอยู่มาก
ลักษณะทางธรณีวิทยา ถ้ำมัจฉาปลาวนอยู่ในภูเขาหินปูนที่เป็นหินปูนเน้ือดิน สีเทาดำ แสดง
ลกั ษณะเป็นช้ันบางถึงช้นั หนา เป็นหนิ ที่มอี ายุออร์วเิ ชียน (ประมาณ 505-438 ล้านป)ี บรเิ วณผนงั ถ้ำดว้ ย
สภาพพ้ืนที่และการใช้ประโยชน์ ถ้ำมัจฉาปลาวนอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า
มีการปรบั ปรุงสภาพภมู ิทศั นโ์ ดยรอบเปน็ สาธารณะ
(5) น้ำตกลานหมอ่ มจุ้ย
ทต่ี ัง้ ตั้งอยู่ท่พี ิกัด UTM 47N 614319E 801742N ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ในเขต
หน่วยพทิ กั ษ์ป่าเขาตะโหมด เปน็ น้ำตกขนาดเล็ก นำ้ คอ่ นข้างนอ้ ย
ลักษณะทางธรณีวิทยา หินบริเวณตัวน้ำตกเป็นหินไบโอไทต์-ฮอร์เบลนด์แกรนิต เน้ือผลึกสองขนาด
สีเทา เป็นหินที่มีอายุไทรแอสซิก (ประมาณ 245-210 ล้านปี) น้ำตกเกิดจากลำน้ำไหลผ่านหินแกรนิตและมีการลด
ระดบั ตามลักษณะของภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ พื้นที่นปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขา
บรรทัดและองค์การบริหารส่วนตำบลตะโหมด
(6) น้ำตกไพรวัลย์
ท่ีตั้ง ตั้งอยู่ที่พิกัด UTM 47 606027E 81399N บ้านคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง
อยใู่ นเขตหนว่ ยพิทกั ษป์ า่ บ้านพูด
ลักษณะทางธรณีวิทยา หินบริเวณตัวน้ำตกเป็นหินไบโอไทต์-ฮอร์เบลนด์แกรนิต เนื้อผลึกสองขนาด
สีเทา เป็นหินที่มีอายุไทรแอสซิก (ประมาณ 245-210 ล้านปี) น้ำตกเกิดจากลำน้ำไหลผ่านหินแกรนิตและมีการลด
ระดบั ตามลักษณะของภมู ปิ ระเทศ
สภาพพ้ืนท่ีและการใช้ประโยชน์ พื้นที่ในปัจจุบันมีการดูแลและพัฒนาจากหน่วยงานในพ้ืนที่
คอ่ นข้างดมี ีการก่อสรา้ งทางเดนิ เทา้ เลยี บทางนำ้ และเนนิ เขาไปส่นู ้ำตก
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-148 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
(7) หาดแสนสุขลำปำ
ท่ีต้ัง ต้ังอยู่ในพิกัด UTM 47N 627627E 843121N ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง อยู่
ในบรเิ วณปากน้ำลำปำ บริเวณปากน้ำมเี กาะลอยท่ีเกดิ จากการสะสมตัวของตะกอนปากทางนำ้
ลกั ษณะทางธรณวี ิทยา เปน็ ตะกอนที่ราบน้ำท่วมถึง ประกอบดว้ ย ดินเหนียว สเี ทาถงึ สีเทาอมเขยี ว
มชี ้ันทรายรว่ นบางๆ แทรกสลบั มีเศษเปลือกหอย
สภาพพ้ืนที่และการใช้ประโยชน์ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับท้องถ่ินมีการพัฒนาพ้ืนที่
เป็นสวนสาธารณะ
(8) ทะเลนอ้ ย
ทต่ี ั้ง ตั้งอยูใ่ นพกิ ัด UTM 47N 627810E 860403N ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
เปน็ แหลง่ น้ำตามธรรมชาติเหนือทะเลสาบสงขลา กวา้ งประมาณ 30 ตารางกโิ ลเมตร เปน็ พ้ืนทีช่ มุ่ น้ำที่มีความสำคัญ
ลักษณะทางธรณีวทิ ยา เป็นตะกอนท่ีลุ่มป่าชายเลน ประกอบด้วย พีต (peat) สีดำถึงสีน้ำตาลเข้ม
พบซากไม้ ใบไม้ ลำต้นและราก แทรกด้วยดนิ เหนียว เน้ือนุ่ม
สภาพพน้ื ที่และการใชป้ ระโยชน์ อยู่ในการดแู ลของอทุ ยานนกนำ้ ทะเลน้อย และองค์การบรหิ าร
สว่ นตำบลพนางตงุ ซ่ึงมีการดูแลและพฒั นาพ้นื ที่ดีมาก
จากทงั้ นี้ จากการตรวจสอบข้อมูลทตุ ิยภูมิและการตรวจสอบภาคสนาม พบว่าบริเวณพน้ื ที่อา่ งเก็บน้ำ
บ้านเหมืองตะกั่วไมม่ พี ้ืนทีส่ ำคัญทางธรณวี ิทยา แต่พบพื้นท่สี ำคัญทางธรรวี ิทยาบรเิ วณพ้ืนที่ใกล้เคยี ง จำนวน 1 แห่ง
คือ ถ้ำสุมโน สำหรับพื้นที่โครงการมีพื้นท่ีสำคัญทางธรณี จำนวน 1 แห่ง คือ เขาอกทะลุ และพบพื้นท่ีสำคัญทาง
ธรณวี ิทยาบรเิ วณพืน้ ทใี่ กล้เคียง 1 แหง่ คอื หาดแสนสขุ ลำปำ
3.2 ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
3.2.1 นเิ วศวิทยาทางนำ้
1) วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา
(1) ศึกษาสิง่ มีชีวติ ในน้ำเป็นหลัก ทง้ั ชนดิ และปริมาณ ได้แก่ แพลงกต์ อนพชื (Phytoplankton) และ
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) สัตว์หน้าดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ ซ่ึงเป็นจุดเร่ิมต้นของห่วงโซ่อาหาร และเป็น
ตัวช้ีวัดถึงความอุดมสมบูรณข์ องแหล่งนำ้ ธรรมชาติ
(2) เพื่อศกึ ษาความสำคัญของระบบนเิ วศในน้ำในพ้นื ท่ีศึกษาของโครงการ
(3) เพื่อรวบรวมและเคราะห์ขอ้ มลู เกีย่ วกับการประมงและการเพาะเลี้ยงสตั ว์น้ำ ในบรเิ วณพ้ืนที่โครงการ
(4) เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลกระทบเน่ืองจากกิจกรรมของโครงการในการก่อสร้างเส้นทางต่อ
ระบบนิเวศในน้ำ
(5) เพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมลู ในการกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบและแผนการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบต่อระบบนิเวศในนำ้
2) วธิ กี ารและขอบเขตศกึ ษา
(1) ทำการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิด้านนิเวศวิทยาทางน้ำ จากรายงานท่ีเกี่ยวข้อง การสอบถามจากคน
ในพื้นที่ เก่ียวกับพันธ์ุปลาและสัตว์น้ำในลำน้ำเหมืองตะกั่วและลำน้ำใกล้เคียง และลำน้ำใกล้เคียง นอกจากนี้ได้
ดำเนินการสำรวจข้อมูลภาคสนาม และเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทางน้ำ เพื่อให้ทราบถึงสภาพนิเวศวิทยาทางน้ำและ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-149 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ทรัพยากรประมงท่ีจะทำการเก็บรวบรวมภาคสนาม ได้แก่ แพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ สำหรับ
สถานีเก็บตัวอย่าง เป็นสถานีเดียวกันกับการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำผิวดิน ท้ังหมด 4 สถานี รายละเอียด แสดงดัง
รูปที่ 3.2.1-1
(2) สำรวจและเกบ็ ตัวอยา่ งแพลงก์ตอน สัตว์หนา้ ดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ จำนวน 4 สถานี โดยการ
เก็บตัวอย่างสถานลี ะ 2 คร้งั ในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
(1) แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสตั ว์
- การเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ จะใช้ถุงแพลงก์ตอนขนาดตา 30
ไมครอน เพ่ือกรองตัวอย่างน้ำปริมาณ 80 ลิตร เก็บตัวอย่างน้ำโดยใช้กระบอกแบบปิดอัตโนมัติจากสถานท่ีเก็บ
ตวั อย่างทั้ง 2 แห่ง ที่ความลกึ ประมาณ 0.6 เมตร ใต้ระดับผิวน้ำ ตวั อย่าง แพลงกต์ อนที่ค้างอยู่ในถุงจะถูกรวบรวม
และเก็บรักษาด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนเข้มข้น 5-7% เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์จำแนกชนิดและจำนวน ณ
ห้องปฏิบัติการต่อไป โดยความหนาแน่นของส่ิงมีชีวิตในน้ำจะคำนวณในหน่วยเซลล์ต่อลูกบาศก์เมตร หลังจากท่ีทำ
การวิเคราะห์ชนิดและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนของแต่ละแห่งแล้ว จะนำมาคำนวณความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ (Species Diversity Index) จากสมการของ Shannon-Wiener Index (Shannon และ Wiener, 1963) ดงั น้ี
H’ = Pi(lnPi)
เมื่อ H’ = ดัชนคี วามหลากหลาย
Pi = ni/N
N = จำนวนแพลงก์ตอนท้งั หมด
ni = จำนวนแพลงก์ตอนแตล่ ะชนิด
ความหลากหลายทางชวี ภาพที่ได้จะบง่ ชถ้ี งึ เกณฑ์คุณภาพน้ำ (Wilhm and Dorrix, 1968) ดังน้ี
H’ < 1.0 คุณภาพนำ้ ต่ำ
H’ = 1.0 - 3.0 คณุ ภาพน้ำอยใู่ นเกณฑ์ปานกลาง
H’ > 3.0 คณุ ภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดถี งึ ดมี าก
นอกจากนี้แล้วจะทำการเก็บตัวอย่างน้ำเพ่ือนำไปวิเคราะห์ Chlorophyll A และ
Pheophytin A โดยมีวิธีการเก็บตัวอย่างตาม Standard methods for the Examination of Water and
Wastewater (20 edition, 2017) ซึง่ มีรายละเอียดดังน้ี
1) กรองน้ำตัวอย่างด้วยกระดาษกรองขนาด 0.45 ไมครอน ทันทีท่เี ก็บตัวอย่างแล้วจด
ปรมิ าตรที่ผา่ นกระดาษกรองไว้เพือ่ นำไปคำนวณหา Chlorophyll A ต่อไป โดยปริมาตรน้ำท่ีใชใ้ นการกรองให้ดูจาก
ความหนาแน่นของแพลงก์ตอน และปริมาณตะกอนท่ีมีอยู่ในตัวอย่างนำ้ น้ันเป็นหลัก คือ อย่างน้อยบนกระดาษควร
ปรากฏสีเขียวของแพลงกต์ อนให้เหน็
2) หยด MgCO3 ลงในกระดาษที่กรองน้ำผ่านแล้ว 3-4 หยด พับคร่ึง แล้วใส่ภาชนะปิด
มดิ ชิด เชน่ กระดาษฟอยล์ในถงุ พลาสติกที่ไม่มีอากาศ แลว้ นำไปเก็บไว้ในชอ่ งแช่แข็ง และสง่ ห้องปฏิบตั ิการวเิ คราะห์
คณุ ภาพน้ำของคณะประมงมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-150 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
(2) สัตวห์ นา้ ดิน
จะทำการเก็บตัวอย่าง ณ สถานีเดียวกันกับสถานีเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน โดยใช้ Ekman
Grab ขนาดพืน้ ที่ 0.5 ตารางฟุต ตักดินพน้ื ท้องนำ้ ณ แตล่ ะสถานี จำนวน 3 ตวั อย่าง โดยตวั อยา่ งท้งั หมดทเี่ กบ็ ไดจ้ ะ
ถกู นำมารวมเข้าดว้ ยกันเพือ่ จำแนกขนาดของสตั ว์หน้าดนิ โดยตะแกรงลวดหลายขนาด นอกจากนี้จะบันทึกลักษณะ
ตะกอน และดองตัวอย่างที่ค้างอยู่ในตะแกรงด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนท่ีมีความเข้มข้น 5-7% เพ่ือนำมาทำการวิเคราะห์
จำแนกชนดิ และจำนวน ณ หอ้ งปฏบิ ตั ิการตอ่ ไป
(3) ปลาและสตั ว์นำ้ และพรรณไม้นำ้ อนื่ ๆ
จะทำการเก็บตัวอย่าง ณ สถานีเดียวกันกับสถานีเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน และสัตว์หน้าดิน
ทั้งหมด 4 สถานี โดยใช้อวนทับตลิ่ง ขนาดตา 3 มิลลิเมตร ขนาดผืนอวนยาว 15 เมตร ใช้คนลากขึงล้อมจับปลา
ปลาท่จี บั ได้จะถูกนำมาจำแนกชนิด นำ้ หนักและความยาวของตัวปลา ซึ่งหากไม่สามารถจำแนกชนดิ ได้จะทำการเก็บ
รักษาตัวอย่างในถุงพลาสติกในน้ำยาฟอร์มารีน ความเข้มข้น 10% และนำส่งไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการต่อไป
นอกจากน้ีจะทำการเก็บข้อมูล โดยการสอบถามจากชาวบา้ นบรเิ วณนน้ั ดว้ ย ทงั้ นใี้ นขณะที่ทำการเกบ็ ตัวอยา่ งแพลงก์
ตอน สัตว์หน้าดินและปลา จะทำการตรวจสอบสภาพปัจจุบันของการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งน้ำ พืชน้ำ ระบบ
นิเวศวิทยาทางนำ้ รวมท้ังการทำประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์นำ้ (หากม)ี ในลำน้ำทัง้ ด้านเหนือนำ้ และท้ายน้ำดว้ ย
3) ผลการศกึ ษา
(1) ฤดูแล้ง
การเก็บตัวอย่างนิเวศวิทยาทางน้ำฤดูแล้ง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2563 จำนวน 4 สถานี
ประกอบด้วย สถานีท่ี 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมืองตะก่ัว สถานีท่ี 2 บริเวณที่ต้ังหัวงานเขื่อนคลองเหมืองตะกั่ว
สถานีท่ี 3 บริเวณที่ตง้ั ฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ และสถานีท่ี 4 บรเิ วณพ้ืนท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลอง
ใหญ่ ดังแสดงในรูปที่ 3.2.1-1 สำหรับผลการวิเคราะห์ตัวอย่างนิเวศวิทยาทางน้ำจากสถานีต่างๆ แสดงดังตารางที่
3.2.1-1 ถงึ ตาราง 3.2.1-3 โดยมรี ายละเอียดผลการวิเคราะห์นิเวศวทิ ยาทางนำ้ แสดงดังภาคผนวก ค ผลการศกึ ษาสรปุ ดงั นี้
- สถานีท่ี 1 บรเิ วณอา่ งเกบนำ้ คลองเหมอื งตะกั่ว พิกัด 618150E, 795543N
แพลงกต์ อนพืช (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
17 ชนิด ชนิดท่ีพบมากท่ีสุด คือ ไดอะตอม ชนิด Gomphonema sp. โดยพบในปริมาณ 1,800 ยูนิต/ลิตร พบ
รองลงมา ชนิด Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg, Cymbella sp. พบในปริมาณ 375 และ 338 ยูนิต/ลิตร
ตามลำดับ และที่พบน้อยที่สุดคือ (1) ยูกลีนอยด์ ชนิด Phacus sp. (2) ไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Peridinium sp.
โดยพบในปริมาณทีเ่ ท่ากัน จำนวน 12 ยูนิต/ลิตร ปรมิ าณความหนาแน่นแพลงกต์ อนพืช มคี ่าเท่ากบั 3,792 ยนู ิต/ลิตร ค่า
ดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพมีคา่ เท่ากบั 1.94 ยูนิต/ลิตร ดงั แสดงในตารางท่ี 3.2.1-1
แพลงกต์ อนสัตว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
4 ชนิด ชนิดที่พบมากที่สุด คือ โพรโทซัวที่มีเท้าเทียม ชนิด Euglypha sp. พบจำนวน 84 ตัว/ลิตร รองลงมา คือ
ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 36 ตัว/ลิตร และทีพ่ บนอ้ ยที่สุด คือ (1) โพรโทซัวที่มีเท้าเทยี ม ชนิด
Centropyxis aculeata Stein และ (2) โรติเฟอร์ ชนิด Polyarthra sp. โดยพบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 12 ตัว/ลิตร
ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากับ 144 ตัว/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่าเท่ากับ 1.08 ตัว/
ลิตร ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-2
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-151 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
สถานที ่ี 1 บริเวณอา่ งเกบน้ำคลองเหมืองตะก่ัว พิกดั 618150E, 795543N
สถานที ่ี 2 บริเวณที่ต้ังหวั งานเขื่อนคลองเหมืองตะกวั่ พิกัด 618471E, 795884N
สถานที ่ี 3 บริเวณที่ตั้ง ายทดน้ำคลองบ้านใหม่ พิกัด 619543E, 798848N
สถานที ่ี 4 บริเวณพื้นทีช่ ลประทาน (ท้ายน้ำ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619878E, 805880N
รูปท่ี 3.2.1-1 สภาพแหลง่ นำ้ และการเกบตัวอย่างเพ่ือวิเคราะหน์ ิเวศวิทยาทางน้ำ (ฤดูแลง้ )
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-152 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.2.1-1 ผลการสำรวจชนิดและปรมิ าณของแพลงกต์ อนพืช เม่อื วนั ที่ 13 พฤษภาคม 2563 ฤดูแล้ง
กลมุ่ /ชนิดแพลงกต์ อนพืช หน่วย 1 สถานี 4
23
Phylum Cyanophyta
Class Cyanophyceae (สาหรา่ ยสเี ขยี วแกมน้ำเงิน) ยนู ติ /ลติ ร 0 0 96 0
Order Chroococcales ยนู ิต/ลิตร 0 0 750 12
Family Microcystaceae
ยูนิต/ลิตร 0 0 12 0
Anacystis sp.
Microcystis aeruginosa Kutzing ยูนติ /ลติ ร 48 12 0 0
Order Synechococcales
Family Merismopediaceae ยนู ิต/ลติ ร 150 0 750 1,425
Merismopedia sp.
Order Oscillatoriales ยนู ิต/ลติ ร 0 0 0 12
Family Oscillatoriaceae
Lyngbya sp. ยนู ิต/ลติ ร 0 0 0 12
Oscillatoria sp.
Pseudo-anabaena sp. ยนู ติ /ลติ ร 0 0 600 12
Order Spirulinales
Family Spirulinaceae ยูนติ /ลติ ร 0 0 525 24
Spirulina platensis (Nordstedt) Geitler ยูนติ /ลติ ร 0 0 0 60
Order Nostocales
Family Nostocaceae ยูนิต/ลติ ร 0 0 24 0
Anabaena sp. ยูนิต/ลติ ร 0 0 0 12
Phylum Chlorophyta
Class Chlorophyceae (สาหรา่ ยสเี ขียว) ยนู ิต/ลติ ร 0 0 0 12
Order Chlamydomonadales ยนู ิต/ลิตร 0 0 375 0
Family Volvocaceae
Eudorina elegans Ehrenberg
Family Treubariaceae
Treubaria sp.
Order Sphaeropleaes
Family Hydrodictyaceae
Tetraedron trigonum (Naegeli) Hansgirg
Tetraedron sp.
Family Radiococcaceae
Coenochloris sp.
Radiococcus sp.
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-153 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.1-1 ผลการสำรวจชนิดและปริมาณของแพลงกต์ อนพชื เมอ่ื วันที่ 13 พฤษภาคม 256 3 ฤดแู ล้ง (ตอ่ )
กลุ่ม/ชนิดแพลงกต์ อนพืช หน่วย 1 สถานี 4
23
Family Selenastraceae ยูนติ /ลิตร 0 0
Ankistrodesmus densus Korschikoff ยนู ิต/ลิตร 0 0 264 0
Ankistrodesmus falcatus (Corda) Ralfs ยูนติ /ลติ ร 0 0 48 0
Kirchneriella lunaris (Kirochner) Moebius 0 12
Family Scenedesmaceae ยนู ติ /ลติ ร 0 0
Coelastrum cambricum Ascher ยูนติ /ลติ ร 0 0 84 0
Coelastrum microsporum Naegeli ยนู ิต/ลติ ร 0 0 24 0
Dimorphococcus lunatus A. Braun ยูนติ /ลิตร 0 0 12 12
Scenedesmus protuberans Fristch&Rich ยนู ิต/ลติ ร 0 00 12
Scenedesmus sp. 0 72
Class Trebouxiophyceae
Order Chlorellales ยนู ติ /ลิตร 0 0 12 0
Family Chlorellaceae
Dictyosphaerium pulchellum Wood ยูนติ /ลติ ร 0 0 12 0
Family Oocystacae ยูนติ /ลิตร 0 0 24 0
Oocystis sp.
Unidentifeid green algae ยูนิต/ลิตร 0 0 0 12
Phylum Charophyta
Class Zygnematophyceae ยนู ิต/ลติ ร 0 0 1,500 675
Order Zygnematales ยูนติ /ลิตร 24 0 156 24
Family Zygnemataceae ยนู ติ /ลิตร 0 0 450 0
Spirogyra sp. ยนู ิต/ลิตร 0 0 24 12
Order Desmidiales ยนู ิต/ลิตร 0 0 24 0
Family Desmidiaceae ยูนิต/ลิตร 0 0 36 0
Arthrodesmus sp. ยูนติ /ลิตร 0 0 0 12
Cosmarium sp. ยูนิต/ลติ ร 0 0 12 0
Closterium sp. ยนู ิต/ลิตร 0 0 1,500 0
Euastrum sp. ยูนติ /ลติ ร 0 0 1,800 12
Micrasterias alata Wallich ยูนติ /ลิตร 0 0 1,800 48
Micrasterias foliacea Bailey ex Ralfs
Micrasterias pinnatifida Ralfs ยูนิต/ลิตร 0 12 300 12
Pleurotaenium sp.
Spondylosium sp.
Sphaerozosma sp.
Staurastrum sp.
Family Gonatozygaceae
Gonatozygon sp.
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-154 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางท่ี 3.2.1-1 ผลการสำรวจชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพชื เมอ่ื วันที่ 13 พฤษภาคม 256 3 ฤดูแล้ง (ต่อ)
กลุ่ม/ชนิดแพลงก์ตอนพืช หนว่ ย 1 สถานี 4
23
Phylum Euglenophyta
Class Euglenophyceae (ยกู ลนี อยด)์ ยูนิต/ลติ ร 0 0 84 12
Order Euglenales ยูนติ /ลติ ร 0 0 0 12
Family Euglenaceae ยูนติ /ลิตร 24 000
ยูนติ /ลิตร 0 0 525 0
Euglena acus Ehrenberg ยนู ิต/ลิตร 0 0 3,900 12
Euglena oxyuris schmarda ยูนิต/ลติ ร 0 0 24 0
Euglena spirogyra Ehrenberg ยูนติ /ลิตร 12 0 12 0
Euglena sp. ยนู ิต/ลิตร 0 0 12 0
Lepocinclis ovum (Ehrenberg) Lemmermann ยนู ิต/ลติ ร 0 0 12 0
Phacus longicauda (Ehrenberg) Dujardin ยนู ิต/ลติ ร 0 0 84 12
Phacus sp. ยูนติ /ลิตร 0 0 0 12
Strombomonas girardiana (Playfair) Deflandre ยนู ิต/ลติ ร 0 0 36 0
Strombomonas praeliaris (Palmer) Deflandre ยูนติ /ลติ ร 0 0 36 0
Trachelomonas armata (Ehrenberg) ยูนิต/ลติ ร 0 0 0 12
Trachelomonas mirabilis Swirenko
Trachelomonas hispida (Perty) Stein ยูนติ /ลิตร 0 0 12 0
Trachelomonas volvocina Ehrenberg ยนู ิต/ลิตร 0 0 0 24
Trachelomonas sp.
Phylum Heterokontophyta ยูนติ /ลิตร 188 0 0 0
Class Bacillariophyceae (ไดอะตอม)
Order Biddulphiales ยนู ิต/ลิตร 375 250 96 84
Family Thalassiosiraceae
Cyclotella sp. ยนู ติ /ลติ ร 144 150 0 0
Family Melosiraceae
Melosira sp. ยนู ิต/ลิตร 72 200 0 0
Order Bacillariales
Family Fragilariaceae
Fragilaria sp.
Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg
Family Eunotiaceae
Eunotia sp.
Family Achnanthaceae
Achnanthes sp.
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-155 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางที่ 3.2.1-1 ผลการสำรวจชนดิ และปริมาณของแพลงก์ตอนพืช เมือ่ วนั ท่ี 13 พฤษภาคม 256 3 ฤดูแล้ง (ต่อ)
กลุม่ /ชนดิ แพลงกต์ อนพืช หนว่ ย 1 สถานี 4
0 23
Family Cocconeidaceae 338 12
1,800 00
Cocconeis sp. ยนู ิต/ลิตร 0 96
Family Cymbellaceae 120 500 450 300
36 400 12
Cymbella sp. ยูนิต/ลติ ร 0 0
225 12 0 225
Gomphonema sp. ยูนติ /ลติ ร 36 150 450 36
Family Naviculaceae 188 12 48 36
72 0
Gyrosigma sp. ยูนติ /ลิตร 12 48
Navicula sp. ยูนติ /ลติ ร 36 108
0 0
Pinnularia sp. ยูนิต/ลิตร 3,792 200 0 450
Trachyneis sp. ยูนิต/ลิตร 17 200 0
Family Bacillariaceae 1.94
Nitzschia sp. ยนู ิต/ลติ ร
Family Surirellaceae
Campylodiscus sp. ยนู ิต/ลติ ร
Surirella sp. ยนู ติ /ลติ ร
Phylum Dinophyta
Class Dinophyceae (ไดโนแฟลกเจลเลต)
Order Peridiniales
Family Peridiniaceae
Peridinium sp. ยนู ิต/ลติ ร 0 144 132
Phylum Ochrophyta
Class Chrysophyceae (สาหร่ายสีน้ำตาลแกมทอง)
Order Chromulinales
Family Dinobryaceae
Dinobryon sp. ยูนติ /ลิตร 0 12 0
2,206 17,355 3,927
ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช (ยูนิตตอ่ ลิตร) 14 48 36
2.20 2.79 2.27
จำนวนชนิดแพลงกต์ อนพืช (ชนดิ )
ดชั นคี วามหลากหลายของชนดิ แพลงก์ตอนพืช
หมายเหตุ : จุดเก็บตัวอย่าง
สถานที ี่ 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมอื งตะกัว่
สถานีท่ี 2 บริเวณที่ตง้ั หัวงานเข่อื นคลองเหมืองตะก่ัว
สถานที ี่ 3 บรเิ วณที่ต้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่
สถานที ่ี 4 บริเวณพืน้ ทชี่ ลประทาน (ทา้ ยน้ำ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่
ดำเนนิ การโดย : บรษิ ทั ท่ีปรึกษา, 2563
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-156 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.2.1-2 ผลการสำรวจชนดิ และปริมาณของแพลงก์ตอนสตั ว์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ฤดแู ล้ง
กลุ่ม/ชนิดแพลงกต์ อนสตั ว์ หน่วย 1 สถานี 4
23
Phylum Sarcomastigophora (โพรโท วั ทีม่ ีเทา้ เทยี ม)
Subphylum Sarcodina ตัว/ลิตร 0 0 12 0
Superclass Rhizopodea
Class Lobosea ตัว/ลติ ร 36 60 0 24
Order Arcellinida ตวั /ลติ ร 0 0 0 12
Family Arcellidae ตัว/ลติ ร 0 24 12 24
Arcella megastoma Ehrenberg
Arcella vulgaris Ehrenberg ตวั /ลติ ร 12 12 48 0
Family Difflugiidae
Difflugia acuminata Ehrenberg ตัว/ลติ ร 0 0 12 0
Difflugia sp.
Family Centropyxidae ตวั /ลิตร 84 132 12 0
Centropyxis aculeata Stein
Family Hyalospheniidae ตัว/ลติ ร 0 0 12 0
Lesquereusia spiralis (Ehrenberg)
Class Filosea ตัว/ลติ ร 0 0 210 36
Order Euglyphida
Family Euglyphidae ตวั /ลติ ร 0 0 36 0
Euglypha sp. ตวั /ลิตร 0 0 36 24
Phylum Ciliophora (โพรโท วั ทมี่ ี เี ลีย)
Class Nassophorea
Order Peniculida
Family Parameciidae
Paramecium sp.
Class Oligohymenophorea
Subclass Peritrichia
Order Peritrichida
Family Vorticellidae
Vorticella sp.
Phylum Rotifera (โรตเิ ฟอร์)
Class Monogononta
Order Ploima
Family Lepadellidae
Colurella sp.
Family Lecanidae
Lecane sp.
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-157 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ตารางท่ี 3.2.1-2 ผลการสำรวจชนิดและปรมิ าณของแพลงกต์ อนสตั ว์ เมอ่ื วนั ท่ี 13 พฤษภาคม 2563 ฤดูแลง้ (ต่อ)
กลมุ่ /ชนิดแพลงกต์ อนสตั ว์ หนว่ ย 1 สถานี 4
0 23 0
Family Trichocercidae ตวั /ลิตร 0 0 12 0
Trichocerca sp. ตัว/ลิตร 0 0 12 0
Family Mytilinidae ตัว/ลติ ร 0 0 12 0
Mytilina sp. ตัว/ลติ ร 12 0 144 24
Family Notommatidae ตัว/ลติ ร 0 375
Monommata sp. 0
Family Gastropodidae ตัว/ลิตร 0 0 12 0
Ascomorpha sp. ตวั /ลิตร 0 12 0
Family Synchaetidae ตัว/ลิตร 0
Polyarthra sp. 0 24 0
Class Digononta ตวั /ลติ ร 0
Order Bdelloidea ตัว/ลติ ร 0 12 0
Family Philodinidae ตวั /ลติ ร 0
Rotaria sp. 0 12 0 12
Phylum Nematoda 144
Unidentified nematode 4 0 12 0
Phylum Annelida 1.08 240 1,017 156
Class Oligochaeta 5 19 7
Unidentified Oligichaetes 1.21 2.07 1.88
Phylum Arthropoda
Subphylum Crustacea
Class Branchiopoda (ไรนำ้ )
Order Anomopoda
Family Chydoridae
Alona sp.
Class Maxillopoda
Subclass Copepoda (โคพพี อด)
Copepod nauplius
Class Ostracoda
Unidentified ostracods
ปรมิ าณความหนาแน่นแพลงกต์ อนสัตว์ (ตัวตอ่ ลิตร)
จำนวนชนิดแพลงก์ตอนสัตว์ (ชนดิ )
ดัชนีความหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอนสัตว์
หมายเหตุ : จดุ เก็บตัวอยา่ ง
สถานที ่ี 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมอื งตะกวั่
สถานที ่ี 2 บรเิ วณทตี่ ้งั หัวงานเขอ่ื นคลองเหมอื งตะก่วั
สถานที ี่ 3 บรเิ วณทตี่ ง้ั ฝายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่
สถานีท่ี 4 บริเวณพ้ืนที่ชลประทาน (ทา้ ยน้ำ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บรษิ ทั ท่ปี รกึ ษา, 2563
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-158 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพื้นที่โครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดท่ี
พบมากท่ีสุด คือ Macrobrachium lanchesteri พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ
ชนิด Macrobrachium sp., Esanthelphusa sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความ
หนาแน่นสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 60 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 1.04 ตัว/
ตารางเมตร ดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-3
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมทั้งสิ้น 5 วงศ์ 6 ชนิด มีจำนวนปลาท้ังหมด 31 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 18 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 31 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 1.535 (รายละเอียด
ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-4 และตารางที่ 3.2.1-5) เม่ือพิจารณาระดับวงศ์พบว่า วงศ์ท่ีมีจำนวนสมาชิกมากท่ีสุดคือ
ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ yprinidae พบรวมจำนวน 12 ตัว รองลงมา ชนิดปลาอีกอง พบรวมจำนวน 7 ตัว และชนิดปลาค้อ
ลายเสือ วงศ์ Nemacheilidae พบรวมจำนวน 6 ชนิด ตามลำดับ
- สถานีที่ 2 บริเวณที่ตัง้ หัวงานเข่อื นคลองเหมอื งตะก่ัว พกิ ัด 618471E 795884N
แพลงก์ตอนพชื (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพื้นท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
14 ชนิด ชนิดที่พบมากที่สุด คือ ไดอะตอม ชนิด Cymbella sp. โดยพบในปริมาณ 500 ยูนิต/ลิตร พบรองลงมา
ชนิด Gomphonema sp. พบในปริมาณ 400 ยูนติ /ลิตร และ ชนิด Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg . พบใน
ปริมาณ 250 ยูนิต/ลิตร ตามลำดับ และที่พบน้อยท่ีสุดคือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Lyngbya sp,
Gonatozygon sp. โดยพบในปริมาณท่เี ทา่ กนั จำนวน 12 ยูนิต/ลติ ร ปรมิ าณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่าเท่ากับ
2,206 ยูนิต/ลติ ร คา่ ดัชนคี วามหลากหลายทางชวี ภาพมีคา่ เท่ากับ 2.20 ยูนิต/ลติ ร ดงั แสดงในตารางที่ 3.2.1-1
แพลงก์ตอนสตั ว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพื้นที่โครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
5 ชนิด ชนิดที่พบมากที่สุด คือ โพรโทซัวที่มีเท้าเทียม ชนิด Euglypha sp. พบจำนวน 132 ตัว/ลิตร รองลงมา คือ
ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 60 ตัว/ลิตร และที่พบน้อยทส่ี ุด คือ (1) โพรโทซวั ทม่ี เี ท้าเทยี ม ชนดิ
Arcella megastoma Ehrenberg และ (2) โคพีพอด ชนิด Copepod nauplius โดยพบในปริมาณท่ีเท่ากัน
จำนวน 12 ตัว/ลติ ร ปริมาณความหนาแนน่ แพลงก์ตอนสตั ว์ มีคา่ เทา่ กบั 240 ตวั /ลิตร คา่ ดชั นคี วามหลากหลายทาง
ชีวภาพมีค่าเท่ากบั 1.21 ตัว/ลติ ร ดงั แสดงในตารางท่ี 3.2.1-2
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดที่
พบมากท่ีสุด คือ Esanthelphusa sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 59 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ ชนิด
Macrobrachium lanchesteri, Macrobrachium sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณ
ความหนาแนน่ สตั ว์หน้าดนิ มคี า่ เทา่ กับ 89 ตัว/ตารางเมตร คา่ ดัชนีความหลากหลายของสตั วห์ น้าดินมคี ่าเท่ากับ 0.87 ตวั /
ตารางเมตร ดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-3
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมท้ังสิ้น 5 วงศ์ 6 ชนิด มีจำนวนปลาท้ังหมด 57 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 24.6 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 57 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 1.628
(รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-4 และตารางท่ี 3.2.1-6) เมื่อพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวนสมาชิก
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-159 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
มากที่สุดคือ ชนิดปลาจาด วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 17 ตัว รองลงมา ชนิดปลาซิวใบไผ่ พบรวมจำนวน 12 ตัว
และชนิดปลาคอ้ ลายเสอื วงศ์ Nemacheilidae พบรวมจำนวน 10 ตัว ตามลำดบั
ตารางที่ 3.2.1-3 ผลการสำรวจชนิดและปริมาณของสัตวห์ น้าดิน เม่ือวนั ที่ 13 พฤษภาคม 2563 ฤดูแลง้
กลมุ่ /ชนิดสตั วห์ นา้ ดิน หนว่ ย 1 สถานที ี่ 4
23
30
Phylum Arthropoda 15
15
Class Malacostraca
0
Order Decapoda 0
0
Family Palaemonidae 60
3
Macrobrachium lanchesteri ตัว/ตารางเมตร 1.04 15 0 0
15 0 0
Macrobrachium sp. ตวั /ตารางเมตร
59 0 0
Family Parathelphusidae
Esanthelphusa sp. ตัว/ตารางเมตร
Phylum Mullusca
Class Gastropoda
Order Mesogastropoda
Family Ampullariidae
Pomacea sp. ตวั /ตารางเมตร 0 30 30
Family Viviparidae 0 44 15
0 15 0
Filopaludina sumatrensis polygramma ตัว/ตารางเมตร 89 89 45
3 32
Filopaludina sp. ตัว/ตารางเมตร 0.87 1.01 0.64
ปริมาณความหนาแนน่ สตั ว์หนา้ ดนิ (ตวั ตอ่ ตารางเมตร)
จำนวนชนดิ
ดชั นคี วามหลากหลายของสตั วห์ น้าดนิ
หมายเหตุ : จดุ เกบ็ ตัวอยา่ ง
สถานที ่ี 1 บริเวณอ่างเกบ็ นำ้ คลองเหมอื งตะกั่ว
สถานที ่ี 2 บรเิ วณทตี่ ั้งหวั งานเข่อื นคลองเหมอื งตะกวั่
สถานที ่ี 3 บริเวณทีต่ ั้งฝายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่
สถานีท่ี 4 บริเวณพื้นท่ชี ลประทาน (ทา้ ยน้ำ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บรษิ ัททป่ี รกึ ษา, 2563
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-160 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั