โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน
(12) ปัญหานำ้ ทว่ ม ปัญหาน้ำแล้ง และปญั หาน้ำเสีย
จากการสอบถามครัวเรือนซ่ึงคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการ
พบวา่ ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 70.6) ไม่เคยประสบปัญหานำ้ ทว่ ม ส่วนอกี ร้อยละ 29.4 ที่ประสบปญั หานำ้ ท่วม ด้านปัญหา
นำ้ แลง้ พบวา่ ครัวเรือนส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 78.4) ไม่เคยประสบปญั หานำ้ แล้ง ส่วนอกี รอ้ ยละ 21.6 ทปี่ ระสบปัญหาน้ำ
แล้ง ส่วนปัญหาน้ำเค็มบุกรุกพ้ืนที่ทำการเกษตร และปัญหาน้ำเสียในพื้นท่ีทำการเกษตร ครัวเรือนท้ังหมด (ร้อยละ
100.0) ไม่เคยประสบปัญหาแตอ่ ย่างใด
สำหรับครวั เรือนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 80.0) ระบุว่าเกดิ ปัญหา
น้ำท่วมเป็นบางปี และร้อยละ 20.0 ท่วมเกือบทุกปี โดยที่ผ่านมา ปัญหาน้ำท่วมสร้างความเสียหายมากท่ีสุดในปี
2560, ปี 2559, ปี 2561, ปี 2558, ปี 2562, ปี 2543 และ ปี 2548 ตามลำดับ ซึ่งภาวะน้ำท่วมของแต่ละปีสรุปได้
ดังน้ี
- ปี 2560 น้ำท่วมนาน 1-2 วนั ระดับน้ำท่วมเฉลี่ย 6-10 เซนติเมตร จำนวนครัง้ ที่
ท่วม 1 ครั้ง/ปี สาเหตุหลักที่น้ำท่วม ได้แก่ ระดับน้ำในแม่น้ำสูงไม่สามารถระบายน้ำได้ และฝนตกหนักในพื้นท่ี
ตดิ ต่อกนั หลายวนั
- ปี 2559 น้ำท่วมนาน 3-4 วัน ระดับน้ำท่วมเฉล่ีย 1-5 เซนติเมตร จำนวนคร้ังท่ี
ท่วม 1 คร้ัง/ปี สาเหตุหลักที่น้ำท่วม ได้แก่ ระดับน้ำในแม่น้ำสูงไม่สามารถระบายน้ำได้ และฝนตกหนักในพื้นท่ี
ตดิ ต่อกันหลายวนั
- ปี 2562 น้ำท่วมนาน 3-4 วัน ระดับน้ำท่วมเฉล่ีย 1-5 เซนติเมตร จำนวนครั้งที่
ท่วม 1 คร้ัง/ปี สาเหตุหลักท่ีน้ำท่วม ได้แก่ ระดับน้ำในแม่น้ำสูงไม่สามารถระบายน้ำได้ และฝนตกหนักในพื้นที่
ติดต่อกันหลายวนั
ส่วนด้านความเสียหายจากน้ำท่วมในปีท่ีเสียหายมากท่ีสุด ทั้งหมด (ร้อยละ 100.0)
ระบวุ า่ ไมม่ ีความเสียหายทั้งดา้ นการเกษตรและในครัวเรอื น
สำหรับครัวเรือนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พบวา่ ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 65.6) ระบุว่าเกิด
ปัญหาในบางปี, ร้อยละ 27.3 เกิดปัญหาเกือบทุกปี และร้อยละ 9.1 เกิดปัญหาทุกปี อย่างไรก็ตามทั้งหมด (ร้อยละ
100.0) ไม่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง
(13) การรบั รู้ขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ียวกับโครงการ
การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ศึกษา พบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่
(ร้อยละ 76.5) เคยทราบข้อมูลโครงการ โดยได้รับทราบข้อมูลจาก) เพื่อนบ้าน (ร้อยละ 42.9) ผู้นำชุมชน (กำนัน/
ผู้ใหญ่บ้าน/สมาชิก อบต. (ร้อยละ 19.3) เจ้าหน้าท่ีหน่วยราชการในพ้ืนท่ี (ร้อยละ 14.3) และเจ้าหน้าท่ีบริษัทที่
ปรึกษา (ร้อยละ 7.8) ตามลำดับ
สว่ นความตอ้ งการรับรู้ข้อมูลขา่ วสารของโครงการ พบว่า รอ้ ยละ 49.0 ต้องการรับรู้
ขอ้ มูลขา่ วสารเกี่ยวกับโครงการ โดยลักษณะขอ้ มูลท่ีตอ้ งการทราบ ได้แก่ รายละเอียดขอ้ มลู เกี่ยวกับโครงการทีช่ ัดเจน
และความก้าวหน้าในการดำเนินงานของโครงการ ต้องการทราบวัตถุประสงค์ของโครงการท่ีแท้จริง กำหนดข้อมูล
แผนการบริหารจัดการน้ำของโครงการเพ่ือแจกจ่ายให้พ้ืนท่ีเกษตรกรรม และประชาชนในพ้ืนที่ การใช้ประโยชน์จาก
อ่างเก็บน้ำ/ผลประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับจากการพัฒนาโครงการ แผนการก่อสร้างและระยะเวลาแล้ว
เสร็จของโครงการที่ชัดเจน ข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบท่อส่งน้ำของโครงการ/แนวเส้นทางการวางท่อน้ำท่ีชัดเจน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-361 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
ข้อดขี ้อเสยี ของโครงการ และผลดีและผลเสยี ที่จะเกดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ โครงการ
สำหรับช่องทาง/วธิ ีรบั รู้ขอ้ มูลข่าวสารทส่ี ะดวกที่สุด สว่ นใหญ่ (รอ้ ยละ 52.4) เห็นว่า
ควรใช้วิธีแจ้งผ่านผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน รองลงมาควรจัดเจ้าหน้าท่ีเข้าไปชี้แจงในพื้นท่ี (ร้อยละ 32.0) จักประชุมระดับ
พื้นทีโ่ ครงการ (รอ้ ยละ 8.0) และแจง้ ผา่ น อบต.และเทศบาล (ร้อยละ 8.0)
สำหรับการเข้าร่วมประชุมโครงการฯ พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์เกือบท้ังหมด (ร้อยละ
96.0) เคยเข้าร่วมประชุมโดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 77.1) เคยเข้าร่วม 3-4 คร้ัง รองลงมา 1-2 ครั้ง และ 7-8 คร้ังใน
จำนวนรอ้ ยละ 20.8 และรอ้ ยละ 2.1 ตามลำดบั อย่างไรก็ตามมีผทู้ ่ีไมเ่ คยเข้าร่วมประชุมรอ้ ยละ 4.0
(14) ความคดิ เห็นเก่ยี วกับแนวทางในการพฒั นาโครงการ
- ความคดิ เห็นต่อแนวทางในการพฒั นาโครงการ
ความคิดเห็นเก่ียวกับแนวทางในการพัฒนาโครงการ แนวทางในการพัฒนา
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง
พบว่า ร้อยละ 35.3 ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ ร้อยละ 21.6 เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาโครงการ และ
ร้อยละ 43.1ไม่มีความเหน็
โดยผู้ที่เหน็ ด้วยให้เหตุผลว่า เกษตรกรและประชาชนในพ้ืนทจี่ ะได้มีแหล่งนำ้ ใน
การเกษตรและใชอ้ ุปโภคในครวั เรอื นอย่างทัว่ ถึง และเพียงพอในทกุ ฤดกู าล (ร้อยละ 63.6) หากโครงการเกดิ ประโยชน์
กบั ประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ (ร้อยละ 9.1) ต้องการให้หมูบ่ ้านเกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง (ร้อยละ 9.1) เป็นโครงการท่ี
มีประโยชน์ตอ่ ชุมชนและทอ้ งถน่ิ (รอ้ ยละ 9.1) และจะไดม้ แี หลง่ กักเกบ็ น้ำใชต้ ลอดทง้ั ปี (ร้อยละ 9.1)
สว่ นผูท้ ่ีไม่เห็นดว้ ยให้เหตผุ ลที่เหน็ ด้วยว่า สง่ ผลกระทบตอ่ ทรัพยากร ธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 38.9) ในพ้ืนที่ใกล้เคียงมีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว (ร้อยละ 16.7) ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความ
เป็นอยู่ของคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 5.6) กังวลเร่ืองอ่างเก็บน้ำแตก/เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นท่ี (ร้อยละ
16.7) ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ/โครงการไมเ่ กิดประโยชน์กบั ประชาชนในพ้นื ที่ (รอ้ ยละ 11.1) และยงั ไม่มีความ
จา้ เป็นต้องพฒั นาโครงการ (ร้อยละ 11.1)
ท้ังน้ีผู้ทีไ่ ม่มีความเห็นเน่ืองจากยงั ไม่ทราบข้อมลู รายละเอยี ดโครงการท่ีชัดเจน/
ยงั ไม่เข้าใจในรายละเอียดของโครงการมากนัก (รอ้ ยละ 45.5) และไมไ่ ดร้ ับผลกระทบโดยตรง/ไม่เกิดผลดหี รือผลเสีย
ใดๆ (รอ้ ยละ 22.7)
- ความคดิ เหน็ ตอ่ ประโยชน์ที่จะไดร้ ับจากการพฒั นาโครงการ
ครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ
(ร้อยละ 45.1) คาดวา่ การพัฒนาโครงการมปี ระโยชนต์ ่อชุมชน ร้อยละ 49.0 คาดวา่ ไม่มีประโยชน์ และอกี รอ้ ยละ 5.9
ไมม่ คี วามเหน็
สำหรบั ผู้ทเ่ี ห็นว่าการพัฒนาโครงการมีประโยชนไ์ ด้ให้เหตุผลว่า เกษตรกรและ
ประชาชนในพื้นท่ีจะได้มีแหล่งน้ำใช้ในการเกษตรและใช้อุปโภคในครัวเรือนอย่างท่ัวถึง และเพียงพอในทุกฤดูกาล
(รอ้ ยละ 69.6) และสง่ เสริมรายได้จากการท่องเทยี่ วของคนในชมุ ชนและเพิ่มสถานทีท่ ่องเทย่ี วในพน้ื ทช่ี มุ ชน (ร้อยละ 30.4)
- ความวิตกกังวลต่อผลกระทบทางลบท่ีจะเกิดจากการพัฒนาโครงการใน
ระยะกอ่ สรา้ ง ในด้านตา่ งๆ ดังนี้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-362 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
▪ ดา้ นคุณภาพน้ำผิวดนิ และนเิ วศวิทยาทางน้ำ สว่ นใหญม่ ีความวิตกกังวล
จากการชะล้างตะกอนดิน คราบน้ำมนั จากเคร่ืองจักร ลงไปในลำน้ำ ทำให้คุณภาพน้ำเส่ือมลง ในระดับมาก (ร้อยละ
25.5) และสง่ ผลต่อนเิ วศวิทยาทางน้ำและการดำรงชวี ิตของสัตวน์ ้ำ ในระดบั มาก (รอ้ ยละ 23.5)
▪ ด้านคุณภาพอากาศและบรรยากาศ ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลจาก
ผลกระทบจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศจากกจิ กรรมการก่อสรา้ งของโครงการ ต่อสุขภาพ
อนามัยของคนในชมุ ชน ในระดบั น้อย (ร้อยละ 21.6) และผลกระทบจากกจิ กรรม เชน่ การขุดเปดิ หน้าดนิ การ
บรรทกุ ขนสง่ ผา่ นชุมชนไปยงั พ้ืนท่กี ่อสรา้ ง ในระดบั นอ้ ย (ร้อยละ 23.5)
▪ ด้านเสียง และความส่ันสะเทือน ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลจาก ความ
ส่นั สะเทือนจากการทำงานของเครอ่ื งจักรตา่ งๆ รวมถึงรถบรรทกุ ทีใ่ ชข้ นสง่ วัสดุ ซง่ึ สง่ ผลต่อชมุ ชนในระดับนอ้ ย (ร้อยละ 21.6)
▪ ด้านอุบัติเหตุและความปลอดภัย ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลจากความ
เสี่ยงตอ่ การเกิดอบุ ัตเิ หตุเพิ่มข้ึนในชุมชนในระดบั มาก (ร้อยละ 21.6)
▪ ด้านการระบายน้ำและควบคุมน้ำท่วม ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลจาก
กิจกรรมการก่อสรา้ งอาจก่อให้เกิดการกดี ขวางการไหลของนา้ ในสภาพธรรมชาติในระดบั น้อย (ร้อยละ 21.6)
▪ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลว่าการก่อสร้างอาจ
ส่งผลใหผ้ ู้ที่ใชน้ ้ำอาจได้รบั ผลกระทบในการประกอบอาชีพในระดบั มาก (รอ้ ยละ 21.6)
ลักษณะของประเด็นความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่เห็นว่าต้องได้รับการ
แก้ไข พบว่า ผู้ใหส้ ัมภาษณเ์ กอื บท้งั หมด (ร้อยละ 98.0) ใหค้ วามเหน็ ว่าประเด็นความวิตกกังวลต่อผลกระทบดังกล่าว
น้นั ไม่ต้องไดร้ ับการแก้ไข มเี พียงรอ้ ยละ 2.0 ทีเ่ หน็ วา่ ต้องไดร้ บั การแกไ้ ข
สำหรับลักษณะของประเด็นความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่เห็นว่าต้องแก้ไข
ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มจะถูกทำลาย เชน่ การตัดต้นไม้ (ร้อยละ 100.0)
ท้ังนี้ได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ ควรมีการปลูกป่าทดแทนท่ีมี
การตัดตน้ ไม้ออก (รอ้ ยละ 100.0)
- ความวิตกกังวลต่อผลกระทบทางลบท่ีจะเกิดจากการพัฒนาโครงการใน
ระยะดำเนนิ การ
ผใู้ ห้สัมภาษณท์ ้งั หมด (รอ้ ยละ 100.0) ไมม่ ีความวติ กกงั วลในระยะดำเนนิ การ
- ความคดิ เห็นในภาพรวมของการพัฒนาโครงการ
ผู้ให้สัมภาษณ์ ร้อยละ 17.6 เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ โดยให้เหตุผลว่า
เกษตรกรและประชาชนในพ้ืนท่ีจะได้มีแหล่งนำ้ ใช้ในการเกษตรและใช้อุปโภคในครัวเรือนอย่างท่ัวถึง และเพยี งพอใน
ทกุ ฤดกู าลเกดิ การจ้างงานในชุมชน และเป็นโครงการที่มปี ระโยชนต์ อ่ ชุมชนและท้องถิ่น
ส่วนผู้ให้สัมภาษณ์อีกร้อยละ 35.3 ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ
เนือ่ งจากส่งผลกระทบและทา้ ลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ในพ้ืนทีม่ ีโครงการประเภทเดียวกันอย่แู ล้วอาจ
ส่งผลกระทบต่อปัญหาน้ำท่วม ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนใน
ชุมชนและส่ิงแวดลอ้ ม
ทั้งนี้ มีผู้ให้สัมภาษณ์ ร้อยละ 47.1 ไม่มีความเห็น โดยให้เหตุผลว่า ต้องการ
ทราบขอ้ มูลรายละเอียดโครงการมากกว่าน้ี/ยังไม่มีความเข้าใจในโครงการดพี อ และไมไ่ ด้รับผลกระทบโดยตรง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-363 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน
- ข้อเสนอแนะต่อโครงการ
ผู้ให้สัมภาษณ์มีข้อเสนอแนะต่อโครงการ ได้แก่ ยังไม่ทราบราบละเอียด
โครงการดีพอ ควรดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเน่ืองเพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในโครงการ
และลดปัญหาความขัดแยง้ ภายในชมุ ชน ควรคำนงึ ถงึ ปัญหาน้ำทว่ มที่อาจเป็นผลมาจากการสร้างอ่างเกบ็ น้ำ พิจารณา
ทบทวนโครงการฯ เนื่องจากในพ้ืนที่ใกล้เคียงมีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเสียจากโครงการไหลลง
แหล่งน้ำธรรมชาติ และหากมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ควรสร้างท่ีละหมาดในพ้ืนท่ีท่องเที่ยวของโครงการเพ่ืออ้านวย
ความสะดวกนักท่องเที่ยว
(15) ลักษณะการทอ่ งเทยี่ วของชุมชน
จากการสอบถามถึงแหล่งท่องเท่ียวในจังหวัดพัทลุงท่ีผู้ให้สัมภาษณ์ได้ไปท่องเท่ียว
ได้แก่ ทะเลนอ้ ย นำ้ ตกไพรวลั ย์ น้ำตกโตนสะตอ บ่อน้ำร้อน-บอ่ น้ำเยน็ (ธารนำ้ เย็น) หาดแสนสขุ ลำปำ น้ำตกหมอ่ มจุ้ย
ภเู ขาอกทะลุ ลอ่ งแกง่ วดั คูหาสวรรค์ อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขายา่ เขตรกั ษาพันธุส์ ัตวป์ า่ เทอื กเขาบรรทัด เกาะสี่
เกาะห้า วังเจา้ เมอื งพัทลุง หรือวังเก่า – วังใหม่ แหลมจองถนน ถ้ำสุมโน วัดวัง และศูนย์วฒั นธรรมบา้ นตะโหมด โดย
ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 92.2) มักจะเดินทางไปกับครอบครัว โดยมีการใช้เงินในการท่องเท่ียวต้ังแต่ 501 บาทข้ึนไปเป็น
ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 69.4) รองลงมาอยู่ในช่วง 401-500 บาท, 301-400 บาท, 201-300 บาท และ 100-200 บาท ใน
จำนวนร้อยละ 10.2, ร้อยละ 8.2, ร้อยละ 6.1 และร้อยละ 6.1 ตามลำดับ
จากการสอบถามความเห็นด้านการท่องเที่ยว เม่ือมีโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว อัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ พบวา่ มีผ้เู หน็ ด้วย ร้อยละ 47.1 เพราะมีแหลง่ ท่องเทีย่ วเพมิ่ ขึ้น มีนกั ท่องเทีย่ วเพ่ิมขึ้น ชุมชน
มีรายได้ (หาปลา,ขายของ) และทำกิจกรรมเพ่ือท่องเที่ยวเพิ่มข้ึน ส่วนอีกร้อยละ 15.7 ไม่เห็นด้วยกับโครงการ
เพราะในพ้ืนทมี่ อี ่างเก็บนำ้ อยแู่ ลว้ ไมส่ นับสนนุ โครงการเพราะทำลายสิ่งแวดลอ้ ม สง่ ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ในพ้ืนที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่แล้ว และยังไม่มีควมจำเป็นต้องพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ อีก
รอ้ ยละ 37.3 ไม่มคี วามเหน็
ในกรณีที่มีโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ผู้ให้
สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 72.5) ระบุว่าจะไปท่องเท่ียว ส่วนอีกร้อยละ 7.8 ระบุว่าไม่ไป เพราะไม่เห็นด้วยกับการ
พัฒนาโครงการ ต้องการให้มีสภาพแวดล้อมแบบเดิม และในพ้ืนท่ีมีแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติอยู่แล้ว สำหรับ
ค่าใชจ้ ่ายในการทอ่ งเทย่ี วคาดวา่ จะมีประมาณ 151-200 บาทมากท่ีสุด (ร้อยละ 40.5) รองลงมา ตั้งแต่ 201 บาทข้ึน
ไป (รอ้ ยละ 24.3), ประมาณ 51-100 บาท (ร้อยละ 18.9) ไม่มีค่าใช้จ่าย (ร้อยละ 10.8) และตำ่ กวา่ 50 บาท (รอ้ ยละ
5.4)
ในกรณีท่ีมีโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมีการ
พัฒนาเส้นทางไปน้ำตกโตนสะตอให้เดินทางได้สะดวกย่ิงขึ้น ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 72.5) ระบุว่าจะไป
ทอ่ งเทย่ี ว ส่วนอีกร้อยละ 5.9 ระบุวา่ ไม่ไป เพราะไม่สนับสนุนการพัฒนาโครงการ และคิดว่าโครงการไม่จำเป็นต้องมี
การพฒั นา สำหรบั ค่าใช้จา่ ยในการทอ่ งเที่ยวคาดวา่ จะอยู่ที่ประมาณ 151-200 บาท (ร้อยละ 35.1), ตงั้ แต่ 201 บาท
ขึ้นไป (ร้อยละ 27.0), 50-100 บาท (ร้อยละ 18.9) ไมม่ คี าใชจ้ า่ ย (ร้อยละ 10.8) และตำ่ กว่า 50 บาท (ร้อยละ 8.1)
(16) การยอมรับตอ่ การพัฒนาโครงการ
ผู้ให้สัมภาษณ์ท้ังหมด (ร้อยละ 100.0) ไม่มีทรัพย์สินของตนอยู่ในพื้นท่ีก่อสร้าง
โครงการซงึ่ อาจไดร้ ับผลกระทบหรือถูกเวนคืน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-364 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
3.4.2 การชดเชยที่ดนิ และทรัพย์สนิ
การชดเชย การทดแทน หรือขนย้ายที่ดินและทรัพย์สินเป็นมาตรการลดผลกระทบหรือบรรเทาความ
เดือดร้อนที่มีความสำคญั อย่างยิ่งตอ่ ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ท่ีดิน หรือทรัพย์สินอ่ืนๆ ท่ีได้รับผลกระทบโดยตรงจาก
การพฒั นาโครงการ ท้งั นเ้ี น่ืองจากกลุม่ คนเหล่าน้ีอาจจะต้องเปลีย่ นแปลงวิถีชีวติ อันเปน็ ผลมาจากการพัฒนาโครงการ
ดังนั้นการชดเชย การทดแทน หรือการจ่ายค่าขนย้ายท่ีดินและทรัพย์สินที่เป็นธรรม และโปร่งใสทั้งวิธีการกำหนด
อตั ราค่าชดเชยท่ีดิน หรือขนย้ายท่ีดิน (ท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) การทดแทน หรือร้ือย้ายส่ิงปลูกสร้าง และการทดแทน
หรือรื้อย้ายพืชผลและไม้ยืนต้น จึงเป็นส่ิงที่พึงปฏิบัติโดยหน่วยงานท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชย ค่า
ทดแทน หรือค่าขนย้ายท่ีดินและทรัพย์สิน ท้ังน้ีนอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบแล้วยังมีส่วนช่วยให้ผู้ท่ีได้รับผลกระทบเหล่านั้นมีทัศนคติที่ดีต่อโครงการ และต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
โครงการ จะสง่ ผลให้การดำเนินโครงการสามารถบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อใช้เป็นแหล่ง
เก็บกักน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค เพ่ือบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ ช่วยเหลือ
พ้ืนที่เพาะปลูกของราษฎรในฤดฝู นและฤดูแล้ง เป็นแหล่งเพาะพันธ์ุปลาน้ำจืด และเป็นแหล่งท่องเทย่ี วพักผ่อนหยอ่ น
ใจของราษฎรบริเวณพื้นทโี่ ครงการ และพ้ืนทใ่ี กล้เคยี ง
3.4.2.1 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา
(1) เพ่ือศึกษาสำรวจ จำนวน ขนาด และลักษณะการถือครองที่ดิน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
ตลอดจนพชื ผลและไม้ยนื ต้นของราษฎร และหนว่ ยงานของรัฐทอี่ ยใู่ นบริเวณพน้ื ท่ีศกึ ษาโครงการ
(2) เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์ และอัตราค่าชดเชย ค่าขนย้ายท่ีดิน ค่าทดแทน หรือค่ารื้อย้ายทรัพย์สิน
บา้ นเรอื นหรือส่งิ ปลกู สรา้ ง พร้อมทั้งพชื ผลและไม้ยนื ตน้ ต่างๆ
(3) เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคม และทัศนคติของราษฎรท่ีได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
โครงการ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการคำนวณอัตราค่าชดเชย ค่าขนย้ายท่ีดิน ค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้ายทรัพย์สินท่ี
ได้รับผลกระทบ
(4) เพื่อประมาณการราคาค่าชดเชย ค่าขนย้ายท่ีดิน ค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้ายบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง
พชื ผลและไม้ยนื ตน้ รวมทัง้ ค่าใช้จ่ายตา่ งๆ ท่ีเกย่ี วข้องกบั การชดเชย ทดแทน หรอื ร้อื ย้ายทรพั ยส์ ิน
(5) เพอื่ ประเมนิ ผลกระทบที่อาจจะเกดิ ข้ึนเกยี่ วกับการเวนคนื ทด่ี นิ ค่าขนยา้ ยทดี่ ิน คา่ ทดแทน หรือ
ค่ารอ้ื ย้ายบ้านเรือน สิง่ ปลูกสร้าง พชื ผลและไมย้ ืนต้น
(6) เพ่ือศกึ ษาแนวทาง วธิ กี าร ขั้นตอนและระยะเวลา รูปแบบการจา่ ยคา่ ชดเชย คา่ ขนย้ายทด่ี ิน ค่า
ทดแทน หรอื ค่ารื้อย้ายบ้านเรือน ส่ิงปลกู สร้าง พชื ผลและไม้ยืนตน้
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-365 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน
3.4.2.2 ขอบเขตและวิธีการศกึ ษา
(1) การรวบรวมขอ้ มูล
ในการศึกษาได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ เพ่ือนำมาร่วมพิจารณาประกอบการศึกษา
เพ่ือให้ผลการศึกษาออกมาถูกต้องและครบถ้วน โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานราชการในกรุงเทพมหานคร
และข้อมูลจากหนว่ ยงานราชการท่ีอยู่ในบริเวณพน้ื ท่ีโครงการ ขอ้ มลู ท่ีรวบรวมมดี ังนี้
1) รายงานการศึกษาวางโครงการ (Pre-Feasibility Study) โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมือง
ตะก่ัว (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง กลุ่มงานวางโครงการ 3 ส่วนวางโครงการ สำนัก
บรหิ ารโครงการ มิถุนายน พ.ศ. 2552
2) แผนที่ ร.ว. 43 ก. มาตราส่วน 1:4,000 ปี พ.ศ. 2558 จากสำนักงานก่อสร้างชลประทาน
ขนาดกลางท่ี 16 กรมชลประทาน บริเวณพืน้ ทีห่ วั งาน พ้นื ทอี่ ่างเก็บน้ำ และพ้นื ทถี่ นนเข้าหัวงาน
3) คำสั่งจังหวัดพัทลุง เร่ือง แต่งต้ังคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกเขตชลประทาน
และจ่ายเงินค่าทดแทน โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ท้องท่ีอำเภอป่าบอน
จังหวดั พัทลงุ ส่ัง ณ วนั ที่ 27 สิงหาคม 2561
4) ราคาประเมินท่ีดนิ ตามบัญชีกำหนดราคาประเมนิ ทุนทรัพย์ท่ีดนิ ในการจดทะเบียนสิทธิและ
นิตกิ รรมเกีย่ วกบั อสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลงั ปี พ.ศ. 2559-2562 จากสำนกั งานท่ีดนิ จังหวัด
พัทลุง สาขาปากพะยูน (ปัจจุบนั ยังใช้อย)ู่
5) บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนส่ิงปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2559-2562 จากสำนักงานท่ีดิน
จังหวัดพทั ลงุ สาขาปากพะยนู (ปจั จบุ ันยงั ใชอ้ ย)ู่
6) บญั ชมี าตรฐานราคาค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2557 (ท่ีปรับปรุง) บัญชี 1 และบัญชี 2
ฝ่ายบริหารทว่ั ไป สำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน
7) บัญ ชีมาตรฐานกำหนดค่ารื้อย้ายอาคารบ้านเรือน ราษฎรท่ีถูกเขตชลประทาน
ฝา่ ยสถาปตั ยกรรม กองออกแบบ กรมชลประทาน ปี พ.ศ. 2535 (ปจั จุบนั ยังใชอ้ ยู่)
8) บัญชีรายละเอียดค่าทดแทนต้นไม้และไม้ผลที่ถูกเขตชลประทาน ปี พ.ศ. 2560 จากสำนัก
กฎหมายและทด่ี ิน กรมชลประทาน
9) ระเบียบ ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการเวนคืน
ประกอบด้วย
1. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560
2. พระราชบัญญัตวิ ่าด้วยการการเวนคนื และการได้มาซ่ึงอสงั หาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562
สามารถสรุปข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ได้ดังนี้ การกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น (ส่วนที่ 2) การกำหนดราคา
เบอื้ งตน้ สำหรับที่ดนิ ที่เวนคืน ให้คำนึงถงึ ราคา สภาพ เหตุและวัตถุประสงค์ดังตอ่ ไปน้ี
ก. ราคาท่ีซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของท่ีดินในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา
ตามมาตรา 8
ข. ราคาประเมินทีด่ ินของทางราชการท่ีกำหนดขึน้ เพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีท่ดี ิน
และสิ่งปลูกสรา้ ง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-366 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
ค. ราคาประเมินทุนทรัพย์เพ่ือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติ
กรรมตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ง. สภาพและที่ต้งั ของทด่ี ินนน้ั และ
จ. เหตแุ ละวัตถุประสงคแ์ ห่งการเวนคืน
เงินค่าทดแทน (ส่วนท่ี 4) เงินค่าทดแทนสำหรับกรณีเวนคืนท่ีดินและโรงเรอื น ส่ิงปลูก
สร้าง และอสังหาริมทรัพย์อ่ืนอันติดอยู่กับที่ดิน ให้ประกอบด้วยค่าท่ีดิน ค่าโรงเรือนหรือส่ิงปลูกสร้างและ
อสังหารมิ ทรัพยอ์ นื่ อนั ตดิ อยกู่ ับทด่ี ิน และค่าเสยี หายอน่ื อันเกดิ จากการท่เี จ้าของต้องออกจากท่ดี ินทเ่ี วนคืน
ในการเวนคืนที่ดิน ถ้าเจ้าของประสงค์จะให้เวนคืนโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง และ
อสังหาริมทรัพย์อ่นื อันตดิ อยูก่ ับทีด่ นิ ให้เจ้าหนา้ ที่ดำเนินการตามความประสงค์ของเจา้ ของ
โดยเงินคา่ ทดแทนน้ันใหก้ ำหนดแกบ่ คุ คล ดังต่อไปน้ี
ก. เจา้ ของท่ีดนิ ที่ต้องเวนคนื
ข. เจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ ซ่ึงมีอยู่ในที่ดินท่ีต้องเวนคืน
นั้นในวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 8 หรือได้ปลูกสร้างขึ้น
ภายหลังโดยไดร้ บั อนญุ าตจากเจ้าหนา้ ที่
ค. เจ้าของต้นไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่ในที่ดินในวันท่ีใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืน
อสงั หาริมทรัพย์ หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 8
ง. ผเู้ ช่า หรือผู้เช่าชว่ งทด่ี นิ โรงเรือน หรอื สิง่ ปลกู สร้างอ่ืนในทดี่ นิ ทต่ี ้องเวนคนื
จ. บุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทาง วางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือส่ิงอื่นซึ่ง
คล้ายกันผ่านท่ีดินทีค่ ้องเวนคนื น้นั ตามมาตรา 1349 หรือมาตรา 1352 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ฉ. เจ้าของหรือบุคคลใดซ่ึงอยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขายหรือการงานอันชอบ
ด้วยกฎหมายในอสังหาริมทรัพยท์ ่ตี อ้ งเวนคนื นัน้ และได้รบั ความเสยี หายเน่ืองจากการที่ตอ้ งออกจากอสงั หาริมทรัพยน์ ัน้
ในกรณีท่มี ีการเชา่ ท่ีดนิ หรอื อสงั หารมิ ทรัพยท์ ต่ี ้ังอยู่บนที่ดินท่ีเวนคืน หากมหี ลกั ฐานเป็น
หนังสือหรือแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้เช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจริง ให้
เจ้าหน้าทจี่ ่ายเงินค่าทดแทนให้แกผ่ เู้ ชา่ ช่วงแต่ละรายเปน็ คา่ ขนยา้ ย และค่าเสียหายอืน่ ท่ีต้องออกจากอสังหารมิ ทรัพย์
แต่สำหรับผเู้ ช่าหรือผเู้ ช่าชว่ งทไี่ มม่ หี ลกั ฐานเปน็ หนงั สอื ให้จ่ายใหเ้ ฉพาะค่าขนยา้ ย
ในกรณีที่มีการเช่าท่ีดินและผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงเป็นผู้ลงทุนหรือก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์
หรือมีข้อตกลงอ่ืนใดในลักษณะเดียวกัน หรือได้มีการชำระค่าเช่าหรือค่าตอบแทนล่วงหน้า ให้เจ้าหน้าท่ีจ่ายเงินค่า
ทดแทนเปน็ คา่ เสยี สิทธกิ ารเชา่ จากการท่สี ญั ญาเช่าตอ้ งระงับก่อนกำหนด โดยคิดตามส่วนของระยะเวลาเช่าทเ่ี หลืออยู่
นบั แต่วันทีต่ กลงซอ้ื ขายอสงั หาริมทรัพย์ตามมาตรา 25 จนถึงวันท่ีสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ทง้ั น้ี ให้หกั เงนิ คา่ ทดแทนทจ่ี ่าย
ตามวรรคนอ้ี อกจากเงินคา่ ทดแทนทีจ่ า่ ยให้แกเ่ จ้าของดว้ ย
ในกรณีเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดิน มีสัญญา
กำหนดให้กรรมสิทธิ์ในโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้ังอยู่บนที่ดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธ์ิของเจ้าของ
ที่ดินเม่ือครบระยะเวลาการเช่าที่ดิน ให้เจ้าของท่ีดินมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนสำหรับโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง หรือ
อสังหารมิ ทรัพย์ทต่ี ั้งอยบู่ นทีด่ นิ โดยผเู้ ชา่ หรือผู้เชา่ ชว่ งมสี ิทธไิ ดร้ ับคา่ เสยี สิทธใิ นการใช้ทีด่ ินและโรงเรือน สิ่งปลกู สรา้ ง
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-367 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
หรืออสังหาริมทรัพยท์ ่ีตั้งอยู่บนท่ีดิน โดยคำนวณตามส่วนของระยะเวลาเชา่ ท่ีเหลืออยู่ ค่าขนย้าย และค่าเสียหายอ่ืน
สำหรับคา่ เสียสทิ ธิในการใช้ทีด่ ินใหห้ ักออกจากเงินค่าทดแทนท่เี จา้ ของไดร้ บั
3. คำสัง่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 426/2552 ลงวนั ที่ 7 กันยายน 2552
4. มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 22 สิงหาคม 2560 เกี่ยวกับเร่ือง การเวนคืนท่ีดินเพ่ือใช้
ดำเนินโครงการต่างๆ ของรฐั โดยให้ทกุ สว่ นราชการ และหน่วยงานของรฐั ถือเปน็ หลกั ปฏิบัตอิ ยา่ งเครง่ ครดั ว่า ในกรณี
ทมี่ ีความจำเป็นต้องเวนคืนท่ีดินเพ่ือใช้ดำเนินโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ให้พิจารณากำหนดราคาค่าเวนคืนที่ดินและ
ส่ิงปลูกสร้าง (ถ้ามี) ให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมท้ังให้
สอดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ จรงิ และราคาตลาดแตล่ ะพืน้ ที่ เพอ่ื ใหเ้ กิดความเปน็ ธรรมแก่ผู้ถกู เวนคนื อย่างแท้จรงิ
5. มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 11 กรกฎาคม 2532 (กรณีท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ในการ
จัดหาที่ดินของกรมชลประทาน นอกจากจะเข้าก่อสร้างตามโครงการในที่ดินที่มีเอกสารสิทธ์ิอย่างน้อยเป็นหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) แล้ว ยังจะต้องเข้าดำเนินการในท่ีดินประเภทพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีดิน
อทุ ยานแหง่ ชาติ และที่ดนิ สาธารณประโยชนอ์ ย่างอ่ืน ซง่ึ กรมชลประทานไดด้ ำเนินการขออนุญาตใชท้ ดี่ ินดังกลา่ วแล้ว
แต่เมื่อเข้าสำรวจดำเนินการปรากฏข้อเท็จจริงว่าในพื้นที่ที่จะเข้าทำการก่อสร้างมีราษฎรเข้าไปยึดถือครอบครอง
อาศัยตั้งบ้านเรือน และทำกินในพื้นที่โดยไม่มีเอกสารสิทธ์ิมาเป็นเวลานานแล้ว ในกรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าราษฎร
เหล่านั้นมิได้ยื่นเร่ืองราวขอออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่อาจดำเนินการให้ได้เพราะขัดต่ อ
ระเบียบและกฎหมาย กรมชลประทานและส่วนราชการท่ีมีหน้าท่ีเก่ียวข้องกับท่ีดินไม่สามารถจะให้ราษฎรเหล่านั้น
โยกย้ายออกจากพื้นท่ีเขตปฏิบัติการได้หากไม่ได้รับการแก้ไขจะทำให้กรมชลประทานต้องหยุดชะงักการก่อสร้าง
โครงการตามแผนงานที่กำหนดไว้
ดังน้ันเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวข้างต้นให้ดำเนินการไปได้ด้วยความ
เรียบร้อยอันจะทำให้การก่อสร้างโครงการชลประทานแล้วเสร็จตามแผนงบประมาณท่ีได้รับ อีกท้ังให้เกิดความเป็น
ธรรมและบรรเทาเยยี วยาความเดือดร้อนของราษฎรเจ้าของทรพั ยส์ นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จงึ ได้นำเร่อื งเสนอ
คณะรัฐมนตรี เพ่ือพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยการอนุมัติในหลักการเก่ียวกับการจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินต่างๆ
เปน็ กรณพี ิเศษ ดงั ต่อไปน้ี
ก. บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ยืนต้น ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ
อุทยานแห่งชาติ ท่ีดินสาธารณประโยชน์ และหรือที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธ์ิอ่ืนๆ ซ่ึงราษฎรได้เข้าครอบครอง
ทำประโยชนก์ ่อนทีก่ รมชลประทานจะเขา้ ทำการก่อสร้างโครงการ
ข. พืชล้มลุกที่ยังไม่เก่ียวผล ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินท่ีมีหรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ จะจ่ายค่า
ทดแทนเฉพาะท่ีเสยี หายเนื่องจากก่อสรา้ งชลประทาน โดยไม่สามารถจะเก็บเกยี่ วผลไดท้ นั
ค. ที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธ์ิทั้งที่อยู่ในเขตหรือนอกเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ
แต่อยู่ในเขตทำการก่อสร้างการชลประทาน โดยได้ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนท่ีกรมชลประทานจะเข้า
ดำเนนิ การก่อสร้าง
ง. ท่ีดนิ ท่ีมีหลักฐาน น.ค. 3 หรือสมาชิกในเขตสหกรณ์ และนิคมสร้างตนเองที่มีสิทธิ์ท่ี
จะได้รับหลักฐาน น.ค. 3 ตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพ่ือการครองชีพ และหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์แต่ห้ามโอนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพ ซ่ึงทางอำเภอไม่สามารถท่ีจะจด
ทะเบียนสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมไดใ้ นขณะนน้ั ให้มสี ทิ ธ์ไิ ด้รับเงินคา่ ชดเชยท่ดี ินเปน็ กรณีพเิ ศษ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-368 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบัน
10) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2539 สมัยรัฐบาลของ ฯลฯ บรรหาร ศิลปะ
อาชา ได้มีมติให้แก้ปัญหาผู้เดือดร้อนจากการสรา้ งเข่ือน โดยมีมติให้จ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ครอบครองที่ดินทุกประเภท
ท้ังท่ีมีเอกสารสิทธิ์ และไม่มีเอกสารสิทธ์ิ และทุกกรณีเขื่อน โดยยึดหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 11 กรกฎาคม
2532
11) แผนทภี่ ูมปิ ระเทศ มาตราสว่ น 1 : 50,000 กรมแผนท่ที หาร ชุด L 7018
12) แผนท่ีภาพถา่ ยดาวเทยี ม (Google Earth) ปี 2562 (ปีลา่ สดุ )
(2) การสำรวจภาคสนาม ดำเนนิ การดังนี้
1) กำหนดขอบเขตพื้นที่ : ตรวจสอบพ้ืนท่แี ละวางแนวทางการดำเนนิ งานชดเชยทรพั ย์สนิ
ในพนื้ ท่ีภาคสนามจรงิ ด้วยการทำการเปรียบเทยี บขอบเขตพื้นทร่ี ะหวา่ งแผนท่ีองคป์ ระกอบโครงการ เช่น พ้นื ทีห่ วั
งาน พน้ื ทอ่ี ่างเก็บน้ำ พน้ื ที่ถนนเขา้ หัวงาน กบั อาณาเขตพืน้ ทจี่ รงิ
2) เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู : ดำเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล รายงาน เอกสารต่างๆ จากหน่วยงาน
ของรัฐในบริเวณพืน้ ท่ีก่อสร้างองค์ประกอบโครงการต่างๆ และจากราษฎรท่ีไดร้ บั ผลกระทบ เพอื่ เป็นขอ้ มูล
ประกอบการตรวจสอบ อา้ งอิง และนำมาวิเคราะหข์ อ้ มูล มดี งั น้ี
1. ราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2559-2562 จากสำนักงานท่ีดิน
จงั หวดั พทั ลุง สาขาปากพะยูน (ปจั จบุ นั ยงั ใช้อยู่)
2. บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2559-2562 จากสำนักงานท่ีดิน
จังหวัดพัทลงุ สาขาปากพะยนู (ปจั จุบนั ยงั ใช้อย)ู่
3. แผนที่ ร.ว. 43 ก. มาตราส่วน 1:4,000 ปี พ.ศ. 2558 จากสำนักงานก่อสร้าง
ชลประทานขนาดกลางที่ 16 กรมชลประทาน บริเวณพืน้ ท่ีหวั งาน และพนื้ ท่ีอา่ งเก็บนำ้
4. คำสั่งจังหวัดพัทลุง เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกเขต
ชลประทานและจา่ ยเงนิ ค่าทดแทน โครงการอา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ทอ้ งท่อี ำเภอป่า
บอน จงั หวัดพทั ลุง สั่ง ณ วันท่ี 27 สงิ หาคม 2561
3) สำรวจบริเวณพ้ืนท่ีท่ีจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ
โดยดำเนินการสำรวจภาคสนามในพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการ ซึ่งประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน เพื่อเข้า
สำรวจขอบเขตพื้นที่ สำรวจท่ดี ินและสง่ิ ปลกู สร้างตา่ งๆ ตลอดจนพืชผลและไม้ยืนต้น พรอ้ มทัง้ สำรวจสภาพเศรษฐกจิ -
สังคมของผู้ท่ีไดร้ ับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ โดยมรี ายละเอยี ดที่ไดส้ ำรวจดังนี้
1. การชดเชย หรอื ขนยา้ ยทด่ี ิน (ทดี่ ินไม่มีเอกสารสทิ ธ)์ิ
ก. สำรวจจำนวน ขนาดแปลงที่ดินถือครอง หรือเน้ือที่ ประเภทเอกสารสิทธิ์ และ
เจา้ ของกรรมสทิ ธก์ิ ารครอบครองท่ดี นิ ในบรเิ วณพื้นทอี่ งค์ประกอบโครงการ
ข. สำรวจรายละเอียดลักษณะการใช้ประโยชนท์ ด่ี ินและขอบเขตพื้นทีใ่ นการชดเชยทรัพยส์ ิน
ค. สำรวจราคาซื้อขายท่ีดินตามราคาท้องตลาดทั่วไป และราคาท่ีดินท่ีเจ้าของที่ดิน
ต้องการในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการ เพ่ือนำมาประเมินค่าชดเชยที่ดินท่ีต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับราษฎรที่
ได้รับผลกระทบด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝา่ ยระหวา่ งหน่วยงานของรฐั และราษฎรเจา้ ของพน้ื ที่ทจี่ ะตอ้ งสูญเสียพืน้ ที่ทำกนิ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-369 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน
ง. กำหนดประเภทกรรมสิทธ์ิท่ีดินที่ถือครองท่ีต้องชดเชย โดยอาศัยหลักเกณฑ์ กรอบ
ของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่ถือครองท่ีมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และจ่ายค่าที่ดิน
ในรปู แบบคา่ ขนยา้ ย (ท่ีดิน) ใหแ้ กผ่ ทู้ ถี่ อื ครองทีไ่ ม่มีเอกสารสิทธ์ิ
2. การชดเชยส่ิงปลูกสรา้ ง โดยสำรวจประเภทส่ิงปลูกสร้างต่างๆ โดยพิจารณาจาก ขนาด
รูปแบบ และวสั ดุก่อสรา้ ง ตามบญั ชมี าตรฐานราคาค่าทดแทนสง่ิ ปลกู สรา้ ง ประจำปี 2557 (ท่ีปรบั ปรงุ ) บญั ชี 1 และ
บัญชี 2 ฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน และบัญชีมาตรฐานกำหนดค่ารื้อย้ายอ าคาร
บ้านเรือนราษฎรที่ถูกเขตชลประทานฝ่ายสถาปัตยกรรม กองออกแบบ กรมชลประทาน ปี 2535 (ปัจจุบันยังใช้อยู่)
คัดเลือกประเภทส่ิงปลูกสร้างต่างๆ ของราษฎรด้วยการถ่ายรูปนำมาถอดแบบและจำแนกวัสดุก่อสร้าง เพื่อประเมิน
ราคาคา่ ชดเชยหรือค่าทดแทนสิง่ ปลูกสรา้ ง
3. การชดเชยพชื ผลและไม้ยืนต้น
ก. สำรวจชนิด และแหล่งพ้ืนที่เพาะปลูกพืชผลและไม้ยืนต้นต่างๆ ที่มีการเพาะปลูก
กนั มากหรือพืชเศรษฐกิจหลักในพืน้ ท่อี งค์ประกอบโครงการ โดยพิจารณาจากการใช้ประโยชนท์ ี่ดินเพ่ือการเพาะปลูก
พรอ้ มทัง้ นับจำนวนพชื ผลและไม้ยืนต้น
ข. สำรวจรายละเอียดเก่ยี วกับต้นทนุ การเพาะปลกู และมูลค่าราคาพืชผลและไม้ยืนต้น
ตามราคาท่ัวไปในทอ้ งถ่ิน
ค. กำหนดประเภทพืชผลและไม้ยืนตน้ ท่ีต้องชดเชย โดยอาศัยหลักเกณฑ์พิจารณาจ่าย
ค่าทดแทนพืชผลและไม้ยืนต้นเท่านั้น ส่วนธัญพืชและพืชล้มลุกจะพิจารณาจ่ายเฉพาะกรณีจำเป็นต้องใช้พ้ืนที่หรือ
แปลงทดี่ ินอย่างเรง่ ดว่ นจนทำให้ไมส่ ามารถเก็บเก่ียวผลผลติ ทนั กอ่ นเริ่มดำเนนิ ก่อสรา้ งโครงการ
4. การสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของครัวเรือนราษฎรผู้ได้รับ
ผลกระทบจากการชดเชยทรัพย์สิน ในบริเวณพ้ืนที่องค์ประกอบโครงการที่คาดว่าอาจจะถูกเวนคืนท่ีดินและ
ทรัพย์สิน ซ่ึงจะดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับหัวหน้าครัวเรือนราษฎร หรือตัวแทนครัวเรือนราษฎรท่ี
อาศยั อยูห่ รือมที ท่ี ำกินและทรัพย์สนิ ทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบ โดยดำเนนิ การจะเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั รายละเอยี ดสภาพ
เศรษฐกิจและสังคมทั่วไป การตั้งถิ่นฐาน รูปแบบและค่าทดแทนท่ีต้องการขายให้แก่โครงการ ราคาซ้ือขายที่ดินตาม
ราคาท้องตลาดท่ัวไป รูปแบบการชดเชยทรัพย์สิน ตลอดจนประมวลความคิดเห็นของราษฎรหรือผู้ได้รับผลกระทบ
จากการพัฒนาโครงการ โดยอาศัยความตอ้ งการของผู้ได้รบั ผลกระทบและความเหมาะสมทางการปฏิบตั ิเปน็ หลกั
5. การประเมนิ ผลกระทบ ทำการประเมินผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้นท้ังทางดา้ นเศรษฐกจิ -สังคม
วัฒนธรรม และสขุ ภาพจติ ความวติ กกังวล หรือประเมนิ การสญู เสียทรพั ย์สินของราษฎร ของชมุ ชนและของรัฐ
6. การนำเสนอมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การเสนอมาตรการที่เหมาะสม
ประกอบการวางแผนการจ่ายค่าชดเชยท่ีดินและทรัพย์สิน โดยกำหนดระยะเวลา หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชย
ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเสนอ
แผนการปอ้ งกันแก้ไข และลดผลกระทบ และการดำเนนิ งานตามแผนการชดเชยทดี่ นิ และทรัพยส์ ิน
นอกจากนย้ี งั เสนอแนะแนวทางปฏิบัติท่ีเหมาะสมประกอบกับวางแผนการจ่ายค่าชดเชย
ท่ีดิน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลและไม้ยืนต้น ตลอดจนทำข้อเสนอแนะเพ่ือลดผลกระทบต่างๆ เช่น การจัดตั้งองค์กร
ในรปู แบบคณะกรรมการต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องจากทกุ ฝา่ ยท้งั กรมชลประทานและหน่วยงานราชการที่เก่ียวข้อง ผู้นำชมุ ชน
ตวั แทนประชาชน หรอื องค์กรอื่นๆ ไดแ้ ก่
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-370 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ก. คณะกรรมการจัดซอื้ และกำหนดราคาค่าชดเชยทรัพยส์ ิน
ข. คณะอนกุ รรมการตรวจสอบทรัพย์สิน
ค. คณะอนกุ รรมการจ่ายเงินคา่ ชดเชยทรัพยส์ ิน
3.4.2.3 ผลการศึกษา
(1) การชดเชยท่ดี นิ และทรพั ย์สิน
พ้นื ทที่ ี่ได้รับผลกระทบในบรเิ วณพ้ืนทข่ี ององค์ประกอบโครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว อนั
เนือ่ งมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วยทรพั ย์สนิ บรเิ วณพ้นื ทห่ี ัวงาน และ
พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีทำกินของราษฎร ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการประมาณการเบ้ืองต้น โดยอาศัย
ข้อมูล ทุติยภูมิ และข้อมูลปฐมภูมิมาพิจารณาร่วมกับสภาพเศรษฐกิจสังคมของชุมชน ความคิดเห็นของราษฎรที่
ได้รับผลกระทบถึงอัตราค่าชดเชยที่ดิน หรือค่าขนย้ายท่ีดิน (ท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องการ
รวมถงึ อัตราราคาทีด่ ินท่มี ีการซอ้ื ขายในบริเวณพืน้ ท่ีองค์ประกอบโครงการ และบรเิ วณพ้นื ท่ีใกล้เคยี งกับโครงการ เพ่ือ
นำมาประเมินค่าชดเชยที่ดิน หรือค่าขนย้ายท่ีดิน (ท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ให้กับราษฎรท่ีได้รับผลกระทบด้วยความ
เป็นธรรมทั้งสองฝ่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐ และราษฎรเจ้าของพื้นท่ีที่จะต้องสูญเสียพื้นที่ดินทำกนิ และทรัพย์สิน
ไปเปน็ พนื้ ท่อี งคป์ ระกอบโครงการ
1) พ้ืนที่หัวงานและพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ : มีพื้นท่ีทำกินของราษฎรบางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่เขต
รักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทดั ปา่ สงวนแห่งชาติปา่ เทือกเขาบรรทัด และบางสว่ นของปา่ ถาวร ปา่ เทอื กเขาบรรทัด
พน้ื ท่ีทำกินของราษฎรส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีทำกินท่ีไม่มีเอกสารสิทธิ์ เม่ือรัฐมีความจำเป็นท่ีจะต้องไดม้ าซ่งึ ท่ีดินเพอ่ื การ
อันจำเป็นในกิจการสาธารณูปโภคจะต้องจ่ายค่าชดเชยท่ีดิน ค่าขนย้ายท่ีดิน (ท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์) ท่ีเหมาะสมให้กับ
ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ตามมติคณะรัฐมนตรี 11 กรกฎาคม 2532 ลงมติอนุมัติให้จ่ายเงินค่าขนย้ายท่ีดิน (ที่ดินไม่มี
เอกสารสิทธ์ิ) และกำหนดเป็นกรณีพิเศษดังนี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในท่ีดินท่ีไม่มีเอกสารสิทธท์ิ ี่อยู่ในเขตหรือนอก
เขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ ท่ีดินป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินสาธารณประโยชน์ แต่อยู่ในเขตทำ
การก่อสร้างโครงการ โดยได้ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่กรมชลประทานจะเข้าดำเนินการก่อสร้าง และเจ้าของ
บ้านเรือน ส่ิงปลูกสรา้ ง ต้นไม้ยืนต้นซ่ึงปลูกในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีดินอุทยานแห่งชาติ ท่ีดินสาธารณประโยชน์ก่อนที่
กรมชลประทานจะเข้าทำการก่อสร้าง รวมทั้งพืชล้มลุกที่ยงั ไม่เก็บเกี่ยวผล ซ่ึงปลูกในท่ีดินท่ีมีหรอื ไม่มีเอกสารสิทธ์ิ โดยไม่
สามารถเก็บเก่ียวผลได้ทัน เนื่องจากการก่อสร้างโครงการให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน/ค่าขนย้าย เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจำนวน
ราษฎรท่ีทำกินอยู่ในพ้ืนท่ีหัวงานและพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ จำนวน 79 ราย โดยมีพื้นที่ทำกิน จำนวน 106 แปลง คิดเป็น
พนื้ ทจี่ ำนวน 407 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา เป็นพ้นื ท่ที ำกินไมม่ ีเอกสารสิทธท์ิ ้ังหมด
ดังนั้น ท่ีดินทำกินของราษฎรท่ีได้รบั ผลกระทบในบริเวณพื้นที่หัวงาน และพื้นที่อ่างเก็บน้ำ
คิดเปน็ ค่าขนยา้ ยที่ดนิ รวมเปน็ เงิน จำนวน 18,680,000.30 บาท รายละเอยี ดดังตารางท่ี 3.4.2-1 และรูปท่ี 3.4.2-1
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-371 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
ตารางท่ี 3.4.2-1 ค่าชดเชย หรือคา่ ขนย้ายทดี่ นิ ผทู้ ่ไี ดร้ บั ผลกระทบในบริเวณพ้นื ทห่ี วั งาน และพนื้ ที่อา่ งเก็บน้ำ โครงการอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเห
จำนวน จำนวน ชื่อ-สกุล เลขท่ี หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้ำน ทอ่ี ยู่
แปลง รำย ตำบล อำเภอ
1 1 นายดนเหลาะ เหลม็ หมาด 267 2 หนองธง หนองธง ป่าบอน
2 นายดนเหลาะ เหล็มหมาด 267 2 หนองธง หนองธง ป่าบอน
3 2 นายอับดลุ เลาะ หมัดอาดมั 224 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
4 นายอบั ดลุ เลาะ หมัดอาดัม 224 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
5 3 นายสุรพจน์ สทิ ธิวรกาญจน์ 434 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
6 นายสรุ พจน์ สทิ ธิวรกาญจน์ 434 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
7 4 นายกอ่ เส็ม อุดหลี 414 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
8 นายกอ่ เสม็ อดุ หลี 414 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
9 5 นางอไุ ร เดน็ เพชรหน้อง 339 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
10 6 นายสุรยิ า โต๊ะหลงหมาด 148 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
11 นายสุรยิ า โต๊ะหลงหมาด 148 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
12 7 นางสาวฮาลีมะห์ วรงั อาสน์ 73 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
13 8 นายเหยะ โต๊ะหลงหมาด 73 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
14 9 นางเนตรนภา ปานดา 196 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
15 10 นายพนิ ชูสิงห์ 74 5 หลกั สิบ หนองธง ป่าบอน
16 11 นายเปยี้ น นวนเปียน 108 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
17 12 นายสงบ อนิ ทะระนก 44 5 หลกั สบิ หนองธง ป่าบอน
18 13 นางสุวิไล ศรีเกตุ 144 7 ศิรวิ รรณดี วังใหม่ ป่าบอน
19 14 นายกวีวัจน์ สายสนิ ธุ์ 116 - นาชด คูหาสวรรค์ เมือง
20 นายกวีวัจน์ สายสนิ ธ์ุ 116 - นาชด คหู าสวรรค์ เมือง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-372
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
บทที่ 3
สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
หมอื งตะกว่ั อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จงั หวดั พัทลุง
จำนวนพ้ืนทท่ี ำกินที่ไดร้ ับผลกระทบ คำ่ ชดเชย/ค่ำขนย้ำยทด่ี ิน คดิ เป็นเงิน
จังหวัด ไร่ งำน วำ2 (บำท/ไร่) (บำท/วำ2) (บำท) (สตำงค)์
พัทลุง 1 1 34 72,000 180 96,120 -
99,900 -
พทั ลุง 1 1 55 72,000 180
พทั ลุง 0 2 91 72,000 180 52,380 -
83,700 -
พทั ลุง 1 0 65 72,000 180
พัทลุง 3 0 72.2 72,000 180 228,996 -
111,883 20
2 2 75.8 41,600 104 140,742 -
21,538 40
พัทลงุ 1 3 81.9 72,000 180
0 2 7.1 41,600 104
พัทลงุ 2 2 58.5 72,000 180 190,530 -
185,588 -
4 1 84.5 41,600 104
พทั ลุง 2 1 15.6 72,000 180 164,808 -
4 0 2.4 41,600 104 166,649 60
พทั ลุง 1 0 13 41,600 104 42,952 -
พัทลุง 14 0 28 41,600 104 585,312 -
พัทลงุ 17 3 4 41,600 104 738,816 -
พัทลุง 9 3 20 41,600 104 407,680 -
พัทลุง 3 1 18 72,000 180 237,240 -
8 3 35 41,600 104 367,640 -
พทั ลุง 3 3 76 41,600 104 163,904 -
พทั ลงุ 2 1 56 41,600 104 99,424 -
พทั ลงุ 0 3 75 41,600 104 39,000 -
พทั ลุง 6 1 19 41,600 104 261,976 -
พทั ลุง 7 2 18 41,600 104 313,872 -
พัทลงุ 10 0 22 41,600 104 418,288 -
พทั ลงุ 7 2 70 41,600 104 319,280 -
รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
ตารางที่ 3.4.2-1 ค่าชดเชย หรอื ค่าขนย้ายทีด่ ินผทู้ ี่ไดร้ บั ผลกระทบในบริเวณพ้นื ทีห่ วั งาน และพ้นื ทอ่ี ่างเกบ็ นำ้ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเห
จำนวน จำนวน ช่ือ-สกุล เลขท่ี หมู่ท่ี ช่ือหมู่บ้ำน ท่อี ยู่
แปลง รำย ตำบล อำเภอ
21 15 นางด๊ะ หมัดอาดมั 224 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
22 16 นางประดับ เทพสุข 5 7 โพรงเข้ โคกทราย ป่าบอน
23 นางประดบั เทพสขุ 5 7 โพรงเข้ โคกทราย ป่าบอน
24 17 นายสมมาตร ไหมแก้ว 23 13 พรพุ ้อ โคกทราย ป่าบอน
25 18 นายสนั่น สันอี 64 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
26 นายสน่ัน สนั อี 64 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
27 19 นางหนับเสียะ สันอี 64 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
28 นางหนับเสยี ะ สันอี 64 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
29 20 นางกนั ยา สมเพชร 89 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
30 นางกนั ยา สมเพชร 89 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
31 นางกนั ยา สมเพชร 89 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
32 21 นายสวัสดิ์ เพชรมณี 164 12 พรุพ้อใต้ โคกทราย ป่าบอน
33 22 นางพนิดา สารภี 485 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
34 23 นางสะหรอ หมานระโต๊ะ 236 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
35 24 นางสุมณทา ศศิลักษณ์ 175 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
36 25 นางหนับสะ อุดหลี 389 2 หนองธง หนองธง ป่าบอน
37 26 นายกะเดช หลีอะรญั 222 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
38 นายกะเดช หลีอะรญั 222 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
39 นายกะเดช หลีอะรญั 222 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
40 27 นายประจวบ เกล้ียงจันทร์ 132 6 ยางขาคีม ทุ่งนารี ป่าบอน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-373
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
หมอื งตะกัว่ อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จงั หวดั พัทลุง (ตอ่ )
จำนวนพื้นที่ทำกินทไี่ ดร้ ับผลกระทบ คำ่ ชดเชย/ค่ำขนยำ้ ยท่ีดิน คดิ เป็นเงิน
จังหวัด ไร่ งำน วำ2 (บำท/ไร่) (บำท/วำ2) (บำท) (สตำงค)์
104,256 -
พัทลงุ 1 1 79.2 72,000 180 109,387 20
62,982 -
2 2 51.8 41,600 104 41,506 40
195,416 -
พทั ลุง 0 3 49.9 72,000 180 82,440 -
182,340 -
0 3 99.1 41,600 104 153,816 -
89,442 -
พัทลงุ 4 2 79 41,600 104 40
426 -
พทั ลงุ 1 0 58 72,000 180 45,240 -
229,140 -
พทั ลุง 2 2 13 72,000 180 54,704 -
337,376 -
พัทลุง 3 2 79 41,600 104 60,300 -
6,760 -
พัทลุง 1 0 96.9 72,000 180 128,412 40
95,950 -
0 0 4.1 41,600 104 32,032 -
62,192 -
พทั ลงุ 1 0 35 41,600 104 39,208 -
127,192 -
พทั ลุง 3 0 73 72,000 180 164,736 -
21,008 -
1 1 26 41,600 104 126,672 -
116,100 -
พัทลงุ 8 0 44 41,600 104 481,208
พทั ลุง 0 3 35 72,000 180
0 0 65 41,600 104
พัทลุง 1 3 13.4 72,000 180
2 1 22.6 41,600 104
พัทลุง 0 3 8 41,600 104
พทั ลงุ 1 1 98 41,600 104
พัทลงุ 0 3 77 41,600 104
พัทลงุ 3 0 23 41,600 104
พัทลุง 3 3 84 41,600 104
พัทลงุ 0 2 2 41,600 104
พทั ลุง 3 0 18 41,600 104
พทั ลุง 1 2 45 72,000 180
11 2 27 41,600 104
รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกวั่
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง
ตารางที่ 3.4.2-1 คา่ ชดเชย หรือค่าขนย้ายทีด่ นิ ผ้ทู ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบในบริเวณพน้ื ที่หวั งาน และพ้นื ทีอ่ ่างเกบ็ นำ้ โครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเห
จำนวน จำนวน ชื่อ-สกุล เลขที่ หมู่ท่ี ชื่อหมู่บ้ำน ทอี่ ยู่
แปลง รำย ตำบล อำเภอ
41 28 นายสรศกั ด์ิ หมัดแท่น 508 8 ท่งุ ผีป้ันรปู ป่าบอน ป่าบอน
42 29 นายวีรศกั ดิ์ เด็นเพชรหน้อง 339 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
43 30 นายปรีดา อุเส็น 107 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
44 31 นายมานพ สอ่ งช่วย 188 6 ยางขาคมี ทุ่งนารี ป่าบอน
45 32 นางอามีน๊ะ อุดหลี 106 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
46 33 นางอารยา อับดลุ เดช ป่าบอน
47 34 นายพัน อินทรสุวรรณ 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
48 นายพนั อนิ ทรสวุ รรณ 299 5 หลักสิบ หนองธง ป่าบอน
299 5 หลกั สิบ หนองธง
49 35 นางกรกุลย์ บุญเกียรติ 78/6 คหู าสวรรค์ เมืองพัทลงุ
50 36 นายคานึง หนูเพง็ 113 9 โหล๊ะจังกระ คลองเฉลิม กงหรา
51 37 นายเจ๊ะดลเลาะ หลาปูเต๊ะ 218 2 หนองธง หนองธง ป่าบอน
52 38 นายยะ๊ หยา กลาง 63 2 หนองธง หนองธง ป่าบอน
53 39 นายจดั ไชยสิงห์ 69 5 ห้วยไทร หนองธง ป่าบอน
54 40 นายเกียรตศิ กั ดิ์ อนิ ทรสุวรรณ 299 5 หลักสิบ หนองธง ป่าบอน
55 41 นายชานาญ กติ ิเศวตจติ 136 4 บ้านไร่ สมหวัง กงหรา
56 นายชานาญ กติ ิเศวตจิต 136 4 บ้านไร่ สมหวัง กงหรา
57 นายชานาญ กิติเศวตจิต 136 4 บ้านไร่ สมหวัง กงหรา
58 42 นายอาหลี กะหละหมัด ป่าบอน
135 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง
59 43 นายภัทรวุธ จานง 190 2 ชะมวง ชะมวง ควนขนุน
60 นายภัทรวุธ จานง 190 2 ชะมวง ชะมวง ควนขนุน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-374
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
หมอื งตะกว่ั อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จังหวดั พัทลงุ (ต่อ)
จำนวนพ้ืนทีท่ ำกินทีไ่ ด้รับผลกระทบ ค่ำชดเชย/คำ่ ขนยำ้ ยทดี่ ิน คิดเป็นเงิน
จังหวัด ไร่ งำน วำ2 (บำท/ไร่) (บำท/วำ2) (บำท) (สตำงค)์
481,208 -
11 2 27 41,600 104
พัทลงุ 5 3 19 41,600 104 241,176 -
พทั ลุง 0 0 86 41,600 104 8,944 -
25,168 -
พัทลุง 0 2 42 41,600 104 34,840 -
26,520 -
พทั ลงุ 0 3 35 41,600 104
พัทลุง 0 2 55 41,600 104
พทั ลุง 0 3 12 41,600 104 32,448 -
พทั ลุง 4 3 71 41,600 104 204,984 -
111,564 -
พัทลงุ 1 2 19.8 72,000 180 210,620 80
5 0 25.2 41,600 104
พทั ลุง 2 2 0 72,000 180 180,000 -
238,992 -
5 2 98 41,600 104
พัทลงุ 1 2 60 72,000 180 118,800 -
110,240 -
2 2 60 41,600 104
พทั ลงุ 0 3 79.5 72,000 180 68,310 -
72,436 -
1 2 96.5 41,600 104 95,130 -
74,516 30
พัทลุง 1 1 28.5 72,000 180
1 3 16.5 41,600 104
พัทลงุ 3 1 4 72,000 180 234,720 -
พทั ลงุ 5 0 31.3 72,000 180 365,634 -
21,600 80
0 2 7.7 41,600 104
พทั ลุง 1 3 20 72,000 180 129,600 -
53,560 -
1 1 15 41,600 104 300,780 -
262,080 -
พัทลงุ 4 0 71 72,000 180 86,736 -
89,874 -
6 1 20 41,600 104 114,472 80
พทั ลุง 2 0 34 41,600 104
พทั ลงุ 1 0 99.3 72,000 180
2 3 0.7 41,600 104
พัทลุง 2 2 75 41,600 104 111,800 -
168,792 -
พัทลงุ 4 0 23 41,600 104
รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกวั่
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
ตารางท่ี 3.4.2-1 ค่าชดเชย หรือค่าขนยา้ ยที่ดนิ ผู้ท่ีได้รบั ผลกระทบในบรเิ วณพนื้ ที่หวั งาน และพืน้ ท่อี ่างเก็บน้ำ โครงการอา่ งเก็บน้ำบา้ นเห
จำนวน จำนวน ชื่อ-สกุล เลขที่ หมู่ท่ี ช่ือหมู่บ้ำน ที่อยู่
แปลง รำย ตำบล อำเภอ
61 44 นายโกด สาแหละหมัน 151 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
62 45 นายปรชี า หมันหมาด
63 46 นายยูโส๊ะ รงุ่ สวัสดิ์ 459 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
64 47 นายดลหลี มากกลาย
65 นายดลหลี มากกลาย 310 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
66 48 นางรอบีอ๊ะ สไุ ลมาน
67 49 นายเจ๊ะหมัด มูฮมั หมัด 281 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
68 50 นางโรจนา ไหมละหมัด
69 51 นายหีม พุทธเสน 281 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
70 52 นายเปรม่ี พรหมคง
71 53 นางอบุ ลรตั น์ พรหมคง 225 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
72 54 นายเหียน หนูรตั น์แก้ว
73 55 นายมูฮัมหมัด หมัดโส๊ะ 166 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
74 นายมูฮมั หมัด หมัดโส๊ะ
75 56 นายเหละ๊ มากกลาย 153 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
76 57 นางไหวเดา๊ ะ มากกลาย
77 58 นางสาวเมธินันท์ ลิมกลาง 343 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
78 นางสาวเมธินันท์ ลมิ กลาง
79 นางสาวเมธินันท์ ลิมกลาง 190 2 ชะมวง ชะมวง ควนขนุน
80 59 นายบุญทม หนูรตั น์แกว้
81 นายบุญทม หนูรตั น์แกว้ 190 2 ชะมวง ชะมวง ควนขนุน
82 นายบุญทม หนูรัตน์แก้ว
83 60 นายคลอ้ ย หนูชู 84 8 ควนปอม โคกทราย ป่าบอน
84 61 นายแคล้ว หนูชู
85 62 นายหมัดอาด เภอเกล้ียง 193 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
86 63 นางค่ิน เรอื งรักษ์
87 64 นายฮาม เภอเกล้ียง 193 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
88 นายฮาม เภอเกลี้ยง
89 65 นางสาวเทวี พรหมจนั ทร์ 6 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
90 66 นายพรอ้ ม เรืองรกั ษ์
6/1 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั 16 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
16 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
16 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
202 13 พรพุ ้อ โคกทราย ป่าบอน
202 13 พรพุ อ้ โคกทราย ป่าบอน
202 13 พรพุ ้อ หนองธง ป่าบอน
198 9 สายกลาง หนองธง ป่าบอน
198 9 สายกลาง หนองธง ป่าบอน
243 5 ทอนหาน คลองทรายขาว กงหรา
28 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
142 5 หัวปาบ ห้วยลกึ ควนเนียง
142 5 หัวปาบ ห้วยลกึ ควนเนียง
28 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
28 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
3-375
บทที่ 3
สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
หมืองตะกวั่ อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวดั พทั ลุง (ต่อ)
จำนวนพื้นที่ทำกินที่ได้รับผลกระทบ ค่ำชดเชย/ค่ำขนย้ำยที่ดิน คิดเปน็ เงิน
จังหวัด ไร่ งำน วำ2 (บำท/ไร่) (บำท/วำ2) (บำท) (สตำงค)์
481,208 -
11 2 27 41,600 104 62,400 -
45,448 -
พทั ลงุ 1 2 0 41,600 104 64,792 -
พทั ลงุ 1 0 37 41,600 104
พทั ลงุ 1 2 23 41,600 104
พทั ลงุ 2 0 45 41,600 104 87,880 -
171,912 -
พัทลุง 4 0 53 41,600 104 284,440 -
22,464 -
พทั ลุง 6 3 35 41,600 104 49,816 -
40,872 -
พัทลงุ 0 2 16 41,600 104 35,776 -
22,256 -
พทั ลุง 1 0 79 41,600 104 47,528 -
พทั ลุง 0 3 93 41,600 104
พทั ลุง 0 3 44 41,600 104
พทั ลุง 0 2 14 41,600 104
พัทลงุ 1 0 57 41,600 104
พัทลงุ 4 0 8 41,600 104 167,232 -
208,104 -
พทั ลงุ 5 0 1 41,600 104 191,152 -
50,752 -
พัทลงุ 4 2 38 41,600 104
พทั ลุง 1 0 88 41,600 104
พัทลุง 0 0 65 41,600 104 6,760 -
86,112 -
พัทลุง 2 0 28 41,600 104 7,176 -
พทั ลงุ 0 0 69 41,600 104
พทั ลุง 2 1 71 41,600 104 100,984 -
15,912 -
พัทลงุ 0 1 53 41,600 104 103,480 -
197,288 -
พทั ลงุ 2 1 95 41,600 104 229,528 -
253,032 -
พทั ลุง 4 2 97 41,600 104 258,648 -
238,264 -
พัทลงุ 5 2 7 41,600 104 260,832 -
315,328 -
พัทลุง 6 0 33 41,600 104 249,808 -
พทั ลงุ 6 0 87 41,600 104
สงขลา 5 2 91 41,600 104
สงขลา 6 1 8 41,600 104
พัทลุง 7 2 32 41,600 104
พทั ลงุ 6 0 2 41,600 104
รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ
ตารางท่ี 3.4.2-1 ค่าชดเชย หรอื คา่ ขนย้ายที่ดินผูท้ ไี่ ดร้ ับผลกระทบในบริเวณพน้ื ท่ีหัวงาน และพืน้ ทอี่ า่ งเก็บนำ้ โครงการอา่ งเก็บนำ้ บ้านเห
จำนวน จำนวน ช่ือ-สกุล เลขท่ี หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้ำน ทอ่ี ยู่
แปลง รำย ตำบล อำเภอ
91 67 นายสรุ พงษ์ รกั นุ้ย 58 10 หนองผกั บ้งุ โคกทราย ป่าบอน
92 68 นายทศพลธ์ อมิ มนตเ์ พยี ร 194 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
93 นายทศพลธ์ อมิ มนตเ์ พียร 194 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
94 นายทศพลธ์ อมิ มนต์เพยี ร 194 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
95 69 นางสมศรี ไหมแก้ว 31 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
96 70 นางอุบล เขยี วเอยี ด 337 7 โละ๊ หาร ทงุ่ นารี ป่าบอน
97 71 นายการณรงค์ สายสนิ ธ์ุ 110 - ผาสขุ คูหาสวรรค์ เมือง
98 72 นายสนอง ศรีเกตุ 144 7 ศิรวิ รรณดี วังใหม่ ป่าบอน
99 73 นายเหลาะ มากกลาย 6 6 เขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน
100 74 นายอนุชา มามะ 400 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
101 75 นายเสน็ หมุดแห๊ละ 266 1 เหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน
102 76 นางสาวฐิติมน สวุ รรณจันทร์ 5 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
103 นางสาวฐิติมน สุวรรณจันทร์ 5 7 ควนแหวง โคกทราย ป่าบอน
104 77 นางผอ่ ง อินมณเฑยี ร 193 6 เขาจนั ทร์ หนองธง ป่าบอน
105 78 นายเจะ๊ หมัด มูฮมั หมัด 166 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ป่าบอน
106 79 นายอาทิตย์ อุดหลี หนองธง ป่าบอน
รวมพ้นื ทท่ี ำกินของรำษฎรที่ได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นที่หัวงำน และพ้นื ท่ีอำ่ งเกบ็ น้ำ ทั้งหมด จำนวน 106 แปลง ผู้ทไี่ ด้รับผลกระทบ
ทม่ี ำ : ฝ่ำยจัดหำทด่ี ินท่ี 3 ส่วนจัดหำท่ดี ินที่ 4 สำนักกฎหมำยและท่ดี ิน กรมชลประทำน และจำกกำรสำรวจโดยท่ีปรึกษำฯ
หมายเหตุ : 1/ท่ปี รกึ ษา จำนวนผทู้ ีไ่ ดร้ บั ผลกระทบในบรเิ วณพ้ืนที่หวั งานและพน้ื ที่อ่างเก็บนำ้ จำนวน 79 ราย (หกั รายชอื่ ซำ้ ซ้อนผทู้ ไี่ ด้รับผลกระทบ
2/ฝ่ายก่อสรา้ งท่ี 3 สำนกั งานก่อสร้างขนาดกลางที่ 16 กรมชลประทาน และท่ีปรกึ ษาใชข้ ้อมลู จากบญั ชคี า่ ทดแทนทรัพย์สินเพ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-376
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
หมอื งตะกว่ั อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลงุ (ต่อ)
จำนวนพ้ืนทที่ ำกินทีไ่ ดร้ ับผลกระทบ คำ่ ชดเชย/ค่ำขนยำ้ ยท่ดี ิน คิดเป็นเงิน
จังหวัด ไร่ งำน วำ2 (บำท/ไร่) (บำท/วำ2) (บำท) (สตำงค)์
481,208 -
11 2 27 41,600 104 207,584 -
221,416 -
พัทลงุ 4 3 96 41,600 104 51,584 -
173,264 -
พทั ลุง 5 1 29 41,600 104 96,616 -
224,640 -
พัทลุง 1 0 96 41,600 104 371,072 -
588,744 -
พัทลุง 4 0 66 41,600 104 27,560 -
30,784 -
พทั ลงุ 2 1 29 41,600 104 208,728 -
29,744 -
พทั ลงุ 5 1 60 41,600 104 27,040 -
5,928 -
พัทลงุ 8 3 68 41,600 104 12,420 -
44,100 -
พทั ลงุ 14 0 61 41,600 104 18,680,000 30
พัทลุง 0 2 65 41,600 104
พทั ลุง 0 2 96 41,600 104
พทั ลุง 5 0 7 41,600 104
พัทลุง 0 2 86 41,600 104
พทั ลุง 0 2 60 41,600 104
พทั ลุง 0 0 57 41,600 104
พทั ลงุ 0 0 69 72,000 180
พัทลงุ 0 2 45 72,000 180
จำนวน 79 รำย 407 1 67 - -
บ) ส่วนฝา่ ยกอ่ สรา้ งที่ 3 สำนักงานกอ่ สรา้ งขนาดกลางท่ี 16 กรมชลประทาน นับจำนวนผทู้ ไ่ี ด้รบั ผลกระทบ 112 ราย (ยงั ไมม่ ีการหักซ้ำซอ้ น)
พอ่ื การชลประทานจากฝา่ ยจดั หาที่ดินที่ 3 ส่วนจดั หาที่ดินท่ี 4 ฝ่ายจดั กรรมสิทธท์ิ ด่ี ิน กรมชลประทาน
รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
รปู ที่ 3.4.2 -1 แปลงพืน้ ทที่ ำกนิ ของราษฎรท่ไี ด้รับผลกระทบบริเวณพื้นที่โครงการอา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-377 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
2) การทดแทน หรือร้ือย้ายส่ิงปลูกสร้าง : จากการรวบรวมข้อมูล และสำรวจส่ิงปลูกสร้าง
ทง้ั หมดในบริเวณพื้นท่หี วั งาน และพื้นที่อ่างเกบ็ น้ำ พบวา่ มจี ำนวนสง่ิ ปลกู สรา้ งของรฐั และของราษฎรท่ีไดร้ ับผลกระทบรวม
ทั้งหมด จำนวน 32 (หลงั , แปลง) ประกอบด้วย ขนำ จำวน 12 หลัง บา้ นพักอาศยั จำนวน 7 หลงั พื้นท่ีดินถม จำนวน 2 แปลง
ศาลา จำนวน 1 หลัง อาคาร จำนวน 1 หลงั อาคารสำนักงาน จำนวน 1 หลัง อาคารเอนกประสงค์ จำนวน 1 หลัง ห้องเก็บของ
จำนวน 1 หลัง และห้องน้ำจำนวน 4 หลัง ค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้ายสิ่งปลูกสร้าง คิดเป็นเงิน รวมเป็นเงินทั้งหมดจำนวน
11,375,221.09 บาท รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 3.4.2-2
3) การทดแทน หรอื รอ้ื ย้ายพืชผลและไม้ยนื ต้น : จากการสำรวจและรวบรวมข้อมลู ในบริเวณพ้ืนที่
องค์ประกอบโครงการ พบว่าพืชผลและไมย้ นื ตน้ สว่ นใหญ่ ประกอบด้วย ยางพารา มังคุด ลองกอง สะตอ ทเุ รยี นพันธดุ์ ี เนยี ง
เทียม ขนุนพันธุด์ ี เงาะพันธุ์ดี และ สละ เปน็ ต้น
ในการประเมินค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้ายพืชผลและไม้ยืนต้น ใช้ราคาประเมินจากบัญชี
รายละเอียดคา่ ทดแทนต้นไมแ้ ละไม้ผลทถ่ี กู เขตชลประทาน ของฝ่ายกรรมสิทธิ์ทด่ี นิ สำนักกฎหมายและท่ดี ิน กรมชลประทาน
ปี 2560 เพื่อนำมาคำนวณค่าทดแทน หรือค่ารอื้ ย้ายพืชผลและไม้ยนื ตน้ และจากการรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายจัดหาท่ีดินที่ 3
ส่วนจัดหาท่ีดินท่ี 4 สำนักกฎหมายและท่ีดิน กรมชลประทาน พบว่า พืชผลและไม้ยืนต้นบริเวณพ้ืนท่ีหัวงาน และพื้นทีอ่ ่าง
เก็บน้ำ จำนวน 30,576 (ต้น, กอ) คา่ ทดแทน หรอื ค่าร้อื ย้ายพืชผลและไม้ยนื ต้นบริเวณพืน้ ท่ีหวั งานและพน้ื ทอ่ี ่างเก็บน้ำ คิด
เปน็ เงนิ 100,322,276 บาท รายละเอียดดังตารางที่ 3.4.2-3 และรูปที่ 3.4.2-2
ตารางที่ 3.4.2-2 การประมาณการคา่ ทดแทน หรือค่าร้อื ย้ายสิง่ ปลูกสรา้ ง บรเิ วณพ้ืนทอ่ี งค์ประกอบโครงการ
ประเภทส่ิงปลูกสร้ำง จำนวนส่ิงปลูกสร้ำง คำ่ ทดแทน หรือคำ่ รื้อย้ำยสิ่งปลูกสร้ำง
(หลัง, แปลง) (บำท) (สตำงค)์
- ขนา 12 701,439 10
- บ้านพักอาศัย 7 2,326,247 -
- ดินถมท่ี 2 3,555,459 60
- ศาลา 1 21,126 95
- อาคาร 1 83,813 40
- อาคารสานักงาน 1 2,915,387 86
- อาคารเอนกประสงค์ 3 789,580 78
- ห้องเก็บของ 1 427,612 40
- ห้องน้า 4 554,554 -
รวม 32 11,375,221 9
หรือประมำณ 11.38 ล้ำนบำท
ท่ีมำ : ฝ่ำยจัดหำที่ดินที่ 3 ส่วนจัดหำที่ดินท่ี 4 สำนกั กฎหมำยและที่ดิน กรมชลประทำน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-378 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.4.2-3 ค่าทดแทน หรอื ค่ารอื้ ยา้ ยพืชผลและไม้ยนื ตน้ บริเวณพื้นทอ่ี งคป์ ระกอบโครงการ
องคป์ ระกอบโครงกำร ประเภทพืชผลและไมย้ ืนตน้ จำนวน รำคำคำ่ ทดแทน หรือคำ่ รื้อย้ำยพืชผลและไม้ยืนต้น รวมคำ่ ทดแทน หรือค่ำร้ือย้ำยพชื ผลและไม้ยืนต้น
(ต้น, กอ) (บำท/ตน้ , บำท/กอ) (บำท)
1,482
พ้ืนทห่ี ัวงำน และพื้นทอี่ ่ำงเก็บน้ำ กะทัง 39 38 3,000
409,500
กระถินเทพา 6 500 1,350
648,000
กระท้อนพันธ์ดุ ี 117 3,500 4,000
600
กล้วย 9 150 570,500
363,000
ขนุนพันธ์ดุ ี 216 3,000 3,000
7,700
ขนุนพันธด์ุ ี* 2 2,000 21,000
82,500
ข่อย 3 200 3,750
เงาะพันธุด์ ี 163 3,500 4,072,000
76,000
จาปาดะ 275 1,320 205,000
261,600
ตะแบก 3 1,000 9,600
273,700
เต่าร้าง 11 700 1,150
2,016
ไทร 14 1,500 2,400
27,000
เทียม 165 500 108,360
12,600
เทียม* 15 250 68,000
600
ทุเรียนพันธุด์ ี 509 8,000 244,200
22,000
ทุเรียนพันธุ์ด*ี 19 4,000 3,120,000
350,000
ปาล์มน้ามัน 41 5,000 400
600
ไผ่ตง ความสูงเฉล่ียตั้งแต่ 3 ม. 218 1,200 46,756,080
43,155,000
นนทรี 12 800 518,400
34,500
เนียง 238 1,150 5,700
3,170
เนียง* 2 575 6,600
169,200
มะขามเปร้ียว 2 1,008 3,000
5,504,000
มะนาว 2 1,200 30,000
41,000
มะปริง 27 1,000 37,000
34,000
มะปรางหวาน 43 2,520 63,000
3,450
มะไฟ 9 1,400 100,322,276
มะพร้าว 34 2,000
มะม่วงมะมุด 1 600
มะม่วงพันธดุ์ ี 55 4,440
มะม่วงหิมพานต์ 11 2,000
มังคุด 1,040 3,000
มังคุด* 175 2,000
ยอ 1 400
ยอ* 3 200
ยางพาราพันธ์ดุ ี 18,554 2,520
ลองกอง 8,631 5000
ลองกอง* 216 2,400
ละมุด 23 1,500
ละไม 30 190
ลางสาด 1 3,170
ลาไยพันธดุ์ ี 3 2,200
สละ 94 1,800
สละ* 5 600
สะตอ 1,376 4,000
สะตอ* 15 2,000
สะเดา 41 1,000
สัตตบรรณ 74 500
ส้มแขก 17 2,000
หมาก 90 700
เหรียง 3 1,150
รวมคำ่ ทดแทน หรือค่ำรื้อย้ำยพืชผลและไมย้ ืนตน้ บริเวณพ้ืนทห่ี ัวงำนและพื้นทอ่ี ่ำงเก็บน้ำ 30,576 -
หรือ ประมำณ 100.32 ล้ำนบำท
ทีม่ ำ : 1_/ บัญชีรายละเอียดค่าทดแทนต้นไม้และไม้ผลทถี่ ูกเขตชลประทาน สานักกฎหมายและทีด่ ิน กรมชลประทาน ปี 2560
2_/ ฝ่ายจัดหาทดี่ ินท่ี 3 ส่วนจัดหาทดี่ ินท่ี 4 สานักกฎหมายและทีด่ ิน กรมชลประทาน และจากการสารวจโดยทปี่ รึกษาฯ
หมำยเหตุ : 1_/ * ขนาดกลาง หรือไม่มีผล
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-379 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
รปู ที่ 3.4.2-2 ลกั ษณะพชื ผลและไม้ยนื ตน้ ในบริเวณพื้นท่ีหัวงาน และพนื้ ที่อ่างเกบ็ นำ้ โครงการอา่ งเกบ็ น้ำ
บา้ นเหมืองตะกั่ว อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ อำเภอป่าบอน จังหวดั พทั ลงุ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-380 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
4) สรุปคำนวณค่าขนย้ายที่ดิน และค่ารื้อย้ายทรัพย์สินท้ังหมด จากผลการประเมินค่าขน
ย้ายท่ีดนิ และค่ารื้อย้ายทรัพยส์ ินประเภทตา่ งๆ สามารถสรปุ รายละเอียดได้ดงั ตารางที่ 3.4.2-4 ซ่ึงประกอบด้วย ค่า
ขนย้ายท่ีดนิ (ทีด่ ินไม่มเี อกสารสทิ ธิ์) ค่าทดแทน หรอื คา่ รื้อย้ายสิ่งปลกู สร้าง คา่ ทดแทน หรือค่าร้ือย้ายพืชผลและไมย้ นื
ตน้ รวมทั้งหมด ประมาณ 130.38 ล้านบาท
(2) ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ท่ีได้รับผลกระทบด้านการชดเชยทรัพย์สินบริเวณพื้นที่
หัวงาน และพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ : ในการพิจารณาการชดเชยค่าที่ดิน หรือค่าขนย้ายที่ดิน และค่าร้ือย้ายทรัพย์สิน
จำเป็นต้องดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของราษฎรผู้ท่ีไดร้ บั ผลกระทบจากการดำเนินงานโครงการ โดยสมั ภาษณ์ผ้ทู ่ี
ได้รับผลกระทบด้วยแบบสอบถาม ซึ่งราษฎรท่ีตอบแบบสอบถามด้านชดเชยทรพั ย์สิน ประกอบด้วยราษฎรที่มีพ้ืนที่
ทำกนิ ในบริเวณพ้ืนท่ีหัวงาน และพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ จำนวน 79 ราย คิดเปน็ (ร้อยละ 100.00) ซึง่ ความคิดเห็นเก่ียวกับ
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั ของผู้ท่ไี ด้รบั ผลกระทบดงั ตารางที่ 3.4.3-5 และรูปการสัมภาษณ์สอบถามความ
คิดเห็นผู้ท่ีได้รับผลกระทบที่มีท่ีดินทำกินอยู่ในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการ ดังรูปท่ี 3.4.3-3 และรายละเอียด
แบบสอบถามความคิดเห็นผู้ท่ีได้รับผลกระทบได้แสดงไวใ้ นภาคผนวก ฎ สามารถสรุปทัศนคติและความคิดเห็นของ
ราษฎรได้ดังน้ี
1) ขอ้ มูลทั่วไปของผูใ้ หส้ มั ภาษณ์
1. เพศชาย (รอ้ ยละ 62.03) และเพศหญิง (ร้อยละ 37.93)
2. ช่วงอายุผู้ให้สัมภาษณ์ อายุ 31-40 ปี (ร้อยละ 16.46) อายุ 41-50 ปี (ร้อย
ละ 19.92) อายุ 51-60 ปี (รอ้ ยละ 41.77) และอายุ 61 ปขี น้ึ ไป (รอ้ ยละ 27.85)
3. สถานภาพในครวั เรอื นของผใู้ ห้สัมภาษณ์ หวั หนา้ ครัวเรือน (ร้อยละ 65.82)
คู่สมรส (รอ้ ยละ 30.38) และบุตร/ธดิ า (รอ้ ยละ 3.80)
4. ระดับการศึกษาของผู้ให้สัมภาษณ์ ไม่ได้รับการศึกษา (ร้อยละ 5.06)
ประถมศึกษา (ร้อยละ 46.84) มัธยมศึกษาตอนต้น (ร้อยละ 6.33) มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. (ร้อยละ 21.52)
อนปุ รญิ ญา/ปวส. (ร้อยละ 2.53) ปริญญาตรี (ร้อยละ 16.46) และปริญญาโทหรือสงู กว่า (ร้อยละ 1.27)
5. ภูมิลำเนาเดิมของผู้ให้สัมภาษณ์ อยู่ในบริเวณพื้นท่ีต้ังแต่กำเนิด ครอบครัว/
บรรพบุรุษอาศัยอยู่ที่นี้ (ร้อยละ 51.90) โดยอาศัยอยู่ 41-60 ปี (ร้อยละ 15.19) อาศัยอยู่ 61-80 ปี (ร้อยละ 25.32)
และ 81 ขนึ้ ไป (ร้อยละ 11.39)
6. อพยพโยกย้ายมาจากที่อ่ืนๆ (จากอำเภออ่ืนๆ ในเขตจังหวัดพัทลุง และ
จังหวัดสงขลา) (ร้อยละ 48.10) โดยโยกย้ายมาอาศัยและทำกินน้อยกว่า 20 ปี (ร้อยละ 7.59) 21-40 ปี (ร้อยละ
22.78) และ 41-60 ปี (รอ้ ยละ 17.72)
7. สาเหตุทีย่ า้ ยมาอาศัยและทำกนิ ในบรเิ วณพ้ืนที่ก่อสร้างระบบชลประทานอา่ ง
เก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว จังหวดั พัทลุง คือ มาหาท่ีดินทำกนิ (รอ้ ยละ 39.24) มาแต่งงานกบั คนในพื้นท่ี (ร้อยละ 5.06)
ยา้ ยตามครอบครวั (ร้อยละ 1.27) และมารบั ราชการในบรเิ วณพืน้ ท่อี งค์ประกอบโครงการ (ร้อยละ 2.53)
2) ขอ้ มูลทวั่ ไปดา้ นเศรษฐกจิ
1. อาชีพหลักของครัวเรือน ทำสวน (ร้อยละ 77.22) ไร่นาสวนผสม (ร้อยละ
1.27) คา้ ขาย (ร้อยละ 5.06) รับจา้ งทว่ั ไป (รอ้ ยละ 5.06) และรับราชการหรือรฐั วิสาหกิจ (ร้อยละ 11.39)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-381 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน
2. อาชีพรองของครัวเรือน (ตอบได้ 3 ข้อ ตามลำดับความสำคัญของครัวเรือน)
- สำคัญลำดับที่ 1 ของครัวเรือน คือ ทำไร่ (ร้อยละ 7.59) ทำนา (ร้อยละ
1.27) ทำสวน (ร้อยละ 18.99) ทำไร่นาสวนผสม (ร้อยละ 7.59) เล้ียงสัตว์ (ร้อยละ 8.86) ค้าขาย (ร้อยละ 17.72)
รับจ้างในภาคเกษตร (รับจ้างกรีดยางพารา) (ร้อยละ 1.27) รับจ้างทั่วไป (ร้อยละ 10.13) และรับราชการหรือ
รฐั วสิ าหกิจ (รอ้ ยละ 1.27) อ่นื ๆ (ไม่มอี าชพี เสริม) (รอ้ ยละ 25.32)
- สำคัญลำดับท่ี 2 ของครัวเรือน คือ ทำไร่ (ร้อยละ 11.39) ทำไร่นา
สวนผสม (ร้อยละ 21.52) เลี้ยงสัตว์ (ร้อยละ 27.85) ค้าขาย (รอ้ ยละ 1.27) รับจ้างทั่วไป (ร้อยละ 12.66) และอื่นๆ
(รับจา้ งเย็บผ้า) (ร้อยละ 1.27)
- สำคัญลำดับที่ 3 ของครัวเรือน คือ ทำไร่ (ร้อยละ 7.59) ทำสวน
(รอ้ ยละ 1.27) ทำไรน่ าสวนผสม (ร้อยละ 30.38) เลี้ยงสตั ว์ (รอ้ ยละ 26.58) และรบั จ้างทั่วไป (รอ้ ยละ 8.86)
3. ปัจจุบันที่ดินของครัวเรือนราษฎรเพียงพอสำหรับการอยู่อาศัยหรือไม่
ตอบเพยี งพอ (รอ้ ยละ 73.40) ไมเ่ พยี งพอ (รอ้ ยละ 26.60)
4. เพียงพอสำหรับการประกอบอาชีพหรอื ไม่ ตอบเพยี งพอ (รอ้ ยละ 64.56)
และไมเ่ พียงพอ (รอ้ ยละ 35.44)
5. รายได้ – รายจ่ายของครัวเรือนเฉลี่ยในรอบ ปี 2562 จากการสมั ภาษณผ์ ู้
ท่ีได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ รายได้เฉล่ียประมาณ 139,765 บาท / ครัวเรือน / ปี รายจ่ายเฉล่ีย
ประมาณ 112,276 บาท / ครัวเรอื น / ปี และรายไดห้ ักรายจา่ ยเฉล่ีย ประมาณ 27,489 บาท / ครัวเรือน / ปี
6. รายได้ของครัวเรือนในรอบ 3 – 5 ปีทีผ่ า่ นมา พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอบวา่ สูงขึน้ (ร้อยละ 5.06) ต่ำลง (ร้อยละ 94.94)
7. สภาพปัญหาท่ีพบในการประกอบอาชีพ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) คือ
ปัญหาน้ำทว่ มหรือฝนแล้ง (ร้อยละ 37.97) ผลผลติ เกษตรลดลง (ร้อยละ 25.32) ขาดเงินทุน (ร้อยละ 7.59) ค่าครอง
ชพี สูงขึ้น (ร้อยละ 26.58) และราคาผลผลติ ต่ำ (ร้อยละ 64.56)
8. การออมทรัพย์ในครัวเรือน ตอบ มีการออมทรัพย์ (ร้อยละ 51.90) และ
ไม่มีการออมทรพั ย์ (ร้อยละ 48.10)
9. ในปที ี่ผา่ นมามกี ารกเู้ งนิ (รอ้ ยละ 51.90) และไมม่ กี ารกู้ยมื (รอ้ ยละ 48.10)
10. หนี้สินเงินกู้ค้างชำระเฉล่ีย ประมาณ 505,683 บาท และดอกเบี้ยเฉล่ีย
ประมาณรอ้ ยละ 6 บาท
11. การกู้ยืม แหล่งเงินกู้ : ธ.ก.ส. (ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร) (ร้อยละ 37.97) กองทุนหมู่บ้าน (ร้อยละ 6.33) พ.จ.ม. (สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนษุ ย์)(รอ้ ยละ 1.27) กยศ. (กองทนุ เงินใหก้ ู้ยมื เพอ่ื การศกึ ษา) (รอ้ ยละ 1.27) และสหกรณค์ รู (รอ้ ยละ 5.06)
12. กยู้ ืมเงินเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน (ร้อยละ 32.91) ลงทุนการเกษตร
ตอนต้นฤดู (ร้อยละ 7.59) ใช้จ่ายระหว่างการเพาะปลูก (ร้อยละ 16.46) ลงทุนอย่างอ่ืน (ค้าขาย ปศุสัตว์) (ร้อยละ
11.39) และใช้จ่ายระหว่างทำธุรกิจ (คา้ ขาย ปศสุ ตั ว)์ (รอ้ ยละ 5.06)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-382 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
3) การรบั รูแ้ ละทศั นคตทิ มี่ ตี อ่ โครงการ
1. ราษฎรทราบความเป็นมาขององค์ประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง (ร้อยละ 100.00) โดยทราบข้อมูลของ
โครงการจากหลายๆ หน่วยงาน เช่น ทราบข้อมูลของโครงการจากเจ้าหน้าท่ีกรมชลประทาน (ร้อยละ 88.61)
เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด หรืออำเภอ (ร้อยละ 46.84) จากการประชุมประชาสัมพันธโ์ ครงการ (รอ้ ยละ 3.80) และจาก
ผู้นำชมุ ชน เช่น อบต. ผใู้ หญ่บา้ น ผ้ชู ่วยผใู้ หญ่บา้ น (รอ้ ยละ 97.47)
2. ความคิดเหน็ ต่อการพฒั นาโครงการ คือ
2.1 เห็นด้วย (รอ้ ยละ 98.73) จำนวน 78 ราย
- เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญท่ี 1 คือ เม่ือก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้าน
เหมืองตะกั่วแล้วเสร็จราษฎรเห็นด้วย หรือยอมรับกับโครงการ (ร้อยละ 98.73) โดยราษฎรบางรายตอบเหตุผล
มากกว่า 1 คำตอบ คือ มีน้ำใช้การเกษตร (เพาะปลูกและเล้ียงสัตว์) (ร้อยละ 83.54) สามารถทำการประมงและ
เพาะเล้ยี งสตั วน์ ้ำ (รอ้ ยละ 1.27) ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ (รอ้ ยละ 7.59) ทำใหก้ ารจา้ งงานในทอ้ งถิน่ มากข้ึน (ร้อย
ละ 2.53) ทำให้ราคาทด่ี ินบริเวณพ้นื ที่โครงการสูงข้ึน (รอ้ ยละ 1.27) และทำให้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณ
พน้ื ท่ีโครงการมีความเปน็ อย่ทู ่ดี ขี ้ึน (รอ้ ยละ 2.53)
- เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญที่ 2 คือ มีน้ำใช้การเกษตร (เพาะปลูก
และเล้ียงสตั ว)์ (ร้อยละ 3.80) สามารถทำการประมงและเพาะเลย้ี งสัตว์น้ำ (ร้อยละ 7.59) ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ
(ร้อยละ 68.35) ทำให้มีแหล่งท่องเท่ียว (ร้อยละ 2.53) ทำให้เศรษฐกิจท้องถ่ินขยายตัว (ร้อยละ 6.33) ทำให้การจ้าง
งานในท้องถ่ินมากขึ้น (ร้อยละ 5.06) ทำให้เกิดความเจริญในชุมชนมากข้ึน (ร้อยละ 2.53) ทำให้ราคาที่ดินบริเวณ
พนื้ ท่โี ครงการสงู ขึ้น (รอ้ ยละ 1.27) และทำใหส้ ภาพความเปน็ อยู่ของราษฎรบรเิ วณพื้นที่โครงการมคี วามเปน็ อยู่ที่ดขี ้ึน
(ร้อยละ 1.27)
- เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญที่ 3 คือ มีน้ำใช้การเกษตร (เพาะปลูก
และเลย้ี งสตั ว์) (รอ้ ยละ 5.06) สามารถทำการประมงและเพาะเล้ียงสตั วน์ ้ำ (รอ้ ยละ 3.80) ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ
(ร้อยละ 10.13) ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยว (ร้อยละ 12.66) ทำให้เศรษฐกิจท้องถ่ินขยายตัว (ร้อยละ 11.39) ทำให้การ
จ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้น (ร้อยละ 25.32) ทำให้เกิดความเจริญในชุมชนมากข้ึน (ร้อยละ 7.59) ทำให้ราคาท่ีดิน
บริเวณพื้นท่ีโครงการสูงขึ้น (ร้อยละ 3.80) และทำให้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณพื้นที่โครงการมีความ
เปน็ อย่ทู ่ีดีขึ้น (รอ้ ยละ 18.99)
2.2 ไมเ่ หน็ ดว้ ยตอ่ การพัฒนาโครงการ (ร้อยละ 1.27) จำนวน 1 ราย
- ไม่เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญท่ี 1 คือ อยากให้มีการนับพืชผล
และไม้ยืนตน้ ใหม่ (ร้อยละ 1.27)
- ไม่เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญท่ี 2 คือ พืชผลและไม้ยืนต้นได้รับ
ผลกระทบ (รอ้ ยละ 1.27)
- ไม่เห็นด้วยตามลำดับความสำคัญท่ี 3 คือ สูญเสียรายได้จากการทำ
อาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 1.27)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-383 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
4) ความคิดเหน็ ท่ีมตี อ่ การชดเชยทรัพยส์ ิน
1. ส่วนใหญ่มีท่ีดินถือครองหรือใช้ประโยชน์มาเป็นระยะเวลานานโดยมี
ระยะเวลาถือครองดังน้ี ถือครองที่ดิน 1 – 20 ปี (ร้อยละ 44.30) ถือครองท่ีดิน 21 – 40 ปี (ร้อยละ 44.30) และถือ
ครองทด่ี นิ 41 – 60 ปี (รอ้ ยละ 11.40)
2. หากมีการพัฒนาโครงการ จำเป็นต้องใชท้ ่ดี ินทำกิน และ/หรอื ทรัพยส์ นิ ของ
ท่านเพื่อการพัฒนาโครงการ ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีความคิดเห็น ดังนี้ ยินดี มอบให้โดยไม่มีเง่ือนไข (ร้อยละ 5.06)
และยินดี หากได้รับการชดเชย/ค่าทดแทนอย่างเหมาะสมเพื่อท่ีจะได้ไปจัดซ้ือท่ีดินทำกินในบริเวณพื้นที่อ่ืนๆได้
(รอ้ ยละ 94.94)
3. วธิ ีการประเมินราคาค่าเวนคืน หรือค่าขนย้ายท่ีดนิ ที่ราษฎรคิดว่าเหมาะสม
และต้องการ โดย พิจารณาตามราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ (ร้อยละ 6.33) พิจารณาตามราคาท่ีมีการซ้ือขาย
ตามราคาทอ้ งตลาด (รอ้ ยละ 49.37) และพิจารณาตามราคาที่ประชาชนต้องการ (ร้อยละ 44.30)
4. ค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายที่ดิน (ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธ์ิ) ราษฎรผู้ท่ีได้รับ
ผลกระทบบริเวณพ้ืนท่ีองค์ประกอบโครงการต้องการค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายท่ีดิน ดังน้ี ไร่ละ 20,000 บาท
(ร้อยละ 1.27) ไร่ละ 40,000 บาท (ร้อยละ 1.27) ไร่ละ 50,000 บาท (ร้อยละ 8.86) ไร่ละ 60,000 บาท
(ร้อยละ 35.44) ไร่ละ 70,000 บาท (ร้อยละ 17.72) ไร่ละ 100,000 บาท (ร้อยละ 26.58) ไร่ละ 120,000 บาท
(ร้อยละ 1.27) ไรล่ ะ 130,000 บาท (รอ้ ยละ 1.27) ไร่ละ 150,000 บาท (รอ้ ยละ 3.80) ไร่ละ 170,000 บาท (รอ้ ยละ
1.27) ไร่ละ 200,000 บาท และไร่ละ 700,000 บาท (รอ้ ยละ 1.27)
5. การจ่ายค่าชดเชย หรอื ค่าขนย้ายท่ีดนิ ที่เหมาะสม และผทู้ ่ีไดร้ ับผลกระทบ
ตอ้ งการ คอื จา่ ยคร้ังเดียวทั้งหมด (รอ้ ยละ 97.47) และจา่ ยตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ (รอ้ ยละ 2.53)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-384 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด ตารางท่ี 3.4.2-4 สรุปคา่ ชดเชย ค่าทดแทน หรือคา่ ขนย้ายที่ดินและทรัพยส์ นิ ของโครงการ
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
ประเภททรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง
ที่ดนิ (คำ่ ชดเชย หรือคำ่ ขนย้ำย) สิ่งปลูกสร้ำง (ค่ำทดแทน หรือค่ำรื้อย้ำย) พชื ผลและไมย้ ืนต้น (ค่ำทดแทน หรือค่ำรื้อย้ำย)
องค์ประกอบโครงกำร (ไร่) (งำน) (วำ2) (บำท) (ประเภทส่ิงปลูกสร้ำง) (หลัง, แปลง) (บำท) (ตน้ , กอ) (บำท)
- พนื้ ที่หัวงำนและพน้ื ท่ีอ่ำงเก็บนำ้ 407 1 67 18,680,000.30 - ขนา 12 701,439.10 - พืชผลและไม้ยืนต้น จานวน 30,576 (ต้น, กอ) 100,322,276.00
- บ้านพักอาศัย 7 2,326,247.00
- ดินถมที่ 2 3,555,459.60
- ศาลา 1 21,126.95
- อาคาร 1 83,813.40
- อาคารสานกั งาน 1 2,915,387.86
- อาคารเอนกประสงค์ 3 789,580.78
- ห้องเก็บของ 1 427,612.40
- ห้องนา้ 4 554,554.00
ท่ีดิน 407 1 67 18,680,000.30 ส่ิงปลูกสร้ำง 32 11,375,221.09 พชื ผลและไมย้ ืนตน้ จำนวน 30,576 (ตน้ , กอ) 100,322,276.00
สรุปรวมคำ่ ชดเชย คำ่ ทดแทน หรือค่ำขนย้ำยที่ดนิ และทรัพย์สินในบริเวณพน้ื ท่ีหัวงำน และพนื้ ที่อ่ำงเก็บน้ำ ทั้งหมด คดิ เป็นเงนิ 130,377,497.39 บำท
3-385 หรือประมำณ 130.38 ล้ำนบำท
ที่มำ : ฝา่ ยจัดหาที่ดนิ ที่ 3 สว่ นจัดหาที่ดนิ ท่ี 4 สานักกฎหมายและท่ีดนิ กรมชลประทาน และจากการสารวจโดยท่ีปรึกษาฯ
รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
ตารางท่ี 3.4.2-5 ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการ พื้นท่ีหัวงาน
และพ้ืนทอ่ี ่างเก็บน้ำ
รำยละเอียด พ้ืนทอ่ี งค์ประกอบโครงกำร
1. ข้อมูลทัว่ ไปของผู้ให้สัมภำษณ์ จำนวน ร้อยละ
1.1 เพศ
- เพศชาย 79 100.00
- เพศหญิง 49 62.03
1.2 อำยุ 30 37.93
- อายุ 31-40 ปี 79 100.00
- อายุ 41-50 ปี 13 16.46
- อายุ 51-60 ปี 11 13.92
- อายุ 61 ปี ข้ึนไป 33 41.77
1.3 สถำนภำพในครัวเรือนของผู้ให้สัมภำษณ์ 22 27.85
- หัวหน้าครัวเรือน 79 100.00
- คู่สมรส 52 65.82
- บุตร/ธิดา 24 30.38
1.4 ระดับกำรศึกษำ 3 3.80
- ไม่ได้รับการศึกษา 79 100.00
- ประถมศึกษา 4 5.06
- มัธยมศึกษาตอนต้น 37 46.84
- มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 5 6.33
- ปวส./อนุปริญญา 17 21.52
- ปริญญาตรี 2 2.53
- ปริญญาโท หรือสูงกว่า 13 16.46
1.5 ภูมลิ ำเนำเดิมของผู้ให้สัมภำษณ์ 1 1.27
1.5.1 อยู่ท่ีนมี่ ำต้ังแตเ่ กิด ครอบครัว/บรรพบุรุษอำศยั อยู่ท่ีนี่
- 41-60 ปี 41 51.90
- 61-80 ปี 12 15.19
- 81 ปีขึ้นไป 20 25.32
1.5.2 อพยพโยกย้ำยมำจำกที่อ่ืน 9 11.39
- น้อยกว่า 20 ปี 38 48.10
- 21-40 ปี 6 7.59
- 41-60 ปี 18 22.78
1.6 สำเหตทุ ีย่ ้ำยมำอยู่ในบริเวณพื้นท่ีองคป์ ระกอบโครงกำร 14 17.72
- มาหาทดี่ ินทากิน 38 48.10
- แต่งงาน 31 39.24
- ย้ายตามครอบครัว 4 5.06
- อ่ืนๆ (มารับราชการ) 1 1.27
2. ข้อมลู ท่วั ไปด้ำนเศรษฐกิจ 2 2.53
2.1 อำชพี หลักของครัวเรือน
- ทาสวน 79 100.00
- ไร่นาสวนผสม 61 77.22
- ค้าขาย 1 1.27
- รับจ้างท่วั ไป 4 5.06
- รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 4 5.06
2.2 อำชีพรองของครัวเรือน (ตอบได้ 3 ข้อ ตำมลำดับควำมสำคัญ) 9 11.39
สำคญั ลำดับ 1 79 100.00
- ทาไร่ 6 7.59
- ทานา 1 1.27
- ทาสวน 15 18.99
- ไร่นาสวนผสม 6 7.59
- เลี้ยงสัตว์ 7 8.86
- ค้าขาย 14 17.72
- รับจ้างในภาคเกษตร (กรีดยาง) 1 1.27
- รับจ้างทัว่ ไป 8 10.13
- รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 1 1.27
- อ่ืนๆ (ไม่มีอาชีพเสริม) 20 25.32
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-386 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
ตารางที่ 3.4.2-5 ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ท่ีได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นที่องค์ประกอบโครงการ พ้ืนท่ีหัวงาน
และพน้ื ท่ีอา่ งเก็บนำ้ (ต่อ)
รำยละเอียด พื้นท่ีองคป์ ระกอบโครงกำร
สำคญั ลำดับ 2 จำนวน ร้อยละ
- ทาไร่
- ไร่นาสวนผสม 60 75.95
- เล้ียงสัตว์
- ค้าขาย 9 11.39
- รับจ้างทวั่ ไป
-อื่นๆ (รับจ้างเย็บผ้า) 17 21.52
สำคัญลำดบั 3 22 27.85
- ทาไร่
- ทาสวน 1 1.27
- ไร่นาสวนผสม
- เลี้ยงสัตว์ 10 12.66
- รับจ้างทั่วไป
2.3 ปัจจุบันทด่ี ินของผู้ทีค่ ำดว่ำจะไดร้ ับผลกระทบเพยี งพอหรือไม่ 1 1.27
2.3.1 เพียงพอสำหรับกำรอยู่อำศยั หรือไม่
- พอ 59 74.64
- ไม่พอ
2.3.2 เพียงพอสำหรับกำรประกอบอำชีพหรือไม่ 6 7.59
- พอ
- ไม่พอ 1 1.27
2.4 รำยได้ในครัวเรือนของท่ำน ปี 2562 รำยได้/ปี (ประมำณ)
2.5 รำยจ่ำยในครัวเรือนของท่ำน ปี 2562 รำยจ่ำย/ปี (ประมำณ) 24 30.38
2.6 ท่ำนคิดว่ำรำยได้ของครอบครัวท่ำนในรอบ 3-5 ปี ท่ผี ำ่ นมำมแี นวโน้มอย่ำงไร
21 26.58
- สูงขึ้น
- ตา่ ลง 7 8.86
2.7 สภำพปัญหำทพ่ี บในกำรประกอบอำชีพ (ตอบมำกกว่ำ 1 ขอ้ )
- ปัญหาน้าท่วมหรือฝนแล้ง 79 100.00
- ผลผลิตเกษตรลดลง 58 73.40
- ขาดเงินลงทุน 21 26.60
- ค่าครองชีพสูงขึ้น 79 100.00
- ราคาผลผลิตตา่ 51 64.56
2.8 กำรออมทรัพย์ ครอบครัวของท่ำนมีเงินออมหรือไม่ 28 35.44
- มี
- ไม่มี 139,765
2.9 กำรกู้ยืม 112,276
2.9.1 ปีทแี่ ล้วท่ำนมีกำรกู้ยืมเงินหรือไม่ 79 100.00
- กู้ 4 5.06
- ไม่กู้ 75 94.94
2.9.2 กรณีกู้เงิน
- หนี้สินค้างชาระเฉลี่ย (บาท) 30 37.97
- ดอกเบย้ี เฉล่ียร้อยละ (บาท) 20 25.32
2.9.3 แหล่งกู้ยืมเงินท่สี ำคญั 6 7.59
- ธ.ก.ส. (ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร) 21 26.58
- กองทุนหมู่บ้าน 51 64.56
- พมจ. (สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย)์ 79 100.00
- กยศ. (กองทุนเงนิ ให้กู้ยืมเพ่ือการศึกษา) 41 51.90
- สหกรณค์ รู 38 48.10
79 100.00
41 51.90
38 48.10
505,683
6
41 51.90
30 37.97
5 6.33
1 1.27
1 1.27
4 5.06
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-387 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
ตารางท่ี 3.4.2-5 ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ท่ีได้รับผลกระทบในบริเวณพ้ืนที่องค์ประกอบโครงการ พื้นท่ีหัวงาน
และพ้นื ที่อา่ งเก็บนำ้ (ต่อ)
รำยละเอียด พื้นทอี่ งค์ประกอบโครงกำร
2.9.3 กู้ยืมเงินมำเพื่อ (ตอบมำกกว่ำ 1 ข้อ) จำนวน ร้อยละ
- เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
- ลงทุนการเกษตรตอนต้นฤดู 26 32.91
- ใช้จ่ายระหว่างการเพาะปลูก 6 7.59
- ลงทุนอย่างอ่ืน (ค้าขาย ปศุสัตว)์ 13 16.46
- ใช้จ่ายระหว่างการทาธุรกิจ (ค้าขาย ปศุสัตว)์ 9 11.39
3. กำรรับรู้ และทัศนคตทิ ีม่ ตี ่อโครงกำรอ่ำงเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อำเภอป่ำบอน จังหวัดพทั ลุง 4 5.06
3.1 ทรำบมำก่อนหรือไม่ว่ำทำงรำชกำรจะมกี ำรพฒั นำก่อสร้ำงโครงกำร
- ทรำบ 79 100.00
กรณีทรำบขอ้ มูลโครงกำร (ตอบไดม้ ำกกว่ำ 1 คำตอบ)
- เจ้าหน้าท่จี ากกรมชลประทาน 70 88.61
- เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดหรืออาเภอ 37 46.84
- จากการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการฯ 3 3.80
- ผู้นาชุมชน เช่น (อบต. กานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น) 77 97.47
3.2 ท่ำนมีควำมคิดเห็นอย่ำงไรกับกำรพัฒนำโครงกำรฯ
79 100.00
ท่ำนเห็นด้วยหรือไมเ่ ห็นดว้ ยกับสิ่งท่เี กิดข้ึนหรือไม่ 78 98.73
- เห็นด้วย 1 1.27
- ไม่เห็นด้วย
3.2.1 เห็นด้วย 78 98.73
เห็นด้วยเพรำะ ลำดบั ที่ 1 66 83.54
- มีน้าใช้การเกษตร (เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์) 1 1.27
- สามารถทาการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้า 6 7.59
- ลดปัญหาการขาดแคลนน้า 2 2.53
- ทาให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากข้ึน 1 1.27
- ทาให้ราคาที่ดินบริเวณพ้ืนทโ่ี ครงการสูงข้ึน 2 2.53
- ทาให้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณพ้นื ทีโ่ ครงการฯมีความเป็นอยู่ดีขึ้น 78 98.73
เห็นดว้ ยเพรำะ ลำดับท่ี 2 3 3.80
- มีน้าใช้การเกษตร (เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์) 6 7.59
- สามารถทาการประมงและเพาะเล้ียงสัตว์น้า 54 68.35
- ลดปัญหาการขาดแคลนน้า 2 2.53
- ทาให้มีแหล่งท่องเที่ยว 5 6.33
- ทาให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขยายตัว 4 5.06
- ทาให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้น 2 2.53
- ทาให้เกิดความเจริญในชุมชนมากข้ึน 1 1.27
- ทาให้ราคาทด่ี ินบริเวณพ้ืนทโ่ี ครงการสูงขึ้น 1 1.27
- ทาให้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณพนื้ ทีโ่ ครงการฯมีความเป็นอยู่ดีขึ้น 78 98.73
เห็นดว้ ยเพรำะ ลำดบั ที่ 3 4 5.06
- มีน้าใช้การเกษตร (เพาะปลูกและเล้ียงสัตว์) 3 3.80
- สามารถทาการประมงและเพาะเล้ียงสัตว์น้า 8 10.13
- ลดปัญหาการขาดแคลนน้า 10 12.66
- ทาให้มีแหล่งท่องเที่ยว 9 11.39
- ทาให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขยายตัว 20 25.32
- ทาให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้น 6 7.59
- ทาให้เกิดความเจริญในชุมชนมากขึ้น 3 3.80
- ทาให้ราคาที่ดินบริเวณพ้ืนที่โครงการสูงขึ้น 15 18.99
- ทาให้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณพนื้ ที่โครงการฯมีความเป็นอยู่ดีข้ึน 1 1.27
3.2.2 ไมเ่ ห็นดว้ ย
ไมเ่ ห็นด้วยเพรำะ ลำดับท่ี 1 1 1.27
- อื่นๆ (อยากให้มีการนับพืชผลและไม้ยืนต้นใหม่)
ไม่เห็นด้วยเพรำะ ลำดบั ท่ี 2 1 1.08
- พืชผล และไม้ยืนต้นได้รับผลกระทบ
ไมเ่ ห็นด้วยเพรำะ ลำดบั ท่ี 3 1 1.08
- สูญเสียรายได้จากการทาอาชีพเกษตรกรรม
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-388 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน
ตารางที่ 3.4.2-5 ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ท่ีได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นที่องค์ประกอบโครงการ พื้นที่หัวงาน
และพ้ืนทีอ่ า่ งเก็บน้ำ (ต่อ)
รำยละเอียด พื้นทอ่ี งค์ประกอบโครงกำร
4. ควำมคดิ เห็นท่ีมีตอ่ กำรชดเชยทรัพย์สิน จำนวน ร้อยละ
4.1 ส่วนใหญ่มีท่ดี นิ ถือครองหรือใชป้ ระโยชน์มำเป็นระยะเวลำนำนประมำณ
- ถือครองท่ีดิน 1-20 ปี 79 100.00
- ถือครองทดี่ ิน 21-40 ปี 35 44.30
- ถือครองที่ดิน 41-60 ปี 35 44.30
4.2 หำกกำรพฒั นำโครงกำร จำเป็นต้องใช้ท่ดี นิ ทำกิน และ/หรือทรัพย์สินของท่ำน 9 11.40
เพื่อพัฒนำโครงกำร ผู้ไดร้ ับผลกระทบมคี วำมคิดเห็น ดงั น้ี 79 100.00
- ยินดี มอบให้โดยไม่มีเง่ือนไข 4 5.06
- ยินดี หากได้รับการชดเชย/ค่าทดแทนอย่างเหมาะสมเพอ่ื ท่จี ะได้ไปซื้อท่ีทากินในบริเวณพืน้ ทอ่ี ื่น ๆ ได้ 75 94.94
4.3 วิธีกำรประเมินรำคำค่ำเวนคนื ทร่ี ำษฎรเห็นว่ำเหมำะสมและตอ้ งกำรมำกที่สุด 79 100.00
- พิจารณาตามราคาประเมินท่ดี ินของกรมธนารักษ์ 5 6.33
- พิจารณาตามราคาทีม่ ีการซ้ือขายจริงตามท้องตลาด 39 49.37
- พิจารณาตามราคาทปี่ ระชาชนต้องการ 35 44.30
4.4 ค่ำชดเชยท่ดี นิ ทีเ่ หมำะสมท่ีรำษฎรตอ้ งกำร 79 100.00
- ไร่ละ 20,000 บาท 1 1.27
- ไร่ละ 40,000 บาท 1 1.27
- ไร่ละ 50,000 บาท 7 8.86
- ไร่ละ 60,000 บาท 28 35.44
- ไร่ละ 70,000 บาท 14 17.72
- ไร่ละ 100,000 บาท 21 26.58
- ไร่ละ 120,000 บาท 1 1.27
- ไร่ละ 130,000 บาท 1 1.27
- ไร่ละ 150,000 บาท 3 3.80
- ไร่ละ 170,000 บาท 1 1.27
- ไร่ละ 700,000 บาท 1 1.27
4.5 ในกำรจ่ำยค่ำชดเชยทรัพย์สินแบบทีท่ ่ำนคดิ ว่ำเหมำะสมมำกท่สี ุด 79 100.00
- จ่ายคร้ังเดียวทงั้ หมด 77 97.47
- การชดเชยตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ 2 2.53
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-389 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
รูปท่ี 3.4.2-3 กิจกรรมการสำรวจ และสอบถามทศั นคติของราษฎรผ้ทู ่ีคาดวา่ จะได้รบั ผลกระทบ
จากการพฒั นาโครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-390 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
.4.3.3 สุขภาพอนามยั และบรกิ ารสาธารณสุข
1) วตั ถปุ ระสงคก์ ารศึกษา
(1) รวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มูลพน้ื ฐานด้านการสาธารณสขุ และโภชนาการในพน้ื ท่ศี กึ ษา
(2) สำรวจและเก็บตัวอย่าง ได้แก่ หอย ปลา หนู และยุง เพ่ือวิเคราะห์พาหะนำโรคท่ีสำคัญที่
เกย่ี วข้องกับการพฒั นาแหลง่ นำ้ ในพนื้ ทีศ่ กึ ษา เชน่ โรคมาลาเรยี โรคพยาธใิ บไมต้ บั และอน่ื ๆ เป็นตน้
(3) ประเมินผลกระทบจากการดำเนินโครงการตอ่ สภาพสาธารณสุขในพืน้ ทศี่ ึกษา
(4) เสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบในด้านการสาธารณสขุ
(5) เพื่อประกอบการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ในรายงานการศึกษาผลกระทบ
สง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น (IEE)
2) วิธีการศกึ ษา
2.1 การศกึ ษาขอ้ มลู ทุติยภูมิทางสาธารณสุขและประชากร
รวบรวมข้อมูลด้านสาธารณสุขของพ้ืนที่ศึกษาท้ังในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล จาก
หนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้อง ไดแ้ ก่ รายงานจากสำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดพทั ลงุ รายงานสถิตจิ งั หวัดพัทลุง สำนักงานสถิติ
จังหวัดพัทลุง ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุข
อำเภอปา่ บอน สำนกั งานสาธารณสุขอำเภอตะโหมด ข้อมูลจากโรงพยาบาล ในพนื้ ท่ศี กึ ษา ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลปา่ บอน
โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว
ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบา้ นหนองธง ตำบลหนองธง โดยขอ้ มลู ท่ีใช้ ประกอบด้วย
(1) สถติ ิชพี ได้แก่ จำนวนประชากร อัตราการเกิด อัตราการตาย และอัตราการเพิม่ ฯลฯ
(2) สถานบริการสาธารณสุขของรฐั และเอกชน รวมทงั้ บุคลากรทางการแพทย์
(3) สถิติโรคทสี่ ำคัญและการระบาดของโรคที่สมั พนั ธ์กบั อาหาร นำ้ และแมลงทเ่ี ปน็ พาหะนำโรค
(4) สถานภาพและอัตราการพบโรคพยาธิใบไม้เลือด โรคพยาธิใบไม้ตับ โรคพยาธิอ่ืนๆ โรคมาลาเรีย
โรคไขเ้ ลอื ดออก
2.2 การสำรวจภาคสนามด้านสาธารณสขุ
1) การศึกษาด้านสุขภาพท่ัวไป โดยคัดเลือกจากอาสาสมัครในพ้ืนท่ีศึกษา จำนวน 50 คน
โดยการประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บา้ น (อสม.)
2) การตรวจสุขภาพทว่ั ไป (Physical Examination)
ตรวจสุขภาพท่ัวไปของประชาชนในพ้ืนท่ีโครงการโดยแพทย์ ประกอบกับข้อมูลการซัก
ประวัติ การวัดความดันเลือด การหาค่าเมด็ เลือดแดงอัดแน่น (Hematocrit) เพ่ือตรวจหาความผิดปกติ/การเกิดโรค
ตา่ งๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจ ระบบผิวหนัง ระบบกล้ามเนื้อ การได้ยิน การ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-391 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
มองเหน็ เป็นต้น การช่งั น้ำหนักและวัดส่วนสูงเพอ่ื ประเมินภาวะโภชนาการและแนวโน้มโรคอว้ น จากค่าดชั นมี วลกาย
(Body Mass Index; BMI)
3) การตรวจคัดกรองความเส่ียงจากการสมั ผัสสารเคมีกำจดั ศตั รพู ืช
ตรวจคดั กรองความเส่ียงจากการสัมผสั สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของประชาชนในพ้ืนทโี่ ครงการ
ดว้ ยกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส (องคก์ ารเภสัชกรรม) โดยกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส (Reactive paper
for determination of cholinesterase activity) ใช้สำหรับตรวจหาปริมาณเอนไซม์ Cholinesterase ซึ่งเป็นดัชนี
บ่งชี้ของการเฝ้าระวงั และติดตามผลอันตรายการเกิดพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำพวกสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต
และคาร์บาเมตบางตัว ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนดงั นี้
- ทำความสะอาดปลายนวิ้ ทจี่ ะทำการเจาะเลือดดว้ ยสำลีชบุ แอลกอฮอล์
- เจาะเลือดด้วยเข็มเจาะเลือด (Lancet) และเก็บตัวอย่างเลือดด้วยหลอดแก้วขนาดเล็ก
(Capillary tube)
- ป่ันด้วยเครื่องปั่น Haematocrit ที่ 2,500 รอบ/นาที นาน 10 นาที เพ่ือให้น้ำเหลืองแยกส่วน
ออกจากเมด็ เลือด
- หยดน้ำเหลืองทไี่ ด้ ลงบนกระดาษทดสอบ 1 หยด
- นำสไลดอ์ ีกแผ่นมาปดิ ทบั
- ต้งั ท้งิ ไว้ 7 นาที แลว้ อ่านผล
- อ่านผลโดยการเปรียบเทียบสที ี่เปลีย่ นแปลงกบั แผน่ เทยี บสีมาตรฐาน โดยแปลผลดังนี้
สขี องกระดาษทดสอบ ระดบั ความปลอดภัย การแปลผล
สีเหลือง ปกติ ไม่มแี นวโน้มเกดิ พิษจากสารเคมีกำจดั ศัตรพู ชื
สีเหลืองอมเขยี ว ปลอดภัย มแี นวโนม้ เกิดพษิ จากสารเคมกี ำจัดศตั รูพืชในระดับตำ่
สีเขียว มีความเสี่ยง มแี นวโนม้ เกดิ พิษจากสารเคมกี ำจดั ศตั รพู ชื ในระดับปานกลาง
สีเขยี วเข้มถึงสีเขยี วน้ำเงนิ ไมป่ ลอดภยั มีแนวโนม้ เกิดพิษจากสารเคมีกำจัดศตั รพู ืชในระดับสงู
4) การตรวจอจุ จาระของประชาชนในพื้นท่ีเพอ่ื หาความชุกของโรคปรสิตหนอนพยาธิ
ตรวจอุจจาระหาความชุกของโรคหนอนพยาธิโดยเทคนคิ การตรวจดว้ ยวธิ ี Formalin-Ether
concentration Technique (Ritchie, 1948) ซงึ่ เปน็ วิธมี าตรฐาน มีข้อดีคือ ใช้ปรมิ าณอุจจาระในการตรวจมากกว่า
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-392 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
วิธีอ่ืน สามารถหาปรสิตหนอนพยาธิได้ทุกชนิด รวมถึงตัวอ่อนพยาธิสตรองจิลอยดิสและซิสต์ หรือโทรโฟซอยท์ของ
โปรโตซวั ในลำไส้ได้ ข้นั ตอนในการเก็บตวั อยา่ งสิ่งสง่ ตรวจมีดังน้ี
• แจกกระบอกพลาสติกเบอร์ 2 ติดฉลากรายชื่อข้างกระบอก และคำอธิบายวิธีเก็บ
อุจจาระที่ถกู ต้อง
• นำอุจจาระไปตรวจหาไข่พยาธิโดยวิธีการทำให้เข้มข้นโดยวิธีตกตะกอน (Formalin-
Ether Concentration) โดยใส่ 10 % Formalin ลงในกล่องพลาสตกิ ที่เก็บอจุ จาระ ผสมใหเ้ ข้ากัน
• กรองตัวอย่างอุจจาระผ่านผ้าก๊อซ (gauze) เปียก 2 ชั้น ท่ีวางบนกรวยพลาสติก ใส่ใน
หลอดปนั่ ก้นแหลม (centrifuge tube) ขนาด 15 มล. ประมาณ 10 มล.
• จากน้นั นำมาป่นั ด้วยเครื่องปน่ั เหว่ียง ความเร็ว 2,000 รอบต่อนาที นาน 2-3 นาที
• เทน้ำส่วนบนท้ิง เติม 10% formalin ลงไป และเติม Ether 3 มล. ปิดจุกให้แน่นเขย่า
แรงๆ 30 วนิ าที ใหเ้ ข้ากนั
• นำไปปั่นอีกครั้งดว้ ยเคร่ืองป่ันเหวย่ี ง ความเรว็ 2,000 รอบต่อนาที นาน 2-3 นาที ผลที่
ได้จะเห็นสารละลายแยกเปน็ ชน้ั
• ใช้ปลายไม้พันสำลีเจาะช้ันไขมันที่ละลายในชั้นของ Ether โดยวนไม้ไปรอบๆ หลอด
ทดลอง แล้วจึงเทสารละลายท้ิง เช็ดรอบหลอดด้วยไม้พันสำลี ให้คงเหลือแต่ส่วนตะกอนชั้นล่างสุด ซ่ึงมีไข่หรือตัว
ออ่ น (larva) ของหนอนพยาธิ
• ใช้ Pasteur pipette ดูดตะกอนท่ผี สมให้เข้ากันดแี ลว้ มาตรวจหาหนอนพยาธิและโปร
โตซัวภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์
5) การตรวจหาเชอ้ื มาลาเรยี ในเลอื ด
ตรวจหาเชื้อมาลาเรียในเลือดอาสาสมคั รโดยวิธีการทำ Malaria smear โดยการเจาะเลอื ด
ปลายนว้ิ อาสาสมัครด้วย Lancet กดปลายนิ้วแตะเลือดท่ีปลายด้านหน่งึ ของสไลดสําหรบั ทํา thick smear และแตะ
เลือด 1 หยด หางจากจุด thick smear ประมาณ 1 ซม. และใช้ spreader ไถเลือด เพื่อทำ Thin smear Fixing
ตัวอย่างเลือด Thin smear ด้วย Methanol และย้อมสี Giemsa stain จากนั้นนำฟิล์มเลือดท่ีได้มาตรวจหาเช้ือ
มาลาเรยี ดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์
2.3) การสำรวจด้านพาหะนำโรค จำนวน 3 สถานี ตามแนวพ้ืนท่ีรับผลประโยชน์จากโครงการ
อา่ งเก็บน้ำ ได้แก่ พื้นที่หัวงาน บ้านเหมืองตะกั่ว ตำบลหนองธง คลองเหมืองตะก่ัว บ้านเหมืองตะก่ัว ตำบลหนองธง
และบ้านพรุนายขาว ตำบลคลองใหญ่ ดังนี้
1) การสำรวจหอยท่ีเป็นพาหะนำโรคพยาธิใบไม้ต่างๆ โดยเฉพาะโรคพยาธิใบไม้เลือด โรค
พยาธิใบไม้ตับ โรคพยาธิใบไม้ลำไส้ โรคพยาธิใบไม้ปอด ได้แก่ หอย Neotricula aperta หอย Bithynia (D.)
siamensis, B. (D.) funiculate, B. (D.) s. goniomphalos และอ่ืนๆ เช่น หอยคัน หอยโข่ง หอยเชอร่ี หอยเจดีย์
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-393 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
เป็นต้น มาตรวจหาเชื้อพยาธิในห้องปฏิบัติการ โดยคัดแยกตามสถานีและจำแนกตัวอย่าง โดยใช้วิธีการเก็บแบบจับ
เวลา (Count per unit of Time)
2) การสำรวจปลาประเภทCyprinoid ท่ีเป็นพาหะกงึ่ กลางของโรคพยาธิใบไม้ในตบั โดยใช้
วิธที อดแห และวางตาขา่ ยดักในแหล่งนำ้ รวมถึงการตรวจหาตัวอ่อนพยาธจิ ากครีบคอและกลา้ มเนื้อปลา โดยคัดแยก
ตามสถานีและจำแนกชนดิ ตวั อย่าง
3) การสำรวจหนูพาหะนำโรค โดยวธิ ีการดักด้วยกรงดักหนู บริเวณป่าละเมาะ ทุง่ นา และ
สถานที่ใกลเ้ คียงลำนำ้ เพือ่ นำมาตรวจหาพยาธิ
4) การสำรวจยุง ได้แก่ ค้นหาตวั เต็มวัยของยุง โดยเฉพาะยงุ ก้นปล่อง (Anopheles sp.) ที่
กดั คน โดยสำรวจในช่วงเวลาหวั ค่ำและกลางคืน (18.00-20.00 น.) ท้ังภายในบ้านและนอกบ้านพัก เพ่ือดูพาหะหลัก
ในพนื้ ท่ี
3) ผลการศกึ ษา
1) ข้อมลู ทตุ ิยภมู ิ
เป็นการรวบรวมข้อมูลสภาพสาธารณสุขท่ัวไปในระดับ ตำบล อำเภอและจังหวัด ท่ีอยู่ในพื้นที่
โครงการคือ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และ ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้อง ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพจังหวัดพัทลุง ระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค 506 สาธารณสุขอำเภอป่าบอนและ
สาธารณสุขอำเภอตะโหมด สำนักงานสถิติจังหวัดพัทลุง ข้อมูลโรงพยาบาลป่าบอนและโรงพยาบาลตะโหมด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธง ตำบลหนองธง และ รพ.สต.บ้านพรุนายขาว ตำบลคลองใหญ่ โดย
ข้อมูลที่รวบรวมเป็นข้อมูลท่ีมีความสำคัญในการพิจารณาสถานภาพทางด้านสาธารณสุข 5 ปีย้อนหลัง ได้แก่ข้อมูล
ทางประชากร สถิติชีพ อัตราการเกิด ตาย อัตราเพิ่มตามธรรมชาติ สถานที่ให้บริการสาธารณสุข และอัตราความ
พอเพียงของบุคลากรผู้ให้บริการทางสุขภาพแก่ประชาชน สาเหตุการเจ็บป่วย สาเหตุการตาย โรคประจำถิ่น และ
ความชกุ ของโรคที่ต้องมกี ารเฝา้ ระวัง
1.1) การศกึ ษาทางดา้ นประชากร
จากข้อมูลประชากรจากทะเบียนราษฎร์ใน ปี พ.ศ. 2562 จังหวัดพัทลุงมีประชากรรวม
524,705 คน เป็นเพศชาย 255,628 คน คิดเป็นร้อยละ 48.72 และเพศหญิง 269,077 คน คิดเป็นร้อยละ 51.28
ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 45-49 ปี คิดเป็นร้อยละ 7.86 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40-44 ปี ร้อยละ 7.83
รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-1
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-394 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
ตารางที่ 3.4.3-1 จำนวนและร้อยละของประชากรกลางจังหวัดพัทลงุ ปี พ.ศ.2562 จำแนกตามเพศและ
กลมุ่ อายุ
กลุม่ อายุ ประชากรตามทะเบยี นราษฎร์ 1 กรกฎาคม 2562
(ป)ี ชาย รอ้ ยละ หญิง รอ้ ยละ รวม ร้อยละ
0-4 14,274 2.72 13,482 2.57 27,756 5.29
5-9 16,469 3.14 15,727 3.00 32,196 6.14
10-14 16,785 3.20 15,954 3.04 32,739 6.24
15-19 16,371 3.12 15,151 2.89 31,522 6.01
20-24 18,781 3.58 18,593 3.54 37,374 7.12
25-29 19,344 3.69 18,624 3.55 37,968 7.24
30-34 18,815 3.59 18,062 3.44 36,877 7.03
35-39 20,217 3.85 19,850 3.78 40,067 7.63
40-44 20,302 3.87 20,806 3.96 41,108 7.83
45-49 19,813 3.77 21,452 4.09 41,265 7.86
50-54 18,402 3.50 20,272 3.86 38,674 7.36
55-59 15,648 2.98 17,614 3.36 33,262 6.34
60-64 11,479 2.19 13,684 2.61 25,163 4.80
65-69 9,602 1.83 12,000 2.29 21,602 4.12
70-74 7,233 1.38 9,587 1.83 16,820 3.21
75-79 5,410 1.03 7,233 1.38 12,643 2.41
80-84 3,702 0.71 5,486 1.04 9,188 1.75
85-89 1,970 0.38 3,372 0.64 5,342 1.02
90-94 721 0.14 1,482 0.28 2,203 0.42
95-99 236 0.04 511 0.1 747 0.14
100+ 54 0.01 135 0.03 189 0.04
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-395 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
กล่มุ อายุ ประชากรตามทะเบยี นราษฎร์ 1 กรกฎาคม 2562
(ปี) ชาย รอ้ ยละ หญิง ร้อยละ รวม ร้อยละ
รวม 255,628 48.72 269,077 51.28 524,705 100
ท่มี า: ประชากรจากทะเบียนราษฎร์ ประมวลผลโดยระบบ HDC กระทรวงสาธารณสขุ
ประชากรของจังหวัดพัทลุง ในช่วง 5 ปีท่ีผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 520,570 คน ใน ปีพ.ศ. 2558
เป็น 524,705 คน ในปี พ.ศ.2562 เช่นเดียวกับประชาชนในพื้นท่ีศึกษา โดยประชากรอำเภอตะโหมด เพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่องจาก 30,907 คน ในปีพ.ศ. 2558 เป็น 31,353 คน ในปี พ.ศ.2562 และประชากรอำเภอป่าบอน เพ่ิมขึ้นจาก
47,342 คน ในปีพ.ศ.2558 เป็น 47,881 คน ในปพี .ศ.2562 รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.3-2
ตารางที่ 3.4.3-2 จำนวนประชากรจงั หวดั พทั ลงุ และอำเภอในพน้ื ที่ศกึ ษา พ.ศ.2558-2562
ประชากร
พน้ื ที่
2558 2559 2560 2561 2562
จ.พัทลุง 520,570 522,729 523,723 524,857 524,705
อ.ตะโหมด 30,907 31,036 31,210 31,326 31,353
อ.ปา่ บอน 47,342 47,560 47,713 47,881 47,881
ทม่ี า: ประชากรจากทะเบยี นราษฎร์ ประมวลผลโดยระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข
1.2) การศกึ ษาทางด้านสถานะสุขภาพ
ข้อมูลสถานะสุขภาพของจังหวัดพัทลุง ได้แก่ จำนวนและอัตราเกิดมีชีพ การตาย ทารก
ตายและมารดาตาย ในช่วงปีพ.ศ. 2558-2562 รายละเอียดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-4 ประชากรจงั หวัดพัทลงุ มีอัตรา
การเกิดลดลงจากอัตรา 9.48 ต่อประชากร 1,000 คน ในปีพ.ศ. 2558 เหลือ 7.19 ในปีพ.ศ. 2562 อัตราการตาย
เพ่ิมขึ้นจากอัตรา 6.27 ต่อประชากร 1,000 คน ในปีพ.ศ. 2558 เป็น 7.19 ในปีพ.ศ. 2562 อัตราการเพิ่มประชากร
ตอ่ ประชากร 100 คน ลดลงจาก อัตรา 0.32 ในปพี .ศ. 2558 เหลือ 0.00 ในปีพ.ศ. 2562
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-396 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
ตารางท่ี 3.4.3-4 อัตราเกดิ มชี พี การตาย การเพม่ิ ประชากร ทารกตาย และมารดาตาย ของจังหวดั พัทลุงพ.ศ. 2558-2562
อัตรา สถานการณ์ ปี พ.ศ. 2562
2558 2559 2560 2561 7.19
7.19
อตั ราการเกดิ (ตอ่ พนั ) 9.48 8.47 8.22 8.74 0.00
26.00
อตั ราการตาย (ต่อพนั ) 6.27 6.48 6.74 6.69 4.77
อตั ราการเพิม่ ประชากร (ตอ่ ร้อย) 0.32 0.20 0.15 0.21
อตั รามารดาตาย (ต่อแสนเกิดมชี ีพ) 39.39 0 45.45 0
อตั ราทารกตาย (ตอ่ พนั เกดิ มชี พี ) 3.53 3.22 3.40 7.63
ทม่ี า : กองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูลการเกิด,การตาย)
: งานส่งเสริมสุขภาพ สสจ.พทั ลงุ (ขอ้ มูลการตายของมารดา และทารก)
อัตราการเกิดและตายต่อประชากร 1,000 คน ในพ้ืนที่ของสถานบริการสาธารณสุขใน
พื้นท่ีศึกษา ได้แก่ โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลป่าบอน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558-2562 รายละเอียดแสดงดังตารางที่
3.4.3-5
ตารางที่ 3.4.3-5 อัตราการเกิดและอัตราการตายของประชากรในพืน้ ท่ีรับผิดชอบของสถานบริการสาธารณสุข
ในพนื้ ทีศ่ กึ ษา พ.ศ.2558-2562
สถานบริการสาธารณสขุ อัตรา ปี พ.ศ. 2562
ตอ่ ประชากร 1,000 คน 2558 2559 2560 2561 12.32
14.93 12.25 12.34 12.35 3.38
โรงพยาบาลตะโหมด การเกดิ 2.03 2.51 3.38 3.46 6.32
3.56 10.78 6.95 8.55 2.60
การตาย 2.53 4.03 2.36 3.39
โรงพยาบาลปา่ บอน การเกดิ
การตาย
ทมี่ า : กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ (ข้อมลู การเกิด,การตาย)
1.3) สถานบรกิ ารทางสาธารณสขุ
จังหวัดพัทลุงมีสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน ในการให้บริการประชาชนใน
พื้นท่ีครอบคลุมท้ัง 11 อำเภอ โดยมีจำนวนโรงพยาบาลท้ังหมด 13 แห่ง จำแนกเป็น โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง
โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน จำนวน 10 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
จำนวน 125 แห่ง และคลินกิ ทุกประเภท จำนวน 15 แห่ง รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-6
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-397 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางท่ี 3.4.3-6 สถานพยาบาล จำแนกตามประเภท เป็นรายอำเภอ ปงี บประมาณ 2562
ประเภท
อำเภอ โรงพยาบาล โรงพยาบาล โรงพยาบาล โรงพยาบาลสง่ เสริม คลนิ ิกทกุ ประเภท
เอกชน ทว่ั ไป ชุมชน สขุ ภาพตำบล
เมือง 21- 24 5
ควนขนุน - -1 9 0
เขาชัยสน - -1 13 1
กงหรา - -1 11 1
ตะโหมด - -1 16 1
ป่าบอน - -1 16 3
บางแกว้ - -1 6 1
ปากพะยนู - -1 11 0
ศรีบรรพต - -1 7 1
ปา่ พะยอม - -1 6 1
ศรนี ครินทร์ - - 1 6 1
รวม 2 1 10 125 15
ที่มา : คลงั ขอ้ มลู สขุ ภาพ สำนักงานสาธารณสุขจงั หวดั พัทลุง
สถานบริการสาธารณสุขภาครฐั ของจังหวดั พัทลุง ประเภทโรงพยาบาล มจี ำนวน 11 แห่ง
มีจำนวนเตียงทั้งหมดรวม 810 เตียง อัตราส่วนเตียงต่อประชากรเท่ากับ 1:648 เป็นโรคพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่
(S) 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพัทลุง ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย (M2) 1 แห่ง
ได้แก่ โรงพยาบาลควนขนุน โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ (F1) 1 แหง่ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลตะโหมด และโรงพยาบาล
ชมุ ชนขนาดกลาง (F2) 8 แหง่ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลเขาชยั สน โรงพยาบาลกงหรา โรงพยาบาลป่าบอน โรงพยาบาลบาง
แก้ว โรงพยาบาลปากพะยูน โรงพยาบาลศรีบรรพต โรงพยาบาลป่าพะยอม และ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ปัญญา
นนั ทภกิ ข)ุ รายละเอยี ดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-7
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-398 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางท่ี 3.4.3-7 รายชอ่ื โรงพยาบาลและจำนวนเตยี ง จังหวัดพัทลงุ
ลำดบั อำเภอ ช่อื ประเภท ระดบั จำนวน (เตียง)
S 450
1 เมอื ง โรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลทวั่ ไป M2 90
F2 30
2 ควนขนุน โรงพยาบาลควนขนุน โรงพยาบาลชมุ ชน F2 30
F1 30
3 เขาชยั สน โรงพยาบาลเขาชัยสน โรงพยาบาลชมุ ชน F2 30
F2 30
4 กงหรา โรงพยาบาลกงหรา โรงพยาบาลชุมชน F2 30
F2 30
5 ตะโหมด โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลชมุ ชน F2 30
F2 30
6 ปา่ บอน โรงพยาบาลปา่ บอน โรงพยาบาลชมุ ชน 810
7 บางแก้ว โรงพยาบาลบางแก้ว โรงพยาบาลชมุ ชน
8 ปากพะยูน โรงพยาบาลปากพะยูน โรงพยาบาลชมุ ชน
9 ศรบี รรพต โรงพยาบาลศรีบรรพต โรงพยาบาลชมุ ชน
10 ปา่ พะยอม โรงพยาบาลป่าพะยอม โรงพยาบาลชมุ ชน
11 ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศรนี ครินทร์ (ปัญญานนั ทภิกข)ุ โรงพยาบาลชมุ ชน
รวม
ทม่ี า : งานข้อมลู ขา่ วสาร กล่มุ งานพฒั นายทุ ธศาสตรส์ าธารณสขุ (มกราคม 2563) รวบรวมโดย สาธารณสขุ จังหวัดพทั ลงุ
พ้นื ที่ศึกษาของโครงการครอบคลมุ พ้ืนท่ี 2 อำเภอของจังหวัดพัทลุง ได้แก่ อำเภอป่าบอน
และอำเภอตะโหมด มีหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-8
และตารางท่ี 3.4.3-9 สถานบริการสาธารณสุขท่ีอยู่ใกล้เคียงพื้นท่ีศึกษา ได้แก่ โรงพยาบาลประจำอำเภอ 2 แห่ง
ได้แก่ โรงพยาบาลป่าบอนและโรงพยาบาลตะโหมด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวน 2 แห่ง ได้แก่
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบ้านหนองธง และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธง มีหมู่บ้านท่ีรับผิดชอบทั้งหมด 8 หมู่บ้าน
ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านเหมืองตะกั่ว หมู่ท่ี 2 บ้านหนองธง หมู่ที่ 3 บ้านทุ่งค่าย หมู่ท่ี 4 บ้านทุ่งลานช้าง หมู่ที่ 5 บ้าน
หลักสิบ หมู่ท่ี 7 บ้านหนองนก หมทู่ ี่ 8 บ้านหอยโข่ง และหมทู่ ่ี 9 บ้านสายกลาง มีหลงั คาเรอื นท้ังส้ิน 2,438 หลังคา
เรือน มีประชากรในเขตรบั ผิดชอบ จำนวน 9,179 คน ระยะทางจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองธง
ถึงโรงพยาบาลป่าบอน เท่ากับ 10 กิโลเมตร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว มีหมู่บ้านที่
รับผิดชอบท้ังหมด 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 5 บ้านหนองเลน และหมู่ท่ี 8 บ้านสายคลอง มีหลังคาเรือนทั้งสิ้น 399
หลังคาเรอื น มีประชาการในเขตรับผิดชอบ จำนวน 1,720 คน ระยะทางจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน
พรุนายขาวถงึ โรงพยาบาลตะโหมด เทา่ กับ 15 กิโลเมตร
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-399 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.4.3-8 หน่วยบริการสังกัดสำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข จำแนกตามระดบั ของสถานพยาบาล
อำเภอปา่ บอน จังหวดั พทั ลงุ
หนว่ ยบรกิ ารสาธารณสขุ ระดับของสถานพยาบาล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลบา้ นป่าบอนตำ่ โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบลบ้านควนคำทอง โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลบา้ นพรพุ ้อ ตำบลโคกทราย โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบา้ นควนเพง็ ตำบลโคกทราย โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล
สถานีอนามัยพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบา้ นหนองธง ตำบลหนองธง โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบา้ นปา่ บาก ตำบลทุ่งนารี โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลบา้ นทงุ่ นารี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโหละ๊ หาร ตำบลท่งุ นารี โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลบ้านทา่ ดนิ แดง ตำบลวงั ใหม่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลป่าบอน โรงพยาบาลชมุ ชน
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลบ้านน้ำตก ตำบลวงั ใหม่ โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล
ทีม่ า : คลังขอ้ มลู สขุ ภาพ สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั พัทลุง
ตารางที่ 3.4.3-9 หน่วยบรกิ ารสังกดั สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ จำแนกตามระดับของสถานพยาบาล
อำเภอตะโหมด จังหวดั พัทลุง
หนว่ ยบริการสาธารณสุข ระดบั ของสถานพยาบาล
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบ้านคลองนุ้ย ตำบลตะโหมด โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลบา้ นควนอนิ นอโม ตำบลตะโหมด โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบ้านตะโหมด ตำบลตะโหมด โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลบ้านด่านโลด ตำบลแม่ขรี โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปลักปอม ตำบลแม่ขรี โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองใหญ่ ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลบา้ นโหละ๊ บ้า ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบ้านควนเลา้ เป็ด ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุนายขาว ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบ้านทา่ เชยี ด ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
โรงพยาบาลตะโหมด โรงพยาบาลชมุ ชน
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบา้ นเกาะเรยี น ตำบลคลองใหญ่ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล
ที่มา : คลังขอ้ มูลสขุ ภาพ สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั พทั ลงุ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-400 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั
1.4) บุคลากรดา้ นสาธารณสุข
จงั หวัดพัทลุง มีบุคลากรด้านสาธารณสุข ทั้งหมด 1,675 โดยแบ่งเป็น แพทย์ จำนวน 51
คน ทันตแพทย์ จำนวน 50 คน เภสัชกร จำนวน 68 คน และพยาบาลวิชาชีพ 802 คน นักวิชาการสาธารณสุข/
เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ 650 คน และแพทย์แผนไทย 54 คน
อำเภอป่าบอน มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขประกอบด้วย ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างช่ัวคราว ซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยงาน รวม
ทั้งส้ิน 214 คน โดยปฏิบัติงานในโรงพยาบาล จำนวน 135 คน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอป่าบอน จำนวน 9 คน
และโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบล 11 แหง่ จำนวน 70 คน
อำเภอตะโหมด มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขประกอบด้วย ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างช่ัวคราว ซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยงาน รวม
ท้ังส้ิน 189 คน โดยปฏิบัติงานในโรงพยาบาล จำนวน 147 คน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอตะโหมด จำนวน 8 คน
ศนู ยส์ ขุ ภาพชุมชน จำนวน 3 คน และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล 11 แห่ง จำนวน 31 คน
จากอัตรากำลังคนด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลป่าบอน พบว่าเม่ือเปรียบเทียบจำนวน
บคุ ลากรทป่ี ฏิบัติงานจริงกับกรอบอัตรากำลังขั้นต่ำ กลมุ่ บุคลากรท่ียังขาดแคลนมากที่สุดได้แก่ แพทย์ จำนวน 6 คน
รองลงมาได้แก่ ทันตแพทย์ จำนวน 4 คน นักวิชาการทันตสาธารณสุข/จพ.ทันตสาธารณสุข จำนวน 1 คน นัก
โภชนาการ/โภชนากร จำนวน 1 คน นักรังสีการแพทย์ จำนวน 1 คน นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์/จพ.
สาธารณสุข (เวชกิจฉุกเฉิน) 1 คน รายละเอียดแสดงดังตารางที่3.4.3-10 ส่วนอัตรากำลังคนด้านสาธารณสุขของ
โรงพยาบาลตะโหมด พบว่า เมื่อเปรยี บเทียบจำนวนบคุ ลากรทีป่ ฏิบตั งิ านจรงิ กับกรอบอัตรากำลังข้นั ต่ำ บคุ ลากรทย่ี งั
ขาดแคลนมากที่สุดไดแ้ ก่ แพทย์ จำนวน 3 คน รองลงมาได้แก่ นกั วิชาการสาธารณสขุ /จพ.สาธารณสขุ จำนวน 2 คน
นักกายภาพบำบัด จำนวน 2 คน นักรังสีการแพทย์ จำนวน 2 คน นักเทคนิคการแพทย์จำนวน 1 คน จพ.
วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ 1 คน และจพ.สาธารณสขุ (เวชกจิ ฉกุ เฉิน) จำนวน 1 คน รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-11
บคุ ลากรสาธารณสุขของโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลบ้านหนองธง มีเจา้ หน้าที่รวม 8 คน
ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 3 คน นักวิชาการสาธารณสุข 4 คน เจ้าพนักงานสาธารณสุข 2 คน เจ้าพนักงาน
ทนั ตสาธารณสขุ 1 คน และเจ้าพนกั งานสาธารณสขุ (แพทยแ์ ผนไทย) 1 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบา้ น
พรุนายขาว มีเจ้าหน้าท่ีรวม 3 คน ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ 1 คน นักวิชาการสาธารณสุข 1 คน และเจ้าพนักงาน
สาธารณสุข 1 คน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-401 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
ตารางที่ 10 แสดงข้อมูลกรอบอตั รากำลังและอัตรากำลังคนดา้ นสาธารณสขุ โรงพยาบาลป่าบอน ปีงบประมาณ 2563
จำนวนทคี่ วรมี จำนวนบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ัตงิ านจริง คดิ กรอบ
ตำแหน่ง ข้นั ขั้น ขา้ ลกู จ้าง พนกั งาน พนักงาน ลกู จ้าง รวม ขนั้ ต่ำ
ต่ำ สูง ราชการ ประจำ ราชการ กระทรวง ชว่ั คราว (ขาด/เกนิ )
1. แพทย์ 9 11 3 0 0 0 0 3 ขาด 6
2. ทันตแพทย์ 9 11 5 0 0 0 0 5 ขาด 4
3. นกั วิชาการทนั ตสาธารณสขุ / 3 3 2 0 0 0 0 2 ขาด 1
จพ.ทันตสาธารณสุข
4. เภสชั กร 79 7 0 0 0 07 0
5. จพ.เภสัชกรรม 34 2 0 0 1 03 0
6. พยาบาลวชิ าชพี /พยาบาล 31 80 39 0 0 4 0 43 เกิน 12
เทคนคิ
7. นักโภชนาการ/โภชนากร 22 0 0 0 1 0 1 ขาด 1
8. นักรงั สกี ารแพทย์ 12 0 0 0 0 0 0 ขาด 1
9. นักปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉิน 33 0 0 0 2 0 2 ขาด 1
การแพทย/์ จพ.สาธารณสขุ (เวช
กจิ ฉุกเฉนิ )
10. นกั เทคนคิ การแพทย/์ 33 3 0 0 1 0 4 เกนิ 1
นกั วทิ ยาศาสตร์การแพทย์/จพ.
วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
11. นักกายภาพบำบัด 34 0 0 0 2 0 2 ขาด 1
12. แพทยแ์ ผนไทย 33 1 0 0 2 03 0
ท่ีมา : ประมวลจากงานบริหารโรงพยาบาลปา่ บอน (ขอ้ มูลบุคลากร ณ 31 ธันวาคม 2562) รวบรวมโดยคณะกรรมการประสานงานสาธารณสขุ ระดับอำเภอป่า
บอน
ตารางที่ 3.4.3-11 แสดงข้อมูลกรอบอตั รากำลังและอตั รากำลงั คนด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลตะโหมด
ปีงบประมาณ 2563
ตำแหน่ง FTE กรอบ ข้า จำนวนบุคลากรท่ีมอี ยจู่ รงิ รวม ขาด/เกิน
100% 80% ราชการ พนักงาน พนักงาน ลกู จา้ ง
ราชการ กระทรวง ช่วั คราว
1. แพทย์ 9.20 7 4 0 0 0 4 ขาด 3
2. ทนั ตแพทย์ 4.30 3 4 0 0 0 4 เกิน 1
3. เภสชั กร 4.71 4 6 0 0 0 6 เกนิ 2
4. พยาบาลวิชาชพี 44 35 37 0 4 1 42 เกิน 8
5. นักวชิ าการสาธารณสุข/ 6.34 6 2 0 2 0 4 ขาด 2
จพ.สาธารณสุข
6. นักเทคนคิ การแพทย์ 4.20 3 2 0 0 0 2 ขาด 1
7. นกั กายภาพบำบัด 4.40 4 0 1 1 0 2 ขาด 2
8. นกั รงั สีการแพทย์ 3.30 3 1 0 0 0 1 ขาด 2
9. จพ.ทนั ตสาธารณสุข 3.00 3 3 0 0 03 0
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-402 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั
ตำแหน่ง FTE กรอบ ขา้ จำนวนบคุ ลากรทม่ี อี ยูจ่ ริง รวม ขาด/เกิน
100% 80% ราชการ พนักงาน พนักงาน ลกู จ้าง
ราชการ กระทรวง ชวั่ คราว
10.จพ.เภสชั กรรม 1.81 2 4 0 1 0 0 เกนิ 3
11. จพ.วทิ ยาศาสตร์ 3.65 3 2 0 0 0 2 ขาด 1
การแพทย์
12. จพ.สาธารณสุข (เวชกิจ 3.30 3 2 0 0 0 2 ขาด 1
ฉกุ เฉนิ )
13. จพ.เวชสถิติ 2.00 2 1 0 1 02 0
14. จพ.การแพทยแ์ ผนไทย 2.00 2 1 0 1 02 0
15. นักโภชนาการ 1.00 1 0 0 1 01 0
ที่มา : ประมวลจากงานบริห ารโรงพยาบาลตะโหมด ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2562 รวบรวมโดยคณ ะกรรมการป ระสานงานสาธารณ สุขระดับ
อำเภอตะโหมด
1.5) ข้อมูลด้านสุขภาพ
สถานะทางสุขภาพของประชาชนในจังหวัดพัทลุงและพื้นที่ศึกษา ได้แก่ สาเหตุการ
ตายท่สี ำคัญ สาเหตุการปว่ ยของผ้ปู ่วยนอกและผ้ปู ่วยใน และโรคทต่ี ้องเฝ้าระวงั ทางระบาดวิทยา รายละเอียดแสดงดงั
ตารางท่ี 3.4.3-12 ถึงตารางที่ 3.4.3-22
1) สาเหตกุ ารตายที่สำคัญ
ในปี พ.ศ. 2558 - 2562 สาเหตุการตายที่ระบุได้ ที่สำคัญอันดับหน่ึง คือ
อาการแสดงและส่ิงผิดปกติที่พบจากการตรวจทางคลินิกและตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มิได้มีรหัสระบุไว้ โดยมีอัตรา
ตายต่อประชากร 100,000 คน เท่ากับ 135.43 145.82 152.56 92.22 และ 121.02 ตามลำดับ ส่วนสาเหตุการตาย
อันดับรองลงมาในปี พ.ศ.2562 ได้แก่ โรคระบบประสาท อัตราตาย 113.02 โรคหลอดเลือดในสมอง อัตราตาย
47.26 ปอดบวม อัตราตาย 43.07โรคหัวใจขาดเลอื ด อัตราตาย 30.49 อุบัตเิ หตุการขนสง่ อัตราตาย 28.03 เนื้องอก
ชนิดร้าย อัตราตาย 25.16 โรคของระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ อัตราตาย 23.63 โรคเบาหวาน อัตราตาย
20.58 และ โรคความดันโลหิตสูง อัตราตาย 19.25 สาเหตุการตายที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ. 2558- 2562
รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 3.4.3-12
ตารางท่ี 3.4.3-12 อตั ราการตายต่อแสนประชากรของประชาชนจงั หวดั พัทลุง จำแนกตามสาเหตุการตาย
สาเหตกุ ารตาย อตั ราต่อประชากร 100,000 คน
2558 2559 2560 2561 2562
อาการแสดงและสง่ิ ผดิ ปกติทพี่ บจากการตรวจทางคลินิกและ
ตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการท่ีมไิ ดม้ รี หสั ระบไุ ว้ 135.43 145.82 152.56 92.22 121.02
โรคระบบประสาท
โรคหลอดเลอื ดในสมอง 24.40 37.51 48.88 127.65 113.02
ปอดบวม 45.33 46.88 45.25 41.54 47.26
33.04 27.75 31.12 40.39 43.07
โรคหวั ใจขาดเลือด 37.46 29.09 28.83 29.72 30.49
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-403 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
อตั ราตอ่ ประชากร 100,000 คน
สาเหตุการตาย 2558 2559 2560 2561 2562
28.02
อบุ ตั ิเหตกุ ารขนส่ง 24.2 24.11 27.11 19.62 25.16
23.63
เนอื้ งอกชนดิ ร้าย 18.83 22.20 21.00 23.24 20.58
19.25
โรคของระบบสบื พันธุ์และทางเดนิ ปสั สาวะ 19.40 21.05 22.72 20.20
เบาหวาน 21.71 26.60 26.54 20.96
โลหิตเปน็ พษิ (A40-A41) 16.90 12.63 12.03 19.43
ที่มา : กองยุทธศาสตรแ์ ละแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ (ขอ้ มูลการเกดิ ,การตาย)
2) สาเหตุการปว่ ยของผู้ป่วยนอก
จงั หวดั พทั ลงุ
สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกของจังหวัดพัทลุงตามกลุ่มโรค 10 อันดับแรก
ในปี พ.ศ.2562 ได้แก่ ความดันโลหิตสูงที่ไม่มีสาเหตุนำ การติดเช้ือของทางเดินหายใจส่วนบนแบบเฉียบพลันอ่ืนๆ
เบาหวาน เน้ือเย่ือผิดปกติ ความผิดปกติอื่นๆของฟันและโครงสรา้ ง การบาดเจบ็ ระบเุ ฉพาะอนื่ ๆ, ไมร่ ะบเุ ฉพาะและ
หลายบริเวณในร่างกาย ฟันผุ โรคอน่ื ๆของผิวหนังและเนอื้ เย่ือใต้ผิวหนัง โรคอ่ืนๆของหลอดอาหาร กระเพาะและดู
โอเดนัม และคออกั เสบเฉียบพลันและต่อมทอนซิลอกั เสบเฉยี บพลัน รายละเอยี ดแสดงตารางท่ี 3.4.3-13
จากข้อมลู ผู้ปว่ ยนอกทม่ี ารบั บริการด้านการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล
กระทรวงสาธารณสุข ในช่วงปี 2558- 2562 ของจังหวัดพัทลุง กลุ่มโรคที่มีผู้ป่วยนอกมากท่ีสุด คือ โรคความดนั โลหิต
สูง ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจาก 202,887 ราย ในปี 2561 เป็น 206,418 ราย ในปี 2562 กลุ่มโรคที่มีจำนวน
ผู้ป่วยนอกมากเป็นอันดับสอง ในช่วงปี 2558- 2562 คือ การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนแบบเฉียบพลันอ่ืนๆ
ในปี 2562 มจี ำนวนผ้ปู ่วย 144,630 ราย ลดลงจากปี 2558-2561 ซ่ึงมีผปู้ ว่ ยจำนวนมากที่สดุ คอื 189,486 ราย ในปี
2560 กลุ่มโรคท่ีมีจำนวนผู้ป่วยนอกมากเป็นอันดับสาม ในช่วงปี 2558- 2562 ได้แก่ โรคเบาหวาน มีผู้ป่วยจำนวน
122,409 ราย ในปี 2562 ลดลงจากปี 2558-2561 ซ่ึงมีผู้ป่วยจำนวนมากท่ีสุด คือ 158,113 ราย ในปี 2560
รายละเอยี ดจำนวนปว่ ยของผ้ปู ่วยนอกจังหวัดพัทลงุ รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-13
ตารางท่ี 3.4.3-13 สาเหตกุ ารปว่ ยของผู้ป่วยนอกตามกลุ่มโรค 10 อนั แรก จงั หวัดพทั ลงุ ปีงบประมาณ 2558-2562
สาเหตุการป่วย 2558 2559 จำนวน (ราย) 2562 อตั ราตอ่ ประชากร 100,000 คน
(กลุ่มโรค) 223,513 240,411 2560 2561 206,418 2558 2559 2560 2561 2562
1.ความดนั โลหติ สงู ทไี่ มม่ สี าเหตุ 171,634 245,943 202,887 144,630 42,936 45,992 46,961 38,655 39,340
นำ 140,932 122,409
2.การติดเชอ้ื ของทาง เดนิ หายใจ 111,928 188,091 189,486 146,439 89,511 32,961 35,983 36,181 27,900 27,564
สว่ น บนแบบเฉยี บ พลนั อน่ื ๆ 70,756 83,378
3.เบาหวาน 150,280 158,113 129,634 27,065 28,749 30,190 24,698 23,329
4.เนอ้ื เยอ่ื ผิด ปกติ 121,821 116,983 91,417 21,495 23,305 22,337 17,417 17,059
5.ความผิดปกตอิ ่นื ๆ ของฟนั 76,490 96,491 85,470 13,588 14,633 18,424 16,284 15,890
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-404 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
สาเหตุการป่วย จำนวน (ราย) อัตราต่อประชากร 100,000 คน
2562 2558 2559 2560 2561 2562
(กล่มุ โรค) 2558 2559 2560 2561
60,744 14,175 14,756 15,881 12,986 11,577
และโครงสรา้ ง 54,650 7,575 11,320 14,764 11,033 10,415
37,174 9,414 10,143 9,642 7,354 7,085
6.การบาดเจ็บระบเุ ฉพาะอ่ืน ๆ, 35,226 8,959 9,367 9,137 6,943 6,713
32,530 14,807 14,318 11,675 6,513 6,200
ไมร่ ะบเุ ฉพาะและหลายบรเิ วณ 73,811 77,136 83,170 68,162
59,173 77,321 57,911
ในรา่ งกาย 53,018 50,496 38,599
48,966 47,854 36,442
7.ฟนั ผุ 39,446 74,845 61,146 34,187
8.โรคอน่ื ๆ ของผิวหนังและเนื้อ 49,018
เยอื่ ใตผ้ วิ หนงั
9.โรคอนื่ ๆ ของหลอดอาหาร 46,651
กระเพาะและดูโอเดนัม
10.คออกั เสบเฉยี บพลนั และตอ่ ม 77,104
ทอนซลิ อกั เสบเฉียบพลนั
ท่ีมา : ระบบรายงานมาตรฐาน HDC
สำหรับสาเหตุการป่วย 10 อันดับแรก ของผู้ป่วยนอกที่มารับบริการในสถาน
บริการสาธารณสขุ ของรัฐ ในอำเภอปา่ บอนและอำเภอตะโหมด รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.4.3-14 ถงึ ตารางท่ี 3.4.3-15
อำเภอป่าบอน
สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกของอำเภอป่าบอน 10 อันดับแรก ในปี 2562
ไดแ้ ก่ ความดันโลหิตสูงท่ไี ม่มีสาเหตุนำ การติดเช้ือของทางเดนิ หายใจส่วนบนแบบเฉียบพลนั อื่นๆ เบาหวาน เน้ือเย่ือ
ผดิ ปกติ ฟันผุ ความผิดปกตอิ ่ืนๆ ของฟันและโครงสร้าง การบาดเจ็บระบุเฉพาะอืน่ ๆ ไมร่ ะบุเฉพาะและหลายบริเวณ
ในร่างกาย โรคอ่ืนๆ ของผิวหนังและเน้ือเย่ือใต้ผิวหนัง โรคอื่นๆของหลอดอาหาร กระเพาะและดูโอเดนัม และโรค
อกั เสบติดเช้ือของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จำนวนครั้งท่ีผู้ปว่ ยเข้ารับบริการในปี 2558-2562 รายละเอียดแสดง
ดงั ตารางท่ี 3.4.3-14
อำเภอตะโหมด
สาเหตุการป่วยของผูป้ ่วยนอกของอำเภอตะโหมด 10 อนั ดับแรก ในปี 2562
ไดแ้ ก่ ความดันโลหิตสงู ที่ไม่มีสาเหตุนำ การติดเชื้อของทางเดนิ หายใจสว่ นบนแบบเฉียบพลันอน่ื ๆ เบาหวาน เนื้อเย่ือ
ผิดปกติ การบาดเจ็บระบเุ ฉพาะอน่ื ๆ ไมร่ ะบเุ ฉพาะและหลายบริเวณในร่างกาย ฟนั ผุ ความปดิ ปกติอ่ืนๆ ของฟันและ
โครงสรา้ ง พยาธสิ ภาพของหลังส่วนอน่ื ๆ โรคอ่ืนๆของหลอดอาหาร กระเพาะและดูโอเดนมั และโรคอืน่ ๆ ของผิวหนัง
และเน้อื เยอื่ ใต้ผวิ หนัง รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-15
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-405 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั