The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peet Warapat, 2022-07-27 01:47:43

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

ตารางท่ี 3.3.2-13 จำนวนเดอื นทข่ี าดแคลนนำ้ เกินร้อยละ 20 ของปริมาณความตอ้ งการน้ำ กรณีกอ่ นมีโครงการ

Count (เดอื น) นับจำนวนเดอื นทมี่ ปี รมิ ำณขำดแคลนเกนิ รอ้ ยละ 20 ของควำมตอ้ งกำรน้ำในเดอื นนัน้ ๆ

>20% เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.

5 011100000110

4 011110000000

2 011000000000

5 111110000000

4 011110000000

2 001100000000

3 011100000000

2 001100000000

2 011000000000

5 111110000000

4 011110000000

1 001000000000

4 011110000000

3 011100000000

5 111110000000

3 011100000000
5 111110000000

0 000000000000

3 011100000000

3 001110000000

5 011110000010

5 111110000000

2 001100000000

1 000100000000

4 011110000000

3 011100000000

3 011100000000

6 111111000000

2 001100000000

1 000100000000

97 จำนวนเดอื นขำดแคลน 97 เดอื น จำก 360 เดอื น คดิ เป็ นเปอรเ์ ซ็นต์ = 26.94%

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-261 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.3.2-14 ปริมาณขาดแคลนในแต่ละเดอื นทีเ่ กดิ ข้นึ กรณกี รณมี ีโครงการ ก.พ. รายปี
0.08 มี.ค. (ล้าน ลบ.ม.)
ปี ปรมิ าณนา้ ขาดแคลนรายเดือน, ล้าน ลบ.ม. 0.00
พ.ศ. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. 0.00 0.57 1.14
2563 0.00 0.00 0.00 0.00 0.27 0.22 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 7.79
2564 0.42 1.30 2.31 2.20 1.37 0.18 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2565 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.69
2566 0.00 0.00 0.00 1.48 1.58 0.63 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2567 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2568 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2569 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2570 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2571 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 2.20
2572 0.00 0.00 0.00 0.45 1.50 0.26 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2573 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2574 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2575 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2576 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.47
2577 0.00 0.00 0.00 0.00 0.21 0.26 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.43
2578 0.00 0.00 0.00 0.00 0.43 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.12
2579 0.00 0.00 0.00 1.23 1.63 0.26 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2580 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2581 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.55
2582 0.00 0.00 0.00 0.94 1.81 0.80 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2583 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 1.25
2584 0.00 0.00 0.00 0.00 0.90 0.35 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2585 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2586 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2587 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2588 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2589 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 5.26
2590 0.00 0.00 0.00 2.24 1.82 0.96 0.24 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
2591 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00 0.00 0.00
2592 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.08 0.02 0.96
เฉล่ีย 0.01 0.04 0.08 0.28 0.38 0.13 0.01 0.00 0.00 0.00 0.00
0.57 9.94
สูงสุด 0.42 1.30 2.31 2.24 1.82 0.96 0.24 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
ต่า้ สุด 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-262 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

ตารางท่ี 3.3.2-15 จำนวนเดือนท่ีขาดแคลนนำ้ เกนิ ร้อยละ 20 ของปรมิ าณความตอ้ งการน้ำ กรณีมโี ครงการ

Count (เดอื น) นับจำนวนเดอื นทม่ี ปี รมิ ำณขำดแคลนเกนิ รอ้ ยละ 20 ของควำมตอ้ งกำรน้ำในเดอื นนัน้ ๆ

>20% เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.

1 000000000001

5 111110000000

0 000000000000

3 000111000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

1 000010000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000
2 000110000000

0 000000000000

0 000000000000

3 000111000000

0 000000000000

2 000011000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

0 000000000000

4 000111100000

0 000000000000

0 000000000000

21 จำนวนเดอื นขำดแคลน 21 เดอื น จำก 360 เดอื น คดิ เป็ นเปอรเ์ ซ็นต์ = 5.83%

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-263 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

3.3.3 การระบายน้ำและการบรรเทาน้ำท่วม
1. สภาพปญั หาด้านอุทกภยั
พื้นท่ีโครงการตั้งอยู่ในลุ่มน้ำทะเลหลวงซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีพ้ืนที่รับน้ำ

ประมาณ 4,522.98 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนท่ีอำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอระโนด อำเภอควนขนุน อำเภอตะโหมด
อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแกว้ อำเภอปากพะยนู อำเภอสทงิ พระ อำเภอศรีบรรพต อำเภอศรีนครินทร์
อำเภอกงหรา และอำเภอเมืองพัทลุง มีคลองเกิด คลองอ้ายโต คลองใหญ่ และคลองท่าแคเป็นลำน้ำสายหลัก และมี
คลองเล็กๆ หลายสายไหลมารวมกัน ได้แก่ คลองหัวช้าง คลองโล๊ะจังกระ คลองตะโหมด คลองเหมืองตะกั่ว คลอง
หลายพัน เป็นต้น ซ่ึงต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านเขตอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ลงสู่ทะเลสาบสงขลา
ลักษณะทางกายภาพบริเวณตอนบนของพื้นที่โครงการ มีลกั ษณะเปน็ พื้นที่ลาดเชิงเขา โดยปัญหาการระบายนำ้ หลาก
ของพ้ืนท่ีโครงการ มีสาเหตุหลักมาจากคลองธรรมชาติสายต่างๆ ในพ้ืนท่ีท่ีเป็นคลองระบายน้ำน้ัน ปัจจุบันตื้นเขินไม่
สามารถระบายน้ำไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ ความจุคลองธรรมชาตบิ างช่วง โดยเฉพาะอย่างย่ิงชว่ งปากคลองมีค่าต่ำมาก เม่ือเทียบ
กับอตั ราปริมาณน้ำหลากไหลในคลอง เปน็ ผลให้น้ำล้นตลิ่งมาท่วมพื้นท่ีเกษตรและพ้นื ทอ่ี ยู่อาศัยตามแนวคลองธรรมชาติ

2. สภาพปญั หาด้านภัยแล้ง
จากพ้นื ที่เสี่ยงภัยแลง้ ของจังหวัดพทั ลุง โดยกรมพัฒนาทดี่ ิน พ.ศ.2556 พบว่าบริเวณพื้นที่โครงการอยู่

ในเขตอำเภอปา่ บอน จดั อยูใ่ นพ้ืนท่ีเสยี่ งตอ่ การเกิดภัยแล้งในระดับตำ่ แสดงดังรูปท่ี 3.3.3-1
3. แนวคดิ การแกไ้ ขปญั หา
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัด

พัทลงุ มีระบบระบายนำ้ ประกอบด้วยคลองระบายนำ้ ธรรมชาตสิ ายหลกั คอื คลองเกิด คลองอ้ายโต คลองใหญ่ คลอง
ท่าแค และคลองระบายน้ำธรรมชาติอีกหลายสาย ที่อยู่ในพ้ืนที่โครงการ แต่เป็นคลองท่ีมขี นาดเลก็ ทำใหไ้ ม่สามารถ
ระบายนำ้ ดา้ นเหนอื น้ำไดท้ ันเวลา

แนวทางการวิเคราะห์อุทกภัยในพื้นที่โครงการ เม่ือมีโครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่วจะสามารถเก็บ
กักน้ำได้ 10.14 ลา้ นลกู บาศก์เมตร จะช่วยลดภาวะน้ำไหลล้นตลิ่งไดใ้ นระดับปานกลาง ท้ังนี้ท้งั นัน้ ข้ึนอยู่กับแนวทางการ
บริหารจดั การนำ้ ซ่งึ จะศึกษาด้วยแบบจำลองคณิตศาสตรเ์ สนอในรายงานฉบบั ต่อไป

4. มาตรการหลกั ในการบรรเทาอทุ กภยั
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วมีความจุท่ีระดับเก็บกัก 10.14 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระดับน้ำเก็บกัก

+111.65 เมตร (รทก.) จากผลการศึกษาด้านอุทกวิทยา ปริมาณ น้ำสูงสุดก่อนมีโครงการ รอบ 500 ปี
228.05. ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เม่ือมีโครงการ ปริมาณน้ำสูงสุดจะลดลงเหลือ.198.31 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที.
จะสามารถลดภาวะน้ำไหลลน้ ตลง่ิ ไดใ้ นระดับปานกลาง ทง้ั นที้ ั้งนัน้ ขึ้นอยู่กับแนวทางการบริหารจดั การนำ้ ซง่ึ จะเสนอ
ในรายงานฉบบั ตอ่ ไป

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-264 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

ท่ีมา : กรมพัฒนาที่ดิน, 2556

รปู ท่ี 3.3.3-1 พื้นท่เี ส่ยี งต่อการเกดิ ภยั แล้ง บริเวณพน้ื ท่ีโครงการและข้างเคยี ง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-265 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

3.3.4 การประมงและเพาะเล้ียงสตั วน์ ำ้
1) วัตถุประสงค์ของการศึกษา
(1) เพอ่ื ศึกษาสภาพประมงและการเพาะเล้ียงสตั วน์ ำ้ นาภาพปจั จบุ นั
(2) เพอ่ื ประเมินถึงผลกระทบต่อสภาพประมงและการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ
(3) เพื่อเสนอแนะมาตรการปอ้ งกนั แกไ้ ขต่อสภาพประมงและการเพาะเลย้ี งสัตว์น้ำ

และมาตรการการติดตามด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมทั้งแผนการติดตามตรวจสอบผลกระทบการ
ประมงและการเพาะเล้ียงสัตวน์ ้ำทีเ่ กดิ จากการพัฒนาโครงการ

2) ขอบเขตและวธิ ีการศกึ ษา
(1) รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานและเอกสารที่เก่ียวข้องจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งรายงาน

การศกึ ษาทีผ่ ่านมา เพอื่ นำมาใช้ประกอบการประเมนิ ผลการเปล่ยี นแปลงที่อาจเกดิ ขึ้นในการพัฒนาโครงการ
(2) การสำรวจในภาคสนาม โดยการสอบถามประชาชนในพ้ืนท่ีถึงลักษณะการประกอบอาชีพ ประมง

และพนื้ ทีท่ ำประมงในปัจจบุ ัน ประกอบผลการวิเคราะห์ด้านนิเวศวิทยาทางน้ำ
(3) ประเมินผลกระทบจากการพัฒนาโครงการทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ ท่ีอาจเกิดขน้ึ ตอ่ การ

เปลีย่ นแปลงทรพั ยากรประมงและการเพาะเลยี้ งสตั วน์ ้ำในพ้นื ท่ีอ่างเกบ็ น้ำ และพน้ื ท่ที ้ายนำ้ จากโครงการ
(4) เสนอแนะมาตรการละผลกระทบ รวมถึงมาตรการเสริมประโยชน์เพ่ือพัฒนาประมงบริเวณพ้ืนท่ี

โครงการ และเสนอแนะมาตรการตดิ ตามตรวจสอบการประมงและเพาะเล้ยี งสัตวน์ ำ้ ท่ีจำเปน็
3) ผลการศกึ ษา
ขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิ
จากการทบทวนข้อมูลการทำประมง ของสำนักงานประมงจังหวดั พัทลงุ พ.ศ.2562 พบว่า อำเภอปา่ บอน

มกี ารทำประมงแบบฟาร์มท่ีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดรวมเน้ือท่ีทั้งหมด 422 ไร่ โดยแยกประเภทการเล้ียง ได้แก่ ประเภทบ่อ
ท้ังหมด 365.33 บ่อ ประเภทนา 0.15 ไร่ ประเภทร่องสวน 22.55 ไร่ และประเภทกะชัง 0.96 ไร่ ผลผลผลิตการ
เล้ียงสัตว์น้ำจดื รวมทง้ั หมด 222 กโิ ลกรมั อำเภอตะโหมด มีการทำประมงแบบฟารม์ ที่เพาะเลย้ี งสัตว์น้ำจดื รวมเนอ้ื ท่ี
ท้งั หมด 399 ไร่ โดยแยกประเภทการเล้ียง ได้แก่ ประเภทบ่อ ท้ังหมด 283.21 บ่อ ประเภทรอ่ งสวน 35.51 ไร่ และ
ประเภทกะชงั 1.52 ไร่ ผลผลผลิตการเลี้ยงสตั วน์ ำ้ จืดรวมทั้งหมด 300.20 กโิ ลกรมั

ผลการสำรวจภาคสนาม
จากการสอบถามประชาชนและผู้นำชุมชนในบริเวณพ้ืนที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พบว่า ไม่มกี ารเพาะเลี้ยงสัตวน์ ้ำในเชิงพาณิชย์ ในพื้นที่ศกึ ษาของโครงการ เน่ืองจากไม่มี
ปริมาตรน้ำมากพอท่ีจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังน้ัน การพัฒนาด้านการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำเพื่อ
เป็นอาชีพเสรมิ ใหก้ ับประชาชนท่อี าศัยในเขตโครงการจงึ เปน็ การสร้างรายไดใ้ ห้กบั ประชาชน

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-266 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

3.3.5 การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ
1) วัตถุประสงค์ของการศึกษา
การศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่ศึกษาของโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อม

เบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง มีวตั ถุประสงค์ ดังน้ี
(1) เพ่ือศึกษาสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่างๆ ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ

โดยเปรียบเทยี บข้อมูลปี พ.ศ.2550 กับข้อมูลปี พ.ศ.2561 และจัดเตรยี มแผนที่การใชป้ ระโยชน์ที่ดินที่เป็นปีปจั จุบัน
(ปี พ.ศ.2562)

(2) เพื่อเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับนำไปประกอบใช้ในการศึกษาด้านต่างๆ เช่น
ด้านการเกษตรและด้านอืน่ ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง

(3) เพ่ือประเมินผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อการใช้ประโยชน์ท่ีดินจากการพัฒนาโครงการและเสนอ
มาตรการการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบดังกล่าว

2) ขอบเขตและวิธกี ารศึกษา
(1) การรวบรวมข้อมูลด้านการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ประกอบด้วยข้อมลู จากแผนที่สภาพการใช้ประโยชน์

ทีด่ ินมาตราส่วน 1 : 50,000 ของจังหวัดพัทลุงที่จัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ.2550 และแผนที่การใช้ประโยชน์ท่ีดิน
มาตราส่วน 1 : 25,000 ของจังหวัดพัทลุงท่ีจัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ.2561 โดยกรมพัฒนาที่ดินกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ ซง่ึ ใช้เป็นข้อมูลพน้ื ฐานในการศกึ ษา

(2) การสำรวจและตรวจสอบลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินสภาพปัจจุบันในภาคสนามโดยใช้ข้อมูล
แผนท่ีสภาพการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ ของปี พ.ศ.2561 เปน็ พ้ืนฐานประกอบการสำรวจ

(3) การวิเคราะห์ขอ้ มลู การใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการ และจัดเตรยี มแผนท่ี
สภาพการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี ินเปน็ ปีปัจจบุ นั (ปี พ.ศ.2562)

(4) การประเมินผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการพัฒนาโครงการและเสนอ
มาตรการปอ้ งกันแก้ไข รวมทง้ั สองมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบดังกล่าว

3) ผลการศกึ ษา
การศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินบริเวณพ้ืนที่ศึกษาโครงการ จะใช้เกณฑ์การจำแนกประเภทการใช้

ประโยชน์ท่ีดิน ที่กำหนดโดยกรมพัฒนาที่ดิน ที่ได้จำแนกออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย พื้นท่ีเกษตรกรรม
พ้ืนท่ีป่าไม้พื้นท่ชี ุมชนและสง่ิ ปลูกสร้าง พ้ืนทีเ่ บ็ดเตลด็ และพื้นที่น้ำ

ประเภทที่ 1 ; พื้นท่ีเกษตรกรรม : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพ้ืนที่เกษตรกรรมในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ แบ่ง
ออกเป็นกลมุ่ พืชและสัตว์ชนิดตา่ งๆ ประกอบด้วยพ้นื ท่ีนา พืชไร่ ไม้ยนื ตน้ ไมผ้ ล ทุ่งหญ้าเล้ียงสัตวแ์ ละโรงเรือนเล้ยี งสตั ว์
ซึ่งในแต่ละกลุ่มชนดิ ของการใช้ประโยชน์ท่ีดิน ยังแบ่งเป็นพืชและสตั ว์ชนิดต่างๆ ดังนี้

กลุ่มพ้ืนที่นา ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นนาร้างและนาข้าว
กลุ่มพืชไร่ ประกอบด้วย ส่วนท่ีเป็นไร้ร้างและสับปะรด
กลุ่มไม้ยืนต้น ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นยางพารา ปาล์มน้ำมันและไม้ยืนต้นร้าง/เสื่อมโทรม
(ปัจจุบันมีบางส่วนปลูกสละ)
กลุ่มไม้ผล ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นไม้ผลผสม กล้วยมะพร้าวและมะนาว

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-267 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ นั

กล่มุ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตวแ์ ละโรงเรอื นเล้ียงสัตว์ ประกอบดว้ ย ส่วนทเี่ ป็นโรงเรอื นเลยี้ งสตั ว์ปีกและท่งุ หญ้าเลี้ยงสัตว์
ประเภทท่ี 2 ; พ้ืนท่ี ปา่ ไม้ : การใชป้ ระโยชน์ทีด่ ินในพืน้ ทป่ี า่ ไม้ในบรเิ วณพื้นท่ีศกึ ษาโครงการ เป็นกลุ่ม
ปา่ ไม่ผลดั ใบ ประกอบด้วยป่าเพียงชนดิ เดยี วคือป่าไม่ผลดั ใบสมบรู ณ์
ประเภทท่ี 3 ; พื้นท่ี ชุมชนและส่ิงปลูก : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนท่ีชุมชนและสิ่งปลูกสร้างใน
บริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่มสถานท่ีชนิดต่างๆ ได้ 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มหมู่บ้าน มีเพียงชนิด
เดยี ว (ไดแ้ ก่ หมู่บ้านบนพน้ื ท่ีราบ/ไมผ้ ลผสม) กลุ่มสถานท่ีราชการและสถาบันต่างๆ กลมุ่ สถานคี มนาคม มเี พียงชนิด
เดียว (ได้แก่ ถนน) และกลุ่มพ้ืนทอ่ี ตุ สาหกรรม (ได้แก่ ลานตากและแหลง่ รับซ้อื ทางการเกษตร)
ประเภทท่ี 4 ; พื้นท่ีเบ็ดเตล็ด : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นท่ีเบ็ดเตล็ด ในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาโครงการ
แบ่งออกเป็นกลุ่มพ้ืนที่ชนิดต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ แบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ส่วนท่ี
เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ และส่วนท่ีเป็นทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ กลุ่มพื้นที่ลุ่ม (ได้แก่ พื้นท่ีลุ่ม) และกลุ่มพ้ืนท่ี
เบ็ดเตล็ดอน่ื ๆ (ไดแ้ ก่พืน้ ทถ่ี ม)
ประเภทที่ 5 ; พ้ืนท่ีน้ำ : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพ้ืนที่น้ำ ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่ม
ของแหล่งน้ำชนิดต่างๆ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของแหลง่ นำ้ ธรรมชาติ ประกอบดว้ ยแหล่งนำ้ 2 ชนิดคือ สว่ นทีเ่ ป็นแมน่ ำ้ ลำหว้ ย
ลำคลอง และส่วนท่เี ป็นหนองบึงทะเลสาบ และกลมุ่ ของแหลง่ น้ำที่สร้างขน้ึ ประกอบด้วยแหล่งน้ำ 2 ชนิด ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ
และบ่อนำ้ ในไรน่ า
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ จะแบ่งแยกกล่าวละเอียด
ออกเป็นพ้ืนที่แต่ละสว่ น โดยองค์ประกอบของพื้นทศี่ ึกษาโครงการ ประกอบด้วย 4 ส่วน ดังน้ี
(1) พื้นท่ีอา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั (พนื้ ที่ 351.20 ไร)่
(2) พื้นทห่ี ัวงาน (พื้นที่ 114.95 ไร)่
(3) พ้ืนทถ่ี นนเข้าหัวงาน (พ้ืนท่ี 13.57 ไร)่
(4) พนื้ ที่รับประโยชน์ (พนื้ ท่ี 16,475.27 ไร่)
ผลการศกึ ษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทตา่ งๆ 5 ประเภท ในพนื้ ทแี่ ต่ละส่วนของโครงการ โดย
จากการใชข้ ้อมูลในปี พ.ศ.2550 (อดีต) และข้อมูลของปีงบ พ.ศ.2561 รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ทด่ี ิน
โดยการเปรยี บเทยี บข้อมลู ปี พ.ศ.2550 กบั ขอ้ มูลปีงบ พ.ศ.2561
(1) พนื้ ที่อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกวั่ (พนื้ ที่ 351.20 ไร)่

ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชนท์ ีด่ นิ ในบริเวณพ้ืนทีอ่ า่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัวของโครงการจะแยก
กลา่ วรายละเอียดเป็นสว่ นของการใชป้ ระโยชน์ทดี่ ินในปี พ.ศ.2550 และส่วนของการใชป้ ระโยชน์ท่ดี นิ ในปี พ.ศ.2561

รวมท้งั การเปลยี่ นแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ดี ินชนดิ ตา่ งๆ (เปรียบเทียบขอ้ มูลปี พ.ศ.2550 กับขอ้ มูล
ปี พ.ศ.2561) รายละเอยี ด แสดงดังตารางที่ 3.3.5-1 และรปู ท่ี 3.3.5-1 (ปี พ.ศ.2550) และรูปท่ี 3.3.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-268 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ นั

ตารางท่ี 3.3.5-1 แสดงการใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละชนิด ในบริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว

พนื้ ทีห่ วั งานและพ้นื ทีถ่ นนเขา้ หัวงาน

ชนิดการใช้ประโยชนท์ ดี่ นิ พน้ื ทข่ี องข้อมูล ปี พ.ศ.2550 พน้ื ทขี่ องข้อมูลปี พ.ศ.2561 พนื้ ทที่ เ่ี ปลยี่ นแปลง
พนื้ ทเ่ี พม่ิ ขึ้น (+) พน้ื ทล่ี ดลง (-)

ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ

พนื้ ทอ่ี า่ งเกบ็ นํา้ เหมืองตะกว่ั :

ไมย้ ืนตน้ ผสม 17.54 4.99 0 0 17.54 4.99

ยางพารา 165.74 47.2 201.3 57.32 35.56 10.12

ไมผ้ ลผสม 44.37 12.63 37.07 10.55 7.3 2.08

ป่าไมผ่ ลดั ใบสมบูรณ์ 123.55 35.18 112.83 32.13 10.72 3.05

รวม 351.2 100 351.2 100 35.56 10.12 35.56 10.12

พน้ื ทหี่ ัวงาน :

ยางพารา 57.49 50.02 57.49 50.02 0 0 0 0

ไมผ้ ลผสม 36.12 31.42 36.12 31.42 0 0 0 0

ทงุ่ หญ้าสลบั ไมพ้ มุ่ /ไมล้ ะเมาะ 21.34 18.56 21.34 18.56 0 0 0 0

รวม 114.95 100 114.95 100 0 0 0 0

พนื้ ทถี่ นนเข้าหัวงาน :

ยางพารา 13.03 96.03 13.03 96.03 0 0 0 0

หมบู่ ้านบนพนื ราบ/ไมผ้ ลผสม 0.54 3.97 0.54 3.97 0 0 0 0

รวม 13.57 100 13.57 100 0 0 0 0
หมายเหตุ : 1. พื้นทค่ี ิดเปน็ ร้อยละของพ้ืนท่รี วมของพน้ื ท่แี ตล่ ะสว่ น

2. พืน้ ท่ีท่เี ปลยี่ นแปลงทง้ั ในส่วนของพน้ื ทเ่ี พิม่ ขึ้น (+) หรือพื้นทลี่ ดลง (-) เปน็ การเปรยี บเทยี บของข้อมูล ปี พ.ศ.2550
กับข้อมูลปี พ.ศ.2561 ว่าในปี พ.ศ.2561 มกี ารใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ แตล่ ะชนิดเป็นพ้นื ที่เพ่ิมข้ึนหรอื ลดลงจากปี พ.ศ.2550

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินชนิดต่างๆ ในบริเวณ
พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วของปี พ.ศ.2550 พบว่า พ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็นป่าไม่ผลัดใบสมบูรณ์ (พื้นท่ีร้อยละ 35.18
ของพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว) และเป็นพ้ืนท่ีปลูกยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 47.20) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกไม่มากนัก
เป็นพื้นทีป่ ลกู ไม้ผลผสม (พ้ืนท่ีร้อยละ 12.63) และเป็นพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นผสม (พ้ืนที่ร้อยละ 4.99)

การใช้ประโยชน์ทดี่ ินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศกึ ษาด้านการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ ชนิดต่างๆ ในบรเิ วณพ้นื ท่ี
อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่วของปี พ.ศ.2561 พบว่า พ้นื ทส่ี ว่ นใหญเ่ ป็นพ้ืนท่ีปลกู ยางพารา (พืน้ ท่ีรอ้ ยละ 57.32 ของพ้ืนท่อี ่าง
เกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั ) และเป็นปา่ ไม่ผลดั ใบสมบูรณ์ (พนื้ ท่ีรอ้ ยละ 32.13) พน้ื ทสี่ ่วนท่ีเหลืออีกไมม่ ากนักเป็นพื้นท่ีปลูกไม้
ผลผสม (พื้นท่ีรอ้ ยละ 10.55) ไมพ่ บส่วนของไม้ยนื ต้นผสม

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-269 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

รูปท่ี 3.3.5-1 แสดงการใช้ประโยชนท์ ี่ดินในพ้นื ทโี่ ครงการ ปี พ.ศ.2550

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-270 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

รูปที่ 3.3.5-2 แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพน้ื ทโี่ ครงการ ปี พ.ศ.2561

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-271 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ผลการศกึ ษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ีดินในบริเวณพื้นท่ี
อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั พบว่าในปี พ.ศ.2561 สว่ นที่เปน็ พ้ืนทีป่ ลกู ยางพารามีพน้ื ท่เี พ่ิมมากข้ึน (พื้นที่เพม่ิ ขน้ึ 35.56 ไร่
หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 10.12 ของพนื้ ท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว) เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในปี พ.ศ.2550 ในขณะท่ีพ้ืนที่
ปลูกไม้ยืนต้นผสม มีพื้นที่ลดลง (พ้ืนที่ลดลง 17.54 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.99) พ้ืนท่ีปลูกไม้ผลผสมก็มีพ้ืนท่ีลดน้อยลง
เช่นเดียวกัน (พื้นที่ลดลง 7.30 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.08 ) รวมทั้งส่วนท่ีเป็นป่าไม่ผลัดใบสมบูรณ์ก็มีพื้นท่ีลดน้อยลง
เช่นเดียวกัน (พ้ืนที่ลดลง 10.72 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.05 ) การลดลงของพ้ืนท่ีท้ัง 3 ส่วนน้ีถูกเปลี่ยนแปลงนำไปใช้
ประโยชน์ในการปลกู ยางพาราทมี่ ีพนื้ ท่ีเพ่ิมมากขนึ้ ดังกล่าว การเปล่ยี นแปลงการใชป้ ระโยชนท์ ีด่ ินในบริเวณพื้นที่อา่ งเกบ็ น้ำ
บ้านเหมอื งตะก่ัว มพี ื้นทีร่ วมทั้งหมด 35.56 ไร่ (คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.12)

(2) พน้ื ที่หวั งาน (พื้นท่ี 114.95 ไร)่
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ ในบรเิ วณพืน้ ที่หัวงานของโครงการ ของปี พ.ศ.2550 และ

ปี พ.ศ.2561 พบว่าการใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละชนิดมีพ้ืนท่ีใกล้เคียงกัน แสดงดังตารางท่ี 3.3.5-1 รูปที่ 3.3.5-1
(ปี พ.ศ.2550) และรูปท่ี 3.3.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาพบว่าพ้ืนที่ประมาณครึ่งหน่ึงเป็นพื้นท่ีปลูก
ยางพารา (พ้ืนท่ีร้อยละ 50.02 ของพื้นท่ีหัวงาน) รองลงมาเป็นพื้นท่ีปลูกไม้ผลผสม (พ้ืนที่ร้อยละ 31.42) และที่มี
พื้นท่ีนอ้ ยสุดเป็นท่งุ หญา้ สลบั ไม้พ่มุ /ไม้ละเมาะ (พืน้ ทีร่ ้อยละ 18.56)

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ประมาณครึ่งหน่ึงเป็นพื้นท่ีปลูก
ยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 50.02 ของพ้ืนที่หัวงาน) รองลงมาเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลผสม (พ้ืนที่ร้อยละ 31.42) และที่มี
พื้นทนี่ ้อยสดุ เป็นทุ่งหญา้ สลบั ไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ (พ้นื ทรี่ อ้ ยละ 18.56)

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน : ผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน
ในบรเิ วณพื้นที่หัวงานพบวา่ ไม่มกี ารเปล่ียนแปลง

(3) พืน้ ท่ถี นนเข้าหวั งาน (พ้ืนท่ี 13.57 ไร่)
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงานท่ีมีพื้นที่น้อยมาก พบว่ามี

การใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละชนิดเป็นพ้ืนที่ใกล้เคียงกันทั้งของปี พ.ศ.2550 และปี พ.ศ.2561 แสดงดังตารางที่ 3.3.5-1
รปู ที่ 3.3.5-1 (ปี พ.ศ.2550) และรปู ท่ี 3.3.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาพบว่าพ้ืนที่เกือบท้ังหมดเป็นพ้ืนที่ปลูกยางพารา
(พื้นทร่ี อ้ ยละ 96.03 ของพื้นทถี่ นนเขา้ หวั งาน) สว่ นทเี่ หลือเปน็ หม่บู า้ นบนพื้นราบ/ไมผ้ ลผสม (พ้ืนทรี่ อ้ ยละ 3.97)

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาพบว่าพ้ืนท่ีเกือบท้ังหมดเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา
เช่นกันกบั ในปี พ.ศ.2550 ซง่ึ มีพ้ืนที่เท่ากับพนื้ ท่ปี ลกู ยางพาราในปี พ.ศ.2550 (พน้ื ทร่ี อ้ ยละ 96.03 ของพื้นท่ีถนนเข้าหวั งาน)
ส่วนที่เหลอื เป็นหมู่บา้ นบนพนื้ ราบ/ไมผ้ ลผสม (พน้ื ทรี่ อ้ ยละ 3.97)

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินใน
บรเิ วณพ้นื ท่หี ัวงานพบวา่ ไม่มีการเปลยี่ นแปลง
สรปุ : การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ ชนิดต่างๆ ในพ้ืนที่ทั้ง 3 ส่วนดงั กล่าวในปี พ.ศ.2550 และในปี พ.ศ.2561

(1) พื้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว (พ้ืนท่ี 351.20 ไร่) : พบว่าพ้ืนที่ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีป่าไม่ผลัดใบ
สมบูรณ์และพื้นที่ปลูกยางพารา (มีการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน เป็นพ้ืนที่รวมทั้งหมด 35.56
ไร่ หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 10.12 ของพ้ืนท่ีอ่างเก็บนำ้ )

(2) พื้นที่หัวงาน (พ้ืนท่ี 114.95 ไร่) : พบว่าพื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราและไม้ผลผสม (ไม่มีการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-272 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

เปล่ียนแปลงการใช้ประโยชนท์ ีด่ ิน)
(3) พ้ืนที่ถนนเข้าหัวงาน (พ้ืนท่ี 13.57 ไร่) : พบว่าพื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีปลูกยางพารา (ไม่มีการ

เปล่ยี นแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ีดิน)
(4) พื้นท่รี บั ประโยชน์ (พน้ื ท่ี 16,475.27 ไร)่ : พบวา่ พน้ื ท่ีสว่ นใหญเ่ ปน็ พนื้ ทีป่ ลกู ยางพารา

ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จะแยกกล่าว
รายละเอียดเป็นส่วนของการใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2550 และส่วนของการใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2561
รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภท กลุ่มชนิดต่างๆ (เปรียบเทียบข้อมูลของปี พ.ศ.2550 และ
ข้อมูลของปี พ.ศ.2561) โดยการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภท/ชนิดต่างๆ ของปี พ.ศ.2561 มีพื้นท่ีเพิ่มขึ้น (+) หรือมีพื้นที่
ลดลง (-) เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของปี พ.ศ.2550 ดังสรุปรายละเอียดแสดงดังตารางที่ 3.3.5-2
รูปที่ 3.3.5-1 (ปีพ.ศ.2550) และรูปท่ี 3.3.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ ในปี พ.ศ.2550
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่ได้รับประโยชน์ของโครงการ ปี พ.ศ.2550 พบว่ามีการใช้
ประโยชน์ที่ดิน 4 ประเภท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 9 ส่วนใน 10 ส่วนของพื้นท่ีรับประโยชน์ เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม
(พ้นื ท่ีรอ้ ยละ 91.36 ของพื้นที่รบั ประโยชน์) พ้ืนทส่ี ่วนที่เหลอื อีกประมาณ 1 ส่วน 10 ส่วน ประกอบด้วยการใช้ประโยชน์
ที่ดินอีก 3 ประเภท โดยมีพ้ืนท่ีเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ พื้นท่ีชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง (พ้ืนที่ร้อยละ 5.91)
พ้ืนที่เบ็ดเตล็ด (พ้ืนท่ีร้อยละ 2.40) และพ้ืนที่น้ำ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.32) ไม่พบพื้นท่ีป่าไม้ในบริเวณพื้นท่ีรับประโยชน์
ของโครงการ
การใช้ประโยชน์ที่ดินในแตล่ ะประเภท ยังแบ่งออกเป็นกลุ่มของพืชกลุ่มของสถานที่กล่มุ ของพ้ืนที่และกลุ่ม
ของแหลง่ น้ำชนิดต่าง ดังนี้
พน้ื ทเ่ี กษตรกรรม (พื้นท่ี 15,054.34 ไร่ หรอื คดิ เป็นร้อยละ 91.36 ของพน้ื ที่รบั ประโยชน์)
การใชป้ ระโยชน์ท่ีดินในพื้นท่ีเกษตรกรรม แบ่งออกเปน็ กลุ่มพืชชนิดต่างๆ ดงั นโี้ ดยพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ ประมาณเกอื บ
8 ส่วนใน 9 ส่วนของพ้ืนทเี่ กษตรกรรมเป็นกลุ่มไม้ยืนตน้ (พื้นที่ร้อยละ 76.32 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีก
ประมาณ 1 ส่วนใน 9 ส่วน ประกอบด้วย กลุ่มพื้นท่ีนา (พื้นท่ีร้อยละ 9.94) กลุ่มไม้ผล (พ้ืนท่ีร้อยละ 4.60) กลุ่มทุ่งหญ้า
เล้ยี งสตั วแ์ ละโรงเรอื นเลี้ยงสัตว์ (พ้ืนทร่ี อ้ ยละ 0.43) และกลุ่มสถานท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ (พนื้ ทร่ี ้อยละ 0.07)
พ้นื ท่ีของกลุ่มพชื และสตั ว์ชนดิ ตา่ งๆ ยังแบง่ ยอ่ ยออกเป็นพืชและสตั ว์ชนดิ ต่างๆ ดงั นี้
- กลุ่มพนื้ ที่นา : พบวา่ พ้ืนท่สี ว่ นใหญเ่ ป็นนาขา้ ว (พื้นทรี่ ้อยละ 8.30 ของพนื้ ที่รับประโยชน)์ ส่วนท่ีเหลือเป็นนาร้าง
(พืน้ ท่ีรอ้ ยละ 1.64)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-273 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.3.5-2 แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดนิ แตล่ ะประเภท/ชนดิ ในบรเิ วณพน้ื ท่ีรับประโยชนข์ องโครงการ

พน้ื ทข่ี องข้อมูล ปี พ.ศ.2550 พน้ื ทขี่ องข้อมูล ปี พ.ศ.2561 พนื้ ทที่ เี่ ปลย่ี นแปลง

ประเภท/กลมุ่ /ชนดิ การใช้ประโยชนท์ ดี่ นิ พนื้ ทเ่ี พม่ิ ขึ้น (+) พน้ื ทลี่ ดลง (-)

พน้ื ทร่ี วมทงั้ หมด ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
รวมพนื้ ทเี่ กษตรกรรม : 16,475.27 100 16,475.27 100
พนื้ ทนี่ า 15,054.34 91.36 14,728.68 89.4 405.03 2.45 405.03 2.45
นาร้าง 1,638.44 9.94 0.34
นาข้าว 270.85 1.64 56.08 0.1 325.66 1.96
พืชไร่ 1,367.59 8.3 17.16 0.24
ไร่ร้าง 0 38.92 0.24 1,582.36 9.6
สบั ปะรด/ยางพารา 0.00 0 38.68 0.06
ไม้ยนื ตน้ 0.00 0 9.68 0.18 253.69 1.54
ไมย้ ืนตน้ ร้าง/เสอื่ มโทรม 0.00 76.32 29 86.92
ไมย้ ืนตน้ ผสม 12,575.44 0 14,321.48 0.28 1,328.67 8.06
ยางพารา 0.00 0.23 46.22 0
ยางพารา/กล้วย 38.70 74.6 83.49 38.68 0.24
ปาล์มน้ามนั 12,290.91 0 0 0.17
ไม้ผล 0.00 1.49 13,755.96 2.98 9.68 0.06
ไมผ้ ลผสม 245.83 4.6 1.02
มะพร้าว 757.30 4.6 27.81 0.89 29 0.18
กลว้ ย 757.30 0 491.49 0.09
มะนาว 0.00 0 167.73 0.03 1,746.04 10.6
ทงุ่ หญา้ เลย้ี งสตั ว์และโรงเรือนเลยี้ งสตั ว์ 0.00 0 145.81 0.01
ทุ่งหญ้าเลียงสัตว์ 0.00 0.43 15.49 0.8 46.22 0.28
โรงเรือนเลยี งสตั วป์ ีก 70.85 0 4.24 0.06
สถานทเ่ี พาะเลย้ี งสตั ว์นา้ํ 0.00 0.43 2.19 0.74 38.7 0.23
สถานทเี่ พาะเลียงสตั ว์น้าผสม 70.85 0.07 131.89 0.08
รวมพนื้ ทช่ี ุมชนและสง่ิ ปลกู สร้าง : 12.31 0.07 9.29 0.08 1,465.05 8.89
หมู่บา้ น 12.31 5.91 122.6 8.21
หมบู่ ้านบนพนื ราบ/ไมผ้ ลผสม 973.29 5.91 12.82 7.34 27.81 0.17
สถานทร่ี าชการและสถาบนั ตา่ งๆ 973.29 5.91 12.82 7.34
สถานที่ราชการและสถาบันตา่ งๆ 973.29 0 1,351.86 0.52 245.66 1.49
สถานีคมนาคม 0.00 0 1,209.14 0.52
ถนน 0.00 0 1,209.14 0.35 589.57 3.58
พนื้ ทอี่ ตุ สาหกรรม 0.00 0 85.30 0.35
ลานตากและแหล่งรับซือทางการเกษตร 0.00 0 85.30 0.001 611.49 3.71
รวมพนื้ ทเี่ บด็ เตลด็ : 0.00 0 57.39 0.001
ทงุ่ หญา้ และไม้ละเมาะ 0.00 2.4 57.39 1.91 15.49 0.09
ทุ่งหญ้าธรรมชาติ 395.23 2.4 0.03 1.62
ทุ่งหญ้าสลบั ไมพ้ มุ่ /ไมล้ ะเมาะ 395.23 0.17 0.03 0.27 4.24 0.03
พน้ื ทลี่ มุ่ 27.57 2.23 315.86 1.35
พนื ทล่ี ่มุ 367.66 0 268.18 0.29 2.19 0.01
พน้ื ทเ่ี บด็ เตลด็ อน่ื ๆ 0.00 0 45.28 0.29
พนื ทถ่ี ม 0.00 0 222.90 0.001 61.04 0.37
พน้ื ทน่ี ํ้า : 0.00 0 47.53 0.001
แหลง่ นํ้าธรรมชาติ 0.00 0.32 47.53 0.47 9.29 0.06
แมน่ ้า ล้าห้วย ล้าคลอง 52.42 0.25 0.15 0.26
หนอง บึง ทะเลสาบ 40.89 0.08 0.15 0.08 51.75 0.31
แหลง่ น้าํ ทส่ี ร้างขึ้น 13.07 0.17 78.88 0.18
อ่างเกบ็ น้า 27.82 0.07 43.08 0.21 0.51 0.01
บ่อน้าในไร่นา 11.53 0 13.96 0.05
0.00 0.07 29.12 0.16 0.51 0.01
11.53 35.80
8.87 378.57 2.3
26.93
235.85 1.43

235.85 1.43

85.3 0.52

85.3 0.52

57.39 0.35

57.39 0.35

0.03 0.001

0.03 0.001

79.37 0.49

127.05 0.78

17.71 0.1

144.76 0.88

47.53 0.29

47.53 0.29

0.15 0.001

0.15 0.001

26.46 0.15

2.19 0.01

0.89 0.001

1.3 0.01

24.27 0.14

8.87 0.05

15.4 0.09

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-274 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ นั

- กลุ่มไม้ยืนต้น : พบว่าพ้ืนท่ีส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นพื้นท่ีปลูกยางพารา (พื้นที่ร้อยละ 74.60 ของพื้นท่ี
รบั ประโยชน์) พ้ืนที่ส่วนทเ่ี หลอื อกี ไม่มากนักเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน (พืน้ ที่รอ้ ยละ 1.49) และไม้ยืนต้นผสม (พ้ืนที่
ร้อยละ 0.23)

- กลุ่มไม้ผล : พบว่าพื้นท่ีท้ังหมดเป็นพ้ืนท่ีปลูกไมผ้ ลผสม (พ้ืนทีร่ ้อยละ 4.60 ของพ้ืนที่รบั ประโยชน์)
- กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ : พบว่าพ้ืนที่ท้ังหมดเป็นโรงเรือนเล้ียงสัตว์ปีก (พื้นท่ีร้อยละ
0.43 ของพน้ื ท่ีรบั ประโยชน์)
- กลุ่มสถานท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ : พบว่าพ้ืนท่ีท้ังหมดเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผสม (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.07
ของพืน้ ทรี่ บั ประโยชน)์
พ้ืนทชี่ ุมชนและสิง่ ปลกู สรา้ ง (พืน้ ท่ี 973.29 ไร่ หรือคิดเปน็ ร้อยละ 5.91 ของพ้นื ท่ีรับประโยชน์)
การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพ้ืนที่ชุมชนและส่ิงปลูกสร้าง พบว่ามีกลุ่มของสถานที่เพียงกลุ่มเดียว คือกลุ่ม
หมู่บ้าน (พื้นทรี่ ้อยละ 5.91 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) โดยมีเพยี งชนิดเดียว ได้แก่ หมู่บ้านบนพนื้ ราบ/ไม้ผลผสม (พื้นที่
รอ้ ยละ 5.91 ของพ้นื ทรี่ บั ประโยชน)์
พื้นทีเ่ บ็ดเตล็ด (พื้นที่ 395.23 ไร่ หรือคดิ เปน็ ร้อยละ 2.40 ของพื้นที่รับประโยชน์)
การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ ในพนื้ ที่เบด็ เตล็ด พบว่ามีกลุ่มของพ้ืนทีเ่ พยี งกลุ่มเดยี ว คอื พื้นท่ีท่ีเป็นกลุ่มทุ่งหญ้าและ
ไม้ละเมาะ (พ้นื ท่ีรอ้ ยละ 2.40 ของพ้ืนท่ีรบั ประโยชน์) ประกอลด้วย 2 ชนิดคือ ท่งุ หญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ (พื้นท่ี
ร้อยละ 2.23 ของพื้นที่รบั ประโยชน)์ และทงุ่ หญา้ ธรรมชาติ (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 0.17
พ้ืนทน่ี ำ้ (พน้ื ที่ 52.42 ไร่ หรอื คิดเป็นรอ้ ยละ 0.32 ของพน้ื ท่ีรับประโยชน์)
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนที่น้ำ แบ่งออกเป็นแหล่งน้ำ 2 กลุ่ม โดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของแหล่งน้ำ
ธรรมชาติ (พื้นที่ร้อยละ 0.25 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) พ้ืนที่ส่วนท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อยเป็นกลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างข้ึน
(พืน้ ทร่ี ้อยละ 0.07)
พื้นที่ของกลุม่ แหล่งนำ้ 2 กลุ่มยังแบง่ ยอ่ ยออกเปน็ แหลง่ นำ้ ชนิดต่างๆ ดังนี้

- กลุ่มของแหล่งน้ำธรรมชาติ : พบว่ามีแหล่งน้ำ 2 ชนิด ได้แก่ หนอง บึง ทะเลสาบ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.17
ของพน้ื ที่รบั ประโยชน)์ และแมน่ ้ำ ลำหว้ ย ลำคลอง (พื้นทีร่ อ้ ยละ 0.08 ของพ้ืนทร่ี บั ประโยชน)์

- กลุ่มของแหล่งน้ำท่ีสร้างขึ้น : พบว่ามีแหล่งน้ำเพียงชนิดเดียว ได้แก่ บ่อน้ำในไร่นา (พ้ืนท่ีร้อยละ
0.07 ของพ้ืนที่รบั ประโยชน)์

การใชป้ ระโยชน์ทด่ี ินในปี พ.ศ.2561
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ ปี พ.ศ.2561
พบว่ามีการใช้ประโยชน์ท่ีดิน 4 ประเภท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 9 ส่วนใน 10 ส่วนของพื้นท่ีประโยชน์
เป็นพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่ร้อยละ 89.40 ของพื้นที่รับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ส่วน10
ส่วน ประกอบด้วยการใช้ประโยชน์ที่ดินอีก 3 ประเภท ประกอบด้วยพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง (พื้นที่
ร้อยละ 8.21) พื้นที่เบ็ดเตล็ด (พื้นที่ร้อยละ1.91) พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเป็นพ้ืนที่น้ำ (พนื้ ทรี่ อ้ ยละ
0.47) ไม่พบพื้นท่ีปา่ ไม้ในบริเวณพื้นท่ีรบั ประโยชนเ์ ช่นเดียวกันกบั ในปี พ.ศ.2550
การใชป้ ระโยชน์ในแตล่ ะประเภท ยงั แบ่งออกเป็นกลุ่มของพืชกลุ่มของสตั ว์ กลุ่มของสถานที่ กลุ่มของพื้นท่ี
และกลุ่มของแหลง่ น้ำชนดิ ตา่ งๆ ดงั นี้

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-275 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

พน้ื ท่ีเกษตรกรรม (พ้นื ท่ี 14,728.68 ไร่ หรอื คิดเป็นรอ้ ยละ 89.40 ของพนื้ ท่ีรบั ประโยชน)์
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพน้ื ท่ีเกษตรกรรม แบง่ ออกเปน็ กลุ่มพืชและกลมุ่ สัตวช์ นดิ ต่างๆ ดงั นี้ โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่
หรือเกือบทั้งหมดในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นกลุ่มไม้ยืนต้น (พื้นที่ร้อยละ 86.92 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่
เหลืออีกไม่มากนัก (ร้อยละ 2.48) ประกอบด้วยกลุ่มไม้ผล (พื้นท่ีร้อยละ 1.02) กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือน
เล้ียงสัตว์ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.80) กลุ่มพ้ืนท่ีนา (พื้นที่ร้อยละ 0.34) กลุ่มพืชไร่ (พื้นที่ร้อยละ 0.24) และกลุ่มสถานที่
เพาะเลี้ยงสัตวน์ ำ้ (พน้ื ท่ีร้อยละ 0.08)
พ้นื ทข่ี องกลุ่มพืชและของกลุ่มสตั ว์ชนิดตา่ งๆ ยงั แบ่งยอ่ ยออกเป็นพืชและสตั ว์ชนิดตา่ งๆ ดงั นี้
- กลุ่มพ้ืนท่ีนา : พบว่ามีพ้ืนท่ีน้อยมากในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมโดยพ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็นนาข้าว (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.24
ของพืน้ ท่รี ับประโยชน)์ ส่วนทเ่ี หลือเป็นนารา้ ง (พื้นทีร่ ้อยละ 0.10)
- กลุ่มพืชไร่ : พบว่ามีพ้ืนท่ีเพียงเล็กน้อยมากๆ ในพ้ืนที่เกษตรกรรม ประกอบด้วย พื้นท่ีปลูกสับปะรด/
ยางพารา (พ้นื ที่รอ้ ยละ 0.18 ของพ้นื ท่ีรบั ประโยชน์) และพื้นที่ไร่ร้าง (พื้นทีร่ ้อยละ 0.06)
- กลุ่มไม้ยืนต้น : พบว่ามีพื้นท่ีมากที่สุดในพ้ืนที่เกษตรกรรมโดยพื้นที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นพ้ืนที่
ปลูกยางพารา (พ้ืนท่ีร้อยละ 83.49 ของพื้นที่รบั ประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนทีเ่ หลืออีกไม่มากนักเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มนำ้ มัน
(พื้นที่ร้อยละ 2.98) และท่ีมีพ้ืนที่เพียงเล็กน้อยมากๆ เป็นพื้นท่ีไม้ยืนต้นร้างเส่ือมโทรม (พื้นท่ีร้อยละ 0.28) กับ
ยางพารา/กล้วย (พ้ืนทร่ี อ้ ยละ 0.17) (ในปจั จุบันพ้ืนทป่ี ลกู ยางพาราประมาณ 1,000 ไร่ ได้มีการโค่นตน้ ยางออกและ
ปลกู สละแทน)
- กลุ่มไม้ผล : พบว่ามีพ้ืนท่ีค่อนข้างน้อยในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมโดยพ้ืนท่ีส่วนใหญ่หรือเกือบท้ังหมดเป็นพื้นที่
ปลกู ไมผ้ ลผสม (พ้นื ท่ีร้อยละ 0.89 ของพน้ื ที่รับประโยชน์) พนื้ ที่ส่วนท่ีเหลืออกี เพยี งเล็กน้อย ประกอบด้วยพ้นื ท่ีปลูก
มะพร้าว (พ้ืนทรี่ ้อยละ 0.09) พืน้ ท่ีปลูกกล้วย (พน้ื ทร่ี อ้ ยละ 0.03) และพืน้ ทปี่ ลูกมะนาว (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 0.01)
- กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ : พบว่ามีพ้ืนที่น้อยในพื้นท่ีเกษตรกรรม ประกอบด้วย
โรงเรือนเลี้ยงสัตวป์ กี (พ้นื ทรี่ อ้ ยละ 0.74 ของพ้นื ที่รบั ประโยชน์) และทงุ่ หญ้าเล้ียงสตั ว์ (พื้นท่ีรอ้ ยละ 0.06)
- กลุ่มสถานท่เี พาะเลี้ยงสัตว์น้ำ : พบว่ามีพ้นื ทีน่ ้อยมากๆ ประกอบด้วยสถานท่เี พาะเล้ียงสัตว์น้ำผสม (พื้นท่ี
ร้อยละ 0.08)
พ้ืนท่ชี ุมชนและสง่ิ ปลูกสร้าง (พน้ื ท่ี 1,351.86 ไร่ หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 8.21 ของพ้ืนท่รี บั ประโยชน)์
การใชป้ ระโยชนท์ ีด่ นิ ในพน้ื ที่ชมุ ชนและสงิ่ ปลูกสร้าง แบง่ เป็นกลุ่มสถานท่ีต่างๆ โดยพ้ืนทเ่ี กอื บทั้งหมด เป็น
กลุ่มของหมู่บ้าน (พื้นท่ีร้อยละ 7.34 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อยมาก ประกอบด้วย
กลมุ่ ของสถานท่ีราชการและสถาบนั ต่างๆ (พน้ื ทรี่ ้อยละ 0.52) กลุ่มของสถานีคมนาคม (พืน้ ท่ีร้อยละ 0.35) และกลุ่ม
พื้นท่ีอตุ สาหกรรม (พ้นื ท่รี อ้ ยละ 0.001) โดยพื้นทข่ี องแต่ละกลุ่ม ดงั กล่าวนี้ ประกอบด้วยสถานท่ีชนดิ ตา่ งๆ ดงั นี้
- กลุ่มหมู่บ้าน : พบว่ามีสถานท่ีเพียงชนิดเดียว คือหมู่บ้านบนพื้นราบ/ไม้ผลผสม (พื้นท่ีร้อยละ
7.34 ของพื้นท่ีรับประโยชน์)
- กลุ่มสถานที่ราชการและสถาบันต่างๆ : พบว่ามีสถานที่เพียงชนิดเดียว คือ สถานที่ราชการ
และสถาบันต่างๆ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.52 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์)
- กลมุ่ สถานีคมนาคม : พบว่ามีสถานท่ีเพียงชนิดเดยี ว คือ ถนน (พื้นทรี่ อ้ ยละ 0.35 ของพนื้ ทรี่ ับประโยชน์)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-276 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

พน้ื ทีเ่ บด็ เตล็ด (พน้ื ท่ี 315.86 ไร่ หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.91 ของพ้ืนที่รับประโยชน์)

การใชป้ ระโยชน์ท่ีดินในพ้นื ท่ีเบ็ดเตลด็ แบง่ ออกเป็นกลุ่มพ้ืนทีช่ นดิ ตา่ งๆ โดยพ้ืนท่ีเกือบทั้งหมด ได้แก่
ส่วนที่เป็นกลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ (พ้ืนที่ร้อยละ 1.62 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อย
ได้แก่ กลุ่มพื้นท่ีลุ่ม (พื้นที่ร้อยละ 0.29) และกลุ่มพ้ืนที่เบ็ดเตล็ดอื่นๆ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.001) ซ่ึงกลุ่มพื้นที่ 3 กลุ่ม
ดังกลา่ วนี้ยังแบ่งยอ่ ยออกเป็นพ้ืนที่ชนิดต่างๆ ได้ดังน้ี

- กลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ : พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่หรือเกือบท้ังหมดได้แก่ ทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ
(พื้นท่ีรอ้ ยละ 1.35 ของพ้ืนที่รบั ประโยชน์) พ้นื ทส่ี ่วนที่เหลอื อกี เพียงเล็กนอ้ ย ได้แก่ ทุ่งหญ้าธรรมชาติ (พนื้ ที่รอ้ ยละ 0.27)

- กลมุ่ พ้ืนท่ีลมุ่ : พบว่าพนื้ ที่ทง้ั หมด เป็นพ้ืนที่ล่มุ (พืน้ ที่รอ้ ยละ 0.29 ของพ้นื ที่รับประโยชน์)
พน้ื ทนี่ ำ้ (พื้นท่ี 78.88 ไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 0.47 ของพ้ืนทร่ี ับประโยชน์)
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนท่ีน้ำ แบ่งออกเป็นแหล่งน้ำ 2 กลุ่ม โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของแหล่งน้ำ
ธรรมชาติ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.26 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนที่เหลือ ได้แก่ กลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น (พ้ืนที่ร้อยละ
0.21) พน้ื ทขี่ องกลมุ่ แหลง่ นำ้ 2 กลุ่ม ดังกล่าวยังแบ่งยอ่ ยออกเปน็ แหล่งนำ้ ชนดิ ต่างๆ ดังน้ี
- กลุ่มของแหล่งน้ำธรรมชาติ : พบว่ามีแหล่งน้ำอยู่ 2 ชนิด โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่ ได้แก่ ส่วนท่ีเป็นหนอง บึง
ทะเลสาบ (พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.18 ของพนื้ ท่รี บั ประโยชน์) พ้ืนท่ีสว่ นท่ีเหลือ ได้แก่ ส่วนท่ีเปน็ แมน่ ำ้ ลำหว้ ย ลำคลอง (พื้นทีร่ ้อยละ
0.08)
- กลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น : พบว่ามีแหล่งน้ำอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ บ่อน้ำในไร่นนา (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.16 ของ
พน้ื ทรี่ บั ประโยชน)์ และอ่างเกบ็ นำ้ (พนื้ ท่ีร้อยละ 0.05 ของพน้ื ทร่ี บั ประโยชน์)
การเปลย่ี นแปลงการใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ (เปรยี บเทียบข้อมูลของปี พ.ศ.2550 กบั ข้อมูลของปี พ.ศ.2561)
การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละประเภท/กลุ่ม/ชนิด ในบริเวณพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการ
เป็นการเปรียบเทียบข้อมูลของปี พ.ศ.2550 และข้อมูลของปี พ.ศ.2561 ว่าในปี พ.ศ.2561 มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ของแต่ละประเภท/กลุ่ม/ชนิด โดยมีพื้นท่ีเพ่ิมข้ึน (+) หรือมีพ้ืนท่ีลดลง (-) เม่ือเปรียบเทียบกับข้อมูลของการใช้
ประโยชนท์ ดี่ ินในปี พ.ศ.2550 ผลการศึกษาไดส้ รุป แสดงดังตารางท่ี 3.3.5-2
ผลการศึกษาของการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของแต่ละประเภท (ประกอบด้วย 4 ประเภท)
ในพื้นท่รี ับประโยชน์ของโครงการแบง่ ออกได้เปน็ 2 กลุ่มดังน้ี
กลุ่มของประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น (+) (พื้นที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 405.03 ไร่
หรือคิดเป็นร้อยละ 2.45 ของพื้นท่ีรับประโยชน์)
ผลการศึกษาประเภทการใช้ประโยชน์ท่ีดินที่มีพื้นท่ีเพ่ิมมากขึ้น (+) ในปี พ.ศ.2561 เม่ือเปรียบเทียบกับ
ปี พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย พ้ืนท่ีชุมชนและสิ่งปลูกสร้างมีพ้ืนที่เพิ่มข้ึน 378.57 ไร่ (คิดเป็น
ร้อยละ 2.30 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) และอีกประเภทหน่ึงเป็นพื้นท่ีน้ำซ่ึงมีพ้ืนท่ีเพ่ิมข้ึนไม่มากนัก คือ 26.46 ไร่ (คิดเป็น
รอ้ ยละ 0.15 ของพ้ืนที่รับประโยชน์)
กลุ่มของประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีพื้นท่ีลดน้อยลง (-) (พื้นที่ลดลงทั้งหมด 405.03 ไร่ หรือคิด
เป็นรอ้ ยละ 2.45 ของพน้ื ที่รบั ประโยชน์)
ผลการศกึ ษาประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดนิ ท่มี พี ืน้ ท่ีลดนอ้ ยลง (-) ในปี พ.ศ.2561 เมอื่ เปรียบเทียบกบั ปี พ.ศ.2550
พบว่ามอี ยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วยพื้นท่ีเกษตรกรรมมีพนื้ ท่ีลดลง 325.66 ไร่ (คดิ เปน็ ร้อยละ 1.96 ของพ้ืนท่รี ับประโยชน์)
และอกี ประเภทหน่งึ เป็นพน้ื ที่เบด็ เตล็ดซ่ึงมพี ้นื ท่ีลดลงไมม่ ากนกั คอื 79.37 ไร่ (คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.49 ของพ้ืนท่ีรบั ประโยชน์)
การลดลงของการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภทที่เป็นพ้ืนท่ีเกษตรกรรม และประเภทที่เป็นพื้นท่ีเบ็ดเตล็ด ในปี

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-277 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

พ.ศ.2561 พบว่าพื้นท่ีที่ลดลงไป ส่วนใหญ่จะถูกเปล่ียนนำไปใช้ประโยชน์เป็นการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภทที่เป็น
พื้นท่ีชุมชนและส่ิงปลูกสร้าง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหมู่บ้านชนิดท่ีเป็นหมู่บ้านบนพื้นราบ/ไม้ผลผสม (พ้ืนที่เพิ่มข้ึน
235.85 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.43 ของพืน้ ท่ีรับประโยชน์) รองลงมาถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ราชการและ
สถาบันต่างๆ (พื้นท่ี 85.30 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.52) และส่วนท่ีเป็นสถานีคมนาคม ท่ีเป็นถนน (พ้ืนท่ี 57.39 ไร่
หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.35) นอกจากนั้นมีพ้ืนที่อกี เพียงเลก็ นอ้ ยถกู เปลี่ยนแปลงนำไปใชป้ ระโยชน์เป็นพน้ื ท่ีนำ้ โดยพื้นท่ี
ที่เพิ่มขนึ้ สว่ นใหญ่อยใู่ นกลุ่มของแหล่งน้ำทส่ี รา้ งขน้ึ ประกอบด้วยสว่ นของบ่อน้ำในไรน่ า (พ้ืนท่ี 15.40 ไร่ หรอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ
0.09) และสว่ นทเ่ี ป็นอ่างเกบ็ นำ้ (พน้ื ท่ี 8.87 ไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 0.05)

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชนใ์ นพืน้ ทเ่ี กษตรกรรม
การใช้ประโยชน์ท่ีดินในประเภทที่เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นพ้ืนที่หลักมีพ้ืนที่มากท่ีสุดในพ้ืนท่ีรับ
ประโยชน์ของโครงการ (คิดเป็นร้อยละ 89.40 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) พบว่ากลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ต่างๆ ยังมีการ
เปลี่ยนแปลงทั้งเป็นในสว่ นที่มพี น้ื ท่ีเพิ่มมากข้ึน (+) และในสว่ นทมี่ ีพื้นท่ีลดน้อยลง (-) โดยมีรายละเอียดดังน้ี
กลมุ่ พืชหรือกลมุ่ สัตว์ท่ีมีพืน้ ท่เี พ่ิมมากขึ้น (+)
การใช้ประโยชนท์ ่ีดินที่เป็นกลุ่มพืชหรอื กลุ่มสัตว์ท่ีมีพ้ืนที่เพิ่มมากขนึ้ ใน (+) ในปี พ.ศ.2561 เม่อื เปรยี บเทียบ
กับปี พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มไม้ยืนต้นท่ีมีพ้ืนท่ีเพิ่มข้ึน (+) เป็นพ้ืนที่มากที่สุด (พื้นที่เพิ่มข้ึน
1,746.04 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 10.60 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) โดยพื้นท่ีท่ีเพ่ิมขึ้นส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีปลูกยางพารา
(พ้ืนที่เพ่ิมขึ้น 1,465.05 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 8.89 ของพื้นที่รับประโยชน์) และพื้นท่ีปลูกปาล์มน้ำมัน (พื้นท่ีเพ่ิมขึ้น
245.66 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.49) ส่วนการใช้ประโยชน์ท่ีดินของอีก 3 กลุ่ม ที่มีพ้ืนที่เพ่ิมขึ้นเพียงเล็กน้อย ได้แก่
กลุ่มทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ (พ้ืนที่เพิ่มข้ึน 61.04 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.37) กลุ่มพืชไร่ (พ้ืนท่ี
เพิ่มขึ้น 38.68 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.24) และกลุ่มสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีพื้นที่เพิ่มข้ึนเพียงเล็กน้อยมากๆ
(พน้ื ท่เี พิ่มขนึ้ 0.51 ไร่ หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 0.01)
กลุ่มพืชทม่ี พี ืน้ ทลี่ ดน้อยลง (-)
การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นกลุ่มพืช ท่ีมีพื้นท่ีลดน้อยลง (-) ในปี พ.ศ.2561 เม่ือเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2550
พบว่ามีอยู่ 2 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มไม้ผล (พ้ืนท่ลี ดลง 589.57 ไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 3.58 ของพน้ื ที่รบั ประโยชน์)
และกลุ่มพืน้ ทีน่ า (พ้ืนทลี่ ดลง 1,582.36 หรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 9.60)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของกลุ่มไม้ผลท่ีมีพ้ืนที่ลดน้อยลง เป็นไม้ผลผสมที่มีพ้ืนที่ลดน้อยลง และพ้ืนท่ีของกลุ่มพ้ืนที่นาท่ี
ลดลงเกอื บทัง้ หมดเปน็ นาข้าว พืน้ ที่ลดลงดงั กลา่ วโดยพื้นที่ส่วนใหญจ่ ะถกู เปล่ียนไปเปน็ พืน้ ทกี่ ลุ่มไม้ยืนตน้ ซงึ่ สว่ นใหญ่เป็น
พ้ืนท่ีปลูกยางพารา และมพี ้ืนท่ีอีกเพยี งไมม่ ากนกั ท่เี ปน็ พ้ืนท่ีปลูกปาล์มน้ำมัน

สรุป : พ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ (พ้ืนท่ี 16,475.27 ไร่) ในปัจจุบัน (ข้อมูลการใช้ประโยชน์ท่ีดินปี พ.ศ.2561
ร่วมกับการสำรวจในภาคสนาม) พบว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมมีพ้ืนท่ีมากทส่ี ุด (พื้นที่
14,728.68 ไร่ หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 89.40 ของพ้ืนท่ีรบี ประโยชน์) โดยมีกลมุ่ ไม้ยืนต้นที่ปลกู เป็นพ้ืนท่มี ากทส่ี ุด (พนื้ ท่ี
14,321 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 86.92 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์ ทั้งนี้ ยางพาราเป็นพืชที่ปลูกพ้ืนท่ีมากท่ีสุด (พื้นที่
13,755.96 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 83.49 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณ
พน้ื ท่ีรับประโยชน์ของโครงการ พบว่า มีพืน้ ที่ท่ีเปลี่ยนแปลงรวมทั้งหมด 405.03 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 2.45 ของพ้ืนที่
รับประโยชน์) (ในปัจจุบันมีพ้ืนที่ท่ีเคยปลูกยางพารามาก่อน ประมาณ 1,000 ไร่ เปล่ียนมาปลูกสละแทนและ
เกษตรกรกม็ ีแนวโน้มจะปลูกสละกนั มากขึ้น)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-278 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

สรุปการเปลยี่ นการใชป้ ระโยชน์ที่ดินในบริเวณพ้นื ที่รับประโยชนข์ องโครงการ :

การเปลย่ี นแปลงการใช้ประโยชน์ทีด่ ินประเภทตา่ งๆ ในบรเิ วณพื้นท่ีรับประโยชนข์ องโครงการ

ประเภทการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ พืน้ ทเ่ี พิ่มข้นึ (+) พ้นื ท่ีลดลง (-)
ไร่ รอ้ ยละ ไร่ ร้อยละ

พนื้ ท่ีเกษตรกรรม 325.66 1.96

พน้ื ที่ชมุ ชนและส่ิงปลกู สรา้ ง 378.57 2.30

พื้นที่เบ็ดเตลด็ 79.37 0.49

พน้ื ที่น้ำ 26.46 0.15

รวม 405.03 2.45 405.03 2.45

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของกลุม่ พืชและกล่มุ สัตว์ชนิดตา่ งๆ ในบริเวณพนื้ ท่ีเกษตรกรรม

การใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ ของกลมุ่ พชื / พนื้ ทีเ่ พม่ิ ข้ึน (+) พื้นทล่ี ดลง (-)

กล่มุ สัตว์ ไร่ ร้อยละ ไร่ รอ้ ยละ

กลมุ่ พื้นที่นา 1,582.36 9.60

กลุ่มพชื ไร่ 38.68 0.24

กลุ่มไม้ยนื ตน้ 1,746.04 10.60

กล่มุ ไม้ผล 589.57 3.58

กลุม่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตั ว์และโรงเรือน 61.04 0.37

เลย้ี งสตั ว์

กลมุ่ สถานท่ีเพาะเลี้ยงสัตวน์ ำ้ 0.51 0.01

รวมพน้ื ท่ีทงั้ หมดที่เปล่ียนแปลง 325.66 1.96

หมายเหตุ : การสำรวจสภาพการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดินในภาคสนามในบริเวณพื้นทศี่ กึ ษาของโครงการ พบวา่ ในปจั จบุ นั มีสภาพการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ
ไมแ่ ตกตา่ งไปจากสภาพการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดินของปี พ.ศ.2561 ที่จัดทำและเผยแพร่ โดยกรมพัฒนาทีด่ นิ โดยเฉพาะในสว่ นของพ้ืนที่

เกษตรกรรม ท่ีพืชท่ปี ลกู เกือบทงั้ หมดเป็นไม้ยนื ต้นชนิดทีเ่ ปน็ ยางพาราซ่ึงเปน็ พชื ทป่ี ลูกถาวรระยะยาว

การปลกู ยางพาราบางส่วนจะปลูกบนกลุ่มชุดดินท่ี 6 และ 17 ซ่งึ จดั อยู่ในกลมุ่ ชดุ ดนิ ในพื้นท่ีลุ่ม โดย 2 กลมุ่
ชุดดินนีจ้ ะมสี ภาพภูมิประเทศเป็นลักษณะนาดอน และในการปลูกยางพาราจะมีการดันดนิ เข้ามาป้ันเป็นคันดินและ
ปลูกยางพาราบนคันดินดังกล่าว โดยในระหว่างแถวปลูกยางพาราที่มีสภาพคล้ายเป็นร่องซึ่งช่วยในการระบายน้ำ
ออกจากพน้ื ทไี่ ดด้ ีขนึ้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-279 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

3.3.6 การใช้ประโยชนท์ รัพยากรธรณี

1) ขอบเขตและวธิ กี ารศกึ ษา
(1) การศึกษาทบทวนข้อมูลทรัพยากรธรณี/แหล่งแร่ และแหล่งแร่ท่ีมีศักยภาพบริเวณพื้นท่ีศึกษา

โครงการและใกล้เคยี ง จากกรมทรพั ยากรธรณี
(2) การศกึ ษารวบรวมขอ้ มูลการทำหมืองแร่ ประเภทการทำเหมืองแร่ ข้อมูลประทานบัตร ชนิดและ

ปริมาณแร่สำรองคงเหลือและผลผลิตแร่ จากกรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการหมืองแร่ เพ่ือประเมินผลกระทบของ
การพฒั นาโครงการตอ่ การสญู สยี แหลง่ ทรพั ยากรแรแ่ ละการทำหมืองแรใ่ นพ้นื ที่โครงการ

2) ผลการศึกษา
จากแผนท่ีธรณีวิทยาจังหวัดพัทลุง มาตราส่วน 1:250,000 ของกรมทรัพยากรธรณี และรายงาน

ธรณีวทิ ยาและทรพั ยากรธรณจี งั หวงั พทั ลุง ของกรมทรัพยากรธรณี (พ.ศ.2550) พบวา่ ธรณวี ิทยาชนดิ หินพนื้ ทจ่ี งั หวัด
พทั ลุง ประกอบด้วย ชนิดหินแข็งอายุตัง้ แต่ 570 ล้านปีจนถึงตะกอนปัจจุบัน มีท้งั หินตะกอน หินแปร หินอัคนี และ
ตะกอนร่วน พบกระจายอยู่ท่ัวไปในพ้ืนท่ี จากการทบทวนข้อมูลแหล่งแร่ในจังหวัดพัทลุง พบว่าจังหวัดพัทลุงมี
ทรัพยากรแร่ท่ีสำคัญทางเศรษฐกิจเพียงชนิดเดียว คือ หินปูน (หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมก่อสร้าง) แต่ในอดีตพัทลุงมี
ทรพั ยากรแร่ท่ีเคยมกี ารผลติ อีกหนึ่งชนิด คือ แร่ตะกว่ั แต่ปัจจุบันแหลง่ แรต่ ะก่ัวอยู่ในพ้ืนท่ีอทุ ยานแห่งชาติเขาปู่-เขา
ยา่ จงึ หยุดการผลิตลงด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีทรพั ยากรธรณอี ีกชนิดหนง่ึ คือ ทรายกอ่ สร้าง ซ่ึงยัง
ไม่ถือเป็นแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ทรัพยากรแร่ของจังหวัดพัทลุงสามารถจำแนกประเภทตามลักษณะ
การใชป้ ระโยชน์ไดเ้ ป็น 2 กลมุ่ ไดแ้ ก่

กลุ่มแร่เพื่อการพัฒนาสาธารณูปโภคพ้ืนฐานและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ใช้เป็นวัตถุดิบ
สำหรบั งานกอ่ สร้างสาธารณูปโภคพ้ืนฐานตา่ งๆ เช่น ถนน เข่อื นชลประทาน ฝายกั้นนำ้ เป็นตน้ แรใ่ นกลุ่มนี้ไดแ้ ก่
หนิ ปูนเพ่อื อุตสาหกรรมก่อสร้างและทรายกอ่ สร้าง

กลุ่มแร่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใช้เป็นวัตถุดิบขั้นพื้นฐานของกระบวนการผลิต
ต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมต่อเน่ืองหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ยาอุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมสี
พลาสติก อุตสาหกรรมหล่อโลหะ อุตสาหกรรมเซรามิกและแก้ว แร่ท่ีสำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ หินปูนเพื่ออุตสาหกรรม
อ่ืนๆ และแรต่ ะกวั่

จากการศึกษาทบทวนลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณพื้นที่อ่างก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวพบว่า
ประกอบด้วยกลุ่มหินแกรนิต (Trgr) ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นหินไบโอไทต์แกรนิต ทัวมารีนแกรนิต แกรโนไดโอไรต์ ไบโอ
ไทต์มัสโคไวต์แกรนิต และมัสโคไวต์ทัวมารีนแกรนิต โดยผลการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลแหล่งแร่ พื้นที่ประทาน
บัตรแร่ หรอื การประกอบกิจการตามพระราชบญั ญัติแร่ พ.ศ.2560 บริเวณพ้ืนท่โี ครงการอ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากกรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการหมืองแร่ (2562) พบว่า ในพื้นที่โครงการไม่พบ
ข้อมูลแหล่งแร่ พ้ืนท่ีประทานบัตรแร่ หรือการประกอบกจิ การ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 แต่อยา่ งใดอย่างไร
ก็ตาม จากการสำรวจแหล่งดินถมตัวเข่ือนบริเวณอ่างเก็บน้ำ พบว่ากลุ่มดินที่สามารถนำมาใช้งานได้น้ันอยู่ในบ่อยืม
ดินแปลง A เฉพาะบริเวณพ้ืนท่ีภายในอ่างเก็บน้ำ ประกอบด้วย 2 กลุ่มคือ1.กลุ่มดินทึบน้ำ พบดินอยู่ 2 ชนิด คือ ดิน
เหนียวปนตะกอน (CL) มีปริมาณรวมท้ังสิ้น 115,000 ลูกบาศก์เมตร และทรายปนดินเหนียว (SC) มีปริมาณรวมท้ังสิ้น
648,619.7 ลูกบาศก์เมตร 2. กลุ่มดินก่ึงทึบน้ำ พบอยู่ 1 ชนิด คือ ทรายปนตะกอน (SM) มีปริมาณรวมทั้งสิ้น
204,017.7 ลูกบาศก์เมตร จะเหน็ ได้ว่าปริมาณดินท่สี ามารถใชง้ านไดม้ ีปรมิ าณรวมทงั้ สิ้น 967,637.4 ลกู บาศก์เมตร
ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับปริมาณดินท่ีจะนำมาถมตัวเขื่อน ซ่ึงต้องใช้ปริมาณดินทั้งส้ินประมาณ 1,400,000
ลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณดนิ ที่หามาได้น้อยกวา่ ปริมาณดินทต่ี ้องการหรอื คดิ เป็น 0.7 เท่าของความต้องการ
ใช้งาน จำเป็นต้องจัดหาปริมาณดินเพ่ิม 1.1 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในส่วนรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ท่ีกรม
ชลประทานไดอ้ นุมัตใิ หก้ ่อสรา้ งอ่างเก็บนำ้ โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้นอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ ในการจัดหาท่ีดนิ ส่วนท่เี หลอื

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-280 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

3.3.7 โรงงานอุตสาหกรรม

1) ขอบเขตและวธิ ีการศึกษา
(1) การรวบรวมข้อมลู รวบรมขอ้ มลู จากสำนกั งานอุตสาหกรรมจงั หวัด ข้อมลู ท่รี วบรวม เช่น ประเภท

จำนวนโรงงาน ประเภทวตั ถดุ บิ และผลิตผล กำลังผลิตและปริมาณวัตถดุ ิบท่ีใช้ แรงานที่ใช้ การตลาด ปัญหาอุปสรรค
การขยายตัวและส่งเสริมโดยรัฐบาล แนวโน้มในรอบ 5-10 ปีท่ีผ่านมาและในอนาคต ข้อมูลที่ได้จะนำไปประเมิน
ความต้องการวัตถุดิบ ผลผลิต สภาวะการตลาดและแนวโน้มในอนาคตเพื่อศึกษาศักยภาพของการพัฒนา
อุตสาหกรรมในพืน้ ทโ่ี ครงการและพน้ื ทีใ่ กล้เคยี ง

(2) การสำรวจในภาคสนามและเก็บข้อมูลเพ่ิมเติม สำรวจข้อมูลการประกอบอุตสาหกรรมโดยเน้น
พื้นที่หัวงาน พื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ และพ้ืนที่ชลประทาน รวมท้ังการสอบถามสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ และครัวเรือน
ร่วมกับการศกึ ษาสภาพเศรษฐกิจสังคมกรณเี ปน็ อุตสาหกรรมในครวั เรือน

2) ผลการศึกษา
(1) สถติ จิ ำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในจงั หวดั พทั ลงุ
จากการรวบรวมข้อมูลสถิติจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดพัทลุง ระหว่างปี พ.ศ.2552-2561

ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า การลงทุนภาคอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีจังหวัดพัทลุงมีการขยายตัวอย่างต่อเน่ือง
โดยในปี พ.ศ.2552 มีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนและได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ 865 โรง มีเงิน
ลงทุนรวม 2,487.97 ล้านบาท จำนวนคนงาน 4,677 คน และในปี พ.ศ.2561 มีจำนวนโรงงานลดลงเป็น 793 โรง
คิดเป็นอัตราการลดลงร้อยละ 8.55 หรือเพิ่มข้ึนในอัตราเฉล่ียต่อปีร้อยละ 0.95 มีจำนวนเงินลงทุน 6,881.54 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นร้อยละ 176.59 หรือเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 19.62 และคนงาน 5,655 คน เพิ่มข้ึนร้อยละ 20.95
หรือเพ่ิมข้ึนในอัตราเฉล่ียต่อปีร้อยละ 2.33 ดังตารางที่ 3.3.7-1 อยา่ งไรก็ตามแสดงให้เห็นว่าจำนวนโรงงานในพื้นที่
จังหวัดพทั ลุงมีจำนวนลดลงแต่การลงทนุ และจำนวนคนงานเพิ่มมากขนึ้ แสดให้เหน็ ถึงการขายนตัวด้านอุตสาหกรรม
ในพน้ื ทจ่ี งั หวัดพัทลงุ

(2) ภาวการณ์ลงทนุ ด้านอตุ สาหกรรมในจงั หวัดพทั ลงุ
การประกอบการภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่เป็นการประกอบการท่ียังไม่เพ่ิม

มูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มากนัก เป็นเพียงอุสาหกรรมต้นน้ำท่ีจะนำไปสู่การผลิตในข้ันต่อไป ลักษณะและการลงทุน
ส่วนใหญ่จะเป็นจ้าของคนเดยี วมีการร่วมลงทุนกับนักลงทุนอน่ื ๆ น้อย จากการรวบรวมข้อมูลโรงงานอตุ สาหกรรมใน
จงั หวัดพัทลุง ในปี พ.ศ.2561 มีสถานประกอบการอุตสาหกรรม จำนวน 793 แห่ง มีลักษณะการกระจายตวั คอ่ นขา้ ง
น้อย โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต้ังอยู่ในเขตอำเภอเมืองพัทลุง จำนวน 228 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 28.72
รองลงมาคืออำเภอควนขนุน จำนวน 173 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 21.79 เน่ืองจากมีความสะดวกทางด้านคมนาคม
ขนสง่ และเมือ่ แยกตามหมวดหมูอ่ ุตสาหกรรม ดังตารางที่ 3.3.10-2 สามารถสรุปได้ดังน้ี

สาขาอตุ สาหกรรมที่มีการลงทนุ มากท่ีสุด 3 อันดับแรก ในจงั หวัดพัทลุง พ.ศ.2561 ดงั รูปที่ 3.3.10-1 ดังนี้
1. อุตสาหกรรมอาหาร ประกอบด้วยการการผลิตเก่ียวกับสัตว์เป็นหลัก เช่น การฆ่าสัตว์ (สุกร)
การผลติ อาหารสำเร็จรูปจากเนือ้ สตั ว์ รองลงมาได้แก่การผลติ น้ำแข็งและการผลิตขนม ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานทงั้ ส้นิ
56 โรงงาน เงินลงทุน 2,139.44 ลา้ นบาท คนงาน 1,258 คน
2. อุตสาหกรรมท่ัวไป ประกอบด้วยการขุดตักดิน การดูดทราย การผลิตคอนกรีตบล็อก ท่อ เสา
คอนกรีต การแบ่งบรรจุก๊าซหุงต้ม กรผลิตจำหน่ยกระแสไฟฟ้า และการโม่ บด ย่อยหิน ปัจจุบันมีจำนวนโรงงาน
ทัง้ ส้นิ 113 โรงงาน เงินลงทุน 2,073.56 ล้านบาท คนงาน 530 คน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-281 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

3. อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง ประกอบด้วยการผลิตเกี่ยวกับยาง เช่น การผลิตยางแผ่นดิบ
ยางแผ่นรมควันและยางแผนผ่ึงแห้ง การผลิตน้ำยางขัน ยางแท่ง SR และการตัดแต่งแผ่นยางธรรมชาติและ อดั ก้อน
ปจั จุบันมีจำนวนโรงงานทั้งสิน้ 87 โรงงาน เงนิ ลงทนุ 1,246.15 ล้านบาท คนงาน 1,248 คน

สถานประกอบการอุตสาหกรรม จำนวน 793 แห่ง เงินลงทุน 6,942.18 ล้านบาท มีคนงาน 5,655 คน
แรงมา้ เครอ่ื งจกั รรวมเทา่ กับ 192,853.62 แรงมา้

รูปที่ 3.3.10-1 สาขาอตุ สาหกรรมท่มี ีการลงทุนมากที่สุด 3 อนั ดบั แรกในพนื้ ทีจ่ งั หวัดพัทลงุ พ.ศ.2561

ตารางที่ 3.3.7-2 ตารางแสดงข้อมูลจำนวนสถานประกอบการอตุ สาหกรรม จำนวนตามประเภทอตุ สาหกรรมปี 2561

รายการ จำนวน(แห่ง) เงนิ ลงทนุ จำนวนคนงาน (คน) แรงม้า
(ลา้ นบาท) ชาย หญิง รวม เครอ่ื งจกั รรวม
อตุ สาหกรรมเกษตร 336 374.20 468 81 549
อตุ สาหกรรมอาหาร 56 2,139.44 592 666 1,258 9,290.95
อตุ สาหกรรมเคร่ืองด่ืม 3 10 8 18 30,054.93
อุตสาหกรรมแปรรูปไมแ้ ละผลิตภัณฑ์จากไม้ 55 31.05 613 294 907
อุตสาหกรรมเครื่องเรอื นหรือเคร่ืองตกแตง่ ใน 14 244.37 165 23 188 45.55
อาคารจากไม้ แกว้ ยาง หรอื อโลหะอื่น 38.08 10,499.36
อุตสาหกรรมเคมภี ณั ฑแ์ ละผลติ ภัณฑเ์ คมี 3 708.45
อุตสาหกรรมผลติ ภณั ฑจ์ ากปิโตรเลยี ม 3
อตุ สาหกรรมยางและผลิตภัณฑย์ าง 87 26.10 10 6 16 204.80
อุตสาหกรรมผลติ ภณั ฑพ์ ลาสติก 2 47.03
อตุ สาหกรรมผลติ ภัณฑ์อโลหะ 53 1,246.15 28 3 31 5,344.25
อุตสาหกรรมผลติ ภัณฑโ์ ลหะ 22 6.34
อุตสาหกรรมผลติ เครอ่ื งจักร และเคร่อื งกล 11 333.42 725 523 1,248 14,021.43
อตุ สาหกรรมยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทัง้ 35 42.60
การซอ่ มยานพาหนะและอปุ กรณ์ 6.51 25 - 25 83.20
อตุ สาหกรรมอน่ื ๆ 113 333.33
793 302 83 385 3,836.44
รวม
72 6 78 938.71
ทมี่ า : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวดั พัทลงุ , 2562
42 1 43 319.73

314 65 379 1,351.11

2,073.56 498 32 530 116,154.71
6,942.18 3,864 1,791 5,655 192,853.62

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-282 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด ตารางท่ี 3.3.7-1 สถิติโรงงานอุตสาหกรรม1/ ทีจ่ ดทะเบยี นไว้กบั กระทรวงอุตสาหกรรม และไดร้ บั อนุญาตให้ประกอบกจิ การ (ตามพระราชบัญญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2535)
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด จังหวัดพัทลงุ พ.ศ.2552 - 2561

รายงาน ปี พ.ศ. 2561 โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั
2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
793
สถติ โิ รงงานอตุ สาหกรรมทจ่ี ดทะเบยี นและไดร้ ับอนุญาตประกอบกจิ การ ตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ณสน้ิ ปี 6,942.18

จ้านวนโรงงาน (โรงงาน) 865 880 823 829 826 843 809 800 791 5,655
3,864
เงนิ ทุน (ลา้ นบาท) 2,487.97 2,627.13 2,651.11 2,957.36 3,740.54 4,699.06 6,344.27 6,859.33 6,881.54 1,791

คนงานรวม (คน) 4,677 4,764 4,540 5,433 4,831 5,496 5,314 5,537 5,612 13
102
- คนงานชาย 3,556 3,617 332 3,317 3,432 3,913 3,595 3,813 1,843 81
57
- คนงานหญิง 1,121 1,147 1,198 1,216 1,399 1,583 1,716 1,724 1,769
24
สถติ โรงงานอตุ สาหกรรมทจ่ี ดทะเบยี นกบั กระทรวงอตุ สาหกรรม และไดร้ ับอนญุ าตใหป้ ระกอบกจิ การใหม่ (ตามพระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2535)

3-283 จ้านวนโรงงาน (โรงงาน) 39 32 34 34 29 32 27 19 17

เงนิ ทุน (ลา้ นบาท) 529.91688 162.85 204.9395 217.533 826.894 992.35 1,847.81684 214.1126 103.132

คนงานรวม (คน) 313 186 337 214 447 319 376 186 180

- คนงานชาย 217 143 184 102 237 195 281 124 121

- คนงานหญิง 96 43 153 112 210 124 95 62 59

รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ 1/ ประกอบดว้ ยโรงงานประเภทที่ 2 และประเภทท่ี 3

(โรงงานประเภทท่ี 2 หมายถึง โรงงานท่ีตอ้ งแจ้งให้ทราบกอ่ นการประกอบกิจการโรงงาน

โรงงานประเภทท่ี 3 หมายถึง โรงงานทีต่ อ้ งไดร้ บั อนุญาตกอ่ นจึงจะดำเนนิ การได้) บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน
ท่ีมา : กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

(3) จำนวนและชนิดของโรงงานอุตสาหกรรมในพน้ื ที่โครงการ
จากการรวบรวม ข้อมูลท ำเนี ยบโรงงานอุ ตสาห กรรมรายตำบ ลจา กกรมโรงงานอุต สาห กรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2562 พบวา่ ในเขตพ้ืนที่โครงการซ่ึงครอบคลุม อำเภอป่าบอน มีโรงงานทั้งหมด 33 โรง
คนงาน 1,010 คน และจำนวนเงนิ ลงทุนในภาคอุตสาหกรรม 2,245 ลา้ นบาท โดยประเภทกิจการมหี ลายประเภทแต่
ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งมีที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมกระจายไปตามเขตพ้ืนที่อำเภอ และตำบล
ตา่ งๆ สรปุ ดงั ตารางท่ี 3.4.7-3 มดี งั นี้

1. อำเภอปา่ บอน โรงงานในเขตอำเภอป่าบอนส่วนใหญ่เป็นโรงงานสขี า้ ว แปรรปู ยาง ดดู ทราย ขุด
ตักดิน การฆ่าสัตว์ คอนกรีตผสมเสร็จ ผลิตไฟฟ้า ฯลฯ ส่วนใหญ่ต้ังอยู่ในตำบลป่าบอน มีจำนวน 18 โรง มีคนงาน
777 คน จำนวนเงินทุน 1,729.37 ล้านบาท รองลงมาเป็นตำบลหนองธง มี 5 โรง คนงาน 167 คน จำนวนเงินทุน
449.6 ล้านบาท ตำบลวังใหม่ 4 โรง มีคนงาน 26 คน จำนวนเงินทุน 25 ล้านบาท ตำบลโคกทราย 4 โรง มีคนงาน
27 จำนวนเงินทุน 22.95 ล้านบาท และตำบลทุ่งนารี 2 โรง มีคนงาน 13 คน จำนวนเงินทุน 17.9 ล้านบาท
ตามลำดบั

ตารางที่ 3.3.7-3 จำนวนโรงงานอตุ สาหกรรมเป็นรายตำบลในพน้ื ทโี่ ครงการและบริเวณใกล้เคียง

อำเภอ ตำบล จำนวนโรงงาน เงนิ ลงทนุ (ลา้ นบาท) คนงาน
22.95 27
ปา่ บอน โคกทราย 4 17.9 13
1,729.37 777
ทุ่งนารี 2 25 26
449.6 167
ป่าบอน 18 2,245 1,010

วงั ใหม่ 4

หนองธง 5

รวมพน้ื ที่โครงการ 33

ทม่ี า : กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม, 2562

(4) จำนวนและชนดิ ของโรงงานอตุ สาหกรรมบรเิ วณใกล้เคยี งพ้นื ท่ีอ่างเก็บน้ำ
จากการศึกษาข้อมูลจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง พ.ศ.2562 พบว่าบริเวณใกล้เคียง

พน้ื ท่ีอ่างเก็บน้ำในเขตตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน มีโรงงานท้ังหมด 5 โรง คนงาน 167 คน และจำนวนเงินลงทุน
449.6 ล้านบาท ดังตารางท่ี 3.3.7-4

ตารางท่ี 3.3.7-4 จำนวนและชนิดโรงงานอตุ สาหกรรมในบรเิ วณใกลเ้ คยี งพนื้ ทีอ่ ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่

อาํ เภอ ตาํ บล ชื่อโรงงาน ประกอบกจิ การ เงินทุน (ลา้ นบาท) คนงาน
แปรรูปไมย้ างพาราเพอ่ื จ้าหน่าย 1.5 28
ป่าบอน หนองธง บริษทั สนิ อ้าไพพาราวดู้ จ้ากัด ผลิตไมอ้ ัดเป็นเชือเพลงิ อัดแท่งจากเศษไมย้ างพารา เช่น ขีเลอื่ ย 20 5
การถนอมเนือไม้ หรือการอบไม้ 7.6 22
บริษทั พพี รี ับเบอร์ โปรดกั จ้ากัด ผลิตน้ายางข้น และท้ายางสกิมเครฟ 382 102
ผลติ ยางอดั กอ้ น 38.5 10
-

บริษทั เซาท์แลนดล์ าเท็กซ์ (พทั ลงุ ) จ้ากัด

ชุมนุมสหกรณก์ องทุนสวนยางจังหวดั พทั ลุง จ้ากัด

ทม่ี า : กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, 2562

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-284 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

3.3.8 พลงั งานและไฟฟา้
1) ขอบเขตและวธิ ีการศึกษา
1. การรวบรวมข้อมลู ดา้ นพลังงานจากกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค จังหวดั พัทลุง
2. การศึกษาขอ้ มลู เก่ยี กบั การใช้พลังงานในครัวเรือน อาทิ แหล่งพลงั งานไฟฟา้ พลงั งานในการหุงตม้

รวมท้ังปัญหาและความตอ้ งการใช้พลังงานและไฟฟ้าในพ้นื ทโ่ี ครงการ
3. ประเมินผลกระทบจากโครงการต่อการใช้พลังงานและไฟฟ้าของประชาชนในพื้นทศ่ี ึกษาโครงการ

2) ผลการศึกษา
(1) โครงสร้างพืน้ ฐานดา้ นพลงั งาน
จังหวัดพัทลุงมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ประกอบด้วยผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Vey

Small Power Producer VSPP) จำนวน 2 แห่ง กำลังการผลิตติดต้ัง 10.86 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง
73,575.24 MWh มีโรงไฟฟ้าชีวมวล 1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 920 เมกะวัตต์ ปริมาณที่ผลิตได้จริง 69,379.20
MWh โรงไฟฟ้าพลังน้ำ1 แห่ง กำลงั การผลิตติดตั้ง 0.86 เมกะวตั ต์ ปรมิ าณที่ผลิตได้จริง 4,196.04 MWh โรงไฟฟ้า
พลังแสงอาทิตย์ 1 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 600 เมกะวัตต์ ปริมาณท่ีผลิตได้จริง 9,855.00 MWh มีสถานีย่อยของ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 แห่ง ศักยภาพระบบส่งไฟฟ้า 105.6 เมกะวัตต์ จำนวนสถานีบริการน้ำมัน
242 แหง่ และสถานบี ริการก๊าซ (LPG) 12 แหง่

(2) ปรมิ าณการใช้พลงั งาน
1. ปริมาณการใช้พลังานเชิงพาณิชย์ มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นท่ีจังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2562

489,860,897.00 kWh/ปี น้ำมันเบนซิน 33,627,391.19 ลิตร/วัน น้ำมันดีเซล 52,432,612.18 ลิตร/วนั และ LPG
17,754,468.00 กิโลกรมั /วัน ดงั ตารางท่ี 3.3.8-1

ตารางท่ี 3.3.8-1 ปรมิ าณการใชพ้ ลังงานเชิงพาณชิ ย์ ของจงั หวดั พัทลุง ณ สิ้นปี 2562

พลงั งาน ปรมิ าณการใช้ (หนว่ ยกายภาพ) ปริมาณการใช้ (ktoe/ปี)

ไฟฟ้า 489,860,897.00 kWh/ปี 41.79

นำ้ มนั เบนซนิ 33,627,391.19 ลติ ร/วัน 25.09

น้ำมันดเี ซล 52,432,612.18 ลิตร/วนั 45.25

LPG 17,754,468.00 กโิ ลกรัม/วัน 21.13

ที่มา : กระทรวงพลังงาน (www.data.energy.go.th)

2. ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด ณ ส้ินปี 2562 เท่ากับ 70 มกะวัตต์ ส่วนปริมาณการใช้
พลังงานไฟฟ้า ณ ส้ันปี 2562 มีปริมาณรวม 489,860,897.00 kWh/ปี โดยมีปริมาณการใช้รายสาชาดังตารางท่ี
3.3.8-2 และรูปที่ 3.3.8-1

และเมื่อพิจารณาข้อมูลจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุง พบว่าปี พ.ศ.
2560 มีผู้ใช้ไฟฟ้า 178,186 ราย มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้ารวม 39,018,004 กิโลวตั ต์ต่อชวั่ โมง โดยหน่วยงานที่มี
การจำนวนไฟฟ้ามากท่ีสุดคือท่อี ยู่อาศัย 19,223,384 กโิ ลวัตต์ต่อช่ัวโมง รองลงมาเป็นสถานธุรกิจและอุตสาหกรรม
17,624,687 กิโลวัตต์ต่อช่ัวโมง สถานราชการและสาธารณะ 1,978,184 กิโลวัตต์ต่อช่ัวโมง และอ่ืนๆ 191,749
กโิ ลวตั ต์ตอ่ ชัว่ โมง สำหรบั พ้ืนทอี่ ำเภอปา่ บอน ซ่ึงเป็นพ้นื ท่ีศกึ ษาโครงการอา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่วอันเนือ่ งมาจาก

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-285 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

พระราชดำริพบว่า มีผู้ใช้ไฟฟ้า 11,924 ราย มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้ารวม 2,800,454 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
รายละเอยี ดดังตารางที่ 3.3.8-3

ตารางท่ี 3.3.8-2 ปรมิ าณการใช้ไฟฟา้ ของจังหวัดพทั ลุงจำแนกเป็นรายสาขา ณ สิน้ ปี 2562

สาขา ปริมาณการใช้ (kWh/ปี) ปริมาณการใช้ (ktoe/ปี)
ครวั เรือน 248,169,837.00 21.17
ธรุ กจิ 101,137,247.00 8.63
อตุ สาหกรรม 134,370,765.00 11.46
เกษตรกรรม 3,251,082.00 0.28
อน่ื ๆ 2,931,966.00 0.25
489,860,897.00 41.79
รวม
ทม่ี า : กระทรวงพลังงาน (www.data.energy.go.th)

ทีม่ า : กระทรวงพลงั งาน (www.data.energy.go.th)

รปู ที่ 3.3.8-1 สดั สว่ นปริมาณการใช้ไฟฟา้ จำแนกตามประเภทผูใ้ ช้ เป็นรายอำเภอ ปีงบประมาณ 2560
ของจงั หวดั พัทลงุ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-286 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.3.8-3 ผู้ใช้ไฟฟ้า และจำหน่ายกระแสไฟฟ้า จำแนกตามประเภทผู้ใช้ เป็นรายอำเภอ ปีงบประมาณ
2560 ของจังหวัดพัทลุง

จำนวนผู้ใช้ การจำหน่ายกระแสไฟฟ้า (กโิ ลวัตต์/ช่ัวโมง)
ไฟฟา้
อำเภอ ทอ่ี ย่อู าศยั สถานธรุ กจิ และ สถานราชการและ อนื่ ๆ รวม

อตุ สาหกรรม สาธารณะ 16,431,934
1,134,561
เมอื งพทั ลงุ 61,428 7,099,725 8,325,684 947,610 64,915 2,201,095
3,767,487
กงหรา 7,045 710,029 360,418 60,593 3,521 4,978,577
3,100,530
เขาชยั สน 13,454 1,368,382 657,723 156,740 18,250 1,071,234
2,800,454
ตะโหมด 14,366 1,474,663 2,063,801 207,270 21,753 1,073,218
2,458,914
ควนขนุน 28,438 2,952,920 1,784,056 230,634 10,967
-
ปากพยูน 15,323 1,648,767 1,321,125 112,462 18,176 39,018,004

ศรบี รรพต 7,254 724,521 329,697 14,948 2,068

ป่าบอน 11,924 1,277,513 1,366,718 125,325 30,898

บางแก้ว 6,829 678,249 300,845 58,196 5,928

ปา่ พะยอม 12,125 1,288,615 1,084,620 70,406 15,273

ศรนี ครนิ ทร์1/ - - - --

รวม 178,186 19,223,384 17,624,687 1,978,184 191,749

หมายเหตุ : อำเภอศรีนครนิ ทรร์ วมอยู่ในอำเภอเมอื งพัทลงุ

ทีม่ า : การไฟฟ้าจงั หวดั พัทลงุ , 2560

3.3.9 การคมนาคมขนส่ง
1) วัตถปุ ระสงคก์ ารศกึ ษา
เพื่อศึกษาโครงข่ายเส้นทางคมนาคมท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาโครงการ รวมทั้งปริมาณการจราจรบน

เส้นทางท่ีเก่ยี วขอ้ งต่างๆ ในพืน้ ทศ่ี กึ ษา
2) วิธกี ารศกึ ษา
(1) การรวบรวมข้อมูลจะรวบรวมข้อมูลเส้นทางที่สำคัญที่เชื่อมต่อพ้ืนท่ีโครงการจากกรมทางหลวง

และกรมทางหลวงชนบท เช่น การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณการจราจรเฉล่ียรายวัน (AADT) และ
องค์ประกอบของการจราจรท่ีผ่านมา โดยเน้นเส้นทางเข้า-ออกพ้ืนท่ีโครงการ เส้นทางต่อเชื่อม เส้นทางท่ีจะใช้
ลำเลียงวสั ดกุ ่อสร้าง ปัจจยั การเกษตรและผลผลิตการเกษตร รวมทั้งจะตรวจสอบและสอบถามขอ้ มูลเกยี่ วกบั ปัญหา
อปุ สรรคและความพึงพอใจต่อสภาพการจราจรในปัจจบุ นั เพมิ่ เตมิ

(2) การสำรวจในภาคสนามและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจะสำรวจสภาพการคมนาคมในพ้ืนที่บริเวณพ้ืนที่
ก่อสร้างหัวงาน และถนนเข้าสู่หัวงาน โดยเน้นความเชื่อมโยงกับพื้นท่ีโครงการ สภาพเส้นทาง ความสำคัญของ
เส้นทางและแนวโนม้ ของความสำคัญในอนาคตบริเวณท่จี ะดำเนินการสำรวจปริมาณจราจร

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-287 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

3) ผลการศกึ ษา
(1) ผลการรวบรวมข้อมูลทุตยิ ภูมิ
จังหวัดพัทลุง มีการคมนาคมสะดวกเพราะต้ังอยู่ก่ึงกลางของภาคใต้ (ก่ึงกลางระหว่างจังหวัด

ชุมพร-นราธิวาส) เป็นศูนย์รวมของการคมนาคมทางบก จากภาคใต้ตอนบน (ฝ่ังอ่าวไทย) และภาคตะวันตก
(ฝ่งั อันดามนั ) ลงสูภ่ าคใตต้ อนลา่ ง โดยใชเ้ สน้ ทางเพชรเกษม (หมายเลข 4)

1. การขนส่งทางบก เป็นการคมนาคมขนสง่ ทสี่ ะดวกท่สี ุด
ก. การเดินทางโดยรถยนต์ มีทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอป่าพะยอม ควนขนุน เมือ

พัทลุง เขาชยั สน บางแก้ว ตะโหมด ปา่ บอน และทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอเมอื งพัทลงุ ศรนี ครินทร์ เขาชยั สน
บางแกว้ ตะโหมด และปา่ บอน นอกจากนี้ยังมถี นนหรือทางหลวงท่ีอย่ใู นความรบั ผดิ ชอบของหน่วยงานอืน่ ๆ

ข. การเดินทางโดยรถไฟ มรี ถไฟสายใต้ผ่านทอ้ งทอ่ี ำเภอควนขนุน เมืองพัทลงุ เขาชยั สน บางแก้ว
ปา่ บอน และอำเภอปากพะยูน มีสถานรี ับส่งผู้โดยสารและสินคา้ 9 สถานี ได้แก่ สถานแี หลมโตนด ปากคลอง พัทลุง
บ้านต้นโดน เขาชยั สน บางแกว้ ควนเค่ียม หารเทา และสถานโี คกทราย

2. การขนส่งทางน้ำ มีการเดินทางเพียงสายเดียว คือ เส้นทางระหวา่ งจังหวัดพัทลุงกับอำเภอระโนด
จงั หวัดสงขลา มีทา่ เทยี บเรือท่สี ำคัญเพียงแหง่ เดยี ว คอื ทา่ เทียบเรือปากพะยนู อำเภอปากพะยูน จังหวดั พัทลุง

3. การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดพทั ลงุ ไมม่ ีสนามบนิ พาณิชยข์ องตนเอง การเดินทางทางอากาศ
อาศัยสนามบนิ พาณิชย์ตรัง สนามบนิ พาณิชย์หาดใหญ่ และสนามบนิ พาณิชย์นครศรีธรรมราช

4. ระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่งครอบคลุมพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว และพื้นท่ีรับ
ประโยชน์ของโครงการ พบว่าเป็นระบบคมนาคมขนส่งทมี่ ีสภาพดีและสามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกและ
รวดเรว็

5. การสำรวจเส้นทางเข้าสู่พื้นที่หัวงาน การเดินทางเข้าสู่หัวงานสามารถเดินทางได้สะดวกโดย
รถยนต์ โดยเริ่มจากตัวเมืองพัทลุงมุ่งหน้าไปทางทิศใต้บนถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 4122 มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรจากน้ัน
เล้ียวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 1029 มุ่งหน้าทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากน้ันเลี้ยว
ขวาเข้าสู่ทางลาดยางสู่น้ำตกโตนสะตอ ประมาณ 500 เมตร และเดินเท้าอีกประมาณ 200 เมตรจะถึงที่ตั้งหัวงาน
โครงการ

6. ข้อมูลปริมาณการจราจร จากการรวบรวมข้อมูลปริมาณจราจรตอ่ วันตลอดปี (AADT) บนทาง
หลวงสายหลักทางหลวงหมายเลข 4 บรเิ วณพืน้ ทศ่ี ึกษาและบรเิ วณใกล้เคียง ปี 2561 พบว่าชนดิ รถทีม่ กี ารว่ิงบนถนน
ทางหลวงหมายเลข 4 มากที่สุด คอื รถยนตน์ ่ัง (ไม่เกิน 7 คน) รองลงมารถบรรทกุ ขนาดเล็ก (4 ล้อ) รถยนต์น่ัง (เกิน 7 คน)
และรถจักรยานยนต์ ตามลำดับ แสดงดงั ตารางที่ 3.3.9-1

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-288 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด ตารางที่ 3.3.9-1 ปรมิ าณจราจรต่อวนั ตลอดปี (AADT) บนทางหลวงสายหลักทางหลวงหมายเลข 4 ปี 2561
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
ลําดับ ทาง ตอน รถยนต์นงั่ รถยนต์นง่ั รถ รถโดยสาร รถ รถบรรทุก รถบรรทุกขนาด รถบรรทุก รถบรรทุกพว่ ง รถบรรทุกก่ึง % จักรยาน สามล้อ แขวงทาง
ที่ หลวง ควบคุ จุดสํารวจ (ไมเ่ กิน (เกิน 7 โดยสาร ขนาดกลาง (มากกว่า 3 พว่ ง (มากกว่า ของ 2 ล้อ และ เครื่องและ หลวง
สาย ชอ่ื สายทาง โดยสาร ขนาดเล็ก 2 เพลา ขนาด 3 เพลา รวม ยานยนต์ จักรยาน 3 ล้อ จักรยานยนต์ จังหวัด โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั
ม 7 คน) คน) ขนาดเล็ก เพลา) 3 เพลา) หนกั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
ขนาดใหญ่ (4 ล้อ) (6 ล้อ) (10 ล้อ) 9,941 8.96
237 21,765 7.92
1 4 1301 เขาพับผ้า - พัทลุง 1144+104 4,230 1,524 62 39 57 3,234 252 194 112 209 38,866 53.57 18 1,440 ขท.พัทลุง พัทลุง
2 4 1301 เขาพับผ้า - พัทลุง 423 209 4,960 24,523 20.99 42 4,269 ขท.พัทลุง พัทลุง
3 4 1302 พัทลุง - นาโหนด 1160+640 10,390 1,354 209 234 132 8,088 517 5,111 4,983 1,095 18,792 19.96 0 3,918 ขท.พัทลุง พัทลุง
4 4 1304 ห้วยทราย - พรพุ ้อ 1,431 1,448 821 26,701 18.70 6 1,564 ขท.พัทลุง พัทลุง
5 4 1401 พรพุ ้อ - เนนิ พิชัย 1173+259 6,251 6,031 411 373 426 5,353 4,967 947 921 1,385 31 1,179 ขท.สงขลาที่ 1 สงขลา
6 4 1401 พรพุ ้อ - เนนิ พิชัย 1,205 1,137 41 2,541 ขท.สงขลาที่ 1 สงขลา
1205+559 5,890 2,989 17 36 120 10,480 1,017
ที่มา : กรมทางหลวง, 2561
1220+559 10,313 3,244 78 89 153 1,406 820

1230+459 12,563 6,469 155 138 169 2,522 958

3-289

รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ นั

3.3.10 การจัดการนำ้ เสีย สง่ิ ปฏกิ ูล และขยะมลู ฝอย
1) ขอบเขตและวธิ ีการศึกษา
(1) การรวบรวมข้อมูด้านการจัดการน้ำเสียจากเอกสาร/รายงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยปริมาณน้ำ

เสียที่เกิดข้ึนในชุมชน ระบบการจดั การนำ้ เสีย และวิธีการกำจัดน้ำเสีย เป็นตน้
(2) การรวบรวมข้อมูลด้านการกัดการขยะมูลฝอยท่ีเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ท่ีสำคัญปริมาณการเกิด

ขยะมูลฝอย วิธีการรวบรวม/กำจัด แหล่งกำจัด ประสิทธิภาพในการกำจัด สภาพปัญหาที่เกิดข้ึน และหน่วยงานที่
รับผิดชอบ

(3) การสำรวจสภาพปจั จบุ ันของระบบกำจัดน้ำเสียและวิธ/ี พื้นทกี่ ำจัดขยะมูลฝอย รวมทง้ั การประเมนิ
แนวโนม้ ของบริมาณน้ำเสยี และขยะมลู ฝอยที่จะเกิดขึน้ ในสภาพอนาคต

2) ผลการศึกษา
(1)การจดั การน้ำเสยี ชุมชน จังหวดั พทั ลุง ยังไมม่ ีระบบำบดั นำ้ เสียรวมชุมชน แต่มรี ะบบบำบดั นำ้ เสีย

นำร่องท่ีเทศบาลเมอื งพทั ลุง ขนาด 50 ลูกบาศก์เมตร/วัน และกรมควบคมุ มลพษิ ได้สร้างต้นแบบระบบการจดั การนำ้
เสยี จากอตุ สาหกรรมครวั เรือนการยอ้ มกระจูด ณ เทศบาลตำบลทะเลน้อยและเทศบาลตำบลพนางตงุ จำนวน 4 แห่ง
เม่ือปี 2551

(2)อัตราการผลิตปริมาณขยะมูลฝอย โดยปรมิ าณขยะมลู ฝอยทีเ่ กิดขึน้ คำนวณโดย
ปรมิ าณขยะที่เกิดขน้ึ = อตั ราการเกดิ ขยะมลู ฝอย x จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรป์ ี พศ.

โดยอัตราการเกดิ ขยะมูลฝอย ยึดหลักเกณฑ์ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ ม ดงั น้ี

- เทศบาลนคร = 1.89 กโิ ลกรัม/คน/วนั - เทศบาลเมอื ง = 1.15 กโิ ลกรัม/คน/วัน
- เทศบาลตำบล = 1.02 กิโลกรมั /คน/วัน - องค์การบรหิ ารส่วนตำบล = 0.91 กโิ ลกรมั /คน/วนั
เม่ือคำนวณปริมาณขยะมูลฝอยท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนที่จังหวัดพัทลุง (ดังตารางที่ 3.3.10-1) พบว่า ใน
พื้นที่จงั หวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2561 มจี ำนวนประชากร 525,044 คน มีปรมิ าณขยะทเ่ี กดิ ขึ้น 516.51 ตนั /วัน

ตารางที่ 3.3.10-1 ปริมาณขยะมลู ฝอยขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นในจังหวดั พทั ลุง

อำเภอ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ประชากร(คน) ปริมาณชยะ
เมืองพัทลงุ (คนั /วนั )
เทศบาลเมืองพัทลงุ 33,671 38.72
เทศบาลตำบลทา่ มหิ รำ 5,348
เทศบาลตำบลโคกชะงาย 5,202 5.45
เทศบาลตำบลเขาเจยี ก 5,085 5.31
เทศบาลตำบลพญาขัน 6,065 5.19
เทศบาลตำบลปรางหมู่ 5,195 6.19
เทศบาลตำบลรม่ เมือง 5,269 5.30
เทศบาลตำบลนาทอ่ ม 4,827 5.37
เทศบาลตำบลนาโหนด 8,492 4.92
เทศบาลตำบลทา่ แค 7,758 8.66
7.91

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-290 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ นั

ตารางที่ 3.3.10-1 ปริมาณขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวดั พัทลงุ (ต่อ)

อำเภอ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ประชากร(คน) ปรมิ าณชยะ
เมอื งพัทลงุ (คัน/วัน)
ศรีนครนิ ทร์ องค์การบรหิ ารส่วนตำบลควนมะพร้าว 11,322 10.30
องค์การบริหารสว่ นตำบลชัยบรุ ี 8,542
กงหรา องค์การบริหารส่วนตำบลตำนาน 8,099 7.77
องคก์ ารบริหารส่วนตำบลลำปำ 6,499 7.37
เขาชยั สน เทศบาลตำบลบา้ นนา 7,496 5.91
เทศบาลตำบลชุมพล 8,894 7.65
บางแกว้ เทศบาลตำบลลำสนิ ธุ์ 6,045 9.07
ตะโหมด เทศบาลตำบลอ่างทอง 4,381 6.17
ควนขนุน เทศบาลตำบลกงหรา 4,160 4.47
เทศบาลตำบลสมหวัง 4,621 4.24
เทศบาลตำบลชะรัด 7,239 4.71
เทศบาลตำบลคลองทรายขาว 6,785 7.38
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเฉลมิ 13,661 6.92
เทศบาลตำบลเขาชัยสน 3,605 12.43
เทศบาลตำบลจองถนน 3,720 3.68
เทศบาลตำบลโคกม่วง 10,383 3.79
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลเขาชยั สน 10,273 10.59
องค์การบริหารสว่ นตำบลควนขนุน 8,482 9.35
องค์การบริหารส่วนตำบลหารโพธิ์ 8,498 7.72
เทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ 4,226 7.73
เทศบาลตำบลบางแกว้ 3,825 4.31
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลโคกสกั 7,489 3.90
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลนาปะขอ 10,404 6.81
เทศบาลตำบลตะโหมด 4,383 9.47
เทศบาลตำบลเขาหัวขา้ ง 7,068 4.47
เทศบาลตำบลควนเสาธง 7,547 7.21
เทศบาลตำบลคลองใหญ่ 6,672 7.70
เทศบาลตำบลมะกอกเหนอื 2,203 6.81
เทศบาลตำบลบา้ นสวน 5,238 2.25
เทศบาลตำบลหนองพ้อ 6,296 5.34
เทศบาลตำบลพนางตงุ 10,080 6.42
เทศบาลตำบลนาขยาด 8,240 10.28
เทศบาลตำบลควนขนุน 2,066 8.40
เทศบาลตำบลโตนดดว้ น 6,175 2.11
6.30

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-291 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ นั

ตารางที่ 3.3.10-1 ปรมิ าณขยะมูลฝอยขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ในจังหวัดพัทลุง (ต่อ)

อำเภอ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ประชากร(คน) ปริมาณชยะ
ควนขนุน (คัน/วัน)
เทศบาลตำบลดอนทราย 5,634
ศรบี รรพต เทศบาลตำบลแพรกหา 5,960 5.75
ป่าพะยอม เทศบาลตำบลแหลมโตนด 4,939 6.08
ปากพะยูน เทศบาลตำบลทะเลนอ้ ย 6,588 5.04
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลชะมวง 8,539 6.72
ป่าบอน องศ์การบริหารส่วนตำบลปนั แต 6,156 7.77
องค์การบริหารส่วนตำบลพนมวังก์ 6,239 5.60
องค์การบริหารสว่ นตำบลเขายา่ 6,893 5.68
องค์การบริหารสว่ นตำบลตะแพน 5,266 6.27
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลเขาปา่ 5,823 4.79
เทศบาลตำบลลานช่อย 8,573 5.30
เทศบาลตำบลบา้ นพร้าว 9,010 8.74
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลเกาะเต่า 12,279 9.19
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลปพะยอม 6,198 11.17
เทศบาลตำบลอา่ วพะยูน 4,918 5.64
เทศบาลตำบลหารเทา 9,999 5.02
เทศบาลตำบลคอนทราย 2,380 10.20
เทศบาลตำบลเกาะนางคำ 5,731 2.43
เทศบาลตำบลดอนประดู่ 6,408 5.85
เทศบาลตำบลปากพะยูน 3,449 6.54
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลฝาละมี 10,804 3.52
องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก 7,516 9.83
เทศบาลตำบลป่าบอน 4,020 6.84
องคก์ ารบริหารส่วนตำบลวงั ใหม่ 6,237 4.10
องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลโคกทราย 10,362 5.68
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนารี 10,097 9.43
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลป่าบอน 8,575 9.19
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง 8,599 7.80
518,721 7.83
รวม 510.06

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-292 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ นั

3) การเก็บขนและการคัดแยกนำไปใช้ประโยชน์ จังหวัดพัทลุงมีขอบเขตการปกครองแบ่งเป็นองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินจำนวน 73 แห่ง พบว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีบริการเก็บขนขยะ จำนวน 49 แห่ง และ
ไม่มีบริการเก็บขนขยะ จำนวน 24 แห่ง โดยองค์การปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีการบริการเก็บขนขยะมีปริมาณขยะที่
เกิดขึ้นในพื้นที่ให้บริการ 350.06 ตัน/วัน ปริมาณขยะที่มีการคัดแยกและถูกนำไปใช้ประโยชน์ต้ังแต่ต้นทาง (ก่อน
เก็บขน) 184.76 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 52.78 ของปริมาณขยะท่ีเกิดข้ึน ทำให้มีปริมาณขยะที่ขนไปกำจัด
165.30 ตนั /วนั หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 47.22 ของปริมาณขยะท่ีเกิดขึ้น โดยปริมาณขยะทข่ี นไปกำจดั แล้วมีการคัดแยก
และถูกนำไปใช้ประโยชน์ (คัดแยกท่ี Site) 7.60 ตัน/วัน หรอื คิดเป็นร้อยละ 4.60 ของปริมาณขยะท่ีขนไปกำจัด ทำ
ให้มีปริมาณขยะท่ีขนไปกำจัดใน Site ทั้งหมด 157.70 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 95.40 ของปริมาณขยะที่ขนไป
กำจัด

4) สถานท่ีกำจัดยะมูลฝอย ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย จำนวน 22 แห่ง แบ่งเป็น
สถานท่ีกำจดั ขยะมูลฝอยทีถ่ ูกหลักสขุ าภิบาลทถ่ี กู 1 แหง่ คือ ระบบกำจดั ขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองพทั ลงุ ซง่ึ เป็น
ระบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล และสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยท่ีไม่ถูกหลักสุขาภิบาล จำนวน 21 แห่ง
รายละเอียดดังตารางที่ 3.3.10-2

3.3.11 การจัดการลุ่มน้ำ
1) วตั ถุประสงค์ของการศึกษา
(1) เพอ่ื ศกึ ษาศกั ยภาพในการรองรับโครงการของลุ่มน้ำท่คี รอบคลุมพืน้ ท่โี ครงการ
(2) เพ่ือพิจารณาการใช้ประโยชน์ท่ีดินว่า การดำเนินโครงการนัน้ สอดคล้องกบั มาตรการการใช้ท่ีดิน

ของรฐั ด้านการกำหนดชน้ั คณุ ภาพลมุ่ น้ำ
(3) ประเมนิ ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ ตอ่ สถานภาพของลุม่ น้ำจากการดำเนินโครงการ

2) วธิ ีการศึกษา
ทำการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิเกี่ยวกับช้ันคุณภาพลุ่มน้ำรวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เก่ียวข้อง

จากเอกสารและรายงานการที่เกี่ยวข้อง
3) ผลการศึกษา
รวบรวมเอกสารและขอ้ มลู จากสำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมแหง่ ชาติ

เป็นต้น เอกสารและข้อมูลทที่ ำการรวบรวม เช่น แผนที่แสดงขอบเขตทต่ี ้ังและรายละเอียดทต่ี ้ังโครงการ แผนท่แี สดง
ขอบเขตช้นั คุณภาพลมุ่ นำ้ บริเวณชัน้ คุณภาพล่มุ นำ้ ครอบคลมุ พืน้ ทโ่ี ครงการ แผนทก่ี ารใชท้ ่ดี นิ บรเิ วณพนื้ ทโ่ี ครงการ

จากการตรวจสอบพ้ืนที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำบริเวณพื้นท่ีโครงการกับสำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมแห่งชาติ พบว่า พ้ืนท่อี ่างเก็บน้ำ อยู่ในพ้ืนท่ีลุม่ นำ้ ช้นั ท่ี 3 ประมาณ 0.03 ตาราง
กิโลเมตร และพ้ืนที่ลุ่มน้ำช้ัน 4 ประมาณ 0.16 ตารางกิโลเมตร ท่อ PVC ผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำช้ันที่ 4 ประมาณ 0.33
ตารางกิโลเมตร และพ้นื ท่ลี ุม่ น้ำชัน้ 5 ประมาณ 13.69 ตารางกิโลเมตร และพ้ืนที่รบั ประโยชน์ อย่ใู นพื้นท่ลี ่มุ น้ำชน้ั ท่ี
3 ประมาณ 0.01 ตารางกิโลเมตร พื้นท่ีลุ่มน้ำช้ัน 4 ประมาณ 0.07 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ลุ่มน้ำช้ัน 5 ประมาณ
19.85 ตารางกิโลเมตร แสดงดังภาคผนวก จ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-293 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด ตารางท่ี 3.3.10-2 สถานที่กำจัดขยะมลู ฝอยในพ้ืนท่ีจังหวดั พัทลงุ
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
ลําดบั ท่ี อําเภอ อปท./เอกชน ทตี่ งั้ สถานทกี่ าํ จัดขยะมูลฝอย อปท.ทน่ี าํ ขยะมูลฝอยมาร่วมกํากบั ขนาดพนื้ ที่ (ไร่) วิธกี ารกําจดั โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั
1 เมอื ง ท.พทั ลงุ หมู่ 6 ต.ล้าปา อ.เมอื ง จ.พทั ลุง อบต.ล้าปา (บางสว่ น) 95 ฝงั กลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
2 หมู่ 8 ต.โคกชะงาย อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ - 0.1 เตาเผา
3 ทต.โคกชะงาย หมู่ 4 ต.ปรางหมู่ อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ ทต.เขาเจียก ทต.พญาขัน 5 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
บ่อขยะนางอุบล เอยี ดคง ทต.ปรางหมู่ ทต.บ้านสวน
ทต.นาขยาด ทต.ควนขนุน
3-294 4 บ่อขยะนางจริยา หนูขาว หมู่ 11 ต.นาโหนด อ.เมอื ง จ.พทั ลุง ทต.แพรกหา ทต.พนมวงั ก์ 2 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
5 บ่อขยะนายสชุ าติ หนูขาว หมู่ 1 ต.พญาชัน อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ ทต.บ้านพร้าว อบต.ป่าพะยอม 1 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ 6 อบต.ตา้ นาน หมู่ 14 ต.ต้านาน อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ ทต.นาโหนด 384 ตร.ม. ฝงั กลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว บทท่ี 3
7 กงหรา ทต.สมหวงั 320 หมู่ 4 ถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี อบต.ควนมะพร้าว 2 สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน
ต.สมหวัง อ.กงกรา จ.พทั ลงุ - ฝงั กลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
8 บ่อขยะนางเจะหร้อหน๊ะ หวานมยุ้ 83 หมู่ 6 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พทั ลงุ - 3 เทกลอง/เปากลางแจ้ง
9 อบต.คลองเฉลมิ หมู่ 2 ต.คลองเฉลมิ อ.กงกรา จ.พทั ลุง 4
10 ควนขนุน ทต.มะกอกเหนือ หมู่ 1 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พทั ลุง ทต.ชะรัด อบต.ล้าสนิ ธ์ุ 5 เทกลอง/เปากลางแจ้ง
11 ทต.หนองพอ้ บ้านโคกวัด หมู่ 3 ถนนหนองพอ้ -ท่าพรม ทต.คลองทรายขาว 40
ต.หนองพอ้ อ.ควนขนุน จ.พทั ลงุ - ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
12 ทต.แหลมโตนด หมู่ 2 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พทั ลุง - 3 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
13 ทต.ทะเลน้อย หมู่ 9 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พทั ลงุ 1 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
14 อบต.ชะมวง หมู่ 1 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พทั ลงุ - 2 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
15 ตะโหมด ทต.ตะโหมด หมู่ 3 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พทั ลุง ทต.พนางตงุ 5 ฝังกลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
16 ทต.แมข่ รี หมู่ 8 ต.แมข่ รี อ.ตะโหมด จ.พทั ลุง - 4 เทกลอง/เปากลางแจ้ง
17 บางแก้ว ทต.ท่ามะเดอื่ หมู่ 13 ถนนเพชรเกษม-หาดไข่เตา้ - 13
ต.นาปะขอ อ.กางแก้ว จ.พทั ลุง - ฝงั กลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
18 ปากพะยูน ทต.ปากพะยูน หมู่ 6 ต.เกาะนางค้า อ.ปากพะยูน จ.พทั ลงุ ทต.เขาชัยสน อบต.นาปะขอ 27 เทกลอง/เปากลางแจ้ง
19 ป่าบอน ทต.ป่าบอน หมู่ 3 ถนนท่งุ คา่ ย อ.ป่าบอน จ.พทั ลงุ 9 เทกลอง/เปากลางแจ้ง
20 อบต.ป่าบอน หมู่ 8 ต.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พทั ลุง ทต.เกาะนางคา้ 8 เทกลอง/เปากลางแจ้ง/ฝงั กลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
21 ป่าพะยอม ทต.ลายข่อย หมู่ 2 ถนน ปชส.2 ต.ลานข่อย อ.ป่าบอน จ.พทั ลุง - 10 ฝงั กลบโดยใช้ดนิ กลบเป็นครังคราว
22 ศรีบรรพต ไมร่ ะบุผ้เู ป็นเจ้าของ หมู่ 7 ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พทั ลงุ อบต.ฝาละมี 10
-
ท่ีมา : สำนกั งานส่ิงแวดลอ้ มภาคท่ี 16 สงขลา, 2561 อบต.เขาปู่

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

บรเิ วณโครงการอ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัวอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ มีพืน้ ที่อ่างเก็บน้ำมีพ้นื ท่ีท้ังหมด 351
ไร่ อยใู่ นพื้นท่ชี ้นั คุณภาพลุม่ นำ้ ชัน้ ท่ี 2 ประมาณ 0.01 ไร่ พื้นทชี่ นั้ คุณภาพลมุ่ น้ำช้นั ท่ี 3 ประมาณ 155 ไร่ และพนื้ ที่
ช้นั คุณภาพลุม่ น้ำช้ันท่ี 4 ประมาณ 196 ไร่ ตามลำดบั พ้ืนท่ีหัวงานมีพนื้ ท่ีท้ังหมด 114 ไร่ อยู่ในพ้ืนที่ช้ันคุณภาพลุ่ม
น้ำชั้นท่ี 3 ประมาณ 23 และพื้นท่ีชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นท่ี 4 ประมาณ 91 ไร่ ถนนเข้าหัวงาน มีพื้นท่ีทั้งหมด 2.2 ไร่
อยู่ในพื้นทชี่ ั้นคณุ ภาพลมุ่ นำ้ ช้ันท่ี 4 ประมาณ 2.2 ไร่ สว่ นพ้นื ท่ีรบั ประโยชนม์ พี ้ืนทีท่ ั้งหมด 16,475 ไร่ อยใู่ นพนื้ ทชี่ ้นั
คุณภาพลุ่มน้ำชั้นท่ี 5 ทั้งหมด แสดงดงั ตารางท่ี 3.3.11-1 และรปู ท่ี 3.3.11-1

ตารางที่ 3.3.11-1 พ้ืนทช่ี ัน้ คณุ ภาพลมุ่ น้ำบรเิ วณพนื้ ทีโ่ ครงการ

พื้นทโี่ ครงการ ชั้นคณุ ภาพลุ่มน้ำ หน่วย : ไร่

1A 1B 2 3 4 5 รวม
-
พนื้ ที่อา่ งเก็บน้ำ - - 0.01 155.43 196.76 - 351.19
- 114.95
พนื้ ทห่ี ัวงาน - - - 23.66 91.29 16,475.25 2.28
16,475.25
ถนนเข้าหัวงาน - - - - 2.28

พืน้ ท่ีรบั ประโยชน์ - -- - -

ท่มี า : สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติละสง่ิ แวดลอ้ ม, 2548

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-295 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

รูปที่ 3.3.11-1 แผนท่ีช้นั คณุ ภาพลุ่มนำ้ บริเวณพ้นื ทโ่ี ครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-296 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

3.4 คุณค่าตอ่ คุณภาพชีวติ
3.4.1 เศรษฐกิจและสงั คม

1) วัตถุประสงคข์ องการศึกษา
(1) เพ่ือศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคม ลักษณะประชากร ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนสภาพแวดล้อมในชุมชน

บริเวณพ้ืนทศี่ ึกษาโครงการ
(2) เพือ่ ศกึ ษาประเมนิ การรับรู้ ความคดิ เห็น และปฏกิ ิรยิ าของประชาชนตอ่ การพฒั นาโครงการ
(3) เพ่ือนำผลที่ได้จากการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคม และความคิดเห็นของประชาชนท่ีมีต่อโครงการ

ไปพิจารณาประกอบการศกึ ษาสภาพเศรษฐกิจสงั คม
(4) เพ่ือประเมินผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชนและผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ

สงั คม ท้ังในระยะกอ่ สรา้ ง และระยะดำเนินการ
(5) เพื่อเสนอแนะมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ

ด้านเศรษฐกิจสงั คม
2) ข้นั ตอนและวิธีการศึกษา
การศึกษาวเิ คราะหด์ า้ นเศรษฐกิจสงั คมของโครงการ มีขอบเขตการศกึ ษาทส่ี ำคญั ประกอบดว้ ย การศกึ ษาและ

รวบรวมข้อมูลสภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ผู้นำชุมชนและครัวเรือนในพ้ืนท่ีศึกษา และรวบรวมความคิดเห็นของ
ประชาชนในชุมชนทีม่ ีต่อการพฒั นาโครงการ โดยมีแนวทางและวธิ ีการศึกษา ดังนี้

(1) การศึกษาข้อมลู ทุตยิ ภมู ิ
รวบรวมและศกึ ษาทบทวนขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู ดิ า้ นเศรษฐกจิ สงั คม จากหน่วยงานต่างๆ ทเี่ กย่ี วข้อง ดังนี้
1. ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจและสังคม ในรอบ 10 ปี (ปี พ.ศ.2551-2560) จากสำนักงานสภาพัฒนาการ

เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แก่ มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ (GRP) และ
มลู ค่าผลติ ภัณฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP)

2. สภาพเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดพัทลุง และของพื้นที่ศึกษาโครงการ ได้แก่ จำนวนครัวเรือน
จำนวนประชากร อตั ราเฉล่ียของจำนวนประชากรต่อครัวเรือน ระดับการศึกษา อาชพี การนับถอื ศาสนา การทำงานและการมี
งานทำ รายได้-รายจา่ ยของครัวเรือน หนสี้ ินและการเก็บออมเงนิ ครัวเรือน ข้อมลู ลักษณะการใช้ท่ีดิน การถือครองกรรมสทิ ธ์ิ
ทีด่ ิน สภาพน้ำด่ืม น้ำใช้ การมีไฟฟ้า จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกจิ และสังคมของครวั เรือน พ.ศ. 2560 ของสำนกั งาน
สถิติแห่งชาติ ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ) ปี พ.ศ.2560 และข้อมูล กชช.2ค ปี พ.ศ.2560 ของกรมการพัฒนาชุมชน
กระทรวงมหาดไทย และข้อมลู สำนกั งานพระพุทธศาสนา จงั หวดั พัทลุง ข้อมูลทรี่ วบรวมได้ข้างตน้ จะนำมาใช้เพ่ือแสดงสภาพ
เศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันก่อนมีการดำเนินงานโครงการ และใช้เป็นข้อมูลเพ่ือศึกษาประเมินผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ
สงั คมตอ่ ไป

(2) การสำรวจข้อมูลปฐมภมู ิ
การศึกษาสภาพของบริบทชุมชนในระดับท้องถ่ิน ได้ใช้หลายวิธีประกอบกัน ซึ่งที่ปรึกษาได้ดำเนินการ

รวบรวมข้อมูลสภาพเศรษฐกิจสังคมของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย โดยใช้แบบสอบถาม สภาพเศรษฐกิจสังคม เพ่ือรวบรวมข้อมูล
เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความคิดเห็น หรือข้อวิตกกังวล ตลอดจนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะในการจัดการปัญหา หรือ
ผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึน ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาประกอบการประเมินผลกระทบ และจัดทำข้อเสนอแนะ
มาตรการในการป้องกนั และแกไ้ ขผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-297 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

1. พืน้ ท่ีศึกษา
การศึกษาโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจาก

พระราชดำริ จังหวัดพัทลุง มีวัตถุประสงค์ เพือ่ ให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำต้นทนุ ไวใ้ ช้เสริมการเพาะปลูกใหก้ ับพ้ืนที่ชลประทาน
ของโครงการ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรบั อุปโภค-บริโภค และเล้ยี งสตั วข์ องราษฎรในเขตตำบลหนองธงและตำบลใกลเ้ คียง เพื่อ
ยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร ในเขตพ้ืนที่ท่ีได้รับประโยชน์จากโครงการให้ดีข้ึน โดยให้การสนับสนุนแหล่งน้ำ ซึ่งเป็น
ปัจจัยพนื้ ฐานของผลผลติ ทางดา้ นเกษตร อุตสาหกรรม การทอ่ งเทีย่ ว ฯลฯ และเพอื่ เป็นแหลง่ เพาะพันธป์ุ ลาและสตั วน์ ้ำอืน่ ๆ

การพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทาน ซ่ึงพื้นที่ศึกษา
โครงการครอบคลุมพื้นท่ีเขตการปกครอง 2 อำเภอ 2 ตำบล ได้แก่ บริเวณพ้ืนที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และ
ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง พ้ืนท่ีซึ่งคาดจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ได้แก่ พื้นท่ีรับน้ำ
ของโครงการ พื้นทอี่ ่างเก็บน้ำ พืน้ ทหี่ วั งาน พืน้ ทีท่ ้ายนำ้ และพื้นทช่ี ลประทาน

2. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญหรือกลุ่มผู้นำชุมชน

กลุ่มผูท้ ่ีไดร้ บั ผลกระทบจากการกอ่ สร้างโครงการ และกลุ่มผู้ที่คาดวา่ จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการ
3. การกำหนดกลมุ่ ตวั อย่าง
- กลุ่มผู้นำชุมชน หมายถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลสอบถามข้อมูลจากผู้นำ

ชมุ ชน หรือกรรมการหมู่บ้านทุกหมู่บา้ นทไ่ี ด้ทำการสำรวจข้อมูลระดับครัวเรือน หรือบคุ คลที่ไดร้ บั มอบหมายจากผู้นำชุมชน
จากหมู่บ้านตวั อย่างในพน้ื ท่ีศกึ ษา

- กลุ่มผู้ที่ไดร้ บั ผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ หมายถึง กลุ่มเจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบ
จากการสญู เสียพื้นที่ดิน (ถกู เวนคืน) ได้แก่ พ้ืนที่อ่างเก็บนำ้ พื้นท่ีหัวงาน พ้ืนที่ทา้ ยน้ำ และพืน้ ทชี่ ลประทาน โดยในการเก็บ
รวบรวมข้อมูลจะเก็บข้อมูลจากเจ้าของที่ดิน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของท่ีดินท่ีให้ความร่วมมือท่ีจะตอบ
แบบสอบถามทกุ รายทสี่ ามารถตดิ ตามตัวได้

- กลุ่มผู้ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการ หมายถึง ครัวเรือนท่ีอยู่ในพื้นท่ีรับ
ประโยชน์ หรอื กลุ่มครัวเรือนในพื้นท่ีชลประทาน/ครัวเรือนท่ีไดร้ บั ผลกระทบทางบวก และครัวเรือนใกล้เคียงพ้ืนท่กี ่อสร้าง
และดำเนินงานโครงการ

4. การกำหนดชนาดกลมุ่ ตัวอย่าง
พ้นื ท่ศี กึ ษาของโครงการ มที ้ังหมด 11 หมบู่ ้าน ประกอบด้วย พ้ืนท่ี 9 หม่บู า้ นในตำบลหนองธง และ

2 หมู่บ้าน (หมู่ท่ี 5 และ 10) ในตำบลคลองใหญ่ มีจำนวนหลังคาเรือนท้ังส้ิน 3,480 หลังคาเรอื น แสดงในตารางที่ 3.4.1-1
ดังนั้น จงึ มกี ารกำหนดขนาดกลุม่ ตวั อย่างดังนี้

- ขนาดกลุ่มตัวอย่างของผู้นำชุมชนที่จะเข้าเก็บตัวอย่าง มีจำนวน ท้ังส้ิน 12 ตัวอย่าง
ประกอบด้วย กำนันและผใู้ หญ่บ้านตำบลหนองธง 9 ตวั อย่าง และกำนันและผใู้ หญ่บา้ นตำบลคลองใหญ่ 3 ตวั อยา่ ง

- การกำหนดชนาดกลุ่มตัวอย่างของกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบและผลประโยชน์จากการก่อสร้าง
โครงการ ใช้สตู รของ Taro Yamane 1973 โดยกำหนดค่าความเชอ่ื ม่ันอยู่ทร่ี อ้ ยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อน ไมเ่ กนิ รอ้ ย
ละ 5 (0.05) ทั้งน้ีจำนวนตวั อย่างจะมกี ารปรับใหม้ ีความเหมาะสมอกี ครั้ง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-298 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

ตารางที่ 3.4.1-1 รายชื่อหมบู่ ้านที่อยใู่ นพื้นท่ศี ึกษาของโครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ น
เหมอื งตะก่ัวอนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง

ลำดบั ท่ี ชอ่ื หมู่บา้ น ตำบล อำเภอ จำนวนครัวเรือน

1 หมู่ท่ี 1 เหมืองตะก่ัว หนองธง ปา่ บอน 584

2 หมทู่ ่ี 2 หนองธง หนองธง ปา่ บอน 586

3 หม่ทู ่ี 3 ทงุ่ คา่ ย หนองธง ปา่ บอน 328

4 หมู่ที่ 4 ทงุ่ ลานชา้ ง หนองธง ปา่ บอน 254

5 หมูท่ ่ี 5 หลกั สิบ หนองธง ปา่ บอน 403

6 หมู่ที่ 6 เขาจันทร์ หนองธง ปา่ บอน 228

7 หมู่ท่ี 7 หนองนก หนองธง ปา่ บอน 135

8 หมู่ที่ 8 หอยโขง่ หนองธง ปา่ บอน 223

9 หมทู่ ่ี 9 สายถลาง หนองธง ปา่ บอน 258

10 หมทู่ ี่ 5 หนองเลน คลองใหญ่ ตะโหมด 285

11 หมทู่ ่ี 10 ทุ่งหนักยอ คลองใหญ่ ตะโหมด 196

n= N
1 + (Ne2 )

โดย n = ขนาดตัวอย่างทีต่ อ้ งการ
N = จำนวนครวั เรือนท้ังหมดในพ้ืนทศี่ ึกษาโครงการ

(จำนวนครวั เรือนในพ้นื ท่ศี ึกษา 3,480 ครวั เรือน)
e = ค่าความคลาดเคล่อื นที่ยอมให้ผดิ พลาดได้ไม่เกนิ ร้อยละ 95.00

(หรอื e = 0.05)
แทนค่าในสตู ร

N = 3,480
1+[(3,480)(0.052)]

= 358.76
= 370 ตัวอย่าง
หลังจากได้จำนวนตัวอย่างแล้ว นำมาแบ่งจำนวนตัวอย่างให้มีการกระจายตัวอย่างในแต่ละ
หมู่บ้านให้เหมาะสมตามลักษณะของพ้ืนที่และจำนวนครัวเรือน โดยคำนวณจำนวนตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของแต่ละ
พื้นที่ให้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับจำนวนครัวเรือน จากการเทียบสัดส่วนขนาดตัวอย่างแล้วพบว่า ที่ปรึกษาต้อง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-299 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

ดำเนนิ การสำรวจและเกบ็ ข้อมูลใหไ้ ด้จำนวน 370 ตัวอยา่ ง ซึ่งถือว่าเป็นขนาดตัวอย่างทมี่ คี วามเหมาะสมและสามารถ
เปน็ ตวั แทนท่ดี ขี องประชาการได้

5. เครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล/แบบสอบถาม
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามที่ผู้ศึกษาทำข้ึน ให้มีลักษณะง่าย

ต่อการตอบและครอบคลุมวัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษา โดยมีลักษณะคำถามปลายเปิดและคำถามปลายปดิ ครอบคลุม
ประเด็นสำคัญที่เกย่ี วขอ้ งกบั การศกึ ษา วิเคราะห์ จัดทำมาตรการป้องกันและแกไ้ ขผลกระทบจากการดำเนินโครงการ
โดยแบ่งแบบสอบถามออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบสอบถามผู้นำชุมชน และแบบสอบถามครัวเรือน เพื่อใช้ในแต่ละ
กลุม่ ตวั อย่าง (แบบสอบถามแสดงในภาคผนวก ซ.1 ) ดงั น้ี

- โครงสรา้ งของแบบสอบถามผนู้ ำชมุ ชน
ก. ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ได้แก่ เพศ อายุ การนับถือศาสนา ระดับการศึกษา

ตำแหนง่ ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ภมู ิลำเนา
ข. ข้อมูลท่ัวไปทางสังคมของชุมชน ได้แก่ การตั้งถิ่นฐาน จำนวนประชากรและจำนวน

ครัวเรือนในชุมชน บริการพื้นฐานในชุมชน กลุ่ม/องค์กรในชุมชน ความสัมพันธ์ในชุมชนและการเข้าร่วมกิจกรรมใน
ชุมชน ปัญหาทางสงั คม ปญั หาดา้ นส่งิ แวดล้อมในชมุ ชน

ค. สภาพทั่วไปทางเศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ สภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินในชุมชน การ
ถือครองที่ดินของครัวเรือน ราคาท่ีดินในปัจจุบัน เอกสารสิทธิ์ท่ีดินในชุมชน/หมู่บ้าน การประกอบอาชีพของ
ประชาชนในหมู่บ้าน รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนในหมู่บ้านประมาณ ฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ปัญหาด้าน
เศรษฐกิจของชมุ ชน/หรอื หมู่บา้ น

ง. สถานท่ีสำคัญ/ส่ิงท่ีมีคุณค่าในชุมชน/หมู่บ้าน ข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงอันเป็นท่ี
รักและหวงแหนในพื้นที่ ได้แก่ สถานที่สำคัญของชุมชน แหล่งโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น พื้นที่
สำคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ สถานท่สี ำคญั การเปลยี่ นแปลงในรอบ 10 ปี ท่ีผา่ นมา

จ. ปญั หาน้ำทว่ ม ปญั หานำ้ แล้ง ปัญหานำ้ เค็ม และนำ้ เสีย ไดแ้ ก่ การประสบกับปญั หา ปี
ที่ประสบปญั หา สาเหตุของการเกิดปัญหา มลู ค่าความเสยี หาย

ฉ. การรับทราบข้อมูลโครงการ ได้แก่ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความต้องการรับรู้ข้อมูล
ข่าวสารของโครงการ ลักษณะข้อมลู ท่ตี อ้ งการรับทราบ รูปแบบ/วธิ กี ารท่เี หมาะสม

ช. ความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการ ได้แก่ ความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนา
โครงการ ความคิดเห็นด้านประโยชน์กับชุมชนหากทำโครงการ ความวิตกกังวลในทางลบที่จะเกิดจากการพัฒนา
โครงการด้านการประกอบอาชีพ และการอยู่อาศัยของคนในชุมชนและข้อเสนอแนะแนวทางการแกไ้ ข ความคิดเห็น
ถงึ ความจำเปน็ ของการพฒั นาโครงการ ความคดิ เห็นตอ่ การพฒั นาโครงการ ขอ้ เสนอแนะตอ่ โครงการ

- โครงสร้างของแบบสอบถามครัวเรอื น
ก. ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ได้แก่ เพศ อายุ การนับถือศาสนา ระดับการศึกษา

อาชพี สถานภาพในครัวเรอื น
ข. ข้อมูลพ้ืนฐานของครัวเรือน ได้แก่ จำนวนสมาชิกในครัวเรือน โครงสร้างอายุของ

สมาชิกในครัวเรือน การศึกษาของสมาชิกในครัวเรือน อาชีพหลักของครัวเรือน อาชีพรองของครัวเรือน การทำงาน
ของสมาชิกในครัวเรอื น

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-300 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

ค. การตั้งถิ่นฐานและการย้ายถิ่นฐานของครัวเรือน ได้แก่ การอยู่อาศัยในชุมชน
ระยะเวลาท่ีอยู่อาศัยในชุมชน ถิ่นฐานเดิมก่อนมาอยู่ในชุมชน เหตุผลของการย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชน การคิดย้ายที่จะ
ย้ายถน่ิ ไปอย่ทู ี่อืน่

ง. ข้อมูลเก่ียวกับที่ดินและทรัพย์สินของครัวเรือน ได้แก่ สิทธิ/ลักษณะของการ
ครอบครองบ้านเรือนและท่ีดิน พ้ืนท่ีทั้งหมดของครัวเรือน ลักษณะบ้าน/อาคาร วัตถุประสงค์ของการใช้อาคาร/
บ้านเรือน

จ. รายได้และรายจา่ ยของครัวเรือน ได้แก่ รายได้ของครัวเรือน แหล่งที่มาของรายได้ของ
ครัวเรอื น ลกั ษณะรายได้ของครัวเรอื น รายจ่ายประจำของครวั เรือน

ฉ. หนี้สินและการออม ได้แก่ ภาวะหนี้สินของครัวเรือน แหล่งเงินกู้ยืม จำนวนหน้ีสิน
วัตถุประสงคข์ องการเป็นหน้ี ความสามารถในการใช้หนี้ การออมของครัวเรือน มลู คา่ ของการออม

ช. ความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมในชุมชน ได้แก่ ความเพียงพอของโครงสร้างพ้ืนฐาน
ความพอใจในการดำเนนิ ชีวิต ปญั หาสภาพแวดลอ้ มตา่ งๆในชมุ ชน

ซ. บริการด้านสาธารณสุขในชุมชน ได้แก่ สวัสดิการในการรักษาพยาบาลของสมาชิกใน
ครัวเรือน สถานพยาบาลที่ไปใช้บริการเม่ือเจ็บป่วย การเจ็บป่วยของสมาชิกในครัวเรือนในรอบปีท่ีผ่าน กิจกรรมท่ี
เกยี่ วกบั การดแู ลสขุ ภาพของคนในชุมชน

ฌ. องค์กรในท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ได้แก่ การเป็นสมาชิกของ
องค์กร/กลุ่มทางสังคมท่ีมีในชุมชน การจัดประชุมในหมู่บ้านหรือจัดประชาคมหมู่บ้าน การเข้าร่วมประชุมในหมู่บ้าน
หรือประชาคมหมู่บ้าน ความพร้อมเพรยี งของคนในชมุ ชนต่อการช่วยเหลืองานของส่วนรวม

ญ. การจัดการสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ได้แก่ การใช้ประโยชน์จากป่าของครัวเรือน การ
จดั การด้านพลงั งาน/พลงั งานทดแทนของครัวเรือน การจดั การนำ้ เสีย การจัดการขยะมลู ฝอย และการจัดการส่งิ ปฏกิ ูล

ฎ. ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาน้ำเค็ม และปัญหาน้ำเสีย ได้แก่ การประสบกับ
ปญั หา ปที ีป่ ระสบปญั หา สาเหตขุ องการเกดิ ปญั หา มลู คา่ ความเสียหาย

ฏ. การรับรู้ข่าวสารท่ัวๆ ไป การรับรู้เกี่ยวกับโครงการ ได้แก่ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
ความต้องการรบั รู้ขอ้ มูลขา่ วสารของโครงการ ลกั ษณะขอ้ มูลทตี่ ้องการรบั ทราบ ชอ่ งทาง/วธิ รี ับรูข้ ้อมูลข่าวสาร

ฐ. ความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการ ได้แก่ ความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนา
โครงการ ความคิดเห็นด้านประโยชน์กับชุมชนหากทำโครงการ ความวิตกกังวลในทางลบที่จะเกิดจากการพัฒนา
โครงการด้านการประกอบอาชีพ การอยู่อาศัยในชุมชน และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ความคิดเห็นถึงความ
จำเปน็ ของการพฒั นาโครงการ ความคิดเหน็ ตอ่ การพัฒนาโครงการ ขอ้ เสนอแนะต่อโครงการ

ฑ. ความคิดเห็นในการพัฒนาน้ำตกโตนสะตอ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ การเคยไป
แหล่งท่องเทยี่ วในจังหวัดพัทลุง การเดินทางไปเท่ียว งบประมาณที่ใช้ในการท่องเท่ียว ความเห็นต่อการพัฒนาน้ำตก
โตนสะตอที่อยู่ใกลพ้ ้นื ที่โครงการใหเ้ ปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี ว

ฒ. ข้อมูลการทำการเกษตรของครัวเรือนท่ีประกอบอาชีพเกษตร (ถามเฉพาะครัวเรือนที่
ทำการเกษตร) ได้แก่

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-301 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

• ครวั เรอื นเกษตร-ปลูกพืช (ระบรุ ายละเอยี ดพืชหลกั ที่ทำการเพาะปลกู ) ไดแ้ ก่ชนิด
พืช พ้ืนท่ีปลูก อายุของไม้ยืนต้น/จำนวนคร้ังต่อปี ค่าใช้จ่ายในการปลูกพืช พื้นท่ีเก็บเก่ียว ผลผลิตเฉล่ีย ราคาขาย
สถานที่ ขายผลผลิต การเพาะเลี้ยงสัตวน์ ้ำ ปัญหาการการปลูกพชื

• ครัวเรือนเกษตร-การเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ ได้แก่ อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชนิดของ
สัตว์น้ำ ขนาดของพ้ืนที่/บ่อที่ใช้เพาะเลยี้ ง ปริมาณท่ีเพาะเลี้ยง ราคาที่ขาย ค่าใช้จ่ายในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปัญหา
การเพาะเลี้ยงสตั วน์ ้ำ

• ครัวเรือนเกษตร-ประมง ได้แก่ ชนิดของปลา/สัตว์น้ำท่ีจับได้ ช่วงเวลา ความถ่ี
ฤดูกาลทีจ่ ับปลา ปริมาณสัตว์น้ำ ราคาขายเฉลี่ย การใช้ประโยชน์จากปลา/สัตวน์ ้ำทีจ่ บั ได้ ปญั หาการประกอบอาชีพประมง

• ครัวเรือนเกษตร-การเล้ียงสัตว์ ได้แก่ ชนิดสัตว์เลี้ยง ปริมาณสัตว์เล้ียง ราคาขาย
เฉล่ีย ปญั หาการเลยี้ งสัตว์

ณ. ความคิดเห็นในดา้ นการยอมรบั การพัฒนาโครงการ (ถามเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจาก
การสูญเสียท่ีดิน/ถูกเวนคืน) ได้แก่ การรบั รู้ถึงผลกระทบ ความคิดเห็นตอ่ การยินยอมให้ใช้ท่ีดินเพื่อก่อสรา้ งโครงการ
ความสามารถในการจัดการผลกระทบเมื่อถูกเวนคนื ลักษณะการจา่ ยค่าชดเชย และข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ
เกย่ี วกับการจา่ ยคา่ ชดเชย

6. ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
- การเตรียมพนักงานสมั ภาษณ์
พนักงานสัมภาษณ์ท้ังหมดจะได้รับการอบรมเก่ียวกับวิธีการสัมภาษณ์ ข้อมูลรายละเอียด

โครงการ ลกั ษณะของกลมุ่ ประชากรเปา้ หมาย ฯลฯ ท้งั นี้เพือ่ ให้ข้อมูลท่ีได้จากการสอบถาม/สมั ภาษณ์ มีความถกู ตอ้ ง
ครบถ้วน และสมบูรณ์ก่อนจะนำไปวิเคราะหต์ อ่ ไป

- การสำรวจขอ้ มูล
การสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจ-สังคม ระดับครัวเรือนในแต่ละวัน ก่อนการออกสำรวจ

พนกั งานสัมภาษณข์ ้อมลู จะไดร้ ับการชี้แจงขอ้ มลู เกยี่ วกับพื้นท่ีสำรวจ รวมทงั้ ข้อมลู อ่นื ๆ ทจี่ ำเปน็ และหลงั การสำรวจ
ได้มีการตรวจความครบถ้วนสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุกฉบับ (รูปที่ 3.5.1-3 แสดงภาพการสัมภาษณ์ตัวแทน
ครวั เรือนเพื่อรวบรวมข้อมูลเศรษฐกจิ สังคม)

7. การประมวลผลและนำเสนอผลการศึกษา
การประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอผลการศึกษา ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดย

จัดทำคู่มอื การลงรหัสเพอ่ื เปล่ียนขอ้ มลู จากแบบสอบถามมาเป็นรหสั แล้วบันทกึ ข้อมลู และตรวจสอบความถูกตอ้ งของ
รหสั ข้อมูลทงั้ หมดกอ่ น จากนั้นจงึ วิเคราะหข์ อ้ มูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพวิ เตอร์ ส่วนสถิติท่ีใช้ในการศกึ ษา
วเิ คราะห์คร้งั นี้ ไดแ้ ก่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลย่ี แสดงผลการศึกษาและวเิ คราะห์ข้อมลู ในรูปของตารางและนำผลที่ได้มา
เขยี นรายงานเพอื่ สรุปผลทางดา้ นเศรษฐกิจและสังคมของประชากรในพนื้ ทีศ่ ึกษา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-302 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

3) ผลการศึกษาทบทวนด้านเศรษฐกิจ-สังคม บรเิ วณพื้นท่ศี กึ ษา

(1) ผลการรวบรวมและทบทวนข้อมลู

สภาพเศรษฐกิจสงั คมในภาพรวมของจงั หวดั

ผลิตภณั ฑ์มวลรวมจงั หวดั พัทลงุ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดพัทลุง (ตารางที่ 3.4.1-2) ณ ราคาประจำปี ปี 2560 โดยเฉล่ีย
สาขาการเกษตร การป่าไม้ และการประมง มีสัดส่วนสูงท่ีสุดร้อยละ 32.67 ของสัดส่วนเฉลี่ยทั้ง 19 สาขา รองลงมา
ได้แก่ สาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ และจักรยานยนต์ สาขาการผลติ อุตสาหกรรม มีสัดส่วน
ร้อยละ 13.51 และ 10.81 ตามลำดับ ในปี 2560 จังหวัดพัทลุงมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ณ ราคาประจำปีทั้งส้ิน
36,479 ล้านบาท สูงขึน้ จากปี 2559 จำนวน 70 ล้านบาท โดยมผี ลิตภณั ฑม์ วลรวมจังหวดั ต่อคนต่อปี เท่ากับ 71,298
บาท ลดลงจากปี 2559 จำนวน 699 บาท (0.97%) เป็นลำดับท่ี 13 ของภาค และลำดับที่ 60 ของประเทศ รายได้
ส่วนใหญ่ของจังหวัดพัทลุง มาจากผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา ข้าว ผัก ผลไม้ และปศุสัตว์ รวมทั้ง
ประมง ทง้ั น้ี เพราะศกั ยภาพโดยรวมเหมาะแก่การเกษตร

ตารางท่ี 3.4.1-2 ผลิตภัณฑ์ของจงั หวดั จำแนกตามสาขาการผลติ พ.ศ. 2558 - 2560

สาขาการผลิต มูลคา่ (ลา้ นบาท)
พ.ศ. 2558r พ.ศ. 2559r พ.ศ. 2560p
ภาคเกษตร
เกษตรกรรม การปา่ ไม้ และการประมง 10,662 11,892 11,917
ภาคนอกการเกษตร 10,662 11,892 11,917
การทำเหมอื งแร่และเหมอื งหนิ 21,534 24,657 24,562
การผลิตอุตสาหกรรม 111 199 224
ไฟฟ้า กา๊ ซ และระบบปรับอากาศ 3,129 3,358 3,943
การประปาและการจดั การของเสีย 460 491 509
การก่อสร้าง
การขายส่ง การขายปลีก การซอ่ มยานยนต์และจกั รยานยนต์ 78 82 96
การขนส่ง และสถานทเี่ กบ็ สนิ คา้ 1,618 1,587 1,422
ท่ีพกั แรมและบรกิ ารด้านอาหาร 3,915 4,638 4,930
ข้อมลู ข่าวสารและการสอื่ สาร 631 672 737
การเงนิ และการประกนั ภัย 100 115 125
กิจกรรมเกีย่ วกับอสงั หาริมทรัพย์ 503 306 318
กจิ กรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกจิ กรรมทางวชิ าการ 2,753 3,202 3,300
กจิ กรรมการบรหิ ารและบริการสนบั สนนุ อืน่ ๆ 1,422 2,187 1,730
การบรหิ ารราชการ การป้องกนั ประเทศฯ 17 21 20
การศึกษา 81 86 96
1,619 2,296 1,837
3,581 3,754 3,560

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-303 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

สาขาการผลติ มลู ค่า (ลา้ นบาท)
พ.ศ. 2558r พ.ศ. 2559r พ.ศ. 2560p

กิจกรรมดา้ นสุขภาพ และงานสงั คมสงเคราะห์ 1,236 1,370 1,405

ศลิ ปะ ความบนั เทงิ และนนั ทนาการ 42 53 63

กจิ กรรมการบริการด้านอน่ื ๆ 236 241 246

ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Products) 32,195 36,549 36,479

ผลติ ภณั ฑจ์ งั หวดั ตอ่ บุคคล (บาท) GPP Per Capita (Baht) 63,963 71,997 71,298

ประชากร (1,000 คน) 503 508 512

ทม่ี า : บรรยายสรปุ จังหวดั พัทลงุ 2562

หมายเหตุ : r หมายถงึ Revised หรอื การปรบั ปรงุ ขอ้ มลู ยอ้ นหลงั

p หมายถงึ Preliminary หรือ ค่ารายปที ไ่ี ดร้ บั จากการประมวลผลขอ้ มูลเบื้องต้น

รายได้ ค่าใชจ้ ่าย และภาระหนสี้ ินของครวั เรอื น

จากข้อมลู ในแผนพัฒนาจงั หวัดพทั ลุง (2561-2565) พบว่า ในภาพรวมท้งั จังหวัดมีรายได้เฉลี่ยรวม
72,629.89 บาทต่อคนต่อปี อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยมากท่ีสุด ได้แก่ อำเภอกงหรา 98,016.66 บาทต่อคนต่อปี ส่วน
อำเภอที่มรี ายได้เฉล่ียน้อยท่ีสุด ได้แก่ อำเภอป่าพะยอม 55,015.22 บาทต่อคนต่อปี สำหรับอำเภอตะโหมด มีรายได้
บุคคลเฉล่ีย 64,487.33 บาทต่อคนต่อปี และอำเภอปา่ บอน มีรายไดบ้ ุคคลเฉลี่ย 63,918.38 บาทต่อคนต่อปี จัดเป็น
อันดบั ที่ 6 และ 7 ของจงั หวัด ตามลำดบั รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.4.1-3

ตารางท่ี 3.4.1-3 รายได้ ค่าใช้จา่ ย และภาระหนี้สินของครวั เรือน

ลำดบั ท่ี อำเภอ รายไดเ้ ฉล่ยี ตอ่ ปี (บาท)

ครวั เรือนเฉลี่ย บคุ คลเฉลี่ย

1 กงหรา 315,556.51 98,061.66
2 เมอื งพัทลุง
3 ศรนี ครินทร์ 222,687.81 88,197.40
4 ควนขนุน
5 บางแก้ว 189,173.11 76,176.55
6 ตะโหมด
7 ป่าบอน 194,133.77 73,869.18
8 ปากพะยนู
9 ศรบี รรพต 202,211.12 70,339.27
10 เขาชยั สน
11 ป่าพะยอม 183,277.45 64,487.33

เฉล่ยี ภาพรวมจงั หวัด 191,220.29 63,918.38

197,772.99 63,463.52

177,554.07 61,005.13

167,812.18 60,705.41

161,431.11 55,015.22

202,244.27 72,629.89

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-304 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวง
ดิจิทลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสงั คมรายได้โดยเฉลี่ยต่อเดอื นต่อครวั เรอื น ของจังหวัดพทั ลุง ในปี 2562 (20,084.91 บาทต่อ
เดือนต่อครัวเรือน) ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560 (20,508.68 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน) ค่าใช้จ่ายเฉล่ียต่อเดือนของ
ครัวเรือน หมายถึง ค่าใช้จ่ายเฉล่ียท่ีจำเป็นต้องใช้ในการยังชีพ โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายประเภทสะสมทุน เช่น
การซ้อื บ้าน ท่ีดนิ เป็นต้น ในปี 2562 (15,848.77 บาทต่อเดือนตอ่ ครัวเรือน) ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560 (16,807.88
บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน) ส่วนภาระหนี้สินต่อครัวเรือนท้ังส้ิน ในปี 2562 เฉลี่ย 205,324.05 บาทต่อครัวเรือน
เพ่ิมขึ้นจากปี 2560 (เฉล่ีย 183,717.82 บาทต่อครัวเรอื น) รอ้ ยละ 11.76 ภาระหนี้สินส่วนใหญ่ ร้อยละ 34.23 เพ่ือ
ใช้ซ้ือ/เช่าซื้อบ้านและท่ีดิน รองลงมาร้อยละ 32.07 เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ร้อยละ 15.99 เพื่อใช้ทำธุรกิจท่ี
ไม่ใชก่ ารเกษตร และร้อยละ 14.03 เพ่ือใช้ทำการเกษตร แสดงดังตารางท่ี 3.4.1-4

ตารางที่ 3.4.1-4 หนี้สนิ เฉล่ยี ตอ่ ครวั เรือน จำแนกตามวัตถปุ ระสงคข์ องการกยู้ มื จังหวัดพัทลงุ 2560 - 2562

ภาระหน้สี ิน จำนวนเงนิ (บาท) ร้อยละ

ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2562 เปลย่ี นแปลง สดั ส่วน (2562)

เพื่อใชจ้ ่ายในครวั เรอื น 72,416.77 65,857.30 -9.06 32.07

เพอ่ื ใชท้ ำธรุ กจิ ทีไ่ มใ่ ช่การเกษตร 17,084.76 32,840.24 92.22 15.99

เพอ่ื ใช้ทำการเกษตร 27,618.83 28,803.48 4.29 14.03

เพื่อใชใ้ นการศกึ ษา 2,675.35 3,452.86 29.06 1.68

เพอ่ื ใชซ้ อื้ /เชา่ ซอ้ื บา้ นและทดี่ นิ 59,946.84 70,280.26 17.24 34.23

อน่ื ๆ 3,975.28 4,089.92 2.88 1.99

หนีส้ นิ ทงั้ ส้ิน 183,717.82 205,324.05 11.76 100.00

ทีม่ า: การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครวั เรือน สำนักงานสถิติแหง่ ชาติ กระทรวงดิจทิ ัลเพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม

แรงงาน

ปี 2561 จังหวัดพัทลุงมีประชากรผู้อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15 ปีขึ้นไป) จำนวน 413,289 คน เป็น
เพศหญิง 217,374 คน (ร้อยละ 52.60) เพศชาย 195,915คน (ร้อยละ 47.40) ขณะที่ผู้มีอายุต่ํากว่า 15 ปี ข้ึนไป มี
จำนวน 102,133 คน โดยกลุ่มผู้อยู่ในวัยทำงาน (ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) จำนวน 413,289 คน พบว่า เป็นผู้อยู่ในกำลัง
แรงงาน 302,418 คน จำแนกเป็นผู้มีงานทำ 301,033 คน (ร้อยละ 99.54ของกำลังแรงงานทั้งหมด) ขณะที่ผู้ว่างงาน
มีจำนวน 1,320 คน (อัตราการว่างงานรอ้ ยละ 0.4) และแรงงานที่รอฤดกู าล 66 คน (ร้อยละ 0.02) ขณะทีผ่ ทู้ ไี่ ม่อย่ใู น
กำลังแรงงาน มีจำนวน 110,871 คน พบว่าเป็นผู้ทำงานบ้าน จำนวน 26,756 คน (ร้อยละ 24.13) เรียนหนังสือ
จำนวน 28,386 คน (รอ้ ยละ 25.60) และอ่ืนๆ จำนวน 55,728 (ร้อยละ 50.27)

ผู้มีงานทำในจังหวัดพัทลุง จำนวน 301,033 คน พบว่าทำงานในภาคเกษตรกรรม 162,757 คน
ร้อยละ 54.07 ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม 138,276 คน ร้อยละ 45.93 ซึ่งกลุ่มผู้ทำงานนอกภาคเกษตรทำงานใน
อตุ สาหกรรมการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ มากที่สุด จำนวน 36,926 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 26.70 รองลงมา คืออุตสาหกรรมการผลติ จำนวน 24,849 คน (ร้อยละ 17.97) อตุ สาหกรรมโรงแรม

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-305 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน

และอาหาร จำนวน 17,339 (ร้อยละ 12.54) การก่อสร้าง จำนวน 14,081 คน (ร้อยละ 10.18) และการบริหาร
ราชการและปอ้ งกันประเทศ 13,915 คน (รอ้ ยละ 10.06)

ประชากร

จากข้อมูลสถิติประชากรศาสตร์ ประชากรและเคหะ ในปพี .ศ. 2562 จงั หวดั พทั ลุงมีประชากร รวม
524,865 คน เป็นเพศชาย 255,838 คน และเพศหญิง 269,027 คน คดิ เป็นสัดสว่ นเพศชายต่อเพศหญิง ประมาณ 1
ต่อ 1.05 มีจำนวนบ้านท้ังหมด 194,209 หลัง คิดเป็นอัตราประชากรต่อหลังได้ประมาณ 2.7 คนต่อหลัง ประชากร
สว่ นใหญ่ร้อยละ 63.76 อยู่ในวัยแรงงาน (15-59 ปี) รองลงมาร้อยละ 18.28 เป็นวัยสงู อายุ (60 ปขี ึ้นไป) และร้อยละ
17.23 เปน็ วยั เด็ก (0-14 ปี)

ตารางที่ จำนวนและสัดส่วนประชากรจากการทะเบียน จำแนกตามกลุ่มอายุ (วัยเด็ก วัยแรงงาน วัยสูงอายุ) เพศ
จงั หวดั พทั ลุง

เพศ กลุ่มอายุ (ปี) ปี พ.ศ. 2562

รวม รวม จำนวน สัดสว่ น
วยั เด็ก (0-14 ป)ี
วยั แรงงาน (15-59 ป)ี 524,865 100.00
วัยสงู อายุ (60 ปีขึ้นไป)
จำแนกอายุไม่ได้ 90,442 17.23

ชาย รวม 334,677 63.76
วยั เดก็ (0-14 ปี)
วัยแรงงาน (15-59 ปี) 95,933 18.28
วัยสงู อายุ (60 ปขี น้ึ ไป)
จำแนกอายุไมไ่ ด้ 3,813 0.73

หญิง รวม 255,838 100.00
วัยเด็ก (0-14 ปี)
วัยแรงงาน (15-59 ป)ี 46,359 18.12
วัยสูงอายุ (60 ปขี ึ้นไป)
จำแนกอายุไม่ได้ 166,246 64.98

ทมี่ า http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx 41,159 16.09

การศกึ ษา 2,074 0.81

269,027 100.00

44,083 16.39

168,431 62.61

54,774 20.36

1,739 0.65

จังหวัดพัทลุงมีการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
มัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ และระดับอุดมศึกษา โดยในปี พ.ศ. 2562 มีสถานศึกษาจำนวน
597 แห่ง นักเรียน/นักศึกษาจำนวน 103,224 คน จำนวนห้องเรียน 4,470 ห้อง และจำนวนครู/อาจารย์ 5,768 คน

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-306 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

สถานศกึ ษาในระดับอดุ มศกึ ษาได้แก่ มหาวทิ ยาลัยทักษณิ วทิ ยาเขตพทั ลุง วทิ ยาลัยเทคนิคพัทลุง วทิ ยาลัยเกษตรและ
เทคโนโลยีพัทลุง และวิทยาลัยนาฏศิลปพทั ลุง นอกจากนั้นยังมีการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย ซ่งึ มี
ศูนย์การศึกษาประจำอำเภอจำนวน 11 อำเภอ มีศนู ย์ศึกษาประจำตำบล 65 ตำแหน่ง ศูนย์การเรียนรู้ชมุ ชน 8 แห่ง
หอ้ งสมุดประจำอำเภอ 11 แหง่ และหอ้ งสมุดเฉลมิ พระเกียรติ 1 แหง่

จากการวิเคราะหข์ ้อมูลความจำเปน็ พ้ืนฐาน (จปฐ.) ปี 2562 ดำเนนิ การจดั เกบ็ ขอ้ มูลจากครวั เรอื น
ท่ีมีผู้อาศัยอยู่จริง ครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีทั้ง 11 อำเภอ 73 ตำบล/เทศบาล 794 หมู่บ้าน/ชุมชน พบว่า ประชากรส่วน
ใหญจ่ บการศกึ ษาภาคบงั คับ (ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4,ป.7,ป.6) จำนวน 159,398 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 42.905 รองลงมา
จบการศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.ศ.1-3,ม.1-3) จำนวน 57,059 คน คิดเปน็ ร้อยละ 15.36

การศาสนา

จังหวัดพัทลุงมีวัดในพุทธศาสนา 246 วัด สำนักสงฆ์ 51 แห่ง ที่พักสงฆ์ 27 แห่ง มัสยิด 99 แห่ง
และโบสถ์คริสต์ 2 แห่ง ข้อมูลในปี พ.ศ.2561 มีผู้นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 461,389 คน คิดเป็นร้อยละ 87.88
ศาสนาอิสลาม จำนวน 62,917 คน คิดเป็นร้อยละ 11.98 ศาสนาคริสต์ จำนวน 686 คน คิดเป็นร้อยละ 0.13 และ
อน่ื ๆ 52 คน คิดเปน็ ร้อยละ 0.01 (ที่มา : สำนกั งานวฒั นธรรมจังหวัดพทั ลงุ , สำนักงานพระพทุ ธศาสนาจังหวดั พทั ลุง)

วฒั นธรรม
ประเพณวี ฒั นธรรม
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามกรอบจารีตประเพณีและปฏิบัติตาม
แนวทางที่ศาสนากำหนด ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถ่ินถูกถ่ายทอดโดยกิจกรรมทางศาสนาท่ีประชาชนนับถือ โดย
เป็นการถ่ายทอดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง จึงทำให้ประเพณีและวัฒนธรรมของพ่ีน้องชาวพัทลุง มี
เอกลักษณ์เฉพาะถนิ่ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับพิธีกรรมทางศาสนา ความเชอื่ ดา้ นวัฒนธรรมดังน้ี
1. พิธีกรรมด้านศาสนา เช่น ชักพระ (ลากพระ) สงกรานต์ (ทำบุญ, รดนา้ํ ดำหัวผูใ้ หญ่) เขา้ พรรษา
ออกพรรษา ลอยกระทง
2. ความเชือ่ มคี วามเช่ือเร่ืองภพ สวรรค์ นรก เทวดา ครูหมอ ไสยศาสตร์ ฤกษ์ยาม
3. พิธีกรรมทำบุญขนึ้ ปีใหม่ พิธจี ัดงานศพ งานบวช โนราโรงครู ไหว้เจา้ ท่ีทำขวญั ขา้ ว สะเดาะเคราะห์
4. ประเพณีในท้องถิ่น ส่วนมากเก่ียวข้องกับกิจกรรมด้านศาสนา เช่น การแต่งกายการแต่งงาน
งานศพ สงกรานต์ (วันว่าง) ทำบุญเดือนสิบ (ชิงเปรต)
5. การละเล่นพื้นบ้าน การละเล่นของเด็ก เช่น เสือกินวัว วนั ตูสม การเล่นเสยี่ งทาย ไล่จับ ซ่อนหา
เล่นตี่ ข่ีม้าส่งเมือง ส่วนการละเล่นของผู้ใหญ่ ได้แก่ กีฬาพ้ืนบ้าน เช่น กีฬาชนไก่ ชนวัว แข่งโพน ซัดต้ม แข่งว่าว
ดนตรีพ้ืนบ้าน เช่น โพน, กาหลอ, กลองยาว เพลงพื้นบ้าน เช่น เพลงกล่อมเด็ก (กล่อมให้เด็กนอน) เพลงปลอบเด็ก
(ปลอบเด็กเมื่อเด็กไมส่ บายหรอื หวิ นม) การแสดงพน้ื บ้าน เช่น หนังตะลงุ โนรา ลเิ กปา่
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ได้แก่ ประเพณีแข่งโพน ลากพระ (วันแรม 1 ค่ํา เดือน
11) ประเพณีทำบญุ เดือนสบิ (ชิงเปรต)
ดา้ นความมนั่ คง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-307 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน

ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความม่ันคงแห่งชาติ ( พ.ศ.2561-2564) กำหนดให้จังหวัด
กำหนดพนื้ ท่เี ปา้ หมายในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความมนั่ คงแห่งชาติ ยึดแนวพระราชดำริ
การพัฒนาเพ่ือเสรมิ ความมน่ั คงตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และยทุ ธศาสตรแ์ นวทางการดำเนนิ งาน เขา้ ใจ
เข้าถึง พัฒนา ตามศาสตร์พระราชา รวมท้ังแนวทางการพัฒนาท่ีกำหนดไว้ ในยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-
2580) นโยบายและแผนระดบั ชาติว่าดว้ ยความม่ันคงแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2564) และแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม
แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) เป็นกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับภูมิสังคม เน้นการเสริมสร้าง
ภูมิคมุ้ กันของ คน ชมุ ชน และการพัฒนาพ้ืนท่เี ปา้ หมาย

เพ่ือให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว จังหวัดพัทลุงได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญ
ของพื้นท่ีเป้าหมาย นำเสนอคณะอนุกรรมการจัดทำแผนด้านความมั่นคงจังหวัดพัทลุง พิจารณาโดยเห็นชอบให้
ประกาศพนื้ ท่ีเปา้ หมายการพัฒนาเพอ่ื เสรมิ สร้างความมน่ั คง ดงั น้ี

1.พื้นที่เป้าหมายดา้ นยาเสพตดิ ไดแ้ ก่
1.1 อำเภอเมืองพัทลุง พน้ื ที่ตำบลทา่ แค ตำบลตำนาน ตำบลควนมะพรา้ ว ตำบลรม่ เมือง และตำบล

คหู าสวรรค์ (เขตเทศบาลเมอื งพทั ลุง)
1.2 อำเภอกงหรา พน้ื ที่ตำบลชะรัด และตำบลคลองเฉลมิ
1.3 อำเภอเขาชยั สน พนื้ ที่ตำบลเขาชัยสน และตำบลโคกม่วง
1.4 อำเภอตะโหมด พื้นที่ตำบลคลองใหญ่
1.5 อำเภอควนขนุน พื้นท่ีตำบลทะเลน้อย ตำบลพนมวงั ก์ ตำบลโตนดดว้ น ตำบลมะกอกเหนือ และ

ตำบลพนางตุง
1.6 อำเภอปากพะยนู พน้ื ท่ตี ำบลดอนประดู่ และตำบลเกาะหมาก
1.7 อำเภอศรบี รรพต พนื้ ทตี่ ำบลเขายา่
1.8 อำเภอป่าบอน พน้ื ทีต่ ำบลหนองธง
1.9 อำเภอบางแก้ว พน้ื ทต่ี ำบลท่ามะเด่ือ และตำบลนาปะขอ
1.10 อำเภอปา่ พะยอม พน้ื ท่ตี ำบลปา่ พะยอม

2.พน้ื ท่ีเปา้ หมายดา้ นสาธารณภัย ไดแ้ ก่
2.1 อำเภอเมืองพทั ลุง พื้นท่ตี ำบลชยั บุรี ตำบลลำปำ ตำบลพญาขัน ตำบลปรางหมู่ ตำบลควนมะพรา้ ว

ตำบลรม่ เมอื ง และตำบลนาโหนด
2.2 อำเภอศรนี ครนิ ทร์ พืน้ ทีต่ ำบลชมุ พล ตำบลบ้านนา ตำบลลำสนิ ธ์ุ และตำบลอา่ งทอง
2.3 อำเภอตะโหมด พนื้ ทตี่ ำบลตะโหมด ตำบลแม่ขรี และตำบลคลองใหญ่
2.4 อำเภอกงหรา พนื้ ท่ตี ำบลชะรดั ตำบลคลองเฉลมิ ตำบลกงหรา และตำบลคลองทรายขาว
2.5 อำเภอบางแกว้ พนื้ ทต่ี ำบลท่ามะเดื่อ ตำบลนาปะขอ และตำบลโคกสกั
2.6 อำเภอศรีบรรพต พ้ืนที่ตำบลเขาปู่ ตำบลตะแพน และตำบลเขายา่
2.7 อำเภอปากพะยนู พน้ื ทีต่ ำบลปากพะยนู ตำบลดอนประดู่ ตำบลฝาละมี ตำบลหารเทา ตำบลดอน

ทราย ตำบลเกาะหมาก และตำบลเกาะนางคำ
2.8 อำเภอเขาชัยสน พื้นที่ตำบลโคกม่วง ตำบลควนขนนุ ตำบลหานโพธิ์ ตำบลจองถนน และตำบลเขาชัยสน

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-308 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน

2.9 อำเภอควนขนนุ พืน้ ทตี่ ำบลควนขนนุ ตำบลชะมวง ตำบลมะกอกเหนอื ตำบลดอนทราย ตำบลนา
ขนาด ตำบลพนมวังก์ ตำบลแพรกหา ตำบลโตนดด้วน ตำบลพนางตุง ตำบลทะเลน้อย ตำบลแหลมโตนด และตำบลปันแต

2.10 อำเภอปา่ พะยอม พนื้ ทีต่ ำบลปา่ พะยอม ตำบลบา้ นพร้าว ตำบลเกาะเต่า และตำบลลานขอ่ ย
2.11 อำเภอปา่ บอน พน้ื ท่ีตำบลปา่ บอน ตำบลโคกทราย ตำบลหนองธง ตำบลทงุ่ นารี และตำบลวังใหม่
3.พื้นท่ีเปา้ หมายดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ
3.1 อำเภอป่าพะยอม พน้ื ท่ีตำบลลานข่อย
3.2 อำเภอศรบี รรพต พ้ืนทตี่ ำบลเขาปู่ และตำบลตะแพน
3.3 อำเภอศรีนครนิ ทร์ พนื้ ทตี่ ำบลบา้ นนา
3.4 อำเภอกงหรา พ้นื ท่ีตำบลกงหรา ตำบลคลองเฉลิม และตำบลคลองทรายขาว
3.5 อำเภอป่าบอน พนื้ ที่ตำบลหนองธง
3.6 อำเภอควนขนุน พนื้ ท่ตี ำบลพนางตุง และตำบลทะเลนอ้ ย
3.7 อำเภอปากพะยนู พนื้ ทตี่ ำบลเกาะหมาก
4. พน้ื ทเี่ ปา้ หมายดา้ นแรงงานตา่ งดา้ ว
4.1 อำเภอเมอื งพทั ลุง
4.2 อำเภอเขาชยั สน
4.3 อำเภอป่าบอน
สภาพเศรษฐกจิ สังคมบริเวณพนื้ ทศี่ ึกษา
พื้นท่ีโครงการต้ังอยู่บริเวณพ้ืนท่ีตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง และมีบริเวณพ้ืนที่รับ
ประโยชน์ได้แก่ บริเวณพ้ืนที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และตำบลคลองใหญ่ อำเภอ ตะโหมด จังหวัดพัทลุง จาก
การทบทวนข้อมลู ดา้ นเศรษฐกิจสงั คมของพน้ื ทท่ี ้ัง 2 ตำบล 2 อำเภอ สรปุ ได้ดงั นี้
(1) องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลหนองธง

(1) เขตปกครองและประชากร
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง มีเน้ือที่มีเน้ือที่ทั้งหมดประมาณ 75.792 ตารางกิโลเมตร

หรือประมาณ 47,370 ไร่ ครอบคลุมจำนวนหมู่บ้าน 9 หมู่ หมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่งตำบลเต็มทั้งหมู่บ้าน
จำนวน 6 หมู่ ได้แก่ หมู่ท่ี 1, หมู่ที่ 2, หมู่ท่ี 4, หมู่ที่ 5, หมู่ท่ี 6 และหมู่ที่ 9 และหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่ง
ตำบลบางสว่ น 3 หมู่ ได้แก่ หมู่ท่ี 3, หมทู่ ่ี 7 และ หมู่ที่ 8 มปี ระชากร ทั้งสิ้น จำนวน 8,630 คน เป็นเพศชาย จำนวน
4,312 คน และ เพศหญิง จำนวน 4,318 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแน่นประชากร ประมาณ 114 คนต่อ
ตารางกิโลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกิจ
ประชากรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็น

หลัก รองลงมามีอาชีพรับจ้างทางการเกษตร อาชีพค้าขาย รับจ้างท่ัวไป และรับราชการบ้างเล็กน้อย อาชีพทาง
การเกษตรท่ีสำคัญ คือการทำสวนยางพารา ทำนา ทำสวนผลไม้ และพืชไร่ ประเภทของพืชท่ีปลูก ได้แก่ ยางพารา
ปาลม์ (เลก็ น้อย) และผลไม้ เชน่ สละ ทุเรียน มงั คุด เป็นต้น มกี ารประกอบอาชีพการค้าขายภายในหมู่บา้ น เช่น ร้าน
ขายของชำ รา้ นซอ่ มรถ โรงสีข้าว รา้ นตัดผม รา้ นเสริมสวย เปน็ ตน้

(3) การศึกษา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-309 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

ในเขตองค์การบริหารสว่ นตำบลหนองธง มีศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ จำนวน 5 แหง่ ศูนย์พัฒนาเด็ก
เลก็ บา้ นเหมอื งตะกั่ว ศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กบ้านหนองธง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหลักสบิ ศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านทงุ่ ค่าย
และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑป์ ระจำมสั ยดิ บ้านหนองธง

มโี รงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 3 โรงเรียน คอื โรงเรียนบา้ นเหมืองตะก่ัว (ขยายโอกาส
การศึกษา) หมู่ที่ 1 บ้านเหมืองตะกั่ว โรงเรียนบ้านหนองธง (ขยายโอกาสการศึกษา) หมู่ที่ 2 บ้านหนองธง และ
โรงเรยี นมิตรมวลชน 1 หมูท่ ่ี 6 บา้ นเขาจันทร์

มีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 3 แห่ง คือ โรงเรียนนูรุ้ลอิสลามหนองธง หมู่ท่ี 2 บ้าน
หนองธง โรงเรยี นภกั ดอี นุสรณ์ หมูท่ ี่ 2 บ้านหนองธง และโรงเรียนอะมาดยิ ะห์ หมู่ท่ี 6 บา้ นเขาจันทร์

(4) การนับถือศาสนา
ประชากรสว่ นใหญ่ ประมาณร้อยละ 60 นับถอื ศาสนาพุทธ ส่วนอีกร้อยละ 40 นับถอื ศาสนา

อิสลาม
ศาสนสถานในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ประกอบด้วย วัด จำนวน 1 แห่ง คือ

วดั หลักสิบ มัสยิด จำนวน 7 แห่ง ต้ังอยู่หมู่ที่ 1, หมู่ท่ี 2 และ หมู่ที่ 6 และบาลาเสาะฮ์ จำนวน 2 แห่ง ต้ังอยู่หมู่ที่ 1
และ หมู่ท่ี 2

(5) การสาธารณสุข
มโี รงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองธง 1 แห่ง ตั้งอยทู่ ่ีหมู่ที่ 2 และมีศูนย์สาธารณสุขมูล

ฐานชุมชนในทุกหมู่บา้ น
(6) ความปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สิน
มีปอ้ มสายตรวจตำรวจ 1 แหง่ ต้ังอยู่หมทู่ ี่ 1 และชดุ รักษาความปลอดภัยหมูบ่ า้ นทกุ หมู่บ้าน
(7) การบริการด้านพนื้ ฐาน
การคมนาคม มีทางหลวงชนบท หมายเลข 4122 บ้านป่าบอน – โล๊ะจังกระ ส่วนเส้นทาง

คมนาคมที่ใช้สญั จรภายในหม่บู ้านหรอื ระหว่างหม่บู ้าน ส่วนใหญจ่ ะเป็นถนนลกู รงั และหินคลุก จะมีบางหมบู่ ้านท่ีได้มี
การกอ่ สรา้ งถนนคอนกรีตภายในหมูบ่ า้ น

การโทรคมนาคมและการสื่อสาร มีการให้บริการโทรคมนาคมส่อื สาร แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นท่ี
ทั้งหมดของตำบล มีหอกระจายขา่ วประจำหมู่บ้าน จำนวน 9 หมูบ่ า้ น

การไฟฟ้า มีการให้บริการไฟฟ้าครัวเรือนครอบคลมุ เกอื บทั้งตำบล จะมีบางครวั เรือนท่ียังไม่มี
ไฟฟ้าใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค แต่ได้ดำเนินการประสานงานกับสำนักงานการไฟฟ้าเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป
และนอกจากนี้ยังไดม้ ีการขยายเขตไฟฟา้ สาธารณะ (ไฟส่องสวา่ ง) ครอบคลมุ ทกุ หมูบ่ า้ น

การประปา มีการให้บริการประปาหมู่บ้าน มีถังกักเก็บน้ำประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ประปา
ภูเขา ได้ใช้ประโยชน์

แหลง่ นำ้ มีสระน้ำ รพช. 1 แห่ง ต้ังอยหู่ มทู่ ่ี 6 บ้านเขาจนั ทร์
(8) การรวมกลุ่มของประชาชน

กลมุ่ ออมทรัพย์ 11 กลมุ่ ไดแ้ ก่
1. กล่มุ สัจจะออมทรัพย์ หมทู่ ี่ 1
2. กลุ่มสัจจะออมทรพั ย์ หมู่ท่ี 2

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-310 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั


Click to View FlipBook Version