The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peet Warapat, 2022-07-27 01:47:43

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

สถานที่ เวลา ในบา้ น/อาคาร จำนวน นอกบ้าน/อาคาร จำนวน
Anopheles vagus 1 Mansonia bonneae 1
สถานที ่ี 3 Coquilletidia crassipes 1
บ้านพรนุ ายขาว 18.00-19.00 Aedes albopictusMale Anopheles vagus 1
Aedes albopictus 3 Armigeres subalbatus 3
Armigeres subalbatus 6 Aedes albopictus 8
Culex quinquefasciatus 5 Culex quinquefasciatus 2
Culex pseudovishnui 2 Culex pseudovishnui 4
Mansonia indiana 1 Culex fascocephala 1
2 Mansonia indiana 3
19.00-20.00 Aedes albopictus Coquilletidia crassipes 1
Culex quinquefasciatus 2 Aedes albopictus 5
Culex pseudovishnui 30 Culex quinquefasciatus 31
Mansonia indiana 4 Culex pseudovishnui 18
21 Culex whitei 2
Culex fascocephala 1
Mansonia indiana 30

ตารางที่ 3.4.3-48 ชนิดของยุงท่ีมศี ักยภาพเปน็ พาหะนำโรค

กล่มุ ยงุ พาหะนาโรค

Armigeres subalbatus มีโอกาสทีจ่ ะเปน็ พาหะนำโรคDirofilariasis ในสนุ ัข แมว
Ades aegipti Dengue, chikungunya
Aedes albopictus Dengue, chikungunya
Aedes(Finlaya) poicilius Wuchereria bancrofti
Culex quinquefasciatus Japanese encephalitis, Wuchereria bancrofti, West Nile virus
Culex gelidus Japanese encephalitis
Culex fascocephala Japanese encephalitis
Culex pseudovishnui Japanese encephalitis
Culex whitei Non
Culex tenuipalpis Non
Anopheles vagus Non
Mansonia indiana Brugia malyi
Mansonia uniformis Brugia malyi
Mansonia bonneae Brugia malyi
Coquilletidia crassipes Non

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-456 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

ยงุ ท่ีจบั ได้รอการตรวจสอบชนดิ การตรวจสอบชนดิ ยงุ ด้วยกล้องจุลทรรศน์

ตวั อยา่ งยงุ ทไ่ี ด้จากการสำรวจ
รปู ท่ี 3.4.3-19 การตรวจแยกชนิดยุงพาหะ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-457 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

3) ผลการสำรวจคณุ ภาพนำ้ ด่ืม

การเกบ็ ตวั อยา่ งคณุ ภาพนำ้ ดม่ื จำนวน 10 ตัวอย่างในพื้นท่ีศกึ ษา วันท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
จุดเก็บตัวอย่างแสดงในตารางท่ี 3.4.3-49 และรูปที่ 3.4.3-20 ตัวอย่างน้ำด่ืมท่ีนำมาศึกษาและตรวจคุณภาพน้ำ
ได้แก่ น้ำดมื่ จากถงั และนำ้ ดม่ื ชุมชน

ตารางท่ี 3.4.3-49 แสดงจุดเกบ็ ตัวอยา่ งน้ำในพืน้ ทีศ่ ึกษา

ตวั อย่างที่ พ้นื ทีเ่ กบ็ ตัวอยา่ ง
1 บา้ นเหมอื งตะก่ัว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จงั หวดั พทั ลุง
2 บ้านเขาจนั ทร์ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จงั หวดั พทั ลงุ
3 บ้านเกาะยงู หมทู่ ่ี 5 ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จงั หวัดพทั ลงุ
4 บ้านโหละ๊ บา้ หมทู่ ี่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลุง
5 บ้านใหม่ หมทู่ ี่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวดั พัทลงุ
6 บ้านคลองใหญ่ หมทู่ ี่ 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพทั ลงุ
7 บา้ นสายคลอง หมูท่ ่ี 8 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลงุ
8 บา้ นปลักปอม หม่ทู ่ี 5 ตำบลแมข่ รี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลงุ
9 บ้านคลองปลกั ปอม หมู่ท่ี 10 ตำบลแมข่ รี อำเภอตะโหมด จังหวดั พัทลงุ
10 บ้านทุ่งหนกั ยอ หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพทั ลงุ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-458 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบัน

รูปท่ี 3.4.3-20 แผนท่ีแสดงจดุ เกบ็ ตัวอย่างน้ำเพอ่ื การอปุ โภคบริโภค

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-459 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบัน

ลักษณะของตัวอย่างน้ำทุกตัวอย่าง มีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน และไม่มีกลิ่น วิธีการเก็บ

ตัวอย่างน้ำสำหรับตรวจแสดงดังรูปที่ 3.4.3-21 ตัวอย่างน้ำจะนำมาตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ เคมี และ

ทางแบคทีเรีย โดยใช้วิธีวิเคราะห์ตาม Standard method for examination of water and wastewater, 23rd

Edition, 2017 ดงั ตารางที่ 3.4.3-50

ตารางที่ 3.4.3-50 การตรวจวัดคุณภาพนำ้ และวิธีวเิ คราะห์ท่ีใช้

ดชั นคี ณุ ภาพนำ้ วิธวี เิ คราะห/์ วิธีวดั *

สี (Colour) Visual Comparison Method

ความขนุ่ (Turbidity) Nephelometric Method

คา่ ความเปน็ กรด-ดา่ ง (pH) Electrometric Method

ความกระดา้ งทั้งหมด EDTA Titrimetric Method

(Total Hardness as CaCO3) Dried at 180oC
ปริมาณสารละลายทัง้ หมดทเี่ หลือจากการระเหย

(Total Dissoleved Solids; TDS)

สารหนู (As) Digestion, Hydride Generation/Atomic Absorption

Spectrometric Method

แคดเมยี ม (Cd) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

คลอไรด์ (Chloride as Chlorine) Ion Chromatography Method

ทองแดง (cu) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

เหลก็ (Fe) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ตะกัว่ (Pb) Digestion, Electrothermal Atomic Absorption Spectrometric

Method

แมงกานสี (Mn) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ปรอท (Hg) Digestion, Cold-Vapor Atomic Absorptiom Spectrometric

Method

ไนเตรต (Nitrate as Nitrogen) Ion Chromatography Method

ซิลิเนยี ม (Se) Digestion, Hydride Generation/Atomic Absorption

Spectrometric Method

ซัลเฟต (SO4) Ion Chromatography Method
สงั กะสี (Zn) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

ฟลอู อไรด์ (Fluoride as Fluorine) Ion Chromatography Method

ไซยาไนด์ (Cyanide) Colorimetric Method

โคลฟิ อรม์ แบคทีเรยี Most Probable Number Method

(Total Coliform Bacteria)

อ.ี โคไล (Escherichia coli; E.Coli) Most Probable Number Method

ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทเี รีย Most Probable Number Method

(Fecal Coliform Bacteria)

* Standard method for examination of water and wastewater, 23rd Edition, 2017

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-460 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

จากการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทางด้วยกายภาพ พบว่า ตัวอย่างน้ำจากทุกสถานีสำรวจ มีกลิ่น สี
ความขุ่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง และค่าความกระด้าง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลักษณะทางเคมี ได้แก่ ปริมาณ
สารละลายทั้งหมดที่เหลือจากการระเหย ค่าความเข้มข้นของโลหะหนัก (สารหนู แคดเมียม ทองแดง เหล็ก ตะกั่ว
แมงกานิส ปรอท และสงั กะสี) คลอไรด์ ไนเตรต ซลั เฟต และฟลอู อไรด์ อยูใ่ นเกณฑม์ าตรฐาน

ทั้งนี้พบว่ามีตัวอย่างน้ำจำนวน 5 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บจากถังเก็บนำ้ ดื่ม มปี ริมาณเชื้อแบคทีเรีย เกินที่
เกณฑ์มาตรฐานกำหนด ท้ังนี้ค่ามาตรฐานท่ีใช้เทียบ เป็นมาตรฐานของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ค่าดัชนี
คุณภาพน้ำด้านตา่ งๆ รายละเอียดแสดงดงั ตารางท่ี 3.4.3-51

ผลการตรวจวดั คณุ ภาพนำ้ พบวา่ เกอื บทกุ ดัชนีคณุ ภาพน้ำผา่ นเกณฑ์คุณภาพนำ้ ประปาดม่ื ได้ กรม
อนามัย พ.ศ.2563 ได้แก่ คุณภาพน้ำทางกายภาพ (สี ความขุ่น ความเป็นกรดด่าง) คุณภาพน้ำทางเคมีท่ัวไป
(ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด ความกระด้าง ซัลเฟต คลอไรด์ ไนเตรท ฟลูออไรด์) และ คุณภาพน้ำทางโลหะหนัก
(เหลก็ แมงกานสี ทองแดง สังกะสี ตะก่ัว แคดเมียม สารหนู ปรอท) ท้งั นี้พบว่าตวั อย่างที่ 3 4 และ 5 มีผลคุณภาพ
ดา้ นจุลนิ ทรีย์ เกนิ เกณฑม์ าตรฐาน ได้แก่ แบคทีเรียชนิดโคลิฟอร์ม มากกวา่ 2.2 MPN/100 ml ตรวจพบแบคทีเรีย
ชนิด อี.โคไล และ แบคทีเรียฟีคอลโคลิฟอร์ม ส่วนตัวอย่างที่ 7 และ 8 พบแบคทีเรียชนิดโคลิฟอร์ม มากกว่า 2.2
MPN/100 ml และ แบคทีเรยี ฟีคอลโคลฟิ อร์ม

แบคทเี รียชนิดโคลฟิ อร์ม (Coliform bacteria) และ แบคทีเรยี ฟีคอลโคลฟิ อรม์ (Fecal coliform
bacteria) เป็นจลุ ินทรีย์ใช้ในการประเมินคุณภาพนำ้ ทางแบคทีเรีย เป็นเครื่องชี้หรอื แสดงการปนเป้อื นของแบคทีเรีย
โดยการตรวจพบแบคทีเรียโคลฟิ อร์ม แสดงถงึ การปนเป้ือนด้วยอจุ จาระของคนหรือสัตว์เลือดอุ่น และยังพบไดใ้ นดิน
หรือปนเป้ือนมากับพืชผักหรือผลิตภัณฑ์อาหารทก่ี ารผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ การตรวจสอบฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย
เป็นการยืนยันการปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระ ส่วนเชื้ออี.โคไล เป็นเชื้อแบคทีเรียเด่นในกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม อยู่ใน
ลำไส้คนและสตั วเ์ ลอื ดอุ่น มีบางสายพันธท์ุ ำให้เกดิ โรคในคนได้

น้ำตัวอย่างท่ีเก็บจากหัวจ่ายน้ำโดยตรงและน้ำตัวอย่างจากถังเก็บน้ำที่ตรวจไม่พบเช้ือกลุ่มโคลิ
ฟอร์ม สันนิษฐานได้ว่า ปลอดภัยจากเช้ือแบคทีเรียปนเป้ือน ส่วนน้ำที่พบปริมาณเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน อาจมี
สาเหตุจาก ภาชนะเก็บน้ำปิดฝาไม่มิดชิด การหยิบจับด้วยมือที่ไม่สะอาดระหว่างการเก็บหรือการขนส่ง มีการ
ปนเปื้อนจากสิง่ แปลกแปลมเชน่ ดนิ หรอื พืช เป็นต้น

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-461 รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

ตัวอย่างที่ 1 ตวั อยา่ งท่ี 2

ตวั อยา่ งที่ 3 ตวั อย่างท่ี 4

ตัวอย่างท่ี 5 ตวั อย่างท่ี 6

รูปที่ 3.4.3-21 แสดงการเกบ็ ตวั อย่างนำ้ ดม่ื

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-462 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

ตวั อยา่ งที่ 7 ตวั อยา่ งท่ี 8

ตัวอยา่ งที่ 9 ตวั อย่างที่ 10

รูปที่ 3.4.3-21 แสดงการเกบ็ ตวั อย่างน้ำดื่ม (ต่อ)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-463 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบัน

ตารางที่ 3.4.3-51 แสดงผลการตรวจคณุ ภาพน้ำด่ืมในพ้ืนทีศ่ ึกษา

ดัชนีคณุ ภาพน้ำ หน่วย สถานี 1 สถานี 2 สถานี 3 สถานี 4 สถานี 5 สถานี 6 สถานี 7 สถานี 8 สถานี 9 สถานี 10 คา่ มาตรฐาน*
(เกณฑ์อนโุ ลมสงู สุด)/
Color Pt-Co <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0 <5.0
Turbidity Silica Scale Unit 0.0039 0.0221 0.0052 0.0052 0.0039 0.0026 0.0052 0.0039 0.0065 0.0039 20
5.0

pH - 8.5 7.4 6.5 7.0 6.8 7.0 7.4 7.4 6.9 6.7 6.5-8.5

Total Hardness as CaCO3 mg/l <3.0 <3.0 3.0 6.5 8.5 <3.0 8.0 4.0 14 5.0 100.0
Arsenic 0.05
Cadmium mg/l 0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 0.005
Chloride as Chlorine 250.0
Copper mg/l <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 <0.002 1.0

mg/l 0.4 4.7 0.4 0.8 1.0 0.6 1.0 1.1 3.3 0.9

mg/l <0.01 <0.01 <0.01 <0.01 <0.01 0.04 <0.01 <0.01 <0.01 <0.01

Iron mg/l 0.04 0.08 0.06 0.16 0.02 0.03 0.24 0.10 0.04 0.02 0.3

Lead mg/l 0.004 0.011 0.001 0.002 0.001 0.005 <0.001 0.006 <0.001 0.004 0.05

Manganese mg/l <0.01 <0.01 0.01 <0.01 <0.01 <0.01 0.02 <0.01 0.04 <0.01 0.05
Mercury 0.002
Nitrate as Nitrogen mg/l <0.0005 0.0014 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 <0.0005 0.0009 4.0

mg/l 0.09 0.11 0.08 0.08 0.10 0.14 0.09 0.09 0.12 0.09

Selenium mg/l <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 <0.001 0.01

Sulfate mg/l 0.3 1.0 0.3 0.5 0.7 0.4 0.7 0.6 0.5 0.5 250.0

Zinc mg/l 0.024 0.029 0.029 0.023 <0.015 0.064 0.015 0.016 0.027 <0.015 5.0

Fluoride as Fluorine mg/l <0.05 0.08 0.05 0.05 0.06 0.05 0.05 0.08 0.08 0.07 0.7**
0.1
Cyanide mg/l 0.001 0.001 0.001 <0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 2.2
None
Total Coliform Bacteria MPN/100 ml <1.8 <1.8 3,500 70 33 2.0 11 6.1 <1.8 <1.8

Escherichia Coli (E.Coli) MPN/100 ml None None 7.8 2.0 2.0 None None None None None

Total Dissolved Solids mg/l <50 <50 <50 <50 <50 <50 <50 54 51 <50 -

Fecal Coliform Bacteria MPN/100 ml <1.8 <1.8 400 7.8 7.8 <1.8 2.0 2.0 <1.8 <1.8 -

หมายเหตุ * ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 61 (พ.ศ.2524) เร่ือง น้ำบริโภคในภาชนะที่ปิดสนิท ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 157 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 24 กันยายน 2524 ซึ่งได้แก้ไขเพ่ิมเติมโดย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับท่ี 135 (พ.ศ.2534) เรอ่ื ง นำ้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ่ปี ดิ สนทิ (ฉบับที่ 2) ลงวันท่ี 26 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.2534 ตพี มิ พ์ในหนังสอื ราชกิจจานเุ บกษา เล่ม 108 ตอนที่ 61 ลงวนั ที่ 2 เมษายน 2534

** ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับที่ 6 พ.ศ.2553 เผยแพร่ในราชกจิ จานเุ บกษาเลม่ ท่ี 129 ตอนพเิ ศษ 67D ลงวนั ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2553 คณุ ภาพน้ำประปา กรมอนามยั (ปี 2543)

จุดเก็บตวั อย่างน้ำ สถานี 1 โครงการ ศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานี 2 บริเวณบ้านเขาจนั ทร์ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลุง

สถานี 3 บรเิ วณบ้านเกาะยงู หมู่ท่ี 5 ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน จังหวัดพทั ลุง สถานี 4 บรเิ วณบา้ นเลขท่ี 150 บ้านโหล๊ะบ้า หมทู่ ี่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลงุ

สถานี 5 บริเวณบ้านเลขท่ี 26 บา้ นใหม่ หมูท่ ี่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวดั พทั ลุง สถานี 6 บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ หมทู่ ่ี 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวดั พัทลุง

สถานี 7 บริเวณบา้ นเลขท่ี 112 หมู่ท่ี 8 บ้านสายคลอง ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพทั ลงุ สถานี 8 บริเวณบา้ นปลักปอม หมทู่ ่ี 5 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพทั ลงุ

สถานี 9 บรเิ วณบา้ นเลขท่ี 16 บ้านคลองปลกั ปอม หม่ทู ี่ 10 ตำบลแมข่ รี อำเภอตะโหมด จงั หวดั พทั ลงุ สถานี 10 บรเิ วณบา้ นเลขท่ี 136 บา้ นทงุ่ หนกั ยอ หมู่ที่ 10 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จงั หวัดพทั ลงุ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-464 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

3.4.4 การท่องเท่ียว กฬี า แหล่งนนั ทนาการ และสนุ ทรียภาพ

1) วัตถปุ ระสงค์

ศกึ ษาภาพรวมของแหล่งท่องเทยี่ วในบรเิ วณพน้ื ทโี่ ครงการ

(1) เพื่อศึกษาสถติ จิ ำนวน กจิ กรรม การท่องเทีย่ วในพน้ื ทโ่ี ครงการและพน้ื ที่ใกล้เคียง

(2) เพือ่ ประเมนิ สถานภาพและความสำคญั เบือ้ งตน้ ของแหลง่ ท่องเทย่ี วและการพักผอ่ นหยอ่ นใจในสถานที่
สำคัญทางทงั้ ในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหลง่ ศิลปวฒั นธรรมในเขตพน้ื ท่ีดำเนนิ โครงการ

(3) เพื่อประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้นตอ่ แหล่งท่องเทย่ี วและการพักผอ่ นหย่อนใจในสถานทส่ี ำคญั
ทางทัง้ ในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหล่งศลิ ปวฒั นธรรมในเขตพ้นื ทีด่ ำเนนิ โครงการ

2) วธิ กี ารศกึ ษา

รวบรวมข้อมูลการท่องเท่ียว พักผ่อนหย่อนใจ และสุนทรียภาพบริเวณพ้ืนท่ีโครงการและใกล้เคียง
จากเอกสารรายงาน หรือหน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง เช่น สำนักงาน ททท. การทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกับ
สถานท่ีท่องเที่ยวท้ังในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหล่งศิลปวัฒนธรรม จำนวนนักท่องเท่ียว กิจกรรม เส้นทาง
ทอ่ งเทย่ี ว สถติ ิ และแนวโน้มท่ผี า่ นมาท่มี คี วามสำคญั ในพน้ื ทีโ่ ครงการ

3) ผลการศึกษา

จากการสำรวจภาคสนาม เม่ือวันที่ 27 มิถุนายน 2563 พบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณพ้ืนที่ศึกษา
โครงการ ในระยะ 5 กิโลเมตร จากขอบเขตพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ มีสถานที่ท่องเท่ียวหลายแห่งและมีสถานที่ท่ีเป็น
ธรรมชาติ ภาพแหล่งท่องเท่ียวแสดงดังรูปที่ 3.4.4-1 และจุดท่ีต้ังของแหล่งท่องเที่ยวแสดงดังรูปท่ี 3.4.4-2
รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 3.4.4-1

แหล่งท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา เช่น น้ำตกลาน
หม่อมจ้ยุ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และน้ำตกโตนสะตอ เป็นน้ำตกท่ีเกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาติทสี่ วยงาม จัดเป็น
สถานท่ีพักผ่อนหยอ่ นใจและท่องเท่ียวของประชาชนทั่วไป เขตรักษาพันธุ์ฯ ในอนาคตเมอ่ื เกดิ การพัฒนาโครงการจะ
สามารถพัฒนาเพ่ือเพ่มิ ศกั ยภาพเป็นแหล่งทอ่ งเท่ียวท่สี ำคัญได้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-465 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

นำ้ ตกลาดเตย พิกดั 615710.356, 799266.879

นำ้ ตกโตนสะตอ พกิ ัด 618297.119, 795708.715

ภูบรรทดั พกิ ดั 619279.435, 792881.83
รปู ท่ี 3.4.4-1 แหลง่ ทอ่ งเท่ียวบรเิ วณพื้นทศ่ี ึกษาโครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-466 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

รปู ที่ 3.4.4-2 แผนทีแ่ สดงแหล่งท่องเที่ยวบริเวณพ้นื ทศ่ี ึกษาโครงการและพ้นื ที่ใกล้เคยี ง ในรศั มี 5 กโิ ลเมตร

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-467 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน

ตารางที่ 3.4.4-1 รายละเอียดสถานทที่ ่องเทย่ี วพน้ื ทศ่ี ึกษาโครงการ

ระยะห่างจาก
ชื่อ ทีต่ ั้ง พน้ื ทีศ่ กึ ษา สภาพปจั จบุ ัน/ความสำคญั

โครงการ

1. นำ้ ตกลาดเตย เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ปา่ เขา ภายใน 5 น้ำตกลาดเตย อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อยู่
บรรทัดท้องท่ี หมู่ที่ 4 กิโลเมตร ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจีร่มร่ืน มีน้ำใสไหลเย็นตลอดท้ังปี สามารถ
บ้านโหละ๊ บ้า ต.คลองใหญ่ แช่น้ำสองฝ่ังน้ำตกและตามแก่งหินต่างๆ ที่มีกระแสน้ำไหลไม่แรง
อ.ตะโหมด จ.พัทลุง แล้วยังมีพรรณไม้ของป่าดิบช้ืนในภาคใต้ ท่ีแปลกตาพร้อมส่อง
กล้องดูนกปา่ ประจำถ่ินที่สวยงามอกี หลายชนิด

2. นำ้ ตกโตนสะตอ หมูท่ ่ี 1 ต.หนองธง ภายใน 5 นำ้ ตกโตนสะตอถือเป็นน้ำตกที่สวยงาม มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้ง
อ.ปา่ บอน จ.พัทลงุ กโิ ลเมตร ปี เน่ืองจากมีพ้ืนท่ีป่าที่สมบูรณ์เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบ
ค้างคืน ต้ังแคมป์ห่าง จากตัวหมู่บ้านราว 1.5 กิโลเมตร ด้วยผืน
ป่าที่มีความหลากหลาย ตลอดเส้นทาง น้ำตกจะมีต้นไคร้ย้อย
หรือกระดึ่งนางฟ้า ขึ้นปกคลุม มีท้ังต้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่
ท่ีกำลังออกดอกสีชมพู และตัวน้ำตกมีแอ่งน้ำแบ่งเป็นชั้นๆ รวม
5 ชั้น

3. ภูบรรทดั เทือกเขาบรรทดั ต.หนอง ภายใน 5 ภูบรรทัดหรือเทือกเขาบรรทัดเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่ง
ธง อ.ปา่ บอน จ.พทั ลงุ กโิ ลเมตร ต้นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดพัทลุง
อกี ทั้งยังเป็นท่อี ยู่อาศยั ชาวปาซาไกหรือชาวมันนิ เปน็ แหล่งท่อง
เท่ียงเชิงอนุรักษ์เขาสามภู กับชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภู
บรรทัดหนองธง ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งนารี ตามรอยสมเสร็จ
ในป่าดิบที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,100 เมตร เขต
รอยต่อ ตรงั สตลู พัทลงุ

3.4.5 โบราณคดแี ละประวตั ศิ าสตร์

1) วัตถปุ ระสงค์

(1) เพ่ือตรวจหาร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดี ได้แก่ เมืองโบราณ ชุมชนโบราณ แหล่งโบราณคดี
รวมท้ังโบราณสถาน โบราณวตั ถุและสถานทส่ี ำคญั ทางประวัติศาสตรท์ ีอ่ าจจะมีอยูใ่ นเขตพ้ืนทดี่ ำเนนิ โครงการ

(2) เพ่ือประเมินสถานภาพและความสำคัญเบื้องต้นของแหล่งโบราณคดีและสถานที่สำคัญทาง
ประวตั ิศาสตรท์ ีอ่ าจจะพบในเขตพืน้ ท่ดี ำเนนิ โครงการ

(3) เพ่ือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นต่อแหล่งโบราณคดีและสถานท่ีสำคัญทาง
ประวตั ิศาสตรท์ ่ีอาจจะพบในเขตพนื้ ที่ดำเนนิ โครงการ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-468 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

2) วิธีการศึกษา

(1) รวบรวมข้อมูลแหล่งโบราณคดี และส่ิงท่ีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของ
ชมุ ชน โดยใช้ขอ้ มลู จากเอกสาร รายงาน และแผนทท่ี ี่แสดงแหลง่ โบราณคดแี ละสถานที่สำคญั ในพืน้ ทศ่ี กึ ษาของโครงการ

(2) ศึกษาข้อมูลและผลการศึกษาจากรายงานการศกึ ษาวางโครงการอา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว ปี พ.ศ.2552

(3) ประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึน้ ต่อแหล่งโบราณคดี และส่ิงมีค่าทางประวัติศาสตร์ กรณีท่ีมี
การพัฒนาโครงการ

3) ผลการศึกษา

(1) ผลการรวบรวมขอ้ มลู ทุติยภูมิ

จังหวัดพัทลุงมีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาต้ังแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานสำคัญ
ได้แก่ เครื่องมือหินท่ีพบกระจายท่วั ไปในพื้นที่หลายอำเภอ เช่น ขวานหินรูปจงอยู่ปากนก พบบริเวณทุ่งนาใกล้เขาชัยสน
อำเภอเขาชัยสน ปัจจุบันเกบ็ รักษาในพิพิธภัณฑว์ ดั เขียนบางแกว้ อำเภอเขาชยั สน

เมื่อล่วงเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ พ้ืนท่ีจังหวัดพัทลุงปรากฏชุมชนที่นับถือพระพุทธศาสนาแบบ
มหายาน โดยรับวัฒนธรรมอินเดียท่ีผ่านเข้ามาทางคาบสมุทรภาคใต้ หลักฐานสำคัญ ได้แก่ พระพิมพ์ดินดิบรูปพระ
โพธิสัตวท์ ่ีพบจากแหล่งโบราณคดถี ้ำเขาอกทะลุ อำเภอคูหาสวรรค์ เป็นพระพิมพ์ในศิลปะแบบศรวี ิชัย อายุราวพุทธ
ศตวรรษท่ี 12 (https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=11019)

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏช่ือเมืองพัทลุงในเอกสารประวัติศาสตร์ ได้แก่ กฎหมายพระอัยการ
นาทหารหัวเมือง พ.ศ.1997 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.1991 – 2031)
ทีร่ ะบวุ ่าเมอื งพทั ลงุ มฐี านะเปน็ หวั เมืองชั้นตรขี องกรงุ ศรอี ยุธยา (http://www.phatthalung.go.th/history)

ในสมยั กรุงธนบรุ ี และรัตนโกสินทร์ เมืองพัทลุงยังคงเป็นหัวเมืองสำคัญเมืองหน่งึ ทางปักษ์ใต้ และ
ได้รับการยกฐานะข้ึนเป็นหัวเมืองช้ันโทในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลท่ี 1
แห่งกรงุ รัตนโกสินทร์ (ครองราชย์ระหวา่ ง พ.ศ.2325 – 2352)

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
(ครองราชย์ระหวา่ ง พ.ศ.2412 – 2453) โปรดใหม้ ีการปฏริ ูปการปกครองเปน็ แบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ.2437
สำหรับหัวเมืองปักษ์ใต้ โปรดให้ต้ังมณฑลนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ.2439 ประกอบด้วยหัวเมืองปักษ์ใต้ โดยมีเมือง
พัทลุง เป็นหน่ึงในหัวเมืองที่ข้ึนกับมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาในปี พ.ศ.2476 มีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑล
เปลี่ยนเปน็ จงั หวัด และอำเภอ เมอื งพัทลุงจึงมฐี านะเปน็ จังหวัดพัทลุงมาจนถงึ ปัจจุบัน (http://www.phatthalung.go.th/history)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บนำ้ เหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
จังหวัดพัทลุง อยใู่ นเขตท้องทีบ่ า้ นเหมืองตะกั่ว ตำบลหนองธง อำเภอปา่ บอน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-469 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

อำเภอป่าบอน ตงั้ ขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2523 เม่ือแรกตงั้ มีฐานะเป็นกง่ิ อำเภอป่าบอน โดย
แยกการปกครองจากอำเภอปากพะยูน เดิมมี 3 ตำบล คือ ตำบลป่าบอน ตำบลโคกทราย และตำบลหนองธง ต่อมา
ยกฐานะเป็นอำเภอป่าบอน เม่ือวันท่ี 1 เมษายน 2533 แบ่งพ้ืนที่เป็น 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลทุ่งนารี ตำบลหนองธง
ตำบลวงั ใหม่ ตำบลป่าบอน และตำบลโคกทราย (http://www.oic.go.th/INFOCENTER34/3414/)

จากการศกึ ษาเอกสารตา่ งๆ ตลอดจนระบบภูมิสารสนเทศของกรมศลิ ปากร ไมพ่ บแหลง่ โบราณคดี
และสถานที่สำคัญทางประวัตศิ าสตร์ในเขตพนื้ ที่ศึกษาตามโครงการฯ และได้ดำเนินการส่งตรวจสอบโบราณคดีและ
ประวัติศาสตร์กับทางศิลปากรสำนักศิลปากรที่ 11 จังหวัดสงขลา และได้รับหนังสือกรมศิลปากรที่ 11 ที่ได้ลง
ตรวจสอบพ้ืนที่ พบว่า พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วฯ ยังไม่เคยมีสำรวจทางโบราณคดีในพ้ืนท่ีก่อสร้าง
โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวโดยพบแหล่งโบราณคดีท่ีใกล้ที่สุด คือ แหล่งโบราณคดีถ้ำเขาจันทร์ ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่งโบราณคดยี ุคก่อนประวัติศาสตร์หา่ งจากพ้ืนท่ีโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร
แสดงดงั รปู ท่ี 3.4.5-1 รายละเอียดแสดงดังภาคผนวก ช

(2) ผลการสำรวจภาคสนาม

ผลการสำรวจภาคสนาม เมอ่ื วันท่ี 26-29 มถิ ุนายน 2563 จำนวน 27 จดุ แสดงดังรูปที่ 3.4.5-2

มรี ายละเอียดดังนี้

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-470 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

รปู ที่ 3.4.5-1 แหล่งโบราณคดถี ้ำเขาจนั ทร์ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวดั พัทลงุ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-471 รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

= พน้ื ที่อา่ งเกบ็ นำ้ = พืน้ ทีห่ วั งาน
= พนื้ ท่ีรับประโยชน์ = แนวท่อส่งนำ้
= แนวท่อส่งนำ้ PVC = บ่อยืมดิน
= จดุ สำรวจทางโบราณคดี

รูปท่ี 3.4.5-2 ภาพถา่ ยทางอากาศจุดสำรวจทางโบราณคดใี นขอบเขตพนื้ ทโ่ี ครงการและพื้นท่ีรับประโยชน์
โครงการอา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั อำเภอป่าบอน จังหวดั พัทลงุ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-472 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

1. พืน้ ทีห่ ัวงาน และอ่างเก็บนำ้

87 1
65 2
4
3

ภาพถ่ายทางอากาศจุดสำรวจทางโบราณคดีในขอบเขตพน้ื ท่อี า่ งเกบ็ น้ำ หัวงาน ของโครงการอ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว อำเภอป่าบอน
จังหวดั พทั ลุง

= พื้นทอ่ี า่ งเกบ็ นำ้ = พ้ืนทหี่ ัวงาน
= พ้ืนที่รับประโยชน์ = แนวทอ่ สง่ น้ำ
= แนวทอ่ ส่งน้ำ PVC = บอ่ ยืมดนิ
= จดุ สำรวจทางโบราณคดี

จุดที่ 1 พิกัด UTM 47N 618708E 795874N อยู่ในพ้ืนท่ีหัวงาน และจุดเร่ิมต้นของแนวท่อส่งน้ำ MP
และแนวท่อส่งน้ำ PVC สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกยางพาราสลับกับไม้ผล ได้แก่ หมาก มะพร้าว ขนุน
เปน็ ตน้ ลักษณะดินเป็นดนิ ทราย ไมพ่ บหลักฐานทางโบราณคดีบนผวิ ดินจากการเดนิ สำรวจ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-473 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

ขณะสำรวจบริเวณจดุ ท่ี 1 พกิ ัด UTM 47N 618708E 795874N

สภาพพน้ื ท่บี ริเวณจดุ ที่ 1 พกิ ัด UTM 47N 618708E 795874N ถา่ ยไปทางทิศเหนือและทศิ ใต้ ตามลำดับ

สภาพพน้ื ทบี่ ริเวณจดุ ที่ 1 พิกัด UTM 47N 618708E 795874N ถา่ ยไปทางทศิ ตะวันออกและทศิ ตะวันตก ตามลำดบั

จุดท่ี 2 พิกัด UTM 47N 618557E 795780N เป็นพื้นท่ีหัวงาน บริเวณสันเขื่อน สภาพพื้นท่ีทั่วไป
คอ่ นขา้ งรกชัฏ เปน็ พื้นท่ีเกษตรกรรม ปลูกยางพารา สลับไม้ผลอ่นื ๆ จากการเดินสำรวจไมพ่ บหลักฐานทางโบราณคดี
บนผิวดนิ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-474 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจุบนั

ขณะสำรวจบริเวณจดุ ที่ 2 พิกดั UTM 47N 618557E 795780N

สภาพพ้นื ที่บริเวณจดุ ที่ 2 พกิ ดั UTM 47N 618557E 795780N ถ่ายไปทางทิศเหนอื และทิศใต้ ตามลำดับ

สภาพพน้ื ทบ่ี ริเวณจดุ ที่ 2 พกิ ดั UTM 47N 618557E 795780N ถา่ ยไปทางทิศตะวนั ตก

จุดท่ี 3 พิกัด UTM 47N 618310E 795511N บริเวณจุดสกัดน้ำตกโตนสะตอ เป็นอ่างเก็บน้ำของ
โครงการ สภาพพ้ืนที่ท่ัวไปเป็นลำน้ำเหมืองตะก่ัว สองฝั่งลำน้ำรกชัฏ เป็นพ้ืนท่ีป่า ริมลำน้ำเป็นหาดทราย พบ
เครอ่ื งมือหนิ กะเทาะ และเครอ่ื งมอื สะเก็ดหนิ กระจายท่ัวไป

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-475 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

สภาพพืน้ ทบ่ี ริเวณจดุ ท่ี 3 พกิ ัด UTM 47N 618310E 795511N ถา่ ยไปทางทศิ เหนือและทิศใต้ ตามลำดับ

สภาพพน้ื ท่ีบรเิ วณจดุ ท่ี 3 พิกดั UTM 47N 618310E 795511N ถา่ ยไปทางทิศตะวันออกและทศิ ตะวนั ตก ตามลำดบั

เครือ่ งมือหินกะเทาะ และเครอ่ื งมอื สะเกด็ หนิ ที่พบบริเวณจุดท่ี 3 พกิ ดั UTM 47N 618310E 795511N
(ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ตามลำดบั )

เครอ่ื งมือหินกะเทาะ และเครอ่ื งมอื สะเกด็ หนิ ท่ีพบบรเิ วณจดุ ท่ี 3 พกิ ัด UTM 47N 618310E 795511N
(ด้านหนา้ และด้านหลัง ตามลำดับ)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-476 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน

เครื่องมอื หนิ กะเทาะท่ีพบบรเิ วณจดุ ที่ 3 พกิ ดั UTM 47N 618310E 795511N
(ด้านหน้าและด้านหลัง ตามลำดบั )

จุดท่ี 4 พิกัด UTM 47N 617909E 795386N บริเวณร่องน้ำทางฝงั่ ซา้ ยของคลองเหมอื งตะก่ัว ในพ้นื ที่
อา่ งเก็บน้ำ รอ่ งนำ้ มีขนาดกว้างประมาณ 2 – 3 เมตร พบเคร่อื งมือหินกะเทาะกระจายท่วั ไป

สภาพพนื้ ทีบ่ รเิ วณจดุ ท่ี 4 พิกดั UTM 47N 617909E 795386N ถ่ายไปทางทศิ ตะวันตกเฉียงใต้

เคร่อื งมือหินกะเทาะทพ่ี บบรเิ วณจดุ ท่ี 4 พิกดั UTM 47N 617909E 795386N
(ดา้ นหน้า และด้านหลงั ตามลำดบั )

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-477 รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจุบนั

เคร่ืองมือหินกะเทาะทพี่ บบริเวณจดุ ท่ี 4 พิกัด UTM 47N 617909E 795386N
(ดา้ นหนา้ และด้านหลงั ตามลำดบั )

จุดท่ี 5 พิกัด UTM 47N 617894E 795422N กลางลำคลองเหมืองตะก่ัว พบเครื่องมือหินกะเทาะ และ
เคร่อื งมือสะเก็ดหิน

สภาพพื้นที่บรเิ วณจุดที่ 5 พิกัด UTM 47N 617894E 795422N ถ่ายไปทางทิศตะวันตกเฉยี งเหนือและทศิ ตะวันออกเฉียงใต้
ตามลำดบั

เคร่อื งมือหินกะเทาะทพี่ บบรเิ วณจุดที่ 5 พิกัด UTM 47N 617894E 795422N

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-478 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จุบนั

(ดา้ นหนา้ และด้านหลัง ตามลำดบั )

เครือ่ งมือสะเกด็ หนิ ท่พี บบรเิ วณจดุ ที่ 5 พิกดั UTM 47N 617894E 795422N
(ด้านหนา้ และด้านหลงั ตามลำดบั )

จุดท่ี 6 พิกัด UTM 47N 617736E 795428N บริเวณสะพานเดินข้ามลำคลองเหมืองตะก่ัว หรือธาร
นำ้ ตกโตนสะตอ สองฝัง่ ลำนำ้ เป็นป่ารกชัฏ ทอ้ งน้ำเป็นกรวดทราย และโขดหิน พบเครื่องมอื สะเกด็ หิน

สภาพพน้ื ท่ีบรเิ วณจดุ ที่ 6 พิกดั UTM 47N 617736E 795428N
ถา่ ยไปทางทศิ ตะวนั ตกและทศิ ตะวันตกเฉียงเหนอื ตามลำดบั

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-479 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จุบัน

เคร่อื งมอื สะเก็ดหนิ ทพี่ บบริเวณจดุ ท่ี 6 พิกัด UTM 47N 617736E 795428N
(ดา้ นหน้าและด้านหลงั ตามลำดบั )

จุดท่ี 7 พิกดั UTM 47N 617597E 795452N เป็นพน้ื ที่รมิ ลำคลองเหมอื งตะก่ัว สภาพพนื้ ท่เี ปน็
ป่ารกชัฏ พบเครอ่ื งมือหินกะเทาะกระจายทวั่ ไป

สภาพพื้นทีบ่ รเิ วณพกิ ดั UTM 47N 617597E 795452N ถา่ ยไปทางทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนอื

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-480 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

เครือ่ งมอื หนิ ทพี่ บบรเิ วณจดุ สำรวจที่ 7 พิกัด UTM 47N 617597E 795452N
(ด้านหนา้ และดา้ นหลัง ตามลำดบั )

กลุ่มเคร่ืองมือหินทีพ่ บบนผวิ ดนิ บรเิ วณจดุ สำรวจท่ี 7 พกิ ัด UTM 47N 617597E 795452N

จุดที่ 8 พิกัด UTM 47N 617459E 795515N บริเวณคลองเหมืองตะก่ัว หรือธารน้ำตกโตนสะตอ
สองฝงั่ ลำนำ้ เป็นหาดทราย โขดหิน และปา่ รกชฏั พบเครอ่ื งมือหินกะเทาะกระจายทวั่ ไป

สภาพพืน้ ทบ่ี ริเวณจดุ สำรวจท่ี 8 พิกดั UTM 47N 617459E 795515N
ถา่ ยไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ตามลำดับ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-481 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จุบนั

เครื่องมอื หนิ พบบรเิ วณจดุ สำรวจท่ี 8 พกิ ดั UTM 47N 617459E 795515N
(ดา้ นหน้าและด้านหลัง ตามลำดับ)

เครอ่ื งมอื หินพบบรเิ วณจดุ สำรวจท่ี 8 พิกัด UTM 47N 617459E 795515N

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-482 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้
บรษิ ทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม

บทท่ี 4
การประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม

4.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลกระทบ
การประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อมทีค่ าดวา่ จะเกิดขึน้ เนือ่ งจากการพฒั นาโครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัวอัน

เนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้พิจารณาผลการศึกษาเก่ียวกับรายละเอียดโครงการที่ได้จากกาศึกษาความเหมาะสม
ของการพฒั นาโครงการ ประกอบกับการพิจารณาข้อมลู สภาพทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มในปจั จบุ ันจากการ
สำรวจ เก็บตัวอยา่ ง สอบถามในภาคสนาม เพ่ือเปน็ ข้อมลู ประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม

การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการ ได้พิจารณาการประเมินผลกระทบตามกรอบแนวทาง
การจัดทำรางานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ของสำนักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม (มกราคม, 2559) ซ่ึงมีหลักเกณฑโ์ ดยรวมที่นำมาใช้ในการศึกษาโครงการ มีดังน้ี

1) การประเมินผลกระทบได้ดำเนินการท้ังในเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และการบรรยาย โดยประเมินใน
เชงิ คุณภาพใหม้ ากทสี่ ดุ เทา่ ท่ขี อ้ มลู จะเอ้ืออำนวย ทั้งกรณีทมี่ ีโครงการและไมม่ ีโครงการ

2) การประเมินผลกระทบสำหรับทรัพยากรส่ิงแวดล้อมครอบคลุมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทั้ง 4 ประเภท
ได้แก่ ทรัพยากรทางกายภาพ ทรพั ยากรทางชีวภาพ คณุ ค่าการใชป้ ระโยชน์ของมนุษย์ และคุณภาพชวี ิต และกำหนด
มาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

3) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทีร่ ะบุให้ทราบถึงประเภททรัพยากรที่ไม่อาจฟนื้ ฟูให้กลับคืนสภาพ
มาเหมอื นเดิมได้และการกำหนดปริมาณหรือจำกดั ขอบเขตการใช้ทรพั ยากรประเภทดังกลา่ วไว้ดว้ ย

4.1.1 ทิศทางผลกระทบ
ทิศทางผละรกทบพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมกับแนวทางการพัฒนา

โครงการซ่ึงสามารถพิจารณาในลักษณะของผลกระทบได้ 3 กรณี คอื
1) กรณีไม่มีผลกระทบ หมายถึง กิจกรรมท่ีจะดำเนินการหรือผลกระทบการพัฒนาโครงการไม่เก่ียวข้อง

หรือผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงหรือเป็นผลกระทบในกรณีที่ไม่มี
โครงการ

2) กรณีมีกระทบทางบวก หมายถึง กจิ กรรมทีจ่ ะดำเนนิ การหรอื ผลจากการพัฒนาโครงการก่อใหเ้ กิดผลดี
หรือเป็นประโยชนต์ ่อสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีโครงการและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจัดเป็นผลกระทบในกรณี
ที่มโี ครงการเกดิ ข้ึน

3) กรณีมีผลกระทบทางลบ หมายถงึ กิจกรรมท่จี ะดำเนนิ การหรอื ผลจากการพัฒนาโครงการก่อให้เกดิ ผล
เสยี หายต่อสภาพทรัพยากรส่งิ แวดล้อมในพ้ืนท่โี ครงการและบริเวณใกลเ้ คียง ซึ่งจัดเป็นผลระทบในกรณีท่ีมโี ครงการ
เกิดข้นึ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-1

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม

4.1.2 ระดับผลกระทบ
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมทั้งในช่วงระยะก่อนสร้างและระยะดำเนินการ โดยมีวิธีการประเมินผล

กระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการ ใช้แนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อโครงการพัฒนา
แหล่งน้ำ ของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม พ.ศ.2559 โดยพิจารณาผลกระทบ
ตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มและคณุ ค่าทม่ี ีต่อมนษุ ย์ ท้ังผลกระทบด้านบวก และ/หรือด้านลบจากการพัฒนาโครงการ ทิศทางและ
ระดับของผลกระทบสิ่งแวดล้อมจำแนกเป็น 12 ระดับ คือ มากที่สุด (+5) มาก (+4) ปานกลาง (+3) น้อย (+2)
น้อยที่สุด (+1) ไม่มีผลกระทบ (0) และไม่มปี ระเมนิ (na)

เกณฑ์การประเมินระดับและทศิ ทางผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม มดี งั น้ี
1) มากท่ีสุด (+5) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดข้ึนต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ท้ังด้าน
โครงสร้างและลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สงิ่ แวดลอ้ ม และมาตรการติดตามตรวจสอบในรูปของแผนปฏิบตั กิ ารทีช่ ัดเจน
2) มาก (+4) หมายถึง มีความเปลย่ี นแปลงเกิดข้ึนตอ่ ทรพั ยากรส่ิงแวดล้อมอยา่ งชัดเจนในดา้ นโครงสร้าง
และลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
และมาตรการตดิ ตามตรวจสอบในรปู ของแผนปฏบิ ัติการท่ีชัดเจน
3) ปานกลาง (+3) หมายถึง มีความเปลี่ยนแปลงเกิดข้ึนต่อทรัพยากรส่ิงแวดล้อมในด้านโครงสร้างหรือ
ลักษณะตามธรรมชาติ (Function) และจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ
มาตรการตดิ ตามตรวจสอบ
4) นอ้ ย (+2) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดข้ึนตอ่ ทรัพยากรส่ิงแวดล้อมน้อย ธรรมชาติสามารถฟื้นฟู
ตวั เองได้ในชว่ งเวลาสัน้
5) น้อยที่สุด (+1) หมายถึง มีความเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมน้อยมากจนเกือบที่ไม่มี
การเปลยี่ นแปลง ธรรมชาตสิ ามารถฟ้นื ฟูตัวเองไดใ้ นชว่ งเวลาส้ันมาก
6) ไมม่ ีผลกระทบ (0) หมายถงึ ไมก่ ่อใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงใดๆ ต่อทรัพยากรสิง่ แวดล้อม
7) ไมม่ ีประเมิน (na) หมายถึง ไม่มกี ารดำเนนิ การประเมนิ ระดับผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม

การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรณีไม่มีโครงการ และกรณีมีโครงการในช่วงระยะก่อสร้างและระยะ
ดำเนินการ โดยประเมินผลกระทบท่ีเกิดข้ึนทางตรงและทางอ้อม ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพท่ีมีต่อทรัพยากร
ส่ิงแวดล้อม ซ่ึงครอบคลุมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมท่ีคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการท้ัง 4 ได้แก่
ทรพั ยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ คณุ ค่าการใชป้ ระโยชนข์ องมนษุ ย์และคุณคา่ ตอ่ คณุ ภาพชีวิต

4.1.3 สรปุ ประเดน็ ส่งิ แวดลอ้ มทส่ี ำคญั
ในการพัฒนาโครงการอา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ตำบล

หนองธง อำเภอป่าบอนจงั หวดั พทั ลุง มพี ้ืนท่ที ั้งหมด 468.2 ไร่ ประกอบด้วย
1) พื้นที่อ่างเก็บน้ำ ที่ระดับเก็บกักสูงสุด +111.65 ม.รทก. ความจุ 11.13 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด

351 ไร่ อยู่ในพน้ื ที่เขตรักษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่าเขาบรรทดั 119 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติป่าเทอื กเขาบรรทดั แปลงที่ 1 ตอนท่ี
3 ท้ังหมด 232 ไร่ แยกเปน็ พน้ื ท่ีปา่ อนรุ ักษ์เพ่ิมเตมิ (โซน C) 9 ไร่ พน้ื ท่ีป่าเศรษฐกิจ ( โซน E) 223 ไร่

2) พน้ื ทห่ี วั งานและองค์ประกอบโครงการ มพี ้นื ที่ทงั้ หมด 114 ไร่ อยใู่ นพื้นที่เขตรกั ษาพนั ธุ์สตั วป์ ่าเขาบรรทดั 8
ไร่ ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติป่าเทอื กเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3 พื้นที่ปา่ เศรษฐกิจ ( โซน E) 96 ไร่ และพนื้ ทป่ี ่าไมถ้ าวร 12 ไร่

3) ถนนเข้าหัวงาน มีพ้ืนท่ีทั้งหมด 2 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนท่ี 3
พนื้ ทป่ี า่ เศรษฐกิจ ( โซน E) 2 ไร่

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-2

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม

4) พื้นทีร่ ับประโยชน์ของโครงการ มีพ้ืนที่ทัง้ หมด 16,475 ไร่ ครอบคลุมพื้นท่ีตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และ
ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพทั ลุง

จากการพฒั นาโครงการอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
มีประเดน็ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มทสี่ ำคัญในระยะก่อสรา้ งและระยะดำเนนิ การ ดังนี้

ระยะกอ่ สร้าง ระยะดำเนินการ
ผลกระทบ ผลกระทบ
ทรัพยากรสง่ิ แวดลอ้ ม ทางลบ ทางบวก ผลกระทบ ผลกระทบ

1. สภาพภูมปิ ระเทศ / ทางลบ ทางบวก
2. สภาพภูมิอากาศและอตุ นุ ยิ มวทิ ยา /
3. ทรพั ยากรดนิ / /
4. ธรณีวิทยาและการเกิดแผ่นดินไหว /
5. วัสดุในการกอ่ สร้าง / /
6. เหมอื งแร่
7. การตกตะกอน /
8. การกดั เซาะ
9. อทุ กวทิ ยาและคุณภาพน้ำผวิ ดนิ /
10. อุทกธรณีวิทยาและคณุ ภาพนำ้ ใตด้ นิ
11. พืน้ ทีช่ ่มุ น้ำ //
12. พ้ืนท่สี ำคญั ทางธรณีวิทยาและภูมทิ ศั น์ //
13. นเิ วศวิทยาทางนำ้ //
14. ทรัพยากรปา่ ไม้
18. ทรัพยากรสัตวป์ ่า /
19. ระบบชลประทานและเกษตรกรรม //
20. การใช้นำ้
21. การระบายนำ้ และการบรรเทานำ้ ท่วม //
22. การประมงและเพาะเลย้ี งสัตว์นำ้ //
23. การใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน //
24. โรงงานอุตสาหกรรม //
25. พลังงานและไฟฟา้ //
26. การคมนาคม //
27. การจัดการน้ำเสีย สิ่งปฏกิ ูล และขยะมูลฝอย
28. การจัดการลุม่ น้ำ /
29. เศรษฐกจิ -สังคม //
30. การชดเชยท่ีดินและทรพั ย์สนิ
31. สขุ ภาพอนามยั และการบรกิ ารสาธารณสขุ /

//
/
/
//
/
//

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-3

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 4
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ระยะก่อสร้าง ระยะดำเนินการ
ผลกระทบ ผลกระทบ
ทรัพยากรสงิ่ แวดล้อม ทางลบ ทางบวก ผลกระทบ ผลกระทบ

32. การพกั ผ่อนหยอ่ นใจและสุนทรียภาพ / ทางลบ ทางบวก
33. แหล่งโบราณคดแี ละประวตั ิศาสตร์
/

4.2 ทรพั ยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
4.2.1 สภาพภมู ปิ ระเทศ

1) กรณีไม่มโี ครงการ
(1) พนื้ ท่ีรับน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ พ้นื ที่รับนำ้ ดา้ นเหนือน้ำของ

อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั อย่ใู นเขต ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จงั หวดั พทั ลุง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา
สูงสลับซับซ้อน พื้นท่ีมีความลาดเทจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกโดยประมาณ มีความสูงประมาณ
+60.00 เมตร (รทก.) ถงึ +800.00 เมตร (รทก.)

(2) พื้นท่ีอา่ งเก็บน้ำและหวั งานเข่ือน เป็นท่ีราบในหุบเขา สภาพพื้นส่วนใหญ่พ้ืนท่ีเกษตรกรรม และ
เปน็ ปา่ ไมเ้ ล็กน้อย กรณไี มม่ กี ารพฒั นาโครงการ สภาพภูมิประเทศจะมีสภาพเช่นเดียวกับปจั จบุ นั

(3) พื้นท่ีรับประโยชน์ เป็นพ้ืนที่ราบลุ่มที่มีลำน้ำ ไหลผ่านพ้ืนที่เพาะปลูก ได้แก่ นาข้าว พืชไร่
ยางพารา ไม้ผล และไม้ยืนต้น กรณีไม่มีการพัฒนาโครงการสภาพภูมิประเทศในพ้ืนที่รับประโยชน์เดิมจะมีสภาพ
เช่นเดียวกบั ปัจจุบนั

2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง

ก. พื้นที่หัวงานและอาคารประกอบ กิจกรรมระยะก่อสร้างบริเวณพ้ืนที่หัวงานและอาคารประกอบได้แก่ การ
เตรียมพื้นที่ แผ้วถาง ปรับพื้นท่ี กองเศษวัสดุ ก่อสร้างที่พักคนงาน และการก่อสร้างอาคารและองค์ประกอบต่างๆ
ของเข่อื น เปน็ ต้น โดยหลักแลว้ เปน็ การก่อสร้างเข่ือนปิดกั้นลำน้ำ ชนดิ เขอื่ นดินถมบดอดั แน่น (Zone Type) มีความ
ยาวสันเขอื่ นประมาณ 474 เมตร ความกวา้ งของเข่อื น 10.00 เมตร และความสูง 48 เมตร นอกจากนั้นแล้ว บริเวณ
หัวงานยังมีการก่อสร้างอาคารและองค์ประกอบอ่ืนๆ ซึ่งจากการประมาณการดินที่ใช้ในการก่อสร้างประมาณ 1.4
ล้านลกู บาศกเ์ มตร กิจกรรมต่างๆ เหลา่ น้ีย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลีย่ นแปลงของลักษณะภมู ิประเทศเดมิ ท่ีเป็นเนิน
เขากลายเป็นหัวงานและอาคารประกอบของเข่ือน ซึ่งบริเวณที่ก่อสร้างหัวงานและอาคารประกอบท้ังหมดดังกล่าว
ดำเนินการอย่ภู ายในบริเวณพนื้ ท่ี ประเมินผลกระทบทางลบในระดับปานกลาง (-3)

ข. พ้นื ท่ีอ่างเก็บน้ำ โดยปกติจะไม่มกี ิจกรรมใดๆ ท่ีเข้าไปเก่ียวข้องกับสภาพภูมปิ ระเทศท่ีเป็น
พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำในระยะก่อสร้าง แต่สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ได้
กำหนดให้ใช้บ่อยมื ดนิ ภายในบริเวณพื้นทีอ่ า่ งเก็บนำ้ ทั้งนีเ้ นอ่ื งจากในอนาคตบ่อยมื ดินท่ีนำมาใชก้ ็จะเปน็ พน้ื ทีน่ ้ำทว่ ม
(พ้ืนที่อ่างเกบ็ นำ้ ) ไปโดยปรยิ าย จึงเป็นผลกระทบในระดับน้อย (-2)

ค. แนวถนนทดแทน การก่อสร้างถนนทดแทนเป็นการเปิดหน้าดินและมีการปรับระดับ
หน้าดินจะทำให้สภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากเดมิ จงึ จำเป็นตอ้ งควบคุมสภาพการใชพ้ ้ืนที่อย่างเครง่ ครดั

ง. พื้นที่รบั ประโยชน์ สำหรับพ้ืนทรี่ ับประโยชน์มกี ารส่งน้ำลงตามลำน้ำเดิม เพื่อส่งไปยังพ้ืนท่ี

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-4

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 4
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

ชลประทาน ไม่มีกิจกรรมการก่อสร้าง จึงประเมินว่าไม่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิประเทศ สำหรับพ้ืนท่ีรับประโยชน์
บริเวณท้ายอ่าง มีระบบท่อส่งน้ำ ซึ่งการก่อสร้างระบบส่งน้ำต้องมีการขุดเปิด บดอัด และถมพื้นท่ีก่อสร้างเพ่ือวาง
ระบบทอ่ สง่ น้ำ ทำให้มผี ลกระทบต่อสภาพภูมิประเทศบริเวณดงั กล่าว อยา่ งไรก็ตาม พ้นื ที่ท่ีจะขุดเปิดหน้าดนิ เพ่ือวาง
แนวระบบส่งน้ำมีขอบเขตที่แน่นอน และส่วนใหญ่วางแนวท่อตามแนวถนน จึงประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อสภาพ
ภูมิประเทศในระดบั นอ้ ยท่สี ดุ (-1)

(2) ระยะดำเนินการ
ผลกระทบทคี่ าดว่าจะเกิดขนึ้ ในระยะดำเนินการโครงการประเมินในภาพรวมได้วา่ จะมีผลกระทบ

ทางบวกระดับนอ้ ย (+2) อธิบายรายละเอยี ดได้ดงั นี้
ก. หัวงานเขอื่ นและอา่ งเก็บนำ้ ตัวเขอ่ื นเปดิ ช่องเขาจะมคี วามสูงจากท้องนำ้ เดิมจนถึงสนั เขอ่ื น

มีลักษณะเป็นเข่ือนแบบดินถมบดอัด (Zone Type) จึงทำให้สภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงจากเทือกเขาที่มีสภาพ
ธรรมชาติของพ้ืนที่ป่าไม้ปกคลุมและพ้ืนที่เกษตรกรรมประเภทไม้ยืนต้น (ยางพารา) และไม้ผลผสมมาเป็นพ้ืนท่ี
อ่างเก็บน้ำที่มีโครงสร้างของตวั เขอื่ นและอาคารประกอบ ซ่งึ บรเิ วณหัวงานจะมีการปรบั ปรุงภูมิทัศนใ์ หส้ วยงามสง่ ผล
ให้เกิดความโดดเด่นรวมท้ังภูมิประเทศในพื้นที่อ่างเก็บน้ำจะกลายเป็นผืนน้ำ ซ่ึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ
จะทำใหม้ กี ารเปลย่ี นแปลงสภาพภูมปิ ระเทศใหม่เป็นผนื น้ำท่สี วยงาม จงึ เปน็ ผลกระทบทางบวกตอ่ สภาพภูมปิ ระเทศ
ในระดบั ปานน้อย (+2)

ข. แนวถนนทดแทน ภายหลังจากก่อสร้างจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นท่ีโดยรอบให้
กลมกลนื กับสภาพธรรมชาติ

ค. พน้ื ที่รับประโยชน์ การดำเนินการควบคุมปริมาณน้ำและส่งน้ำของอาคารบังคับน้ำในพื้นท่ี
รับประโยชนไ์ ม่มผี ลกระทบตอ่ การเปล่ียนแปลงสภาพภูมปิ ระเทศ

4.2.2 ลกั ษณะภูมอิ ากาศ
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
กรณีไม่มีพัฒนาโครงการ สภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมของพ้ืนที่โครงการจะยังคงเปล่ียนแปลงไปตาม

สภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยาของภูมิภาค กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดจากอิทธิพลของลม
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยฤดูแล้งอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน
โดยแล้งสุดในเดือนเมษายน สำหรับฤดูฝนยังคงอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม และมีฝนตกชุก
ในเดือนพฤศจิกายน มปี รมิ าณน้ำฝนรายปเี ฉล่ียเทา่ ไร 2,384.1 มิลลเิ มตร ปรมิ าณน้ำฝนราเดอื นเฉล่ียแปรผนั ระหว่าง
69.2 ถึง 505.8 มลิ ลิเมตร โดยเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดอื นทีม่ ปี รมิ าณฝนรายเดือนเฉลี่ยน้อยสดุ และเดอื นพฤศจิกายนมี
ปริมาณฝนรายเดอื นเฉลีย่ มากที่สุดคิดเป็นปริมาณฝนที่ตกในช่วงฤดฝู นเท่ากับ 1845.6 มลิ ลเิ มตร และฤดูแลง้ เท่ากับ
538.5 มลิ ลเิ มตร ปรมิ าณฝนเฉลย่ี รายเดอื นและรายปีมดี ังน้ี

ปริมาณน้ำฝนรายปเี ฉลยี่ (มม.) ปริมาณนำ้ ฝนรายปเี ฉลยี่ (มม.)

เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. ฤดูฝน ฤดูแล้ง รายปี

154.7 154.2 111.5 87.3 119.5 148.7 262.4 505.8 456.1 175.4 69.2 139.3 1845.6 538.5 2384.1

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-5

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม

2) กรณีมโี ครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
กรณีมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว กิจกรรมการก่อสร้างอยู่ในพ้ืนที่หัวงาน

ซึ่งมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพ้ืนท่ีท้ังภูมิภาคท่ีได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุม
ตะวันออกเฉยี งเหนือ จงึ ไม่มีอิทธิพลต่อการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่จะมีผลกระทบกอ่ ใหเ้ กดิ การฟงุ้ กระจาย
ของฝุ่นละอองเพียงช่วงสั้นๆ บริเวณที่มีการก่อสร้างเท่านั้น ซึ่งมีชุมชนที่อยู่ใกล้พ้ืนที่ก่อสร้างคือบ้านเหมืองตะก่ัว
อาจได้รับผลกระทบด้านฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างโครงการ ซึ่งจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณ
พ้ืนท่ีบ้านเหมืองตะก่วั บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ปา่ เขาบรรทัด พบว่าปัจจุบันมีคุณภาพอากาศอยูใ่ นเกณฑ์
มาตรฐาน อย่างไรก็ตามคุณภาพอากาศในช่วงเวลาอ่ืนๆ อาจมีค่าแตกตา่ งจากช่วงที่ตรวจวดั ได้เน่ืองจากสาเหตุหลายประการ
เช่น ปริมาณการจราจร ความเร็วและทิศทางลง สภาพภูมิอากาศ และกิจกรรมของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงแตกต่างกัน
เป็นต้น ดังนั้นในระหว่างการก่อสร้างโครงการควรมีการกำหนดมาตรการเพ่ือลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เช่น
การฉีดพรมน้ำบรเิ วณเส้นทางการขนสง่ วัสดุอปุ กรณ์ และบรเิ วณพื้นท่ีกอ่ สรา้ งท่ีอาจมฝี ุ่นฟุ้งกระจาย และกำหนดใหม้ ี
การตรวจวดั คุณภาพอากาศบริเวณใกลเ้ คียงเป็นระยะๆ เพ่อื เฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดข้นึ จากกิจกรรมการกอ่ สรา้ ง
ของโครงการ สรุปผลประเมินได้ว่าในระยะก่อสร้างโครงการจะมีผบกระทบในด้านฝุ่นละอองจากการก่อสร้างต่อ
ชุมชน ในระดบั น้อย (-2) แตจ่ ะไมม่ ผี ลกระทบตอ่ สภาพภูมิอากาศในภาพรวม

(2) ระยะดำเนนิ การ
เมื่อการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวแล้วเสร็จ และเก็บกักน้ำจนเต็มศักยภาพแล้ว จะมี

ผลกระทบแยกเปน็ ประเดน็ ไดด้ ังนี้
ก. การเพิ่มขึ้นของค่าความช้ืนสัมพัทธ์ในพ้ืนท่ีโครงการและบริเวณใกล้เคียง จากการระเหย

ของนำ้ ในอา่ งเก็บนำ้ ซงึ่ มพี ้นื ท่ผี ิวน้ำเพม่ิ ขึ้นทร่ี ะดับนำ้ เกบ็ กกั คาดว่าจะมผี ลกระทบตอ่ ภมู ิอากาศในระดบั ทอ้ งถน่ิ เป็น
พนื้ ทีจ่ ำกดั ในระดบั น้อยทีส่ ุด (+1)

ข. ผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนในภูมภิ าค จะมีผลกระทบน้อยที่สุดหรอื แทบไมม่ ีผลกระทบ (0)
เน่ืองจากปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่ในพื้นที่โครงการเป็นฝนท่ีเกิดจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม
ประเทศไทย ทำให้มีฝนตกทั่วไปในช่วงฤดฝู นยังมีชว่ งความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้เป็นระยะๆ อกี ด้วย จึงทำให้
ฝ น ต ก ม าก แ ล ะ เนื่ อ งจ าก จั งห วั ด พั ท ลุ งตั้ งอ ยู่ ด้ าน ต ะวั น อ อ ก ข อ งภ าค ใต้ จึ งท ำให้ ได้ รั บ อิ ท ธิพ ล จ าก ล ม ม รสุ ม
ตะวันออกเฉยี งเหนือทีพ่ ัดผา่ นอ่าวไทยอยา่ งเต็มที่ ทำใหเ้ กดิ ฝนตกตดิ ต่อในเดอื นพฤศจกิ ายนและธันวาคม

ค. ผลกระทบต่ออุณหภูมิและความเร็วลมในพ้ืนท่ีรอบๆ อ่างเก็บน้ำ จะมีผลกระทบน้อยท่ีสุด
(+1) โดยเปน็ เพยี งผลกระทบในระดับท้องถ่ินท่ีจะส่งผลให้มีอากาศเย็นสบายข้นึ เน่ืองจากอิทธิพลของลมที่จะพัดผ่าน
พ้นื ทีเ่ หนือผิวน้ำในอา่ งได้ดขี ึน้ เนือ่ งจากเป็นที่โลง่ ไม่มสี งิ่ กีดขวางทางลม อยา่ งไรกต็ าม การเคล่ือนตัวของมวลอากาศ
ดงั กล่าว ก็จะยังคงอยู่ภายใต้อิทธพิ ลของลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉยี งเหนอื

ง. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในภูมิภาคต่อการพัฒนาโครงการ
การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย และใช้เวลาคอ่ นข้างนาน โดยมีผลกระทบทำให้เกิด
ภาวะแห้งแลง้ หรอื นำ้ ท่วมฉับพลนั ซึง่ โครงการอา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริมวี ตั ถปุ ระสงค์
หลักเพ่ือกักเก็บน้ำไว้ช่วยเหลือพ้ืนที่เพาะปลูกในพ้ืนท่ีโครงการที่มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอยู่ประจำ จึงกล่าวได้ว่า

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-6

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

การพั ฒ น าโครงการเป็น การสร้างมาต รการป้องกัน ผ ล กระ ท บ ท่ี เกิด ข้ึน แล ะเป็น การเต รียม การรับ มือจากการ
เปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ

จ. ผลกระทบจากการพฒั นาโครงการทมี่ ีตอ่ การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศในภูมิภาค เปน็ ท่ี
ทราบกันดีว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์นับเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ภาวะ
เรือนกระจกและการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสดั สว่ นการปล่อยก๊าซเรอื นกระจกท้งั หมดของประเทศไทย 3
อันดับแรกท่ีพบว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากท่ีสุด ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคการเกษตร และการเปลี่ยนแปลง
การใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ (รายงานแห่งชาติฉบับท่ี 2 เรื่องการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
โดยสำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม 2553) เมอื่ พจิ ารณาเฉพาะในพน้ื ที่โครงการ ซ่ึงมี
พนื้ ท่สี ่งน้ำชลประทาน 11,600 ไร่ เป็นพื้นท่ีขนาดเล็กเม่ือเทียบกบั พ้นื ทลี่ ุ่มน้ำ หรือเทียบกับภูมภิ าค (ภาคใต้) ดังนั้น
คาดว่าก๊าซหลักที่ปล่อยจากการทำการเกษตร (ข้าว) ได้แก่ก๊าซมีเทน ซ่ึงมีพื้นที่ปลูกข้าวเพียงเล็กน้อยในพื้นที่
โครงการในอนาคตไมไ่ ด้เป็นสาเหตุสำคัญทท่ี ำใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศของภูมภิ าค

กล่าวโดยสรุปได้วา่ ผลกระทบโดยรวมของโครงการตอ่ สภาพภูมิอากาศ ในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ
เป็นผลกระทบด้านบวก ได้แก่การเพ่ิมความชุ่มช้ืนให้กับพ้ืนที่โดยรอบ ทั้งจากการระเหยของน้ำในอ่างเก็บน้ำ และ
จากการคายน้ำของพืชในพ้ืนท่ีบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ ผลกระทบนี้จะเกิดข้ึนอย่างถาวรและเป็นผลกระทบในระดับ
นอ้ ยทสี่ ดุ (+1)

4.2.3 ทรัพยากรดนิ
1) กรณีไมม่ ีโครงการ
ดินในบริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (พื้นท่ี 351.20 ไร่) ส่วนใหญ่หรือ

เกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พ้ืนท่ีร้อยละ 97.65) ซ่ึงเป็นดินที่ไม่เหามะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจควร
ปล่อยไว้ให้เป็นป่าตามธรรมชาติ (พ้ืนที่ป่าคงเหลือร้อยละ 32.13) โดยปัจจุบันพื้นท่ีประมาณ 2 ส่วนใน 3 ส่วนของ
พน้ื ท่ีอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ น้จี ะถกู นำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกยางพารา (พ้นื ท่รี อ้ ยละ
57.32) และปลกู ไม้ผล (พ้ืนที่ร้อยละ 10.55) ซ่งึ เป็นการใช้ประโยชน์ทดี่ ินผดิ ประเภท ในส่วนของพน้ื ที่หัวงาน (พื้นที่
114.95 ไร่) พบว่าพ้ืนที่ประมาณ 2 ส่วนใน 3 ส่วน เป็นกลุ่มชุดดินที่ 62 (พ้ืนท่ีร้อยละ 65.23) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีก
ประมาณ 1 ส่วนใน 3 ส่วน ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินท่ี 26C และ 32B (พ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 34.77) โดย
ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ป่าไม่หลงเหลืออยู่พ้ืนที่หัวงานส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการปลูกพืชเศรษฐกิจซึ่งพ้ืนที่ส่วนใหญ่
ประมาณครึง่ หนึ่ง 1 ส่วนใน 2 ส่วนถูกใชป้ ลกู ยางพารา (พ้นื ทร่ี ้อยละ 50.02) และพื้นทอี่ ีกครึ่งหนง่ึ มีบางส่วนปลกู ไม้
ผล (พนื้ ทีร่ ้อยละ 31.42) พื้นทส่ี ่วนที่เหลอื ถูกปล่อยไว้ใหเ้ ปน็ ทงุ่ หญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ (พ้ืนทีร่ ้อยละ 18.56) ในสว่ น
ของพื้นที่ถนนเข้าหัวงาน (พื้นที่ 2 ไร่) ดินเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พ้ืนที่ร้อยละ 63.90) และ กลุ่มชุดดินที่
26C (พ้ืนท่ีร้อยละ 35.83) และกลุ่มชุดดินที่ 34B (พ้ืนที่ร้อยละ 0.25) การใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นท่ีถนนเข้า
หัวงานทั้งหมดใช้ปลูกยางพารา (พ้ืนท่ีร้อยละ 100.00) สำหรับดินในบริเวณพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ (พื้นท่ี
16,475 ไร)่ พบว่าดินเป็นกลุ่มชดุ ดินในพ้นื ท่ีล่มุ 1 กลุ่มชุดดิน (มีเน้ือรวมกันคิดเปน็ ร้อยละ 20.40) พื้นที่ส่วนท่ีเหลือ
เปน็ กลุม่ ชุดดินในพื้นที่ดอน รวมทงั้ หมด 12 กลุ่มชุดดิน (มีพื้นท่ีรวมกันคิดเปน็ ร้อยละ 78.78) ซ่ึงดนิ ท้ังหมดจากการ
เก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์พบว่า จัดเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจุบันพ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่
เกษตรกรรม (พื้นที่ร้อยละ 89.40 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) และเกือบท้ังหมดเป็นพื้นท่ีปลูกยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 83.49

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-7

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม

ของพ้ืนท่ีรบั ประโยชน)์ ในกรณไี มม่ โี ครงการจะไมม่ ีการเปลีย่ นแปลงไปจากเดิมเพราะพน้ื ทเี่ กือบทัง้ หมดถกู ใช้ประโยชน์
ในการเพาะปลูกไม้ยืนตน้ การปลกู พชื เป็นการอาศยั น้ำฝนเป็นหลัก พชื มีความเสยี่ งต่อการขาดน้ำได้ง่ายกรณีฝนหยุด
ตกทิ้งช่วงติดต่อกันเป็นเวลานานและการปลูกพืชต่อเนื่องกันไปเร่ือยๆ ในระยะยาวก็มีผลทำให้ดินท่ีมีความ
อุดมสมบูรณ์ลดต่ำลงไปอีก โดยเฉพาะถ้าขาดมาตรการปรับปรุงบำรุงดินและขาดการใช้ปุ๋ย จึงทำให้เป็นผลกระทบ
ทางลบในระดับน้อย (-2)

2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
ก. พนื้ ทอี่ ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกวั่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพนื้ ท่หี วั งาน
การก่อสร้างในพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วและพ้ืนท่หี ัวงาน จะทำให้สูญเสียทรัพยากรดิน

อย่างถาวร เน่ืองจากต้องมีการขุดเปิดหน้าดิน และขุดดินบางส่วนออกไป แต่ดินในพ้ืนท่ีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นดิน
ที่มีสมบัติบางประการไม่ค่อยเหมาะสมต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นเป็นดินที่มีสภาพความลาดชัดสูง (โดยเฉพาะ
กลุ่มชุดดนิ ที่ 62 มีความลาดชดั มากกวา่ 35%) และดนิ ท่ีมีสภาพความลาดชันคอ่ นขา้ งสงู (กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 26C มีความ
ลาดชัน 5-12%) นอกจากนั้นยังเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำและมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรด
รุนแรงมาก และดำเนินการก่อสร้างเฉพาะในพื้นที่ก่อสร้างท่ีกำหนดเท่าน้ัน ดังน้ันผลกระทบที่เกิดข้ึน
จงึ เป็นผลกระทบทางลบทอี่ ย่ใู นระดับนอ้ ยทส่ี ดุ (-1)

ข. พ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงานการก่อสร้างพื้นที่ถนนเข้าหัวงานและปรับปรุงเส้นทางเพื่อใช้เดิน
ทางเข้าสหู่ วั งานคิดเปน็ พ้ืนที่ก่อสร้างประมาณ 2.43 ไร่ กจิ กรรมในการก่อสร้างจะต้องมีการขุดเปดิ หน้าดินและขดุ ดิน
บางสว่ นออกไปป แต่ดินในพ้นื ที่ดังกลา่ วเปน็ ดินทม่ี ีสมบัติบางประการไม่คอ่ ยเหามะสมต่อการปลูกพชื และดำเนนิ การ
ก่อสร้างเฉพาะในพ้ืนท่ีก่อสรา้ งท่กี ำหนดเท่าน้ันซง่ึ เป็นพน้ื ท่ีไมม่ าก ดังน้ันผลกระทบท่เี กดิ ขึ้นจงึ เปน็ ผลกระทบทางลบ
ท่อี ยใู่ นระดบั น้อยทสี่ ดุ (-1)

ค. พื้นที่รบั ประโยชน์
การพัฒนาโครงการจะมีการวางระบบท่อส่งน้ำ ซึ่งจะมีการขุดเปิดหน้าดินและการถมดิน

เพื่อการก่อสร้างทำให้ดินบางส่วนมีการถูกเคลื่อนย้ายออกไป กิจกรรมดังกล่าวจะทำให้มีการสูญเสียทรัพยากรดิน
และพืชท่ีปลูกอยู่บางส่วน คิดเป็นพ้ืนท่ีดำเนินการของระบบท่อส่งน้ำ (37.20 กม.) อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดขึ้น
ดังกล่าวสามารถจัดการให้อยู่ในเฉพาะพื้นที่จำกัดและดินในบริเวณดังกล่าวเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและมี
สภาพความเป็นกรดจัด ดงั น้นั ผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จงึ เป็นผลกระทบทางลบในระดบั นอ้ ยทีส่ ดุ (-1)

(2) ระยะดำเนนิ การ
ก. พน้ื ทีอ่ ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ และพน้ื ทห่ี ัวงาน
การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ และการก่อสร้างพื้นที่หัว

จะทำให้มีการสูญเสียดนิ และการใช้ประโยชนท์ ี่ดินในทางการเกษตร เน่ืองจากดินในพ้ืนทีอ่ ่างเก็บน้ำบางส่วนที่มีการ
ขุดเปิดนำดินออกไปและดินบางสว่ นที่เหลืออยู่จะจมอยู่ในน้ำเป็นการถาวร ในสว่ นของพ้ืนท่ีหัวงานจะถูกเปลี่ยนเป็น
สิ่งก่อสร้างประกอบด้วยเขื่อนและอาคารต่างๆ โดยมีการขุดเปดิ หน้าดนิ ออกไปและมีการปรบั สภาพพน้ื ท่ี ไม่สามารถ
ฟนื้ ฟูสภาพได้ ดังนนั้ พืน้ ที่ทง้ั 2 ส่วนดังกลา่ วนจี้ ะได้รบั ผลกระทบทางลบในระดับมากท่สี ดุ (-5)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-8

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

ข. พน้ื ที่ถนนเขา้ หัวงาน
การก่อสร้างถนนเข้าหัวงานเกดิ เป็นพื้นที่ประมาณ 2.43 ไร่ โดยพื้นท่ีดังกล่าวได้ถูกเปล่ียน

จากสภาพท่ีเปน็ ดินไปเป็นถนนอยา่ งถาวรทำให้เป็นผลกระทบทางลบในระดับมากที่สดุ (-5)
ค. พน้ื ทร่ี บั ประโยชน์
การพัฒนาโครงการจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ที่ดินและทรัพยากรดินในพ้ืนท่ีรั บ

ประโยชน์ ซึ่งการมีระบบชลประทานท่ีมีน้ำใช้ประโยชน์ในการเกษตรจะช่วยทำให้มีการใช้ทรัพยากรดินเข้มข้นมาก
ขึ้น ทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง เนอ่ื งจากสามารถเพาะปลูกพชื ได้ตลอดทั้งปแี ละพืชให้ผลผลิตมากข้นึ ซึง่ เป็นการเพิ่ม
ศักยภาพในการผลิตของดิน จึงเป็นผลกระทบทางบวกในระดับมาก (+4) ในทางตรงกันข้ามถ้าหากมีการปลูกพืช
อย่างต่อเนื่อง และขาดการบำรุงรักษาดินที่ดีพอรวมทั้งการใช้ปุ๋ยหรือใช้ปุ๋ยอย่างไม่ถูกต้อง ก็มีผลทำให้ดินอาจมี
ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนและหรือความไม่สมดุลของธาตุอาหารชนิดต่างๆ ในดินเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ผลกระทบ
ดังกล่าวสามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยวิเคราะห์สมบัติบางประการของดินที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
และเลอื กวิธกี ารปรบั ปรงุ บำรุงดินให้ถกู วธิ แี ละใชป้ ุ๋ยทเ่ี หมาะสม ผลกระทบในเรอื่ งดงั กลา่ วทมี่ ตี ่อทรัพยากรดินจงึ เป็น
ผลกระทบทางลบในระดบั น้อย (-2)

4.2.4 ธรณวี ทิ ยาและการเกิดแผน่ ดนิ ไหว
1) กรณไี มม่ โี ครงการ
สภาพธรณีวิทยาท่ัวไปบริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริและ

พ้ืนที่ใกล้เคียง วางตัวรองรับด้วยชุดหินและชุดตะกอน จำนวน 7 ชุด ประกอบด้วย ชุดหินตะกอน จำนวน 4 ชุด
ได้แก่ หน่วยหินยุค O หน่วยหินยคุ SDCtp หน่วยหินยคุ E หน่วยหนิ ยุค Trc ชดุ หนิ ตะกอนรว่ น จำนวน 2 ชุด ไดแ้ ก่
ชุดตะกอน Qc ชุดตะกอน Qa และชุดหินอัคนี จำนวน 1 ชุด ได้แก่ หน่วยหินอัคนีแทรกซอนชนิดหินแกรนิต มียุค
Triassic(Trgr) และจากการศกึ ษาข้อมลู เบือ้ งต้นและแผนที่ธรณีวิทยาประเทศไทย และรายงานการสำรวจธรณีวิทยา
ฐานราก โครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ อำเภอปา่ บอน จงั หวดั พทั ลุง พบวา่ บรเิ วณ
โครงการและพ้ืนที่ใกล้เคียงมีรอยเลื่อนและรอยแตกมากมายในหินยุคออร์โดวิเชียน หินยุคไซลูเลียน-ดีโวเนียน และ
หินอัคนียุคไทรแอสซกิ ซงึ่ อยู่บริเวณเทือกเขาทางดา้ นตะวนั ตกของพัทลุง หรอื ในบริเวณพ้ืนทโ่ี ครงการ

ท่ีต้ังโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริตั้งอยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อน
ระนองไม่เกิน 285 กิโลเมตร และกลุ่มรอยเล่ือนคลองมะรุยไม่เกิน 190 กิโลเมตร และเมื่อพิจารณาแผนท่ีภัยพิบัติ
แผ่นดินไหวประเทศไทย พบว่าตำแหน่งที่ต้ังโครงการจัดอยู่ในเขตแผ่นดินไหวมีระดับรุนแรง I-III เมอร์คัลลี (คน
ธรรมดาจะไมร่ ู้สึก แตเ่ ครือ่ งวดั สามารถจับได้) จงึ เป็นผลกระทบทางลบในระดับน้อยท่สี ุด (-1)

2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะก่อสรา้ ง
สภาพธรณีวทิ ยาอ่างเก็บน้ำและธรณีวิทยาสัณฐานที่สำคัญ พื้นท่ีโดยท่ัวไปของโครงการอ่างเก็บ

น้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริปิดทับด้วยชั้นดินจำพวกดิน Clayey sand (SC), Clayey sand
some gravel (SC), Well graded sand (SW), Well graded sand wih gravel (SW), Lean clay (CL), Well
graded gravel (GW) และ Clayey gravel (GC) ซงึ่ เกือบทั้งหมดพบเป็นชัน้ ดินที่เกิดจากการผพุ ังอยู่กบั ที่ของชน้ั หิน
ฐานราก (residual Soil) ส่วนชนิดของชั้นหินฐานรากจากการศึกษาแผนที่ธรณีวิทยาประเทศไทยเบื้องต้นคาดว่า

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-9

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดล้อม

น่าจะวางตัวรองรับด้วย ชุดหิน Trgr ที่มีอายุอยู่ในช่วงยุคไทรแอสซิก ประกอบด้วย หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต
เนื้อปานกลางถึงหยาบ พบกระจายตัวเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทางด้านตะวันตกของจงั หวัดพัทลงุ วางตัวทอดยาว
ในทศิ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉยี งใต้จากผลการเดินสำรวจในภาคสนามและผลการเจาะสำรวจสอดคล้อง
กบั แผนท่ีธรณวี ทิ ยา โดยพบว่าบริเวณพน้ื ทโ่ี ครงการรองรบั ด้วยหินอคั นจี ำพวกหินแกรนิต

ความสามารถในการเก็บกักน้ำในพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พจิ ารณาจากชนิดหนิ และโครงสร้างของหนิ ในพ้ืนท่ีแล้ว เนอ่ื งจากหินฐานรากเปน็ แกรนิต ปดิ ทบั ด้วยชนั้ ดนิ หนาเกอื บ
ทั้งหมด การรั่วซึมของน้ำอาจเกิดขึ้นผ่านระนาบการวางตัวและรอยแตกของมวลหิน แต่จากการประเมิน
ประสิทธิภาพการร่วั ซึมของน้ำมีการรัว่ ซึมในช้ันดินคอ่ นข้างสงู ในหลายพ้นื ท่ี และมีค่าการรั่วซึมของน้ำนอ้ ยลงเม่ืออยู่
ในระดับลึกลงไปในชั้นหินฐานราก โดยมีค่าอัตราการรั่วซึมของน้ำผ่านช้ันดินอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงสูงมาก คือ มีค่าการ
รว่ั ซมึ ของน้ำอยู่ในช่วง 3.06X10-5 – 2.50X10-3 cm/sec สว่ นช้ันหนิ ฐานรากพบมีหลายบรเิ วณที่มีค่าอัตราการร่วั ซึม
ของน้ำผ่านชั้นหินอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากถึงปานกลาง คือ มีค่าการรั่วซึมของน้ำอยู่ในช่วง 0.00 – 5.43 Lugeon และ
สามารถประเมินได้วา่ ความสามารถในการกกั เก็บนำ้ ในพน้ื ที่อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั อยู่ในเกณฑ์คอ่ นขา้ งดี

โดยสรุป โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เบ้ืองต้นจากผลการ
เจาะสำรวจพบว่าตัวรองรับด้วยหินอัคนีจำพวกหินแกรนิต และต้ังอยู่ในบริเวณพ้ืนที่ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศแบบเนิน
เขาสูงจึงทำให้มีลักษณะของพ้ืนที่สว่ นใหญ่ลาดชัน จากการเดินสำรวจภาคสนามบริเวณจดุ ซึ่งเปน็ ที่ตั้งของฐานยันท้ัง
สองฝงั่ พบวา่ เป็นชั้นดินหนา ระดับหน้าหินอยู่ในระดับลึก แตเ่ นื่องจากชนดิ ของชั้นดินที่พบส่วนใหญ่มกี ารยดึ เกาะตัว
กันอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีและช้ันหินฐานรากมีความแข็งแรง และพิจารณาทิศทางการวางตัวของแนวรอยแตก
พบว่าไม่อยู่ในแนวท่ีจะเกิดการเล่ือนไถลของมวลดิน/หิน ไม่น่าที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของลาดไหล่เขา
และปัญหาการลื่นไถลของชั้นดินและช้ันหนิ ฐานรากท้ังในขณะดำเนินการก่อสร้างหรือภายหลังเร่มิ ทำการกักเกบ็ น้ำ ทำ
ให้ผลกระทบอยใู่ นระดับนอ้ ย (-2)

(2) ระยะดำเนนิ การ
ก. ผลกระทบตอ่ ความม่ันคงของอ่างเก็บน้ำ พิจารณาจากสภาพธรณีวทิ ยาบรเิ วณพื้นท่ีหวั งาน

และอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่รองรับด้วยหินอัคนีจำพวกหนแกรนิต และการร่ัวซึมของน้ำในช้ันหินฐานรากบางช่วงอยู่ใน
เกณฑ์ต่ำมากถงึ ปานกลาง ประกอบกับท่ีตั้งโครงการอ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริอยู่ห่าง
จากกลุ่มรอยเล่ือนระนองไม่เกิน 285 กิโลเมตร และกลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุยไม่เกิน 190 กิโลเมตร ซึ่งผลกระทบ
ดังกล่าวได้มีการพิจารณาแก้ไขในช่วงก่อสร้างโครงการโดยการปรับปรุงฐานรากโดยการอัดฉีดน้ำปูน (Cement
Grouting) เพ่ือเพ่ิมความแข็งแรงในการรับน้ำหนักของตัวเขื่อนและลดการร่ัวซึมได้ จึงมีผลกระทบด้านความม่ันคง
ของอ่างเก็บน้ำในระดับน้อย (-2)

ข. ผลกระทบด้านแผ่นดินไหว การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศ
ไทยพบว่าสภาพแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทั้งหมดมีศูนย์กลางอยู่ภายนอกประเทศทั้งสิ้น ได้แก่ บริเวณตอนใต้ของ
สาธารณรัฐประชาชนจนี สปป.ลาว สหภาพเมยี นมาร์ และตอนเหนือของเกาะสมุ าตราในทะเลอนั ดามนั ส่วนประเทศ
ไทยจัดว่าค่อนข้างปลอดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง นอกจากนี้บริเวณพ้ืนท่ีโครงการไม่มีรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่าน
บรเิ วณพ้ืนทีโ่ ครงการและพนื้ ที่ใกล้เคยี ง สำหรับรอยเลื่อนที่มพี ลงั (Active Fault) ทต่ี ง้ั อยใู่ กลพ้ ื้นท่ีโครงการมากทส่ี ุด
2 กลุ่มรอยเลื่อน ได้แก่ กลุ่มรอยเล่ือนระนองไม่เกิน 285 กิโลเมตร และกลุ่มรอยเล่ือนคลองมะรุยไม่เกิน 190

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-10

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม

กโิ ลเมตร หากพิจารณาสถิติขอ้ มูลการเกดิ แผน่ ดนิ ไหวท่ีมีผลกระทบต่อประเทศไทยของกรมอุตนุ ยิ มวิทยา พน้ื ท่ศี กึ ษา
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดอยู่ในเขตแผน่ ดนิ ไหวมีระดับรุนแรง I-III เมอร์คัล
ลี (คนธรรมดาจะไม่รู้สึก แต่เครื่องวัดสามารถจับได้) มีความเสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายในระดับน้อย ดังนั้น
เพ่อื ให้โครงการสามารถดำเนินการได้โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อการเกิดการพังทลายหรือความเส่ยี งจากแผน่ ดนิ ไหวจึง
จำเป็นต้องพิจารณาถึงการออกแบบก่อสร้างให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเกิดแผ่นดินไหวในพ้ืนที่โครงการฯ จึง
ประเมนิ ว่ามีผลกระทบในระดบั น้อย (-1)

4.2.5 วัสดทุ ีใ่ ช้ในการสรา้ งเข่อื น
1) กรณไี ม่มโี ครงการ
จากการสำรวจตำแหน่งแหล่งวัสดุก่อสร้างในพ้ืนที่บริเวณใกล้ท่ีตั้งโครงการ ประเภทโรงโม่หิน

บอ่ ทราย โรงผลติ คอนกรีตและบ่อลูกรงั ของกรมทางหลวงชนบท กรมอตุ สาหกรรมพน้ื ฐานและการเหมืองแร่ บริเวณ
พื้นท่ีศึกษาโครงการและใกล้เคียง พบแหล่งวัสดุก่อสร้างประเภทโรงโม่หิน 2 แหล่ง บ่อทราย 2 แห่ง โรงผลิต
คอนกรีต 3 แห่ง และบ่อลกู รัง 4 แหล่ง ทั้งหมด 11 แหล่ง ทง้ั นี้จะตอ้ งทำการตรวจสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของ
ตัวอยา่ งจากแหล่งวสั ดุอีกคร้ังและปรมิ าณสำรองในแตล่ ะแหลง่ ก่อนนำไปใชง้ าน

2) กรณมี ีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
จากผลการสำรวจพบกลุ่มดินรวม 4 กลุ่ม คือ CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic) มี

ปริมาณรวมทั้งส้ิน 1,296,619.3 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้อยกว่าความต้องการ (ความต้องการดินถมอัดแน่น
ประมาณ 1,400,000 ลูกบาศก์เมตร) แยกเป็นกลุ่มดินทึบน้ำ 2 กลุ่ม (CL, SC) มีปริมาณ 763,619.7 ลูกบาศก์เมตร
กลุ่มดินก่ึงทึบน้ำ 2 กลุ่ม (MH, SM) มีปริมาณ 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร กลุ่มดินไม่ทึบน้ำ (SM non-plastic) มี
ปริมาณ 252,844.9 ลูกบาศก์เมตร และ Top Soil มีปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณดินท่ีเหมาะสมในการ
ก่อสร้าง (CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)) รวม 967,637.4 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 0.7 เท่าของความ
ต้องการใช้งาน จงึ เป็นผลกระทบทางบวกจากการนำทรัพยากรที่มอี ยู่มาใชป้ ระโยชน์ (+3)

(2) ระยะดำเนนิ การ
ไม่มีกิจกรรมทีต่ ้องใชว้ ัสดสุ ำหรบั การกอ่ สร้างใดๆ จงึ ไมม่ ผี ลกระทบตอ่ แหลง่ วัสดุก่อสร้าง (0)

4.2.6 แหลง่ แร่
1) กรณีไม่มีโครงการ
จากการศึกษาทบทวนลักษณะทางธรณีวทิ ยาแหล่งแร่บริเวณพนื้ ท่ีโครงการอ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกั่วอัน

เนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่าชนิดของชั้นหินฐานรากจากการศึกษาแผนท่ีธรณีวิทยาประเทศไทยเบ้ืองต้นคาดว่าน่าจะ
วางตัวรองรับด้วยชุด Trgr ท่ีมีอายุอยู่ในช่วงยุคไทรแอสซิก ประกอบด้วยหินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต เนื้อปานกลางถึง
หยาบ พบกระจายตัวเป็นเทือกเขาสลับซบั ซ้อนทางด้านตะวันตกของจงั หวัดพัทลุง วางตวั ทอดยาวในทิศทางตะวันตกเฉียง
เหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ จากผลการเดินสำรวจในภาคสนามและจากผลการเจาะสำรวจสอดคล้องกบั แผนที่ธรณีวทิ ยา โดย
พบว่าบริเวณพ้ืนท่ีโครงการรองรับด้วยหินอัคนี จำพวกหินแกรนิต โดยในพ้ืนท่ีศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำรไิ ม่พบแหล่งแร่ หรือการประกอบกิจการตามพระราชบัญญตั ิแร่ พ.ศ. 2560 แตอ่ ยา่ งใด

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-11

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม

2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
เนือ่ งจากบรเิ วณพ้ืนที่หัวงานและอา่ งเกบ็ น้ำของโครงการไม่มแี หล่งแร่ท่ีมีศักยภาพและไม่มที ำเหมือง

แร่ จงึ ไมม่ ีผลกระทบต่อแหล่งแร่และการทำเหมืองแร่ (0)
(2) ระยะดำเนินงาน
หลงั จากก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ ไมม่ ผี ลกระทบต่อแหลง่ แรแ่ ละการทำเหมืองแร่

4.2.7 การตกตะกอนและการกดั เซาะ
1) กรณีไมม่ ีโครงการ
จากข้อมูลปริมาณตะกอนแขวนลอย ของสถานีวัดตะกอนต่างๆ ในบริเวณพื้นท่ีศึกษาจำนวน 11

สถานี แยกเป็นสถานีของกรมชลประทาน 9 สถานี และกรมทรัพยากรน้ำ 2 สถานี โดยมีช่วงพิสัยของขนาดพื้นที่รับ
น้ำฝนอยู่ระหว่าง 18.1 – 1,546.8 ตารางกิโลเมตร และมีช่วงพิสัยของค่าปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียต่อ
หน่วยพ้ืนที่อยู่ระหวา่ ง 36.17 – 258.06 ตนั /ตารางกโิ ลเมตร (0)

2) กรณีมโี ครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
เน่ืองจากกจิ กรรมการกอ่ สร้างที่ต้องดำเนินการในลำนำ้ จะกระทำเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ซึง่ ในลำน้ำมี

ปริมาณน้ำน้อย และระหว่างการก่อสร้าง จะมีการสร้างทำนบกันแยกบริเวณก่อสร้างเพ่ือป้องกันมิใหน้ ้ำไหลผ่านเข้า
มาในบริเวณหน้างาน ประกอบกับมีการวางแผนการผนั น้ำในขณะก่อสร้างเขื่อนในช่วงฤดูแล้ง ดงั นั้นจึงมีผลกระทบ
ด้านการตกตะกอนในระดับนอ้ ย (-2)

(2) ระยะดำเนินการ
หลังจากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวสามารถประเมินตะกอนรวมรายปีเฉล่ียที่ไหลลง

อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่วเทา่ กับ 4,913.6 ตัน/ปี จึงมีผลกระทบดา้ นการตกตะกอนในระดบั นอ้ ยท่ีสุด (-1)

4.2.7 อุทกวิทยาและคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดิน
1) อุทกธรณวี ทิ ยา
(1) กรณีไมม่ โี ครงการ
ผลการคำนวณปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำทะเลหลวง พบว่าลุ่มน้ำทะเลหลวงมีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉล่ีย

ประมาณ 187.53 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่าส่วนใหญ่เกิดในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึง
เดือนธันวาคมของปีถัดไป ประมาณ 138.31 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 73.76. ของปริมาณน้ำท่าทั้งปี
ส่วนในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์มกราคมจนถึงเดือนเมษายนเป็นช่วงท่ีมีปริมาณน้ำท่าเกิดข้ึนน้อย
ประมาณ 49.21 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรอื คิดเป็นร้อยละ 26.24 ของปริมาณน้ำทา่ ท้ังปี (0)

(2) กรณมี โี ครงการ
ก. ระยะก่อสร้าง
ฝนระยะกอ่ สร้างหวั งานเขื่อน ไม่มผี ลกระทบต่อปรมิ าณนำ้ ทไี่ หลในลำนำ้ แตอ่ ยา่ งใด เนอ่ื งจากยัง

ไมม่ ีการเก็บกกั น้ำ ดังนั้นปริมาณนำ้ ทางดา้ นทา้ ยน้ำโดยรวมกจ็ ะเทา่ กบั ก่อนการกอ่ สรา้ ง โดยการกอ่ สรา้ งอื่นๆ ในชว่ งฤดูฝน
จะมกี ารผนั ทางนำ้ เลีย่ งพื้นทก่ี ่อสรา้ งกจ็ ะไม่เกิดผลกระทบตอ่ การกดี ขวางทางน้ำ จึงเปน็ ผลกระทบทางลบในระดบั น้อย (-2)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-12

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม

ข. ระยะดำเนินการ
ภายหลังการก่อสร้างโครงการแลว้ เสรจ็ และทำการเกบ็ กกั นำ้ ปริมาณน้ำทา่ ที่ไหลเข้าสู่อา่ ง

จะถูกเก็บกักไว้ ซ่ึงจะเป็นผลดีต่อการใช้ประโยชน์ และช่วยบรรเทาอุทกภัยแก่พ้ืนที่ท้ายเขื่อนได้ส่วนหน่ึง การ
ดำเนินการจะช่วยให้ราษฎรมีน้ำใช้ในดา้ นอุปโภค-บริโภค การทำเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และช่วยให้ราษฎรมีน้ำใช้ใน
ดา้ นระบบนเิ วศทางดา้ นทา้ ยนำ้ อกี ดว้ ย จงึ เป็นผลกระทบในระดับมาก (+3)

2) คุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ
(1) กรณไี ม่มโี ครงการ
จากการพิจารณาคุณภาพน้ำผิวดินบริเวณพ้ืนที่โครงการในฤดูแล้ง พบว่า สรุปคุณภาพน้ำท้ัง 4

สถานีจากการตรวจวัดในช่วงฤดูแล้งพบว่า คุณภาพน้ำอยใู่ นเกณฑ์ดี จัดอยูใ่ นแหล่งน้ำประเภทท่ี 3 และประเภทท่ี 4
ในฤดูฝนคุณภาพน้ำอยู่ในประเภทที่ 3 และเม่ือเปรียบเทียบกับเกณฑ์คุณภาพน้ำเพ่ือการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น้ำจืด
เอกสารวิชาการตามสถาบันประมงน้ำจืดแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 75/2530 คุณภาพน้ำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ท่ี
เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยแหล่งน้ำมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เพ่ือการอุปโภคและบริโภค
โดยต้องผ่านการฆ่าเช้ือโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ และมีความเหมาะสม
สำหรบั เป็นน้ำชลประทานท่ีใชใ้ นการเพาะปลูก เหมาะสำหรบั การปลกู พืชเกือบทกุ ชนดิ

ดังนั้น ในอนาคตหากไม่มีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ คาดว่าจะไม่มีผลกระทบ (0) ต่อคุณภาพนำ้ คณุ ภาพนำ้ จะไม่เปล่ยี นแปลงไปจากปัจจุบัน เนอื่ งจากการ
ใช้ประโยชน์ท่ีดินยังมีลักษณะเช่นเดียวกับปัจจุบัน คือ ไม่มีชุมชนหนาแน่น และไม่มีสถานประกอบการซึ่งเป็น
แหลง่ กำเนดิ น้ำเสียทจ่ี ะปล่อยระบายน้ำเสียลงแหล่งน้ำในบริเวณพ้ืนท่ีโครงการ โดยสภาพทั่วไปโดยเฉพาะพ้ืนท่ที ี่จะ
สร้างเป็นอา่ งเก็บน้ำเป็นสภาพป่าและพ้ืนทเี่ กษตรกรรม

(2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
ในช่วงก่อสร้างโครงการ กิจกรรมการก่อสร้าง เช่น การขุดดิน การถมดินสร้างฐานเขื่อน

การแผ้วถางไม้ในพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำ การเปิดหน้าดิน อาคารสำนักงาน อาคารท่อระบายน้ำ เป็นต้น การกองดิน และ
การเปิดหน้าดินนั้นจะทำให้มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนจากการชะล้างของตะกอนลงสู่คลองเหมืองตะกั่ว โดยเฉพาะ
ในช่วงฤดูฝนท่ีมีน้ำหลาก (run off) ผ่านพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลทำให้คุณภาพน้ำขุ่นและเกิดตะกอนเพ่ิมขึ้น อย่างไรก็
ตามโครงการได้จัดให้มีมาตรการลดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำด้านความขุ่นในคลองเหมืองตะก่ัว ในฤดูฝนจึงอยู่ใน
ระดับปานกลาง ส่วนในฤดูแล้งคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำอุปโภคและบริโภคในครัวเรือน
จากนำ้ ประปาหมู่บ้านและน้ำใชใ้ นครัวเรอื นบางส่วนมากจากคลองเหมอื งตะกว่ั และบางส่วนใช้น้ำบรโิ ภคจากการซื้อ
น้ำถังบรรจุขวด และบางส่วนใชน้ ้ำบาดาล อย่างไรก็ตามในการก่อสร้างต้องระวงั ไม่ให้น้ำมันจากเคร่ืองจักรปนเปื้อน
ลงสู่แหล่งนำ้ ดังน้ันผลกระทบด้านความขุ่นที่อาจจะเพ่ิมขึ้นในคลองเหมืองตะก่ัว จึงสง่ ผลกระทบทางอ้อมต่อการใช้
นำ้ ในชุมชนในระดบั ปานกลาง (-3)

ส่วนการก่อสร้างบริเวณพืน้ ท่รี บั ประโยชน์ ประกอบด้วยการขุดเปิดหน้าดินเพื่อก่อสร้างระบบท่อ
ส่งน้ำและการก่อสร้างและปรับปรุงฝาย จะก่อให้เกิดตะกอนดินชะล้างลงสู่แหล่งน้ำได้เนื่องจากคลองส่งน้ำมีจุดตัด
กับแหล่งน้ำ จะทำให้มีความเสยี่ งในการปนเป้ือนจากการชะลา้ งของตะกอนลงสู่คลองเหมืองตะกัว่ ที่เกย่ี วข้อง สง่ ผลทำให้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-13

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เพิ่มความขุ่นในแหล่งน้ำ แต่เนื่องจากพ้ืนที่ในการขุดวางระบบท่อส่งน้ำจะเป็นการเปิดพื้นที่ไม่มากเหมือนบริเวณ
เขื่อนหัวงาน และผลกระทบจากความขุ่นเป็นผลกระทบชั่วคราว แต่อาจส่งผลให้แร่ธาตตุ ่างๆ ท่ีมีอยู่ในดินชะล้างลง
แหล่งน้ำ เช่น แคลเซียม โซเดียม เป็นต้น แต่จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดิน คลองเหมืองตะกั่ว พบว่า มีค่า SAR
ท่ีเหมาะแก่การชลประทาน และพื้นท่ีตลอดริมห้วยทั้งสอง ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ดังนั้นผลกระทบต่อ
คุณภาพนำ้ ในช่วงกอ่ สร้างจะไม่สง่ ผลต่อคณุ ภาพน้ำเพื่อการเกษตร และเน่ืองจากประชาชนสว่ นใหญ่ใช้นำ้ อปุ โภคและ
บริโภคในครัวเรือน จากน้ำประปาหมู่บ้านจากคลองเหมืองตะกั่ว และบางส่วนส่วนใช้น้ำบริโภคจากการซ้ือน้ำถัง
บรรจุขวด และบางส่วนใช้น้ำบาดาล ส่วนน้ำในลำห้วยจะถูกนำมาใช้เพ่ือการเกษตรเป็นหลัก ดังน้ันผลกระทบด้าน
ความขุ่นท่อี าจจะเพม่ิ ขึ้นในคลองเหมอื งตะกวั่ จงึ สง่ ผลกระทบทางอ้อมต่อการใช้น้ำในชมุ ชนในระดับนอ้ ย (-2)

ช่วงการก่อสร้างจะมีคนงานก่อสร้างเข้ามาในพื้นท่ีโครงการ โดยประมาณสูงสุด 200 คน ต้องมี
การจัดการด้านสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อม ได้แก่ การจัดการน้ำเสีย การจัดการขยะมูลฝอย แคมป์คนงาน เพื่อไม่ให้ไหล
ไปปนเปื้อนในลำน้ำธรรมชาติได้ โดยน้ำเสียจากการอุปโภค-บริโภค ในสำนักงานสนามฯ/ที่พักคนงาน คิดจากอัตรา
รอ้ ยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ (คิดอัตราการใช้น้ำ 70 ลติ รต่อคนต่อวัน รวมปริมาณน้ำใช้ 14,000 ลิตรต่อวนั ) ดังนั้น
จึงมีปริมาณน้ำเสียเกิดข้ึนเฉล่ียประมาณ 11,200 ลิตรต่อวัน หรือ 11.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังน้ันโครงการต้อง
จดั หาระบบบำบัดนำ้ เสียสำเร็จรูปสำหรบั ห้องน้ำ หอ้ งส้วม ในท่ีพักคนงานก่อสรา้ ง ให้มีปริมาตรความจุในการรองรบั
นำ้ เสียไดไ้ มน่ ้อยกว่า 12 ลูกบาศกเ์ มตรตอ่ วัน และทีพ่ กั คนงานก่อสรา้ งจะถูกกำหนดให้อยู่ห่างจากแหลง่ นำ้ ธรรมชาติ
ไม่น้อยกว่า 50 เมตร ดังนั้นผลกระทบต่อคณุ ภาพนำ้ จากคนงานกอ่ สรา้ งจึงอย่ใู นระดบั น้อย (-2)

(2) ระยะดำเนินการ
• พื้นทอี่ ่างเก็บน้ำ
การกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วฯ ท่ีระดับเก็บกักน้ำสูงสุด +111.65 เมตร (รทก.)

ความจุ 11.13 ล้านลูกบาศก์เมตร มพี ื้นที่ 351 ไร่ จะมีผลต่อการเปล่ยี นแปลงสภาพอุทกวิทยาของคลองเหมอื งตะกั่ว
ในพืน้ ท่ีนำ้ ทว่ ม โดยเปล่ียนจากสภาพน้ำไหลเป็นน้ำนิง่ ในระยะแรกของการเก็บกกั อาจเกิดการเน่าเสียของน้ำบริเวณ
ด้านล่างอ่างเกบ็ น้ำ จากการเน่าสลายของอินทรียวัตถุ ซากพืชต่างๆ อีกท้ังสภาพน้ำนิ่งจะทำให้ประสทิ ธภิ าพในการ
ดดู ซับออกซิเจนจากอากาศน้อยลง ซ่ึงหากมีการระบายน้ำชั้นล่างท่ีอาจเนา่ เสียลงสู่ลำห้วยเดิมด้านท้ายน้ำ จะส่งผล
กระทบต่อการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ และส่ิงมีชีวิตในน้ำของลำห้วยท้ายน้ำ อย่างไรก็ตามการเก็บกักน้ำที่ระดับ
เก็บกักที่ได้ออกแบบไว้ (+110.00 เมตร (รทก.) ถึง +111.65 เมตร (รทก.)) จะเก็บกักในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูแล้ง
หลังจากนน้ั โครงการจะเรม่ิ ระบายนำ้ ลงสู่ทา้ ยน้ำตามระบบสง่ นำ้ เข้าสู่พน้ื ที่รบั ประโยชน์ จะทำให้ระดบั กกั เกบ็ น้ำเรม่ิ
ลดลง ส่งผลให้อัตราการละลายออกซิเจนจากอากาศลงสู่น้ำมีมากขึ้นและถ่ายเทลงสู่พ้ืนท้องน้ำได้มากขึ้น ทำให้ค่า
ออกซิเจนละลายมีโอกาสสูงขึ้น อีกทั้งประชาชนในพื้นทีท่ ้ายนำ้ ได้ใช้ประโยชน์จากลำห้วยเพ่ือการเกษตร ซ่ึงชุมชนท่ี
อยู่ใกล้ท่ีต้ังเขื่อนมากที่สุด ได้แก่ บ้านเหมืองตะกั่ว ซึ่งอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำประมาณ 2 กิโลเมตร ซ่ึงเมื่อระบายน้ำ
ด้านท้ายเขื่อน ด้วยระยะทางดังกล่าวสามารถฟื้นฟูค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ให้อยู่ในสภาพปกติได้ดังน้ัน
ผลกระทบตอ่ คุณภาพน้ำในอ่างเก็บนำ้ และลำห้วยทา้ ยนำ้ จึงอยใู่ นระดบั น้อย (-2)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-14

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อม

• พ้นื ที่รบั ประโยชน์
ระบบท่อส่งน้ำ การปรับปรุงฝายเดิม โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจาก

พระราชดำริ ในพื้นท่ีจะช่วยบรรเทาอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากในฤดูน้ำหลากและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพ่ือ
การเกษตร จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในช่วงฤดูแล้งมีเพ่ิมข้ึน ทำให้แหล่งน้ำเพ่ือการเกษตรมีคุณภาพน้ำดีข้ึน สามารถ
เพาะปลกู พชื ได้ตลอดท้ังปี ซึ่งจะมผี ลกระทบต่อคุณภาพน้ำผิวดิน คือ มโี อกาสเกิดการปนเป้ือนของสารเคมเี กษตรใน
แหลง่ น้ำ จากผลการตรวจวดั คณุ ภาพน้ำผิวดินในพื้นท่ีโครงการท้ังในฤดูแล้งและฤดูฝน พบวา่ สารเคมีทางการเกษตร
และสารกำจดั ศตั รูพชื ในน้ำผวิ ดินในพนื้ ทโี่ ครงการในปริมาณท่นี อ้ ยมาก ซ่ึงยังมีคา่ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิว
ดิน เมื่อมีการเพิ่มพ้ืนที่ชลประทานจะมีโอกาสท่ีเกษตรกรจะใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชเพ่ิมมากขึ้น อาจทำให้มีการ
ปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำมากข้ึน จึงจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อเฝ้าระวังดังกล่าวและควรมีการให้
ความรูแ้ กเ่ กษตรกรในการใช้สารเคมที างการเกษตร

อย่างไรก็ตามพื้นท่ีชลประทานในพ้ืนที่โครงการส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีเดิม อาจมีการเพิ่มหรือ
พัฒนาขน้ึ จากเดิมส่วนหนึ่ง ซึ่งการเพ่ิมข้ึนหรือพัฒนาพื้นท่ีชลประทานจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำผิวดนิ ในระดับ
ตำ่ และจากการขยายพืน้ ท่กี ารเกษตรมากขนึ้ ทำให้มีการขุดเปดิ หน้าดนิ เพม่ิ ข้ึน สง่ ผลใหเ้ กิดความเสย่ี งจากการชะลา้ ง
ของตะกอน และมีความขุ่นลงสู่แหล่งน้ำมากข้ึน แต่เน่ืองจากน้ำใช้เพื่อการเกษตรและความขุ่นไม่ใช่ดัชนีท่ีส่งผล
กระทบต่อการเกษตร ดังน้ันจงึ ประเมนิ ได้ว่าผลกระทบตอ่ คณุ ภาพน้ำอย่ใู นระดับนอ้ ย (-2)

4.2.8 อทุ กธรณีวทิ ยาและคุณภาพนำ้ ใต้ดนิ
1) กรณไี ม่มโี ครงการ
ปจั จุบันบริเวณพ้ืนที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ บริเวณพ้ืนท่ีต้ัง

เขื่อนและบรเิ วณพื้นที่อา่ งเก็บนำ้ เป็นช้ันหินให้น้ำหนิ แกรนติ (Gr) ซึ่งจะไม่มีการพัฒนาในชั้นหินใหน้ ำ้ นี้ เน่อื งจากเป็น
ท่ีภเู ขาสูง สำหรับบริเวณพ้ืนท่รี ับประโยชน์ จะมีชัน้ หินให้น้ำ 5 ชนิดคือช้นั หนิ ใหน้ ้ำตะกอนตะพกั ลำน้ำ (Qht) ช้นั หิน
ให้น้ำตะกอนเศษหินเชิงเขา (Qcl) ช้ันหินให้น้ำตะกอนก่ึงหินแปรยุคคาร์บอนิเฟอรัส (CMS) ชั้นหินให้น้ำหินแปรอายุ
ไซลูเรียน-ดีโวเนียน (SDMM) และช้ันหินให้น้ำหินแกรนิต (Gr) ซึ่งส่วนใหญ่ให้คุณภาพน้ำดี ปริมาณการให้น้ำอยู่ใน
เกณฑ์ 2 – 10 ลูกบาศก์เมตร/ช่ัวโมง สำหรับคุณภาพน้ำใต้ดินจากการเก็บตัวอย่าง 3 สถานี บริเวณระบบประปา
บ้านเหมืองตะกั่ว ระบบประปาบ้านทุ่งหนักยอ และระบบประปาโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์
อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้ในการบริโภคตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2551 ดังนั้นหากไม่มีการพัฒนาโครงการ อัตราการให้น้ำและคุณภาพน้ำใต้ดินบริเวณพ้ืนที่โครงการยังคง
เหมือนเดมิ และไมม่ ีกจิ กรรมท่ีจะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพนำ้ ใต้ดิน (0)

2) กรณมี ีโครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง
ในชว่ งก่อสร้างโครงการ กิจกรรมการก่อสรา้ งอาคารสำนักงาน อาคารท่อระบายน้ำ ก่อสรา้ งคลองสง่ น้ำ

และปรับปรุงฝาย ท่อลอดถนน โดยกิจกรรมต่างๆ เหล่าน้ีจะมีการขุดและเปิดหน้าดินในบริเวณพ้ืนที่ก่อสร้าง ซึ่งกิจกรรม
ดังกลา่ วน้ันอย่ใู นระดบั ตน้ื ไม่ถึงระดับน้ำใต้ดิน จึงไม่กีดขวางทิศทางการไหลของน้ำใตด้ ิน ไม่มีการนำน้ำใต้ดินมาใชใ้ นมาใช้
ในพ้ืนท่ีโครงการ และไม่มีการปนเปื้อนจากกิจกรรมการก่อสร้างดังกล่าวที่จะไปรบกวนคุณภาพน้ำใต้ดิน ดังน้ันกิจกรรมใน
ระยะก่อสรา้ งจงึ ไมก่ ่อให้เกดิ ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใต้ดนิ (0)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-15

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การประเมินผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม

ช่วงการก่อสร้างจะมีคนงานก่อสร้างเข้ามาในพ้ืนท่ีโครงการ ต้องมีการจัดการด้านสุขาภิบาล
สิง่ แวดลอ้ ม ได้แก่ การจดั การน้ำเสีย การจดั การขยะมูลฝอย แคมปค์ นงาน เพ่ือไม่ให้ไหลไปปนเป้ือนและซึมลงไปยัง
น้ำใต้ดินได้ แคมป์คนงานก่อสร้างจะอยู่ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อน้ำใต้ดินไม่น้อยกว่า 50 เมตร ดังน้ัน
กิจกรรมในระยะกอ่ สร้างจึงไมก่ ่อใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ คุณภาพนำ้ ใต้ดิน (0)

(2) ระยะดำเนินการ
ในระยะดำเนินการน้ำใต้ดินในบริเวณพ้ืนที่โครงการ เป็นน้ำใต้ดินแบบไร้แรงดัน ได้รับน้ำจากผิวดิน

โดยตรง การสรา้ งอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะทำให้ระดับน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้น ปรมิ าณน้ำใต้
ดินที่เพ่ิมข้ึนทำให้น้ำในพ้ืนท่ีป่าไม้และพ้ืนที่เกษตรท่ีอยรู่ อบอา่ งเก็บน้ำมีความชุ่มชื่นเพ่ิมข้ึน ประกอบกบั คุณภาพน้ำ
ใต้ดินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานน้ำบาดาลท่ีใช้ในการบริโภคตามประกาศ
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม พ.ศ.2551 ดังนั้นคาดว่าการดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบด้านบวก
ต่อปริมาณและคุณภาพนำ้ ใตด้ ินในระดบั มาก (+3)

4.2.9 พ้นื ทชี่ ่มุ น้ำ
1) กรณีไม่มีโครงการ
การศึกษาทบทวนและตรวจสอบข้อมูลพืน้ ที่จงั หวัดพัทลุงมพี ืน้ ทช่ี ุ่มน้ำระดับนานาชาติ จำนวน 2 แห่ง

ได้แก่ พื้นที่ชมุ่ น้ำในเขตห้ามล่าสตั ว์ป่าทะเลน้อยและพื้นท่ีชุม่ น้ำในเขตห้ามล่าสัตวป์ ่าทะเลสาบ นอกจากนย้ี ังมีพื้นท่ี
ชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญระหว่างประเทศจำนวน 1 แห่ง คือ พื้นท่ีชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน พ้ืนที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นใน
จังหวัดพทั ลงุ มจี ำนวน 304 แห่ง จำแนกเป็นพื้นท่ีชุ่มน้ำประเภททะเล/ชายฝั่ง/แหลง่ ปะการัง/หญา้ ทะเล จำนวน 9 แห่ง
คลอง/ห้วย แม่น้ำ/ลำธาร จำนวน 213 แห่ง บึง/ทะเลสาบ จำนวน 74 แห่ง และหนองน้ำ/ที่ลมุ่ แฉะ จำนวน 8 แห่ง
สำหรับพื้นท่ีโครงการอ่างก็บน้ำเหมืองตะก่วั ไม่ได้อยู่พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรอื พ้ืนที่ชุ่มน้ำที่มี
ความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ แต่พบว่ามีพ้ืนท่ีชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นได้แก่ คลองใหญ่ ห้วยใหญ่ คลองลำ
คลองลำนุ้ย คลองเต่าคลองวัดนาโอ่ คลองนาท่อม คลองลำเจียก คลองท่าแค คลองนุ้ย คลองบ้านแร่ และคลองท่า
โพธิ์ เปน็ ตน้

2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
พน้ื ท่กี ่อสรา้ งหัวงานเขื่อนและอาคารประกอบของโครงการ มีการก่อสร้างเพ่ือปิดก้ันคลองเหมอื ง

ตะก่ัว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำท่ีมีความสำคัญระดับท้องถ่ิน จงึ อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพนำ้ และส่ิงมีชวี ิตทาง
น้ำจากตะกอนความขุ่นที่เกดิ จากกจิ กรรมการกอ่ สร้างได้ เนื่องจากกิจกรรมการก่อสรา้ งทเ่ี ก่ยี วข้องกับลำน้ำ เชน่ การ
ขุด/การถมในทางน้ำจะกำหนดแผนงานในช่วงฤดแู ลง้ เป็นหลัก รวมทงั้ มีมาตรการในการดักตะกอนเพื่อลดผลกระทบ
ดา้ นการเพม่ิ ความขุน่ ในลำน้ำและการใช้นำ้ ทางด้านทา้ ยน้ำ จงึ เป็นผลกระทบในระดบั นอ้ ย (-2)

(2) ระยะดำเนินการ
ผลกระทบที่คาคว่าจะเกดิ ข้นึ ในระยะดำเนินการโครงการมีดังน้ี
(1) การเปลยี่ นแปลงระบบนิเวศพ้ืนท่ีชมุ่ น้ำ เน่ืองจากการดำเนินการโครงการเปน็ การก่อสร้าง

อ่างเกบ็ นำ้ ซง่ึ พ้ืนที่อา่ งเกบ็ น้ำตามคำจำกัดความแล้วถอื วา่ เปน็ พื้นท่ีชมุ่ นำ้ ประเภทหน่ึง ตัวอย่างเช่น อา่ งเกบ็ นำ้ ห้วย
จระเข้มากในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และอ่างเก็บน้ำบางพระ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
4-16

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมินผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม

อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จัดเป็นพ้ืนที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ เป็นต้น แต่การเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนเป็นการ
เปลี่ยนแปลงจากพ้ืนที่ชุ่มน้ำตามสภาพธรรมชาติท่ีเป็นระบบน้ำไหลและมีน้ำตลอดปีไปเป็นระบของอ่างเก็บน้ำซ่ึงมี
สภาพท่ีแตกต่างจากธรรมชาติถึงแม้ว่าจะเป็นการเพิ่มพ้ืนที่ชุ่มน้ำซ่ึงจะทำให้ส่ิงมีชีวิตต่างๆ ท่ีใช้ประโยชน์จากแหล่ง
น้ำใตร้ ับประโยชน์เพม่ิ ขนึ้ แต่ระบบนิเวศจะเปลี่ยนแปลงสภาพไปจากธรรมชาติดั้งเดิม ท้ังน้ีการเปล่ียนแปลง (ขนาด
ลักษณะ และนิเวศวิทยา พื้นที่ชุ่มน้ำย่อมส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบางชนิด รวมท้ังทำให้ระบบนิเวศบาง
ระบบท่ีเก่ียวข้องเกิดการเปล่ียนแปลงตามไปด้วย เช่น ระบบนิเวศแหล่งน้ำที่ถูกปิดกั้นเป็นอ่างเก็บน้ำทำให้
กระบวนการทางอุทกวิทยา (ระบบการระบายน้ำ) เปล่ียนแปลงไป ระบบนิเวศป่าริมน้ำที่อาจถูกทำลายจากการเก็บ
กักน้ำ การดำรงชีวิตของสิ่งมชี วี ิตในนำ้ ทอ่ี าจเปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ และการเปลีย่ นแปลงของพชื และสัตว์ทีเ่ ข้ามาใช้
ประโยชน์ในพน้ื ท่ี เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ ามเม่ือมแี หล่งนำ้ เพ่ิมข้นึ

ระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลง และมีการปรับตัวของส่ิงมีชีวิตเพ่ือให้สามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ใน
พื้นท่ีนนั้ ตอ่ ไปได้สำหรับอ่างเกบ็ นำ้ จะช่วยสร้างประโยชน์ไม่วา่ จะเป็นดา้ นนิเวศวิทยา เช่น เป็นพ้ืนที่ใช้ประโยชน์ของ
สตั ว์ปา่ รวมถึงนกน้ำชนิดต่างๆ เป็นแหล่งน้ำเพ่ือการอุปโภค เป็นแหล่งควบคุมและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ
ในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและความแห้งแล้ง รวมถึงสนับสนุนการเกษตรกรรมในพื้นท่ีตอนล่าง เป็นต้น ดังนั้นใน
การประเมินผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการจงึ ประเมนิ ได้วา่ เป็นผลกระทบทางบวกระดบั ปานกลาง (+3)
ท้งั นีพ้ ิจารณาจากระบบนิเวศของพนื้ ท่ีช่มุ นำ้ ที่เกดิ การเปลยี่ นแปลงไปจากสภาพธรรมชาติดั้งเดิม

(2) การควบคุมความสมดุลของระบบนิเวศ พ้ืนที่ชุ่มน้ำเป็นระบบท่ีมีความสำคัญทางด้าน
นิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ทรัพยากรรรมชาติ การดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวิตหลายชนิดทั้งพืชและสัตว์ รวมท้ังการทำ
หน้าท่ขี องพื้นท่ีชุ่มน้ำด้านอ่นื ๆ เช่น การเป็นแหล่งนำ้ สำหรบั ประโยชน์ การเป็นแหล่งเก็บกักนำ้ และการควบคมุ การ
ทำหน้าท่ีของระบบนิเวศตามธรรมชาติ เป็นต้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำย่อมทำให้เกิดท้ังผลดี
และผลเสียต่อสภาพแวดล้อม โดยอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวจัดได้ว่าเป็นพ้ืนที่ชุ่มน้ำลักษณะหนึ่ง ประโยชน์ที่
เกิดข้ึนเป็นการเพ่ิมพ้ืนที่แหล่งเก็บกักน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งทำให้เกิดทรัพยากรในระบบ
นิเวศแหล่งน้ำท่ีสามารถใชป้ ระโยชน์ไดเ้ พ่ิมข้ึน อย่างไรก็ตามเม่ือพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของพื้นชุ่ม
น้ำซึ่งทำใหส้ ่ิงมีชวี ิต้องมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปจากเดิม ทำใหร้ ูปแบบของการดำรงชวี ิตเกิดการเปล่ียนแปลง และ
หากพิจารณาถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ นอกจากการเปลี่ยนแปลท่ีเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการ
เปล่ียนแปลงทางอุทกวิทยาและระบบแหล่งน้ำแล้ว กิจกรรมที่เกิดข้ึนจากการใช้ประโยชน์จากพ้ืนที่ชุ่มน้ำ เช่น กร
ทอ่ งเท่ียว การพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานต่างๆ ท่ีไมไ่ ด้พิจารณาถึงระบบนิเวศในภาพรวม รวมถึงผลกระพบทเ่ี กิดข้ึนต่อ
ชุมชนที่ต้องใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ชุ่มน้ำ เป็นตัน ย่อมทำให้ระบบนิเวศ ของพื้นที่ชุ่มน้ำมีสภาพที่เสื่อมโทรมลงไปจาก
เดิม ดงั นั้นในการจัดการพ้ืนท่ีชุ่มน้ำจงึ ต้องมีแนวทางในการควบคมุ การใช้ประโยชน์ท่ีเหมาะสมและตอ้ งพจิ ารณาทุก
ระบบที่เกี่ยวข้องท้ังนี้เพ่ือให้การพัฒนาท่ีเกิดขึ้นมีความเหมาะสม ท้ังน้ีการประเมินผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จาการดำเนิน
โครงการต่อระบบนิเวศของพ้ืนที่ชุ่มน้ำในการควบคุมความสมดุลของระบบนิเวศต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องจึงประเมินได้ว่า
เป็นผลกระพบเชิงลบในระดับน้อย (-2) จากการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางนิเวศวิทยาและการเปลี่ยนแปลง
กระบวนการทางอุทกวิทยา ทั้งน้ีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำอาจมีผลต่อปริมาณน้ำท่าท่ีไหลตามธรรมชาติและ
ระบายสู่พืน้ ท่ชี มุ่ นำ้ ต่อไปซ่ึงการสูญสียทเี่ กดิ ขน้ึ ถือเป็นการสูญเสยี พ้ืนท่ชี มุ่ นำ้ ในเชงิ คณุ ภาพ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-17

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประเมินผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม

(3) นอกจากคุณค่าของพ้ืนท่ีชุ่มน้ำที่เป็นแหล่งใช้ประโยชน์สำหรับกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์
แล้วการทำหน้ำที่ตามธรรมชาติของพ้ืนท่ีชุ่มน้ำ เช่น การป้องกันการชะล้างพังทลายของน้ำดินบริเวณริมฝ่ังน้ำ การ
เก็บกักตะกอนดินและการเก็บรักษาธาตุอาหารต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคุณค่าด้านอุทกวิทยาโดยทำหน้าที่
ควบคุมและรักษาระดับน้ำตามธรรมชาติและทำหน้าท่ีชะลอน้ำ รองรับ และเก็บกักน้ำในลำธารและแหล่งน้ำต่างๆ
ดังน้ันการดำเนินการโครงการซ่ึงเปน็ การเพิม่ พ้ืนที่ชุ่มน้ำ จึงทำให้มีความสามาถในการเก็บกักน้ำของพ้ืนที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง
นับไดว้ ่าเป็นประโยชน์ด้านหนึ่งที่ไตร้ ับจากการมีโครงการ นอกจากน้ีหากมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพยอ่ มทำ
ใหก้ ารทำหน้ที่ทางอทุ กวิทยาของพื้นที่เป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ หากพิจารณาในเชิงคุณค่าทางดา้ นอุทกวิทยาแล้ว
การดำเนินโครงการถือวา่ ทำให้การใช้พ้ืนที่ชุม่ น้ำมีประสิทธิภาพเพิม่ ขึ้นจึงประเมินค่าวา่ เป็นผลกระทบเชิงบวกระดับ
ปานกลาง (+3) ตอ่ พื้นท่ชี ุ่มน้ำ เมือ่ พิจารณาในภาพรวมของผลกระทบจากการพัฒนาโครงการที่เกิดขึน้ ต่อระบบนเิ วศ
ของพื้นที่ชุ่มน้ำประเมินไดว้ ่า การดำเนนิ โครงการกอ่ ใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของพ้นื ท่ชี มุ่ นำ้ ตามธรรมชาติ
ทำให้กระบวนการทางอุทกวิทยาและระบบนิเวศที่เก่ียวข้องกับพ้ืนท่ีน้ำทั้งพืชและสัตว์อาจเกิดการเปล่ียนแปลงภาพ
ไปจากเดิม ส่วนประโยชน์ท่ีได้รับจากการมโี ครงการทำให้มีพ้ืนท่ีชุ่มน้ำเพ่ิมขึ้นซง่ึ นอกจากจะช่วยให้การใช้ประโยชน์
จากพ้ืนที่ชุ่มน้ำเพิ่มขึ้นแล้ว ในทางอ้อมยังสามารถช่วยควบคุมระบบนิเวศอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้องได้ เช่น จะส่งผลต่อ
กระบวนการทางอุทกวิทยาที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น ดังนั้นในภาพรวมของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการเปล่ียนแปลง
พื้นท่ชี ุ่มนำ้ จึงเป็นผลกระทบทางบวกปานกลาง (+3)

4.2.10 พืน้ ที่สำคญั ทางธรณวี ทิ ยาและภูมิทัศน์
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
จากการตรวจสอบข้อมูลทุติยภูมิและการตรวจสอบภาคสนาม พบว่าบริเวณพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำ

บ้านเหมืองตะกว่ั ไม่ปรากฏว่ามีพ้ืนท่ีสำคัญทางธรณีวทิ ยา โดยบริเวณใกล้เคียงพื้นที่โครงการมีแหล่งอันควรอนุรักษ์
ทางธรณีวิทยา 1 แหล่ง ได้แก่ ถ้ำสุมโน ต้ังอยู่ที่ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง สำหรับพื้นที่รับ
ประโยชนพ์ น้ื ทโ่ี ครงการปรากฏว่ามีพ้นื ที่สำคญั ทางธรณีวทิ ยา 1 แหง่ คอื เขาอกทะลุ

2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สรา้ ง
เนื่องจากการก่อสร้างหัวงานอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว จะดำเนินการในพ้ืนที่หัวงานบริเวณร่องน้ำ

ดังน้ันจึงไม่มีผลกระทบต่อพ้ืนท่ีสำคัญทางธรณีวิทยาและภูมิทัศน์ (0) สำหรับพ้ืนที่ได้รับประโยชน์พื้นท่ีโครงการ
ปรากฏว่ามีพ้ืนที่สำคัญทางธรณีวิทยา แต่อย่างไรก็ตามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ เพ่ือส่งน้ำให้พ้ืนท่ีชลประทานพื้นท่ีโครงการจะส่งน้ำตามท่อส่งน้ำซึ่งฝ่ังใต้ถนนเขตทางไม่เกิน 2 เมตร
ดังนน้ั จึงไมม่ ผี ลกระทบต่อพน้ื ทสี่ ำคญั ทางธรณวี ิทยาและภมู ิทศั น์

(2) ระยะดำเนนิ การ
การดำเนนิ การโครงการไม่มผี ลกระทบต่อพ้ืนทส่ี ำคญั ทางธรณีวทิ ยาและภมู ทิ ัศน์ (0)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
4-18

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว บทที่ 4
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม

4.3 ทรัพยากรส่ิงแวดล้อมทางชีวภาพ

4.3.1 นิเวศวิทยาทางน้ำ
1) กรณีไมม่ โี ครงการ
จากขอ้ มูลการสำรวจภาคสนาม พบว่า พ้นื ท่ีโครงการโดยรวมมีความหลากหลายของชนดิ แพลงก์ตอน

ค่อนข้างหลากหลายทั้งแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ โดยค่าเฉล่ียของชนิดต่อสถานีในช่วงฤดูแล้งที่ค่าดัชนี
ความหลากหลาย สตั ว์หน้าดินโดยรวมจะมีความหลากชนิดคอ่ นขา้ งต่ำ ในขณะท่ีพบปลาชนดิ ของปลาไม่หลากหลาย
เป็นปลาที่พบโดยทั่วไป เช่น ปลาซิวใบไผ่ ปลาหนามหลัง ปลาจาด ปลาซิว และปลาค้อลายเสือ เป็นต้น สภาพ
โดยรวมของพ้ืนทีโ่ ครงการคอื มนี ้ำในลำน้ำตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามไม่มีผลกระทบตอ่ ทางด้านนิเวศวิทยาทางน้ำ (0)

2) กรณมี โี ครงการ
(1) ระยะก่อสร้าง

• ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชวี ภาพในน้ำ
ในช่วงการก่อสร้าง กิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำหรือสร้างระบบท่อส่งน้ำ

จะมีการเปิดหน้าดิน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการชะล้างตะกอนดินลงในลำน้ำหลักหากมีฝนตกระหว่างการก่อสร้าง
หากไม่มีการป้องกันหรือเตรียมการให้พร้อม หากฝนตกหนักมากก็จะทำให้มีตะกอนดินเป็นจำนวนมากถูกชะล้าง
ลงแหล่งน้ำ ซ่ึงจะก่อให้เกดิ ผลกระทบต่อแพลงก์ตอนคือตะกอน ตะกอนจะไปบดบังแสงอาทิตย์ไมใ่ หส้ ่องลงไปยังพ้ืน
ทอ้ งน้ำได้ และจะไปขดั ขวางกระบวนการสงั เคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพชื ซึ่งจะทำให้แพลงก์ตอนสัตว์ที่กินแพลงก์
ตอนพืชลดจำนวนลง และในท่ีสุดก็จะทำให้ความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ลดลง
เช่นเดียวกับสัตว์หน้าดิน หากมีรับตะกอนดินสะสมในแหล่งน้ำมาก ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจแล้ว สัตว์
หน้าดินในกลุ่มท่ีมีความไวต่อการเปล่ียนแปลงระดับความขุ่นของน้ำเช่น ตัวอ่อนของแมลงปอน้ำตก และหอยทราย จะ
ตายลงได้หากได้รบั ผลกระทบเป็นระยะเวลานาน ซ่ึงจะสง่ ผลใหค้ วามหลากหลายของสตั ว์หนา้ ดินทมี่ อี ยู่ต่ำแล้วลดลง
ไปมากกว่าเดิม ผลกระทบของตะกอนดินที่มีต่อปลาคือ ทำให้อัตราการฟักออกเป็นตัวของไข่ปลาหลายชนิดลดลง
นอกจากน้ีตะกอนดินยงั ไปขัดขวางการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของเหงือก ทำใหอ้ ัตราการเติบโตลดลง ซ่งึ หากมตี ะกอนดินใน
แหล่งน้ำเป็นเวลานานย่อมส่งผลทำให้ความหลากหลายของชนิดปลาลดลงในท่ีสุด โดยปลาที่จะตอบสนองต่อการ
เพิ่มข้นึ ของตะกอนดินเร็วท่ีสุด ได้แก่ กลมุ่ ปลา ปลาซิวชนิดต่างๆ หากไม่มีมาตรการดูแลจัดการทเี หมาะสม ตะกอน
ดินท่ีถกู ชะลา้ งลงแหล่งนำ้ จะก่อให้เกิดผลกระทบดา้ นลบตอ่ ความหลากชนิดของสิ่งมีชีวิตในน้ำ รวมไปถึงผลผลิตของ
สัตว์น้ำในระดับปานกลาง (-3) ซึ่งแนวทางแก้ไข คือการสร้างบ่อดักตะกอน และการคลุมพื้นดินท่ีถูกเปิดหน้าออก
ดว้ ยผ้าใบ และอาจมีมาตรการในการติดตามตรวจสอบองค์ประกอบสง่ิ มีชีวิตในระบบนิเวศน้ำจืด อย่างตอ่ เน่ืองตลอด
ระยะเวลาก่อสร้าง

• ผลกระทบตอ่ แหล่งอาหารธรรมชาติของสัตว์นำ้ เช่น แพลงก์ตอน และสตั วห์ นา้ ดิน
ผลกระทบในระยะก่อสร้างต่ออาหารธรรมชาติของสัตว์น้ำ ส่วนมากเกิดจากการเกิดดิน

ตะกอนที่ถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ ซ่ึงได้กลา่ วถึงผลกระทบแล้วในหัวขอ้ ที่ขา้ งต้น ส่วนในระยะดำเนินการ โครงการจะ
กอ่ ให้เกิดผลกระทบด้านบวกต่อแหล่งอาหารธรรมชาติมากกว่าผลกระทบด้านลบ ทั้งนี้เนื่องจากในระยะดำเนินการ
จะมนี ้ำจืดหลอ่ เล้ยี งในระบบนเิ วศทม่ี ากข้ึน จึงทำให้สิ่งมชี ีวิตหลายกลุ่มเช่น สาหรา่ ยในกลมุ่ ไดอะตอม โรตเิ ฟอรน์ ำ้ จืด
ไรน้ำโคพีพอด และไรแดง เพิ่มจำนวนไดม้ ากขึ้น สิง่ มีชวี ิตเหล่าน้ีจะมีผลทำให้แหล่งน้ำมีความอดุ มสมบูรณ์มากย่ิงข้ึน
ดังน้ันผลกระทบของโครงการในระยะก่อสร้างทีม่ ตี ่อแหลง่ อาหารธรรมชาติของสัตวน์ ้ำน้ำจงึ อยใู่ นระดบั นอ้ ย (-2)

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-19

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 4
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดล้อม

• ผลกระทบของสัตวน์ ้ำท่ใี กลส้ ญู พันธ์ุ
เน่ืองจากโครงการไม่พบสัตว์น้ำที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ดังน้ันโครงการจึงไม่ก่อให้เกิด

ผลกระทบตอ่ สัตวน์ ำ้ ใกลส้ ูญพันธ์ุ

• ผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงระบบนิเวศ
ระหว่างการก่อสร้างกิจกรรมจะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางน้ำน้อยมาก

ส่วนมากระบบนิเวศยังมีการดำเนินไปเหมือนกับก่อนการก่อสร้างดังนั้น ในช่วงการก่อสร้างผลกระทบต่อการ
เปลีย่ นแปลงระบบนิเวศจงึ มีนอ้ ย (-2)

(2) ระยะดำเนนิ การ

• ผลกระทบตอ่ ความหลากหลายทางชีวภาพในนำ้
การเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กข้ึนมาในพื้นที่ จะทำให้ระบบนิเวศเหนืออ่างเก็บน้ำเปล่ียนจาก

ระบบนิเวศน้ำไหลท่ีมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน ไปเป็นระบบนิเวศน้ำนิ่งที่มีน้ำตลอดทั้งปี จะเป็นการสร้างความอุดม
สมบูรณ์และผลิตโดยรวมของแหล่งน้ำเพ่ิมมากข้ึน เร่ิมจากการเพิ่มปริมาณของแพลงก์ตอนพืช จนทำให้ระบบนิเวศ
คล้ายกับช่วงช่วงฤดูฝนกล่าวคือการมีชนิดที่มาก แต่ความหนาแน่นจะไม่สูงมากนักเนื่องจากถูกแพลงก์ตอนสัตว์กิน
เปน็ อาหาร การมีอาหารที่อุดมสมบรู ณ์ก็จะทำให้สตั วห์ นา้ ดิน ในกลมุ่ กุ้ง ปู รวมไปถึงสัตว์ในกล่มุ ปลาเพ่ิมจำนวนอยา่ ง
มากข้ึนตามลำดับท่ีอยใู่ นห่วงโซ่อาหาร ดังน้ัน การอ่างเกบ็ น้ำจะก่อให้เกดิ ผลกระทบด้านบวกกับทรัพยากรส่ิงมีชีวิตใน
น้ำในด้านของการรกั ษาความหลากชนดิ

• ผลกระทบต่อแหลง่ อาหารธรรมชาติของสตั ว์นำ้ เช่นแพลงกต์ อน และสัตว์หนา้ ดนิ
การเก็บน้ำจะทำให้เกดิ แหลง่ นำ้ ท่ีมกี ารคงตวั หลายจดุ ซ่งึ การมนี ้ำมากจะทำให้ระบบนเิ วศทาง

น้ำมคี วามคงตัว และมีโอกาสที่ส่ิงมชี ีวิตจะเพิ่มจำนวน โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในพน้ื ท่ีเหนอื อ่างเก็บนำ้ จะทำหนา้ ท่ใี นการ
ดักตะกอนอินทรีย์ให้ตกลงเนื่องจากการชะลอความเร็วของกระแสน้ำ ตะกอนเหล่านี้เป็นอาหารท่ีดีของไส้เดือนน้ำ
ตัวอ่อนริ้นน้ำจืด และตัวอ่อนหนอนปลอกน้ำ ซ่ึงสิ่งมีชีวิตเหล่าน้ีน่าจะเป็นกลุ่มท่ีเพิ่มข้ึนในระบบนิเวศน้ำจืดที่อยู่ใน
อ่างเก็บน้ำ ซ่ึงจะทำให้ผลผลิตโดยรวมของสัตว์น้ำเพ่ิมมากข้ึน กระแสน้ำที่ไม่ไหลแรงยังส่งผลให้กลุ่มหอยกาบเดียว
หลายชนิดเติบโตได้ดี และหอยหลายชนิดยังใช้เป็นอาหารของมนุษย์ได้เช่น หอยขม และหอยทราย ซึ่งจะทำให้มี
อาหารตามธรรมชาติเพม่ิ มากข้ึน

• ผลกระทบของสัตว์น้ำทีใ่ กล้สญู พนั ธุ์
เนื่องจากโครงการไม่พบสัตว์น้ำท่ีอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ดังนั้นโครงการในระยะ

ดำเนินการ จึงไมก่ ่อให้เกดิ ผลกระทบต่อสัตว์นำ้ ใกล้สญู พันธ์ุ (0)

• ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
กิจกรรมการดำเนินงานของโครงการ จะก่อให้เกิดระบบนิเวศทางน้ำท่ีมีน้ำตลอดทั้งปี

จึงสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แหล่งน้ำได้ ดังนั้นการดำเนินงานของโครงการจงึ มีผลกระทบด้านบวกต่อระบบนิเวศทางน้ำ
กล่าวคอื จะทำให้ระบบนเิ วศมคี วามคงตวั เพม่ิ มากขึ้น ซึง่ จะเปน็ ผลกระทบด้านบวก

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-20

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 4
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม

4.3.2 ทรัพยากรป่าไม้
1) กรณไี ม่มโี ครงการ
การใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีป่า เม่ือพิจารณาประโยชน์ของการคงสภาพเป็นพื้นที่ป่าซ่ึงสามารถทำหน้าท่ี

ในการควบคมุ ความสมดุลของระบบนเิ วศ และสร้างมูลคา่ เพม่ิ ขน้ึ รวมทัง้ ทำหนา้ ท่ีใหบ้ รกิ ารไดต้ ามธรรมชาติ ยงั ถอื วา่
บริเวณพ้ืนท่ีโครงการยังเป็นพ้ืนที่ที่มีคุณค่าทางนิเวศวิทยา ซึ่งสามารถทำหน้าท่ี/บริการต่อระบบนิเวศไม่ว่าจะเป็น
การสร้างผลผลิตข้ันปฐมภูมิ การเป็นแหลง่ รวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ การเปน็ แหล่งอาหาร พน้ื ทีอ่ ยู่อาศัย
และพื้นท่ีทำกิจกรรมของสัตว์ป่า รวมท้ังสร้างคุณค่าทางนิเวศวิทยาอื่น ๆ ซ่ึงคุณค่าบางส่วนสามารถประเมิน
เปน็ มลู ค่าได้ และบางสว่ นไม่สามารถประเมนิ เป็นมูลค่าได้

2) กรณีมีโครงการ
(1) ระยะกอ่ สร้าง
การก่อสร้างระบบ และส่วนประกอบต่างๆ ของโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอัน

เนื่องมาจากพระราชดำริ อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง จะส่งผลกระทบ
ต่อระบบนิเวศวิทยา และการสูญเสียที่ดิน และพื้นที่ป่าไม้ ซ่ึงมีสภาพเป็นป่าดิบชื้น ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์
ปา่ เขาบรรทดั รายละเอียดสรปุ ได้ ดังน้ี

• ผลกระทบตอ่ ทด่ี นิ ป่าไม้ พ้ืนท่ีป่า และลักษณะนิเวศวทิ ยาป่าไม้
การสูญเสียท่ีดินในพื้นท่ีโครงการฯ จะทำให้มีการสูญเสียพ้ืนท่ีป่าไปอย่างถาวรโดย

เปล่ียนเป็นพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3
จำนวน 341 ไร่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จำนวน 127 ไร่ รวมท้ังหมดจำนวน 468.2 ไร่ มีระดับกักเก็บ
สูงสุด +111.65 ม.รทก. ความจุ 11.13 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งประเมินในกรณีรุนแรงที่สุด (การสูญเสียพ้ืนที่ป่าตาม
กฎหมายทั้งหมดแม้ว่าปจั จบุ นั จะมี หรือไม่มสี ภาพปา่ หลงเหลืออย)ู่ ทำให้สูญเสียพืน้ ที่ปา่ ไม้ทั้งหมดไปอย่างถาวร

ทั้งน้ี การประเมินผลกระทบกรณีท่ีเป็นการสูญเสียที่ดินป่าไม้ทั้งหมดเมื่อพิจารณาถึงการ
สูญเสียชนิด และจำนวนต้นไม้ท่ีจะสูญเสียไปจากการดำเนินโครงการ และผลต่อการลดลงของผลผลิตทั้งในด้าน
ปริมาณไม้ ปริมาตรไม้ และการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ อย่างไรกต็ าม เมื่อมีการสูญเสียพน้ื ท่ีป่าไปแมว้ ่าจะมีพ้ืนท่ี
เพียงเล็กน้อยก็ตามแต่ก็ตอ้ งมีมาตรการเพ่ือเพ่ิมพน้ื ท่ีปา่ การฟื้นฟูสภาพป่าที่เหลอื อยู่ และลดปัญหาทจี่ ะเกิดข้ึนจาก
การใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีป่าอย่างเข้มงวด ดังน้ัน การพิจารณาการสูญเสียที่ดิน และพ้ืนที่ป่าไม้ และการสูญเสีย
ปรมิ าณไม้ ประเมินเป็นผลกระทบด้านลบระดบั น้อย (-2)

• การเปลยี่ นแปลงด้านการทำหนา้ ท่ี และให้บรกิ ารของระบบนเิ วศปา่ ไม้
หน้าที่ และการให้บริการของระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ท้ังด้านการหมุนเวียนธาตุอาหาร

การถ่ายทอดพลังงาน การเป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ การเป็นแหล่งอาหาร และพื้นที่ดำเนิน
กิจกรรมของสัตว์ป่า รวมท้ังการควบคุมความสมดุลของระบบนิเวศท้ังด้านอุทกวิทยา ภูมิอากาศ นิเวศวิทยา และ
เศรษฐกิจ และสังคม ดังน้ัน การก่อสร้างของโครงการย่อมทำให้การทำหน้าท่ีของระบบนิเวศป่าไม้เกิดการ
เปลยี่ นแปลงไปอยา่ งหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกดิ ข้ึนอาจมี
ความรุนแรงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการเกิดผลกระทบ พ้ืนท่ีท่ีได้รับผลกระทบ และทรัพยากรที่ได้รับ
ผลกระทบ ซ่ึงกิจกรรมของการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำทำให้ระบบนิเวศป่าไม้สูญเสียไปเป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-21

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

ทั้งน้ี กิจกรรมที่เก่ียวข้องกับการก่อสร้างของโครงการอาจเป็นสาเหตุท่ีทำให้เกิดการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นท่ีป่าที่
หลงเหลืออยู่ไดง้ า่ ยข้ึน ซึ่งทำให้ระบบนเิ วศป่าไมม้ แี นวโน้มทจ่ี ะถกู ใช้ประโยชนจ์ นเกดิ ความเส่อื มโทรมได้

• การสญู เสียคณุ ค่า และมูลคา่ ด้านนเิ วศวิทยาปา่ ไม้
การพจิ ารณาคุณค่า และมลู คา่ ทางนิเวศวทิ ยาของป่า สามารถพิจารณาได้ในหลายดา้ น เช่น

เป็นพื้นที่สำหรับสร้างผลผลิตข้ันปฐมภูมิ การป้องกันการพังทลายของดิน การเป็นแหล่งท่องเที่ยว การเก็บกัก
คาร์บอน การเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นต้น ช่วงระหว่างการก่อสร้าง จะทำให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าซ่ึงเป็นการ
สูญเสียพ้ืนท่ีไปอย่างถาวรในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ส่งผลต่อการทำหน้าที่ และการให้บริการของพ้ืนท่ีป่าท่ี
เปล่ียนแปลงไปด้วย ท้ังน้ี เม่ือพิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงประเมินเป็นผลกระทบด้านลบระดับปานกลาง (-3)
ตอ่ ทรัพยากรป่าไม้ ซ่ึงการสูญเสียพ้ืนที่ปา่ ทำให้องค์ประกอบ การทำหน้าท่ี และการให้บรกิ ารของป่าเกิดการเปล่ียนแปลง
ส่งผลถึงคุณค่า และมูลค่าทางนิเวศวิทยา ซ่ึงการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเดิมย่อมทำให้ระบบนิเวศเปล่ียนแปลง
และทำหนา้ ที่ไมส่ มบูรณ์เหมือนสภาพธรรมชาติ รวมทัง้ พื้นที่บรเิ วณน้ีเปน็ พื้นที่เพื่อการอนุรกั ษ์ทรัพยากรปา่ ไม้ในเขต
ปา่ สงวนแหง่ ชาติ จงึ ถือวา่ มีระดับผลกระทบที่รุนแรงขึ้นแมว้ ่าสภาพป่าในปัจจุบันมีความเสอ่ื มโทรมลง

(2) ระยะดำเนนิ การ
ภายหลังการก่อสร้าง และเริ่มดำเนินกิจกรรมของโครงการ แม้ว่าจะไม่มีกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับ

การใชพ้ ื้นทีป่ ่าไม้โดยตรง แต่อาจมผี ลกระทบท้ังทางตรง และทางอ้อมเกิดขึ้นต่อทรัพยากรป่าไม้ได้ ท้ังน้ี พจิ ารณาถึง
ผลกระทบในประเด็นต่างๆ ดังนี้

• การเปลีย่ นแปลงทางนเิ วศวทิ ยา
เน่ืองจากสภาพพื้นที่ที่จะเกิดข้ึนภายหลังหากมีการดำเนินโครงการ พ้ืนท่ีป่าได้ถูกเปลี่ยนแปลง

ไปจากสภาพเดิมจากระบบนิเวศป่าไม้เป็นระบบนิเวศของแหล่งน้ำ สง่ ผลให้องค์ประกอบ การทำหน้าท่ี และการให้บริการ
เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปจากเดมิ และเป็นผลกระทบท่ตี ่อเน่ืองต่อระบบนเิ วศอื่นๆ ด้วย นอกจากนั้น เม่ือมีพ้ืนท่ีของอ่างเก็บ
น้ำทำให้การเข้าไปใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ทำได้ง่าย และมากขึ้นด้วย ซ่ึงอาจส่งผลโดยตรงต่อความเส่ือมโทรมของพ้ืนท่ีป่า
หรอื อาจช่วยสนับสนุนกิจกรรมในการฟืน้ ฟูสภาพป่าได้

• แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงการใช้ทดี่ นิ
เม่ือมีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ทำให้สูญเสียพ้ืนที่ป่าไปอย่างถาวร รวมท้ังการก่อสร้าง

องค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เส้นทางคมนาคมผ่านเข้าไปในพ้ืนที่ป่า อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการ
เปล่ยี นแปลงระบบนเิ วศจากการบุกรกุ และเข้าไปใชป้ ระโยชนใ์ นพืน้ ที่ปา่ เพม่ิ มากขน้ึ เปน็ ตน้ นอกจากนัน้ เม่ือมีพื้นท่ี
อ่างเก็บน้ำ จะช่วยสนับสนุนให้มีการทำการเกษตรเพิ่มขึ้นซ่ึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่ามากข้ึนเช่นกัน
ดงั นั้น หากหน่วยงานท่ที ำหนา้ ทีด่ ูแลพื้นทีป่ ่า และหน่วยงานที่ดำเนินโครงการ ไม่สามารถจดั การ และควบคมุ การใช้
ประโยชน์ในพื้นท่ปี ่าได้อยา่ งเข้มงวด อาจทำให้มีการบุกรุกพน้ื ทปี่ ่าเพิม่ ข้ึนในบริเวณเขตปา่ เพ่ือการอนุรักษ์โดยเฉพาะ
บรเิ วณท่อี ยูใ่ กลแ้ หลง่ ชมุ ชน พื้นท่ีทำการเกษตร รวมท้ังพ้ืนท่พี ัฒนาทดี่ ินในรูปแบบอืน่ ๆ

• การปรบั ปรงุ และฟ้ืนฟูระบบนิเวศของพน้ื ที่
เม่ือมีการสูญเสียพื้นท่ีป่าไม้โดยเฉพาะหากเป็นการสูญเสียพ้ืนที่ไปอย่างถาวร ควรมี

มาตรการท้ังในการป้องกัน และรกั ษาพื้นที่ป่าเดิม หรือป่าท่ียังเหลืออยู่ และเพ่ิมพื้นท่ีป่า หรือทำการฟื้นฟูสภาพป่า
อย่างต่อเนื่องให้กลับเป็นเหมือนกับสภาพธรรมชาติดั้งเดิม โดยพ้ืนท่ีใดที่มีความเส่ือมโทรมต้องทำการฟ้ืนฟูโดย

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
4-22

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เรง่ ดว่ น สำหรบั การฟ้ืนฟูระบบนเิ วศโดยการปลูกปา่ ทดแทนตอ้ งดำเนนิ การในพนื้ ท่ที ่ีไม่มสี ภาพป่าหลงเหลืออยู่ พ้นื ท่ี
นอกเขตป่าอนุรักษ์ หรือบริเวณที่มีความเสื่อมโทรมซึ่งต้องไม่น้อยกว่าพ้ืนที่ท่ีสูญเสียไป โดยควรมีพ้ืนท่ีอย่างน้อย 3
เท่าของพื้นที่ป่าที่ต้องสูญเสียไป และต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งด่วน นอกจากนั้น พ้ืนทปี่ ่าที่มอี ยู่ก็
ต้องมีมาตรการในการดูแลรักษาอย่างเข้มงวดควบคู่ไปด้วย ส่วนการฟ้ืนฟูโดยการปลูกเสริมก็ควรดำเนินการอย่าง
เหมาะสม

ดงั น้ัน ระยะดำเนินการของโครงการ ผลท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลกระทบทางออ้ ม หรือผล
ต่อเนอื่ งจากกิจกรรมที่สรา้ งความเส่ียงตอ่ ทรพั ยากรป่าไม้ ซ่ึงมที ้ังผลดา้ นบวกจากการมีพ้นื ท่ีป่าเพ่ิมขึ้นตามมาตรการ
การปลกู ป่าทดแทนท่ีต้องดำเนินการจนป่ามีการฟื้นคืนสภาพอยา่ งชัดเจนโดยเฉพาะในเขตท่ีเปน็ พ้ืนที่ป่าอนุรกั ษ์ตาม
กฎหมาย และผลด้านลบทสี่ ง่ ผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงระบบนิเวศ การทำหน้าที่ และแนวโนม้ การเปลี่ยนแปลงกิจกรรม
และรูปแบบการใช้ที่ดนิ ซ่ึงพจิ ารณาเป็นผลกระทบทไี่ ม่รนุ แรงสำหรบั บริเวณพน้ื ท่ีโครงการเนอื่ งจากเปน็ พื้นทีท่ ี่มกี าร
เปลี่ยนแปลงสภาพไปแล้ว และบริเวณที่จะดำเนินการมีพื้นท่ีไม่มากรวมท้ังเป็นพื้นท่ีท่ีมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ปา่ อยู่แล้ว
อยา่ งไรกต็ าม บริเวณใกล้เคียงพ้ืนที่โครงการกต็ ้องกำหนดมาตรการในการควบคุมที่เข้มงวด และมีประสิทธภิ าพ เพื่อ
รักษาสภาพปา่ ที่เหลืออยู่ สำหรับในส่วนของประโยชน์ท่ีจะได้รบั จากการปลูกปา่ หากต้องมกี ารดำเนนิ โครงการ และ
ปฏิบัติตามแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น ตอ้ งมีมาตรการในการดำเนินการที่เร่งด่วน เข้มงวด
และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องดำเนินการร่วมกับมาตรการฟ้ืนฟูสภาพพื้นที่ และมาตรการอ่ืนๆ ควบคู่กันไปด้วย เมื่อป่า
ฟื้นคืนสภาพซ่ึงอาจต้องใช้ระยะเวลานาน การสร้างประโยชน์ หรือการทำหน้าที่ได้เหมือนสภาพธรรมชาติ รวมท้ัง
สรา้ งคุณค่า และมลู คา่ ทางนิเวศวิทยาไดน้ นั้ จึงจะแสดงการเปล่ยี นแปลง หรอื ประโยชนใ์ หเ้ ห็นอยา่ งชัดเจน ทั้งนี้ การ
พิจารณาผลกระทบท่ีเกิดข้ึนนี้จึงพิจารณาครอบคลุมถึงระบบนิเวศในพ้ืนที่ใกล้เคียงด้วย ซ่ึงมีการเปลี่ยนแปลงสภาพ
การใช้ประโยชน์ท่ีดิน มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเกิดขึ้นตลอดเวลา และมีแนวโน้มขยายพื้นท่ีเพิ่มมากข้ึนด้วย ผลกระทบที่
เกดิ ขึ้นจึงส่งผลต่อเนื่องถึงภาพรวมของการได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ของชมุ ชนต่างๆ ท่ีอยู่ใกล้เคียง
พืน้ ที่โครงการ ดงั นั้น จึงประเมนิ เปน็ ผลกระทบด้านลบระดบั น้อย (-2)

4.3.3 ทรพั ยากรสัตว์ป่า
การดำเนินโครงการฯ ทำให้เกิดการเปลย่ี นแปลงของพ้ืนท่ี และการเปลีย่ นแปลงของพ้ืนท่ีนั้นสง่ ผลกระทบ

ตอ่ การดำเนินกจิ กรรมตา่ งๆ ของส่ิงมีชีวิต ท้ังนีเ้ น่ืองจากสิ่งแวดล้อมทางกายภาพนั้นเปล่ียนแปลงไปจากสภาวะปกติ
การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพย่อมส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมทางชีวภาพทั้งห่วงโซ่ (food chain)
และสายใย (food web) ของอาหารตามกฎเกณฑ์ทางนิเวศวิทยา แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นน้ันก็มีทั้งทางบวก คือ ส่งผลดี
และผลทางลบ คอื ไมใ่ ห้ผลดี ในขณะเดียวกันก็อาจไม่มผี ลกระทบใดๆ เลยกเ็ ป็นไปได้ การพจิ ารณาในเรื่องผลกระทบ
นัน้ ต้องใช้ข้อมลู จากการศกึ ษา และสำรวจโดยตรงเท่าน้ันในการพจิ ารณาผลกระทบท่ีอาจเกิดขน้ึ กบั สตั ว์ป่า เพราะทราบ
ถึงชนิด ปริมาณ สัดส่วน และการกระจาย ของสัตว์ป่าในพื้นที่อย่างแท้จริงในสภาพปัจจุบันทำให้การคาดการณ์/
คาดคะเนผลกระทบท่ีจะเกิด / อาจเกิดในอนาคตน้ันใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด ในขณะท่ีข้อมูลทุติยภูมิ
(ข้อมูลจากการสอบถาม และจากการศึกษากอ่ นหน้า) นั้นไม่อาจทราบไดอ้ ยา่ งชัดเจนว่า ชนิด ปริมาณ สัดส่วน และ
การกระจ่ายน้ัน ถกู ต้อง/เป็นปัจจุบันจริงหรือไม่ ดังน้ันการนำข้อมูลดังกล่าวนี้มาพิจารณาต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ
ของข้อมูลหลายอย่าง อาทิ เช่น ผู้ให้ข้อมูล รายละเอียดข้อมูล เช่น ลักษณะถูกต้องตามลักษณะที่แท้จริงหรือไม่

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
4-23


Click to View FlipBook Version