บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางที่ 3.1.3-3 ลกั ษณะและสมบัติบางประการของดินของแตล่ ะกลุ่มชดุ ดินในพ้ืนทล่ี ่มุ ในบรเิ วณพน้ื ที่ศึกษาของโครงการ
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
กลุ่ม ความลึกของดนิ ประเภทของเนอ้ื ดนิ ความลาดชน้ั (%) สภาพการ ปฏกิ ิริยาของดิน(pH) ชว่ งระยะเวลาน้าขงั ท่ีผวิ ดนิ ระดบั ความอุดม การใชป้ ระโยชนท์ ่ีดิน
สมบูรณ์ ตาม ตามธรรมชาติ
ชดุ ดนิ (ซม.) ก.ชน้ั บน และสภาพพน้ื ที่ ระบายนา้ ก.ชนั้ บน (เดอื น) ธรรมชาติ โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่
ข้าว อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
ข.ชน้ั ล่าง ของดนิ ข.ชนั้ ล่าง ปานกลาง (นาดอน)
6 >150 ก.ร่วนเหนียวปนทรายแปง้ , ( 0-2%) เลว ก. 5.0 - 6.0 3-5
เหนียวปนทรายแปง้ ราบเรียบ ข. 4.5 - 5.5
ข.เหนียวปนทรายแปง้ ,เหนียว
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
3-18
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางที่ 3.1.3–4 ลักษณะและสมบัตบิ างประการของดินของแต่ละกลุ่มชดุ ดนิ ในพนื้ ที่ดอนในบริเวณพ้นื ทศี่ ึกษาของโครงการ
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
กลุ่ม ความลึกของดนิ ประเภทของเนอื้ ดนิ ปริมาณเศษ ความลาดชน้ั (%) สภาพการ การชะล้าง ปฏกิ ริ ิยาของดนิ (pH) ระดบั ความอดุ ม การใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่
ชุดดนิ (ซม.) ก.ช้นั บน หนิ กรวด และสภาพพนื้ ท่ี ระบายนา้ พงั ทลาย ก.ชัน้ บน สมบรู ณ์ ตาม ตามธรรมชาติ อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
ทผ่ี ิวดนิ ของดนิ ของหนา้ ดนิ ข.ชั้นล่าง ธรรมชาติ
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ 26C > 150 ก.ร่วน, ร่วนเหนียว ( 5 - 12 % ) ปานกลาง คอ่ นข้างต่้า ไม้ยืนตน้ ไม้ผล บทท่ี 3
ข.ร่วนเหนียว ไม่มี ลูกคลน่ื ลอนลาด ดี ก. 5.5 - 6.5 พืชไร่ ป่าไม้ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
3-19 เลก็ น้อยมาก ข. 4.5 - 5.0 ปานกลาง ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
32 > 150 ก.ร่วน, ร่วนปนทรายแปง้ ไม่มี (0-2 %) ดี ก. 5.0 - 5.5
ข.ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ราบเรียบ ถึง คอ่ นข้างราบเรียบ เลก็ น้อย ข. 5.5 - 6.0 ปานกลาง ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
ไม่มี ดี ก. 5.0 - 5.5
32B > 150 ก.ร่วน, ร่วนปนทรายแปง้ (2-5%) เล็กน้อย ข. 5.5 - 6.0 ต้่า ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
ข.ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ไม่มี ลูกคลน่ื ลอนลาดเล็กน้อย ดี ก. 5.0 - 5.5 พืชไร่ ปา่ ไม้
ปานกลาง ข. 4.5 - 5.5 ต้า่ ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
34 > 150 ก.ร่วนปนทราย ไม่มี (0-2 %) ดี ก. 5.0 - 5.5 พืชไร่ ป่าไม้
ข.ร่วนเหนียวปนทราย ราบเรียบ ถึง คอ่ นข้างราบเรียบ คอ่ นข้างรุนแรง ข. 4.5 - 5.5 ตา้่ ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
ไม่มี ดี ก. 5.0 - 5.5 พืชไร่ ป่าไม้
34B > 150 ก.ร่วนปนทราย (2-5%) ปานกลาง ข. 4.5 - 5.5 ตา้่ ไม้ยืนตน้ ไม้ผล
ข.ร่วนเหนียวปนทราย ไม่มี ลูกคลน่ื ลอนลาดเลก็ น้อย ดี ก. 5.0 - 6.0
คอ่ นข้างรุนแรง ข. 5.0 - 5.5 ต้่า ไม้ยืนตน้
34C > 150 ก.ร่วนปนทราย ปานกลาง ( 5 - 12 % ) ดี ก. 5.0 - 5.5 ป่าไม้
ข.ร่วนเหนียวปนทราย ลูกคลน่ื ลอนลาด คอ่ นข้างรุนแรง ข. 4.5 - 5.5 ตา้่
มาก ดี ก. 5.0 - 5.5 ไม้ยืนตน้
39B > 150 ก.ร่วนปนทราย (2-5%) คอ่ นข้างรุนแรง ข. 4.5 - 5.5 ตา่้ ป่าไม้
ข.ร่วนปนทราย ปานกลาง ลูกคลนื่ ลอนลาดเลก็ น้อย ดี ก. 5.0 - 5.5
รุนแรง ถึง ข. 5.0 - 5.5 ตา่้ ไม้ยืนตน้
45B < 50 ถึง ก.ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนกรวดหรือลกู รัง มาก (2-5%) ดมี าก รุนแรงมาก ไม่แน่นอน ป่าไม้
ชนั กรวดลูกรัง ข.เหนียวปนกรวดหรือลกู รังพบชนั ดนิ เหนียวในดา้ นลา่ ง ลูกคลน่ื ลอนลาดเล็กน้อย ป่าไม้
45C < 50 ถึง ก.ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนกรวดหรือลูกรัง ( 5 - 12 % )
ชนั กรวดลูกรัง ข.เหนียวปนกรวดหรือลูกรังพบชนั ดนิ เหนียวในดา้ นล่าง ลูกคลนื่ ลอนลาด
( 5 - 12 % )
51C < 50 ถึง ก.ร่วนปนทรายหรือร่วนทม่ี ีเศษหนิ ปะปน ลกู คลน่ื ลอนลาด
ชนั หนิ พืนแข็ง ข.ร่วนหรือร่วนเหนียวปนทรายปนเศษหนิ
( >35 % )
62 ไม่แน่นอน ไม่แน่นอน เนินเขาสงู ถึงภเู ขา
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
5) ความเหมาะสมของดนิ ในการปลูกพืช การศึกษาถึงความเหมาะสมของดินทจี่ ัดอยู่ในแตล่ ะกลมุ่ ชุดดิน
เพ่ือใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชชนิดต่างๆ (ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ และไม้ผล - ไม้ยืนต้น) โดยนำข้อมูลต่างๆ มา
พิจารณาประกอบร่วมกันซ่ึงได้แก่ สภาพภูมิประเทศ (สภาพพ้ืนท่ีและความลาดชัน) สมบัติท่ีสำคัญของดินบาง
ประการประกอบดว้ ย ความลึกของดนิ สภาพการระบายนำ้ ของดนิ ประเภทของเนื้อดนิ ปริมาณเศษหินกรวดท่ผี วิ ดิน
และในช้ันหน้าตัดหรือระดับความลึกต่างๆ จากผิวดินความเค็มของดินและระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมทั้ง
การชะล้างพังทลายหรือการกร่อนของหน้าดินและช่วงระยะเวลาน้ำขังที่ผิวดิน นอกจากน้ันยังใช้ข้อมูลที่ได้จากการ
สำรวจในภาคสนามในบรเิ วณพน้ื ท่ีของโครงการนำมารว่ มประกอบในการพิจารณา
การจำแนกชั้นความเหมาะสมของดินในการปลูกพืช จากข้อมูลต่างๆ ดังกล่าวท่ีนำมาประกอบใช้ใน
การพิจารณาถึงความเหมาะสมของดินเพ่อื การเพาะปลูกพืชได้ทำการจัดช้นั ความเหมาะสมของดิน โดยแบ่งออกเป็น
3 ระดับ
(ใช้ข้อมูลจากเอกสารของกรมพัฒนาท่ีดิน เรื่องรายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตาม
กลุ่มชุดดิน เล่มท่ี 1 ดินบนพ้ืนท่ีราบต่ำ และเล่มท่ี 2 ดินบนที่ดอน และรายงานสำรวจดินเพ่ือการเกษตรท้ังหมดของ
จงั หวดั พัทลุงทีม่ ีพ้ืนท่โี ครงการแพรก่ ระจายอยู่ ประกอบในการศึกษา)
ช้นั ความเหมาะสมท่ี 1 ; ช้นั ดินทีม่ คี วามเหมาะสม : สามารถแบง่ ยอ่ ยออกเปน็ 2 ระดับย่อย คือ
1.1) ชั้นความเหมาะสมท่ี 1 (ไม่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับ ไม่มีข้อจำกัด) :
ได้แก่ ดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชจริงๆ โดยไม่มีข้อจำกัด (แต่ก็ต้องมีการจัดการบ้างเพ่ือให้ได้ผลผลิตสูง
เช่น การใชป้ ยุ๋ เคมบี างชนิดทใ่ี หธ้ าตไุ นโตรเจน ในปรมิ าณเลก็ น้อย เชน่ ปยุ๋ ยูเรยี )
1.2) ชั้นความเหมาะสมที่ 1 (มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับ มีข้อจำกัดในการ
ปลูกพืช) : ได้แก่ ดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชแต่มีขอ้ จำกัดบ้างเล็กน้อยที่ไม่รุนแรง ซึ่งสามารถจัดการแก้ไข
หรือปรับปรงุ ไดโ้ ดยงา่ ยหรอื วิธกี ารที่ไม่ยงุ่ ยาก เสียค่าใชจ้ า่ ยไม่สูง และคมุ้ ทุน โดยทว่ั ไปไม่มีความเส่ียงในการปลูกพชื
ชั้นความเหมาะสมที่ 2 ; ช้ันดินท่ีไม่ค่อยเหมาะสม : เน่ืองจากมีข้อจำกัดรุนแรงมากขึ้น ซ่ึงข้อจำกัด
อาจมีมากกว่าหนึ่งชนิด แต่ข้อจำกัดต่างๆ ดังกล่าวท่เี ป็นปัญหาในการปลูกพืช ยังสามารถปรับปรงุ แก้ไขได้ โดยอาจ
ต้องใช้วิธีการยงุ่ ยากมากขึ้น และอาจต้องลงทุนเสยี ค่าใชจ้ ่ายสูงขึ้น อาจไมค่ ุ้มทุนถ้ายังปลกู พืชชนดิ นั้น ดงั นั้นช้ันที่ 2
จะตอ้ งมอี ักษรภาษาอังกฤษตา่ งๆ กำกับไวด้ ้วยเสมอ ซงึ่ บง่ บอกถึงชนดิ ของขอ้ จำกดั
ชั้นความเหมาะสมที่ 3 ; ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสม : ซึ่งโดยธรรมชาติเป็นดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกพืช
โดยทั่วไป เนื่องจากมีข้อจำกัดที่รุนแรงมาก ซ่ึงปรับปรุงแก้ไขได้ยาก และยังต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก
นอกจากนั้นถงึ แมจ้ ะทำการปรับปรุงแล้วกอ็ าจมคี วามเสย่ี งทีท่ ำความเสยี หายใหแ้ ก่พืชท่ีปลูกได้ ดังนน้ั ชัน้ ท่ี 3 จะตอ้ ง
มอี ักษรภาษาอังกฤษกำกบั ไวด้ ว้ ยเสมอ
หมายเหตุ : ดนิ ทจี่ ัดอยู่ช้ันความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชชนิดหน่ึง (ช้นั ท่ี 1) เม่อื เปลยี่ นแปลงไป
ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชชนิดอืน่ อาจถูกจัดใหม่ให้อยู่ในชน้ั อื่นได้ เช่น จัดอยู่ในชั้นที่ 2 (ชั้นดินทไ่ี ม่ค่อยเหมาะสม)
หรือช้ันที่ 3 (ช้ันดินที่ไม่เหมาะสม) ในทางกลับกันดินท่ีจัดอยู่ในช้ันที่ไม่เหมาะสม (ช้ันที่ 3) ในการปลูกพืชชนิดหนึ่ง
อาจมีความเหมาะสม (ชั้นที่ 1) สำหรบั การปลกู พชื อกี ชนดิ หนง่ึ ได้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-20
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ขอ้ จำกัดของดินทใี่ ช้ประโยชน์ในการปลูกพชื ของแต่ละชน้ั ความเหมาะสม
ขอ้ จำกัดของดนิ ของกลุ่มชุดดินต่างๆ ที่ใชป้ ระโยชนใ์ นการปลูกพืชในบรเิ วณพ้ืนท่ีศึกษา จะใช้ตัวอักษร
ภาษาอังกฤษเป็นสัญลักษณ์แทนข้อจำกัดต่างๆ โดยแยกกล่าวเป็นส่วนของข้อจำกัดของกลุ่มชุดดินในพื้นที่ลุ่ม และ
กลมุ่ ชุดดินในพื้นทีด่ อน
สัญลกั ษณ์ และ คำอธบิ ายทใ่ี ช้แทนขอ้ จำกัดของดินในพื้นท่ลี ุ่ม :
n = ดนิ มีความอดุ มสมบรู ณต์ ำ่
w = อันตรายท่ีเกิดจากการมีนำ้ แช่ขงั ในช่วงฤดูฝน
สญั ลกั ษณ์ และ คำอธิบายที่ใช้แทนขอ้ จำกัดของดนิ ในพน้ื ที่ดอน :
d = ดินมสี ภาพการระบายนำ้ ดี
g = ดนิ มีก้อนกรวดหรอื ลูกรงั ในชั้นหนา้ ตัดดิน
n = ดนิ มีความอุดมสมบรู ณ์ต่ำ
s = เน้อื ดนิ ไมค่ ่อยเหมาะสม (มีเนื้อดนิ คอ่ นข้างเป็นทราย ทำให้ดินมีโอกาสเกิดการขาดแคลนน้ำ
ได้ง่ายเมอ่ื ฝนหยดุ ตก)
t = สภาพพ้ืนท่ไี ม่เหมาะสม (มีความลาดชนั คอ่ นข้างสูงถงึ สูง)
ผลการศึกษาเกี่ยวกับการจัดชั้นความเหมาะสมของดินแต่ละกลุ่มชุดดินเพ่ือการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม
(ข้าว พืชไร่ ไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการแสดงดังตารางท่ี 3.1.3-5 โดยจะแยกกล่าว
รายละเอียดเป็นพื้นท่ีแตล่ ะส่วนของโครงการ
(1) พื้นท่ีอ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว (พื้นท่ี 351.20 ไร่)
การจัดช้นั ความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชดุ ดนิ ต่างๆ ที่เป็นกลมุ่ ชุดดินในพ้ืนท่ีดอน (2 กล่มุ ชุดดนิ )
เพ่ือการปลูกพชื เศรษฐกิจท้ัง 3 กลุ่ม ในบรเิ วณพ้ืนท่ีอา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ มีรายละเอียดดังนี้
- ชั้นท่ี 3d : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลกู ข้าว (มีข้อจำกดั คือดินมสี ภาพการระบายน้ำดี ทำให้
เก็บกักนำ้ เอาไวไ้ ด้น้อย) ประกอบดว้ ย 1 กลุม่ ชดุ ดนิ คือกลุ่มชุดดนิ ที่ 32B
- ชั้นท่ี 3td : ช้ันดนิ ท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวหรอื พืชไร่ หรอื ไม้ผล - ไมย้ ืนต้น (มีขอ้ จำกดั คือ
มีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม ดินมีสภาพการระบายน้ำดี ทำให้เก็บกักน้ำเอาไว้ได้น้อย พืชมีโอกาสขาดแคลนน้ำได้ง่าย)
ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดนิ คอื กลมุ่ ชดุ ดินที่ 62
- ชั้นท่ี 1: ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (ไม่มีข้อจำกัด)
ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชดุ ดนิ คือ กล่มุ ชุดดนิ ที่ 32B
กล่าวโดยสรุป ดินทั้งหมดในบรเิ วณพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวเป็นดินท่ีไม่เหมาะสมในการ
ปลูกข้าว (กลุ่มชุดดินที่ 32B และ 62) และมีพื้นที่เพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 2 ของพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำบ้านเหมือง
ตะก่วั เป็นดนิ มีความเหมาะสมในการปลกู พชื ไร่ หรอื ไม้ผล - ไม้ยืนต้น (กลุ่มชุดดินท่ี 32B)
(2) พ้นื ทีห่ ัวงาน (พืน้ ที่ 114.95 ไร่)
การจัดช้ันความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่างๆ ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน (4 กลุ่มชุดดิน)
เพอ่ื การปลูกพชื เศรษฐกิจทัง้ 2 กล่มุ ในบริเวณพ้ืนทีห่ ัวงาน มรี ายละเอียดดังน้ี
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-21
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
- ชั้นท่ี 3d : ช้ันดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพการระบายน้ำดี)
ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชดุ ดนิ คือ กลมุ่ ชุดดินที่ 32B
- ช้ันท่ี 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม
และ มสี ภาพการระบายนำ้ ด)ี ประกอบด้วย 2กล่มุ ชุดดินคอื กลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 26C และ 62
- ชั้นท่ี 1 : ช้ันดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (ไม่มีข้อจำกัด)
ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดิน คอื กลุ่มชุดดินที่ 32B
- ชั้นที่ 1n : ชั้นดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัด คือ
ดินมีความอดุ มสมบูรณ์ต่ำ) ประกอบดว้ ย 1 กลมุ่ ชุดดนิ คอื กลมุ่ ชุดดินท่ี 26C
- ชั้นท่ี 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือ มี
สภาพพ้ืนทไ่ี มเ่ หมาะสม และมีสภาพการระบายน้ำดี) ประกอบดว้ ย 1 กล่มุ ชุดดนิ คอื กลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 62
กล่าวโดยสรปุ ดนิ ท้ังหมดในบริเวณพ้นื ที่หัวงานเปน็ ดนิ ท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (กลุ่มชดุ ดนิ ที่
26C 32B และ 62) ส่วนในกรณีของพืชไร่ หรือไม้ผลไม้ยืนตน้ พบว่า ดินสว่ นหนึ่งจดั อยู่ในชั้นดินท่ีมคี วามเหมาะสมใน
การปลูกพชื 2 กลุ่มดังกลา่ วโดยมีพ้ืนที่รวมกันคิดเปน็ ร้อยละ 34.77 ของพืน้ ทีห่ ัวงาน (กลุ่มชุดดินท่ี 26C และ 32B )
และดินอกี ส่วนหน่ึงเป็นดินท่ีจัดอยู่ในชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือ ไม้ผล - ไม้ยืนต้น มพี ้ืนที่คิดเป็นรอ้ ย
ละ 65.23 ของพืน้ ที่หวั งาน (กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 62)
(3) พ้ืนทถี่ นนเข้าหัวงาน (พนื้ ท่ี 2 ไร)่
การจัดชั้นความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่างๆ ท่เี ป็นกลุม่ ชดุ ดินในพน้ื ท่ีดอน เพือ่ การปลูก
พืชเศรษฐกิจท้ัง 3 กลุ่ม ในบริเวณพ้นื ท่ีถนนเข้าหัวงาน (ทม่ี ีพ้นื ท่ีนอ้ ยมากๆ) มรี ายละเอยี ดดังนี้
- ช้ันที่ 3d : ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือดินมีสภาพการระบายน้ำดี)
ประกอบดว้ ย 1 กลมุ่ ชุดดิน คือ กลุ่มชุดดินที่ 34B
- ชั้นที่ 3td : ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม
และมีสภาพการระบายนำ้ ด)ี ประกอบด้วย 2 กลมุ่ ชดุ ดนิ คอื กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 26C และ 62
- ช้ันท่ี 1n : ช้ันดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัด คือ
ดินมีความอุดมสมบรู ณ์ต่ำ) ประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชุดดนิ คือ กลุ่มชุดดินที่ 26C
- ชั้นท่ี 1sn : ชั้นดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัด คือ
มเี น้ือดินไม่คอ่ ยเหมาะสม และดนิ มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ตำ่ ) ประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชดุ ดนิ คือ กลุม่ ชดุ ดนิ ท่ี 34B
- ชั้นท่ี 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
สภาพพ้นื ทไ่ี ม่เหมาะสม และมสี ภาพการระบายน้ำดี) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดนิ คือ กลุ่มชุดดนิ ที่ 62
กล่าวโดยสรุป ดินทั้งหมดในบริเวณพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงาน เป็นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว
(กลุ่มชุดดนิ ที่ 26C 34B และ 62) ส่วนในกรณีของ พืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้นพบวา่ ดนิ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชั้นดนิ ทมี่ ี
ความเหมาะสมในการปลกู พืช 2 กล่มุ หลังดังกล่าว โดยมีพ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 88.55 ของพ้ืนที่ถนนเข้าหัวงาน
(กลุ่มชุดดินท่ี 26C และ 34B) และดินอีกส่วนหนึ่งเป็นดินท่ีจัดอยู่ในชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้
ผลไม้ยนื ต้น มพี นื้ ทีค่ ิดเปน็ ร้อยละ 11.45 ของพืน้ ทีถ่ นนเขา้ หัวงาน (กลุ่มชดุ ดนิ ที่ 62)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-22
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
(4) พื้นท่ีรบั ประโยชน์ (พน้ื ท่ี 16,475.27 ไร่)
การจัดชั้นความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่างๆ จำนวน 12 กลุ่มชุดดิน เพ่ือการปลูกพืช
เศรษฐกจิ 3 กลุ่ม (ข้าว พชื ไร่ ไม้ผล - ไม้ยนื ต้น) ในบรเิ วณพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จะแยกกลา่ วเป็นส่วนของ
กล่มุ ชุดดนิ ในพนื้ ทลี่ มุ่ และกล่มุ ชุดดินในพนื้ ทด่ี อน ซง่ึ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
(ก) กลุ่มชุดดนิ ในพื้นที่ลุม่
(ก-1) ชัน้ ความเหมาะสมของดินแตล่ ะกลุม่ ชุดดนิ ในพ้ืนทลี่ มุ่ สำหรับการปลูกข้าว
ดนิ ในพ้ืนที่ลุ่ม จำนวน 1 กลุ่มชุดดิน จัดอยู่ในชั้นความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวชั้น
ต่างๆ โดยมขี ้อจำกดั ดงั นี้
- ช้ันที่ 1 : ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (ไม่มีข้อจำกัด) ประกอบด้วย
1 กลุ่ม ชดุ ดิน คือ กลุม่ ชุดดินที่ 6
(ก-2) ชนั้ ความเหมาะสมของดินแตล่ ะกลุ่มชดุ ดินในพ้นื ท่ีลุ่มสำหรับการปลกู พืชไร่
ดนิ ในพืน้ ท่ีลมุ่ จำนวน 1 กลมุ่ ชดุ ดนิ จดั อยู่ในชน้ั ความเหมาะสมสำหรบั การปลกู พชื ไร่
ชั้นตา่ งๆ โดยมีข้อจำกดั ดงั น้ี
- ช้ันท่ี 3w : ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ มีอันตรายท่ีเกิด
จากการมนี ำ้ แช่ขงั ในช่วงฤดูฝน) ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชุดดนิ คือ กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 6
(ก-3) ชัน้ ความเหมาะสมของดนิ แตล่ ะกลมุ่ ชดุ ดินในพืน้ ที่ลุ่มสำหรับการปลูกไมผ้ ล - ไม้ยนื ตน้
การจัดชั้นความเหมาะสมของดนิ จำนวน 1 กลุ่ม ชดุ ดินในพื้นท่ีล่มุ สำหรับการปลูกไมผ้ ล
- ไมย้ นื ต้น มีรายละเอียดเช่นเดยี วกบั กรณีของพืชไร่ดงั ที่กลา่ วไปแล้วข้างตน้ โดย จดั อยใู่ น
ช้นั ดินทไี่ มเ่ หมาะสม (ชน้ั ท่ี 3w)
ตารางท่ี 3.1.3-5 ชั้นความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชของแต่ละกลุ่มชุดดินในพื้นที่ศึกษาของโครงการ
อา่ งเกบน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่
กลุม่ ชุดดิน ชั้นความเหมาะสมของดนิ ในการปลูกพืช
ข้าว พืชไร่ ไม้ผล - ไมย้ ืนตน้
กลุ่มชุดดินในพน้ื ท่ีลุม่
6 1 3w 3w
กล่มุ ชดุ ดินในพื้นท่ีดอน
26C 3td 1n 1n
32 3d 1 1
32B 3d 1 1
34 3d 1sn 1sn
34B 3d 1sn 1sn
34C 3td 1sn 1sn
39B 3d 1sn 1sn
45B 3d 2g 2g
45C 3td 2g 2g
51C 3td 2g 2g
62 3td 3td 3td
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-23
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
แนวทางการแกไ้ ขปรับปรุงปจั จยั ทีเ่ ป็นข้อจำกัดของดินในการปลูกพชื ของกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีล่มุ
(ก-1) ขอ้ จำกัดและแนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุงดินในพื้นทลี่ ุม่ สำหรบั การปลูกขา้ ว
ขอ้ จำกดั แนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุง
n = ดนิ มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ต่ำ - ใส่ปุ๋ยอนิ ทรีย์ และปุ๋ยเคมี รวมท้ังไถกลบตอซังเศษเหลอื ของพืช
(ก-2) ข้อจำกดั และแนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุงดินในพ้นื ท่ลี ุ่มสำหรบั การปลกู พืชไร่
ขอ้ จำกัด แนวทางในการแกไ้ ขปรบั ปรุง
w = อนั ตรายที่เกดิ จากการมีน้ำแช่ขัง - ทำคันดนิ รอบพนื้ ทป่ี ลกู พืชเพอื่ ปอ้ งกันนำ้ ทว่ มในชว่ งฤดฝู นยกร่องปลูก
ในช่วงฤดูฝน เพื่อชว่ ยการระบายน้ำของดนิ ให้ดขี นึ้ ขดุ ครู ะบายนำ้ และมรี ะบบการสูบ
นำ้ ออกจากพน้ื ทีเ่ ม่ือมีฝนตกหนกั ควรมรี ะบบชลประทานใหน้ ำ้ และเลือก
ชนดิ พชื ปลูกท่ีเหมาะสม
(ก-3) ขอ้ จำกดั และแนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุงดินในพื้นท่ีลุ่มสำหรับการปลูกไม้ผล – ไม้ยนื ต้น
มีรายละเอียดเชน่ เดียวกับกรณขี องพชื ไร่
(ข) กลมุ่ ชุดดนิ ในพื้นท่ีดอน
(ข-1) ชน้ั ความเหมาะสมของดนิ แตล่ ะกลุม่ ชดุ ดินในพื้นที่ดอนสำหรับการปลกู ขา้ ว
ดินในพ้ืนท่ีดอน จำนวน 11 กลุ่มชุดดิน จัดอยู่ในชั้นความเหมาะสมสำหรับการ
ปลูกขา้ ว ช้ันตา่ งๆ โดยมีข้อจำกดั ดังนี้
- ช้ันที่ 3d : ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (มีข้อจำกัด คือดินมีสภาพ
การระบายน้ำดี) ประกอบด้วย 6 กลุ่มชุดดิน คือ กลุ่มชุดดินท่ี 32 กลุ่มชุดดินที่ 32B กลุ่มชุดดินที่ 34 กลุ่มชุดดินที่
34B กลุ่มชุดดนิ ที่ 39B และ45B
- ชั้นท่ี 3td : ช้ันดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือดินมีสภาพ
พืน้ ที่ไม่เหมาะสม และมสี ภาพการระบายน้ำดี) ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ชดุ ดิน คอื กลุ่มชุดดินที่ 26C กลมุ่ ชุดดินท่ี 34C
กลมุ่ ชดุ ดินที่ 45C กล่มุ ชุดดนิ ท่ี 51Cและกลมุ่ ชุดดินที่ 62
(ข-2)ช้นั ความเหมาะสมของดนิ แต่ละกลมุ่ ชุดดินในพ้นื ท่ดี อน สำหรับการปลกู พชื ไร่
ดินในพ้ืนทด่ี อน จำนวน 11 กลุ่มชุดดิน จดั อยู่ในช้ันความเหมาะสมสำหรับการการปลูก
พืชไร่ช้นั ต่างๆ โดยมีข้อจำกดั ดงั นี้
- ชั้นที่ 1 : ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (ไม่มีข้อจำกัด)
ประกอบดว้ ย 2 กลุม่ ชดุ ดิน คอื กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 32 และกลุ่มชดุ ดินที่ 32B
- ช้ันท่ี 1n : ชั้นดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
ความอุดมสมบรู ณ์ต่ำ) ประกอบดว้ ย 1 กล่มุ ชุดดนิ คอื กลุ่มชุดดนิ ที่ 26C
- ชั้นที่ 1sn : ชั้นดินทีม่ ีความเหมาะสมสำหรบั การปลูกพืชไร่ (มีขอ้ จำกัดคือ ดนิ มี
เน้ือดินไม่ค่อยเหมาะสม และดนิ มีความอุดมสมบูรณ์ตำ่ ) ประกอบด้วย 4 กลุม่ ชุดดิน คือ กลมุ่ ชุดดินที่ 34 กลุม่ ชดุ ดิน
ที่ 34B กลมุ่ ชุดดินที่ 34C และกลมุ่ ชุดดินท่ี 39B
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-24
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
- ชั้นที่ 2g : ช้ันดินท่ีไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
กอ้ นกรวดหรอื ลูกรงั ในชั้นหน้าตัดดิน) ประกอบดว้ ย 3 กลุ่มชุดดิน คือ กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 45B กลุ่มชุดดินท่ี 45C และกลุ่ม
ชุดดินที่ 51C
- ชั้นท่ี 3td : ชั้นดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
สภาพพื้นท่ไี ม่เหมาะสม และมีสภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชดุ ดิน คือ กลุ่มชุดดินท่ี 62
(ข-3) ชั้นความเหมาะสมของดินแตล่ ะกลมุ่ ชุดดนิ ในพนื้ ทีด่ อน สำหรับการปลูกไมผ้ ล - ไมย้ นื ต้น
การจัดชั้นความเหมาะสมของดินในพ้ืนท่ดี อน จำนวน 11 กล่มุ ชุดดนิ สำหรบั การปลกู ไมผ้ ล – ไมย้ ืนต้น
มรี ายละเอียดเช่นเดียวกับกรณีของพืชไร่ ดงั ที่กล่าวไปแลว้ ขา้ งตน้
แนวทางในการแก้ไขปรับปรุงปัจจยั ท่เี ปน็ ข้อจำกัดของดินในการปลูกพชื ของกลมุ่ ชุดดนิ ในพืน้ ท่ีดอน
(ข-1) ข้อจำกัดและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงดนิ ในพนื้ ทีด่ อนสำหรบั การปลูกขา้ ว
ขอ้ จำกดั แนวทางในการแกไ้ ขปรับปรุง
d = ดินมีสภาพการระบายนำ้ ดี - ปรับสภาพพ้ืนท่ีปลูกให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ทำคันนาให้สูงเพื่อเก็บกักน้ำ
ขังเอาไว้ได้ปริมาณมาก และอยู่ได้นานข้ึน ควรมีการเพิ่มวัสดุอินทรีย์ลงไป
ในดิน เช่น การใส่ปุ๋ยอินทรยี ์ และไถกลบตอซงั ข้าวลงไปในดินหลังเก็บเก่ียว
ผลผลิต การมีระบบชลประทาน จะเป็นประกันความเส่ียงในการปลูกขา้ ว
t = ดนิ มีสภาพพ้นื ทไี่ ม่เหมาะสม - ปลูกข้าวเป็นแบบข้ันบันไดขวางความลาดเทของพ้ืนท่ี (ในบริเวณพ้นื ท่ีที่
มคี วามลาดชนั ) และปลกู หญา้ แฝกแซม เพือ่ ชว่ ยการอนรุ ักษ์ดินและนำ้
(ข-2) ข้อจำกัดและแนวทางในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ ดินในพนื้ ท่ีดอนสำหรับการปลูกพชื ไร่
ขอ้ จำกัด แนวทางในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ
n = ดนิ มคี วามอดุ มสมบูรณ์ต่ำ - ใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี ไถกลบตอซังพืชหลังเก็บเกี่ยวจัดระบบการ
sn = ดินมีเน้ือดินไม่คอ่ ยเหมาะสมและมี ปลูกพืชหมุนเวียนให้มีพืชตระกูลถั่วร่วมด้วย ควรมีระบบชลประทานให้
ความอุดมสมบูรณต์ ่ำ น้ำรว่ มด้วย ก็จะชว่ ยลดความเส่ียงการขาดน้ำของพืชทปี่ ลูก
g = ดินมีก้อนกรวดหรือลูกรังในช้ันหน้า - ปลูกพืชท่ีมีระบบรากต้ืน และเป็นพืชท่ีไม่ต้องการไถพรวนบ่อย
ตดั ดิน ควรมีระบบการอนรุ กั ษ์ดนิ และน้ำและมีระบบชลประทาน
td = ดินมีสภาพพื้นท่ีไม่เหมาะสมและมี - ปลกู พืชขวางความลาดเทของพ้นื ท่ี เลือกชนดิ พืชปลูกที่ไม่ตอ้ งไถพรวนบ่อย
สภาพการระบายนำ้ ดี ควรมีระบบการอนรุ กั ษด์ ินและน้ำ และควรมรี ะบบชลประทานรว่ มดว้ ย
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-25
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
(ข-3) ขอ้ จำกัดและแนวทางในการแก้ไขปรับปรงุ ดินในพน้ื ทด่ี อนสำหรับการปลกู ไม้ผล – ไม้ยนื ต้น
ขอ้ จำกัด แนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุง
n = ดินมีความอุดมสมบูรณต์ ำ่ - ใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุย๋ เคมี ผสมดินปลูกท่ีมสี มบัตทิ างกายภาพทดี่ ีในหลุม
sn = ดนิ มีเน้ือดนิ ไมค่ ่อยเหมาะสมและมี ปลูกพืช หาเศษพืชหรือวัสดุอินทรีย์มาคลุมหน้าดินบริเวณรอบหลุมปลูก
ความอุดมสมบูรณ์ตำ่ พืชเพ่ือช่วยลดการระเหยน้ำจากผิวดิน และควรมีระบบชลประทานร่วมด้วย
(ให้น้ำแกพ่ ชื โดยใชร้ ะบบน้ำหยด)
g = ดินมีก้อนกรวดหรือลูกรังในชั้นหน้า - ขุดหลุมปลูกให้ลึก และกว้างพอประมาณ ผสมปุ๋ยอินทรีย์ และดินปลูก
ตัดดนิ ทีม่ ีสมบัติท่ดี ลี งไปในหลุมปลูกพืช และเปน็ พืชที่มขี นาดลำต้นหรือทรงพุ่ม
ไม่ใหญ่จนเกินไป ถ้าจำเป็นอาจต้องมีการค้ำยันต้นพืช และควรมีระบบ
ชลประทานร่วมดว้ ย
td = ดินมีสภาพพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมและมี - ปรับสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ หลมุ ปลูกพชื ให้ราบเรียบ ควรมรี ะบบการ
สภาพการระบายนำ้ ดี อนุรกั ษด์ ินและน้ำ และมรี ะบบชลประทานรว่ มดว้ ย
สรุป : ความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม (ข้าว พืชไร่ และไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ในบริเวณพื้นที่รับ
ประโยชนข์ องโครงการ แสดงดงั รปู ที่ 3.1.3-3 ถงึ รปู ที่ 3.1.3-4
ความเหมาะสมของดินในการปลกู พชื ในบริเวณพน้ื ท่รี บั ประโยชนข์ องโครงการ
ชั้นความเหมาะสมของดนิ พนื้ ท่ี กลุ่มชุดดิน
ในการปลูกพืช ไร่ รอ้ ยละ
6
ชั้นความเหมาะสมของดนิ ในการปลูกข้าว 3,360.67 20.57 26C 32 32B 34 34B 34C
- ชน้ั ความเหมาะสมที่ 1 12,979.02 79.43 39B 45B 45C 51C 62
- ชนั้ ความเหมาะสมท่ี 3
26C 32 32B 34 34B 34C
ช้ันความเหมาะสมของดินในการปลูกพชื ไร่หรอื 12,550.10 76.81 39B
ไม้ผล - ไม้ยนื ต้น 45B 45C 51C
- ชน้ั ความเหมาะสมท่ี 1 6 62
- ชน้ั ความเหมาะสมที่ 2 428.87 2.62
- ชน้ั ความเหมาะสมที่ 3 3,360.67 20.57
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-26
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ความเหมาะสมของดินของกล่มุ ชุดดินต่างๆ (จำนวน 11 กลุ่มชุดดิน) ในการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม (ข้าว
พืชไร่ และไม้ผล - ไม้ยนื ตน้ ) ในบริเวณพ้ืนที่รบั ประโยชนข์ องโครงการ มดี ังนี้
ช้ันความเหมาะสมของดินในการปลกู ขา้ ว : พบว่าดนิ ประมาณ 1 ส่วนใน 5 ส่วน ของพนื้ ทร่ี ับประโยชน์ เป็น
ดนิ ทจ่ี ัดอยู่ในช้นั ความเหมาะสมท่ี 1 (ช้ันดินท่ีมคี วามเหมาะสมในการปลกู ข้าว) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดินที่เปน็ ดิน
ในพื้นท่ีลุม่ มีพนื้ ที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 20.57 ของพื้นที่รับประโยชน์ พื้นที่สว่ นท่ีเหลืออีกเกือบประมาณ 4 ส่วนใน
5 สว่ น เปน็ ดนิ ทจี่ ัดอยใู่ นช้ันความเหมาะสมที่ 3 (ชัน้ ดนิ ท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว) ประกอบด้วย 11 กลุ่มชดุ ดนิ ที่
เป็นดนิ ในพ้ืนทดี่ อน มีพ้ืนทีร่ วมกนั คดิ เปน็ รอ้ ยละ 79.43 ของพ้นื ทรี่ ับประโยชน์
ชั้นความเหมาะสมของดินในการปลกู พืชไร่ หรอื ไมผ้ ล - ไม้ยืนตน้ : พบวา่ ดนิ ประมาณเกือบ 3 ส่วนใน 5 สว่ น
เป็นดินท่ีจัดอยู่ในช้ันความเหมาะสมที่ 1 (ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น)
ประกอบด้วย7 กลุ่มชุดดินที่เป็นดินในพ้ืนท่ีดอน มีพ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 76.81 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์ พ้ืนที่
สว่ นที่เหลอื อีกประมาณเกอื บ 1 ส่วนใน 4 สว่ น เปน็ ดินทจี่ ัดอยใู่ นช้นั ความเหมาะสมท่ี 3 (ช้นั ดนิ ท่ีไมเ่ หมาะสมในการ
ปลูกพืชไร่ หรอื ไมผ้ ล - ไม้ยืนต้น) ประกอบด้วย 2 กลุ่มชดุ ดิน (1 กลุ่มชุดดินเป็นดินในพน้ื ที่ลุ่ม และ อีก 1 กล่มุ ชุด
ดินเป็นดินในพื้นที่ดอน) มีพ้ืนท่ีรวมกนั คิดเป็นร้อยละ 20.57 ของพ้ืนที่รับประโยชน์ พ้ืนที่ส่วนท่ีเหลืออีกส่วนหนึ่งที่มี
พ้ืนท่ีไม่มากนักเปน็ ดินที่จัดอยู่ในช้ันความเหมาะสมที่ 2 (ชน้ั ดินท่ีไม่ค่อยเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไมผ้ ล - ไม้ยืนต้น)
ประกอบด้วย 3 กลุ่มชุดดินทเี่ ป็นดินในพืน้ ทด่ี อน มีพนื้ ที่คดิ เป็นร้อยละ 2.62 ของพื้นทรี่ บั ประโยชน์
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-27
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ที่มา : ดัดแปลงจากกรมพัฒนาทีด่ ิน, 2553
รูปท่ี 3.1.3-3 ขอ้ มูลชน้ั ความเหมาะสมของดินในการปลูกขา้ ว
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-28
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ที่มา : ดดั แปลงจากกรมพฒั นาทดี่ ิน, 2553
รูปท่ี 3.1.3-4 ข้อมูลช้ันความเหมาะสมของดินในการปลกู พชื ไร่ หรือไมผ้ ล-ไมย้ นื ตน้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-29
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
6) ความเหมาะสมของท่ีดินสำหรบั การชลประทานเพอ่ื การปลูก
การจัดชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการชลประทานเพ่ือการปลูกพืช ได้นำหลักเกณฑ์ของ
สำนักงานฟื้นฟูที่ดินแห่งสหรัฐอเมริกา (United State Bureau of Raclamation : USBR) ที่ได้มีการปรับใช้พ้ืนที่
แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรมพัฒนาที่ดินได้นำมาปรับใช้ในการจัดช้ันความเหมาะสมของดินสำหรับการ
ชลประทานเพอ่ื การปลูกพชื โดยแบ่งออกเปน็ 6 ชั้น ดังนี้
1) ช้ันที่ U1 : ที่ดินมีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพ่ือการปลูกพืชไร่ ไม้ผลและ
ไม้ยืนตน้
2) ชั้นที่ U2 : ท่ีดินมีความเหมาะสมปานกลางสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพ่ือการปลกู พืชไร่ไม้ผล
และไมย้ ืนต้น
3) ชน้ั ที่ U3 : ท่ีดนิ ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรบั การชลประทานท่ดี อนเพ่ือการปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยนื ต้น
4) ชั้นท่ี R1 : ทดี่ นิ มคี วามเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานท่ีราบลมุ่ เพ่ือการปลูกข้าว
5) ชั้นที่ R2 : ทด่ี ินมีความเหมาะสมปานกลางสำหรบั การชลประทานที่ราบลุ่มเพื่อการปลูกข้าว
6) ชัน้ ที่ R6 : ทดี่ ินไมเ่ หมาะสำหรบั การชลประทานเพื่อการปลกู พืช
เอกสารอ้างองิ : USBR. 1951 Bureau of Reclamation Manual. Vol. V . Irrigated land use.
Part 2. Land classification. Bureau of Reclamation, Dept. of Interior, Denver Federal Center, Denver,
Col. 80225, USA; USBR. 1967 Instructions for the conduct of feasibility grade land classification
surveys of the Lam Oon Project – Thailand. Office of Chief Engineer, Denver, Colorado, USA. ( ซ่ึง
กรมพัฒนาท่ีดินได้นำมาปรับใช้ : Soil Interpretation Handbook for Thailand, Ministry of Agriculture and
Cooperatives, Department of Land Development and Food and Agriculture Organization of the
United Nations, Bangkok, February 1973)
การจัดชั้นความเหมาะสมของท่ีดินสำหรับการชลประทานเพ่ือการปลูกพืช โดยการนำเอาข้อมูลต่างๆ
ของลักษณะภูมิประเทศ (ความลาดชันและสภาพพื้นที่และสมบัติที่สำคัญบางประการของดินแต่ละกลุ่มชุดดิน
ประกอบดว้ ยความลึกของดิน ประเภทของเน้ือดิน สภาพการระบายน้ำของดิน ปฏิกิรยิ าของดิน และความเค็มของดิน
นำมาประกอบใช้ในการพิจารณาการจัดช้ันความเหมาะเหมาะสมของท่ีดินสำหรับการชลประทานเพ่ือการปลูกพืช
ของกลุ่มชดุ ดินต่างๆ ในบริเวณพ้ืนทร่ี ับประโยชนโ์ ครงการ รายละเอยี ดผลการศกึ ษาได้สรุปแสดงดงั ตารางท่ี 3.1.3-6
ชน้ั ความเหมาะสมของที่ดินของแต่ละกลุ่มชุดดินสำหรบั การชลประทานเพ่ือการปลกู พืชในบริเวณพ้ืนท่ี
รับประโยชนข์ องโครงการ มีรายละเอียดดงั น้ี
- ชน้ั ท่ี U1 ; ท่ีดินมีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานที่ดอนเพื่อการปลูกพืชไร่ ไม้ผล และ
ไม้ยืนต้น : พบว่าประกอบด้วย 2 กลุ่มชุดดิน คอื กล่มุ ชุดดนิ ท่ี 32 และกลมุ่ ชุดดินที่ 32B มีพื้นท่ีรวมกันคิดเป็นร้อยละ
21.45 ของพ้นื ทีร่ ับประโยชน์
- ชั้นที่ U2 ; ที่ดนิ มีความเหมาะสมปานกลางสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพื่อการปลูกพืชไร่ ไม้ผล
และไม้ยืนต้น : พบว่า ประกอบด้วย 4 กลุ่มชุดดินคือ กลุ่มชุดดินที่ 26C กลุ่มชุดดินที่ 34 กลุ่มชุดดินที่ 34B และ
กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 39B มพี ้ืนท่รี วมกนั คิดเปน็ ร้อยละ 55.26 ของพื้นทร่ี บั ประโยชน์
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-30
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
- ช้ันท่ี U3 ; ท่ีดินไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพ่ือการปลูกพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น :
พบว่าประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชุดดินคือ กลุม่ ชดุ ดนิ ท่ี 34C มีพน้ื ท่คี ดิ เป็นรอ้ ยละ 0.09 ของพื้นท่ีรบั ประโยชน์
- ช้ันที่ R1 ; ที่ดินมีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานท่ีราบลุ่มเพื่อการปลูกข้าว : พบว่า
ประกอบดว้ ย 2 กลุ่มชดุ ดนิ คอื กลุม่ ชดุ ดินท่ี 6 และ มพี นื้ ที่คิดเป็นร้อยละ 20.40 ของพนื้ ทรี่ บั ประโยชน์
- ช้นั ท่ี 6 ; ท่ีดินไม่เหมาะสมสำหรับการชลประทานเพ่ือการปลูกพชื : พบว่าประกอบด้วย 4 กลุ่มชุดดิน
คอื กลมุ่ ชุดดินที่ 45B กลุ่มชุดดินท่ี 45C กลุ่มชุดดินท่ี 51C และกลุ่มชุดดินท่ี 62 มีพื้นท่ีรวมกันคิดเป็นร้อยละ 2.63
ของพืน้ ทร่ี ับประโยชน์
สรุป : ช้นั ความเหมาะสมของท่ดี นิ สำหรบั การชลประทานเพอื่ การปลูกพชื ของกลมุ่ ชดุ ดินในพ้นื ที่รบั ประโยชน์ ดังนี้
ชน้ั ความเหมาะสมของทดี่ นิ สำหรบั กลุ่มชดุ ดนิ ที่จดั รวมอยู่ในชั้น พน้ื ที่
การชลประทานเพ่อื การปลูกพชื ความเหมาะสมเดียวกนั ไร่ ร้อยละ
U1 32 32B 3,504.45 21.45
U2 26C 34 34B 9,029.51 55.26
39B
U3 34C 16.14 0.09
3360.67 20.57
R1 6 428.92 2.63
6 45B 45C 51C 62
ตารางที่ 3.1.3-6 ชั้นความเหมาะสมของท่ีดิน ของแต่ละกลุ่มชุดดินสำหรับการชลประทานเพ่ือการปลูกพืชใน
พื้นท่ีรับประโยชนข์ องโครงการ
ชดุ ดนิ ชน้ั ความเหมาะสมของท่ดี ินเพอ่ื การชลประทานสำหรบั การปลกู พชื
กลุ่มชุดดินในพน้ื ทีล่ มุ่ :
6 R1
กลุ่มชดุ ดนิ ในพน้ื ทดี่ อน :
26C U2
32 U1
32B U1
34 U2
34B U2
34C U3
39B U2
45B 6
45C 6
51C 6
62 6
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-31
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
7) ผลการศกึ ษาการประเมินความอุดมสมบรู ณข์ องดิน
(ตวั อย่างดินทีเ่ กบมาจากหลมุ ขุดเจาะสำรวจ จำนวน 9 หลุม)
ผลการวิเคราะห์สมบัติบางประการของดิน และการประเมินระดับ ความอุดมสมบูรณ์ของดินของ
ตวั อย่างดินจำนวน 18 ตวั อยา่ ง (ประกอบดว้ ยดนิ ชน้ั บนจำนวน 9 ตัวอย่าง และ ดนิ ชน้ั ลา่ งจำนวน 9 ตัวอย่าง) ท่เี ปน็
ตัวแทนของกลุ่มชุดดินต่างๆ ที่เก็บมาจากพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่าง
เก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ สรปุ แสดงไว้ในตารางที่ 3.1.3-7 ซึ่งกล่าวรายละเอียดได้ ดังน้ี
กลุม่ ชุดดินท่ี 6 : รหสั หลุมขุดเจาะดนิ P1
- ดนิ ช้ันบน มีเนื้อดินประเภทดินเหนียว มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด มีอินทรียวัตถุในปริมาณต่ำ มี
ธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในระดับต่ำ มีธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ มีค่า CEC ในระดับค่อนข้างต่ำและมีค่า BS
ในระดับปานกลาง ดินมีคา่ EC ต่ำอยใู่ นระดับท่ไี มม่ ีปญั หาเก่ยี วกบั ความเคม็
- ดนิ ชั้นลา่ ง มีค่าวิเคราะหส์ มบัติต่างๆ ใกล้เคียงกบั ดินช้ันบน
กล่าวโดยสรุป ตัวอย่างดินหลุมเจาะ P1 ท่ีเป็นตัวแทนของดินของกลุ่มชุดดินที่ 6 เป็นดินท่ีมี
ความอุดมสมบูรณอ์ ยู่ในระดบั ตำ่ การปลูกพืชใหไ้ ด้ผลดี แนะนำใหใ้ ชป้ ยุ๋ อินทรียร์ ว่ มกับปุ๋ยเคมี
กลุม่ ชุดดินที่ 32B : รหสั หลมุ ขุดเจาะดิน P5
- ดินช้ันบน มีเนื้อดินประเภทดินเหนียว มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก มีอินทรีย์วัตถุในปริมาณ
ค่อนข้างต่ำ มีธาตุฟอสฟอรัสและธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำ มีค่า CEC ในระดับค่อนข้างต่ำ และมีค่า BS ใน
ระดับตำ่ ดนิ มคี า่ EC ตำ่ อยู่ในระดับท่ีไมม่ ปี ัญหาเกยี่ วกบั ความเค็ม
- ดินช้ันลา่ ง มีค่าวเิ คราะห์สมบัติต่างๆ ใกลเ้ คียงกับดนิ ช้ันบน
กลา่ วโดยสรุป ตัวอย่างดินหลุมขุดเจาะ P5 ท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 32B เปน็ ดนิ ท่ีมคี วาม
อุดมสมบรู ณ์อยู่ในระดบั ตำ่ การปลกู พชื ให้ไดผ้ ลดี แนะนำให้ใช้ปยุ๋ อนิ ทรยี ก์ บั ป๋ยุ เคมี และควรมกี ารใส่วัสดุปูนบา้ งเป็น
บางคร้งั
กลุ่มชุดดินท่ี 34 : รหัสหลุมขุดเจาะดิน P2
- ดินชั้นบน มีเนื้อดินประเภทดินร่วนเหนียวบนทราย มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด มีอินทรีย์วัตถุใน
ปรมิ าณตำ่ มีธาตฟุ อสฟอรัสและธาตุโพแทสเซยี มอย่ใู นระดับต่ำ มีค่า CEC และคา่ BS ในระดับต่ำ ดินมีค่า EC ต่ำอยู่
ในระดับท่ไี ม่มีปัญหาเกี่ยวกับความเค็ม
- ดินช้ันล่าง มีค่าวิเคราะหส์ มบตั ิต่างๆ ใกล้เคยี งกับดินชัน้ บน
กล่าวโดยสรุป ตัวอย่างดินหลุมขุดเจาะ P2 ท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินที่ 34 เป็นดินที่มีความ
อุดมสมบรู ณ์อยูใ่ นระดับตำ่ การปลูกพชื ให้ได้ผลดี แนะนำใหใ้ ชป้ ุ๋ยอินทรยี ์ร่วมกบั ปยุ๋ เคมี
กลุ่มชุดดนิ ท่ี 32 : รหสั หลุมขุดเจาะดนิ P4 และกลุ่มชุดดนิ ท3ี่ 4B : รหสั หลุมขดุ เจาะดิน P6
- ดนิ ช้ันบน มีเน้ือดินประเภทดินร่วนเหนียวปนทราย มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก มีอินทรีย์วตั ถุใน
ปริมาณต่ำ มีธาตุฟอสฟอรัสและธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำ มีค่า CEC ในระดับค่อนข้างต่ำ และมีค่า BS ใน
ระดับต่ำ ดินมีคา่ EC ต่ำอยู่ในระดับทไ่ี ม่มปี ญั หาเกยี่ วกับความเคม็
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-32
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
- ดินชัน้ ล่าง มคี ่าวิเคราะห์สมบตั ิตา่ งๆ ใกล้เคยี งกบั ดินชั้นบน
กล่าวโดยสรุป ตัวอย่างดินหลุมขุดเจาะ P4 และ P6 ท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินที่ 32 และ34B เป็น
ดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ การปลูกพืชให้ได้ผลดี แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์รว่ มกับปุ๋ยเคมี และควรมีการ
ใสว่ สั ดปุ นู ร่วมด้วย
กลุ่มชดุ ดินท่ี 26C : รหสั หลุมขดุ เจาะดิน P3
- ดนิ ชัน้ บน มีเนอ้ื ดนิ ประเภทดินร่วมเหนยี วปนทราย มีปฏิกิริยาเปน็ กรดรุนแรงมาก มีอินทรียว์ ตั ถุ
ในปริมาณต่ำ มธี าตุฟอสฟอรัสและธาตุโพแทสเซียมอยูใ่ นระดบั ตำ่ มีค่า CEC ในระดับต่ำและมีค่า BS ในระดบั สูงดิน
มีค่า EC ตำ่ อยู่ในระดบั ทไ่ี มม่ ปี ัญหาเกย่ี วกับความเคม็
- ดนิ ชน้ั ลา่ ง มีค่าวเิ คราะห์สมบัติตา่ งๆ ใกลเ้ คยี งกับดนิ ชนั้ บนยกเวน้ มีค่า BS ในระดบั ตำ่
กล่าวโดยสรุป ตวั อยา่ งดินหลุมขุดเจาะ P3 ที่เปน็ ตัวแทนของกลุ่มชุดดินที่ 26C เป็นดินที่มีความ
อดุ มสมบรู ณอ์ ยใู่ นระดับต่ำ การปลกู พืชให้ไดผ้ ลดีแนะนำใหใ้ ช้ปุ๋ยอินทรยี ์ ร่วมกบั ป๋ยุ เคมีและควรมีการใส่วสั ดปุ ูนร่วมด้วย
กลุ่มชดุ ดินท่ี 39B : รหัสหลมุ ขุดเจาะดิน P8
- ดินช้ันบน มีเน้ือดนิ ประเภทดินร่วมปนทราย มีปฏกิ ิรยิ าเปน็ กรดจัดมากมีอนิ ทรยี ์วัตถใุ นปรมิ าณต่ำ
มีธาตุฟอสฟอรัสและธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำมีค่า CEC และค่า BS ในระดับต่ำ ดินมีค่า EC ต่ำอยู่ในระดับท่ี
ไม่มปี ญั หาเกีย่ วกบั ความเคม็
- ดินชั้นลา่ ง มีคา่ วิเคราะห์สมบัตติ า่ งๆ ใกล้เคยี งกับดินชน้ั บน
กล่าวโดยสรุป ตัวอย่างดินหลุมขุดเจาะ P8 ท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดิน 39B เป็นดินท่ีมีความ
อดุ มสมบรู ณ์อยุ่ในระดบั ต่ำการปลกู พืชใหไ้ ด้ผลดี แนะนำให้ใช้ป๋ยุ อินทรยี ์ร่วมกบั ปยุ๋ เคมแี ละควรมกี ารใช้วัสดปุ ูนร่วมด้วย
กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 45C : รหสั หลุมขุดเจาะดนิ P9
- ดินชัน้ บน กลุ่มชุดดินท่ี 45C เป็นดนิ ตื้น และมีความลาดชันคอ่ นขา้ งสูง มีเน้อื ดนิ ประเภทดินรว่ ม
เหนียวปนทรายปนกรวด (มีกรวดปะปนอยู่ในเนอื้ ดนิ ถึงร้อยละ 46.6) มีปฏิกิรยิ าเป็นกรดปานกลาง มีอนิ ทรีย์วัตถุใน
ปรมิ าณต่ำมีธาตุฟอสฟอรสั และธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำ มคี ่า CEC ในระดับต่ำและมีค่า BS ในระดับปานกลาง
ดนิ มีคา่ EC ตำ่ อยู่ในระดับท่ีไม่มปี ัญหาเกยี่ วกบั ความเค็ม
- ดินช้ันล่าง มีค่าวิเคราะห์สมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกับดินชั้นบนยกเว้นมีเนื้อดินประเภทเป็นดิน
เหนยี วและมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก
กล่าวโดยสรปุ ตัวอยา่ งดนิ หลุมขุดเจาะ P9 ท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินที่ 45C เป็นดนิ ทีม่ ีความ
อุดมสมบูรณอ์ ยู่ในระดับต่ำ การปลูกพืชใหไ้ ด้ผลดแี นะนำให้ใชป้ ยุ๋ อนิ ทรียร์ ่วมกบั ปยุ๋ เคมี
กลุ่มชุดดนิ ที่ 51C : รหัสหลุมขุดเจาะดนิ P7
- ดินช้ันบน กล่มุ ดินท่ี 51C เปน็ ดินต้ืนและมคี วามลาดชนั ค่อนข้างสูง มีเนือ้ ดนิ ประเภทดนิ รว่ นปน
ทราย มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก มีอินทรียวัตถุในปริมาณต่ำ มีธาตุฟอสฟอรัส และธาตุโพแทสเซียมอยู่ในระดับต่ำ
ไมม่ คี ่า CEC และคา่ BS ในระดับต่ำ ดินมคี า่ EC ตำ่ อยู่ในระดบั ท่ไี มม่ ีปญั หาเก่ยี วกับความเค็ม
- ดินชั้นล่าง มีค่าวิเคราะห์สมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกับดินช้ันบนยกเว้นมีเนื้อดิน เป็นดินเหนียวปน
ทราย และดินมีอนิ ทรยี วัตถุอยู่ในปรมิ าณสูง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-33
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
กลา่ วโดยสรปุ ตัวอย่างดนิ หลุมขดุ เจาะ P7 ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินที่ 51C เป็นดินท่ีมีความ
อดุ มสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำ การปลูกพืชเพ่ือให้ผลดี แนะนำให้ใช้ป๋ยุ อินทรีย์วัตถุรว่ มกับปุ๋ยเคมี และควรมีการใช้วสั ดุ
ปนู ร่วมดว้ ย
สรุป : การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินของตัวอย่างดินจำนวนท้ังหมด 18 ตัวอย่าง
(ประอบด้วยดินชั้นบน 9 ตัวอย่าง และดินช้ันล่าง 9 ตัวอย่าง) ที่เก็บมาจากหลุมขุดเจาะดินจำนวน 9 หลุม ที่เป็น
ตัวแทนของกลุ่มชุดดินต่างๆ ในพ้ืนท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จัดเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับต่ำและ
เป็นดินท่ีมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดรุนแรงมาก การปลูกพืช (ยางพารา) ให้ได้ผลดีแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์
รว่ มกบั ปุ๋ยเคมี (ใหธ้ าตุอาหารพชื หลักครบท้ัง 3 ธาตุคอื NPK) และควรมกี ารใสว่ ัสดปุ ูนร่วมด้วยเชน่ ปนู โดโลไมท์
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-34
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางที่ 3.1.3-7 คา่ วเิ คราะห์สมบัตบิ างประเภทของดินท่ีเปน็ ตวั แทนของกลุ่มชุดดนิ ต่างๆ ทเี่ กบจากหลมุ ขดุ เจาะสำรวจในบรเิ วณพน้ื ท่รี ับประโยชนข์ องโครงการ
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
ตารางท่ี 3.1.3-7 ค่าวิเคราะหส์ มบตั บิ างประเภทของดนิ ทเี่ ปน็ ตวั แทนของกลุ่มชุดดนิ ตา่ งๆ ทเ่ี กบ็ จากหลุมขุดเจาะส้ารวจในบริเวณพน้ื ทรี่ ับประโยชนข์ องโครงการ
ตวั อย่างดนิ
ก.ดนิ ช้นั บน เนอ้ื ดนิ อนิ ทรีย์วัตถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม CEC BS EC โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
กลุ่มชุดดนิ รหสั หลุมขุดเจาะดนิ (0.30ซม.) (%) ( ds/m ) ระดบั ความอดุ ม
ข.ดนิ ช้นั ล่าง 0.66 0.05 สมบรู ณ์
(30-100ซม.) pH % Gravel % Sand % Silt % Clay ประเภท 0.21 (มก./กก.) (มก./กก.) ( Cmol/Kg ) ( % ) 0.04
0.32 0.02 ต่า้
ก.ดนิ ชนั บน 5.12 3.40 40.40 12.20 44.00 เหนียว 0.19 1.70 57.41 11.00 70.71 0.02 ต้า่
1.06 35.63 16.84 7.36 ต้่า
6 P1 ข.ดนิ ชนั ล่าง 5.00 10.40 35.60 10.20 43.80 เหนียว 1.42 18.28 6.14 3.45 ตา่้
1.06 20.84 8.21 2.71
ก.ดนิ ชนั บน 5.11 0.30 47.70 19.70 32.30 ร่วนเหนียวปนทราย
34 P2 ข.ดนิ ชนั ลา่ ง 5.13 0.50 48.30 21.20 29.90 ร่วนเหนียวปนทราย
ก.ดนิ ชนั บน 4.19 4.19 60.40 17.10 20.10 ร่วนเหนียวปนทราย 0.60 2.20 22.58 3.74 108.70 0.03 ต่้า
26C P3 ข.ดนิ ชนั ลา่ ง 5.11 5.11 49.30 7.30 38.60 เหนียวปนทราย 0.20 0.71 18.58 6.51 9.54 0.03 ต้่า
ก.ดนิ ชนั บน 4.89 4.89 55.40 9.00 34.40 ร่วนเหนียวปนทราย 0.36 2.12 26.96 7.39 13.78 0.04 ต่้า
รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น 32 P4 ข.ดนิ ชนั ล่าง 4.78 4.78 53.40 8.50 26.60 ร่วนเหนียวปนทราย 0.41 11.48 27.68 8.76 21.50 0.03 ต่้า
3-35 ก.ดนิ ชนั บน 4.65 4.65 24.90 32.90 42.10 เหนียว 1.26 1.66 22.87 9.18 4.07 0.06 ตา่้
32B P5 ข.ดนิ ชนั ล่าง 4.58 4.58 28.20 25.10 45.90 เหนียว 0.36 1.25 46.82 10.24 70.59 0.16 ต้า่
ก.ดนิ ชนั บน 4.68 4.68 55.20 19.30 24.30 ร่วนเหนียวปนทราย 0.56 1.12 14.52 11.30 12.06 0.04 ต่้า
34B P6 ข.ดนิ ชนั ล่าง 4.71 4.71 53.10 20.60 24.70 ร่วนเหนียวปนทราย 0.23 1.02 15.49 5.51 13.51 0.03 ต่า้
ก.ดนิ ชนั บน 4.61 0.5 60 22.4 17.7 ร่วนปนทราย 0.48 3.15 9.81 4.06 24.23 0.04 ตา้่
51C P7 ข.ดนิ ชนั ลา่ ง 4.67 1.80 45.5 14.5 38.1 เหนียวปนทราย 10.24 1.02 15.57 8.35 4.2 0.04 ตา้่
ก.ดนิ ชนั บน 4.68 0.7 70 12.9 16.5 ร่วนปนทราย 0.32 1.87 6 2.3 4 0.04 ต่้า
39B P8 ข.ดนิ ชนั ล่าง 4.52 2.90 65.5 9.3 22.2 ร่วนเหนียวปนทราย 0.24 1.87 9.72 2.72 3.19 0.04 ต่า้
ก.ดนิ ชนั บน 5.88 46.6 34.2 8.2 11 ร่วนเหนียวปนทราย 0.35 1.12 10.01 4.28 57.71 0.18 ต้่า
45C P9 ข.ดนิ ชนั ล่าง 4.96 3.00 27.9 22.1 47.1 เหนียว 0.11 0.89 16.75 2.18 76.86 0.06 ตา่้ บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
3.1.4 ธรณีวทิ ยาและการเกดิ แผน่ ดินไหว
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไปของจังหวัดพัทลุงเป็นเทือกเขาสูงทางด้านบริเวณตะวันตกตอนกลางและด้าน
ตะวนั ออกของจงั หวดั เป็นทรี่ าบลุ่มแม่น้ำและท่ีราบระหว่างหบุ เขา บรเิ วณแนวรอยตอ่ ระหว่างเทือกเขาด้านตะวันตก
กับท่ีราบตอนกลางเป็นที่เนินและท่ีราบลอนลาด และมีท่ีราบชายฝ่ังทะเลเป็นแนวแคบๆ ขนานกับทะเลทาง
ดา้ นตะวันออกของจังหวัด พ้ืนท่ีจังหวัดพัทลงุ รองรับด้วยหินแข็งอายตุ ้ังแต่ 570 ลา้ นปี มีท้ังหินตะกอน หนิ แปร และ
ตะกอนรว่ นแสดงดังรูปที่ 3.1.4-1
1. ลำดับช้ันหิน
พื้นท่ีจังหวัดพัทลุงร้อยละ 75 รองรับด้วย หินตะกอน หินแปร และตะกอนร่วน สามารถจําแนกย่อย
เป็นหนิ ตะกอนและหนิ แปร 9 หน่วย และตะกอนรว่ น 7 หนว่ ย
หินตะกอน เกิดจากการสะสมและตกตะกอนทับถมของเศษหิน ดิน ทราย ท่ีแตกหลุดหรือถูกชะล้าง
ละลายออกมาจากหินเดิมโดยตัวการตามธรรมชาติ เช่น น้ำ ลม ธารน้ำแข็ง น้ำทะเล พัดพาตะกอนไปทับถมในแอ่ง
สะสมตัวตะกอน ทส่ี ะสมตัวมากขน้ึ มกี ารกดทับอดั ตัวกันแน่น การเช่ือมประสานและกลายเป็นหินในที่สดุ หินตะกอน
บางประเภทเกดิ จากการตกตะกอนโดยมีปฏกิ ริ ิยาทางเคมี เชน่ หนิ ปนู หินโดโลไมต์
หินแปร เป็นหินท่ีเกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซ่ึงเป็นได้ท้ังหินตะกอน หินอัคนี และหินแปร
ภายใต้อิทธิพลของความร้อนหรือความดัน หรือท้ังสองอย่าง กระบวนการแปรสภาพอาจทำให้เกิดการเรียงตัวของ
เมด็ แรห่ รอื เกดิ แร่ใหม่ข้ึน
ลําดับช้นั หนิ ท่ีพบในจงั หวดั พทั ลงุ เรียงอายจุ ากแก่ไปอ่อน ไดด้ งั น้ี
1) หนิ ยคุ แคมเบรียน (ε)
กลุ่มหินตะรุเตา เป็นชื่อท่ีใช้เรียกหินยุคแคมเบรียน (อายุประมาณ 570-505 ล้านปี) ทางภาคใต้ของ
ประเทศ ประกอบ ด้วย หนิ ทราย และหินควอร์ตไซตส์ ขี าว สีเทาอ่อน เม็ดละเอียดแสดงลักษณะเป็นชน้ั หนาถึงบางมีการ
วางชัน้ เรียงระดบั และแถบชัน้ บาง พบกระจายตวั อยทู่ างด้านตะวนั ตกเฉียงใต้ของจงั หวดั บรเิ วณที่ตดิ ตอ่ กบั จังหวดั สตูลและตรัง
2) หินยุคออรโ์ ดวิเชียน (O)
กลุ่มหินทุ่งสง ใช้เรียกหินปูนยุคออร์โดวิเชียน (อายุประมาณ 505-438 ล้านปี) ซ่ึงมีลักษณะ
คล้ายคลึงกันทั้งประเทศ ประกอบด้วย หินปูน สีเทา ผลึกละเอยี ดถึงหยาบ ช้ันบางถึงไม่แสดงชั้น มีเนื้อดนิ ช้ันบางๆ
แทรกพบซากดกึ ดําบรรพ์จําพวกแกสโตรพอดและแบรคโิ อพอด
หินปูนมีส่วนประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) มีประโยชน์สามารถใช้เป็น
วัตถุดิบท้ังในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมเคมีนอกจากนี้ยังสามารถ ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างได้ดีหินปูนมี
คณุ สมบัติสามารถละลายน้ำได้ในน้ำที่มีสภาพเปน็ กรดออ่ นๆ ดังนั้นจงึ มักพบถำ้ ท่ีมีหินงอกหินย้อยอยู่ในภูเขาหินปูน
หินปูนที่อยูใกล้หินแกรนิตจะแปรสภาพกลายเป็นหินอ่อน สามารถนำมาใช้เป็นหินประดับได้ ส่วนดินที่ผุพังมาจาก
หินปนู มักมีสีส้มแดงที่เรียกว่าดินแดงหรอื ดินแทร์รารอสซา่ (Terra rosa) มีแร่ธาตุท่ีจำเป็นต่อพชื อยหู่ ลายชนดิ ดงั นั้น
พื้นท่ีราบที่อยู่ใกล้หินปูนจึงเป็นแหล่งเพาะปลูกได้ดีแม้ว่าภูเขาหินปูนจะมีความสูงชันและแสดงหน้าผาชัดเจน แต่
เนื่องจากไมม่ ตี ะกอนดินสะสมตวั อย่บู นยอดเขา ดังนัน้ จงึ ไมใ่ ช่พื้นท่ีทเ่ี สยี่ งภยั ตอ่ ดินถล่ม แต่อาจพบปรากฏการณ์หลุม
ยบุ ในบรเิ วณทรี่ าบใกล้ภเู ขาหินปูน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-36
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
รูปท่ี 3.1.4-1 แผนที่ธรณีวิทยาจังห ัวด ัพทลุง
่ทีมา : กรมท ัรพยากรธร ีณ, 2550
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-37
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
กลุม่ หนิ ท่งุ สงพบกระจายตวั ทางด้านตะวนั ตกของจงั หวัด ต้งั แต่อาํ เภอศรีบรรพตลงมาจนถงึ อาํ เภอ
กงหรา ปรากฏเปน็ เทือกเขาสูง เช่น เขาเขียว เขาพญาโฮ้ง เขาในวัง เขาครามเขาทุ่งโตน สามารถจําแนกกลุ่มหินทงุ่ สง
ทีพ่ บในจงั หวัดพัทลุงออกเปน็ 2 หมวดหนิ ยอ่ ย คือ
- หมวดหินแลตอง (Olt) ประกอบด้วย หินดินดาน และหินทรายแป้ง แทรกสลับด้วยหินปูน
หนิ ดนิ ดานและหินทรายแปง้ มสี ีเทาแกมเขียว สนี ้ำตาล แสดงลกั ษณะเป็นชัน้ บาง หินปูนมีสเี ทา แสดงลักษณะเปน็ เลนส์ พบ
ซากดกึ ดำบรรพ์จำพวกหอยกาบคู่
- หมวดหินรังนก (Ork) ประกอบด้วย หินปูนเน้ือปนดิน สีเทาดํา แสดงลักษณะเป็นช้ันบางถึงช้ัน
หนามาก พบซากดกึ ดำบรรพจ์ ำพวกแซฟาโลพอด ชนดิ นอติลอยด์
3) หินยคุ ไ ลูเรยี น - ดีโวเนยี น (SD)
หมวดหินป่าเสม็ด (SDps) ประกอบด้วย หินดินดาน และหินโคลน มีสีดํา พบซากดึกดําบรรพ
จาํ พวกหอยกาบคแู่ บรคิโอพอด แกรบโตไลต์ไทรโลไบตแ์ ละไครนอยด์ หมวดหินนี้อายุประมาณ 438-360 ล้านปี พบ
กระจายตัวทางด้านตะวันตกของอําเภอศรีบรรพต และด้านเหนือของอําเภอกงหรา ดินท่ีผุพังมาจากหินดินดานมีแร่
ธาตุอุดมสมบูรณ์พอสมควร โดยเฉพาะแร่ธาตุอาหารเสริมสำหรับพืชจึงสามารถใช้ประโยชนใ์ นด้านการเพาะปลูกได้
ค่อนขา้ งดีแต่ดนิ อาจมีความรว่ นซุยตำ่
4) หินยคุ คาร์บอนิเฟอรัส (C)
หมวดหินควนกลาง (Ck) ประกอบดวย หินโคลน หินโคลนเน้ือซลิ ิกา หินดนิ ดาน หินเชิรต์ และหิน
ทราย มีสเี ทา แสดงลกั ษณะเปน็ ชนั้ บางถึงหนา พบซากดกึ ดาํ บรรพ์จําพวกหอยกาบคู่ ไทรโลไบตแ์ ละไครนอยด์หมวด
หินนอ้ี ายุประมาณ 360-286 ล้านปี สว่ นใหญ่พบกระจายตัวทางดา้ นตะวนั ตกของจงั หวัดพทั ลุง และพบทอี่ าํ เภอปากพะยูน
5) หินยคุ คาร์บอนเิ ฟอรัส - เพอรเ์ มียน (CP)
กลุ่มหินแก่งกระจาน (CPk) เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินยุคคาร์บอนิเฟอรัส-เพอรเมียน (อายุประมาณ
320-255 ล้านปี) ประกอบด้วย หินโคลน และหินโคลนปนกรวด แทรกสลับด้วยหินทรายเกรย์แวก หินโคลนและ
หินโคลนปนกรวดมีสีเทาแกมเขียวและสีเทาดํา แสดงลักษณะเป็นชั้นหนา พบซากดึกดําบรรพ์จําพวกไทรโลไบต์
แบรคิโอพอด หินทรายเกรย์แวกมีสีเทาดําและสีเทาแกมเขียว เม็ดละเอียดถึงหยาบปานกลาง ส่วนใหญ่พบกระจาย
ตัวทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด ตั้งแต่อําเภอป่าพะยอมลงมาจนถึงก่ิงอําเภอศรีนครินทร์วางตัวในแนว
ตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้และพบทอ่ี าํ เภอตะโหมด
6) หินยุคเพอรเ์ มียน (P)
กลุ่มหินราชบุรีเป็นชื่อท่ีใช้เรียกหินยุคเพอร์เมียน (อายุประมาณ 286-245 ล้านปี) ท่ีแพร่กระจาย
อยู่ตั้งแต่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ลงมาจนถึงจังหวัดยะลาส่วนมากมีลักษณะเป็นเขาโดด กลมุ่ หินสระบุรี
โดยส่วนใหญ่แลว้ เปน็ หินปูน แสดงลักษณะภูมปิ ระเทศแบบคาสต์ (karst)
หินปูนมีส่วนประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) มีประโยชน์สามารถใช้เป็นวัตถุดิบท้ังใน
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมเคมี นอกจากนี้ยงั สามารถใช้เป็นวสั ดุก่อสรา้ งได้ดีหินปูนมีคุณสมบัติสามารถ
ละลายน้ำได้ในน้ำที่มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงมักพบถ้ำท่ีมีหินงอกหินย้อยอยู่ในภูเขาหินปูน หินปูนท่ีอยู่ใกล้
หินแกรนิตจะแปรสภาพกลายเป็นหินอ่อน สามารถนำมาใช้เป็นหินประดับได้ส่วนดินที่ผุพังมาจากหินปูนมักมีสีส้ม
แดงที่เรียกว่าดินแดงหรือดินแทร์รารอสซ่า (Terra rosa) มีแร่ธาตุท่ีจำเป็นต่อพืชอยู่หลายชนิด ดังนั้นพื้นที่ราบที่อยู่
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-38
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ใกล้หินปูนจึงเป็นแหล่งเพาะปลูกได้ดีแม้ว่าภูเขาหินปูนจะมีความสูงชันและแสดงหน้าผาชัดเจน แต่เน่ืองจากไม่มี
ตะกอนดินสะสมตวั อยู่บนยอดเขา ดงั นัน้ จึงไม่ใชพ่ ืน้ ท่ีท่เี ส่ียงภยั ต่อดนิ ถล่ม แตอ่ าจพบปรากฏการณห์ ลุมยุบในบรเิ วณ
ท่ีราบใกลภ้ ูเขาหินปนู
กลุ่มหินราชบุรี ประกอบด้วย หนิ ปูน และหินปูนเนื้อโดโลไมต์ มีสีเทาขาว แสดงลักษณะเป็นชั้นดี
ชั้นหนาถึงหนามาก พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกปะการังและแกสโตรพอด มีการกระจายตัวเป็นเขาโดดลูกเล็กๆ ที่มี
ความสูงไมเ่ กนิ 300 เมตร บริเวณเขาปู่ เขาย่า เขาวัง ในเขตอำเภอศรีบรรพต เขาชัยสน ในเขตอำเภอเขาชัยสนและ
เขาลูกโดดทางตะวนั ตกของอำเภอเมืองพัทลุง
7) หนิ ยคุ ไทรแอส ิก (TR)
หมวดหินไชยบุรี (TRch) ประกอบด้วย หินปูน สีเทาถึงเทาอ่อน แสดงชั้นหินชัดเจนช้ันหนาถึงไม่
แสดงช้ัน เนื้อหินตกผลึก พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกโคโนดอนต์หมวดหินนี้อายุประมาณ 245-210 ล้านปี พบ
กระจายตัวเป็นเขาลูกโดดด้านเหนือของอำเภอเมือง เช่น เขาชัยบุรี เขารุน เขานางชีเขาพลุ เขาจิงโจ้เขาอ้น เขาหิน
แท่น เขาผีเขาแดงเขาอกทะลุ เขาคูหาสวรรค์ หินปูนบริเวณเขาพนมวังก์เป็นแหล่งหินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมก่อสร้าง
ภายในจังหวัดพทั ลงุ
8) หินยุคจแู รส ิก – ครีเทเชยี ส (JK)
กลมุ่ หินตรงั เป็นชอ่ื ทีใ่ ช้เรียกหินตะกอนท่เี กิดบนภาคพ้ืนทวีปในชว่ งตอนต้นยคุ จแู รสซิกถึงยุคครเี ท
เชียสตอนปลาย (อายุประมาณ 210-65 ล้านปี) ท่ีพบในภาคใต้ จังหวดั พัทลุง พบหมวดหินยอ่ ยของกล่มุ หินตรังเพียง
หมวดหินเดยี ว คอื หมวดหนิ ลำทบั
หมวดหินห้วยลำทับ (JKI) ประกอบไปดว้ ย หินทรายอาร์โคส และหินทรายแป้ง สลับด้วยหินกรวด
มนหินทรายอาร์โคสมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง เนื้อละเอียดถึงปานกลาง การคัดขนาดไม่ดีแสดงลักษณะเป็นชั้น
บาง หินทรายแป้งมีสีเทาแกมน้ำตาล สีน้ำตาลแกมแดง แสดงการวางช้ันเฉียงระดับ พบการกระจายตัวทางด้าน
ตะวนั ตกของทะเลน้อย และดา้ นใต้ของอาํ เภอปา่ บอน
หินทรายเน้ือละเอียดสามารถใช้เป็นแหล่งหินประดับและหินลับมีดได้บริเวณที่ราบใกล้ภูเขาหิน
ทรายใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ค่อนข้างดี เนื่องจากดินมีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์พอสมควรสำหรับพืช ยกเว้น
บรเิ วณทเ่ี ป็นหินทรายเน้อื ควอตซซ์ งึ่ จะมีแร่ธาตคุ ่อนขา้ งตำ่
9) หนิ ยุคเทอรเ์ ชียรี (T)
ประกอบด้วย หนิ โคลน หินทรายแปง้ หินทราย หินมาร์ล และหินปนู เนื้อดิน ท่ีมลี ักษณะกึ่งแขง็ ตัว
เป็นหิน พบซากดึกดำบรรพ์มาก อีกท้ังพบลิกไนต์และยิปซัม หินยุคน้ี (อายุประมาณ 65-1.8 ลา้ นปี) พบกระจายตัว
เป็นพน้ื ท่ีเลก็ ๆ ทางด้านตะวนั ออกของอำเภอเขาชัยสนบรเิ วณแหลมจองถนน
10) ตะกอนร่วนยคุ ควอเทอร์นารี (Q)
ตะกอนยุคควอเทอร์นารีหมายถึง กรวด ทราย ดิน และดินเหนียว ท่ียังไม่แข็งตัวกลายเป็นหิน
อายุประมาณ 1.8 ล้านปีจนถึงปัจจุบัน กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุงเป็นบริเวณกว้างทางตอนกลางและ
ด้านตะวนั ออกของจังหวัด บรเิ วณด้านตะวันตกของขอบที่ราบซง่ึ ตดิ ต่อกับแนวเทือกเขาทางด้านตะวันตกของจงั หวัด
เป็นพวกตะกอนเศษหินเชิงเขา บริเวณตอนกลางเป็นท่ีราบตะกอนน้ำพา สามารถจำแนกตะกอนร่วนในพื้นท่ีโดย
อาศัยชนิดของตะกอนและสภาวะแวดลอ้ มของการตกตะกอนออกเป็น 7 หนว่ ยตะกอนยอ่ ย คือ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-39
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
1) ตะกอนน้ำพา (Qa) ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว เกิดจากน้ำพัดพา กรวด
หิน ดิน ทราย ไปสะสมตัวอย่างไม่เป็นระบบ มีอิทธิพลของความลาดชันและน้ำผิวดินปะปนบ้างจึงได้ตะกอน
หลากหลายชนิดปนกัน ลักษณะเป็นภูมิประเทศท่ีราบริมแม่น้ำพ้ืนที่ราบนี้มักเป็นแหล่งสะสมตัวของช้ันทรายแม่น้ำ
บางแห่งสามารถหาแหล่งทรายก่อสร้างและดินเหนียวสำหรบั เปน็ วัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคร่ืองปั้นดินเผา โดยทั่วไป
สภาพดนิ เปน็ ดนิ ร่วนทมี่ แี ร่ธาตทุ ่จี ำเปน็ ต่อพืชอดุ มสมบรู ณเ์ หมาะต่อการเพาะปลกู มากท่สี ุด แตเ่ นือ่ งจากเป็นทีร่ าบจึง
มกั ประสบกับน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนเปน็ ประจำ
2) ตะกอนเศษหินเชิงเขาและตะกอนผุพังอยู่กับที่ (Qc) เศษหินประกอบด้วย หินควอร์ตไซต์หิน
ทรายหินทรายแป้ง หินแกรนิต ทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และศิลาแลง เกิดจากการผุพังของหินเดิม ตะกอนถูกพัด
พาไม่ไกลจึงมักพบตามเชิงเขาหรือขอบแอ่ง หน่วยตะกอนนี้ใช้เป็นแหล่งดินถมสำหรับการก่อสร้างได้และเป็น
หลักฐานสำหรับแสดงถึงการเกิดแผ่นดินถล่มในอดตี เน่ืองจากการปรับตวั สสู่ มดลุ ของธรรมชาติซึ่งหลายพ้ืนท่ียงั คงมี
ความเส่ียงต่อการเกดิ ดนิ ถลม่ ไดอ้ กี จึงไม่เหมาะสำหรับการตั้งทอี่ ยู่อาศัย
3) ตะกอนท่ีลุ่มป่าชายเลน (Qmp) ประกอบด้วย พีต สีดำถึงน้ำตาลเข้ม ผุมาก พบซากไม้ ใบไม้ลำต้น
และราก แทรกด้วยดนิ เหนยี วเนื้อนุ่ม
4) ตะกอนลากนู (Qlg) ประกอบด้วย ทรายแป้ง ทรายเนื้อละเอียดมาก มีสเี ทาจาง เนื้อแน่น รว่ น มจี ุด
ประนอ้ ย
5) ตะกอนที่ราบลุ่มน้ำข้ึนถึง (Qtf) ประกอบด้วย ดินเหนียว มีสีเทาและสีเทาแกมเขียว มีช้ัน
บางๆ ของทรายเนอ้ื ละเอยี ดมากหรอื ทรายแปง้ แทรก พบเปลือกหอยและซากพชื
6) ตะกอนที่ราบน้ำท่วมน้ำขึ้นถึงบนตะกอนป่าชายเลน (Qtm) ประกอบด้วย ดินเหนียว สีเทา สีเทา
แกมเขียว ออ่ นนุม่ วางตัวบนพตี หรอื ดนิ เหนยี วเนอ้ื พตี ผมุ าก
7) ตะกอนสันทรายเก่า (Qbo) ประกอบด้วย ทราย สีน้ำตาลจาง เม็ดละเอียดมากถึงปานกลาง
รว่ น การคดั ขนาดดีเม็ดกลม
2. หินอคั นี
หินอัคนีแบ่งตามลักษณะการเกิดได้ 2 ชนิด คือ 1) หินอัคนีแทรกซอน ซึ่งเป็นหินอัคนีท่ีเกิดอยู่ในระดับลึก
โดยการตกผลึกจากหินหนืด มลี ักษณะเนื้อหยาบหรอื คอ่ นข้างหยาบ (เม็ดแร่มีขนาดต้ังแต่ 1 มลิ ลิเมตรขึ้นไป) ท่ีรู้จักกันดี
ก็คือหินแกรนิต ซี่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการกำเนิดแร่เศรษฐกิจหลายชนิด เช่น แร่ดีบุก วุลแฟรม ฟลูออไรด์
และแบไรต์ หินแกรนิตมีความแข็งแกรง่ สามารถนำมาใช้เป็นหินประดบั ได้และ 2) หินภูเขาไฟ เป็นหินท่ีเกิดจากการ
ระเบิดของภูเขาไฟท่ีพุข้ึนมาเย็นตัวบนผิวโลก หินชนิดนี้จะมีเน้ือละเอียดหรือเนียนเป็นเน้ือเดียวกันหมด
มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแร่ทองคำ ทองแดง และแร่โลหะหลายชนิด ดินท่ีผุพังมาจากหินภูเขาไฟจะอุดม
สมบรู ณด์ ้วยแร่ธาตทุ ่ีจำเปน็ ตอ่ พชื จงึ เปน็ พ้นื ทที่ เ่ี หมาะสมสำหรบั การเกษตรกรรมมาก
ประเทศไทยอยู่ในเขตป่าร้อนช้ืนหินอัคนีจึงถูกกระบวนการผุพังได้ง่าย ทำให้เกิดช้ันดินหนาสะสมตัว
อยู่บนยอดเขา เมื่อมีฝนตกเป็นจำนวนมากดินเหล่านี้จะไหลถล่มลงมา ดังน้ัน พ้ืนท่ีท่ีอยู่ใกล้ภูเขาหินอัคนีจึงมีความ
เส่ียงต่อการเกดิ แผ่นดนิ ถลม่ มาก จังหวดั พัทลุงพบหนิ อัคนเี พยี งประเภทเดียว คอื
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-40
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
หินอคั นีแทรก อนชนิดหนิ แกรนติ ยุคไทรแอส กิ (Trgr)
ประกอบด้วย หินไบโอไทต์-มัสโคไวตแ์ กรนิต เน้ือปานกลางถึงหยาบเนื้อสม่ำเสมอ และเน้ือของหินยุคน้ี
อายปุ ระมาณ 245-210 ลา้ นปี พบกระจายตวั เป็นเทอื กเขาสลับซบั ซ้อนทางด้านตะวันตกของจังหวัด วางตัวทอดยาว
ในทิศทางตะวันตกเฉียงเหนอื -ตะวันออกเฉยี งใตเ้ ป็นแนวเทอื กเขาทก่ี น้ั ระหว่างจงั หวดั พัทลงุ กับตรัง
3. สภาพธรณวี ทิ ยาในพน้ื ทโี่ ครงการ
สภาพธรณีวิทยาพื้นที่โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว อัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง พบตะกอนเศษหินเชิงเขาและตะกอนผุพังอยู่กับที่ (Qc) และหินอัคนีแทรก
ซอนชนิดหนิ แกรนติ ยคุ ไทรแอสซิก (Trgr) แสดงดังรูปที่ 3.1.4-2
สว่ นสภาพธรณีวิทยาบรเิ วณหัวงานเข่ือนและอาคารประกอบ ได้ทำการทบทวนรายงานผลการสำรวจ
และทดสอบธรณีวิทยาฐานรากท่ีกรมชลประทานได้ดำเนินไวแ้ ล้วเมือ่ ปี พ.ศ.2552 โดยรายละเอยี ดดังน้ี
1) สภาพธรณวี ทิ ยาฐานรากบริเวณแนวแกนเข่ือน
บริเวณแนว Abutment ฝ่ังขวา (DH.6-DH.10 และ DHN.1) ช้ัน Overburden มีความหนา
ตั้งแต่ 1.55-7.30 เมตร เป็นช้ันดินกลุ่ม Silty Sand (SM), Clayey Sand (SC), Sand Clay (CL) เกิดจาก Slope
Wash Deposits ส่วนตอนล่างเป็นช้ันดิน ที่เกิดจากการผุสลายในที่ (Residual Soils) จากหินแกรนิต (Granite)
อัตราการรวั่ ซึมของน้ำผ่านชั้นดนิ พบวา่ มีอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง (6.68×10-3 – 1.15×10-4 cm/sec) ช้ันหินฐานราก
เป็นหินแกรนิต บริเวณเนนิ สูง (DH.7 และ DH.10) มวลหินแกรนติ ช่วงบน (4.30-15.10 เมตร) มอี ัตราการผุสลายใน
ช้ัน Completely Weathered Rock (CW) สภาพมวลหินท่ีผุสลายน้ีมีลักษณะ คล้ายดินกลุ่ม Sandy Silt (ML)
และ Clayey Sand (SC) ส่วนท่ีระดับลึกถัดลงไปมวลหินแกรนิตมีอัตราการผุสลายอยู่ในชั้น Moderately
Weathered Rock (MW) to Fresh Rock (Fr) พบแนวแตกเปิด (Opened Joints) ในเนื้อหินแกรนิตเฉพาะช่วง
ตอนบน ส่วนที่ระดับลึกลงไปของทุกหลุมเจาะพบรอยแตกปิด (Closed Joints) อัตราการรั่วซึมของน้ำผ่านชั้นหิน
ฐานราก ท่ีเนินสูง มีค่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีค่อนข้างสูงมาก (5.47×10-3–1.34×10-4 cm/sec) และในช่วงประมาณ 3-6 เมตร
จากหน้าหินแข็ง พบว่าอัตราการร่ัวซึมของน้ำผ่านช้ันหินฐานราก มีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง (6.01-48.49
Lugeon) ส่วนทีค่ วามลกึ ถัดลงไป มคี า่ อยูใ่ นเกณฑ์ท่คี ่อนข้างสูงจนถงึ ทบึ น้ำ (0.00-10.55 Lugeon)
ส่วนที่ DHN.1 ที่เจาะสำรวจเพ่ิมเติม พบว่าชั้นดินบน (Overburden) หนาเพียง 1.55 เมตร
เป็นช้นั ดนิ ท่ีเกดิ จาก Slope Washed Deposits มีค่ารวั่ ซมึ น้ำท่ีสูงมาก (4.39×10-3 cm/sec) ชน้ั หินเป็นหนิ แกรนิต
ในชว่ ง 1.55-4.00 เมตร มีอัตราการผุสลายทสี่ ูง (Highly Weathered Rock, HW) ท่ีความลึกถดั ลงไป มีอัตราการผุ
สลายในชั้น Moderately Weathered Rock และมีอัตราการร่ัวซึมของน้ำที่สูงมาก (82.22-142.86 Lugeon)
ตลอดความลึกของหลุมเจาะ
บริเวณกลางน้ำ (DH.5) ชั้น Overburden หนาประมาณ 0.80 เมตร แตใ่ กล้เคียงพบหนิ แกรนิต
โผล่ระดับท้องน้ำ ส่วนขอบตลิ่ง บริเวณผิวดินพบ Boulder ของหินแกรนิตกระจายอยู่ เป็นชั้นตะกอนที่เกิดจาก
Channel Filled Deposits ในตอนล่างก่อนถึงช้ันหินฐานราก ท่ีมีกรวดขนาดต้ังแต่ Fine Gravels to Boulders
ของหินแกรนิตกระจายอยู่ ช้ันหินฐานราก ช่วงบน (0.80-9.00 เมตร) เป็นหินแกรนิตค่อนข้างสด (Slightly
Weathered Rock ; SW) พบรอยแตกในมวลหินแกรนิต ซ่ึงรอยแตกเอียงเทค่อนข้างสูง (65-80 องศา) ส่วนท่ีความ
ลึกถัดลงไปมวลหนิ แกรนิตสด (Fresh Rock) อัตราการรั่วซึมของน้ำผ่านหนิ ฐานราก พบวา่ ช่วงความลึก 0.80-10.00 เมตร
มีค่าต้ังแต่ 5.18-7.07 Lugeon ส่วนท่ีระดับความลกึ ถดั ลงไปมีคา่ คอ่ นข้างตำ่ จนถึงทบึ นำ้ (0.00-4.72 Lugeon)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-41
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ท่ีมา : ดดั แปลงจาก กรมทรัพยากรธรณีวทิ ยา, 2550
รูปท่ี 3.1.4-2 แผนที่ธรณวี ิทยาพืน้ ที่โครงการ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-42
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
บริเวณแนว Abutment ฝ่ังซ้าย ช้ัน Overburden มีความหนาตั้งแต่ 2.55-5.80 เมตร เป็นช้ัน
ดินกลุ่ม Silty Sand (SM) และ Sandy Clay (CL) ท่ีเกิดจาก Slope Washed Deposits และการผุสลายในท่ีของ
หินฐานราก (Residual Soils) อัตราการรั่วซึมของน้ำผ่านช้ันดิน พบว่ามีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงจนถึงทึบน้ำ
(6.63×10-4 cm/sec – Impervious) ชั้นหินฐานรากเป็นมวลหินแกรนิตผุสลายสูง ในขั้น Completely to Highly
Weathered Rock (CW-HW) ช่วงความลกึ 5.30-11.00 เมตร มวลหินแกรนติ ผุเนอื้ คลา้ ยดนิ ส่วนท่หี ลุมเจาะ DH.2-
DH.4 เป็นชั้นหินแกรนิต มวลหินค่อนข้างสด (Slightly Weathered to Fresh Rock ; SW-Fr) อัตราการรั่วซึมของ
น้ำผ่านชั้นหินฐานราก ที่เนินสูง (DH.1) ต้ังแต่ความลึก 5.30-15.00 เมตร มีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงมาก
(1.76×10-3-1.46×10-4 cm/sec) สว่ นที่ DH.3 ช่วงความลึก 3.15-6.00 เมตร และ DH.4 ช่วงบน 3.30-9.00 เมตร
อัตราการร่ัวซึมของน้ำผ่านชั้นหินฐานราก พบว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีสูง (8.24-22.30 Lugeon) ส่วนท่ีความลึกถัดลงไป
พบว่ามคี ่าอยใู่ นเกณฑ์ท่คี ่อนขา้ งต่ำจนถงึ ทบึ น้ำ (0.00-4.68 Lugeon)
สรปุ ผลสภาพธรณีวิทยาฐานรากตามแนวศูนย์กลางเขื่อนแสดงดังรูปที่ 3.1.4-3
2) สภาพธรณีวิทยาฐานรากบรเิ วณแนวศูนย์กลางอาคารทางระบายนำ้ ล้น
แนวศนู ย์กลางอาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) กำหนดไว้ท่ฐี านยันฝัง่ ซ้ายเป็นเนนิ สูงตัดแกน
เข่ือนที่ DH.3 มีหลุมเจาะเพ่ิมเติม 8 หลุม คือ DHS.1-DHS.8 โดยที่ DHS.1-DHS.2 อยู่ด้านเหนือน้ำ และ DHS.4-
DHS.8 อยทู่ างดา้ นท้ายน้ำเจาะสำรวจลกึ ต้ังแต่ 10.00-17.00 เมตร สามารถสรุปคุณสมบัตทิ างวศิ วกรรมธรณีของช้ัน
ดนิ -หิน ได้ดังนี้
ด้านเหนือน้ำและแกนเขื่อน (DHS.1-3) พบว่าช้ัน Overburden หนาต้ังแต่ 2.80-3.30 เมตร
และประมาณ 4.80 เมตร ที่แกนเขื่อน ท่ีตอนบนเป็นชั้นดินกลุ่ม Silty Sand (SM) หนาประมาณ 1.00-1.30 เมตร
เปน็ ชั้นดนิ ที่เกิดจาก Slope Washed Deposits ถัดลงไปเป็นช้ันดนิ กลมุ่ Sandy Clay (CL), Clayey Sand (SC) ซง่ึ
เป็นช้ันดินอัดแน่นตามธรรมชาติ ท่ีเกิดจากการผุสลายในที่ของมวลหินแกรนิต (Residual Solis) มีอัตราการรั่วซึม
ของน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากในช่วงบน (1.51×10-3 - 6.94×10-4 cm/sec) ชั้นหินฐานรากเป็นหินแกรนิตที่ DHS.1
และ DHS.3 ช่วงบน (3.30-6.80, 4.80-6.00 เมตร) เป็นหินแกรนิตค่อนข้างผุมาก (Completely to - Highly
Weathered Rock; CW-HW) และมีค่ารั่วซมึ นำ้ สงู มาก (47.33-116.67 Lugeon) ยกเว้นช่วงล่างของ DHS.2 ท่ีมีค่า
คอ่ นข้างทบึ นำ้ (0.00 Lugeon)
ด้านท้ายน้ำ (DHS.4- DHS.8) ช้ันดินหนาต้ังแต่ 1.80-6.25 เมตร ตอนบน (1.30 เมตร) เป็นชั้น
ดินกลมุ่ Silty Sand (SM), Clayey Sand (SC) ท่ีเกิดจาก Slope Washed Deposits และความลึกถัดลงไปเป็นชั้น
ดินกลุ่ม Clayey Sand (SC), Sandy Clay (CL) ท่ีเกิดจากหินแกรนิตผุสลายในที่ (Residual Soils) ค่าอัตราการ
ร่ัวซมึ มีค่าสูงมาก (1.49×10-3 – 4.94×10-4 cm/sec) ในช่วงตอนบน สว่ นท่ีความลกึ ถดั ลงไปมีค่าตำ่ ลงจนถงึ ทึบน้ำ
ชั้นหินฐานรากเปน็ หินแกรนิต ท่ี DHS.4 ผุสลายสงู ในข้ัน Highly Weathered Rock ในช่วงความลึก 1.80-7.00 เมตร
และท่ีความลึกถัดลงไปเป็นหินแกรนิตผุสลายปานกลาง อัตราการร่ัวซึมของน้ำผ่านหินฐานราก พบว่าช่วงความลึก
3-6 เมตร จากหนา้ หิน มีคา่ รั่วซึมที่สงู มาก (40.00-116.67 Lugeon) และลดต่ำลงเม่ือความลึกเพิม่ ขน้ึ
สรปุ ผลสภาพธรณีวทิ ยาฐานรากตามแนวศูนย์กลางอาคารทางระบายนำ้ ล้นแสดงดงั รูปท่ี 3.1.4-4
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
3-43
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
3) สภาพธรณวี ทิ ยาฐานรากบรเิ วณแนวศูนย์กลางอาคารท่อส่งน้ำ
1. บรเิ วณแนวทอ่ สง่ นำ้ ฝง่ั ขวา
ช้ัน Overburden มีความหนาค่อนข้างมากต้ังแต่ 4.30-7.30 เมตร เป็นชั้นดินกลุ่ม Silty
Sand (SM), Sandy Silt (ML), Clayey Sand (SC) และ Sandy Silt (ML) ดินตอนบน (1.30-2.30) เป็นช้ันดินที่
เกิดจาก Slope Washed Deposits ส่วนที่ความลึกถัดลงไปเป็นชั้นดินที่เกิดจากการผุสลายในที่ของหินแกรนิต
(Residual Soils) อัตราการร่ัวซึมของนำ้ ผ่านชั้นดิน พบว่ามีค่าเปล่ยี นแปลงมากตอนบนในบางชว่ งมีอัตราการรั่วซึม
อยู่ในเกณฑท์ ี่ค่อนข้างสูงจนถงึ ทบึ น้ำ (6.63×10-4 cm/sec - Impervious) สว่ นชน้ั ดินกลุ่ม Sandy Silt (ML) ท่ีเกิด
จากหินแกรนิตผุพบว่าบางช่วงร่ัวซึมน้ำสูงมากเช่นกัน ช้ันหินฐานรากเป็นมวลหินแกรนิตผุสลายสูงในข้ัน
Completely to Highly Weathered Rock (CW-HW) ในช่วงความลึก 5-10 เมตร จากหน้าหิน มวลหินแกรนิตผุ
เน้ือคล้ายดิน ยกเว้นตอนล่างของหลุมเจาะท่ีแกนเข่ือน และDHO.7, DHO.8 มวลหินค่อนข้างสด (Slightly
Weathered Rock ; SW)
อัตราการร่ัวซึมของน้ำผ่านช้ันหินฐานราก มีค่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีค่อนข้างสูงมาก เป็นช่วง 5
เมตรแรกจากหน้าหิน ทั้งน้ีเนื่องจากแนวแตกในมวลหินแกรนิตในช่วงน้ีที่พบเป็นกลุ่มกระจายหนาแน่น ทำให้การ
รว่ั ซึมของมวลหินชว่ งบนมีคา่ สูงมาก แต่จะลดตำ่ ลงเม่ือความลึกเพมิ่ ขึ้น
2. บรเิ วณแนวทอ่ ส่งนำ้ ฝั่งซา้ ย
ชั้น Overburden มีความหนาต้ังแต่ 2.60-4.70 เมตร ตอนบน 1.30-2.30 เมตร เป็นชั้น
ดินกล่มุ Silty Sand (SM), Clayey Sand (SC) ทีเ่ กดิ จาก Slope Washed Deposits มอี ตั ราการรวั่ ซมึ ของน้ำอยู่ใน
เกณฑ์ที่สูงมาก (1.30×10-3 – 4.26×10-4 cm/sec) และช้ันดินกลุ่ม Clayey Sand (SC), Sandy Clay (CL) ท่ีเกิด
จากการผสุ ลายในท่ีของหินแกรนิต (Residual Soils) อัตราการร่วั ซึมของน้ำผา่ นชั้นดิน มีค่าเปลี่ยนแปลงมากต้ังแต่
ค่อนข้างสูงมากจนถึงทึบน้ำ (1.74×10-3 cm/sec-Impervious) ชั้นหินฐานรากเป็นมวลหินแกรนิตผุสลายสูงในขั้น
Moderately Weathered Rock; MW ในชว่ งความลึก 3.00-5.00 เมตรแรกจากหนา้ หิน และค่อนขา้ งสุดท่ีความลึก
ถัดลงไป ยกเว้นหลุมที่เจาะ DHO.13 เป็นช้ันหินแกรนิต มวลหินค่อนข้างสด (Slightly Weathered Rock ; SW)
อัตราการร่ัวซึมของน้ำผ่านช้ันหินฐานราก และมีอัตราการรั่วซึมของน้ำผ่านช้ันหินฐานราก มีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ทึบน้ำ
(0.00 Lugeon)
สรุปผลสภาพธรณีวิทยาฐานรากตามแนวศูนย์กลางอาคารอาคารท่อส่งน้ำและลำน้ำ แสดงดัง
รูปท่ี 3.1.4-5
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
3-44
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง
รูปท่ี 3.1.4-3 รปู ตดั ธรณวี ทิ ย
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-45
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ยาฐานรากตามแนวศนู ยก์ ลางเขือ่ น
รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกวั่
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รปู ท่ี 3.1.4-4 รูปตดั ธรณวี ทิ ยาฐานราก
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั 3-46
บทที่ 3
สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
กตามแนวศูนยก์ ลางอาคารทางระบายนำ้ ลน้
รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง
รปู ท่ี 3.1.4-5 รปู ตัดธรณีวทิ ยาฐาน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-47
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
นรากตามแนวศูนย์กลางอาคารท่อส่งน้ำ
รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
4. การเกดิ แผ่นดนิ ไหว
จากการศึกษารอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ฉบับ พ.ศ.2562 โดยกรมทรัพยากรธรณี กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดรอยเลื่อนมีพลังจำนวน 16 กลุ่มรอยเลื่อนแสดงดังรูปที่ 3.1.4-6
ไมพ่ บกลุม่ รอยเลื่อนที่อยใู่ กล้พนื้ ทศ่ี กึ ษา
จากการศึกษาแผนท่ีภัยพิบัติแผ่นดินไหวประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี พ.ศ.2561 พบว่า พื้นที่
โครงการตั้งอยู่ในพื้นท่ีภัยพิบัติแผ่นดินไหวระดับ I-III ตามมาตราเมอร์คัลลี่ แสดงดังรูปที่ 3.1.4-7 ซึ่งอยู่ในระดับ
เบาคนธรรมดาจะไม่รสู้ กึ แตเ่ ครอื่ งวัดสามารถตรวจจับได้
ส ำหรับ ก ารศึ ก ษ าธ รณี วิท ย าแ ผ่ น ดิ น ไห วใน พื้ น ที่ โค รงก าร ศึ ก ษ า ผ ล ก ระ ท บ สิ่ งแ วด ล้ อม เบ้ื องต้ น
อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ได้ศึกษารอยเลื่อนท่ีอยู่ใกล้พื้นที่หัวงานสรุป
จากแผนท่ีรอยเล่ือนมีพลังในประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี ปี พ.ศ.2562 พบว่าบริเวณที่ต้ังโครงการอ่างเก็บน้ำ
บ้านเหมืองตะก่ัว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ในรัศมี 150 กิโลเมตร ไม่มีรอยเล่ือนท่ีอยู่ในขอบเขต
แสดงดังรปู ท่ี 3.1.4-8 ท้ังน้ี จากตารางท่ี 3.1.4-1 พบว่า ไมม่ ีสถิตกิ ารเกิดแผน่ ดินไหวที่มีศนู ย์กลางอยใู่ นบริเวณพ้ืนท่ี
ศึกษา
ถงึ แม้จะไม่พบกลุ่มรอยเล่ือนที่มีพลังอยู่ใกล้ท่ีต้ังหัวงานอ่างเก็บน้ำของโครงการ และไม่มีสถิติการเกิด
แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณพ้ืนที่ศึกษา แต่เพ่ือการปลอดภัยกับตัวเข่ือน ในการออกแบบเข่ือนจึงกำหนดใช้
ค่าอัตราเรง่ สูงสุดของพ้ืนดิน (Peak Ground Acceleration, PGA) เท่ากบั 0.05 g
5. ดนิ ถลม่
จากการศึกษาทบทวนข้อมูลพื้นที่เส่ียงภัยดินถล่มในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง โดยรวบรวม
ข้อมูลจากแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่ม จังหวัดพัทลุง ของกรมทรัพยากรธรณี ปี พ.ศ.2556 ครอบคลุมพื้นท่ีหัวงาน,
อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว และพื้นท่รี ับประโยชน์ท้ายอา่ งเก็บนำ้ พบว่า พนื้ ที่โครงการเปน็ พื้นทีท่ ่มี รี ะดบั ความเสยี่ ง
ดังน้ันในการออกแบบโครงสร้างจะออกแบบตามมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง มยผ. 1916-62 : มาตรฐาน
ประกอบการวิเคราะห์ความม่ันคงในพนื้ ทเ่ี ส่ียงภัยดินถล่มแสดงดังรปู ท่ี 3.1.4-9
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-48
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
พน้ื ทศ่ี ึกษา
ทม่ี า : กรมทรัพยากรธรณี, 2562
รูปที่ 3.1.4-6 แผนที่รอยเลอ่ื นมีพลงั ในประเทศไทย
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-49
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ทมี่ า : กรมทรพั ยากรธรณี, 2561
รูปท่ี 3.1.4-7 แผนท่ภี ัยพบิ ตั แิ ผน่ ดินไหวประเทศไทย
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-50
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ทมี่ า : ดัดแปลงจากแผนที่รอยเลือ่ นมพี ลงั ในประเทศไทย, 2562
รูปที่ 3.1.4-8 กลุม่ รอยเลอ่ื นในรัศมี 150 กิโลเมตรจากพ้นื ทโ่ี ครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-51
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
รูปที่ 3.1.4-9 แผนที่เ ่สียง ัภยดินถ ่ลม จังห ัวดพัทลุง
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-52
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ตารางที่ 3.1.4-1 สถิตกิ ารเกิดแผ่นดินไหวของกรมอุตนุ ยิ มวิทยา ปี พ.ศ.2550-2560
วนั เดอื น ปี ตำแหนง่ ศนู ย์กลาง/สถานทรี่ ู้สึกสน่ั ไหว ขนาด เหตุการณ์
(รกิ เตอร์)
6-ม.ค.-2550 อ.แม่รมิ จ.เชยี งใหม่ รสู้ ึกสั่นสะเทือนได้ที่ อ.แม่รมิ อ.เมือง จ.เชยี งใหม่
22-เม.ย.-2550 อ.เวียงปา่ เป้า 3.1 รสู้ กึ สั่นสะเทือนได้ที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย และ จ.พะเยา
27-เม.ย.-2550 ตอนเหนือ เกาะสุมาตรา 4.5 รสู้ ึกส่นั สะเทอื นได้ที่ จ.ภูเก็ต
15-พ.ค.-2550 พรมแดนลาว-เมียนมาร์ 6.1 รสู้ ึกสั่นสะเทอื นไดท้ ่ี จ.เชยี งราย
16-พ.ค.-2550 พรมแดนลาว-เมยี นมาร์ 5.1 รู้สกึ สั่นสะเทือนได้ท่ี จ.เชียงราย และหลายจงั หวัดภาคเหนือ
19-มิ.ย.-2550 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 6.1 รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่ อ.แมร่ มิ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพนู
20-ก.พ.-2551 ตอนเหนือเกาะสมุ าตรา 4.5 รู้สกึ สน่ั ไหวบนตกึ สูงในกรุงเทพฯ และ จ.ภูเกต็
12-พ.ค.-2551 7.5 รู้สึกสั่นไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ประเทศจีนมี
มณฑลเสฉวน, จนี ผู้เสียชวี ิตประมาณ 20,000 คน
21-ส.ค.2551 7.8 รู้สึกส่ันไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ประเทศจีนมี
22-ก.ย.-2551 ผเู้ สียชวี ิต 1 คน บาดเจบ็ หลายคน
30-ก.ย.-2552 พรมแดนพมา่ -จีน 5.7 รู้สกึ ส่นั ไหวบนตึกสูงหลายแหง่ ในกรุงเทพฯ
รู้สึกส่ันไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ ประเทศอินโดนีเซียมี
20-มี.ค.-2553 ชายฝ่ังตอนใต้ของพมา่ 5.2 ผู้เสียชวี ิตประมาณ 1,000 คน
7-เม.ย.-2553
9-พ.ค.-2553 ตอนกลางเกาะสมุ าตรา 7.9 รสู้ ึกส่ันสะเทือนไดท้ ่ี จ.เชียงราย
4-ก.พ.-2554
23-ก.พ.-2554 ประเทศเมียนมาร์ ห่างจากพรมแดนไทย (แม่สาย) 5.0 รู้สกึ สั่นสะเทอื นได้ทอี่ าคารสูง กทม. หลายแหง่
ประมาณ 80 กโิ ลเมตร รู้สึกสัน่ ไหวอาคารสงู จ.ภูเก็ต พังงา สุราษฏร์ธานี จ.สงขลาและ
24-มี.ค.-2554 กรุงเทพมหานคร
ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา 7.6 รสู้ ึกบนอาคารสูง กทม. หลายแห่ง
30-เม.ย.-2554 รู้สึกท่ี แพร่ น่าน อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู
10-พ.ค.-2554 ตอนเหนือสมุ าตรา 7.3 ขอนแกน่ มหาสารคาม
6-ก.ย.-2554 รู้สึกได้ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและ อาคาร สูงใน
5-มี.ค.-2555 พรมแดนพม่า-อินเดีย 6.8 กทม.หลายแห่ง และมีความเสียหายที่ อ.แม่สาย จ.เชยี งราย มี
ผเู้ สยี ชวี ิต 1 คนจากผนงั บ้านพังทับศรีษะ
11-เม.ย.-2555 ลาว 5.4 รสู้ กึ สัน่ สะเทอื นที่ จ.ภูเก็ต
รู้สกึ สนั่ สะเทือนท่ี อ.แม่สาย จ.เชยี งราย
16-เม.ย.-2555 พมา่ 6.7 รสู้ ึกสน่ั สะเทอื นท่ี อ.เมือง จ.ภูเกต็ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
รสู้ ึกไหวเล็กนอ้ ยที่ จ.ภเู ก็ต
4-มิ.ย.-2555 ทะเลอนั ดามนั 4.4 รสู้ ึกไดใ้ นหลายจังหวดั ในภาคใต้และภาคกลาง รวมถึง
23-มิ.ย.-2555 พม่า 4.0 ภาคอีสาน เกิดคลื่นสึนามิสูง 80 เซนติเมตร ที่ประเทศ
11-พ.ย.-2555 ตอนเหนอื เกาะสมุ าตรา 6.7 อินโดนเี ซยี และ 30 เซนติเมตร ทีเ่ กาะเมยี ง จ.พังงา
11-พ.ย.-2555 ตอนเหนอื เกาะสมุ าตรา 5.2 รู้สึกไหวในหลายพ้ืนท่ีใน จ.ภูเก็ต บ้านเรือนแตกร้าวหลายหลัง
ใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เกดิ อฟั เตอร์ช็อคมากกวา่ 26 คร้งั
ชายฝัง่ ตะวนั ตกทางตอนเหนอื ของเกาะสมุ าตรา 8.6
รสู้ ึกส่ันไหวที่ ต.เขานิเวศน์ ต.บางนอน อ.เมอื งระนอง จ.ระนอง
ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภเู ก็ต 4.3
รู้สกึ บนอาคารสูง จ.ภเู ก็ต และ จ.สงขลา
อ.เมือง จ.ระนอง 4.0 รสู้ ึกสัน่ ไหวที่จ.เชยี งใหม่ จ.นนทบุรี จ.กรุงเทพมหานคร
ตอนเหนือเกาะสุมาตรา 6.3
เมียนมาร์ 6.6 รสู้ ึกส่นั ไหวท่ี จ.เชียงใหม่ และบนตึกสูงของกรงุ เทพมหานคร
เมียนมาร์ 5.8
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-53
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ตารางที่ 3.1.4-1 สถติ กิ ารเกดิ แผน่ ดินไหวของกรมอตุ ุนิยมวิทยา ปี พ.ศ.2550-2560 (ตอ่ )
วนั เดือน ปี ตำแหนง่ ศูนย์กลาง/สถานท่รี ู้สึกสน่ั ไหว ขนาด เหตกุ ารณ์
(ริกเตอร์)
20-ธ.ค.-2555 เมยี นมาร์ 4.6 รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และบนอาคารสูง
4.3 จ.เชียงใหม่
7-ก.พ.-2556 เมยี นมาร์ 5.1 รสู้ กึ สั่นไหวที่ อ.แมส่ าย จ.เชยี งราย
11-เม.ย.-2556 เมียนมาร์ 5.4 รสู้ กึ สั่นไหวท่ี จ.แม่ฮ่องสอน
รู้สึกส่ันไหว ท่ีบ้านและบนอาคาร อ.แม่สาย อ.เมือง
7-พ.ค.-2556 เมยี นมาร์ 6.0 จ.เชยี งราย
4.1 รู้สึกส่ันไหวบริเวณ จ.ภูเก็ต จ.พังงา และอาคารสูงใน
2-ก.ค.-2556 ตอนเหนอื ของเกาะสมุ าตรา ประเทศอินโดนเี ซีย 6.4 กรงุ เทพมหานคร
รสู้ กึ สั่นไหวที่ ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
11-ต.ค.-2556 ต.ท่งุ หลวง อ.พร้าว จ.เชยี งใหม่ รสู้ กึ ส่นั ไหวท่ี อ.เมอื ง จ.ภูเก็ต
21-ม.ี ค.-2557 หมู่เกาะนิโคบาร์,ประเทศอินเดยี ถนน อาคารและบ้านเรือน บริเวณใกล้จุดศูนย์กลาง
ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 คน เกิด
5-พ.ค.-2557 ต.ดงมะดะ อ.แมล่ าว จ.เชียงราย 6.3 โคลนผุด ร้สู ึกสั่นไหวท่ี จ.เชยี งราย, จ.แพร,่ จ.แม่ฮ่องสอน,
จ.อุตรดิตถ์, จ.พิษณุโลก, จ.เชียงใหม่และตึกสูงใน
6-ธ.ค.-2557 ยูนนาน ประเทศจนี 5.9 กรงุ เทพมหานคร
รู้สึกส่ันไหวท่ี ตึกสูง จ.เชียงราย, จ.เชียงใหม่และ
20-ก.พ.-2558 อ่าวพังงา ทางทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว 4.0 กรุงเทพมหานคร
6-พ.ค.-2558 จ.พังงา รู้สึกส่ันไหวท่ี อ.เมือง อ.กะทู้ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต, เกาะ
7-พ.ค.-2558 ในทะเลบริเวณ อ.เกาะยาว จ.พังงา 4.6 ยาวใหญ่ จ.พงั งา
24-พ.ค.-2558 ในทะเลบรเิ วณ อ.เกาะยาว จ.พังงา 4.5 รสู้ กึ สั่นไหวบริเวณ จ.พงั งา จ.ภเู ก็ต และ จ.กระบี่
5.1 รู้สกึ สัน่ ไหวบริเวณ จ.พงั งา จ.ภเู กต็ และ จ.กระบ่ี
เมียนมาร์
รสู้ ึกสัน่ ไหวบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน
14-ก.ค.-2558 ต.ปรงั เผล อ.สงั ขละบุรี จ.กาญจนบุรี 4.8 รสู้ กึ ส่ันไหวบริเวณ อ.สงั ขละบุรี, อ.ทองผาภมู ิ จ.กาญจนบรุ ี
8-พ.ย.-2558 หมเู่ กาะนิโคบาร์ ประเทศอนิ เดยี
6.2 รู้สกึ สัน่ ไหวท่ี อ.เมือง จ.ภูเก็ต, อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา,
อ.เมอื ง จ.สรุ าษฎรธ์ านี, อ.เมอื ง จ.กระบี่
24-ส.ค.-2559 เมยี นมาร์ 6.8 รู้สึกส่ันไหวท่ีบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ
กรุงเทพมหานคร
29-ต.ค.-2559 เมียนมาร์ 4.5 รู้สึกส่ันไหวที่บริเวณ อ.เมืองตาก อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง
จ.ตาก
7-ธ.ค.-2559 ทางตอนเหนอื ของเกาะสมุ าตรา, อินโดนีเซีย
15-ม.ค.-2560 อ.จอมทอง จ.เชยี งใหม่ 6.5 รสู้ กึ ส่ันไหวที่บริเวณ จ.กระบี่ จ.สงขลา และ จ.ภเู กต็
18-เม.ย.-2560 เมยี นมาร์ 4.2 รู้สกึ สั่นไหวที่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชยี งใหม่
22-เม.ย.-2560 อ.นานอ้ ย จ.น่าน 5.1 รู้สึกส่ันไหวท่ี บริเวณ อ.เมือง อ.แม่จัน อ.แม่ สาย
อ.เชยี งแสน จ.เชียงราย
3.9 รู้สึกสนั่ ไหวที่บรเิ วณ อ.นาน้อย อ.เวียงสา จ.นา่ น
ทม่ี า : สำนักเฝา้ ระวงั แผน่ ดินไหว กรมอตุ ุนยิ มวิทยา (2560)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-54
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
3.1.5 วสั ดุทีใ่ ช้ในการสร้างเขื่อน
1) ขอบเขตและวิธีการศกึ ษา
(1) การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลด้านแหล่งวัสดุก่อสร้าง ศึกษาตำแหน่งที่ตั้งของแหล่ง
วัสดุก่อสร้าง คุณสมบัติของวัสดุและประเมินปริมาณสำรองท่ีมีอยู่ของวัสดุก่อสร้างที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้าง
องคป์ ระกอบโครงการดว้ ยการ สำรวจตรวจสอบในภาคสนามประกอบกบั การใช้แผนท่ธี รณวี ิทยาของกรมทรัพยากรธรณี
(2) การสำรวจในภาคสนามและเกบ็ ข้อมูลเพ่ิมเตมิ ทำการเจาะสำรวจแหล่งดนิ ถมตัวเขื่อนในพื้นท่ี
อ่างเก็บน้ำ ด้วยสว่านมือ (Hand Auger) และหลุมขุดทดสอบ (Test Pit) บริเวณพื้นที่ที่คาดว่ามีช้ันดินเหมาะสม
สามารถนำมาใชง้ านได้ แล้วนำตัวอยา่ งดินจากหลุมเจาะไปทดสอบคณุ สมบัติทางวศิ วกรรมปฐพีกลศาสตรข์ องแหล่ง
ยืมดินในห้องปฏบิ ัติการ
2) ผลการศึกษา
(1) แหล่งดนิ ถม
จากการทบทวนรายงานผลการสำรวจปฐพีกลศาสตร์ที่กรมชลประทานได้ดำเนินการไว้แล้ว
เมื่อปี พ.ศ.2550 เพ่ือสำรวจหาแหล่งบ่อยืมดิน (Borrow Area) โดยทำการสำรวจดินในบริเวณพื้นท่ีอ่างเก็บนำ้ โดยใช้
Hand Auger เจาะสำรวจแบบเจาะสุ่ม (Random Sampling) ทั่วบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำ และด้านท้ายน้ำของ
ตัวเข่ือน เม่ือพบตัวอย่างดินที่เหมาะสมจึงเริ่มดำเนินการสำรวจอย่างละเอียดโดยสำรวจเป็นแปลงแบบกริด ขนาด
100 × 100 เมตร จำนวน 1 แปลง คือแปลง A อยใู่ นบรเิ วณอ่างเก็บน้ำ การสำรวจเพ่ือพิจารณาชั้นดินอย่างละเอียด
ใช้วิธีขุดบ่อสำรวจ (Test Pit) เพ่ือตรวจสอบลักษณะช้ันดิน เก็บตัวอย่างดินปริมาณมาก และทดสอบคุณสมบัติ
ด้านวิศวกรรมและด้านวิทยาศาสตร์ แผนที่แสดงตำแหน่งและขอบเขตบ่อยืมดินแสดงดังรูปที่ 3.1.5-1 ผลการเจาะ
สำรวจสรุปได้ดังน้ี
บ่อยืมดินแปลง A อยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ ห่างจากศูนย์กลางเข่ือนหลักไปทางด้านเหนือน้ำ
เป็นระยะทางประมาณ 380 เมตร คิดเป็นพ้ืนท่ี 159 ไร่ ไดป้ รมิ าณดินรวม 1,296,619.3 ลกู บาศก์เมตร จำแนกชนิด
ดินออกเป็น 4 กลมุ่ ดงั นี้
ดนิ เหนยี วปนตะกอน (CL) ปริมาณ 115,000 ลกู บาศกเ์ มตร
ทรายปนดินเหนียว (SC) ปริมาณ 648,619.7 ลกู บาศก์เมตร
ทรายปนตะกอนความเหนยี วต่ำถึงสูง (SM) ปรมิ าณ 204017.7 ลูกบาศก์เมตร
ทรายปนตะกอนไมม่ ีความเหนียว (SM) ปรมิ าณ 252,844.9 ลกู บาศกเ์ มตร
Top Soil ปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร
ชนดิ กลมุ่ ดนิ และปรมิ าณดินในแปลงบ่อยมื ดนิ แสดงดงั ตารางท่ี 3.1.5-1
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-55
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
รปู ท่ี 3.1.5-1 แผนทีบ่ อ่ ยืมดนิ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-56
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางท่ี 3.1.5-1 ชนดิ กลมุ่ ดินและปริมาณดนิ ในแปลงบ่อยืมดนิ
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
กลุ่มดินทึบน้า (ลูกบาศก์เมตร) กลุ่มดนิ กึ่งทึบน้า (ลูกบาศก์เมตร) กลุ่มดนิ ไมท่ ึบนา้ กลุ่มดินไมเ่ หมาะสมใน พนื้ ท่ีบ่อยืมดนิ
แปลง (ลูกบาศก์เมตร) การก่อสร้าง (ลูกบาศก์เมตร) รวมปริมาณดนิ (ไร่) โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่
CL SC MH SM SM(non-plastic) Top Soil อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
กรณี : แปลง A ภายในขอบเขต รนส., แปลง B เฉพาะท่ีมแี นวโนม้ เจรจาชดเชยได้
A 115,000.0 648,619.7 - 204,017.7 252,844.9 76,137.0 1,296,619.3 159
115,000.0 648,619.7 0.0 204,017.7
รวม 763,619.7 204,017.7 252,844.9 76,137.0 1,296,619.3 159
967,637.4
รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น ปรมิ าณดินจากแหล่งบ่อยืมดินคิดเป็น 0.7 เท่าของความต้องใช้งาน
3-57 หมายเหตุ : ปรมิ าณดนิ ถมท่ตี อ้ งการในการกอ่ สร้างประมาณ 1,400,000 ลบ.ม.
บทท่ี 3
สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
- จากผลการสำรวจพบกลุ่มดินรวม 4 กลุ่ม คือ CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic) มี
ปริมาณรวมท้ังส้ิน 1,296,619.3 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้อยกว่าความต้องการ (ความต้องการดินถมอัดแน่น
ประมาณ 1,400,000 ลูกบาศก์เมตร) แยกเป็นกล่มุ ดินทึบนำ้ 2 กลุ่ม (CL, SC) มปี ริมาณ 763,619.7 ลูกบาศก์เมตร
กลุ่มดินกึ่งทึบน้ำ 2 กลุ่ม (MH, SM) มีปริมาณ 204,017.7 ลูกบาศก์เมตร กลุ่มดินไม่ทึบน้ำ (SM non-plastic) มี
ปรมิ าณ 252,844.9 ลูกบาศก์เมตร และ Top Soil มีปริมาณ 76,137 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณดินท่ีเหมาะสมในการ
ก่อสร้าง (CL, SC, MH, SM และ SM (non-plastic)) รวม 967,637.4 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 0.7 เท่าของความ
ต้องการใช้งาน
- แปลงบอ่ ยืมดนิ แปลง A อยู่ในพน้ื ทอี่ า่ งเกบ็ น้ำ เปน็ พ้ืนท่ีสวนยาง และมเี อกสารสิทธ์ถิ อื ครอง
- เมอ่ื นำตวั อยา่ งดนิ จากบ่อ Test Pit มาทดสอบการกระจายตวั ไม่พบดินกระจายตัว
- จากปริมาณกลุ่มดินที่พบ สามารถกำหนดรูปแบบตวั เข่ือนเป็นแบบเข่อื นดินถมชนิดแบ่งส่วน
(Zoned Earthfill Dam) ตามแหล่งวสั ดุท่ีพบ
โดยเกณฑ์ที่ใช้โดยท่ัวไปของกรมชลประทานปริมาณดนิ ที่ได้จากการสำรวจแหล่งวัสดุก่อสร้าง
ต้องมากกว่าปริมาณดินท่ีต้องการสำหรับการก่อสร้าง 2.0 ถึง 2.5 เท่า สำหรับการศึกษาในข้ันตอนศึกษาความ
เหมาะสม และ 1.5 ถึง 2.0 เทา่ สำหรับการศึกษาในขั้นตอนออกแบบรายละเอยี ด
สำหรับปริมาณดินท่ีจะนำมาใช้ในการก่อสร้างเฉพาะบ่อยืมดินแปลง A เฉพาะบริเวณพ้ืนที่
ภายในอ่างเก็บน้ำที่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานและมีคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรมท่ีเหมาะสมตามข้อกำหนดของ
กรมชลประทาน จำเป็นต้องจัดหาปริมาณดินเพ่ิม 1.1 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ซ่ึงอยู่ในส่วนรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ทีก่ รมชลประทานไดอ้ นุมัติให้ก่อสรา้ งอ่างเก็บนำ้ โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้นอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ ในการจัดหาท่ดี นิ สว่ นทีเ่ หลือ
(2) แหล่งวัสดกุ อ่ สรา้ งประเภทโรงโม่หนิ บอ่ ทราย โรงผลติ คอนกรตี และบอ่ ลูกรัง
จากการรวบรวมขอ้ มลู แหล่งวัสดุก่อสร้าง ประเภทโรงโม่หิน บอ่ ทราย โรงผลติ คอนกรตี และบ่อ
ลกู รงั ของกรมทางหลวงชนบท กรมอุตสาหกรรมพ้นื ฐานและการเหมืองแร่ บรเิ วณพนื้ ทศ่ี กึ ษาโครงการและใกล้เคยี ง
(ค้นคว้าเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2562) พบแหล่งวัสดุก่อสร้างประเภทโรงโม่หิน 2 แหล่ง บ่อทราย 2 แห่ง โรง
ผลิตคอนกรีต 3 แห่ง และบ่อลูกรัง 4 แหล่ง ท้ังหมด 11 แหล่ง โดยมีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.1.5-3
ตัวอย่างแหลง่ วสั ดกุ ่อสร้างดังรูปท่ี 3.1.5-2 และตำแหน่งแหลง่ วสั ดุกอ่ สร้างแสดงดงั รปู ที่ 3.1.5-3 ท้งั น้จี ะต้องทำการ
ตรวจสอบคณุ สมบัติทางวิศวกรรมของตัวอย่างจากแหล่งวสั ดุอีกครง้ั และปรมิ าณ สํารองในแตล่ ะแหลง่ ก่อนนำไปใช้งาน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-58
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.1.5-2 แหล่งวัสดุก่อสร้างประเภทโรงโม่หิน บ่อทราย โรงผลิตคอนกรีต และบ่อลูกรัง บริเวณพ้ืนที่
โครงการและใกล้เคียง
ลำดบั ช่ือ ท่อี ยู่ ประเภท พกิ ดั ระยะทางขนส่งถึงพ้ืนที่
x y โครงการ (กิโลเมตร)
1 กฤษณ์ศลิ าพร ต.พนมวงั ก์ อ.ควนขนนุ จ.พัทลงุ โรงโม่หนิ 615062 848392 35.6
2 บริษทั ผาทอง 24 ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง โรงผลติ 615112 835142 27.3
จำกัด คอนกรตี
3 โรงงานคอนกรีต ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลงุ โรงผลิต 614743 834111 30.2
ผสมเสรจ็ ซีแพค พัทลุง คอนกรีต
4 บอ่ ลูกรงั สมชาย ต.ควนขนนุ อ.ควนขนุน จ.พัทลงุ บ่อลูกรงั 610641 859491 45.3
5 บ่อลกู รังคณุ พชั รินทร์ ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง บ่อลูกรัง 623591 846308 35.8
6 บา้ นท่าเหนาะ ต.คลองทรายขาว อ.กงเหรา จ.พัทลุง บ่อทราย 605372 824636 28.8
7 บ่อลูกรังเกตุแกว้ ธรุ กิจ ต.เกาะเปยี ะ อ.ยา่ นตาขาว จ.ตรงั บ่อลกู รัง 578101 820807 37.5
8 โรงโม่หนิ ตรงั ยูซี ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรงั โรงโม่หนิ 574911 830782 35.2
9 บอ่ ลกู รังลุงหวง ต.นาโยงใต้ อ.เมอื ง จ.ตรัง บอ่ ลกู รัง 575390 834419 29.3
10 บริษทั ผลิตภณั ฑแ์ ละ ต.นาโยงใต้ อ.เมอื ง จ.ตรงั โรงผลิต 574403 836158 26.9
วัตถุกอ่ สรา้ งจำกัด คอนกรีต
11 ทา่ ทรายบ้านปากคลอง ต.เกาะเปยี ะ อ.ยา่ นตาขาว จ.ตรัง บ่อทราย 581104 820680 36.8
ทม่ี า : กรมอุตสาหกรรมพ้นื ฐานและการเหมอื งแร่, พ.ศ.2562
กรมทางหลวงชนบท, พ.ศ.2562
โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ ซีแพค พัทลุง
โรงโม่หนิ กฤษณ์ศลิ าพร
รูปที่ 3.1.5-2 ตัวยา่ งวัสดุก่อสร้างในพ้นื ทโี่ ครงการและพื้นที่ใกล้เคียง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-59
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
รูปที่ 3.1.5-3 แผนท่ีแสดงตำแหนง่ วัสดุก่อสรา้ ง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-60
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
3.1.6 แหล่งแร่
จังหวัดพัทลุงมีแหล่งทรัพยากรแร่ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ 2 ชนิด คือ แร่ตะกั่ว และหินปูน (หินปูนเพ่ือ
อุตสาหกรรมก่อสร้าง หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมอ่ืนๆ และหินปูนที่จำแนกประเภทไม่ได้) นอกจากน้ียังมีทรพั ยากรอีก
ชนิดหน่ึง คอื ทรายก่อสร้าง โดยแหลง่ แร่ดังกล่าว มีประทานบตั รทำเหมืองแร่ที่ยังไม่สน้ิ อายุและเปิดการอยู่ทง้ั สิ้น 2
แปลง (หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมก่อสร้าง 2 แปลง) คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ 4 แปลง (โดโมไมต์ 1 แปลงและ
หินปูนเพื่ออุตสาหกรรม 3 แปลง) เมื่อคิดในเชิงพื้นที่แล้ว พื้นท่ีแหล่งแร่ในจังหวัดมีเนื้อที่ท้ังหมด 110.88 ตารางกิโลเมตร
หรือคิดเป็น 3.24% ของเนือ้ ท่จี งั หวดั แสดงดงั ตารางท่ี 3.1.6-1
ตารางที่ 3.1.6-1 พนื้ ที่แหล่งแร่ในจังหวัดพัทลุง
ชนิดแร่ เนื้อทีแ่ หล่งแร่ ปริมาณสำรอง
(ไร่) (ล้านเมตริกตนั )
หนิ ปูนเพือ่ อตุ สาหกรรมกอ่ สรา้ ง 57,806
หินปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมอนื่ ๆ 1,413 28,430
หินปูนท่จี ำแนกไม่ได้ 7,781 415
ตะกัว่ 2,300 3,917
69,300 2
รวม 32,764
ในการจำแนกเขตทรัพยากรแร่ได้นำพื้นที่แหล่งแร่มาจำแนกออกเป็น 3 เขต คือ เขตสงวนทรัพยากรแร่
เขตอนรุ กั ษท์ รพั ยากรแร่ และพฒั นาทรพั ยากรแร่
(1) เขตสงวนทรพั ยากรแร่ หมายถึง พื้นท่ีแหลง่ แรท่ ีค่ วรสงวนรักษาทรพั ยากรแร่ไว้ ซ่งึ เป็นพ้นื ทีท่ ี่อยภู่ ายใต้
ข้อจำกัดของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎ ระเบียบต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้นำทรัพยากรแร่ข้ึนมาใช้ประโยชน์
ในปจั จุบัน ควรเก็บรกั ษาไว้ให้ชนรุ่นหลังใชป้ ระโยชนย์ ามจำเป็นเมอ่ื เกดิ วิกฤตทิ างเศรษฐกจิ แก่ประเทศชาตเิ ทา่ นนั้
(2) เขตอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ หมายถึง พ้ืนท่ีแหล่งแร่ท่ีควรเก็บรักษาเพ่ือสำรองไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต
ซ่ึงเป็นพื้นท่ีที่เปิดโอกาสให้นำทรัพยากรแร่ข้ึนมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบันได้โดยมีเง่ือนไขพิเศษ ท้ังนี้ต้องอยู่ภายใต้
ข้อจำกัดของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎ ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลักเกณฑ์ในการพิจารณาจำแนกเขตอนุรักษ์
ทรัพยากรแร่ คือ พื้นที่แหลง่ แร่ท่ีอยู่ในเขตพนื้ ที่ท่ีผ่อนผนั ให้เข้าทำประโยชนเ์ ปน็ กรณีพิเศษ อันได้แก่ พน้ื ทีล่ ุ่มนำ้ ช้ันที่ 1
เขตพื้นท่ีป่าอนุรักษ์เพ่ิมเติมตามมติคณะรัฐมนตรี เขตพื้นท่ีป่าเพื่อการเกษตร เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร
เขตปา่ ชายเลนเศรษฐกจิ ก เขตประกาศมาตรา 6 ทวิ วรรคหนึ่ง
(3) เขตพัฒนาทรัพยากรแร่ หมายถงึ พื้นทีแ่ หล่งแร่ที่มศี ักยภาพในการพฒั นาใช้ประโยชนไ์ ด้ เปน็ พื้นทท่ี ี่อยู่
นอกเขตสงวนทรัพยากรแร่และเขตอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ในการพัฒนาใช้ประโยชน์ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ
กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎ ระเบยี บตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวกบั การใช้ประโยชน์พื้นที่ดนิ ของรัฐเอกชน
แหล่งแร่ในจงั หวัดพัทลุง สามารถจำแนกได้เป็น 3 เขต แสดงดงั รูปที่ 3.1.6-1 คือ เขตสงวนทรัพยากรแร่
เขตอนุรกั ษ์ทรพั ยากรแร่ และเขตพัฒนาทรัพยากรแรด่ งั แสดงดังตารางท่ี 3.1.6-2 ถึงตารางที่ 3.1.6-4
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-61
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
เขตสงวนทรัพยากรแรม่ ีจำนวนแหล่งแรท่ ้ังหมด 16 แหล่ง โดยแหล่งแร่ตะกั่วพบอยู่ ในเขตอทุ ยานแห่งชาติ
เขาปู่-เขาย่า ส่วนแหล่งหินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมก่อสรา้ งพบอยู่ในเขตอทุ ยานแห่งชาตเิ ขาปู่-เขาย่า เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า
เขาบรรทัด และเขตวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี และแหลง่ หนิ ปูนทจ่ี ำแนกประเภทไม่ได้พบอยใู่ นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขาบรรทัด และบรเิ วณเกาะส่ีเกาะห้า
เขตอนุรักษ์ทรพั ยากรแร่ท่ีมจี ำนวนแร่ทัง้ หมด 106 แห่ง โดยแหล่งหนิ ปูนเพือ่ อุตสาหกรรมก่อสรา้ งพบอยใู่ น
เขตลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เขตปฏิรูปที่ดินเพ่ือการเกษตร และเขตป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี ส่วนแหล่งหินปูน
เพ่ืออตุ สาหกรรมอ่ืนๆ พบอยู่ในเขตลุม่ น้ำชนั้ ที่ 1 และแหลง่ หนิ ปูนทีจ่ ำแนกประเภทไมไ่ ดพ้ บอยู่ในเขตลมุ่ นำ้ ชั้นท่ี 1
เขตพัฒนาทรัพยากรแร่มีจำนวนแหล่งแร่ท้ังหมด 138 แหล่ง ไม่จำนวนน้ีเป็นแหล่งท่ีมีเนื้อท่ีมากกว่า
0.1 ตารางกิโลเมตร จำนวน 18 แหล่ง โดนแหล่งหินปูนเพื่ออุตสาหกรรม ก่อสร้างมีจำนวนท้ังสิ้น 17 แหล่ง และ
แหล่งหินปูนเพ่ืออตุ สาหกรรมอ่ืนๆ มีจำนวน 1 แหลง่
ตารางท่ี 3.1.6-2 เขตสงวนทรัพยากรแร่ จังหวดั พัทลงุ
ชนิดแร่ จำนวนแหล่ง เน้อื ทแ่ี หลง่ แร่ ปรมิ าณสำรอง
รวม (ไร่) (ล้านเมตริกตนั )
2,300
ตะกั่ว 1 42,231 2
28,584
หินปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรม 11 7,544
52,075 3,896
กอ่ สรา้ ง 32,482
หินปนู ท่ีจำแนกประเภทไมไ่ ด้ 4
รวม 16
ตารางที่ 3.1.6-3 เขตอนุรักษ์ทรพั ยากรแร่ จงั หวดั พัทลุง
ชนดิ แร่ จำนวนแหล่ง เนอ้ื ที่แหลง่ แร่ ปริมาณสำรอง
รวม ตารางกโิ ลเมตร (ไร่) (ล้านเมตริกตนั )
หินปนู เพอ่ื อุตสาหกรรม 99 15.90 (9,938) 4,099
ก่อสร้าง 1.67 (1,044) 345
0.23 (144) 25
หินปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมอ่ืนๆ 4 17.80 (11,125) 4,468
หนิ ปนู ท่จี ำแนกประเภทไม่ได้ 3
รวม 106
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด รายงานผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-62
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ทม่ี า : กรมทรัพยากรธรณี
รปู ท่ี 3.1.6-1 แผนท่จี ำแนกเขตสงวน เขตอนุรักษ์ และเขตพฒั นาทรัพยากรแร่ จังหวดั พทั ลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
3-63
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ตารางท่ี 3.1.6-4 เขตพฒั นาทรัพยากรแร่ จงั หวัดพัทลุง
ลำดับ ชนิดแร่ ชอ่ื พืน้ ท่แี หลง่ แร่ เน้ือทแี่ หล่งแร่ ปรมิ าณสำรอง
(ไร)่ (ล้านเมตรกิ ตัน)
1 หินปนู เพอื่ อุตสาหกรรมก่อสรา้ ง เขาผี-เขาแดง 113
2 หินปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมก่อสรา้ ง ตะวันออกของเขาอกทะลุ 75 6
3 หนิ ปูนเพื่ออุตสาหกรรมกอ่ สร้าง หบุ ระหว่างชอ่ งเขาเหมน 1000 18
ฝ่ังตรงขา้ ม ร.ร.ตะแพน 76
4 หินปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง พิทยา 444
5 หนิ ปูนเพื่ออตุ สาหกรรมกอ่ สรา้ ง ท่ีราบบริเวณบา้ นในวงั 31 178
6 หนิ ปูนเพอ่ื อุตสาหกรรมกอ่ สร้าง เขาย่า 406 9
7 หินปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมก่อสร้าง เขาวงั -เขาโพรกเพลง 331 74
8 หินปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมก่อสร้าง ดา้ นตะวันตกของเขาหวั ช้าง 181 174
9 หนิ ปนู เพอ่ื อุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง ตะวันตกของเขาพูด 75 49
10 หนิ ปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง บา้ นนาบอน 75 3
11 หินปนู เพอ่ื อุตสาหกรรมก่อสร้าง สำนกั สงฆถ์ ำ้ พทุ ธโคดม 456 5
12 หินปนู เพอื่ อุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง บ้านใสแตระ 531 184
13 หนิ ปนู เพื่ออุตสาหกรรมกอ่ สร้าง ควนขี้แรด 1000 214
ท่ีราบบรเิ วณบา้ นทุง่ ใหญ่ 402
14 หินปูนเพื่ออตุ สาหกรรมกอ่ สรา้ ง ต.ของเขาในวงั 413
15 หนิ ปูนเพ่ืออตุ สาหกรรมก่อสร้าง เขาพนมวังก์ 194 96
16 หินปนู เพ่อื อุตสาหกรรมก่อสรา้ ง ตะวนั ออกของเขาชัยบรุ ี 0.13 (81) 81
17 หินปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง เขาจงิ โจ้ 0.13 (81) 8
18 หินปูนเพ่อื อุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง บา้ นคู 2 0.39 (244) 33
เขารนุ 7.79 (4,869) 37
รวม 1,644
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
3-64