โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.1-4 ผลการสำรวจชนดิ ของปลารวม เม่ือวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ฤดแู ล้ง
ที่ วงศ์ ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ ช่ือไทย สถานี 1 สถานี 2 สถานี 3 สถานี 4
1 Cyprinidae Devario regina ซวิ ใบไผ่ 12 12 0 0
2 Hampala macrolepidota กระสูบขีด 001 0
3 Mystacopleucus greenwayi หนามหลัง 1 10 0 0
4 Mystacopleucus marginatus ขีย้ อก 001 0
5 Oreichthys parvus ตะเพยี นแคระ 000 1
6 Parachela maculicauda แปบหางดอก 004 6
7 Poropuntius deauratus จาด 3 17 0 0
8 Puntius lateristriga อีกอง 771 0
9 Rasbora myersi ซวิ 0 0 9 12
10 Rasbora paviena ซวิ ควายแถบดำ 0 0 0 6
11 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 001 3
12 Cobitidae Acanthopoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 0 0 1 0
13 Acantopsis choirorhynchos รากกลว้ ย 000 2
14 Nemacheilidae Schistura aurantiaca ค้อ 001 0
15 Paracanthocobitis zonalternans คอ้ ลายเสือ 6 10 0 0
16 Ambassidae Parambassis siamensis แปน้ แกว้ 000 2
17 Osphronemidae Betta splendens กัด 210 0
รวม 5 วงศ์ จำนวนตวั (ตัวตอ่ 100 ตารางเมตร) 31 57 19 32
จำนวนชนิด (ชนดิ ) 668 7
ดัชนคี วามหลากหลาย (Diversity index) 1.535 1.628 1.612 1.672
หมายเหตุ : จดุ เกบ็ ตัวอย่าง สถานที ่ี 1 บริเวณอา่ งเก็บน้ำคลองเหมืองตะกว่ั สถานีท่ี 2 บริเวณทต่ี งั้ หัวงานเขอ่ื นคลองเหมอื งตะก่วั
สถานีท่ี 3 บรเิ วณทตี่ ้ังฝายทดน้ำคลองบา้ นใหม่ สถานีที่ 4 บริเวณพน้ื ทชี่ ลประทาน (ท้ายนำ้ ) บรเิ วณบา้ นคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บรษิ ัททปี่ รึกษา, 2563
ตารางที่ 3.2.1-5 ชนิดและปรมิ าณปลาท่ีรวบรวมไดจ้ ากสถานีที่ 1
ท่ี วงศ์ ช่ือวทิ ยาศาสตร์ ช่ือไทย สถานี 1
จำนวน (ตัว) ช่วงความยาว (เ นติเมตร) นำ้ หนกั (กรัม)
1 Cyprinidae Devario regina ซิวใบไผ่ 12 2.1-4.3 4.0
2
3 Hampala macrolepidota กระสบู ขดี 000
4
5 Mystacopleucus greenwayi หนามหลงั 1 4.2 1.0
6
7 Mystacopleucus marginatus ข้ียอก 000
8
9 Oreichthys parvus ตะเพยี นแคระ 000
10
11 Parachela maculicauda แปบหางดอก 000
12 Cobitidae
13 Poropuntius deauratus จาด 3 3.8-7.6 6.0
14 Nemacheilidae
15 Puntius lateristriga อกี อง 7 1.2-5.2 2.0
16 Ambassidae
17 Osphronemidae Rasbora myersi ซิว 000
รวม 5 วงศ์ Rasbora paviena ซิวควายแถบดำ 000
Rasbora trilineata ซิวหางกรรไกร 000
Acanthopoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 000
Acantopsis choirorhynchos รากกล้วย 000
Schistura aurantiaca คอ้ 000
Paracanthocobitis zonalternans คอ้ ลายเสือ 6 3.2-3.6 4.0
Parambassis siamensis แปน้ แกว้ 000
Betta splendens กดั 2 2.2-2.4 1.0
รวม 6 ชนดิ 31 - 18
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-161 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
- สถานีที่ 3 บรเิ วณทีต่ ้ัง ายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พิกัด 619543E 798848N
แพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพื้นที่โครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
48 ชนิด ชนิดท่ีพบมากที่สุด คือ ยูกลีนอยด์ชนิด Lepocinclis ovum (Ehrenberg) Lemmermann โดยพบใน
ปริมาณ 3,900 ยูนิต/ลิตร พบรองลงมา คือ สาหร่ายสีเขียว ชนิด Staurastrum sp., Sphaerozosma sp.พบใน
ปริมาณที่เท่ากัน 1,800 ยูนิต/ลิตร และชนิด Arthrodesmus sp., Spondylosium sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน
1,500 ยูนิต/ลิตร ตามลำดับ และท่ีพบน้อยท่ีสุดคือ (1) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Merismopedia sp.,
Dimorphococcus lunatus A. Braun, Dictyosphaerium pulchellum Wood and Oocystis sp. (2 ) ไ ด
อะตอม ชนิด Cyclotella sp. โดยพบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 12 ยูนิต/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช
มีค่าเท่ากับ 17,355 ยูนิต/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่าเท่ากับ 2.79 ยูนิต/ลิตร ดังแสดงในตารางที่
3.2.1-1
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพื้นที่โครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
19 ชนดิ ชนิดทพ่ี บมากทส่ี ดุ คือ โรติเฟอร์ ชนิด Polyarthra sp. พบจำนวน 375 ตัว/ลติ ร รองลงมา คือ โพรโทซัวท่ี
มีซีเลีย ชนิด Vorticella sp. พบจำนวน 210 ตัว/ลิตร และที่พบน้อยที่สุด คือ (1) โพรโทซัวท่ีมีเท้าเทียม ชนิด
Arcella megastoma Ehrenberg, Difflugia sp. and Lesquereusia spiralis (Ehrenberg) (2) โพรโทซัวที่มีซี
เ ลี ย ช นิ ด Paramecium sp., Trichocerca sp., Mytilina sp., Monommata sp., Rotaria sp. and
Unidentified nematode และ (3) ไรน้ำ ชนดิ Alona sp. โดยพบในปริมาณท่ีเทา่ กัน จำนวน 12 ตัว/ลิตร ปรมิ าณ
ความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากับ 1,017 ตัว/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่าเท่ากับ 2.07
ตวั /ลติ ร ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-2
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดท่ี
พบมากที่สุด คือ Filopaludina sumatrensis polygramma พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 44 ตัว/ตารางเมตร
รองลงมาพบ ชนิด Pomacea sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร และพบน้อยที่สุด Filopaludina
sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความหนาแน่นสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 89 ตัว/ตาราง
เมตร ค่าดชั นีความหลากหลายของสตั ว์หน้าดินมีค่าเท่ากบั 1.01 ตวั /ตารางเมตร ดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-3
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมท้ังส้ิน 5 วงศ์ 8 ชนิด มีจำนวนปลาทั้งหมด 19 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 21.1 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 19 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 1.612
(รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-4 และตารางที่ 3.2.1-7) เมื่อพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวนสมาชิก
มากท่ีสุดคือ ชนิดปลาซิว วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 9 ตัว รองลงมา ชนิดปลาแปบหางดอก พบรวมจำนวน 4 ตัว
สว่ นชนิดอ่ืนๆ ทเี่ หลือพบเพยี งตวั เดียว
- สถานีที่ 4 บริเวณพื้นท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619878E,
805880N
แพลงก์ตอนพชื (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพ้ืนที่โครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-162 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
36 ชนิด ชนิดท่ีพบมากที่สุด คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Oscillatoria sp. โดยพบในปริมาณ 1,425 ยูนิต/
ลิตร พบรองลงมา คือ (1) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Arthrodesmus sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน 675 ยูนิต/
ลติ ร (2) ไดอะตอม ชนิด Surirella sp. พบในปรมิ าณท่ีเท่ากนั 450 ยนู ติ /ลิตร ตามลำดบั และที่พบน้อยทสี่ ดุ คอื (1)
สาหร่ายสี เขียวแกม น้ ำเงิน ช นิ ด Microcystis aeruginosa Kutzing, Pseudo-anabaena sp., Spirulina
platensis (Nordstedt) Geitler and Anabaena sp. (2) สาหรา่ ยสเี ขยี ว ชนิด Tetraedron sp., Coenochloris
sp., Scenedesmus protuberans Fristch&Rich, Scenedesmus sp., Spirogyra sp., Euastrum sp. and
Sphaerozosma sp. (3 ) ยู ก ลี น อ ย ด์ ช นิ ด Euglena acus Ehrenberg, Euglena oxyuris schmarda,
Lepocinclis ovum (Ehrenberg) Lemmermann, Trachelomonas armata (Ehrenberg), Trachelomonas
mirabilis Swirenko and Trachelomonas sp. โดยพบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 36 ยูนิต/ลิตร ปริมาณความ
หนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่าเท่ากับ 3,927 ยูนิต/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่าเท่ากับ 2.27 ยูนิต/
ลิตร ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-1
แพลงกต์ อนสัตว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
7 ชนิด ชนิดท่ีพบมากท่ีสุด คือ โพรโทซัวท่ีมีซีเลีย ชนิด Vorticella sp. Polyarthra sp. พบจำนวน 36 ตัว/ลิตร
รองลงมา คอื (1) โพรโทซวั ท่ีมีเท้าเทยี ม ชนดิ Arcella vulgaris Ehrenberg and Difflugia sp. (2) โรติเฟอร์ ชนิด
Lecane sp. and Polyarthra sp. โดยพบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 12 ตัว/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์
ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากับ 156 ตัว/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่าเท่ากับ 1.88 ตัว/ลิตร ดังแสดงใน
ตารางท่ี 3.2.1-2
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบสัตว์หน้าดิน 2 ชนิด ชนิดที่
พบมากที่สุด คือ Pomacea sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ ชนิด
Filopaludina sumatrensis polygramma พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความ
หนาแน่นสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 45 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 0.64 ตัว/
ตารางเมตร ดงั แสดงในตารางที่ 3.2.1-3
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมท้ังส้ิน 5 วงศ์ 7 ชนิด มีจำนวนปลาทั้งหมด 32 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 105.2 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 32 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 1.672
(รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-4 และตารางท่ี 3.2.1-8) เมื่อพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวนสมาชิก
มากท่ีสุดคือ ชนิดปลาซิว วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 12 ตัว รองลงมา ชนิดปลาซิวควายแถบดำ พบรวมจำนวน 6
ชนิด และชนดิ ปลาซวิ หางกรรไกร พบรวมจำนวน 3 ตัว ตามลำดบั
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-163 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางที่ 3.2.1-6 ชนดิ และปรมิ าณปลาทร่ี วบรวมไดจ้ ากสถานที ี่ 2
สถานี 2
ที่ วงศ์ ชอื่ วิทยาศาสตร์ ชอื่ ไทย จำนวน ช่วงความ นำ้ หนกั (กรมั )
(ตวั ) ยาว (เ นติเมตร)
1 Cyprinidae Devario regina ซวิ ใบไผ่ 12 2.2-4.1 8.0
2 Hampala macrolepidota กระสบู ขดี 00 0
3 Mystacopleucus greenwayi หนามหลงั 10 1.9-3.4 4.2
4 Mystacopleucus marginatus ข้ียอก 00 0
5 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 00 0
6 Parachela maculicauda แปบหางดอก 00 0
7 Poropuntius deauratus จาด 17 1.7-4.2 5.2
8 Puntius lateristriga อีกอง 7 2.0-6.2 3.3
9 Rasbora myersi ซิว 00 0
10 Rasbora paviena ซิวควายแถบดำ 00 0
11 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 00 0
12 Cobitidae Acanthopoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 00 0
13 Acantopsis choirorhynchos รากกลว้ ย 00 0
14 Nemacheilidae Schistura aurantiaca คอ้ 00 0
15 Paracanthocobitis zonalternans คอ้ ลายเสอื 10 3.5-4.4 3.1
16 Ambassidae Parambassis siamensis แปน้ แกว้ 00 0
17 Osphronemidae Betta splendens กดั 1 2.0 0.8
รวม 5 วงศ์ รวม 6 ชนิด 57 - 24.6
ตารางที่ 3.2.1-7 ชนดิ และปรมิ าณปลาท่ีรวบรวมไดจ้ ากสถานีท่ี 3
สถานี 3
ที่ วงศ์ ชื่อวทิ ยาศาสตร์ ชื่อไทย จำนวน ช่วงความ น้ำหนัก (กรัม)
(ตัว) ยาว (เ นติเมตร)
1 Cyprinidae Devario regina ซิวใบไผ่ 000
2 Hampala macrolepidota กระสูบขดี 1 3.8 1.0
3 Mystacopleucus greenwayi หนามหลัง 000
4 Mystacopleucus marginatus ข้ียอก 1 6.3 3.1
5 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 000
6 Parachela maculicauda แปบหางดอก 4 4.0-4.9 2.2
7 Poropuntius deauratus จาด 000
8 Puntius lateristriga อีกอง 1 6.8 6.1
9 Rasbora myersi ซวิ 9 3.3-3.4 5.4
10 Rasbora paviena ซวิ ควายแถบดำ 000
11 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 1 3.8 1.3
12 Cobitidae Acanthopoides gracilentus รากกล้วยแคระ 1 5.6 0.9
13 Acantopsis choirorhynchos รากกล้วย 000
14 Nemacheilidae Schistura aurantiaca คอ้ 1 5.6 1.1
15 Paracanthocobitis zonalternans ค้อลายเสือ 000
16 Ambassidae Parambassis siamensis แปน้ แกว้ 000
17 Osphronemidae Betta splendens กัด 000
รวม 5 วงศ์ รวม 8 ชนิด 19 - 21.1
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-164 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ตารางที่ 3.2.1-8 ชนิดและปรมิ าณปลาที่รวบรวมได้จากสถานีที่ 4
สถานี 4
ท่ี วงศ์ ชือ่ วิทยาศาสตร์ ชอื่ ไทย จำนวน ช่วงความ นำ้ หนัก (กรมั )
(ตัว) ยาว (เ นตเิ มตร)
1 Cyprinidae Devario regina ซวิ ใบไผ่ 000
2 Hampala macrolepidota กระสบู ขีด 000
3 Mystacopleucus greenwayi หนามหลัง 000
4 Mystacopleucus marginatus ขี้ยอก 000
5 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 1 2.8 0.6
6 Parachela maculicauda แปบหางดอก 6 3.3-5.6 4.2
7 Poropuntius deauratus จาด 000
8 Puntius lateristriga อีกอง 000
9 Rasbora myersi ซิว 12 3.0-4.0 5.4
10 Rasbora paviena ซิวควายแถบดำ 6 2.2-11.3 31.2
11 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 3 3.7-3.9 1.2
12 Cobitidae Acanthopoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 000
13 Acantopsis choirorhynchos รากกลว้ ย 2 17.5-24.2 62.0
14 Nemacheilidae Schistura aurantiaca ค้อ 000
15 Paracanthocobitis zonalternans คอ้ ลายเสือ 000
16 Ambassidae Parambassis siamensis แปน้ แก้ว 2 3.3-3.6 0.6
17 Osphronemidae Betta splendens กัด 000
รวม 5 วงศ์ รวม 7 ชนดิ 32 - 105.2
(2) ฤดู น
การเก็บตัวอย่างนิเวศวิทยาทางน้ำฤดูฝน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2563 จำนวน 4 สถานี
ประกอบด้วย สถานีท่ี 1 บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองเหมืองตะกั่ว สถานีที่ 2 บริเวณที่ตั้งหัวงานเข่ือนคลองเหมือง
ตะกั่ว สถานีที่ 3 บริเวณที่ตั้งฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ และสถานีที่ 4 บริเวณพื้นที่ชลประทาน (ท้ายน้ำ)
บริเวณบ้านคลองใหญ่ ดังแสดงในรูปที่ 3.2.1-2 สำหรบั ผลการวเิ คราะห์ตวั อยา่ งนิเวศวทิ ยาทางน้ำจากสถานีต่างๆ
แสดงดงั ตารางที่ 3.2.1-9 ถึงตาราง 3.2.1-11 ผลการศกึ ษาสรุปดังน้ี
- สถานที ี่ 1 บริเวณอา่ งเกบน้ำคลองเหมอื งตะก่วั พกิ ดั 618150E, 795543N
แพลงกต์ อนพชื (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพื้นท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
19 ชนิด ชนิดทีพ่ บมากที่สดุ คือ สาหร่ายสีเขยี วแกมน้ำเงนิ ชนิด Oscillatoria sp. โดยพบในปรมิ าณ 3,576 ยูนิต/ลิตร
พบรองลงมา คือ ไดอะตอม ชนดิ Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg พบในปริมาณ 1,020 ยูนติ /ลิตร และที่พบ
น้อยท่ีสุดคือ (1) สาหร่ายสีเขียว ชนิด Pediastrum simplex (Meyen) Lemmermann, Crucigenia sp. (2)
ไดอะตอม ชนดิ Rhopalodia sp. (3) ไดโนแฟลเจลเลต ชนดิ Peridinium sp. โดยพบในปรมิ าณท่ีเท่ากัน จำนวน 12
ยูนิต/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่าเท่ากับ 5,856 ยูนิต/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมี
ค่าเท่ากับ 1.44 ยูนิต/ลิตร ดงั แสดงในตารางท่ี 3.2.1-9
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-165 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
แพลงกต์ อนสตั ว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
1 ชนดิ ชนิดท่ีพบ คือ โพรโทซัวท่ีมีเท้าเทยี ม ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 24 ตัว/ลิตร มีปริมาณ
ความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากับ 24 ตัว/ลิตร ไม่มีค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ ดังแสดงในตารางที่
3.2.1-10
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพื้นท่ีโครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดท่ี
พบมากที่สุด คือ Hagenius sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ ชนิด (1)
Libellula sp. (2) Deielila sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความหนาแน่นสัตว์หน้าดิน
มีค่าเท่ากับ 60 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 1.04 ตัว/ตารางเมตร ดังแสดงใน
ตารางท่ี 3.2.1-11
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมทั้งส้ิน 7 วงศ์ 3 ชนิด มีจำนวนปลาท้ังหมด 356 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 80.5 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 346 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 0.137
(รายละเอียดดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-12 และตารางที่ 3.2.1-13) เมอื่ พจิ ารณาระดับวงศ์พบว่า วงศ์ทมี่ ีจำนวนสมาชิก
มากที่สุดคือ ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ yprinidae พบรวมจำนวน 346 ตัว รองลงมา ชนิดปลาค้อ วงศ์ Nemacheilidae พบ
รวมจำนวน 9 ตวั และชนดิ ปลากดั วงศ์ Osphronemidae พบรวมจำนวน 1 ชนดิ ตามลำดับ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-166 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
สถานีท่ี 1 บริเวณอา่ งเกบน้ำคลองเหมืองตะกว่ั พกิ ดั 618150E, 795543N
สถานที ี่ 2 บริเวณทตี่ ัง้ หวั งานเข่อื นคลองเหมอื งตะกว่ั พิกดั 618471E, 795884N
สถานีท่ี 3 บริเวณทตี่ ้ัง ายทดน้ำคลองบา้ นใหม่ พิกัด 619543E, 798848N
สถานที ่ี 4 บริเวณพนื้ ทีช่ ลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่ พกิ ดั 619878E, 805880N
รปู ท่ี 3.2.1-2 สภาพแหล่งน้ำและการเกบตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์นิเวศวิทยาทางนำ้ (ฤดู น)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-167 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ตารางท่ี 3.2.1-9 ผลการสำรวจชนดิ และปรมิ าณของแพลงก์ตอนพืช เมื่อวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น
กล่มุ /ชนดิ แพลงกต์ อนพืช หนว่ ย 1 สถานี 4
23
Phylum Cyanophyta
Class Cyanophyceae (สาหรา่ ยสเี ขียวแกมนำ้ เงนิ ) ยนู ติ /ลิตร 3,576 1,236 948 1,344
Order Oscillatoriales
ยนู ิต/ลิตร 0 12 36 12
Family Oscillatoriaceae
Oscillatoria sp. ยูนิต/ลติ ร 12 0 00
Order Nostocales ยนู ติ /ลติ ร 0 0 0 12
Family Nostocaceae
Anabaena sp. ยูนติ /ลิตร 0 0 144 36
Phylum Chlorophyta
Class Chlorophyceae (สาหร่ายสเี ขยี ว) ยูนิต/ลิตร 0 0 24 0
Order Sphaeropleales
Family Hydrodictyaceae ยนู ติ /ลติ ร 0 0 168 0
Pediastrum simplex (Meyen) Lemmermann
Tetraedron gracile (Reinsch) Hansgirg ยูนติ /ลติ ร 0 0 60 0
Family Radiococcaceae
Radiococcus sp. ยนู ติ /ลิตร 12 0 0 0
Family Scenedesmaceae
Dimorphococcus lunatus A. Braun ยนู ิต/ลติ ร 0 0 120 132
Family Selenastraceae
Ankistrodesmus falcatus (Corda) Ralfs ยูนติ /ลิตร 0 0 96 120
Class Trebouxiophyceae
Order Chlorellales ยูนิต/ลติ ร 0 0 24 60
Family Chlorellaceae
Dictyosphaerium pulchellum Wood ยูนิต/ลิตร 72 24 72 84
Family Trebouxiophyceae
Crucigenia sp. ยูนติ /ลติ ร 0 0 0 12
Phylum Charophyta
Class Zygnematophyceae ยนู ิต/ลติ ร 0 0 12 0
Order Zygnematales
Family Zygnemataceae ยูนติ /ลติ ร 0 0 156 24
Spirogyra sp.
Order Desmidiales
Family Desmidiaceae
Arthrodesmus sp.
Closterium sp.
Cosmarium sp.
Desmidium sp.
Hyalotheca sp.
Micrasterias alata Wallich
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-168 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.2.1-9 ผลการสำรวจชนิดและปรมิ าณของแพลงกต์ อนพชื เมอื่ วนั ที่ 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น (ต่อ)
กลุ่ม/ชนิดแพลงก์ตอนพชื หน่วย 1 สถานี 4
0 23 12
Micrasterias foliacea Bailey ex Ralfs ยนู ิต/ลิตร 0 0 60 12
Micrasterias pinnatifida Ralfs ยนู ติ /ลติ ร 0 00 12
Micrasterias thomasiana W.Archer ยนู ติ /ลติ ร 0 00 84
Sphaerozosma sp. ยูนติ /ลติ ร 0 0 2,748 108
Staurastrum sp. ยูนติ /ลิตร 0 708
Family Gonatozygaceae 0 60
Gonatozygon sp. ยูนิต/ลิตร 0 636
Phylum Euglenozoa
Class Euglenophyceae (ยกู ลนี อยด์) ยูนิต/ลิตร 0 0 0 96
Order Euglenales
Family Euglenaceae ยูนติ /ลิตร 0 0 12 12
Euglena acus Ehrenberg
Euglena oxyuris schmarda ยนู ิต/ลติ ร 60 0 420 120
Euglena sp.
Strombomonas fluviatilis (Lemmermann) ยูนิต/ลิตร 0 0 36 0
Deflandre
Trachelomonas armata (Ehrenberg) ยนู ติ /ลิตร 0 0 36 36
Trachelomonas crebea Kellicott
Trachelomonas hispida (Perty) Stein ยูนติ /ลติ ร 24 0 96 0
Trachelomonas volvocina Ehrenberg
Lepocinclis salina Fritsch ยนู ิต/ลติ ร 0 0 24 0
Phacus hamatus Pochmann
Phacus longicauda (Ehrenberg) Dujardin ยนู ิต/ลิตร 0 12 60 0
Phacus pleuronectes (O.F.Müller) Dujardin
Phylum Heterokontophyta ยูนติ /ลติ ร 24 0 0 0
Class Bacillariophyceae (ไดอะตอม)
Order Biddulphiales ยนู ติ /ลติ ร 24 0 24 24
Suborder Coscinodiscineae
Family Aulacoseiraceae ยนู ิต/ลิตร 0 0 0 24
Aulacoseira granulata (Ehrenberg) Simonsen
Order Bacillariales ยูนติ /ลติ ร 0 0 0 12
Family Fragilariaceae
Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg ยนู ติ /ลิตร 120 0 0 48
Family Eunotiaceae
Eunotia sp. ยนู ิต/ลติ ร 1,020 1,440 288 240
Family Cymbellaceae ยนู ติ /ลิตร 48 180 36 204
Gomphonema sp. ยนู ติ /ลิตร 48 60 60 96
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-169 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.2.1-9 ผลการสำรวจชนดิ และปรมิ าณของแพลงกต์ อนพืช เมอ่ื วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น (ต่อ)
กลุม่ /ชนิดแพลงก์ตอนพชื หนว่ ย 1 สถานี 4
72 23 12
Family Catenulacaea 336 36 0 204
84 180 96 96
Amphora sp. ยูนติ /ลิตร 84 24 36 0
12 60 0 0
Family Naviculaceae 216 00 600
192 72
Navicula sp. ยูนติ /ลิตร 0 36
00
Pinnularia sp. ยูนติ /ลิตร 12 420
5,856 0 96 4,404
Trachyneis sp. ยูนิต/ลิตร 19 3,456 7,404 33
1.44 12 31 2.61
Family Rhopalodiaceae 1.50 2.36
Rhopalodia sp. ยูนติ /ลิตร
Family Surirellaceae
Surirella sp. ยนู ติ /ลิตร
Phylum Ochrophyta
Class Synurophyceae
Order Synurales
Family Mallomonadaceae
Mallomonas sp. ยนู ติ /ลิตร
Phylum Dinophyta
Class Dinophyceae (ไดโนแฟลเจลเลต)
Order Peridiniales
Family Peridiniaceae
Peridinium sp. ยูนิต/ลิตร
ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช (ยนู ิตตอ่ ลิตร)
จำนวนชนิดแพลงกต์ อนพืช (ชนดิ )
ดชั นคี วามหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอนพืช
หมายเหตุ : จดุ เกบ็ ตวั อย่าง
สถานีที่ 1 บริเวณอา่ งเกบ็ นำ้ คลองเหมอื งตะกั่ว
สถานีท่ี 2 บรเิ วณทตี่ งั้ หวั งานเขื่อนคลองเหมอื งตะกัว่
สถานีที่ 3 บรเิ วณท่ีตง้ั ฝายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่
สถานที ี่ 4 บรเิ วณพน้ื ท่ีชลประทาน (ท้ายนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บรษิ ทั ทปี่ รกึ ษา, 2563
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-170 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.1-10 ผลการสำรวจชนดิ และปรมิ าณของแพลงก์ตอนสัตว์ เมอ่ื วนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น
กลมุ่ /ชนดิ แพลงก์ตอนสตั ว์ หนว่ ย 1 สถานี 4
23
Phylum Sarcomastigophora (โพรโท วั ท่มี เี ท้าเทยี ม)
Subphylum Sarcodina
Superclass Rhizopodea
Class Lobosea
Order Arcellinida
Family Arcellidae
Arcella vulgaris Ehrenberg ตวั /ลติ ร 24 24 36 36
Phylum Rotifera (โรตเิ ฟอร)์
Class Monogononta
Order Ploima
Family Brachionidae
Anuraeopsis navicula (Rousselet) ตัว/ลิตร 0 0 12 0
Keratella cochlearis (Gosse) ตัว/ลติ ร 0 0 12 0
Plationus patulus var. macracanthus (Daday) ตวั /ลิตร 0 0 12 0
Family Lepadellidae
Lepadella sp. ตวั /ลิตร 0 0 0 12
Family Lecanidae
Lecane papuana (Murray) ตวั /ลติ ร 0 0 12 0
Family Synchaetidae
Polyarthra sp. ตวั /ลิตร 0 0 24 0
Order Flosculariacea
Family Trochosphaeridae
Filinia camasacla Myers ตัว/ลิตร 0 0 12 12
Phylum Arthropoda
Subphylum Crustacea
Class Branchiopoda (ไรน้ำ)
Order Ctenopoda
Family Sididae
Diaphanosoma sp. ตัว/ลติ ร 0 0 12 0
Class Maxillopoda 0
Subclass Copepoda (โคพีพอด) ตัว/ลติ ร 0 0 48
Copepod nauplius
ปรมิ าณความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ (ตัวต่อลติ ร) 24 24 180 60
จำนวนชนิดแพลงกต์ อนสตั ว์ (ชนิด) 11 9 3
ดัชนคี วามหลากหลายของชนิดแพลงก์ตอนสัตว์ 0 0 2.03 0.95
หมายเหตุ : จดุ เก็บตัวอย่าง
สถานที ี่ 1 บรเิ วณอ่างเกบ็ นำ้ คลองเหมอื งตะกั่ว
สถานที ี่ 2 บรเิ วณทต่ี ง้ั หัวงานเขอ่ื นคลองเหมอื งตะกั่ว
สถานีท่ี 3 บรเิ วณท่ตี ้ังฝายทดนำ้ คลองบ้านใหม่
สถานที ่ี 4 บรเิ วณพน้ื ท่ชี ลประทาน (ทา้ ยนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่
ดำเนนิ การโดย : บริษัทท่ีปรึกษา, 2563
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-171 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางที่ 3.2.1-11 ผลการสำรวจชนดิ และปรมิ าณของสัตว์หน้าดิน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น
กลุ่ม/ชนดิ สัตวห์ น้าดนิ หนว่ ย 1 สถานีที่ 4
23
15
Phylum Arthropoda 15
30
Class Insecta 0
Order Odonata 0
Family Libelluidae 0
0
Libellula sp. ตวั /ตารางเมตร 0 0 0 15
000
Deielila sp. ตวั /ตารางเมตร 0
60 000
Family Gomphidae 3
1.04 0 0 15
Hagenius sp. ตวั /ตารางเมตร
Family Macromiidae
Macromia sp. ตวั /ตารางเมตร
Order Coeleoptera
Family Hydrophilidae
Hydrobius sp. ตวั /ตารางเมตร 0 15 0
Order Hemiptera
Family Naucoridae
Aphelocheirus sp. ตัว/ตารางเมตร 15 0 0
Family Nepidae
Ranatra linearis ตัว/ตารางเมตร 0 30 0
Family Notonectidae
Buenoa sp. ตัว/ตารางเมตร 30 0 0
Class Malacostraca
Order Decapoda
Family Palaemonidae
Macrobrachium sp. ตัว/ตารางเมตร 15 15 0
60 60 30
ปรมิ าณความหนาแนน่ สตั ว์หน้าดนิ (ตวั ต่อตารางเมตร) 332
1.04 1.04 0.69
จำนวนชนดิ
ดัชนีความหลากหลายของสตั ว์หนา้ ดิน
หมายเหตุ : จุดเก็บตวั อย่าง
สถานที ่ี 1 บรเิ วณอา่ งเกบ็ น้ำคลองเหมืองตะก่วั
สถานที ี่ 2 บรเิ วณทต่ี ้ังหัวงานเขื่อนคลองเหมอื งตะกวั่
สถานที ่ี 3 บรเิ วณท่ตี ้ังฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่
สถานที ี่ 4 บริเวณพนื้ ทีช่ ลประทาน (ท้ายนำ้ ) บริเวณบ้านคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บริษัทที่ปรึกษา, 2563
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-172 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
- สถานที ี่ 2 บริเวณที่ตง้ั หวั งานเขอื่ นคลองเหมืองตะก่ัว พกิ ดั 618471E 795884N
แพลงก์ตอนพชื (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพ้ืนที่โครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
12 ชนิด ชนิดท่ีพบมากท่ีสุด คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Anabaena sp. โดยพบในปริมาณ 1,236 ยูนิต/
ลิตร พบรองลงมา ไดอะตอม ชนิด Synedra ulna (Nitzsch) Ehrenberg พบในปริมาณ 1,440 ยูนิต/ลิตร และที่
พบน้อยท่ีสุดคือ (1) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Anabaena sp. (2) ยูกลีนอยด์ ชนิด Trachelomonas
volvocina Ehrenberg โดยพบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 12 ยูนิต/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่า
เท่ากบั 3,456 ยูนติ /ลิตร คา่ ดชั นคี วามหลากหลายทางชีวภาพมคี ่าเท่ากับ 1.50 ยูนิต/ลติ ร ดงั แสดงในตารางที่ 3.2.1-9
แพลงกต์ อนสตั ว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพ้ืนที่โครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
1 ชนิด ชนิดที่พบ คือ โพรโทซัวที่มีเท้าเทียม ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 24 ตัว/ลิตร ปริมาณ
ความหนาแนน่ แพลงก์ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากบั 24 ตวั /ลิตร ไมม่ ีค่าดัชนีความหลากหลายทางชวี ภาพ ดังแสดงในตาราง
ท่ี 3.2.1-10
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพ้ืนที่โครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดท่ี
พบมากที่สดุ คือ Buenoa sp. พบในปริมาณทีเ่ ท่ากนั จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ ชนิด (1) Hydrobius
sp. (2) Macrobrachium sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความหนาแน่นสัตวห์ น้าดินมี
ค่าเท่ากับ 60 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 1.04 ตัว/ตารางเมตร ดังแสดงใน
ตารางท่ี 3.2.1-11
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมท้ังสิ้น 7 วงศ์ 4 ชนิด มีจำนวนปลาทั้งหมด 187 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 49.6 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 187 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 0.797
(รายละเอียดดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-12 และตารางที่ 3.2.1-14) เม่ือพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดที่มีจำนวน
สมาชิกมากที่สุดคือ ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 133 ตัว รองลงมา ชนิดปลาค้อ วงศ์
Nemacheilidae พบรวมจำนวน 38 ตวั และชนิดปลาอีกอง วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 15 ตัว ตามลำดับ
- สถานีที่ 3 บรเิ วณท่ีตง้ั ายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พกิ ัด 619543E 798848N
แพลงกต์ อนพชื (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพื้นที่โครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
31 ชนิด ชนดิ ท่ีพบมากท่สี ดุ คอื สาหรา่ ยสเี ขยี ว ชนิด Sphaerozosma sp. โดยพบในปริมาณ 2,748 ยนู ติ /ลิตร พบ
รองลงมา คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Oscillatoria sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน 948 ยูนิต/ลิตร และท่ีพบ
น้อยท่ีสดุ คือ (1) สาหรา่ ยสเี ขียว ชนิด Hyalotheca sp. (2) ยูกลีนอยด์ ชนดิ Euglena oxyuris schmarda โดยพบ
ในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 12 ยูนิต/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่าเท่ากับ 7,404 ยูนิต/ลิตร ค่าดัชนี
ความหลากหลายทางชีวภาพมีคา่ เทา่ กับ 2.36 ยนู ติ /ลิตร ดงั แสดงในตารางท่ี 3.2.3-9
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-173 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
จากการสำรวจและเกบ็ ตวั อยา่ งแพลงก์ตอนสตั ว์บรเิ วณหนา้ พืน้ ท่โี ครงการ พบแพลงกต์ อนสัตว์
9 ชนิด ชนิดท่ีพบมากท่ีสุด คือ โคพีพอด ชนิด Copepod nauplius พบจำนวน 48 ตัว/ลิตร รองลงมา คือ โพรโท
ซัวที่มีเท้าเทียม ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 36 ตัว/ลิตร และที่พบน้อยที่สุด คือ (1) โรติเฟอร์
ชนิด Polyarthra sp. โดยพบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 24 ตัว/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนสัตว์ มีค่า
เทา่ กบั 180 ตัว/ลติ ร คา่ ดชั นีความหลากหลายทางชวี ภาพมีค่าเท่ากับ 2.03 ตวั /ลติ ร ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.3-10
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพื้นที่โครงการ พบสัตว์หน้าดิน 3 ชนิด ชนิดที่
พบมากท่ีสุด คือ Ranatra linearis พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 30 ตัว/ตารางเมตร รองลงมาพบ ชนิด (1)
Hydrobius sp. (2) Macrobrachium sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 150 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความหนาแน่น
สัตว์หนา้ ดินมีค่าเท่ากบั 60 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมคี ่าเทา่ กบั 1.04 ตัว/ตารางเมตร ดัง
แสดงในตารางที่ 3.2.3-11
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมท้ังสิ้น 7 วงศ์ 6 ชนิด มีจำนวนปลาท้ังหมด 43 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 171.8 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 43 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 1.170
(รายละเอียดดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-12 และตารางท่ี 3.2.1-15) เมื่อพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวน
สมาชิกมากท่ีสุดคือ ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 30 ตัว รองลงมา ชนิดปลาซิวหางกรรไกร พบรวม
จำนวน 4 ตวั ชนิดปลากระทงุ เหว วงศ์ Belonidae พบรวมจำนวน 3 ตวั ตามลำดับ
- สถานีที่ 4 บริเวณพ้ืนท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บริเวณบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619878E,
805880N
แพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชหน้าบริเวณพ้ืนที่โครงการ พบแพลงก์ตอนพืช
33 ชนิด ชนิดท่ีพบมากท่ีสุด คือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Anabaena sp. โดยพบในปริมาณ 1,344
ยูนิต/ลิตร พบรองลงมา คือ ไดอะตอม ชนิด Surirella sp. พบในปริมาณท่ีเท่ากัน 600 ยูนิต/ลิตร และที่พบน้อย
ท่ีสุดคือ (1) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ชนิด Anabaena sp. (2) สาหร่ายสีเขียว ชนิด Tetraedron gracile
(Reinsch) Hansgirg, Desmidium sp., Micrasterias foliacea Bailey ex RalfsMicrasterias pinnatifida
Ralfs and Micrasterias thomasiana W.Archer (3) ยูกลีนอยด์ ชนิด Euglena oxyuris schmarda, Phacus
pleuronectes (O.F.Müller) Dujardin (4) ไดอะตอม ชนิด Amphora sp. โดยพบในปริมาณท่ีเท่ากัน จำนวน 12
ยูนิต/ลิตร ปริมาณความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช มีค่าเท่ากับ 4,404 ยูนิต/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมี
ค่าเท่ากบั 2.61 ยนู ติ /ลติ ร ดงั แสดงในตารางที่ 3.2.1-9
แพลงกต์ อนสัตว์ (Zooplankton)
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณหน้าพ้ืนท่ีโครงการ พบแพลงก์ตอนสัตว์
3 ชนิด ชนิดท่ีพบมากที่สุด คือ โพรโทซัวที่มีซีเลีย ชนิด Arcella vulgaris Ehrenberg พบจำนวน 36 ตัว/ลิตร
รองลงมา คือ โรติเฟอร์ ชนิด Lepadella sp., Filinia camasacla Myers โดยพบในปรมิ าณท่ีเท่ากัน จำนวน 12
ตัว/ลติ ร ปริมาณความหนาแนน่ แพลงก์ตอนสัตว์ มีค่าเท่ากับ 60 ตัว/ลิตร ค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพมีค่า
เทา่ กบั 0.95 ตวั /ลิตร ดงั แสดงในตารางที่ 3.2.1-10
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-174 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
สัตว์หน้าดิน
จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินบริเวณหน้าพื้นที่โครงการ พบสัตว์หน้าดิน 2 ชนิด ชนิดที่
พบ คือ Libellula sp. and Macromia sp. พบในปริมาณที่เท่ากัน จำนวน 15 ตัว/ตารางเมตร ปริมาณความ
หนาแน่นสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 30 ตัว/ตารางเมตร ค่าดัชนีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินมีค่าเท่ากับ 0.69 ตัว/
ตารางเมตร ดังแสดงในตารางท่ี 3.2.1-11
ปลา
ในการสำรวจปลา พบปลารวมทั้งส้ิน 7 วงศ์ 7 ชนิด มีจำนวนปลาทั้งหมด 111 ตัว มีน้ำหนักรวม
ประมาณ 94.1 กรัม ปริมาณความหนาแน่น 111 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร มีดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 0.874
(รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 3.2.1-12 และตารางท่ี 3.2.1-16) เมื่อพิจารณาระดับชนิดพบว่า ชนิดท่ีมีจำนวน
สมาชิกมากที่สุดคือ ชนิดปลาซิวใบไผ่ วงศ์ Cyprinidae พบรวมจำนวน 86 ตัว รองลงมา ชนดิ ปลาซิวควายแถบดำ พบรวม
จำนวน 9 ชนดิ และชนดิ ปลาแปบและชนดิ ปลาแป้นแก้ว พบรวมจำนวนเทา่ กนั 2 ตัว ตามลำดบั
ตารางที่ 3.2.1-12 ผลการสำรวจชนดิ ของปลารวม เม่ือวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ฤดู น
วงศ์ ช่อื วทิ ยาศาสตร์ ชื่อไทย สถานี 1 สถานี 2 สถานี 3 สถานี 4
1 Cyprinidae Barbodes lasteristriga อีกอง 0 15 2 0
2 Devario regina ซิวใบไผ่ 346 133 30 86
3 Mystacoleucus marginatus ขีย้ อก 0000
4 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 0 0 0 1
5 Parachela oxygastroides แปบ 0026
6 Rasbora paviana ซิวควายแถบดำ 0 0 0 9
7 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 0 0 4 0
8 Nemacheilidae Acanthocobitis botia ค้อ 9 38 0 1
9 Cobitidae Acanthopsoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 0 0 0 6
10 Belonidae Xenentodon cansila กระทงุ เหว 0030
11 Ambassidae Parambassis siamensis แป้นแกว้ 0002
12 Nandidae Pristolepis fasciata หมอช้างเหยยี บ 0 0 2 0
13 Osphronemidae Betta sp. กดั 1 1 0 0
รวม 7 วงศ์ จำนวนตัว (ตัวตอ่ 100 ตารางเมตร) 346 187 43 111
จำนวนชนดิ (ชนดิ ) 3467
ดัชนคี วามหลากหลาย (Diversity index) 0.137 0.797 1.170 0.874
หมายเหตุ : จุดเกบ็ ตัวอยา่ ง สถานที ่ี 1 บรเิ วณอ่างเกบ็ น้ำคลองเหมอื งตะกว่ั สถานที ี่ 2 บริเวณท่ีตั้งหัวงานเขอื่ นคลองเหมอื งตะก่วั
สถานที ี่ 3 บริเวณท่ีตั้งฝายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ สถานที ่ี 4 บรเิ วณพื้นท่ีชลประทาน (ทา้ ยนำ้ ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่
ดำเนินการโดย : บริษทั ท่ีปรึกษา, 2563
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-175 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.2.1-13 ชนดิ และปริมาณปลาทร่ี วบรวมได้จากสถานีที่ 1
สถานีที่ 1
ที่ วงศ์ ชื่อวทิ ยาศาสตร์ ช่อื ไทย จำนวน ชว่ งความ นำ้ หนกั (กรัม)
(ตวั ) ยาว (เ นติเมตร)
1 Cyprinidae Barbodes lasteristriga อีกอง 000
2 Devario regina ซิวใบไผ่ 346 2.2-5.8 74.2
3 Mystacoleucus marginatus ขี้ยอก 000
4 Oreichthys parvus ตะเพยี นแคระ 000
5 Parachela oxygastroides แปบ 000
6 Rasbora paviana ซวิ ควายแถบดำ 000
7 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 000
8 Nemacheilidae Acanthocobitis botia คอ้ 9 3.8-5.9 5.8
9 Cobitidae Acanthopsoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 000
10 Belonidae Xenentodon cansila กระทงุ เหว 000
11 Ambassidae Parambassis siamensis แป้นแกว้ 000
12 Nandidae Pristolepis fasciata หมอช้างเหยยี บ 000
13 Osphronemidae Betta sp. กดั 1 3.3 0.5
รวม 7 วงศ์ รวม 3 ชนดิ 356 - 80.5
ตารางท่ี 3.2.1-14ชนดิ และปริมาณปลาทรี่ วบรวมไดจ้ ากสถานที ่ี 2
สถานีที่ 2
ท่ี วงศ์ ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ ชอ่ื ไทย จำนวน ชว่ งความ น้ำหนัก (กรมั )
(ตวั ) ยาว (เ นตเิ มตร)
1 Cyprinidae Barbodes lasteristriga อกี อง 15 2.0-5.0 1.1
2 Devario regina ซิวใบไผ่ 133 2.8-3.9 34.6
3 Mystacoleucus marginatus ข้ยี อก 000
4 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 000
5 Parachela oxygastroides แปบ 000
6 Rasbora paviana ซิวควายแถบดำ 000
7 Rasbora trilineata ซิวหางกรรไกร 000
8 Nemacheilidae Acanthocobitis botia ค้อ 38 3.9-4.4 12.8
9 Cobitidae Acanthopsoides gracilentus รากกล้วยแคระ 000
10 Belonidae Xenentodon cansila กระทุงเหว 000
11 Ambassidae Parambassis siamensis แป้นแก้ว 000
12 Nandidae Pristolepis fasciata หมอชา้ งเหยียบ 000
13 Osphronemidae Betta sp. กัด 1 4.8 1.1
รวม 7 วงศ์ รวม 4 ชนดิ 187 - 49.6
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-176 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.1-15 ชนดิ และปริมาณปลาทร่ี วบรวมไดจ้ ากสถานที ี่ 3
สถานีที่ 3
ท่ี วงศ์ ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ ชอ่ื ไทย จำนวน ชว่ งความ น้ำหนัก (กรมั )
(ตวั ) ยาว (เ นติเมตร)
1 Cyprinidae Barbodes lasteristriga อีกอง 2 2.3-2.8 0.6
2 Devario regina ซวิ ใบไผ่ 30 2.3-5.8 10.2
3 Mystacoleucus marginatus ข้ยี อก 0 10.8 15.7
4 Oreichthys parvus ตะเพยี นแคระ 0 00
5 Parachela oxygastroides แปบ 2 3.1-3.2 0.6
6 Rasbora paviana ซิวควายแถบดำ 0 00
7 Rasbora trilineata ซวิ หางกรรไกร 4 2.8-5.0 4.3
8 Nemacheilidae Acanthocobitis botia ค้อ 0 00
9 Cobitidae Acanthopsoides gracilentus รากกลว้ ยแคระ 0 00
10 Belonidae Xenentodon cansila กระทงุ เหว 3 17.8-25.8 59.9
11 Ambassidae Parambassis siamensis แปน้ แกว้ 0 00
12 Nandidae Pristolepis fasciata หมอชา้ งเหยยี บ 2 8.8-14.3 80.5
13 Osphronemidae Betta sp. กัด 0 00
รวม 7 วงศ์ รวม 6 ชนดิ 43 - 171.8
ตารางที่ 3.2.1-16 ชนดิ และปริมาณปลาทร่ี วบรวมไดจ้ ากสถานีท่ี 4
สถานที ่ี 4
ท่ี วงศ์ ชื่อวทิ ยาศาสตร์ ช่ือไทย จำนวน ช่วงความ น้ำหนัก (กรัม)
(ตัว) ยาว (เ นตเิ มตร)
1 Cyprinidae Barbodes lasteristriga อีกอง 000
2 Devario regina ซวิ ใบไผ่ 86 3.0-4.2 18.2
3 Mystacoleucus marginatus ขีย้ อก 000
4 Oreichthys parvus ตะเพียนแคระ 1 1.8 0.1
5 Parachela oxygastroides แปบ 6 11.3-15.9 60.1
6 Rasbora paviana ซิวควายแถบดำ 9 3.2 8.6
7 Rasbora trilineata ซิวหางกรรไกร 000
8 Nemacheilidae Acanthocobitis botia ค้อ 151
9 Cobitidae Acanthopsoides gracilentus รากกล้วยแคระ 6 5.7-6.2 4.1
10 Belonidae Xenentodon cansila กระทุงเหว 000
11 Ambassidae Parambassis siamensis แป้นแกว้ 2 4.0-4.8 2
12 Nandidae Pristolepis fasciata หมอชา้ งเหยยี บ 000
13 Osphronemidae Betta sp. กดั 000
รวม 7 วงศ์ รวม 7 ชนดิ 111 - 94.1
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-177 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
3.2.2 ทรพั ยากรป่าไม้
1) วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา
(1) เพ่ือศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยา และประเมินสถานภาพของทรพั ยากรป่าไม้ บริเวณพ้ืนท่ีศึกษา
โครงการ และพ้นื ทีใ่ กล้เคียงสำหรับเป็นข้อมูลอ้างองิ เปรียบเทียบ รวมทั้งพิจารณาสภาพปัญหาท่ีเกิดข้ึนตอ่ ทรัพยากร
ปา่ ไม้
(2) เพ่ือประเมินลักษณะ และคุณค่าทางนิเวศวิทยาป่าไม้ ทั้งในบริเวณพื้นท่ีโครงการ และพ้ืนท่ี
ใกลเ้ คียง
(3) เพอ่ื ประเมนิ ผลกระทบทีเ่ กิดข้ึนต่อการเปลี่ยนแปลงลกั ษณะทางนิเวศวิทยาป่าไม้ และระบบนิเวศ
ท่ีเกย่ี วข้องจากการพัฒนาโครงการ ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
(4) เพื่อเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อการเปล่ียนแปลงลักษณะทาง
นเิ วศวิทยาปา่ ไม้
(5) เพือ่ เสนอมาตรการฟื้นฟูสภาพพ้นื ท่หี ลงั จากก่อสรา้ งโครงการและเสนอมาตรการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบดา้ นทรัพยากรปา่ ไม้
2) วิธกี ารศกึ ษา
(1) พ้ืนท่ีศกึ ษา การศึกษาข้อมูลด้านนเิ วศวิทยาป่าไมบ้ รเิ วณพนื้ ทโี่ ครงการ และพ้นื ท่ใี กล้เคียง
ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ โดยกำหนดพื้นท่ีสำรวจบริเวณที่จะมีการก่อสร้างองค์ประกอบ
ต่างๆ และทกุ บริเวณท่จี ะมโี ครงสรา้ งอืน่ ๆ โดยทำการศกึ ษาขอ้ มูลดังน้ี
(1.1) ข้อมูลขอบเขตของพื้นท่ีโครงการ ความสำคัญ และลักษณะนิเวศวิทยาป่าไม้ เพ่ือ
วิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน ศักยภาพ และผลกระทบท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะนิเวศวิทยาของพ้ืนที่
โครงการ รวมท้ังประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มของการดำเนนิ โครงการ
(1.2) ความสมั พันธ์ และเชื่อมโยงของทรัพยากรป่าไม้ การทำหนา้ ท่ี และการให้บรกิ ารของ
ป่าไมต้ อ่ ระบบนเิ วศวทิ ยาอนื่ ๆ ที่เก่ียวข้อง สำหรับประกอบการวิเคราะหส์ ถานภาพของทรัพยากรป่าไม้
(1.3) รายละเอียดทเ่ี กย่ี วข้องกบั กิจกรรมการก่อสร้างของโครงสร้าง เพือ่ พจิ ารณาใหค้ รอบคลุม
ถงึ ผลกระทบทกุ ด้านท่ีจะเกิดขึ้นต่อการเปล่ียนแปลงลักษณะทางนิเวศวิทยาป่าไม้
(2) การรวบรวมขอ้ มลู ทตุ ยิ ภูมิ
(2.1) ตรวจสอบ ทบทวน และรวบรวมเอกสาร รวมถงึ งานวจิ ัยต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับทรัพยากร
ป่าไมท้ ้ังในภาพรวมของพ้ืนท่ี บริเวณพื้นท่ีโครงการ และพ้ืนท่ีใกล้เคียงตามท่ีไดม้ ีการศึกษาไว้ เช่น รายงานการศึกษา
ผลกระทบส่ิงแวดล้อม รายงานแผนแม่บทการจัดการพ้ืนท่ีอนุรักษ์ แผนที่ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง เป็นต้น เพื่อเป็นข้อมูล
ประกอบในการวางแผนการสำรวจ การวิเคราะห์ข้อมูล รวมท้ังการประเมินสถานภาพ และพิจารณาผลกระทบต่อ
ทรพั ยากรปา่ ไมท้ เี่ กิดขน้ึ จากกจิ กรรมการพัฒนาของโครงการ
อน่ึง การรวบรวมข้อมูลเชิงแผนท่ี เช่น แผนท่ีการใช้ที่ดิน แผนท่ีการจำแนกเขตการใช้
ประโยชนท์ ่ีดนิ ในพืน้ ที่ปา่ สงวนแห่งชาติ แผนท่พี ้ืนทอี่ นุรักษ์ และพนื้ ทค่ี มุ้ ครองทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นตน้ ต้องนำมา
ปรับปรงุ ให้ถูกตอ้ ง และสอดคล้องกบั สภาพปัจจบุ ันด้วยการตรวจสอบกับภาพถ่ายดาวเทยี ม
หรือภาพถ่ายทางอากาศ และตรวจสอบในภาคสนามเพิ่มเติมเพ่ือความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยแผนที่ดังกล่าวจะใช้
แทนสภาพก่อนมีโครงการ ซ่ึงใช้ขอ้ มูลจากการศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมท้ังรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-178 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ป่าสงวน และพื้นท่ีอนุรักษ์ตา่ งๆ (ถ้ามี) เชน่ แผนท่ีการกำหนดเขตปา่ สงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุ
สัตว์ป่า พื้นที่ชน้ั คณุ ภาพลุ่มน้ำชน้ั ท่ี 1 และพน้ื ที่อนรุ กั ษ์อนื่ ๆ ท่ีอยใู่ นบริเวณพืน้ ทโ่ี ครงการ และพ้นื ทใ่ี กล้เคยี ง
(2.2) ทบทวนรายละเอียดการก่อสร้าง และกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ เพ่ือเป็นข้อมูล
ประกอบในการวิเคราะห์สถานภาพ และสภาพปัญหาด้านนิเวศวิทยาป่าไม้ และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงท่ีจะ
เกิดขึน้ สำหรับประกอบการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มตอ่ ไป
(2.3) การศึกษา และสำรวจพื้นท่ีเบ้ืองต้น เพ่ือศึกษาสภาพภูมิประเทศ ชนิดป่า/สังคมพืช
รวมถึงลักษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ในสภาพปัจจุบันบริเวณพื้นท่ีโครงการทัง้ การพิจารณาข้อมูลเชิงพ้ืนท่ีจากแผนท่ี
สภาพภูมิประเทศ ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ รวมท้ังข้อมูลจากระบบสารสนเทศ เช่น Google
Earth เป็นต้นและการตรวจสอบภาคสนาม เพื่อประกอบการวางแผนเก็บข้อมลู ภาคสนามตอ่ ไป
(3) การสำรวจทรัพยากรป่าไม้ในภาคสนาม ใช้วิธีการศึกษาโดยทำการวางแปลงสำรวจในบริเวณท่ี
กำหนดเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงสร้าง และส่วนประกอบต่างๆ ของโครงการ โดยกระจายครอบคลุมทั้งพ้ืนท่ีโครงการ
และสภาพสังคมพืชให้มากท่ีสุด เพื่อเป็นตัวแทนของระบบนิเวศในบริเวณพื้นที่โครงการ และพื้นที่ใกล้เคียง ส่วน
บริเวณท่ีไม่มีสภาพป่าหลงเหลือจะทำการสำรวจสภาพการใช้ประโยชนท์ ี่ดิน (Land use inventory) โดยขนาดของ
แปลงสำรวจขอ้ มูลทรพั ยากรปา่ ไม้ในพืน้ ทโี่ ครงการ และพ้นื ที่ใกลเ้ คียง (ขนึ้ อยกู่ ับสภาพของระบบนเิ วศป่าไม้ที่ปรากฎ
ในพ้นื ทโี่ ครงการ) โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี
(3.1) การสำรวจแจงนับทรัพยากรป่าไม้ (Forest inventory) กำหนดแนวสำรวจ และวาง
แปลงสำรวจตามพืน้ ทีท่ ่ีมกี จิ กรรมการก่อสร้างของโครงการ และทำการสำรวจขอ้ มลู โดยใช้แปลงสำรวจสงั คมพืชแบบ
แปลงตัวอย่างช่ัวคราว (Temporary sample plot) แบบแปลงส่ีเหลี่ยม (Rectangle sample plot) อ้างอิงตาม
วธิ กี ารของสว่ นวิจัยการอนุรกั ษป์ ่าไม้ (2556) (รปู ที่ 3.2.2-1) โดยมีรายละเอียดดงั นี้
รูปที่ 3.2.2-1 แปลงตัวอย่างสี่เหล่ียมจัตุรัสขนาด 40X40 ตารางเมตร จำแนกออกเป็น 16 แปลงย่อย
ขนาด 10X10 ตารางเมตร พรอ้ มกบั การกำหนดเป็นแถว (Row, R) และสดมภ์ (Column, C)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-179 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
(1) คัดเลือกพื้นท่ีตัวแทนโดยสังเกตจากลักษณะการปกคลุมของเรือนยอดของต้นไม้
โดยหลีกเล่ียงพืน้ ทท่ี เี่ ป็นชอ่ งว่างขนาดใหญ่ทีเ่ กิดจากต้นไม้ใหญ่เพิง่ ล้มมาไมน่ านและต้นไมข้ ้ึนทดแทนไม่ทนั เน่อื งจาก
สภาพแปลงถูกรบกวนและการพัฒนาของหมู่ไม้ยังไม่สมบูรณ์จึงไม่เหมาะกับการศึกษาทางด้านนี้ (ยกเว้นมี
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาของกล้าไม้ภายใต้ช่องว่างเรือนยอดขนาดใหญ่ก็เลือกวางแปลงแบบนี้ได้) ต่อเม่ือ
ภายหลังจากการวางแปลงแล้วต้นไม้เกิดล้มตายขึ้นภายในแปลงก็ควรทำการตรวจวัดอย่างต่อเน่ืองจะสามารถ
คำนวณหาอัตราการตายของหมู่ไม้ได้ (Mortality Rate) ในการคัดเลือกพ้ืนที่ตัวแทนควรให้มี Buffer Zone รอบๆ
แปลง และไมค่ วรอยู่ตดิ รมิ ถนนใหญ่เพราะต้นไมจ้ ะโตมากกวา่ ปกติ
(2) กำหนดแนว Base Line โดยควรกำหนดให้ขนานกับแนวเส้น Contour หรือมีความ
ลาดชนั น้อย ไม่ควรวางแนว Base Line ในพ้ืนทท่ี ี่มคี วามลาดชนั สูงมากๆ จะทำให้การออกฉากทำไดย้ ากและมคี วาม
คลาดเคลื่อนสูง ถ้าพ้ืนที่ต้องการศึกษามีลักษณะนูนเป็นหลังเต่าซ่ึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องวางแนว Base Line
ด้วยความระมัดระวังให้มีแนวที่ตรงและการวัดระยะในแนวระดับที่ถูกต้อง Base Line ท่ีดีไม่ควรผ่ากลางต้นของ
ต้นไม้ใหญ่เพราะจะทำให้แนวเสียได้ และถ้าเป็นไปได้การวางแนว Base Line ควรให้อยู่ในแนวเหนือ-ใต้ หรือ
ตะวันออก-ตะวันตก เพราะแปลงทไ่ี ด้อาจได้ใช้ประโยชน์รว่ มกับแผนท่ีภาพถ่ายทางอากาศในอนาคต เพราะการบิน
ถ่ายภาพอยใู่ นแนวเหนือ-ใต้
(3) เมอ่ื ไดแ้ นว Base Line แลว้ ใหท้ ำการถางพนื้ ที่เป็นแนวเส้นตรงมีความยาวมากกว่า
40 เมตร จากน้ันทำการตอกเหลก็ เสน้ หัวท้ายใหล้ ึกประมาณ 50 เซนติเมตร โดยให้เหล็กเส้นต้งั ตรงไม่เอนไปมา แล้ว
ลากเชือกฟางผูกติดกับเหล็กเส้นที่ตอกให้เป็นเส้นตรงไม่ให้ค้ำกับต้นไม้จนเสียแนว จากน้ันลากเทปวัดระยะไปตาม
แนวเชอื กฟาง ในกรณีพื้นที่ท่มี ีความลาดชันน้อยให้ใช้เทปวัดระยะจาก 0 ถึง 40 เมตร แล้วแบ่งคนจับระยะทุก 10 เมตร
จำนวน 5 คน แล้วตอกเหล็กเส้นพร้อมกัน ถ้าคนไมพ่ อใหค้ นหัวทา้ ยจับอยูก่ ับที่ให้คนที่ 3 เดินตอกเหล็กทกุ 10 เมตร
สว่ นในกรณีพนื้ ท่ีมคี วามลาดชันสงู จำเปน็ ตอ้ งทอยระยะในแนวระดับ ให้ใช้คน 2 คน ดึงเทปหวั ท้ายตามแนวเชือกฟาง ให้
คนท่ีอยู่ในท่ีสูงกดเทปวัดระยะติดดิน ส่วนคนที่อยู่ในที่ต่ำให้ยกเทปวัดระยะข้ึนโดยใช้เหล็กกล่องติดกับระดับน้ำ 1 อัน
ในการทอยระยะ ใหค้ นที่ 3 ใช้ระดับน้ำ 1 อนั ในการวัดระดับของแนวเทป ปักหมุดช่ัวคราวทโ่ี คนของเหล็กกล่องเป็น
ระยะเม่ือรวมได้ 10 เมตร จงึ ตอกเหล็กตามแนวของเชอื กฟางที่ได้ขงึ ไว้ เส้น Base Line ท่ีไดจ้ ะไมม่ ีการขยับข้ึนหรือ
ลงตลอดการวางแปลงเพราะจะทำให้เสยี แนว สามารถทำไดแ้ คข่ ยายความยาวเพ่ิมหรอื ลดเท่านัน้ เพ่ือหลีกเล่ียงต้นไม้
ท่ีอาจบังแนวภายหลังการออกฉากคร้ังแรกที่ตำแหน่ง 0 เมตร เท่านั้น ข้อควรระมัดระวังไม่ควรทำการลากเทปวัด
ระยะขณะที่กำลังถางแนวเพราะจะทำให้เทปวัดระยะขาดได้
(4) กอ่ นการออกฉากท่ีตำแหน่งท่ี 0 เมตร ให้ทำการตอกหมุดท่ีระยะ 3 เมตร ตามแนว
เส้น Base Line จำนวน 1 หลักก่อน จากน้ันนำเทปวัดระยะมาทำมุมฉาก โดยดึงเทปออกมาความยาว 12 เมตร ให้
คนท่หี น่งึ อย่ทู ี่ตำแหนง่ 0 เมตร ถือเหล็กกล่อง จับเทปที่หมายเลข 8 เมตร คนท่ีสองอย่หู มดุ ทรี่ ะยะ 3 เมตร จับเทปท่ี
หมายเลข 5 เมตร คนที่สามจับเทปที่หมายเลข 0 เมตร ทับกับหมายเลข 12 เมตร คนที่ส่ีถือกล่องเหล็กแล้วลาก
ปลายเทปไปไกลประมาณ 10-12 เมตร เมื่อทุกด้านดึงตึงพร้อมกัน คนที่หน่ึงจะเป็นคนบอกแนวให้คนที่สี่ขยับซ้าย-ขวา
ให้ได้มุมฉากจากแนวเส้นเทปวัดระยะ หมายตำแหน่งด้วยกล่องเหล็กท่ีถือ เม่ือเสร็จแล้วให้ทำการม้วนเก็บเทป โดย
คนท่ีหน่ึงและคนท่ีส่ี อยู่ ณ ตำแหน่งเดิม ให้คนที่หน่งึ บอกแนวในการถางพื้นที่ให้คนที่ห้านำเหล็กกล่องไปเลง็ ทรี่ ะยะ
ประมาณ 40 เมตร เม่ือได้แนวแล้วให้ทำการปักเหล็กและลากเชือกฟางขงึ แนวแล้วทำการวัดระยะแบ่งแปลงย่อย 10 เมตร
ต่อไป
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-180 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
(5) ทำการออกฉากครั้งที่ 2 ท่ีตำแหน่ง 40 เมตร ของเส้น Base Line โดยวิธีเดียวกัน
กบั ข้อ (4) และไมค่ วรออกฉากตอ่ จากปลายจดุ ที่ออกฉากครง้ั แรก เพราะมคี วามคลาดเคลือ่ นคอ่ นข้างสูง
(6) ทำการลากแนวปิดมมุ ฉากที่ทำการออกจากเสน้ Base Line ทั้งสองครั้งพร้อมกับวัด
ระยะเพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ้ งและปรับแกร้ ะยะให้ถูกตอ้ ง
(7) ทำการตอกเหล็กเส้นรอบกรอบนอกทุกระยะ 10 เมตร พร้อมปรับแก้เชือกฟางยึด
เข้ากับเหล็กเส้น จากน้ันทำการขึงเชือกฟางขวางกลางแปลงที่ตำแหน่ง 20 เมตร ทั้งสองด้าน แล้วจึงทำการขงึ เชือกฟาง
เชื่อมต่อทุกด้านให้เป็นเส้นตรงทำการตอกเหล็กเส้นในบริเวณจุดตัดของเชือกฟางทุก 10 เมตร รวมถึงตรวจสอบวัด
ระยะให้ถูกตอ้ งทุกจุด โดยในบริเวณท่มี ีความลาดชันสูง ให้ทำการทอยระดบั ตามขอ้ (3)
(8) ทำการกำหนดแปลงย่อย (รูปที่ 3.2.2-2) ดังน้ี
- ขนาด 10x10 เมตร เพื่อศึกษาไม้ต้น (tree) ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางท่ีความสูง
ระดับอก 1.30 เมตร มากกว่า 4.5 เซนติเมตร ข้ึนไป โดยบันทึกชนิด จำนวน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และความสูง
ท้งั หมด
- ขนาด 4x4 เมตร เพื่อศึกษาไม้หนุ่ม (sapling) ท่ีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่ี
ความสูงระดับอก 1.30 เมตร น้อยกว่า 4.5 เซนติเมตร โดยบันทึกชนิด จำนวน และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และ
ความสงู ทง้ั หมด
- ขนาด 1x1 เมตร เพื่อศึกษาลูกไม้ (seedling) ท่ีมีความสูงต่ำกว่า 1.3 เมตร
รวมท้ังไม้เลอ้ื ยทั้งหมด โดยบันทึกชนิดและจำนวนของลูกไม้
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด รูปท่ี 3.2.2-2 การวางแปลงยอ่ ย รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั 3-181
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
(9) การวัดขนาดความโตของไม้ยืนต้น การวัดขนาดความโตด้านเส้นรอบวง หรือวัด
ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางท่ีระดับ ความสูงเพียงอก ปกติวดั ทร่ี ะดับความสูง 1.30 เมตร จากพื้นดิน วธิ ีการวัดต้นไมใ้ น
แต่ละลักษณะแตกตา่ งกัน ดงั นี้ (รปู ที่ 3.2.2-3)
- ต้นไมท้ ่ขี ้นึ อยใู่ นทรี่ าบ ให้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดบั ความสูงจากพ้ืน 1.30 เมตร
- ต้นไม้ขึ้นอยู่บนที่ลาดเท ให้วัดท่ีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดับความสูง 1.30 เมตร
ทางดา้ นบนของพื้นที่ลาดเท
- ตน้ ไมเ้ อียงหรือเอน ใหว้ ดั เส้นผา่ นศูนยก์ ลางทีร่ ะดบั ความสงู 1.30 เมตร ไปตาม
มมุ เอยี งของตน้ ไม้นน้ั
- ต้นไม้ท่ีมีปม ท่ีระดับความสูง 1.30 เมตร จากพ้ืนดิน ให้วัดขนาดเส้นผ่าน
ศนู ย์กลางเหนือจุดทม่ี ปี มและพูพอนข้นึ ไป 5 เซนติเมตร
- ตน้ ไมท้ ี่มีการเจริญเติบโตแตกเปน็ สองกิ่ง โดยแตกกิ่งท่ีระดบั ความสูงกว่า 1.30
เมตร ใหว้ ดั เส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดบั ความสงู 1.30 เมตร ตามปกติ
- ตน้ ไม้ที่มีการเจริญเติบโตแตกเป็นสองก่ิง โดยแตกกิ่งทีร่ ะดับต่ำกว่า 1.30 เมตร
ใหว้ ดั ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางที่ระดับความสูง 1.30 เมตร เหนือจดุ ท่แี ตกกงิ่ ไปอกี 1 เมตร
- ถา้ ต้นไมม้ ีโคนโตหรือรากพอน ที่สูงจากพ้ืนดินประมาณ 1 เมตร ให้วัดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางเหนือจดุ รากพอนข้ึนไปอกี 50 เซนติเมตร
รปู ที่ 3.2.2-3 การวัดขนาดไมย้ นื ตน้
นอกจากนี้ ในการสำรวจในพน้ื ท่ที ไี่ ม่ปรากฏสภาพสงั คมพืช หรือหากบรเิ วณพ้ืนที่ศกึ ษาท่ี
เป็นเขตพื้นท่ีป่าไม้แต่ไม่มีสภาพป่าไม้หลงเหลืออยู่ จะใช้วิธีการสำรวจ รวบรวม และบันทึกข้อมูลชนิดของไม้ใหญ่
ลูกไม้กล้าไม้ รวมท้ังไม้ชนิดอ่ืนๆ ท่ีพบภายในพื้นที่ศึกษา รวมทั้งตรวจสอบสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินในปัจจุบัน
(Land use inventory) เพ่ือนำมาประกอบการวิเคราะห์/ประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมทั้งน้ีจะกำหนดจุดสำรวจ
เพือ่ เปน็ ตัวแทนสำหรับอธิบายสภาพสังคมพชื ประเภทต่างๆ ท่ีปรากฏในพ้นื ที่โครงการ
3.2) การวางแปลงเพ่ือศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยา ใช้การวางแปลงในพ้ืนที่ที่เป็นตัวแทน
ของระบบนเิ วศป่าไม้แตล่ ะประเภท ซง่ึ การวางแปลงเพอื่ จำลองโครงสร้างของปา่ (Plant profile diagram) ต้องการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-182 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ศึกษาโครงสร้างป่าในลกั ษณะของ Plant profile ท่แี สดงโครงสรา้ งของสังคมป่าไม้ ท้ังนี้ สามารถแสดงท้งั โครงสร้าง
ด้านต้งั (Profile diagram) และการปกคลุมของเรือนยอด (Crown cover) ในพ้ืนที่ปา่ ไดเ้ พ่อื ให้เห็นสภาพชัดเจนขึ้น
มากกว่าการบรรยาย ซึง่ สภาพป่าแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกนั และมีความสมั พันธ์ต่อสัตว์ปา่ ในด้านการเป็นถ่ินท่ี
อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสตั ว์ปา่ ดงั นั้น การจดั ทำ Profile diagram ซึง่ แสดงข้อมลู ชนิดป่า และโครงสร้างของ
ป่าแต่ละชนิด สามารถใช้เป็นดัชนีในการบ่งช้ีถึงการกระจายของสัตว์ป่า หรือการพบเห็นสัตว์ป่าบางชนิดได้อีกทาง
หนึง่ ด้วย
สำหรับการจัดทำ Profile diagram โดยการวางแปลงเพ่ือศึกษาสังคมพืชชนิดต่างๆ ท่ี
ปรากฏในพื้นที่โครงการ (พ้ืนท่ีป่าตัวแทน) เพ่ือให้กระจายครอบคลุมท้ังพื้นที่ หรือเป็นตัวแทนของสภาพป่าท่ีพบใน
บริเวณพ้ืนที่โครงการ โดยแปลงตัวอย่างกำหนดขนาด 20X40 เมตร และวางตัวแนวเหนือ-ใต้ เป็นหลัก (หากสภาพ
พืน้ ท่เี หมาะสม) และในแปลงตัวอย่างแต่ละแปลงทำการระบชุ นดิ ของไม้ใหญ่ (ต้นไม้ท่มี ขี นาดความโตวัดโดยรอบ (gbh)
ท่ีระดับความสูงเพียงอกตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไปหรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่ีระดับความสูงเพียงอก (dbh) ต้ังแต่
30 เซนตเิ มตรข้นึ ไป) ทกุ ต้น วัดความสงู ท้ังหมด ความสูงถงึ กิง่ แรก ความกว้างของเรอื นยอด (วัดสองทิศทางตั้งฉากกัน)
จากนั้นจงึ ทำการจำลองรูปลักษณ์ของตน้ ไม้ นอกจากนีย้ ังทำการบนั ทกึ ชนดิ พันธุ์ไม้เล้ือย ลูกไม้ กล้าไม้ ไผ่ และไม้อื่นๆ
ทพี่ บในแปลง อนงึ่ ในการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งของแปลง กำหนดโดยใช้เคร่ืองกำหนดตำแหน่งด้วยดาวเทยี ม (GPS) ที่
มุมแปลงด้านฐาน 2 มุม และจากข้อมูลท่ีได้จะนำไปจำลองลักษณะโครงสร้างด้านตั้ง (Profile diagram) และการปก
คลมุ ของเรอื นยอด (plot plan of crown cover) โดยมรี ายละเอียดในการจดั ทำ ดังน้ี (รูปที่ 3.2.2-4)
รูปที่ 3.2.2-4 ลกั ษณะการวางแปลงตัวอย่างในการศกึ ษาความหลากหลายทางชีวภาพด้านพรรณพืช
ก. โครงสร้างด้านตั้งของสังคมพืช บันทึกข้อมูลการสำรวจต้นไม้ในภาคสนามของทุก
แปลงลงในคอมพิวเตอร์ (โปรแกรม Excel) โดยบันทึกในระบบพิกัด (X-Y) โดยเรยี งลำดับจากน้อยไปหามากตามค่า
แกน Y (ความกว้างของแปลง) จากน้ันทำการ plot พิกัดของต้นไม้โดยเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ถ้าปรากฏว่า
ต้นไม้ต้นใดมสี ่วนที่ซอ้ นทบั กับต้นท่ี plot ลงไปก่อน แสดงวา่ ต้องแสดงดว้ ยเส้นประ จากนัน้ sketch ภาพตน้ ไม้ใหม้ ี
สัดส่วนตามความสูงทั้งหมด ความสูงถึงก่ิงแรก ความกวา้ งของเรือนยอด ขนาดความโต และขนาด และทิศทางของ
เรือนยอด รวมท้ังแสดงข้อมูลท่ีมีลักษณะพิเศษของต้นไมท้ ่ีได้บันทึกไว้ เช่น พูพอน สองนาง (ก่ิง หรือต้น) ลำต้นเอน
ยอดหัก เป็นต้น โครงสร้างด้านต้ังน้ีจะมีความสัมพันธ์กับแผนผังของแปลงท่ีเป็นมุมมองด้านบน (การปกคลุมของ
เรอื นยอด) ดงั นน้ั ขนาด และมาตราสว่ นที่กำหนดควรมีความเหมาะสม
ข. ผังแสดงการปกคลุมของเรือนยอด นำข้อมูลท่ีได้บันทึกลงในคอมพิวเตอร์ โดย
เรียงลำดับตามพิกัดจากน้อยไปหามาก (เช่นเดียวกับการทำ Profile diagram) และขนาดความสูงของต้นไม้ โดย
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-183 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
plot ต้นไม้ทม่ี ีพิกดั น้อย และมีความสูงทีส่ ุดลงไปก่อน เพื่อกำหนดขนาดของเรือนยอดของต้นท่ีสงู ที่สุดก่อน จากนั้น
จงึ นำค่าความกว้างของเรือนยอดต้นอื่นๆ มา plot ลงโดยให้มตี ำแหน่งสมั พนั ธ์กบั ต้นไมท้ แ่ี สดงโครงสร้างทางดา้ นตั้ง
(Profile diagram) ขนาดของเรือนยอดต้องพิจารณาให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามระยะในทิศทางหลัก (เหนือ-ใต้,
ตะวนั ออก-ตะวนั ตก) รวมท้งั พิจารณาประกอบกบั ข้อมลู อื่นๆ ท่รี ะบไุ ว้ เชน่ การเบนของเรอื นยอดจากจุดกึ่งกลางของ
ลำต้น เป็นต้นอนึ่ง ในการสำรวจของแต่ละแปลงตัวอย่าง จะทำการระบุลักษณะทางภูมิศาสตร์กายภาพของพื้นท่ี
แปลงตัวอย่าง (Site description) ทุกแปลงโดยละเอียด เช่น พิกัด ความลาดเอียง ความสูง เป็นต้น รวมทั้งแสดง
ที่ต้ังของแปลงตัวอย่างลงในแผนท่ี โดยในแปลงตัวอย่างทุกแปลงจะทำการหมายขอบเขตเพื่อแสดงพื้นท่ีศึกษาให้
ชดั เจน ทั้งนี้ แปลงสำรวจลักษณะทางนิเวศวิทยา จะเลือกวางแปลงในบริเวณที่เป็นตวั แทนของแต่ละสังคมพืชท่ีพบ
ในแตล่ ะพน้ื ท่ี
3.3) การสำรวจในพื้นที่ที่ไม่ปรากฎสภาพสังคมพืช หากบริเวณพื้นที่ศึกษาที่เป็นเขตพื้นที่
ป่าไม้แต่ไม่มีสภาพป่าไม้หลงเหลืออยู่ จะใช้วิธีการสำรวจ รวบรวม และบันทึกข้อมูลชนิดของไม้ใหญ่ ลูกไม้กล้าไม้
รวมท้ังไม้ชนิดอื่นๆ ท่ีพบภายในพื้นที่ศึกษา รวมทั้งตรวจสอบสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน (Land use
inventory) เพ่ือนำมาประกอบการวิเคราะห์/ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ท้ังน้ีจะกำหนดจุดสำรวจเพ่ือเป็น
ตัวแทนสำหรับอธบิ ายสภาพสังคมพืชประเภทต่างๆ ทปี่ รากฏในพ้ืนทีโ่ ครงการ
4) การรวบรวมข้อมูล โดยบันทึกรายละเอียด และข้อมลู ต่างๆ เพื่อประกอบการอธิบายลักษณะทาง
นเิ วศวทิ ยาป่าไม้ลงในตารางบันทึกข้อมูลการสำรวจ ซ่ึงมีรายละเอียดเก่ียวกับสภาพป่าไม้ สภาพพ้ืนท่ี ตำแหน่งที่ต้ัง
การใช้ประโยชน์ท่ีดิน (Land use) ชนิดป่า (Forest type) รวมทั้งลักษณะอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้องถึงลักษณะทาง
นเิ วศวิทยาของป่า พร้อมท้งั การกำหนดจุดพิกัดบรเิ วณท่ีทำการสำรวจ และถา่ ยภาพสภาพสังคมพืชประกอบด้วย
5) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การสำรวจ ไดแ้ ก่
- ขอบเขตของระบบนเิ วศ/สงั คมพืช/ประเภทปา่
- ขอบเขตพ้ืนทอ่ี นุรักษบ์ ริเวณพื้นทีโ่ ครงการ และพืน้ ทใี่ กลเ้ คียง
- องคป์ ระกอบด้านชนดิ พรรณ ชนิดไม้ ไม้เด่น และความหนาแนน่ ของหม่ไู ม้
- วิเคราะหล์ ักษณะการปกคลุมของเรือนยอด และโครงสร้างดา้ นตั้งของปา่
- ความหลากหลายชนิด (Species diversity) วิเคราะห์โดยใช้ Shannon-Wiener Diversity
Index ดงั น้ี
H’ = - Σik=1 pi (ln pi)
เมื่อ H’ คอื ค่าดชั นีความหลากหลายทางชนิด
pi คอื สดั ส่วนความหนาแน่นของชนิดที่ ith ในสถานีนนั้
รวมทั้งอาจพิจารณาดัชนคี วามหลากหลายอืน่ ๆ มาใชป้ ระกอบในการอธิบายสภาพของสงั คมพืชด้วย
- ปริมาตรไม้ โดยปริมาตรไม้ประเภทช้ันคุณภาพ (TQ) ที่ 1.1, 1.2 และ 2 ประมาณค่าจาก
Standard volume table โดยใชจ้ ำนวนท่อน (Log) ยาว 5 เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอกของต้นไม้แต่
ละตน้ ส่วนปริมาตรไม้ประเภทช้นั คณุ ภาพท่ี 1.3 และ 3 คำนวณโดยใชส้ ตู ร
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-184 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
V = 0.00007875 HD2
เมือ่ V = ปรมิ าตรไม้ฟืน (ลกู บาศกเ์ มตร)
H = ความสงู ทัง้ หมดของตน้ ไม้ (เมตร)
D = เส้นผา่ ศนู ย์กลางของต้นไมท้ รี่ ะดับความสงู เพยี งอก (เมตร)
รวมทั้งเพ่ือความสะดวกในการคำนวณปริมาตรไม้ และเพื่อให้ค่าท่ีใกล้เคียงกับลกั ษณะของตน้ ไม้ จึงใช้
รปู แบบการคำนวณปริมาตรของท่อนไม้ท่ีมีลักษณะเป็นทรงกระบอกเป็นอีกวิธีหน่ึงในการคำนวณปริมาตรไม้ โดยมี
สูตรการคำนวณ ดงั น้ี
V = r2 H หรือ (D2 H) / 4
เม่อื V = ปรมิ าตรไม้ (ลกู บาศกเ์ มตร)
r = รศั มขี องต้นไม้ที่ระดบั ความสูงเพียงอก (เมตร)
H = ความสูงทง้ั หมดของตน้ ไม้ (เมตร)
D = เส้นผ่าศนู ยก์ ลางของต้นไมท้ ่รี ะดบั ความสูงเพียงอก (เมตร)
- บรรยายคณุ ค่าของระบบนิเวศป่าไม้ เช่น การเป็นแหล่งพชื สมนุ ไพร พชื อาหารสัตว์ พชื หา
ยาก พชื ประจำถิน่ รวมทัง้ การทำหนา้ ทีด่ ้านนเิ วศวิทยาของป่าไมใ้ นการควบคุมระบบนิเวศต่างๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง เปน็ ต้น
- ประเมินมลู คา่ และคุณค่าของระบบนิเวศปา่ ไม้ เช่น การเป็นแหล่งพืชสมุนไพร แหล่งพืช
อาหารสัตว์ พืชหายาก หรือพืชประจำถิ่น รวมท้ังการทำหน้าท่ีด้านนิเวศวิทยาของป่าไม้ ในการควบคุมความสมดุล
ของระบบนเิ วศต่างๆ ที่เกย่ี วข้อง เปน็ ตน้
- มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ป่าไม้ โดยพิจารณ าจากการสูญเสียพ้ืนท่ี/ที่ดินป่ าไม้
องค์ประกอบ การทำหนา้ ที่ และการใหบ้ รกิ ารของพืน้ ท่ีปา่ และระบบนเิ วศทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
- วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และความเช่ือมโยงของทรัพยากรป่าไม้ และองค์ประกอบ
ส่วนต่างๆ ในระบบนิเวศที่เก่ียวข้อง
6) ประเมินสถานภาพของทรัพยากรปา่ ไม้ โดยวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุของปัญหา และขอ้ จำกัดต่างๆ
เพ่ือเป็นข้อมูลประกอบสำหรับการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมต่อทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางเพื่อ
การอนุรกั ษ์ และจัดการพื้นท่ปี ่าไม้ โดยมีรายละเอยี ดประกอบดว้ ย
6.1) ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ โดยพิจารณ าจาก
สถานภาพ (องค์ประกอบ และการทำหน้าที)่ ของป่าไม้ ซง่ึ เปน็ ผลเนื่องจากการพฒั นาโครงการ
โดยเปรียบเทียบสภาพกรณีไม่มีกับมีโครงการ เช่น ผลกระทบต่อความหลากหลายของพันธ์ุไม้ ผลกระทบต่อระบบ
นเิ วศวทิ ยาของพ้ืนท่ีใกล้เคียง เป็นตน้
6.2) ประเมินการสูญเสียที่ดิน และพ้ืนที่ป่าไม้ในพื้นที่โครงการ โดยเปรียบเทียบผลประโยชน์
ในรูปมลู คา่ ทางเศรษฐศาสตรจ์ ากการตดั ฟันไม้ออก และการอนรุ กั ษ์ และบำรงุ รักษาป่าไม้
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-185 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
6.3) ประเมินโอกาสที่ระบบนิเวศจะถูกทำลายเพ่ิมมากขึ้นเน่ืองจากผลกระทบทางอ้อม เช่น
การปรับปรงุ ถนนเข้าสู่พ้ืนทโี่ ครงการ การพัฒนาพ้ืนทชี่ มุ ชนบรเิ วณใกล้เคยี งพนื้ ทโ่ี ครงการ ไฟป่า
ท่ีเกดิ จากการขยายและเตรยี มพื้นที่เพ่ือการเพาะปลูก เปน็ ต้น
6.4) วิเคราะห์ และสังเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดขึ้นต่อทรัพยากรป่าไม้ และระบบนิเวศท่ีเก่ียวข้อง
เพอ่ื พิจารณาถงึ สภาพความรุนแรงของปัญหา สาเหตุ และผลต่อเนอ่ื งของปัญหา รวมทง้ั พิจารณาถึงข้อจำกัดตา่ งๆ ท่ี
จะเปน็ อุปสรรคในการจัดการระบบนิเวศวิทยาปา่ ไม้
6.5) ประเมนิ ผลกระทบตอ่ การดำรงชีวิตของราษฎรจากการใชป้ ระโยชน์ในพ้ืนที่ปา่ ไม้
หรืออาศยั ผลผลติ จากปา่ ในกรณีท่ตี อ้ งมกี ารดำเนินโครงการ
6.6) พิจารณาประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นหากมีการดำเนินการตามมาตรการในการฟื้นฟูระบบนิเวศ
ภายในระยะเวลาของการปฏิบัตงิ านตามมาตรการทก่ี ำหนดขึน้
7) เสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง สำหรับเป็นแนวทางเลือกในการพัฒนาโครงการหรือเพ่ือการ
ฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมทั้งการป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
ต่างๆ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้น้อยที่สุด โดยเสนอรูปแบบการดำเนินงานท่ีเหมาะสม มีประสิทธิภาพ
และเป็นรูปธรรม รวมทั้งกำหนดมาตรการติดตามตรวจสอบในกรณีทีม่ ีความจำเป็นหรือการพิจารณาแนวทางสำหรับ
การจัดการโครงการทม่ี คี วามเหมาะสมเพ่อื ลดผลกระทบดา้ นตา่ งๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการพฒั นาโครงการ
3) ผลการศกึ ษา
(1) ขอ้ มูลทุตยิ ภูมิ
เขตรักษาพันธุส์ ัตวป์ า่ เขาบรรทดั
ตั้งอยู่ในเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นเทือกเขาท่ีวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ และแบ่งระหว่างภาคใต้ฝั่ง
ตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก แบ่งเป็นจังหวัดพัทลุง และจังหวัดตรังเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ครอบคลุมพื้นท่ี
บางส่วนของ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวดั พัทลงุ จังหวัดตรัง จังหวดั สตูล และจงั หวดั สงขลา พืน้ ที่ประมาณ 791,847 ไร่
หรือ 1266.96 ตารางกิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระหว่าง 100-1,350 เมตร และความสงู ชนั
อยรู่ ะหวา่ ง 250-300 ภูเขาบรเิ วณเขตรกั ษาพันธุส์ ัตว์ปา่ เขาบรรทัด นอกจากจะเป็นท่อี ยู่อาศยั ของสัตวป์ ่าจำนวนมาก
และยังเป็นแหล่งต้นน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งอยู่ทางด้านทางทิศตะวันออกของเทือกเขานี้ ได้แก่ คลองนาท่อม
คลองหัวมร คลองท่ามะเดื่อ คลองป่าบอน คลองพรุพ้อ และคลองรัตภูมิ ซ่ึงคลองเหล่านี้จะเป็นท่ีรวมของลำน้ำเล็ก
อีกจำนวนหลายสายที่ไหลลงสูท่ ะเลสาบสงขลา ทางดา้ นตะวนั ตก นนั้ กเ็ ช่นเดยี วกนั ยังมี ลำน้ำอกี หลายสาย ท่ีต้นน้ำ
เกิดจากภูเขาในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด และไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ได้แก่ แม่น้ำตรัง แม่น้ำปะเหลียน
คลองลพิ ังและคลองละงู
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด มีสภาพป่าท่ีแตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบช้ืนและป่าเขา
หินปูน ซึ่งเป็นป่าที่ไม่ผลัดใบ-ป่าดงดิบช้ืน เป็นป่าท่ีข้ึนปกคลุมพ้ืนที่ส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พบตั้งแต่
บริเวณลำห้วยข้ึนไปจนถึงยอดเขา มีพรรณไม้ขนาดต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เรือนยอดปกคลุมมากกว่า 80%
บริเวณพ้ืนท่ีป่าปกคลุมด้วยอินทรีย์วัตถุ ซ่ึงเป็นซากของใบไม้ก่ิงไม้เป็นจำนวนมาก-ป่าเขาหินปูน เป็นป่าที่ขึ้นอยู่
เฉพาะตามภเู ขาท่ีเป็นเขาหินปูนเท่าน้นั
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-186 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด พบว่า ป่าเขาหินปูนบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ และ
บริเวณถ้ำเจ็ดคต ใกล้หน่วยพทิ ักษ์ป่าคีรวี ง สภาพป่าเป็นปา่ แคระแกร็น ไมท้ ่ีขึ้นอยู่มีขนาดเล็ก เน่อื งจากมีซับหน้าดิน
นอ้ ยมากชนดิ พรรณไม้บริเวณท่ีข้ึนถึงน้ันเปน็ เนินเขาเตยี้ ๆ ไม่สูงชนั มชี ้นั หนา้ ดินค่อนข้างหนาและตดิ อยู่กบั ปา่ ดบิ ชื้น
ทงั้ นี้ทปี่ รกึ ษาไดด้ ำเนินการตรวจสอบพน้ื ทโี่ ครงการทซี่ อ้ นทับอยู่ในพ้ืนทอ่ี นุรักษ์ตามกฎหมายตา่ งๆ
พบวา่ ทรัพยากรป่าไมอ้ ำเภอป่าบอนมพี ้ืนทปี่ า่ ไมท้ สี่ ำคัญ ได้แก่ ปา่ สงวนแห่งชาตปิ ่าเทือกเขาบรรทัด แปลงท่ี 1 ตอน
ท่ี 3 และเขตรกั ษาพนั ธุ์สัตวป์ า่ เขาบรรทัด แสดงดังรูปท่ี 3.2.2-5 และตารางที่ 3.2.2-1
ตารางที่ 3.2.2-1 พืน้ ท่โี ครงการอ่างเกบน้ำบ้านเหมืองตะก่วั อนั เนอื่ งมาพระราชดำริ อย่ใู นเขตพ้นื ทอี่ นุรักษ์
ปา่ สงวนแหง่ ชาติป่าเทอื กเขาบรรทัด (ไร)่
องคก์ ระกอบ พน้ื ท่ี เขตรักษาพนั ธุ์ พ้นื ท่ปี า่ พนื้ ทีป่ ่าอนรุ ักษ์ ป่าถาวร
โครงการ (ไร)่ สัตวป์ ่าเขาบรรทดั (ไร)่ เศรษฐกิจ (E) เพิม่ เติม (C) (ไร)่
อา่ งเกบนำ้ 351-0-79 119-2-35 223-1-20 9-3-48 -
หัวงาน 114-3-79 8-0-01 96-0-0 - 12-0-04
ถนนเข้าหวั งาน 2-0-0 2-0-0 -
รวม 468-2-36 - 321-1-20 -
ทีม่ า : กลมุ่ บรษิ ทั ทีป่ รึกษา, 2563 127-2-36 9-3-48 12-0-04
(2) ผลการสำรวจภาคสนาม
การสำรวจในภาคสนาม และวิเคราะหข์ ้อมลู ในสภาพปัจจบุ ัน ปี พ.ศ. 2563
1) ลักษณะสงั คมพชื
พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำได้ทำการสำรวจสังคมพืชโดยใช้วิธีการวางแปลงสำรวจแบบส่ีเหล่ียมขนาด
40x40 เมตร จำนวน 20 จุดสำรวจ คิดเป็นพื้นท่ี 20 ไร่ จากพ้ืนท่ีท้ังหมด 478.2 ไร่ (รูปที่ 3.2.2-6) พบสังคมพืช
ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้นกระจายตัวต้ังแต่ริมห้วยเหมืองตะก่ัว จนถึงสันเขา เบญจพรรณ ที่ระดับควา มสูงต้ังแต่
50-300 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และพบสังคมพืชเกษตรกรรมมากกว่าร้อยละ 20 ของพ้ืนท่ีดำเนินการ
โครงการกระจายอยู่โดยรอบพื้นที่หัวงาน พ้ืนที่น้ำท่วมบางส่วน และพ้ืนที่บ่อยืมดิน โยพบสวนยางพาราบางสวนทิ้ง
ร้าง สวนสมรม และสวนผลไม้ โดยทั้งหมดพบร่องรอยการใช้ประโยชน์ของชุมชน ยกเว้นในพื้นท่ีป่าดิบชื้นในเขต
รกั ษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัดท่ีสังคมพืชมีความอุดมสมบูรณ์มาก โดยสามารถอธิบายสงั คมพืชในแต่ละองค์ประกอบ
ของโครงการได้ดังนี้
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-187 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
รูปท่ี 3.2.2-5แผนท่ีพ้ืนที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 ป่าเทือกเขาบรรทัด (โ น C)
และเขตรกั ษาพันธสุ์ ตั ว์ป่าเขาบรรทดั บรเิ วณพื้นทโี่ ครงการและบรเิ วณใกลเ้ คียง
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-188 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ูรปที่ 3.2.2.6 แสดงตำแห ่นงร่างการสำรวจท ัรพยากรป่าไม้บ ิรเวณ ้พืนท่ีโครงการเบ้ืองต้น
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-189 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
พน้ื ทอี่ ่างเก็บนำ้ ได้ทำการสำรวจสังคมพชื โดยใชว้ ิธีการวางแปลงสำรวจแบบสี่เหล่ียม จำนวน 6 จดุ
สำรวจ คิดเปน็ พ้ืนท่ี 6 ไร่ จากพื้นทีท่ ้ังหมด 0.54 ตารางกโิ ลเมตร พบว่าในพ้นื ท่ีน้ำท่วมพบสังคมพืชป่าดิบช้ืนบรเิ วณ
ฝ่ังขวาของลำห้วยเหมืองตะก่ัว และบริเวณท่ีน้ำท่วมสูงสุดตอนบนของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ มีสภาพโครงสร้างป่า
ท่ีอุดมสมบูรณ์ ส่วนพื้นท่ีด้านซา้ ยของลำห้วยเหมืองตะกั่ว พบสังคมพืชสวนยางพารารา้ งมกี ารฟ้ืนตัวโดยพบพันธ์ุไม้เบิก
นำปะปนกับสวนยางพาราร้าง โดยพันธุ์ไม้ที่สำรวจพบได้แก่ เข็มป่า (Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong)
เฉียงพร้านางแอ (Carallia brachiata (Lour.) Merr.) เชียด (Cinnamomum iners Reinw. ex Blume) เต่าร้าง
(Caryota kiriwongensis Hodel ex Hodel) เต้าหลวง (Macaranga gigantea (Rchb. f. & Zoll.) Müll. Arg.)
เนี ยน (Popowia pisocarpa (Blume) Endl.) เม่าเหล็ก (Diospyros racemosa Roxb.) เลือดแรด (Atuna
latifrons (Kosterm.) Prance & F. White) เลือดควายใบใหญ่ (Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson)
Warb.) เหมือดคน (Helicia robusta (Roxb.) R. Br. ex Blume) แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot)
แ ด ง เข า (Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry subsp. circumscissum (Gagnep.)) แ ต้ ว
(Cratoxylum maingayi Dyer) โพ ท ะ เล (Hura crepitans L.) โพ บ าย (Balakata baccata (Roxb.) Esser)
ไข่เขียว (Parashorea stellata Kurz) ไทร (Ficus annulata Blume) ไทรใหญ่ (Ficus consociata Blume)
ไฟสามกอง (Melicope lunu-ankenda (Gaertn.) T. G. Hartley) กรวย (Horsfieldia irya (Gaertn.) Warb.)
ก ร ว ย ป่ า (Endocomia canarioides (King) W. J. de Wilde) ก ร ะ ท้ อ น (Millettia leucantha Kurz var.
buteoides (Gagnep.) P. K. Lôc) ก ฤ ษ ณ า (Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte) ก่ อ แ ป้ น (Quercus
quangtriensis Hickel & A. Camus) ก่อหน าม (Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC.) กะทั งป่ า
(Litsea costata Boerl.) ขนุ น น ก (Palaquium obovatum (Griff.) Engl.) ข่อยหน าม (Streblus ilicifolius
(S. Vidal) Corner) คำเครือ (Byttneria pilosa Roxb.) จันทร์ (Ocimum gratissimum L. var. macrophyllum
Briq.) จิกเขา (Barringtonia pendula (Griff.) Kurz) จิกน้ำ (Agrostistachys gaudichaudii Baill. ex Müll. Arg.)
ชวด (Calophyllum macrocarpum Hook. f.) ช ะม วง (Garcinia cowa Roxb. ex Choisy) ต ะเคีย น ท อง
(Hopea odorata Roxb.) ติ้ว (Lagerstroemia venusta Wall. ex C. B. Clarke) ตีนเป็ด (Alstonia scholaris
(L.) R. Br.) ทะโล้ (Schima wallichii (DC.) Korth.) ทุเรียน (Durio zibethinus L.) ปอแฮก (Trema orientalis
(L.) Blume) ปออีเก้ง (Pterocymbium tinctorium (Blanco) Merr.) ฝาด (Lumnitzera racemosa Willd.)
พลองขีค้ วาย (Memecylon caeruleum Jack var. caeruleum) พกิ ลุ ปา่ (Payena acuminata (Blume) Pierre)
พิลังกาสา (Ardisia ionantha K. Larsen & C. M. Hu) มะเม่าเขา (Antidesma laurifolium Airy Shaw) มะไฟ
(Baccaurea brevipes Hook. f.) ม ะ ย ม ( Glochidion coccineum (Buch.-Ham.) Müll. Arg.) ม ะ ห า ด
(Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham.) มั งต า ล (Ternstroemia wallichiana (Griff.) Engl.) ย อ ป่ า
(Morinda coreia Buch.-Ham.) ยางนา (Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don) รักป่า (Holigarna helferi
Hook. f.) สมอป่า (Canarium patentinervium Miq.) สะเดาเทียม (Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs)
สะ เด าแ ด ง (Ganophyllum falcatum Blume) สี เสี ยด (Acacia catechu (L. f.) Willd.) ห ลุ ม พ อ (Intsia
palembanica Miq.) ห ว้ า (Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. & L. M. Perry) อิ น ท นิ ล
(Lagerstroemia ovalifolia Teijsm. & Binn.) อีโปง (Pajanelia longifolia (Willd.) K. Schum.) เป็นต้น แสดง
ดงั รูปที่ 3.2.2-7 และแสดงดังตารางที่ 3.2.2-2
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-190 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนดิ พันธไ์ุ ม้ท่พี บในพนื้ ที่ศึกษาโครงการอ่างเกบนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว (พน้ื ทนี่ ้ำท่วม)
ลำดับ ชื่อสามญั ชื่อวิทยาศาสตร์ ประเภทไมห้ วงหา้ ม สถานภาพการอนรุ ักษ์
1 เขม็ ปา่ Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. ประเภท ประเภท IUCN
2 เงาะ Wong กข RED endermic
Sloanea sigun (Blume) K. Schum. data spp.
- -- -
- -- -
3 เฉยี งพรา้ นางแอ Carallia brachiata (Lour.) Merr. / -- -
4 เชียด Cinnamomum iners Reinw. ex Blume / - - -
5 เตา่ ร้าง Caryota kiriwongensis Hodel ex Hodel - -- -
6 เต้าหลวง - -- -
7 เทพทาโร Macaranga gigantea (Rchb. f. & Zoll.) - -- -
Müll. Arg.
Ceropegia arnottiana Wight
8 เนียน Popowia pisocarpa (Blume) Endl. - -- -
9 เม่าเหลก็ Diospyros racemosa Roxb. / -- -
10 เม่าไข่ปลา Antidesma ghaesembilla Gaertn. - -- -
-
11 เลือดแรด Atuna latifrons (Kosterm.) Prance & F. - --
White -
-
12 เลอื ดควายใบใหญ่ Knema furfuracea (Hook. f. & / -- -
Thomson) Warb.
13 เหมอื ดคน Helicia robusta (Roxb.) R. Br. ex Blume / - -
14 เหมือดหลวง Aporosa villosa (Wall. ex Lindl.) Baill. - --
15 เหยื่อจง Impatiens kerriae Craib - -- -
16 แซะ -
Callerya atropurpurea (Wall.) Schot - - -
17 แดงเขา -
Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L.
18 แดงน้ำ -
19 แตว้ M. Perry subsp. circumscissum - -- -
(Gagnep.) Chantar. & J. Parn.
Acrocarpus fraxinifolius Wight ex Arn. / - -
Cratoxylum maingayi Dyer / --
20 แลนบาน Canarium denticulatum Blume / -- -
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-191 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนิดพันธ์ไุ ม้ทพี่ บในพ้นื ท่ศี กึ ษาโครงการอา่ งเกบน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว (พ้นื ทีน่ ำ้ ท่วม) (ต่อ)
ลำดบั ช่ือสามญั ชอ่ื วิทยาศาสตร์ ประเภทไมห้ วงหา้ ม สถานภาพการอนรุ กั ษ์
21 แหล Acacia megaladena Desv. var. indo- ประเภท ประเภท IUCN
22 โพทะเล chinensis I. C. Nielsen กข RED endermic
Hura crepitans L. data spp.
/ -- -
- -- -
23 โพบาย Balakata baccata (Roxb.) Esser - -- -
24 ไข่เขียว Parashorea stellata Kurz / -- -
25 ไขน่ กกะทา Distylium indicum Benth. ex C. B. Clarke - -- -
26 ไทร Ficus annulata Blume - -- -
27 ไทรใบแหลม Ficus benjamina L. - -- -
28 ไทรใหญ่ Ficus consociata Blume - -- -
29 ไทรทอง Ficus altissima Blume - -- -
30 ไฟสามกอง - -- -
31 ไหม้ Melicope lunu-ankenda (Gaertn.) T. G. / -- -
Hartley
Diospyros andamanica (Kurz) Bakh.
32 ไหลเผอื ก Eurycoma longifolia Jack - -- -
33 กรวย Horsfieldia irya (Gaertn.) Warb. - -- -
34 กรวยปา่
35 กระดูกไก่ Endocomia canarioides (King) W. J. de - -- -
Wilde
Euonymus indicus B. Heyne ex Wall. - -- -
36 กระดูกคา่ ง Aporosa aurea Hook. f. - -- -
37 กระท้อน / -- -
38 กระบก Millettia leucantha Kurz var. buteoides - -- -
(Gagnep.) P. K. Lôc
Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn.
39 กฤษณา Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte - -- -
40 กวาด Rinorea virgata (Thwaites) Kuntze - -- -
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-192 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนดิ พันธไ์ุ ม้ท่พี บในพืน้ ทศี่ ึกษาโครงการอา่ งเกบนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั (พน้ื ที่นำ้ ท่วม) (ต่อ)
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรักษ์
ลำดบั ชอื่ สามัญ ชอื่ วิทยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
41 กอ่ แป้น Quercus quangtriensis Hickel & A. Camus data spp.
/ -
--
42 ก่อดำ Lithocarpus lucidus (Roxb.) Rehder /-- -
43 ก่อหนาม Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC. / - - -
44 กอ่ หมู Castanopsis costata (Blume) A. DC. /-- -
45 กะทัง Litsea grandis (Nees) Hook. f. /-- -
46 กะทังใบขน Litsea tomentosa Blume /-- -
47 กะทงั ป่า Litsea costata Boerl. /-- -
48 กะออก Artocarpus elasticus Reinw. ex Blume /-- -
49 กาเดาะ Cycas pectinata Buch.-Ham. --- -
50 กาแฟป่า Coffea madurensis Teijsm. & Binn. ex Koord. - - - -
51 ขนุน Artocarpus heterophyllus Lam. /-- -
52 ขนุนนก Palaquium obovatum (Griff.) Engl. /-- -
53 ขนนุ ป่า Artocarpus chama Buch.-Ham. /-- -
54 ขอ่ ยหนาม Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner --- -
55 ขี้ครอก Xanthium strumarium L. --- -
56 ขี้อา้ ย Terminalia nigrovenulosa Pierre /-- -
57 ค้อนกลอง Capparis grandis L. f. --- -
58 ค้อนหมา Acronychia pedunculata (L.) Miq. --- -
59 คา้ งคาว Aglaia edulis (Roxb.) Wall. /-- -
60 คำเครอื Byttneria pilosa Roxb. --- -
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-193 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนิดพนั ธุ์ไมท้ ี่พบในพื้นทศ่ี ึกษาโครงการอ่างเกบนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว (พนื้ ทน่ี ำ้ ท่วม) (ต่อ)
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรักษ์
ลำดับ ชอ่ื สามญั ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ IUCN
ประเภท ประเภท RED endermic
ก ข data spp.
61 คำแสด Bixa orellana L. - -- -
62 งาไซ Glebionis coronaria (L.) Cass. ex Spach - -- -
63 จวง Cinnamomum parthenoxylon (Jack) Meisn. / -- -
64 จันทร์ Ocimum gratissimum L. var. macrophyllum Briq. - -- -
65 จนั ทบิ Phoebe paniculata (Nees) Nees / -- -
66 จำปาดะ Artocarpus integer (Thunb.) Merr. / -- -
67 จิก Dipterocarpus intricatus Dyer / -- -
68 จกิ เขา Barringtonia pendula (Griff.) Kurz - -- -
69 จกิ นม Barringtonia macrostachya (Jack) Kurz - -- -
70 จิกน้ำ Agrostistachys gaudichaudii Baill. ex Müll. Arg. - - - -
71 ฉนวน Dalbergia nigrescens Kurz / -- -
-
72 ชมพู่นำ้ Syzygium diospyrifolium (Wall. ex Duthie) S. N. - -- -
Mitra
73 ชวด Calophyllum macrocarpum Hook. f. / --
74 ชะมวง Garcinia cowa Roxb. ex Choisy / -- -
75 ชมุ แสงปา่ Homalium grandiflorum Benth. / -- -
76 ซอ้ Gmelina arborea Roxb. / -- -
77 ตะเคียนทอง Hopea odorata Roxb. / -- -
78 ตะเคยี นราก Hopea pierrei Hance / -- -
79 ตะขบ Flacourtia indica indica (Burm. f.) Merr. - -- -
80 ตะลงิ ปลิง Averrhoa bilimbi L. - -- -
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-194 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนิดพันธไุ์ มท้ ่ีพบในพน้ื ทีศ่ กึ ษาโครงการอา่ งเกบน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว (พ้นื ทน่ี ำ้ ทว่ ม) (ตอ่ )
ลำดบั ชอ่ื สามัญ ชอื่ วิทยาศาสตร์ ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนรุ กั ษ์
81 ตังหนใบใหญ่ Calophyllum calaba L. var. bracteatum ประเภท ประเภท IUCN
82 ตาเป็ดตาไก่ (Wight) P. F. Stevens กข RED endermic
Ardisia crenata Sims var. angusta C. B. Clarke data spp.
/ -- -
- -- -
83 ตำเสาหนู Bhesa paniculata Arn. - -- -
84 ตว้ิ Lagerstroemia venusta Wall. ex C. B. Clarke / -- -
85 ตนี เป็ด Alstonia scholaris (L.) R. Br. / -- -
86 ตนี นก Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe / -- -
87 ทองทวย Mallotus philippensis (Lam.) Müll. Arg. - -- -
88 ทองบึ้ง Koompassia malaccensis Maingay ex Benth. / -- -
89 ทะโล้ Schima wallichii (DC.) Korth. / -- -
90 ท้ายเภา - /- -
91 ทุเรยี น Scaphium scaphigerum (Wall. ex G. Don) G. / -- -
Planch.
Durio zibethinus L.
92 นวล Tarenna costata (Miq.) Merr. - -- -
93 นากบุด Mesua nervosa Planch. & Triana / -- -
94 นำซำ Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. - -- -
95 ปลาไหลเผือก Eurycoma longifolia Jack - -- -
96 ปอแฮก Trema orientalis (L.) Blume - -- -
97 ปอหชู ้าง Firmiana colorata (Roxb.) R. Br. - -- -
98 ปออเี ก้ง Pterocymbium tinctorium (Blanco) Merr. - -- -
99 ปาหนัน Goniothalamus ridleyi King - -- -
100 ฝาด Lumnitzera racemosa Willd. / -- -
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-195 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.2.2-2 ชนิดพนั ธุไ์ มท้ ่ีพบในพน้ื ท่ศี กึ ษาโครงการอ่างเกบนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั (พื้นท่นี ำ้ ท่วม) (ต่อ)
ประเภทไมห้ วงหา้ ม สถานภาพการอนรุ ักษ์
ลำดับ ชอื่ สามญั ช่อื วทิ ยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
101 พญาไม้ Acacia leucophloea (Roxb.) Willd. data spp.
102 พลองใหญ่ Memecylon caeruleum Jack var. / -
103 พลองขีค้ วาย floribundum (Blume) Kurz --
104 พลับเขา Memecylon caeruleum Jack var.
caeruleum - -- -
Diospyros undulata Wall. ex G. Don
- -- -
/ -- -
105 พลับพลา Microcos paniculata L. - -- -
106 พะยอม Shorea guiso (Blanco) Blume / -- -
107 พงั แหร Trema angustifolia (Planch.) Blume - -- -
108 พิกลุ ปา่ Payena acuminata (Blume) Pierre / -- -
109 พิลังกาสา Ardisia ionantha K. Larsen & C. M. Hu - -- -
110 พดุ ปา่ Kopsia arborea Blume - -- -
111 มะเด่ือชุมพร Ficus auriculata Lour. - -- -
112 มะเดอ่ื ปลอ้ ง Ficus fistulosa Reinw. ex Blume - -- -
113 มะเดอื ยหิน Coix puellarum Balansa - -- -
114 มะเมา่ เขา Antidesma laurifolium Airy Shaw - -- -
115 มะไฟ Baccaurea brevipes Hook. f. - -- -
116 มะปริง Bouea oppositifolia (Roxb.) Meisn. - -- -
117 มะพลบั Diospyros areolata King & Gamble / -- -
118 มะพลบั ทองใบใหญ่ Diospyros transitoria Bakh. / -- -
119 มะมว่ งนก Buchanania glabra Wall. ex Hook. f. / -- -
120 มะยม - -- -
Glochidion coccineum (Buch.-Ham.)
Müll. Arg.
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-196 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ตารางที่ 3.2.2-2 ชนิดพันธุไ์ ม้ทพี่ บในพ้ืนท่ีศึกษาโครงการอา่ งเกบนำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั (พ้นื ทนี่ ้ำทว่ ม) (ตอ่ )
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนรุ ักษ์
ลำดบั ชอ่ื สามัญ ชื่อวิทยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
121 มะหาด Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham. data spp.
/ -
--
122 มงั คดุ Garcinia costata Hemsl. ex King / -- -
123 มงั ตาล Ternstroemia wallichiana (Griff.) Engl. - -- -
124 มนั หมู Dioscorea prazeri Prain & Burkill - -- -
125 ยอปา่ Morinda coreia Buch.-Ham. - -- -
126 ยางนา Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don / -- -
127 ยางพารา Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg. - -- -
128 ยางมันหมู Dipterocarpus chartaceus Symington / -- -
129 รักเขา Gluta laccifera (Pierre) Ding Hou - -- -
130 รักปา่ Holigarna helferi Hook. f. - -- -
131 ลอ - -- -
Macaranga hypoleuca (Rchb. f. & Zoll.) Müll.
132 ลองกอง Arg. - -- -
133 สกุณี Lansium parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & / -- -
Bennet
Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe
134 สม้ แขก Garcinia atroviridis Griff. ex T. Anderson / -- -
135 สมอปา่ Canarium patentinervium Miq. / -- -
136 สลอดป่า Jatropha curcas L. - -- -
137 สะเดาเทยี ม Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs / -- -
138 สะเดาแดง Ganophyllum falcatum Blume - -- -
139 สะเต้า Pterospermum grandiflorum Craib / -- -
140 สะตอ Parkia speciosa Hassk. / -- -
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-197 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ตารางท่ี 3.2.2-2 ชนดิ พนั ธุ์ไม้ท่ีพบในพน้ื ที่ศกึ ษาโครงการอา่ งเกบน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว (พื้นท่นี ้ำท่วม) (ตอ่ )
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนรุ ักษ์
ลำดับ ช่อื สามญั ชอ่ื วิทยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
141 สกั นำ้ Vatica pauciflora (Korth.) Blume data spp.
/ -
--
142 สง่ั ทำ Diospyros buxifolia (Blume) Hiern / -- -
143 สาเก / -- -
144 สาดทองแดง Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zorn) - -- -
Fosberg
Derris ferruginea (Roxb.) Benth.
145 ส้าน Dillenia obovata (Blume) Hoogland / -- -
146 สาวดำ Diospyros bejaudii Lecomte / -- -
147 สเี สียด Acacia catechu (L. f.) Willd. / -- -
148 หนามไก่ Rosa clinophylla Redouté & Thory - -- -
149 หมากพน Orania sylvicola (Griff.) H. E. Moore - -- -
150 หมากสุก Areca montana Ridl. - -- -
151 หมยุ Ceriscoides turgida (Roxb.) Tirveng. - -- -
152 หลุมพอ Intsia palembanica Miq. / -- -
153 หวา้ - -- -
154 อ้ายบา่ ว Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. - -- -
& L. M. Perry
Stemonurus malaccensis (Mast.) Sleumer
155 อนิ ทนิล Lagerstroemia ovalifolia Teijsm. & Binn. / -- -
156 อโี ปง Pajanelia longifolia (Willd.) K. Schum. - -- -
157 อีมน Zingiber gracile Jack - -- -
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-198 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
รูปท่ี 3.2.2-7 พ้ืนทอ่ี ่างเกบน้ำในพนื้ ที่โครงการอ่างเกบนำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั จ.พทั ลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-199 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
พ้ืนที่หัวงานและอาคารประกอบได้ทำการสำรวจสังคมพืชโดยใช้วิธีการ วางแปลงสำรวจแบบ
สี่เหลี่ยม จำนวน 3 จุดสำรวจ คิดเป็นพ้ืนที่ 3 ไร่ จากพื้นท่ีทั้งหมด 0.02 ตารางกิโลเมตร พ้ืนที่ส่วนใหญ่อยู่อยู่นอก
พื้นท่ีเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพ้ืนท่ีเอกชน ลักษณะสังคมพืชเป็นป่าดิบ
แล้งท่ีมีร่องรอยการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ โดยพบพันธ์ุไม้ป่าดิบช้ืนเดิมสลับแทรกตัวกับสวนผลไม้ สวนสมรม และ
สวนยางพาราร้าง โดยพบพนั ธุไ์ ม้ใหญ่อยูใ่ กล้แนวริมน้ำโดยพันธ์ไุ ม้ทสี่ ำรวจพบไดแ้ ก่ เข็มป่า (Aidia parvifolia (King
& Gamble) K. M. Wong) เชียด (Cinnamomum iners Reinw. ex Blume) เต่าร้าง (Caryota kiriwongensis
Hodel ex Hodel) เนียง (Archidendron jiringa (Jack) I. C. Nielsen) เลือดควาย (Knema furfuracea (Hook.
f. & Thomson) Warb.) แดงเขา (Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry subsp. circumscissum
(Gagnep.)) แ ต้ ว (Cratoxylum maingayi Dyer) โพ บ า ย (Balakata baccata (Roxb.) Esser) ไท ร (Ficus
annulata Blume) กระพี้ (Dalbergia assamica Benth.) ก่อหมู (Castanopsis costata (Blume) A. DC.) ขนุน
(Artocarpus heterophyllus Lam.) ข นุ น ป่ า (Artocarpus chama Buch.-Ham.) ค้ อ น ห ม า (Acronychia
pedunculata (L.) Miq.) ตะเคียนทอง (Hopea odorata Roxb.) ตีนเป็ด (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) ตีนนก
(Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe) ปอจง (Hibiscus macrophyllus Roxb. ex Hornem.) พลับพลา
(Microcos paniculata L.) มะเด่ือชุมพร (Ficus auriculata Lour.) มะไฟ (Baccaurea brevipes Hook. f.)
ม ะ ห าด (Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham.) ย อ ป่ า (Morinda coreia Buch.-Ham.) ล อ งก อ ง
(Lansium parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & Bennet) สะเดา (Azadirachta indica A. Juss.) สะเดาเทียม
(Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs) หงอนไก่ (Celosia argentea L.) หลุมพอ (Intsia palembanica Miq.)
หว้า (Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. & L. M. Perry) เป็นต้น แสดงดังรูปที่ 3.2.2-8 และ
แสดงดงั ตารางท่ี 3.2.2-3
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-200 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.2-3 ชนิดพันธไ์ุ ม้ทพี่ บในพื้นท่ีศกึ ษาโครงการอ่างเกบน้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ (สนั เข่ือน)
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรักษ์
ลำดบั ชื่อสามัญ ช่ือวทิ ยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
1 เข็มปา่ Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong data spp.
2 เงาะ Sloanea sigun (Blume) K. Schum. - -
3 เชียด Cinnamomum iners Reinw. ex Blume - - --
4 เตา่ รา้ ง Caryota kiriwongensis Hodel ex Hodel / - --
5 เทพทาโร Ceropegia arnottiana Wight - - --
6 เนียง Archidendron jiringa (Jack) I. C. Nielsen - - --
7 เลอื ดควาย Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb. - - --
8 เหยื่อจง Impatiens kerriae Craib / - --
9 แกม้ ช่อน Xanthophyllum flavescens Roxb. - - --
10 แซะ Callerya atropurpurea (Wall.) Schot / - --
Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry - - --
11 แดงเขา subsp. circumscissum (Gagnep.) Chantar. & J. --
Parn. --
12 แต้ว Cratoxylum maingayi Dyer --
13 โพบาย Balakata baccata (Roxb.) Esser /-
14 ไขเ่ ขยี ว Parashorea stellata Kurz -- --
15 ไทร Ficus annulata Blume /- --
16 ไหม้ Diospyros andamanica (Kurz) Bakh. -- --
17 กระดกู ไก่ Euonymus indicus B. Heyne ex Wall. /- --
18 กระพ้ี Dalbergia assamica Benth. -- --
19 กอ่ หมู Castanopsis costata (Blume) A. DC. /- --
20 กะทัง Litsea grandis (Nees) Hook. f. /- --
/- --
--
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-201 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
ตารางที่ 3.2.2-3 ชนดิ พนั ธไ์ุ ม้ทพ่ี บในพ้นื ทีศ่ ึกษาโครงการอ่างเกบน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว (สันเข่ือน) (ต่อ)
ลำดบั ช่ือสามัญ ช่อื วทิ ยาศาสตร์ ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนรุ ักษ์
21 กะออก Artocarpus elasticus Reinw. ex Blume ประเภท ประเภท IUCN
22 ขนนุ Artocarpus heterophyllus Lam. กข RED endermic
23 ขนนุ ปา่ Artocarpus chama Buch.-Ham. data spp.
24 ขี้ใต้ Eurya acuminata DC. /-
25 คอ้ นหมา Acronychia pedunculata (L.) Miq. /- --
26 จำปาดะ Artocarpus integer (Thunb.) Merr. /- --
27 จิกเขา Barringtonia pendula (Griff.) Kurz -- --
28 ตะเคยี นทอง Hopea odorata Roxb. -- --
29 ตะเคยี นราก Hopea pierrei Hance /- --
30 ตาเปด็ ตาไก่ Ardisia crenata Sims var. angusta C. B. Clarke -- --
31 ตนี เปด็ Alstonia scholaris (L.) R. Br. /- --
32 ตีนนก Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe /- --
33 ทุเรยี น Durio zibethinus L. -- --
34 ทุ้งฟา้ Alstonia macrophylla Wall. ex G. Don /- --
35 ปอจง Hibiscus macrophyllus Roxb. ex Hornem. /- --
36 ปอลาย Grewia eriocarpa Juss. /- --
37 ปอหชู า้ ง Firmiana colorata (Roxb.) R. Br. /- --
38 ปัน Maesa ramentacea (Roxb.) A. DC. -- --
39 ฝาด Lumnitzera racemosa Willd. -- --
40 พลบั พลา Microcos paniculata L. -- --
-- --
/- --
-- --
--
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-202 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
ตารางที่ 3.2.2-3 ชนดิ พนั ธุไ์ ม้ท่ีพบในพื้นทศี่ ึกษาโครงการอ่างเกบนำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั (สันเขอื่ น) (ตอ่ )
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรกั ษ์
ลำดบั ช่ือสามญั ชือ่ วิทยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
41 มะเดื่อชมุ พร Ficus auriculata Lour. data spp.
42 มะไฟ Baccaurea brevipes Hook. f. - -
43 มะปริง Bouea oppositifolia (Roxb.) Meisn. - - --
44 มะหาด Artocarpus lacucha Roxb. ex Buch.-Ham. - - --
45 มังคดุ Garcinia costata Hemsl. ex King / - --
46 มนั ปู Chlorophytum orchidastrum Lindl. / - --
47 ยอปา่ Morinda coreia Buch.-Ham. - - --
48 ยางพารา Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg. - - --
49 ย่านปด Tetracera indica (Christm. & Panz.) Merr. - - --
Lansium parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & - - --
50 ลองกอง Bennet --
Azadirachta indica A. Juss.
51 สะเดา Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs - -- -
52 สะเดาเทยี ม Parkia speciosa Hassk.
53 สะตอ Dillenia obovata (Blume) Hoogland / -- -
54 สา้ น Celosia argentea L. / -- -
55 หงอนไก่ Orania sylvicola (Griff.) H. E. Moore / -- -
56 หมากพน Ceriscoides turgida (Roxb.) Tirveng. / -- -
57 หมุย Intsia palembanica Miq. - -- -
58 หลมุ พอ Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. - -- -
& L. M. Perry - -- -
59 หว้า Phragmites australis (Cav.) Trin. ex Steud. / -- -
60 ออ้ Peltophorum dasyrrhachis (Miq.) Kurz
61 อะราง - -- -
- -- -
/ -- -
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-203 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
รูปที่ 3.2.2-8 พื้นท่ีหวั งานโครงการอา่ งเกบน้ำบ้านเหมอื งตะก่วั จ.พทั ลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-204 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั
พื้นที่ถนนจากการศึกษาสภาพสังคมพืชบริเวณสองข้างทางเป็นสวนยางพาราผสมสวนผลไ ม้
ถนนเดิมเป็ถนนลาดยาง ซ่ึงพรรณไม้เด่นทพ่ี บในพื้นทโ่ี ดยรอบของถนนได้แก่ เนียง (Archidendron jiringa (Jack) I.
C. Nielsen) แ ซ ะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot) โ พ บ า ย (Balakata baccata (Roxb.) Esser)
ไทร (Ficus annulata Blume) กระท่อมหมู (Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil.) กะทัง (Litsea
grandis (Nees) Hook. f.) ขี้ ห น อ น (Uraria crinita (L.) Desv. ex DC.) ป อ (Corchorus capsularis L.)
ยอป่า (Morinda coreia Buch.-Ham.) สะเดาเทียม (Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs) สะตอ (Parkia
speciosa Hassk.) เปน็ ตน้ แสดงดงั รูปที่ 3.2.2-9 และแสดงดงั ตารางที่ 3.2.2-4
ตารางที่ 3.2.2-4 ชนดิ พนั ธ์ไุ ม้ทพ่ี บในพ้ืนที่ศกึ ษาโครงการอา่ งเกบน้ำบา้ นเหมอื งตะก่ัว (ถนน)
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรักษ์
ลำดบั ชือ่ สามญั ช่ือวทิ ยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
1 เนียง Archidendron jiringa (Jack) I. C. Nielsen data spp.
2 แซะ Callerya atropurpurea (Wall.) Schot - - --
3 โพบาย Balakata baccata (Roxb.) Esser - - --
4 ไทร Ficus annulata Blume - - --
5 กระท่อมหมู Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil. - - --
6 กะทงั Litsea grandis (Nees) Hook. f. / - --
7 ขี้หนอน Uraria crinita (L.) Desv. ex DC. / - --
8 ปอ Corchorus capsularis L. - - --
9 ยอป่า Morinda coreia Buch.-Ham. - - --
10 สะเดาเทยี ม Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs - - --
11 สะตอ Parkia speciosa Hassk. / - --
/ - --
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-205 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั
รปู ท่ี 3.2.2-9 ถนนโครงการอา่ งเกบนำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ จ.พทั ลงุ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-206 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั
พน้ื ท่ีรับประโยชน์จากการศึกษาสภาพสังคมพืชโดยทำการสังคมพืชโดยอธิบายลักษณะท่วั ไปทพี่ บ
โดยบริเวณท่ีสำรวจเปน็ สวนยางพารา ทอ่ี ย่อู าศัยของชุมชน โครงการปลกุ ปา่ ของโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ ซง่ึ พรรณไม้
เด่นที่พบในพื้นที่โดยรอบพ้ืนท่ีรับประโยชน์ได้แก่ ตีนนก (Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe) สาเก
(Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zorn) Fosberg) มะเม่าเขา (Antidesma laurifolium Airy Shaw) หว้า
(Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr. & L. M. Perry) กระท้อน (Millettia leucantha Kurz var.
buteoides (Gagnep.) P. K. Lôc) ข นุ น (Artocarpus heterophyllus Lam.) เชี ย ด (Cinnamomum iners
Reinw. ex Blume) ข่อย (Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner) อินทนิล (Lagerstroemia ovalifolia Teijsm.
& Binn.) ตะเคียนทอง (Hopea odorata Roxb.) ทุเรียน (Durio zibethinus L.) ยางนา (Dipterocarpus alatus
Roxb. ex G. Don) ยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.) สะเดาเทียม (Azadirachta excelsa
(Jack) Jacobs) สะตอ (Parkia speciosa Hassk.) เปน็ ตน้ แสดงดังรูปท่ี 3.2.2-10 และแสดงดังตารางที่ 3.2.2-5
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-207 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ ัน
ตารางท่ี 3.2.2-5 ชนดิ พันธุไ์ ม้ที่พบในพ้นื ทศ่ี กึ ษาโครงการอ่างเกบนำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ (พน้ื ที่รับประโยชน)์
ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการอนุรกั ษ์
ลำดับ ชอ่ื สามญั ชอ่ื วิทยาศาสตร์ ประเภท ประเภท IUCN
ก ข RED endermic
1 ตีนนก Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe data spp.
Artocarpus altilis (Parkinson ex F. A. Zorn) / -
2 สาเก Fosberg --
Antidesma laurifolium Airy Shaw
3 มะเมา่ เขา Ceriscoides turgida (Roxb.) Tirveng. / -- -
4 หมุย Syzygium zimmermannii (Warb. ex Craib) Merr.
& L. M. Perry - -- -
5 หว้า Millettia leucantha Kurz var. buteoides - -- -
(Gagnep.) P. K. Lôc
6 กระทอ้ น Artocarpus heterophyllus Lam. - -- -
Areca montana Ridl.
7 ขนนุ Cinnamomum iners Reinw. ex Blume / -- -
8 หมาก Litsea grandis (Nees) Hook. f.
9 เชียด Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner / -- -
10 กะทัง Dillenia obovata (Blume) Hoogland - -- -
11 ขอ่ ย Lagerstroemia ovalifolia Teijsm. & Binn. / -- -
12 สา้ น Hopea odorata Roxb. / -- -
13 อนิ ทนิล Durio zibethinus L. - -- -
14 ตะเคยี นทอง Ficus fistulosa Reinw. ex Blume / -- -
15 ทเุ รียน Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don / -- -
16 มะเด่อื ปลอ้ ง Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg. / -- -
17 ยางนา Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs / -- -
18 ยางพารา Parkia speciosa Hassk. - -- -
19 สะเดาเทียม / -- -
20 สะตอ - -- -
/ -- -
/ -- -
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-208 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั
รปู ท่ี 3.2.2-10 พน้ื ทีรับประโยชนโ์ ครงการอา่ งเกบนำ้ เหมืองตะกัว่ จ.พัทลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-209 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน
พ้ืนที่อ้างอิงจากการศกึ ษาพบว่าสังคมพืชรอบอ่างเก็บนำ้ เป็นปา่ ดบิ ชน้ื ประมาณ 80 เปอร์เซน็ ตอ์ ีก
20 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม ซึ่งพรรณไม้เด่นท่ีพบในพื้นที่โดยรอบของอ่างเก็บน้ำได้แก่ เข็มป่า (Aidia
parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong) เขลง (Dialium cochinchinense Pierre) เทพทาโร (Ceropegia
arnottiana Wight) เทียนพัทลุง (Impatiens peltata Hook. f.) เลือดแรด (Atuna latifrons (Kosterm.) Prance
& F. White) เลือดควายใบ ใหญ่ (Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb.) เลือดม้ า (Knema
globularia (Lam.) Warb.) เหย่ือจง (Impatiens kerriae Craib) แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot)
แดงเขา (Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M. Perry subsp. circumscissum (Gagnep.)) โพ บาย
(Balakata baccata (Roxb.) Esser) ไข่เขียว (Parashorea stellata Kurz) ไทร (Ficus annulata Blume) ไม้
กล้วย (Ryparosa wrayi King) ไหลเผอื ก (Eurycoma longifolia Jack) ก่อขน (Lithocarpus lindleyanus (Wall.
ex A. DC.) A. Camus) ก่อหมู (Castanopsis costata (Blume) A. DC.) กะออก (Artocarpus elasticus Reinw.
ex Blume) กัญชง (Cannabis sativa L.) กาแฟป่า (Coffea madurensis Teijsm. & Binn. ex Koord.) คอแลน
(Baccaurea bracteata Müll. Arg.) ค้างคาว (Aglaia edulis (Roxb.) Wall.) งาช้าง (Kibatalia laurifolia (Ridl.)
Woodson) จันทรเ์ ทศ (Myristica fragrans Houtt.) จิกเขา (Barringtonia pendula (Griff.) Kurz) ตะเคียนทราย
(Hopea pierrei Hance) ตี น เป็ ด (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) ท ะ โล้ (Schima wallichii (DC.) Korth.)
นากบุด (Mesua nervosa Planch. & Triana) ปลายมน (Davallia heterophylla H. Sm.) พระเจ้าห้าพระองค์
(Dracontomelon dao (Blanco) Merr. & Rolfe) มะเม่าเขา (Antidesma laurifolium Airy Shaw) มะขามแป
(Archidendron clypearia (Jack) I. C. Nielsen) มันหมู (Dioscorea prazeri Prain & Burkill) รักเขา (Gluta
laccifera (Pierre) Ding Hou) สะเดา (Azadirachta indica A. Juss.) สะตอ (Parkia speciosa Hassk.) สาวดำ
(Diospyros bejaudii Lecomte) หลุมพอ (Intsia palembanica Miq.) อบเชย (Cinnamomum iners Reinw.
ex Blume) อวบดำ (Chionanthus ramiflorus Roxb.) เป็นต้น ดังตารางท่ี 3.2.2-6 และรปู ที่ 3.2.2-11
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-210 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด