The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peet Warapat, 2022-07-27 01:47:43

รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.2.2-6 ชนิดพันธ์ุไม้ทพ่ี บในพน้ื ทศี่ กึ ษาโครงการอ่างเกบนำ้ เหมอื งตะกั่ว (พ้ืนทีอ่ ้างองิ )

ประเภทไม้หวงห้าม สถานภาพการ
อนุรักษ์ IUCN
ลำดับ ชือ่ สามัญ ช่ือวทิ ยาศาสตร์
ประเภท ประเภท RED endermic

ก ข data spp.

1 เข็ดมลู Erythroxylum cambodianum Pierre / -- -

2 เขม็ ปา่ Aidia parvifolia (King & Gamble) K. M. Wong - -- -

3 เขลง Dialium cochinchinense Pierre / -- -

4 เงาะ Sloanea sigun (Blume) K. Schum. - -- -

5 เทพทาโร Ceropegia arnottiana Wight - -- -

6 เทียนพัทลงุ Impatiens peltata Hook. f. - -- -

7 เลอื ดแรด Atuna latifrons (Kosterm.) Prance & F. White - -- -

เลอื ดควายใบ Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) / -- -

8 ใหญ่ Warb.

9 เลอื ดมา้ Knema globularia (Lam.) Warb. / -- -

10 เสลาดำ Lagerstroemia crispa Pierre / -- -

11 เหยอื่ จง Impatiens kerriae Craib - -- -

12 เหลยี ง Tournefortia ovata Wall. ex G. Don - -- -

13 แซะ Callerya atropurpurea (Wall.) Schot - -- -

Syzygium attenuatum (Miq.) Merr. & L. M.

Perry subsp. circumscissum (Gagnep.) Chantar. - -- -

14 แดงเขา & J. Parn.

15 แหล Acacia megaladena Desv. var. indo-chinensis / -- -
I. C. Nielsen

16 โพบาย Balakata baccata (Roxb.) Esser - -- -

17 ไกรทอง Erythroxylum cuneatum (Miq.) Kurz / -- -

18 ไขเ่ ขยี ว Parashorea stellata Kurz / -- -

19 ไข่นกกะทา Distylium indicum Benth. ex C. B. Clarke - -- -

20 ไทร Ficus annulata Blume - -- -

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-211 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

ตารางท่ี 3.2.2-6 ชนดิ พนั ธไุ์ ม้ทีพ่ บในพ้นื ทีศ่ ึกษาโครงการอา่ งเกบน้ำเหมอื งตะกั่ว (พ้ืนทีอ่ ้างอิง) (ตอ่ )

ประเภทไมห้ วงหา้ ม สถานภาพการ
อนุรักษ์ IUCN
ลำดับ ช่อื สามัญ ช่ือวทิ ยาศาสตร์
ประเภท ประเภท RED endermic

ก ข data spp.

21 ไฟสามกอง Melicope lunu-ankenda (Gaertn.) T. G. Hartley - -- -

22 ไม้กล้วย Ryparosa wrayi King - -- -

23 ไหม้ Diospyros andamanica (Kurz) Bakh. / -- -

24 ไหลเผอื ก Eurycoma longifolia Jack - -- -

25 กรวย Horsfieldia irya (Gaertn.) Warb. - -- -

26 กระดูกคา่ ง Aporosa aurea Hook. f. - -- -

27 กลว้ ยหมสู ัง Monoon lateriflorum Blume - -- -

28 ก่อขน Lithocarpus lindleyanus (Wall. ex A. DC.) A. / -- -
Camus

29 กอบนาง Chilocarpus costatus Miq. - -- -
/ -- -
30 ก่อหนาม Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC. / -- -
/ -- -
31 ก่อหมู Castanopsis costata (Blume) A. DC. / -- -
- -- -
32 กะทงั Litsea grandis (Nees) Hook. f. - -- -
/ -- -
33 กะออก Artocarpus elasticus Reinw. ex Blume - -- -
/ -- -
34 กัญชง Cannabis sativa L. - -- -
- -- -
35 กาแฟป่า Coffea madurensis Teijsm. & Binn. ex Koord.

36 ขนนุ นก Palaquium obovatum (Griff.) Engl.

37 คอแลน Baccaurea bracteata Müll. Arg.

38 ค้างคาว Aglaia edulis (Roxb.) Wall.

39 คำเครือ Byttneria pilosa Roxb.

40 งาช้าง Kibatalia laurifolia (Ridl.) Woodson

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-212 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

ตารางท่ี 3.2.2-6 ชนดิ พนั ธ์ไุ ม้ทีพ่ บในพื้นทศี่ กึ ษาโครงการอ่างเกบน้ำเหมืองตะก่วั (พ้ืนทีอ่ ้างอิง) (ต่อ)

ประเภทไม้หวงหา้ ม สถานภาพการ
อนรุ กั ษ์ IUCN
ลำดบั ชื่อสามญั ชอื่ วทิ ยาศาสตร์
ประเภท ประเภท RED endermic

ก ข data spp.

41 จันทร์เทศ Myristica fragrans Houtt. / -- -

42 จำปาดะ Artocarpus integer (Thunb.) Merr. / -- -

43 จิก Dipterocarpus intricatus Dyer / -- -

44 จกิ เขา Barringtonia pendula (Griff.) Kurz - -- -

45 ชะมวง Garcinia cowa Roxb. ex Choisy / -- -

46 ตะเคียน Hopea pierrei Hance / -- -
ทราย

47 ติว้ Lagerstroemia venusta Wall. ex C. B. Clarke / -- -
/ -- -
48 ตนี เป็ด Alstonia scholaris (L.) R. Br. / -- -
/ -- -
49 ทองบึ้ง Koompassia malaccensis Maingay ex Benth. - -- -
/ -- -
50 ทะโล้ Schima wallichii (DC.) Korth. / -- -
- -- -
51 นกนอน Cleistanthus helferi Hook. f. - -- -
/ -- -
52 นากบดุ Mesua nervosa Planch. & Triana

53 บาก Anisoptera costata Korth.

54 ปลายมน Davallia heterophylla H. Sm.

55 ปาหนัน Goniothalamus ridleyi King

56 ฝาด Lumnitzera racemosa Willd.

57 พระเจา้ หา้ Dracontomelon dao (Blanco) Merr. & Rolfe / -- -
พระองค์

58 พวมพร้าว Buchanania arborescens (Blume) Blume / -- -
- -- -
59 พุดดง Kopsia arborea Blume - -- -

60 มะเม่าเขา Antidesma laurifolium Airy Shaw

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-213 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

ตารางท่ี 3.2.2-6 ชนิดพันธุ์ไมท้ ่ีพบในพน้ื ทศี่ ึกษาโครงการอา่ งเกบน้ำเหมืองตะกว่ั (พืน้ ทอ่ี า้ งองิ ) (ตอ่ )

ประเภทไมห้ วงหา้ ม สถานภาพการ
อนุรักษ์ IUCN
ลำดบั ช่ือสามญั ชือ่ วทิ ยาศาสตร์
ประเภท ประเภท RED endermic

ก ข data spp.

61 มะขามแป Archidendron clypearia (Jack) I. C. Nielsen - -- -
62 มะปริง Bouea oppositifolia (Roxb.) Meisn.
63 มันหมู Dioscorea prazeri Prain & Burkill - -- -
64 ยางพารา Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.
65 รักเขา Gluta laccifera (Pierre) Ding Hou - -- -
66 สมอป่า Canarium patentinervium Miq.
67 สะเดา Azadirachta indica A. Juss. - -- -
68 สะตอ Parkia speciosa Hassk.
69 ส่ังทำ Diospyros buxifolia (Blume) Hiern - -- -
Millettia leucantha Kurz var. buteoides
70 สาธร (Gagnep.) P. K. Lôc / -- -
71 สาวดำ Diospyros bejaudii Lecomte
72 หนามไก่ Rosa clinophylla Redouté & Thory / -- -
73 หมยุ Ceriscoides turgida (Roxb.) Tirveng.
74 หลุมพอ Intsia palembanica Miq. / -- -
75 อบเชย Cinnamomum iners Reinw. ex Blume
76 อวบดำ Chionanthus ramiflorus Roxb. / -- -

/ -- -

/ -- -
- -- -
- -- -
/ -- -
/ -- -
- -- -

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-214 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

รูปที่ 3.2.2-11 พ้ืนทอี า้ งองิ โครงการอา่ งเกบนำ้ เหมอื งตะกั่ว จ.พทั ลุง

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-215 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

2) ความหนาแน่นและปรมิ าตรไม้
(2.1) พนื้ ทอี่ า่ งเกบนำ้
การวิเคราะห์สังคมพืชในพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ พบว่าในพื้นที่น้ำท่วมพบสังคมพืชป่าดิบ

ชื้นบริเวณฝั่งขวาของลำห้วยเหมืองตะก่วั และบริเวณที่น้ำท่วมสูงสุดตอนบนของพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ มีสภาพโครงสร้าง
ปา่ ท่ีอุดมสมบูรณ์ ส่วนพ้ืนที่ด้านซ้ายของลำห้วยเหมืองตะก่ัว พบสังคมพืชสวนยางพาราร้างมีการฟื้นตัวโดยพบพันธ์ุ
ไม้เบิกนำปะปนกับสวนยางพาราร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลชนิดไม้ ความหนาแน่นของไม้ใหญ่ ลูกไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่
และปรมิ าตรไม้ในพ้ืนที่อ่างเก็บนำ้ สำรวจพบชนดิ กล้าไม้ไมน่ อ้ ยกวา่ 53 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 485 ตน้ ตอ่ ไร่
ชนิดไมห้ นุ่มไม่นอ้ ยกว่า 68 ชนดิ โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 74.13 ต้นตอ่ ไร่ และชนิดไม้ใหญ่ ไมน่ ้อยกวา่ 118 ชนิด
โดยมีความหนาแน่นเฉล่ียรวม 82.33 ต้นต่อไร่ แบ่งตามขนาดความโตได้ 3 ระดับ ได้แก่ ขนาดความโต 10-30
เซนติเมตร มีความหนาแน่นเฉลี่ย 67.17 ต้นต่อไร่ ขนาดความโต 30-60 เซนติเมตร มีความหนาแน่นเฉลี่ย 14.50
ตน้ ต่อไร่ และขนาดความโตมากกว่า 60 เซนตเิ มตร ความหนาแนน่ เฉลีย่ 0.67 ต้นตอ่ ไร่ ส่วนการวเิ คราะหป์ รมิ าตรไม้
พบวา่ มีปรมิ าตรไม้เฉลี่ยรวม 62.05 ลกู บาศก์เมตรต่อไร่ โดยส่วนใหญ่อยู่ในชั้นคณุ ภาพไม้ (TQ) ท่ี 1.2 เฉล่ีย 40.47
ลกู บาศกเ์ มตรต่อไร่ แสดงดังตารางที่ 3.2.2-7 และแสดงดังตารางที่ 3.2.2-8

(2.2) พืน้ ทห่ี ัวงานและอาคารประกอบ
การวิเคราะห์สังคมพืชในพื้นที่หัวงาน และอาคารประกอบ พบว่าพ้ืนที่ส่วนใหญ่อยู่

อยู่นอกพื้นทเ่ี ขตรักษาพันธสุ์ ัตว์ป่าเขาบรรทดั โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติ และพื้นที่เอกชน ลักษณะสงั คมพืชเป็น
ป่าดิบแล้งท่ีมีรอ่ งรอยการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ โดยพบพันธ์ุไม้ป่าดิบชื้นเดิมสลับแทรกตัวกับสวนผลไม้ สวนสมรม
และสวนยางพาราร้าง โดยพบพันธุไ์ ม้ใหญอ่ ยใู่ กลแ้ นวรมิ น้ำ ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ชนดิ ไม้ ความหนาแนน่ ของไมใ้ หญ่
ลกู ไม้ กล้าไม้ และไม้ไผ่ และปริมาตรไม้ในพื้นที่พบกล้าไม้ไม่น้อยกว่า 32 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 1451 ต้น
ต่อไร่ ชนิดไม้หนุ่มไม่น้อยกว่า 23 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 91.73 ต้นต่อไร่ และชนิดไม้ใหญ่ (ไม้กระยาเลย)
ไม่น้อยกว่า 41 ชนิด โดยมีความหนาแน่นเฉล่ียรวม 87 ต้นต่อไร่ แบ่งตามขนาดความโตได้ 3 ระดับ ได้แก่ ขนาด
ความโต 10-30 เซนติเมตร มีความหนาแน่นเฉล่ีย 75.67 ต้นต่อไร่ ขนาดความโต 30-60 เซนติเมตร มีความ
หนาแน่นเฉล่ีย 8.67 ต้นต่อไร่ และขนาดความโตมากกว่า 60 เซนติเมตร ความหนาแน่นเฉล่ีย 2.67 ต้นต่อไร่ ส่วน
การวเิ คราะห์ปริมาตรไม้ พบว่า มีปริมาตรไม้เฉล่ยี รวม 42.99 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ โดยสว่ นใหญ่อยู่ในชั้นคุณภาพไม้
(TQ) ที่ 1.2 เฉล่ีย 31.06 ลกู บาศก์เมตรตอ่ ไร่ แสดงดงั ตารางท่ี 3.2.2-9 และแสดงดังตารางท่ี 3.2.2-10

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-216 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ตารางท่ี 3.2.2-7 ความหนานแน่นของไมใ้ หญ่ ลูกไม้ กล้าไม้ และปรมิ าตรไมใ้ หญใ่ นแตล่ ะพืน้ ท่ศี กึ ษา
โครงการอา่ งเกบนำ้ บ้านเหมืองตะก่วั อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จ.พัทลงุ

ไม้ใหญ่ ลูกไม้ กล้าไม้
ความหนาแน่น (ตน้ ตอ่ ไร่)
พ้นื ท่ี ประเภทปา่ ชนิด ขนาดความโต : เ นติเมตร ชนิด ความ ชนิด ความ
10-30 30-60 > 60 รวม หนาแนน่ หนาแน่น
อ่างเก็บนำ้ 67.17 14.50 0.67 82.33
สันเข่อื น (ตน้ ต่อไร่) (ต้นตอ่ ไร่)
อา้ งอิง 75.67 8.67 2.67 87
ปา่ ดบิ ชื้น 118 68 74.13 53 485
ปา่ ดบิ ชื้นรมิ ห้วย ผสม 41 83 16 0 99
สวนยางพารา และสวน 57 23 91.73 32 1451

ผลไม้ 26 61.87 20 560
ปา่ ดิบชื้น

ตารางท่ี 3.2.2-8 ปริมาตรไมเ้ ฉล่ยี จำแนกตามช้ันคณุ ภาพไม้ในแต่ละพื้นท่ีศึกษา โครงการอ่างเกบน้ำบา้ นเหมืองตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง

พนื้ ที่ ประเภทป่า ปริมาตรไม้ TQ 3 รวม
ปริมาตรไม้เฉล่ยี (ลูกบาศก์เมตรต่อไร่) 0 62.05
อ่างเก็บนำ้ ป่าดิบชน้ื
สนั เข่ือน ป่าดิบช้ืนริมหว้ ย ผสมสวน TQ 1.1 TQ 1.2 TQ 1.3 TQ 2 42.99
อา้ งอิง ยางพารา และสวนผลไม้ - 40.47 - 21.58 60.95

ปา่ ดบิ ช้ืน - 31.06 - 11.93 0

- 35.46 - 25.49 0

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-217 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในปัจจบุ นั

(3) การศึกษาคา่ ดชั นีความสำคัญ (IVI)
(3.1) ดัชนีค่าความสำคัญ พ้ืนท่ีอ่างเกบน้ำ พื้นที่น้ำท่วมพบสังคมพืชป่าดิบช้ืนบริเวณฝั่ง

ขวาของลำห้วยเหมืองตะก่ัว และบริเวณท่ีน้ำท่วมสูงสุดตอนบนของพื้นที่อ่างเก็บน้ำ มีสภาพโครงสร้างป่าท่ีอุดม
สมบูรณ์ ส่วนพ้ืนที่ด้านซ้ายของลำห้วยเหมืองตะก่ัว พบสังคมพืชสวนยางพาราร้างมีการฟื้นตัวโดยพบพันธุ์ไม้เบิกนำ
ปะปนกับสวนยางพาราร้าง นำมาเปรียบเทียบในเชิงปริมาณของค่าดัชนีความสำคัญที่มากท่ีสุด 5 ชนิดแรก และค่า
ดัชนีความหลากหลายชนิดโดย Shannon-wiener Index ดังน้ี (ตารางที่ 3.2.2-9) ไม้ที่สำคัญในพ้ืนท่ีศึกษา 5 อันดับแรก
ได้แก่ยางพ ารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.), สะตอ (Parkia speciosa Hassk.), แซะ (Callerya
atropurpurea (Wall.) Schot), ตีนเป็ด (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) และกะทัง (Litsea grandis (Nees) Hook. f.) มี
ค่าดัชนีความสำคัญ (IVI) เท่ากับ 88.49, 14.96, 12.19, 6.37 และ 4.93 ตามลำดับ โดยมีความถี่สัมพัทธ์ของชนิดไม้
เท่ากับร้อยละ 2.13, 2.13, 2.13, 2.13 และ 1.06 ตามลำดบั ส่วนค่าดชั นีความหลากหลาย พบว่า มีความหลากหลาย
ชนิดมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.), สะตอ (Parkia speciosa
Hassk.), แซะ (Callerya atropurpurea (Wall.) Schot), ตีนเป็ด (Alstonia scholaris (L.) R. Br.) และกะทัง (Litsea
grandis (Nees) Hook. f.)มีค่าดัชนีความหลากหลาย เท่ากับ 0.35, 0.18, 0.19, 0.12 และ 0.10 ตามลำดับ ซึ่งโดย
เฉล่ียแล้วพืน้ ทป่ี า่ ในโครงการ มีค่าดชั นีความหลากหลายชนดิ เท่ากบั 3.71 อยใู่ นระดบั ปานกลาง

ตารางที่ 3.2.2-9 ดัชนีคา่ ความสำคัญ (Importance Value Index, IVI) พน้ื ท่ีอ่างเกบน้ำ

Species Density F BA (m2) Do RD RF RDo IVI Species Shannon
(tree/rai) Index

ยางพารา 124 2.13 453.06 226.53 13.55 2.13 72.81 88.49 ยางพารา 0.35

สะตอ 32 2.13 58.08 29.04 3.50 2.13 9.34 14.96 สะตอ 0.18

แซะ 37 2.13 37.42 18.71 4.04 2.13 6.01 12.19 แซะ 0.19

ตนี เป็ด 17 2.13 14.83 7.42 1.86 2.13 2.38 6.37 ตนี เปด็ 0.12

กะทัง 26 1.06 6.38 3.19 2.84 1.06 1.02 4.93 กะทัง 0.10

(3.2)ดัชนีค่าความสำคญั พ้ืนที่สนั เขื่อน จากการสำรวจโดยสังคมพชื พบว่าพน้ื ท่ีสว่ นใหญ่อยู่นอก
พืน้ ท่ีเขตรักษาพันธุ์สตั วป์ ่าเขาบรรทดั โดยอยู่ในเขตปา่ สงวนแห่งชาติ และพื้นท่เี อกชน ลกั ษณะสังคมพชื เป็นป่าดิบแล้งท่ี
มีร่องรอยการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ โดยพบพันธ์ุไม้ป่าดืบชื้นเดิมสลับแทรกตัวกับสวนผลไม้ สวนสมรม และสวน
ยางพาราร้าง โดยพบพันธไุ์ มใ้ หญอ่ ย่ใู กลแ้ นวริมน้ำ นำมาเปรียบเทยี บในเชิงปริมาณของค่าดัชนคี วามสำคัญท่ีมากทสี่ ุด 5
ชนิดแรก และค่าดัชนีความหลากหลายชนิดโดย Shannon-wiener Index ดังนี้ (ตารางที่ 3.2.2-10) ไม้ท่ีสำคัญใน
พื้นที่ศึกษา 5 อันดับแรก ได้แก่ยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.), ลองกอง (Lansium
parasiticum (Osbeck) K. C. Sahni & Bennet), ตีนนก (Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe), สะตอ
(Parkia speciosa Hassk.) และกะทัง (Litsea grandis (Nees) Hook. f.) มีค่าดัชนีความสำคัญ (IVI) เท่ากับ
108.12, 16.32, 14.11, 12.86 และ 11.92 ตามลำดับ โดยมีความถี่สมั พัทธ์ของชนิดไม้ เท่ากับร้อยละ 5.63, 5.63,
4.23, 5.63 และ 4.23 ตามลำดับ ส่วนค่าดัชนีความหลากหลาย พบว่า มีความหลากหลายชนิดมากที่สุด 5 อันดับ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-218 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

แรก ไดแ้ กย่ างพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Müll. Arg.), ลองกอง (Lansium parasiticum (Osbeck) K. C.
Sahni & Bennet), ตีนนก (Terminalia calamansanay (Blanco) Rolfe), สะตอ (Parkia speciosa Hassk.) และ
กะทัง (Litsea grandis (Nees) Hook. f.) มีค่าดัชนีความหลากหลาย เท่ากับ 0.37, 0.22, 0.20, 0.16 และ 0.17
ตามลำดับ ซ่งึ โดยเฉล่ียแล้วพนื้ ทีป่ ่าในโครงการ มีค่าดชั นคี วามหลากหลายชนิดเท่ากบั 2.64 อย่ใู นระดบั ต่ำ

ตารางที่ 3.2.2-10 ดัชนีค่าความสำคญั (Importance Value Index, IVI) พน้ื ท่สี ันเข่ือน

Species Density F BA Do RD RF RDo IVI Species Shannon
(tree/rai) (m2) Index

ยางพารา 92 5.63 221.04 110.52 22.89 5.63 79.60 108.12 ยางพารา 0.37
ลองกอง 25 5.63 12.40 6.20 6.22 5.63 4.47 16.32 ลองกอง 0.22
ตนี นก 27 4.23 9.03 4.52 6.63 4.23 3.25 14.11 ตนี นก 0.20
สะตอ 14 5.63 10.40 5.20 3.48 5.63 3.75 12.86 สะตอ 0.16
กะทงั 21 4.23 6.62 3.31 5.31 4.23 2.38 11.92 กะทัง 0.17

3.2.3 ทรัพยากรสตั วป์ า่
1) วตั ถุประสงคก์ ารศึกษา
(1) เพ่ือศึกษาความหลากชนดิ ปรมิ าณ สดั ส่วน และการกระจายของชนดิ พนั ธุ์
(2) เพ่ือประเมินสถานภาพของสัตว์ป่าที่อยู่/อาศัย รวมทั้งมีแหล่งหากิน และกระจายพันธ์ุอยู่บริเวณ

พืน้ ทโี่ ครงการฯ และพื้นท่ใี กลเ้ คยี ง
(3) เพื่อใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อสัตว์ป่า ต่อถิ่นที่อยู่/อาศัย

แหล่งหากนิ และกระจายพันธข์ุ องสตั ว์ป่า
(4) เพ่ือเสนอมาตรการในการปอ้ งกัน/แก้ไข/ลดผลกระทบทเ่ี กิดกบั สัตว์ป่า

2) วิธีการศึกษา
(1) การศึกษา และสำรวจความหลากชนดิ ของสตั วป์ ่าแบง่ ออกเปน็ 2 รูปแบบดงั นี้
(1.1) การศึกษา และสำรวจทางตรง (Direct count) : เป็นการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูล

2 ลักษณะ คอื
การสังเกต (Observation) : คือการเก็บข้อมูลในพ้ืนท่ีศึกษาจากการพบเห็นตัวสัตว์โดยตรง

และจากหลักฐานอน่ื ๆ เช่น รอยเท้า มูล รอยกดั กนิ รอ่ งรอยการทำรัง/ขุดโพรง ขน คราบ ซาก และเสียงร้อง พรอ้ ม
ท้ังบันทึกชนิดของสัตว์ป่า และจำนวนของชนิดพันธ์ุท่ีพบ เพื่อนำมาประเมินความชุกชุม โดยการศึกษาทำในเวลา
กลางวัน

การดักจับ (Life trap) : เป็นการใช้อุปกรณ์ในการดักจับเป็น อาทิ กรงดัก กระป๋อง/ขวดน้ำ
พลาสติก ฯลฯ เมอ่ื สามารถตรวจสอบชนิดได้กป็ ล่อยสู่ธรรมชาติ เน่ืองจากลักษณะบางอย่างท่ีใช้แยกชนิดสตั ว์ป่าบาง
ชนิดอยู่บริเวณทย่ี ากต่อการมองเหน็ หรอื บางชนดิ มีความเรว็ ในการเคล่ือนไหว เชน่ หนู และจิง้ เหลน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-219 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

การศึกษา และสำรวจใช้เทคนิคในการสำรวจสตั ว์ป่าแตล่ ะชนดิ ดังนี้
ก. สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians) สำรวจบริเวณแหล่งน้ำต่างๆ ที่กระจายอยู่ในพ้ืน โดย

สำรวจทั้งในตวั เต็มวยั (adult) และลูกออ๊ ด (tadpole)
ข. สัตว์เล้ือยคลาน (Reptiles) สำรวจในสภาพนิเวศต่างๆ ในพื้นท่ีโดยการเดินสำรวจ คุ้ยเขี่ยหา

บริเวณท่ีเปน็ กองวัสดุ ในโพรงบนตน้ ไม้
ค. นก (Birds) สำรวจในสภาพนิเวศต่างๆ ในพื้นท่ี โดยใช้กล้องส่องสองตา (Binocular) กล้องส่อง

ทางไกลกำลังขยายสงู แบบตาเดียว (Telescope) และกล้องถา่ ยรูป
ง. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) สำรวจในสภาพนิเวศตา่ งๆ ในพ้ืนท่ี โดยการเดนิ สำรวจ และการ

ดักจบั เปน็ (กลุ่มของหนู) รวมถึงการใช้กล้องดกั ถา่ ย (camera trap)
(1.2) การศึกษา และสำรวจทางอ้อม (Indirect count) : เป็นการเก็บข้อมูลสัตว์ป่าโดยการ

สอบถามจากประชาชนผู้ที่อยู่ในพื้นท่ีโครงการฯ/พ้ืนท่ีใกล้เคียง รวมทั้งเอกสาร/ข้อมูลที่เก่ียวข้อง (ข้อมูลทุติยภูมิ)
เพื่อใช้เป็นข้อมลู สำหรับช่วยในการทราบชนิดของสัตว์ปา่ ท่ีเคยพบเห็นเทา่ นน้ั

(2) การศึกษา และสำรวจแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า (Ecological habitat) : ศึกษาสภาพนิเวศ
ถน่ิ ท่ีอาศัย ทัง้ ในพืน้ ที่ศึกษา และพ้นื ทใ่ี กล้เคยี ง เพ่อื ประเมนิ ปจั จยั ทเ่ี อ้ืออำนวยตอ่ การดำรงชวี ิตของสัตวป์ ่า

(3) การจำแนกชนิดและจัดลำดบั อนุกรมวธิ านใช้เอกสารเกีย่ วข้องกบั สตั ว์ป่าแต่ละกล่มุ ดังนี้
การจำแนกชนิด
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Lekagul and McNeely, 1977. Francis, 2008

และ Corbett and Hill, 1992
- นก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตามจารจุ นิ ต์, 2550. และ Robson, 2002.
- สัตว์เล้ือยคลาน จำพวกงู ก้ิงก่า จ้ิงเหลน และจิ้งจกตุ๊กแก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Taylor,

1963 และ1965. Matsui, 1996 และ Cox et al, 1991. เต่า ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Nuttaphand, 1979., A
Field Guide to The Reptiles of Thailand and South-East Asia. 2010. แ ล ะ A Field Guide to The
Reptiles of Thailand. 2015.

- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Taylor, 1962., Inger, 1966., Berry, 1975.,
Matsui, 1996. และ ธัญญา, 2547.

การลำดบั อนุกรมวิธาน
- สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Francis, 2008 และ IUCN (The International
Union for Conservation of Nature), 2016. และ Mammal Species of The World, 2016.
- นก ใชเ้ กณฑ์วิเคราะหต์ าม Clements, 2015. The World Bird Database, 2016.
- สัตวเ์ ลือ้ ยคลาน ใชเ้ กณฑว์ ิเคราะหต์ าม The Reptiles Database, 2016.
- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Amphibians Species of The World
2016.
(4) การวเิ คราะห์ประเมินสถานภาพสตั ว์ปา่ แบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท ตามเกณฑ์ดงั นี้
- สถานภาพตามกฎหมาย (พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยใช้ฉบับ
ปรับปรุง 2546) : เป็นสถานภาพสัตว์ป่าในประเทศไทยที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และแบ่งออกได้เป็น สัตว์

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-220 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

ป่าสงวน (Reserved Animals) สตั ว์ปา่ ค้มุ ครอง (Protected Animals) และสัตว์ปา่ นอกคุ้มครอง (Non-protected
Animals)

สถานภาพทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย กำหนดโดย สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม, 2560 : เป็นสถานภาพสัตว์ป่าของประเทศไทยท่ีถูกจัดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ
ดา้ น และจัดสถานภาพสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามเส่ียงต่อสภาวะการสูญพันธุ์ในประเทศไทย (Thailand Red Data) โดยมี
หลายระดับที่ถูกจดั แต่มีระดับใหญ่ท่ีสำคญั แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามระดับมากน้อยของความเส่ียง คือ ระดับใกล้
สูญพันธ์ุอย่างยิ่ง (Critically Endangered : CE) ระดับใกล้สูญพันธุ์ (Endangered : EN) และระดับมีแนวโน้มสูญ
พันธ์ุ (Vulnerable : VU) นอกจากนี้มีสัตว์ป่าหลายชนิดที่ไม่จัดอยู่ในประเภทสถานภาพสัตว์ป่าถูกคุกคาม แต่มี
แนวโน้มหรอื โอกาสสงู มากที่จะกลายเปน็ สตั ว์ป่าที่มีสถานภาพถกู คุกคามในระดับใดระดับหนึ่ง ซึง่ สตั ว์ปา่ เหลา่ น้ไี ด้รับ
การจำแนกไว้เป็นพวกระดบั ใกลถ้ กู คกุ คาม (Near Threatened : NT)

สถานภาพด้านอนุรักษ์ระดับนานาชาติระดับนานาชาติ : (IUCN : The International Union
for Conservation of Nature) สถานภาพสัตว์ป่าในระดับนานาชาติ ตามเกณฑ์กำหนดของสหภาพนานาชาติเพื่อ
การอนรุ กั ษธ์ รรมชาติและทรพั ยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature and Natural
Resources หรือ World Conservative Union : IUCN) ซึ่งพิจารณาจัดสถานภาพสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามเสี่ยงต่อ
สภาวะการ สูญพันธุ์ของโลก (Threatened) ต้ังแต่ปี 1990 ถึงปีท่ีมีรายงานล่าสุด โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตาม
ระดับมากน้อยของความเสี่ยง คือ ระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างย่ิง (Critically Endangered) ระดับใกล้สูญพันธ์
(Endangered) และระดับมีแนวโน้มสูญพันธุ์ (Vulnerable) ส่วนพวกสัตว์ป่านอกจากน้ีมีหลายชนิดท่ีไม่จัดอยู่ใน
ประเภทสถานภาพสัตว์ป่าถูกคุกคาม แต่มีแนวโน้มหรือโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นชนิดสัตว์ป่า ท่ีมีสถานภาพถูก
คกุ คามในระดบั ใดระดบั หนง่ึ ได้รับการจำแนกไวเ้ ป็นพวกระดบั ใกล้ถกู คกุ คาม (Near Threatened)

การวเิ คราะหป์ ระเมินความชกุ ชุมสมั พทั ธ์ของประชากรสัตว์ป่า
ในการประเมินสถานภาพสตั วป์ ่าดา้ นประชากรในทอ้ งถน่ิ ตามรายงานฉบับนี้ ไดใ้ ช้เกณฑ์พิจารณา
จากดัชนีความเด่นทางนิเวศวิทยา (Importance Value Index = IVI) สัตว์ป่าแต่ละชนิดพันธุ์ในพ้ืนที่ศึกษาตาม
ประทีป (2551ก) ซ่ึงแสดงถึงขนาดประชากรสัตว์ป่าที่ได้จากการสำรวจโดยตรง และขอบเขตการกระจายพันธ์ุตาม
แหล่งพ้ืนที่ศึกษาท้ังหมด และแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามเกณฑ์ค่าเฉลี่ย IVI คือระดับชุกชุม(Common) ระดับ
ค่อนข้างหายาก (Uncommon) ระดบั หายาก (Rare)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-221 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

วิธีการคำนวณและวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานภาพประชากร
ความมากนอ้ ยชนดิ พนั ธุ์ (Specific Abundance - A)
% A = จำนวนครัง้ ทพ่ี บตัว (t) × 100
จำนวนครงั้ ท่ีสำรวจ (T)
ความมากนอ้ ยสัมพัทธป์ ระชากร (Relative Abundance - RA)
RA = ความมากน้อยแตล่ ะชนดิ พนั ธุ์ × 100
ผลรวมความมากน้อยสตั ว์ทกุ ชนิด
ความหนาแน่น (Relative density - RD)

RD = จำนวนตัวเฉล่ยี แตล่ ะชนดิ /ระยะทาง (n/l) × 100

ผลรวมจำนวนตวั เฉลยี่ ทกุ ชนิด/ระยะทาง (N/l)
ดชั นคี วามเด่นทางนเิ วศวิทยา (Importance Value Index = IVI)

% IVI = (RA + RD)/ 2
นอกจากน้ยี ังมีกลุ่มของสัตว์ป่าที่ไม่สามารถนำมาประเมินสถานภาพได้ (มิลลิเมตร) เนอื่ งจากเป็น
ขอ้ มูลทุติยภูมิ (ข้อมูลจากการสอบถาม) ไม่สามารถระบุความชัดเจน/ความแน่นอนของข้อมูลในปัจจุบันได้และอาจ
ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของการประเมนิ สถานภาพ รวมท้ังระดับของผลกระทบทั้งในปจั จุบัน และการคาดการณ์
ในอนาคต
3) ผลการศกึ ษา
ผลการสำรวจภาคสนาม
การศกึ ษาสำรวจในพ้ืนทโ่ี ครงการฯ และพนื้ ทขี่ า้ งเคียงจากแนวโครงการฯ มกี ารการสำรวจโดยใช้กลอ้ ง
ดักถ่าย (camera trap) และการสำรวจทางตรงและทางอ้อม โดยมีระยะประมาณ 100 - 6,000 เมตร แสดงดัง
รูปที่ 3.2.3-1 และแสดงดังรปู ที่ 3.2.3-2 โดยสำรวจคร้ังท่ี 1 ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 14-17 พฤษภาคม 2563
เพ่ือเป็นตัวแผนฤดูแล้ง แสดงดังรูปที่ 3.2.3-3 และแสดงดังรูปที่ 3.2.3-4 และสำรวจครั้งท่ี 2 ดำเนินการสำรวจ
ระหว่างวันท่ี 8-12 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นตัวแทนของฤดูฝน แสดงดังรูปที่ 3.2.3-5 และแสดงดังรูปที่ 3.2.3-6
เป็นตวั แทนฤดูแลง้ มรี ายละเอียดดงั น้ี
1. ชนิดสัตวป์ า่
ผลการศึกษาและสำรวจแบ่งเปน็ 3 พ้ืนที่ย่อย คือ บริเวณพื้นที่ของโครงการ บริเวณพื้นที่เกษตรท่ี
อยู่ข้างเคียงโครงการ และบริเวณพื้นท่ีป่าอนุรักษ์ (บริเวณพื้นท่ีของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด) ท่ีอยู่ข้างเคียง
โครงการ สำรวจพบสัตว์ป่ากลุ่มมีกระดูกสันหลัง 4 กลุ่มคือ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibia) สัตว์เลื้อยคลาน
(Reptilia) นก (Aves) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalia) ทั้งส้ิน 180 ชนิด รายละเอียดแต่ละชนิดแสดงดัง
ภาคผนวก ง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-222 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

รปู ที่ 3.2.3-1 เส้นทางเดนิ ศึกษา/สำรวจสตั ว์ปา่ รปู ที่ 3.2.3-2 สตั ว์ปา่ บางชนดิ /กลุ่มสตั ว์ที่พบ

หมายเหตุ: ตวั เลขและตัวอักษรในภาพแสดงรายละเอียดในตารางท่ี 3.2.3-1

ตารางท่ี 3.2.3-1 รายละเอียดแสดงจุดพบสัตว์ป่า ตำแหนง่ วางกลอ้ งดักถา่ ย และสภาพพื้นที่ ฯลฯ

สัญลกั ษณ์ รายละเอยี ด
วงกลม 1 ชะนีมือขาว
วงกลม 2 ค้างแว่นถิ่นใต้
วงกลม 3 นากใหญ่ขนเรยี บ
วงกลม 4 นกกก, นกกาฮัง
วงกลม 5 หมาไม้
สเ่ี หลย่ี ม จดุ วางกล้องดักถ่าย (camera traps)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-223 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ นั

รูปท่ี 3.2.3-3 สำรวจสตั ว์ปา่ บรเิ วณพนื้ ทโ่ี ครงการฤดแู ล้ง

กบเขาหลังตอง กิ้งกา่ คอแดง

นกปรอดทอง นกแ วสรรค์

รปู ที่ 3.2.3-4 ภาพสัตว์ป่าบริเวณพื้นทโ่ี ครงการฤดูแล้ง

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-224 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน

รปู ท่ี 3.2.3-5 สำรวจสัตวป์ า่ บรเิ วณพื้นที่โครงการฤดู น

กบชะง่อนหินใต้ กง้ิ กา่ บนิ คอดำ

แอน่ ฟา้ หงอน ก้งิ กา่ ดงใหญ่

รูปท่ี 3.2.3-6 ภาพสัตวป์ า่ บรเิ วณพ้นื ทโ่ี ครงการฤดู น

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-225 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ ัน

ชนิดสัตว์ป่าท่ีพบสามารถจัดจำแนกตามหลักอนุกรมวิธาน และนำมาคิดสัดส่วนเป็นร้อยละของ
สัตวป์ า่ แต่ละกลุ่มเปรยี บเทยี บกับสัตวป์ ่าที่ศึกษา/สำรวจพบท้งั หมด เพอ่ื แสดงใหเ้ ห็นอตั ราส่วนความมากนอ้ ยของแต่
ละกล่มุ สัตว์ปา่ ทพี่ บได้ดงั ตารางท่ี 3.2.3-2

ตารางท่ี 3.2.3-2 จำนวนชนดิ สตั วป์ า่ ท่ีพบ

กลุ่มสัตว์ อันดบั วงศ์ สกลุ พบ ชนิด รอ้ ยละ พ้นื ที่พบ (ชนิด)
จากทุกชนิด I II III
ทางตรง ทงั้ หมด 16 10 9
9.44 17 14 18
สะเทินนำ้ สะเทินบก 1 5 12 17 17 10.56 130 127 57
72.78 8 8 11
เลอื้ ยคลาน 1 5 15 19 19 7.22 171 159 95
100
นก 15 50 91 131 131

เล้ียงลูกดว้ ยนม 6 8 12 13 13

รวม 23 68 130 180 180

หมายเหตุ : I = พืน้ ทบี่ รเิ วณโครงการฯ II = พื้นท่เี กษตรขา้ งเคยี งโครงการฯ
III = พ้นื ท่ีปา่ อนุรกั ษข์ ้างเคียงโครงการฯ (เขตรกั ษาพนั ธ์สุ ัตวป์ า่ เขาบรรทัด)

(1.1) สตั ว์สะเทินน้ำสะเทนิ บก (Amphibians)
สัตว์ป่าในกลุ่มน้ีจากการศึกษา และสำรวจ พบท้ังส้ิน ชนิด โดย 17 ชนิดถูกจัดอยู่

ในพวกไมม่ หี าง อันดบั Anura พบเช่น คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus) จงโคร่ง (Phrynoidis asper)
ก บ ห น อ ง (Fejervarya limnocharis) ก บ ทู ด (Limnonectes blythii) ก บ เข า ห ลั ง ต อ ง (Chalcorana
chalconota) อ่ึงกรายลายเลอะ (Leptobrachium smithi) อ่ึงลายเลอะ (Microhyla butleri) อ่ึงข้างดำ
(Microhyla heymonsi) ปาดบา้ น (Polypedates leucomystax) เป็นตน้

(1.2) สัตว์เลื้อยคลาน (Reptiles)
ผลจากการศึกษา และสำรวจสัตว์ป่าในกลุ่มนี้พบทั้งส้ิน 19 ชนิด โดยชนิดท่ีพบ

ทั้งหมดจากการศึกษา และสำรวจทางตรงในพืน้ ท่ตี ามแนวโครงการฯ และพ้นื ทขี่ า้ งเคียง อยู่ในอนั ดบั Squamata ซง่ึ
เป็นสัตว์ 4 เท้า สามารถจำแนกได้เป็นอันดับย่อย Sauria พบเช่น จ้ิงจกหางหนาม (Hemidactylus frenatus)
จิ้งจกหางเรียบ (Cosymbotus garnotii) กิ้งก่าบินคอดำ (Draco melanopogon) กิ้งก่าแก้วเหนือ (Calotes
emma alticristatus) จิ้งเหลนลายขีด (Eutropis rugifera) ก้ิงก่าดงใหญ่ (Gonocephalus grandis) ในขณะที่
สตั วจ์ ำพวกงูซึ่งอยู่ในอนั ดับย่อย Serpentes พบเชน่ งูต้องไฟ (Boiga nigriceps) งสู ิง (Ptyas korros) และงูเขียว
ปากจิ้งจก (Ahaetulla prasina) เป็นต้น

(1.3) สัตวป์ กี (Aves)
จากการศึกษาและสำรวจสัตว์ปา่ ในกลุ่มนก พบท้งั ส้ิน 131 ชนดิ และเปน็ กลุ่มสัตว์ที่

พบจำนวนชนิดมากที่สุดในกลุ่มสัตว์ที่สำรวจทั้งหมด โดย 4 ชนิด เป็นพวกอพยพ อาทิ เช่น นกนางแอ่นบ้าน
(Hirundo rustica) นกนางแอ่นตะโพกแกง (Cecropis daurica) นกเด้าลมหลังเทา (Motacilla cinerea) และ
นกเด้าลมดง (Dendronanthus indicus) เป็นต้น สำหรับนกประจำถ่ิน พบอาทิ เช่น นกจอกป่าหัวโต

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-226 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในปจั จบุ ัน

(Calorhamphus hayii) นกโพระดกธรรมดา (Psilopogon lineata) นกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis)
นกกระเต็นอกขาว (Halcyon smyrnensis) นกเขียวปากงุ้ม (Calyptomena viridis) นกพญาปากกว้างท้องแดง
(Cymbirhynchus macrorhynchos) นกบั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) นกหกเล็กปากแดง (Loriculus
vernalis) นกแซวสวรรค์ (Terpsiphone paradisi) นกฮูก, นกเค้ากู่ (Otus lettia) ไก่ป่า (Gallus gallus) เหย่ียว
รุง้ (Spilornis cheela) นกกวัก (Amaurornis phoenicurus) นกเปลา้ คอสีม่วง (Treron vernans) นกเอ้ียงสาริกา
(Acridotheres tristis) นกเอ้ียงควาย (Acridotheres fuscus) นกแว่นตาขาวสีทอง (Zosterops palpebrosus)
นกกินปลีแกม้ สีทับทมิ (Chalcoparia singalensis) และนกกระตดิ๊ ตะโพกขาว (Lonchura striata) เปน็ ต้น

(1.4) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals)
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมศึกษาและสำรวจพบท้ังสิ้น 13 ชนิด อาทิเช่น ชะนีมือขาว

(Hylobartes lar) ค้างแว่นถ่ินใต้ (Trachypithecus obscurus) อีเหน็ ธรรมดา (Paradoxurus hermaphroditus)
หมูป่า (Sus scrofa) กระเล็นขนปลายหูส้ัน (Tamiops mcclellandii) กระแตใต้ (Tupaia glis) หนูท้องหวาย
(Leopoldamys sabanus) และหนทู อ้ งขาว (Rattus rattus) เปน็ ตน้

2. สภาพนิเวศของพ้ืนทีศ่ กึ ษา
พื้นที่โครงการฯ เป็นหุบเขาโดยพ้ืนล่างเป็นคลองสะตอซ่งึ มีน้ำไหลลงมาขากเทอื กเขาบรรทดั ตลอด

ทง้ั ปีด้านขวาของแนวคลองฯ (จากสันอา่ งเขา้ ด้านในโครงการฯ) เป็นพืน้ ที่เกษตรกรรม โดยเกอื บทั้งหมดเปน็ สวนยาง
แตก่ ็พบสวนผลไม้ เช่น ลองกอง มังคุด เงาะ และทุเรียน ปลูกปะปนบา้ งและยงั มีการดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์
อาทิ เช่น กรีดยาง ตัด/ฟันพืชล้มลุกในพื้นที่ส่วน การฉีดพ่นย่า และการให้ปุ๋ยพืชที่ปลูก ฯลฯ ส่วนด้านซ้ายของแนว
คลองเป็นป่าดิบชื้นธรรมชาติท่ีกำลังฟ้ืนตัวเน่ืองจากเคยถูกตัดฟันเพ่ือทำการเกษตรมาก่อน และป่าที่ถูกปลูกขึ้น แต่
ต้นไม้ยังไม่ใหญ่มากนัก ซ่ึงอยู่ในพ้ืนที่เขรักษาพันธสุ์ ัตว์ป่าเขาบรรทัด ดา้ นในของโครงการฯ (พื้นท่ีต่อจากท้ายอ่างฯ)
เป็นป่าดิบชื้นท่ีสมบูรณ์ ขณะท่ีด้านหน้าของอ่างฯ เป็นสวนยางพาราทั้งหมด บริเวณคลองสะตอซึ่งเป็นพื้นที่
โครงการฯ ถูกใชป้ ระโยชน์จากประชาชนท้ังท่ีอาศยั ในพื้นท่ีขา้ งเคียงพ้ืนท่ีโครงการฯ และพ้ืนท่ใี กล้เคยี งค่อนข้างมาก
ทั้งอุปโภคและบริโภค อีกทั้งยังมีราษฎรที่อยู่ข้างเคียงพ้ืนท่ีโครงการฯ และพื้นท่ีอื่นๆ เข้าล่าสัตว์ป่า และเก็บหาของ
ป่าทัง้ ในพ้ืนทโี่ ครงการฯ และพ้ืนท่ีปา่ ของเขตรกั ษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่าเขาบรรทดั ที่อย่ดู า้ นในของโครงการฯ อย่เู ป็นประจำ

3. สภาพนเิ วศกับการกระจายพนั ธุ์
จากสภาพนิเวศของพ้ืนที่ดังกล่าวนั้น ทำให้สัตว์ป่าท่ีพบส่วนใหญ่เป็นสัตว์ท่ีชอบอยู่อาศัยตามป่า

ธรรมชาติ แต่กม็ ีสัตว์ปา่ ท่ีพบตามพนื้ ที่เกษตรกรรมและชุมชนอยู่อาศยั ร่วมกันกับสตั วท์ ี่ชอบอาศัยตามป่า ทงั้ นี้เพราะ
พื้นที่โครงการฯ น้ันเป็นพ้ืนท่ีต่อเน่ืองติดกันระหว่างพ้ืนที่ป่าธรรมชาติ พ้ืนท่ีเกษตรกรรม และพ้ืนที่ชุมชน การพบ
จำนวนตัว และจำนวนชนิดนั้นจะมาก/น้อยต่างกันในแต่ละกลุ่ม เน่ืองจากสภาพของพ้ืนท่ีน้ันเหมาะสมต่อการอยู่/
อาศยั ต่างกัน แตส่ ภาพพื้นทกี่ ็สามารถบอกชนดิ ปริมาณ สัดส่วน และการกระจายของสัตว์ป่าได้ เนื่องจากสัตว์ป่าแต่
ละกลมุ่ /ชนดิ ตอ้ งการปัจจัยแวดล้อมทั้งทางกายภาพ และชีวภาพแตกตา่ งกัน ทงั้ น้ีเน่ืองจากลกั ษณะทางสัณฐานทาง
สรีระ รวมถึงพฤติกรรม และการปรับตัวของตัวสัตวเ์ อง ดังนั้นสัตว์ป่าแต่ละกลุ่ม/ชนิด นั้นสามารถพบได้ท้ังในสภาพ
นเิ วศท่ีมีลักษณะต่างกัน/คล้ายกัน อันเนื่องจากปัจจัยดังท่ีกล่าวข้างต้น และสภาพนิเวศในพื้นที่ของโครงการฯ นั้นมี
ความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ป่าทั้ง 4 กลุ่ม เนื่องจากมีทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ คือ คลองสะตอ อีกท้ังยังมี
แหล่งอาหารซ่ึงมีอยู่ท้ังในป่าธรรมชาติ พ้ืนท่ีเกษตรที่อยู่ทั้งใน และนอกพื้นที่โครงการฯ รวมถึงมีสภาพแวดล้อมที่

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-227 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

เหมาะสมตอ่ การหลบภัย ทำรงั วางไข/ออกลกู และดแู ลลูกออ่ น ทำให้สตั วป์ า่ ท่ีพบดงั กลา่ วน้ันสามารถแพรก่ ระจาย/
ขยายพันธุ์ได้ดีโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงบริเวณพื้นที่ป่าธรรมชาติของเขตรกั ษาพนั ธุ์ฯ แม้ว่าพ้ืนทีโ่ ครงการฯ จะมกี ารรบกวน
จากกจิ กรรมของมนุษย์ที่มอี ยู่เกือบตลอดเวลา

กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ทั้งหมดพบอยู่/อาศัยใกล้แหล่งน้ำ และเกือบท้ังหมดพบตามคลอง
สะตอ รวมถึงแอ่งน้ำที่กระจายอยู่ใกล้คลองสะตอ สัตว์ป่ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ออกหากินในเวลากลางคืน ตามแอ่งน้ำขัง
บริเวณพ้ืนทโ่ี ครงการฯ และพืน้ ทเ่ี กษตรข้างเคียงโครงการฯ พบเช่น กบหนอง เขยี ดหลงั ป่มุ ที่ราบ ปาดบา้ น อ่งึ น้ำเต้า
และอ่ึงข้างดำ และคางคกบ้าน และในคลองสะตอ ทั้งในพื้นท่ีโครงการฯ และพื้นที่ป่าอนุรกั ษ์ พบอึ่งกรายลายเลอะ
และอ่ึงกรายลายจุด (Leptobrachium hendricksoni) ซึ่งพบนั่งส่งเสียงร้องตามโขด/ก้อนหิน และขอน/ตอไม้ใกล้
ลำคลองสะตอ ขณะที่กบชะง่อนหินใต้ (Odorrana hosii) และกบนิ้วปาดใต้ (Amolops larutensis) และกบทูค
(Limnonectes blythi) น้ัน พบอยู่ตามโขดหินริมคลองสะตอ บริเวณพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ส่วนกลุ่มสัตวเ์ ลื้อยคลานนั้น
พบแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมของการอยู่อาศัย และหากิน เชน่ กิ้งก่าหัวแดง กิ้งก่าแก้วเมืองเหนือ จิ้งเหลนหลาก
ลาย และจ้ิงเหลนบ้านน้ัน พบตามพ้ืนดนิ ขณะที่กง้ิ ก่าบินคอดำพบเกาะและปีนตามต้นไม้ เพื่อหากินแมลง/รอ่ นจาก
ตน้ ไม้ต้นหนึ่งไปเกาะอีกต้นหนึ่ง ทั้งบริเวณโครงการฯ และพ้ืนท่ีเกษตร และพ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์ข้างเคียงโครงการฯส่วน
กง้ิ ก่าดงใหญ่ (Gonocephalus grandis) พบเกาะกิ่งไม้อยู่ข้างคลองสะตอบริเวณด้านท้ายของโครงการฯต่อกับป่า
อนรุ กั ษ์ และบรเิ วณคลองสะตอด้านในปา่ อนรุ ักษส์ ัตว์เลื้อยคลานที่กลา่ วข้างตน้ ทั้งหมดพบหากนิ และดำเนนิ กิจกรรม
ส่วนใหญ่ในเวลากลางวัน ในกลุ่มของงูน้ัน ชนิดท่ีพบในเวลากลางวัน อาทิเช่น งูเขียวปากจ้ิงจก (Ahaetulla
prasina) ที่เล้ือยอยู่บนก่ิงไม้ข้างคลองสะตอบริเวณพื้นท่ีโครงการฯ ต่อกับพ้ืนที่เกษตรข้างเคียงโครงการฯ ขณะท่ีงู
ต้องไฟ (Boiga nigriceps) นั้นพบเลื้อยอยู่บนต้นไม้ข้างคลองสะตอ ในเวลากลางคืน บริเวณพ้ืนท่ีโครงการฯ ต่อกับ
ป่าอนุรกั ษ์

สำหรับในกลุ่มนกน้ันเกือบทั้งหมดพบบินไปมาทั้งในพ้ืนที่โครงการฯ และท้ังสองพ้ืนท่ีข้างเคียง
โครงการฯ พบทั้งนกกินลูกไม้/ผลไม้ เช่น นกปรอดเหลืองหัวจุก (Pycnonotus melanicterus) ปรอดโอ่งท้องสี
น้ำตาล (Alophoixus ochraceus) และนกเขียวกา้ นตองปีกสฟี ้า (Chloropsis cochinchinensis) รวมถึงนกที่พบ
หากินแมลงตามต้น ไม้ เช่ น น กหัวขวานส่ีนิ้ วหลังท อง (Chrysocolaptes lucidus) นกจอกป่ าหั วโต
(Calorhamphus hayii) นกเขียวปากงุ้ม (Calyptomena viridis) และนกเขียวคราม (Irena puella) ในขณะท่ี
นกกินปลีแก้มสีทับทิม (Chalcoparia singalensis) นกกินปลีอกเหลือง (Cinnyris jugularis) หากินน้ำหวานจาก
ดอกไม้ นกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum) นกขม้ินน้อยธรรมดา (Aegithina tiphia) หากินแมลงตามก่ิงไม้
และดอกไม้ ส่วนนกเอ้ียงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกระติ๊ดข้ีหมู (Lonchura punctulata) นกกระจิบ
ธรรมดา (Orthotomus sutorius) นกปรอดสวน (Pycnonotus blanfordi) นกโพระดกธรรมดา (Psilopogon
lineata) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกยางควาย (Bubulcus ibis) อีกา (Corvus macrorhynchos)
และนกตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) ก็พบได้ทั้งในพื้นท่ีโครงการฯ และบริเวณพ้ืนท่ีเกษตรข้างเคียง
โครงการฯ เปน็ ต้น ในขณะท่ีนกบางชนิดก็พบดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในเวลากลางคืน อาทเิ ช่น นกแสก (Tyto alba)
และนกฮูก (Otus lettia) พบทั้งในพ้ืนที่โครงการฯ และพ้ืนท่ีเกษตรข้างเคียงโครงการ ขณะที่นกตบยุงหางยักษ์
(Lyncornis macrotis) พบนอนอยู่บนถนนบริเวณทางเข้าพ้ืนทีโ่ ครงการฯในขณะที่นกกก หรือนกกาฮัง น้นั พบเกาะ
บนตน้ ไม้ในพื้นท่ีป่าอนุรกั ษ์ดา้ นในพืน้ ท่ีโครงการฯ สำหรับกลมุ่ สัตว์เลีย้ งลกู ด้วยนมนน้ั พบท้งั พวกท่ี ปีน วิง่ เดิน ตาม

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-228 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปัจจบุ ัน

พื้นดิน และกระโดดตามต้นไม้ เนื่องจากสภาพนิเวศของพื้นศึกษา/สำรวจน้ันเป็นพ้ืนที่ป่าอนุรักษ์ ท่ีติดกับพ้ืนที่
เกษตรกรรมที่เป็นสวนผลไม้ มีทั้งไมย่ นื ต้น และลม้ ลุกอยมู่ าก ประกอบกบั มีเรือนยอดค่อนขา้ งติดกนั สัตว์ปา่ ในกลุม่ น้ี
ท่ีพบหากินในเวลากลางวัน อาทิเช่น กระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps) และกระเล็นขนปลายหูสั้น
(Tamiops mcclellandii) พบในเวลากลางวัน ขณะที่หนูท้องขาว (Rattus rattus) หนูหวาย (Leopoldamys
sabanus) นั้นพบในเวลากลางคืน ท้ังบริเวณพ้ืนท่ีโครงการฯ และพ้ืนที่ข้างเคียงโครงการฯ ท้ังสองพื้นท่ี ขณะที่กลุ่ม
สัตว์เล้ียงลูกด้วยนมท่ีมีขนาดลำตัวใหญ่ขึ้นมา เช่น หมูป่า (Sus scrofa) และอีเห็นธรรมดา น้ันพบหากินท้ังบริเวณ
พ้ืนที่โครงการฯ และพื้นที่ข้างเคียงโครงการฯ ทั้งสองพ้ืนท่ี ส่วนชะนีมือขาว (Hylobates lar) และค้างแว่นถ่ินใต้
(Trachypithecus obscurus) นั้นพบส่งเสียงร้องในป่าอนุรักษ์ด้านในพ้ืนท่ีโครงการฯ ขณะท่ีนากใหญ่ขนเรียบ
(Lutrogale perspicillata) พบหากินตามคลองสะตอในป่าอนุรักษด์ า้ นในพื้นที่โครงการฯ

สัตว์ป่าทั้ง 4 กลุ่ม สำรวจพบกลุ่มนกมากท่ีสุด เน่ืองจากมีจำนวนชนิดมากเป็นปกติในธรรมชาติ
หากเปรียบเทียบกับสัตว์ป่ากลุ่มอื่นๆ อีกท้ังนกส่วนใหญ่หากิน และดำเนินกิจกรรมในเวลากลางวัน ประกอบกับ
สภาพนิเวศของพ้ืนท่ีเอ้ืออำนวยต่อการดำเนินกิจกรรม ทำให้พบเห็นนกมากชนิดกว่ากลุ่มสัตว์ป่าอื่นๆ แต่หากเป็น
เวลากลางคืนนั้น กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสำรวจพบมากท่ีสุด เพราะสภาพของพื้นที่น้ันมีแหลง่ น้ำ คือ แอ่ง บ่อ
และลำธารขนาดเล็ก ท่ีมีน้ำท้ังเกือบตลอดปี และคลองสะตอที่มีน้ำตลอดทั้งปีตลอดปี สภาพแหล่งน้ำดังกล่าวมีท้ัง
โขดหิน แอ่งน้ำขังตามโขดหิน พืน้ ล่างเป็นกรวดและทราย อกี ทงั้ มีใบไม้จมอยใู่ ต้น้ำไมม่ ากนกั ลักษณะดังกล่าวเหมาะ
ต่อการอยู่อาศัย ทำรัง วางไข่ของสัตว์ป่ากลุ่มน้ีมาก ทำให้พบจำนวนชนิด และจำนวนตัวมากท่ีสุดในกลุ่มสัตว์ป่าที่
ดำเนินกิจกรรมในเวลากลางคืน ส่วนในกลุม่ ของสัตวเ์ ลือ้ ยคลานนั้นสว่ นใหญ่ท่ีพบเปน็ กลุ่มท่ีกนิ แมลง และสัตว์ขนาด
เล็กตามพื้นดิน ตามต้นไม้เป็นอาหาร ซึ่งสภาพนิเวศของพ้ืนท่ีโครงการก็เหมาะสมมากเพราะมีท้ังต้นไม้ป่า และไม้ที่
ให้ผลมีความชุ่มช้ืนของดิน มีเศษใบไม้ก่ิงไม้ตกสะสมบนพื้นดิน ทำให้เหมาะสมต่อการอยู่ อาศัย และหากินของสัตว์
กลุ่มนี้ในทางตรงกันข้ามสัตว์ป่ากลุ่มเลี้ยงลกู ด้วยนมน้ันพบน้อยท่ีสุด แต่ชนิดที่พบนั้นบางชนิดเป็นชนิดท่ีหาพบยาก
และค่อนข้างยาก เพราะเป็นชนดิ ท่ีต้องการสภาพนเิ วศท่ีเหมาะสม คือ มแี หล่งอาหาร ที่หลบภัย แหลง่ นำ้ และพืน้ ที่
เฉพาะ พบอาทิ เชน่ ชะนมี ือขาว ค้างแว่นถิน่ ใต้ หมาไม้ และนากใหญข่ นเรียบ เป็นต้น แตส่ ัตวเ์ ลย้ี งลูกด้วยนมที่กลา่ ว
ขา้ งตน้ น้นั กพ็ บเฉพาะในพื้นท่ปี า่ อนุรกั ษ์ที่อยู่ลึกเข้าเกือบกลาง จนถงึ กลางพืน้ ท่ปี า่ ดงั กล่าว ทัง้ นเ้ี นือ่ งจากสภาพนิเวศ
ด้านนอกมีการรบกนจากกิจกรรมของมนุษย์มาก แต่ถึงกระน้ันแม้สัตว์ป่าดังกล่าวจะอย่อู าศัยในป่าอนุรักษ์ แต่ขณะ
เข้าศกึ ษา/สำรวจก็ยงั พบมีการล่าอยู่ และจากการสอบถามเจา้ หนา้ ท่ผี ูเ้ กย่ี วขอ้ งก็ยังมกี ารลักลอบเข้าลา่ อย่เู ป็นระยะ

4. สถานภาพสตั วป์ ่า
สตั วป์ า่ ทัง้ 4 กลุ่ม พบชนิดมากน้อยแตกต่างกนั ท้ังนี้ เน่ืองจากปจั จัยหลายประการ เชน่ ช่วงเวลา

ในการสำรวจ ฤดูกาล ระยะทาง และเส้นทาง รวมถึงความเร็วและ/หรือความแม่นยำในการมองเห็น และแยกชนิด
ของสัตว์ด้วย เป็นต้น องค์ประกอบดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยหน่ึงท่ีทำให้พบเห็นสัตว์ป่ามากน้อยแตกต่างกัน และ
องค์ประกอบดังกลา่ วมานีเ้ ป็นเพียงปัจจยั ท่เี กีย่ วขอ้ งเฉพาะกับผศู้ ึกษา และสำรวจเท่าน้นั ยังคงมีอกี ปจั จัยท่ีเกี่ยวข้อง
อีก คือ ปัจจัยของตัวสัตว์ป่าเองที่มีช่วงเวลา ระยะทางในการเคลื่อนท่ี พฤติกรรม และนิสัยท่ีดำเนินกิจกรรมต่างๆ
แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม แต่ละชนิด หรือแม้กระทั่งแต่ละตัว ทำให้โอกาสในการพบเห็นตัวสัตว์น้ันมาก/น้อย
แตกต่างกันไป อีกปัจจัยท่ีถือว่าสำคัญ คือ สภาพแวดล้อมที่สัตว์ป่าอาศัยอยู่ ในการศึกษา และสำรวจในพ้ืนท่ี
โครงการฯ นมี้ สี ภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมต่อการอยูอ่ าศยั และกระจายพันธ์ุ เพราะมปี ัจจัยทเ่ี อ้ืออำนวย คอื มแี หลง่ น้ำ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-229 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในปัจจบุ นั

แหล่งอาหาร ปลัก และโป่งดนิ รวมถึงพน้ื ท่ีพักผ่อน รว่ มทั้งพื้นทเี่ ฉพาะ ทใี่ ช้ในการทำรัง วางไข่ และดแู ลลูก เพราะมี
สภาพท่ีร่มร่นื เน่ืองจากมีต้นไม้อย่มู ากในสภาพของป่าธรรมชาตทิ ่ที ำให้สตั ว์สามารถดำรงชวี ิตอยูไ่ ด้ แต่อยา่ งไรก็ตามก็
ยงั มีการรบกวนจากกิจกรรมต่างๆ และจากการล่าของประชาชนอยู่ ท้ังในพื้นทโี่ ครงการฯ และใกล้เคียง ดว้ ยเหตุผล
ดังกล่าวข้างต้น ทำให้สถานภาพประชากรของสัตว์ป่าน้ันแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม แต่ละระดับ และการกำหนด
สถานภาพของสัตว์ป่าในการศึกษาครงั้ น้ี แยกเปน็ 2 ลักษณะ/แบบ คอื การกำหนดสถานภาพตามเกณฑ์กำหนดของ
องค์กร/หน่วยงานต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้แล้ว (สถานภาพการอนุรักษ์) ใช้เกณฑ์จาก 3 หน่วยงานที่ได้กล่าวไว้ในวิธี
การศกึ ษา แลสถานภาพของประชากรในพืน้ ท่วี ่ามีมาก/น้อยเพียงใดน้ัน กำหนดสถานภาพประชากรตามจำนวนครั้ง
ที่พบ และจำนวนตัวของแต่ละชนิดพันธ์ุท่ีศึกษา/สำรวจพบโดยตรงเท่าน้ัน เน่ืองจากการสำรวจโดยทางอ้อม/ข้อมูล
ทุติยภมู ิน้ันไมส่ ามารถทราบจำนวนตวั และพ้ืนที่พบอยา่ งชัด หากนำมาพิจารณาอาจทำให้ข้อมูลปจั จุบนั คลาดเคล่อื น
และส่งผลต่อการคาดการณ์/การประเมินในอนาคตที่จะเกิดกับสัตว์ป่า และจากเหตุผลดังกล่าวสามารถกำหนด
สถานภาพของสัตวป์ ่ากลุ่มมีกระดูกสนั หลงั ทั้ง 4 กลุ่ม แสดงดังตารางท่ี 3.2.3-3 ในขณะที่แต่ละชนิดของแต่ละกลุ่ม
สัตว์ป่าท่ีศึกษา/สำรวจพบนั้นจะถูกกำหนดให้อยู่ในสถานภาพประชากรท่ีแตกต่างกันโดยได้แสดงรายละเอียดของ
สถานภาพในแต่ละชนิดพันธุ์ รายละเอยี ดแตล่ ะชนดิ แสดงดังภาคผนวก ง

ตารางท่ี 3.2.3-3 สถานภาพของสตั วป์ า่

สถานภาพ

กลมุ่ สตั ว์ปา่ ตามเกณฑ์ ประชากร

พรบ สผ IUCN มม น ป ม

สะเทนิ น้ำสะเทนิ บก 2ค 1NT 1NT - 12 3 2

เลอ้ื ยคลาน 7ค - - - 16 2 1

นก 127ค 1NT 1VU - 104 12 15

เลย้ี งลกู ดว้ ยนม 4ค 1NT, 3VU 1VU, 2EN - 82 3

รวม 140ค 3NT, 3VU 1NT,2VU,2EN - 140 19 21

หมายเหตุ : พรบ. = พระราชบัญญตั สิ งวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่า พ.ศ.2562

IUCN = สถานภาพตาม IUCN ค = สัตวป์ า่ ค้มุ ครอง

สผ = สำนกั งานนโยบาย และแผนทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม

ม = พบมาก /พบเห็นง่าย ป = พบไม่มาก /พบเห็นไมง่ า่ ย

น = พบนอ้ ย /พบเหน็ ยาก - = ไม่ระบุ

มม = ไม่ประเมนิ (ขอ้ มูลทุตยิ ภมู ิ) EN = ใกลส้ ญู พนั ธ์ุ

NT = ใกลถ้ ูกคุกคาม VU = มีแนวโนม้ สูญพันธ์ุ

สถานภาพสัตวป์ ่าแต่ละกลุ่ม แต่ละชนิดที่แสดงในตารางการศึกษา/สำรวจนั้นแตกต่างกนั ท้ังนีข้ ึ้นกับ

หลายปัจจัยท่ีเป็นตัวกำหนดให้ทั้ง 3 หน่วยงานดังกล่าวข้างตน้ พจิ ารณากำหนดสถานภาพของสัตว์ปา่ แตล่ ะชนิดนั้นก็

แตกต่างกัน ได้แก่ บัญชีราบช่ือสตั วป์ า่ ทป่ี รบั ปรงุ ในปี 2546 ท่ีอยูใ่ นพระราชบญั ญตั สิ งวน และคุ้มครองสตั วป์ า่ 2562

ขณะท่ีสถานภาพสัตว์ป่าตามสำนักงาน นโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม (สผ) จัดทำในปี

2562 ซ่งึ การดำเนินการของทงั้ สองหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นนั้นจะใช้ขอ้ มลู อา้ งอิงของ IUCN ตั้งแต่ปี 1994 จนถงึ ปี

ที่จัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีสถานภาพ ในขณะท่ี IUCN นั้นจะมีการจัดทำสถานภาพทุกปี โดยสถานภาพ

ของสัตว์ป่าจะอยู่ในสถานภาพท่ีเป็นกังวลมาก/น้อยน้ันขึ้นกับข้อมูลรายปี อีกท้ังในรายงานดังกล่าวจะอ้างอิง

แหล่งที่มาของข้อมูล และลำดับขั้นทางอนุกรมวิธาน (taxa) ที่เปล่ียนเกือบทุกปี และในการประเมินสถานภาพของ

หน่วยงานดังกล่าวนี้ใช้เอกสาร/การรายงานจากนักวิชาการ/ผู้มีส่วนเก่ียวข้องจากท่ัวโลกท่ีส่งข้อมูลให้ โดยใช้ตาม

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-230 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ สภาพแวดล้อมในปจั จบุ นั

ภาพรวมจากทวั่ โลกเป็นหลักในการพจิ ารณาประเมินสถานภาพ ขณะทีพ่ ระราชบัญญัติฯ และสำนักงานนโยบาย และ
แผนฯ อ้างองิ ข้อมลู การศึกษาโดยใชข้ ้อมูลภาพรวมของประเทศเปน็ หลกั

จากขอ้ มูลสถานภาพสัตวป์ ่าโดยสรปุ ข้างต้นทำให้สถานภาพของสัตว์ป่าทั้ง 3 หน่วยงานหลักท่ีถูก
นำมาใช้อ้างอิงในการศึกษา/สำรวจคร้งั น้อี าจไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นการพิจารณาสถานภาพสัตว์ปา่ จาก 3 หน่วยงาน
ดงั กล่าวจึงอาจไมส่ อดคลอ้ งกับสถานภาพสัตว์ป่าในพ้นื ทศี่ ึกษาจรงิ และสัตวป์ า่ ท่ีอยใู่ นสถานภาพถกู คกุ คามท้ังหมดที่
พบในการศึกษา/สำรวจน้ีก็พบบริเวณพ้ืนที่ซ่ึงเป็นเสมือนป่าต้นน้ำของคลองสะตอทีอยู่ในพื้นท่ีป่าอนุรักษ์ หรือคือ
พนื้ ที่เขตรกั ษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด ซ่ึงอยู่ห่างจากพ้ืนท่ีโรงการฯ มากว่า 5 กิโลเมตรทางการเดิน พบสัตว์ปา่ อาทิ
เช่น สัตว์ป่ากลุ่มสะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ จงโคร่ง ซ่ึงถูกจัดให้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ไม่อยู่ในบัญชีที่เป็น
กังวล หรอื ถูกคุกคามของอีก 2 หน่วยงานที่รายงานได้อ้างไว้น้ี และถ้าหากมองในภาพรวมระดับพ้ืนที่ และประเทศ
โดยพิจารณาจากปริมาณ สัดส่วน และการกระจายแล้ว คางคกชนิดดังกล่าวยังพบอยู่ค่อนข้างมากท้ังในในพื้นท่ี
อนุรักษ์ และนอกพ้ืนที่อนุรักษ์ อาทิ ลำห้วย/ลำธารขนาดเล็กท่ีต่อจากลำห้วย/คลองขนาดใหญ่ และมีน้ำไหล โดย
ชนิดดังกล่าวสามารถปรับตัวได้ดีมากในสภาพนิเวศต่างๆ เช่นเดียวกับคางคกบ้าน การศึกษา/สำรวจในพื้นท่ี
โครงการฯ นี้ก็เช่นเดียวกัน พบคางคกชนิดน้ีนอกพื้นที่อนุรักษ์ฯ คือ ลำธรขนาดเล็กที่อยู่ในสวนผลไม้ และลำคลอง
สะตอในพื้นท่ีอนุรักษ์ฯ และพ้ืนท่ีโครงการฯ แต่หากมองเฉพาะพ้ืนที่ศึกษาของโครงการฯ พบมีประชากรระดับปาน
กลาง แต่หากมองโดยภาพรวมท้ังพื้นท่ีอนุรักษ์ฯ อาจจะมีสถานภาพประชากรในระดับมาก เน่ืองจากคุณสมบัติ
เฉพาะตวั คอื ปรบั ตวั ดมี ากและสภาพนเิ วศที่อาศยั เหมาะสมมาก

สำหรับสัตว์เลื้อยคลานนั้น การศึกษา/สำรวจพบว่า ไม่มีชนิดใดอยู่ในสถานภาพที่เป็นกังวล/ถูก
คกุ คาม ตามเกณฑ์ของสำนักงานนโยบาย และแผนฯ รวมท้ังของ IUCN ด้วย พบเพียงอยู่ในสถานภาพคุ้มครองตาม
พระราชบัญญตั ิฯ ปี 2535 อาทิเช่น กิ้งก่าแกว้ เหนือ ก้ิงก่าแกว้ ใต้ กิ้งก่าหัวแดง และกิ้งก่าบนิ คอแดง ซ่ึงพบประชากร
ในพื้นท่ีโครงการฯ น้อยกว่าพื้นท่ีภายนอกโครงการฯ เช่น สวนผลไม้ สวนยาง นาข้าว และพื้นที่ชุมชนพบ
ค่อนขา้ งมาก ท่เี ปน็ เชน่ นี้อาจเพราะพื้นที่โครงการฯ อาจไม่เอ้อื อำนวยมากนกั ตอ่ การอย/ู่ อาศัย เพราะพน้ื ทีโ่ ครงการฯ
และข้างเคยี งนั้น เปน็ พ้นื ทีส่ ูง ลาดชัน มีตน้ ไม้มาก ซ่งึ สัตว์ปา่ ชนิดดงั กลา่ วชอบท่ีคอ่ นข้างโลง่ มแี สงแดดมาก

สำหรับกลุ่มนกนั้น เกือบท้ังหมดอยู่ในสถานภาพคุ้มครองตามพระราชบัญญัติฯ ปี 2562 พบ 1
ชนิดที่ถกู จัดตามเกณฑ์ใกล้ถูกคุกคาม (NT) ของสำนักงานนโยบาย และแผนฯ ปี 2560 คือ นกกก หรือนกกาฮัง แต่
เกณฑ์ของ IUCN 2019 นั้นถูกจัดอย่ใู นเกณฑ์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU) และจากการศึกษา/สำรวจก็พบเพียงสอง
เดียวบริเวณพื้นท่ีป่าต้นน้ำในป่าอนุรักษ์ห่างจากพ้ืนที่โครงการฯ มากว่า 4-5 กิโลเมตร และไม่พบในพ้ืนท่ีโครงกรฯ
แลพืน้ ทีข้างเคยี งโครงการฯ ในรัศมี 2 กิโลเมตรจากแนวโครงการฯ

กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้น เป็นกลุ่มท่ีถูกคุกคามมากชนิดท่ีสุด อาทิเช่น ชะนีมือขาว และค้าง
แว่นถิ่นใต้ ที่ถูกจัดให้อยใู่ นเกณฑ์ใกล้สูญพันธ์ุ (EN) ของ IUCN 2019 แต่สำนักงานนโยบาย และแผนฯ ปี 2560 นั้น
จัดอยู่ในเกณฑ์มแี นวโน้มใกล้สญู พันธ์ุ (VU) ซึ่งจากการศกึ ษา/สำรวจนั้น พบสง่ เสยี งรอ้ ง และหากินอยู่บนต้นไม้ และ
หมาไม้ ซึง่ ไม่ถูกจัดใหอ้ ยู่ในเกณฑ์ถกู คุกคามใดของ IUCN 2019 แต่สำนักงานนโยบาย และแผนฯ ปี 2560 น้ันจัดอยู่
ในเกณฑ์ใกลถ้ ูกคุกคาม (NT) พบว่ิง และกระโดดไปมาอยบู่ นตน้ ไม้ โดยท้ังสามชนิดน้นั พบบริเวณปา่ ต้นนำ้ ในขณะที่
อีกหน่ึงชนดิ คือ นากใหญ่ขนเรียบน้ัน พบหากินในเวลากลางคืนคามคลองสะตอ และคลองย่อยที่ไหลลงคลองสะตอ
บริเวณป่าต้นน้ำ และบริเวณคลองสะตอท่ีอยู่ด้านท้ายของโครงการฯ ซึ่งสัตว์ป่าชนิดน้ีถูกจัดให้อยู่ในสถานภาพมี
แนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ของทงั้ IUCN 2019 และสำนักงานนโยบาย และแผนฯ ปี 2560

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-231 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

3.3 คุณคา่ การใช้ประโยชนข์ องมนษุ ย์
3.3.1 ระบบชลประทานและเกษตรกรรม
3.3.1.1 ระบบชลประทาน

1) วตั ถุประสงค์
(1) เพือ่ ศึกษาระบบชลประทานในปจั จุบนั ของพ้นื ที่ศึกษาโครงการและพ้นื ท่ีใกล้เคยี ง
(2) เพื่อศึกษาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร วิถีการตลาดของสินค้าเกษตร และปัญหาด้าน

การเกษตร รวมทง้ั การปศุสตั วใ์ นพื้นทศี่ กึ ษาโครงการ
(3) เพื่อประเมินผลกระทบของการใช้นำ้ ชลประทานต่อการจัดสรรน้ำเพ่ือวตั ถุประสงค์ต่างๆ ในพ้ืนที่

โครงการ และผลกระทบต่อโครงการชลประทานท่มี ีอยเู่ ดิมหรอื กำลงั พฒั นา
(4) เพอื่ เสนอแนะการพฒั นาโครงการชลประทานทเี่ หมาะสมและมาตรการลดผลกระทบเพือ่ ไม่ใหเ้ กิด

ปัญหาตอ่ การใชน้ ำ้ บริเวณพื้นทโ่ี ครงการ และการพัฒนาระบบการปลูกพชื เมอื่ มีโครงการ
2) ขอบเขตและวิธีการศกึ ษา
(1) รวบรวมขอ้ มลู โครงการชลประทานท่ีมีอยู่ในปจั จบุ ันและโครงการทมี่ ีแผนจะพฒั นาในอนาคต
(2) รวบรวมข้อมูลด้านการเกษตร การตลาดของสินคา้ เกษตร และปัญหาด้านการเกษตร รวมทงั้ การ

ปศุสตั ว์ในพ้นื ที่ศึกษาโครงการ
(3) ประเมินผลกระทบของการใช้น้ำชลประทานต่อการจัดสรรน้ำเพ่ือวัตถุประสงค์ต่างๆ ในพื้นที่

โครงการ และผลกระทบตอ่ โครงการชลประทานที่มอี ยเู่ ดมิ หรือกำลงั พัฒนา
(4) ประเมนิ ผลกระทบจากการพฒั นาโครงการต่อการเกษตรกรรม และดา้ นต่างๆ ที่ต่อเน่ือง
(5) เสนอแนะการพัฒนาโครงการชลประทานท่ีเหมาะสมและมาตรการลดผลกระทบเพื่อไม่ให้เกิด

ปญั หาต่อการใชน้ ำ้ บรเิ วณพ้ืนท่โี ครงการ และการพฒั นาระบบการปลกู พชื เมือ่ มโี ครงการ
3) ผลการศกึ ษา
(1) การชลประทาน
1. โครงการพฒั นาแหลง่ น้ำ
โครงการพฒั นาแหลง่ น้ำของกรมชลประทานท่ีได้ดำเนินการในพ้ืนท่ีลุ่มทะเลหลวง จากอดตี จนถึง

ปัจจุบัน 2563 มีจำนวนทั้งหมด 11 แห่ง โดยแบ่งเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำ
ปา่ พะยอม โครงการอ่างเก็บน้ำปา่ บอน และโครงการอา่ งเก็บนำ้ คลองหัวช้าง อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ โดยการพัฒนา
แหล่งน้ำทั้งหมดในปัจจุบันสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 70.50 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นท่ีชลประทานประมาณ 138,998 ไร่
โครงการฝาย 6 แห่ง มีพ้นื ท่ีชลประทานประมาณ 178,400 ไร่ และโครงการประตูระบาย 2 แห่ง มีพื้นที่ชลประทานประมาณ
42,000 ไร่ รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 3.3.1-1

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-232 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

ตารางที่ 3.3.1-1 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทมี่ ศี ักยภาพในพ้ืนทศ่ี กึ ษา

ที่ตัง้ ศักยภาพของโครงการ ปีที่เริ่ม พกิ ัด (UTM)
ก่อสร้าง XY
ลําดับท่ี ชอื่ โครงการ ความจุเพม่ิ ขน้ึ พน้ื ที่รับปรโยชนเ์ พม่ิ ขน้ึ พน้ื ท่ี ชป. เพม่ิ ขน้ึ
ตาํ บล อําเภอ จังหวัด (ล้าน ลบ.ม.) 2531
(ไร่ ) (ไร่ ) 2537
2551
โครงการอ่างเก็บนํ้าที่มศี กั ยภาพพนื้ ท่ีศึกษา ท่ีมอี ยู่ปัจจุบัน
2512
1 อ่างเก็บนา้ ป่าพะยอม เกาะเต่า ป่าพะยอม พัทลุง 20.50 - 35,700.00 2509 857807 590744
- 2408 792400 619800
2 อ่างเก็บนา้ ป่าบอน ทุ่งนารี ป่าบอน พัทลุง 20.00 - 2526 808700 612200
103,298.00 2412
3 อ่างเก็บนา้ คลองหัวช้าง ตะโหมด ตะโหมด พัทลุง 30.00 38,000.00 138,998.00 2512

รวมโครงการอ่างเก็บนํา้ ที่มศี กั ยภาพพน้ื ที่ศกึ ษา ท่ีมอี ยู่ปัจจุบัน 70.50 - 35,700.00 2530
50,000.00 2544
โครงการฝายท่ีมศี ักยภาพพนื้ ที่ศึกษา ที่มอี ยู่ปัจจุบัน 17,000.00
30,000
1 ฝายคลองบ้านพรา้ ว เกาะเต่า ป่าพะยอม พัทลุง - 50,675.00 38,700 865968 600453
839343 611360
2 ฝายคลองนาท่อม นาท่อม เมือง พัทลุง - 69,790.00 7,000 824909 606444
178,400.00 823015 609787
3 ฝายพญาโฮง้ ชะรดั กงหรา พัทลุง - 25,081.00 830128 618490
25,000.00 804800 628800
4 ฝายคลองหลักสาม คลองเฉลิม กงหรา พัทลุง - 33,725 17,000.00
42,000.00
5 ฝายควนกุฎิ ควนขนนุ เขาชัยสน พัทลุง - 53,333
359,398.00
6 ฝายคลองป่าบอน ป่าบอน ป่าบอน พัทลุง - 7,114

รวมโครงการฝายที่มศี ักยภาพพน้ื ที่ศึกษา ท่ีมอี ยู่ปัจจุบัน 0.00 -

โครงการประตูระบายท่ีมศี ักยภาพนนื้ ท่ีศกึ ษา ที่มอี ยู่ปัจจุบัน

1 ประตูระบายคลองท่าแนะ เขาย่า ศรบี รรพต พัทลุง - 37,364.00 854504 600790
794800 621100
2 ประตูระบายคลองป่าบอน ทุ่งนารี ป่าบอน พัทลุง - -

รวมโครงการประตรู ะบายที่มศี กั ยภาพนน้ื ท่ีศกึ ษา ท่ีมอี ยู่ปัจจุบัน 0.00 -

รวม จํานวน 11 แห่ง 70.50 -
ท้ังหมด

โครงการอา่ งเกบ็ น้ำป่าพะยอม : เพือ่ การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในเขตโครงการฝายบ้านพรา้ ว

จังหวดั พทั ลงุ กรมชลประทานจงึ วางโครงการพิจารณาก่อสรา้ งโครงการเก็บน้ำป่าพะยอมอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริขึน้ โดยมี

ลักษณะโครงการย่อย คือ สร้างเขื่อนดินปิดก้ันคลองป่าพะยอมทางต้นน้ำเหนือฝายทดน้ำของโครงการบ้านพร้าวข้ึนไป

ประมาณ 15 กิโลเมตร มีพ้ืนที่รับน้ำฝนเหนือเข่ือนประมาณ 24 ตารางกิโลเมตร และจากการทำ RESERVIOR OPERATION

STUDY เพื่อหาขนาดความจุของอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม ปรากฏว่าควรสร้างอ่างเก็บน้ำมีความจุประมาณ 20.50 ล้านลูกบาศก์

เมตร ความยาวเขอื่ นดนิ 255 เมตร ความสูง 33.00 เมตร พร้อมท้ังสร้างอาคารระบายน้ำ และท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บนำ้ ลงสู่ลำ

นำ้ เดมิ ดา้ นทา้ ยเขอื่ น เพ่ือใชร้ ะบายน้ำลงสลู่ ำนำ้ ให้กับฝายบ้านพรา้ วที่อยูต่ อนล่าง เม่อื กอ่ สรา้ งอา่ งเกบ็ น้ำป่าพะยอมเสรจ็ แลว้

จะสามารถช่วยเหลือพืน้ ทเ่ี พาะปลกู ในเขตโครงการบา้ นพรา้ ว ในพืน้ ทีช่ ลประทาน 35,700 ไร่ โดยเฉล่ยี ในระยะฤดูฝนประมาณ

21,500 ไร่ และประมาณ 4,000 ไร่ ในระยะฤดูแล้ง

ที่ตั้งหัวงานตั้งอยู่ที่ Lattitude 7-45-31 เหนือ Longtitude 99-45-35 ตะวันออก บ้านวังเลน

ตำบลเกาะเตา่ อำเภอปา่ พะยอม จงั หวัดพทั ลุง สรปุ รายละเอียดโครงการไดด้ ังน้ี

- พน้ื ทีร่ ับน้ำฝนเหนอื เขอ่ื น 24 ตารางกโิ ลเมตร

- ทำนบดนิ สูง 33.0 เมตร

- ยาว 255 เมตร

- ระดบั สนั ทำนบดนิ +112.50 เมตร (รทก.)

- ระดบั นำ้ เกบ็ กัก +109.00 เมตร (รทก.)

- ระดบั นำ้ สงู สุด +110.50 เมตร (รทก.)

- ระดบั ธรณีทอ่ ส่งน้ำ +91.00 เมตร (รทก.)

- ความจนุ ำ้ ท่ีระดบั เกบ็ กกั 20.50 ล้านลกู บาศกเ์ มตร

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-233 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

- พน้ื ทผี่ ิวนำ้ ทีร่ ะดับเกบ็ กัก 2.17 ตารางกโิ ลเมตร

- River Outlet ขนาด 1-∅ 1.00 เมตร ยาว 195.90 เมตร

สามารถระบายน้ำได้ 5.0 ลกู บาศกเ์ มตร/วินาที 1 แห่ง

- อาคารทางระบายนำ้ ขนาด 2-3.00✕3.35 เมตร ยาว 250.80 เมตร

สามารถระบายน้ำได้ 80 ลูกบาศกเ์ มตร/วนิ าที 1 แห่ง

ทำนบดนิ ปดิ ชอ่ งเขาขาด 1 แหง่ มีรายละเอยี ดดังน้ี

- ทำนบดินสูง 7 เมตร

- ยาว 350.00 เมตร

- ระดับสนั ทำนบดนิ +112.50 เมตร (รทก.)

งานระบบประปาเพ่ือการอุปโภคและบรโิ ภค

- ทอ่ ส่งน้ำสายใหญ่ และสายซอย 7 กิโลเมตร

โครงการอ่างเกบ็ นำ้ ป่าบอน : ตั้งอยู่ท่ีบ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน

จงั หวดั พัทลุง ตามแผนท่ขี องกรมแผนท่ีทหาร มาตราส่วน 1:50,000 III 47 NPJ 792 - 620 เริ่มก่อสรา้ งปี พ.ศ.2537

ก่อสร้างเสร็จปี พ.ศ.2543 สามารถส่งน้ำให้กับพ้ืนที่ฝายทดน้ำคลองป่าบอน พื้นท่ีรับประโยชน์ 7,000 ไร่ ให้มีน้ำ

สำหรับทำนาไดอ้ ย่างเพียงพอและทัว่ ถงึ สรุปรายละเอยี ดโครงการได้ดงั นี้

อา่ งเก็บน้ำ - ขนาดความจุ 20 ลา้ นลูกบาศก์เมตร

- พื้นทผี่ วิ อ่างเกบ็ นำ้ ทร่ี ะดบั เกบ็ กกั 1.15 ตารางกิโลเมตร

- พน้ื ทผี่ วิ อ่างเก็บนำ้ ทรี่ ะดบั นำ้ สูงสุด 1.25 ตารางกโิ ลเมตร

- พ้นื ท่รี บั น้ำเหนือจุดที่ตั้งหวั งานโครงการฯ 29.70 ตารางกิโลเมตร

- ความยาวของลำนำ้ จากตน้ นำ้ ถงึ หวั งานโครงการฯ 10.00 กิโลเมตร

- ความลาดเทของลำนำ้ บริเวณหวั งานโครงการฯ 1:9,000

- ปริมาณนำ้ ไหลผ่านหวั งานโครงการฯปีละประมาณ 33,179,000 ลกู บาศก์เมตร

- ปรมิ าณฝนเฉลีย่ ปลี ะ 2,736.36 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

- จำนวนวนั ทฝี่ นตกเฉล่ยี ท้ังปี 102 วัน

- อัตราการระเหยของน้ำเฉล่ยี ท้ังปี 1,317.40 ลกู บาศก์มลิ ลิเมตร

ทำนบดนิ - ทำนบดินชนิด Zone Type

- สนั ทำนบดินกวา้ ง 10.00 เมตร

- ความสงู ทำนบดนิ ที่ระดับสูงสดุ 46.00 เมตร

- ความยาวทำนบดนิ 750.00 เมตร

- ระดบั ท้องนำ้ ประมาณ +69.00 เมตร (รทก.)

- ระดับนำ้ ต่ำสดุ Dead Storage +86.20 เมตร (รทก.)

- ระดับนำ้ ทรี่ ะดบั เกบ็ กัก +110.00 เมตร (รทก.)

- ระดบั นำ้ ที่ระดบั สูงสดุ +112.00 เมตร (รทก.)

- ระดับหลังทำนบดิน +114.00 เมตร (รทก.)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-234 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

อาคารประกอบ -.อาคารระบายน้ำ (RIBER OUTLET)

- ประเภทท่อกลม (STEEL LINER) 2.50 เมตร

- ความยาว 250.00 เมตร

- สามารถระบายน้ำไดส้ งู สุด 50.00 ลกู บาศกเ์ มตร/วนิ าที

- อาคารระบายนำ้ ลน้ (SPKLLWAY)

- ประเภท CHANNEL

- สามารถระบายนำ้ ไดส้ ูงสดุ 140.00 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

โครงการอ่างเก็บนำ้ คลองหัวช้าง อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ : ต้ังอยู่ท่ี บ้านหัวช้าง หมู่ท่ี 2 และ

บ้านคลองนุ้ย หมู่ท่ี 5 ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จงั หวัดพัทลงุ Latitude 7๐ 18' 43" เหนือ Longtitude 100๐

01' 03"ตะวันออก เริ่มก่อสร้างปี พ.ศ.2548 ก่อสร้างเสร็จปี พ.ศ.2549 เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนช่วยเหลือการ

เพาะปลูกให้แก่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทา่ เชยี ด จังหวดั พัทลุง แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งชว่ ง

สรุปรายละเอยี ดโครงการได้ดงั นี้

- พ้ืนที่รับน้ำลงอ่างฯ 30.80 ตารางกโิ ลเมตร

- ปรมิ าณนำ้ ทา่ ไหลลงอ่างฯ ในเขตเกณฑเ์ ฉล่ยี 41.83 ลูกบาศก์เมตร/ปี

- ปรมิ าณฝนเฉลยี่ ทง้ั ปปี ระมาณ 2,130 มิลลเิ มตร

- จำนวนวันท่ีฝนตกเฉลย่ี ทง้ั ปปี ระมาณ 63.8 วนั

- ความยาวของลำนำ้ จากตน้ นำ้ ถึงทำนบดนิ ประมาณ 11.50 กิโลเมตร

- ปรมิ าณนำ้ นองสงู สุดในรอบ 100 ปี ประมาณ 140 ลกู บาศก์เมตร/วินาที

- ปริมาณนำ้ นองสงู สุดในรอบ 500 ปี ประมาณ 180 ลกู บาศก์เมตร/วินาที

อา่ งเกบ็ น้ำ - ประเภทโครงการอ่างเก็บนำ้

- ระดับนำ้ สูงสุด (รนส.) +66.22 เมตร (รทก.)

- ระดับนำ้ เก็บกกั (รนก.) +64.50 เมตร (รทก.)

- ระดบั นำ้ ตำ่ สดุ (รนต.) +47.00 เมตร (รทก.)

- ปรมิ าณนำ้ ที่ระดบั เก็บกัก 30.00 ลา้ นลูกบาศก์เมตร

- ปรมิ าณนำ้ ทีร่ ะดบั ตำ่ สดุ 0.550 ล้านลกู บาศก์เมตร

- พ้นื ท่ีผวิ น้ำท่ีระดบั สูงสุด 3,056 ไร่

- พนื้ ทีผ่ ิวนำ้ ทรี่ ะดบั เก็บกกั 2,750 ไร่

- พื้นทนี่ ำ้ ทร่ี ะดบั นำ้ ต่ำสดุ 138 ไร่

- ระดบั สนั เข่ือน +68.50 เมตร (รทก.)

- ความยาวสันเข่ือน 747.00 เมตร

- ความกว้างสนั เขื่อน 9.00 เมตร

- ความสงู เข่อื น 28.00 เมตร

2. แผนงานโครงการชลประทานในอนาคต

กรมชลประทานมีแผนพัฒนาแหล่งนำ้ ในเขตพื้นที่ศกึ ษา จำนวน 4 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำ

ได้ความจุรวมประมาณ 34.14 ล้านลูกบาศก์เมตร พ้ืนท่ีรับประโยชน์ 74,300 ไร่ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำ

คลองใหญ่, โครงการอ่างเก็บน้ำพรุพ้อ, โครงการอ่างเก็บน้ำโล๊ะจังกระ และโครงการอ่างเก็บน้ำโตนแพรทอง โดย

รายละเอียดของโครงการ แสดงดังตารางท่ี 3.3.1-2 และตำแหน่งโครงการพฒั นาแหล่งนำ้ ปัจจุบันและอนาคต แสดง

ดงั รปู ที่ 3.3.1-1

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-235 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

3. การสำรวจและตรวจเยยี่ มพื้นทีโ่ ครงการ
กลุ่มผู้เช่ียวชาญและวิศวกรสนับสนุน ได้ตรวจสอบบริเวณพื้นที่โครงการ เม่ือวันท่ี 9

ตุลาคม 2562 ได้เข้าพบประชาชนในพนื้ ทแ่ี ละตรวจสอบพน้ื ทโ่ี ครงการเบ้อื งตน้ แสดงดงั รปู ที่ 3.3.1-2

ตารางที่ 3.3.1-2 โครงการพัฒนาแหลง่ น้ำที่มีศักยภาพในพนื้ ที่ศึกษา

ท่ีตั้ง ศกั ยภาพของโครงการ ปีท่ีเร่ิม พกิ ัด (UTM)
ก่อสร้าง XY
ลําดบั ท่ี ชอ่ื โครงการ ตําบล อําเภอ จังหวัด ความจุเพม่ิ ขนึ้ พนื้ ท่ีรับปรโยชนเ์ พมิ่ ขนึ้ พน้ื ที่ ชป. เพมิ่ ขนึ้
(ไร่ ) 2565
(ล้าน ลบ.ม.) (ไร่ ) 2565
2565
โครงการพฒั นาแหล่งน้ําที่มศี ักยภาพพนื้ ที่ศึกษา กรณอี นาคต 2566

1 อ่างเก็บนา้ คลองใหญ่ บ้านนา ศรีนครินทร์ พัทลุง 15.00 49,300.00 - 837892.14 593799.24
2 อ่างเก็บนา้ พรพุ ้อ 792678.09 629364.9
3 อ่างเก็บนา้ โล๊ะจงั กระ โคกทราย ป่าบอน พัทลุง 10.50 13,000.00 - 809695.02 608093.47
4 อ่างเก็บนา้ โตนแพรทอง 827698.87 599590.115
รวม คลองเฉลมิ กงหรา พัทลุง 5.04 7,000.00 -

กงหรา กงหรา พัทลุง 3.60 5,000.00 -

จํานวน 4 แห่ง 34.14 74,300.00 -

4. การพฒั นาโครงการชลประทานท่เี หมาะสม
ระบบชลประทานที่เหมาะสมกับพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการคือระบบท่อส่งน้ำ โดยได้

วางท่อส่งน้ำเพื่อส่งน้ำให้พ้ืนที่รบั ประโยชน์ความยาวประมาณ 37.20 กิโลเมตร คิดเป็นพน้ื ที่ชลประทาน 11,600 ไร่
แนวท่อส่งนำ้ และขอบเขตพน้ื ท่รี บั ประโยชนข์ องโครงการแสดงดงั รูปที่ 3.3.1-3

รูปท่ี 3.3.1-2 พบประชาชนในพื้นทีแ่ ละตรวจสอบพ้ืนทโี่ ครงการเบื้องต้น

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-236 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

ทมี่ า : กล่มุ บรษิ ัททีป่ รกึ ษา, 2563

รูปที่ 3.3.1-1 โครงการพัฒนาแหลง่ นำ้ ในปัจจบุ ันและอนาคตในจงั หวัดพัทลงุ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-237 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

รูปท่ี 3.3.1-3 แนวทอ่ ส่งนำ้ และขอบเขตพ้นื ทีร่ บั ประโยชนข์ องโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-238 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

3.3.1.2 การศึกษาด้านการเกษตรและปศสุ ตั ว์

1. สภาพการเกษตรกรรมในปจั จบุ นั
จากการรวบรวมข้อมูลสภาพเกษตรกรรมท่ัวไปในพื้นทีรับประโยชน์ของโครงการ ร่วมกับการศึกษา

ด้านการใช้ทดี ินของพื้นทีโ่ ครงการ พบวา่ โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมปลูกยางพารา ปาลม์ นำ้ มนั คิดเปน็ ร้อยละ 87 ของ
พน้ื ท่ีรับประโยชน์ รองลงมาไดแ้ กไ่ ม้ผลคดิ พนื้ ทีน่ าในพ้นื ทรี่ บั ประโยชน์มีน้อยมาก

การดำเนินการสมั ภาษณ์ตัวแทนเกษตรกรด้วยแบบสอบถามด้านเศรษฐกิจสังคม ในฤดูฝน มีการปลูก
ขา้ วในพน้ื ทีล่ ุ่มริมลำน้ำเพียงเล็กนอ้ ย ไม้ยนื ต้นที่เกษตรกรปลกู ตลอดปี ไดแ้ กย่ างพารา และปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันเร่ิม
มีการปรับเปลี่ยนปลูกไม้ผลจำพวกสละ มังคุด ทุเรียน แทนไม้ยืนต้นเน่ืองจากราคายาง และปาล์มน้ำมัน มีราคา
ตกต่ำ ข้อมูลดังกล่าว ได้นำมาวิเคราะห์จัดทำปฏิทินการปลูกพืชในปัจจุบันของพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการดัง
แสดงในรูปที่ 3.3.1-4 รายละเอียดระบบพืชแตล่ ะชนิดของพืน้ ท่ีชลประทาน 11,600 ไร่ มดี ังนี้

- กลุ่มไม้ยืนต้น : มีพื้นท่ีมากท่ีสุดในพื้นที่ชลประทานโดยมีจำนวน 10,365 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ
89 ของพ้ืนทีชลประทาน โดยมีการปลูกยางพาราจำนวน 10,245 ไร่ (ร้อยละ 88.3) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกไม่มากนัก
เป็นพ้ืนทีป่ ลูกปาลม์ น้ำมนั จำนวน 120 ไร่ (พนื้ ที่ร้อยละ 1.03)

- กลุ่มไม้ผล : มีพ้ืนท่ีค่อนข้างน้อยในพ้ืนที่ชลประทาน โดยมีจำนวน 528 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.6
ของพืน้ ท่ีชลประทาน พนื้ ท่ีส่วนใหญ่หรอื เกือบทั้งหมดเกษตรกรเร่มิ นิยมลูกไม้ผลผสมสละ คิดเป็นพ้ืนที่ร้อยละ 4.53
พื้นที่ส่วนทเี่ หลอื อกี เพยี งเลก็ น้อย ประกอบดว้ ยพ้นื ท่ปี ลกู ลางสาด ลองกอง และพน้ื ทปี่ ลูกกล้วย (พ้นื ท่ีร้อยละ 0.02)

- กลุ่มพ้ืนที่นา : พื้นท่ีนาในปัจจุบันของพ้ืนที่ชลประทานมีค่อนข้างน้อยเน่ืองจากพ้ืนที่ส่วนใหญ่
เปน็ ทีด่ อนโดยมจี ำนวน 55 ไร่ คดิ เป็นร้อยละ 0.47 ของพื้นทช่ี ลประทาน

- กลุม่ พืชไร่ : มพี ้ืนทเ่ี พียงเล็กนอ้ ยมาก ในพนื้ ที่ชลประทานโดยมจี ำนวนเพียง 8 ไร่ คดิ เป็นร้อยละ
0.07 ของพน้ื ที่ชลประทาน พชื ไร่ทีป่ ลกู ไดแ้ ก่ ข้าวโพดเลี้ยงสตั ว์ สปั ปะรด

พื้นที่ชลประทานในกรณีปัจจุบันหรือกรณีอนาคตไม่มีโครงการ มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์พื้นท่ี
การเกษตร (Cropping Intensity : CI) เท่ากบั 94.5 %

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-239 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

สภาพพน้ื ท/ี่ ระบบการผลติ ปฏิทินการผลติ เนอ้ื ที่ (ไร่)/ฤดกู าลผลติ /ร้อยละของพน้ื ทก่ี ารเกษตร

เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ฤดฝู น ร้อยละ ฤดแู ลง้ ร้อยละ ตลอดปี ร้อยละ
-
ทร่ี าบลุ่ม ระบบข้าวนาปเี ชิงเดี่ยว 55.00 0.47 - - - -

ขา้ วพนั ธ์พุ นื เมือง ข้าว (55 ไร่) 55.00 0.47 -- - -
พชื ไร่ 8.00 0.07 89.35
88.32
พชื ไร:่ สบั ปะรด พืชไร่(8 ไร่) -- 8.00 0.07 1.03
--
-
ไม้ยนื ต้น 10,365.00 4.55
4.53
ยางพารา ยาพารา (10,245 ไร่) - - - - 10,245.00 0.02
ปาลม์ น้ามัน ปาลม์ นา้ มนั (120 ไร่)
-- - - 120.00 -
93.97
-- - -

ไม้ผล 528.00

ไม้ผลผสม-สละ ไมผ้ ลผสม (526 ไร่) -- - - 526.00

กลว้ ย กล้วย (2 ไร่) -- - - 2.00

ลางสาด ลองกอง (6 ไร่)

-- - -

รวมพนื้ ทกี่ ารผลติ (ไร่) 55.00 0.47 8.00 0.07 10,901.00

ประสทิ ธภิ าพการใช้ประโยชนพ์ น้ื ทก่ี ารเกษตร (Croping Intensity: CI) 94.5 %

รปู ที่ 3.3.1-4 ประสทิ ธิภาพการใชป้ ระโยชนพ์ นื้ ทก่ี ารเกษตร (Cropping Intensity : CI) และระบบปฏทิ ินการ

ผลิตพืชกรณีปจั จบุ นั /อนาคตไม่มีโครงการ

2. สภาพการเกษตรกรณอี นาคตเม่ือมโี ครงการ
สภาพการผลิตทางการเกษตรในพ้ืนที่ชลประทาน 11,600 ไร่ เม่ือมีการพัฒนาแหล่งน้ำในอนาคตกรณีมี

โครงการฯ จะทำให้มีปรมิ าณน้ำต้นทุนท่ีสามารถนำไปพัฒนาด้านการเกษตรและด้านอ่ืนๆ ไดเ้ พียงพอ หลังจากมีโครงการพื้นที่
นาร้างจะสามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นนาข้าวได้อย่างเดิม โดยจากผลการศึกษาด้านดินพื้นท่ีลุ่มริมล้ำนำสาขาด้านทิศเหนือของ
พ้นื ท่ีชลประทานมีความเหมาะสมด้านดินทจี่ ะปรับเปล่ียนระบบนาข้าว ส่วนพ้ืนท่ีดอนส่วนใหญ่มีความเหมาะสมในการปลูกไม้
ผล ไม้ยืนต้น และพืชไร่ ระบบพืชกรณีมโี ครงการไดแ้ สดงไวใ้ นรปู ท่ี 3.3.1-5 รายละเอียดมีดังนี้

- กลุ่มไม้ยืนต้น : ได้เสนอปรับเปลี่ยนลดพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นเป็นไม้ผล โดยเสนอให้ลดพื้นท่ีปลูก
ยางพาราเหลือจำนวน 5,743 ไร่ (ร้อยละ 49.5) และเพิ่มพ้ืนที่ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นจำนวน 1,120 ไร่ (พื้นท่ีร้อยละ
9.6) เน่อื งจากหากมนี ำ้ พอเพียงจะเสริมใหผ้ ลผลติ ปาลม์ มีอัตราสูงขึน้ กวา่ ทีเ่ ป็นในกรณปี จั จุบนั

- กลุ่มไม้ผล : เนื่องจากสภาวะราคายางในปัจจุบันตกต่ำและคาดว่าจะมีปัญหาดังกล่าวต่อเนื่อง
ปจั จบุ ันเกษตรกรไดป้ รบั เปลย่ี นปลูกไมผ้ ลจำพวก สละ และอ่นื ๆ กรณีมโี ครงการอ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะก่วั จะทำให้
มี แหล่งน้ำต้นทุนพอเพียงต่อการปลูกไม้ผลประเภทต่างๆได้เพิ่มข้ึนจึงเสนอให้ลดพ้ืนท่ีปลูกยางพารา ปลูกไม้ผล
จำพวกสละเพิ่มเติม 3,525 ไร่ (ร้อยละ 30.4) และปลูกไม้ผลผสม กล้วย 15 ไร่ (ร้อยละ 0.13) ลางสาดและลองกอง
580 ไร่ (ร้อยละ 5)

- กลุ่มพ้ืนที่นา : จากผลการศึกษาด้านดินพื้นที่ลุ่มริมน้ำด้านทิศเหนือของพ้ืนท่ีชลประทานมี
ความเหมาะสมในการปลูกข้าว เม่ือมีการพัฒนาโครงการจะมีแหล่งน้ำพอเพียงสำหรับการปลกู ข้าวได้ประมาณ 600
ไร่ โดยสามารถปรบั เปลี่ยนพ้ืนทน่ี าร้างในอดีตให้ปลกู ขา้ วพันธ์พ้ืนเมือง 300 ไร่ และพนั ธ์ส่งเสรมิ ท่ผี ลตอบแทนสูงอีก
300 ไร่ ในฤดูฝน และปลกู ขา้ วนาปรังพนั ธส์ ่งเสรมิ ในฤดแู ลง้ อีก 300 ไร่

- กลุ่มพืชไร่ : ผลการศึกษาด้านดินได้แนะนำพื้นที่ดอนส่วนใหญ่มีความเหมาะสมในการปลูกพืช
ไร่ โดยไดเ้ สนอปลูกพชื ไรผ่ สม ได้แก่ สับปะรดและข้าวโพด คิดเปน็ พนื้ ที่ 300 ไร่ (รอ้ ยละ 2.6)

- กลุ่มพืชผัก : ผลการศึกษาด้านดินได้แนะนำพื้นท่ีนาดอน มีความเหมาะสมในการปลูกพืชผัก
โดยได้เสนอปลูกพืชผักผสม ได้แก่ พืชจำพวกผักกินใบ โดยเสนอให้ปลูก ฤดูฝนคิดเป็นพ้ืนท่ี 1000 ไร่ และฤดูแล้ง
1000ไร่ (ปลูกสองคร้ัง)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-240 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

พน้ื ที่ชลประทานในกรณอี นาคตมโี ครงการ จะมีประสทิ ธิภาพการใชป้ ระโยชน์พ้ืนที่การเกษตร เพม่ิ ขึ้น
(Cropping Intensity: CI) เท่ากับ 130.9 %

สภาพพน้ื ท/ี่ ระบบการผลติ ปฏิทินการผลติ เนอ้ื ที่ (ไร่)/ฤดกู าลผลติ /ร้อยละของพน้ื ทก่ี ารเกษตร

ท่รี าบลุ่ม ระบบข้าวนาปเี ชิงเด่ียว เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ฤดฝู น ร้อยละ ฤดแู ลง้ ร้อยละ ตลอดปี ร้อยละ
ขา้ วพนั ธพุ์ นื เมือง
ขา้ วพนั ธ์สุ ง่ เสริม 600.00 5.17

ระบบข้าวนาปรงั ข้าว 300 ไร่ 300.00 2.59 - - - -
ขา้ วพนั ธ์ุสง่ เสริม
ขา้ ว 300 ไร่ 300.00 2.59 - - - -
พชื ไรผ่ สม
ขา้ วโพด/สบั ปะรด 300.00 2.59

ไม้ยนื ต้น ขา้ วพันธุ์ 300 ไร่ -- 300.00 2.59 - -
ยางพารา
ปาลม์ น้ามัน 300.00 2.59 --

ไม้ผล พชื ไรผ่ สม 300 ไร่ -- 300.00 2.59 - -
ไม้ผลผสม-สละ
กลว้ ย 6,863.00 59.16
ลางสาด ลองกอง
ยาพารา ( ,74 ไร่ -- - - 5,743.00 49.51
พชื สวน/พชื ผัก/ไม้ดอก
พชื สวน/ผกั กนิ ใบ/ไม้ดอก ปาล์มนา้ มัน 1,1 ไร่ -- - - 1,120.00 9.66
-- - - -

4,120.00 35.52

ไม้ผลผสม (3,52 ไร่ -- - - 3,525.00 30.39

กลว้ ย ( ไร่ -- - - 15.00 0.13

ลางสาด ลองกอง (5 0 ไร่ -- - - 580.00 5.00

2,000.00

พืชผกั 1000 ไร่ พชื ผกั 1000 ไร่ พชื ผกั 1000 ไร่ 1,000.00 8.62 2,000.00 17.24 -

รวมพนื้ ทกี่ ารผลติ (ไร่) 1,600.00 13.79 2,600.00 22.41 10,983.00 94.68

ประสทิ ธภิ าพการใช้ประโยชน์พน้ื ทกี่ ารเกษตร (Croping Intensity: CI) 130.9 %

รปู ท่ี 3.3.1-5 ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์พื้นท่ีการเกษตร (Cropping Intensity : CI) และระบบปฏิทิน

การผลติ พืชกรณีอนาคตเมื่อมีโครงการ

3. การศึกษาดา้ นปศุสัตว์
ในอนาคตเมอ่ื มโี ครงการ ระบบการเล้ียงปศุสตั ว์ท่ีมีศกั ยภาพและควรไดร้ บั การสง่ เสริมในโครงการที่มีดังน้ี
(1) การเล้ียงโคเนอ้ื : เสนอใหเ้ กษตรกรในพื้นที่โครงการทม่ี ีพ้ืนทที่ ำกินเปน็ ทดี่ อนหรอื นาดอนเล้ียงโค

เน้ือเป็นอาชีพเสริม ด้วยการเลี้ยงโคเน้ือพันธ์ุลูกผสมระหว่างโคพันธุ์พ้ืนเมืองโดยเล้ียงแบบปล่อยให้หาอาหารกินใน
พื้นที่สาธารณะตามธรรมชาติ ครัวเรือนละ 2-3 ตัว และเสนอให้มีการเลี้ยงโคขุนพันธุ์พ้ืนเมืองท่ีมีสายเลือดผสมโค
พันธ์ุจากทวีปยุโรป เช่น พันธ์ุชาร์โรเลย์ซินเบนรอล หรือริมูซีนโดยนำโคที่มีอายุ 2-2.5 ปี น้ำหนักประมาณ 200
กิโลกรัม ใช้เวลาขุนนานประมาณ 6 เดือน ให้ได้น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 450 กก. จำหน่ายทั้งตัวกิโลกรัมละ 95-110 บาท
ให้ผลตอบแทนตัวละ 42,750-44,000 บาท โดยแนะนำให้เกษตรกรเล้ียง 2-3 ตัวต่อครัวเรือน นอกจากนี้ยังแนะนำ
ให้เกษตรกรเล้ียงโคเพศเมียผสมเทียมและผลิตลูกโคพันธ์ุผสมขายให้กับผู้เลี้ยงโคขุน ด้วยการใช้หญ้า วัสดุเศษเหลือ
จากการเก็บเก่ียวพืช ไดแ้ ก่ ฟางข้าว ลำตน้ ใบของข้าวโพดฝักสด พืชผัก ต้นถั่วลิสง เป็นอาหาร ซ่ึงสำนักงานปศุสัตว์
จังหวัดสงขลาให้การสง่ เสริมสนับสนุนการจัดต้งั ธนาคารโคในพ้ืนท่ีอยา่ งเตม็ ที่ แนะนำให้เกษตรกรทำแปลงหญา้ เล้ยี ง
โคเป็นของตนเองและปลูกหญ้ากินนีสีม่วง หญา้ รซู ่ี หญ้าแพงโกลา่ และหญา้ เนเปยี ร์ปากช่อง ตดั เลี้ยงโคเนอ้ื ประเภท
โคขุน ซ่ึงแปลงหญ้าท่ีมีเนื้อที่ 1 ไร่ เล้ียงโคขุนได้ 2-3 ตัว หรือตัดหญ้าสดจำหน่ายให้แก่ผู้เล้ียงปศุสัตว์ทั่วไป ปัจจัย
การผลิตและผลผลิตทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั จากการเลีย้ งโคเนอื้ ดังแสดงในตารางท่ี 3.3.1-3

(2) การเล้ียงสุกร: ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร ท่ีนับถือศาสนาพุทธเล้ียงสุกรไว้เพื่อการบริโภค
ในครัวเรือนและขายในส่วนที่เหลอื เพื่อเป็นรายได้เสรมิ ของครวั เรือน โดยแนะนำให้เล้ียงครัวเรอื นละ 2-3 ตัว เฉพาะ
ครัวเรือนทม่ี ีศักยภาพในการเลย้ี ง และเล้ียงพันธุ์ลาร์จไวทแ์ ละแลนด์เรซ เลีย้ งแบบขงั คอกโยให้อาหารท่ีมีอยู่ในพื้นท่ี
และอาหารสำเรจ็ รูป

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-241 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

(3) การเล้ียงไก:่ เปน็ พนั ธุ์ไกพ่ น้ื เมอื ง ไกเ่ นอ้ื พันธ์ุลูกผสมสามสายเลอื ดระหว่างสายพนั ธุ์ไกช่ นที่ทนทาน
ตอ่ โรคระบาดหาอาหารเกง่ ไกไ่ ขพ่ นั ธุพ์ นั ธุ์โรสไอแลนดเ์ รด และไกช่ นเสนอใหเ้ กษตรกรเลย้ี งไก่เน้ือ รอ้ ยละ 30 สว่ นท่ี
เหลือร้อยละ 70 เป็นไก่พื้นเมือง โดยทำคอกยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร เพ่ือให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและ
ป้องกันผลกระทบที่เกิดจากความชื้นจากดิน เล้ียงแบบกึ่งพ้ืนเมืองปล่อยแบบธรรมชาติและกินอาหารที่เหลือจาก
ครวั เรือน และกึ่งวิชาการที่มีการทำคอกของแต่ละบ้านโดยจำนวนเล้ียง 5-10 ตัว ต่อครัวเรือนมีวตั ถุประสงค์ในการ
เลี้ยงเพ่ือการบริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายในส่วนท่ีเหลือเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน โดยใช้ข้าวที่ผลิตได้ และ
วสั ดุผลิตผลเกษตรท่ีเหลือเป็นอาหารและต้องป้องกันกำจัดโรคอย่างจริงจังโดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เช่น ฝน
ต้นหนาวและในฤดูรอ้ นไมค่ ่อยมกี ารใหว้ ัคซีนหรอื ป้องกนั โรค มกี ารเลยี้ งแบบประกันราคา

ตารางท่ี 3.3.1-3 การใช้ปัจจยั การผลิตและผลผลิตท่ีคาดว่าจะได้รบั จากการเล้ียงโคเนื้อ

รายการ หนว่ ย ปรมิ าณ

1. ค่าลงทนุ

- โรงเรือน บาท/ตัว 500

- โคก่อนขนุ บาท/ตัว 10,000

- อาหารข้น บาท/ตัว 4,000

- อาหารหยาบ (หญ้า) บาท/ตัว 300

- แรงงานเลีย้ งดู บาท/ตัว 500

- ถา่ ยพยาธิ บาท/ตัว 60

- อปุ กรณ์ บาท/ตัว 200

- ขนส่ง บาท/ตัว 300

- เสียโอกาส บาท/ตัว 800

- อ่ืนๆ บาท/ตัว 100

รวม บาท/ตัว 16,760

2. ราคาขาย บาท/ตัว 45,600

3. รายไดส้ ทุ ธิ บาท/ตัว 28,840

ทมี่ า : ปรับแปลงขอ้ มูลจากโครงการชลประทานทีอ่ ยู่ใกล้เคียง และข้อมลู สำนกั งานปศุสัตว์จังหวดั , 2560

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-242 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ นั

3.3.2 การใช้นำ้
3.3.2.1 การศกึ ษาปริมาณความต้องการใชน้ ำ้

การศึกษาด้านความต้องการใช้น้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
เพอ่ื ให้ทราบถึงความต้องการใช้น้ำในด้านต่างๆ ของโครงการ ทส่ี อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ คอื เพ่ือเป็น
แหล่งเก็บกักน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ
ชว่ ยเหลอื สนบั สนุนการเพาะปลกู ในเขตพ้ืนท่กี ารเกษตรของราษฎร โดยมีขั้นตอนการศกึ ษา ดังน้ี

1) ความตอ้ งการนำ้ ชลประทาน

การศึกษาความตอ้ งการน้ำชลประทาน จะวเิ คราะหโ์ ดยใชแ้ บบจำลอง WUSMO (Water Uses Study
Model) ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีองค์ประกอบหลักท่ีต้องนำมาพิจารณา ประกอ บด้วย
พื้นที่เพาะปลูกและรูปแบบการเพาะปลูกพืช ปริมาณการใช้น้ำของพืช ปริมาณน้ำซึมลึกลงในดิน ปริมาณฝนใช้การ
และประสิทธิภาพการชลประทาน โดยความต้องการน้ำชลประทาน สามารถคำนวณได้จากสมการ ดังน้ี

ความตอ้ งการน้าชลประทาน = ปรมิ าณการใชน้ า้ ของพชื + ปรมิ าณการรว่ั ซมึ - ปรมิ าณฝนใชก้ าร
ประสทิ ธภิ าพชลประทาน

สำหรบั วิธีการคดิ ปรมิ าณความต้องการน้ำชลประทาน มีขั้นตอนและวิธีการวิเคราะห์ ดังน้ี

(1) ปรมิ าณการใชน้ ้ำของพืชอ้างอิง (ETp)
การวิเคราะห์ความต้องการน้ำชลประทาน สามารถคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำของพืชท่ีช่วง

ระยะเวลาต่างๆ ได้ โดยการคูณสัมประสิทธ์ิการใช้น้ำของพืชท่ีปลูก (Kc) กับปริมาณการใช้น้ำของพืชอ้างอิง
(Potential Evapotranspiration, ETp) สำหรับพื้นท่ีเพาะปลูกในช่วงนั้น การคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำของพืช
อ้างองิ คำนวณโดยใช้ข้อมูลภมู อิ ากาศ ดว้ ยวิธี Penman-Monteith เนอ่ื งจากสูตรของ Penman ให้ผลการคำนวณท่ี
ใกล้เคียงกบั คา่ ที่วดั ไดด้ ีกว่าสตู รอ่ืนๆ อกี ทั้งสตู รของ Penman ไดร้ วบรวมองค์ประกอบท่ีมผี ลต่อการใช้น้ำ มาอยู่ในสูตร
ทุกอย่าง กล่าวคือ มีรังสีแสงอาทิตย์ อุณหภมู ิความชน้ื ของอากาศ และความเร็วลม ซ่ึงเปน็ ปัจจัยหลักท่ีทำให้เกิดการ
ระเหยและการคายน้ำ โดยมีสมการคำนวณดังนี้ (จากเอกสาร Crop evapotranspiration - Guidelines for
computing crop water requirements - FAO Irrigation and drainage paper 56 , 1998 )

+ T 9+02073U2
1+ 0.34U 2
( )( ) ( )ETo 0.408 Rn −G es −ea
+
=

โดย ETo = ปรมิ าณการคายระเหยของพชื อ้างองิ (mm/day)

Rn = ปริมาณรังสีสุทธทิ ีบ่ รเิ วณตน้ พืช (MJ/m2/day)

G = Soil heat flux density (MJ/m2/day)

T = อุณหภูมิ ท่ีความสงู 2 เมตรจากพน้ื ดิน (oC)

U2 = ความเร็วลม ทค่ี วามสงู 2 เมตรจากพนื้ ดนิ (m/sec)
 = Slope vapour pressure curve (kPa/ oC)

 = Psychrometric constant (kPa/ oC)

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-243 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

(es–ea) = ความต่างความดันไอนำ้ อมิ่ ตัวกับความดันไอนำ้ จรงิ (kPa)
900 = ตัวคูณแปลงหนว่ ย
โดยสรุปค่าเฉล่ียรายเดือนปรมิ าณการคายระเหยของพืชอา้ งอิงของสถานีตรวจอากาศ แสดงดงั ตารางที่ 3.3.2-1

ตารางท่ี 3.3.2-1 ปรมิ าณการคายระเหยของพืชอ้างองิ ในพื้นท่ศี กึ ษาและบรเิ วณใกลเ้ คียง

หน่วย : มลิ ลิเมตรตอ่ เดอื น

ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รายปี
สถานตี รวจอากาศพัทลงุ
106.4 126.4 142.7 139.6 132.8 123.7 128.0 134.4 123.8 115.6 92.8 94.6 1,460.8
สถานตี รวจอากาศสงขลา
133.4 138.8 158.9 152.4 143.3 124.8 136.1 143.4 130.6 120.5 102.0 107.1 1,591.5
เฉล่ยี 2 สถานี
119.9 132.6 150.8 146 138.05 124.25 132.05 138.9 127.2 118.05 97.4 100.85 1,526.15
ที่มา : กลมุ่ บรษิ ทั ทีป่ รึกษา, 2563

(2) ปริมาณการใชน้ ำ้ ของพชื
การคำนวณปรมิ าณการใชน้ ำ้ ของพืช ได้แบง่ วธิ ีการคำนวณตามลักษณะการปลูกและลกั ษณะการ

ใช้น้ำของพืชที่แตกต่างกันเป็น 2 กรณี คือ ปริมาณการใช้น้ำของข้าว และปริมาณการใช้น้ำของพืชชนิดอ่ืนๆ เช่น
พืชไร่ พืชผกั และไมผ้ ล สามารถคำนวณไดจ้ ากสมการดังน้ี

• ปริมาณการใช้นำ้ ของขา้ ว
ปริมาณการใช้น้ำของข้าว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ฤดูกาล วิธีการเพาะปลูก

(นาดำ/นาหว่าน) ชนิดดนิ พันธข์ุ ้าว สภาพภูมิอากาศ ซง่ึ แบง่ เปน็ ปริมาณความตอ้ งการน้ำในสว่ นต่างๆ ดงั นี้
นำ้ ใช้ในการเตรยี มแปลง สำหรบั กำหนดใชเ้ ท่ากบั 200 มลิ ลเิ มตร
ปรมิ าณน้ำจากการปกั ดำหรือหว่านแล้ว ประกอบด้วย ปริมาณน้ำเพ่ือการเจริญเตบิ โตของต้น

ข้าว และปริมาณน้ำที่ระเหยจากผิวนำ้ ที่ขงั อยู่ในแปลงนา คำนวณจากสูตรดงั นี้

ET = Kc x ETo
เมอื่ ET = ปริมาณการใชน้ ำ้ ของข้าว (มลิ ลิเมตรตอ่ วนั )

Kc = สัมประสทิ ธกิ์ ารใชน้ ำ้ ของขา้ ว
ETo= ปรมิ าณการใช้นำ้ ของพืชอ้างอิง (มิลลิเมตรต่อวัน)
ปริมาณน้ำท่ีซึมลงไปในดิน (Percolation) เมื่อส่งน้ำเข้าไปในแปลงเพาะปลูก จะมีน้ำส่วน
หน่ึงไหลซึมผ่านลงไปในดินเลยเขตรากพืช ปริมาณการรั่วซึมจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ
เช่น ชนดิ ของดิน วิธกี ารเตรียมแปลง ความสูงของระดบั น้ำท่ีขงั ในแปลงเพาะปลกู และระดบั นำ้ ใตด้ นิ
การรว่ั ซึมน้ำลงในดนิ กำหนดใช้เทา่ กบั 1 มิลลเิ มตรต่อวัน

• ปรมิ าณการใชน้ ำ้ ของพืชชนิดอ่ืน
การคำนวณปริมาณการใช้น้ำของพืชชนิดอ่ืน จะคำนวณเฉพาะปริมาณการใช้น้ำเพื่อการ

เจริญเตบิ โต โดยใช้สมการดงั นี้
ET = Kc x ETp

เมอ่ื ET = ปริมาณการใช้น้ำของพืชท่ีตอ้ งการปลูก (มิลลิเมตรตอ่ วนั )

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-244 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ นั

Kc = สัมประสทิ ธ์กิ ารใชน้ ้ำของพืชชนิดนนั้ ๆ
ETo = ปรมิ าณการใชน้ ำ้ ของพชื อ้างอิง (มิลลิเมตรต่อวนั )
(3) สัมประสิทธ์ิการใช้น้ำของพชื (Crop Coefficient, Kc)
สัมประสิทธ์ิการใช้น้ำของพืช (Kc) คือ อัตราการใช้น้ำของพืชแต่ละชนิด ซึ่งจะเปล่ียนแปลงไป
ตามอายุของพืชและช่วงเวลาการเติบโตของพืชแต่ละชนิด ค่าสัมประสิทธิ์การใช้น้ำของพืช (Kc) เมื่อนำไปคูณกับ
ปรมิ าณการใช้น้ำของพชื อา้ งองิ (ETp) จะได้ความต้องการนำ้ ของพชื นั้นๆ ค่า Kc โดยวิธี Penman-Monteith จะใช้
ข้อมูลจากกลุ่มงานวิจัยการใช้น้ำชลประทาน ส่วนการใช้น้ำชลประทาน สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ
กรมชลประทาน, มิถนุ ายน 2555 และจากรายงานรายงานการศึกษาการใช้น้ำโครงการประตรู ะบายน้ำคลองรัตภูมิ
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริแสดงในตารางท่ี 3.3.2-1

ตารางที่ 3.3.2-1 คา่ สมั ประสทิ ธ์ิการใช้นำ้ ของพืชชนดิ ตา่ งๆ (Kc) โดยวธิ ี Penman-Monteith

สปั ดาห์ท่ี ขา้ ว ขา้ วโพดหวาน พชื ไร่ พชื ผกั

1 0.60 0.55 0.50 0.46

2 0.70 0.58 0.57 0.54

3 0.86 0.71 0.68 0.61

4 1.05 0.84 0.89 0.64

5 1.20 0.96 1.12 0.70

6 1.30 1.01 1.26 0.74

7 1.39 1.00 1.33 0.65

8 1.42 0.95 1.35 0.6

9 1.40 0.78 1.34

10 1.36 0.59 1.30

11 1.32 0.50 1.20

12 1.24 1.00

13 1.10 0.77

14 0.92 0.58

15

16

เฉล่ีย 1.13 0.77 0.88 0.62

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-245 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

ตารางท่ี 3.3.2-1 คา่ สมั ประสิทธ์ิการใช้น้ำของพืชชนดิ ต่างๆ (Kc) โดยวิธี Penman-Monteith (ตอ่ )

เดอื นที่ หญ้าแฝก กล้วย ยางพารา ปาลม์ นำ้ มัน ไม้ผล

1 0.62 1.76 1.07 1.17 1.04

2 0.79 1.63 1.21 1.32 1.06

3 1.06 1.92 1.31 1.43 1.04

4 1.07 1.77 1.3 1.42 1.84

5 1.24 2.48 1.26 1.38 2.06

6 1.09 2.58 1.3 1.42 2.33

7 1.00 2.75 1.41 1.53 2.07

8 0.99 1.86 1.57 1.71 2.12

9 1.08 1.25 1.53 1.67 2.29

10 0.69 0.88 1.26 1.38 1.54

11 0.60 1.11 1.12 1.23 1.44

12 0.66 1.25 1.09 1.19 1.29

เฉลีย่ 0.91 1.77 1.29 1.40 1.68

ที่มา : สถาบันสารสนเทศทรพั ยากรนำ้ ลการเกษตร (องค์การมหาชน), กมุ ภาพนั ธุ์ 2555

ศูนยอ์ ำนวยการและประสานการพฒั นาพ้ืนท่ลี ุ่มน้ำปากพนงั อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ สำนักงานชลประทานท่ี 15, 2557
รายงานการดำเนินการด้านรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลโครงการพัฒนาระบบคลังข้อมูล 25 ลุ่มน้ำ และแบบจำลองน้ำท่วมน้ำแล้ง

ล่มุ น้ำภาคใตฝ้ ัง่ ตะวันตก, รายงานการศกึ ษาการใช้นำ้ โครงการประตูระบายนำ้ คลองรตั ภูมิอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ

(4) การคำนวณหาความต้องการนำ้ ชลประทาน
ปรมิ าณความต้องการน้ำชลประทาน หมายถึง ปริมาณน้ำที่ต้องส่งให้กับพ้ืนที่เพาะปลูก รวมถึง

การสูญเสียในระบบส่งน้ำ โดยปริมาณความต้องการน้ำชลประทานจะข้ึนอยู่กับชนิดของพืชท่ีปลูก ชนิดดิน ฤดูกาล
วธิ ีการเพาะปลกู ปรมิ าณฝน และประสทิ ธภิ าพของระบบสง่ น้ำ เป็นตน้

การคำนวณปริมาณความต้องการน้ำชลประทาน หลังจากทราบปริมาณการใช้น้ำของพืชแล้ว
ประกอบด้วยขั้นตอนหลักในการคำนวณดังน้ี

• ปรมิ าณฝนใชก้ าร (Effective Rainfall)
ปรมิ าณฝนใช้การ หมายถงึ ปริมาณฝนทส่ี ามารถนำไปใชป้ ระโยชน์โดยการทดแทนปรมิ าณนำ้

ชลประทานท่ตี ้องสง่ ใหแ้ ก่พชื ได้ ปริมาณฝนใชก้ ารสำหรับพืช แต่ละชนดิ มคี วามแตกต่างกันเน่อื งจากวิธกี ารเพาะปลูก
ตา่ งกนั สำหรับการปลกู ขา้ ว ปรมิ าณฝนใชก้ ารเปน็ ปรมิ าณฝนทตี่ กในแปลงนาแลว้ ไมเ่ กิดการไหลลน้ ออก ซึ่งข้นึ อยกู่ บั
องค์ประกอบที่สำคัญ คือ ปริมาณฝนที่ตกในแตล่ ะวนั ปรมิ าณการใช้น้ำของข้าว ความเคยชินของชาวนาต่อการเก็บ
น้ำชลประทานไว้ในแปลงนา และความสูงของคันนา นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า ในวันท่ีมีฝนตกน้อย เปอร์เซ็นต์ของฝน
ใชก้ ารจะสูงกวา่ วันทีม่ ีฝนตกมาก และยังขึ้นอยู่กับปรมิ าณฝนท่ีตกในวันก่อนหน้าด้วย การหาปริมาณฝนใชก้ าร ใช้วิธี
Simulation ซ่ึงพัฒนาโดยบริษัท Acres International Ltd. ดังแสดงแนวคิดไว้ในรูปที่ 3.3.2-1 และมีวิธีการ
คำนวณ ดังนี้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-246 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

ที่มา : กรมชลประทาน

รูปท่ี 3.3.2-1 แนวคิดในการหาปริมาณฝนใชก้ าร และการหาสมดุลของนำ้ ในแปลงเพาะปลกู

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-247 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

Stn = Stn-1 + Rn - am

Stn > STMAX , Re = STMAX + am - Stn-1 ; Stn = STMAX

Stn  STMAX , Re = Rn ; Stn = Stn-1 + Rn - am

Stn < STMIN , Re = Rn ; Stn = STO

เมอ่ื STMIN = ระดบั ความลกึ ของน้ำต่ำสดุ อาจใชเ้ พอ่ื กำจัดวชั พชื

และเป็นระดับที่เรม่ิ ให้น้ำชลประทาน (มิลลเิ มตร)
STO = ระดบั ความลึกของน้ำ หลังจากมกี ารให้น้ำชลประทาน (มิลลิเมตร)

STMAX = ระดบั ความลึกของน้ำสูงสุดก่อนเกดิ นำ้ ลน้ ออก (มิลลเิ มตร)

Rn = ปริมาณฝนทต่ี กในวนั ที่ n (มลิ ลิเมตร)

Re = ปริมาณฝนใชก้ ารได้ (มิลลเิ มตร)

Stn-1 = ระดับนำ้ ทีส่ ิ้นสดุ ในวันก่อน (มลิ ลิเมตร)

Stn = ระดบั นำ้ ที่สิ้นสดุ ในวันท่ีพจิ ารณา (มลิ ลิเมตร)

am = ความต้องการใชน้ ้ำในแปลงนาสำหรับเดือนท่ปี ลูก m (มลิ ลเิ มตรตอ่ เดือน)

am = (Kc*ETp+OR)/N

Kc = สัมประสทิ ธ์ิการใชน้ ำ้ เฉลีย่ ของเดือนทีป่ ลกู m

ETp = ปริมาณการใช้นำ้ ของพืชอา้ งองิ โดยวธิ ีของ Penman-Monteith

โดยการคำนวณจากข้อมูลทางภมู ิอากาศของเดอื นที่ m (มลิ ลเิ มตรต่อเดอื น)

ภมู อิ ากาศของเดือนท่ี m (มิลลิเมตรต่อเดือน)

OR = นำ้ ท่ีใช้ในการเตรียมแปลงและนำ้ ทีร่ วั่ ซมึ ในเดือนท่ี m (มลิ ลิเมตรตอ่ เดอื น)

N = จำนวนวนั ในเดือนที่ m

สำหรับระดบั นำ้ ในแปลงเพาะปลูก ได้กำหนดระดบั น้ำในแปลงเพาะปลกู สำหรับขา้ ว และพชื ไร่ ดงั นี้

ข้าว พืชไร่

คา่ ระดับน้ำตำ่ สดุ (STMIN) เทา่ กับ 50 0 (มิลลเิ มตร)

คา่ ระดับนำ้ ปกติ (STO) เทา่ กบั 150-100 (มลิ ลิเมตร

คา่ ระดับนำ้ สงู สุด (STMAX) เทา่ กับ 250-150 (มิลลิเมตร)

• ประสทิ ธภิ าพการชลประทาน
ประสทิ ธภิ าพการชลประทานของโครงการ ในช่วงฤดฝู นใช้เท่ากบั 55% ส่วนในช่วงฤดูแล้งใช้เท่ากับ 60%

• การเพาะปลกู พืช

จากข้อมูลพนื้ ท่ีชลประทานของโครงการ ในหวั ข้อการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ และการเกษตร โดยในปัจจบุ ัน
เป็นพ้ืนที่ชลประทานในฤดูฝน 11,600 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นยางพารา รองลงมาได้แก่ ปาล์มน้ำมัน นอกจากน้ีเป็น

เกษตรกรรมประเภทพืชไร่ ไม้ผลผสม และไม้ยืนต้นผสม ส่วนในช่วงฤดูแล้งไม่มีการเพาะปลูกพืชเพ่ิมเติมเนื่องจาก

ขาดแคลนน้ำต้นทุน ทำให้พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้นต่างๆ ท่ีมีช่วงอายุยาว เกิดการขาดแคลนน้ำ ไม่ได้ผลผลิตในช่วงฤดู

แลง้ อย่างเหมาะสมตามทต่ี อ้ งการ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-248 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ นั

ส่วนในอนาคตเมื่อมีโครงการ จะเปลี่ยนแปลงการเพาะปลูกโดยลดยางพาราลง 4,500 ไร่
เป็นปลูกการข้าว 600 ไร่ ปลูกปาล์มน้ำมันเพ่ิม 1,120 ไร่ และไม้ผลเพ่ิมประมาณ 3,525 ไร่ ในส่วนหน้าแล้งจะเพ่ิม
การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งประเภทข้าวนาปรัง 600 ไร่ พืชไร่ผสม เช่น ข้าวโพด-สับปะรด 300 ไร่ และพชื ผักต่างๆอีก
1000 ไร่ (ปลูก 2 รอบ)

จากหลักเกณฑ์ต่างๆ ดังกล่าว สามารถคำนวณความต้องการน้ำชลประทานของโครงการ
อ่างเก็บนำ้ บ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ในปัจจุบัน (พื้นท่ีชลประทาน ฤดูฝน 11,600 ไร่) ได้เท่ากับ
21.43 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี และในอนาคตเม่ือมีโครงการ (พ้ืนที่ชลประทาน ฤดูฝน 11,600 ไร่ ฤดูแล้ง 2,600 ไร่) ได้
เท่ากับ 22.82 ลา้ นลกู บาศก์เมตร/ปี

2) ความตอ้ งการนำ้ เพ่ือการอุปโภค-บรโิ ภค
ความต้องการน้ำเพ่ือการอุปโภค-บริโภค จะทำการวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลจำนวนประชากรท่ีอาศัยอยู่

ในพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ จากผลการศึกษาในหัวข้อประชากร โดยพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการแบ่ง
ออกเป็น 2 ตำบลดังนี้คือ ตำบลหนองธง และตำบลคลองใหญ่ ประเมินจำนวนประชากรในพ้ืนที่รับประโยชน์ และ
กำหนดอัตราการใช้น้ำเพ่ือการอุปโภค-บริโภค สำหรับเทศบาลตำบล เท่ากับ 60 ลิตร/คน/วัน (จากคู่มือปฏิบัติงาน
ดา้ นจัดสรรน้ำ, เล่มที่ 8/16 การประเมินการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ, กรมชลประทาน 2554) สามารถประเมินความ
ต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของโครงการ ไดด้ ังน้ี

ตารางที่ 3.3.2-2 ปรมิ าณการใชน้ ำ้ อปุ โภค-บรโิ ภค

พ.ศ.2562 พ.ศ.2572 พ.ศ.2582 พ.ศ.2592
12,673 13,053 13,444
จำนวนประชากร (คน) 12,304 0.278 0.286 0.294

ความต้องการน้ำ (ล้านลกู บาศก์เมตรต่อป)ี 0.269

ท่มี า : บรษิ ัททปี่ รึกษา

3) ความตอ้ งการน้ำเพ่ือการปศสุ ัตว์
จากการศึกษาในหัวข้อเกษตรและปศุสัตว์ของโครงการ พบว่ามีการเลี้ยงไก่และเป็ดมากที่สุด 15,833 ตัว

รองลงมาได้แก่ สุกร 793 ตัว นอกจากนี้เป็นสัตว์ประเภทอื่นๆ ได้แก่ โคและกระบือ 305 ตัว ทำการประเมินความ
ต้องการน้ำเพ่ือการปศุสัตว์จากอัตราการใช้น้ำของโค กระบือ 50 ลิตร/ตัว/วัน สุกร 20 ลิตร/ตัว/วัน ไก่ เป็ด 0.5
ลิตร/ตัว/วัน (จากคู่มือปฏิบัติงาน ด้านจัดสรรน้ำ, เล่มท่ี 8/16 การประเมินการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ, กรม
ชลประทาน 2554) สามารถประเมินความต้องการน้ำเพ่ือการปศุสัตว์ของโครงการ โดยกำหนดให้อัตราการเพิ่มขึ้น
เทา่ กับอตั ราการเพ่มิ ทางด้านอปุ โภคบริโภค ได้ดงั น้ี
ตารางที่ 3.3.2-3 ปริมาณการใช้น้ำการปศสุ ัตว์

จำนวนสุกร (ตัว) พ.ศ.2562 พ.ศ.2572 พ.ศ.2582 พ.ศ.2592
จำนวนไก่/เป็ด (ตวั ) 5,015 5,165 5,320 5,479
จำนวนโค กระบือ (ตัว) 100,100 103,100 106,192 109,376

ความต้องการน้ำ (ล้านลกู บาศก์เมตรตอ่ ป)ี 1,928 1,985 2,045 2,106
ทมี่ า : บริษทั ที่ปรกึ ษา 0.0143 0.0147 0.0151 0.0156

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-249 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

4) ความตอ้ งการน้ำเพอื่ การอุตสาหกรรมและการทอ่ งเทย่ี ว

จากการศึกษาข้อมูลการอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวของโครงการ พบว่า ในบริเวณพื้นท่ีรับ

ประโยชน์ของโครงการ ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้ทำการประเมินเป็นน้ำเพ่ือการท่องเท่ียวโดยคิดเป็น 75% ของ

ปริมาณการใช้น้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งสามารถประเมินความต้องการน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมและการท่องเท่ียวของ

โครงการ ได้ดังนี้

พ.ศ.2562 พ.ศ.2572 พ.ศ.2582 พ.ศ.2592

ความตอ้ งการนำ้ (ลา้ นลกู บาศก์เมตรต่อป)ี 0.202 0.208 0.214 0.221

ท่ีมา : บรษิ ทั ทีป่ รึกษา

5) ความต้องการนำ้ เพอ่ื รักษาสมดุลระบบนิเวศทา้ ยนำ้
ปริมาณความตอ้ งการน้ำเพ่อื รักษาสมดุลระบบนิเวศท้ายน้ำ เป็นปริมาณน้ำนอ้ ยท่ีสุดท่ตี อ้ งระบายออกจาก

เขอื่ น เพอ่ื ที่จะรกั ษาสภาพการไหลในลำน้ำดา้ นท้ายเขือ่ น ใหม้ ีน้ำไหลหลอ่ เลย้ี งลำน้ำ รวมทง้ั พชื และสัตว์ชนิดตา่ งๆ ทอี่ ยู่
ด้านท้ายน้ำ สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ใกล้เคียงสภาพก่อนมีโครงการมากท่ีสุด โดยพิจารณาจากค่าต่ำสุดของปริมาณน้ำท่า
ไหลเขา้ อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวจากขอ้ มูลสถิติ 30 ปี (พ.ศ.2532-2561) โดยคิดปริมาณความเช่ือม่ันท่ีรอ้ ยละ 85 ดัง
แสดงในตารางที่ 3.3.2-4 และรปู ที่ 3.3.2-2

รปู ท่ี 3.3.2-2 แนวคิดในการหาปรมิ าณฝนใชก้ าร และการหาสมดลุ ของนำ้ ในแปลงเพาะปลูก

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-250 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง สภาพแวดล้อมในบจั จบุ นั

ตารางที่ 3.2.2-4 ปรมิ าณการใชน้ ำ้ รักษาสมดุลระบบนเิ วศท้ายนำ้

ปี มิ.ย. ก.ค. ปรมิ าณนา้ ท่ารายเดือน, ล้าน ลบ.ม. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. รายปี
พ.ศ. เม.ย. พ.ค. 0.71 1.20 ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. 1.71 0.95 0.66 มี.ค. (ล้าน ลบ.ม.)
2532 1.18 0.87 0.82 0.68 6.77 2.12 1.07
2533 0.72 1.25 0.82 1.98 0.99 0.92 1.23 4.42 7.20 3.38 1.19 0.56 15.39
2534 0.84 0.73 0.31 0.36 0.67 0.67 1.56 4.67 7.83 3.83 1.24 1.07 22.06
2535 0.31 0.28 0.96 0.73 1.27 1.55 1.43 3.42 14.81 2.54 1.30 0.79 24.60
2536 0.92 0.90 1.40 1.45 0.60 0.40 0.77 6.47 6.45 3.16 1.77 0.90 23.29
2537 3.15 2.48 0.60 0.63 0.60 0.66 1.79 10.63 4.25 1.75 1.94 2.31 38.16
2538 0.81 0.66 1.32 1.29 1.37 1.38 3.35 20.79 10.96 1.90 1.41 1.72 48.48
2539 1.30 2.05 0.56 0.77 0.78 1.26 1.13 11.34 15.49 2.17 0.98 0.73 25.89
2540 1.24 0.78 0.23 0.17 1.26 1.24 1.90 4.25 9.51 9.50 9.78 1.28 30.15
2541 0.26 0.21 0.58 0.50 2.73 1.60 3.72 6.67 9.53 3.47 1.58 0.65 37.35
2542 1.97 0.87 1.64 1.28 0.51 0.63 1.43 2.94 6.32 15.27 2.79 2.07 37.23
2543 3.35 2.88 0.89 0.74 0.60 0.62 1.12 1.97 8.30 2.21 0.91 4.68 27.48
2544 1.37 1.12 0.77 0.78 1.64 1.14 1.33 15.72 9.57 4.16 1.44 2.60 55.97
2545 0.93 1.26 0.36 0.62 0.59 0.61 1.71 4.45 7.51 2.05 1.29 0.55 23.44
2546 0.36 0.28 0.91 0.97 1.28 1.33 2.01 6.31 5.29 1.56 0.79 1.35 31.19
2547 0.83 1.36 0.51 0.43 0.53 0.43 1.54 4.78 27.12 3.59 4.03 0.40 20.16
2548 0.43 0.52 1.68 1.69 0.77 0.84 2.19 7.16 2.65 3.51 1.08 0.73 23.38
2549 2.52 2.14 1.06 1.06 0.39 0.53 1.45 6.77 4.58 2.17 1.45 2.94 48.72
2550 1.10 1.11 0.97 0.55 1.21 1.14 1.73 2.65 12.01 8.20 1.29 0.98 22.99
2551 1.32 1.61 0.81 0.90 0.88 0.90 1.62 2.64 3.67 3.50 0.75 2.09 20.66
2552 1.83 1.52 0.51 0.48 0.34 0.28 0.55 7.83 7.94 5.23 1.10 1.79 36.74
2553 0.48 0.43 1.18 1.07 0.74 0.71 0.82 8.22 33.06 8.06 3.02 0.46 23.94
2554 3.84 2.79 2.42 1.63 0.45 0.71 1.02 13.75 7.94 5.43 3.15 7.39 39.51
2555 2.52 1.84 0.83 0.60 0.60 1.90 1.73 6.84 6.81 2.24 0.97 3.12 67.22
2556 0.81 1.14 0.91 1.01 1.16 1.50 1.65 3.89 12.19 3.56 1.13 2.30 35.42
2557 0.83 0.93 0.48 0.58 0.59 0.44 1.07 5.78 3.05 2.78 1.05 0.59 21.86
2558 0.83 0.82 0.62 0.60 1.04 0.78 1.47 5.08 35.19 62.25 2.85 1.17 30.10
2559 0.27 0.47 1.26 0.82 0.67 1.54 2.64 5.02 14.08 4.12 2.21 0.53 20.00
2560 3.98 2.83 1.67 1.83 0.38 0.23 0.32 2.09 7.11 2.91 0.76 1.43 106.69
2561 1.20 1.37 0.93 0.91 1.31 2.21 1.83 21.29 10.30 5.92 1.83 1.60 57.56
เฉลี่ย 1.38 1.25 2.42 1.98 0.88 0.95 1.51 3.98 35.19 62.25 9.78 0.76 24.92
สูงสุด 3.98 2.88 0.23 0.17 0.89 0.97 1.59 7.06 1.71 0.95 0.66 1.65 34.68
ตา่้ สุด 0.26 0.21 0.22 0.16 2.73 2.21 3.72 21.29 1.63 0.90 0.63 7.39 155.82
เช่ือม่ัน 85% 0.25 0.20 0.34 0.23 0.32 1.97 0.40 7.44
0.32 0.22 0.30 1.87 0.38 7.08
ที่มา : บรษิ ัททป่ี รกึ ษา

จากปรมิ าณความต้องการน้ำในแตล่ ะด้านสามารถนำมาสรุปปรมิ าณความต้องการนำ้ รวมในกรณีปัจจุบันไม่
มโี ครงการณแ์ ละคาดการณล์ ว่ งหน้า 30 ปี ได้ดังแสดงในตารางท่ี 3.3.2-5 ถึงตารางที่ 3.3.2-8

ตารางที่ 3.3.2-5 สรปุ ความตอ้ งการใช้น้ำในดา้ นตา่ งๆ กรณปี จั จบุ ัน

ลาํ ดบั รายตาํ บล อปุ โภคบริโภค เกษตรกรรม ปริมาณความตอ้ งการน้ํา (ลา้ น ลบ.ม./ป)ี นิเวศทา้ ยนํ้า รวม
0.136 19.954 ปศสุ ตั ว์ อตุ สาหกรรม/ทอ่ งเทย่ี ว - 20.203
1 หนองธง 0.134 1.472 0.012 0.102 1.709
2 คลองใหญ่ 0.269 21.426 0.002 0.100 7.079 28.990
0.014 0.202
รวม
ทีม่ า : บรษิ ัทท่ีปรึกษา

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-251 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.3.2-6 สรปุ ความตอ้ งการใช้นำ้ ในด้านตา่ งๆ กรณีคาดการณ์ปี พ.ศ.2572

ลําดบั รายตาํ บล อปุ โภคบริโภค เกษตรกรรม ปริมาณความตอ้ งการนาํ้ (ลา้ น ลบ.ม./ป)ี นิเวศท้ายนาํ้ รวม
0.143 19.954 ปศสุ ตั ว์ อตุ สาหกรรม/ทอ่ งเทยี่ ว - 20.217
1 หนองธง 0.135 1.472 0.013 0.107 1.710
2 คลองใหญ่ 0.278 21.426 0.002 0.101 7.079 29.005
0.015 0.208
รวม
ที่มา : บรษิ ทั ทป่ี รึกษา

ตารางที่ 3.3.2-7 สรปุ ความตอ้ งการใชน้ ำ้ ในด้านต่างๆ กรณีคาดการณป์ ี พ.ศ.2582

ลาํ ดบั รายตาํ บล อปุ โภคบริโภค เกษตรกรรม ปริมาณความตอ้ งการนา้ํ (ลา้ น ลบ.ม./ป)ี นเิ วศทา้ ยนํ้า รวม
0.151 19.954 ปศสุ ตั ว์ อตุ สาหกรรม/ท่องเทยี่ ว - 20.231
1 หนองธง 0.135 1.472 0.013 0.113 1.711
2 คลองใหญ่ 0.286 21.426 0.002 0.101 7.079 29.020
0.015 0.214
รวม
ที่มา : บริษทั ที่ปรึกษา

ตารางท่ี 3.3.2-8 สรุปความต้องการใช้น้ำในด้านต่างๆ กรณคี าดการณ์ปี พ.ศ.2592

ลําดบั รายตาํ บล อปุ โภคบริโภค เกษตรกรรม ปริมาณความตอ้ งการนา้ํ (ลา้ น ลบ.ม./ป)ี นเิ วศท้ายนาํ้ รวม
0.159 19.954 ปศสุ ตั ว์ อตุ สาหกรรม/ทอ่ งเทย่ี ว - 20.245
1 หนองธง 0.136 1.472 0.014 0.119 1.712
2 คลองใหญ่ 0.294 21.426 0.002 0.102 7.079 29.035
0.016 0.221
รวม
ที่มา : บรษิ ัทที่ปรึกษา

ส่วนกรณีหลงั มีโครงการไดม้ กี ารประเมินความตอ้ งการนำ้ โดยเปลย่ี นแปลงการปลกู พชื ตามปฏิทินปลูกพชื ที่
วิเค รา ะ ห์ ค ว าม เห ม า ะ ส ม ก า รป ลู ก พื ช ห ลั ง มี ก าร พั ฒ น า โค รงก าร อ่ า งเก็ บ น้ ำ บ้ าน เห มื อ งต ะ ก่ั ว อั น เน่ื อ งม า จ า ก
พระราชดำริและปรมิ าณน้ำกิจกรรมตา่ งๆ ที่คาดการณ์อกี 30 ปี (2592) ดังนั้นจงึ สามารถสรุปปริมาณความต้องการ
น้ำในทุกกิจกรรม กรณีหลังมีการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ แสดงดัง
ตารางที่ 3.3.2-9

ตารางที่ 3.3.2-9 สรุปความต้องการใช้น้ำในด้านต่างๆ กรณีมีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว

อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ

ลําดบั รายตาํ บล อปุ โภคบริโภค เกษตรกรรม ปริมาณความตอ้ งการน้ํา (ลา้ น ลบ.ม./ป)ี นเิ วศท้ายนา้ํ รวม
0.159 21.256 ปศสุ ตั ว์ อตุ สาหกรรม/ทอ่ งเทยี่ ว - 21.547
1 หนองธง 0.136 1.567 0.014 0.119 1.807
2 คลองใหญ่ 0.294 22.823 0.002 0.102 7.079 30.432
0.016 0.221
รวม
ท่ีมา : บรษิ ัททป่ี รกึ ษา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-252 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำบา้ นเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบัจจบุ ัน

3.3.2.2 การศกึ ษาวเิ คราะหร์ ะบบแหลง่ นำ้
โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บนคลองเหมืองตะกั่ว ในเขตบ้าน

เหมืองตะกั่ว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง มีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือท่ีตั้งหัวงาน ประมาณ 20.27 ตาราง
กิโลเมตร พืน้ ที่ชลประทานของโครงการ มปี ระมาณ 11,600 ไร่ ดงั แสดงในแผนภมู ิระบบแหลง่ น้ำของโครงการ ไวใ้ น
รปู ที่ 3.3.2-3

การศกึ ษาวิเคราะห์ระบบแหล่งน้ำ เพ่อื ใหท้ ราบถึงโครงข่ายลำนำ้ และโครงการพัฒนาแหล่งนำ้ ต่างๆ ท่ีอยู่ใน
บริเวณพ้ืนท่ีโครงการว่าเป็นอย่างไร และทำการวเิ คราะห์สมดุลน้ำของโครงการ หาศักยภาพของการพัฒนาโครงการ
ว่ามีความพอเพียงกับความต้องการน้ำในด้านต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ เน่ืองจากศักยภาพของ
โครงการ ทั้งปริมาณน้ำท่าและความจุเก็บกัก มีจำกัด จึงต้องจัดลำดับความสำคัญของการจัดสรรน้ำเพ่ือกิจกรรม
ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากทสี่ ุด เรยี งลำดับการจัดสรนำ้ ตามลำดับก่อน-หลัง ดังน้ี ความตอ้ งการน้ำเพอ่ื การอปุ โภค-
บริโภค ความต้องการน้ำต่ำสดุ เพื่อรกั ษาสมดุลระบบนิเวศท้ายน้ำ ความต้องการน้ำเพื่อการปศุสัตว์ ความตอ้ งการน้ำ
ชลประทาน ความต้องการน้ำเพอื่ การอุตสาหกรรม และการทอ่ งเทย่ี ว

การศึกษาและวิเคราะห์สมดุลน้ำของโครงการ จะใช้แบบจำลอง MIKE HYDRO BASIN ซึ่งพัฒนาโดย
Danish Hydraulic Institute (DHI) ประเทศเดนมาร์ก ซ่ึงเปน็ แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ทีจ่ ำลองสภาพของลุ่มน้ำ
เพื่อใช้ในการจัดการน้ำและจัดสรรน้ำตามจุดต่างๆ ในลุ่มน้ำ แบบจำลอง MIKE HYDRO BASIN ถูกออกแบบมาให้
สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยแสดงแผนท่ีสภาพภูมิ
ประเทศประกอบกับโครงข่ายของระบบลุ่มน้ำ และมีระบบฐานข้อมูลสำหรับจัดการข้อมูลท้ังท่ีเป็น Input และ
Output ทำให้สะดวกต่อการใช้งานและการแสดงผล ดังแสดงลักษณะโครงสร้างและการทำงานของแบบจำลอง
MIKE HYDRO BASIN ไว้ในรูปท่ี 3.3.2-4 ซึ่งในการทำสมดุลน้ำได้จัดทำแผนผังสมดุลน้ำ (Water Balance
Schematic) ดงั แสดงใน ไว้ในรูปที่ 3.3.2-3 และแสดงตัวอย่างหน้าจอการใช้งานแบบจำลอง MIKE HYDRO BASIN
ไวใ้ นรูปที่ 3.3.2-5 หลักการวิเคราะหค์ วามสมดุลของน้ำ จะพิจารณาจากปรมิ าณน้ำท่ีไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำ
ท่ีสูญเสียจากอ่างเก็บน้ำ และปริมาณน้ำท่ีปลอ่ ยจากอ่างเก็บน้ำตามวัตถุประสงค์ต่างๆ โดยมสี มการความสมดุลของ
ปริมาณน้ำ แสดงได้ดังน้ี

Si = Si-1 + Ii - Qi – Ei
โดย Si = ปริมาตรนำ้ เก็บกกั ในอา่ งเก็บนำ้ ท่ีปลายคาบเวลาปัจจบุ ัน

Si-1 = ปรมิ าตรนำ้ เกบ็ กกั ในอา่ งเก็บน้ำท่ปี ลายคาบเวลาทีผ่ ่านมา i-1
Ii = ปรมิ าตรนำ้ ท่าท่ไี หลเข้าอ่างเก็บนำ้ ระหวา่ งคาบเวลา i
Qi = ปรมิ าตรนำ้ ทา่ ทป่ี ลอ่ ยออกจากอ่างเก็บน้ำระหว่างคาบเวลา i
Ei = ปรมิ าตรนำ้ ทส่ี ูญเสียเนื่องจากการระเหยและรั่วซึมระหว่างคาบเวลา i

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-253 รายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ ัน

ที่มา : บริษทั ทปี่ รึกษา

รูปท่ี 3.3.2-3 แผนภูมริ ะบบแหล่งนำ้ ของโครงการ

Network Water Use Simulation Model Reservoir Data
Configuration
Reservoir Meteorological
Hydrological Submodel Timeseries
Timeseries Irrigation
Submodel Water Supply &
Irrigation Data

•Simulated timeseries of runoff
•Performance of reservoirs and

irrigation schemes

ทม่ี า : Danish Hydraulic Institute (DHI)

รปู ที่ 3.3.2-4 ลักษณะโครงสรา้ งและการทำงานของแบบจำลอง MIKE BASIN

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-254 รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บนำ้ บา้ นเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

ทม่ี า : บรษิ ทั ท่ปี รึกษา

รูปท่ี 3.3.2-5 แสดงหน้าจอการใช้งานแบบจำลอง MIKE BASIN สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

1) ข้อกำหนดท่ใี ช้ในการศึกษา
(1) การจัดลำดับความสำคัญของความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมประเภทต่างๆ นั้น ให้ถือว่าความ

ต้องการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ส่วนความต้องการน้ำต่ำสุดเพ่ือรักษาสมดุลระบบ
นิเวศท้ายน้ำ มีความสำคัญเป็นอันดับรองลงมา และความต้องการน้ำชลประทาน ความต้องการน้ำเพื่อการปศุสัตว์
ความต้องการน้ำเพ่ือการอุตสาหกรรม และความต้องการน้ำเพ่ือการการท่องเท่ียว เรียงลำดับการจัดสรรน้ำ
ตามลำดับลงมา

(2) ช่วงระยะเวลาท่ีทำการวิเคราะห์สมดุลน้ำ ใช้ข้อมูลรายเดือน ยาวนานต่อเนื่อง 30 ปี ต้ังแต่ปี
พ.ศ.2531-2560

(3) การพิจารณาว่ามีการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นหรือไม่ กำหนดให้ยอมให้เกิดการขาดแคลนน้ำได้ไม่
เกินรอ้ ยละ 20 ท้งั ในแง่ของปรมิ าณและของช่วงเวลาทท่ี ำการศึกษา โดยมีเกณฑก์ ารพจิ ารณาดงั น้ี

- หากปริมาณขาดแคลนน้ำในแต่ละเดือนมีค่าเกินกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณความต้องการใช้
นำ้ ในเดอื นน้ัน ให้ถอื วา่ เดือนน้ันเกดิ การขาดแคลนน้ำ

- ในแตล่ ะฤดกู าล หากมีเดอื นท่มี ีปรมิ าณน้ำขาดแคลนเกนิ รอ้ ยละ 20 ของปรมิ าณความต้องการ
ใช้น้ำในเดือนนั้นๆ เพียง 1 เดือน ให้ถือว่าฤดูกาลน้ันเกิดการขาดแคลนน้ำ โดยถ้าเกิดการขาดแคลนน้ำเกิน 6 ปีใน
30 ปี จะถือว่าขนาดความจุเก็บกักของโครงการไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำนั้นๆ จะต้องทำการลดความ
ตอ้ งการใช้นำ้ ด้านนัน้ ๆ ลง หรือเพิม่ ขนาดความจุเก็บกักของอ่างเกบ็ นำ้ ขึน้ แล้วแตล่ ักษณะของโครงการ

(4) ปริมาณน้ำไหลย้อนกลับลงลำน้ำเดิมจากการใช้น้ำด้านต่างๆ กำหนดให้เท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์
ของปริมาณน้ำที่ส่งให้กับความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆ (ยกเว้นความต้องการใช้น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ
เนือ่ งจากเป็นกิจกรรมที่ไมไ่ ด้มีการดงึ น้ำหายออกไปจากระบบลำน้ำ)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-255 รายงานผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

(5) ขอ้ มูลโค้งความสัมพันธร์ ะหว่างระดับ-ความจุ-พน้ื ที่ผิว ของอ่างเก็บน้ำบ้านเหมอื งตะก่ัว ดงั แสดง
ไว้ในรปู ท่ี 3.3.2-6

ทม่ี า : บรษิ ทั ทีป่ รึกษา

รปู ท่ี 3.3.2-6 โคง้ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างระดบั -ความจุ-พืน้ ทีผ่ ิว ของอา่ งเกบ็ นำ้ บ้านเหมอื งตะก่ัว

2) สรุปผลการศกึ ษา
กรณีปัจจุบนั กอ่ นมโี ครงการ
จากวิเคราะห์สมดุลนำ้ สถานการณป์ ัจจุบนั มปี ริมาณน้ำทา่ ไหลเข้ารายปีเฉลยี่ 34.7 ลา้ นลูกบาศก์เมตรต่อปี

โดยส่งน้ำในพืน้ ทร่ี บั ประโยชน์โครงการ 16,475 ไร่ เปน็ พ้นื ท่ชี ลประทาน 11,600 ไร่ ซึ่งมีความตอ้ งการการใชน้ ้ำรวม
ทุกกิจกรรม 29.04 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ผลจากการวิเคราะห์ประเมินได้ว่า มีปริมาณน้ำขาดแคลนเฉลี่ย ในช่วง
เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน และช่วงธันวาคมถึงมีนาคม โดยมีปริมาณขาดแคลนเฉล่ียอยู่ท่ี 3.51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ซง่ึ คิดเป็นร้อยละจากความต้องการการใชน้ ้ำทง้ั หมด คดิ เปน็ ร้อยละ 21.55 (ตารางท่ี 3.3.2-10)

กรณหี ลงั มโี ครงการ
จากวิเคราะห์สมดุลน้ำสถานการณ์ในอนาคตกรณีที่มีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะก่ัว มปี รมิ าณ
นำ้ ท่าปล่อยจากอ่างเฉล่ีย 22.56 ล้านลกู บาศก์เมตร/ปี โดยส่งน้ำในพ้ืนที่รบั ประโยชน์โครงการ 16,475 ไร่ เปน็ พ้ืนที่
ชลประทาน ฤดูฝน 11,600 ไร่ ฤดูแล้ง 2,600 ไร่ ซึ่งมีความต้องการการใช้น้ำรวมทุกกิจกรรม 23.53 ล้านลูกบาศก์
เมตร/ปี ผลจากการวิเคราะห์ประเมินได้ว่า มีปริมาณน้ำขาดแคลนเฉลี่ย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม และ
ช่วงมกราคมถึงมีนาคม โดยมีปริมาณขาดแคลนเฉลี่ยอยู่ท่ี 0.96 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ซึ่งคิดเป็นร้อยละจากความ
ตอ้ งการการใชน้ ้ำท้ังหมด คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.10 (ตารางที่ 3.3.2-11)

สรุปผลการวิเคราะห์สมดุลน้ำ โดยแยกรายตำบลดังน้ี ตำบลหนองธง และตำบลคลองใหญ่ ท้ังกรณี
ก่อนมโี ครงการและมีโครงการ ดงั แสดงในรปู ท่ี 3.3.2-7 และรปู ที่ 3.3.2-8 รายละเอียดการวิเคราะห์การขนาดแคลน
น้ำดังแสดงในแสดงในภาคผนวก ญ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-256 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด ตารางที่ 3.3.2-11 สรุปผลการวิเคราะหส์ มดลุ น้ำ กรณีมโี ครงการ
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด
ลําดบั รายชอื่ การศึกษาสมดลุ น้าํ เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ปริมาณนํา้ รายเดอื น (ล้าน ลบ.ม.) ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ฤดฝู น ฤดแู ล้ง รวม
ตาํ บล ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. (ต.ค.-ม.ค.) (ก.พ.-ก.ย.)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมอื งตะกว่ั
ปริมาณน้าท่า (เฉล่ีย) 1.38 1.25 0.93 0.91 0.89 0.97 1.59 7.06 10.30 5.92 1.83 1.65 24.863 9.82 34.685 อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง

1 หนองธง ปริมาณความตอ้ งการน้า 0.966 1.383 2.766 2.833 2.215 1.261 0.619 0.024 0.025 0.604 1.650 0.771 1.272 13.84 15.115

ปริมาณน้าขาดแคลน (เฉลย่ี ) 0.007 0.036 0.069 0.232 0.287 0.057 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.008 - 0.70 0.696

ปริมาณน้าขาดแคลน (สงู สดุ ) 0.205 1.090 2.057 1.925 1.471 0.680 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.253 - 7.68 7.682

2 คลองใหญ่ ปริมาณความตอ้ งการน้า 0.09 0.12 0.22 0.23 0.18 0.11 0.06 0.02 0.02 0.06 0.14 0.08 0.167 1.17 1.332

ปริมาณน้าขาดแคลน (เฉล่ีย) 0.000 0.000 0.002 0.004 0.008 0.001 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 - 0.02 0.016

ปริมาณน้าขาดแคลน (สูงสดุ ) 0.000 0.000 0.067 0.069 0.075 0.022 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 - 0.23 0.233

ปริมาณความตอ้ งการน้า 2 ต้าบล 1.055 1.503 2.988 3.060 2.397 1.372 0.683 0.044 0.045 0.667 1.789 0.846 1.439 15.01 16.448

ปริมาณน้ารักษาระบบนิเวศท้ายน้า 0.246 0.196 0.218 0.164 0.321 0.219 0.302 1.869 1.631 0.902 0.627 0.384 4.704 2.37 7.079

ปริมาณน้ารักษาระบบนิเวศท้ายน้า ขาดแคลน (เฉลีย่ ) 0.007 0.007 0.006 0.049 0.089 0.073 0.008 0.000 0.000 0.000 0.003 0.011 0.008 0.24 0.253

ปริมาณน้ารักษาระบบนิเวศท้ายน้า ขาดแคลน (สงู สุด) 0.218 0.210 0.188 0.243 0.274 0.256 0.241 0.000 0.000 0.000 0.077 0.319 0.241 1.78 2.026

ปริมาณนํา้ ทา่ (เฉลยี่ ) 1.383 1.251 0.926 0.914 0.894 0.970 1.587 7.061 10.297 5.918 1.833 1.651 24.863 9.82 34.685

ปริมาณนาํ้ ทป่ี ลอ่ ยจากอา่ ง (เฉลยี่ ) 1.455 2.457 3.081 2.654 1.767 1.129 1.473 1.767 1.623 2.122 1.761 1.266 6.984 15.57 22.555

3-257 รวม ปริมาณน้าํ ลน้ Spillway (เฉลย่ี ) 0.276 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.514 2.815 5.175 2.012 0.400 0.504 10.516 1.18 11.696
ปริมาณความตอ้ งการน้ํา รวม
1.301 1.699 3.205 3.224 2.718 1.591 0.985 1.913 1.676 1.569 2.415 1.230 6.143 17.38 23.527

ปริมาณนํา้ ขาดแคลน (เฉลยี่ ) 0.014 0.043 0.077 0.285 0.384 0.131 0.008 0.000 0.000 0.000 0.003 0.019 0.008 0.96 0.964

ปริมาณนาํ้ ขาดแคลน (สงู สดุ ) 0.423 1.301 2.312 2.237 1.820 0.958 0.241 0.000 0.000 0.000 0.077 0.572 0.241 9.70 9.941

ที่มา : บรษิ ทั ทีป่ รกึ ษา

รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ บทท่ี 3
สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สภาพแวดล้อมในบจั จบุ ัน

ทม่ี า : บริษัทท่ีปรกึ ษา

รปู ท่ี 3.3.2-7 กราฟผลการิเคราะห์สมดลุ นำ้ กรณไี มม่ โี ครงการ

ที่มา : บรษิ ัททปี่ รกึ ษา

รปู ที่ 3.3.2-8 กราฟผลการิเคราะห์สมดุลนำ้ กรณมี ีโครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-258 รายงานผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำบา้ นเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง สภาพแวดลอ้ มในบจั จบุ นั

โดยในกรณีมีโครงการได้มีการกำหนดปริมาณระดับกกั เกบ็ เร่มิ ต้นของอ่างเกบ็ น้ำท่ีระดับ +105 เมตร (รทก.)ซึ่งมี
ปริมาณความจุประมาณ 7.5 ล้านลูกบาศกเ์ มตร ทำให้เปน็ นำ้ ทก่ี ักเกบ็ ไว้เพื่อใชท้ ดแทนในสว่ นท่มี คี วามต้องการน้ำขาดแคลน
และไดท้ ำการใชข้ อ้ มลู สถติ ิน้ำทา่ ยอ้ นหลัง 30 ปี (2533-2562) ในการจำลองคาดการณส์ มดุลนำ้ โดยได้ใช้ปริมาณการใชน้ ้ำท่ี
ประเมินคาดการณ์ล่วงหน้า 30 ปี ในการ Simulation โดยผลจากการจำลองได้แสดงดังตารางสรุปข้างต้นท้ังกรณีก่อนมี
โครงการและหลังมีโครงการ

ซึ่งจากกรณีมีโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วผลจากการจำลองสมดุลน้ำ การใช้น้ำที่เกิดข้ึนซึ่งมี
ความสัมพันธก์ ับระดบั นำ้ ในอา่ งเกบ็ นำ้ จากการปลอ่ ยน้ำจากอ่างสนองต่อความต้องการนำ้ ในกจิ กรรมตา่ งๆ ท่เี กดิ ข้ึน
อีกท้ังมีปริมาณน้ำท่าท่ีไหลเข้ามาเติมลงในอ่างทำให้มีการเปล่ียนแปลงของระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ตลอด โดยได้
แสดงระดบั น้ำในอา่ งเก็บน้ำในช่วงของการ Simulation ดงั แสดงในรูปท่ี 3.3.2-9 ซง่ึ จะแสดงใหว้ ่ามีค่าระดบั น้ำท่ขี ้ึน
ไปถึงระดับน้ำสงู สดุ ท่ี +111.65 เมตร (รทก.) นัน่ คือชว่ งทเี่ กดิ การระบายปริมาณนำ้ ลน้ ท่รี ะบายทงิ้ ลงสทู่ ้ายน้ำ ในช่วง
ที่เป็นหน้าน้ำท่มี ีปริมาณนำ้ ไหลเขา้ เขือ่ นมากกว่าปรมิ าณการใช้น้ำจนทำให้ระดับเกินกว่าระดบั น้ำสูงสุดซ่งึ ปริมาณน้ำ
ทล่ี น้ ออกนี้คดิ เปน็ ปริมาณเฉล่ียปลี ะ 11.7 ล้านลกู บาศกเ์ มตร

ท่มี า : บรษิ ทั ที่ปรกึ ษา

รูปที่ 3.3.2-9 ระดบั น้ำรายเดอื นในอา่ งเก็บนำ้ บา้ นเหมืองตะกว่ั

เม่อื นำปรมิ าณขาดแคลนทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะหส์ มดลุ น้ำมาประเมินตามเกณฑ์การนบั เดอื นขาดน้ำ
(Shortage) โดยนบั จำนวนเดอื นที่มปี ริมาณขาดแคลนเกินกวา่ รอ้ ยละ 20 ของปริมาณการใช้นำ้ ในเดอื นนนั้ ซ่ึงเม่อื
นบั จำนวนเดือนท้ังหมดตอ้ งไม่เกินร้อยละ 20 ของจำนวนเดอื นท้ังหมด (72 เดือนจาก 360 เดือน)

กรณกี ่อนมโี ครงการมีจำนวนเดอื นท่ขี าดแคลนน้ำเกนิ ร้อยละ 20 ของปรมิ าณความตอ้ งการนำ้ ในเดือน
น้ันๆ ทงั้ สิน้ 97 เดอื น จาก 360 เดอื น ซ่งึ คิดเปน็ รอ้ ยละ 26.94 ถอื ว่าไม่ผ่านเกณฑก์ ารขนาดแคลนนำ้ ท่ียอมให้ โดย
แสดงปรมิ าณขาดแคลนในแตล่ ะเดือนท่ีเกิดข้นึ ดงั แสดงในตารางท่ี 3.3.2-12 และนับจำนวนเดือนท่ขี าดแคลนน้ำ
เกินรอ้ ยละ 20 ของปริมาณความตอ้ งการนำ้ ในเดือนนั้นๆ ดงั แสดงในตารางที่ 3.3.2-13

กรณีเม่อื มโี ครงการอา่ งเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะกวั่ มีจำนวนเดอื นทขี่ าดแคลนนำ้ เกนิ รอ้ ยละ 20 ของ
ปรมิ าณความตอ้ งการนำ้ ในเดือนน้ันๆ ทัง้ สนิ้ 21 เดอื น จาก 360 เดอื น ซงึ่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5.83 ถอื ว่าผ่านเกณฑ์การ
ขาดน้ำทีย่ อมให้ โดยแสดงปริมาณขาดแคลนในแต่ละเดือนทีเ่ กิดขนึ้ ดังแสดงในตารางที่ 3.3.2-14 และนับจำนวน
เดือนที่ขาดแคลนน้ำเกนิ ร้อยละ 20 ของปรมิ าณความต้องการนำ้ ในเดอื นนน้ั ๆ ดงั แสดงในตารางที่ 3.3.2-15

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-259 รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั

โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ บา้ นเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สภาพแวดลอ้ มในบัจจบุ ัน

ตารางที่ 3.3.2-12 ปริมาณขาดแคลนในแต่ละเดอื นที่เกิดข้ึน กรณกี อ่ นมีโครงการ ก.พ. รายปี
0.44 มี.ค. (ล้าน ลบ.ม.)
ปี ปรมิ าณนา้ ขาดแคลนรายเดือน, ล้าน ลบ.ม. 0.00
พ.ศ. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. 0.07 0.00 4.06
2532 0.00 0.72 1.27 0.88 0.20 0.00 0.00 0.00 0.00 0.55 0.00 0.00 3.87
2533 0.00 0.42 1.50 1.39 0.55 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 1.79
2534 0.00 0.73 0.74 0.25 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 6.08
2535 0.35 1.33 2.01 1.63 0.76 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.92
2536 0.00 0.54 1.38 1.40 0.60 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 1.20
2537 0.00 0.00 0.70 0.50 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.24 0.00 4.06
2538 0.00 0.91 1.67 1.35 0.13 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 1.51
2539 0.00 0.00 0.84 0.67 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.01 2.82
2540 0.00 0.87 1.61 0.10 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 6.50
2541 0.42 1.43 2.17 1.80 0.67 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.32 0.00 4.73
2542 0.00 0.80 1.76 1.54 0.63 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 1.10
2543 0.00 0.00 0.66 0.45 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.19 0.00 4.23
2544 0.00 0.45 1.42 1.40 0.64 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.30 0.00 2.88
2545 0.00 0.45 1.47 0.96 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 5.92
2546 0.31 1.30 1.82 1.51 0.78 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.04 0.00 3.59
2547 0.00 0.30 1.28 1.15 0.38 0.00 0.00 0.00 0.00 0.18 0.00 0.00 5.56
2548 0.14 1.05 1.85 1.72 0.80 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.89
2549 0.00 0.00 0.40 0.45 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.44 0.00 2.80
2550 0.00 0.36 1.14 1.03 0.28 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 4.37
2551 0.00 0.11 1.49 1.67 1.00 0.10 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.78
2552 0.00 0.27 1.38 1.21 0.48 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 5.38
2553 0.16 1.11 1.81 1.65 0.66 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.27 0.00 2.24
2554 0.00 0.00 1.05 1.19 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.58
2555 0.00 0.00 0.06 0.52 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.26 0.00 4.52
2556 0.00 0.48 1.54 1.49 0.74 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 3.04
2557 0.00 0.55 1.25 0.97 0.26 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.06 4.46
2558 0.00 0.88 1.77 1.45 0.03 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 5.81
2559 0.26 1.02 1.68 1.62 1.00 0.24 0.00 0.00 0.00 0.00 0.30 0.00 2.08
2560 0.00 0.00 1.16 0.92 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.10 0.00 1.46
2561 0.00 0.00 0.34 0.57 0.25 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.44 0.00 3.51
เฉล่ีย 0.05 0.53 1.31 1.12 0.36 0.01 0.00 0.00 0.00 0.02 0.00
0.06 8.11
สูงสุด 0.42 1.43 2.17 1.80 1.00 0.24 0.00 0.00 0.00 0.55 0.00 0.15
ต่า้ สุด 0.00 0.00 0.06 0.10 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-260 รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั


Click to View FlipBook Version