The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือประเมินตนเอง ทำE-Book
โดยครูเปรมวดี ขำมะลัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Preamwadee Khummarung, 2019-03-28 23:17:47

คู่มือประเมินตนเองทำE-Book

คู่มือประเมินตนเอง ทำE-Book
โดยครูเปรมวดี ขำมะลัง

63

ใบงาน
เรื่อง การเตรียมหัวเช้ือขา วฟา ง
คาํ ช้ีแจง ใหนกั เรยี นตอบคําถามตอไปน้ใี หถูกตอง
1.วัสดุอปกรณที่ใชในการเตรียมหัวเชื้อขา วฟาง ไดแ กอะไรบาง

ตอบ
2.จงอธบิ ายข้นั ตอนการเตรยี มหัวเช้ือขาวฟาง

ตอบ
3.หัวเชอ้ื ขาวฟา งทเี่ กิดการปนเปอนของเช้ือจุลินทรยี มีลกั ษณะอยางไร

ตอบ
4.การฆาเชื้อในงานเหด็ แบงเปน กป่ี ระเภทอะไรบา ง

ตอบ
5. คอนตามเิ นชนั คืออะไร

ตอบ
6.วัสดอุ ุปกรณหลกั ที่ใชในการทาํ เชือ้ เห็ดคือ

ตอบ

หนวยการสอนที่ แผนการสอน
4 เรื่อง การทาํ เช้ือเห็ด
สัปดาหท ่ี 14
ทฤษฎี - คาบ (บทปฏบิ ตั กิ ารท่ี 5 เรอื่ ง การเลี้ยงเสนใยเหด็ ลงในเมลด็
ธัญพืช )

วนั พุธที่ 16 เดอื น สิงหาคม พ.ศ. 2560
ปฏบิ ัติ 30 นาที

1. วตั ถุประสงคเชิงพฤตกิ รรม
1.1 เพาะเลีย้ งเสน ใยเห็ดลงในเมล็ดธญั พืชได

2. ความรูแ ละทักษะเดมิ
ความรเู กี่ยวกบั ความหมาย ความสําคญั ของการทําเชอ้ื เห็ด การเตรียมหัวเช้ือขาวฟา ง

3. สือ่ การสอน
[ ✓] เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การเลี้ยงเสนใยเห็ดลงในเมลด็ ธญั พืช

64

[ ] แผน ใสประกอบหวั ขอการสอน
[ ] ใบงานการทดลอง
[ ] แผน ภาพ
[ ✓] ของจรงิ วสั ดุอปุ กรณท่ใี ชใ นการเล้ียงเสนใยเหด็ ลงในเมล็ดธัญพืช
[ ] อน่ื ๆ โปรดระบุ Power point ประกอบการสอน เรอื่ ง การเลย้ี งเสน ใยเห็ดลงในเมล็ด
ธญั พืช

4. การบาน / การมอบหมายงาน
[ ] การบาน
[ ✓] การมอบหมายงาน สงั เกตการณเ ดนิ ของเสนใยเห็ดบนเมลด็ ธญั พชื
[ ] อ่นื ๆ

5. หนงั สือคน ควา
ปญ ญา โพธฐ์ิ ิตริ ตั น. 2555 . เทคโนโลยกี ารเพาะเหด็ . ภาควชิ าการผลติ พืช

คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง
วนั ทนี โชตสิ กลุ . 2555. เอกสารประกอบการเรยี น วิชาการผลิตเห็ด .ภาควชิ าครุศาสตรเ กษตร

คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคณุ ทหารลาดกระบัง
สมาคมนักวจิ ยั เพาะเหด็ แหง ประเทศไทย . 2544 . เหด็ ไทย2544 . กรงุ เทพฯ : นิวธรรมดาการพิมพ.

กระบวนการสอน
ขัน้ ที่ 1 การนําเขาสูบทเรยี น
วิธีการ ใชส อ่ื ของจริงใหส อดคลองกบั เนอ้ื หา เรื่อง การเล้ียงเสนใยเหด็ ลงในเมล็ดธัญพืช และถาม
ตอบเกี่ยวกับการเล้ยี งเสนใยเห็ดในเมล็ดธัญพชื ( 5 นาที )

ครู ถามตอบ / นักเรยี น เก่ยี วกบั ลักษณะของหัวเชอ้ื ขาวฟางที่ดสี ามารถนําไปหยอดลงใน
กอนเหด็ ไดนน้ั จะตองมลี ักษณะอยางไร โดยใหนักเรยี นตอบคําถามจาก นําขวดหัวเชอ้ื ขาวฟาง2ขวด
มีลักษณะใดบางทแี่ ตกตา งกนั ( ประเดน็ สําคญั คอื การเลี้ยงเสนใยเหด็ ลงในเมล็ดธญั พืช )

1.ครใู หนักเรียนเปรยี บเทียบหัวเช้ือขา วฟางท่ีทาํ การเพาะเล้ียงเสน ใยแลววาแบบไหนที่จะ
สามารถนําไปหยอดในกอนเห็ดได

65

ขนั้ ท่ี 3 การสรปุ และทบทวนบทเรียน ( 2 นาที )
วิธกี าร

1. ผสู อนใหน ักเรยี นสรปุ สาระสําคัญ ในเร่อื งการเลยี้ งเสน ใยเห็ดลงในเมลด็ ธญั พืช
เนอ้ื หาสาระสาํ คญั ทสี่ รุป
การเลี้ยงเสนใยเหด็ ลงในเมล็ดธัญพชื
วัสดุและอุปกรณที่ใชในการเลี้ยงเสนใยเห็ดลงในเมลด็ ธัญพืช
ข้ันที่ 4 การประเมินผล
4.1 ถามตอบในช้ันเรยี น
4.2 บทปฏบิ ัติการท่ี 5 เร่ืองการเลีย้ งเสน ใยเห็ดลงในเมลด็ ธัญพชื

66

แบบประเมินผลงาน

ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอคิดเหน็

43 2 1
(ปรบั ปรุง)
(ดีมาก) (ดี) (พอใช)

1 ขัน้ ตอนการเลี้ยงเสน ใยเห็ด

2 ความพรอมของเสนใยเห็ด

3 ไมเ กิดการปนเปอนของ

เชอื้ จลุ ินทรีย

ผูประเมนิ ………………………………..

แบบบันทึกผล การเลีย้ งเสนใยเห็ดลงในเมลด็ ธัญพืช

ชนดิ เหด็ ที่ทาํ ลักษณะของเสน ใยที่ปรากฎบนหวั เชอ้ื ขา วฟา ง
วนั ที่ 1 วนั ท่ี 2 วันที่ 3 วนั ที่ 4 วันท่ี 5 วนั ที่ 6
วันที่ 7

ภาคผนวก ค

- แบบประเมินโครงการ/กจิ กรรมท่ีดาํ เนนิ การผา นกระบวนการชมุ ชนการเรียนรู
ทางวชิ าชีพ (PLC) ในสถานศกึ ษา สังกัดสาํ นักงานคณะกรรมการ
การอาชวี ศึกษา

- แบบประเมินกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (PLC) ในสถานศกึ ษา
สังกัดสํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

- แบบประเมินตดิ ตามการปฏิบตั งิ านตามกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูทาง

วิชาชพี PLC (เชงิ คณุ ภาพ)

65

แบบประเมนิ โครงการ/กิจกรรมทีด่ ําเนินการผา นกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทาง
วิชาชพี (PLC) ของสถานศึกษา สงั กดั สํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

********************

คําช้ีแจง แบบประเมินโครงการ/กิจกรรมการดําเนินการผานกระบวนการชุมชนการเรียนรูทาง
วิชาชีพ (PLC) มีวัตถุประสงคเพื่อใชในการประเมินการดําเนินโครงการ/กิจกรรมที่ผานกระบวนการ
ดําเนนิ การการดําเนินงานชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชีพ (PLC) ของครใู นสถานศึกษา
ตอนที่ 1 ขอ มลู โครงการ

ชอื่ โครงการ.......................................................ชื่อสถานศึกษา................................................
สังกดั .................................................................ผูรบั ผิดชอบ....................................................

ตอนที่ 2 แบบบันทกึ คะแนนจําแนกตามประเดน็ ประเมนิ

ประเด็น รายการประเมินตามตัวบง ชี้ คะแนนท่ีได ขอ เสนอแนะ

1. กระบวนการ 1. ความครบถวนของกระบวนการ

PLC 5 องคป ระกอบของ PLC

2. จาํ นวนวงรอบของการทํา PLC

3. สาระ/ประเด็นการแลกเปล่ียนเรียนรู

รวมคะแนน ประเดน็ 1 (คะแนนเตม็ 9 คะแนน)

2.คณุ สมบัติ สมาชกิ เครือขา ยมีความหลากหลาย ไดแ ก

ของสมาชิก มาจากหลายๆ สาขางาน มคี วามเช่ียวชาญ

เครอื ขาย หลายๆ สาขาวชิ า และมที ง้ั ในและนอก

สถานศกึ ษา

รวมคะแนน ประเดน็ 2 (คะแนนเตม็ 3 คะแนน)

3.ผลลพั ธทเี่ กดิ 1. เกดิ องคค วามรู / ประเดน็ ความรู/

จาก นวตั กรรม ทเ่ี กดิ จากกระบวนการ PLC

กระบวนการ 2. มรี องรอยการนาํ องคความรู /นวตั กรรม

/ประเด็นความรูทน่ี าสนใจไปใชประโยชน

รวมคะแนนประเด็น 3 (คะแนนเตม็ 6 คะแนน)

4. ผลลพั ธท เ่ี กิด 1.ผเู รยี นไดเ รยี นรตู ามเปา หมาย/

66

ประเดน็ รายการประเมนิ ตามตัวบงช้ี คะแนนที่ได ขอเสนอแนะ

กบั ผูเรียน/ครู/ วัตถปุ ระสงค ท่ีกําหนดไวในโครงการ

สมาชิกที่เขา 2. ผเู รียนเกดิ ผลสมั ฤทธิ์ / คณุ ลกั ษณะที่พงึ

รว มเครอื ขาย ประสงค การเรียนรตู ามเปาหมายท่กี ําหนด

PLC/ชมุ ชน ไวในโครงการ

3.ผูเรียนเกิดแรงบันดาลใจ และเปนผูใฝ

เรยี นรู

4. การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมการจัดการ

เรยี นรขู องครู สมาชกิ เครือขาย

5. การรบั รแู ละการมีสวนรวมของชมุ ชน

คะแนนรวมประเดน็ 4 (คะแนนเตม็ 15 คะแนน)

5. คณุ คา ทเี่ กิด 1. ความคุมคา คมุ ทนุ

ตอวงการศึกษา 2.ความชัดเจนและการขยายเครอื ขา ย

คะแนนรวมมิตทิ ี่ 5 (คะแนนเต็ม 6 คะแนน)

คะแนนรวมทุกมติ ิ (คะแนนเตม็ 39 คะแนน)

ตอนท่ี 3 รายการประเมิน ตัวบง ช้ีและเกณฑการประเมนิ

ลาํ ดบั ประเดน็ ตวั บง ช้ี เกณฑก ารประเมนิ
ที่
3คะแนน 2คะแนน 1คะแนน
1 กระบวนการ 1. ความ กระบวนการมีการ
PLC ครบถวนของ - กระบวนการมีการ - กระบวนการมีการ ดําเนินการท่ี
ครบถว นตาม
กระบวนการ การดาํ เนนิ การที่ ดาํ เนนิ การที่ครบถว น หลกั การเพยี ง
1 - 2 ใน 5
5 ครบถวนตาม ตามหลกั การ 3 – 4 องคป ระกอบของ
องคประกอบ การทํา PLC
หลักการทัง้ 5 ใน 5 องคป ระกอบ

องคประกอบของการ ของการทาํ PLC

ทํา PLC

2.จาํ นวน - ดาํ เนินกิจกรรมเปน - ดาํ เนินกจิ กรรมเปน - ดาํ เนินกิจกรรม
วงรอบของ
การทํา PLC ระยะตอเน่ือง ระยะตอเน่ือง เปน ระยะตอเน่ือง

3. สาระ/ ครบ ........... วงรอบ จํานวน ......... วงรอบ เพยี ง......... วงรอบ

- มกี ารกําหนด -มกี ารกําหนด - ไมม ีการกําหนด

67

ลําดับ ประเดน็ ตัวบงช้ี เกณฑก ารประเมนิ

ที่ 3คะแนน 2คะแนน 1คะแนน

ประเดน็ การ ประเด็นการ ประเด็นการ ประเด็นการ

แลกเปลยี่ น แลกเปลี่ยนเรยี นรูท่ี แลกเปลย่ี นเรียนรูที่ แลกเปลย่ี นเรยี นรู

เรียนรู ชัดเจนทกุ คร้ังและมี ชัดเจนแตม สี รปุ ผล แตมกี ารบันทึก

สรปุ ผลการ การแลกเปล่ียนไม รอ งรอยการ

แลกเปลีย่ นทกุ ครงั้ ทุกคร้ัง แลกเปล่ยี นเรียนรู

2. คุ ณ ส ม บั ติ สมาชิก -สมาชิกเครอื ขายมี - สมาชกิ เครอื ขายไม - สมาชิกเครือขาย

ของสมาชิก เครือขายมี ความหลากหลาย มคี วามหลากหลาย เฉพาะและใน

เครอื ขาย ความ กลุมสาระ /ความ กลมุ สาระ /ความ สถานศึกษา

หลากหลาย เชย่ี วชาญมีทั้งในและ เช่ยี วชาญแตม มี ที ัง้ ใน

ไดแ ก มาจาก นอกสถานศกึ ษา และนอกสถานศกึ ษา

หลายๆ สาขา

งาน มีความ

เชยี่ วชาญ

หลายๆ

สาขาวชิ า

และมที ้ังใน

และนอก

สถานศกึ ษา

3. ผลลัพธ 1. เกิดองค - มีองคความรู / - มอี งคความรู / มีองคค วามรู /

ท่ีเกิด กับ ความรู / นวตั กรรม / ประเดน็ นวตั กรรม / ประเดน็ นวัตกรรม /

เกิดจาก ประเดน็ ความรูทนี่ า สนใจ ท่ี ความรูท น่ี า สนใจ ที่ ประเด็นความรู

กระบวนการ ความร/ู เกดิ ข้ึนจากการ เกิดขนึ้ จากการ เกิดขึ้นจากการ

นวัตกรรม ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู แลกเปลย่ี นเรยี นรู แลกเปลย่ี นเรยี นรู

เกดิ จาก ของสมาชิกเครือขาย ของสมาชิกเครือขาย ของสมาชิก

กระบวนการ ท่ีเปนประโยชนก บั เปนประโยชนกบั ครู

PLC ครู และครูสามารถ และครสู ามารถ

นําไปใชในการพฒั นา นาํ ไปใชใ นการพฒั นา

ใหเกดิ ประโยชนก ับ ใหเ กิดประโยชนกบั

ผเู รียนไดอยา งเปน ผูเ รียนแตยังไมเปน

68

ลาํ ดบั ประเดน็ ตัวบงชี้ เกณฑก ารประเมนิ

ที่ 3คะแนน 2คะแนน 1คะแนน

รูปธรรม (สมาชิก รูปธรรม (ไมชดั เจน

เครอื ขายมีการ ในการนาํ ไปใชของ

นาํ ไปใชไดอยาง สมาชกิ เครอื ขา ย)

ชัดเจน)

2. มรี อ งรอย - มรี องรอยการ - มรี อ งรอยการ - มรี องรอยการ

การนําองค รายงานผลการนาํ รายงานผลการนาํ รายงานผลการนาํ

ความรู / องคความรู / องคความรู / องคความรู /

นวตั กรรม / นวัตกรรม / ประเด็น นวตั กรรม / ประเดน็ นวัตกรรม /

ประเดน็ ความรูทีน่ า สนใจ ที่ ความรทู ่ีนา สนใจ ท่ี ประเด็นความรูที่

ความรทู ี่ เกดิ ข้ึนของสมาชิก เกดิ ขึน้ ของสมาชกิ นาสนใจ ที่เกิดขน้ึ

นาสนใจไปใช เครอื ขายไปใชตลอด เครอื ขายไปใชตลอด ของสมาชิก

ประโยชน ระยะที่ดาํ เนนิ ระยะที่ดําเนิน เครอื ขายไปใช

โครงการทุกคร้ังท่ีมี โครงการทกุ ครั้งที่มี ตลอดระยะที่

การแลกเปลย่ี น การแลกเปลยี่ น ดาํ เนนิ โครงการทุก

เรยี นรโู ดยสมาชิก เรยี นรูโดยสมาชกิ ครงั้ ทีม่ ีการ

ทกุ คน สวนใหญ แลกเปล่ยี นเรยี นรู

โดยสมาชกิ บางคน

4. ผลลัพธท ี่ 1. ผูเรียนได - ผเู รยี นไดก ารเรยี นรู ผเู รยี นไดก ารเรียนรู - ผูเรยี นไดก าร

เกดิ กบั เรยี นรูตาม ตามเปาหมาย/ ตามเปาหมาย เรยี นรตู าม

ผเู รยี น/ครู/ เปา หมาย/ วตั ถปุ ระสงคที่ วัตถปุ ระสงคท่ี เปา หมายทก่ี ําหนด

สมาชกิ ทเ่ี ขา วตั ถุประสงค กาํ หนดไวในโครงการ กาํ หนดไวในโครงการ ไวใ นโครงการ

รวม ทีก่ ําหนดไวใน ทุกประการ และมี ทุกประการ แตมี

เครอื ขาย โครงการ ความชัดเจนท้งั เชิง ความชัดเจนท้ังเชิง

PLC/ชุมชน ปริมาณและคุณภาพ ปรมิ าณและคุณภาพ

ไมทุกเปา หมาย/

วัตถปุ ระสงคท่ี

กําหนด

2. ผเู รยี นเกิด - สงผลตอผลสัมฤทธ์ิ - สงผลตอ ผลสัมฤทธิ์ - สง ผลตอ

ผลสมั ฤทธ์ิ / ทางการเรยี นของ ทางการเรยี นของ ผลสัมฤทธ์ทิ างการ

69

ลาํ ดับ ประเดน็ ตัวบง ชี้ เกณฑการประเมนิ
ที่
3คะแนน 2คะแนน 1คะแนน
5. คุณคาท่ีเกิด เรียนของผูเรยี น
ตอ วง คณุ ลกั ษณะท่ี ผเู รยี นท่ีดีขึ้น และทาํ ผเู รียนท่ีดขี ึ้น หรอื หรอื ทาํ ใหผ เู รียน
การศึกษา ไดพัฒนาและเกดิ
พึงประสงค ใหผูเรยี นไดพ ัฒนา ทําใหผเู รียนไดพัฒนา คณุ ลักษณะแตยงั
ไมม ชี ัดเจนทั้ง 2
การเรียนรู และเกิดคุณลกั ษณะ และเกิดคณุ ลกั ษณะ ดา น
- กิจกรรมบาง
ตามเปา หมาย อยา งชัดเจน แตมีความชัดเจน กิจกรรมของ
เครอื ขายสง ผลให
ท่กี าํ หนดไวใ น เพียงดานใดดา นหน่งึ ผูเรยี นเกิดแรง
บนั ดาลใจ และเปน
โครงการ ผูใ ฝร ู และยังไมเหน็
ผลท่ชี ัดเจน
3. ผเู รียนเกดิ - กิจกรรมทุก - กจิ กรรมสวนใหญ
- ครู สมาชิก
แรงบนั ดาลใจ กิจกรรมของ ของเครือขา ยสง ผล เครือขายบางสว น
ประมาณรอยละ
และเปนผใู ฝ เครอื ขายสงผลให ใหผเู รยี นเกิดแรง 50 เกดิ การ
เปลี่ยนแปลง
เรยี นรู ผูเรียนเกดิ แรง บันดาลใจ และเปนผู พฤติกรรมการ
จดั การเรียนร/ู การ
บนั ดาลใจ และเปน ผู ใฝรู ท้ังทางตรงและ ดแู ลผเู รยี น
- มกี ารส่ือสารให
ใฝร ู ท้ังทางตรงและ ทางออม ชมุ ชนรวมรบั รูการ
ดาํ เนินการ
ทางออมเหน็ ผลได
- ความคุมคา คมุ ทนุ
อยา งชดั เจน ของผลที่เกดิ กับ
จาํ นวนงบประมาณ
4. การ - ครู สมาชกิ - ครู สมาชิก

เปลยี่ นแปลง เครอื ขายทุกคนเกดิ เครอื ขายไมน อยกวา

พฤติกรรม การเปลย่ี นแปลง รอยละ 80 เกดิ การ

การจดั การ พฤติกรรมการจัดการ เปลยี่ นแปลง

เรยี นรูข องครู เรยี นรู/การดแู ล พฤติกรรมการจัดการ

สมาชิก ผูเ รยี น เรียนรู/ การดแู ล

เครือขาย ผเู รยี น

5. การรบั รู - มีการสอื่ สาร ให - มกี ารส่อื สารให
และการมี
สวนรวมของ ชุมชนรบั รแู ละรวม ชุมชนรว มรับรกู าร
ชมุ ชน
การดําเนินการอยา ง ดําเนนิ การหรอื ให
- ความคมุ คา
คุม ทนุ เปน รปู ธรรม ชมุ ชนมีสวนรวม

1. ความคมุ คาคมุ ทุน - ความคมุ คาคุม ทุน

ภาพรวมท้ัง ภาพรวมทั้ง

กระบวนการ กับผลท่ี กระบวนการกับผลท่ี

70

ลําดับ ประเด็น ตวั บงช้ี เกณฑการประเมิน

ที่ 3คะแนน 2คะแนน 1คะแนน

เกิดและจํานวน เกิดกบั จํานวน ทไ่ี ดรบั บางกิจกรรม

งบประมาณท่ีไดรับมี งบประมาณที่ไดร บั / บางประเด็นยังไม

ความเหมาะสม ยงั ไมช ดั เจนมีความ เหมาะสม

สมเหตสุ มผล เหมาะสม เพยี งบาง

ประเมินได กจิ กรรม

- ความชดั เจน 2. มีเครอื ขายที่ - มเี ครือขายท่ีชัดเจน - มีเครือขา ยเกิดขึ้น

และการขยาย ชดั เจน และการ และมีแนวโนม การ

เครอื ขาย ขยายเครือขายแลว ขยายเครือขา ยการ

และมคี วามชัดเจน แลกเปลยี่ นเรียนรู

เปนรูปธรรมและมี

แนวโนม การเกดิ

เครือขายเพิ่มขึน้

เกณฑก ารตดั สิน (คะแนนเต็ม 39 คะแนน)
ระดบั ดมี าก มคี ะแนน รอยละ 80 ขนึ้ ไป (คะแนน 31.20 คะแนนขึ้นไป)
ระดับดี มีคะแนนรอยละ 60 – 80 (คะแนน 23.40 – 31.20 คะแนน)
ระดบั ปานกลาง มีคะแนนรอ ยละ 50 – 59 (คะแนน 19.50 – 23.30 คะแนน)
ระดบั ปรบั ปรุง มคี ะแนนต่ํากวา รอ ยละ 50 (คะแนนตา่ํ กวา 19.50 คะแนน)

แบบประเมนิ กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา
สังกดั สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

***********************

71

คําช้แี จง แบบสอบถามฉบบั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเพือ่ ประเมนิ สภาพการดาํ เนนิ การกระบวนการชมุ ชน

การเรยี นรูทางวิชาชีพ(PLC) แบบสอบถามแบงออกเปน 3 ตอน ดงั น้ี

ตอนท่ี 1 ขอ มลู เบื้องตน ของผตู อบ

ตอนท่ี 2 แบบประเมินความพงึ พอใจ

ตอนที่ 3 ความคิดเห็นเพ่มิ เติมเพอ่ื ใหก ระบวนการ PLCประสบผลสําเรจ็

คณะผูประเมินหวังวาจะไดรับความรวมมือจากทานในการตอบแบบสอบถามใหครบถวน

เปนอยางดี การตอบครบถวนจะทําใหผลการประเมินสมบูรณ กอใหเกิดประโยชนสูงสุดตอ

กระบวนการ PLC ในโอกาสตอ ไป จงึ ขอขอบคุณมา ณ ท่ีนี้

ตอนท่ี 1 ขอ มลู เบื้องตน ของผูตอบแบบสอบถาม

1.1 สถานศึกษา

 ช่อื สถานศกึ ษา...........…………………………………สงั กดั .........................................

1.2 ตําแหนง / ความเกยี่ วของกับกระบวนการ(ตอบเพยี ง 1 สถานะที่เก่ียวขอ งมากสุด)

 ผูบ ริหารสถานศึกษา  ครใู นสถานศึกษา  ผูทีเ่ กี่ยวขอ ง

 ผูปกครองนกั เรยี น  นักเรยี น  อน่ื ๆ(ระบุ)..............

1.3 ทา นรเู ร่ืองกระบวนการ PLC หรือไม

ไมรูเลย (หยดุ ตอบแคนี)้

รบู าง รูละเอยี ดพอสมควร รูแ ละเขาใจรายละเอยี ดมาก

1.8 ชอ งทางที่ทานรเู รอ่ื งกระบวนการน้ี (ตอบไดมากกวา 1 ชองทาง

รูจากประกาศของ สอศ. การเผยแพรคูมือของ สอศ.

จากสถานศึกษา จากเวบ็ ไซด จากอบรม/สมั มนา

เพือ่ นครูบอกตอ รูจากทางอน่ื ๆ(ระบุ)......................

ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจตอ กระบวนการPLCที่ทานมีสวนรวม หรือรบั ทราบ

คําชี้แจง โปรดใสเคร่ืองหมาย ✓ลงในชองความเห็นดวยเกี่ยวกับกระบวนการPLC วา รายการ

กจิ กรรม และกลไกของกระบวนการตามที่ทานทราบ

ขอ รายการ / กจิ กรรม /กลไกของกระบวนการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ/ความพึงพอใจ
54321

1 บรบิ ท สภาพแวดลอ มการทาํ กระบวนการนี้

1.1 สอดคลอ งกบั สภาวการณดา นเศรษฐกิจ

1.2 สอดคลองกับสภาวการณดานสงั คม

1.3 สอดคลอ งกบั สภาวการณด า นสิ่งแวดลอ ม

72

ขอ รายการ / กิจกรรม /กลไกของกระบวนการ ระดับการปฏบิ ัติ/ความพงึ พอใจ
54321
1.4 สอดคลองกบั ปญหาและความตอ งการของประชาชน
1.5 สอดคลอ งกับความตอ งการพฒั นาดานการศึกษา
1.6 สอดคลองกับศักยภาพของสถานศึกษา

2 ความพรอมของกระบวนการ(เทา ท่ที ราบ)
2.1 ความพรอ มของบุคลากรจากหนว ยงานท่เี ขารว ม
2.2 ความเพยี งพอของทรัพยากร ส่งิ สนับสนุนเชน อาคารสถานท่ี
2.3 ความเพียงพอของงบประมาณสนับสนุนใหท ํากจิ กรรม
3 คุณภาพกระบวนการดําเนินงานของกระบวนการ

(เทาทีท่ ราบ)
3.1 สมาชกิ ในชมุ ชนการเรยี นรมู ีบรรทดั ฐานและคานิยมรว มกนั
3.2 การรวมกนั รบั ผิดชอบตอการเรียนรขู องนักเรียน ใหผลการเรียนรู

ที่ตองการใหเกิดขึ้นในตัวนักเรียน โดยครูท่ีเปนสมาชิกในชุมชน
การเรียนรูทางวชิ าชพี ทกุ คนวางเปา หมายรวมกนั
3.3 สะทอนผลเชิงวิชาชีพ โดยการพูดคุยสนทนากันระหวางสมาชิก
ในชุมชนการเรียนรู ที่จะกอใหเกิดผลทางบวกตอการเรียนการ
สอนและคุณภาพการจัดการศึกษาในสถานศึกษา หรือชวย
พัฒนาการจัดการเรียนรูและสงผลใหนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนสงู ขนึ้
3.4 การใหความสําคัญกับการรวมมือรวมพลังของครูในภาพรวม
ท้งั หมดของสถานศึกษา
3.5 การเตรียมพรอ มในดานการสนับสนุนใหบุคลากรหรือสมาชิกไดมี
โอกาสสงั เกตการสอน วพิ ากษว จิ ารณและสะทอ นการปฏบิ ตั งิ าน
4 ผลการดําเนินงานเทาท่ที ราบ
4.1 ผลดีที่เกดิ กับครู
4.2 ผลดที เ่ี กดิ กบั ผบู รหิ ารสถานศึกษา

4.3 ผลดีท่ีเกดิ กับนักเรียน
4.4 ผลดีที่เกดิ กบั ผูปกครอง
4.5 ผลดที ่ีเกิดกับชมุ ชนในพ้ืนที่

73

ขอ รายการ / กจิ กรรม /กลไกของกระบวนการ ระดับการปฏบิ ตั ิ/ความพึงพอใจ
54321
4.6 ผลดีทเ่ี กิดกบั การศึกษาของประเทศโดยภาพรวม
5 ความเห็นในการขยายผลกระบวนการกบั สถานศึกษาทั้งหมด
5.1 สมควรขยายผลกระบวนการไปทกุ สถานศกึ ษา
5.2 เปน กระบวนการที่คุมคา
5.3 เปนกระบวนการทม่ี ปี ระโยชน
5.4 สมควรยกเลกิ กระบวนการ
5.5 เปน กระบวนการทส่ี ิน้ เปลอื งโดยเปลา ประโยชน

เกณฑแ ละการแปลความหมายดงั น้ี
คาเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง การปฏิบตั /ิ ความพงึ พอใจอยูในระดับมากทีส่ ดุ
คา เฉลยี่ 3.50 - 4.49 หมายถงึ การปฏบิ ตั ิ/ความพงึ พอใจอยูในระดับมาก
คาเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถงึ การปฏิบตั /ิ ความพึงพอใจอยูในระดับปานกลาง
คาเฉลย่ี 1.50 - 2.49 หมายถึง การปฏิบัต/ิ ความพงึ พอใจอยใู นระดับนอย
คาเฉลย่ี 1.00 - 1.49 หมายถึง การปฏิบัต/ิ ความพึงพอใจอยใู นระดับนอยทสี่ ดุ

ตอนท่ี 3 ความคดิ เหน็ เพิ่มเตมิ เพือ่ ใหก ระบวนการ PLC ประสบผลสาํ เร็จ
.............................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………………………..............

74

แบบประเมินติดตามการปฏิบัติงานตามกระบวนการชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชีพ PLC

(เชิงคณุ ภาพ)

**********************

คําชี้แจง ขอคําถามใชสําหรับการสัมภาษณ หรือการประเมินโดยการประชุมกลุมยอย ตาม

ประเด็นดงั น้ี

1. การคัดเลอื กกลุม เปา หมายการพฒั นาวชิ าชพี ของเครือขาย
2. หลังจากการรวมกลุมของสมาชิกเครือขายแลว ไดดําเนินการพัฒนาทีมงานเพื่อ ใหเขาใจ
หลักการสรา งชุมชนแหง การเรยี นรูร ว มกนั
3. ลักษณะการดําเนินการ การรวมมือรวมพลังของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ ท่ีสงผลตอการ
ยกระดบั คณุ ภาพของผูเรยี น
4. การดําเนินการเพ่ือเพ่ิมความเขมแข็ง ของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ โดยการเปดรับการชี้แนะ
การปฏบิ ตั ิงาน
5. การดาํ เนินการโดยการจัดเวทใี หมกี ารสนทนาแลกเปล่ยี นทมี่ งุ สะทอ นผลการปฏิบัตงิ าน
6. ลักษณะของการประเมินความตองการจาํ เปนส่ิงที่ควรพฒั นาของสมาชิกเครือขาย
7. การดําเนินการตามขั้นตอนของการรวมกลุมพัฒนาวิชาชีพไดเนนการกําหนดประเด็น
เปาหมายการพัฒนา ท่ีใหค วามสาํ คัญกบั ผูเ รยี นและเปน แนวทางทีจ่ ะพฒั นาผูเรยี น
8. วิธกี ารวางแผน ออกแบบแผนจดั การเรียนรู หรอื กจิ กรรมการพฒั นาชว ยเหลอื
9. ในระหวางการกจิ กรรมการเรยี นรู หรือ ปฏิบัติการตามแผนกิจกรรม ทางกลุมเครือขาย มี
การเยีย่ ม หรอื สังเกตการปฏบิ ัตใิ นการสอน
10. การพัฒนาวิชาชีพครูหลังจากกลุมเครือขายไดเขารวมโครงการไดมีการสะทอนผลการ
ปฏบิ ัติ บันทกึ ผลสาํ เร็จหรอื มกี ารปรับปรงุ แกไข ในดา นใดบาง
11. ภายหลังจากการทบทวนสิ่งที่ไดดําเนินการไปครบวงรอบแลวกลุมเครือขายไดนําความรู
นัน้ มาใชป รบั กิจกรรมปฏบิ ตั ิการรอบใหมท่ีปรับจุดออนมากนอยเพียงใด ดําเนินการในลักษณะใดบาง
ใหเ สนอเปนดานๆ
12. กลุมเครือขายมีความประสงค จะพัฒนาตนเองเพ่ิมเติมในดาน/เรื่องใด ที่จะทําใหการ
พัฒนาชุมชนวิชาชีพ มีความยั่งยืนใหระบุประเด็นหลักๆท่ีตองการไดรับการพัฒนา รายละเอียดของ
แตละเรอ่ื ง อาทิ เนื้อหา หลกั การแนวคดิ ฯลฯ

75

การสมั ภาษณห วั หนาโครงการเก่ียวกระบวนการดําเนินการ PLC
1. การพัฒนาวิชาชีพครูแบบชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) มีสวนชวยพัฒนาหรือ

ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาหรือไม
2. การกําหนดประเด็น / กรอบการพัฒนาตามแบบการพัฒนาวิชาชีพครูแบบชุมชนการ

เรียนรทู างวิชาชพี (PLC) มกี ารกาํ หนดกนั อยา งไร
3. กระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูดวยชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ควรเปนอยางไร

เรมิ่ ตนอยางไร และเกดิ จากใคร
4. มคี วามเชื่อวา กระบวนการพัฒนาวิชาชีพครดู วยชุมชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC) จะทํา

ใหเกดิ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองคก รในสถานศกึ ษาหรอื ไม

ผลกระทบทเ่ี กิดจากกระบวนการพฒั นาวชิ าชีพครูแบบชุมชนแหง การเรียนรู
1. การดําเนินการพัฒนาวิชาชีพครูดวยชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) เกิดผลลัพธ

ผลกระทบตอครู นกั เรยี น สถานศกึ ษา หรือชุมชนอยา งไร
2. ครู นักเรียน สถานศึกษา ชุมชนเกิดการเปล่ยี นแปลงอยางไร

การสรา งทีมในการพฒั นาครูโดยกระบวนการชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชีพ(PLC)
คําถามทใี่ ชใ นการสมั ภาษณ 7 ขอ ดงั นี้
1. กระบวนการทาํ งานพัฒนาวิชาชพี ครูแบบชมุ ชนแหงการเรียนรู มีระบบการทํางานอยางไร

(PDCA)
2. แนวคิด หลักการ และคุณสมบัติของผูที่จะเขามาเปนทีมงานเครือขายการพัฒนาวิชาชีพ

ครแู บบชุมชนแหง การเรยี นรู
3. กระบวนการทํางานการพัฒนาวิชาชพี ครูดว ยชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ทีมงานมี

การบรหิ ารจัดการอยา งไรจัดบทบาทหนาท่ีของทีมงานอยา งไร
4. ในระหวางดําเนินงาน เมอ่ื พบอปุ สรรค ไมสามารถเรียนรูหรือพัฒนาไดนอย หรือไมเปนไป

ตามเปาหมายทกี่ ําหนด มีการดําเนินการในการชว ยเหลือสนบั สนุนเพอื่ นครหู รือทีมอยางไร
5. มีการจัดระบบกระบวนการสอ่ื สารในการทาํ งานอยางไรบางและมีอุปสรรคอะไรบา ง
6. มีการนําเทคโนโลยีเขามาบูรณาการ ในการทํางานอยางไรบาง มีประโยชน มีปญหา

อุปสรรคอะไร
7. มีความผูกพนั หรอื มสี มั พันธภาพกนั อยางไร มีความคาดหวังที่จะใหเกิดความย่ังยืนหรือไม

รวมทัง้ แนวทางในการทีจ่ ะทาํ ใหย ่งั ยืน

ภาคผนวก ง

คณะทาํ งานจดั ทําแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี
(Professional Learning Community: PLC)

76

คณะผทู าํ งาน

ทีป่ รึกษา
1. เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

2. รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายบญุ สง จาํ ปาโพธ)์ิ
3. รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา (นายประชาคม จันทรชิต)

4. รศ.ดร.มนตรี แยมกสกิ ร

5. ผศ.ดร.วมิ ลรัตน จตรุ านนท

6. ดร.อาพันธช นิต เจนจติ มหาวิทยาลัยบูรพา

7. ดร.สิราวรรณ จรสั รวีวัฒน มหาวิทยาลัยบูรพา

8. ดร.คงรฐั นวลแปง มหาวิทยาลยั บูรพา

9. ดร.เกรียงศกั ด์ิ บุญญา มหาวิทยาลยั บรู พา

10. ผศ.นาวาตรี ดร. พงศเ ทพ จิระโร มหาวทิ ยาลัยบรู พา

11. อาจารยวัฒนพร จตรุ านนท มหาวทิ ยาลยั บูรพา

1. คณะกรรมการดาํ เนนิ การกาํ หนดแนวทางการขับเคล่อื นกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทาง

วิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)

1. นายสมประสงค สิงหส วุ รรณ ผูอํานวยการสํานกั พฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากร

อาชีวศกึ ษา

2. นางเรณู สนั ตโยภาส สํานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศึกษา

3. นายอธปิ ไตย โพแตง สาํ นกั พฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชีวศกึ ษา

4. นายมะณู คมุ กลา่ํ รองผูอาํ นวยการสถาบนั การอาชีวศึกษาภาคเหนอื 4

5. นายบุญลอื ทองเกตุแกว ผูอํานวยการวิทยาลยั เทคนคิ ปราจนี บรุ ี

6. นายพงคส ิลป รัตนอดุ ม ผอู าํ นวยการวทิ ยาลยั การอาชีพนวมนิ ทราชูทศิ

7 นายจรัส เลห สิงห ผอู ํานวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ สระแกว

8. นายไสว สีบจู ันดี ผอู ํานวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง

9. นางสุภาภรณ ปาลโฉม ผอู ํานวยการวิทยาลัยเทคนคิ บูรพาปราจีน

10. นางศนั สนีย สายะสนธิ ผอู าํ นวยการวิทยาลัยการอาชวี ศึกษาปทมุ ธานี

77

11. นายถาวร ทิพวรรณ ผอู าํ นวยการวทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยสี พุ รรณบรุ ี
12. นายนิติ นาชิต ผอู ํานวยการวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาสิงหบุรี
13. นายเสนห  ศรวี ลิ ัย ผอู าํ นวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ราชบรุ ี
14. นายทองคาํ ตินะลา ผอู ํานวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ กําแพงเพชร
15. นายจรี ะพงษ แสงวณชิ ผูอ ํานวยการวทิ ยาลยั เทคนิคลาํ ปาง
16. นายพลฤทธ์ิ จนิ ดาหลวง ผอู าํ นวยการวทิ ยาลยั อาชีวศึกษาลาํ ปาง
17. นายมานติ ย มณีโชติ ผอู าํ นวยการวิทยาลยั เทคนิคพิจติ ร
18. นายแสวง ทาวดี ผูอํานวยการวทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีลําพูน
19. นายสเุ ทพ ศรศี ักดว์ิ รชยั ผอู าํ นวยการวิทยาลยั เทคนคิ นครสวรรค
20. นายวิชติ วเิ ชียร ผูอาํ นวยการวิทยาลยั การอาชพี ไชยา
21. นายอดศิ กั ดิ์ ชชั เวช ผอู ํานวยวทิ ยาลัยเทคนิคภูเก็ต
22. นายศวิ กรณ เอง ฉว น ผูอํานวยการวิทยาลัยเทคนิคกระบี่
23. นายบาํ รุง ทองรอด ผูอํานวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ชุมพร
24. นายสิรวิชญ ธนเศรษฐว งศ ผอู าํ นวยการวิทยาลัยเทคนคิ สุราษฎรธ านี
25. นายสุคนธ นาเมอื งรักษ ผอู าํ นวยการวิทยาลัยอาชวี ศึกษามหาสารคาม
26. นางคนงึ ลักขณ แสงประเสรฐิ ผูอ าํ นวยการวทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาพระนครศรอี ยุธยา
27. นายปรดี ี เกตุทอง ผอู าํ นวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ตรงั
28. นายธีรวิทย หทัยรตั นานนท รองผูอาํ นวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยเี พชรบรุ ี
29. นายอภชิ าติ สรอ ยระยา รองผอู าํ นวยการวิทยาลัยการอาชีพวงั ไกลกังวล
30. นายสรุ ชาติ กรี ติตระกลู รองผอู าํ นวยการวทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี
เกษตรบุรีรัมย
31. นายคมสัน อรรคแสง รองผอู าํ นวยการวิทยาลัยเทคนคิ มหาสารคาม
32. นายจาํ เนยี ร สมุ ารธิ รรม รองผูอาํ นวยการวิทยาลัยเทคนคิ รอ ยเอด็
33. นายสุเทพ สระจนั ทร รองผอู ํานวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยรี อยเอด็
34. นายสุคนธ สุคนธรัตนสขุ รองผอู ํานวยการวิทยาลัยเทคนิคขอนแกน
35. นายทฐิ ินันท ทมุ มา รองผูอาํ นวยการวทิ ยาลัยการอาชีวศึกษาปทมุ ธานี
36. นายชมุ พล คาํ เทยี น รองผอู าํ นวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ราชบุรี

78

37. นายทวศี กั ด์ิ รื่นรวย รองผูอ าํ นวยการวิทยาลยั เทคนคิ นครสวรรค
38. วา ทร่ี อยตรจี ริ ายุทธ ออ นศรี วทิ ยาลัยการอาชีพนวมินทราชทู ิศ
39. นางสาวงามพรรณ ไพศาลทรพั ย วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
40. นายสมโภชน ธรี วฒั นพันธ วิทยาลัยเทคนคิ ปราจนี บรุ ี
41. นายธรี ะยทุ ธ มอยขาม ทยาลัยเทคนิคสระแกว
42. นางสมสุข ขําสวสั ด์ิ วทิ ยาลยั การอาชีพวังไกลกงั วล
43. นายประสงค มานอ ย วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยเี พชรบุรี
44. นางจิรพร สธุ รรมแปง วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสพุ รรณบุรี
45. นางยุพา บรรโล วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาสิงหบุรี
46. นางดชั นี จะวรรณะ วิทยาลัยเทคนิคกาํ แพงเพชร
47. นายภักดี ศรอี รุณ วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาลาํ ปาง
48. นางสาวสิริมนต นฤมลสิริ วิทยาลัยเทคนิคพจิ ติ ร
49. นางเดือนฉาย อุดมวงศรุงเรือง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยลี าํ พนู
50. นายธนพนธ ธสิ งค วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีบรุ ีรมั ย
51. นายศวิ ดล บดุ ทะสี วทิ ยาลยั เทคนิคมหาสารคาม
52. นางณัฏฐา จงใจภกั ดี วทิ ยาลยั เทคนคิ รอยเอ็ด
53. นางธนพร แสนบตุ ร วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี อ ยเอ็ด
54. นายธาตรี สภุ าระโยธนิ วทิ ยาลัยเทคนคิ ขอนแกน
55. นางสาวจรยิ า เอียบสกุล วทิ ยาลยั เทคนิคภเู ก็ต
วทิ ยาลยั เทคนคิ กระบี่
56. นายเฉลิมศักดิ์ มไี พบูลยสุวรรณ วิทยาลัยเทคนคิ สรุ าษฏรธานี
57. นายธวชั ชยั ลมิ้ สุวรรณ วทิ ยาลยั เทคนคิ ชมุ พร
58. นายอภิชาติ เนนิ พรหม วทิ ยาลัยการอาชพี ไชยา
59. นายศภุ ชัย จนั ประดษิ ฐ สํานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชีวศึกษา
60. นางอนงค กมลจิตรวี สํานักพฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชีวศกึ ษา
61. นายสรุ พงษ เอมิ อทุ ยั สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
62. นางสาวเยาวมาลย หนุ นิวฒั น สาํ นกั พัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
63. นางสรพศั ยม้ิ นวล

79

64. นางสาวธณัทอร วรรณจรญู สาํ นักพฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชวี ศกึ ษา
65. นางสาวอษุ ณี ตันตชิ ัยรตั นกลู สํานกั พฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชวี ศึกษา
66. นายสันติ พยคั ฆขาม สาํ นกั พัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
67. นายยงยุทธ ใจซื่อดี สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
68. นายดุสติ สินสขุ สํานกั พฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชีวศึกษา
69. นายดสุ ติ บวั เกตุ สาํ นักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศกึ ษา
70. นางสาวปานรดา บษุ รารัตน สาํ นกั พฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศกึ ษา
71. นางสาวสณั หนนั ท มหศิ มณี สาํ นักพฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
72. นางสาวเมทินี บญุ เลิศ สํานักพฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชวี ศึกษา
73. นายภาคภูมิ พสู กลุ สถาพร สํานักพัฒนาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชีวศกึ ษา
74. นางสาวปาณิสรา เพชรรัตน สํานักพฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
75. นางนิตยร ดี ดาํ ดว ง สํานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชีวศึกษา
76. นางสาวยศวดี ทัง่ ทอง สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชีวศึกษา
77. นางสาวจริ าพร โพธ์ใิ ต สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชวี ศึกษา

2. คณะเรียบเรยี ง และจดั ทํารูปเลม สาํ นกั พัฒนาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชวี ศึกษา
สํานกั พฒั นาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชวี ศกึ ษา
1. นางเรณู สันตโยภาส สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
สํานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบุคลากรอาชีวศึกษา
2. นางนติ ยร ดี ดําดวง สํานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศกึ ษา
สํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศึกษา
3. นางสาวยศวดี ทง่ั ทอง

4. นางสาวปาณิสรา เพชรรตั น

5. นายนพคุณ มานะวิสาร

6. นางสาวจริ าพร โพธใ์ิ ต





คาํ นาํ

การขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC) สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาจากแนวคิดการพัฒนาครูของ
กระทรวงศึกษาธิการ สํานักงาน ก.ค.ศ. ไดกําหนดหลักเกณฑและวิธีการพัฒนาขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน เพ่ือใหการพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เปนไปอยางมีระบบ มีความตอเนื่อง กระทรวงศึกษาธิการไดนําหลักการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
PLC (Professional Learning Community) มาใชในการพัฒนาครู เพราะครูเปนปจจัยหนึ่งที่มีสวน
เก่ยี วขอ งกับคณุ ภาพทางการศกึ ษาซง่ึ แนวคดิ ของการอบรม PLC คือ การนําคนมาอยูรวมกัน เกิดการ
เรยี นรู และแบงปน ความรูก นั ระหวางผูเ ขา รว มอบรม จนกระท่ังเกิดการสะทอนความคิดในดานตาง ๆ
ทีจ่ ะเปน แนวทางการพฒั นา

สํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษาในฐานะท่ีเปนหนวยงานในสังกัด
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทหนาท่ีสําคัญในการสงเสริม
และพัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษาใหมีความเปนเลิศม่ันคงกาวหนาในวิชาชีพ ตลอดจนพัฒนา
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักเกณฑและวิธีการที่ ก.ค.ศ.กําหนด สํานักพัฒนา
สมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชวี ศกึ ษา จงึ จดั ทาํ “แนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรู
ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ของสํานักงานคณะกรรมการการ
อาชีวศึกษา” สําหรับเผยแพรใหแกวิทยาลัยในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
สามารถนาํ ไปสกู ารปฏบิ ตั ิ เพ่อื ดา นการพัฒนาผูเรยี น ทั้งดา นความรู สมรรถนะ และคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงคตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ เพอื่ บรรลุเปา หมายพฒั นาผเู รยี นระดบั อาชีวศึกษาตอ ไป

สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา



สารบัญ

คาํ นํา ก

สารบัญ ข

สารบัญภาพ จ

บทสรปุ ผูบรหิ าร ฉ

บทที่ 1 บทนาํ 1
ความเปน มาและความสาํ คัญ 1
วตั ถปุ ระสงค 2
เปา หมาย 3

บทที่ 2 ชมุ ชนการเรียนรูท างวชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC) 4
ในการพัฒนาครูเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพผูเรยี นอาชีวศึกษา
1. แผนการพัฒนาอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 – 2579 5
2. นโยบายเนนสงเสริมใหผ ูเ รียนอาชีวะมคี ุณสมบัติหรือทักษะทส่ี ําคญั คือ3R และ 8C 7
3. กฎ ระเบียบ การนําชุมชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC) มาใชในการปฏบิ ตั หิ นาที่ 8
ของครสู ายงานการสอน
4. ความหมายของชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC) 8
5. วัตถุประสงคของชุมชนการเรียนรูทางวิชาชพี (PLC) 9
6. ความเชือ่ ของชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชพี (PLC) 9
7. หลกั การของชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (PLC) 9
8. องคประกอบสําคัญของชุมชนการเรยี นรูทางวชิ าชีพ (PLC) 9
9. การแบง ระดับของชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชพี (PLC) 10
10. กระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวิชาชพี (PLC) 11
11. ประโยชนการพัฒนาครูดว ยกระบวนการชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชพี (PLC) 14
12. บทบาทผบู ริหารในกระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC) 15



13. บทบาทครใู นกระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวิชาชพี (PLC) 15
14. เทคนคิ หรือเคล็ดลบั ท่ีจาํ เปนในการเสรมิ กระบวนการชมุ ชนการเรยี นรู 16

ทางวิชาชพี (PLC)

บทท่ี 3 ชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (Professional Learning Community: PLC) 17

ในสถานศึกษา สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

1. ดา นการบริหารจัดการกระบวนการชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (PLC) ในสถานศกึ ษาประกอบดวย 18

1) แตง ต้งั คณะกรรมการขับเคลือ่ นกระบวนการ PLC สถานศกึ ษา 18

2) ประชมุ คณะกรรมการกาํ หนดปฏิทนิ การดาํ เนนิ งาน 18

3) สรา งความรูค วามเขาใจ 18

4) สงเสริมสนับสนุน กาํ กบั ติดตาม และรายงานผล 18

2. ดานการดําเนินการชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (PLC) ของครูในสถานศึกษา 19

ขนั้ ตอนที่ 1 การรวมกลุม ชมุ ชนแหง การเรยี นรูท างวชิ าชพี (PLC) 19

ข้ันตอนท่ี 2 วิเคราะหแ ละระบปุ ญ หา /ส่ิงที่ตองการพัฒนา 20

ขนั้ ตอนที่ 3 ออกแบบและจดั ทาํ แผนการจดั การเรยี นรู /กจิ กรรม /นวตั กรรม 21

ขน้ั ตอนที่ 4 วิพากษ แลกเปล่ียนเรียนรู และปรบั ปรุงแกไข 21

ข้นั ตอนที่ 5 จัดการเรยี นรู /กิจกรรม /นวัตกรรม 22

ขั้นตอนท่ี 6 ประเมนิ ผล/ สะทอนการจดั การเรยี นรู /กิจกรรม /นวตั กรรม 23

ข้ันตอนที่ 7 สรุปเผยแพรแ ผนการจดั การเรยี นรู /กิจกรรม /นวัตกรรม 25

บทท่ี 4 การขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรูท างวิชาชีพ (PLC) 28
4.1 สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 28
4.2 สาํ นักพัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชีวศึกษา 28
4.3 สถาบันการอาชีวศึกษา/อาชวี ศึกษาจังหวดั 29
4.4 สถานศึกษา 29

บรรณานุกรม 33

ภาคผนวก 34

ภาคผนวก ก ตวั อยา งแบบคําสัง่ แตงตัง้ คณะกรรมการขบั เคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรู 36



ทางวชิ าชพี (PLC) ในสถานศึกษา

ตัวอยา งปฏิทินการดําเนินงานชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชีพ (PLC) 37

ตัวอยางประกาศจัดตง้ั กลุมชุมชนการเรยี นการทางวิชาชีพ (PLC) 38

ภาคผนวก ข ตัวอยางและรูปแบบการดําเนนิ การกระบวนการ (PLC) 39

- แบบคาํ รองขอจดั ตัง้ กลุมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (PLC) 40

- แบบบันทกึ การคนหาปญหา 41

- บันทึกแนวทางแกปญหา 42

- แผนปฏบิ ตั ิการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (Professional Learning 43

Community Action Plan: PLC-AP)

- แบบเขียนแผนการสอน 44

- ตวั อยางแบบประเด็นการแลกเปลยี่ นเสนอแนะเพื่อการนาํ เสนอแผนการสอน 46

- แบบสังเกตการสอน 47

- บันทกึ หลังการสอน 48

- ตัวอยา งประเด็นการสะทอนผลการสอน /ฝก ปฏิบตั ิ /กจิ กรรม 49

- แบบสรุปการดาํ เนินการงาน รปู แบบ/วิธกี าร/กจิ กรรม (สาํ หรบั ผสู งั เกตการสอน) 51

- แนวทางการเขียนแผนการดําเนินงาน PLC สําหรบั 3 วงรอบ 52

- ตวั อยางรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรดู ว ยกระบวนการเรยี นรู 54

ทางวิชาชีพ

ภาคผนวก ค แบบประเมนิ โครงการ/กิจกรรม 64

- แบบประเมินโครงการ/กิจกรรมท่ีดาํ เนินการผานกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรู 65

ทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา สังกัดสาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

- แบบประเมินกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (PLC) ในสถานศึกษา 70

สังกัดสํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

- แบบประเมนิ ตดิ ตามการปฏิบตั งิ านตามกระบวนการชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี 73

(PLC) ในสถานศึกษา สงั กดั สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ภาคผนวก ง คณะทาํ งานจดั ทาํ แนวทางการขบั เคลอ่ื นกระบวนการชุมชนการเรียนรูท างวิชาชีพ 76

(Professional Learning Community : PLC)



สารบัญภาพ ฌ

แผนภาพที่ 1 ขั้นตอนการดําเนนิ การกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (PLC)
ในสถานศึกษาสํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา 31

แผนภาพที่ 2 แนวทางขบั เคลื่อนกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูท างวิชาชพี
(Professional Learning Community :PLC)
ของสาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

แผนภาพท่ี 3 บทบาทหนาท่แี นวทางการขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชพี
(Professional Learning Community : PLC )

บทสรุปผูบ รหิ าร

“อาชีวะสรางชาติ” เปนเปาหมายสําคัญในการพัฒนาการจัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา
ใหมีคุณภาพเปนไปตามมาตรฐานสากล สอดคลองกับการพัฒนาความสามารถในการแขงขัน
ของประเทศ และการศึกษาไทยในยุคไทยแลนด 4.0 สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ในฐานะเปนผูนําในการจัดการศึกษาในสายอาชีพจึงเปนพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดยจัดการศึกษาสายอาชีพใหหลากหลาย เพียงพอตอความตองการของตลาดแรงงาน รวมทั้งพัฒนา
การศึกษาใหมีมาตรฐานการที่จะชวยพัฒนาผูเรียนใหมีทักษะ ซึ่งฟนเฟองสําคัญคือ “ครู”
ท่ีจําเปนตองเปล่ียนบทบาทจาก “ครูสอน” (teacher) ไปเปน “ครูฝก” (coach) หรือ “ผูอํานวย
ความสะดวกในการเรียนร”ู (learning facilitator) เปน “ครูเพื่อศิษย” ท่ีตองเรียนรูทักษะในการทํา
หนาท่ีนี้ โดยรวมตัวกันเปนกลุมเพื่อเรียนรูรวมกันอยางเปนระบบและตอเน่ือง เพื่อใหเกิดองคความรู
ใหมๆ มีความเขาใจเทคนิคการสอน มีการอบรมและพัฒนาใหมีความกาวหนาในวิชาชีพ มีการสราง
เครือขายความรวมมือในทุกภาคสวนเพ่ือพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การฝกอบรมวิชาชีพการ
วิจัย การสรางนวัตกรรม โดยรวมตัวกันเปนกลุมเพื่อเรียนรูรวมกันอยางเปนระบบและตอเน่ืองตาม
แนวทางชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning community: PLC) ท่ีเกิดจากครู
ผบู รหิ าร นักการศึกษาในสถานศึกษามารวมตัว รวมใจ รวมพลัง รวมมือกัน เพื่อใหบรรลุเปาหมายใน
การพัฒนาการเรียนรู สมรรถนะ และคุณลักษณะที่พึงประสงคของผูเรียน ซึ่งสอดคลองกับสํานักงาน
ก.ค.ศ. ตอ งการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ครูผสู อนสามารถพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ มีความสามารถ
มีสมรรถนะทเี่ หมาะสม กาํ หนดใหมีการสงเสริมสนับสนุนใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สายงานการสอน จึงไดกําหนดหลักเกณฑและวิธีการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตําแหนงครู มีวิทยฐานะและเล่ือนวิทยฐานะ (ตามหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 21
ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560) โดยกําหนดใหค รูทตี่ อ งการมีและเลื่อนวิทยฐานะในช่ัวโมงปฏิบัติงานตอง
มชี ่วั โมงการมีรว มสวนในชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี ในแตละปไมนอยกวา 50 ช่ัวโมง นอกจากน้ีตาม
หลักเกณฑและวธิ ีการพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน (ตามหนังสือ
สาํ นักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.7 /ว 22 ลงวนั ท่ี 5 กรกฎาคม 2560) ครูตองเขารับการพัฒนาโดยการ
เขารับการฝกอบรม ในหลักสูตรท่ีสถาบันคุรุพัฒนารับรองตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือที่ ก.ค.ศ.
รับรอง ตอเน่ืองทุกป โดยในแตละป ไมนอยกวา 12 – 20 ช่ัวโมง และภายในระยะเวลา 5 ป ตองมี
ชั่วโมงพัฒนา จํานวน 100 ช่ัวโมง แตหากภายในระยะเวลา 5 ป ชั่วโมงในการพัฒนาไมครบ 100 ช่ัวโมง



สามารถนําช่ัวโมงการมีสวนรวมในชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community:
PLC) สวนที่เกนิ 50 ชัว่ โมงในแตละป มานบั รวมเปนจํานวนช่ัวโมงการพัฒนาได

สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากร
อาชีวศกึ ษา ไดตั้งแตงคณะกรรมการดําเนินการกําหนดแนวทางการขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการ
เรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) เพ่ือรวมกันจัดทําแนวทาง
ขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning community: PLC)
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือใหผูบริหารและครูมีความรูความ
เขาใจ รูปแบบ วิธีการ และประโยชนของชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community: PLC) สถานศึกษาสามารถออกแบบกระบวนการการดําเนินการ การนิเทศ การกํากับ
ติดตาม การประเมินผล ไปสูการปฏิบัติในสถานศึกษาได โดยรวมกันจัดประชุมระดมความคิดเห็น
วิเคราะห วิพากษ และ เรียบเรียงผลการประชุมจากการแบงกลุมยอยในหัวขอตามกระบวน PLC
จัดทําแนวทางการขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community: PLC) สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพ่ือใหผูบริหารและครูมีความรู
ความเขาใจ รูปแบบ วิธีการ ประโยชนของ (PLC) สามารถออกแบบกระบวนการดําเนินการ
การนิเทศ กํากบั ตดิ ตาม การประเมินผล ตลอดจนนํากระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC)
ไปสกู ารปฏิบตั ใิ นสถานศกึ ษาได สรปุ สาระสาํ คญั แบง เปน 4 บท และภาคผนวก ดังนี้

บทท่ี 1 ประกอบดวย ความเปนมาและความสําคัญ วัตถุประสงค เปาหมาย
การพัฒนาครูเพื่อใหบรรลุเปาหมายพัฒนาการเรียนรู สมรรถนะและคุณลักษณะของผูเรียน
ดวยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (Professional Learning Community: PLC)

บทท่ี 2 การดําเนนิ การชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community:
PLC) การพัฒนาครูเพื่อการพัฒนาคุณภาพผูเรียนอาชีวศึกษา เปนนวัตกรรมหนึ่งในการพัฒนาครู
เพื่อใหครูเปนครูเพื่อศิษย โดยครู ผูบริหาร นักการศึกษาในสถานศึกษามารวมตัว รวมใจ รวมพลัง
รว มมือกัน เพื่อใหบรรลุเปา หมายคอื พฒั นาการเรียนรู สมรรถนะและคุณลักษณะของผูเรียน โดยผาน
กระบวนการตามข้ันตอนคือ การสรางทีม ระบุปญหาหรือกําหนดเปาหมายในการพัฒนา ออกแบบ
การจดั การเรยี นรูและเขียนแผนการจัดการเรียนรเู พอ่ื ใหบ รรลุเปาหมาย วพิ ากษแ ผนการจดั การเรียนรู
อยางกัลยาณมิตร จัดการเรียนการสอนโดยมีทีมรวมสังเกตการสอน และมีการสะทอนผลการสอน
เพื่อการเสนอแนะและปรับปรุงตอไป สาระความรูพื้นฐานประกอบการดําเนินการชุมชนการเรียนรู
ทางวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนาครูเพ่ือการพัฒนาคณุ ภาพผเู รียนอาชีวศกึ ษา สรุป ดงั น้ี



1. แผนการพัฒนาอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560 – 2579
2. นโยบายเนนสง เสรมิ ใหผูเรยี นอาชีวะมีคุณสมบตั ิหรือทักษะที่สําคัญ คือ3R และ 8C
3. กฎ ระเบียบ ในการใหนําชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) มาใชในการปฏิบัติ
หนา ทีข่ องครูสายงานการสอน
4. ความหมายของชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชีพ (PLC)

5. วัตถปุ ระสงคของชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC)
6. ประโยชนการพฒั นาครูดว ยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (PLC)
7. ความเชือ่ ของชมุ ชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี (PLC)
8. หลกั การของชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC)
9. องคป ระกอบสําคญั ของชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC)
10. กระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (PLC)
11. บทบาทผบู รหิ ารในกระบวนการชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC)
12. บทบาทครใู นกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (PLC)
13. เทคนิคหรือเคล็ดลับท่ีจําเปนในการเสริมกระบวนการชุมชนการเรียนรูทาง
วิชาชพี (PLC)

บทที่ 3 การดาํ เนนิ การกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา สังกัด

สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีวัตถุประสงคเพ่ือใหผูบริหารสถานศึกษาและครูสามารถ

นํากระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ไปสูการปฏิบัติในสถานศึกษา มีขั้นตอนในการ

ดําเนินการ ประกอบดว ยขน้ั ตอนตาง ๆ

ประกอบดวย 1. ดา นการบรหิ ารจดั การกระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา

1) แตง ตัง้ คณะกรรมการขับเคลอื่ นกระบวนการ PLC สถานศกึ ษา
2) ประชุมคณะกรรมการกาํ หนดปฏิทนิ การดําเนินงาน
3) สรางความรูความเขาใจ
4) สง เสริมสนับสนนุ กาํ กับติดตาม และรายงานผล
2. ดานการดําเนินการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ของครูในสถานศึกษา

ประกอบดว ย 7 ข้นั ตอน ดังนี้

1) การรวมกลมุ ชุมชนแหง การเรยี นรทู างวิชาชีพ (PLC)
2) วิเคราะหและระบุปญ หา /สิ่งท่ตี อ งการพฒั นา



3) ออกแบบและจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู /กจิ กรรม /นวัตกรรม
4) วิพากษ แลกเปลี่ยนเรียนรู และปรบั ปรุงแกไข
5) จดั การเรยี นรู /กจิ กรรม /นวัตกรรม
6) ประเมนิ ผล/ สะทอ นการจัดการเรยี นรู /กิจกรรม /นวตั กรรม
7) สรปุ เผยแพรแผนการจัดการเรยี นรู /กจิ กรรม /นวัตกรรม
กระบวนการในแตละขั้นตอนตองดําเนินการบันทึก (Logbook) การดําเนินการ
ชุมชนการเรียนรูวิชาชีพ (PLC) ตั้งแตขั้นที่ 1 – 7 ซึ่งสามารถใชแบบบันทึกกิจกรรมในภาคผนวก
หรือสามารถออกแบบการบันทึกไดเอง เพื่อใหมีหลักฐานตรวจสอบได ไมเกินหนึ่งหนา อาจนําเสนอ
ทาง Google Classroom Line หรือ Facebook เอกสารหลักฐาน หรือรูปแบบอ่ืนๆ พรอมทั้งบันทึก
ในระบบท่ีกําหนดเพ่ือนําไปเชื่อมโยงกับการจัดทําหลักฐานในการขอมีและเล่ือนวิทยฐานะ
การดําเนนิ การแตล ะข้นั ตอนตามกระบวนการชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (PLC)ในบทท่ี 3 นี้สามารถ
ยืดหยุนไดตามบริบทของสถานศึกษา แตควรคํานึงถึงการรวมมือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู การสังเกต
และการสะทอน
การดําเนินการกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ของครูในสถานศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา สามารถสรุปเปน แผนภาพขน้ั ตอนไดดงั นี้



การบริหารจดั การ PLC การดําเนนิ การ PLC
ของผูบ รหิ ารสถานศึกษา ของครู

แตง ตง้ั คณะกรรมการ รวมกลุม PLCและขอจัดตง้ั กลมุ

ประชุมคณะกรรมการ วเิ คราะห/ สง่ิ ทต่ี องการพฒั นา เร่ิม
PLC
สรางความรคู วามเขา ใจ ออกแบบและจดั ทําแผนการ วงรอบที่
จดั การเรยี นรู/ กจิ กรรม/ 2 และ
สง เสรมิ สนบั สนนุ วงรอบ
จดั การเรยี นรู /กจิ กรรม 3
กํากับ ติดตาม ประเมินผล /นวัตกรรมในหองเรยี นจริง ตอไป
และรายงาน จนครบ
ประเมินผล/ สะทอนการ วงรอบ
จดั การเรยี นรู/กจิ กรรม/ ท่ี
กําหนด
แลว จึง

สรปุ ผลการจดั การเรยี นร/ู

กิจกรรม/นวตั กรรม และ

แผนภาพท่ี 1 : ข้ันตอนการดาํ เนินการกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (PLC)
ในสถานศึกษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

บทที่ 4 การขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) การสนับสนุน
สงเสริมใหครูสามารถนํากระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) มาใชเพ่ือศึกษาหาทาง
แกปญหาการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาคุณภาพผูเรียน หรือเพ่ือสรางนวัตกรรมการจัดการ
เรียนการสอนที่เหมาะสมไดตลอดไปอยางยั่งยืนและตอเน่ือง พรอมท้ังเกิดประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงไดกําหนดบทบาทหนาที่ของหนวยงาน
และสถานศึกษาในการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ประกอบดวย
ระดับสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระดับสํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากร
อาชีวศกึ ษา ระดบั สถาบนั การอาชีวศึกษา/อาชีวศึกษาจังหวัด และระดับสถานศึกษา รวมถึงเครื่องมือ
ในการประเมินผลการขับเคล่ือนชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ไดแก แบบประเมินโครงการท่ี
ดําเนินการผานกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ของสํานักงานคณะกรรมการการ



อาชีวศกึ ษา และแบบประเมนิ กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ของสถานศึกษา สังกัด
สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ภาคผนวก แบงออกเปน 4 ภาคผนวก ประกอบดว ย
ภาคผนวก ก ประกอบดวย ตัวอยางแบบคําส่ังแตงต้ังคณะกรรมการขับเคลื่อน

กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา ตัวอยางปฏิทินการดําเนินงานชุมชน
การเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา เพื่อใหผูบริหารสถานศึกษา และครูสามารถนํา
กระบวนการชุมชน การเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ไปสูการ
ปฏบิ ัตใิ นสถานศึกษาได และตัวอยางประกอบการดําเนนิ การกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
(PLC) ในสถานศกึ ษา ในบทท่ี 3 ดา นการบรหิ ารจัดการกระบวนการชุมชนการเรยี นรูท างวิชาชพี (PLC)

ภาคผนวก ข ประกอบดวย แบบคํารอ งขอจัดต้ังกลมุ ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
(PLC) แบบบันทึกการคนหาปญหา บันทึกแนวทางแกปญหา แผนปฏิบัติการชุมชนการเรียนรูทาง
วิชาชีพ (Professional Learning Community Action Plan: PLC-AP) แบบเขียนแผนการสอน
ตัวอยางแบบประเด็นการแลกเปล่ียนเสนอแนะเพ่ือการนําเสนอแผนการสอน/กิจกรรมการสอน
แบบสังเกตการสอน บันทึกหลังการสอน ตัวอยางประเด็นการสะทอนผลการสอนฝกปฏิบัติ/กิจกรรม
แนวทางการเขียนแผนการดําเนินงาน PLC สําหรับ 3 วงรอบ และตัวอยางรายงานผลการพัฒนา
คุณภาพการจัดการเรียนรูดวยกระบวนการเรียนรูทางวิชาชีพเพื่อใชเปนตัวอยางประกอบการ
ดําเนินการกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (PLC) ในสถานศกึ ษา ในบทท่ี 3

ภาคผวนวก ค ประกอบดวย แบบประเมินโครงการ/กิจกรรมท่ีดําเนินการผาน
กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา แบบประเมินกระบวนการชุมชน
การเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา เพื่อใชเคร่ืองมือในการประเมินผลการขับเคลื่อนชุมชน
การเรยี นรทู างวิชาชพี (PLC) ในบทท่ี 4

ภาคผนวก ง คณะทํางานขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community : PLC) สงั กดั สาํ นักงานคณะกรรมการกาอาชีวศึกษา

แนวทางขบั เคลื่อนกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community
: PLC) ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงเปนนโยบายสําคัญประการหนึ่งของสํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา นํากระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community: PLC) ไปสูการปฏิบัติในสถานศึกษา เกิดการพัฒนาครูอาชีวศึกษาดวยกระบวนการ
ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) หรือทําใหครูเปนครูเพื่อศิษยที่แทจริง สงผลใหขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาที่เขารับการพัฒนา (PLC) อยางเปนระบบตอเนื่องทุกป สามารถจัดการเรียน



การสอนอยางมีประสิทธิภาพ แกปญหาผูเรียนและพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียนอยางยั่งยืน
มีความสามารถ มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับตลาดแรงงาน ตลอดจนสามารถนําผลท่ีผานการพัฒนาไป
ใชเปนคุณสมบัติไปประกอบเพ่ือขอมีวิทยฐานะและเล่ือนวิทยฐานะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของครูผูสอน
ไดอยา งตอเนื่อง

แนวทางขบั เคล่ือนกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (Professional Learning
Community : PLC) ของสํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สามารถสรุปเปนแผนภาพขั้นตอนไดด ังนี้

แผนภาพที่ 2 : แนวทางขบั เคล่อื นกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชพี (Professional Learning
Community : PLC) ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

บทท่ี 1
บทนํา

ความเปน มาและความสาํ คัญ

“อาชีวะสรางชาติ” เปนเปาหมายสําคัญในการพัฒนาการจัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา

ใหมีคุณภาพเปนไปตามมาตรฐานสากล สอดคลองกับการพัฒนาความสามารถในการแขงขันของ

ประเทศและการศึกษาไทยในยุคไทยแลนด 4.0 การพัฒนาผูเรียนอาชีวศึกษาใหสอดคลองกับ

ประเทศไทยในยุคไทยแลนด 4.0 นั้น จะตองพัฒนาทั้งดานความรู ทักษะดานฝมือ ทักษะการจัดการ

และทักษะสําคญั ในศตวรรษท่ี 21 เชน ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณ ทักษะในการแกปญหา

ทักษะดานความรวมมือ การทํางานเปนทีม ทักษะดานการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเทาทันสื่อ

ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทัศน ทักษะดานคอมพิวเตอร ทักษะอาชีพ และ

ทักษะการเรียนรู และท่ีสําคัญย่ิงคือ ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรมสอดคลองกับ

วัตถุประสงคแผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ.2560 – 2579 ท่ีวา “ผูสําเร็จการอาชีวศึกษาและ

ฝกอบรมวชิ าชพี มคี ณุ ธรรม คุณภาพ สอดคลอ งกับความตองการในการพฒั นาประเทศ”

การพฒั นาผเู รียนใหม ีทักษะดงั กลาวนนั้ ควรเสรมิ สรางองคความรูใหมๆ มีความเขาใจเทคนิค
การสอน มีการอบรมและพัฒนาใหมีความกาวหนาในวิชาชีพ มีการสรางเครือขายความรวมมือในทุก
ภาคสว นเพอ่ื พฒั นาการจัดการเรียนการสอน การฝกอบรมวิชาชีพการวิจัย การสรางนวัตกรรม ใหแก
ครผู ูส อนกอนเปน ลาํ ดับแรก จงึ จาํ เปน ตอ งเปล่ยี นบทบาทจาก “ครูสอน” (teacher) ไปเปน “ครูฝก”
(coach) หรือ “ผูอํานวยความสะดวกในการเรียนรู” (learning facilitator) เปน “ครูเพ่ือศิษย”
และตองเรียนรูทักษะในการทําหนาที่น้ี โดยรวมตัวกันเปนกลุมเพ่ือเรียนรูรวมกันอยางเปนระบบและ
ตอเนื่องตามแนวทางชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning community: PLC) ซ่ึง
เปนกระบวนการพัฒนาผูเรียน โดยกลุมบุคคลท่ีมารวมตัวกัน เพื่อทํางานรวมกัน โดยการ
วางเปาหมายการเรียนรู และการตรวจสอบ สะทอนผลการปฏิบัติงานท้ังในสวนบุคคล และผลที่
เกิดขึ้น โดยผานกระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู การวิพากษวิจารณ การทํางานรวมกัน พรอมท่ีจะ
พัฒนาผูเรียนอยูเสมอ ซ่ึงครูผูสอนสามารถใชแนวทางชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) เปน
นวตั กรรมการพฒั นาวิชาชพี ครู เพ่ือยกระดบั ทักษะและความรขู องครู โดยเริ่มจากเปาหมายที่ตองการ
พัฒนา กําหนดตัวชี้วัด ดําเนินการข้ันตอน สรุปและประเมินตัวช้ีวัดตามเปาหมาย กอใหเกิดความรู
สามารถจัดการเรียนการสอนดวยความมั่นใจและเช่ือม่ันท่ีจะมุงม่ันพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของ
ผูเรียนอยางแทจริง ซ่ึงสอดคลองกับการพัฒนาครูของ สํานักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ

2

16ทีต่ อ งการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา พฒั นาผูเรยี นใหมีคุณภาพมีความสามารถ มีสมรรถนะท่ีเหมาะสม

ไดตามเจตนารมณยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ กําหนดใหมีการสงเสริมสนับสนุนใหขาราชการครู

และบุคลาการทางการศึกษา สายงานการสอน ไดรับการสั่งสมความชํานาญและมีความเชี่ยวชาญ

ในการจัดการเรียนการสอน มีการพัฒนาตนเองอยางตอเน่ืองและสงเสริมใหครูประพฤติตนเปน

แบบอยางที่ดี มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ จึงได16กําหนด16หลักเกณฑและ

วธิ กี ารใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตําแหนงครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ (ตาม

หนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3 /ว 21 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560) กําหนดใหครูท่ีตองการขอมี

และเล่ือนวิทยฐานะ ในชั่วโมงปฏิบัติงานตองมีชั่วโมงการมีรวมสวนในชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพใน

แตละป ไมนอยกวา 50 ชั่วโมง นอกจากนี้ตาม16หลักเกณฑและวิธีการพัฒนาขาราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน (16ตามหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.7 /ว 22 ลงวันที่

5 กรกฎาคม 2560)16 16 กําหนดให16ครูตองเขารับการพัฒนาโดยเขาฝกอบรมในหลักสูตที่สถาบันคุรุพัฒนา

รับรองตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือที่ ก.ค.ศ. รับรอง ตอเนื่องทุกป โดยในแตละป ไมนอยกวา 12 –

20 ชั่วโมง และภายในระยะเวลา 5 ป ตองมีช่ัวโมงพัฒนา จํานวน 100 ชั่วโมง แตหากภายใน

ระยะเวลา 5 ป ชั่วโมงในการพัฒนาไมครบ 100 ช่ัวโมง สามารถนําชั่วโมงการมีสวนรวมในชุมชนการ

เรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) สวนท่ีเกิน 50 ชั่วโมงในแตละป มา

นับรวมเปนจาํ นวนชัว่ โมงการพัฒนาได

ดังนั้น การพัฒนาครูดวยกระบวนการชุมชนการเรียนเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional
Learning Community: PLC) จงึ เปน นโยบายสาํ คัญของสํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ
เปนนวัตกรรมหนึ่งในการพัฒนาครู ผูบริหารสถานศึกษาและครูสามารถนํากระบวนการชุมชนการ
เรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ไปสูการปฏิบัติในสถานศึกษา
อยางเปนระบบตอ เนอื่ งทุกป สงผลใหเกิดการพัฒนาครใู หเ ปนครูเพ่ือศิษยท่ีแทจริง คุณภาพการศึกษา
พัฒนาอยางยั่งยืน และครูสามารถนําผลการพัฒนาตนเองดวยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทาง
วิชาชีพ (PLC) ไปใชเปนคุณสมบัติประกอบเพื่อขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะเพ่ือคุณภาพชีวิตท่ีดี
ของครูไดตามทหี่ ลักเกณฑทีส่ ํานักงาน ก.ค.ศ.

วัตถปุ ระสงค
1. เพื่อใหผูบริหารและครูมีความรูความเขาใจ รูปแบบ วิธีการ และประโยชนของชุมชนการ

เรยี นรูท างวชิ าชพี (Professional Learning Community : PLC)
2. เพ่ือเปนแนวทางในการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพในสถานศึกษา

สามารถออกแบบกระบวนการดําเนนิ การ การนิเทศ กํากับติดตาม การประเมินผล

3

3. เพ่ือใหผูบริหารสถานศึกษาและครูสามารถนํากระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community : PLC) ไปสกู ารปฏิบตั ใิ นสถานศกึ ษาได

เปาหมาย
1. สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีแผนและแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชน

การเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) สูการปฏิบัติจริงในสถานศึกษา
อยา งมีประสทิ ธิภาพ

2. ผูบริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
สามารถนิเทศ ติดตามการขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional
Learning Community: PLC) ในสถานศกึ ษาไดต ามแผนทกี่ ําหนด

3. ผูบริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
มีรูปแบบการขับเคล่ือนกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC) และการจัดการเรียนการสอนตามรปู แบบของอาชีวศึกษา

บทท่ี 2

ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
ในการพฒั นาครูเพ่อื การพัฒนาคณุ ภาพผูเรียนอาชีวศึกษา

ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) เปนนวัตกรรมหน่ึงใน
การพัฒนาครู เพื่อใหครูเปนครูเพ่ือศิษย โดยครู ผูบริหาร นักการศึกษาในสถานศึกษามารวมตัว รวมใจ
รวมพลงั รวมมอื กัน เพ่อื ใหบ รรลุเปาหมายคือพัฒนาการเรียนรู สมรรถนะและคุณลักษณะของผูเรียน
โดยผานกระบวนการตามขั้นตอนคือ การสรางทีม ระบุปญหาหรือกําหนดเปาหมายในการพัฒนา
ออกแบบการจัดการเรียนรูและเขียนแผนการจัดการเรียนรูเพ่ือใหบรรลุเปาหมาย วิพากษแผนการ
จัดการเรียนรูอยางกัลยาณมิตร จัดการเรียนการสอนโดยมีทีมรวมสังเกตการสอน และมีการสะทอน
ผลการสอนเพื่อการเสนอแนะและปรับปรุงตอไป ดังที่ เซงเก (Senge, 2006) ไดกลาววา ชุมชนแหง
การเรียนรู หมายถึง กลุมสมาชิกในสถาบันการศึกษาท่ีมีการทํางานเปนทีม และเรียนรูเปนทีม
คิดเปนระบบ และมีรูปแบบการคิด การกระจายอํานาจและการบริหารจัดการแบบมีสวนรวม มีการ
ทดลองการเรยี นรูอยูเ สมอ และมวี ฒั นธรรมสนับสนนุ การเรียนรู การพัฒนาครูดว ยใชแนวทาง ชุมชน
การเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) มีเปาหมายยกระดับคุณภาพการศึกษาใหดีข้ึน ดวยการปฏิรูปการเรียนรู
ผานกระบวนการชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชพี โดยการพัฒนาครใู หม ศี ักยภาพการจดั การเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาผูเรียนอยางมีประสิทธิภาพ ใชแนวคิดตอบสนองตอความจําเปนของครูในแตละ
สถานศึกษาอยา งแทจริง

กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
เปน เครอ่ื งมือสาํ หรบั ใหครรู วมตัวกัน (เปนชุมชน – Community) ทําหนาที่เปน Change Agent
ขับเคลื่อนการเปล่ียนแปลงในระดับ “ปฏิรูป” การเรียนรู เปนการปฏิรูปท่ี“เกิดจากภายใน” คือครู
รวมกันดําเนินการ เพ่ือใหการปฏิรูปการเรียนรูดําเนินคูขนาน และเสริมแรงกัน ทั้งจากภายใน และ
จากภายนอก เพื่อรวมกันสรางการเปลี่ยนแปลงใหแกการศึกษา รวมทั้งสรางการรวมตัวกันของครู
เพื่อทํางานสรางสรรค ไดแก การเอาประสบการณ การจัดการเรียนรูในรูปแบบตางๆ และนวัตกรรม
อ่ืนๆ ท่ีตนเองทดลอง เอามาแลกเปลี่ยนแบงปนกัน เกิดการสรางความรู หรือยกระดับความรูในการ
ทําหนาที่ครูจากประสบการณ ตรง และจากการเทียบเคียงกับทฤษฎีที่มีคนศึกษาและเผยแพรไวเปน
เคร่ืองมือ โดยลงมือทํา ครูแตละคนลงมือศึกษา 21st Century Skills,21st Century Learning,

5

21st Century Teaching, PBL, PLC แลวลงมือทํา ทําแลวทบทวนการเรียนรูจากผลที่เกิด
(Reflection) และรวมกบั เพือ่ นครเู กดิ เปน “ชุมชนเรยี นรคู รูเพ่ือศิษย” (ศ.นพ.วจิ ารณ พานชิ ,2559)

การพัฒนาครูดวยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) จึงเปนเหมือนทางเลือก
และทางสําคัญท่ีจะชวยปลดปลอยคืนพ้ืนท่ีปฏิบัติงานและการเรียนรูจริงใหชุมชนครูไดทําหนาท่ีครู
เพื่อศิษย อยางเต็มท่ี โดยลดอํานาจการแทรกแซงจากนอกพ้ืนที่ รวมถึงการใหความสําคัญกับการ
กระจายอํานาจลงสูหนวยยอ ยใหทําหนา ที่ของตนเองอยา งรบั ผดิ ชอบภายใตอุดมการณทางวิชาชีพ ครู
เพ่ือศิษยรวมกัน ครูเกิดวุฒิภาวะความเปนครูเพื่อศิษยและใชความรักในวิชาชีพ ขับเคล่ือนตนเอง
มากกวาการเปนครูผถู กู กระทาํ (วจิ ารณ พาณชิ , 2554) การพฒั นาครดู ว ยกิจกรรม PLC ไมใชการเพิ่ม
ภาระแกครู แตตรงกันขาม ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ชวยเพ่ิมพูนศักดิ์ศรีของความเปนครู
เพ่ือพงุ เปาของ PLC ไปท่ีการเรียนรขู องผเู รียน

สาระความรูพ ้นื ฐานประกอบการดําเนนิ การชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนา
ครูเพอ่ื การพฒั นาคุณภาพผูเรยี นอาชีวศึกษา สรุป ดงั นี้

1. แผนการพัฒนาอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 – 2579
2. นโยบายเนน สงเสริมใหผเู รยี นอาชีวะมีคณุ สมบตั ิหรอื ทักษะท่ีสําคญั คอื 3R และ 8C
3. กฎ ระเบียบ การนําชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) มาใชในการปฏิบัติหนาที่ของครู
สายงานการสอน
4. ความหมายของชุมชนการเรียนรทู างวิชาชพี (PLC)
5. วัตถุประสงคข องชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชีพ (PLC)
6. ความเชอ่ื ของชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชีพ (PLC)
7. หลักการของชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชีพ (PLC)
8. องคประกอบสําคญั ของชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (PLC)
9. การแบง ระดบั ของชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (PLC)
10. กระบวนการชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (PLC)
11. ประโยชนการพัฒนาครดู วยกระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (PLC)
12. บทบาทผบู ริหารในกระบวนการชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (PLC)
13. บทบาทครใู นกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูทางวชิ าชีพ (PLC)

6

14. เทคนคิ หรือเคล็ดลับที่จําเปน ในการเสริมกระบวนการชุมชนแหง การเรยี นรูทางวิชาชพี (PLC)

1. แผนการพฒั นาอาชีวศกึ ษา พ.ศ. 2560 – 2579
แนวคดิ การจัดการอาชวี ศกึ ษา

การจัดการอาชีวศึกษาเปนการจัดการศึกษาในดานวิชาชีพ เพื่อผลิตและพัฒนากําลังคนใน
ระดับฝมือ (ปวช.) ระดับเทคนิค (ปวส.) ระดับเทคโนโลยี (ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสาย
ปฏิบตั ิการ) และการฝกอบรมวิชาชพี ซงึ่ เปนการเพ่ิมพนู ความรูและทักษะอาชีพระยะส้ันและระยะยาว
ท่ีมีความสัมพันธสอดคลองกับปรัชญาการอาชีวศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแหงชาติ และ
มาตรฐานการอาชวี ศึกษาในแตระดับ

คา นิยมอาชวี ศกึ ษา
ใ น ก า ร จั ด ก า ร อ า ชี ว ศึ ก ษ า มี ค า นิ ย ม ที่ เ ป น เ ป า ห ม า ย ห ลั ก ใ น ก า ร ป ลู ก ฝ ง ท่ี สํ า คั ญ
4 ประการ ไดแก คุณธรรม (Merit) คุณภาพ (Quality) ความรวมมือ (Collaboration) ความเปนมือ
อาชพี (Professional)
วสิ ยั ทศั น
แผนพฒั นาการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 – 2579 ไดกําหนดวิสัยทัศนที่เปนความคาดหวังตาม
เจตนารมณข องการจดั การอาชวี ศึกษา ไวด งั นี้
“ผูสําเร็จการอาชีวศึกษาและฝกอบรมวิชาชีพ มีคุณธรรม คุณภาพ สอดคลองกับความ
ตอ งการในการพัฒนาประเทศ”
พนั ธกิจ
เพื่อใหการจัดการอาชีวศึกษาบรรลุผลตามวิสัยทัศนท่ีกําหนดไว จึงมีภารกิจที่ตองดําเนินการ
ดงั นี้
1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตและพัฒนากําลังคนดานวิชาชีพสอดคลองกับความ
ตอ งการของสถานประกอบการและการประกอบอาชพี อสิ ระใหม ีคุณภาพไดมาตรฐานในระดับสากล
2. ขยายโอกาสการศกึ ษาวชิ าชีพใหกบั ประชาชนทกุ ชวงวัย
3. เพมิ่ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาชีวศึกษาภายใตห ลักธรรมาภิบาลโดยอาศัยเครือขาย
ความรว มมือจากทุกภาคสวน
4. พัฒนางานวิจัย สิ่งประดิษฐ นวัตกรรม เทคโนโลยี และสรางองคความรูเพื่อการจัด
อาชีวศึกษาและพฒั นาวิชาชพี
5. พฒั นาครแู ละบคุ ลากรอาชีวศกึ ษาใหมีคณุ ภาพดว ยวธิ ีท่หี ลากหลาย

วัตถุประสงค แผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 - 2579 ไดกําหนดวัตถุประสงค เพ่ือใช

เปนแนวทางในการจัดการอาชวี ศกึ ษา ดงั น้ี

7

1. เพ่ือผลิตและพัฒนากาํ ลังคนดานวิชาชพี ใหมีคณุ ธรรม คณุ ภาพ และความเปน มอื อาชพี
2. เพ่อื เพ่ิมโอกาสการศกึ ษาวชิ าชพี กับประชาชนทุกชวงวยั
3. เพ่อื นําหลกั ธรรมาภบิ าลมาใชในการบริหารจัดการอาชวี ศกึ ษา
4. เพื่อพฒั นางานวิจัย ส่งิ ประดษิ ฐ นวัตกรรม เทคโนโลยี และองคความรูอาชีวศึกษา
5. เพือ่ พฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชวี ศึกษาใหม ีคุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี
เปา หมายดานคุณภาพของผสู าํ เรจ็ การศกึ ษา
การพั ฒนาการอาชี ว ศึ กษาตามแผนพั ฒนาการอาชี ว ศึ กษา พ.ศ. 2560–2579
มเี ปา หมายเพ่ือผลิตและพัฒนาผูเรียนและผูสําเร็จการศึกษา มีคณุ ภาพครอบคลุมอยางนอย 3 ดา น ไดแก
1. ดานคุณลักษณท่ีพึงประสงค ไดแก คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ พฤติกรรม
ลกั ษณะนิสยั และทกั ษะทางปญ ญา
2. ดานสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ไดแก ความรูและทักษะการส่ือสารการใช
เทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาการเรียนรูและการปฏิบัติงาน การทํางานรวมกับผูอื่น การใช
กระบวนการทางวิทยาศาสตร การประยกุ ตใ ช ตัวเลข การจดั การและการพัฒนางาน
3. ดานสมรรถนะวิชาชีพ ไดแก ความสามารถในการประยุกตใชความรูและทักษะในสาขา
วชิ าชพี สกู ารปฏิบัตจิ รงิ รวมทัง้ ประยกุ ตสอู าชพี

2. นโยบายเนน สง เสริมใหผ ูเ รยี นอาชวี ะมคี ณุ สมบัตหิ รือทกั ษะทส่ี าํ คญั คือ 3R และ 8C
นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ใหอาชีวศึกษาท้ังภาครัฐและภาคเอกชนวางแผนการ

ยกระดับคุณภาพวิชาชีพรวมกัน แนวทางการพัฒนากําลังคนดานอาชีวศึกษานั้นเปนเร่ืองสําคัญมาก
ดังจะเห็นไดจากประเทศตาง ๆ ท่ัวโลกใหความสําคัญกับการผลิตกําลังคนท่ีมีคุณภาพและตรงกับ
ความตองการของประเทศ โดยสงเสริมใหผูเรียนและนักศึกษามีคุณสมบัติหรือทักษะที่สําคัญ คือ 3R
และ 8C ไดแ ก

3R คอื
• Reading – อานออก
• (W)Riting – เขียนได
• (A)Rithmatic – มที ักษะในการคํานวณ
8C คือ

8

• Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคิดวิเคราะห การคิดอยาง
มีวิจารณญาณ และแกไขปญ หาได

• Creativity and Innovation : คดิ อยางสรางสรรค คิดเชงิ นวัตกรรม
• Collaboration Teamwork and Leadership : ความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู าํ
• Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และ

การรูเทาทันสอ่ื
• Cross-cultural Understanding : ความเขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม

กระบวนการคิดขา มวัฒนธรรม
• Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชคอมพิวเตอร และการรูเทาทัน

เทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปจจุบันมีความสามารถดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยี
อยางมากหรือเปน Native Digital สวนคนรุนเกาหรือผูสูงอายุเปรียบเสมือนเปน
Immigrant Digital แตเ ราตอ งไมอายที่จะเรยี นรูแ มวา จะสูงอายุแลวก็ตาม
• Career and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชีพ และการเรยี นรู
• Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเปนคุณลักษณะพ้ืนฐาน
สาํ คญั ของทกั ษะขน้ั ตน ท้งั หมด และเปนคณุ ลกั ษณะท่เี ดก็ ไทยจาํ เปนตองมี

3. กฎ ระเบียบ การนาํ ชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC) มาใชในการปฏิบัติหนาที่ของครูสาย
งานการสอน

3.1 หลักเกณฑและวธิ กี ารใหขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ตําแหนง ครู
มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ

สํานักงานคณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กําหนด16
หลักเกณฑและวิธีการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตําแหนงครู มีวิทยฐานะและเลื่อน
วิทยฐานะ (ตามหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3 /ว 21 ลงวันท่ี 5 กรกฎาคม 2560) เพื่อ
พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา สามารถพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ มีความสามารถ มีสมรรถนะที่เหมาะสม
ไดต ามเจตนารมณต ามยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาประเทศ แผนการศึกษาแหงชาติ สมควรกําหนดใหมีการ
สงเสริมสนับสนุนใหขาราชการครแู ละบุคลาการทางการศึกษา สายงานการสอน ไดรับการส่ังสมความ
ชํานาญและมีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน มีการพัฒนาตนเองอยางตอเน่ือง และ

9

สงเสริมใหค รปู ระพฤตติ นเปนแบบอยางที่ดี มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดย
ในหลกั เกณฑแ ละวิธีการไดกําหนดใหครูที่ตองการมีและเลื่อนวิทยฐานะตองมีชั่วโมงปฏิบัติงานตามที่
ก.ค.ศ. กําหนด และในชวงปฏิบัติงานตองมีชั่วโมงการมีรวมสวนในชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพใน
แตละปไมน อยกวา 50 ชัว่ โมง

3.2 หลักเกณฑและวิธีการพัฒนาขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการ
สอน

สํานักงานคณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กําหนด
หลักเกณฑและวธิ ีการพัฒนาขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน (16ตามหนังสือ
สํานักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.7 /ว 22 ลงวนั ท่ี 5 กรกฎาคม 256016) ครูตองเขารับการพัฒนาโดยการ
เขา รับการฝกอบรมในหลักสูตท่สี ถาบันครุ พุ ฒั นารบั รองตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือที่ ก.ค.ศ. รับรอง
ตอเน่ืองทุกป โดยในแตละป ไมนอยกวา 12 – 20 ช่ัวโมง และภายในระยะเวลา 5 ป ตองมีช่ัวโมง
พัฒนา จํานวน 100 ช่ัวโมง แตหากภายในระยะเวลา 5 ป ช่ัวโมงในการพัฒนาไมครบ 100 ช่ัวโมง
สามารถนําช่ัวโมงการมีสวนรวมในชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community: PLC) สว นทเ่ี กนิ 50 ช่ัวโมงในแตล ะป นับรวมเปน จาํ นวนช่ัวโมงการพฒั นาได

4. ความหมายของชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC)
ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) หมายถึง การ

รวมตัว รวมใจ รวมพลัง รว มทํา และรวมเรยี นรูรว มกนั ของครู ผบู รหิ าร และนักการศึกษา บนพื้นฐาน
วัฒนธรรมความสัมพันธแบบกัลยาณมิตร สูคุณภาพการจัดการเรียนรูท่ีเนนความสําเร็จหรือ
ประสทิ ธผิ ลของผเู รยี นเปนสําคญั และความสขุ ของการทํางานรว มกนั ของสมาชิกในชมุ ชน

5. วตั ถุประสงคของชมุ ชนการเรียนรูท างวชิ าชพี (PLC)
1) เพ่ือเปน เคร่ืองมือทชี่ ว ยใหการแลกเปลยี่ นเรียนรมู ปี ระสิทธิภาพ
2) เพ่ือใหเกิดการรว มมือ รวมพลังของทุกฝายในการพัฒนาการเรียนการสอนสูคณุ ภาพของ

ผเู รยี น
3) เพ่ือใหเ กดิ การพัฒนาวิชาชีพครูดวยการพัฒนาผูเรียนชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชีพ

(Professional Learning Community : PLC) ถือวาทุกคนคือคนเช่ียวชาญในงานนั้น จึงเรียนรรู วมกันได

6. ความเชื่อของชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี (PLC)

10

1) ยอมรับวาการสอนและการปฏิบัตงิ านของครู มผี ลตอ การเรยี นรขู องผเู รียน
2) ยอมรบั หลักการทีว่ า การเรยี นรขู องครู คอื การเรียนรขู องผเู รียน
3) ยอมรับวา ครูมีความแตกตางกัน
4) ยอมรับวา การสอนบางครั้งตอ งอาศัยความรวมมือ รวมใจ และสัมพนั ธภาพแบบกัลยาณมิตร

7. หลักการของชุมชนการเรียนรูท างวิชาชีพ (PLC)
หลักการของชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี มี 3 หลกั การใหญ ดังน้ี
หลักการที่ 1 มั่นใจวาผูเรียนมีการเรียนรู (A focus on learning) เปนแกนของการศึกษา

อยางมีรูปแบบไมใชแนใจวาผูเรียนไดรับการสอนเทาน้ัน แตตองม่ันใจวาผูเรียนเรียนรู เปนการยาย
จุดเนนจากการสอนมาที่การเรียนรูและใหความมั่นใจในความสําเร็จของผูเรียนแตละคน ไมใชเปน
เพียงคาํ พดู เทาน้ันแตส ามารถแสดงออกทางปฏิบตั ิไดด วย

หลักการท่ี 2 วัฒนธรรมแหงการรวมมือ (A culture of collaboration) เปนการสราง
คุณคา ความเช่ือ ความไววางใจในเพื่อนรวมงานในการทํางานรวมกัน เพ่ือทําใหการทํางานมี
ประสทิ ธิผลมากยิ่งข้ึน เพ่ือแกปญ หาทเี่ กดิ ขึน้ จากการเรียนการสอน

หลกั การท่ี 3 เนน ทผ่ี ลลัพธ (A focus of results) คอื ผเู รยี นมีการเรยี นรมู ากขน้ึ

8. องคป ระกอบสําคญั ของชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC)
1) ตอ งมวี ิสยั ทศั นร วมกนั (Shared Vision) หมายถึง มีเปาหมาย ทิศทางเดียวกัน มุงสูการ

พัฒนาการเรยี นการสอนสคู ณุ ภาพผเู รียน
2) รวมแรง รวมใจ และรวมมือ (Collaborative Teamwork) หมายถึง ตองเปดใจ รับฟง

เสนอวิธีการ นาํ สกู ารปฏิบัตแิ ละประเมนิ รว มกัน Open เปด ใจรับและให Care และ Share
3) ภาวะผูนํารวม (Shared Leadership) หมายถึง การทํา PLC ตองมีผูนําและผูตามใน

การแลกเปล่ียนเรียนรู
4) กัลยาณมิตร (Caring Community) หมายถึง เปนเพ่ือนรวมวิชาชีพ เติมเต็มสวนที่ขาด

ของแตละคน
5) ตองปรับเปล่ียนวัฒนธรรมองคกร (Supportive Structure) หมายถึง ตองเนนการ

ทํางานท่ีเปดโอกาสการทํางาน ท่ีชวยเหลือกนั มากกวา การสัง่ การ มีช่ัวโมงพูดคุย

11

9. การแบงระดับของชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC)
PLC สามารถแบงระดบั ได 3 ระดับ คอื ระดบั สถานศกึ ษา ระดบั เครือขา ย และระดบั ชาติ

โดยแตละลักษณะจะแบง ตามระดับของความเปน PLC ยอย ดังน้ี
1. ระดับสถานศึกษา (School Level) คือ PLC ที่ขับ เคล่ือนในบริบทสถานศึกษา หรือ

โรงเรยี น สามารถแบง ได 3 ระดับ ยอย (Sergiovanni, 1994) คอื
1.1 ระดบั ผูเรยี น (Student Level) ซ่ึงผูเ รียน จะไดร ับการสง เสรมิ และรว มมือใหเกิด

การเรียนรูข นึ้ จากครแู ละเพ่ือนผเู รยี นอ่ืนใหท ํากิจกรรมเพื่อแสวงหาคาํ ตอบท่ีสมเหตุสมผล สําหรับตน
ผูเรียนจะไดร ับการพฒั นาทกั ษะท่ีสําคญั คือ ทักษะ การเรียนรู

1.2 ระดับผูประกอบวิชาชีพ (Professional Level) ประกอบดวยครูผูสอนและผูบริหาร
ของโรงเรียน โดยใชฐานของ “ชุมชนแหงวิชาชีพ” เช่ือมโยงกับการเรียนรูของชุมชน จึงเรียกว า
“ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ” ซึ่งเปนกลไกสําคัญอยางย่ิงที่ทุกคนในโรงเรียนรวมกันพิจารณา
ทบทวนเรื่องนโยบาย การปฏิบัติ และกระบวนการบริหารจัดการตางๆ ของโรงเรียนใหมอีกคร้ัง โดย
ยึดหลักในการปรับปรุงแกไขสิ่งเหลานี้ เพ่ือใหสามารถบริการดานการเรียนรูแกผูเรียนไดอยางมี
ประสิทธผิ ล อีกทง้ั เพอ่ื ใหการปรับปรุงแกไขดงั กลาว นํามาสูการสนับสนุนการปฏิบัติ งานวิชาชีพของ
ครูผูสอน และผูบริหารใหมีคุณภาพและประสิทธิผล สูงยิ่งขึ้น มีบรรยากาศและสภาพแวดลอมของ
การทํางานทดี่ ี ตอกนั ของทกุ ฝา ย

1.3 ระดบั การเรยี นรขู องชมุ ชน (Learning Community Level) ครอบคลุมถึงผูปกครอง
สมาชกิ ชุมชนและผูนําชุมชน โดยบคุ คลกลมุ นจ้ี ําเปน ตองมสี ว นเขา มารวมสราง และผลักดัน วิสัยทัศน
ของโรงเรยี นใหบรรลุผลตามเปาหมาย กลาวคือ ผูปกครอง ผูเรียน ผูอาวุโสในชุมชนตลอดจนสถาบัน
ตางๆ ของชุมชนเหลานี้ ตองมีสวนรวมในการสงเสริมเปาหมายการเรียนรูของชุมชนและ โรงเรียน
กลาวคือ ผูปกครองมีสวนรวมทางการศึกษาไดโดยการให การดูแลแนะนําการเรียนท่ีบานของผูเรียน
รวมท้ังใหการ สนับสนุนแกครู และผูบริหารสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู ใหแกบุตรหลานของตน
ผอู าวุโสในชุมชนสามารถเปนอาสาสมัคร ถา ยทอดความรู

2. ระดับกลุมเครือขาย (Network Level) คือ PLC ที่ขับเคล่ือนในลักษณะการรวมตัวกัน
ของกลุมวิชาชีพจากองคกร หรือหนวยงานตางๆ ท่ีมุงม่ันรวมกันสรางชุมชน เครือขาย ภายใต
วัตถุประสงครวม คือ การแลกเปล่ียนเรียนรู สงเสริม สนับสนุน ใหกําลังใจ สรางความสัมพันธและ

12

พัฒนาวิชาชีพรว มกนั อาจมี เปา หมายท่เี ปนแนวคิดรวมกันอยางชดั เจน เพ่ือรวมกันพัฒนาการจัดการ
เรียนการสอน หลักสตู รการสอนเฉพาะ สามารถแบงได 2 ลักษณะ คอื

2.1 กลุมเครือขายความรวมมือระหวางสถาบัน คือ การตกลงรวมมือกันในการพัฒนา
วชิ าชพี ครรู ะหวา งสถาบัน โดยมองวาการรว มมือกนั ของสถาบนั ตา งๆ จะทําใหเกิดพลังการ ขับเคลื่อน
การแลกเปลี่ยนเรียนรูทางวิชาชีพ การแลกเปลี่ยน หรือรวมลงทุนดานทรัพยากร และการเกื้อหนุน
เปนกัลยาณมิตร คอยสะทอนการเรียนรูซ่ึงกันและกัน กรณีตัวอยางเชน กรณี ศึกษาการจัด PLC
เปนกลุมของโรงเรียนในประเทศสิงคโปร เพื่อรวมพัฒนาแลกเปลี่ยนและสะทอนรวมกันทางวิชาชีพ
เปนตน

2.2 กลมุ เครือขายความรว มมือของสมาชกิ วิชาชีพครู คอื การจัดพ้นื ท่เี ปดกวา งใหสมาชกิ
วิชาชีพครูท่ีมีอุดมการณรวมกันในการพัฒนาการจัดการเรียนรูของตนเองเพ่ือการเปล่ียนแปลง เชิง
คุณภาพของผูเรียนเปนหัวใจสําคัญ สมาชิกท่ีรวมตัวกัน ไมมีเง่ือนไขเกี่ยวกับสังกัด แตจะต้ังอยูบน
ความมุงมั่น สมัครใจ ใชอุดมการณรวมเปนหลักในการรวมกันเปน PLC กรณีตัวอยาง เชน PLC “ครู
เพื่อศิษย” ของมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ (มสส.) ที่สรางพ้ืนท่ีสวนกลางสําหรับวิชาชีพครูใหจับมือ
รวมกันเปนภาคี รวมพัฒนา “ครูเพ่ือศิษย” มุงสรางสรรคนวัตกรรมการจัดการเรียน รูในแตละพื้นที่
ของประเทศไทย (วจิ ารณ พานิช, 2555) เปน ตน

3. ระดบั ชาติ (The National Level) คอื PLC ท่เี กดิ ขึ้นโดยนโยบายของรัฐทมี่ ุงจดั เครือ
ขาย PLC ของชาติ เพื่อขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของวิชาชีพ โดยความรวมมือ
ของ สถานศึกษา และครู ท่ีผนึกกําลังรวมกันพัฒนาวิชาชีพ ภายใต การสนับสนุนของรัฐ ดังกรณี
ตวั อยา ง นโยบายวสิ ัยทศั นเ พอ่ื ความรว มมอื ของกระทรวงศึกษาธิการประเทศสิงคโปร (MOE) (2009)
รัฐจัดใหมี PLC ชาติสิงคโปรเพื่อมุงหวังขับเคลื่อนแนวคิด “สอนใหนอย เรียนรูใหมาก” (Teach
Less, Learn more) ใหเ กิดผลสาํ เร็จ เปน ตน

10. กระบวนการชุมชนการเรียนทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
กระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพมีข้ันตอนการดําเนินการกิจกรรมชุมชนแหงการ

เรยี นรทู างวชิ าชีพ ประกอบดวย 7 ข้ันตอน ดังน้ี
1) การรวมกลมุ ชมุ ชนแหงการเรยี นรทู างวิชาชีพ

13

การจัดตั้งกลุมชุมชนการเรียนรูวิชาชีพ นับเปนส่ิงท่ีมีความยากที่สุด เพราะการท่ีจะทําให
คน (ครู) 4-8 คนท่ีมีความสนใจ คานิยม ความเช่ือที่เขากันได ทํางานรวมกันได เปนส่ิงที่ยากมาก
แตอ งคป ระกอบของกลุมการเรยี นรูว ชิ าชีพ อาจจะมีโครงสรา งเสนอแนะ ดงั นี้

แบบท่ีหนึ่ง เปนการรวมตัวของกลุมครูจํานวน 4-8 คน ซ่ึงมาจากกลุมสาระการสอน
เดียวกันหรือใกลเคยี งกัน และทาํ งานอยูในโรงเรยี นเดยี วกนั

แบบท่ีสอง เปนการรวมตัวของกลุมครูจํานวน 4-8 คน ซ่ึงมาจากกลุมสาระการสอน
แตกตา งหลากหลาย แตสอนระดับเดยี วกนั เชน สอนระดบั อนุบาล สอนระดับประถมศึกษา หรือสอน
ระดับมธั ยมศกึ ษา แตทํางานอยูในโรงเรียนเดียวกัน

แบบที่สาม เปนการรวมตัวของกลุมครู จํานวน 4-8 คน ซ่ึงมาจากกลุมสาระการสอน
เดยี วกันแตม ีครูมาจากโรงเรียนที่แตกตางกันตั้งแต 2 โรงเรียน ทําใหการติดตอสื่อสารอาจตองใชการ
สอื่ สารผา นระบบอเิ ลคทรอนกิ สม าเปน สื่อกลาง

แบบท่ีสี่ เปนการรวมตัวของกลุมครู จํานวน 4-8 คน ซ่ึงมาจากกลุมสาระการสอน
แตกตางหลากหลาย แตสอนระดับเดียวกัน และอาจมาจากหลากหลายโรงเรียน การติดตอสื่อสาร
อาจตองใชการสื่อสารผา นระบบอิเล็กทรอนิกสม าเปนสอื่ กลาง

2) วิเคราะหและระบุปญ หา/สง่ิ ทต่ี องการพัฒนา
การกําหนดเปาหมายที่ตองการแกปญหา /ตองการพัฒนา (Goal) หมายถึง พฤติกรรม

ของผูเรียนที่ไดรับการเลือกจากสมาชิกของกลุมวาจะมุงเปล่ียนแปลงพฤติกรรมน้ันๆ โดยทั่วไปมัก
จะเลือกพฤติกรรมท่ีเปนปญหาของโรงเรียน หรืออาจเปนพฤติกรรมท่ีเปนอัตลักษณของโรงเรียน
พฤติกรรมของผูเรียน หมายถึง การแสดงออกของผูเรียนท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงอยางถาวร
ตัวอยางเชน ทกั ษะการคิดวิเคราะห ทักษะการคิดเชิงระบบ ทักษะการใชขอมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ
หรือความรับผิดชอบ ความเสียสละ ความเปน ผูนาํ จติ อาสา ความอดทน ความซือ่ สตั ย และอื่นๆ
สมาชิกชมุ ชนการเรยี นรู จําเปนตองเลือกพฤตกิ รรมเปา หมาย เพอ่ื เปนเปาหมายของการออกแบบการ
เรียนรู แลวดําเนินการอยางตอเน่ือง เพ่ือทําใหพฤติกรรมเปาหมายนั้นบรรลุผลตามท่ีตั้งเปาไวใหได
มากทสี่ ดุ

3) ออกแบบและจัดทําแผนการจดั การเรยี นร/ู กิจกรรม/นวตั กรรม

การออกแบบกลยุทธการจัดการเรียนรู (Learning Management Strategy) สมาชิกของ
กลุมจะตองเปนเจาภาพ สราง ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู (ออกแบบกลยุทธการเรียนรู) โดยจะตอง
ตอบโจทยปญหาอยางนอย 2 ประการ คือ การตอบโจทยการพยายามทําใหเปาหมายการแกไขปญหา /
ตองการพัฒนา บรรลุผลไดมากท่ีสุด และตองตอบโจทยวัตถุประสงคการเรียนรูตามสาระที่สอนในคร้ัง
นนั้ ๆ ดวย

4) วพิ ากษ แลกเปลย่ี นเรยี นรู และปรับปรุงแกไ ข

14

การรวมกันสะทอนคิดเพื่อการพัฒนากลยุทธการจัดการเรียนรู (Reflection for
Development) สมาชิกของกลุมชุมชนการเรียนรูจะตองนําแผนการจัดการเรียนรู ที่เพื่อนคนหน่ึง
ของกลุมไดออกแบบไปแลวนั้นมาพิจารณาถึงความเปนไปไดของการจัดกิจกรรมการเรียนรู ความ
เปนไปไดของโอกาสความสําเร็จท่ีจะสามารถพัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู เปาหมายที่ไดกําหนด
รว มกนั ไวแลว รวมถงึ ความเปนไปไดของการเรียนรูที่จะบรรลุวัตถุประสงคการเรียนรูเฉพาะตามสาระ
ในคร้ังนน้ั ๆ ดวย และจะตอ งรวมกันพิจารณาในภาพรวมดวยวา การจัดการเรียนรูคร้ังนั้น มีลักษณะ
โนมเอียงไปในทางใดทางหนึ่งมากเกินไปหรือไม เชน เนนความรูความจํามากไปจนละเลย
กระบวนการคดิ หรือไม แผนการจัดการเรียนรูใหความสําคัญกับการเรียนรูของผูเรียนเปนรายคนดวย
ไหม เปนตน ผลจากการรว มกนั สะทอ นคิดจากสมาชกิ ทกุ คน จะถกู รวบรวมโดยครูที่เปนเจาภาพ หรือ
Model Teacher การสอนในครงั้ น้นั นําขอความเห็นทั้งหมดมาประมวล สรุป และปรับปรุงแผนการ
จัดการเรียนรูใหมีความสมบูรณ พรอมดําเนินการตอไป ท้ังน้ีกระบวนการสะทอนคิดตามข้ันตอนนี้
อาจใชการสื่อสารผานระบบอิเล็กทรอนิกสเขามาชวยการจัดการดวยก็ได จะทําใหการทํางานส่ือสาร
ระหวางสมาชกิ กลุมสะดวกรวดเร็วมากขึ้นดว ย

5) จัดการเรยี นรู /กิจกรรม /นวัตกรรม

ปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรูและสังเกตการณกระบวนการปฏิบัติจริง (Learning
Activities and Observation) หลังจากแผนการจัดการเรียนรูไดรับการปรับปรุงจากการสะทอนคิด
ของสมาชิกกลุม จะถูกนําสูการปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรูในหองเรียนจริง และระหวางการจัด
กิจกรรมการเรียนรู จะตองมีเพ่ือนสมาชิกอยางนองหน่ึงคนหรือมากกวา รวมสังเกตการณการจัด
กิจกรรมการเรียนรู โดยจะตองมีบันทึกภาคสนาม (Field Note) ของการสังเกตการสอนอยางเปน
ระบบ และควรตองมีการบันทึกเปนวีดิทัศนโดยเฉพาะชวงเวลาที่สําคัญของแผนการจัดการเรียนรู
ทง้ั นส้ี ่ิงที่ควรตองบนั ทึกไวระหวางการสงั เกตการสอน ควรประกอบดว ย

1)ขอ มูลพนื้ ฐานของการจัดกิจกรรมการเรียนรู ไดแก กลุมสาระที่สอน เรื่อง กลุมผูเรียน
วันท่ีเวลาเร่ิม เวลาส้ินสุด ลักษณะสภาพท่ัวไปของสถานท่ีจัดการเรียนรู อุปกรณ ส่ือ
สิ่งอํานวยความสะดวก สง่ิ รบกวน เปนตน

2) บรรยากาศการเริ่มตน การเรียนการสอน ปฏิสมั พันธร ะหวางครูกับผเู รียน
3) การจดั การเรียนการสอน เปนไปตามลําดับของแผนการจัดการเรียนรูหรือไม หากไม
เปน ไปตามแผน อะไรเปนสาเหตุ และครูดําเนนิ การอยางไรตอไป สงผลทําใหผูเรียนเกิดการเรียนรูที่ดี
ขนึ้ หรือสบั สน
4) มีผูเรียนที่แสดงพฤติกรรมวาไดเกิดการเรียนรู ที่เปนไปตามเปาหมายของการเรียน
การสอนบางหรือไม และมีผูเรียนท่ีแสดงวายังไมเกิดการเรียนรูตามเปาหมายบางหรือไม จํานวน
สดั สวนระหวา งผูเ รียนทัง้ สองกลุม เปน อยางไร

15

5) ครูมีการดําเนินการอยางไรกับผูเรียนท่ีแสดงออกวาไดเรียนรูเรื่องน้ันแลว และครู
ดาํ เนนิ การอยางไรกบั ผูเรียนทยี่ งั ไมส ามารถเรียนรเู ร่อื งนน้ั ได

6) ระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีอะไรท่ีเปนการปฏิบัติที่ดีควรรักษาไว
และอะไรท่เี ปน จดุ ออนทีค่ วรไดรบั การแกไขบา ง

6) ประเมินผล/ สะทอ นการจดั การเรียนร/ู กจิ กรรม/นวตั กรรม

การสบื เสาะ สรุปผลการปฏิบัติเพ่ือการพัฒนา (Debrief) สมาชิกกลุมการเรียนรูจะตอง
มารวมตัวกนั สบื เสาะ ตง้ั คําถาม สะทอนคิดตอ ผลการปฏิบัติการสอนที่ผานไปแลว โดยมุงตอบคําถาม
อยางนอย 4 ประเดน็ คอื

1) ผเู รยี นไดเ รยี นรแู ละเกิดพฤตกิ รรมตามเปา หมายท่ีตง้ั ไวมากนอยเทา ใด
2)รูไดอยางไรวาผูเรียนเหลาน้ันเกิดการเรียนรู และ/หรือมีพฤติกรรมบรรลุตาม
เปาหมายนั้นแลว
3) ผูเรียนท่ีไมสามารถเรียนรูและยังไมบรรลุพฤติกรรมตามเปาหมาย จะทําอยางไรกับ
ผเู รยี นกลมุ น้ตี อ ไป
4) ผูเรียนที่เกิดการเรียนรูและบรรลุพฤติกรรมตามเปาหมายแลว จะทําอยางไรตอไปกับ
ผูเรียนกลุมน้ีสมาชิกของกลุมตองรวมกันแสดงความคิดเห็นเพ่ือใหครูท่ีเปนเจาภาพ สรุปผลการจัดการ
เรียนรูท่ีตอบคําถามท้ัง 4 ประเด็น รวมถึงสิ่งท่ีเปนแนวการปฏิบัติที่ดี และสิ่งที่เปนจุดออนท่ีควรไดรับ
การปรับปรุงในโอกาสตอไป

7) สรุปเผยแพรแ ผนการจดั การเรยี นรู/กจิ กรรม/นวัตกรรม

สรุปผลเรียนรูจากการปฏิบัติการนําสูการวางแผนการจัดการเรียนรูรอบใหมตอไป
(Next Step) ครูท่ีเปนเจาภาพ หรือ Model Teacher การจัดการเรียนรู จะตองนําผลสรุปท่ีได
รวบรวม บนั ทึกผลไวใหเรยี บรอยอยางเปนทางการ โดยจะมกี ารดําเนนิ การอยางนอ ย 2 เปา หมาย คอื

1) บันทึกไวเพื่อเปนพัฒนาการของการพัฒนาการจัดการเรียนรูสูเปาหมายที่ไดกําหนดไว
รวมกัน (Goal) เพื่อสะทอนวากวาจะสามารถพัฒนาลูกศิษยใหบรรลุตามพฤติกรรมเปาหมายไดน้ัน
มีบทเรียนที่ไดเรียนรูรวมกันอยางไรบาง สวนนี้จะเปนขอมูลสําคัญที่มีคุณคาอยางยิ่ง และถือเปน
งานวิจัยในช้ันเรยี นที่มีคณุ ภาพมาก

2) ผลที่ไดจากการสรุปจะตองนําไปสูการวางแผนการจัดการเรียนรูรอบใหม ซ่ึงเช่ือม่ันวา
การจัดการเรยี นรูจะมีความแมน ตรงและมีประสิทธภิ าพมากกวาเดิม

การเริ่มดําเนนิ การวงรอบใหมข องการจดั กจิ กรรมกลุมชุมชนการเรียนรูรวมกัน รอบที่ 2 รอบ
ท่ี 3 และรอบตอๆ ไป และทุกๆ วงรอบ หากนํามารอยเรื่องอยางเปนระบบจะกลายเปนพัฒนาการ
เร่อื งเลา การพฒั นาการจัดการเรยี นรูท ม่ี ีความเฉพาะเจาะจงของผูเ รยี นโรงเรยี นนน้ั ๆ ไดอยางแจมชัด


Click to View FlipBook Version