ตอบขอ้ สอบกฎหมายอย่างไร
ให้ได้คะแนน
ถาม - ตอบ
อาญา
แก้ไขเพิม่ เตมิ ล่าสดุ
๒๕๖๒
สมชาย พงษ์พัฒนาศลิ ป์
ช่อื หนงั สอื ถาม – ตอบ อาญา
ISBN 978-๖๑๖-๔๗๙-๔๐๘-๑
ผ้แู ต่ง สมชาย พงษ์พฒั นาศลิ ป์
จานวนหนา้ ๕๘๘ หน้า
ราคา ๔๒๐ บาท
พิมพ์ครั้งท่ี ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ พมิ พค์ รงั้ ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕
พมิ พ์ครง้ั ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ พิมพ์ครง้ั ท่ี ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘
พิมพ์ครง้ั ท่ี ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ พิมพค์ รั้งท่ี ๖ สงิ หาคม ๒๕๖๐ (PDF)
พิมพ์ครัง้ ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒
ปที ี่พมิ พ์ สิงหาคม ๒๕๖๒
พิมพ์ที่ หา้ งห้นุ สว่ นจากดั เจริญรัฐการพิมพ์
๔๘๖/๒๙-๓๒ หมทู่ ี่ ๑๑ แขวงบางปะกอก
เขตราษฎรบ์ ูรณะ กรุงเทพฯ ๑๐๑๔๐
โทร. ๐๒-๘๗๗-๕๕๓๘-๙
จัดพมิ พแ์ ละ นายวรเมธ ธนาภากรรตั นกุล
จัดจาหน่ายโดย เลขท่ี ๑๐๓ หมทู่ ่ี ๔ บา้ นฟากนา ตาบลนาอาน
อาเภอเมือง จงั หวดั เลย ๔๒๐๐๐
ส่งั ซอ้ื จานวนมาก ราคาพเิ ศษโทร ๐๘๕-๙๑๕-๑๕๑๑
คานา
(ในการพมิ พ์ครัง้ ท่ี ๘)
การพิมพ์ครั้งนี้แก้ไขเพ่ิมเติมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา
(ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจา
นเุ บกษาวันท่ี ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเตมิ มาตรา ๑ (๑๘) มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗
มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาตรา ๒๗๙
มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๐/๑ มาตรา ๒๘๑ มาตรา ๒๘๕ มาตรา ๒๘๕/๒ มาตรา ๒๘๖ และ
มาตรา ๓๖๖/๑ สาหรับคาพิพากษาฎีกาเพิ่มเติมถึงคาพิพากษาฎีกาจัดพิมพ์โดยเนติฯ ปี ๒๕๖๑ ถึง
เล่ม ๘ และคาพิพากษาฎีกาจัดพิมพ์โดยศาลฎีกา ปี ๒๕๖๑ ถึงเล่ม ๘ ที่น่าสนใจมาแต่งคาถาม
และคาตอบเพ่ิมข้นึ ดว้ ย
หนังสือเล่มน้ีผู้แต่งเห็นว่า จะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ที่เตรียมสอบเป็นเนติบัณฑิต
สอบคดั เลือกฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และข้าราชการตารวจ ท่ีจะไดน้ าคาพิพากษาฎีกาใหม่
มาฝึกเขยี นตอบข้อสอบและทดสอบความรู้ทไ่ี ดศ้ ึกษามา
อนึ่ง บทนาในหนังสือเล่มนี้จะช้ีแจงวิธีการสอบและการตอบข้อสอบ กับการใช้หนังสือ
เลม่ น้ใี ห้ไดป้ ระโยชน์สดู สดุ ซึ่งผูแ้ ต่งอยากใหผ้ ู้อ่านทาความเขา้ ใจบทนากอ่ นอา่ นเนอื้ หาตอ่ ไป
สว่ นดีของหนังสือเล่มนี้ผู้แต่งขอมอบให้แด่บดิ ามารดาและอาจารยท์ ุกท่านที่ถ่ายทอดความรู้
ให้ผู้แต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ อาจารย์ผู้สอน
วิชากฎหมายอาญา ภาคทั่วไป ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีและที่สานักอบรมศึกษากฎหมาย
แห่งเนติบัณฑิตยสภา แต่หากมีข้อผิดพลาดประการใดในหนังสือเล่มนี้ผู้แต่งก็ขอน้อมรับไว้เพ่ือ
แก้ไขต่อไป โดยผู้อ่านสามารถส่งข้อท้วงติงมาได้ท่ี FACEBOOK ถามตอบกฎหมาย อ. สมชาย
พงษพ์ ฒั นาศลิ ป์
สมชาย พงษ์พฒั นาศิลป์
สิงหาคม ๒๕๖๒
คานา
(ในการพมิ พ์คร้งั ที่ ๗)
การพิมพ์คร้ังน้ีแก้ไขเพ่ิมเติมจนถึงคาพิพากษาฎีกาจัดพิมพ์โดยเนติฯ ปี ๒๕๖๐ ถึงเล่ม ๖
และคาพิพากษาฎีกาจัดพิมพ์โดยศาลฎีกา ปี ๒๕๕๙ ถึงเล่ม ๑๐ ปี ๒๕๖๐ ถึงเลม่ ๖ ที่น่าสนใจ
มาแต่งคาถามและคาตอบเพิ่มข้ึนด้วย ส่วนคาถามที่จะออกมาเพ่ิมเติมขอให้ติดตามจากเพจ
ถามตอบกฎหมาย อ. สมชาย พงษพ์ ัฒนาศลิ ป์
หนังสือเล่มน้ีผู้แต่งเห็นว่า จะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ที่เตรียมสอบเป็นเนติบัณฑิต
สอบคัดเลือกฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และข้าราชการตารวจ ท่ีจะได้นาคาพิพากษาฎีกาใหม่
มาฝึกเขียนตอบข้อสอบและทดสอบความรู้ท่ีได้ศึกษามา
อนึ่ง บทนาในหนังสือเล่มน้ีจะช้ีแจงวิธีการสอบและการตอบข้อสอบ กับการใช้หนังสือ
เลม่ น้ใี หไ้ ดป้ ระโยชน์สูดสุด ซึง่ ผู้แตง่ อยากให้ผอู้ ่านทาความเข้าใจบทนาก่อนอา่ นเนื้อหาต่อไป
ส่วนดีของหนังสือเล่มน้ีผู้แต่งขอมอบให้แด่บดิ ามารดาและอาจารย์ทุกท่านที่ถา่ ยทอดความรู้
ให้ผู้แต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสด์ิ อาจารย์ผู้สอน
วิชากฎหมายอาญา ภาคท่ัวไป ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีและที่สานักอบรมศึกษากฎหมาย
แห่งเนติบัณฑิตยสภา แต่หากมีข้อผิดพลาดประการใดในหนังสือเล่มน้ีผู้แต่งก็ขอน้อมรับไว้เพ่ือ
แก้ไขต่อไป โดยผู้อ่านสามารถส่งข้อท้วงติงมาได้ที่ FACEBOOK ถามตอบกฎหมาย อ. สมชาย
พงษพ์ ัฒนาศิลป์
สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์
กรกฎาคม ๒๕๖๑
คานา
(ในการพมิ พ์คร้งั ที่ ๔)
การพิมพ์คร้ังน้ีได้แก้ไขเพ่ิมเติมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา
(ฉบับท่ี ๒๒) และ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ความผิดเก่ียวกับเพศและความผิดเกี่ยวกับศพแล้ว
รวมทั้งความผิดเก่ียวกับส่ือลามกอนาจารเด็กซึ่งกาลังจะมีผลใช้บังคับ และได้นาเน้ือหาในหนังสือ
“ถาม-ตอบ แพ่ง อาญา เล่ม ๗” “ถาม-ตอบ แพ่ง อาญา เล่ม ๘” มารวมไว้ในหนังสือเล่มน้ี
นอกจากนี้ยังนาคาพิพากษาฎีกาเนติฯ ถึงปี ๒๕๕๖ ถึงเล่ม ๑๒ ปี ๒๕๕๗ ถึงเล่ม ๗ และคา
พพิ ากษาฎีกาสานักงานศาลฯ ถึงปี ๒๕๕๕ ถึงเล่ม ๑๒ ปี ๒๕๕๖ ถึงเล่ม ๘ ปี ๒๕๕๗ ถึงเล่ม ๔
ท่ีน่าสนใจมาแต่งเป็นข้อสอบ โดยข้อสอบเก่าท่ีได้แก้ไขเพิ่มเติมตามกฎหมายใหม่และฎีกาใหม่ก็จะ
แกไ้ ขคาตอบให้ตรงตามแนวปัจจุบันโดยจะตัง้ ข้อสงั เกตไว้ใหผ้ ู้อ่านทราบดว้ ย
หนังสือเล่มนี้ผู้แต่งเห็นว่า จะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ที่เตรียมสอบเป็นเนติบัณฑิต
สอบคัดเลอื กฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และข้าราชการตารวจ ที่จะได้นาคาพิพากษาฎีกาใหม่
มาทดสอบความร้ทู ไ่ี ดศ้ ึกษามา
สว่ นดีของหนังสือเลม่ น้ีผู้แต่งขอมอบให้แด่บิดามารดาและอาจารยท์ ุกทา่ นที่ถ่ายทอดความรู้
ให้ผู้แต่ง โดยเฉพาะอย่างย่ิง คือ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ อาจารย์ผู้สอน
วิชากฎหมายอาญา ภาคท่ัวไป ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีและท่ีสานักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง
เนติบัณฑิตยสภา
สมชาย พงษพ์ ฒั นาศลิ ป์
กรกฎาคม ๒๕๕๘
คานา
หนังสือเล่มนี้ผู้แต่งได้นาหนังสือ “ถาม-ตอบ อาญา ภาค ๑ นิติกรรมสัญญา” “ถาม-ตอบ
อาญา เล่ม ๑” “ถาม-ตอบ แพ่ง อาญา เล่ม ๒” “ถาม-ตอบ แพ่ง อาญา เล่ม ๓” “ถาม-ตอบ
แพ่ง อาญา เล่ม ๔” “ถาม-ตอบ แพ่ง อาญา เล่ม ๕” มารวมไว้ในเล่มเดียวกัน โดยปรับปรุง
คาตอบให้ตรงตามคาพิพากษาฎีกาและกฎหมายล่าสุด และนาคาพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจมารวมไว้
คือ ฎีกาเนติฯ ปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๕๓ ถึงเล่ม ๑๑ ฎีกาสานักงานศาลยุติธรรม ปี ๒๕๔๕ ถึงปี
๒๕๕๓ ถึงเล่ม ๑๐ โดยนาคาพิพากษาฎีกาดังกล่าวและคาอธิบายกฎหมายอาญาของศาสตราจารย์
จิตติ ติงศภัทิย์ และ ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ ที่น่าสนใจมาแต่งเป็นคาถาม เพื่อใช้เป็นตัวอย่างใน
การฝกึ เขยี นตอบข้อสอบ โดยผู้แต่งได้แยกส่วนไว้ให้เห็นได้ชดั เจนว่าธงคาตอบส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง
จากคาถาม ข้อกฎหมาย และเหตุผลประกอบพร้อมสรุป โดยส่วนของ “ข้อเท็จจริงจากคาถาม”
ใช้ตัวอักษรขีดเส้นใต้ “ข้อกฎหมาย” ใช้ตัวอักษรหนา และ “เหตุผลประกอบพร้อมสรุป”
ใช้ตัวอักษรหนาขีดเส้นใต้ และนาคาพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยตามคาถามและคาตอบมารวมไว้
ต่อจากคาตอบ เพ่ือความสะดวกในการศึกษาและอ้างอิง โดยเฉพาะในกรณีท่ีมีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ
ได้บันทึกหมายเหตุท้ายฎีกาที่มีคุณค่าทางวิชาการเป็นอย่างยิ่งไว้ ผู้แต่งก็ได้นาหมายเหตุดังกล่าว
มารวมไว้เพื่อให้นักศึกษาใช้เป็นข้อพิจารณาและพัฒนาความคิดของนักศึกษา อีกท้ังได้นาตัวอย่าง
ที่นักศึกษาตอบคาถามมาทาง http://www. arjarnsomchai. com ซ่ึงเป็นตัวอย่างท่ีตอบมาโดย
มีข้อบกพร่อง และผู้แต่งได้แนะนาว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร เพ่ือนักศึกษาจะได้นาไปแก้ไขข้อบกพร่อง
และพัฒนาการเขียนตอบข้อสอบของตนเองต่อไป นอกจากนี้ผู้แต่งได้นาคาพิพากษาฎีกาท่ีน่าสนใจ
ในเรอ่ื งเดยี วกนั มารวมไวท้ ้ายเรือ่ งทมี่ ีคาถามและคาตอบดว้ ย
หนังสือเล่มน้ีผู้แต่งเห็นว่า จะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ที่เตรียมสอบเป็นเนติบัณฑิต
สอบคดั เลือกฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และข้าราชการตารวจ ที่จะไดน้ าคาพิพากษาฎีกาใหม่
มาทดสอบความรูท้ ีไ่ ด้ศึกษามา
สว่ นดีของหนังสือเล่มน้ผี ู้แต่งขอมอบให้แด่บิดามารดาและอาจารยท์ ุกทา่ นท่ีถา่ ยทอดความรู้
ให้ผแู้ ต่ง
สมชาย พงษพ์ ฒั นาศิลป์
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
สารบาญ
เรือ่ ง หน้า
บทนา ............................................................................................................................................ ๑๗
การกระทา ข้อ ๑ ........................................................................ ๒๐
ขอ้ ๒ ........................................................................ ๒๒
ข้อ ๓ ........................................................................ ๒๙
ข้อ ๔ ........................................................................ ๓๐
องค์ประกอบภายนอก ข้อ ๕ ........................................................................ ๓๒
ข้อ ๖ ........................................................................ ๓๖
ขอ้ ๗ ........................................................................ ๓๙
ข้อ ๘ ........................................................................ ๔๐
ขอ้ ๙ ........................................................................ ๔๑
องค์ประกอบภายใน ข้อ ๑๐ ..................................................................... ๔๓
ข้อ ๑๑ ..................................................................... ๔๖
ข้อ ๑๒ ..................................................................... ๔๗
ขอ้ ๑๓ ..................................................................... ๔๘
ขอ้ ๑๔ ..................................................................... ๕๐
ขอ้ ๑๕ ..................................................................... ๕๓
ขอ้ ๑๖ ..................................................................... ๕๔
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑ (๕) ............................................................................................................ ๕๕
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๕ ................................................................................................................... ๕๖
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๘ ................................................................................................................... ๕๖
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๐ ................................................................................................................ ๕๖
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๙ ................................................................................................................ ๕๗
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๘ ................................................................................................................ ๕๘
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๕๖ ................................................................................................................ ๕๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๕๙ ไมร่ ู้ ถอื ว่าไมม่ ีเจตนา ............................................................................ ๖๐
ประสงคต์ ่อผลหรือย่อมเลง็ เหน็ ผล ................................................................................................ ๖๓
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๕๙ วรรคสี่ .................................................................................................... ๖๗
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๖๐ ................................................................................................................ ๖๙
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๖๑ ................................................................................................................ ๗๑
เรื่อง หน้า
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๖๒ ................................................................................................................ ๗๒
ความสมั พนั ธ์ระหว่างการกระทาและผล ข้อ ๑๗ ..................................................................... ๗๔
ขอ้ ๑๘ ..................................................................... ๗๖
ข้อ ๑๙ ..................................................................... ๗๙
ข้อ ๑๙/๑ ................................................................ ๘๐
ฎีกาน่าสนใจเรอ่ื งความสัมพนั ธ์ระหว่างการกระทาและผล ........................................................... ๘๒
กฎหมายยกเวน้ ความผิด ขอ้ ๒๐ ..................................................................... ๙๐
ข้อ ๒๑ ..................................................................... ๙๒
ขอ้ ๒๒ ..................................................................... ๙๓
ขอ้ ๒๓ ..................................................................... ๙๖
ข้อ ๒๔ ..................................................................... ๙๗
กฎหมายยกเวน้ ความผดิ ............................................................................................................... ๙๙
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๖๗ ............................................................................................................. ๑๐๕
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๖๙ ............................................................................................................. ๑๐๖
บันดาลโทสะ ขอ้ ๒๕ .................................................................. ๑๐๙
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๗๒ ............................................................................................................. ๑๑๐
พยายามกระทาความผิด ขอ้ ๒๖ .................................................................. ๑๑๖
ข้อ ๒๗ .................................................................. ๑๑๗
ข้อ ๒๘ .................................................................. ๑๑๙
ขอ้ ๒๙ .................................................................. ๑๒๑
ขอ้ ๓๐ .................................................................. ๑๒๓
ข้อ ๓๑ .................................................................. ๑๒๔
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๘๐ ............................................................................................................. ๑๒๖
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๘๑ ............................................................................................................. ๑๒๙
ตัวการ ข้อ ๓๒ .................................................................. ๑๓๓
ขอ้ ๓๓ .................................................................. ๑๓๕
ข้อ ๓๓/๑ .............................................................. ๑๓๖
ขอ้ ๓๔ .................................................................. ๑๔๒
ขอ้ ๓๕................................................................... ๑๔๖
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๘๓ ............................................................................................................. ๑๔๗
พดู ในทเี่ กดิ เหตเุ ปน็ ตวั การ .......................................................................................................... ๑๔๘
พูดในทเี่ กดิ เหตุเปน็ ผู้ใช้ .............................................................................................................. ๑๔๘
เรือ่ ง หน้า
พูดในทเ่ี กิดเหตุเปน็ ผสู้ นบั สนุน ................................................................................................... ๑๔๙
ต่างคนตา่ งทาไม่เป็นตัวการ ........................................................................................................ ๑๔๙
เป็นตวั การร่วมกันทารา้ ย แตบ่ างคนทาเกนิ ขอบเขตหรือผลเกินขอบเขต .................................. ๑๕๒
เปน็ ตวั การรบั ผิดร่วมกนั ............................................................................................................. ๑๕๓
ไมอ่ ยใู่ นท่เี กดิ เหตเุ ปน็ ตัวการไดห้ รือไม่ ....................................................................................... ๑๕๕
ผ้ใู ช้ ............................................................................................................................................. ๑๕๗
ขอ้ ๓๖ .................................................................. ๑๕๘
ขอ้ ๓๗ .................................................................. ๑๕๘
ข้อ ๓๘ .................................................................. ๑๖๑
ข้อ ๓๙ .................................................................. ๑๖๒
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๘๔ ............................................................................................................. ๑๖๓
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๘๖ ............................................................................................................. ๑๖๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๘๗ ............................................................................................................. ๑๗๓
ภาคความผิด
แจ้งข้อความอนั เป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ข้อ ๔๐ .................................................................. ๑๗๖
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๓๖ .......................................................................................................... ๑๗๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๓๗ .......................................................................................................... ๑๘๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๓๘ .......................................................................................................... ๑๘๒
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๓๙ .......................................................................................................... ๑๘๒
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๔๐ .......................................................................................................... ๑๘๓
ใหส้ นิ บนแกเ่ จ้าพนกั งาน, เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ขอ้ ๔๑ ................................................... ๑๘๕
ข้อ ๔๒ .................................................................. ๑๘๖
ข้อ ๔๓ .................................................................. ๑๘๗
ขอ้ ๔๔ .................................................................. ๑๙๒
ข้อ ๔๕ .................................................................. ๑๙๘
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๔๓ .......................................................................................................... ๒๐๑
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๔๔ .......................................................................................................... ๒๐๑
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๔๕ .......................................................................................................... ๒๐๓
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๔๗ .......................................................................................................... ๒๐๔
เจา้ พนกั งานใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมชิ อบ ข้อ ๔๖ .................................................................. ๒๐๘
เร่อื ง หน้า
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๔๘ .......................................................................................................... ๒๑๐
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๔๙ .......................................................................................................... ๒๑๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๕๑ .......................................................................................................... ๒๑๒
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๕๒ .......................................................................................................... ๒๑๗
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๕๓ .......................................................................................................... ๒๑๗
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๕๔ .......................................................................................................... ๒๑๘
เจา้ พนกั งานปฏบิ ตั ิหนา้ ที่โดยมิชอบ ขอ้ ๔๗ .................................................................. ๒๑๙
ข้อ ๔๘ .................................................................. ๒๒๒
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๕๗ กรณเี ป็นเจ้าพนักงาน ....................................................................... ๒๒๓
กรณไี มเ่ ป็นเจ้าพนกั งาน ............................................................................................................. ๒๒๕
กรณเี จา้ พนกั งานไม่มีอานาจหนา้ ท่ี ............................................................................................ ๒๒๘
กรณเี จา้ พนกั งานมีอานาจหนา้ ที่ ................................................................................................ ๒๓๒
ไม่เปน็ การปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏบิ ัตหิ นา้ ทโ่ี ดยไม่ชอบ ........................................................... ๒๓๓
เปน็ การปฏิบตั หิ รอื ละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ทโ่ี ดยมิชอบ ................................................................ ๒๓๖
เพอื่ ใหเ้ กิดความเสียหายแกผ่ หู้ นึ่งผู้ใด ........................................................................................ ๒๔๐
โดยทุจริต .................................................................................................................................... ๒๔๐
กรณคี ุณสมบตั ขิ องผกู้ ระทาความผิด .......................................................................................... ๒๔๒
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๕๘ .......................................................................................................... ๒๔๒
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๖๑ .......................................................................................................... ๒๔๓
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๖๒ .......................................................................................................... ๒๔๔
ความผดิ ตอ่ เจา้ พนักงานในการยตุ ธิ รรม ข้อ ๔๙ .................................................................. ๒๔๖
ขอ้ ๔๙/๑ .............................................................. ๒๔๘
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๗๒ .......................................................................................................... ๒๕๐
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๗๓ .......................................................................................................... ๒๕๑
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๗๔ .......................................................................................................... ๒๕๒
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๑๗๕ .......................................................................................................... ๒๕๓
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๗๖ .......................................................................................................... ๒๕๕
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๗๗ เปน็ ข้อสาคัญในคดี ........................................................................... ๒๕๕
ไม่เป็นขอ้ สาคญั ในคดี ................................................................................................................. ๒๕๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๘๐ .......................................................................................................... ๒๖๑
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๘๑ .......................................................................................................... ๒๖๒
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๘๔ .......................................................................................................... ๒๖๒
เรอ่ื ง หน้า
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๑๘๗ .......................................................................................................... ๒๖๒
ทาใหเ้ สียหายหรอื เอาไปเสียซงึ่ เอกสาร ข้อ ๕๐ .................................................................. ๒๖๕
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๘๘ .......................................................................................................... ๒๖๖
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๙๑ .......................................................................................................... ๒๖๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๑๙๘ .......................................................................................................... ๒๖๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๑๙๙ .......................................................................................................... ๒๗๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๐๐ .......................................................................................................... ๒๗๑
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๐๖ .......................................................................................................... ๒๗๒
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๐๙ .......................................................................................................... ๒๗๒
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๑๐ .......................................................................................................... ๒๗๓
มว่ั สุมเพ่อื กระทาความผิด ขอ้ ๕๑ .................................................................. ๒๗๕
วางเพลงิ เผาทรพั ย์ ข้อ ๕๒ .................................................................. ๒๗๗
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๑๘ .......................................................................................................... ๒๗๗
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๒๑ .......................................................................................................... ๒๗๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๒๓ .......................................................................................................... ๒๗๙
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๒๕ .......................................................................................................... ๒๗๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๒๗ .......................................................................................................... ๒๘๐
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๒๘ .......................................................................................................... ๒๘๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๒๙ .......................................................................................................... ๒๘๑
ความผดิ เกย่ี วกบั เงนิ ตรา ข้อ ๕๓ .................................................................. ๒๘๒
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๔๐ .......................................................................................................... ๒๘๔
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๔๙ .......................................................................................................... ๒๘๖
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๖๓ .......................................................................................................... ๒๘๗
ความผดิ เกยี่ วกับเอกสาร ขอ้ ๕๔ .................................................................. ๒๘๘
ขอ้ ๕๕ .................................................................. ๒๙๐
ข้อ ๕๖ .................................................................. ๒๙๓
ฎกี าน่าสนใจเร่อื งเปน็ เอกสาร ..................................................................................................... ๒๙๕
อานาจในการทาเอกสาร ............................................................................................................. ๒๙๖
ปลอมขึน้ ท้ังฉบบั หรือปลอมแต่ส่วนหนง่ึ ส่วนใด .......................................................................... ๓๐๐
โดยประการทนี่ ่าจะเกิดความเสยี หายแก่ผอู้ ่ืนหรือประชาชน .................................................. ๓๐๑
เพอ่ื ให้ผ้หู นง่ึ ผูใ้ ดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารท่ีแท้จริง ........................................................................ ๓๐๓
เอกสารสิทธิ เอกสารราชการ ..................................................................................................... ๓๐๓
เรอ่ื ง หน้า
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๖๗ .......................................................................................................... ๓๐๘
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๖๘ .......................................................................................................... ๓๐๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๖๙ .......................................................................................................... ๓๑๑
ความผดิ เกีย่ วกับบัตรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ข้อ ๕๗ .................................................................. ๓๑๒
ขอ้ ๕๘ .................................................................. ๓๑๓
ขอ้ ๕๙ .................................................................. ๓๑๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๖๙/๘ ...................................................................................................... ๓๒๐
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๗๑ .......................................................................................................... ๓๒๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๗๒ .......................................................................................................... ๓๒๑
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๗๓ .......................................................................................................... ๓๒๒
ความผิดเก่ยี วกับเพศ (แกไ้ ขใหม)่ ............................................................................................... ๓๒๓
ขอ้ ๖๐ .................................................................. ๓๓๓
ขอ้ ๖๑ .................................................................. ๓๓๔
ขอ้ ๖๒ .................................................................. ๓๓๖
ข้อ ๖๓ .................................................................. ๓๓๘
ฎีกานา่ สนใจเรอื่ ง เป็นการกระทาชาเราตามมาตรา ๑ (๑๘) ...................................................... ๓๔๓
ไม่เปน็ การกระทาชาเราตามมาตรา ๑ (๑๘) ............................................................................... ๓๔๓
พยายามขม่ ขนื หรอื กระทาอนาจาร ............................................................................................ ๓๔๕
ขม่ ขนื หรอื ยินยอม ...................................................................................................................... ๓๔๕
ข่มขนื สาเรจ็ แล้วหรือไม่ .............................................................................................................. ๓๔๕
ผูถ้ ูกขม่ ขืน .................................................................................................................................. ๓๔๖
อายเุ ดก็ ...................................................................................................................................... ๓๔๖
ตวั การร่วม .................................................................................................................................. ๓๔๗
รมุ โทรม ...................................................................................................................................... ๓๔๗
กระทาโดยมอี าวธุ ปนื หรือวัตถุระเบิด ......................................................................................... ๓๔๘
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๗๗ วรรคท้าย .......................................................................................... ๓๔๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๗๘ .......................................................................................................... ๓๔๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๗๙ .......................................................................................................... ๓๕๐
พา พราก ขม่ ขืนกระทาชาเรา กรรมเดียวหรอื หลายกรรม ......................................................... ๓๕๑
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๘๐ .......................................................................................................... ๓๕๓
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๘๑ .......................................................................................................... ๓๕๔
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๘๒ .......................................................................................................... ๓๕๔
เรอื่ ง หน้า
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๘๓ .......................................................................................................... ๓๕๕
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๘๓ ทวิ .................................................................................................... ๓๕๕
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๘๕ .......................................................................................................... ๓๕๗
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๘๖ .......................................................................................................... ๓๕๘
ความผดิ เกีย่ วกบั ส่อื ลามกอนาจารเด็ก ....................................................................................... ๓๖๐
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๑๒ ตรี ..................................................................................................... ๓๖๑
ผู้ทีถ่ ูกพรากตอ้ งอยู่ภายใต้อานาจปกครอง ................................................................................. ๓๖๑
เป็นการพราก ............................................................................................................................. ๓๖๓
ไมเ่ ป็นการพราก ......................................................................................................................... ๓๖๙
เพือ่ การอนาจารหรอื ไม่ .............................................................................................................. ๓๗๓
ความผิดต่อชีวิต ร่างกาย ข้อ ๖๔ .................................................................. ๓๗๕
ขอ้ ๖๕ .................................................................. ๓๗๖
ข้อ ๖๖ .................................................................. ๓๗๗
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๘๘ เรอ่ื งผอู้ ่นื ตอ้ งมีชวี ิตขณะถูกฆา่ ......................................................... ๓๗๙
ใชป้ ืนถือว่ามเี จตนาฆ่า ................................................................................................................ ๓๘๐
ใช้ปนื แตไ่ ม่มเี จตนาฆา่ ................................................................................................................ ๓๘๑
ใชม้ ีดถือว่ามีเจตนาฆ่า ................................................................................................................ ๓๘๔
ใชม้ ีดถือวา่ มีเจตนาทารา้ ย .......................................................................................................... ๓๘๕
ใช้ของอ่ืนถือว่ามีเจตนาฆ่า .......................................................................................................... ๓๘๗
ใช้ของอืน่ ถือวา่ มีเจตนาทารา้ ย ................................................................................................... ๓๘๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๘๙ (๒) .................................................................................................... ๓๘๙
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๘๙ (๔) .................................................................................................... ๓๙๐
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๘๙ (๕) .................................................................................................... ๓๙๒
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๘๙ (๖) .................................................................................................... ๓๙๓
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๙๐ .......................................................................................................... ๓๙๓
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๑ .......................................................................................................... ๓๙๖
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๙๖ .......................................................................................................... ๓๙๗
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๒๙๗ (ผลธรรมดา) ..................................................................................... ๓๙๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๗ (๔) .................................................................................................... ๓๙๘
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๒๙๗ (๘) .................................................................................................... ๓๙๙
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๒๙๙ .......................................................................................................... ๓๙๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๐๐ .......................................................................................................... ๔๐๐
เรื่อง หน้า
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๑๐ .......................................................................................................... ๔๐๑
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๑๒ .......................................................................................................... ๔๐๑
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๑๓ .......................................................................................................... ๔๐๒
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๒๖ เรือ่ งการใสค่ วามต้องเป็นการยนื ยันข้อเท็จจรงิ ................................ ๔๐๔
ต้องยืนยันจนบุคคลทีส่ ามรู้ไดแ้ นน่ อนวา่ เป็นใคร ........................................................................ ๔๐๔
โดยประการทนี่ ่าจะทาใหผ้ ู้น้ันเสยี ชื่อเสียง ถูกดูหมนิ่ หรอื ถกู เกลียดชัง ..................................... ๔๐๕
การหมน่ิ ประมาทตอ้ งมเี จตนา .................................................................................................... ๔๐๖
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๒๘ .......................................................................................................... ๔๐๖
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๒๙ .......................................................................................................... ๔๐๗
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๓๑ .......................................................................................................... ๔๑๓
ลกั ทรพั ย์ ..................................................................................................................................... ๔๑๔
วัตถุท่ีลักต้องเปน็ ทรพั ย์ ขอ้ ๖๗ .................................................................. ๔๑๕
ข้อ ๖๘ .................................................................. ๔๑๗
วัตถุทล่ี กั ตอ้ งเปน็ ทรพั ย์ .............................................................................................................. ๔๑๙
ฎกี าเรื่องอสงั หาริมทรัพย์ก็ถูกลักได้............................................................................................. ๔๑๙
เปน็ ทรพั ย์ของผอู้ ่ืน ขอ้ ๖๙ .................................................................. ๔๒๐
ขอ้ ๗๐ .................................................................. ๔๒๑
ขอ้ ๗๑ .................................................................. ๔๒๒
ข้อ ๗๒ .................................................................. ๔๒๔
เปน็ ทรัพยข์ องผอู้ ืน่ ..................................................................................................................... ๔๒๗
เปน็ ทรพั ย์ทีม่ ีผอู้ น่ื ครอบครองอยู่ ขอ้ ๗๓ .................................................................. ๔๒๙
ข้อ ๗๔ .................................................................. ๔๓๒
ขอ้ ๗๕ .................................................................. ๔๓๕
ขอ้ ๗๖ .................................................................. ๔๓๘
ขอ้ ๗๗ .................................................................. ๔๓๙
เป็นทรัพยท์ ม่ี ผี ้อู น่ื ครอบครองอยู่ ................................................................................................ ๔๔๑
ผู้กระทาต้องเขา้ ครอบครองทรัพย์ .............................................................................................. ๔๔๖
การเขา้ ครอบครองนั้นตอ้ งเป็นการแยง่ การครอบครอง .............................................................. ๔๔๘
ข้อ ๗๘ .................................................................. ๔๔๘
ขอ้ ๗๙ .................................................................. ๔๕๐
ขอ้ ๘๐ .................................................................. ๔๕๒
ข้อ ๘๑ .................................................................. ๔๕๔
เรอื่ ง หน้า
ข้อ ๘๒ .................................................................. ๔๕๖
การเขา้ ครอบครองนัน้ ตอ้ งเปน็ การแย่งการครอบครอง .............................................................. ๔๕๙
พาทรพั ยเ์ คลอ่ื นทีไ่ ป ขอ้ ๘๓ .................................................................. ๔๖๖
ลงมอื ลกั ทรพั ย์แล้วหรอื ไม่ .......................................................................................................... ๔๖๗
พาทรพั ย์เคลื่อนทไ่ี ป ................................................................................................................... ๔๖๘
เป็นการเอาไปในลกั ษณะตดั กรรมสทิ ธ์ิ ขอ้ ๘๔ .................................................................. ๔๗๓
เปน็ การเอาไปในลกั ษณะตัดกรรมสิทธ์ิ ....................................................................................... ๔๗๔
โดยทุจริต .................................................................................................................................... ๔๗๙
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๓๕ .......................................................................................................... ๔๘๑
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๓๖ .......................................................................................................... ๔๘๔
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๓๖ ทวิ .................................................................................................... ๔๘๕
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๓๗ .......................................................................................................... ๔๘๖
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๓๘ .......................................................................................................... ๔๙๐
ชิงทรัพย์ ปล้นทรพั ย์ ขอ้ ๘๕ .................................................................. ๔๙๒
ข้อ ๘๖ .................................................................. ๔๙๔
ข้อ ๘๗ .................................................................. ๔๙๕
ฎีกาน่าสนใจเรือ่ งชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ต้องเป็นลกั ทรพั ยถ์ ึงจะเปน็ ชิงทรัพย์ ปลน้ ทรพั ย์ .......... ๔๙๗
พยายามชิงทรพั ย์หรอื พยายามปลน้ ทรพั ย์ ................................................................................. ๔๙๘
ลกั โดยใชก้ าลังประทษุ รา้ ยหรอื ขู่เขญ็ วา่ ในทนั ใดจะใชก้ าลงั ประทุษรา้ ย ..................................... ๔๙๙
ขาดตอน ..................................................................................................................................... ๕๐๕
ไม่มเี จตนาลักขณะทาร้าย ........................................................................................................... ๕๐๘
มเี จตนาร่วมกนั ........................................................................................................................... ๕๑๐
ผลของการกระทา ...................................................................................................................... ๕๑๓
ใช้อาวุธปืน .................................................................................................................................. ๕๑๔
ใชย้ านพาหนะเพื่อกระทาความผิด ............................................................................................. ๕๑๔
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๔๑ เป็นการหลอกลวงผู้อนื่ ..................................................................... ๕๑๖
ไมเ่ ป็นการหลอกลวงผู้อน่ื ........................................................................................................... ๕๑๙
ได้ไปซึ่งทรัพย์สนิ จากผถู้ ูกหลอกลวงหรือบคุ คลที่สาม ................................................................ ๕๒๐
ผถู้ กู หลอกลวงไมต่ ้องเป็นเจา้ ของทรพั ย์ทม่ี อบให้ ....................................................................... ๕๒๒
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๔๒ .......................................................................................................... ๕๒๓
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๔๓ .......................................................................................................... ๕๒๓
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๔๙ .......................................................................................................... ๕๒๕
เร่อื ง หน้า
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๕๐ .......................................................................................................... ๕๒๖
ยักยอก ข้อ ๘๘ .................................................................. ๕๓๗
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๕๒ เรอ่ื งไม่ใชท่ รพั ยท์ จ่ี ะยกั ยอกได้ ......................................................... ๕๔๐
ไม่ไดเ้ บียดบงั ไม่ผิดยักยอก .......................................................................................................... ๕๔๔
ผิดสัญญาทางแพง่ ไมผ่ ดิ ยักยอก .................................................................................................. ๕๔๕
เป็นการเบียดบงั ผดิ ยกั ยอก ......................................................................................................... ๕๔๗
ผู้กระทาผิดครอบครองทรัพย์แล้วเบยี ดบังผิดยกั ยอกไม่ใช่ลักทรัพย์ .......................................... ๕๕๐
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๕๒ วรรคสอง .......................................................................................... ๕๕๓
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๕๓ .......................................................................................................... ๕๕๓
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๕๔ .......................................................................................................... ๕๕๕
รับของโจร ขอ้ ๘๙ .................................................................. ๕๕๖
ฎีกานา่ สนใจมาตรา ๓๕๗ .......................................................................................................... ๕๕๘
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๕๘ .......................................................................................................... ๕๖๒
บกุ รกุ ข้อ ๙๐ .................................................................. ๕๖๔
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๖๒ .......................................................................................................... ๕๖๕
ฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๖๔ .......................................................................................................... ๕๖๙
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๖๕ .......................................................................................................... ๕๗๔
ความผิดเก่ียวกับศพ ขอ้ ๙๑ .................................................................. ๕๗๕
ขอ้ ๙๒ .................................................................. ๕๗๗
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๖๖/๓ ...................................................................................................... ๕๘๐
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๘๖ .......................................................................................................... ๕๘๑
ฎีกาน่าสนใจมาตรา ๓๙๒ .......................................................................................................... ๕๘๑
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๙๓ .......................................................................................................... ๕๘๒
ฎกี านา่ สนใจมาตรา ๓๙๗ .......................................................................................................... ๕๘๔
บรรณานุกรม .............................................................................................................................. ๕๘๕
17
บทนา
การศึกษาวิชากฎหมายในทุกสถาบันจะวัดผลการศึกษาด้วยข้อสอบอัตนัยซึ่งแตกต่างจาก
วิชาอื่น ๆ ท่ีมักจะวัดผลด้วยข้อสอบปรนัย นอกจากน้ีการตอบข้อสอบอัตนัยวิชากฎหมาย ก็จะมี
ลักษณะพิเศษท่ีแตกต่างจากวิชาอ่ืน ดังนั้น วิธีการตอบข้อสอบจึงเป็นเร่ืองสาคัญอีกประการหน่ึง
ท่ีนักศึกษาต้องให้ความสาคัญ กล่าวคือ แม้นักศึกษาจะเข้าเรียนและอ่านตาราอย่างสม่าเสมอจนมี
ความรู้เป็นอย่างดี แต่ถ้านักศึกษาไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ท่ีมีลงในสมุดคาตอบ ให้อาจารย์
ที่ตรวจข้อสอบเข้าใจได้ภายในระยะเวลาจากัด นักศึกษาก็ไม่สามารถสอบผ่านได้ จากการที่ผู้แต่ง
มีโอกาสตรวจข้อสอบในสนามสอบต่าง ๆ ผู้แต่งพบว่านักศึกษาจานวนมากตอบข้อสอบถูกธง
แต่ไม่ได้คะแนนเพราะเขียนตอบข้อสอบอัตนัยไม่เป็น วิธีการเขียนตอบข้อสอบอัตนัยที่ถูกต้องตาม
หลักเกณฑ์ของการศึกษาวิชากฎหมาย จึงเป็นปัจจัยสาคัญอีกประการหนึ่งท่ีนักศึกษาจะต้องเรียนรู้
และฝึกฝนควบค่ไู ปกบั การเขา้ เรียนหรืออา่ นตารา นักศกึ ษาจงึ จะสอบผา่ นได้
การสอบวิชากฎหมายซึ่งเป็นข้อสอบอัตนัยนั้น อาจแยกข้อสอบได้เป็น ๒ ประเภท คือ
ข้อสอบบรรยาย และข้อสอบปญั หาตกุ๊ ตา
ข้อสอบบรรยาย เป็นข้อสอบท่ีนักศึกษาต้องอ่านตาราและจารายละเอียดต่าง ๆ มาตอบ
ขอ้ สอบให้ได้ครบถ้วนทส่ี ุด ปญั หาของการตอบข้อสอบบรรยาย ก็มีเพียงวา่ นักศึกษาจาหลักกฎหมาย
ข้อยกเว้น ข้อสังเกต และความเห็นต่าง ๆ ได้ครบถ้วน กับควบคุมเวลาในการเขียนตอบข้อสอบ
ให้เหมาะสม ไม่ไปกินเวลาในการตอบข้อสอบข้ออื่นได้ นักศึกษาก็จะไม่มีปัญหาในการตอบข้อสอบ
บรรยาย
ข้อสอบปัญหาตุ๊กตา เป็นข้อสอบที่อาจารย์ผู้ออกข้อสอบจะต้ังปัญหาตุ๊กตาขึ้นมา
แล้วให้นักศึกษาตอบปัญหาเหล่าน้ัน การตอบข้อสอบปัญหาตุ๊กตาจะมีวิธีการตอบ ๒ วิธี คือ
การตอบขอ้ สอบโดยวางหลักกฎหมาย และการตอบข้อสอบโดยฟันธง
การตอบขอ้ สอบโดยวางหลักกฎหมาย มวี ิธกี ารตอบ คอื
๑. วางหลักกฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ งในคาตอบ
๒. นาขอ้ เท็จจริงในคาถามมาปรบั เข้ากับขอ้ กฎหมาย
๓. ให้เหตุผลประกอบ เหตุผลในการตอบอาจจะมาจากทฤษฎีต่าง ๆ ที่อธิบายไว้ในตารา
คาพพิ ากษาฎกี า หรอื จากหลกั กฎหมายอน่ื ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องก็ได้
๔. สรปุ ผลทางกฎหมาย
การตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายมีข้อดี คือ หากตอบผิดธง นักศึกษายังอาจจะ
ได้คะแนนจากหลักกฎหมายบ้าง คะแนนส่วนน้ีอาจจะช่วยให้นักศึกษาสอบผ่านก็ได้ อย่างไรก็ตาม
การตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายยังมีข้อเสีย คือ ต้องเสียเวลาในการเขียนตอบข้อสอบมาก
ถ้าข้อสอบมีหลายประเด็น หากตอบข้อสอบวิธีนี้นักศึกษาอาจจะทาข้อสอบไม่ทัน จึงขอให้นักศึกษา
พิจารณาข้อดีของการตอบข้อสอบโดยฟันธงประกอบด้วย โดยเฉพาะในกรณีท่ีข้อสอบมีหลาย
ประเดน็ ต้องพิจารณาว่าการตอบข้อสอบวธิ ใี ดจะเหมาะสมกวา่
18
การตอบข้อสอบโดยฟันธง ก็จะคล้ายกับการตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมาย แต่จะตัด
ข้อ ๑. ที่กล่าวมาแล้วออก ก็คือจะนาข้อเท็จจริงในคาถามมาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย พร้อมกับ
ให้เหตุผลประกอบ แล้วจึงสรุปผลทางกฎหมาย การตอบข้อสอบวิธีน้ีมีข้อดี คือ ไม่ต้องเสียเวลามาก
ในการตอบข้อสอบ โดยเฉพาะในกรณีที่ข้อสอบมีหลายประเด็น หากตอบฟันธงนักศึกษา
จะทาข้อสอบได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม การตอบข้อสอบวิธีนี้มีข้อเสีย คือ หากนักศึกษาตอบผิดธง
ก็จะไมไ่ ด้คะแนนจากหลักกฎหมายเลย
การสอบช้ันปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะมีจานวนข้อสอบและเวลาต่างกัน เช่น
ข้อสอบ ๕ ข้อ ใช้เวลาสอบ ๓ ชั่วโมง หรอื ข้อสอบ ๔ ข้อใช้เวลาสอบ ๓ ชั่วโมง หรือท่ีเนติฯ ข้อสอบ
๑๐ ข้อ ใช้เวลาสอบ ๔ ช่ัวโมง ข้อสอบบางข้ออาจจะมีหลายประเด็น แต่บางข้ออาจจะมีเพียงหนึ่ง
หรือสองประเดน็ หากนกั ศึกษามัวไปเสียเวลาทาข้อสอบที่มีหลายประเด็นจนหมดเวลาโดยไม่ไดต้ อบ
ข้อสอบบางข้อ นักศึกษาก็จะไม่มีโอกาสได้คะแนนจากข้อที่ไม่ได้ตอบเลย ดังน้ัน การคุมเวลาในการ
ทาข้อสอบแต่ละข้อ ก็เปน็ เรอ่ื งสาคัญท่ีนกั ศึกษาต้องตระหนกั ไวใ้ ห้มาก จากที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น
ว่าการตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายหรือฟันธงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะเรื่องเวลา
ที่แตกต่างกัน นักศึกษาจึงต้องพิจารณาว่าข้อสอบข้อใดควรจะตอบด้วยวิธีใด เพ่ือจะทาข้อสอบได้
ทันเวลาและได้คะแนนบ้างหากตอบผิดธง เช่น ข้อสอบที่มีประเด็นน้อยควรตอบโดยวางหลัก
กฎหมาย ข้อสอบที่มีหลายประเด็นก็อาจจะตอบแบบผสม โดยวางหลักกฎหมายเฉพาะประเด็น
ท่ีสาคัญท่ีสุดเพียงหน่ึงหรือสองประเด็น ประเด็นอื่นก็ตอบโดยฟันธง ส่วนข้อสอบที่มีหลายประเด็น
มาก ๆ กอ็ าจจะตอบโดยฟันธงทง้ั หมด
นอกจากจะต้องรู้วิธีการเขียนตอบขอ้ สอบท่ีถูกตอ้ งแลว้ นักศึกษาต้องฝึกเขียนตอบข้อสอบ
อย่างสม่าเสมอ โดยใช้เวลาเท่ากับการสอบจริงของในแต่ละสนามสอบ เพื่อจะได้ควบคุมเวลา
ในการทาขอ้ สอบและจะได้ฝึกเลอื กว่าข้อใดควรจะตอบโดยฟันธง ข้อใดควรตอบแบบผสม หรือข้อใด
ควรจะตอบโดยวางหลักกฎหมาย นักศึกษายงิ่ ฝึกเขียนตอบข้อสอบได้มากเท่าใด พัฒนาการกจ็ ะมาก
ขึ้นเท่านั้น เม่ือเข้าสนามสอบจริงก็จะเลือกวิธีการตอบที่เหมาะสมได้ หากนักศึกษาฝึกเขียนตอบ
อย่างสม่าเสมอแล้ว นักศึกษาจะได้คะแนนดีเท่าท่ีนักศึกษามีความรู้ได้ ไม่เสียคะแนนไปอย่างไม่น่า
จะเสยี
คาถามในหนังสือเล่มนี้บางข้อจะมีประเด็นมากเกินไป ไม่เหมาะที่จะเป็นข้อสอบจริง
ในระดับปริญญาตรี แต่เป็นเร่ืองที่ผู้แต่งต้ังใจทา เพราะหากนักศึกษาฝึกทาข้อสอบซ่ึงมีประเด็น
มาก ๆ ก็จะได้ฝึกจับประเด็นและจัดลาดับประเด็นที่ยุ่งยากได้ จนมีความชานาญในการจับและ
จดั ลาดับประเด็นของข้อสอบท่ีมปี ระเดน็ มาก ๆ ได้ เมื่อเข้าสอบแล้วนกั ศึกษาพบข้อสอบที่มีประเด็น
น้อย การจับและจัดลาดับประเด็นที่ง่ายกว่า นักศึกษาก็จะทาข้อสอบได้สบายข้ึน ในหนังสือเล่มน้ี
ข้อสอบบางข้อจะเป็นข้อสอบท่ีผแู้ ต่งแต่งขึ้นเอง แต่บางข้อนาคาถามและธงคาตอบในการสอบเนติฯ
หรือการสอบฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา มาปรบั ปรุงให้สอดคล้องกับวิธีการของผู้แต่ง โดยจะระบุสนามสอบ
และวันที่สอบไว้ หากนักศึกษาต้องการดูธงคาตอบจริงของข้อสอบดังกล่าว ก็สามารถหาดูได้จาก
19
หนังสอื ท่ีหนว่ ยงานดังกลา่ วรวบรวมไว้
ข้อบกพร่องในการตอบข้อสอบที่พบเป็นประจาก็คือ นักศึกษาลอกคาถามเกือบท้ังหมด
มาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย ซ่ึงข้อเท็จจริงจากคาถามบางประการไม่จาเป็นต้องนามาปรับเข้ากับ
ข้อกฎหมาย เมื่อใส่เข้ามาก็จะทาให้คาตอบวกวนเยิ่นเย้อและเสียเวลาในการเขียนท้ังจะทาให้
ได้คะแนนไม่ดีด้วย หลักกฎหมายบางมาตรามีหลายกรณี กรณีใดท่ีไม่เก่ียวข้องกับคาตอบนักศึกษา
ไม่ต้องเขยี นมา เพราะจะทาให้อาจารยส์ งสัยว่านักศึกษารู้หรือไม่ว่ากรณีตามคาถามเป็นกรณีใด เช่น
การพยายามกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ มี ๒ กรณีคอื ๑. ลงมอื กระทา
ความผิดแล้ว แต่กระทาไปไม่ตลอด ๒. ลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทานั้น
ไม่บรรลุผล ตัวอย่างเช่น ก เล็งปืนข้ึนจะยิง ข แต่ ค มาแย่งปืนไปก่อนท่ี ก จะยิง เป็นการพยายาม
กระทาความผิดท่ีลงมือกระทาความผิดแล้ว แต่กระทาไปไม่ตลอด หรือ ก ยิงถูก ข แต่แพทย์
ช่วยชีวิตไว้ทัน เป็นการพยายามกระทาความผิดที่ลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทา
นั้นไม่บรรลุผล คาถามเชน่ น้ี นักศึกษาต้องตอบให้ชัดเจนว่า เปน็ การพยายามกระทาความผิดกรณีท่ี
ลงมือกระทาความผิดแล้ว แต่กระทาไปไม่ตลอด หรือกรณีท่ีลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว
แต่การกระทาน้นั ไม่บรรลุผล ไมใ่ ช่ตอบมาหมดทง้ั ๒ กรณี
ข้อบกพร่องต่อไปที่พบก็คือนักศึกษาลอกคาถามมาแล้วฟันธงโดยไม่มีหลักกฎหมายและ
เหตุผลประกอบ การตอบข้อสอบด้วยวธิ ดี ังกล่าวนี้จะไมไ่ ดค้ ะแนนเลย
การตอบข้อสอบกฎหมายท่ีดีต้องนาข้อเท็จจรงิ จากคาถามมาปรับเขา้ กับข้อกฎหมายและให้
เหตุผลประกอบท่ีสั้นกระชับ แต่มีเนื้อหาครบถ้วน ซึ่งเป็นส่วนสาคัญท่ีผู้แต่งต้องการจะนาเสนอ
ในหนงั สือเล่มน้ี โดยผู้แต่งนาธงคาตอบมาแยกให้เหน็ ว่า ธงคาตอบส่วนใดเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีนามาจาก
คาถาม จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรขีดเส้นใต้ ส่วนใดเป็นข้อกฎหมาย จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรหนา
และส่วนใดเป็นเหตุผลประกอบการวินิจฉัยและสรุปผลทางกฎหมาย จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรหนา
ขีดเส้นใต้ ซึ่งนักศึกษาจะได้นาไปเป็นตัวอย่างในการฝึกเขียนตอบข้อสอบต่อไป และยังนาตัวอย่าง
คาตอบที่นักศึกษาตอบมา แล้วมีข้อบกพร่อง โดยแนะนาแนวทางในการแกไ้ ขและปรับปรุงการเขียน
ตอบให้ด้วย
สุดท้ายน้ีผู้แต่งขอฝากว่า ผู้ที่ฝึกเขียนตอบข้อสอบอย่างสม่าเสมอควบคู่กับการอ่านตารา
เมือ่ เขา้ สอบจรงิ จะทาขอ้ สอบได้ดีกวา่ ผทู้ ี่ไมเ่ คยฝกึ เขียนตอบข้อสอบอยา่ งแนน่ อน
20
ถาม - ตอบ
อาญา
การกระทา
ข้อ ๑ คาถาม นายแดงขับรถจักรยานยนต์พานางสาวขาวซ่ึงเป็นหญิงคนรักนั่งซ้อนท้าย
ไปเที่ยวงานสงกรานต์ ระหว่างทางนายแดงขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงมาก เมื่อถึงทางโค้ง
ก็ไม่ลดความเร็วลงจนเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่นายแดงขับล้มลงทาให้นางสาวขาวตกจาก
รถจักรยานยนต์ขาหักได้รับอันตรายสาหัสนอนหมดสติในพงหญ้าข้างทาง แล้วนายแดงขับ
รถจักรยานยนต์หลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือท้ิงให้นางสาวขาวนอนหมดสติในที่เกิดเหตุและไม่แจ้ง
ให้ผู้ใดทราบ ระหว่างนั้นนางสาวดาซ่ึงแอบชอบนายแดงและขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาทางเดียวกัน
เห็นนางสาวขาวนอนหมดสติในพงหญ้าข้างทาง แต่ก็ขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปเท่ียวต่อไม่ให้
ความช่วยเหลือ ต่อมาอีก ๘ วัน นายยอดไปหากบหาเขียดบริเวณพงหญ้าข้างทางพบนางสาวขาว
นอนหมดสติอยูจ่ งึ พานางสาวขาวไปสง่ โรงพยาบาล แพทย์รกั ษานางสาวขาวไม่ถงึ แกค่ วามตาย
ให้วนิ จิ ฉยั วา่ นายแดงและนางสาวดามคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด
คาตอบ นายแดงขับรถจักรยานยนต์พานางสาวขาวนั่งซ้อนท้ายไปด้วยความเร็วสูงมาก
เม่ือถึงทางโค้งก็ไม่ชะลอความเร็วลง เป็นกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะ
เช่นน้ันจักต้องมีตามวสิ ัยและพฤติการณ์ และผู้กระทาอาจใชค้ วามระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้ แต่หา
ได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เมื่อนายแดงไม่ลดความเร็วรถจักรยานยนต์ลงก่อนถึงทางโค้งจน
รถจักรยานยนต์ท่ีขับล้มลงทาให้นางสาวขาวตกจากรถจักรยานยนต์ขาหักได้รับอันตรายสาหัส
จึงเป็นการกระทาโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อ่ืนรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๐๐ บทหน่งึ
การกระทา ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหน่ึงอันใดขึ้นโดยงดเว้นจากการท่ี
จักต้องกระทาเพื่อป้องกันผลนั้นด้วยตามมาตรา ๕๙ วรรคท้าย การท่ีนายแดงขับรถจักรยานยนต์
พานางสาวขาวน่ังซ้อนท้ายไปเกิดอุบัติเหตุจนทาให้นางสาวขาวตกจากรถจักรยานยนต์ขาหักได้รับ
อันตรายสาหัสนอนหมดสติในพงหญ้าข้างทาง แล้วนายแดงขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไม่ให้ความ
ชว่ ยเหลือทิ้งให้นางสาวขาวนอนหมดสติในที่เกิดเหตุและไมแ่ จ้งให้ผู้ใดทราบน้ัน เป็นการกระทาโดย
งดเว้นที่นายแดงมีหน้าที่ต้องกระทาเพื่อป้องกันผล คือ ความตายของนางสาวขาว ซึ่งเป็นหน้าท่ี
อันเกิดจากการกระทาก่อน ๆ ของตน กล่าวคือการขับรถจักรยานยนต์ล้มทาให้นางสาวขาว
ตกจากรถ ซึ่งก่อให้เกิดหน้าท่ีต้องช่วยเหลือนางสาวขาว การที่นายแดงกระทาโดยงดเว้นไม่ให้
ความช่วยเหลือนางสาวขาวและไม่แจ้งให้ผู้ใดทราบโดยนางสาวขาวนอนหมดสติในพงหญ้าข้างทาง
นายแดงย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานั้นได้ว่านางสาวขาวอาจถึงแก่ความตายได้อย่างแน่นอน
เท่าที่จิตใจของบุคคลในฐานะเช่นนั้นจะเล็งเห็นได้ แม้นายแดงจะไม่ประสงค์ต่อผลในความตาย
21
ของนางสาวขาว แต่นายแดงก็มีเจตนาฆ่านางสาวขาวโดยเล็งเห็นผลแล้ว เม่ือนางสาวขาว
ไม่ถึงแก่ความตาย นายแดงลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทานั้นไม่บรรลุผล
นายแดงจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผอู้ ื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผลตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา
๘๐ และมาตรา ๕๙ วรรคท้าย อีกบทหน่ึง (ฎีกาที่ ๑๖๔๑๒/๒๕๕๕)
นางสาวดาเห็นนางสาวขาวนอนหมดสตขิ า้ งทางแตก่ ็ไม่ให้ความช่วยเหลือ ไมเ่ ปน็ การกระทา
โดยงดเว้นในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพราะนางสาวดาไม่มีหน้าที่ท่ีจักต้องกระทาเพื่อ
ป้องกันผล แต่เป็นการกระทาโดยละเว้น เพราะนางสาวดาเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต
ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจาเป็นตาม
มาตรา ๓๗๔ แม้นางสาวขาวไม่ถึงแก่ความตาย แต่การกระทาของนางสาวดาก็ไม่เป็นการพยายาม
กระทาความผิดตามมาตรา ๓๗๔ ประกอบมาตรา ๘๐ เพราะมาตรา ๓๗๔ เป็นการกระทาโดย
ละเว้นซึ่งเป็นความผิดที่ไม่ต้องการผล นางสาวดาจึงมีความผิดฐานเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตราย
แห่งชีวติ ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอนั ตรายแก่ตนเองหรือผู้อ่ืน แต่ไม่ชว่ ยตามความจาเป็น
ตามมาตรา ๓๗๔ ซง่ึ เปน็ การกระทาโดยละเว้นอนั เปน็ ความผดิ สาเร็จ
ฎีกาท่ี ๑๖๔๑๒/๒๕๕๕ วันเวลาเกิดเหตุจาเลยพาผู้เสียหายท่ี ๒ ซ่ึงเป็นหญิงคนรักนั่งซ้อน
ท้ายรถจักรยานยนต์ ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ท่ีจาเลยขับล้มลงทาให้ผู้เสียหาย
ท่ี ๒ ตกจากรถจักรยานยนต์ได้รับอันตรายสาหัสนอนหมดสติในพงหญ้าข้างทาง แล้วจาเลยหลบหนี
ไม่ให้ความช่วยเหลือ ทิ้งให้ผู้เสียหายที่ ๒ นอนหมดสติในท่ีเกิดเหตุเป็นเวลานานถึง ๘ วัน และ
ไม่แจ้งให้ผู้เสียหายท่ี ๑ ซึ่งเป็นมารดาทราบ จนมีผู้ไปพบผู้เสียหายที่ ๒ จาเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า
การงดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือ ผู้เสียหายที่ ๒ อาจถึงแก่ความตายได้ เม่ือผู้เสียหายที่ ๒ ไม่ถึงแก่
ความตาย จาเลยจึงมคี วามผิดฐานพยายามฆ่าผอู้ ่นื ตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ และ
มาตรา ๕๙ วรรคทา้ ย
ข้อสังเกต ฎีกานี้ศาสตราจารย์ ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ วิเคราะห์ไว้ใน FACEBOOK เกียรติขจร
วจั นะสวสั ด์ิ วา่
“(๑) จาเลยขับรถโดยประมาททาให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เพียงเท่าน้ี ก็ผิดมาตรา
๓๐๐ แลว้ ซงึ่ ศาลช้ันต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ก็ลงโทษจาเลยฐานนี้ ซ่ึงศาลฎีกาเหน็ พ้องด้วย
(๒) การหลบหนีไม่ช่วยเหลือท้ิงให้ผู้เสียหายนอนหมดสติในที่เกิดเหตุนาน ๘ วัน จนมี
ผู้ไปพบผู้เสียหาย การกระทาส่วนน้ี ศาลฎีกาลงโทษจาเลยตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐
และมาตรา ๕๙ วรรคทา้ ย
วเิ คราะห์
(ก) จาเลยฆ่าผู้เสียหาย เป็นการกระทาโดย “งดเว้น” การท่ีจาเลยมีหน้าที่ต้องกระทาเพื่อ
ป้องกันผล (ผล คือ ความตายของผู้เสียหาย) เป็นหน้าท่ีอันเกิดจาก “การกระทาก่อน ๆ ของตน”
กลา่ วคอื การขบั รถล้มทาใหผ้ ู้เสยี หายตกจากรถ ซึ่งก่อใหเ้ กดิ หนา้ ท่ตี อ้ งช่วยเหลอื ผูเ้ สยี หาย
(ข) จาเลยมเี จตนาฆ่า ซงึ่ ศาลฎีกาวนิ จิ ฉัยวา่ เป็นเจตนาฆา่ โดยเล็งเหน็ ผล
22
(ค) จาเลยเลง็ เห็นผลวา่ จะทาใหผ้ เู้ สียหายตาย (ผลเกิด) แต่เม่ือผูเ้ สียหายไมต่ าย (ผลไม่เกิด)
จงึ ผดิ ฐานพยายามฆ่า
ข้อสังเกต: ฎีกาน้ีเป็นบรรทัดฐานได้ว่า การฆ่าโดย “งดเว้น” หากผลไม่เกิด ก็ผิดฐาน
พยายามฆ่าได้ ดังนั้น หากแม่ต้องการฆ่าลูก แม่ไม่ให้นมลูกกิน ลูกอดนมใกล้ตาย แต่มีผู้มาช่วยเหลือ
ทนั แมก่ ็ผดิ ฐานพยายามฆ่าลกู ไดเ้ ช่นกัน
ข้อสังเกต: แต่ถ้าเป็นการกระทาโดย “ละเว้น” ผู้กระทาก็ไม่ผิดฐานพยายาม เช่น แดง
ไม่ช่วยดาที่กาลังจะจมน้าตายไปต่อหน้า ทั้ง ๆ ท่ีช่วยได้ แต่ขาวลงช่วยจนดาไม่ตาย แดงผิดมาตรา
๓๗๔ ไม่ใช่มาตรา ๓๗๔ ประกอบมาตรา ๘๐ เพราะมาตรา ๓๗๔ เป็นการกระทาโดย “ละเว้น”
ซ่ึงเป็นความผดิ ท่ไี มต่ อ้ งการผล”
ข้อ ๒ คาถาม นายเอกจ้างนายโทอดีตนักว่ายน้าทีมชาติท่ีตกอับให้ไปฆ่านายตรีด้วยการ
ใช้ปืนยิงให้ตาย นายโทไม่มีปืนจึงต้ังใจว่าจะไปหาซื้อปืน แต่ก่อนที่นายโทจะได้ปืน นายตรีมาว่ายน้า
ในสระท่ีนายโทคอยดูแลให้ความชว่ ยเหลอื ผู้มาว่ายน้า ขณะท่ีนายตรวี ่ายนา้ อยคู่ นเดียวในสระน้าโดย
มีนายโทดูแลความปลอดภัยอยู่นั้น นายตรีเป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย นายโทเห็นเหตุการณ์
แต่อยากได้เงินค่าจ้าง นายโทจึงแกล้งหลับไม่ช่วยเหลือนายตรี ในเวลาเดียวกันน้ัน นายจัตวา
เดินผ่านมามองเห็นเหตุการณ์พอดี แต่นายจัตวาก็ไม่ช่วยเหลือนายตรีเช่นเดียวกัน ท้ังท่ีนายจัตวา
ไม่ต้องกลัวว่าจะเกดิ อันตราย ขณะท่ีนายตรีกาลังจะจมน้านายโทเกิดความสงสาร จึงกระโดดลงสระ
ไปชว่ ยนายตรีขนึ้ มา นายตรไี มต่ าย เพียงแต่เป็นเหตุใหเ้ กดิ อันตรายแกก่ ายเทา่ นนั้
ใหว้ นิ ิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเอก นายโท และนายจตั วา
คาตอบ ประมวลกฎหมายอาญาที่เก่ยี วข้องมใี จความสาคัญว่า
มาตรา ๕๙ วรรคท้าย การกระทาโดยงดเว้นให้หมายความรวมถึง การให้เกิดผลอันหนึ่ง
อนั ใดขนึ้ โดยงดเวน้ การทจ่ี ักตอ้ งกระทาเพอื่ ป้องกันผลน้ันดว้ ย
มาตรา ๘๐ ผู้ใดลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทานั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้น
พยายามกระทาความผิด ต้องระวางโทษสองในสามของความผิด (หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องท้ังหมด
คือ เรื่องการกระทาโดยงดเวน้ และละเว้น การพยายามกระทาความผิด การกลบั ใจแก้ไขไม่ให้เกดิ ผล
ผ้ใู ช้ ขอบเขตของการใช้ และเหตุสว่ นตัว ตามมาตรา ๕๙, ๘๐, ๘๒, ๘๔, ๘๗, ๘๙ ซ่ึงไม่อาจวางหลัก
ท้ังหมดได้ทัน จงึ วางหลักเฉพาะ ๒ มาตราดงั กล่าว)
ความรับผิดทางอาญาของนายโท ขณะท่ีนายตรีเป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย เมื่อนายโท
มองเห็นแล้วนายโทยังแกล้งหลับไมช่ ว่ ยเหลือ เป็นการกระทาโดยงดเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๕๙ วรรคท้าย ซ่ึงให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหน่ึงอันใดขึ้น โดยงดเว้นการท่ี
จักต้องกระทาเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย เพราะนายโทมีหน้าท่ีโดยเฉพาะเจาะจงที่จะต้องคอยดูแล
ให้ความช่วยเหลือนายตรีผู้มาว่ายน้าเพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดผล คือ ความตายของนายตรี
การไม่เคลื่อนไหวของนายโทจึงเป็นการกระทาโดยงดเวน้ แล้ว (๒ คะแนน)
23
เมื่อนายโทแกล้งหลับไม่ช่วยเหลือขณะที่นายตรีกาลังจะจมน้า แต่นายตรีไม่ถึงแก่ความตาย
การกระทาของนายโทผ่านพ้นข้ันตระเตรียมเข้าสู่ข้ันลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การ
กระทาน้ันไม่บรรลุผล เพราะการกระทาของนายโทใกลช้ ิดต่อผลคือความตายของนายตรีจากการ
จมน้าตายแล้ว ต้องถือว่านายโทพยายามฆ่านายตรีโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเจตนาตามมาตรา
๒๘๙ (๔), ๘๐ (๒ คะแนน)
แม้นายโทจะพยายามฆ่านายตรีดังที่วินิจฉัยมาแล้ว แต่นายโทเกิดความสงสารจึงกระโดด
ลงสระไปช่วยนายตรีข้ึนมา นายตรีไม่ตาย เป็นกรณีท่ีผู้พยายามกระทาความผิดกลับใจแก้ไขไม่ให้
การกระทานนั้ บรรลุผล เพราะหากนายโทไม่ช่วยนายตรีคงจะจมน้าตาย เน่ืองจากไม่มีคนอน่ื ช่วย
เมือ่ นายโทช่วยจงึ ไดร้ ับยกเว้นโทษในความผดิ ฐานพยายามฆ่า ตามมาตรา ๘๒ (๑ คะแนน)
อย่างไรก็ตาม การกระทาของนายโทเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแกก่ ายของนายตรี จึงเป็นกรณี
การท่ีได้กระทาไปแล้ว ต้องตามบทกฎหมายท่ีบัญญัติเป็นความผิด นายโทจึงต้องรับโทษ
ในความผดิ ฐานทารา้ ยร่างกายนายตรีโดยไตรต่ รองไวก้ อ่ นตามมาตรา ๒๙๖, ๘๒ (๑ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายเอก แมน้ ายเอกจะจา้ งนายโทให้ไปฆา่ นายตรดี ้วยการใช้ปนื ยิง
แต่นายโทไปฆ่านายตรีด้วยการไม่ช่วยเหลือนายตรี เมื่อนายโทกระทาความผิดถึงข้ันลงมือ ซึ่งถือว่า
เป็นการพยายามฆ่านายตรโี ดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเจตนาดังท่ีวนิ ิจฉัยมาแล้ว แม้นายโทไมไ่ ด้ใชป้ นื ยิง
นายตรีตามท่ีนายเอกใช้ แต่ก็ถือว่าการกระทาความผิดของนายโทยังอยู่ในขอบเขตการใช้ของ
นายเอก เพราะนายเอกเป็นผู้ก่อให้นายโทไปฆา่ นายตรดี ้วยการจา้ ง เม่อื นายโทไปกระทาความผิด
ก็ถือว่านายโทกระทาความผดิ เพราะการก่อของนายเอกโดยไมต่ อ้ งคานึงถึงวิธีการฆ่า เมือ่ นายโท
ผู้ถูกใช้ได้กระทาความผิด นายเอกผู้ใช้ก็ต้องรับโทษเสมือนตัวการตามมาตรา ๘๔ วรรคสาม, ๘๗
วรรคแรก (๒ คะแนน)
แม้การกลับใจแก้ไขไม่ใหเ้ กดิ ผลของนายโท จะทาให้นายโทได้รับยกเว้นโทษในความผิดฐาน
พยายามฆ่านายตรีโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเจตนาดังท่ีวินิจฉัยมาแล้ว แต่ก็จะนาเหตุยกเว้นโทษนี้
มาใช้กับนายเอกผู้ใช้ไม่ได้ เพราะการกลับใจเป็นเหตุส่วนตัวของนายโทตามมาตรา ๘๙ นายเอก
จึงมีความผิดและต้องรับโทษในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเจตนา
โดยเป็นผใู้ ช้ (๑ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายจัตวา ขณะท่ีนายตรีเป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย นายจัตวา
เดินผ่านมามองเห็นเหตุการณ์พอดี แต่นายจัตวาก็ไม่ช่วยเหลือนายตรีเช่นเดียวกัน ท้ังท่ีนายจัตวา
ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตราย ไม่เป็นการกระทาโดยงดเว้นในความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืนโดยเจตนา
เพราะนายจัตวาไม่มีหน้าท่ีท่ีจักต้องกระทาเพ่ือป้องกันผล แต่ก็ถือว่าเป็นการกระทาโดยละเว้น
ไม่ช่วยเหลือผซู้ ึ่งตกอยูใ่ นภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแกต่ นเอง
แต่ไม่ช่วยตามความจาเป็นตามมาตรา ๓๗๔ ซ่ึงไม่ใช่การพยายามกระทาความผิด เพราะการ
ละเวน้ ตามมาตรา ๓๗๔ เป็นความผิดท่ีไม่ต้องการผลแห่งการกระทา จึงเปน็ ความผิดสาเร็จตาม
มาตรา ๓๗๔ แล้ว (๑ คะแนน)
24
ข้อสังเกต คาถามข้อน้ีมีหลายประเด็นหากตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายจะทาข้อสอบไม่ทัน
จึงควรตอบโดยฟันธง แต่เพ่ือป้องกันความผิดพลาด ควรตอบแบบผสมโดยวางหลักกฎหมายเพียง
บางส่วน ข้อความในหลักกฎหมายไม่จาเป็นต้องตรงตามตัวบททุกถ้อยคาขอให้ได้ใจความสาคัญ
ครบถ้วนกเ็ พียงพอ สาหรับชือ่ กฎหมายและเลขมาตราทีม่ ีในคาตอบ หากนักศกึ ษาจาเลขมาตราไมไ่ ด้
ก็ไม่ต้องใส่ เพราะหากตอบหลักกฎหมายถูกโดยไม่มีเลขมาตรา นักศึกษาก็จะได้คะแนนดีอยู่แล้ว
แต่ถา้ นกั ศกึ ษาตอบหลักกฎหมายถูกโดยใส่เลขมาตราผดิ อาจารย์บางทา่ นอาจหักคะแนน
หากนักศึกษาจะใส่เลขมาตราเพื่อให้คาตอบสมบูรณ์จริง ๆ ช่ือกฎหมายควรจะใช้ช่ือเต็ม
(ไม่ใช้ชื่อย่อ) โดยระบุชื่อกฎหมายคร้ังแรกเพียงครั้งเดียว ครั้งต่อ ๆ ไปจะใส่เฉพาะมาตราโดย
ไม่ใส่ช่ือกฎหมาย เช่น ใช้คาว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ในการกล่าวถึงคร้ังแรก
ต่อไปใช้เพียงคาว่า ตามมาตรา ๒๘๙ (๔), ๘๐ โดยไม่ต้องระบชุ ื่อกฎหมาย เพราะเมื่อกลา่ วถงึ มาตรา
ภายหลงั กค็ ือประมวลกฎหมายอาญาที่กล่าวมาตอนแรก การเขียนวิธีนี้เปน็ การเขยี นตอบวิธีเดียวกับ
ธงคาตอบของข้อสอบเนติฯ และผู้ชว่ ยผู้พพิ ากษา
ถา้ มีหลายกฎหมายจะเขียนอย่างไร เช่น ตอบวิชากฎหมายอาญา แต่ต้องอ้างหลักกฎหมาย
แพ่งประกอบเหตุผลในคาตอบ นักศึกษาควรใส่ชื่อและเลขมาตราเฉพาะชื่อและเลขมาตราตาม
ประมวลกฎหมายอาญา ส่วนกฎหมายแพ่งท่ีตอบควรจะอ้างเพียงหลักกฎหมายโดยไม่ต้องอ้างช่ือ
กฎหมายและเลขมาตรา เพ่อื ไมใ่ ห้สับสนว่ามาตราท่ีอา้ งถึงเป็นกฎหมายแพง่ หรืออาญา
คาถามข้อน้ีมี ผู้ถูกกระทำ เพียงคนเดียว แต่มี ผู้กระทำหลำยคน การตอบข้อสอบต้อง
วินิจฉัย ผู้กระทำที่เป็นผู้ลงมือกระทาความผิด คือ นายโทเสียก่อนในทุกประเด็นท่ีเกี่ยวข้อง แล้ว
จึงวินิจฉัยผู้กระทาท่ีเป็น ตัวกำร ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ต่อไป หากไม่วินิจฉัยตามลาดับดังกล่าว
แต่ไปวินิจฉัยผู้ใช้ก่อน คาตอบจะวกวน เช่น การวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเอกก่อน
นักศึกษาก็ต้องวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายโทในการวินิจฉัยความรับผิดของนายเอกด้วย
เพราะผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนตัวการ เม่ือถึงการวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายโท ก็จะต้อง
วินิจฉัยความรับผิดของนายโทซ่ึงวินิจฉัยไปแล้วขณะท่ีวินิจฉัยความรับผิดของนายเอก จะทาให้
คาตอบวกวนสับสน ดังนั้น ก่อนตอบข้อสอบนักศึกษาต้องจัดลาดับเสียก่อนวา่ จะวินิจฉัยความรับผิด
ทางอาญาของ ๑. นายโท ๒. นายเอก และ ๓. นายจัตวา ตามลาดับ และในความรับผิดของ
แต่ละบุคคลจะต้องวินิจฉัยประเด็นใดบ้าง ก็ต้องจัดลาดับไว้ ๑. กรณีของนายโทก็ต้องวินิจฉัยว่า
๑.๑ เป็นการกระทาโดยงดเว้น ๑.๒ เป็นการพยายามกระทาความผิด ๑.๓ มีการกลับใจได้รับ
ยกเว้นโทษ ๑.๔ ต้องรับโทษในความผิดท่ีได้กระทาไปแล้ว ๒. กรณีของนายเอกต้องวินิจฉัยว่า
๒.๑ ขอบเขตและผลของการใช้ ๒.๒ เหตุส่วนตัวของผู้กระทาความผิด ๓. กรณีของนายจัตวาต้อง
วนิ ิจฉัยว่า ๓.๑ ไม่เป็นการกระทาโดยงดเว้น แต่เปน็ การละเว้น ๓.๒ ไม่ใชพ่ ยายามกระทาความผิด
ตามมาตรา ๓๗๔
ข้อเทจ็ จริงในคาถามบางอย่าง เช่น "นายโทเปน็ อดีตนักว่ายน้าทมี ชาติท่ีตกอับ" ไม่ตอ้ งเขียน
มาในคาตอบ เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ต้องนามาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย มีอาจารย์หลายท่านเห็นว่า
25
เมื่อไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ต้องนามาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย ก็ไม่ควรจะมีในคาถาม แต่ผู้แต่งเห็นว่าการ
ตั้งคาถามตกุ๊ ตา แม้จะมีข้อเท็จจรงิ บางประการท่ีไม่ต้องนามาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย ก็นา่ จะมีอยู่ใน
คาถามได้หากไม่ทาให้คาถามยาวจนเกินไป ซ่ึงจะวัดผลได้ว่านักศึกษาจับประเด็นได้หรือไม่ เพราะ
ถ้านักศึกษาเขียนสิ่งเหล่าน้ีมาในคาตอบแสดงว่านักศึกษาไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงใดควรนามาปรับเข้ากับ
ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงใดไม่จาเป็นต้องเขียนตอบ ซ่ึงจะเป็นจุดที่ใช้แยกความแตกต่างระหว่าง
นักศกึ ษาทไ่ี ด้คะแนนเต็ม กับนักศึกษาท่ีตอบถูกธงแต่ได้คะแนนน้อย
ต่อไปจะเป็นตัวอย่างคาตอบที่นักศึกษาตอบมาทาง http://www.arjarnsomchai. com
ซึง่ จะเป็นประโยชนแ์ ก่นักศึกษาเพ่อื จะทราบแนวทางในการให้คะแนนและปญั หาในการตอบข้อสอบ
นกั ศกึ ษาจะได้นาไปปรับปรงุ และพฒั นาการเขียนตอบขอ้ สอบต่อไป
ในตัวอย่างคาตอบ ตัวอักษรปกติทั้งหมดเป็นคาตอบท่ีนักศึกษาตอบมา ส่วนที่ผู้แต่งให้
คะแนนและแนะนาจะ (ใส่ไว้ในวงเล็บพิมพ์ด้วยตัวอักษรหนา) ส่วนใดท่ีนักศึกษาไม่ควรตอบจะ
ทาเปน็ ตวั อกั ษรที่ถกู ขดี ฆา่
ตวั อย่างคาตอบที่ ๑ นายเอกจา้ งนายโทไปฆ่านายตรี (เป็นการก่อให้ผู้อ่ืนกระทาความผิด
ดว้ ยการจา้ งให้ผอู้ ื่นกระทาความผิด) นายเอกเปน็ ผู้ใช้ใหผ้ ู้อืน่ กระทาความผดิ ตามประมวลกฎหมาย
อาญา ม.๘๔มาตรา ๘๔ (ขาดหลักกฎหมายทีเ่ ตมิ ใหพ้ อให้ได้ ๑ คะแนน)
นายโทมีหน้าที่ในการดูแลให้ความช่วยเหลือผู้มาว่ายน้าในสระว่ายน้า นายตรีมาว่ายน้า
ในสระเป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย นายโทมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือ แต่ได้งดเว้นการที่จักต้องกระทา
เพ่ือป้องกันผล ตาม ม.๕๙ ว.๕ เพ่ือต้องการให้นายตรีถึงแก่ความตาย ม. ๒๘๘ และต้องการค่าจ้าง
ตามท่ีนายเอกจ้างฆ่านายตรี จึงไม่ให้ความช่วยเหลือนายตรี (ไม่ได้ตอบว่างดเว้นเพราะมีหน้าที่
โดยเฉพาะเจาะจง ให้เพียง ๑ คะแนน) แต่ขณะท่ีนายตรีกาลังจะจมน้านายโทสงสารจึงลงไปช่วย
เป็นการพยายามกระทาความผิด (ไม่ได้ตอบว่า การกระทาผ่านพ้นข้ันตระเตรียมเข้าสู่ข้ันลงมือ
อันเป็นการพยายามกระทาความผิด เพราะการกระทาใกล้ชิดต่อผลแล้ว ให้เพียง ๑ คะแนน)
แต่ยับยั้งเสีย (ข้อนี้ประเด็นเป็นการกลับใจ ไม่ใช่ยับย้ัง ไม่ได้คะแนนประเด็นนี้) ไม่ให้การกระทา
นน้ั บรรลผุ ล ม. ๘๒ จึงไม่ตอ้ งรบั โทษสาหรบั การพยายามกระทาความผิดนั้น
นายจัตวา เดินผ่านมามองเห็นเหตุการณ์นายตรีจะจมน้าแต่นายจัตวาไม่มีหน้าท่ี
ในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งนายจัตวาสามารถช่วยนายตรีได้แต่ไม่ช่วยตามความจาเป็นเป็นการ
กระทาความผิดตาม ม.๓๗๔ (๑ คะแนน)
ข้อเสนอแนะ ได้รวมจากทุกประเด็น ๔ คะแนน อ่านในภาพรวมแล้วพอให้ได้ ๕ คะแนนจาก ๑๐
คะแนน การนาผใู้ ช้ขึ้นก่อนผิดหลกั การตอบ เพราะต้องตอบผู้ลงมือก่อน ในคาตอบคาว่า "ม." ควรใช้
"มาตรา" "ว." ควรใช้ "วรรค" คาตอบนี้หากดูจากคาตอบแล้ว น่าเช่ือว่านักศึกษามีความรู้
เพียงพอที่จะตอบใหไ้ ด้คะแนนดีกวา่ นี้ได้ แต่ยังขาดทักษะการเขียนตอบ จึงได้คะแนนน้อยกว่าที่ควร
จะได้ หากพยายามฝึกเขียนต่อไป การตอบให้ไดข้ ้อละ ๘ คะแนนขึ้นไป จาก ๑๐ คะแนน ไม่ใช่เรื่อง
ยาก การตอบข้อสอบได้ แต่ทาไมสอบไม่ผ่าน ก็อาจจะเป็นเพราะเขียนตอบยังไม่ดีพอเช่นนักศึกษา
26
ท่านน้ี ซ่ึงสามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกเขียนตอบข้อสอบและลองอ่านดูข้อบกพร่องของคนอ่ืน เพ่ือ
พัฒนาการเขียน
ตัวอย่างคาตอบท่ี ๒ ความรับผิดของนายโท นายเอกจ้างนายโทให้ไปฆ่านายตรีด้วยการใช้
ปืนยิงให้ตาย นายโทไม่มีปืนจึงต้ังใจว่าจะไปหาซื้อปืน แต่ก่อนที่นายโทจะได้ปืน (ข้อความข้างหน้า
ไม่ต้องตอบในการวินิจฉัยประเด็นน้ี) นายตรีมาว่ายน้าในสระที่นายโทคอยดูแลให้ความช่วยเหลือ
ผมู้ าว่ายน้า ขณะท่ีนายตรวี ่ายน้าอยู่คนเดียวในสระน้าโดยมีนายโทดูแลความปลอดภยั อยู่น้ัน นายตรี
เป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย นายโทเห็นเหตุการณ์แต่อยากได้เงินค่าจ้าง นายโทแกล้งหลับไม่
ช่วยเหลือนายตรี (ไม่ได้ตอบประเด็น "งดเว้น") เช่นนี้ (ผ่านพ้นข้ันตระเตรียม) เป็นการลงมือฆ่า
นายตรีโดยวิธีการไม่ช่วยเหลือเม่ือนายตรีกาลังจะจมน้าตายแล้ว (เพราะการกระทาใกล้ชิดต่อผล
เป็นการพยายามกระทาความผิดแล้ว) (ขาดเหตุผลสาคัญท่ีเติมให้ประเด็นน้ีให้เพียง ๑ คะแนน)
แต่ขณะทน่ี ายตรกี าลังจะจมน้านายโทเกดิ ความสงสาร จึงกระโดดลงสระไปชว่ ยนายตรขี น้ึ มา นายตรี
ไม่ตายเพียงแต่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเท่าน้ัน เป็นการพยายามกระทาความผิดซ่ึงผู้กระทา
กลับใจยับย้ังเสียเองไม่กระทาไปโดยตลอด (ท่ีถูกคือ กลับใจแก้ไขไม่ให้เกิดผล) มีผลทาให้นายโท
ไม่ตอ้ งรบั ผิด (ทถี่ ูกคือ ไม่ต้องรับโทษ) ฐานพยายามฆ่านายตรีโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน (ให้ ๑ คะแนน)
แต่ต้องรับผิดฐานทาร้ายร่างกายนายตรีให้เกิดอันตรายแก่กายนายตรีตาม ปอ.มาตรา ๘๒ (ให้ ๑
คะแนน)
ความรับผิดของนายเอก การท่ีนายเอกจ้างนายโทให้ไปฆ่านายตรีด้วยการใช้ปืนยิงให้ตาย
แม้นายโทไม่ได้ใช้ปืนยิงแต่ใช้วิธีไม่ช่วยนายตรีเม่ือกาลังจะจมน้าตายแทน ก็ถือว่ายังอยู่ใน
วัตถุประสงค์ (ขอบเขต) ของการใช้ให้กระทาความผิดของนายเอก นายเอกจึงเป็นผู้ใช้ให้
นายโทกระทาผิดฐานฆ่านายตรีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อนายโทรับผิดฐานพยายามกระทาความผิด
ฐานฆ่านายตรีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นายเอกต้องรับโทษเสมือนนายโทคือรับโทษสองในสามส่วนของ
โทษของความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (๒ คะแนน) และนายเอกไม่ได้รับการยกเว้นโทษ
สาหรับความผิดฐานดังกล่าวเหมือนนายโท เพราะการกลับใจไม่กระทาผิด (แก้ไขไม่ให้เกิดผล) ของ
นายโทเป็นเหตุเฉพาะตวั ของนายโทเทา่ นั้น (๑ คะแนน)
ความรับผดิ ของนายจัตวา การท่ีนายตรเี ป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย นายจัตวาเดินผ่านมา
มองเห็นเหตุการณ์พอดี แต่นายจัตวาก็ไม่ช่วยเหลือนายตรี ท้ังที่นายจัตวาไม่ต้องกลัวว่าจะเกิด
อันตรายน้ัน นายจตั วาไม่ได้เป็นผู้มีหน้าท่ีในการช่วยเหลือผู้วา่ ยน้าท่ีสระว่ายน้าโดยตรงจึงไม่เป็นการ
กระทาความผิดโดยการงดเว้นหน้าท่ีท่ีต้องช่วยเหลือ แต่เป็นความผิดฐานละเว้นไม่ช่วยนายตรี
ผตู้ กอยภู่ ายในภยันตรายต่อชีวิตซึง่ ตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายต่อตนเองเป็นความผิดตาม
ปอ. มาตรา ๓๗๔ (๑ คะแนน)
ขอ้ เสนอแนะ ได้รวมทุกประเด็น ๗ คะแนน ท่ีใช้คาว่า "ปอ. มาตรา ๘๒" ควรใช้ "ประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๘๒" นักศกึ ษาทา่ นนีฝ้ ึกเขียนตอบต่อไปจะได้คะแนนขอ้ นเี้ ต็มได้
ตัวอย่างคาตอบที่ ๓ การท่ีนายโทเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยผู้มาว่ายน้าในสระน้า
27
มหี น้าทีด่ ูแลใหค้ วามช่วยเหลอื ผมู้ าว่ายนา้ ขณะท่ีนายตรีว่ายน้าอยู่คนเดยี วในสระเกดิ เปน็ ตะครวิ และ
กาลังจะจมน้า นายโทเห็นเหตุการณ์แต่แกล้งหลับไม่ชว่ ยเหลอื นายตรี การกระทาดงั กล่าวของนายโท
เจตนาไม่ช่วยเหลือผู้อ่ืน ซึ่งตนมีหน้าท่ี (เฉพาะเจาะจง) ต้องกระทา นายโทจึงต้องรับผิดฐานงดเว้น
กระทาเพื่อป้องกันผลนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคท้าย (ถ้าใชค้ าให้ดีกว่าเดิม
ก็คือ “เป็นการกระทาโดยงดเว้นในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” เพราะงดเว้นเป็น
การกระทาโดยงดเว้น ไม่ใชฐ่ านความผดิ ให้ ๑.๕ คะแนน)
นายโทประสงค์ให้นายตรีตาย สมดังเจตนาของตน แม้ว่าวิธีปฏิบัติจะไม่เป็นไปตามแผนที่
วางไว้ ดงั นั้น จงึ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙
(๔) แต่ (ผ่านพ้นข้ันตระเตรียม เข้าสู่ขั้นลงมือ เพราะการกระทาใกล้ชิดต่อผล) เมื่อนายตรีไม่ตาย
นายโทจึงต้องรับผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา ๒๘๙ (๔) , ๘๐ (ขาดหลัก
กฎหมายที่เตมิ ด้านหนา้ ประเดน็ นใ้ี หเ้ พยี ง ๑ คะแนน)
การท่ีนายโทพยายามฆ่านายตรีโดยปล่อยให้นายตรีจมน้าตายนั้น เมื่อนายตรีไม่ตาย
เน่ืองจากนายโทสงสารจึงกระโดดลงสระไปช่วยขึ้นมา การกระทาดังกล่าวเกิดจากการกลับใจแก้ไข
ไม่ให้การกระทาน้ันบรรลุผล นายโทจึงไม่ต้องรับผิด (ที่ถูกคือ ไม่ต้องรับโทษ) ฐานพยายามกระทา
ความผดิ ตามมาตรา ๘๒ (ใหเ้ พียง ๑ คะแนน)
แต่การที่นายโทปล่อยให้นายตรีเกือบจมน้าตายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเท่านั้น นาย
ตรจี งึ ตอ้ งรบั ผดิ ฐานทารา้ ยร่างกาย ตามมาตรา ๒๙๕, ๘๐ (ท่ถี กู ๒๙๖, ๘๐ ใหเ้ พยี ง ๐.๕ คะแนน)
นายเอกเป็นผู้ว่าจ้างนายโทให้ไปฆ่านายตรี (เป็นการก่อให้ผู้อ่ืนกระทาความผิดด้วยการ
จ้าง) นายเอกจึงเป็นผู้ใช้ให้นายโทไปกระทาผิดกฎหมาย เม่ือนายโทรับผิดฐานทาร้ายร่างกาย นาย
เอกผู้ใช้ จึงต้องรับผดิ ด้วยตามมาตรา ๒๙๕, ๘๐, ๘๔ (ประเดน็ นี้ ๐ คะแนน)
นายจัตวาผ่านมาเห็นเหตุการณ์ขณะที่นายตรตี กอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้
โดยไม่กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อ่ืน แต่ก็ละเว้นกระทาการช่วยเหลือตามความจาเป็น
นายจัตวาจงึ มีความผดิ ตามมาตรา ๓๗๔ (๑ คะแนน) รวมได้ ๕ คะแนน
ตัวอย่างคาตอบที่ ๔ ตาม ปอ. (ประมวลกฎหมายอาญา) มาตรา ๘๒ วางหลักว่า ผู้ใด
พยายาม (ลงมือ) กระทาความผิด (ไปตลอดแล้ว) หากยับยั้งไม่กระทาไปให้ตลอด (กลับใจแก้ไข
ไม่ให้เกิดผล) ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสาหรับการพยายามกระทาความผิดนั้น แต่การใดที่กระทาไปแล้ว
ต้องบทบัญญัติท่ีบัญญัติเป็นความผิด ผู้น้ันต้องรับโทษสาหรับความผิดนั้น ๆ (คาถามถามเรื่อง
กลับใจ แต่วางหลักกฎหมายเร่ืองยับย้ังมา หลักกฎหมายท่ีวางมาถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา
๘๒ มี ๑. ยบั ยัง้ ๒. กลับใจ ทถี่ ูกจะตอ้ งเลือกเฉพาะส่วนของกลับใจ)
ความรบั ผิดของนายโทต่อนายตรี ผู้ใดฆ่าผู้อ่ืน ผู้นั้นมีความผิดตาม ปอ. มาตรา ๒๘๘ การที่
นายโทเห็นนายตรีซึ่งว่ายน้าอยู่เป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย แต่นายโทแกล้งหลับไม่ช่วยเหลือ
นายตรี ทั้งที่นายโทมีหน้าท่ีดูแลให้ความช่วยเหลือผู้มาว่ายน้าในสระว่ายน้าน้ัน จึงเป็นการฆ่านายตรี
โดยงดเว้นการอันจักพึงต้องกระทาเพ่ือป้องกันผลน้ันตามมาตรา ๕๙ วรรคท้าย (ควรตอบด้วยว่า
28
เพราะมีหน้าท่ีเฉพาะเจาะจงตามสัญญา ให้เพียง ๑.๕ คะแนน) เม่ือ (การกระทาผ่านพ้น
ข้ันตระเตรียมเข้าสู่ข้ันลงมือกระทาความผิด เพราะการกระทาใกล้ชิดต่อผล แต่) นายตรีไม่ตาย
เพราะนายโท ยับย้ังไม่กระทาไปโดยตลอด (ลงมือกระทาความผิดโดยตลอดแล้ว แต่การกระทา
ไม่บรรลุผล) นายโทจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบ ๘๐ (ไม่ได้ตัดคะแนน
ประเด็นมาตรา ๒๘๙ (๔) ให้เพียง ๑ คะแนน)
แต่การที่นายโทกระโดดลงสระไปช่วยนายตรีขึ้นมา จนนายตรีไม่ตายนั้นถือเป็นการยับยั้ง
ไม่กระทาไปให้ตลอด (กลับใจแก้ไขไม่ให้เกิดผล) นายโทจึงไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานพยายาม
ฆ่านายตรี แต่นายโทยังคงต้องรับผิดฐานทาร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตาม
มาตรา ๘๒ (๑ คะแนน)
ความรับผิดของนายเอกต่อนายตรี การท่ีนายเอกจ้างนายโทให้ไปฆ่านายตรี ถือเป็นการก่อ
ให้นายโทกระทาความผดิ นายเอกจงึ เป็นผูใ้ ชใ้ หผ้ ู้อ่ืนกระทาความผดิ ฐานพยายามฆ่าผู้อ่ืนตามมาตรา
๘๔ วรรคหนึ่ง การที่นายเอกจ้างนายโทให้ไปฆ่านายตรีด้วยการใช้ปืนยิงให้ตาย เมื่อนายโทผู้ถูกใช้
ลงมือกระทาความผิด แม้จะลงมือกระทาความผิดด้วยวิธีการไม่ช่วยเหลือนายตรีซ่ึงกาลังจะ
จมน้าตายทั้งท่ีนายโทมีหน้าท่ี นายเอกก็ต้องรับผิดฐานผู้ใช้ซึ่งต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ
ตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบ ๘๔ วรรคสอง (ไม่ได้ตอบว่าอยู่ภายในขอบเขตแห่งการใช้
ใหเ้ พยี ง ๑ คะแนน)
แต่การท่ีนายโทกระโดดลงสระไปช่วยนายตรีข้ึนมา จนนายตรีไม่ตายนั้นถือเป็นการ ยับย้ัง
ไม่กระทาไปให้ตลอด (กลับใจแก้ไขไม่ให้เกิดผล) ทาให้นายโทไม่ต้องรับโทษในความผิดฐาน
พยายามฆา่ เหตยุ กเวน้ โทษดังกลา่ วเปน็ เหตใุ นลักษณะคดีซึง่ มีผล (เหตสุ ่วนตวั ไม่มีผล) ถงึ นายเอก
ผใู้ ช้ดว้ ย ดังนั้น นายเอกจึง ไม่ ต้องรับโทษฐานใช้ผู้อื่นให้กระทาความผิดฐานพยายามฆ่า แต่อย่างไร
ก็ตามนายเอกยังคงต้องรับผิดในการกระทาซึ่งเป็นความผิด นายเอกจึงต้องรับผิดฐานใช้ให้ผู้อ่ืน
กระทาความผดิ ฐานฆ่าผู้อื่น แตผ่ ู้ถูกใช้ยังมิได้กระทา ซ่งึ ต้องระวางโทษหนงึ่ ในสามตามมาตรา ๒๘๘,
๘๔ วรรคสอง (๐ คะแนน)
ความรับผิดของนายจัตวาตอ่ นายตรี ผู้ใดเห็นผู้อ่นื อยู่ในภยันตรายต่อชวี ิต ไม่ช่วยเหลือผู้อื่น
โดยไม่ต้องกลัวว่าตนจะเกิดอันตราย ผู้นั้นมีความผิดตามมาตรา ๓๗๔ การทนี่ ายจตั วาเหน็ เหตกุ ารณ์
แต่นายจัตวาก็ไม่ช่วยเหลือนายตรีซ่ึงเป็นตะคริวกาลังจะจมน้าตาย ทั้งท่ีนายจัตวาไม่ต้องกลัวว่าจะ
เกิดอันตราย นายจัตวาจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๗๔ แม้นายตรีจะไม่ถึงแก่ความตายเพราะนายโท
ช่วยเหลือได้ทันก็ตาม เพราะความผิดตามมาตรา ๓๗๔ เป็นความผิดท่ีไม่ต้องการผลแห่งการกระทา
แต่อยา่ งใด เพียงแคไ่ มช่ ว่ ยเหลอื กเ็ ปน็ ความผดิ สาเร็จแลว้ (๑ คะแนน)
ข้อเสนอแนะ ได้รวมแต่ละประเด็น ๕.๕ คะแนน การให้คะแนนท้ังข้อจะไม่ให้ครึ่งคะแนน โดย
อาจารย์ผตู้ รวจจะอา่ นแลว้ ดูในภาพรวมอีกครัง้ ขอ้ นี้อ่านในภาพรวมแล้วให้ ๕ คะแนน
คาถามข้อนี้ ที่ผู้แต่งนามาให้ลองทาดูก่อนข้ออ่ืนเพราะต้องการให้นักศึกษาเห็นว่าการตอบ
ข้อสอบท่ีมีผู้กระทาผิดหลายคน ต้องตอบ "ผู้ลงมือต่อผู้เสียหาย" "ผู้ใช้ต่อผู้เสียหาย" "ผู้สนับสนุน
29
ตอ่ ผู้เสียหาย" การตอบข้อสอบกฎหมายอาญาจะมีรูปแบบที่คล้ายกัน การฝึกเขียนมาก ๆ ก็จะทาให้
จัดลาดับในการตอบขอ้ สอบไดง้ ่ายข้นึ
ข้อ ๓ คาถาม นายโดมขับรถยนต์ไปงานแต่งงานของเพ่ือน ระหว่างขับรถนายโดมเกิด
อาการชักเพราะเป็นโรคลมบ้าหมู โดยท่ีนายโดมไม่ทราบมาก่อนว่าตนเป็นโรคนี้ การชักดังกล่าว
ทาให้นายโดมเหยียบคันเร่งอย่างแรง เป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนนายโจถึงแก่ความตาย สามวัน
ต่อมานายโดมตรวจสอบสภาพรถยนต์อีกคันหนึ่งทราบว่าห้ามล้อไม่ดี แต่นายโดมก็ขับรถยนต์
คันดังกล่าวไปธุระ เพราะรถคันที่ใช้ประจายังซ่อมไม่เสร็จ ระหว่างทางขณะที่นายโดมขับรถ
ด้วยความเร็วตามอัตราท่ีกฎหมายกาหนด นายก้องว่ิงตัดหน้ารถในระยะกระช้ันชิดมาก แม้รถ
ท่นี ายโดมขับจะมีห้ามลอ้ ดี นายโดมกไ็ ม่สามารถหยุดรถไดท้ ัน รถจึงชนนายก้องถงึ แก่ความตาย
ให้วนิ จิ ฉยั ความรับผดิ ทางอาญาของนายโดม
คาตอบ หลักกฎหมาย บุคคลจะต้องรับผิดต่อเมื่อมีการกระทาซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหว
หรอื ไมเ่ คลื่อนไหวร่างกายภายใตบ้ งั คับของจิตใจ
การกระทาโดยประมาท เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะ
เช่นน้ันจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ ซ่ึงอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้
ใหเ้ พยี งพอไม่
ผลโดยตรงตามทฤษฎีเง่ือนไขมีหลักว่า ถ้าไม่ทาผลไม่เกิด ถือว่าผลเกิดจากการะทานั้น แต่
ถ้าแมไ้ มม่ กี ารกระทาผลก็ยังต้องเกิด จะถอื วา่ ผลเกิดจากการกระทานน้ั ไมไ่ ด้
ความรับผิดทางอาญาของนายโดมต่อนายโจ บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อ
ได้กระทาโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเม่ือได้กระทาโดยประมาทนั้น
จะต้องมีการกระทาซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวหรือไม่เคล่ือนไหวร่างกายภายใต้บังคับของจิตใจ
นายโดมชักเพราะเป็นโรคลมบ้าหมูเป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนนายโจถึงแก่ความตายโดยนายโดม
ไม่ทราบมาก่อนว่าตนเป็นโรคนี้ การชักดังกล่าวมิได้อยู่ภายใต้บังคับของจิตใจ ไม่ใช่การกระทา
ตามความหมายของกฎหมาย นายโดมจึงไม่มีความรับผิดทางอาญาต่อนายโจ เพราะ
ขาดองค์ประกอบภายนอกของความผิดในส่วนของการกระทา เม่ือนายโดมไม่มีการกระทา
จึงไม่ตอ้ งพิจารณาความสมั พนั ธ์ระหว่างการกระทาและผล
ความรับผิดทางอาญาของนายโดมต่อนายก้อง นายโดมทราบว่ารถห้ามล้อไม่ดี แต่นายโดม
ก็ยังฝืนขับรถยนต์คันดังกล่าว เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะ
เช่นน้ันจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และนายโดมอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้
แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ กล่าวคือนายโดมควรจะนารถไปซ่อมห้ามล้อให้เรียบร้อยก่อนนารถ
ไปขับ การที่นายโดมยังฝืนขับรถดังกล่าวทั้งท่ีห้ามล้อไม่ดี จึงเป็นการกระทาโดยประมาทตาม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๙ วรรคส่ี แลว้
แม้ว่านายโดมจะกระทาโดยประมาทและเกิดผล คือ ความตายของนายก้อง แต่นายโดม
30
จะต้องรับผิดในผล ก็ต่อเมื่อความตายของนายก้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทาโดยประมาท
ของนายโดมตามทฤษฎีเงื่อนไขเท่านั้น หากความตายของนายก้องไม่เป็นผลโดยตรงจากการ
กระทา นายโดมกไ็ มต่ ้องรบั ผิดในผล เมอ่ื นายโดมไมส่ ามารถหยุดรถไดท้ ัน เพราะนายก้องวิ่งตัดหน้า
รถในระยะกระชั้นชิดมาก แม้รถจะห้ามล้อดี รถก็ยังต้องชนนายก้องตาย ต้องถือว่าแม้ไม่มีการ
กระทาผลก็ยังต้องเกิด จะถือว่าผลเกิดจากการกระทาน้ันไม่ได้ ความตายของนายก้องไม่ใช่
ผลโดยตรงจากการกระทาของนายโดม แม้นายโดมจะประมาท แต่ก็ไม่ต้องรับผิดในผลคือ
ความตายของนายกอ้ ง นายโดมจึงไม่มคี วามรับผดิ ทางอาญาต่อนายกอ้ ง
ข้อสังเกต คาถามข้อน้ีหากเปลี่ยนข้อเท็จจริงเป็นว่า นายโดมรู้ว่าตนเป็นโรคลมบ้าหมู แต่ก็ยังขับรถ
แล้วเกิดอาการชักจนเกิดอุบัติเหตุรถชนนายโจตาย ผลของคดีจะเปล่ียนแปลงไปเป็นว่า นายโดม
กระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้นายโจถึงแก่ความตาย เพราะถือว่ามีการกระทาโดยประมาทต้ังแต่
เรมิ่ ขบั รถแล้ว เพราะร้วู า่ รา่ งกายไมด่ ีกไ็ มค่ วรขับรถ ไม่ใช่ประมาทขณะทีช่ ัก
โดยปกติแล้วในความผิดท่ีกระทาโดยเจตนา หากความสัมพันธ์ระหว่างการกระทาและผล
ไม่สอดคล้องกัน แม้ผู้กระทาจะไม่ต้องรับผิดในผล แต่ผู้กระทาต้องรับผิดเท่าท่ีกระทาไปแล้ว เช่น
ก ยิง ข ข ว่ิงหนีไปถูกฟ้าผ่าตาย แม้จะเป็นผลโดยตรงแต่ ก ไม่ต้องรับผิดในผล เพราะมี
เหตุแทรกแซงท่ีวิญญูชนไม่อาจคาดเห็นได้ ก จึงไม่ต้องรับผิดในผล คือ ไม่ต้องรับผิดฐานฆ่าผู้อื่น
แต่ต้องรับผดิ ฐานพยายามฆา่
แต่ถ้าเป็นกรณีความผิดที่กระทาโดยประมาท ผู้กระทาไม่ต้องรับผิดเลย เพราะการกระทา
โดยประมาทไมม่ พี ยายามกระทาความผดิ
ข้อ ๔ คาถาม นายเอกและนายโทมาอาศัยนอนพักที่บ้านนายตรี คืนหน่ึงนายเอกละเมอ
หยิบปืนขึ้นมาเลง็ จะยิงไปทีน่ ายโท นายโทเขา้ ใจวา่ นายเอกจะฆ่าตน นายโทไวกว่า นายโทจึงหยบิ ปืน
ของตนยิงไปท่ีนายเอก กระสุนถูกนายเอก แต่นายเอกไม่ตายเพราะแพทย์ช่วยทัน ได้รับอันตราย
สาหัส และกระสุนปืนดงั กล่าวยงั ทะลุฝากน้ั หอ้ งไปถกู นายตรถี ึงแก่ความตาย
ให้วินจิ ฉัยความรบั ผิดทางอาญาของนายเอกและนายโท
คาตอบ หลักกฎหมายเร่ืองการกระทา เจตนา พลาด สาคัญผิด ป้องกัน พยายาม ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๖๐, ๖๒, ๖๘, ๘๐
ความรับผิดทางอาญาของนายเอกต่อนายโท การท่ีบุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญา
ก็ต่อเม่ือได้กระทาโดยเจตนานั้น จะต้องมีการกระทาซึ่งเกิดจากการเคล่ือนไหวร่างกายภายใต้
บังคับของจิตใจ ตามปัญหานายเอกละเมอหยิบปืนข้ึนมาเล็งจะยิงไปท่ีนายโท การเคล่ือนไหว
ดังกล่าวมิได้อยู่ภายใต้บังคับของจิตใจนายเอก ถือว่าไม่มีการกระทาตามกฎหมาย นายเอกจึงไม่มี
ความรบั ผิดทางอาญาตอ่ นายโท
ความรับผิดทางอาญาของนายโทต่อนายเอก นายโทยิงนายเอก แต่นายเอกไม่ตาย เป็น
การลงมอื กระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทาน้ันไม่บรรลผุ ล ถอื ว่าการกระทาของนายโท
31
ครบองค์ประกอบความผิดฐานพยายามฆ่านายเอกแล้ว แต่นายโทยิงนายเอกเพราะเข้าใจว่านาย
เอกจะฆ่าตนนั้น นายโทกระทาไปโดยสาคัญผิดในข้อเท็จจริง ซ่ึงถ้ามีอยู่จริงจะทาให้การกระทา
ไม่เป็นความผิด แม้ข้อเท็จจริงน้ันจะไม่มีอยู่จริง แต่นายโทสาคัญผิดว่ามีอยู่จริง การกระทาของ
นายโทย่อมไม่เป็นความผิด กล่าวคือความจริงนายเอกละเมอต้องถือว่าไม่มีการกระทา จึงเป็น
ภยันตรายซ่ึงมิได้เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย แต่นายโทสาคัญผิดว่าเป็น
ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย การท่ีนายโทยิงนายเอก นายโทย่อม
ไมม่ ีความผดิ ฐานพยายามฆ่านายเอกโดยเจตนา เพราะเป็นการป้องกันโดยชอบดว้ ยกฎหมายโดย
สาคัญผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ประกอบมาตรา ๖๒ วรรคแรก
ความรับผิดทางอาญาของนายโทต่อนายตรี การท่ีนายโทยิงนายเอกไม่เป็นความผิด เพราะ
เป็นการป้องกันโดยสาคัญผิด แล้วกระสุนปืนพลาดไปถูกนายตรีตาย เป็นการกระทาโดยเจตนา
ตอ่ บุคคลหน่ึง แตผ่ ลของการกระทาเกดิ แกอ่ ีกบคุ คลหนึง่ โดยพลาดไป ถอื ว่านายโทเจตนาฆ่านาย
ตรีโดยพลาดไปด้วย ตามมาตรา ๖๐ ซ่ึงก็ต้องถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายโดย
สาคัญผดิ ไม่เป็นความผิดดว้ ยเช่นเดยี วกนั เพราะเปน็ ผลสบื เน่ืองมาจากการป้องกันโดยชอบด้วย
กฎหมายต่อนายเอก นายโทจึงไม่มีความรับผิดทางอาญาต่อนายตรีในความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืน
โดยเจตนา เพราะเปน็ การป้องกันโดยสาคัญผิดและพลาดไป
ข้อสังเกต ข้อน้ีแม้ในคาถามมีข้อเท็จจริงท่ีว่า นายเอกได้รับอันตรายสาหัส แต่นักศึกษาอย่าตอบมา
ว่านายโททาร้ายเปน็ เหตุให้นายเอกรับอันตรายสาหัสโดยไมต่ ้องรับผิดเนื่องจากป้องกันโดยสาคัญผิด
เพราะเรือ่ งนเ้ี ป็นเจตนาฆ่ามาตั้งแตแ่ รก เมื่อไม่ตายก็ต้องเปน็ พยายามฆ่า สาหรับลาดับในการวินิจฉัย
ขอ้ น้ี ควรวนิ ิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเอกกอ่ น เพอื่ จะได้นาความรบั ผดิ ของนายเอกมาตอบ
ในสว่ นความรับผิดทางอาญาของนายโท
คาถามข้อนี้ถ้านายโททราบว่านายเอกละเมอโดยไม่มีการสาคัญผิด นายโทไม่อาจอ้าง
ป้องกันได้ เพราะการกระทาของนายเอก แม้จะเป็นภยันตราย แต่ก็มิได้เกิดจากการประทุษร้าย
อันละเมิดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม นายโทอาจอ้างว่ากระทาผิดด้วยความจาเป็น เพ่ือเป็นเหตุ
ยกเว้นโทษไดต้ ามมาตรา ๖๗ (๒)
32
องคป์ ระกอบภายนอก
ข้อ ๕ คาถาม นายสอนต้องการฆ่านางสีภรรยาของตนที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเพราะ
ต้องการทรัพย์มรดกของนางสี นายสอนพบนางสาวสวยซ่ึงเป็นพยาบาลที่ห้องประชาสัมพันธ์
โรงพยาบาล นายสอนจึงหลอกนางสาวสวยว่า นางสีต้องการรับประทานไก่ย่างตนจึงซ้ือมาฝาก
แล้วนายสอนมอบถุงไก่ย่างผสมยาพิษ เพื่อให้นางสาวสวยนาไปใส่จานให้นางสี รับประทาน
โดยนางสาวสวยไม่ทราบว่าไก่ย่างมียาพิษผสมอยู่ นางสาวสวยเทไก่ย่างใส่จานและต้ังใจ
จะนาไปให้นางสีรับประทานที่ห้องคนไข้ ซึ่งอยู่ห่างจากห้องประชาสัมพันธ์ประมาณ ๕๐ เมตร
ระหว่างเดินไปท่ีห้องคนไข้นางสาวสวยเดินหกล้มไก่ย่างหกไปที่พ้ืน ขณะเดียวกันน้ันนายสุจูงสุนัข
ของตนเดินผ่านมาเพอ่ื ไปเย่ียมคนไข้ สุนัขของนายสุเห็นไกย่ ่างตกที่พนื้ จงึ เข้าไปกินไกย่ ่าง เป็นเหตใุ ห้
สุนขั ของนายสุตาย
ให้วินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายสอนและนางสาวสวย เฉพาะในความผิดต่อชีวิต
และความผดิ ฐานทาให้เสยี ทรพั ย์
คาตอบ ประมวลกฎหมายอาญาท่ีเกย่ี วข้องมใี จความสาคัญวา่
บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาต่อเมือ่ ได้กระทาโดยเจตนา การกระทาโดยเจตนา คือ กระทา
โดยรู้สานึกในการท่ีกระทาและผู้กระทาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานั้น
ถ้าผู้กระทามิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทาประสงค์ต่อผล
หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานั้นไม่ได้ (หลักกฎหมายท่ีเก่ียวข้องท้ังหมด คือ เรื่องผู้กระทาผิด
โดยทางอ้อม เจตนาตามความเป็นจริง เจตนาโดยผลของกฎหมาย (พลาด) และการพยายามกระทา
ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๖๐, ๘๐ สาหรับคาตอบข้ออ่ืน ๆ จะไม่วางหลัก
กฎหมายให้ โดยขอใหน้ กั ศกึ ษาพิจารณาวางหลกั กฎหมายเอง)
ความรับผิดทางอาญาของนางสาวสวยต่อนางสีและนายสุ แม้การที่นางสาวสวยจะนา
ไก่ย่างผสมยาพิษไปให้นางสีรับประทานจะเป็นการฆ่าผู้อ่ืน แต่เม่ือนางสาวสวยไม่รู้ว่าไก่ย่าง
มียาพิษผสมอยู่ ต้องถือว่านางสาวสวยไม่มีเจตนากระทาความผิด เพราะถ้าผู้กระทามิได้รู้
ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผล
ของการกระทานั้นไม่ได้ นางสาวสวยจึงไม่มีความรับผิดทางอาญาต่อนางสีและนายสุเพราะ
ขาดเจตนากระทาผิด (๓ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายสอนต่อนางสี นายสอนต้องการฆ่านางสีและนายสอนหลอก
ให้นางสาวสวยนาไก่ย่างผสมยาพิษไปให้นางสีรับประทาน นายสอนไม่เป็นผู้ใช้เพราะนางสาวสวย
ไม่มีเจตนากระทาความผิดดังที่วินิจฉัยมาแล้ว แต่นายสอนเป็นผู้กระทาความผิดโดยทางอ้อม
โดยมีนางสาวสวยเป็นเคร่ืองมือในการกระทาความผิด เม่ือนายสอนมอบถุงไก่ย่างผสมยาพิษ
ให้นางสาวสวย ต้องถือว่าการกระทาของนายสอนได้ผ่านพ้นขั้นตระเตรียมเข้าสู่ขั้นลงมือกระทา
ความผิด เพราะนายสอนได้กระทาการในข้ันสุดท้ายซ่ึงตนต้องกระทาแล้ว เพียงแต่รอนางสาว
สวยซึ่งเป็นเคร่ืองมือในการกระทาความผิดไปดาเนินการต่อไปเท่าน้ัน การกระทาของนายสอน
33
ใกล้ชิดต่อผล จึงเป็นการลงมือกระทาความผิดแล้ว เม่ือนางสาวสวยเดินหกล้มไก่ย่างหกไปท่ีพื้น
นางสีไม่ได้รับประทานไก่ย่างจึงไม่ตาย ต้องถือว่านายสอนลงมือกระทาผิดไปตลอดแล้ว แต่การ
กระทาไม่บรรลุผลซึ่งเป็นการพยายามกระทาความผิดแล้ว นายสอนจึงมีความผิดฐานพยายาม
ฆ่านางสีโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเจตนา ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษในความผิดน้ัน
โดยเป็นผู้กระทาผิดโดยทางอ้อม (๔ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายสอนต่อนายสุ การท่ีนายสอนเจตนาฆ่านางสีและได้กระทา
ถึงขั้นลงมือฆ่านางสีดังที่วินิจฉัยมาแล้ว แม้การกระทาดังกล่าวจะทาให้สุนัขของนายสุตาย ก็ไม่อาจ
ถือว่าเป็นเจตนาทีจ่ ะกระทาตอ่ บุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทาเกิดแก่อกี บคุ คลหนึ่งโดยพลาดไป
ซึ่งเป็นการกระทาโดยพลาดในความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ของนายสุ เน่ืองจากการกระทาที่จะ
เป็นการกระทาโดยพลาดได้ จะต้องเป็นการกระทาโดยเจตนาในความผิดฐานเดียวกัน หากเป็น
กรณีเจตนากระทาต่อบุคคลแล้วไปเกิดผลแก่ทรัพย์ของอีกบุคคลหน่ึง ต้องถือว่าผู้กระทาไม่มี
เจตนากระทาความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ เพราะผู้กระทาไม่รู้ข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบ
ความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ เม่ือนายสอนเจตนาฆ่านางสี แต่ผลเกิดแก่ทรัพย์คือสุนัขของนายสุ
การกระทาของนายสอนจึงไม่เป็นการกระทาโดยพลาด นายสอนไม่มีความรับผิดทางอาญา
ต่อนายสุในความผดิ ฐานทาใหเ้ สียทรัพย์ (๓ คะแนน)
ขอ้ สังเกต คาถามข้อน้ีมีหลายประเด็น หากนักศึกษาตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายจะทาข้อสอบ
ไม่ทัน จึงควรตอบโดยฟันธง แต่เพ่ือป้องกันความผิดพลาด จึงควรตอบแบบผสม ข้อความใน
หลักกฎหมายไม่จาเป็นต้องตรงตามตัวบททุกถ้อยคา แต่ขอให้ได้ใจความสาคัญครบถ้วน และ
นักศึกษาไม่ควรจะใช้คาว่า กฎหมาย "บัญญัติว่า" เนื่องจากคาว่า "บัญญัติว่า" หากมีข้อความต่อไป
ขอ้ ความน้ันต้องตรงตามกฎหมายทุกประการ หากมีข้อความบางข้อความไม่ตรงตามตัวบท อาจารย์
บางท่านอาจจะหักคะแนน เพราะถือว่าใช้ภาษาไทยผิด การใช้คาว่า กฎหมายมีใจความสาคัญว่า
หรืออ่ืน ๆ ท่ีไม่ใช่ "บัญญัติว่า" น่าจะปลอดภัยกว่า นอกจากน้ี ขอให้พิจารณาด้วยว่า คาตอบข้อนี้
มีแต่หลักกฎหมายในคาตอบโดยไม่มีเลขมาตราเลยแม้แต่มาตราเดียว เมื่ออ่านแล้วก็รู้เรื่องเข้าใจได้
แสดงวา่ การไมใ่ ส่เลขมาตรา ไม่ทาให้คาตอบบกพร่อง หรือไม่ทาให้ได้คะแนนน้อยลงเลยดังที่กลา่ วไว้
ในตอนต้นแลว้
คาถามข้อน้ีมี ผู้กระทำ ๒ คน มี ผู้ถูกกระทำ ๒ คน การตอบข้อสอบกรณีผู้กระทา
ค น ห น่ึ งเป็ น เค รื่อ งมื อ ใน ก ารก ระ ท าค ว าม ผิ ด แ ล ะ ผู้ ก ระ ท าอี ก ค น ห นึ่ งเป็ น ผู้ ก ระท าค ว าม ผิ ด
โดยทางอ้อมต้องตอบ ๑. ผู้กระทาท่ีเป็น เคร่ืองมือ ในการกระทาความผิด ก่อน โดยตอบถึง
ผู้ถูกกระทาทุกคน เพราะเม่ือบุคคลที่เป็นเครื่องมือไม่รู้ ถือว่าไม่มีเจตนาต่อผู้ถูกกระทาคนหนึ่ง
ย่อมไม่มีเจตนาต่อผู้ถูกกระทาคนอ่ืน ๆ ด้วย ๒. แล้วจึงตอบ ผู้กระทาที่เป็น ผู้กระทำควำมผิด
โดยทำงอ้อม โดยตอบผู้กระทาความผิดโดยทางอ้อมต่อผู้ถูกกระทาคนแรก และผู้กระทาความผิด
โดยทางอ้อมต่อผู้ถูกกระทาคนหลัง ดังนั้น ก่อนตอบข้อสอบนักศึกษาต้องจัดลาดับเสียก่อนว่าจะ
วินจิ ฉัยความรับผิดทางอาญาของ ๑. นางสาวสวยต่อนางสีและนายสุ ๒. นายสอนต่อนางสี และ
34
๓. นายสอนตอ่ นายสุ ตามลาดับ
เน่ืองจากคาถามไม่ได้ถามเร่ืองปลอมปนอาหารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๓๖
จึงไม่ต้องตอบเรื่องดังกล่าว หากคาถามถามว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด
นกั ศกึ ษาต้องตอบมาตรา ๒๓๖ เรอื่ ง ปลอมปนอาหารดว้ ย
สาหรับภาษาที่ใช้ขอให้นักศึกษาใช้ภาษาสุภาพท่ีเป็นทางการด้วย เนื่องจากขณะตรวจ
ข้อสอบข้อน้ีในสมุดคาตอบเล่มแรกผู้แต่งต้องย้อนกลับไปดูในคาถามว่า ผู้แต่งใช้คาว่า "สุนัข" หรือ
ใชค้ าวา่ "หมา" เพราะนกั ศึกษาหลายคนพา "หมา" มาเทย่ี วในสมดุ คาตอบ ซงึ่ นักศึกษาไม่ควรจะทา
ข้อเท็จจริงท่ีว่า ฆ่าเพราะต้องการทรัพย์มรดก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะต้องนามาปรับเข้ากับ
ข้อกฎหมาย จึงไม่ควรมใี นคาตอบ
เม่ือนักศึกษาฝึกทาข้อสอบข้อน้ีแล้วขอให้สังเกตว่า หากข้อเท็จจริงในคาถามข้อน้ีเปล่ียนไป
เล็กน้อย เช่น เปล่ียนจากเดิมที่นายสอนหลอกนางสาวสวย เป็นนายสอนจ้างนางสาวสวยฆ่านางสี
คาตอบจะเปลย่ี นไปอยา่ งไร ขอให้พจิ ารณาจากคาถามและคาตอบข้อ ๒๗ หน้า ๑๑๗
ตัวอย่างคาตอบท่ี ๑ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๙ วรรคแรก วางหลักว่า บุคคล
จะต้องรับผิดทางอาญาต่อเม่ือได้กระทาโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทาโดยประมาทในก รณีที่
กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทาโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีท่ีกฎหมายบัญญัติไว้
โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทาโดยไม่มีเจตนา และวรรคสอง วางหลักว่า กระทาโดยเจตนา
ได้แก่ การกระทาความผิดโดยรู้สานึกในการกระทา และในขณะเดียวกันผู้กระทาประสงค์ต่อผล
หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทา และวรรคสาม วางหลักว่า ถ้าผู้กระทามิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็น
องคป์ ระกอบของความผิดจะถือว่า ผูก้ ระทาประสงค์ต่อผลหรอื ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานัน้ มิได้
ตามปัญหา นายสอนต้องการฆ่านางสีจึงหลอกให้นางสาวสวยนาไก่ย่างผสมยาพิษไปให้นาง
สี ตามพฤตกิ ารณ์ถอื วา่ นางสาวสวยไมร่ ู้ข้อเท็จจรงิ อนั เปน็ องคป์ ระกอบของความผิดคือไมร่ ู้ว่ามียาพิษ
ผสมอยู่ จะถือว่านางสาวสวยกระทาโดยเจตนามิได้ นางสาวสวยเป็นเพียง innocent agent จึงไม่มี
ความผดิ ฐานพยายามฆา่ นางสีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐
การที่นางสาวสวยหกล้มไก่ย่างตกพื้น และสุนัขของนายสุมากินและตาย นางสาวสวยไม่ผิด
ฐานทาให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๘ เนื่องจากองค์ประกอบความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์จะต้อง
มีเจตนาอันเป็นองค์ประกอบความผิด นางสาวสวยมิได้มีเจตนากระทาต่อสุนัขของนายสุ และ
ความผดิ ฐานทาให้เสียทรัพยโ์ ดยประมาทไม่อาจมไี ด้ (๓ คะแนน)
สาหรับนายสอนมีเจตนาฆ่าผู้อ่ืน คือ นางสีภรรยาของตน จึงได้หลอกให้นางสาวสวยนา
ไก่ย่างผสมยาพิษไปให้นางสีกิน ถือว่านายสอนเป็นผู้กระทาผิดเองโดยตรง (โดยอ้อม) เม่ือนายสอน
นาไก่ย่างผสมยาพิษไปมอบให้นางสาวสวยถือว่านายสอนได้กระทาในข้ันตอนสุดท้ายที่นายสอนต้อง
กระทาแล้ว พ้นข้ันตระเตรียม เนื่องจากใกล้ชิดกบั ความผดิ สาเร็จ เมอื่ การกระทาไม่บรรลุผลคือนางสี
ไม่ตาย ถือว่านายสอนลงมือกระทาความผิดฐานฆ่านางสีตลอดแล้ว แต่การกระทานั้นไม่บรรลุผล
นายสอนมีความผิดฐานพยายามฆ่าผูอ้ ่นื โดยเจตนาตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ (ประเดน็ นี้
35
ให้ ๔ คะแนน โดยไม่ตัดคะแนนกรณีผิดมาตรา ๒๘๘ หรือมาตรา ๒๘๙ (๔) เพราะต้องการวัด
ความรู้ภาคท่ัวไป แต่ถ้าเป็นข้อสอบฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อสอบฯ อัยการผู้ช่วย หรือข้อสอบ
เนตฯิ อาจถกู ตัดคะแนนประเด็นมาตรา ๒๘๙ (๔))
การที่สุนัขของนายสุตาย เน่ืองจากนายสอนไม่มีเจตนากระทาต่อสุนัขของนายสุ จึงไม่มี
ความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๘ และความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์โดยประมาท
ไม่อาจมีได้ เน่ืองจากต้องมีเจตนาเป็นองค์ประกอบความผิด (ไม่ได้ปรับบทมาตรา ๖๐ เรื่องพลาด
ไดค้ ะแนนน้อยลง ใหเ้ พยี ง ๑ คะแนน ไดร้ วม ๘ คะแนน)
ตัวอยา่ งคาตอบที่ ๒ ๑. การที่นางสาวสวยนาไก่ยา่ งผสมยาพษิ ใส่จานเพื่อนาไปให้นางสกี ิน
โดยไม่รู้ว่าไก่ย่างดังกล่าวมียาพิษผสมอยู่น้ัน การกระทาดังกล่าวของนางสาวสวยเป็นการกระทาไป
โดยไม่รขู้ อ้ เท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด กล่าวคือวา่ นางสาวสวยไมร่ วู้ ่าไก่ย่างดังกล่าวนั้น
มียาพิษผสมอยู่จึงเป็นการกระทาโดยขาดเจตนากระทาความผิดฐานพยายามฆ่านางสี อน่ึง การที่
นางสาวสวยทาไก่ย่างตกพ้ืน แม้เป็นการกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้สุนัขของนายสุกินแล้วตาย
นางสาวสวยก็ไม่ต้องรับผิดในผลของการกระทาดังกล่าวเนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นค วามผิด
(๓ คะแนน)
๒. กรณีของนายสอนการท่ีนายสอนหลอกนางสาวสวยให้นาไก่ย่างผสมยาพิษดังกล่าวไปให้
นางสีกินนั้น มิใช่เป็นการก่อให้ผู้อ่ืนกระทาความผิดเนื่องจากนางสาวสวยมิได้มีเจตนาท่ีจะกระทา
ความผดิ ฐานฆ่าคนตายตามทีน่ ายสอนก่อขึ้น จงึ มิใช่เป็นการใชใ้ หผ้ ู้อื่นกระทาความผิด แต่การกระทา
ดังกล่าวของนายสอนเป็นการลงมือกระทาความผิดแต่กระทาไปไม่ตลอด (ไปตลอดแล้วแต่ไม่
บรรลุผล) เน่ืองจากนางสียังมิได้กินไก่ย่างดังกล่าว (ขาดเหตุผลว่า ผ่านพ้นข้ันตระเตรียม
กบั เหตผุ ลว่า ใกลช้ ิดตอ่ ผลแล้ว) นายสอนจึงเป็นผู้กระทาความผิดโดยอ้อมความผิดฐานพยายามฆ่า
ผู้อ่ืนตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ โดยนางสาวสวยเป็นเคร่ืองมือในการกระทาความผิด
(๒.๕ คะแนน)
อนึ่ง การที่สุนัขของนายสุตายเน่ืองจากกินไก่ย่างดังกล่าว นายสอนไม่ต้องรับผิดในผลของ
การกระทาดังกล่าว เน่ืองจากนายสอนมิได้มีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลของการกระทา
ในความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ และการกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้สุนัขของนายสุกินแล้วตาย
นายสอนก็ไม่ต้องรับผิดในผลของการกระทาดังกล่าวเน่ืองจากไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด
(ไม่ได้ปรับบทการกระทาโดยพลาดตามมาตรา ๖๐ ให้เพียง ๑ คะแนน รวมได้ ๖.๕ คะแนน แต่
การให้คะแนนจะให้เป็นจานวนเต็ม ดภู าพรวมแล้วให้ ๗ คะแนน)
ตวั อย่างคาตอบที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วางหลักไวว้ ่า บคุ คลจะต้อง
รบั ผิดในทางอาญาก็ต่อเม่ือได้กระทาโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทาโดยประมาท ในกรณีท่ีกฎหมาย
บัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทาโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัด
ให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทาโดยไม่มีเจตนา กระทาโดยเจตนา ได้แก่ กระทาโดยรู้สานึกในการที่กระทา
และในขณะเดียวกันผู้กระทาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานั้น ถ้าผู้กระทามิได้รู้
36
ข้อเท็จจรงิ อนั เป็นองค์ประกอบของความผิด จะถอื วา่ ผู้กระทาประสงคต์ ่อผลหรอื ย่อมเล็งเห็นผลของ
การกระทานั้นมิได้
ความรับผิด ชอบ ทางอาญาของนางสาวสวยต่อนางสี แม้ว่าการท่ีนางสาวสวยจะนาไก่ย่าง
ผสมยาพิษไปให้นางสีนั้น จะถือว่าเป็นการฆ่าผู้อ่ืน แต่เม่ือนางสาวสวยไม่รู้ว่าไก่ย่างท่ีตนนาไปนั้น
มียาพิษอยู่ จึงต้องถือว่านางสาวสวยน้ันไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทาผิด เพราะถ้าผู้กระทาความผิด
มิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้น้ัน (เจตนา) กระทาความผิดมิได้
จึงถือว่านางสาวสวยเป็นเครื่องมือในการกระทาความผิดของนายสอนโดย (นายสอนเป็นผู้กระทา
ความผดิ โดย) ทางออ้ ม นางสาวสวยจงึ ไมม่ ีความผดิ ทางอาญา (๒.๕ คะแนน)
ความรบั ผดิ ทางอาญาของนายสอนต่อนางสี นายสอนไดห้ ลอกให้นางสาวสวยนาไก่ยา่ งท่ีตน
ผสมยาพิษไว้น้ันไปให้นางสีรับประทาน เมื่อนายสอนนาไก่ไปให้นางสาวสวยแล้ว ถือว่านายสอน
ได้กระทาความผิดฐานฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเป็นการกระทาความผิดทางอ้อม แต่เม่ือ
นางสาวสวยได้เดินล้มและไก่หกลงพื้น จึงทาให้นางสีไม่ตาย ต้องถือว่านายสอนได้ (กระทาผ่านพ้น
ขั้นตระเตรียม เข้าสู่ขั้นลงมือ) กระทาความผิด (ใกล้ชิดต่อผล เป็นการกระทาผิดไป) โดยตลอด
แล้ว แต่ไม่บรรลุผล จึงเป็น แค่ (เพียง) การพยายามฆ่านางสีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงต้องระวางโทษ
สองในสามสว่ นของความผิด (๒.๕ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายสอนต่อนายสุ การที่นายสอนต้องการฆ่านางสีนั้น
แต่กระทาไม่สาเร็จ และผลทาให้สนุ ัขของนายสตุ ายนน้ั ไมถ่ ือวา่ เปน็ การกระทาโดยพลาด (ฐานทาให้
เสียทรัพย์) เพราะการกระทาที่จะเป็นความผิดโดยพลาดน้ันจะต้องเป็นการกระทาที่เจตนาฐาน
เดียวกนั หากเป็นการกระทาต่อบุคคลหนึ่งแล้วไปเกิดผลต่อทรัพย์ของอีกบุคคลหน่ึง เพราะผู้กระทา
ไม่รู้ข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบของความผิดที่ทาให้เสียทรัพย์ จึงถือว่านายสอนไม่มีความผิด
ในการกระทาโดยพลาด (๓ คะแนน รวมได้ ๘ คะแนน)
ข้อ ๖ คาถาม นายหน่ึงเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับคาส่ังจากผู้บังคับบัญชา
ให้ไปปรับปรุงระบบสายไฟฟ้าบริเวณทางโค้งแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นไม้กีดขวางแนวทางพาดสายไฟฟ้าอยู่
ต้นหน่ึง นายหนึ่งจึงไปสอบถามนายสองซึ่งเปน็ ผู้ชว่ ยผใู้ หญบ่ ้านทอ้ งที่ โดยนายสองเคยมกี รณพี ิพาท
ฟอ้ งรอ้ งนายขาวแยง่ กรรมสทิ ธิใ์ นที่ดินท่ปี ลูกต้นไม้ดังกล่าวและศาลมคี าพิพากษาถึงที่สดุ ว่าท่ดี ินและ
ตน้ ไม้ดังกล่าวเป็นกรรมสทิ ธิ์ของนายขาว แต่นายสองต้องการแกล้งนายขาว จึงบอกนายหนึ่งว่าที่ดิน
ดังกล่าวเป็นของนายสองและอนุญาตให้ตัดฟันต้นไม้ได้ นายหนึ่งเช่ือโดยสุจริต จึงจ้างนายสาม
ชาวบ้านในบริเวณน้ันให้ตัดต้นไม้ นายสามต้องการเงินค่าจ้าง จึงรับจ้างเข้าไปตัดฟันต้นไม้ในท่ีดิน
ดงั กล่าว ทัง้ ๆ ทรี่ ูว้ า่ นายขาวเป็นเจ้าของท่ดี นิ และไม่ไดย้ นิ ยอมให้เขา้ ไปตัดตน้ ไม้
ให้วินจิ ฉัยความรบั ผดิ ทางอาญาของนายหน่งึ นายสอง นายสาม
(ปรบั ปรงุ จากข้อสอบฯ ผ้ชู ่วยผ้พู ิพากษา (สนามเลก็ ) เมือ่ วันท่ี ๑๕ มิถนุ ายน ๒๕๔๖)
37
คาตอบ หลักกฎหมายเรื่องผู้กระทาผิดโดยทางอ้อม เจตนา ผู้ใช้ ตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา ๕๙, ๘๔
ความรับผิดทางอาญาของนายสาม นายสามรับจ้างนายหนึ่งเข้าไปตัดฟันต้นไม้ในที่ดินของ
นายขาวท้ัง ๆ ที่รู้ว่านายขาวเป็นเจ้าของท่ีดินและไม่ได้ยินยอมให้เข้าไปตัดต้นไม้ ทาให้ต้นไม้ของ
นายขาวเสียหาย แสดงว่านายสามมีเจตนาเข้าไปกระทาการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการ
ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของนายขาวโดยปกติสุข และมีเจตนาท่ีจะทาให้ต้นไม้ของนายขาว
เสียหาย เพราะนายสามรู้ข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบความผิด และประสงค์ต่อผลในการ
กระทาความผิด การกระทาของนายสามจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกและฐานทาให้เสียทรัพย์ ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๕๘
ความรับผิดทางอาญาของนายหนงึ่ แมก้ ารท่ีนายหน่ึงจ้างนายสามให้เขา้ ไปตัดต้นไม้ จะเป็น
การก่อให้นายสามกระทาความผิดด้วยการจ้าง ครบองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐาน
บุกรุกและฐานทาให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๖๒, ๓๕๘ ประกอบมาตรา ๘๔ แต่เมื่อนายหนึ่งเช่ือ
โดยสุจริตตามท่ีนายสองบอกว่าที่ดินท่ีปลูกต้นไม้ดังกล่าวเป็นของนายสองและอนุญาตให้ ตัดฟันได้
นน้ั ถือได้ว่านายหน่ึงไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถอื ว่านายหน่ึงผู้กระทา
ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทาน้ันมิได้ ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม นายหน่ึงจึง
ไม่มีเจตนาใช้ให้นายสามกระทาความผิด เพราะไม่รู้ย่อมไม่มีเจตนา นายหน่ึงเป็นเพียงเครอื่ งมือ
ในการกระทาความผดิ ของนายสองเทา่ นน้ั นายหน่งึ จึงไม่มคี วามรับผดิ ทางอาญาต่อนายขาว
ความรับผิดทางอาญาของนายสอง นายสองทราบว่าที่ดินและต้นไม้เป็นของนายขาว
แต่ต้องการแกล้งนายขาว จึงบอกนายหนึ่งว่าที่ดินเป็นของตนและอนุญาตให้ตัดฟันต้นไม้ได้นั้น
แม้ถือไม่ได้ว่านายสองเป็นผู้ใช้ให้นายหน่ึงกระทาผิดตามมาตรา ๘๔ เพราะนายหนึ่งขาดเจตนา
กระทาความผิดก็ตาม แต่เม่ือนายหนึ่งจ้างนายสามให้เข้าไปตัดต้นไม้ และนายสามได้กระทาผิด
โดยรู้ว่านายขาวเป็นเจ้าของท่ีดินและไม่ได้ยินยอมให้เข้าไปตัดต้นไม้นั้น การกระทาของนายสอง
ย่อมถือได้ว่านายสองเป็นผู้ก่อให้นายสามกระทาความผิดด้วยวิธีอ่ืนใด อันเป็นผู้กระทาผิด
โดยทางอ้อม โดยมีนายหน่ึงเป็นเครื่องมือในการกระทาความผิด นายสองจึงเป็นผู้ใช้ให้นายสาม
กระทาความผดิ เม่อื นายสามไปกระทาความผดิ ตามทใี่ ช้ นายสองจงึ ตอ้ งรบั โทษเสมอื นตวั การ
ข้อสังเกต การไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙
วรรคสาม และการสาคัญผิดในข้อเท็จจริงที่จะทาให้การกระทาไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๒
วรรคแรก ต่างก็เป็นเร่ือง "สาคัญผิด" หรืออีกนัยหนึ่งคือ "เข้าใจผิด" เหมือนกัน แต่ความสาคัญผิด
หรือเข้าใจผิดดังกล่าวแตกต่างกันตรงทวี่ ่ากรณีตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม เป็นความสาคัญผดิ ท่ีทาให้
ผู้กระทา "ขาดเจตนา" ส่วนความสาคัญผิดตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก เป็นความสาคัญผิดที่ทาให้
ผู้กระทาซึ่ง "มีเจตนา" อยู่แล้วไม่มีความผิด (ดูเพิ่มเติมในศาสตราจารย์ ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์,
คาอธบิ ายกฎหมายอาญาภาค ๑ เลม่ ๑ พิมพค์ รั้งท่ี ๑๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ หน้า ๒๙๔ ถึง ๒๙๘)
การไม่รู้ข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบ ต้องถือว่าไม่มีเจตนาตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ซ่ึงมี
38
ฎกี าท่ี ๖๔๐๕/๒๕๓๙ ตัดสินว่า การที่จาเลยกระทาชาเราผู้เสียหายอายุ ๑๔ ปีเศษ โดยสาคัญผิดว่า
อายุ ๑๗ ปี เท่ากับไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคแรก ถือว่า
ไม่มีเจตนากระทาความผิดตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ซึ่งตัดสินถูกต้องตามหลักกฎหมายแล้ว แต่
ตอ่ มามฎี ีกาท่ี ๔๖๙๘/๒๕๔๐ ตัดสินวา่ จาเลยไมท่ ราบว่าผู้เสียหายท่ยี อมให้ตนรว่ มประเวณดี ว้ ยอายุ
ไม่เกิน ๑๕ ปี เป็นการสาคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๒๗๗
วรรคแรก ประกอบมาตรา ๖๒ วรรคแรก จาเลยไม่มีความผดิ ซง่ึ ไม่น่าจะตรงตามหลักกฎหมายดังที่
กล่าวมาแล้ว ปัญหานี้ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ได้อธิบายความแตกต่างระหว่างมาตรา ๕๙
วรรคสาม และมาตรา ๖๒ วรรคแรก ไว้อย่างชัดเจนในบันทึกท้ายฎีกาที่ ๑๐๗๖/๒๕๒๒ น.๑๐๙๑
ดังน้ี (หาก) ข้อเท็จจริงที่ทาให้เป็นความผิดมีอยู่ครบถ้วน แต่ผู้กระทา "ไม่รู้" ข้อเท็จจริงเหล่านั้น
ผู้กระทา (ก็) ไม่มีเจตนากระทาผิดตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม (แต่) ถ้าข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบ
ความผิดมีอยู่ครบถ้วนและผู้กระทา "ก็รู้แล้ว" (เป็นการ) ครบองค์ (ประกอบภายนอกของ) ความผิด
แล้ว ... แต่ผู้กระทา "เข้าใจผิด" ว่ามีข้อเท็จจริงอ่ืนน้ันอีกท่ีทาให้การกระทาไม่เป็นความผิด (จึง)
เป็นกรณีตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก ที่ (ทาให้) ผกู้ ระทาไมม่ ีความผดิ หรอื อาจจะกล่าวได้วา่ สาคัญผิด
ในองค์ประกอบ คือ ขาดเจตนาตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม แต่สาคัญผิดในเหตุยกเว้นความผิด
(เชน่ ปอ้ งกนั โดยสาคัญผิด) ไม่มีความผิดตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก
ต่อมาฎีกาท่ี ๕๙๐๗/๒๕๔๖ ตัดสินว่า จาเลยตัดฟันต้นยูคาลิปตัสของผู้เสียหายโดยเข้าใจ
โดยสุจริตว่าผู้เสียหายอนุญาตให้ตัดไปขายแล้ว จาเลยจึงขาดเจตนากระทาความผิดฐานลักทรัพย์
และที่ ๔๖๖๕/๒๕๔๗ ตดั สินวา่ จาเลยพรากผู้เสียหายซึ่งมีอายไุ ม่เกนิ ๑๕ ปี ไปเพอื่ การอนาจารและ
ได้รว่ มประเวณีกบั ผูเ้ สียหาย โดยจาเลยเขา้ ใจว่าผเู้ สยี หายอายุ ๒๐ ปี เป็นการสาคญั ผดิ ในข้อเท็จจริง
เร่ืองอายุ อันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๒๗๗ วรรคแรก และมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม
การกระทาของจาเลย จึงขาดเจตนากระทาความผิดฐานดังกล่าวตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม ซึ่งเป็น
คาพิพากษาฎีกาใหม่ล่าสุดท่ีถกู ต้องตามหลักกฎหมาย ดังน้ัน การตอบข้อสอบในประเด็นน้ีนักศึกษา
ต้องตอบตามบรรทัดฐานฎีกาที่ ๕๙๐๗/๒๕๔๖, ที่ ๔๖๖๕/๒๕๔๗ ตัดสินไว้ว่า กำรสำคัญผิดใน
ขอ้ เท็จจรงิ อนั เป็นองคป์ ระกอบถอื วำ่ ขำดเจตนำกระทำควำมผิด
อน่ึง ธงคาตอบการสอบฯ ผู้ช่วยผู้พิพากษา วันท่ี ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๖ วางธงคาตอบว่า
นายหน่ึงเช่ือโดยสุจริตตามที่นายสองบอกว่าที่ดินท่ีปลูกต้นไม้ดังกล่าวเป็นของนายสองและอนุญาต
ให้ตัดฟันได้ จึงว่าจ้างนายสามให้ตัดต้นไม้ถือว่านายหนึ่งกระทาไปโดยสาคัญผิดในข้อเท็จจริงว่า
เจ้าของท่ีดินและต้นไม้อนุญาตให้กระทาได้ ซ่ึงหากมีอยู่จริงจะทาให้การกระทาไม่เป็นความผิด
ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะไม่มีอยู่จริง แต่นายหนึ่งผู้กระทาสาคัญผิดว่ามีอยู่จริง นายหน่ึงย่อม
ไม่มีความผิดตามมาตรา ๖๒ วรรคแรก (เทียบฎีกาท่ี ๖๖๗๗/๒๕๔๐) ข้อสอบผู้ช่วยฯ ดังกล่าวสอบ
ขณะที่ฎกี าท่ี ๕๙๐๗/๒๕๔๖, ที่ ๔๖๖๕/๒๕๔๗ ยงั ไม่ไดต้ ัดสิน ธงคาตอบจงึ เปน็ ไปตามคาพิพากษา
ฎีกาเดิม ต่อมาเมื่อฎีกาที่ ๕๙๐๗/๒๕๔๖, ที่ ๔๖๖๕/๒๕๔๗ ตัดสินกลับหลักเดิมไปแล้ว หาก
ประเด็นนีอ้ อกข้อสอบอีกขอให้นักศึกษาตอบข้อสอบตามคาพิพากษาฎีกาใหม่ล่าสุด
39
ข้อ ๗ คาถาม นายเหลี่ยมใช้ปืนไล่ยิงนายกลม นายกลมว่ิงหนี นายเหลี่ยมก็ยังไล่ตามมา
ยิงอีก แต่กระสุนไม่ถูกนายกลม นายกลมว่ิงหนีเข้าไปในบ้านของนายรี นายกลมมองเห็นปืนของ
นายรีวางอยู่จึงหยิบปืนขึ้นมา นายเหลี่ยมเข้ามายิงนายกลมอีก ๑ นัด แล้วยังวิ่งเข้ามาแย่งปืนจาก
นายกลม โดยท่ีนายกลมยังไม่ทันได้เล็งปืนไปท่ีนายเหล่ียม ขณะแย่งปืนกันอยู่น้ันปืนล่ันถูกนาย
เหล่ยี มตาย
ให้วินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายกลมในความผิดต่อชีวิตของนายเหลี่ยม และ
ความผดิ ฐานบุกรุกบ้านของนายรี
คาตอบ หลกั กฎหมายเรอ่ื งการกระทาขาดองค์ประกอบภายนอก เจตนา ประมาท พยายาม
ปอ้ งกนั จาเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๐, ๖๘, ๖๗
ความรับผิดทางอาญาของนายกลมต่อนายเหล่ียม การท่ีนายกลมหยิบปืนข้ึนมายังไม่ทัน
ได้เล็งไปที่นายเหลี่ยม แล้วนายเหล่ียมเขา้ มาแย่งปืนจนปืนลั่นถูกนายเหล่ียมตายนั้น การกระทาของ
นายกลมดังกล่าวอยู่เพียงข้ันตระเตรียมการในความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืนโดยเจตนาเท่านั้น ยังไม่ถึง
ขั้นลงมือ เพราะการกระทาของนายกลมยังไม่ใกล้ชิดต่อผล ยังไม่เป็นการพยายามกระทา
ความผิด เม่ือการกระทาของนายกลมอยู่เพียงข้ันตระเตรียมการ ต้องถือว่าการกระทาของ
นายกลมขาดองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานฆ่านายเหลยี่ มโดยเจตนา เพราะการกระทา
ยังไม่ถึงขั้นตอนท่ีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เมื่อการกระทาไม่เป็นความผิด จึงไม่ต้อง
พิจารณาเรื่องการกระทาโดยป้องกันซึ่งเป็นโครงสร้างความรับผิดทางอาญาในเรื่องกฎหมาย
ยกเวน้ ความผดิ
นอกจากน้ี บุคคลในภาวะเช่นนายกลมท่ีถูกผู้อื่นไล่ยิงตามวิสัยและพฤติการณ์ย่อม
กระทาเช่นเดียวกับนายกลม เพื่อรักษาชีวิตของตน ต้องถือว่านายกลมไม่ได้กระทาโดยประมาท
เป็นเหตุให้นายเหลีย่ มตาย นายกลมจึงไม่ผิดฐานกระทาโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อ่นื ถึงแก่ความ
ตาย
ความรับผิดทางอาญาของนายกลมต่อนายรี การที่นายกลมวิ่งเข้าไปในบ้านของนายรี เป็น
การเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยเจตนา จึงเป็นการกระทาท่ีครบ
องคป์ ระกอบความผิดฐานบุกรกุ แลว้ ปัญหาทีต่ ้องวนิ ิจฉัยต่อไปวา่ มเี หตยุ กเว้นความผิดแกน่ ายกลม
หรือไม่ แม้ว่าการท่ีนายเหล่ียมใช้ปืนไล่ยิงนายกลมจะเป็นภยันตรายต่อชีวิตของนายกลมท่ีเกิด
จากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงจากการกระทาของนาย
เหลี่ยม แต่นายกลมจะอ้างป้องกันได้นั้น นายกลมจะต้องกระทาต่อนายเหล่ียมผู้ก่อภัยเท่าน้ัน
กรณีตามปัญหานายกลมบุกรุกบ้านของนายรีซึ่งไม่ใช่ผู้ก่อภัย นายกลมจึงไม่อาจอ้างว่ากระทาผิด
ฐานบุกรุกโดยเจตนาพิเศษเพื่อป้องกันสิทธิต่อนายรีได้ เพราะนายรีไม่ใช่ผู้ก่อภัย แต่นายกลม
สามารถอ้างได้ว่ากระทาความผิดด้วยความจาเป็น เพราะนายกลมบุกรุกบ้านของนายรีเพื่อให้
ตนเองพ้นจากภยันตรายจากการที่นายเหลี่ยมไล่ยิงนายกลม และนายกลมไม่สามารถหลีกเลี่ยง
ให้พ้นโดยวธิ ีอ่ืนใดได้ เม่ือภยันตรายมิไดเ้ กิดจากความผิดของนายกลม และการกระทานั้นไมเ่ กิน
40
สมควรแก่เหตุ นายกลมจึงไม่ต้องรับโทษ เพราะการกระทาความผิดด้วยความจาเป็น อ้างต่อ
บุคคลท่ีไม่ใช่ผู้ก่อภัยได้ นายกลมจึงมีความผิดฐานบุกรุกบ้านของนายรี แต่นายกลมไม่ต้องรับ
โทษ
ข้อสังเกต ในประเด็นเรื่องจาเป็น หากบ้านท่ีนายกลมวงิ่ เข้าไป ไม่ใช่บ้านของนายรี แต่เป็นบ้านของ
นายเหล่ียม นายกลมสามารถอ้างป้องกันในความผิดฐานบุกรุกบ้านนายเหล่ียมได้ เพราะเป็นการ
กระทาต่อนายเหลยี่ มซงึ่ เปน็ ผูก้ ่อภยั
ถ้าหากนายกลมเล็งปืนยิงไปทีน่ ายเหลี่ยมเป็นการลงมือกระทาความผิดแล้ว นายกลมจะอ้าง
ป้องกันต่อนายเหล่ยี มได้
ส่วนประเด็นเรื่องความประมาทน้ันข้อน้ีผู้ก่อภัยถูกปืนล่ันตาย นายกลมเป็นผู้ถูก
ประทุษร้ายจึงไม่ประมาท แต่ถ้าผู้ที่ไปประทุษร้ายคนอ่ืน เช่น ก ไปดักยิง ข ก เห็น ข เดินผ่านมา
ก ว่ิงเข้าไปจะยิง ข โดยยังไม่ทันได้เล็งปืนไปที่ ข ข เข้ามาแย่งปืน ปืนล่ันถูก ข ตาย ผลจะเป็น
อย่างไรขอใหด้ ใู นคาถามขอ้ ตอ่ ไป
ข้อ ๘ คาถาม นายแดงต้องการฆ่านายดา นายแดงจึงไปจ้างนายขาวให้ไปฆ่านายดา
นายขาวตกลงแต่ไม่มีปืน จึงไปขอยืมปืนของนายเขียว นายเขียวให้ยืมปืนไปทั้ง ๆ ท่ีรู้ว่านายขาวจะ
ใช้ปืนนั้นไปยิงนายดา นายขาวซุ่มรออยู่ท่ีหน้าบ้านนายดาซึ่งอยู่ติดทางสาธารณะ เม่ือเห็นนายดา
หยิบกุญแจเพื่อจะเปิดประตูบ้าน นายขาวจึงเดินออกมาจากท่ีซุ่มพร้อมกับหยิบปืนข้ึนมาโดยท่ี
ยังไม่ได้เล็งไปที่นายดา นายดาเห็นนายขาวก็ทราบว่านายขาวจะมาฆา่ ตน นายดาไม่มีปืนจึงวิ่งเข้าไป
แยง่ ปนื จากมือนายขาว แลว้ มกี ารย้ือแย่งปนื กนั ปรากฏวา่ ปนื ลั่นกระสนุ ถกู นายดาตาย
ให้วินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายแดง นายขาว และนายเขียวตามประมวลกฎหมาย
อาญา
คาตอบ หลกั กฎหมายเรือ่ งการกระทาขาดองค์ประกอบภายนอก เจตนา ประมาท พยายาม
ผ้ใู ช้ ผสู้ นบั สนนุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๐, ๘๔, ๘๖
ความรับผิดทางอาญาของนายขาว นายขาวหยิบปืนข้ึนมาโดยท่ียังไม่ได้เล็งไปท่ีนายดา
นายดาเข้ามาแยง่ ปนื จนปืนลน่ั ถกู นายดาตายนนั้ การกระทาของนายขาวอยเู่ พียงขน้ั ตระเตรียมการ
ไม่ถึงข้ันลงมือ ยังไม่เป็นการพยายามกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐
เพราะการกระทาของนายขาวยังไม่ใกล้ชิดต่อผลคือความตายของนายดา การกระทาของ
นายขาวจึงขาดองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานเจตนาฆ่าผู้อ่ืนโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม
มาตรา ๒๘๙ (๔)
อยา่ งไรกต็ าม การท่ีนายขาวพกปืนมาเพ่ือจะยิงนายดาแลว้ มกี ารแยง่ ปนื กันจนปนื ล่ันกระสุน
ถูกนายดาตาย เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเช่นนายขาว
จักตอ้ งมีตามวสิ ัยและพฤตกิ ารณ์ และนายขาวอาจใช้ความระมดั ระวังเชน่ ว่านน้ั ได้ แต่หาได้ใชใ้ ห้
41
เพียงพอไม่ เพราะปืนเป็นอาวุธร้ายแรง นายขาวไม่ควรนามาดักยิงผู้อื่น นายขาวจึงมีความผิด
ฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้นายดาถึงแก่ความตายตามมาตรา ๒๙๑ และความผิดฐาน
พาอาวธุ ปนื ไปตามทางสาธารณะโดยไมม่ ีเหตสุ มควรตามมาตรา ๓๗๑
ความรับผิดทางอาญาของนายแดง การกระทาของนายขาวต่อนายดายังไม่ถึงขั้นลงมือและ
ไม่เป็นการพยายามกระทาความผิดดังที่วินิจฉัยมาแล้ว ต้องถือว่าความผิดท่ีใช้ยังมิได้กระทาลง
นายแดงผู้ใช้จึงต้องรับโทษหนึ่งในสามของความผิดฐานใช้ให้ฆ่านายดาโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดย
เจตนาตามมาตรา ๒๘๙ (๔) ประกอบมาตรา ๘๔ วรรคสอง แต่นายแดงไม่มีความผิดฐานกระทา
โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา ๒๙๑ ในฐานะเปน็ ผู้ใช้ เพราะมาตรา ๘๔
วรรคสาม ท่ีว่าถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทาความผิด ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการนั้น หมายถึงกรณี
ผู้ถกู ใช้ได้กระทาความผิดตามท่ีใช้โดยเจตนาเท่านน้ั การกระทาโดยประมาทจะมีการใช้ให้กระทา
ความผิดไมไ่ ด้
ความรับผิดทางอาญาของนายเขียว แม้นายเขียวให้นายขาวยืมปืนไปท้ัง ๆ ที่รู้ว่านายขาว
จะใชป้ นื น้ันไปยิงนายดา แตก่ ารกระทาของนายเขียวก็ไมเ่ ป็นการช่วยเหลือนายขาวในการกระทา
ความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืน อันจะเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา ๘๖ เพราะนายขาวผู้ลงมือไม่มีความผิด
การกระทาของนายเขียวจึงไม่เป็นการสนับสนุนนายขาวในการกระทาความผิดฐานฆ่านายดา
โดยไตร่ตรองไวก้ ่อนโดยเจตนา และนายเขียวยังไมม่ ีความผดิ ฐานเป็นผ้สู นับสนุนนายขาวในการ
กระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้นายดาถึงแก่ความตาย เพราะผู้สนับสนุนต้องช่วยเหลือหรือ
ให้ความสะดวกในการท่ีผู้อ่ืนกระทาความผิดโดยเจตนาเท่าน้ัน การกระทาโดยประมาทไม่อาจ
มีผูส้ นบั สนุนได้
อน่ึง การท่ีนายเขียวให้นายขาวยืมปืนไปยิงนายดา เป็นการช่วยเหลือนายขาวก่อนกระทา
ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปตามทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร นายเขียวจึงเป็นผู้สนับสนุน
นายขาวให้กระทาความผิดตามมาตรา ๓๗๑ ประกอบมาตรา ๘๖ แต่เมื่อเป็นผู้สนับสนุนในการ
กระทาความผิดลหุโทษ นายขาวจงึ ไม่ตอ้ งรับโทษตามมาตรา ๑๐๖
ข้อ ๙ คาถาม นายหนึ่งถอดรองเท้าวางไว้ท่ีบันไดก่อนเดินขึ้นไปบนศาลาวัดเพ่ือฟังเทศน์
เม่อื เดินลงมานายหน่ึงเข้าใจว่ารองเท้าของนายสองเปน็ รองเท้าของนายหนึ่ง นายหน่งึ จงึ สวมรองเท้า
ของนายสองกลับบ้าน และนายหนึ่งยังได้หยิบรองเท้าของตน ซึ่งนายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นของนายสอง
ใส่ถุงกลบั บ้านด้วย
ใหว้ ินิจฉัยวา่ นายหนึง่ มีความรับผดิ ทางอาญาหรือไม่
คาตอบ หลักกฎหมายเรื่องการกระทาขาดองค์ประกอบภายใน (เจตนา) ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ การกระทาขาดองค์ประกอบภายนอก
การท่ีนายหน่ึงสวมรองเท้าของนายสองกลับบ้าน แม้จะเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป
42
ซึ่งครบองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานลักทรัพย์ในส่วนวัตถุแห่งการกระทา แต่การที่
นายหน่ึงเข้าใจว่ารองเท้าของนายสองท่ีตนสวมไปเป็นรองเท้าของตน จึงเป็นการเข้าใจผิดว่า
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ทเ่ี อาไปเปน็ ของตนเอง มีผลเท่ากับนายหน่ึงไม่รูข้ ้อเทจ็ จริงทีเ่ ปน็ องค์ประกอบ
ความผิดในส่วนวัตถุแห่งการกระทาว่าทรัพย์ท่ีเอาไปเป็นทรัพย์ของผู้อ่ืน ต้องถือว่านายหน่ึงไม่มี
เจตนากระทาความผิด เพราะถ้าผู้กระทามิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด
จะถือว่าผู้กระทาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทาน้ันมิได้ตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม การท่ีนายหน่ึงสวมรองเท้าของนายสองกลับบ้าน จึงไม่เป็นความผิด
ฐานลักทรพั ย์เพราะขาดองค์ประกอบภายใน (เทียบฎีกาท่ี ๔๖๖๕/๒๕๔๗)
วัตถุแห่งการกระทาของความผิดฐานลักทรัพย์ จะต้องเป็นการเอาไปซ่ึงทรัพย์ของผู้อื่น
หรือผอู้ ื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย การท่นี ายหน่ึงได้หยิบรองเท้าของตนซ่ึงนายหนึ่งเขา้ ใจว่าเป็นของ
นายสองใส่ถุงกลับบ้านน้ัน ไม่ใช่ทรัพย์ของผู้อื่น จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะ
ขาดองค์ประกอบภายนอกของความผิดในส่วนวัตถุแห่งการกระทา (เทียบฎีกาท่ี ๗๑๔๔/๒๕๔๕)
นายหนึ่งจงึ ไมม่ คี วามรับผิดทางอาญา
ข้อสังเกต คาถามข้อนี้ต้องการทดสอบความเข้าใจเร่ืององค์ประกอบภายนอกและองค์ประกอบ
ภายในซ่ึงทั้งสองเร่ืองน้ีมีแง่มุมทางวิชาการท่ีน่าสนใจ เกี่ยวกับคาตอบข้อน้ี ส่วนแรกหากนักศึกษา
ตอบข้อสอบว่านายหนึ่งสวมรองเท้าของนายสองไป ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เพราะ
ขาดองค์ประกอบภายนอก นักศึกษาจะไม่ได้คะแนน เพราะถูกธงแต่เหตุผลผิด เน่ืองจากข้อเท็จจริง
ตามคาถามส่วนนี้องค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานลักทรัพย์มีอยู่ครบถ้วน คือมีรองเท้าของ
นายสองซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้อื่นครบองค์ประกอบภายนอกแล้ว และในส่วนหลังหากตอบว่านายหนึ่ง
หยิบรองเท้าของตนเองไป ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เพราะขาดองค์ประกอบภายใน ก็จะไม่ได้
คะแนน เพราะถูกธงแต่เหตุผลผิดเช่นเดียวกัน เน่ืองจากคาตอบส่วนน้ีเป็นเรื่องขาดองค์ประกอบ
ภายนอก คาตอบข้อนี้ที่ผู้แต่งอ้างคาพิพากษาฎีกาว่า เทียบคาพิพากษาฎีกา เพราะข้อเท็จจริงตาม
คาถามไม่ตรงกับคาพิพากษาฎีกา เพียงแต่นาหลักกฎหมายที่ศาลฎีกาตัดสินไว้มาเทียบเคียง
การอ้างอิงจึงใช้คาว่า เทียบคาพิพากษาฎีกา หากข้อเท็จจริงตามคาถามตรงตามคาพิพากษาฎีกา
เวลาอา้ งกจ็ ะไมใ่ ช้คาว่า "เทียบ" แต่จะอา้ งคาพพิ ากษาฎีกา ขอใหส้ งั เกตในคาตอบขอ้ อนื่ ต่อไป
43
องค์ประกอบภายใน
ข้อ ๑๐ คาถาม มะโรงเอาปืนพกออกมาทาความสะอาด เสร็จแล้วจึงยกปืนเล็งไปยังมะเส็ง
เพื่อล้อเล่น โดยเข้าใจว่าไมม่ ีกระสุนปืนเหลืออยู่ในลูกโม่ และเหนี่ยวไกปืน บังเอิญยงั มีกระสุนปืนคา้ ง
อยู่ในลูกโม่ ๑ นัด กระสุนปนื ถูกมะเสง็ ตาย
ให้วนิ ิจฉัยวา่ มะโรงมคี วามรับผดิ ทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่
คาตอบ หลักกฎหมายเร่ืองเจตนา ประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙
หลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามีใจความสาคัญวา่ บุคคลจะต้องรบั ผิดทางอาญา
เม่อื กระทาโดยเจตนา หรอื กรณปี ระมาททกี่ ฎหมายบัญญตั ิว่าเปน็ ความผดิ
กระทาโดยเจตนา คอื กระทาโดยผ้กู ระทาประสงค์ตอ่ ผลหรือย่อมเล็งเห็นผล
หากผู้กระทาไม่รู้ข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบความผิดจะถือว่าประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็น
ผลไม่ได้
กระทาโดยประมาท ได้แก่ กระทาความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทาโดยปราศจากความ
ระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นน้ันจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทาอาจใช้ความ
ระมดั ระวังเช่นว่านน้ั ได้ แต่หาได้ใชใ้ หเ้ พียงพอไม่
การท่ีมะโรงยกปืนเล็งไปยังมะเส็งและเหน่ียวไกปืน กระสุนปืนถูกมะเส็งตาย เป็นการฆ่า
ผู้อ่ืนซึ่งครบองค์ประกอบภายนอกของความผิดฐานฆ่าผ้อู ่ืน แต่มะโรงจะมีความรับผิดทางอาญา
หรือไม่จะต้องพิจารณาองคป์ ระกอบภายในต่อไป (๓ คะแนน)
การกระทาโดยเจตนาหมายถึงการกระทาท่ีผู้กระทาต้องรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบ
และประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผล การที่มะโรงเข้าใจว่าไม่มีกระสุนปืนเหลืออยู่ในลูกโม่
เป็นกรณที ี่มะโรงไม่รู้ว่าการเหนี่ยวไกปนื เป็นการฆ่ามะเส็ง จะถือว่ามะโรงประสงค์ต่อผลหรือยอ่ ม
เล็งเห็นผลในการฆ่ามะเส็งไม่ได้ เมื่อมะโรงไม่รู้ต้องถือว่าไม่มีเจตนาฆ่ามะเส็ง มะโรงจึงไม่ต้อง
รบั ผดิ ฐานฆ่ามะเส็งโดยเจตนา เพราะขาดเจตนาซง่ึ เปน็ องค์ประกอบภายใน (๔ คะแนน)
แต่การทมี่ ะโรงจ้องปืนไปยงั มะเสง็ เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบคุ คล
ในภาวะเช่นน้ันจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และมะโรงอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้
แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เพราะปืนเป็นอาวุธท่ีมีอานุภาพร้ายแรง เม่ือไม่ระมัดระวังให้ดี มะโรง
จึงมีความผดิ ฐานกระทาโดยประมาทเปน็ เหตใุ ห้มะเสง็ ถงึ แก่ความตาย (๓ คะแนน)
ตัวอย่างคาตอบท่ี ๑ การที่มะโรงใช้อาวุธปืนยิงมะเส็ง โดยเจตนาเพื่อล้อเล่น และเข้าใจว่า
ปืนไม่มีกระสุนเหลืออยู่เป็นผลให้มะเส็งถูกยิงถึงแก่ความตายจากอาวุธปืนดังกล่าวนั้น เมื่อมะโรง
ไดก้ ระทาการดังกลา่ วไปโดยเจตนาเพ่ือล้อเล่นและเข้าใจวา่ อาวุธปืนดังกลา่ วไม่มกี ระสุน (เป็นกรณีที่
มะโรงไมร่ ู้วา่ การเหนี่ยวไกปืนเป็นการฆ่ามะเส็ง จะถือว่ามะโรงประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเหน็ ผล
ในการฆ่ามะเส็งไม่ได้) จึงต้องถือว่ามะโรงมิได้มีเจตนาประสงค์ผลหรือเล็งเห็นผลจากการกระทา
ดังกล่าวอันจะถือว่ามะโรงมีเจตนาฆ่ามะเส็งได้ มะโรงจึงไม่ต้องรับผิดในผลคือความตายของมะเส็ง
ในฐานความผดิ ฆ่าคนตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ (๔ คะแนน)
44
อนึ่ง แม้มะโรงจะมิได้มีเจตนาฆ่ามะเส็งกต็ าม แต่การที่มะโรงใช้อาวธุ ปืนยิงมะเส็งโดยเข้าใจ
ว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีลูก ซึ่งหากมะโรงใช้ความระมัดระวังตรวจดูก็จะทราบได้โดยง่ายว่าอาวุธปืน
ดังกล่าวมีกระสุนตกค้างอยู่หรือไม่ การกระทาดังกล่าวของมะโรงจึงเป็นการกระทาโดยปราศจาก
ความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเช่นมะโรงจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ ซ่ึงมะโรงผู้กระทา
สามารถใช้ความระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้แต่หาใช้ให้เพียงพอไม่ จึงเป็นการกระทาโดยประมาท เมื่อ
มะเส็งถึงแก่ความตายจากการกระทาโดยประมาทของมะโรง มะโรงจึงต้องรับผิดในผลท่ีเกิดข้ึนจาก
การกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้มะเส็งถึงแก่ความตายตามมาตรา ๒๙๑ ประกอบมาตรา ๕๙
วรรคสี่ (๓ คะแนน ไมไ่ ดต้ อบวา่ ครบองคป์ ระกอบภายนอก ไดร้ วมเพยี ง ๗ คะแนน)
ตวั อยา่ งคาตอบท่ี ๒ กรณีตามปัญหาการที่มะโรงทาความสะอาดปืนพกเสรจ็ แลว้ ยกปืนขึ้น
เล็งไปท่ีมะเส็งเพ่ือล้อเล่นโดยเข้าใจว่าไม่มีกระสุนเหลืออยู่ที่ลูกโม่น้ัน ถือได้ว่ามะโรงไม่มีเจตนา
ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทา แม้การกระทาของมะโรงจะครบองค์ประกอบ
ภายนอกของการกระทาความผิดอาญาฐานฆ่าผู้อื่น (๓ คะแนน) (แต่เป็นกรณีที่มะโรงไม่รู้ว่าการ
เหนี่ยวไกปืนเป็นการฆ่ามะเส็ง จะถอื ว่ามะโรงประสงค์ตอ่ ผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการฆ่ามะเส็ง
ไม่ได้) แต่มะโรงไม่มีเจตนาฆ่าผู้อื่น การกระทาของมะโรงจึงไม่มีความรับผิดทางอาญาแต่อย่างใด
(๒ คะแนน) อย่างไรก็ตาม ปืนถือเป็นอาวุธร้ายแรง ผู้ครอบครองจะต้องใช้ความระมัดระวังในการ
ตรวจสอบและการใช้การที่มะโรงไม่ตรวจสอบให้ดีแล้วยกขึ้นเล็งไปที่มะเส็ง (เป็นการกระทาโดย
ปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และมะโรง
อาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่) ถือได้ว่าเกิดจากความประมาท
ซึ่งกรณีกฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิด มะโรงจึงต้องรับผิดฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตุให้มะเส็ง
ถึงแก่ความตาย (๒ คะแนน รวม ๗ คะแนน)
ตัวอย่างคาตอบท่ี ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง วางหลักวา่ บุคคล
จะต้องรับผิดทางอาญาต่อเม่ือได้กระทาโดยเจตนา เว้นแต่ จะได้กระทาโดยประมาทในกรณีที่
กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทาโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีท่ีกฎหมายบัญญัติไว้โดย
แจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้กระทาโดยไม่มีเจตนา วรรคสอง วางหลักว่ากระทาโดยเจตนาได้แก่การ
กระทาโดยรู้สานึกในการที่กระทา และในขณะเดียวกันผู้กระทาประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผล
ของการกระทานั้น (ขาดเร่ือง ไม่รู้ข้อเท็จจริงท่ีเป็นองค์ประกอบจะถือว่าประสงค์ต่อผลหรือย่อม
เล็งเห็นผลไม่ได้) และวรรคสี่ วางหลักว่า กระทาโดยประมาท ได้แก่ กระทาความผดิ มิใชโ่ ดยเจตนา
แต่กระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์
และผูก้ ระทาอาจใชค้ วามระมดั ระวังได้แต่หาไดใ้ ชใ้ หเ้ พียงพอไม่
ตามปัญหา การท่ีมะโรงยกปืนเล็งไปยังมะเส็งเพ่ือล้อเล่น โดยเข้าใจว่าไม่มีกระสุนปืน
เหลืออยู่ในลูกโม่และเหน่ียวไกปืน กระสุนปืนถูกมะเส็งตาย ประเด็นที่ต้องพิจารณาสาหรับการ
กระทาของมะโรง มีดังน้ี การกระทาของมะโรงจะเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา
๒๘๘ ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคหน่ึง, วรรคสอง หรือเป็นความผิดฐานทาให้ผอู้ น่ื ถึงแกค่ วามตายโดย
45
ประมาทตามมาตรา ๒๙๑ ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคสี่
ความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืนโดยเจตนาตามมาตรา ๒๘๘ มีองค์ประกอบความผิดดังน้ี ๑. มีเจตนา
ฆา่ ซง่ึ เปน็ องค์ประกอบภายใน ๒. ผู้อื่นซงึ่ เป็นองค์ประกอบภายนอก (องคป์ ระกอบภายนอกต้องมา
ก่อนองค์ประกอบภายใน) ตามปัญหาการท่ีนายมะโรงยกปืนเล็งไปทางมะเส็ง มะโรงมีเจตนาเพียง
ล้อเล่นมิได้มีเจตนาฆ่ามะเส็ง ดังนั้น (เป็นกรณีท่ีมะโรงไม่รู้ว่าการเหนี่ยวไกปืนเป็นการฆ่ามะเส็ง
จะถือว่ามะโรงประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลในการฆ่ามะเส็งไม่ได้) จึงขาดองค์ประกอบเรอ่ื ง
เจตนาฆ่าอันเป็นองค์ประกอบภายในของความผิดฐานฆ่าผู้อน่ื ตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๕๙
วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ดังน้ัน การกระทาของมะโรงไม่เป็นความผิดฐานฆ่ามะเส็งโดยเจตนาตาม
มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคแรก และ วรรคสอง (๓ คะแนน)
แต่อย่างไรก็ตาม การกระทาของมะโรงท่ียกปืนเล็งไปยังมะเส็งโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อนว่าปืน
ยังมีกระสุนหรือไม่ เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนายมะโรง
จะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และนายมะโรงอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้ แต่หาได้ใช้
ให้เพียงพอไม่ ดงั นั้น การกระทาของมะโรงจึงเปน็ ความผิดฐาน ฆ่า (กระทาโดยประมาทเป็นเหตใุ ห้)
มะเส็งตายโดยประมาทตามมาตรา ๒๙๑ (ใหด้ ูมาตรา ๒๘๘ ใช้คาว่า "ฆ่า" แตม่ าตรา ๒๙๑ ใช้คา
ว่า "กระทาโดยประมาท" ใช้คาตามมาตรา ๒๙๑ น่าจะดีกว่า) ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคส่ี
(๓ คะแนน รวม ๖ คะแนน)
ตัวอย่างคาตอบท่ี ๔ การท่ีมะโรงยกปืนขึ้นเล็งไปยังมะเส็งและเหน่ียวไกปืนถูกมะเส็งตาย
โดยรู้สานึกถือได้ว่ามีการกระทาถึงขั้นลงมือในความผิดฐานฆ่าผู้อ่ืนแล้ว (คาถามข้อน้ีต้องการให้
ตอบว่าครบองค์ประกอบภายนอกในความผิดฐานฆ่าผู้อนื่ ว่ามีการ "ฆ่า" ไม่ได้ถามว่าลงมือแล้ว
หรือไม่) แต่มะโรงทาเพราะล้อเล่นมิได้มีเจตนาฆ่า อีกท้ังเข้าใจว่าปืนไม่มีกระสุน การยิงปืนท่ีไม่มี
กระสุนย่อม ไม่เป็นการฆ่า (แม้การยิงปืนจะเป็นการฆ่า แต่ก็) ทาให้การกระทาขาดองค์ประกอบ
(ภายในของ) ความผิด เมื่อมะโรงไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดจึงถือไม่ได้ว่ามะโรง
ประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผล มะโรงจึงไม่ต้องรับผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาเพราะขาด
องค์ประกอบความผดิ ในเรอื่ งเจตนา (๓ คะแนน)
อย่างไรก็ตามการท่ีมะโรงเลง็ ปนื และเหนยี่ วไกปืนไปท่ีมะเส็ง โดยไม่ตรวจดูให้ดเี สยี ก่อนว่ามี
กระสุนหรือไม่ (เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมี
ตามวิสัยและพฤติการณ์ และมะโรงอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอ
ไม่) อีกทั้งบุคคลทั่วไปต้องใช้ความระมัดระวังไม่เล็งปืนไปท่ีบุคคลอื่น เพราะปืนเป็นอาวุธอันตราย
ถือได้ว่าเป็นการกระทาโดยประมาท มะโรงจึงต้องรับผิดฐานทาให้คนตายโดยประมาท (๒ คะแนน
ได้รวม ๕ คะแนน)
46
ขอ้ ๑๑ คาถาม นายเอกเก็บปืนขนาด .๓๘ ได้ ๑ กระบอก นายเอกจึงไปซื้อลูกกระสนุ ปืน
บรรจุดินปืนอัดด้วยกระดาษใส่จนเต็มรังเพลิง เพื่อเอาไว้หลอกผู้อื่นเวลาใช้ปืน เพราะไม่มีเงินซื้อ
ลูกกระสุนปืนบรรจุเม็ดตะกั่วท่ีใช้กันตามปกติ วันหน่ึงนายเอกดื่มสุรากับนายโทที่หน้าบ้านของ
นายเอกแล้วทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน นายเอกไล่นายโทให้กลับบ้าน นายโทไม่ยอมกลับและชกต่อย
นายเอกอกี นายเอกจึงเดนิ เขา้ ไปในบ้านหยบิ ปนื ท่เี ก็บได้ดังกล่าวยิงนายโทโดยเล็งไปท่ีหน้าอก ๑ นัด
นายโทหลบกระสุนปืนไม่ถูกนายโท นายโทใจดีสู้เสือกระโดดเข้ามาแย่งปืนจากมือนายเอกแล้วใช้ปืน
ดงั กล่าวยิงถูกนายเอกทีห่ น้าอก นายเอกมแี ผลถลอกเล็กนอ้ ย
ให้วินจิ ฉัยความผิดของนายเอกและนายโทในความผดิ ต่อชวี ิต
คาตอบ นายเอกยิงนายโทโดยเล็งปืนไปท่ีหน้าอก ๑ นัด นายโทหลบ กระสุนปืนไม่ถูก
นายโท แม้ในกรณีท่ัวไปจะถือว่ามีเจตนาฆ่า แต่นายเอกทราบวา่ ลูกกระสุนปืนบรรจุดินปืนอัดด้วย
กระดาษ นายเอกย่อมรู้ว่าการใช้ปืนยิงนายโทไม่สามารถทาให้นายโทถึงแก่ความตายได้ นายเอก
มิได้ประสงค์ต่อผลคือความตายของนายโท ต้องถือว่านายเอกไม่มีเจตนาฆ่านายโท นายเอกจึง
ไมม่ คี วามผิดฐานพยายามฆา่ นายโท (ฎีกาท่ี ๙๕๐/๒๕๕๒)
นายโทใช้ปืนยิงถูกนายเอกท่ีหน้าอก เป็นการลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้วแต่การ
กระทานั้นไม่บรรลุผล ถือว่านายโทพยายามกระทาความผิดแล้ว แม้ลูกกระสุนปืนบรรจุดินปืน
อัดด้วยกระดาษ แต่นายโทไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว ต้องถือว่านายโทมีเจตนาฆ่านายเอกแล้ว
เพราะการใช้ปืนยิงท่ีหน้าอกซึ่งเป็นอวัยวะสาคัญถือว่าประสงค์ต่อชีวิต แต่เป็นการกระทาการ
โดยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่การกระทานั้นไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่าง
แน่แท้ เพราะเหตุปจั จัยซ่ึงใช้ในการกระทาคอื ลกู กระสุนปืนบรรจุดินปืนอัดด้วยกระดาษ ตอ้ งถือว่า
นายโทพยายามกระทาความผิด แตใ่ ห้ลงโทษไม่เกินกึ่งหน่ึงของโทษที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับ
ความผิดน้ัน นายโทจึงมีความผดิ ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไมส่ ามารถจะบรรลุผลไดอ้ ยา่ งแนแ่ ท้
ข้อสังเกต คาถามข้อน้ีถ้าไม่ได้จากัดขอบเขตให้วินิจฉัยความผิดของนายเอกในความผิดต่อชีวิต
นายเอกอาจมีความผิดฐานใช้กาลังทาร้ายผู้อ่ืนโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามมาตรา ๓๙๑ และฐานยิงปืนซ่ึงใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือท่ีชุมนุมชนตาม
มาตรา ๓๗๖ แต่การสอบผู้ช่วยผู้พพิ ากษาและเนติฯ ความผิดลหุโทษจะไมม่ ีในธงคาตอบ เพราะการ
ตอบความผิดในภาค ๒ ความผิด ก็มีประเด็นมากมายจนเขียนตอบกันไม่ทันอยู่แล้ว ส่วนข้อสอบ
อัยการผู้ช่วยท่ีผ่านมาธงคาตอบจะมีความผิดลหุโทษด้วย ก็ขอให้ดูว่าในธงคาตอบของแต่ละ
สนามสอบยังเปน็ ไปตามขอ้ สงั เกตนห้ี รือไม่
ฎกี าที่ ๙๕๐/๒๕๕๒ ฎ.๒๐๓ กระสุนปืนท่ีจาเลยใช้ยิงผู้เสียหายไม่ได้บรรจุเม็ดตะก่ัว บรรจุ
เฉพาะดินปืนอัดด้วยกระดาษเท่านั้น จาเลยทราบดีว่าไม่สามารถทาให้ผู้เสยี หายถึงแก่ความตายหรือ
ไดร้ ับอันตรายแกก่ าย การกระทาของจาเลยจึงถือไมไ่ ดว้ ่ามีเจตนาฆ่าผูเ้ สยี หาย
47
ข้อ ๑๒ คาถาม นายแดงใช้ก้อนหินก้อนไม่ใหญ่ขว้างนายดาจนศีรษะแตก และหินกระเด็น
ไปถูกรถยนต์ของนายม่วงกระจกแตก มีพลเมืองดีพานายดาไปส่งโรงพยาบาล แต่นายดาเป็น
โรคโลหิตไหลไม่หยุดจึงถึงแก่ความตายก่อนถึงโรงพยาบาล หากนายดาไม่เป็นโรคนี้ก็จะไม่ถึงแก่
ความตาย
ให้วนิ จิ ฉยั ว่า นายแดงมคี วามผดิ ฐานใด
คาตอบ นายแดงใชก้ ้อนหินก้อนไมใ่ หญ่ขวา้ งนายดาศีรษะแตก เปน็ การกระทาโดยประสงค์
ต่อผลในการทาร้ายผู้อ่ืนให้เกิดอันตรายแก่กาย จึงมีเพียงเจตนาทาร้ายร่างกายตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ การที่นายดาศีรษะแตกมพี ลเมืองดพี านายดาไปส่งโรงพยาบาล แต่นาย
ดาเป็นโรคโลหติ ไหลไม่หยุด จงึ ถงึ แก่ความตายก่อนถึงโรงพยาบาลน้นั เมื่อพิจารณาผลโดยตรงตาม
ทฤษฎีเง่ือนไขท่ีว่า ถ้าไม่ทาผลไม่เกิด ถือว่าผลเกิดจากการกระทาน้ัน แม้จะมีเหตุอ่ืนประกอบ
ด้วยก็ตาม กรณีนี้ถ้านายแดงไม่ใช้ก้อนหินขว้างนายดา ศีรษะนายดาจะไม่แตกจนโลหิต
ไหลไม่หยุดจนถึงแก่ความตาย ต้องถือว่าความตายของนายดาเป็นผลโดยตรงจากการกระทา
ของนายแดงตามทฤษฎีเง่ือนไขแล้ว แม้นายดาเป็นโรคโลหิตไหลไม่หยุดจึงถึงแก่ความตายก่อนถึง
โรงพยาบาล หากนายดาไม่เป็นโรคนี้ก็จะไม่ถึงแก่ความตาย แต่โรคดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีอยู่ก่อน
กระทา ไม่ใช่เหตุแทรกแซง เพราะเหตุแทรกแซงต้องเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลังการกระทาผิด
เมื่อความตายของนายดาเป็นผลโดยตรงจากการทาร้ายของนายแดง โดยไม่มีเหตุแทรกแซง
นายแดงจึงมคี วามผิดฐานทาร้ายจนเปน็ เหตใุ หน้ ายดาถึงแกค่ วามตายตามมาตรา ๒๙๐
ส่วนการที่นายแดงใช้ก้อนหินขว้างนายดาและหินกระเด็นไปถูกรถยนต์ของนายม่วงกระจก
แตกน้ัน แม้ผู้ใดเจตนาท่ีจะกระทาต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทาเกิดแก่อีกบุคคลหน่ึงโดย
พลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทาโดยเจตนาแก่บุคคลซ่ึงได้รับผลร้ายจากการกระทาน้ันตามมาตรา
๖๐ แต่จะถือเอาเจตนาที่นายแดงมีเจตนาทาร้ายนายดาเป็นเจตนาทาให้เสียทรัพย์โดยพลาด
ไม่ได้ เพราะเจตนาทาร้ายผู้อื่นเป็นเจตนาคนละประเภทกับเจตนาทาให้เสียทรัพย์ อีกท้ังกรรม
ของการกระทาก็ต่างกัน จึงถือว่าเป็นการกระทาโดยพลาดมิได้ แม้นายแดงอาจจะกระทาโดย
ประมาท แต่การทาให้เสียทรัพย์โดยประมาทไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญา (ฎกี าที่ ๒๒๗๗/๒๕๕๔) นายแดงจึงไม่มคี วามผิดทางอาญาต่อนายม่วง
ฎีกาที่ ๒๒๗๗/๒๕๕๔ ฎ.๔๖๑ จาเลยท้ังสองเข้าไปในบ้านผู้เสียหายและใช้ก้อนหินขว้าง
ผู้เสียหายแต่ไม่ถูก แต่เป็นเหตุให้กระเบ้ืองหลังคาแตก การกระทาของจาเลยทั้งสองจึงเป็นความผิด
ฐานพยายามทาร้ายร่างกายผู้เสียหายและฐานบุกรุกเคหสถานตั้งแต่สองคนข้ึนไปในเวลากลางคืน
อันเปน็ การกระทากรรมเดียวผดิ ต่อกฎหมายหลายบท
แต่สาหรับความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ ตามคาฟ้องของโจทก์บรรยายว่า ก้อนหินที่ขว้างไป
ถูกกระเบ้ืองหลังคา แสดงว่าเป็นเพราะพลาดไปถูกหลังคา มิได้บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่าจาเลย
ทัง้ สองมีเจตนาทาให้เสียทรัพย์ด้วย จึงถือเอาเจตนาท่ีจาเลยที่ ๑ และท่ี ๒ มีเจตนาทาร้ายผู้เสียหาย
เป็นเจตนาทาให้เสียทรัพย์โดยพลาดตาม ป.อ. มาตรา ๖๐ ด้วยไม่ได้ เพราะเจตนาทาร้ายผู้อื่นเป็น
48
เจตนาคนละประเภทกับเจตนาทาให้เสียทรัพย์ อีกทั้งกรรมของการกระทาก็ต่างกัน จึงถือว่าเป็นการ
กระทาโดยพลาดมไิ ด้ แม้จาเลยที่ ๑ และท่ี ๒ อาจจะกระทาโดยประมาท แตก่ ารทาให้เสยี ทรพั ย์โดย
ประมาทไมม่ กี ฎหมายบญั ญัติเปน็ ความผดิ อาญา
ข้อสังเกต ในคาถามไม่มีข้อเท็จจริงที่จะชี้ให้เห็นว่านายแดงมีเจตนาประเภทเล็งเห็นผลในความผิด
ฐานทาให้เสียทรัพย์ คาตอบจึงเป็นไปตามคาพิพากษาฎีกา แต่ถ้าจะออกข้อสอบให้ยากข้ึนก็คงต้อง
เพิ่มข้อเท็จจริงเขา้ ไปเพื่อให้ผลแตกต่างกัน เชน่ จาเลยยิงปืนไมค่ ่อยแม่นยงิ ไปที่ผู้เสียหายซึ่งน่ังอยู่ใน
บ้านหลายนัด คาดหมายได้แน่นอนว่า กระสุนบางส่วนอาจไปถูกคน ทรัพย์สิน และบ้านเสียหาย
คาตอบน่าจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าซ่ึงเป็นเจตนาประสงค์ต่อผล และเป็นความผิดฐานทาให้
เสียทรพั ย์ซ่งึ เป็นเจตนาเลง็ เห็นผลด้วย
ข้อ ๑๓ คาถาม นายโด่งต้องการจะฆ่านายคา นายโด่งเห็นนายเข้มเดินผ่านมา นายโด่ง
เข้าใจวา่ นายเข้มคือนายคา นายโด่งจึงใชป้ ืนยิงไปที่นายเข้มหลายนัด กระสุนนัดหน่ึงถูกนายเข้มตาย
และกระสุนนัดหนึ่งถูกนางม่วงมารดาของนายโด่งซึ่งเดินอยู่ไกลจากท่ีเกิดเหตุมาก แต่นางม่วง
ไม่ถึงแก่ความตาย เพราะมีผู้อ่ืนนานางม่วงไปส่งโรงพยาบาล แพทย์ช่วยชีวิตนางม่วงไว้ทัน และยังมี
กระสนุ อกี นดั หนง่ึ เฉ่ยี วดา้ นหลังนายฟ้าในระยะกระชนั้ ชิดมาก แตไ่ ม่โดนตัวนายฟ้า
ให้วินจิ ฉยั ความรับผดิ ทางอาญาของนายโดง่
คาตอบ หลักกฎหมายเรื่องการกระทาโดยเจตนา สาคัญผิด พลาด ความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคลท่ที าให้โทษหนักข้ึน พยายาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๖๑, ๖๐, ๘๐
ความรับผิดทางอาญาของนายโด่งต่อนายเข้ม การที่นายโด่งใช้ปืนยิงไปท่ีนายเข้มหลายนัด
โดยเข้าใจว่านายเข้มคือนายคา เป็นการกระทาโดยเจตนาต่อบุคคลหน่ึง แต่ได้กระทาต่ออีกบุคคล
หนงึ่ โดยสาคัญผิด นายโด่งจะยกเอาความสาคัญผิดเปน็ ข้อแกต้ ัววา่ มิได้กระทาโดยเจตนาหาไดไ้ ม่
ตามมาตรา ๖๑ ต้องถือว่านายโด่งมีเจตนาฆ่านายเข้ม เม่ือนายเข้มถึงแก่ความตาย นายโด่งจึงมี
ความผดิ ฐานฆ่านายเข้มโดยเจตนา แมจ้ ะกระทาโดยสาคัญผดิ
ความรับผิดทางอาญาของนายโด่งต่อนายคา เม่ือนายโด่งใช้ปืนยิงนายเข้ม ถือว่านายโด่ง
มีเจตนาฆ่านายเข้ม เจตนาฆ่าที่นายโด่งมีต่อนายคาได้เปลี่ยนไปเป็นเจตนาฆ่านายเข้มแล้ว
นายโดง่ จงึ ไมม่ คี วามรบั ผิดทางอาญาต่อนายคาอกี
ความรับผิดทางอาญาของนายโด่งต่อนางม่วง การที่นายโด่งใช้ปืนยิงไปท่ีนายเข้มโดยเข้าใจ
ว่านายเข้มคือนายคา ซึ่งถือว่านายโด่งมีเจตนาฆ่านายเข้ม แต่ผลของการกระทาเกิดแก่อีกบุคคล
หน่ึงโดยพลาดไป กล่าวคือกระสุนปืนนัดหน่ึงพลาดไปถูกนางม่วงมารดาของนายโด่งซึ่งเดินอยู่ไกล
จากท่ีเกิดเหตุมาก ต้องถือว่านายโด่งกระทาโดยเจตนาต่อนางม่วง ซ่ึงเป็นบุคคลที่ได้รับผลร้าย
จากการกระทาน้ันด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๐ แต่ในกรณีท่ีกฎหมายบัญญัติให้
ลงโทษหนักขึ้นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทากับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นากฎหมายนั้น
49
มาใช้บังคับเพ่ือลงโทษผู้กระทาให้หนักข้ึน ดังน้ัน แม้ว่านางม่วงจะเป็นมารดาซ่ึงเป็นบุพการีของ
นายโด่ง แต่นายโด่งก็ไม่มีความผิดฐานฆ่าบุพการี เพราะถือว่าผู้กระทาไม่รู้ว่าเป็นการกระทา
ตอ่ บพุ การี ก็ไม่มเี จตนากระทาต่อบุพการี เม่ือนายโด่งลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การ
กระทานั้นไม่บรรลุผล คือ นางม่วงไม่ถึงแก่ความตาย ถือว่านายโด่งพยายามกระทาความผิด
ต้องระวางโทษสองในสามของความผิดฐานเจตนาฆ่านางม่วงซึ่งเป็นการกระทาโดยพลาด
ต่อบคุ คลธรรมดาเทา่ นน้ั ไม่มคี วามผดิ ฐานพยายามฆา่ บพุ การี
ความรับผิดทางอาญาของนายโด่งต่อนายฟ้า การกระทาโดยพลาดต้องเป็นกรณีที่ผู้ใด
เจตนากระทาต่อบุคคลหนึ่งแต่ผลของการกระทาเกิดแก่อีกบุคคลหน่ึงโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้น
กระทาโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทาน้ัน เมื่อกระสุนอีกนัดหนึ่งเฉี่ยวด้านหลัง
นายฟา้ ในระยะกระช้นั ชดิ มากแต่ไมถ่ กู ตวั นายฟา้ ผลของการกระทามิได้เกิดแกน่ ายฟา้ และนายฟ้า
ไมไ่ ด้รับผลร้ายจากการกระทาแตอ่ ย่างใด ไมอ่ าจถอื ว่านายโด่งมเี จตนากระทาความผิดตอ่ นายฟ้า
โดยพลาด นายโด่งจงึ ไมม่ คี วามรบั ผดิ ทางอาญาตอ่ นายฟ้า
อนึ่ง นายโด่งใช้ปืนยิงนายเข้มครั้งเดียวกันหลายนัด ถือว่านายโด่งมีความผิดฐานเจตนาฆ่า
นายเข้มโดยสาคัญผิด และฐานพยายามฆ่านางม่วงโดยพลาดดังที่วินิจฉัยมาแล้ว เป็นการกระทา
อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทท่ีมีโทษหนักท่ีสุดลงโทษ
นายโด่ง คือ ความผิดฐานเจตนาฆา่ นายเข้มโดยสาคญั ผิดเพียงฐานเดียว
ข้อสังเกต ข้อน้ีมีผู้ถูกกระทาหลายคน ขอให้สังเกตว่ากรณีสาคัญผิดในตัวบุคคลตามมาตรา ๖๑
ผู้กระทาความผิดจะอ้างว่าไม่มีเจตนาไม่ได้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นเจตนาตามความเป็นจริงประเภทหนึ่ง
และมีเจตนาเดียว คือ เจตนาต่อผู้ถูกกระทา (ผู้ที่ได้รับผลร้าย) ส่วนเจตนาที่ผู้กระทามีต่อบุคคล
ที่ต้องการกระทา ได้เปลี่ยนมาเป็นเจตนาต่อผู้ถูกกระทาแล้ว นายโด่งจึงไม่มีความรับผิดทางอาญา
ตอ่ นายคาอีก แต่กรณีการกระทาโดยพลาดตามมาตรา ๖๐ เป็นเจตนาโดยผลของกฎหมายเพ่มิ ขึน้ มา
อีกเจตนาหนึ่ง เช่น ก ยิง ข กระสุนไปถูก ค ด้วย ถือว่า ก มีเจตนาฆ่า ข และมีเจตนาฆ่า ค โดย
พลาดด้วยอีกเจตนาหนึ่ง แต่เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท คาตอบข้อน้ีจึงต้องถือว่า
นายโดง่ มีเจตนาฆา่ นายเข้ม และพยายามฆ่านางม่วงโดยเจตนาโดยพลาดดว้ ย ขอ้ เท็จจรงิ จากคาถาม
แม้ว่านางม่วงจะอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุเพียงใดก็ตาม ก็ยังถือว่านายโด่งมีเจตนาฆ่านางม่วงโดยพลาด
เพราะกฎหมายพิจารณาเพียงว่ามเี จตนาต่อบุคคลหนงึ่ แลว้ ผลเกิดแก่อกี บุคคลหนึ่งโดยพลาด ก็ถือว่า
เป็นเจตนาโดยผลของกฎหมายแล้ว
50
ขอ้ ๑๔ คาถาม นายเอกเป็นเจ้าของช้างซึ่งกาลงั ตกมัน นายเอกปลอ่ ยช้างอยู่ตามลาพังโดย
ใช้เชือกผูกช้างไว้กับต้นไม้ใหญ่ในหมู่บ้าน แทนท่ีจะใช้โซ่ล่ามไว้ ช้างของนายเอกตกมันดิ้นจนเชือก
ที่ผูกไว้ขาด แล้ววง่ิ เตลิดไปตามถนนในหมู่บ้าน นายโทซ่ึงเพิ่งไปล่าสัตว์กลับมากาลังเดินมาตามถนน
ในหม่บู ้าน ช้างตกมันของนายเอกวง่ิ ตรงเข้าหานายโท จะใชง้ าแทงนายโทในระยะกระชั้นชดิ นายโท
จงึ ใช้ปืนยงิ ไปทช่ี ้างของนายเอกตาย แล้วกระสุนยงั ทะลไุ ปถูกสุนัขของนายตรตี ายด้วย
ใหว้ ินจิ ฉัยความรบั ผิดทางอาญาของนายโทในความผดิ ฐานทาให้เสียทรพั ย์
คาตอบ หลักกฎหมายเรอื่ งเจตนา พลาด ป้องกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙,
๖๐, ๖๘
ความรับผิดทางอาญาของนายโทต่อนายเอก การท่ีนายเอกใช้เชือกผูกช้างไว้กับต้นไม้ใหญ่
ในหมู่บ้านแทนท่ีจะใช้โซ่ล่ามไว้ เป็นการกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึงบุคคลในภาวะ
เช่นน้ันจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และนายเอกอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่าน้ันได้ แต่
หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ ถือว่านายเอกกระทาโดยประมาท แม้การกระทาโดยประมาทของนายเอก
ยังไม่ถึงขั้นตอนท่ีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เน่ืองจากการกระทาโดยประมาทต้องเกิดผล
จึงจะเป็นความผิด แต่ก็ถอื ว่าภยันตรายดงั กล่าวเปน็ ภยนั ตรายท่ีกาลังจะเกิดข้ึนแล้วอย่างแท้จริง
จึงเป็นกรณีท่ีนายเอกก่อภยันตรายต่อชีวิตของนายโทซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิด
ต่อกฎหมายและเป็นภัยใกล้จะถึง นายโทสามารถยิงช้างของนายเอกเพื่อป้องกันสิทธิของตน
ซ่ึงเป็นการกระทาต่อนายเอกผู้ก่อภัยพอสมควรแกเ่ หตุ การทนี่ ายโทยิงชา้ งของนายเอกตาย จึงเป็น
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้การกระทาของนายโทจะครบองค์ประกอบความผิดฐาน
ทาให้เสียทรัพย์ แต่มีกฎหมายยกเว้นความผิด นายโทจึงไม่มีความรับผิดทางอาญาต่อนายเอก
(๕ คะแนน)
ความรับผิดทางอาญาของนายโทต่อนายตรี การที่นายโทยิงช้างของนายเอก แล้วกระสุน
ยังทะลุไปถูกสุนัขของนายตรีตายด้วยนั้น เป็นการกระทาโดยเจตนาที่จะกระทาต่อบุคคลหน่ึง แต่
ผลของการกระทาเกิดแก่อีกบุคคลหน่ึงโดยพลาดไป คาว่าเจตนากระทาต่อบุคคลหนึ่งดังกล่าว
หมายถึงเจตนากระทาต่อสิทธิของบุคคลหนึ่งซึ่งรวมถึงสิทธใิ นทรัพยส์ ินด้วย จึงต้องถือว่านายโท
กระทาโดยเจตนาแก่ทรัพย์ของนายตรีโดยพลาดด้วย การที่นายโทยิงช้างของนายเอกซ่ึงถือว่าเป็น
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายดังท่ีวินิจฉัยมาแล้ว กระสุนปืนยังพลาดไปถูกสุนัขของนายตรีตาย
ด้วย ก็ต้องถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย อันมีกฎหมายยกเว้นความผิดด้วย
เช่นเดียวกัน เพราะการกระทาดังกล่าวเป็นผลสืบเน่ืองมาจากการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายโทจงึ ไมม่ ีความรบั ผดิ ทางอาญาตอ่ นายตรีในความผดิ ฐานทาใหเ้ สยี ทรัพย์ (๕ คะแนน)
ข้อสังเกต หากเจ้าของช้างระมัดระวังดีแล้ว นายโทต้องอ้างจาเป็น เพราะเป็นภยันตรายที่ไม่ได้
เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จึงอ้างป้องกันไม่ได้ แต่เม่ือมีภยันตรายก็สามารถอ้าง
จาเป็นยกเวน้ โทษได้
ตัวอย่างคาตอบที่ ๑ ช้างซ่ึงเป็นสัตว์ใหญ่ในเวลาตกมัน ย่อมมีอาการคลุ้มคลั่งดุร้าย