เวลาบายเทย่ี วดูปราสาทหนิ แลถายรูป แลวไปวัดเดมิ ๑ ปด
ทองพระพทุ ธรูป ซึ่งหลวงภักดีศรขี ัณฑเสมา๒ นายอา� เภอเมอื งพมิ าย
เกบ็ พระเศียรศิลาของเกามาท�าศลิ าประกอบขึน้ ใหม เปนพระประธาน
ในพระอโุ บสถ มีพระสวนชยันโตแลพิณพาทยซึ่งรวบรวมมาจากท่ี
ตางๆ เปนหลายวงประโคมขนึ้ พรอมกัน มีราษฎรชาวบานมาปดทอง
พระพุทธรูปดวยเปนอนั มาก
วนั ที่ ๖ กุมภาพันธ เวลาเชาราษฎรมีการเล้ียงพระทวี่ ดั เดมิ
เปนการฉลองพระพุทธรปู ทีป่ ดทอง แหส�ารบั ผานท่พี ักมา กระบวน
มพี ิณพาทยน�า แลวถึงราษฎรเดนิ มาเปนแถว ผทู ่มี ีสา� รับไปเล้ียงพระ
ก็ถอื สา� รับเขาแถวมา วันนี้เปนวนั พกั ไดไปถายรูปปราสาทหนิ อีกวนั
หนง่ึ ครน้ั เวลาบายไปดูตนไทรงาม คอื ตนไทรใหญตนหนึ่งซ่งึ รากกลับ
เปนตนตอๆ กนั ไปเปนพุมใหญ มีลานใตรมไทรกวางขวางรมร่ืนอยู
รมิ ลา� น�้ามลู หนทางจากเมอื งประมาณ ๓๐ เสน ดูสาขาตนไทรงาม
ไมกวางใหญเหมือนเมอ่ื ไดมาเห็นคราวกอน เขาวาตลิ่งพังน้�าพัดเอา
ไปเสียบาง กลบั จากไทรงามแวะที่บานนายอา� เภอ ก�านันผูใหญบาน
และพอคามาหา มหี ญงิ แกอายุ ๑๐๐ ปคนหนง่ึ อายุ ๑๐๖ ปคนหน่ึง
มาหาดวย ภรรยานายอ�าเภอตงั้ โรงเรยี นผูหญงิ ท่ใี นบาน มเี ดก็ ชาวบาน
ไดมาเลาเรียน มคี รผู หู ญิงสอนนักเรียนสกั ๑๑-๑๒ คน
ราษฎรในอา� เภอพมิ ายนี้มีจ�านวน ๒๑๘,๕๐๐ คน การท�ามา
หาเลย้ี งชีพมีการท�านาท�าไรแลท�าสวนบางเลก็ นอย กับมกี ารตัดไม
๑ วดั เดิมอยรู มิ ปราสาทหนิ โบสถเปนแบบวดั หลวงกรงุ เกา เขาใจวาเปน
ของกรมหม่ืนเทพพพิ ธิ ท่ตี งั้ ตวั เปนเจาพิมายสรางไว เรื่องปราสาทหินพมิ ายนี้
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ทรงเลาไวในนทิ านโบราณคดี นทิ านท่ี
๑๗ เร่อื งของโบราณ และพึงดูหนังสือนา� เท่ยี วพิมายและโบราณสถานในจังหวดั
นครราชสมี า ซ่ึงกรมศิลปากรจดั พิมพ
๒ หลวงภักดศี รีขณั ฑเสมา (เหม)
460 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ในปาและเก่ยี วแฝกมุงหลังคา ผสมโคกระบือ เลี้ยงไหม และทอผา
ทอเสื่อบาง แลมพี อคาเกวียนเทย่ี วคาขายถึงมณฑลอุดรและอสี านไป
จากเมืองพิมายน้ีมาก
เวลา ๑๐ ทุมออกจากทพ่ี ักแรมเมอื งพมิ าย ออกประตูไชย
ขามล�าน�้าเค็มผานบานวังหิน บานขี้เหลก็ บานล�าฉมวกแลวผาน
บานเพ็ด บานหนองใหญ บานหนองขาม ต�าบลหนองพลวง ขามล�า
จกั กระลาดมาถึงท่ีพักรอน ระยะทาง ๕๐๐ เสน
เขตนครราชสมี า
วันท่ี ๗ กุมภาพันธ ถงึ ท่พี ักรอนล�าจกั กระลาดเวลาเชาโมง
หนึง่ กบั ๕๐ นาที เวลาเชา ๓ โมง ๒๕ นาที ขึ้นระแทะออกจากล�า
จักกระลาดเขาเขตบานบุ บานหนองพลวง ถงึ บานหนองชองแมว เขต
อ�าเภอเมอื งพิมายกบั อา� เภอกลางตอกัน แลวเขาเขตบานหนองอาย
โยย ถงึ บานตมู ทีพ่ กั แรมหนองบวั เวลาเชา ๕ โมง ระยะทาง ๒๔๐ เสน
นายอิมมหาดเลก็ นายอา� เภอกลางมารับ รวมระยะทางวนั น้ี ๗๔๐ เสน
วันที่ ๘ กมุ ภาพนั ธ เวลาย�่ารุงครึง่ ออกจากท่ีพกั แรมตา� บล
หนองบวั บานตูมมาตามทางโคกเขาเขตบานกรูด บานทอก บานสม
บานขาม บานมะดนั แลวถึงบานชองโคทาชางนา้� มลู ทพ่ี ักแรมเวลา
เชาโมงครง่ึ ระยะทาง ๒๒๖ เสน
เมอ่ื อยูท่ีเมอื งพิมายไดรบั ทองตรามหาดไทยวา มารดาไปกราบ
ถวายบงั คมทลู จะขึ้นมารับ มีรบั สั่งวาเวลาน้ีท่เี มืองนครราชสีมากา� ลงั
เกดิ กาฬโรค อยาไปเลยจะไปเจ็บไข แลวจงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
ใหมหาดไทยเชญิ กระแสรับส่ังมาวา ใหคดิ อานเดนิ ทางตรงไปสถานี
รถไฟทเี ดียว อยาใหไปแวะคางคืนที่เมืองนครราชสมี า ดวยเหตุนีจ้ งึ
ไดพักแรมท่ีตา� บลทาชาง ระยะทางหางเมืองนครราชสีมาเพยี ง ๔๕๐
เสน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 461
กลับกรุงเทพฯ
เวลา ๑๐ ทุม ออกจากทีพ่ ักแรกตา� บลทาชางขามลา� น�้ามลู
มาตามทาง พักท่บี านพระผุดครูหน่ึง แลวเดนิ ทางตอไป
วันท่ี ๙ กุมภาพันธ เวลาเชาโมงหนึง่ ถึงบานมะเรงิ หมอมเจา
บวรเดช ผูบัญชาการกรมทหารมณฑลนครราชสมี า พระยาสุรยิ เดช
วิเศษฤทธ์ิ ปลัดเทศาภบิ าลมณฑลนครราชสีมา กับพระร�าไพพงศ
บรพิ ัตร๑ เจาพนกั งานกรมรถไฟมารบั ถึงกลางทาง ผานที่พักแสนสขุ
มาถึงสถานรี ถไฟเมอื งนครราชสีมาเวลาเชา ๒ โมง ๑๕ นาที ระยะทาง
๔๕๐ เสน อ�าลาแลขอบใจพระกา� แหงสงคราม ขาหลวงเทศาภบิ าล
มณฑลนครราชสีมา และขาราชการมณฑลนครราชสีมาที่ไปดวย
เสร็จแลว เวลาเชา ๒ โมงครึ่ง รถไฟพิเศษเคลื่อนจากสถานมี าถงึ
แกงคอยเวลาเท่ยี ง ๒๓ นาที เวลาบาย ๔ โมง ๕ นาที รถไฟพิเศษถงึ
สถานกี รงุ เทพฯ เวลาคา่� ไดเขาเฝาทลู ละอองธลุ พี ระบาท ณ พระท่ีนัง่
อัมพรสถานเปนเสร็จการที่ไปมณฑลอุดรและมณฑลอสี าน รวมเวลา
ตั้งแตออกจากกรงุ เทพฯ จนกลบั มาได ๕๖ วนั .
๑ พระรา� ไพพงศบริพัตร (จิตร บนุ นาค) ตอมาเปนพระยาในนามเดิม
462 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 463
รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการ
หัวเมืองฝายเหนือ
พ.ศ. ๒๔๕๑ ร.ศ. ๑๒๗
รายงานการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองฝายเหนือ
พ.ศ. ๒๔๕๑ ร.ศ. ๑๒๗
เมอื งพิศณุโลก
วันท่ี ๒๗ มถิ นุ ายน รตั นโกสินทรศก ๑๒๗
ขอเดชะฝาละอองธลุ พี ระบาทปกเกลาฯ
ขาพระพุทธเจาข้ึนมาถึงเมอื งพิศณโุ ลกเวลาบาย ๕ โมง วันท่ี
๒๕ ขอพระราชทานกราบทูลรายงานระยะทางอยางยอ ทางรถไฟแต
ปากน้�าโพขึ้นมาถงึ พศิ ณโุ ลกไมสนุกแลไมมอี ะไรนาดเู ลย ทางรถไฟผา
บงึ ผานพงแลปา หนาตาเหมือนๆ กนั อยูแตในเหลานต้ี ลอดทาง ทาง
เรือสนกุ กวามาก มารถไฟยังซา�้ ถูกรถไฟพัดมา ๑๑ ชวั่ โมง ฟกเหลือ
ประมาณ
เมอื งพศิ ณุโลกหนาตาดตู ามเคย ไมมอี ะไรแปลก แตมาถึงเย็น
ยังไมไดเท่ียว พออาบนา�้ แลวก็ไปนมัศการพระพุทธชณิ ราช พอยางเขา
ประตวู ัด ความรูสกึ นึกถึงตนโพธิท่ีทรงปลูกเม่ือครั้งเสด็จ ตองแวะ
ถวายเนตรกอน ตนโพธิตนนี้ท่ีจะดีอิก ขาพระพุทธเจาจะถายรูปไป
ถวายทอดพระเนตร แตเรื่องตนโพธนิ ี้ มานึกขน้ึ อยางหน่ึงวา จ�าจะตอง
มศี ิลาจาฤก ใหมีนามส�าหรบั เรยี กไวเสยี ทีเดียว จึงจะดี อยางใหเรยี กวา
ตนโพธิพระจุลจอมเกลาดังนี้เปนตน ท่ีมาคิดเห็นดวยเกลาฯ ดังนี้
ดวยไดสังเกตดหู นาขาราชการ ทไ่ี ดเคยพบเม่อื คราวเสดจ็ ยังเหลือ
อยไู มกีค่ น เขาใจวาในเวลาน้ผี ทู ไี่ มรวู าโพธติ นน้ันใครปลูกจะมมี ากอยู
แลว ถาไมจาฤกใหมนี ามส�าหรบั เรียกไว นานไปอาจจะไมมีใครรูวาโพธิ
ใครปลูกได
ในพระวิหารรักษาหมดจดดี เครื่องสะการะบชู าทม่ี ีผูถวาย
สะสมมากขึน้ กวาแตกอนมาก ใครคุมมาหมูหนนุ ก๋ีข้ึนจนเครื่องบชู า
ยังไมแลเหน็ ตกั พระ ขาพระพุทธเจาส่ังใหรือ้ เครอื่ งบูชาออก พรุงน้ีจะ
ไปคมุ มาหมูถวายใหมใหเต้ียลง จะไดแลเหน็ พระพทุ ธชิณราชไดถนัด
466 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
ดงั แตกอน
ขาพระพุทธเจาจะออกจากพศิ ณุโลกข้ึนไปเมืองอุตรดิฐวันที่
๒๘ ไดความวารถไฟท�างานเดินจากพิศณโุ ลกขึ้นไปไดถึงสพานที่จะ
ท�าขามแมนา้� ทบ่ี านดาราเหนอื เมอื งพิไชย ขาพระพทุ ธเจาจะอาไศรย
รถไฟทา� งานขึน้ ไปลงเรอื ท่บี านดารา เขาวารถไฟยงั ตองคลานจะตอง
ใชเวลา ๔ ชัว่ โมงเศษจึงจะถงึ บานดารา แตก็ยงั ดีที่คุมเวลาไดถึง ๒ วัน
แตขากลบั ขาพระพทุ ธเจาต้ังใจวา จะลองทางเรอื จากอตุ รดิฐลงมาจน
พิศณโุ ลกจะไดตรวจตามล�านา้� ลงมาดวย
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
ขาพระพุทธเจา ขอเดชะ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 467
เมอื งพิศณุโลก
วันที่ ๒๗ มถิ ุนายน รตั นโกสินทรศก ๑๒๗
ขอเดชะฝาลอองธุลีพระบาทปกเกลาฯ
ขาพระพทุ ธเจาจะออกจากพศิ ณุโลกข้ึนไปเมอื งอุตรดิฐวันที่
๒๘ พรุงนี้ จะอาไศรยรถไฟท�างานข้นึ ไปจนถึงบานดาราเหนือเมอื ง
พิไชยลงเรือทน่ี ัน่ ซ่ึงเปนปลายราง เวลานีว้ าระยะทางจากเมืองพิศณุโลก
ราว ๔ ช่ัวโมง เพราะตองคอยๆ คลานไปชาๆ แตก็เรว็ กวาทางเรือถึง
๒ วัน กะวาจะไปพกั แรมทเ่ี มอื งกรอง แลจะถงึ อุตรดิฐในวนั ท่ี ๒๙
ขาพระพุทธเจากราบบังคมทูลไปในจดหมายฉบับกอนซึ่ง
เขยี นเม่ือวันมาถึงพศิ ณุโลกในเวลาเย็นวา เมืองพศิ ณโุ ลกดไู มแปลก
ตานนั้ เม่อื ไดเท่ยี วตรวจดู ๒ วันเตม็ ๆ เห็นการแปลกก็มหี ลายอยาง
คือ ขางเหนอื น้�ามกี องทหารมาปลูกสรางโรงทหารงดงามอยางท่เี มือง
นครสวรรค สวนขางใตตลาดยส่ี านดคู รึกครน้ื ขน้ึ มาก มีหางหอมาต้งั
หลายราน ในล�าแมนา้� เรอื แพก็ดูมากขึน้ เพราะเหตทุ ี่มีรถไฟนัน้ เอง
วันนไ้ี ดแลเหน็ ทเุ รียนขายในตลาด ๒ ผล ไดความวาขายผลละ ๗ สลึง
พอขายได
ในสวนการปกครอง ซ่ึงซุดโซมลงตั้งแตถอนพระยาสุรสีห๑
ไปเสยี จนถึงทีส่ ดุ ตองเปลย่ี นขาราชการแทบทงั้ มณฑล ดกู ารคอยฟน
ขนึ้ สักหนอย แตยงั ไมดไี ดถึงเดิม แมแตทองทแ่ี ลเยาเรือนที่ไดงดงาม
ในครั้งพระยาสรุ สหี ก็ยงั แลเหน็ ซดุ โซมอยูโดยมาก แตขาพระพทุ ธเจา
แลเห็นวา เวลาน้ีจะกวดขันเรงรัดการจดั แตบานเมืองนักยงั ไมควร
เพราะขาราชการต้ังแตขาหลวงเทศาภิบาลลงไปมาใหมมากกวาคน
๑ คือเจาพระยาสรุ สหี วิศิษฐศกั ด์ิ (เชย กัลยาณมิตร) ขาหลวงเทศาภบิ าล
มณฑลพายัพ แลวเปนอุปราชภาคพายพั เมือ่ บัญชาการมณฑลพษิ ณุโลก ระหวาง
พุทธศักราช ๒๔๓๗-๒๔๔๕ เปนพระยาศรีสุรยิ าราชวรานุวตั ร และพระยาสุรสหี
วศิ ิษฐศกั ด์ิ
468 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
เกา จะตองกวดขันกนั ทางใหออกเที่ยวตรวจตามทองท่ีในมณฑลให
ช�านาญทองท่ีเสียกอน ขาพระพทุ ธเจาจงึ ไดบอกพระยาอุไทยมนตรี
เขาใจไวดงั นี้ คอื แตนี้ไปจนสิ้นฤดูแลงใหเอาธรุ ะในการเทย่ี วออกตรวจ
ทองที่ ขาพระพุทธเจาจะไมกวดขนั ในเรอ่ื งแตงเมืองจนถงึ ปลายฤดูแลง
แตสงั เกตดุ ขู าราชการในมณฑลนี้ดพู รกั พรอมกันดี ถาไดเวลาพอคงจะ
ท�านุบ�ารงุ มณฑลนีใ้ หดีถงึ แตกอนได
เร่อื งท่ีมณฑลน้ีซดุ โซมไป ขาพระพทุ ธเจากค็ วรจะถูกตเิ ตยี น
ดวย เพราะตง้ั แตมาตามเสดจ็ คราวนนั้ แลว ไมไดขึ้นมาตรวจอกิ เลย
จนบัดน้ี ไมไดแลเห็นการในทองท่ตี ลอดเวลาทพ่ี ระยาภักดีณรงคแล
พระยาศรสี รุ ิยราชนวุ ัตรเปนขาหลวงเทศาภบิ าลท้งั ๒ คน ถาไดมา
เสยี กอนน้ี เห็นดวยเกลาฯ วา ปานนจี้ ะฟนขึน้ กวานมี้ ากเสยี แลว
ในสวนทางโบราณคดมี าเท่ยี วน้ี ขาพระพทุ ธเจาไดพบวัดราช
ประดิษฐาน ซึ่งมีพระเจดียใหญไดขนาดแลรูปรางลวดลายเหมือน
พระเจดยี ๓ องคในวัดพระศรีสรรเพ็ชรไมมีผิด โทษถึงจะตองแตง
แปมเพลตสา� หรับโบราณคดีสโมสร แตจะตองรอไปแตงเม่ือถึงกรงุ เทพฯ
เพราะไมไดเตรียมเครอ่ื งมอื กลาวคอื หนงั สือทสี่ �าหรบั สอบคนขนึ้ มา
พอตองการ
วนั นี้ขาพระพทุ ธเจาไดไปท่วี ัดจฬุ ามุณีอยูใตเมืองพิศณุโลก
ถาไปบกทางประมาณ ๑๕๐ เสน แตทางเรือเห็นจะถึง ๒๐๐
ขาพระพทุ ธเจาเขาใจวาสมเดจ็ พระบรมโอรส๑ จะไดทรงพรรณาเร่ือง
วัดจฬุ ามณุ ถี วายในรายงานของทานแลว จึงไมกลาวซ�้าอิก แตจะอด
กราบบังคมทลู ขอหน่ึงไวไมได คือ ภมู ิแผนทว่ี ดั จุฬามุณนี ้ีตรงกบั วัด
๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยหู ัว รชั กาลท่ี ๖ ขณะด�ารงพระ
อสิ ริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช เจาฟ้ามหาวชริ าวธุ สยามมกุฎราชกมุ าร
เสด็จพระราชดา� เนนิ เมอื งเกาภาคเหนอื ในพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๐ จัดพิมพเปนหนังสอื
เรอ่ื งเที่ยวเมืองพระรวง ใหความรูดานโบราณคดีอยางดี
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 469
อยางทพ่ี อพระราชหฤไทยจะเปนสมภารนนั้ ทเี ดียว คือ หนาวดั ลงนา้�
กุฏอิ ยขู างหนาวดั มถี นนตรงลกึ เขาไปสกั ๕ เสนถงึ กา� แพงแกว ในนน้ั
มพี ระอุโบสถ ถัดพระอุโบสถถึงพระปราง อยางพระมหาธาตุเมือง
ลพบรุ ี แตเปนขนาดยอม แลวถึงพระวิหาร ๙ หองในบรเิ วณวัดก็มี
ตนไมใหญมาก พิเคราะหดูพระปรางจะเปนของเกากอนสมเด็จ
พระบรมไตรยโลกนารถ เปนของกอดวยศิลาแลงมีอยูอยางเดียว
นอกน้ันเปนของกอดวยอิฐ แลใชอิฐเล็กขนาดเดียวกนั ท้ังโบถวหิ าร
แลก�าแพง ซ่งึ เช่ือไดวาเปนของสมเด็จพระบรมไตรยโลกนารถสราง
เสียดายอยูนดิ ท่ีฝมอื นอกจากพระปรางแลวอยขู างจะตน แตพระปราง
ท�างามดพี อใช
ขาพระพุทธเจาไดมีการสวดมนตเลยี้ งพระสมโภชพระพทุ ธ
ชิณราช ขอพระราชทานถวายพระราชกศุ ล
ขาพระพุทธเจากะวาขากลบั จากอุตรดฐิ จะลองทางเรอื ตง้ั แต
เมอื งอตุ รดิฐไปจนถงึ ปากน้�าโพ จะไดดตู ามล�าแมน้า� แลจะไดแวะตรวจ
ราชการตามอา� เภอแลเมืองในระยะทางดวย แลความจรงิ ยงั มอี ิกอยาง
หนึ่ง เรือ่ งเบือ่ รถไฟตอนน้ี ทีไ่ มมอี ะไรนาดู ถูกแตรถไฟพัดจนฟกเสยี
เหลือประมาณ แตก�าหนดวนั ทขี่ าพระพทุ ธเจาจะถึงกรงุ เทพฯ คงจะ
ถึงวนั ท่ี ๗ กรกฎาคม ตามทไ่ี ดกา� หนดไวแตเดมิ ไมตองเล่ือน เพราะ
จะตัดวนั ที่คดิ จะอยนู ครสวรรคเสียวนั หน่งึ
ควรมคิ วรแลวแตทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ
ขาพระพทุ ธเจา ขอเดชะ
470 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
เมอื งพิศณโุ ลก
วนั ที่ ๓ กรกฎาคม รตั นโกสินทรศก ๑๒๗
ขอเดชะฝาลอองธุลพี ระบาทปกเกลาฯ
ขาพระพุทธเจามีโอกาสที่จะสงจดหมายฉบับนท้ี เี่ มืองพิศณุ
โลก เมื่อขากลับ ประมาณวาจดหมายฉบบั นจ้ี ะไดทลู เกลาฯ ถวาย
กอนขาพระพทุ ธเจากลับมาเฝาทูลลอองธุลีพระบาทสัก ๒-๓ วนั
ขอพระราชทานถวายรายงานโดยยอเปนอนุสนธสิ บื ล�าดบั แตฉบบั ที่ได
เขยี นทเ่ี มืองพศิ ณโุ ลก เมื่อณะวนั ท่ี ๒๗ มถิ ุนายน น้ันมา
ทางรถไฟแตเมอื งพิศณโุ ลกข้ึนถงึ บานดารา ซึง่ อยเู หนอื เมือง
พไิ ชยราวสัก ๓๐๐ เสนนั้น ก็ใกลแมน้�าบาง หางแมน้า� บาง อยางทาง
ขนึ้ มาจากปากนา้� โพ ภมู ิแผนท่ี ๒ ขางทางดีกวาระหวางปากนา้� โพ
สกั หนอย ดวยมที ี่สูงแลผานปาแดงบาง บึงแลพงไมมากเหมอื นตอน
ลาง มารถไฟในทางนต้ี ง้ั แตปากนา�้ โพขนึ้ มา ทา� ใหใจนึกมาตลอดทางวา
แผนดินทว่ี างเปลา ท่อี าจจะเปนประโยชนไดยงั มอี ยมู ากนัก ถามใี คร
เอาเปนธรุ ะตรวจตราแกไขความขัดของของภูมิทองที่ กลาวคอื แก
ในกระบวนปดนา้� หรือไขนา้� หรือหาพืชพรรณไมท่ีจะถกู กับทองที่มา
ปลกู ยังจะเกิดผลประโยชนแกบานเมอื งไดอกิ มากทีเดียว วาโดยท่ี
จรงิ มารถไฟตอนนี้ถึงจะไมสนุกแลไมสบายอยางข้ึนไปทางโคราช
มาในท่สี ูงแลเห็นภูมิถานทองที่ไดถนัด แลเห็นไดไกลกวามาทางเรอื
สงั เกตดูภูมลิ า� เนาท่ีราษฎรตัง้ อยูตามทองท่ีในเวลาน้แี ถวริมน้�ามีบาน
เรือนตลอด แลไมมีบานดอนอยูขางในอิกสวนหนึง่ เหตุวาแผนดนิ
ตอนกลาง เปนทีล่ ุมเกินไปหรือแหงเกินไป ท�าการเพาะปลกู ยังไมได
มีท่ีบางแหงนานๆ พบเปนระยะที่มีไรนาอยูตอนกลางระหวางริมน้�า
กับทด่ี อนขางนอก
วนั ท่ี ๒๘ นั้นขาพระพทุ ธเจาขนึ้ มาพักแรมท่ีเมอื งตรอน วันที่
๒๙ ขนึ้ มาถงึ เมอื งอตุ รดิฐ วันท่ี ๓๐ ไปดูตลาดแลตรวจราชการ วนั ที่
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 471
๑ กรกฎาคมไปเมืองลับแลไปพระแทนศิลาอาศน แลวกลบั มาเมือง
อตุ รดิฐตามหนทางทไ่ี ดเสดจ็ ประพาศ วันที่ ๒ เวลาเชาลองกลบั จาก
เมอื งอุตรดฐิ
ตามล�าแมนา�้ ตงั้ แตเมืองพไิ ชยขึน้ มาจนอตุ รดฐิ มีเรอื เปดใหญ
อยางบรรทกุ สนิ คาจอดเรียงรายเห็นไดทุกคุงน้�า เรือชนิดนเ้ี ที่ยวจอด
ประชมุ กนั เปนหมๆู แมเหนือเมอื งอุตรดฐิ ก็มขี ้นึ ไป เขาวาตลอดจนถงึ
เขตรเมืองนาน ถาจะนบั จ�านวนเห็นจะหลายรอยล�า ท่ีเดียวมากกวา
ท่ไี ดเคยเห็นเมื่อมาตามเสดจ็ หลายเทา สืบถามไดความวาเรือเหลานี้
บรรทุกสินคากรุงเทพฯ ข้นึ มาขายแลรบั ซอ้ื สินคาขางเหนอื คอื เขา,
ยาสบู , เขา, หนงั ,คร่งั , กา� ยาน เปนตนลงไปขายขางใต ที่เรือมจี อด
เรียงรายกันอยเู ชนนี้ เขาวาเปนเวลาบรรทุกสนิ คาแลคอยน้�า พอน้�าขึน้
มากจะลองลงไป
ที่ตลาดทาอฐิ มีเรือนแถวท�าใหเชามากขึ้นกวาที่ไดเห็นแตกอน
หลายแถว เรอื นแถวเหลานี้ท�าดวยไมมุงสงั กะสีโดยมาก เรอื นท่ีสราง
แตกอนทา� ชัน้ เดยี ว แตเรอื นทสี่ รางชนั้ หลังมาทา� เปนเรือน ๒ ชั้นแล
ท�าแขงแรงม่นั คงแตจะเรียกวาก้ิงกือหรือโกรเกไมไดเพราะไมไดทาสี
คาเชาเรอื น ๒ ช้ันเรยี กกนั หองละ ๒๐ บาท ชัน้ เดียวเรียกหลังละ ๑๐
บาทแล ๘ บาทเปนอยางต่�า ทางขางเหนือหาดคาเชาแรง ขางใตลง
มาเปนทีล่ มุ มากคาเชาต�่า ลงรถไฟกะจะตง้ั สเตชัน่ ทที่ าเสาเหนอื ทาอิฐ
ข้นึ ไป ทางสกั ๘๐ เสนสะเตช่ัน ๑ เทศาภบิ าลเมืองพไิ ชยไดตดั ถนนตอ
จากทเ่ี มอื งไปจนถึงทาเสาสาย ๑ เวลานมี้ ีพวกจนี ไปจบั ทีต่ ามริมถนน
สายนั้น ท�าบานเรือนขนึ้ หลายราย ดวยคาดลวงนาวาเวลารถไฟถึง
การคาขายจะไปดีทท่ี าเสา แตมักจะเปนคนทม่ี าใหมสวนพวกทต่ี งั้ เปน
หลกั ถานท่ที าอิฐแลวโดยมาก เชื่อวาถึงรถไฟมาทที่ าอิฐยังจะดีตอไป
ยังไมคดิ ยาย ถาแลดูผูคนแลบานชอง เรอื แพคาขายท่ีเมืองอุตรดิฐ
เวลาน้ดี เู จรญิ ขึ้นกวาเม่ือเวลาเสด็จเกือบจะอกิ เทาหนง่ึ มบี านเรือนงามๆ
ทที่ า� ข้ึนทางถนนไปเมืองลับแลทง้ั สองฟากก็หลายบาน สวนทเี่ มอื งลบั แล
472 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
แลทงุ ยง้ั นั้นดูไรนามมี ากแปลกตาข้นึ มาก เพราะมีคนดีประจา� ทีอ่ ยคู น
หนง่ึ คอื หลวงศรีพนมมาศ (ทองอนิ ) ผูทเี่ คยเสด็จไปบานเขานน้ั เอง
เปนผเู อาใจใสสนกุ ในการทา� เหมอื งทา� ฝายเลกิ ไรนา ไมรหู ยุด จนถงึ พวก
อินยินเนยี รถไฟทไ่ี ดข้ึนมาเห็น บอกแกขาพระพทุ ธเจาเมอ่ื ข้ึนมาตาม
ทางวา เรามอี นิ ยเิ นียดอี ยูท่ีเมอื งลบั แลคนหนง่ึ ส�าหรบั การเออรเิ ลช่ัน
ที่พระแทนศิลาอาศน วิหารเครือ่ งบนช�ารดุ ทข่ี ่อื ผุ ๒ ตัวแต
มีผศู รัทธาปฏิสงั ขรณ ขดั อยูดวยไม จะตองการไมสกั ท่ีตายยนื ตนแล
ตนมีอยใู นแขนงเมอื งลบั แล เมอื งทุงยง้ั สกั ๑๕๐ ทอน ถาไดไมแลว
ผูทศ่ี รัทธาเขาจะออกเงิน เชน สวนคาแรงคากระเบื้องแลอ่ืนๆ จะ
เร่ียรายไดราวเกอื บ ๒๐๐๐๐ บาท ขาพระพุทธเจาจงึ ไดอนญุ าตเรื่อง
ไมใหตามประสงค
ขาพระพทุ ธเจาไดมาพระแทนศลิ าอาศนแตกอนแลว ๔ ครงั้
พึง่ มาไดสงั เกตในครงั้ ท่ี ๕ น้ีวาผนังวหิ ารพระแทนมณฑปพระยืนที่
เขียนเร่อื งปถมสมโภชนน้ั ก็ดี วิหารหลวงวัดมหาธาตุเมอื งทุงย้งั ที่เขยี น
เรอ่ื งเงาะนัน้ ก็ดี ฝมือเขยี นเกามากทเี ดียว ถาไมใชครัง้ ตอกรงุ เกา คือ
ครง้ั เจาพระฝาง กจ็ ะเปนครัง้ กรุงธน หรือในรัชกาลที่ ๑ ฝมอื อยูขาง
จะตน แตเหน็ ไดวาของเกาไมมีทส่ี งไสย คอื ดีอยู ที่ขาพระพทุ ธเจามา
สังเกตเหนไดในเท่ยี วนี้ เพราะพวกทายกท่ีซอมแซม กา� ลังคดิ เขยี นใหม
ขาพระพทุ ธเจาตองออกคา� ส่ังหามวา อยาใหไปจับตองเลยเปนอันขาด
ใหปลอยไวอยางน้ี
ขาพระพุทธเจาไดประชมุ พวกพอคาทเี่ มืองอุตรดิฐ ไตถามถงึ
การคาขายไดความวา ในศก ๑๒๖ การคาขายโทรมมาก ในเวลานี้
พึง่ จะฟนขึน้ สกั เลก็ นอย ถาในศก ๑๒๗ นเี้ ปนอยอู ยางศก ๑๒๖ เหน็
จะถึงลมละลายกันมาก เหตุทกี่ ารคาขายทรุดโทรมนั้น พวกพอคา
ช้แี จงวาเปนดวยเหตุ ๒ ประการ คือ เมือ่ ศก ๑๒๕ นาหวั เมอื งเหลาน้ี
เสยี ราษฎรอัตคดั อิกอยางหนึ่งนน้ั ยาสบู ในปลายศก ๑๒๖ แลตนศก
๑๒๗ นร้ี าคาตกกวาคร่ึงตัว เหตดุ วยศก ๑๒๕ ราคายาข้ึน ราษฎรเห็น
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 473
วายาสูบราคาดพี ากนั ปลูกมากเกินตองการ ราคายาจึงตก จนถึงในศก
๑๒๗ นี้ตองเลิกปลกู ยากนั เสยี โดยมาก ความอตั คัดของราษฎรพาให
คาขายไมดีประการหน่งึ อิกประการหน่ึงนั้น ดวยเรื่องเอกสเซนที่ราคา
เงนิ เหรียญเมืองจีนตก พวกพอคาทเ่ี มอื งอุตรดฐิ โดยมากรับทนุ หรอื
ซ้ือเช่ือมาจากพวกพอคาจีนท่กี รุงเทพฯ เอาของเหลาน้ีขายแลวซอื้
สินคาปาที่พวกฮอแลพวกในมณฑลพายัพ พวกเมืองหลวงพระบาง
พาบรรทกุ ตางลงมาขายสินคาปาเหลานี้ พวกพอคาท่เี มืองอตุ รดิฐพาลง
ไปขายแกพวกพอคาจีนในกรงุ เทพฯ พวกน้นั สงไปขายท่ีเมอื งจีนขาย
ดวยราคาเงินเหรยี ญ ซ้ือทน่ี ่ซี ้อื ดวยราคาเงนิ บาท เม่อื เงินเหรยี ญตก
ราคาลง พวกพอคาที่กรุงเทพฯ กล็ ดราคาสินคาทีเ่ ขาซ้อื ดวยเงินบาท
ลง พวกพอคาท่ีอุตรดิฐ รบั ซอ้ื สินคาปาไวในราคาแพงกวาท่ีจะขาย
ไดในกรุงเทพฯ เปนเหตุใหขาดทนุ ทาง ๑ อิกทาง ๑ นนั้ สนิ คาทรี่ ับขึ้น
มาจากกรงุ เทพฯ โดยมากรับซ้อื เชอื่ มาโดยมีกา� หนดสงเงิน เม่อื รับขึ้น
มาแลวขายไมออก ผเู จาของเงนิ เรงใหสงตามก�าหนด จ�าตองลดราคา
ขายขาดทุนเอาเงนิ ไปใชหน้ี เปนทางขาดทนุ ของพวกพอคาเมืองอุตรดฐิ
อกิ ทาง ๑ ใชแตเทาน้นั พวกพอคาตางท่รี ับสินคาปาเมืองหลวงพระบาง
มณฑลพายพั แลเมืองหลมศักด์ิ เมืองดานซายลงมาขายท่เี มอื งอุตรดฐิ
ก็ซอ้ื เช่ือเขาลงมาขายเหมอื นกัน สินคาเหลาน้ันราคาตกท่ีกรงุ เทพฯ
พวกพอคาที่อุตรดิฐก็ตองไปเกย่ี งใหพวกพอคาตางลดราคาลงอิก
ขางพวกพอคาตางจะไมขายใหกไ็ มมีเงนิ จะใชหนีเ้ ขา แลไมรูวาจะเอา
สินคาเหลาน้ันไปทา� อะไร ก็จ�าตองขาดทนุ อกิ พวกหน่งึ นัยวาเวลาน้ี
พวกพอคาตางทต่ี องหลบเจาหนี้ไปเท่ยี วรับจางหาก�าไรใชหนอ้ี ยูตาม
ท่ีตางๆ มอี ยูเปนอันมาก พวกพอคายงั หวงั ใจอยูวา ถาปน้ีเขาปลา
บริบรู ณ การคาขายจะกลบั ดขี ้นึ ดังแตกอน
สวนการคาขายกับเมืองหลวงพระบางนัน้ ไดความวาเจริญขึ้น
มาก พวกเมอื งอุตรดฐิ ไปต้งั รานคาขายที่เมอื งหลวงพระบางก็มบี าง
พวกเมอื งหลวงพระบางมารับซอ้ื เชือ่ สินคาไปขายทีเ่ มอื งหลวงพระบาง
474 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
ก็มีโดยมาก การคาขายสดวกดี ฝร่ังเศสไมไดเรียกเก็บภาษีขาเขา
จากสนิ คาอยางอ่ืน นอกจากไมขดี ไฟแลน้�ามนั เปโตรเลยี ม แตสนิ คา
ขาออกเรยี กเก็บภาษีทุกอยาง ในการคาขายวาโดยยอ เมอื งอตุ รดิฐ
เปนตลาดของเมอื งนาน เมอื งแพร เมอื งนครล�าปาง (เฉพาะแตเกลือ
เพราะบรรทุกเรอื ข้นึ ไปทางน้�าวัง ราคาซอื้ แรงกวาอตุ รดฐิ ) เมอื งหลวง
พระบาง เมืองดานซาย เมืองหลมศักด์ิ เมืองนครไทย เวลารถไฟแลว
เมืองอุตรดิฐคงจะเจรญิ ขึ้นอกิ ถาหากวารถไฟไมเรยี กคาบรรทุกเกิน
ไป ในเวลานไี้ ตถามตามพอคา ไดความวาสนิ คาทส่ี งจากกรุงเทพฯ
มาเมืองอตุ รดิฐจับบรรทุกรถไฟสงถงึ เมอื งพศิ ณุโลกบางแลว สนิ คา
มาถงึ เมืองอุตรดิฐแลว คดิ คาโสหยุ สงลงเรือขึน้ มาจากปากน้�าโพ หรือ
สงลงเรือข้ึนมาจากพิษณโุ ลกเวลาน้ีเทาๆ กัน สงพิศณโุ ลกไดเปรียบ
เพียงเวลาเรว็ เขา แตราคาอาหารแลเครอ่ื งบริโภคใชสรอยท่ีเมอื งอตุ รดฐิ
เวลาน้ีฟงตามเสียงคนท่ีข้นึ มาจากกรงุ เทพฯ วาแพงกวาท่ีกรุงเทพฯ
ความขอน้ี ขาพระพุทธเจาเขาใจวา ความรูสึกมีแตเฉภาะพวกทม่ี า
จากกรงุ เทพฯ ซง่ึ มกั พอใจบริโภคอาหารแลใชสรอยอยางอยกู รุงเทพฯ
แตสวนพ้นื พลเมอื งนน้ั สืบถามดูตามพอคาแลขาราชการไดความเปน
อยางเดยี วกันวา ทกุ วันน้รี าษฎรบริบรู ณโภคทรัพยมากกวาแตกอนมาก
ขอนี้จะพงึ สังเกตุเห็นไดในตลาด แตกอนมาขายดีเพยี งผาดบิ ท่ีราษฎร
ซ้ือไปยอมนุงหม เด๋ียวนข้ี ายไดจนแพรพรรณภาชนตางๆ ตลอดจน
ถงึ เคร่อื งแตงตวั ทเ่ี ปนเคร่อื งเงนิ เครือ่ งทองของมรี าคาก็ขายได
การปกครองราษฎรสงั เกตดเู ปนการปรกติไมมีเสียงรองเดือด
รอนอยางอน่ื นอกจากวาผรู ายลวงลักโคกระบอื เมอ่ื แลงแลว ชมุ ขึ้น
กวาแตกอน เหตุท่เี กิดโจรผูรายลวงลักชุกชุมขึน้ น้ัน เจาพนักงาน
ปกครองทองท่ี ก็แลเห็นเหตุตรงกับท่ีไดเคยมีมาแลวในมณฑลอ่ืนๆ
กลาวคอื การสรางรถไฟมีคนส�าสอนเขามารับทา� การกลุ มี ากอยู คน
พวกนี้ เปนชาวมณฑลอสิ าณโดยมาก เท่ยี วต้ังทบั กระทอมเรีย่ รายกัน
ไปตามทางรถไฟท่มี นั รบั จางท�างาน เปนคนติดฝนกม็ าก ทางรถไฟ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 475
ท�าไปถึงไหนผูรายลวงลักกช็ มุ ไปถึงนน่ั จนทางรถไฟแลวเมอ่ื ใด ผรู าย
ก็ซา เปนเชนนมี้ าทุกๆ สายตัง้ แตสายนครราชสมี า ครน้ั เจาพนักงาน
ปกครองทองที่จะบังคบั ตรวจตราพวกกลุ ใี หกวดขนั เชน บังคับใหอยู
รวบรวมกันเปนตา� แหนงแหงที่ แลใหมตี า� รวจภูธรหรอื เจาพนกั งาน
คอยตรวจตราคนเหลาน้ี การที่บังคับรบกวนพวกกลุ ีก็คงจะไปเกิด
ติดขัดแกการสรางรถไฟท่จี ะหากลุ ยี ากเขา จึงตองผอนผันหันหาการ
ท�ารถไฟ อยาใหติดขดั เปนขอสา� คญั
ในเรือ่ งผรู ายลกั โคกระบอื นัน้ สืบสวนตามกา� นันผูใหญบานได
ความวา ก็เน่ืองดวยพวกกุลที า� ทางรถไฟนี้ แตมใิ ชพวกกุลเี อง คือ ผูราย
ตางเมอื งเขามาแอบแฝงอาไศรยสมคบอยกู บั พวกกุลี เวลาเจาพนักงาน
ปกครองทองที่ไปตรวจตราก็กลายเปนกลุ ีไป ครั้นราษฎรเผลอเม่ือไร
พวกผูรายนั้นกล็ อบลักโคกระบือพาไปขายตางเมอื ง มีชกุ ชุมเม่อื ฤดู
แลง แตเดย๋ี วนค้ี อยสงบไปแลว
พระยาสุรสีห ขาหลวงใหญมณฑลพายัพซ่ึงมาตรวจจัด
ราชการอยูที่เมืองแพร แลขาพระพุทธเจาไดนดั ไปใหมาพบกันท่ี
อุตรดิฐน้นั มาถึงเมืองอุตรดฐิ ในวันเดียวกนั กบั ขาพระพุทธเจา พระยา
อมรฤทธขิ าหลวงประจ�านครนาน แลเจาอุปราชนครนานไดทราบวา
ขาพระพทุ ธเจาจะขึน้ มาท่เี มืองอุตรดฐิ กล็ งมาหาขาพระพทุ ธเจาดวย
ราชการเมืองแพรไดความจากพระยาสุรสีหวา พระยาสุรสหี ไดมาพัก
อยูเมืองแพรเดือนเศษ จัดวางแบบแผนแลแกไขความขัดของทมี่ ีอยู
เปนการเรียบรอยตลอดแลว พระยาสุรสีหเชอ่ื วา จะไมมคี วามล�าบาก
มากมายอันใดในการปกครองเมอื งแพรตอไป สวนอายหวน่ั ผรู ายนั้น
ยงั กา� ลังสบื จบั กนั โดยกวดขัน เห็นวาจะไดตวั ในไมชานกั
ราชการเมอื งนานกเ็ ปนปรกตดิ อี ยู
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
ขาพระพุทธเจา ขอเดชะ
476 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
ป.ล. ขาพระพุทธเจาลองจากอุตรดฐิ เวลา ๒ โมงครึ่ง เวลาบายสองโมง
มาถงึ เมอื งพไิ ชย เวลาเย็นไดขน้ึ เดินดูตามทองที่ ทเี่ มืองพิไชยเด๋ยี วนี้
ลดลงเปนแตอ�าเภอ ท่วี าการเมืองพไิ ชยยกไปต้ังอยเู มอื งอุตรดิฐหลายป
มาแลว เปนธรรมดาอยเู องที่สถานทีใ่ นรฐั บาลแลบานเรอื นขาราชการ
ที่เคยมแี ตกอนเลกิ รางหายไปโดยมาก แตประหลาดใจท่ีตลาดกลับ
เจริญข้ึนกวาแตกอน มีโรงแถวแลรานขายของมากขึ้น ไตถามจึงได
ความวา ตลาดย่สี านดขี ้นึ นี้ เพราะรถไฟก�าลงั ทา� ทาง มีพวกท�าการ
รถไฟเปนผูซอื้ ของในตลาดมากกวาพวกอ่นื ไดความตลาดไปจนถงึ
เรื่องเรอื เปดคาขายที่มมี าจอดอยเู ปนระยะตอนใตอุตรดิฐมานี้ กเ็ ปน
พวกทีบ่ รรทุกเขาสารแลสิง่ ของมาขายพวกท�าการรถไฟโดยมาก
ขาพระพทุ ธเจาไปดูตลาด พบนกั เลงสุรากา� ลังนง่ั เสพยสรุ าอยู
ในรานขายสรุ าตางประเทศ ๓ คน จงึ แวะเขาไปสนทนา ไดความวา ท่ี
ตลาดอ�าเภอพไิ ชยนม้ี ีรานสรุ าตางประเทศ ซึ่งเสยี คาไลเซนปละ ๑๒๐
บาท ราน ๑ กบั รานสุราโรง ซึ่งนายอากรจัดใหมาต้ังขายราน ๑ สรุ า
ทขี่ ายในรานสุราตางประเทศนนั้ มสี รุ าฝร่งั กับสุราจนี จา� พวกสรุ าฝรงั่
มีสรุ า ๓ อยาง คอื วิสกี้สัก ๓ ยหี่ อ บรันดสี ัก ๓ ย่หี อ เบยี ๒ ย่หี อ
สรุ าจีนน้นั เปนสุรากลั่นเมืองเซยี งไฮอยางสีขาวทา� นองเดียวกับสรุ าโรง
แตแรงกวา อกิ อยางหนง่ึ สแี ดงเรียกวาเลายาทา� นองเปนยาดองออน
กวาอยางขาว สรุ าจีน ๒ อยางน้ีขายแกวละเฟองเทากับราคาสรุ าโรง
นกั เลงสรุ าทีพ่ บ ๓ คนดูเปนผูช�านาญ ดเู หมอื นจะไดเคยเสพยสุรา
ตางประเทศครบทกุ อยางในรานน้นั บอกไดวา อยางไรรสชาตเิ ปน
อยางไรทุกอยาง นยั วาวสิ ก้เี ปนสุราแรงกวาอยางอ่ืนๆ เสพยเปลาๆ
ทนไมได ตองเจือนา้� มะพราวออน บรันดีมีท้ังอยางแรงแลอยางออน
แตไมแรงเหมือนวิสก้ี พวกนกั เลงวาสวู สิ ก้ไี มได เบียน้ันดที เี่ ปนยาลม
เสพยเบียลมเดินสดวก แตตองเสพยคร้ังละขวดจงึ จะพอ สุราจนี ๒
อยางๆ ขาวแรงกวาสุราโรง อยางออนที่เปนยาดองน้นั เปนท่ีพอใจ
ของนกั เลง พวกนักเลง ๓ คนนี้ชอบสุราจีนมากกวาสุราโรง ดวย
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 477
เหตุวาสรุ าโรงเวลาจวนจะหมดฤทธิมักท�าใหปวดศีศะ แตสุราจีน
ไมปวดศศี ะไดความดังน้ี พอสันนฐิ านไดวา ถาสรุ าโรงยงั กลน่ั อยูอยาง
ทุกวนั นี้ คนเหน็ จะหันไปชอบสรุ าตางประเทศมากขึ้นทกุ ที ซ�้ารานขาย
สุราโรงท่ีพิไชยน้ีก็จัดรานไมดี ไมเปนที่ลอนักเลงอยางรานสุรา
ตางประเทศ ซึ่งมขี วดสรุ าหลายอยางต้ังเรียบเรียงไวเปนเครื่องชวน
สวนรานท่ขี ายสุราโรงน้นั มแี ตใหดา� ๆ ใหเดียว ซ�้าเอาขึน้ ไปตงั้ ขายไว
บนเรือปะปนกับสินคาอ่นื มีหนังสือวงษๆ จักรๆ เปนตน เจาของ
นัง่ คอยขายอยางยายขายฆองขายสูสรุ าตางประเทศไมได อยูใน เหตุนี้
ดวย รอดตัวที่มีรานสรุ าโรงไปตัง้ ขายทกุ ตา� บล สุราตางประเทศไกลๆ
จงึ มรี านหน่งึ นายอากรจงึ ท�าอากรได
ดูตลาดแลวไปทีโ่ รงต�ารวจภูธรพบพวกกุลรี ถไฟถกู จบั อยูดวย
เรอ่ื งเลนเบย้ี โบก ๑๐ คน ไดน่ังสนทนากบั พวกกุลเี หลานี้ ไดความ
วา การกลุ นี ั้นพนักงานสรางรถไฟเขาจดั ดงั น้ี คือ แบงกลุ ีเปนกองๆ
กองละ ๑๕ คน นายกลุ คี น ๑ รวมเปน ๑๖ นายกุลีไดคาจางวันละ
บาท ๑ กลุ ีไดคาจางวันละ ๓ สลงึ หากินอยูของตวั เอง พวกกุลีรวมทุน
กินดวยกนั ๔ คนบาง มากกวานนั้ บาง นอยกวานน้ั บาง บางทนี ายกลุ ี
เปนผูหาเลี้ยงดูคิดหกั เอาในคาจาง กุลคี นหน่ึงหาไดประมาณเดือน
ละ ๒๒ บาท ๒ สลงึ กินเดอื นละ ๕ บาท นงุ หมใชสรอยอกิ เดือนละ
๕ บาท คงไดเงินเหลือใชสรอยราวประมาณเดือนละ ๑๒ บาท เงนิ ที่
เหลอื ใชสรอยนน้ั บางคนเก็บไวไดจน ๘๐-๙๐ บาท กลับไปบานเสยี ที
หน่ึงกม็ ี บางทีก็เลนเบย้ี โบกกัน ใครรวยมากก็กลับบานไดเรว็ ใครเสยี
ก็ตองทา� งานตอไป คนกลุ ตี ามค�าช้ีแจงของพวกนวี้ าเปนคนมณฑล
อสิ าณโดยมาก คนพน้ื เมอื งไมเขารบั จางทา� การกุลี มคี นจรไปแอบอิง
อาไศรยเนืองๆ แตถาไมทา� กุลี นายกุลเี ขาไมรบั ไวเกนิ กวา ๓ วัน ขอนี้
สมจริงกบั ทไ่ี ดความจากกา� นันผใู หญบานวา พวกผูรายลกั กระบือมกั
จะมาแอบองิ อยูกับพวกกลุ ีรถไฟดงั ไดกราบบงั คมทูลมาขางบนแลว
ดา� รง
478 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 479
แผนทีป่ ระเทศสยาม พ.ศ. ๒๔๓๖
480 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
แผนท่ีประเทศไทย แสดงอาณาเขตติดตอกอนการปฏริ ูปรชั สมัยพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกลเจาอยูหัว [ที่มา : J.G.D. Campbell, I
I S (London : Edward Arnold, 1902) Map of Thailand.]
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 481
แผนที่ประเทศไทย แสดงการแบงเขตมณฑลเทศาภบิ าลในสมยั สมเดจ็ ฯ กรม
พระยาด�ารงราชานภุ าพ [ทีม่ า : รวบรวมและจา� ลองขน้ึ ใหม จากแผนทีแ่ สดง
การแบงเขตมณฑลที่กระทรวงมหาดไทยน�ามาแสดงในงานฉลองครบรอบ
๑๐๐ ป แหงวันประสูติของสมเดจ็ พระเจาบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชา
นุภาพ ทีห่ อศิลปะในบริเวณพพิ ิธภณั ฑสถานแหงชาติ และจาก เอน็ ชัตตัน,
ภมู ศิ าสตรส์ ยาม. (พิมพค์ รัง้ ท่ี ๒ : พระนคร : โรงพิมพไ์ ทยเกษม, ๒๔๗๐),
หนา ๕๐-๕๑.]
482 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
แผนที่ประเทศไทย แสดงดนิ แดนท่เี สียไปใหแกตางประเทศในรชั กาลท่ี ๕ [ทม่ี า
: จา� ลองมาจาก กรมโฆษณาการ, ประเทศไทย : เรอ่ื งการเสียดนิ แดนแก
ฝร่งั เศส. (พระนคร : โรงพิมพพ์ านชิ ศภุ ผล, ๒๔๘๓)]
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 483
บรรณานุกรม
. “กรมหลวงดา� รงตรวจราชการเมืองนครไชยศรี (๒๑ ส.ค. ร.ศ. ๑๑๗)” ใน
อนสุ รณพ์ ระยาสรุ ิยราชวราลัย (ศริ ิ วเิ ศษโกสนิ ). หนา ๓๑ - ๔๖. (ม.ป.ท.) :
(ม.ป.พ.), (ม.ป.ป.).
คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. ดา� รงวิชาการ วารสารรวมบทความทางวชิ า
คณะโบราณคดี. กรงุ เทพฯ : จรัญสนทิ วงศการพมิ พ, ๒๕๕๕.
. จดหมายเหตุระยะทาง เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย เสดจ็ ตรวจราชการ
หวั เมอื งใน ร.ศ. ๑๑๗, ๑๑๙. พมิ พครงั้ ที่ ๒ : (ป.ท.ม.), (ม.ป.พ.), ๒๕๑๕.
ดา� รงราชานภุ าพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. “รายงานกรมหลวงด�ารงไปตรวจราชการมณฑล
ปาจณิ ” ศิลปากร. ๑๓(๕) : ๓๐ - ๔๖ : มกราคม ๑๕๑๓.
. “รายงานตรวจราชการเมอื งราชบรุ แี ละเมอื งสมุทรสงคราม ร.ศ. ๑๑๗
กรมหมนื่ ด�ารงฯ ทูลเกลา้ ฯ ถวาย” ศิลปากร. ๑๕(๖) : ๒๗ - ๓๙ : พฤษภาคม
๒๕๑๕.
. เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งปกษใ์ ต้ พ.ศ.
๒๔๓๙ (ร.ศ. ๑๑๕). กรุงเทพฯ : (ม.ป.พ.), ๒๕๓๔.
. เทศาภบิ าล พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ. กรุงเทพฯ
: โรงพมิ พอาสารักษาดินแดน, ๒๔๖๘.
. เทศาภิบาล สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ.
กรุงเทพฯ : สา� นักพมิ พมตชิ น, ๒๕๔๕.
. “พระประวัตสิ มเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ” ใน
สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ กบั งานกระทรวงมหาดไทย. หนา ๔ -
๑๐. กรงุ เทพฯ : วชั รินทรการพมิ พ, ๒๕๒๙.
. สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ เสด็จไปตรวจราชการมณฑล
นครราชสมี า และมณฑลอดุ รอีสาน ร.ศ. ๑๒๕ พ.ศ. ๒๔๔๙. กรุงเทพฯ : วัชรนิ ทร
การพมิ พ, ๒๕๓๘.
. สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ องคพ์ ระบิดาของกระทรวง
มหาดไทย ทร่ี ะลกึ เน่อื งในงานวันเกิดหอ้ งด�ารงราชานุภาพ ๑๐๐ ป กระทรวง
มหาดไทย ๑ เมษายน ๒๕๓๕. กรุงเทพฯ : อมรินทรพรน้ิ ติง้ กรพุ๊ , ๒๕๓๕.
หอจดหมายเหตแุ หงชาต.ิ เอกสารกรมราชเลขาธิการ รชั กาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย
มร.๕ม/๒๙/๑ รายงานกรมหลวงด�ารงไปตรวจราชการ มณฑลกรุงเกาและ
484 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
พษิ ณุโลก นครสวรรค และรายงานระยะทางท่เี สด็จ (๓๐ กันยายน - ๑๘ สงิ หาคม
๑๑๙)
หอจดหมายเหตแุ หงชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธกิ าร รัชกาลท่ี ๕ กระทรวงมหาดไทย
มร.๕ม/๒๙/๒ รายงานตรวจราชการในหัวเมืองพายพั (๔ มถิ ุนายน ๑๑๒ - ๒๙
ธนั วาคม ๑๑๗)
. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รชั กาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย มร.๕ม/๒๙/๒
รายงานกรมหม่นื ดา� รงฯ ตรวจราชการเมืองพิจติ ร เมอื งพิษณโุ ลก (๑๒ ตุลาคม -
๒๖ พฤศจิกายน ๑๑๗)
. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รชั กาลท่ี ๕ กระทรวงมหาดไทย มร.๕ม/๒๙/๒
รายงานกรมหมน่ื ดา� รงฯ ไปตรวจราชการเมืองสพุ รรณบรุ ี (๒๖ มิถุนายน ๑๒๓)
. เอกสารกรมราชเลขาธกิ าร รชั กาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย มร.๕ม/๒๙/๒
รายงานกรมหม่นื ดา� รงฯ เสดจ็ ราชการหวั เมอื งฝายเหนือ มีอทุ ัย เมืองนครสวรรค
กับดานไม และเรื่องระยะทางท่สี มเด็จพระบรมโอรสาจะเสดจ็ เมืองเหนือ (๑๕
พฤศจกิ ายน ๑๑๗ - ๓ กรกฎาคม ๑๒๗)
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 485
486 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งทป่ี รากฏในเอกสารและศักราชตางๆ
พ.ศ. ๒๔๓๕ - ร.ศ. ๑๑๑
คร้งั ที่ รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ หัวเมืองเหนอื
รวมเวลา ๗๙ วนั ๗ ตลุ าคม ถงึ ๑. ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๙ พมิ พ์ครั้งแรกในโอกาสครบ
๒๔ ธนั วาคม ร.ศ. ๑๑๑ หนา ๓๓๕ ๑๕๐ ป พ.ศ. ๒๕๕๖
พ.ศ. ๒๔๓๕ ร.ศ. ๑๑๑ ๒. เทศาภบิ าล
๓. เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕
ม.๒.๑๔/๑๐๙
พ.ศ. ๒๔๓๙ - ร.ศ. ๑๑๕
ครง้ั ที่ รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ เสดจ็ หวั เมืองปกษใ์ ต พมิ พ์คร้งั แรก มลู นิธิสมเด็จฯ
รวมเวลา ๒๑ วนั ๑-๒๑ กนั ยายน เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕ กรมพระยาดา� รงราชา นุภาพและ
พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ.๑๑๕ ม.๒.๑๔/๗๔ หมอมเจาจงจติ รถนอม ดศิ กลุ
จัดพิมพเ์ มือ่ พ.ศ. ๒๕๓๔
คร้ังที่ ๒ ในโอกาสครบ ๑๕๐ ป
พ.ศ. ๒๕๕๖
คร้งั ที่ รายการ ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๒ เสด็จนครราชสมี า -
๓ เสด็จนครราชสมี า ๑๖ ตลุ าคม เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕ -
พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ. ๑๑๕ ม.๒.๑๔/๑๕
๔ เสด็จนครราชสมี า ๑๗ มกราคม - ราชกจิ จานุเบกษา เลมที่ ๑๓ -
๑๐ กมุ ภาพันธ์ หนา ๕๓๖, ๕๖๗ ร.ศ. ๑๑๕
พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ. ๑๑๕
๘-๑๒ มนี าคม เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ. ๑๑๕ ม.๒.๑๔/๖๖
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 487
พ.ศ. ๒๔๔๑ - ร.ศ. ๑๑๗
ครงั้ ท่ี รายการ ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
-
๑ มณฑลชมุ พรและนครศรธี รรมราช ๑๓ พฤษภาคม - เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕
๕ มิถุนายน ม.๒.๑๔/๔ พมิ พ์แลว ๑๕ ครั้ง
พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗
๒ มณฑลภเู กต็ ชมุ พร พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗ เลาไวในนทิ านโบราณคดี
และนครศรีธรรมราช
ข้นึ ปใหมวนั ที่ ๑๓ เมษายน
488 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ ครง้ั ท่ี รายการ ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๓ กรงุ เกานครไชยศรี, ราชบุรี
๑-๒๖ สงิ หาคม ๑. ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๕
ถึงกรงุ เกา - สพุ รรณบรุ ี พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗ หนา ๒๔๔ ร.ศ. ๑๑๗
จากสพุ รรณบรุ ี - นครไชยศรี ๘-๑๓ สิงหาคม ๒, ๓, ๔ เอกสารจดหมายเหตุ
จากนครไชยศรี - ราชบุรี ๑๒ สิงหาคม แหงชาติ ร.๕ ม.๒.๑๔/๙/๖๑/๙๓
อยใู นราชบรุ ี - สมุทรสาคร ๑๘ สงิ หาคม
สมุทรสงคราม - เพชรบรุ ี ๒๑ สิงหาคม จากหนังสืออนสุ รณ์
เพชรบรุ ี (บานแหลม) เขาปากนา้� ๒๒ สงิ หาคม พระยาสุรยิ ราชาวรลัย
เมืองสมุทรสงคราม เขาแมกลอง ๒๕ สงิ หาคม (ศริ ิ วเิ ศษโกสนิ )
ไปเมืองสมุทรสาคร - กรุงเทพฯ
(เปนเวลา ๑๙ วนั ) พ.ศ. ๒๕๕๖ พิมพ์ครงั้ แรกในนติ ยสารศลิ ปากร
๒ ตุลาคม - ๑๔ มกราคม ๑. ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๕ คร้งั ท่ี ๒ ในโอกาสครบ ๑๕๐ ป
๔ หวั เมืองฝายเหนอื พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗ หนา ๔๔๔ ร.ศ. ๑๑๗
๒, ๓ เอกสารจดหมายเหตุ
แหงชาติ ร.๕
ม.๒.๑๔/๘๒/และ ๑๑๐
พ.ศ. ๒๔๔๒ - ร.ศ. ๑๑๘
ครัง้ ที่ รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ เมอื งสุพรรณบุรี กลาวไวในเอกสารฉบบั น้ี
๒ มณฑลปราจนี บุรี พ.ศ. ๒๔๔๒ ร.ศ. ๑๑๘ หนา ๓๗๐
๓ เมืองเพชรบรุ ี
๑๕ สิงหาคม ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๖ -
ครงั้ ท่ี รายการ พ.ศ. ๒๔๔๒ ร.ศ. ๑๑๘ หนา ๒๗๐ ร.ศ. ๑๑๘
๑ มณฑลพษิ ณโุ ลก ๒๖-๓๐ พฤศจกิ ายน ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๖ -
พ.ศ. ๒๔๔๒ ร.ศ. ๑๑๘ หนา ๕๐๙ ร.ศ. ๑๑๘
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 489
พ.ศ. ๒๔๔๓ - ร.ศ. ๑๑๙
ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
-
๖ สิงหาคม - ๓ กันยายน ๑. ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๗
พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙ หนา ๒๕๙ และ ๓๐๖ ร.ศ. ๑๑๙
๒. เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
ม.๒.๑๔/๒
490 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ คร้ังท่ี รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๒ เสดจ็ ชลบรุ ี ฉะเชิงเทรา (๙ วนั ) พิมพร์ วมเลมเรื่อง จดหมายเหตุ
๓-๑๐ มกราคม ๑. และ ๒. เอกสารจดหมายเหตุ ระยะทางเสนาบดี กระทรวง
๓ หัวเมืองแหลมมลายู พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙ แหงชาติ ร.๕ ม.๒.๑๔/๓๘,๓๙ มหาดไทย เสด็จตรวจราชการ
หวั เมือง ใน ร.ศ. ๑๑๗ - ๑๑๙
ครงั้ ท่ี รายการ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕ โรงพมิ พช์ างอากาศ พ.ศ. ๒๕๑๕
๑ เสดจ็ พระปฐมเจดยี ์ พิมพ์คร้ังท่ี ๒ โอกาสครบ ๑๕๐
ป หนา ๓๐๖ - ๓๓๐
ร.ศ. ๑๑๙ ม.๒.๑๔/๑๑๒
พ.ศ. ๒๔๔๔ - ร.ศ. ๑๒๐
ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
-
๒๕ พฤศจิกายน เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕
พ.ศ. ๒๔๔๔ ร.ศ. ๑๒๐ ม.๒.๑๔/๘๐
พ.ศ. ๒๔๔๕ - ร.ศ. ๑๒๑
คร้ังที่ รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ เสดจ็ นครราชสมี า -
๒๑ มกราคม เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
ครงั้ ท่ี รายการ พ.ศ. ๒๔๔๕ ร.ศ. ๑๒๑ ม.๒.๑๔/๑๗ เผยแพรแลว
๑ เสด็จมณฑลปราจนี บุรี -
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 491 ๒ เสด็จสุพรรณบรุ ี พ.ศ. ๒๔๔๖ - ร.ศ. ๑๒๒
ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร
๑๐ สิงหาคม เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕
พ.ศ. ๒๔๔๖ ร.ศ. ๑๒๒ ม.๒.๑๔/๓๙
๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ พิมพอ์ ยทู ่ี ๑๒ หนา ๓๕๐-๓๗๗
พ.ศ. ๒๔๔๖ ร.ศ. ๑๒๒
492 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ พ.ศ. ๒๔๔๗ - ร.ศ. ๑๒๓
ครงั้ ท่ี รายการ ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ เสด็จสพุ รรณบรุ ี -
๒ ตรวจหวั เมอื งฝายเหนอื ๒๖ มถิ ุนายน เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
ถงึ มณฑลเพชรบรู ณ์ พ.ศ. ๒๔๔๗ ร.ศ. ๑๒๓ ม.๒.๑๔/๑๐๗ พมิ พ์เรื่องเที่ยวทตี่ างๆ ภาค ๓
๕ มกราคม - เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕ พมิ พใ์ นนทิ านโบราณคดี เรอ่ื ง
ครัง้ ที่ รายการ ๑๔ กุมภาพันธ์ ม.๒.๑๔/๑๑๑ ความไขที่เมืองเพชรบรู ณ์
๑ มณฑลนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๔๔๗ ร.ศ. ๑๒๓
๒ มณฑลนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๔๔๘ - ร.ศ. ๑๒๔
ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
-
๑๕-๑๖ พฤศจกิ ายน เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
พ.ศ. ๒๔๔๘ ร.ศ. ๑๒๔ ม.๒.๑๔/๔๖ -
๑๘ พฤศจกิ ายน เอกสารจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕
พ.ศ. ๒๔๔๘ ร.ศ. ๑๒๔ ม.๒.๑๔/๓๗
พ.ศ. ๒๔๔๙ - ร.ศ. ๑๒๕
ครั้งท่ี รายการ ชวงเวลา หลักฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ หวั เมืองปกษ์ใต -
๗ มิถนุ ายน - เอกสารจดหมายเหตุแหงชาติ ร.๕
๒ มณฑลนครราชสมี า ๑๔ กรกฎาคม ม.๒.๑๔/๗๕ ๑. พิมพค์ ร้ังแรก มลู นิธสิ มเด็จฯ
อุดร อสิ าน พ.ศ. ๒๔๔๙ ร.ศ. ๑๒๕ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ
๑๕ ธนั วาคม - ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๒๓ และหมอมเจาจงจติ รถนอมดศิ กลุ
๙ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๔๙ หนา ๑๒๑๓ -๑๒๑๔ ร.ศ. ๑๒๕ จัดพิมพ์เม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๘
ร.ศ. ๑๒๕ ๒. เที่ยวท่ีตางๆ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 493 ๓. ในโอกาสครบ ๑๕๐ ป พ.ศ.
๒๕๕๖
พ.ศ. ๒๔๕๑ - ร.ศ. ๑๒๗
ครั้งที่ รายการ ชวงเวลา หลกั ฐานเอกสาร เผยแพรแลว
๑ หวั เมอื งฝายเหนือ เมอื งพษิ ณุโลก
อุตรดติ ถ์ ๗ มิถุนายน - เอกสารหอจดหมายเหตแุ หงชาติ ร.๕ พมิ พ์คร้ังแรกในโอกาสครบ
๑๔ กรกฎาคม ม.๒./๑๔/๗๕ ๑๕๐ ป พ.ศ. ๒๕๕๖
พ.ศ. ๒๔๕๑ ร.ศ. ๑๒๗
สารบาญภาพ
ประมวลภาพ
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ
ในพระอริ ยิ าบถต่างๆ
496 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 497
498 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 499
500 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 501
สมเด็จพระเจาบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ทรงเครอ่ื งแบบ
เตม็ ยศนายพลเอก ราชองครกั ษ์พิเศษ แหงกรมทหารราบท่ี ๑ มหาดเล็ก
รกั ษาพระองค์
502 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ฉลองพระองคท์ รงตดิ เขม็ พระเกี้ยว (เครื่องหมายสภานายกจัดการโรงเรยี น
ขาราชการพลเรอื น)
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 503
504 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 505
506 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 507
เสดจ็ ตรวจราชการมณฑลนครไชยศรี